รายงานการพิจารณาศึกษา
เรอื่ ง
การส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวเชิงสขุ ภาพ
หลงั วกิ ฤต COVID - 19
ของ สำนกั กรรมาธิการ ๓
คณะกรรมาธกิ ารการทองเทยี่ ว สำนกั งานเลขาธิการวุฒสิ ภา
วุฒสิ ภา
- รา่ ง -
รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
เรื่อง
การส่งเสริมการทอ่ งเทย่ี วเชิงสขุ ภาพ
หลังวิกฤต COVID - 19
ของ
คณะกรรมาธกิ ารการท่องเทย่ี ว
วฒุ สิ ภา
สานกั กรรมาธิการ ๓
สานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา
(สาเนา)
บนั ทึกข้อความ
สว่ นราชการ คณะกรรมาธิการการทอ่ งเทยี่ ว วฒุ ิสภา
ที่ สว (กมธ ๓) ๐๐๑๙/(ร ๗๗) วนั ท่ี ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓
เร่อื ง รายงานการพิจารณาศึกษา เร่ือง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลังวิกฤต COVID - 19
กราบเรยี น ประธานวฒุ ิสภา
ด้วยในคราวประชุมวุฒิ สภา คร้ังที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจาปีครั้งท่ีหน่ึง) วันอังคารที่
๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้มีมติต้ังคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาตามข้อบังคับ
การประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๘) ซ่ึงคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา
เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาคณะหนึ่ง โดยมีหน้าท่ีและอานาจเกี่ยวกับการพิจารณา
ร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เก่ียวกับ
การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียว การสร้างความหลากหลายและคุณภาพด้านการท่องเท่ียว รวมท้ัง
ศกึ ษาปัญหาและอปุ สรรคของการพฒั นาการท่องเที่ยวของไทยทั้งในประเทศและตา่ งประเทศ พิจารณา
ศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ท่อี ยู่ในหน้าทีแ่ ละอานาจ และอ่ืน ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ซง่ึ คณะกรรมาธิการคณะน้ี ประกอบด้วย
๑. พลเอก ธนะศักด์ิ ปฏมิ าประกร ประธานคณะกรรมาธิการ
๒. พลอากาศเอก อดิศกั ด์ิ กลั่นเสนาะ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่หี น่ึง
๓. พลเรอื เอก ชมุ นุม อาจวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี อง
๔. พลเอก โปฎก บนุ นาค รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม
๕. นางฉวรี ัตน์ เกษตรสุนทร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่สี ี่
๖. พลเรือเอก อทิ ธคิ มน์ ภมรสูต เลขานุการคณะกรรมาธิการ
๗. พลเอก บุญธรรม โอริส รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ
๘. นายอนศุ ักด์ิ คงมาลยั โฆษกคณะกรรมาธิการ
๙. พลเอก พศิ ณุ พทุ ธวงศ์ รองโฆษกคณะกรรมาธกิ าร
๑๐. พลเอก ไพโรจน์ พานชิ สมัย ประธานทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
๑๑. นายชลิต แกว้ จนิ ดา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ
๑๒. พลเอก ชยุติ สวุ รรณมาศ ทปี่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
๑๓. พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศรนิ กรรมาธิการ
๑๔. พลเอก นาวนิ ดาริกาญจน์ กรรมาธกิ าร
๑๕. รอ้ ยเอก ประยทุ ธ เสาวคนธ์ กรรมาธิการ
๑๖. นายปญั ญา งานเลิศ กรรมาธกิ าร
๑๗. นายไพโรจน์ ...
-๒-
๑๗. นายไพโรจน์ พว่ งทอง กรรมาธกิ าร
๑๘. พลตารวจโท วบิ ูลย์ บางทา่ ไม้ กรรมาธกิ าร
๑๙. พลเอก ศุภรัตน์ พฒั นาวิสุทธิ์ กรรมาธิการ
อน่ึง เมื่อวันอังคารท่ี ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน
พ้นจากตาแหน่ง เน่ืองจากเกษียณอายุราชการ และในคราวประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ ๑๘ (สมัยสามัญ
ประจาปีครง้ั ทีส่ อง) วันองั คารท่ี ๑๑ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ประชมุ ได้มีมติต้ัง พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา
เป็นกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธกิ ารการท่องเทย่ี ว แทนตาแหนง่ ทีว่ า่ ง
ปจั จุบันคณะกรรมาธกิ าร ประกอบดว้ ย
๑. พลเอก ธนะศกั ด์ิ ปฏิมาประกร ประธานคณะกรรมาธกิ าร
๒. พลอากาศเอก อดศิ ักด์ิ กลั่นเสนาะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทห่ี นง่ึ
๓. พลเรือเอก ชมุ นมุ อาจวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่สี อง
๔. พลเอก โปฎก บุนนาค รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี าม
๕. นางฉวีรตั น์ เกษตรสนุ ทร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี ่ี
๖. พลเรือเอก อทิ ธิคมน์ ภมรสตู เลขานุการคณะกรรมาธิการ
๗. พลเอก บญุ ธรรม โอรสิ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ
๘. นายอนศุ ักด์ิ คงมาลยั โฆษกคณะกรรมาธกิ าร
๙. พลเอก พศิ ณุ พทุ ธวงศ์ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ
๑๐. พลเอก ไพโรจน์ พานชิ สมัย ประธานทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร
๑๑. นายชลิต แกว้ จนิ ดา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธกิ าร
๑๒. พลเอก ชยุติ สวุ รรณมาศ ท่ปี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
๑๓. พลเอก นาวนิ ดาริกาญจน์ กรรมาธกิ าร
๑๔. ร้อยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์ กรรมาธกิ าร
๑๕. พลเอก ปรีชา จนั ทร์โอชา กรรมาธกิ าร
๑๖. นายปญั ญา งานเลศิ กรรมาธิการ
๑๗. นายไพโรจน์ พว่ งทอง กรรมาธกิ าร
๑๘. พลตารวจโท วบิ ลู ย์ บางท่าไม้ กรรมาธกิ าร
๑๙. พลเอก ศุภรตั น์ พฒั นาวสิ ุทธ์ิ กรรมาธิการ
บัดน้ี คณะกรรมาธกิ าร...
-๓-
บัดน้ี คณะกรรมาธิการได้ดาเนินการพิจารณาศึกษา เรื่อง การส่งเสริมการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพหลังวิกฤติ COVID – 19 เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเร่ืองดังกล่าว
ต่อวุฒสิ ภาตามข้อบังคบั การประชมุ วุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๙๘
จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบและนาเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อท่ีประชุม
วฒุ ิสภา ตอ่ ไป
(ลงชื่อ) พลเอก ธนะศกั ด์ิ ปฏมิ าประกร
(ธนะศกั ด์ิ ปฏิมาประกร)
ประธานคณะกรรมาธกิ ารการท่องเท่ียว
วุฒิสภา
สาเนาถกู ต้อง
(นางสาวเกศชนก เสยี งเปรม)
วิทยากรชานาญการพเิ ศษ
ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีกากบั ดแู ลการปฏิบัติราชการ
ของกลุ่มงานคณะกรรมาธิการการทอ่ งเทยี่ ว
ฝา่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ ารการทอ่ งเทยี่ ว
สานกั กรรมาธกิ าร ๓ สานักงานเลขาธิการวฒุ สิ ภา
สุดารตั น์ พมิ พ์
เกศชนก/สุดารตั น์ ทาน
เกศชนก ตรวจ
-๔-
- รา่ ง -
รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
เรื่อง
การส่งเสริมการทอ่ งเทย่ี วเชิงสขุ ภาพ
หลังวิกฤต COVID - 19
ของ
คณะกรรมาธกิ ารการท่องเทย่ี ว
วฒุ สิ ภา
สานกั กรรมาธิการ ๓
สานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา
คณะกรรมาธกิ ารการท่องเทย่ี ว วุฒสิ ภา
พลเอก ธนะศักด์ิ ปฏิมาประกร
ประธานคณะกรรมาธกิ าร
พลอากาศเอก อดิศกั ดิ์ กลนั่ เสนาะ พลเรือเอก ชุมนุม อาจวงษ์
รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทีห่ นงึ่ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทสี่ อง
พลเอก โปฎก บุนนาค นางฉวรี ตั น์ เกษตรสุนทร
รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทีส่ าม รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทสี่ ่ี
พลเรือเอก อิทธคิ มน์ ภมรสูต พลเอก บุญธรรม โอรสิ
เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร
นายอนศุ ักด์ิ คงมาลัย พลเอก พิศณุ พทุ ธวงศ์
โฆษกคณะกรรมาธิการ รองโฆษกคณะกรรมาธกิ าร
(๒)
พลเอก ไพโรจน์ พานชิ สมยั นายชลติ แกว้ จนิ ดา
ประธานท่ปี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
พลเอก ชยตุ ิ สุวรรณมาศ พลเอก นาวิน ดาริกาญจน์
ทปี่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร
ร้อยเอก ประยทุ ธ เสาวคนธ์ นายปญั ญา งานเลศิ
กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร
พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา นายไพโรจน์ พ่วงทอง
กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร
พลตารวจโท วิบลู ย์ บางทา่ ไม้ พลเอก ศภุ รตั น์ พฒั นาวิสทุ ธิ์
กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร
คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏริ ูปประเทศ
และการจดั ทาและดาเนินการตามยทุ ธศาสตรช์ าตดิ ้านการทอ่ งเที่ยว
ในคณะกรรมาธิการการท่องเท่ยี ว วุฒิสภา
พลอากาศเอก อดศิ ักดิ์ กลัน่ เสนาะ
ประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
นายชลติ แกว้ จนิ ดา พลเอก นาวิน ดารกิ าญจน์ นายอนุศกั ดิ์ คงมาลยั
รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนท่ีหนึ่ง รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนทส่ี อง รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนท่สี าม
นางจุฑาพร เริงรณอาษา พลอากาศเอก เมธา สังขวิจิตร พลอากาศโทธรรมนิตย์ สิงห์คะสะ นาวาอากาศโท มโน อุดมเวช
อนกุ รรมาธิการ อนุกรรมาธกิ าร อนกุ รรมาธิการ อนกุ รรมาธิการ
นางสุพจี นิลอุบล พลอากาศเอก วิรยิ ะ มีศิริ นายเกรยี งศกั ดิ์ แสงจันทร์ นาวาเอก หน่ึง กาญจนมั พะ
อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธกิ าร อนกุ รรมาธิการและเลขานกุ าร
พนั เอก ณฐพล ดงั สทา้ น นายอารญั บุญชยั นายยทุ ธ ลิมปศ์ ริ ะ
ท่ีปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ ทป่ี รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร ทปี่ รึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร
(ก)
รายงานการพิจารณาศึกษา
เรอื่ ง การส่งเสรมิ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สขุ ภาพหลงั วิกฤต COVID - 19
ของคณะกรรมาธิการการทอ่ งเที่ยว วฒุ สิ ภา
..........................................
ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งท่ี ๑๗/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจาปีคร้ังท่ีหนึ่ง)
วันอังคารท่ี ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ท่ีประชุมวุฒิสภาได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภา
ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๘) ซง่ึ คณะกรรมาธิการการทอ่ งเท่ียว
วุฒิสภา เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาคณะหนึ่ง โดยมีหน้าท่ีและอานาจเกี่ยวกับ
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเร่ืองใด ๆ
ท่ีเก่ียวกับการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว การสร้างความหลากหลายและคุณภาพด้านการท่องเที่ยว
รวมท้ังศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยท้ังในประเทศและต่างประเทศ
พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ทีอ่ ยใู่ นหนา้ ทีแ่ ละอานาจ และอ่ืน ๆ ท่ีเกยี่ วขอ้ ง
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดาเนินการพิจารณาศึกษา เร่ือง การส่งเสริมการท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพหลังวิกฤต COVID – 19 เสร็จเรียบร้อยแล้ว จงึ ขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว
ต่อวฒุ สิ ภา ตามข้อบังคบั การประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๙๘ ดังนี้
๑. การดาเนนิ งานของคณะกรรมาธิการ
คณะกรรมาธิการไดด้ าเนินการพจิ ารณาศกึ ษา ดงั นี้
๑.๑ คณะกรรมาธิการได้มีมติมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการท่องเที่ยว
ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ทาหน้าท่ีดาเนินการศึกษา รวบรวม และจัดทารายงาน
การพจิ ารณาศกึ ษา ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ ประกอบด้วย
๑) พลอากาศเอก อดิศกั ดิ์ กลน่ั เสนาะ ประธานคณะอนกุ รรมาธิการ
๒) นายชลติ แกว้ จนิ ดา รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
คนท่ีหนงึ่
๓) พลเอก นาวนิ ดารกิ าญจน์ รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
คนที่สอง
๔) นายอนุศกั ด์ิ คงมาลัย รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ
คนท่ีสาม
๕) นางจุฑาพร เรงิ รณอาษา อนุกรรมาธิการ
(ข)
๖) พลอากาศเอก เมธา สงั ขวจิ ติ ร อนกุ รรมาธิการ
๗) พลอากาศโท ธรรมนติ ย์ สิงหค์ ะสะ อนกุ รรมาธิการ
๘) นาวาอากาศโท มโน อดุ มเวช อนุกรรมาธิการ
๙) นางสุพจี นลิ อบุ ล อนกุ รรมาธิการ
๑๐) พลอากาศเอก วิรยิ ะ มีศิริ อนกุ รรมาธกิ าร
๑๑) นายเกรยี งศกั ด์ิ แสงจนั ทร์ อนุกรรมาธิการ
๑๒) นาวาเอก หนึง่ กาญจนัมพะ อนกุ รรมาธกิ ารและเลขานกุ าร
๑๓) พนั เอก ณฐพล ดงั สทา้ น ท่ีปรึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
๑๔) นายอารัญ บญุ ชัย ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
๑๕) นายยทุ ธ ลมิ ป์ศริ ะ ทีป่ รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
๑.๒ ท่ีประชุมคณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้ง นางสาวเกศชนก เสียงเปรม
วิทยากรชานาญการพิเศษ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครอง
ผู้บริโภค และนางสาวสุดารัตน์ หมวดอินทร์ วิทยากรชานาญการ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการ
การท่องเที่ยว ทาหน้าท่ีเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา
พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๘๗
๒. วิธกี ารพจิ ารณาศกึ ษา
๒.๑ คณะกรรมาธิการมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการท่องเท่ียว
ดาเนินการศึกษา รวบรวม และจดั ทารายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
๒.๒ คณะกรรมาธิการได้ดาเนินการโดยเชิญหน่วยงานที่เก่ียวข้องมาให้ข้อมูล
ขอ้ เท็จจริง ดังนี้
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
๑) นายอารัญ บญุ ชัย รองอธบิ ดกี รมการทอ่ งเทยี่ ว
๒) นายบุญสรรค์ ประเสรฐิ กลุ ชยั นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
ชานาญการ (กลุ่ม ป.ย.ป.)
กระทรวงสาธารณสขุ
กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
๑) นางสาวเสาวภา จงกติ ตพิ งศ์ ผู้อานวยการกองสขุ ภาพ
ระหวา่ งประเทศ
๒) นางสาวกิตตยิ า ศรีสุข นักวิชาการสาธารณสขุ ปฏิบตั กิ าร
(ค)
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก
๑) นายสรรพงศ์ ฤทธริ กั ษา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทยท์ างเลือก
๒) นายขวญั ชัย วิศษิ ฐานนท์ ผอู้ านวยการสถาบันการแพทยแ์ ผนไทย
๓) นางสาวรัชนี จนั ทรเ์ กษ ผูอ้ านวยการกองวิชาการ
และแผนงาน
๔) นางศรีจรรยา โชตึก นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน
ชานาญการพิเศษ
๕) นางสาวเบญญาภา รอดจิตต์ แพทย์แผนไทยปฏบิ ัตกิ าร
๖) นางสาวธนัญชยา ทบั ทมิ แพทย์แผนไทยปฏบิ ัตกิ าร
๗) นายวิสิทธ์ิ คาศรี เจ้าหน้าทวี่ ิเคราะหน์ โยบายและแผน
สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
๑) นายพูลลาภ ฉนั ทวจิ ติ รวงศ์ รองเลขาธกิ าร
คณะกรรมการอาหารและยา
๒) นางสาวพจนา ภูวนากิจจากร เภสัชกรชานาญการ
๓) นายเจตภาส ไชยะกลุ นักวชิ าการอาหารและยาชานาญการ
๔) นางสาวชญาดา โอบนธิ ชิ า วศิ วกรชวี การแพทย์
องคก์ ารเภสัชกรรม
- นางสาวนนั ทกาญจน์ สวุ รรณปิฎกกุล ผู้เชย่ี วชาญพิเศษ
กระทรวงพาณชิ ย์
สานกั งานปลดั กระทรวงพาณิชย์
- นายประดม ทองแดง นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน
ชานาญการพิเศษ
กรมพฒั นาธุรกิจการค้า
๑) นางสาววรรณศรี โชตกิ ะพุกกณะ นกั วิชาการพาณชิ ย์
ชานาญการพิเศษ
๒) นายสถาพร ร่วมนาพะยา ผู้อานวยการกองธรุ กิจภูมภิ าค
และชุมชน
กรมทรัพย์สนิ ทางปัญญา
๑) นายสุวัจชยั บุญอารี รักษาราชการแทนผู้อานวยการ
กองสิทธิบตั ร
(ง)
๒) นายวรุณ ปุจฉากาญจน์ นักวิชาการพาณชิ ย์
ชานาญการพิเศษ
๓) นางสาววรัญญา สุวรรณสงิ ห์ นักวิชาการตรวจสอบสทิ ธิบัตร
ชานาญการ
กรมสง่ เสรมิ การค้าระหว่างประเทศ
๑) นางวรรณี มงิ่ วานิช นกั วิชาการพาณชิ ย์
ชานาญการพิเศษ
๒) นางสาวทณั ฑมิ า รัตนสมบรู ณ์ นักวชิ าการพาณิชย์ชานาญการ
กระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม
สานักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรม
๑) ศาสตราจารย์สมปอง คลา้ ยหนองสรวง ผอู้ านวยการกลมุ่ ภารกจิ บริหาร
ระบบงบประมาณ
๒) ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์สภุ าวดี โพธิยะราช ผอู้ านวยการภารกิจการจัดทา
แผนงบประมาณ
๓) นางสาวฉัตรฉวี คงดี ผชู้ ว่ ยผู้อานวยการภารกจิ
การจัดทาแผนงบประมาณ
๔) ศาสตราจารย์วิภาดา คณุ าวกิ ตกิ ุล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
๕) ศาสตราจารย์อารีวรรณ กลน่ั กลนิ่ อาจารยป์ ระจาคณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
๖) ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์เกศรา สกุ เพชร อาจารยป์ ระจาคณะการจัดการ
การทอ่ งเท่ยี ว
สถาบนั บัณฑิตพฒั นบริหารศาสตร์
๗) นางสาววไิ ลพรรณ ใจวิไล เลขานกุ ารประจาคณะพยาบาลศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
๘) รองศาสตราจารยค์ มกฤต เล็กสกลุ รองผู้อานวยการกลมุ่ ภารกิจ
บรหิ ารงบประมาณ
สานักงานการวจิ ยั แห่งชาติ
- นายสมปรารถนา สุขทวี รองผอู้ านวยการสานกั งาน
การวิจยั แห่งชาติ
(จ)
กระทรวงการตา่ งประเทศ
๑) นายสุนทร ชัยยนิ ดีภูมิ รองปลดั กระทรวงการตา่ งประเทศ
๒) นายศุภกจิ วรศรีหิรัญ นกั การทตู ชานาญการ
กองสนเทศเศรษฐกิจ
กรมเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
- นายแพทย์สุรพงศ์ อาพนั วงษ์ ประธานทีป่ รกึ ษาฝา่ ยพฒั นาธุรกจิ
โรงพยาบาลเอกชน
โรงพยาบาลยันฮี
๑) นายสพุ จน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าทบี่ รหิ าร
โรงพยาบาลยนั ฮี
๒) นางสาววรรษมล โคตรลือชา เลขานกุ ารผอู้ านวยการ
สมาคมการท่องเท่ยี วเชิงการแพทย์และสขุ ภาพไทย
- นางสวุ ดี ปาจรียางกรู กรรมการสมาคมการท่องเที่ยว
เชิงการแพทยแ์ ละสขุ ภาพไทย
สมาคมสปาไทย
๑) นายกรด โรจนเสถยี ร นายกสมาคมสปาไทย
๒) นายสนุ ยั วชิรวราการ อปุ นายกสมาคม
สมาคมเวชศาสตรช์ ะลอวยั และฟื้นฟสู ขุ ภาพแหง่ ประเทศไทย
- ศาสตราจารย์ธมั มท์ วิ ัตถ์ นรารัตน์วันชัย
นายกสมาคมเวชศาสตรช์ ะลอวยั
และฟืน้ ฟูสขุ ภาพแหง่ ประเทศไทย
บริษัท Doctor A to Z THAILAND Gateway for Health & Wellness
Medical Tourism จากดั
๑) นางสาวกรรณกิ าร์ จาปาพนั ธ์ ประธานฝ่ายปฏบิ ัตกิ าร
และผู้ก่อต้งั บรษิ ทั
๒) นายธรี ะยุทธ อยูน่ นั ประธานฝา่ ยผลิตภณั ฑแ์ ละนวตั กรรม
๓) นายอนุสรณ์ ศรีสวัสดิ์ Doctor A to Z Ambassador
๔) นายณัฐชัย เพ็ชรประเสริฐ Ambassador Medical Tourism
-ก-
บทสรปุ ผ้บู รหิ าร
อุตสาหกรรมท่องเท่ียวนับเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทารายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจานวนมาก
หนึ่งในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวท่ีได้รับความนิยม คือ การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์
แผนไทย ทาให้ประเทศไทยเป็นหน่ึงในจุดหมายปลายทางของนักท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ โดยรายได้
ทนี่ ักทอ่ งเทีย่ วใช้จา่ ยเพอื่ การท่องเทย่ี วเชงิ สุขภาพ เปน็ รายไดท้ ี่สูงข้นึ ตลอดมาเมือ่ เทยี บกับการทอ่ งเท่ยี ว
ประเภทอ่ืน ๆ ทั้งน้ี Global Wellness Institute ซึ่งเป็นสถาบันที่จัดทารายงานข้อมูลและจัดอันดับ
รายได้จากการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism ทุก ๒ ปี ได้จัดอันดับรายได้จากการท่องเท่ียว
เชิงสขุ ภาพของประเทศไทยประจาปี ๒๕๖๑ อยู่ในอนั ดับท่ี ๑๓ ของโลก
โดยสถานการณ์ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นจานวนมาก หลายคนมีความกังวล
เก่ียวกับปัญหาด้านสุขภาพท่ีจะเกิดตามมา จึงไม่มีการเดินทางออกไปในท่ีสาธารณะท่ีมีคนรวมตัวกัน
เป็นจานวนมาก และหันมาใช้บริการธุรกิจออนไลน์ จึงเป็นการส่งเสริมให้การดาเนินงานของธุรกิจ
ออนไลน์เติบโตย่ิงข้ึน หากการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนาระบบเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน
การดาเนินงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงส่ิงอานวยความสะดวกได้ง่ายยิ่งข้ึน อาทิ ก ารสร้าง
แพลตฟอร์มการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพที่มิได้มุ่งแต่เพียงด้านบริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่อาจเพ่ิม
แอปพลิเคชันแนะนาการท่องเที่ยวในประเทศไทย และสามารถคานวณค่าใช้จ่ายสาหรับการท่องเที่ยว
สามารถรวบรวมโปรแกรมนาเท่ียว วิธกี ารเดินทาง ผ้นู าเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม และสถานทท่ี ่องเท่ียว
ที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา เป็นต้น รวมถึงยังมี
แผนการท่องเท่ยี วท่ีเปน็ เอกลักษณ์โดดเด่นเป็นท่ีนิยมและเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย ทาให้
สามารถวางแผนล่วงหน้าเพ่ือรองรับความต้องการของนักท่องเท่ียวในแต่ละประเภท และนักท่องเท่ียว
ชาวต่างชาตทิ ่ีเดนิ ทางเขา้ มารับบริการด้านสขุ ภาพในรปู แบบครอบครัวได้อยา่ งครบครัน
อย่างไรก็ดี การท่องเท่ยี วเชิงสุขภาพพบปัญหาเกย่ี วกับการดาเนินการบูรณาการร่วมกันระหว่าง
หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซ่ึงยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก
และปัญหาข้อจากัดของกฎหมายบางฉบับไม่เอ้ือต่อการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมการพัฒนา
การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ๓ ประการ ประการแรก ยังไม่มีกฎหมายรองรับการจัดทาแพลตฟอร์ม
หรือกฎหมายในเชิงการรองรับนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์จากหน่วยงานรัฐ ประการที่สอง
กระบวนการจัดซ้ือจัดจ้างตามพระราชบัญญตั ิการจดั ซอื้ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
ไม่เอื้ออานวยการจัดซื้อจัดจ้างเก่ียวกับการดาเนินงานด้านเทคโนโลยี ยังมีข้อขัดข้อง
เรื่องข้อกาหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาทางด้านเทคโนโลยี ซ่ึงหากเป็นบริษัทเดียวที่ดาเนินการ
ในเร่ืองนัน้ ๆ จะทาใหไ้ มม่ ีคู่เปรียบเทียบในการเสนอราคา และประการที่สาม ระเบียบของหน่วยงานภาครัฐ
บางประการที่มีข้อจากัดด้านการประชาสัมพันธ์เคร่ืองมือทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้
-ข-
ตดั สินใจเขา้ มารบั การรกั ษา ในขณะท่ีประเทศไทยมโี รงพยาบาลภาครฐั และเอกชนท่ีมีอปุ กรณก์ ารแพทย์
ทท่ี นั สมยั ระดับโลก
คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา พิจารณาเห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย
ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง มีนักท่องเที่ยวต่างชาติท่ีเดินทางเข้ามาใช้บริการเป็นจานวนมาก
และมโี อกาสเติบโตสูง เนื่องจากมสี ถานประกอบการด้านการแพทยท์ ่มี คี ุณภาพ ราคาไม่สูงมากเม่อื เทียบ
กับคุณภาพจากการรักษา รวมถึงประเทศไทยน้ันมีสถานที่ท่องเท่ียวที่เป็นเอกลักษณ์สามารถดึงดูด
นักท่องเท่ียวต่างชาติได้เป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเช้ือไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีส่วนเก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
เป็นจานวนมาก ประกอบกับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ได้มีการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับ
แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ หัวข้อ ๑ การปฏิรูปด้านการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน
ของประเทศ หัวข้อย่อย ๑.๑ Productivity ประเด็นปฏิรูปที่ ๑ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ
และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การท่องเท่ียว ในแผนย่อยการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ความงาม และแพทย์แผนไทย จึงไดด้ าเนินการศึกษาและรวบรวมข้อคิดเห็นจากผูท้ เ่ี ก่ียวขอ้ งมาวเิ คราะห์
และประมวลผลจัดทาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
เสนอต่อวุฒิสภา เพื่อให้การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพและเชิงการแพทย์ของประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
สุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) มีรายละเอียด ดงั นี้
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
๑) ควรกาหนดให้การพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วเชิงสุขภาพเปน็ วาระแห่งชาติ ท่สี อดคล้องกับนโยบาย
การพัฒนาการท่องเท่ยี วของประเทศโดยรวม โดยยึดหลกั การพฒั นาแบบบรู ณาการองค์ประกอบท่ีสาคญั
ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไปพร้อม ๆ กันอย่างเป็นระบบท่ีชัดเจน รวมท้ังกาหนดนโยบายในระดับ
จังหวัด และระดบั ชมุ ชนท้องถิน่ โดยเฉพาะในจงั หวดั และชุมชนท้องถน่ิ ทมี่ คี วามโดดเดน่ ทางดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว
เชิงสุขภาพให้เป็นนโยบายท่ีชัดเจน ทั้งนโยบายด้านการพัฒนาแผนงานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพ้ืนท่ี นโยบายด้านการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพตามมาตรฐาน
และนโยบายดา้ นการพฒั นามาตรฐานแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว เป็นตน้
๒) ควรมีการจัดต้ังหน่วยงานของภาครัฐท่ีเป็นเจ้าภาพหลัก หรือควรมีหน่วยงานที่จัดตั้งข้ึนมา
เป็นพิเศษ/ เฉพาะในการบูรณาการเชิงนโยบายและเชิงกลยุทธ์ เพ่ือขับเคล่ือนการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
Thailand Medical Hub ในภาพรวมของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน
อาทิ กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการตา่ งประเทศ กระทรวงพาณชิ ย์
เป็นตน้
๓) กาหนดมาตรการการดาเนินงานตามนโยบายที่มีผลบังคับตามกฎหมาย เพ่ือดึงดูดกลุ่ม
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีคุณภาพให้เข้ามาท่องเท่ียวในประเทศไทย และพัฒนาการท่องเท่ียว
เชงิ สขุ ภาพใหไ้ ดม้ าตรฐานสากล
-ค-
๔) ควรเพ่ิมบุคลากรทางการแพทย์เพ่ือให้สอดรับเป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ประเด็น การท่องเท่ยี ว ในแผนย่อยการท่องเทย่ี วเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย และยุทธศาสตร์
การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) โดยการทบทวนกฎหมาย
หลักสูตรการแพทย์เพ่ือให้สอดรับกับการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศไทย เช่น การทบทวน
ให้แพทย์จากต่างประเทศสามารถเข้ารับการทดสอบขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ในประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษได้แทนการสอบภาษาไทย เพ่ือเพิ่มจานวนบุคลากรทางการแพทย์
ในประเทศไทย ในขณะท่ีในต่างประเทศมีการสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นภาษาอังกฤษ
ทาให้แพทย์ไทยมีโอกาสสูงที่จะไปอยู่ในประเทศที่ภาระงานน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมากกว่า ส่งผลให้
จานวนแพทย์ในประเทศไทยมีน้อยลง
๕) ควรมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อช่วยเหลือโรงแรมขนาดเล็กให้สามารถรองรับการท่องเที่ยว
แบบพานักระยะยาว โดยปรับให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ หรือ COVID -19 (Hospitel) และกฎหมาย
เก่ียวกับการเดินทางเข้ามาท่องเท่ียวแบบพานักระยะยาว การให้วีซ่าพิเศษสาหรับผู้ท่ีจะมาพักผ่อน
แบบ Long stay หรือ Retirement เป็นระยะเวลา ๖ เดือน และการกาหนดมาตรการในการออกวีซ่า
Medical Treatment ให้สะดวกย่ิงข้ึน ตลอดจนการปรับเร่ืองกฎระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐาน
ใหเ้ อ้ือต่อการพฒั นานวัตกรรม
๖) ควรกาหนดนโยบายส่งเสริมแพทย์แผนไทยรองรับการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
สขุ ภาพนานาชาติ (Medical Hub) ในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั นี้ (๑) คุณภาพมาตรฐานแพทยแ์ ผนไทย (๒) การเข้าถึง
การบริการ (๓) ราคาการให้บริการเพ่ือนามาแข่งขันเปรียบเทียบกับต่างประเทศ และ (๔) การบริการ
แพทย์แผนไทยเปรยี บเทียบกับแพทยแ์ ผนจีนหรือแพทย์แผนอนิ เดียเพอ่ื พัฒนาให้มีประสิทธภิ าพมากขึน้
๗) ควรจัดให้มีระบบสารสนเทศเพ่ือการท่องเท่ียวแห่งชาติจากการบูรณาการผู้มีส่วนได้เสียทุกคน
ในอุตสาหกรรมท่องเท่ียว (ชุมชน ท้องถ่ิน นักท่องเท่ียว ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานรัฐ
ท้องถิ่น) เข้ามาในกระบวนการนวัตกรรมการทางานร่วมกัน (collaborative innovation process)
เพ่ือสร้างการท่องเทีย่ วที่ย่ังยืนให้กับชมุ ชนท้องถิ่น รวมทัง้ ควรปรบั ปรงุ จดั ทาข้อมูล หรือรวบรวมขอ้ มูล
ทเี่ ก่ียวข้องกบั การทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพใหเ้ ป็นปจั จุบนั เพอื่ ประโยชนใ์ นการใช้งานร่วมกัน
๘) ควรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการใช้แพลตฟอร์มระบบออนไลน์
เป็นชอ่ งทางการเชื่อมตอ่ กับช่องทางของแพลตฟอรม์ ตา่ งประเทศ เพ่ือจองห้องพักหรอื โรงแรมในประเทศไทย
ท่ีสามารถเช่ือมต่อห้องพักกับแพลตฟอร์มเก่ียวกับการแพทย์ เน่ืองจากญาติของผู้ป่วยที่เข้ามารักษา
อาจไม่ได้ต้องการพักในโรงพยาบาล รวมท้ังยังมีแพลตฟอร์มเก่ียวกับแพ็กเกจสปาเชิงสุขภาพ
และออกแบบแพ็กเกจใหเ้ หมาะสมกบั นกั ท่องเท่ียวชาวตา่ งชาติให้สามารถเชอ่ื มตอ่ ได้
-ง-
ข้อเสนอแนะในการพฒั นา
๑) ควรสง่ เสริมและสนับสนนุ ให้ภาคเอกชนเขา้ มามีสว่ นรว่ มอย่างจรงิ จังในการเรง่ พฒั นาการท่องเทีย่ ว
เชิงสขุ ภาพของไทยให้ได้มาตรฐานในทกุ องค์ประกอบ ตามความเชี่ยวชาญและความพรอ้ มของหนว่ ยงาน
หรือองคก์ รนั้น ๆ
๒) ควรจัดทาฐานข้อมูลด้านการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของไทยที่มีเน้ือหาสอดคล้องกับแนวโน้ม
พฤติกรรมของนักท่องเท่ียวชาวต่างชาติ มีรูปแบบและช่องทางการนาเสนอที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
และมีการนาเขา้ ขอ้ มูลเปน็ ภาษาตา่ งประเทศหลากหลายภาษา รวมท้ังควรสนับสนุนให้ภาคเอกชนร่วมมอื กัน
จัดทาฐานข้อมูลออนไลน์สาธารณะด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยท่ีมีความเฉพาะเจาะจง
มรี ูปแบบทงี่ า่ ยตอ่ การสืบคน้ และเชอ่ื มโยงระบบบรกิ ารดา้ นการท่องเทย่ี วทง้ั หมดใหอ้ ยู่ในเว็บไซตเ์ ดียว
๓) ควรมีการประชาสัมพันธ์แผนการท่องเที่ยวท่ีเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่นิยมและเป็น
เอกลกั ษณ์ของประเทศไทยแบบครบวงจร เชน่ โปรแกรมฟ้ืนฟรู า่ งกายสาหรับผู้ป่วยหลังผ่าตดั โปรแกรม
สุขภาพยั่งยืนสาหรับผู้สูงอายุ อาจเพ่ิมเติมกิจกรรมกายภาพบาบัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
การรับประทานอาหารสุขภาพ การนวดผ่อนคลาย โปรแกรมสาหรับฟ้ืนฟูสุขภาพสาหรับนักกีฬา
เชน่ กจิ กรรมนวดบาบัด/นวดไทย/สปา/กดจุด/ลดปวด/ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โปรแกรมสาหรบั ความงาม
เหมาะสาหรับผู้ท่ีต้องการเสริมความงาม โปรแกรมสาหรับแปลงเพศ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จะใช้เวลาจากการท่องเท่ียวส่วนหนึ่งมาทากิจกรรมส่งเสริม
สุขภาพในที่พักแรม หรือนอกท่ีพักแรม เช่น การนวดไทย สปา และการบริการด้านสุขภาพเพื่อสร้างรายได้
เข้าสปู่ ระเทศ
๔) ควรมีการสนับสนุนการลงทุนในโรงพยาบาลของรัฐที่มีศักยภาพด้านการส่งเสริม
การท่องเท่ียว เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายให้ได้มาตรฐาน
รวมทั้งสนับสนุนให้โรงพยาบาลของภาครัฐในต่างจังหวัดครอบคลุมการรักษาพยาบาลของคนต่างชาติ
และระบบการประกนั ภยั ด้วย
๕) ควรมีการบูรณาการการประชาสัมพันธ์การบริการรักษาของประเทศไทย เช่น การท่องเท่ียว
แห่งประเทศไทยที่มีสานักงานสาขาในต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ควรส่งเสริมมาตรฐานธุรกิจ
การบริการรักษา กระทรวงการต่างประเทศควรส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการรักษาพยาบาลของประเทศ
และขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ดาเนินการประชาสัมพันธ์ในกลุ่ม
ประเทศท่ีมีศักยภาพ เช่น ประเทศญี่ปุ่น รัฐคูเวต เพื่อยินยอมให้คนในประเทศดังกล่าวเดินทางเข้ามา
รกั ษาพยาบาลในประเทศไทยและสามารถนาไปเบกิ เงนิ สวสั ดิการในประเทศของตนได้
๖) ควรใหส้ านกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมวทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม (สกสว.) เปน็ เจา้ ภาพหลัก
เชื่อมโยงงานวิจัยที่เก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเท่ียวเชิงการแพทย์ของภาครัฐ
และภาคเอกชน เพ่ือพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้านแพทย์แผนไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล
และสอดคลอ้ งกับความต้องการของตลาดเพื่อสรา้ งมูลค่าเพ่มิ ให้แก่ผลิตภัณฑ์
-จ-
๗) ควรส่งเสริมใหม้ ีการผลิตวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศไทยโดยเทคโนโลยรี ะดับสูง
เน่ืองจากส่วนใหญ่ยังต้องนาเข้าจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้วัสดุการแพทย์
และอุปกรณ์การแพทยต์ ่าง ๆ เพื่อรักษาผู้ป่วยเป็นจานวนมาก แต่วัสดแุ ละอุปกรณ์การแพทยท์ ี่สามารถผลิต
ได้ในประเทศจดั เป็นกลุม่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยไี ม่สงู มากนัก
เน่ืองจากการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพได้กระทาขึ้น
กอ่ นมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) นอกจากจะมบี ริบท
ของสถานการณ์ในสภาพแวดล้อมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมท่ีเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากแล้ว
ยังมีปัจจัยที่เป็นทั้งทางบวกและทางลบที่อาจส่งผลต่อแนวทางดังกล่าวที่เสนอแนะไว้อยู่บ้าง นอกจากน้ี
จากการที่ธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ถือเป็นระบบของห่วงโซ่คุณค่า
ที่มีความกว้างขวางในเชิงระบบและลึกซึ้งในประเด็นย่อยต่าง ๆ อีกมากมาย หากจะให้เกิดการส่งเสริม
สนับสนุนท่ีมีประสิทธิภาพ จึงจาเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องมีการศึกษาเพื่อกาหนดแนวทาง เพ่ือการส่งเสริม
และพัฒนาในแต่ละประเด็นอย่างเปน็ ระบบและมีแบบแผนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะอย่างย่ิง
ด้านแก้ไขเชิงโครงสร้างและระบบตามประเด็นปฏิรูปประเทศ จาเป็นต้องจัดลาดับความสาคัญ
และดาเนินการใหเ้ ป็นรูปธรรม เพ่ือประโยชนต์ ่อการพฒั นาทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
-ฉ-
สารบญั
บทสรปุ ผู้บริหาร หน้า
ก
บทท่ี ๑ บทนา
๑.๑ ความเปน็ มาของการพจิ ารณาศกึ ษา ๑
๑.๒ วตั ถุประสงค์ ๑
๑.๓ สมมตฐิ าน ๒
๑.๔ วธิ กี ารพจิ ารณา ๒
๑.๕ ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ ๒
๖
บทที่ ๒ กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ๗
๒.๑ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๗
๒.๒ แผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ ประเด็น การทอ่ งเทย่ี ว ๗
๒.๓ แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านเศรษฐกิจ ๑๔
๒.๔ ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศไทยใหเ้ ปน็ ศูนยก์ ลาง
สขุ ภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB) (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙) ๑๕
๒๓
บทท่ี ๓ การดาเนินงานของหนว่ ยงาน ๒๓
๓.๑ รายงานสรปุ ผลการดาเนินการตามยุทธศาสตรช์ าติ ประจาปี ๒๕๖๒ ๒๗
๓.๒ การดาเนนิ งานของหนว่ ยงานภาครฐั ๗๐
๓.๓ การดาเนินงานของหนว่ ยงานภาคเอกชน ๗๕
บทท่ี ๔ ผลการดาเนนิ งานการสัมมนาของคณะกรรมาธิการการทอ่ งเท่ียว วุฒิสภา ๗๕
๔.๑ ข้อมูลการอภปิ รายเรื่อง “สถานการณแ์ ละการดาเนินงานในปจั จุบนั
เพ่ือสง่ เสริมการทอ่ งเทย่ี วเชงิ การแพทยแ์ ละการทอ่ งเที่ยวเชงิ สขุ ภาพ ๙๐
ให้เปน็ ทยี่ อมรบั ในระดบั นานาชาติ” ๑๐๙
๔.๒ การประชมุ กลมุ่ ย่อยเพอ่ื ระดมความเหน็ ในการสง่ เสริมการท่องเทีย่ ว ๑๐๙
เชงิ การแพทยแ์ ละการทอ่ งเท่ียวเชงิ สขุ ภาพ ๑๑๑
บทที่ ๕ บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมาธิการ
๕.๑ บทสรปุ
๕.๒ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธกิ ารการทอ่ งเทีย่ ว วฒุ สิ ภา
สารบญั (ตอ่ ) หน้า
๑๑๕
บรรณานกุ รม ๑๑๗
ภาคผนวก ๑๑๙
๑๒๐
ภาคผนวก ก : - รายชื่อคณะกรรมาธิการการทอ่ งเท่ียว วฒุ ิสภา
- รายชอื่ ที่ปรกึ ษากติ ตมิ ศักด์ปิ ระจาคณะกรรมาธิการ ๑๒๑
- รายชอ่ื ที่ปรกึ ษา ผชู้ านาญการ นักวชิ าการ ๑๒๒
และเลขานุการประจาคณะกรรมาธกิ าร
- รายชอ่ื คณะอนกุ รรมาธกิ าร ในคณะกรรมาธิการ
บทที่ ๑
บทนำ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑.๑ ควำมเปน็ มำของกำรพจิ ำรณำศกึ ษำ
ในช่วง ๒ - ๓ ทศวรรษท่ีผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนับเป็นอุตสาหกรรมหลัก
และมีความสาคัญท่ีทารายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจานวนมาก เน่ืองจากนักท่องเท่ียวจากทั่วทุกมุมโลก
เดินทางมาท่องเท่ียวพักผ่อนในเมืองไทย ถือเป็นโอกาสและความท้าทายมิติใหม่ ๆ ต่อการจัดการ
ท่องเที่ยวของประเทศไทย หน่ึงในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวท่ีได้รับความนิยม คือ การท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย ทาให้ประเทศไทยเป็นหน่ึงในจุดหมายปลายทาง
ของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยรายได้ท่ีนักท่องเท่ียวใช้จ่ายเพ่ือการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ เป็นรายได้
ท่ีสงู ข้นึ ตลอดมาเมื่อเทียบกับการท่องเทย่ี วประเภทอื่น ๆ ทงั้ นี้ Global Wellness Institute ซง่ึ เป็นสถาบัน
ทจี่ ัดทารายงานข้อมูลและจัดอันดับรายได้จากการท่องเท่ยี วเชิงสขุ ภาพ (Wellness Tourism) ทุก ๒ ปี
ไดจ้ ัดอนั ดับรายไดจ้ ากการทอ่ งเท่ยี วเชงิ สุขภาพของประเทศไทยประจาปี ๒๕๖๑ อยู่ในอนั ดบั ท่ี ๑๓ ของโลก
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพในประเทศไทย
อันเนื่องมาจากราคาค่าบริการในประเทศไทยสมเหตุสมผลเม่ือเปรียบเทียบกับบริการระดับเดียวกัน
ในประเทศอ่ืน ๆ ความมีชื่อเสียงและคุณภาพของสถานพยาบาลและแพทย์ทม่ี ีความเช่ยี วชาญในประเทศไทย
ความพร้อมในด้านบริการทางการแพทย์และบริการด้านการท่องเที่ยวท่ีทาให้นักท่องเท่ียวต่างชาติมาใช้
บริการในไทย ไดแ้ ก่ การตรวจสุขภาพ การทาเลสกิ ศลั ยกรรมความงาม ทนั ตกรรม การผา่ ตดั และการพักฟ้ืน
รวมท้ังการดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น นอกจากนี้ บริการด้านสุขภาพและแพทย์ทางเลือกของไทย อาทิ
การนวดโดยแพทย์แผนไทยและบริการสปาก็มีช่ือเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ส่งผลให้นักท่องเท่ียว
ตา่ งชาตเิ ดินทางเขา้ มาใช้บรกิ ารในประเทศไทยเพิ่มขน้ึ อยา่ งต่อเน่ือง
นอกจากน้ี การเติบโตของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีการเช่ือมโยงข้อมูลท่ัวโลก
ได้อย่างรวดเร็ว สามารถตอบสนองการดารงชีวิตประจาวันของผู้คนท่ัวโลกได้มากข้ึน ทาให้มีธุรกิจบริการ
นาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการดาเนินงานในลักษณะออนไลน์หลากหลายรูปแบบ
เช่น การชาระค่าสินค้าและบริการ การซื้อสินค้า บริการส่ังอาหาร ซ่ึงรวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว
เม่ือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ส่งผลกระทบ
ต่อประชาชนในอุตสาหกรรมท่องเท่ียวเป็นจานวนมาก เน่ืองจากข้อกาหนดของภาครัฐ
และนักท่องเท่ียวเองก็มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพที่จะเกิดตามมา จึงทาให้กิจกรรม
ด้านการท่องเที่ยวชะลอตัวลงและหยุดชะงักในหลายพ้ืนที่ ประชาชนหันมาใช้บริการธุรกิจออนไลน์ อันเป็น
การส่งเสริมธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตย่ิงขึ้น ภายใต้สถานการณ์น้ีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
จึงมีการพิจารณาภาพรวมของผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเท่ียวอย่างครบวงจร และนาระบบ
เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เพ่ือให้นักท่องเท่ียวสามารถเข้าถึงสิ่งอานวยความสะดวกได้ง่ายยิ่งขึ้น
การสร้างแบบฟอร์มการท่องเทย่ี วเชงิ สุขภาพมิได้มุ่งเน้นแต่ด้านบรกิ ารทางการแพทย์เท่าน้ัน แต่อาจมีการเพ่ิม
๒
แอปพลเิ คชนั ในการแนะนาการท่องเที่ยวในประเทศ การคานวณค่าใช้จา่ ย การรวบรวมรายการนาเท่ยี ว
วิธีการเดินทาง ผู้นาเท่ียว ร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวท่ีผ่านการรับรองคุณภาพ
จากกรมการท่องเท่ียว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งการจัดทาแผนการท่องเที่ยว
ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นท่ีนิยมของประเทศไทย ซ่ึงจะทาให้สามารถวางแผนล่วงหน้าเพ่ือรองรับ
ความตอ้ งการของนกั ท่องเที่ยวในแต่ละประเภท รวมถึงนักท่องเทยี่ วชาวต่างชาติท่ีเดินทางมารับบรกิ าร
ด้านสขุ ภาพในรูปแบบของครอบครัวได้อย่างครบครัน
๑.๒ วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือศกึ ษาปัญหาอปุ สรรคในการดาเนนิ งานเกี่ยวกบั การทอ่ งเทีย่ วเชิงสุขภาพในสถานการณ์
ระหว่างและหลังการแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
๒. เพ่อื ศกึ ษาโอกาสและปัญหาอุปสรรคในการสร้างแพลตฟอร์มการทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพ
๓. เพอื่ ศึกษาแนวทางการดาเนนิ งานเพ่ือเสริมสร้างศกั ยภาพการแข่งขันดา้ นการทอ่ งเท่ียวเชงิ สขุ ภาพ
ของประเทศไทย
๑.๓ สมมติฐำน
๑. มีแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคการดาเนินงานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในสถานการณ์
ระหว่างและหลงั การแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID -19)
๒. มีการส่งเสริมแพลตฟอร์มการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพและบริการด้านการท่องเท่ียวอย่างครบวงจร
เป็นของคนไทย เพื่อเปน็ ชอ่ งทางเช่ือมตอ่ แพลตฟอร์มตา่ งประเทศ รองรบั ความตอ้ งการของนกั ทอ่ งเทย่ี ว
ชาวต่างประเทศท่ีต้องการเดินทางเข้ามารับบริการในประเทศไทย สอดคล้องกับการดาเนินงาน
ในลักษณะออนไลนใ์ นสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID -19)
๓. มีแนวทางสง่ เสรมิ ศกั ยภาพการท่องเทีย่ วเชงิ สุขภาพ เพอื่ พฒั นาให้ประเทศไทยเป็นศนู ย์กลาง
สขุ ภาพนานาชาติ (Medical Hub)
๑.๔ วิธกี ำรพจิ ำรณำ
๑. คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการติดตาม
เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
ด้านการท่องเท่ียว ในคณะกรรมาธิการการท่องเท่ียว วุฒิสภา ดาเนินการศึกษา รวบรวม และจัดทา
รายงานการพิจารณาศึกษา ซ่งึ คณะอนุกรรมาธกิ าร ประกอบด้วย
๑) พลอากาศเอก อดิศักด์ิ กลั่นเสนาะ ประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
๒) นายชลติ แกว้ จินดา รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร คนทห่ี นึ่ง
๓) พลเอก นาวนิ ดาริกาญจน์ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนทส่ี อง
๔) นายอนศุ ักด์ิ คงมาลยั รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนทีส่ าม
๓
๕) นางจฑุ าพร เรงิ รณอาษา อนกุ รรมาธิการ
๖) พลอากาศเอก เมธา สงั ขวจิ ติ ร อนกุ รรมาธิการ
๗) พลอากาศโท ธรรมนติ ย์ สงิ ห์คะสะ อนุกรรมาธิการ
๘) นาวาอากาศโท มโน อดุ มเวช อนุกรรมาธิการ
๙) นางสุพจี นิลอบุ ล อนุกรรมาธิการ
๑๐) พลอากาศเอก วิรยิ ะ มศี ิริ อนุกรรมาธิการ
๑๑) นายเกรยี งศักด์ิ แสงจนั ทร์ อนุกรรมาธิการ
๑๒) นาวาเอก หนึง่ กาญจนมั พะ อนุกรรมาธกิ ารและเลขานกุ าร
๑๓) พนั เอก ณฐพล ดังสทา้ น ทปี่ รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
๑๔) นายอารญั บุญชัย ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร
๑๕) นายยุทธ ลมิ ป์ศริ ะ ท่ีปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
๒. คณะอนุกรรมาธิการได้ดาเนินการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็น และเชิญหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาให้ข้อมูล ประกอบการพิจารณาศึกษาในประเด็นดังกล่าว รวม ๖ คร้ัง
ดังน้ี
๑) การประชมุ ครง้ั ที่ ๘/๒๕๖๓ วันองั คารที่ ๓ มนี าคม ๒๕๖๓
๒) การประชมุ ครง้ั ที่ ๙/๒๕๖๓ วนั องั คารท่ี ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓
๓) การประชมุ ครงั้ ท่ี ๑๔/๒๕๖๓ วนั พฤหสั บดที ่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๔) การประชุมครงั้ ที่ ๑๗/๒๕๖๓ วนั องั คารท่ี ๒ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓
๕) การประชุมครง้ั ท่ี ๑๙/๒๕๖๓ วนั องั คารที่ ๑๖ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
๖) การประชุมครงั้ ที่ ๒๖/๒๕๖๓ วนั จนั ทร์ท่ี ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๖๓
๓. คณะอนุกรรมาธิการไดเ้ ชญิ หนว่ ยงานมาใหข้ อ้ มูล ขอ้ เท็จจรงิ ประกอบการพิจารณา ดังนี้
กระทรวงกำรท่องเทย่ี วและกฬี ำ
๑) นายอารัญ บญุ ชัย รองอธบิ ดกี รมการทอ่ งเทย่ี ว
๒) นายบญุ สรรค์ ประเสริฐกลุ ชัย นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการ
(กล่มุ ป.ย.ป.)
กระทรวงสำธำรณสุข
กรมสนบั สนนุ บริกำรสุขภำพ
๑) นางสาวเสาวภา จงกติ ตพิ งศ์ ผ้อู านวยการกองสขุ ภาพระหวา่ งประเทศ
๒) นางสาวกติ ติยา ศรสี ขุ นักวชิ าการสาธารณสุขปฏบิ ตั ิการ
กรมกำรแพทยแ์ ผนไทยและกำรแพทยท์ ำงเลือก
๑) นายสรรพงศ์ ฤทธิรกั ษา รองอธบิ ดีกรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลอื ก
๔
๒) นายขวญั ชยั วิศิษฐานนท์ ผู้อานวยการสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย
๓) นางสาวรชั นี จันทรเ์ กษ ผอู้ านวยการกองวิชาการและแผนงาน
๔) นางศรจี รรยา โชตกึ นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
ชานาญการพเิ ศษ
๕) นางสาวเบญญาภา รอดจิตต์ แพทย์แผนไทยปฏบิ ตั ิการ
๖) นางสาวธนัญชยา ทับทมิ แพทยแ์ ผนไทยปฏิบตั ิการ
๗) นายวสิ ิทธิ์ คาศรี เจา้ หนา้ ที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรอำหำรและยำ
๑) นายพูลลาภ ฉนั ทวจิ ติ รวงศ์ รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา
๒) นางสาวพจนา ภวู นากจิ จากร เภสัชกรชานาญการ
๓) นายเจตภาส ไชยะกุล นกั วชิ าการอาหารและยาชานาญการ
๔) นางสาวชญาดา โอบนธิ ชิ า วิศวกรชวี การแพทย์
องคก์ ำรเภสัชกรรม
- นางสาวนนั ทกาญจน์ สวุ รรณปฎิ กกลุ ผู้เช่ียวชาญพิเศษ
กระทรวงพำณิชย์
สำนักงำนปลัดกระทรวงพำณชิ ย์
- นายประดม ทองแดง นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชานาญการพิเศษ
กรมพัฒนำธุรกิจกำรค้ำ
๑) นางสาววรรณศรี โชตกิ ะพุกกณะ นักวชิ าการพาณชิ ยช์ านาญการพิเศษ
๒) นายสถาพร ร่วมนาพะยา ผู้อานวยการกองธรุ กิจภมู ิภาคและชมุ ชน
กรมทรพั ยส์ ินทำงปัญญำ
๑) นายสวุ ัจชัย บุญอารี รกั ษาราชการแทนผูอ้ านวยการกองสิทธิบัตร
๒) นายวรณุ ปุจฉากาญจน์ นกั วิชาการพาณชิ ย์ชานาญการพิเศษ
๓) นางสาววรญั ญา สุวรรณสงิ ห์ นกั วชิ าการตรวจสอบสทิ ธิบตั รชานาญการ
กรมส่งเสริมกำรคำ้ ระหว่ำงประเทศ
๑) นางวรรณี ม่งิ วานชิ นกั วชิ าการพาณิชย์ชานาญการพเิ ศษ
๒) นางสาวทัณฑิมา รัตนสมบรู ณ์ นักวิชาการพาณิชยช์ านาญการ
กระทรวงกำรอดุ มศกึ ษำ วทิ ยำศำสตร์ วิจยั และนวัตกรรม
สำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมวทิ ยำศำสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม
๑) ศาสตราจารย์สมปอง คล้ายหนองสรวง ผูอ้ านวยการกลุ่มภารกจิ บริหารระบบงบประมาณ
๒) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ สภุ าวดี โพธิยะราช ผู้อานวยการภารกิจการจดั ทาแผนงบประมาณ
๕
๓) นางสาวฉัตรฉวี คงดี ผชู้ ่วยผ้อู านวยการภารกจิ การจดั ทาแผน
งบประมาณ
๔) ศาสตราจารยว์ ภิ าดา คุณาวกิ ตกิ ุล คณบดคี ณะพยาบาลศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
๕) ศาสตราจารยอ์ ารวี รรณ กลนั่ กลิ่น อาจารยป์ ระจาคณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่
๖) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์เกศรา สกุ เพชร อาจารยป์ ระจาคณะการจัดการการทอ่ งเทีย่ ว
สถาบันบณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร์
๗) นางสาววไิ ลพรรณ ใจวไิ ล เลขานุการประจาคณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๘) รองศาสตราจารย์คมกฤต เลก็ สกุล รองผอู้ านวยการกลุม่ ภารกจิ
บริหารงบประมาณ
สำนักงำนกำรวจิ ัยแห่งชำติ
- นายสมปรารถนา สขุ ทวี รองผ้อู านวยการสานกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ
กระทรวงกำรตำ่ งประเทศ
๑) นายสุนทร ชยั ยนิ ดีภูมิ รองปลดั กระทรวงการตา่ งประเทศ
๒) นายศภุ กจิ วรศรีหริ ัญ นกั การทูตชานาญการกองสนเทศเศรษฐกิจ
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
สมำคมโรงพยำบำลเอกชน
- นายแพทย์สรุ พงศ์ อาพนั วงษ์ ประธานทปี่ รกึ ษาฝา่ ยพัฒนาธุรกิจ
โรงพยาบาลเอกชน
โรงพยำบำลยนั ฮี
๑) นายสุพจน์ สัมฤทธวิ ณิชชา ประธานเจา้ หนา้ ท่บี ริหารโรงพยาบาลยนั ฮี
๒) นางสาววรรษมล โคตรลอื ชา เลขานกุ ารผอู้ านวยการ
สมำคมกำรท่องเท่ยี วเชงิ กำรแพทย์และสุขภำพไทย
- นางสวุ ดี ปาจรยี างกูร กรรมการสมาคมการท่องเทย่ี ว
เชิงการแพทย์และสุขภาพไทย
สมำคมสปำไทย
๑) นายกรด โรจนเสถยี ร นายกสมาคมสปาไทย
๒) นายสุนยั วชริ วราการ อปุ นายกสมาคม
๖
สมำคมเวชศำสตร์ชะลอวยั และฟืน้ ฟูสุขภำพแห่งประเทศไทย
- ศาสตราจารย์ธมั ม์ทิวัตถ์ นรารตั นว์ นั ชยั นายกสมาคมเวชศาสตรช์ ะลอวยั
และฟนื้ ฟูสุขภาพแหง่ ประเทศไทย
บริษัท Doctor A to Z THAILAND Gateway for Health & Wellness Medical
Tourism จำกัด
๑) นางสาวกรรณิการ์ จาปาพันธ์ ประธานฝ่ายปฏิบตั กิ ารและผูก้ อ่ ตงั้ บรษิ ัท
๒) นายธรี ะยทุ ธ อยูน่ ัน ประธานฝา่ ยผลิตภณั ฑแ์ ละนวตั กรรม
๓) นายอนุสรณ์ ศรีสวัสดิ์ Doctor A to Z Ambassador
๔) นายณัฐชยั เพช็ รประเสริฐ Ambassador Medical Tourism
๔. คณะกรรมาธิการได้จัดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพหลังวิกฤต COVID – 19 เมื่อวันพฤหัสบดีท่ี ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ระหว่างเวลา
๐๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ๑ – ๒ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
กรงุ เทพมหานคร
๕. คณะกรรมาธิการได้พิจารณาข้อมูล ข้อเท็จจริงจากเอกสาร การช้ีแจงของหน่วยงาน
และการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น เพ่ือสรุปประเด็นปัญหาและดาเนินการวิเคราะห์ สังเคราะห์
ข้อมูลท้ังหมด เพ่ือจัดทาเป็นรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา
เรือ่ ง การสง่ เสริมการทอ่ งเท่ยี วเชงิ สุขภาพหลังวิกฤต COVID – 19
๑.๕ ประโยชน์ทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั
๑. ได้รับทราบปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ท่ีเก่ียวข้อง
และผู้ท่ีมีส่วนได้เสีย และแนวทางการแก้ไขปัญหาในการดาเนินงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ในสถานการณ์ระหว่างและหลังการแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
๒. ได้รับทราบโอกาสและปัญ หาอุปสรรคในการสร้างแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว
เชิงสขุ ภาพ
๓. ได้รับทราบแนวทางการดาเนินงานเพ่ือเสริมสร้างศักยภาพการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ของประเทศไทย เชงิ เปรยี บเทียบกบั ประเทศคู่แขง่ ขัน
บทที่ ๒
กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้อง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๒.๑ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
มาตรา ๒๕๘ ให้ดําเนนิ การปฏิรปู ประเทศอยา่ งนอ้ ยในดา้ นต่าง ๆ ให้เกดิ ผล ดงั ต่อไปนี้
………………………………ฯลฯ....................................
ฉ. ด้านเศรษฐกจิ
(๑) ขจัดอุปสรรคและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพ่ือให้
ประเทศชาติ และประชาชนได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆ อย่างย่ังยืน โดยมี
ภูมคิ ุ้มกนั ทดี่ ี
(๒) สร้างกลไกเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนาํ ความคิดสรา้ งสรรค์และเทคโนโลยี
ทีท่ ันสมยั มาใชใ้ นการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ
(๓) ปรับปรุงระบบภาษอี ากรใหม้ คี วามเป็นธรรม ลดความเหล่ือมลาํ้ เพ่ิมพนู รายได้
ของรัฐด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงระบบการจัดทําและการใช้จ่ายงบประมาณให้มี
ประสทิ ธภิ าพ และสมั ฤทธผิ ล
(๔) สร้างกลไกเพ่ือส่งเสริมสหกรณ์ และผู้ประกอบการแต่ละขนาดให้มี
ความสามารถในการแข่งขันอย่างเหมาะสม และส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจเพ่ือสังคมและวิสาหกิจ
ทเี่ ป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดล้อม รวมทง้ั สรา้ งกลไกเพมิ่ โอกาสในการทาํ งานและการประกอบอาชีพของประชาชน
………………………………ฯลฯ....................................
มาตรา ๒๗๐ นอกจากจะมีหน้าท่ีและอํานาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภา
ตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าที่และอํานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุ
เปา้ หมาย ตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ และการจดั ทําและดาํ เนนิ การตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ในการน้ี
ให้คณะรัฐมนตรี แจ้งความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพ่ือทราบ
ทกุ สามเดอื น
………………………………ฯลฯ....................................
๒.๒ แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ ประเดน็ การทอ่ งเทยี่ ว
บริบทแผนแม่บท องคป์ ระกอบของแผนแมบ่ ท และแนวทางการพฒั นา
ยทุ ธศาสตรช์ าติ ประกอบด้วย ๖ ด้าน ได้แก่
ยทุ ธศาสตร์ชาตทิ ี่ ๑ ดา้ นความม่ันคง
ยุทธศาสตรช์ าตทิ ่ี ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขัน
ยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ่ี ๓ ด้านการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์
ยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ี่ ๔ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
๘
ยทุ ธศาสตรช์ าติที่ ๕ ด้านการสรา้ งการเติบโตบนคณุ ภาพชวี ิตท่ีเปน็ มติ รกับส่งิ แวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตร์ชาตทิ ี่ ๖ ด้านการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครฐั
ยุทธศาสตร์ชาติท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว คือ ยุทธศาสตร์ชาติที่ ๒ ด้านการสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศ
ในหลากหลายมิติบนพ้ืนฐานแนวคิด ๓ ประการ ได้แก่ (๑) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้า
ทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย
รวมทง้ั ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศในด้านอ่ืน ๆ นํามาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยี
และนวัตกรรม เพ่ือให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมัยใหม่ (๒) “ปรับปัจจุบัน”
เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในมิติต่าง ๆ ท้ังโครงข่ายระบบ
คมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อม
ใหเ้ อ้อื ต่อการพัฒนาอตุ สาหกรรมและบริการอนาคต และ (๓) “สรา้ งคุณค่าใหม่ในอนาคต” ดว้ ยการเพ่ิม
ศกั ยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่รวมถงึ ปรับรปู แบบธุรกิจ เพ่ือตอบสนองต่อความต้องการ
ของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพ้ืนฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน
พร้อมท้ังการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่
ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี
รวมถงึ การเพ่มิ ขน้ึ ของคนช้นั กลางและลดความเหล่อื มลาํ้ ของคนในประเทศได้ในคราวเดียวกนั
เป้าหมาย
๑. ประเทศไทยเป็นประเทศทพี่ ฒั นาแลว้ เศรษฐกิจเตบิ โตอย่างมีเสถยี รภาพและย่ังยืน
๒. ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแขง่ ขันสงู ขนึ้
ตวั ชว้ี ดั
๑. รายได้ประชาชาติ การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และการกระจาย
รายได้
๒. ผลิตภาพการผลิตของประเทศ ท้งั ในปัจจยั การผลติ และแรงงาน
๓. การลงทุนเพอ่ื การวจิ ยั และพัฒนา
๔. ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ ประเดน็ การท่องเที่ยว (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐)
พระราชบัญญตั ิการจดั ทํายทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ กาํ หนดให้เมอื่ มีพระบรมราชโองการ
ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ให้คณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านจัดทําแผนแม่บท
เพ่อื บรรลเุ ป้าหมายตามท่ีกาํ หนดไว้ในยทุ ธศาสตรช์ าตเิ สนอตอ่ คณะกรรมการยทุ ธศาสตรช์ าติพจิ ารณาให้
ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ตามท่ีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอและได้ประกาศ
ใช้แผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ในวนั ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๒
๙
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การท่องเท่ียว (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) มี ๖ แผนย่อย
ได้แก่ ๑) แผนย่อยการท่องเท่ียวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ๒) แผนย่อยการท่องเท่ียวเชิงธุรกิจ
๓) แผนย่อยการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย ๔) แผนยอ่ ยการท่องเท่ยี วสําราญทางน้ํา
๕) แผนยอ่ ยการทอ่ งเทีย่ วเชือ่ มโยงภมู ภิ าค และ ๖) แผนย่อยการพัฒนาระบบนเิ วศการท่องเท่ยี ว
เปา้ หมายและตัวชวี้ ดั แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเดน็ การท่องเทยี่ ว
คา่ เปา้ หมาย
เป้าหมาย ตวั ชวี้ ดั ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ – ๒๕๗๕ - ๒๕๘๐
๑. ผลติ ภณั ฑม์ วลรวม สัดสว่ นผลิตภัณฑ์ เพิม่ ขน้ึ เพมิ่ ขนึ้ เพมิ่ ขึ้น เพิ่มข้นึ
ในประเทศดา้ น มวลรวมในประเทศ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ
การทอ่ งเที่ยว ดา้ นการทอ่ งเท่ยี ว ๒๒ ๒๕ ๒๘ ๓๐
ต่อผลติ ภัณฑ์มวลรวม ตอ่ ผลติ ภัณฑ์มวลรวม
ในประเทศเพ่มิ ขึ้น ในประเทศ (รอ้ ยละ)
๒. รายได้ อัตราสว่ นรายได้ ๘๐:๒๐ ๗๕:๒๕ ๗๐:๓๐ ๖๐:๔๐
จากการท่องเที่ยว จากการทอ่ งเทย่ี ว
ของเมอื งรองเพ่ิมข้นึ ของเมืองหลกั
และเมอื งรอง (สดั สว่ น)
๓. ความสามารถ อันดบั ความสามารถ ๑ ใน ๓๐ ๑ ใน ๒๘ ๑ ใน ๒๖ ๑ ใน ๒๔
ทางการแขง่ ขนั ทางการแข่งขนั
ด้านการทอ่ งเท่ยี ว ดา้ นการทอ่ งเทีย่ ว
ของประเทศไทยดขี น้ึ ของประเทศไทย
โดย Travel & Tourism
Competitiveness
Index (TTCI)
๑๐
เปา้ หมายและตัวชีว้ ัดแผนยอ่ ยการท่องเทีย่ วเชิงสรา้ งสรรคแ์ ละวัฒนธรรม
ค่าเป้าหมาย
เป้าหมาย ตวั ชีว้ ดั ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕ - ๒๕๘๐
๑. รายไดจ้ าก อตั ราการขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั
การท่องเทยี่ ว ของรายได้จาก ร้อยละ ๑๐ รอ้ ยละ ๑๒ รอ้ ยละ ๑๕ ร้อยละ ๒๐
เชิงสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว
และวฒั นธรรม เชิงสร้างสรรค์
เพิ่มข้ึน และวฒั นธรรม
(เฉล่ยี ร้อยละ)
๒. เมืองและชุมชน จาํ นวนเมอื งและ ๕ เมือง ๑๕ เมือง ๒๕ เมอื ง ๓๕ เมือง
ทีม่ ีศกั ยภาพด้าน ชุมชนทม่ี ีศกั ยภาพ
การท่องเทยี่ ว ด้านการทอ่ งเทยี่ ว
เชงิ สรา้ งสรรค์ เชงิ สรา้ งสรรค์
และวฒั นธรรม และวัฒนธรรม
เพมิ่ ขึน้
๓. สนิ คา้ ทอ่ งเท่ียว อัตราการขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั
เชงิ สรา้ งสรรคแ์ ละ ของจํานวนสนิ คา้ ร้อยละ ๕ รอ้ ยละ ๗ รอ้ ยละ ๑๐ ร้อยละ ๑๒
วัฒนธรรมไดร้ บั การ และบริการ
ขน้ึ ทะเบียนทรัพย์สนิ การทอ่ งเท่ียว
ทางปญั ญาเพิม่ ขึ้น เชิงสรา้ งสรรค์
และวฒั นธรรม
ท่ีได้รบั การขน้ึ
ทะเบยี นทรัพย์สิน
ทางปญั ญา
(เฉลี่ยร้อยละ)
๑๑
เป้าหมายและตัวชว้ี ดั แผนย่อยการทอ่ งเทยี่ วเชงิ ธรุ กจิ
เปา้ หมาย ตวั ชี้วดั ปี ๒๕๖๑ คา่ เป้าหมาย ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ - ๒๕๘๐
๑. รายไดจ้ าก อัตราการขยายตวั ขยายตวั - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕ ขยายตวั
รอ้ ยละ ๕ ขยายตวั ขยายตวั รอ้ ยละ ๕
การทอ่ งเทยี่ ว ของรายได้จากการ รอ้ ยละ ๕ รอ้ ยละ ๕
๑ ใน ๒๓
เชิงธรุ กิจเพิม่ ขน้ึ ท่องเที่ยวเชงิ ธุรกิจ
(เฉลยี่ ร้อยละ)
๒. การเปน็ อนั ดบั ของไทยในการ ๑ ใน ๒๐ ๑ ใน ๑๘ ๑ ใน ๑๕
จดุ หมายปลายทาง เป็นจดุ หมายปลายทาง
ในการจดั ในการจดั การประชุม
การประชมุ นานาชาตติ ามดัชนี
นานาชาตขิ องไทย International
Congress and
convention
Association (ICCA)
เปา้ หมายและตัวชวี้ ัดแผนย่อยการทอ่ งเทย่ี วเชิงสขุ ภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย
คา่ เปา้ หมาย
เปา้ หมาย ตัวช้ีวดั ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕ - ๒๕๘๐
๑. รายได้จาก อัตราการขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั
การท่องเทย่ี ว ของรายไดจ้ าก รอ้ ยละ ๕ ร้อยละ ๘ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๑๐
เชิงสขุ ภาพ ความงาม การทอ่ งเทยี่ ว
และแพทยแ์ ผนไทย เชงิ สขุ ภาพ ความงาม
เพ่มิ ขน้ึ และแพทยแ์ ผนไทย
(เฉลยี่ รอ้ ยละ)
๒. อันดับด้านรายได้ อนั ดบั ด้านรายไดก้ าร อนั ดบั ที่ ๑๒ อันดบั ท่ี ๑๐ อนั ดบั ที่ ๘ อนั ดบั ท่ี ๗
การทอ่ งเทีย่ ว ทอ่ งเทยี่ วเชงิ สขุ ภาพ
เชิงสขุ ภาพ ของประเทศไทยโดย
ของประเทศไทย Global Wellness
๑๒
เป้าหมาย ตัวชว้ี ดั ปี ๒๕๖๑ ค่าเปา้ หมาย ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ - ๒๕๘๐
- ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕
Institute ดขี ึน้
๓. สถาน อตั ราการเพมิ่ ขนึ้ เพ่ิมขึน้ เพิม่ ขึ้น เพิม่ ขน้ึ เพม่ิ ขนึ้
รอ้ ยละ ๕ รอ้ ยละ ๗ รอ้ ยละ ๑๐ รอ้ ยละ ๑๐
ประกอบการด้านการ ของจํานวนสถาน
ท่องเทย่ี วเชิงสขุ ภาพ ประกอบการดา้ น
และบริการทาง การท่องเท่ียว
การแพทยไ์ ดร้ บั เชิงสขุ ภาพทีไ่ ด้รบั
มาตรฐานเพ่ิมขึ้น มาตรฐาน
การท่องเทยี่ ว
(เฉล่ยี ร้อยละ)
เป้าหมายและตวั ชวี้ ัดแผนย่อยการท่องเที่ยวสา้ ราญทางน้า
คา่ เป้าหมาย
เป้าหมาย ตวั ชี้วดั ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕ - ๒๕๘๐
๑. รายไดก้ าร อัตราการขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั ขยายตวั
ทอ่ งเท่ยี วสาํ ราญ ของรายได้ ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๗ ร้อยละ ๑๐ รอ้ ยละ ๑๐
ทางนาํ้ เพ่ิมขนึ้ การท่องเทีย่ ว
สําราญทางนา้ํ
(เฉลยี่ ร้อยละ)
๒. การขยายตวั ของ จาํ นวนท่าเรือ ๒ ทา่ เรือ ๔ ทา่ เรือ ๖ ท่าเรอื ๘ ทา่ เรือ
ท่าเรอื ทอ่ งเทย่ี วใน ท่องเทยี่ ว
ประเทศไทยเพิม่ ขึน้ ในประเทศไทย
๑๓
เปา้ หมายและตวั ชี้วดั แผนยอ่ ยการทอ่ งเท่ียวเช่อื มโยงภูมิภาค
เปา้ หมาย ตัวช้วี ดั ปี ๒๕๖๑ คา่ เปา้ หมาย ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ - ๒๕๘๐
ประเทศไทยเปน็ จดุ อัตราการขยายตัวของ ขยายตวั - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕ ขยายตวั
เชื่อมตอ่ การเดนิ ทาง จาํ นวนนกั ทอ่ งเท่ยี ว ร้อยละ ๕ ขยายตวั ขยายตวั รอ้ ยละ ๑๐
ของนกั ทอ่ งเที่ยว ชาวต่างชาติ รอ้ ยละ ๕ ร้อยละ
ในภูมิภาคอาเซียน ท่เี ดนิ ทางผา่ นแดน
๑๐
ระหวา่ งประเทศไทยกับ
ประเทศสมาชกิ อาเซียน
(เฉล่ียรอ้ ยละ)
เปา้ หมายและตวั ชวี้ ดั แผนย่อยการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยว
คา่ เป้าหมาย
เปา้ หมาย ตวั ชว้ี ดั ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๖
- ๒๕๘๐
- ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕ ๑ ใน ๕๕
๑. นักท่องเท่ยี ว อนั ดบั ขดี ความสามารถ ๑ ใน ๗๐ ๑ ใน ๖๕ ๑ ใน ๖๐ ๑ ใน ๓๕
มีความปลอดภัย ในการแขง่ ขันด้านความ ๑ ใน ๘๐
ในชวี ติ และทรัพยส์ นิ ปลอดภยั ของนกั ทอ่ งเท่ียว
มากขน้ึ โดย Travel& Tourism
Competitiveness Index
(TTCI)
๒. โครงสร้างพื้นฐาน อันดบั ขดี ความสามารถ ๑ ใน ๕๐ ๑ ใน ๔๕ ๑ ใน ๔๐
เพ่ือสนับสนนุ การ ในการแขง่ ขนั ด้าน
ท่องเที่ยวมีคุณภาพ โครงสร้างพน้ื ฐานดา้ นการ
และมาตรฐานดขี ึ้น คมนาคมทางบกและทางนา้ํ
โดย Travel &Tourism
Competitiveness Index
(TTCI)
๓. การท่องเท่ียว อันดบั ขดี ความสามารถดา้ น ๑ ใน ๑ ใน ๑ ใน ๙๐
อยา่ งมคี วาม ความยง่ั ยนื ของสง่ิ แวดล้อม ๑๑๐ ๑๐๐
๑๔
เป้าหมาย ตัวช้วี ดั คา่ เป้าหมาย ปี ๒๕๗๖
ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๗๑ - ๒๕๘๐
- ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ - ๒๕๗๕
รับผดิ ชอบต่อสังคม และทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อมดขี นึ้ โดย Travel & Tourism
Competitiveness Index
(TTCI)
๒.๓ แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นเศรษฐกิจ
แผนการปฏิรูปประเทศ๑ (ด้านเศรษฐกิจ) กําหนดกรอบการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ
ผา่ นการปฏริ ูป ๓ ดา้ นหลัก ได้แก่
ด้านท่ี ๑ การเพ่มิ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ดา้ นที่ ๒ ความเท่าเทียมและการเติบโตอยา่ งมีส่วนร่วม
ดา้ นที่ ๓ การปฏิรูปด้านสถาบันเศรษฐกจิ
โดยประเด็นปฏิรูปท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว คือ หัวข้อที่ ๑ : การปฏิรูปด้านความสามารถ
ในการแขง่ ขนั หัวข้อย่อย ๑.๑ ผลติ ภาพ (Productivity) หวั ขอ้ อตุ สาหกรรมการท่องเท่ียวและบริการ
เรือ่ งและประเดน็ การปฏิรปู อุตสาหกรรมการทอ่ งเทยี่ วและบรกิ าร
อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวและบริการของไทยได้มีการพัฒนาและก้าวหน้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
และเป็นแกนหลักให้กับเศรษฐกิจไทย โดยมีมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจถึงร้อยละ ๒๕ ของผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การปฏิรปู ทางดา้ นอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวและบริการจะช่วย
ทําการสนับสนุนการเพ่ิมประสิทธิภาพและสมรรถภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ
โดยประเด็นการปฏิรูป๒ ประกอบด้วย การดําเนินการปฏิรูปหน่วยงาน การจัดทําแผนงานสําหรับ
ประเภทกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะ (Customer segment specific plan) และการใช้ประโยชน์
Big Data สอ่ื สังคมออนไลน์ และเทคโนโลยดี ิจิทลั
๑) เปา้ หมายหรอื ผลอันพึงประสงคแ์ ละผลสัมฤทธิ์
(๑) เพมิ่ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของกระบวนการวางแผนและการดําเนนิ การของแผน
ดา้ นการบริการ
(๒) เพิ่มศักยภาพในการแขง่ ขันของอุตสาหกรรมการบรกิ ารในประเทศไทย
๑ แผนการปฏริ ปู ประเทศ (เลม่ ท่ี ๓), ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๔ ก (วนั ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑): ๑๔ - ๑๗.
๒ เร่อื งเดยี วกัน, ๒๕ - ๓๒.
๑๕
(๓) เพ่ิมผลประโยชน์จากการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการบริการของภูมิภาค CLMV
(Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam)
๒) ตวั ชว้ี ดั
(๑) กรอบ บทบาทและความรบั ผิดชอบในหนว่ ยงานของรฐั ทช่ี ดั เจน
(๒) แผนการกระบวนการวางแผนเชงิ กลยทุ ธท์ างดา้ นอุตสาหกรรมการทอ่ งเที่ยวและบรกิ าร
ที่ชดั เจน
(๓) ผลผลติ ทางดา้ นอตุ สาหกรรมการท่องเท่ยี วและบรกิ ารมูลค่าเพ่ิมตอ่ แรงงาน
(๔) จาํ นวนแรงงานในอุตสาหกรรมการทอ่ งเท่ยี วและบริการ
(๕) มลู ค่าเพ่ิมของอุตสาหกรรมการทอ่ งเทย่ี วและบริการ
(๖) ขนาดจํานวนและความถถ่ี ้วนของข้อมูลจากการจดั เกบ็ จากแหลง่ ข้อมลู ที่เกยี่ วข้อง
(๗) มลู ค่าของการจองทพ่ี ักผา่ นแพลตฟอรม์ จองใหม่
(๘) อันดบั การตดั สนิ ใจและกระบวนการวางแผนโดยอา้ งองิ ข้อมูลขนาดใหญ่
(๙) จาํ นวนของนกั ทอ่ งเที่ยวในไทย
(๑๐) รายรบั เฉลี่ยตอ่ เทย่ี วตอ่ วัน
(๑๑) ส่วนแบ่งของรายรบั จากจังหวัดอื่นท่ไี มใ่ ช่หา้ จังหวัดท่องเทีย่ วหลกั ในด้านอุตสาหกรรมบริการ
(๑๒) ระยะเวลาเฉลย่ี ของการเขา้ พัก
(๑๓) จํานวนของนักท่องเทย่ี วขาเข้าจาก CLMV
(๑๔) จาํ นวนของนักทอ่ งเทย่ี วขาออกเพ่อื ไป CLMV
(๑๕) รายรบั จากนกั ทอ่ งเทยี่ วท่เี ดนิ ทางมาจาก CLMV
๒.๔ ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB)
(พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙)
หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงหลกั ท่เี กยี่ วขอ้ ง ภาคเอกชน และสภาวชิ าชพี
วสิ ัยทศั น์
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลก (Hub of Wellness and Medical services)
ภายใน ๑๐ ปีข้างหน้า (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙)
จุดม่งุ หมาย
มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ โดยให้ความสําคัญ
ในการพัฒนาและบูรณาการทํางานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นําศักยภาพ ขีดความสามารถ
ทรัพยากรสุขภาพและทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่จํากัด ภูมิปัญญาไทย วิถีชุมชน มาสร้าง
๑๖
บริการและผลติ ภณั ฑ์สุขภาพท่ีมเี อกลกั ษณ์ อัตลกั ษณ์ จนสามารถเพ่ิมสัดสว่ นรายได้และพัฒนาคุณภาพ
ชีวติ ของประชาชนในประเทศ ทําใหป้ ระเทศไทยเกดิ ความมั่งคงั่ และความมน่ั คงทางเศรษฐกจิ อยา่ งยัง่ ยืน
พันธกจิ
๑) พัฒนาและเพ่ิมขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันด้านสุ ขภาพ
กับต่างประเทศ ต้งั แตร่ ะดบั ตน้ น้าํ ถงึ ปลายนาํ้
๒) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของสถานพยาบาล สถานประกอบการ ท้ังภาครัฐ
และเอกชน ให้สามารถจัดบริการสุขภาพท่ีได้มาตรฐานสากล มีความเป็นเลิศ โดดเด่น เพ่ือสร้าง
มูลคา่ เพ่มิ ใหก้ บั บรกิ าร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
๓) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาให้มีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ
ในระดบั นานาชาติ
๔) พฒั นาระบบการคุม้ ครองผู้บริโภคด้านบรกิ ารสขุ ภาพ ดว้ ยการสรา้ งกระบวนการประกัน
คณุ ภาพ ความปลอดภยั ใหแ้ กผ่ ู้บรโิ ภค
๕) ส่งเสริมการตลาดและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทย
ให้ชาวต่างชาติยอมรับ เกิดความประทับใจ ตลอดจนสร้างความแตกต่างในบริการสุขภาพ
กบั ตา่ งประเทศ
เป้าประสงค์
๑) ประเทศไทยเป็นศนู ย์กลางบรกิ ารสุขภาพของโลก
๒) ประเทศไทยมรี ายได้จากอตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพที่ย่ังยนื
๓) ประเทศไทยมอี งคป์ ระกอบในการขับเคลื่อน ประกอบดว้ ย
๓.๑) ศูนย์กลางบรกิ ารเพือ่ สง่ เสรมิ สุขภาพ (Wellness Hub) ไดแ้ ก่
- บรกิ ารนวดไทยเพื่อสุขภาพ/สปาเพ่อื สขุ ภาพ
- บรกิ ารนวดเพื่อเสริมสวย
- บริการ Medical Spa
- บรกิ ารสปานา้ํ พุรอ้ น
- บรกิ าร Thalassotherapy และ Climatotherapy
- บริการแบบพํานักระยะยาวเพ่อื สุขภาพ (Long Stay for Health)
- บริการแบบ Health Resort
- บรกิ ารแบบ Rehabilitation Center
๓.๒) ศนู ย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) ไดแ้ ก่
๓.๒.๑) บรกิ ารรกั ษาพยาบาล
- บริการเสรมิ ความงาม
- บริการทนั ตกรรม
๑๗
- บรกิ ารศัลยกรรมตกแต่ง
- การตรวจสุขภาพดว้ ยเทคโนโลยขี ั้นสูง
- บริการรักษาพยาบาลเฉพาะทางที่ต้องใช้ความชํานาญและเทคโนโลยี
ชั้นสูง ได้แก่ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพก/ การผ่าตัดโรคหัวใจ/ การรักษาโรคมะเร็ง/ การรักษา
ผู้มีบุตรยาก/ Lasik/ การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ/การดูแลผู้สูงอายุ/การรักษารองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่
/anti-aging
๓.๒.๒) บริการแพทยแ์ ผนไทยและแพทยท์ างเลอื ก
- จัดบรกิ ารในโรงพยาบาลเฉพาะทางแพทยแ์ ผนไทย/คลินกิ แพทยแ์ ผนไทย
- จัดบรกิ ารในโรงพยาบาลเฉพาะทางแพทย์ทางเลอื ก/คลนิ ิกแพทย์ทางเลือก
๓.๒.๓) บรกิ ารห้องปฏิบตั กิ าร
- บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ตามมาตรฐานระดับประเทศ
หรือเพ่ือสนับสนุนการวินิจฉัยโรค การติดตามการรักษา งานวิจัย และงานด้านระบาดวิทยา โดยใช้
เทคโนโลยีในระดับสงู
- บริการห้องปฏิบัติการท่ีได้มาตรฐานสากลสําหรับให้บริการทดสอบ
กลมุ่ ตวั อย่าง (Specimen) รวมทัง้ การรับรองคุณภาพวตั ถุดบิ และผลิตภณั ฑ์จากสมนุ ไพรไทย
- บริการหอ้ งปฏิบัติการทางทันตกรรมแบบครบวงจร
- บรกิ ารห้องปฏิบตั กิ ารท่ใี ชใ้ นการประเมินประสิทธภิ าพของยา
๓.๓) ศูนย์กลางบรกิ ารวชิ าการและงานวจิ ยั (Academic Hub) ไดแ้ ก่
๓.๓.๑) การจัดการศึกษาระดับปริญญาและหลังปริญญา (Professional and
post graduate)
- การจัดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาและหลังปริญญา
(Undergraduate and Post graduate training)
๓.๓.๒) การจดั การศกึ ษาระดับแรงงานมฝี มี อื (Skilled Labor)
- การผลิตพนกั งานผ้ใู ห้บริการ (Therapist)
- การผลิตผ้ดู แู ลผสู้ งู อายุ (Care Worker)
- การผลิตผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยและศาสตร์
การแพทย์ทางเลือกใหม่
๓.๓.๓) การจัดประชุมนานาชาติ (MICE)
- การจัดประชุมวิชาการทางการแพทย์ระดับ World Congress
ในประเทศไทย
- การเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประมูลงานประชุมวิชาการนานาชาติ
(Bidding)
๑๘
๓.๔) ศนู ย์กลางยาและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ (Product Hub) ได้แก่
- ยาแผนปจั จุบัน
- ยาสมนุ ไพรไทย
- เครือ่ งสําอาง
- อาหารเสรมิ เพอื่ สขุ ภาพ
- เคร่ืองมอื แพทย์และอุปกรณ์
ยทุ ธศาสตร์การพฒั นา ๖ ยุทธศาสตร์ ดงั น้ี
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๑ เพมิ่ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ด้านการจดั บริการสุขภาพ
วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒ นาศักยภาพระบบบริการสุขภาพของไทย
ใหม้ ีขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั กบั ตา่ งประเทศ และเปน็ ไปตามกลไกของการค้าเสรี
เป้าหมาย
สถานะขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้านการจัดบริการสุขภาพ
อย่ใู นอนั ดบั ๑ ในภูมิภาคอาเซยี น และอยใู่ นอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของโลก วัดโดย World Economic Forum
กลยุทธ์ที่ ๑ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอํานวยความสะดวกและระบบบริหารจัดการ
ใหม้ คี วามพร้อม เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
กลยุทธ์ท่ี ๒ บริหารและขับเคลื่อนนโยบาย Medical Hub โดยไม่เกิดผลกระทบต่อระบบ
สขุ ภาพไทย
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๒ พัฒนาบรกิ ารรกั ษาพยาบาล
วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบริการรักษาพยาบาลให้มีความเป็นเลิศ โดดเด่น
มมี ูลค่าเพ่มิ มีช่อื เสียง รวมทั้งมีคุณภาพ มาตรฐานนานาชาติ
เป้าหมาย
๑) ประเทศไทยมสี ถานบริการสขุ ภาพท่ผี า่ นการรับประกันคุณภาพและมาตรฐานนานาชาติ
สาํ หรบั ใหบ้ รกิ ารแกช่ าวไทยและชาวต่างชาติมากทส่ี ุดในภมู ภิ าคอาเซยี น
๒) ประเทศไทยมีมาตรการระดับนโยบายที่เอ้ือต่อการค้า การลงทุน และการจัดบริการ
สุขภาพ
กลยุทธ์ที่ ๑ สง่ เสรมิ พัฒนาบริการรกั ษาพยาบาลสู่ระดับสากล (Western Medicine)
ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ พฒั นาบรกิ ารเพือ่ ส่งเสริมสุขภาพ
วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือสง่ เสรมิ และสนับสนุนบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพมีความเป็นเลิศ โดดเด่น
มีเอกลักษณ์ตามภูมิปัญญาไทย อัตลักษณ์ไทย มีมูลค่าเพิ่ม มีช่ือเสียง รวมท้ังมีคุณภาพมาตรฐาน
ตามเกณฑท์ ี่กาํ หนด
๑๙
เป้าหมาย
ประเทศไทยมีสถานบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพท่ีผ่านการรับประกันคุณภาพและมาตรฐาน
ตามกฎหมายหรือตามมาตรฐานสากลสําหรับให้บริการแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติมากที่สุดในภูมิภาค
อาเซยี น
กลยุทธ์ที่ ๑ ส่งเสริมพฒั นาคุณภาพมาตรฐานของสถานประกอบการและบคุ ลากรสูร่ ะดับสากล
กลยุทธท์ ่ี ๒ พัฒนาแหล่งนาํ้ พุร้อนให้เป็นเมอื งสปาและเส้นทางท่องเที่ยวสายนํา้ พุรอ้ นของไทย
กลยุทธ์ท่ี ๓ พัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน/ ผู้ประกอบการรายย่อย รองรับ
การทอ่ งเทยี่ วเชงิ สุขภาพ
ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ พัฒนาบรกิ ารแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก
วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบริการรักษาพยาบาลด้านการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือกให้มีความเป็นเลิศ โดดเด่น มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ตามภูมิปัญญาไทย วิถีชีวิต
มีมลู ค่าเพมิ่ มชี ือ่ เสียงในระดบั โลก
เปา้ หมาย
๑) พัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลอื ก ให้มีคุณภาพมาตรฐานสู่ระดบั สากล
และมีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตรร์ องรบั
๒) ประเทศไทยมีสถานบริการสุขภาพท่ีให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์
ทางเลือกท่ีผ่านการรับประกันคุณภาพและมาตรฐานจนสามารถเป็นบริการรักษาพยาบาลหลัก
ของประเทศ
กลยุทธ์ที่ ๑ ส่งเสริมพัฒนาสถานบริการสุขภาพท่ีให้บริการทางด้านการแพทย์แผนไทย
และการแพทยท์ างเลือกสู่ระดับสากล
ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๕ พฒั นาบริการวิชาการและงานวจิ ัยทางการแพทย์ (Academic Hub)
วตั ถปุ ระสงค์
๑) พัฒนาและส่งเสริมให้สถาบันการศึกษามีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการในระดับ
นานาชาติ
๒) สนับสนนุ ใหม้ กี ารผลติ แพทยแ์ ละบคุ ลากรทางการแพทย์ รวมทั้งบคุ ลากรในธรุ กิจบรกิ าร
เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของประเทศ รวมท้ังมีคุณภาพมาตรฐาน
ตามที่สภาวชิ าชพี กําหนด
๓) สนบั สนุนใหม้ ีการบรู ณาการรว่ มกันระหวา่ งสภาวิชาชพี
๔) ส่งเสริม สนับสนุน องค์กร/สมาคม/ราชวิทยาลัย สภาวิชาชีพและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
ให้มีความพร้อมในการจดั ประชุมวชิ าการทางการแพทย์ระดบั นานาชาตใิ นประเทศไทย
๒๐
เปา้ หมาย
๑) สดั ส่วนการกระจายของบุคลากรทางการแพทยม์ คี วามเหมาะสมตอ่ จาํ นวนประชากร
๒) ประเทศไทยเปน็ ผู้นําด้านการศึกษาทางการแพทย์และศาสตร์ดา้ นบรกิ ารเพ่ือสขุ ภาพอืน่ ๆ
ในระดบั โลก
๓) ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมและการจัดนิทรรศการทางการแพทย์
ระดบั นานาชาติ
กลยทุ ธท์ ่ี ๑ เพิ่มขดี ความสามารถและพัฒนาศักยภาพของสถาบนั การศึกษาทางการแพทย์
กลยทุ ธท์ ่ี ๒ พฒั นาศักยภาพ/เพม่ิ การผลิตบคุ ลากรทางการแพทย์
กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการประชุมวิชาการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ
(MICE)
ยุทธศาสตร์ท่ี ๖ พัฒนายาและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ
วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพรไทย และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ให้มีความเป็นเลิศ โดดเด่น จากทรัพยากรธรรมชาติตามภูมิปัญญาไทย มีมูลค่าเพ่ิม มีช่ือเสียง รวมท้ัง
มีคุณภาพ มาตรฐานนานาชาติ เป้าหมาย ประเทศไทยมียาและผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีผ่านการข้ึนทะเบียน
ตํารับยา การรับประกันคุณภาพ และมาตรฐานนานาชาติสําหรับให้บริการแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ
และมีศกั ยภาพในการจดั จาํ หนา่ ยไปยังทั่วโลก
กลยุทธท์ ี่ ๑ สง่ เสริมพฒั นายาสมนุ ไพรไทยสู่ระดับสากล
กลยุทธท์ ี่ ๒ ส่งเสริมพฒั นายาแผนปจั จบุ ันสรู่ ะดับสากล
กลยุทธ์ที่ ๓ สง่ เสริมพัฒนาอตุ สาหกรรมผูผ้ ลติ เครอื่ งมือแพทย์
กลยทุ ธท์ ี่ ๔ สง่ เสริมพัฒนาอุตสาหกรรมผผู้ ลิตเครอ่ื งสาํ อาง
ยุทธศาสตร์ที่ ๗ สง่ เสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์
วตั ถปุ ระสงค์
๑) เพ่ือประชาสัมพันธ์ธุรกิจสุขภาพแก่กลุ่มเป้าหมายหลัก ด้วยเคร่ืองมือหรือวิธีการ
สมัยใหม่
๒) เพื่อสร้างความม่ันใจ ตระหนักให้แก่ชาวต่างชาติ จนตัดสินใจเข้ามาใช้บริการสุขภาพ
และ/ หรือบริการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ เป้าหมาย ประเทศไทยมีผู้รับบริการสุขภาพจากกลุ่มตลาดหลัก
และตลาดรองตามเป้าหมายท่ีกําหนด
กลยุทธ์ท่ี ๑ ทําการตลาดและประชาสัมพันธ์ในลักษณะ Thailand Branding เพ่ือรักษา
ตาํ แหนง่ ที่หน่งึ ของโลก
กลยทุ ธท์ ี่ ๒ ทาํ การตลาดและประชาสัมพนั ธใ์ นประเทศ
กลยุทธ์ที่ ๓ ทาํ การตลาดและประชาสมั พนั ธใ์ นตา่ งประเทศ
กลยทุ ธท์ ่ี ๔ ทาํ การตลาดและประชาสมั พนั ธ์ผา่ น Agent / Broker
๒๑
โครงการสา้ คัญ (Flagship) ในระยะปานกลาง – ระยะยาว ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เปน็ ตน้ ไป
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั ดา้ นการจดั บรกิ ารสุขภาพ
๑) การปรบั ปรงุ กฎ ระเบียบ ให้เอ้ือตอ่ การดําเนนิ งานตามนโยบาย Medical Hub
๒) พัฒนาระบบสารสนเทศและข้อมลู ทส่ี ําคญั รองรบั นโยบาย Medical Hub
๓) การจัดทําโครงการด้านบริการสุขภาพภายใต้พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน
ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖
๔) การจดั ต้งั ผู้ชว่ ยทตู ดา้ นการแพทย์และสาธารณสขุ
๕) การจดั สร้าง Wellness City แบบครบวงจร
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ พัฒนาบริการรักษาพยาบาล
๖) การพัฒนาระบบ Reimbursement สําหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสําหรับ
ชาวตา่ งชาติ กรณเี ดินทางเข้ามารบั การรักษาพยาบาลในไทย แล้วเบกิ ตรงกบั รฐั บาลของต่างประเทศได้
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ พัฒนาบริการเพอ่ื ส่งเสริมสุขภาพ
๗) ยกระดับบริการนวดไทยผ่านการรับรองจาก UNESCO และประกาศให้เป็นมรดก
และวัฒนธรรมของโลก
ยุทธศาสตร์ท่ี ๕ พฒั นาบริการวชิ าการและงานวิจัยทางการแพทย์ (Academic Hub)
๘) การจดั การเรยี นการสอนในหลักสูตรนานาชาติ ระดบั กอ่ นปริญญาและหลังปริญญา
๙) การจดั ประชุมวชิ าการนานาชาติ
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๗ ส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพนั ธ์
๑๐) การประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ในลกั ษณะ Country Branding๓
๓ กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสขุ , ยุทธศาสตร์การพฒั นาประเทศไทยใหเ้ ป็นศนู ยก์ ลางสุขภาพ
นานาชาติ (MEDICAL HUB) (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๙), ๑๘ - ๓๒.
๒๒
บทท่ี ๓
การดาเนินงานของหน่วยงาน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทา
และดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการท่องเที่ยว ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา
ได้ดาเนินการสรุปผลการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจาปี ๒๕๖๒ ภายใต้แผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การท่องเท่ียว และสรุปเป็นภาพรวมการดาเนินงานของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
ดา้ นการทอ่ งเท่ียวเชงิ สุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซ่ึงมรี ายละเอยี ดท่สี าคญั ดังน้ี
๓.๑ รายงานสรุปผลการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจาปี ๒๕๖๒๑
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การทอ่ งเทยี่ ว
แผนย่อยการทอ่ งเทยี่ วเชิงสขุ ภาพ ความงาม และแพทยแ์ ผนไทย มี ๓ เป้าหมาย ไดแ้ ก่
๑.๑ เป้าหมาย : รายได้จากการทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพ ความงาม และแพทยแ์ ผนไทยเพม่ิ ขน้ึ
ประเทศไทยมีศักยภาพในการให้บริการด้านสุขภาพ ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย
รวมถึงความงาม ประกอบกบั ปัจจบุ ันกระแสการใส่ใจในสุขภาพและความงาม และการเข้าสู่สังคมสงู วัย
ทาให้มีนักท่องเท่ียวซึ่งมีอานาจในการซื้อสูงเพ่ิมขึ้น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสาหรับประเทศไทย
ในการที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพ่ือตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และสร้างรายได้
จากการท่องเท่ียว ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศด้านการท่องเท่ียว
ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ท้ังนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้การท่องเท่ียว เชิงสุขภาพ ความงาม
และแพทย์แผนไทยเพ่ิมขึ้น จึงต้องอาศัยความเช่ือมั่นของผู้บริโภคต่อสุขภาพ ความงาม และการแพทย์
แผนไทย การพฒั นาสถานประกอบการให้มศี กั ยภาพและมาตรฐาน และการตลาดท่ดี งึ ดูดกลมุ่ เป้าหมาย
สถานการณ์การบรรลุเป้าหมาย : จากการจัดอันดับโดย Global Wellness Institute
ประจาปี ๒๕๖๑ ซ่ึงเป็นสถาบันที่จัดทารายงานข้อมูลและจัดอันดับรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
(Wellness Tourism) เป็นประจาทุก ๒ ปี พบว่าประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ในปี ๒๕๖๐ จานวน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ซ่ึงเติบโตเฉลี่ยจากปี ๒๕๕๔ ร้อยละ ๑๓ ต่อปี ท้ังนี้
หากประเทศไทยสามารถรักษาอัตราการเติบโตในระดับน้ีอย่างต่อเน่ืองจะมีความเป็นไปได้ในการบรรลุ
เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย ขยายตัวร้อยละ ๕ ต่อปี
ในช่วงปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕
การดาเนินการท่ีผ่านมา : การสร้างความเชื่อมั่นในบริการทางการแพทย์ ความงาม
และแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะแพทย์แผนไทย ประเทศไทยได้ผลักดันการนวดไทยจนได้ขึ้นทะเบียน
เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ๒๕๖๒ ขณะเดียวกนั กรมพัฒนาบรกิ ารสุขภาพได้
๑ สานักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,
รายงานสรุปผลการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจาปี ๒๕๖๒, ๑๖๖ - ๑๗๑.