บทท่ี 7 91
การส่งเสรมิ สขุ ภาพและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร
ผลการด�ำเนนิ งาน 1. เฟซบุ๊ก
• เพจขา่ วสด จำ� นวนคนเขา้ ถงึ 440,000 คน
การประชาสัมพันธ์สื่อคลิปเสียงและวีดิทัศน์ • เพจกรมอนามยั จำ� นวนคนเขา้ ถงึ 52,000 คน
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เร่ือง “ความรอบรู้ด้าน • เพจส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย
การส่งเสริมสุขภาพยุคชีวิตวิถีใหม่ด้วย 10 Packages” จำ� นวนคนเขา้ ถึง 19,000 คน
ดังน้ี
92
2. หนงั สือพมิ พ์ข่าวสดออนไลน์ 2. การประเมนิ สอื่ ผา่ นชอ่ งทางสอ่ื สงั คมออนไลน์
ดว้ ยGoogleFormเพอื่ ทราบถงึ จำ� นวนสถานประกอบการ
3. หนงั สอื พมิ พป์ ระชาชาตธิ รุ กจิ สามารถเขา้ ถึงสอื่ ประชาสมั พันธข์ องกรมอนามัย
4. เวบ็ ไซต์สำ� นักขา่ ว 3. การจดั เวทีแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ะหว่างบุคลากร
• https://www.prachachat.net/ ภายในสถานประกอบการและผบู้ รหิ ารสถานประกอบการ
public-relations/news-652386 เพ่ือการขับเคล่ือนการด�ำเนินงาน 10 Packages
• https://www.matichon.co.th/ อย่างมีสว่ นรว่ ม
publicize/news_2682344
กจิ กรรมดำ� เนนิ งานตอ่ เนอื่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 -
5. ประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายศูนย์อนามัย 2565
ท่ี 1-12 ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สถาน
ประกอบการหรือโรงงานทั่วประเทศ การจัดท�ำส่ือประชาสัมพันธ์โครงการเสริมสร้าง
ความรอบรู้ด้านสขุ ภาพประชากรวยั ท�ำงานภายในสถาน
6. เว็บไซต์ https://multimedia.anamai. ประกอบการ เรื่อง “แนวทางการส่งเสริมสุขภาพและ
moph.go.th/ ปอ้ งกนั โควดิ -19 ในสถานประกอบการ/โรงงาน” สำ� หรบั
การประกวดคลปิ วดิ โี อสน้ั ชงิ เงนิ รางวลั รวม 75,000 บาท
7. เวบ็ ไซต์ส�ำนกั สง่ เสริมสขุ ภาพ กรมอนามยั เพื่อเปิดโอกาสให้สถานประกอบการทั่วประเทศร่วม
ด�ำเนินงานเรื่องการส่งเสริมสุขภาพด้วยหลัก36 3อ 2ส
ขอ้ เสนอแนะ 1ฟ 1น และ 10 Packages ภายในสถานประกอบการ
1. ความร่วมมือจากเครือข่ายสถานประกอบการ
จ�ำเป็นส�ำหรับการขับเคล่ือนนโยบาย 10 Packages
ภายในสถานประกอบการ
36 อ ท่ี 1 อาหาร - ควรกนิ อาหารให้ครบ 5 หมู่
อ ที่ 2 ออกกำ� ลังกาย - ออกก�ำลงั กายวันละ 30 นาที สปั ดาหล์ ะ 5วัน
อ ที่ 3 อารมณ์ - อารมณแ์ จ่มใส
ส ท่ี 1 ไมส่ บู บุหร่ี
ส ที่ 2 ไมด่ ่ืมสุรา
ฟ การดูแลรักษาความสะอาดฟันและช่องปาก
น การพักผอ่ นนอนหลับ
บทที่ 7 93
การส่งเสรมิ สขุ ภาพและพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการ
94
7.2 แนวทางการปฏิบตั ิเมอื่ แยกกักตัวผปู้ ่วยโรคโควดิ -19
บทท่ี 7 95
การส่งเสริมสขุ ภาพและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ คนพิการ
7.3 สง่ เสริมความรอบรสู้ สู่ ขุ ภาพดชี วี ติ วถิ ีใหม่ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
ด้วยรูปแบบการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพ ประชาชนจำ� เปน็ ตอ้ งพกั อาศยั อยู่ ณ ทพี่ กั และหลกี เลยี่ ง
ออนไลน์ 7 สัปดาห์ สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน การออกนอกทพ่ี กั โดยไมจ่ ำ� เปน็ เพอ่ื หยดุ การแพรก่ ระจาย
(7 WEEKS Fit at home)” เชื้อตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา2019(ศบค.)ผลกระทบ
ประชากรวัยท�ำงานเป็นประชากรกลุ่มส�ำคัญ ทตี่ ามมาพบวา่ ประชาชนมกี ารเคลอ่ื นไหวรา่ งกายนอ้ ยลง
เนื่องจากเป็นกลุ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของ และบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยง
ประเทศ ปัจจบุ นั ประชากรกลุ่มนม้ี ีประมาณ 56 ลา้ นคน ต่อการเกิดภาวะอ้วนและโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง เช่น ไขมัน
แต่ประชากรกลุ่มนี้มีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม ในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
อันเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นต้น และเนื่องจากภารกิจของส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ
จากการสำ� รวจสขุ ภาพประชากรวยั ทำ� งานอายุ 15 ปขี น้ึ ไป กรมอนามัย มุ่งส่งเสริมสุขภาพประชาชนตามประเด็น
โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่า ดัชนี สขุ ภาพดชี วี ติ วถิ ใี หม่ จงึ นำ� เสนอ “รปู แบบการปรบั เปลย่ี น
มวลกาย37 ปกติ ร้อยละ 36.40 ภาวะอ้วน รอ้ ยละ 37.50 พฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ สุขภาพดี หุ่นดี
ความดันโลหิตสูง รอ้ ยละ 24.70 เบาหวาน ร้อยละ 8.90 ท่บี า้ น (7 WEEKS Fit at home)”
ภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 16.4 และการส�ำรวจ
ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข รปู แบบการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพออนไลน์
เรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของ 7 สัปดาห์ สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน (7 WEEKS Fit at
ประชากรวัยท�ำงานอายุ 15-59 ปี พบว่า ความรอบรู้ home) เป็นนวัตกรรมการบูรณาการและการประยุกต์
ด้านสุขภาพไม่ดีตามหลัก 3อ 2ส38 ร้อยละ 49.0 องค์ความรู้การส่งเสริมสุขภาพ เทคโนโลยี และแนวคิด
และพฤติกรรมสุขภาพไม่ดีตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ การปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ เพอื่ ประชาชนสามารถ
56.70 ฝึกปฏิบัติอย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
ดา้ นสขุ ภาพจากสหสาขาวชิ าชพี ไดแ้ ก่
37 ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index, BMI) เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานเพื่อประเมินสภาวะของร่างกาย และความเสี่ยงของการเกิดโรค
ต่าง ๆ ตวั อยา่ งเชน่ กรณีค่าดชั นีมวลกายสูงและถกู วนิ ิจฉัยวา่ ภาวะนำ�้ หนักเกินหรอื อ้วน เป็นสาเหตุของความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ
ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง โรคเบาหวานชนิดท่ี 2 โรคหลอดเลือดหัวใจ
โรคหลอดเลือดสมอง โรคเก่ียวกับถุงน้�ำดี โรคข้อเข่าเส่ือม ภาวะการหยุดหายใจขณะหลับหรือปัญหาในการหายใจ และโรคมะเร็ง
ชนดิ ต่าง ๆ
38 อ ที่ 1 อาหาร - ควรกนิ อาหารใหค้ รบ 5 หมู่
อ ที่ 2 ออกกำ� ลังกาย - ออกกำ� ลงั กายวนั ละ 30 นาที สปั ดาห์ละ 5 วัน
อ ที่ 3 อารมณ์ - อารมณแ์ จม่ ใส
ส ที่ 1 ไม่สูบบหุ รี่
ส ท่ี 2 ไม่ด่มื สรุ า
96
1) นกั วิชาการสาธารณสขุ และผทู้ รงคุณวุฒิด้าน 4) นักกิจกรรมบ�ำบัด เน้นการสร้างกิจกรรมท่ี
การส่งเสริมสุขภาพ ร่วมพัฒนารูปแบบการปรับเปล่ียน สอดคล้องกับกิจวัตรประจ�ำวัน ทักษะการด�ำรงชีวิต
พฤตกิ รรมสขุ ภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ฯ ขนั้ ตอน ความ การสรา้ งคณุ คา่ แกช่ วี ติ การคลายเครยี ด และแกไ้ ขปญั หา
สามารถปฏิบัติ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ การนอนไมห่ ลบั แกป่ ระชาชน
2) นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ร่วมก�ำหนดรูปแบบ 5) นักกายภาพบ�ำบัด เน้นความรู้เร่ืองสรีระ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ฯ รา่ งกาย การปอ้ งกนั โรคออฟฟศิ ซนิ โดรม การปรบั รปู แบบ
เน้นการออกแบบกิจกรรมทางกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ การดำ� รงชวี ติ ประจำ� วันเพ่อื สขุ ภาพ
ทบ่ี ้าน และผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมสามารถน�ำความร้เู ผยแพร่
แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายพร้อมทง้ั ข้อเสนอแนะ 7) นกั สอื่ สาร เนน้ การออกแบบสอื่ ดว้ ยคณุ สมบตั ิ
สามารถเข้าถงึ กล่มุ เปา้ หมายอย่างทัว่ ถึง สามารถสื่อสาร
3) นักโภชนาการ เน้นการออกแบบเมนูอาหาร หลากหลายช่องทาง เนอ้ื หาเข้าใจง่าย และสามารถน�ำไป
การคำ� นวณแคลอรี และการเลือกรบั ประทานอาหาร ปฏิบัติ
บทท่ี 7 97
การส่งเสรมิ สขุ ภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
น อ ก จ า ก นี้ ที ม ผู ้ เ ช่ี ย ว ช า ญ ด ้ า น สุ ข ภ า พ จ า ก โปรแกรมต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 วัน จนกระทั่งครบ
สหสาขาวิชาชีพ คอยบริการค�ำปรึกษาแบบออนไลน์ 7 สัปดาห์ จากวีดิทัศน์ออนไลน์ เพ่ือสร้างความรอบรู้
พร้อมท้ังเครือข่ายสามารถประยุกต์ รูปแบบการ ด้านสุขภาพแบบองค์รวม 3อ 2ส 1ฟ 1น และการ
ปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สปั ดาหฯ์ เพื่อ ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ โดยโคช้ ผเู้ ชยี่ วชาญเฉพาะ
ด�ำเนินการตอ่ ตามบรบิ ทของแต่ละพ้นื ท่ี ดา้ นนนั้ ๆ ผทู้ ำ� การมอบหมายภารกจิ แกผ่ เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม
ฝึกปฏิบัติทุกวัน และก�ำกับติดตามผ่านกลุ่มไลน์ (Line
รปู แบบการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพออนไลน์ Group) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมชั่งน้�ำหนักและวัดรอบเอว
7 สปั ดาห์ สขุ ภาพดี หนุ่ ดี ทบี่ า้ น (7 WEEKS Fit at home) พร้อมจัดส่งน�้ำหนักและรอบเอวแบบออนไลน์แก่โค้ช
ประกอบดว้ ย สัปดาหล์ ะ 1 ครัง้ เมื่อสิ้นสุดการอบรมผู้เข้ารว่ มกจิ กรรม
ท�ำการประเมินความรู้และประเมินร่างกายตนเองแบบ
1. เนอื้ หาวชิ าการ ออนไลน์ และพบว่าประชาชนสนใจ “รูปแบบการ
ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพออนไลน์ 7 สปั ดาห์ สขุ ภาพดี
สัปดาห์ที่ 1 การประเมินความรู้และร่างกายของ หุ่นดี ที่บ้าน (7 WEEKS Fit at home)” เนื่องจาก
ตนเองกอ่ นการอบรม และเรม่ิ บนั ทกึ จำ� นวนกา้ วแตล่ ะวนั ความสะดวก สนกุ สนาน และสุขภาพดี
สปั ดาห์ที่ 2 เรียนรู้ แปง้ หวาน มัน เค็ม กินอย่างไร ผลการด�ำเนินงาน
ไมอ่ ว้ น และเพิม่ การออกกำ� ลังกาย
ผลผลิต ส่ือวีดิทัศน์ อินโฟกราฟิก และคู่มือ
สปั ดาหท์ ่ี3เรยี นรอู้ าหารโปรตนี นมนำ้� กนิ แบบไหน แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์
ได้ประโยชน์ เลิกเหล้า เลกิ บหุ รี่ ดูแลเหงอื กและฟัน 7 สัปดาห์ สุขภาพดี หุ่นดี ท่ีบ้าน (7 WEEKS Fit at
home) และช่องทางการส่ือสาร ได้แก่ สื่อมัลติมีเดีย
สัปดาหท์ ่ี 4 เรียนรูก้ ารกนิ ผกั ผลไม้ และรู้ป้องกนั กรมอนามัย (AnamaiMedia) เฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์
โรคออฟฟิศซนิ โดรม
ผลลัพธ์ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเกิดการ
สปั ดาหท์ ี่ 5 จดั การความเครยี ด นอนหลบั เพยี งพอ แลกเปล่ียนเรียนรู้ความรู้ด้านสุขภาพภายในกลุ่ม
จดั การสภาพแวดล้อม สขุ อนามยั ทีบ่ า้ น เครอื ขา่ ยสขุ ภาพ จนกระทง่ั เขา้ สกู่ ระบวนการสรา้ งความ
รอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ39 ไดแ้ ก่ การเขา้ ถงึ ความร้ดู า้ นสขุ ภาพ
สัปดาห์ที่ 6 ทบทวนความรู้ วินัย สร้างแรงใจ การสร้างความเข้าใจ การแลกเปล่ียนความคิดเห็น
ควบคุมพฤติกรรมสขุ ภาพ การตัดสินใจปรับเปล่ียนพฤติกรรม การปรับเปลี่ยน
พฤตกิ รรมเพือ่ สขุ ภาพ และบอกตอ่
สัปดาห์ที่ 7 การประเมินความรู้และร่างกายของ
ตนเองเมอื่ เสรจ็ สิ้นการอบรม
2. ข้ันตอนการด�ำเนินงาน กลุ่มเป้าหมาย
สมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านเพจเฟซบุ๊ก “7 สัปดาห์
รอบรู้สู่สุขภาพดี” สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตาม
39 กลยุทธ์สรา้ งความรอบรดู้ ้านสุขภาพ 6 ประการ (V-shape) โดยนายวชิระ เพ็งจันทร์ M.D. กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
98
ตัวช้ีวัดความส�ำเรจ็ พ.ศ. 2564 ประชาชนสมคั ร เข้าร่วมกิจกรรมต้องตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติ
เข้าร่วมกิจกรรม รูปแบบการปรับเปล่ียนพฤติกรรม รุ่นละ 25 คน และผลการประเมินทัศนคติของผู้สมัคร
สุขภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ฯ รุ่นละมากกว่า 100 คน เข้ารว่ มกิจกรรมรุ่นท่ี 3 พ.ศ. 2564 พบวา่ น�ำ้ หนกั ลดลง
จากท่ัวประเทศ ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต้องผ่าน รวมทงั้ สน้ิ 70.90 กโิ ลกรมั นำ�้ หนกั ลดลงสงู สดุ 6 กโิ ลกรมั
คุณสมบัติ ดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน (มากกว่า รอบเอวลดลงรวมท้ังส้นิ 120 เซนตเิ มตร รอบเอวลดลง
หรือเท่ากับ 23.0) และเม่ือสิ้นสุดการอบรม ผู้สมัคร สูงสุด 11 เซนตเิ มตร
บทท่ี 7 99
การสง่ เสริมสุขภาพและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ คนพกิ าร
พ.ศ. 2564 ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงความ มวลกายปกติ” ของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากน้ี
รอบรสู้ สู่ ขุ ภาพดชี วี ติ วถิ ใี หมด่ ว้ ย รปู แบบการปรบั เปลย่ี น ส่งเสริมประชาชนเพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการ
พฤติกรรมสขุ ภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ฯ ผา่ นเพจเฟซบุ๊ก ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยร่วมสร้าง
“7 สปั ดาหร์ อบรสู้ สู่ ขุ ภาพด”ี 163,243 คน ภาคเี ครอื ขา่ ย การขับเคล่ือนผ่านเครือข่าย “ทุกคน ทุกท่ี มีโค้ช
ระดับองค์กรร่วมขับเคลื่อนการด�ำเนินงานทั่วประเทศ ด้านสุขภาพ” และก�ำหนดเป้าหมาย เพิ่มการสร้างโค้ช
จ�ำนวน 35 แห่ง ได้แก่ ศูนย์อนามัยที่ 1, 3, 4, 9, ด้านสุขภาพด้วย รูปแบบการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
12 ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถานประกอบการ สุขภาพ 7 สัปดาห์ฯ พรอ้ มทัง้ เพิ่มการพฒั นาระบบท่ีเปน็
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพต�ำบล และสนับสนุนตัวชี้วัด ประโยชน์และสะดวกต่อการเขา้ ถึงต่อไป
“ร้อยละของประชากรวัยท�ำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนี
100
บทท่ี 7 101
การส่งเสรมิ สุขภาพและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร
การประเมินความพึงพอใจ และความเสีย่ ง วางแผนเพิ่มการผลิตโค้ชด้านสุขภาพแต่ละเขตสุขภาพ
จงั หวดั อ�ำเภอ ตำ� บล สถานประกอบการ สถานพยาบาล
การประเมินผลประสบการณ์ของรูปแบบการ ทั้งภาครฐั และเอกชน และชมุ ชน พร้อมทง้ั วางแผนผลิต
ปรับเปลีย่ นพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สปั ดาหฯ์ ของ สอ่ื การโคช้ ดา้ นสขุ ภาพ สำ� หรบั โคช้ หรอื ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม
ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมจากหนว่ ยงานภายนอก 272 คน พบวา่ สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามด้วยตนเอง อาทิ
วีดิทัศน์การอบรมรูปแบบการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
ส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยท�ำงานอายุ 30-44 ปี สุขภาพออนไลน์ 7 สปั ดาหฯ์
ร้อยละ 52.10 เข้าถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการของ
กรมอนามัยจากการประชุมหรือสมั มนา และเพจเฟซบกุ๊ ตามเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (Sustainable
“7 สัปดาห์รอบรู้สู่สุขภาพดี” ร้อยละ 61.60 และ DevelopmentGoals-SDGs)เปา้ หมายที่3การมสี ขุ ภาพ
45.80 ตามล�ำดับ น�ำประสบการณ์การเรียนรู้ฝึก และความเป็นอยูท่ ด่ี ี (good health and well being)
ปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพตนเองร้อยละ 92.60 น�ำ เป้าหมายย่อย 3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรค
ประสบการณ์การเรียนรู้แลกเปลี่ยนหรือบอกต่อผู้อ่ืน ไม่ติดต่อให้ลดลงหน่ึงในสาม ผ่านทางการป้องกันและ
ร้อยละ 68.40 น�ำประสบการณ์การเรียนรู้ประยุกต์เข้า การรกั ษาโรค และสนับสนนุ สุขภาพจิตและความเปน็ อยู่
กับงานของตนเองร้อยละ 50.50 น�ำประสบการณ์การ ทด่ี ี ภายในปี 2573 โดยก�ำหนดแนวทางการดำ� เนนิ งาน
เรียนรู้เผยแพร่กับหน่วยงานที่เก่ียวข้องร้อยละ 43.70 “งบประมาณเก่ียวกับสุขภาพส�ำหรับสรรหา พัฒนา
นำ� ประสบการณก์ ารเรยี นรขู้ บั เคลอ่ื นรปู แบบการสง่ เสรมิ ฝกึ ฝน และเกบ็ รกั ษากำ� ลงั คนดา้ นสขุ ภาพสำ� หรบั ประเทศ
สขุ ภาพระดบั พ้นื ที่ร้อยละ 30.0 ก�ำลงั พฒั นา”
ความรอบรู้ด้านสุขภาพแบ่งระดับจากน้อยไปหา จ า ก ผ ล ผ ลิ ต แ ล ะ ผ ล ลั พ ธ ์ เ ชิ ง ป ร ะ จั ก ษ ์ ข อ ง
มาก (จาก 1 ถงึ 10) พบว่า ระดับความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ รูปแบบการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์
ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมก่อนการอบรมและภายหลังการ 7 สัปดาห์ฯ ถือเป็นจุดเร่ิมต้นหน่ึงของการพัฒนาและ
อบรม รปู แบบการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพออนไลน์ ฝึกฝนทักษะด้านสุขภาพสู่การมีสุขภาพดีชีวิตวิถีใหม่
7 สัปดาห์ฯ เท่ากับ 5 และ 9 คิดเป็นร้อยละ 23.70 โดยเน้นความตระหนักรู้สุขภาพ เพ่ิมความรอบรู้ด้าน
และ 34.70 ตามล�ำดบั สุขภาพ สามารถจัดการสุขภาพดีชีวิตวิถีใหม่ บอกต่อ
องค์ความรู้วิธีปฏิบัติสู่ผู้อื่น ลดภาวะอ้วนหรือดัชนี
ความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของ มวลกายเกนิ เกณฑ์มาตรฐาน (มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 23.0)
กรมอนามยั แบง่ ระดบั จากนอ้ ยไปหามาก (จาก 1 ถงึ 10) เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น
พบวา่ ความพงึ พอใจอยรู่ ะดบั 10 และ 9 เท่ากบั ร้อยละ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและ
49.50 และ 28.40 ตามลำ� ดบั หลอดเลือด เป็นตน้
การวิเคราะห์สถานการณ์ที่ผ่านมา พบความ จะเห็นว่าผลลัพธ์ของรูปแบบการปรับเปล่ียน
เสี่ยงเนื่องจากการขยายผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่ระดับ พฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ฯ ช่วยประหยัด
พ้ืนที่ ได้แก่ การเพ่ิมของจ�ำนวนผู้รับบริการ โค้ชด้าน งบประมาณการด�ำเนินงานภาครัฐ เพ่ิมความรอบรู้ด้าน
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไม่เพียงพอ ดังนั้นส�ำนัก สุขภาพของประชาชน ร่างกายและจิตใจแจ่มใสแข็งแรง
ส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย เตรียมรับมือด้วยการ
102
น�ำไปสู่บุคคลคุณภาพ สร้างก�ำลังผลิต สร้างรายได้ พัฒนาเครื่องมือสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพดีชีวิต
ครัวเรือน สร้างสังคมแห่งความสุข ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วิถีใหม่ และปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน
ของประเทศสู่ความมั่นคง ม่งั ค่ัง ยั่งยืน และตามนโยบาย เพอื่ การมสี ขุ ภาพดี
กระทรวงสาธารณสุข “ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจ
แข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” ดังนั้นภาคสาธารณสุข 7.4 โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรส�ำนัก
ภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ต้องร่วมมือกัน ส่งเสริมสุขภาพด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม
ขบั เคลอื่ นความรอบรสู้ สู่ ขุ ภาพดชี วี ติ วถิ ใี หมแ่ กป่ ระชาชน เป็นนักจัดการความรู้ท่ีเชี่ยวชาญในการ
เพ่ือสามารถจัดการสุขภาพตนเองจนกระทั่งกลายเป็น ส่งเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัยภายใต้ชีวิตวถิ ีใหม่
สขุ ภาพดีชีวติ วถิ ีใหม่ (New normal)
ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม ประเทศไทยก�ำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี
พ.ศ. 2560-2579 ภายใต้วิสยั ทัศน์ “มน่ั คง มงั่ คัง่ ยง่ั ยืน”
1) สนับสนุนการขับเคลื่อนเพ่ือขยายผลการ และ “ประเทศไทยเปน็ ประเทศพฒั นาแลว้ ดว้ ยการพฒั นา
ด�ำเนินการครอบคลุมทุกจังหวัด ณ สถานประกอบการ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมท้ังก�ำหนด
โรงงาน โรงพยาบาล ศูนย์อนามัยท่ี 1-12 ส�ำนักงาน ยุทธศาสตร์ดา้ นการปรับสมดลุ และการพฒั นาระบบการ
สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล บริหารจัดการภาครัฐ (Good Governance) โดยเน้น
ชมุ ชน เพื่อสรา้ งความแขง็ แรงแกส่ ุขภาพประชาชน และ ดา้ นการบรหิ ารและการพฒั นากำ� ลังคนภาครฐั ประกอบ
การปอ้ งกนั โรคไมต่ ิดตอ่ เรอ้ื รัง เช่น หวั ใจและหลอดเลือด ด้วย 1) ปรับปรุงกลไกตามมาตรฐานของการก�ำหนด
ความดันโลหิตสงู เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นตน้ เปา้ หมายและนโยบายกำ� ลงั คนภาครฐั และบงั เกดิ ผลทาง
ปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ 2) เสริมสร้างความเข้มแข็ง
2) เพ่ิมการสื่อสารประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน การบริหารงานบุคคลภาครัฐตามระบบคุณธรรมอย่าง
เพื่อเพ่ิมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการของกรมอนามัย แท้จริง 3) พัฒนาบุคลากรภาครัฐทุกประเภทเพื่อเพิ่ม
โดยเฉพาะ “รูปแบบการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพ ความรู้และความสามารถ 4) สร้างผู้น�ำทางยุทธศาสตร์
ออนไลน์ 7 สปั ดาห์ สุขภาพดี หุน่ ดี ท่ีบา้ น (7 WEEKS ภายในหน่วยงานภาครัฐทุกระดับอย่างต่อเนื่องและ
Fit at home)” เป็นระบบ เพื่อรองรับการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะยาว โดยเนน้ การพฒั นาความรู้ ทกั ษะ และสมรรถนะ
3) ส่งเสริมสถานพยาบาลน�ำ รูปแบบการ ที่จ�ำเป็นส�ำหรับยุคแห่งการแข่งขันอย่างไร้พรมแดน
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สัปดาห์ฯ (Globalization) พร้อมท้ังการค�ำนึงถึงการระบาดของ
เพ่ือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้รับบริการและ โควดิ -19 ดงั นนั้ สำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามยั จำ� เปน็
สนับสนุนการสร้างระบบรองรับการเบิกค่าใช้จ่ายตาม ต้องปรับเปล่ียนภารกิจการด�ำเนินงานกลายเป็นการ
สิทธิ์แก่ผู้รับบริการเม่ือเข้าร่วมกิจกรรม รูปแบบการ สง่ เสริมสขุ ภาพทกุ กลุม่ วยั ภายใตช้ ีวิตวิถใี หม่
ปรบั เปลยี่ นพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์ 7 สปั ดาหฯ์
สำ� นกั สง่ เสริมสุขภาพมงุ่ มนั่ พฒั นาเพือ่ เปน็ องค์กร
4) ควรถอดบทเรียนชุมชนหรือองค์กรต้นแบบ หลักของประเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัย
ของรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพออนไลน์
7 สัปดาห์ฯ เพื่อเป็นแนวทางส�ำหรับการปรับปรุงและ
บทที่ 7 103
การส่งเสริมสขุ ภาพและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการ
ส่ิงแวดล้อมเพ่ือประชาชนสุขภาพดี ดังนั้นบุคลากร สุขภาพกลุ่มวัยจนกระท่ังก้าวสู่การเป็นนักส่งเสริม
จ�ำเป็นต้องมีความรู้ ความสามารถ และทักษะท่ี สุขภาพยุคดิจิทัล ทัศนคติเชิงบวกส่งผลต่อบุคลากร
หลากหลายรอบด้าน เช่น การจัดการความรู้การ กลายเปน็ กลมุ่ คนตน้ แบบกอ่ เกดิ ความรกั ความผกู พนั ของ
ส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัย การสร้างสรรค์นวัตกรรมการ คนในองคก์ ร และสุดทา้ ยกลายเปน็ ความรักต่อองคก์ ร
ส่งเสริมสุขภาพ ทักษะการส่ือสารยุคดิจิทัล ทักษะด้าน
ภาษา ทักษะการจัดการด้านสุขภาพ การประสานงาน การเรียนรู้ของผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ
เครือข่ายเชิงบูรณาการ ทักษะการออกแบบนวัตกรรม
การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ และพฒั นาการดำ� เนนิ งานตามภารกจิ 1. การส่ือสารอย่างมีสัมพันธภาพท่ีดี ประกอบ
ภายใต้ชวี ิตวถิ ใี หม่ เป็นตน้ ศตวรรษท่ี 21 ถอื เปน็ ยุคแห่ง ดว้ ย
การเปลีย่ นแปลงทงั้ ด้านสงั คม เศรษฐกจิ และเทคโนโลยี
ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวิถีการท�ำงาน บุคลากร 1.1 การถามดว้ ยคำ� ถาม Open, If, Goal
จ�ำเป็นต้องปรับตัว และยกระดับสมรรถนะของตนเอง
เพื่อทันต่อการเปลี่ยนแปลง รู้เท่าทันการเปล่ียนแปลง 1.2 คำ� ถามสรา้ งความรสู้ กึ ปลอดภยั แกผ่ ตู้ อบ
อาทิ ภยั คกุ คามทางไซเบอร์ และสามารถเปน็ กำ� ลงั สำ� คญั คำ� ถาม
ของการขบั เคลอื่ นองคก์ รสอู่ งคก์ รสมรรถนะสงู พรอ้ มทงั้
การพัฒนาประเทศก้าวไกล 1.3 การไม่ด่วนตัดสิน ไม่ต�ำหนิ ไม่ลดทอน
ความส�ำคัญของค�ำตอบ ไม่พยายามเบี่ยงเบนประเด็น
กระบวนการพฒั นาศักยภาพบคุ ลากร ไม่เปลี่ยนบริบทการสนทนา เพื่อผลประโยชน์แก่ตนเอง
และผลเสียแก่ผ้อู ่นื
การประชุมแบ่งออกเป็น 3 ระยะ และรูปแบบ
การประชุมประกอบด้วย การบรรยาย การฝึกปฏิบัติ 1.4 การฟังผู้พูดอย่างต้ังใจและมองหา
และการแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันของผู้เข้าร่วมประชุม ประโยชนเ์ ชิงบวกจากคำ� ตอบ
พร้อมทง้ั กำ� หนดหัวขอ้ การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรดังนี้
2. บคุ ลิกภาพ
ระยะ 1 เร่ือง “Growth Mindset ปลุกพลงั แห่ง
ความคดิ ก้าวสู่นกั ส่งเสริมสุขภาพยุคดิจิทลั ” วันที่ 28 - 2.1 เป็นลักษณะจ�ำเพาะของแต่ละบุคคล
29 มกราคม 2564 ณ โรงแรมอมารีดอนเมือง แอร์พอรต์ ประกอบดว้ ย 1) บุคลิกภาพภายใน ได้แก่ ลกั ษณะทาง
กรงุ เทพมหานคร จติ ใจ นสิ ยั อารมณ์ ฯลฯ และบคุ ลกิ ภาพภายนอก ไดแ้ ก่
หน้าตา รปู ร่าง ท่าทาง การแต่งกาย รอยยม้ิ ฯลฯ
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรส�ำนักส่งเสริม
สุขภาพสู่การเป็นนักส่งเสริมสุขภาพภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ 2.2 เป็นภาพลกั ษณ์แรกของคนคนหนง่ึ และ
กล้าคิด กลา้ ท�ำ กล้าแสดงออก จติ ใจม่งุ มนั่ (Mindset) ถูกจดจ�ำไปตลอด สามารถเปล่ียนแปลงแต่ต้องการเวลา
บุคลิกภาพที่ดี คิดอย่างมีหลักการ สามารถสร้างสรรค์ เพราะฉะนน้ั จ�ำเปน็ ต้องสร้างภาพลักษณต์ งั้ แตแ่ รกพบ
นวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัย สามารถพัฒนา
ตนเองเป็นนักจัดการความรู้ท่ีเชี่ยวชาญการส่งเสริม 2.3 ทกุ คนสามารถพฒั นาบคุ ลกิ ภาพดว้ ยการ
รู้จักตนเอง ประเมินตนเอง ศึกษาข้อมูล และก�ำหนด
เป้าหมายอย่างง่าย พร้อมท้ังฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
หมน่ั นำ� มาแสดงออก และประเมนิ ตนเองภายหลงั การฝกึ
ปฏิบตั แิ ละเพม่ิ เป้าหมายทท่ี า้ ทาย
104
2.4 การพัฒนาบุคลิกภาพเพ่ือการเป็น - ชอ่ งทางการสอื่ สารเหมาะสม นา่ สนใจ
นักส่ือสารสุขภาพ จ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึง สื่อสารกับใคร - ประสิทธิผลของการสื่อสารจะส่งผล
สื่อสารเพื่อวตั ถปุ ระสงคอ์ ะไร สอ่ื สารอย่างไร และวดั ผล กระทบ 3 ดา้ นหลกั เสมอ 1) ความรคู้ วามเขา้ ใจ 2) ทศั นคติ
อยา่ งไร องคป์ ระกอบของการสอื่ สารประกอบดว้ ย และ 3) พฤติกรรม ดังนั้นการส่ือสารที่ดีจ�ำเป็นส�ำหรับ
นกั ส่ือสารสุขภาพ
- แ ห ล ่ ง ท่ี ม า ข อ ง ส า ร น ่ า เช่ื อ ถื อ
นา่ ไวว้ างใจ
- เน้ือหาของสารถูกต้อง ครบถ้วน
นา่ สนใจ เปน็ ประโยชน์ และทนั กระแส
บทท่ี 7 105
การส่งเสรมิ สุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการ
ระยะ 2 เรื่อง “นักส่งเสริมสุขภาพกับการ 2. โครงสรา้ งเนอื้ หาท่ดี ี
สร้างแบรนด์และการตลาดในยุคดิจิทัล” วันที่ 24-25
กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ณ โรงแรมอมารดี อนเมอื ง แอร์พอรต์ 2.1 THE HOOK - AWARE ได้แก่ ช่ือเร่ือง
กรุงเทพมหานคร (Title) หรือค�ำน�ำ เป็นสิ่งส�ำคัญที่สุด จ�ำเป็นต้องสะกด
ผอู้ า่ นหรอื ดงึ ดดู ความสนใจผอู้ า่ น อาทิ “เอะ๊ Strategy”
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรส�ำนักส่งเสริม
สุขภาพสู่การเป็นนักส่งเสริมสุขภาพภายใต้ชีวิต 2.2 THE BODY - ENGAGE ไดแ้ ก่ เรือ่ งราว
วถิ ใี หม่ พรอ้ มพฒั นาตนเองจนกระทง่ั เปน็ ผรู้ ู้ และสามารถ หรือเน้ือเร่ือง เป็นส่ิงส�ำคัญ จ�ำเป็นต้องแสดงคุณค่าแก่
ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ส่งเสริมการ ผู้อ่าน หรือเก่ียวข้องกับสิ่งที่ผู้อ่านอยากรู้ อยากถาม
ท�ำงานเป็นทมี สง่ เสรมิ การเปล่ียนแปลงความรู้ สามารถ อยากพดู แต่ไมก่ ล้า อาทิ “โม้ Strategy”
เช่ือมโยงองค์ความรู้หรือข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพที่
สรา้ งสรรค์ (Creative Health Promotion Content) 2.3 THE CLOSE - CONVERSION ได้แก่
ผ่านกระบวนการออกแบบด้วยตนเอง และสามารถ การสรุป เป้าหมายต้องการโน้มน้าวผู้รับบริการสามารถ
สร้างนวัตกรรมท่ีมีคุณค่าเพ่ือพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการ กระท�ำบางอย่างต้ังแต่แสดงความคิดเห็น (comment)
เรียนรู้ พร้อมทั้งการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และ เย่ียมชมเว็บไซต์ จนกระท่ังถึงการเลือกผลิตภัณฑ์หรือ
ทักษะส�ำหรับการสร้างแบรนด์ (Brand Identity) และ บรกิ าร อาทิ “Call to action Strategy”
การจัดการแบรนด์ (Branding) เพอื่ ดงึ ดดู กลุม่ เปา้ หมาย
สู่การสร้างผลลัพธ์เชิงนวัตกรรมท่ีมีคุณค่า เพื่อพัฒนา 3. หลกั การสร้างแบรนด์ (Brand Identity)
องค์กรต่อไป
3.1 รู้จักตัวตนของเราหรือองค์กร รู้จักลูกค้า
เนื้อหาการอบรม หรือผู้รับบริการเป็นส่ิงส�ำคัญ สร้างเน้ือหา (content)
ทด่ี งึ ดดู ใจ ส่อื สารหรือเผยแพร่ และพฒั นาอยา่ งต่อเนื่อง
1. หลักการจัดการความรู้ (Knowledge
Management, KM) 3.2 แบรนด์ (Brand) หรือยีห่ อ้ เปน็ สินทรพั ย์
สำ� คญั ขององคก์ รและมลี กั ษณะ “จำ� ได้ จำ� งา่ ย ไมซ่ บั ซอ้ น
1.1 กำ� หนดเป้าหมาย เชน่ ต้องการลดปัญหา ไมซ่ �้ำใคร”
ตอ้ งการพฒั นาความรู้ หรือตอ้ งการประสบการณ์
3.3 การสร้างหรือพัฒนาคน จ�ำเป็นต้องท�ำ
1.2 มุง่ สู่เปา้ หมายอย่างชัดเจน ก่อนการสร้างแบรนด์ ท้ังน้ีเพื่อการด�ำเนินงานเป็นไป
ในทศิ ทางเดียวกนั
1.3 สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มโดยหลกั การ “ระเบดิ
จากขา้ งใน” 3.4 ผู้บริหารและพนักงานต้องเห็นความ
ส�ำคัญ และหมั่นเล่าเร่ืองราวของแบรนด์แก่บุคคลอ่ืน
1.4 กระบวนการจัดการความรู้เต็มไปด้วย ฟังอยู่เสมอ เพราะแบรนด์เป็นส่ิงสะท้อนตัวตนของ
ความตนื่ เต้น สาระบันเทิง และความเปน็ กันเอง องค์กร สร้างความรู้สึกถึงความคุ้มค่า ความไว้วางใจ
และความภาคภูมิใจ แกล่ กู ค้าหรือผ้รู ับบรกิ าร
1.5 กระบวนการจดั เกบ็ ขอ้ มลู สะดวกสำ� หรบั
การเข้าถงึ และสามารถคน้ หาง่ายและรวดเรว็ “KM for
all/KM Of all/KM From all”
106
4. หลักการตลาด ด้วยการวิเคราะห์จดุ ออ่ น จุดแขง็ โอกาส และอปุ สรรค
(SWOT Analysis) ประกอบด้วยการวิเคราะห์ปัจจัย
4.1 โอกาสประสบความส�ำเร็จสูงทางการ ภายใน ไดแ้ ก่ จดุ แขง็ (Strength, S) และจดุ ออ่ น (Weak,
ตลาดนน่ั คอื การตลาดทมี่ าจากประสบการณจ์ ดุ เจบ็ ปวด W) และปัจจยั ภายนอก ไดแ้ ก่ โอกาส (Opportunity, O)
(Pain Point) หรอื ปญั หาจากการรบั บรกิ ารหรอื ผลติ ภณั ฑ์ และอุปสรรค (Threat, T) 2) ก�ำหนดรูปแบบของ
ของลูกค้าหรือผู้รับบริการ ดังน้ันผลิตภัณฑ์หรือบริการ การส่อื สารสอดคล้องกบั ยุคสมยั และ 3) ศึกษาลกั ษณะ
ใหม่จ�ำเป็นต้องเป็นประโยชน์และเข้าใจลูกค้าหรือ เฉพาะ เช่น อายุ ลักษณะความชอบทางเพศ (LGBT-
ผรู้ ับบรกิ ารเป็นส�ำคัญ QIAN40) ของกลุ่มลูกค้าหรือผู้รับบริการและน�ำเสนอ
ผลติ ภณั ฑห์ รอื บริการตรงกับความตอ้ งการ เพราะความ
4.2 การตลาด หมายถงึ กระบวนการส่ือสาร ต้องการของบคุ คลแตล่ ะวยั แต่ละกลมุ่ แตกต่างกนั
คุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่ลูกค้าหรือผู้รับบริการ
ขั้นตอนประกอบด้วย 1) วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายหลัก
40 L = Lesbian ผหู้ ญงิ รักผหู้ ญงิ
G = Gay ผูช้ ายรกั ผู้ชาย
B = Bisexual คนทร่ี ักทงั้ ผหู้ ญงิ และผู้ชาย
T = Transgender คนขา้ มเพศ (ทอม กะเทย และกลุ่มคนข้ามเพศอ่ืน ๆ)
Q = Queer คนที่ยงั ไม่แนใ่ จในเพศ แต่รวู้ า่ ไม่ตรงตามสังคมกำ� หนด
I = Intersex ภาวะเพศกำ� กวม คอื บุคคลทเี่ กดิ มาพรอ้ มมีอวัยวะเพศทงั้ ชายและหญงิ
A = Asexual สำ� หรับเพศทีไ่ ร้ความรู้สกึ ทางเพศไม่มีความพิศวาสทางเพศ
N = Non-binary ส�ำนกึ ทางเพศท่ไี ม่ใชช่ าย-หญงิ
ระยะ 3 เร่ือง “นักการจัดการข้อมูลด้านการ ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ปจั จบุ นั เปน็ ยคุ
ส่งเสริมสุขภาพสู่การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ” ของการแสดงความคดิ เหน็ และการสอ่ื สารขอ้ มลู ขา่ วสาร
วนั ท่ี 25 - 26 มนี าคม 2564 ณ โรงแรมอมารีดอนเมือง
แอร์พอรต์ กรงุ เทพมหานคร 1.1.3 การสื่อสารท่ีดี สามารถสร้าง
ประโยชนแ์ กท่ กุ ภาคสว่ นทงั้ การสอื่ สารภายในองคก์ รเพอ่ื
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรส�ำนักส่งเสริม งานประจ�ำและภายนอกองค์กรเพ่ือการส่งเสริมสุขภาพ
สุขภาพสู่การเป็นผู้รู้เท่าทันส่ือ เข้าใจเก่ียวกับส่ือ รวมถงึ การสรา้ งภาพลกั ษณ์ที่ดขี ององคก์ ร
สามารถน�ำวิจารณญาณมาวิเคราะห์และประเมินค่าสื่อ
น�ำไปสู่การวิเคราะห์เพ่ือเลือกรับส่ือ สามารถส่ือสาร 1.2 การรู้เทา่ ทนั สอื่ (Media Literacy)
อย่างสร้างสรรค์ทันสมัย น�ำไปสู่การผสานการท�ำงาน
การถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ และการด�ำรงชีวิตอย่างมี ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถแยกแยะข่าวปลอม
ประสิทธภิ าพยุคชีวิตวิถใี หม่ ข่าวเทจ็ การตอบโตค้ วามเส่ียง และการวิเคราะห์ขอ้ มลู
เพื่อการสื่อสารประชาสัมพันธ์ พร้อมท้ังฝึกทักษะการ
ความสำ� เรจ็ ของโครงการ สือ่ สารผ่านเวบ็ แอปพลิเคชนั Canva บนโทรศัพทม์ ือถอื
หรอื คอมพวิ เตอร์
ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเป็นนักจัดการความรู้
ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ส�ำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม 1.3 การจัดทำ� เนื้อหา (Content)
ใหม่ ๆ ดังนี้
การจัดท�ำเน้ือหา (Content) เพ่ือส่ือสาร
1. องค์ความรู้ แก่ผู้รับสาร อย่างมีหลักการ ถูกต้อง ทันสมัย ภาษา
เหมาะสม ชัดเจน และเขา้ ใจง่าย
1.1 สอื่ สารอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพอยา่ งไร
1.1.1 หัวใจของการส่ือสาร จ�ำเป็น
ตอ้ งหา “ขอ้ ความสอื่ สารทส่ี ำ� คญั (Key communication
message) เป็นขอ้ ความท่อี ย่รู ะหวา่ ง สิ่งทีเ่ ราอยากบอก
และส่ิงท่ีเขาอยากรู้ นอกจากน้ีการส่ือสารท่ีดีผู้รับสาร
ร้สู ึกยินดีพร้อมเนื้อหามีสาระส�ำคญั
1.1.2 การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อ
ศึกษาบริบทของประชากรแต่ละพ้ืนท่ี (Geographic)
พฤติกรรม (Behavioral) ลักษณะจิตนิสัย (Psycho-
graphic) และภูมิประชากรศาสตร์ (Demographic)
เพ่ือผลิตส่ือตรงตามกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากการสื่อสาร
เปน็ ปัจจัยสำ� คัญส�ำหรบั การดำ� รงชีวติ มนุษยจ์ ำ� เป็นตอ้ ง
ตดิ ตอ่ สอ่ื สารกนั อยตู่ ลอดเวลา โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ รปู แบบ
การส่ือสารที่เปลี่ยนแปลงไปตามกลุ่มวัย และยุคของ
108
2. ทกั ษะการจัดทำ� ส่ือ 2.2 สร้างวิธีคิดส�ำหรับการริเร่ิมสร้างสรรค์
การผลิตสือ่ เพ่ือการสอ่ื สารสง่ เสรมิ สขุ ภาพแกป่ ระชาชน
2.1 สามารถสร้างสรรค์ส่ืออินโฟกราฟิก
โปสเตอร์ onepage และอ่ืนๆ ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน 3. ผลงาน
Canva และการพัฒนาทกั ษะการนำ� เสนอ เพ่อื นำ� เสนอ
ข้อมูลข่าวสารอยา่ งนา่ สนใจ และดึงดดู ผู้รบั สาร สอื่ อนิ โฟกราฟิกโควดิ -19
บทท่ี 7 109
การส่งเสริมสขุ ภาพและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร
110
บทท่ี 7 111
การส่งเสรมิ สุขภาพและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร
การประเมินผล ภายหลังสิ้นสุดการประชุม
ผู้เข้าร่วมประชุมตอบแบบประเมินตนเอง (Self
Evaluation) ผลการประเมนิ พบวา่ การอบรมเพม่ิ ความรู้
ความเขา้ ใจ และความมนั่ ใจแกผ่ เู้ ขา้ รว่ มประชมุ พรอ้ มทงั้
สามารถน�ำไปต่อยอดการจัดทำ� ส่อื ตา่ ง ๆ การสร้างสรรค์
นวตั กรรม และการพฒั นางาน นอกจากนผ้ี เู้ ขา้ รว่ มประชมุ
คาดว่าจะสามารถพัฒนาต่อไป ได้แก่ 1) การจัดการ
ขอ้ มลู 2) รปู แบบการนำ� เสนอขอ้ มลู 3) การวเิ คราะหก์ ลมุ่
เป้าหมาย 4) การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน 5) การจัด
ทำ� ส่อื อย่างสรา้ งสรรค์ 6) ความรู้ดา้ นการตลาดเพ่ือการ
ส่งเสริมสุขภาพ 7) การจัดการความรู้ยุคชีวิตวิถีใหม่
และ 8) ความเข้าใจสื่อ การทำ� สอื่ และการเทา่ ทนั ส่ือ
112
8บทท่ี
การพัฒนาศักยภาพ
บุคลากรทางการแพทย์
และสาธารณสขุ
โดย กลมุ่ พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละ
สาธารณสขุ สำ� นกั สง่ เสริมสขุ ภาพ กรมอนามยั
การถอดบทเรยี นภารกิจพิเศษ
การคดั เลือกบคุ คลและองคก์ รดเี ดน่ ด้านการสง่ เสรมิ สุขภาพ
และอนามัยสง่ิ แวดล้อม
และการขอพระราชทานรางวลั Princess Health Award 2021
กรมอนามัยด�ำเนินการตามภารกิจหลัก การอภิบาลระบบส่งเสริม
สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพื่อการขับเคล่ือนงานด้านการ
ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดล้อม นอกจากน้ีกรมอนามัยน้อมน�ำแนว
พระราชด�ำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี มาด�ำเนนิ งานเพอ่ื ยกระดบั คุณภาพชวี ิตและสุขภาพของ
ประชาชนทุกกลุม่ วยั ทกุ พ้นื ท่ที ่ัวประเทศ เพิ่มการเขา้ ถึง ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดล้อม จวบจนกระทั่ง
บริการสาธารณสขุ และด�ำรงชวี ติ อย่ใู นสิง่ แวดล้อมทเี่ อ้ือ บรรลเุ ปา้ หมายประชาชนสุขภาพดี เจา้ หน้าท่ีมีความสุข
ต่อการมีสุขภาพดี อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนงานเพ่ือ ระบบสุขภาพยงั่ ยืนตอ่ ไป
ความสำ� เรจ็ ครอบคลุม และยั่งยนื จำ� เปน็ ตอ้ งประสาน
ความร่วมมือและบูรณาการการท�ำงานร่วมกันกับ กมุ ภาพนั ธ์ - สงิ หาคม 2564 สำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ
หน่วยงานทุกภาคส่วน ได้แก่ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มอบหมายกลุ่มพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์
ภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดระยะเวลา และสาธารณสุข ด�ำเนินการคัดเลือกบุคคลและองค์กร
ทผ่ี า่ นมาหนว่ ยงานตา่ ง ๆ รว่ มดำ� เนนิ งานจนกระทงั่ บงั เกดิ จากภายในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย
ผลงานเชิงประจักษ์ ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสอ่ื มวลชน
และระดับประเทศ
พฤศจิกายน 2564 เข้ารับพระราชทานรางวัล
ด้วยส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณท่ีทรงเห็นความ Princess Health Award
ส�ำคัญด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
ปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความทุ่มเท เสียสละ กระบวนการดำ� เนนิ งาน
และอดทน เป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจแก่
นักวิชาการและหน่วยงานต่าง ๆ กรมอนามัยจึงขอ เพื่อการด�ำเนินงานเป็นไปตามแผนที่ก�ำหนด
พระราชทานรางวัล Princess Health Award จาก ทีมเลขานุการจ�ำเป็นต้องจัดท�ำแผนการด�ำเนินงาน
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราช แบ่งออกเป็น 5 กระบวนการหลกั ดังน้ี
สดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เพอื่ มอบแกบ่ คุ คลและองคก์ ร
ผเู้ สยี สละดาํ เนนิ งานดา้ นการสง่ เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั 1. กระบวนการเพื่อขอรับพระราชทานรางวัลและ
ส่ิงแวดล้อมจนกระท่ังปรากฏผลงานเชิงประจักษ์ระดับ เหรียญรางวลั จากสำ� นักพระราชวัง
ดีเด่น และเป็นท่ียอมรับจากหน่วยงานและบุคคลท่ัวไป
เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญก�ำลัง ขั้นตอนนี้เป็นการจัดท�ำหนังสือถึงราชเลขานุการ
ใจส�ำหรับการพัฒนางานอย่างต่อเน่ือง ตลอดจนเป็น ในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
ต้นแบบการสร้างสรรค์ผลงานสู่ความเป็นเลิศด้านการ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอน�ำ
ความกราบบังคมทูลขอพระราชทานรางวัล และได้รับ
พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญ
รางวลั Princess Health Award
114
2. กระบวนการจดั เตรียมเอกสาร ภาพบรรยากาศ
การประชุมคณะกรรมการสรรหา
ขน้ั ตอนนเี้ ปน็ การจดั ทำ� หนงั สอื หรอื เอกสารตา่ ง ๆ
หรอื งานสารบรรณ ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนกิ ส์ (2) คณะกรรมการตัดสินผู้สมควรได้รับ
รางวัล ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน อ�ำนาจ
3. กระบวนการสรรหา คัดเลือกบุคคลและองค์กร หน้าท่ี รับรองเกณฑ์ และตัดสนิ บุคคลและองค์กรพรอ้ ม
พร้อมผลงานดีเดน่ ผลงานดีเด่นจากการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา
และกลนั่ กรองผสู้ มควรไดร้ บั รางวลั
แบง่ ออกเปน็ 2 ขัน้ ตอนย่อย ดังน้ี
3.1 การประชุมจัดท�ำเกณฑ์การคัดเลือกและ
การรบั รองเกณฑ์ สำ� นกั สง่ เสรมิ สขุ ภาพดำ� เนนิ การยกรา่ ง
เกณฑ์ ไดแ้ ก่ การรบั สมคั ร การคดั เลอื ก คณุ สมบตั ิ และ
ใบสมัคร น�ำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯ เพ่ือพิจารณา
และรับรองเกณฑ์ โดยคณะกรรมการคดั เลอื กบคุ คลและ
องค์กรพร้อมผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพและ
อนามัยสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 ชุด
ดังนี้
(1) คณะกรรมการสรรหาและกล่ันกรอง
ผู้สมควรได้รับรางวัล อธิบดีกรมอนามัยเป็นประธาน
อำ� นาจหนา้ ที่ พจิ ารณาเกณฑ์ และดำ� เนนิ การสรรหาและ
คดั เลือกบคุ คลและองค์กรสมควรไดร้ บั รางวลั
ภาพบรรยากาศ
การประชุมคณะกรรมการตดั สนิ
บทที่ 8 115
การพัฒนาศกั ยภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
หลักเกณฑ์การคัดเลือก บุคคลและองค์กร 3. บุคคลและองค์กรผ่านเกณฑ์ด้านการ
ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการบริหาร วิชาการ สง่ เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม ไดร้ บั เกยี รตบิ ตั ร
หรือบริการ เพื่อเพ่ิมคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่ว จากอธิบดกี รมอนามยั
ประเทศ ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความทมุ่ เทและเสยี สละเปน็ เวลา
ต่อเน่ืองกันอย่างน้อย 2 ปี ผลงานดีเด่นโดยเฉพาะการ 3.2 การประชาสัมพันธ์และช่องทางการสรรหา
พัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของ ภายหลังการรับรองเกณฑ์ ท�ำการแปลเปน็ ภาษาองั กฤษ
ประเทศและเปน็ ทยี่ อมรบั ระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาติ โดยศนู ย์ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ กรมอนามยั เพ่อื
ดำ� เนนิ งานหรอื ดำ� รงชวี ติ ดว้ ยคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม เชน่ การประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงท้ังภายในประเทศและ
ผู้น�ำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน สื่อมวลชน องค์กรภาครัฐ ต่างประเทศ
องค์กรภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
องคก์ รสาธารณกศุ ล ชมรม มหาวทิ ยาลยั มลู นิธิ องคก์ ร ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ
ระหว่างประเทศ เป็นต้น กรมอนามยั และผา่ นทางหนงั สอื ราชการ ไดแ้ ก่ หนว่ ยงาน
สังกัดกระทรวงสาธารณสุข องค์กรภาครัฐ องค์กร
ประเภทการคดั เลอื กและรางวัล แบง่ ออกเปน็ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ (อปท.) องค์กร
สาธารณกุศล ภาคประชาชน ส่ือมวลชน มหาวิทยาลัย
1. รางวัลที่ 1 บุคคลและองค์กรดีเด่นด้านการ และมูลนิธิ เป็นต้น ส�ำหรับองค์กรระหว่างประเทศ
ส่งเสริมสขุ ภาพและอนามยั ส่งิ แวดล้อม รับพระราชทาน ประชาสัมพันธ์ผ่านศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศ
เหรียญรางวัล Princess Health Award จากสมเด็จ กรมอนามัย และองค์กรร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหา
พระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ และกล่ันกรองผู้สมควรได้รับรางวัล ได้แก่ องค์การ
สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท สหประชาชาติ (United Nations) และองคก์ ารอนามยั โลก
แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ (World Health Organization)
(1) รางวลั บคุ คลดเี ดน่ ประเภทบรหิ ารหรอื ผนู้ ำ� ช่องทางการเสนอชอ่ื
(2) รางวัลบคุ คลดเี ด่น ประเภทวิชาการ 1. หน่วยงานสรรหา เสนอช่ือบุคคลและองค์กร
เพื่อเขา้ รบั การพิจารณาคดั เลือก
(3) รางวัลองค์กรดีเด่น เช่น องค์กรภาครัฐ
องค์กรภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) 2. คณะกรรมการสรรหา เสนอช่ือบุคคลและ
องคก์ รสาธารณกศุ ล มหาวทิ ยาลยั มลู นธิ ิ องคก์ รระหวา่ ง องคก์ ร เพ่ือเข้ารบั การพิจารณาคัดเลือก
ประเทศ เป็นต้น
3. ศูนย์อนามัยท่ี 1-12 เสนอชื่อเพ่ือเข้ารับ
2. รางวัลท่ี 2 บุคคลและองค์กรดีเด่นด้านการ การพิจารณาคัดเลือก ผ่านฝ่ายเลขานุการคณะท�ำงาน
ส่งเสริมสขุ ภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอ้ ม รับโลร่ างวลั จาก คดั เลอื กบุคคล องค์กร และผลงาน กรมอนามยั
ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่
ท้ังนี้บุคคลไม่อาจเสนอชื่อตนเอง การเสนอช่ือ
(1) รางวลั ระดบั บคุ คลประเภทบรหิ ารหรอื ผนู้ ำ� ต้องผ่านบุคคลอ่ืนหรือองค์กรเป็นผู้เสนอช่ือเข้ารับการ
คดั เลอื ก
(2) รางวลั ระดับบคุ คล ประเภทวชิ าการ
(3) รางวัลระดับองค์กร
116
คณะกรรมการตัดสนิ 3. เขตสุขภาพของ
ผ้สู มควรได้รับรางวลั กระทรวงสาธารณสขุ
เสนอชอ่ื
2. คณะกรรมการสรรหา
เสนอช่อื
1. หน่วยงานสรรหา
เสนอชอ่ื
Name Sur
JobP
หลักการเสนอชื่อเพ่ือเข้ารับการพิจารณา สืบค้นข้อมูลประกอบการพิจารณาเพ่ือน�ำเสนอ
คดั เลอื ก คณะกรรมการต่อไป
เขตสุขภาพด�ำเนินการแต่งต้ังคณะกรรมการ 4. กระบวนการพิจารณาคัดเลือกและตดั สิน
คัดเลือกบุคคลและองค์กรระดับเขตสุขภาพ โดย
ผูแ้ ทนส�ำนกั งานเขตสขุ ภาพเป็นประธาน คณะกรรมการ คณะกรรมการสรรหาและกล่ันกรองผู้สมควร
ประกอบดว้ ยหนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน และหนว่ ยงาน ไดร้ บั รางวลั ประชมุ เพอ่ื คดั เลอื กผสู้ มควรไดร้ บั รางวลั แบง่
ที่เกี่ยวข้อง และศนู ยอ์ นามยั ทกุ แหง่ ท�ำหน้าทเี่ ลขานกุ าร ตามประเภท ดังน้ี
คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลและองค์กรระดับเขต
สุขภาพท�ำการคัดเลือกบุคคลและองค์กรเพื่อเสนอชื่อ 1) บุคคล ประเภทบริหารหรือผนู้ ำ� 10 ชิ้นงาน
3 ประเภท ประเภทละ 1 ผลงานต่อ 1 เขตสุขภาพ
พร้อมส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกระดับเขตสุขภาพ 2) บุคคล ประเภทวชิ าการ 19 ชน้ิ งาน
แกฝ่ า่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมการคดั เลอื กบคุ คลและองคก์ ร
ระดบั เขตสขุ ภาพ เพอ่ื นำ� ส่งกรมอนามยั รวบรวมรายชอ่ื 3) องค์กร 27 ชน้ิ งาน
บคุ คลและองคก์ รจาก 3 ชอ่ งทาง และดำ� เนนิ การคดั กรอง
ผลงานเบ้ืองต้นจากผลงานท้ังหมด ส่วนทีมเลขานุการ เม่ือเสร็จส้ินการประชุมคณะกรรมการสรรหา
และกล่ันกรองผู้สมควรได้รับรางวัล เสนอชื่อผู้สมควร
ไดร้ บั รางวลั แกค่ ณะกรรมการตดั สนิ 12 ชนิ้ งาน ประเภท
ละ 4 ช้ินงาน
บทที่ 8 117
การพัฒนาศกั ยภาพบคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ
ภาพบคุ คลและผแู้ ทนองคก์ รดีเดน่ เขา้ รบั พระราชทานเหรียญรางวัล
Princess Health Award
ผลการคัดเลือก (3) รางวัลองค์กรดีเด่น ได้แก่ การไฟฟ้า
ฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย (กฟผ.)
1. รางวัลที่ 1 บุคคลและองค์กรดีเด่นด้านการ
ส่งเสริมสขุ ภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ้ ม รับพระราชทาน 2. รางวัลที่ 2 บุคคลและองค์กรดีเด่นด้านการ
เหรียญรางวัล Princess Health Award จากสมเด็จ ส่งเสรมิ สุขภาพและอนามยั สงิ่ แวดล้อม รบั โล่รางวัลจาก
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท ประกอบด้วย
แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ดงั นี้
(1) รางวัลระดับบุคคล ประเภทบริหารหรือ
(1) รางวัลบุคคลดีเด่น ประเภทบริหารหรือ ผู้น�ำ ได้แก่ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้น�ำ ได้แก่ ศาสตราจารย์ประสิทธ์ิ วัฒนาภา คณบดี ศรีสะเกษ
คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวิทยาลยั มหดิ ล
(2) รางวลั ระดบั บคุ คล ประเภทวชิ าการ ไดแ้ ก่
(2) รางวลั บคุ คลดเี ดน่ ประเภทวชิ าการ ไดแ้ ก่ นายเพ่ิมศักดิ์ สุริยจันทร์ ประธานคณะกรรมการฝ่าย
นายแพทย์เมธา ทรงธรรมวัฒน์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ เทคนิคสหพนั ธก์ รีฑาผู้สูงอายุแหง่ เอเชีย
โรงพยาบาลอดุ รธานี จังหวดั อุดรธานี
118
(3) รางวัลระดับองค์กร ไดแ้ ก่ เทศบาลเมอื ง ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งท่ี
อ่างทอง จงั หวดั อ่างทอง 14 ประจ�ำปี พ.ศ. 2564 ระหวา่ งวันที่ 9-11 สิงหาคม
2564 ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกาศ
3. บุคคลและองค์กรผ่านเกณฑ์ด้านการ ร า ง วั ล บุ ค ค ล แ ล ะ อ ง ค ์ ก ร ดี เ ด ่ น ด ้ า น ก า ร ส ่ ง เ ส ริ ม
ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดล้อม รับเกียรติบัตร สุขภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ้ ม เหรียญรางวลั Princess
จากอธิบดกี รมอนามยั Health Award จากน้ันกรมอนามัยท�ำหนังสือเพ่ือ
ขอพระราชทานพระราชวโรกาสจากสมเด็จพระ
5. กระบวนงานพธิ ปี ระกาศรางวลั และขอพระราชทาน กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
พระราชวโรกาส เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สยามบรมราชกุมารี น�ำคณะบุคคลและผู้แทนองค์กร
รบั พระราชทานรางวลั บคุ คลและองคก์ รดเี ดน่ ดา้ นการ รางวัลดีเด่น เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทาน
สง่ เสริมสขุ ภาพและอนามัยสง่ิ แวดล้อม เหรยี ญรางวัล รางวัล Princess Health Award 2021 วันพุธที่ 10
Princess Health Award พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. ณ วังสระปทุม
นายสาธิต ปิตุเตชะ Ph.D. รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมวิชาการ
บทที่ 8 119
การพฒั นาศกั ยภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ขนั้ ตอนการสรรหาและคัดเลอื กบคุ คลและองคก์ รดีเด่น ดา้ นการส่งเสรมิ สขุ ภาพ
และอนามยั สงิ่ แวดล้อม รางวัล “Princess Health Awards 2564”
1. คณะท�ำงานคัดเลือกบุคคล องคก์ ร และผลงาน ประชมุ
: จัดท�ำแนวทางการดำ� เนนิ งาน แตง่ ตั้งคณะกรรมการและขอพระราชทานรางวลั (กุมภาพนั ธ์ 2564)
2. คณะกรรมการสรรหาและกลนั่ กรอง : พจิ ารณาแนวทางและเกณฑ์ (26 มีนาคม 2564)
3. คณะกรรมการตัดสนิ รางวลั : รับรองแนวทางและเกณฑ์การคัดเลอื ก (2 เมษายน 2564)
ประชาสมั พันธข์ ้อมลู เกย่ี วกับการรับสมัครและคัดเลอื ก
ทางอินเทอร์เนต็ และส่งหนังสือไปยงั หนว่ ยงานต่าง ๆ (เมษายน 2564)
ส่งหนังสือไปยังองคก์ รรฐั เอกชน ฯลฯ สง่ หนังสอื ไปยงั สำ� นกั งานเขตสขุ ภาพ
(เมษายน 2564) ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ศูนย์อนามยั (เมษายน 2564)
1. เสนอชอื่ โดยหนว่ ยงานต่าง ๆ เชน่ 2. เสนอช่ือโดยเขตสขุ ภาพ 3. คณะกรรมการสรรหาพิจารณา
หน่วยงานรฐั องค์กรนิติบุคคล (13 เขตสุขภาพ ของกระทรวง เสนอชอื่ บุคคลและหนว่ ยงาน
มหาวิทยาลยั สมาคม มลู นธิ ิ สภาวชิ าชีพ สาธารณสขุ และกรุงเทพฯ) เพ่ือสมัครเขา้ รับรางวัล
(ภายใน 30 พฤษภาคม 2564) (ภายใน 30 พฤษภาคม 2564)
(ภายใน 30 พฤษภาคม 2564)
เขตสขุ ภาพ คัดเลอื กบุคคลและองคก์ รตน้ แบบด้านการสง่ เสรมิ สุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม
- ด�ำเนินการแต่งตงั้ คณะกรรมการคดั เลือกเขตสุขภาพ โดยผู้แทนส�ำนกั งานเขตสุขภาพ (ประธาน)
หน่วยงานท่เี กีย่ วขอ้ งทั้งภาครัฐ เอกชน เป็นคณะกรรมการ และศนู ย์อนามัยทกุ แห่งเป็นเลขานกุ าร
- คดั กรองเสนอชื่อ 3 ประเภท ประเภทละ 1 ผลงาน / 1 เขตสุขภาพ
สง่ รายช่ือผู้ไดร้ บั การคัดเลอื กระดบั จังหวัดใหก้ ับฝ่ายเลขานุการ
คณะกรรมการคัดเลือกบคุ คล & องคก์ รตน้ แบบ กรมอนามัย ภายในวนั ท่ี 10 มถิ ุนายน 2564
ทีมเลขานุการ - รวบรวมรายชอื่ บคุ คลและองคก์ รทสี่ มัครเข้ารบั รางวลั จาก 3 ชอ่ งทาง
- ด�ำเนินการคัดกรองผลงานเบอื้ งต้นจากผลงานท้งั หมดและทีมเลขาหาข้อมลู ประกอบ
(14-22 มถิ นุ ายน 2564)
- ประชุมทมี เลขา 1-2 กรกฎาคม 2564
- ประสานคณะกรรมการสรรหา 12-16 กรกฎาคม 2564
ประชุมคณะกรรมการสรรหาและกลัน่ กรองฯ (รองอธบิ ดกี รมอนามัยเปน็ ประธาน)
ดำ� เนนิ การกลั่นกรองผลงานตามหลกั เกณฑ์อย่างละเอียด (2-6 สิงหาคม 2564)
ประชุมคณะกรรมการตัดสนิ รางวลั (ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ประธาน)
พิจารณาตัดสนิ ผลงานเพอื่ รับรางวัล “Princess Health Awards ประจำ� ปี 2564” (16-20 สิงหาคม 2564)
ประกาศผลการตัดสนิ เวบ็ ไซต์ / หนังสือแจ้งเวยี น (21-27 สงิ หาคม 2564)
รบั พระราชทานรางวลั
120
ประเดน็ พฒั นาและขอ้ เสนอแนะ 3. ระยะเวลาการด�ำเนนิ งาน
1. การคัดเลือกบุคคลและองค์กรดีเด่นด้านการ 3.1 การด�ำเนินงานเป็นไปตามแผนท่ีก�ำหนด
สง่ เสรมิ สุขภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ้ ม ควรกระทำ� อย่าง แต่ระยะเวลาของแต่ละกระบวนงานค่อนข้างกระช้ัน
ต่อเนื่องทกุ ปี โดยกำ� หนดเปน็ นโยบายท่ีชดั เจน และควร โอกาสตอ่ ไปควรเริ่มด�ำเนินการแตเ่ น่นิ ๆ
จดั งานเฉพาะพธิ มี อบรางวลั บคุ คลและองคก์ รดเี ดน่ ดา้ นการ
สง่ เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งเปน็ ทางการ 3.2 ขั้นตอนประชาสัมพันธ์การสรรหาควร
กระท�ำต้ังแต่ต้นปีงบประมาณ ก�ำหนดระยะเวลาการ
2. เกณฑ์การคัดเลอื ก ท�ำงานแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มระยะเวลา
การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หลากหลายช่องทาง เพ่ือ
2.1 เกณฑก์ ารคดั เลอื กระดบั องคก์ ร เนอ่ื งจาก ความหลากหลายของผลงานเขา้ รบั การพจิ ารณาคดั เลอื ก
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 องคก์ รเสนอชือ่ เพ่ือเข้ารับการ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ระดับนานาชาติ
พิจารณาคัดเลือกประกอบด้วยองค์กรขนาดใหญ่ กลาง
เล็ก และไม่สามารถเปรียบเทยี บคุณสมบตั ิ ดงั น้ันโอกาส 4. เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกฯ ควรเพิ่มการ
ต่อไปควรจัดแยกระดับ หรือประเภท หรือขนาดของ น�ำเสนอผลงานของผู้สมัครหรือการสัมภาษณ์เพ่ิมเติม
องค์กรอยา่ งชดั เจน จากคณะกรรมการเพือ่ ประกอบการตดั สิน
2.2 คณะกรรมการ ควรประกอบด้วยภาคี 5. เนอื่ งดว้ ยสถานการณก์ ารระบาดของโควดิ -19
เครือข่ายจากกระทรวงต่าง ๆ ร่วมเป็นกรรมการ และ รุนแรง การประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาประเด็น
ควรเป็นผู้กว้างขวาง เพ่ือสามารถเชิญชวนบุคคลและ ต่าง ๆ ผ่านระบบการประชุมทางไกล มขี อ้ จ�ำกัดเมือ่ ต้อง
องคก์ รจากหลากหลายวงการเขา้ รบั การพจิ ารณาคดั เลอื ก พิจารณาเอกสารประกอบการประชุมร่วมกัน
7 ปี บนเสน้ ทางการดำ� เนินงานฝึกอบรมแพทยเ์ วชศาสตร์ปอ้ งกนั
แขนงสาธารณสุขศาสตร์ (พ.ศ. 2557-2564) ของสำ� นกั สง่ เสริมสุขภาพ
ตน้ ปี พ.ศ. 2553 ประกาศเขตการค้าเสรอี าเซยี น พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นายแพทยพ์ รเทพ ศริ วิ นา-
พ.ศ. 2558 กา้ วส่คู วามเป็นประชาคมอาเซยี น (ASEAN รงั สรรค์ อธบิ ดกี รมอนามยั ผมู้ วี สิ ยั ทศั นก์ วา้ งไกล เลง็ เหน็
Community) แม้ว่าการเปิดการค้าการลงทุนอย่างเสรี ความสำ� คญั ของการพฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรสาธารณสขุ
สง่ ผลตอ่ การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ และสรา้ งความเจรญิ โดยเฉพาะแพทย์เพ่ือเป็นผู้น�ำเชิงรุกส�ำหรับการบริหาร
รุ่งเรืองแก่ประเทศ อย่างไรก็ตามประเทศไทยจ�ำเป็น จัดการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จึง
ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง มอบหมายส�ำนักส่งเสริมสุขภาพภายใต้การน�ำของ
ตลอดจนผลกระทบท่ีตามมา ส�ำหรับระบบสาธารณสุข นายแพทย์ดนัย ธีวันดา ผู้อ�ำนวยการส�ำนักส่งเสริม
จ�ำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทาย สขุ ภาพ ดำ� เนนิ การพฒั นาหลกั สตู รแพทยป์ ระจำ� บา้ น สาขา
ภายนอกจากการเปดิ ประเทศเชน่ กนั เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ และจัดต้ัง
บทที่ 8 121
การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
กลุ่มโครงการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจ�ำบ้าน ผู้บริหารเห็นความส�ำคัญและพร้อมสนับสนุน ส�ำหรับ
ด้านเวชกรรมป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ ภายใต้ กระบวนการพัฒนาหลักสูตรฯ เป็นการระดมความ
ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ ต่อมาเปลี่ยนช่ือเป็นกลุ่มพัฒนา คดิ เหน็ จากผเู้ ชย่ี วชาญจากภายนอกและภายในกรมอนามยั
ศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็น และจากส่วนกลางและสว่ นภูมภิ าค โดยกระบวนการฝึก
ผรู้ บั ผดิ ชอบ อบรมมิใช่การเพ่ิมความรู้ทางทฤษฎีแต่เพียงอย่างเดียว
แตเ่ ปน็ การเรยี นรคู้ วบคกู่ บั การลงมอื ฝกึ ปฏบิ ตั จิ รงิ บรเิ วณ
1. หลกั สตู รแพทยป์ ระจำ� บา้ น สาขาเวชศาสตร์ พ้ืนท่ี โดยบุคลากรกรมอนามัยเป็นอาจารย์พ่ีเลี้ยง และ
ป้องกนั แขนงสาธารณสุขศาสตร์ หลกั สูตร 3 ปี พบว่าเป็นการพัฒนาศักยภาพของแพทย์ตามหลักสูตร
และของบคุ ลากรกรมอนามยั อีกดว้ ย
การฝึกอบรมหลักสูตรแพทย์ประจ�ำบ้าน สาขา
เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ มุ่งหวังว่า ตุลาคม พ.ศ. 2557 การพัฒนาหลักสตู รฯ สำ� เร็จ
แพทย์ผู้ส�ำเร็จการศึกษาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ส�ำนักงานเลขาธิการแพทยสภาอนุมัติหลักสูตรเมื่อวันท่ี
วชิ าฯ สามารถวางแผนบรหิ ารงานสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและ 19 พฤศจกิ ายน 2557 โดยสมาคมเวชศาสตรป์ อ้ งกนั แหง่
ป้องกันโรค พร้อมทั้งคุ้มครองสุขภาพอนามัยด้วยทักษะ ประเทศไทย เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั สตู รฯ และกรมอนามยั
ชนั้ สงู เชงิ วชิ าการ และการนำ� ผลการวจิ ยั หรอื ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ กระทรวงสาธารณสุข เป็นสถาบันหลกั ดา้ นการฝกึ อบรม
ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์และประกอบการปฏิบัติงานเพื่อ
พัฒนาสุขภาพของประชาชนโดยชุมชนมสี ่วนร่วม เมษายน พ.ศ. 2558 กรมอนามัย จัดพิธีลงนาม
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ 4 สถาบัน
ระยะแรกของการด�ำเนินงานเต็มไปด้วยอุปสรรค การศึกษาทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข ได้แก่
และความท้าทาย เนื่องจากบุคลากรที่มีอยู่อย่างจ�ำกัด
และต้องด�ำเนินการพัฒนาหลักสูตรแพทย์ประจ�ำบ้าน 1) คณะแพทยศาสตร์จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
สาขาเวชศาสตรป์ อ้ งกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ ควบคู่
กับการจัดต้ังสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจ�ำบ้านด้าน 2) คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธิบดี
เวชกรรมปอ้ งกนั แขนงสาธารณสุขศาสตร์ อย่างไรก็ตาม
3) คณะแพทยศาสตรศ์ ิริราชพยาบาล
4) คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
122
หลักสูตรแพทย์ประจ�ำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ ภายใต้หลกั สูตร 3 ปี โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพอ่ื เพิ่มความรู้
ปอ้ งกนั แขนงสาธารณสขุ ศาสตร์ เปดิ ดำ� เนนิ การฝกึ อบรม และทักษะแก่แพทย์ประจ�ำบ้านผู้เข้ารับการอบรม
แพทย์ประจ�ำบ้านรุ่นแรกเม่ือปีการศึกษา 2558 ระยะ หลักสูตร 3 ปี สามารถแลกเปล่ียนประสบการณ์
เวลาการฝกึ อบรม 3 ปี เทา่ กบั แพทยเ์ ฉพาะทางสาขาอนื่ ๆ เกี่ยวกับงานด้านเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุข
แพทย์ผู้จบหลักสูตรฯ จะได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ ศาสตร์ จากผู้เข้าอบรมหลักสูตร 1 เดือน เพ่ือสร้าง
ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (Board) ความรว่ มมอื สำ� หรบั การทำ� งานรว่ มกนั กลมุ่ เปา้ หมายของ
สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ หลักสูตร 1 เดือน เป็นแพทย์ประจ�ำบ้านหรือบุคลากร
จากสำ� นักงานเลขาธกิ ารแพทยสภา สาธารณสุข นอกจากนี้กรมอนามัยเปิดโอกาสส�ำหรับ
ผสู้ นใจหลกั สตู ร 1 เดือน จากประเทศเพ่อื นบา้ น ไดแ้ ก่
2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย
และสาธารณสุข ประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐ
สังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน
นอกจากหลักสูตรแพทย์ประจ�ำบ้าน สาขา อีกด้วย
เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ หลักสูตร
3 ปี กลมุ่ โครงการจดั ตง้ั สถาบนั ฝกึ อบรมแพทยป์ ระจำ� บา้ น พ.ศ. 2558 หลักสูตร July Course เปิดการ
ด้านเวชกรรมป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ ฝึกอบรมเป็นครั้งแรก และด�ำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ส�ำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ด�ำเนินการพัฒนา เป็นประจ�ำทุกปีช่วงเดือนกรกฎาคม และเน่ืองจาก
หลักสูตรระยะส้ัน “การพัฒนาแพทย์เฉพาะทางสาขา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พ.ศ. 2564
เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์” หรือท่ี ไม่สามารถจดั การอบรมหลักสตู รดงั กลา่ ว
เรยี กว่า “July Course” หลักสตู ร 1 เดอื น เป็นหลกั สตู ร
บทท่ี 8 123
การพัฒนาศกั ยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ
3. ภารกิจสุดท้าย...การตรวจประเมินเพ่ือ ของแพทยผ์ ้เู ขา้ รับการอบรม และมงุ่ สเู่ ป้าหมายการผลิต
รับรองคุณภาพสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจ�ำบ้าน แพทย์เฉพาะทางอยา่ งมคี ุณภาพตามมาตรฐานสากล
สาขาเวชศาสตร์ปอ้ งกนั แขนงสาธารณสุขศาสตร์
การประเมินคุณภาพสถาบันฝึกอบรมแพทย์
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 ภารกจิ ส�ำคัญประการ นับเป็นก้าวส�ำคัญของการพัฒนาการฝึกอบรมแพทย์
หน่ึงนั่นคือ การเตรียมการเพ่ือรับการประเมินรับรอง เฉพาะทางของประเทศ เพื่อก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากล
คุณภาพสถาบันฝึกอบรมแพทย์ตามกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพ
เวชกรรม เน่ืองจาก พ.ศ. 2557 เลขาธิการแพทยสภา
ก�ำหนดมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถาบันฝึกอบรม
แพทย์ โดยใชม้ าตรฐาน World Federation of Medical
Education (WFME) Global Standards ดังนั้น
คณะกรรมการแพทยสภาจึงประกาศกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพ
เวชกรรม พ.ศ. 2561 กำ� หนดใหท้ กุ สถาบนั ฝกึ อบรมแพทย์
จ�ำเป็นต้องผ่านการประเมินรับรองตามประกาศกรอบ
มาตรฐานดังกล่าว และเพื่อเป็นการประกันคุณภาพ
124
เทียบเคียงกับนานาชาติ คุณประโยชน์ของการประเมิน
คณุ ภาพสถาบนั ฝกึ อบรมแพทย์ เพอื่ แพทยผ์ จู้ บหลกั สตู รฯ
ประกอบด้วยความสามารถทุกสมรรถนะหลักครบ
สมบรู ณ์ น�ำไปสกู่ ารประกอบวิชาชีพตามมาตรฐาน
กรมอนามัยยื่นเสนอขอรับการตรวจประเมินเพ่ือ
รบั รองสถาบนั ฝกึ อบรมแพทยป์ ระจำ� บา้ นสาขาเวชศาสตร์
ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ ระหว่างวันที่ 9-10
มิถุนายน 2564 ผลการประเมิน ผ่านการประเมินข้อ
มาตรฐานทุกข้อ นอกจากน้ีคณะกรรมการยังได้ให้ข้อ
เสนอแนะท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา และประการ
หนึ่งน้ันคือ กรมอนามัยต้องจัดให้มีหน่วยน้ีที่รับผิดชอบ
หลักสูตรน้ีโดยตรง ไม่ใช่การฝากไว้ที่หน่วยงานใด
หน่วยงานหน่ึง ท้ังนี้หน่วยงานที่ต้ังข้ึนมาใหม่มีหน้าท่ี
หลักคือการจัดการฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน
เพื่อให้การด�ำเนินงานเป็นไปด้วยความคล่องตัวและ
มีประสิทธิภาพ นอกจากน้ีแล้วควรให้มีบทบาทในการ
จัดการฝึกอบรมอื่นหรืองานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้
ใหม่ ๆ แกบ่ ุคลากรกรมอนามยั และบุคคลภายนอก
การจัดตั้งหน่วยงานเพ่ือรับผิดชอบหลักสูตร
โดยตรง อดีตผู้บริหารกรมอนามัยเคยมอบหมาย
หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องน�ำเสนอข้อมูลเพ่ือพิจารณา แต่
ขาดการด�ำเนินงานอย่างจริงจัง และจากข้อแนะน�ำของ
คณะกรรมการประเมินคุณภาพสถาบันฝึกอบรมแพทย์
ประจ�ำบ้านฯ ผู้บริหารกรมอนามัยจึงหยิบยกประเด็น
ดังกล่าวกลับมาพิจารณาอีกคร้ังหนึ่ง และสุดท้ายเสนอ
ความเหน็ ชอบจดั ตง้ั “สถาบนั ปัณณทัต” เพื่อรบั ผดิ ชอบ
หลกั สตู รแพทยป์ ระจำ� บา้ น สาขาเวชศาสตรป์ อ้ งกนั แขนง
สาธารณสขุ ศาสตร์ และหลกั สูตรอนื่ ๆ ของกรมอนามัย
บทท่ี 8 125
การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ
บทส่งท้าย ท่ีเกี่ยวข้อง แต่สถาบันฯ จะเติบโตและม่ันคงได้ต้องมี
โครงสรา้ งทช่ี ดั เจนและมเี อกเทศในการดำ� เนนิ งาน สำ� นกั
การเป็นแกนหลักในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สง่ เสรมิ สขุ ภาพและบคุ ลากรทกุ คนทเ่ี กย่ี วขอ้ งลว้ นภมู ใิ จท่ี
ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ เพอื่ เปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ในการ ได้รบั มอบหมายบทบาทต้งั แต่การวางรากฐาน จนกลาย
ขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมใน เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน แขนง
อนาคต ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายความสามารถเป็นอย่าง สาธารณสุขศาสตร์ในปัจจุบนั
ยง่ิ นบั ตงั้ แตก่ ารเปน็ หนว่ ยงานเฉพาะกจิ เลก็ ๆ ทไ่ี มม่ อี ะไร
เลย อาจเรยี กไดว้ า่ เรมิ่ ตน้ จากศนู ย์ มบี คุ ลากรเพยี งไมก่ คี่ น จากเร่ิมต้นด้วยการพัฒนาหลักสูตรฯ เมื่อเดือน
และขอ้ จำ� กดั ดา้ นทรพั ยากรอนื่ ๆ แตส่ งิ่ ทบี่ คุ ลากรทกุ คน พฤษภาคม 2557 จนแพทยสภาอนุมัติหลักสูตรฯ
มีคือความเช่ือม่ันและศรัทธาในตัวผู้บริหารท่ีมีวิสัยทัศน์ เม่ือวนั ท่ี 19 พฤศจกิ ายน 2557 เวียนกลบั มาท่ีการตรวจ
กวา้ งไกล เปน็ ผนู้ ำ� และผสู้ นบั สนนุ ในทกุ ๆ ดา้ นเพอื่ ผลกั ดนั ประเมินเพื่อรับรองคุณภาพสถาบันฯ อีกคร้ังและผ่าน
ใหเ้ กดิ สถาบนั ฝึกอบรมฯ การประเมินเมื่อวันท่ี 10 มิถุนายน 2564 ถือเป็น
ความภาคภูมิใจของคณะท�ำงานและเป็นภารกิจสุดท้าย
ตลอดระยะเวลา 7 ปีของการด�ำเนินงานผ่าน ภายใตค้ วามรบั ผดิ ชอบของกลมุ่ พฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากร
ปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่ก็ท�ำให้เกิดการเรียนรู้ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข สำ� นักส่งเสริมสขุ ภาพ
และผ่านมาได้ก็ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย
126
9บทที่
บทคัดยอ่ งานวิจยั
การพฒั นาสุขภาพของพนกั งานในสถานประกอบกิจการ
โดยการมีส่วนรว่ มของพนกั งานและการสนบั สนุนของ
เจ้าของสถานประกอบการ
อญั ชลนิ ทร์ ปานศริ ,ิ วิชชพุ ร เกตไุ หม, ทวิ าวรรณ ซอ่ื สตั ย์
สำ� นักส่งเสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
บทคดั ยอ่
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือติดตามและประเมินผล การพัฒนา
สุขภาพของพนักงานในสถานประกอบการตามโครงการพัฒนาการส่งเสริม
สุขภาพพนักงานในสถานประกอบการตามแนวทางหนังสือ 10 แพ็กเกจ
ท่ีกรมอนามัยจัดท�ำขึ้น โดยสถานประกอบการที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอยู่ใน
ทุกภูมภิ าคของประเทศ รวม 5 ภาค จำ� นวนรวม 33 แหง่ และมีพนักงานท่ี
เป็นตัวอย่างในการศึกษารวม 525 คน การศึกษาได้ใช้วิธีการแบบผสม คือ
การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณเป็นการใช้
แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างข้ึนเก็บข้อมูลจากตัวอย่างด้วยวิธีการให้ตอบทาง
Google form ดว้ ยความสนับสนุนชว่ ยเหลอื จากกลุ่มแกนนำ� สขุ ภาพในสถาน
ประกอบการน้ัน ข้อมูลท่ีได้รับน�ำมาวิเคราะห์ทางสถิติด้วยค่าความถี่ร้อยละ
บทท่ี 9 127
บทคดั ยอ่ งานวิจยั
และการหาค่าสหสัมพนั ธ์ และการทดสอบความแตกต่างด้วย t-test ส่วนข้อมลู เชงิ คณุ ภาพเก็บข้อมลู จากเจา้ หนา้ ที่
ผู้รับผิดชอบโครงการของศูนย์อนามัย 6 แห่ง ด้วยการตอบแบบส�ำรวจ และการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้บริหาร
สถานประกอบการ แกนน�ำสุขภาพ และพนักงานประจ�ำสถานประกอบการ โดยวิธีการสัมภาษณ์ลึกทางโทรศัพท์
จ�ำนวน 27 คน ข้อมูลท่ีได้รับน�ำมาวิเคราะห์เนื้อหาด้วยการจัดหมวดหมู่ของประเด็นต่าง ๆ และการอธิบาย
ความหมายของความสมั พันธ์ของมิตติ า่ ง ๆ
ผลการวิจัยพบว่า แนวคิดและกระบวนการพัฒนาพนักงานสถานประกอบการ เร่ิมจากการประชุม/ฝึกอบรม
แกนนำ� พฒั นาสขุ ภาพของสถานประกอบการ ตามหลกั สตู รของหนงั สอื เรยี นรู้ 10 แพก็ เกจ เพอ่ื ใหแ้ กนนำ� สขุ ภาพของ
แต่ละสถานประกอบการไปท�ำแผนการพัฒนาสุขภาพพนักงาน ด้วยการติดต่อและได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
ของเจ้าหนา้ ที่ศนู ย์อนามัย เชน่ การติดตอ่ ทางไลน์ โทรศัพท์ และการเยีย่ มเยือนของเจา้ หนา้ ทถ่ี งึ สถานประกอบการ
ในการท�ำกิจกรรมการพัฒนาของแกนน�ำสุขภาพด�ำเนินงานในลักษณะต่อยอดจากกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพท่ีเคย
ท�ำอยู่ เช่น การออกกำ� ลังกายเพื่อสขุ ภาพ การยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ขณะทำ� งาน และการจดั ท�ำโรงอาหารเพอ่ื สุขภาพ
ซงึ่ กจิ กรรมดงั กลา่ วนที้ ำ� ดว้ ยขอบเขตจำ� กดั อนั เนอื่ งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ผลการดำ� เนนิ งานจงึ ยงั
ไมส่ ง่ ผลกระทบตอ่ พฤตกิ รรมเสยี่ งและภาวะสขุ ภาพของพนกั งานอยา่ งชดั เจน กลา่ วคอื พนกั งานสว่ นใหญย่ งั มพี ฤตกิ รรม
เสย่ี งเรอ่ื งการกนิ อาหารเพอื่ สขุ ภาพ การออกกำ� ลงั กาย ความเครยี ด การดมื่ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล์ และการดแู ลรกั ษาฟนั
รวมท้ังท่าทางในการท�ำงานที่อยู่ในท่าเดิมที่เส่ียงต่อสุขภาพเป็นเวลานาน และมีภาวะสุขภาพเร่ืองความอ้วนท่ีเส่ียง
ต่อสขุ ภาพ นอกจากนี้ ยงั พบว่าพนักงานหญิงมีความเส่ียงมากกวา่ พนักงานชายเกอื บทกุ เร่ืองทีก่ ลา่ วมา ยกเวน้ เรอ่ื ง
การสบู บหุ รแ่ี ละการดม่ื เครอื่ งดม่ื แอลกอฮอลท์ พี่ นกั งานชายมคี วามเสย่ี งตอ่ สขุ ภาพมากกวา่ พนกั งานหญงิ ซงึ่ พนกั งาน
เหล่านี้มีข้อจ�ำกัดด้านการศึกษา และฐานะเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ดังน้ันจึงเป็นความจ�ำเป็นท่ีกรมอนามัยควรปรับ
แนวคดิ และกระบวนการพฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั ปญั หาและขอ้ จ�ำกัดของพนกั งานในสถานประกอบการตอ่ ไป
คำ� สำ� คญั : พนกั งาน, สถานประกอบกจิ การ, การมีส่วนรว่ ม, เจ้าของสถานประกอบการ
128
Improving the employee’s health in the company
by employee involvement and the business owner’s supportive
Unchalin Pansiri, Witchupron Ketmai, Tiwawan Suesat
Bureau of Health Promotion, Department of Health, Ministry of Public Health
The objective of this research is to evaluate factory officers’ health development situation
under the health promotion program, factory with 10 packages learning book, which was performed
by Department of health, Ministry of Public Health. The mix design research methods were used,
including both quantitative research and qualitative research. In quantitative research, 525 officers
from 33 factories were selected as samples. These officers answered the questionnaires through
Google form platform, under the supports of health leader officers. The data were analyzed by
frequency, percentage, commutation and T-test. In qualitative research, 27 people of administrative,
health leaders and factory officers were selected as key informants. These people were in depth
interviewed by researcher and the data were analyzed by content analysis method.
The research show that, 392 health leaders from 184 factories were trained by 1 to 3 days
workshops, in which each health center had set up. These health leaders were expected to
construct the action plans for developing health behaviors and health status of their own factory’s
officers. The health personnel from the health center supported them with ideas, information
and media instruments in these activities. They contacted with the health leaders directly via line,
Face book and telephone. Unfortunately, due to the crisis of Covid-19 pandemic, limitation of
knowledge, experience and self confidence of these health leaders, health activities were not
enough implemented. Almost all of health activities were the extended activities that have already
been performed, including exercises, sports, and body movements to prevent office syndromes.
Therefore, with condition and limitation of health activities, factory officers could not improve their
health sufficiently. They still have high-risk health behaviors such as unhealthy food consumption,
lacking of exercise and high stress, as well as smoking and alcohol drinking problems. The data
show that female officers have greater health behavior risk problems than male officers, excluding
smoking and alcohol drinking ones, in which male officers had more problems with.
Therefore, the Health Department would rather revise 10 packages learning book to be more
efficiently. Concept examples and health improvement in factory models should be compounded
in the way that they are easier to be read and learned by factory officers as the real hand books.
Keywords: employee, establishment, participation, entrepreneur
บทท่ี 9 129
บทคัดยอ่ งานวจิ ัย
รูปแบบการพัฒนาแผนปฏบิ ัตริ าชการสง่ เสริมสขุ ภาพ พ.ศ. 2564-2570
นางวิมล บา้ นพวน, นายแพทยเ์ อกชยั เพียรศรีวชั รา,
นางอญั ชุรยี ์ บญุ มาประเสริฐ
บทคดั ยอ่
การวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนารูปแบบการจัดท�ำแผนปฏิบัติราชการส่งเสริม
สขุ ภาพ ปี 2564-2570 และจดั ทำ� ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายและมาตรการเพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพประชากรทกุ กลมุ่ วยั ประชากร
ประกอบดว้ ย ผบู้ รหิ าร ผอู้ ำ� นวยการ สงั กดั หนว่ ยงานสว่ นกลางกรมอนามยั ผรู้ บั ผดิ ชอบงานสง่ เสรมิ สขุ ภาพ งานแผนงาน
และยุทธศาสตร์สังกัดศูนย์อนามัยทุกเขต ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพและงานแผนงานและยุทธศาสตร์สังกัด
สำ� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ทกุ จงั หวดั และเครอื ขา่ ยภาคเอกชนและภาคประชาชนทเี่ กยี่ วขอ้ งในงานสง่ เสรมิ สขุ ภาพ
กลุ่มตัวอยา่ งเลอื กแบบเจาะจง หนว่ ยงานละ 1 คน รวม 208 คน เกบ็ ข้อมูลเชงิ ปริมาณ ด้วยแบบสอบถามและขอ้ มูล
เชิงคุณภาพเก็บขอ้ มลู โดยการสนทนากลมุ่ (Focus group) การวิเคราะหข์ อ้ มลู ใช้สถติ เิ ชิงพรรณนาและการวเิ คราะห์
เนือ้ หา ดำ� เนนิ การระหวา่ งเดือนกันยายน 2563 ถงึ ธนั วาคม 2564
ผลการศึกษา การจัดท�ำแผนปฏิบัติราชการส่งเสริมสุขภาพแบบเดิม เป็นแบบหน่วยงานระดับส่วนกลางและ
ระดับจังหวัด ต่างคนต่างท�ำ ไม่ได้เปิดเวทีการรับฟังและแสดงความคิดเห็น หรือมีส่วนร่วมในการจัดท�ำแผนปฏิบัติ
ราชการส่งเสริมสุขภาพ การศึกษาครั้งน้ีใช้รูปแบบการจัดท�ำแผนฯ โดยดัดแปลงกระบวนการจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์
ของส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ประกอบด้วย 8 ข้ันตอน ข้ันตอนท่ี 1 การศึกษาความ
จำ� เปน็ ทางยุทธศาสตร์ (Strategic Need Analysis) ขน้ั ตอนที่ 2 การก�ำหนดจุดยืนการพฒั นาของแผนยทุ ธศาสตร์
(Strategic Positioning) ขน้ั ตอนที่ 3 การประเมนิ ศกั ยภาพขององค์กร (TOW’s Matrix) ขัน้ ตอนท่ี 4 การกำ� หนด
ทิศทางการพัฒนาวิสยั ทศั น์ ข้นั ตอนท่ี 5 การแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบตั ิกำ� หนดกลยุทธ์ ข้นั ตอนท่ี 6 การกำ� หนด
ระบบวดั ผล ตวั ชี้วดั ขนั้ ตอนที่ 7 การด�ำเนนิ งานตามแผนปฏบิ ัติราชการ ขนั้ ตอนที่ 8 การสรปุ ผลการด�ำเนนิ งานการ
พฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง พบวา่ มกี ารกำ� หนดประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ 5 ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ มแี ผนงานโครงการรองรบั จำ� นวน
21 โครงการ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการมีส่วนร่วมระดับมากในทุกหัวข้อ คือ การทบทวนองค์ความรู้ข้อมูล
สถานการณ์ รอ้ ยละ 49.52 การจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั ของปญั หา รอ้ ยละ 46.15 การมสี ว่ นรว่ มในการแปลงยทุ ธศาสตร์
สกู่ ลยทุ ธแ์ ละ Action plan รอ้ ยละ 42.79 การนำ� แนวทางแผนงาน โครงการ ไปใช้ตามบริบทของหนว่ ยงานและพนื้ ท่ี
รอ้ ยละ 41.35 การรบั ฟงั เสยี งสะทอ้ นกลบั วเิ คราะหจ์ ดุ บกพรอ่ ง และวางแผนการปรบั ปรงุ รอ้ ยละ 41.35 และ 37.50
ตามล�ำดบั ขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย เรง่ สร้างความรอบรดู้ ้านสุขภาพเพอื่ ให้ประชาชนมีพฤติกรรมท่พี งึ ประสงค์ในการลด
ปัจจัยเส่ียงโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง (NCDs) ผลักดันและส่งเสริมให้คณะอนุกรรมการพัฒนาการเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด
จัดท�ำแผนการพัฒนาเด็กปฐมวัยองค์รวม ผลักดันให้มีแผนการดูแลรายบุคคลส�ำหรับหญิงตั้งครรภ์เส่ียง สร้างและ
พัฒนาผดุงครรภโ์ บราณในพ้นื ทช่ี ายขอบเพ่อื ลดอตั ราการเสียชวี ิตของมารดา
130
ขอ้ เสนอ ควรทบทวนแผนปฏบิ ัติราชการส่งเสริมสขุ ภาพ พ.ศ. 2564-2570 เป็นระยะ ๆ และติดตามผลการ
ปฏบิ ตั งิ านอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพอื่ ใหแ้ ผนยทุ ธศาสตรฉ์ บบั นด้ี ำ� เนนิ การไดจ้ รงิ รวมทงั้ พฒั นาแนวทางการถา่ ยทอด องคค์ วามรู้
การขับเคล่ือนแผนปฏิบัติราชการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่าย และภาคส่วนต่าง ๆ
และสง่ เสรมิ สนบั สนุนใหท้ กุ ภาคส่วนน�ำไปใช้เพอ่ื คณุ ภาพชีวติ ทดี่ ีของประชาชนทุกกลุ่มวัย
ค�ำส�ำคัญ : รูปแบบการพัฒนาแผนปฏิบัติราชการส่งเสริมสุขภาพ, แผนปฏิบัติราชการ, การก�ำหนดยุทธศาสตร์,
การประเมนิ คณุ ภาพแผน, การมสี ว่ นร่วมในการวางแผน
Development of a public health promotion action plan B.E. 2021-2027
Mrs. Wimol Banpoun (Senior Professional Level),
Mr. Ekachai Piensriwatchara (M.D. Nagoya), Mrs. Unchuree Boonmaprasert
Abstract
This study aimed to develop a form for the preparation of government health promotion
action plans for the years 2021 - 2027 and to prepare policy proposals and measures to promote
population health of all age groups. The population group consisted of executives and directors
under the central unit of the Department of Health, people responsible for health promotion work
and planning and strategy work under the public health centers in every district, people responsible
for health promotion and planning, and strategic execution under the Provincial Public Health Office
in every province, and networks of the private and public sectors involved in health promotion work.
The samples were selected specifically, a person per unit, in a total of 208 people. Quantitative
data were obtained by executing questionnaires, and qualitative data were collected by observing
focus group discussion, analyzing data using descriptive statistics, and analyzing content. This plan
was executed from September 2020 and December 2021.
Results: The traditional preparation of health promotion action plans is that central and
provincial authorities work separately and do not open a platform for exchanging opinions or
cooperating in the preparation of government health promotion action plans. This study applied
a plan preparation model modifying the Strategic Plan preparation process of the Office of the
Public Sector Development Commission (OPDC). The plan included 8 steps: strategic need
analysis, strategic positioning, organizational potential assessment (TOW’s Matrix), determination
บทที่ 9 131
บทคดั ย่องานวจิ ยั
of the vision development direction, strategic transformation, implementation of the government
action plan, and continuous summary of performance. The study found 5 strategic issues including
21 supporting project plans. Most of the sample groups had a high level of participation in all
topics, i.e., review of the body of knowledge of situational information 49.52%, problem prioritization
46.15%, participation in the conversion from strategy to tactics and action plan 42.79%, execution
of the project in the context of the organization and area, 41.35% listening to feedback and fault
analysis and planning improvements 41.35% and 37.50%, respectively. Policy proposals accelerate
health literacy for people to help them have desirable behaviors to reduce risk factors for
noncommunicable diseases (NCDs). Moreover, policy proposals encourage the Subcommittee
on Early Childhood Development to prepare a holistic early childhood development plan and
departments to conduct individualized care plans for at-risk pregnant women and develop
traditional midwives in marginal areas to reduce maternal mortality.
Conclusion: The plan and the performance should be continuously reviewed and monitored
for this plan to be practically implemented. Moreover, a guideline for conveying the knowledge
should be developed by creating cooperation among network partners and various sectors to drive
health promotion action plans. It is significant to encourage all the sectors to execute this plan for
a better quality of the life of people.
Keywords: development model of government health promotion action plan, government action
plans, strategic formulation, plan quality assessment, participation in planning
132
ส�ำนกั ส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
เลขท่ี 88/22 หมู่ 4 ถนนตวิ านนท์ ตำ� บลตลาดขวัญ อำ� เภอเมอื งนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 0 2590 4121, 0 2590 4568