øć÷ÜćîÖćøóĉÝćøèćýċÖþć
D+5?L :+ :ĉ *F5!(:+ <
F+ &*:":-2ĉ D2+<)2@
(:& ;"- Ů+&Ŵ2 Ŵů
G3ĊE ĉ5 č +# +5 2/ĉ ! Ċ5 <!L
×ĂÜǰÙèąÖøøöćíĉÖćøÖćøðÖÙøĂÜìšĂÜëĉîę ǰüčçĉÿõć
ÿĈîÖĆ ÖøøöćíĉÖćøǰģǰ
ÿĈîÖĆ Üćîđú×ćíĉÖćøüčçÿĉ õć
รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา
เร่ือง การถายโอนภารกิจ
โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตำบล (รพ.สต.)
ใหแ กองคก รปกครองสว นทองถ่นิ
ของ คณะกรรมาธิการการปกครองทอ งถิน่ วุฒิสภา
สำนักกรรมาธิการ ๒
สำนักงานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา
ฉ
-๑-
(สาเนา)
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ คณะกรรมาธิการการปกครองทอ้ งถิ่น วฒุ สิ ภา โทร. 0๒ 831 9189 .
.
ที่ สว ๐๐๑๐.10/(ร ๓๔ ) วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖4 .
เรือ่ ง รายงานการพจิ ารณาศึกษาของคณะกรรมาธกิ ารการปกครองท้องถ่ิน วฒุ สิ ภา
กราบเรยี น ประธานวฒุ สิ ภา
ตามท่ีที่ประชุมวุฒิสภา คร้ังที่ ๑๗/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจาปีครั้งท่ีหนึ่ง)
วันอังคารท่ี ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติต้ังคณะกรรมาธิการสามัญประจา
วุฒสิ ภา ตามขอ้ บังคบั การประชมุ วุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๙) ซง่ึ คณะกรรมาธิการ
การปกครองท้องถ่ิน วุฒิสภา เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภา มีหน้าท่ีและอานาจ
พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเร่ืองใด ๆ
ท่ีเก่ียวกับการปกครองท้องถ่ิน การพัฒนาและส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารขององค์กร
ปกครองสว่ นท้องถนิ่ การกระจายอานาจ และการถา่ ยโอนภารกิจใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่
โดยคานึงถึงความสอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัดและประเทศโดยส่วนรวม รวมถึงการปกครอง
รูปแบบพิเศษ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ท่ีอยู่ในหน้าท่ีและอานาจ และอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมาธิการ
ได้พิจารณาศึกษา เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่
องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ซ่งึ กรรมาธกิ ารคณะนี้ ประกอบด้วย
(๑) พลเอก เลศิ รัตน์ รตั นวานชิ ประธานคณะกรรมาธกิ าร
(๒) นายสุรสิทธิ์ ตรที อง รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่หี น่งึ
(๓) นางเพญ็ พกั ตร์ ศรีทอง รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทีส่ อง
(๔) นายเกยี ว แกว้ สทุ อ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่ีสาม
(๕) พลอากาศเอก สุจนิ ต์ แชม่ ชอ้ ย รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สี่
(๖) พลเอก สราวฒุ ิ ชลออยู่ เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร
(๗) นางเบญจรตั น์ จรยิ ธาราสิทธ์ิ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร
(๘) นางสาววไิ ลลกั ษณ์ อรินทมะพงษ์ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร
(๙) นายกษดิ ศิ อาชวคณุ โฆษกคณะกรรมาธิการ
(๑๐) นายไพฑรู ย์ หลมิ วฒั นา โฆษกคณะกรรมาธกิ าร
(๑1) พลเอก วสันต์ สรุ ิยมงคล ประธานทปี่ รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
(๑2) ว่าทร่ี อ้ ยตรี เชดิ ศกั ด์ิ จาปาเทศ ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
(๑3) นางประยูร เหลา่ สายเช้อื ทปี่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร
(๑4) พันตารวจเอก ยุทธกร วงเวยี น ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
(๑5) นายณรงค์ ออ่ นสอาด กรรมาธิการ
(๑6) นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล กรรมาธกิ าร
(๑7) นายวรี ะศักดิ์ ภคู รองหิน กรรมาธิการ
(๑8) นายสชุ ยั บตุ รสาระ กรรมาธิการ
บดั น้ี ...
- Iv -
u ~d flru~n11l.!16m11~~1 bU un11~ "il11on?i m~n b~B-:i m1ci 1tJfau.n11n "il
h-:iYl mu1'1~-:i b?1'1l.J?1•1w1Yl~TU'1 ("JYl.?l\ol .) 1~bbn v-:il"lmLJ nmv-:i~1uY1v-:i~u b?l1"il b1 tJu-rv mb~l
~-:i"lJB 11tJ-:i1u m1~' "il11ru 1?in~1Yl ~Bl.l-il'm?lu B bbu~ ~Bl~ ?1.n1 IPl 1l.!6ii'vu-:i ri'u m1LJ1~"1Jl.l
' '
iv1~?1.n1 Yl.f'll. tvctbtv ti~ LJ1~nvu-il'v <i<i
'
:S-:i n 11u b1 tJ'U l.11b~B1'Li1~ Vl 11u bb'1 ~ i.11b?l'UB11 tJ-:Jl'U"lJ v-:i fl ru ~ n "J"Jl.l 16n11
~B~D"J~'IJl.ll~?lill~B1'Li
''
('1-:JzjB) Ylmvn b~f'l!-r1Plt1 11P1u11u"1J
(b~f'l!-r1P1t1 f1P1u11u"1J)
LJ1~Lil'U fl ru~ m1l.!16m1 m1LJ nfl"Jv-:iYi'v-:i~u
1~?1[11
'
'11b'Ultin~B-:J
"
~ 1~.
(u1-:i?111P1'1111ru ~n~i?11"11) (u1tJ5~ LJ. m11ruf'l!1?11P1{)
~'Li-:i ri'uuqi"1J1 n~l.1-:i1u LJ5u~vtu1~ ~-d1 ~ b'16ll11im1 u~m6/J1u1qim1 LJ5u''1lvtu1Vi'~-d1m'161Jl1inl"J
flru~m1m6m1m1LJnfl1v-:iVi'v-:i~u flru~n11l.!16n11n11LJnfl1v-:iYi'v-:i~u
~1 tJ b'161Jl'U m1flru~ m1l.!16m1m1LJ nfl1v-:iYi'v-:i~u
'
iv ~1'Lln-:i1m'161Jl6m11~?1.n1
'11'Llnn11l.!16n11 '
1Vl"JPlYlvl 0 \v~bf)C9) <i®~<i
Yl"J'HUV""lYn Y""ll.m'
5~ 'Li ./bnf'l!11ri1ru Vl1'U
รายนาม
คณะกรรมาธกิ ารการปกครองทอ้ งถิน่ วฒุ สิ ภา
พลเอก เลศิ รัตน์ รัตนวานชิ
ประธานคณะกรรมาธกิ าร
นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง นางเพ็ญพกั ตร์ ศรที อง นายเกียว แก้วสทุ อ พลอากาศเอก สุจนิ ต์ แช่มช้อย
รองประธานคณะกรรมาธกิ าร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร รองประธานคณะกรรมาธกิ าร
คนท่ีหน่ึง คนทสี่ อง คนท่สี าม คนท่สี ่ี
พลเอก สราวฒุ ิ ชลออยู่ นางเบญจรตั น์ จริยธาราสทิ ธิ์ นางสาววไิ ลลกั ษ์ อรินทมะพงษ์ นายกษิดศิ อาชวคณุ
เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร โฆษกคณะกรรมาธกิ าร
นายไพฑรู ย์ หลิมวฒั นา พลเอก วสนั ต์ สุริยมงคล นางประยูร เหล่าสายเชอื้ ว่าท่รี อ้ ยตรี เชิดศักดิ์ จาปาเทศ
โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ประธานทป่ี รึกษาคณะกรรมาธกิ าร ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ
พนั ตารวจเอก ยทุ ธกร วงเวียน นายณรงค์ ออ่ นสอาด นายถาวร เทพวมิ ลเพชรกุล
ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ กรรมาธิการ
นายวรี ะศักดิ์ ภูครองหนิ นายสชุ ัย บตุ รสาระ
กรรมาธิการ กรรมาธิการ
รายนาม
คณะอนกุ รรมาธกิ ารตดิ ตามและเรง่ รดั การปฏริ ปู ดา้ นการปกครองทอ้ งถิ่น
ในคณะกรรมาธิการการปกครองทอ้ งถน่ิ วุฒสิ ภา
นายณรงค์ ออ่ นสอาด
ประธานคณะอนุกรรมาธิการ
นายสรุ สิทธิ์ ตรที อง วา่ ทีร่ ้อยตรี เชิดศักด์ิ จาปาเทศ นางสาววิไลลักษณ์ อรนิ ทมะพงษ์
รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
คนทห่ี นงึ่ คนท่ีสอง คนท่ีสาม
นายวฑิ รู เอย่ี มโอภาส นายเฉลิม ปราสาททอง นายชัยโรจน์ เจริญชยั กรณ์
อนุกรรมาธิการและเลขานุการ อนุกรรมาธิการ อนกุ รรมาธกิ าร
นายประสพโชค นม่ิ เรอื ง นายพนิ ิจ เธยี รธวัช นายมนตรี มนตรีมณี
อนกุ รรมาธิการ อนุกรรมาธกิ าร อนกุ รรมาธกิ าร
นายสชุ าติ สหัสโชติ นายอคั รินทร์ องั กูรวงษว์ ัฒนา
อนุกรรมาธกิ าร อนุกรรมาธิการ
รายนาม
คณะทางานด้านการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
นายวฑิ ูร เอ่ียมโอภาส
ประธานคณะทางาน
นายประสพโชค นมิ่ เรือง นายบณั ฑิต ตงั้ เจริญดี นายชชั ชัย ฉนั ทรตั นโชค
คณะทางาน คณะทางาน คณะทางาน
นายคงอดุ ม สวสั ดิรัฐ นางฐริ ะกานต์ ดฐิ วิญญู นายทองสุข ภานรุ งั กลู
คณะทางาน คณะทางาน คณะทางาน
นายกร ภัทรรังรอง
คณะทางาน
ฉ
รายงานการพจิ ารณาศึกษา
เร่ือง การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.)
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ของคณะกรรมาธิการการปกครองทอ้ งถนิ่
วฒุ สิ ภา
-----------------------
ตามที่ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจาปีครั้งที่หนึ่ง)
วันอังคารท่ี ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติต้ังคณะกรรมาธิการสามัญประจา
วุฒิสภา ตามข้อบงั คบั การประชมุ วุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๗๘ วรรคสอง (๙) ซึง่ คณะกรรมาธกิ าร
การปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภา มีหน้าที่และอานาจ
พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเร่ืองใด ๆ
ที่เก่ียวกับการปกครองท้องถิ่น การพัฒนาและส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น การกระจายอานาจ และการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น โดยคานึงถึงความสอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัดและประเทศโดยส่วนรวม
รวมถึงการปกครองรูปแบบพิเศษ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป
ประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่อยู่ในหนา้ ท่ีและอานาจ และอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เร่ือง การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาปัญหา
และอุปสรรคท่ีทาให้การถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. จากกระทรวงสาธารณสุขไปสังกัดองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน ยงั ไม่เป็นไปตามแผนและขน้ั ตอนการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ศึกษารูปแบบแนวทางการบริหารจัดการของหน่วยงานในการดูแลสุขภาพระดับ
ปฐมภูมิในพ้ืนที่ท่ีจะอานวยประโยชน์ให้กับประชาชน และหาแนวทางข้อเสนอต่อการแก้ไข
ปัญหาการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. จากกระทรวงสาธารณสุขไปสังกัดองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถนิ่
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดาเนินการพิจารณาศึกษา เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงขอรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวพร้อมข้อเสนอแนะต่อวุฒิสภา ตามข้อบังคับ
การประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๘ ประกอบขอ้ ๙๙ ดงั นี้
๑. การดาเนนิ การ
๑.1 คณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งต้ัง นางสาวศิริวรรณ ฤกษ์วิสาข์ ผู้บังคับบัญชา
กลุ่มงานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ
และนายธีติ ป. สุวรรณศาสตร์ นิติกรชานาญการ สานักกรรมาธิการ ๒ สานักงานเลขาธิการ
วุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา
พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๗ วรรคสี่
ข
๑.2 คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้งคณะอนุกรรมาธิการติดตามและเร่งรัดการปฏิรูป
ด้านการปกครองท้องถิ่น เพื่อทาหน้าที่กระทากิจการ พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเร่ืองใด ๆ
ที่เกี่ยวกับการติดตามและเร่งรัดการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถ่ิน และแผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ ปัญหาและอุปสรรคของการปฏิรูปด้าน
การปกครองท้องถ่ิน ประสานกับคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ
และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และรายงานให้คณะกรรมาธิการทราบ รวบรวม
ข้อมูลเบ้ืองต้นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการก่อนการสอบหาข้อเท็จจริง
รวมทั้งกิจการอ่ืนท่ีคณะกรรมาธิการมอบหมาย ท้ังน้ี ตามข้อบังคับการประชุมวฒุ ิสภา พ.ศ. 2562
ข้อ 89 ประกอบระเบียบวุฒิสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การต้ังอนุกรรมาธิการ ซ่ึงไม่ใช่กรรมาธิการ
ในคณะ พ.ศ. 2551 ซึ่งอนกุ รรมาธกิ ารและท่ปี รึกษาคณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ ประกอบดว้ ย
1.2.1 นายณรงค์ อ่อนสอาด ประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
1.2.2 นายสรุ สิทธ์ิ ตรีทอง รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
คนที่หน่ึง
1.2.3 วา่ ทรี่ ้อยตรี เชิดศกั ดิ์ จาปาเทศ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ
คนทส่ี อง
1.2.4 นางสาววิไลลักษณ์ อรนิ ทมะพงษ์ รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
คนท่สี าม
1.2.5 นายเฉลิม ประสาททอง อนุกรรมาธิการ
๑.2.๖ นายชัยโรจน์ เจรญิ ชยั กรณ์ อนกุ รรมาธกิ าร
๑.2.๗ นายประสพโชค นิ่มเรือง อนุกรรมาธกิ าร
1.2.8 นายพินิจ เธียรธวัช อนกุ รรมาธิการ
๑.2.๙ นายมนตรี มนตรีมณี อนุกรรมาธิการ
๑.2.๑๐ นายสุชาติ สหสั โชติ อนุกรรมาธกิ าร
1.2.11 นายอคั รินทร์ องั กรู วงษว์ ฒั นา อนุกรรมาธิการ
๑.2.๑๒ นายวิฑูร เอยี่ มโอภาส อนุกรรมาธิการและเลขานกุ าร
1.2.13 นายเกรียงไกร ภมู ิเหล่าแจ้ง ท่ีปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ
1.2.14 นายชติ ชัย จิวะตวุ ินันท์ ทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ
1.2.15 นายธนกฤต แก้วเจรญิ โรจน์ ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
1.2.16 นายมานพ ปทั มาลัย ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ
1.2.17 นายยศศกั ด์ิ คงมาก ทปี่ รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
1.2.18 นายไฉน กอ้ นทอง ทปี่ รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร
1.2.19 นางอัจฉราวรรณ ล้มิ เลง็ เลศิ ทีป่ รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
1.2.20 นางสาวพิมปภา นาควิเชยี ร ทป่ี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ
ค
๒. วิธีการพิจารณาศกึ ษา
๒.๑ คณะกรรมาธิการมีการประชุมเพื่อพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา
เร่ือง การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ จานวน ๓ ครง้ั
๒.๒ คณะอนุกรรมาธิการมีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษา เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจ
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น จานวน ๒๔ ครง้ั
๒.๓ คณะกรรมาธิการได้มีมติตั้งคณะทางานด้านการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในคณะอนุกรรมาธิการติดตามและเร่งรัดการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่น
เพ่ือกระทากิจการ พิจารณาหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการกระจายอานาจและการถ่ายโอน
ภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และรวบรวมข้อมูลเบ้ืองต้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติ
หนา้ ทีข่ องคณะอนุกรรมาธิการกอ่ นการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธกิ าร ประกอบด้วย
๒.๓.๑ นายวฑิ รู เอย่ี มโอภาส ประธานคณะทางาน
๒.๒.๒ นายประสพโชค น่มิ เรอื ง คณะทางาน
๒.๒.๓ นายบัณฑติ ต้ังเจริญดี คณะทางาน
๒.๒.๔ นายชชั ชัย ฉันทรตั นโชค คณะทางาน
๒.๒.๕ นายคงอดุ ม สวัสดิรฐั คณะทางาน
๒.๒.๖ นางฐริ ะกานต์ ดิฐวิญญู คณะทางาน
๒.๒.๗ นายทองสขุ ภานุรังกลู คณะทางาน
๒.๒.๘ นายกร ภทั รรงั รอง คณะทางาน
๒.4 การเชิญบุคคล หน่วยงาน และองค์กรที่เก่ียวข้องมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง
ประกอบการพจิ ารณา ดังนี้
2.4.1 สานกั สนบั สนุนระบบสุขภาพปฐมภมู ิ กระทรวงสาธารณสุข
๑) นางณฏั ฐญา พฒั นะวาณชิ นันท์ กลุม่ ทป่ี รึกษาระดับกระทรวง
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ
(ดา้ นกาลังคนสาธารณสขุ )
๒) นายทองดี ม่งุ ดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
ชานาญการพิเศษ
๒.๔.๒ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตาบลสมอแข จงั หวดั พิษณุโลก
๑) นางทองมว้ น พันธรุ ี นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลสมอแข
๒) นายก้องศักดิ์ ธรรมโณ ผูอ้ านวยการกองสาธารณสขุ
และส่งิ แวดลอ้ ม องค์การบรหิ าร
สว่ นตาบลสมอแข
ง
๒.๔.๓ สานกั งานหลกั ประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ (สปสช.)
๑) นายแพทย์จักรกริช โง้วศริ ิ รองเลขาธกิ ารสานกั งาน
หลกั ประกนั สุขภาพแห่งชาติ
๒) นายวีระชัย ก้อนมณี ผู้อานวยการสานกั สนบั สนุน
ระบบบรกิ ารสขุ ภาพชมุ ชน
๓) นายปรญิ ญา ระลึก หัวหน้างานสานักสนบั สนุน
ระบบบรกิ ารปฐมภมู ิ
๒.๔.๔ สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงสาธารณสขุ
๑) นายแพทย์โกเมนทร์ ทวิ ทอง รองผู้อานวยการสานกั สนบั สนุน
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ
๒) นายบญุ เกิด หงวนบุญมาก นักวชิ าการสาธารณสขุ ชานาญการ
๓) นายชาลี ล่วิ เวหา นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน
๒.๔.๕ สานกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ
- นายสมเกียรติ พทิ ักษก์ มลพร ผู้อานวยการสานกั ขับเคล่อื น
นโยบายสาธารณะระดับพ้นื ที่
๒.๔.๖ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ
ทม่ี ีตอ่ ประชาชน ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา
- พลโท อาพน ชปู ระทมุ ประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
2.๕ แบบสอบถาม กลมุ่ เป้าหมาย ๑๗๕ คน จานวน ๘ จงั หวดั
๒.๕.๑ แบบสอบถาม เรื่อง ปัญหาและข้อเสนอแนะการถ่ายโอนโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบลจากกระทรวงสาธารณสุขไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน
๑๕๐ คน กล่มุ เป้าหมาย ประกอบดว้ ย
๑) ผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน/ขา้ ราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน/พนักงานสว่ นทอ้ งถนิ่
(๑) องค์การบริหารส่วนจงั หวดั จานวน ๒๕ คน
(๒) องค์การบริหารส่วนตาบล จานวน ๒5 คน
(๓) เทศบาล จานวน ๒๕ คน
๒) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข
จานวน ๒5 คน
๓) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จานวน ๒5 คน ๔) สานกั งานสาธารณสขุ จังหวัด จานวน ๒๕ คน
จ
2.๕.๒ แบบสอบถาม เร่ือง ความพึงพอใจของประชาชนต่อคุณภาพการให้บริการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ภายหลังการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิษณุโลก จานวน ๒๕ คน กลุ่มเป้าหมาย คือ
ภาคประชาชน (ชมุ ชนระดบั ตาบล)
2.๖ การศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคณะอนุกรรมาธิการ จานวน
3 คร้งั ดังน้ี
๒.๖.๑ การศึกษาดูงานและแลกเปล่ียนความคิดเห็นเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา และสถานีอนามัยเทศบาลตาบลบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันพุธท่ี
๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓
2.6.2 การศึกษาดูงานและแลกเปล่ียนความคิดเห็นเก่ียวกับปัญหาอุปสรรค
ในการบรหิ ารงานขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ รวมท้ังขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกบั การปฏริ ปู ประเทศ
ณ เทศบาลเมืองบงึ ยโี่ ถ ตาบลบึงยโี่ ถ อาเภอธญั บุรี จังหวดั ปทุมธานี วันพุธท่ี ๒ กันยายน ๒๕๖๓
๒.๖.๓ การศึกษาดูงานและแลกเปล่ียนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค
ในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ณ องค์การบริหารส่วนตาบลด่านทับตะโก
อาเภอจอมบงึ จังหวัดราชบรุ ี วนั พุธที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๓
๓. ผลการพจิ ารณาศกึ ษา
คณะกรรมาธิการขอรายงานการพิจารณาศึกษา เร่ือง การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยคณะกรรมาธิการ
ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการติดตามและเร่งรัดการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่น
ดาเนินการพิจารณาศึกษากรณีดังกล่าว ซ่ึงคณะกรรมาธิการได้พิจารณารายงานของ
คณะอนุกรรมาธิการด้วยความละเอียดรอบคอบแล้ว และได้มีมติให้ความเห็นชอบกับรายงาน
ดังกล่าว โดยถือเปน็ รายงานการพิจารณาศกึ ษาของคณะกรรมาธกิ าร
จากการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอรายงาน
การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ โดยมีรายละเอียดตามรายงานท้ายน้ี เพื่อให้วุฒิสภา
ได้พิจารณา หากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยกับผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ
ขอให้โปรดแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและดาเนินการตามแต่จะเห็นสมควร ทั้งน้ี
เพอื่ ประโยชนข์ องประเทศชาตแิ ละประชาชนสืบไป
พลเอก
(สราวฒุ ิ ชลออยู่)
เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ ารการปกครองท้องถน่ิ
วฒุ ิสภา
ฉ
บทสรปุ ผู้บรหิ าร
พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ พ.ศ. ๒๕๔๒ กาหนดให้มกี ารกระจายอานาจดา้ นสาธารณสุขให้แก่องคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถิ่น โดยมีแผนการดาเนินการถ่ายโอนสถานีอนามัยให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๓
แต่ผลการดาเนินการในระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่า ยังมีปัญหาอุปสรรคด้านความพร้อม
ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มีการถ่ายโอน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน จานวน ๗๐ แหง่
หรอื คิดเปน็ ร้อยละ ๐.๗๑ จาก รพ.สต. ทั่วประเทศ จานวน ๙,๗๘๗ แห่ง ซ่งึ ในสว่ นท่ีได้ถา่ ยโอน
ภารกิจไปแล้วมีท้ังท่ีประสบผลสาเร็จสามารถดาเนินงานได้ แต่ยังมีบางส่วนท่ีเป็นปัญหา
และอุปสรรคท่ีสาคัญ คือ แนวนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขท่ีจะถ่ายโอนโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ชัดเจน หลักเกณฑ์
การประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ท่ีจะได้รับการถ่ายโอนมีความยากและ
ซับซ้อน ไม่มีการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินบางแห่งท่ีมีความพร้อม
จึงดาเนินการพัฒนาสถานบริการสาธารณสุขเดิม เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุขในเขตเทศบาล
น้นั ๆ ใหม้ ีคณุ ภาพทีด่ ีขึ้น เพื่อตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนในพ้นื ที่
จากการวิเคราะห์การดาเนินการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ได้นาข้อมูลปฐมภูมิ
ท่ีได้จากการช้ีแจง การให้ข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเดินทางไปศึกษาดูงาน
การดาเนินภารกิจ รพ.สต. ท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้รับการถ่ายโอนจากกระทรวง
สาธารณสุข และข้อมูลทุติยภูมิ จากการศึกษาผลการดาเนินงานตามข้อเสนอของ
คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดจนการวิเคราะห์
แบบสอบถามความคิดเห็นของบุคลากรสาธารณสุข ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล รพ.สต. (สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน) รพ.สต.
(สังกัดกระทรวงสาธารณสุข) และสานักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมทั้งวิเคราะห์ความพึงพอใจ
ของประชาชนต่อคุณภาพการให้บริการ รพ.สต. ภายหลังการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ พบว่า ประชาชนมีความพงึ พอใจคอ่ นขา้ งมากในเร่ืองขั้นตอนการให้บรกิ าร
ช่องทางการให้บริการ ส่ิงอานวยความสะดวก และเจ้าหน้าท่ีผู้ให้บริการ จึงมีข้อสรุปและ
ข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. จากกระทรวงสาธารณสุขไปสงั กัด
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ดังนี้
ซ
สรุปผลการศกึ ษา
๑. ปัจจัยสาคัญที่จะทาให้การถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ประสบความสาเร็จ ขนึ้ อย่กู บั นโยบายของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสขุ ท่ีจะต้องให้ความสาคัญ
ในการถ่ายโอนภารกิจ การสร้างความเข้าใจกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการถ่ายโอน ตลอดจน
การสร้างความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ เพอื่ รับการถ่ายโอนภารกจิ
๒. การถ่ายโอนภารกจิ รพ.สต. ไปยังองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๕๑
จนถึงปัจจุบัน จานวน ๗๐ แห่ง เม่ือเปรียบเทียบกับ รพ.สต. ของกระทรวงสาธารณสุขท้งั หมด
จานวน 9,787 แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๐.๗๑ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ปัญหาอุปสรรคเกิดจาก
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินส่วนใหญ่ขาดความความเข้าใจหลักเกณฑ์ ข้ันตอน และวิธีการ
ประเมินความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ รวมท้ังคณะกรรมการที่ทาหนา้ ที่ประเมนิ ความพรอ้ ม
การถ่ายโอนภารกิจเคร่งครัดในหลักเกณฑ์การประเมินมากเกินไป ทาให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินไม่ยื่นขอรับการประเมินความพร้อมในการรับถ่ายโอนภารกิจ บุคลากรไม่สมัครใจ
ท่ีจะโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เน่ืองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไม่มีโครงสร้าง
อัตรากาลังรองรับ ไม่เชื่อมั่นในความก้าวหน้า งบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการบริหารงาน
ของ รพ.สต. รวมทง้ั กฎ และระเบยี บไม่เอื้อตอ่ การปฏิบตั งิ าน
๓. หลังจาก รพ.สต. ถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่า องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินได้พัฒนาการจัดบริการด้านสาธารณสุขท่ีครอบคลุม และประชาชนสามารถเข้าถึง
บริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากข้ึน การส่งต่อผู้ป่วยทาได้ดีขึ้น เช่น การจัดทีมกู้ชีพ
กู้ภัยเพ่ือให้บริการผู้เจ็บป่วยและผู้ประสบอุบัติเหตุฉุกเฉิน การให้บริการแพทย์แผนไทย
และกายภาพบาบัด การให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง เป็นต้น นอกจากนี้องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นยังได้รับ
การสนับสนุนเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเน่ือง อย่างไรก็ตามปัจจัยสาคัญท่ีมีผลกระทบต่อ
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รพ.สต. คือ การขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุข ปัญหา
ความก้าวหนา้ ทางวิชาชพี และความไม่แน่นอนของการเมอื งระดบั ท้องถ่นิ
๔. การดาเนินงานของ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จะต้อง
ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สานักงานส่งเสริมสุขภาพ สานักงาน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับพื้นท่ีซึ่งเป็นกองทุน
ท่ีจัดสรรงบประมาณสาหรับการให้บริการด้านสาธารณสุข การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันสุขภาพ
การฟื้นฟูสุขภาพให้แก่ประชาชน การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะท่ียั่งยืน เป็นต้น แต่ปัจจุบัน
ได้มีพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ และระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย
การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซ่ึงรูปแบบและแนวทางการดาเนินงานยังขาด
การบูรณาการร่วมกัน ท่ีจะทาให้ประชาชนได้รับบริการระบบสุขภาพปฐมภูมิตามกฎหมาย
และระเบียบดงั กล่าว
ฌ
๕. เดิมการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. จะถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในระดับ
พ้ืนที่ ได้แก่ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล แต่ด้วยข้อจากัดด้านความพร้อมของเทศบาล
และองค์การบริหารส่วนตาบล สานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินได้มีการศึกษาแนวทางการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด
โดยมีผลการศึกษาว่า ควรมีการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. พร้อมกันท้ังจังหวัด และมีข้อเสนอ
ก่อนและหลังการถ่ายโอนภารกิจ เพื่อให้การบริหารงาน รพ.สต. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เช่น การจัดทาเกณฑ์การประเมินความพร้อมสาหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัด การจัดตั้ง
กองสาธารณสุข หรือกองส่ิงแวดล้อม เพ่ือรองรับการดาเนินการตามภารกิจ การกาหนด
มาตรการบุคลากรที่จะถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยอาจให้มีการทดลอง
การปฏิบัติงานในระยะเวลาท่ีกาหนด หากภายหลังไม่ต้องการปฏิบัติงานท่ีองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด ให้บุคลากรน้ันสามารถขอย้ายกลับไปกระทรวงสาธารณสุขได้ การกากับติดตาม
ประเมนิ ผล และการรายงานผลการมีระบบตรวจการประเมินคณุ ภาพ มาตรฐานการบรกิ าร
๖. ประชาชนจะได้รบั การบรกิ ารด้านสาธารณสขุ จาก รพ.สต. ที่สังกัดองค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ มากกวา่ รพ.สต. ทีส่ งั กัดกระทรวงสาธารณสขุ เนอ่ื งจากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
มคี วามใกลช้ ิดกบั ประชาชน มคี วามพรอ้ มในการจัดการทรพั ยากร มคี วามคล่องตวั และสามารถ
ให้บริการแก่ประชาชนที่รวดเร็ว ทันเวลา ถูกต้อง เหมาะสมกับประชาชนในแต่ละท้องถิ่น
และประชาชนมีความพึงพอใจในการให้บริการด้านสาธารณสุขจาก รพ.สต. ที่ได้รับถ่ายโอน
ภารกิจมาจากกระทรวงสาธารณสขุ
๗. ตามท่ีคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มี
ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนภารกิจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น
การเร่งรัดการถ่ายโอน รพ.สต. การแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ ข้ันตอนการประเมินความพร้อม
ในการถ่ายโอน และการถ่ายโอนภารกจิ ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องมีความชดั เจน
ทั้งในด้านภารกิจ บุคลากร งบประมาณ และด้านอ่ืน ๆ การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ
การปฏิบัติงานสาหรบั รพ.สต. หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ไดแ้ ก่ กระทรวงสาธารณสขุ คณะกรรมการ
การกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริม
การปกครองท้องถ่ิน และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้นาข้อเสนอไปดาเนินการแล้ว
โดยข้อเสนอแนะท่ียังไม่ได้ดาเนินการ ได้แก่ การโอนหรือขอตัวช่วยราชการจากกระทรวง
สาธารณสุขไปยงั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
๘. จากแบบสอบถามบุคลากรของหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่เห็นว่า
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนเกิดจากส่วนกลางไม่มีการตัดสินใจเร่ืองการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ท่ีชัดเจน
ไม่มีการผลักดัน เร่งรัดให้มีการถ่ายโอนภารกิจ กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่มีอยู่
ก็ไม่เอ้ือต่อการดาเนินงานของ รพ.สต. งบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลไม่เพียงพอ
ต่อการบริหารงาน รพ.สต. ผบู้ รหิ ารท้องถน่ิ ขาดความเข้าใจและประสบการณ์ในการบริหารงาน
รพ.สต. การใช้อานาจในการบริหารจัดการท่ีไม่ถูกต้อง และส่วนใหญ่มีข้อเสนอแนะว่า
ญ
ต้องมีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเป็นรูปธรรม มีการสร้างระบบและกลไก
ความรว่ มมือกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ส่วนกลางจะตอ้ งมี
ความชัดเจนในเร่ืองนโยบาย ระเบยี บกฎเกณฑ์ ขนั้ ตอน แนวทางในการถา่ ยโอน รพ.สต.
ปญั หาอปุ สรรคทีส่ ่งผลใหก้ ารถา่ ยโอนภารกิจ รพ.สต. ไมบ่ รรลผุ ลสาเรจ็
๑. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความเข้าใจในหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการประเมิน
ความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจนใ้ี นระยะแรก เนื่องจากกาหนดให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ทไี่ ด้รบั รางวลั การบรหิ ารจัดการทด่ี ี ๓ ปี ตอ้ งรบั ถา่ ยโอนภารกจิ นที้ นั ที
2. องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีได้รับการถ่ายโอนมีปัญหาความพร้อมในการบริหาร
จัดการบุคลากรและงบประมาณ รวมทั้งระเบียบการใช้จ่ายเงิน เนื่องจากเดิมใช้ระเบียบของ
กระทรวงสาธารณสุข
3. องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเม่ือได้รับการถ่ายโอนแล้ว ได้พยายามแก้ไขปัญหา
ที่เกิดข้ึน แต่ไม่ได้รับความร่วมมอื จากส่วนราชการ ทาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ไม่มีความ
ตอ้ งการทีจ่ ะรับถา่ ยโอนเพ่มิ เติมเนื่องจากไดร้ ับทราบถึงปัญหาอุปสรรคเปน็ จานวนมาก
๔. แม้ว่าต่อมาได้รับการแก้ไขในเร่ืองระเบียบ กฎหมาย และบุคลากรจากกระทรวง
สาธารณสุขที่ประสงค์จะโอนมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่อง
หลักเกณฑ์และการประเมินความพร้อมจากคณะกรรมการฯ ซ่ึงกระทรวงสาธารณสุข
เป็นผู้กาหนด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไม่ได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด จึงทาให้การถ่ายโอน
มจี านวนนอ้ ยมาก
๕. ประการสาคัญ คือ นโยบายรัฐบาลทุกรัฐบาลท่ีผ่านมาไม่ได้ให้ความสาคัญในเรื่อง
กระจายอานาจอย่างจริงจัง ทาให้ภารกิจงานที่ส่วนราชการถ่ายโอนให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน มีเพียงการถ่ายโอนเฉพาะงานให้เท่าน้ัน ส่วนในเร่ืองงบประมาณและบุคลากร
ไม่มีการสนับสนุนให้ทั้งสิ้น ดังน้ัน เม่ือเกิดปัญหาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจึงได้รับ
การรอ้ งเรียน เนือ่ งจากประชาชนได้รบั ความเดือดรอ้ น
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ด้านนโยบาย
ควรแต่งต้ังคณะกรรมการข้ึนชุดหน่ึง เพื่อรับผิดชอบในการติดตามและเร่งรัด
การถ่ายโอนภารกิจน้ีอย่างจริงจัง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข
คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน เพ่ือกาหนดแผนการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลให้แก่
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ตามประเภทและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ท้งั นี้
ให้มกี ารกาหนดระยะเวลาวา่ จะดาเนนิ การแลว้ เสรจ็ ภายในกป่ี ี
ฎ
๒. ด้านกระบวนการถ่ายโอน
๒.๑ ควรกาหนดแนวทางกระตุ้นให้ผู้บริหารท้องถ่ินเกิดความเข้าใจและ
เห็นความสาคญั ในการรับภารกจิ การถา่ ยโอน รพ.สต.
๒.๒ ควรปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินความพร้อมในการถ่ายโอนของ
รพ.สต. และเตรียมความพรอ้ มใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
๒.๓ ควรกาหนดให้ภารกิจการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพในระดับปฐมภูมิ
ในพ้ืนท่ีเป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตาบล และเทศบาล ส่วนองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดให้ดาเนินการที่นอกเหนือจากระดับปฐมภูมิ และให้มีหน้าที่สนับสนุนภารกิจ
ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ระดบั ปฐมภมู ไิ ด้ดว้ ย
ทั้งนี้ หากองค์การบริหารส่วนตาบล และเทศบาล ไม่มีศักยภาพ และไม่มีความพร้อม
ให้องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั รบั ถ่ายโอนโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตาบลมาดาเนนิ การได้
๓. ดา้ นการบรหิ ารงาน
3.1 ควรแต่งตงั้ คณะกรรมการบริหาร รพ.สต. ประกอบดว้ ย ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาค
ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมกาหนดแผนงาน/โครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพื่อให้
เกิดการมสี ่วนรว่ มและประสิทธิภาพในการปฏบิ ัตงิ าน
3.2 ควรแก้ไขระเบียบว่าด้วยการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยสามารถที่จะรับบริการ
จากสถานบริการสาธารณสขุ ทุกแห่งได้
3.3 ควรปรับปรุงค่าใช้จ่ายต่อคนท่ี สปสช. กาหนดไว้เดิม ๓,๘๕๓ บาทต่อคน
ซึ่งในจานวนนี้กาหนดไว้ให้เป็นเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพตาบล จานวน ๔๕ บาทต่อคน
ซ่งึ ไม่พอเพียง จงึ เหน็ ควรให้เพม่ิ ข้นึ
๔. ดา้ นบริหารงานบุคคล
4.๑ เมื่อถ่ายโอนภารกจิ รพ.สต. ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ แล้ว แม้บคุ ลากร
ของกระทรวงสาธารณสุขไม่ยินยอมท่ีจะโอนย้ายตามภารกิจ แต่ตาแหน่งและงบประมาณ
ของบุคลากรคนนั้นจะต้องโอนมาอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ท่ีรับถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต.
ท้ังนี้ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสามารถสรรหาบุคลากรมาทดแทนในตาแหน่งที่ว่าง
ในมาตรฐานเดยี วกันได้
4.๒ ควรให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถ่ิน กาหนด
มาตรฐานตาแหน่งและความก้าวหน้าของวิชาชีพแก่บุคลากรที่ถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ
๕. ดา้ นกฎหมายและระเบยี บ
5.๑ ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และระเบียบการปฏิบัติงานสาหรับ รพ.สต.
ให้ชัดเจน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสามารถดาเนินตามภารกิจท่ีได้รับการถ่ายโอน
รวมท้งั สามารถจ้างบคุ ลากรทางการแพทย์มารักษาทัง้ ในและนอกเวลาราชการได้
ฏ
5.๒ ควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
สามารถจัดสรรงบประมาณเป็นทุนการศึกษาสร้างบุคลากรทางการแพทย์ ให้แก่เด็กในพ้ืนท่ี
เพอื่ จะได้กลับมาเป็นบคุ ลากรทางการแพทยใ์ นพ้นื ทข่ี องตนเอง
๖. ด้านพัฒนาการให้บรกิ าร
6.๑ ควรกาหนดให้กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลวิชาการ
ด้านสาธารณสขุ ใหแ้ ก่ รพ.สต. ท่ีถ่ายโอนใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเชน่ เดยี วกบั รพ.สต.
ที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสขุ
6.๒ ควรสนับสนุนให้มีการยกระดับมาตรฐานการรักษาและให้บริการ รพ.สต.
ที่ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์
ทางการแพทย์ทีท่ นั สมัย
--------------------------------------------
ฐ
คำนำ
นับแต่พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กาหนดการกระจายอานาจด้านสุขภาพไว้ เร่ิมต้นจาก
การจัดตั้งกลไกคณะกรรมการสุขภาพระดับพ้ืนที่ขน้ึ มารองรับการถา่ ยโอนสถานบริการสุขภาพ
ซึ่งภารกิจที่จะถ่ายโอนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินน้ัน ได้แก่ ภารกิจด้านการรักษาพยาบาล
การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟ้ืนฟูสภาพ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมท่ีบริการ
เฉพาะบุคคล ครอบครัว หรอื ภารกจิ ทีด่ าเนินการในชมุ ชน ทง้ั น้ี หนว่ ยงานต่าง ๆ ของกระทรวง
สาธารณสุขต้องทาหน้าที่เป็นพ่ีเลี้ยงด้านวิชาการ ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ
มาตรฐานบรกิ าร และสร้างความพร้อมในภารกิจท่ีต้องถ่ายโอน แผนปฏิบัติการกาหนดข้นั ตอน
การกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2545 ต่อมาแผนการ
กระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติการ
กาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
ได้มีการถ่ายโอนภารกิจด้านการสาธารณสุขจากกระทรวงสาธารณสุขไปยังองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นเพิ่มเตมิ โดยเฉพาะการถ่ายโอนภารกิจสถานอี นามัย ซ่ึงพบว่ามกี ารถ่ายโอนภารกจิ
จานวนน้อยมาก ซึ่งถือว่าไม่บรรลุตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
และแผนปฏิบัติการกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถ่ิน
ที่ไดก้ าหนดไว้
ดังนั้น คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา จึงเห็นความสาคัญของปัญหา
ดังกล่าว จึงได้กาหนดให้มีการพิจารณาศึกษาการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพ่ือให้ทราบถึงสภาพปัญหาและแนวทาง
การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยได้วิเคราะห์ผลการศึกษาการดาเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อเสนอของ
คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถ่ิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งการวิเคราะห์
แบบสอบถามเก่ียวกับปัญหาและข้อเสนอแนะการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
(รพ.สต.) จากกระทรวงสาธารณสุขไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และความพึงพอใจ
ของประชาชนต่อคุณภาพการให้บริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) ภายหลัง
การถ่ายโอนภารกิจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนได้มีข้อเสนอแนะแนวทางการแกไ้ ข
ปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องนาไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
อันจะส่งผลให้เกดิ การแก้ไขปญั หาด้านสขุ ภาพของประชาชนในทอ้ งถนิ่ ต่อไป
คณะกรรมาธกิ ารการปกครองท้องถิ่น วฒุ ิสภา
ฉ
ฒ หนา้
สารบญั ก
ช
รายงานการพิจารณาศกึ ษา ฐ
บทสรุปผู้บรหิ าร ฒ
คานา ๑
สารบัญ ๑
บทท่ี 1บทนา ๓
๓
1.1 ความเปน็ มาและสภาพปัญหา ๓
1.2 วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา ๔
1.3 ขอบเขตการศึกษา ๕
1.4 วธิ กี ารดาเนนิ การศึกษา ๗
1.5 ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั 7
1.6 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ ๑8
บทที่ 2 เอกสาร และงานวชิ าการท่ีเกยี่ วขอ้ ง
2.1 สรปุ สาระสาคญั ของกฎหมายทเี่ กี่ยวขอ้ ง ๒1
2.2 ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 ๒3
๒.๓ แผนแมบ่ ทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒4
๒๗
ประเดน็ การเสรมิ สรา้ งให้คนไทยมสี ขุ ภาวะทด่ี ี ๒7
๒.๔ แผนการปฏริ ูปประเทศ ๒8
2.๕ นโยบายรฐั บาล (พลเอก ประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรี) ๒8
บทที่ 3 วธิ กี ารพิจารณาศกึ ษา ๒8
๓.๑ ขัน้ ตอนการดาเนนิ การ 30
๓.๒ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 30
๓.๓ การวเิ คราะห์ข้อมูล
๓.๔ ข้อมลู ปฐมภูมิ ๓๓
๓.๕ ข้อมลู ทตุ ยิ ภมู ิ
๓.๖ แบบสอบถาม ๓3
บทที่ 4 ผลการศกึ ษารายงานและวเิ คราะหข์ ้อมูล
๔.๑ การวเิ คราะหก์ ารดาเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสรมิ
สุขภาพตาบล (รพ.สต.) ใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
จากการเชิญหนว่ ยงาน/บคุ คลที่เกีย่ วขอ้ งมาใหข้ ้อมลู ขอ้ เทจ็ จรงิ
และการศกึ ษาดงู าน
ณ
สารบญั (ตอ่ ) หนา้
๔.๒ การวเิ คราะห์การดาเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพ ๓๖
ตาบล (รพ.สต.) ใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ตามข้อเสนอแนะ ๔๓
ของคณะกรรมาธกิ ารการปกครองทอ้ งถนิ่ สภานติ บิ ญั ญัตแิ หง่ ชาติ
๔3
บทท่ี ๕ สรุปผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถาม
5.1 การวิเคราะหแ์ บบสอบถาม เรื่อง ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ 49
การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบล (รพ.สต.) ๕๑
๕.๒ การวเิ คราะหแ์ บบสอบถาม เรือ่ ง ความพงึ พอใจของประชาชนตอ่ คุณภาพ 51
การให้บรกิ ารโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบล (รพ.สต) ภายหลงั ๕๓
การถ่ายโอนภารกจิ สอู่ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
54
บทท่ี 6 บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ 5๖
6.1 สรุปผลรายงานการศึกษา
6.2 ปัญหาอุปสรรคท่ีส่งผลใหก้ ารถา่ ยโอนภารกจิ โรงพยาบาลส่งเสรมิ ๕๙
สขุ ภาพตาบล (รพ.สต.) ไมบ่ รรลุผลสาเรจ็ ๖๑
๖.๓ ขอ้ เสนอแนะ 63
๖.๔ ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ของทีป่ ระชุมวุฒสิ ภา ในคราวประชมุ วฒุ สิ ภา
ครงั้ ที่ ๘ (สมยั สามญั ประจาปีครงั้ ทส่ี อง) ๗๑
วนั องั คารท่ี ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เพอื่ พิจารณารายงาน ๘๓
การพิจารณาศึกษา เรอื่ ง การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลสง่ เสรมิ
สขุ ภาพตาบล (รพ.สต.) ใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ผนวก ก รายชื่อสถานอี นามยั /โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบล (รพ.สต.)
ทถี่ า่ ยโอนใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ผนวก ข ตวั อยา่ งแบบสอบถามความคดิ เหน็
ผนวก ค ภาพกจิ กรรม
บทที่ 1
บทนำ
๑.๑ ควำมเป็นมำและสภำพปญั หำ
ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบำยกำรกระจำยอำนำจสู่ท้องถิ่นในทุกภำคส่วน นับตั้งแต่
มีกำรประกำศใช้รฐั ธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช 2540 และพระรำชบัญญัติ
กำหนดแผนและขัน้ ตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่ท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ได้ใช้บังคับ ทำให้เริ่ม
มีกำรกระจำยอำนำจด้ำนสำธำรณสุข โดยมำตรำ 16 (19) มำตรำ 17 (19) และมำตรำ 18
บัญญัติให้เทศบำล เมืองพัทยำ องค์กำรบริหำรส่วนตำบล (อบต.) องค์กำรบริหำรส่วนจงั หวัด
(อบจ.) และกรุงเทพมหำนคร (กทม.) มีอำนำจและหน้ำที่ในด้ำนกำรสำธำรณสุข กำรอนำมัย
ครอบครัว กำรรักษำพยำบำล กำรจัดให้มีโรงพยำบำล กำรป้องกันและควบคุมโรคตดิ ต่อ
และแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๔๓
และแผนปฏิบัติกำรกำหนดขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
(ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้กระทรวงสำธำรณสุขถ่ำยโอนภำรกิจกำรสำธำรณสขุ
กำรส่งเสริมสุขภำพ กำรวำงแผนครอบครัว กำรเฝ้ำระวังและพัฒนำอนำมัย งำนโภชนำกำร
และงำนสุขำภิบำล ให้แก่คณะกรรมกำรสุขภำพระดับพื้นที่ (กสพ.) และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น แต่กำรถ่ำยโอนภำรกิจด้ำนสำธำรณสุขมีควำมคืบหน้ำไประดับหนึ่ง เนื่องจำก
ไม่สำมำรถผลักดันกำรจัดต้งั คณะกรรมกำรสขุ ภำพระดบั พนื้ ที่ขน้ึ มำรบั กำรถ่ำยโอน ประกอบกบั
มีนโยบำยเร่งด่วนในเรือ่ งกำรปฏิรูประบบสุขภำพตำมนโยบำยหลักประกันสุขภำพถ้วนหน้ำ
และกำรปฏิรูประบบรำชกำรตำมพระรำชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
ต่อมำแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติกำร
กำหนดขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
ได้มีกำรถ่ำยโอนภำรกิจด้ำนกำรสำธำรณสุขจำกกระทรวงสำธำรณสุขไปยังองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติม โดยเฉพำะกำรถ่ำยโอนภำรกิจสถำนีอนำมัย เม่ือผ่ำนเกณฑ์หรือ
วิธีกำรประเมินควำมพร้อมตำมที่กระทรวงสำธำรณสุขกำหนด โดยควำมเห็นชอบจำก
คณะกรรมกำรกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ซ่ึงในระยะแรก
กระทรวงสำธำรณสขุ เรม่ิ ถ่ำยโอนสถำนอี นำมยั ตำมโครงกำรนำรอ่ งจำนวน 22 แห่ง ให้เทศบำล
และองค์กำรบริหำรส่วนตำบลท่ีได้รับรำงวัลกำรบริหำรจัดกำรที่ดี ปี พ.ศ. 2548 หรือ
พ.ศ. 2549 และได้เข้ำร่วมกำรจัดต้ังกองทุนสุขภำพชุมชนกับสำนักงำนหลักประกันสุขภำพ
แห่งชำติ (สปสช.) และต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมินควำมพร้อมตำมที่กำหนด และมีกำรทยอย
กำรถ่ำยโอนมำอย่ำงต่อเนื่อง ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปี พ.ศ. 2563 รวมจำนวน ๗๐ แห่ง
(ในระหว่ำงน้ันกระทรวงสำธำรณสุขได้เปลี่ยนช่ือสถำนีอนำมัยเป็นโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพ
ตำบล (รพ.สต.)) ดงั น้ี
-๒-
ปี พ.ศ. 2551 ถำ่ ยโอนสถำนีอนำมัย จำนวน 28 แหง่
ปี พ.ศ. 2555 ถ่ำยโอน รพ.สต. จำนวน 11 แห่ง สำธำรณสุขชุมชน จำนวน 5 แห่ง
และสขุ ศำลำจำนวน 2 แหง่ รวมจำนวน 18 แห่ง
ปี พ.ศ. 2557 ถ่ำยโอน รพ.สต. จำนวน 4 แหง่
ปี พ.ศ. 2559 ถ่ำยโอน รพ.สต. จำนวน 1 แห่ง
ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ถ่ำยโอน รพ.สต. จำนวน ๖ แหง่
ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ถ่ำยโอน รพ.สต. จำนวน ๑๓ แห่ง
ปัจจุบันมี รพ.สต. ทั่วประเทศ รวมท้ังส้ิน 9,787 แห่ง แต่กำรถ่ำยโอน รพ.สต. ให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียง ๗๐ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๐.๗๑ ซ่ึงเป็นจำนวนท่ีน้อยมำก
เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล (รพ.สต.) ท้ังหมด ซ่ึงถือว่ำ
ไม่บรรลุตำมแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และแผนปฏิบัติกำร
กำหนดแผนและขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยปัญหำและอุปสรรคท่ีสำคัญ คือ แนวนโยบำยของกระทรวงสำธำรณสุข
ที่จะถ่ำยโอน รพ.สต. ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ชัดเจน หลักเกณฑ์กำรประเมิน
ควำมพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะได้รับกำรถ่ำยโอนมีควำมยำกและซับซ้อน
ไม่มีกำรสร้ำงกำรรับรู้ ควำมเข้ำใจ และควำมพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
คณะอนุกรรมกำรประเมินควำมพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มีองค์ประกอบ
จำกผู้แทนกระทรวงสำธำรณสุข จำนวน 3 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน และผู้แทนองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน จำนวน 3 คน โดยผู้ทรงคุณวุฒิมำจำกกำรแต่งต้ังจำกทำงกระทรวง
สำธำรณสุข อำจสง่ ผลต่อองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ทจี่ ะผำ่ นกำรประเมนิ ควำมพร้อม บคุ ลำกร
ของ รพ.สต. ไม่สมัครใจถ่ำยโอน กำรขำดแคลนบุคลำกรตำมกรอบอัตรำที่กำหนด
ไม่มีควำมก้ำวหน้ำในวิชำชีพ บุคลำกรไม่ได้รับกำรพัฒนำหรือฝึกอบรมด้ำนกำรสำธำรณสุข
จำกกระทรวงสำธำรณสุข ภำระดำ้ นงบประมำณขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ ท่จี ะตอ้ งใชจ้ ่ำย
เพ่ือกำรสรรหำบุคลำกร งบประมำณที่ไม่เพียงพอในกำรบริหำรงำน รพ.สต. ระเบียบที่รองรับ
กำรใช้จ่ำยเงินและกำรรับเงินสนับสนุนที่ รพ.สต. ควรได้รับแนวทำงปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อรองรับ
ระบบประกนั สขุ ภำพแห่งชำติ และกำรเป็นหน่วยบริกำรสขุ ภำพปฐมภูมิ
-๓-
๑.๒ วตั ถุประสงค์ของกำรศึกษำ
๑.๒.๑ เพื่อศึกษำปัญหำและอุปสรรคที่ทำให้กำรถ่ำยโอนภำรกิจ รพ.สต. จำกกระทรวง
สำธำรณสุขไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ยังไม่เป็นไปตำมแผนและขั้นตอนกำรกระจำย
อำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
๑.๒.๒ เพ่อื ศึกษำรูปแบบและแนวทำงกำรบรหิ ำรจดั กำรของหน่วยงำนในกำรดแู ลสขุ ภำพ
ระดับปฐมภูมใิ นพื้นทท่ี ่ีจะอำนวยประโยชนใ์ ห้กบั ประชำชน
๑.๒.๓ เพื่อหำแนวทำงข้อเสนอต่อกำรแก้ไขปัญหำกำรถ่ำยโอนภำรกิจ รพ.สต.
จำกกระทรวงสำธำรณสุขไปสงั กัดองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
๑.๓ ขอบเขตกำรศึกษำ
๑.๓.๑ ศึกษำวิเครำะห์ผลกำรศึกษำจำกรำยงำนผลกำรพิจำรณำศึกษำ เรื่อง กำรถ่ำยโอน
ภำรกิจโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ
คณะกรรมำธิกำรกำรปกครองท้องถ่ิน สภำนิติบัญญัติแห่งชำติ และข้อมูลของหน่วยงำน
ทเ่ี กี่ยวข้อง เพือ่ รบั ทรำบปญั หำอุปสรรคจำกกำรดำเนนิ กำรแล้ว และเหตุยังไม่บรรลผุ ลสำเรจ็
๑.๓.๒ ศึกษำข้อมูลกฎหมำย ระเบียบท่ีเก่ียวข้องกับกำรให้บริกำรด้ำนสำธำรณสุข
กำรรับฟังควำมคิดเห็นจำกหน่วยงำนที่เก่ียวข้อง เพ่ือหำรูปแบบและแนวทำงกำรจัดบริกำร
สขุ ภำพปฐมภูมทิ ปี่ ระชำชนจะไดร้ บั บริกำรอยำ่ งทว่ั ถงึ และเป็นธรรม
๑.๓.๓ ศึกษำกำรถ่ำยโอนภำรกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในแผน
กำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และแผนปฏิบัติกำรกำหนดข้ันตอน
กำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๑) และ (ฉบับที่ ๒) ว่ำ
กำรดำเนินกำรท่ีผ่ำนมำประสบกับปัญหำอุปสรรค และเหตทุ ่ียังไม่สำมำรถดำเนินกำรให้เป็นไป
ต ำ ม แ ผ น แ ล ะ ขั้ น ต อน ก ำ ร ก ร ะ จ ำย อำ น ำจ ให้ แ ก่ อง ค์ ก ร ป ก ค ร อง ส่ว น ท้อง ถ่ิ น ก ำห น ด ไ ว้
เพอ่ื หำแนวทำงแกไ้ ขปัญหำกำรถำ่ ยโอนภำรกิจดงั กลำ่ ว
๑.๔ วธิ ีกำรดำเนนิ กำรศกึ ษำ
ศึกษำกำรถ่ำยโอนภำรกิจโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน โดยดำเนินกำรศึกษำ ดงั นี้
๑.๔.๑ กฎหมำย และเอกสำรวชิ ำกำรทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ดงั นี้
๑.๔.๑.๑ รฐั ธรรมนูญแหง่ รำชอำณำจกั รไทย พทุ ธศักรำช ๒๕๖๐
๑.๔.๑.๒ พระรำชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
- แผนกำรกระจำยอำนำจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ (ฉบบั ที่ ๑)
พ.ศ. ๒๕๔๓ และแผนปฏิบัติกำรกำหนดข้ันตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่ิน (ฉบับท่ี ๑) พ.ศ. ๒๕๔๕
-๔-
- แผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2551 และแผนปฏิบัติกำรกำหนดขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ (ฉบบั ที่ 2)
๑.๔.๑.๓ พระรำชบัญญัติหลักประกันสขุ ภำพแหง่ ชำติ พ.ศ. ๒๕๔๕
๑.๔.๑.๔ พระรำชบญั ญัตริ ะบบสขุ ภำพปฐมภมู ิ พ.ศ. 2562
๑.๔.๑.๕ ร่ำงแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. .... และร่ำงแผนปฏิบัติกำรกำหนดข้ันตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิน่ (ฉบับที่ ๓)
๑.๔.๑.๖ ระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตประชำชน
ระดับพน้ื ท่ี พ.ศ. ๒๕๖๑
๑.๔.๑.๗ ยทุ ธศำสตรช์ ำติ ๒๐ ปี พ.ศ. 2561 - 2580
๑.๔.๑.๘ แผนกำรปฏริ ูปประเทศด้ำนกำรบริหำรรำชกำรแผน่ ดนิ
๑.๔.๑.๙ นโยบำยรัฐบำล (พลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชำ นำยกรฐั มนตร)ี
๑.๔.๑.๑๐ นโยบำยคณะกรรมกำรกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถิ่น
๑.๔.๑.๑๑ คูม่ ือปฏิบัติงำนกองทุนหลกั ประกันสุขภำพในระดบั ท้องถน่ิ หรอื พนื้ ท่ี
๑.๔.๒ วิเครำะห์จำกผลกำรดำเนนิ กำรถ่ำยโอนภำรกิจโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล
(รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมำธิกำรกำรปกครองท้องถ่ิน
สภำนิติบัญญตั ิแห่งชำติ
๑.๔.๓ วิเครำะห์ประเด็นจำกกำรเชิญส่วนรำชกำรที่เก่ียวขอ้ งกับกำรดำเนินกำรถ่ำยโอน
ภำรกิจ รพ.สต. ให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นมำใหข้ อ้ มลู
๑.๔.๔ ศึกษำจำกกำรสอบถำมผู้บริหำรท้องถิ่น/พนักงำนส่วนท้องถ่ิน/ประชำชน
ในประเดน็ ปัญหำและขอ้ เสนอแนะกำรดำเนนิ กำรถำ่ ยโอนภำรกจิ รพ.สต. ให้แกอ่ งค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่นิ
๑.๕ ประโยชนท์ ค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั
ศึกษำกำรถ่ำยโอนภำรกิจโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ตำมแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และแผนปฏบิ ัติกำรกำหนดขน้ั ตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน (ฉบบั ท่ี ๑)
และ (ฉบบั ท่ี ๒) คำดวำ่ จะไดป้ ระโยชน์ในประเดน็ ดังน้ี
๑.๕.๑ ได้แนวกำรดำเนินกำรถ่ำยโอนภำรกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ตำมร่ำงแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ....
และร่ำงแผนปฏิบัติกำรกำหนดขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
(ฉบับท่ี ๓)
-๕-
๑.๕.๒ ได้รับรู้ถึงสำเหตุท่ีทำให้กำรถ่ำยโอนภำรกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ยังไม่เป็นไปตำมแผนและขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ
๑.๕.๓ ได้ข้อเสนอแนะต่อกำรแก้ไขปัญหำกำรถ่ำยโอนภำรกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น
๑.๖ นยิ ำมศพั ท์เฉพำะ
กำรถ่ำยโอนภำรกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมำยถึง กำรถ่ำยโอนภำรกิจ
สถำนีอนำมัย รพ.สต. สำธำรณสุขชุมชน และสุขศำลำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตำมแผนกำรกระจำยอำนำจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนปฏิบัติกำรกำหนด
ขน้ั ตอนกำรกระจำยอำนำจใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
ฉ
บทท่ี ๒
กฎหมาย และเอกสารทเี่ กย่ี วข้อง
๒.๑ สรุปสาระสาคญั ของกฎหมายที่เกย่ี วขอ้ ง
๒.๑.๑ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐
รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560 หมวด ๓ สิทธิเสรีภาพของ
ปวงชนชาวไทย มาตรา ๔๗ หมวด ๕ หน้าท่ีของรัฐ มาตรา ๕๕ และหมวด ๑๔ การปกครอง
สว่ นทอ้ งถิน่ มาตรา ๒๕๐ ได้กาหนดสาระสาคัญไว้ดังนี้
มาตรา ๔๗ บคุ คลยอ่ มมีสิทธิได้รบั บรกิ ารสาธารณสุขของรฐั
บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมสี ิทธไิ ด้รับบริการสาธารณสุขของรฐั โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามท่ี
กฎหมายบญั ญัติ
บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสีย
ค่าใชจ้ า่ ย
มาตรา ๕๕ รัฐต้องดาเนินการให้ประชาชนได้รับบริ การสาธารณสุขที่มี
ประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ
และการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทย
ให้เกดิ ประโยชน์สูงสุด
บริการสาธารณสุขตามวรรคหน่ึง ต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม
และป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟ้นื ฟูสุขภาพด้วย
รัฐต้องพฒั นาการบริการสาธารณสขุ ใหม้ คี ุณภาพและมีมาตรฐานสูงขนึ้ อย่างต่อเน่ือง
มาตรา ๒๕๐ องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ มหี น้าทีแ่ ละอานาจดูแลและจดั ทาบริการ
สาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ตามหลักการพัฒนา
อย่างยั่งยืน รวมท้ังส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนในพื้นท่ี ท้ังนี้ ตามที่
กฎหมายบญั ญตั ิ
การจัดทาบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควรให้เป็นหน้าท่ีและ
อานาจโดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินเป็นหน่วยงานหลักในการดาเนินการใด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งต้อง
สอดคล้องกบั รายได้ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ ตามวรรคส่ี และกฎหมายดงั กล่าวอยา่ งน้อย
ต้องมีบทบัญญัติเก่ียวกับกลไกและข้ันตอนในการกระจายหน้าที่และอานาจ ตลอดจน
งบประมาณและบุคลากรที่เก่ียวกับหน้าท่ีและอานาจดังกล่าวของส่วนราชการให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ด้วย
ในการจัดทาบริการสาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะใดท่ีเป็นหน้าท่ีและอานาจ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ถ้าการร่วมดาเนินการกับเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐหรือ
การมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดาเนินการ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน
-๘ -
ในท้องถ่ินมากกว่าการท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจะดาเนินการเอง องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิน่ จะร่วมหรอื มอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดาเนนิ การนั้นกไ็ ด้
รัฐต้องดาเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ของตนเองโดยจัดระบบ
ภาษีหรือการจัดสรรภาษีที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการหารายได้ขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ท้ังนี้ เพ่ือให้สามารถดาเนนิ การตามวรรคหน่งึ ไดอ้ ย่างพอเพียง ในระหว่าง
ที่ยังไม่อาจดาเนินการได้ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ไปพลางก่อน
กฎหมายตามวรรคหน่ึงและกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนท้องถ่ิน
ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหาร การจัดทาบริการสาธารณะ
การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา การเงินและการคลัง และการกากับดูแลองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นซ่ึงต้องทาเพียงเท่าท่ีจาเป็นเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน
ในท้องถ่ินหรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม การป้องกันการทุจริต และการใช้จ่ายเงิน
อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคานึงถึงความเหมาะสมและความแตกต่างขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่นิ แต่ละรูปแบบ และต้องมีบทบญั ญตั เิ กีย่ วกับการป้องกนั การขัดกนั แห่งผลประโยชน์
และการปอ้ งกันการกา้ วกา่ ยการปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ของขา้ ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ ดว้ ย1
๒.๑.๒ พระราชบัญญัติกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ พ.ศ. 2542
พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 หมวด ๔ แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา 30 มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา 34 ได้กาหนดสาระสาคญั ไวด้ งั นี้
มาตรา ๓๐ แผนการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ใหด้ าเนนิ การ
ดังน้ี
(1) ให้ดาเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ การให้บริการสาธารณะที่รัฐดาเนินการอยู่ในวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคบั แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ภายในกาหนดเวลา ดังนี้
(ก) ภารกิจที่เป็นการดาเนนิ การซ้าซอ้ นระหวา่ งรฐั และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
หรอื ภารกิจท่รี ฐั จัดใหบ้ รกิ ารในเขตขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น ใหด้ าเนนิ การให้เสรจ็ สิ้นภายในสป่ี ี
(ข) ภารกจิ ที่รัฐจดั ใหบ้ รกิ ารในเขตขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นและกระทบ
ถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ อื่น ใหด้ าเนินการให้เสรจ็ ส้นิ ภายในสปี่ ี
(ค) ภารกิจที่เป็นการดาเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ให้ดาเนินการให้เสร็จส้ิน
ภายในสีป่ ี
1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, มาตรา ๔๗ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๒๕๐, ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก (6 เมษายน 2560): ๑๒ – ๑๓, ๑๕, 74 - 75.
-๙ -
(2) กาหนดขอบเขตความรับผิดชอบในการให้บริการสาธารณะของรัฐและของ
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ และระหวา่ งองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ดว้ ยกนั เองตามอานาจและ
หน้าท่ีที่กาหนดไวใ้ นพระราชบัญญตั ิน้ีใหช้ ดั เจน โดยในระยะแรกอาจกาหนดภารกิจขององคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถิ่นให้แตกต่างกันได้ โดยให้เป็นไปตามความพร้อมขององค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่นิ แตล่ ะแห่ง ซึง่ ตอ้ งพิจารณาจากรายได้และบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินน้ัน
จานวนประชากร ค่าใช่จ่ายในการดาเนินงาน ตลอดจนคุณภาพในการให้บริการท่ีประชาชน
จะไดร้ ับ ท้ังน้ี ต้องไม่เกนิ ระยะเวลาสิบปี
(3) กาหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้รัฐทาหน้าที่ประสานความร่วมมือและ
ช่วยเหลือการดาเนนิ งานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ ใหม้ ีประสิทธิภาพ
(4) กาหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายได้อื่นให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินเพ่ือให้สอดคล้องกับการดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ีขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550
เป็นต้นไป ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาล
ไม่น้อยกว่าร้อยละย่ีสิบห้า และโดยมีจุดมุ่งหมายท่ีจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีรายได้
เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบห้า โดยการ
จัดสรรสัดส่วนที่เป็นธรรมแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และคานึงถึงรายได้ขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ น้ันด้วย
การเพิ่มสัดส่วนรายไดข้ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ ต่อรายได้สุทธขิ องรฐั บาล
ตามวรรคหนึ่งให้เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาท่ีเหมาะสมแก่การพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สามารถดาเนินกิจการบริการสาธารณะได้ด้วยตนเอง และให้เป็นไปตามภารกิจท่ีถ่ายโอนให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีถ่ายโอนเพ่ิมข้ึนภายหลังปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้ต้องมีจานวนไม่น้อยกว่าเงินอุดหนุ น
ที่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ไดร้ บั การจดั สรรในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙
(๕) การจัดต้ังงบประมาณรายจ่ายประจาปีในส่วนท่ีเกี่ยวกับการบริการสาธารณะ
ในเขตองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ให้รฐั จดั สรรเงนิ อุดหนนุ ให้เป็นไปตามความจาเปน็ และความ
ตอ้ งการขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ นั้น
มาตรา ๓๒ ให้คณะกรรมการดาเนินการจัดทาแผนปฏิบัติการเพื่อกาหนดขน้ั ตอน
การกระจายอานาจตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ โดยอย่างนอ้ ย
ตอ้ งมีสาระสาคัญดังต่อไปน้ี
(1) กาหนดรายละเอียดของอานาจหน้าท่ีในการให้บริการสาธารณะที่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละรูปแบบจะต้องกระทา โดยในกรณีใดเป็นอานาจและหน้าท่ี
ท่ีเกี่ยวข้องกับการดาเนินการของรัฐหรือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ด้วยกัน ให้กาหนด
แนวทาง วิธปี ฏิบตั ิ เพ่ือประสานการดาเนนิ การใหเ้ กิดประโยชน์แกส่ ว่ นรวม
- ๑๐ -
(2) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีดาเนินการในการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากร
ให้เพียงพอแก่การดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ีที่กาหนดให้เป็นอานาจและหน้าที่ของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้ังน้ี โดยต้องคานึงถึงภาระหน้าท่ีของรัฐในการให้บริการสาธารณะ
เป็นส่วนรวมดว้ ย
(3) รายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายที่จาเป็น
เพอ่ื ดาเนินการตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
(4) จัดระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกาหนด
นโยบายและมาตรการการกระจายบุคลากรจากราชการ ส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค
ไปสู่ส่วนท้องถิ่น โดยการสร้างระบบการถ่ายเทกาลังคนสู่ท้องถิ่น และสร้างระบบความ
ก้าวหน้าสายอาชีพท่ีเหมาะสม
มาตรา ๓๓ เมื่อคณะกรรมการจัดทาแผนปฏิบัติการตามมาตรา ๓๒ แล้ว
ให้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ แลว้ รายงานตอ่ รัฐสภาเพ่อื ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ใชบ้ ังคับต่อไป
แผนปฏิบัติการท่ีประกาศใช้บังคับตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐ
ทีเ่ กี่ยวขอ้ งต้องดาเนินการตามแผนปฏิบัตกิ ารนนั้
ในกรณีท่ีสภาพการณ์เปล่ียนแปลงไปในระหว่างท่ีแผนปฏิบัติการใช้บังคับ
คณะกรรมการอาจดาเนนิ การปรบั ปรงุ แผนปฏิบัตกิ ารใหเ้ หมาะสมกับสภาพการณน์ นั้ ได้
ให้คณะกรรมการการมีหน้าท่ีติดตามผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการและ
รายงานใหค้ ณะรฐั มนตรีทราบทุกปี ในกรณีท่มี ปี ัญหาอปุ สรรคไม่อาจดาเนนิ การตามแผนปฏิบัติการ
ได้ ใหค้ ณะกรรมการรายงานใหค้ ณะรฐั มนตรที ราบปัญหาและอปุ สรรค และแนวทางแก้ไขด้วย
มาตรา ๓๔ ให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนการกาหนดอานาจและหน้าที่
และการจัดสรรรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายหลังที่ได้ดาเนินการตามแผน
การกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว โดยต้องพิจารณาทบทวนใหม่
ทุกระยะเวลาไม่เกนิ หา้ ปีนับแต่วนั ที่มีการกาหนดอานาจและหนา้ ท่ีหรอื วนั ทีม่ ีการจัดสรรรายได้
ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของการกาหนดอานาจและหน้าท่ีและการจัดสรรรายได้
เพ่ือกระจายอานาจเพิ่มขน้ึ ให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ 2
๒.๑.๒.๑ แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี ๑)
พ.ศ. ๒๕๔๓ และแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน (ฉบบั ที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๔๕
กาหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จานวน 245 ภารกิจ จากส่วนราชการ จานวน 50 กรม 11 กระทรวง แผนปฏิบตั กิ ารกาหนด
ข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฉบับน้ี ได้กาหนดประเภทภารกิจ
2 พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542, มาตรา 30,
มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา 34, ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๑๔ ก (๑๗ พฤศจิกายน 25๔๒): ๑4 - ๑๖
- ๑๑ -
ทีจ่ ะถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ไว้ 6 ด้าน ได้แก่ ดา้ นท่ี 1 ดา้ นโครงสรา้ งพื้นฐาน
ด้านที่ 2 ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านท่ี 3 ด้านการจัดระเบียบชุมชน/สังคม และการรักษา
ความสงบเรียบร้อย ด้านท่ี 4 ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและ
การท่องเท่ยี ว ด้านที่ 5 ด้านการบรหิ ารจัดการและการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
และด้านที่ 6 ด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกาหนด
การถ่ายโอนภารกิจการสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรค
ของกระทรวงสาธารณสขุ ไว้ในด้านท่ี ๒ ด้านงานสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ิต ดงั น้ี
๑) กรมสุขภาพจิต ถ่ายโอนภารกิจให้แก่กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา
และคณะกรรมการสุขภาพระดับพ้ืนท่ี (กสพ.) ในการส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหา
สุขภาพจติ ในกลุ่มเป้าหมาย
๒) กรมควบคุมโรค ถ่ายโอนภารกิจให้แก่คณะกรรมการสุขภาพระดับ
พน้ื ท่ี ในการพฒั นาบุคลากรและชุมชนเพอ่ื เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคตดิ ตอ่ การปฏิบัติการ
เฝ้าระวังและดาเนินการปอ้ งกันและควบคุมโรคติดตอ่ ในท้องถิ่น การวินิจฉัยและรกั ษาพยาบาล
เบอื้ งต้น การสนบั สนุนเงนิ อดุ หนนุ ในการสงเคราะห์ผปู้ ่วยโรคเร้อื น
๓) สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถ่ายโอนภารกิจให้แก่
กรุงเทพมหานคร เมอื งพทั ยา และคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ ในการผลิตสอ่ื หรอื เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารและยา การเสริมสร้างศักยภาพผู้บริโภคและเรียกร้อง
สิทธิอันชอบธรรม การสร้างและขยายเครือข่ายการมีส่วนร่วมในงานคุ้มครองผู้บริโภค
และตรวจสอบติดตามคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคด้านผลิตภณั ฑ์อาหาร ยา เครื่องมอื แพทย์ เครื่องสาอาง
และวตั ถุอันตรายในสถานทท่ี ่ีจาหน่ายตามท่ีระบุในพระราชบัญญัติแต่ละประเภท
๔) กรมการแพทย์ ถ่ายโอนภารกิจให้แก่กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา
และคณะกรรมการสุขภาพระดบั พน้ื ที่ งานบริการสาธารณสุขเขต กรุงเทพมหานคร/ปริมณฑล/
เขตเมือง (โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิศสิน โรงพยาบาลนพรัตน์ โรงพยาบาลเมตตา
ประชารกั ษ์ โรงพยาบาลสงฆ์ และสถาบนั สุขภาพเดก็ )
๕) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ่ายโอนภารกิจให้แก่คณะกรรมการ
สขุ ภาพระดบั พื้นที่ในการบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏบิ ัติการ
๖) สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถ่ายโอนภารกิจให้แก่
คณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นท่ีในการก่อสร้างสถานบริการใหม่เพิ่มเติม การซ่อมแซม
โครงการประกนั สขุ ภาพเพ่ือดาเนินการตามนโยบายหลักประกนั สขุ ภาพถ้วนหนา้ การสนับสนุน
เงินอุดหนุนเพ่อื การพฒั นาพฤติกรรมสขุ ภาพ
๗) กรมอนามยั ถ่ายโอนภารกิจใหแ้ กค่ ณะกรรมการสุขภาพระดับพนื้ ที่
ในการแก้ไขปัญหาเด็กน้าหนักต่ากว่าเกณฑ์ ส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยเรียนและเยาวชน กลุ่มวัย
ทางาน กลุ่มผู้สูงอายุ ทันตสาธารณสุข งานโภชนาการ การวางแผนครอบครัวและพัฒนา
ประชากร งานส่งเสริมการออกกาลังกายเพื่อสุขภาพ สนับสนุนเงินอุดหนุนภาคเอกชน
- ๑๒ -
ท่ีให้บริการทาหมัน งานเฝ้าระวังและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม งานสุขาภิบาลส่ิงแวดล้อม
งานสุขาภิบาลอาหาร งานพัฒนาอาชีวอนามัยและอาชีวเวชกรรม การคุ้มครองสุขภาพ
จากมลพิษ ถ่ายโอนภารกิจทั้งคณะกรรมการสุขภาพระดับพ้ืนท่ี องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาล และองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล ในการส่งเสรมิ สขุ ภาพกล่มุ แมแ่ ละเดก็ จดั หาและพฒั นา
น้าสะอาด และถ่ายโอนภารกิจเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวดั เทศบาล และองค์การบริหาร
ส่วนตาบล ในการพัฒนาอนามัยชมุ ชนบนที่สูง และสนบั สนุนเงินอุดหนุนพเ่ี ล้ียงเด็กในศนู ย์สาธติ
เพอื่ การพัฒนาเดก็ เล็ก
๒.๑.๒.๒ แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2551 และแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่นิ (ฉบับท่ี 2)
กาหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
จานวน ๑๑๔ ภารกิจ จากส่วนราชการ จานวน ๑๗ กรม ๑๕ กระทรวง ๑ ส่วนราชการ
ที่ไม่สังกดั สานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง และ ๑ รัฐวิสาหกิจ แผนปฏิบัตกิ ารกาหนด
ขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินฉบับน้ี ได้กาหนดประเภทภารกิจ
ท่ีจะถา่ ยโอนให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ไว้ 6 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านท่ี 1 ดา้ นโครงสร้างพน้ื ฐาน
ด้านท่ี 2 ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านท่ี 3 ด้านการจัดระเบียบชุมชน/สังคม และการรักษา
ความสงบเรียบร้อย ด้านที่ 4 ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรม
และการท่องเที่ยว ด้านที่ 5 ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม และด้านท่ี 6 ด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถ่ิน
โดยกาหนดการถ่ายโอนภารกิจการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาพยาบาล
ของสานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ไว้ในด้านที่ ๒ ด้านงานส่งเสริม
คณุ ภาพชวี ิต จานวน ๒ ภารกจิ ดังนี้
๑) สถานีอนามัย ถ่ายโอนให้แก่กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั เทศบาล และองค์การบริหารสว่ นตาบล
๑.๑) ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทาหลักเกณฑ์ความพร้อมของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่จะรับถ่ายโอนสถานีอนามัย โดยกาหนดตัวช้ีวัดท่ีชัดเจน
และไม่ซบั ซอ้ น เสนอคณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ (กกถ.)
เห็นชอบ
๑.๒) กระทรวงสาธารณสุขแจ้งรายชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ท่ีมีความพร้อม และรายชื่อสถานีอนามัยท่ีจะถ่ายโอนให้คณะกรรมการการกระจายอานาจ
ใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ทราบ
๑.๓) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินปรับโครงสร้างภายในองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีส่วน/กอง รองรับภารกิจที่รับโอนและให้ผู้ท่ีถ่ายโอนยังคงตาแหน่ง
ไม่ต่ากวา่ เดิม
- ๑๓ -
๑.๔) กระทรวงสาธารณสุขถ่ายโอนสถานีอนามัย ทรัพย์สิน
งบประมาณ และบุคลากร พร้อมภารกิจด้านการเสริมสร้างสุขภาพ การป้องกันโรค การฟ้ืนฟูสภาพ
การรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีความพร้อมให้แล้วเสร็จ
ในระยะเวลาที่กาหนด
๑.๕) คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ถ่ายโอน
งบประมาณในสว่ นของสถานีอนามัยให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
๑.๖) กระทรวงสาธารณสุขจัดทาคู่มือการปฏิบัติงาน ภารกิจ
ด้านต่าง ๆ ของสถานีอนามัยให้ถูกต้องครบถ้วน และฝึกอบรมเตรียมความพร้อมให้กับองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่นิ ท่รี ับการถ่ายโอน
๑.๗) กระทรวงสาธารณสุขมีอานาจหนา้ ท่ีในการติดตามประเมินผล
การกาหนดมาตรฐานการบริการ และพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิน่ หลงั การถา่ ยโอน
๑.๘) กระทรวงสาธารณสุขติดตามประเมินผล และรายงาน
สานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ทราบ
๒) โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลท่ัวไป ถ่ายโอนให้แก่
กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล
โดยดาเนนิ การดังนี้
๒.๑) ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทาหลักเกณฑ์ และวิธีประเมิน
ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรับโอนโรงพยาบาล เสนอคณะกรรมการ
การกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ พิจารณาเห็นชอบ
๒.๒) ให้เป็นทางเลือก หากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใด
มีความพร้อมก็ให้ขอความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพ่ือขอรับการถ่ายโอน
โรงพยาบาลเมื่อสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเห็นชอบแล้ว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แจ้งความประสงค์ขอถ่ายโอนโรงพยาบาลต่อสานักงานสาธารณสขุ จังหวัด
๒.๓) ให้สานักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการประเมิน
และเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ประกอบด้วย ผู้แทนสานักงาน
สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยื่นคาร้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ
ด้านการสาธารณสขุ ตามสดั ส่วนท่กี าหนด
๒.๔) ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทาบัญชีทรัพย์สิน บุคลากร
งบประมาณ เพื่อถ่ายโอนโรงพยาบาลและบุคลากรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ท่ผี า่ นเกณฑ์การประเมนิ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาท่กี าหนด
๒.5) กระทรวงสาธารณสุขจัดทาคู่มือการปฏิบัติงาน และฝึกอบรม
เตรียมความพร้อมให้กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ทรี่ บั การถ่ายโอน
- ๑๔ -
๒.6) กระทรวงสาธารณสุขมอี านาจหนา้ ที่ในการติดตามประเมินผล
การกาหนดมาตรฐานการบริการ และพัฒนาบุคลากรในโรงพยาบาลขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นหลังการถ่ายโอน และรายงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินทราบ
๒.๑.๓ พระราชบัญญตั ิหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕
พระราชบัญญัติหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ หมวด ๕ หน่วยบริการและ
มาตรฐานบรกิ ารสาธารสขุ มาตรา ๔๗ ได้กาหนดสาระสาคญั ไว้ ดังนี้
มาตรา ๔๗ เพอื่ สร้างหลกั ประกันสขุ ภาพแห่งชาติให้กบั บคุ คลในพื้นที่ โดยส่งเสริม
กระบวนการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการของประชาชนใน
ท้องถิ่น ให้คณะกรรมการสนับสนุนและประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กาหนด
หลักเกณฑ์เพื่อให้องค์กรดังกล่าวเป็นผู้ดาเนินงานและบรหิ ารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพ
ในระดับท้องถน่ิ หรอื พื้นทีโ่ ดยให้ได้รับค่าใช้จา่ ยจากกองทนุ
๒.๑.๔ พระราชบญั ญัติระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
พระราชบัญญัติฉบับน้ีได้กาหนดสาระสาคัญเกี่ยวกับกลไกการจัดระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิท่ีมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ดูแลประชาชน
ในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมทั้งกาหนดหลักเกณฑ์การดาเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการ
สุขภาพปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม มีคุณภาพ และมาตรฐาน โดยมี
คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิทาหน้าท่ีเป็นองค์กรกากับดูแล ดาเนินการด้วยการ
มีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาชน ท้ังน้ี
เพื่อให้การบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิมีประสิทธิภาพท่ัวประเทศ และให้ประชาชน
ชาวไทยมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิที่เป็นธรรม มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน โดยมีกลไก
หลัก 6 ด้าน เพ่อื ให้เกิดบริการสุขภาพปฐมภูมทิ ีม่ คี ณุ ภาพเท่าเทยี ม และประชาชนเขา้ ถึงบรกิ าร
ได้อยา่ งทวั่ ถึง คือ
2.1.4.1 ระบบการลงทะเบียนที่มีชื่อแพทย์คู่กับประชาชน ท่ีจะทาให้ประชาชน
ชาวไทยทั่วประเทศมีแพทย์ประจาตัว หรือทีมแพทย์ประจาครอบครัวท่ีดูแลให้คาปรึกษา
ในลักษณะองค์รวมตั้งแต่แรก ต่อเน่ืองและผสมผสาน ครอบคลุมท้ังการส่งเสริมสุขภาพ
การควบคุมโรค การป้องกันโรค การตรวจวนิ ิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสขุ ภาพ
ต้ังแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะก่อนป่วย ป่วยมาก จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยมีการดูแลต่อเน่ือง
ถึงที่บ้าน
2.1.4.2 ดา้ นขอ้ มูลสารสนเทศ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ เครือขา่ ยหน่วยบริการปฐมภูมิ
และโรงพยาบาลที่ประชาชนไปรับบริการจะมีข้อมูลการวินิจฉัย การรักษา ท่ีสามารถส่งต่อ
ข้อมูลระหว่างกันได้ โดยมรี ะบบการค้มุ ครองข้อมลู ที่เคร่งครัด
- ๑๕ -
2.1.4.3 มีการวางแผนผลิตและพัฒนาบุคลากรแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
ทีมสหวชิ าชีพ และทมี ผใู้ ห้บริการ เชน่ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสขุ นกั กายภาพ ในสดั สว่ น
ท่ีเหมาะสม เพอื่ ให้เพยี งพอกบั จานวนประชากร
2.1.4.4 มกี ลไกด้านการเงนิ การคลังทส่ี นบั สนุนการบริการตามพระราชบัญญตั นิ ี้
2.1.4.5 มีกลไกส่งเสรมิ ให้ประชาชนมศี กั ยภาพและมีความรใู้ นการจัดการสุขภาพ
ของตนเอง และมีส่วนร่วมในการส่งเสริม ปรับปรุงและพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ
ใหม้ คี ณุ ภาพและมาตรฐานสงู ขึน้ ทาให้ประชาชนไดร้ บั การบรกิ ารตรงกับความตอ้ งการมากขึน้
2.1.4.6 มีกลไกการกากับ ดูแล และติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับ
การดแู ลทเี่ หมาะสมและเป็นธรรม
๒.๑.๕ ร่างแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ....
และร่างแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
(ฉบบั ท่ี ๓)
กาหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน
๒๕ ภารกิจ จากส่วนราชการ จานวน ๒๕ กรม ๑๒ กระทรวง และ ๑ รัฐวิสาหกิจ แผนปฏิบัติการ
กาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินฉบบั น้ี ได้กาหนดประเภท
ภารกิจท่ีจะถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นไว้ ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านที่ ๑ ด้านโครงสรา้ ง
พื้นฐาน ด้านท่ี ๒ ด้านสังคม และด้านที่ ๓ ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยกาหนดการถ่ายโอน
ภารกิจด้านการส่งเสริมสุขภาพ (รพ.สต.) ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ไว้ในดา้ นที่ ๒ ดา้ นงานส่งเสริมคุณภาพ ดังน้ี
2.1.5.๑ สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ให้แก่
องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั เทศบาล และองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
๑) ถ่ายโอน รพ.สต. ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล
และองค์การบริหารสว่ นตาบลทีม่ ีความพรอ้ ม
๒) ให้มีคณะอนุกรรมการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุข
ในคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทาหน้าท่ีพิจารณา
ให้ความเห็นชอบในการถ่ายโอนภารกิจตามความพร้อมของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
และกาหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรปู แบบในการถา่ ยโอน และประสานงานระหวา่ งหนว่ ยงาน
สาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กรณีเกิดภัยพิบัติหรือโรคร้ายแรง ระบบข้อมูล
ข่าวสาร และระบบรายงาน เพ่ือการควบคุมโรคและการจัดบรกิ ารสาธารณสุข ระบบตรวจสอบ
ราชการและกากับติดตามงานในหน่วยงานสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระบบ
การเงนิ การคลงั ในการสนับสนนุ ซงึ่ กนั และกนั ระบบกาลังคน ทัง้ ด้านการจัดสรรอตั รา ตาแหนง่
ตลอดจนด้านการส่งเสรมิ พฒั นากาลังคน
๓) ให้มีคณะอนุกรรมการประเมินความพร้อมขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
- ๑๖ -
ปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นประธาน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารกระทรวง
สาธารณสุข ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลส่วนท้องถ่ิน (ก.ถ.)
ผู้แทนสานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สานักงบประมาณ สานักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการข้าราชการ
พลเรือน (ก.พ.) สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สานักงานคณะกรรมการ
กฤษฎกี า และผทู้ รงคุณวฒุ ดิ ้านสาธารณสขุ อกี ๓ ทา่ น
๔) ถา่ ยโอนภารกิจหรือหน่วยงานด้านสาธารณสุข ต้องเปน็ การถา่ ยโอน
ท้ังด้านกาลังคน งบประมาณ ระเบียบ หลักเกณฑ์การทางาน ตลอดจนครุภัณฑ์ ส่ิงก่อสร้าง
เพื่อให้ภารกจิ ยังคงดาเนนิ ต่อไปได้ไม่ดอ้ ยกวา่ เดิม
๕) การถ่ายโอนบุคลากรให้เป็นไปตามที่กาหนดในแผนปฏิบัติการ
ด้านการถ่ายโอนบุคลากร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เพือ่ รองรบั การกระจายอานาจ
๖) กระทรวงสาธารณสุขถ่ายโอน รพ.สต. พร้อมท้ังบุคลากร
และงบประมาณให้กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินความพร้อมภายในเดือน
กันยายนของทุกปี โดยจัดฝึกอบรมบุคลากรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งคู่มือ
การปฏบิ ตั งิ านดา้ นสาธารณสุขใหก้ ับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
๗) สาธารณสุขจังหวัดและสาธารณสุขอาเภอ มีอานาจหน้าท่ี
ในการส่งเสริม กากับ ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพงานสาธารณสุขขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่นิ
๘) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดให้มีโครงสร้างงานสาธารณสุข
ก่อนรบั การถ่ายโอน รพ.สต.
๙) กระทรวงสาธารณสุข สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน กาหนดมาตรฐาน กฎ ระเบียบ
เพือ่ รวบรวมการปฏบิ ตั งิ านดา้ นสาธารณสขุ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
2.1.5.2 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ถ่ายโอนภารกิจศูนย์รับแจ้งเหตุ
และจ่ายงานการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัด (๑๖๖๙) ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด และ
กรุงเทพมหานครที่มีความพร้อม ให้เป็นผู้ดาเนินงานและบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉิน
นอกโรงพยาบาลของจังหวัด และจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติหมายเลขเดียว
โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน มีหน้าท่ีในการประสาน ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุนให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน สามารถดาเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ประสิทธผิ ล และใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ เงอ่ื นไข และมาตรฐานท่ีคณะกรรมการ
การแพทยฉ์ ุกเฉนิ กาหนด
- ๑๗ -
2.1.5.๓ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถ่ายโอนภารกิจงานคุ้มครอง
ผู้บรโิ ภคดา้ นผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพใหแ้ ก่กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล และองค์การบริหาร
ส่วนตาบล โดยเพิ่มเติมภารกิจจากแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (ฉบับท่ี ๑) พ.ศ. 2545 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอานาจ
หน้าที่เข้าไปในสถานท่ีจาหน่าย และหรือสถานที่ผลิตเพ่ือเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ยา อาหาร
เครื่องสาอาง เคร่ืองมือแพทย์ วัตถุอันตรายในบ้านเรือน ส่งศูนย์ปฏิบัติการทดสอบตรวจ
วเิ คราะหค์ ุณภาพมาตรฐาน
๒.๑.๖ ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ระดับพน้ื ที่ พ.ศ. 2561
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพ้ืนท่ี
เป็นไปในทิศทางยุทธศาสตรแ์ ละเป้าหมายอยา่ งเป็นระบบและมีประสิทธภิ าพ จงึ ได้มีการบรู ณาการ
ร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นองค์รวม ท่ีมุ่งเน้น
ให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นท่ีโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อเสริมสร้าง
ความเป็นผู้นาและเจ้าของร่วมกันในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาท่ีเกิดข้ึนในพื้นท่ี ตลอดจน
สร้างเสริมให้บุคคล ครอบครัว และชุมชนมีสุขภาวะทางกาย จิตใจ และสังคมที่ดี มีคุณภาพชีวิต
ทดี่ แี ละเกดิ ความยัง่ ยนื สบื ไป
สาหรับกลไกขบั เคล่ือนระดับอาเภอทีก่ าหนดใหม้ ีคณะกรรมการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
ระดบั อาเภอ ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตระดบั พ้ืนที่ พ.ศ. 2561
ได้กาหนดไว้ใน ขอ้ ๗ และขอ้ ๑๒ ดงั นี้
ข้อ ๗ ในแต่ละอาเภอของทุกจังหวัด เว้นแต่กรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการ
พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอาเภอคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “พชอ.” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด
และพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์จงั หวัด เป็นทป่ี รึกษา
ให้ พชอ. ประกอบด้วย นายอาเภอ เป็นประธานกรรมการ และกรรมการอ่ืนอีก
จานวนไม่เกินยีส่ บิ คนซงึ่ นายอาเภอแตง่ ต้ังจากบคุ คลดงั ต่อไปนี้
(๑) ผู้แทนหน่วยงานของรัฐในอาเภอ จานวนไม่เกินหกคน ซึ่งอย่างน้อยต้องแต่งตัง้
จากกานันหรือผู้ใหญ่บ้าน จานวนหน่ึงคน และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวนหนึ่งคน
เปน็ กรรมการ
(๒) ผู้แทนภาคเอกชนในอาเภอ จานวนไม่เกินหกคน โดยคัดเลือกจากผู้ประกอบ
วิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้ประกอบกิจการด้านสุขภาพหรือสาธารณสุข
สถานศึกษาเอกชน ผู้ประกอบวิชาชีพหรือประกอบกิจการอน่ื เป็นกรรมการ
(๓) ผู้แทนภาคประชาชนในอาเภอ จานวนไม่เกินเจ็ดคน โดยคัดเลือกจากผู้ที่มี
ความรู้หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาสังคมหรือชุมชนท้องถ่ิน หรือภูมิปัญญาท้องถ่ิน
กลุ่มเครือข่ายหรือองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากาไร หรือเครือข่ายอาสาสมัครท่ีปฏิบัติงาน
ในอาเภอ เป็นกรรมการ
- ๑๘ -
ให้สาธารณสุขอาเภอเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้นายอาเภอแต่งต้ัง
กรรมการตาม (๑) (๒) และ (๓) เปน็ เลขานกุ ารร่วมไดอ้ กี จานวนไมเ่ กนิ สองคน
ขอ้ ๑๒ ให้ พชอ. มอี านาจหน้าท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ดาเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางการดาเนินการที่เกี่ยวข้องกับ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพ้ืนที่ท่ีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตระดบั
พน้ื ทกี่ าหนด
(๒) กาหนดแผนงานและเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เหมาะสมกับสภาพ
ข้อเท็จจรงิ และสภาพปัญหาในพนื้ ที่
(๓) ขับเคลื่อนให้มีการดาเนินการตามเป้าหมายและแนวทางท่ีคณะกรรมการ
กาหนด เพ่ือใหเ้ กิดการบูรณาการรว่ มกันของหนว่ ยงานของรัฐในพน้ื ที่ในดา้ นทรัพยากร บคุ ลากร
งบประมาณ และภารกจิ ภายใต้อานาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานของรัฐนั้น
(๔) สนบั สนนุ เสนอแนะ และใหค้ าปรกึ ษาเก่ียวกบั การดาเนนิ งานในเรอ่ื งการพฒั นา
คุณภาพชีวิตของหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้ประกอบกิจการในพ้ืนที่
เพื่อตอบสนองและแก้ไขปัญหาในพ้ืนท่ีให้เป็นไปตามแผนงานและเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้ตาม (๑)
และ (๒)
(๕) ประสานงานหรือร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอาเภอ
คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอาเภออื่น หรือคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน
(พชข.) หรือหน่วยงานอื่นทั้งในและนอกเขตพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชนในพ้ืนท่ีที่เก่ียวข้อง โดยเน้นให้เกิดการบูรณาการในการดาเนินงานได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
(๖) ติดตามและประเมินผลการดาเนินงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นไปตาม
(๑) และ (๒)
(๗) ปฏิบตั กิ ารอน่ื ใดตามทค่ี ณะกรรมการหรือตามที่ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มอบหมาย
การดาเนินงานตาม (๒) ให้ พชอ. ประสานงานและร่วมกบั หนว่ ยงานรฐั ภาคเอกชน
และภาคประชาชนในพ้ืนที่ โดยขอให้หน่วยงานดังกล่าวนาส่งข้อมูลและเอกสารท่ีเก่ียวข้องหรือ
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกาหนดแผนงานและเปา้ หมายดังกล่าวท่ีเหมาะสมกบั สภาพพื้นที่ ทั้งนี้
การกาหนดแผนงานและเป้าหมายดังกล่าวให้คานึงถึงแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่ม
จังหวัดท่ีอาเภอนั้นอยใู่ นพนื้ ทด่ี ้วย
๒.๒ ยุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐3
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เป็นยุทธศาสตร์ฉบับแรกของประเทศไทย
ซ่ึงจัดทาขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 65
ที่กาหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
3 ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐.
- ๑๙ -
ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทาแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกนั
เพ่ือให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ประกอบด้วย ยทุ ธศาสตร์ 6 ดา้ น ไดแ้ ก่
1) ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นความมัน่ คง
2) ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขัน
3) ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์
4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
5) ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคุณภาพชีวิตทเ่ี ปน็ มิตรตอ่ สิง่ แวดล้อม
6) ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบริหารจัดการภาครฐั
ท้ังน้ี ยุทธศาสตร์ชาติท่ีเกี่ยวข้องกับการกระจายอานาจและถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่นิ ได้แก่ 2 ยทุ ธศาสตร์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
๒.๒.๑ ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
เป็นยุทธศาสตร์ท่ีมุ่งเน้นการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้า
ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในทุกมิติ กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ
และสังคม เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างท่ัวถึงและเป็นธรรม อีกทั้งยังเป็น
การเพิ่มโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นเข้ามา
มีส่วนร่วมในการขับเคล่ือนและพัฒนาประเทศทุกระดับ เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถของชุมชน
ทอ้ งถน่ิ ให้พง่ึ พาตนเองและจัดการตนเองได้ โดยยุทธศาสตรช์ าติด้านน้มี ปี ระเดน็ สาคัญ คอื
2.2.1.1 การลดความเหลอื่ มลา้ สร้างความเปน็ ธรรมในทุกมติ ิ
โดยกาหนดให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานความหลากหลาย
และภูมิปัญญาท้องถ่ิน กาหนดเป้าหมายการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อใช้
ในการจัดบริการที่ชัดเจน และส่งเสริมให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินมีบทบาทในการ
คุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเน้นการกระจายทรัพยากรและบุคลากร
ทางการแพทยไ์ ปยงั พืน้ ทตี่ ่าง ๆ เพ่อื ดแู ลประชาชนไดอ้ ย่างท่วั ถงึ
2.2.1.2 การกระจายศูนยก์ ลางความเจรญิ ทางเศรษฐกิจสงั คมและเทคโนโลยี
โดยการกาหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละกลุ่มจังหวัด
การปรับโครงสร้างและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพ่ือวางระบบ
และกลไกการบริหารงานในระดับภาคหรือกลุ่มจังหวัด การปรับปรุงกฎหมายการจัด
ความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้เอ้ือต่อประชาชน
ในการตัดสินใจเก่ียวกับทิศทางการพัฒนาพื้นที่และการกากับติดตามเพื่อสร้างธรรมาภิบาล
ในการทางานของภาครัฐตลอดจนปรับปรุงกฎหมายเพื่อพัฒนาการปกครองท้องถิ่น การเปิด
พื้นที่และโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ภาคเอกชน
ภาคประชาชน และภาควชิ าการ ในการกาหนดยุทธศาสตร์จงั หวดั /กล่มุ จังหวดั
- ๒๐ -
2.2.1.3 การเสรมิ สรา้ งพลงั ทางสงั คม
โดยการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ
ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันจัดตั้งองค์กรชุมชน ในรูปแบบนิติบุคคล
เพือ่ ดาเนินกจิ กรรมและสรา้ งประโยชน์สาธารณะตา่ ง ๆ
2.2.1.4 การเพ่ิมขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพ่ึงตนเอง
และการจัดการตนเอง สนับสนุนให้มีการจัดทาแผนแม่บทชุมชนให้ตรงตามความต้องการของ
ประชาชนในท้องถิ่น โดยเช่ือมโยงกับแผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนาอาเภอ แผนพัฒนาจังหวัด
แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาค การจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกัน
และมีระบบการติดตามตรวจสอบความก้าวหน้าในการยกระดับของชุมชนอย่างต่อเน่ือง
รวมถึงให้มีการปรับบทบาทภาครัฐให้เป็นฝ่ายสนับสนุนและพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ
เพื่อให้ชมุ ชนจัดการตนเองได้มากกว่านี้
๒.๒.๒ ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครฐั
มีเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนภาครัฐ โดยยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชน
เพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ
และแยกแยะบทบาทหนว่ ยงานของรฐั ที่ทาหนา้ ทกี่ ากับหรือให้บริการในระบบเศรษฐกจิ ทีม่ ีการ
แข่งขัน มีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทางานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์
และประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และพร้อมท่ีจะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ
โลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างย่ิงการนานวัตกรรมเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบ
การทางานท่ีเป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล
รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนไดอ้ ยา่ งสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทกุ ภาคสว่ น
ในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์และสร้างจิตสานึก
ในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากน้ัน กฎหมายต้องมี
ความชัดเจน มีเพียงเท่าท่ีจาเป็น มีความทนั สมัย มีความเปน็ สากล มีประสิทธิภาพ และนาไปสู่
การลดความเหล่ือมล้าและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการยุติธรรมต้องมีการบริหาร
ท่ีมีประสทิ ธภิ าพ เป็นธรรมและไมเ่ ลอื กปฏิบตั ิ ทั้งนี้ การอานวยความยตุ ธิ รรมตามหลักนติ ธิ รรม
มีประเดน็ สาคัญ คือ
2.2.2.1 ภาครัฐต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการและ
ให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส หน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการ
ปฏิบัติหน้าที่ มีระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัยมีประสิทธภิ าพและมีความโปร่งใส ประชาชน
มีส่วนร่วมการบริหารราชการแผ่นดิน ท้ังราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถ่ิน และงาน
ของรัฐอย่างอื่นให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพ่ือสร้างประโยชน์สุข
แก่ประชาชน
- ๒๑ -
2.2.2.2 ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมาย
และเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ และทุกพื้นท่ี การบริหารจัดการ
ภาครัฐ มีความสอดคล้องเชื่อมโยงและเป็นกลไกสาคัญในการนายุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ
ในทุกระดับมีการจัดสรรงบประมาณท่ีมีลักษณะยึดโยงกับยุทธศาสตร์ในทุกระดับ มีเป้าหมาย
ร่วมกันเชิงประเด็น เชิงภารกิจ และเชิงพื้นท่ี โดยอาศัยข้อมูลขนาดใหญ่ รวมทั้งมีระบบ
การติดตาม ประเมินผลการดาเนินงานทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ภารกิจและพื้นที่ เพ่ือนาไปสู่
การกาหนดประเด็นการพัฒนา การจัดทานโยบายและการติดตามประเมินผลที่เป็นระบบ
อย่างต่อเน่ือง โดยให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นกลไกขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศ ใช้แผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความม่ันคงแห่งชาติ ในการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติ
ไปสู่การปฏิบัติผ่านแผนปฏิบัติการในระดับต่าง ๆ โดยเช่ือมโยงการทางานของภาครัฐในทุก
ระดับให้มีเอกภาพและสอดรับประสานกันตามห่วงโซ่การพัฒนาระหว่างราชกา รบริหาร
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น รวมท้ังการประสานความร่วมมือท่ีหลากหลาย
การพัฒนากลไกหรือเคร่ืองมือในการสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการในลักษณะหุ้นส่วน
การพัฒนาระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคประชาชนและ
ภาคสว่ นอน่ื ในสังคม โดยดาเนินการอยา่ งต่อเนอ่ื งและมเี ปา้ หมายท่ีชัดเจน
2.2.2.3 ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมกับภารกิจ ส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วน
มีสว่ นร่วมในการพัฒนาประเทศ พรอ้ มทั้งมกี ารกาหนดความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการบรหิ ารราชการ
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้มีความชัดเจน ไม่ซ้าซ้อนกัน รวมท้ังถ่ายโอนภารกิจ
ที่สาคัญ การกระจายอานาจในระดับท่ีเหมาะสมเพื่อให้ชุมชนและท้องถิ่นเข้มแข็ง โดยส่งเสริม
การกระจายอานาจและสนับสนุนบทบาทชุมชนท้องถ่ินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เป็นหน่วยงานที่มีสมรรถนะสูง ตั้งอยู่บนธรรมาภิบาลในการท่ีจะจัดทาบริการสาธารณะและ
กจิ กรรมสาธารณะ มบี ทบาทเชงิ ยุทธศาสตรร์ ะดับพื้นที่โดยเปดิ โอกาสให้มีรูปแบบการจัดบรกิ าร
สาธารณะที่หลากหลาย มีระบบภาษีและรายได้ท้องถ่ินอย่างเหมาะสม สามารถพัฒนารายได้
และทุนเพ่ือดาเนินกิจกรรมในการตอบสนองความตอ้ งการในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาพ้ืนท่ี
ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น โดยคานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ ประชาชน และความต้องการของ
คนทกุ กลุ่มทกุ วยั และทกุ เพศภาวะในท้องถิ่น
๒.๓ แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ ประเดน็ การเสรมิ สร้างใหค้ นไทยมสี ขุ ภาวะท่ดี ี
แผนแม่บทการเสริมสร้างให้คนไทยมสี ุขภาวะท่ีดีมุ่งเน้นการเสรมิ สรา้ งการจัดการสุขภาวะ
ในทุกรูปแบบทีน่ าไปสู่การมีศักยภาพในการจัดการสขุ ภาวะทดี่ ไี ด้ดว้ ยตนเอง พร้อมทั้งสนบั สนุน
ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี และมีทักษะด้านสุขภาวะ
ท่ีเหมาะสม การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัยสนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดี
การกระจายบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาและสร้างระบบ
- ๒๒ -
รับมือปรับตัวต่อโรคอุบัตใิ หม่และอุบตั ิซ้าท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยแผนแม่บท
ภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ ประกอบดว้ ย ๕ แผนยอ่ ย ดงั นี้
2.3.๑ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกนั และควบคุมปัจจัยเส่ียงท่ีคุกคาม
สุขภาวะ โดยพัฒนาส่ือเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสุขภาพและด้านสุขภาวะ
ทถ่ี ูกตอ้ งพัฒนาภาคเี ครือข่ายประชาชน ชมุ ชนท้องถิ่น ให้มีความรเู้ กีย่ วกบั การเจบ็ ป่วยและตาย
จากโรคทป่ี ้องกันได้ สรา้ งเสรมิ ความรูเ้ พอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพในการจัดการสขุ ภาวะของคนทกุ กลุ่มวัย
การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และกลไกการส่ือสารประชาสัมพันธ์แบบบรู ณาการ
ทุกระดับ การพัฒนานโยบาย และมาตรการปอ้ งกนั และควบคุมปัจจยั เสีย่ งท่คี กุ คามสุขภาวะ
2.3.๒ การใช้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอ้ือตอ่ การมีสุขภาวะที่ดี โดยจัด
สภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพื่อเอ้ือต่อการยกระดับสุขภาวะของประชาชน ส่งเสริมสนับสนนุ
ให้เกิดมาตรการของภาครัฐที่สนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสุขภาพประชาชน การวิเคราะห์
ความเสี่ยง การประเมินความต้องการด้านสุขภาพ เพื่อการกาหนดนโยบายและขับเคล่ือน
การดาเนินงานด้านการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงท่ีคุกคามสุขภาวะในระดับชุมชน ตาบล
อาเภอ และระดับจังหวัด สร้างการมีส่วนร่วมเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสุขภาพ
และการพัฒนาคุณภาพบริการอนามัยแบบบรู ณาการร่วมกบั ชมุ ชน
2.3.๓ การพัฒนาระบบบรกิ ารสขุ ภาพท่ที ันสมัยสนบั สนนุ การสร้างสขุ ภาวะท่ดี ี โดยพฒั นา
ระบบบริการสุขภาพท่ีทันสมัย ภายใต้ระบบการบริหารท่ีมีการกระจายอานาจ มีประสิทธิภาพ
พอเพียง เป็นธรรมและยั่งยืน พัฒนาขีดความสามารถในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์
และสาธารณสุข ปฏิรูประบบหลักประกันสขุ ภาพของประชาชนตลอดชว่ งชีวติ ใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
โดยอยู่บนพ้ืนฐานความยั่งยืนทางการคลัง นาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้กับ
ระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพทางไกล พัฒนาระบบฐานข้อมูลท่ีสามารถเชื่อมโยง
ทุกหน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้องในระบบบริการสุขภาพ
2.3.๔ การกระจายบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ มีเป้าหมายเพ่ือลด
ความเหลื่อมล้าในการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข ด้วยการพัฒนาสถานพยาบาลให้เพิ่ม
กาลังคนและนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการขยายการให้บริการ รวมทั้งยกระดับคุณภาพ
การให้บรกิ ารตามมาตรฐานสากลทว่ั ทุกพ้ืนท่ี
2.3.๕ การพัฒนาและสร้างระบบรับมือและปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้าท่ีเกิดจาก
การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสาคัญกับการเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพและ
สร้างความตระหนักของประชาชน เรื่องโรคอบุ ัติใหม่และโรคอุบตั ซิ า้ ท่ีเกิดจากการเปลยี่ นแปลง
ภูมิอากาศ พัฒนาโครงสร้างระบบสาธารณสุข เครือข่ายเตือนภัยและเฝ้าระวังโรคและภัย
สุขภาพให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการรองรับการปรับตัวจากการเปล่ียนแปลง
สภาพภูมิอากาศ และพัฒนาและยกระดับระบบรับมือปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้า
ทเี่ กดิ จากการเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศ ได้แก่ ระบบสาธารณสขุ สิ่งแวดลอ้ มและเวชศาสตร์ปอ้ งกนั
ทั้งระบบ การติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้า รวมท้ังศึกษาวิจัยสร้าง
- ๒๓ -
องค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในประชากรทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ
กลุ่มเปราะบาง เพิ่มขีดความสามารถในการติดตาม วิเคราะห์และประเมนิ แนวโนม้ สถานการณ์
ปัญหาโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้า และสร้างความพร้อมของภาคีเครือข่ายในการรับมือกับภาวะ
ฉุกเฉนิ จากโรคระบาดตา่ ง ๆ4
๒.๔ แผนการปฏริ ูปประเทศ
๒.๔.๑ แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นการบริหารราชการแผน่ ดนิ 5
ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ โครงสร้างภาครัฐ กะทัดรัด ปรับตัวได้เร็ว และระบบงาน
มีผลสัมฤทธ์ิสูง กลยุทธ์ที่ ๓ พัฒนาขีดความสามารถในการจัดบริการสาธารณะขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ โดยมเี ปา้ หมายที่เกี่ยวข้อง ดงั น้ี
๒.๔.๑.๑ การทบทวนภารกิจหลัก (Core Function) ของภาครัฐให้มุ่งเน้นภารกิจ
กาหนดนโยบาย (Policy Maker) กากับดูแล (Regulator) ส่งเสริม สนับสนุน (Facilitator) โดยให้
ภาคเอกชน ภาคประชาชนท้องถ่ิน และชุมชนเข้ามาทาแทนภาครัฐ และภาครัฐจะไม่ทาภารกิจ
ที่แข่งขันกับภาคเอกชน และลดบทบาทด้านการปฏิบัติ (Operator) ให้น้อยลง เช่น ถ่ายโอนให้
ภาคเอกชน (Outsource) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาหรับภารกิจรอง (Non - Core Function)
เนน้ การจ้างเหมาและการทางานแบบจัดบริการร่วม (Shared Services)
๒.๔.๑.๒ ทบทวนบทบาท ภารกิจ และการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีความชัดเจน ไม่ซ้าซ้อน โดยปรับเปลี่ยนบทบาท
หน่วยงานส่วนภูมิภาคจากการให้บริการเป็นการให้คาปรึกษาแนะนาด้านวิชาการแก่ท้องถิ่น
เพื่อให้การปฏิบัติงานของท้องถิ่นเป็นไปตามมาตรฐาน และส่งเสริมสนับสนุนส่วนท้องถิ่น
ในการจัดบรกิ ารสาธารณะท่ีตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของประชาชน (Citizen Centric)
๒.๔.๑.๓ ปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ โดยปรับปรุงวิธีการ
งบประมาณ กระบวนการบริหาร การจัดทาคาขอและอนุมัติงบประมาณให้มีความกระชับ
สอดคล้องกับพลวัตท่ีเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว และคานึงถึงวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหา
ของประชาชนในพื้นทีเ่ ปน็ หลัก ลดความซ้าซ้อนของการจัดทางบประมาณ ระดับกระทรวง กรม
พ้ืนท่ี รวมทั้งสร้างกลไกการตรวจสอบการเงินและการคลังภาครัฐ การติดตามประเมินผลผลิต
ผลสมั ฤทธขิ์ องการใชง้ บประมาณเพ่อื ใหก้ ารจัดสรรงบประมาณเป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาหรับการดาเนินการเพ่ือให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถในการจัดบริการ
สาธารณะขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ มี 2 ประเดน็ ไดแ้ ก่
1) การเพ่ิมประสิทธิภาพในการกระจายอานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
โดยการกระจายหน้าท่ีและอานาจในการจัดบริการสาธารณะให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
การเตรยี มความพร้อมใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการขับเคลื่อนแผนการกระจาย
4 แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ (๑๓) ประเดน็ การเสรมิ สร้างใหค้ นไทยมีสขุ ภาวะทด่ี ี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐).
5 แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นการบริหารราชการแผน่ ดนิ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕).