The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2022-10-15 20:47:01

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สำหรับอาชีวศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สำนักกรรมาธิการ ๓

- ..

SlUdlUnlSW1I1SRllilnUl

uau

RIU:nSSU inlSnlSiln 1 lWanl
I

~~~.- ~

-...­ --­ ~l= ~~
............... -... /~
/'

()
{)
____ I

\

" alunDSSU15D1S 0
c11iinU1UliU15nlS1wanl

I

รายงานการพจิ ารณาศึกษา
เรื่อง

การเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศกึ ษา
เพอ่ื สง่ เสรมิ การเรียนรตู้ ลอดชีวติ

ของ
คณะกรรมาธิการการศกึ ษา วุฒสิ ภา

สานกั กรรมาธกิ าร ๓
สานักงานเลขาธิการวฒุ สิ ภา

คณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา วฒุ สิ ภา

นายตวง อนั ทะไชย
ประธานคณะกรรมาธกิ าร

นายปรชี า บวั วริ ัตนเ์ ลศิ นางกอบกุล อาภากร ณ อยธุ ยา พลเอก ประสาท สุขเกษตร
รองประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร
คนทส่ี อง
คนท่ีหนง่ึ คนที่สาม

นายออน กาจกระโทก นายเฉลา พวงมาลยั นายพรี ะศักด์ิ พอจติ พลเอก อดู้ เบื้องบน
เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร โฆษกคณะกรรมาธิการ ประธานทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธิการ ทีป่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร

นายวีระศกั ด์ิ ฟูตระกลู นายเฉลมิ ชยั เฟ่อื งคอน พลเอก สสนิ ทองภกั ดี นางสุนี จึงวโิ รจน์
ทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ

นายทรงเดช เสมอคา นายณรงค์ สหเมธาพฒั น์ รองศาสตราจารย์ศกั ดไ์ิ ทย สุรกิจบวร
กรรมาธิการ กรรมาธิการ กรรมาธิการ

(สาเนา)

บนั ทกึ ข้อความ

ส่วนราชการ คณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา วฒุ สิ ภา

ที่ สว ๐๐๑๙.๑๙/(ร ๑๗) วนั ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕

เร่ือง รายงานการพิจารณาศึกษา เร่ือง การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา

เพอ่ื สง่ เสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ

กราบเรยี น ประธานวุฒิสภา

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภาคร้ังท่ี ๑๗ (สมัยสามัญประจาปีครั้งที่หน่ึง) เมื่อวันอังคาร

ท่ี ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้มีมติต้ังคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาตามข้อบังคั บ

การประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๑๙) ซ่ึงคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา

เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาคณะหนึ่ง มีหน้าท่ีและอานาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ท่ีเกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนา

ก ารศึ ก ษ าใน ทุ ก ระดั บ แล ะ ทุ ก รู ป แ บ บ ข อ ง ช า ติ แ ต่ ไ ม่ ร ว ม ถึ ง ก า ร ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ อุ ด ม ศึ ก ษ า ที่ ไ ม่ อ ยู่

ในหน้าที่และอานาจของกระทรวงศึกษาธิการ การให้บริการทางการศึกษาสาหรับประชาชน

โดยคานึงถึงความเป็นมาตรฐาน เป็นธรรมและท่ัวถึงเน้นความเป็นเลิศทางปัญญา วินัย คุณธรรม

จริยธรรม จิตสาธารณะ ความเป็นไทยบนพ้ืนฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์

ทรงเป็นประมุข พิจารณาศึกษา ติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บท

ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่และอานาจ และอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการคณะน้ี

ประกอบดว้ ย

๑. นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ

๒. นายปรชี า บวั วิรัตนเ์ ลศิ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนงึ่

๓. นางกอบกลุ อาภากร ณ อยุธยา รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สอง

๔. พลเอก ประสาท สุขเกษตร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่ีสาม

๕. นายออน กาจกระโทก เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร

๖. นายเฉลา พวงมาลัย โฆษกคณะกรรมาธิการ

๗. นายพีระศกั ด์ิ พอจติ ประธานทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธิการ

๘. พนั ตารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบตั ิ ทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร

๙. พลเอก อู้ด เบ้ืองบน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธกิ าร

๑๐. นายวรี ะศกั ด์ิ ฟตู ระกูล ท่ปี รึกษาคณะกรรมาธิการ

๑๑. นายกรู ดสิ ถ์ จนั ทร์ศรชี วาลา กรรมาธกิ าร

๑๒. นายชาญวทิ ย์ ผลชวี นิ กรรมาธกิ าร

๑๓. นายณรงค์ อ่อนสอาด กรรมาธิการ

๑๔. นายพิศาล มาณวพัฒน์ กรรมาธกิ าร

๑๕. พลเอก สสิน ทองภกั ดี กรรมาธกิ าร

๑๖. นางสนุ ี จึงวโิ รจน์ กรรมาธกิ าร

อน่งึ เมื่อวนั พธุ ...

-๒-

อนึ่ง เม่ือวันพุธท่ี ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา ได้ขอลาออก
จากการเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการศึกษา และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙
(สมัยสามัญประจาปีคร้ังที่หน่ึง) วันอังคารท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้มีมติตั้ง นายเฉลิมชัย
เฟ่ืองคอน เป็นกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการศึกษา แทนตาแหน่งที่ว่าง และมีมติต้ัง
กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธกิ ารการศึกษาเพิม่ ๓ ตาแหนง่ ไดแ้ ก่

๑. นายทรงเดช เสมอคา
๒. รองศาสตราจารยศ์ ักดไ์ิ ทย สรุ กิจบวร
๓. นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์

เมื่อวันจันทร์ท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ได้ขอลาออกจากการเป็น
กรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการศึกษา และในคราวการประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ ๑๐ (สมัยสามัญ
ประจาปีครั้งที่หน่ึง) วันอังคารที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ท่ีประชุมได้มีมติตั้ง นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล
เป็นกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการศึกษา แทนตาแหน่งที่ว่าง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖
กรกฎาคม ๒๕๖๓ นายณรงค์ อ่อนสะอาด ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการ
การศึกษา จากนั้นเม่ือวันพุธท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓ พันตารวจตรี ยงยุทธ สารสมบัติ ได้ขอลาออก
จากการเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการศึกษา และเมอ่ื วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ นายพิศาล
มาณวพัฒน์ ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมาธกิ าร ในคณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา เช่นเดียวกัน

ต่อมา เมื่อวันพุธที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล ได้ขอลาออกจาก

การเป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการศึกษา จึงส่งผลให้ปัจจุบันคณะกรรมาธิการคณะน้ี

ประกอบด้วย

๑. นายตวง อนั ทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ

๒. นายปรีชา บัววิรัตนเ์ ลศิ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทห่ี น่ึง

๓. นางกอบกลุ อาภากร ณ อยุธยา รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทสี่ อง

๔. พลเอก ประสาท สขุ เกษตร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี าม

๕. นายออน กาจกระโทก เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ

๖. นายเฉลา พวงมาลยั โฆษกคณะกรรมาธิการ

๗. นายพรี ะศกั ดิ์ พอจิต ประธานทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ

๘. พลเอก อดู้ เบื้องบน ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ

๙. นายวีระศักด์ิ ฟตู ระกูล ทปี่ รกึ ษาคณะกรรมาธิการ

๑๐. พลเอก สสนิ ทองภกั ดี กรรมาธิการ

๑๑. นางสุนี จงึ วโิ รจน์ กรรมาธิการ

๑๒. นายเฉลมิ ชัย เฟ่อื งคอน กรรมาธิการ

๑๓. นายทรงเดช เสมอคา กรรมาธกิ าร

๑๔. รองศาสตราจารย์ศกั ดิ์ไทย สุรกจิ บวร กรรมาธกิ าร

๑๕. นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กรรมาธิการ

บัดน้ี คณะกรรมาธกิ าร...

-๓-

บัดน้ี คณะกรรมาธิการได้ดาเนินการพิจารณาและจัดทารายงานการพิจารณาศึกษา
เรื่อง การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเร่ืองดังกล่าวต่อวุฒิสภาตามข้อบังคับการประชุม
วุฒสิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๘

จึงกราบเรียนมาเพ่ือโปรดทราบและนาเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการต่อท่ีประชุม
วฒุ ิสภาต่อไป

(ลงชอ่ื ) ตวง อนั ทะไชย
(นายตวง อนั ทะไชย)

ประธานคณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา วฒุ ิสภา

สาเนาถูกต้อง สาเนาถกู ตอ้ ง

(นางอาพรรณนี ปนิ ตาวงศ)์ (นายนพรินทร์ ไทยถาวร)
ผชู้ ว่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร คนทห่ี น่งึ ผชู้ ว่ ยเลขานุการคณะกรรมาธกิ าร คนทีส่ อง

ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธกิ ารการศึกษา นพรนิ ทร์ พมิ พ์
สานักกรรมาธกิ าร ๓ สานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา อาพรรณน/ี เจตจานงค์ ทาน
โทรศพั ท์ ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๑๗ - ๘
ไปรษณียอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ : [email protected]

(ก)

รายงานการพิจารณาศึกษา
เรอ่ื ง

การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา เพ่ือสง่ เสริมการเรยี นรูต้ ลอดชวี ิต
ของคณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา วฒุ สิ ภา

-----------------------------------------

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภาคร้ังท่ี ๑๗ (สมัยสามัญประจาปีคร้ังท่ีหน่ึง) เม่ือวันอังคาร
ที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ีประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาตามข้อบังคับ
การประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๑๙) ซ่ึงคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา
เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาคณะหนึ่ง มีหน้าท่ีและอานาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเร่ืองใด ๆ ท่ีเก่ียวกับการศึกษา การพัฒนา
การศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบของชาติแต่ไม่รวมถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาท่ีไม่อยู่
ในหน้าที่และอานาจของกระทรวงศึกษาธิการ การให้บริการทางการศึกษาสาหรับประชาชน
โดยคานึงถึงความเป็นมาตรฐาน เป็นธรรมและทั่วถึงเน้นความเป็นเลิศทางปัญญา วินัย คุณธรรม
จรยิ ธรรม จิตสาธารณะ ความเป็นไทยบนพ้ืนฐานการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข พิจารณาศึกษา ติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าทแ่ี ละอานาจ และอน่ื ๆ ท่ีเกยี่ วขอ้ ง

บัดน้ี คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เร่ือง “การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
สาหรับอาชีวศึกษา เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” และได้จัดทารายงานการพิจารณาศึกษา
เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาต่อวุฒิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา
ซ่ึงปรากฏผล ดงั นี้

๑. การดาเนินงานของคณะกรรมาธกิ าร

คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้ต้ังคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา

ตามคาสงั่ ท่ี ๓๒/๒๕๖๓ ลงวนั ท่ี ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ประกอบดว้ ย

๑. รองศาสตราจารย์ศกั ดิไ์ ทย สรุ กิจบวร ประธานคณะอนุกรรมาธิการ

๒. นายทรงเดช เสมอคา รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ

คนท่หี นึ่ง

๓. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกลู รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร

คนที่สอง

๔. นายสัมพนั ธ์ เยน็ สาราญ อนุกรรมาธกิ าร

๕. นายกมล พิณรตั น์ อนุกรรมาธกิ าร

๖. นายสถิต สาราญสขุ อนุกรรมาธกิ าร

๗. นางสาวชมพูนชุ บัวบังศร อนกุ รรมาธกิ าร

๘. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์อารีย์ วชริ วราการ อนกุ รรมาธกิ าร

๙. นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง อนกุ รรมาธกิ าร

๑๐. นายทวิ า แจ้งสขุ อนุกรรมาธิการ

๑๑. นางอร่ามศรี อาภาอดลุ อนุกรรมาธกิ ารและเลขานกุ าร

(ข)

๑๒. นายนพรนิ ทร์ ไทยถาวร อนกุ รรมาธกิ ารและผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร

๑๓. นายเฉลา พวงมาลยั ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร

๑๔. นายวรี ะศักด์ิ วงษส์ มบัติ ทีป่ รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร

๑๕. นายพันธุ์ศักด์ิ โรจนากาศ ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร

๑๖. นายบญุ เกียรติ การะเวกพันธ์ุ ทป่ี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ

๑๗. รองศาสตราจารยจ์ ติ ติรัตน์ แสงเลศิ อทุ ัย ท่ปี รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๑๘. พลตรีหญงิ อษุ ณีย์ เกษมสันต์ ทป่ี รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๑๙. นายคม แรงสูงเนนิ ท่ปี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ

๒๐. นายเฉลมิ กติ ต์ กวินทว์ รวัฒน์ ท่ปี รึกษาคณะอนุกรรมาธิการ

๒๑. นายวรรณม์ งคล ศลิ าประเสรฐิ ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ

๒๒. นางณัทภสั สร สนน่ั ไหว ที่ปรกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร

๒๓. ผู้ชว่ ยศาสตราจารยส์ รุ พล พฒุ คา ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ

โดยให้คณะอนุกรรมาธิการนมี้ อี านาจหน้าที่
๑. ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์การจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา
สภาพปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการอาชีวศึกษา ทั้งสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ของรฐั และสถานศกึ ษาอาชีวศึกษาเอกชน
๒. ศึกษาและติดตามการดาเนินนโยบาย งบประมาณ แนวทางและกระบวนการ
ในการส่งเสริมการสนับสนุน การยกระดับมาตรฐานคุณภาพการอาชีวศึกษา และการพัฒนาอาชีวศึกษา
ท้งั สถานศึกษาอาชวี ศึกษาของรฐั และสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน

๓. ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมายด้านการอาชีวศึกษา วิเคราะห์สภาพปัญหา
และอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง รวมท้ังศึกษาผลกระทบท่ีอาจเกิดจากการบังคับใช้
กฎหมาย ท้งั สถานศกึ ษาอาชวี ศึกษาของรฐั และสถานศกึ ษาอาชีวศึกษาเอกชน

๔. ดาเนินการอ่ืน ๆ ตามท่ีคณะกรรมาธิการการศึกษามอบหมาย เพ่ือนาผล
การพิจารณาศกึ ษาเสนอต่อคณะกรรมาธกิ ารการศึกษา วุฒสิ ภา ต่อไป

๒. วิธกี ารพิจารณาศกึ ษา
๒.๑ การประชมุ
คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงและสภาพ

ปัญหาท่ีเกิดขึ้นจริง การเดินทางไปศึกษาดงู าน การสะท้อนประเด็นปัญหาจากผู้ท่ีคณะอนุกรรมาธิการ
เชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ดังนั้น จึงได้มีการประชุมเพ่ือพิจารณาศึกษา
ในประเด็นดังกลา่ ว รวม ๖ ครง้ั ดังน้ี

- การประชมุ คร้ังที่ ๓/๒๕๖๔ วันพธุ ท่ี ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๔

- การประชุม ครง้ั ท่ี ๔/๒๕๖๔ วันพุธท่ี ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔
- การประชมุ ครงั้ ที่ ๕/๒๕๖๔ วันพุธท่ี ๘ กนั ยายน ๒๕๖๔
- การประชมุ ครงั้ ท่ี ๖/๒๕๖๔ วันพฤหสั บดที ่ี ๒๓ กนั ยายน ๒๕๖๔
- การประชมุ ครง้ั ที่ ๗/๒๕๖๔ วันพุธท่ี ๖ ตุลาคม ๒๕๖๔
- การประชมุ ครง้ั ที่ ๘/๒๕๖๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ตลุ าคม ๒๕๖๔
- การประชมุ คร้งั ท่ี ๙/๒๕๖๔ วันพุธท่ี ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

(ค)

๒.๒ การเดินทางไปศึกษาดูงาน
- การเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อรับทราบสภาพปัญหาในการจัดการศึกษา

อาชีวศึกษา ณ วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา จังหวัด
นครราชสีมา

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อรับทราบสภาพปัญหาในการจัดการศึกษา
อาชีวศึกษา ณ วิทยาลยั เทคนคิ ราชบรุ ี และวิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี าชบุรี จังหวัดราชบุรี

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเพ่ือรับทราบสภาพปัญหาในการจัดการศึกษา
อาชีวศกึ ษา ณ วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาสรุ าษฎร์ธานี และวทิ ยาลัยเทคนิคสรุ าษฎรธ์ านี จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเพ่ือรับทราบสภาพปัญหาในการจัดการศึกษา
อาชีวศึกษา ณ วทิ ยาลยั เทคนิคนา่ น และโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๕๖ จงั หวดั น่าน

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษา
เอกชนที่มีคุณภาพ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยภี าคตะวันออก (อี.เทค) จ.ชลบุรี

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเก่ียวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษา
เอกชนที่มีคุณภาพ ณ วทิ ยาลัยเทคโนโลยีปญั ญาภวิ ฒั น์ จ.นนทบรุ ี

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเก่ียวกับการบูรณาการหลักสูตรอาชีวศึกษา
เกษตรกรรม คหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ สู่การเป็นผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่ ณ บริษัท
คลนี ฟาร์ม จากดั อาเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดการฝึกอบรมวิชาชีพให้ผู้ต้องขัง
เพื่อสร้างทักษะและองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพ ณ เรือนจากลางบางขวาง ตาบลสวนใหญ่
อาเภอเมอื ง จงั หวดั นนทบุรี

- การเดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปล่ียนความเห็นในโครงการติดตามเร่งรัด
การจดั การเรียนการสอนทวศิ ึกษาของกลุม่ อาชีวศกึ ษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ วิทยาลยั การอาชีพ
ขอนแกน่ อาเภอเมือง จงั หวัดขอนแกน่

- การเดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังข้อสรุปว่าด้วยการติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามยุทธศาสตร์ชาติ เพ่ือบรรลุเป้าหมายในการพัฒนา
ประเทศ ณ วิทยาลยั เทคนิคระยอง อาเภอเมือง จงั หวัดระยอง

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดอาชีวศึกษาและการบูรณาการ
หลักสตู รการเรียนการสอน ณ วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

- การเดินทางไปศึกษาดูงานเก่ียวกับการจัดอาชีวศึกษาและการบูรณาการ
หลกั สตู รการเรยี นการสอน ณ วทิ ยาลยั พณชิ ยการเชตพุ น เขตราษฎร์บรู ณะ กรงุ เทพมหานคร

- การเดนิ ทางไปศึกษาดงู านเกย่ี วกับการบรหิ ารจดั การสถานศึกษาอาชวี ศึกษา
ณ วิทยาลยั เทคนิคสกลนคร อาเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

- การเดินทางไปศึกษาดงู านเกยี่ วกบั การบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา
ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพังโคนพณชิ ยการ อาเภอพงั โคน จังหวัดสกลนคร

- การเดินทางไปศึกษาดงู านเกย่ี วกับการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา
ณ วทิ ยาลยั เทคโนโลยกี ารโรงแรมและการท่องเทีย่ วไทย อาเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

(ง)

- การเดนิ ทางไปศกึ ษาดงู านเกยี่ วกบั การบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
ณ วิทยาลัยเทคนิคมนี บรุ ี เขตมนี บรุ ี กรุงเทพมหานคร

- การเดนิ ทางไปศกึ ษาดงู านเก่ยี วกบั การบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
และความร่วมมือในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีกับสถานประกอบการ ณ บริษัท อาซาฮีแมชชีน
จากัด อาเภอลาลูกกา จงั หวัดปทมุ ธานี

๒.๓ การจดั การเสวนา
- การจัดเสวนาเก่ียวกับการรับฟังข้อสรุปว่าด้วยการติดตาม เสนอแนะ และ

เร่งรัดการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ
(๔ ภูมภิ าค) เม่อื วนั อังคารที่ ๓๐ มนี าคม ๒๕๖๔ ณ โรงเรียนวัดป่าประดู่ อาเภอเมอื ง จังหวดั ระยอง

- การจัดการเสวนาเพ่ือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางและกระบวนการ
บริหารจัดการอาชีวศึกษา (แบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Cisco Webex Meeting) เม่ือวันพุธท่ี ๒๗
ตุลาคม ๒๕๖๔

๒.๔ การพจิ ารณาเอกสารทีเ่ ก่ียวข้อง
พระราชบัญญตั /ิ กฎหมาย
๑) รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐
๒) พระราชบญั ญตั ิการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๑

ขอ้ บงั คับ /นโยบาย /ยทุ ธศาสตร์ /ประกาศ /หลกั เกณฑ์
๑) ข้อบงั คบั วฒุ ิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒
๒) ยทุ ธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐
๓) ยุทธศาสตร์ส่กู ารปฏิบตั ขิ องสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
นโยบาย ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากาลงั คนอาชวี ศกึ ษา
ในระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๖๙)
๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙
๕) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศกึ ษา ของคณะกรรมการอิสระเพ่ือปฏิรปู
การศกึ ษา สานักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา
๖) แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)
๗) คาแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรฐั มนตรี แถลงตอ่ รฐั สภา วนั พฤหัสบดที ่ี ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๘) นโยบายของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
(นางสาวตรนี ุช เทยี นทอง)
๙) ประกาศสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์
และวิธีการจัดการอาชีวศกึ ษากล่มุ เทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์
รายวิชาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา และทีแ่ กไ้ ขเพ่ิมเติม
๑๐) ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่ือง มาตรฐานการอาชวี ศกึ ษา
พ.ศ. ๒๕๖๑

(จ)

๑๑) ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรือ่ ง มาตรฐานคณุ วฒุ อิ าชวี ศกึ ษา
ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี พ.ศ. ๒๕๕๖

๑๒) ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอ่ื ง มาตรฐานคณุ วฒุ อิ าชวี ศึกษา
ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สูง พ.ศ. ๒๕๕๖

๑๓) ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรื่อง มาตรฐานคณุ วฒุ ิอาชวี ศึกษา
ระดบั ปริญญาตรสี ายเทคโนโลยีหรอื สายปฏิบตั กิ าร พ.ศ. ๒๕๕๖

๑๔) หลกั เกณฑ์ในการพจิ ารณาหลกั สูตรทส่ี อดคล้องกบั มาตรฐานอาชีพ
ของสถาบนั คุณวฒุ วิ ชิ าชพี (องคก์ ารมหาชน)

๓. ผลการพิจารณาศกึ ษา
คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เร่ือง “การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์

สาหรับอาชีวศึกษา เพ่ือสง่ เสริมการเรยี นร้ตู ลอดชวี ติ ” โดยได้พิจารณามอบหมายใหค้ ณะอนุกรรมาธิการ
การอาชีวศกึ ษาพิจารณาศกึ ษา โดยแบง่ ออกเปน็ ๔ บท ดังนี้

บทที่ ๑ บทนา
บทที่ ๒ ยุทธศาสตร์ แผน นโยบาย กฎหมาย และขอ้ มลู ทเี่ กย่ี วข้อง
บทที่ ๓ การเทียบโอนความรู้และประสบการณส์ าหรบั อาชีวศกึ ษา เพ่ือส่งเสรมิ

การเรียนรูต้ ลอดชีวติ
บทที่ ๔ สรปุ ผลการพิจารณาศกึ ษา ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ
บรรณานกุ รม
คณะกรรมาธิการได้มีมติเห็นชอบรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “การเทียบโอน
ความร้แู ละประสบการณ์สาหรับอาชีวศกึ ษา เพือ่ ส่งเสรมิ การเรียนรตู้ ลอดชวี ิต” ซึ่งคณะอนกุ รรมาธกิ าร
การอาชีวศึกษา ได้ดาเนินการจัดทาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงขอนาเสนอรายงาน
การพิจารณาศึกษาดังกล่าวพร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ตามรายงานท้ายน้ี
เพ่ือให้วุฒิสภาได้โปรดพิจารณา หากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยกับผลการพิจารณาศึกษา รวมท้ัง
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการแล้ว ขอได้โปรดแจ้งไปยังรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และ
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือพิจารณาดาเนินการตามท่ีเห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
และประชาชนสบื ไป

(นายออน กาจกระโทก)
เลขานุการคณะกรรมาธิการการศึกษา วฒุ สิ ภา

บทสรุปผบู้ รหิ าร

การพิจารณาศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลจากประกาศสานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษาอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ จานวน ๓ ฉบับ กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ
ท่ีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้กาหนดขึ้นเพื่อเป็นเกณฑ์ในการกาหนดระดับคุณวุฒิ
วิชาชีพให้สอดคล้องกับระดับสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ และความเช่ือมโยงระหว่างคุณวุฒิ
การศกึ ษา มาตรฐานอาชีพกบั กรอบคณุ วฒุ แิ ห่งชาติ ข้อมูลทะเบยี นสถานศกึ ษาทไ่ี ด้รับอนญุ าตให้จดั การ
อาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา ในระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ท้ังสถานศึกษาภาครัฐ
และเอกชน สรปุ ผลการพิจารณาศกึ ษาไดด้ ังนี้

๑) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มกี ารดาเนนิ การจัดการอาชวี ศึกษากลุ่ม
เทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชาของสถานศึกษาอาชีวศึกษาอีกคร้ัง โดยออกประกาศ
หลักเกณฑ์ ในปี ๒๕๖๐ ซึ่งพบว่ามีสถานศึกษาที่ผ่านการประเมินให้ดาเนินการได้ จานวน ๒๒ แห่ง
ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ซึ่งนับว่า
น้อยมากเม่อื เทียบกบั สถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา ทงั้ ประเทศ จานวน ๘๗๐ แห่ง

๒) สถาบนั คุณวุฒวิ ชิ าชพี (องคก์ ารมหาชน) มคี วามร่วมมือกับ สานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา (สอศ.) ในการส่งเสรมิ สนับสนุน และประสานความรว่ มมอื กับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
เพื่อเตรียมความพรอ้ มผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมใหเ้ ขา้ สู่กระบวนการประเมนิ สมรรถนะบุคคลตามมาตรฐาน
อาชพี ฯ หรือมาตรฐานสมรรถนะ สนับสนนุ การจัดทาหลกั สูตรการเรียนการสอนเพื่อพฒั นาศกั ยภาพผู้ท่ี
ผา่ นการประเมนิ แล้วให้มีการพัฒนาและยกระดับตนเองในระดับที่สูงขึ้นและพัฒนาผู้ท่ียังสอบไม่ผ่านให้
ผ่านการประเมินได้ตามวัตถุประสงค์ของมาตรฐานอาชีพฯ หรือมาตรฐานสมรรถนะ ซึ่งมีสถานศึกษา
อาชีวศึกษาทไ่ี ดร้ ับเปน็ องคก์ รรบั รองสมรรถนะมาตรฐานวชิ าชีพ ๒๐ สถาบนั รวม ๒๗ วทิ ยาลัย จานวน
๒๗ สาขาวิชาชีพ จาแนกเป็น ๕ ประเภทวิชา ได้แก่ อุตสาหกรรม ๑๗ สาขาวิชาชีพ ดิจิตัล ๒ สาขา
วิชาชีพ บริหารธุรกิจ ๒ สาขาวิชาชีพ ท่องเที่ยว/โรงแรม/อาหาร ๔ สาขาวิชาชีพและเกษตรกรรม ๒
สาขาวิชาชีพ

๓) การดาเนินโครงการ ๓ ม. (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม) สาหรับผู้สาเร็จ
การศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) เข้าร่วมใน
โครงการฯ ดังกล่าว และเมื่อศึกษาจบแล้วจะได้คุณวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
(ปวส.) จากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานประกอบการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค)
โดยดาเนินการมาต้ังแต่ ปี ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบัน ซ่ึงประสบความสาเร็จในการเพิ่มจานวนผู้เรียน
อาชีวศกึ ษาอยา่ งมาก

(๒)

๔) ความเชอ่ื มโยงการเทยี บโอนระหวา่ งคุณวฒุ ทิ างการศึกษา มาตรฐานอาชพี กับกรอบ
คุณวุฒิแห่งชาติ ที่สามารถนามาใช้ในการพัฒนาแนวทางการเทียบโอนได้ จากข้ันตอนการส่งเสริม
สนับสนุนการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชพี ของสถาบันคุณวุฒวิ ชิ าชพี จะเป็นการบูรณาการ การทางาน
ร่วมกัน ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การ
มหาชน) หรอื สคช. ในการพฒั นาหลกั สตู รการฝึกอบรมรว่ มกนั เพ่ือให้เกิดความสอดคลอ้ งของหลกั สตู ร
กับการประเมินสมรรถนะ อีกท้ังยังมีการออกใบประกาศผ่านการฝึกอบรมและประกาศนียบัตรคุณวุฒิ
วชิ าชพี ซึง่ นาไปใชเ้ ป็นหลักฐานในการเทียบโอนความรู้และประสบการณไ์ ด้

๕) รูปแบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ในระดับปริญญาตรี โดยการจัดทา
แฟ้มสะสมงาน การเทียบโอนความรู้จากการฝึกอบรม ประสบการณ์จากการทางานในหน้าท่ี ผลการเรียนรู้
จากสถานศึกษาอื่น และใบประกอบวชิ าชพี จากองค์กรท่ไี ดร้ บั การยอมรบั

๖) การจัดทาระบบสารสนเทศสาหรับการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
เพื่อให้ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษา ในรูปแบบแฟ้มสะสมผลงานอีเล็กทรอนิกส์ (e-portfolio)
มีความสาคัญอย่างมาก เพื่อให้ผู้เรียนใช้ประกอบในการจัดทาให้เป็นรูปแบบเดียวกัน โดยไม่ต้อง
เสยี เวลาและคา่ ใช้จ่ายในการจดั ทาเป็นเอกสาร และอาจารย์มคี วามสะดวกและรวดเร็วในการตรวจสอบ
ข้อมูล เพราะสามารถแสดงข้อมูลในสว่ นทจี่ าเปน็ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

๗) จากการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถนามาสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาและฝึกอบรม
เพ่ือให้ได้คุณวุฒิวิชาชีพ ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และคุณวุฒิทางการศึกษา
ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทาให้ผู้เรียนได้รับวุฒิการศึกษา ๒ คุณวุฒิ คือ คุณวุฒิ
วิชาชีพจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ท่ีมีการจัดระดับไว้ในแต่ละอาชีพ และคุณวุฒิ
การศึกษา ระดับ ปวช./ ปวส./ ปริญญาตรี จากสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
เป็ น ก ารส่งเสริม ให้ เกิ ด ก าร เรียน รู้ต ลอด ชีวิต ให้ กั บ ผู้ป ฏิบั ติงาน ใน สถาน ป ร ะก อบ ก ารได้น าค วาม รู้
และประสบการณ์จากการปฏิบัตงิ านมาใช้เปน็ ส่วนหนง่ึ ในการเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์ ทาให้
ผ้เู รยี นใชเ้ วลาในการเรยี นลดลง

ทั้งนี้ สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีการจัดการเรียนการสอน
ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี
สายเทคโนโลยีและสายปฏิบัติการ (ทล.บ) ท่ีปัจจุบันมีจานวนผู้เรียนไม่มากนัก จึงควรพิจารณาผู้เรียน
จากผู้ที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมให้มีคุณวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นซึ่งจะทาให้เกิด
ความก้าวหน้าในอาชีพ โดยการนารูปแบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ มาใช้เป็นกลไก
ในการเพ่ิมจานวนผู้เรียนอาชีวศึกษา การพัฒนาสมรรถนะให้กับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ
เป็นส่ิงที่หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ดังนั้น หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรต้องเร่งดาเนินงานในประเด็นต่าง ๆ
ให้เกดิ ผลในทางปฏบิ ัติอย่างเป็นรปู ธรรม ดงั นี้

๑) สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ควรดาเนินการในเร่ืองตา่ ง ๆ ดังน้ี
๑.๑) สร้างความเข้าใจในกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในเร่ือง

ของการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ให้กับหน่วยงานท่ีมีส่วนเก่ียวข้องในการดาเนินการได้รับรู้
และเข้าใจ เพื่อให้แนวปฏิบัติและการดาเนินการต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกันและไม่เกิดปัญหา
ดังเช่นทีผ่ า่ นมา

(๓)

๑.๒) ทาความร่วมมือกับสถานประกอบการในการพัฒนาบุคลากร โดยการจัด
หลกั สูตรฝึกอบรมใหอ้ ย่างตอ่ เนอื่ ง และสามารถเอาผลจากการฝึกอบรมนน้ั มาเปน็ สว่ นหนงึ่ ในแฟ้มสะสม
งานเพ่อื ขอรับการเทยี บโอน

๑.๓) จัดตั้งหน่วยงานที่ทาหน้าที่ในการประสานงาน และอานวยความสะดวก
ให้กับสถานประกอบการ และผู้ที่จะขอเทียบโอน ท้ังในเร่ืองแนวปฏิบัติ หลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์
ทพ่ี ึงจะไดร้ บั เป็นต้น

๑.๔) พิจารณาหลักสูตรที่นามาใช้ในการเทียบโอน ซ่ึงรายวชิ าสว่ นมากจะเหมาะกับ
ผู้เรียนที่เรียนในระบบปกติ บางรายวิชาจึงไม่เหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียนที่ปฏิบัติงานอยู่แล้ว
โดยเฉพาะในกล่มุ วชิ าศึกษาทั่วไป ท่ีมีเน้ือหาวิชาในเชิงทฤษฎที ่ีไม่สอดคล้องกับลักษณะของการนาไปใช้
ในการปฏิบัติงานจริง ดังน้ัน จึงควรมีการจัดทาหลักสูตรร่วมกันกับสถานประกอบการ โดยเน้นให้เกิด
สมรรถนะในการปฏิบัติงาน โดยใช้มาตรฐานอาชีพมาเป็นแกนในการจัดทาหลักสูตร ก็จะได้หลักสูตร
ที่มีความเหมาะสมกับผูเ้ รียนทป่ี ฏิบัตงิ านอยแู่ ล้ว

๑.๕) ควรมีการเตรียมความพร้อม โดยการจัดอบรมให้กับผู้ที่จะทาหน้าที่เป็นท่ี
ปรกึ ษาในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ในเรอ่ื งของการจัดทาแฟม้ สะสมผลงานให้กบั พนักงาน
รวมท้ังจัดหาพ่ีเลี้ยงเพ่ือช่วยในการแนะนาก่อนการจัดการเรียนการสอน จะทาให้การเทียบโอนความรู้
และประสบการณ์สามารถที่จะดาเนนิ การได้รวดเรว็ ย่ิงขนึ้

๑.๖) ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการ รับทราบถึงกระบวนการ
ในการดาเนนิ การความช่วยเหลือ รวมทง้ั สทิ ธปิ ระโยชน์ตา่ ง ๆ ท่ีพึงจะได้รับ

๑.๗) การประเมินผลการเทียบโอนประสบการณ์ ท่ีทาในรูปแบบคณะกรรมการ
โดยมีบุคคลภายนอก เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินเพื่อให้เกิดการยอมรับนั้น ในการปฏิบัติค่อนข้าง
มีความยุ่งยาก เพราะคณะกรรมการจากบุคคลภายนอกมาจากหลายแห่งทาให้มีเวลาว่างไม่ตรงกัน
ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการประเมิน ในขณะเดียวกันหากมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประเมิน
สมรรถนะ และมกี ารจัดทามาตรฐานอาชีพผ้ปู ระเมนิ จะทาให้สามารถลดจานวนผปู้ ระเมินได้ แต่จะตอ้ ง
คานึงถงึ มาตรฐานเป็นสาคัญ

๑.๘) จัดทามาตรฐานและวธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ในทุกรปู แบบ เช่น การประเมิน
โดยการสอบข้อเขียน ควรกาหนดสัดส่วนคะแนนของการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ การสอบสัมภาษณ์
หรือการนาเสนอ และควรมีการสอบข้อเขียน และวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การทารายงาน การสรุป
ความคิดเห็นแล้วนาเสนอ จะช่วยใหว้ ัดองค์ความรู้ได้ดีข้ึน สว่ นการสอบสมั ภาษณ์ ลักษณะของคาถาม
ทใี่ ชจ้ ะต้องครอบคลุมความรูใ้ นรายวชิ าทข่ี อเทียบโอนความรู้ การประเมินประสบการณ์โดยการนาเสนอ
ผลงาน การจาลองการปฏิบัติงาน หรือประเมินจากสถานที่ปฏิบัติงานจริง การนาเสนอผลงานควร
รวมอย่ใู นขนั้ ตอนการสมั ภาษณ์ และควรมีการประเมินหลายวิธีรวมกนั

๑.๙) กาหนดนโยบาย เพ่ือเรง่ รัดใหส้ ถานศึกษานารูปแบบการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ไปใช้ ควรพิจารณาจากความพร้อมของแต่ละสาขาวิชา โดยเฉพาะที่มีความร่วมมือกับ
สถานประกอบการอยูแ่ ล้วในการส่งนกั ศกึ ษาเข้าปฏิบตั ิงานในระบบทวภิ าคี

๑.๑๐) พัฒนาระบบสารสนเทศ ที่จะนามาใช้ในระบบการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ ให้ข้อมูลท่ีอยู่ในระบบฐานข้อมูลท่ีข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบันมากท่ีสุด สามารถ
เขา้ ถงึ ไดแ้ ละตรวจสอบไดต้ ลอดเวลา

(๔)

๑.๑๑) เน่ืองจากความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
เป็นไปอย่างรวดเร็วในลักษณะก้าวกระโดด ดังนั้น จึงควรมีผู้ดูแลระบบอยู่ตลอดเวลาเพื่อต้องทาการ
พัฒนาและปรับปรุงข้อมูลในระบบอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้มีประสิทธิภาพข้อมูลมีความทันสมัย สะดวก
รวดเร็วสาหรับผู้เข้าใช้บริการ

๑.๑๒) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันการอาชีวศึกษา ดาเนินการรับนักศึกษา
ในระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ โดยเฉพาะนักศึกษาในระดับปริญญาตรีให้กับ
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านในสถานประกอบการ ให้ไดค้ ณุ วุฒทิ างการศกึ ษา และคณุ วุฒิวิชาชีพ เพิ่มข้นึ

๒) สถาบันคุณวุฒิวิชาชพี (องคก์ ารมหาชน) ควรดาเนินการในเร่ืองต่าง ๆ ดังนี้
๒.๑) เร่งจัดทามาตรฐานอาชีพในอาชีพท่ีมีผู้ปฏิบัติงานจานวนมาก หรืออาชีพใหม่

ท่ีเกิดขึ้นในสภาวะวิกฤต เพื่อให้สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นามาตรฐานอาชีพ
ไปใช้ในการพฒั นาหลกั สตู ร

๒.๒) สง่ เสรมิ สนับสนุนในการขอจดั ตงั้ เป็นองคก์ รรบั รองสมรรถนะมาตรฐานวชิ าชพี
ให้มีจานวนมากขึ้นกว่าปัจจุบันท่ีมีเพียง ๒๐ สถาบัน รวม ๒๗ วิทยาลัย จานวน ๒๗ สาขาวิชาชีพ
เพื่อให้เกิดความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการขอรับการประเมิน ให้ได้คุณวุฒิวิชาชีพ ของสถาบันคุณวุฒิ
วิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสามารถนามาใช้ประโยชน์ในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
ให้ได้รับคณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาได้ด้วย

๒.๓) จัดทาระบบสารสนเทศ ท่ีมีความเช่ือมโยงกับระบบเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพ่ือเป็นการเพิ่มช่องทางการรับรู้
ให้กับผู้สนใจได้พัฒนาสมรรถนะและความรู้ความสามารถของตนเอง และยังสามารถนาไปใช้เป็น
หลกั ฐานในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ได้ด้วย

๓) กลุ่มอาชีพ และสถานประกอบการ ควรดาเนนิ การในเร่ืองตา่ ง ๆ ดังนี้
๓.๑) กลุ่มอาชีพ ควรเร่งดาเนินการจัดทามาตรฐานอาชีพให้ครอบคลุมทุกอาชีพ

ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เพื่อนามาตรฐานอาชีพมาใช้ประโยชน์ในการประเมิน
สมรรถนะก่อนเข้าทางาน และประเมินสมรรถนะในระหว่างการปฏิบัติงาน เพ่ือใช้เป็นส่วนหน่ึง
ในการพิจารณาการข้ึนเงินเดือน หรือการปรับตาแหน่ง และยังสามารถนาสมรรถนะท่ีพนักงานยังไม่มี
หรือสมรรถนะท่ียังมีไม่พอ (Competency Gap) มาใช้ในการวางแผนการพัฒนาบุคลากรของ
หน่วยงานได้

๓.๒) สถานประกอบการ ที่จะใช้ระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
ของพนักงานมาสู่คุณวุฒิทางการศึกษานั้น ควรจะต้องมีหน่วยงานในการจัดฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ
เพราะจะมีความพร้อมทางด้านสถานท่ี อุปกรณก์ ารเรยี นการสอน วิทยากรในการจดั การศึกษาฝกึ อบรม
และเป็นผู้ให้คาแนะนาในการจัดทาแฟ้มสะสมผลงาน ซ่ึงจะทาให้ดาเนินการได้รวดเร็วขึ้น สาหรับ
สถานประกอบการท่ีมีขนาดเล็ก และไมม่ ีความพรอ้ มในการจัดตั้งเปน็ ศูนย์ฝกึ อบรม แต่มีความตอ้ งการ
ในการพัฒนาบุคลากร จึงควรมีการรวมกลุ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันจัดตั้งขึ้น เพื่อใช้ทรัพยากร
ร่วมกัน ก็จะไม่เปน็ ภาระแกส่ ถานประกอบการขนาดเล็กมากนัก

๓.๓) สถานประกอบการ ควรพัฒนาระบบการประเมินพนักงาน เป็นระบบสมรรถนะ
ท่ีจะมีรายละเอียดของงานซึ่งเป็นสมรรถนะในการปฏิบัติงาน ก็จะทาให้การเทียบโอนความรู้และ

(๕)

ประสบการณ์ สามารถทาได้สะดวกและรวดเร็วข้ึน ในการหาสมรรถนะท่ียังมีไม่พอ (Competency
Gap) เพอ่ื นาไปวางแผนการจัดฝกึ อบรมเพ่ือเพิม่ สมรรถนะให้กับพนกั งาน

ทั้งนี้ ระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อเข้าสู่การศึกษาในระบบ และ
ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตยังไม่แพร่หลายและเป็นที่รู้จักมากนัก ทั้งที่มีการดาเนินการมาได้
ระยะหนึ่งแลว้ อาจเนื่องมาจากสถานศกึ ษาขาดการประชาสมั พนั ธ์ ทาให้มีผู้สนใจเข้าศึกษาในหลักสูตร
น้ีมีจานวนไม่มากเน่ืองจากขาดความรู้และความเข้าใจในวิธีการ ดังนั้น หน่วยงานที่เก่ียวข้อง จึงควรมี
การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กบั ผูป้ ฏิบัติงานในสถานประกอบการ กจ็ ะทาให้
มีผู้เข้าเรียนในระบบน้ีเพิ่มมากขึ้น และส่ิงท่ีสาคัญท่ีสุด คือ ต้องมีระบบการประเมินความรู้และ
ประสบการณ์ท่ีมีคุณภาพเพื่อให้เกิดการยอมรับในคุณวุฒิวิชาชีพ และคุณวุฒิทางการศึกษาท่ีได้รับ
อย่าให้มคี าพูดในลักษณะของการสบประมาทได้ว่า การเรียนระบบนี้แล้ว “เรียนงา่ ย จ่ายครบ จบแน่”
เหมอื นในอดีตทผ่ี ่านมา

คำนำ

การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบันในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการปรับเปลี่ยน
อย่างรวดเร็ว ควรเน้นระบบที่มีรูปแบบท่ีส่งเสริมและสนับสนุนผู้เรียนท่ีมีความหลากหลายและผู้เรียน
สามารถเลือกท่ีจะเรียนได้ตามความสนใจและความต้องการ การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาจึงหลีกหนี
ไมพ่ น้ จากหลกั การและแนวทางขา้ งตน้

ระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาจึงเป็นระบบ
ที่มีความสาคัญที่สมควรส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันการอาชีวศึกษาทุกแห่งทั้งสถานศึกษา
อาชีวศึกษาของรัฐและสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาเอกชนได้ดาเนินการโดยประสานความร่วมมือกับสถาบัน
คุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถานประกอบการให้ครอบคลุมในทุกบริบทของประเทศ ดังนั้น
การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็น
ประเด็นสาคัญที่คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาศึกษา ในคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา
ตระหนักและให้ความสาคัญและต้องพิจารณาศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์แนวทางในการจัดทา
ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพอื่ ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ตลอดชีวิต อนั จะทาใหผ้ ู้ทมี่ ีความรู้ในศาสตร์หรืออาชีพต่าง ๆ
ท่มี ปี ระสบการณ์แต่ไมม่ ีคุณวฒุ ิการศึกษาได้เขา้ สูก่ ารพัฒนาองคค์ วามรู้ใหม่ ๆ เพ่ิมเติม เพื่อไดร้ บั คุณวุฒิ
การศึกษาและมีประสบการณใ์ นวชิ าชพี ที่สนใจพรอ้ มกันไป

ขอขอบคุณอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาทุกท่าน
ท่ีได้ช่วยระดมความคิดเห็น และเสียสละเวลาให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดทารายงานฉบับนี้
ขอบคุณฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาที่ได้ศึกษาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล
ที่เก่ียวข้องท้ังหมด และมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละและมีความอุตสาหะเป็นที่ต้ัง อันส่งผลให้
การจดั ทารายงานการพจิ ารณาศึกษาฉบับนี้สาเร็จลุลว่ งไปได้ด้วยดีตามเจตนารมณ์

(รองศาสตราจารย์ศักดไ์ิ ทย สุรกิจบวร)
ประธานคณะอนกุ รรมาธิการการอาชีวศึกษา

ในคณะกรรมาธิการการศกึ ษา วฒุ สิ ภา

สารบัญ

หน้า

บทสรุปผบู้ ริหาร (๑) - (๕)

คานา (๗)

สารบญั (๙)

บทที่ ๑ บทนา ๑

๑.๑ ความเปน็ มาและสภาพปญั หา ๑

๑.๒ วัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา ๕

๑.๓ ขอบเขตของการศกึ ษา ๕

๑.๔ วธิ กี ารดาเนนิ การศึกษา ๖

๑.๕ ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ ๖

๑.๖ นิยามศัพท์เฉพาะ ๗

บทที่ ๒ ยทุ ธศาสตร์ แผน นโยบาย กฎหมาย และขอ้ มูลทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ๙

๒.๑ ยทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ ๙

๒.๒ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑๒ ๑๑

๒.๓ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ๑๓

๒.๔ แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศึกษา ๒๐

๒.๕ นโยบายของรัฐบาล (พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี) ๒๖

๒.๖ นโยบายของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรนี ชุ เทยี นทอง) ๒๙

๒.๗ พระราชบัญญตั กิ ารอาชีวศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓๓

๒.๘ ยุทธศาสตร์สกู่ ารปฏิบตั ิของสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา นโยบาย

ยทุ ธศาสตร์การผลติ และพฒั นากาลังคนอาชวี ศึกษา ในระยะ ๑๕ ปี

(พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๖๙) ๓๖

๒.๙ การเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์ ๓๘

๒.๑๐ ประกาศคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัติ

ในการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณร์ ายวิชา ๓๙

๒.๑๑ ประกาศสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการ

จัดการอาชวี ศกึ ษากลุม่ เทียบโอนความรแู้ ละประสบการณร์ ายวชิ าของสถานศกึ ษา

อาชีวศกึ ษา และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ๔๒

๒.๑๒ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรือ่ ง มาตรฐานการอาชีวศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔๕

๒.๑๓ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง มาตรฐานคุณวฒุ ิอาชวี ศกึ ษาระดบั

ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พ.ศ. ๒๕๕๖ ๔๗

๒.๑๔ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรือ่ ง มาตรฐานคณุ วฒุ ิอาชีวศกึ ษาระดับ

ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชน้ั สงู พ.ศ. ๒๕๕๖ ๕๑

สารบัญ (ต่อ)

๒.๑๕ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่ือง มาตรฐานคุณวุฒิอาชวี ศึกษาระดบั หนา้

ปรญิ ญาตรสี ายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบตั กิ าร พ.ศ. ๒๕๕๖ ๕๕

๒.๑๖ หลกั เกณฑใ์ นการพิจารณาหลกั สูตรท่ีสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานอาชพี

ของสถาบนั คุณวฒุ วิ ิชาชีพ (องค์การมหาชน) ๕๘

บทท่ี ๓ การเทยี บโอนความรู้และประสบการณส์ าหรบั อาชีวศกึ ษา เพอื่ ส่งเสรมิ การเรยี นรู้

ตลอดชวี ติ ๖๑

๓.๑ สถานการณก์ ารเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์ของสถานศกึ ษาในสงั กัด

สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ๖๑

๓.๒ ความเชือ่ มโยงการเทียบโอนระหว่างคณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษากบั มาตรฐานอาชีพ ๖๔

๓.๓ การเทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์ผเู้ รียนอาชวี ศึกษา กับ มาตรฐานอาชีพ หรอื

มาตรฐานสมรรถนะของสถาบนั คณุ วุฒวิ ชิ าชีพ (องค์การมหาชน) ๖๕

๓.๔ โครงการ ๓ ม (มีงาน มเี งิน มีวฒุ ิการศึกษาเพิม่ ) ๗๓

๓.๕ รูปแบบการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์สาหรบั อาชวี ศึกษา เพื่อสง่ เสริม

การเรยี นร้ตู ลอดชีวติ ๗๖

๓.๖ แนวทางการจดั ทาระบบสารสนเทศสาหรบั การเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์

เพ่ือใหไ้ ดร้ บั คุณวฒุ ทิ างการศกึ ษาในการจดั ทาแฟม้ สะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์

(e-portfolio) ๘๑

๓.๗ แนวทางการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ดว้ ยการสะสมหนว่ ยกิต (Credit Bank)
ให้ได้รบั คณุ วฒุ ิทางการศกึ ษา เพื่อส่งเสรมิ การเรยี นรูต้ ลอดชีวิต ๘๖

๓.๘ รูปแบบการจดั การศกึ ษาและฝึกอบรมเพื่อให้ไดค้ ุณวุฒวิ ชิ าชีพและคณุ วฒุ ิการศกึ ษา

โดยผ่านกระบวนการเทยี บโอนความรูแ้ ละประสบการณ์ ๘๗

บทที่ ๔ สรปุ ผลการพิจารณาศึกษา ขอ้ สงั เกตและข้อเสนอแนะ ๘๙

๔.๑ สรปุ ผลการพิจารณาศกึ ษา ๘๙

๔.๒ ข้อสงั เกตและข้อเสนอแนะ ๙๐

บรรณานุกรม ๙๕

ภาคผนวก ๙๗

บทที่ ๑
บทนำ

๑.๑ ควำมเป็นมำและสภำพปัญหำ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ จ. บัญญัติให้มี

การดาเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ครอบคลุมให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับ
การศกึ ษา เพ่อื ใหเ้ ด็กเล็กได้รับการพัฒนารา่ งกาย จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ สังคม และสติปญั ญาให้สมกับวัย
โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ให้ดาเนินการตรากฎหมายเพ่ือจัดต้ังกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา
ให้มกี ลไกและระบบการผลติ คัดกรอง และพฒั นาผู้ประกอบวิชาชีพครแู ละอาจารยใ์ หไ้ ด้ผ้มู ีจติ วญิ ญาณ
ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถ
สมรรถนะ และประสิทธิภาพในการสอน รวมท้ังมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล
ของผู้ประกอบวชิ าชีพครู ใหม้ ีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นสามารถเรียน
ได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง โดยวัตถุประสงค์ของการปฏิรูป
การศกึ ษา มีดงั น้ี

๑) ยกระดบั คุณภาพของการจดั การศกึ ษา (enhance quality of education) ครอบคลมุ
๑.๑) ผลลัพธ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ (learning outcomes) ทั้งด้านความรู้

ทกั ษะเจตคติทถ่ี ูกต้อง และรู้จักดูแลสุขภาพ เพ่ือการจดั การในเร่ืองการดารงชีวิตของตนเองและการใช้
ชีวติ ร่วมกบั ผูอ้ ่นื ตามเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู มาตรา ๕๔ วรรค ๔

๑.๒) ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ที่ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ
ครูมีจติ วิญญาณของความเปน็ ครู

๑.๓) หลักสูตรและกระบวนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ (educational core
processes) ที่ยืดหยุ่น หลากหลาย ถูกต้อง ทันสมัย ทันเวลา และมุ่งเน้นการสร้างเสริมคุณธรรม
จริยธรรม และค่านยิ มทางสงั คมที่ถกู ตอ้ ง

๑.๔) สถานศึกษาและระบบสนับสนนุ (educational institutions and support
systems) ท่ีตอบสนองต่อความต้องการของการจัดการศึกษา ตลอดจนทรัพยากรด้านการศึกษา
ที่มีคุณภาพ ได้แก่ งบประมาณและเทคโนโลยี

๒) ลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา (reduce disparity in education) เป็นสว่ นหน่ึง
ของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา (equity in education) ประกอบด้วย

๒.๑) โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและเทคโนโลยีท่ีสนับสนุนการเรียนรู้ (equity
in access)

๒.๒) โอกาสในการไดร้ บั ทางเลือกในการศกึ ษาและการเรียนรูพ้ ัฒนาทเ่ี หมาะสมกับ
ศักยภาพของผู้เรียน (equity in choosing Appropriate process in education)

๒.๓) โอกาสในการไดร้ ับประโยชน์จากการเรยี นรแู้ ละการพัฒนาทักษะในการประกอบ
อาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพตามความถนัดของผู้เรียน (equity in benefiting from aptitude-
based quality of education) ท้ังในและนอกระบบการศึกษา รวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมี
คุณภาพ



๓) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (leverage
excellence and competitiveness) หมายถึง การสร้างสมรรถนะและคุณลักษณะของผู้เรียนท่ีมี
ศักยภาพสูง มีความเป็นผู้นา ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และการผลิตนักวิจัยและนักเทคโนโลยี
ชั้นแนวหน้าให้สามารถต่อยอดงานวิจัยที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ การสร้างความร่วมมือ
และเชื่อมต่อกับสถาบันวิจัยอ่ืน ๆ ทั่วโลก สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สังคมและ
ส่งิ แวดลอ้ มของประเทศ อีกทั้งสถาบันการศึกษาของไทยและระบบการศึกษาไทยต้องได้รับการยอมรับ
ว่าเทยี บเคยี งได้กบั ประเทศชั้นนาอน่ื ๆ

๔) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัว
ในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล (improve
Efficiency, agility and good governance) โดยเฉพาะการส่งเสริมและสร้างสมดุลของความคุ้มค่า
ความโปรง่ ใสความรบั ผิดชอบ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม

ประกอบกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐ เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก
ของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ต้องนาไปสู่การปฏิบัติ
เพ่ือให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว
ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน ด้วยวิสัยทัศน์
ประเทศดังกล่าว เป้าหมายการพัฒนาประเทศท่ีสาคัญ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข
เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติย่ังยืน” โดยยกระดับศักยภาพ
ของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ
สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
และมีภาครัฐของประชาชนเพ่ือประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนา
ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย ๑) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ๒) ขีดความสามารถ
ในการแข่งขัน ๓) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ๔) ความเท่าเทียมและความเสมอภาค
ของสังคม ๕) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพ ของส่ิงแวดล้อม และความยั่งยืนของ
ทรัพยากรธรรมชาติ และ ๖) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ
โดยการพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่าง
การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล้อม โดยประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้านความม่ันคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ชาติ
ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและ
ความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร
ต่อสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบ การบริหารจัดการภาครัฐ
โดยยุทธศาสตร์ชาติในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับการศึกษาและการพัฒนาการศึกษา จะอยู่ในส่วนของ ๕
ยทุ ธศาสตรท์ ่ีสาคัญ ประกอบด้วย ๑) ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านความมนั่ คง ๒) ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสรา้ ง
ความสามารถในการแข่งขนั ๓) ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
๔) ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และ ๕) ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการ
ปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ

แผนการปฏริ ูปประเทศด้านการศึกษาได้กาหนดเป้าหมายไว้ ๗ ประเด็น คอื (๑) ระบบ
การศกึ ษาและการเรียนร้โู ดยรวมของประเทศ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ



กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (๒) การพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน (๓) การลดความเหลื่อมล้า
ทางการศึกษา (๔) กลไกและระบบการผลิต คดั กรอง และพฒั นาผู้ประกอบวิชาชีพครู อาจารย์ (๕) การจัด
การเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี ๒๑ (๖) การปรับโครงสร้างของหน่วยงาน
ในระบบการศึกษาเพอ่ื บรรลุเป้าหมายในการปรบั ปรงุ การจดั การเรียนการสอน และ (๗) การศกึ ษาและ
การเรยี นรู้ด้วยการพลกิ โฉมด้วยระบบดจิ ิทัล

พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับอาชีวศึกษาไว้
ในมาตรา ๔ กล่าวคือ การอาชีวศึกษา หมายความว่า กระบวนการศึกษาเพ่ือผลิตและพัฒนากาลังคน
ในด้านวิชาชีพระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ประกอบกับมาตรา ๖ ได้บัญญัติว่า
“การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ต้องเป็นการจัดการศึกษาในด้านวิชาชีพท่ีสอดคล้อง
กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อผลิต และพัฒนากาลังคน
ในด้านวชิ าชีพระดับฝีมอื ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี รวมท้งั เป็นการยกระดบั การศึกษาวิชาชีพ
ให้สูงข้ึนเพ่ือให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยนาความรู้ในทางทฤษฎีอันเป็นสากล
และภูมิปัญญาไทยมาพัฒนาผู้รับการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในทางปฏิบัติและมีสมรรถนะ
จนสามารถนาไปประกอบอาชีพ ในลักษณะผู้ปฏิบัติหรือประกอบอาชีพโดยอิสระได้” โดยท่ีมาตรา ๘
บัญญัติเก่ียวกับรูปแบบการจัดอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวชิ าชีพ โดยให้จัดการศึกษาได้ ๓ รูปแบบ
ดงั ตอ่ ไปนี้

๑) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีเน้นการศึกษาในสถานศึกษา
อาชีวศกึ ษาหรือสถาบันเป็นหลักโดยมีการกาหนดจุดมงุ่ หมายวธิ ีการศึกษา หลกั สูตร ระยะเวลา การวัด
และการประเมินผล ทีเ่ ปน็ เงอื่ นไขของการสาเร็จการศึกษาทแี่ นน่ อน

๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกาหนด
จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเง่ือนไขของการสาเร็จ
การศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาและ
ความตอ้ งการของบุคคลแตล่ ะกลุ่ม

๓) การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีเกิดจากข้อตกลงระหว่าง
สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐในเร่ือง
การจัดหลกั สตู รการเรียนการสอน การวัดและการประเมนิ ผล โดยผเู้ รยี นใช้เวลาสว่ นหน่งึ ในสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรอื สถาบนั และเรียนภาคปฏบิ ตั ใิ นสถานประกอบการ รฐั วิสาหกจิ หรอื หนว่ ยงานของรฐั

เพื่อประโยชนในการผลิตและพัฒนากาลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน
สามารถจดั การศึกษาในหลายรปู แบบรวมกนั ได้ ท้ังน้ี สถานศึกษาอาชวี ศึกษาหรอื สถาบันนน้ั ต้องมุง่ เน้นจัด
การศกึ ษาระบบทวภิ าคเี ป็นสาคัญ

มาตรา ๙ บัญญัติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ซ่ึงให้จัดได้
ตามหลกั สตู รท่ีคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากาหนด ดังต่อไปน้ี

๑) ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี
๒) ประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสงู
๓) ปริญญาตรสี าขาสายเทคโนโลยหี รอื สายปฏบิ ตั กิ าร
โดยที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจกาหนดหลักสูตรที่จัดข้ึนเพื่อเพ่ิมเติมความรู้
หรอื ทกั ษะในการประกอบอาชพี หรอื การศึกษาต่อ ซ่งึ จัดข้ึนเปน็ โครงการหรือสาหรับเปา้ หมายเฉพาะได้



มาตรา ๑๐ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึก
อบรมวิชาชพี ต้องคานงึ ถึง

๑) การมีเอกภาพด้านนโยบายและมีความหลากหลายในทางปฏิบัติโดยมีการกระจาย
อานาจจากส่วนกลางไปสู่สถานศึกษาอาชวี ศึกษาและสถาบนั

๒) การศึกษาในดา้ นวิชาชีพสาหรับประชาชนวัยเรยี นและวัยทางานตามความถนัดและ
ความสนใจอย่างทั่วถงึ และตอ่ เนือ่ งจนถึงระดับปริญญาตรี

๓) การมีส่วนร่วมของชุมชน สังคม และสถานประกอบการในการกาหนดนโยบาย
การผลิตและพัฒนากาลงั คน รวมท้ังการกาหนดมาตรฐานการอาชีวศกึ ษา

๔) การศึกษาท่ีมีความยืดหยุ่น และหลากหลาย มีระบบการเทียบโอนผลการเรียนและ
ระบบเทียบโอนประสบการณ์การทางานของบุคคล เพื่อเข้ารับการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง

๕) การมีระบบจูงใจให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษาและ
การฝกึ อบรมวิชาชพี

๖) การระดมทรัพยากรท้ังจากภาครัฐและเอกชนในการจัดการอาชีวศึกษาและ
การฝกึ อบรมวิชาชีพ โดยคานงึ ถึงการประสานประโยชน์อยา่ งท่ัวถงึ และเปน็ ธรรม

๗) การมีระบบการพัฒนาครูและคณาจารย์ของการอาชวี ศึกษาอยา่ งต่อเน่อื ง เพ่ือให้ทัน

ต่อความเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการบริหารงาน

อาชีวศึกษา ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและกาลังคนอาชีวศึกษา ได้รวบรวมข้อมูล จานวนผู้สาเร็จ
การศึกษาของสถานศึกษาสังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ต้ังแต่ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ - ๒๕๖๓
แยกตามประเภทสถานศึกษารัฐบาลและเอกชน ระดับการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
ประกาศนียบัตรวิชาชพี ชั้นสูง (ปวส.) และ ปริญญาตรี มรี ายละเอียด ดงั นี้

ปกี ำรศกึ ษำ ประเภท ปวช. ระดับกำรศกึ ษำ รวมแตล่ ะปี
สถำนศกึ ษำ ปวส. ปริญญำตรี รวม
๘๒,๘๒๕ ๒๕๑,๒๘๙
๒๕๖๑ สถานศกึ ษารัฐบาล ๔๗,๒๙๑ ๗๙,๗๐๐ ๒,๖๘๔ ๑๖๕,๒๐๙ ๒๖๖,๗๗๕
สถานศึกษาเอกชน ๙๓,๗๗๑ ๓๘,๗๘๙ - ๘๖,๐๘๐ ๒๙๓,๘๗๗
๔๖,๙๘๔ ๘๑๑,๙๔๑
๒๕๖๒ สถานศึกษารฐั บาล ๙๙,๗๑๑ ๙๕,๕๔๙ ๓,๔๓๕ ๑๙๒,๗๗๕
สถานศกึ ษาเอกชน
๔๘,๖๔๐ ๒๗,๐๓๖ - ๗๔,๐๒๐
๒๕๖๓ สถานศกึ ษารัฐบาล ๔๑๙,๒๒๒ ๙๘,๐๓๔ ๓,๕๔๕ ๒๐๑,๒๙๐
สถานศกึ ษาเอกชน
๔๓,๙๔๗ - ๙๒,๕๘๗

รวม ๓๘๓,๐๕๕ ๙,๖๖๔ ๘๑๑,๙๔๑

(กลุ่มเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการบริหารงานอาชวี ศึกษาศูนยเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศและกาลังคนอาชีวศกึ ษา)

จากข้อมูลผู้สาเร็จการศึกษา โดยพิจารณาในระดับ ปวช. และ ปวส. มีจานวน
ทไ่ี ม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละปี แตใ่ นระดับปริญญาตรีมีจานวนผู้สาเรจ็ การศึกษาน้อยมาก เมอ่ื เทยี บกับ
ผู้สาเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีจานวนมากที่ไม่ได้เรียนต่อเนื่อง



ถึงระดบั ปรญิ ญาตรี สาเหตุมาจากการจัดการเรียนการสอนในระดบั ปรญิ ญาตรที ี่ดาเนินการจัดการเรยี น
การสอนโดยสถาบนั การอาชีวศกึ ษา มีการเปิดหลักสูตรการสอนในสถานศึกษาอาชีวศึกษาบางแหง่ และ
เปิดเฉพาะสาขาที่มีความพร้อมเท่านั้น ทาให้มีจานวนสาขาวิชาท่ีเปิดการสอนในระดับปริญญาตรี
ไม่สอดคล้องกับผู้สาเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่เปดิ สอนอยู่ ส่งผลให้
เกิดปัญหาที่ผู้จบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ไปศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาอื่นและ
ต้องเปล่ียนสาขาวิชา ทาให้เกิดความไม่ต่อเน่ืองในการนาความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ นับเป็น
การสูญเปล่าที่เกิดขึ้นทางการศึกษา ซึ่งสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ควรพิจารณาปรับเพ่ิม
และเปิดสอนหลักสูตรในระดับปริญญาตรีให้มากขึ้น และต้องสอดคล้องกับการรับผู้สาเร็จการศึกษา
ในระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชั้นสูง (ปวส.) ไดศ้ ึกษาต่อในหลักสตู รต่อเนอ่ื งได้จานวนมากข้นึ

ระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์อาชีพ จะเป็นกลไกสาคัญในการจัด
การอาชีวศึกษาเพ่ือส่งเสริมให้ผู้ท่ีประกอบอาชีพอยู่แล้ว มีโอกาสได้เพ่ิมคุณวุฒิทางการศึกษา
โดยไม่จาเป็นต้องใช้เวลาในการเรียนเท่ากับการเรียนในระบบปกติ แต่สามารถนาความรู้และ
ประสบการณ์ที่มีและได้จากการปฏิบัติงานมาใช้ในการเทียบโอนกับรายวิชาในหลักสูตรอาชีวศึกษา
โดยยึดแนวคิดท่ีว่า “รู้แล้ว ไม่ต้องเรียน” และสะสมหน่วยกิตไว้ เข้ากระบวนการต่าง ๆ ที่กาหนด
ตามหลักเกณฑ์และขอขึ้นทะเบียนเพ่ือสาเร็จการศึกษาได้ จึงจาเป็นที่สานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา จะต้องมีข้ันตอน กระบวนการ และรูปแบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
ทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่ึงจะเปน็ การส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ การเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อีกทางหน่งึ ด้วย

๑.๒ วัตถปุ ระสงค์ของกำรศกึ ษำ
๑.๒.๑ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิด ที่มา สภาพปัญหา

และอุปสรรค ในการดาเนนิ การการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์ของสานกั งานคณะกรรมการการ
อาชวี ศึกษา

๑.๒.๒ เพ่ือศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับ
อาชวี ศกึ ษา เพอื่ ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ตลอดชีวติ

๑.๒.๓ เพ่ือหาแนวทางการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และได้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมสาหรับใช้ในการกาหนดนโยบาย
ของกระทรวงศกึ ษาธิการ และการนานโยบายไปปฏบิ ัติใหเ้ กิดผลอยา่ งเป็นรูปธรรม

๑.๒.๔ นาข้อมูลท่ีได้จากการพิจารณาศึกษา สรุปผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล
พรอ้ มจัดทาความเห็น ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ และยกร่างรายงานการพิจารณาศึกษา เพ่ือเสนอต่อ
วฒุ ิสภา และหนว่ ยงานทางด้านการศึกษาทีเ่ ก่ยี วขอ้ งไปดาเนนิ การให้เกิดผลอยา่ งเป็นรปู ธรรมต่อไป

๑.๓ ขอบเขตของกำรศกึ ษำ
ในการพิจารณาศึกษา ทบทวน วิเคราะห์ และสงั เคราะห์ขอ้ มูลในส่วนทเ่ี ก่ยี วขอ้ งตา่ ง ๆ

เพ่ือหาแนวทางการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา เพ่ือส่งเสรมิ การเรียนรู้ตลอด
ชีวิตครั้งนี้ เป็นการพิจารณาศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน แนวคิด ท่ีมา สภาพปัญหาและ
อุปสรรค ท่ีเกิดจากการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนอาชีวศึกษา การเทียบโอนผลการเรียน
เพื่อนามาสู่แนวทางและรูปแบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา เพื่อส่งเสริม



การเรียนรู้ตลอดชีวิต ท่ีมีกระบวนการ วิธีการและข้ันตอนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทาให้ผู้ท่ีประกอบ
อาชีพแล้วสามารถพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับการทางานได้ตลอดเวลา ทาให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา
โดยเฉพาะผู้เรียนในระดับปริญญาตรีมีจานวนเพ่ิมมากขึ้น ส่งผลต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ
ของประเทศในภาพรวมท่ีสอดคลอ้ งกับแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และสอดรับ
ตามมาตรา ๖ ของพระราชบัญญัตกิ ารอาชวี ศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑

๑.๔ วธิ ีกำรดำเนินกำรศกึ ษำ
๑.๔.๑ ศึกษาเอกสารงานวิจัย บทความทางวิชาการ บทวิเคราะห์ บทสัมภาษณ์ และ

ความเห็นของนักวิชาการด้านการศึกษา กฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เก่ียวข้องต่าง ๆ ในเร่ือง
ท่ีสอดคลอ้ งกนั

๑.๔.๒ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากสถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจของประเทศ
โดยเฉพาะความสัมพนั ธใ์ นส่วนของการจัดการศกึ ษาอาชวี ศึกษาเพอ่ื ส่งเสรมิ ใหค้ นทางานมีโอกาสนาเอา
ความรแู้ ละประสบการณ์จากการทางานมาเทียบโอนเพ่อื ใหไ้ ด้คณุ วุฒกิ ารศกึ ษา

๑.๔.๓ วิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาท่ีเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดการศึกษา
หลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบัน รวมทั้งการบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอน กระบวนการ
ในการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์ เพื่อใหไ้ ดค้ วามรู้และคณุ วฒุ ิการศกึ ษาที่สงู ขึน้ เปน็ การส่งเสรมิ
ให้เกิดการเรยี นรูต้ ลอดชวี ิต

๑.๔.๔ เชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมเพ่ือนาเสนอข้อมูลในประเด็น
ทพ่ี ิจารณาศกึ ษา พรอ้ มขอความอนุเคราะหข์ อ้ มลู และเอกสารที่เกย่ี วขอ้ งจากหน่วยงานตา่ ง ๆ

๑.๔.๕ การศกึ ษาดงู าน และประชุมรว่ มกนั โดยการเชิญผแู้ ทนจากหน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง
มาให้ข้อมูล เอกสารเพิม่ เติม และให้ความเหน็ ในประเดน็ ท่พี ิจารณาศกึ ษา

๑.๔.๖ นาข้อมูลและรายละเอียดท้ังหมดเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์
ประมวลผล และสรปุ ประเดน็ ความเห็นในสว่ นตา่ ง ๆ พร้อมดาเนินการจดั ทารายงานการพิจารณาศกึ ษา
เพ่ือเสนอต่อคณะกรรมาธิการการศึกษา และวุฒิสภา พร้อมนาส่งไปยังหน่วยงานที่เก่ียวข้องนาไป
ขับเคลื่อน และดาเนนิ การให้เกดิ ผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

๑.๕ ประโยชน์ทค่ี ำดว่ำจะได้รับ
๑.๕.๑ ไดร้ ับทราบสภาพปญั หาและอปุ สรรคในการจดั การศึกษาอาชวี ศกึ ษา โดยเฉพาะ

ในเร่ืองการเทียบโอนผลการเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการนาความรู้และประสบการณ์ของผู้ทางาน
อยู่แลว้ มาใช้เทยี บโอนเพื่อใหไ้ ด้คณุ วุฒิทางการศึกษา

๑.๕.๒ ผลจากการศึกษาสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกาหนดเป็นมาตรการ หรือ
แนวนโยบายสนับสนุนและการนานโยบายไปปฏบิ ัติ อนั นาไปสูก่ ารเพิม่ จานวนผ้สู าเรจ็ การศกึ ษาในระดบั
ปริญญาตรี สายเทคโนโลยีและสายปฏบิ ัตกิ าร ทเี่ ป็นความต้องการของสถานประกอบการ

๑.๕.๓ ได้หลักการ แนวคิดและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ซึ่งจะนาไปสู่แนวทางในการ
วางแผน การบรหิ ารจดั การระบบการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์สาหรับอาชวี ศกึ ษา เพ่ือสง่ เสริม
การเรยี นรู้ตลอดชีวติ



๑.๖ นยิ ำมศพั ท์เฉพำะ

สอศ. หมายถงึ สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

สคช. หมายถงึ สถาบนั คณุ วฒุ วิ ิชาชีพ (องค์การมหาชน)

ปวช. หมายถงึ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ

ปวส. หมายถงึ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชัน้ สงู

หลกั สูตรอาชวี ศกึ ษา หมายถงึ หลกั สตู รการจดั การเรยี นการสอนทางดา้ น

อาชวี ศกึ ษา ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.)

ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชัน้ สงู (ปวส.) และ

ปรญิ ญาตรี ตามเงอ่ื นไขและหลกั เกณฑ์ที่

สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษากาหนด

การฝึกอบรม หมายถงึ การฝกึ อบรมหรอื การฝึกปฏิบัตกิ ารท่จี ดั ขนึ้

อยา่ งมีระบบในสถานประกอบการ หรอื จดั โดย

หนว่ ยงานหรือองคก์ รฝึกอบรมในองค์กรของรฐั

องคก์ รอสิ ระ สมาคมวิชาชพี และธุรกจิ เอกชน

การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ หมายถงึ การเปล่ียนแปลงและพัฒนาที่เกิดขึน้ ในตวั บคุ คล

อนั เปน็ ผลมาจากการไดร้ บั ความรู้ ทกั ษะ หรือ

ประสบการณจ์ ากการศกึ ษา หรอื จากกจิ กรรม

ในวิถีชวี ติ ทีเ่ กดิ ขน้ึ ได้ตลอดเวลา

การเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์ หมายถงึ การนาความรู้ความสามารถ ท้งั ทไี่ ด้

จากการเรียน การฝึกอบรม ทักษะ

และประสบการณ์จากการทางาน

มาเทียบโอนเพื่อให้ไดว้ ฒุ กิ ารศกึ ษา

สายอาชีพ โดยไม่ต้องเรยี นซา้

แฟม้ สะสมผลงาน หมายถงึ การรวบรวมผลงานจากการฝึกอบรม

ประสบการณจ์ ากการทางาน หรือ

การผ่านการเรยี นจากสถานศกึ ษา

อน่ื ๆ นามาจดั ทาเรียบเรยี ง

อยา่ งเป็นระบบ

บทท่ี ๒
ยุทธศาสตร์ แผน นโยบาย กฎหมาย และข้อมลู ที่เกีย่ วขอ้ ง

๒.๑ ยทุ ธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐
ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐ เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่ีต้องนาไปสู่การปฏิบัติเพ่ือให้ประเทศไทย
บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน ดว้ ยวสิ ัยทัศน์ประเทศดังกล่าว
เป้าหมายการพัฒนาประเทศท่ีสาคัญ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนา
อย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติย่ังยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศ
ในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและ
ความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐ
ของประชาชนเพ่ือประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ
ประกอบด้วย ๑) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ๒) ขีดความสามารถในการแข่งขัน ๓) การพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ๔) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม ๕) ความหลากหลาย
ทางชีวภาพ คุณภาพส่ิงแวดล้อม และความย่ังยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และ ๖) ประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ โดยการพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลา
ของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
โดยประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโต
บนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบ
การบริหารจัดการภาครัฐ โดยยุทธศาสตร์ชาติในส่วนที่เก่ียวข้องกับการศึกษาและการพัฒนาการศึกษา
จะอยู่ในส่วนของ ๕ ยุทธศาสตร์ที่สาคัญ ประกอบด้วย ๑) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง
๒) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ๓) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและ
เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ๔) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค
ทางสังคม และ ๕) ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั

๑) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สาคัญ คือ ประเทศชาติ
ม่ันคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความม่ันคง
ปลอดภัย เอกราช อธปิ ไตย และมีความสงบเรียบรอ้ ยในทุกระดบั ตงั้ แต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้น
การพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับ
ภยั คุกคามและภัยพบิ ตั ไิ ดท้ ุกรปู แบบ และทกุ ระดับความรุนแรง ควบคไู่ ปกบั การปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา
ดา้ นความมนั่ คงท่ีมีอย่ใู นปัจจุบนั และทอี่ าจจะเกิดข้ึนในอนาคต ใช้กลไกการแกไ้ ขปญั หาแบบบูรณาการ
ท้ังกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพ่ือนบ้านและ
มิตรประเทศทวั่ โลกบนพื้นฐานของหลกั ธรรมาภิบาล

๑๐

๒) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนา
ท่ีมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพ้ืนฐานแนวคิด ๓ ประการ ได้แก่
(๑) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต
และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศ
ในด้านอื่น ๆ นามาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพ่ือให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจ
และสังคมโลกสมัยใหม่ (๒) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ของประเทศในมิติต่าง ๆ ท้ังโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อมให้เอ้ือต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต และ
(๓) “สร้างคณุ ค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิม่ ศกั ยภาพของผูป้ ระกอบการ พัฒนาคนร่นุ ใหม่ รวมถงึ ปรับ
รูปแบบธุรกิจ เพ่ือตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต
บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ
ให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน
ในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มข้ึนของคนช้ันกลางและ
ลดความเหลือ่ มลา้ ของคนในประเทศไดใ้ นคราวเดยี วกัน

๓) ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ มีเปา้ หมาย
การพัฒนาท่ีสาคัญเพ่ือพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทย
มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการท่ีดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย
มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และ
เป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จาเป็นในศตวรรษท่ี ๒๑ มีทักษะส่ือสาร
ภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓ และอนุรักษ์ภาษาท้องถ่ิน มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง
อย่างต่อเนื่องตลอดชีวติ สู่การเปน็ คนไทยท่ีมีทกั ษะสงู เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่
และอ่ืน ๆ โดยมีสัมมาชพี ตามความถนดั ของตนเอง

๔) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมาย
การพัฒนาที่สาคัญที่ให้ความสาคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ท้ังภาคเอกชน ประชาสังคม
ชุมชนท้องถ่ินมาร่วมขับเคล่ือน โดยการสนบั สนุนการรวมตวั ของประชาชนเพ่ือสว่ นรวม กระจายอานาจ
และความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็ง
ของชุมชน การเตรียมความพร้อมของประชากรทั้งในมิติสุขภาพเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม
ให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ พ่ึงพาตนเองและทาประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด
โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบรกิ ารและสวสั ดิการทีม่ ีคณุ ภาพอย่างเปน็ ธรรมและทัว่ ถึง

๕) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสาคญั เพ่อื ปรบั เปลี่ยนภาครฐั ที่ยึดหลกั “ภาครัฐของประชาชนเพ่ือประชาชนและ
ประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดท่ีเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหน่วยงาน
ของรัฐท่ีทาหน้าท่ีในการกากับหรือในการให้บริการ ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทางาน
ให้มงุ่ ผลสัมฤทธ์แิ ละผลประโยชนส์ ่วนรวม มีความทันสมยั และพร้อมท่ีจะปรบั ตัวให้ทนั ต่อการเปล่ียนแปลง
ของโลกอยูต่ ลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนานวตั กรรม เทคโนโลยีขอ้ มลู ขนาดใหญ่ ระบบการทางาน
ท่ีเป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมท้ังมีลักษณะ

๑๑

เปิดกว้าง เช่ือมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพ่ือตอบสนองความต้องการ
ของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็วและโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยม
ความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสานึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบ
อย่างส้ินเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าท่ีจาเป็น มีความทันสมัย มีความเป็น
สากล มีประสิทธิภาพ และนาไปสูก่ ารลดความเหลอ่ื มล้าและเออ้ื ตอ่ การพัฒนา โดยกระบวนการยตุ ิธรรม
มีการบริหารทีม่ ปี ระสิทธิภาพ เป็นธรรม ไมเ่ ลอื กปฏิบตั แิ ละการอานวยความยุติธรรมตามหลักนิตธิ รรม

๒.๒ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๑๒
หลักการพัฒนาประเทศที่สาคัญ ในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาท่ีย่ังยืน”
และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ท่ีต่อเน่ืองจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๙
ถงึ ฉบับท่ี ๑๑ และยดึ หลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีลดความเหลือ่ มลา และขบั เคลื่อนการเจรญิ เติบโต
จากการเพ่มิ ผลิตภาพการผลติ บนฐานการใช้ภูมปิ ัญญาและนวัตกรรม

ภายใต้เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ มทีเ่ กดิ ขนึ ทงั ในและตา่ งประเทศ จะเปน็ แรงกดดนั ให้ประเทศไทยต้องปรับตวั และมีการบรหิ าร
ความเส่ียงอย่างชาญฉลาดมากขึน ต่อจากนีไปประเทศไทยต้องปรับเปล่ียนครังใหญ่ เพ่ือแก้ไขปัญหา
รากฐานสาคญั ท่ีเปน็ จุดออ่ นและข้อจากัดของประเทศที่สง่ั สมมานาน ในขณะเดยี วกันดาเนินยทุ ธศาสตร์
เชิงรุกเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและจุดเด่นของประเทศ จึงมีความจาเป็นที่จะต้องให้ความสาคัญกับ
ประเด็นที่มีลักษณะการบูรณาการ เพื่อใชป้ ระกอบการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการแปลงแผน
ไปสู่การปฏิบัติเกิดผลสัมฤทธ์ิได้อย่างแท้จรงิ ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุน
การอาชีวศึกษา โดยระบไุ วใ้ นสว่ นต่าง ๆ ดงั นี

๒.๒.๔ การสรา้ งความเป็นธรรมและลดความเหลือ่ มล้า ในชว่ ง ๕ ปตี อ่ จากนไี ปยังตอ้ ง
มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพบริการทางสังคมให้ท่ัวถึงโดยเฉพาะอย่างย่ิงด้านการศึ กษาและสาธารณสุข
รวมทงั การปดิ ชอ่ งวา่ งการคุ้มครองทางสงั คมอื่น ๆ ต่อเน่ืองจากท่ีได้ผลักดนั ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑
และมงุ่ เนน้ มากขนึ ในเรอ่ื งการเพิม่ ทกั ษะแรงงานและการใช้นโยบายแรงงานทสี่ นบั สนุนการเพิม่ ผลิตภาพ
แรงงานและเสริมสรา้ งรายได้สูงขึน ประเด็นการพัฒนาที่สาคัญ มีดงั นี

๑) การสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายประชากรร้อยละ ๔๐ ท่ีมีรายได้ต่าสุด
โดยจดั บรกิ ารของรฐั ทมี่ คี ุณภาพทังด้านการศึกษา สาธารณสขุ ใหก้ ับผ้ทู ด่ี ้อยโอกาสและผทู้ ่ีอาศัยในพืนท่ี
หา่ งไกล การจัดสรรทด่ี นิ ทากินอยา่ งมเี งอ่ื นไขเพ่อื ป้องกันการเปลี่ยนมือผ้ไู ดร้ ับการจดั สรรทด่ี ินให้แก่กลมุ่
คนจนในภาคเกษตรที่ไร้ท่ีดนิ ทากนิ การพัฒนาทกั ษะของกล่มุ เปา้ หมายให้สามารถประกอบอาชีพและมี
รายได้การพัฒนาระบบการประกันภัยพืชผล การจัดตังธนาคารที่ดิน และการพัฒนาองค์กรการเงิน
ฐานราก

๒) การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุน
ในเร่ืองการสร้างอาชีพ รายได้ และให้ความช่วยเหลือที่เช่ือมโยงการเพ่ิมผลิตภาพสาหรับประชากรกลุ่ม
ร้อยละ ๔๐ รายได้ต่าสุด ผู้ด้อยโอกาส สตรี และผู้สูงอายุ อาทิ การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง
และขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม การพัฒนาองค์กรการเงินฐานรากและการเข้าถึง

๑๒

เงินทุนเพื่อสร้างอาชีพ และการสนับสนุนการเข้าถึง ปัจจัยการผลิตคุณภาพดีท่ีราคาเป็นธรรม และ
ในขณะเดยี วกนั ก็ต้องเพม่ิ ประสิทธภิ าพการใชง้ บประมาณเชงิ พนื ทีแ่ ละบูรณาการเพ่อื ลดความเหลอ่ื มลา

๓) การกระจายการจัดบริการภาครัฐให้มีความครอบคลุมและทั่วถึงทังในเชิง
ปริมาณและคุณภาพในด้านการศึกษา สาธารณสุข โครงสร้างพืนฐาน และการจัดสวัสดิการ รวมทัง
การจัดสรรทรพั ยากรให้มีการกระจายตัวอย่างเป็นธรรม สร้างปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจ รวมทังการปรับ
กฎหมาย กฎระเบยี บใหเ้ กดิ การแข่งขนั ท่ีเปน็ ธรรม

๔) การสร้างชุมชนเข้มแขง็ ใหเ้ ปน็ พลังร่วมทางสงั คมในการสนับสนุนการพฒั นา
และพรอ้ มรับผลประโยชน์จากการพัฒนา โดยสง่ เสรมิ การประกอบอาชพี ของผู้ประกอบการระดับชมุ ชน
การสนับสนนุ ศนู ย์ฝกึ อาชพี ชุมชนเพื่อยกระดับทกั ษะของคนในชมุ ชน ส่งเสริมให้ชุมชนจัดสวัสดิการและ
บรกิ ารในชุมชน และผลักดันกลไกการกระจายท่ีดินทากินและการบริหารจัดการท่ีดินของชุมชน เพื่อแก้ไข
ปญั หาการไมม่ ีที่ดนิ ทากนิ และทอ่ี ยู่อาศยั รวมถึงการมสี ิทธใิ นการบริหารจดั การทรพั ยากรในพนื ที่

๒.๒.๕ การปรับโครงสร้างการผลิตและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วง
ของห่วงโซ่มูลค่า โดยการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับปัจจัยพืนฐานและทุนทางเศรษฐกิจ
ให้สนับสนุนการเพ่ิมศักยภาพของฐานการผลิตและฐานรายได้เดิม และสร้างฐานการผลิตและรายได้ใหม่
ให้กบั ระบบเศรษฐกิจ และยกระดบั ห่วงโซม่ ูลคา่ ดว้ ยการใช้เทคโนโลยวี ิจยั และพฒั นาเพื่อสร้างนวตั กรรม
การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมทังยกระดับมาตรฐานสินค้า
และบริการ สร้างสังคมผู้ประกอบการที่มีทักษะในการทาธุรกิจทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
พัฒนาพืนที่ชายแดนที่มีศักยภาพและพืนที่เศรษฐกิจใหม่ เพ่ือรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และ
ขับเคลอื่ นเศรษฐกจิ เขา้ ส่กู ารเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต

๒.๒.๖ การปรบั ระบบการผลิตการเกษตรให้สอดคล้องกบั พันธกรณีในด้านการเปลย่ี นแปลง
สภาพภูมิอากาศและศักยภาพของพืนที่ รวมทังสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการเกษตร
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมแบบมีสว่ นรว่ มที่เช่ือมโยงกับฐานทรัพยากรชีวภาพ (Bio Based)
ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร มีความปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
และส่ิงแวดล้อมของประเทศ เน้นการพัฒนาระบบเกษตรกรรมท่ียั่งยนื และการขยายโอกาสในการเข้าถึง
พืนที่ทากินของเกษตรกร ส่งเสริมการรวมกลุ่มทางการเกษตรจากกิจการที่เป็นเจ้าของคนเดียว
เป็นการประกอบการในลักษณะสหกรณ์ ห้างหุ้นส่วน และบริษัทเพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด
ลดการทางานต่าระดับ และสามารถใช้เทคโนโลยีการผลิตในระดับท่ีเหมาะสม รวมทังใช้กลไกตลาด
ในการปอ้ งกันความเสี่ยง

๒.๒.๗ การเพ่ิมศักยภาพฐานการผลิตและบริการเดิมและการต่อยอดไปสู่ฐาน
การผลิตและให้บริการโดยใช้เทคโนโลยีท่ีเข้มข้นและนวัตกรรม วางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรม
สาหรับอนาคตทังในด้านการเตรียมคนและโครงสร้างพืนฐาน สร้างระบบกลไกและเครือข่ายท่ีเข้มแข็ง
และมีประสิทธิภาพในการเชอ่ื มโยงความรว่ มมอื ของภาคธรุ กจิ ในลกั ษณะคลสั เตอร์

๒.๒.๘ การสง่ เสริมสรา้ งความเขม้ แข็งของเศรษฐกจิ กระแสใหม่ อาทิ เศรษฐกิจดจิ ิทัล
เศรษฐกิจฐานชีวภาพ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม และการพัฒนาวิสาหกิจตังใหม่ (Start Up)
และวิสาหกิจเพ่ือสังคม รวมถึงการสร้างสังคมผู้ประกอบการ เพื่อต่อยอดฐานการผลิตและบริการและ
ฐานเดมิ และสร้างฐานใหม่

๑๓

๒.๒.๙ การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว
ท่ีมีศักยภาพให้เติบโตและสนับสนุนภาคการผลิต เน้นการปรับปรุงกฎหมายที่เก่ียวข้อง เพื่อให้เกิด
ความสมดุลและยั่งยืนในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวท่ีคานึงถึงขีดความสามารถในการรองรับ
ของระบบนิเวศและศักยภาพของพืนที่ รวมทังการสร้างมูลค่าเพ่ิมในอุตสาหกรรมกีฬาให้ครอบคลุม
ทุกมติ ิและครบวงจรทงั การผลิตและธุรกจิ ท่ีเกยี่ วขอ้ ง

๒.๒.๑๐ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิต เพ่ือเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ขยายฐานเศรษฐกิจให้กว้างขึน และต่อยอดห่วงโซ่การผลิตให้เข้มแข็งขึน โดยการเช่ือมโยงเครือข่าย
การผลิต และนาผลการวิจัยและการพัฒนาท่ีเกี่ยวขอ้ งมาใช้ประโยชน์ในการสรา้ งผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ที่หลากหลาย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างย่ิงการพัฒนาความเช่ือมโยง
ด้านการคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ และโทรคมนาคมในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคภายใต้แผนงาน
GMS, ACMECS, IMT-GT, JDS และ BIMSTEC และภูมิภาคอาเซียนเพ่ืออานวยความสะดวกและ
ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ โดยพัฒนาความเช่ือมโยงตามแผนแม่บทว่าด้วยความเช่ือมโยงระหว่างกัน
ในอาเซียนให้มีความต่อเน่ืองและเป็นโครงข่ายที่มีความสมบูรณ์ พัฒนารูปแบบและบริการการขนส่ง
และระบบโลจสิ ตกิ สท์ ่ีมปี ระสทิ ธิภาพและได้มาตรฐานสากล ปรับปรงุ กฎระเบียบการขนสง่ คนและสนิ ค้า
ที่เก่ียวข้อง และพัฒนาบุคลากรในธุรกิจ การขนส่งและบริการโลจิสติกส์ และเช่ือมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจ
ตามแนวพืนที่ชายแดน เขตเศรษฐกิจชายแดนตลอดจนเชื่อมโยงระบบการผลิตกับพืนท่ีตอนใน
ของประเทศ

๒.๒.๑๑ การพัฒนาวิสาหกิจขนาดย่อย ขนาดเล็กและขนาดกลาง วิสาหกิจชุมชน
และวิสาหกิจเพ่ือสังคม เพ่ือขยายฐานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความครอบคลุมมากขึน
เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสาหรบั กลุ่มตา่ ง ๆ ในสงั คม โดยดาเนนิ การควบคู่ไปกับการพฒั นาและ
ส่งเสรมิ สงั คมผู้ประกอบการเพือ่ สง่ เสรมิ ผ้ปู ระกอบการท่ีผลิตไดแ้ ละขายเปน็

๒.๓ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙
แนวคิดการจัดการศึกษา (Conceptual Design) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลัก

สาคัญในการจัดการศึกษา ประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All)
หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและท่ัวถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม (All for Education)
อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030)
ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนทุกช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
ประชากรของประเทศ ความเหล่ือมล้าของการกระจายรายได้ และวิกฤตด้านส่ิงแวดล้อม โดยนา
ยุทธศาสตรช์ าติ (National Strategy) มาเปน็ กรอบความคิดสาคัญในการจัดทาแผนการศกึ ษาแห่งชาติ

วิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมาย เป้าหมาย ตัวช้ีวัด และยุทธศาสตร์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
จากแนวคิดการจัดการศึกษาดังกล่าวข้างต้น แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับน้ี จึงได้กาหนดวิสัยทัศน์
(Vision) ไวด้ ังนี้ “คนไทยทกุ คนได้รับการศึกษาและเรยี นรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชวี ิตอย่างเป็นสุข
สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษท่ี ๒๑”

๑๔

โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา ๔ ประการ คือ ๑) เพื่อพัฒนาระบบและ
กระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ๒) เพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี
มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ๓) เพ่ือพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคม
แห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกาลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศ
อยา่ งย่ังยนื ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และ ๔) เพอื่ นาประเทศไทยกา้ วขา้ มกับดกั ประเทศที่
มีรายไดป้ านกลาง และความเหลือ่ มลา้ ภายในประเทศลดลง

เพือ่ ให้บรรลวุ สิ ัยทัศน์และจดุ มงุ่ หมายในการจดั การศึกษาดังกล่าวข้างตน้ แผนการศึกษา
แห่งชาติได้วางเป้าหมายไว้ ๒ ด้าน คือ เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพัฒนา
ผเู้ รยี นทุกคนให้มีคณุ ลักษณะและทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี ๒๑ (3Rs8Cs) ประกอบด้วย ทักษะและ
คณุ ลักษณะต่อไปนี้

✥ 3Rs ได้แก่ การอ่านออก (Reading) การเขียนได้ (Writing) และการคิดเลขเป็น
(Arithmetic)

✥ 8Cs ได้แก่ ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and
Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross – cultural Understanding)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and
Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information
and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing
and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และความมี
เมตตา กรุณา มีวินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)

เป้าหมายของการจัดการศึกษา (Aspirations) ๕ ประการ ซ่ึงมีตัวชี้วัดเพื่อการบรรลุ
เป้าหมาย ๕๓ ตวั ช้วี ดั ประกอบดว้ ย เปา้ หมายและตัวชี้วดั ที่สาคญั ดงั นี้

๑) ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างท่ัวถึง (Access)
มีตัวช้ีวัดที่สาคัญ เช่น ประชากรกลุ่มอายุ ๖ - ๑๔ ปีทุกคนได้เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาและ
มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าท่ีรัฐต้องจัดให้ฟรี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนา
สมรรถภาพหรือบริการทางการศึกษาท่ีเหมาะสมทุกคน และประชากรวัยแรงงานมีการศึกษาเฉลี่ย
เพิม่ ขึ้น เป็นต้น

๒) ผู้เรียนทุกคน ทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
อย่างเท่าเทียม (Equity) มีตัวช้ีวดั ที่สาคัญ เชน่ ผู้เรียนระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานทุกคนได้รับการสนับสนุน
คา่ ใช้จ่ายในการศกึ ษา ๑๕ ปี เปน็ ตน้

๓) ระบบการศึกษาท่ีมีคุณภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถเต็ม
ตามศกั ยภาพ (Quality) มตี ัวชว้ี ดั ท่ีสาคัญ เชน่ นกั เรียนมีคะแนนผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติ
ขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ ๕๐ ขึ้นไปเพิ่มข้ึน และคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ
โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Program for International Student Assessment :
PISA) ของนักเรียนอายุ ๑๕ ปีสงู ขน้ึ เปน็ ต้น

๑๕

๔) ระบบการบริหารจัดการศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพ เพื่อการลงทุนทางการศึกษาทีค่ ุ้มค่า
และบรรลุเปา้ หมาย (Efficiency) มีตัวชีว้ ัดทส่ี าคัญ เช่น ร้อยละของสถานศึกษาขนาดเลก็ ทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ์
การประเมินคุณภาพภายนอกลดลง มีระบบการบริหารงานบุคคล ครู และบุคลากรทางการศึกษาท่ีมี
ประสิทธิภาพและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมท้ังมีกลไกส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนทรพั ยากร
เพอ่ื การจดั การศึกษา เปน็ ตน้

๕) ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกท่ีเป็นพลวัตและ
บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) มีตัวช้ีวัดที่สาคัญ เช่น อันดับความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศดา้ นการศึกษาดีข้นึ สดั ส่วนผู้เรียนอาชีวศกึ ษาสูงขึน้ เมอื่ เทยี บกบั ผเู้ รยี นสามัญศึกษา และจานวน
สถาบันอดุ มศึกษาทีต่ ดิ อันดบั ๒๐๐ อนั ดบั แรกของโลกเพม่ิ ขนึ้ เป็นต้น

เพ่ือให้บรรลุวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมาย และเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น แผนการศึกษา
แห่งชาติจึงได้กาหนดช่วงเวลาในการดาเนินการในแต่ละเป้าหมายและตัวช้ีวัด เป็น ๕ ช่วง ดังนี้ ระยะ
เร่งด่วน ระยะ ๕ ปีแรกของแผน ระยะ ๕ ปีที่สองของแผน ระยะ ๕ ปีท่ีสามของแผน และระยะ๕ ปี
สุดทา้ ยของแผนยุทธศาสตร์ เป้าหมาย และตัวช้ีวดั แผนการศึกษาแห่งชาติได้กาหนดยุทธศาสตร์ในการ
พัฒนาการศกึ ษาภายใต้ ๖ ยุทธศาสตร์หลักท่ีสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี เพ่อื ให้แผนการศึกษา
แหง่ ชาตบิ รรลุเปา้ หมายตามจดุ มงุ่ หมาย วสิ ยั ทศั น์ และแนวคิดการจดั การศึกษาดงั กล่าวข้างตน้ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ : การจัดการศึกษาเพ่ือความม่ันคงของสังคมและประเทศชาติ
มีเป้าหมาย ดงั น้ี

๑.๑ คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดม่ันการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีตัวชี้วัดท่ีสาคัญ เช่น การจัดกิจกรรมของ
สถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานทส่ี ่งเสรมิ การเรียนรทู้ ส่ี ะทอ้ นความรกั และการธารงรกั ษาสถาบันหลกั ของชาตแิ ละ
การยึดม่ันในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขการจัดการเรียน
การสอน/กิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมือง (Civic Education) และส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน
ในสังคมพหวุ ัฒนธรรม เปน็ ตน้

๑.๒ คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพ้ืนที่พิเศษ
ได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีตัวชี้วัดท่ีสาคัญ เช่น นักเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้และพืน้ ที่พเิ ศษมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET)
แต่ละวชิ าผา่ นเกณฑ์คะแนนรอ้ ยละ ๕๐ ขน้ึ ไปเพิ่มข้ึน สถานศึกษาจัดการศึกษาสาหรับกลุ่มชนต่างเชือ้ ชาติ
ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าวเพิ่มข้ึน และสถานศึกษาในพ้ืนที่
พิเศษที่จดั อยูใ่ นมาตรการจงู ใจ มรี ะบบเงนิ เดอื น ค่าตอบแทนทีส่ ูงกวา่ ระบบปกตเิ พิม่ ข้นึ เป็นตน้

๑.๓ คนทุกช่วงวยั ได้รบั การศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่
มีตัวช้ีวัดท่ีสาคัญ เช่น สถานศึกษาท่ีจัดกระบวนการเรียนรู้และปลูกฝังแนวทางการจัดการความขัดแย้ง
โดยแนวทางสันติวิธีเพิ่มขึ้น มีการจัดการเรียนการสอน/กิจกรรม เพ่ือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่
ถูกต้องเก่ียวกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้น มีระบบ กลไก และมาตรการที่เข้มแข็งในการป้องกัน
และแกไ้ ขปญั หาภยั คกุ คามในรปู แบบใหม่ และผู้เรียนในสถานศึกษาที่มคี ดที ะเลาะวิวาทลดลง เป็นต้น

โดยได้กาหนดแนวทางการพัฒนา คือ พฒั นาการจัดการศึกษาเพอื่ เสรมิ สร้างความมั่นคง
ของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ยกระดับคุณภาพและส่งเสรมิ โอกาสในการเข้าถึงการศกึ ษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจงั หวัดชายแดน

๑๖

ภาคใต้และพ้ืนที่พิเศษ ท้ังที่เป็นพ้ืนที่สูง พ้ืนที่ตามแนวตะเข็บชายแดนและพ้ืนท่ีเกาะแก่ง ชายฝ่ังทะเล
ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว พัฒนาการจัด
การศึกษาเพ่ือการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความ
รนุ แรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น
และมแี ผนงานและโครงการสาคญั เช่น โครงการยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาในเขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกจิ
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้และพน้ื ท่ีพเิ ศษ เปน็ ต้น

ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ : การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวัตกรรรม เพื่อสร้างขีด
ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ มเี ปา้ หมาย ดงั นี้

๒.๑ กาลังคนมีทักษะที่สาคัญจาเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาด
งานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีตัวชี้วัดที่สาคัญ เช่น มีฐานข้อมูลความต้องการ
กาลังคน (Demand) จาแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงข้ึน
เมื่อเทียบกับผู้เรียนสามัญศึกษา และสัดส่วนผู้เรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
สูงขึ้นเม่ือเทียบกับผู้เรียนสังคมศาสตร์ กาลังแรงงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่ได้รับการยกระดับคุณวุฒิ
วชิ าชีพเพม่ิ ข้ึน เป็นตน้

๒.๒ สถาบันการศึกษาและหนว่ ยงานท่ีจัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและ
เป็นเลศิ เฉพาะดา้ น มีตัวชีว้ ดั ทส่ี าคัญ เช่น สดั ส่วนการผลติ กาลังคนระดับกลางและระดบั สงู จาแนกตาม
ระดับ/ประเภทการศึกษา ในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนา
ประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละของสถาบันการศึกษาจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคี/สหกิจศึกษา/หลักสูตร
โรงเรียนในโรงงานตามมาตรฐานทีก่ าหนดเพิ่มขึ้น จานวนหลกั สตู รของสถานศกึ ษาทจ่ี ัดการศึกษาทวิวุฒิ
(Dual Degree) เพมิ่ ขนึ้ จานวนสถาบันอาชวี ศกึ ษาและอุดมศกึ ษาทจ่ี ัดหลักสูตรสาหรบั ผู้มคี วามสามารถ
พิเศษเพ่ิมขึ้น และมีภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน สถานประกอบการ สมาคมวิชาชี พ
และหนว่ ยงานทีจ่ ัดการศึกษาเพม่ิ ข้ึน เปน็ ต้น

๒.๓ การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนวตั กรรมที่สร้างผลผลติ และมูลค่าเพ่ิม
ทางเศรษฐกิจ มตี วั ชีว้ ัดที่สาคญั เช่น สดั สว่ นเงินลงทุนวจิ ัยและพัฒนาของภาคเอกชนเมือ่ เทียบกบั ภาครฐั
เพ่ิมขึ้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายการลงทุนเพ่ือการวิจัยและพัฒนาเม่ือเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
(GDP) ของประเทศเพ่ิมขึ้น โครงการ/งานวิจัยเพ่ือสร้างองค์ความรู้/นวัตกรรมที่นาไปใช้ประโยชน์
ในการพัฒนาประเทศเพิ่มข้ึน บุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คน เพ่ิมขึ้น
นวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์ ทไ่ี ด้จดสิทธิบัตรและทรพั ยส์ ินทางปญั ญาเพิ่มข้ึน และผลงานวิจัยที่ได้รับการตพี ิมพ์
ในระดับนานาชาติเพิ่มข้นึ เป็นตน้

โดยได้กาหนดแนวทางการพัฒนา คือ ผลิตและพัฒนากาลังคนให้มีสมรรถนะในสาขา
ทตี่ รงตามความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ส่งเสริมการผลิต
และพัฒนากาลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้าง
องค์ความรู้ และนวตั กรรมที่สร้างผลผลิตและมูลคา่ เพิ่มทางเศรษฐกจิ และมีแผนงานและโครงการสาคัญ
เช่น โครงการจัดทาแผนผลิตและพัฒนากาลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานในกลุ่ม
อุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นต้น

๑๗

ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ : การพฒั นาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสงั คมแห่งการเรยี นรู้
มเี ป้าหมาย ดังนี้

๓.๑ ผเู้ รียนมีทักษะและคณุ ลักษณะพนื้ ฐานของพลเมอื งไทย และทักษะและคณุ ลกั ษณะ
ทจ่ี าเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ มตี ัวชีว้ ัดที่สาคญั เช่น ผู้เรียนทีม่ ีคณุ ลกั ษณะและทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษ
ที่ ๒๑ เพิ่มข้ึน ผู้เรียนทุกระดับการศึกษามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความมีวินัย และมีจิตสาธารณะ
เพิ่มข้ึน สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าข้ึนไปที่จัดกิจกรรมสะท้อนการสร้างวินัย
จิตสาธารณะ และคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์เพมิ่ ขึน้ เปน็ ต้น

๓.๒ คนทุกช่วงวัยมที กั ษะ ความรคู้ วามสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษา
และมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ไดต้ ามศักยภาพ มีตัวชี้วัดท่ีสาคญั เช่น เดก็ แรกเกิด – ๕ ปี
มีพัฒนาการสมวยั เพิม่ ขนึ้ นักเรียนมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติข้นั พน้ื ฐาน (O-NET)
แตล่ ะวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ ๕๐ ข้นึ ไปเพ่ิมขนึ้ ผูส้ งู วยั ที่ไดร้ ับบริการการศึกษาเพื่อพฒั นาทักษะ
อาชีพและทักษะชีวิตเพิ่มขึ้น และมีสาขาและวิชาชีพ ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้รับการส่งเสริมให้ทางาน
และถา่ ยทอดความร้/ู ประสบการณ์เพิ่มข้ึน เปน็ ตน้

๓.๓ สถานศกึ ษาทกุ ระดับการศึกษาสามารถจดั กจิ กรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลกั สูตร
อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน มีตัวชี้วัดที่สาคัญ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก/สถานศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา
ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้คุณภาพและมาตรฐานเพิ่มข้ึน สถานศึกษา/สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจัด
กิจกรรมที่สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย และสมรรถนะของเด็กที่เช่ือมโยงกับมาตรฐานคุณภาพเด็ก
ปฐมวัยของอาเซียนเพ่ิมข้ึน สถานศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรที่มุ่ง
พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพิ่มข้ึน และสถาบันการศึกษา
ในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาท่ีจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รทีม่ ุ่งพัฒนาผ้เู รียนใหม้ ีสมรรถนะท่ีสอดคล้อง
กบั ยทุ ธศาสตร์ประเทศไทย ๔.๐ เพ่ิมข้นึ เป็นตน้

๓.๔ แหล่งเรียนรู้ สื่อตาราเรียน นวัตกรรม และส่ือการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน
และประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จากดั เวลาและสถานท่ี มีตวั ชี้วัดท่ีสาคัญ เช่น แหล่งเรยี นรู้ทไี่ ดร้ ับ
การพัฒนาให้สามารถจัดการศึกษา/จัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ลอดชีวิตที่มีคุณภาพเพ่ิมขึ้น ส่ือสารมวลชน
ทเ่ี ผยแพร่หรอื จัดรายการเพื่อการศกึ ษาเพม่ิ ขึ้น ส่ือตาราเรียน และสื่อการเรยี นรู้ ทผ่ี ่านการรบั รองมาตรฐาน
คุณภาพจากหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ และได้รับการพัฒนา โดยการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและเอกชน
เพิ่มขึน้ เปน็ ต้น

๓.๕ ระบบและกลไกการวัด การติดตาม และประเมินผลมีประสิทธิภาพ มีตัวชี้วัด
ที่สาคัญ เช่น มรี ะบบและกลไกการทดสอบ การวัดและประเมนิ ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของผูเ้ รยี น
ทุกระดับการศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมายท่ีมีประสิทธิภาพ มีระบบติดตามประชากรวัยเรียนที่ขาด
โอกาสหรือไม่ได้รบั การศึกษา และผู้เรยี นที่มแี นวโน้มจะออกกลางคัน เปน็ ต้น

๓.๖ ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้มาตรฐานระดับสากล
มีตวั ชว้ี ดั ทสี่ าคัญ เช่น มีฐานขอ้ มลู ความต้องการใชค้ รู แผนการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ในระยะ ๑๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๙) จาแนกตามสาขาวิชา ขนาดสถานศึกษา และจังหวัด สัดส่วน
ของก ารบ รรจุค รูท่ีม าจาก ก ารผลิต ค รูใน ระ บ บ ปิ ด เพ่ิม ขึ้ น มี ห ลักเกณ ฑ์ และเง่ือน ไข ที่เอ้ือให้ ผู้สาเร็จ
การศกึ ษาจากสาขาวชิ าอื่นและพฒั นาเพิม่ เตมิ เพอื่ เข้าสู่วิชาชพี ครู เปน็ ตน้

๑๘

๓.๗ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน
มีตัวช้ีวัดท่ีสาคัญ เช่น ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษาได้รับ
การพัฒนาตามมาตรฐานวชิ าชพี และสามารถปฏบิ ัติงานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังไดร้ ับการพฒั นา
ให้สอดคล้องกับความต้องการและยุทธศาสตร์ของหน่วยงานเพ่ิมข้ึน และระดับความพึงพอใจของครู
อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษาทม่ี ีต่อการพฒั นาและการใช้ประโยชนจ์ ากการพฒั นาเพ่มิ ข้นึ เปน็ ต้น

โดยได้กาหนดแนวทางการพัฒนา คือ ส่งเสรมิ และพฒั นาแหลง่ เรียนรู้ สือ่ ตาราเรยี นและ
ส่ือการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จากัด
เวลาและสถานที่ สร้างเสริมและปรับเปล่ียนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะและพฤติกรรม
ที่พึงประสงค์ และพัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัด และประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ
และมีแผนงานและโครงการที่สาคัญ เช่น โครงการผลิตครเู พ่ือพัฒนาทอ้ งถน่ิ เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ : การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา
มเี ปา้ หมาย ดงั น้ี

๔.๑ ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพ
มีตัวช้ีวัดท่ีสาคัญ เช่น ดัชนีความเสมอภาคของอัตราการเข้าเรียนระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานตามฐานะ
ทางเศรษฐกจิ และพนื้ ทล่ี ดลง ความแตกตา่ งระหว่างคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ
ขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ของนักเรียนระหว่างพ้ืนท่ี/ภาคการศึกษาในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
ลดลง เป็นตน้

๔.๒ การเพ่มิ โอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพ่ือการศึกษาสาหรับคนทุกช่วงวัย
มีตัวชวี้ ัดทสี่ าคญั เช่น มีระบบเครือข่ายเทคโนโลยดี ิจิทลั เพ่อื การศกึ ษาทีท่ นั สมัยสนองตอบความตอ้ งการ
ของผู้เรยี นและผ้ใู ชบ้ รกิ ารอยา่ งท่วั ถึงและมีประสิทธิภาพ และสถานศึกษาทุกแหง่ มีอินเทอรเ์ น็ตความเรว็
สูงและมีคุณภาพ เป็นต้น

๔.๓ ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาท่ีครอบคลุม ถูกต้องเป็น
ปจั จุบัน เพ่ือการวางแผนการบริหารจัดการศึกษา การตดิ ตามประเมิน และรายงานผลมีตัวช้ีวัดที่สาคัญ
เช่น มีระบบฐานข้อมูลรายบุคคลท่ีอ้างอิงจากเลขท่ีบัตรประจาตัวประชาชน ๑๓ หลัก ที่สามารถ
เชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนฐานข้อมูล รวมท้ังใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างกระทรวงศึ กษาธิการและ
หนว่ ยงานอื่น ด้านสาธารณสขุ สงั คม ภมู สิ ารสนเทศ แรงงาน และการศกึ ษา และมีระบบสารสนเทศดา้ น
การศึกษาและด้านอื่นท่ีเกี่ยวข้อง ท่ีเป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ ครอบคลุม ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน
สามารถอา้ งองิ ได้ เปน็ ต้น

โดยได้กาหนดแนวทางการพัฒนา คือ เพ่ิมโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึง
การศกึ ษาทีม่ ีคณุ ภาพ พฒั นาระบบเทคโนโลยดี จิ ิทลั เพอื่ การศกึ ษาสาหรับคนทกุ ชว่ งวัย พัฒนาฐานข้อมลู
ด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ และมีแผนงานและโครงการสาคัญ เช่น โครงการ
จัดทาฐานข้อมูลรายบุคคลทุกช่วงวัย ท้ังด้านสาธารณสุข สังคม ภูมิสารสนเทศแรงงาน และการศึกษา
เป็นตน้

ยุทธศาสตรท์ ี่ ๕ : การจัดการศกึ ษาเพ่อื สรา้ งเสริมคุณภาพชวี ติ ท่เี ป็นมติ รกับสงิ่ แวดล้อม
มเี ปา้ หมาย ดงั นี้

๕.๑ คนทกุ ชว่ งวยั มจี ิตสานกึ รักษส์ งิ่ แวดลอ้ ม มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และนาแนวคดิ ตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ มีตัวช้ีวัดท่ีสาคัญ เช่น ครู/บคุ ลากรทางการศึกษา ได้รับ

๑๙

การอบรมพัฒนาในเรื่องการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมเพิ่มข้ึน ผู้เรียนทุกระดับ
การศึกษามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความตระหนักในความสาคัญของการดารงชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สงิ่ แวดล้อม ความมีคุณธรรม จริยธรรม และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนิน
ชวี ิตเพิ่มขึ้น และสถาบันอุดมศกึ ษาท่ตี ดิ อนั ดบั มหาวิทยาลัยสเี ขยี วของโลกเพิ่มข้ึน เปน็ ตน้

๕.๒ หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และส่ือการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการนาแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
มีตัวชี้วัดที่สาคัญ เช่น สถานศึกษา/สถาบันการศึกษาจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเพ่ือปลูกฝัง
คุณธรรม จริยธรรม และการนาแนวคิดตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสกู่ ารปฏิบัติเพิ่มข้ึน และ
สื่อสารมวลชนที่เผยแพร่หรือให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เพิ่มข้ึน เปน็ ต้น

๕.๓ การวิจัยเพ่อื พฒั นาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสรมิ คุณภาพชวี ิตท่ีเป็น
มิตรกับส่ิงแวดล้อม มีตัวชี้วัดที่สาคัญ เช่น มีฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเปล่ียนแปลง
ภมู อิ ากาศในสาขาตา่ ง ๆ เพม่ิ ข้นึ เป็นต้น

โดยได้กาหนดแนวทางการพัฒนา คือ ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสานึกรัก
ส่ิงแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนาแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
ในการดาเนินชีวิต ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้
ต่าง ๆ และพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม และมีแผนงานและโครงการสาคัญ เช่น โครงการน้อมนาศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาและ
เพ่ิมศักยภาพคนทุกช่วงวัย โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม โครงการโรงเรียนสีเขยี วเปน็ ตน้

ยทุ ธศาสตร์ที่ ๖ : การพัฒนาประสิทธภิ าพของระบบบริหารจัดการศึกษา มีเป้าหมาย ดังน้ี
๖.๑ โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคลอ่ งตัว ชดั เจน
และสามารถตรวจสอบได้ มีตัวชี้วัดท่ีสาคัญ เช่น มีการปรับปรุงโครงสร้างและระบบบริหารราชการ
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษาให้มีเอกภาพ สอดคล้องกับบริบทของพ้ืนท่ีและการบริหาร
จัดการตามหลกั ธรรมาภิบาล เปน็ ต้น
๖.๒ ระบบการบริหารจดั การศึกษามีประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลสง่ ผลต่อคณุ ภาพและ
มาตรฐานการศึกษา มีตัวชี้วัดท่ีสาคัญ เช่น สถานศึกษาขนาดเล็ก/สถานศึกษาท่ีต้องการความช่วยเหลือ
และพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน ท่ีไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกลดลง คะแนนเฉลี่ยผล
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานของผู้เรียนท่ีเรียนในกลุ่มสถานศึกษาที่เข้าสู่ระบบ
การบริหารจดั การแนวใหม่สงู ข้ึน เปน็ ตน้
๖.๓ ทุกภาคสว่ นของสงั คมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาท่ตี อบสนองความต้องการของ
ประชาชนและพื้นที่ มีตัวชี้วัดที่สาคัญ เช่น จานวนองค์กร สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานอ่ืนท่ีเข้ามาจัด
การศึกษาหรือร่วมมือกับสถานศึกษา ท้ังของรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพ่ิมขึ้น
และสัดส่วนการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาของภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย
เม่อื เทียบกับรัฐ จาแนกตามระดบั การศึกษาสูงขนึ้ เป็นต้น
๖.๔ กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะ
ท่ีแตกตา่ งกันของผเู้ รยี น สถานศึกษา และความต้องการกาลังแรงงานของประเทศ มตี ัวช้วี ัดท่สี าคัญ เช่น
มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ และระบบการจัดสรรเงินเพื่อการศึกษาท่ีเอ้ือและสนองตอบคุณลักษณะ

๒๐

ท่ีแตกต่างกันของผู้เรียน ความต้องการกาลังแรงงานและสภาพปัญหาท่ีแท้จริงของประเทศ มีรูปแบบ/
แนวทาง กลไกการจดั สรรงบประมาณผา่ นด้านอุปสงคแ์ ละอปุ ทานในสัดสว่ นทีเ่ หมาะสม เปน็ ตน้

๖.๕ ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษามีความเป็นธรรม
สรา้ งขวญั กาลงั ใจ และส่งเสริมใหป้ ฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ มตี ัวชี้วัดท่ีสาคญั เช่น สถานศกึ ษา
ที่มีครูเพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนเพิ่มข้ึน ครู/ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน/ผู้ประกอบการ
ที่ปฏิบัติงานสนับสนุนการเรียนการสอนเพิ่มข้ึน และสถานศึกษามีบุคลากรทางการศึกษาทาหน้าที่
ปฏิบัติงานสนับสนุนการเรยี นการสอนเพิ่มขน้ึ เปน็ ตน้

โดยกาหนดแนวทางการพัฒนา คือ ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัด
การศึกษา ปรบั ปรงุ กฎหมายเกยี่ วกับระบบการเงนิ เพ่ือการศึกษา พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู
อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา และมีแผนงานและโครงการสาคัญ เชน่ โครงการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพ
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โครงการพัฒนาระบบจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา และ
โครงการทดลองนาร่องระบบการจดั สรรเงนิ ผ่านดา้ นอุปสงค์และอปุ ทาน เป็นตน้

๒.๔ แผนการปฏริ ูปประเทศด้านการศกึ ษา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ จ. บัญญัติให้มี

การดาเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ครอบคลุมให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับ
การศึกษา เพ่ือให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินยั อารมณ์ สังคม และสติปญั ญาให้สมกับวัย
โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ให้ดาเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพ่ือลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา
ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผ้ปู ระกอบวชิ าชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจติ วิญญาณ
ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถ
สมรรถนะ และประสิทธิภาพในการสอน รวมท้ังมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล
ของผู้ประกอบวิชาชีพครู ให้มีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียน
ได้ตามความถนั ดและป รับ ป รุงโครงสร้างของหน่ วยงาน ที่ เก่ียวข้องเพ่ือ ให้บ รรลุเป้ าห มายดังกล่าว
โดยสอดคล้องกันท้ังในระดับชาติและระดับพ้ืนท่ี นอกจากน้ี การปฏิรูปการศึกษายังเป็นส่วนหน่ึงของ
การปฏิรูปประเทศเพ่ือสนับสนุนการดาเนินงานให้บรรลุตามยุทธศาสตร์ชาติที่กาหนดไว้ในด้านต่าง ๆ
เน่ืองด้วยการศึกษาเป็นพน้ื ฐานท่ีสาคัญของการพัฒนาประเทศ ดังนั้น แผนปฏริ ูปประเทศดา้ นการศกึ ษา
จึงเป็นองค์ประกอบสาคัญท่ีจะสนับสนุนการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะด้าน
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ด้านความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม และด้าน
ขดี ความสามารถในการแข่งขนั การพฒั นาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได้ โดยวตั ถุประสงค์ของการปฏริ ูป
การศึกษา มีดังน้ี

๑) ยกระดบั คุณภาพของการจดั การศกึ ษา (enhance quality of education) ครอบคลมุ
๑.๑) ผลลัพธ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ (learning outcomes) ทั้งด้านความรู้

ทักษะเจตคติท่ีถูกต้อง และรู้จักดูแลสุขภาพ เพื่อการจัดการในเร่ืองการดารงชีวิตของตนเองและการใช้
ชวี ติ รว่ มกับผู้อน่ื ตามเจตนารมณ์ของรฐั ธรรมนูญมาตรา ๕๔ วรรค ๔

๑.๒) ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ท่ีต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ
ครมู ีจิตวิญญาณของความเป็นครู

๒๑

๑.๓) หลักสูตรและกระบวนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ (educational core
processes) ท่ียืดหยุ่น หลากหลาย ถูกต้อง ทันสมัย ทันเวลา และมุ่งเน้นการสร้างเสริมคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมทางสงั คมทถ่ี กู ตอ้ ง

๑.๔) สถานศึกษาและระบบสนับสนุน (educational institutions and support
systems) ท่ีตอบสนองต่อความต้องการของการจัดการศึกษา ตลอดจนทรัพยากรด้านการศึกษาท่ีมี
คุณภาพ ได้แก่ งบประมาณและเทคโนโลยี

๒) ลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา (reduce disparity in education) เป็นส่วนหน่ึง
ของการสร้างความเสมอภาคทางการศกึ ษา (equity in education) ประกอบด้วย

๒.๑) โอกาสในการเข้าถึงการศกึ ษาและเทคโนโลยที ีส่ นบั สนนุ การเรยี นรู้ (equity in access)
๒.๒) โอกาสในการได้รับทางเลือกในการศึกษาและการเรียนรู้พัฒนาท่ีเหมาะสมกับ
ศกั ยภาพของผเู้ รียน (equity in choosing Appropriate process in education)
๒.๓) โอกาสในการได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะในการประกอบ
อาชพี ที่เหมาะสมกับศักยภาพตามความถนดั ของผเู้ รียน (equity in benefiting from aptitude-based
quality of education) ท้งั ในและนอกระบบการศกึ ษา รวมถึงการเรยี นรูต้ ลอดชีวิตอย่างมีคณุ ภาพ
๓) มุ่งความเป็นเลิศและสรา้ งขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ (leverage
excellence and competitiveness) หมายถึง การสร้างสมรรถนะและคุณลักษณะของผู้เรียนท่ีมี
ศักยภาพสูง มีความเป็นผู้นา ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และการผลิตนักวิจัยและนักเทคโนโลยี
ชั้นแนวหน้าให้สามารถต่อยอดงานวิจัยท่ีสามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ การสร้างความร่วมมือ
และเช่ือมต่อกับสถาบันวิจัยอื่น ๆ ทั่วโลก สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สังคมและ
สงิ่ แวดล้อมของประเทศ อีกทั้งสถาบันการศึกษาของไทยและระบบการศึกษาไทยต้องได้รับการยอมรับ
ว่าเทียบเคียงไดก้ บั ประเทศชัน้ นาอ่นื ๆ
๔) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสทิ ธิภาพในการใช้ทรพั ยากร เพ่ิมความคล่องตัว
ในการรองรบั ความหลากหลายของการจดั การศกึ ษา และสร้างเสรมิ ธรรมาภิบาล (improve Efficiency,
agility and good governance) โดยเฉพาะการส่งเสริมและสร้างสมดุลของความคุ้มค่า ความโปร่งใส
ความรับผิดชอบ คุณธรรมและจริยธรรม ทั้งน้ี ระบบการศึกษาของประเทศท่ีมีธรรมาภิบาลจะเอื้อต่อ
การบรรลุต่อวัตถุประสงค์ข้อ ๑) – ๓) ข้างต้นอย่างครอบคลุมและสมดุล (balanced and inclusive
achievement)
ท้ังนี้ การศึกษาที่จะได้รับการปฏิรูปตามวัตถุประสงค์ท่ีกล่าวถึงข้างต้นนี้ จะครอบคลุม
ถึงการเรยี นรู้ตลอดชีวติ มิได้จากดั เฉพาะการจดั การศึกษาเพื่อคณุ วุฒติ ามระดับเท่าน้นั และเพ่ือให้บรรลุ
วัตถปุ ระสงค์ของการปฏริ ปู การศกึ ษาข้างตน้ จงึ ได้มีการกาหนดประเด็นการปฏริ ปู ไว้ ๗ เร่ือง ดงั นี้

เรื่องที่ ๑ การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ
โดยพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติฉบบั ใหม่และกฎหมายล้าดบั รอง โดยมเี ปา้ หมายสาคัญ คือ

๑) ประเทศไทยมีการบังคับใชก้ ฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกับการศึกษาเปน็ กลไกสาคัญ
ต่อการบริหารและจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม สอดคลองกับ (ราง) พ.ร.บ. การศึกษา
แหง่ ชาติ พ.ศ. ....

๒) ภาครัฐ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน และภาคเอกชนมีความร่วมมือในการจัด
การศึกษาอยา่ งสมดุลและภาคเอกชนมสี ่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรปู แบบตา่ ง ๆ เพมิ่ ข้ึน

๒๒

๓) คนไทยทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ตามความต้องการผ่านการจัด
การศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเองและการศึกษาเพื่อการเรียนรูตลอดชีวิต ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เป็น
คนไทยที่มีศักยภาพ ทักษะ และความเช่ียวชาญเฉพาะด้านตามความถนัด และสามารถเทียบมาตรฐาน
สมรรถนะไดตามกรอบคณุ วฒุ วิ ชิ าชีพ

๔) การศึกษาไทยมีทิศทางและการบริหารจดั การท่ีมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ
ตามแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติเพ่อื ให้สามารถยกระดบั คุณภาพ ลดความเหลอื่ มลา้ และสามารถแขง่ ขนั ได้

๕) สานักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานท่ีมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในระดับสูง เพื่อการดาเนินการตามหน้าที่และอานาจท่ีกาหนดไว้ใน
ร่างพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ....

เร่ืองท่ี ๒ การปฏริ ปู การพัฒนาเด็กเลก็ และเดก็ กอ่ นวัยเรยี น โดยมีเปา้ หมายสาคญั คอื
๑) เด็กปฐมวัย ท้ังเด็กกลุ่มทั่วไป และกลุ่มที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ สามารถ

เข้าถึง และได้รับการดูแลการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน
รวมถึงมีระบบคดั เลือกเดก็ เข้าเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ และการจดั การเรียนร้ทู ่ีเหมาะสมกับช่วงวัย
มีระบบฐานข้อมูลท่ีเอ้ือต่อการดูแลที่เช่ือมโยงกันระหว่างหน่วยงาน และมีการพัฒนาบุคลากรท่ีเก่ียวข้อง
มีกลไกขับเคล่ือนและบูรณาการการทางานระหว่างกระทรวงและหน่วยงานท่เี กี่ยวข้องใหเ้ ป็นเอกภาพ

๒) พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องได้ปรับเปล่ียนกรอบแนวคิด
(Mindset) เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ การเล้ียงดู
ดูแล และพัฒนาเดก็ ปฐมวยั

เร่ืองที่ ๓ การปฏิรปู เพื่อลดความเหลื่อมล้าทางการศกึ ษา โดยมีเปา้ หมายสาคัญ คอื
๑) เด็ก เยาวชน และประชาชน ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ทุกคน

มคี วามเสมอภาคในโอกาสพัฒนาตนเองตามศักยภาพและเข้าถึงการศึกษาทม่ี ีคุณภาพ รวมถงึ เสริมสร้าง
พัฒนาครูและสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ ตลอดจนวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่นาไปใช้
ได้จรงิ เพอื่ ยกระดบั ความสามารถของคนไทยได้อยา่ งย่ังยนื

๒) บุคคลพิการ บุคคลท่ีมีความสามารถพิเศษ และบุคคลท่ีมีความต้องการ
การดูแลเป็นพิเศษ ไดรับการพัฒนาอย่างทั่วถึงเต็มศักยภาพ และสามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคม
ไดอ้ ย่างมคี วามสุขและมีศักด์ิศรี

๓) โรงเรียนขนาดเล็กในพ้ืนที่ห่างไกลและโรงเรียนขนาดกลางที่ต้องการ
การยกระดบั คุณภาพของการจัดการศกึ ษาอย่างเรง่ ดว่ น ไดร้ ับการแก้ไขปญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ

๔) ครู บุคลากรทางการศกึ ษา ได้รับเงนิ เดือน คา่ ตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิ
ประโยชนเก้ือกูลอ่ืนท่ีเหมาะสม โดยให้คานึงถึงการปฏิบัติงานท่ีมีความยากลาบาก หรือการปฏิบัติงาน
ในพื้นทท่ี ี่เสยี่ งภยั หรือหา่ งไกล

๕) ครูและผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็กในพ้ืนที่ห่างไกลและโรงเรียนขนาดกลาง
ท่ีต้องการการยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาอย่างเร่งด่วน สามารถเข้าถึงการสนับสนุน
ทางวิชาการไดอ้ ยา่ งเพยี งพอ

เรื่องที่ ๔ การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพ
ครู และอาจารย์ โดยมีเปา้ หมายสาคญั คอื

๒๓

๑) มแี ผนการผลติ และพัฒนาครูตามความตอ้ งการของประเทศ (demand-side
financing) โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือคัดกรองผู้ท่ีมีคุณสมบัติเหมาะสม สนับสนุนทุนการศึกษา คัดเลือก
สถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพในการผลิตครูเพ่ือให้ผู้รับทุนเข้ารับการศึกษา เพื่อให้ได้ครูท่ีมีสมรรถนะ
ตรงกบั ความตอ้ งการของประเทศ

๒) ได้ครูสมรรถนะสูงและตรงตามความต้องการของประเทศ ท่ีจบการศึกษา
จากสถาบันที่ใชห้ ลกั สตู รฐานสมรรถนะทีท่ าให้นสิ ติ นกั ศกึ ษาครมู ีความศรทั ธาตอ่ วิชาชพี ครู มีจิตวิญญาณ
ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับประสบการณ์ด้านวิชาชีพครูและการนิเทศ
ท่ีมปี ระสิทธิภาพอย่างตอ่ เนอื่ งตลอดหลักสตู ร

๓) ได้ครูอาชวี ศึกษาที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีสมรรถนะสูง มีความเช่ียวชาญ
ในการจัดการเรยี นการสอน ทงั้ ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

๔) ครู บุคลากรทางการศึกษา มีการพัฒนาความรู้และทักษะ และสมรรถนะ
ในการปฏิบัติหน้าท่ีของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพด้วยระบบและวิธกี ารท่ีหลากหลาย
และเหมาะสมในการพัฒนาแต่ละกลุ่ม โดยคานึงถึงการปฏิบัติงานในพ้ืนที่ห่างไกล เสี่ยงภัย ยากลาบาก
และทุรกันดารให้ได้รับความสะดวกในการพฒั นา

๕) ครู บุคลากรทางการศึกษา มีความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ ได้รับ
ค่าตอบแทนท่ีเหมาะสมกับความสามารถ ประสิทธิภาพในการสอน และผลลัพธ์ในการพัฒนาผู้เรียน
โดยคานึงถึงผปู้ ฏิบตั ิงานในพน้ื ที่ห่างไกล เสีย่ งภัย ยากลาบาก และทุรกนั ดาร

๖) ผู้บริหารสถานศึกษามีคุณสมบัติ สมรรถนะ และความรู้ความเชี่ยวชาญ
ประสบการณ์และจัดหรือสนับสนุนให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับการพัฒนาความรู้ สมรรถนะ และ
ประสบการณ์ท่ีจาเป็นสาหรับการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี รวมไปถึงการพัฒนาผทู้ ่มี โี อกาสจะได้รับการคดั เลือกหรือ
สรรหาเปน็ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาและผู้ทไี่ ม่ผ่านการประเมิน

๗) ให้คุรุสภาเป็นองค์กรวิชาชีพครูท่ีมีหน้าที่กาหนดมาตรฐานวิชาชีพและ
จรรยาบรรณของวิชาชีพ ควบคุมความประพฤติและการดาเนินงานของผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา
รวมทงั้ ส่งเสรมิ สนับสนุน ยกยอ่ ง และผดงุ เกียรติผูป้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา

๘) ให้ระบบงานในการบริหารครูและบุคลากรทางการศึกษาภาครัฐ เป็นระบบ
ท่ีมีการดาเนินการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความคล่องตัว มีการกระจายอานาจที่เหมาะสม
เอือ้ ต่อการบรหิ ารสถานศึกษาทมี่ ีความเป็นอิสระ

เรื่องท่ี ๕ การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลง
ในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมเี ปา้ หมายสาคัญ คือ

๑) การจัดการศึกษาทุกระดับใช้หลักสูตรที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และ
แนวทางการจดั การเรยี นรู้เชิงรกุ และการวดั ประเมินผลเพอ่ื พฒั นาผเู้ รียน

๒) ผเู้ รยี นได้รับการพฒั นาคณุ ธรรมและจริยธรรม เพอ่ื เป็นคนดีของสงั คม มวี นิ ัย
และภูมใิ จในชาติ

๓) มีระบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถ
ประเมินคุณภาพการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างมีสัมฤทธ์ิผล

๒๔

และมีแนวทางในการคัดเลือกผู้เรียนเขาศึกษาต่อด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เพื่อลดความเหลื่อมล้า
ทางการศึกษา

๔) สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาไดอ้ ยา่ งมคี ุณภาพ ประสิทธิภาพ มธี รรมาภิบาล
โดยมีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมกับบริบท
เพ่ือพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาทุกระดับตามปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษาและมีระบบ
ความรบั ผิดชอบทางการศกึ ษา (Educational Accountability) บนพ้ืนฐานสมรรถนะหลักของผู้เรยี น

๕) สถานศึกษาระดับต่าง ๆ มีระบบคุ้มครองด้านความปลอดภัย สุขภาพ และ
สวัสดภิ าพอย่างเหมาะสม

๖) เพิ่มจานวนผู้เรียนอาชีวศึกษาในสาขาท่ีสอดคล้องกับความต้องการ
ของภาคเอกชนและประเทศ และผจู้ บอาชีวศกึ ษามีงานทา

๗) ผเู้ รยี นอาชวี ศกึ ษามคี วามรู้ ทักษะ เก่งปฏิบัติ มสี มรรถนะเป็นท่ียอมรับ หรือ
ผา่ นการศึกษาอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี และการฝึกงานในสถานประกอบการ

๘) ผเู้ รยี นทจ่ี บการศึกษาอาชวี ศึกษามคี วามสามารถทีจ่ ะเป็นผู้ประกอบการได้เอง
๙) บัณฑิตในระดับอุดมศึกษามีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการ
ของตลาดแรงงาน เพ่ิมการผลิตในสาขาท่ีประเทศต้องการ และลดการผลิตบัณฑิตในสาขาที่ไม่ตรง
กับความต้องการของตลาด
๑๐) สถาบันอุดมศึกษาของไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประเทศ
ไปในอนาคต ทั้งในด้านการพัฒนาคน การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนทาให้สถาบัน
อดุ มศกึ ษาไทยสามารถปรบั ตวั และแขง่ ขนั ไดใ้ นโลก หรอื เป็นสถาบนั ทส่ี ามารถสนับสนนุ การพัฒนาชมุ ชน
และสงั คมได้อย่างมปี ระสิทธผิ ล
๑๑) ลดปัญหาความเหลอ่ื มล้าทางการศึกษาในระดับอุดมศกึ ษา โดยเปิดโอกาส
ให้ผู้ท่ีมีศักยภาพในการเรียนในระดับอุดมศึกษา สามารถเข้าเรียนในสาขาที่ตนถนัด ได้อย่างเต็ม
ศกั ยภาพ
๑๒) เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณของรัฐในการสนับสนุนการจัด
การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศ รวมถึงปรับปรุงธรรมาภิบาลในการจัดการระบบอุดมศึกษา
และธรรมาภิบาลภายในสถาบันอุดมศึกษา ให้การจัดการมีความรับผิดชอบ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้
และสง่ เสริมการมสี ว่ นร่วมอยา่ งเหมาะสม
๑๓) มีสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเป็นหน่วยงานงานของรัฐ
ท่ีไมเ่ ป็นส่วนราชการหรอื รัฐวสิ าหกิจตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธกี ารงบประมาณหรอื กฎหมายอื่นเป็นหน่วยงาน
ท่ไี ม่แสวงหาผลกาไร ทาหน้าท่ีเป็นองค์กรกลางในการพัฒนาหลักสูตร วธิ ีการจัดการเรียนรู้ การวัดและ
ประเมินผลในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน รวมท้ังการจัดทา ส่งเสริม สนับสนุนการนาหลักสูตรไปใช้
ตลอดจนติดตามผล

เร่ืองท่ี ๖ การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพ่ือบรรลุเป้าหมาย
ในการปรบั ปรงุ การจดั การเรียนการสอน และยกระดับคณุ ภาพของการจัดการศึกษา มเี ป้าหมาย คือ

๑) สถานศึกษาของรัฐมีความเป็นอิสระและมีธรรมาภิบาลในการบริหารและ
จัดการศึกษาครอบคลุมด้านการบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงาน
บุคลากร ด้านบรหิ ารงานทัว่ ไป และมคี วามรับผิดชอบตอ่ คุณภาพของการจดั การศึกษา

๒๕

๒) ผู้เรียนในพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพ เหมาะสม
สอดคลองกบั อัตลักษณ์ของชุมชนและพนื้ ท่ี

๓) มีการเรียนรู้และขยายผลของนวัตกรรมที่ไดจากพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา
สกู ารจดั การศกึ ษาในพื้นท่ีอ่ืน ๆ

๔) กระทรวงศึกษาธิการมีโครงสร้างที่แบ่งแยกหน้าที่และอานาจเพ่ือรองรับ
รูปแบบใหม่ที่แยกความรับผิดชอบในด้านนโยบาย (Policy) ด้านกากับดูแลส่งเสริม (Regulator)
ด้านการสนับสนุน (Supporter) และด้านการดาเนินการหรือการปฏิบัติการ (Operator) มุ่งเน้น
การกระจายอานาจ ธรรมาภิบาล รับผิดชอบต่อการสนับสนุนสถานศึกษาและมีบทบาท หน้าท่ีและ
อานาจสอดคลอ้ งกบั บทบัญญตั ิในกฎหมายวา่ ดว้ ยการศกึ ษาแห่งชาติ

เรื่องท่ี ๗ การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล
(Digitalization for Educational and Learning Reform) โดยมีเปา้ หมายสาคัญ คือ

๑) เพ่ือพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ (National Digital
Learning Platform) ในการปรับเปล่ียนระบบการศึกษา สร้างคุณภาพ ลดความเหล่ือมล้า และสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน เพ่ือให้ก้าวกระโดดทันกับพัฒนาการในโลก ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ
ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีเปา้ หมายจาเพาะ ดงั น้ี

๑.๑) เพ่ือใช้ประโยชนจากแหล่งข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ท่ีมีอยู่และจะมี
การสร้างขึ้นต่อไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและท่ัวถึง
ทง้ั เป็นท่รี วบรวมข้อมูลสื่อการเรียนรู้เดมิ ท่มี อี ยแู่ ล้ว

๑.๒) เป็นกลไกในการรวบรวม คัดกรอง พัฒนาส่ือการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ตลอดจนมีกลไกในการเข้าถึงและ
คัดเลอื กสง่ิ ทตี่ ้องการไดโ้ ดยง่าย

๑.๓) เป็นเวทีที่มีการเข้ามาแลกเปล่ียนเรียนรู้ในลักษณะชุมชน นาไปสู่
การเปิดโอกาสให้ทกุ คนเข้ามาเรยี นซง่ึ จะลดปัญหาความเหลื่อมลา้ และนาแหล่งขอ้ มลู สื่อการเรียนรู้ใหม่
เข้ามาได้ และมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้กันตลอดเวลา ตลอดจนเป็นเวทีท่ีให้บริการเพื่อการเรียนรู้
(service) ต่าง ๆ

๑.๔) เพอื่ เร่งรัดแก้ปัญหาความเหลื่อมล้าและสร้างเสริมคณุ ภาพการศึกษา
ทั้งระบบการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาหรับผู้ท่ีอยู่ในท้องถิ่นห่างไกล หรือผู้ด้อยโอกาส หรือผู้ที่มี
ความจาเปน็ พเิ ศษอนั เป็นการสร้างพลังใหก้ บั ผเู้ รยี น ครู และโรงเรียน

๑.๕) เพื่อพัฒนาคุณภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถปรับ
บทบาทให้เป็นผู้อานวยการเรียนรู้ (facilitator) โดยเน้นให้ผู้เรียนมีวิธีหาความรู้ในโลกแห่งความรู้
อันมากมายมหาศาลใหเ้ ทา่ ทันกับความเปลยี่ นแปลงของยุคดจิ ิทัลในศตวรรษท่ี ๒๑

๒) มีระบบข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการระบบการศึกษา ครอบคลุม
การจดั ทาข้อมลู รายบุคคลของผเู้ รยี น ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา สถานศึกษา หนว่ ยงาน และกระบวนการ
ท่ีเกี่ยวขอ้ งในทกุ ระดับการศึกษาและทกุ ระบบการศึกษา

๓) คนไทยมีความฉลาดรู้ มีความเข้าใจ สามารถตัดสินใจและตอบสนองต่อ
การใชส้ ่อื และระบบดจิ ทิ ลั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมในแต่ละชว่ งวัย

๒๖

การบรรลุผลของการปฏิรูปการศึกษาตามแผนข้างต้น จะแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ (๑) ระยะ
เร่งด่วน (๒) ระยะสั้น หรือภายใน ๓ ปี และ (๓) ระยะกลาง-ระยะยาว หรือภายใน ๕ - ๑๐ ปี ท้ังนี้ ประเด็น
ปฏริ ปู ทีม่ ีลาดับสาคญั สงู สุดและตอ้ งดาเนนิ การใหบ้ รรลุผลให้ไดใ้ นระยะเร่งดว่ น มี ๖ ประเดน็ ได้แก่

๑) ยกเคร่ืองระบบการศึกษาโดยการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
ฉบบั ใหมร่ วมถงึ กฎหมายสาคัญอนื่ ซึง่ จะเป็นเคร่ืองมอื สาคญั ในการปฏิรูปการศึกษา ไดแ้ ก่ ร่างพระราชบัญญัติ
การพัฒนาเด็กปฐมวยั พ.ศ. .... รา่ งพระราชบญั ญัติพ้นื ทน่ี วัตกรรมการศึกษา พ.ศ. .... รา่ งพระราชบัญญัติ
การอุดมศึกษา พ.ศ. .... และการจดั ตง้ั สถาบันหลักสูตรและการเรยี นรูแ้ หง่ ชาติ

๒) บุกเบิกนวัตกรรมของการจัดการศกึ ษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือการจัดการ
ระดับพ้ืนท่ีโดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการยกระดับคุณภาพของการศึกษา ผ่านการขับเคล่ือน
เรอ่ื งสถานศึกษาที่มีความเปน็ อิสระในการบริหารจัดการ และระบบนิเวศที่สนับสนุนการดาเนนิ การของ
สถานศึกษา

๓) นาเสนอแนวทางการปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ และรูปแบบการปรับหลักสูตรในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑–๓ จัดตั้ง
สถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัย พัฒนาและ
ปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนรู้ สาหรับการจัดการศึกษา
ในระดบั ต่าง ๆ

๔) สร้าง “ดจิ ิทัลแพลตฟอร์มเพ่อื การเรยี นรู้แหง่ ชาต”ิ ใชป้ ระโยชน์จากเทคโนโลยีดิจทิ ลั
นาความร้แู ละวธิ ีการเรยี นรู้ไปสู่โรงเรียน นกั เรยี น และครูทว่ั ประเทศ โดยเฉพาะในท้องถน่ิ หา่ งไกล

๕) จัดระบบการผลิตครูให้มีคุณภาพและสมรรถนะความเป็นครู ผ่านการจัดต้ังกองทุน
หรือแผนงานเพ่ือการผลิตและพัฒนาครูสาหรับครูรุ่นใหม่ และพัฒนาบัณฑิตครูท่ีมีอยู่ให้ตรงตามความ
จาเป็นของประเทศ ในระยะแรกเน้นครูปฐมวยั และครูประถมศกึ ษา สาหรบั ทอ้ งถิ่นขาดแคลน

๖) ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ตามท่ีกาหนดไว้
ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคล่ือนแผนการศึกษา
แห่งชาติและการปฏิรปู การศึกษาให้เรม่ิ ดาเนนิ การได้ และมีความตอ่ เนื่องในระยะยาว

๒.๕ นโยบายของรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรี)
พลเอก ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันท่ี ๒๕

กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยเฉพาะนโยบายดา้ นการศกึ ษาในสว่ นทีเ่ กีย่ วข้องกับการอาชีวศึกษา มีเน้อื หาสาระ
ตอนหนึง่ ท่สี าคัญในการปฏริ ูปกระบวนการเรียนร้แู ละการพฒั นาศักยภาพของคนไทยทุกชว่ งวัย ดังน้ี

๑) สง่ เสริมการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย
๑.๑) จัดให้มีระบบพัฒนาเด็กแรกเกดิ อย่างต่อเน่ืองจนถงึ เด็กวัยเรยี นให้มีโอกาส

พัฒนาตามศกั ยภาพ เพ่ือสร้างคนไทยที่มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพผ่านครอบครัวทีอ่ บอุ่นในทุกรปู แบบ
ครอบครัว เพื่อส่งต่อการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพสู่การพัฒนาในระยะถัดไปบนฐานการให้ความช่วยเหลือ
ที่คานึงถึงศักยภาพของครอบครัวและพื้นที่ เตรียมความพร้อมการเป็นพ่อแม่ ความรู้เร่ืองโภชนาการ
และสุขภาพ การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสรมิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั ผ่านการใหบ้ ริการสาธารณะท่ีเก่ียวข้อง
โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน และพัฒนาศักยภาพ
ของบุคลากรทางการศึกษาและผดู้ ูแลเด็กปฐมวยั ให้สามารถจัดการศกึ ษาไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ

๒๗

๑.๒) ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยคานึงถึงพหุปัญญาท่ีหลากหลายของเด็ก
แต่ละคนให้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ ผ่านการออกแบบการจัดการเรียนรู้
ที่เชื่อมโยงกบั ระบบโรงเรียนปกติทีเ่ ป็นระบบและมที ศิ ทางท่ีชดั เจน

๒) พัฒนาบัณฑติ พนั ธใ์ุ หม่
๒.๑) ปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพของคน

ทุกชว่ งวยั สาหรบั ศตวรรษที่ ๒๑ โดยปรบั โครงสรา้ งหลกั สูตรการศกึ ษาใหท้ ันสมัย มีการนาเทคโนโลยแี ละ
การเรียนรผู้ า่ นประสบการณจ์ ริงเข้ามามีสว่ นในการจัดการเรียนการสอน และปรบั ระบบดึงดดู การคดั เลือก
การผลิตและพัฒนาครูที่นาไปสู่การมีครูสมรรถนะสูง เป็นครูยุคใหม่ที่สามารถออกแบบและจัดระบบ
การสร้างความรู้สร้างวินัย กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์มุมมองของเด็กและครู
ดว้ ยการสอนในเชงิ แสดงความคดิ เหน็ ให้มากขน้ึ ควบคกู่ ับหลักการทางวชิ าการ

๒.๒) จัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการท้างานเพ่ือพัฒนา สมรรถนะของผู้เรียน
ทัง้ ในส่วนฐานความร้แู ละระบบความคิดในลักษณะสหวิทยาการ และตรงกับความต้องการของประเทศ
ในอนาคต และเป็นผู้เรียนท่ีสามารถปฏิบัติได้จริงและสามารถกากับการเรียนรู้ของตนเองได้รวมถึง
มที กั ษะดา้ นภาษาอังกฤษและภาษาท่ีสามทสี่ ามารถสื่อสาร และแสวงหาความรู้ได้มคี วามพรอ้ มทั้งทกั ษะ
ความรู้ทกั ษะอาชพี และทกั ษะชีวิตก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

๓) พัฒนาอาชีวะ พัฒนาคุณภาพวิชาชพี และพัฒนาแรงงานรองรับอุตสาหกรรม ๔.๐
โดยการจัดระบบและกลไกความรว่ มมอื ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ท่ีชัดเจนเป็นระบบในการพัฒนา
กาลังคนที่มีทักษะข้ันสูงให้สามารถนาความรู้และทักษะมาใช้ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการสร้างและ
พัฒนานวัตกรรม ซง่ึ ต้องครอบคลุมการพฒั นากาลงั คนทีอ่ ยู่ในอุตสาหกรรมแล้ว กาลังคนทก่ี าลงั จะเขา้ สู่
อุตสาหกรรมและเตรียมการสาหรับผลิตกาลังคนในสาขาท่ีขาดแคลน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและ
เทคโนโลยีในอนาคต รวมท้ังเร่งรัดและขยายผลระบบคุณวุฒิวิชาชีพ การยกระดับฝีมือแรงงานในกลุ่ม
อุตสาหกรรมทม่ี ีศักยภาพ และอุตสาหกรรมทีใ่ ชแ้ รงงานเข้มขน้

๔) ดึงดดู คนเก่งจากท่ัวโลกเข้ามารว่ มทา้ งานกบั คนไทย และสง่ เสรมิ ผมู้ ีความสามารถสูง
สนับสนุนให้ธุรกิจชั้นนาในประเทศดึงดูดบุคคลที่มีความสามารถระดับสูง จากท่ัวโลกโดยเฉพาะคนไทย
เพื่อกลับมาเป็นผู้นาการเปล่ียนแปลงและถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ความเช่ียวชาญให้แก่บุคลากร
ในองคก์ ร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ใหป้ ระเทศ โดยระยะแรก
ให้ความสาคัญกับการดึงดูดนกั วิจยั ผเู้ ชีย่ วชาญจากตา่ งประเทศมาร่วมวจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยีช้นั แนวหน้า
ในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งมีพ้ืนที่ให้กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษท่ีมีศักยภาพสูงได้ทางาน
รว่ มกนั หรือรว่ มกับเครือขา่ ยอน่ื ๆ เพอ่ื สรา้ งองคค์ วามรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ประเทศ

๕) วิจยั และพฒั นานวตั กรรมทตี่ อบโจทย์การพัฒนาประเทศ
๕.๑) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขจัดความเหล่ือมล้าและ

ความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมและนวัตกรรม
ในเชิงพ้ืนท่ีที่สามารถช่วยแก้ปัญหาความเหล่ือมล้า สร้างโอกาสสาหรับผู้ด้อยโอกาส และยกระดับ
คุณภาพชีวิตผู้สูงวัยควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมสาหรับโลกยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม ๔.๐
ตามความเหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระยะแรกจะให้ความสาคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและ
พัฒนาด้านสุขภาพของประชาชนอยา่ งครบวงจร ทงั้ ระบบยา วคั ซีน เวชภัณฑ์และเทคโนโลยีทท่ี นั สมัย

๒๘

๕.๒) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขันสูง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง และสร้างความเป็นเลิศ
ของประเทศในอนาคต โดยมุ่งเนน้ การวจิ ัยและพัฒนานวัตกรรมเพ่ือนามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชงิ ธุรกิจ
กาหนดวาระการวจิ ัยแห่งชาติ ส่งเสรมิ ความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วนของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา
ชุมชน และภาคเอกชนในทุกสาขาการผลิตและบรกิ าร สร้างสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของระบบ
วจิ ัยและการพัฒนานวัตกรรมใหเ้ ข้มแข็ง รวมทั้งบูรณาการการวจิ ัยและพัฒนานวตั กรรมกับการนาไปใช้
ประโยชน์ในเชงิ พาณชิ ย์

๕.๓) สร้างเครือข่ายการท้าวิจัยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ปฏิรูปและบูรณาการ
ระบบการเรียนการสอนกับระบบงานวิจัยและพัฒนาให้เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ
เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยทุกระดับในเวทีการค้าโลก ส่งเสริมกระบวนการ
การทางานของภาครัฐและภาคเอกชนในการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรมให้เป็น
ระบบเปิด และมีการบูรณาการการทางานกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเช่ือมโยงระบบการศึกษา
กับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างนักวิจัยมืออาชีพและนวัตกรที่สามารถ
สร้างมูลคา่ เพมิ่ และยกระดบั งานวจิ ัย สูก่ ารเพ่ิมศกั ยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ

๖) ส่งเสรมิ การเรียนรู้และพัฒนาทกั ษะทกุ ช่วงวัย
๖.๑) มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรียนควบคู่กับการพัฒนาครู เพิ่มประสิทธิภาพระบบ

บริหารจัดการศึกษาในทุกระดับบนพื้นฐานการสนับสนุนที่คานึงถึงความจาเป็นและศักยภาพของ
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรฐานข้ันต่าของโรงเรียนในทุกระดับและสร้างระบบ
วดั ผลโรงเรียนและครทู ่สี ะท้อนความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ท่เี กดิ กับผเู้ รียน คนื ครูใหน้ ักเรยี นโดยลดภาระ
งานทไ่ี มจ่ าเป็น รวมถึงจัดใหม้ ีระบบฐานขอ้ มลู เพือ่ การพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์โดยการเชอื่ มโยงหรอื ส่งตอ่
ข้อมูลครอบครัวและผู้เรียนระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ต้ังแต่แรกเกิดจนถึงการพัฒนาตลอดช่วงชีวิต
ตลอดจนพัฒนาช่องทางให้ภาคเอกชนมสี ว่ นร่วมในการจัดการศึกษาและการเรยี นรู้ตลอดชีวติ

๖.๒) พัฒนาแพลตฟอร์มการเรยี นรู้ผ่านระบบดิจิทัล พรอ้ มทั้งส่งเสริมให้มีการนา
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างสรรค์ท่ีเหมาะสมมาใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดที่
หลากหลาย เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจและเหมาะสมกับช่วงวัย ตลอดจนพัฒนา
แหลง่ เรียนรู้และอุทยานการเรียนรู้สาหรับเยาวชนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยกี ับวถิ ชี วี ิต และสง่ เสริมการเรียน
การสอนทเ่ี หมาะสมสาหรบั ผู้ทีเ่ ขา้ สสู่ งั คมสูงวัย

๖.๓) ลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา โดยบูรณาการการดาเนินงานระหว่าง
หน่วยจัดการศึกษากับกองทุนเพ่ือความเสมอภาคทางการศึกษา มุ่งเน้นกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและกลุ่ม
เด็กนอกระบบการศึกษา ปรับเปลย่ี นการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกบั ความจาเป็นของผู้เรยี นและ
ลักษณะพื้นท่ีของสถานศึกษา จัดระบบโรงเรียนพี่เลี้ยง จับคู่ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีมีคุณภาพ
การศึกษาดีกับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ชุมชน
ในพ้ืนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบการศึกษาในพื้นที่ สนับสนุนเด็กท่ีมีความสามารถแต่ไม่มี
ทุนทรัพย์เป็นกรณีพิเศษ ตลอดจนแก้ไขปัญหาหน้ีสินทางการศึกษา โดยการปรับโครงสร้างหน้ีกองทุน
เงินให้กูย้ มื เพือ่ การศึกษา และทบทวนรูปแบบการให้ก้ยู มื เพอ่ื การศกึ ษาท่เี หมาะสม

๖.๔) พัฒนาทักษะอาชีพทุกช่วงวัย โดยกาหนดระบบที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะ
และเพ่ิมประสิทธิภาพของทุกช่วงวัย อาทิ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับระบบ

๒๙

คณุ วุฒิวชิ าชีพ โดยมีกลไกการวัดและประเมินผลเพอื่ เทียบโอนความร้แู ละประสบการณ์หน่วยการเรียน
ทีช่ ดั เจน สง่ เสริมเยาวชนที่มีศกั ยภาพดา้ นกีฬาให้สามารถพัฒนาไปสู่นักกีฬาอาชพี การกาหนดมาตรฐาน
ฝมี ือแรงงาน การจัดให้มรี ะบบที่สามารถรองรบั ความตอ้ งการพัฒนาปรับปรุงทักษะอาชีพของทุกช่วงวัย
เพื่อรองรับการเปลี่ยนสายอาชีพให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานท่ีอาจจะเปลี่ยนไปตามแนวโน้ม
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยใี นอนาคต

๖.๕) ส่งเสริมหลักคิดท่ีถูกต้อง โดยสอดแทรกการปลูกฝังวินัยและอุดมการณ์
ทถ่ี กู ต้องของคนในชาติ หลักคิดท่ีถูกตอ้ งดา้ นคุณธรรม จริยธรรม การมีจิตสาธารณะ การเคารพกฎหมาย
และกติกาของสังคมเข้าไปในทุกสาระวิชาและทุกกิจกรรมควบคู่ไปกับการส่งเสรมิ กลไกสร้างความเข้มแข็ง
ของสถาบันครอบครัวในทุกมิติอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ปรับสภาพแวดล้อมท้ังภายใน
และภายนอกสถานศึกษาให้เอ้ือต่อการมีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ รวมท้ังลงโทษผู้ละเมิด
บรรทดั ฐานทด่ี ีทางสงั คม ตลอดจนสง่ เสริมใหเ้ กิดการมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการขับเคลอื่ นประเทศ

๗) จัดท้าระบบปริญญาชุมชนและการจัดอบรมหลักสูตรระยะสัน เน้นออกแบบ
หลักสูตรระยะส้ันตามความสนใจ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ท่ีใช้ในการดารงชีวิตประจาวัน และทักษะอาชีพ
ของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่และชุมชนเป็นหลัก พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการพัฒนาเป็นรูปแบบธนาคาร
หน่วยกิต ซึ่งเป็นการเรียนเก็บหน่วยกิตของวิชาเรียนเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถเรียนข้ามสาขาวิชาและ
ข้ามสถาบันการศึกษา หรือทางานไปพร้อมกัน หรือเลือกเรียนเฉพาะหลักสูตรที่สนใจ เพ่ือสร้างโอกาส
ของคนไทยทกุ ชว่ งวยั และทุกระดบั สามารถพฒั นาตนเองทัง้ ในด้านการศึกษาและการดารงชวี ิต

๒.๖ นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรนี ชุ เทียนทอง)
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ารับตาแหน่ง

อย่าง เป็นทางการ และนาเสนอนโยบายในการบริหารราชการกระทรวง เม่ือวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔
โดยได้เสนอรูปแบบการทางาน “TRUST” สรา้ งความเชือ่ มัน่ และความไว้วางใจให้กบั สังคม พรอ้ มแถลง
๑๒ นโยบายการจัดการศึกษา ๗ วาระเร่งด่วน (Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกล่าวถึง
การศึกษาไว้ตอนหน่ึงว่า ภารกิจด้านการศึกษานันเป็นภารกิจท่ีมีความสาคัญอย่างย่ิงกับประเทศชาติ
องค์กรของเรามีทังเรื่องราวและผู้คนมากมายผ่านเข้ามาเป็ นส่วนหน่ึงของการหมุนเวียนเปล่ียนผ่าน
มีวกิ ฤตและโอกาสเกดิ ขึนนับครงั ไม่ถว้ น อกี ทังในปัจจุบันนี สถานการณโ์ ลกเปลยี่ นแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ดังท่ีมีคากล่าวว่าเป็น “โลกไร้พรมแดน” จึงนับเป็นอีกหน่ึงความท้าทายของผู้บริหาร ครู และบุคลากร
ทางการศึกษาอย่างย่ิง ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่บนความคาดหวังของสังคม เพื่อให้การบริหารงานเป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพทุกฝ่ายจะต้องสร้าง “ความเช่ือมั่น ไว้วางใจ” หรือ “TRUST” ให้กับสังคม
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ เดก็ และผปู้ กครอง ว่าเราสามารถทจ่ี ะเป็นหลกั หรอื ท่ีพึง่ ใหก้ บั พวกเขาได้

“TRUST” หมายถึง “ความไว้วางใจ” เป็นรูปแบบการทางานที่จะทาให้ครู บุคลากร
ทางการศึกษา ผูป้ กครอง ผเู้ รยี นและประชาชนกลับมาให้ความไว้วางใจในการทางานของกระทรวงศึกษาธิการ
อีกครัง

T ยอ่ มาจาก Transparency (ความโปรง่ ใส)
R ยอ่ มาจาก Responsibility (ความรบั ผดิ ชอบ)
U ย่อมาจาก Unity (ความเป็นอันหน่ึงอันเดียว)
S ย่อมาจาก Student-Centricity (ผูเ้ รียนเป็นเป้าหมายแหง่ การพัฒนา)

๓๐

T ย่อมาจาก Technology (เทคโนโลย)ี
รูปแบบการทางาน “TRUST” คือการพัฒนาต่อยอดจากรูปแบบการทางาน “MOE
ONE TEAM” หรือ “การทางานรว่ มกนั เป็นหน่ึงเดยี วของกระทรวงศึกษาธิการ” ทก่ี ระทรวงศึกษาธิการ
ได้ดาเนินการมาโดยตลอด ซึ่ง “TRUST” จะเข้ามาเป็นส่วนเสริมในเร่ืองความโปร่งใส ทังในเชิง
กระบวนการทางานและกระบวนการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ การสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน
ดาเนินการตามภารกิจของตนด้วยความรับผิดชอบต่อตัวเอง องค์กร ประชาชน และประเทศชาติ
ให้ความสาคญั กบั การประสานความร่วมมอื จากทุกภาคสว่ น (Participation) ผ่านกลไกการรบั ฟงั ความคิดเห็น
มาประกอบการดาเนินงานต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ทังนี กระทรวง
ศึกษาธิการเป็นพืนท่ีของทุกคนมีความเป็นอันหน่ึงอันเดียว ระหว่างครู บุคลากรทางการศึกษา
ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน ซ่ึงมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การมีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา
โดยการทาให้ผู้เรียนมีวิธีคิดและทักษะที่เป็นสากลสอดคล้องกับพลวัตในศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับ
สานึกและความเข้าใจในความเป็นไทย ผ่านการมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี ทังในเชิงโครงสร้าง
(Infrastructure) คือ การเข้าถึงส่ิงจาเป็นและส่ิงอานวยความสะดวกด้านการศึกษาอย่างท่ัวถึง เพ่ือลด
ความเหลื่อมลาของโอกาสในการศึกษา และในเชิงการเรียนรู้ (Learning) คือแหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้
รปู แบบต่าง ๆ ท่ีทันสมัย และจะช่วยให้ผู้เรียนทุกคนถึงพร้อมซึ่งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกประการ
เพื่อเป็นการตระหนักถึงความสาคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
ทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ประเด็นการ
พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอือต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
มนุษย์ การพัฒนาเด็กตังแต่ช่วงตังครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและ
ยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้
ทตี่ อบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ท่ีหลากหลาย และประเด็น
อ่นื ทเี่ กี่ยวข้อง
นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ของนางสาวตรีนุช เทียนทอง
รฐั มนตรีวา่ การประทรวงศึกษาธิการ ๑๒ ขอ้
ขอ้ ๑ การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมยั และทันการเปลี่ยนแปลง
ของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ
ทเ่ี หมาะสมกบั บริบทสงั คมไทย
ข้อ ๒ การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครแู ละอาจารย์ในระดับการศึกษาขันพืนฐาน
และอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาให้มี
สมรรถนะท้ังดา้ นการจัดการเรยี นรู้ ดว้ ยภาษาและดจิ ิทัล สามารถปรบั วธิ กี ารเรียนการสอนและการใช้สื่อ
ทันสมัย และมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลลัพธ์ทางการศึกษาทีเ่ กิดกับผู้เรียน
ข้อ ๓ การปฏริ ูปการเรียนรดู้ ว้ ยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรดู้ ว้ ยดิจิทัลแหง่ ชาติ
(NDLP) และการส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจ้าวัน เพ่ือให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนา
แพลตฟอรม์ การเรียนรดู้ ว้ ยดจิ ิทัลแหง่ ชาติ ทสี่ ามารถนาไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ทท่ี นั สมัยและ
เขา้ ถึงแหล่งเรียนร้ไู ด้อย่างกว้างขวางผา่ นระบบออนไลน์ และการนาฐานข้อมูลกลางทางการศึกษามาใช้
ประโยชนใ์ นการพัฒนาประสทิ ธิภาพการบรหิ ารและการจดั การศึกษา

๓๑

ข้อ ๔ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริม
สนับสนุนสถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอ้านาจการบริหารและการจัด
การศึกษาโดยใชจ้ ังหวัดเปน็ ฐาน โดยอาศัยอานาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รบั การปรับปรุง
เพ่ือกาหนดให้มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการ
เรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การบริหารและการจัด
การศกึ ษาโดยใช้จงั หวดั เป็นฐาน มรี ะบบการบรหิ ารงานบคุ คลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ข้อ ๕ การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัด
ทดสอบวัดความรู้ และทักษะที่จ้าเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทังสายวิชาการและ
สายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการประเมินผลการศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
ไดร้ บั การปรบั ปรุงใหท้ นั สมัย ตอบสนองผลลัพธท์ างการศึกษาได้อยา่ งเหมาะสม

ข้อ ๖ การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ท่ัวถึงทุกกล่มุ เป้าหมาย รวมถึงการระดม
ทรัพยากรทางการศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา
มีความเป็นธรรมและสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ
กระจายทรัพยากรทง้ั บคุ ลากรทางการศกึ ษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยไี ด้อยา่ งทัว่ ถงึ

ข้อ ๗ การน้ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน
(AQRF) สู่การปฏิบัติ เป็นการผลิตและการพัฒนากาลังคนเพ่ือการพัฒนาประเทศโดยใช้กรอบคุณวุฒิ
แห่งชาติ เช่ือมโยงระบบการศึกษาและการอาชีพโดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคาร
หนว่ ยกติ และการจัดทามาตรฐานอาชพี ในสาขาทีส่ ามารถอา้ งอิงอาเซยี นได้

ข้อ ๘ การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา
เพือ่ พัฒนาร่างกาย จิตใจ วนิ ัย อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญาให้สมกับวัย เพ่ือเป็นการขบั เคลอ่ื นแผน
บูรณาการการพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ตามพระราชบญั ญตั กิ ารพัฒนาเดก็ ปฐมวยั พ.ศ. ๒๕๖๒ ส่กู ารปฏิบัติเปน็
รูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาไปเป็นกรอบในการจัดทาแผนปฏิบัติการเพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัย
และมกี ารติดตามความกา้ วหนา้ เปน็ ระยะ

ข้อ ๙ การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เพื่อให้ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการดารงชี พและ
คุณภาพชีวติ ทดี่ ี มีสว่ นชว่ ยเพิ่มขีดความสามารถในการแขง่ ขันในเวทโี ลกได้

ข้อ ๑๐ การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการน้านวัตกรรมและเทคโนโลยี
ท่ีทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งนานวัตกรรม
และเทคโนโลยีทท่ี นั สมยั มาใชใ้ นการจัดการศกึ ษาผา่ นระบบดจิ ทิ ัล

ข้อ ๑๑ การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
ทางการศึกษา และผู้เรียนท่ีมีความต้องการจ้าเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึง
การศึกษาท่มี ีคณุ ภาพของกลุ่มผูด้ ้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนท่ีมีความต้องการจาเปน็ พเิ ศษ

ขอ้ ๑๒ การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้
ตลอดชวี ติ และการมีส่วนรว่ มของผมู้ ีสว่ นเกย่ี วขอ้ ง เพ่ือเพม่ิ โอกาสและการเข้าถงึ การศกึ ษาทีม่ ีคณุ ภาพ
ของกลุม่ ผดู้ อ้ ยโอกาสทางการศึกษาและผู้เรียนทม่ี ีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ

เน่ืองด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
ในปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดความนิยมในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ (Online) มากย่ิงขึ้น ส่งผล

๓๒

กระทบอย่างมีนัยสาคัญต่อการเตรียมผู้เรียนไทยให้มีทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษท่ี ๒๑ ซ่ึงมุ่งเน้น
ความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์
ต่าง ๆ (Resilience) รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของสถานศกึ ษาและปัญหาความเหลื่อมล้าของโอกาส
ในการศึกษาที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากย่ิงข้ึน ดังน้ัน จึงเสนอให้มีวาระเร่งด่วน (Quick Win)
ของกระทรวงศึกษาธิการ ดงั ตอ่ ไปน้ี

วาระที่ ๑ เรือ่ งความปลอดภยั ของผ้เู รยี น โดยจดั ใหม้ ีรูปแบบ วิธีการ หรอื กระบวนการ
ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ผเู้ รียนเกิดการเรยี นรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และไดร้ ับการปกป้อง
คุ้มครองความปลอดภัยทัง้ ด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสรา้ งทกั ษะใหผ้ ้เู รยี นมคี วามสามารถในการดูแล
ตนเองจากภัยอันตรายตา่ ง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดลอ้ มทางสงั คม

วาระท่ี ๒ หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ท่ีหลากหลายโดยยึด
ความสามารถของผเู้ รียนเป็นหลกั และพฒั นาผเู้ รียนให้เกิดสมรรถนะทต่ี อ้ งการ

วาระท่ี ๓ Big Data พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้าซ้อน เพื่อให้ได้
ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถ
นามาใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างแท้จรงิ

วาระท่ี ๔ ขับเคล่ือนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center)
สนบั สนนุ การดาเนินงานของศูนยค์ วามเปน็ เลิศทางการอาชวี ศึกษา (Excellent Center) ตามความเป็นเลิศ
ของแต่ละสถานศึกษาและตามบรบิ ทของพื้นท่ี สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของประเทศทงั้ ในปจั จุบนั และ
อนาคต ตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอนดว้ ยเครื่องมือทที่ ันสมยั สอดคล้องกับเทคโนโลยปี จั จบุ นั

วาระท่ี ๕ พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาท่ีเน้นพัฒนาทักษะอาชีพ
ของผู้เรยี นเพอื่ พฒั นาคุณภาพชวี ติ สรา้ งอาชพี และรายได้ทเ่ี หมาะสม และเพิม่ ขีดความสามารถในการแขง่ ขัน
ของประเทศ

วาระท่ี ๖ การศึกษาตลอดชวี ิต การจัดเรียนรู้ตลอดชวี ิตสาหรบั ประชาชนทุกช่วงวัยให้
มีคุณภาพและมาตรฐาน ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน
เหมาะสมและเต็มตามศักยภาพต้ังแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา และพัฒนาหลักสูตรท่ีเหมาะสมเพื่อเตรียม
ความพร้อมในการเข้าสูส่ ังคมผสู้ ูงวัย

วาระท่ี ๗ การจัดการศึกษาส้าหรับผู้ที่มีความต้องการจ้าเป็นพิเศษ ส่งเสริมการจัด
การศึกษาให้ผู้ที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถดารงชีวิต
ในสังคมอย่างมีเกียรติ ศักด์ิศรีเท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคม สามารถช่วยเหลือตนเอง และมีส่วนร่วม
ในการพฒั นาประเทศ

ภารกิจของกระทรวงศึกษาธกิ ารนี้มอี ยู่มากมาย ทั้งที่ยังรอการดาเนนิ งานและที่จะริเร่ิม
โครงการขึ้นใหม่ จาต้องอาศัยความมมุ านะ พยายามอยา่ งยิง่ ยวดท่ีจะใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธ์อิ ย่างเป็นรูปธรรม
และน่ันคือสิ่งท่ียากท่ีสุดเพราะผลสัมฤทธ์ิของภารกิจด้านการศึกษาน้ันไม่อาจระบุได้ว่า เท่าไร เมื่อไร
จึงจะถือว่าประสบความสาเร็จ ดุจดังเร่ืองราวของ “พระมหาชนก” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ท่ีทรงเป็นแบบอย่างแห่งพระโพธิสัตว์
ผู้ถึงพร้อมด้วยวิริยะบารมี ทรงแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรท่ามกลางวาตภัยแลสัตว์ร้ายที่พร้อมจะแผ้วพาน
กระน้ันก็ทรงแน่วในพระราชปณิธานที่จะว่ายต่อไปให้ “ถึงฝั่ง” เพื่อยังประโยชน์แก่อาณาราษฎร
โดยการข้นึ ครองสิริราชสมบัติปกครองมถิ ิลานครสบื ไป


Click to View FlipBook Version