รายงานการพจิ ารณาศึกษา
ของคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสงั คม และกจิ การเด็ก เยาวชน สตรี
ผู้สงู อายุ คนพกิ าร และผ้ดู อ้ ยโอกาส วฒุ ิสภา
เรอื่ ง
การจัดสวัสดิการและการเตรยี มความพร้อมของเดก็ และเยาวชน
ศึกษากรณี : “เดก็ และเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน”
สานกั กรรมาธิการ ๓
สานกั งานเลขาธิการวุฒสิ ภา
-ก-
คณะกรรมาธกิ ารการพฒั นาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี
ผสู้ ูงอายุ คนพกิ าร และผูด้ อ้ ยโอกาส
วฒุ สิ ภา
นายวัลลภ ตงั คณานรุ กั ษ์
ประธานคณะกรรมาธกิ าร
พลตรี โอสถ ภาวไิ ล นางเพ็ญพักตร์ ศรที อง นายกติ ติศักดิ์ รัตนวราหะ
รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่หี น่งึ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่ีสอง รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี าม
นางทัศนา ยุวานนท์ พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ นางผาณิต นิตทิ ณั ฑป์ ระภาศ
เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร ประธานทปี่ รึกษาคณะกรรมาธิการ
-ข-
หม่อมหลวงปนดั ดา ดิศกลุ นายเนาวรัตน์ พงษไ์ พบลู ย์ นายพรี ะศักดิ์ พอจติ
ทป่ี รึกษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ
นางประยรู เหลา่ สายเชอื้ นายปรชี า บวั วริ ตั น์เลิศ นายมณเฑยี ร บญุ ตัน
กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ
นายยุทธนา ทพั เจริญ พลเอก วลิต โรจนภกั ดี นายอาพล จนิ ดาวฒั นะ
กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ
-ค-
คณะอนุกรรมาธิการกจิ การเด็กและเยาวชน
นายวลั ลภ ตงั คณานุรกั ษ์
ประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
พลเอก ไพชยนต์ คา้ ทนั เจริญ นางจิราภรณ์ เล้าเจริญ นางทัศนา ยวุ านนท์
อนกุ รรมาธกิ ารและท่ปี รกึ ษา
รองประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร คนทหี่ นงึ่ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนทีส่ อง
นายศภุ ชยั สถรี ศลิ ปนิ นางงามจิต แตส้ วุ รรณ นายสาราญ อรุณธาดา
อนุกรรมาธกิ าร อนกุ รรมาธกิ าร อนุกรรมาธิการ
-ง-
นางวรภทั ร แสงแกว้ นายอัครเดช สพุ รรณฝ่าย นายธนะรัตน์ ธาราภรณ์
อนกุ รรมาธิการ อนุกรรมาธกิ าร อนุกรรมาธิการ
นางณัฐนันท์ สว่างวงศ์ นางเพชรรัตน์ มหาสงิ ห์
อนกุ รรมาธิการและเลขานกุ าร อนกุ รรมาธกิ ารและผูช้ ว่ ยเลขานุการ
-จ-
รายงานการพิจารณาศึกษา
เรอื่ ง การจดั สวัสดิการและการเตรียมความพรอ้ มของเดก็ และเยาวชน
ศกึ ษากรณี : “เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชน”
ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเดก็ เยาวชน สตรี ผสู้ งู อายุ
คนพกิ าร และผู้ด้อยโอกาส วฒุ ิสภา
________________________
ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี ๑๗/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจาปีครั้งท่ีหนึ่ง)
วนั องั คารท่ี ๑๐ กนั ยายน ๒๕๖๒ ทปี่ ระชมุ วุฒสิ ภาไดล้ งมติตงั้ คณะกรรมาธกิ ารสามัญประจาวฒุ ิสภา
ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๑๓) โดยมีหน้าที่และอานาจ
เกี่ยวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกระทากิจการ พิจารณาสืบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษา
เรื่องใด ๆ ทเ่ี กยี่ วกบั การพัฒนาสงั คม เดก็ เยาวชน สตรี ผสู้ ูงอายุ คนพกิ าร และผู้ดอ้ ยโอกาส รวมท้งั
ประสานกับองค์กรภายในประเทศ ต่างประเทศ ประชาคมภายในประเทศและนานาชาติ และองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาสังคม ชุมชน เด็ก
เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส การส่งเสริมศักยภาพของชุมชนด้านการพัฒนา
ชวี ิตความเป็นอยู่ การคุม้ ครองและดแู ลผยู้ ากไร้ การสง่ เสริมความเสมอภาคและขจดั การเลอื กปฏบิ ตั ิ
โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล การส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการสังคม การเสริมสร้างพลังทางสังคม
การสร้างหลักประกัน ความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยโดยรวมพิจารณาศึกษา
ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ใน
หนา้ ที่และอานาจ และอนื่ ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เร่ือง “การจัดสวัสดิการและการเตรียม
ความพร้อมของเด็กและเยาวชน ศึกษากรณี : “เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็ก
และเยาวชน” เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวต่อวุฒิสภา
ตามขอ้ บงั คับการประชุมวฒุ ิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๘ ดังน้ี
๑. การดาเนนิ งานของคณะกรรมาธิการ
คณะกรรมาธิการได้ดาเนนิ การพิจารณาศกึ ษา ดังนี้
๑.๑ คณะกรรมาธิการได้มีมติมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็ก
และเยาวชน ทาหนา้ ทพี่ จิ ารณาศกึ ษา ซง่ึ อนุกรรมาธกิ ารคณะน้ี ประกอบดว้ ย
๑) นายวลั ลภ ตงั คณานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร
๒) พลเอก ไพชยนต์ คา้ ทันเจริญ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนทห่ี น่งึ
-ฉ-
๓) นางจริ าภรณ์ เล้าเจรญิ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนทส่ี อง
๔) นางทศั นา ยวุ านนท์ อนกุ รรมาธกิ ารและท่ปี รึกษา
๕) นายศภุ ชยั สถีรศลิ ปิน อนุกรรมาธกิ าร
๖) นางงามจติ แตส้ ุวรรณ อนุกรรมาธิการ
๗) นายอัครเดช สพุ รรณฝา่ ย อนกุ รรมาธิการ
๘) นายธนะรตั น์ ธาราภรณ์ อนุกรรมาธิการ
๙) นายสาราญ อรณุ ธาดา อนกุ รรมาธกิ าร
๑๐) นางวรภทั ร แสงแกว้ อนุกรรมาธกิ าร
๑๑) นางณัฐนนั ท์ สวา่ งวงศ์ อนกุ รรมาธิการและเลขานุการ
๑๒) นางเพชรรัตน์ มหาสิงห์ อนุกรรมาธกิ ารและผูช้ ่วยเลขานกุ าร
ท่ปี รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร คือ
๑) นายถนัด บญุ ชยั ที่ปรึกษาคณะอนกุ รรมาธกิ าร
๒) นายชาญชัย มาณจักร์ ทีป่ รกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ
๑.๒ ท่ีประชุมคณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งต้ัง นางสาวภิรมย์ นิลทัพ
นิติกรชานาญการพิเศษ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา และนางธนยา สิงห์มณี
นิติกรชานาญการ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ ทาหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
คณะกรรมาธิการตามขอ้ บงั คับการประชุมวฒุ ิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๗
๑.๓ วธิ กี ารพิจารณาข้อมลู ข้อเท็จจรงิ
๑.๓.๑ การรับฟงั ขอ้ มูลจากหนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้อง
ก า ร ส นั บ ส นุ น ข้ อ มู ล จ า ก ศู น ย์ ฝึ ก แ ล ะ อ บ ร ม เด็ ก แ ล ะ เย า ว ช น
๑๓ แห่ง จาก ๒๑ แห่งท่ัวประเทศ โดยวิธีการส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยการตอบประเด็นคาถาม
แบง่ ออกเปน็ ๗ ข้อ ดังนี้
๑. ตารางการเรียนและการทางานในศนู ย์ฝกึ
๒. วชิ าชีพและหลักสูตรการศกึ ษา
๓. กระบวนการและขน้ั ตอนการเขา้ เยีย่ ม
๔. กระบวนการนาเดก็ ไปฝึกงานภายนอกศนู ยฝ์ ึกฯ
๕. ชว่ งการเกณฑ์ทหารมวี ธิ กี ารอย่างไร
๖. ขน้ั ตอน วิธกี าร และระยะเวลาในการลบประวตั เิ ด็กออกจากระบบ
๗. วิธีการดาเนนิ งานของศนู ย์ฝึกฯ กรณเี ด็กและเยาวชนไมม่ ญี าตมิ าเยย่ี ม
๑.๓.๒ การเดินทางศึกษาดูงาน
การศึกษาดูงานจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๗
อาเภอแม่ริม จงั หวัดเชยี งใหม่ กระทรวงยุตธิ รรม วันที่ ๑๙ ธนั วาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา
-ช-
๒. ผลการพจิ ารณาศกึ ษา
คณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็กและเยาวชนได้เสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษา
เรื่อง “การจัดสวัสดิการและการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชน ศึกษากรณี :
“เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน” ต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม
และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการ
ได้มีมติรับรองรายงานดังกล่าว โดยให้ถือว่าเป็นรายงานซ่ึงคณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา
คณะกรรมาธิการจึงข อเสน อรายงาน ผลการพิจารณ า ศึกษ า พ ร้อม ทั้งข้อเสน อแ น ะ
ของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาให้ความเห็นชอบกับผลการพิจารณาศึกษา
รวมทั้งข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ขอได้โปรดแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
และดาเนินการตามแต่เห็นสมควรต่อไป ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
สืบต่อไป
(นางทศั นา ยวุ านนท์)
เลขานุการคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเดก็ เยาวชน
สตรี ผูส้ งู อายุ คนพกิ าร และผ้ดู อ้ ยโอกาส วฒุ ิสภา
-ฌ-
บทสรุปผบู้ ริหาร
รายงานการพิจารณาศึกษา
เรื่อง การจัดสวสั ดกิ ารและการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชน
ศกึ ษากรณี : “เดก็ และเยาวชนในศูนยฝ์ ึกและอบรมเด็กและเยาวชน”
--------------------------------
คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ
และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้เล็งเห็นความสาคัญท่ีเด็กและเยาวชนควรได้รับการปกป้องคุ้มครอง
เพื่อให้เติบโตเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ ซึ่งปัจจุบันการกระทาความผิดของเด็กและ
เยาวชนมีจานวนมากและขยายมุมกว้างเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ พบว่า ความผิดในคดีของเด็กและเยาวชน
มาจาก ๓ องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย ๑) ปัญหาจากปจั จัยทางด้านครอบครัวและความอบอุ่น
ของเด็กและเยาวชน ๒) ปัญหาจากคดีเก่ียวกับยาเสพติด และ๓) ปัญหาการกระทาความผิดซ้า
สาหรับประเทศไทยปัญหาเด็กและเยาวชนมีเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ือง โดยมีปัจจัยแตกต่างกัน
เปล่ียนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทาให้เด็กและเยาวชนไม่สามารถ
เตบิ โตเป็นผู้ใหญ่ท่มี คี ุณภาพอันเปน็ กาลงั หลกั ของชาติต่อไปในอนาคตได้
เมื่อเดก็ และเยาวชนกระทาความผดิ ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว
และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้บัญญตั ใิ หส้ ถานพนิ จิ และคุ้มครองเด็กและ
เยาวชนมอี านาจควบคุมตัวเด็กและเยาวชนเพอ่ื ฝึกอบรมตามคาพพิ ากษาหรือคาสง่ั ศาล โดยเด็กและ
เยาวชนจะต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนท่ีมีระยะเวลาในการฝึกอบรม
แตกตา่ งกนั ออกไปตามทศี่ าลกาหนด
จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก
เยาวชน สตรี ผสู้ ูงอายุ คนพกิ าร และผดู้ ้อยโอกาส วุฒสิ ภา จึงได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมาธิการ
กิจการเด็กและเยาวชน พิจารณาศึกษา เร่ือง การจัดสวัสดิการและการเตรียมความพร้อมของเด็ก
และเยาวชน ศึกษากรณี : “เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน” มีข้อเสนอแนะ
ดังน้ี
๑) สวสั ดิการค่าอาหาร
สภาพปญั หา
๑. ระบบบรหิ ารจดั การงบประมาณ เนอื่ งจากจานวนเด็กมอี ัตราการเขา้ มาเพิ่มสูงขนึ้ เปน็
ระยะ ๆ แต่การวางแผนการของบประมาณยังใช้ฐานตัวเลขเดิมมาโดยตลอด ทาให้อาจมีค่าใช้จ่าย
ท่ีไมเ่ พยี งพอ
-ญ-
๒. เนอ่ื งจากมอบใหแ้ ตล่ ะศนู ย์จดั การประมูลคา่ อาหารกนั เอง แต่ละศูนยฝ์ ึกฯ
จะเลอื กใช้ราคาทีต่ า่ สุดเป็นเกณฑ์ อาจจะสง่ ผลใหค้ ณุ ภาพอาหารไมเ่ ปน็ ไปตามหลกั โภชนาการ
ขอ้ เท็จจริง
๑. การจัดซ้ือวัสดุอาหารให้กับเด็กและเยาวชนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้รับ
การจดั สรรงบประมาณในส่วนของการจัดซอ้ื วัสดุอาหารให้กับเด็กและเยาวชน เป็นเงนิ จานวนทั้งส้ิน
253,718,000 บาท ซึ่งเม่ือพจิ ารณาจัดสรรเฉลี่ยเป็นรายหัว โดยอ้างอิงแนวทางท่ีกรมบัญชีกลาง
ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณในส่วนของการจัดซื้อวัสดุอาหารให้กับเด็กและเยาวชน คิดเป็นรายหัว
เป็นเงิน ๙๐ บาท ต่อ ๓ มื้อ ประกอบด้วย ค่าอาหาร ๗๕ บาท และค่านม ๑๕ บาท แต่เนื่องจาก
ท่ีผ่านมาจานวนของเด็กและเยาวชนมีจานวนมากกว่า ๗,๐๐๐ คน ทาให้งบประมาณในส่วนน้ี
ไม่เพียงพอ จึงต้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสม เช่น ศูนย์ฝึกฯ จะได้รับ
การจัดสรรงบประมาณในสว่ นของค่าอาหารเปน็ เงิน 76 บาทต่อหัวต่อวัน (ประกอบด้วย ค่าอาหาร
ดิบ 53 บาท ขา้ วสาร 9 บาท คา่ แกส๊ 3 บาท คา่ นม 11 บาท)
๒. ในส่วนของวิธีการจัดซ้ือ แต่ละหน่วยงานจะต้องดาเนินการผ่านวิธีประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีการกาหนดราคากลาง อีกท้ังยังกาหนดรายการอาหารซ่ึงจัดทา
เปน็ คมู่ อื ตารบั อาหาร โดยกาหนดเกณฑ์ด้านโภชนาการและปรมิ าณของสารอาหารตา่ ง ๆ ที่เดก็ และ
เยาวชน จาเป็นต้องได้รับจากอาหารบริโภคประจาวันอย่างเพียงพอ ทาให้งบประมาณค่าอาหาร
ของแต่ละหน่วยงานจะไม่เท่ากัน ข้ึนอยู่กับการเสนอราคาของผู้ประมูล และจะต้องมีคุณภาพ
เปน็ ไปตามมาตรฐานทีก่ าหนด
ข้อเสนอแนะ
๑. กาหนดแนวทางการบริหารจดั การดา้ นงบประมาณใหส้ อดคล้องกบั จานวนเดก็ และ
เยาวชนในศูนยฝ์ ึกฯ แต่ละแห่ง
๒. ระบบการประมลู จะตอ้ งมกี ารติดตามและตรวจสอบคุณภาพเป็นระยะอย่างต่อเนอ่ื ง
๒) การจัดการศึกษา
สภาพปัญหา
๑. โดยส่วนใหญ่ศูนย์ฝึกฯ แต่ละแห่งที่ใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นพ้ืนฐานสาหรับการจัดการศึกษาภายในศูนย์ฝึกฯ โดยบางแห่งใช้รูปแบบ
การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ พบปัญหาว่า หลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัย (กศน.) ในรูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ขาดส่ือการเรียนการสอน และอุปกรณ์
ทันสมยั
-ฎ-
๒. การเรียนการสอนที่ใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(กศน.) ยังขาดครูท่ีมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ หรือวิชา
ภาษาอังกฤษ ทาใหไ้ มส่ ามารถถา่ ยทอดความร้เู ฉพาะด้านให้กับเดก็ และเยาวชนไดอ้ ย่างแท้จริง
ข้อเท็จจริง
การเรียนการสอนสายสามัญจะต้องใช้พ้ืนฐานหลักสูตรการเรียนการสอนจากศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั (กศน.) เป็นผอู้ นุมตั ิให้ใช้หลกั สตู รในจงั หวดั นัน้ ๆ
ขอ้ เสนอแนะ
๑. รูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์จาเป็นท่ีทุกศูนย์ฝึกฯ จะต้องใช้
ระบบ e - learning มาช่วยเสริมประกอบการเรียนการสอน ท้ังนี้ ศูนย์ฝึกฯ จาเป็นจะต้อง
ส่งเสริมสนับสนุนใหม้ กี ารใชร้ ะบบนี้มากยง่ิ ขึ้น
๒. ศูนย์ฝึกฯ แต่ละแห่งควรประสานหาบุคคลภายนอกท่ีมีจิตอาสาและมี
ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยเฉพาะครู อาจารย์ที่เกษีย ณอายุราชการแล้วเข้า
ช่วยสอน เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ หรือวิชาภาษาอังกฤษ
๓) การฝึกอาชพี
๓.๑ กรณีการฝกึ อาชีพภายในศูนยฝ์ ึก
สภาพปญั หา
๑. ศูนย์ฝึกบางแห่งกาหนดหลักสูตรการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพไม่ตรงกับ
ความตอ้ งการของเดก็ และเยาวชน
๒. การเรยี นการสอนไมส่ อดคลอ้ งกบั ตลาดแรงงานในจังหวัดน้นั ๆ
๓. ขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ในการสอนที่เพียงพอต่อการฝึกวิชาชีพ ซ่ึงบางสาขา
วชิ าชพี เปน็ ท่ีตอ้ งการของตลาดแรงงาน เช่น การเรียนสาขาชา่ งยนต์
ข้อเท็จจริง
ศูนย์ฝกึ ฯ แตล่ ะแห่งมีรูปแบบการฝกึ อาชพี หลายรปู แบบ อาทเิ ช่น
- ศนู ยฝ์ ึกสิรินธร จงั หวัดนครปฐม มีการจดั หลักสตู รการฝกึ อาชพี ระยะสนั้ หลกั สตู ร
การเตรียมความพร้อมเข้าทางาน และการฝึกวิชาชีพระดับฝีมือแรงงาน เช่น ช่างติดตั้ง
เครื่องปรับอากาศ ชา่ งเดินสายไฟในอาคาร ช่างซ่อมรถยนต์ ช่างซ่อมเครอ่ื งปรับอากาศ เปน็ ตน้
- ศนู ย์ฝึกบา้ นบึง จังหวัดชลบรุ ี มกี ารจดั หลกั สตู รการศึกษานอกระบบ (กศน.) เชน่
การฝกึ ซ้อมกฬี าประเภท ฟตุ ซอล ฟตุ บอล แบดมนิ ตนั เทเบลิ เทนนสิ เซปกั ตะกรอ้ เป็นต้น
- ศนู ย์ฝึกเขต ๓ จงั หวดั นครราชสมี า จัดหลักสตู รแกนกลาง เป็นรูปแบบการเรียนรู้
ผา่ นระบบออนไลน์
-ฏ-
ขอ้ เสนอแนะ
๑. การฝึกอาชีพควรสอดคล้องกับทักษะและความต้องการของเด็กและเยาวชน
เป็นหลกั เช่น ศูนย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชนเขต ๗ จังหวัดเชยี งใหม่ มีการฝึกอาชีพท่ีสอดคล้อง
กับความต้องการของเด็กและเยาวชน มีหลักสูตรวิชาชีพหลากหลาย จานวน ๒๔ อาชีพ ได้แก่
๑. แบดมนิ ตัน ๒. เทเบลิ เทนนิส ๓. ฟุตบอล ๔. ฟตุ ซอล ๕. การทาเกษตรอนิ ทรยี ์ ๖. ประติมากรรม
๗. การรวมวง ๘. การตัดผมชายสมัยนิยม ๙. การเช่ือมผลติ ภัณฑ์เบ้ืองต้น ๑๐. งานซ่อมเคร่ืองยนต์
แก๊ซโซลีนเล็ก ๑๑. งานแบบหล่อคอนกรีต ๑๒. การเขียนแบบบ้านด้วย SKET UP ๑๓. การเดิน
สายไฟฟ้าในอาคาร ๑๔. การจัดสวน ๑๕. การทาบล็อกทางเดิน ๑๖. การทาหน้ากากผ้า
๑๗. การตัดเย็บเบื้องต้น ๑๘. กลองชุด ๑๙. การทาขนมไทย ๒๐. การตัดผมเพ่ือประกอบอาชีพ
๒๑. การขยายพันธุ์พืช ๒๒. การทาเฟอร์นิเจอร์ปูน ๒๓. การติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคาร
และ ๒๔. เคร่อื งปน้ั ดินเผาสร้างรายได้
๒. ควรฝึกอาชีพที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่
เช่นเดียวกับจังหวัดเชียงใหม่ท่ีเป็นเมืองแห่งการท่องเท่ียว โดยศูนย์ฝึกฯ เขต ๗ จังหวัดเชียงใหม่
จงึ มีการเรียนการสอนฝกึ อาชีพด้านอาหารเครื่องด่ืม การโรงแรม การนวดแผนไทย หรอื งานบริการ
ซึ่งเป็นท่ีต้องการของตลาดทาให้เด็กและเยาวชนมีงานทาและมีรายได้ดูแลตนเองและครอบครัว
และมีการนาเทคโนโลยีทท่ี ันสมยั มาใช้
๓. ควรประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการในพื้นที่ให้เข้ามาช่วยสนับสนุน
การฝึกอาชีพระยะส้ัน เช่น ประสานบริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จากัด (มหาชน) ให้เข้ามา
ฝึกอบรมและให้ความรู้เก่ียวกับยางรถยนต์ การฝึกอาชีพช่างล้างแอร์ หรือการสอนขายสินค้า
ออนไลน์ เปน็ ต้น
๓.๒ กรณีการฝกึ อาชพี ภายนอกศูนย์ฝึก
๓.๒.๑ กรณกี ารพักการฝึกอบรม
สภาพปัญหา
ศูนย์ฝึกฯ บางแห่ง ยังไม่ได้นาหลักสาคัญของพระราชบัญญัติศาลเยาวชน
และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ ในมาตรา ๕๙ กาหนดว่า
“เด็กหรือเยาวชนที่เข้ารับการฝึกอบรมต้องปฏิบัติตามระเบียบ และข้อบังคับของสถานที่ท่ีเข้ารับ
การฝึกอบรม หากผลการฝกึ อบรมกา้ วหน้าเปน็ ทปี่ ระจักษ์ หรอื ไดท้ าความชอบเปน็ พเิ ศษใหพ้ ิจารณา
ให้เด็กหรือเยาวชนได้รับประโยชน์ในการพักการฝึกอบรม” มาเป็นแนวทางอย่างจริงจัง ในกรณี
การพักการฝกึ อบรมสามารถนาเดก็ หรอื เยาวชนออกไปประกอบอาชีพหรอื ศกึ ษาตอ่ ภายนอกได้
-ฐ-
ข้อเท็จจริง
ขณะนศ้ี นู ย์ฝกึ ฯ บางแห่ง ได้ดาเนินการตามมาตรา ๕๙ แหง่ พระราชบัญญตั ิ
ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ และระเบียบ
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยประโยชน์ท่ีเด็กหรือเยาวชนได้รับและการปฏิบัติตน
ระหวา่ งท่ีได้รบั ประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเปน็ การกาหนดกระบวนการทมี่ ุ่งค้มุ ครองสทิ ธิ สวัสดิภาพ
และวิธีปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน โดยคานึงถึงประโยชน์ท่ีมีต่อเด็กและเยาวชนเป็นประการสาคัญ
โดยศูนย์ฝึกฯ บางแห่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถออกไปศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตร
วชิ าชีพช้ันสงู และสาเรจ็ การศึกษาดว้ ยระดับผลการเรียนเฉลีย่ ๓.๖๑
ท้ังนี้ พบว่าศูนย์ฝึกฯ จานวนมากยังมิได้ดาเนินการตามมาตรา ๕๙ แห่ง
พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓
รวมท้ังระเบียบและข้อบังคับท่ีเก่ียวข้องเพ่ือให้เด็กและเยาวชนได้รับประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด
โดยเฉพาะอย่างย่ิงการพักการฝึกอบรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไปฝึกอบรมภายนอก
ศนู ยฝ์ ึกฯ
ข้อเสนอแนะ
๑. ศูนย์ฝึกฯ ควรนาหลักสาคัญของพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบ
ครัวและวิธีการพิจารณาศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ ในมาตรา ๕๙ และระเบียบ
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยประโยชน์ที่เด็กหรือเยาวชนได้รับและการปฏิบัติตน
ระหว่างท่ีได้รับประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาใช้เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนออกไปฝึกอาชีพ
ภายนอกศูนยฝ์ ึกได้
๒. ศูนย์ฝึกฯ จะต้องประสานงานกับแหล่งฝึกงานภายนอกให้มากข้ึน
จากภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเดก็ และเยาวชนจะไดอ้ อกไปฝกึ ปฏบิ ัตใิ หก้ วา้ งขวางและหลากหลาย
มากขึ้น
๓.๒.๒ การเกณฑท์ หาร
สภาพปญั หา
๑. เยาวชนที่ไม่ไดไ้ ปลงบญั ชีทหารกองเกนิ เมอ่ื อายุยา่ งเขา้ ๑๘ ปี และไม่ได้
ให้บุคคลท่ีบรรลุนิติภาวะและเช่ือถือได้ไปแจ้งลงบัญชีทหารกองเกินแทน ทา ให้ขาดโอกาส
ในการสมัครเข้าเป็นทหารกองประจาการ
๒. เยาวชนท่ีลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว และเม่ืออายุครบการเกณฑ์ทหาร
(๒๐ ปีบริบูรณ์) จะได้รับหมายเรียกเพ่ือเข้าตรวจเลือกเป็นทหารกองประจาการ แต่ไม่ได้ย่ืน
ขอผ่อนผันกับสัสดีหรือไม่ทราบว่าต้องยื่นขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารทาให้ขาดโอกาสในการสมัคร
เข้าเปน็ ทหารกองประจาการ
-ฑ-
ขอ้ เทจ็ จรงิ
เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับทราบกฎหมายตาม
พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ ในการลงบัญชีทหารกองเกิน เม่ืออายุย่างเข้า ๑๘ ปี
ตามมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บรรดาชายซ่ึงมีสัญชาติไทย เมื่อมีอายุย่างเข้าสิบแปดปี
ในพุทธศักราชใด ให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชน้ัน” และหลักเกณฑ์
ในการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจาการ เม่ืออายุ ๒๑ ปี (๒๐ ปีบริบูรณ์) ตามหมวด ๔
การเรยี กคนเข้ากองประจาการ มาตรา ๒๒ – มาตรา ๒๗
ข้อเสนอแนะ
๑. ผู้ปกครองเยาวชน หรือผ้อู านวยการศนู ย์ฝกึ ฯ ควรสารวจอายเุ ยาวชนท่มี ี
อายุย่างเข้า ๑๘ ปี (อายุ ๑๗ ปี) เพื่อแนะนาให้ผู้ปกครองไปแจ้งลงบัญชีทหารกองเกินกับสัสดี
และสารวจเยาวชนท่ีมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ เพ่ือดาเนินการขอผ่อนผันให้ หรือหากเยาวชน
มีผ้ปู กครองให้แจง้ ผู้ปกครองใหย้ ื่นหนงั สอื ผ่อนผันกบั สสั ดี
๒. กรณีเยาวชนท่ีมีความประพฤติดี ศูนย์ฝึกฯ ควรดาเนินการย่ืนเร่ือง
ต่อศาลขอพักโทษเพ่ือไปสมัครเป็นทหารกองประจาการ (ทหารเกณฑ์) ซ่ึงในลักษณะเช่นนี้ ควรนา
ตน้ แบบการสมัครเข้าร่วมโครงการไปเปน็ ทหารกองประจาการ (ทหารเกณฑ์) จากศนู ย์ฝกึ ฯ ๓ แห่ง
ไดแ้ ก่ ศนู ย์ฝึกฯ เขต ๑ จงั หวัดระยอง ศนู ย์ฝึกฯ เขต ๒ จังหวดั ราชบรุ ี และศูนย์ฝกึ ฯ เขต ๗ จงั หวดั
เชียงใหม่ ท่มี แี นวคดิ ที่ดีในการสง่ เสริมใหเ้ ยาวชนรู้ถึงหนา้ ท่ีตามกฎหมายท่ีต้องเขา้ รบั ราชการทหาร
๔) การจัดทีพ่ กั อาศัย
สภาพปญั หา
๑. ศูนย์ฝึกฯ แต่ละแห่งมีท่ีพักคับแคบ ไม่เพียงพอทาให้สภาพความเป็นอยู่มีความ
แออดั
๒. การกระทาความผิดและคดีต่าง ๆ ที่เกิดจากการกระทาความผิดของเด็ก
และเยาวชนมีจานวนเพ่ิมข้ึน และถูกส่งเข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฯ มากข้ึน
๓. เด็กและเยาวชนที่เข้ามาอยู่ภายในศูนย์ฝึกฯมีจานวนเพิ่มขึ้น ทาให้เกิด
โรคติดต่อท่ีแพร่หลายได้ง่าย
๔. เด็กและเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฯ จานวนหนึ่งเป็นกลุ่มท่ีมีความ
หลากหลายทางเพศ มีสภาพละเอียดอ่อนท่ีต้องดูแลเป็นการเฉพาะ
-ฒ-
ข้อเท็จจรงิ
ปัจจุบันอาคารสถานท่ีของศูนย์ฝึกฯ ท่ัวประเทศเป็นอาคารที่ก่อสร้างมาเป็น
ระยะเวลาทยี่ าวนานทาให้เส่อื มสภาพในการใช้งานตามกาลเวลาโดยเฉพาะหอนอนที่เป็นที่พักอาศัย
ของเด็กและเยาวชน และมีสถานที่คับแคบไม่เพียงพอต่อจานวนเด็กและเยาวชนท่ีเพิ่มขึ้น รวมท้ัง
อุปกรณ์อานวยความสะดวกบางประการที่ไมเ่ พยี งพอ เชน่ พดั ลมถ่ายเทอากาศ
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ศนู ยฝ์ ึกฯ ควรใช้ระบบการบรหิ ารจดั การกระจายเดก็ และเยาวชนไปยงั ศูนยฝ์ ึกฯ
ใกลเ้ คยี งเพอื่ ลดปญั หาความแออดั
๒. ควรสนับสนุนงบประมาณเกี่ยวกบั การปรบั ปรงุ อาคารสถานที่ใหด้ ีข้นึ หรือกอ่ สรา้ ง
อาคารใหม่ รวมถึงสนบั สนุนให้มีอปุ กรณอ์ านวยความสะดวกเพ่ิมมากข้นึ เช่น พดั ลมถา่ ยเทอากาศ
๓. ปจั จุบันสังคมได้เปิดกว้างและให้การยอมรับความแตกต่างและความหลากหลาย
ของมนุษย์มากขึ้นโดยเฉพาะบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซ่ึงกลุ่มคนเหล่าน้ีอาจกระทา
ความผิดและถูกส่งไปยงั ศนู ย์ฝึกฯ หลายแหง่ จึงควรบริหารจัดการท่ีพกั อาศยั และอ่ืน ๆ ให้เหมาะสม
กบั กลมุ่ บุคคลดังกลา่ วน้ีดว้ ย
๕) การดูแลสุขภาพ
๕.๑ โรคตดิ ตอ่ ทางกาย
สภาพปญั หา
โรคติดต่อบางชนิดมีความร้ายแรงและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทาให้เกิดปัญหา
เป็นวงกว้างในศนู ยฝ์ ึกฯ เช่น วัณโรคปอด ไข้หวัดใหญ่ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
HIV/AIDS หรือไวรสั ตับอักเสบ เปน็ ต้น
ขอ้ เทจ็ จริง
เน่ืองจากในปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนที่กระทาความผิดเป็นจานวนมาก และถูก
ส่งตัวเข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฯ ส่งผลให้สถานท่ีเกิดความคับแคบและมีความเป็นอยู่อย่างแออัด ซ่ึงเด็ก
บางคนอาจเปน็ โรคตดิ ต่อรา้ ยแรงท่ีทาให้เกดิ การแพร่ระบาดขึ้นได้
ขอ้ เสนอแนะ
ควรมกี ารกาหนดชุดมาตรฐานการตรวจสุขภาพ โดยเพมิ่ การตรวจคดั กรองโรค เช่น
๑. โรคติดต่อทางเดนิ หายใจทท่ี าใหเ้ กิดการระบาดได้ เชน่ วัณโรคปอด ไขห้ วดั ใหญ่
โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เป็นต้น
-ณ-
๒. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV/AIDS Syphilis หนองใน หนองในเทียม
และแผลริมออ่ น เปน็ ตน้
๓. โรคไวรัสตบั อกั เสบ A , B, C
๕.๒ อาการทางสุขภาพจิต
สภาพปญั หา
เดก็ และเยาวชนท่ีมปี ัญหาทางสุขภาพจติ ซึง่ ศนู ยฝ์ ึกฯ ยังไมม่ กี ลไกด้านการคัดกรอง
เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้อยา่ งเปน็ ระบบ
ขอ้ เทจ็ จรงิ
ศูนย์ฝึกฯ หลายแห่งมีเด็กและเยาวชนท่ีมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ซ่ึงเด็ก
และเยาวชนกล่มุ น้ีมีปญั หาเม่ืออยู่ภายในศูนย์ฝึกฯ โดยไม่ทราบวิธใี นการดแู ลเพื่อให้เดก็ และเยาวชน
กลุม่ นี้มีสขุ ภาพจติ ที่ดีข้ึน
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ควรจะมีการตรวจประเมินสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับความเครียด
ภาวะซึมเศร้าเพอื่ ปอ้ งกนั การทาร้ายตัวเองหรือปอ้ งกนั การฆ่าตวั ตาย
๒. ประเมินสติปญั ญาและภาวะ learning Disability (LD) เพ่อื ประเมนิ ความสามารถ
ในการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ
๓. ตรวจคดั กรองโรคทางจติ เวชที่สาคญั เชน่ โรคจติ เภท (Schizophrenia) โรคซมึ เศรา้
(Depression) โรคจติ เวช (psychosis)
๔. ตรวจคัดกรองภาวะตดิ ยาเสพติด/ภาวะโรคทางจติ เวชทเี่ กิดจากการใช้ยาเสพติด
๖) การเยย่ี ม (กรณไี มม่ ญี าตเิ ยย่ี ม)
สภาพปญั หา
โดยเด็กและเยาวชนเหล่าน้ีอาจมีปัญหารอยร้าวในจิตใจว่าเหตุใดตนเองถึงไม่มี
ผปู้ กครองหรอื ญาติมาเยย่ี ม ส่งผลกระทบตอ่ สภาพจติ ใจภายในของเด็กได้
ข้อเท็จจริง
เด็กและเยาวชนจานวนไม่น้อยท่ีอยู่ในศูนย์ฝึกฯ ไม่มีผู้ปกครองเข้ามาเย่ียม
ในศูนย์ฝึกฯ ต้ังแต่เข้ามาอาศัยอยู่ อาจเกิดจากหลายกรณี เช่น เด็กเร่ร่อนไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลัก
แหล่ง เด็กและเยาวชนที่ผู้ปกครองต้องโทษในเรือนจา เดก็ และเยาวชนท่ีไมส่ ามารถติดต่อผู้ปกครอง
ไดห้ รอื เดก็ และเยาวชนที่ผูป้ กครองประสบปญั หาทางเศรษฐกจิ ไม่มคี า่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทาง
-ด-
ข้อเสนอแนะ
๑. ควรจัดกิจกรรมสาหรับเยาวชนกล่มุ ที่ไมม่ ญี าติเยี่ยม เชน่ การจดั ครอบครัวอปุ ถัมภ์
โดยคณะกรรมการสงเคราะห์ หรอื นักจิตวิทยา เข้ามาเป็นผู้ปกครอง มาเย่ยี ม พูดคุย และมอบของใช้
อุปโภคบรโิ ภคเพอื่ ให้เยาวชนมีกาลงั ใจได้รับความอบอุ่นและการดแู ลอย่างใกล้ชิด หรือการนาเยาวชน
ไปทศั นศกึ ษาภายนอกศนู ยฝ์ กึ ฯ เป็นคร้ังคราว เพือ่ ใหเ้ ยาวชนเกิดความผอ่ นคลาย
๒. อาศัยเทคโนโลยที ี่ทันสมยั เพ่ือเปิดโอกาสพบปะพูดคุย เช่น การเย่ียมทางไกลผ่าน
ระบบออนไลน์ผา่ นจอภาพเพอ่ื ลดค่าใช้จา่ ยไมต่ อ้ งเดนิ ทางมาเยยี่ ม
๗) การรกั ษาพยาบาล
สภาพปัญหา
ศูนย์ฝึกฯ ทุกแห่งมีสถานพยาบาล และเจ้าหน้าท่ีพยาบาลคอยให้การบาบัดรักษา
โรคให้กับเด็กและเยาวชนตามสมควร แต่ถ้าป่วยเกินขีดความสามารถของสถานพยาบาลรองรับ
ได้กจ็ ะมีการพิจารณาส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก ซึ่งปัญหาในศูนย์ฝกึ ฯ แต่ละแห่ง
ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้พ้ืนฐานทางการแพทย์สาหรับให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
หรือใหเ้ จา้ หนา้ ทศี่ ูนยฝ์ กึ ฯ ชว่ ยกันรกั ษาพยาบาลเบือ้ งต้น
ข้อเทจ็ จรงิ
สิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาลเม่ือเกิดการเจ็บปว่ ยเป็นสิทธขิ ั้นพ้นื ฐานท่ีทกุ คน
ควรได้รับ ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะถูกจากัดสิทธิเสรีภาพ โดยต้องโทษแต่ก็ยังคงมีสิทธิท่ีจะได้รับ
การรักษาที่ไม่แตกต่างจากบุคคลภายนอก ซ่ึงรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้บัญญัติรับรองไว้ให้ได้รับ
การรกั ษาเมอ่ื เกิดการเจบ็ ปว่ ย
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ควรตรวจสอบสทิ ธิประกนั สขุ ภาพของเดก็ และเยาวชนทุกคน และทาการย้ายสิทธิ
การรักษาพยาบาลให้เข้ามายังโรงพยาบาลแม่ข่ายประกันสุขภาพในพื้นท่ีท่ีมีศูนย์ฝึกฯ ต้ังอยู่
๒. ควรพัฒนากลไกในการประสานงานกับโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสุขภาพใน
พ้ืนที่เพ่ือให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงสิทธิการดูแลสุขภาพให้เข้าถึงบริการสิทธิการรักษาพยาบาล
สง่ เสริมสุขภาพ ปอ้ งกันโรค การฟืน้ ฟูสุขภาพ ไดอ้ ยา่ งครบถ้วน
๓. ควรพัฒนาระบบส่งต่อการรักษาพยาบาลระหว่างศูนย์ฝึกฯ และโรงพยาบาล
แมข่ า่ ยประกันสขุ ภาพในพื้นท่ี เพอ่ื การส่งต่อทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
๔. ควรพฒั นาระบบการใหค้ าปรึกษาทางไกลและระบบการสง่ ต่อการรักษาพยาบาล
กบั โรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นท่ี มีการให้ความรู้ในการกู้ชีพฉุกเฉินและซ้อมแผนการช่วยเหลือในกรณี
ฉกุ เฉนิ เปน็ ระยะ
-ต-
๕. ควรมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ีจาเป็นเพ่ือใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น AED
(Automated External Defibrillator) หรอื เคร่อื งช่วยฟ้ืนคนื คล่นื หัวใจดว้ ยไฟฟ้าแบบอัตโนมตั ิ
๖. กรณีต้ังครรภ์ไม่พร้อมให้ส่งผู้ประสบปัญหาหรือขอรับคาปรึกษาทางเลือก
ที่ศูนยพ์ ่งึ ได้ (OSCC) ของทุกโรงพยาบาลในสังกัดสานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
๘) การเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นปล่อย
๘.๑ การประกอบอาชพี ภายหลงั ปล่อย
สภาพปัญหา
เด็กและเยาวชนท่ีออกจากศูนย์ฝึกภายหลังปล่อย บางรายหาสถานประกอบการ
เพื่อเข้าไปสมัครทางานค่อนข้างยาก เน่ืองจากไม่สามารถปรับเปล่ียนทัศนคติของนายจ้างท่ีมีต่อเด็ก
และเยาวชน ถูกสังคมตีตราว่าเป็นผู้เคยกระทาผิดทาให้เด็กและเยาวชนไม่มีสถานที่ในการทางาน
อาจจะสง่ ผลใหก้ ลับมากระทาความผดิ ซ้าได้อกี
ขอ้ เท็จจริง
ส่วนใหญ่คนมักจะกลัวหรือมีทัศนคติท่ีไม่ไว้วางใจต่อผู้ท่ีเคยกระทาความผิดและ
ถูกดาเนินคดีมาก่อน รวมถึงอาจถูกจากัดด้วยระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานต่างๆ จึงพลาดโอกาส
ได้งานทา
ข้อเสนอแนะ
๑. ควรประสานงานกับสถานประกอบการเพื่อรับเยาวชนเข้าทางานในรูปแบบ
การฝกึ งานและการทางานภายหลังปลอ่ ย
๒. เน้นนโยบายการเสริมแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่รับเด็กภายหลังปล่อย
เข้าทางาน เชน่ มอบเกยี รตบิ ตั รเชดิ ชู
๓. เน้นส่งเสริมให้เด็กประกอบอาชีพส่วนตัว โดยสนับสนุนงบประมาณการลงทุน
เบือ้ งตน้ จากการระดมทรพั ยากรต่าง ๆ
๘.๒ การลบประวตั ิเด็กและเยาวชน
สภาพปัญหา
การลบประวัติเด็กและเยาวชนออกจากสารบบเปน็ เพียงการคดั แยกประวตั ิออกจาก
ระบบ ทาให้เกิดปัญหาในกรณีท่ีเด็กและเยาวชนไปสมัครงานตามหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ
หรือเอกชน มีการตรวจสอบประวัตอิ าชญากร พบวา่ ประวัติการกระทาความผดิ ของเด็กและเยาวชน
ท่เี คยกระทาไวย้ ังไม่ได้มกี ารลบประวัตอิ อกจากสารบบ ส่งผลกระทบตอ่ การทางานและการประกอบ
อาชีพของเด็กและเยาวชน ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าท่ีศูนย์ฝึกฯ จะดาเนินการตามข้ันตอนขอลบประวัติเด็ก
และเยาวชนส่งไปยงั สานักงานตารวจแห่งชาตเิ พอื่ ทาการขอลบประวัติแลว้ ก็ตาม
-ถ-
ขอ้ เทจ็ จรงิ
ตามระเบียบสานักงานตารวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบการตารวจไม่เกี่ยวกับ
คดี ลักษณะท่ี ๓๒ การพิมพ์ลายนิว้ มือ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๑ โดยระบุ
ห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลประวัติอาชญากรท่ีคัดแยกออกจากสารบบไปแล้ว ตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้
เป็นการเฉพาะ เช่น กฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ
ครอบครวั กฎหมายวา่ ดว้ ยการฟ้นื ฟสู มรรถภาพผู้ตดิ ยาเสพติด เปน็ ต้น
ขอ้ เสนอแนะ
กองทะเบียนประวัตอิ าชญากร สานักงานตารวจแห่งชาติ ควรมหี นงั สือแจ้งเวียนกาชับ
การปฏิบัติของสานักงานตารวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการแจ้งผลการดาเนินคดีถึงท่ีสุด การคัดแยกและ
ทาลายแผน่ พิมพ์ลายน้ิวมือ และรายการประวัติหรือบัญชีประวัตอิ อกจากสารบบหรือฐานข้อมูลประวัติ
อาชญากร ให้สถานตี ารวจท่ัวประเทศเพือ่ ทราบและถอื ปฏิบัติโดยเคร่งครัด
-ท-
สารบัญ
หนา้
รายนามคณะกรรมาธกิ าร ก
รายนามคณะอนกุ รรมาธกิ าร ค
รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา เรือ่ ง การจัดสวสั ดิการและการเตรยี มความพร้อมของเด็กและเยาวชน
ศึกษากรณี : เด็กและเยาวชนในศนู ย์ฝกึ และอบรมเดก็ และเยาวชน จ
บทสรปุ ผบู้ ริหาร ฌ
สารบญั ท
บทท่ี ๑ บทนา
๑.๑ ความเปน็ มาของการพจิ ารณาศกึ ษา ๑
๑.๒ วตั ถุประสงคก์ ารศึกษา ๒
๑.๓ ขอบเขตการพจิ ารณา ๒
๑.๔ วธิ ีพจิ ารณาศกึ ษา ๒
๑.๕ ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะได้รับ ๒
บทท่ี ๒ แนวคิด ทฤษฎี และงานวิชาการทเี่ กย่ี วข้อง ๓
๒.๑ ข้อมลู ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ๓
๒.๑.๑ อนุสญั ญาว่าดว้ ยสทิ ธเิ ดก็ ๔
๒.๑.๒ อนสุ ญั ญาว่าด้วยสทิ ธิเดก็ ทเ่ี กย่ี วข้องกบั กระบวนการยตุ ธิ รรม
สาหรบั เด็กและเยาวชน ๕
๒.๑.๓ แนวคิดเก่ยี วกบั การจดั สวัสดิการสังคม ๗
๒.๑.๔ แนวคิดเกยี่ วกบั การสร้างเสริมสขุ ภาวะทางปญั ญา ๘
๒.๑.๕ ปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธเิ ดก็ และเยาวชนขององค์การสหประชาชาติ ๑๐
๒.๒ งานวชิ าการท่เี กี่ยวขอ้ ง ๑๐
๒.๒.๑ สาเหตกุ ารกระทาความผิดของเดก็ และเยาวชน ๑๓
๒.๒.๒ ปรชั ญาในการปฏบิ ตั ติ ่อเด็กและเยาวชนทกี่ ระทาความผดิ ๑๓
๒.๓ กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้อง
บทท่ี ๓ ผลการดาเนนิ งาน ๑๕
๓.๑ การเดนิ ทางศกึ ษาดงู าน ณ ศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชน เขต ๗
จงั หวัดเชียงใหม่
-ธ- ๒๐
๒๐
๓.๒ รับทราบขอ้ มลู จากศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชน ๑๓ แหง่ ๒๓
๑) ศนู ยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนบา้ นบงึ จงั หวัดชลบรุ ี ๓๐
๒) ศนู ย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๒ จังหวดั ราชบรุ ี ๓๔
๓) ศนู ยฝ์ กึ และอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๓ จงั หวดั นครราชสมี า ๓๙
๔) ศนู ย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชน เขต ๔ จงั หวดั ขอนแกน่ ๔๔
๕) ศนู ยฝ์ กึ และอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๕ จงั หวดั อบุ ลราชธานี ๕๐
๖) ศนู ย์ฝกึ และอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๗ จงั หวดั เชยี งใหม่ ๕๓
๗) ศนู ยฝ์ ึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๑๐ จงั หวดั พงั งา ๖๒
๘) ศนู ย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชนหญิงบ้านปราณี ๖๗
๙) ศนู ยฝ์ กึ และอบรมเดก็ และเยาวชนชายบ้านมทุ ติ า ๗๓
๑๐) ศนู ยฝ์ กึ และอบรมเดก็ และเยาวชนชายบา้ นกรุณา ๗๗
๑๑) ศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนชายบา้ นอเุ บกขา ๘๓
๑๒) ศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนสริ ินธร
๑๓) ศูนย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชนบา้ นกาญจนาภเิ ษก ๘๕
บทที่ ๔ ข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
-น-
สารบัญ (ตอ่ )
ภาคผนวก - รายชอื่ คณะกรรมาธิการการพฒั นาสงั คม และกจิ การเด็ก เยาวชน
ภาคผนวก ก สตรี ผสู้ งู อายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วฒุ สิ ภา
- รายชอื่ ที่ปรกึ ษา ผชู้ านาญการ นักวิชาการ และเลขานกุ ารประจา
คณะกรรมาธกิ าร
- รายชอื่ คณะอนุกรรมาธกิ าร
- รายชอื่ ฝา่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคม และกจิ การเดก็ เยาวชน
สตรี ผู้สงู อายุ คนพิการ และผดู้ อ้ ยโอกาส วฒุ ิสภา
๑
บทท่ี ๑
บทนำ
๑.๑ ควำมเป็นมำของกำรพิจำรณำศกึ ษำ
เด็กและเยาวชน ถือว่าเป็นกาลังสาคัญ ในการพัฒ นาประเทศในอนาคต
เมื่อเด็กและเยาวชนเติบโตข้ึนจะต้องเป็นคนดีของสังคมและทาประโยชน์ให้แก่ประเทศได้มากน้อย
เพยี งใดข้นึ อยู่กับศักยภาพในตัวของเด็กและเยาวชนเอง ซ่งึ สิ่งเหล่าน้ีบดิ า มารดา ผ้ปู กครองตอ้ งเป็น
ผู้ช่วยสร้าง และพัฒนาความรู้ความสามารถของเด็กและเยาวชน แต่ในสังคมปัจจุบันโอกาส
ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนลดนอ้ ยลง เมือ่ พบวา่ มปี ญั หาเด็กและเยาวชนกระทาความผิดกฎหมาย
กันมากข้ึน และปรากฏว่าเด็กและเยาวชนเหล่านั้นมักจะกระทาผิดซ้าอีกในเร่ืองเดียวกันในครั้ง
ต่อ ๆ ไป เม่ือมีโอกาสแม้ได้รับโทษมาแล้วตามกฎหมาย ทาให้ผู้ปกครองไม่สามารถนาเด็กและ
เยาวชนเหล่าน้ันเข้าไปดูแล และพัฒนาศักยภาพตามข้ันตอนปกติท่ัวไปได้ ดังน้ัน ข้อควรพิจารณา
ท่สี าคญั ประการหน่ึง คือ เหตุใดเด็กและเยาวชนเหลา่ น้ีถงึ ออกมากระทาความผิดซ้าอีก แม้จะได้รับ
โทษทางกฎหมายแล้ว การที่เด็กและเยาวชนกระทาความผิดซ้าอาจเกิดข้ึนได้จากหลายปัจจัย
เช่น ภาพแวดล้อม การคบเพื่อนชักนากันไปในทางที่ผิด หรือเด็กและเยาวชนอาจมีปัญหา
จากครอบครัว การเล้ียงดูของบิดา มารดา การปลูกฝังสิ่งท่ีไม่ดีให้กับเด็กและเยาวชนทาให้
เด็กและเยาวชนกลายเป็นบุคคลที่มีปญั หา สิ่งต่าง ๆ เหล่าน้ีล้วนแลว้ แต่เปน็ ปัจจัยหรือเป็นแรงจูงใจ
ให้เด็กและเยาวชนหันมากระทาความผดิ
อย่างไรก็ตาม เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่จะต้องเติบโตเป็นกาลังของสังคม
ใน อนาคตเป็น ผู้ที่มีขีดความสามารถและมีคุณ ค่าส่งผลให้ ประเทศชาติเจริญ รุ่งเรือง
ม่ันคงและพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดย้ังในภายหน้า แต่หากเด็กและเยาวชนขาดการศึกษาอบรม
มีความประพฤติไม่ดี มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ ดารงชีพโดยไม่สุจรติ มีการกระทาความผิดก่อให้เกิด
ความเสียหายต่อผู้อ่นื ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ อนาคตของประเทศชาติคงไม่มคี วามเจริญก้าวหน้า
อนาคตของชาติก็จะเต็มไปด้วยพลเมืองที่มีปัญหาต่อสังคมในชาติ จึงไม่สามารถที่จะพัฒนา
ประเทศชาติให้เจริญไปได้เท่าที่ควร ดังนั้น ปัญหาการกระทาความผิดของเด็กและเยาวชนจะต้อง
มองถึงสาเหตุหรือปัจจัยท่ีก่อให้เกิดการกระทาความผิด ซ่ึงต้องมองการเปล่ียนแปลงของสังคม
ในปัจจุบัน ควบคู่กันไปด้วยโดยที่สภาวะทางร่างกาย และสติปัญญาของเด็กไม่เท่าเทียมกับผู้ใหญ่
จึงต้องได้รับการคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้พัฒนาและเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นทรัพยากร
มนุษย์ท่มี คี ณุ คา่ และเปน็ กาลังสาคัญในการพัฒนาและสรา้ งสรรคส์ ังคมต่อไป
๒
ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นนั้น คณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็กและเยาวชน
ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และ
ผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้เล็งเห็นความสาคัญว่าอาจจะมีปัญหาอ่ืน ๆ ในเชิงปฏิบัติระดับ
พื้นท่ีที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน จึงมีแนวความคิดในการศึกษาเก่ียวกับ “การจัดสวัสดิการ
และการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชน ศึกษากรณี : เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรม
เด็กและเยาวชน รวมถึงสภาพปัญหา และอุปสรรคเพื่อนามาเป็นแนวทางในการจัดทาข้อเสนอแนะ
ต่อไป
๑.๒ วตั ถุประสงค์ของกำรศกึ ษำ
๑.๒.๑ เพ่ือศึกษาสภาพปัญหา ผลกระทบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาท่ีเกิดจาก
เดก็ และเยาวชนท่กี ระทาความผดิ รวมถึงการจดั สวสั ดกิ ารและการเตรยี มความพร้อมเดก็ และเยาวชน
ภายหลังการปล่อยตัว จากศูนยฝ์ กึ และอบรมเดก็ และเยาวชน
๑.๒.๓ เพ่ือรายงานผลการศึกษาเสนอต่อวุฒิสภา และให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
ทงั้ ภาครัฐ และทกุ ภาคสว่ นได้นาผลการศกึ ษาไปเป็นแนวทางในการดาเนินงานตอ่ ไป
๑.๓ ขอบเขตกำรพจิ ำรณำ
พิจารณาศึกษาสภาพปัญหา ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข รวมถึงการเตรียม
ความพร้อมเดก็ และเยาวชนภายหลงั ปล่อย เพื่อนาไปสูแ่ นวทางการปอ้ งกัน และแกไ้ ขปัญหาที่เกิดขึ้น
ตอ่ เด็กและเยาวชน และจัดทาเป็นขอ้ เสนอแนะไปยังหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องตอ่ ไป
๑.๔ วิธีพจิ ำณำศกึ ษำ
๑.๔.๑ ศึกษาจากการรบั ฟงั ข้อมลู จากหน่วยงานภาครัฐท่เี ก่ยี วข้อง
๑.๔.๒ ศึกษาข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและ
เยาวชน จาก ๑๓ แห่ง ใน ๒๑ แห่ง ข้อมูลจากงานวิจัย รวมถึงศึกษากฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ
ท่ีเก่ยี วข้อง
๑.๔.๓ ลงพน้ื ทศ่ี ึกษาดงู านศนู ย์ฝกึ และอบรมเดก็ และเยาวชน เขต ๗ จังหวดั เชยี งใหม่
๑.๕ ประโยชนท์ ี่คำดวำ่ จะไดร้ บั
๑.๕.๑ รบั ทราบถึงสภาพปญั หา ผลกระทบ เพ่อื แสวงหาแนวทางการแก้ไขปญั หา
๑.๕.๒ จัดทารายงานผลการศึกษาเสนอต่อวุฒิสภา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ท้งั ภาครัฐและทุกภาคสว่ นท่เี กี่ยวข้องนาผลการศกึ ษาไปเปน็ แนวทางในการปฏิบัตงิ านตอ่ ไป
บทท่ี ๒
แนวคิด ทฤษฎี และงานวิชาการทเี่ กยี่ วข้อง
๒.๑ ข้อมลู ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
๒.๑.๑ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธเิ ด็ก ๑
บนรากฐานของสิทธิมนษุ ยชน คือ ศักด์ศิ รีและคุณค่าของมนุษยท์ ่เี ท่าเทยี มกันในเรอื่ ง
เสรีภาพ ความยุติธรรมและสันติภาพโดยปราศจากการแบ่งแยกใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเช้ือชาติ สีผิว เพศ
ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง กาเนิดเช้ือชาติ สังคม ทรัพย์สินหรือสถานะอ่ืน โดยเฉพาะ
ระลึกวา่ เด็กเป็นกลุ่มที่จะต้องได้รับการพัฒนาโดยคานึงถึงประเพณี ค่านิยมและวัฒนธรรมของแต่ละ
กลุ่ม ได้รับการคุ้มครองดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ เชื่อในความรับผิดชอบของครอบครัวที่จะปกป้อง
ชว่ ยเหลอื และพัฒนาเด็กในบรรยากาศของความสุข ความรักและความเข้าใจ ให้เด็กได้รับการเตรียม
ตัวในการดารงชวี ติ ในสังคมโลก
อนสุ ัญญาว่าด้วยสทิ ธเิ ด็กมีสาระสาคญั เกี่ยวกบั สทิ ธพิ ้ืนฐานของเดก็ ๔ ประการ คือ
๑. สทิ ธทิ จ่ี ะมชี วี ิตรอด (Survival Rights)
เริม่ ตง้ั แต่เม่อื แรกเกิด เดก็ ๆ มสี ิทธทิ ี่จะมีชวี ติ รอด ได้รับการจดทะเบยี นเกิด มสี ทิ ธิ
ที่จะมีช่ือ ได้สัญชาติ และได้รับการเล้ียงดูจากบิดามารดาของตน ไม่ถูกแยกจากครอบครัว รวมท้ัง
ไดร้ ับการปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสม โดยรัฐมีหนา้ ท่ีประกันสิทธิเหล่านี้ และจัดหาบริการพื้นฐาน
ต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้มีชีวิตรอด และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น การสาธารณสุข
ท่ีได้มาตรฐานในยามเจ็บป่วย ในด้านโภชนาการ ก็ต้องมีอาหารที่ดีมีประโยชน์ที่เหมาะสาหรับเด็ก
มีน้าด่ืมที่สะอาด ได้อาศัยอยู่ในพ้ืนที่ชุมชน ที่สะอาด ตลอดจนโอกาสเข้าถึงการพัฒนาต่อไป
ในอนาคต
๒. สิทธทิ จ่ี ะไดร้ ับการปกปอ้ งคุ้มครอง (Protection Rights)
เมื่อเด็กๆ ได้เกิดและรอดชีวิตมาแล้ว ส่ิงต่อมาท่ีพวกเขาควรได้รับคือการปกป้อง
คุ้มครอง คือได้รับความคุ้มครองจากการใช้ความรุนแรงท้ังร่างกายและจิตใจ และยังรวมไปถึง
การคุ้มครองจากการใช้แรงงานผิดกฎหมาย การทางานอันตราย หรือขัดขวางการศึกษาในเรื่อง
สารเสพติดก็เช่นกัน เด็กๆ จะต้องได้รับการคุ้มครองจากสารอันตราย สารมีพิษ และสิ่งเสพติด
ต่าง ๆ อีกหน่ึงการให้ความคุ้มครองที่สาคัญยิ่ง ก็คือ คุ้มครองจากการค้ามนุษย์ การขายและการลัก
พาเด็ก การล่วงละเมิดทางเพศ และการแสวงประโยชน์กับเด็กในทุกรูปแบบ โดยรัฐจะมีหน้าที่ต้อง
๑ สบื ค้นเม่ือวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓, จาก https://www.unicef.org/thailand/th/what-is-crc
๔
ฟื้นฟูท้ังร่างกายและจติ ใจไดก้ ลบั คืนส่สู งั คมอย่างมศี กั ด์ศิ รีอีกดว้ ย
๓. สิทธิที่จะไดร้ บั การพฒั นา (Development Rights)
เพราะเดก็ ในวันนี้ คือ อนาคตของชาติในวนั ข้างหนา้ การศกึ ษาและพัฒนาการจึงเปน็
อีกเรื่องท่ีตอ้ งให้ความสาคัญ เริ่มต้ังแตท่ ี่เด็กๆ จะตอ้ งได้รับบรกิ ารพัฒนาปฐมวัย และได้รับการศึกษา
อย่างมีคุณภาพ ได้รับข้อมูลข่าวสารจากส่ือท่ีหลากหลาย โดยมีพ่อแม่เป็นผู้คอยช่วยแนะนา
ขณะที่เด็กที่มีความจาเป็นพิเศษ เช่น เด็กพิการ ก็ต้องได้รับการดูแลให้มีชีวิตที่ปกติสุข ได้รับโอกาส
พัฒนาและการศึกษาท่ีเหมาะสม ให้สามารถเติบโตพ่ึงพาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจน
มีส่วนร่วมในชุมชน สิทธิด้านการพัฒนาน้ียังหมายรวมถึงการต่อยอดไปสู่ทักษะเฉพาะต่างๆ
การพัฒนาความสามารถท้ังด้านร่างกายและจิตใจ ที่จะทาให้เด็กๆ ได้ก้าวไปสู่อ นาคตท่ีสดใส
และมีคณุ ภาพชวี ติ ท่ีดตี ่อไปในอนาคต
๔. สทิ ธทิ ่จี ะมีสว่ นรว่ ม (Participation Rights)
เด็กๆ ก็คือสมาชกิ คนหน่งึ ในสงั คม อาจจะตัวเลก็ สักหนอ่ ย แตก่ ็มีสิทธิท่ีจะมีสว่ นร่วม
อย่างเต็มตัว ทั้งการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี หรือเข้ามามีบทบาทในเร่ืองต่างๆ โดยเฉพาะกับ
เร่ืองท่ีส่งผลกระทบ หรือมีส่วนโดยตรงกับตัวเด็กและเยาวชนเอง โดยความคิดเห็นดังกล่าวของเด็ก
จะต้องไดร้ ับการพจิ ารณาอย่างจรงิ จงั ตามสมควรแก่อายุและวฒุ ิภาวะของเด็กคนน้ัน เด็กและเยาวชน
แทบทกุ คนมีศักยภาพทไี่ มส่ ามารถมองขา้ มได้เลย ในขณะทภี่ าครัฐมีหนา้ ทีท่ ่จี ะเอ้อื อานวยและส่งเสริม
การมีสว่ นรว่ มของเด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดบั ชมุ ชนเป็นต้นไป ทุกภาคสว่ นกค็ วรจะมีบทบาทส่งเสริม
สนับสนุนให้เด็กๆ และเยาวชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ได้แสดงความคิดเห็น มีพ้ืนที่ในการใช้
ศกั ยภาพของตนเอง ที่จะสร้างความเปล่ียนแปลงท่ดี สี ู่สงั คม
๒.๑.๒ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กท่ีเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมสาหรับเด็กและ
เยาวชน๒
ขอ้ ๒๘
๑. รัฐภาคียอมรับสิทธิ ของเดก็ ที่จะไดร้ บั การศึกษาและเพอ่ื ทจ่ี ะใหส้ ทิ ธิน้ีบงั เกดิ ผล
ตามลาดบั และบนพ้นื ฐานของโอกาสทีเ่ ท่าเทยี มกัน รฐั ภาคจี ะ
(ก) จัดการศึกษาระดับประถมศึกษาเป็นภาคบงั คบั ทเี่ ด็กทุกคนสามารถเรยี นได้
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
(ข) สนบั สนุนการพัฒนาของการศกึ ษาระดบั มธั ยมในรปู แบบตา่ ง ๆ รวมถึงการศึกษา
สายสามัญและสายอาชีพ จัดการศกึ ษาใหแ้ พรห่ ลายและเปิดกว้างแก่เด็กทุกคน และดาเนินมาตรการ
ท่ีเหมาะสม เช่น การนามาใช้ซึ่งการศึกษาแบบให้เปล่า และการเสนอให้ความช่วยเหลือทางการเงิน
๒ สืบค้นเมอื่ วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓, จาก http://humanrights.mfa.go.th/upload/pdf/crc.pdf
๕
ในกรณที จ่ี าเป็น
(ค) ทาใหก้ ารศึกษาในระดบั สูงเปดิ กวา้ งแกท่ ุกคนบนพน้ื ฐานของความสามารถโดย
ทกุ วธิ กี ารที่เหมาะสม
(ง) ทาให้ขอ้ มูลข่าวสารและการแนะแนวทางการศึกษาและอาชพี เป็นที่แพรห่ ลาย
และเปดิ กว้างแก่เดก็ ทกุ คน
(จ) ดาเนินมาตรการเพ่ือสนับสนุนการเข้าเรียนอยา่ งสม่าเสมอ และลดอัตราการออก
จากโรงเรียนกลางคัน
๒. รัฐภาคีจะดาเนินมาตรการท่ีเหมาะสมที่จะประกันว่าระเบียบวนิ ัยของโรงเรียนได้
กาหนดขึ้นในลักษณะที่สอดคล้องกบั ศกั ดศิ์ รแี หง่ ความเป็นมนษุ ยข์ องเดก็ และสอดคล้องกับอนุสญั ญานี้
๒.๑.๓ แนวคิดเกีย่ วกับการจัดสวัสดิการสงั คม
แนวคดิ พ้นื ฐานของการจดั สวัสดกิ ารสังคม
นักวิชาการบางท่านได้จาแนกแนวคิดพื้นฐานของการจัดสวัสดิการสังคมว่า แนวคิด
พ้ืนฐานด้านการจัดสวัสดิการสังคมมีอย่างน้อย๖ แนวคิด ไดแก่ ๑. แนวคิดขวาใหม่ ๒. แนวคิด
ทางสายกลาง ๓. แนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย ๔. แนวคิดมารกซิสม ๕. แนวคิดเสรีนิยม
และ ๖. แนวคิดกรนี นิสม์
๑. แนวคดิ ขวาใหม่
โดยพื้นฐานแนวคิดขวาใหม่เชื่อเรื่องระบบกลไกตลาดเสรี คือ รัฐไม่ควร
เ ข้ า ม า แ ท ร ก แ ซ ง ร ะ บ บ ต ล า ด ป ล่ อ ย ใ ห้ ก ล ไ ก ต ล า ด แ ล ะ ร า ค า สิ น ค้ า เ ป็ น ไ ป โ ด ย ธ ร ร ม ช า ติ
ของกลไกของระบบเอง โดยเช่ือว่าปัญหาสังคมเป็นเรื่องปกติท่ีเกิดข้ึนในทุกสังคม แ ละผู้
ที่สร้างปัญหาสังคมเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ หรือบางวัฒนธรรมย่อยที่ไม่สามารถปรับตัวให้
เข้ากับระบบตลาดเสรี ใครทางานก็ควรได้รับผลตอบแทน ผู้ใดไม่ทางานก็ควรได้รับการ
ลงโทษหรือไม่ได้รับค่าตอบแทน รัฐจึงไม่ควรให้สวัสดิการสังคมแก่คนเหล่านี้เพราะไป
เป็นการแทรกแซงกลไกตลาด และเป็นการทาให้คนเคยตัวหวังพึ่งพิ งรัฐ ไม่เห็นความ
จาเป็นท่ีต้องทุ่มเททางานการผลิตทางเศรษฐกิจ
๒. แนวคิดทางสายกลาง
แนวคิดทางสายกลางยอมรับว่าระบบตลาดเสรีและระบบทุนนิยมทาให้เศรษฐกิจ
เติบโตดี และเป็นสิ่งจาเป็นสาหรับประชาชนในสังคม ขณะเดียวกันระบบดังกล่าวก็สร้างความไม่
เป็นธรรมเป็นระบบที่ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ดังนั้น รัฐพึงมีบทบาทอย่างสาคัญในการจัด
ให้มีสวัสดิการสังคมที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน แนวคิดทางสายกลางเชื่อในลัทธิ
ปฏิบัตินิยมท่ีไม่ได้มีหลักการจัดสวัสดิการสังคมที่สลับซับซ้อนแต่เน้นความเป็นไปได้จริง หยิบยก
๖
ข้อบกพร่องของระบบตลาดเสรีมาแก้ไขเป็นจุด ๆ ไป
๓. แนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย
แนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตยเป็นการพัฒนาการในลาดบั ทสี่ งู ข้ึนของลัทธิทนุ นยิ ม
รัฐสวัสดิการตามแนวคิดน้ีเป็นการเปลี่ยนผ่านจากทุนนิยมเสรีเต็มข้ันไปสู่สังคมนิยม แม้ว่าแนวคิด
สังคมนิยมประชาธิปไตยตระหนักถึงความล้มเหลวของลัทธิทุนนิยม แต่ยังยอมรับว่าทุนนิยมเป็น
ย่างก้าวหน่ึงที่มีความสาคัญต่อการเปล่ียนแปลงไปสู่สังคมนิยมที่เป็นประชาธิปไตย แนวคิดนี้เชื่อ
และยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปฏิเสธรูปแบบการเปล่ียนแปลงอย่างอื่น ๆ
ท่ีไม่ได้ใช้กระบวนการทางรัฐและนโยบายสวัสดิการสังคมเป็นกลไกท่ีสาคัญต่อการเปล่ียนแปลง
อยา่ งคอ่ ยเปน็ ค่อยไป
๔. แนวคิดมารก์ ซิสม
โดยในด้านเน้ือหาทางทฤษฎี แนวคิดมาร์กซิสม์ไม่สนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคม
หรือรัฐสวัสดิการ เพราะถือวา่ รฐั สวัสดิการหรือสวัสดิการสังคมทาให้ระบบทนุ นิยมดารงอยู่ได้ไม่ทาให้
สังคมต้องเป็นคอมมิวนิสม์เท่านั้น ประชาชนจึงจะได้รับการตอบสนองความตองการอย่างท่ัวถึง
และเป็นธรรม แนวคดิ มารกซิสมเ์ ห็นว่าสวสั ดิการสงั คมหรอื รัฐสวัสดิการมีธรรมชาติท่ขี ัดแย้งในตวั เอง
กล่าวคือ ด้านหนึ่งสวัสดิการสังคมปกป้องให้ระบบทุนนิยมดารงอยู่ ทว่าในอีกด้านหนึ่งก็ให้ประโยชน
ทดแทนแก่ผู้ใช้แรงงานจานวนมาก ตลอดจนระบบรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็งล้วนเป็นผลมาจากการต่อสู้
ทางชนชน้ั ดว้ ยเชน่ กนั
๕. แนวคดิ สตรีนิยม
ในดา้ นนโยบายสวสั ดิการสงั คม แนวคดิ สตรนี ยิ มซ่งึ มจี าแนกยอ่ ยออกเป็นแนวคิด
ย่อย ๆ อีกมากมาย ต่างเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ ลดการเลือกปฏิบัติ ตระหนักในความ
แตกต่างระหว่างความเป็นชายเป็นหญิง ให้โอกาสในทางเลือก โอกาสในการทางาน การศึกษา
การเมืองการปกครอง การศาสนาและอื่น ๆ แก่สตรีอย่างทัดเทียมชาย นโยบายสวัสดิการสังคม
ต้องไม่เป็นรองหรือสาคัญกับสวัสดิการสังคมมักก่อผลกระทบทางลบต่อประชาชนผู้ด้อยโอกาส
อยา่ งมากและสตรีเป็นหนึ่งในกลมุ่ ผ้ทู ่รี บั ผลทางลบนีอ้ ยเู่ สมอ
๖. แนวคิดกรนี นสิ ม์ (Greenish)
เป็นแนวคิดท่ีคานึงถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซ่ึงจาแนกได้เป็นสองขั้ว
ใหญ่ คือ แนวคิดกรีนนิสม์ที่เป็นแนวลึก และแนวคิดกรีนนิสม์แนวตื้น โดยทั่วไป แนวคิดกรีนนิสม์
เห็นวา่ รฐั สวัสดกิ ารหรือสวสั ดกิ ารสังคมที่เป็นอยไู่ ม่ได้ชว่ ยแก้ไขปญั หาสังคมอย่างแท้จริง เพียงแต่เป็น
การบรรเทาอาการของปัญหานน้ั
๗
๒.๑.๔ แนวคดิ เก่ียวกบั การสร้างเสรมิ สุขภาวะทางปญั ญา
ทฤษฎที เี่ กี่ยวข้องกับการสร้างเสรมิ สขุ ภาวะทางปญั ญา๓
แนวคิดวิทยาศาสตร์สมอง การศึกษาการพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา
ไว้ว่า สมอง (Brain) และสภาวะจิต (Mind) มีความสัมพันธ์กัน การฝึกจิตให้มีสติมีความรู้ตัวด้วย
เทคนิคอย่างใดอย่างหน่ึงจะนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสมอง การสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา
ตามหลกั การทางานของสมองประกอบด้วย ดงั นี้
๑. ความคิดอัตโนมัติ (Autonomic thought) มีเพียงร้อยละ ๑๐ ของความคิด
อัตโนมัติเท่าน้ันที่มีประโยชน์ ใช้งานได้ ที่เหลือเป็นสิ่งท่ีไม่มีประโยชน์ตรงกันข้ามกันกับความคิด
ท่ีมีความมุ่งม่ันจดจ่อ การฝึกสติความรู้ตัว (Mindfulness meditation) อยู่กับส่ิงใดส่ิงหนึ่งตรงหน้า
ช่วยลดความคิดท่ีเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ การฝึกอยู่กับลมหายใจปัจจุบัน เช่น ลมหายใจเข้าออก
การทาสิ่งใดส่ิงหน่ึงตรงหน้าทาให้เห็นกระแสความคิดที่พรั่งพรูออกมาอย่างชัดเจน เมื่อบุคคล
ดึงความรู้สึกตัวกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ลดกระแสความคิดอัตโนมัติลงจะเกิดการเรียนรู้แบบใหม่
ยกตัวอย่างการฟังเรื่องราวของผู้อ่ืน หากมีความคิดอัตโนมัติเกิดข้ึนจะมีการประเมินคุณค่า
การคิดต่อเกิดการคาดคะเนว่าผู้พูดต้องการส่ือสารอะไร การสรุปตัดสินเรื่องราวท่ีได้รับฟังเจือปน
ด้วยการปรุงแต่งตามประสบการณ์/ข้อมูลเดิมของผู้ฟั งความจริงจึงถูกบดบังและแทนท่ี ไม่น่าไปสู่
การเรียนรู้ส่ิงใหม่
๒. การสร้างการเปล่ียนแปลงของสมองสู่สภาวะจิตสมดุลต้องอาศัยการฝึกฝน
การสร้างกระแสความคิดเชิงบวก ได้แก่ การมีความอ่อนโยนต่อตัวเอง สร้างความเบิกบานในชีวิต
บ่มเพาะความเข้มแข็งภายในการกระทาเพื่อเช่ือมโยงตนเองสู่โลกภายนอกและดารงอยู่อย่างสันติ
การคิดถึงสิ่งท่ีดีสร้างความปีติยินดีในชีวิต คือวิธีการสร้างกระแสความคิดเชิงบวกให้เข้ามามีอิทธิพล
แทนที่ และลดความแรงของกระแสความคิดเชิงลบท่ีเกิดจากความคิดอัตโนมัติ การเน้นย้าความคิด
เร่ืองอุดมการณ์ชีวิตให้เข้าสู่กระแสจิตเสริมพลังนาไปสู่การเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสรีระวิทยา
เกิดการตอบสนองเพอื่ ให้เกิดการกระทาที่บรรลเุ ปา้ หมาย
๓. ความสามารถในการจดจ่อใส่ใจของบุคคลเพิ่มข้ึนได้โดยการฝึกสติฝึกความรู้
ตัวอย่างสม่าเสมอ เพราะการฝึกสติรู้ตัวอย่างสม่าเสมอทาให้เยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า (Insula of
prefrontal cortex) มีความหนาแน่นนาไปสู่การมีความสามารถจดจ่อใส่ใจเพิ่มข้ึน ขณะท่ีบุคคล
ไดร้ ับการกระตนุ้ จากเสยี ง สัมผัส ให้มีความคิด ความรสู้ ึก ความต้องการ และการโต้ตอบ จะส่งผลให้
๓ ปรียา แกว้ พมิ ล และคณะ, ๒๕๕๘ ( หนา้ ๓๙ – ๑๒๘)
๘
เกิดกระบวนการทางานของสมองที่เพิ่มขึ้น มีการไหลเวยี นของโลหิตไปสู่บริเวณน้ันของสมองเพิ่มขึ้น
เพราะสมองบริเวณนั้นต้องการปริมาณออกซิเจนท่ีเพ่ิมข้ึนจากเดิม รูปแบบการทางานของสมอง
ที่เปล่ียนแปลงอย่างต่อเน่ืองส่งผลต่อคุณลักษณะของยีน การฝึกความจดจ่อ การผ่อนคลาย
อยา่ งสมา่ เสมอช่วยฟ้นื ฟูการทางานของสมอง
๔. การบ่มเพาะสภาวะจิตท่ีมีคุณลักษณะแห่งความเมตตาต่อตัวเองช่วยลด
ความเครียด และลดการหล่ังฮอร์โมนความเครียด ลดการวิพากษ์ตัวเองให้น้อยลง เพ่ิมความมั่นอก
มั่นใจ นาไปสู่การเยียวยาชีวิตจากประสบการณ์เชิงลบในอดีต เพราะความเครียดและฮอร์โมน
ความเครียดกระทบต่อการทางานของสมอง ฮอร์โมนความเครียดเข้าสู่สมองส่งผลต่อสมองส่วน
การรับรู้ ความเข้าใจ และการเรียนรู้ (Cognition) และสุขภาวะจิต ฮอร์โมนเหล่าน้ีส่งผลโดยตรง
ต่อสมองส่วนหน้า อมิกดาลา และฮิปโปแคมปัส กระทบต่อการเรียนรแู้ ละจดจาการปรับสมดุลสมอง
ด้วยการผ่อนคลายโดยใช้เทคนิคแพทย์ทางเลือกการฝึกซ้าอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผ่อนคลายระดับลึก
ฟื้นฟสู มอง ดา้ นการจดจา ลดการโต้ตอบของอมิกดาลาจากอิทธพิ ลของฮอร์โมนความเครยี ด
๕. การพักผ่อนในบรรยากาศที่ผ่อนคลายช่วยให้บุคคลเกิดภาวะท่ีผ่อนคลายและมี
แรงบันดาลใจในการทางานที่สมบูรณ์ การใคร่ครวญภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลายเพ่ิมประสิทธภิ าพ
ในการทางานของสมองใหเ้ กดิ อานาจอย่างชดั เจนในการแยกแยะ
๔เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีบริบทต่างจากเด็ก
และเยาวชนทวั่ ไป คอื มีภาวะเครยี ด ซึมเศรา้ เหงา กังวลเรื่องเรยี นถกู ทารา้ ยโดยเพอ่ื น การถูกลงโทษ
และก้าวร้าว สภาวะดังกล่าวในมิติของสุขภาวะทางปัญญาสอดคล้องกับด้านการจัดการเร่ืองราว
อยา่ งมีสติ
๒.๑.๕ ปฏิญญาสากลวา่ ด้วยสิทธิเดก็ และเยาวชนขององคก์ ารสหประชาชาติ
เนอ่ื งจากเด็กไมใ่ ช่ผู้ใหญย่ ่อส่วน แตเ่ ป็นอีกวัยอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องมีพัฒนาการ มีลักษณะ
เฉพาะที่ตอ้ งศึกษา ตอ้ งใหค้ วามสาคัญในฐานะพลเมืองของประเทศด้วย โดยแตกตา่ งไปจากวัยผู้ใหญ่
ดังทรรศนะของจอห์น ดิวอี้ นักการศึกษาชื่อดังชาวสหรัฐอเมริกา แต่เน่ืองจากเด็กและเยาวชน
ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ตอ้ งมีผดู้ ูแลหรอื มีผูป้ กครองตามกฎหมายให้การดูแลเลีย้ งดู อบรมสงั่ สอน
จนกว่าถึงวัยที่ดูแลตนเองได้และไม่ต้องมีผู้ปกครอง และระหว่างท่ีผู้ใหญ่ทาหน้าท่ีดูแลเด็กนั้น
ผู้ใหญ่จาเป็นต้องทราบเก่ียวกับสิทธิของเด็กและต้องไม่ละเมิดสิทธิของเด็ก อีกทั้ง ต้องเอาใจใส่
ในการพิทักษ์รกั ษาสทิ ธขิ องเด็กในความดแู ลดว้ ยอยา่ งเตม็ ที่๕ ดงั นี้
๔ ปรยี า แก้วพิมล ๒๕๕๗ (หน้า ๑๑๑)
๕ สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี ๙ ธนั วาคม ๒๕๖๓, จาก https://sites.google.com/site/s5620710088/ptiyya-sakl-wa-
dwy-siththi-dek-laea-yeawchn
๙
ข้อ ๑. เด็กและเยาวชน พึงได้รับสิทธิเท่าเทียมกันโดยปราศจากการแบ่งแยก
หรือกดี กันไมว่ า่ โดยวธิ ใี ด ในเรอื่ งเชอ้ื ชาติ สผี ิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเหน็ ทางการเมอื ง เผา่ พนั ธุ์
สัญชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน ถ่ินกาเนิด สภาพร่างกายหรือสถานะอ่ืนๆ ไม่ว่าจะของเด็กหรือ
ของครอบครัวก็ตาม
ข้อ ๒. เด็กและเยาวชน พึงได้รับการพิทักษ์คุ้มครองเป็นพิเศษ อันจะช่วยให้เด็ก
สามารถพัฒนาทัง้ ทางกาย ทางสมอง และจิตใจเพื่อให้รว่ มอยู่ในสงั คมได้อย่างปกตชิ น
ขอ้ ๓. เดก็ และเยาวชนมสี ิทธทิ จ่ี ะไดช้ ่อื และมีสัญชาติแตก่ าเนดิ
ข้อ ๔. เด็กและเยาวชนพึงได้รับความม่ันคงทางสังคมและเติบโตอย่างสมบูรณ์
ดังนั้นทั้งแม่และเด็กควรได้รับการดูแลคุ้มครองเป็นพิเศษ ท้ังเม่ืออยู่ในครรภ์และภายหลังเม่ือคลอด
แลว้ โดยไดร้ ับสิทธใิ นเรอื่ งทีอ่ ยูอ่ าศยั ไดร้ ับอาหารไดร้ ับการดแู ลทางการแพทย์ และโดยเฉพาะเด็กเล็ก
ใหไ้ ดร้ บั การเล่นร่นื เริง เพลิดเพลนิ ด้วย
ข้อ ๕. เดก็ และเยาวชนที่พิการท้ังร่างกายสมองและจิตใจ มีสิทธทิ ่จี ะได้รับการรกั ษา
พิเศษ หมายถึง การดูแลรักษาและการศกึ ษาทเ่ี หมาะสมกับสภาวะของเดก็ โดยเฉพาะ
ข้อ ๖. เด็กและเยาวชน พึงได้รับความรักและความเข้าใจ อันจะช่วยพัฒนาบุคลิก
ของตนโดยเติบโตอยู่ในความรับผิดชอบของบิดา มารดาของเด็กเองและในทุกกรณีเด็กจะต้องอยู่ใน
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นปลอดภัย และไม่พลัดพรากจากพ่อแม่ ในกรณีที่เด็ก
ไม่มีครอบครัวหรือมาจากครอบครัวที่ยากจนและมีลูกมากก็จะได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากรัฐ
หรอื องคก์ ารต่าง ๆ
ข้อ ๗. เด็กและเยาวชนมีสิทธิท่ีจะได้รับการศึกษา ซ่ึงควรจัดให้เปล่าอย่างน้อยใน
ระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาเด็กให้เหมาะกับวัฒนธรรมของสังคมน้ัน และให้
เตบิ โตเปน็ สมาชิกผทู้ าประโยชนต์ อ่ สังคมไดค้ นหนึ่ง การศึกษานค้ี รอบคลุมใหถ้ งึ การแนะแนวทางชวี ิต
ซึง่ มีบิดา มารดาเป็นผู้รับผิดชอบก่อนบุคคลอ่ืน เด็กจะต้องมีโอกาสได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน
จากการเล่นและรน่ื เริงพร้อมกันไป
ขอ้ ๘. เดก็ และเยาวชนจะเป็นบุคคลแรกทไี่ ดร้ ับการค้มุ ครองและสงเคราะห์ในทกุ กรณี
ข้อ ๙. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการปกป้องให้พ้นจากการถูกทอดทิ้ง จากความโหดร้าย
ทารุณ และการถูกข่มเหง รังแกทุกชนิด เด็กจะต้องไม่กลายเป็นสินค้าไม่ว่าในรูปแบบใดจะต้องไม่มี
การรับเด็กเข้าทางานก่อนวัยอันสมควรไม่มีการกระทาใด ๆ อันจะเป็นการชักจูงหรืออนุญาตให้เด็ก
จาต้องรับจ้างทางาน ซึ่งอาจจะเป็นผลร้ายต่อสุขภาพของเด็ก หรือเป็นเหตุให้การพัฒนาทางกาย
ทางสมองและทางจิตใจของเดก็ ตอ้ งเสอ่ื มลง
๑๐
ข้อ ๑๐. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากการกระทาท่ีแสดงถึงการกีดกัน
แบ่งแยกไม่ว่าทางเชื้อชาติ ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะทางสังคม ด้วยวิธีการใด เด็กจะต้องได้รับ
การเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาในภาวะแห่งจิตที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ มีการหย่อนหนักหย่อนเบา
มีมิตรภาพระหว่างชนชาติ สันติภาพ และความเสมอภาค ตลอดจนได้รับการดูแลด้วยสานึกท่ีว่า
ความสามารถในตัวเด็กเปน็ พละกาลังท่จี ะนามาใช้กบั เพือ่ นมนุษยด์ ้วยกันต่อไป
จากปฏิญญาสากลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ต้องมีจิตสานึก ต้องตระหนัก
ในคุณค่าของเด็ก จะกระทาการอันใดท่ีเป็นการล่อ-ลวงละเมดิ สิทธิของเด็กเพียงเพื่อตามใจปรารถนา
ของตนนั้นย่อมมิได้ ขณะเดียวกันต้องสอนให้เด็กได้ทราบและเข้าใจถึงความสาคัญของตนในฐานะ
ท่ีเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งมวลมนุษยชาติ มีบทบาท มีหน้าท่ีและมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง
ต่อผู้อ่ืนและต่อสงั คมทตี่ นเองอาศัยอยดู่ ว้ ยเชน่ กนั
๒.๒ งานวชิ าการที่เกย่ี วข้อง
๒.๒.๑ สาเหตกุ ารกระทาความผดิ ของเดก็ และเยาวชน๖
๒.๒.๑.๑ สาเหตุจากตัวเดก็ และเยาวชน
เด็กท่ีกระทาผดิ จานวนมากท่ีมีปัญหาทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นมูลเหตุผลกั ดัน
สง่ เสรมิ ให้มพี ฤติกรรมเบ่ยี งเบน จากพันธกุ รรม คือ
๑) สติปัญญาและจิตใจในทางวิชาการยอมรับกันว่า สติปัญญา อุปนิสัยบางอย่าง
และโรคบางอย่างสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกหลานได้ เช่น ปัญญาอ่อน จิตใจบกพร่อง
บุคลิกภาพทราม ความรสู้ กึ ทางเพศท่ผี ิดปกติ ซ่ึงเป็นมลู เหตใุ ห้เด็กมแี นวโน้มท่จี ะกระทาผดิ ได้งา่ ย
๒) ร่ายกายและโรค ลักษณะร่างกายท่ีผิดปกติ พิการ และโรคบางอย่าง เช่น
โรคเอดส์ กามโรค โรคพิษสุราเร้ือรัง ฯลฯ ซึ่งได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ทาให้เด็กมีปมด้อย
มีจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด และมองโลกต่างไปจากคนทั่วไป ทาให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้าน
บรรทัดฐานของสงั คม
๒.๒.๑.๒ สาเหตจุ ากส่ิงแวดลอ้ ม
ส่ิงแวดล้อมของเด็กเร่ิมต้ังแต่ที่ใกล้ชิดกับเด็กมากท่ีสุด คือ ครอบครัว เพื่อนบ้าน
ชุมชน โรงเรียน เพ่ือน รวมทั้งสภาพสังคมทั่วไป อันได้แก่ สภาพเศรษฐกิจการเมือง วัฒนธรรม ส่ือมวลชน
และอ่นื ๆ อีกมาก ท่เี ด็กไดป้ ระสบตลอดเวลาท่เี ติบโตขึ้น ซง่ึ จะกลา่ วเฉพาะที่สาคัญ คอื
๑) ครอบครวั
บ้านและครอบครัว นับว่าเป็นสถาบันสังคมที่มีความสาคัญอันดับแรกในการ
สร้างลักษณะนิสัย และบุคลิกภาพของเด็ก ถ้าครอบครัวมีความสุข มีการเล้ียงดูอบรมเอาใจใส่ดี
๖ สบื คน้ เมื่อวนั ท่ี ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓, จาก e-book.ram.edu/e-book/I/LW437(50)/LW437-2.pdf
๑๑
เด็กก็จะเจรญิ เติบโตเปน็ คนดี ประพฤตดิ ี แตถ่ า้ ในครอบครัวไมม่ ีความสุข ขาดความรัก ขาดการเอาใจ
ใส่เด็กก็จะหันไปหาเพ่ือน และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ซ่ึงอาจชักนาไปในทางไม่ดีได้ง่าย ครอบครัวแบบนี้
เรยี กว่า “ครอบครัวบกพรอ่ ง”
หากภายในบ้านไม่มีความสุข และความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวไม่ดี
พอ่ แม่ทะเลาะทุบตีกันเปน็ ประจา หรือเลิกร้างท้ิงไป เรยี กว่า “บ้านแตก” (Broken Home) ก็จะเป็น
ผลร้ายแก่เด็กอย่างมาก ทาให้เด็กมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน เกเร มองโลกในแง่ร้าย หากเด็กทนสภาพ
ในครอบครัวไม่ได้ก็จะหนีออกจากบ้าน กลายเป็นเด็กเร่ร่อนจรจัดม่ัวสุมกันเสพอบายมุขและ
ยาเสพตดิ และกระทาความผดิ ในท่สี ุด
๒) การศึกษา
การศึกษาทาให้เด็กมีความรู้ มีความคิดที่ถูกต้องตามทานองคลองธรรม
สถานศึกษาเป็นที่อบรมดูแลรองจากครอบครัว และเป็นเสมือนแม่พิมพ์ท่ีจะหล่อหลอมให้เด็กเป็น
คนดตี ่อไป
แต่ในปัจจุบันก็มีสถานศึกษาหลายแห่งที่ไม่สามารถควบคุมดูแลนักเรียน
นักศึกษาวัยรุ่นที่มีค่านิยมและทัศนคติที่ผิด ๆ ตามรุ่นพี่เป็นเหตุให้มีการทาร้ายร่างกาย ฆ่ากัน
เพียงเพราะอยูใ่ นสถาบันท่ีถือวา่ เป็นอริกนั
๓) การคบเพ่ือน
การคบเพื่อนเป็นสิ่งสาคัญสาหรับเด็กและเยาวชน ถ้ าคบเพ่ือนเกเร
มีความประพฤติไม่ดีก็จะชักนาให้เด็กดี ๆ ประพฤติผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะเยาวชนที่ครอบครัว
มีปัญหา มักจะรวมตัวเป็นแก็งค์แล้วชอบแสดงพฤติกรรมที่ขัดกับบรรทัดฐานของสังคมจนถึง
ละเมิดกฎหมายบา้ นเมอื ง ชอบวิธรี ุนแรงใชก้ าลงั ตัดสิน
๔) สภาพแวดลอ้ มและอทิ ธิพลของชมุ ชน
สภ าพ แ วด ล้ อ มแ ละ ชุม ช น มี อิท ธิพ ลอ ย่างม ากต่ อ การกระท าผิ ด ข องเด็ ก
เด็กที่เติบโตมาในละแวกบ้านท่ีมีส่ิงแวดล้อมไม่ดี จะมีแนวโน้มในทางกระทาความผิดได้โดยง่าย
พฤติกรรมของเด็กกระทาผิดมักจะใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากกว่าอยู่ในบ้านโดยเตร็ดเตร่ไปตามท่ีต่าง ๆ
คบเพื่อนที่มีความประพฤติไปทานองเดียวกัน ชักชวนกันเสพ ยาของมึนเมาสารเสพติด
มั่วสุม ตามแหล่งอบายมุข ย่ิงกว่าจะสนใจไปตามสนามกีฬาหรือศูนย์เยาวชนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นพวกมิจฉาชีพ และมีแหล่งอบายมุขให้มั่วสุมกันดาษดื่น ทาให้เด็กและ
เยาวชนคนุ้ เคยกับพฤตกิ รรมดังกล่าวและเห็นผิดเป็นชอบ
๑๒
๕) สาเหตทุ างเศรษฐกิจ
สังคมที่มีเศรษฐกิจดี ประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพสูง จานวน
อาชญากรรมก็น้อย ตรงข้ามกับสังคมที่เศรษฐกิจตกต่า ประชาชนมีรายได้น้อย จานวนอาชญากรรม
ก็มีมากในครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความสุข เพราะมีรายได้ไม่พอเล้ียงดู พ่อแม่ทะเลาะวิวาท
เด็กต้องออกไปทางานนอกบ้าน ขาดการศึกษา คบเพื่อนไม่ดี จึงนาไปสู่การก่ออาชญากรรม
และการกระทาผดิ ของเดก็
๖) สือ่ มวลชน
ในยุคโลกาภิวัตน์ส่ือสารมวลชนมีอิทธิพลแพร่หลายมาก เด็กจะได้เรียนรู้
พฤติกรรมต่าง ๆ ท่ีไม่ดีจากส่ือมวลชน อีกท้ัง ความเจริญทางเทคโนโลยีของการส่ือสารท่ีเข้ามาสู่ตัว
เดก็ และครอบครวั ทาให้เด็กไดร้ บั รู้เร่ืองที่ลอ่ แหลมและกระตนุ้ ไปในทางผิดศลี ธรรม และเพราะความ
อ่อนต่อโลก และวุฒิภาวะยังไม่เจริญเต็มท่ี ไม่คิดถึงผลดีผลเสียโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีแ ต่ความ
อยากลอง จึงมคี า่ นยิ มที่ผดิ ๆ ชอบทาเลียนแบบ
๗) ยาเสพตดิ
ยาเสพติดเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมและการกระทาผิดของเด็ก ปัจจุบัน
การแพร่ระบาดของยาเสพติดและสารเสพติดในรูปแบบต่าง ๆ ได้ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงที่กระทบ
ถึงความมั่นคงของชาติ เพราะเด็กและเยาวชนตกเป็นทาสของยาเสพติด และสารเสพติดมีจานวน
สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและพบว่าจะมีอายุเฉล่ียลดน้อยลงทุกที ท้ังน้ี เน่ืองจากเด็กและเยาวชนเป็นผู้ท่ีมี
ความอ่อนเยาว์อยากรอู้ ยากเห็น อยากลอง เมือ่ ตดิ ยาเสพติดแลว้ กจ็ ะเสือ่ มโทรมท้ังรา่ งกายและจติ ใจ
ต้องขวนขวาย หามาเสพให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ๆ ในท่ีสุดก็จะกระทาผิดเพ่ือให้ได้ทรัพย์
มาช้ือยาเสพติด
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาท่ีร้ายแรงมากระดับโลก เพราะยาเสพติด
มไิ ด้ทาลายเฉพาะตัวผู้เสพเท่านั้น แต่ยังทาลายครอบครัว สังคม ประเทศชาติอีกด้วย จากการสารวจ
พบว่าชุมชนแออัดในเมอื งใหญเ่ ป็นแหล่งระบาดของยาเสพตดิ ท่ีสาคญั และเป็นการเพาะอาชญากรรม
และแพร่เช้ือโรคเอดส์พร้อม ๆ กันไปด้วย ปัจจุบันรัฐและสังคมได้พยายามรณรงค์ให้ชุมชนช่วยกัน
ป้องกันยาเสพติด มีการจัดตั้งเขตปลอดยาเสพติด และมีอาสาสมัครในชุมชนคอยช่วยเหลือสอดส่อง
ดูแลผ้ตู ิดยาเสพติด เป็นรายบุคคล
๑๓
๒.๒.๒ ปรชั ญาในการปฏบิ ัตติ อ่ เดก็ และเยาวชนทก่ี ระทาความผิด แบ่งออกไดเ้ ปน็ ๒ แนว คือ
๑) ปรัชญาที่มุ่งต่อการลงโทษ๗ เพื่อเป็นการแก้แค้นต่อผู้กระทาความผิด
ป้องกันและปราบปรามมิให้มีการกระทาความผิด มักพบแนวคิดเช่นน้ีในสังคมท่ีประชาชนส่วนใหญ่
เป็นพวกอนุรักษ์นิยม แนวความคิดน้ีจะกาหนดโทษและลงโทษผู้กระทาความผิดเหมือนกัน
โดยไม่คานึงถึงความแตกต่างด้านอายุของผู้กระทาความผิด ดังที่เคยพบว่าที่ประเทศอังกฤษ
ศาลได้พพิ ากษาตัดสนิ และลงโทษเด็กอายุ ๙ ขวบ ฐานลกั ทรัพย์ดว้ ยการแขวนคอ
๒) ปรัชญาที่มุ่งเน้นต่อการแก้ไขฟ้ืนฟู เพื่อช่วยเหลือให้ผู้กระทาความผิด
บางจาพวกซง่ึ พิจารณาแล้วเห็นว่ายงั พอทีจ่ ะเยยี วยาได้ โดยปรับปรุงเปล่ยี นแปลงแก้ไขความประพฤติ
ได้แทนทจี่ ะลงโทษ มกั พบแนวความคิดเช่นวา่ น้ีในสงั คมทปี่ ระชาชนส่วนใหญ่เปน็ พวกเสรนี ยิ ม
๒.๓ กฎหมายทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
๒.๓.๑ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๕๓ และทแ่ี ก้ไขเพมิ่ เตมิ
๒.๓.๒ พระราชบัญญตั ิคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
๒.๓.๓ พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองผูถ้ กู กระทาด้วยความรนุ แรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐
๒.๓.๔ พระราชบัญญัติการบริหารการแก้ไขบาบัดฟ้ืนฟูเด็กและเยาวชนท่ีกระทาผิด
พ.ศ. ๒๕๖๑
๗ สืบค้นเม่อื วันท่ี ๑๐ ธนั วาคม ๒๕๖๓, จาก elib.coj.go.th/Ebook/data/judge_report/jrp2555_10_99.pdf
บทที่ ๓
ผลการดาเนินงาน
การพิจารณาศึกษา เร่ือง การจัดสวัสดิการและการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชน
ศึกษากรณี: “เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน” เพ่ือจัดทาข้อเสนอแนะ พร้อมทั้ง
แนวทางแก้ไขปัญหาที่เก่ียวข้อง ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็กและเยาวชน ได้รับฟังข้อมูล
จากหน่วยงานภาครัฐทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ดังนี้
๓.๑ การเดินทางศึกษาดูงาน
ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๗ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ ๑๙
ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๗ อาเภอแม่ริม
จังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายนภสินธุ์ นาชัยพลอย
ผอู้ านวยการศูนย์ฝกึ ให้การตอ้ นรับ และสรปุ สาระสาคญั ได้ดังนี้
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๗ อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่แห่งน้ีก่อต้ังเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๑๓ รวมระยะเวลา ๕๐ ปี ทาให้ศูนย์ฝึกแห่งน้ีทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะร้ัว ขณะน้ี
มีจานวนเด็กที่อยู่ในศูนย์ฝึก จานวน ๒๗๗ คน ส่วนใหญ่มาจากคดียาเสพติดและออกจากสถานศึกษา
ต้ังแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ อายุน้อยสุดท่ีกระทาความผิด ได้แก่ อายุ ๑๔ ปี สูงสุด อายุ ๒๔ ปี
โดยศนู ยฝ์ กึ แหง่ นีจ้ ะสามารถอยู่ในความดูแลรบั ผิดชอบไมเ่ กนิ ๒๔ ปี ถา้ ศาลเหน็ สมควรวา่ ยังไม่ควรปล่อย
ตัวก็จะส่งต่อไปยังเรือนจา ใน ๑ ปีที่ผ่านมา พบเด็กที่ถูกส่งต่อเรือนจา จานวน ๒ ราย ภาพรวมเก่ียวกับ
การศึกษาจะแบ่งเด็กออกเป็น กลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มที่ไม่เคยเรียนหนังสือ กลุ่มท่ี ๒ เป็นกลุ่มท่ีไม่จบชั้น
ประถมศึกษา กลุ่มท่ี ๓ เป็นกลุ่มที่ไม่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และกลุ่มท่ี ๔ เป็นกลุ่มท่ีไม่จบ
การศึกษาช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย (โดยในช้ันการศกึ ษาน้ีจะนาระบบการเรียนการสอนในรูปแบบ กศน.
มาสอน) และมีการเรียนแบบทวิภาคี และทางศนู ย์ฝกึ ได้นาการเรียนการสอนในชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพ
๑๖
(ปวช.) มาปรับใช้สอนเด็กในศูนย์ฝึก ซ่ึงได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยอาชีวศึกษานอร์ทฝาง จังหวัด
เชยี งใหม่ เข้ามาสอนใหก้ บั เดก็ หากเดก็ คนใดเรยี นภาคทฤษฎีจบการศึกษา ถา้ มโี อกาสจะนาตัวเด็กออกไป
ฝึกงานดา้ นนอกศนู ยฝ์ กึ โดยหาท่ีฝึกงานใหเ้ ด็กทาใหเ้ ด็กเกิดรายได้ในขณะท่ีเด็กกย็ งั ถูกดาเนินคดอี ยเู่ ช่นกัน
การฝึกอาชีพในศูนย์ฝึกแห่งนี้จะเน้นอาชีพอะไรก็ได้ท่ีเด็กออกจากศูนย์ฝึกแห่งนี้ไปแล้วไม่ตกงานสามารถ
ท่ีจะประกอบอาชีพได้ด้วยตนเอง เน่ืองจากเด็กในโซนภาคเหนือส่วนใหญ่จะเป็นเด็กท่ีไม่มีสัญชาติไทย
และเด็กที่ถือบัตรเลข ๐ คือ เด็กท่ีถือบัตรประจาตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเป็นจานวนมาก
ปัญหาที่ตามมาของเด็ก ๒ ประเภทน้ี คือ เมื่อมีการส่งต่อให้กับเครือข่ายเพ่ือไปสมัครงานก็ไม่สามารถ
สมัครงานได้ ทาให้ขณะน้ีทางศูนย์ฝึกมีการฝึกอาชีพเก่ียวกับอาหารและเครื่องด่ืม เน่ืองจากเชียงใหม่
เป็นเมอื งแหง่ การทอ่ งเทีย่ วเพอื่ ฝึกอาชพี ตอ้ งมีความสอดคล้องกบั บริบทของจงั หวดั
การฝึกอาชีพด้านนอกศูนย์ฝึกจะต้องเป็นเด็กท่ีถึงเกณฑ์และมีความประพฤติดีก็จะส่งออกไป
ประกอบอาชพี ด้านนอกศนู ย์ฝกึ โดยมีเจ้าหน้าท่ีศนู ยฝ์ ึกเข้าไปติดตาม การส่งเดก็ ออกไปฝึกอาชพี นอกศนู ย์
ฝึกเพื่อให้เดก็ ได้ใช้ชีวิตอยู่รว่ มกับสังคมได้ ซึ่งเดก็ ทีก่ ระทาความผิดจะเป็นเดก็ ทอ่ี ย่ใู น ๘ จังหวดั ภาคเหนือ
ตอนบน ไดแ้ ก่ เชยี งใหม่ เชียงราย ลาพูน ลาปาง แพร่ นา่ น แม่ฮอ่ งสอน และพะเยา ศนู ยฝ์ ึกแหง่ นจ้ี ะดูแล
รับผดิ ชอบเดก็ และเยาวชนตามคาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวใน ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน
ปัจจุบันมีเด็กชายที่ถูกส่งตัวมาจานวน ๒๔๐ คน และเด็กหญิงจานวน ๓๐ คน คิดเป็นคดียาเสพติด
จานวน ๒๐๒ ราย ศูนย์ฝึกจะจัดแนวทางในการฝึกอบรมโดยใช้วิธีการฝึกตามความต้องการของเด็ก
เป็นหลัก และมีการจัดการศึกษาสามัญ และการจัดการศึกษาวิชาชีพ จานวน ๑๑ วิชาชีพ เช่น อาชีพ
นักฟุตบอล อาชีพช่างนวดไทย เป็นต้น สาหรับกระบวนการติดตามหลังการปล่อยตัวจะมีการติดตาม
ในระยะเวลา ๑ ปี
๑๗
๑๘
๑๙
กระบวนงานเตรยี มความพรอ้ มก่อนปล่อย
- การประชุมตามแนวทางเตรยี มความพรอ้ มก่อนปลอ่ ยของศูนย์ฝกึ ทใ่ี หส้ ถานพนิ จิ มารว่ ม
- จาแนกเดก็ และเยาวชนช่วงเตรยี มความพร้อมกอ่ นปลอ่ ย
- จัดกิจกรรมเตรียมความพรอ้ มกอ่ นปลอ่ ย
- การสงเคราะห์ด้านทุนการศกึ ษาและการประกอบอาชพี ภายหลงั ปลอ่ ย
จดุ เด่นของศนู ยฝ์ ึก
มกี ารจัดทาแผนการดาเนนิ งานการฝึกอาชพี ตามความต้องการของเด็กและเยาวชนเปน็ หลัก
ปญั หาและอุปสรรค
๑) เดก็ ไมม่ สี ญั ชาตไิ ทย
๒) การลบทะเบียนประวตั ิเด็กท่เี คยกระทาความผิด
๓) เด็กกลบั มากระทาความผิดซา้ เนอื่ งจากไม่มีอาชพี รองรับเมอ่ื ออกจากศนู ย์ฝกึ
ขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมาธิการ
๑) ควรจดั อบรมเกยี่ วกบั อาชีพชา่ งลา้ งแอร์ เนอ่ื งจากปัจจุบันมคี วามตอ้ งการอาชพี ประเภทน้ี
๒) ควรวางแผนการดแู ลให้ครอบคลมุ ถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศทอ่ี าศัยอยู่ในศูนย์ฝึกฯ
ลงพ้ืนทใี่ นศนู ย์ฝกึ ฯเพอื่ ใหโ้ อวาทกับเดก็ และเยาวชน
๒๐
๓.๒ รับทราบข้อมลู จากศนู ย์ฝกึ และอบรมเด็กและเยาวชน
คณะอนุกรรมาธิการกิจการเด็กและเยาวชนได้ทาหนังสือสอบถามข้อมูลท่ีเก่ียวข้อง
จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน จานวน ๒๑ แห่งทั่วประเทศ โดยมีการต้ังประเด็นคาถาม
ออกเป็น ๗ ขอ้ ดังน้ี
๑. ตารางการเรียนและการทางานในศูนยฝ์ ึก
๒. วิชาชีพและหลักสูตรการศกึ ษา
๓. กระบวนการและขัน้ ตอนการเขา้ เย่ยี ม
๔. กระบวนการนาเด็กไปฝกึ งานภายนอกศนู ยฝ์ กึ ฯ
๕. ชว่ งการเกณฑท์ หารมวี ิธกี ารอยา่ งไร
๖. ขั้นตอน วธิ กี าร และระยะเวลาในการลบประวัตเิ ดก็ ออกจากระบบ
๗. วธิ ีการดาเนนิ งานของศนู ย์ฝกึ ฯ กรณีเดก็ และเยาวชนไมม่ ญี าติมาเยี่ยม
ไดร้ บั ขอ้ มลู ตอบกลบั จากศูนยฝ์ ึกและอบรมเด็กและเยาวชน จานวน ๑๓ แหง่ ประกอบดว้ ย
๑) ศนู ย์ฝกึ และอบรมเดก็ และเยาวชนบา้ นบงึ จงั หวดั ชลบรุ ี
๑.๑ ตารางการเรียนและการทางานในศนู ยฝ์ ึก
๒๑
๑.๒ วชิ าชีพและหลกั สตู รการศึกษา
หลักสูตรวิชาชีพ เป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน จานวน ๗๕ ช่ัวโมง หรือ ๑๒๐ ช่ัวโมง
แล้วแต่รายวิชาที่เขียนขอจัดทาหลักสูตร โดยแต่ละหลักสูตรได้รับการรับรองและออกวุฒิบัตร
ให้จากวิทยาลยั เทคนคิ บางแสน โดยมจี านวนหลักสตู ร ๕ วชิ า ดังนี้
๑. หลกั สูตรวชิ าชีพช่างเช่อื ม จานวน ๗๕ ชว่ั โมง
๒. หลกั สตู รวชิ าชพี ศลิ ปะ จานวน ๗๕ ช่ัวโมง
๓. หลกั สตู รวชิ าชพี ชา่ งไฟฟา้ จานวน ๗๕ ชว่ั โมง
๔. หลกั สตู รวิชาชพี เกษตรกรรม จานวน ๗๕ ชั่วโมง
๕. หลกั สูตรวชิ าชีพคอมพวิ เตอรก์ ราฟฟคิ ดไี ซน์ จานวน ๑๒๐ ช่วั โมง
หลักสูตรการศึกษาสายสามัญ แบ่งเป็นระดับชั้นสามระดับ คือ ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย โดยอิงหลักสูตรจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอบา้ นบึง จงั หวัดชลบรุ ี
หลักสูตรประถมศึกษา ต้องจบวิชาบังคับ ๓๖ หน่วยกิต วิชาเลือก ๑๒ หน่วยกิต
รวมท้ังหมด ๔๘ หน่วยกติ และกจิ กรรมกพช. จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องจบวิชาบังคับ ๔๐ หน่วยกิต วิชาเลือก ๑๖ หน่วยกิต
รวมทงั้ หมด ๕๖ หน่วยกติ และกจิ กรรมกพช. จานวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ต้องจบวชิ าบงั คบั ๔๔ หน่วยกติ วชิ าเลอื ก ๓๒ หนว่ ยกติ
รวมทงั้ หมด ๗๖ หน่วยกิต และกิจกรรมกพช. จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง
โดยแบ่งตารางการเรียนวชิ าชพี และสายสามัญ ดังน้ี
- วนั จนั ทร์ เรยี นสายวิชาชพี ท้งั วัน
- วนั องั คาร เรยี นสายสามญั ท้ังวัน
- วนั พธุ เรยี นสายวชิ าชพี ทงั้ วนั
- วนั พฤหัสบดี เรียนสายสามัญครง่ึ วนั เชา้ ครึง่ วันบา่ ย กจิ กรรมลกู เสอื
- วนั ศุกร์ เรยี นสายอาชีพครง่ึ วนั เช้า ครงึ่ วนั บ่าย จดั ทากจิ กรรมแยก
(เชน่ ชมรมทบู นี มั เบอรว์ ัน ชมรมกฬี า)
๑.๓ กระบวนการและขน้ั ตอนการเขา้ เยยี่ ม
๑. ผู้ปกครองนาหลักฐานแสดงตนถึงความสัมพันธ์ของเยาวชนต่อเจ้าหน้าท่ี
(สาเนาบัตรประชาชน สาเนาทะเบียนบ้าน) ยื่นต่อเจ้าหน้าท่ีเพื่อเขียนคาร้องขอมีสิทธิเย่ียม
เม่ือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานแล้ว ก็จะออกบัตรเยี่ยมให้กับเยาวชนเพื่อให้ผู้ปกครองแสดงบัตร
คร้งั ต่อไปเมอ่ื ต้องการเยีย่ มเยาวชน
๒. เม่อื แสดงบตั รเยย่ี มแลว้ เจ้าหนา้ ท่ีจะเบิกเยาวชนมาที่หอ้ งญาตเิ ยี่ยม พร้อมให้
ผู้ปกครองเข้าเย่ียมโดยกาหนดการเยี่ยมได้คร้ังละ ๔๐ นาที สามารถนาอาหารเข้ามารับประทาน
กับเยาวชนได้ โดยผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ และระหว่างการเย่ียมต้องปฏิบัติตนตามระเบียบ
ทางราชการ
๒๒
๑.๔ กระบวนการนาเด็กไปฝึกงานภายนอกศนู ย์ฝกึ ฯ
ศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนบ้านบึง มีกระบวนงานการคดั เด็กและเยาวชน
เพ่ือออกไปฝึกวิชาชีพด้านนอก ตามระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยการอนุญาต
ให้เด็กและเยาวชนออกนอกสถานพินิจเปน็ ครั้งคราว พ.ศ. ๒๕๕๔ และระเบยี บกรมพินจิ และคมุ้ ครองเด็ก
และเยาวชนวา่ ดว้ ยการอนญุ าตใหเ้ ดก็ และเยาวชนออกไปศึกษาประเภทไปมานอกสถานพนิ ิจ พ.ศ. ๒๕๕๔
และหลักเกณฑข์ องศูนยฝ์ กึ และอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบงึ
คณุ สมบัตเิ ด็กและเยาวชนท่ีเข้าเกณฑ์การออกภายนอกเปน็ คร้ังคราว
- เดก็ และเยาวชนท่ีศาลมคี าส่งั หรือคาพพิ ากษาให้เข้ารบั การฝึกอบรมทศี่ ูนย์ฝึกฯ
- ตอ้ งเขา้ รบั การฝกึ และอบรมมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ ๓ เดือน
- ไม่กระทาผดิ ยอ้ นหลังขึ้นไป ๑ เดือน (นับต้ังแตว่ ันคณะกรรมการพจิ ารณา)
- ผู้ปกครองเหน็ ชอบ
- ในกรณที เี่ ด็กและเยาวชนไดร้ ับโอกาสออกไปแล้ว ไมก่ ลบั มารายงานตวั ตามท่ี
ศูนย์ฝึกและอบรมกาหนด ให้เลขานุการคณะกรรมการฯ เสนอรายงานการติดตามเด็กเป็นระยะต่อ
ผู้อานวยการศูนย์ฝึกและอบรม จนกว่าจะติดตามเด็กและเยาวชนจะครบกาหนดปล่อยหรือติดตามเด็ก
กลบั มาได้
สถานประกอบการฝึกอาชีพเยาชนท่ไี ด้รบั โอกาสออกไปฝกึ อาชีพ
ต้องเป็นสถานประกอบการในเครือขา่ ยทศ่ี ูนยฝ์ กึ และอบรมเดก็ และเยาวชน
บ้านบึงประสานอยู่ ท้ังน้ีมีการกากับติดตามทกุ ๑๔ วนั เพื่อตรวจหาสารเสพตดิ ในปัสสาวะ กรณตี ้องการ
ฝึกอาชีพกับครอบครัว นักวิชาชีพของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึงจะพิจารณาเพื่ออนุญาต
ตอ่ ไป และหลังปล่อยตวั ศนู ยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนบ้านบงึ จะกากบั ตดิ ตามหลงั ปลอ่ ยตัว ๑ ปี
๑.๕ การดาเนนิ การชว่ งการเกณฑ์ทหาร
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึงจะทาหนังสือรับรองการฝึกอบรมของ
เยาวชนซงึ่ ตอ้ งบังคับแทนคาพิพากษาของศาล ใหผ้ ู้ปกครองนาหนังสอื ดงั กลา่ วไปยื่นกับสสั ดตี อ่ ไป
๑.๖ ข้นั ตอน วธิ กี าร และระยะเวลาในการลบประวตั เิ ด็กออกจากระบบ
เม่อื เยาวชนใกลค้ รบกาหนดการฝกึ อบรม ศนู ย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบา้ น
บงึ จะคดั รายช่อื เพอื่ ขอคดั สาเนาคาพิพากษาของศาลและหนงั สอื รบั รองเมือ่ คดถี งึ ทสี่ ุด และเม่ือไดเ้ อกสาร
ดังกลา่ วแล้วศูนย์ฝกึ และอบรมเดก็ และเยาวชนจะทาเรอื่ งขอลบประวตั ิเยาวชนตามรายชอ่ื เยาวชนสง่ ไปยัง
สานกั งานตารวจแหง่ ชาตเิ พือ่ ทาการขอลบประวตั เิ ยาวชน โดยมเี อกสารประกอบดงั น้ี
๑. ใบบริสทุ ธิ์ (หนงั สอื รับรองการปล่อยตวั เมอื่ ฝกึ อบรมครบตามคาพิพากษา
ของศาลแลว้ )
๒. สาเนาคาพพิ ากษา
๓. หนังสอื รบั รองคดถี งึ ทสี่ ุด
๔. สาเนาบตั รประชาชนหรอื ทะเบียนบ้านของเยาวชน
ทัง้ น้ี การลบประวตั ิของเยาวชนไม่สามารถกาหนดระยะเวลาแลว้ เสร็จไดเ้ พราะ
ขั้นตอนการลบประวตั เิ ยาวชนอยทู่ ี่สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ