The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐพัชรพล ห่อทอง, 2024-06-18 06:53:30

รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้

วิจัยในชั้นเรียน

รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายณัฐพัชรพล ห่อทอง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู หลักสูตรสาขาวิชาสังคมศึกษา รายวิชา ECI0501 การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี


Research report Developing literacy skills By using 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. Of students at level Grade 4, Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province. Mr.Natthaphatcharaphon Hothong This research report is part of the course ECI0501-62 Teaching Practice 1 Second semester, academic year 2023, Faculty of Education, Surat Thani Rajabhat University


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ก ชื่อเรื่องวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน อักษร 5 สีร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับ ช ั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โ รงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชื่อผู้วิจัย นายณัฐพัชรพล ห่อทอง ชื่อปริญญา ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) 4 ปี สาขาวิชา สังคมศึกษา มหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ครูพี่เลี้ยง นางจุรีรัตน์ ชูขันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปารณีย์ ศรีสวัสดิ์ บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจุดประสงค์การวิจัย 1. เพื่อศึกษาระดับการ อ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี2. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 3. เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการพัฒนาส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้จำนวนประชาการ และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 27 คน โดยผู้วิจัยได้วิธีการเลือกสุ่มแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย โดยการใช้อักษร 5 สีสถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 , ค่าประสิทธิผล E.I., คะแนนเฉลี่ย (x̅) และค่าร้อยละ (Percentage)


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ข ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ระดับการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่าผลการวิเคราะห์ระดับการอ่านของนักเรียน อยู่ในระดับ “ไม่ผ่าน” โดย มีคะแนนเฉลี่ย (̅ ) = 14.48 และค่าร้อยละ = 48.27 และผลการระดับการเขียนของนักเรียน อยู่ใน ระดับ “ไม่ผ่าน” โดยมีคะแนนเฉลี่ย (̅ ) = 8.85 และค่าร้อยละ = 44.26 2. การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า 2.1 การเปรียบเทียบระดับการอ่าน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ระหว่างก่อน - หลัง การใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด โดยก่อนการใช้อยู่ในระดับ “ไม่ ผ่าน” โดยมีคะแนนเฉลี่ย (̅ ) = 14.48 และค่าร้อยละ = 48.27 และหลังการใช้อยู่ในระดับ “พอใช้” โดยมีคะแนนเฉลี่ย (̅ ) = 19.52 และค่าร้อยละ = 65.06 ดังนั้นการพัฒนาทักษะ การอ่าน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อน คู่คิด “ประสบผลสำเร็จ” 2.2 การเปรียบเทียบระดับการเขียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ระหว่างก่อน - หลัง การใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด โดยก่อนการใช้อยู่ในระดับ “ไม่ ผ่าน” โดยมีคะแนนเฉลี่ย (̅ ) = 8.85 และค่าร้อยละ = 44.26 และหลังการใช้อยู่ในระดับ “พอใช้” โดยมีคะแนนเฉลี่ย (̅ ) = 12.26 และค่าร้อยละ = 61.30 ดังนั้นการพัฒนาทักษะ การเขียน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อน คู่คิด “ประสบผลสำเร็จ” 3. การประเมินประสิทธิภาพของการพัฒนาส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้ พบว่า 3.1 การพัฒนาทักษะการอ่าน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับ เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนราช ประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 = 48.27/65.06 ซึ่ง อยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน คือ 40/60 และค่าประสิทธิผล E.I. = 0.32 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ 0.50 3.2 การพัฒนาทักษะการเขียน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียน ราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 = 44.26/61.30 ซึ่งอยู่ ในเกณฑ์มาตรฐาน คือ 40/60 และค่าประสิทธิผล E.I. = 0.31 ซึ่งอยู่ต่ำเกณฑ์มาตรฐาน คือ 0.50 คำสำคัญ การพัฒนา, ทักษะการอ่าน, ทักษะการเขียน, แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี และ เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ค Research title Developing literacy skills By using 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. of students at level Grade 4, Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province. ProvinceResearcher's name Mr.Natthaphatcharaphon Hothong Degree name Bachelor of Education (B.Ed.) 4 years Field of study Social Studies University Surat Thani Rajabhat University Semester 1 Academic year 2023 Mentor teacher Jureerat Chukhan Advisor Assistant Professor Dr. Paranee Srisawat Abstract Research on Developing literacy skills By using 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. of students in Grade 4 at Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province. The research objectives are 1. To study the level of literacy. of 4th grade primary school students, Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province. 2. To develop reading and writing skills of 4th grade primary school students. 3. To evaluate the effectiveness of developing and promoting reading and writing skills. The population and sample group used in the research were 27 students in Grade 4 of Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province, Semester 1, Academic Year 2023. The researcher used a purposive sampling method. The research tools were exercises to develop Thai reading and writing skills. By using 5 colored letters. The statistics used in the research were E1/E2 Efficiency, E.I. Efficiency, Mean and Percentage.


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ง The results of the research can be summarized as follows. 1. Literacy level of Grade 4 students at Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province It was found that the results of the analysis of the reading level of the students were at the level of "not passing" with an average score (̅ ) = 14.48 and the percentage value = 48.27 and the results of the writing level of the students were at the level of "not passing" with the score Average (̅ ) = 8.85 and percentage = 44.26 2. Developing literacy skills of 4th grade primary school students found that 2.1 Reading level comparison By using 5-colored letter reading skills exercises before and after using peer-to-peer learning techniques. Before use it was at the “not passing” level with an average score (̅ ) = 14.48 and percentage value = 48.27, and after use it was at the “fair” level with an average score (̅ ) = 19.52 and percentage value = 65.06 Therefore, developing reading skills Byusing 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. “Successful” 2.2 Comparison of writing levels Using 5-colored letter reading skills exercises before and after using the peer-to-peer learning technique. Before use it was at the “not passing” level with an average score (̅ ) = 8.85 and percentage value = 44.26, and after use it was at the “fair” level with an average score (̅ ) = 12.26 and percentage value = 61.30 Therefore, developing writing skills By using 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. “Successful” 3. Evaluation of the efficiency of developing and promoting literacy skills found that 3.1 Development of reading skills By using 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. of primary school students 4 Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province has an efficiency value of E1/E2 = 48.27/65.06, which is within the standard criteria, which is 40/60, and an effectiveness value E.I. = 0.32, which is below the standard criteria, which is 0.50. 3.2 Developing writing skills By using 5-colored letter reading skill exercises combined with peer-to-peer learning techniques. of primary school students 4 Ratchaprachanukroh School 64, Surat Thani Province has efficiency values E1/E2 = 44.26/61.30, which is within the standard criteria, which is 40/60, and effectiveness values E.I. = 0.31, which is below the standard criteria, which is 0.50. Keywords : Development, reading skills, writing skills, 5-color alphabet reading skills exercises, and peer learning techniques.


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| จ กิตติกรรมประกาศ การดำเนินการจัดทำงานวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงสมบูรณ์ได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก อาจารญที่ปรึกษา คือ ท่านอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปารณีย์ ศรีสวัสดิ์และครูพี่เลี้ยง คือ นางจุรีรัตน์ ชูขันธ์ ที่ให้คำแนะนำและให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ตั้งแต่เริ่มดำเนินการวิจัย คณะผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของท่านเป็นอย่างยิ่ง จึงขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ ขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ให้ความอนุเคราะห์ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย ช่วยเหลือ ให้ข้อมูลในการ ทำการวิจัย และอนุเคราะห์เวลาให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างในการจัดทำงานวิจัยในครั้งนี้ ขอขอบคุณบิดามารดา และครอบครัว ที่คอยให้คำปรึกษา และให้กำลังใจผู้วิจัยตลอดมา และสำคัญที่สุดขอขอบคุณคณะผู้วิจัยที่ตั้งใจ มุ่งมั่น และใส่ใจในการทำงานวิจัยครั้งนี้จนทำให้งานวิจัย สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ฉ สารบัญ เรื่อง หน้า บททคัดย่อภาษาไทย ก บททคัดย่อภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ซ บทที่ 1 บทนำ 1 1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 2. จุดประสงค์ของการวิจัย 3 3. ความสำคัญของการวิจัย 4 4. กรอบแนวคิดการวิจัย 4 5. สมมติฐานการวิจัย 4 6. ขอบเขตของการวิจัย 5 7. นิยามศัพท์เฉพาะ 5 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 8 2. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 12 3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 19 4. การอ่าน 26 5. การเขียน 33 6. แบบฝึกทักษะ 40 7. เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด 45 8. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 48


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ช สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 52 1. แบบแผนการวิจัย 52 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 53 3. ระยะเวลาในการทดลอง 53 4. เนื้อหาที่ใช้ในการทดลอง 53 5. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 53 6. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 54 7. การเก็บรวบรวมข้อมูล 55 8. การวิเคราะห์ข้อมูล 56 9. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 56 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 59 1. สัญลักษณ์ทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 59 2. การวิเคราะห์ข้อมูล 60 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 60 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ 67 1. สรุปผลการวิจัย 68 2. ข้อเสนอแนะ 69 บรรณานุกรม 70 ภาคผนวก 74 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 75 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 77 ภาคผนวก ค แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือสำหรับผู้เชี่ยวชาญ 92 ภาคผนวก ง ข้อมูลจากการคีย์ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ผล 96 ภาคผนวก ฉ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 102 ภาคผนวก ช ภาพประกอบการทำวิจัย 108 ประวัติผู้ทำวิจัย 114


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| ช สารบัญตาราง ตาราง หน้า ตารางที่ 4.1 แสดงร้อยละลักษณะทั่วไปของประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 61 ตารางที่ 4.2 แสดงคะแนนเฉลี่ยและค่าร้อยละ ของระดับการอ่าน 62 ตารางที่ 4.3 แสดงคะแนนเฉลี่ยและค่าร้อยละ ของระดับการเขียน 63 ตารางที่ 4.4 แสดงคะแนนเฉลี่ยและค่าร้อยละ ของระดับการอ่าน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ระหว่างก่อน - หลัง การใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด 64 ตารางที่ 4.5 แสดงคะแนนเฉลี่ยและค่าร้อยละ ของระดับการเขียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ระหว่างก่อน - หลัง การใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด 65 ตารางที่ 4.6 แสดงผลวิเคราะห์ประสิทธิภาพ E1/E2 และประสิทธิผล (E.I.) ของการอ่าน 66 ตารางที่ 4.7 แสดงผลวิเคราะห์ประสิทธิภาพ E1/E2 และประสิทธิผล (E.I.) ของการเขียน 66


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 1 บทที่ 1 บทนำ 1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม อันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อ สร้างความ เข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงานและดำเนินชีวิต ร่วมกันใน สังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุขและเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ จาก แหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และ สร้างสรรค์ ให้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ใน การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิ ปัญญาของบรรพบุรุษด้าน วัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพเป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติ ไทยตลอดไป (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : ออนไลน์) ด้วยความสำคัญดังกล่าว หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ กำหนดให้ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การ เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : ออนไลน์) ดังนั้น เด็กไทยทุกคนควรเรียนรู้และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องทุกโอกาส ซึ่งการเรียนการ สอน ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การอ่าน และการฟัง เป็นทักษะของการรับรู้เรื่องราว ความรู้ ประสบการณ์ ส่วนการพูดและการเขีย นเป็น ทักษะของการ แสดงออกด้วยการแสดงความคิดเห็น ความรู้และประสบการณ์ การเรียนภาษาไทยจึง ต้องเรียนเพื่อการ สื่อสาร ให้สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างพินิจพิเคราะห์ สามารถนำความรู้ ความคิดมาเลือกใช้เรียบ เรียงคำมาใช้ตามหลักภาษาได้ถูกต้องตรงตามความหมาย กาลเทศะและใช้ ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็น กำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็น พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : ออนไลน์)


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 2 การอ่านเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตของคนในยุค ปัจจุบัน ยิ่งกว่าทุกสมัยที่ผ่านมา เพราะขณะนี้วิทยาการและเทคโนโลยีต่างๆได้เปลี่ยนแปลง เจริญก้าวหน้ามากและเป็นไปอย่างรวดเร็ว การติดต่อสื่อสารก็ยิ่งเพิ่มความสำคัญในธุรกิจการงานเพิ่ม มากขึ้น จนสภาพของสังคมกลายเป็นสังคมข่าวสาร (Information society) รวมทั้งข้อมูลต่างๆใน ชีวิตประจำวันจะต้องอาศัยการอ่าน จึงสามารถเข้าใจและสื่อความหมายกันได้ถูกต้อง แม้จะมีการนำ เทคโนโลยีมาใช้ในการติดต่อสื่อสาร แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการอ่านได้ ตรงกันข้ามคนยุคนี้จะต้อง อ่านเพิ่มขึ้นเสียอีก ฉะนั้นคนเราจำเป็นต้องมีทักษะในการอ่านด้วย (วรรณี โสมประยูร, 2553 : ออนไลน์) ธรรมชาติของภาษาไทยเป็นเรื่องทักษะ จะแยกเนื้อหาสาระของทักษะแต่ละชั้นปีโดยเด็ดขาด ไม่ได้ จำเป็นจะต้องมีกระบวนการฝึกทักษะต่างๆให้ต่อเนื่องกันไป เนื้อหา เช่น การอ่านและการเขียน สะกดคำ การอ่านจับใจความ การเลือกใช้คำให้ตรงตามความหมาย การเขียนแสดงความรู้สึก ความคิดประสบการณ์ ความต้องการ จินตนาการ การนำความรู้จากการอ่านไปใช้ในการตัดสินใจ การแก้ปัญหาและการดำเนินชีวิต จำเป็นต้องสอนทุกชั้นในเรื่องของทักษะภาษา และแต่ละชั้นจะมี เนื้อหาในการฝึกทักษะที่เพิ่มความซับซ้อนและยากมากขึ้น เช่น จำนวนคำเพิ่มมากขึ้น ประโยคที่ใช้ ยาวและซับซ้อนขึ้น เรื่องที่นำมาอ่านยาวขึ้น (กรมวิชาการ, 2544 : ออนไลน์) การสอนภาษาไทยให้บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพนั้น ซึ่งภาษาไทยเป็นพื้นฐานของ การเรียนรู้ในวิชาต่างๆ ดังนั้นภาษาไทบจำเป็นต้องฝึกทักษะต่างๆ ให้สัมพันธ์กันทั้งการรับเข้ามา คือ การอ่านและการฟังกับทักษะการถ่ายทอดออกไป คือ การพูดและการเขียน ในด้านการเขียน ถือเป็น ทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนและเป็นทักษะถ่ายทอดที่สำคัญต่อการสื่อสารอย่างยิ่ง ภาษาเป็นเครื่องมือใน การคิดและการสื่อสาร มนุษย์ใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่อยู่รอบข้างเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิดความต้องการ บอก เล่า ไต่ถาม และเพื่อจุดประสงค์อื่นๆอีกมากมาย วิธีการสื่อสารเพื่อทำ ความเข้าใจระหว่างมนุษย์นั้นอาจกระทำได้หลายวิธี มนุษย์สามารถใช้ ท่าทางเป็นสื่อแสดงออกทางสี หน้า สายตา ตลอดจนเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน ทักษะทาง ภาษาประกอบด้วยการฟัง การอ่าน การพูด และการเขียน ทักษะที่ สำคัญที่ทำให้ทักษะทุกทักษะ ประสบความสำเร็จคือทักษะการอ่านและทักษะการเขียน ซึ้งจะก่อเกิดภูมิปัญญาอันจะสร้างสรรค์ สิ่ง ที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เมื่อมนุษย์คิดภูมิปัญญาขึ้นมาได้ ก็จะเขียนบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ การเขียนเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสาร และการจะเขียนสิ่งต่างๆได้ก็ต้องอาศัยภาษาประกอบสร้าง ตามหลักภาษานั้นๆ จะเห็นได้ว่าการที่เราจะเขียนเพื่อสื่อสารสิ่งใดนั้นจะต้องประกอบด้วยโครงสร้าง ภาษา และกลวิธีในการสื่อสาร


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 3 เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เป็นเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างผู้เรียน 2 คน ที่ จับคู่กัน แล้วช่วยกันแบ่งปันความคิดในประเด็นปัญหา หลังจากที่ร่วมกันคิดเป็นคู่แล้ว จึงนำความรู้ที่ ได้ไปเสนอให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้รับฟัง เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์วิจารณ์ผลร่วมกัน สรุปได้ว่า ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม อันก่อให้เกิดความเป็น เอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ภาษาไทยในระดับประถมศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมี พัฒนาการ ทั้งทางด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพื่อใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสาร รับรู้ และถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้วิชาสังคมศึกษาหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นศาสตร์ความรู้หนึ่งที่มีความสำคัญ และมีบทบาทอย่างมากต่อ การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพสังคมปัจจุบัน ที่มีความเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับตัวและปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใน ฐานะพลเมืองดีของสังคมไทยและสังคมโลก ดังนั้น การอ่านออกเขียนได้ จึงควรศึกษาและฝึกฝนให้ เกิดความเชี่ยวชาญ เพื่อก่อให้เกิดการเข้าใจและการเรียนรู้ในวิชาสังคมศึกษา ได้อย่างถูกต้องมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้วิจัยเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว พบว่า มีนักเรียนบางส่วนไม่สามารถอ่านได้ คล่อง และไม่ตั้งใจเขียน หรือเขียนสั้นไม่ได้ ขาดทักษะการเขียนที่ถูกต้อง จากปัญหาดังกล่าวจะเห็น ได้ว่านักเรียนขาดทักษะอ่านออกและทักษะด้านการเขียนภาษาไทย จากผลการอ่านไม่ออกและเขียน ไม่ได้ของนักเรียนที่กล่าวมานั้น ทำให้ผู้วิจัยทำวิจัยต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการอ่านและการเขียนสะกด คำ ซึ่งหากนักเรียนไม่ได้รับการส่งเสริมการเขียนสะกดคำย่อมส่งผลให้อ่านไม่ออกตามมาด้วย สิ่ง เหล่านี้เป็นสาเหตุให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนต่ำและการที่นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนสะกด คำไม่ถูกต้องยังมีผลกระทบต่อไปในการเรียนการสอนอีกด้วย ผู้วิจัยได้คิดหาแนวทางแก้ปัญหา ดังกล่าว จึงได้ศึกษาหานวัตกรรมและนำมาแก้ไขปัญหา และนำพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สีขึ้นมา และนำมาใช้ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ส่งเสริม การทำวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนและให้สามารถทำให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษา มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. จุดประสงค์ของการวิจัย 2.1 เพื่อศึกษาระดับการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2.2 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 2.3 เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการพัฒนาส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 4 3. ความสำคัญของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ตั้งประโยชน์ของการวิจัยไว้ ดังนี้ 3.1 ผลการวิจัยเป็นประโยชน์สำหรับนักเรียน นักเรียนมีการพัฒนาการด้านทักษะการอ่านออกเขียนได้ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ใน ด้านต่างๆ อีกทั้งยังช่วยในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ 3.2 ผลการวิจัยเป็นประโยชน์สำหรับครู ในการใช้การใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เพื่อช่วยในการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ช่วยให้ครูได้สะดวกใรการจักการเรียนการสอน ใน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาต่างๆ อีกทั้งการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการ เรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เพื่อช่วยในการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ ช่วยให้ครูใช้สอนให้นักเรียน เกิดประสิทธิภาพทางการเรียนมากยิ่งขึ้นได้ 4. กรอบแนวคิดการวิจัย 5. สมมติฐานการวิจัย 5.1 ระดับการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุ เคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยรวมร้อยละ 60 ขึ้นไป 5.2 นักเรียนที่ใช้แบบฝึกการอ่านและเขียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับ เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ช่วยพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้มีระดับการอ่านออกเขียนได้ สูงกว่าการไม่ใช้แบบฝึก 5.3 แบบฝึกการอ่านและเขียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการ เรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด มีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 40/60 และมีประสิทธิผลสูงกว่าเกณฑ์ 0.50 แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 5 6. ขอบเขตของการวิจัย 6.1 ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 27 คน 6.2 ตัวแปรที่ศึกษาในการวิจัย 1) ตัวแปรต้น (Independent Variables) ได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด 2) ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่ การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียน ได้ 6.3 ขอบเขตด้านเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เนื้อหาในการแก้ปัญหาการใช้ภาษาไทยในการอ่านและ การเขียนของนักเรียน นำมาจากบัญชีคำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หนังสือประกอบการเรียน รายวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์และ หนังสือเรียนพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ 6.4 ขอบเขตด้านระยะเวลา ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้ดำเนินการวิจัยในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 7. นิยามศัพท์เฉพาะ 7.1 การพัฒนา หมายถึง กระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 7.2 ทักษะการอ่าน หมายถึง การแปลความหมายจากตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่ผู้เขียน ต้องการจะสื่อความหมาย ซึ่งผู้อ่านจะต้องอาศัยความรู้พื้นฐานเดิมที่มีอยู่ ประกอบกับความสามารถ ในการคิดความรู้ทางภาษา ในการตีความหมายของสิ่งที่อ่านเพื่อให้ความหมายที่ชัดเจน ตรงตามหรือ ใกล้เคียงกับผู้เขียนต้องการจะสื่อออกมาให้อ่านได้รับรู้ 7.3 ทักษะการเขียน หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ของผู้เขียนผ่านตัวอักษรไปยังผู้รับสารเพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เขียนต้องเรียบเรียงเนื้อหาให้เป็นระบบ เพื่อสื่อสารออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดสัมฤทธิ์ผล 7.4 แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สีหมายถึง แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ที่ใช้สำหรับครูผู้สอน ในการสอนคำศัพท์ภาษาไทย ในรูปแบบของการแยกสี พยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์ เพื่อช่วยในการอ่านสะกดคำของนักเรียน ซึ่งช่วยสร้างการจดจำ และประมวลความจำ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 6 ออกมาเป็นภาพกับสิ่งที่พบเห็น และชุดแบบฝึกนี้มีความสอดคล้องตามหลักการสร้างสื่อการสอนเพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนในแต่ละช่วงวัย 7.5 เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด หมายถึง เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่าง ผู้เรียน 2 คน ที่จับคู่กัน แล้วช่วยกันแบ่งปันความคิดในประเด็นปัญหา หลังจากที่ร่วมกันคิดเป็นคู่แล้ว จึงนำความรู้ที่ได้ไปเสนอให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้รับฟัง เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์วิจารณ์ผลร่วมกัน 7.6 ครูหมายถึง ครูผู้สอนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 7.7 นักเรียน หมายถึง นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 7.8 โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 7.9 ประสิทธิภาพ E1/E2 หมายถึง ผลการทดลองของนักเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน อักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดย กำหนดประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 40/60 40 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะการ อ่านอักษร 5 สี 60 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะการ อ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด 7.10 ประสิทธิผล (E.I.) หมายถึง ค่าที่แสดงการเรียนรู้ที่ก้าวหน้าขึ้นจากพื้นฐานความรู้เดิม ที่มีอยู่แล้วหลังจากที่ผู้เรียนได้เรียนจากเรียนรู้ โดยใช้สื่ออินโฟกราฟิกส์ เรื่องวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา โดยดัชนีประสิทธิผลที่ใช้ได้ควรมีค่า 0.50 ขึ้นไป


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 7 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตามหัวข้อในการนำเสนอ ดังนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4. การอ่าน 5. การเขียน 6. แบบฝึกทักษะ 7. เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด 8. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 8 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1.1 วิสัยทัศน์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติ ให้เป็น มนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทย และเป็น พลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอด ชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็ม ตามศักยภาพ 1.2 หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สำคัญดังนี้ 1) เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน การเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และ คุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับดวามเป็นสากล 2) เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษา อย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ 3) เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น 4) เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งค้านสาระการเรียนรู้ เวลาและ การจัดการเรียนรู้ 5) เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6) เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ 1.3 จุดหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1) มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 9 2) มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต 3) มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 4) มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5) มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันใน สังคมอย่างมีความสุข 1.4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการ เรียนรู้ ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้น จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะ สำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1) ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มี วัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิดความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของ ตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือก รับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการ สื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2) ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การ สร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรค ต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูล สารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคมแสวงหา ความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการตัดสินใจที่มี ประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการ ต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การ ทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การ จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสมการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 10 ของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบ ต่อตนเองและผู้อื่น 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้ เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและ สังคม ในด้านการเรียนรู้การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม 1.5 คุณลักษณะฮันพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 1.6 มาตรฐานการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมอง และพหุปัญญา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู ดังนี้ 1) ภาษาไทย 2) คณิตศาสตร์ 3) วิทยาศาสตร์ 4) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5) สุขศึกษาและพลศึกษา 6) ศิลปะ 7) การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8) ภาษาต่างประเทศ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 11 ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำคัญของการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น มาตรฐานการเรียนรู้ ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้ง ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่า ต้องการอะไร ต้องสอนอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา โดยใช้ ระบบการประเมินคุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขต พื้นที่การศึกษาและการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกล่าวเป็นสิ่ง สำคัญ ที่ช่วยสะท้อนภาพการจัดการศึกษา ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามที่มาตรฐานการ เรียนรู้กำหนดเพียงใด 1.7 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่ง สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรมนำไปใช้ในการกำหนด เนื้อหา จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับการวัดประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน 1) ตัวชี้วัดชั้นปีเป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษา ภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 3) 2) ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอน ปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6) หลักสูตรได้มีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อความเข้าใจ และให้สื่อสารตรงกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 1 ว 1.1 ป.1/2 ว คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1.1 คือ สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1 ป.1/2 คือ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่ 2 ตัวอย่างที่ 2 ต 2.2 ม.4-6/2 ต คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 2.2 คือ สาระที่ 2 มาตรฐานข้อที่ 2 ม.4-6/2คือ ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อที่ 2


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 12 2. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 2.1 ทำไมต้องเรียนภาษาไทย ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้าง บุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อ สร้างความเข้าใจและ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิต ร่วมกันในสังคม ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ จากแหล่งข้อมูล สารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และ สร้างสรรค์ให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนา อาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิ ปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป 2.2 เรียนรู้อะไรในภาษาไทย ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การ เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง 1) สาระที่ 1 การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำ ประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่านในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความรู้จากสิ่งที่อ่าน เพื่อนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 2) สาระที่ 2 การเขียน การเขียนสะกดคำตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสารโดยใช้ ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆของการเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิด ต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วิเคราะห์วิจารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์ 3) สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูด แสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดลำดับเรื่องราวต่างๆอย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาส ต่างๆ ทั้งเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ และการพูดเพื่อโน้มน้าวใจ 4) สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ ภาษาให้ถูกต้อง เหมาะสมกับโอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และ อิทธิพลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย 5) สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อ ศึกษาข้อมูล แนวความคิด คุณค่าของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทำ ความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก เพลงพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 13 ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของสังคมในอดีต และ ความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจในบรรพบุรุษที่ได้สั่งสมสืบทอดมา จนถึงปัจจุบัน 2.3 สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ป.4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ป.4/2 อธิบายความหมายของคำ ประโยค และสำนวนจากเรื่องที่อ่าน ป.4/3 อ่านเรื่องสั้นๆ ตามเวลาที่กำหนด และตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน ป.4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ป.4/5 คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ ป.4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ป.4/7 อ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ป.4/8 มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่าง มีประสิทธิภาพ ป.4/1 คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด ป.4/2 เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม ป.4/3 เขียนแผนภาพ โครงเรื่อง และแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน ป.4/4 เขียนย่อความจากเรื่องสั้นๆ ป.4/5 เขียนจดหมายถึงเพื่อนและบิดามารดา ป.4/6 เขียนบันทึกและเขียนรายงาน จากการศึกษาค้นคว้า ป.4/7 เขียนเรื่องตามจินตนาการ ป.4/8 มีมารยาทในการเขียน


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 14 สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ป.4/1 จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู ป.4/2 พูดสรุปความจากการฟังและดู ป.4/3 พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ป.4/4 ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู ป.4/5 รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา ป.4/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ป.4/1 สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทต่างๆ ป.4/2 ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ป.4/3 ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ ป.4/4 แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา ป.4/5 แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ ป.4/6 บอกความหมายของสำนวน ป.4/7 เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่นได้ สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง เห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ป.4/1 ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม ป.4/2 อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง ป.4/3 ร้องเพลงพื้นบ้าน ป.4/4 ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความ สนใจ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 15 2.4 คุณภาพผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 • อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง คำสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคำ และข้อความที่อ่าน ตั้งคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ปฏิบัติ ตามคำสั่ง คำอธิบายจากเรื่องที่อ่านได้ เข้าใจความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอและมีมารยาทในการอ่าน • มีทักษะในการคัดลายมือเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจำวัน เขียน จดหมายลาครู เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียน เรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขียน • เล่ารายละเอียดและบอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพูดแสดง ความคิด ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสาร เล่าประสบการณ์ และพูด แนะนำหรือพูดเชิญชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม และมีมารยาทในการฟัง ดูและพูด • สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ ความแตกต่างของคำและพยางค์ หน้าที่ของ คำในประโยค มีทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำ แต่ง ประโยคง่ายๆ แต่งคำคล้องจอง แต่งคำขวัญ และเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและ ภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ • เข้าใจและสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลง กล่อมเด็ก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจได้ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบาย ความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัยของคำ ประโยค ข้อความ สำนวนโวหาร จากเรื่องที่อ่าน เข้าใจคำแนะนำ คำอธิบายในคู่มือต่างๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและ ข้อเท็จจริง จับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน และนำความรู้ ความคิดจากเรื่องที่ อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน และ เห็นคุณค่าสิ่งที่อ่าน


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 16 • มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสะกดคำ แต่ง ประโยคและเขียนข้อความ ตลอดจนเขียนสื่อสารโดยใช้ข้อความที่ชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนแสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ และมีมารยาทในการ เขียน • พูดแสดงความรู้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู เล่าเรื่องย่อหรือสรุปจากเรื่องที่ฟัง และดู ตั้งคำถาม ตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังและดู รวมทั้งประเมินความน่าเชื่อถือ จากการฟังและดูโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดตามลำดับขั้นตอนเรื่องต่างๆอย่าง ชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็นค้นคว้าจากการฟัง การดู การสนทนา และพูดโน้ม น้าวได้อย่างมีเหตุผล รวมทั้งมีมารยาทในการฟัง ดูและพูด • สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ สำนวน คำพังเพยและสุภาษิต รู้และเข้าใจ ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ชนิดของประโยค คำภาษาถิ่นและคำ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้อย่างเหมาะสม แต่งประโยค แต่งบทร้อยกรอง ประเภทกลอนสี่ กลอนสุภาพและกาพย์ยานี 11 • เข้าใจและเห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้าน ร้อง เพลงพื้นบ้านของท้องถิ่น นำข้อคิดจากเรื่องที่อ่านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และ ท่องจำบทอาขยานที่กำหนดได้ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจ ความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย จับใจความสำคัญและรายละเอียดของสิ่ง ที่อ่าน แสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน และเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด ย่อความ เขียนรายงานจากสิ่งที่อ่านได้ วิเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ลำดับความอย่างมีขั้นตอนและความเป็นไปได้ของเรื่องที่อ่าน รวมทั้งประเมินความ ถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน • เขียนสื่อสารด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องเหมาะสมตามระดับ ภาษาเขียนคำขวัญ คำคม คำอวยพรในโอกาสต่างๆ โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชีวประวัติ อัตชีวประวัติและประสบการณ์ต่างๆ เขียนย่อความ จดหมายกิจธุระ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 17 แบบกรอกสมัครงาน เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ความคิดหรือโต้แย้ง อย่างมีเหตุผล ตลอดจนเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและเขียนโครงงาน • พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินสิ่งที่ได้จากการฟังและดู นำข้อคิด ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าอย่างเป็นระบบ มีศิลปะในการพูด พูดในโอกาสต่างๆได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือ รวมทั้งมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด • เข้าใจและใช้คำราชาศัพท์ คำบาลีสันสกฤต คำภาษาต่างประเทศอื่นๆ คำทับศัพท์ และศัพท์บัญญัติในภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่างในภาษาพูด ภาษาเขียน โครงสร้างของประโยครวม ประโยคซ้อน ลักษณะภาษาที่เป็นทางการ กึ่งทางการ และไม่เป็นทางการ และแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ และโคลงสี่ สุภาพ • สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ตัวละครสำคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับจากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ ข้อคิดเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจ ตีความ แปลความ และขยายความเรื่องที่อ่านได้ วิเคราะห์ วิจารณ์เรื่องที่อ่าน แสดง ความคิดเห็นโต้แย้งและเสนอความคิดใหม่จากการอ่านอย่างมีเหตุผล คาดคะเน เหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน เขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และ เขียนรายงานจากสิ่งที่อ่าน สังเคราะห์ ประเมินค่า และนำความรู้ความคิดจากการ อ่านมาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ และนำความรู้ ความคิด ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน • เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง โดยใช้ภาษาได้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ ย่อความจาก สื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหาที่หลากหลาย เรียงความแสดงแนวคิดเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ โวหารต่างๆ เขียนบันทึกรายงานการศึกษาค้นคว้าตามหลักการเขียนทางวิชาการ ใช้ ข้อมูลสารสนเทศในการอ้างอิง ผลิตผลงานของตนเองในรูปแบบต่างๆ ทั้งสารคดี และบันเทิงคดี รวมทั้งประเมินงานเขียนของผู้อื่นและนำมาพัฒนางานเขียนของ ตนเอง


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 18 • ตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู มีวิจารณญาณในการเลือก เรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์วัตถุประสงค์ แนวคิด การใช้ภาษา ความน่าเชื่อถือของ เรื่องที่ฟังและดู ประเมินสิ่งที่ฟังและดูแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มี ทักษะการพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยใช้ภาษาที่ ถูกต้อง พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าว และเสนอแนวคิดใหม่อย่างมีเหตุผล รวมทั้งมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด • เข้าใจธรรมชาติของภาษา อิทธิพลของภาษา และลักษณะของภาษาไทย ใช้คำและ กลุ่มคำสร้างประโยคได้ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์ โคลง ร่าย และฉันท์ ใช้ภาษาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้ อย่างถูกต้อง วิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษาไทย อิทธิพลของภาษาถิ่นและ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทยและเข้าใจภาษาถิ่น วิเคราะห์และประเมินการใช้ ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ • วิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์วรรณคดีเบื้องต้น รู้ และเข้าใจลักษณะเด่นของวรรณคดี ภูมิปัญญาทางภาษา และวรรณกรรมพื้นบ้าน เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีไทย ประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ นำข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 19 3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3.1 ทำไมต้องเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร ทั้งในฐานะ ปัจเจคบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ตาม ยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่นมีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก 3.2 เรียนรู้อะไรในสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความเชื่อม สัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบท สภาพแวดล้อมเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะส ม โดยได้กำหนดสาระต่างๆ ไว้ดังนี้ 1) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลักธรรม คำสอน ไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทำความดี มีค่านิยมทีดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม 2) สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิต ระบบการเมืองการ ปกครองในสังคมปัจจุบัน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ลักษณะและความสำคัญ การเป็นพลเมืองดี ความแตกต่างและความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยมด้านประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ การดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก 3) สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและ บริการ การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดแอย่างมีประสิทธิภาพ การดำรงชีวิต อย่างมีดุลยภาพ และการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน 4) สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทาง ประวัติศาสตร์ พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์สำคัญในอดีต บุคคลสำคัญที่


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 20 มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมและภูมิ ปัญญาไทย แหล่งอารยธรรมที่สำคัญของโลก 5) สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่ง ทรัพยากร และภูมิอากาศของประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆของโลก การใช้แผนที่และ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของสิ่งต่างๆในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของ มนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นการนำเสนอข้อมูลภูมิ สารสนเทศ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2.3 สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตาม หลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ป.4/1 อธิบายความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของศาสนิกชน ป.4/2 สรุปพุทธประวัติ ตั้งแต่บรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติของ ศาสดาที่ตนนับถือตามที่กำหนด ป.4/3 เห็นคณค่าและปฏิบัติตนตามแบบอย่างการดำเนินชีวิตและข้อคิดจาก ประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่กำหนด ป.4/4 แสดงความเคารพ พระรัตนตรัย และปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรม โอวาท 3 ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่ กำหนด ป.4/5 ชื่นชมการทำความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ตามหลักศาสนา พร้อมทั้งบอกแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ป.4/6 เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิ ใน พระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่กำหนด ป.4/7 ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อการอยู่ร่วมกัน เป็นชาติ ได้อย่างสมานฉันท์ ป.4/8 อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอื่นๆ โดยสังเขป


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 21 มาตรฐาน ส1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ป.4/1 อภิปรายความสำคัญและมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาศาสนสถานของ ศาสนาที่ตนนับถือ ป.4/2 มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีตามที่กำหนด ป.4/3 ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันสำคัญทางศาสนา ตามที่กำหนดได้ ถูกต้อง สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส2.1 เข้าใจ และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลก อย่างสันติสุข ป.4/1 ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชน ป.4/2 ปฏิบัติตนในการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ป.4/3 วิเคราะห์สิทธิพื้นฐานที่เด็กทุกคนพึงได้รับตามกฎหมาย ป.4/4 อธิบายความแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนในท้องถิ่น ป.4/5 เสนอวิธีการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในชีวิตประจำวัน มาตรฐาน ส2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรง รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ป.4/1 อธิบายอำนาจอธิปไตยและความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ป.4/2 อธิบายบทบาทหน้าที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง ป.4/3 อธิบายความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามะบอบประชาธิปไตยอัน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 22 สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส 3.1เข้าใจและสามารถบริหารจัดการในการผลิตและการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจ หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า ป.4/1 ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ป.4/2 บอกสิทธิพื้นฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผู้บริโภค ป.4/3 อธิบายหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใช้ในชีวิประจำวันของ ตนเอง มาตรฐาน ส3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ป.4/1 อธิบายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน ป.4/2 อธิบายหน้าที่เบื้องต้นของเงิน สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ ป.4/1 นับช่วงเวลาเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ป.4/2 อธิบายยุคสมัยในการศึกษาประวัติของมนุษย์ชาติโดยสังเขป ป.4/3 แยกแยะประเภทหลักฐานที่ใช้ในการศึกษาความเป็นมาของท้องถิ่น มาตรฐาน ส4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษย์จากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์และ การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและ สามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น ป.4/1 อธิบายการตั้งหลักแหล่งและพัฒนาการของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยุคประวัติศาสตร์โดยสังเขป ป.4/2 ยกตัวอย่างหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบในท้องถิ่นที่แสดงพัฒนาการ ของมนุษยชาติในดินแดนไทย มาตรฐาน ส4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความ ภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ป.4/1 อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย โดยสังเขป ป.4/2 บอกประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญสมัยสุโขทัย ป.4/3 ภูมิปัญญาไทยที่สำคัญสมัยสุโขทัยที่น่าภาคภูมิใจและควรค่าแก่การอนุรักษ์


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 23 สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) มาตรฐาน ส5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผล ต่อกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ ป.4/1 สืบค้นและอธิบายข้อมูลลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ด้วยแผนที่ และรูปถ่าย ป.4/2 ระบุแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญในจังหวัดของตนด้วยแผนที่และรูป ถ่าย ป.4/3 อธิบายลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญ ในจังหวัด มาตรฐาน ส5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ป.4/1 วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนใน จังหวัด ป.4/2 อธิบายการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในจังหวัด และผลที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงบายการ เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในจังหวัดและผลที่เกิด จากการเปลี่ยนแปลงนั้น ป.4/3 นำเสนอแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมในจังหวัด 2.4 คุณภาพผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 • มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและผู้ที่อยู่รอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นที่ อยู่อาศัย และเชื่อมโยงประสบการณ์ไปสู่โลกกว้าง • มีทักษะกระบวนการและมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือมีความเป็น พลเมืองดี มีความรับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันและการทำงานกับผู้อื่น มีส่วนร่วมใน กิจกรรมของห้องเรียนและได้ฝึกหัดในการตัดสินใจ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 24 • มีความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ในลักษณะการบูร ณาการ ผู้เรียนได้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับปัจจุบันและอดีต มีความรู้พื้นฐานทาง เศรษฐกิจ ได้ข้อคิดเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายของครอบครัว เข้าใจถึงการเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค รู้จักการออมขั้นต้นและวิธีการเศรษฐกิจพอเพียง • รู้และเข้าใจในแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจ ในขั้นที่สูงต่อไป จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 • มีความรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประเทศของตนเอง ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพสังคมประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการเมืองการปกครอง และสภาพเศรษฐกิจโดยเน้นความเป็นประเทศไทย • มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตาม หลักธรรมคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ รวมทั้งมีส่วนร่วมศาสนพิธี และพิธีกรรม ทางศาสนามากยิ่งขึ้น • ปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น จังหวัด ภาค และประเทศ รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของท้องถิ่นตนเองมากยิ่งขึ้น • สามารถเปรียบเทียบเรื่องราวของจังหวัดและภาคต่างๆของประเทศไทยกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่การทำความเข้าใจในภูมิภาคซีกโลกตะวันออกและ ตะวันตก เกี่ยวกับศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต การจัดระเบียบทางสังคม และการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมจากอดีตสู่ปัจจุบัน


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 25 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 • มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบกับ ประเทศในภูมิภาคต่างๆในโลก เพื่อพัฒนาแนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข • มีทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนาแนวคิด และ ขยายประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่างๆ ในโลก ได้แก่ เอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกา ใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์และสังคมศาสตร์ • รู้และเข้าใจแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถนำมาใช้เป็น ประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 • มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลกอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น • เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ รวมทั้งมีค่านิยม อันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นและอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข รวมทั้งมีศักยภาพเพื่อการศึกษาต่อในชั้นสูงตามความประสงค์ได้ • มีความรู้เรื่องภูมิปัญญาไทย ความภูมิใจในความเป็นไทย ประวัติศาสตร์ของชาติ ไทย ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข • มีนิสัยที่ดีในการบริโภค เลือกและตัดสินใจบริโภคได้อย่างเหมาะสม มีจิตสำนึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยและสิ่งแวดล้อม มีความรัก ท้องถิ่นและประเทศชาติ มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามให้กับสังคม • มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของตนเอง ชี้นำตนเองได้ และสามารถ แสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆในสังคมได้ตลอดชีวิต


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 26 4. การอ่าน การอ่านเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญและจำเป็นมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ใน ชีวิตประจำวันต้องอาศัยการอ่านจึงจะสามารถเข้าใจและสื่อความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.1 ความหมายของการอ่าน นิรันดร์ สุขปรีดี(2540 : 1) ให้ความหมายของการอ่านว่า การอ่านคือ การเข้าใจ ความหมาย ของตัวละคร หรือสัญลักษณ์ ซึ่งจะต้องอาศัยความสามารถในการแปลความ การตีความ การขยาย ความ การจับใจความสำคัญและการสรุปความ เรวดี อาษานาม (2537 : 77-78) ได้ให้ความหมายของการอ่าน ดังนี้ การอ่าน หมายถึง กระบวนการในการแบ่งความหมายของตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่มีการจดบันทึก อย่างมีเหตุผลและ เข้าใจความหมายของสิ่งที่อ่าน ตลอดจนการพิจารณาเลือกความหมายที่ดีที่สุดขึ้นไป ใช้เป็นประโยชน์ ด้วย จะเห็นได้ว่าการอ่านไม่ใช่การรับเอาความคิดจากหนังสือที่อ่านเฉยๆ ผู้อ่านไม่ใช่ ผู้รับแต่เป็น ผู้กระทำ สรุปได้ว่าเป็นผู้ใช้ความคิดไตร่ตรองเรื่องราวที่ตนเองอ่านเสียก่อน แล้วจึงรับเอา ใจความ ของเรื่องที่ตนอ่านไปเก็บไว้หรือนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป ดังนั้นหัวใจของการอ่านจึงอยู่ที่ การ เข้าใจความหมายของคำ การอ่านในโรงเรียนประถมที่ปรากฏก็คือ การที่ครูให้นักเรียนคนหนึ่งอ่านประโยคหรือ ข้อความนำแล้วให้คนอื่นๆ อ่านตาม ผู้อ่านนำตั้งใจอ่านให้เสียงดังได้ยินทั่วทั้งชั้นเพื่อเพื่อนจะอ่านตาม ได้ ถูก ผู้อ่านตามมีหน้าที่อ่านอย่างเดียว ตาอาจจะมองสิ่งต่าง รอบตัวหูฟังเพื่อนคุย ฯลฯ อ่านแล้วจำ ไม่ได้ และไม่รู้ความหมายของข้อความที่อ่าน ถ้าวิเคราะห์ตามความหมายข้างต้นแล้ว ลักษณะแบบนี้ ยังไม่ เรียกว่าอ่านได้อย่างสมบูรณ์ การที่คนเราจะอ่านหนังสือได้เร็วหรือช้านั้น องค์ประกอบอย่าง หนึ่งของการอ่านคือ การเคลื่อนไหวสายตาในการอ่านและความเข้าใจความหมายอย่างถ่องแท้ ในการ อ่านจะต้องมีการฝึกอยู่ เสมอและถูกต้องตามวิธีการด้วย ความเข้าใจความหมายของการอ่านมี ความหมายต่างๆ กัน เมื่อเอ่ยถึงการอ่านต้องมี ความเข้าใจมาเกี่ยวข้องคือ เข้าใจในถ้อยคำที่อ่าน เช่น ถ้ามีเด็กเห็นคำว่า กา แล้วเปล่งเสียงว่ากา ก็ เข้าใจว่าเป็นการอ่าน เช่นนี้เป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะเด็กอาจไม่เข้าใจ กา ที่เปล่งเสียงออกมานั้น หมายถึง นกชนิดหนึ่งที่มีสีดำ ร้อง กา กา กา หรือ อาจหมายถึง กาที่ใช้ในการต้มน้ำ หรืออาจไม่เข้าใจทั้ง สองความหมายก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงยังไม่ เรียกว่าการอ่าน แต่เป็นเพียงการเปล่งเสียงเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ นักเรียนควรเข้าใจกับความหมายของ การอ่าน ถ้าเป็นการอ่านที่ต้องเข้าใจความหมายของคำ ซึ่งจะทำให้ นักเรียนสามารถอ่านเรื่องและ สรุปเรื่องให้ถูกต้อง ประทีป วาทิกทินกร (2542 : 2) ได้ให้ความหมายของการอ่าน คือ การรับรู้ข้อความ ใน ข้อเขียนของตนเองและของผู้อื่น รวมทั้งการรับรู้เครื่องหมายสื่อสารต่างๆ เช่น เครื่องหมายจราจร และเครื่องหมายที่แสดงในแผนภูมิต่างๆ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 27 สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์ (2543 : 2) ได้ให้ความหมายของการอ่านว่า การอ่านเป็น ลำดับขั้นที่ เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความและเรื่องราวของ สารที่ ผู้อื่นสามารถบอกความหมายได้ วรรณี โสมประยูร (2544 : 121) ได้ให้ความหมายของการอ่านว่า การอ่านเป็น กระบวนการ ทางสมองที่ใช้สายตาสัมผัสตัวอักษรหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ รับรู้และเข้าใจความหมายของคำหรือ สัญลักษณ์โดยแปลออกเป็นความหมายที่ใช้สื่อความคิดและความรู้ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านให้เข้าใจ ตรงกันและผู้อ่านสามารถนำความหมายนั้นๆ ไปใช้ประโยชน์ได้ ฉวีวรรณ คูหาภินันท์ (2545 : 1) ได้ให้ความหมายของการอ่านคือความเข้าใจ ในสัญลักษณ์ เครื่องหมาย รูปภาพ ตัวอักษร คำและข้อความที่พิมพ์หรือเขียนขึ้นมา ราชบัณฑิตยสถาน (2546 : 1) ได้ให้ความหมายของการอ่านไว้ว่า หมายถึง การอ่าน ตาม ตัวหนังสือ การออกเสียงตามตัวหนังสือ การดูหรือเข้าใจความจากหนังสือ สังเกตหรือพิจารณาดู เพื่อให้เข้าใจ การคิด การนับ ฉวีลักษณ์ บุญกาญจน (2547 : 3) ได้ให้ความหมายของการอ่าน คือ การบริโภคคำ ที่ถูก เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือหรือสัญลักษณ์ โดยมีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เริ่มจาก “แสง” ที่ถูก สะท้อนมาจากตัวหนังสือ ผ่านเลนส์นัยน์ตาและประสาทตา เข้าสู่เซลล์สมองไปเป็นความคิด (Idea) ความรับรู้ (Perception) และความจำ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ความหมายของการอ่านไว้หลายส่วน ดังนี้ - ส่วนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของกระบวนการ หมายถึง ลำดับขั้นที่เกี่ยวข้อง กับการทำความ เข้าใจความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความและเรื่องราวข่าวสารที่ผู้อ่านสามารถ บอก ความหมายได้ - ส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาพัฒนาการ หมายถึง การสอนอ่านจะต้องเข้าใจ หลักจิตวิทยา พัฒนาการทางภาษาของเด็กแต่ละวัย จัดสื่อการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการและ ความสนใจ ของเด็ก - ส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษาศาสตร์ หมายถึง การสอนอ่านจะต้องเข้าใจ เสียงฐานที่เกิดเสียง ของพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เข้าใจหลักภาษาและการใช้ภาษา เพื่อนำหลักการ เหล่านั้นมาสอน อ่านและเข้าใจความหมายได้ถูกต้อง - ส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาทางการศึกษา หมายถึง การนำหลักจิตวิทยา มาใช้ทางการ ศึกษา เช่น ความพร้อมของการอ่าน ความสนใจ แรงจูงใจ การเสริมแรง และทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง เพื่อ ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาการจัดกิจกรรมการอ่าน


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 28 - ส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิชาการศึกษา หมายถึง การรู้จักเลือกวิธีสอนอ่าน ที่เหมาะสมกับวัย และระดับความสามารถในการอ่านของนักเรียน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามขั้นพัฒนาการ เพื่อให้นักเรียน ประสบความสำเร็จในการอ่าน - ส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาด้านการจำและการลืม หมายถึง การที่ผู้อ่าน สามารถจำเรื่อง และเก็บไว้ในสมอง ถ้ามีโอกาสเล่าให้ผู้อื่นฟังก็สามารถเล่าได้ถูกต้อง แต่การที่ผู้อ่านจะจำ ข้อความที่ อ่านได้ก็จะต้องเข้าใจความหมายของคำ รู้หน้าที่ของคำ อีกทั้งสามารถแยกพยัญชนะ สระ ตัวสะกด และวรรณยุกต์ ออกจากกันได้ อีกประการหนึ่งการที่ผู้อ่านจะจำเรื่องได้มากหรือน้อยนั้นยัง ขึ้นอยู่กับ ความสนใจของผู้อ่านที่มีต่อเรื่องนั้นอีกด้วย ดังนั้นจึงสรุปความหมายของการอ่านได้ คือ การอ่าน หมายถึง การเข้าใจความหมายของคำ ประโยค ข้อความ และเรื่องที่อ่าน และเรื่องที่อ่านมีความสำคัญต่อประเทศชาติและพัฒนาตนเองให้ ก้าวหน้า ผู้ที่อ่านมากนอกจากได้รับความรู้อย่างกวางขว้างแล้ว ยังทำให้ผ่อนคลายความเครียด ซึ่ง เป็นประโยชน์ที่ ได้รับจากการอ่านนั่นเอง สรุปได้ว่า การอ่านเป็นกระบวนการทางสมองที่ต้องใช้ สายตาสัมผัสตัวหนังสือ หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ รับรู้และเข้าใจความหมายของคำ ที่ใช้สื่อความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างผู้เขียน กับผู้อ่าน ให้เข้าใจตรงกันและผู้อ่านสามารถนำเอาความหมายนั้นๆ ไปใช้ ประโยชน์ได้ 4.2 ความสำคัญของการอ่าน วรรณี โสมประยูร (2544 : 121-123) ได้อธิบายถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือ มีผลต่อ ผู้อ่าน 2 ประการ คือ ประการแรก อ่านแล้วได้ “อรรถ” ประการที่สอง อ่านแล้วได้ “รส” ถ้าผู้อ่าน สำนึกอยู่ตลอดเวลาถึงผลสำคัญของสองประการนี้ ย่อมจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จาก หนังสือตรง ตามเจตนารมณ์ของผู้เขียนเสมอ การอ่านมีความสำคัญต่อทุกคนทุกเพศทุกวัยและทุกสาขา อาชีพ ซึ่ง พอสรุปได้ดังนี้ 1) การอ่านเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งในการศึกษาเล่าเรียนทุกระดับ ผู้เรียน จำเป็นต้องอาศัยทักษะการอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของวิชาการต่างๆ เพื่อให้ตนเอง ได้รับความรู้ และประสบการณ์ตามที่ต้องการ 2) ในชีวิตประจำวันโดยทั่วไป คนเราต้องอาศัยการอ่านติดต่อสื่อสาร เพื่อ ทำความ เข้าใจกับบุคคลอื่นร่วมไปกับทักษะการฟัง การพูด การเขียน ทั้งในด้านภารกิจส่วนตัวและ การ ประกอบอาชีพการงานต่างๆ ในสังคม


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 29 3) การอ่านสามารถช่วยให้บุคคลสามารถนำความรู้และประสบการณ์ จากสิ่งที่อ่าน ไปปรับปรุง และพัฒนาอาชีพหรือธุรกิจการงานที่ตัวเองกระทำอยู่ให้เจริญก้าวหน้าและ ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด 4) การอ่านสามารถสนองความต้องการพื้นฐานของบุคคลในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี เช่น ช่วยให้ความมั่นคงปลอดภัย ช่วยให้ได้รับประสบการณ์ใหม่ ช่วยให้เป็นที่ยอมรับของ สังคม ช่วยให้มีเกียรติยศและชื่อเสียง ฯลฯ 5) การอ่านทั้งหลายจะส่งเสริมให้บุคคลได้ขยายความรู้และประสบการณ์ เพิ่มขึ้น อย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ทำให้เป็นผู้รอบรู้ เกิดความมั่นใจในการพูดปราศรัย การบรรยาย หรือ อภิปรายปัญหาต่างๆ นับว่าเป็นการเพิ่มบุคลิกภาพและความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง 6) การอ่านหนังสือหรือสิ่งพิมพ์หลายชนิดนับว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ น่าสนใจ มาก เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร นวนิยาย การ์ตูน ฯลฯ เป็นการช่วยให้บุคคล รู้จัก ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเกิดความเพลิดเพลินสนุกสนานได้เป็นอย่างดี 7) การอ่านเรื่องราวต่างๆ ในอดีต เช่น อ่านศิลาจารึก ประวัติศาสตร์ เอกสารสำคัญ วรรณคดี ฯลฯ จะช่วยให้อนุชนรุ่นหลังรู้จักอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยเอาไว้ และสามารถพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ สรุปความสำคัญของการอ่านว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งในการแสวงหาความรู้ การ เรียนรู้ และ พัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม พัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต องค์ประกอบใน การอ่าน อาจจะสรุปได้ดังนี้ 1. องค์ประกอบทางด้านร่างกาย 1) สายตา 2) ปาก 3) หู 2. องค์ประกอบทางด้านจิตใจ 1) ความต้องการ 2) ความสนใจ 3) ความศรัทธา 3. องค์ประกอบทางด้านสติปัญญา 1) ความสามารถในการรับรู้ 2) ความสามารถในการนำประสบการณ์เดิมไปใช้ 3) ความสามารถในการใช้ภาษาให้ถูกต้อง 4) ความสามารถในการเรียน


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 30 4. องค์ประกอบทางประสบการณ์พื้นฐาน 5. องค์ประกอบทางวุฒิภาวะ อารมณ์ แรงจูงใจและบุคลิกภาพ 6. องค์ประกอบทางสิ่งแวดล้อม มีผู้ให้ความสำคัญของการอ่านไว้หลายท่าน ดังนี้ สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์ (2543 : 2) ได้อธิบายความสำคัญของการอ่านว่าการอ่านเป็น เครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ การรู้และใช้วิธีอ่านที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้อ่านทุก คน การรู้จักฝึกฝนอ่านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้อ่านมีพื้นฐานในการอ่านที่ดี ทั้งจะช่วยให้เกิดความ ชำนาญและความรู้กว้างขวางด้วย ดังนั้นการที่นักเรียนจะเป็นผู้อ่านที่ดีจึงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ ครู เป็นผู้จัดเตรียมให้ อีกทั้งยังต้องผสมผสานกับความสนใจของผู้อ่าน เพื่อเป็นแรงจูงใจที่ช่วยให้ นักเรียนได้ อ่านอย่างสม่ำเสมอ ฉวีวรรณ คูหาภินันท์ (2545 : 2) ได้อธิบายความสำคัญของการอ่านว่า การอ่าน มี ความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและช่วยสนองความอยากรู้อยากเห็น อัน เป็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ทุกเรื่อง ซึ่งมีอยู่ในทรัพยากรสารนิเทศทุกประการโดยเฉพาะความอยากรู้ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ 4.3 การอ่านแจกลูกสะกดคำ ความหมายของการแจกลูก มีความหมาย 2 นัย คือ นัยแรก หมายถึง การแจกลูกในมาตราตัวสะกดแม่ ก กา กง กน กม เกย เกอว กก กด และกบ การแจกลูกจะเริ่มต้นการสอนให้จำ และออกเสียงพยัญชนะและสระให้ได้ก่อน จากนั้นจะ เริ่มแจกลูกในมาตราแม่ ก กา จะใช้การสะกดคำไปทีละคำไล่ไปตามลำดับของ สระ แล้วจึงอ่านโดยไม่ สะกดคำ จึงเรียกว่าแจกลูกสะกดคำ แล้วอ่านคำในมาตราตัวสะกด ทุกมาตราจนคล่อง จากนั้นจะอ่าน เป็นเรื่องเพื่อประยุกต์หลักการอ่านนำไปสู่การอ่านคำที่ เป็นเรื่องอย่างหลากหลาย นัยสอง หมายถึง การเทียบเสียง เป็นการแจกลูกวิธีหนึ่ง เมื่อนักเรียนอ่านคำได้แล้ว ให้ นำรูปคำมาแจกลูกโดยการเปลี่ยนพยัญชนะต้นหรือพยัญชนะท้าย เช่น บ้าน สูตรของคำ คือ ให้เปลี่ยน พยัญชนะต้น เช่น ก้าน ป้าน ร้าน ล้าน ค้าน เป็นต้น หลักการเทียบเสียง มี ดังนี้ 1) อ่านสระเสียงยาวก่อนสระเสียงสั้น 2) นำคำที่มีความหมายมาสอนก่อน 3) เปลี่ยนพยัญชนะที่เป็นพยัญชนะต้นและพยัญชนะเสียงท้าย 4) นำคำที่อ่านมาจัดทำแผนภูมิการอ่าน เช่น กา มา พา ลา ยา ค้า ม้า ช้า ล้า น้า บ้าน ก้าน ป้าน ร้าน ค้าน วิธีอ่านจะไม่สะกดคำให้อ่านเป็นคำตามสูตรของคำ เช่น อ่าน กา สูตรของคำ คือ -า นำพยัญชนะมาเติมและอ่านเป็นคำ เช่น ยา ทา หา นา ตา อา


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 31 การสอนแบบการแจกลูกสำหรับนักเรียนแรกอ่าน (ชั้น ป.1 และ ป.2) มีหลักการ สอนดังนี้ 1) เริ่มจากสระที่ง่ายที่สุดคือ สระ -า 2) ใช้แผนผังความคิดแจกลูก โดยเลือกคำที่มีความหมายก่อน 3) ผู้เรียนอ่านออกเสียงคำและทำความเข้าใจความหมาย 4) นำคำจากแผนผังความคิดมาแต่งประโยค 5) อ่านประโยคที่แต่ง 6) เขียนประโยคที่แต่ง สรุป การแจกลูก ในรูปแบบเช่นนี้ สามารถที่จะแจกต่อไปได้อีก เช่น แจกสระ เ- แโ- ไ- ใ- เ-า ฯลฯ และนำมาแต่งประโยคโดยการบูรณาการกับคำที่ประสมกับสระอื่น ซึ่งจะ ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ และสามารถนำไปแต่งประโยคที่ยากและซับซ้อนขึ้นได้ เพราะ เป็นการ เรียนจากเรื่องที่ง่ายไปสู่เรื่องที่ยากและยังได้ให้ความหมายของการสะกดคำ ดังนี้ การสะกดคำ หมายถึง การอ่านโดยนำเสียงพยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกดมา ประสมเป็นคำอ่าน การอ่าน สะกดมาประสมเป็นคำอ่าน การอ่านสะกดคำจะต้องให้นักเรียน สังเกตรูปคำพร้อมกับการอ่าน การสอนอ่านสะกดคำพร้อมกับการเขียน ครูต้องให้อ่านสะกด คำแล้วเขียนคำไปพร้อมกัน การสอนสะกดคำโดย การนำคำที่มีความหมายมาสอนก่อน เมื่อ สะกดคำจนจำได้แล้วจึงแจกคำ เพราะการสะกดคำจะเป็น เครื่องมือการอ่านคำใหม่โดยเริ่ม จากคำง่ายๆ แล้วบอกทิศทางการออกเสียงแล้วแจกคำโดยเปลี่ยน พยัญชนะต้น เรวดี อาษานาม (2537 : 83-84) ได้อธิบายถึงการอ่านสำหรับเด็กที่ยังไม่เรียน หนังสือ ให้สามารถอ่านและถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดหรือคำพูดออกมาเป็นตัวหนังสือ นับตั้งแต่เริ่มมี การสอนหนังสือไทยจนถึงปัจจุบัน ได้กล่าวถึง การอ่านแบบแจกลูกสะกดคำ ดังนี้ คือการสอนที่ถือว่าคำ ประกอบด้วยรูปและเสียงของพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด ฯลฯ เวลาสอนอ่านแทนที่จะอ่านเป็น คำๆ มีความหมายเลยที่เดียว ก็ต้องไล่ พยัญชนะสระ ฯลฯ ให้ออกเสียงได้ถูกต้องเป็นคำ ๆ อีกทีหนึ่ง เป็นการช่วยให้อ่านคำได้ เพราะผู้อ่านรู้จัก พยัญชนะ สระ ตัวสะกด แล้วช่วยพาไป เช่น จาน นักเรียนสะกดคำว่า จอ -า -จา -จา -นอ -จาน หรือ จ -า -น -จาน, บ้าน นักเรียนสะกดคำว่า บ -า -บา บา -น - บาน หรือ บาน - ้- บ้าน วิธีนี้ช่วยให้เด็กรู้จักหลักเกณฑ์ของการเรียงลำดับตัวอักษรภายใน คำหนึ่งๆ เพื่อจะได้ออกเสียงได้ชัดเจน และเขียนคำนั้นได้ถูกต้อง กรมวิชาการ (2546 : 133 - 134) ได้อธิบายการอ่านแจกลูกและการสะกดคำเป็น กระบวนการขั้นพื้นฐานของการนำเสียงพยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์และตัวสะกด มาประสม เสียงกัน ทำให้ออกเสียงคำต่างๆ ที่มีความหมายในภาษาไทย การแจกลูกและสะกดคำ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 32 บางครั้งรวมเรียกว่าการ แจกลูกสะกดคำจะดำเนินไปด้วยกันอย่างประสมกลมกลืน เพื่อให้ นักเรียนได้หลักเกณฑ์ทางภาษาทั้งการ อ่านและการเขียนไปพร้อมกัน และยังได้กล่าวถึง ความสำคัญของการแจกลูกสะกดคำ เป็นเรื่องที่จำเป็น มากสำหรับผู้เริ่มเรียน หากครูไม่ได้ สอนการแจกลูกสะกดคำแก่นักเรียนในระยะ เริ่มเรียนการอ่าน นักเรียนจะขาดหลักเกณฑ์ การประสมคำ ทำให้เมื่ออ่านหนังสือมากขึ้นจะสับสน อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือผิดซึ่ง เป็นปัญหามากของเด็กนักเรียนไทยในปัจจุบัน ผลจากการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ย่อม ส่งผล กระทบต่อการเรียนวิชาอื่นๆด้วย การอ่านเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อทุกคนที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ ต้องนำไปใช้ชีวิตประจำวัน สมควร น้อยเสนา (2549 : 21 - 22) ได้สรุปความสำคัญของการอ่าน ดังนี้ ความสำคัญของการอ่านจะ เป็นสิ่งที่ช่วยมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขนั้น มี 4 ประการ คือ 1. ช่วยในการเรียนรู้ 2. เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ 3. ช่วยให้เกิดความเพลิดเพลิน 4. องค์ประกอบพื้นฐาน ผู้อ่านจะประสบความสำเร็จทางการอ่านมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้ วุฒิภาวะ อายุ เพศ ประสบการณ์ สมรรถวิสัย ความบกพร่องทางร่างกาย และการจูงใจ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 33 5. การเขียน การเขียนคือการถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ความคิด ความต้องการและความรู้สึกของบุคคล ด้วยการ เรียบเรียงถ้อยคำ ข้อความ ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อสื่อสารให้ เกิดความเข้าใจ ตามที่ประสงค์ ทักษะในการเขียนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากกว่าทักษะอื่นๆ เพราะการ เขียนเป็นการสื่อสารที่มีขั้นตอนหลายอย่าง เช่น ผู้เขียนจะต้องนึกคิดก่อนว่าจะเขียนอย่างไร จึงจะมี ความหมายตรงกับความคิดของตนที่ต้องการจะถ่ายทอด การเขียนเป็นทักษะที่สำคัญในการสื่อสาร เป็นทักษะการส่งสารที่ซับซ้อนและต้องอาศัยทักษะและ กระบวนการอื่นประกอบ เช่น ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน กระบวนการคิดและทักษะการใช้ภาษา เพราะผู้ที่จะเขียนได้ดีจะต้องเป็นผู้ฟังมาก อ่านมาก มีความรู้และประสบการณ์กว้างขวาง มีกระบวนการคิดที่ดี และที่สำคัญต้องมีทักษะการใช้ ภาษาที่ดี สามารถเลือกคำ สำนวนโวหารมาเรียบเรียงเป็นภาษาเขียนที่ สละสลวยถูกต้องและสื่อสาร ได้ประทับใจผู้รับสาร การเขียนต้องอาศัยความรู้ ทฤษฎี หลักวิธีการและขั้นตอนการเขียนตาม ลักษณะของการเขียนประเภทต่างๆ อาศัยการเลือกใช้คำภาษาที่งดงาม ประณีต ถูกต้องตามระดับ ภาษาและเหมาะสมกับเรื่อง เพื่อให้สามารถสื่อได้ทั้งความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก 5.1 ความหมายของการเขียน พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546 : 203) ให้ความหมายคำว่า เขียน ไว้ว่า ขีด ให้เป็นตัวหนังสือหรือเลข, ขีดให้เป็นเส้นหรือรูปต่างๆ, วาด, แต่งหนังสือ วิจิตรา แสงพลสิทธ์ และคนอื่นๆ (2522 : 269) กล่าวว่า การเขียนคือการแสดงออก เพื่อการ สื่อสารอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยอาศัยภาษาตัวอักษรและอุปกรณ์อื่นๆ เป็นสื่อเพื่อถ่ายทอดความรู้สึก นึกคิด ความต้องการและความสนใจทุกอย่างให้ผู้อื่นได้ทราบ การเขียน คือการแสดงความคิด ความรู้สึก ซึ่งอยู่ในใจ ออกมาให้ผู้อื่นรับรู้ โดยวิธีการใช้ สัญลักษณ์ที่เรียกกันว่าตัวหนังสือหรือตัวอักษร เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเจตนาของผู้เขียน ผู้อ่านจะสามารถ รับรู้ความในใจของผู้เขียนได้ดีหรือไม่นั้นก็อยู่ที่ว่า ผู้เขียนมีทักษะในด้านการใช้ ภาษาเขียนได้ดีเพียงใด การเขียนคือการแสดงออกในการติดต่อสื่อสาร อย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยอาศัยภาษาตัวอักษร เป็นสื่อเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความต้องการและความ ในใจของเราให้กับผู้อื่นทราบ นิตยา ธัญญพาณิชย์ (2537 : 2) กล่าวว่า การเขียนเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญประการหนึ่ง ใช้ในการติดต่อสื่อสารโดยมีตัวหนังสือตลอดจนเครื่องมือต่างๆ เป็นสัญลักษณ์แทนถ้อยคำในภาษาพูด เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ให้ผู้อื่นทราบ สมพร มันตะสูตร (2540 : 3) กล่าวว่า การเขียนคือการสื่อความรู้ ความคิด ทัศนคติและ อารมณ์เป็นตัวอักษรจากผู้เขียนถึงผู้อ่าน การเขียน หมายถึง การติดต่อสื่อสารอย่างหนึ่ง ของมนุษย์ ที่มนุษย์พยายามถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้อื่น อ่านแล้วเข้าใจตามที่ตนต้องการ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 34 การเขียนคือการถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ ความคิดความต้องการและความรู้สึกของบุคคล ด้วยการเรียบเรียงถ้อยคำ ข้อความออกมาเป็นลายลักษณ์ อักษรหรือสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อสื่อสารให้ เกิดความเข้าใจตามที่ประสงค์ กล่าวว่า การเขียน คือ การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ตลอดจน ประสบการณ์ต่างๆจากผู้เขียน ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร (ภาษา) ยังผู้รับสาร เพื่อจุดประสงค์ใด จุดประสงค์หนึ่ง จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จากกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง และจาก รุ่นหนึ่งไปยังอีก รุ่นหนึ่ง โสภณ สาทรสัมฤทธิ์ผล (2555 : 77) กล่าวว่า การเขียนหมายถึงทักษะในการใช้ภาษาที่มุ่ง ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด ความรู้และข้อมูลต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบ จุดประสงค์ตามเจตนาของผู้เขียน จากความหมายของการเขียนดังกล่าวข้างต้น แสดงให้ความ สอดคล้องด้านความหมายของ การเขียนว่า เป็นการสื่อสารที่ถ่ายทอดเป็นลายลักษณ์อักษรประการที่ หนึ่ง ประการที่สองคือการเขียน ถ่ายทอดสารหรือประสบการณ์ต่างๆ ความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก หรือความต้องการที่มีอยู่ในตัวบุคคล และประการที่สามคือ ผู้เขียนมีจุดประสงค์หรือความ มุ่งหมายที่ต้องการถ่ายทอดสารนั้นออกไปและ ผู้รับสารหรือผู้อ่านได้เข้าใจถึงจุดประสงค์นั้น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การเขียน คือ การถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความ ต้องการตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ของผู้เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญลักษณ์ไปยัง ผู้อ่านให้เข้าใจตามจุดประสงค์ที่ต้องการ 5.2 ความสำคัญของการเขียน ในปัจจุบันในสังคมมีวิธีการสื่อสารที่หลากหลายต่างกันไปเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ เจริญก้าวหน้า หากแต่การศึกษาได้ด้วยการเขียนยังคงมีบทบาทสำคัญซึ่งมีผู้แสดงความสำคัญของการ เขียนไว้ ดังเช่น ความสำคัญของการเขียนไว้ดังนี้ 1. การเขียนมีความสำคัญในหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสารของมนุษย์ใช้ในการถ่ายทอด ความรู้สึกนึกคิดและสติปัญญาต่อกันและกัน 2. การเขียนเป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันเป็นมรดกด้านภูมิปัญญาของ มนุษย์ 3. การเขียนช่วยเผยแพร่และกระจายความรู้ความคิดและข่าวสารได้อย่างกว้างขวางและ รวดเร็ว


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 35 4. การเขียนเป็นการบันทึกทางสังคมที่ให้คุณค่าอำนวยประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ชนรุ่นหลัง ทั้งปัจจุบันและอนาคต 5. การเขียนสามารถสร้างความรักสามัคคีในมนุษยชาติได้ เมื่องานเขียนนั้นมีความหมายเพื่อ สร้างความเข้าใจ สร้างความรักเพื่อนมนุษย์ เป็นงานเขียนที่สร้างสันติสุขแก่สังคมโลก 6. การเขียนสามารถยึดเป็นอาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งได้ในปัจจุบัน 7. งานเขียนสามารถทำให้บุคคลประสบความสำเร็จในชีวิตได้ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เล่า เรียน เรวดี อาษานาม (2537 : 151) ได้สรุปความสำคัญของการเขียนไว้ คือเด็กที่มีความสามารถ ในการอ่านและประสบความสำเร็จในการเขียนมาก จะมีจินตนาการในการใช้ภาษาได้ดี เพราะได้มี โอกาสเรียนรู้แนวทางการใช้คำต่างๆ จากสำนวนภาษาในหนังสือต่างๆที่อ่านพบ โดยปกติครูมักสอน ให้เด็กอ่านได้ก่อนจึงให้เขียนคำที่ตนอ่านได้แต่ทักษะในการเขียนเป็นทักษะที่สลับซับซ้อนกว่าทักษะ อื่น เด็กจึงจำเป็นต้องมีความพร้อมโดยฝึกทักษะการฟัง การพูด และการอ่านได้ก่อนแล้วจึงเริ่ม ทักษะ การเขียน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานในการเขียนและยั่วยุให้เขียนด้วย ความสนุกสนาน ไม่เบื่อโดยจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ฝึกจากง่ายไปหายากและให้สัมพันธ์กับการพูดและ อ่าน ความสำคัญของการเขียน 1. ใช้เป็นสื่อ ในการเขียนภาษาไทยมีแบบแผนและถ้อยสำนวน สำหรับใช้โดยเฉพาะผู้เขียน จะต้องเขียนให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านอ่านด้วยความเข้าใจ และเพื่อสนองความต้องการของผู้เขียนที่ ต้องการให้ผู้อ่านรู้อะไรบ้าง 2. เป็นการให้ความรู้ การเขียนให้ผู้อื่นอ่านนั้น ผู้เขียนจะต้องมีจุดมุ่งหมายอย่างหนึ่งคือ การ ให้ความรู้แก่ผู้อ่าน เพื่อเป็นการพัฒนาสติปัญญาให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น กล่าวคือเมื่อผู้อ่านอ่านข้อเขียนนั้น แล้ว สามารถนำไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ 3. เป็นการพัฒนาความคิด ผู้อ่านได้อ่านข้อเขียนที่ผู้เขียนเขียนไว้ ข้อเขียนเหล่านั้นได้ พัฒนา ความคิด ความเข้าใจ ความต้องการของผู้อ่านได้มากน้อยเพียงไร ความสำคัญของเขียน 1. เป็นเครื่องแสดงออกถึงความรู้ ความคิดและความรู้สึกของมนุษย์ 2. เป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย 3. เป็นเครื่องมือสำหรับสื่อสารของมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ 4. เป็นเครื่องถ่ายทอดวัฒนธรรมที่สำคัญอันเป็นมรดกทางด้านสติปัญญาของมนุษย์ เช่น วรรณกรรม วรรณคดี ตำนาน ฯลฯ


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 36 5. เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนองต่อความต้องการของมนุษย์ เช่น ความรัก ความเข้าใจ ความเห็น อกเห็นใจ ฯลฯ 6. เป็นบันทึกที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สามารถสืบค้นเพื่อการเรียนรู้ของคนรุ่นหลังได้ 7. เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพของคนบางอาชีพ เช่น นักเขียนข่าว นักประพันธ์ นักวิชาการ ฯลฯ ความสำคัญของการเขียน 1. การเขียนมีความสำคัญในแง่ที่เป็นเครื่องมือสื่อสารของมนุษย์ ใช้ในการถ่ายทอด ความรู้สึกนึกคิดและสติปัญญาต่อกันและกัน 2. การเขียนเป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรม อันเป็นมรดกด้านภูมิปัญญาของ มนุษย์ 3. การเขียนช่วยเผยแพร่และกระจายความรู้ความคิดและข่าวสารได้อย่างกว้างไกล และ รวดเร็ว 4. การเขียนเป็นการบันทึกทางสังคมที่ให้คุณค่า อำนวยประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ชนรุ่น หลังทั้งปัจจุบันและอนาคต 5. การเขียนสามารถสร้างความรักสามัคคีในมนุษยชาติได้เมื่องานเขียนนั้นมีความหมาย เพื่อ สร้างความเข้าใจ สร้างความรักเพื่อนมนุษย์ เป็นงานเขียนที่สร้างสันติสุขแก่สังคมโลก 6. การเขียนสามารถยึดเป็นงานอาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งได้ในปัจจุบัน 7. การเขียนสามารถทำให้บุคคลประสบความสำเร็จในชีวิตได้ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เล่า เรียน เช่นกัน ความสำคัญของการเขียน 1. เป็นเครื่องมือในการสื่อสารของมนุษย์ ในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ มนุษย์ใช้การ เขียนเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้ความคิด ความรู้สึก ความต้องการและประสบการณ์หรือ จินตนาการในเรื่องต่างๆต่อกันและกัน 2. เป็นเครื่องมือบันทึกและถ่ายทอดวัฒนธรรมและมรดกทางปัญญาของคนรุ่นหนึ่งไปยังคน อีกรุ่นหนึ่ง 3. เป็นเครื่องมือในการโน้มน้าวจิตใจ มนุษย์ใช้การเขียนในการชักจูงเชิญชวนหรือโน้มน้าว จิตใจให้ผู้รับสารยอมรับหรือปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น การเขียนบทความให้รักชาติ การเขียนคำ ขวัญให้รักษาสิ่งแวดล้อม 4. เป็นเครื่องมือในการให้ความบันเทิง ความเพลิดเพลิน ในปัจจุบันเราสามารถหาความ เพลิดเพลินจากงานเขียนต่างๆ เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องขำขัน


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 37 5. เป็นเครื่องมือที่ช่วยแพร่กระจายความรู้ ความคิด ฯลฯ ไปสู่ผู้รับสารได้กว้างไกลและ รวดเร็วและที่สำคัญยังคงหลักฐานไว้ให้อ้างอิงได้ 6. เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพที่มีเกียรติและมีชื่อเสียง เช่น นักเขียนบทละคร บท ภาพยนตร์ นักเขียนเพลง นักเขียนนวนิยาย นักเขียนบทความ นักเขียนข่าว ฯลฯ 7. เป็นเครื่องมือพัฒนาสติปัญญา การเขียนต้องอาศัยทักษะทางด้านการฟัง การอ่าน การ คิดวิเคราะห์ซี่งทำให้ผู้เขียนได้ใช้สติปัญญาในการประมวลความรู้ พินิจพิจารณา ไตร่ตรอง ประมวล ความคิด การเลือกใช้ภาษาเพื่อนำมาถ่ายทอดในรูปแบบของงานเขียนชนิดต่างๆ เป็นการแสดงออก ถึงภูมิ ปัญญาความสามารถของผู้เขียน ดังนั้นการเขียนจึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสติปัญญา สมบัติ ศิริจันดา (2554 : 88) แสดงความสำคัญของการเขียนซึ่งแสดงโดยสังเขปดังนี้ 1. การเขียนเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่สำคัญ 2. การเขียนช่วยในการถ่ายทอดความรู้ ความคิดและประสบการณ์ จากผู้มีปัญญาสู่ ผู้สนใจ ใคร่ศึกษา 3. การเขียนเป็นเครื่องมือในการปลอบประโลมทางใจ 4. การเขียนเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวผู้เขียน ทำให้ทราบได้ว่าผู้เขียนมีความรู้ความคิด ความเชื่อ รวมถึงมีรสนิยมความชื่นชอบอย่างไร 5. เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม สรรพวิชาความรู้ และภูมิปัญญาต่างๆที่ ถูกสั่งสมมาจากบรรพบุรุษ จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า การเขียนมีความสำคัญ คือ เป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีบทบาท สำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างมากมาย ที่สำคัญนั่นคือเป็นการสื่อสารที่สามารถแสดงเป็น หลักฐานบันทึกลายลักษณ์อักษรได้ ซึ่งท าให้เรื่องราว ความรู้ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ตลอดจน ประสบการณ์ยังคงอยู่ 5.3 จุดมุ่งหมายของการเขียน จุดมุ่งหมายของการสอนภาษาไทย ดังนี้ 1. เพื่อคัดลายมือหรือเขียนให้ถูกต้องตามลักษณะตัวอักษรให้เป็นระเบียบชัดเจนหรือ เข้าใจ ง่าย 2. เพื่อเป็นการฝึกทักษะการเขียนให้พัฒนางอกงามขึ้นตามควรแก่วัย 3. เพื่อให้การเขียนสะกดคำถูกต้องตามอักขรวิธี เขียนวรรคตอนถูกต้อง 4. เพื่อให้รู้จักภาษาเขียนที่ดี มีคุณภาพเหมาะสมกับบุคคลและโอกาส 5. เพื่อให้สามารถรวบรวมและลำดับความคิด แล้วจดบันทึก สรุปและย่อใจความเรื่องที่อ่าน หรือฟังได้


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 38 6. เพื่อให้สามารถสังเกตจดจำและเลือกเฟ้นถ้อยคำหรือสำนวนโวหารให้ถูกต้อง 7. เพื่อให้มีทักษะการเขียนประเภทต่างๆ 8. เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 9. เพื่อให้เห็นความสำคัญและคุณค่าของการเขียนว่ามีประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ การศึกษาหา ความรู้และอื่นๆ 5.4 ประโยชน์ของการเขียน ประโยชน์ของการเขียน 1. ทำให้มีการพัฒนาความคิด ประสบการณ์ที่ผู้เขียนพบมาและเขียนให้ผู้อื่นอ่าน เมื่ออ่าน แล้วจะได้ความรู้ทางปัญญา สามารถนำความรู้ที่ได้มานั้นไปพัฒนาความคิดให้ก้าวไกลไม่สับสน ใน ขณะเดียวกันก็นำความรู้นั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมต่อไป 2. ทำให้เขียนได้ถูกต้อง ข้อความใดๆก็ตามไม่ว่าจะเป็นการเขียนจดหมาย เขียนเรียงความ เขียนย่อความ เขียนบันทึกข้อความ เขียนคำโฆษณา ที่ได้อ่านนั้นจะช่วยทำให้เขียนได้ถูกต้องในเรื่อง ตัวสะกดการันต์ และในแต่ละครั้งที่อ่านจะช่วยให้จดจำคำต่างๆได้แม่นยำขึ้น 3. เกิดข้อคิดเห็นและความรู้ต่างๆ ที่ได้จากการอ่านข้อเขียนแบบต่างๆ ในบางครั้งผู้อ่าน สามารถนำความรู้เหล่านั้นไปเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิต 4. ทำให้มีความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้น ในการอ่านข้อความที่เขียนในบทความ สารคดี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ นั้นผู้อ่านจะได้ความรู้ใหม่ๆ คำศัพท์ใหม่ๆ สำนวนใหม่ๆ ที่ผู้อ่านไม่เคยพบมาก่อน และ สามารถ นำมาใช้ได้ต่อเมื่อได้พิจารณาแล้วว่า สิ่งที่อ่านนั้นให้ประโยชน์ในขณะเดียวกันคำศัพท์ใหม่ๆ นั้น จะต้องเป็นคำสุภาพและไพเราะด้วย ประโยชน์ของการเขียน 1. การเขียนช่วยสร้างเสริมปัญญา บุคคลใช้สติปัญญาในการกระทำข้อมูลที่ได้รับพร้อมกับ จัดระบบเพื่อส่งออกด้วยการเขียน 2. ช่วยสร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ 3. ช่วยถ่ายทอดความเข้าใจ และประสบการณ์ของบุคคลไปสู่สังคม 4. ช่วยผ่อนคลายและระบายความรู้สึก 5. ช่วยบันทึกผลการค้นคว้า 6. ช่วยในการเรียนรู้และพัฒนาคน ประโยชน์ที่ผู้เขียนจะได้รับจากการเขียน 1. เป็นการเรียนรู้ตนเอง ถ้ามีการเขียนจำเป็นต้องมีหลักฐานข้อมูลอ้างอิง ทำให้เราต้อง พิถีพิถันตรวจสอบ เพราะฉะนั้นการเขียนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะพัฒนาตนเองพัฒนาปัญญาของตนเอง


รายงานการวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านอักษร 5 สี ร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ แบบเพื่อนคู่คิด ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี| 39 และในทางวิชาการที่จำเป็นต้องเขียนยิ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ว่าถูกต้องตามความเป็นจริง หรือไม่ มีอะไรเป็นหลักฐานอ้างอิง เป็นต้น 2. การเขียนได้เป็นความสุข คือ เมื่อทุกคนเขียนออกมาได้แล้วจะมีความสุขเหมือนกับเรา ได้ ประสบความสำเร็จบางอย่างจากความสามารถ สติปัญญาของเราเองทั้งหมด ซึ่งเป็นความสุขจากการ เขียนเกิดขึ้นได้ด้วยกรณีดังนี้ ความสุขเกิดจากความแจ่มแจ้ง ความสุขเกิดจากความสำเร็จ และ ความสุขเกิด จากการช่วยให้ผู้อื่นเขารู้ความจริง 3. นำไปสู่การพัฒนาจิตวิญญาณ การเขียนสามารถจรรโลงใจของคนอ่านให้สูงขึ้น ระลึกถึง แต่สิ่งที่ดีงาม มุ่งทำแต่ความดี ไม่คิดต่ำ ดังนั้นการเขียนที่ดีจะเป็นพลังที่ช่วยพัฒนาคน เมื่อคนทุกคน เป็น คนดี สังคมก็ดี ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง จากแนวคิดดังกล่าวเห็นได้ว่า การเขียนท ำให้ ผู้เขียนได้พัฒนาความรู้คือเสริมสร้าง สติปัญญาความคิด พัฒนาด้านจิตใจคือผ่อนคลายถ่ายทอด อารมณ์ความรู้สึก รวมถึงได้รับความสุขที่เกิดจากการเขียน


Click to View FlipBook Version