๓๓
๒.๗ พระราชบญั ญตั ิการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๑
การจัดการศึกษาอาชีวศึกษามีความสาคัญต่อการขับเคล่ือนภาคเศรษฐกิจของประเทศ
ในภาพรวม เน่ืองจากการอาชีวศึกษาเป็นกลไกสาคัญในการผลิตกาลังคนที่มีคุณภาพและมีสมรรถนะ
เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซ่ึงสานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษาเป็นผู้ดาเนินภารกิจดังกล่าว โดยจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ
ซ่ึงสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติ
การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ซ่ึงมีรายละเอียด ดังน้ี พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๒๐ บัญญัติความตอนหนึ่งว่า การอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษา
ของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับ
สถานประกอบการ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง
โดยพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีการบัญญัติรายละเอียดในเร่ืองดังกล่าวไว้ในส่วน
ตา่ ง ๆ ดังน้ี
มาตรา ๔ กาหนดความหมายของการอาชีวศกึ ษา หมายถึง กระบวนการศึกษาเพ่ือผลิต
และพฒั นากาลงั คนในด้านวิชาชีพระดบั ฝมี ือ ระดบั เทคนคิ และระดับเทคโนโลยี
มาตรา ๖ บัญญตั ิเกี่ยวกับการจัดอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ ต้องเป็นการจัด
การศึกษาในด้านวิชาชีพท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อผลิตและพัฒนา
กาลังคนในด้านวิชาชีพระดบั ฝมี ือ ระดบั เทคนิค และระดับเทคโนโลยี รวมท้งั เป็นการยกระดับการศึกษา
วชิ าชีพใหส้ ูงขน้ึ เพื่อใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดแรงงาน โดยนาความรู้ในทางทฤษฎอี ันเป็น
สากล และภูมิปญั ญาไทยมาพัฒนาผูร้ บั การศึกษาให้มีความรคู้ วามสามารถในทางปฏิบัตแิ ละมีสมรรถนะ
จนสามารถนาไปประกอบอาชพี ในลกั ษณะผู้ปฏบิ ัติหรอื ผู้ประกอบอาชีพโดยอิสระได้
มาตรา ๘ บัญญัติเกี่ยวกับรูปแบบการจัดอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ โดยให้
จัดการศึกษาได้ ๓ รปู แบบ ดงั ตอ่ ไปน้ี
๑) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีเน้นการศึกษาในสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันเป็นหลกั โดยมีการกาหนดจุดมุ่งหมายวิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัด
และการประเมนิ ผล ท่เี ปน็ เงื่อนไขของการสาเรจ็ การศึกษาที่แน่นอน
๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการ
กาหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมนิ ผลที่เป็นเง่ือนไขของการสาเร็จ
การศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะตอ้ งมีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ
ของบุคคลแตล่ ะกลมุ่
๓) การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลง
ระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐในเร่ือง
การจัดหลักสูตรการเรยี นการสอน การวัดและการประเมินผล โดยผู้เรียนใชเ้ วลาสว่ นหนึ่งในสถานศึกษา
อาชวี ศึกษาหรือสถาบนั และเรียนภาคปฏบิ ัตใิ นสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหนว่ ยงานของรัฐ
เพื่อประโยชนในการผลิตและพัฒนากาลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
สถาบันสามารถจัดการศึกษาในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันนั้น
ต้องมุง่ เนน้ จัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสาคัญ
๓๔
มาตรา ๙ บัญญัติเก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งให้จัดได้
ตามหลกั สูตรทคี่ ณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากาหนด ดังตอ่ ไปน้ี
๑) ประกาศนยี บตั รวิชาชพี
๒) ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสงู
๓) ปริญญาตรีสาขาสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบตั ิการ
โดยที่คณะกรรมการการอาชวี ศึกษาอาจกาหนดหลักสูตรทจี่ ัดข้ึนเพื่อเพิ่มเตมิ ความรู้
หรือทักษะในการประกอบอาชพี หรือการศึกษาตอ่ ซงึ่ จดั ข้นึ เป็นโครงการหรือสาหรบั เปา้ หมายเฉพาะได้
มาตรา ๑๐ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึก
อบรมวิชาชีพต้องคานงึ ถงึ
๑) การมีเอกภาพด้านนโยบายและมีความหลากหลายในทางปฏิบัติโดยมีการ
กระจายอานาจจากส่วนกลางไปสู่สถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบนั
๒) การศึกษาในด้านวิชาชีพสาหรบั ประชาชนวัยเรียนและวัยทางานตามความถนัด
และความสนใจอยา่ งทว่ั ถึงและต่อเนือ่ งจนถงึ ระดบั ปรญิ ญาตรี
๓) การมีส่วนร่วมของชุมชน สังคม และสถานประกอบการในการกาหนด
นโยบายการผลติ และพฒั นากาลังคน รวมทัง้ การกาหนดมาตรฐานการอาชีวศึกษา
๔) การศึกษาที่มีความยืดหยุน่ หลากหลายและมีระบบเทียบโอนผลการเรยี นและ
ระบบเทียบประสบการณก์ ารทางานของบคุ คลเพือ่ เข้ารับการศึกษาและการฝกึ อบรมวชิ าชีพอยา่ งต่อเนือ่ ง
๕) การมีระบบจูงใจให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษา
และการฝกึ อบรมวชิ าชพี
๖) การระดมทรัพยากรทั้งจากภาครัฐและเอกชนในการจัดการอาชวี ศึกษาและ
การฝึกอบรมวชิ าชพี โดยคานงึ ถึงการประสานประโยชนอ์ ย่างทว่ั ถงึ และเปน็ ธรรม
๗) การมีระบบการพัฒนาครูและคณาจารย์ของการอาชีวศึกษาอย่างต่อเน่ือง
เพื่อใหท้ ันตอ่ ความเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
มาตรา ๑๑ บัญญัติเกี่ยวกับอานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ใน (๔)
กาหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับลักษณะของสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมจัดการอาชีวศึกษาและ การฝึก
อบรมวิชาชีพ หลักสูตรการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานประกอบการ ตลอดจนหลักเกณฑ์
การฝึกงาน และการเทียบโอนผลการเรียนหรือประสบการณทางานในสถานประกอบการ เพื่อขอรับ
คุณวุฒิการศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน และใน (๖) บัญญัติเกี่ยวกับเก่ียวกับสิทธิ
ประโยชน์ทางภาษีสาหรับสถานประกอบการท่ีร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยกาหนดหลักเกณฑ์
และเงื่อนไขเกี่ยวกับการได้รับสิทธิประโยชน์และการเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ
หรือองค์กรอื่น ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ
ระหว่างสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา สถาบนั และสถานประกอบการ
มาตรา ๕๑ ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันและสถานประกอบการ ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา
สถาบนั และสถานประกอบการ
มาตรา ๕๒ สถานประกอบการใดที่ประสงค์จะดาเนินการจัดการอาชีวศึกษาและ
การฝึกอบรมวิชาชีพตามพระราชบัญญัติน้ี ให้ย่ืนคาขอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
๓๕
เพอ่ื ให้ได้รับการรับรองประโยชน์ตามกฎหมาย ท้งั น้ี ให้ถือว่าไม่เปน็ การขัดหรือแย้งกบั การจดั การศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานรปู แบบศูนย์การเรียน ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ การยืน่ คาขอและการพจิ ารณา
ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
การจัดการอาชวี ศกึ ษาในสถานประกอบการ ใหจ้ ัดการสอนตามหลักสูตรการอาชวี ศึกษา
และการฝึกอบรมวิชาชีพหรือจัดการสอนตามหลักสูตรที่สถานประกอบการร่วมกับสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรอื สถาบนั จดั ทาข้ึนโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
หลักเกณฑ์ และวิธีการดาเนินการตามวรรคสามให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ
การอาชวี ศกึ ษากาหนด
มาตรา ๕๓ สถานประกอบการหรือภาคเอกชนอาจเข้าร่วมดาเนินการจัดตั้งศูนย์วิจัย
ห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการเพ่ือพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันของรัฐหรือเอกชนได้ตามความตกลงของสถานศึกษาหรือสถาบันและ
สถานประกอบการนั้น ทั้งน้ี เพ่ือประโยชน์ด้านความร่วมมือในการพัฒนากาลังคน การวิจัยและพัฒนา
เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานการอาชวี ศึกษาและเพ่ิมพนู ประสบการณ์ของครูคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศึกษาหรือสถาบันให้ทันต่อความเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี รายได้และทรัพย์สินที่เกิด
จากการดาเนินการของสถานประกอบการตามวรรคหน่ึงให้เปน็ รายได้ของสถานศึกษาหรอื สถาบันนน้ั
หลักเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมดาเนินการของสถานประกอบการหรือภาคเอกชน
ตามวรรคหนง่ึ ให้เป็นไปตามข้อบังคบั ของสถาบัน
มาตรา ๕๔ สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพหรือองค์กรอ่ืนที่ให้ความร่วมมือ
ในการจดั การอาชวี ศกึ ษาและการฝกึ อบรมวชิ าชพี อาจไดร้ บั สทิ ธิและประโยชน์ ดงั ต่อไปนี้
(๑) การสนับสนนุ ดา้ นวชิ าการและทรพั ยากรตามสมควรแกก่ รณี
(๒) การเชิดชเู กียรติแก่สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพหรือองค์กรอ่นื ที่ให้ความร่วมมือ
ในการจัดการอาชีวศกึ ษาและการฝกึ อบรมวชิ าชีพ
มาตรา ๕๕ ครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ ต้องมีคุณสมบัติ
อยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) เป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาและผ่านการศึกษา หรือฝึกอบรมวิชา
การศึกษาด้านอาชพี
(๒) เป็นผชู้ านาญการดา้ นอาชพี โดยสาเร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ากว่าระดบั ประกาศนียบตั ร
วิชาชีพหรือผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือมาตรฐานอื่นตามท่ีคณะกรรมการ
การอาชวี ศึกษากาหนด
(๓) เป็นผู้เช่ียวชาญด้านอาชีพเฉพาะสาขาซึ่งสาเร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ากว่าระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพท่ีมีประสบการณ์ในสาขาอาชีพนั้น ไม่น้อยกว่าห้าปีหรือสาเร็จการศึกษาวิชาชีพ
ร ะ ดั บ ป ร ะ ก า ศ นี ย บั ต ร วิ ช า ชี พ ช้ั น สู ง ท่ี มี ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใน ส า ข า อ า ชี พ น้ั น ไม่ น้ อ ย ก ว่ า ส า ม ปี ห รื อ
ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและมีประสบการณ์ในการทางานในสาขาอาชีพนั้น
ไมน่ ้อยกว่าห้าปี
(๔) เป็นผู้มีประสบการณ์และประสบความสาเร็จในอาชีพเฉพาะสาขามีผลงานเป็นที่
ยอมรับในสังคมและท้องถ่ินและสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ หลักเกณฑ์ในการแต่งต้ัง การทดสอบ
๓๖
การฝึกอบรมและการออกใบรับรองการเป็นครูฝึกในสถานประกอบการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ทคี่ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากาหนด
ภายใต้บทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ซ่ึงเป็นเพียงส่วนหน่ึงท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ
การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ซ่ึงมีหลักการสาคัญในการสร้างความม่ันคงและสร้างความเข้มแข็งให้
การอาชีวศกึ ษา โดยทมี่ เี ป้าหมายสาคญั ทจี่ ะยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานการอาชีวศกึ ษาไทย เพ่อื เพ่ิม
ผลผลิตและพัฒนาบคุ ลากรทางด้านอาชีวศกึ ษาที่มคี ุณภาพ พัฒนาศักยภาพการอาชีวศึกษาในการสรา้ ง
ความร้แู ละสรา้ งนวัตกรรมใหม่ ๆ เพ่ือเพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
๒.๘ ยทุ ธศาสตร์สู่การปฏิบตั ขิ องส้านักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา นโยบาย ยทุ ธศาสตร์
การผลิตและพฒั นากา้ ลงั คนอาชวี ศกึ ษา ในระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๖๙)
สาหรับยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นโยบาย
ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษา ในระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๖๙) น้ัน
สาระสาคัญอยู่ท่ีการจัดทาข้อเสนอเชิงนโยบาย เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ การผลิตและพัฒนากาลังคน
อาชีวศึกษาของคณะอนุกรรมการการอาชีวศึกษาด้านการกาหนดนโยบาย เป้าหมายการผลิตและ
แผนพัฒนากาลงั คนอาชีวศึกษา ใหค้ วามสาคัญกบั คุณภาพผู้สาเรจ็ อาชวี ศกึ ษาเปน็ สาคัญ โดยมุ่งปรับปรงุ
ปจั จัยสนับสนนุ และกระบวนการจัดอาชวี ศกึ ษาให้เกดิ คุณภาพ ทงั้ ในดา้ น
๑) สารสนเทศสาคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้แนวทางการพัฒนากาลังคนในระดับโลก ระดับ
ภูมิภาค ระดบั ประเทศ ระดับกลุ่มจงั หวัด และระดบั จังหวดั
๒) ให้ความสาคัญกับครู และผู้บริหารสถานศึกษาซ่ึงเป็นปัจจัยแห่งความสาเร็จ โดยมุ่ง
เพ่ิมพูนขีดความสามารถของครูในยุคแห่งการเปล่ียนแปลง เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอน
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๓) ยกระดับคุณ ภาพการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องและเช่ือมโยงกับ
สถานประกอบการโดยเน้นความรว่ มมือในการจัดอาชวี ศกึ ษา ระบบทวภิ าคี และการฝึกงาน
๔) เตรียมความพร้อมกาลังคนรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในส่วนของ
การต้ังรับและเชิงรุก ได้แก่ การเพ่ิมขีดความสามารถทางภาษา และสมรรถนะกาลังคนอาชีวศึกษาให้มี
มาตรฐานในระดับสากล
โดยมปี ระเด็นนโยบายและยทุ ธศาสตรท์ สี่ าคญั ดังนี้
นโยบายท่ี ๑ : มุ่งสร้าง/ผลิตก้าลังคนอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการ
ของตลาดแรงงาน ผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาภายใต้บริบทความร่วมมอื กับสถานประกอบการ
ให้ได้ตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองและฝึกอบรมวิชาชีพกาลังคนอาชีวศึกษา
ที่อยู่นอกระบบให้เพิ่มข้ึน มียุทธศาสตร์ที่สาคัญ คือ มุ่งพัฒนาคุณภาพและปริมาณผู้เรียนให้สัมพันธ์
กับความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศและระดับสากล ผลิตและพัฒนากาลังคนให้มีสมรรถนะ
ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดแรงงานและสังคม ท้ังในประเทศ ภูมิภาคอาเซียน และระดับสากล
รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาการจัดอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพด้วยรูปแบบที่หลากหลาย
ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาระบบทวิภาคี ส่งเสริม สนับสนุน และเร่งรัด
การจัดอาชีวศึกษาด้านความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากาลังคนร่วมกันระหว่างสถานศึกษาและ
๓๗
สถานประกอบการ โดยเฉพาะการศึกษาระบบทวิภาคี และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามสาขาวิชา
ทเ่ี ปน็ ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน และสงิ่ สาคญั ของการอาชีวศึกษาคือการปรบั ภาพลักษณ์ ทัศนคติ
และสร้างการยอมรับของสังคมท่ีมีต่อการเรียนสายอาชีพด้วยกระบวนการเชิงคุณภาพให้กับนักเรียน
กลุ่มผู้ปกครองและชุมชน ยุทธศาสตร์ต่อมาคือการเพ่ิมโอกาสการเรียนและการฝึกอบรมวิชาชีพ
อาชีวศึกษาให้กับกลุ่มผู้อยู่นอกระบบ โดยการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ผู้อยู่นอกระบบการศึกษา
ให้สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ การส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาและ
ฝึกอบรมวชิ าชีพตลอดชีวติ ให้แกผ่ ู้ปฏิบัตงิ านในสถานประกอบการและผ้อู ยู่นอกระบบ สง่ เสริม สนับสนุน
อบรมวิชาชีพเพ่ือการพัฒนาต่อยอดอาชีพเดิมหรือสร้างอาชีพใหม่สาหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ และ
ยุทธศาสตร์ท่ีสาคัญอีกประเด็น คือ พัฒนาระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพตามระบบคุณวุฒิวิชาชีพ
มีกลยุทธ์ท่ีสาคัญ คือ การพัฒนาหลักสูตรให้มีผลลัพธ์การเรียนรู้ เป็นไปตามสมรรถนะของกรอบคุณวุฒิ
วชิ าชพี รวมทัง้ การพัฒนาระบบประเมินมาตรฐานวชิ าชพี ตรงตามคณุ วุฒวิ ิชาชพี
นโยบายที่ ๒ : พฒั นาปริมาณและคุณภาพของครู คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศึกษา
ด้านอาชีวศึกษา มีเป้าหมายสาคัญ คือ มีปริมาณครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาด้าน
อาชีวศึกษาพอเพียงต่อการจัดการศึกษาระดับ ปวช. ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยี
หรือสายปฏิบัติการและการฝึกอบรมวิชาชีพ รวมถึงการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ด้านอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง สม่าเสมอ มียุทธศาสตร์ท่ีสาคัญ
ท้ังยุทธศาสตร์ในการสร้างเสริมปริมาณครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษา
ยุทธศาสตร์ในการสร้างเสริมสมรรถนะและประสบการณ์เพื่อคุณภาพของครู คณาจารย์และบุคลากร
ทางการศกึ ษาด้านอาชวี ศกึ ษา การส่งเสริมการศกึ ษาต่อ การฝกึ อบรมและการปฏบิ ัติงาน
นโยบายท่ี ๓ : พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ใหม่ โดยมีเป้าหมาย
สาคญั คือ สถานศึกษาของอาชีวศึกษามีมาตรฐานในด้านการจัดการเรียนการสอนในระดับ ปวช., ปวส.
และปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยความร่วมมือทาง
วิชาการระหว่างหน่วยงาน สถานศึกษา สถานประกอบการท้ังภายในและต่างประเทศ โดยมียุทธศาสตร์
ท่ีสาคัญ คือ ยุทธศาสตร์ในการยกระดับมาตรฐานสถานศึกษาของอาชีวศึกษาในด้านการจัดการเรียน
การสอนในระดับ ปวช. ปวส.และปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการและเพ่ิมศักยภาพ
ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ วิชาชพี และฝึกอบรมวิชาชีพของชุมชน ยุทธศาสตร์ความร่วมมอื กับสถานประกอบการ
ในการเปดิ สอนระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรอื สายปฏบิ ตั กิ าร
นโยบายที่ ๔ : การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ เป้าหมาย คือ ผู้บริหาร
สถานศึกษาอาชีวศึกษามีทักษะการบริหารอย่างมีคุณภาพโดยการมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์ท่ีสาคัญ คือ
การยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพ
ผูบ้ รหิ าร
ยุทธศาสตร์ แผน นโยบาย กฎหมาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นเป็นหลักการ
และแนวปฏิบัติท่ีเป็นกลไกสาคัญในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
ทส่ี ามารถนาไปปรับใชไ้ ด้ตามความเหมาะสมในแต่ละบรบิ ทของพืน้ ที่ ซ่ึงจาเป็นตอ้ งอาศยั ปจั จยั แวดลอ้ ม
อนื่ ๆ ท่ีเก่ยี วข้องในการดาเนนิ การควบคู่กันไปดว้ ย
๓๘
๒.๙ การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
หลักการสาคัญในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพ่ือเปิดโอกาสให้นักเรียน
นักศึกษา และประชาชน นาความรู้และประสบการณ์มาทาการประเมินเทียบโอนเข้าสู่หน่วยกิต
โดยหลักการสาคญั คือ สบื เนอื่ งจากพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่แี กไ้ ขเพิ่มเติม
ได้กาหนดให้การจดั การศึกษามสี ามรปู แบบ คือ การศึกษาในระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษา
ตามอัธยาศัย และให้ผู้เรียนสามารถนาผลการเรียนที่สะสมไว้มาเทียบโอนระหว่างการศึกษารูปแบบ
เดียวกันหรือต่างรูปแบบก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมท้ัง
การเรียนรู้นอกระบบ และอัธยาศัย จากการฝึกอาชีพ ประสบการณ์ชีวิต หรือจากประสบการณ์การ
ทางาน ประกอบกับปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดน เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี สภาพของสังคม
และเศรษฐกิจที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วทาให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา มีโอกาสหาความรู้ได้
หลากหลายวิธี มีแหล่งให้ศึกษาหาความรู้ มีอุปกรณ์ช่วยในการศึกษาหลากหลาย การเข้าถึงแหล่ง
การเรียนรู้ และการเรียนรู้เกิดได้ทุกสถานการณ์ เช่น การทางาน การพบปะสังสรรค์ การเข้าร่วม
กิจกรรม ชมรม กีฬา อาสาสมัคร กิจกรรมทางศาสนาและสังคม ซึ่งการเรียนรู้ท่ีเกิดขึ้นนอกชั้นเรียน
ดังกล่าวไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิตจะช่วยให้ผู้
ประกอบอาชีพสามารถพัฒนาสมรรถนะตนจนได้วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ท่ีมีมาตรฐานแต่ละสาขาวิชาอย่างชัดเจนในระยะเวลาที่น้อยกว่า
นกั เรียนนกั ศึกษาปกติทศ่ี กึ ษาในระบบเพยี งอยา่ งเดยี ว
การเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ เป็นการยอมรับผลการเรียนรทู้ ี่ได้จากประสบการณ์
ดังน้ันการจัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตรประกาศนียบัตร
วชิ าชีพชัน้ สูง (ปวส.) ของสถาบันการอาชีวศกึ ษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงเปิด
โอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน สามารถนาความรู้ประสบการณ์มาขอรับการประเมินเทียบโอน
เพื่อยกเว้นการเรยี นรายวิชาในสถานศกึ ษาที่เขา้ เรียน และนบั เปน็ ส่วนหนง่ึ ของผลการเรยี นตามหลักสตู ร
ตามเจตนารมณ์ของพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติดังกลา่ ว
วตั ถปุ ระสงค์
วัตถุประสงค์สาคัญในการการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์น้ัน ก็เพ่ือเปิดโอกาส
ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน นาความรู้และประสบการณ์มาทาการประเมินเทียบโอนเข้าสู่
หน่วยกิต เป็นการยอมรับความรู้และประสบการณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของผลการเรียนตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยมีขอบข่าย
คือ การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิต ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สามารถดาเนินการได้ทุกหมวดวิชา โดยเทียบโอน
ได้ไม่เกิน ๒ ใน ๓ ของจานวนหนว่ ยกติ ตามโครงสรา้ งหลักสูตร
ประโยชน์ของการเทียบโอน
๑) ด้านผเู้ รยี น
๑.๑) ลดการเรยี นซา้ ในรายวิชา/กลมุ่ วชิ าทม่ี ีประสบการณ์มาแลว้
๑.๒) การเรียนในชัน้ เรียนน้อยลง ลดเวลาการเดนิ ทาง
๑.๓) ประหยัดค่าใช้จา่ ย
๑.๔) ผเู้ รียนสนใจเรียน หรือฝกึ อบรมในระบบมากข้ึน
๓๙
๑.๕) ผ้ทู ่เี รียนไม่จบการศึกษาในระบบมโี อกาสเลอื กเรียนได้ตามความตอ้ งการ
๑.๖) เม่ือสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรวิชาชีพ สามารถนาไปใช้ในการเข้าทางาน
หรือเลอ่ื นตาแหน่งสงู ขึน้
๒) ด้านหลักสตู ร
๒.๑) การบริหารงานหลักสูตร ระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ช่วยให้รัฐ
ประหยัดคา่ ใช้จา่ ยต่อหัว เช่น ค่าวดั ผลและประเมนิ ผล คา่ วสั ดุฝกึ เป็นต้น
๒.๒) หลักสูตรต้องกาหนดสมรรถนะ(Competency based Curriculum) ทาให้
ผสู้ าเร็จการศึกษามีความรู้ประสบการณ์ ปฏิบัตงิ านไดต้ รงตามความตอ้ งการของสถานประกอบการหรือ
นายจา้ ง
๓) ด้านธรุ กจิ
๓.๑) ระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์งานอาชีพช่วยให้นายจ้าง/ลูกจ้าง
มกี ารตกลงกนั เก่ียวกบั ค่าใช้จ่ายและวิธปี ระเมินผลงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ
๓.๒) สถานประกอบการจะมีรายได้เพิ่มข้ึนจากการทางานอย่างมีประสิทธิภาพ
ของนายจา้ ง/ลกู จ้างทมี่ ีคุณภาพตามหลกั สตู รการศึกษาในระบบ
๓.๓) สถานประกอบการหรือหน่วยงานของทางราชการหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ
ไมต่ อ้ งเสยี เวลาคา่ ใชจ้ ่ายในการฝกึ อบรมบุคลากรใหม่
๔) ด้านอ่ืนๆ
๔.๑) บุคลากรของสถานประกอบการหรอื หน่วยงานของทางราชการหรอื ผู้ประกอบ
อาชีพอิสระ ตระหนกั ในการพัฒนาความร้คู วามสามารถและทักษะตนตลอดเวลา
๔.๒) การเรยี นรู้ การฝึกเฉพาะดา้ นทีจ่ าเปน็ ตอ่ งานในหนา้ ทช่ี ่วยประหยดั เวลาได้มาก
๔.๓) บคุ ลากรมีความกระตอื รอื ร้นเพือ่ ความกา้ วหน้าในอาชพี และพฒั นาทกั ษะที่ขาด
แคลนส่งผลตอ่ การพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมของชาตโิ ดยสว่ นรวม
๔.๔) สถานประกอบการสามารถสรา้ งงาน ผลติ งานไดต้ ามต้องการของลกู คา้
ในกรณีที่ต้องการสาเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมให้เร็วข้ึน หรือไม่ต้องการเรียน
ในชั้นเรียน สามารถขอประเมนิ ความรู้ตามรายวิชาหรือกลุ่มวิชาในหลักสูตรได้ ถ้าผู้ขอเทียบโอนความรู้
และประสบการณ์ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานข้ันต่าที่กาหนดไว้ สามารถเทียบโอนเป็นหน่วยกิต
ได้โดยไม่ตอ้ งเรยี นในรายวิชาหรอื กลุ่มวิชาน้นั
๒.๑๐ ประกาศคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบตั ใิ นการเทียบโอน
ความรแู้ ละประสบการณ์รายวิชา
โดยที่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้อ ๑๐ วรรคสุดท้าย และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง
มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้อ ๑๐ วรรคสุดท้าย
กาหนดว่า การยกเว้นการเรียนรายวชิ าในหมวดวิชาทักษะชีวิต หมวดวิชาทักษะวชิ าชีพ และหมวดวิชา
เลือกเสรี สามารถทาไดโ้ ดยการเทียบโอนผลการเรียนหรอื โดยการเรียนหรือโดยการเทยี บโอนความรแู้ ละ
ประสบการณ์เขา้ สู่หนว่ ยกิตตามหลักสูตรตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ตั ิทค่ี ณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
๔๐
กาหนด ประกอบกับระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียน
ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ข้อ ๖๗ วรรคสอง และระเบียบ
กระทรวงศกึ ษาธิการวา่ ด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนยี บตั ร
วชิ าชีพชั้นสูง พุทธศักราช ๒๕๕๗ ข้อ ๖๖ วรรคสอง กาหนดวา่ การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑแ์ ละแนวปฏิบัตทิ ค่ี ณะกรรมการอาชวี ศึกษากาหนด
ดังนั้น เพ่ือให้สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดดาเนินการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง
มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสังคม ชุมชนและตลาดแรงงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
จึงกาหนดหลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ตั ใิ นการเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา ไว้ดงั น้ี
หลกั เกณฑ์
๑) หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัตินี้ให้ใช้กับสถานศึกษาที่จัดการศึกษาและผู้เรียนที่เข้า
ศึกษาเพ่อื ขอรบั คณุ วุฒอิ าชวี ศกึ ษาระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี และระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้นั สงู
๒) การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา สามารถดาเนินการได้ทุกรายวิชา
ในทุกหมวดวิชาโดยจานวนหน่วยกิตที่ขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ให้เป็นไปตามเกณฑ์
ที่กาหนดไว้ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนของ
หลักสตู รในแต่ละระดบั
๓) การขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวชิ าเพ่ือนับจานวนหน่วยกิตสะสมตอ้ งเป็น
ความสมัครใจของผู้เรียน โดยต้องมีหลักฐานท่ีเชื่อถือได้มาแสดงต่อสถานศึกษาว่าเป็นผู้มีความรู้
มีความสามารถ มีประสบการณท์ ่ีตรงหรอื สอดคลอ้ งกับสมรรถนะของรายวิชาที่ขอเทียบโอน ตามเกณฑ์ ดังนี้
ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ตอ้ งตรงหรือสอดคล้องไมต่ า่ กวา่ ร้อยละหกสิบ
ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสงู ตอ้ งตรงหรือสอดคลอ้ งไม่ต่ากว่าร้อยละเจด็ สบิ หา้
๔) ให้สถานศึกษาดาเนินการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียนเป็น
รายบคุ คลโดยคณะกรรมการ ๒ ชุด คือ
(๑) คณะกรรมการตรวจสอบการมคี วามรแู้ ละประสบการณร์ ายวชิ า
(๒) คณะกรรมการประเมินความรู้และประสบการณร์ ายวชิ า
๕) ให้คณะกรรมการสถานศึกษา เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบผลการตรวจสอบ
เพื่อรับรองการมีความรู้และประสบการณ์รายวิชาของผู้เรียน ตามท่ีคณะกรรมการมีความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชาเสนอ
๖) ให้หัวหน้าสถานศึกษา เป็นผู้อนุมัติผลการประเมินความรู้และประสบการณ์รายวิชา
โดยให้ใชต้ วั เลขแสดงระดบั ผลการประเมินตามทก่ี าหนดไวใ้ นระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการวา่ ด้วยการจดั
การศกึ ษาและการประเมนิ ผลการเรยี นของหลกั สตู รในแตล่ ะระดบั
๗) ผู้เรียนท่ีมีผลการประเมินต่ากว่าเกณฑ์ (ตก) ผู้เรียนจะเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณร์ ายวิชาน้นั ใหม่ในภาคเรยี นตอ่ ไปกไ็ ด้ หรอื จะขอลงทะเบียนเรียนรายวิชาน้นั ก็ได้
๘) ให้หน่วยงานต้นสังกัดกากับดูแลสถานศึกษาให้ดาเนินการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชาให้แก่ผเู้ รียนตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัตนิ ้ีโดยเคร่งครัด โดยหน่วยงานต้นสังกัด
มีอานาจออกระเบียบหรือข้อบังคับในการดาเนินการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชาได้
โดยไมข่ ดั หรอื แยง้ กับหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัติน้ี
๔๑
แนวปฏิบัติ
ขันตอนที่ ๑ : ให้สถานศึกษาแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบการมีความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชา” ของรายวิชาที่ผู้เรียนขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ จานวน ๓ คน
ประกอบด้วย รองผู้อานวยการวิทยาลัยท่รี ับผิดชอบด้านหลักสตู ร เป็นประธานกรรมการ หวั หนา้ แผนก
วิชาหรอื หวั หนา้ คณะวชิ าที่รบั ผดิ ชอบรายวชิ าน้ัน เป็นกรรมการ และครปู ระจารายวิชาเป็นกรรมการและ
เลขานุการ ทาหน้าท่ีตรวจสอบหลักฐานและสัมภาษณ์ผู้เรียนเพ่ือรับรองการมีความรู้และประสบการณ์
รายวชิ า จากกรณหี น่ึงหรือหลายกรณตี ่อไปนี้
๑) ได้เคยเรยี นรายวิชาที่ขอเทียบโอนโดยไม่นับหนว่ ยกิตมารวมเพื่อการสาเร็จการศกึ ษา
ตามหลักสูตรและมีผลการประเมินผ่าน โดยมีหลักฐานจากการศกึ ษาที่เรียนรายวชิ านัน้
๒) ได้เรียนรายวิชาหรือกลุ่มวิชาจากหลักสูตรอ่ืนท่ีไม่ต่ากว่าหลักสูตรของรายวิชา
ที่ขอเทียบโอนโดยมีจุดประสงค์และเน้ือหาใกล้เคียงกัน โดยมีหลักฐานจากสถานศึกษาที่เรียนรายวิชา
หรอื กลมุ่ วิชานน้ั ตามเกณฑ์ ดงั น้ี
- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ต้องมีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ากว่า
รอ้ ยละหกสบิ
- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ต้องมีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกัน ไม่ต่ากว่า
ร้อยละเจด็ สิบหา้
๓) ได้ฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน หรือฝึกอาชีพตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือ
ฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ หรือฝึกอบรมต่าง ๆ ตามที่สถานศึกษา หน่วยงานของรัฐได้จัดขึ้นจานวน
หนึ่งหลักสูตรหรือหลายหลักสูตรรวมกัน โดยมีหลักฐานจากสถานศึกษา หน่วยงานของรัฐท่ีจัดการฝึก
อบรมท่ีแสดงว่าเป็นผู้ที่มีสมรรถนะท่ีตรงหรือสอดคล้องกับสมรรถนะของรายวิชาท่ีขอเทียบโอน
ตามเกณฑ์ ดงั นี้
- ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ตอ้ งตรงหรอื สอดคลอ้ งไม่ตา่ กวา่ ร้อยละหกสบิ
- ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพชนั้ สงู ตอ้ งตรงหรือสอดคลอ้ งไมต่ ่ากว่าร้อยละเจด็ สิบหา้
๔) ได้ฝึกงาน โดยมีหลักฐานจากสถานประกอบการ หน่วยงานท่ีเป็นสถานท่ีฝึกงาน
ท่ีแสดงว่ามีจานวนชั่วโมงการฝึกงานไม่น้อยกว่าจานวนชั่วโมงการเรียนตามหลักสูตรในหน่ึงภาคเรียน
ของรายวิชาที่ขอเทียบโอนและเป็นผู้ที่มีสมรรถนะที่ตรงหรือสอดคล้องกับสมรรถนะของรายวิชา
ทข่ี อเทยี บโอนตามเกณฑ์ ดงั นี้
- ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ต้องตรงหรือสอดคลอ้ งไม่ต่ากว่ารอ้ ยละหกสบิ
- ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สูง ตอ้ งตรงหรอื สอดคลอ้ งไมต่ ่ากว่าร้อยละเจ็ดสบิ หา้
๕) ได้ทางานโดยมีหลักฐานจากสถานประกอบการ หน่วยงานที่เป็นสถานที่ทางาน
ท่ีแสดงว่ามีจานวนชั่วโมงการทางานไม่น้อยกว่าจานวนช่ัวโมงการเรียนตามหลักสูตรในหนึ่ งภาคเรียน
ของรายวิชาท่ีขอเทียบโอนและเป็นผู้ที่มีสมรรถนะท่ีตรงหรือสอดคล้องกับสมรรถนะของรายวิชา
ท่ขี อเทียบโอน ตามเกณฑ์ ดงั น้ี
- ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ตอ้ งตรงหรอื สอดคล้องไม่ต่ากว่าร้อยละหกสิบ
- ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสูง ต้องตรงหรอื สอดคล้องไมต่ ่ากวา่ รอ้ ยละเจด็ สบิ หา้
ขันตอนที่ ๒ : ให้ผู้เรียนท่ีได้รับการรับรองการมีความรู้และประสบการณ์รายวิชา
ลงทะเบียนเพื่อขอรับการประเมินความรู้และประสบการณ์ และชาระเงินค่าลงทะเบียนตามวัน เวลา
๔๒
ทีส่ ถานศกึ ษากาหนด และให้สถานศึกษากาหนดวัน เวลา สถานท่ีประเมิน ให้ผเู้ รียนทราบลว่ งหนา้ ก่อน
การประเมนิ ไม่นอ้ ยกวา่ ๒ สัปดาห์
ในแต่ละภาคเรียน ผู้เรียนจะลงทะเบียนรายวิชาโดยมีจานวนหน่วยกิตของรายวิชา
ท่ีผู้เรียนลงทะเบียนขอรับการประเมินความรู้และประสบการณ์รวมกับจานวนหน่วยกิตของรายวิชา
ท่ีผู้เรียนลงทะเบียนเรียน ไม่เกินจานวนหน่วยกิตท่ีกาหนดไว้ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย
การจดั การศึกษาและการประเมินผลการเรียนของหลกั สูตรแตล่ ะระดบั
ขนั ตอนท่ี ๓ : ให้สถานศึกษาแต่งต้ัง “คณะกรรมการประเมินความรู้และประสบการณ์
รายวิชา” จานวน ๓ คน ประกอบด้วย หัวหน้าคณะวิชาหรือหัวหน้าแผนกวิชาที่รับผิดชอบรายวิชาน้ัน
เป็นประธานกรรมการครูผู้สอนในสาขาวิชา/สาขางานของสถานศึกษาอื่นจากทะเบียน ของคณะกรรมการ
อาชีวศึกษาจังหวัดหรือบุคลากรของหน่วยงาน สถานประกอบการ องค์กรวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพ
จากทะเบียนของคณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัด โดยได้รับอนุญาตจากสถานศึกษาต้นสังกัดหรือ
หน่วยงานต้นสังกัด จานวน ๑ คน เป็นกรรมการ และครปู ระจารายวชิ าน้ันเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร
ทาหนา้ ท่ีประเมินความรแู้ ละประสบการณ์รายวิชา ตามเกณฑ์ตอ่ ไปนี้
๑) ประเมนิ ความรูแ้ ละประสบการณต์ ามสมรรถนะรายวชิ าของผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คล
๒) จัดทาเครื่องมือประเมินที่ครอบคลุมเนื้อหาและสมรรถนะท้ังหมดของรายวิชา
ท่ขี อเทียบโอนรายวชิ าท่ีมีเฉพาะภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติเพียงอย่างเดียวให้ประเมินเฉพาะภาคทฤษฎี
หรือภาคปฏบิ ัติเพยี งอย่างเดียวใหป้ ระเมินเฉพาะภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติแล้วแตก่ รณีเพียงอยา่ งเดียว
ถา้ มีท้ังภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัตใิ ห้ประเมินทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามผังการสร้างแบบทดสอบ
และแนวปฏบิ ัตทิ ่สี านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากาหนด
๓) จานวนช่ัวโมงในการประเมินต้องไม่น้อยกว่าจานวนชั่วโมงการเรียนต่อสัปดาห์
ของรายวชิ าน้ัน
๔) เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินให้ถือปฏิบัติตามเกณฑ์การประเมินผลการเรียน
รายวิชาน้ัน
ขันตอนท่ี ๔ : ให้สถานศึกษาเก็บรักษาเอกสารหลักฐานในการดาเนินการเทียบโอน
ความรู้และประสบการณ์รายวิชาไว้ทุกข้ันตอนเพ่ือการตรวจสอบเป็นระยะเวลาสามปี นับจากวันที่
สถานศกึ ษาอนุมัติผลการประเมนิ
๒.๑๑ ประกาศส้านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรอ่ื ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการจัดการอาชีวศึกษา
กลมุ่ เทียบโอนความร้แู ละประสบการณร์ ายวิชาของสถานศึกษาอาชวี ศึกษา และท่แี กไ้ ข
เพ่ิมเตมิ
ตามท่ีพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖ กาหนดว่า “การจัด
การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพต้องเป็นการจัดการศึกษาในด้านวิชาชีพท่ีสอดคล้องกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแหง่ ชาติ เพอื่ ผลติ และพฒั นากาลงั คนในด้าน
วิชาชพี ระดบั ฝีมือ ระดบั เทคนิค และระดับเทคโนโลยี รวมท้งั เปน็ การยกระดบั การศกึ ษาวิชาชพี ใหส้ งู ข้ึน
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยนาความรู้ ในทางทฤษฎีอันเป็นสากลและ
ภมู ปิ ญั ญาไทยมาพฒั นาผรู้ ับการศึกษาให้มคี วามรู้ความสามารถในทางปฏบิ ตั ิและมสี มรรถนะจนสามารถ
๔๓
นาไปประกอบอาชีพในลักษณะผู้ปฏิบัติหรือประกอบอาชีพโดยอิสระได้” และมาตรา ๑๐ กาหนดว่า
“เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพต้องคานึงถึง
(๑) การมีเอกภาพด้านนโยบายและมีความหลากหลายในทางปฏิบัติโดยมีการกระจายอานาจ
จากส่วนกลางไปสู่สถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบัน (๒) การศึกษาในด้านวิชาชีพสาหรับประชาชน
วัยเรียนและวัยทางานตามความถนัดและความสนใจอย่างทั่วถึงและต่อเน่ืองจนถึงระดับปริญญาตรี ”
และ “(๔) การศึกษาท่ีมีความยึดหยุ่น หลากหลายและมีระบบเทียบโอนผลการเรียนและระบบเทียบ
ประสบการณ์การทางานของบุคคลเพื่อให้เข้ารับการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพอย่างต่อเน่ือ ง”
ประกอบกบั ขอ้ ท่ี ๘ แห่งหลักเกณฑแ์ ละแนวทางปฏิบัตใิ นการเทียบโอนความรู้และประสบการณร์ ายวชิ า
ลงวันท่ี ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ดังน้ัน เพื่อให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาได้จัดการอาชีวศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) สาหรับผู้ ท่ีมีพ้ืนฐาน
ความรู้และมีประสบการณ์จากการทางานได้อย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน สานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษาจึงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชาของสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา ไว้ดังน้ี
นยิ ามศัพท์
“กลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา”หมายความว่า กลุ่มผู้ที่ทางานที่มี
พื้นฐานความรู้และมีประสบการณ์จากการทางาน ทเ่ี ข้าศกึ ษาในระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพและระดับ
ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ตามหลกั สูตรท่ีกระทรวงศกึ ษาธิการกาหนด โดยเรียนแบบไม่เตม็ เวลาและ
มรี ะยะเวลาการศกึ ษาตามแผนการเรียนที่สถานศึกษาอาชวี ศึกษากาหนด
“สถานศึกษาอาชีวศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาอาชีวศึกษาท้ังของรัฐและของ
เอกชนในการกากบั ดแู ลของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
“คณะกรรมการสถานศึกษา” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถานศึกษาในกรณี
สถานศึกษาอาชวี ศึกษาของรฐั หรือคณะกรรมการบรหิ ารในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษาของเอกชน
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม และ
รฐั วิสาหกิจ
หลักเกณฑ์
๑) สถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชาต้องย่ืนคาร้องของจัดการศึกษาอาชีวศึกษากลุ่มเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์รายวชิ าและได้รับ
อนุญาตจากสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากอ่ นการรับสมัครและการเปดิ การเรียนการสอน
๒) ผเู้ ข้าศกึ ษากลมุ่ เทยี บโอนความรู้และประสบการณร์ ายวชิ าต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังน้ี
(๑) ผู้เข้าศกึ ษากลุม่ เทยี บโอนความร้แู ละประสบการณ์รายวิชาระดับประกาศนียบัตร
วชิ าชพี ต้องเปน็ ผูท้ ่สี าเรจ็ การศกึ ษาไมต่ ่ากว่าระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้นหรือเทียบเท่า และมีประสบการณ์
ในการทางานหลกั จากสาเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่าระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้นหรอื เทียบเท่ามาแล้วไม่นอ้ ย
กว่า ๓ ปี
(๒) ผเู้ ข้าศกึ ษากลุม่ เทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์รายวิชาระดับประกาศนยี บัตร
วชิ าชีพชัน้ สงู ต้องเปน็ ผทู้ ่สี าเรจ็ การศกึ ษาไม่ตา่ กว่าระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพหรือเทียบเทา่ หรือสาเร็จ
การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าและมีประสบการณ์ในการทางานหลังจากสาเร็จ
การศึกษาไม่ต่ากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่าหรือระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ
๔๔
เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี หรือมีประสบการณ์ในการทางานหลังจากสาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่า
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้นหรอื เทยี บเทา่ มาแล้วไมน่ อ้ ยกว่า ๖ ปี
๓) การจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา ต้องจัดการ
เรียนการสอนแบบช้ันเรียนในที่ตัง้ ของสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาน้นั เท่าน้นั
ในกรณีท่ีสถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชาตามโครงการความร่วมมือเพ่ือพัฒนาบุคลากรของสถานประกอบการหรือ
หน่วยงานของรัฐ ท่ีมีพื้นฐานความรู้และมีประสบการณ์จากการทางานตรงหรือสอดคล้องกับสาขาวิชา
สาขางานที่เรียน สถานศึกษาอาชีวศึกษาอาจจัดการเรียนการสอนบางรายวิชาแบบช้ันเรียนในที่ต้ังของ
สถานประกอบการหรือหน่วยงานของรฐั ทมี่ คี วามร่วมมอื กันด้วยก็ได้
๔) สถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชาต้องเป็นหลักสูตรและสาขาวิชา สาขางาน ท่ีสถานศึกษาอาชีวศึกษานั้นจัดการเรียนการสอน
อยูแ่ ลว้ สาหรับผูเ้ รียนที่เรียนแบบเต็มเวลา
ในกรณีท่ีสถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์รายวิชาตามโครงการความร่วมมือเพ่ือพัฒนากลุ่มบุคลากรของสถานประกอบการหรือ
หน่วยงานของรัฐที่มีพื้นฐานความรู้และมีประสบการณ์จากการทางานต้องเป็นหลักสูตรและสาขาวิชาท่ี
สถานศึกษาอาชีวศึกษาน้ันจัดการเรียนการสอนอยู่แล้วสาหรับผู้เรียนที่เรียบแบบเต็มเวลา แต่อาจเป็น
สาขางานอน่ื ตามความต้องการของสถานประกอบการหรือหนว่ ยงานของรฐั ท่ีมคี วามร่วมมือกนั ด้วยกไ็ ด้
๕) สถานศึกษาอาชีวศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชาต้องจดั แผนการเรยี นตามหลักสูตรในระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพไมน่ อ้ ยกว่า ๖ ภาคเรยี น และ
ในระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้นั สงู ไม่น้อยกว่า ๔ ภาคเรียน
๖) สถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชาต้องดาเนินการตามหลักสูตรท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด และตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรนั้น และตามประกาศคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา
ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
๗) สถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชาต้องให้ความร่มมือและอานวยความสะดวกแก่คณะกรรมการประเมินความพร้อมของสถานศึกษา
อาชีวศึกษา และคณะกรรมการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการดาเนินการของสถานศึกษา
อาชีวศกึ ษาท่ีสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาแต่งต้งั ให้ไปปฏิบัตหิ น้าทีป่ ระเมนิ ความพรอ้ มหรือ
ตดิ ตามตรวจสอบและประเมนิ ผลการดาเนนิ การแล้วแตก่ รณี
หลักเกณฑ์
๑) ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาท่ีมีความประสงค์จะจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอน
ความรู้และประสบการณ์รายวชิ าต้องไดร้ ับความเหน็ ขอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาและขออนุญาต
ต่อสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามแบบขออนุญาตที่กาหนดแนบท้ายประกาศน้ี ก่อนกาหนด
การเปดิ ภาคเรียนไมน่ ้อยกว่า ๙๐ วัน โดยแบบขออนญุ าต ๑ ชุด สาหรบั การขอเปดิ สอน ๑ สาขางาน
๒) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แต่งต้ังคณะกรรมการประเมินความพร้อม
ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในการขอเปิดสอนแต่ละสาขางานจากบุคคลที่ผ่านการอบรม “ผู้ประเมิน
๔๕
ความพร้อมของสถานศึกษาอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา” ในจังหวัด
ท่ีสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้ังอยู่หรือในจังหวัดใกล้เคียง ที่มิใช่บุคคลในสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ทข่ี อเปดิ สอน จานวน ๓ คน ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัด หรือผู้อานวยการวิทยาลัย หรือ
รองผูอ้ านวยการวิทยาลัย เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) หัวหน้าคณะวิชา หรือหัวหน้าแผนกวิชา หรือครูผู้สอน ท่ีรับผิดชอบสาขาวิชา
ท่ขี อเปดิ สอน เป็นกรรมการ
(๓) ครูผู้สอนในสาขาวิชาที่ขอเปิดสอน หรือสาขาท่ีเกี่ยวข้อง เป็นกรรมการและ
เลขานุการ
ในกรณที ี่ไม่มบี คุ คลตาม (๒) (๓) ให้แต่งตงั้ ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั หรอื รองผอู้ านวยการ
หรือครผู สู้ อนใหค้ รบ จานวน ๓ คน
๓) ใหค้ ณะกรรมการประเมินความพร้อมของสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา ดาเนนิ การประเมนิ
ความพร้อมตามแบบประเมินท่ีกาหนดแนบท้ายประกาศนี้ และรายงานผลการประเมินความพร้อม
ตอ่ สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ภายใน ๒๐ วนั นับจากวนั ทรี่ ับทราบคาสง่ั แต่งตง้ั
๔) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แจ้งผลการประเมินความพร้อม
ของสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษาใหส้ ถานศึกษาอาชีวศกึ ษาทราบ
ในกรณีทีสถานศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการประเมินความพร้อมตามเกณ ฑ์ที่กาหนด
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา จะอนญุ าตและประกาศขน้ึ ทะเบยี นเปน็ สถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
ที่จัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา ให้รับสมัครผู้เรียนเข้าศึกษาต่อ
ไดไ้ มเ่ กิน ๓ ปีการศึกษาติดต่อกนั และประกาศให้สาธารณชนทราบ
๕) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาจแต่งตั้งคณะกรรมการไปติดตาม
ตรวจสอบ และประเมินผลการดาเนินการจัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
รายวิชา ถ้าสถานศึกษาอาชีวศึกษาดาเนินการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อ ๕ หรือไม่เป็นไปตามท่ีได้รับ
อนญุ าต สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษาอาจจะประกาศยกเลิกการอนุญาตและการขึน้ ทะเบยี น
เป็นสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา และ
สถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาจะตอ้ งดาเนินการตามท่สี านักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาส่งั การ
๒.๑๒ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๑
เนื่องด้วยมีการออกกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยยกเลิก
กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงสมควร
ปรับปรุงมาตรฐานการอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชนั สูงและมาตรฐานการอาชีวศกึ ษา สาหรับการฝกึ อบรมวชิ าชีพระยะสนั ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับ
กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ ที่กาหนดว่า “ให้สถานศึกษาแต่ละแห่ง
จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยการกาหนดมาตรฐานการศึกษา
ของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการประกาศกาหนด พร้อมทังจัดทาแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
ที่มุ่งคณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาและดาเนินการตามแผนท่กี าหนดไว้”
๔๖
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหาร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคาแนะนาของ
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามมติในคราวประชุมครังที่ ๒/๒๕๖๑ เม่ือวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๑
จึงให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง ให้ใช้มาตรฐานการอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ และ
ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เร่ือง ใหใ้ ชม้ าตรฐานการอาชีวศึกษา สาหรบั การฝกึ อบรมวิชาชีพระยะสัน
พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๗ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง มาตรฐาน
การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ในการจัดการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษาด้านอาชีวศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชันสูง และการฝึกอบรมวิชาชีพ ดังต่อไปนี
คอื มาตรฐานการอาชวี ศึกษา ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน 9 ประเดน็ การประเมิน ดงั นี
มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้ส้าเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาท่ีพึงประสงค์ การจัด
การอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาผู้สาเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความรู้ มีทักษะและ
การประยุกต์ใช้เป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา และมีคุณธรรม จริยธรรม
และคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ ประกอบด้วยประเดน็ การประเมนิ ดังนี
๑.๑ ด้านความรู้ ผู้สาเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง
ตามหลักการ ทฤษฎี และแนวปฏิบัตติ ่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาท่ีเรยี น หรือทางาน โดยเน้นความรู้
เชิงทฤษฎีและหรือข้อเท็จจริง เปน็ ไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศกึ ษาแตล่ ะระดับการศกึ ษา
๑.๒ ด้านทักษะและการประยกุ ต์ใช้ ผู้สาเรจ็ การศกึ ษาอาชีวศกึ ษามีทักษะที่จาเป็น
ในศตวรรษท่ี 21 ทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิตเป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ
การศึกษา สามารถประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และการดารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข
ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมสี ุขภาวะทดี่ ี
๑.๓ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ผู้สาเร็จการศึกษา
อาชวี ศึกษามีคณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ เจตคตแิ ละกิจนิสยั ทดี่ ี ภมู ใิ จและรกั ษาเอกลักษณ์
ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าท่ีของตนเอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสาธารณะ และมีจิตสานึก
รักษ์สิ่งแวดลอ้ ม
มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา สถานศึกษามีครูที่มีคุณวุฒิการศึกษาและ
จานวนตามเกณฑ์ที่กาหนดใช้หลกั สูตรฐานสมรรถนะ ในการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ
และบริหารจัดการทรัพยากรของสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสาเร็จในการดาเนินการ
ตามนโยบายสาคัญของหน่วยงานต้นสังกัดหรอื หน่วยงานที่กากบั ดแู ลสถานศกึ ษา ประกอบด้วยประเด็น
การประเมิน ดังนี
๒.๑ ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา สถานศึกษาใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้อง
กับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สถานประกอบการ ตลาดแรงงาน มีการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือ
กาหนดรายวิชาใหม่ หรือกลุ่มวิชาเพิ่มเติม ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการ
ของตลาดแรงงาน โดยความร่วมมอื กับสถานประกอบการหรอื หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
๒.๒ ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา สถานศึกษามีครูท่ีมีคุณวุฒิ
การศึกษาและมีจานวนตามเกณฑ์ท่ีกาหนดได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพ่ือเป็นผู้พร้อม
๔๗
ทงั ด้านคุณธรรม จริยธรรมและความเข้มแขง็ ทางวิชาการและวชิ าชีพ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน
เป็นสาคัญ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทังวัยเรียนและวยั ทางานตามหลักสูตร มาตรฐานคุณวุฒิ
อาชีวศกึ ษาแต่ละระดบั การศกึ ษาตามระเบยี บหรอื ขอ้ บงั คบั เกย่ี วกับการจดั การศกึ ษาและการประเมินผล
การเรียนของแตล่ ะหลักสตู ร สง่ เสริม สนับสนุน กากับ ดูแลให้ครจู ดั การเรยี น การสอนรายวชิ าให้ถูกตอ้ ง
ครบถ้วน สมบรู ณ์
๒.3 ด้านการบริหารจัดการ สถานศึกษาบริหารจัดการบุคลากร สภาพแวดล้อม
ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน ศูนย์วิทยบริการ ส่ือ แหล่งเรียนรู้
เทคโนโลยีสารสนเทศ ครุภัณฑ์ และงบประมาณ ของสถานศึกษาที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพและ
มีประสทิ ธภิ าพ
๒.4 ด้านการน้านโยบายสู่การปฏิบัติ สถานศึกษามคี วามสาเรจ็ ในการดาเนินการ
บริหารจดั การสถานศึกษาตามนโยบายสาคญั ท่ีหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานทก่ี ากับดแู ลสถานศกึ ษา
มอบหมาย โดยความร่วมมือของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้เรียน รวมทังการช่วยเหลือ
ส่งเสริม สนับสนุนจากผู้ปกครอง ชุมชน สถานประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทังภาครัฐและ
ภาคเอกชน
มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สถานศึกษาร่วมมือกับบุคคล ชุมชน
องค์กรตา่ ง ๆ เพือ่ สรา้ งสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการจัดทานวัตกรรม สิ่งประดษิ ฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวจิ ัย
ประกอบดว้ ยประเดน็ การประเมนิ ดังนี
๓.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สถานศึกษามีการสร้าง
ความร่วมมือกับบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ทังในประเทศและต่างประเทศในการจัดการศึกษา การจัด
ทรัพยากรทางการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ การบริการทางวิชาการและวิชาชีพ โดยใช้เทคโนโลยี
ที่เหมาะสม เพอื่ พัฒนาผ้เู รียนและคนในชมุ ชนสูส่ ังคมแหง่ การเรียนรู้
๓.2 ด้านนวัตกรรม ส่ิงประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย สถานศึกษาส่งเสริม
สนับสนุนให้มีการจัดทานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย โดยผู้บริหาร ครู บุคลากร
ทางการศึกษา ผู้เรียน หรือร่วมกับบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ท่ีสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ตาม
วตั ถปุ ระสงค์ และเผยแพร่สูส่ าธารณชน
๒.๑๓ ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรื่อง มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศกึ ษาระดับประกาศนียบัตร
วชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖
เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
อาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ จึงเห็นสมควรกาหนดมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ เพ่ือให้สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา
สถานศึกษาใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนาหรือปรบั ปรงุ หลักสตู ร การจดั การเรียนการสอนและการพฒั นา
คุณภาพการจัดการศึกษาให้สามารถผลิตผู้สาเร็จการศึกษาท่ีมีคุณภาพและเพื่อประโยชน์ต่อการรับรอง
มาตรฐานคุณวฒุ ิผู้สาเรจ็ การศกึ ษา
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗ แหง่ พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๔๘
โดยคาแนะนาของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการประชุมครังท่ี ๑๒/๒๕๕๕ เม่ือวันที่ ๑
พฤศจกิ ายน ๒๕๕๕ จงึ ออกประกาศไว้ ดังนี
๑. ประกาศนีเรยี กวา่ “ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรือ่ ง มาตรฐานคณุ วฒุ อิ าชวี ศึกษา
ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖”
๒. ประกาศนใี หใ้ ช้บังคับตังแตว่ ันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
๓. ใหย้ กเลกิ “ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เร่อื ง กรอบมาตรฐานหลักสูตรประกาศนยี บตั ร
วชิ าชีพ (ปวช.) พ.ศ. ๒๕๕๑” ลงวนั ท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑
๔. ช่อื คณุ วฒุ ิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชพี ใช้อกั ษรยอ่ ปวช.
๕. คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ กาหนดให้ผู้สาเร็จการศึกษา
มีคุณภาพครอบคลุมอย่างน้อย ๓ ด้าน คือ ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ด้านสมรรถนะหลักและ
สมรรถนะทั่วไปและด้านสมรรถนะวิชาชีพ มีความรู้ ความเข้าใจในวิธีการและการดาเนินงาน มีทักษะ
การปฏิบัติงานในขอบเขตสาคัญและบริบทต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประจา สามารถ
ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะไปสู่บริบทใหม่ สามารถให้คาแนะนา แก้ปัญหาเฉพาะด้าน และรับผิดชอบ
ต่อตนเองและผู้อ่ืน มีส่วนร่วมในคณะทางานหรือมีการประสานงานกลุ่ม รวมทังมีคุณธรรม จริยธรรม
จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนสิ ยั ท่ีเหมาะสมในการทางาน
๖. ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของการจัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
มุ่งให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ
ปรัชญาการอาชีวศึกษา และมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะของสาขาวิชานัน ๆ
ในการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นผลผลิตมีความรู้ความเข้าใจและทักษะในระดับฝีมือ มีสมรรถนะ
ท่ีสามารถปฏิบัติงานอาชีพได้จริง มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพและกิจนิสัยที่เหมาะสม
ในการทางาน สอดคล้องกบั ความต้องการของเศรษฐกิจและสงั คม สามารถปฏิบัติงานได้อยา่ งมีความสุข
และพฒั นาตนเองให้มีความกา้ วหน้าทางวิชาการและวิชาชพี
๗. การจัดการศกึ ษาในระบบและระบบทวิภาคีใชร้ ะยะเวลา ๓ ปกี ารศกึ ษา การจัดภาคเรยี น
ให้ใช้ระบบทวิภาคี โดยกาหนดให้ ๑ ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ภาคเรียน และใน ๑ ภาคเรียน
ปกติมีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๘ สัปดาห์ สาหรับภาคเรียนฤดูร้อน ให้กาหนดระยะเวลาและจานวน
หน่วยกิตให้มีสัดสวนเทียบเคียงกันได้กับภาคเรียนปกติ การจัดภาคเรียนระบบอื่นให้แสดงรายละเอียด
เกย่ี วกบั ระบบการศึกษานัน รวมทังการเทยี บเคียงหน่วยกติ กบั ระบบทวภิ าคไว้ในหลกั สูตรให้ชดั เจน
๘. การคิดหน่วยกติ ต่อภาคเรยี น
๘.๑ รายวิชาทฤษฎีท่ีใช้เวลาบรรยายหรืออภิปราย ไม่น้อยกว่า ๑๘ ชั่วโมง เท่ากับ ๑
หนว่ ยกิต
๘.๒ รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการทดลองหรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ ไม่น้อย
กวา่ ๓๖ ช่ัวโมง เทา่ กบั ๑ หนว่ ยกิต
๘.๓ รายวชิ าปฏบิ ัตทิ ่ีใช้เวลาในการฝกึ ปฏบิ ัติในโรงฝึกงานหรือภาคสนาม ไมน่ ้อยกว่า
๕๔ ชัว่ โมง เท่ากบั ๑ หน่วยกติ
๘.๔ การฝกึ อาชพี ในการศกึ ษาระบบทวิภาคี ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕๔ ช่ัวโมง เทา่ กบั ๑ หนว่ ยกติ
๘.๕ การฝกึ ประสบการณ์ทักษะวชิ าชพี ในสถานประกอบการ ไม่น้อยกวา่ ๕๔ ช่วั โมง
เท่ากบั ๑ หนว่ ยกติ
๔๙
๘.๖ การทาโครงการพฒั นาทักษะวิชาชพี ไม่น้อยกวา่ ๕๔ ช่ัวโมง เทา่ กับ ๑ หนว่ ยกิต
๙. จานวนหนว่ ยกิต มจี านวนหนว่ ยกติ รวมระหว่าง ๑๐๐ - ๑๒๐ หนว่ ยกิต
๑๐. โครงสรา้ งหลักสูตร
๑๐.๑ หมวดวิชาทักษะชีวิต ประกอบด้วยกลุ่มวิชาเพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ
ในการปรับตัวและดาเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่ เห็นคุณค่าของตนและการพัฒนาตน มีความใฝ่รู้
แสวงหาและพัฒนาความรู้ใหม่ มีความสามารถในการใช้เหตุผล การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและ
การจัดการ มีทักษะในการส่ือสาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการทางานร่วมกับผู้อื่น มีคุณธรรม
จริยธรรมมนุษยสมั พันธร์ วมถงึ ความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คม รวมไม่นอ้ ยกวา่ ๒๑ หน่วยกติ
การจัดวิชาในหมวดวิชาทักษะชีวิต สามารถทาได้ในลักษณะเป็นรายวิชาหรือ
ลักษณะบูรณาการให้ครอบคลุมกลุ่มวิชาภาษาไทย กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์
กลมุ่ วิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มวชิ าสังคมศกึ ษา กลุ่มวิชาสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ในสัดส่วนท่ีเหมาะสมเพื่อให้
บรรลุจุดประสงค์ของหมวดวชิ าทกั ษะชีวติ
๑๐.๒ หมวดวิชาทักษะวิชาชีพ ประกอบด้วยกลุ่มวิชาที่พัฒนาผู้เรียนให้เกิด
สมรรถนะวชิ าชพี มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วางแผน ดาเนินการ ตรวจสอบ แกป้ ญั หา บูรณาการ
ความรแู้ ละทักษะในการปฏบิ ัติงาน รวมไม่น้อยกวา่ ๖๙ หนว่ ยกิต ประกอบดว้ ย ๕ กลุม่ ดังนี
๑๐.๒.๑ กล่มุ ทกั ษะวิชาชีพพืนฐาน
๑๐.๒.๒ กลุ่มทักษะวิชาชพี เฉพาะ
๑๐.๒.๓ กลมุ่ ทกั ษะวชิ าชพี เลอื ก
๑๐.๒.๔ ฝึกประสบการณท์ ักษะวชิ าชีพ
๑๐.๒.๕ โครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพ
ในการกาหนดให้เป็นสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ต้องศึกษากลุ่มทักษะวิชาชีพ
พืนฐาน และกลุ่มทักษะวิชาชีพเฉพาะในสาขาวิชานัน ๆ รวมไม่น้อยกว่า ๓๕ หน่วยกิต นอกจากนี
กาหนดให้มีการฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ จานวน ๔ หน่วยกิต และโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ
จานวน ๔ หนว่ ยกติ
๑๐.๓ หมวดวิชาเลือกเสรี ประกอบด้วยวิชาที่เก่ียวกับทักษะชีวิตและหรือทักษะ
วิชาชีพเพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจเพื่อการประกอบอาชีพ หรือ
การศกึ ษา ตอ่ รวมไมน่ อ้ ยกว่า ๑๐ หนว่ ยกติ
๑๐.๔ กิจกรรมเสริมหลักสูตร เป็นส่วนท่ีส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิตและหรือ
ทักษะวิชาชีพผู้เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ ช่ัวโมงทุกภาคเรียน กิจกรรม
เสริมหลักสูตรนีไม่นับหน่วยกิต การยกเว้นการเรียนรายวิชาในหมวดวิชาทักษะชีวิต หมวดวิชาทักษะ
วิชาชีพและหมวดวิชาเลือกเสรี สามารถทาได้โดยการเทียบโอนผลการเรียน หรือโดยการเทียบโอน
ความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิต ตามหลักสูตร ตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการ
การอาชีวศกึ ษากาหนด
๑๑. เง่ือนไขการจดั การเรียนรู้
๑๑.๑ สถานศกึ ษาตอ้ งจัดเตรยี มความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ ครภุ ัณฑ์ ครูและ
บุคลากรทางการศึกษาให้เหมาะสมสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนแต่ละลักษณะของการผลิต
และพัฒนาผเู้ รียน
๕๐
๑๑.๒ การจัดอัตราส่วนของเวลาการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชา
ทักษะวิชาชีพ ประมาณ ๒๐ ต่อ ๘๐ ทังนี ขึนอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละ
สาขาวิชา
๑๑.๓ สถานศึกษาสามารถพัฒนารายวชิ าได้ตามเงื่อนไขของหลกั สตู ร
๑๑.๔ สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนได้ทังในระบบ นอกระบบ และ
ระบบทวิภาคี โดยกาหนดวธิ ีการจัดการเรียนรเู้ พ่อื พัฒนาคณุ ลักษณะให้ตรงตามศักยภาพของผู้เรียนและ
ระดับคุณวฒุ ขิ องแต่ละประเภทวิชาและสาขาวชิ า
๑๑.๕ สถานศึกษาที่มีความร่วมมือในการจัดการศึกษากับสถานประกอบการ
สามารถจัดได้ใน ๒ ลักษณะ ได้แก่ การฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ และการศึกษาระบบทวิภาคี
โดยจะต้องรว่ มกันกาหนดรายวชิ า การจดั ทาแผนการฝกึ อาชพี การวัดผลและการประเมนิ ผล
๑๑.๖ สถานศึกษาต้องจดั ให้ผู้เรียนจัดทาโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพท่ีสอดคล้อง
กับสาขาวิชาที่เรยี นนาส่กู ารปฏิบตั ใิ นอาชพี ตามทกี่ าหนดไว้ในหลกั สตู ร
๑๑.๗ สถานศึกษาต้องจัดให้มีกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและ
ทักษะวิชาชีพ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสานึกและเสริมสร้าง
การเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ทานุบารุงขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และส่งเสริมการทางาน
โดยใช้กระบวนการกลุ่มในการทาประโยชน์ตอ่ ชมุ ชน
๑๑.๘ สถานศกึ ษาตอ้ งจัดใหผ้ ้เู รียนไดร้ บั การประเมินมาตรฐานวิชาชพี
๑๒. คุณสมบตั ผิ ูเ้ รยี น เปน็ ผสู้ าเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรอื เทียบเท่า
๑๓. คุณสมบัติผู้สอน เป็นผู้มีวุฒิการศึกษา มีความรู้ความสามารถที่ตรงหรือเหมาะสม
กบั วชิ าท่ีสอน
๑๔. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียน และการสาเร็จการศึกษา
๑๔.๑ การวัดผลและประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวง
ศึกษาธิการ วา่ ด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรยี นตามหลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ
๑๔.๒ การสาเร็จการศึกษา ต้องได้จานวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วนตามโครงสร้าง
ท่ีกาหนดไวใ้ นหลักสูตร และได้คะแนนเฉล่ียสะสมไม่ต่ากว่า ๒.๐๐ จากระบบ ๔ ระดบั คะแนน และผ่าน
การประเมินมาตรฐานวชิ าชีพ
๑๕. การประกันคุณภาพหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรกาหนดระบบประกันคุณภาพ
ไวใ้ หช้ ดั เจนอย่างนอ้ ยประกอบด้วย ๔ ประเดน็ คือ
๑๕.๑ คุณภาพของผสู้ าเร็จการศกึ ษา
๑๕.๒ การบรหิ ารหลักสตู ร
๑๕.๓ ทรพั ยากรการจัดการอาชีวศกึ ษา
๑๕.๔ ความต้องการกาลังคนของตลาดแรงงาน
๑๖. การกาหนดมาตรฐานคุณวฒุ ิอาชีวศึกษา หลกั สูตร และการอนุมตั ิ
๑๖.๑ การปรบั ปรุง แก้ไข เปลีย่ นแปลง เพมิ่ เติมมาตรฐานคณุ วุฒิอาชวี ศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ เป็นหน้าท่ีของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา และให้ทาเปน็ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
๑๖.๒ การพฒั นาหลักสตู รหรือการปรบั ปรุงสาระสาคญั ของหลกั สตู รตามมาตรฐาน
คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ให้เป็นหน้าท่ีของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
สถาบันการอาชวี ศกึ ษา สถานศกึ ษา โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
๕๑
๑๖.๓ การอนุมัติหลักสูตรใหเ้ ปน็ หนา้ ทข่ี องสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
๑๖.๔ การประกาศใชห้ ลักสูตรให้ทาเปน็ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
๑๖.๕ การพัฒนารายวิชาหรือกลุ่มวิชาเพิ่มเติม สถาบันการอาชีวศึกษาหรือ
สถานศกึ ษาสามารถดาเนินการได้ โดยตอ้ งรายงานให้สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาทราบ
๑๗. ให้สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา สถาบนั การอาชวี ศกึ ษาและสถานศกึ ษา
จัดใหม้ กี ารประเมินเพอื่ พฒั นาหลกั สตู รท่อี ยใู่ นความรับผิดชอบอย่างต่อเนอื่ ง อยา่ งนอ้ ยทกุ ๕ ปี
๑๘. ในกรณีท่ีไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศนีได้ หรือมีความจาเป็นต้องปฏิบัติ
นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในประกาศนี ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ท่ีจะพจิ ารณาวินิจฉัยและใหถ้ อื เปน็ ทส่ี ดุ
๒.๑๔ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตร
วิชาชพี ชันสงู พ.ศ. ๒๕๕๖
เพ่ืออนุวัติให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
อาชีวศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ จึงเหน็ สมควรกาหนดมาตรฐานคณุ วฒุ ิอาชวี ศึกษาระดับประกาศนยี บัตร
วิชาชพี ช้นั สงู เพอ่ื ใหส้ านกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา สถาบันการอาชวี ศกึ ษา สถานศกึ ษาใชเ้ ปน็
แนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาคุณภาพการจัด
การศึกษาใหส้ ามารถผลิตผูส้ าเร็จการศึกษาท่มี คี ุณภาพและเพือ่ ประโยชน์ต่อการรับรองมาตรฐานคณุ วุฒิ
ผสู้ าเร็จการศึกษา
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗ แหง่ พระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ าร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
โดยคาแนะนาของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการประชุมครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๕ เม่ือวันท่ี ๑
พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จึงออกประกาศไว้ดังนี้
๑. ประกาศนเี้ รียกวา่ “ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่ือง มาตรฐานคณุ วุฒอิ าชีวศึกษา
ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชนั้ สูง พ.ศ. ๒๕๕๖”
๒. ประกาศนี้ใหใ้ ช้บังคบั ตง้ั แต่วันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
๓. ใหย้ กเลิก “ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรอื่ ง กรอบมาตรฐานหลกั สตู รประกาศนยี บตั ร
วชิ าชพี ชนั้ สงู (ปวส.) พ.ศ. ๒๕๕๑” ลงวนั ที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑
๔. ชอื่ คุณวุฒิการศึกษา ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สูง ใช้อกั ษรยอ่ ปวส.
๕. คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง กาหนดให้ผู้สาเร็จการศึกษา
มีคุณภาพครอบคลุมอย่างน้อย ๓ ด้าน คือ ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ด้านสมรรถนะหลัก และ
สมรรถนะทั่วไป และด้านสมรรถนะวิชาชีพ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะในวิชาการท่ีสัมพันธ์
กับวิชาชพี ในการวางแผน แกป้ ัญหาและจดั การทรพั ยากรในการดาเนนิ งานได้อย่างเหมาะสม มีส่วนรว่ ม
ในการพัฒนาวิชาการริเร่ิมส่ิงใหม่ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อ่ืนและหมู่คณะ เป็นอิสระ
ในการปฏิบัติงานที่ซับซอ้ นหรอื จัดการงานผู้อ่ืน มีส่วนรว่ มท่ีเกี่ยวกับการวางแผน การประสานงานและ
การประเมินผล รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยท่ีเหมาะสม
ในการทางาน
๕๒
๖. ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของการจัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชน้ั สูง ม่งุ ให้มีความสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ แผนการศกึ ษาแห่งชาติ
ปรัชญาการอาชีวศึกษา และมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะของสาขาวิชาน้ัน ๆ
ในการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นผลิตผ้มู ีความร้คู วามเขา้ ใจและทักษะในระดบั เทคนิค สามารถปฏิบัติงาน
ท่ีใช้เทคนิค ควบคุมการทางาน มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพและกิจนิสัยท่ีเหมาะสม
ในการทางาน สอดคล้องกับความต้องการของสังคม ชุมชนและสถานประกอบการ สามารถประกอบ
อาชพี อิสระและพฒั นาตนเองใหม้ ีความก้าวหนา้ ทางวิชาการและวชิ าชพี
๗. การจัดการศึกษาในระบบและระบบทวิภาคีใช้ระยะเวลา ๒ ปีการศึกษา การจัดภาคเรียน
ให้ใช้ระบบทวิภาค โดยกาหนดให้ ๑ ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ภาคเรียน และใน ๑ ภาคเรียนปกติ
มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๘ สัปดาห์ สาหรับภาคเรียนฤดูร้อน ให้กาหนดระยะเวลา และจานวน
หน่วยกิตให้มีสัดส่วนเทียบเคียงกันได้กับภาคเรยี นปกติ การจัดภาคเรียนระบบอื่น ให้แสดงรายละเอียด
เก่ยี วกบั ระบบการศึกษานัน้ รวมทง้ั การเทียบเคียงหน่วยกิตกบั ระบบทวภิ าคไวใ้ นหลักสตู รใหช้ ดั เจน
๘. การคดิ หนว่ ยกิตตอ่ ภาคเรยี น
๘.๑ รายวิชาทฤษฎีที่ใช้เวลาบรรยายหรืออภิปราย ไม่น้อยกว่า ๑๘ ช่ัวโมง เท่ากับ
๑ หน่วยกิต
๘.๒ รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการทดลองหรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ
ไมน่ อ้ ยกวา่ ๓๖ ชั่วโมง เทา่ กบั ๑ หนว่ ยกติ
๘.๓ รายวิชาปฏิบัติท่ีใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติในโรงฝึกงานหรือภาคสนาม
ไม่น้อยกว่า ๕๔ ชว่ั โมง เท่ากบั ๑ หนว่ ยกิต
๘.๔ การฝกึ อาชีพในการศกึ ษาระบบทวภิ าคี ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕๔ ชัว่ โมง เทา่ กับ ๑ หนว่ ยกิต
๘.๕ การฝกึ ประสบการณ์ทกั ษะวชิ าชีพในสถานประกอบการ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕๔ ชัว่ โมง
เทา่ กับ ๑ หนว่ ยกติ
๘.๖ การทาโครงการพฒั นาทักษะวิชาชีพ ไมน่ อ้ ยกว่า ๕๔ ชั่วโมง เทา่ กบั ๑ หนว่ ยกติ
๙. จานวนหน่วยกติ มจี านวนหนว่ ยกติ รวมระหวา่ ง ๗๘ - ๙๐ หนว่ ยกิต
๑๐. โครงสร้างหลกั สตู ร
๑๐.๑ หมวดวิชาทักษะชีวิต ประกอบด้วยกลุ่มวิชาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ
ในการปรับตัวและดาเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่ เห็นคุณค่าของตนและการพัฒนาตน มีความใฝ่รู้
แสวงหาและพัฒนาความรู้ใหม่ มีความสามารถในการใช้เหตุผล การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและ
การจัดการมีทักษะในการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการทางานร่วมกับผู้อื่น มีคุณธรรม
จริยธรรม มนุษยสัมพันธ์ รวมถึงความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต
การจัดวิชาในหมวดวิชาทักษะชีวิต สามารถทาได้ในลักษณะเป็นรายวิชา หรือลักษณะบูรณาการ
ให้ครอบคลุมกลมุ่ วิชาภาษาไทย กล่มุ วชิ าภาษาต่างประเทศ กลุม่ วิชาวิทยาศาสตร์ กลมุ่ วชิ าคณิตศาสตร์
กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหมวด
วิชาทกั ษะชีวิต
๑๐.๒ หมวดวิชาทักษะวิชาชีพ ประกอบด้วยกลุ่มวิชาท่ีพัฒนาผู้เรียนให้เกิด
สมรรถนะวิชาชีพ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วางแผน จัดการ ประเมินผล แก้ปัญหา ควบคุม
๕๓
และสอนงาน บูรณาการความรูแ้ ละทักษะในการปฏิบตั ิงาน รวมไมน่ ้อยกวา่ ๕๔ หนว่ ยกิต ประกอบด้วย
๕ กลุ่ม ดังนี้
๑๐.๒.๑ กลุม่ ทกั ษะวชิ าชีพพื้นฐาน
๑๐.๒.๒ กล่มุ ทกั ษะวชิ าชีพเฉพาะ
๑๐.๒.๓ กลุม่ ทักษะวิชาชีพเลอื ก
๑๐.๒.๔ ฝกึ ประสบการณท์ ักษะวชิ าชีพ
๑๐.๒.๕ โครงการพฒั นาทักษะวิชาชพี
ในการกาหนดให้เป็นสาขาวิชาใดสาขาวิชาหน่ึง ต้องศึกษากลุ่มทักษะวิชาชีพ
พ้ืนฐานและกลุ่มทักษะวิชาชีพเฉพาะในสาขาวิชานั้น ๆ รวมไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต นอกจากน้ี
กาหนดให้มีการฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ จานวน ๔ หน่วยกิต และโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ
จานวน ๔ หนว่ ยกติ
๑๐.๓ หมวดวิชาเลือกเสรี ประกอบด้วยวิชาท่ีเก่ียวกับทักษะชีวิตและหรือทักษะ
วิชาชีพ เพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจเพ่ือการประกอบอาชีพ หรือ
การศึกษาตอ่ รวมไมน่ ้อยกว่า ๖ หน่วยกิต
๑๐.๔ กิจกรรมเสริมหลักสูตร เป็นส่วนที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิตและหรือ
ทักษะวิชาชีพ ผู้เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ ชั่วโมงทุกภาคเรียน กิจกรรม
เสริมหลักสูตรนี้ไม่นับหน่วยกิต การยกเว้นการเรียนรายวิชาในหมวดวิชาทักษะชีวิต หมวดวิชาทักษะ
วิชาชีพ และหมวดวิชาเลือกเสรี สามารถทาได้โดยการเทียบโอนผลการเรียน หรือโดยการเทียบโอน
ความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิตตามหลักสูตร ตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีคณะกรรมการ
การอาชวี ศึกษากาหนด
๑๑. เงื่อนไขการจัดการเรยี นรู้
๑๑.๑ สถานศึกษาตอ้ งจัดเตรยี มความพรอ้ มในดา้ นอาคารสถานท่ี ครุภณั ฑ์ ครแู ละ
บุคลากรทางการศึกษาให้เหมาะสมสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนแต่ละลักษณะของการผลิต
และพัฒนาผู้เรยี น
๑๑.๒ การจัดอัตราส่วนของเวลาการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชา
ทักษะวิชาชีพประมาณ ๔๐ ต่อ ๖๐ ท้ังน้ี ข้ึนอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละ
สาขาวชิ า
๑๑.๓ สถานศกึ ษาสามารถพัฒนารายวชิ าได้ตามเงอ่ื นไขของหลกั สูตร
๑๑.๔ สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้งในระบบ นอกระบบ และ
ระบบทวภิ าคี โดยกาหนดวิธีการจดั การเรียนรู้เพอ่ื พัฒนาคุณลักษณะใหต้ รงตามศักยภาพของผู้เรยี นและ
ระดบั คณุ วฒุ ิของแต่ละประเภทวชิ าและสาขาวชิ า
๑๑.๕ สถานศึกษาที่มีความร่วมมือในการจัดการศึกษากับสถานประกอบการ
สามารถจัดได้ใน ๒ ลักษณะ ได้แก่ การฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ และการศึกษาระบบทวิภาคี
โดยจะต้องรว่ มกนั กาหนดรายวชิ าการจัดทาแผนการฝึกอาชีพ การวดั ผลและการประเมนิ ผล
๑๑.๖ สถานศึกษาต้องจัดให้ผเู้ รยี นจัดทาโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพทสี่ อดคล้อง
กบั สาขาวชิ าท่เี รียนนาสู่การปฏบิ ตั ใิ นอาชพี ตามทก่ี าหนดไว้ในหลักสูตร
๕๔
๑๑.๗ สถานศึกษาต้องจัดให้มีกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและ
ทักษะวิชาชีพปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสานึกและเสริมสร้างการเป็น
พลเมืองไทยและพลโลก ทานุบารุงขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และส่งเสริมการทางานโดยใช้
กระบวนการกลมุ่ ในการทาประโยชน์ตอ่ ชุมชน
๑๑.๘ สถานศึกษาต้องจดั ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั การประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี
๑๒. คุณสมบัติผู้เรียน เป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื เทยี บเทา่
๑๓. คุณสมบัติผู้สอน เป็นผู้มีวุฒิการศึกษา มีความรู้ความสามารถที่ตรงหรือเหมาะสม
กับวิชาทีส่ อน
๑๔. การวัดผลและประเมินผลการเรียน และการสาเร็จการศึกษา
๑๔.๑ การวัดผลและประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวง
ศึกษาธกิ าร ว่าด้วยการจดั การศกึ ษาและการประเมินผลการเรยี นตามหลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชน้ั สูง
๑๔.๒ การสาเร็จการศึกษา ต้องได้จานวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วนตามโครงสร้าง
ที่กาหนดไวใ้ นหลักสูตร และไดค้ ะแนนเฉลยี่ สะสมไม่ต่ากวา่ ๒.๐๐ จากระบบ ๔ ระดับคะแนน และผา่ น
การประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี
๑๕. การประกันคุณภาพหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรกาหนดระบบประกันคุณภาพไว้ให้
ชัดเจนอย่างน้อยประกอบด้วย ๔ ประเดน็ คอื
๑๕.๑ คุณภาพของผู้สาเรจ็ การศกึ ษา
๑๕.๒ การบริหารหลักสตู ร
๑๕.๓ ทรพั ยากรการจดั การอาชีวศกึ ษา
๑๕.๔ ความต้องการกาลังคนของตลาดแรงงาน
๑๖. การกาหนดมาตรฐานคุณวฒุ ิอาชวี ศกึ ษา หลกั สตู ร และการอนุมัติ
๑๖.๑ การปรบั ปรงุ แก้ไข เปลยี่ นแปลง เพิม่ เติมมาตรฐานคุณวุฒอิ าชีวศกึ ษาระดับ
ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสูง เปน็ หน้าทขี่ องสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา และใหท้ าเปน็ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ
๑๖.๒ การพัฒนาหลกั สูตรหรอื การปรับปรุงสาระสาคญั ของหลกั สตู รตามมาตรฐาน
คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ให้เป็นหน้าที่ของสานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศกึ ษา สถาบนั การอาชีวศกึ ษา สถานศกึ ษา โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
๑๖.๓ การอนุมตั หิ ลกั สตู รให้เปน็ หน้าท่ขี องสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
๑๖.๔ การประกาศใช้หลักสตู รให้ทาเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
๑๖.๕ การพัฒนารายวิชาหรือกลุ่มวิชาเพ่ิมเติม สถาบันการอาชีวศึกษาหรือ
สถานศึกษาสามารถดาเนนิ การได้ โดยต้องรายงานใหส้ านกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษาทราบ
๑๗. ให้สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา สถาบนั การอาชีวศกึ ษาและสถานศกึ ษา
จัดใหม้ กี ารประเมินเพื่อพฒั นาหลักสูตรท่อี ยใู่ นความรบั ผดิ ชอบอยา่ งตอ่ เน่ือง อย่างน้อยทุก ๕ ปี
๑๘. ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศน้ีได้ หรือมีความจาเป็นต้องปฏิบัติ
นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในประกาศนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ทจ่ี ะพิจารณาวนิ จิ ฉัยและให้ถือเปน็ ที่สุด
๕๕
๒.๑๕ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรี
สายเทคโนโลยหี รอื สายปฏิบตั ิการ พ.ศ. ๒๕๕๖
เพ่ืออนุวัติให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
อาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ จึงเห็นสมควรกาหนดมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรี
สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ เพื่อให้สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา
ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาคุณภาพ
การจัดการศึกษาใหส้ ามารถผลติ ผสู้ าเร็จการศึกษาที่มีคุณภาพและเพื่อประโยชน์ตอ่ การรบั รองมาตรฐาน
คณุ วฒุ ผิ ูส้ าเร็จการศกึ ษา
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ าร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
โดยคาแนะนาของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการประชุมครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๕ เม่ือวันที่ ๑
พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จึงออกประกาศไว้ ดงั นี้
๑. ประกาศนี้เรยี กวา่ “ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง มาตรฐานคุณวุฒอิ าชีวศึกษา
ระดบั ปรญิ ญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบตั กิ าร พ.ศ. ๒๕๕๖”
๒. ประกาศน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
๓. ใหย้ กเลิก “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่อื ง กรอบมาตรฐานหลกั สูตรปรญิ ญาตรี
สายเทคโนโลยีหรอื สายปฏิบตั กิ าร พ.ศ. ๒๕๕๒” ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
๔. ช่อื คุณวุฒิการศึกษา ปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต ใช้อกั ษรย่อ ทล.บ.
๕. คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ กาหนดให้
ผู้สาเร็จการศึกษามีคุณภาพครอบคลุมอย่างน้อย ๓ ด้าน คือ ด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ด้านสมรรถนะ
หลักและสมรรถนะทั่วไป และด้านสมรรถนะวิชาชีพ สามารถศึกษาค้นคว้า พัฒนาน วัตกรรมและ
เทคโนโลยใี นวชิ าการสมั พันธก์ ับวิชาชีพเพ่อื ประยกุ ตใ์ ช้ในการปฏิบัตงิ านในขอบเขตทก่ี ว้างขวาง วางแผน
และบรหิ ารงานการผลิตหรอื บริการในงานอาชีพ มีส่วนร่วมพัฒนาและริเริ่มวิธีการปฏิบัติ รบั ผิดชอบต่อ
ตนเอง ผู้อ่ืนและหมู่คณะ มีอิสระในการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนหรือจัดการงานผู้อ่ืน รวมท้ังมีคุณธรรม
จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ เจตคตแิ ละกจิ นิสัยทีเ่ หมาะสมในการทางาน
๖. ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของการจัดการอาชีวศึกษาระดับปรญิ ญาตรีสายเทคโนโลยี
หรือสายปฏิบัติการ มุ่งให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ ปรัชญาการอาชวี ศึกษา และมาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชีพหรือมาตรฐานสมรรถนะ
ของสาขาวชิ าน้นั ๆ ในการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นผลิตผมู้ คี วามรอบรูแ้ ละมีสมรรถนะในการปฏิบัติและ
พัฒนางานระดับเทคโนโลยี สามารถจัดการและควบคุมการทางาน มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ
วิชาชีพ เจตคติและกจิ นิสยั ในการทางาน สอดคล้องกับความตอ้ งการของสังคม ชุมชนและสถานประกอบการ
สามารถประกอบอาชีพอิสระ พัฒนาตนเองให้มีความกา้ วหนา้ ทางวิชาการและวชิ าชีพ
๗. การจัดการศึกษาในระบบและระบบทวิภาคีใช้ระยะเวลา ๒ ปีการศึกษา การจัด
ภาคเรียนปกติให้ใช้ระบบทวิภาคี โดยกาหนดให้ ๑ ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ภาคเรียน และใน ๑
ภาคเรียนปกติ มรี ะยะเวลาศกึ ษาไม่น้อยกวา่ ๑๘ สัปดาห์ สาหรับภาคเรยี นฤดรู ้อน ใหก้ าหนดระยะเวลา
และจานวนหน่วยกิตให้มีสัดส่วนเทียบเคียงกันได้กับภาคเรียนปกติการจัดภาคเรียนระบบอ่ืน ให้แสดง
๕๖
รายละเอียดเก่ียวกับระบบการศึกษานั้น รวมท้ังการเทียบเคียงหน่วยกิตกับระบบทวิภาคไว้ในหลักสูตร
ให้ชัดเจน
๘. การคดิ หน่วยกติ ต่อภาคเรียน
๘.๑ รายวิชาทฤษฎีทใ่ี ช้เวลาบรรยายหรืออภิปราย ไมน่ ้อยกวา่ ๑๘ ชว่ั โมง เทา่ กบั ๑
หน่วยกิต
๘.๒ รายวิชาปฏิบัติท่ีใช้เวลาในการทดลองหรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ ไม่น้อย
กว่า ๓๖ ช่วั โมง เท่ากับ ๑ หนว่ ยกติ
๘.๓ รายวชิ าปฏบิ ัตทิ ใ่ี ชเ้ วลาในการฝึกปฏิบตั ใิ นโรงฝกึ งานหรือภาคสนาม ไม่นอ้ ยกวา่
๕๔ ชว่ั โมง เท่ากบั ๑ หน่วยกิต
๘.๔ การฝกึ อาชพี ในการศึกษาระบบทวิภาคี ไมน่ อ้ ยกว่า ๕๔ ช่วั โมง เท่ากบั ๑ หน่วยกติ
๘.๕ การฝกึ ประสบการณ์ทกั ษะวชิ าชพี ในสถานประกอบการ ไมน่ ้อยกวา่ ๕๔ ชว่ั โมง
เทา่ กับ ๑ หนว่ ยกติ
๘.๖ การทาโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชีพ ไมน่ อ้ ยกว่า ๕๔ ช่วั โมง เท่ากบั ๑ หนว่ ยกติ
๙. จานวนหน่วยกติ มจี านวนหนว่ ยกติ รวมระหว่าง ๗๒ - ๘๗ หนว่ ยกิต
๑๐. โครงสรา้ งหลกั สูตร
๑๐.๑ หมวดวิชาทักษะชีวิต ประกอบด้วยกลุ่มวิชาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ
ในการปรับตัวและดาเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่ เห็นคุณค่าของตนและการพัฒนาตน มีความใฝ่รู้
แสวงหาและพัฒนาความรู้ใหม่ มีความสามารถในการใช้เหตุผล การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและ
การจัดการ มีทักษะในการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการทางานร่วมกับผู้อ่ืน มีคุณธรรม
จริยธรรม มนุษยสัมพันธ์ รวมถึงความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมไม่น้อยกว่า ๑๕ หน่วยกิต
การจัดวิชาในหมวดวิชาทักษะชีวิต สามารถทาได้ในลักษณะเป็นรายวิชา หรือลักษณะบูรณาการ
ให้ครอบคลมุ กลุ่มวชิ าภาษาไทย กล่มุ วิชาภาษาตา่ งประเทศ กลุม่ วิชาวิทยาศาสตร์ กลมุ่ วิชาคณิตศาสตร์
กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์ ในสัดส่วนท่ีเหมาะสมเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของหมวด
วชิ าทักษะชวี ิต
๑๐.๒ หมวดวิชาทกั ษะวิชาชีพ ประกอบด้วยกลุ่มวิชาท่ีพัฒนาผ้เู รยี นให้เกิดสมรรถนะ
วชิ าชีพ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วางแผน จดั การ ประเมนิ ผล แก้ปญั หา ควบคุมงาน สอนงาน
และพัฒนางาน โดยบูรณาการความรแู้ ละทกั ษะในการปฏิบตั งิ าน รวมท้งั ประยุกตส์ ูอ่ าชพี รวมไม่น้อยกวา่
๕๑ หน่วยกติ ประกอบดว้ ย ๔ กลมุ่ ดังน้ี
๑๐.๒.๑ กลุ่มทักษะวชิ าชพี เฉพาะ
๑๐.๒.๒ กลุ่มทักษะวชิ าชพี เลอื ก
๑๐.๒.๓ ฝึกประสบการณท์ ักษะวิชาชีพ
๑๐.๒.๔ โครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี
ในการกาหนดใหเ้ ป็นสาขาวชิ าใดสาขาวิชาหนึ่ง ตอ้ งศกึ ษากลุ่มทักษะวิชาชพี เฉพาะ
ในสาขาวิชาน้ัน ๆ รวมไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต นอกจากนี้กาหนดให้มีโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ
จานวน ๖ หนว่ ยกติ ในกรณีทจี่ ัดการศกึ ษาระบบทวิภาคอี าจยกเว้นการฝกึ ประสบการณ์ทักษะวชิ าชีพได้
๑๐.๓ หมวดวิชาเลือกเสรี ประกอบดว้ ยวิชาที่เก่ยี วกับทักษะชวี ติ หรอื ทักษะวิชาชีพ
เพอ่ื เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจเพ่ือการประกอบอาชีพ หรอื การศึกษา
๕๗
ต่อรวมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต การยกเว้นการเรียนรายวิชาในหมวดวิชาทักษะชีวิต หมวดวิชาทักษะ
วิชาชีพ และหมวดวิชาเลือกเสรีสามารถทาได้โดยการเทียบโอนผลการเรียน หรือโดยการเทียบโอน
ความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิตตามหลักสูตร ตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการ
การอาชวี ศกึ ษากาหนด
๑๑. เง่อื นไขการจัดการเรยี นรู้
๑๑.๑ สถาบันการอาชีวศึกษาตอ้ งจัดเตรยี มความพรอ้ มในด้านอาคารสถานที่ ครุภณั ฑ์
คณาจารยแ์ ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ใหเ้ หมาะสมและเพียงพอในการพฒั นาผเู้ รียนอย่างมคี ุณภาพ
๑๑.๒ การจัดอัตราส่วนของเวลาการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชา
ทักษะวิชาชีพ ประมาณ ๔๐ ต่อ ๖๐ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละ
สาขาวชิ า
๑๑.๓ สถาบันการอาชีวศึกษาต้องให้ความสาคัญกับการฝึกอาชีพเน้นการจัด
การศึกษาระบบทวิภาคี โดยร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการเรียนการสอนตามหลักเกณฑ์
ท่คี ณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากาหนด
๑๑.๔ สถาบันการอาชีวศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนจัดทาโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ
ตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร จานวน ๖ หน่วยกติ สอดคล้องกบั งานอาชีพสู่การปฏบิ ัตอิ ย่างเป็นรูปธรรม
๑๑.๕ สถาบันการอาชีวศึกษาต้องจัดให้มีการประเมินมาตรฐานวิชาชีพในแต่ละ
หลักสตู รเพ่ือเปน็ การประกันคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๑.๖ สถาบันการอาชีวศึกษาต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเสริม
หลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะวิชาชีพ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ระเบียบวินัย
ปลูกฝงั จติ สานึกและเสริมสร้างการเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ทานุบารุงขนบธรรมเนยี มประเพณีอันดงี าม
และส่งเสริมการทางานโดยใช้กระบวนการกลมุ่ ในการทาประโยชน์ตอ่ ชมุ ชน
๑๒. คุณสมบตั ผิ เู้ รยี น เปน็ ผสู้ าเรจ็ การศกึ ษาระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้นั สงู ในสาขาวิชา
ท่ตี รงหรือสมั พนั ธ์กัน
๑๓. คุณสมบตั ิผ้สู อน เป็นไปตามหลกั เกณฑท์ คี่ ณะกรรมการการอาชวี ศึกษากาหนด
๑๔. การเรียกชื่อปริญญา ใช้ชื่อปริญญาตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเรียกชื่อ
ปริญญาในสาขาวชิ าและการใช้ช่อื อกั ษรยอ่ สาหรบั สาขาวชิ า
๑๕. การวดั ผลและประเมินผลการเรียน และการสาเรจ็ การศึกษา
๑๕.๑ การวัดผลและประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร วา่ ด้วยการจดั การศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรปริญญาตรสี ายเทคโนโลยี
หรือสายปฏบิ ตั ิการ
๑๕.๒ การสาเร็จการศึกษา ต้องได้จานวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วนตามโครงสร้าง
ท่ีกาหนดไวใ้ นหลักสูตร และได้คะแนนเฉลยี่ สะสมไม่ตา่ กว่า ๒.๐๐ จากระบบ ๔ ระดบั คะแนน และผ่าน
การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ การให้ปริญญาตรีเกียรตินิยมให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กาหนด
๑๖. การประกันคุณภาพหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรกาหนดระบบประกันคุณภาพไว้ให้
ชดั เจน อยา่ งน้อยประกอบด้วย ๔ ประเดน็ คอื
๑๖.๑ คุณภาพของผสู้ าเรจ็ การศึกษา
๕๘
๑๖.๒ การบริหารหลักสตู ร
๑๖.๓ ทรัพยากรการจดั การอาชวี ศกึ ษา
๑๖.๔ ความต้องการกาลังคนของตลาดแรงงาน
๑๗. การกาหนดมาตรฐานคณุ วุฒิอาชีวศกึ ษา หลักสูตร และการอนมุ ัติ
๑๗.๑ การปรบั ปรุง แก้ไข เปล่ียนแปลง เพิ่มเตมิ มาตรฐานคุณวุฒิอาชวี ศกึ ษาระดับ
ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ เป็นหน้าที่ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา และใหท้ าเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร
๑๗.๒ การพัฒนาหลักสูตรหรือการปรบั ปรงุ สาระสาคัญของหลักสตู รตามมาตรฐาน
คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ให้เป็นหน้าท่ีของสถาบัน
การอาชีวศึกษา และเสนอสภาสถาบันการอาชวี ศึกษาให้ความเห็นชอบ
๑๗.๓ การอนมุ ตั ใิ ชห้ ลักสูตรให้เป็นหนา้ ที่ของคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
๑๗.๔ การประกาศใชห้ ลกั สูตรใหท้ าเปน็ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
๑๘. ใหส้ านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาจัดให้มกี ารประเมิน
เพ่อื พฒั นาหลกั สูตรทอ่ี ยใู่ นความรับผดิ ชอบอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยทุก ๕ ปี
๑๙. ในกรณีท่ีไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศน้ีได้ หรือมีความจาเป็นต้องปฏิบัติ
นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในประกาศนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ท่จี ะพจิ ารณาวินิจฉัยและใหถ้ ือเปน็ ท่สี ุด
๒.๑๖ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาหลักสูตรท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพของสถาบันคุณวุฒิ
วชิ าชีพ (องคก์ ารมหาชน)
ตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กาหนดวตั ถปุ ระสงค์การจัดต้งั สถาบันฯ ซ่ึงปรากฏในมาตรา ๗ (๖) ให้สถาบันฯ ส่งเสริม
สนับสนุนและประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ศูนย์หรือสถาบันฝึกอบรม สถานประกอบการ
และหน่วยงานอื่น ท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้มีการเผยแพร่และ
การใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพและการจัดให้มีการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ และได้กาหนดกรอบ
ระยะเวลาให้ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาหนด ประกาศ หรือคาสั่งของสถาบันฯ ท่ี ใช้บังคับอยู่ก่อน
ใชบ้ ังคับได้ต่อไปจนกวา่ จะดาเนนิ การกาหนดระเบียบ ข้อบังคับ ขอ้ กาหนด ประกาศ หรือคาสั่ง ที่แก้ไข
เพ่ิมเติมใช้บังคับตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันฯ (ฉบับท่ี ๒) โดยต้องไม่เกินหน่ึงปีนับแต่วันที่
พระราชกฤษฎีกาใชบ้ งั คบั (ภายใน ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓)
การฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ
(องคก์ ารมหาชน) (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
๑) เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้เข้าสู่กระบวนการประเมินสมรรถนะ
บคุ คลตามมาตรฐานอาชพี ฯ หรือมาตรฐานสมรรถนะ
๒) สนับสนุนการจัดทาหลักสูตรเพื่อการประเมินสมรรถนะสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐาน
อาชีพฯ หรอื มาตรฐานสมรรถนะ
๕๙
๓) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ท่ีผ่านการประเมินแล้วให้พัฒนายกระดับตนเองในระดับ
ท่ีสูงขึ้นไปและพฒั นาผทู้ ่ยี ังสอบไมผ่ ่านให้ผ่านการประเมนิ ไดต้ ามวตั ถปุ ระสงคข์ องมาตรฐานอาชพี ฯ หรอื
มาตรฐานสมรรถนะ
โดยที่มาตรฐานอาชีพที่มีหลักสูตรฝึกอบรมที่จัดการฝึกอบรม โดยสถานศึกษาสังกัด
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาทิเช่น วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ มีการจัดในสาขา
วชิ าชพี ธรุ กจิ เสรมิ สวย หลกั สตู รฝกึ อบรมตามมาตรฐานอาชพี มีดงั น้ี
- ช่างตดั ผมบรุ ุษ คณุ วฒุ วิ ิชาชีพช้ัน ๑
- ช่างตดั ผมบรุ ษุ คุณวฒุ วิ ิชาชพี ชนั้ ๒
- ชา่ งตดั ผมบรุ ุษ คณุ วฒุ ิวชิ าชีพชั้น ๓
- ช่างตดั ผมบรุ ุษ คุณวฒุ ิวิชาชพี ชน้ั ๔
ข้ันตอนการส่งเสริมสนับสนุนการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพตามพระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งสถาบันคณุ วุฒิวิชาชีพ (องคก์ ารมหาชน) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ มขี ั้นตอน ซงึ่ ปรากฏรายละเอยี ด
ตามภาพดังนี้
บทที่ ๓
การเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศกึ ษา
เพื่อส่งเสรมิ การเรียนร้ตู ลอดชีวติ
๓.๑ สถานการณ์การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของสถานศึกษาในสังกัดสานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ บัญญัติเก่ียวกับรูปแบบการจัด
อาชวี ศึกษา และการฝึกอบรมวชิ าชีพ โดยใหจ้ ดั การศึกษาได้ ๓ รปู แบบ ดงั ตอ่ ไปนี้
๑) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีเน้นการศึกษาในสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันเป็นหลักโดยมีการกาหนดจุดมุ่งหมายวิธกี ารศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัด
และการประเมินผล ทีเ่ ปน็ เงอื่ นไขของการสาเร็จการศกึ ษาทีแ่ น่นอน
๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีมีความยืดหยุ่นในการกาหนด
จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเง่ือนไขของการสาเร็จ
การศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาและ
ความตอ้ งการของบุคคลแตล่ ะกลุ่ม
๓) การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่าง
สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐในเรื่อง
การจัดหลักสตู รการเรียนการสอน การวัดและการประเมนิ ผล โดยผู้เรยี นใชเ้ วลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษา
อาชีวศกึ ษาหรือสถาบนั และเรยี นภาคปฏบิ ตั ใิ นสถานประกอบการ รัฐวสิ าหกจิ หรอื หนว่ ยงานของรฐั
เพื่อประโยชนในการผลิตและพัฒนากาลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน
สามารถจัดการศึกษาในหลายรูปแบบรวมกันก็ได ทั้งน้ี สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันนั้น
ตอ้ งมุง่ เนน้ จดั การศกึ ษาระบบทวภิ าคเี ปน็ สาคัญ
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ออกประกาศ เร่ือง หลักเกณฑ์และ
แนวปฏิบัติในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ในระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ระดับประกาศนียบตั รวิชาชะชั้นสูง (ปวส.) โดยกาหนดหลักเกณฑ์
และแนวปฏิบัติแนบท้ายประกาศ เพ่ือให้การเทียบโอนมีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นท่ียอมรับของสังคม
ชุมชน และตลาดแรงงาน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา สามารถที่จะดาเนินการได้
ทุกรายวิชาในทุกหมวดวิชา โดยจานวนหน่วยกิตท่ีขอเทียบโอนนั้นให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้
ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนของหลักสูตร
ในแต่ละระดบั
จากข้อมูลของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทาทะเบียน
สถานศึกษาท่ีได้รับอนุญาตให้จัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอนความรู้และประสบการณ์รายวิชา
ของสถานศึกษาอาชีวศึกษา ในระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชน้ั สงู (ปวส.) ทง้ั สถานศกึ ษาของรัฐ และเอกชน จานวน ๒๒ แหง่ มีรายละเอยี ด ดังน้ี
๖๒
ระบบฐานข้อมูลทะเบียนสถานศึกษาท่ีได้รับอนุญาตให้จัดการอาชีวศึกษากลุ่มเทียบโอน
ความรู้และประสบการณ์รายวชิ าของสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
ลาดบั ช่ือสถานศึกษา จังหวดั ระดับ สาขาวิชา สาขางาน วนั เดอื น ปี อนุญาตให้
ที่ สอศ. เปดิ สอนกลุ่ม
๑ วทิ ยาลยั เทคนิคมวกเหล็ก สระบรุ ี ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟา้ กาลงั ประกาศ เทยี บโอนฯ
ปวส. คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ -
ปวส. การบัญชี - ๑๔ พ.ย. ๖๑ ระหวา่ ง
ปวส. โยธา ๒๑ พ.ย. ๖๑ ปกี ารศึกษา
โยธา ๒๑ พ.ย. ๖๑
ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟา้ กาลัง ๒๑ พ.ย. ๖๑ ๒๕๖๒–๒๕๖๔
๒๕๖๒–๒๕๖๔
๒๕๖๒–๒๕๖๔
๒๕๖๒–๒๕๖๔
๒ วิทยาลยั เทคโนโลยีดรณุ า ราชบรุ ี ๑๘ มี.ค. ๖๓ ๒๕๖๓–๒๕๖๕
โปลเี ทคนคิ (เอกชน)
วิทยาลยั เทคโนโลยแี ละ พระนครศรี ปวส. การจดั การโลจสิ ติกส์ การจดั การคลงั สนิ ค้า ๘ ม.ิ ย. ๖๓ ๒๕๖๓–๒๕๖๕
๓ อุตสาหกรรมตอ่ เรือ อยธุ ยา และซพั พลายเชน
พระนครศรอี ยธุ ยา
๔ วิทยาลยั เทคนิคศรสี ะเกษ ศรีสะเกษ ปวส. เทคโนโลยธี รุ กิจดจิ ทิ ัล ธุรกจิ ดิจทิ ลั ๒๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี การบญั ชี ๒๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๕ วทิ ยาลยั เทคนคิ กาญจนา อุดรธานี ปวส. โยธา โยธา ๓๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ภิเษกอุดรธานี ปวส. การบญั ชี การบญั ชี ๓๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ เครอ่ื งกล เทคนิคยานยนต์ ๓๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๓-๒๕๖๕
ปวส. อิเลก็ ทรอนิกส์ ๓๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๓-๒๕๖๕
ระบบภาพและระบบเสียง ๓๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๓-๒๕๖๕
ปวส. การบัญชี ๓๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๓-๒๕๖๕
การบญั ชี ๑๑ ม.ี ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๖ วทิ ยาลัยสารพัดช่างสุรนิ ทร์ สุรินทร์ ปวส. อาหารและโภชนาการ ๑๑ มี.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ชา่ งไฟฟ้ากาลัง อาหารและโภชนาการ ๑๑ ม.ี ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ไฟฟา้ กาลงั ๑๑ ม.ี ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟ้ากาลงั ๘ ม.ิ ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
เครอ่ื งมอื กล ๘ ม.ิ ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนิคการผลติ ธรุ กจิ ดจิ ทิ ัล ๘ มิ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ไฟฟา้ กาลงั ๘ มิ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ทิ ัล เทคนิคยานยนต์ ๑๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
การบญั ชี ๑๑ ก.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟ้า ธรุ กิจดจิ ทิ ลั ๒๘ ก.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
เทคนิคยานยนต์ ๒๘ ก.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๗ วิทยาลยั การอาชีพปราณบรุ ี ประจวบคีรีขนั ธ์ ปวส. เทคนคิ เคร่อื งกล ธรุ กิจดิจิทลั ๒๘ ก.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี ไฟฟ้ากาลงั ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
เทคนิคยานยนต์ ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีธุรกจิ ดจิ ทิ ลั การบญั ชี ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ยานยนต์ ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๘ วทิ ยาลัยสารพัดชา่ งพษิ ณโุ ลก พิษณโุ ลก ปวส. เทคนคิ เครอื่ งกล เครื่องมือกล ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจทิ ลั อิเล็กทรอนกิ ส์ ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ไฟฟา้ กาลงั ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟ้า การตลาด ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๙ วทิ ยาลยั การอาชีพสตกึ บุรีรมั ย์ ปวส. เทคนคิ เครื่องกล เทคนคิ ยานยนต์
เคร่ืองมือกล ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี
อเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ุตสาหกรรม ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. ชา่ งยนต์ ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
การตลาด ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. ชา่ งกลโรงงาน
ธุรกจิ ดิจิทลั
ปวช. ช่างอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ไฟฟ้ากาลัง
กอ่ สร้าง
ปวช. ชา่ งไฟฟา้ กาลัง
ปวช. การตลาด
๑๐ วทิ ยาลยั การอาชพี กรงุ เทพฯ ปวช. คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ
กาญจนาภเิ ษกหนองจอก ปวส. เทคนิคเคร่ืองกล
ปวส. เทคนคิ การผลิต
ปวส. อิเลก็ ทรอนิกส์
ปวส. การตลาด
ปวส. เทคโนโลยีธุรกิจดิจทิ ัล
ปวส. ไฟฟา้
ปวส. ชา่ งก่อสร้าง
๖๓
อนญุ าตให้
วัน เดอื น ปี เปดิ สอนกลมุ่
ลาดบั ชอ่ื สถานศึกษา จังหวัด ระดับ สาขาวิชา สาขางาน ที่ สอศ. เทยี บโอนฯ
ประกาศ ระหวา่ ง
ปีการศึกษา
ปวส. การตลาด การตลาด ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๑๑ วิทยาลยั เทคนิคสมุทรสาคร สมุทรสาคร ปวส. เทคโนโลยธี รุ กจิ ดิจทิ ัล ธุรกจิ ดจิ ิทลั ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ชา่ งก่อสรา้ ง กอ่ สรา้ ง ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟา้ กาลงั ๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การตลาด การตลาด ๒๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบญั ชี การบญั ชี ๒๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๑๒ วทิ ยาลยั การอาชีพบ้านแพ้ว สมทุ รสาคร ปวส. เทคนคิ อุตสาหกรรม เทคโนโลยีวิศวกรรม ๒๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
อตุ สาหกรรมการผลติ
ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟ้ากาลงั ๒๓ พ.ย. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
วทิ ยาลยั การอาชพี วเิ ศษ ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟ้ากาลัง ๘ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ชยั ชาญ
๑๓ อ่างทอง ปวส. การบญั ชี การบญั ชี ๘ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การจดั การ การจดั การ ๘ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ เครอื่ งกล เทคนิคยานยนต์ ๑๕ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ อุตสาหกรรม เทคโนโลยวี ศิ วกรรม ๑๕ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
อุตสาหกรรมการผลติ
๑๔ วิทยาลยั สารพดั ชา่ งสระบรุ ี สระบุรี ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟา้ กาลงั ๑๕ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบญั ชี การบญั ชี ๑๕ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจทิ ลั ธรุ กจิ ดิจิทัล ๑๕ ธ.ค. ๖๓ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. ไฟฟ้า ไฟฟา้ กาลัง ๕ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. ชา่ งยนต์ ยานยนต์ ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. ชา่ งไฟฟ้ากาลัง ไฟฟา้ กาลงั ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. การบัญชี การบัญชี ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๑๕ วทิ ยาลยั การอาชพี บางปะกง ฉะเชิงเทรา ปวช. คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ คอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ เคร่ืองกล เทคนคิ ยานยนตไ์ ฟฟ้า ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟา้ กาลัง ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี การบญั ชี ๗ ม.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ เครื่องกล เทคนิคยานยนต์ ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟา้ ไฟฟา้ การควบคมุ ทาง ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
อุตสาหกรรม
๑๖ วิทยาลยั เทคนิคเดชอุดม อบุ ลราชธานี
ปวส. โยธา โยธา ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี การบัญชี ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ทิ ลั ธุรกิจดจิ ิทลั ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาดรุณา ปวส. การตลาด การตลาด ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ราชบุรี (เอกชน)
๑๗ ราชบรุ ี ปวส. การบัญชี การบัญชี ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทัล ธรุ กจิ ดิจิทลั ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. การบญั ชี การบัญชี ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. คอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๑๘ วทิ ยาลยั เทคโนโลยีพัทลงุ พทั ลงุ ปวส. การบัญชี การบัญชี ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
บริหารธุรกจิ (เอกชน)
ปวส. เทคโนโลยธี รุ กจิ ดิจทิ ลั ธรุ กจิ ดิจิทัล ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีสารสนเทศ นกั พัฒนาซอฟตแ์ วร์ ๑๕ ก.พ. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
เพือ่ การสอ่ื สาร คอมพิวเตอร์
๑๙ วทิ ยาลยั เทคโนโลยีสยาม กรงุ เทพฯ ปวช. การบญั ชี การบัญชี ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ธุรกิจ ในพระอุปถมั ภ์
สมเด็จพระเจ้าภคนิ เี ธอฯ ปวช. การตลาด การตลาด ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวช. การโรงแรม การโรงแรม ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การตลาด การตลาด ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๖๔
อนญุ าตให้
วัน เดอื น ปี เปดิ สอนกล่มุ
ลาดบั ชอ่ื สถานศึกษา จงั หวัด ระดับ สาขาวชิ า สาขางาน ที่ สอศ. เทยี บโอนฯ
ประกาศ ระหวา่ ง
ปกี ารศกึ ษา
ปวส. การบัญชี การบัญชี ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยธี รุ กจิ โมบายแอพพลเิ คชั่น ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ดจิ ทิ ัล ทางธรุ กิจ
ปวส. การจดั การโลจิสตกิ ส์ การจดั การโลจสิ ตกิ ส์ ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
และซัพพลายเชน และซพั พลายเชน
ปวส. การโรงแรม ครัวโรงแรม ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การจดั การ การจัดการ ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การทอ่ งเทย่ี ว การท่องเท่ียว ๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนิคเครื่องกล เทคนิคยานยนต์ ๑๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
๒๐ วทิ ยาลยั การอาชพี บ้านลาด เพชรบุรี ปวส. ไฟฟ้า ไฟฟา้ กาลัง ๑๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทลั ธรุ กิจดิจิทัล ๑๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี การบัญชี ๑๓ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี การบญั ชี ๑๘ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การตลาด การตลาด ๑๘ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
วิทยาลยั บริหารธรุ กิจและ ปวส. เทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ทิ ัล ธรุ กจิ ดิจทิ ลั ๑๘ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
การทอ่ งเทย่ี วนครราชสีมา
๒๑ นครราชสมี า ปวส. อาหารและโภชนาการ อาหารและโภชนาการ ๑๘ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การท่องเท่ยี ว การท่องเท่ยี ว ๑๘ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การโรงแรม บรกิ ารอาหารและ ๑๘ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
เครือ่ งดม่ื
ปวส. เทคนิคเครื่องกล เทคนคิ ยานยนต์ ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ การผลิต เคร่อื งมอื กล ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคนคิ โลหะ ตรวจสอบและ ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ทดสอบงานเชื่อม
๒๒ วิทยาลยั สารพัดชา่ งระยอง ระยอง
ปวส. ไฟฟ้า ไฟฟา้ กาลงั ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. การบัญชี การบญั ชี ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. เทคโนโลยธี ุรกิจดิจิทลั ธรุ กจิ ดิจทิ ัล ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
ปวส. ไฟฟ้า ไฟฟ้ากาลงั ๒๗ พ.ค. ๖๔ ๒๕๖๔-๒๕๖๖
หมายเหตุ : สถานศกึ ษาท่ีไดร้ ับอนญุ าตแลว้ สามารถรบั สมคั รผู้เรยี นเพื่อเขา้ ศึกษาตอ่ ได้ไมเ่ กนิ ๓ ปีการศกึ ษาติดต่อกัน เม่ือครบ ๓ ปกี ารศึกษา
จะต้องดาเนินการขออนุญาตต่อสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพ่ือขอรับการประเมินใหม่
จากข้อมูลสถานศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้รับนักศึกษาเข้าเทียบโอนได้นั้นมีจานวนน้อยมาก
ถ้าเทียบกับจานวนสถานศึกษาอาชีวศึกษาของภาครัฐ และเอกชน ที่มีอยู่ท้ังหมด จานวน ๘๗๐ แห่ง
แยกเปน็ สถานศึกษาอาชวี ศึกษาของรฐั ๔๒๙ แห่ง และเอกชน ๔๔๑ แห่ง
๓.๒ ความเช่ือมโยงการเทียบโอนระหวา่ งคุณวฒุ ทิ างการศกึ ษากับมาตรฐานอาชพี
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้กาหนดกรอบคุณวุฒิวิชาชีพท่ีถูกจัดทาข้ึน
เพ่ือเป็นเกณฑ์ในการกาหนดระดับคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคล้องกับระดับสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ
กรอบคุณวุฒิวิชาชีพในแต่ละระดับจะอธิบายถึงกฎเกณฑ์ความรู้ทักษะและ คุณสมบัติท่ีพึงประสงค์
ขอบเขตความรับผิดชอบผลผลิตท่ีพึงจะได้จากการปฏิบัติงานนวัตกรรมและระดับความยากง่ายของ
การทางานโดยเฉพาะ
ก ร อ บ คุ ณ วุ ฒิ วิ ช า ชี พ ใน ร ะ ดั บ ต้ น อ าจ จ ะ เน้ น ให้ ส า ม า ร ถ ป ฏิ บั ติ ง า น ได้ ต า ม เก ณ ฑ์
การปฏิบัติการ แต่ในระดับคุณวุฒิสูงๆจะสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่หรือวิธีการในการ ทางานหรือ
๖๕
คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในอาชีพของตนเอง เกณฑ์และคาอธิบายในกรอบคุณวุฒิวิชาชีพจะอธิบายถึง
สมรรถนะขอบเขตความรับผิดชอบผลผลิตที่พึงจะได้จากการปฏิบัติงาน ระดับความยากง่าย
ของการทางานและนวตั กรรมทเ่ี ป็นกลางไม่เฉพาะเจาะจงอาชีพใดอาชีพหนง่ึ เพือ่ ยกระดบั คณุ วุฒวิ ชิ าชพี
และการพัฒนากาลังคนของประเทศให้สามารถแข่งขันในประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนและระดับสากล
ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ กรอบคุณวุฒวิ ิชาชีพถูกใชเ้ ปน็ เครื่องมือหลกั ในการประเมินและรับรองสมรรถนะ
ของบคุ คลตามมาตรฐานอาชีพ เพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการทงั้ ของภาคธุรกิจ และอตุ สาหกรรมตลอดจน
เปน็ กลไกในการเช่อื มโยงเทียบเคยี งกบั ระบบคณุ วุฒกิ ารศกึ ษาในระดบั ประเทศและสากล
กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ (Professional Qualification Framework) จะมีคาอธิบาย บรรยาย
ลักษณะงานในอาชีพทีใ่ ช้จาแนกสมรรถนะวชิ าชพี หรอื ขอบเขตการปฏิบัติงานในอาชีพสาหรบั บุคคล ๆ หนึ่ง
เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในแบ่งระดับตามผลลัพธ์ของงาน ตามผลผลิตท่ีต้องการจากผลปฏิบัติ ตามความยากง่าย
ของงาน ตามความซบั ซ้อนของงาน ตามขอบเขตความรับผดิ ชอบต่อผลลัพธข์ องงาน เพ่อื ให้เหน็ แนวทาง
การพัฒนาตนเองในงานอาชีพ จากระดับเริ่มต้น ไปสู่ระดับสูงสุดของงานอาชีพ โดยกาหนดให้เป็น
คุณวุฒติ ามสมรรถนะวิชาชพี เรยี กวา่ คุณวุฒิวิชาชีพ (www.tpqi.go.th/qualification.php)
ภาพท่ี ๓.๑ ความเช่อื มโยงระหว่างคุณวฒุ ิการศกึ ษา มาตรฐานอาชีพ กบั กรอบคณุ วุฒแิ หง่ ชาติ
๓.๓ การเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์ผูเ้ รียนอาชีวศกึ ษา กับ มาตรฐานอาชีพ หรอื มาตรฐาน
สมรรถนะของสถาบันคณุ วฒุ ิวชิ าชีพ (องคก์ ารมหาชน)
ตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กาหนดวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถาบันฯ ตามมาตรา ๗ (๖) ให้สถาบันฯ ส่งเสริม
สนับสนุน และประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ศูนยห์ รือสถาบันฝึกอบรม สถานประกอบการ และ
๖๖
หนว่ ยงานอ่ืน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ท้ังในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้มีการเผยแพรแ่ ละการใช้
ระบบคณุ วุฒิวิชาชีพและการจัดให้มีการฝกึ อบรมตามมาตรฐานอาชีพ และได้กาหนดกรอบระยะเวลาให้
ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาหนด ประกาศ หรือคาส่ังของสถาบันฯ ที่ใช้บังคับอยู่ก่อน ใช้บังคับได้ต่อไป
จนกว่าจะดาเนินการกาหนดระเบียบ ข้อบังคบั ข้อกาหนด ประกาศ หรอื คาสั่ง ที่แก้ไขเพ่ิมเติมใช้บงั คับ
ตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันฯ (ฉบับท่ี ๒) โดยต้องไม่เกินหน่ึงปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้
บังคับ (ภายใน ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓) การฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพตามพระราชกฤษฎีกา
จัดต้งั สถาบนั คุณวุฒวิ ชิ าชีพ (องคก์ ารมหาชน) (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีวัตถปุ ระสงค์ ดงั น้ี
๑) เพ่ือเตรียมความพร้อมผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้เข้าสู่กระบวนการประเมินสมรรถนะ
บคุ คลตามมาตรฐานอาชีพฯ หรือมาตรฐานสมรรถนะ
๒) สนับสนุนการจัดทาหลักสูตร เพ่ือการประเมินสมรรถนะสมรรถนะบุคคล
ตามมาตรฐานอาชพี ฯ หรือมาตรฐานสมรรถนะ
๓) เพ่ือพัฒนาศักยภาพผู้ที่ผ่านการประเมินแล้วให้พัฒนา ยกระดับตนเองในระดับ
ท่ีสูงขึ้นไปและพัฒนา ผู้ท่ียังสอบไม่ผ่านให้ผ่านการประเมินได้ตามวัตถุประสงค์ของมาตรฐานอาชีพฯ
หรือมาตรฐานสมรรถนะ
๖๗
จากข้ันตอนการส่งเสริมสนับสนุนการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ ของสถาบันคุณวุฒิ
วิชาชีพ จะเป็นการบูรณาการการทางานร่วมกันของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมร่วมกัน
เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง ของหลักสูตรกับการประเมินสมรรถนะ อีกท้ังยังมีการออกใบประกาศ
ผ่านการฝึกอบรมและประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ซ่ึงนาไปใช้เป็นหลักฐานในการเทียบโอนความรู้
และประสบการณ์ได้
สถาบันการอาชีวศึกษา ท่ีเป็นองค์กรเพ่ือรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
อาชีพ ประกอบด้วยวทิ ยาลัย สาขาวชิ าชีพ และระดบั คุณวฒุ ิวิชาชพี สรุปรายละเอยี ดไดด้ งั น้ี
๖๘
๖๙
๗๐
๗๑
๗๒
โดยสรุปสถานศึกษาอาชีวศึกษา ที่ได้รับเป็นองค์กรรับรองสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพ
๒๐ สถาบัน รวม ๒๗ วิทยาลัย จานวน ๒๗ สาขาวิชาชีพ จาแนกเป็น ๕ ประเภทวิชา ได้แก่
อุตสาหกรรม ๑๗ สาขาวชิ าชพี ดิจิทัล ๒ สาขาวชิ าชีพ บรหิ ารธรุ กจิ ๒ สาขาวิชาชพี ท่องเทีย่ ว/โรงแรม/
อาหาร ๔ สาขาวชิ าชพี และเกษตรกรรม ๒ สาขาวชิ าชีพ
๗๓
๓.๔ โครงการ ๓ ม (มีงาน มเี งนิ มีวฒุ กิ ารศกึ ษาเพิ่ม)
จากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานประกอบการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก
(อี เทค) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย โครงการ ๓ ม (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพ่ิม) สาหรับ
ผ้สู าเร็จการศกึ ษา ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.) หรอื ม.๖ เข้ารว่ มในโครงการ เมอ่ื ศึกษาจบแล้ว
จะได้คณุ วุฒิระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) ตามรายละเอียด ดงั นี้
๗๔
๗๕
๗๖
โดยที่โครงการ ๓ ม (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม) เป็นโครงการท่ีให้โอกาสสาหรับ
ผสู้ าเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) หรอื ม.๖ เข้าร่วมในโครงการ เม่ือเรียนจบแล้ว
จะได้คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) โดยโครงการฯ ดังกล่าวได้ดาเนินการมา ตั้งแต่
ปี ๒๕๕๓ จนถงึ ปัจจบุ นั ในสาขาช่างอุตสาหกรรม และสาขาบรหิ ารธุรกิจ
๓.๕ รูปแบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษา เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้
ตลอดชวี ิต
จากความเช่ือมโยงระหว่างคุณวฒุ ิการศึกษา มาตรฐานอาชีพ กับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
และการส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ศูนย์หรือสถาบันฝึกอบรม
สถานประกอบการ และหนว่ ยงานอนื่ ท้งั ภาครฐั และภาคเอกชน ทง้ั ในประเทศและต่างประเทศ เพอื่ ใหม้ ี
การเผยแพร่และการใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพและการจัดให้มีการฝึกอบรมตามมาตรฐานอาชีพ
ของสถาบันคุณวฒุ ิวชิ าชพี (องค์การมหาชน) และความร่วมมอื ของสถาบนั อาชวี ศกึ ษาท่ีได้รบั เปน็ องค์กร
รบั รองสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพ และโครงการ ๓ ม (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศกึ ษาเพิ่ม) นามาวเิ คราะห์
เพื่อจัดทาเป็นรูปแบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์สาหรับอาชีวศึกษาในระดับปริญญาตรี
เพือ่ สง่ เสริมการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ โดยวิเคราะหข์ ้ันตอนดาเนินการ ตัง้ แต่การรบั สมัครเขา้ มาเป็นนักศกึ ษา
การกาหนดเงื่อนไขผู้ท่ีจะเข้าสู่ระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ โดยผู้เรียนจะต้องมี
ประสบการณ์ในการทางานอย่างน้อย ๒ ปี มีการจัดทาแฟ้มสะสมงานเพ่ือการเทียบโอนความรู้ท่ีได้
จากการฝกึ อบรม จากประสบการณ์ จากผลการเรียนรู้ และจากใบประกอบวิชาชีพ จะนาใชเ้ ป็นหลักฐาน
ในการขอการเทียบโอน โดยมีกรรมการพิจารณาก่อนเข้าสู่กระบวนการการประเมินผล ท่ีจะต้องมี
ความหลากหลาย และตามประสบการณ์ของผู้เรียนแต่ละคน โดยอาจจะใช้วิธีการสอบข้อเขียน
การสอบสัมภาษณ์ หรือวิธีการประเมินอื่น ๆ ตามความเหมาะสม และเมื่อผ่านการประเมินแล้วจะทา
การลงทะเบียนเพ่ือสะสมหน่วยกิต โดยจะดาเนินการกับผู้จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวส.) เทียบโอนเข้าสู่ระดับปริญญาตรี ซ่ึงสามารถนามาเขียน ลาดับข้ันตอนในการจัดการศึกษา
เพอื่ การเทียบโอนความรูแ้ ละประสบการณ์เพือ่ เขา้ สกู่ ารศึกษาในระบบ ดังนี้
๗๗
เรม่ิ - จบการศึกษาระดับ ปวส.
รับสมคั รเข้าเป็นนักศึกษา - ประสบการณ์ทางาน
ตรวจสอบหลักสูตร เพ่อื การเทียบโอน
อยา่ งน้อย ๒ ปี
นกั ศึกษา
จดั ทาแฟ้มสะสมงานเพื่อการเทยี บโอน จากการ
นักศึกษา - ฝกึ อบรม (A) - ประสบการณ์ (B)
- ผลการเรียนรู้ (C) - ใบประกอบวชิ าชีพ (D)
ตรวจสอบแฟ้มสะสมงาน ไมผ่ ่าน
ผา่ น
อาจารย์ที่ปรึกษา
รกึ ษารกึ ษา ประเมนิ แฟ้มสะสมงาน
กรรมการ
หลักสูตร พิจารณาผล ไม่ผ่าน ฝึกอบรม
กรรมการ
หลักสตู ร ผ่าน
กรรมการ ประเมนิ ผลโดย
หลกั สูตร - สอบข้อเขียน และ หรือ
- สมั ภาษณ์ และ หรือ
กรรมการ
หลักสูตร - ผลงาน
คณะฯ พจิ ารณาผล ไมผ่ า่ น
แผนกทะเบียน/ ผา่ น
นักศกึ ษา อนุมัติ
ลงทะเบยี นสะสมผลการเรียน
สนิ้ สุด
ภาพท่ี ๓.๒ ระบบการจดั การศึกษาเพ่ือการเทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์เพอื่ เข้าสู่การศกึ ษา
ในระบบ
๗๘
จากภาพที่ ๓.๒ ระบบการจัดการศึกษาเพ่ือการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
เพื่อเข้าสู่การศึกษาในระบบ เร่ิมจากการรับสมัครนักศึกษา โดยมีคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา ดังนี้
เมื่อจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) เพ่ือเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
ต่อเนอ่ื ง และเป็นผทู้ ี่ทางานในสาขาทจ่ี บ โดยมปี ระสบการณใ์ นการทางานอยา่ งน้อย ๒ ปี เม่อื ตรวจสอบ
คุณสมบัติของผู้สมัครผ่านเป็นนักศึกษาแล้ว นักศึกษาต้องตรวจสอบรายวิชา หรือโมดูล จากคาอธิบาย
รายวิชา เพื่อศึกษาดูว่ามีความรู้และประสบการณ์ในรายวิชา หรือโมดูลใดที่สามารถทาการเทียบโอน
ในแต่ละรายวิชาได้ โดยการจัดทาแฟ้มสะสมงาน ซึ่งมีอยู่ ๔ รูปแบบด้วยกัน กล่าวคือ การเทียบโอน
ความรู้ ๑) จากการฝึกอบรม ๒) จากประสบการณ์ ๓) จากผลการเรียนร้จู ากสถาบันการศึกษาอ่ืน และ
๔) จากใบประกอบวิชาชีพ เม่ือนักศึกษาส่งแฟ้มสะสมงานให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบเอกสารข้อมูล
ในขั้นต้น และทาการประเมินแฟ้มสะสมงานในส่วนของความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
ในแต่ละรายวิชา จากผลการประเมินน้ี ถ้าการประเมินแฟ้มสะสมงานไม่ผ่าน จะทาการแจ้งให้นกั ศึกษา
ได้รับทราบ เพ่ือไปทาการฝึกอบรมในโมดูลต่าง ๆ ต่อไป แต่ถ้าหากผลการประเมินแฟ้มสะสมงานผ่าน
นักศึกษาจะต้องผ่านการประเมินความรู้ โดยการสอบข้อเขียนและหรือสอบสัมภาษณ์ และหรือ
การนาเสนอผลงาน เมื่อผลการประเมินผ่านนักศึกษาจะทาการลงทะเบียนเพื่อสะสมผลการเรียน
โดยในแต่ละลักษณะ สามารถนามาเขียนเป็นแต่ละขัน้ ตอน ดงั นี้
A
หลักสูตร/วทิ ยากร/ อบรม รวบรวมข้อมลู การฝึกอบรม
หนว่ ยงานฝกึ อบรม
นกั ศกึ ษา จัดทาแฟ้มสะสมงานการฝึกอบรม
กรรมการหลกั สูตร
พิจารณาผล ไม่ผา่ น
กรรมการหลกั สตู ร
ผ่าน
กรรมการหลักสตู ร สอบข้อเขียน และ/หรือ มอบงาน
งานทะเบยี น พจิ ารณาผล ไม่ผ่าน
งานทะเบียน ผา่ น
ประกาศผลการเรียน
สะสมผลการเรียน
ภาพท่ี ๓.๓ ขนั้ ตอนการเทยี บโอนจากการฝึกอบรม
๗๙
จากภาพท่ี ๓.๓ เป็นข้ันตอนการเทียบโอนจากการฝึกอบรม ซึ่งมีอยู่ ๒ แนวทาง คือ
๑) นักศึกษาที่ไม่เคยผ่านการอบรมในโมดูลตามหลักสูตร จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมจากสถาบัน
การฝึกอบรมที่สถานศึกษาให้การรับรอง และ ๒) การรวบรวมข้อมูลจากการฝึกอบรมในโมดูล และ
รายวิชาต่าง ๆ ในช่วงระยะเวลา ๓ ปี ท่ีผ่านมาในสถาบันการฝึกอบรมท่ีทางสถาบันให้การรับรอง เช่น
สถาบันคณุ วุฒิวชิ าชพี (องค์การมหาชน) การรวบรวมข้อมูลการฝกึ อบรมของนักศึกษาที่ผา่ นมาถ้าไม่ครบ
ทุกในโมดูล ในรายวิชาต่าง ๆ นักศึกษาจะต้องทาการฝึกอบรมในโมดูลท่ียังขาดอยู่ เม่ือนักศึกษาผ่าน
การฝึกอบรม หรือรวบรวมข้อมูลการฝึกอบรมครบท้ังรายวิชาแล้ว ดาเนินการจัดทาแฟ้มสะสมงาน
ท่ีประกอบไปด้วย เอกสารหัวข้อการฝึกอบรม และใบรับรองผ่านการฝึกอบรม รวบรวมให้กรรมการ
หลักสูตรพิจารณา ถ้าการประเมินแฟ้มสะสมงานจากการฝึกอบรมไม่ผ่าน จะทาการแจ้งให้นักศึกษา
ทราบ เพอ่ื ปรับแก้หรือไปทาการฝึกอบรมในโมดูลต่าง ๆ เพ่ิมเติม โดยนักศึกษาจะต้องผ่านการประเมิน
ความรู้ โดยการสอบข้อเขียน และหรือมอบหมายงาน เมื่อผลการประเมินผ่านนักศึกษาจะทา
การลงทะเบยี นเพ่อื สะสมผลการเรยี น
B
นกั ศกึ ษา รวบรวมขอ้ มลู การเทียบประสบการณ์
นักศกึ ษา จัดทาแฟ้มสะสมงานเทยี บประสบการณ์
กรรมการหลกั สูตร พจิ ารณาเอกสารการเทียบ ไมผ่ า่ น แจ้งนักศึกษา
โอนประสบการณ์ ไม่ผ่าน A
กรรมการหลกั สูตร
กรรมการหลักสูตร ผา่ น แจง้ นกั ศึกษา
งานทะเบียน สอบข้อเขยี น และ หรือ
งานทะเบียน สมั ภาษณ์ และ หรือผลงาน
พจิ ารณาผล
ผ่าน
ประกาศผลการเรยี น
สะสมผลการเรยี น
ภาพที่ ๓.๔ ขนั้ ตอนการเทยี บโอนประสบการณ์
๘๐
จากภาพที่ ๓.๔ ขั้นตอนการเทียบโอนประสบการณ์ นักศึกษาทาการรวบรวมเอกสาร
ที่แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ท่ีเก่ียวข้องและสอดคล้องกับคาอธิบายรายวิชา จัดทาแฟ้มสะสมงาน
ที่ประกอบไปด้วย หนังสือแสดงข้อมูลรายละเอียดหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน (Company Profile) หนังสือ
รับรองการทางาน หนังสือแสดงแผนผังองค์กรที่ทางานอยู่ หนังสือแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบ (Job
Description) สาเนาเอกสารหลักฐานท่ีแสดงว่านักศึกษาเป็นผู้ปฏิบัติงานตามที่กาหนดไว้ในหนังสือ
แสดงหน้าที่ความรับผิดชอบ และหนังสือรับรองการฝึกอบรมในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เพ่ือแสดงถึงความรู้
ท่นี าไปใชใ้ นการปฏบิ ัติงาน ถ้าการประเมนิ แฟม้ สะสมงานจากการประสบการณไ์ ม่ผ่าน จะทาการแจ้งให้
นกั ศึกษาทราบ เพ่อื ทาการฝึกอบรมในโมดลู ต่าง ๆ ต่อไป ถ้าผลการประเมินแฟม้ สะสมงานผ่านนักศึกษา
จะตอ้ งผา่ นการประเมินความรู้ โดยการสอบขอ้ เขียน และหรือสัมภาษณ์ และหรอื ผลงาน เม่ือผลการประเมิน
ผ่านนกั ศึกษาจะทาการลงทะเบียนเพ่อื สะสมผลการเรยี น
C
นกั ศึกษา รวบรวมข้อมลู รายวชิ าทีส่ ามารถเทยี บโอนได้
กรรมการหลกั สตู ร/วชิ าการ พิจารณาผล ไมผ่ า่ น แจ้งนักศึกษา
งานทะเบียน A
ผ่าน
ประกาศผลการเทยี บโอน
งานทะเบียน สะสมผลการเรยี น
ภาพที่ ๓.๕ ขั้นตอนการเทยี บโอนจากสถานศกึ ษาอนื่
ภาพท่ี ๓.๕ ข้ันตอนการเทียบโอนจากสถานศึกษาอื่น เป็นการเทียบโอนของนักศึกษา
ท่ีเคยศึกษาในระดับปริญญาตรีในสถานศึกษาอื่นมาแล้ว โดยให้เทียบโอนรายวิชาหรือกลุ่มวิชา
ซ่ึงมีเน้ือหาสาระการเรียนรู้และจุดประสงค์ ครอบคลุมไม่น้อยกว่าสามในส่ีของรายวิชา หรือกลุ่มวิชา
ในสาขาวิชาท่ีนักศึกษาผู้ขอเทียบโอนศึกษาอยู่ รายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่จะนามาเทียบโอนต้องมีระดับ
คะแนนไม่ต่ากว่า ค หรือ C รายวิชาท่ีเทียบโอนเมื่อรวมกันต้องมีจานวนหน่วยกิตไม่เกินสามในส่ี
ของจานวนหน่วยกิตท้ังหลักสูตร โดยให้สถานศึกษาดาเนินการเทียบโอนผลการเรียนภายใน
ภาคการศึกษาแรกท่ีข้ึนทะเบียนเป็นนักศึกษา นักศึกษาจัดทาแฟ้มสะสมงานที่ประกอบไปด้วย สาเนา
หนังสือแสดงผลการเรียน และเอกสารหลักสูตรคาอธิบายรายวิชาท่ีจะขอเทียบโอน เพื่อทาการประเมิน
ถ้าการประเมินแฟ้มสะสมงานจากการเทียบโอนจากสถาบันศึกษาอื่นไม่ผ่าน จะทาการแจ้งผลเพ่ือให้
นักศึกษาทราบ เพ่ือทาการฝกึ อบรมในโมดลู ตา่ ง ๆ ต่อไป ถ้าผลการประเมินแฟ้มสะสมงานผ่านนกั ศกึ ษา
จะทาการลงทะเบยี นเพือ่ สะสมผลการเรียน
๘๑
D
นักศกึ ษา รวบรวมข้อมลู ใบประกอบวิชาชีพทสี่ ามารถเทียบ
โอนได้
กรรมการ พิจารณาผล ไม่ผา่ น แจ้งนกั ศึกษา
หลักสตู ร A
ผ่าน
กรรมการหลกั สตู ร สอบขอ้ เขยี น และ หรือ
มอบหมายงาน
งานทะเบียน ประกาศผลคะแนน
งานทะเบียน สะสมผลการเรียน
ภาพที่ ๓.๖ ข้นั ตอนการเทยี บโอนจากใบประกอบวชิ าชพี
ภาพท่ี ๓.๖ การเทียบโอนจากใบประกอบวิชาชีพ นักศึกษาทาการรวบรวมข้อมูล
ใบประกอบวิชาชีพที่สามารถเทียบโอนได้ เพ่ือจัดทาแฟ้มสะสมงานท่ีประกอบด้วยสาเนาใบประกอบ
วิชาชีพ การอ้างอิงหนังสอื เอกสารตาราท่ีใชเ้ รียนรู้ ใบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบ (Job Description)
และสาเนาเอกสารหลักฐานท่ีแสดงว่านักศึกษาเป็ นผู้ปฏิบัติงาน ตามท่ีกาหนดไว้ในใบแสดงหน้า ท่ี
ความรับผิดชอบให้กรรมการหลักสูตรพิจารณา ถ้าการประเมินแฟ้มสะสมงานจากใบประกอบวิชาชีพ
ไมผ่ า่ นจะทาการแจ้งให้นักศึกษาทราบ เพอ่ื ทาการฝึกอบรมในโมดลู ต่าง ๆ ต่อไป ถา้ ผลการประเมินแฟ้ม
สะสมงานผ่านนักศึกษาจะต้องผ่านการประเมินความรู้ โดยการสอบข้อเขียนและหรือมอบหมายงาน
เมื่อผลการประเมนิ ผ่านนกั ศึกษาจะทาการลงทะเบียนเพือ่ สะสมผลการเรียน
ส่ิงท่ีสาคัญท่ีนักศึกษาหรือผู้เข้ารับการเทียบโอน จะต้องนาไปใช้ในการประเมิน คือ
การจัดทาแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพ่ือใช้เป็นร่องรอยและหลักฐาน ให้กับคณะกรรมการ
ในการพิจารณาเพ่อื เลือกวิธกี ารประเมนิ ใหเ้ หมาะสมกบั แตล่ ะรายบุคคล (Individual)
๓.๖ แนวทางการจัดทาระบบสารสนเทศสาหรับการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพือ่ ให้ไดร้ ับ
คุณวฒุ ิทางการศึกษาในการจดั ทาแฟ้มสะสมผลงานอีเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-portfolio)
การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพ่ือให้ได้รับคุณ วุฒิ ทางการศึกษา
เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่จะทาให้ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าเรียน
ในส่ิงที่ตัวเองมีความรู้และประสบการณ์อยู่แล้ว ซ่ึงอาจจะมีมากกว่าผู้เรียนปกติให้ได้รับคุณวุฒิที่สูงขึ้น
๘๒
มโี อกาสความก้าวหน้าในอาชีพ ซ่ึงมีหลกั การสาคัญในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ คือ ผู้เข้า
รับการเทียบโอนจะต้องแสดงความรู้และประสบการณ์ท่ีผ่านมา ให้กรรมการประเมินตามเกณฑ์
สมรรถนะในหลักสูตร โดยจัดทาเป็นแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อนาเสนอในการขอรับการประเมิน
ซึ่งในปัจจุบันควรดาเนินการในรูปแบบของแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-portfolio) โดยนางานวิจัย
เรื่อง การพัฒนาระบบสารสนเทศเพ่ือการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เข้าสู่การศึกษาในระบบ
ท่ีได้นาเสนอโครงสร้างฐานข้อมูลแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ มาเป็นแนวทางในการจัดทาแฟ้มสะสม
งานอิเล็กทรอนิกส์ ให้สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นาไปพัฒนาในการจัด
การระบบเทียบโอนให้มีคุณภาพและเป็นท่ียอมรับในคุณวุฒิการศึกษาท่ีได้รับ โดยทาการวิเคราะห์
และปรับให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
มีรายละเอยี ด ดังนี้
๓.๖.๑ เมนูสาหรับแฟ้มสะสมงานอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e-portfolio) ประกอบดว้ ย
๑) ผู้มาเยี่ยมชม
๒) อาจารย์ที่ปรึกษา/กรรมการเทียบโอน
๓) อาจารยผ์ ้สู อน
๔) นักศึกษา
๕) ผดู้ ูแลระบบ
๓.๖.๒ เมนสู าหรบั ผู้มาเย่ียมชม ประกอบดว้ ย
๑) ขา่ วสาร/บทความ
๒) Web Link
๓.๖.๓ เมนูสาหรับอาจารยท์ ป่ี รึกษา/กรรมการเทยี บโอน ประกอบด้วย
๑) Login Name
๒) Login Password
๓) Submit
๔) Cancel
๓.๖.๔ เมนูข้อมลู สถานศกึ ษา ประกอบด้วย
๑) รหสั สถานศกึ ษา
๒) ชื่อสถานศึกษา
๓) ท่อี ยู่
๔) คณะวชิ า
๕) สาขาวชิ า
๖) หลักสตู รของคณะวิชา
๓.๖.๕ เมนูขอ้ มูลอาจารย์ท่ีปรกึ ษา/กรรมการเทยี บโอน ประกอบดว้ ย
๑) รหสั อาจารย์
๒) คานาชอ่ื
๓) ชื่อ
๘๓
๔) นามสกลุ
๕) ตาแหน่ง
๖) วุฒกิ ารศกึ ษา
๓.๖.๖ เมนูการกาหนดหลกั สตู ร ประกอบดว้ ย
๑) รหสั ภาควชิ า
๒) รหัสสาขาวิชา
๓) รหัสหลักสตู ร
๔) รนุ่ ทีศ่ กึ ษา
๕) ระหวา่ งวันที่ถงึ วันที่
๖) หมวดวชิ า
- รหัสวิชา /รหสั รายวชิ า
- หน่วยกติ
- จานวนวันทเี่ รียน
- เง่อื นไขการเรียนการสอน
- เงือ่ นไขการเทยี บโอน
- การสอบวัดความรู้
๓.๖.๗ เมนูข้อมูลทะเบียนนกั ศกึ ษา ประกอบดว้ ย
๑) ขอ้ มูลนกั ศึกษา
๒) รหัสหลกั สูตร
๓) รหัสนักศึกษา
๔) ชื่อนักศึกษา
๕) นามสกลุ
๖) หมายเลขประจาตัวประชาชน
๓.๖.๘ เมนูรายงานการส่งแฟม้ สะสมงานของนักศกึ ษา ประกอบด้วย
๑) รหสั วิชา
๒) ชื่อวิชา
๓) สถานะในการส่งแฟม้ สะสมงาน
๔) วันทสี่ ่งแฟม้ สะสมงาน
๓.๖.๙ เมนูการตรวจประเมนิ แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบด้วย
๑) รหัสวชิ า
๒) ชอ่ื วชิ า
๓) สถานะในการสง่ แฟ้มสะสมงาน
๔) วนั ทสี่ ง่ แฟ้มสะสมงาน
๕) ลิงคไ์ ปไฟล์แฟ้มสะสมงานของวิชาทีเ่ ลอื ก
๖) ผลการตรวจแฟ้มสะสมงาน (ผา่ น/ไมผ่ า่ น)
๗) ขอ้ คดิ เหน็ หรอื สิง่ ท่ตี อ้ งปรบั ปรุงแก้ไข (กรณีไม่ผา่ น)