๒๔
สนับสนุนผู้ประกอบการในเรื่องมาตรฐานและการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ ทั้งในส่วนของการนวด
เพื่อสุขภาพ และนวดเพ่ือเสริมความงาม ซึ่งสามารถสร้างความม่ันใจให้แก่ผู้ใช้บริการทั้งคนไทย
และนักท่องเที่ยว รวมท้ังการส่งเสริมการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายการท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการดาเนินโครงการด้านการตลาดท่ีสาคัญ เช่น โครงการ
Amazing Health and Wellness in Thailand ของการทอ่ งเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย เปน็ ต้น
ประเด็นท้าทายที่ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมาย : ปัจจุบันแม้ว่าทุกหน่วยงานให้ความสนใจ
และต่ืนตัวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพิม่ ข้ึน แต่การพัฒนาและควบคุมสถานประกอบการด้านสุขภาพ
ให้ได้มาตรฐานน้ัน ยังมีความท้าทายจากประเภทและพื้นที่ของสถานประกอบการท่ีมีหน่วยงาน
รับผดิ ชอบแตกตา่ งกัน จงึ ทาให้การบูรณาการระหว่างหน่วยงานในการพัฒนาและสง่ เสรมิ ผู้ประกอบการ
ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ในปัจจุบันจึงมีสถานประกอบการด้านสุขภาพจานวนมากที่ไม่ได้รับ
การตรวจสอบมาตรฐาน ซ่ึงส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันการท่องเที่ยวด้านสุขภาพ
และอนามัยของไทยยงั อยู่ในระดบั ต่า นอกจากนี้ ประเดน็ สาคัญทส่ี ่งผลตอ่ ความเชอื่ มัน่ และการตัดสนิ ใจ
เดินทางของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คือ ปัญหาด้านสุขอนามัยและโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคอุบัติใหม่
ซ่งึ ถือว่าเปน็ ประเดน็ ท้าทายต่อการทอ่ งเที่ยวเชิงสขุ ภาพดว้ ย
ข้อเสนอแนะในการบรรลุเป้าหมาย : แม้ว่ารายได้จากการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของไทย
จะมีแนวโน้มขยายตวั อย่างตอ่ เนือ่ ง และมแี นวโน้มท่ีจะบรรลุเปา้ หมายที่กาหนดไว้ แต่จากภาวะเศรษฐกจิ โลก
และสถานการณ์อื่น ๆ ท่ีกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรม
สุขภาพอย่างรวดเร็วของประเทศเพ่ือนบ้าน ทาให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถ
ในการแข่งขัน โดยพัฒนาสถานประกอบการด้านสุขภาพให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ด้วยการแบ่งขอบเขต
การดาเนนิ งานของแตล่ ะหนว่ ยงานใหช้ ดั เจนและควบคมุ มาตรฐานอยา่ งเคร่งครัด เพ่ือสร้างความเชื่อมั่น
ต่อผู้บรโิ ภค นอกจากนี้ ตอ้ งทาการตลาดทต่ี รงกลุ่มเปา้ หมายอยา่ งตอ่ เน่อื ง เพื่อรกั ษาและขยายสว่ นแบ่ง
การตลาด ท้ังน้ี ต้องเร่งผลักดันโครงการพัฒนาเมืองสุขภาพต้นแบบให้สัมฤทธ์ิผลในเชิงประจักษ์
เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับพื้นท่ีอื่นต่อไป อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องให้ความสาคัญกับมาตรการ
สาธารณสุขที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขอนามัย และโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคอุบัติใหม่
ได้อยา่ งมีศกั ยภาพ เพอ่ื สร้างความเชอ่ื มน่ั ใหแ้ ก่นกั ท่องเทีย่ วในการตดั สนิ ใจเดินทางมายงั ประเทศไทยดว้ ย
๑.๒ เป้าหมาย : อันดบั รายไดก้ ารทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพของประเทศไทย
ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซ่ึงมีจุดแข็ง
ในการบริการทางการแพทย์ อย่างไรก็ดี จากกระแสการใสใ่ จในสุขภาพและความงาม และการเขา้ สสู่ ังคม
สูงวัยที่จะทาให้มีนักท่องเที่ยวซ่ึงมีอานาจในการซื้อสูงเพ่ิมข้ึน ดังน้ัน จึงเป็นโอกาสสาหรับประเทศไทย
ในการท่ีจะพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเท่ียวในเมืองรองท่ีมีศักยภาพ
ด้านการท่องเท่ียวสุขภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนเป้าหมายการเพ่ิมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
ด้านการท่องเท่ียวต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยมีปัจจัยสาคัญท่ีจะทาให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่
๒๕
ความเชื่อม่ันของผู้บริโภคต่อสุขภาพ ความงาม และการแพทย์แผนไทย การพัฒนาสถานประกอบการ
ใหม้ ีศักยภาพและมีมาตรฐาน และการตลาดทีด่ ึงดดู กลมุ่ เปา้ หมายธุรกจิ สุขภาพ
สถานการณ์การบรรลุเป้าหมาย : จากการจัดอันดับโดย Global Wellness Institute
ประจาปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยมีอันดับรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอยู่ในอันดับท่ี ๑๓ ของโลก
ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเท่ียวมักเดินทางมาเพ่ือรักษาโรคเฉพาะทาง และบริการด้านศัลยกรรมความงาม
เน่ืองจากเทคโนโลยีด้านการแพทย์ของไทยค่อนข้างทันสมัย และมีค่าใช้จ่ายต่ากว่าประเทศอ่ืน
แต่เมื่อพิจารณาอันดับรายได้ของประเทศไทยในช่วงปี ๒๕๕๗ - ๒๕๖๑ ยังอยู่ในระดับคงที่ ในอันดับท่ี ๑๓
มาโดยตลอด ดังนั้น เป้าหมายที่อันดับ ๑๒ ของโลกจึงมีแนวโน้มที่ประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมาย
ได้ไม่ยากนัก โดยยังต้องพยายามรักษาและพัฒนาคุณภาพของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพ่ือดึงดูด
นกั ท่องเท่ยี วตอ่ ไป
การดาเนินการท่ีผ่านมา : พบว่ามีการเตรียมความพร้อมด้านบริการทางการแพทย์และส่งเสริม
การตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผ่านการดาเนินโครงการด้านการตลาดที่สาคัญ เช่น โครงการ Amazing Health and Wellness in
Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และโครงการส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ของกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา นอกจากนี้ ยังมีการให้ความสาคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพ
ของบุคลากรที่เก่ียวข้อง โดยการดาเนินโครงการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการดูแลรักษาสุขภาพ
และโครงการพฒั นาบคุ ลากรท้ังด้านสุขภาพ และภาษาตา่ งประเทศเพ่ือรองรบั การทอ่ งเทีย่ วเชิงสุขภาพ
ประเด็นท้าทายที่ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมาย : แม้ว่าประเทศไทยจะมีชื่อเสียงด้านการบริการ
ทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างชาติท่ีมีกาลังซ้ือสูง อย่างไรก็ดี ผลการจัดอันดับขีดความสามารถ
ในการแข่งขันทางการท่องเท่ียวของประเทศไทยด้านสุขภาพและสุขอนามัย พบว่าประเทศไทย
อยู่ในอันดับท่ี ๘๘ ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งดีขึ้นจากอันดับที่ ๙๐ ในปี ๒๕๖๐ สะท้อนถึงระบบสาธารณสุข
ในประเทศไทยยงั ไม่ดพี อ อาจกระทบตอ่ ความเชื่อมั่นของนักทอ่ งเทยี่ วเชงิ สขุ ภาพได้
ข้อเสนอแนะในการบรรลุเป้าหมาย : เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ประเทศไทย
ต้องเร่งรัดการดาเนินงานเพื่อสร้างความเช่ือม่ันให้กับนักท่องเท่ียวต่อระบบการแพทย์และสาธารณสุข
ของไทย โดยเรง่ พัฒนาบริการทางการแพทย์และอนามัยสาหรบั คนในประเทศ มุ่งเน้นการเพ่ิมผลิตภาพ
ของแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านการส่งเสริมและสร้างบุคลากรการท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพที่มีศักยภาพมากขึ้น เช่น โครงการ Travel Medicine Excellent Center และการสร้าง
รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบใหม่ท่ีกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มรายได้
จากการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สขุ ภาพ
๒๖
๑.๓ เป้าหมาย : สถานประกอบการด้านการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพและบริการทางการแพทย์
ไดร้ ับมาตรฐานเพ่ิมขนึ้
คุณภาพและมาตรฐานของสถานประกอบการเป็นปัจจัยสาคัญต่อการตัดสินใจเดินทาง
ของนักท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย โดยการเพิ่มจานวนสถานประกอบการ
ท่ีมีคุณภาพจะทาให้มีโอกาสในการรองรับนักท่องเที่ยวที่มากข้ึน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
ให้กับชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรองที่มีทรัพยากรบุคคลและส่ิงแวดล้อมด้านสุขภาพจานวนมาก
อย่างไรก็ตาม ควรให้ความสาคัญประเด็นการพัฒนาการยกระดับสถานประกอบการด้านการท่องเท่ียว
เชงิ สขุ ภาพให้ได้มาตรฐาน และการพฒั นาสมรรถนะบุคลากรทางการแพทย์
สถานการณ์การบรรลุเป้าหมาย : ปัจจุบันยังไม่มีการเก็บข้อมูลสถานประกอบการ
ด้านการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ และบริการทางการแพทย์ท่ีสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม สามารถเทียบเคียง
จากข้อมูลของกรมส่งเสริมบริการสุขภาพท่ีได้เก็บข้อมูลจากสถานประกอบการสปา นวดเพื่อสุขภาพ
และความงามท่ีได้รับการรับรองมาตรฐาน ซ่ึงในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ มีจานวนสถานประกอบการ
ท่ีได้รับมาตรฐาน จานวน ๓,๓๑๒ แห่ง ขยายตัวร้อยละ ๓๗ ต่อปี ท้ังน้ี หากมีการเช่ือมโยง
สถานประกอบการเหล่านี้กับกิจกรรมทางการท่องเที่ยวได้จะเป็นปัจจัยสาคัญที่จะส่งผลให้ประเทศไทย
สามารถบรรลุค่าเป้าหมายท่ีกาหนดให้มีการขยายตัวของจานวนสถานประกอบการด้านการท่องเท่ียว
เชงิ สุขภาพและบริการทางการแพทย์ ร้อยละ ๕
การดาเนินการที่ผ่านมา : ได้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เก่ียวข้องกับสถานประกอบการ
ด้านสุขภาพ เช่น พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ และพระราชบัญญัติ
การสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด อีกท้ัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพซ่ึงเป็นหน่วยงานหลัก
ด้านการรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได้ดาเนินการสร้างความรู้ให้กับผู้ประกอบการ
เพื่อสุขภาพ และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานให้กับสถานประกอบการ
เพอื่ สขุ ภาพ โดยบูรณาการและใหอ้ านาจกับทอ้ งถน่ิ ในการตรวจสอบ และรบั รองมาตรฐานอยา่ งต่อเนอื่ ง
ประเด็นท้าทายที่ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมาย : การบังคับใช้กฎหมายเก่ียวกับ
สถานประกอบการด้านสุขภาพ ได้กาหนดให้หน่วยงานหลักมีอานาจในการตรวจสอบและรับรอง
มาตรฐานสถานประกอบการดา้ นสขุ ภาพ และสามารถเอาผดิ กบั สถานประกอบได้ ซ่ึงเปน็ ไปตามทร่ี ะบไุ ว้
ในกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดาเนินคดีต้องใช้เวลาถึง ๑๒๐ วัน ส่งผลให้สถานประกอบการ
ส่วนใหญ่ไม่เห็นความจาเป็นของการขอรับมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่
ไมม่ ใี บรับรองท่ีถกู ต้องตามกฎหมายโดยเฉพาะผูใ้ ห้บรกิ ารด้านสปา การนวด และความงาม
ข้อเสน อแนะในการบ รรลุเป้ าหมาย : แม้การดาเนิ น งาน ท่ีผ่าน มาจะมีจานวน
สถานประกอบการและผู้ให้บริการท่ีได้รับมาตรฐานเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แต่ยังมีสถานประกอบการ
และผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ยังไม่ได้รับมาตรฐานด้วยเช่นกัน จึงควรมีการเพ่ิมประสิทธิภาพ
ของการตรวจสอบมาตรฐานให้รวดเร็วข้ึนและบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้
๒๗
กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นความสาคัญของการใช้บริการกับผู้ให้บริการ
และสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อจูงใจและสร้างความตระหนักให้กับผู้ประกอบการ
เห็นถึงความจาเป็นในการได้รับมาตรฐาน นอกจากน้ี ควรมีการให้ความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพ
ของบุคลากรและสถานประกอบการแก่ผู้ประกอบการท่ีต้องการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้สามารถรักษา
ระดบั มาตรฐาน และควรมีการกากับตดิ ตามสถานประกอบการท่ไี ดร้ บั มาตรฐานแล้วอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
๓.๒ การดาเนินงานของหนว่ ยงานภาครฐั
๓.๒.๑ กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกีฬา
ผ้แู ทนกระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี า ให้ข้อมลู เกย่ี วกบั การท่องเทย่ี วเชงิ สุขภาพ๒ สรปุ ได้ ดังนี้
นยิ ามการท่องเทีย่ วเชิงการแพทย์ และการทอ่ งเท่ียวเชงิ สุขภาพ
- การท่องเทย่ี วเชงิ การแพทย์ (Medical Tourism) หมายถึง การท่องเท่ียวท่ีมีการใชบ้ รกิ าร
ทางการแพทย์ เพอื่ การรักษาพยาบาลอาการเจ็บปว่ ย หรือเพื่อการเสรมิ ความงาม
- การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) หมายถึง การท่องเที่ยวท่ีมีเป้าหมาย
เพ่อื การบาบัดหรอื ฟ้ืนฟรู ่างกายจากอาการเจ็บปว่ ย หรือเพ่อื ใหส้ ุขภาพแข็งแรง
กลไกขับเคล่อื นการทอ่ งเทย่ี วเชิงสขุ ภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย
ปัจจบุ ันมีกลไกขับเคล่ือนการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทยแ์ ผนไทย ดังน้ี
(๑) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ประเด็น การท่องเที่ยว แผนย่อยการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย มติคณะรัฐมนตรี
เม่ือวนั ท่ี ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้มอบหมายใหก้ ระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกีฬาเปน็ เจา้ ภาพหลกั
(๒) ดาเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
(Medical Hub) (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี ๑๓ กนั ยายน ๒๕๕๙ ผา่ นกลไก
คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ Medical Hub ระดับชาติ โดยมีคณะกรรมการอานวยการพัฒนา
และส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้าน Medical and Wellness Tourism โดยรัฐมนตรี
วา่ การกระทรวงการทอ่ งเทีย่ วและกฬี า และกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันเป็นประธาน
(๓) กลไกขับเคลื่อนในเร่ืองของงบประมาณ คือ แผนงบประมาณบูรณาการ ปี ๒๕๖๓
มีโครงการภายใต้แผนงานงบประมาณบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเท่ียว ปี ๒๕๖๓ มีขอบเขต
การดาเนนิ งาน ดังน้ี
- การท่องเทย่ี วเชงิ สขุ ภาพ เช่น สปา โยคะ การดแู ลผู้สงู อายุ เวชศาสตร์ฟน้ื ฟู การนวด
เพื่อผอ่ นคลาย
- การเสรมิ ความงาม เช่น ศลั ยกรรมความงาม เวชศาสตร์ชะลอวัย เสต็มเซลล์ การแปลงเพศ
๒ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว ในคณะกรรมาธกิ ารการท่องเท่ียว วุฒิสภา, วนั อังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๓.
๒๘
- การแพทย์แผนไทย เช่น นวดแผนไทย การประคบ กายภาพบาบดั
- การท่องเที่ยวทางการแพทย์เฉพาะด้าน เช่น ศัลยกรรมเสริมความงาม การตรวจ
สุขภาพประจาปี ทันตกรรม จักษุวิทยา การรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก ศัลยกรรมกระดูกและผ่าตัดหัวใจ
เปน็ ต้น
เป้าหมายตามแผนยอ่ ยการทอ่ งเท่ยี วเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทยแ์ ผนไทย มีดังน้ี
(๑) รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทยเพิ่มขึ้น รับผิดชอบ
โดยกระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกฬี า
(๒) อันดับด้านรายได้การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของประเทศ รับผิดชอบโดยกระทรวง
การทอ่ งเทย่ี วและกีฬา
(๓) สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบริการทางการแพทย์ได้รับ
มาตรฐานเพิม่ ข้นึ รับผดิ ชอบโดยกระทรวงสาธารณสุข
โครงการภายใตแ้ ผนงานบรู ณาการสร้างรายไดจ้ ากการท่องเทีย่ ว ปี ๒๕๖๓
ตามแนวทางแผนย่อยการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย เป็นไปตาม
ตัวชี้วดั ระหวา่ งปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๕ จานวน ๒ เรือ่ ง มีดงั นี้
(๑) อันดับด้านรายได้การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของประเทศไทย โดย Global Wellness
Institute เป็นอนั ดบั ท่ี ๑๒
(๒) ร้อยละของสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพใหม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมาย
กาหนด จานวน ๙,๐๐๐ แห่ง มีจานวน ๔ โครงการ งบประมาณ ๘๖.๑๒๘๒ ล้านบาท ดังน้ี
(๒.๑) โครงการยกระดับการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย
ครบวงจร รับผิดชอบโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
ได้รับงบประมาณ จานวน ๖ ล้านบาท
(๒.๒) โครงการพัฒ นาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพและการแพทย์ รับผิดชอบ
โดยกรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสขุ ได้รับงบประมาณ จานวน ๙.๕๔๙๔ ลา้ นบาท
(๒.๓) โครงการพัฒนาระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารในพ้ืนท่ีท่องเท่ียว รับผิดชอบ
โดยกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ ได้รบั งบประมาณ จานวน ๒.๑๕๒๐ ล้านบาท
(๒.๔) โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับผิดชอบโดยการท่องเที่ยว
แหง่ ประเทศไทยและกระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกฬี า ไดร้ บั งบประมาณ จานวน ๖๘.๔๒๖๘ ล้านบาท
สรุปโครงการตามคาของบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการสรา้ งรายได้จากการท่องเที่ยว
ปี ๒๕๖๔ ตามแนวทางแผนย่อยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย เป็นไป
ตามตวั ชว้ี ัดระหว่าง ปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๕ จานวน ๓ เรอ่ื ง ดังนี้
(๑) อัตราการขยายตัวของรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์
แผนไทย ขยายตัวร้อยละ ๕
๒๙
(๒) อันดับด้านรายได้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย โดย Global Wellness
Institute เปน็ อันดบั ที่ ๑๒
(๓) อัตราการเพ่ิมข้ึนของจานวนสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพท่ีได้รับ
มาตรฐานการท่องเทย่ี ว เฉลี่ยเพิม่ ข้ึนรอ้ ยละ ๕
มี ๒๖ หนว่ ยงาน เสนอคาของบประมาณรวม ๕๖๑.๓๙๘๘ ล้านบาท ไดแ้ ก่
- สานักงานปลัดกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา
งบประมาณ จานวน ๓๗.๔๖๗๐ ล้านบาท ไม่ไดร้ บั การจดั สรรงบประมาณ
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา งบประมาณ จานวน
๖๐ ล้านบาท
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ งบประมาณ จานวน ๙.๒๔๔๔ ล้านบาท
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข งบประมาณ
จานวน ๓.๖๗๐๓ ล้านบาท
- กรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข งบประมาณ จานวน ๓.๔๕๐๕ ล้านบาท
- กระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สถาบันการศึกษา จานวน ๒๐ แห่ง)
ไม่ได้รบั การจดั สรรงบประมาณ
๓.๒.๒ กระทรวงสาธารณสขุ
๓.๒.๒.๑ กรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ
ผู้แทนกรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข๓ ใหข้ ้อมลู สรปุ ได้ ดังน้ี
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพรับผิดชอบในส่วนนโยบาย Medical Hub ต้ังแต่
ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้อยู่ในยุคที่ ๓ ของแผน Medical Hub เป็นแผนที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙ มีคณะกรรมการอานวยการพัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง
ด้าน Medical and Wellness Tourism ท่ีมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา เปน็ ประธาน ตอ่ มาคณะรฐั มนตรีได้มีมติเม่ือวันท่ี ๒๐ มิถนุ ายน ๒๕๖๐
ใหแ้ ต่งตง้ั คณะอนกุ รรมการ จานวน ๔ คณะ แบ่งตามผลผลิตหลักท่ีสรา้ งรายไดใ้ ห้กบั ประเทศไทย ซงึ่ การขบั เคลอื่ น
นโยบายจะประชาสัมพันธ์ในจุดแข็ง และเพิ่มเติมในเรื่องศาสตร์แพทย์ทางเลือก หรือสมุนไพร ดังนั้น
ในยทุ ธศาสตร์ Medical Hub จึงมี ๔ ผลผลิตหลักทส่ี รา้ งรายไดเ้ ข้าสปู่ ระเทศไทย ดงั น้ี
(๑) คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เปน็ ศูนย์กลางบรกิ ารรกั ษาพยาบาล
(Medical Service Hub) เน้นในโรงพยาบาลหรอื คลนิ กิ ทเ่ี ป็นจุดแข็ง
๓ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทา
และดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการท่องเท่ียว ในคณะกรรมาธิการการท่องเท่ียว วุฒิสภา, วันอังคารที่ ๓ มีนาคม
๒๕๖๓.
๓๐
(๒) คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบรกิ ารเพื่อส่งเสริมสขุ ภาพ
(Wellness Hub) ดูแลเก่ียวกับสปา นวด การท่องเท่ียวแบบพานักระยะยาว หรือกลุ่มท่ีเป็นการดูแล
ระยะยาว
(๓) คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการวิชาการ
และงานวจิ ยั (Academic Hub) เนน้ เกีย่ วกับโรงเรยี นแพทย์ งานวิจัย การประชุมวจิ ัยนานาชาติ
(๔) คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์
สุขภาพ (Product Hub) เกี่ยวกบั ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ เร่ืองแพทย์แผนไทย สมุนไพร
ความหมายหรือนิยามของ Medical Hub จะเป็นคาสากล ในหลายประเทศ
คาว่า Medical Hub จะแตกต่างจากประเทศไทย ต่างประเทศจะเป็นการรักษาพยาบาลเท่านั้น
เชน่ สาธารณรฐั สงิ คโปร์ ประเทศมาเลเซยี สาธารณรัฐเกาหลี แตป่ ระเทศไทยจะมคี วามแตกต่างเนือ่ งจาก
มีบรบิ ทเก่ียวกับภูมิปัญญาไทย นโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนยก์ ลางด้านอตุ สาหกรรมการแพทย์
ครบวงจรสอดรับนโยบายตา่ ง ๆ ดังนี้
- สอดรับกบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ดา้ นความสามารถในการแข่งขนั
- สอดรบั กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ เรื่อง การสรา้ ง
ความเข้มแขง็ ทางเศรษฐกจิ และแข่งขนั ไดอ้ ย่างยัง่ ยนื
- สอดรับกบั อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (New Engine of Growth New
S - Curve)
- สอดรบั กบั แผนของกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง สาธารณสุข ๔.๐
- สอดรบั กบั นโยบายการค้าเสรี เรือ่ ง Health and Social Service
- สอดรับกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง พัฒนา
บรกิ ารสุขภาพ
- สอดรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวง
การต่างประเทศ
การขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็น
ศูนย์กลางสขุ ภาพนานาชาติ (Medical Hub) (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙)
ด า เนิ น ก า รผ่ า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร อ า น ว ย ก า ร เพื่ อ พั ฒ น า ป ร ะ เท ศ ไ ท ย ให้ เป็ น
ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) โดยกรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ เป็นเลขานุการ
ของคณะกรรมการ
การกาหนดมาตรการสาคัญ เช่น การขยายเวลาการอานวยความสะดวก
จะนาเร่ืองเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพ่ือมอบหมายหน่วยงานต่าง ๆ นาไปขับเคล่ือน
ดังนั้น การดาเนินการเก่ียวกับนโยบาย Medical Hub จึงมีความเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง รวมท้ัง
ภาคเอกชนท่ีเกี่ยวข้อง เช่น สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาคมคลินิกไทย สมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์
๓๑
เวลเนสไทย สมาคมสปาไทย โรงเรียนผลิตแพทย์ สานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) ส่วนกลุ่มผลิตภณั ฑจ์ ะประสานกับสมาคมเปน็ ส่วนใหญ่ เชน่ นายกสมาคมสมนุ ไพรไทย
ตัวชี้วัดหลักที่สาคัญ คือ สร้างรายได้จากการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ความงาม
และแพทย์แผนไทย รายไดท้ ่ีกาหนดภายใต้งบประมาณบรู ณาการ คือ รายไดเ้ พ่ิมขึ้นร้อยละ ๕ ซ่ึงอันดับ
ขดี ความสามารถในการแขง่ ขันด้านรายได้การทอ่ งเท่ียวเชงิ สุขภาพของประเทศไทย จะใชต้ ัวชี้วดั อ้างอิง
ของ ๒ หน่วยงาน คือ Global Wellness Institute และ The world Economic Forum จะเห็นว่า
การขับเคลอ่ื นเชอ่ื มโยงมิตกิ ารพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐาน มิติเร่ืองความปลอดภยั มิตบิ รรยากาศ การลงทุน
และความพรอ้ มของประเทศไทย
การดาเนินงานส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบจะมุ่งเน้นประสาน
ไปยังภาคเอกชนเป็นหลัก มีบางส่วนยกระดับหรือพัฒนาคุณภาพของภาครัฐท่ีมีความพร้อม
ร่วมขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวความสาเร็จของผลการดาเนินงาน Medical Hub ในประเทศไทยต้ังแต่
ปี ๒๕๔๗ จนถงึ ปัจจุบนั มดี ังนี้
๑) คุณภาพมาตรฐานการให้บรกิ าร
ปจั จุบันมาตรฐานท่ีเป็นสากลและเปน็ ท่ียอมรับของโรงพยาบาลหรือคลินิก
ได้แก่ มาตรฐาน JCI (Joint Commission International) เป็นมาตรฐานขององค์กรสากลจากประเทศ
สหรฐั อเมริกา ปจั จบุ นั มีจานวน ๖๗ แห่งท่วั ประเทศไทย เม่ือโรงพยาบาลผ่านมาตรฐาน JCI ทาให้บรษิ ัท
ประกันสุขภาพให้การยอมรับเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ นอกจากนั้น ยังมีมาตรฐาน HA (Hospital
accreditation) ซ่ึงหมายถึง การรับรองคุณภาพสถานพยาบาลโดยเฉพาะ มีโรงพยาบาลในประเทศไทย
ผ่านมาตรฐาน ประมาณ ๑,๔๐๐ แห่ง ซึ่งทั้ง ๒ มาตรฐาน คือ JCI และ HA ได้ผ่านมาตรฐาน
International Society for Quality in Healthcare หรือ “ISQua” ซ่ึงเป็นองค์กรสากลท่ีให้การรับรอง
หนว่ ยงานทรี่ ับรองสถานพยาบาลในประเทศตา่ ง ๆ ทัว่ โลก
ปัจจุบันยังมีมาตรฐานอื่นเพ่ิมเติม เช่น มาตรฐาน GHA (Global Healthcare
Accreditation) ซึ่งเป็นมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาในการรับรองเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยชาวต่างชาติ
ทีม่ กี ระบวนการทง้ั ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การรักษา จนผ้ปู ว่ ยเดนิ ทางกลบั ประเทศทั้งหมด เช่น การจอง
ลาดับการนัดหมาย การเตรียมการด้านสายการบิน โรงแรมช่วงพักฟื้น จนถึงการเดินทางกลับประเทศ
โรงพยาบาลเอกชนท่ีได้รับการรับรอง เช่น โรงพยาบาลบารุงราษฎร์ หรือโรงแรมรองรับลูกค้าเก่ียวกับ
การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพหรือการแพทย์เข้าพักจะมีมาตรฐาน Well Hotel มีส่ิงอานวยความสะดวก
เช่น ฟิตเนส ห้องอาหารเพื่อสุขภาพ ระบบการจอง ซ่ึงโรงแรมขนาดใหญ่ที่อยู่ในเครือจากต่างประเทศ
หรอื โรงแรมขนาดใหญ่เริม่ ผ่านการรบั รองมาตรฐานดังกลา่ ว
๓๒
๒) จานวนนกั ท่องเท่ยี วเชงิ สขุ ภาพเพิ่มข้นึ
จานวนชาวต่างชาติท่ีเดินทางเข้ามาท่องเท่ียวเชิงสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ พบว่า ปี ๒๕๕๙ มีจานวน ๒.๖ ล้านคร้ัง ปี ๒๕๖๐ จานวน
๓.๓ ลา้ นครง้ั และปี ๒๕๖๑ จานวน ๓.๔๒ ลา้ นครง้ั
ภายใต้ไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๓ เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) การจดั เกบ็ จานวนนกั ทอ่ งเท่ียวจะมกี ารจัดเก็บอย่างเรง่ ดว่ น
ใน ๑๑ ประเทศที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของไทย ตลาดหลัก คือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
สาธารณรฐั ประชาชนจนี ตลาดเดมิ ท่มี ีศักยภาพ คือ ตะวนั ออกกลาง ประเทศญีป่ ุน่ ในสว่ นตลาดอเมรกิ า
หรือจากทวีปยุโรปเริ่มเดินทางเข้ามามากขึ้น แต่มีข้อจากัด คือ บางส่วนเป็นรัฐสวัสดิการ หากไม่อานวย
ความสะดวกในกฎเกณฑ์เก่ียวกับกลไกการชาระเงินจะทาให้เดินทางเข้ามาน้อย ซ่ึงคนกลุ่มนี้จะเดินทาง
เข้ามาในช่วงฤดูร้อน สาหรับตลาดใหม่ เช่น สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ตลาดเหล่าน้ีได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
มากเช่นกัน ช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๓ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะประสานขอข้อมูล
จากโรงพยาบาลภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงสาธารณสขุ และกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพอยรู่ ะหว่างการดาเนินการ
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operations Center, EOC) ซ่ึงการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ประมาณร้อยละ ๘๐ จะเดินทางโดยเคร่ืองบินผ่านกระบวนการนัดหมาย และร้อยละ ๒๐ ผ่านบริษัท
ต่างชาติท่ีอยู่ในประเทศไทย ซ่ึงจะซ้ือ Private Insurance ครอบคลุมให้กับพนักงาน ส่วนใหญ่จะใช้
บริการในโรงพยาบาลเอกชน เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช จะเห็นได้ว่าโรคระบาดจะเป็นปัจจัยหลัก
ที่มีผลกระทบอย่างน้อย ๖ เดือน รายได้ที่เข้าสู่ประเทศไทยจะเป็นตัวชี้วัดและรายงานเข้าสู่ระบบ
ของยุทธศาสตร์ชาติ ข้อมูลจากผลการวิจัยของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปี ๒๕๖๒ Medical Hub
สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ปี ๒๕๕๙ จานวน ๒.๕ หมื่นล้านบาท ปี ๒๕๖๐ จานวน ๔.๘ หม่ืนล้านบาท
ปี ๒๕๖๑ เพ่ิมข้ึนร้อยละ ๖.๒ และปี ๒๕๖๒ เติบโตขึ้นจากฐานเดิม ร้อยละ ๓.๔ จากการประมาณการ
ในช่วง ๔ – ๕ ปี ในอนาคตคาดว่าจะไม่มีการเพิ่มข้ึน ในเร่ืองฐานข้อมูลในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทย
ติดอันดับ ๑ - ๕ ของโรงพยาบาลท่ีดีท่ีสุดในโลก และในปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยติดอันดับ ๑ ใน ๑๐
ของโรงพยาบาลที่ดีที่สดุ ในโลก
๓) มคี วามพร้อมด้านบุคลากร
ประเทศไทยมีบุคลากรครบทุกสาขาตั้งแต่แพทย์เฉพาะทาง แพทย์เฉพาะทาง
สาขาต่อยอด ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามารักษาได้ต้ังแต่หัวจรดเท้าหรือท้ังตัว อันถือเป็นจุดแข็ง
ท่ีสาคัญ ปัจจุบันมีกลุ่มระดับกึ่งวิชาชีพช้ันสูง เช่น กลุ่มนักบาบัดโรค กลุ่มดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
ในอนาคตจะเริ่มทวีความสาคัญรองรบั กลมุ่ ท่ีเปน็ เชิงสขุ ภาพ
๓๓
๔) ราคาสมเหตสุ มผล
ร า ค า รั ก ษ า ใน ป ร ะ เท ศ ไ ท ย มี ค ว า ม ส ม เห ตุ ส ม ผ ล เมื่ อ เป รี ย บ เที ย บ
กับการรักษาพยาบาลแต่ละครั้งในต่างประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกันประมาณ ๗ - ๑๐ เท่า ประเด็นสาคัญ
คือ เม่อื รับตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลร้อยละ ๙๐ รักษาหายและมสี ขุ ภาพดตี ามเกณฑ์ทีก่ าหนด
๕) สิ่งอานวยความสะดวก
โรงพยาบาลเอกชนมีอาคารผู้ป่วยหรือห้องพยาบาลท่ีเป็นนานาชาติ มีล่าม
มีแพทย์ท่ีส่ือสารภาษาได้ มีระบบ concierge มีเจ้าหน้าท่ีดูแลผู้ป่วยและญาติและมีส่ิงอานวย
ความสะดวกครบวงจร รวมท้งั มรี ะบบการเช่ือมโยงศนู ยก์ ลางตา่ ง ๆ
กิจกรรมที่เป็นมาตรการสาคัญหรือแผนปฏิบัติการเร่งรัด ในการกระตุ้น
เศ ร ษ ฐ กิ จ เพ่ื อ ส ร้ างรา ย ได้ จา ก ก ารพั ฒ น า ป ระเท ศ ไท ย ให้ เป็ น ศู น ย์ ก ล างสุ ข ภ าพ น าน าช า ติ
(นโยบาย Medical Hub)
ดาเนินงานส่งเสริมจุดแข็งเพ่ือเพิ่มขีดความสามารถผ่าน ๔ กลุ่ม คือ บริการ
รักษาพยาบาล (Service) บริการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) บริการวิชาการและงานวิจัย
(Academic) และผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product) ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการอานวยการ
พั ฒ น าแ ละ ส่งเสริม ป ระ เท ศ ไท ยให้ เป็ น ศูน ย์ กล างด้ าน Medical and Wellness Tourism
เปน็ ท่ีเรียบร้อยแล้ว ซึง่ มีรายละเอียดทง้ั ๔ กลุ่ม ดังนี้
๑) บริการรักษาพยาบาล (Service) ๑๐ กลุ่ม ไดแ้ ก่
(๑) การแพทยเ์ ชงิ ฟื้นฟู หรือ Regenerative Medicine รวมถงึ เวชศาสตร์
ชะลอวัยและ retreat จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนักท่องเท่ียวท่ีเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ไม่ได้มารักษาพยาบาลเป็นการเฉพาะ แต่จะเข้ามารักษาในเชิงสุขภาพมากขึ้น และจะมีความสาคัญ
มากข้ึนเร่อื ย ๆ เห็นได้จากทศิ ทางการประกอบธรุ กิจของโรงพยาบาลทสี่ นับสนนุ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สุขภาพ
เช่น มีศูนย์สุขภาพมากขึ้น ซึ่งสามารถเห็นได้จากโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยถือ
เป็นลาดับ ๑ ทอ่ี ยใู่ นกลมุ่ นี้
(๒) การแพทย์ทางเลือก หรือ Alternative Medicine ซึ่งประเทศไทย
มคี วามพร้อมในการใหบ้ ริการกลมุ่ รักษาโรคทม่ี ีความซับซ้อน เช่น
(๒.๑) การรักษาในกลุ่มโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด Cardio Science
(๒.๒) กลา้ มเนอื้ และกระดกู Musculoskeletal
(๒.๓) มะเร็ง Cancer
(๒.๔) ต้อกระจก Eye treatment : cataract เป็นจุดแข็งท่ีสามารถ
สร้างรายได้
(๓) กลมุ่ ทสี่ ามารถรอการรกั ษาหรอื วางแผนนดั ลว่ งหนา้ ได้
๓๔
(๓.๑) ศัลยกรรม ความงาม การทาเลเซอร์ แปลงเพศ ในกลุ่มดังกล่าว
เร่มิ มีคลนิ ิกขออนุญาตประกอบการ มีค่แู ขง่ สงู และมนี ักท่องเทยี่ วเดินทางเข้ามาโดยเครื่องบิน จากอัตรา
การรกั ษาท่ีประสบความสาเร็จสงู และราคาเหมาะสม เชน่ โรงพยาบาลยนั ฮี
(๓.๒) การปฏสิ นธิภายนอกร่างกาย หรือการทาเด็กหลอดแกว้ In – vitro
Fertilization : IVF
(๓.๓) ทนั ตกรรม
(๔) กลุ่มท่ีเริ่มเข้ามามคี วามสาคัญ
- การแพทย์แบบเฉพาะเจาะจง หรอื Precision Medicine
๒) บรกิ ารเพือ่ สง่ เสรมิ สุขภาพ (Wellness) มี ๕ กลมุ่ ดังนี้
(๑) Medical Spa ในอนาคตจะมีการประชาสัมพันธ์มากข้ึน จะเห็นได้ว่า
ทิศทางการลงทุนและพัฒนาของประเทศไทยผ่านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม สานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สานักงานนวัตกรรม
แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะปรับเปล่ียนทั้งหมดจากการรักษา
จากแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั เปน็ การแพทยแ์ บบเฉพาะเจาะจง
(๒) Anti-aged
(๓) Regenerative
(๔) Spa/Massage
(๕) Retreat
๓) งานวิจยั (Academic)
(๑) ประชมุ วิชาการ
(๒) ยกระดบั โรงเรยี นแพทย์
(๓) วิจัย พัฒนา มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาข้อมูล เพื่อรักษา
ทางพนั ธุกรรมหรอื การรกั ษาท่ีซับซ้อน ท่ผี ่านมาประเทศไทยทามากไดน้ อ้ ย จานวนผปู้ ่วยที่เดนิ ทางเขา้ มา
รักษาในประเทศไทยสูงมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของสาธารณรัฐสิงคโปร์ที่มีผู้ป่วยไม่สูงเท่า
ประเทศไทยแตก่ ลับมรี ายไดใ้ กล้เคยี งกัน
(๔) Online Learning ทิศทางของยุทธศาสตร์ คือ การมุง่ สกู่ ารแพทยแ์ บบ
เฉพาะเจาะจง มุ่งสู่การรักษาที่ทาน้อยได้มาก และปรับโครงสร้างพ้ืนฐานเข้าสู่ Digital Health มากข้ึน
เริ่มมีหลายโรงพยาบาลปรับตัวเป็นการแพทย์ทางไกล หรือการให้คาปรึกษาทางไกล ซ่ึงทิศทาง
การขบั เคลือ่ นการเพม่ิ ขดี ความสามารถทางการแขง่ ขนั จะผลักดันให้มากข้นึ
๔) ผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ (Product)
(๑) ยา
(๒) เครือ่ งมือ/อุปกรณ์
๓๕
(๓) ผลิตภณั ฑ์
(๔) ห้องปฏบิ ตั ิการ
กฎหมายที่เก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซ่ึงกรมสนับสนุนบริการ
สุขภาพกากบั ดูแล ไดแ้ ก่
- พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ทุกโรงพยาบาลหรือคลินิก
ก่อนดาเนินกิจการต้องได้รับการอนุญาตก่อน และอยู่ระหว่างพิจารณาประเภทคลินิกท่ีควรปรับ
ให้มีเพม่ิ ขึ้น เช่น แนวโน้มดา้ นความงาม กจิ กรรมดงั กล่าวกค็ วรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดูแลสถาน
ประกอบการสปา นวด ผา่ นการประกาศจากคณะรัฐมนตรี เรือ่ ง กิจการท่รี องรบั ผ้สู ูงอายุ
การขอขยายเวลาการตรวจลงตราเปน็ ๙๐ วัน
เร่ิมต้นจากการอานวยความสะดวกให้กลุ่มเป้าหมายหลัก โดยการขยายเวลา
รักษาพยาบาลในประเทศไทยไดน้ านข้นึ จากเดิม ๑๔ วนั หรือ ๓๐ วนั ขยายเป็น ๙๐ วัน เพ่ิมเติมให้กลุ่ม
ลูกค้าหลัก คือ กลุ่มประเทศ CLMV สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มตะวันออกกลาง และเตรียม
ขยายในตลาดประเทศญ่ปี ุ่นและประเทศสหรัฐอเมรกิ า ซงึ่ รอเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรฐั มนตรี
การขอขยายเวลาการตรวจลงตรากลมุ่ ทม่ี าพานักระยะยาว เปน็ ๑๐ ปี
กลุ่มท่ีมาพานักระยะยาวขยายเวลาจาก ๑ ปี เป็น ๑๐ ปี ในกลุ่ม ๑๔ ประเทศ
เฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เช่น ยุโรป อเมริกา เครือรัฐออสเตรเลีย หรือประเทศญี่ปุ่น และเตรียม
การขยายอีก ๔ ประเทศ ในขณะเดียวกันกลุ่มทวีปยุโรป กลุ่มพานักระยะยาวบางรายหากไม่มีการกาหนด
ในเร่ืองการทาประกันสุขภาพติดตัวเขา้ มา จะทาให้ไม่มีเงินเพียงพอเมื่อเจ็บป่วยหรือเข้ารกั ษาในโรงพยาบาล
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงสาธารณสุขได้มีแนวคิดให้นักท่องเที่ยวต่าง ชาติ
หากเดินทางเข้ามาพานักในประเทศไทยต้องซื้อประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพก่อนเข้าสู่ประเทศไทย
ตัง้ แตป่ ี ๒๕๕๖ ไดม้ กี ารศึกษากฎหมายท่ีเก่ียวขอ้ งอาศัยอานาจตามพระราชบัญญัติคนเขา้ เมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
จะเพิ่มหลักเกณฑ์ก่อนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซ่ึงพบว่ามีความยุ่งยาก เนื่องจากมีการเดินทาง
เข้ามาหลายช่องทาง เช่น ทางบก ทางน้า ทางอากาศ ซ่ึงทางอากาศมีถึงร้อยละ ๗๐ โดยมีแนวคิด
เพ่ิมค่าธรรมเนียมในบัตรโดยสาร ซึ่งจะต้องอาศัยกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติการเดินอากาศ
พ.ศ. ๒๔๙๕ แต่พบปัญหาหน่วยงานท่ีจัดเก็บ เม่ือพิจารณาจากกิจกรรมแล้วพบว่าการจัดเก็บมีความยุ่งยาก
ในระบบ จึงมีการแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเท่ียว พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้คณะกรรมการ
นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติอาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเท่ียว
ภายในประเทศของนักท่องเท่ียวชาวต่างชาติ เพ่ือใช้จ่ายในการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้ง
ใช้จ่ายในการจัดให้มีการประกันภัยแก่นักท่องเท่ียวชาวต่างชาติในระหว่างท่องเที่ยวภายในประเทศ ได้
ซง่ึ เป็นส่วนหนง่ึ ทส่ี ามารถแกไ้ ขปัญหาได้
๓๖
การขอตรวจลงตรากลุ่มผู้ที่มาพานักระยะยาว ๑ ปี ตอ้ งมปี ระกันสุขภาพ
ในทางปฏิบัตกิ ารตรวจลงตรากลมุ่ นกั ทอ่ งเทยี่ วพานักระยะยาว ระยะเวลาพานัก
๑ ปี ให้ซื้อประกันสุขภาพติดตวั เพ่ือประกอบการขอรับการตรวจลงตรารองรับผู้ปว่ ยนอกวงเงินไม่นอ้ ยกว่า
๔๐,๐๐๐ บาท และผู้ป่วยในวงเงินไม่น้อยกว่า ๔ แสนบาท ได้รับความร่วมมือจากสานักงาน
คณะกรรมการกากับและสง่ เสริมการประกอบธุรกิจประกนั ภัย สมาคมประกนั วนิ าศภัยไทย และสมาคม
ประกันชีวิตไทย มีการออกกรมธรรม์ประกันภัยประมาณ ๑๕ บริษัท ท้ังส่วนที่ซื้อจากต่างประเทศ
มาแสดงต่อสถานเอกอัครราชทูต หรือต่ออายุการตรวจลงตราคร้ังต่อไป ในขณะเดียวกันบางประเภท
การขอตรวจลงตราไม่เข้ากนั เชน่ การเขา้ มารักษาในกลมุ่ ผูม้ ีบตุ รยาก กลุ่มนักท่องเที่ยวจนี ให้ความนิยม
การตรวจลงตราที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ ซ่ึงอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์ประเภทใหม่ เรียกว่า
Medical Visa มีระยะเวลา ๑ ปี และสามารถเข้าออกไดห้ ลายครงั้
กล่มุ เชิงสุขภาพ
บรู ณาการกับหน่วยงานตา่ ง ๆ ในการยกระดับคุณภาพมาตรฐานพัฒนารปู แบบ
ธุรกิจของแต่ละบริการท่ีเป็นจุดแข็งให้ครบวงจรมากขึ้น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถมีมาตรฐาน
ทงั้ ในและตา่ งประเทศ เชน่ กลุ่มนวดไทย สปาไทย
นวดไทยไดร้ บั การขึ้นทะเบียนรับรองเปน็ มรดกโลก
ที่ผ่านมานวดไทยได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ท่ีจับต้องไม่ได้ ทาให้ประเทศไทยมีมูลค่าเพิ่มจากเมนูนวดไทยจากในประเทศและต่างประเทศ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ สถานเอกอคั รราชทูตไทย
ในต่างประเทศต่างยกระดับเมนูนวดไทยให้มีคุณค่ามากขึ้น ผู้ประกอบการต่างประเทศต่างนาเมนูนวดไทย
มาเป็นจุดขาย ส่ิงที่เตรียมการ คือ ร้านนวดไทยในต่างประเทศต้องมีมาตรฐานรองรับซ่ึงกรมสนับสนุน
บริการสุขภาพ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐให้มีตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ ซึ่งต้องผ่านกฎหมาย
ท้องถิ่นของรัฐในต่างประเทศก่อน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่เรียนจบนวดไทยจากประเทศไทย
เช่น วัดโพธ์ิ ๓๐๐ ชั่วโมง หรือ ๑๕๐ ชั่วโมง หรือ ๘๐ ช่ัวโมง ไม่สามารถนาใบประกาศท่ีได้จากประเทศไทย
ไปเสนอรับรองการทางานในต่างประเทศได้ เช่น ในสหรัฐอเมริกา พนักงานนวดจะตอ้ งได้รับใบอนุญาต
ประกอบอาชีพนวดจากคณะกรรมการนวดรักษาแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย (California Massage
Therapy Council – CAMTC) ซึ่งข้อจากัดของพนักงานนวด คือ เร่ืองภาษา เร่ืองการเรียน
โดยได้เจรจากับ CAMTC เพื่อขอรับรองหากไม่ได้จบหลักสูตรกลางท่ีกรมรับรองต้องไปเรียนเพิ่มเติม
ขณะน้ีมีโรงเรียนของคนไทยเปิดให้บริการเรียนที่เมืองซานฟรานซิสโก และเมืองลอสแองเจลิส โดยมี
ค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก สถานกงสุลและสมาคมนวดไทยในต่างประเทศร่วมผลักดันกับ CAMTC ให้มีข้อสอบ
ภาษาไทย และสร้างความเช่ือมั่นว่ามีคุณภาพมาตรฐาน ขณะเดียวกันในยุโรปมีนวดแอบแฝงค่อนข้างมาก
จึงเริ่มจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ร้านที่มีคุณภาพ ซ่ึงเป็นปัญหาที่ควรเร่งดาเนินการแก้ไขโดยด่วน
เร่ิมมีหลักสูตรนานาชาติมากข้ึน หลักสูตร ๑๑ หลักสูตรเป็นของประเทศไทย เป็นหลักสูตรกลาง
๓๗
ประมาณ ๘๐ ช่ัวโมง ๑๕๐ ชั่วโมง ๓๓๐ ชัว่ โมง ตา่ งประเทศในทวีปยุโรป หรืออังกฤษ เร่ิมเปน็ ลกั ษณะ
มอื อาชีพ เรียนจบแล้วต้องได้ใบอนุญาตจึงจะทางานได้ ในด้านความงามเป็นหลกั สูตรสากลท่ีทวีปยุโรป
รับรอง มีหลายโรงเรียนในประเทศไทยนาหลักสูตรเข้ามาเปิด เช่น โรงเรียนสอนวิชาชีพความงาม
และสุขภาพ สปาชีวาศรม ชีวาศรมอคาเดมี่ หากต้องการพัฒนากลุ่มความงามจาเป็นต้องมีโรงเรียน
และนาหลักสูตรเข้ามา และประสานกับสภาสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพท่ีมีความก้าวหน้าท่ีชัดเจน ร่วมมือ
กับทุกกระทรวงเพื่อยกระดับโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น สปาน้า พุร้อน
หรือแหล่งท่องเท่ียวเชิงสุขภาพท่ีมีน้าพุร้อนให้มีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยวในรูปแบบ Homestay
ยกระดับร่วมกับกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬาให้มีมาตรฐานมากขึ้น โดยจัดหลักสูตรการฝึกอบรม
ดา้ นตา่ ง ๆ ประสานชุมชนเขา้ มามสี ว่ นร่วมในการดาเนนิ งานเพือ่ ส่งเสริมการทอ่ งเทย่ี ว
ผลติ ภณั ฑ์
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท่ี ผ่ า น ก า ร รั บ ร อ ง จ า ก ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร อ า ห า ร แ ล ะ ย า
มีความสนใจวางจาหน่ายในห้างสรรพสินค้า เช่น Siam Paragon ICONSIAM จึงได้ประชุมกับสมาคม
ศูนย์การค้าไทยและสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ซึ่งทั้ง ๒ สมาคมมีความสนใจแต่ต้องดาเนินการจัดทา
แบบจาลองธุรกิจ หากเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลให้ขายสินค้าจะเป็นประโยชน์มากต่อผู้ประกอบการคนไทยที่มี
สนิ คา้ มคี ุณภาพ เน่ืองจากจะมีช่องทางวางจาหน่ายสนิ ค้า
ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ห ล า ย ร า ย มี ค ว า ม พ ร้ อ ม ไ ป ว า ง จ า ห น่ า ย ใน ต่ า ง ป ร ะ เท ศ
แต่มีข้อจากัดด้านกฎระเบียบ เช่น ตลาดจีน ตลาดยุโรป โดยเฉพาะตลาดยุโรป ต้องเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์
ท่ีปราศจากสารเคมี ต้องทดสอบกับห้องปฏิบัติการท่ีผ่านการรับรองจากต่างประเทศ การทา กิจการ
ต้องมีการค้าท่ีเป็นธรรม ต้องไม่นาแรงงานเด็กมาใช้งาน ต้องไม่ทดลองในสัตว์ ต้องไม่ผูกขาด
ทางการตลาด หลังจากน้ันนาสูตรไปผลิต มี ๒ รูปแบบ คือ ส่งออก และขายส่งหรอื ตัวแทนรับไปจดทะเบียน
ผู้ประกอบการคนไทยที่วางจาหน่ายในต่างประเทศได้ เช่น HARNN Ere Spa Pañpuri ซ่ึงกรมมีความยินดี
ในการเจรจากับ FDA (Food and Drug Administration) ของตา่ งประเทศ
การติดต่อธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ของต่างประเทศ ในตลาดสแกนดิเนเวีย
เครือเซ็นทรัล ได้ซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าไว้ และยินดีให้นาสินค้าไทยไปวางจาหน่ายได้ แต่ต้อง
มกี ารดาเนินการใหถ้ ูกต้องตามกฎหมายของประเทศนัน้ ๆ
การทดสอบในห้องปฏิบัตกิ ารแบบครบวงจร
การผลิตยาและเครื่องมือแพทย์อย่างครบวงจรในต่างประเทศ มีหน่วยงาน
ขนาดใหญ่ คือ บริษัท ทูฟ ซูด (ประเทศไทย) จากัด โดยมีห้องปฏิบัติการแบบครบวงจร ซ่ึงสาขาใหญ่
อยู่ท่ีเมืองมิวนิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ให้บริการห้องปฏิบัติการตั้งแต่ต้นน้าถึงปลายน้า ขณะน้ี
กาลังพิจารณาเพ่ือเชิญชวนให้มาลงทุนในประเทศไทยผ่านสานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออก หรือสานักงานคณะกรรมการสง่ เสริมการลงทุน ซ่ึงในประเทศไทยมหี ้องปฏิบัติการ
แยกเป็นส่วน ๆ หน้าที่ของกรม คือ การพัฒนาให้เกิดห้องปฏิบัติการแบบครบวงจร ซึ่งจะประชาสัมพันธ์
๓๘
ผ่านสานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออกเป็นหลัก เนื่องจากมีคณะกรรมการ
ทางานร่วมกับสานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และสานักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการบางส่วนให้ความสนใจและต้องการมีศูนย์สาธิต
นวตั กรรมทางการแพทย์ไทยใน ๔ ภาค เพือ่ การตอ่ ยอดเส้นทางการท่องเทยี่ วเชิงสขุ ภาพไดใ้ นอนาคต
การประชุมวิชาการ
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้รับมอบ หมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลัก
ในการจัดงาน Thailand Health Expo 2020 ในช่วงวันที่ ๔ – ๘ มีนาคม ๒๕ ๖๓ โดยเชิญ
ผู้ประกอบการท้ังหมดมาจัดประชุมนิทรรศการนานาชาติ ซ่ึงได้เลื่อนการจัดงานเนื่องจากสถานการณ์
แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) มีการประชุมในเรื่องแพลตฟอร์ม
ท่ีใช้ในการดาเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น แพลตฟอร์ม Alibaba ให้ความสนใจต้นน้า
เช่น การผลิตหน้ากากอนามัย ๑ ล้านช้ินจะสนใจโรงงานผลิต ดังนั้น หากสนใจในตลาดจีน หรือสนใจ
แพลตฟอร์มระหว่างประเทศ แนะนา Tmall เป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ที่มีการดาเนินการโดย Alibaba Group โดยการขายสินค้าใน Tmall ต้องเป็นร้านท่ีมีการจดทะเบียน
บริษัทแล้วเท่านั้น จึงจะสามารเปิดร้านค้าใน Tmall ได้ นับได้ว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้า
และความน่าเช่ือถือต่อผู้บริโภค ซ่ึงเป็นเว็บไซต์แบบ B2C (Business to consumer) มีนามสกุล ๒ ตัว
คือ นามสกลุ .uk และนามสกลุ .jd ซ่ึงนามสกุล.uk จะเป็นแพลตฟอร์มทเ่ี หมาะสาหรับจบั คู่กับผู้ให้บริการ
ของไทย ส่วนใหญ่เป็นการขายปลีกซ่ึงถือเป็นกิจการที่มีลักษณะปลายน้า ดังนั้น ในอนาคตจะมีแนวคิด
เปิดหน้าร้านของประเทศไทยเชื่อมโยงไปยังผู้ให้บริการท่ีแนะนาท้ัง ๔ ผลผลิต คือ โรงพยาบาล คลินิก
สปา นวด ผลิตภัณฑ์สุขภาพให้เข้ามาอยู่ในรายการข้อจากัด คือ ข้อมูลบางอย่างของโรงพยาบาล
หรอื คลินกิ ไมส่ ามารถนาบริการข้นึ ไปบนแพลตฟอร์มได้ ส่วนใหญเ่ ป็นสินค้าหา้ มโฆษณา
ส่วนการให้บริการด้านอ่ืน ๆ ได้ร่วมกับสานักงานส่งเสริมการจัดประชุม
และนทิ รรศการ (องค์การมหาชน) โน้มน้าวให้มีการจัดการประชุมในประเทศไทยมากขนึ้ ซึง่ จะสามารถ
สร้างรายไดเ้ ข้ามาสูป่ ระเทศไทยไดเ้ ปน็ จานวนมาก เน่ืองจากมกี ารใช้จา่ ยตอ่ คนในจานวนสูง
ดา้ นการรว่ มมือทางการศกึ ษาทีน่ า่ สนใจ
โรงเรียน แพ ท ย์ใน กลุ่มป ระเท ศ CLMV (Cambodia, Laos, Myanmar,
Vietnam) ระบบสุขภาพบางส่วนยังเปน็ ผตู้ าม ประเทศไทยให้ความช่วยเหลือประสานเร่ืองทนุ การศึกษา
ให้กับกลุ่มประเทศ CLMV ผ่านสถานเอกอคั รราชทูตในต่างประเทศท่ีสนใจในสาขาทีห่ าเรียนในประเทศ
ไม่ได้ เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสนใจทุนการศึกษาการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามสนใจทุนการศึกษาด้านพยาบาลและทันตแพทย์ หากประเทศมีความพร้อม
จะลดภาระเกยี่ วกับการข้ามพรมแดนได้
๓๙
ผลกระทบ
หน้ีสูญ ในโรงพยาบาลภาครัฐ ขณ ะน้ีมีปีละประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท
โรงพยาบาลเร่ิมปรับตัว เช่น โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเร่ิมแยกอาคารออกมารองรับนักท่องเท่ียว
ชาวต่างชาติโดยจัดให้มีช่องทางเฉพาะชาวต่างชาติ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ พานักระยะยาว
และสาหรับนักท่องเท่ียวบางส่วนเบิกได้และเบิกไม่ได้ มีบริการเฉพาะนักท่องเที่ยวเริ่มเป็นรายได้เข้าสู่
โรงพยาบาลมากขึ้นทาให้โรงพยาบาลมีหน้ีสูญลดลง เช่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ
จังหวัดหนองคาย โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซ่ึงเป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีมีชาวต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยว
ซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น โดยทางานร่วมกับสานักงานคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบ
ธรุ กจิ ประกนั ภยั จาหน่ายใหก้ บั ชาวต่างชาติที่เดนิ ทางเข้ามาทอ่ งเทย่ี ว
นอกจากนี้ ทวีปยุโรปเริ่มมีต้นทุนการรักษาในประเทศตนเองสูง ภาคเอกชน
ต่างให้ความสนใจกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เพื่อดึงเข้ามาเป็นลูกค้า กลุ่มโรคที่มีโอกาสทางภาคธุรกิจ คือ
โรคประจาถ่ิน ทวีปยุโรปจะมีโรคผิวหนังหรือสะเก็ดเงิน ฤดูหนาวจะมาประเทศที่มีอากาศร้อน
เชน่ เดนิ ทางไปยงั สาธารณรฐั ตรุ กี หรือราชอาณาจักรสเปน รฐั บาลจ่ายค่าใชจ้ ่ายให้โดยเชื่อมโยงกบั วิลลา่
หรือรีสอร์ท โรงพยาบาลในอาเภอหัวหินหรือภาคใต้มีนักท่องเท่ียวกลุ่มสแกนดิเนเวียสนใจเดินทางเข้ามาพัก
หลายแห่งสนใจเชื่อมโยงการเบิกค่าใช้จ่ายกับรัฐบาลต่างประเทศเคยได้ทาแบบจาลองธุรกิจ เช่น
บริษัท สแกนดิเนเวียน วิลเลจ จากัด ซึ่งเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์สาหรับขายให้ชาวสแกนดิเนเวียน
ท่ีอายุ ๕๐ ปีข้ึนไป ด้วยศักยภาพของการรักษาในกลุ่มโรคเรื้อรังและภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงถือเป็น
โอกาสในการส่งเสริมการท่องเท่ียวกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว อีกทั้ง จากผลงานวิจัยของสถาบันภาครัฐ
พบว่าแสงแดดในประเทศไทยมี ช่ วงเวลาสั้ นมาก เนื่ องจากแสงอุ ลตร้ าไวโอเลต-เอ (UV - A)
และแสงอลุ ตรา้ ไวโอเลต-บี (UV - B) มีคณุ ภาพ หากกลุ่มยุโรปจะตากแดดนานประมาณ ๗ - ๑๐ ช่ัวโมง
ในช่วงเวลารับแสงแดดจะมีเวลาพาไปใช้บริการนวดหรอื สปาได้ นอกจากน้ี น้าทะเลในประเทศไทยการ
จากวิเคราะห์ไมม่ ีสารโลหะหนัก
กรณีการให้บริการแก่ชาวต่างชาติจะมีข้อกังวล คือ ต้องไม่มีการติดเชื้อเกิดข้ึน
ไม่มีการแพ้ยา ไม่มีสารปนเป้ือน มีผลงานวิจัยรองรับเพื่อเป็นการสร้างความเช่ือมั่น โดยมีการประสาน
กบั มหาวทิ ยาลยั ตา่ ง ๆ ในการดาเนนิ การมาโดยตลอด เป็นโอกาสของการทอ่ งเที่ยวเชิงสุขภาพ นา้ พรุ อ้ น
โฮมสเตยเ์ พอ่ื สขุ ภาพ ทนั ตกรรม การรกั ษาความเป็นเลิศทางการแพทย์ เสรมิ ความงาม
ขณะนี้มีบริการอานวยความสะดวก ศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ (Medical Hub
Center) โดยมีศูนย์บริการ จานวน ๒ แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง
กอ่ นผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นจุดอานวยความสะดวกในการประสานงานดูแลผู้ป่วย ประสานผ่าน
ด่านควบคุมโรค ด่านอาหาร และด่านศุลกากร ต่อมาจะพิจารณาข้อมูลสาคัญท่ีต้องแจ้ง เช่น ยา เคร่ืองมือ
แพทย์ที่นาติดตวั มา ซ่ึงในอนาคตจะขยายไปที่จงั หวดั เชียงใหม่ จังหวดั ภูเก็ต หรือดา่ นทส่ี าคัญ
๔๐
กิจกรรมที่ให้บริการ คือ การอานวยความสะดวกให้กับประชาชน ให้ข้อมูล
เป็นตัวแทนบูรณาการเส้นทางด่านต่าง ๆ มีเจ้าหน้าที่ประจาท่ีมีความเช่ียวชาญด้านภาษา ปัจจุบัน
นักท่องเท่ียวสื่อสารด้วยภาษาจีนและอาหรับ จึงอยู่ระหว่างการจัดหาเจ้าหน้าท่ีท่ีมีความเชี่ยวชาญ
ในภาษาดังกล่าวเพิ่มเติม เน่ืองจากส่วนใหญ่เจ้าหน้าท่ีมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ แล้วยังมีเว็บไซต์
และระบบ Call Center
๓.๒.๒.๒ กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก
ผู้แทนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก๔ กระทรวงสาธารณสุข
ให้ข้อมูลสรุปได้ ดงั นี้
การดาเนินงาน
การดาเนนิ งานที่เกี่ยวกบั การทอ่ งเทยี่ วเชิงสขุ ภาพมี ๓ ด้าน ได้แก่
๑) การบริการสุขภาพท่ีเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทยพ์ ื้นบ้านที่ส่งเสริมดา้ นการทอ่ งเท่ยี ว
๒) การพัฒนาแหล่งผลติ และผลิตภณั ฑ์สมนุ ไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจ
๓) การอนรุ ักษ์และสง่ เสริมภมู ปิ ญั ญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พ้นื บา้ นไทย
ความกา้ วหนา้ การดาเนินงาน
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้รับงบประมาณภายใต้
แผนบรู ณาการสรา้ งรายไดจ้ ากการทอ่ งเที่ยว ซึง่ ไดร้ บั การจดั สรรงบประมาณ จานวน ๖ ล้านบาท แตถ่ กู ปรับ
งบประมาณจานวน ๒.๙๒ ล้านบาท ตามร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓
เพอื่ แก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID - 19) คงเหลืองบประมาณ จานวน ๓.๐๘ ล้านบาท โดยไดด้ าเนินกิจกรรมตามจังหวดั เป้าหมาย
การดาเนินงาน ๙ เมืองหลัก ๙ เมอื งรอง ๕ เมอื งสมนุ ไพร (Herbal City) และกิจกรรม “ศูนยก์ ารแพทย์
ผสมผสานเพื่อสขุ ภาพดี” (Thai Integrative Medicine Wellness Center) โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี
๑) การดาเนนิ งานใน ๙ เมอื งหลกั ประกอบด้วยกิจกรรม ดงั นี้
๑.๑) การถ่ายทอดรปู แบบบรกิ ารของศนู ย์การแพทย์ผสมผสานเพ่ือสขุ ภาพดี
ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชลบุรี
และจงั หวัดภเู ก็ต
๑.๒) การส่งเสริมศักยภาพและต่อยอดให้เป็นศูนย์การแพทย์ผสมผสาน
เพอ่ื สขุ ภาพดีในจังหวัดพังงา
๔ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทา
และดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการท่องเท่ียว ในคณะกรรมาธิการการท่องเท่ียว วฒุ สิ ภา, วันอังคารท่ี ๒ มิถุนายน ๒๕๖๓.
๔๑
๑.๓) เมืองสมุนไพรคลัสเตอร์การท่องเท่ียว ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
และจงั หวัดสงขลา
๒) การดาเนนิ งานใน ๙ เมอื งรอง ประกอบดว้ ยกจิ กรรม ดงั นี้
๒.๑) การถา่ ยทอดรูปแบบบริการของศนู ย์การแพทย์ผสมผสานเพ่ือสขุ ภาพดี
ส่งเสริมศักยภาพและต่อยอดให้เป็นศูนย์การแพทย์ผสมผสานเพ่ือสุขภาพดี ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวดั พทั ลุง จงั หวัดสุโขทยั และจงั หวดั อบุ ลราชธานี
๒.๒) การส่งเสริมศักยภาพและต่อยอดให้เป็นศูนย์การแพทย์ผสมผสาน
เพือ่ สุขภาพดี ได้แก่ จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน และจงั หวัดมหาสารคาม
๒.๓) เมืองสมุนไพรคลัสเตอร์การท่องเท่ียว ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัด
พษิ ณโุ ลก และจงั หวดั เชียงราย
๓) การดาเนินงานใน ๕ เมอื งสมนุ ไพร ประกอบดว้ ยกิจกรรม ดงั นี้
๓.๑) จังหวัดอุดรธานี มีเส้นทางการท่องเที่ยวด้านอาหาร ความงาม
และการแพทยแ์ ผนไทย ๒ เสน้ ทาง
๓.๒) จังหวัดเชียงราย พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสับปะรดนางแล
และสมุนไพรในทอ้ งถิน่ ๕ ผลติ ภัณฑ์
๓ .๓ ) จังห วัด ส งข ล า เส้ น ท างท่ อ งเที่ ย ว “ ชุ ม ช น ต าบ ล หั ว เข า
อาเภอสงิ หนคร” เส้นทางศนู ยเ์ รยี นรู้ “หาดใหญ่ชวี าสุข”
๓.๔) จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี เส้นทางทอ่ งเที่ยว “คลองร้อยสาย”
๓.๕) จังหวัดพิษณุโลก มีสื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ของจังหวดั
๔) ศูนย์การแพทย์ผสมผสานเพื่อสุขภาพดี (Thai Integrative Medicine
Wellness Center) มีรายละเอียด ดังน้ี
๔ .๑ ) รูป แ บ บ ศู น ย์ ก ารแ พ ท ย์ ผ ส ม ผ ส าน เพื่ อ สุ ข ภ าพ ดี (Model
Development)
- พัฒนารูปแบบและถ่ายทอดให้ ๑๐ จังหวัด เพื่อให้สถานพยาบาล
ภาครัฐ และภาคเอกชนนาไปพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน และเป็นอัตลักษณ์เพ่ือรองรับ
นักท่องเที่ยว
- พ้ืนท่ีพัฒนารูปแบบเองตามศักยภาพของพื้นท่ี ๓ จังหวัด ในจังหวัด
แม่ฮ่องสอน จังหวดั พังงา และจงั หวดั มหาสารคาม
๔.๒) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ต่อยอด (Share & Learn) ใน ๑๓ จังหวัด
เป้าหมาย คือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเพชรบุรี
๔๒
จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุบลราชธานี
จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน จงั หวัดพงั งา และจงั หวดั มหาสารคาม
๔.๓) ตวั อยา่ งโปรแกรมในศนู ย์การแพทยผ์ สมผสานเพื่อสุขภาพดี
ใน ปั จจุบั น โรค เร้ือ รังเป็ น เส มื อน ภั ยร้ายท่ี ม าอย่างรวด เร็ว
และมักเกิดกับบุคคลที่มีพฤติกรรมสุขภาพท่ีไม่เหมาะสม โดยเฉพาะคนวัยทางาน/ผู้บริหาร
เกิดพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม ได้แก่ อาหารที่มีไขมันสูง ซ่ึงการรับประทานอาหาร
ทมี่ ีไขมันสูง เส้นใยอาหารต่าทาใหเ้ กดิ การสะสมไขมันและโคเลสเตอรอลในรา่ งกาย การย่อยไขมนั ไม่สมบูรณ์
ให้ความสาคัญกับการทางานประกอบอาชีพหารายได้มากกว่าการดูแลสุขภาพตนเอง สังคมมีการแข่งขันสูง
ชีวิตรีบเร่ง มีความเครียดจากการทางาน และหากระบบการย่อยไขมันทางานดีขับสารพิษได้ดี ร่างกาย
ก็จะไม่สะสมสารพิษจนเกิดโรค ดังน้ัน การปรับสมดุลสุขภาพน้าดีและตับ จึงมีส่วนช่วยให้กระบวนการ
ยอ่ ยอาหารทางานได้ดีข้ึนตาม “โปรแกรมปรบั สมดลุ สุขภาพน้าดีและตับ”
๓.๒.๒.๓ สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา๕ กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูล
สรปุ ได้ ดังนี้
แนวทางการดาเนนิ งาน
ในอดีตการดาเนินงานของสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีอานาจ
หน้าที่ควบคุมกากับ ดูแลการผลิตและนาเข้าเครื่องมือแพทย์ แต่ปัจจุบันได้มีการประกาศใช้กฎหมาย
โดยเพิ่มอานาจหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบการ นักวิจัย นักประดิษฐ์ให้ผลิตเครื่องมือแพทย์ท่ีมีคุณภาพ
และมีความปลอดภัยสามารถจาหน่ายในประเทศ เพ่ือลดการนาเข้าและผลิตได้ตามมาตรฐานสากล
จนสามารถส่งออกได้ เช่น พระราชบัญ ญั ติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบัญญัติเคร่ืองมือแพทย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้แล้วเม่ือวันท่ี ๑ พฤษภาคม
๒๕๖๒ โดยมีการส่งเสริมให้นาวัตถุดิบและสินค้าทางการเกษตรภายในประเทศ เช่น ยางพารา ข้าว
ให้สามารถแปรรูปหรือประยุกต์ใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เพ่ือผลิตเป็นเครื่องมือแพทย์ได้ โดยมีกองควบคุม
เครื่องมือแพทย์ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทาหน้าท่ีขับเคล่ือนภารกิจดังกล่าว และทาให้
ไดร้ ับทราบข้อมูลการนาเข้าสนิ ค้าและผลิตภณั ฑ์เครือ่ งมือแพทย์ทีไ่ ด้รับความนยิ มในระดบั โลก
ผลติ ภัณฑ์และเครอ่ื งมอื แพทยท์ ่ีได้รับความนยิ มในปจั จบุ ัน
๑) ผลิตภัณฑ์เก่ียวกับการปอ้ งกนั โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
ได้แก่ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Medical mask) เช่น ชนิด N ๙๕ ชุดอุปกรณ์ป้องกันพีพีอี
(Personal Protective Equipment : PPE) เป็นอุปกรณ์ป้องกันสาหรับบุคลากรทางการแพทย์
๕ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทา
และดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการทอ่ งเท่ียว ในคณะกรรมาธิการการทอ่ งเท่ียว วฒุ ิสภา, วนั อังคารท่ี ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓.
๔๓
ในการดูแลผู้ป่วยป้องกันการแพร่เชื้อโรค ซ่ึงเป็นไปตามหลักการขององค์การอนามัยโลก สา หรับ
ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เจลล้างมือ จะเข้าข่ายเป็นเครื่องสาอางในการกากับดูแลของสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา สาหรับผลิตภัณฑ์ฆ่าเช้ือของเล่นเด็กจะไม่เข้าข่ายเป็นเคร่ืองมือแพทย์
แต่จดั อยใู่ นประเภทวัตถอุ ันตราย ซึง่ ต้องมีกระบวนการควบคุมความปลอดภยั ของผลติ ภณั ฑ์
๒) ผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจาวัน เช่น เคร่ืองมือ
หรืออปุ กรณ์ที่ชว่ ยทาใหผ้ ปู้ ่วยหรือผู้สูงอายเุ กิดสมาธแิ ละจิตใจสงบ
๓) ผลิตภัณฑ์ทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม ได้แก่ เคร่ืองยกกระชับผิว
เครือ่ งศัลยกรรม เคร่ืองมือหรืออุปกรณเ์ กี่ยวกบั การผา่ ตัดแปลงเพศ ซึง่ ประเทศไทยมีเคร่อื งมอื ท่ีทันสมัย
และมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ราคาค่าบริการไม่สูงหากเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง ซึ่งพบผู้เข้ารับ
บรกิ ารเป็นจานวนมากอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๔) ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการพัฒนาเทคนิคการวิจัยและการรักษา ได้แก่ อุปกรณ์
ตรวจเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
๕) ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Digital Health หรือการใช้ระบบไอทีมาช่วยอานวย
ความสะดวกในการบรกิ ารทางการแพทย์ แบง่ เป็น ๒ ลักษณะ คอื
(๕.๑) เครื่องมือแพทย์ (Medical Device) หมายถึง เคร่ืองมือชุดอุปกรณ์
เครื่องใช้เครื่องกล ซ่ึงอาศัยพลังงานไฟฟ้า เพื่อใช้วัดสัญญาณชีพในร่างกาย เช่น Smart Watch
ชว่ ยวดั อัตราการเต้นของหัวใจ หรือการตรวจวัดคลืน่ ไฟฟ้าหัวใจ Electrocardiogram เรยี กวา่ ECG
(๕.๒) บริการทางการแพทย์ (Medical Service) เช่น การยกระดับ
การบริการดูแลสุขภาพด้วยโรงพยาบาลอัจฉริยะ หรือ Smart Hospital เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
อัจฉริยะในโรงพยาบาล เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของโรงพยาบาล ทาให้ผู้ใช้บริการ
ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ โดยการบูรณาการ
แบบครบวงจร ประกอบด้วย เครื่องตรวจร่างกายอัตโนมัติ AI Chatbot Platform มีรูปแบบของการโต้ตอบ
และชุดคาถาม คาสนทนากับระบบ เพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วยโดยใช้ระบบการสั่งงานด้วยเสียง
และระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยในการวินจิ ฉัยโรค เช่น การประเมินสภาวะทางจติ การประเมินผู้ป่วย
ทม่ี ีความเส่ยี ง หรือมีแนวโน้มท่จี ะฆ่าตวั ตาย เป็นต้น
๖) ผลิตภัณฑ์สาหรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยผลิตและส่งออกจาหน่าย
ในต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นครุภัณฑ์ในการเคล่ือนย้ายผู้ป่วย เตียงผู้ป่วย และเตียงตรวจ ซ่ึงใช้
เทคโนโลยใี นการผลติ ไม่สงู มาก
๗) ผลิตภัณฑ์เก่ียวกับการฟื้นฟูร่างกายและการดูแลรักษาติดตามอาการ
ของโรค ได้แก่ อุปกรณ์กายภาพบาบัดสาหรับผู้สูงอายุ นักกีฬาท่ีได้รับบาดเจ็บจากการออกกาลังกาย
หรือผูป้ ่วยหลงั การผา่ ตดั เป็นตน้
๔๔
๘) อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ด้านเทคนิคช่วยการเจริญพันธ์ุ เพื่อการรักษาผู้มีบุตรยาก
โดยประเทศไทยมีเทคโนโลยีและแพทย์ท่ีมีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์จนได้รับความนิยม
จากชาวต่างชาตเิ ป็นอยา่ งมาก และค่าบรกิ ารไม่สูงเมอ่ื เทยี บกบั บางประเทศ
ปัจจยั สนับสนุนอตุ สาหกรรมเคร่อื งมอื แพทยใ์ นปจั จุบนั
๑) นโยบายรัฐบาลด้านการส่งเสริมการพัฒ นาพ้ืนที่เขตพัฒ นาพิเศษ
ภาคตะวันออก (EEC) เพ่ิมการลงทุนโครงสร้างพ้ืนฐานยกระดับบริการทางสุขภาพด้านสังคมผู้สูงอายุ
และการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) เช่น การก่อสร้างศูนย์กลางพัฒนาสุขภาพพลานามัย
ผู้สูงอายุ โดยมีคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย การให้ความรู้ด้านอาหาร กิจกรรมส่งเสริมสมาธิ สปา
และกจิ กรรมโยคะร่วมกบั กจิ กรรมทางศาสนา เป็นต้น
๒) นโยบายของรัฐบาลด้านการสนับสนุนนวัตกรรม นักวิจัย นักประดิษฐ์
และนวัตกรรมให้เกิดการสร้างมูลคา่ อันเป็นประโยชน์กับประเทศ
๓) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
ทาให้มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความสาเร็จในการควบคุม
การระบาดของโรค ทาให้ประเทศไทยไดร้ บั ความเชื่อม่นั จากต่างชาติ
๔) อุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยได้รับการยอมรับ เช่น ความเชี่ยวชาญ
ของแพทย์ มาตรฐานการรกั ษาในระดับสากล คา่ ใช้จา่ ยในการรกั ษาพยาบาลทีไ่ ม่สงู มากนัก โรงพยาบาล
ได้รับมาตรฐานสากล สถานที่พักฟื้นเหมาะสมและราคาไม่สูง รวมท้ังสามารถทากิจกรรรมอื่น ๆ ได้
เช่น การเข้ามาพักฟื้นและสามารถเลือกซ้ือสินค้าและผลิตภัณฑ์จากชุมชนในสถานพยาบาลบางแห่ง
ที่ไดร้ บั อนญุ าตใหข้ ายสนิ ค้าและผลติ ภณั ฑด์ ้านสขุ ภาพ
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพ
นานาชาติ (Medical Hub) และสามารถขับเคลื่อนประเทศให้เป็น Wellness Economy ประกอบด้วย
๔ ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ๑) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) ในลักษณะ
การบริการรักษา ๒) ศูนย์การบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) ๓) ศูนย์กลางบริการวิชาการ
และงานวิจัย ( Academic Hub) และ ๔) ศนู ย์กลางยาและผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ (Product Hub)
๓.๒.๒.๔ องคก์ ารเภสชั กรรม
แนวทางการดาเนนิ งาน
องค์การเภสัชกรรมดาเนินการตามวตั ถุประสงคก์ ารจัดตั้ง (ตามพระราชบัญญัติ
องค์การเภสชั กรรม พ.ศ.๒๕๐๙) และภารกิจท่ีได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข เช่น การผลิต
ยาและเวชภัณฑ์ จัดหาและสนองความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ให้แก่หน่วยงานในสังกัด
กระทรวงสาธารณสุข และสารองยาและเวชภณั ฑไ์ ว้ยามฉกุ เฉนิ เพ่อื ความมัน่ คงของชาติ เปน็ ต้น
๔๕
การผลติ ยาและเวชภัณฑ์
องค์การเภสัชกรรมผลิตยาและเวชภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารที่ดีในการผลิตยา
(Good Manufacturing Practice : GMP) ในทุกข้ันตอนของกระบวนการผลิตด้วยระบบการจัดการ
ดา้ นคุณภาพที่เขม้ งวดต้งั แต่วัตถุดิบท่นี ามาใชใ้ นการผลติ บรรจุภณั ฑ์ อาคารสถานท่ี เคร่ืองจักร อปุ กรณ์
บุคลากร รวมถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
โดยการผลิตยาต้องมีการวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย โดยผลิตยาชื่อสามัญ หรือเรียกว่า ยาเจนเนอริค
(Generic) โดยนามาทาเป็นยาเม็ด หรือยาแคปซูล วัตถุดิบส่วนใหญ่นาเข้าจากต่างประเทศ เน่ืองจาก
ประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตวัตถุดิบของตนเองในประเทศ ในอดีตประเทศไทยนาเข้าวัตถุดิบ
จากประเทศในภูมิภาคยุโรป ต่อมาเร่ิมนาเข้าวัตถุดิบจากสาธารณรัฐอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน
เน่ืองจากราคาไมส่ งู มากเมื่อเทยี บกบั ประเทศในภูมิภาคยโุ รป
การผลิตและพฒั นาผลิตภณั ฑจ์ ากสมุนไพร
องค์การเภสัชกรรมมีภารกิจหลักในการผลิตยาสามัญ หรือยาที่ผ่านการวิจัย
และกรรมวิธีทางเคมีตามมาตรฐานของพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ การผลิตยาจากสมุนไพร
ขององค์การเภสัชกรรมมีจานวนไม่มากนัก โดยนาพืชสมุนไพรมาสกัดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสาอาง
ผลิตภัณฑ์ยาหรืออาหารเสริม ปัจจุบันสมุนไพรไทยได้รับความนิยมจากตลาดต่างประเทศจานวนมาก
เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยสมุนไพรท่ีส่งออกต้องปลอดสารพิษ
ได้รับใบรบั รองปลอดศัตรพู ืชจากกรมวชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณข์ องไทยก่อน จึงทาให้
สมุนไพรไทยเกิดมูลค่าเพ่ิมข้ึนในทางเศรษฐกิจ ต่อมากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ได้ประกาศให้สมุนไพร ๔ ประเภท ได้แก่ ขม้ินชัน บัวบก ไพล และกระชายดา เป็นสุดยอดพืชสมุนไพร
และสามารถชี้นาไปสู่การทดลอง วิจัย และพัฒนา เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษาโรค และการพัฒนา
สมนุ ไพรเชงิ เศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ผลจากการวิจัยพบว่าขม้ินชันมีสารสาคัญที่ชื่อว่า เคอร์คูมินอยด์
(Curcuminoid) ท่ีมีองค์ประกอบของสาร ๓ ชนิด ได้แก่ เคอร์คูมิน (Curcumin) เดเมทอกซีเคอร์คูมิน
(Demethoxycurcumin) และบิสเดเมททอกซีเคอร์คูมิน (Bisdemethoxycurcumin) ซึ่งมีฤทธ์ิในการต้าน
อนุมูลอิสระและช่วยต้านอาการอักเสบในผู้ป่วยข้อเข่าเส่ือม ซึ่งจากการวิจัยยังพบว่า ช่วยรักษา
โรคธาลัสซีเมียได้ ขม้ินชันจึงมีสรรพคุณทางยาท่ีหลากหลาย สาหรับการควบคุมคุณภาพของพืชสมุนไพร
ตามมาตรฐานยุโรป เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง กล่าวคือ โดยเริ่มจาก
กระบวนการปลูก การจัดหาและคัดเลือกสายพันธ์ุท่ีดีและมีคุณภาพดีสามารถให้ปริมาณที่เหมาะสมสาหรับ
นามาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ด้วยต้องคานึงถึงปัจจัยด้านกระบวนการปลูก สภาพแวดล้อม
หรือสถานท่ีปลูก วิธีการปลูกต้องไม่ปลูกในพ้ืนท่ีเดิมเป็นระยะเวลา ๒ ปี และอายุเหมาะแก่การสกัด
เป็นยาสมนุ ไพรหรอื ผลิตภณั ฑเ์ ครือ่ งสาอาง
๔๖
นอกจากนี้ องค์การเภสชั กรรมยังผลติ เครอื่ งสาอางจากขมนิ้ ชนั มสี รรพคุณบารงุ
ผิวพรรณ ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ โดยได้ผสมไรโบโซมท่ีองค์การเภสัชกรรมได้คิดค้นและจด
สิทธิบัตร ขณะน้ีกระทรวงสาธารณสุขกาลังผลักดันให้ขม้ินชันเป็นสมุนไพรระดับชาติเหมือนเช่น
สาธารณรัฐเกาหลีส่งเสริมโสมเกาหลีให้เป็นที่รู้จักท่ัวโลก กล่าวคือ เม่ือนักท่องเที่ยวมาเมืองไทยจะซื้อ
ผลติ ภัณฑข์ มน้ิ ชันกลับไปประเทศของตน อนั เปน็ การสร้างอตั ลกั ษณ์ทางดา้ นสมุนไพรของประเทศ
๓.๒.๓ กระทรวงพาณชิ ย์
๓.๒.๓.๑ กรมพฒั นาธรุ กิจการค้า
ผูแ้ ทนกรมพัฒนาธุรกิจการคา้ ๖ กระทรวงพาณิชย์ ให้ขอ้ มูลสรุปได้ ดงั นี้
การดาเนินงาน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีหน้าที่ดูแลธุรกิจขนาดย่อมในประเทศไทยและธุรกิจ
บริการ เน้นในเรื่องการสร้างสังคมผู้ประกอบการและความเข้มแข็งธุรกิจขนาดย่อม ดูแลตั้งแต่ธุรกิจ
จัดต้ังจนถึงปิดกิจการ มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนต่าง ๆ ภาคธุรกิจบริการบางส่วนมีอัตรา
การเจรญิ เติบโตทีด่ ี และเป็นกลมุ่ ของธุรกจิ ขนาดยอ่ มทเี่ ก่ียวข้องกับการทอ่ งเทย่ี ว คอื ธุรกจิ ดแู ลผ้สู งู อายุ
และความงาม
กิจกรรมหรือแนวทางท่ีดาเนินงาน คือ การสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มธุรกิจ
ขนาดย่อมโดยเน้นการสรา้ งองคค์ วามรู้เช่ือมโยงสร้างเครือขา่ ย สรา้ งโอกาสทางการค้า กาหนดมาตรการ
ดแู ลใหก้ ารสนับสนนุ ทางการตลาด เสรมิ สรา้ งองคค์ วามรูด้ า้ นการบรหิ ารจดั การโดยการจัดอบรมเก่ียวกับ
แนวโน้มการพฒั นา การคานวณต้นทนุ ซง่ึ มุง่ เนน้ ในเรื่องการบริหารจัดการไม่ได้มงุ่ เน้นในเรือ่ งวิชาชพี
นโยบายท่ีดาเนินการในปัจจุบัน ดาเนินการอบรมผู้ประกอบการธุรกิจดูแล
ผูส้ ูงอายุ หลักสูตรการดาเนินการตลาด การบริหารต้นทุน การประชาสัมพันธ์เชื่อมโยงกับธุรกิจเกิดใหม่
โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ การผลักดันผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า โดยไม่ได้ของบประมาณ
เพิ่มเติมแต่พยายามใช้งบประมาณที่มีอยู่แล้ว มุ่งเน้นในเรื่องการตลาด การประชาสัมพันธ์ การสร้าง
ความเขม้ แขง็ ในการดาเนินธุรกิจ การเข้าถึงส่ืออิเล็กทรอนิกสห์ รือส่ือสังคมออนไลน์ ซ่ึงจะเป็นเครื่องมือ
ช่วยผู้ประกอบการดาเนินธุรกิจ และได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สนับสนุน
มาตรการทางด้านวิชาชีพที่หน่วยงานอื่น ๆ กาหนดมาตรฐานขึ้นมา เช่น กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรฐาน
การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ได้หารือร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
เรื่องมาตรการดูแลสถานประกอบการผู้สูงอายุ เมื่อประกาศออกมาจะประชาสัมพันธ์เผยแพร่
ให้กลุ่มผู้ประกอบการทราบเพื่อให้มีการเตรียมพร้อม เช่น การเลือกซ้ืออุปกรณ์ การปรับปรุงสถานท่ี
๖ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการท่องเทยี่ ว ในคณะกรรมาธิการการทอ่ งเที่ยว วุฒสิ ภา, วันองั คารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๓.
๔๗
สร้างกลไกทางการตลาด เป็นนโยบายที่ดาเนินการอยู่และบูรณาการร่วมกับกรมอื่น ๆ ของกระทรวง
พาณิชย์
การดาเนินการที่มีอยู่แล้ว คือ การจัดทาป้ายตราสัญลักษณ์ Thai SELECT
ซึ่งเป็นป้ายตราสัญลักษณ์ท่ีกระทรวงพาณิชย์มอบให้กับร้านอาหารไทยในต่างประเทศท่ีได้รับคัดเลือก
เป็นร้านอาหารไทยท่ีมีคณุ ภาพ เพื่อดึงดูดให้ชาวตา่ งชาตมิ ีความมน่ั ใจที่จะเขา้ มาใช้บริการ โดยใหเ้ ลือกใช้
บริการท่ีได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดาเนินการมาแล้ว
๒๐ ปี ในขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อมโยงกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยนาแนวคิด
ดงั กล่าวมาปรับใช้ในประเทศไทย สง่ เสริมให้ผู้ประกอบการรา้ นอาหารนามาใช้กบั ร้านอาหารของตนเอง
เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาหารไทยมีคณุ ภาพ ซึ่งกรมพัฒนาธรุ กิจการคา้ ดาเนนิ การมาแลว้ ๓ ปี โดยประสาน
ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับร้าน Thai SELECT
ช่วงต้นปี ๒๕๖๓ ได้เชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจความงามเข้าร่วมฝึกอบรมให้ความรู้การดาเนินธุรกิจ
ซ่ึงอุปสรรคที่พบจากการฝึกอบรมดังกล่าว คือ ไม่มีการจดทะเบียน ไม่มีการเข้าถึงข้อมูลและไม่มีการรวมกลุ่มกัน
ภายหลังจากจดั ฝึกอบรมจึงไดม้ ีการรวมกลุ่มและจดั ตัง้ เป็นสมาพนั ธ์
๓.๒.๓.๒ กรมทรพั ยส์ ินทางปญั ญา
ผ้แู ทนกรมทรพั ยส์ ินทางปัญญา๗ กระทรวงพาณิชย์ ใหข้ อ้ มูลสรปุ ได้ ดังนี้
กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีหน้าท่ีหลักในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา
เก่ียวข้องในเรื่องสิทธิบัตร การย่ืนขอสิทธิบัตร ท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพส่วนใหญ่
จะยื่นคุ้มครองเกี่ยวกับสปา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเก่ียวกับสปา นอกจากนี้ ยังมีระบบการจองคิวการใช้
บริการสปา ซ่ึงมีปริมาณไม่มากนักในการขอยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร ส่ิงที่ย่ืนต้องเป็นสิ่งที่ใหม่
ต้องปรับปรุงพัฒนาให้แตกต่างกับของเดิมท่ีมีอยู่แล้ว หน้าที่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเกี่ยวข้อง
กับการจดทะเบียน คือ การตรวจสอบว่าส่ิงที่ขอยื่นจดทะเบียนเมื่อเทียบกับส่ิงท่ีมีอยู่เดิมสามารถ
รบั จดทะเบยี นได้หรือไม่
กรมทรัพย์สินทางปัญญามีแนวทางการส่งเสริมการจดสิทธิบัตรยาแพทย์แผนไทย
ดงั นี้
๑) เปิดเผยขอบเขตการให้ความคุ้มครองในสิ่งประดิษฐ์ที่ย่ืนขอรับสิทธิบัตร
หรืออนุสิทธิบัตรซึ่งเกี่ยวข้องกับยาแพทย์แผนไทย สูตรตารับยาที่เกี่ยวกับสมุนไพรชนิดใหม่ในกรณี
ที่มกี ารประกาศโฆษณา/รับจดทะเบยี นสิทธบิ ัตรหรอื อนุสิทธบิ ัตร
๒) แนวทางการสนับสนุนการให้ความคุ้มครองการจดสิทธิบัตรหรือ
อนุสทิ ธบิ ตั รยาแพทยแ์ ผนไทยสูตรตารับยาที่เก่ยี วกบั สมนุ ไพรชนิดใหม่ มีดงั นี้
๗ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยุทธศาสตรช์ าตดิ ้านการท่องเทีย่ ว ในคณะกรรมาธกิ ารการท่องเทย่ี ว วฒุ สิ ภา, วันอังคารที่ ๓ มนี าคม ๒๕๖๓.
๔๘
๒.๑) การให้บริการคาแนะนาในการสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสิทธิบัตร
และจัดทาแผนธุรกิจผ่านศูนย์ให้คาปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (Intellectual
Property Innovation Driven Enterprise Center : IP IDE Center) ซึ่งศูน ย์มีห น้าท่ีตรวจสอบ
คาขอสทิ ธิบัตรและให้ความรพู้ ืน้ ฐานสถานทตี่ ้งั อยู่ทกี่ รมทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา
๒.๒) การให้บริการคาปรึกษาเชิงลึกในการจัดเตรียมคาขอเพื่อยื่นจด
ทะเบียนสิทธิบัตร โดยเจ้าหน้าที่ด้านการตรวจสอบสิทธิบัตรและมีบริการฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับสทิ ธบิ ตั รใหส้ ืบคน้ ผา่ นเว็บไซตก์ รมทรพั ยส์ ินทางปญั ญา
๒.๓) การเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและให้ความคุ้มครอง
แก่การผลิตยาแพทย์แผนไทย โดยการเช่ือมฐานข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับสมุนไพรและภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
กับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อให้กระบวนการยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร
และการออกสิทธิบัตรเป็นไปด้วยความรอบคอบและถูกต้องมากข้ึน ซ่ึงอยู่ระหว่างการจัดเตรียม
ฐานข้อมูล
๒.๔) ปัจจุบันกาลังพัฒนากฎหมาย โดยเสนอให้มีการเปิดเผยแหล่งท่ีมา
ของการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ินในการแก้ไขกฎหมายร่างพระราชบัญญัติสิทธิบั ตร
(ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... ซงึ่ อยใู่ นระหว่างการพจิ ารณาของสานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๓.๒.๓.๓ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ๘ กระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลสรุปได้
ดังนี้
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ดาเนินการส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพ
ได้แก่ ธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจสปา ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายตลาดหรือโอกาส
ทางการค้า รวมถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในแผน
การดาเนนิ งานในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ มดี ังน้ี
๑) จัดคณะผู้แทนการค้าธุรกิจโรงพยาบาลเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ระหว่างวนั ที่ ๕ - ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๓ เพ่ือจับคู่ธรุ กจิ (ไม่ไดด้ าเนินการเนอื่ งจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา (COVID - 19)
๒) เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและบริการ Golden Age Summit & Expo ๒๐๒๐
ณ เมืองฮ่องกง ซึง่ เป็นธุรกิจดูแลผูส้ ูงอายุในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (คาดวา่ ผ้จู ัดงานแสดงสินคา้ ดังกล่าว
จะยกเลิกการจัดงานเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
อย่างไรก็ตาม สานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง จะมีการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ
สาหรบั ธุรกิจดแู ลผู้สงู อายรุ ะหวา่ งผู้ประกอบการไทยและผปู้ ระกอบการฮอ่ งกง)
๘ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นการท่องเทย่ี ว ในคณะกรรมาธกิ ารการทอ่ งเที่ยว วุฒสิ ภา, วนั องั คารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๓.
๔๙
๓) จัดกิจกรรมโครงการ PM Award สาขาโรงพยาบาล ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง
คลินกิ เฉพาะทาง การบรู ณาการประสานความรว่ มมือกับหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง เพอื่ พัฒนาให้ประเทศไทย
เปน็ ศูนยก์ ลางการท่องเที่ยวเชิงสขุ ภาพ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมเป็นคณะอนุกรรมการต่าง ๆ
ท่เี ก่ียวข้อง ดังนี้
๑) คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการเพ่ือส่งเสริม
สขุ ภาพ (Wellness Hub) ของกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
๒) คณ ะอนุกรรมการพัฒ นาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการ
รักษาพยาบาล (Medical Hub) ของกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
นอกจากน้ี ได้ร่วมกับการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทยในการดาเนินงาน
เพื่อส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการจากผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้า
และบริการเป้าหมายนาร่อง คือ ธุรกิจบริการสุขภาพ (Health and Wellness) โดยได้ประชาสัมพันธ์
งานแสดงสินคา้ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผา่ นส่ือของการท่องเที่ยวแหง่ ประเทศไทย
๓.๒.๔ กระทรวงการตา่ งประเทศ
ผแู้ ทนกระทรวงการต่างประเทศ๙ ให้ข้อมูลสรุปได้ ดงั น้ี
ขอ้ มูลทั่วไป
กระทรวงการต่างประเทศดาเนนิ งานสนบั สนุนการท่องเที่ยวเชงิ สขุ ภาพ โดยการประชาสัมพนั ธ์
ธุรกิจการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ และสร้างภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยในต่างประเทศ
โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ
ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และการบูรณาการร่วมกับกระทรวงการท่องเท่ียว
และกีฬา และการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย ซึ่งทาหน้าท่ีประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาด
ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ในส่วนการดาเนินงานภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย
ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙) ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ
เม่ือวนั ท่ี ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙ ประกอบดว้ ย ๗ ยุทธศาสตร์ ดงั นี้
๑) เพม่ิ ขีดความสามารถในการแข่งขันดา้ นการจัดบริการสขุ ภาพ
๒) พฒั นาบรกิ ารรักษาพยาบาล
๓) พฒั นาบริการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพ
๔) พัฒนาบริการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก
๕) พัฒนาบรกิ ารวิชาการและงานวจิ ยั ทางการแพทย์ (Academic Hub)
๙ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยุทธศาสตรช์ าติด้านการท่องเที่ยวในคณะกรรมาธกิ ารการท่องเท่ียว วฒุ สิ ภา, วนั พฤหสั บดที ี่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓.
๕๐
๖) พฒั นายาและผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพ
๗) ส่งเสริมการตลาดและประชาสมั พันธ์
โดยใช้กลไกของคณะกรรมการอานวยการเพอื่ พัฒนาประเทศไทยให้เปน็ ศนู ยก์ ลางสุขภาพ
นานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) ซ่ึงมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน
และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า เปน็ ประธานรว่ ม และมคี ณะอนกุ รรมการเพ่ือพฒั นา
ประเทศไทยใหเ้ ปน็ ศนู ยก์ ลางสขุ ภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) จานวน ๔ คณะ ประกอบดว้ ย
คณะอนุกรรมการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบรกิ ารเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub)
คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาล (Medical Service Hub)
คณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub)
และคณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub)
โดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับมอบหมาย
ให้มีสว่ นรว่ มใน ๒ คณะอนกุ รรมการ ได้แก่ คณะอนกุ รรมการพฒั นาประเทศไทยใหเ้ ป็นศูนยก์ ลางบรกิ าร
รกั ษาพยาบาล (Medical Service Hub) และคณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยา
แ ล ะผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ สุ ข ภ าพ (Product Hub) ทั้ งนี้ ได้ ใช้ ก ล ไก ก ารขั บ เค ลื่ อ น ก ารด า เนิ น งาน
โดยคณะอนุกรรมการเพื่อให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และประสานงาน รวมท้ังประชาสัมพันธ์และส่งเสริม
ภาคอุตสาหกรรมทอ่ งเทีย่ วเชิงสขุ ภาพ ตลอดจนส่งเสริมการทอ่ งเทย่ี วไทยสู่ประชาคมโลก
การดาเนินงานด้านการส่งเสรมิ ศกั ยภาพการแขง่ ขันของประเทศไทย มดี ังนี้
๑) การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาล (Medical Service Hub)
ดาเนินงานส่งเสริมด้านการประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพ่ือรับบริการ
ด้านสุขภาพในสถานพยาบาลของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน HA (Hospital Accreditation)
และมาตรฐานระดับสากล JCI (Joint Commission International) เพ่ือสร้างการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม
ท่องเทย่ี วเชงิ สขุ ภาพ
๒) การอานวยความสะดวกและสร้างความเข้าใจด้านการให้บริการตรวจลงตรา (VISA)
ให้กบั ชาวต่างชาตทิ ีเ่ ดินทางเขา้ มารบั บริการทางการแพทย์และผตู้ ดิ ตามทมี่ ักจะใช้เวลาพักผ่อนท่องเท่ียว
ควบค่ไู ปด้วย
๓) การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub)
โดยการส่งเสริมสถานประกอบการประเภทสปา และนวดไทย ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ รวมท้ังผลิตภัณฑ์สปา ผลิตภัณฑ์เสริม
ความงาม สมนุ ไพรไทย และเคร่ืองสาอาง เปน็ ต้น
๕๑
การดาเนินการของกระทรวงการต่างประเทศภายใตย้ ทุ ธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย
ใหเ้ ปน็ ศูนย์กลางสขุ ภาพนานาชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๙) มดี ังนี้
๑) การแสดงศักยภาพ จาหน่ายผลิตภัณฑ์ และเจรจาจับคู่ทางธุรกิจภาคอุตสาหกรรม
การแพทย์และสุขภาพในต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มเทศกาลไทย (Thai Festival) งานแสดง
และจาหน่ายสินค้าของประเทศน้นั ๆ
๒) การชักชวนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพในต่างประเทศ
เดินทางมาพบกันและเจรจาธุรกิจในประเทศไทย ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ผู้ประกอบการ
ชาวต่างชาติเข้าร่วมงานแสดงและจาหน่ายสินค้า ผ่านเครือข่ายสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่
และสานักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย อาทิ งาน Thailand Health Expo 2020 และงานมหกรรม
สมนุ ไพรแห่งชาติ ซ่งึ มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจา้ ภาพจดั งาน
๓) การจัดตัง้ ส่วนแสดงสนิ ค้าถาวร (Outlet) ในตา่ งประเทศ เพอื่ ให้ผลติ ภณั ฑด์ ้านสขุ ภาพ
ของไทย โดยเฉพาะสมุนไพรสามารถจัดแสดงและจาหน่ายอย่างถาวรในต่างประเทศ เช่น การนา
ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยเข้าร่วมงานเทศกาลไทย “Local Best,
Global Taste สนิ คา้ ดีทั่วไทย กา้ วไกลทวั่ โลก” ที่กรงุ ฮานอย สาธารณรฐั สงั คมนิยมเวียดนาม
๔) การส่งเสริมให้มีการจัดต้ังส่วนแสดงสินค้าบนแพลตฟอร์ม e-commerce
ของต่างประเทศ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยขยายโอกาสจากตลาดออฟไลน์สู่ออนไลน์ เช่น กรมเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย บริษัท อาลีบาบา เพ่ือพัฒนา
ผปู้ ระกอบการสินคา้ OTOP ขยายโอกาสเข้าถึงผู้บรโิ ภคชาวจีนผา่ นแพลตฟอรม์ e - commerce
๓.๒.๕ กระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม
๓.๒.๕.๑ สานกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม
ผู้แทนสานกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรม๑๐ ใหข้ อ้ มูล
สรุปได้ ดังน้ี
ความเปน็ มาของสานักงาน
พระราชบัญญตั ิการอุดมศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๒ มผี ลใชบ้ ังคบั เม่ือวันที่ ๒ พฤษภาคม
๒๕๖๒ ได้กาหนดให้สานักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัย
เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ใหม่ภายใต้ช่ือ “สานักงานคณะกรรมการส่งเสรมิ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(สกสว.)” เป็นหน่วยงานในกากับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ซ่ึงเป็นหน่วยงาน
สนบั สนุน สง่ เสริม ขับเคลื่อน ระบบวทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรมของประเทศ โดยมีหน้าท่ดี าเนินการ
ทีส่ าคัญ คอื การจัดทาแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนทาหน้าที่จดั สรร
๑๐ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการท่องเทีย่ ว ในคณะกรรมาธกิ ารการท่องเที่ยว วฒุ สิ ภา, วันจันทรท์ ี่ ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๖๓.
๕๒
งบประมาณให้กบั หน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม โดยมีกองทนุ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ทาหน้าท่ีจัดกรอบเงิน จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานในระบบ
ตามแผนยุทธศาสตร์ เช่ือมโยงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ข้อ ๒ การพัฒนาบุคคลและเช่ือมโยง
กับการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้กรอบเศรษฐกิจแบบองค์รวม
หรือ BCG Economy ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว กล่าวคือ
โมเดลเศรษฐกิจสูก่ ารพัฒนาทยี่ ่งั ยืนเปน็ แนวคดิ การนาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดบั
ค วาม สาม ารถ ใน ก าร แ ข่ งขั น อย่างย่ังยืน ให้ กั บ อุ ต สาห ก รรม เป้ าห ม าย โด ยก ารท่ องเท่ี ยวเป็ น ห นึ่ ง
ในอตุ สาหกรรมเปา้ หมายทมี่ ่งุ เน้นเศรษฐกจิ ฐานราก
การดาเนนิ งานดา้ นการท่องเทีย่ ว
รูปแบบการท่องเทีย่ ว มีดงั น้ี
- การท่องเที่ยวชมวิถชี ีวิตในชนบท (Rural Tourism/village Tourism)
- การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism)
- การท่องเที่ยวงานชมวัฒนธรรมและประเพณี (Cultural and Traditional
Tourism)
- การทอ่ งเท่ียวเชงิ ประวตั ศิ าสตร์ (Historical Tourism)
- การทอ่ งเทย่ี วเชิงนเิ วศทางทะเล (Marine Ecotourism)
- การท่องเทยี่ วเชิงนเิ วศ (Ecotourism)
- การทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร (Agro Tourism)
- การทอ่ งเทีย่ วแบบผจญภยั (Adventure Travel)
- การท่องเท่ียวแบบโฮมสเตยแ์ ละฟารม์ สเตย์ (Home Stay & Farm Stay)
การดาเนินงานด้านการทอ่ งเท่ียวเชิงสขุ ภาพ
การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) เป็นการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่
ไปสู่แหล่งท่องเท่ียวธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อทากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ หรือการบาบัดรักษา
สขุ ภาพ เกดิ การบารงุ รักษาฟืน้ ฟูสุขภาพท้งั ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ ทาใหไ้ ดร้ บั ความรู้
และประสบการณ์ใหม่ ๆ ในขณะเดียวกันก็ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ด้านการท่องเท่ียวดว้ ย
๑) แนวคดิ ของการท่องเทยี่ วเชิงสุขภาพ
- การท่องเทยี่ วเชิงสขุ ภาพ (Health Tourism) แบง่ เป็น ๒ ประเภท ได้แก่
(๑) การท่องเที่ยวเพ่ือพักผ่อน ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วด้านศิลปวัฒนธรรม และสถานที่ทอ่ งเทยี่ วต่าง ๆ
๕๓
(๒) บริการด้านสุขภาพเพื่อป้องกัน บาบัดและฟ้ืนฟู รวมทั้งเสริม
ความงาม ประกอบด้วย บริการด้านการแพทย์ (Medical Service) บริการส่งเสริมสุขภาพ
(Alternative Health Service) ผลิตภัณฑแ์ ละสมุนไพร (Herbal Product)
- การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นแนวคิดแบบสุขภาพแบบองค์รวม เป็นมิติ
ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ระหว่างมิติทางกาย มิติทางจิต มิติทางสังคม และมิติทางปัญญาหรือทางจิตวิญญาณ
ผ่านรปู แบบการทอ่ งเทย่ี วทหี่ ลากหลาย เช่น สปา โยคะ บรกิ ารเสริมความงาม และการบรกิ ารสุขภาพ
๒) ภาพรวมของการท่องเทย่ี วเชงิ สขุ ภาพในประเทศไทย
- นโยบายการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชียส่งผลให้
การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของไทยขยายตัวอย่างต่อเน่ือง โดยแหล่งท่องเท่ียวและสถานบริการสุขภาพ
มักกระจกุ ตัวอย่ใู นกรุงเทพมหานคร และเมืองทอ่ งเที่ยวสาคญั
- ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองลงมา คือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประเทศ
มาเลเซีย และสาธารณรฐั สงั คมนิยมเวยี ดนาม
- การท่องเท่ียวเชิงการแพทย์ ประเทศไทยมีโรงพยาบาลเอกชน
ที่มีศักยภาพรองรับชาวต่างชาติ จานวน ๔๐ แห่งท่ัวประเทศ และยังมีคลินิกเฉพาะทาง จานวน
๑๗,๓๙๖ แหง่ ซง่ึ ประมาณ รอ้ ยละ ๒๐ เปิดใหบ้ รกิ ารแก่ชาวตา่ งชาติ
- ด้านธุรกจิ สปาเพ่อื สขุ ภาพและเสริมสวย และธุรกิจนวดแผนไทยที่ขนึ้ ทะเบยี น
และผ่านการรับรองมาตรฐาน มีจานวน ๑,๐๗๖ แห่ง เป็นสปาท่ีได้มาตรฐานระดับสากล จานวน ๕๙๐ แห่ง
โดยผใู้ ช้บรกิ ารรอ้ ยละ ๘๐ เปน็ ชาวต่างชาติ
- นักท่องเท่ียวใช้บริการสปาประเภท Day Spa ร้อยละ ๖๙ ประเภท
โรงแรมและรสี อรท์ รอ้ ยละ ๒๘ และประเภท Medical Spa ร้อยละ ๒
๓) สถานการณ์การทอ่ งเท่ยี วเชงิ บาบดั รกั ษาสขุ ภาพของไทย
- จากกระแสความใส่ใจในสุขภาพท่ีมีมากขึ้น ทาให้โรงพยาบาลเอกชน
หันมาพัฒนาบรกิ ารด้านสง่ เสรมิ สุขภาพ และดา้ นเสรมิ ความงาม
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สารวจขนาดตลาดการท่องเท่ียวเชิงการแพทย์
ของไทยสรุปว่า ร้อยละ ๖๐ เปน็ ผปู้ ่วยชาวตา่ งชาติ และมกี ารใช้จา่ ยคดิ เปน็ มูลคา่ ๗๐,๐๐๐ ลา้ นบาท
- นอกจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในโรงพยาบาลเอกชนแล้ว ยังมีการใช้จ่าย
ดา้ นการทอ่ งเทีย่ วของผ้ปู ่วยและผตู้ ดิ ตามดว้ ย
๔) ความท้าทายของตลาดอาเซยี นสาหรบั การทอ่ งเทย่ี วเชิงบาบดั รักษาสขุ ภาพ
- ขยายตลาดนักท่องเท่ียวเชิงบาบัดรักษาสุขภาพในภูมิภาคเดียวกันของไทย
โดยเฉพาะตลาดนักท่องเท่ียวท่ีมีกาลังซ้ือสูงในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาธารณรัฐแห่งสหภาพ
เมียนมา สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจกั รกมั พูชา
๕๔
- จุดเดน่ ในด้านการใหบ้ ริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดบั สากลของธรุ กิจ
ท่ใี ห้บริการด้านการแพทย์ของไทย สร้างโอกาสการเข้าไปลงทุนหรอื เขา้ ไปรับบริหารโรงพยาบาลในกลุ่ม
ประเทศ CLMV (ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพ
เมยี นมา และสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนาม)
๕) แนวโนม้ ของการท่องเที่ยวเชงิ สขุ ภาพ
(๑) นกั ท่องเทย่ี วกลุ่มใหม่
- กลุม่ ผ้ใู ชบ้ รกิ ารสขุ ภาพและความงามจะมีอายุน้อยลง
- ผชู้ ายจะกลายเปน็ กลุ่มตลาดใหมท่ ี่สาคัญของธรุ กิจสขุ ภาพและความงาม
- จีนเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่และกาลังเติบโตอย่างสุดขีด โดยสาวชาวจีน
ยคุ ใหม่มองว่าการลงทุนดา้ นรปู ร่างหน้าตาและผวิ พรรณเป็นเคร่ืองบง่ บอกคณุ คา่ และคุณภาพชีวติ
(๒) การฟ้นื ตวั ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทย
- ส่งผลให้จานวนนักท่องเท่ียวด้านการแพทย์เพิ่มจานวนมากข้ึน
เกิดการสร้างรายได้เพม่ิ ขึ้น
(๓) รูปแบบใหม่ของสินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงาม
ที่มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น Earthing ซ่ึงเป็นวิธีการบาบัดโดยให้ผู้รับบริการใกล้ชิดกับพ้ืนดิน
ให้มากท่ีสุด โดยจะลดการใช้เทคโนโลยีการให้บริการ และ Spa - Genomics หรือการใช้ข้อมูลจากดีเอ็นเอ
ของผรู้ บั บริการมาสรา้ งโปรแกรมการบาบดั เฉพาะตวั บุคคล
(๔) การเพม่ิ ขึน้ ของผู้ประกอบการด้านสุขภาพและความงาม
- The Spa Association เผยว่ากระแสความนิยมในการทาสปา
ของนักท่องเทีย่ ว ได้แก่ การทาสปาสูตรโบราณ การทาสปาแบบเรง่ ด่วนในห้างสรรพสินคา้ และท่าอากาศยาน
และการทาสปาแบบหรูหรา จากกระแสความนิยมดังกล่าวทาใหเ้ กดิ ผู้ประกอบการด้านสปาเพิม่ มากขึ้น
เพอื่ รองรบั ความต้องการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างย่ิงสถานประกอบการสุขภาพและความงามด้านการทาสปา
สูตรโบราณ
(๕) กระแสความต้องการการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้น
จึงทาให้โรงพยาบาลเอกชนปรับเปล่ียนรูปแบบการให้บริการจากเพียงแค่การบริการรักษาพยาบาล
อาการเจบ็ ปว่ ยไปสูก่ ารดแู ลสุขภาพมากขึ้น
(๖) ความพยายามในการปรบั ตัวของโรงแรมขนาดใหญ่ในการเป็นโรงแรม
เพอ่ื สขุ ภาพ (Health Hotel) โดยพยายามเพมิ่ การบริการดา้ นสุขภาพในโรงแรมให้มากขึ้น เช่น อุปกรณ์
ออกกาลงั กายภายในห้องพกั โปรแกรมการนอน (Sleep Programs) เป็นต้น
๕๕
เศรษฐกิจดา้ นท่องเทย่ี วของประเทศไทยก่อนการแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อ
ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
ปี ๒๕๖๑ การทอ่ งเทย่ี วของประเทศไทยมอี ตั ราการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจ ดงั นี้
- ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอยู่ในลาดับท่ี ๓๑ ของโลก
มจี านวนนักท่องเท่ียวเดินทางเข้าส่ปู ระเทศไทยเป็นลาดบั ที่ ๙ ของโลก รายได้ท่องเที่ยวสุทธิเป็นลาดบั ๔
ของโลก
- สดั สว่ นการท่องเท่ียวในประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ ๑๘ ของผลติ ภณั ฑ์มวลรวม
ในประเทศ (GDP) และรอ้ ยละ ๑๒ ของการจ้างงานทง้ั สิน้
- ดุลการคา้ มีจานวน ๒๒,๒๓๗ ล้านบาท ดุลการท่องเท่ียวมีจานวน ๕๐,๕๖๗
ล้านบาท และเงินสารองระหวา่ งประเทศ จานวน ๒๐๕,๖๔๐ ลา้ นบาท
วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
กับการถดถอยของอุตสาหกรรมท่องเท่ยี ว
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)
ภาครัฐได้กาหนดมาตรการสาคัญเพ่ือป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดเช้ือตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม
๒๕๖๓ คือ การจากดั การเดินทางระหว่างจังหวัดและระหวา่ งประเทศ ลดการใหบ้ ริการขนส่งสาธารณะ
ซงึ่ สง่ ผลกระทบตอ่ ภาคเศรษฐกจิ ทอ่ งเท่ยี วเปน็ อย่างมาก
อนาคตใหมข่ องการท่องเท่ยี วไทย
สองปีข้างหน้าภาคท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบปกติหรือไม่ปกติ
ทัง้ น้ี ขึ้นอยู่กับปัจจัยตา่ ง ๆ ดงั น้ี
ประการทห่ี นึ่ง การบรหิ ารจดั การ COVID - 19 ของรัฐบาล
ประการท่ีสอง นโยบายของรัฐบาลด้านโลจิสติกส์และการเข้าเมือง การกากับ
การเข้า - ออกผ่านพรมแดนท้ังทางบก ทางอากาศ และทางนา้ และนโยบายดา้ นแรงงานต่างด้าว
ประการท่ีสาม ความร่วมมือของประชาชนและภาคเอกชนในการบริหารจดั การตนเอง
ใหป้ ลอดภยั
ประการที่สี่ สถานการณ์ COVID – 19 และสภาพเศรษฐกจิ ของตลาดท่องเท่ียวไทย
ที่เคยเป็นตลาดดาวรุ่ง คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ทวีปยุโรป ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี
สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐอินเดีย รูปแบบการแพร่ระบาดของ COVID – 19 ในประเทศลูกค้าท่ีสาคัญ
และวิธีการท่ีประเทศซ่ึงเป็นลูกค้าใช้รับมือกับการแพร่ระบาด อาจจะมีการแพร่ระบาดรอบเดียวจบ
หรือแพร่ระบาดเป็นรอบ ๆ โดยที่ระลอกท่ีสองและสามน้นั เปน็ รอบที่เล็กกว่ารอบทหี่ นึ่งหรือรอบทสี่ อง
หรืออาจจะใหญ่กวา่ รอบที่หนงึ่ มากเช่นในกรณีของไข้หวัดสเปน
ประการที่ห้า สถานภาพของสายการบินหลักทั่วโลกซึ่งกาลังถดถอยอย่างรุนแรง
วา่ จะกลบั มาเป็นปกติได้มากนอ้ ยแคไ่ หน
๕๖
ประการท่ีหก สถานการณ์ราคานา้ มนั ซ่ึงผกผันอย่างรุนแรง
ประการทีเ่ จ็ด เศรษฐกจิ โลกจะสามารถฟนื้ ตัวไดใ้ นเวลาใด
ยุทธศาสตร์สาหรับอนาคตการท่องเที่ยวไทย ในช่วงหลังสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) วิถีปกติระยะถัดไป Next Normal
มดี งั น้ี
๑) ทาการตลาดและสร้างภาพลักษณ์เมืองอย่างต่อเน่ืองในฐานะพ้ืนท่ีปลอดเช้ือ
สาหรบั กลุ่มนกั ท่องเทยี่ วทแี่ สวงหาความปลอดภัยและต้องการอยแู่ บบระยะยาว
๒) สร้างระบบการเดินทางแบบปลอดเชื้อตลอดห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยว
ในพน้ื ทปี่ ลอดเช้อื
๓) ออกแบบโครงข่ายการสัญจรในแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น
ไม่สามารถสัญจรในแหล่งท่องเทย่ี วได้อยา่ งอสิ ระเพ่ือลดความเสี่ยงการใช้การสัญจร
๔) วางพื้นท่ีเฉพาะและผสมผสานการใช้ประโยชน์พื้นท่ีให้มีความหลากหลาย
และครบครันโดยให้เป็นพ้ืนท่ีเฉพาะที่มีความแตกต่างท้ังสี่ระดับกระจายตัวจากพ้ืนท่ีพักอาศัยภายใน
ระยะที่สะดวก กบั การเดินทางของนกั ท่องเท่ียวโดยไม่จาเป็นต้องใช้การขนสง่ สาธารณะ
๕) การยกระดับสุขอนามัยของอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวต้องทาควบคู่
กับการยกระดบั มาตรฐานดา้ นสาธารณปู โภคและความปลอดภัยของรัฐ
๖) ยกระดบั ระบบบริการสาธารณสุขที่มคี ุณภาพในตาบลท่มี ีนักท่องเที่ยวมาก
ให้ไดม้ าตรฐานสากล ทง้ั ดา้ นความปลอดภัยและด้านสขุ ภาพ โดยสามารถให้บรกิ ารดว้ ยภาษาสากล
๗) ปรับทางเข้าด่านและเทอร์มินอลต่าง ๆ ให้มีความแออัดลดลงและปลอดภัย
จากการติดเชื้อ ท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศ ศูนย์การค้า ตลอดจนร้านสะดวกซ้ือในแหล่งท่องเที่ยว
ควรปรบั ห้องนา้ ต่าง ๆ เปน็ ระบบที่ไมต่ ้องใช้ปมุ่ หรอื มือกด (No Hand)
ท้ังนี้ หากประเทศไทยสามารถรับมือกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) และผ่านวิถีปกติระยะถัดไป Next Normal ไปได้ดว้ ยดี และจะทาให้
ประเทศไทยกา้ วสูก่ ารเป็น Wellness Hub อยา่ งแท้จรงิ เมือ่ สถานการณ์ COVID - 19 คลีค่ ลายลง
โครงการ “การบริหารจัดการแผนงานการเตรียมความพร้อมประเทศไทย
เชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพ ” ปีที่ ๑ และปีท่ี ๒
( Administrative Plan for Thailand to be A Quality Wellness Tourism Destination
Project,Project , 2)
โดยศาสตราจารย์วิภาดา คุณาวิกติกุล และทีมนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย
โครงการวจิ ัยปที ่ี ๑ และปที ่ี ๒ ดังนี้
๕๗
๑) การดาเนนิ งานในปที ่ี ๑ หรอื ปี ๒๕๖๒
โครงการวิจัยย่อยภายใตช้ ุดโครงการวิจยั ปที ่ี ๑ ประกอบดว้ ย
(๑) การพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเท่ียวเชิงกีฬาในกลุ่ม
กิจกรรมมวยไทย ป่ันจกั รยาน และวงิ่ (Fight Ride Run) สูก่ ารทอ่ งเท่ียวดจิ ิทลั ของประเทศไทย
(๒) การจัดการโซ่อุปทานการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ เพ่ือยกระดับสู่จุดหมาย
ปลายทางการทอ่ งเทยี่ วเชงิ กอล์ฟระดบั โลก
(๓) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ
ในพนื้ ท่ีภาคใตส้ กู่ ารเปน็ ผู้นาการทอ่ งเทย่ี วเชงิ สง่ เสริมสุขภาพในระดับสากล
(๔) การพฒั นาสปาลา้ นนาสาหรบั การท่องเทีย่ วเชงิ สขุ ภาพ
(๕) การยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยสู่การเป็น
จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวส่งเสริมสุขภาพในระดับสากลด้วยนวัตกรรมบริการบนรากฐานมรดก
วฒั นธรรมและจิตบรกิ ารแบบไทย
วตั ถปุ ระสงค์
๑) การศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่ปลายทางท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ทีม่ ศี ักยภาพ ไดแ้ ก่ ศิลปะมวยไทย ปน่ั จักรยาน และกฬี าวิง่ เชอื่ มโยงกับกิจกรรมวถิ ีไทยในยุคเศรษฐกิจดิจทิ ลั
๒) การวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน และการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
การเป็น Smart Golf Tourism Destination
๓) การพัฒนาคณุ ภาพสปาในพื้นท่ีภาคใต้ การพฒั นานวตั กรรมบรกิ ารสปา
และการพัฒนาชอ่ งทางการตลาดสรู่ ะดบั สากล
๔) การพัฒนารูปแบบการให้บริการและการรบั รองการให้บริการสปาแบบลา้ นนา
๕) เพ่ือจัดทาแผนบริหารจัดการการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุก
ใหเ้ ป็นจุดหมายปลายทางการทอ่ งเที่ยวเชงิ สุขภาพที่มคี ณุ ภาพ
๖) กากับ ตดิ ตาม เร่งรดั การดาเนินโครงการวิจัยภายใตแ้ ผนงานใหส้ าเร็จ
๗) พัฒนาประเทศไทยสู่การเปน็ Global Wellness Tourism Destination
ชุดโครงการวิจัยและนวัตกรรม ประกอบดว้ ย ผลผลิตทไ่ี ด้รับในปที ี่ ๑
๑) บทวิเคราะหแ์ ละสงั เคราะหโ์ ครงการวิจยั ทัง้ ๕ โครงการ
๒) ชุดความรู้ใหม่ ๕ ชุด ในการพัฒนาและการเพ่ิมขีดความสามารถ
ของธุรกิจสปา และการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กอล์ฟ ศิลปะมวยไทย ป่ันจักรยาน ว่ิง ในการพัฒนา
ประเทศไทยส่กู ารเป็นจดุ หมายปลายทางการทอ่ งเทยี่ วเชิงสขุ ภาพ ได้แก่
๒.๑) โครงการการพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเท่ียว
เชิงกีฬาในกลุ่มกิจกรรม มวยไทย ปั่นจักรยาน และวิ่ง (Fight Ride Run) สู่การท่องเที่ยวดิจิทัล
ของประเทศไทย
๕๘
๒.๒) โครงการการจัดการโซ่อุปทานการท่องเท่ียวเชิงกอล์ฟ
เพื่อยกระดับส่จู ุดหมายปลายทางการทอ่ งเท่ยี วเชงิ กอล์ฟระดบั โลก
๒.๓) โครงการการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปา
เพ่อื สขุ ภาพในพื้นท่ภี าคใต้ส่กู ารเปน็ ผูน้ าการทอ่ งเท่ียวสง่ เสรมิ สุขภาพในระดบั สากล
๒.๔) โครงการการพฒั นาสปาลา้ นนาสาหรับการท่องเทีย่ วเชงิ สขุ ภาพ
๒.๕) โครงการการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย
สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมบริการ
บนรากฐานมรดกวฒั นธรรมและจติ บรกิ ารแบบไทย
๓) ร่างแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการการท่องเท่ียวเชงิ สุขภาพทีม่ คี ุณภาพ
ด้านกฬี าและสปา
๒) การดาเนนิ งานในปีท่ี ๒ หรือปี ๒๕๖๓
๑) บทวิเคราะห์และสังเคราะห์ โครงการวิจัยทั้ง ๕ โครงการ มีผลผลิต
ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย เน่ืองจากการพัฒนาโครงการวจิ ัยแต่แรกเริม่ ได้มกี ารพัฒนามาจาก
ปัญหาการวิจัย และมีการกาหนดผลลัพธท์ ี่ต้องการอยา่ งชัดเจน โดยมีการกาหนดวิธกี ารวิจยั ที่สอดคล้อง
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การวจิ ัย ตลอดจนมีการตดิ ตามการดาเนินการวิจัยอย่างต่อเน่ือง มีการตดิ ตาม
ปัญหาอุปสรรค การให้ข้อเสนอแนะโดยผู้ทรงคุณวุฒิเป็นระยะทาให้สามารถปรับกระบวนการวิจัย
ท่นี าไปสู่เป้าหมายได้ตรงตามเปา้ หมาย
๒) ผลลพั ธจ์ ากโครงการวิจยั ภายใตแ้ ผนงานเกิดประโยชน์ในมติ ิตา่ ง ๆ ดังน้ี
มติ เิ ชิงนโยบาย
โครงการวิจัยท่ีสามารถนาองค์ความรู้จากการวิจัยไปสังเคราะห์เป็น
นโยบายในระดับหน่วยงาน ท้องถ่ิน หรือระดับชาติได้ เช่น มาตรฐานการบริการธุรกิจสปาล้านนา
มาตรฐานของธุรกิจสปาภาคใต้ที่สามารถนาไปสู่การพัฒนาเป็นนโยบาย เพ่ือส่งเสริมให้สปามีมาตรฐาน
การรับรองคุณภาพท่ีเป็นอัตลักษณ์เป็นที่ยอมรับและเพ่ือได้รับการยอมรับของผู้ใช้บริการ รวมท้ังเพ่ิม
คุณภาพของบรกิ ารสปาทท่ี าให้สปามมี ลู ค่าเพ่มิ ขนึ้ จากเดิม
มิตเิ ชงิ พาณชิ ย์
เป็นการนาไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์
และบริการการท่องเท่ียวเชิงกอล์ฟ ต้นแบบโมเดลธุรกิจ การจัดกิจกรรมเชิงกีฬา ในกลุ่มมวยไทย
ปัน่ จกั รยานและวง่ิ ผลิตภัณฑส์ ปาจากว่านเสนห่ ์จนั ทนห์ อมและตะไครภ้ ูเขา เป็นต้น
มติ ิเชงิ วิชาการ
ส าม า รถ น า อ งค์ ค ว าม รู้ จ าก ผ ล ก าร วิจั ยไป เป็ น ป ร ะ โย ช น์ ด้ าน วิช าก า ร
เพื่อการเรียนรู้และการเรียนการสอน เช่น รูปแบบการไหลของกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานการท่องเท่ียว
เชิงกอล์ฟ รูปแบบการให้บริการสปาแบบล้านนาในบุคคลทั่วไป ผู้สูงอายุ มารดาตั้งครรภ์ และทารก ซึ่งจาก
๕๙
การศึกษา ได้แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการนวดและเพลงแบบล้านนามีผลเชิงบวกต่อร่างกายและจิตใจ
ของผรู้ บั บรกิ าร
มิติเชิงชุมชนและพน้ื ท่ี
สามารถนาวิธีการองค์ความรู้ และผลผลิตจากงานวิจัยให้เกิดประโยชน์
ต่อชุมชนและท้องถ่ิน เช่น ต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเท่ียวเชิงกีฬาในกลุ่มกิจกรรม มวยไทย
ป่ันจักรยาน และวิ่ง มาตรฐานธุรกิจสปาในพ้ืนที่ภาคใต้ที่ทาให้เกิดการรักษาสภาพแวดล้อม มีการใช้
วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในชุมชนที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมตามธรรมชาติ ทาให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนได้
ผลติ ภัณฑ์สปาล้านนา ซง่ึ นาว่านเสน่ห์จันทน์หอมและตะไครภ้ เู ขา ซึง่ เป็นพืชที่สามารถปลูกได้เฉพาะพ้ืนท่สี ูง
ในภาคเหนือ ซง่ึ จะเป็นการสง่ เสริมใหเ้ กษตรในชมุ ชนุ และพ้ืนท่กี ารปลกู เป็นพืน้ เศรษฐกิจ
มติ ิเชิงสาธารณะ
สามารถนาผลการวิจัยไปใช้ในวงกว้างเพ่ือผลประโยชน์ของสังคม ได้แก่
มาตรฐานการบริการธุรกิจสปาล้านนา คลังข้อมูลระบบสารสนเทศ ผลิตภัณฑ์และบริการสปา
เพื่อสขุ ภาพในพื้นทภี่ าคใต้
๓) ร่างแผนบริหารจัดการการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุก
ให้เป็นจดุ หมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสขุ ภาพทีม่ ีคุณภาพ ด้านกีฬาและสปา
การจัดทาแผนบริหารจัดการการเตรียมความพร้อมของประเทศเชิงรุก
ให้เป็นจุดหมายปลายทางเชิงสุขภาพท่ีมีคุณภาพ มีการดาเนินการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมท่ีส่งผล
กระทบต่อการดาเนินการการท่องเท่ียวทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกตามหลัก PESTEL (Political,
Economic, Social, Technological, Environmental, Legal factors) และสภาพแวดล้อมภายใน
ตามห ลัก ๗ S (Structure, Strategy, System, Style, Staff, Skills, Shared Value) เพ่ื อน าม า
วิเคราะห์เป็นปัจจัยท่ีจะส่งผลต่อการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (SWOT analysis) ใน ๔ ลักษณะ คือ
๑ ) โอกาส (Opportunities) ๒ ) อุ ปสรรค (Threats) ๓ ) จุ ดแข็ ง (Strengths) และ ๔ ) จุ ด อ่ อน
(Weaknesses) และข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ ปัจจัยท่ีส่งเสริม ปัจจัยท่ีเป็นอุปสรรค จุดแข็ง และจุดอ่อน
ของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและเชิงสปา ทาให้สามารถกาหนดกลยุทธ์ท่ีจะช่วยให้สามารถนาไปต่อยอดในการ
จดั ทาแผนกลยทุ ธ์และแผนบริหารจัดการการทอ่ งเท่ียวเชิงสุขภาพต่อไป
๔) ผลผลติ จากโครงการวจิ ยั มดี งั นี้
(๑) โครงการการพัฒนาสปาล้านนาสาหรับการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ผลผลิตท่ีได้ คือ รูปแบบการให้บริการสปาแบบล้านนาในบุคคลทั่วไป ผู้สูงอายุ มารดาตั้งครรภ์
และทารก มาตรฐานการบริการธุรกิจสปาล้านนา รวมไปถึงเกณฑ์การรับรองความเป็นสปาล้านนา
และผลิตภณั ฑท์ ี่ใช้ในการบริการ สปาท่มี พี ชื หอมลา้ นนาเป็นองคป์ ระกอบ
(๒) โครงการการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปา
เพื่อสุขภาพในพ้ืนที่ภาคใต้สู่การเป็นผู้นาการท่องเท่ียวเชิงส่งเสริมสุขภาพในระดับสากล ผลผลิตที่ได้
๖๐
คือ มาตรฐานของธุรกิจสปาเพ่ือสุขภาพในพ้ืนที่ภาคใต้ คู่มือสื่อสารสนเทศ Service Innovation in
Wellness Tourism: First Step สาหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
คลังข้อมูลและระบบบรหิ ารสารสนเทศผลิตภัณฑ์และบรกิ ารสปาเพ่อื สขุ ภาพในพื้นทภี่ าคใต้ และกลยุทธ์
การเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพ้ืนท่ีภาคใต้สู่การเป็นผู้ นา
การท่องเท่ยี วเชิงสง่ เสริมสุขภาพในระดบั สากล
(๓) โครงการการพัฒนาต้นแบบการบริหารจดั การการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ในกลมุ่ กิจกรรมมวยไทย ปั่นจกั รยาน และวงิ่ (Fight Ride Run) สกู่ ารท่องเทย่ี วดจิ ิทัลของประเทศไทย
ผลผลิตทไ่ี ด้ คือ คู่มอื การจัดกจิ กรรมมวยไทย การจดั กิจกรรมการปน่ั จกั รยาน การจดั งานวิง่ เพอื่ การทอ่ งเทยี่ ว
เชิงกีฬาในประเทศไทย (e-book) คู่มือของนักมวยไทย นักปั่นจักรยาน และนักว่ิงหน้าใหม่ (e-book)
รวมท้ังต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเท่ียวเชิงกีฬาในกลุ่มกิจกรรมมวยไทย ปั่นจักรยาน และว่ิง
และต้นแบบโมเดลธุรกจิ การจัดกจิ กรรมเชงิ กีฬาในกล่มุ กิจกรรม มวยไทย ปน่ั จกั รยาน และว่ิง
(๔) โครงการการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย
ส่กู ารเป็นจุดหมายปลายทางการทอ่ งเท่ยี วส่งเสริมสขุ ภาพในระดับสากลดว้ ยนวัตกรรมบริการบนรากฐาน
มรดกวัฒนธรรมและจิตบริการแบบไทย ผลผลิตที่ได้ คือ Wellness Tourism Digital Platform
ต้นแบบ Back end system “Thailand Wellness Wisdom” ฐานข้อมูลธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ด้านสปา และกีฬา และบริการการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพอ่ืน ๆ พร้อมนาเข้าข้อมูลธุรกิจและร่าง Back
end system “Welltopia Web Portal” ต้นแบบระบบ ticketing system เบื้องต้นในการพัฒนา
Wellness Tourism Digital Platform นอกจากนั้น ยังได้จัดทาหลักสูตร Start Up Incubation
Program (Business Model Innovation) สาหรับผู้ประกอบการใหม่และผู้ประกอบการเดิม (Start Up
Business)
(๕) โครงการการจัดการโซ่อุปทานการท่องเท่ียวเชิงกอล์ฟเพื่อยกระดับ
สู่จุดหมายปลายทางการท่องเท่ียวเชิงกอล์ฟระดับโลก ผลผลิตที่ได้ คือ รูปแบบการไหลของกิจกรรม
ในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวเชิงกอล์ฟ ผลิตภัณฑ์และบริการการท่องเท่ียวเชิงกอล์ฟที่เช่ือมโยง
กับผลิตภัณฑ์การท่องเท่ียวอ่ืนท่ีมีศักยภาพตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ต้นแบบการบริหารจัดการสนามกอล์ฟไทย
รวมไปถงึ เวบ็ ไซต์การทอ่ งเท่ียวเชงิ กอลฟ์ ของไทย
๕) โครงการวจิ ยั ยอ่ ยภายใต้ชุดโครงการวิจัยปีที่ ๒ ประกอบด้วย
(๑) การพัฒนาสปาล้านนาสาหรบั การท่องเทย่ี วเชงิ สขุ ภาพ
(๒) การพัฒนาการจัดการโซ่อุปทานการท่องเท่ียวเชิงกีฬาเพ่ือพัฒนา
เศรษฐกจิ ชุมชนด้วยกิจกรรมการว่ิงบนฐานวัฒนธรรมท้องถ่นิ
(๓) การจัดการโซ่อุปทานการท่องเท่ียวเชิงกอล์ฟเพ่ือยกระดับ
สจู่ ดุ หมายปลายทางการท่องเทย่ี วเชิงกอลฟ์ ระดบั โลก
๖๑
(๔) การพัฒนานวัตกรรมเครือข่ายและการตลาดในการท่องเท่ียว
เชิงการแพทยเ์ พ่ือยกระดับความสามารถในการปรับตวั ท่ามกลางวิกฤตโลก
วัตถุประสงค์
(๑) เพ่ือนาข้อมูลท่ีได้จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลในปีที่ ๑
ไปจัดทาแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพด้านกีฬาและสปา เพื่อยกระดับ
ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเท่ียวเชิงสขุ ภาพ
(๒) เพื่อนาชุดความรู้ใหม่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านกีฬาและสปา
ท่ีได้จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลในปีท่ี ๑ ไปใช้ในสถานการณ์จริงและพัฒนาเป็นชุดความรู้ใหม่
ทส่ี มบูรณพ์ รอ้ มสง่ มอบ
(๓) เพอื่ กากบั ตดิ ตาม เรง่ รัด และประสานการดาเนินการโครงการวจิ ัย
ภายใต้แผนงานให้สาเร็จลุล่วง และส่งมอบผลสาเร็จการดาเนินงานตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
และวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และบูรณาการ ผลลัพธ์และผลผลิต ของโครงการวิจัยภายใต้แผนงาน รวมท้ัง
ถอดบทเรยี นการบริหารจัดการแผนงานวิจยั ภายใต้โครงการวิจยั
กรอบแนวคิดสาหรับการจดั ทาชุดความรูใ้ หม่
๑) ปจั จัยนาเขา้ หรือแหล่งทรพั ยากร (inputs/ resource) หมายถงึ (๑) บคุ คล
ซ่ึงได้แก่คณะนักวิจัย ผู้ช่วยวิจัย เจ้าหน้าท่ีวิจัย องค์กรและผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องในการดาเนินการวิจัยทุกคน
(๒) งานวิจัย จานวนและแหล่งท่ีไดร้ ับจัดสรร (๓) ทรัพยากรที่สามารถจัดหาได้เพื่อมุ่งให้การดาเนินงาน
สาเร็จ เช่น วัสดุ ครุภัณฑ์ สถานที่ และ (๔) เทคโนโลยีท่ีสนับสนุนการทาวิจัย เช่น โปรแกรม
คอมพิวเตอร์ นอกจากนั้น ยังรวมถึงปจั จยั นาเข้า เชน่ ความต้องการของนักท่องเที่ยว แรงจูงใจ ภูมิหลัง
ของนักท่องเท่ียว และอุปทาน และการตอบสนองต่อความต้องการของนักทอ่ งเที่ยว ระบบทางกายภาพ
ทุนมนุษย์ ทุนสังคม ทุนธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และทุนสินทรัพย์ทางการเงิน รวมถึงการสนับสนุน
ต่าง ๆ ผลการวิเคราะห์ SWOT (Strengths, Weaknesses, Opportunities, Threats) ความร่วมมือ
ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
๒) กิจกรรมของโครงการ (activities) หรือกระบวนการ หมายถึง
กระบวนการในการดาเนินการวิจัยให้สาเร็จ ได้แก่ กระบวนการพัฒนาโครงการ การดาเนินการวิจัย
การบริการงบประมาณ การบริหารวัสดุครุภัณฑ์ และการบริหารบุคคล เช่น การสรรหาคัดเลือก
และบริหารจัดการนักวิจัยและผู้ช่วยวิจัย การพัฒนานักวิจัย นอกจากนั้น ยังรวมถึงกลยุทธ์ต่าง ๆ
การตลาด การพัฒนาบุคคลด้านการท่องเท่ียว การพัฒนาคุณภาพบริการ และการจัดการระบบ
สารสนเทศ
๓) ผลผลิต (output) หมายถึง ผลท่ีเกิดขึ้นโดยตรงของกิจกรรม
ในโครงการแต่ละโครงการ เช่น ผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ได้จากการดาเนินการวิจัยที่มี
ความเป็นอัตลักษณ์ มีความคิดสร้างสรรค์ หรือมีมูลค่าสูง เป็นต้น จาแนกตามประเภทของนวัตกรรม
๖๒
(product/service innovation, process innovation, marketing innovation, institutional innovation)
จานวน/ปริมาณของนวัตกรรม/หลักสูตร/รูปแบบที่เกิดขึ้นจากโครงการ และคุณภาพของนวัตกรรม/
หลักสูตร/รูปแบบท่ีเกิดข้ึนจากโครงการ การเพิ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
นอกจากน้ัน ยังรวมถึงลาดับความสามารถในการแข่งขัน ตัวชี้วัดด้านการท่องเท่ียวอย่างย่ังยืนสาหรับ
การทอ่ งเท่ียว ตวั ชี้วดั ดา้ นสงั คม ส่ิงแวดลอ้ ม วัฒนธรรมเปน็ ตน้
๔) ผลลัพธ์ (outcome) หมายถึง ส่ิงท่ีได้รับจากการดาเนินโครงการ
เช่น ประสิทธิผล (effectiveness) ของนวัตกรรม หลักสูตร รูปแบบท่ีเกิดขึ้นจากโครงการ ความพึงพอใจ
ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (satisfaction among stakeholders) การยอมรับ นอกจากนั้น ยังรวมถึง
ความสามารถในการนาไปใช้ของรปู แบบชุดความรใู้ หมท่ ี่ได้ รวมทั้งแผนทีพ่ ัฒนาขน้ึ ใหเ้ กิดผลต่อการเป็น
จดุ หมายปลายทางการทอ่ งเทีย่ วทม่ี ีคุณภาพในระยะยาวตอ่ ไป
๕) ผลกระทบ (impact) หมายถงึ การเปลี่ยนแปลงทค่ี าดหวังใหเ้ กิดขึ้น
ต่อส่ิงแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในชุมชน หรือประเทศ และความยั่งยืนของการเป็น
จุดหมายปลายทางของการท่องเท่ียวที่มีคุณภาพของประเทศไทยและการเพิ่มรายได้ของประเทศในระยะยาว
การบริหารจัดการแผนงานการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเท่ียว
เชิงสขุ ภาพที่มคี ุณภาพปที ่ี ๑
มาตรฐานการวจิ ัย
ผู้วิจัยนาเสนอโครงการร่างวิจัย ต่อคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ซง่ึ ได้รบั รองจากการตรวจประเมินคณะกรรมการจรยิ ธรรม
การวิจัยเพื่อขอรับรองทางด้านจริยธรรมการวิจัยโครงการ และทาหนังสือช้ีแจงให้กลุ่มตัวอย่าง รวมท้ัง
ทาการเกบ็ ข้อมูลจากตัวอย่างตอ่ เมื่อกลมุ่ ตัวอยา่ งยินยอมโดยวาจาหรือลงลายมือช่อื ในใบยินยอมผลผลิต
และผลลพั ธใ์ นปีท่ี ๒
ผลผลติ
๑) แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพด้านกีฬา
และสปา เพื่อยกระดับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านกีฬาและสปา
ทีม่ ีคณุ ภาพและข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
๒) ชุดความร้ใู หมก่ ารท่องเทีย่ วเชิงสขุ ภาพดา้ นกีฬาและสปาทส่ี มบรู ณ์
๓) บทวิเคราะห์ สังเคราะห์ และบูรณาการ ผลลัพธ์และผลผลิต
ของโครงการวิจัยภายใตแ้ ผนงาน
ผลลพั ธ์
๑) ผลสาเร็จการดาเนินงานตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ของโครงการวิจัย
ภายใตแ้ ผนงานทกุ โครงการ
๖๓
๒) หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนาชุดความรู้ใหม่ไปพัฒนาการท่องเท่ียว
เชงิ สขุ ภาพทม่ี ีคณุ ภาพในระดับสากล กอ่ ให้เกดิ รายได้
๓) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้แผนกลยุทธ์พัฒนาการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพของประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของโลกในการดาเนินการ
เพอ่ื ใหเ้ พมิ่ มูลคา่ ทางเศรษฐกิจ
โครงการวิจัยอ่ืน ๆ ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการ
ทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในสานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรมแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓
๑) รูปแบบการลงทุนธุรกิจโรงเรียนสอนมวยไทยเพ่ือเพ่ิมผลิตภาพ
การทอ่ งเทีย่ วมวยไทยเชิงสร้างสรรค์
๒) เช่ือมโยงนวัตกรรมอาหารและอาหารว่างไทยเพื่อเสริมกิจกรรม
มวยไทย และธรุ กิจโรงเรยี นสอนมวยไทย
๓) บทวิเคราะห์ สังเคราะห์ และบูรณาการ ผลลัพธ์และผลผลิต
ของโครงการวิจัยภายใตแ้ ผนงาน
๔) ผลสาเรจ็ การดาเนินงานตามเปา้ หมายที่กาหนดไว้ตามโครงการวิจัย
๕) หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนาชุดความรู้ใหม่ไปพัฒนาธุรกิจโรงเรียน
สอนมวยไทยทมี่ ีคณุ ภาพในระดบั สากล กอ่ ให้เกิดรายได้ เชอื่ มโยงกบั นวัตกรรมอาหารเพ่อื ยกระดับธุรกิจ
โรงเรียนสอนมวยไทย
๖) หน่วยงานที่เก่ียวข้องสามารถใช้ผลเพื่อการพัฒนาธุรกิจด้านกีฬา
และอาหารไทยสกู่ ารดาเนนิ การเพ่ือให้เพิ่มมลู ค่าทางเศรษฐกิจ
ประเด็นทีน่ า่ สนใจในการดาเนินการระยะต่อไปด้านการทอ่ งเท่ยี วเชิงสขุ ภาพ
๑) การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ กีฬาและสปา ต่อเน่ืองจากเดิมโดยใช้
มาตรฐาน อัตลักษณ์ไทยแต่ละท้องถิ่นและจุดเด่นต่าง ๆ ในการขับเคล่ือนโดยคานึงถึงความปลอดภัย
ทงั้ จากโรคภยั และความไม่ปลอดภัยในแต่ละกจิ กรรม โดยมกี ารดาเนินการที่เปน็ ระบบในทกุ เรื่อง
๒) การท่องเท่ียวเชิงกีฬาและสปาสู่เวทีโลก โดยการสร้างความมั่นใจ
ให้กบั นักทอ่ งเทยี่ ว
๓) การดาเนินการโดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน มีการสนับสนุน
ทัง้ เชิงนโยบาย การดาเนินการ และงบประมาณ
๔) ใช้แนวคิดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในทุกมิติแบบบูรณาการ
ทง้ั ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม จติ วญิ ญาณ สงิ่ แวดลอ้ ม โดยใชค้ วามไดเ้ ปรียบของประเทศ
๕) การส่งเสริมการท่องเท่ียวทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ
ในระยะตอ่ ไปโดยตอ้ งมีการเตรยี มความพรอ้ มในทกุ ภาคสว่ น
๖๔
๖) การพัฒนาบคุ ลากรผใู้ หบ้ รกิ าร
๗) การตอบสนองความต้องการของนักท่องเท่ียวท่ีเปลี่ยนแปลงไป
และการจัดรปู แบบการใหบ้ ริการโดยมีนวตั กรรมการให้บริการท่ีเหนอื ความคาดหมาย
๘) การใชร้ ปู แบบการตลาดแบบใหมต่ ามความตอ้ งการ
๙) การพัฒนาดจิ ิทัลแพลตฟอร์มการท่องเทีย่ วเชิงสุขภาพการท่องเท่ียว
สาหรบั ผสู้ ูงอายุ : การทอ่ งเท่ียวอยา่ งปลอดภยั
๑๐) การเตรียมความพร้อมก่อนการท่องเทีย่ ว
๑๑) การจัดการแหล่งท่องเท่ียวที่ปลอดภัยและสร้างเสริมสุขภาพ
ผูส้ งู อายุ
๑๒) การจัดกิจกรรมการท่องเท่ียวท่ีปลอดภัยและสร้างเสริมสุขภาพ
ผู้สงู อายุ
๑๓) การท่องเทยี่ วแบบครอบครัว
ขอ้ จากดั ในการดาเนนิ งาน
ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่เอ้ือต่อการต่อเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ผ่านประกันสุขภาพ ยังมีความเสียเปรียบเม่ือเทียบกับตา่ งประเทศ ดงั เชน่ การท่องเที่ยวด้านการบริการ
สขุ ภาพ
๓.๒.๕.๒ สานกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ
ผู้แทนสานักงานการวิจัยแห่งชาติ๑๑ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม ให้ข้อมูลสรุปได้ ดงั นี้
ความเป็นมาของสานกั งาน
รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นกลไก
การบูรณาการการวิจัยและนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจัดต้ัง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขึ้น กฎหมายท่ีเก่ียวข้องได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
เมื่อวันท่ี ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลให้สานักงาน
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งทาหน้าท่ีหลักในการสนับสนุนงานนโยบายต่อคณะกรรมการ
ได้ปรับเปลี่ยนเป็น “สานักงานการวิจัยแห่งชาติ” และทาหน้าท่ีหลักด้านการให้ทุนวิจัย และนวัตกรรม
ซึ่งเป็นการถ่ายโอนภารกิจจากสานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. เดิม สาหรับข้อมูล
ด้านการส่งเสริมงานด้านการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพจะกาหนดไว้ในระบบข้อมูลสารสนเทศ หรือ NRIIS
เพื่อสร้างฐานข้อมูลงานวิจัยของประเทศทั้งหมดให้มีเอกภาพ มีความปลอดภัย โดยได้ดาเนินการรว่ มมือ
กบั สานักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรมเป็นหนว่ ยบรหิ ารขอ้ มูล
๑๑ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและ
ดาเนินการตามยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นการทอ่ งเที่ยว ในคณะกรรมาธกิ ารการทอ่ งเที่ยว วฒุ ิสภา, วันจันทรท์ ่ี ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๖๓.
๖๕
การดาเนินการของสานกั งาน
สานักงานดาเนินงานด้านการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทาฐานข้อมูล
และดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การขับเคลื่อน
และประสานการดาเนนิ งานโครงการวจิ ัยและนวัตกรรมทีส่ าคัญดา้ นการทอ่ งเที่ยวเชงิ สขุ ภาพ และการส่งเสริม
และสนบั สนุนการพัฒนาบุคลากรดา้ นการวิจัย และนวัตกรรม โดยมีขอ้ มูลประกอบการพิจารณาเกย่ี วกับ
(๑) งานวิจัยมุ่งเป้าท่องเที่ยวกลุ่มการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ปี ๒๕๕๕ - ๒๕๖๒ และ (๒) สรุปโครงการ
และงบประมาณที่ได้รับจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๙ - ๒๕๖๓ ท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
แบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ (๑) แยกตามสังกัดของนักวิจัย และ (๒) แยกตามหน่วยงานเจ้าของทุนวิจัย
โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี
(๑) งานวิจัยม่งุ เป้าท่องเทย่ี วกลุ่มการทอ่ งเท่ยี วเชงิ สุขภาพ ปี ๒๕๕๕ - ๒๕๖๒
มดี ังน้ี
ปี ๒๕๕๕ จานวน ๒ แผนงาน ได้แก่
๑) ยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจสุขภาพองค์รวมของไทย เพื่อเป็น
ศูนย์กลางรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดย นายแพทย์มโน
เมตตานนั โท เลาหวณิช
๒) การส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและแหล่งท่องเท่ียว
คณุ ภาพสูง โดยศาสตราจารย์ม่ิงสรรพ์ ขาวสะอาด
ปี ๒๕๕๖ จานวน ๑ แผนงาน ได้แก่
- ระบบบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กรณีศึกษา อาเภอหัวหิน
โดยอาศัยออนโทโลยีและเทคโนโลยีการประมวลผลแบบขนานบนกลุ่มเมฆ โดยรองศาสตราจารย์จันทนา
จนั ทราพรชัย
ปี ๒๕๕๘ จานวน ๒ แผนงาน ไดแ้ ก่
๑) การพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของไทย
เพอ่ื เปน็ ศูนย์กลางการทอ่ งเทยี่ วเชิงสขุ ภาพในเอเชีย โดยศาสตราจารยส์ มบัติ กาญจนกิจ
๒) ระบบบริการข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ผา่ นเว็บเซอรว์ สิ แบบผสานโลกเสมอื น กรณีศึกษาอาเภอหวั หนิ โดยรองศาสตราจารยจ์ ันทนา จนั ทราพรชยั
ปี ๒๕๕๙ จานวน ๑ แผนงาน ได้แก่
- การพัฒนายุทธศาสตร์การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพด้วยการบริการสปา
ในพ้ืนทีจ่ งั หวัดภเู ก็ต โดยผชู้ ่วยศาสตราจารย์ณารีญา วรี ะกิจ
ปี ๒๕๖๐ จานวน ๓ แผนงาน ไดแ้ ก่
๑) การพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เป็น
ศนู ยก์ ลางการทอ่ งเที่ยวเชงิ สขุ ภาพของภาคใต้ตอนบน โดยนายสรรค์นันธ์ ตนั ติอุโฆษกลุ อัครวงศ์
๖๖
๒) กลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถการบริการการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริม
สขุ ภาพในจังหวดั ภูเก็ต โดยนางสาวพุทธพร อักษรไพโรจน์
๓) แนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
สกู่ ารเป็นสปาทาวน์ (Spa town) ของอาเภอคลองท่อม จงั หวดั กระบี่ โดยศาสตราจารย์ธวชั ชัย ศภุ ดิษฐ์
ปี ๒๕๖๑ จานวน ๓ แผนงาน ได้แก่
๑) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสร้างมูลค่าเพ่ิมผลิตภัณฑ์ชุมชน
พุน้าร้อน กลุม่ ทอ่ งเทยี่ วอารยธรรมลา้ นนา โดยผ้ชู ่วยศาสตราจารยอ์ รรณพ หอมจนั ทร์
๒) การพัฒนาภมู ิภาคและแหง่ การท่องเท่ียวเชงิ สขุ ภาพโดยการบูรณาการ
เครอื ข่ายความรว่ มมือในพื้นท่ีกลุ่มจังหวัดภาคเหนอื ตอนลา่ ง ๑ โดยนางสาวเกษตรวดี พุทธภมู ิพทิ ักษ์
๓) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืนในแหล่ง
น้าพรุ อ้ นของประเทศไทย โดยนายแพทย์ จโิ รจ สินธวานนท์
ปี ๒๕๖๒ จานวน ๓ แผนงาน ไดแ้ ก่
๑) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยความโดดเด่นของทรัพยากร
การทอ่ งเท่ยี วและความร่วมมอื ของเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง โดยผชู้ ่วยศาสตราจารย์ บุปผา
วงษ์พันธุท์ า
๒) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีสมุนไพรในจังหวัดเชียงราย
สาหรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาชนจีน
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรไทย (MCLT) โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์
วริ ุณสริ ิ ใจมา
๓) การจัดการพุน้าร้อนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
เพ่ือเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงสง่ เสริมสขุ ภาพ โดยผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์อรรณพ หอมจันทร์
รายละเอียดตวั อยา่ งงานวิจยั มดี ังน้ี
๑) เรื่อง การพัฒนาภูมิภาคแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยการบูรณาการ
เครือข่ายความร่วมมือในพ้ืนท่ีกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ (พิษณุโลก ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์
อตุ รดิตถ์) โดยนางสาวเกษวดี พทุ ธภูมิพทิ ักษ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบจาลองโซ่คุณค่าการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ของกล่มุ จังหวดั ภาคเหนือตอนล่าง ๑ และพยากรณ์ความสัมพันธร์ ะหว่างอุปสงค์และอปุ ทานจากปัจจัย
ภายในและภายนอกภูมิภาค และจัดทาแผนการพฒั นาภมู ิภาคแหง่ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ สุขภาพ โดยการบูรณาการ
เครือข่ายความร่วมมือในพื้นท่ีกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ (พิษณุโลก ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์
อตุ รดติ ถ์)
การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย คณะกรรมการ LIMEC (Luangprabang-
lndochina-Mawlamyine Economic Corridor : LIMEC) ประเทศไทย ได้นาผลการวิจัยไปใช้เป็นข้อมูล
๖๗
ในการตัดสินใจ เพื่อการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดและกลุ่มประเทศ LIMEC
โดยในการประชุมนานาชาติระเบยี งเศรษฐกิจ หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลาไย ครัง้ ท่ี ๕ ระหว่างวันพุธที่
๑๙ - ๒๒ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒ ณ อาเภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก อย่างเป็นทางการ โดยได้บรรจวุ าระในการนาเสนอขอ้ มูล
ผลการวิจัยในวาระการประชุมเวทีอภิปราย การเช่ือมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยว
เชิงสขุ ภาพ
๒) เร่ือง การพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงส่งเสริมสุขภาพอย่างย่ังยืน
ในแหลง่ นา้ พุรอ้ นของประเทศไทย โดยนายแพทย์จโิ รจ สินธวานนท์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์น้าพุร้อนเพ่ือสุขภาพ
สาหรับนักท่องเท่ียวผู้สูงอายุ และนาเสนอมาตรฐานการท่องเท่ียวเชิงส่งเสริมสุขภาพในแหล่งน้าพุร้อน
ของประเทศไทย
การใชป้ ระโยชน์จากงานวิจัย นาไปสูก่ ารปรบั ปรุงมาตรฐานการทอ่ งเทยี่ ว
เชิงส่งเสริมสุขภาพ โครงสร้างพ้ืนฐานของแหล่งน้าพุร้อน สามารถปรับปรุงให้เข้าเกณฑ์มาตรฐาน
ทางกายภาพได้ ทั้งในด้านความสะอาดและสุขอนามัย การรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย รวมท้ังการจัด
ให้มีบุคลากรผู้ให้บริการประจาแหล่งอาบแช่ สาหรับการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริม
สุขภาพอยา่ งย่งั ยืน
๓) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์
ชุมชนพุน้าร้อนกลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรณพ หอมจันทร์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
วัตถุประสงค์ เพ่ือนาเสนอแนวทางการสร้างมูลค่าเพ่ิมผลิตภัณฑ์ชุมชน
และแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของพุน้าร้อนกลุ่มท่องเท่ียวอารยธรรมล้านนา
ตามศกั ยภาพของแต่ละแหล่งพุน้ารอ้ นท่ีศึกษา
การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย เทศบาลตาบลเวียงสรวย อาเภอแม่สรวย
จังหวัดเชียงราย ได้นาแผนพัฒนาและแนวทางการออกแบบสิ่งอานวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว
และภูมิสถาปัตยกรรมพุน้าร้อนโป่งปูเฟืองที่เป็นผลผลิตจากโครงการวิจัยไปขยายผล โดยกาหนด
ในแผนพฒั นาและบริหารจดั การของเทศบาลตาบลเวียงสรวย รวมทั้งดาเนนิ การเสนอขอรับงบประมาณ
สนับสนุนจากจังหวัดเชียงราย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ในโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
น้าพรุ อ้ นโป่งปูเฟอื ง ตาบลแม่สรวย อาเภอแมส่ รวย จงั หวัดเชยี งราย เพอ่ื เป็นแหลง่ ท่องเที่ยวเชงิ ส่งเสริม
สขุ ภาพโดยชุมชน
๔) การจัดการน้าพุร้อนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
เพื่ อเป็ น แหล่งท่ องเที่ ยวเชิงส่ งเสริมสุขภาพ โดยผู้ ช่วยศาสตราจารย์อรรณ พ หอมจันทร์
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
๖๘
วัตถุประสงค์ ศึกษาสถานภาพ ศักยภาพทางด้านธรณีนิเวศของพุน้าร้อน
เสนอแนวทางการพัฒนาสิ่งอานวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวและภูมิสถาปัตยกรรม การพัฒนา
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ล ะ บ ริ ก า รท างก าร ท่ อ งเท่ี ยว แ ล ะ จัด ท า แ ผ น ก ารจั ด ก า ร พุ น้ าร้ อ น จังห วั ด แ ม่ ฮ่ อ งส อ น
เป็นแหล่งท่องเทยี่ วเชงิ ส่งเสรมิ สุขภาพ
การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย การถ่ายทอดผลการศึกษาวิจัยหลัก คือ
แผนการจดั การพุน้าร้อนจังหวดั แม่ฮ่องสอน พร้อมการฝึกทกั ษะด้านการสือ่ สารผา่ นสังคมออนไลน์ใหก้ ับ
ผูท้ เ่ี กย่ี วข้องในการจัดการหรอื ดาเนินงานเก่ยี วกับพุน้าร้อนเป็นเป้าหมาย ๖ แหลง่ ของจังหวดั แม่ฮ่องสอน
๕) การพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพด้วยความโดดเด่นของทรัพยากร
การท่องเที่ยวและความร่วมมือของเครือข่ายการท่องเท่ียวจังหวัดระนอง โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์บุปผา
วงษ์พนั ธ์ทุ า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร์
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัด
ระนองด้านความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรภาคีเครือข่าย และแนวคิด “ความเป็นจริงเสริม
(Augmented Reality)” และเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของจังหวัดระนอง
ใหร้ องรบั ความตอ้ งการการพานกั ของนกั ทอ่ งเทีย่ ว
การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย นาผลงานวิจัยวางแผนนโยบายยุทธศาสตร์
การพัฒนาการท่องเท่ียวจังหวัดระนองท่ีมุ่งเน้นการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ เพื่อเป็นการหนุนเสริมนโยบาย
จังหวัดระนองให้เป็นเมืองสุขภาพ โดยเร่ิมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทางธรรมชาติ
ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ปรับปรุงสวนสาธารณะรักษะวารินให้มีความเหมาะสมกับความต้องการ
ของนกั ท่องเท่ียว และมีมาตรฐานการให้บรกิ ารของพ้นื ทีผ่ า่ นงบประมาณของจังหวัดระนอง
๖) เร่ือง การพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพวิถีสมุนไพรในจังหวัด
เชียงรายสาหรับนักท่องเท่ียวในกลุ่มประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาชนจีน
สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว และราชอาณาจกั รไทย (MCLT) โดยผู้ชว่ ยศาสตราจารยว์ ิรุณสริ ิ ใจมา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งราย
วัตถุประสงค์ เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพด้วยวิถีสมุนไพรท่ีตรงกับแนวโน้มความต้องการของนักท่องเท่ียวเชิงสุขภาพทั้งนักท่องเที่ยว
ชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพวิถีสมุนไพร
ในจังหวัดเชียงรายสาหรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐ
ประชาชนจนี สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว และราชอาณาจกั รไทย (MCLT)
การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย สานักงานการท่องเท่ียวและกีฬาจังหวัด
เชียงรายได้นาผลงานวิจัยไปใช้ในด้านการส่งเสริมและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีสมุนไพร
ในจังหวดั เชยี งรายและชุมชนท่องเท่ียวของจังหวัดเชียงราย
๖๙
กรอบวิจัยการจดั การทอ่ งเท่ยี วปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๔ มี ๔ กรอบ ดังน้ี
กรอบท่ี ๑ การพัฒนาและสรา้ งคุณคา่ เพิ่มตอ่ ฐานทรพั ยากรทางการท่องเทย่ี ว
โดยเชื่อมโยงกับตลาดท่องเท่ียวผู้นาไปสู่การท่องเท่ียวอย่างยั่งยืน ซ่ึงมีประเด็นการวิจัยการยกระดับ
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพองค์รวม (Health Tourism) มุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานสู่การเป็นจุดหมาย
ชั้นนาด้านการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) การบูรณาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
(Medical Tourism) และคุณคา่ อัตลักษณ์ไทยเพือ่ การท่องเท่ียวทีเ่ กี่ยวข้อง
กรอบท่ี ๒ การจัดการการตลาดสมัยใหม่ท่ีสอดคล้องกับการท่องเท่ียว
บนฐานอตั ลกั ษณแ์ ละพลวัตการทอ่ งเท่ียวโลก
กรอบท่ี ๓ การกาหนดกลไกการบริหารจัดการท่องเท่ียวไทยอย่างมี
ประสทิ ธิภาพและยัง่ ยืน
กรอบที่ ๔ การวิจัยการทอ่ งเทีย่ วเชิงประเดน็ ทา้ ทาย
จานวนโครงการและงบประมาณที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๙
– ๒๕๖๓ ท่ีเกี่ยวกับการท่องเท่ียว แยกตามสังกัดของนักวิจัย รวม ๑,๓๙๓ โครงการ รวมงบประมาณ
๑,๖๕๔,๗๔๘,๗๕๖ บาท (ข้อมลู ณ วันท่ี ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๓) มีรายละเอียด ดังนี้
๑ ) ท่ องเที่ ยวเชิงสุขภาพ จาน วน ๘ ๔ โครงการ งบ ป ระมาณ
๒๒๐,๕๐๘,๗๖๒ บาท แยกเป็นดังน้ี
- นั กวิจัยจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม ได้รับจัดสรรโครงการเก่ียวกับการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ จานวน ๘๓ โครงการ งบประมาณ
๒๑๘,๐๐๘,๗๖๒ บาท
- นักวิจัยจากกระทรวงสาธารณสุขได้รับจัดสรรโครงการเกี่ยวกับ
การทอ่ งเทยี่ วเชิงสุขภาพ จานวน ๑ โครงการ งบประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท
๒) ท่องเทยี่ วอื่น จานวน ๑,๓๐๙ โครงการ งบประมาณ ๑,๔๓๔,๒๓๙,๙๙๔ บาท
จานวนโครงการและงบประมาณท่ีได้รับจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๙ –
๒๕๖๓ ท่ีเกี่ยวกับการท่องเที่ยว แยกตามหน่วยงานเจ้าของทุนวิจัย รวม ๑,๓๙๓ โครงการ
รวมงบประมาณ ๑,๖๕๔,๗๔๘,๗๕๖ บาท มรี ายละเอียด ดงั น้ี
๑ ) ท่ องเที่ ยวเชิงสุขภาพ จาน วน ๘ ๔ โครงการ งบ ป ระมาณ
๒๒๐,๕๐๘,๗๖๒ บาท แยกเปน็ ดังน้ี
- นักวิจัยจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวัตกรรม ได้รับจัดสรรโครงการเก่ียวกับการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ จานวน ๘๔ โครงการ งบประมาณ
๒๒๐,๕๐๘,๗๖๒ บาท
๒) ท่องเที่ยวอื่น จานวน ๑,๓๐๙ โครงการ งบประมาณ ๑,๔๓๔,๒๓๙,๙๙๔ บาท
๗๐
๓.๓ การดาเนินงานของหนว่ ยงานภาคเอกชน
๓.๓.๑ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
ผแู้ ทนสมาคมโรงพยาบาลเอกชน๑๒ ให้ข้อมลู สรุปได้ ดงั นี้
โรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ มีจานวนไม่ต่ากว่า ๓๘๒ แห่ง เป็นสมาชิกของสมาคม
โรงพยาบาลเอกชน จานวน ๒๖๐ แห่ง โรงพยาบาลท่ีไม่ได้เป็นสมาชิกส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาล
ท่ีมีจานวนเตียงน้อยกว่า ๑๐๐ เตียง ปัจจุบันมีจานวนโรงพยาบาลเอกชนเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ืองและคาดว่า
ในอีก ๓ ปีข้างหน้าจะมีโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น อีกจานวนไม่ต่ากว่า ๘ แห่ง และมีจานวนเตียงเพิ่มขึ้น
ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไมต่ ่ากว่า ๗๐๐ - ๘๐๐ เตียง แสดงให้เห็นวา่ การลงทุนทางด้านโรงพยาบาล
เอกชนมีความนิยมและมีเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ือง จึงควรมีการศึกษาในรายละเอียด ควรไดร้ ับการประสาน
ความร่วมมือ สนับสนุนในการดาเนินการจากหลาย ๆ กระทรวงที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้เกิด
ความเจริญก้าวหน้าอย่างถูกทิศทาง สร้างช่ือเสียงและรายได้ให้กับประเทศไทย เป็นการตอบแทน
อยา่ งเหมาะสมและกา้ วหน้า
ทางด้านโรงพยาบาลเอกชนมีการปรับปรุงและรับรองมาตรฐานในระดับก้าวหน้า
และเพิ่มข้ึนอย่างต่อเน่ือง นอกจากมาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) ซ่ึงเป็นของประเทศไทยแล้ว
ยงั มีมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นมาตรฐานขององค์กรสากลจากประเทศ
สหรัฐอเมริกาและเป็นมาตรฐานซึ่งเป็นท่ีรู้จักและยอมรับทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีมาตรฐาน DNV – GL
(บริษัทจากประเทศนอร์เวย์) และ GL (บริษัทจากประเทศเยอรมนี) ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพในยุโรป
ซ่ึงโรงพยาบาลเอกชนไทยบางแห่งก็ได้รับการรับรองคุณภาพนี้แล้ว ในปัจจุบันก็มีโรงพยาบาลเอกชน
ในประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI แล้วไม่ต่ากว่า ๖๔ แห่ง เป็นการสร้างความเชื่อม่ันว่า
มาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยเป็นมาตรฐานระดับสูง สามารถสร้างความเช่ือมั่น
อันเป็นท่ียอมรับได้ ในอดีตการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism / Medical Hub) ได้รับ
การประกาศเปน็ ธรุ กจิ สง่ เสริมตั้งแตช่ ่วงเศรษฐกจิ ตกตา่ พ.ศ. ๒๕๔๐ (ตม้ ยากงุ้ ) นอกจากธรุ กิจ Medical
Tourism / Medical Hub แล้วมีการประกาศให้ประเทศไทยเป็น Kitchen of the World, Detroit of
Asia, Jewelry City of Asia ฯลฯ ซึ่งในขณะนั้นสมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ก่อต้ังและรวมตัวขึ้น
เปน็ ปึกแผน่ เรียบร้อยแลว้ และได้ดาเนินการโดยลาพังตลอดมา โดยยังไม่ได้รับการสนับสนนุ จากภาครัฐมากนัก
ในปัจจุบนั กระทรวงสาธารณสุข Medical Tourism / Medical Hub ได้แบ่งออกเปน็ ๔ Hubs คอื
๑) Medical Service Hub
๒) Wellness Hub
๓) Academic Hub ศูนย์บรกิ ารทางวิชาการ การเรยี น การสอนและงานวจิ ัย
๑๒ บันทึกการประชุมคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตรช์ าติดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว ในคณะกรรมาธิการการทอ่ งเท่ยี ว วฒุ ิสภา, ในวันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓.
๗๑
๔) Product Hub ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกประเภท ผลิตภัณฑ์เคร่ืองมือแพทย์
รวมถึงการแพทยแ์ ผนไทย ผลิตภัณฑส์ มุนไพรไทยซง่ึ ใช้เป็นยา
ท้ัง ๔ Hubs น้ีมีผู้ประกอบการไทยมาร่วมลงทุนทาการค้นคว้าและสร้างผลิตภัณฑ์
ขนึ้ มากมายทั้งผปู้ ระกอบการขนาดกลางและขนาดยอ่ ม
โรงพยาบาลเอกชนอยู่ภายใต้การกากับดูแลของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวง
สาธารณสขุ และได้ตั้งหนว่ ยงานใหมข่ ึ้นรองรับงานขณะน้เี รียกว่า “กองสขุ ภาพนานาชาติ” ซึง่ มีแผนงาน
ต่อไปในอนาคตภายใต้ช่ือใหม่ คือ “สานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ” (Health Economic
Promotion Agency - HEPA)
ทางด้านการโฆษณาของหน่วยงานโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งทาได้ในขอบเขตจากัด สมควร
ที่จะได้รับการปรับปรุงเพ่ือสามารถ “เผยแพร่เพ่ือการประชาสัมพันธ์” หมายถึง การให้ข้อมูลท่ีเป็นจริง
และถูกต้องตามหลักวิชาการ ปฏิบัติการได้จริง และมีผลลัพธ์ที่ดีงาม สมควรประกาศให้โลกได้รับรู้
รับทราบ โดยเฉพาะผลงานใหม่ ๆ ทางการแพทย์ควรต้องมีงานวิจัยสนับสนุน มีผลงานท่ีพิสูจน์ได้
เป็นท่ียอมรับของทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันการประชาสัมพันธ์ทาได้อย่างกว้างขวาง
รวดเร็วทงั้ Platform online และ off line
๓.๓.๒ สมาคมการทอ่ งเท่ียวเชงิ การแพทย์และสุขภาพไทย
ผแู้ ทนสมาคมการทอ่ งเทีย่ วเชิงการแพทยแ์ ละสุขภาพไทย๑๓ ให้ข้อมลู สรุปได้ ดังน้ี
ประเทศไทยต้องมุ่งเน้นสนับสนุนการท่องเท่ียวเชิงการแพทย์ การพักฟื้น เสริมสร้าง
สุขภาพและการชะลอวัย ถือเป็นเร่ืองท่ีสร้างรายได้ให้กับประเทศและมีราคาสมเหตุสมผล จึงไม่มี
ความจาเป็นต้องจาหน่ายตัดราคาหรือจาหน่ายในราคาท่ีต่าเกินไป Supply chain หรือห่วงโซ่อุปทาน
เกย่ี วกับการท่องเท่ียวเชงิ การแพทย์ ประกอบด้วยผปู้ ระกอบการหลากหลายสายอาชพี จะเริ่มจากบรษิ ัท
นาเที่ยวมัคคุเทศก์ รถนาเที่ยว สปา การนวดแผนไทย สมุนไพรไทย ร้านอาหารสุขภาพ โรงพยาบาล
สถานเสริมความงาม อันมีความสาคัญในเชิงประจักษ์ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย
ขณะน้ีมีความวิตกเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) หากจะสร้าง
ความเชื่อมน่ั และให้ประเทศเปน็ ศนู ยก์ ลางนานาชาติ Medical Hub จงึ ต้องสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทย
สมาคมการท่องเท่ียวเชิงการแพทย์และสขุ ภาพไทย (TMTA) เป็นสมาคมการค้า และเป็น
สมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก “โครงการคลัสเตอร์
การทอ่ งเทยี่ วเชิงการแพทยไ์ ทย (Thailand Medical Tourism Cluster)” ท่เี ปน็ โครงการของสานกั งาน
ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔ โดยสานักงานส่งเสริมวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อมได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
๑๓ บันทึกการประชุมคณะอนกุ รรมาธิการตดิ ตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ดา้ นการท่องเที่ยว ในคณะกรรมาธกิ ารการทอ่ งเท่ียว วุฒิสภา, ในวันองั คารที่ ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๓.
๗๒
เป็นผู้ดาเนินการจัดต้ังคลัสเตอร์ เพื่อพัฒนาให้ผู้ประกอบการขนาดย่อมหรือ SMEs ใน Value Chain
ของบริการการท่องเท่ียวเชิงการแพทย์และสุขภาพ รวมตัวกันให้เกิดการเพิ่มคุณค่าการบริการให้กัน
และกัน และเพอื่ เพิ่มศักยภาพความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและตา่ งประเทศ แต่การพัฒนา
คลสั เตอร์ระยะที่ ๓ ตามแผนงานต้องยุตลิ งเน่ืองจากมกี ารเปล่ียนรฐั บาลทาใหง้ บประมาณถกู ระงับไป
สมาคมฯ มีวิสัยทัศน์เป็นศูนย์รวมเครือข่ายความร่วมมือของผู้ประกอบการธุรกิจบริการ
ทางการแพทย์ สุขภาพ การโรงแรมและการท่องเท่ียว และธุรกิจที่เก่ียวข้องต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ
ในการแข่งขนั และรักษาความเป็นผู้นาในตลาดการทอ่ งเท่ียวเชงิ การแพทยแ์ ละสุขภาพ และไดด้ าเนินกิจกรรม
ต่าง ๆ ในการสนับสนนุ และเขา้ รว่ มกจิ กรรมกับหนว่ ยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการสง่ เสริม
ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพนับต้ังแต่จดทะเบียนสมาคมฯ ในปี ๒๕๕๕
มาจนถงึ ปัจจุบนั อาทิ
- ได้รับรางวัลสมาคมการค้าดีเด่นด้านพัฒนาองค์กรในการประกวดสมาคมการค้าดีเด่น
ซ่ึงจัดโดยกรมพฒั นาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณชิ ย์ และสภาหอการคา้ แหง่ ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘
- สมาคมฯ ร่วมงาน MATIW (Moscow Autumn Travel Industry Week) ณ กรุงมอสโก
กับการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย โดยนาเสนอการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทยต่อกลุ่มสื่อสารมวลชน
ในรูปแบบ Product Briefing Presentation ซึ่งเป็นการเปิดตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
ของการทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทยเป็นครัง้ แรกท่ีสหพนั ธรฐั รัสเซีย
- สมาคมฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในงาน ITB ท่ีกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์
สาธารณรัฐเยอรมนี นาเสนอการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทยช่ือ “Thailand The Healing
Harmony Destination” พ ร้อม การน าเสน อวี ดิ ทั ศ น์ ช่ือ “ Thailand The Healing Harmony
Destination” ซ่ึงสมาคมฯ ไดร้ ่วมมอื กับการทอ่ งเท่ียวแห่งประเทศไทยจัดทาเป็นส่ือการประชาสัมพันธ์
การทอ่ งเที่ยวเชงิ การแพทยแ์ ละสุขภาพนาเขา้ สเู่ วบ็ ไซต์ YouTube เพ่ือเผยแพร่ในระดับวงกวา้ งต่อไป
- สมาคมฯ ร่วมกับการท่องเท่ียวแหง่ ประเทศไทยในงาน “Amazing Thailand Product
Presentation to The Republic of the Union of Myanmar 2013” ได้นาเสนอเร่ือง “Medical
Tourism in Thailand, Why to” ณ เมืองย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
พรอ้ มกบั กจิ กรรมจบั คู่ธรุ กิจ
- สมาคมฯ ประสานงานให้สมาชิกเข้าร่วมในโครงการอบรมนักการตลาดท่องเท่ียว
สาหรับผู้ประกอบการกลุ่ม Medical Tourism And Wellness ภายใต้หัวข้อเรื่อง “บุกตลาดสร้างแบรนด์
กบั Thailand Medical And Wellness” ณ โรงแรมโฟรซ์ ีซนั่
- สมาคมฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดให้มีคณะทางานร่วมระหว่าง
การทอ่ งเท่ียวแห่งประเทศไทยกบั สมาคมฯ เพอื่ วางแผนงานกจิ กรรมทางการตลาดสาหรบั ปี ๒๕๖๐
- สมาคมฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดแพทย์แผนไทยประยุกต์สาธิต
การนวดกดจุดแบบราชสานักภายใต้ธีม “Unlock Office Syndrome With Thai Traditional Massage”
๗๓
ในงาน Arabian Travel Market (ATM) ที่ดูไบ/สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มีผู้เข้ารับการสาธิตมากกว่า
๓๐๐ ราย และมีความประทบั ใจและหากไดเ้ ดินทางมาประเทศไทยจะมารบั บรกิ ารอกี
- สมาคมฯ ร่วมกับบริษัท เอ็น ซี ซี แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิ เวลลอปเม้นท์ จากัด ผู้บริหาร
ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตเ์ิ ป็นหน่วยงานร่วมสนับสนุนในการจัดงานแสดงสินค้าและบริการสาหรับผู้สูงอายุ
ชื่ องาน InterCare Asia 2016 InterCare Asia 2017 InterCare Asia 2018 InterCare Asia 2019
และ InterCare Asia 2020 ในงานน้ีสมาคมฯ ได้นาสมาชิกท่ีเป็นโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์แผนไทย
ประยุกต์และบริษัทธุรกจิ ท่องเทย่ี ว จานวน ๑๐ ราย เขา้ รว่ มจดั แสดงสินค้าในนามสมาคมฯ ดว้ ย
- สมาคมฯ ร่วมกับบรษิ ัท Messe Duesseldorf Asia เป็นผู้สนับสนุนจัดงานแสดงสินค้า
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ Medical Fair Thailand ๒๐๑๙ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม
ไบเทค กรุงเทพมหานคร ในงานน้ีมีเข้าร่วมแสดงสินค้า จานวน ๙๐๐ ราย จากประเทศต่าง ๆ
และมีผู้เขา้ เยีย่ มชมงานมากกวา่ ๑๑,๕๒๕ คน จาก ๗๐ ประเทศ
- สมาคมฯ ได้ร่วมกับสมาคมแพทย์แผนไทยประยุกต์สาธิตการนวดกดจุดแบบราชสานัก
เพื่อแก้อาการปวดบริเวณหลัง บ่า ไหล่ภายใต้ธีม “Unlock Office Syndrome With Thai Traditional
Massage” ในงาน Medical Fair Thailand 2019 เพ่ือเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาแสดงสินค้า
และผู้เข้าเย่ียมชมงานได้รู้จักแพทย์แผนไทย มีผู้เข้าเยี่ยมชมและรับการนวดสาธิตมากกว่า ๓๐๐ คน
จากไทยและต่างประเทศ
- สมาคมฯ ได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานสินค้าและบริการของสานักงาน
มาตรฐานผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มาบรรยายใหค้ วามรู้สมาชกิ เรื่อง มาตรฐาน ISO/FDIS 22525
Tourism and related services - Medical tourism ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพในอุตสาหกรรม
ท่องเท่ียวเชิงการแพทย์มีการให้บริการท่ีมีคุณภาพและเป็นไปตามระดับที่คนไข้คาดหวัง นอกจากนี้
สมาคมฯ ยังมีแผนงานที่จะเสนอให้สมาคมฯ เป็นหน่วยงานเสนอการจัดทามาตรฐานการบริการแพทย์
แผนไทยระดับประเทศโดยร่วมมอื กบั สมาคมแพทย์แผนไทยประยกุ ต์
- ให้ความร่วมมือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยโดยนายกสมาคมได้รับการแต่งตั้ง
เป็นกรรมการพัฒนาสมาคมการค้ากลุ่ม Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions (MICE)
และเป็นคณะกรรมการเจรจาความตกลงทางการคา้ ระหวา่ งประเทศของสภาหอการค้าแหง่ ประเทศไทย