(๓) ต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสมอภาค เที่ยงธรรม
มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร รักษาผลประโยชน์ราชการห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อ่ืนอาศัย
อาำ นาจหนา้ ทรี่ าชการหาผลประโยชน ์ การปฏบิ ตั หิ รอื ละเวน้ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทร่ี าชการโดยมชิ อบเพอื่ ใหต้ นเอง
หรอื ผู้อนื่ ไดป้ ระโยชน์ที่ไม่ควรได้ เปน็ การทุจรติ ตอ่ หน้าท่ ี เป็นวินัยรา้ ยแรง
(๔) ข้าราชการต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ มติคณะ
รฐั มนตรี นโยบายรฐั บาล การประมาทเลินเล่อ การจงใจไม่ปฏิบตั ิตามและกอ่ ให้เกิดความเสยี หายรา้ ยแรง
แกร่ าชการ เป็นวินยั รา้ ยแรง
(๕) ต้องปฏิบัติตามคำาสั่งผู้บังคับบัญชาที่สั่งในหน้าที่ราชการและชอบ
ดว้ ยกฎหมาย การขดั คาำ สง่ั และกอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายร้ายแรง เป็นวินัยร้ายแรง
(๖) ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งตรงตอ่ เวลาและอทุ ศิ เวลา
ใหร้ าชการ จะละทง้ิ หรอื ทอดทง้ิ ผเู้ รยี นไมไ่ ด ้ การละทงิ้ หนา้ ทร่ี าชการโดยไมม่ เี หตผุ ลอนั ควรเกนิ กวา่ ๑๕ วนั
เปน็ ความผิดวนิ ัยร้ายแรง
(๗) ต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างท่ีดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม สุภาพ
เรียบร้อย รกั ษาความสามคั ค ี ชว่ ยเหลอื เกื้อกูลผูเ้ รียนและข้าราชการดว้ ยกนั ตอ้ นรบั ผู้เรียนและผูม้ าติดต่อ
การกลั่นแกล้ง ดหู มิน่ เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหงผเู้ รยี นหรอื ผ้มู าติดตอ่ อยา่ งร้ายแรง เปน็ วินัยร้ายแรง
(๘) ต้องไม่กลั่นแกล้งหรือกล่าวหาผู้อ่ืนโดยปราศจากความจริง ถ้าการ
กระทำาดังกล่าวทำาใหผ้ ู้อื่นเสียหายรา้ ยแรง เปน็ วินัยร้ายแรง
(๙) ต้องไม่กระทำาการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำาการหาผลประโยชน์อันอาจ
ทำาให้เส่ือมเสียความเท่ียงธรรม เกียรติศักดิ์ ถ้ากระทำาการอันเป็นการมุ่งหมายจะให้เป็นการซ้ือตำาแหน่ง
หรอื ใหไ้ ดร้ ับแต่งตั้งใหด้ ำารงตาำ แหน่งหรอื วทิ ยฐานะโดยมิชอบ เป็นวินัยร้ายแรง
(๑๐) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่คัดลอกหรือ
ลอกเลียนผลงานทางวิชาการ หรือนำาเอาผลงานทางวิชาการของคนอื่น หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อ่ืนทำา
ผลงานวิชาการเพ่ือขอเล่ือนตำาแหน่ง วิทยฐานะ การกระทำาดังกล่าวเป็นความผิดวินัยร้ายแรงทั้งผู้จ้าง
และผรู้ ับจา้ งหรอื รบั จัดทาำ
(๑๑) ตอ้ งไมเ่ ปน็ กรรมการผจู้ ดั การหรอื ผจู้ ดั การ หรอื ตาำ แหนง่ อนื่ ทมี่ ลี กั ษณะ
คลา้ ยกนั ในหา้ งหนุ้ ส่วนหรอื บริษทั
(๑๒) ตอ้ งวางตนเปน็ กลางทางการเมอื งในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทแ่ี ละในการปฏบิ ตั ิ
หน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องกับประชาชน ไม่อาศัยอำานาจหน้าที่แสดงการฝักใฝ ส่งเสริม เก้ือกูล สนับสนุนบุคคล
กลมุ่ บคุ คล หรอื พรรคการเมอื งใด การเขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งกบั การทจุ รติ ซอ้ื เสยี งในการเลอื กตงั้ ส.ส. ส.ว. สมาชกิ
สภาท้องถิน่ เป็นวินยั ร้ายแรง
(๑๓) ต้องรักษาชื่อเสียง เกียรติศักดิ์ ไม่ประพฤติช่ัว การกระทำาความผิด
จนไดร้ บั โทษจาำ คกุ ยกเวน้ ความผดิ โดยประมาทเปน็ ความผดิ วนิ ยั รา้ ยแรง การเสพยาเสพตดิ หรอื สนบั สนนุ
ใหเ้ สพ เลน่ การพนันเป็นอาจิณ การล่วงละเมดิ ทางเพศนกั เรียนนักศกึ ษา เป็นวนิ ยั ร้ายแรง
๖๔
(๑๔) ผบู้ งั คบั บญั ชาตอ้ งทาำ ตนใหเ้ ปน็ แบบอยา่ ง พฒั นาผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา ดาำ เนนิ การ
ทางวินัยเม่ือมีมูล ปองกันมิให้กระทำาผิด เม่ือมีหลักฐานการกระทำาความผิดต้องดำาเนินการทางวินัย
การละเลยถือว่ามีความผิดทางวินยั
(๑๕) โทษทางวนิ ยั ม ี ๕ สถาน คอื ๑) ภาคทณั ฑ ์ ๒) ตดั เงนิ เดอื น ๓) ลดขนั้ เงนิ เดอื น
๔) ปลดออก ๕) ไลอ่ อก
(๑๖) การลงโทษ ให้ทำาเป็นคำาส่ังตามระเบียบ ก.ค.ศ. และต้องให้เหมาะสมกับ
ระดับความผดิ
๒.๒) จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง วชิ าชพี ผรู้ บั บรกิ าร ผรู้ ว่ มประกอบวชิ าชพี และสงั คม สามารถ
แยกพจิ ารณาได้ตามขอ้ บงั คบั ครุ สุ ภาว่าดว้ ยจรรยาบรรณของวชิ าชพี พ.ศ. ๒๕๕๖ ดงั น้ี
(๑) จรรยาบรรณต่อตนเอง คือ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัย
ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชพี บคุ ลกิ ภาพ และวสิ ยั ทศั น ์ ใหท้ นั ตอ่ การพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกจิ
สงั คม และการเมอื งอยูเ่ สมอ
(๒) จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชีพ คอื ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งรกั ศรทั ธา
ซ่ือสัตย์สุจรติ รับผิดชอบตอ่ วชิ าชพี และเปน็ สมาชิกที่ดขี ององคก์ รวิชาชีพ
(๓) จรรยาบรรณตอ่ ผู้รับบริการ คอื ๑) ผ้ปู ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งรกั
เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำาลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
๒) ผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนร ู้ ทักษะ และนิสัยที่ถกู ต้องดงี ามแกศ่ ษิ ย์
และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าท่ีอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธ์ิใจ ๓) ผู้ประกอบวิชาชีพ
ทางการศกึ ษา ตอ้ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี ทง้ั ทางกาย วาจา และจติ ใจ ๔) ผปู้ ระกอบวชิ าชพี
ทางการศึกษา ต้องไม่กระทำาตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม
ของศิษย์ และผู้รับบริการ และ ๕) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและ
เสมอภาค โดยไมเ่ รยี กรับหรอื ยอมรับผลประโยชน์จากการใชต้ ำาแหนง่ หนา้ ทโี่ ดยมชิ อบ
(๔) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ คือ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
พึงช่วยเหลือเกื้อกูลซ่ึงกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีใน
หมคู่ ณะ
(๕) จรรยาบรรณต่อสังคม คือ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติ
ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผนู้ าำ ในการอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาเศรษฐกจิ สงั คม ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญา สง่ิ แวดลอ้ ม
รักษาผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และยึดม่ันในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รง
เป็นประมขุ
๖๕
๒.๓ กฎหมาย นโยบายและแผนทเ่ี กีย่ วของ
๒.๓.๑ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้ระบุประเด็นสำาคัญเก่ียวกับ
การปฏริ ูปประเทศไว้ในหมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ จ. ดังน้ี
หมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ
มาตรา ๒๕๘ ให้ดาำ เนนิ การปฏิรปู ประเทศอยา่ งนอ้ ยในด้านตา่ ง ๆ ให้เกิดผล ดังตอ่ ไปน้ี
จ. ดา้ นการศกึ ษา
(๑) ใหส้ ามารถเรมิ่ ดาำ เนนิ การใหเ้ ดก็ เลก็ ไดร้ บั การดแู ลและพฒั นากอ่ นเขา้ รบั การศกึ ษา
ตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง เพอ่ื ใหเ้ ดก็ เลก็ ไดร้ บั การพฒั นารา่ งกาย จติ ใจ วนิ ยั อารมณ ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา
ใหส้ มกบั วยั โดยไม่เกบ็ คา่ ใช้จา่ ย
(๒) ใหด้ ำาเนนิ การตรากฎหมายเพอื่ จัดตง้ั กองทนุ ตามมาตรา ๕๔ วรรคหก ใหแ้ ลว้ เสร็จ
ภายในหน่ึงปีนบั แตว่ ันประกาศใช้รฐั ธรรมนูญน ี้
(๓) ใหม้ กี ลไกและระบบการผลติ คดั กรองและพฒั นาผปู้ ระกอบวชิ าชพี คร ู และอาจารย ์
ใหไ้ ดผ้ มู้ จี ติ วญิ ญาณของความเปน็ คร ู มคี วามรคู้ วามสามารถอยา่ งแทจ้ รงิ ไดร้ บั คา่ ตอบแทนทเี่ หมาะสมกบั
ความสามารถและประสทิ ธภิ าพในการสอน รวมทงั้ มกี ลไกสรา้ งระบบคณุ ธรรมในการบรหิ ารงานบคุ คลของ
ผูป้ ระกอบวชิ าชีพครู
(๔) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตาม
ความถนัด และปรบั ปรงุ โครงสร้างของหน่วยงานทเี่ ก่ียวข้องเพื่อบรรลเุ ปาหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกัน
ทง้ั ในระดบั ชาต ิ และระดับพืน้ ท่ี
ทง้ั นี ้ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ไดก้ ำาหนดให้มกี ารปฏริ ปู ประเทศ
ในด้านต่าง ๆ ซ่ึงต้องดำาเนินการเพื่อให้บรรลุเปาหมาย ดังต่อไปน้ี (๑) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย
มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความ
สมดลุ ระหวา่ งการพฒั นาดา้ นวตั ถกุ บั การพฒั นาดา้ นจติ ใจ (๒) สงั คมมคี วามสงบสขุ เปน็ ธรรม และมโี อกาส
อันทัดเทียมกนั เพ่ือขจดั ความเหลอื่ มลาำ้ (๓) ประชาชนมคี วามสุข มคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี และมีสว่ นรว่ มในการ
พัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการ
ปฏิรูปประเทศตอ้ งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกบั ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป ี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐)
๒.๓.๒ กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คบั และหลักเกณฑท์ ่เี ก่ยี วขอ้ งกับครู อาจารย์ และบุคลากร
ทางการศึกษา
๑) พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ถอื ไดว้ า่ เป็น
กฎหมายหลกั ทตี่ ราขนึ้ จากทกี่ าำ หนดไวใ้ นบทบญั ญตั ริ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐
ท่ีกำาหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม
จัดให้มีกฎหมายเก่ียวกับการศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปล่ียนแปลงทาง
๖๖
เศรษฐกจิ และสงั คม สรา้ งเสรมิ ความรแู้ ละปลกู ฝงั จติ สาำ นกึ ทถ่ี กู ตอ้ งเกยี่ วกบั การเมอื งการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ
เรง่ รดั การศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยเี พอ่ื การพฒั นาประเทศ พฒั นาวชิ าชพี คร ู และสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญา-
ท้องถ่ิน ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ รวมท้ังในการจัดการศึกษาของรัฐ ให้คำานึงถึงการมีส่วนร่วมของ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และเอกชน ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั แิ ละใหค้ วามคมุ้ ครองการจดั การศกึ ษาอบรม
ขององคก์ รวชิ าชีพและเอกชนภายใต้การกำากับดูแลของรฐั
๒) พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และ
ท่ีแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีสาระสำาคัญในการกำาหนดให้มีการจัดระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และบุคลากร
ทางการศึกษาขึ้นใหม่ ซึ่งกำาหนดให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา โดยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งของหน่วยงานการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ
และระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา โดยยึดหลักการกระจายอำานาจการบริหารงานบุคคลสู่ส่วนราชการที่บริหาร
และจัดการศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา จึงเห็นควรกำาหนดให้บุคลากรที่ทำาหน้าที่ด้าน
การบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาสงั กดั อยใู่ นองคก์ รกลางบรหิ ารงานบคุ คลเดยี วกนั และยดึ หลกั การกระจาย
อำานาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา อีกทั้งไม่สอดคล้องกับหลักการปฏิรูป
ระบบราชการ และได้ตรากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาข้ึนใหม่แทน
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และเพื่อให้เอกภาพทางด้านนโยบายการบริหารงาน
บคุ คลของข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาทง้ั หมด
๓) พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มีสาระสำาคัญ
คอื คร ู ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ผบู้ ริหารการศึกษา และบคุ ลากรทางการศึกษาเปน็ ผู้มีบทบาทสาำ คญั ต่อการ
จัดการศึกษาของชาติ จึงต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และทักษะอย่างสูงในการประกอบวิชาชีพ
มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นตามจรรยาบรรณของวชิ าชพี รวมทงั้ มคี ณุ ภาพและมาตรฐาน
เหมาะสมกบั การเป็นวชิ าชีพชน้ั สูง จงึ ต้องตรากฎหมายขึ้นรองรบั ๓ ด้าน ดังน ้ี
๓.๑) พัฒนาวิชาชีพครูตามมาตรา ๘๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๔๐ และส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา ๙ (๔)
แหง่ พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
๓.๒) เพ่ือปรับสภาในกระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช
๒๔๘๘ เปน็ องค์กรวชิ าชีพครตู ามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาต ิ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้
เป็นไปตามมาตรา ๗๓ โดยกาำ หนดให้มี คือ (๑) สภาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา เรยี กช่ือวา่ “คุรุสภา”
มอี าำ นาจหนา้ ทกี่ าำ หนดมาตรฐานวชิ าชพี ออกและเพกิ ถอนใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี กาำ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั ิ
ตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ และการพัฒนาวิชาชีพ และ (๒) สำานักงานคณะกรรมการ
ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอำานาจหน้าที่ในการส่งเสริมสวัสดิการ
สวัสดิภาพ ความม่นั คงของผูป้ ระกอบวชิ าชีพและผู้ปฏบิ ตั งิ านด้านการศกึ ษา รวมทั้งส่งเสริมและสนบั สนนุ
การจดั การศกึ ษาของกระทรวงการศึกษา
๖๗
๓.๓) เพื่อสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมณ์ของการจัดต้ังคุรุสภาให้เป็น
สภาวชิ าชพี ครตู อ่ ไป
๔) พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มีสาระสำาคัญเพื่อต้องการกำาหนด
ให้มีคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อควบคุมดูแลการจัดการอาชีวศึกษา รวมท้ังการดำาเนินการจัดการ
อาชวี ศกึ ษาและการฝก อบรมวชิ าชพี ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชวี ศกึ ษา ซงึ่ การจดั การอาชวี ศกึ ษา
และการฝกอบรมวิชาชีพน้ัน ถือเป็นกระบวนการผลิตและพัฒนากำาลังคนเพื่อเพ่ิมผลผลิต และส่งเสริม
การพฒั นาเศรษฐกจิ และเทคโนโลยขี องประเทศใหไ้ ดร้ ะดบั มาตรฐานสากล ทาำ ใหป้ ระชาชนสามารถประกอบ
อาชีพโดยอิสระและพง่ึ ตนเองได ้ นอกจากน ี้ ได้กาำ หนดให้มสี ถาบันการอาชีวศึกษาซง่ึ เปน็ สถานศกึ ษาของ
รัฐท่ีจัดการศึกษาระดับปริญญาและเป็นนิติบุคคลในสังกัดสำานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมี
การจัดการอาชีวศึกษาท่ีดำาเนินการอย่างเป็นเอกภาพในด้านนโยบายและมีการกระจายอำานาจไปสู่ระดับ
ปฏบิ ตั ิ เพื่อให้การจัดการอาชวี ศึกษาและการฝกอบรมวิชาชพี ในทกุ ระดบั มคี ณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพเกิด
ผลสำาเร็จแก่ประชาชนโดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา อันจะเป็นการสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแหง่ ชาตแิ ละแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
๕) พระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒
มีสาระสำาคัญของการตรากฎหมายฉบับน้ีอันเนื่องจากการพัฒนาประเทศจำาเป็นต้องอาศัยวิทยาศาสตร์
การวจิ ยั และนวตั กรรม และศลิ ปวทิ ยาการแขนงตา่ ง ๆ ใหเ้ กดิ ความร ู้ เพอื่ นาำ ไปใชใ้ นการสรา้ งความเขม้ แขง็
ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจำาเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรม ทั้งทาง
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ให้สนองต่อความต้องการของประเทศ
เพ่ือให้นโยบายยุทธศาสตร์ และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็น
รปู ธรรม รวมทั้งการกาำ กบั ตดิ ตาม และประเมินผลเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ สมควรทจ่ี ะให้มีกฎหมาย
เพื่อส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรมให้เหมาะสม ครอบคลุม และสอดคล้องกับสถานการณ์
ในปจั จุบนั
๖) พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ มีเหตุผลในการประกาศใช้พระราช-
บญั ญตั ฉิ บบั น ี้ คอื โดยทสี่ ถาบนั อดุ มศกึ ษามบี ทบาทสาำ คญั ในการเสรมิ สรา้ งพนื้ ฐานของการพฒั นากาำ ลงั คน
ของประเทศและการขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบกับ
ปัจจุบันมีการจัดต้ังสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นเป็นจำานวนมาก รวมท้ังมีการจัดการด้านการอุดมศึกษา
ที่หลากหลาย เพื่อให้การจัดการอุดมศึกษา และการพัฒนาบุคลากรของประเทศเป็นไปอย่างมีคุณภาพ
และมาตรฐานทัดเทียมนานาอารยประเทศ สมควรส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษามีระบบบริหารจัดการ
ท่ีมีประสิทธิภาพ มีความเป็นอิสระทางวิชาการ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
มีองค์ความรู้ทางวิชาการในแขนงต่าง ๆ ทันต่อการเปล่ียนแปลงของโลก มีการวิจัยและการสร้าง
นวัตกรรมให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมเปาหมาย ตลอดจนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ
อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเป็นเลิศในทางวิชาการและมีทักษะขั้นสูงในการประกอบวิชาชีพ สามารถ
ตอบสนองความต้องการของภาครัฐและภาคเอกชนได้อย่างแท้จริง และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ
๖๘
พัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ท้ังร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำานึก
รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อลดความเหล่ือมล้ำาและแก้ปัญหาให้แก่สังคมส่วนรวมได้ อันจะนำาไปสู่ความ
เจรญิ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม
๗) พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำาตำาแหน่งข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม มีสาระสำาคัญในการตรากฎหมายฉบับนี้
เพื่อต้องการกำาหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนสำาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพ่ือให้มีรายได้ที่เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ สมควรกำาหนดให้ข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษามีอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำาตำาแหน่งที่เหมาะสมกับฐานะ
ทางสังคมและวิชาชีพ
๘) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และ
ที่แก้ไขเพ่ิมเติม มีสาระสำาคัญเพราะต้องการกำาหนดขอบเขตอำานาจหน้าท่ีของส่วนราชการต่าง ๆ ของ
กระทรวงศึกษาธิการให้ชัดเจน เพื่อมิให้การปฏิบัติงานซึ่งซ้อนทับกันระหว่างส่วนราชการของกระทรวง
และจาำ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งจดั ระบบบรหิ ารราชการในระดบั ตา่ ง ๆ ของกระทรวงใหม้ เี อกภาพ สามารถดาำ เนนิ การ
ให้เปน็ ไปตามกฎหมายว่าด้วยการศกึ ษาแหง่ ชาต ิ และนโยบายที่รฐั มนตรีกำาหนดได ้
๙) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
มสี าระสาำ คญั คอื สถานศกึ ษาของรฐั ทจี่ ดั การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญา จะตอ้ งมารวมอยภู่ ายใตก้ ารกาำ กบั ดแู ลของ
คณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ แต่เน่ืองจากข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
อยภู่ ายใต้ระบบการบรหิ ารงานบคุ คลที่แตกตา่ งกัน ได้แก ่ ก.ม. ก.ค. และ ก.พ. ดงั นนั้ เพ่อื ใหก้ ารบริหาร
งานบคุ คลของขา้ ราชการในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของรฐั มคี วามเสมอภาค เปน็ เอกเทศและสอดคลอ้ งกบั ภารกจิ
โดยคำานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการและวิชาชีพ จึงสมควรกำาหนดให้มีองค์กรกลาง
บริหารงานบุคคลของข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษาขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยให้คณาจารย์และบุคลากร
ทเี่ ปน็ ขา้ ราชการพลเรอื นในสถาบนั อดุ มศกึ ษามาสงั กดั องคก์ รกลางบรหิ ารงานบคุ คลของขา้ ราชการพลเรอื น
ในสถาบนั อดุ มศึกษา
๑๐) พระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐
มีท่ีมาและสาระสำาคัญอันเนื่องมาจากรัฐบาลมีนโยบายปรับลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ โดยให้ระงับหรือ
ชะลอการจัดตั้งส่วนราชการใหม่ท่ีมีผลเป็นการเพ่ิมงบประมาณหรืออัตรากำาลังข้าราชการ แต่ใน
สถานการณ์ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการมีความจำาเป็นต้องผลิตบัณฑิต
ในสาขาวิชาการต่าง ๆ เพิ่มข้ึน เพื่อให้ทันต่อความต้องการและการเปล่ียนแปลงของสังคม สมควร
ให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการจัดต้ังส่วนงานภายในที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเพ่ิมข้ึนได้
ทั้งน ้ี จะต้องมคี วามพรอ้ มด้านบุคลากรและสามารถดำาเนนิ งานจากรายได้ของสถาบันอุดมศึกษาน้นั เอง
๑๑) พระราชบัญญตั ิสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ตราข้นึ เนอื่ งจากกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาแหง่ ชาต ิ ไดก้ าำ หนดกรอบการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาของเอกชนใหม้ คี วามเปน็ อสิ ระ
โดยมกี ารกาำ กบั ตดิ ตามการประเมนิ คณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษาจากรฐั และตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑ์
๖๙
การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ เพ่ือให้สถานศึกษาของ
เอกชนทจ่ี ดั การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาดาำ เนนิ กจิ การไดโ้ ดยอสิ ระ สามารถพฒั นาระบบบรหิ ารและการจดั การ
ที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกำากับดูแลของสภาสถาน-
ศึกษา และไดก้ ำาหนดให้มีคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา เพือ่ ทาำ หนา้ ทีพ่ ิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา
และมาตรฐานการอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน รวมท้ังเพ่ือเป็นการสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ได้ธำารงรักษามาตรฐานการศึกษาให้เหมาะสมย่ิงขึ้น มีความเจริญม่ันคงและเอื้ออำานวยต่อการขยาย
กจิ การในการจดั การศกึ ษาระดับอดุ มศกึ ษาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
๑๒) พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
แหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ มสี าระสำาคญั เพือ่ ใหม้ กี ฎหมายรองรับดา้ นการพัฒนาประเทศ ซ่ึงจำาเปน็ ตอ้ งอาศยั
การขับเคล่ือนด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำาคัญในการสร้างความ
เข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและ
ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความผาสุก สมควรกำาหนดให้มีสภานโยบายการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรมแห่งชาติ เพื่อทาำ หนา้ ทใ่ี นการกำาหนดนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ แผนด้านการ
อดุ มศกึ ษา และแผนดา้ นวทิ ยาศาสตร ์ วจิ ยั และนวตั กรรมของประเทศใหม้ เี อกภาพและเปน็ ระบบ ตลอดจน
การจดั สรรงบประมาณและการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตใิ ห้เป็นไปโดยเหมาะสมและมีประสทิ ธภิ าพ
๑๓) พระราชบญั ญัตมิ หาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ มสี าระสาำ คัญเนื่องจาก มาตรา
๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้สถานศึกษาของรัฐท่ีจัดการศึกษา
ระดบั ปริญญาเปน็ นติ บิ คุ คล และอาจจดั เปน็ ส่วนราชการหรือเปน็ หนว่ ยงานในกาำ กบั ของรฐั ดาำ เนนิ การได้
โดยอิสระ สามารถพัฒนาระบบบริหาร และการจัดการท่ีเป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทาง
วิชาการ และอยู่ภายใต้การกำากับดูแลของสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังสถานศึกษาน้ัน ๆ
ดังนั้น สมควรกำาหนดให้สถาบันราชภัฏเป็นสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาและเป็น
นิติบุคคล โดยมฐี านะเปน็ มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพ่อื ทาำ หนา้ ทเี่ ป็นสถาบนั อดุ มศึกษาเพอื่ การพฒั นาท้องถ่นิ
โดยมวี ตั ถปุ ระสงคแ์ ละภาระหนา้ ทใ่ี นการสง่ เสรมิ การเปน็ สถาบนั อดุ มศกึ ษาทม่ี งุ่ สคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
บนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาสากล เพ่ือสร้างและพัฒนาองค์ความรู้
สร้างบัณฑิตท่ีมีความรู้คู่ความดี สร้างสำานึกในคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถ่ินและของชาติ เสริมสร้างความ
เขม้ แขง็ ของวชิ าชพี คร ู ประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั ชมุ ชนและองคก์ รอนื่ เพอื่ การพฒั นาทอ้ งถนิ่
ศึกษาแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีพ้ืนบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะสมกับการดำารงชีวิต
และประกอบอาชพี ของคนในทอ้ งถน่ิ รวมทงั้ ศกึ ษาสง่ เสรมิ สบื สานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากแนวพระราชดาำ ร ิ
โดยตอ้ งคาำ นงึ ถงึ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในทอ้ งถนิ่ และสงั คม สอดคลอ้ งกบั นโยบายการบรหิ ารและการ
จัดการศึกษาของรัฐตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งสถาบันราชภัฏที่เปล่ียนเป็น
มหาวิทยาลัยราชภฏั ในพระราชบัญญตั ฉิ บับน้มี จี ำานวน ๔๑ แห่ง ตามบญั ชีแนบท้ายพระราชบัญญตั ิ
๑๔) พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม มีสาระสำาคัญ
ดว้ ยกฎหมายวา่ ดว้ ยการศกึ ษาแหง่ ชาตไิ ดก้ าำ หนดหลกั การบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นเอกชน
ใหม้ ฐี านะเปน็ นติ ิบุคคลและมีคณะกรรมการบริหาร เพ่อื ทำาหนา้ ท่บี ริหารและจัดการศกึ ษาโรงเรียนเอกชน
๗๐
ให้มีความเป็นอิสระ โดยมีการกำากับ ติดตาม การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับ
สถานศึกษาของรัฐ
๑๕) คำาสง่ั หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต ิ ท่เี กี่ยวกบั การบริหารจดั การกระทรวง
ศกึ ษาธิการในดา้ นการปฏิรูปการศกึ ษา ดังนี้
๑๕.๑) คาำ สงั่ หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาต ิ ท ี่ ๗/๒๕๕๘ เพอ่ื ใหก้ ารปฏริ ปู
การศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากย่ิงข้ึน
สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับ
ชว่ั คราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗ อาศยั อาำ นาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย
(ฉบบั ชวั่ คราว) พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗ หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตโิ ดยความเหน็ ชอบของคณะรกั ษา
ความสงบแห่งชาติ จึงมีคาำ ส่ังประกาศใช้บังคับ
๑๕.๒) คำาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๒๘/๒๕๕๙ ประกาศใช้
บงั คบั เนอื่ งจากกฎหมายวา่ ดว้ ยการศกึ ษาแหง่ ชาต ิ กาำ หนดใหร้ ฐั ตอ้ งจดั ใหบ้ คุ คลไดร้ บั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
ไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายนั้น รัฐบาลท่ีผ่านมามีนโยบายจัดการศึกษาดังกล่าวโดยไม่เก็บ
คา่ ใช้จ่ายเป็นเวลา ๑๕ ปี ตามมตคิ ณะรัฐมนตร ี วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ โดยขออนมุ ัติต้ังงบประมาณ
เป็นรายปีและขยายขอบเขตการดำาเนินการตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละคณะมาเป็นลำาดับ หัวหน้า
คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่เร่ืองน้ีสอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาล อีกท้ังสามารถลดความเหล่ือมลำ้า
สรา้ งโอกาสทางการศกึ ษาและความเปน็ ธรรมในสงั คม แกป้ ญั หาความยากจน ตลอดจนสง่ เสรมิ การพฒั นา
ทรพั ยากรมนษุ ยแ์ ละสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของประชาชน จงึ สมควรยนื ยนั แนวทางดงั กลา่ วและพฒั นา
ตอ่ ไป ดว้ ยการยกระดบั จากการเปน็ โครงการตามนโยบายของแตล่ ะรฐั บาลใหเ้ ปน็ หนา้ ทข่ี องรฐั และมาตรการ
ตามกฎหมาย เพอ่ื เปน็ หลกั ประกนั ความยัง่ ยืนมน่ั คง และเพ่ือให้สามารถจดั งบประมาณสนับสนนุ ได้อยา่ ง
ต่อเนื่อง ซ่ึงการประกาศใช้บังคับคำาสั่งดังกล่าวตราข้ึนโดยอาศัยอำานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบ
แห่งชาตโิ ดยความเห็นชอบของคณะรกั ษาความสงบแห่งชาต ิ
๑๕.๓) คาำ สง่ั หวั หนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๑๖/๒๕๖๐ มสี าระสาำ คัญ
เพ่ือต้องการให้มีการจัดระบบการศึกษาของชาติให้มีมาตรฐาน ท้ังในด้านหลักสูตรการเรียนการสอน
และในด้านบุคลากรให้เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพช้ันสูงน้ัน จำาเป็นต้องมีองค์กรกลางในการบริหารงาน
บุคคลที่มีคุณภาพ ซ่ึงสามารถผลักดันและพัฒนาระบบการศึกษาของชาติ ไปสู่การปฏิรูประบบการศึกษา
ตามท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ผ่านประชามติ ได้กำาหนดเปาหมายและแนวทางไว้
จงึ จาำ เป็นต้องปรับปรุงองคก์ รกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา รวมทงั้
หลักเกณฑ์และเง่ือนไขอ่ืนที่จะสนับสนุนการบริหารงานด้านบุคคลให้สามารถดำาเนินการได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการเตรียมการและรองรับการปฏิรูปการศึกษา อันเป็นส่วนสำาคัญส่วนหนึ่ง
ในการปฏริ ปู ประเทศทีจ่ ะมกี ารดำาเนนิ การอย่างเตม็ รปู แบบ
๗๑
๑๕.๔) คาำ สัง่ หัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาต ิ ท ่ี ๑๗/๒๕๖๐ มสี าระสำาคญั
เก่ียวกบั การกำาหนดมาตรฐานในการประกอบวชิ าชีพ โดยเห็นวา่ ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
รวมไปถงึ สภาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาและผบู้ รหิ ารสภาดงั กลา่ ว เปน็ ผมู้ บี ทบาทสาำ คญั ตอ่ การจดั การ
ศึกษาของชาติ การพัฒนาวิชาชีพครูและการกำาหนดมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ การมีคุณธรรม
จริยธรรม และการประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ด้วยเหตุนี้ การได้มาซ่ึงผู้ดำารงตำาแหน่ง
ในคณะกรรมการและผู้บริหารขององค์กร จึงสมควรเป็นไปโดยปราศจากการโต้แย้งหรือคัดค้าน
และไม่ควรว่างเว้นซ่ึงผู้ดำารงตำาแหน่งดังกล่าวเป็นเวลานาน อันจะทำาให้เกิดการชะงักงันในการทำาหน้าที่
ตามที่กฎหมายกำาหนด จึงมีความจำาเป็นต้องกำาหนดมาตรการหรือกลไกที่เหมาะสมเพ่ือให้ได้มาซึ่ง
ผู้ดำารงตำาแหน่งที่มีความรู้ความสามารถ คุณภาพและมาตรฐานท่ีเหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพช้ันสูง
โดยเรว็ ซงึ่ มาตรการและกลไกน ี้ เปน็ สว่ นสาำ คญั ในการเตรยี มการเบอื้ งตน้ อนั จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การปฏริ ปู
ระบบการศึกษาของประเทศ ก่อนที่จะมีการดำาเนินการปฏิรูปอย่างเต็มรูปแบบตามท่ีรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ผ่านประชามติได้กำาหนดแนวทางไว้
๑๕.๕) คำาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๑๙/๒๕๖๐ มีที่มา
และสาระสำาคัญเน่ืองจากข้อเท็จจริงมีสภาพปัญหาในการจัดการการศึกษาของประเทศในส่วนภูมิภาค
ท้ังในด้านโครงสร้างขององค์การ ด้านระบบบริหารจัดการ และด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงปัญหาเหล่าน้ี
สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพการศกึ ษาและการพฒั นาเยาวชนซงึ่ เปน็ ทรพั ยากรมนษุ ยแ์ ละกาำ ลงั คนทส่ี าำ คญั ในการพฒั นา
ประเทศ และเป็นอุปสรรคต่อการขับเคล่ือนและการพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพ
ทัดเทียมนานาประเทศ แม้ท่ีผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีความพยายามในการแก้ไขปัญหา
ดว้ ยการกำาหนดมาตรการและกลไกข้ึน โดยมคี ำาส่ังหัวหน้าคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตมิ าแล้วหลายฉบบั
แต่โดยเหตุที่สภาพปัญหาการจัดการการศึกษาของประเทศในส่วนภูมิภาคมีความซับซ้อนและสั่งสม
มาเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการกำาหนดมาตรการและกลไกเพ่ิมเติม เพ่ือให้ปัญหาโดยส่วนใหญ่
ไดร้ บั การแกไ้ ขโดยเรว็ เพอ่ื ประโยชน์ในการเตรียมการและรองรับการปฏิรปู การศึกษา อนั เปน็ เรอ่ื งสาำ คญั
เร่ืองหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ตามท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับท่ีได้รับความเห็นชอบจาก
ประชามติไดบ้ ญั ญตั ไิ ว้
๑๕.๖) คำาส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ ประกาศใช้
เน่อื งจากคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสภาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มปี ัญหา
เร่ืององค์ประกอบของคณะกรรมการ ทำาให้ไม่สามารถทำาหน้าท่ีตามท่ีกฎหมายกำาหนดไว้ได้ทำาให้เกิด
ผลกระทบตอ่ ผมู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง ซงึ่ ปญั หาเรอื่ งองคป์ ระกอบของคณะกรรมการนเี้ ปน็ ปญั หาทางขอ้ กฎหมาย
ซึ่งไม่อาจใช้มาตรการทางบริหารปกติทั่วไปมาแก้ไขได้ จึงจำาเป็นต้องแก้ไขเพ่ิมเติมองค์ประกอบของ
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเพื่อให้มีการประชุมและทำาหน้าท่ีได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย เพ่ือให้การ
ขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู การศกึ ษาและการบรหิ ารราชการในกระทรวงศกึ ษาธกิ ารมปี ระสทิ ธภิ าพและสอดคลอ้ ง
กบั การปฏิรูปประเทศ
๗๒
๑๖) พระราชกฤษฎกี าทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั เิ งนิ เดอื น เงนิ วทิ ยฐานะ และเงนิ ประจาำ
ตำาแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มีสาระสำาคัญเน่ืองจากมาตรา ๕ แห่ง
พระราชบัญญัตเิ งนิ เดอื น เงนิ วทิ ยฐานะ และเงินประจาำ ตำาแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๗ กาำ หนดใหใ้ นกรณที ค่ี ณะรัฐมนตรพี ิจารณาเห็นสมควรปรบั อัตราเงินเดอื น เงนิ วทิ ยฐานะและ
เงินประจำาตำาแหน่งให้เหมาะสมย่ิงขึ้น ถ้าการปรับอัตราดังกล่าวเป็นการปรับเพ่ิมร้อยละเท่ากันทุกอัตรา
สำาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และไม่เกินร้อยละสิบของอัตราที่ใช้บังคับอยู่ เมื่อได้รับ
อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากรัฐสภาเพื่อการน้ันแล้ว การปรับให้กระทำาโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
และใหถ้ อื วา่ บญั ชอี ตั ราเงนิ เดอื น เงนิ วทิ ยฐานะ และเงนิ ประจาำ ตาำ แหนง่ ทา้ ยพระราชกฤษฎกี าดงั กลา่ วเปน็
บญั ชอี ตั ราเงนิ เดอื น เงนิ วทิ ยฐานะ และเงนิ ประจาำ ตาำ แหนง่ ทา้ ยพระราชบญั ญตั นิ ้ี และเนอื่ งจากในปจั จบุ นั
ได้มีการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ โดยปรับเพ่ิมในอัตรา
รอ้ ยละหา้ เทา่ กนั ทกุ อตั ราสาำ หรบั ขา้ ราชการทกุ ประเภท ดงั นน้ั สมควรปรบั อตั ราเงนิ เดอื นของขา้ ราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาให้สูงขึ้นในอัตราร้อยละห้าเท่ากัน ต่อมาเนื่องจากในปัจจุบันได้มีการปรับ
อัตราเงินเดือนของข้าราชการให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ โดยปรับเพิ่มในอัตราร้อยละสี่เท่ากัน
ทุกอัตราสำาหรับข้าราชการทุกประเภท จึงสมควรปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษาใหส้ ูงข้ึนในอตั รารอ้ ยละส่เี ทา่ กนั
๑๗) พระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนขั้นต่ำาขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ตราข้ึนเนื่องจากมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือน
เงนิ วทิ ยฐานะ และเงนิ ประจาำ ตาำ แหนง่ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ
โดยพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำาตำาแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาปรับเงินเดือนข้ันตำ่าข้ันสูงของ
ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใหเ้ หมาะสมยงิ่ ขนึ้ ตามความจาำ เปน็ กไ็ ด ้ โดยหากเปน็ การปรบั เงนิ -
เดือนขั้นตาำ่ ข้นั สูงเพมิ่ ไม่เกนิ ร้อยละสิบของเงนิ เดือนทใ่ี ชบ้ ังคับอยู่ ให้กระทำาโดยตราเป็นพระราชกฤษฎกี า
ประกอบกับบัญชีเงินเดือนข้ันตำ่าขั้นสูง ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่ีมีใบอนุญาต
ประกอบวชิ าชพี ในปจั จบุ นั ไมเ่ หมาะสมกบั ภาวะเศรษฐกจิ และคา่ ครองชพี ทเ่ี พมิ่ สงู ขน้ึ สมควรปรบั เงนิ เดอื น
ขนั้ ตาำ่ ขน้ั สงู ของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใหเ้ หมาะสมยง่ิ ขน้ึ โดยปรบั เพม่ิ ในอตั รารอ้ ยละหา้
เทา่ กันทุกอตั รา
๑๘) พระราชกฤษฎกี าเกย่ี วกบั การจดั ตง้ั สาำ นกั งานปฏริ ปู การศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๒ ตราขน้ึ
เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาต ิ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำาหนดให้มีการจัดตง้ั สาำ นกั งานปฏริ ปู การศกึ ษา
ให้เป็นองค์การมหาชนเฉพาะกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน เพ่ือดำาเนินการปฏิรูปการศึกษา
เกยี่ วกบั การจดั โครงสรา้ งองคก์ ร และการแบง่ สว่ นงานในการจดั การศกึ ษา เสนอการจดั ระบบคร ู คณาจารย ์
และบุคลากรทางการศึกษา และเสนอการจัดระบบทรัพยากร และการลงทุนเพื่อการศึกษา ตลอดจน
เสนอแนะเก่ียวกับการจัดทำากฎหมายรองรับและการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายท่ีเก่ียวข้องด้วย สมควรให้มี
การจดั ตั้งสำานักงานปฏิรูปการศกึ ษาเพอื่ ดำาเนนิ การเป็นไปตามบทบัญญัติแหง่ พระราชบัญญตั ดิ งั กล่าว
๗๓
๑๙) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เน่ืองจากพระราช-
บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำาหนดให้มีสำานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ
การศึกษา มีฐานะเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน เพ่ือทำาหน้าที่พัฒนาเกณฑ์
วิธกี ารประเมินคุณภาพภายนอก และทำาการประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา เพื่อให้มีการตรวจสอบคณุ ภาพ
ของสถานศึกษาให้เป็นไปตามความมุ่งหมายและหลักการ และแนวทางการจัดการศึกษาแต่ละระดับตาม
ท่ีกฎหมายวา่ ด้วยการศกึ ษาแห่งชาติกาำ หนด สมควรให้มีการจัดต้งั สาำ นักงานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ
คณุ ภาพการศกึ ษา เพอื่ ดาำ เนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามบทบัญญตั พิ ระราชบญั ญัตดิ งั กล่าว
๒๐) กฎกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
- กฎกระทรวงศึกษาธิการ เรอ่ื ง การประกอบวิชาชีพควบคมุ พ.ศ. ๒๕๔๙
๒๑) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
(๑) ประกาศท่ีออกตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
(๒) ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรอ่ื ง กาำ หนดอัตราคา่ ธรรมเนยี มการประกอบ
วชิ าชพี ทางการศึกษา (ประกาศ ณ วันท ี่ ๒๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๗)
(๓) ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอื่ ง กำาหนดอัตราค่าธรรมเนียมการประกอบ
วิชาชพี ทางการศกึ ษา (ฉบับที่ ๒) (ประกาศ ณ วันท ี่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘)
๒๒) ประกาศ
๒๒.๑) ประกาศคณะกรรมการคุรสุ ภา
(๑) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุ
ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๒ (ประกาศ ณ วันท่ี ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒)
(๒) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรอ่ื ง การรับรองการปฏบิ ัตกิ ารสอน
ในสถานศึกษาเพ่ือประกอบการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของชาวต่างประเทศ (ประกาศ ณ
วนั ที ่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗)
(๓) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง บุคคลผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมี
ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ควบคุมเปน็ การชั่วคราว (ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘)
(๔) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง แก้ไขเพ่ิมเติมประกาศ
คณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง บุคคลผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการ
ช่ัวคราว (ประกาศ ณ วันท่ ี ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘)
(๕) ประกาศคณะกรรมการครุ สุ ภา เรอ่ื ง การใชส้ าำ เนาใบอนญุ าตประกอบ
วิชาชพี อิเล็กทรอนกิ ส ์ (ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓)
๗๔
(๖) ประกาศสำานักงานเลขาธิการคุรุสภา เร่ือง มาตรการการอำานวย
ความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) (ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓)
(๗) ประกาศคณะกรรมการครุ สุ ภา เรอื่ ง กาำ หนดแบบใบอนญุ าตประกอบ
วิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๓ (ประกาศ ณ วันที ่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓)
๒๒.๒) มาตรฐานวชิ าชพี
(๑) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง การรับรองคุณวุฒิการศึกษา
เพ่ือการประกอบวชิ าชีพ (ประกาศ ณ วันที ่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕)
(๒) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง สาระความรู้ สมรรถนะ
และประสบการณ์วิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และ
ศกึ ษานิเทศก์ ตามขอ้ บังคบั ครุ ุสภา ว่าดว้ ยมาตรฐานวชิ าชพี พ.ศ. ๒๕๕๖ (ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๗ ตลุ าคม
พ.ศ. ๒๕๕๖)
(๓) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง รายละเอียดของมาตรฐาน
ความรู้และประสบการณว์ ิชาชพี คร ู ตามข้อบงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
(ประกาศ ณ วนั ท่ ี ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓)
(๔) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบ
และประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู พ.ศ. ๒๕๖๓ (ประกาศ ณ วนั ที่ ๓๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓)
(๕) ประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองปริญญาตามมาตรฐานวิชาชีพ
หลักสูตร ๔ ป ี (ประกาศ ณ วนั ท ี่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓)
๒๒.๓) จรรยาบรรณของวชิ าชพี
- ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา
ซ่ึงคณะอนุกรรมการอุทธรณ์คำาวินิจฉัยการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ (ประกาศ ณ วันท่ี ๑๙
มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓)
๒๓) กฎ ก.ค.ศ.
(๑) กฎ ก.ค.ศ. ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
(๒) กฎ ก.ค.ศ. วา่ ด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการส่ังให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
รับเงินเดือนในอัตรากำาลงั ทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๑
(๔) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับ
เงนิ เดือนสงู กว่าหรือต่ำากวา่ ข้นั ต่าำ หรือสงู กว่าข้นั สงู ของอันดับ พ.ศ. ๒๕๕๓
(๕) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับ
เงินเดอื นสูงกวา่ หรอื ตาำ่ กวา่ ขั้นตำ่า หรือสงู กว่าข้นั สงู ของอันดบั (ฉบับท่ ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
๗๕
(๖) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการจัดประเภทตำาแหน่ง ระดับตำาแหน่ง การให้ได้รับ
เงนิ เดอื นและเงนิ ประจาำ ตาำ แหนง่ ของตาำ แหนง่ บคุ ลากรทางการศกึ ษาอนื่ ตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
(๗) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการจัดประเภทตำาแหน่ง ระดับตำาแหน่ง การให้ได้รับ
เงินเดือนและเงินประจำาตาำ แหน่งของตำาแหนง่ บคุ ลากรทางการศกึ ษาอ่ืนตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๐
(๘) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเล่ือนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑
(๙) กฎ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยการอทุ ธรณแ์ ละการพิจารณาอุทธรณ ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
(๑๐) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการส่ังให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำา
ส่วนราชการ หรอื สำานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐
(๑๑) กฎ ก.ค.ศ. วา่ ด้วยการสอบสวนพจิ ารณา พ.ศ. ๒๕๕๐
(๑๒) กฎ ก.ค.ศ. วา่ ด้วยการร้องทุกขแ์ ละการพจิ ารณาเร่อื งรอ้ งทุกข์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๑๓) กฎ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยกรณคี วามผดิ ปรากฏชัดแจ้ง พ.ศ. ๒๕๔๙
(๑๔) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบตั ิราชการให้มีประสิทธภิ าพเกิดประสิทธิผล พ.ศ. ๒๕๕๓
(๑๕) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการส่ังให้ออกจากราชการไว้ก่อน
พ.ศ. ๒๕๕๕
(๑๖) กฎ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยอาำ นาจการลงโทษภาคทณั ฑ ์ ตดั เงนิ เดอื น หรอื ลดเงนิ เดอื น
พ.ศ. ๒๕๖๑
(๑๗) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนท่ีการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๘
(๑๘) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และกรรมการผู้แทนข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาใน ก.ค.ศ. พ.ศ. ๒๕๕๒
(๑๙) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และกรรมการผแู้ ทนขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ. (ฉบับท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒
(๒๐) กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และกรรมการผ้แู ทนขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาใน ก.ค.ศ. (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
๒๔) ร ะเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการ
(๑) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินเทียบระดับการศึกษา
ขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๕๖
(๒) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินเทียบระดับการศึกษา
ขน้ั พนื้ ฐานและการศึกษาระดบั อดุ มศึกษาระดับต่าำ กวา่ ปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๖
๗๖
๒๕) ระเบียบ ก.ค.ศ.
(๑) ระเบยี บ ก.ค.ศ. ทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗
(๒) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕
(๓) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพ่ิมสำาหรับตำาแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษของบุคลากร
ทางการศึกษาในสายงานนติ กิ าร พ.ศ. ๒๕๕๓
(๔) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะและเงินประจำาตำาแหน่ง
ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐
(๕) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำาหรับตำาแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการ
ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาทีป่ ฏิบตั ิหนา้ ท่ีสอนคนพกิ าร พ.ศ. ๒๕๕๖
(๖) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาไปศกึ ษา ฝกอบรม ดูงาน หรือปฏบิ ตั ิงานวจิ ยั และพฒั นา พ.ศ. ๒๕๕๒
(๗) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘
(๘) ระเบยี บ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยวธิ กี ารออกคาำ สง่ั เกยี่ วกบั การลงโทษทางวนิ ยั ขา้ ราชการ
ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘
(๙) ระเบยี บ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยการลาออกจากราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
พ.ศ. ๒๕๔๘
(๑๐) ระเบยี บ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการรายงานเกี่ยวกบั การดำาเนินการทางวินัยและการ
ออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๑
๒๖) ระเบียบคุรุสภา (ระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทาง
การศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๖)
(๑) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอ่ืน
ของกรรมการครุ สุ ภา กรรมการมาตรฐานวชิ าชพี และอนกุ รรมการ พ.ศ. ๒๕๔๘
(๒) ระเบียบคุรุสภา ว่าด้วยกองทุนพัฒนาและผดุงเกียรติวิชาชีพทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๑
(๓) ระเบียบคุรุสภา ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของคณะกรรมการและพนักงาน
เจา้ หน้าที่ของครุ สุ ภา พ.ศ. ๒๕๕๒
๒๗) ขอ้ บงั คบั คุรสุ ภา
(๑) ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี
(๑.๑) ข้อบงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี พ.ศ. ๒๕๕๙
(๑.๒) ขอ้ บงั คบั ครุ สุ ภา วา่ ดว้ ยใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี (ฉบบั ท ี่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
(๑.๓) ข้อบงั คับคุรุสภา ว่าดว้ ยการจดทะเบยี นเปน็ สมาชิกคุรุสภา พ.ศ. ๒๕๖๓
๗๗
(๒) มาตรฐานวิชาชพี
(๒.๑) ขอ้ บงั คับคุรสุ ภา ว่าดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี พ.ศ. ๒๕๕๖
(๒.๒) ขอ้ บงั คับครุ สุ ภา ว่าดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี (ฉบบั ท ่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๒.๓) ขอ้ บังคับครุ สุ ภา ว่าดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ (ฉบับท่ ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๒.๔) ข้อบงั คับคุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชพี (ฉบับท่ ี ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
(๓) จรรยาบรรณของวิชาชีพ
(๓.๑) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของ
วิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๐
(๓.๒) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณ
ของวชิ าชพี พ.ศ. ๒๕๕๓
(๓.๓) ข้อบังคบั ครุ สุ ภา ว่าดว้ ยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖
(๓.๔) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณ
ของวชิ าชพี (ฉบบั ที ่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
(๓.๕) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณ
ของวิชาชีพ
๒.๓.๓ ยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐)
ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซ่ึงจะต้องนำาไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์
“ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง” เพอื่ ความสขุ ของคนไทยทุกคน และมเี ปา หมายการพฒั นาประเทศ คือ “ประเทศชาติ
มนั่ คง ประชาชนมคี วามสขุ เศรษฐกจิ พฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง สงั คมเปน็ ธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาตยิ งั่ ยนื ”
โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี
เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร
กบั ส่งิ แวดลอ้ ม และมีภาครฐั ของประชาชน เพื่อประชาชนและประโยชนส์ ว่ นรวม
ยุทธศาสตร์สำาคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการพัฒนาครู ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ
ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยมเี ปา หมายการพฒั นาทีส่ าำ คัญ เพื่อพฒั นาคน
ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา
มีพัฒนาการท่ีดีรอบด้าน และมีสุขภาวะท่ีดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อ่ืน
มธั ยสั ถ ์ อดออม โอบออ้ มอาร ี มวี นิ ยั รกั ษาศลี ธรรม และเปน็ พลเมอื งดขี องชาต ิ มหี ลกั คดิ ทถ่ี กู ตอ้ ง มที กั ษะ
ท่จี ำาเปน็ ในศตวรรษท ี่ ๒๑ มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษ และภาษาท ่ี ๓ และอนุรกั ษ์ภาษาทอ้ งถิ่น มีนสิ ัย
รักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร
นกั คดิ ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยคุ ใหม ่ และอน่ื ๆ โดยมสี มั มาชพี ตามความถนดั ของตนเอง ทง้ั นมี้ ปี ระเดน็
๗๘
ท่ีเกี่ยวข้อง คือ ประเด็นปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑
มุ่งเน้นการเปล่ียนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โคช”
หรือ “ผู้อาำ นวยการการเรียนร”ู้ ทำาหน้าที่กระตุน้ สร้างแรงบนั ดาลใจ แนะนาำ วิธีเรยี นรู้และวธิ ีจดั ระเบียบ
การสรา้ งความร ู้ ออกแบบกจิ กรรมและสรา้ งนวตั กรรมการเรยี นรใู้ หผ้ เู้ รยี น และมบี ทบาทเปน็ นกั วจิ ยั พฒั นา
กระบวนการเรียนรู้เพื่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน รวมทั้งปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูต้ังแต่การดึงดูด
คัดสรร ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครูคุณภาพ มีระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่าง
ต่อเน่ืองครอบคลุม ทั้งเงินเดือน เส้นทางสายอาชีพ การสนับสนุนส่ือการสอน และสร้างเครือข่ายพัฒนา
ครูให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน รวมถึงการพัฒนาครูท่ีมีความเชี่ยวชาญด้านการสอนมาเป็น
ผสู้ ร้างครูรนุ่ ใหม่อย่างเป็นระบบ และวดั ผลงานจากการพัฒนาผเู้ รียนโดยตรง
๒.๓.๔ แผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตรช์ าติ ประเดน็ การพฒั นาการเรยี นรู้ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐)
เพ่ือให้การดำาเนินงานบรรลุตามเปาหมายในยุทธศาสตร์ชาติ จึงได้มีประกาศสำานัก-
นายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) โดยให้
คณะกรรมการจัดทำายุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านจัดทำาแผนแม่บทเพ่ือบรรลุเปาหมายตามท่ีกำาหนดไว้
ซึ่งแผนแม่บทท่ีเก่ียวข้องกับการผลิตและพัฒนาครู ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น
การพฒั นาการเรยี นร ู้ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ซงึ่ ไดก้ าำ หนดแนวทางการพฒั นาการเปลย่ี นโฉมบทบาท “คร”ู
ให้เป็นครูยุคใหม่ ประกอบดว้ ย ๓ แนวทางย่อย ได้แก่
(๑) วางแผนการผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น
“ผู้อำานวยการการเรียนรู้” มีหลักสูตรผลิตครูอาชีวะยุคใหม่ที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน
และมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเปน็ ผ้เู ช่ยี วชาญและมีประสบการณ์ในการปฏบิ ตั งิ านจรงิ ในสถานประกอบการ
ในสาขาทต่ี นเองสอน
(๒) ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มีความสามารถสูง
ใหเ้ ขา้ มาเปน็ คร ู ปฏริ ปู ระบบการผลติ ครยู คุ ใหมโ่ ดยใชห้ ลกั สตู รฐานสมรรถนะของวชิ าชพี ครทู ส่ี ามารถสรา้ ง
ทกั ษะในการจดั การเรยี นการสอน ในหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานทเี่ ปน็ หลกั สตู รฐานสมรรถนะ
และมคี รทู ชี่ าำ นาญในดา้ นการสอนภาษาองั กฤษและภาษาท ี่ ๓ ทไ่ี ดม้ าตรฐานในระดบั นานาชาต ิ ในจาำ นวน
ทีเ่ พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการของนกั เรยี น อกี ทัง้ ยงั มีระบบการอบรมและเสริมสมรรถนะครูท่ีผ่านการศึกษา
ในระบบเดิม หรือครูภาษาอังกฤษ และภาษาท่ ี ๓ ทยี่ งั ไม่ผ่านการประเมนิ มาตรฐานในระดับนานาชาติ
(๓) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเน่ือง
ครอบคลุมทั้งเงินเดือน สายอาชีพและระบบสนับสนุนอ่ืน ๆ ปฏิรูประบบการผลิตครูอาชีวะยุคใหม่
โดยผู้ท่ีมีใบประกอบวิชาชีพจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถาน-
ประกอบการในสาขาท่ีตนเองสอน มีความรู้ ทักษะ และสามารถสร้างสมรรถนะที่สอดคล้องกับ
กรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพให้แก่ผู้เรียน และมีอัตรากำาลังเพียงพอต่อความต้องการ
ของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำาลังของสาำ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
๗๙
๒.๓.๕ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ เป็นแผนระยะยาว ๒๐ ปี เพื่อเป็น
แผนแม่บทสำาหรับหน่วยงานที่เก่ียวข้องนำาไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษา โดยการ
ดำาเนินการจัดทำาแผนการศึกษาแห่งชาติ ได้ให้ความสำาคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพ่ือสร้าง
การรบั ร ู้ ความเขา้ ใจ การยอมรบั และเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในกระบวนการจดั ทาำ แผนฯ และสามารถขบั เคลอ่ื นแผน
ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำาหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ไว้ว่า “คนไทยทุกคนได้รับ
การศกึ ษาและเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ อยา่ งมคี ณุ ภาพ ดาำ รงชวี ติ อยา่ งเปน็ สขุ สอดคลอ้ งกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง และการเปลยี่ นแปลงของโลกศตวรรษท ี่ ๒๑” และมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั การศกึ ษา ๔ ประการ
คือ ๑) เพ่ือพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาท่ีมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ๒) เพื่อพัฒนา
คนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาต ิ และยุทธศาสตรช์ าต ิ ๓) เพื่อพัฒนาสงั คมไทย
ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำาลังมุ่งสู่การพัฒนา
ประเทศอย่างย่ังยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ ๔) เพ่ือนำาประเทศไทยก้าวข้ามกับดัก
ประเทศท่ีมรี ายไดป้ านกลางและความเหล่ือมลาำ้ ภายในประเทศลดลง
แผนการศกึ ษาแหง่ ชาตไิ ดก้ าำ หนดยทุ ธศาสตรใ์ นการพฒั นาการศกึ ษาภายใต ้ ๖ ยทุ ธศาสตร์
หลักทสี่ อดคล้องกบั ยทุ ธศาสตร์ชาต ิ ๒๐ ปี เพ่ือให้แผนการศกึ ษาแห่งชาติบรรลเุ ปาหมายตามจุดมุ่งหมาย
วสิ ยั ทัศน์ และแนวคิดการจัดการศึกษา โดยมยี ุทธศาสตร์ทีเ่ ก่ียวขอ้ งด้านการผลติ และพัฒนาครู คอื
๑) ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่ง
การเรียนร ู้ และมีแนวทางการพัฒนา ได้แก่
๑.๑) ข้อ ๓.๖ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตคร ู อาจารย์ และบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา
๑.๑.๑) จัดให้มีกลไกกำาหนดนโยบายและแผนระบบการผลิต พัฒนา
ครู อาจารย ์ และบคุ ลากรทางการศึกษา เพ่อื ประสาน กำากบั ติดตาม ประเมนิ ผลการผลิตและพัฒนาครู
ให้ข้อเสนอแนะการจัดสรรงบประมาณ และระดมทรัพยากร สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการ
ผลติ พฒั นาคร ู อาจารย ์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา เพอื่ เสรมิ สรา้ งการพฒั นาประเทศตามยทุ ธศาสตรช์ าต ิ
๒๐ ป ี และยุทธศาสตรป์ ระเทศไทย ๔.๐
๑.๑.๒) ออกแบบระบบและรูปแบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากร
ทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการผลิตและพัฒนาครู ตามความต้องการใช้ครู ท้ังใน
เชิงปริมาณและคุณภาพในแต่ละระยะ โดยพัฒนาระบบการสรรหาคนดี คนเก่ง มีความศรัทธาในวิชาชีพ
เข้ามาเปน็ คร ู โดยการมีสว่ นรว่ มของเครือขา่ ยสถาบันการผลติ ครูและครูผสู้ อน
๑.๑.๓) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสถาบันการศึกษาที่เป็น
หนว่ ยผลติ คร ู พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา และสถานศกึ ษาทเ่ี ปน็ หนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารสอนใหม้ คี ณุ ภาพ
และมาตรฐานสูงในสาขาวชิ าทีส่ ถาบนั การศกึ ษาเชยี่ วชาญ
๘๐
๑.๒) ขอ้ ๓.๗ พฒั นาคณุ ภาพคร ู อาจารย ์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
๑.๒.๑) ออกแบบระบบและรปู แบบการพฒั นาคร ู อาจารย ์ และบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา เพอ่ื เสริมสร้างการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ป ี และยุทธศาสตร์ประเทศไทย
๔.๐ โดยครูทุกระดับและประเภทการศึกษาได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพ เพ่ือประกันคุณภาพ
และมาตรฐานสมรรถนะวชิ าชีพครู และระบบประกันคุณภาพทางการศกึ ษา
๑.๒.๒) เร่งรัดพฒั นาคร ู อาจารย ์ และบคุ ลากรทางการศึกษา รวมทง้ั ครู
ฝกในสถานประกอบการ โดยเริ่มต้นจากครูประจำาการท่ีสอนไม่ตรงวุฒิ ครูที่สอนคละช้ัน และครูในสาขา
วชิ าท่ขี าดแคลน
๑.๒.๓) พัฒนาระบบการพัฒนาวิชาชีพของครูในสถานศึกษาด้วยการ
ส่งเสริมให้มีชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพหรือ Professional Learning Community (PLC) เพ่ือให้
ครูเกิดสังคมการเรียนรู้ในการพัฒนาและช่วยเหลือผู้เรียนในสถานศึกษาและระหว่างสถานศึกษา รวมท้ัง
แลกเปลยี่ นประสบการณแ์ ละสร้างสังคมครทู ีเ่ ข้มแขง็ ในการพัฒนาตนเองและนกั เรียนให้เตม็ ศักยภาพ
๑.๒.๔) พฒั นามาตรฐานสมรรถนะวชิ าชพี ครอู าชวี ศกึ ษา มาตรฐานครฝู ก
ในสถานประกอบการ และมาตรฐานสถานประกอบการท่ีทำาหนา้ ทฝี่ ก ปฏิบัติ
๑.๒.๕) เสริมสร้าง ปลูกจิตสำานึกครูและบุคลากรทางการศึกษาให้
ดาำ รงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑.๒.๖) พฒั นาระบบการประเมนิ ตามระดบั คณุ ภาพของมาตรฐานวชิ าชพี
เพือ่ การต่ออายใุ บอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ
๑.๒.๗) พัฒนาครูสู่การเป็นครูแกนนำา (Master Teacher) และ
ครมู อื อาชพี (Professional Teacher) ทสี่ ะทอ้ นทกั ษะ ความรคู้ วามสามารถ และสมรรถนะของวชิ าชพี ครู
๒) ยุทธศาสตร์ท่ี ๕ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับ
ส่ิงแวดล้อม และมีแนวทางการพัฒนา ข้อ ๓.๑ ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำานึกรักษ์สิ่งแวดล้อม
มีคุณธรรม จริยธรรม และนำาแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการ
ดำารงชีวิต ขอ้ ยอ่ ยท ี่ ๓) พัฒนา อบรมครูผสู้ อน ทงั้ การศกึ ษาในระบบและนอกระบบในเร่ืองการสรา้ งเสรมิ
คณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการนาำ แนวคดิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงสูก่ ารปฏิบตั ิในการดาำ เนนิ ชวี ิต และขอ้ ย่อย ๔) สง่ เสรมิ ให้สถาบนั การศกึ ษาผลติ บุคลากรในสาขา
เฉพาะทต่ี อ้ งใชค้ วามรคู้ วามเชยี่ วชาญระดบั สงู ในศาสตรส์ าขาตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การสรา้ งเสรมิ คณุ ภาพชวี ติ
ท่เี ป็นมิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม
๓) ยทุ ธศาสตร์ที ่ ๖ การพฒั นาประสทิ ธภิ าพของระบบการบริหารจดั การศกึ ษา และ
มีแนวทางการพัฒนาข้อ ๓.๕ พฒั นาระบบบรหิ ารงานบคุ คลของครู อาจารย ์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
๘๑
๓.๑) พัฒนาระบบการใช้ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติงานตรงกับ
ความรู้ความสามารถ วุฒิการศึกษา การฝก อบรม และลดภาระงานของครูท่ไี มเ่ กีย่ วกับการเรยี นการสอน
(งานธุรการ งานบริหารท่วั ไป)
๓.๒) พัฒนาระบบการสรรหาและแต่งต้ังผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหาร
สถานศึกษาระดับต่าง ๆ โดยยึดหลักเกณฑ์ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การจัดการเรียนการสอน
การบรหิ ารการศึกษา และการประสบความสาำ เร็จในวชิ าชพี
๓.๓) พัฒนาระบบประเมินสมรรถนะครูตามมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งพัฒนา
ระบบการประเมินตำาแหน่งและวิทยฐานะสำาหรับตำาแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพ่ือดำารงไว้
ซงึ่ ความรคู้ วามสามารถ ความชำานาญการ หรอื ความเชยี่ วชาญในตำาแหนง่ และวทิ ยฐานะท่ีได้รับการบรรจุ
และแต่งตง้ั
๓.๔) กำาหนดแผนงาน ข้ันตอน และมาตรการทางการบริหารเพ่ือกระจายอัตรา
กำาลงั ครูใหเ้ หมาะสมกับจาำ นวนนกั เรียนทลี่ ดลงอยา่ งต่อเน่ือง
๓.๕) พัฒนาระบบเงินเดอื นและค่าตอบแทน สาำ หรับครทู ีม่ สี มรรถนะสงู และครู
ทีป่ ฏิบัติงานในพ้นื ท่ีหา่ งไกล ทรุ กันดาร เสย่ี งภัย พ้นื ทพี่ ิเศษ
๓.๖) พัฒนากระบวนการบริหารจัดการอัตรากำาลังครูและระบบการจ้างครู
เพ่ือให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีจำานวนท่ีเหมาะสม สอดคล้องกับภารกิจการจัดการเรียนการสอน
และแนวโน้มของประชากรวัยเรยี นท่ลี ดลงอยา่ งต่อเน่อื ง
๓.๗) ปรับปรุงฐานข้อมูลความต้องการใช้ครูให้เหมาะสมกับสถานการณ์
และสัดสว่ นของประชากรวยั เรยี น
๒.๓.๖ แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นการศกึ ษา
จากการท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำาหนดให้มีการ
ปฏิรปู ประเทศในด้านต่าง ๆ ซึง่ ตอ้ งดาำ เนนิ การเพื่อให้บรรลเุ ปา หมาย โดยดา้ นการศึกษา คณะรฐั มนตรไี ด้
แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เพ่ือทำาหน้าท่ีศึกษาและจัดทำาข้อเสนอแนะ
และร่างกฎหมายทเ่ี กีย่ วข้องกบั การปฏิรปู ตามมาตรา ๒๕๘ จ. ด้านการศกึ ษา กอปศ. จงึ ไดจ้ ัดทำา “แผน
การปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา” ขน้ึ เพอื่ มงุ่ หวงั ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาและลดความเหลอ่ื มลา้ำ ทางการ
ศกึ ษา มงุ่ ความเปน็ เลศิ และสรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ ปรบั ปรงุ ระบบการศกึ ษาใหม้ ี
ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา
และเสริมสร้างธรรมาภิบาล โดยมีประเด็นที่เก่ียวข้อง ได้แก่ เรื่องและประเด็นการปฏิรูปที่ ๔ การปฏิรูป
กลไกและระบบการผลติ คดั กรอง และพฒั นาผปู้ ระกอบวชิ าชพี ครแู ละอาจารย ์ เปา หมายรวมประกอบดว้ ย
๑) มีแผนการผลิตและพัฒนาครูตามความต้องการของประเทศ (Demand-Side
Financing) โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื คดั กรองผทู้ ม่ี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสม สนบั สนนุ ทนุ การศกึ ษา คดั เลอื กสถาบนั
การศกึ ษาทม่ี คี ณุ ภาพในการผลติ ครเู พอื่ ใหผ้ รู้ บั ทนุ เขา้ ศกึ ษา เพอ่ื ใหไ้ ดค้ รทู ม่ี สี มรรถนะตรงกบั ความตอ้ งการ
ของประเทศ ดาำ เนินการโดยสาำ นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา ในระยะเวลาอยา่ งน้อย ๑๐ ปี
๘๒
๒) ได้ครูสมรรถนะสูงและตรงตามความต้องการของประเทศ ท่ีจบการศึกษาจาก
สถาบันที่ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะที่ทำาให้นิสิตนักศึกษาครูมีความศรัทธาต่อวิชาชีพครู มีจิตวิญญาณ
ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับประสบการณ์ด้านวิชาชีพครูและการนิเทศที่มี
ประสิทธภิ าพอย่างตอ่ เนื่องตลอดหลักสูตร
๓) ได้ครูอาชีวศึกษาท่ีมีจิตวิญญาณความเป็นครู มีสมรรถนะสูง มีความเชี่ยวชาญ
ในการจัดการเรยี นการสอน ทง้ั ภาคทฤษฎ ี และภาคปฏิบัติ
๔) ครู บุคลากรทางการศึกษา มีการพัฒนาความรู้และทักษะ และสมรรถนะ
ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องตนอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพอ่ื ความกา้ วหนา้ ทางวชิ าชพี ดว้ ยระบบและวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย
และเหมาะสมในการพัฒนาแต่ละกลุ่ม โดยคำานึงถึงการปฏิบัติงานในพ้ืนที่ห่างไกล เสี่ยงภัย ยากลำาบาก
และทรุ กันดารใหไ้ ดร้ ับความสะดวกในการพฒั นา
๕) คร ู บคุ ลากรทางการศกึ ษา มคี วามกา้ วหนา้ ในการประกอบอาชพี ไดร้ บั คา่ ตอบแทน
ท่ีเหมาะสมกับความสามารถ ประสิทธิภาพในการสอน และผลลัพธ์ในการพัฒนาผู้เรียน โดยคำานึงถึง
ผ้ปู ฏบิ ัตงิ านในพ้นื ที่หา่ งไกล เสีย่ งภัย ยากลำาบาก และทุรกนั ดาร
๖) ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษามคี ณุ สมบตั ิ สมรรถนะ และความรคู้ วามเชยี่ วชาญ ประสบการณ ์
และจดั หรอื สนบั สนนุ ใหผ้ บู้ รหิ ารสถานศกึ ษาไดร้ บั การพฒั นาความร ู้ สมรรถนะ และประสบการณท์ จ่ี าำ เปน็
สำาหรับการปฏิบัติหน้าที่ รวมไปถึงการพัฒนาผู้ที่มีโอกาสจะได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเป็นผู้บริหาร
สถานศึกษาและผู้ท่ีไม่ผ่านการประเมนิ
๗) ใหค้ รุ สุ ภาเปน็ องคก์ รวชิ าชพี ครทู ม่ี หี นา้ ทก่ี าำ หนดมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณ
ของวชิ าชพี ควบคมุ ความประพฤตแิ ละการดาำ เนนิ งานของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา รวมทง้ั สง่ เสรมิ
สนบั สนนุ ยกยอ่ ง และผดงุ เกียรติผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา
๘) ให้ระบบงานในการบริหารครูและบุคลากรทางการศึกษาภาครัฐ เป็นระบบที่มี
การดาำ เนนิ การเป็นไปตามหลกั ธรรมาภบิ าล มคี วามคล่องตวั มีการกระจายอำานาจทเี่ หมาะสม เอือ้ ต่อการ
บรหิ ารสถานศึกษาทม่ี ีความเป็นอสิ ระ
อน่ึง ใน พ.ศ. ๒๕๖๓ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้มีการปรับปรุง
แผนการปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทฯ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันท่ี ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ในการดำาเนินการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศ
ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ท่ีเห็นควร
ใหค้ วามสาำ คญั กบั การคดั เลอื กเฉพาะกจิ กรรมปฏริ ปู ประเทศทจ่ี ะสง่ ผลใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงตอ่ ประชาชน
อยา่ งมนี ยั สาำ คญั (Big Rock) ซง่ึ เปน็ กจิ กรรมทม่ี คี วามสาำ คญั เรง่ ดว่ น และดาำ เนนิ การรว่ มกนั หลายหนว่ ยงาน
สามารถดำาเนินการและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ เพื่อบรรจุในแผนการปฏิรูป
ประเทศ ฉบบั ปรับปรงุ เนอ่ื งจากกจิ กรรมทีม่ อี ยู่ในปัจจบุ ัน ยังไมเ่ ป็นการปฏริ ปู ที่ชัดเจน
๘๓
ปจั จบุ นั แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา ฉบบั ปรบั ปรงุ ไดม้ กี ารยกรา่ งเสรจ็ เรยี บรอ้ ย
แล้ว โดยมีเปาประสงค์เพ่ือยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำาทางการศึกษา
มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และปรับปรุงระบบการศึกษาให้
มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการ
ศกึ ษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล ซึ่งการศกึ ษาที่จะได้รับการปฏิรปู จะครอบคลุมถงึ การเรียนร้ตู ลอดชวี ติ
มิได้จำากัดเฉพาะการจัดการศึกษาเพ่ือคุณวุฒิตามระดับเท่าน้ัน โดยกำาหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะ
ส่งผลใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลงตอ่ ประชาชนอยา่ งมนี ัยสำาคญั จำานวน ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย
๑) การสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตง้ั แต่ระดบั ปฐมวยั
๒) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพ่ือตอบสนอง
การเปล่ียนแปลงในศตวรรษท ่ี ๒๑
๓) การสรา้ งระบบการผลิตและพฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทีม่ ีคุณภาพ
๔) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ท่ีเน้นการฝกปฏิบัติอย่างเต็ม
รูปแบบ นำาไปสู่การจ้างงานและการสรา้ งงาน และ
๕) ปฏริ ปู บทบาทการวจิ ยั และระบบธรรมาภบิ าลของสถาบนั อดุ มศกึ ษา เพอื่ สนบั สนนุ
การพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างย่ังยืน ท้ังน้ี ในการดำาเนินการดังกล่าว
จะสง่ ผลใหป้ ระชาชน/ผเู้ รยี นทกุ กลมุ่ วยั จะไดร้ บั การศกึ ษาทม่ี คี ณุ ภาพตามมาตรฐานสากล มที กั ษะทจี่ าำ เปน็
ของโลกอนาคต สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย
มีนิสัยใฝเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งเป็นพลเมืองท่ีรู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ
และมจี ิตสาธารณะ เป็นกำาลังสาำ คัญในการขับเคลื่อนประเทศใหบ้ รรลเุ ปา หมายยุทธศาสตรช์ าตติ ่อไป
๒.๓.๗ นโยบายรัฐบาล
เมอื่ วนั ท ี่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ รฐั บาลนาำ โดยพลเอกประยทุ ธ ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตร ี
ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ภายใต้วิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศ คือ “มุ่งมั่น
ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ ๒๑” โดยรัฐบาลได้กำาหนดนโยบายในการบริหาร
ราชการแผ่นดิน เป็นนโยบายหลัก ๑๒ ด้าน ได้แก่ ๑) การปกปองและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์
๒) การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ ๓) การทำานุ-
บำารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ๔) การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก ๕) การพัฒนาเศรษฐกิจและ
ความสามารถในการแข่งขันของไทย ๖) การพัฒนาพ้ืนที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
๗) การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ๘) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพ
ของคนไทยทุกช่วงวัย ๙) การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม ๑๐) การฟนฟู
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่อื สรา้ งการเติบโตอย่างยั่งยืน ๑๑) การปฏริ ปู การบริหาร
จัดการภาครัฐ และ ๑๒) การปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการ
ยุตธิ รรม
๘๔
การพัฒนาคนไทยให้มีความพร้อมในการดำารงชีวิตในศตวรรษท่ี ๒๑ เพื่อให้คนไทย
ในอนาคตเป็นพลังขับเคลื่อนการพฒั นาประเทศให้ก้าวไปขา้ งหนา้ อยา่ งมีแบบแผนได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
รัฐบาลได้กำาหนดนโยบายในการพัฒนาท่ีมุ่งพัฒนาคนในทุกมิติ ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยให้มี
ความสมบรู ณ ์ เปน็ คนด ี มวี นิ ยั เหน็ แกป่ ระโยชนส์ ว่ นรวม โดยมนี โยบายการพฒั นาดา้ นการผลติ และพฒั นา
ครทู ีส่ ำาคัญ คือ นโยบายข้อ ๘ การปฏิรปู กระบวนการเรยี นรแู้ ละการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทกุ ช่วงวัย
ข้อ ๒) พัฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ข้อย่อย ๒.๑) ปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ
และอาชีพของคนทุกช่วงวัยสำาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย
มกี ารนำาเทคโนโลยแี ละการเรียนรผู้ ่านประสบการณ์จริงเขา้ มามสี ว่ นในการจัดการเรียนการสอน และปรบั
ระบบดึงดูด การคัดเลือก การผลิตและพัฒนาครูท่ีนำาไปสู่การมีครูสมรรถนะสูง เป็นครูยุคใหม่ท่ีสามารถ
ออกแบบและจัดระบบการสร้างความรู้ สร้างวินัย กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์มุมมอง
ของเดก็ และครูดว้ ยการสอนในเชิงแสดงความคิดเหน็ ใหม้ ากข้ึนควบคูก่ ับหลกั การทางวชิ าการ และ ข้อ ๖)
สง่ เสรมิ การเรยี นรแู้ ละพฒั นาทกั ษะทกุ ชว่ งวยั ขอ้ ยอ่ ย ๖.๑) มงุ่ เนน้ การพฒั นาโรงเรยี นควบคกู่ บั การพฒั นา
ครู เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพระบบบรหิ ารจดั การศกึ ษาในทกุ ระดบั บนพนื้ ฐานการสนบั สนนุ ทค่ี าำ นงึ ถงึ ความจาำ เปน็
และศักยภาพของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง พร้อมท้ังจัดให้มีมาตรฐานข้ันต่ำาของโรงเรียนในทุกระดับ
และสรา้ งระบบวดั ผลโรงเรยี นและครทู ส่ี ะทอ้ นความรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลลพั ธท์ เี่ กดิ กบั ผเู้ รยี น คนื ครใู หน้ กั เรยี น
โดยลดภาระงานที่ไม่จำาเป็น รวมถึงจัดให้มีระบบฐานข้อมูล เพ่ือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการ
เชื่อมโยงหรือส่งต่อข้อมูลครอบครัวและผู้เรียนระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ต้ังแต่แรกเกิดจนถึงการพัฒนา
ตลอดชว่ งชวี ติ ตลอดจนพฒั นาชอ่ งทางใหภ้ าคเอกชนมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศกึ ษาและการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
๒.๓.๘ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔)
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ได้น้อมนำา
หลกั “ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง” มาเปน็ ปรชั ญานาำ ทางในการพฒั นาประเทศอยา่ งตอ่ เนอื่ งจากแผนพฒั นา
เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต ิ ฉบบั ที ่ ๙-๑๑ เพ่ือเสริมสรา้ งภมู คิ มุ้ กันและช่วยให้สงั คมไทยสามารถยดื หยัด
อยู่ได้อย่างมั่นคง เกิดภูมิคุ้มกัน และมีการบริหารจัดการความเส่ียงอย่างเหมาะสม ส่งผลให้การพัฒนา
ประเทศสู่ความสมดุลและย่งั ยนื การจดั ทำาแผนพฒั นาฯ ฉบับที ่ ๑๒ ได้จัดทาำ บนพนื้ ฐานของยทุ ธศาสตร-์
ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ซ่ึงเป็นแผนแม่บทหลักของการพัฒนาประเทศ และเปาหมายการ
พัฒนาทีย่ ่ังยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสรา้ งประเทศไทยไปสู่
ประเทศไทย ๔.๐ ตลอดจนประเดน็ การปฏริ ปู ประเทศ นอกจากนนั้ ไดใ้ หค้ วามสาำ คญั กบั การมสี ว่ นรว่ มของ
ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนท้ังในระดับกลุ่มอาชีพ ระดับภาค และระดับประเทศในทุกขั้นตอนของแผนฯ
อยา่ งกวา้ งขวางและตอ่ เนอ่ื ง เพอื่ รว่ มกนั กาำ หนดวสิ ยั ทศั นแ์ ละทศิ ทางการพฒั นาประเทศ รวมทง้ั รว่ มจดั ทาำ
รายละเอียดยุทธศาสตร์ของแผนฯ เพ่ือมุ่งสู่ “ความม่ันคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) มีประเด็นยุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องทางด้านการผลิต
และพัฒนาครู คือ ยุทธศาสตร์ท่ี ๒.๑) การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ข้อ (๓) ยกระดับ
คุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ข้อย่อย (๓.๒) ปรับหลักสูตรการผลิตครูท่ีเน้นสมรรถนะ
๘๕
มีจิตวิญญาณความเป็นครู เป็นผู้แนะนำา และสามารถกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน สร้างมาตรการจูงใจ
ให้ผู้มีศักยภาพสูงเข้ามาเป็นครู ปรับระบบประเมินวิทยฐานะทางวิชาชีพให้เช่ือมโยงกับพัฒนาการและ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนท่ีเป็นการพัฒนา
สมรรถนะของครูอย่างตอ่ เนอื่ ง และยุทธศาสตรท์ ่ี ๒.๒) ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความ
เหล่ือมล้ำาในสังคม ข้อ (๒.๑) ส่งเสริมให้มีการกระจายการบริการด้านการศึกษาท่ีมีคุณภาพให้มีความ
เท่าเทียมกันมากขึ้นระหว่างพื้นท่ี ข้อย่อย (๒.๑.๑) สร้างแรงจูงใจให้บุคลากรครูมีการกระจายตัวอย่าง
มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ังมาตรการท่ีเป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน อาทิ สวัสดิการบ้านพักครู เส้นทาง
ความกา้ วหน้าทางอาชพี ทชี่ ัดเจน เพิ่มโอกาสในการพฒั นาครู
๒.๓.๙ มาตรฐานการศกึ ษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑
“มาตรฐานการศึกษาของชาติ” หมายถึง ข้อกำาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ
ท่ีพึงประสงค์ของคนไทย เพ่ือให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นกรอบสำาหรับสร้างคนไทย ๔.๐ ท่ีแม้แตกต่าง
ตามบริบทของท้องถ่ินและของสถานศึกษา แต่มีจุดหมายร่วมคือ “ธำารงความเป็นไทยและแข่งขันได้ใน
เวทีโลก” สามารถเป็นกำาลังสำาคัญในการพัฒนาประเทศ ท้ังในมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติการเมือง
ต่อไปได้ โดยมีหลักการกำาหนดมาตรฐานการศึกษาของชาติ เปาหมายของมาตรฐานการศึกษาของชาติ
และผลลพั ธ์ทีพ่ งึ ประสงคข์ องการศกึ ษา ดงั น้ี
๑) หลกั การกาำ หนดมาตรฐานการศกึ ษาของชาต ิ มาตรฐานการศกึ ษาของชาตกิ าำ หนด
ผ่านกรอบ (Framework) ผลลัพธ์ท่ีพึงประสงค์ของการศึกษา โดยจัดทำาขึ้นให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาต ิ (ฉบบั ท ี่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓
ยทุ ธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที ่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-
๒๕๖๔) และแผนการศกึ ษาแห่งชาต ิ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙
๒) เปาหมายของมาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ
มีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้สถานศึกษาทุกแห่งยึดเป็นแนวทางสำาหรับการพัฒนาผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ท่ีพึงประสงค์
ของการศึกษา และให้หน่วยงานต้นสังกัดใช้เป็นเปาหมายในการจัดการศึกษา โดยการกำาหนดผลลัพธ์
ทีพ่ ึงประสงคข์ องผูเ้ รยี นท่ีเหมาะสมตามช่วงวยั ในแต่ละระดบั และประเภทการศึกษา และใช้เปน็ เปาหมาย
ในการสนับสนุนสถานศึกษาให้สามารถดำาเนินการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว
นอกจากน ้ี ยงั มจี ดุ มงุ่ หมายเพอื่ ใหท้ กุ หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งในการจดั การศกึ ษาใชเ้ ปน็ แนวทางในการสง่ เสรมิ
การกาำ กบั ดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกนั คุณภาพการศกึ ษา
ท้งั นี้ การจัดการศึกษาของชาติจะต้องทำาให้เกิดผลลพั ธ์ทีพ่ ึงประสงค ์ ซึ่งเป็นคณุ ลักษณะ
ของผู้เรียน อันเป็นผลท่ีเกิดจากการจัดการศึกษาต้ังแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน
การอาชวี ศกึ ษา จนถงึ การอุดมศกึ ษา โดยสถานศกึ ษามอี ิสระในการกำาหนดแนวคิด ปรชั ญาและวสิ ัยทัศน์
ของการจดั การศกึ ษาใหเ้ ป็นอตั ลักษณ์และสอดคลอ้ งกับบริบทของสถานศกึ ษาและความถนัดของผ้เู รียน
หนว่ ยงานตน้ สงั กดั และหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง ตอ้ งมกี ารสนบั สนนุ กาำ กบั ตดิ ตาม ประเมนิ
และพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นความรับผิดชอบท่ีตรวจสอบได้ มีระบบการบริหาร
๘๖
จัดการท้ังด้านผู้บริหาร ครู คณาจารย์และบุคลากร หลักสูตรการเรียนการสอน สื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล
ทรัพยากร ส่ิงสนับสนุนการศึกษาและการประเมิน ตลอดจนระบบและกลไกการพัฒนาคุณภาพอย่าง
ต่อเนื่องทท่ี าำ ให้เกิดผลลพั ธท์ พี่ งึ ประสงค ์ ท่เี หมาะสมตามแต่ละระดบั และประเภทการศกึ ษาท่ตี อ่ เน่ืองกนั
นอกจากนี้ สถาบันผลิตและพัฒนาครูในฐานะกลไกสำาคัญในการพัฒนาครูให้มีคุณภาพ จะต้องมีบทบาท
ในการเตรยี มความพรอ้ มครกู อ่ นประจาำ การ และสง่ เสรมิ การพฒั นาครปู ระจาำ การใหม้ สี มรรถนะทางวชิ าชพี
ท่ีสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่ เพื่อผลลัพธ์ท่ีพึงประสงค์ของการศึกษา โดยได้กำาหนดผลลัพธ์ท่ี
พึงประสงคข์ องการศึกษา (Desired Outcomes of Education: DOE Thailand) หมายถงึ คณุ ลักษณะ
ของคนไทย ๔.๐ ท่ีตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพ่ือให้สถานศึกษา
และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในการจัดการศึกษา ใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาและจัดทำามาตรฐาน
การศึกษาขนั้ ตำ่าที่จาำ เป็นของแตล่ ะระดบั และประเภทการศึกษา
๓) ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา ได้กำาหนดเพื่อให้คนไทย ๔.๐ จะต้องธำารง
ความเปน็ ไทยและแขง่ ขนั ไดใ้ นเวทโี ลก นนั่ คอื เปน็ คนด ี มคี ณุ ธรรม ยดึ คา่ นยิ มรว่ มของสงั คมเปน็ ฐานในการ
พฒั นาตน ให้เปน็ บคุ คลที่มคี ณุ ลกั ษณะ ๓ ด้าน โดยเปน็ คณุ ลักษณะข้นั ตำ่าดังตอ่ ไปน้ี
๓.๑) ผู้เรียนรู้ เป็นผู้มีความเพียร ใฝเรียนรู้ และมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เพอื่ กา้ วทนั โลกยคุ ดจิ ทิ ลั และโลกในอนาคต และมสี มรรถนะ (Competency) ทเ่ี กดิ จากความร ู้ ความรอบรู้
ด้านต่าง ๆ มีสุนทรียรักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย มีทักษะชีวิต เพื่อสร้างงานหรือสัมมาอาชีพ
บนพื้นฐานของความพอเพยี ง ความม่นั คงในชีวติ และคณุ ภาพชีวิตท่ีดีตอ่ ตนเอง ครอบครัว และสงั คม
๓.๒) ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นผู้มีทักษะทางปัญญา ทักษะศตวรรษที่
๒๑ ความฉลาดดิจทิ ัล (Digital Intelligence) ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทกั ษะขา้ มวัฒนธรรม สมรรถนะ
การบูรณาการข้ามศาสตร์ และมีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการเพ่ือร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนา
นวตั กรรมทางเทคโนโลยีหรอื สังคม เพิ่มโอกาสและมูลค่าให้กับตนเองและสังคม
๓.๓) พลเมอื งที่เข้มแขง็ เปน็ ผ้มู คี วามรักชาติ รักท้องถ่นิ รถู้ ูกผดิ มีจติ สำานึกเปน็
พลเมอื งไทยและพลโลก มจี ติ อาสา มอี ดุ มการณแ์ ละมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาชาตบิ นหลกั การประชาธปิ ไตย
ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค เพ่ือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีย่ังยืน
และการอยู่รว่ มกนั ในสงั คมไทยและประชาคมโลกอยา่ งสันติ
๘๗
๒.๔ งานวจิ ยั และงานวิชาการท่ีเกยี่ วของ
๑) มนตรี แย้มกสิกร (๒๕๖๐ : ๑๓๙-๑๕๐) การจะพัฒนาหรือการจะยกระดับการผลิตและ
การพฒั นาครเู พอื่ ใหม้ คี วามก้าวหนา้ ส่งิ ทเ่ี ปน็ ปจั จยั สำาคัญพ้ืนฐาน คอื ความเชอ่ื พืน้ ฐาน หรอื กระบวนทัศน์
(Paradigm) ซึ่งกระบวนทัศน์ที่สำาคัญและจำาเป็นต่อการพัฒนาและผลิตครู ประกอบด้วย กระบวนทัศน์
การจดั การเรยี นรใู้ นชน้ั เรยี นทส่ี อดคลอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงในศตวรรษท ่ี ๒๑ ระบบสนบั สนนุ การพฒั นาครู
อยา่ งตอ่ เนือ่ ง พัฒนาให้โรงเรียนเปน็ หน่วยพัฒนาตนเอง (Self Development Unit) ด้วยการสร้างชมุ ชน
นักปฏิบัต ิ (Community of Practice) การพฒั นาครูตอ้ งเปดิ โอกาสใหค้ รมู ีโอกาสเลือกประเดน็ ท่ีตนเอง
มีความต้องการและจำาเป็นตามบริบทของแต่ละคน การพัฒนาครูต้องเปล่ียนจากการฝกอบรม (Training
Mode) เปน็ การทาำ ใหค้ รเู กดิ การเรยี นรรู้ ว่ มกนั (Learning Model) การพฒั นาครจู ะตอ้ งเนน้ และปรบั เปลย่ี น
เป็นการพัฒนาที่เน้นการประเมินผลการแสดงออกจริงของครู (Performance Based Assessment)
มาตรฐานวิชาชีพครูควรมีความหลากหลายและครอบคลุมกิจกรรมของวิชาชีพ กระบวนทัศน์ท่ีจำาเป็น
สำาหรับการผลิตครูเพ่ิมเติมจากกระบวนทัศน์สำาหรับการพัฒนาครู ประกอบด้วยการลงมือปฏิบัติใน
สถานการณ์จรงิ เปน็ หนทางแห่งการเรียนรู้ทีม่ คี วามหมาย การประเมนิ ที่สอดคล้องกับสมรรถนะศตวรรษ
ที่ ๒๑ และการวิจยั เพื่อการครศุ กึ ษาไทย
๒) นารีรัตน์ รักวิจิตรกุล (๒๕๖๐ : ๒๑-๓๓) กล่าวว่า การพัฒนาวิชาชีพครู เป็นกลยุทธ์ท่ี
ทำาให้แน่ใจว่าครูมีการเรียนรู้ และพัฒนาปฏิบัติงานอย่างต่อเน่ือง เพราะการสอนท่ีดีไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วย
ความบงั เอญิ และสถาบนั ผลติ ครไู มส่ ามารถจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ กุ แงม่ มุ ทกี่ วา้ งขวางสาำ หรบั บณั ฑติ
ทจ่ี ะสาำ เรจ็ การศกึ ษาไปประกอบอาชพี คร ู เมอื่ นกั ศกึ ษาครสู าำ เรจ็ การศกึ ษาตามมาตรฐานของการประกอบ
วิชาชีพครู และได้บรรจุเข้าทำางาน ครูบรรจุใหม่ใช้เวลานานนับปีกว่าจะมีทักษะท่ีต้องการในการทำา
ตามบทบาทหน้าท่ีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้แต่ครูท่ีมีความเชี่ยวชาญด้านการสอนแล้วก็ต้องเผชิญกับ
ความทา้ ทายใหม ่ ๆ เชน่ การเปลย่ี นแปลงเนอื้ หาวชิ า วธิ สี อนและเทคนคิ การสอนแบบใหม ่ ๆ ความกา้ วหนา้
ด้านเทคโนโลยีท่ีมีผลต่อวิธีการเรียนรู้และความต้องการในการเรียนรู้ของนักเรียน หากครูไม่ได้รับการ
พฒั นาวชิ าชพี ครใู หเ้ ปน็ ครทู ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพแลว้ จะทาำ ใหน้ กั เรยี นขาดโอกาสการเรยี นรทู้ เี่ ตม็ ศกั ยภาพ และ
เรยี นรูด้ ้วยความเบ่ือหนา่ ย ท้ังน้ีมีกรอบแนวคิดสำาหรบั การสอน ๔ ดา้ น ดังนี้ ๑) ด้านการวางแผนและการ
เตรียมการสอน ๒) ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ๓) ด้านการสอน และ ๔) ด้านความรับผิดชอบ
ในวิชาชีพ โดยแบ่งช่วงอาชีพเป็น ๖ ช่วงวัย ดังน้ี ๑) นักศึกษาฝกประสบการณ์วิชาชีพ ๒) ครูบรรจุใหม่
๓) ครูวชิ าชพี ๔) ครูเช่ียวชาญ ๕) ครมู ีช่ือเสียง และ ๖) ครปู ลดเกษียณและออกจากอาชีพ
ครูบรรจุใหม่ (Apprentice Teacher) คือ ครูที่เร่ิมต้นวิชาชีพในช่วง ๒-๓ ปีแรกของการ
ทำางาน ความต้องการของครูในช่วงน้ีคือเรียนรู้การทำางานในห้องเรียน และการทำางานภายในโรงเรียน
แต่ละวันให้มีประสิทธิภาพ ในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เขตการศึกษามีการแต่งตั้งครูพี่เล้ียง (Mentor)
ท่มี ีความเชย่ี วชาญด้านการสอนในอัตราสว่ นครพู ี่เลย้ี ง ๑ คน ตอ่ ครบู รรจใุ หม ่ ๑๒ คน
๘๘
ครวู ชิ าชพี (Professional Teacher) หลงั จากผา่ นชว่ งปแี รก ๆ ของการบรรจเุ ปน็ ครใู หมแ่ ลว้
ครูก็จะก้าวเข้าสู่การเป็นครูวิชาชีพ ครูมีความมั่นใจในความสามารถด้านการสอนของตน มีการแสวงหา
วิธีการสอนใหม่ การใช้สื่อประกอบการสอน พัฒนาเทคนิคการสอนและกลยุทธ์การสอนที่เป็นเอกลักษณ์
เฉพาะตน การพฒั นาวชิ าชพี ของครใู นชว่ งนใี้ ชก้ ารเรยี นรใู้ นลกั ษณะชมุ ชนการเรยี นรวู้ ชิ าชพี (Professional
Learning Communities) เพื่อให้ครูได้มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน ความสำาเร็จในช่วงนี้จะนำาไปสู่
การเปน็ ครูช่วงตอ่ ไป
ครูเชี่ยวชาญ (Expert Teacher) ครูท่ีอยู่ในช่วงนี้เป็นผู้ท่ีมีความเช่ียวชาญในการสอน
มีรูปแบบการสอนท่ีเป็นเอกลักษณ์มากย่ิงขึ้น พร้อมท่ีจะให้ความช่วยเหลือครูท่ีด้อยประสบการณ์สอน
โดยการเป็นพ่เี ล้ียง (Mentor)
ครูท่ีมีชื่อเสียง (Distinguished Teacher) ครูที่มีพัฒนาการในช่วงนี้เป็นครูท่ีมีหลักฐาน
ประจกั ษช์ ดั วา่ ไดร้ บั การยอมรบั นบั ถอื ความสามารถดา้ นการสอนจากนกั เรยี น ผปู้ กครอง และเพอื่ นรว่ มงาน
ว่ามีการปฏิบัติการสอนที่เป็นเลิศ และมักได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมปฏิบัติการ หรือเป็นผู้เช่ียวชาญ
ทาำ หนา้ ทเี่ ป็นครูพี่เลยี้ ง (Mentor) หรือครสู อนแนะ (Coach) ใหก้ ับเพือ่ นรว่ มงาน หรือการให้เป็นหัวหนา้
โครงการพฒั นาการเรียนการสอนของโรงเรียน หรอื โครงการวิชาการ
การพัฒนาวิชาชีพครูเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองของครู จึงต้องออกแบบกิจกรรมพัฒนา
วชิ าชพี ทบ่ี รู ณาการกบั การทาำ งาน เพอื่ ใหค้ รไู ดป้ รบั ปรงุ การสอนทจี่ ะสง่ ผลตอ่ การพฒั นาศกั ยภาพการเรยี นรู้
ของนกั เรยี น ความสาำ เรจ็ ของทกุ รปู แบบทกุ กจิ กรรมของการพฒั นาวชิ าชพี คร ู จาำ เปน็ ทคี่ รตู อ้ งมพี นั ธสญั ญา
ตอ่ การเรยี นรทู้ กี่ ระตอื รอื รน้ ในการพฒั นาตนเอง การจดั สรรเวลา และไดร้ บั การสนบั สนนุ ทรพั ยากรตา่ ง ๆ
จากผู้บรหิ ารเพอื่ ทคี่ รูสามารถนาำ สงิ่ ท่ีตนไดเ้ รยี นรสู้ ู่การปฏบิ ัตสิ อนในงานประจาำ และไดร้ บั ขอ้ มลู ยอ้ นกลับ
อย่างสมำา่ เสมอจากเพือ่ นรว่ มงาน และผู้บริหาร
๓) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) (๒๕๕๙. ๒) การปฏิรูปคุณภาพการศึกษา
อย่างยั่งยืนจำาเป็นต้องสร้างและคัดเลือกครูสอนดีรุ่นใหม่อย่างต่อเน่ือง เพราะคุณภาพครูเป็นหนึ่งใน
ปัจจัยหลักท่ีส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โดยงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาพบว่า ครูสอนดี
ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้เร็วกว่านักเรียนท่ีเรียนกับครูสอนแย่ การสร้างและคัดเลือกครูสอนดีเริ่มจากการ
เขา้ ใจคุณสมบัติพื้นฐานของครูสอนด ี “ครสู อนดี” จาำ เปน็ ตอ้ งรเู้ นอ้ื หาวิชาทีส่ อนอย่างลึกซ้งึ แตก่ ารร้อู ยา่ ง
ลกึ ซงึ้ นม้ี ใิ ชเ่ พยี งเพอื่ ความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการหรอื การใชค้ วามรไู้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเทา่ นนั้ “ครสู อนด”ี ยงั ตอ้ ง
เข้าใจเนื้อหาจากมุมมองและฐานความรู้ของนักเรียน แปลงเน้ือหาสู่โจทย์และกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียน
เรียนรเู้ น้อื หาดังกล่าว และสามารถวิเคราะหแ์ ละแก้ไขความเข้าใจผดิ ในเนือ้ หาของนกั เรียนได้ ความร้แู ละ
ทักษะนี้เป็นสมรรถนะเฉพาะของวิชาชีพครู ซึ่งเรียกกันว่า “ความรู้และทักษะด้านเนื้อหาวิชาสำาหรับ
การจัดการเรียนรู้” (Pedagogical Content Knowledge: PCK)
๔) กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ (๒๕๖๐ : ๔๙-๕๐) กล่าวว่า รูปแบบในการพัฒนาครูในอนาคต
ควรมีลักษณะดังนี้ ๑) หน่วยผลิต หน่วยใช้ หน่วยควบคุมและพัฒนาครู ต้องทำางานแบบเชื่อมโยงเพ่ือ
ลดความซา้ำ ซอ้ น สนิ้ เปลอื งและสญู เสยี ๒) ควรมคี ณะกรรมการกลางระดบั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ระดบั พน้ื ท ่ี
๘๙
เพอ่ื กาำ หนดทศิ ทางและควบคมุ การผลติ การใชแ้ ละการพฒั นาคร ู เพอื่ ลดปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในอดตี ๓) จดั ระบบ
การผลิต การพฒั นา การใชค้ รูทมี่ ุ่งผลในอนาคต เช่น การใช้ทรัพยากรบุคคลรว่ มกนั (Sharing Resource
for Education) อาจกำาหนดให้มีครูประจำาโรงเรียนท่ีทำาหน้าที่ประจำาชั้นและสอนสาขาวิชาสามัญท่ัวไป
และอาจจะมีครูประจำาเขตพื้นท่ีการศึกษา (Mobile Teacher) เพ่ือสอนในวิชาที่จำาเป็นและขาดแคลน
เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษาต่างประเทศ ดนตรี นาฏศิลป เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ เป็นต้น โดยให้รับผิดชอบวิชา
ดงั กลา่ ว สอนในโรงเรยี นตา่ ง ๆ ในลกั ษณะหมนุ เวยี นทเี่ ปน็ ไปตามกฎระเบยี บ ๔) การพฒั นาครแู ละบคุ ลากร
ควรให้ความสำาคัญต่อความจำาเป็นพ้ืนฐานท้ังในระดับบุคคลและระดับนโยบาย โดยใช้หลักการพัฒนา
แบบตอ่ ยอด (ID Plan) โดยครอบคลมุ สมรรถนะของคร ู ทง้ั ๓ ดา้ น ไดแ้ ก ่ ความร ู้ (Knowledge) (Attitude)
ทกั ษะ (Skill) และคุณลกั ษณะ (Attribute) ๕) นำาผลการพฒั นาไปใช้ประโยชนอ์ ยา่ งสอดคลอ้ ง เช่ือมโยง
และลงตัว ท้ังในสิทธิประโยชน์ส่วนตน ได้แก่ การเลื่อนวิทยฐานะ รวมท้ังประโยชน์ของทางราชการ
ในการวางอัตรากำาลังและการบริหารบุคคลท้ังระบบ ๖) สร้างความเป็นสากลและนานาชาติ โดยร่วมมือ
ผลิตและพัฒนาครูในระดับภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติ ด้วยการส่งเสริมการศึกษาต่อ การศึกษาวิจัย
และการฝกอบรมอย่างเข้ม และ ๗) ส่งเสริมการพัฒนาครูในหลายรูปแบบ เช่น การศึกษาด้วยตนเอง
การศึกษาผ่านส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี การศึกษาทางไกล การฝกอบรม การศึกษาดูงาน ภายใต้
การควบคุมจากคณะกรรมการระดับกระทรวงและเขตพืน้ ท่ี
๕) สถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) (๒๕๕๗ : ๑๗) กล่าวว่า ระบบการฝก
อบรมครูรายงานวิจัยฉบับนี้ช้ีว่า สภาพปัญหาสำาคัญในปัจจุบันคือ รัฐมีบทบาทอย่างมากในการจัดหา
ผู้จดั การอบรมและจัดทำาเกณฑ์รับรองหลักสูตร ทาำ ใหห้ ลักสตู รการฝกอบรมครไู มส่ อดคล้องกบั ปัญหาทค่ี รู
และโรงเรียนเผชิญ การอบรมส่วนใหญ่เป็นการฟังบรรยายมากกว่าการฝกปฏิบัติ รวมทั้งยังขาดระบบ
ติดตามและสนับสนุนใหม้ ีการนำาความรไู้ ปใช้ จงึ ทาำ ให้การอบรมส้ินสุดเพียงขั้นตอนการสร้างและถ่ายทอด
ความรู้ แต่ไปไม่ถึงข้ันตอนการนำาความรู้ไปปฏิบัติการฝกปฏิบัติ และการทบทวนและแลกเปลี่ยนเพ่ือ
แก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติ อีกทั้งผลการประเมินคุณภาพครูและโรงเรียนไม่ได้ถูกนำามาใช้ในการประเมิน
คุณภาพของการฝกอบรมครู ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูประบบการพัฒนาครูรายงานวิจัยฉบับนี้
เสนอว่า ในส่วนของระบบการฝกอบรมครู รัฐต้องปรับบทบาทจากผู้จัดหาเป็นผู้กำากับดูแลคุณภาพ
และการจัดการความรู้และปรับเปลี่ยนให้โรงเรียนเป็นหน่วยพัฒนาหลักแทนท่ีรัฐ โดยให้โรงเรียนได้รับ
การจัดสรรงบประมาณและมีอำานาจในการตัดสินใจเลือกหลักสูตรและผู้อบรม เพื่อให้สอดคล้องกับ
ความต้องการและสภาพปัญหาท่ีตนเผชิญ อีกทั้งจัดให้มีระบบการนำาผลการประเมิน สมรรถนะครูมา
ประเมนิ คณุ ภาพการฝก อบรมดว้ ย นอกจากนน้ั ระบบการฝก อบรมครตู อ้ งใหค้ วามสาำ คญั กบั ขน้ั ตอนการนาำ
ความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง การฝกปฏิบัติและการทบทวนและแลกเปล่ียน เพื่อแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติ
รวมถึงการสร้างระบบพัฒนาครใู หม ่ โดยใหค้ รวู ทิ ยฐานะสูงเข้ามามสี ่วนรว่ มในการพฒั นาครใู หม ่ และการ
สนับสนุนใหเ้ กิดระบบชมุ ชนเรยี นรู้ทางวิชาการร่วมกนั (Professional Learning Community)
๖) วิจารณ์ พานิช (๒๕๕๕ : ๒๐) เสนอว่า ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยส้ินเชิง
เพ่ือให้เป็น “ครูเพื่อศิษย์ ในศตวรรษท่ี ๒๑” ไม่ใช่ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ ๒๐ หรือศตวรรษท่ี ๑๙
๙๐
ทเ่ี ตรยี มคนออกไปทำางานในสายพานการผลิตในยุคอุตสาหกรรม การศกึ ษาในศตวรรษท่ี ๒๑ ตอ้ งเตรียม
คนออกไปเปน็ คนทาำ งานทใ่ี ชค้ วามร ู้ (Knowledge Worker) และเปน็ บคุ คลพรอ้ มเรยี นร ู้ (Learning Person)
ไม่ว่าจะประกอบสัมมาชีพใด มนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเป็นบุคคลพร้อมเรียนรู้ และเป็นคนทำางาน
ที่ใช้ความรู้ แม้จะเป็นชาวนาหรือเกษตรกรก็ต้องเป็นคนท่ีพร้อมเรียนรู้ และเป็นคนทำางานท่ีใช้ความรู้
ดังน้ัน ทักษะสำาคัญท่ีสุดของศตวรรษท่ี ๒๑ จึงเป็นทักษะของการเรียนรู้ (Learning Skills) การศึกษา
ในศตวรรษท่ี ๒๑ จำาต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะต้องเตรียมคนไปเผชิญการเปล่ียนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง
พลิกผัน และคาดไม่ถึง คนยุคใหม่จึงต้องมีทักษะสูงในการเรียนรู้และปรับตัว ครูเพื่อศิษย์จึงต้องพัฒนา
ตนเองให้มีทักษะของการเรียนรู้ด้วย และในขณะเดียวกันก็ต้องมีทักษะในการทำาหน้าที่ครูในศตวรรษท่ี
๒๑ ซง่ึ ไมเ่ หมอื นการทำาหน้าทค่ี รูในศตวรรษที่ ๒๐ หรือ ๑๙ จึงเสนอวา่ ครูต้องเปลย่ี นบทบาทจากครสู อน
มาเป็นครูฝก หรือครูผู้อำานวยความสะดวกในการเรียนรู้ของนักเรียน ให้นักเรียนเรียนรู้จากการเรียน
แบบลงมือทำา ดังนั้นครูจะต้องปรับตัวมากซึ่งเป็นเรื่องยาก จึงต้องมีตัวช่วยคือชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทางวชิ าชพี หรอื Professional Learning Community เปน็ การรวมตวั กนั ของครปู ระจาำ การเพอื่ แลกเปลยี่ น
เรยี นรูป้ ระสบการณ์การทาำ หนา้ ที่ครนู ั่นเอง
๗) พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพรทิพย์ แข็งขัน (ทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำานักงานเลขาธิการ
สภาการศกึ ษา) (๒๕๕๑) ไดท้ าำ การวจิ ยั เรอื่ ง สมรรถนะครแู ละแนวทางการพฒั นาครใู นสงั คมทเ่ี ปลย่ี นแปลง
ผลการวิจัยพบว่า ประเทศไทยและต่างประเทศกำาหนดกรอบแนวคดิ สมรรถนะครูสอดคลอ้ งกนั ๑๕ ด้าน
ไดแ้ ก ่ ๑) ความรใู้ นเนอื้ หาวชิ า ๒) การสอื่ สารและการใชภ้ าษา ๓) การพฒั นาหลกั สตู ร ๔) การจดั การเรยี นร ู้
๕) การจดั การเรยี นรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาำ คญั ๖) การบรหิ ารจดั การชนั้ เรยี น ๗) การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
และนวตั กรรมการศกึ ษา ๘) การวดั และประเมนิ ผล ๙) การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาการเรยี นการสอน ๑๐) จติ วทิ ยา
สำาหรับครู ๑๑) การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ๑๒) คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ
๑๓) ภาวะผนู้ าำ และการทาำ งานเปน็ ทมี ๑๔) การพฒั นาตนเองและวชิ าชพี และ ๑๕) การพฒั นาคณุ ลกั ษณะ
ของผู้เรียน สมรรถนะแต่ละด้านมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยตามบริบทสังคม ทั้งน้ี แนวทาง
การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะสูงและสามารถปรับการเรียนเปล่ียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทา่ มกลางการเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ของสงั คม จาำ เปน็ ตอ้ งกาำ หนดเปน็ วสิ ยั ทศั นใ์ หช้ ดั เจนและตอ้ งกาำ หนด
มาตรการด้านต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาระบบการผลิตครู การพัฒนาระบบการใช้ การส่งเสริมรักษาครู
ใหอ้ ยใู่ นวชิ าชพี ตลอดชวี ติ การพฒั นาสมรรถนะครปู ระจาำ การ และการพฒั นาระบบการประเมนิ สมรรถนะครู
ทงั้ นี้ ตอ้ งนาำ มาตรการดงั กล่าวไปปฏบิ ตั ิอย่างจริงจงั
๘) สาำ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา (๒๕๕๓) ไดท้ าำ การวจิ ยั เรอื่ ง การวจิ ยั และพฒั นานโยบาย
การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ผลการวิจัยได้ระบุประเด็นสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไข
ไว ้ ๔ ประเด็น ได้แก ่ ๑) การจัดการเรยี นการสอนท่สี ่งผลตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนในระดบั การศกึ ษา
ขั้นพื้นฐาน ๒) การจัดการเรียนการสอนระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ๓) การพัฒนาครูและบุคลากรทาง
การศึกษา และ ๔) การพฒั นาข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ทัง้ น้งี านวิจยั
ได้สรุปข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้ ๔ ประเด็น ได้แก่ ๑) จัดระบบ
๙๑
และกลไกในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ สามารถจัดการเรียนการสอน บริหาร
จัดการและสนบั สนนุ การจดั การเรยี นการสอนทสี่ ่งผลถงึ คณุ ภาพผู้เรียนไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ๒) พฒั นา
ระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเอื้อต่อการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา
๓) จัดระบบการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้เอ้ือต่อการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ๔) จัดระบบการเสริมสร้างขวัญกำาลังใจและความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา ภายใต้เงือ่ นไขดังต่อไปน้ี
(๑) รฐั บาลกาำ หนดใหก้ ารพฒั นาคณุ ภาพของครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาเปน็ วาระ
แห่งชาติ โดยส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและจัดสรรทรัพยากรเพื่อการพัฒนาครูและบุคลากรทาง
การศึกษาให้มีคุณภาพ
(๒) กระทรวงศึกษาธิการกำาหนดให้มีคณะกรรมการระดับชาติขับเคลื่อนนโยบาย
การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยกำาหนดหลักเกณฑ์ แนวทางการปฏิบัติ
และกำากับตดิ ตามการดำาเนินการตามนโยบายให้มเี อกภาพ และมีประสทิ ธภิ าพ
(๓) สำานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ประสาน ส่งเสริม
สนับสนุนให้มีการนำาข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ
รวมท้ังมีการติดตามและประเมินผลนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพ่ือพัฒนา
นโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในโอกาสตอ่ ไป
(๔) หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าท่ีและเก่ียวข้องกับการพัฒนาครูและบุคลากรทาง
การศึกษาทกุ หนว่ ยงาน ควรไดศ้ กึ ษาวิเคราะหน์ โยบายการพัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาเพื่อจะได้
ใชเ้ ปน็ กรอบแนวทางในการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทาง
เดียวกนั
(๕) กระทรวงศึกษาธิการ โดยสถาบันพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา (สคบศ.)
ต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพ่ือจัดทำาระบบสารสนเทศ และเครือข่ายส่งเสริม
สนบั สนุนการพัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
(๖) กระทรวงศกึ ษาธกิ ารทบทวนและปรบั ปรงุ กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และแนวปฏบิ ตั ิ
ให้เออื้ ตอ่ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๗) สาำ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษาประชาสมั พนั ธข์ อ้ เสนอเชงิ นโยบายการพฒั นา
ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ใหค้ รู บุคลากรทางการศกึ ษา ประชาชน พ่อแม่ ผปู้ กครอง สื่อมวลชนและ
ทกุ ภาคสว่ นของสงั คมไดร้ บั ทราบอยา่ งกวา้ งขวางทวั่ ถงึ เพอ่ื ใหเ้ กดิ การสนบั สนนุ การดาำ เนนิ งานตามนโยบาย
๙) สำานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (๒๕๕๘) ได้ทาำ การวจิ ัยเรื่อง รายงานผลการศึกษา
สถานภาพการผลิตและพัฒนาครูในประเทศไทย ผลการวิจัย พบว่า สถานภาพการผลิตและพัฒนาครู
สรุปได้ดังน้ี (๑) สถานภาพการผลิตครู คือการเน้นความเป็นสากลตามแนวคิดตะวันตก ท้ังด้านหลักสูตร
และการเรยี นการสอน โดยละทงิ้ ปรชั ญาแนวคดิ ดงั้ เดมิ ของไทย สถาบนั ผลติ ครหู ลายแหง่ มกี ารรบั นกั ศกึ ษา
เขา้ เรยี นครโู ดยไมม่ กี ารคดั สรร คดั เลอื กตามนโยบายปฏริ ปู การศกึ ษาทป่ี ระสงคจ์ ะไดค้ นด ี คนเกง่ มาเรยี นครู
๙๒
และเป็นครูให้สมกับวิชาชีพท่ีเป็นวิชาชีพช้ันสูง (๒) สถานภาพการพัฒนาครู นโยบายด้านการพัฒนาครู
พบว่า การฝกอบรมครูอย่างต่อเน่ืองเพื่อเพิ่มสมรรถนะครูยังมีการกล่าวถึงหรือให้ความสำาคัญค่อนข้าง
น้อยกว่าด้านอ่ืน การลงทุนเพ่ือพัฒนาครูของแต่ละหน่วยงานยังเป็นการลงทุนท่ีไม่มากนัก งบประมาณ
เพื่อการพัฒนาครูมีกระจัดกระจายอยู่ในหลายโครงการ รูปแบบการพัฒนาครูในภาพรวมของประเทศท่ี
หน่วยงานทางการศึกษาต่าง ๆ นยิ มปฏบิ ตั กิ นั มาก คือ การสง่ ครูไปเขา้ ร่วมประชุม อบรม สมั มนาตามท่ี
หนว่ ยงานตา่ ง ๆ จดั ขนึ้ และวธิ กี ารพฒั นาครทู แ่ี ตล่ ะหนว่ ยงานนาำ ไปใชพ้ ฒั นาอยใู่ นขณะนย้ี งั ขาดนวตั กรรม
ใหม ่ ๆ สว่ นใหญใ่ ชว้ ธิ กี ารฝก อบรมแบบเหมารวม โดยใชก้ ารบรรยาย หรอื การจดั ประชมุ กลมุ่ ยอ่ ย และสรปุ
ความคดิ เห็นต่อทป่ี ระชุมใหญ่
๑๐) คณะกรรมาธกิ ารการศึกษาและการกฬี า สภานิติบัญญัติแหง่ ชาต ิ (๒๕๕๙) ไดท้ ำาการ
พิจารณาศึกษาเรื่อง ข้อเสนอเชิงนโยบายมาตรฐานวิชาชีพครูและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สรุปเป็น
ข้อเสนอเชงิ นโยบายมาตรฐานวชิ าชีพครูและใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี คร ู ไดด้ ังน้ี
(๑) ควรกาำ หนดมาตรฐานวชิ าชพี ครใู หค้ รอบคลมุ การพฒั นาวชิ าชพี ครอู ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
ตลอดชีวิตการเป็นครู โดยพิจารณาชว่ งเวลาตามกระบวนการในวชิ าชพี
(๒) ควรวางระบบมาตรฐานหลักสูตรฝกหัดครูให้มีช่องทางที่หลากหลายข้ึนในการ
เข้าสู่วิชาชีพเพื่อรองรับผู้ที่สำาเร็จการศึกษาโดยตรง และผู้สำาเร็จการศึกษาในสาขาอ่ืน ๆ ท่ีต้องมาศึกษา
การสอนเพม่ิ เตมิ ในหลกั สตู รทมี่ คี ณุ ภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี ใหส้ ามารถเขา้ สวู่ ชิ าชพี ครไู ดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ
เชน่ เดียวกนั
(๓) ควรเพิ่มความสำาคญั ของศาสตรก์ ารสอน (Pedagogy) เพื่อใหค้ รูมคี วามสามารถ
ในการบูรณาการเนื้อหากับวิธีสอน (Pedagogical Content Knowledge) รวมท้ังให้ครูสามารถสอน
เพื่อให้เกิดทกั ษะการคดิ ทเ่ี ป็นท่ีตอ้ งการในศตวรรษที่ ๒๑ ได้
(๔) ควรวางระบบให้เช่ือมโยงความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติการสอนในห้องเรียน
และการปรับปรุงการปฏิบตั กิ ารสอนในหอ้ งเรียนใหเ้ ป็นวงจรต่อเนอ่ื ง
(๕) ควรกำาหนดมาตรฐานวิชาชีพครูใหม่โดยยึดหลักการกำาหนดมาตรฐานในรูปของ
สมรรถนะในวิชาชีพท่ีมีความชัดเจน โดยครอบคลุม (ก) ด้านความรู้ทางวิชาชีพ ท้ังความรู้ในเน้ือหาวิชา
ความรู้ในศาสตร์การสอน และความรู้ในการบูรณาการเนื้อหากับวิธีสอน (ข) ด้านการปฏิบัติทางวิชาชีพ
และ (ค) ด้านคณุ ลักษณะ คุณสมบตั ิ และค่านิยมทางวชิ าชพี
(๖) ควรมีการจำาแนกประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและมีการจัด
หมวดหมใู่ หร้ องรับความเชย่ี วชาญเฉพาะทางในวชิ าชีพครู
(๗) ควรแยกระดับของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแต่ละประเภท เพื่อให้สะท้อน
เจตนารมณใ์ นการพัฒนาครูตลอดชวี ติ ในวชิ าชพี
(๘) ควรควบคมุ กาำ กบั ดแู ลคณุ ภาพการผลติ ครใู นสถาบนั ผลติ คร ู ทงั้ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
คุณสมบัตแิ ละค่านิยมทางวชิ าชีพ
๙๓
(๙) ควรกระจายอำานาจให้สถานศึกษามีการตัดสินใจหรือใช้ดุลยพินิจของโรงเรียน
นนั้ ๆ ในการเลอื กสรรครูทมี่ ีความร้ ู ความสามารถอยา่ งแท้จรงิ
ทง้ั น ี้ ควรใหม้ กี ารทบทวนและปรบั แกม้ าตรฐานวชิ าชพี คร ู ของครุ สุ ภาใหแ้ ลว้ เสรจ็ เปน็
ลาำ ดบั แรก จากนน้ั ควรเรง่ ปรบั เปลยี่ นหลกั สตู รการผลติ ครใู หเ้ ปน็ หลกั สตู รสมรรถนะทง้ั หมด ในขณะเดยี วกนั
ตอ้ งปรบั ปรงุ ระบบการสอบขอใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี คร ู และการขอตอ่ ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี ครู
ให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานใหม่ รวมท้ังการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะครู
โดยอาจพิจารณาบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวเฉพาะกับครูรุ่นใหม่ เพ่ือลดผลกระทบกับครูประจำาการที่มี
เป็นจาำ นวนมาก
๑๑) วิไลลักษณ์ ลังกา (๒๕๖๓) (อ้างถึงในรองศาสตราจารย์ ดร.สิงหนาท น้อมเนียน :
บทสรุปผู้บริหารเร่ือง การเพิ่มคุณภาพการผลิตครูในอนาคต) ได้ดำาเนินการศึกษาวิจัยการพัฒนากลไก
ขับเคลื่อนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูง สำาหรับประเทศไทย ๔.๐ ผลการวิจัยอนาคตภาพ
ของคณุ ลกั ษณะครไู ทยพบวา่ ครตู อ้ งมหี ลกั ของการดาำ เนนิ ชวี ติ บนฐานหลกั ไตรสกิ ขา คอื ศลี สมาธ ิ ปญั ญา
โดยยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ“พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน”
บนเงอ่ื นไข “ความร”ู้ และ “คณุ ธรรม” โดยคณุ ลกั ษณะสาำ คญั ของครใู นอนาคตตอ้ งประกอบไปดว้ ย ๓ มติ ิ
ดงั นี้ มิตทิ ี่ ๑ รู้คดิ ครจู ะต้องมคี วามร ู้ รอบรู้ รู้ลึก มีความเช่ยี วชาญในสาขาวิชาเป็นพื้นฐาน การมปี ัญญา
มีการรู้เท่าทัน มีความสามารถในการคิดขั้นสูง และมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและการตัดสินใจ
มิติที่ ๒ จิตใจ ครูจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณ จิตวิญญาณความเป็นครู จิตสาธารณะ
จิตอาสา มคี วามเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และมีความรบั ผดิ ชอบต่อผูเ้ รียน ชุมชน และสงั คม
มติ ทิ ่ี ๓ ทกั ษะ ครจู ะตอ้ งมที กั ษะการสอน การสอ่ื สาร การใชเ้ ทคโนโลย ี การเปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื และการปรบั ตวั ตอ่
การเปลย่ี นแปลงการเรียนร้แู ละสังคม
๙๔
บทท่ี
๓ วธิ ีการพิจารณาศึกษา
๓.๑ กรรมาธิการและบุคคลที่เก่ียวของ
๓.๑.๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการผลิตและการพัฒนาครู ได้มีมติ
เลือกตำาแหนง่ ต่าง ๆ ดังน้ี
๑) นายตวง อนั ทะไชย ประธานคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญ
๒) รองศาสตราจารยศ์ กั ด์ไิ ทย สุรกิจบวร รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ
คนท่หี น่งึ
๓) รองศาสตราจารยป์ ระเสรฐิ ปิ่นปฐมรัฐ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ
คนทีส่ อง
๔) นายศักดิส์ นิ โรจน์สราญรมย์ เลขานุการคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญ
๕) นายชาญวทิ ย์ ผลชีวนิ โฆษกคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั
๖) นายออน กาจกระโทก รองโฆษกคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั
๗) พลอากาศเอก ประจนิ จัน่ ตอง ประธานทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั
๘) นางฉวรี ตั น์ เกษตรสุนทร ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั
๙) พระศรีธรรมภาณ ี ทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ
๑๐) นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั
๑๑) นายพิทักษ ์ ไชยเจรญิ ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธิการวสิ ามัญ
๑๒) ผชู้ ่วยศาสตราจารยจ์ รญู ถาวรจักร ์ กรรมาธิการวิสามญั
๑๓) นายดิเรก พรสีมา กรรมาธกิ ารวิสามญั
๑๔) นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล กรรมาธกิ ารวิสามัญ
๑๕) นายทรงเดช เสมอคาำ กรรมาธกิ ารวสิ ามญั
๑๖) นายปรชี า บัววิรัตน์เลิศ กรรมาธิการวิสามัญ
๑๗) พลตำารวจโท วบิ ลู ย์ บางทา่ ไม ้ กรรมาธกิ ารวสิ ามญั
๑๘) นางศริ นิ า ปวโรฬารวทิ ยา กรรมาธิการวสิ ามัญ
๑๙) นายสมเดช นลิ พันธ์ุ กรรมาธิการวสิ ามญั
๙๕
๒๐) นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์ กรรมาธกิ ารวสิ ามัญ
๒๑) นายบรู พาทศิ พลอยสุวรรณ ์ กรรมาธิการวิสามญั
๒๒) รองศาสตราจารย์ประวติ เอราวรรณ ์ กรรมาธกิ ารวิสามญั
๒๓) ศาสตราจารยไ์ พฑรู ย ์ สนิ ลารตั น ์ กรรมาธกิ ารวสิ ามัญ
๒๔) ศาสตราจารย์สัมพนั ธ์ ฤทธิเดช กรรมาธิการวิสามัญ
๒๕) นายสุภทั ร จำาปาทอง กรรมาธกิ ารวิสามัญ
๒๖) นายอมั พร พนิ ะสา กรรมาธิการวสิ ามัญ
๓.๑.๒ คณะกรรมาธกิ ารวิสามญั ได้มมี ตติ งั้ ท่ีปรึกษาคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญ คือ
- รองศาสตราจารย์ศริ เิ ดช สชุ ีวะ
๓.๑.๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามข้อบังคับการประชุม
วุฒสิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๗ วรรคส่ี ดงั น้ี
๑) นางปยิ มาภรณ์ ทองปยุ ผบู้ ังคับบัญชากลมุ่ งานบรกิ าร
เอกสารอ้างองิ ในการประชมุ
กรรมาธกิ าร สำานกั กรรมาธิการ ๒
๒) นายสพุ ัฒน์ โพธ์ิเงนิ นิตกิ รชำานาญการพเิ ศษ
กลุม่ งานบรกิ ารเอกสารอา้ งองิ
ในการประชมุ กรรมาธิการ
สาำ นักกรรมาธกิ าร ๒
๓.๒ คณะอนุกรรมาธกิ าร
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการผลิตและการพัฒนาครู วุฒิสภาได้ตั้ง
คณะอนุกรรมาธิการจำานวน ๓ คณะ ได้แก่ ๑) คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการผลิตครู
๒) คณะอนกุ รรมาธกิ ารพจิ ารณาศกึ ษาแนวทางการพฒั นาคร ู และ ๓) คณะอนกุ รรมาธกิ ารพจิ ารณาศกึ ษา
กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิวิชาชีพครตู ามหลกั ธรรมาภบิ าล โดยคณะอนกุ รรมาธิการท้ัง ๓ คณะ มีองค์ประชมุ
และหนา้ ทแ่ี ละอำานาจ ดังน้ี
๓.๒.๑ คณะอนกุ รรมาธิการพจิ ารณาศกึ ษาเกีย่ วกบั การผลติ ครู
๑) องค์ประกอบ ประกอบดว้ ย
๑.๑) รองศาสตราจารยป์ ระเสรฐิ ป่นิ ปฐมรฐั ประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
๙๖
ของครูไทยจากการศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์เอกสาร แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประเทศไทย
คนไทยที่พึงประสงค์สำาหรับประเทศไทย ครูสมรรถนะสูงสำาหรับประเทศไทย พบว่า (๑) คุณลักษณะ
คนไทยท่ีพึงประสงค์เป็นบุคคลท่ีมั่นใจในตนเองและเป็นที่เชื่อมั่นของบุคคลอื่น เป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
เป็นผู้สร้างสรรค์งานเชิงรุก เป็นผู้มีจิตสำานึกความเป็นพลเมือง เป็นพลเมืองคุณภาพ เป็นผู้มีทักษะและ
ความรู้ท่ีจำาเป็นในการทำางานยุคศตวรรษท่ี ๒๑ เป็นผู้ท่ีสมบูรณ์ด้วยคุณลักษณะและคุณธรรม เป็นผู้มี
ความพร้อมสำาหรับโลกการทำางาน เป็นผู้มีความพร้อมในการดำาเนินชีวิต (๒) ครูสมรรถนะสูงสำาหรับ
ประเทศไทย สมรรถนะหลกั ของครู สมรรถนะหลักของครูสมรรถนะสงู สำาหรับประเทศไทย ประกอบดว้ ย
สมรรถนะด้านความรู้ความสามารถทั่วไป (General Knowledge and Ability) สมรรถนะด้านความรู้
ความเข้าใจทางวิชาชีพ (Professional Knowledge and Understanding) สมรรถนะด้านทักษะ
ทางวชิ าชีพ (Professional Skills) สมรรถนะด้านเจตคติและค่านิยม (Attitude and Values) สมรรถนะ
ด้านการปฏิบัติทางวิชาชีพ (Professional Practice) สมรรถนะด้านความยึดมั่นผูกพันในวิชาชีพ
(Professional Engagement) ความสามารถในการพฒั นานกั เรยี นใหเ้ กดิ ผลลพั ธก์ ารเรยี นรหู้ ลกั (Learning
Outcome) (๓) ระบบการผลิตครู ประกอบด้วย เปาหมายของระบบการผลิตครู สถาบันผลิตและ
รูปแบบการผลิตคร ู การบริหารระบบการผลิตครู การจัดสรรงบประมาณ และ (๔) กลไกขับเคล่อื นระบบ
การผลิตครู ประกอบด้วย กลไกองค์กรผลิตครู กลไกกระทรวงอุดมศึกษา กลไกใหม่ในอนาคต (จากการ
ศึกษาเอกสารงานวิจัยของการพัฒนากลไกขับเคล่ือนระบบการผลิตและพัฒนาครูสมรรถนะสูงสำาหรับ
ประเทศไทย ๔.๐ ศาสตราจารย ์ ดร.พฤทธิ์ ศริ บิ รรณพทิ กั ษ ์ และคณะ, ศาสตราจารย ์ ดร.พริ ยิ ะ ผลพิรฬุ ห์
ครุเศรษฐศาสตร์, ศาสตราจารย์ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, การศึกษาสภาพและปัญหาการผลิต การใช้
และการพัฒนาคร ู การศึกษาขนั้ พื้นฐานทีส่ อดคล้องกับความตอ้ งการในอนาคต)
๓.๒) ศึกษาสภาพที่พึงประสงค์ของระบบการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลไก
ขับเคลือ่ นระบบการผลติ ครู สมรรถนะหลกั ของคร ู และความสามารถในการพัฒนานกั เรยี นให้เกดิ ผลลพั ธ์
การเรยี นร้สู ำาหรับประเทศไทย สรปุ ได ้ ดงั น้ี
๓.๒.๑) สถาบันผลิตครู คือ (๑) มีระบบการคัดคนเข้าเรียนวิชาชีพครู
โดยจัดทำา “แบบวัดแววครูท่ีเป็นแบบวัดมาตรฐาน” สำาหรับคัดเข้าเรียนทุกสถาบันผลิตครู (๒) สถาบัน
ผลติ ครตู อ้ งมโี รงเรยี นฝก ประสบการณว์ ชิ าชพี ครรู ะหวา่ งเรยี น เชน่ โรงเรยี นสาธติ โรงเรยี นรว่ มผลติ เพอื่ เปน็
Lab สาำ หรับนสิ ิต นักศึกษาวชิ าชีพครู (๓) ควรมโี รงเรียนสาธติ หรือโรงเรียนรว่ มผลิตเพื่อเปน็ Lab ใหน้ สิ ิต
นกั ศกึ ษาครสู รา้ งเครอื ขา่ ยในการพฒั นานสิ ติ นกั ศกึ ษาของเรา (๔) ผลติ ครตู ามความตอ้ งการของทอ้ งถน่ิ และ
(๕) ระบบการผลติ ควรเป็นระบบปดิ หรอื ระบบเปดิ (ควรมีสดั ส่วนเทา่ ใด) ใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการ
ของโรงเรยี นในพื้นทีท่ ีม่ หาวิทยาลัยรับผิดชอบ
๓.๒.๒) หลักสูตรผลิตครู คือ (๑) สถาบันผลิตครูร่วมกันถอดบทเรียน
การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งผลิตครูท่ีมีคุณภาพจากหลักสูตรเดิมที่เป็นท่ียอมรับ เช่น คุรุทายาท
ช้างเผือก เพชรในตม ฯลฯ ซึ่งการถอดบทเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนนั้นคือ คณาจารย์ที่
เคยสอนหลักสูตร ศิษย์เก่า ผู้ใช้งานบัณฑิต เพื่อให้ได้ข้อมูลแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรผลิตครูแล้ว
๑๐๘
บูรณาการกบั ยคุ ของการเปลีย่ นแปลงในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้ได้หลกั สตู รผลิตครทู ม่ี คี วามเหมาะสม
กับยุคสมัย ๒) หลักสูตรผลิตครูมีองค์ประกอบหลัก คือ ส่วนของเน้ือหาวิชาเอก ส่วนที่เป็นวิชาชีพครู
๓) หลักสตู รผลติ ครูควรแบง่ เปน็ ๒ ลกั ษณะ คือ ๑) หลกั สตู รผลิตครสู ำาหรบั ประถมศึกษา (ประถมศึกษา
ปีที ่ ๑-๖) และ ๒) หลักสูตรผลติ ครสู ำาหรับมธั ยมศึกษา (มัธยมศกึ ษาปีท ี่ ๑-๖) โดยลกั ษณะที่ ๑) หลกั สตู ร
ผลิตครูสำาหรับประถมศึกษาควรแบ่งเป็น ๒ ช่วง คือ ช่วงท่ี ๑ ระดับ ป.๑-๓ ควรผลิตครูท่ีจบเอก
การประถมศึกษาสอน ช่วงท่ี ๒ ระดับ ป.๔-๖ ควรผลิตครูที่จบเอกเฉพาะทาง เช่น คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) เป็นต้น เช่นเดียวกันสำาหรับ
ลักษณะท่ี ๒) หลักสูตรผลิตครูสำาหรับมัธยมศึกษา ควรเป็นครูท่ีจบเอกเฉพาะทางเช่นกัน ๔) หลักสูตร
ผลติ ครคู วรม ี ๔ ป ี โดยแบง่ ชว่ งของรายป ี ดงั น ี้ ป ี ๑ ทาำ ไมตอ้ งเปน็ คร ู (ละลายพฤตกิ รรม, บม่ เพาะศรทั ธาวชิ าชพี ,
หลกั การศกึ ษา-จติ วญิ ญาณความเปน็ คร)ู ป ี ๒ ถา้ เปน็ ครจู ะนาำ อะไรใหผ้ เู้ รยี น (เนอื้ หาวชิ าเอก, จติ วทิ ยาการ
เรยี นร,ู้ การพฒั นาหลกั สตู ร) ป ี ๓ จะสง่ เสรมิ ความร ู้ ทกั ษะ จติ ตะใหผ้ เู้ รยี นไดอ้ ยา่ งไร (วธิ สี อน แผนการสอน
สอื่ นวตั กรรมการสอน การวดั และประเมนิ ผล) ป ี ๔ จรงิ ๆ แลว้ มอี ะไรในชน้ั เรยี น (ฝก สอน, วจิ ยั ในชน้ั เรยี น)
๕) ควรมโี ครงการบม่ เพาะคร ู เชน่ ครุ ทุ ายาท ครคู นื ถนิ่ ชา้ งเผอื ก เพชรในตม ฯลฯ ถอดบทเรยี นจากโครงการ
ที่ดีเหล่านี้แล้วนำามาปรับหลักสูตร ๖) หลักสูตรการผลิตครูแต่ละสาขาควรมีมาตรฐานเดียวกัน
มกี รอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิ แตก่ รอบดงั กลา่ วสถาบนั ผลติ ครมู อี สิ ระในการจดั ทาำ ดงั นนั้ สาำ นกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สำานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันผลิตครู และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
จงึ ควรมาประชมุ เพอ่ื จดั ทาำ กรอบมาตรฐานรว่ มกนั และ ๗) หลกั สตู รทส่ี อนตอ้ งมกี ารแบง่ ระดบั ประถมศกึ ษา
และมธั ยมศึกษา (ทกุ สาขาวชิ า)
๓.๒.๓) สภาพแวดล้อมการจัดการเรียนรู้ สถาบันผู้ผลิตควรจัด
สภาพแวดลอ้ มการเรยี นรใู้ หพ้ รอ้ มในการจดั การเรยี นรทู้ กุ รปู แบบทนี่ กั ศกึ ษาจะไปทาำ งานจรงิ เนน้ การสอน
แบบ Active Learning หรอื การจดั การเรียนรูใ้ หเ้ หมาะสมกับสถานการณป์ ัจจุบัน
๓.๒.๔) กระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สถาบันผลิตครูตามความถนัด
ของแต่ละสถาบัน จากหลักสูตรผลิตครู ๔ ปี แนวทางการพัฒนาแต่ละชั้นปีมีการลงสู่ห้องเรียนจริง
แตค่ วามเข้มของการเขา้ สหู่ อ้ งเรยี นมีวตั ถปุ ระสงคแ์ ตกต่างกัน เชน่
- ปี ๑ สงั เกตการสอนโดยไมเ่ ขา้ ไปในชั้นเรยี น แต่เป็นการสงั เกต
หา่ ง ๆ เพอ่ื ใหร้ วู้ ่าครมู ีความต้ังใจ มีความปรารถนาดีตอ่ ผเู้ รียน เอาใจใส่ผูเ้ รยี น ครูมคี วามศรัทธาในวิชาชีพ
อยา่ งไร
- ป ี ๒ เมอ่ื เกดิ ความรกั และความปรารถนาดตี อ่ ผเู้ รยี น ครจู ะตอ้ งมี
ความรู้ที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้นั้น จึงต้องมีการศึกษาในรายวิชาเอกอย่างเข้มข้น ในระหว่างน้ัน
ก็มีการเข้าเย่ียมสังเกตการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนเช่นกัน แต่เป็นการติดตาม สังเกตรายวิชาเอก
ท่ีนิสิต นักศึกษาครูศึกษา เช่น นิสิต นักศึกษาเอกภาษาไทย ก็เข้าสังเกตการสอนในรายวิชาภาษาไทย
กับคุณครูทส่ี อนวิชาภาษาไทย ดกู ระบวนการจดั การเรียนการสอน เทคนคิ การสอน ฯลฯ
๑๐๙
- ปี ๓ เข้มข้นกับการฝกการส่ือสาร การเขียนแผนการจัดการ
เรียนรู้ การผลิตส่ือ นวัตกรรมการสอน การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบ การวัดและประเมินผล
ซึง่ กระบวนการตา่ ง ๆ เหลา่ นตี้ อ้ งมกี ารลงสชู่ ้ันเรียนโดยใหค้ รเู ป็นพเี่ ลีย้ งเพือ่ ให้เลือกวธิ กี ารทเี่ หมาะสม
- ปี ๔ ลงฝกสอนจริงในชั้นเรียน โดยมีครูพี่เลี้ยงช่วยให้เกิด
ประสบการณ์ และลงมือวิเคราะห์ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน แล้วหาวิธีแก้ปัญหาโดยใช้การวิจัย
เปน็ แนวทางพฒั นาผูเ้ รยี น
๓.๒.๕ คุณภาพอาจารย์ผู้สอน ประกอบด้วย ๑) มีทุนพัฒนาครู
ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา เพื่อส่งต่อเป็นอาจารย์ในคณะครุศาสตร์
ศึกษาศาสตร์ ๒) อาจารย์ผู้สอนครู ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และ ๓) อาจารย์ผู้สอนครูต้อง
มีประสบการณ์ในการสอนระดับท่ีจะสอนครู เช่น สอนครูประถมศึกษา ต้องมีประสบการณ์ในการสอน
ระดบั ประถมศึกษา)
๓.๒.๖ แผนการผลิตครูเชิงปริมาณ ประเทศไทย สารสนเทศเพื่อการ
ตัดสินใจ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงท่ีมีการใช้ครู โดยเฉพาะอย่างย่ิง สพฐ. ควรมีฐานข้อมูล
จำานวนครูทเ่ี ปน็ ปจั จบุ นั ของทุกหนว่ ยงาน ได้แก ่ สพป. สพม. สช. อว. กทม. อบต. อบจ. พม. เพ่ือทราบ
ข้อมูลความต้องการใช้ครูท่ีเป็นจริง ท้ังจำานวน สาขาที่ขาดแคลน เพื่อส่งให้สถาบันผลิตครูให้ผลิตตาม
ความตอ้ งการของผูใ้ ช้
๓.๒.๗ แผนการผลิตครูเชิงคุณภาพ “คุรุสภาได้กำาหนดให้มีมาตรฐาน
วิชาชีพครู และได้มีการกำาหนดเกณฑ์การรับรองปริญญาตามมาตรฐานวิชาชีพ สำาหรับหลักสูตร
ผลติ คร ู ๔ ป ี ๕ ป ี ประกาศนยี บตั รบณั ฑติ และหลกั สตู รปรญิ ญาโท (วชิ าชพี คร)ู ทงั้ นกี้ ารพจิ ารณาใหก้ ารรบั รอง
ปริญญา ทีส่ ถาบันอุดมศึกษาเสนอขอรับรอง จะพจิ ารณาตามเกณฑก์ ารรับรองในด้านมาตรฐานหลกั สตู ร
มาตรฐานการผลิต และมาตรฐานบัณฑิต เมื่อคุรุสภาให้การรับรองปริญญาแล้ว สถาบันอุดมศึกษา
ต้องจัดการเรียนการสอนใหเ้ ป็นไปตามท่ีคุรุสภาให้การรบั รอง”
๔) การผลติ ครูการอดุ มศึกษา
ผลจากการพิจารณาสภาพปัจจุบัน ปัญหาการผลิตครูการอุดมศึกษา ประกอบด้วย
(๑) ครูของครูมีความเชี่ยวชาญด้านการสอน (Pedagogy) แต่ขาดความรู้ด้านเน้ือหา (Content)
(๒) ครูของครูมีความเช่ียวชาญด้านเน้ือหา (Content) แต่ขาดความรู้ด้านการสอน (Pedagogy)
(๓) ครูของครูขาดความเช่ือมโยงการสอนในสถาบันการศึกษากับความต้องการของสถาบันการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน และ (๔) ครูของครูต้องเท่าทันกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา และต้องเป็นต้นแบบของ
บณั ฑติ ครใู หไ้ ด ้ โดยเนน้ ๓ เรอื่ งหลกั ไดแ้ ก ่ ดา้ นเทคโนโลยสี มยั ใหม ่ ดา้ นภาษาองั กฤษ และดา้ นจติ วญิ ญาณ
ความเป็นครู ซ่ึงจากการประชุมทางอนุกรรมาธิการได้เสนอข้อเสนอ ดังน้ี (๑) ควรพิจารณาให้มีการ
เพิ่มประสบการณ์ในส่วนของเนื้อหาให้มีความแม่นยำาย่ิงขึ้น ตอบโจทย์การ Upskills และ Reskills
อย่างตอ่ เน่ืองของประเทศ และสอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป ี (๒) มีกลไก เช่น การจัดประสบการณ์
ให้อาจารย์เข้าโรงเรียนสาธิตหรือสร้างความร่วมมือกับหน่วยฝกประสบการณ์วิชาชีพครู มีการใช้
๑๑๐
Tailor Made Program สำาหรับอาจารย์อุดมศึกษาที่มาร่วมผลิตครู มีการจัดชุมชนแห่งการเรียนรู้
(PLC) การจัดระบบ Mentoring ในองค์กร (๓) เสริมสร้างความร่วมมือกับแหล่งฝกประสบการณ์ทาง
วิชาชีพครูเช่ือมโยงกับท้องถิ่นรอบ ๆ โรงเรียน บริบทท้องถิ่น ชุมชน วัฒนธรรม ให้สามารถผลิตครูเพ่ือ
ไปตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียน และ (๔) รัฐบาลพิจารณาปรับให้มีความเท่าเทียมกันในเร่ือง
ค่าตอบแทนและความม่ันคงในการทำางานให้เทียบกับสวัสดิการและค่าตอบแทนของข้าราชการครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา
๕) การผลติ ครกู ารศกึ ษาพเิ ศษ
ปัจจุบันจำานวนครูการศึกษาพิเศษกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ โดยจำานวน
ครผู ู้สอนในโรงเรยี นเรียนรวม จำานวน ๒๒๕ เขตพืน้ ที่การศึกษา รวม ๒๔,๑๘๑ แหง่ แลว้ พบวา่ มีจาำ นวน
ครูผู้สอน จาำ นวน ๙๐,๗๐๙ คน แตม่ คี รผู สู้ อนท่ีจบสาขาการศกึ ษาพิเศษ จำานวน ๔๕๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ
๐.๕๐ เท่าน้ัน หากพิจารณาว่าแต่ละโรงเรียนควรมีครูผู้สอนที่จบสาขาการศึกษาพิเศษอย่างน้อย ๑ คน
ก็จะต้องมีครูผู้สอนท่ีจบสาขาการศึกษาพิเศษในโรงเรียนเรียนรวม จำานวน ๒๔,๑๘๑ คน ท้ังนี้ไม่รวม
ครูผู้สอนในโรงเรียนเฉพาะความพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ท่ีไม่มีข้อมูล
จำานวนครูผู้สอนท่ีจบสาขาการศึกษาพิเศษ ซ่ึงเชื่อได้ว่าน่าจะมีแนวโน้มเช่นเดียวกับโรงเรียนเรียนรวม
เชน่ กนั
ตารางที่ ๑๒ ขอ มลู จํานวนนกั เรียนทมี่ คี วามตอ งการพเิ ศษ สังกดั สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้นั พื้นฐาน (สพฐ.) ป ๒๕๖๓
ประเภทสถานศกึ ษา จาำ นวน (คน)
โรงเรยี นเฉพาะความพกิ าร ๑๒,๕๑๗
ศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษ ๒๖,๙๕๑
๔,๐๗๕
โรงเรยี นศึกษาสงเคราะห์ ๔๑๑,๕๖๑
โรงเรยี นเรยี นรวม ๔๕๕,๑๐๔
รวม
(ทม่ี า : ระบบสารสนเทศการศกึ ษาพเิ ศษและการศกึ ษาสงเคราะห ์ สาำ นกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ
สพฐ.) http://๒๐๓.๑๕๙.๑๕๗.๒๙/set_index/index.php
จากข้อมูล พบว่า นักเรียนท่ีมีความต้องการพิเศษ สังกัดสำานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐาน (สพฐ.) ป ี ๒๕๖๓ ทว่ั ประเทศ มีจาำ นวนทงั้ ส้นิ ๔๕๕,๑๐๔ คน ประกอบดว้ ย โรงเรียนเฉพาะ
ความพิการ จำานวน ๑๒,๕๑๗ คน ศนู ย์การศึกษาพิเศษ จำานวน ๒๖,๙๕๑ คน โรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์
จำานวน ๔,๐๗๕ คน และโรงเรียนเรียนรวม จำานวน ๔๑๑,๕๖๑ คน จะเห็นได้ว่าโรงเรียนเรียนรวม
๑๑๑
มีจำานวนนักเรียนท่ีมีความต้องการพิเศษมากท่ีสุด รองลงมา ได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนเฉพาะ
ความพิการ และโรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์ ตามลำาดบั
เมอื่ พจิ ารณาขอ้ มลู จาำ นวนครผู สู้ อนทจ่ี บการศกึ ษาพเิ ศษตอ่ นกั เรยี นทมี่ คี วามตอ้ งการพเิ ศษ
ในโรงเรยี นเรียนรวม เทา่ กบั ๑ : ๙๑๐ ซง่ึ ถือว่าขาดแคลนครูผ้สู อนทจี่ บการศึกษาพเิ ศษเป็นจำานวนมาก
๖) การผลติ ครูอาชวี ศึกษา
ความท้าทายที่เป็นพลวัตของโลกในศตวรรษท่ี ๒๑ อันเนื่องมาจากการปฏิวัติ
ดจิ ทิ ลั การเปลย่ี นแปลงสอู่ ตุ สาหกรรม ๔.๐ ความตอ้ งการคนทมี่ ที กั ษะในศตวรรษท ่ี ๒๑ การเปลย่ี นแปลง
โครงสร้างประชากรสู่ประเทศสังคมสูงวัย กับดักของประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง ทัศนคติ ความเชื่อ
ความนิยม กระแสนิยม และพฤติกรรมของประชากรท่ีปรับเปลี่ยนไปตามกระแสโลกาภิวัตน์
ทรัพยากรธรรมชาติถกู นำาไปใช้และถูกทำาลาย เกดิ ความเสอื่ มโทรมอยา่ งรวดเร็ว
จากความตื่นตัวของการเปลี่ยนแปลงโลกท่ีกล่าวถึง แต่แล้วในต้นศตวรรษท่ี ๒๑
(๒๐๒๐) โลกกลับหมุนช้าลงด้วยวิกฤตจากโรคโควิด-๑๙ ประเทศชาติกำาลังพบเห็นการชุมนุม
รูปแบบใหม ่ โดยผ้ชู มุ นมุ สว่ นใหญ่เรียกตนเองวา่ เป็นเยาวชนปลดแอก การชุมนมุ ใช้เพียงเฟซบกุ ทวิตเตอร ์
ส่ือสารสนเทศ ซ่ึงเป็นสื่อรูปแบบที่มีกำาลังมากพอท่ีจะทำาให้คนที่มาร่วมชุมนุมรับทราบแผนการ
โดยในหลายคร้งั ไม่มีตวั ผูน้ ำาในการชุมนุม ปรากฏการณ์แฟลชม็อบของเยาวชน นักเรียน นกั ศกึ ษา สะท้อน
ให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของคนท่ีมีความไม่พอใจร่วมกัน เขาต้องการเห็นอนาคตของเขาว่าจะเป็นแบบใด
ขอมสี ว่ นรว่ มในการกำาหนดสงั คมในอนาคตของเขา
แมว้ า่ หลายฝา ยไดม้ กี ารกาำ หนดแผนและมาตรการตา่ ง ๆ อาท ิ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาต ิ
พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ (รา่ ง) แผนปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ เปน็ ต้น ระบบการศึกษาไทย
ยังคงต้องการปฏิรูปกลไก ระบบผลิต ระบบการพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพครูให้มีคุณภาพ
สอดคล้องตามบริบทและรองรับความต้องการของประเทศ โดยมีครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูท่ีดี
เปรยี บเสมอื นเปน็ “แมพ่ ิมพ์” ท่ีมีหนา้ ท่ผี ลิตทรพั ยากรมนุษย์ทม่ี คี ณุ ภาพตอ่ ไป ดังสรุปในแผนภาพท ่ี ๑๙
๑๑๒
เป็นครูท่ีดี ซึ่งจะเปรียบเสมือนเป็น “แม่พิมพ์” ที่จะมีหน้าที่ผลิตทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีคุณภาพต่อไป
ดังสรปุ ใน แผนภาพท่ี ๑๙
แผแนผภนาภพาทพี่ ๑ท๙่ี ๑๙ท่ีมาทขม่ี อางขปอญ งหปาญั ดหาานอคาณุ ชภวี าศพึกอษาาชีวศกึ ษา
เปา หมายการผลิตครู
จากแผนภาพทแี่ สดงเปา หมายและเสน้ ทางการผลติ คร ู แนวทางการปฏบิ ตั เิ พอื่ การแกไ้ ข
ปญั หา อุปสรรคในการผลิตและพัฒนาครอู าชวี ะท่ไี ดจ้ ากทีป่ ระชุมกลุม่ ย่อยของคณะทำางาน ประกอบด้วย
คณบดคี ณะครศุ าสตรอ์ ตุ สาหกรรมทวั่ ประเทศ ผแู้ ทนครอู าชวี ะภาครฐั และเอกชน ผแู้ ทนครุ สุ ภาและสามารถ
สรปุ เป็นประเด็นได้ ดังนี้
๑. มแี ผนการผลติ ครูตามความต้องการของประเทศ
๒. มกี ารสนบั สนนุ ทนุ การศึกษา
๓. มีการคัดเลือกนักเรียน/นักศึกษาท่ีมีเจตคติที่ตรงกับบริบทของครูแต่ละประเภท
อยา่ งเป็นรปู ธรรม
๔. มกี ารจัดสรรอตั รากาำ ลงั เพื่อบรรจุรองรับนกั ศึกษาท่ีได้รบั ทุนการศกึ ษา
๕. ครูอาชีวะต้องมจี ติ วิทยาความเปน็ ครคู วบคู่กบั ทักษะ สมรรถนะสูง มคี วามเชี่ยวชาญ
ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สามารถเช่ือมโยงภาคทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ
ได้อย่างเปน็ รปู ธรรม
จากปัญหาด้านคุณภาพอาชีวศึกษา ท่ีแสดงในแผนภาพท่ี ๑๙ จะพบว่าสามารถปรับ
กระบวนการผลิตครูอาชีวะ โดยคำานึงต้ังแต่ต้นทาง ยึดตามแนวทางเหมือนกับรูปแบบท่ีประสบผลสำาเร็จ
อาทิ โรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนเตรียมวิศวกรรม หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยดำาเนินใน
รูปแบบโรงเรียนเตรียมครูอาชีวะเพ่ือส่งเสริม ปลูกฝังและสร้างเจตคติความเป็นครูอาชีวะให้แก่นักเรียน
มีรูปแบบของการทดสอบความรู้ความสามารถ เจตคติและความภาคภูมิใจในวิชาชีพครูอาชีวะ หากผ่าน
กระบวนการดงั กลา่ ว นกั เรยี นเหลา่ นจ้ี ะไดร้ บั ทนุ การศกึ ษาและสอบตรงเพอื่ เขา้ ศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปรญิ ญาตรี
๑๑๓