กองบรรณาธิการ
1. นายเอกชยั เพยี รศรวี ัชรา M.D. ผอู้ ำ� นวยการส�ำนกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ 2. นางพิมลพรรณ ตา่ งวิวัฒน์ M.D.
3. นางพรเลขา บรรหารศภุ วาท M.D. 4. นางวมิ ล บ้านพวน
5. นางปนัดดา จน่ั ผ่อง 6. นางประภาภรณ์ จงั พานชิ
7. นางพชิ ชานนั ท์ ทองหล่อ 8. นางสาวธัญลักษณ์ ทองหล่อ
9. นางวรรณชนก ลมิ้ จำ� รญู 10. นางสาวอรอมุ า โภคสมบตั ิ
11. นางสาวฟารีดา เมา๊ ะสนิ 12. นางสาวนฤมล แก้วโมรา
13. นางฐาปะณี คงรุ่งเรือง 14. นางสาวกมลนติ ย์ มาลยั
15. นางสาวศิรนิ ทรา พนิ ิจกลุ 16. นางสาวปิยะฉตั ร พน้ ทาส
17. นางสาวพรพมิ ล บุญญา 18. นางแรกขวัญ สระวาสี PhD.
19. วา่ ที่ร้อยตรี มณฑล หวานวาจา 20. นางมลวิ ลั ย์ ศรมี ่วง
21. นางอญั ชลนิ ทร์ ปานศิริ 22. นางวิชชุพร เกตไุ หม
23. นางปยิ นนั ท์ เกตตุ รกี รณ์ 24. นางสาวรดีพร สุขอรุณ
25. นายพพิ ัฒน์ นาคนิกร 26. นางสาวณัฏฐพ์ ัชร์ กุญแจทอง
จัดพมิ พ์โดย ส�ำนกั ส่งเสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข
เลขท่ี 88/22 หมู่ 4 ถนนตวิ านนท์ ต�ำบลตลาดขวญั อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี
จงั หวดั นนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 0 2590 4121, 0 2590 4568
พิมพ์คร้งั แรก มนี าคม 2565
จ�ำนวนพมิ พ์ 250 เล่ม
ISBN 978-616-11-4830-0
ออกแบบและพมิ พ์ที่ บรษิ ทั อมรินทรพ์ ร้ินต้งิ แอนดพ์ บั ลิชชงิ่ จ�ำกัด (มหาชน)
376 ถนนชัยพฤกษ์ แขวงตลิง่ ชัน เขตตลิง่ ชนั กรุงเทพฯ 10170
โทรศพั ท์ 0 2422 9000 โทรสาร 0 2433 2742
อีเมล: [email protected] เว็บไซต์: www.amarin.co.th
ค�ำน�ำ
ยุคแห่งการระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศไทยด�ำเนินการควบคุม
และป้องกันการแพร่ระบาดโดยหลากหลายหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง หลากหลาย
มาตรการตามบริบท ส�ำหรับกรมอนามัยด�ำเนินมาตรการ 1) สอดคล้องกับ
กลุ่มวัย เช่น การฉีดวัคซีนโควิด-19 ส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์ การจัดบริการ
“แบบ Bubble Model ภายในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย” การฉีดวัคซีนชนิด
เข็มเดียว mRNA สำ� หรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 และการดแู ลผสู้ งู อายุ
เปน็ พเิ ศษ 2) สอดคลอ้ งกบั สถานประกอบการ (Setting) ตวั อยา่ งเชน่ Thai Stop
COVID Plus, COVID Free Setting, Universal Prevention และ 3) สอดคลอ้ ง
กับส่ิงแวดล้อม อาทิ DMHTTA
นอกจากน้ีส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย จ�ำเป็นต้องด�ำเนินงาน
ตามภารกิจควบคู่กับการป้องกันและการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19
อย่างไรก็ตามการด�ำเนินงานทุกโครงการทุกกิจกรรม จ�ำเป็นต้องปรับแผน
เนื่องจากไม่สามารถด�ำเนินงานตามแผนที่ก�ำหนด ภาคีเครือข่ายและผู้บริหาร
ตา่ งเห็นความส�ำคญั เช่นกัน
รายงานประจ�ำปีฉบับนี้ บูรณาการร่วมกับสถาบันพัฒนาอนามัยเด็ก
แห่งชาติและส�ำนักอนามัยผู้สูงอายุ ต้องขอขอบคุณมา ณ ท่ีนี้ และหวังเป็น
อยา่ งย่งิ ว่าจะได้รบั ความรว่ มมอื เชน่ น้ตี ลอดไป
สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณ อธิบดีกรมอนามัย นายสุวรรณชัย
วฒั นายงิ่ เจรญิ ชยั M.D. รองอธบิ ดกี รมอนามยั นายดนยั ธวี นั ดา M.D. นายอรรถพล
แก้วสัมฤทธิ์ M.D. นายบัญชา ค้าของ M.D. และนายสราวุฒิ บุญสุข M.D.
พร้อมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารกรมอนามัย นักวิชาการ ศูนย์อนามัยที่ 1-12
สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ภาคีเครือข่าย
ภาครฐั และภาคเอกชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ และองคก์ รระหวา่ งประเทศ
พรอ้ มทงั้ ประชาชน สำ� หรบั การสนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานของสำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ
กรมอนามัย ตลอด พ.ศ. 2564 และขออ�ำนาจคณุ พระศรีรัตนตรยั อำ� นวยพรแด่
ทกุ ทา่ นและครอบครัว ประสบความสขุ ความเจริญ สขุ ภาพแขง็ แรง เพื่อท�ำงาน
ให้คนไทยสขุ ภาพแข็งแรงตลอดไป
(นายเอกชัย เพยี รศรีวัชรา M.D.)
ผอู้ ำ� นวยการสำ� นักสง่ เสริมสุขภาพ
(3)
สารบัญ
บทที่ 1 COVID Free Setting 1
1.1 มาตรการสำ� หรับหญิงต้งั ครรภ์และเดก็ ปฐมวยั 2
1.2 มาตรการส�ำหรบั เดก็ วัยเรียนและเยาวชน 3
1.3 มาตรการสำ� หรบั ประชากรวัยทำ� งาน 4
1.3.1 มาตรการ COVID Free Setting 4
1.3.1.1 มาตรการปลอดภัยส�ำหรบั องค์กร (COVID Free Setting) 5
สำ� หรับรา้ นอาหาร 5
1.3.1.2 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับองค์กร (COVID Free Setting) 6
สำ� หรับห้างสรรพสินค้า ศนู ย์การคา้ คอมมิวนติ มี อลล์ 6
1.3.1.3 มาตรการปลอดภัยส�ำหรบั องค์กร (COVID Free Setting) 7
ส�ำหรับสถานท่ีออกกำ� ลังกายกลางแจง้ และสวนสาธารณะ 7
1.3.1.4 มาตรการปลอดภัยสำ� หรบั องค์กร (COVID Free Setting) 8
สำ� หรับร้านเสริมสวย แต่งผม หรอื ตดั ผม 8
1.3.1.5 มาตรการปลอดภัยสำ� หรับองคก์ ร (COVID Free Setting)
สำ� หรับกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพ 9
1.3.1.6 มาตรการปลอดภัยสำ� หรับองค์กร (COVID Free Setting)
สำ� หรบั การเดนิ ทางขา้ มจงั หวัดโดยระบบบริการขนสง่ สาธารณะ 9
1.4 มาตรการส�ำหรบั ผสู้ งู อายุ 19
1.5 มาตรการส�ำหรบั ประชาชนท่วั ไป 24
27
บทท่ี 2 การสง่ เสรมิ สุขภาพสตรีมีครรภแ์ ละเดก็ ปฐมวยั 33
35
2.1 การวิเคราะหส์ ถานการณก์ ารตายมารดาไทย ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
จากระบบเฝา้ ระวงั มารดาตาย (MDSR system: Thailand Maternal Death Surveillance 37
and Response)
2.2 แพลตฟอรม์ พิงก์บุ๊ก 38
2.3 โครงการการวิเคราะหส์ ถานการณแ์ นวทางการฝากครรภ์ในประเทศไทย
2.4 การผลกั ดันการฉีดวคั ซีนโควดิ -19 ในหญงิ ต้งั ครรภ ์
2.5 โครงการ “ภาคีร่วมใจสง่ รกั ส่งนมจากอกแมส่ ลู่ ูก”
2.6 การบรู ณาการความรว่ มมือการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต
บทที่ 3 การส่งเสรมิ สุขภาพเดก็ ปฐมวัย
3.1 งานเฝา้ ระวังและสง่ เสริมพฒั นาการเดก็ ปฐมวยั
(4)
บทท่ี 4 การส่งเสรมิ สขุ ภาพเดก็ วยั เรยี นและวัยรุ่น 47
4.1 โครงการส่งเสรมิ โภชนาการและสุขภาพอนามยั เด็กและเยาวชนในถนิ่ ทรุ กนั ดาร (กพด.) 47
4.2 โครงการพัฒนาสขุ ภาพเด็กและประชาชนบรเิ วณพ้ืนท่ีภูฟา้ พฒั นา 52
4.3 โครงการโรงเรยี นส่งเสริมสขุ ภาพ (Health Promoting School Plus Health Literacy) 55
4.4 โครงการพฒั นาคณุ ภาพเดก็ และเยาวชนในถน่ิ ทุรกนั ดารตามพระราชด�ำริ 61
โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กพเิ ศษ
บทท่ี 5 การส่งเสริมสุขภาพประชากรวยั ท�ำงาน 63
5.1 โครงการราชทณั ฑป์ ันสขุ ท�ำความดี เพอ่ื ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 63
5.2 โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพวัยทำ� งานภายในสถานประกอบการเพอ่ื คุณภาพชีวติ ที่ด ี 67
5.3 โครงการสบื สานพระราชปณิธานสมเด็จยา่ ตา้ นภยั มะเร็งเตา้ นม 70
บทที่ 6 การส่งเสรมิ สุขภาพผสู้ ูงอายุ 77
6.1 โครงการพัฒนาระบบการดแู ลส่งเสรมิ สุขภาพผ้สู ูงอายุในชุมชนแบบบรู ณาการ 80
6.2 โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ พ.ศ. 2564 83
6.3 การด�ำเนนิ งานภายใต้สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควิด-19 86
บทที่ 7 การสง่ เสรมิ สุขภาพและพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการ 89
7.1 การดำ� เนนิ งานส่งเสรมิ สขุ ภาพประชากรวัยท�ำงานภายในสถานประกอบการ
หรอื โรงงานดว้ ย 10 Packages และการป้องกนั การระบาดของโควิด-19 89
7.2 แนวทางการปฏบิ ตั เิ มือ่ แยกกักตัวผู้ป่วยโรคโควิด-19 95
7.3 ส่งเสรมิ ความรอบรูส้ สู่ ขุ ภาพดชี ีวติ วถิ ใี หมด่ ้วยรูปแบบการปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรมสุขภาพออนไลน์
7 สปั ดาห์ สขุ ภาพดี หุ่นดี ทบี่ ้าน (7 WEEKS Fit at home)” 96
7.4 โครงการพฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรสำ� นักส่งเสริมสขุ ภาพดา้ นการสร้างสรรคน์ วัตกรรม
เปน็ นกั จดั การความรทู้ เี่ ชย่ี วชาญในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพตามกลมุ่ วยั ภายใตช้ วี ติ วถิ ใี หม่ (New normal) 103
บทที่ 8 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข 113
การถอดบทเรยี นภารกิจพเิ ศษ การคัดเลอื กบคุ คลและองคก์ รดีเด่นดา้ นการสง่ เสริมสุขภาพ 113
และอนามยั สง่ิ แวดล้อม และการขอพระราชทานรางวัล Princess Health Award 2021 121
7 ปี บนเส้นทางการดำ� เนนิ งานฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตรป์ ้องกนั
แขนงสาธารณสขุ ศาสตร์ (พ.ศ. 2557-2564) ของสำ� นกั ส่งเสริมสุขภาพ
บทที่ 9 บทคดั ยอ่ งานวจิ ยั 127
การพฒั นาสขุ ภาพของพนกั งานในสถานประกอบกิจการ โดยการมสี ่วนรว่ มของพนักงาน 127
และการสนบั สนุนของเจ้าของสถานประกอบการ 130
รปู แบบการพฒั นาแผนปฏบิ ัติราชการสง่ เสรมิ สุขภาพ พ.ศ. 2564-2570
(5)
ผลการดำ�เนนิ งาน
0-5 ปี
MMR พัฒนาการสมวัย
36.9 85.0
82.55
17 เด็กอายุ 12 ปี 70.0
ปราศจากฟนั ผุ 71.0
17 ตอ่ แสนการเกดิ มีชีพ
67.0
62.0 65.5 27.0
6-14 ปี
62.7 สูงดีสมส่วน 26.38
0-5 ปี 15-19 ปี
สงู ดสี มสว่ น คลอดมชี พี ตอ่ พนั คน
ผา่ น ไมผ่ ่าน
เป้าหมาย
ส่งเสริมสุขภาพ 5 กลุ่มวยั
19-59 ปี ฟันแท้ 20 ซ่ี ต�ำ บล LTC
BMI ปกติ และ 4 คู่สบ ในชุมชนผ่านเกณฑ์
47.94 70.0 95.0
50.0
69.0 96.44
30.0
44.45 85.0
50.0 ผสู้ งู อายทุ ีม่ ีภาวะพึง่ พงิ
92.68 ไดร้ บั การดแู ลตาม
Care Plan
30.8
ประชากรสงู อายุ
มีพฤตกิ รรมสขุ ภาพ
ที่พงึ ประสงค์
15-59 ปี มีพฤตกิ รรม
สุขภาพท่ีพงึ ประสงค์
1บทท่ี
COVID Free Setting
การปฏิบัติตามกฎอนามัยระหว่างประเทศช่วงการระบาดใหญ่
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรอื โควิด-19 โดยมีสาระ
สำ� คญั ดงั น้ี
การป้องกนั
1) การจัดต้ังศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (ศบค.)
2) การจดั การหรือผลติ หรือกระจายวคั ซีนโควิด-19 แกป่ ระชาชน
การตรวจจับ พัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการเฝ้าระวัง
ภายหลังรบั วคั ซนี โควดิ -19
การตอบโต้ 1.1 มาตรการส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์และ
เด็กปฐมวัย
1) การจัดต้ัง Emergency Operation Center
(EOC) ทกุ ระดบั การฉีดวคั ซีนโควิด-19 ส�ำหรับหญงิ ตง้ั ครรภ์
2) สนับสนนุ วัคซนี โควดิ -19 และอปุ กรณ์ส�ำหรบั กระทรวงสาธารณสขุ จดั งาน เดอื นแหง่ การรณรงค์
การปอ้ งกันและควบคมุ การแพรร่ ะบาดของโควิด-19 หญงิ ตงั้ ครรภเ์ ขา้ รบั วคั ซนี โควดิ -19 “1 เดอื น 1 แสนราย”
ระหวา่ งวนั ที่13กนั ยายน-13ตลุ าคม2564โดยมรี ฐั มนตรี
3) แถลงสถานการณ์โควดิ -19 และปัจจัยเสี่ยง ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ
Ph.D. เป็นประธาน โดยหญงิ ตง้ั ครรภ์ท่ีมีอายุครรภต์ ั้งแต่
ศูนย์บรหิ ารสถานการณ์การแพร่ระบาดของ 12 สัปดาห์ข้ึนไป สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งนี้ควร
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จัดตั้งโดย ปรกึ ษาแพทย์ผดู้ ูแลครรภ์
ส�ำนักเลขาธกิ ารนายกรฐั มนตรี ตามท่ไี ดร้ บั มอบหมายจาก ที่ผ่านมากรมอนามัยก�ำหนดมาตรการต่างๆ
คณะรฐั มนตรี เม่อื วนั ท่ี 12 มนี าคม 2563 พรอ้ มทั้ง ส�ำหรับสตรีมีครรภ์และทารกแรกเกิดดังนี้ 1) การดูแล
ทารกแรกเกิด กรณีแม่เป็นผู้สงสัยติดเชื้อหรือติดเช้ือ
1) คณะกรรมการอ�ำนวยการเตรียมความพร้อม ไวรสั โคโรนา 2019 2) แนวทางปฏบิ ตั ิส�ำหรบั เจ้าหนา้ ที่
ป้องกัน และแกไ้ ขปญั หาโรคตดิ ตอ่ อุบตั ิใหม่แห่งชาติ บริการฝากครรภ์ ตรวจหลังคลอด ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
2) ศนู ยข์ อ้ มลู มาตรการแกไ้ ขปญั หาจากโรคตดิ เชอ้ื 3) แนวทางการปฏบิ ตั ติ วั สำ� หรบั หญงิ ตง้ั ครรภใ์ นการกกั กนั
ไวรัสโคโรนา 2019 ตัวเพื่อสงั เกตอาการเร่มิ ปว่ ย (Quarantine) 4) รูปแบบ
การใหบ้ รกิ ารฝากครรภ์แบบปกติใหม่ (The New Nor-
โดยท้ังสองหน่วยปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ศูนย์บริหาร mal Service Model for ANC) 5) มาตรการดูแลหญิง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ต้ังครรภ์และหญิงหลังคลอด ภายใต้สถานการณ์การ
2019 (ศบค.) ทั้งน้ีเป็นการยกระดับการบริหารจัดการ แพรร่ ะบาดโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 6) การเลยี้ งลกู
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ด้วยนมแม่ตามแบบชวี ิตวิถีใหม่ (New Normal) 7) การ
2019 โดยท�ำหน้าท่ีก�ำหนดนโยบายและมาตรการ บริการภายในคลินิกเด็กสุขภาพดี ภายใต้สถานการณ์
เร่งด่วนส�ำหรับการบริหารสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อ การแพรร่ ะบาดโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 8) การผลติ
1) การควบคุมการแพร่ระบาด 2) การลดผลกระทบตอ่ หนงั สอื นทิ านสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพปอ้ งกนั โควดิ -19 จำ� นวน
ภาวะสขุ ภาพของประชาชน เศรษฐกจิ สงั คม และความ 2 เรื่อง ได้แก่ “อานีสกับกอล์ฟสู้โควิด-19” และ
มั่นคงของประเทศ 3) สร้างความตระหนักและรู้เท่าทัน “อีเลง้ เค้งโค้ง…อยบู่ า้ นตา้ นโควดิ -19”
4) การเตรยี มความพรอ้ มสำ� หรบั การรบั มอื กบั การระบาด
ของโรคอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล และ
5) การประเมินสถานการณ์เพ่ือการบังคับใช้กฎหมาย
อย่างสอดคล้องกับความรุนแรงของปัญหาและวาง
มาตรการปอ้ งกนั ควบคมุ และชว่ ยเหลอื ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบ
อย่างเหมาะสม
2
สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย อย่างรุนแรงอายุ 12-17 ปี เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อ
ร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวง วันที่ 21 กันยายน 2564 ทั้งน้ตี ามความสมัครใจ ส�ำหรับ
มหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ กลมุ่ ปกตเิ รม่ิ ฉดี วคั ซนี โควดิ -19 เมอ่ื วนั ท่ี 4 ตลุ าคม 2564
มนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร
(Bangkok Metropolitan Administration) ก�ำหนด ส�ำหรับวัคซีนโควิด-19 ชนิดเข็มเดียว mRNA
แนวทางการเปิดบริการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ลดการเกิดกล้ามเน้ือหัวใจอักเสบ-ป้องกันโควิด-19
ท่ั ว ป ร ะ เ ท ศ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ พ ร ะ ร า ช ก� ำ ห น ด ส�ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1-6 หรือช้ันเรียน
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่เทียบเท่า
โดยสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย
ด�ำเนินการศึกษาข้อมูลแนวคิด Bubble Model ของ ที่ผ่านมากรมอนามัยร่วมมือกับหลายหน่วยงาน2
ประเทศนิวซแี ลนด์ และ พ.ศ. 2563 เสนอการจดั บริการ ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ส�ำหรับเด็กวัยเรียนและเยาวชน ได้แก่
“แบบ Bubble Model ภายในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ” 1) คู่มือแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
และน�ำมาปรับร่วมกับมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ไวรัสโคโรนา 2019 ส�ำหรับสถานศึกษา 2) มาตรฐาน
แห่งชาติ เป็นการบริการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยชีวิต และแนวปฏิบัติส�ำหรับบุคลากรและผู้เก่ียวข้องภายใน
วิถีใหม่ ส�ำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศ โรงเรียน 5 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้ดูแล
รวมทงั้ ส้นิ 53,000 แห่ง นักเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรภายใน
สถานศกึ ษา3)แนวทางปฏบิ ตั ติ ามมาตรการเปดิ สถานศกึ ษา
1.2 มาตรการส�ำหรบั เด็กวยั เรียนและเยาวชน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 4) คู่มือการปฏิบัติส�ำหรับสถานศึกษา
การฉีดวัคซีนโควิด-19 ส�ำหรับนักเรียนและ เพอ่ื การปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา
เยาวชน 2019 5) คู่มือการเฝ้าระวังติดตามและแผนเผชิญเหตุ
รองรบั การแพร่ระบาดของโควดิ -19 ในสถานศกึ ษา และ
นักเรียนหรือเยาวชนนอกระบบการศึกษากลุ่ม 6) สื่อประชาสัมพันธ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health
เส่ียงหรือกลุ่มผู้ท่ีมีโรคประจ�ำตัว 7 กลุ่มโรค1 รวมท้ัง Literacy) ส�ำหรับเด็กวัยเรียน “สุขอนามัยเด็กไทย
กลุ่มอาการดาวน์หรือภาวะพร่องทางระบบประสาท ปลอดภัย COVID-19” และ “ผู้พิทักษ์อนามยั โรงเรียน”
1 กลมุ่ เสี่ยงหรือผู้ท่มี โี รคประจ�ำตัว 7 กลมุ่ โรค ไดแ้ ก่
1. โรคปอดและโรคทางเดนิ หายใจเรื้อรงั
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
3. โรคไตวายเร้ือรงั
4. โรคหลอดเลือดสมอง
5. โรคมะเรง็ ทกุ ชนดิ
6. โรคเบาหวาน
7. โรคอว้ น ได้แก่ เด็กอายุ 12-13 ปี น�้ำหนัก 70 กโิ ลกรมั ขึน้ ไป เด็กอายุ 13-15 ปี นำ้� หนัก 80 กิโลกรัมขึ้นไป และเดก็ อายุ 15-18 ปี
น�ำ้ หนัก 90 กโิ ลกรมั ขน้ึ ไป
2 รายงานประจำ� ปี พ.ศ. 2563 สำ� นักสง่ เสรมิ สขุ ภาพ สถาบนั พฒั นาอนามยั เดก็ แหง่ ชาติ สำ� นักอนามยั ผ้สู งู อายุ กรมอนามยั
บทท่ี 1 3
COVID Free Setting
1.3 มาตรการส�ำหรับประชากรวัยท�ำงาน มาตรการ COVID Free Setting หรอื มาตรการ
ปลอดภัยส�ำหรับองค์กร ประกอบด้วย ความปลอดภัย
1.3.1 มาตรการ COVID Free Setting 3 ดา้ น
ภายหลงั การระบาดระลอก 3 ของโควดิ -19 รฐั บาล 1. COVID Free Environment ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม
เริ่มประกาศการคลายล็อก และกระทรวงสาธารณสุข ปลอดโควิด-19
น�ำเสนอมาตรการ COVID Free Setting ส�ำหรับการ
คลายล็อกคร้ังนี้ ท้ังน้ีเพ่ือกระตุ้นให้ประชาชนฉีดวัคซีน 2. COVID Free Personnel ดา้ นพนกั งานปลอด
โควดิ -19เพอื่ เพม่ิ ความปลอดภยั ของการดำ� รงชวี ติ รว่ มกนั ใน โควิด-19
สงั คมจนกระทง่ั กลายเปน็ COVIDFreeArea3 การคลายลอ็ ก
ระยะที่ 1 เมื่อ 1 กันยายน 2564 นายแพทย์โอภาส 3. COVID Free Customer ด้านผู้ใช้บริการ
การยก์ วนิ พงศ์อธบิ ดกี รมควบคมุ โรคกระทรวงสาธารณสขุ ปลอดโควิด-19
กล่าวว่า มาตรการ COVID Free Setting ส�ำหรับ
ระยะนี้ “เป็นการให้ค�ำแนะน�ำและขอความร่วมมือ” โดยระยะเริ่มต้นก�ำหนดขอบเขตของมาตรการ
ส�ำหรับการคลายล็อกระยะท่ี 2 เม่ือ 1 ตุลาคม 2564 ปลอดภยั สำ� หรับองค์กร (COVID Free Setting) ทัง้ ส้นิ
“เป็นการบงั คบั ใช้เป็นมาตรฐาน” 6 กจิ การ
3 COVID Free Area หมายถงึ พนื้ ทท่ี ม่ี ีประชากรฉีดวัคซนี โควิด-19 ครอบคลมุ รอ้ ยละ 80.0
4
1.3.1.1 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับ COVID Free Customer ด้านผู้ใช้
องค์กร (COVID Free Setting) สำ� หรบั ร้านอาหาร บริการปลอดโควดิ -19 เช่น 1) คดั กรองความเส่ียงกอ่ น
เข้าร้านอาหาร 2) ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสหรือ
COVID Free Environment ด้าน มปี ระวตั กิ ารตดิ เชอื้ โควดิ -19 ภายในระยะเวลา 1-3 เดอื น
สง่ิ แวดลอ้ มปลอดโควดิ -19 เช่น 1) การระบายอากาศ หรอื COVID-19 ATK เปน็ ลบภายใน 7 วนั และ 3) ปฏบิ ตั ิ
กรณีระบบปรับอากาศควรเดินระบบจ่ายอากาศสะอาด ตามมาตรการ UP-DMHTA4 อยา่ งเครง่ ครดั
ทุก ๆ 1 ชัว่ โมงและอยา่ งน้อยคร่งึ ชัว่ โมงก่อนเปดิ และปิด
ระบบปรับอากาศ 2) ท�ำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมหรือ 1.3.1.2 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับ
หอ้ งสว้ มทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง 3) ท�ำความสะอาดโตะ๊ เกา้ อ้ี องคก์ ร (COVID Free Setting) สำ� หรบั หา้ งสรรพสนิ คา้
ทุกครั้งท่ีเปล่ียนผู้รับบริการ 4) การเว้นระยะห่างหรือ ศนู ย์การค้า คอมมวิ นติ มี อลล์
ฉากก้ัน 5) งดการบริการแบบบุฟเฟต์ (Buffet) 6) ระยะ
เวลารบั ประทานอาหารไมเ่ กนิ 1 ชวั่ โมง 7) ความหนาแนน่ COVID Free Environment ด้าน
ของผู้ใช้บริการกรณีระบบปรับอากาศร้อยละ 50.0 ส่ิงแวดล้อมปลอดโควิด-19 เช่น 1) ท�ำความสะอาด
กรณีพืน้ ทีเ่ ปิดร้อยละ 75.0 และ 8) ด�ำเนนิ การตามหลัก จุดสัมผัสร่วมหรือห้องส้วมทุก ๆ 1-2 ช่ัวโมง
สุขาภิบาลรา้ นอาหาร 2) e-payment 3) การเว้นระยะห่างหรือฉากก้ัน 4)
จำ� กดั จำ� นวนผใู้ ชบ้ รกิ ารอยา่ งนอ้ ย 1 คนตอ่ 4 ตารางเมตร
COVID Free Personnel ด้านพนกั งาน 5) จำ� กัดเวลาใช้บริการไม่เกิน 2 ช่ัวโมง 6) การระบาย
ปลอดโควิด-19 เช่น 1) พนักงานทุกคนต้องฉีดวัคซีน อากาศโดยมคี วามเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
โควิด-19 ครบโดสหรือมีประวัติการติดเชื้อโควิด-19 ไมเ่ กิน 800 ppm5 กรณรี ะบบปรบั อากาศควรเดินระบบ
ภายในระยะเวลา 1-3 เดือน 2) คดั กรองความเสีย่ งของ จ่ายอากาศสะอาดอย่างน้อยครึ่งช่ัวโมงก่อนเปิดและ
พนักงานทุกคนทุกวัน และตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ปิดระบบปรับอากาศ 7) ท�ำความสะอาดระบบปรับ
ชดุ ตรวจเชอ้ื โควดิ -19 หรอื COVID-19 Antigen Test Kit อากาศทกุ ๆ 3 เดอื น หรือตามคำ� แนะน�ำของผผู้ ลติ และ
หรือ COVID-19 ATK ทุก ๆ 7 วัน และ 3) ก�ำกับติดตาม 8) ระบบกรองอากาศชนดิ High Efficiency Particulate
พนักงานอย่างเคร่งครัดมิให้รวมกลุ่มกันช่วงปฏิบัติงาน Air (HEPA6)
ช่วงพกั หรือชว่ งรบั ประทานอาหาร
4 UP-DMHTA หรอื Universal Prevention-DMHTA
D : Distancing
M : Mask wearing
H : Hand washing
T : Temperature, Testing
A : Application
5 ppm ย่อมาจาก part per million
6 ประสทิ ธิภาพการกรองฝุ่นทส่ี งู กว่าแบบปกติ
บทท่ี 1 5
COVID Free Setting
COVID Free Personnel ด้านพนกั งาน รวมกลมุ่ กนั ชว่ งปฏบิ ตั งิ าน ชว่ งพกั ชว่ งรบั ประทานอาหาร
ปลอดโควิด-19 เช่น 1) พนักงานทุกคนต้องฉีดวัคซีน หรอื การทำ� งานข้ามแผนก
โควิด-19 ครบโดสหรือมีประวัติการติดเชื้อโควิด-19
ภายในระยะเวลา 1-3 เดือน 2) คัดกรองความเสี่ยงของ COVID Free Customer ด้านผู้ใช้
พนักงานทุกคนทุกวัน และตรวจหาเช้ือโควิด-19 ด้วย บริการปลอดโควดิ -19 เชน่ 1) สวมใส่หนา้ กากอนามยั
COVID-19 ATK ทุก ๆ 7 วัน และ 3) ก�ำกับติดตาม ตลอดเวลา ยกเว้นขณะออกก�ำลังกายระดับหนัก
พนักงานอย่างเคร่งครัดมิให้รวมกลุ่มกันช่วงปฏิบัติงาน 2) การเวน้ ระยะหา่ ง 3) ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการ UP-DMHTA
ชว่ งพกั ชว่ งรบั ประทานอาหาร หรอื การทำ� งานขา้ มแผนก อยา่ งเครง่ ครดั
COVID Free Customer ด้านผู้ใช้ 1.3.1.4 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับ
บริการปลอดโควิด-19 เช่น 1) คัดกรองความเสี่ยง องค์กร (COVID Free Setting) ส�ำหรบั ร้านเสรมิ สวย
กอ่ นเขา้ รบั บรกิ าร 2) ตอ้ งฉดี วคั ซนี โควดิ -19 ครบโดสหรอื แต่งผม หรือตัดผม
มปี ระวตั กิ ารตดิ เชอ้ื โควดิ -19 ภายในระยะเวลา 1-3 เดอื น
หรอื COVID-19 ATK เปน็ ลบภายใน 7 วนั และ 3) ปฏบิ ตั ิ COVID Free Environment ด้าน
ตามมาตรการ UP-DMHTA อย่างเคร่งครดั ส่ิงแวดล้อมปลอดโควิด-19 เช่น 1) ท�ำความสะอาด
จุดสมั ผัสรว่ มหรอื ห้องส้วมทกุ ๆ 1-2 ช่วั โมง 2) อุปกรณ์
1.3.1.3 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับ เสริมสวยส�ำหรับการบริการเพียงคร้ังเดียวแล้วท�ำความ
องค์กร (COVID Free Setting) ส�ำหรับสถานที่ สะอาด ยกเว้นอุปกรณ์ที่สัมผัสผิวหนังและสารคัดหล่ัง
ออกก�ำลังกายกลางแจ้งและสวนสาธารณะ ตอ้ งใชเ้ พยี งครง้ั เดยี ว 3) บรกิ ารจุดล้างมืออย่างเพียงพอ
4) บริการหน้ากากอนามัย 5) จ�ำกัดจ�ำนวนผู้ใช้บริการ
COVID Free Environment ด้าน อย่างนอ้ ย 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร 6) จดั ระบบจองควิ
สงิ่ แวดล้อมปลอดโควิด-19 เชน่ 1) การท�ำความสะอาด เพอ่ื ลดความแออดั 7) การเวน้ ระยะหา่ ง 8) บรกิ ารเฉพาะ
จดุ สมั ผสั รว่ มหรอื หอ้ งสว้ มทกุ ๆ1-2ชว่ั โมง2)e-payment รายไม่เกิน 1 ชั่วโมง และ 9) การระบายอากาศโดยมี
3) การท�ำความสะอาดอุปกรณ์ออกก�ำลังกายและ ความเขม้ ข้นของคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกนิ 800
อุปกรณ์กีฬา 4) การเว้นระยะห่าง 5) จ�ำกัดจ�ำนวน ppm กรณีระบบปรับอากาศควรเดินระบบจ่ายอากาศ
ผู้ใช้บริการอยา่ งนอ้ ย 1 คนตอ่ 4 ตารางเมตร 6) อากาศ สะอาดทุก ๆ 2 ช่วั โมงอย่างนอ้ ย 15 นาทแี ละอยา่ งน้อย
ถ่ายเทสะดวก 1-2 ช่ัวโมงก่อนเปิดและปิดระบบปรับอากาศ และ
10) ท�ำความสะอาดระบบปรบั อากาศทุก ๆ 3 เดือนหรอื
COVID Free Personnel ด้านพนกั งาน ตามคำ� แนะน�ำของผู้ผลิต
ปลอดโควิด-19 เช่น 1) พนักงานและนักกีฬาทุกคน
ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสหรือมีประวัติการติดเช้ือ COVID Free Personnel ดา้ นพนักงาน
โควิด-19 ภายในระยะเวลา 1-3 เดือน 2) คัดกรอง ปลอดโควดิ -19 เชน่ 1) พนักงานและนกั กีฬาทุกคนฉีด
ความเสี่ยงของพนักงานและนักกีฬาทุกคนทุกวัน และ วคั ซนี โควดิ -19 ครบโดสหรอื มปี ระวตั กิ ารตดิ เชอื้ โควดิ -19
ตรวจหาเช้ือโควิด-19 ด้วย COVID-19 ATK ทุก ๆ 7 วนั ภายในระยะเวลา 1-3 เดอื น 2) คดั กรองความเสย่ี งของ
3) ก�ำกับตดิ ตามพนกั งานและนักกีฬาอยา่ งเคร่งครัดมิให้ พนักงานและนักกีฬาทุกคนทุกวัน และตรวจหาเช้ือ
6
โควิด-19 ด้วย COVID-19 ATK ทุก ๆ 7 วัน และ ภายในระยะเวลา 1-3 เดือน 2) คดั กรองความเส่ยี งของ
3) กำ� กับติดตามพนกั งานอยา่ งเคร่งครัดมใิ หร้ วมกลุ่มกนั พนักงานทุกคนทุกวัน และตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย
ช่วงปฏิบัติงาน ช่วงพัก ช่วงรับประทานอาหาร หรือ COVID-19 ATK ทุก ๆ 7 วัน และ 3) ก�ำกับติดตาม
การท�ำงานขา้ มแผนก พนักงานอย่างเคร่งครัดมิให้รวมกลุ่มกันช่วงปฏิบัติงาน
ชว่ งพกั ชว่ งรบั ประทานอาหาร หรอื การทำ� งานขา้ มแผนก
COVID Free Customer ด้านผู้ใช้
บริการปลอดโควิด-19 เช่น 1) คัดกรองความเส่ียง COVID Free Customer ดา้ นผใู้ ชบ้ รกิ าร
กอ่ นเขา้ รบั บรกิ ารและ2)ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการUP-DMHTA ปลอดโควิด-19 เช่น 1) คัดกรองความเส่ียงก่อน
อยา่ งเคร่งครัด เขา้ รับบริการ และ 2) ปฏิบัติตามมาตรการ UP-DMHTA
อยา่ งเครง่ ครัด
1.3.1.5 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับ
องค์กร (COVID Free Setting) ส�ำหรับกิจการสปา 1.3.1.6 มาตรการปลอดภัยส�ำหรับ
นวดเพื่อสขุ ภาพ องค์กร (COVID Free Setting) ส�ำหรับการเดนิ ทาง
ข้ามจงั หวัดโดยระบบบรกิ ารขนสง่ สาธารณะ
COVID Free Environment ด้าน
ส่ิงแวดล้อมปลอดโควิด-19 เช่น 1) ท�ำความสะอาด COVID Free Environment ด้าน
จดุ สัมผัสร่วมหรอื หอ้ งสว้ มทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง 2) เปล่ยี น ส่ิงแวดล้อมปลอดโควิด-19 เช่น 1) ท�ำความสะอาด
อปุ กรณเ์ ครอ่ื งใชภ้ ายหลงั การบรกิ ารแตล่ ะราย 3) เกบ็ ผา้ จดุ สมั ผัสรว่ มหรือห้องสว้ มทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง 2) บริการ
ปเู ตยี ง ปลอกหมอน ผา้ ขนหนู ใหม้ ว้ นออกหา่ งจากตนเอง จุดล้างมืออย่างเพียงพอ 3) งดการเสิร์ฟอาหารและ
และไม่ควรสะบัดผ้า 4) บริการจุดล้างมืออย่างเพียงพอ เครื่องดื่มบนยานพาหนะ 4) ท�ำความสะอาดยาน-
5) จดั บรกิ ารเฉพาะนวดเทา้ เท่านน้ั 1 คนต่อ 1 ห้องหรอื พาหนะทกุ รอบการบริการ 5) สิ่งอ�ำนวยความสะดวกบน
ระยะห่างอยา่ งน้อย 1.5 เมตร หรอื มีม่านกั้น 6) การเวน้ ยานพาหนะ เช่น ผ้าห่ม ปลอกหมอน ต้องเปล่ียนใหม่
ระยะหา่ งระหวา่ งบุคคลภายในร้านอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ทกุ รอบการบริการ 6) ผูป้ ระกอบการภายในสถานีขนสง่
7) จัดระบบจองคิวเพื่อลดความแออัด 8) การระบาย และสนามบินต้องปฏิบัติตามมาตรการท่ีราชการก�ำหนด
อากาศโดยมคี วามเขม้ ขน้ ของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 7) การระบายอากาศอย่างเพียงพอภายในอาคารสถานี
ไมเ่ กนิ 800 ppm กรณรี ะบบปรบั อากาศควรเดนิ ระบบ โดยสาร ชานชาลา ท่าอากาศยาน และยานพาหนะ
จ่ายอากาศสะอาดทุก ๆ 2 ชว่ั โมงอย่างนอ้ ย 15 นาทีและ 8) ท�ำความสะอาดระบบปรับอากาศอย่างสม�่ำเสมอ
อยา่ งน้อย 1-2 ชั่วโมงกอ่ นเปดิ และปิดระบบปรับอากาศ 9) รถโดยสารระยะไกลควรแวะพกั ทกุ 2-3 ชว่ั โมงเพอ่ื เปดิ
และ 9) ทำ� ความสะอาดระบบปรบั อากาศทุก ๆ 3 เดือน ระบายอากาศ 10) รถประเภทราง ตอ้ งเปดิ ระบายอากาศ
หรือตามค�ำแนะน�ำของผู้ผลิต และ 10) จ�ำกัดจ�ำนวน ภายในขบวนเป็นระยะ และเปิดระบายอากาศเมื่อถึง
ผใู้ ช้บริการอยา่ งนอ้ ย 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร สถานีปลายทาง 11) จำ� กดั จ�ำนวนผูโ้ ดยสารรวมทงั้ หมด
ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 75.0 ของความจยุ านพาหนะ โดยมกี ารเวน้
COVID Free Personnel ดา้ นพนักงาน ระยะหา่ งอยา่ งเหมาะสม 12) จดั ควิ การขนึ้ ลงยานพาหนะ
ปลอดโควิด-19 เช่น 1) พนักงานทุกคนต้องฉีดวัคซีน และ 13) การเวน้ ระยะหา่ งตลอดระยะเวลาการรบั บรกิ าร
โควิด-19 ครบโดสหรือมีประวัติการติดเชื้อโควิด-19
บทที่ 1 7
COVID Free Setting
COVID Free Personnel ดา้ นพนักงาน 1.4 มาตรการส�ำหรับผู้สูงอายุ
ปลอดโควิด-19 เช่น 1) ผู้ประกอบการและพนักงาน
ทุกคนต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสหรือมีประวัติ ผู้สูงอายุ7 เผชิญความเส่ียงสูงต่อการติดเชื้อ
การติดเชื้อโควิด-19 ภายในระยะเวลา 1-3 เดือน โควิด-19 เน่ืองจากระบบภูมิคุ้มกันโรคท่ีต่�ำลงตามวัย
2) คัดกรองความเส่ียงของผู้ประกอบการและพนักงาน จงึ สามารถติดเชือ้ งา่ ยมากกวา่ คนวยั อืน่ ๆ แม้วา่ สขุ ภาพ
ทกุ คนทุกวนั และตรวจหาเชือ้ โควิด-19 ด้วย COVID-19 โดยรวมจะแข็งแรงสมบูรณ์ดีก็ตาม ยิ่งผู้สูงอายุท่ีมี
ATK ทุก ๆ 7 วัน และ 3) ก�ำกับติดตามพนักงาน โรคประจ�ำตวั เชน่ โรคหวั ใจ โรคเบาหวาน โรคความดัน
อย่างเคร่งครัดมิให้รวมกลุ่มกันช่วงปฏิบัติงาน ช่วงพัก โลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไตเรื้อรัง
ช่วงรับประทานอาหาร หรอื การทำ� งานข้ามแผนก โรคหัวใจและหลอดเลือด ยิ่งเพิ่มความเส่ียง เมื่อติดเชื้อ
อาจมีอาการรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตสูง ดังน้ันช่วง
COVID Free Customer ด้านผู้ใช้ โควิด-19 ระบาด ควรดแู ลผสู้ งู อายุเปน็ พิเศษ
บริการปลอดโควิด-19
1.5 มาตรการส�ำหรบั ประชาชนทว่ั ไป
1. การตรวจสอบหลักฐานหรือเอกสาร
ของผูโ้ ดยสารดังนี้ มาตรการ Universal Prevention หรือการ
ปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ แบบครอบจกั รวาลสำ� หรบั บคุ คลทว่ั ไป
(1) ผู้โดยสารทุกคนผ่านการคัดกรอง เป็นมาตรการท่ีเกิดข้ึนภายใต้แนวคิดท่ีว่า เราต้องอยู่
ความเสย่ี งกอ่ นเข้ารบั บริการ รว่ มกบั โควิด-19 ใหไ้ ด้ โดยการปฏบิ ัตติ นตามขอ้ กำ� หนด
1) การเวน้ ระยะหา่ ง 2) หลกี เลยี่ งสถานทแี่ ออดั 3) ลา้ งมอื
(2) แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน บอ่ ย ๆ 4) ทำ� ความสะอาดจดุ สมั ผสั รว่ ม 5) สวมใสห่ นา้ กาก
โควิด-19 ครบโดสหรอื การติดเชอ้ื โควิด-19 ภายในระยะ อนามัย 6) การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้ารับบริการ
เวลา 1-3 เดือน หรอื การตรวจ COVID-19 ATK ภายใน 7) การใชบ้ รกิ ารผา่ นแอปพลเิ คชนั ไทยชนะหรอื ไทยเซฟไทย
ระยะเวลาไม่เกนิ 7 วนั โดยเปน็ เอกสาร (Document)
หรอื ดจิ ทิ ลั (Digital) ตามทกี่ ำ� หนด หรอื เปน็ ไปตามเงอ่ื นไข การท่องเท่ียวแบบ Universal Prevention
ของจงั หวดั ปลายทาง ระยะแรก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี
เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ ประกาศเม่ือ
2. การปฏบิ ัติตามมาตรการ UP-DMHTA ตุลาคม 2564
อยา่ งเคร่งครดั
ทั้งน้ี สถานประกอบการ ต้องท�ำการ
ประเมนิ ตนเองผา่ นแพลตฟอรม์ Thai Stop COVID Plus
(TSC+) และควบคุมก�ำกับให้พนักงานประเมินตนเอง
ผ่าน Thai Save Thai (TST) โดยเครง่ ครดั
7 ผ้สู ูงอายุ หมายถงึ ผ้ทู ี่มอี ายตุ ั้งแต่ 60 ปขี ึน้ ไป
8
2บทที่
การส่งเสริมสุขภาพ
สตรมี คี รรภ์และเดก็ ปฐมวัย
โดย กลมุ่ อนามยั แมแ่ ละเดก็ ส�ำนกั สง่ เสรมิ สุขภาพ กรมอนามัย
2.1 การวเิ คราะห์สถานการณ์การตายมารดาไทย ประจ�ำ
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 จากระบบเฝ้าระวงั มารดาตาย (MDSR
system: Thailand Maternal Death Surveillance and
Response)
สถานการณก์ ารตายมารดาไทย
ต้ังแต่ พ.ศ. 2560 ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย จัดท�ำระบบ
เฝ้าระวังการตายมารดา เพื่อการด�ำเนินการก�ำกับติดตามสถานการณ์การ
ตายมารดาแบบรายเดือน การวิเคราะห์สถานการณ์อย่างทันท่วงทีส�ำหรับ
ออกมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ�้ำ และการลดการตายมารดา
ด้วยความแม่นย�ำและรวดเร็วของระบบรายงานข้อมูล สามารถด�ำเนินงาน
ลดการตายมารดาอย่างชัดเจน พร้อมทั้งการพัฒนาระบบเฝ้าระวังการตาย
มารดารายบคุ คล (Maternal Death Surveillance and Response System,
บทท่ี 2 9
การสง่ เสรมิ สุขภาพสตรมี ีครรภแ์ ละเด็กปฐมวัย
MDSR System) จนกระทั่งสามารถเฝ้าระวัง เก็บ ส่งเสริมสุขภาพสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลผลการ
ข้อมูล และวิเคราะห์สาเหตุการตายมารดารายบุคคล ด�ำเนินงานอย่างรวดเร็ว แม่นย�ำ และสามารถน�ำข้อมูล
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ส�ำนกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพพฒั นา เหล่าน้ันรายงานการก�ำกับติดตามผลการด�ำเนินงานแก่
ระบบเฝา้ ระวงั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม ผบู้ รหิ ารและภาคเี ครอื ขา่ ยเพอื่ กำ� หนดนโยบาย มาตรการ
ด้านสตรีและเด็กปฐมวัยเพิ่มเติมจนกระท่ังส�ำนัก และแผนพัฒนางานอย่างทนั ทว่ งที
ตวั ชวี้ ดั ระบบเฝ้าระวังการสง่ เสรมิ สุขภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม ด้านสตรแี ละเดก็ ปฐมวยั
กลุม่ สตรแี ละเด็กปฐมวัย
ผลการดำ� เนนิ งาน ผลงาน
รายการ ความถี่ เป้าหมาย เทยี บ
พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2564 เปา้ หมาย
1. อตั ราส่วนการตายมารดาไทย ทกุ เดอื น ไม่เกนิ 17 ตอ่ การ 21.80 19.90 22.50 22.90 36.90
เกดิ มีชพี แสนคน
2. อัตราทารกเกิดไรช้ พี (Stillbirth) 3 เดอื น - NA 4.3/1000 4.5/1000 4.4/1000 4.5/1000
3. อัตราตายทารกแรกเกิดภายใน 28 วนั 3 เดอื น ไมเ่ กนิ 3.6 ตอ่ การ 4.5/1000 4.6/1000 4.5/1000 4.2/1000 4.7/1000
(Neonatal Mortality Rate: NMR) เกดิ มีชพี พันคน
4. อตั ราตายทารกแรกเกิดระยะตน้ 3 เดือน - NA 4.1/1000 4.1/1000 3.9/1000 4.3/1000
(Early Neonatal Mortality Rate: ENMR)
5. ร้อยละของหญงิ ตง้ั ครรภ์ได้รบั บรกิ าร 3 เดือน ร้อยละ 75 ของ 53.77 58.42 70.15 75.00 73.80
ฝากครรภค์ รบคร้งั ตามเกณฑ์ หญงิ ตงั้ ครรภ์ได้รับ
บริการฝากครรภ์
6. รอ้ ยละของหญงิ ตงั้ ครรภ์ไดร้ บั การฝากครรภ์ 3 เดือน รอ้ ยละ 75 66.71 70.86 80.28 87.24 81.50
คร้งั แรกเมือ่ อายคุ รรภ์ < 12 สัปดาห์
7. รอ้ ยละของหญิงหลงั คลอดไดร้ บั การดแู ล 3 เดือน ไมน่ อ้ ยกว่า 51.80 53.34 65.04 68.49 71.01
ครบคร้ังตามเกณฑ์ ร้อยละ 75
8. อตั ราตายทารกอายนุ อ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กบั 1 ปี 3 เดือน - 8.1/1000 7.2/1000 6.9/1000 6.2/1000 6.8/1000
9. รอ้ ยละทารกแรกเกดิ น�ำ้ หนกั น้อยกวา่ 3 เดอื น ไมเ่ กนิ ร้อยละ 7 NA 10.70 9.90 9.50 9.80
2,500 กรมั
ณ วันท่ี 30 กนั ยายน 2564
ผา่ นเป้าหมาย ไมผ่ า่ นเป้าหมาย
หมายเหตุ ข้อมูล พ.ศ. 2563-2564 เป็นขอ้ มูลจากระบบเฝ้าระวงั มารดาตาย สำ� นกั ส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย
10
จากการรายงานขององคก์ ารอนามยั โลก ค.ศ. 2020 เอเชียตะวันออก (WHO-South East Asia Regional
พบการตายมารดาทั่วโลก 211 ราย ต่อการเกิดมีชีพ Office, WHO-SEARO) พบว่า อตั ราส่วนการตายมารดา
แสนคน การตายมารดาเฉลี่ยของภมู ิภาคเอเชยี 152 ราย ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 หรือเท่ากับ 37.0 ต่อแสน
ต่อการเกิดมีชีพแสนคน เมื่อจัดอันดับตามกลุ่มประเทศ การเกิดมีชีพ รองจากประเทศศรีลังกา 36.0 ต่อแสน
สมาชิกองค์การอนามัยโลกประจ�ำภูมิภาคเอเชียใต้และ การเกดิ มชี พี
เปรียบเทยี บอัตราส่วนการตายมารดาตามกล่มุ ประเทศสมาชกิ องค์การอนามัยโลก
ประจำ� ภูมิภาคเอเชยี ใต้และเอเชียตะวันออก (WHO-SEARO)
Global average Regional averages
211 Africa 164 525 Africa
Eastern Mediterranean 152 Americas
57
South-East Asia 41 Eastern Mediterranean
Americas Europe
100 200 300
Western Pacific South-East Asia
Europe Distribution by country Western Pacific
0 400 500
200
100
0 Nepal Myanmar
Sri Lanka Thailand Maldives Democratic Timor-Leste India Bangladesh Indonesia Bhutan
People’s Republic
of Korea
ทีม่ า: World Health Statistics 2020, WHO
และเมอื่ เปรยี บเทยี บอตั ราสว่ นการตายมารดาไทย การตายมารดาของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และ
กบั ประเทศสมาชกิ อาเซียน พบว่า พ.ศ. 2560 อัตราส่วน บรไู น เทา่ กับ 8.0, 29.0 และ 31.0 ต่อแสนการเกดิ มชี พี
การตายมารดาไทย เท่ากับ 37.0 ต่อแสนการเกิดมีชีพ ตามล�ำดับ
หรอื เปน็ อนั ดบั 4 ของภมู ภิ าคอาเซยี น รองจากอตั ราสว่ น
บทท่ี 2 11
การส่งเสรมิ สขุ ภาพสตรีมคี รรภ์และเดก็ ปฐมวัย
300 อัตราส่วนการตายมารดาตอ่ การเกดิ มชี พี แสนคน
250
200 250
150
100 160 177 185
50 121
8 29 31 37 43
0
Singapore Malaysia DaruBsrsuanlaemi Thailand Viet Nam Philippines Cambodia IndoDneemsioacLraaoticPReoeppuleb’slic Myanmar
ที่มา: World Health Statistics 2020, WHO
การด�ำเนินงานเพื่อลดการตายมารดาไทยอย่าง ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการตายมารดา ส�ำนัก
ตอ่ เนือ่ งจากอดตี จนกระทง่ั ถงึ ปจั จบุ นั และ พ.ศ. 2560 สง่ เสริมสุขภาพ กรมอนามัย ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
กรมอนามัยสามารถจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สาเหตุ พบว่า การตายมารดาจากทุกสาเหตุ 197 ราย คิดเป็น
การตายมารดารายบคุ คลทกุ ราย และเปน็ สาเหตขุ องการ อัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 36.9 ต่อแสนการเกิด
ลดการตายมารดาและพบว่าการตายมารดาลดลงอย่าง มีชีพ และจ�ำแนกอัตราส่วนการตายมารดาสูงสุด
ต่อเนอ่ื ง จนกระทง่ั สามารถลดลงต่ำ� กว่า 70 ตอ่ การเกดิ 3 อันดับแรกตามเขตสุขภาพ ได้แก่ เขตสุขภาพท่ี 12,
มีชีพแสนคน ตามเป้าหมายของโลก หรือเป้าหมาย 4, และ 3 เท่ากับ 67.1, 66.3 และ 46.1 ตามล�ำดับ
การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื 8 (Sustainable Development Goals: และหากพิจารณาเฉพาะสาเหตุการตายมารดายกเว้น
SDGs) ถึงแม้ว่าอัตราส่วนการตายมารดาไทยสามารถ การแพร่ระบาดของโควดิ -19 พบว่า การตายมารดาจาก
ลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ งและประสบความสำ� เรจ็ ตามเปา้ หมาย ทุกสาเหตุยกเว้นโควิด-19 121 ราย คิดเป็นอัตราส่วน
ของโลก แต่การตายมารดาไทยมิได้บรรลุตามเป้าหมาย การตายมารดาเท่ากับ 22.7 ต่อแสนการเกิดมีชีพ และ
ของประเทศ เน่ืองจากประเทศไทยก�ำหนดเป้าหมาย จ�ำแนกอัตราส่วนการตายมารดาสูงสุด 3 อันดับแรก
“อัตราส่วนการตายมารดาไม่เกิน 17 ต่อแสนการเกิด ตามเขตสขุ ภาพ ไดแ้ ก่ เขตสุขภาพท่ี 12, 3 และ 7 เทา่ กับ
มีชีพ” และปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 อตั ราส่วนการตาย 43.0, 28.8 และ 28.1 ตามลำ� ดับ
มารดาเทา่ กับ 36.9 ต่อแสนการเกิดมชี พี
8 ภายในปี 2573 ทุกประเทศทวั่ โลกต้องลดอัตราการตายมารดาใหต้ �ำ่ กวา่ 70 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน
12
แนวโนม้ อตั ราสว่ นการตายมารดาไทยระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2554-2564
45 (197 คน)
36.9
(177 คน)
30 (141 คน) (166 คน) (166 คน) (167 คน) 26.6 (143 คน) (125 คน) (134 คน) (118 คน)
17.6 22.2 23.3 24.6 21.8 19.9 22.5 22.9
(71 คน)
15 8.9
0
2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 2563 2564
สถิติสาธารณสขุ ระบบเฝา้ ระวงั กรมอนามัย
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564
อตั ราส่วนการตายมารดา
และอตั ราส่วนการตายมารดาจากสาเหตุท่ีไมเ่ กีย่ วขอ้ งกับการตดิ เชื้อโควดิ -19
จ�ำแนกรายเขตสขุ ภาพ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
คา่ เป้าหมาย : ไมเ่ กิน 17 ตอ่ แสนการเกดิ มชี ีพ
80 66.3 67.1
60 37.4 37.4 43.0
46.1 14.9 24.9
21.2
40 33.4 28.8 25.5 34.3 23.320.7 30.5 36.5 22.0 3.3 36.9
23.1 23.1 28.1 21.8 24.322.0 22.7
20 16.7
0
เขต 1 เขต 2 เขต 3 เขต 4 เขต 5 เขต 6 เขต 7 เขต 8 เขต 9 เขต 10 เขต 11 เขต 12 เขต 13 รวมเขต
อัตราส่วนการตายมารดา ณ วันที่ 30 กนั ยายน 2564
อตั ราส่วนการตายมารดาจากสาเหตุที่ไม่เกี่ยวขอ้ งกบั การตดิ เชอ้ื โควดิ -19
บทที่ 2 13
การสง่ เสริมสขุ ภาพสตรมี ีครรภ์และเดก็ ปฐมวยั
สาเหตกุ ารตายมารดา ตุลาคม 2563 - กันยายน 2564 ตายจากสาเหตุทางตรง ร้อยละ 34.0 มารดาตายมาจาก
สาเหตุทางอ้อม รอ้ ยละ 57.0 และมารดาตายไม่สามารถ
จากการตายมารดาท้ังส้ิน 197 ราย อัตราส่วน ระบุสาเหตุ ร้อยละ 9.0 แสดงวา่ สาเหตหุ ลักของการตาย
การตายมารดาเทา่ กบั 36.9 ตอ่ แสนการเกดิ มชี พี เมอื่ ทำ� การ มารดามาจากสาเหตทุ างอ้อมทไี่ ม่เกยี่ วข้องกับสตู กิ รรม
วเิ คราะหป์ จั จยั ทส่ี มั พนั ธก์ บั การตายมารดาพบวา่ มารดา
ร้อยละสาเหตกุ ารตายมารดา ตุลาคม 2563 - กนั ยายน 2564
34.0% 197มารดาตาย ราย
Direct cause 57.0% อัตราส่วนการตายมารดา
Indirect cause 9.0% 36.9ตลุ าคม 63 - กันยายน 64
ตอ่ แสนการเกิดมชี พี
Unknown / undetermined
ทม่ี า : ระบบเฝา้ ระวงั การตายมารดา (MDSR System); สำ� นักส่งเสริมสุขภาพ
ณ วนั ที่ 15 ตุลาคม 2564
หากพิจารณาเฉพาะการตายท่ีมีสาเหตุทางตรง ตกเลอื ดยงั มไิ ดบ้ รรลเุ ปา้ หมายตามทก่ี ำ� หนด “ไมม่ มี ารดา
พบว่า อัตราส่วนการตายมารดาจากสาเหตุตกเลือด เสยี ชีวิตจากสาเหตตุ กเลอื ดหรือลดลงรอ้ ยละ 30.0 เม่อื
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 เท่ากับ เทียบกับปีท่ีผ่านมา” และยังพบว่าการตายจากสาเหตุ
ร้อยละ 18.0 และ 13.0 ตามล�ำดับ และพบว่าร้อยละ ทางอ้อมอันดับแรกมาจากการติดเชื้อโควิด-19 คิดเป็น
การตายมารดาจากสาเหตุตกเลือดลดลงร้อยละ 28.09 ร้อยละ 39.0 และเป็นสาเหตุการตายมารดาสูงสุดจาก
อยา่ งไรกต็ ามการลดลงของสาเหตกุ ารตายมารดาจากการ สาเหตุการตายมารดาทั้งหมด
9 สูตรค�ำนวณ
ความแตกตา่ งการตายมารดาจากสาเหตุตกเลอื ดปปี ัจจุบนั เทยี บกบั ปีท่ีผ่านมา
= การตายมารดาจากสาเหตุการตกเลอื ด พ.ศ. 2563 - การตายมารดาจากสาเหตกุ ารตกเลอื ด พ.ศ. 2564
การตายมารดาจากสาเหตกุ ารตกเลือด พ.ศ. 2563
รอ้ ยละความแตกต่างการตายมารดาจากสาเหตุตกเลอื ดปปี ัจจบุ ันเทียบกบั ปที ผ่ี ่านมา
= การตายมารดาจากสาเหตุการตกเลือด พ.ศ. 2563 - การตายมารดาจากสาเหตกุ ารตกเลือด พ.ศ. 2564
การตายมารดาจากสาเหตกุ ารตกเลอื ด พ.ศ. 2563 x 100
14
ร้อยละสาเหตกุ ารตายมารดาจำ� แนกตาม ICD-MM ตุลาคม 2563 - กันยายน 2564
Unknown/Undetermined 9% 17 คน
COVID-19 39% 76 คน
Non-Obstetric Complication 19% 37 คน
Other Obstetric Complication 10% 20 คน AFE 9/PE 9/ Suicide 1
Obstetric Hemorrhage 13% 26 คน
Hypertensive disorders in pregnancy, childbirth, 9% 18 คน
and the puerperium
Pregnancies with abortive outcome 1% 3 คน
0 5 10 15 20 25 30 35 40 45
ที่มา : ระบบเฝ้าระวังการตายมารดา (MDSR System) เขตสขุ ภาพท่ี 1-12 และ กรุงเทพมหานคร สำ� นกั สง่ เสริมสขุ ภาพ
ณ วนั ท่ี 15 ตุลาคม 2564
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพบริการสุขภาพ และ
โควิด-19 ในประเทศไทย การเข้ารับบริการฝากครรภ์ของหญิงต้ังครรภ์ เน่ืองจาก
เจ้าหน้าที่จ�ำเป็นต้องแบ่งเวลาเพ่ือปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย
พ.ศ. 2563 เร่ิมต้นการระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควดิ -19ตามมาตรการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19
หรือโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ใหม่ และ กอปรกับจ�ำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากข้ึนอย่างต่อเน่ือง
ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปัจจุบัน จากรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-1911
สง่ ผลกระทบตอ่ การดำ� รงชวี ติ และการเขา้ ถงึ ระบบบรกิ าร พบว่า วันที่ 1 ธันวาคม 2563 - 31 ตุลาคม 2564
สขุ ภาพของประชาชน โดยเฉพาะ 1) กลมุ่ หญิงต้งั ครรภ์ หญิงต้ังครรภ์และหญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ ติดเช้ือ
อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ 2) กลุ่มผู้สูงอายุ และ 5,009 ราย และทารกแรกเกดิ ติดเชือ้ 290 ราย มารดา
3) กลมุ่ ผมู้ โี รคประจำ� ตวั หรอื รวมเรยี กวา่ กลมุ่ 60810 เมอื่ เสยี ชวี ติ จากการตดิ เชอ้ื สะสม 101 ราย และทารกแรกเกดิ
ตดิ เชอ้ื จะเกดิ อาการรนุ แรงและมโี อกาสเสยี ชวี ติ สงู ดงั นนั้ เสยี ชีวติ สะสม 47 ราย
หญิงตั้งครรภ์ต้องเพ่ิมความระมัดระวังตนเองเป็นพิเศษ
เพ่ือป้องกันการติดเช้ือ นอกจากน้ีการระบาดของเชื้อ
10 กลุ่ม 608 หมายถงึ 1) กลมุ่ หญงิ ตงั้ ครรภ์อายุครรภ์มากกวา่ 12 สัปดาห์ 2) กลุ่มผู้สงู อายุ และ 3) กลมุ่ ผูม้ ีโรคประจ�ำตวั เมอ่ื ตดิ เชื้อ
จะเกดิ อาการรุนแรงและมโี อกาสเสยี ชวี ติ สูง
11 ระบบรายงานการติดเช้ือ COVID-19 กลุ่มอนามัยแม่และเด็ก ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ระหว่าง 1 ธันวาคม 2563 -
23 ตุลาคม 2564
บทท่ี 2 15
การส่งเสริมสขุ ภาพสตรมี คี รรภ์และเด็กปฐมวยั
แผนภูมแิ สดงการตดิ เชื้อ COVID-19
ของหญิงตัง้ ครรภ์ หญงิ หลงั คลอด 6 สัปดาห์ จ�ำแนกรายเดอื น
ระหวา่ ง 1 ธันวาคม 2563 - 31 ตลุ าคม 2564
2000 1725
จ�ำนวนติดโค ิวด-19 (คน) 1600
1256
1200
800 815
660
400 15 14 25 19 241 234
5
0 0 0 0 0 2 4 (1.7%) 3 (1.3%) 20 (2.5%) 45 (2.6%) 20 (1.6%) 7 (1.0%)
ธ.ค. 63 ม.ค. 64 ก.พ. 64 ม.ี ค. 64 เม.ย. 64 พ.ค. 64 ม.ิ ย. 64 ก.ค. 64 ส.ค. 64 ก.ย. 64 ต.ค. 64
หญงิ ตง้ั ครรภต์ ดิ เช้อื มารดาเสยี ชีวิต
สถานการณ์การแพรร่ ะบาด COVID-19
ในหญิงตง้ั ครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด
ระหวา่ ง 1 เมษายน - 23 ตุลาคม 2564
4,943ผู้ติดเช้อื คน3ไท,ย391 ราย กรุงเทพมหานคร 799
ราย คน1ตา่ ,ง5ดา้5ว2 ราย สมุทรสาคร 636
นราธวิ าส 300
ตาก 230
ยะลา 195
สมุทรปราการ 190
230ทารกตดิ เชอ้ื 241ผ้ตู ดิ เชือ้ เคยรบั วคั ซีน สงขลา 168
ราย ราย
101 47มารดาเสยี ชีวติ ราย ทารกเสียชีวติ ราย ปทมุ ธานี 154
พระนครศรอี ยธุ ยา 128
• คนไทย 81407 ราย • Stillbirths 2189 ราย ปัตตานี 115
• คนต่างด้าว ราย • ENND ราย
• ไม่ระบสุ ัญชาต ิ ราย จ�ำนวน (คน) ร้อยละ
คลอดแล้ว 2,805 56.75
สตรีมคี รรภ์ได้รับวคั ซีนสะสม ผา่ ตดั คลอด 1,487 53.01
74,เ5ข็ม3ที่ 91 ราย 53,เ5ขม็ 9ที่ 82 ราย 577เขม็ ที่ 3 คลอดทางช่องคลอด 1,318 46.99
ราย แม่ตาย 101 2.04
16
สาเหตุส�ำคัญของการลดการตายมารดาไม่บรรลุ ปัจจุบันกลุ่มหญิงต้ังครรภ์และเด็กปฐมวัย
เป้าหมาย กลายเป็นกลมุ่ เสยี่ งและจำ� เป็นตอ้ งดแู ลเปน็ พเิ ศษ ดงั นน้ั
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมผลักดนั การฉดี
จากการทบทวนและวิเคราะห์การตายมารดาพบ วัคซีนโควิด-19 แก่หญิงต้ังครรภ์เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก
สาเหตสุ ำ� คญั ของการลดการตายมารดาไมบ่ รรลเุ ปา้ หมาย แต่พบว่าขาดความครอบคลุมการฉีดวัคซีนโควิด-19
เนอ่ื งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อหญงิ ตั้งครรภ์ ของหญิงต้ังครรภ์ เนื่องจาก 1) การตัดสินใจเข้ารับการ
ตดิ เชอื้ โควดิ -19 จะเกดิ อาการรนุ แรงกวา่ ปกตแิ ละโอกาส ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของหญิงต้ังครรภ์ โดยหญิงตั้งครรภ์
การเสียชีวิตสูง และพบว่าหญิงต้ังครรภ์ 1) เข้ารับการ บริเวณพื้นท่ีห่างไกลกังวลด้านความปลอดภัยของวัคซีน
รักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (Intensive care unit, ICU) โควิด-19 มากกว่าหญิงตั้งครรภ์บริเวณชุมชนเมือง
เพิ่มข้ึน 3 เท่า 2) ใช้เคร่ืองช่วยหายใจ (mechanical 2) หญงิ ตง้ั ครรภก์ งั วลเรอื่ งประสทิ ธภิ าพของวคั ซนี โควดิ -19
ventilation) เพิ่มขึ้น 2.9 เทา่ 3) เพ่ิมความเส่ียงตอ่ การ โดยเฉพาะหญิงต้ังครรภ์บริเวณชุมชนเมือง 3) รอวัคซีน
ตง้ั ครรภท์ ไ่ี มพ่ งึ ประสงค์ ไดแ้ ก่ ครรภเ์ ปน็ พษิ เลอื ดแขง็ ตวั โควิด-19 ชนิดอ่ืนเน่ืองจากขาดความเชื่อม่ันวัคซีน
ผิดปกติ 4) กระตุ้นภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมและ โควิด-19 สูตรไขว้ อาทิ CoronaVac+AstraZeneca
ทวีความรุนแรง ไดแ้ ก่ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภาวะอ้วน 4) อทิ ธพิ ลของบคุ คลในครอบครวั ความเชื่อ วฒั นธรรม
ความดนั โลหิตสงู และ 5) คลอดก่อนกำ� หนด เปน็ ต้น และข่าวแง่ลบเก่ียวกับผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด-19
ทางส่ือสังคมออนไลน์ 5) หญิงต้ังครรภ์ขาดความ
ทารกที่เกิดจากหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเช้ือโควิด-19 ตระหนัก คิดว่าตนเองไม่มีความเส่ียงหรือมีความเส่ียง
พบว่า ทารกมีโอกาสเกิดก่อนก�ำหนดเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า น้อย นอกจากปัญหาของหญิงต้ังครรภ์แล้วยังพบปัญหา
และน้�ำหนักตัวน้อยเพ่ิมข้ึน 9 เท่า เมื่อเทียบกับทารก ของผู้ให้บริการ เช่น 1) การกระจายวัคซีนโควิด-19
ท่ีคลอดจากหญิงตงั้ ครรภป์ กติ แก่กลุ่ม 608 ไม่ครอบคลุมเนื่องจากวัคซีนโควิด-19
ไมเ่ พยี งพอ 2) บคุ ลากรบางสว่ นขาดความเชอื่ มน่ั ในวคั ซนี
นอกจากนเี้ มอื่ จำ� นวนการตดิ เชอื้ ของหญงิ ตง้ั ครรภ์ โควิด-19 และ 3) ขาดการเข้าถึงบริการการฉีดวัคซีน
เพิ่มข้ึนส่งผลกระทบต่อระบบบริการ อาทิ การเข้าถึง โควิด-19 ไดแ้ ก่ 1) หญงิ ตง้ั ครรภ์ไมส่ ามารถลงทะเบยี น
ระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ยากและลา่ ชา้ โดยเฉพาะบรเิ วณ ผ่านแอปพลิเคชันเพ่ือรับวัคซีนโควิด-19 2) หลายพ้ืนที่
พ้ืนท่เี ขตกรุงเทพมหานคร เน่อื งจาก 1) หอ้ งคลอดหลาย ไม่สามารถบริการการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยปราศจาก
แหง่ จำ� เปน็ ตอ้ งปดิ บรกิ ารสาเหตเุ นอ่ื งจากการตดิ เชอ้ื ของ การนดั หมาย (walk in) และ 3) ขาดความสามารถบรกิ าร
บุคลากร 2) จ�ำนวนเตียงไม่เพียงพอแก่ความต้องการ แบบครบวงจร (one stop service)
จ�ำเป็นต้องเคล่ือนย้ายหญิงต้ังครรภ์กลับโรงพยาบาล
ภมู ลิ ำ� เนา และพบวา่ หญงิ ตงั้ ครรภเ์ หลา่ นเ้ี สยี ชวี ติ ถงึ 14 ราย
บทท่ี 2 17
การสง่ เสรมิ สุขภาพสตรมี ีครรภแ์ ละเดก็ ปฐมวัย
ผลการดำ� เนนิ งานหลังการรณรงคฉ์ ีดวัคซนี ในสตรตี ัง้ ครรภ์
วนั ที่ 3 ตุลาคม 2564
ร้อยละ เป้าหมาย 281,500 คน
50 คา่ ประมาณการจำ� นวนหญงิ ตง้ั ครรภ์ ณ 1 กนั ยายน 2564 กรมอนามยั
41.1
34.5
29.8 27.2 20.1 21.8 33.9 29.9 25.8
25 17.7 14.8 11.8 14.9 13.3
0
เขต 1 เขต 2 เขต 3 เขต 4 เขต 5 เขต 6 เขต 7 เขต 8 เขต 9 เขต 10 เขต 11 เขต 12 เขต 13 รวม
ไดร้ บั วคั ซนี สะสม ณ 28 ตลุ าคม 2564
78,เ7ขม็ 7ท่ี 01 ราย 57,เ5ขม็ 9ที่ 82 ราย 770เขม็ ท่ี 3
ราย ข้อมลู : MOPH IC
สำ� นักส่งเสริมสุขภาพ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2564
มาตรการต่อไปเพ่ือแก้ปัญหาการลดการตายมารดา 2. ลดการตายมารดาจากสาเหตตุ กเลือด
- การก�ำหนดมาตรการหรือแนวทางการ
1. ลดการตายมารดาจากโควิด-19 ด�ำเนินงานเพื่อลดการตายมารดาจาก
สาเหตกุ ารตกเลอื ด
- เร่งสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแก่หญิงตั้งครรภ์ - การคัดกรองหญิงต้ังครรภ์มีภาวะเส่ียง
โดยการฉีดวคั ซนี โควิด-19 เชิงรุก จากสาเหตุการตกเลือดหลังคลอดกรณี
Placenta adherens และ Uterine atony
- จัดสรรวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมหญิง - การปอ้ งกนั Uterine atony ณ หอ้ งคลอด
ต้ังครรภ์ร้อยละ 70.0 ของการต้ังครรภ์ - การคัดกรองเบ้ืองต้น (Early detection)
ทง้ั หมดของแตล่ ะพ้ืนที่ กรณี Placenta adherens และการ
วางแผนการผ่าตัดคลอด ณ โรงพยาบาล
- จัดบริการแบบครบวงจร (one stop ระดับตติยภูมิหรอื โรงเรยี นแพทย์
service) ณ คลินิกฝากครรภ์ส�ำหรับ - การจัดเครือข่ายระบบส่งต่อหญิงตั้งครรภ์
การบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่หญิง เสี่ยงและกรณภี าวะวกิ ฤตระดบั จงั หวดั
ต้ังครรภ์ - การจัดแบ่งเขตพื้นท่ีความรับผิดชอบ
ของสตู ิแพทย์ (Zoning)
- ส่งเสริมและสนับสนุนการสื่อสารหรือ
รณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่หญิง
ต้ังครรภ์ เน้นประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ
ประโยชนแ์ ละอาการไม่พึงประสงค์
18
- การบริหารจัดการเวชภัณฑ์ยาและ บางรายขาดความสามารถค้นหาความรู้จากแหล่ง
คลงั เลอื ด ความรคู้ ณุ ภาพ ทง้ั หมดลว้ นสง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพและ
ชีวติ ของคณุ แมแ่ ละทารกในครรภ์
3. สร้างความตระหนักแก่หญิงต้ังครรภ์และ
ครอบครัวส�ำหรับการเฝ้าระวังความเสี่ยงระหว่าง สำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามยั เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
ตง้ั ครรภ์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนทุก
- สนับสนุนการเข้าถึงนวัตกรรมการสื่อสาร ช่วงวัย เลง็ เหน็ ถงึ ปัญหาดงั กลา่ ว จึงพัฒนาแพลตฟอรม์
พงิ กบ์ กุ๊ แหลง่ รวบรวมแอปพลเิ คชนั คณุ ภาพดา้ นสขุ ภาพ
หรือการสร้างกระแสความรอบรู้ด้าน ส�ำหรับแม่และเด็ก เพื่อคุณแม่สามารถเลือกเข้าถึงการ
สุขภาพ ประชาชนร่วมรับรู้และจัดการ ดูแลตนเองและบุตรอายุ 0-5 ปี และเพ่ือเตรียมความ
ความเสี่ยงของตนเอง ครอบครัว และ พร้อมส�ำหรับการตั้งครรภ์และการคลอด คุณภาพแม่
ชุมชน ผ่านแอปพลิเคชัน Save mom, และเด็กปลอดภัยปราศจากภาวะแทรกซ้อน ต่อเนื่อง
Line@ 9 ย่างเพ่ือสร้างลูก หรือผ่าน จนกระท่ังถึงการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัยของ
ชอ่ งทางการสอื่ สารอ่นื ๆ ระดบั พน้ื ที่ เดก็ ปฐมวยั ทกุ มติ ิ ประกอบดว้ ย สขุ ภาวะทางกาย อารมณ์
- สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การสรา้ งความตระหนกั สังคม และสติปัญญา
แก่หญิงต้ังครรภ์และครอบครัว ส�ำหรับ
การเฝ้าระวังความเส่ียงระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากน้ี แพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก ออกแบบมา
ผ่านกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ และ เพ่ืออ�ำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขและ
สมุดบนั ทกึ สุขภาพแมแ่ ละเด็ก ผเู้ กยี่ วขอ้ งดงั นี้ 1) เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ สามารถเขา้ ถงึ สอื่
และความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์
2.2 แพลตฟอรม์ พงิ กบ์ กุ๊ หญงิ หลังคลอด และเดก็ ปฐมวยั อยา่ งครอบคลุม 2) สร้าง
ความตระหนักรู้แก่หญิงต้ังครรภ์ ครอบครัว และผู้ดูแล
ประเทศไทยพบปัญหาการเสียชีวิตของคุณแม่ เดก็ แบบรายบคุ คล และ 3) เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ สามารถ
ระหวา่ งตง้ั ครรภ์ ระหวา่ งคลอด และหลงั คลอด ตลอดจน ก�ำกบั ติดตาม ดแู ลหญงิ ตงั้ ครรภ์จนกระทัง่ ถึงหลังคลอด
การเสียชีวิตของทารกแรกเกิด ถึงแม้ว่าหน่วยงาน และบุตรอายุ 0-5 ปี แบบรายบคุ คล
รับผิดชอบจะด�ำเนินการพัฒนาคุณภาพระบบบริการ
พัฒนาศกั ยภาพบคุ ลากร และพฒั นาเทคโนโลยีดา้ นการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กลมุ่ อนามัยแม่และเด็ก
รักษาพยาบาลแล้วก็ตาม แต่ส่ิงส�ำคัญประการหนึ่งที่ สำ� นกั สง่ เสริมสุขภาพ เริม่ ต้นพฒั นาแพลตฟอร์มพิงกบ์ ๊กุ
จ�ำเป็นต้องพัฒนาไปพรอ้ ม ๆ กนั นนั่ คือ การสรา้ งความ พร้อมท้ังการขับเคล่ือน จุดเด่นของแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก
รอบรดู้ า้ นสขุ ภาพแก่ประชาชน เพอ่ื สรา้ งความตระหนัก นั่นคือการสมัครเพียงครั้งเดียวสามารถเช่ือมโยง
และการตัดสินใจเขา้ ถึงระบบบรกิ าร หลากหลายแอปพลิเคชัน นอกจากน้ีกลุ่มเป้าหมาย
สามารถประเมนิ ตนเองดว้ ยแบบประเมนิ สขุ ภาพเกยี่ วกบั
คุณแม่ตั้งครรภ์บางรายฝากครรภ์ล่าช้าหรือ ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพและแนวทางการดูแล
ขาดการติดตามการฝากครรภ์ บางรายขาดการเตรียม สขุ ภาพของตนเอง แพลตฟอร์มพงิ ก์บ๊กุ ประกอบดว้ ย
ความพร้อมส�ำหรับการตั้งครรภ์และการคลอด บางราย
ขาดความรู้และทักษะการดูแลลูกน้อยท่ีก�ำลังจะเกิดมา
บทท่ี 2 19
การส่งเสริมสุขภาพสตรมี คี รรภแ์ ละเด็กปฐมวยั
แอปพลเิ คชนั พงิ ก์บุ๊ก (Pink Book Application)
ออกแบบมาเพ่ือช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์
หลงั คลอด และการดูแลบตุ ร เสมือนเปน็ สมดุ บันทึกสุขภาพ
แม่และเด็กหรือสมุดสีชมพรู ูปแบบออนไลน์ เพ่ือลดปัญหา
1) การลมื สมดุ สชี มพเู มอ่ื พาเดก็ มาโรงพยาบาลหรือคลนิ กิ
ของพอ่ แม่หรอื ผ้ปู กครอง และ 2) สมดุ สีชมพูชำ� รุดเสียหาย
จนกระทง่ั ไมส่ ามารถบนั ทกึ ขอ้ มลู สขุ ภาพของเดก็ สง่ ผลกระทบ
ต่อการดูแลสขุ ภาพของเดก็ อยา่ งต่อเนื่อง
แอปพลเิ คชนั เซฟมมั (Save mom Application)
แอปพลิเคชันเซฟมัม ประกอบด้วยฟังก์ชันการคัดกรอง
ความเสย่ี งดา้ นสขุ ภาพดว้ ยตนเอง เพือ่ ความปลอดภยั ของ
การต้ังครรภ์ของคุณแม่และลูกในครรภ์ ด้วยแบบประเมิน
ความเสี่ยงส�ำหรับหญิงต้ังครรภ์ ภายหลังการประมวลผล
จะแสดงระดับความเส่ียงของหญิงต้ังครรภ์พร้อมทั้งแนะน�ำ
วิธีการรักษาเบือ้ งต้น
9 ยา่ งเพ่อื สรา้ งลกู
9 ย่างเพื่อสร้างลูก เป็นอีกหนึ่งช่องทางส�ำหรับการรับ
ข่าวสารและองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองของคุณแม่
และการดูแลเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 ปี เพ่ือช่วยสร้างการ
เริ่มตน้ ทด่ี แี กเ่ ดก็ ดา้ นโภชนาการ พฒั นาการ และการเลย้ี งดู
อย่างเขา้ ใจ เพือ่ เด็กเตบิ โตอยา่ งมคี ุณภาพ
แอปพลิเคชันคุณลกู (Khunlook Application)
แอปพลเิ คชันคณุ ลูก แสดงการประเมินการเจรญิ เตบิ โตและ
พัฒนาการของเด็กต้ังแต่แรกเกิดถึงอายุ 6 ปี โดยพ่อแม่
ผปู้ กครอง คณุ ครู และเจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ สามารถบนั ทกึ
ขอ้ มลู และตดิ ตามการเจรญิ เตบิ โตของเด็กด้วยตนเอง
20
ความสำ� เร็จ
ธันวาคม 2563 เริม่ ตน้ การพฒั นาแพลตฟอรม์ พงิ กบ์ ๊กุ
โดยประชมุ คณะทำ� งานเพ่อื 1) กำ� หนดผังความต้องการของ
หญงิ ตั้งครรภ์ หญงิ หลังคลอด และเด็กปฐมวัยแตล่ ะช่วงเวลา
2) ก�ำหนดและออกแบบแบบฟอรม์ เพื่อรองรบั แอปพลิเคชัน
ทงั้ 4 แอปพลเิ คชนั ไดแ้ ก่ แอปพลเิ คชนั พงิ กบ์ กุ๊ แอปพลเิ คชนั
เซฟมมั แอปพลเิ คชนั คุณลูก และ Line@ 9 ยา่ งเพือ่ สร้างลกู
ร่วมกับทีมโปรแกรมเมอร์ 3) จัดท�ำระบบฐานข้อมูลกลาง
รองรับประเด็นเน้ือหาส�ำคัญของประชาชนเพื่อเก็บรวบรวม
ข้อมลู ทางประชากรและเน้อื หาวิชาการ 4) จัดทำ� ระบบฐาน
ข้อมูลกลางตามประเด็นความต้องการของประชาชน และ
5) จัดท�ำร่างแพลตฟอร์มข้ึนร่วมกับทีมโปรแกรมเมอร์ และ
พัฒนาแพลตฟอร์มจนกระท่ัง มีนาคม 2564 แพลตฟอร์ม
พิงก์บุ๊กเสร็จสมบูรณ์พร้อมส�ำหรับการด�ำเนินงาน ภายใต้
คณะท�ำงานศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการร้องเรียน ส�ำนักส่งเสริม
สุขภาพ กรมอนามัย และประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บเพจส�ำนัก
สง่ เสรมิ สขุ ภาพ และเฟซบกุ๊ สำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ เพอ่ื ทดลอง
การเขา้ ถึงส�ำหรบั เจา้ หน้าที่และประชาชน
บทที่ 2 21
การส่งเสริมสขุ ภาพสตรีมคี รรภ์และเด็กปฐมวยั
การจดั งาน “กา้ วสรู่ ะบบบรกิ ารยคุ New normal โรงพยาบาลชมุ ชน (รพช.) สำ� นักงานสาธารณสขุ อำ� เภอ
ด้วยความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการตั้งครรภ์ท่ีปลอดภัย” (สสอ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล (รพ.สต.)
วันท่ี 8 มีนาคม 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัว และเครือข่ายท่ีเก่ียวข้อง และเข้าร่วมประชุมผ่าน
แพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก และทุกแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง 1) ระบบการประชมุ ทางไกล 300 คน 2) การ Live ผ่าน
กับการดูแลสุขภาพแม่และเด็กด้วยเทคโนโลยีเพื่อการ เฟซบกุ๊ ข่าวสด 1,000 คน และ 3) การ Live ผ่านเฟซบกุ๊
ตงั้ ครรภท์ ป่ี ลอดภยั และไดร้ บั เกยี รตจิ ากผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ สำ� นกั สง่ เสริมสุขภาพ 563 คน
ภายในงาน 30 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร พยาบาล
นักวิชาการ ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กจาก สาระสำ� คญั ของการจดั งาน “กา้ วสรู่ ะบบบรกิ ารยคุ
ศูนย์อนามัยที่ 1-12 ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด New normal ดว้ ยความรแู้ ละเทคโนโลยเี พอ่ื การตงั้ ครรภ์
โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลท่ัวไป (รพท.) ที่ปลอดภัย” ได้แก่
1. ก า ร เ ป ิ ด ตั ว วี ดิ ทั ศ น ์
“ซเู ปอรม์ มั ยคุ ดจิ ทิ ลั ไลฟส์ ไตลว์ ถิ ใี หม่
ปลอดภยั แบบชิก ๆ”
2. การบรรยายหัวข้อ ก้าวสู่
ระบบบริการยุค New normal
ด้วยความรู้และเทคโนโลยีเพ่ือการ
ตั้งครรภ์ท่ีปลอดภัย โดยนายแพทย์
บัญชา คา้ ของ รองอธิบดีกรมอนามัย
22
3. เสวนา “เทคโนโลยเี พอ่ื การตงั้ ครรภท์ ปี่ ลอดภยั ทดลองการเข้าถงึ แพลตฟอรม์ พิงกบ์ กุ๊ ผ่านทางสอ่ื สงั คม
กา้ วสรู่ ะบบบรกิ ารยคุ New normal” โดย 4 แอปพลเิ คชนั ออนไลน์ (Social Media) โดยประชาสัมพันธ์สื่อสาร
รว่ มกบั กลมุ่ งานสรา้ งเสรมิ ศกั ยภาพเพอ่ื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ
3.1 แอปพลิเคชันพิงก์บุ๊ก โดย นายแพทย์ สำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ และสว่ นสำ� คญั สำ� หรบั การขบั เคลอ่ื น
อรรถพล แก้วสัมฤทธ์ิ รองอธบิ ดกี รมอนามัย แพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย
ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายผู้รับผิดชอบงาน
3.2 แอปพลิเคชันเซฟมัม หรือโปรแกรม อนามัยแม่และเด็กจากศูนย์อนามัย 1-12 ท�ำหน้าท่ี
คดั กรองความเสย่ี งหญงิ ตง้ั ครรภ์โดยแพทยห์ ญงิ พมิ ลพรรณ ถ่ายทอดนโยบาย ชี้แจงจังหวัดภายในเขตรับผิดชอบ
ตา่ งววิ ัฒน์ รองผอู้ �ำนวยการสำ� นกั ส่งเสรมิ สุขภาพ และเยย่ี มเสรมิ พลงั พน้ื ทแี่ ตล่ ะจงั หวดั พรอ้ มทง้ั การกำ� กบั
ตดิ ตามผลการดำ� เนนิ งาน
3.3 9 ย่างเพื่อสร้างลูก โดย นายแพทย์
เอกชัย เพยี รศรวี ชั รา ผอู้ ำ� นวยการส�ำนักส่งเสรมิ สขุ ภาพ ความตอ้ งการการสนับสนุนจากผูบ้ ริหาร
3.4 แอปพลเิ คชนั คณุ ลกู โดย นางสาวกลุ วดี 1. การส่ือสารหรือการประชาสัมพันธ์เพ่ือให้
ศรพี านิชกลุ ชยั Ph.D. ประชาชนสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก ความ
ช่วยเหลือด้านการประสานงานกับภาคีเครือข่ายส�ำหรับ
การขับเคล่ือนการด�ำเนินงานแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก การขับเคลื่อนการด�ำเนินงานแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก และ
1) กรมอนามยั รว่ มกบั ทมี โปรแกรมเมอรจ์ ากมหาวทิ ยาลยั การพัฒนาช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์มอย่างสะดวก
แม่โจ้ พัฒนาแพลตฟอรม์ พงิ ก์บุ๊ก เพื่อการแก้ไขประเด็น และไม่ยุ่งยาก อาทิ Line official พร้อมทั้งการเพิ่ม
ข้อผิดพลาดเชิงเทคนิคและเพิ่มความน่าสนใจของ ชอ่ งทางการประชาสมั พนั ธท์ น่ี า่ สนใจทนั สมยั และเหมาะสม
แพลตฟอร์ม 2) การวางแผนจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อ ตามอายุหรอื ชว่ งวยั ของกลมุ่ เปา้ หมาย
การร้องเรียน และ 3) การผลติ ส่ือเชญิ ชวนหญิงตงั้ ครรภ์
หญงิ หลังคลอด ผูป้ กครอง ผ้ดู แู ลเด็ก หรือกลมุ่ เป้าหมาย
บทที่ 2 23
การส่งเสริมสขุ ภาพสตรีมคี รรภแ์ ละเด็กปฐมวยั
2. งบประมาณสำ� หรบั การขบั เคลอ่ื นแพลตฟอรม์ วิชาการเพื่อความทันสมัยของแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก
พงิ กบ์ ๊กุ แอปพลเิ คชนั พงิ กบ์ กุ๊ แอปพลเิ คชนั เซฟมมั แอปพลเิ คชนั
คุณลูก และ Line@ 9 ย่างเพื่อสร้างลูก ทั้งน้ีเพื่อเพ่ิม
2.1 การจัดจ้างผู้ดูแลฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ความน่าเช่ือถือบนเว็บไซต์และเพิ่มความสะดวกส�ำหรับ
(Big Data) และการวิเคราะห์ข้อมลู สำ� หรับแพลตฟอร์ม การเขา้ ถงึ ของหญงิ ตงั้ ครรภ์ หญงิ หลงั คลอด และผเู้ ลยี้ งดู
พงิ ก์บุ๊ก เด็ก 2) ผลิตส่ือประชาสัมพันธ์ผ่านส่ือสังคมออนไลน์
เช่น เฟซบุ๊กกรมอนามัย เฟซบุ๊กส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ
2.2 การจัดจ้างเจ้าหน้าที่รับเรื่องและแก้ไข เว็บไซต์ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ เป็นต้น เพ่ือเชิญชวน
ปัญหาจากการท�ำงานของแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊ก ณ หญงิ ตง้ั ครรภ์ หญงิ หลงั คลอด ผู้ปกครอง และผดู้ ูแลเดก็
ศูนยป์ ฏบิ ัตกิ ารเพอ่ื การร้องเรยี น เข้าถึงแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊กทั่วประเทศ นอกจากนี้
จัดท�ำหนังสือขอความร่วมมือส�ำนักงานสาธารณสุข
3. การขับเคล่ือนเชิงนโยบาย การผลักดัน จังหวัดผ่านส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
แพลตฟอร์มพิงก์บุ๊กเป็นวาระแห่งชาติ ประชาชนร่วม 3) การจัดอบรมการเข้าถึงแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊กร่วมกับ
ขับเคล่ือนแพลตฟอร์มพิงก์บุ๊กในฐานะเป็นเจ้าของ ทมี งานระดบั เขตสขุ ภาพ และ 4) การเยย่ี มเสรมิ พลงั พน้ื ท่ี
ฐานขอ้ มลู สขุ ภาพตนเอง และสนบั สนนุ ทกุ ภาคเี ครอื ขา่ ย ส�ำหรับการขบั เคล่ือนงานแพลตฟอร์มพงิ กบ์ ุก๊
ร่วมขบั เคลื่อนการดำ� เนินงานแพลตฟอรม์ พงิ ก์บุ๊ก
2.3 โครงการการวเิ คราะห์สถานการณ์
ปัญหาอุปสรรค แนวทางการฝากครรภ์ในประเทศไทย
1. การส่ือสารหรือการประชาสัมพันธ์เพ่ือ การส่งเสริมสุขภาพระหว่างต้ังครรภ์ของแม่
ประชาชนสามารถเขา้ ถงึ แพลตฟอรม์ พงิ ก์บุ๊ก ผ่านกระบวนการฝากครรภ์ถือเป็นจุดเริ่มต้นสุขภาพแม่
และเด็กท่ีดี โดยแนวทางการฝากครรภ์ของประเทศไทย
1.1 การประชาสัมพันธ์จากองค์กรขาด ปัจจุบันด�ำเนินงานตามค�ำแนะน�ำของกรมอนามัย และ
ความน่าสนใจ ชุดสิทธิประโยชน์ของส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ ตามนโยบายฝากครรภ์ 5 ครัง้ คณุ ภาพ อยา่ งไร
1.2 การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเป็น ก็ตาม แนวทางการฝากครรภ์ขององค์การอนามัยโลก
ลักษณะการสื่อสารมวลชน (mass communication) ประกาศเม่ือ พ.ศ. 2559 แนะน�ำการฝากครรภ์ทั้งส้ิน
ควรส่ือสารเป็นลักษณะการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย 8 ครงั้ ดงั นน้ั จำ� เปน็ ตอ้ งสำ� รวจสถานการณก์ ารจดั บรกิ าร
(Targeted communication) เพอื่ การเขา้ ถงึ แพลตฟอรม์ การฝากครรภ์ โดยประเมินประเด็นนโยบายแนวทาง
พิงก์บุ๊กของกลมุ่ เป้าหมาย การด�ำเนินงานระดับพ้ืนที่และผลลัพธ์ด้านสุขภาพแม่
และเดก็ เพอ่ื นำ� ขอ้ มลู มาพฒั นาระบบการฝากครรภอ์ ยา่ ง
2. บคุ ลากรขาดความรแู้ ละทกั ษะดา้ นการสอื่ สาร มีคุณภาพ
และเทคโนโลยี
การด�ำเนนิ งานตอ่ ไป
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 สำ� นักส่งเสริมสุขภาพ
กรมอนามัย วางแผน 1) พัฒนาเทคนิคและเน้ือหา
24
วธิ กี ารศึกษา มาตรฐานการฝากครรภ1์ 2 เนอ่ื งจากกลมุ่ เปา้ หมายฝากครรภ์
เม่ืออายุครรภ์มากกวา่ 12 สปั ดาหร์ ้อยละ 25.7
การศึกษาวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสมคู่ขนาน
(parallel mixed method design) โดยวิเคราะห์ - จ�ำนวนการฝากครรภ์เฉล่ียคร้ังท่ี 1-4 เท่ากับ
สถานการณก์ ารดำ� เนนิ นโยบายฝากครรภ์ 5 ครง้ั คณุ ภาพ 1.5 ครั้ง สว่ นครง้ั ท่ี 5 อายุครรภ์ 32-40 สปั ดาห์ เท่ากับ
และแนวทางเวชปฏบิ ตั กิ ารฝากครรภข์ ององคก์ ารอนามยั 3.63 ครง้ั
โลก ตามบริบทของโรงพยาบาลแต่ละระดับ 12 เขต
สขุ ภาพ ประกอบด้วย - จากการค�ำนวณทางสถิติโดย Logit model
พบว่า จ�ำนวนการฝากครรภ์ภายหลังอายุครรภ์ 32
ข้อมูลเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากหญิงหลังคลอด สัปดาห์ท่ีมากกว่า 1 คร้ังมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อ
เก่ียวกับกิจกรรมการรับบริการระหว่างการตั้งครรภ์ คุณภาพการดูแลสุขภาพแม่และเด็ก ได้แก่ อายุครรภ์
การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย เมื่อคลอด น�้ำหนักทารกแรกเกิด และ APGAR Score
รอ้ ยละความถ่ีสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานและสถติ เิ ชงิ อนมุ าน นาทที ่ี 1
ประกอบด้วย Logit model เพือ่ ประเมนิ ความสมั พนั ธ์
ระหว่างขอ้ มูลกจิ กรรมการฝากครรภ์ - เมื่อสอบถามความต้องการของหญิงตั้งครรภ์
พบว่าหญิงตั้งครรภ์ประมาณสองในสามพึงพอใจการ
ข้อมูลเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ฝากครรภอ์ ย่างนอ้ ย 5 ครงั้ ขนึ้ ไป หญงิ ตัง้ ครรภป์ ระมาณ
สาธารณสุขผู้ดูแลหญิงต้ังครรภ์และหญิงหลังคลอดโดย หนึ่งในสามต้องการการฝากครรภอ์ ยา่ งน้อย 8 ครัง้ ขึ้นไป
การสัมภาษณ์ การวเิ คราะหข์ ้อมลู โดยวิธีแกน่ สาระแบบ เนอ่ื งจากความกงั วลระหวา่ งการตง้ั ครรภ์ และหญงิ ตง้ั ครรภ์
อุปนัย และการก�ำหนดหัวข้อค�ำถามเบื้องต้นก่อนการ พึงพอใจตอ่ กระบวนการฝากครรภร์ อ้ ยละ 99.3
สมั ภาษณ์
- การฝากครรภ์ 8 ครั้ง หากด�ำเนินการเชิง
ผลการศึกษา นโยบายจ�ำเป็นตอ้ งคำ� นึงถงึ
- จ�ำนวนครั้งของการฝากครรภ์โดยเฉล่ยี เท่ากับ • แนวทางกิจกรรมการฝากครรภค์ ร้ังที่ 6-8
10 คร้ังต่อการต้งั ครรภ์ 1 ครัง้ ถึงแม้วา่ การตงั้ ครรภ์จะ • ผลกระทบด้านงบประมาณ
มีความเส่ียงต่�ำ และนโยบายการฝากครรภ์ของประเทศ • ประเมนิ จำ� นวนบคุ ลากรเพอ่ื รองรบั ปรมิ าณ
รองรบั การเบกิ จา่ ยการฝากครรภ์ 5 ครงั้ คณุ ภาพ อยา่ งไร งาน ไดแ้ ก่ งานบรกิ าร งานเอกสาร พรอ้ มทงั้ สง่ ผลกระทบ
ก็ตาม ผลการด�ำเนินงานยังมิได้บรรลุเป้าหมายตาม ต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเน่ืองจากขาดบุคลากร
ปฏิบัติหน้าทแ่ี ทน
12 มาตรฐานการฝากครรภ์ ควรฝากครรภค์ รง้ั แรกเม่ืออายุครรภน์ ้อยกว่าหรือเทา่ กบั 12 สัปดาห์ คร้งั ที่ 2 อายุครรภ์ 20 สปั ดาห์ ครง้ั ท่ี 3
อายคุ รรภ์ 26 สัปดาห์ ครงั้ ที่ 4 อายคุ รรภ์ 32 สัปดาห์ และครง้ั ท่ี 5 อายคุ รรภ์ 36-38 สัปดาห์
บทท่ี 2 25
การส่งเสริมสุขภาพสตรีมีครรภ์และเดก็ ปฐมวัย
ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ พบวา่ โรงเรยี นพอ่ แมค่ วรทำ� การ ปญั หาสำ� คญั ดา้ นความรอบรดู้ า้ นสขุ ภาพของหญงิ
ปรับปรุง การด�ำเนินงาน รูปแบบการสอน และส่ือการ ตั้งครรภ์ และปัญหาการใช้สารเสพติดของหญิงตั้งครรภ์
สอน เนื่องจากบุคลากรระดับพื้นที่ไม่สามารถบริการ จำ� เปน็ ตอ้ งเรง่ ดำ� เนนิ การแกไ้ ข เนอื่ งจากสง่ ผลกระทบตอ่
โรงเรียนพ่อแม่อย่างครบถว้ น ผลลัพธ์ของการต้งั ครรภ์
ภาพกิจกรรมการดำ� เนนิ งาน
26
ปญั หาอปุ สรรค ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
- การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อ 1. การฝากครรภ์ 8 ครั้งจ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึง
ระยะเวลาของการเก็บขอ้ มูล ผลกระทบด้านภาระงานและงบประมาณของประเทศ
ข้อจำ� กดั ของงานวจิ ยั 2. ควรเน้นการส่ือสารเร่ืองนโยบายฝากครรภ์
ก่อนอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ และการสื่อสารนโยบาย
1. กลุ่มตัวอย่างของการศึกษาวิจัยเป็นจ�ำนวน “ฝากท้องทุกท่ีฟรีทุกสิทธิ์” เพื่อส่งเสริมการฝากครรภ์
หญิงตั้งครรภ์เพียง 468 ราย และทั้งหมดมีผลลัพธ์ทาง แตเ่ นนิ่ ๆ
สุขภาพแม่และเด็กท่ีดี จึงไม่สามารถเปรียบเทียบความ
แตกต่างของผลลัพธ์ทางสุขภาพแม่และเด็กกับจ�ำนวน 3. สร้างหลักสูตรพยาบาลคลินิกฝากครรภ์ และ
คร้งั ของการฝากครรภ์ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของเครอื ขา่ ยพยาบาลคลนิ กิ ฝากครรภ์
2. บุคลากรขาดการฝึกอบรมแนวทางการเก็บ 4. การด�ำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ ควรปรับปรุง
ข้อมูลส�ำหรับการศึกษาวิจัย ส่งผลกระทบต่อความ และเพิ่มความทันสมัยของรูปแบบการสอนและส่ือ
คลาดเคล่อื นของขอ้ มลู การสอน
3. การน�ำประเด็นที่แตกต่างกันแต่น�ำมาวาง 5. เน้นการเพ่ิมความรอบรู้ด้านสุขภาพและ
รวมกันภายใต้หวั ข้อเดยี วกนั ตามนโยบาย เช่น แนวทาง ความรอบรู้ด้านปญั หาเชิงสงั คมแกห่ ญิงตงั้ ครรภ์
การรับวัคซีนและยาเสริม มีความแตกต่างกันแต่น�ำมา
วางรวมกันอยู่ภายใต้หัวข้อเดียวกัน ดังน้ันจึงขาดความ 6. ควรด�ำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน เนื่องจาก
ครบถ้วนเมอ่ื แปลผล ประมาณหนึ่งในส่ีของหญิงต้ังครรภ์ฝากครรภ์ ณ คลินกิ
เอกชนหรือโรงพยาบาลเอกชน
4. ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างขาดความเที่ยงตรง
เนื่องจากผู้สัมภาษณ์มาจากหน่วยงานกระทรวง 7. ควรสง่ เสรมิ การฉดี วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญค่ วบคกู่ บั
สาธารณสขุ การฉดี วัคซนี โควิด-19
จุดแขง็ ของงานวจิ ยั 2.4 การผลักดันการฉีดวัคซีนโควดิ -19
ในหญิงตงั้ ครรภ์
1. การศกึ ษาวจิ ยั เปน็ เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คณุ ภาพ
สามารถแสดงภาพรวม และรายละเอยี ดของสถานการณ์ เนอื่ งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั
ปจั จุบนั ของการฝากครรภค์ รบถ้วนท้งั 12 เขตสขุ ภาพ โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ประเทศไทยพบ
การแพร่ระบาดขยายวงกว้างครอบคลุมเกือบทุกจังหวัด
2. ข้อมูลเชิงกิจกรรมของการศึกษาวิจัย เพ่ือ ทั่วประเทศ และพบผู้ติดเชื้อจ�ำนวนมาก นอกจากน้ี
ประเมินผลนโยบายฝากครรภ์ 5 ครั้งคุณภาพ เกี่ยวกับ ประชาชนบางกลุ่มเกิดความตระหนก หวาดกลวั ขณะที่
การปฏิบตั ิจริงอย่างไร และข้อควรปรบั ปรุงอะไรบ้าง บางกลุ่มไม่ตระหนักและไม่ปฏิบัติตนตามค�ำแนะน�ำของ
กระทรวงสาธารณสขุ ขณะเดยี วกนั พบการเผยแพรข่ อ้ มลู
3. การพบขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายจากหนว่ ยงาน ขา่ วสารเกยี่ วกบั วคั ซนี โควดิ -19 ผา่ นชอ่ งทางสอ่ื สารสงั คม
สว่ นกลางและผู้ปฏบิ ตั งิ านระดบั พน้ื ท่ี
บทที่ 2 27
การสง่ เสริมสุขภาพสตรีมีครรภแ์ ละเด็กปฐมวยั
ต่างๆ บางขอ้ มูลเป็นความจรงิ บางขอ้ มลู เปน็ ขา่ วปลอม หญิงตั้งครรภ์ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และการปรับ
สร้างความสับสนแก่ประชาชน หญิงตั้งครรภ์ และ รูปแบบบริการของหน่วยบริการ ได้แก่ 1) การบริการ
หญงิ ใหน้ มบตุ ร พรอ้ มทงั้ อาจสง่ ผลกระทบตอ่ การควบคมุ ฝากครรภ์และคลินิกเด็กสุขภาพดีแบบชีวิตวิถีใหม่
และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสุขภาพ เพ่ือลดระยะเวลาการอยู่ภายในโรงพยาบาลของผู้รับ
ของประชาชน บริการ พร้อมท้ังการน�ำเทคโนโลยีการสื่อสารส่ือสารกับ
ผู้รับบริการ 2) แนวปฏิบัติการดูแลเด็กติดเช้ือโควิด-19
สำ� นักส่งเสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามยั เป็นหน่วยงาน 3) แนวปฏิบัติการเปิดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 4) การ
รับผิดชอบการส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย เพิ่มความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
โดยเฉพาะกลมุ่ หญงิ ตงั้ ครรภแ์ ละเดก็ ปฐมวยั เปน็ กลมุ่ เสยี่ ง ท่ัวประเทศผ่านระบบการประชุมทางไกลโดยวิทยากร
จ�ำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้เล็งเห็นถึงความ ผู้เช่ียวชาญ 5) การติดตามข้อมูลหญิงต้ังครรภ์ติดเชื้อ
สำ� คญั ของบคุ ลากรสาธารณสขุ จำ� เปน็ ตอ้ งทราบนโยบาย โควิด-19 6) การทบทวนวเิ คราะห์สาเหตุการตายมารดา
การดแู ลหญงิ ตงั้ ครรภภ์ ายใตส้ ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด จากโควดิ -19 เพ่ือหามาตรการปอ้ งกนั โดยศูนยอ์ นามยั
ของโควดิ -19 เพอ่ื สามารถบรกิ ารและแนะนำ� หญงิ ตง้ั ครรภ์ ที่ 1-12 เป็นผู้แทนกรมอนามัยส�ำหรับการติดตามการ
และหญิงให้นมบุตรอย่างถูกต้อง และสามารถบริหาร ด�ำเนินงานระดับพื้นท่ี 7) การจัดงานเสวนาออนไลน์
จัดการการบริการภายในสถานพยาบาลอย่างเหมาะสม “ขับเคล่ือนการฉีดวัคซนี โควดิ -19” วันที่ 22 กรกฎาคม
ตามบริบทของพ้ืนท่ี ดังน้ันจึงขับเคลื่อนการฉีดวัคซีน 2564 และ 8) การจดั งานรณรงค์หญิงตงั้ ครรภ์ฉดี วคั ซีน
โควดิ -19 แก่หญิงตงั้ ครรภ์และหญิงให้นมบตุ ร ทั้งน้ีเพอื่ โควิด-19 “1 เดือน 1 แสนราย” วันที่ 13 กันยายน 2564
เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลขา่ วสารและเพื่อขับเคล่ือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่ือสารประชาสัมพันธ์แก่หญิง
การฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่หญิงตั้งครรภ์และหญิง ตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์หรือ 3 เดือน
ใหน้ มบุตร มารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อลดอาการรุนแรง
จากการติดเช้ือโควิด-19 และลดการเสียชีวิต โดยหญิง
การดำ� เนินงานหรอื ความสำ� เรจ็ ของงาน ตั้งครรภ์สามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านเพ่ือเข้า
รับบริการการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมทั้งการผลักดัน
ตน้ ปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยพบการระบาดของ นโยบายหญิงต้ังครรภ์สามารถรับบริการการฉีดวัคซีน
โรคอุบัติใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 โดยลงทะเบียนผ่านคลินิกฝากครรภ์ และจัด
หรือโควิด-19 และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หญิงต้ังครรภ์เป็นกลุ่มเส่ียงจ�ำเป็นต้องรับบริการการ
จนกระทั่งถงึ ปัจจุบนั ส่งผลกระทบตอ่ การด�ำรงชวี ติ และ ฉีดวัคซีนโควิด-19 เช่นเดียวกับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มี
การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของประชาชน เมื่อหญิง โรคประจำ� ตัว 7 กลุ่มโรค
ต้ังครรภ์ติดเช้ือโควิด-19 จะเกิดอาการรุนแรงกว่าปกติ
และโอกาสการเสียชวี ิตสูง เช่นเดียวกับกลมุ่ ผสู้ ูงอายุหรอื นอกจากนั้น กรมอนามัยผลิตสื่อประเภทต่าง ๆ
ผู้มีโรคประจ�ำตัว นอกจากน้ีพบโอกาสการคลอดก่อน ส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์และผู้เล้ียงดูเด็ก ได้แก่ 1) คู่มือ
ก�ำหนดและส่งผลกระทบระยะยาว การปฏิบัติตัวส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์ หลังคลอด และ
เด็กเล็กภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
การด�ำเนินงานท่ีผ่านมาส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ
กรมอนามัย ประกาศค�ำแนะน�ำการดูแลตนเองของ
28
บทที่ 2 29
การส่งเสรมิ สขุ ภาพสตรมี คี รรภ์และเดก็ ปฐมวัย
30
บทที่ 2 31
การส่งเสรมิ สขุ ภาพสตรมี คี รรภ์และเดก็ ปฐมวัย
2) วดี ิทัศน์การสง่ เสริมการเล้ียงลูกด้วยนมแม่ 3) วีดทิ ศั น์ 3) รอวคั ซีนโควิด-19 ชนิดอนื่ 4) ขาดความเช่ือม่นั วคั ซีน
การปฏิบัติตัวส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์ 4) วีดิทัศน์ โควิด-19 สูตรไขว้ อาทิ CoronaVac+AstraZeneca
การเลย้ี งดเู ดก็ 5) หนงั สอื การต์ นู สำ� หรบั เดก็ 6) โปสเตอร์ 5) อทิ ธพิ ลของบคุ คลในครอบครวั ความเชอื่ วัฒนธรรม
การเล้ียงลูกด้วยนมแม่ 7) การ live ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ข่าวแง่ลบเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด-19 ทาง
กรมอนามัย และ 8) เพจเฟซบุ๊กส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ ส่ือสังคมออนไลน์ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจรับวัคซีน
เพอื่ หญิงตงั้ ครรภ์ ผ้เู ลยี้ งดูเดก็ และครอบครวั ตระหนัก โควิด-19 และ 6) หญงิ ตัง้ ครรภ์ขาดความตระหนัก คิดวา่
และปฏิบตั ิตัวอยา่ งถูกตอ้ ง ตนเองไม่มีความเสย่ี งหรือมโี อกาสติดเช้อื นอ้ ย
การขบั เคลอ่ื นงานระดบั พน้ื ทก่ี รมอนามยั บรู ณาการ 2. การบรหิ ารวัคซนี โควิด-19 ระดบั พื้นท่ี
การด�ำเนินงานร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พบว่า 1) ปริมาณวัคซีนโควิด-19 ไม่เพียงพอ
กระทรวงมหาดไทย สำ� หรบั การเฝา้ ระวงั การแพร่ระบาด สง่ ผลกระทบตอ่ การกระจายวคั ซนี โควดิ -19 แกก่ ลมุ่ 608
ของโควิด-19 กรมอนามัยสนับสนุนอุปกรณ์ที่จ�ำเป็น ไม่ครอบคลุม 2) หญิงตั้งครรภ์ไม่สามารถลงทะเบียน
ไดแ้ ก่ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ แกส่ ถานพฒั นา ผา่ นแอปพลเิ คชนั เพอ่ื รับวัคซีนโควิด-19 3) หลายพนื้ ท่ี
เด็กปฐมวยั เพือ่ ลดการแพร่กระจายเช้อื โควดิ -19 ไม่สามารถบริการการฉีดวคั ซีนโควิด-19 แบบ walk in
4) ขาดความสามารถบรกิ ารการฉดี วคั ซีนโควิด-19 แบบ
การขับเคล่ือนการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่หญิง one stop service 5) ต้องการเว้นระยะห่างจากการ
ตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ได้รับความร่วมมือเป็น ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 6) ปัญหาของระบบการรายงาน
อย่างดีจากภาคีเครือข่ายงานอนามัยแม่และเด็กจาก ข้อมูล 7) การลงบันทึกข้อมูลขาดความครบถ้วน และ
ศูนย์อนามัยที่ 1-12 สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 8) บุคลากรบางส่วนขาดความเชื่อมัน่ ในวัคซีนโควิด-19
(สสม.) ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และ
หนว่ ยบรกิ ารสาธารณสุขทุกระดบั ทว่ั ประเทศ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ปญั หาอุปสรรคในการดำ� เนินงาน เสนอเร่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 เชิงรุกแก่หญิง
ต้ังครรภ์ โดยเน้นความครอบคลุมหญิงต้ังครรภ์ร้อยละ
1. การตัดสินใจเข้ารับบริการการฉีดวัคซีนโควิด- 70.0 ของการตัง้ ครรภท์ ั้งหมดของพ้ืนท่ี และการจัดสรร
19 ของหญงิ ตัง้ ครรภ์ วัคซีนโควดิ -19 สำ� หรบั กลมุ่ 608 อย่างชัดเจน
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผลักดันการ ประเดน็ มงุ่ เนน้ การดำ� เนนิ งานต่อไป
ฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่หญิงต้ังครรภ์และพบว่า 1) หญิง
ตั้งครรภ์บริเวณพ้ืนที่ห่างไกลกังวลด้านความปลอดภัย 1. เรง่ สรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กันแกห่ ญงิ ตง้ั ครรภ์
ของวัคซีนโควิด-19 มากกว่าหญิงต้ังครรภ์บริเวณชุมชน
เมือง 2) หญิงต้ังครรภ์โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์บริเวณ 2. เร่งฉีดวคั ซีนโควิด-19 เชิงรกุ แกห่ ญงิ ต้ังครรภ์
ชุมชนเมืองกังวลเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19
3. จัดสรรวัคซีนโควิด-19 โดยครอบคลุมหญิง
ต้ังครรภ์รอ้ ยละ 70.0 ของการตง้ั ครรภท์ งั้ หมดของพ้นื ที่
32
4. จัดบริการแบบครบวงจร ณ คลินิกฝากครรภ์ กินนมแม่อย่างเดียวและกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัย
สำ� หรบั การบรกิ ารการฉดี วคั ซนี โควดิ -19 แกห่ ญงิ ตงั้ ครรภ์ จนอายุครบ 2 ปีหรือนานกว่านั้น จากรายงานการ
สํารวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ.
5. สนับสนุนส่ือประเภทต่างๆ และส่งเสริม 2562 (Multiple Indicator Cluster Survey Round
การสื่อสารหรือรณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่หญิง 6, MICS6) พบวา่ อตั ราการเลยี้ งลกู ดว้ ยนมแมข่ องมารดา
ต้งั ครรภ์ โดยเน้นการประชาสัมพนั ธป์ ระโยชน์ของวัคซนี ไทยอย่างเดียว 6 เดือน (Exclusive Breast Feeding
โควิด-19 และอาการไม่พึงประสงค์ของการฉีดวัคซีน rate) เท่ากับร้อยละ 14.0 และกินนมแม่ติดต่อกัน
โควดิ -19 จนกระทัง่ ถงึ 1 ปี ร้อยละ 24.6 และกินนมแมต่ ่อเน่ือง
จนกระท่งั ถงึ 2 ปี ร้อยละ 15.0 โดยสาเหตุหน่งึ อาจเกดิ
2.5 โครงการ “ภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจาก จากความจำ� เปน็ ทางเศรษฐกจิ และสังคม แมต่ อ้ งออกไป
อกแมส่ ่ลู กู ” ทำ� งานนอกบา้ น แมจ่ งึ เรม่ิ ใหอ้ าหารทดแทนนมแมแ่ กล่ กู แต่
เน่นิ ๆ ดังนัน้ เพอื่ สนบั สนนุ แมส่ ามารถเลย้ี งลกู ด้วยนมแม่
“นมแม่” ถือเป็นจุดเริ่มต้นของทุกชีวิตและ ได้ยาวนานตามความต้องการ กรมอนามัยร่วมกับมูลนิธิ
เป็นการวางรากฐานเพื่อคุณภาพชีวิตท่ีดีตั้งแต่แรกเริ่ม ศนู ยน์ มแม่แหง่ ประเทศไทย บรษิ ัท ขนส่ง จ�ำกัด บริษัท
นมแม่เป็นอาหารท่ีดีท่ีสุดส�ำหรับทารก เสริมสร้าง นครชยั แอร์ จำ� กดั และบรษิ ทั ไทยแอรเ์ อเชยี จำ� กดั รว่ มกนั
ภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมพัฒนาการ สร้างความรักและความ จดั ทำ� โครงการ “ภาครี ่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแมส่ ูล่ กู ”
ผูกพันส่งผลกระทบต่ออารมณ์ท่ีม่ันคงของเด็ก เด็ก เพ่ือสนับสนุนแม่เม่ือต้องกลับไปท�ำงานหรือห่างไกล
ไว้วางใจและเรียนรู้ส่งผลต่อความฉลาดของเด็กทั้งทาง ลูกสามารถเล้ียงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเน่ืองสามารถส่ง
อารมณ์และสติปัญญา ทารกกินนมแม่ทารกจะได้รับ นมแม่ได้ฟรีท่ัวประเทศ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและ
สารอาหารทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและเปน็ การสรา้ ง เพม่ิ ความสะดวกอีกหน่ึงทางเลอื ก
สายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกผ่านการโอบกอด องค์การ
อนามัยโลกแนะน�ำว่าทารกแรกเกิดถึง 6 เดือนควร
ความสำ� เรจ็ ของโครงการ
ปัจจบุ ันสมาชิกเข้ารว่ มโครงการ 3,427 ราย ขอ้ มลู ณ วันท่ี 20 ตุลาคม 2564
10 อันดบั ต้นทาง จำ� นวนครงั้ 10 อันดับปลายทาง จ�ำนวนคร้ัง
1. กรงุ เทพมหานคร 2,432 1. ล�ำปาง 439
2. ชลบุรี 797 2. นา่ น 381
3. นนทบรุ ี 616 3. ขอนแก่น 377
4. ระยอง 399 4. ศรสี ะเกษ 368
5. ปทุมธานี 340 5. อบุ ลราชธานี 334
6. สมุทรปราการ 322 6. แพร่ 328
7. นา่ น 129 7. เชียงใหม่ 290
8. ขอนแก่น 124 8. ร้อยเอด็ 278
9. เชียงใหม่ 119 9. บรุ ีรัมย์ 268
10. ศรสี ะเกษ 81 10. สุรนิ ทร์ 262
บทท่ี 2 33
การสง่ เสริมสุขภาพสตรมี ีครรภ์และเด็กปฐมวยั
การด�ำเนินงาน ปญั หาและอปุ สรรค
1. คุณแม่บางท่านไม่สามารถใช้บริการเน่ืองจาก
1. จัดท�ำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์โครงการฯ
ผ่านภาคเี ครอื ข่ายกระจายสู่พน้ื ท่แี ตล่ ะภมู ภิ าค เส้นทางเดินรถไม่ครอบคลุม
2. สถานการณโ์ ควิด-19 บางเสน้ ทางเดนิ รถหรือ
2. ประสัมพันธ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กกรมอนามัย
Line@ 9 ยา่ งเพื่อสรา้ งลูก และช่องทางอ่นื ๆ ของกรม บางเสน้ ทางการบนิ งดบรกิ ารหรอื ยกเลิก
อนามัย 3. แมท่ มี่ ารบั ฝากสง่ นมลมื สแกนผา่ นการเขา้ ออก
3. ประชาสัมพันธ์ผ่านมุมนมแม่ภายในสถาน การด�ำเนนิ การตอ่ ไป
ประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการกับกรมสวัสดิการ 1. สนับสนุนการด�ำเนินโครงการร่วมกับภาคี
และคมุ้ ครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
เครอื ขา่ ยโดยการขยายระยะเวลาจนกระทง่ั ถงึ พ.ศ. 2568
4. กรกฎาคม 2564 จัดแคมเปญ “สง่ ความร้สู ึก 2. สื่อสารประชาสัมพันธ์เพ่ือแม่สามารถรับรู้
ความประทับใจ” เฉพาะแม่ท่ีสมัครเข้าร่วมโครงการฯ
และใช้บริการผา่ น Line@ และเข้าถงึ บรกิ าร
3. ชักชวนภาคีเครือข่ายเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อ
ความครอบคลุมของการบริการ อาทิ ขนสง่ เอกชน
34
2.6 การบรู ณาการความรว่ มมอื การพฒั นาคน ความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง
ตลอดชว่ งชีวิต ศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข จึงจัดท�ำบันทึก
ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื ดา้ นการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั เมอื่ วนั ท่ี
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต้ังแต่ 30 มีนาคม 2560 โดยก�ำหนดเจตจ�ำนงร่วมกันส่งเสริม
ฉบบั ที่ 1 และยทุ ธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี พ.ศ. 2560- ความร่วมมือพัฒนาเด็กปฐมวัยตั้งแต่ระดับนโยบาย
2579 ก�ำหนดเปา้ หมายส�ำคญั ร่วมกันนนั่ คือ การพฒั นา จนกระท่ังถึงระดับปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจน
และเสริมสร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การพัฒนา สรา้ งกลไกการดำ� เนนิ งานทเ่ี ออ้ื ตอ่ การดแู ลกลมุ่ เปา้ หมาย
คนเป็นคนคุณภาพ พร้อมความรู้ความสามารถ ความ ระดับพ้ืนท่ี กรอบการบรู ณาการความรว่ มมอื การพฒั นา
รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม และสขุ ภาพดี จำ� เปน็ ตอ้ งเรม่ิ ตน้ ตง้ั แต่ เด็กปฐมวัย 4 H ประกอบด้วย 1) Heart (ดี มีวินัย)
ปฐมวยั สำ� หรบั การดำ� เนนิ งานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ทผ่ี า่ นมา 2) Head (เก่ง) 3) Hand (ใฝเ่ รียนรู้ มที ักษะ) 4) Health
พบว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นบทบาทหน้าท่ีของ (แขง็ แรง) พร้อมทั้งก�ำหนดมาตรการ และตวั ชว้ี ดั ต่าง ๆ
หลายหน่วยงาน และพบช่องว่างเม่ือท�ำการบูรณาการ เพ่อื น�ำไปสกู่ ารขบั เคล่อื นระดบั พืน้ ทต่ี อ่ ไป
การวางแผนและการด�ำเนินงานร่วมกัน ดังน้ัน 4
กระทรวง ประกอบดว้ ย กระทรวงการพฒั นาสังคมและ
บทท่ี 2 35
การสง่ เสรมิ สขุ ภาพสตรีมคี รรภ์และเดก็ ปฐมวัย
ความส�ำเรจ็ ของงาน สิ่งท่ีด�ำเนินงานตอ่
1. บนั ทกึ ขอ้ ตกลงความรว่ มมอื สำ� หรบั การพฒั นา 1. การจัดท�ำรายละเอียดกรอบการบูรณาการ
เดก็ ปฐมวยั เปน็ เครอื่ งมอื สำ� หรบั การขบั เคลอื่ นการพฒั นา ตัวช้ีวัด มาตรการต่างๆ เพื่อจัดท�ำบันทึกข้อตกลง
เด็กปฐมวัยระดบั นโยบายและระดับปฏบิ ัติ ความร่วมมือด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2565 -
2569 โดยเพิ่มกระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัล
2. สร้างการบรู ณาการความร่วมมือ 4 กระทรวง เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม
ประกอบดว้ ย กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คง
ของมนษุ ย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และ 2. การแต่งตั้งคณะท�ำงานเพ่ือก�ำกับติดตามการ
กระทรวงสาธารณสุข เพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับ ด�ำเนนิ งานระดับนโยบายและระดบั ปฏบิ ตั ิ
พนื้ ทีอ่ ยา่ งยัง่ ยนื
3. เพิ่มช่องทางการส่ือสารแก่ทุกหน่วยงาน
ปัญหาท่ีพบ ทเี่ กยี่ วขอ้ งรบั ทราบแผนงานโครงการของแตล่ ะหนว่ ยงาน
1. ตัวชี้วัดบางตัวมิได้สะท้อนถึงการพัฒนาเด็ก
ปฐมวยั โดยตรง
2. กลไกการติดตามการด�ำเนินงานขาดความ
ตอ่ เน่อื ง
3. ขาดการบูรณาการแผนงานโครงการระดับ
สว่ นกลางและระดับพืน้ ที่
36
3บทท่ี
การส่งเสริมสุขภาพ
เดก็ ปฐมวัย
โดย สถาบันพัฒนาอนามัยเดก็ แห่งชาติ กรมอนามยั
3.1 งานเฝา้ ระวังและสง่ เสรมิ พฒั นาการเด็กปฐมวัย
สถานการณก์ ารระบาดโควดิ -19 ในเด็กปฐมวัย
กราฟท่ี 1 จำ� นวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กปฐมวัย
จ�ำนวน (ราย)
60000 48,327
40000
20000 167 ระลอก 3
46 ระลอก 2 (เม.ย. - ก.ย. 64)
(ธ.ค. 63 - ม.ี ค. 64)
0 จ�ำนวน (ราย)
ระลอก 1
(ม.ค. - พ.ย. 63)
จ�ำนวนผตู้ ดิ เชอ้ื โควดิ -19 ระลอก 3 ในเด็กอายุ 0-5 ปี และประชากรทกุ กลมุ่ อายุ
ระหวา่ งวนั ท่ี 4 กรกฎาคม - 3 ตลุ าคม 2564 (รายสปั ดาห์)
160,000 141,191 150,652 142,138
140,000 118,012 124,796
120,000 106,443 101,640 107,013
160,000 93,916 95,119
100,000
80,000 67,015 3.21% 3.28% 3.34% 3.58% 3.63% 75,794
40,000 53,304 3,783 4,628 5,033 5,089 4,528
20,000 3.90% 4.28% 4.57% 4.20% 5.24%
38,620 4,151 4,346 4,887 3,997 3,970
-
3.18% 3.03% 3.11% 3.15%
1,230 1,617 2,083 2,955
28 มิ.ย. - 5 - 11 12 - 18 19 - 25 26 ก.ค. - 2 - 8 9 - 15 16 - 22 23 - 29 30 ส.ค. - 6 - 12 13 - 19 20 - 26 27 ก.ย. -
4 ก.ค. ก.ค. 2564 ก.ค. 2564 ก.ค. 2564 1 ส.ค. ส.ค. 2564 ส.ค. 2564 ส.ค. 2564 ส.ค. 2564 5 ก.ย. ก.ย. 2564 ก.ย. 2564 ก.ย. 2564 3 ต.ค.
2564 2564 2564 2564
จ�ำนวนเดก็ อายุ 0 - 5 ปี จ�ำนวนทกุ กลุ่มอายุ
ที่มา : ไทยรู้สู้โควดิ , http://data.go.th/dataset/covid-19-daily
เมษายน - กนั ยายน 2564 เกดิ การระบาดอย่าง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง
รวดเรว็ ของโควิด-19 ระลอก 3 พบวา่ อตั ราการติดเชอ้ื ศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันก�ำหนด
แต่ละเดอื นประมาณรอ้ ยละ 3.03 - 5.24 และส่วนใหญ่ แนวทางปฏิบัติการดูแลเด็กและครอบครัวที่ติดเช้ือ
ตดิ เชอ้ื จากบคุ คลภายในครอบครวั เปน็ หลกั ดงั นน้ั สถาบนั โควดิ -19 ดงั ตารางท่ี 1 เพอ่ื สขุ ภาพดวี ถิ ใี หม่ (Living with
พัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ COVID-19) ส�ำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ก�ำหนด
แห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการ มาตรการส�ำคัญ 3 ดา้ น ประกอบด้วย ดา้ นสิ่งแวดล้อม
38
ด้านบุคลากร และด้านผู้ปกครอง เน้นการด�ำเนินการ ตรวจ COVID-19 ATK 4) มาตรการยกระดบั Universal
4 เรื่องหลัก 1) การจัดบริการแบบ Small Bubble Prevention แผนเผชญิ เหตุ กรณเี กิดการระบาดภายใน
2) การฉีดวัคซีนโควิด-19 3) การคัดกรองความเสี่ยง สถานพัฒนาเด็กปฐมวยั
ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus และการ
ตารางที่ 1 แนวทางปฏิบตั ิการดูแลเด็กและครอบครวั ที่ติดเช้อื โควิด-19
กรณี เดก็ พ่อแม่ แนวทางในการจดั การ แนวทางช่วยเหลือเพิม่ เตมิ
1+ + เข้าโรงพยาบาล/Hospitel/โรงพยาบาลสนาม Community Isolation/Home Isolation
เน้นจดั ใหอ้ ยูเ่ ปน็ กลุม่ ครอบครวั (ตามระดับอาการ)
2+ - เขา้ โรงพยาบาล/Hospitel/โรงพยาบาลสนาม Community Isolation/Home Isolation
จัดพน้ื ทีแ่ ยกจากผู้ติดเชื้ออื่น (ผู้ปกครองทีด่ ูแล (ตามระดับอาการ)
อายไุ มเ่ กิน 60 ปี และไม่มโี รคประจ�ำตัว)
3- + ใหญ้ าตเิ ปน็ ผ้ดู แู ล หากไมม่ ญี าติหรอื ผ้ดู ูแลเดก็ บา้ นญาติ/บ้านพกั ฉุกเฉนิ
ใหส้ ่งเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ หรือสถานพัฒนา
เด็กปฐมวัยในชมุ ชน
4 +cluster - ใหค้ ณะกรรมการปอ้ งกนั โรคจังหวดั หรือ จดั สพด. เปน็ รพ.สนาม
กรุงเทพมหานคร พิจารณาใหเ้ หมาะสม
ตามบริบทพนื้ ที่ เชน่
1. ปรบั ศูนยเ์ ดก็ เลก็ เปน็ โรงพยาบาลสนาม
- ครพู ่เี ล้ียงที่ติดเชอ้ื อยู่ดูแลเด็กเพ่ือจัด
กิจกรรมให้เด็กและชว่ ยสงั เกตอาการ
- ผู้ปกครองเย่ยี มได้แบบถ่ายทอดวงจรปิด
2. พาเด็กมาโรงพยาบาล
5- - ยึดหลัก D-M-H-T-T เพือ่ ป้องกนั ตนเอง เนน้ การสอ่ื สารในครอบครัว :
D : Social Distancing เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ปฏบิ ัตติ ัวในบ้านใหเ้ หมอื นนอกบ้าน
เลีย่ งการอยูใ่ นทแี่ ออดั (ใส่ mask - ลา้ งมอื - เว้นระยะห่าง)
M : Mask Wearing สวมหน้ากากผ้าหรอื หน้ากาก
อนามยั ตลอดเวลา
H : Hand Washing ล้างมอื บ่อย ๆ ดว้ ยนำ้� และสบู่
หรือเจลแอลกอฮอล์
T : Testing การตรวจวัดอุณหภมู แิ ละตรวจหาเช้ือ
โควิด-19 และ
T : Thai Cha Na สแกนไทยชนะก่อนเข้า-ออก
สถานที่สาธารณะทกุ คร้ัง
บทท่ี 3 39
การส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวยั
กราฟที่ 2 รอ้ ยละของสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยท่เี ขา้ มาประเมนิ
Thai Stop COVID Plus (TSC +) แยกรายเขตสขุ ภาพ 1-13
ร้อยละของสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัย ท่ีเขา้ มาประเมิน TSC Plus แยกรายเขตสขุ ภาพ 1-13
กรมอนามัยก�ำหนดมาตรการเฝ้าระวังการติดเชื้อ ม่ันใจ พบว่า มิถุนายน 2564 สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
โควดิ -19 กลมุ่ เดก็ ปฐมวยั อายุ 2 - 5 ปี ภายในสถานพฒั นา เข้าประเมินตนเองของสถานประกอบการส�ำหรับ
เด็กปฐมวัย ตามมาตรฐานความปลอดภัยป้องกันโควิด- สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop
19 รองรบั สขุ ภาพดีวิถีใหม่ ผ่านแพลตฟอรม์ Thai Stop COVID Plus ร้อยละ 84.8 ดังกราฟที่ 2 นอกจากนี้
COVID Plus และเป็นการด�ำเนนิ การตามความสมคั รใจ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด�ำเนินการปรับปรุงตามข้อ
สอดคลอ้ งกบั ขอ้ กำ� หนดของศนู ยบ์ รหิ ารสถานการณก์ าร แนะน�ำกอ่ นเปิดบริการและพบว่า
แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)
เพ่ือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยสามารถด�ำเนินกิจการอย่าง มาตรการควบคุมหลัก13 ข้อ 6 “ให้แยกกลุ่ม
เด็กเล็กตามอายุ คิดเกณฑ์จ�ำนวนเด็กตามขนาดพื้นท่ี
13 ภาคผนวก
แบบประเมนิ ตนเองของสถานประกอบการสำ� หรบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัย มาตรการสำ� คัญ มาตรการควบคุมหลกั
40