The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2022-10-09 10:40:58

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง "แนวทางการผลิตและการพัฒนาครู"

สำนักกรรมาธิการ 2

และความเชื่อมโยงระหวา่ งระบบการจัดการศึกษาข้นั พืน้ ฐานและระบบการพฒั นาวชิ าชพี คร ู รายละเอยี ด
ดงั แผนภาพท ่ี ๘

แผนภาพที่ ๘ ความเชอ่ื มโยงระหวา งระบบการจัดการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานและระบบการพัฒนาวชิ าชีพครู

ระบบการจัดการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ระบบการพัฒนาวิชาชพี ครู

ปรชั ญา/ระบบ ผลลัพธ มาตรฐาน มาตรฐาน หลกั สตู ร ใบอนุญาต
การศกึ ษา O(ทUuี่คlttcาioดmmหaวetงัes) สมรรถนะ คุณวุฒิ ฝกหัดครู ประกอบ
ขน้ั พน้ื ฐาน วชิ าชีพครู อุดมศกึ ษา วชิ าชพี

หลักสตู ร การพัฒนา การพัฒนา การคัดเลือก
การศึกษา ครปู ระจําการ ครใู หม เขาสูว ิชาชพี
ขน้ั พ้ืนฐาน

ความกาวหนา
ในวิทยฐานะ

สกศ. กพฐ. ครุ ุสภา สพฐ./ กกอ. สพฐ./ สถาบัน สพฐ./ ครุ สุ ภา
ก.ค.ศ. ก.ค.ศ. ฝก หัดครู ก.ค.ศ.

- พฤทธ ์ิ ศริ บิ รรณพทิ กั ษ ์ และคณะ (๒๕๖๑) ไดศ้ กึ ษาการพฒั นากลไกขบั เคลอื่ น
ระบบการผลิตและพฒั นาครูสมรรถนะสงู สำาหรบั ประเทศไทย ๔.๐ โดยคณะผู้วิจัยได้ข้อเสนอเชิงนโยบาย
การขับเคล่ือนระบบการผลิตและการพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำาหรับประเทศไทยดังน้ี (๑) คุรุสภา
และสาำ นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา (สกอ.) ควรเรง่ จดั ตง้ั เครอื ขา่ ยเบญจภาคกี ารผลิตครูระดับชาติ
ท่ีประกอบด้วย สถาบันผลิตครู หน่วยงานใช้ครู สกอ. คุรุสภา และสำานักงานคณะกรรมการข้าราชการ
ครูและบุคลากรทางการศึกษา และเครือข่ายภาคีระดับจังหวัด เพื่อเป็นกลไกกำากับการผลิตครูและ
ขบั เคลื่อนระบบการผลติ ครูสมรรถนะสูงใหเ้ กิดข้ึนอย่างสมบูรณ์ (๒) ครุ สุ ภา สถาบันพฒั นาคร ู คณาจารย ์
และบุคลากรทางการศึกษาควรร่วมกันจัดต้ังเครือข่ายเบญจภาคีการพัฒนาครูระดับชาติที่ประกอบด้วย
สถาบันผลิตครู หน่วยงานใช้ครู สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา คุรุสภา และ
สำานักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ และเครือข่ายไตรภาคี
เชิงพื้นที่ระดับจังหวัด เนื่องจากผลการศึกษาพบว่ากลไกกำากับระบบพัฒนาครู คือ เครือข่ายเบญจภาคี
ระดับชาติ และเครือข่ายภาคีเชิงพื้นที่ระดับจังหวัด (๓) เร่งปรับเปลี่ยนเปาหมายเชิงคุณภาพของระบบ
การผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงโดยใช้ฐานสมรรถนะ (Competency Based) ควบคู่กับฐานผลลัพธ์
การเรียนรู้ของผู้เรียน (Outcome Based) ในการจัดทำามาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานคุณวุฒิระดับ
อดุ มศกึ ษาในสาขาวชิ าครศุ าสตร/์ ศกึ ษาศาสตร ์ โดยสมรรถนะทส่ี าำ คญั คอื คา่ นยิ มทางวชิ าชพี (Professional

๓๖

Values) การปฏิบัติทางวิชาชีพ (Professional Practice) ทักษะทางวิชาชีพ (Professional Skills)
ความยึดม่ันผูกพันในวิชาชีพ (Professional Engagement) และความรู้ความเข้าใจทางวิชาชีพ
(Professional Knowledge and Understanding) ส่วนผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ของผู้เรยี นท่สี ำาคญั คอื เปน็
ผเู้ รยี นรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง เปน็ พลเมอื งทมี่ คี ณุ ภาพและมจี ติ สาำ นกึ ความเปน็ พลเมอื ง (Productive and Concern
Citizen) เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยคุณลักษณะและคุณธรรม (Character and Integrity) เป็นผู้มีทักษะและ
ความรทู้ จ่ี าำ เปน็ ในการทาำ งานยคุ ศตวรรษท ่ี ๒๑ (Marketable Skill and Knowledge) เปน็ ผมู้ คี วามพรอ้ ม
ในการดำาเนินชีวิต (Life Readiness) เป็นผู้สร้างสรรค์งานเชิงรุก เป็นผู้มีความพร้อมในการทำางาน
(Career Readiness) และเปน็ บคุ คลทม่ี นั่ ใจในตนเองและเปน็ ทเี่ ชอื่ มน่ั ของบคุ คลอนื่ เนอื่ งจากผลการวจิ ยั
พบวา่ ระบบการผลติ และพฒั นาครสู มรรถนะสงู สาำ หรบั ประเทศไทย ๔.๐ ควรมเี ปา หมายทง้ั ดา้ นสมรรถนะ
หลักและความสามารถในการพัฒนานักเรียนให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ (๔) ควรปรับเปล่ียนรูปแบบ
การผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้องการครูในอนาคตทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยผสมผสาน
ระหวา่ งระบบปิดและระบบเปดิ ในระยะแรก และพัฒนาเป็นระบบปิดทม่ี รี ปู แบบทางเลือกในการผลติ ตาม
ความตอ้ งการใชค้ รทู ม่ี คี วามแตกตา่ งหลากหลายตามบรบิ ทของการจดั การศกึ ษาในอนาคต (๕) เรง่ กาำ หนด
มาตรฐานใหมส่ าำ หรบั สถาบนั ผลติ คร ู โดยการผลติ ครตู อ้ งผลติ โดยสถาบนั อดุ มศกึ ษาหรอื คณะ สถาบนั วทิ ยาลยั
ท่ีมีคณาจารย์สาขาครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์เท่าน้ัน และผู้ที่จะมีคุณสมบัติในการขอรับใบประกอบ
วิชาชีพครูจะต้องสำาเร็จการศึกษาในสถาบันผลิตครูตามมาตรฐานใหม่ (๖) ปรับเปล่ียนรูปแบบวิธีสอน
ท่ีเหมาะสมกับศตวรรษที ่ ๒๑ มคี วามสามารถในการสร้างสรรคน์ วตั กรรมการเรยี นการสอน เพื่อใหผ้ ูเ้ รียน
สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ (๗) เร่งปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาครูที่เน้นการพัฒนาคุณลักษณะ
ท่ีพึงประสงค์ของนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง โดยผสมผสานระหว่างการพัฒนาในเวลาปฏิบัติงาน
(On the Job Training) การพัฒนานอกเวลางาน (Off the Job Training) และการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองทง้ั
แบบ Online และใช้สื่อรูปแบบตา่ ง ๆ (๘) ควรปรบั แกพ้ ระราชบญั ญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
เกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพท่ีเน้นสมรรถนะ และฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (๙) เร่งพัฒนาระบบ
สารสนเทศเพ่อื การบรหิ ารการผลติ และพัฒนาครูในระดับชาติ และระดับจงั หวัด

ข. ง�นวจิ ยั ต� งประเทศ
- Brandt et al. (๒๐๒๑) ไดเ้ สนอกรอบแนวคดิ ในการพฒั นานสิ ติ นกั ศกึ ษาครู

สำาหรับการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพและสมรรถนะอย่างยั่งยืน โดยแบ่งออกเป็น ๔ ด้าน ประกอบด้วย
(๑) Personal Connection เน้นการสร้างความผูกพัน ความสนใจและอารมณ์ในการสร้างเนื้อหาใน
การเรียนรใู้ หแ้ กผ่ ้เู รยี น (๒) Professional Connection เปน็ การเชือ่ มโยงทฤษฎี และการปฏบิ ตั ิสาำ หรบั
การประกอบอาชีพครูในอนาคต โดยการสอนเน้ือหาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพครู ซึ่งทั้งด้าน
Personal Connection และด้าน Professional Connection จะเช่ือมโยงกับประสบการณ์จริงของ
นสิ ติ นกั ศกึ ษาคร ู (Real-World Connection) จากการพฒั นาใหน้ สิ ติ นกั ศกึ ษาครเู รยี นรแู้ ละลงมอื ปฏบิ ตั ิ
ในหอ้ งเรยี นจริง และเสรมิ สร้างแรงจงู ใจแกน่ ิสติ นักศึกษาครโู ดยใชป้ ระเดน็ หรอื หวั ขอ้ ทผ่ี ้เู รยี นสนใจมาใช้
ในการเรยี นร ู้ (๓) Social Connection เปน็ การรว่ มมอื กบั ผอู้ น่ื ทงั้ การรว่ มมอื กบั ผเู้ รยี นในการแลกเปลยี่ น

๓๗

มุมมองความรู้และประสบการณ์ หรือการที่ครูของนิสิต นักศึกษาครูเป็น Role Model ในการให้ผล
ปอนกลับและให้คำาแนะนำาแก่นิสิต นักศึกษาครู และ (๔) Structural Connection ก�รเช่ือมโยงระหว�ง
ก�รเรียนในช้ันเรียน ก�รฝกปฏิบัติในชั้นเรียนจริง รวมถึงก�รเรียนแบบออนไลน และก�รสะทอนผลก�รเรียน
ที่ไดจ�กก�รเรยี นแบบออนไลน ดังแผนภ�พที่ ๙

แผนภาพที่ ๙ กรอบแนวคดิ ในการพฒั นานิสติ /นกั ศกึ ษาครูสาํ หรบั การพัฒนาวชิ าชพี และสมรรถนะ
อยา งยง่ั ยืน

Personal (dis-) connection Real-world
Connection to private life, personal engagement, connection
interest and emotions
• Applicability of content to students’ • Concrete examples
of how to implement
personal lives sustainability in the
• Personal interest increasing students’ attention classroom-leading
• Emotional reactions make content memorable to improved PCK

Professional (dis-) connection • Topics (problems &
Connection to future career as a teacher solutions) in the real
• Theory practice connection world triggering
• Students taking on the role of a teacher emotions and
interest-leading
in the course to a better
• Perceived relevance of course content understanding (CK)
and higher
for future career motivation (attitude)

Social (dis-) connection
Connection to and exchange with others
• Collaboration with fellow students leads to an

exchange of perspectives
• Instructors acting as role models and providing

feedback and guidance

Structural (dis-) connection
Connection between t&l formats
• Complementary formats (online: providing

information; in-class: practical implementation)
• In-class reflection of what had been learned

online

- ศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ (๒๕๕๙) กล่าวถึงการประกันคุณภาพในการสร้างครูของ
ประเทศไตห้ วนั วา่ ในการคดั เลอื กนกั เรยี นเขา้ ศกึ ษาในคณะครศุ าสตร/์ ศกึ ษาศาสตร ์ นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี ๖ จะต้องสอบผ่านการทดสอบกลางและเรียนในมหาวิทยาลัยก่อนอย่างน้อย ๑ ปี จึงมีสิทธิสมัคร
เข้าคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไต้หวันจะมีการประเมิน
คุณภาพของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เพื่อพิจารณาจำานวนในการรับนักศึกษา โดยจะมีการประเมิน
๓๘

การเรยี นการสอนในแตล่ ะหลกั สตู ร และนกั ศกึ ษาตอ้ งผา่ นการทดสอบกลางกอ่ นจงึ จะไดใ้ บอนญุ าตประกอบ
วชิ าชพี นอกจากนใี้ นการคดั เลอื กผูเ้ รียนเข้าศึกษาในคณะศึกษาศาสตรข์ องประเทศฟินแลนด์และสิงคโปร ์
จะมีการควบคุมจำานวนนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการครูในอนาคต โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะต้องเข้า
ทดสอบการใชภ้ าษา และการสัมภาษณโ์ ดยผู้อาำ นวยการประสบการณ์สงู ๓ คน และการทดสอบเชงิ ปฏิบัติ
- Huang et al. (๒๐๒๐) ได้ศึกษาถึงปัจจัยท่ีส่งผลต่อสมรรถนะของครูสำาหรับ
การเป็นผู้ประกอบการทางการศึกษา (Entrepreneurship Education) โดยโครงสร้างของสมรรถนะ
ของครปู ระกอบดว้ ย ๓ โครงสรา้ ง คอื (๑) ดา้ นทศั นคตขิ องครผู สู้ อน (Attitude Attributes) ทง้ั ความตง้ั ใจ
ความคดิ เห็นและความเป็นคร ู (๒) ด้านความร้ ู (Intellectual Attributes) ไดแ้ ก ่ ความรู้ทางด้านเน้ือหา
วิธีการสอน และความเป็นผู้ประกอบการ และ (๓) ด้านทักษะของครูผู้สอน (Skill Attributes) ได้แก่
ทักษะในการบริหารจัดการ การพัฒนาทักษะของตนเอง การทำางานร่วมกับผู้อื่น และทักษะของการเป็น
ผู้ประกอบการทางการศึกษา โดยผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะของครูท้ัง ๓ ด้านนี้
ประกอบดว้ ย ๕ ปัจจยั คอื (๑) การฝกฝนความเป็นมืออาชพี หรือวชิ าชีพของคร ู (Professional Training)
(๒) การสอนในรูปแบบใหม่ (New Modes of Teaching) เน้นการบูรณาการในการเรียนการสอน
การสร้างนวตั กรรมการเรียนแบบ Active Learning และการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริง (๓) การปฏบิ ัติ
ทางดา้ นผปู้ ระกอบการทางการศกึ ษา (Entrepreneurial Practice) (๔) วฒั นธรรมของการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
ทางการศกึ ษา (Entrepreneurial Culture) และ (๕) กฎระเบยี บรองรบั (Policy Guarantees) ซงึ่ สงิ่ ทสี่ าำ คญั
สาำ หรบั การพฒั นาสมรรถนะคร ู คอื การใหเ้ วลาและชอ่ งวา่ งทเ่ี หมาะสมเพอ่ื ใหผ้ สู้ อนสามารถพฒั นาสมรรถนะ
ของตนเอง สนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างระยะเวลาในการพัฒนาวิชาชีพของตนเองและช่วงวัยของ
ครผู สู้ อน เนอื่ งจากวยั ทแ่ี ตกตา่ งกนั กจ็ ะมรี ะดบั ความตอ้ งการหรอื มมุ มองในการพฒั นาสมรรถนะของตนเอง
ทต่ี า่ งกัน
- UNESCO (๒๐๑๖) กล่าวถึงการพัฒนาสมรรถนะของครูในประเทศเกาหลีใต้
ภายใตแ้ นวคดิ SMART Education สาำ หรบั ระบบของครใู นประเทศเกาหลใี ตจ้ ะแบง่ เปน็ ๖ ประเภท ไดแ้ ก ่
ครู (ระดับ ๑ และ ๒) ผู้ช่วยครู ผู้เช่ียวชาญในการให้คำาปรึกษา บรรณารักษ์ ครูฝกประสบการณ์ และ
ครูพยาบาล (ระดับ ๑ และ ๒) ซ่ึงการเป็นครูของประเทศเกาหลีใต้ ผู้สมัครจะต้องสำาเร็จการศึกษาจาก
คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา จากนั้นต้องผ่านการทดสอบคุณภาพและสมรรถนะ
ของการเป็นครูทั้งด้านความรู้ทางการศึกษาและความรู้เฉพาะสาขาวชิ า รวมถงึ การสมั ภาษณเ์ พอ่ื ดทู ศั นคติ
ไหวพรบิ และทกั ษะของผสู้ มคั ร การประเมนิ แผนการสอนและการสอบสอน ครผู สู้ อนทบ่ี รรจเุ ปน็ ครแู ลว้ จะมกี าร
ฝก อบรมเพอ่ื พฒั นาสมรรถนะทจ่ี าำ เปน็ อยเู่ สมอ ท่ีจดั โดยกระทรวงศึกษาธิการ มหาวทิ ยาลัย หรือหนว่ ยงานท่ี
เกยี่ วขอ้ งของประเทศเกาหลใี ต ้ โดยสมรรถนะของครสู ามารถแบง่ ออกเปน็ ๒ ดา้ น คอื (๑) Fundamental
Domain ประกอบด้วย การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Problem-Solving) ทักษะทางสังคม
(Social Skills) ความยดื หย่นุ (Flexibility) การร้เู ทคโนโลยี (Technology Literacy) จรยิ ธรรม (Ethics)
และความเปน็ ครู (Passion) และ (๒) Field Practice Domain ประกอบดว้ ย ความเข้าใจเกีย่ วกับการ
ศึกษาในอนาคต การเชี่ยวชาญด้านเน้ือหา การออกแบบและพัฒนาการสอน การช่วยเหลือผู้เรียนในการ
เรียนร ู้ การวดั และประเมินผล รวมถึงการสร้างเครอื ข่ายดา้ นตา่ ง ๆ ดงั แสดงในแผนภาพที ่ ๑๐

๓๙

แผนภาพที่ ๑๐ สมรรถนะของครูประเทศเกาหลใี ต

Field
Practice

Fundamentals • Understanding future education
• Expertise in content
• Creative problem-solving • Rapport-building with learners
• Social skills • Instructional design and development
• Flexibility • Learning affordance building
• Technology literacy • Evaluation and reflection
• Ethics • Network building
• Passion

- Teachers’ Council of Thailand (๒๐๑๘) ไดเ้ สนอกรอบแนวคดิ ของสมรรถนะ
ครูในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ภายใตค้ วามรว่ มมือของประเทศในตะวนั ออกเฉียงใต ้ ซ่ึงสมรรถนะท่จี ำาเป็น
ของครู ประกอบด้วย (๑) Knowing and Understanding What to Teach การรแู้ ละการเขา้ ใจเกีย่ วกับ
การสอนทั้งดา้ นความรู ้ หลักสูตร กฎระเบียบ แนวโน้มของการศึกษาในปจั จุบัน ร่วมถึงบรบิ ทการพัฒนา
ของประเทศ ภูมิภาค และของโลก (๒) Helping Students Learn ความสามารถของการใช้กลยุทธ์
และวธิ สี อนทเี่ หมาะสมในการพฒั นาผเู้ รยี น รวมถงึ การใหผ้ ลปอ นกลบั แกผ่ เู้ รยี นในการเรยี นร ู้ (๓) Engaging
the Community การรว่ มมอื ระหวา่ งคร ู ผปู้ กครอง และผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งในการชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในการเรยี นร ู้
เคารพซึง่ กนั และกนั และ (๔) Becoming a Better Teacher Every Day การพฒั นาตนเองอยู่สมำา่ เสมอ
เพื่อใหก้ ารสอนมปี ระสทิ ธิภาพมากย่ิงข้ึน รายละเอียดดงั แผนภาพท่ี ๑๑

๔๐

แผนภาพท่ี ๑๑ กรอบแนวคดิ ของสมรรถนะครใู นเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต

Master my Deepen
teaching and broaden
practice my knowledge
Practice human on what I teach
goodness in
my life and Understand
in my work education
trends, policies
and curricular

Know myself Become Know and Keep myself
and others a better understand updated on
Encourage teacher what I teach local, national,
respect and everyday regional and

diversity Joyful global
Learner developments

Engage the Help my Know
community students my
students
learn

Involve the Assess and Use the most
community to give feedback effective
on how my teaching
help my students learn
students learn and learning
strategy
Partner with
parents and
caregivers

- Sahlberg (๒๐๑๑) กล่าวถึงระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ พบว่า
ฟินแลนด์ให้ความสำาคัญกับความสามารถทางวิชาชีพและสมรรถนะของครูมากกว่าการสอบเข้าบรรจุ
เปน็ ครเู พยี งอยา่ งเดยี ว ดงั นนั้ ผทู้ ส่ี มคั รเปน็ ครจู ะตอ้ งมกี ารทดสอบในดา้ นวธิ กี ารสอน การสอนในสถานการณ์
จรงิ และการสมั ภาษณถ์ งึ เหตผุ ลของการตดั สนิ ใจมาเปน็ คร ู นอกจากนค้ี รผู สู้ อนในประเทศฟนิ แลนดท์ สี่ อน
ระดบั ประถมศึกษาไปจนถงึ ระดับมัธยมศึกษาจะต้องมีวุฒทิ างการศึกษาในระดับปริญญาโท และในระดับ
เตรียมอนุบาลและปฐมวัยจะต้องมีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาตรี สำาหรับการพัฒนาความสามารถทาง
วชิ าชพี จะเนน้ การวจิ ยั การปฏบิ ตั ิ การสะทอ้ นคดิ รว่ มกบั ทกั ษะทางดา้ นการคดิ เพอ่ื สง่ เสรมิ ความรทู้ งั้ ดา้ น
การสอน และเนอื้ หาวชิ าทต่ี นเองสอน สาำ หรบั นสิ ติ นกั ศกึ ษาฝก ประสบการณจ์ ะตอ้ งมกี ารพฒั นาสมรรถนะ
ของตนเองผ่านการทำาวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย นอกจากน้ีครูในประเทศฟินแลนด์มีจำานวนชั่วโมงสอนที่

๔๑

น้อยกวา่ ประเทศอื่น โดยใช้เวลาประมาณ ๑๕-๒๕ เปอรเ์ ซน็ ตใ์ นการเตรยี มสอนและพัฒนาสมรรถนะของ
ตนเองผ่านการทำางานร่วมกบั นสิ ิต นกั ศึกษาทเ่ี รียนในคณะครุศาสตร ์ ศึกษาศาสตร์ รวมถงึ สามารถพัฒนา
สมรรถนะของตนเองไดต้ ามความสนใจ
- The National Institute of Education (๒๐๑๐) กลา่ วถงึ กรอบของสมรรถนะ
ครูของประเทศสิงคโปร์ โดยแบ่งมิติทางด้านวิชาชีพออกเป็น ๓ มิติ ประกอบด้วย (๑) Professional
Practice การปฏิบัติทางด้านวิชาชีพ ซ่ึงสมรรถนะหลัก ได้แก่ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่ผู้เรียน
การจัดการเรียนการสอนทั้งในรายวิชาหลัก เน้นการสะท้อนคิด การคิดวิเคราะห์ร่วมกับการสอน
อย่างสร้างสรรค์ (๒) Leadership and Management ภาวะผู้นำาและการจัดการ ได้แก่ การเข้าใจ
ในสภาพแวดลอ้ ม การพฒั นาตนเอง การทาำ งานรว่ มกบั ผปู้ กครองและการทาำ งานเปน็ ทมี และ (๓) Personal
Effectiveness เน้นในดา้ นการรูจ้ ักตนเองและผูอ้ ื่น การเคารพผูอ้ ่ืน รวมถงึ การปรบั ตวั ในสังคม

๒.๒.๓ หลักการและแนวคิดเกี่ยวกบั การพัฒนาครู
๑) สำานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (๒๕๖๑ : ๖๙-๗๐) กล่าวว่า คุณสมบัติ

ที่พึงประสงค์ของครูไทยในยุค Thailand ๔.๐ คือ ครูที่สามารถช่วยนักเรียนให้รู้จักแสวงหาความรู้
และนาำ ความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ เพอ่ื ประโยชนข์ องตนเองและสงั คม ครจู งึ ตอ้ งปรบั การเรยี นการสอน
ให้สอดคลอ้ งกบั ผเู้ รยี นแต่ละคน ดูแลผู้เรียนเป็นรายคน เพ่อื ให้สามารถพฒั นาเตม็ ศกั ยภาพ และการที่จะ
ชว่ ยใหค้ รพู ฒั นาการเรยี นการสอนไดด้ ี คอื การสง่ เสรมิ ใหค้ รมู โี อกาสไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งทว่ั ถงึ ธนาคารโลก
(World Bank ๒๐๑๒) เคยกล่าวถึงปัจจัยท่ีมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนว่าร้อยละ ๔๙ คือ ตัวผู้เรียน
ร้อยละ ๓๐ ขึ้นอยกู่ ับคร ู ร้อยละ ๗ ขน้ึ อยกู่ ับพอ่ แมแ่ ละชุมชน รอ้ ยละ ๗ ข้นึ อยู่กบั โรงเรียน และร้อยละ ๗
ข้ึนอยู่กับเพ่ือน ดังน้ัน ตัวผู้เรียนกับครูจึงเป็นสองปัจจัยที่สำาคัญมากที่สุดท่ีมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
ธนาคารโลกระบุด้วยวา่ เพ่อื ให้ได้ครูทีม่ ีประสทิ ธผิ ลหรอื มคี ณุ ภาพ การผลติ และพัฒนาครจู ะตอ้ งพจิ ารณา
๘ ประเด็น คือ ๑) ตั้งเปาหมายท่ีชัดเจนสำาหรับครู ๒) ดึงดูดคนดีคนเก่งเข้าสู่วิชาชีพครู ๓) เตรียมครู
ดว้ ยการฝก ประสบการณท์ มี่ ปี ระโยชน ์ ๔) จดั ครใู หต้ รงกบั ความตอ้ งการของผเู้ รยี น ๕) ผบู้ รหิ ารมภี าวะผนู้ าำ
ท่ีเข้มแข็งในการบริหารครู ๖) มีการนิเทศติดตามการเรียนการสอน ๗) สนับสนุนครูให้ปรับปรุงการสอน
และ ๘) สรา้ งแรงจูงใจใหค้ รปู ฏิบัตหิ น้าทีอ่ ย่างดที ีส่ ุด
๒) สมาคมครแู หง่ รฐั แอลเบอรต์ า (The Alberta Teachers’ Association) ประเทศ
แคนาดา (๒๐๑๖) อ้างถึงใน นารีรัตน์ รักวิจิตรกุล (๒๕๖๐ : ๒๗-๓๐) ได้รวบรวมกิจกรรมพัฒนา
วชิ าชพี ครทู ห่ี ลากหลายซงึ่ ในบทความนขี้ อนาำ เสนอบางกจิ กรรมทผี่ บู้ รหิ ารโรงเรยี นในประเทศไทยสามารถ
ประยุกตใ์ ช้ในแผนพฒั นาวชิ าชพี ของครทู ง้ั รายบคุ คลและรายกลุ่ม ซ่งึ มรี ายละเอยี ดดังต่อไปนี้
(๑) การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) เป็นกิจกรรมท่ีครูศึกษาปัญหา
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการปฏบิ ตั กิ ารสอนของตน เมอ่ื พบปญั หากห็ าวธิ แี กไ้ ขปรบั ปรงุ โดยการศกึ ษางานวจิ ยั และเอกสาร
ท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือคัดเลือกวิธีการ อาจจะทดลองการสอนเน้ือหา หรือความคิดรวบยอดด้วยวิธีการที่
แตกตา่ งกนั เพอ่ื พจิ ารณาวา่ วธิ กี ารใดมปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ ทส่ี ง่ ผลตอ่ การเรยี นรขู้ องนกั เรยี น การวจิ ยั ปฏบิ ตั กิ าร

๔๒

เป็นกลยทุ ธก์ ารสะทอ้ นผลการสอนทีจ่ าำ เปน็ ตอ้ งรวบรวมขอ้ มูลเชงิ ปรมิ าณและเชงิ คณุ ภาพทจ่ี ะนำาไปสูก่ าร
ส่งเสริมการปฏบิ ัตกิ ารสอน ซ่ึงสามารถปฏิบัติไดท้ ้งั รายบุคคลและกลุ่ม
(๒) การศึกษาหนังสือ (Book Study) กิจกรรมนี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อผู้เข้าร่วม
มีทักษะและความสนใจท่ีเหมือนกัน แต่การมีมุมมองท่ีหลากหลายซ่ึงจะช่วยให้การอภิปรายมีชีวิตชีวา
สมาชกิ ในกลมุ่ จะตอ้ งมมี ตเิ ปน็ เอกฉนั ทเ์ รอื่ งตารางเวลาสาำ หรบั การอา่ นและการอภปิ ราย ซง่ึ จะประกอบดว้ ย
การประชุม ๔-๘ คร้ัง แต่ละคร้ังใช้เวลา ๖๐-๙๐ นาที การคัดเลือกหนังสือในหัวข้อที่เป็นท่ีสนใจ
ของสมาชกิ ทุกคนในกล่มุ หนังสอื ต้องกระต้นุ ความคิดและมีเน้ือหาเชิงลกึ เพ่อื กระตุ้นใหเ้ กดิ การอภิปราย
ถกเถยี งกอ่ นการสรปุ ของการศกึ ษาหนงั สอื ซง่ึ การสรปุ ผลใชเ้ กณฑจ์ ากคาำ ถามตอ่ ไปน ้ี ๑) หนงั สอื ไดก้ ระตนุ้
ใหเ้ กิดการคดิ และการอภิปรายหรอื ไม ่ ๒) สมาชกิ กล่มุ ศึกษาหนังสือบรรลุวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรูห้ รือไม ่
๓) ประสบการณ์ท่กี ลุ่มไดเ้ รยี นรู้จะนำาไปปรับปรงุ การจัดการเรยี นการสอนได้อย่างไร
(๓) การพฒั นาหลกั สตู รแบบรว่ มมอื (Collaborative Curriculum Development)
เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ครูทำางานร่วมกันเพื่อศึกษาค้นคว้าเน้ือหาวิชาเชิงลึก และวางแผนร่วมกัน
เพื่อออกแบบเอกสารประกอบการสอน วธิ ีสอน แหลง่ ทรพั ยากร และเครือ่ งมือการประเมิน
(๔) การจัดทำาแผนผังหลักสูตร (Curriculum Mapping) เป็นกิจกรรมที่
เกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือในการจัดระบบการสอน ครูจะวางโครงสร้างลำาดับของเน้ือหาท่ีจะสอน
และกำาหนดขอบเขตของเร่ืองท่ีจะสอนให้กับนักเรียนทุกคน แผนผังหลักสูตรนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการ
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการนำาหลักสูตรไปใช้ในโรงเรียนและในเขตพื้นท่ีการศึกษา และเป็นกำาหนดการ
สอนท่ีครูจะต้องปฏิบัติการสอนเน้ือหาอะไร สอนเม่ือไร และจะสอดคล้องข้อมูลการประเมินด้านใดบ้าง
ซ่ึงจะช่วยใหค้ รูสามารถปรับปรุงการสอนได้
(๕) การวางแผนหลักสูตรบูรณาการ (Integrated Curriculum Planning)
เป็นการจัดทำาหลักสูตรบูรณาการโดยครูจัดระบบหลักสูตรท่มี ีเน้อื หาข้ามกล่มุ สาระเข้าส่หู น่วยการเรียนท่ีมี
ความหมาย และมีความเช่ือมโยงซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเห็นความสัมพันธ์ของเนื้อหา ครูต้องวางแผน
หลักสูตรบูรณาการ ดังน้ี (๕.๑) กำาหนดหน่วยการเรียนและจุดเน้นของหน่วยการเรียน (๕.๒) แสวงหา
แหลง่ ข้อมลู นอกเหนอื จากแบบเรียน (๕.๓) ความเชือ่ มโยงระหว่างความคดิ รวบยอด (๕.๔) กำาหนดกรอบ
เนอื้ หาของหนว่ ยการเรยี น (๕.๕) กาำ หนดตารางเรยี นทย่ี ดื หยนุ่ และ (๕.๖) จดั กลมุ่ นกั เรยี นใหม้ คี วามยดื หยนุ่
(๖) การวิจัยบทเรยี น (Lesson Study) เป็นกจิ กรรมครูรวมกลุม่ กนั ๓-๖ คน
เพื่อช่วยกันตรวจสอบและปรับปรุงการสอนซ่ึงกันและกันอย่างเป็นระบบ ในกระบวนการน้ีครูจะวางแผน
คัดเลือกวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่นักเรียนไม่สามารถเรียนรู้ได้ และนำามาร่วมกันตั้งคำาถามเพ่ือการ
วิจัยบทเรียน คำาถามวิจัยนี้เป็นการชี้แนะการทำางานของครู จากน้ันครูจะร่วมมือกันวางแผนรายละเอียด
สำาหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของแผนการสอนทุก ๆ แผนในบทเรียน เม่ือครูหนึ่งคนปฏิบัติการสอน
ในชนั้ เรียน สมาชิกกล่มุ ท่เี หลือจะสงั เกตการสอน หลงั จากสงั เกตการสอนแลว้ กล่มุ จะประชมุ เพือ่ อภปิ ราย

๔๓

สง่ิ ทต่ี นไดส้ งั เกต เพอื่ แกไ้ ขแผนการสอน จากนน้ั ใหค้ รอู กี คนนาำ ไปใชส้ อนในชน้ั เรยี นหอ้ งท ี่ ๒ ขณะทส่ี มาชกิ
กลุ่มคนอ่ืนเข้าสังเกตการสอน กลุ่มจะพบกันอีกครั้งเพ่ืออภิปรายผลข้อมูลจากการสังเกต และข้ันสุดท้าย
ครูจะเขียนรายงานสง่ิ ทีต่ นได้เรียนรู้จากการวจิ ัยบทเรยี น และการตอบคำาถามวิจยั ท่กี ำาหนดไว้
(๗) พเี่ ลยี้ งและการเปน็ พเ่ี ลยี้ ง (Mentors and Mentorship) คอื กระบวนการ
ท่ีจัดให้ครูที่มีความเช่ียวชาญด้านการสอนหรือมีประสบการณ์มากกว่าช่วยเหลือครูที่ด้อยประสบการณ์
ด้านการสอน โดยการช่วยเหลอื แนะนาำ ด้านการออกแบบการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน การเขา้ สงั เกต
การสอนในชน้ั เรยี น การใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั หลงั การสงั เกตการสอน การใหค้ าำ แนะนาำ เพอื่ เพมิ่ ทกั ษะการสอน
การพฒั นาเทคนิคการสอนใหม่ ๆ และการแกป้ ัญหาทเ่ี ก่ียวกับการจัดการช้ันเรยี น
(๘) การชแ้ี นะโดยเพอื่ นรว่ มงาน (Peer Coaching) คอื กระบวนการทค่ี รขู อให้
เพอื่ นรว่ มงานเขา้ สงั เกตการปฏบิ ตั กิ ารสอนของตน และขอรบั ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั เพอื่ ปรบั ปรงุ การสอนของตน
(๙) การสะท้อนคิดด้วยตนเอง (Self-Refl ection) การสะท้อนคิดด้วยตนเอง
เป็นทักษะท่ีสำาคัญของการพัฒนาการปฏิบัติงานในวิชาชีพของตน ครูที่สอนอย่างมีประสิทธิภาพส่วนมาก
จะใช้การสะท้อนคิด ๓ ระดับ คือ การสะท้อนคิดขณะวางแผนการสอน สะท้อนคิดขณะปฏิบัติการสอน
และสะท้อนคิดหลังการสอนเพ่ือการปรับปรุงการสอน การสะท้อนคิดด้วยตนเอง แบ่งได้เป็น ๔ ขั้นตอน
๑) การระบปุ ญั หาทเี่ กดิ ขนึ้ จากการสอน ๒) การรวบรวมขอ้ มลู เพอื่ หาประเดน็ ทจ่ี ะปรบั ปรงุ ๓) การสะทอ้ นคดิ
และวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจเก่ียวกับกลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา ๔) การประยุกต์ใช้กลยุทธ์
เพอื่ การปรบั ปรงุ การสอน
(๑๐) กลุ่มร่วมศึกษา (Study Groups) เป็นการรวมกลุ่มของครูไม่เกิน
๖ คน มกี ารพบปะอยา่ งสมา่ำ เสมอเพอ่ื ศกึ ษาประเดน็ หรอื หวั ขอ้ ทกี่ าำ หนดไวล้ ว่ งหนา้ ขน้ั ตอนการดาำ เนนิ งาน
ของกลมุ่ รว่ มศกึ ษา ไดแ้ ก ่ การนยิ ามภารกจิ ของการพบกลมุ่ รว่ มศกึ ษาแตล่ ะครง้ั กาำ หนดตารางเวลาประชมุ
และสถานท่ีประชุม การกำาหนดบทบาทของสมาชิกกลุ่มในการประชุม การอภิปรายแลกเปล่ียน
เพ่ือตัดสินใจกำาหนดแผนปฏิบัติการสำาหรับประเด็นท่ีร่วมศึกษาและพิจารณาหาผู้นำาที่เหมาะสม การ
อภปิ รายเกณฑก์ ารประเมินความสำาเรจ็
(๑๑) การประเมนิ ผลงานของนกั เรยี น (Examining Student Work) ผลงานของ
นักเรยี นจะชว่ ยให้ครไู ดข้ ้อมลู ท่ีสาำ คญั เก่ียวกับการสอนของตน ได้วิธกี ารเรยี นรู้ และประยกุ ตใ์ ช้ทกั ษะใหม่
ที่นักเรียนได้เรียนรู้ของนักเรียนท่ีมีผลการเรียนต่างระดับกัน ซึ่งจะช่วยให้ครูปรับปรุงการสอนที่จะช่วย
นกั เรยี นทุกคนเรียนรู้ได้
(๑๒) การเขยี นบนั ทกึ (Journaling) เปน็ เทคนคิ หนง่ึ สาำ หรบั การบนั ทกึ การสงั เกต
และการสะท้อนคิดเกี่ยวกับการสอน ความก้าวหน้าของนักเรียน การใช้นวัตกรรมการสอน หรือประเด็น
อื่น ๆ ทค่ี รูต้องการพัฒนา

๔๔

(๑๓) การเย่ียมช้ันเรียน (Classroom Visitation) เป็นการเรียนรู้จากเพื่อนครู
ที่มีวิธีสอนที่เป็นเลิศและได้รับการยอมรับ โดยครูเข้าเยี่ยมช้ันเรียนของเพื่อนครูด้วยกัน เพื่อสังเกตการใช้
นวัตกรรมการสอน เพ่ือการเรยี นร้กู ารใช้นวัตกรรมการสอนนนั้ และนำามาปรบั ใช้ หรือสกัดเป็นวธิ กี ารสอน
ของตนทเ่ี ป็นผลจากการสงั เกต
(๑๔) การสนทนาอย่างมีจุดเน้น (Focus Conversations) เป็นกระบวนการ
ทช่ี ว่ ยใหบ้ ุคคลสะท้อนคดิ รว่ มกนั เกีย่ วกบั ประเดน็ ใด ๆ ก็ได ้ ผนู้ ำาการสนทนาจะต้ังชุดของคำาถามท่ีจะนำาสู่
การตอบสนองของกล่มุ ตั้งแตห่ วั ขอ้ ทผี่ วิ เผนิ จนถึงการนาำ ไปประยกุ ต์ใช้
(๑๕) การประชมุ สมั มนา (Conference) เปน็ การประชมุ สมั มนาเพอื่ แลกเปลย่ี น
การปฏบิ ัตกิ ารสอนทเี่ ป็นเลศิ ระหว่างครูเพ่อื การเรยี นรู้ร่วมกัน การประชมุ สัมมนาทเ่ี ป็นสว่ นหนึ่งของแผน
พฒั นาวชิ าชีพอยา่ งต่อเนอื่ งจะเปน็ การประชุมสัมมนาที่มีประสิทธิภาพ
(๑๖) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) เป็นวิธีการที่ครูศึกษาและใช้ข้อมูล
เพือ่ การตดั สินใจวา่ จะสอนอะไร สอนอยา่ งไร และใช้ตดั สนิ วา่ นักเรยี นได้เรียนรใู้ นเรื่องทส่ี อนหรอื ไม ่ ไดแ้ ก่
ข้อมูลจากแบบทดสอบมาตรฐาน แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น หรืองานท่ีครูมอบหมาย แฟมสะสมงานของ
นักเรยี น การสังเกต และขอ้ มลู จากแหลง่ อืน่ ๆ
(๑๗) การแลกเปลี่ยนบคุ ลากร (Education Exchange) เป็นกิจกรรมที่สง่ เสริม
การเรยี นรขู้ องครู โดยทโ่ี รงเรยี นอาจมีสัญญาแลกเปลีย่ นครทู ้งั ระดบั ชาติ และนานาชาติ
(๑๘) การรบั นกั ศกึ ษาครฝู ก ประสบการณว์ ชิ าชพี (Hosting a Student Teacher)
เป็นรปู แบบหน่งึ ของการนเิ ทศแบบพี่เล้ียงร่วมกบั มหาวทิ ยาลยั ทัง้ ครูพีเ่ ลีย้ งในโรงเรยี น และอาจารยน์ เิ ทศ
จากมหาวิทยาลัยไดแ้ ลกเปล่ียนเรยี นรซู้ ง่ึ กนั และกนั
(๑๙) การค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต (Internet Research) เปิดโอกาสให้เข้าถึง
ฐานขอ้ มลู จาำ นวนมากในหัวข้อที่ไมม่ ขี ีดจำากดั โดยบุคคลทั่วโลก
(๒๐) เครือข่าย (Networks) โดยการใช้เครือข่ายและกลยุทธ์การสื่อสาร ทั้งใน
โรงเรียนและระบบการศึกษาจะต้องเช่ือมโยงกันและสนับสนุนซ่ึงกันและกัน การเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์
โทรศัพท์ช่วยเช่ือมโยงครูเข้าสู่ชุมชนอิเล็กทรอนิกส์ระบบเปิด สามารถเชื่อมโยงครูเข้ากับระบบเครือข่าย
หอ้ งสมุด ฐานขอ้ มลู และระบบสอ่ื สารอืน่ ๆ ทมี่ ีอยูแ่ ลว้
(๒๑) การเข้าศึกษาต่อหลังสำาเร็จการศึกษา (Post-Secondary Courses) ครู
ที่สนใจในการพัฒนาวิชาการอย่างต่อเนื่องสมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษา สถาบันบางแห่งเสนอ
กลยทุ ธ์การเรียนออนไลน ์ หรอื จดั การศึกษานอกท่ตี งั้ ของสถาบัน
(๒๒) แฟม สะสมงาน (Professional Portfolio) เปน็ การรวบรวมหนงั สอื เกยี รตบิ ตั ร
ใบวุฒิบัตร หรือผลงาน ซ่ึงเป็นเอกสารการปฏิบัติงานวิชาชีพของครู ครูบางคนใช้กระบวนการพัฒนา
แฟมสะสมงานเพอ่ื สะท้อนผลและปรับปรงุ การปฏบิ ตั ิงานวิชาชพี ของตน

๔๕

(๒๓) ทมี งานพฒั นาโรงเรยี น (School Improvement Teams) เปน็ การรวมกลมุ่
ของครเู พ่ือจัดตง้ั เปน็ ทมี งานเพอื่ พัฒนาโรงเรยี นใหส้ อดคลอ้ งกับการเปลีย่ นแปลงของสงั คมด้านตา่ ง ๆ ซ่ึง
ส่งผลให้ครูมีความจำาเป็นต้องพัฒนาวิชาชีพของตน และครูต้องมีความเต็มใจท่ีจะเปล่ียนแปลงพฤติกรรม
การสอนหรือพฤตกิ รรมการทาำ งาน รวมทั้งการที่ครูต้องเสยี สละเวลาเพื่อทำาใหเ้ กิดการพฒั นาโรงเรียนตาม
แผนกลยุทธ์ทีท่ มี งานไดก้ าำ หนดร่วมกนั
(๒๔) การประชมุ คร ู (Teachers’ Conventions) การประชมุ ครทู ง้ั ระดบั ทอ้ งถนิ่
และระดับชาติในวาระท่ีแตกต่างกนั เชน่ การประชุมเพอื่ รว่ มกันอภิปรายเพือ่ หาขอ้ สรุปในประเด็นต่าง ๆ
หรือการประชุมเพ่ือสรุปผลการดำาเนินงาน ซ่ึงการประชุมและสัมมนาครูน้ีสามารถสร้างแรงบันดาลใจ
จงู ใจ และสรา้ งความรสู้ กึ ในการรเิ รม่ิ ทาำ งานดว้ ยวธิ กี ารใหม ่ ๆ ได ้ ดงั นน้ั โรงเรยี นบางแหง่ จะสง่ ครรู ว่ มประชมุ
สัมมนาเป็นกลุ่ม และนำาสิ่งที่กลุ่มครูได้เรียนรู้กลับมาประชุมอภิปรายและเสนอวิธีการนำาความรู้นั้น ๆ
มาใช้ปรบั ปรงุ การเรียนรขู้ องนกั เรยี น และปฏบิ ตั กิ ารสอนในห้องเรียน
(๒๕) การประชุมทางไกล (Video Conferencing) เป็นการประชุมท่ีช่วยให้ครู
สามารถปรึกษาเพื่อนร่วมงานเมื่อมีข้อจำากัดด้านระยะทางท่ีทำาให้ครูไม่ได้เข้าร่วมประชุมได้
การประชุมทางไกลสามารถใช้ในการอำานวยความสะดวกกลุ่มร่วมศึกษา กลุ่มวิเคราะห์ผลงานนักเรียน
การอบรมปฏิบตั ิการ และการนาำ เสนองาน
(๒๖) สถาบันภาคฤดูร้อน (Summer Institutes) เป็นการเสนอโอกาสให้ครู
ได้เข้าร่วมศึกษาด้านหลักสูตรและการสอนในช่วงระยะเวลาปิดภาคฤดูร้อนในสถาบันทางวิชาชีพ
ซงึ่ สถาบันสว่ นใหญ่อาจจะจดั ระยะเวลา ๓ วนั หรอื มากกวา่
๓) รชิ ารด์ ดโู ฟร ์ (Richard DuFour) เปน็ บดิ าของ Professional Learning Community
: PLC เร่ิมทำางานวิจัย พัฒนา และส่งเสริม PLC ในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๙๘ เขาได้กำาหนด
หัวใจหลกั ของชมุ ชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพไว้ ๓ องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ (DuFour. ๒๐๐๒ : ๔๒-๖๗)
(๑) มงุ่ เนน้ ทก่ี ารเรยี นร ู้ (Focus on Learning) รปู แบบของชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้
วชิ าชพี ใหค้ วามสาำ คญั เกย่ี วกบั การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น โดยโรงเรยี นมหี นา้ ทที่ ต่ี อ้ งสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นประสบความ
สาำ เรจ็ ในการเรยี น เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเปลยี่ นแปลงในทางทดี่ ขี นึ้ กบั ผเู้ รยี นแตล่ ะคน โดยการตงั้ คาำ ถามทสี่ าำ คญั
๔ ประการ ในการขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ คือ ๑) ต้องการให้ผู้เรียนแต่ละคนเรียนรู้อะไร
๒) จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ๓) จะทำาอย่างไรเม่ือผู้เรียนไม่เกิดการเรียนรู้สิ่งนั้น ๔) จะทำา
อย่างไรกับผู้เรยี นทีเ่ รยี นรูเ้ ร่อื งนนั้ ๆ แลว้ และมีความกา้ วหนา้ กว่าผเู้ รียนคนอ่ืน ๆ
(๒) มงุ่ เนน้ วฒั นธรรมการรว่ มมอื รวมพลงั (Focus on Collaborative Culture)
ครทู าำ งานเปน็ ทมี เพอื่ บรรลเุ ปา หมายทมี่ คี ณุ คา่ ยง่ิ ใหญร่ ว่ มกนั คอื ผเู้ รยี นไดบ้ รรลผุ ลการเรยี นร ู้ โดย “ทมี ”
หมายถึง สภาพการทำางานที่ครูพ่ึงพาและร่วมมือกันในสภาพที่บรรลุผล ท่ีแต่ละคนบรรลุไม่ได้หากแยก
กันทำา ทีมครูเช่นน้ีมีเปาหมายท่ีแน่วแน่ร่วมกัน และมีกระบวนการเชิงระบบร่วมกัน โดยไม่มีสูตรตายตัว

๔๖

เม่อื ทำางานรว่ มกนั ไประยะหน่งึ กจ็ ะบรรลผุ ลท่ีไมน่ า่ เช่อื วา่ จะเป็นไปได้ น่ีคือคณุ ค่าของการทาำ งานเป็นทีม
แบบ PLC ที่แท้จริง สมาชิกทุกคนจะรู้สึกแปลกใจต่อผลท่ีเกิดขึ้นและเห็นคุณค่าของการทำางานเป็นทีม
เรียนรู้ PLC ด้วยตนเอง โดยหัวใจ คือ สมาชิกของทีมต้องพุ่งเปาไปท่ีเปาหมายอันทรงคุณค่าร่วมกัน
โดยการสร้างวัฒนธรรมความร่วมมือผ่าน High Performing Teams มีแนวทางดังต่อไปน้ี ๑) สร้างทีม
ท่ีมีความหมาย มีการต้ังคำาถามสำาคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียน ๒) จัดเวลาสำาหรับทำางานร่วมกัน
๓) สร้างผู้นำากระจายท่ัวโรงเรียนโดยจัดให้มีผู้นำาทีมสำาหรับทีมที่มีสมาชิกตั้งแต่ ๓ คนข้ึนไป และครูใหญ่
พบกับกลุ่มผู้นำาเป็นประจำาเพื่อร่วมกันตรวจสอบหาปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา ๔) ทีมร่วมกันตัดสินใจ
บนฐานของข้อมูลหลักฐาน ๕) ช่วยให้ทีม PLC ประสบความสำาเร็จ โดยมีเครื่องมือท่ีจำาเป็นสำาหรับ
ใชง้ าน ๖) ประเมนิ ความกา้ วหนา้ ของทมี อยา่ งสมา่ำ เสมอและเขา้ ไปชว่ ยเหลอื เมอื่ มปี ญั หา ๗) แสดงตวั อยา่ ง
ภาวะผู้นำาโดยกำาหนดการประชุมอย่างสม่ำาเสมอ โฟกัสที่ประเด็นที่มีความสำาคัญสูงสุดต่อผลสัมฤทธ์ิ
ของผเู้ รยี น ใหค้ ณุ คา่ ตอ่ ความรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ๘) สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ขา้ มทมี ๙) ขยายฐานความรสู้ าำ หรบั
การทำางานของทมี และ ๑๐) เฉลิมฉลองความสาำ เรจ็
(๓) มุ่งเน้นที่ผล (Focus on Result) ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ ตัดสิน
ประสทิ ธผิ ลโดยมพี นื้ ฐานอยทู่ ผี่ ลทเี่ กดิ ขนึ้ ครทู กุ คนมสี ว่ นรว่ มในการดาำ เนนิ การเพอ่ื ทจ่ี ะระบรุ ะดบั ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรยี นของผเู้ รยี น การตง้ั เปา หมายในการปรบั ปรงุ ระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของผเู้ รยี นในปจั จบุ นั
และร่วมกันลงมือปฏิบัติให้บรรลุเปาหมายน้ัน รวมถึงการหาหลักฐานท่ีบ่งชี้ถึงความก้าวหน้าเป็นระยะ
ซง่ึ การเนน้ ผลทเี่ กดิ ขนึ้ นน้ั จาำ เปน็ ตอ้ งใชข้ อ้ มลู สารสนเทศใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ และไมป่ ระเมนิ ประสทิ ธผิ ล
ของตนเองโดยมองที่ว่าตนเองทำางานมากน้อยแค่ไหน แต่จะให้ความสำาคัญกับการบรรลุเปาหมายของทีม
ร่วมกัน
ทงั้ นห้ี วั ใจของ PLC คอื เปลยี่ นจดุ โฟกสั จากปจั จยั นาำ เขา้ (Input) สผู่ ลลพั ธ ์ (Outcomes)
และจากกิจกรรม (Activities) สู่ผล (Results) และข้อมูลท่ีสำาคัญท่ีสุดในการทำาความเข้าใจผลลัพธ์
คอื ข้อมูลของผลลพั ธข์ องการเรยี นของผเู้ รยี น (Learning Outcome) ทไ่ี ดจ้ ากการประเมนิ ความกา้ วหน้า
(Formative Assessment) เป็นระยะ ๆ ดังน้ัน ทีม PLC จึงต้องร่วมกันกำาหนดวิธีสอบประเมินความ
กา้ วหนา้ (Formative Assessment) ทคี่ รทู กุ คนในทมี ใชร้ ว่ มกนั เพอื่ นาำ ผลของการประเมนิ ความกา้ วหนา้
ในการเรียนของนักเรียนมาเป็นข้อเรียนรู้ของครู (Dufour et al, ๒๐๐๖ : ๘๗-๑๑๐; วิจารณ์ พานิช,
๒๕๕๙ : ๘๒-๘๗)

๒.๒.๔ หลักการและแนวคิดเก่ียวกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพครูตามหลกั ธรรมาภบิ าล
รวมทง้ั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ครู

๑) ดานกรอบมาตรฐาน
การผลติ และการพฒั นาครมู มี าตรฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ งตามทก่ี ฎหมายกาำ หนดหลายประการ
โดยมปี ระเดน็ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั มาตรฐานวชิ าชพี มาตรฐานคณุ วฒุ ใิ นการผลติ การคดั กรอง การใช ้ และการพฒั นา
ครู อาจารย ์ และบคุ ลากรทางการศึกษา ดังนี้

๔๗

๑.๑) มาตรฐานวิชาชพี

- มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทาง
การศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๔๙ กำาหนดองค์ประกอบไว้ ๓ ด้าน ได้แก่ ๑) มาตรฐานความรู้
และประสบการณ์วิชาชีพ ๒) มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ ๓) มาตรฐานการปฏิบัติตน ซ่ึงใช้เป็น
แกนหลักในการดำาเนินงานตามวัตถุประสงค์และอำานาจหน้าที่ของคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติสภาครู
และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การคัดกรอง การใช้ และการพัฒนา
วชิ าชพี ทางการศกึ ษา (ผปู้ ระกอบวชิ าชพี และองคค์ วามรใู้ นวชิ าชพี ทางการศกึ ษา) ทงั้ น ี้ ตามขอ้ บงั คบั ครุ สุ ภา
ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ กำาหนดนิยาม
ความหมายของมาตรฐานวิชาชพี แต่ละดา้ นไว ้ ดงั ตารางและแผนภาพต่อไปนี้

ตารางท่ี ๖ ความหมายมาตรฐานวิชาชพี

มาตรฐานวิชาชีพ ความหมาย
ม�ตรฐ�นคว�มรู ขอ กำ�หนดเกยี่ วกับคว�มรแู ละประสบก�รณในก�รจัดก�รเรยี นรู หรอื ก�รจดั ก�ร
และประสบก�รณว ชิ �ชีพ ศึกษ� ซง่ึ ผูประกอบวชิ �ชพี ท�งก�รศกึ ษ� รวมทั้งผตู องก�รประกอบวชิ �ชพี
ท�งก�รศกึ ษ�ตอ งมเี พยี งพอทส่ี �ม�รถน�ำ ไปใชใ นก�รประกอบวชิ �ชพี ได

ม�ตรฐ�นก�รปฏิบตั งิ �น ขอกำ�หนดเก่ียวกบั คณุ ลักษณะหรือก�รแสดงพฤตกิ รรมก�รปฏบิ ัตงิ �น
และก�รพฒั น�ง�น ซ่งึ ผูประกอบวิช�ชีพท�งก�รศกึ ษ� รวมทั้งผตู อ งก�รประกอบ
วชิ �ชีพท�งก�รศึกษ�ตอ งปฏิบัตติ �ม เพอ่ื ใหเ กิดผลต�มวัตถปุ ระสงคและเป�หม�ย
ก�รเรียนรู หรือก�รจัดก�รศึกษ� รวมทั้งตอ งฝก ฝนพัฒน�ตนเองใหมีทกั ษะ
หรือคว�มช�ำ น�ญสงู ขน้ึ อย�งตอ เน่ือง

ม�ตรฐ�นก�รปฏิบตั ติ น จรรย�บรรณของวิช�ชีพทกี่ �ำ หนดขนึ้ เปนแบบแผนในก�รประพฤตปิ ฏิบตั ิตน
ซงึ่ ผูประกอบวชิ �ชีพท�งก�รศึกษ� รวมท้ังผูตอ งก�รประกอบวิช�ชีพท�งก�รศกึ ษ�
ตอ งยึดถอื ปฏบิ ตั ติ �ม เพ่อื รกั ษ�และสง เสริมเกียรติคุณชือ่ เสียง และฐ�นะ
ของผปู ระกอบวชิ �ชีพท�งก�รศึกษ�ใหเปน ท่ีเชือ่ ถือศรัทธ�แกผ ูร บั บริก�ร
และสังคม อนั จะนำ�ม�ซง่ึ เกยี รตแิ ละศกั ด์ิศรีแหงวิช�ชพี

๔๘

แผนภาพที่ ๑๒ มาตรฐานวิชาชีพครู

ตอ งมีความรอบรูและเขา ใจในเร่ือง ดงั ตอไปน้ี

๑ การเปลย่ี นแปลงบริบทของโลก สังคม และแนวคิดของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๑ มงุ ม่นั พัฒนาผูเรียนดวยจิตวญิ ญาณความเปนครู

๒ จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวทิ ยาการศกึ ษา และจติ วิทยาใหค าํ ปรึกษาในการวิเคราะหแ ละพัฒนาผเู รียน ๒ ประพฤตติ นเปน แบบอยางทดี่ ี มีคุณธรรม จริยธรรม และมคี วามเปนพลเมอื งท่ีเขมแข็ง
ตามศกั ยภาพ
๓ สง เสริมการเรยี นรู เอาใจใส และยอมรับความแตกตา งของผเู รียนแตละบคุ คล
๓ เน้อื หาวชิ าทสี่ อน หลักสตู ร ศาสตรการสอน และเทคโนโลยีดิจิทลั ในการจัดการเรียนรู
๔ สรางแรงบันดาลใจผเู รยี นใหเ ปนผใู ฝเรียนรู และผสู รางนวตั กรรม
๔ การวัด ประเมนิ ผลการเรียนรู และการวิจยั เพือ่ แกปญหาและพัฒนาผเู รียน
วามรแู ละศคาวสามตรณรรแูก ว าลชิ ระาสชอพี น หกนาารทป่ีคฏริบู ัติ ๕ พัฒนาตนเองใหม คี วามรอบรู ทันสมัย และทนั ตอการเปลย่ี นแปลง
๕ การใชภาษาไทย ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร และการใชเทคโนโลยีดจิ ทิ ัล
เพื่อการศึกษา ปริวะชสาบีชกพาร ณ ๑ พฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรยี นรู ส่อื การวดั
และประเมินผลการเรียนรู
๖ การออกแบบ และการดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั งานประกัน ประมสาบตกราฐาน ค
คุณภาพการศกึ ษา ๒ บรู ณาการความรแู ละศาสตรก ารสอนในการวางแผน
และจัดการเรียนรทู สี่ ามารถพัฒนาผเู รียนใหม ปี ญ ญา
ผา นการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษาตามหลกั สตู รปรญิ ญา รคู ดิ และมีความเปนนวตั กร
มาตรฐานการประเมินปฏบิ ัตกิ ารสอนตามหลักเกณฑ วธิ กี าร และเงอื่ นไข
ทางการศกึ ษาเปน เวลาไมนอ ยกวาหนึง่ ป และผานเกณฑ การจดั การเรยี นรู ๓ ดแู ล ชว ยเหลอื และพัฒนาผเู รียนเปนรายบุคคลตาม
ศกั ยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพผูเรียน
มาตรฐานการปฏิบัติงาน

มกาตารปฏ

จรรยาบรรณ

๔๙
วิชาชพี ครูทคี่ ณะกรรมการครุ ุสภากาํ หนด ไดอ ยา งเปน ระบบ
S(PtarTnoefdaeacsrhsdieosrn)faolr ๔ จดั กิจกรรมและสรางบรรยากาศการเรียนรูใ หผ เู รยี นมี
๑ จรรยาบรรณตอ ตนเอง บิ ตั รติ ฐนาน
๒ จรรยาบรรณตอวิชาชีพ กับคผวาูปมกสคัมรพองันแธล ะชุมชน ความสขุ ในการเรียน โดยตระหนกั ถงึ สขุ ภาวะของผูเรียน
๓ จรรยาบรรณตอ ผรู ับบรกิ าร ของวชิ าชพี ๕ วจิ ยั สรางนวตั กรรม และประยุกตใ ชเทคโนโลยดี จิ ทิ ัล
๔ จรรยาบรรณตอ ผรู ว มประกอบวิชาชีพ
๕ จรรยาบรรณตอสงั คม ใหเ กิดประโยชนต อ การเรียนรูของผเู รยี น
๖ ปฏิบัตงิ านรวมกับผอู นื่ อยา งสรา งสรรคแ ละมสี วนรวมใน

กิจกรรมการพฒั นาวชิ าชีพ
๑ รว มมอื กบั ผูป กครองในการพัฒนาและแกปญหาผเู รยี นใหม คี ณุ ลกั ษณะ

ทพ่ี ึงประสงค
๒ สรางเครือขายความรวมมือกับผปู กครองและชุมชน เพอ่ื สนับสนนุ การ
เรียนรูที่มีคุณภาพของผเู รยี น
๓ ศึกษา เขา ถงึ บริบทของชุมชน และสามารถอยรู ว มกนั บนพ้ืนฐานความ
แตกตางทางวฒั นธรรม
๔ สง เสริม อนรุ กั ษว ัฒนธรรม และภูมปิ ญ ญาทองถ่ิน

อา งองิ ตามขอบงั คบั คุรุสภา วา ดวยมาตรฐานวชิ าชพี (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒

แผนภาพท่ี ๑๓ มาตรฐานวิชาชีพผูบริหารสถานศึกษา
ฐานการปฏบิ ตั งิ าน
ผูประกอบวชิ าชพี ผูบรหิ ารสถานศึกษาตองมีมาตรฐานการปฏิบตั งิ าน ดงั ตอไปนี้
๕๐ ๑ ปฏบิ ัติกจิ กรรมทางวชิ าการเพ่ือพฒั นาวชิ าชพี การบรหิ ารการศกึ ษาใหก า วหนาอยเู สมอ
ตองมคี ณุ วฒุ ิไมตา่ํ กวาปรญิ ญาตรีทางการบรหิ ารการศกึ ษา หรอื เทยี บเทา หรือมีคุณวุฒิอนื่ ท่ีคุรุสภารับรอง
โดยมมี าตรฐานความรแู ละประสบการณว ชิ าชพี ดังตอ ไปนี้ ๒ ตดั สินใจปฏิบตั ิกจิ กรรมตา ง ๆ โดยคาํ นึงถึงผลทีจ่ ะเกดิ ขึน้ กับการพฒั นาของผูเรียน บุคลากร และชุมชน
มาตรฐานความรู ประกอบดวยความรู ดงั ตอ ไปน้ี

๑ การพฒั นาวชิ าชีพ ๓ มุงมั่นพัฒนาผูร ว มงานใหสามารถปฏบิ ัตงิ านไดเต็มศักยภาพ
๒ ความเปนผูน ําทางวิชาการ
๓ การบริหารสถานศกึ ษา ๔ พัฒนาแผนงานขององคการใหมคี ุณภาพสูง สามารถปฏบิ ัตใิ หเ กิดผลไดจ รงิ
๔ หลักสูตร การสอน การวัดและประเมินผลการเรยี นรู
๕ กจิ การและกจิ กรรมนกั เรียน ๕ พัฒนาและใชนวัตกรรมการบรหิ ารจนเกดิ ผลงานท่ีมคี ณุ ภาพสงู ขนึ้ เปน ลําดบั
๖ การประกนั คณุ ภาพการศึกษา
๖ ปฏบิ ตั ิงานขององคการโดยเนน ผลถาวร
๗ คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
มาตร ๗ ดําเนินการและรายงานผลการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาไดอยา งเปนระบบ
๘ ปฏบิ ตั ิตนเปนแบบอยา งทด่ี ี

มปารตะรสฐบากนารคว ณา ิวมชูราแ ีชลพะ มาตรฐาน ๙ รว มมอื กับชุมชนและหนวยงานอน่ื อยางสรางสรรค
น ผวบูิชราชิหีพาร ๑๐ แสวงหาและใชข อ มูลขาวสารในการพฒั นา
๑๑ เปน ผนู ําและสรางผูน ําทางวิชาการในหนวยงานของตนได
๑๒ สรา งโอกาสในการพฒั นาไดทุกสถานการณ

มาตรฐานประสบการณวชิ าชพี ดังตอ ไปนี้ สถานศกึ ษา

๑ มีประสบการณด า นปฏิบัตกิ ารสอนมาแลว ไมน อยกวา หาป หรอื มกาาตรรปฐฏานิบัติต ผปู ระกอบวิชาชีพทางการศกึ ษาตอ งมมี าตรฐานการปฏิบัตติ นตามขอ บงั คบั
๒ มีประสบการณดานปฏบิ ัตกิ ารสอนและตองมีประสบการณใ น ครุ ุสภา วาดวยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ

ตาํ แหนงหวั หนาหมวด หรอื หัวหนาสาย หรอื หวั หนางาน หรือ ๑ จรรยาบรรณตอ ตนเอง
ตําแหนง บรหิ ารอืน่ ๆ ในสถานศึกษามาแลวไมนอ ยกวาสองป ๒ จรรยาบรรณตอ วชิ าชพี
๓ จรรยาบรรณตอ ผรู บั บรกิ าร
๔ จรรยาบรรณตอ ผูรว มประกอบวชิ าชพี
๕ จรรยาบรรณตอสังคม

อา งอิงตามขอ บงั คบั คุรสุ ภา วา ดวยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖

แผนภาพที่ ๑๔ มาตรฐานวิชาชีพผบู ริหารการศกึ ษา

ตองมีคณุ วุฒไิ มตํ่ากวาปริญญาตรที างการบริหารการศึกษา หรือเทียบเทา หรอื มคี ณุ วฒุ ิอน่ื ท่คี รุ สุ ภารับรอง ผูประกอบวิชาชีพผูบ ริหารการศกึ ษาตอ งมีมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน ดงั ตอไปนี้
โดยมมี าตรฐานความรแู ละประสบการณวิชาชพี ดังตอไปน้ี
มาตรฐานความรู ประกอบดว ยความรู ดังตอไปนี้ ๑ ปฏิบัตกิ ิจกรรมทางวิชาการเพอื่ พฒั นาวิชาชพี การบรหิ ารการศกึ ษาใหกา วหนา อยเู สมอ
๒ ตัดสินใจปฏิบัตกิ จิ กรรมตาง ๆ โดยคํานึงถงึ ผลทีจ่ ะเกิดขึ้นกับการพฒั นาของผูเ รยี น บุคลากร และชุมชน
๑ การพฒั นาวิชาชีพ ๓ มุง มั่นพฒั นาผูรวมงานใหสามารถปฏิบตั งิ านไดเตม็ ศักยภาพ

๒ ความเปนผนู ําทางวิชาการ ๔ พฒั นาแผนงานขององคการใหมคี ุณภาพสงู สามารถปฏบิ ัติใหเ กดิ ผลไดจ รงิ

๓ การบริหารการศึกษา ๕ พฒั นาและใชน วตั กรรมการบรหิ ารจนเกดิ ผลงานทม่ี คี ณุ ภาพสูงขึ้นเปน ลาํ ดับ

๔ การสง เสรมิ คุณภาพการศึกษา ๖ ปฏบิ ัติงานขององคก ารโดยเนนผลถาวร
๕ การประกันคุณภาพการศกึ ษา
๖ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ มาตร ๗ ดําเนินการและรายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาไดอ ยา งเปน ระบบ
๘ ปฏิบตั ิตนเปนแบบอยา งทด่ี ี
มาตรฐาน ๙ รว มมือกับชมุ ชนและหนว ยงานอนื่ อยางสรางสรรค
วิชาชีพ ๑๐ แสวงหาและใชข อ มลู ขา วสารในการพฒั นา
ฐานการปฏบิ ตั งิ านมปารตะรสฐบากนารคว ณา ิวมชูราแ ีชลพะผูบรหิ าร๑๑ เปนผูนําและสรางผนู าํ ทางวชิ าการในหนว ยงานของตนได

๕๑ ๑๒ สรางโอกาสในการพัฒนาไดทกุ สถานการณ

มาตรฐานประสบการณว ิชาชพี ดังตอ ไปนี้ การศึกษา

๑ มปี ระสบการณดานปฏบิ ตั ิการสอนมาแลว ไมน อ ยกวาแปดป หรือ มกาาตรรปฐฏานิบัติต

๒ มปี ระสบการณในตาํ แหนง ผบู รหิ ารสถานศึกษามาแลว ผูป ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษาตองมมี าตรฐานการปฏิบตั ติ นตามขอบงั คับ
ไมน อยกวาสามป หรือ ครุ สุ ภา วาดวยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ

๓ มีประสบการณในตาํ แหนง บคุ ลากรทางการศึกษาอืน่ ตามที่กาํ หนด ๑ จรรยาบรรณตอตนเอง
ในกฎกระทรวงมาแลวไมนอยกวา สามป หรือ ๒ จรรยาบรรณตอวิชาชพี

๔ มีประสบการณในตําแหนง บุคลากรทางการศกึ ษาอนื่ ท่มี ปี ระสบการณการบรหิ าร
ไมต าํ่ กวาหวั หนากลมุ หรือผูอาํ นวยการกลุม หรือเทยี บเทา มาแลว ไมน อยกวา หาป หรือ

๔ มีประสบการณดานปฏบิ ตั ิการสอน และมีประสบการณใ นตาํ แหนงผูบริหารสถานศกึ ษา หรือบุคลากร ๓ จรรยาบรรณตอ ผรู ับบริการ
ทางการศกึ ษาอ่นื ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง หรอื บคุ ลากรทางการศกึ ษาอน่ื ท่มี ีประสบการณ ๔ จรรยาบรรณตอผูร ว มประกอบวชิ าชีพ
การบรหิ ารไมต่าํ กวาหัวหนากลุม หรอื ผูอํานวยการกลมุ หรือเทียบเทา รวมกันมาแลวไมน อ ยกวาแปดป ๕ จรรยาบรรณตอ สงั คม

อา งองิ ตามขอ บังคับครุ สุ ภา วา ดว ยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖

แผนภาพท่ี ๑๕ กลมุ วิชาชพี บุคลากรทางการศกึ ษาอ่ืน (ศึกษานเิ ทศก)
ฐานการปฏบิ ตั งิ าน
ผูป ระกอบวิชาชีพศึกษานเิ ทศกต องมมี าตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน ดงั ตอ ไปนี้
๕๒ ๑ ปฏิบตั ิกิจกรรมทางวชิ าการเพอ่ื พัฒนาการนิเทศการศึกษา เพอ่ื ใหเ กิดการพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา
ตอ งมคี ณุ วฒุ ไิ มต ํ่ากวาปรญิ ญาโททางการศึกษา หรือเทยี บเทา หรือมคี ณุ วุฒิอื่นที่ครุ สุ ภารับรอง
โดยมมี าตรฐานความรูและประสบการณว ิชาชพี ดงั ตอไปน้ี อยา งสมา่ํ เสมอ
มาตรฐานความรู ประกอบดวยความรู ดังตอ ไปนี้ ๒ ตดั สนิ ใจปฏิบตั กิ ิจกรรมการนิเทศการศกึ ษา โดยคํานงึ ถงึ ผลทจ่ี ะเกดิ แกผ ูรับการนิเทศ
๑ การพัฒนาวชิ าชพี
๒ การนิเทศการศกึ ษา ๓ มุง ม่นั พฒั นาผรู ับการนิเทศใหลงมือปฏิบัตกิ ิจกรรมจนเกิดผลตอ การพฒั นาอยางมคี ุณภาพ เตม็ ศักยภาพ
๓ แผนและกิจกรรมการนเิ ทศ ๔ พัฒนาแผนการนิเทศใหมคี ณุ ภาพสงู สามารถปฏบิ ัตใิ หเกิดผลไดจ รงิ
๔ การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู
๕ การวจิ ยั ทางการศึกษา ๕ พฒั นาและใชน วัตกรรมการนิเทศการศกึ ษาจนเกิดผลงานท่ีมคี ุณภาพสูงขน้ึ เปนลาํ ดบั
๖ นวตั กรรมและเทคโนโลยสี ารสนเทศทางการศึกษา
๗ การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา ๖ จดั กจิ กรรมการนิเทศการศึกษาโดยเนน ผลถาวรที่เกดิ แกผรู ับการนิเทศ
๘ คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
มาตร ๗ ดาํ เนนิ การและรายงานผลการนิเทศการศึกษาใหม คี ณุ ภาพสงู ไดอยางเปนระบบ
มาตรฐานประสบการณว ิชาชีพ ดังตอไปน้ี ๘ ปฏิบตั ิตนเปน แบบอยา งที่ดี
๑ มปี ระสบการณดา นปฏิบัตกิ ารสอนมาแลว ไมนอยกวาหาป
มาตรฐาน ๙ รวมพัฒนางานกับผอู นื่ อยางสรา งสรรค
หรือมปี ระสบการณดานปฏิบตั ิการสอนและมีประสบการณในตําแหนง ศึกวษชิ าานชเิ ีพทศก ๑๐ แสวงหาและใชข อมูลขาวสารในการพฒั นา
ผบู รหิ ารสถานศกึ ษา หรอื ผบู ริหารการศกึ ษา รวมกันมาแลวไมน อ ยกวา หา ป มปารตะรสฐบากนารคว ณา ิวมชูราแ ีชลพะ ๑๑ เปนผนู ําและสรา งผนู าํ ทางวชิ าการ
๒ มีผลงานทางวชิ าการท่มี คี ุณภาพและมีการเผยแพร น ๑๒ สรางโอกาสในการพัฒนางานไดทกุ สถานการณ

มกาาตรรปฐฏานิบัติต ผูประกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษาตอ งมมี าตรฐานการปฏิบตั ิตนตามขอ บงั คบั
คุรุสภา วาดว ยจรรยาบรรณของวิชาชพี

๑ จรรยาบรรณตอ ตนเอง
๒ จรรยาบรรณตอ วชิ าชพี
๓ จรรยาบรรณตอผูรับบริการ
๔ จรรยาบรรณตอผูร ว มประกอบวชิ าชีพ
๕ จรรยาบรรณตอสงั คม

อางอิงตามขอ บังคับคุรสุ ภา วาดว ยมาตรฐานวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖

- ปัจจุบันคุรุสภาอยู่ระหว่างดำาเนินการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานวิชาชีพผู้บริหาร
สถานศกึ ษา ผูบ้ ริหารการศึกษา และศกึ ษานิเทศก ์ รวมถึงดำาเนินการกำาหนดระดับคณุ ภาพของมาตรฐาน
ในการประกอบวิชาชีพ และหลักเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง
เพอ่ื ดาำ รงไวซ้ ง่ึ ความรคู้ วามสามารถ และความชาำ นาญการ ตามระดบั คณุ ภาพของมาตรฐานในการประกอบ
วิชาชีพ ซึ่งเป็นการดำาเนินการตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๔๙ และเชื่อมโยงกับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ทกุ รอบ ๕ ปี ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการท่ีครุ สุ ภากำาหนด
- การใชม้ าตรฐานวิชาชีพครูในการผลิต การคดั กรอง การพฒั นา และการใชค้ รู
(๑) การผลิต สถาบันอุดมศึกษาท่ีประสงค์จะผลิตบัณฑิตวิชาชีพทางการศึกษา
(ครู ผู้บรหิ ารสถานศึกษา และผ้บู ริหารการศึกษา) และสภาสถาบนั อนุมตั ิหลักสตู รปรญิ ญาทางการศกึ ษา
และ/หรือประกาศนียบัตรทางการศึกษา จะต้องเสนอหลักสูตรดังกล่าวต่อหน่วยงานท่ีกำากับดูแลสถาบัน
อุดมศึกษา คือสำานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อรับทราบหลักสูตร และจะต้องเสนอ
หลักสูตรดังกล่าวเพ่ือขอรับรองปริญญา และ/หรือประกาศนียบัตรทางการศึกษาจากคุรุสภาด้วย เพ่ือให้
ผู้สำาเร็จการศึกษาสามารถใชค้ ณุ วฒุ กิ ารศกึ ษาดงั กลา่ ว เปน็ คณุ สมบตั ใิ นการขอรบั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี
ทางการศกึ ษาน้ัน ๆ ตอ่ ไปได ้ ทงั้ น้ี ครุ สุ ภาไดก้ าำ หนดหลักเกณฑก์ ารพจิ ารณารับรองปริญญาฯ ไว ้ ๓ ด้าน
ได้แก่ ๑) มาตรฐานหลักสูตร ๒) มาตรฐานการผลิต และ ๓) มาตรฐานบัณฑิต โดยสถาบันอุดมศึกษา
จะตอ้ งเสนอขอรบั รองปริญญา ก่อนเปดิ รับนักศกึ ษาเข้าเรียนในหลักสูตร ไม่นอ้ ยกวา่ ๖๐ วนั และจะต้อง
ดำาเนนิ การจัดการเรยี นการสอนให้เปน็ ไปตามเง่อื นไขทีค่ รุ ุสภาให้การรบั รอง
(๒) การคัดกรอง ตั้งแต่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ มีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน สามารถจำาแนกการคัดกรองผู้เข้าสู่วิชาชีพทางการศึกษา
โดยการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได ้ ๓ ชว่ ง ดงั น้ี
(๒.๑) กอ่ นพระราชบญั ญตั สิ ภาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๖
- ผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
และศกึ ษานเิ ทศก ์ ทป่ี ระกอบวชิ าชพี อยกู่ อ่ นพระราชบญั ญตั สิ ภาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๖
มีผลบังคับใช้ให้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้
- ผมู้ คี ณุ วฒุ กิ ารศกึ ษาไมต่ า่ำ กวา่ ปรญิ ญาทางการศกึ ษาหรอื ปรญิ ญาอน่ื
ที่ ก.ค. (ก.ค.ศ. ในปัจจุบัน) กำาหนดให้เป็นคุณวุฒิท่ีใช้ในการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูก่อน
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มีผลบังคับใช้ สามารถใช้เป็นคุณวุฒิ
ในการขอรบั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี ตามพระราชบญั ญตั สิ ภาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๖
ได้ไมเ่ กิน ๓ ป ี (ครบกำาหนดวันที่ ๑๒ มถิ ุนายน ๒๕๔๙)

๕๓

(๒.๒) ช่วง พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๖๒
- ผู้มีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่าหรือมีคุณวุฒิ
อื่นท่ีคุรุสภารับรอง สามารถใช้คุณวุฒิดังกล่าวเป็นคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทาง
การศึกษาได ้
(๒.๓) ตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๕๖๒ เปน็ ตน้ ไป
- ผู้มีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่น
ที่คุรุสภารับรอง สามารถใช้คุณวุฒิดังกล่าวเป็นคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทาง
การศกึ ษาได้ ยกเวน้ วิชาชพี คร ู ผปู้ ระสงคข์ อรบั ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ครู นอกจากจะต้องมีคณุ วฒุ ิ
การศึกษาดังกล่าวแล้ว กลุ่มที่เข้าศึกษาต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป็นต้นไป จะต้องผ่านการทดสอบ
และประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการคุรุสภากำาหนดเพ่ิมเติม
ดว้ ย ท้งั น้ี ตามประกาศคณะกรรมการครุ สุ ภา เรอื่ ง หลกั เกณฑ์และวิธกี ารทดสอบและประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครู พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้กำาหนดองค์ประกอบของการทดสอบและประเมินฯ ไว้ ๒ ส่วน ดังน้ี (๑)
ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู โดยการทดสอบความรู้ ๕ วิชา ได้แก่
๑) การใช้ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร ๒) การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร ๓) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
เพือ่ การศกึ ษา ๔) วิชาชีพคร ู และ ๕) วิชาเอก (๒) ดา้ นการปฏบิ ัตงิ านและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐาน
วชิ าชพี คร ู โดยการประเมนิ องคป์ ระกอบ ๓ ดา้ น ไดแ้ ก ่ ๑) การจดั การเรยี นร ู้ ๒) ความสมั พนั ธก์ บั ผปู้ กครอง
และชมุ ชน และ ๓) การปฏิบัตหิ นา้ ที่คร ู และจรรยาบรรณของวชิ าชพี
(๓) การใช้ สถานศึกษาในระดับการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน (สายสามัญและ
สายอาชีพ) และหน่วยงานทางการศึกษาที่ต้องใช้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และ
ศึกษานิเทศก์ ซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖
จะตอ้ งบรรจแุ ตง่ ตง้ั ผมู้ ใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี เขา้ สตู่ าำ แหนง่ เทา่ นนั้ เวน้ แตจ่ ะไดร้ บั อนญุ าตจากครุ สุ ภา
(๔) การพัฒนา คุรุสภาได้ดำาเนินการตามวัตถุประสงค์และอำานาจหน้าที่ท่ีกำาหนด
ในพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้แก่ การพัฒนาวิชาชีพ และการ
ประสาน ส่งเสริมการศกึ ษาและการวจิ ยั เกย่ี วกบั การประกอบวชิ าชีพ สนบั สนุนส่งเสริมและพัฒนาวิชาชพี
ตามมาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณของวิชาชพี สง่ เสรมิ สนับสนนุ ยกย่อง และผดงุ เกียรติผู้ประกอบ
วชิ าชพี ทางการศกึ ษา และเปน็ ตวั แทนผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษาของประเทศไทย โดยดาำ เนนิ กจิ กรรม
ต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องอย่างต่อเนอ่ื ง

๑.๒) กรอบคณุ วฒุ แิ หง ชาติ (National Qualifications Framework: NQF)
กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เป็นกลไกการเชื่อมโยงระบบคุณวุฒิของประเทศทุกระดับ

และประเภท ให้ยึดโยงกับระดับความสามารถของบุคคลที่เป็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ การฝกอบรม
และประสบการณ์ จากกรอบคุณวุฒิทางการศึกษา ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานทางการศึกษา

๕๔

แผนภาพท่ี ๑๖ แนวทางการเชอ่ื มโยง/เทียบเคยี งสูกรอบคุณวุฒิแหง ชาติ และกรอบมาตรฐานอาชพี ซงึ่ เปน็ ความรบั ผดิ ชอบของหนว่ ยงานดา้ นมาตรฐานอาชพี ฝมี อื แรงงาน วชิ าชพี
และองคก์ รตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ระบบการพฒั นากาำ ลงั คนระดบั ชาตทิ เ่ี ปน็ เอกภาพและชว่ ยยกระดบั การศกึ ษา
และพัฒนากำาลังคนคุณภาพของประเทศได้ตามเปาหมายที่กำาหนดไว้ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต คณุ วุฒิการศึกษากรอบคณุ วฒุ ิมาตรฐานอาชพี
โดยกรอบคณุ วฒุ แิ ห่งชาตแิ บง่ ออกเป็น ๘ ระดบั และมีความเชอื่ มโยงกับระบบคณุ วฒุ ติ า่ ง ๆ ดงั น้ีอาชวี ศกึ ษาแห่งชาติ
ขน้ั พืน้ ฐาน อดุ มศกึ ษา กรอบคณุ วุฒวิ ชิ าชีพ มาตรฐานฝม อื แรงงานแห่งชาติ
๕๕ ปริญญาตรี ระดับ ๘
ม.ปลาย + (ทล.บ) ปริญญาเอก ระดับ ๗ คุณวุฒวิ ชิ าชพี ชน้ั ๘ มรช.๖
ทกั ษะอาชพี ปรญิ ญาโท ระดบั ๖
ประกาศนยี บัตร ปรญิ ญาตรี คณุ วฒุ วิ ชิ าชีพชั้น ๗ มรช.๕
ม.ปลาย วิชาชพี ชน้ั สงู ระดบั ๕
ม.ตน้ อนปุ รญิ ญา ระดับ ๔ คณุ วฒุ ิวชิ าชพี ช้ัน ๖ มรช.๔
(ปวส.) ระดับ ๓
ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ระดบั ๒ คุณวุฒวิ ชิ าชีพชน้ั ๕ มรช.๓
ระดบั ๑ คณุ วุฒวิ ิชาชพี ชัน้ ๔ มรช.๒
(ปวช.)
คุณวุฒวิ ิชาชพี ชน้ั ๓ มรช.๑

คุณวุฒิวิชาชพี ชั้น ๒ มฐอ.๒
คุณวุฒวิ ชิ าชีพช้ัน ๑ มฐอ.๑

กลไกเชื่อมโยง/การเติมเตม็ เพือ่ เทียบเคียง/เทียบโอนระหวา่ งคุณวุฒกิ ารศึกษากับมาตรฐานอาชพี
การทดสอบ วัด และประเมนิ ผล
การศกึ ษาหาความรู้เพ่มิ เตมิ จากการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศยั
การเทยี บโอนประสบการณ์จากการทาำ งาน/การฝก ฝนและปฏบิ ัตจิ ริงจากการทำางาน
การสะสมหน่วยการเรียน (Credit Bank)
การศึกษาตอ่ เน่ือง/การศกึ ษาตลอดชวี ิต

(ผลลัพธ์การเรียนรู้ของกรอบคุณวฒุ แิ หง่ ชาต ิ ประกอบดว้ ย ๓ ด้าน คอื ๑) ความร ู้
๒) ทักษะ และ ๓) ความสามารถในการประยุกตใ์ ช้และความรบั ผดิ ชอบ)
โดยหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ไดแ้ ก ่ สถาบนั คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี (องคก์ ารมหาชน) กรมพฒั นา
ฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน สำานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกระทรวงการอุดมศึกษา
วทิ ยาศาสตร ์ วจิ ยั และนวตั กรรม ไดด้ าำ เนนิ การปรบั คณุ วฒุ ใิ นสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งใหส้ อดคลอ้ งกบั กรอบคณุ วฒุ ิ
แห่งชาติเรียบร้อยแล้ว สำานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้จัดทำาแผนขับเคล่ือนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
สู่การปฏิบัติ พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๕ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบ เม่ือวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
โดยให้กระทรวงศึกษาธิการและทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเร่งนำาแผนขับเคลื่อนฯ ไปปฏิบัติให้เกิดผล
อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพ่ือให้สามารถยกระดับการศึกษาและพัฒนากำาลังคนคุณภาพของประเทศ
ไดต้ ามเปาหมายที่กาำ หนดไว้

๑.๓) มาตรฐานตาํ แหนง และมาตรฐานวิทยฐานะของขา ราชการครู
(๑) มาตรฐานตำาแหนง่

(๑.๑) มาตรฐานตาำ แหนง่ ทม่ี ใี บอนุญาตประกอบวิชาชพี
(๑.๑.๑) ข้าราชการครูสายผู้สอน ได้กำาหนดมาตรฐานตำาแหน่ง
ไว้ในหนังสือเวียนที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๒๐ ลงวันท่ี ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ คุณสมบัติเฉพาะสำาหรับผู้ดำารง
ในตาำ แหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย จะตอ้ งมคี ณุ วฒุ ไิ มต่ า่ำ กวา่ ปรญิ ญาตรที างการศกึ ษา และมใี บอนญุ าตประกอบวชิ าชพี ครู
หรือหลักฐานท่ีใช้แสดงในการประกอบอาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้เพ่ือปฏิบัติหน้าท่ีสอน ตำาแหน่งครู
จะต้องมคี ณุ วุฒไิ มต่ ่าำ กว่าปรญิ ญาตร ี และมีใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพครู
(๑.๑.๒) ผู้บริหารการศึกษา ได้แก่ ตำาแหน่งรองผู้อำานวยการ
เขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา และตำาแหนง่ ผอู้ ำานวยการเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา ซึง่ ก.ค.ศ. ได้กาำ หนดมาตรฐานตาำ แหน่ง
ไว้ในหนังสือ ท่ ี ศธ ๐๒๐๖.๔/๒๕๓๓ ลงวันท่ ี ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ และที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๑๖ ลงวันที่ ๒๙
พฤษภาคม ๒๕๖๓ คุณสมบัตเิ ฉพาะสำาหรับผดู้ าำ รงในตาำ แหนง่
- รองผู้อำานวยการเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องมีคุณวุฒิไม่ตำ่ากว่า
ปริญญาตรีทางการศึกษา และมีใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
- ผู้อำานวยการเขตพ้ืนท่ีการศึกษา จะต้องมีคุณวุฒิไม่ตำ่ากว่า
ปรญิ ญาตรที างการศกึ ษา และมีใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพผบู้ ริหารการศึกษา
(๑.๑.๓) ผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ ตำาแหน่งรองผู้อำานวยการ
สถานศึกษา และตำาแหน่งผู้อำานวยการสถานศึกษา ซึ่ง ก.ค.ศ. ได้กำาหนดมาตรฐานตำาแหน่งไว้ในหนังสือ
ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๑๖ ลงวันท ่ี ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ คุณสมบัติเฉพาะสำาหรบั ผูด้ ำารงในตำาแหนง่
- รองผอู้ ำานวยการสถานศกึ ษา จะตอ้ งมีคณุ วฒุ ิไม่ต่าำ กว่าปรญิ ญาตรี
ทางการศึกษา และมีใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพผู้บริหารสถานศึกษา
- ผู้อำานวยการสถานศึกษา จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำากว่าปริญญาตรี
ทางการศกึ ษา และมีใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
๕๖

(๑.๑.๔) ศึกษานิเทศก์ ก.ค.ศ. ได้กำาหนดมาตรฐานตำาแหน่งไว้ใน
หนังสือ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๑๖ ลงวนั ท ่ี ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ คุณสมบตั ิเฉพาะสาำ หรับผู้ดำารงในตำาแหน่งวา่
ต้องมีคุณวุฒิไม่ตำ่ากว่าปริญญาตรีทางการศึกษา และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา
อ่ืน (ศึกษานเิ ทศก)์
(๑.๒) มาตรฐานตาำ แหน่งที่ไมม่ ีใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ
ก.ค.ศ. ได้กำาหนดมาตรฐานตำาแหน่งกลุ่มไม่มีใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพ ในกลุ่มตำาแหน่งที่เป็นข้าราชการพลเรือนเดิมมาเป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา
๓๘ ค.(๒) จาำ นวน ๓ ประเภท คือ
(๑.๒.๑) ประเภททั่วไป ได้แก่ กลุ่มตำาแหน่งในสายงานปฏิบัติงาน
ธุรการ การเงินและบญั ช ี ฯลฯ
(๑.๒.๒) ประเภทวชิ าการ ไดแ้ ก ่ กลมุ่ ตาำ แหนง่ ในสายงานจดั การงาน
ทวั่ ไป สายงานวเิ คราะห์นโยบายและแผน สายงานนิตกิ าร สายงานทรพั ยากรบคุ คล ฯลฯ
(๑.๒.๓) ประเภทอำานวยการ ได้แก่ ผู้อำานวยการระดับต้น และ
ผู้อำานวยการระดับสงู
โดยตำาแหน่งกลุ่มไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นตำาแหน่งท่ี
กำาหนดตำาแหน่งตามมาตรฐานคุณวุฒิตามประเภทและระดับตำาแหน่ง ไม่มีการนำามาตรฐานวิชาชีพมาใช้
ในการกาำ หนดตำาแหนง่ ในกลมุ่ น้ี
(๒) การคัดกรอง การคัดเลอื กบุคคลเขา้ สตู่ ำาแหน่ง
การคัดกรอง การคัดเลือกเข้าสู่ตำาแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา ในปัจจุบันพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
ได้กำาหนดวิธีการคัดกรอง คัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้ คือ ๑) การสอบแข่งขัน
๒) การคัดเลือก กรณีที่ไม่สามารถดำาเนินการสอบแข่งขันได้ ๓) การคัดเลือกกรณีพิเศษ ๔) การคัดเลือก
บคุ คลมาเปน็ อตั ราจา้ งหรอื พนกั งานราชการ โดยไมต่ อ้ งเปน็ ขา้ ราชการ ๕) การโอนพนกั งานประเภทอนื่ มาเปน็
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๖) การบรรจุกลับเข้ารับราชการ กรณีทั่วไป ๗) การบรรจุ
กลับเข้ารับราชการ กรณีออกจากราชการเน่ืองจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติหน้าท่ี
๘) การบรรจุกลับเข้ารับราชการ กรณีรับราชการทหาร และ ๙) การบรรจุกลับข้าราชการประเภทอื่นท่ี
ออกจากราชการมาเปน็ ข้าราชการครู
(๓) การพฒั นาบคุ คลดาำ รงตำาแหนง่
(๓.๑) การพัฒนากอ่ นแตง่ ตั้ง ตามมาตรา ๘๐ แห่งพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บ
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดก้ าำ หนดตำาแหน่ง คอื ๑) ตำาแหน่งครูผู้ช่วยต้อง
พัฒนาตนเองและผ่านการประเมินการพัฒนาที่เรียกว่า การประเมินการเตรียมความพร้อม และพัฒนา
อยา่ งเข้ม เม่ือครบ ๒ ปี จึงจะรับการแตง่ ตงั้ ให้ดาำ รงตาำ แหน่งครู ๒) ตาำ แหนง่ ท่ีมีวิทยฐานะ ต้องมีการอบรม
พฒั นาก่อนได้รับการแตง่ ตงั้ วทิ ยฐานะที่สูงขึ้นกอ่ น และ ๓) ตาำ แหน่งทีไ่ ม่มวี ทิ ยฐานะ ประเภทอาำ นวยการ
จะต้องมกี ารอบรมพฒั นาก่อนได้เข้ารบั การแต่งตง้ั ในตำาแหนง่ นน้ั กอ่ น

๕๗

(๓.๒) การพัฒนาตนเอง ตามมาตรา ๘๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนให้ไปศึกษา อบรม ดูงาน
ปฏิบัติงานวิจัย กรณีมีความจำาเป็น หน่วยงานอาจส่งไปลาศึกษาต่อ อบรม หรือวิจัย แล้วมีสิทธิได้เลื่อน
เงนิ เดอื นในระหวา่ งไปปฏบิ ัติหน้าที่ได้

๑.๔) เกณฑม าตรฐานหลกั สูตร และมาตรฐานคณุ วฒุ ิ
สาำ นกั งานปลดั กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม (สป.อว.)

มหี นา้ ทใี่ นการพจิ ารณาหลกั สตู รครศุ าสตร ์ ศกึ ษาศาสตร ์ และการศกึ ษาของสถาบนั อดุ มศกึ ษา โดยพจิ ารณา
ความสอดคลอ้ งกบั เกณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รระดบั ปรญิ ญาตร ี พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรฐานคณุ วฒุ ริ ะดบั ปรญิ ญาตรี
สาขาครุศาสตรแ์ ละสาขาศึกษาศาสตร ์ (ห้าป)ี และมาตรฐานคุณวฒุ ิระดับปริญญาตร ี สาขาครศุ าสตร์และ
สาขาศกึ ษาศาสตร์ (ส่ปี ี) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำาคัญ ดงั นี้
(๑) เกณฑ์มาตรฐานหลกั สตู รระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๘ ใชส้ ำาหรบั เป็นเกณฑ์
ในการพิจารณาหลักสูตรทุกหลักสูตร โดยจะกำาหนดมาตรฐานต่าง ๆ ที่จำาเป็นสำาหรับการพัฒนาหรือ
ปรบั ปรงุ หลกั สตู รใหม้ คี ณุ ภาพ เชน่ โครงสรา้ งหลกั สตู ร จาำ นวน คณุ วฒุ ิ และคณุ สมบตั ขิ องอาจารย ์ คณุ สมบตั ิ
ของผ้เู ขา้ ศกึ ษา การลงทะเบียนเรยี น และเกณฑก์ ารวดั ผลการสำาเรจ็ การศึกษา เป็นตน้
(๒) มาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์และสาขาศึกษาศาสตร์
(หา้ ป)ี (มคอ.๑ คร ู ๕ ป)ี เปน็ เกณฑม์ าตรฐานทก่ี าำ หนดขน้ึ มาเฉพาะสาขา และมรี ายละเอยี ดเพม่ิ ขน้ึ มากกวา่
ทเ่ี กณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รกาำ หนดไว ้ เชน่ การกาำ หนดชอื่ ปรญิ ญา การระบคุ ณุ ลกั ษณะบณั ฑติ ทพ่ี งึ ประสงค ์
การกำาหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาเม่ือสำาเร็จการศึกษา องค์ความรู้ที่ต้องศึกษาในแต่ละวิชาเอก
คุณสมบัติผู้เข้าศึกษาและการเทียบโอนผลการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพหลักสูตรและการจัด
การเรียนการสอน เปน็ ต้น
(๓) มาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์และสาขาศึกษาศาสตร์
(สีป่ )ี (มคอ.๑ ครู ๔ ป)ี เปน็ เกณฑ์มาตรฐานที่กาำ หนดขนึ้ มาเฉพาะสาขา และมีรายละเอยี ดเพ่มิ ขึน้ มากกวา่
ทเ่ี กณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รกาำ หนดไว ้ กาำ หนดมาตรฐานตา่ ง ๆ ใกลเ้ คยี งกบั คร ู ๕ ป ี แตเ่ นอื่ งจากจดั การเรยี น
การสอนเพยี ง ๔ ป ี จงึ มีจำานวนหน่วยกิตในการศึกษาท่นี ้อยกวา่ และท่เี พ่มิ จากคร ู ๕ ปี สถาบนั อดุ มศกึ ษา
ตอ้ งกำาหนดให้มีตัวชีว้ ัดในการพฒั นาทักษะทางดา้ นภาษาองั กฤษใหก้ บั นักศกึ ษาด้วย

๑.๕) ระบบคุณวฒุ วิ ิชาชพี
สถาบนั คณุ วฒุ ิวชิ าชพี (องค์การมหาชน) หรอื สคช. มีพนั ธกิจทีส่ าำ คญั ๕ ประการ

ได้แก่ ๑) สร้างการรับรู้ต่อระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพให้เป็นท่ีรู้จักและผลักดันให้เกิด
ความตระหนักถึงประโยชน์และมีการนำาระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพไปใช้อย่างกว้างขวาง
๒) สนบั สนนุ ใหก้ ลมุ่ ผปู้ ระกอบอาชพี มสี ว่ นรว่ มในการจดั ทาำ มาตรฐานอาชพี และคณุ วฒุ วิ ชิ าชพี ใหส้ อดคลอ้ ง
กับยุทธศาสตร์ชาติ และ Thailand ๔.๐ ๓) ส่งเสริมให้นำาระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพไปใช้
ในการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยภาคการศึกษา และหลักสูตรฝกอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะ
บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมเพ่ือให้มีการเทียบโอนคุณวุฒิเพ่ือยกระดับความก้าวหน้าของ
๕๘

กำาลังคน ๔) ให้การรับรององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเพ่ือประเมิน
สมรรถนะของบุคคลให้ครอบคลุมทุกสาขาวิชาชีพ โดยกระบวนการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
และบรู ณาการความรว่ มมอื กบั กระทรวงแรงงานและหนว่ ยงานอนื่ ๆ และ ๕) นาำ ระบบศนู ยก์ ลางเครอื ขา่ ย
ข้อมูล สารสนเทศและการบริการเกี่ยวกับมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้สนับสนุนบริการระบบ
คุณวุฒิวชิ าชีพได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

ดังจะเห็นได้ว่า คำาสำาคัญท่ีปรากฏอยู่ในพันธกิจทุกข้อของ สคช. คือคำาว่า ระบบ
คุณวุฒิวิชาชีพ มีจุดมุ่งหมายในการเชื่อมโยงกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ ด้วยการกำาหนดระดับความรู้ ทักษะ
และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในการประกอบอาชีพ ที่เป็นสมรรถนะอาชีพที่ต้องการจากผู้ประกอบการ
และผปู้ ระกอบอาชพี เพอ่ื สง่ ตอ่ คณุ ลกั ษณะดงั กลา่ วในการพฒั นากาำ ลงั คนจากภาคผใู้ ชก้ าำ ลงั คน (Demand
Side) ส่ภู าคผูผ้ ลิตกาำ ลงั คน (Supply Side) ท้ังสถานศึกษา ศูนย์หรือสถาบนั ฝกอบรม รวมถึงสถานประกอบการ
เพ่ือยกระดับคุณค่าการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ด้านวิชาชีพของคนไทยบูรณาการผลลัพธ์การเรียนรู้
ภายใตก้ รอบคณุ วฒุ แิ หง่ ชาต ิ ทง้ั ในระบบการศกึ ษา นอกระบบการศกึ ษา และการฝก อบรมอาชพี ตามความ
สนใจหรอื ตามอธั ยาศยั ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของภาคผใู้ ชก้ าำ ลงั คนดว้ ยการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหก้ ลมุ่
เจา้ ของอาชีพ ผ้ปู ระกอบการ และองคก์ รวชิ าชีพ ร่วมกนั พัฒนามาตรฐานอาชีพและกำาหนดคณุ วฒุ วิ ชิ าชีพ
ตามสาขาวิชาชีพหรืออาชีพของตนเอง โดยระบบคุณวุฒิวิชาชีพมีองค์ประกอบหลัก ๗ องค์ประกอบ คือ
๑) กรอบคณุ วุฒิวิชาชีพ ๒) ระบบการจัดหมวดหมู่ของอาชพี ท่ีมคี วามเปน็ สากล ๓) มาตรฐานอาชีพและ
คณุ วฒุ ิวิชาชีพ ๔) องคก์ รทมี่ ีหนา้ ท่รี ับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชพี และหน่วยประเมิน ๕)
กระบวนการประกันคุณภาพคณุ วฒุ ิวิชาชพี ๖) การเช่อื มโยงกรอบคณุ วุฒวิ ชิ าชพี กบั กรอบคณุ วฒุ ิแห่งชาติ
และกรอบคณุ วฒุ อิ า้ งองิ อาเซยี น ๗) ฐานขอ้ มลู คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี และระบบสารสนเทศ ในการบรหิ ารฐานขอ้ มลู
และคณุ วุฒิวชิ าชีพ
ในท่ีน้ีจะขอนำาเสนอเฉพาะหัวข้อท่ีมีความสำาคัญและเชื่อมโยงกับภาคการศึกษา
คอื กรอบคณุ วุฒวิ ิชาชพี และมาตรฐานอาชพี และคุณวฒุ ิวิชาชีพ
กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ (Professional Qualif ication Framework: PQF) คือ
คำาบรรยายคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละสาขาอาชีพ โดยพิจารณาจากลักษณะ
ผลลพั ธง์ านในการประกอบอาชพี หรือขอบเขตการปฏบิ ตั งิ านในอาชพี เพ่ือใช้เปน็ เกณฑใ์ นการแบง่ ระดับ
ความร ู้ ความสามารถ ตามผลลพั ธข์ องงาน ตามผลผลติ ทตี่ อ้ งการจากผลการปฏบิ ตั งิ าน ตามความยากงา่ ย
ของงาน ตามความซับซ้อนของงาน ตามขอบเขตความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของงาน เพ่ือให้เห็นขอบเขต
การประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งกรอบคุณวุฒิ
วิชาชีพแบ่งออกเป็น ๘ ระดับ มีขอบเขตการประเมินสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ ๔ ด้าน ได้แก่
๑) ความรู้ ๒) ทักษะ ๓) ผลลัพธ์การประยุกต์ใช้ และ ๔) ความรับผิดชอบและจริยธรรม รายละเอียด
ดงั ตารางท ่ี ๗

๕๙

ตารางที่ ๗ ตารางคาํ อธบิ ายขอบเขตสมรรถนะ ๔ ดานในกรอบคณุ วฒุ ิวิชาชีพ ๘ ระดับ

ระดับ ขอบเขตสมรรถนะ
คุณวุฒิ
ระดับ ๑ ความรู้ ทักษะ ผลลพั ธก์ ารประยุกตใ์ ช้ ความรบั ผดิ ชอบ
(Knowledge) (Skills) (Application (Responsibility)
ระดบั ๒ ความรู้ในระเบียน ทกั ษะพนื้ ฐานในการ Outcome)
กฎเกณฑ์วิธกี ารปฏิบตั ิ ปฏิบัติงานประจำา ความรับผิดชอบ
ในงานอาชีพทใ่ี ช้ ตามคาำ สง่ั งานทง่ี า่ ย ความสามารถในการ ใหค้ วามสาำ คญั ตอ่ งาน
ในการปฏิบัตงิ านประจาำ และไมซ่ ับซอ้ น ทาำ งานตามคำาสัง่ งาน ในหนา้ ที่ สง่ มอบงาน
ความรใู้ นขอ้ เท็จจรงิ ทกั ษะฝีมอื ในการทาำ งาน มขี อบเขตงานชัดเจน ตรงเวลาและปฏบิ ัตติ น
หรือหลักการท่นี าำ ไปใช้ ตามข้ันตอนปฏบิ ตั ิ ภายใต้การควบคุมอยา่ ง ตามกฎระเบียน
ปฏิบัติงาน เพอ่ื การแก้ไข ทกี่ ำาหนดไวช้ ัดเจน ใกลช้ ดิ ของผู้ควบคุมงาน ความรับผดิ ชอบต่องาน
ปัญหาทีพ่ บประจำา ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ความสามารถในการ ในหนา้ ทข่ี องตนเอง
ในการทาำ งาน ทำางานตามข้นั ตอน ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ปฏิบัติทก่ี ำาหนด รายงานผลการปฏิบัติ
ภายใต้การแนะนำา และปฏบิ ัติงานร่วมกบั
ของหัวหนา้ งาน ผู้อ่นื ไดเ้ ปนอยา่ งดี

ระดับ ๓ ความรู้ในการเชอื่ มโยง ทักษะทางเทคนิค ความสามารถในการปรับ ความรับผิดชอบต่องาน
หลักการปฏบิ ัตงิ าน ในการทำางานเลือกใช้ วธิ ที ำางานตามแบบแผน ในหน้าท่ ี ให้การ
และผลการวเิ คราะห์ หลักการและเครอื่ งมือ ข้อกำาหนดหรอื สนบั สนุนผรู้ ว่ มงาน
สารสนเทศเพอื่ ใช้ ในการปฏิบัตงิ าน มาตรฐานการทาำ งาน ตดั สินใจแกป้ ญหา
ตัดสนิ ใจในการทำางาน ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั หรือคมู่ ือการปฏบิ ัติงาน หน้างานและรายงาน
และตดั สินใจแกป้ ญหา ผลการทาำ งานอยา่ ง
หน้างานภายใต้ ต่อเนอื่ ง
การแนะนาำ
ของหัวหนา้ งาน

ระดบั ๔ ความร้ใู นเชิงทฤษฎี ทกั ษะทางเทคนคิ ความสามารถในการ ความรบั ผิดชอบ
หรือหลกั การสำาคัญ ในการทำางานและทกั ษะ ปรบั ปรุงคณุ ภาพผลงาน ตอ่ การกำากับดแู ลควบคุม
ในงานอาชีพเพ่อื ในการควบคุมงาน อย่างตอ่ เนอ่ื งดว้ ยตนเอง กระบวนการทำางาน
ปรับปรงุ คณุ ภาพ และปรบั ปรงุ คุณภาพงาน
หรือผลงานให้ดขี ึ้น อย่างตอ่ เน่ือง

ระดับ ๕ ความรู้ในเชงิ ทฤษฎี ทักษะในการทาำ งาน ความสามารถในการ ความรับผดิ ชอบ
หรอื หลักการท่ีซบั ซอ้ น ท่ตี ้องคดิ วเิ คราะหข์ ้อมลู ตดั สนิ ใจและลงมอื ต่อบทบาทความเปนผนู้ าำ
ในงานอาชีพเพ่อื พัฒนา วางแผนเพื่อแก้ปญ หา แกป้ ญ หางานทีซ่ ับซอ้ น ให้คำาแนะนาำ /สอนงาน
ผลติ ภาพการทำางาน ทซ่ี ับซ้อนและประเมนิ ผล มกี ารเปลี่ยนแปลง และกาำ กับดูแลผ้รู ว่ มงาน
ในการปฏิบตั ิงาน ประเมนิ ผลงาน ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน
และพฒั นาผลิตภาพ และส่งมอบงานได้
อยา่ งตอ่ เนื่อง ตามเปาหมาย

๖๐

ระดับ ขอบเขตสมรรถนะ
คณุ วฒุ ิ
ความรู้ ทกั ษะ ผลลพั ธ์การประยกุ ต์ใช้ ความรบั ผิดชอบ
(Knowledge) (Skills) (Application (Responsibility)
Outcome)

ระดับ ๖ คว�มรูในเชิงทฤษฎี ทกั ษะในการบรหิ าร คว�มส�ม�รถในก�ร คว�มรับผดิ ชอบตอ การ
ทอี่ �จนำ�ไปปรบั ใช จดั การกลยทุ ธแ ละใช ใชองคความรูหรอื บริหารจดั การเชิงกลยทุ ธ
เปนองคความรูหรอื องคความรหู รือ นวตั กรรม เพอื่ แกปญ หา เพอ่ื เพม่ิ ผลติ ภาพ
นวัตกรรมในงานอาชีพ นวตั กรรม เพ่ือแกป ญ หา ทีซ่ ับซอน มีการ และแกปญ หาทีซ่ บั ซอ น
เพือ่ การพัฒนาระบบ งานทีซ่ บั ซอน เปลยี่ นแปลงตลอดเวลา มกี ารเปล่ียนแปลง
การทํางาน มีการเปลี่ยนแปลง ดว ยการคิดเชงิ กลยทุ ธ การใหคาํ ปรึกษาในสาขา
ตลอดเวลา และใชศ าสตร งานท่ีมีประสบการณ
ทห่ี ลากหลาย และความชํานาญ

ระดับ ๗ คว�มรูท่ีใชในการ ทักษะในการคิดอยา ง คว�มส�ม�รถในก�ร คว�มรบั ผิดชอบ
ประเมนิ และวินิจฉัย เปนระบบเพือ่ การ พฒั นาองคค วามรูหรอื ตอ การบรหิ ารจัดการ
ปญ หาเพือ่ พัฒนา พัฒนาองคความรูหรือ นวตั กรรม เพือ่ ใหเกิด เชงิ นโยบาย การแกปญ หา
องคความรหู รอื นวัตกรรมในง�นอ�ชีพ ประโยชนต อ องคก รและ ทีค่ าดการณไมไ ด
นวตั กรรมอยางเปน กลมุ วสิ าหกิจ การใหค วามเห็นแกสงั คม
ระบบในง�นอ�ชีพ ดว ยวจิ ารณญาณ
ท่ีถกู ตอ งในงานอาชีพ

ระดับ ๘ การสรา งสรรค ทกั ษะข้นั สูงสุดในการ คว�มส�ม�รถในการ คว�มรับผดิ ชอบตอ
องคค วามรู ทาํ งานทีส่ รา งสรรค สรางสรรคแ นวความคิด ความเปน แบบอยาง
หรือนวตั กรรมทโ่ี ดดเดน หลกั การหรอื หรอื วสิ ัยทัศนใหม ความสาํ เรจ็ เปน เจาของ
ในง�นอ�ชพี แนวความคดิ ใหม ตอ วงการวชิ าชพี หรือ วสิ ยั ทัศนห รอื แนวความคดิ
ในวงก�รอ�ชีพ มผี ลงานเปนทย่ี อมรบั ทถ่ี ูกสรา งสรรคขน้ึ ใหม
ในระดับประเทศขึ้นไป ทไ่ี ดร ับการยอมรบั
ในวงการอาชพี

ทั้งน้ี กรอบคุณวุฒิวิชาชีพได้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาให้มีความสอดคล้อง
กับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ท่ีจัดทำาโดยสำานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
(National Qualifi cation Framework: NQF) เป็นแกนกลางสำาหรับการพัฒนากำาลังคนและเช่ือมโยง
ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ทุกรูปแบบให้สามารถให้การรับรองสมรรถนะของบุคคล
ภายใต้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้ รวมถึงเป็นเคร่ืองมือในการส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
กับการพัฒนากำาลังคนสามารถพัฒนาระบบการศึกษา และฝกอบรมอาชีพให้เหมาะสมกับทุกช่วงวัย
มองเห็นเส้นทางการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ และรองรับการประกัน
คุณภาพของบุคคลทไี่ ด้รับการรับรองตามระดบั คณุ วุฒิทีส่ อดคลอ้ งกับกรอบคณุ วุฒแิ ห่งชาติ แล้วเชือ่ มโยง
ไปส่กู ารรับรองทีเ่ ทียบเคียงไดใ้ นระดับสากล รายละเอียดดังตารางที ่ ๘

๖๑

ตารางที่ ๘ ความเช่อื มโยงกรอบคณุ วุฒแิ หง ชาติและกรอบคณุ วฒุ ิวิชาชพี

คณุ วุฒิการศกึ ษา กรอบคณุ วุฒิ มาตรฐานอาชีพ
อาชวี ศกึ ษา แห่งชาติ
ขัน้ พน้ื ฐาน อดุ มศกึ ษา กรอบคุณวฒุ ิวิชาชีพ มาตรฐานฝมือ
แรงงานแหง่ ชาติ

ปรญิ ญาเอก ระดบั ๘ คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี ช้นั ๘ มรช.๖
ระดับ ๗ คุณวุฒิวิชาชีพชั้น ๗ มรช.๕
ปริญญาโท ระดบั ๖ คณุ วุฒิวชิ าชพี ชั้น ๖ มรช.๔
ระดบั ๕ คุณวุฒิวชิ าชพี ชน้ั ๕ มรช.๓
ปริญญาตร ี (ทล.บ.) ปริญญาตรี
ระดับ ๔ คุณวฒุ วิ ิชาชีพชน้ั ๔ มรช.๒
ประกาศนียบัตร อนุปรญิ ญา
วชิ าชพี ชน้ั สูง ระดบั ๓ คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี ชน้ั ๓ มรช.๑
ม.ปลาย +
ทักษะอาชีพ (ปวส.)
ประกาศนยี บตั ร
ม.ปลาย วิชาชพี (ปวช.)

ม.ต้น ระดบั ๒ คณุ วฒุ ิวิชาชพี ชน้ั ๒ มฐอ.๒

ระดบั ๑ คณุ วฒุ วิ ชิ าชีพชั้น ๑ มฐอ.๑

สาำ หรับการจดั ทาำ มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ชิ าชพี ที ่ สคช. สนบั สนุนและสง่ เสริม
ให้กลุ่มอาชีพและผู้ประกอบการในสาขาอาชีพเดียวกันมาประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน เพ่ือวิเคราะห์
ภาพรวมของอุตสาหกรรมโดยวิธีการท่ีเรียกว่า Functional Analysis ประกอบด้วย ความมุ่งหมายหลัก
(Key Purpose) บทบาทหลกั (Key Role) และหนา้ ทงี่ านหลกั (Key Function) และกาำ หนดหนว่ ยสมรรถนะ
(Unit of Competence: UoC) สมรรถนะย่อย (Element of Competence: EoC) และเกณฑ์
การปฏิบัติงาน (Performance Criteria: PC) ของแต่ละสาขาอาชีพ แล้วจัดกลุ่มเป็นมาตรฐานอาชีพ
กำาหนดชือ่ อาชพี และระดับคณุ วฒุ วิ ิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ ๘ ระดบั
ปจั จุบัน สคช. มีมาตรฐานอาชพี และคุณวฒุ วิ ชิ าชพี ท่ีดำาเนนิ การเสรจ็ เรยี บร้อยแลว้
จำานวนทั้งส้ิน ๕๒ สาขาวิชาชีพ ๘๐๓ อาชีพ ๒,๑๑๔ ชั้นคุณวุฒิ สำาหรับมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ
วชิ าชพี ทสี่ ามารถนาำ ไปประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ การรบั รองบคุ ลากรทางการศกึ ษา ไดแ้ ก ่ มาตรฐานอาชพี และคณุ วฒุ ิ
วิชาชีพ สาขาวิชาชพี บรกิ ารทางการศกึ ษา อาชพี ครูฝกในสถานประกอบการ และอาชพี ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ท้งั น้ ี มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพท่ไี ด้มีการดำาเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว สคช. นำาส่งต่อให้แก่
สถานศึกษา สถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน เพ่ือนำาไปใช้เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาหลักสูตร
ฐานสมรรถนะ หลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรการฝกอบรมกำาลังคน รวมถึงการจัดการเรียนรู้ฐาน
สมรรถนะ สำาหรับการพัฒนาศักยภาพกำาลังคนให้สามารถปฏิบัติงานได้สอดคล้องตามหน่วยสมรรถนะที่

๖๒

มาตรฐานอาชีพกำาหนด และในอนาคตอันใกล้ สคช. ได้มีการจัดทำาโครงการเพ่ือพัฒนาระบบการสะสม
ผลลัพธ์การเรียนรู้และประสบการณ์ (Credit Bank) เพ่ือให้ผู้ท่ีได้รับคุณวุฒิวิชาชีพสามารถนำาหน่วย
สมรรถนะเก็บสะสมไว้ในระบบการสะสมผลลัพธ์การเรียนรู้และประสบการณ์เพ่ือการเทียบโอนเข้าสู่
ภาคการศึกษาได้ต่อไป รายละเอยี ดดังแผนภาพท่ ี ๑๗
แผนภาพที่ ๑๗ มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชพี กับการตอยอดสูภาคการศกึ ษา

ประชมุ ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี / กำาหนดอาชีพ ศกึ ษายุทธศาสตร์ชาติ นโยบาย ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ป ดา้ นการพฒั นาและ
ประชาพิเคราะห์ และทิศทางการพฒั นาประเทศ เสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

กล่มุ คนในอาชพี เปน / มาตรฐานอาชีพและ มาตรฐานสมรรถนะ การจดั การเรยี นรู้ฐานสมรรถนะ
คณะทำางาน/คณะรบั รองฯ คณุ วุฒวิ ิชาชพี สถาบนั การศกึ ษาในระบบ
Curriculum/Program
ขนึ้ ทะเบยี นองค์กรท่มี หี นา้ ที่ ภาคสถาน ภาค  แผนการเรียน ผลติ กำาลังคน
รับรองสมรรถนะของบุคคล ประกอบการ การศกึ ษา  แผนการสอน/รายวิชา ทีส่ อดคลอ้ ง
 แผนการฝก/ กบั ความ
ตามมาตรฐานอาชพี งานมอบหมาย ต้องการของ
 แผนการประเมิน
 แผนการฝกประสบการณ์ สถาน
ประกอบการ
การศกึ ษาตามอธั ยาศัย
In-House Training ระบบฝกอบรมสมรรถนะ Training Package
(E-Training)
Modute Training
ประเมนิ สมรรถนะ
ตามมาตรฐานอาชพี หนงั สือรับรองมาตรฐานอาชีพ + คลังหน่วยกิต (Credit Bank)เทียบโอนผลลพั ธ์การเรยี นรู้

ผา่ น ประกาศนียบตั รคณุ วุฒิวิชาชพี เทียบโอนคุณวุฒวิ ชิ าชพี ส่คู ณุ วฒุ ิการศกึ ษา
ไมผ่ ่าน ฝก อบรมเพิม่ เติม

๒) คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพครูตามหลัก
ธรรมาภิบาล

สามารถพิจารณาได้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยแยกออก
เป็น ๒ ข้อ คือ ๒.๑) วินัยข้าราชการครู และ ๒.๒) จรรยาบรรณต่อตนเอง วิชาชีพ ผู้รับบริการ ผู้ร่วม
ประกอบวิชาชพี สงั คม สรปุ ไดด้ ังน้ ี
๒.๑) วินัยข้าราชการครู ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ระบมุ าตรการสำาคัญที่แสดงถึงแนวทางการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม และ
จรรยาบรรณของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ครตู ามหลกั ธรรมาภบิ าลไวใ้ นหมวดท ี่ ๖ วนิ ยั และการรกั ษาวนิ ยั ทส่ี าำ คญั
ดงั นี้
(๑) ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งรกั ษาวนิ ยั อยา่ งเครง่ ครดั
(๒) ข้าราชการครูและบุคลากรต้องสนับสนุนการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตยทม่ี พี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุขอยา่ งเคร่งครัด

๖๓


Click to View FlipBook Version