The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2022-10-21 04:20:33

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy Industry)

27141672_0003

๑๓๕

จดุ ออ่ น (Weakness)
W1 กฎหมาย กฎระเบียบที่เปน็ อปุ สรรคตอ่ การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ

พืชเศรษฐกิจและผลผลิตจากภาคการเกษตรหลายชนิดของประเทศไทยได้รับการ
คุ้มครองและอุดหนุนทางด้านราคาจากภาครัฐ ส่งผลให้มกี ฎหมาย กฎระเบียบที่เก่ียวข้องหลายประการ
เช่น การควบคุมเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ามัน การควบคุมการนาเข้าน้ามันปาล์มและน้ามันเมล็ดในปาล์ม
การห้ามไม่ให้นาอ้อยไปผลิตผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่น้าตาล เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อจากัดที่สาคัญที่มีผล
โดยตรงตอ่ การพัฒนาอตุ สาหกรรมชีวภาพของประเทศ

W2 ความสามารถในการวิจัยและพฒั นาผลิตภัณฑ์ชวี ภาพ
จ า ก ก า ร ที่ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ชี ว ภ า พ ยั ง ถื อ เ ป็ น เ ร่ื อ ง ใ ห ม่ ส า ห รั บ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย

กระบวนการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์จาเป็นต้องใช้ความรู้ความสามารถท้ังทางด้านวิทยาศาสตร์
และวิศวกรรมศาสตร์ร่วมกัน ซ่ึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังขาดศักยภาพในการวิจัย
และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ รวมถึงการให้คาปรึกษาเพ่ือตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการ
นาผลติ ภณั ฑ์ชวี ภาพไปต่อยอดในการผลิตเปน็ สินค้าปลายน้า หรือสินคา้ สาเรจ็ รปู

W3 ขาดมาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชวี ภาพและศูนย์ทดสอบรับรอง
ผลิตภัณฑ์ชีวภาพจาเป็นท่ีจะต้องได้รับการทดสอบด้วยเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ท่ีได้

มาตรฐาน และจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานท่ีเป็นท่ียอมรับในระดับสากล ถึงแม้ว่าในประเทศไทย
จะมีผลิตภัณฑ์ชีวภาพท่ีได้รับการรับรองอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามยังมีผลิตภัณฑ์ชีวภาพอีกจานวนมาก
ที่ยังไม่มีมาตรฐานรับรอง นอกจากน้ีประเทศไทยยังขาดศูนย์ทดสอบกลางที่สามารถออกใบรับรอง
มาตรฐานทนี่ ่าเชื่อถอื ใหก้ บั ผู้ประกอบการ

W4 ขาดบคุ ลากรผู้เชยี่ วชาญดา้ นอตุ สาหกรรมชวี ภาพ
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร

จึงส่งผลให้มผี ูเ้ ชยี่ วชาญในภาคการเกษตรเปน็ จานวนมาก แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมชีวภาพท่ใี ชว้ ตั ถุดิบ
จากภาคการเกษตรน้ัน ยังพบว่ามีผู้เชี่ยวชาญในสาขาดังกล่าวค่อนข้างน้อย และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่
มาจากผู้มีประสบการณ์ทางด้านปิโตรเคมีที่ใช้วัตถุดิบจากปิโตรเลียม ส่งผลให้เมื่อเปรียบเทียบ
กับประเทศผู้นาในอุตสาหกรรมชีวภาพแล้ว ประเทศไทยจะเสียเปรียบในการแข่งขันเนื่องจากการ
ขาดบุคลากรผเู้ ชย่ี วชาญเฉพาะด้าน

W5 ความสามารถในการเขา้ ถงึ แหล่งเงนิ ทุนของผูป้ ระกอบการในอุตสาหกรรม
จากการท่ีอุตสาหกรรมชีวภาพยังถือเป็นเรื่องใหม่สาหรับประเทศไทย ส่งผลให้ยังไม่

เป็นที่รู้จักมากนักของวงการการเงินการธนาคารหรือตลาดทุนของไทย อีกท้ังรัฐบาลยังไม่มีมาตรการ
ส่งเสริมทางการเงินให้กับอุตสาหกรรมประเภทน้ีเป็นการเฉพาะ รวมถึงยังขาดข้อมูลทางด้านอุปสงค์
อุปทานของตลาดและช่องทางการจัดจาหน่าย ซ่ึงแตกต่างกับประเทศผู้นาในอุตสาหกรรม
อย่างสหรัฐอเมริกา จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่งผลให้ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ของผูป้ ระกอบการในอตุ สาหกรรมชีวภาพจงึ ยังเปน็ สิ่งทย่ี ากลาบาก

W6 ขาดเทคโนโลยีการผลติ ในเชงิ พาณิชย์
เทคโนโลยีการผลิตถือเป็นต้นทุนที่สาคัญของภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันประเทศไทย

ยังไม่สามารถพ่ึ งพ าต นเอ งทางด้ านเทคโนโลยีการผลิต ในเชิ งพ าณิ ช ย์สาหรับ อุ ต สาหกรรมชี วภาพ


๑๓๖

โดยบริษัทท่ีเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตของอุตสาหกรรมชีวภาพส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศเยอรมนี
สหรฐั อเมริกา มาเลเซีย และสหราชอาณาจกั ร

W7 กระบวนการบริหารจดั การในอุตสาหกรรมแบบมอื อาชีพ
อุตสาหกรรมชีวภาพเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีข้ันสูงในการผลิตและถือได้ว่า

เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมระดับโลก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ท่ีจะต้องมีการ
บริหารจัดการแบบมืออาชีพ แตกต่างกับกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
ส่งผลให้การติดต่อประสานงานหรือการบริหารจัดการมีความแตกต่างกันค่อนข้างสูง ท้ังทางด้าน
มาตรฐานการผลิต คุณภาพของสินค้า ความรู้ความสามารถของบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน
และจรรยาบรรณในการดาเนินธุรกิจ ท้ังน้ีผู้ประกอบการของไทยส่วนใหญ่ยังขาดความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ในการบรหิ ารจดั การอุตสาหกรรมแบบมืออาชีพ

W8 ขาดหน่วยงานที่รับผดิ ชอบเฉพาะด้านสาหรบั อตุ สาหกรรมชวี ภาพ
ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานกลางที่ดูแลรับผิดชอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ

ซึ่งปัจจุบันจะแบ่งแยกการทางานตามพืชวัตถุดิบ เช่น อุตสาหกรรมอ้อยมีสานักงานคณะกรรมการอ้อย
และน้าตาลทราย (สอน.) เป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบและดูแลทั้งระบบต้ังแต่ภาคการเกษตร
จนถึงภาคอุตสาหกรรม แต่พบว่ายังมีข้อจากัดในเรื่องอานาจหน้าที่บางประการเน่ืองจากเป็นหน่วยงาน
ของภาครัฐ อุตสาหกรรมปาล์มน้ามันมีเพียงคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ามันแห่งชาติ (กนป.)
ที่รวบรวมบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดทานโยบาย ยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม

ปาล์มน้ามัน ซ่ึงแตกต่างกับประเทศผู้นาในอุตสาหกรรมชีวภาพจากปาล์มน้ามันของโลกอย่างมาเลเซีย
ท่ีมีคณะกรรมการปาล์มน้ามันแห่งมาเลเซีย (Malaysian Palm Oil Concil : MPOC) เป็นหน่วยงานหลัก
ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ามันของมาเลเซียที่มีขอบเขตของอานาจหน้าท่ีสูงและสามารถดาเนิน
กจิ กรรมหลายเรอื่ งแทนภาคเอกชนได้

W9 การคานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มของผ้บู รโิ ภคในประเทศ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศกาลังพัฒนาประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ไม่มากนัก

ส่งผลให้การเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของประชากรในประเทศยังคานึงถึงด้านราคาเป็นหลัก
โดยปัจจบุ ันแม้วา่ ผลิตภัณฑช์ วี ภาพจะสามารถเทียบเคียงหรอื ใชท้ ดแทนผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมไี ด้หลายชนิด
รวมถึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า แต่หากเปรียบเทียบทางด้านราคาแล้วผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
ยังมีราคาท่ีค่อนข้างสูง ผู้บริโภคในประเทศส่วนใหญ่จึงยังมองผลิตภัณฑ์ชีวภาพเป็นเพียงผลิตภัณฑ์
ทางเลือก

W10 ภาพพจนท์ างดา้ นตราสินคา้ ของผลิตภณั ฑ์ชีวภาพที่ผลติ จากประเทศไทย
ถึงแม้ว่าภาพพจน์ทางด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชีว ภาพที่ผลิตจากประเทศไทย

จะเป็นท่ียอมรับในระดับโลก แต่จากการที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชีวภาพของไทยเพ่ิงเข้าสู่
ต ล า ด ไ ด้ ไ ม่ น า น ส่ ง ผ ล ใ ห้ ต ร า สิ น ค้ า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ชี ว ภ า พ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ยั ง ไ ม่ เ ป็ น ที่ รู้ จั ก ม า ก นั ก
โดยเมือ่ เปรียบเทยี บกับตราสนิ ค้าของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย
ทเ่ี ขา้ สตู่ ลาดมาก่อน ภาพพจน์ทางด้านตราสินค้าของไทยจึงถือไดว้ ่าเปน็ จุดออ่ นประการหนึ่ง

W11 ขาดชอ่ งทางการจดั จาหนา่ ย
ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เป็นสินค้าสาหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มท่ีใช้งานเฉพาะด้าน

ในอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมเครื่องสาอาง อุตสาหกรรมอาหาร


๑๓๗

อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติก เป็นต้น ซ่ึงการจาหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพของไทย
เข้าสู่อุตสาหกรรมเหล่าน้ีเป็นไปได้ยาก เนื่องจากช่องทางการจัดจาหน่ายถูกควบคุมโดยผู้ผลิต
ทอ่ี ยใู่ นตลาดมานาน

W12 สัดสว่ นของเกษตรกรรายย่อยทีส่ ูง
ประเทศไทยมีสัดส่วนของเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดต่าง ๆ

ได้แก่ ข้าว มันสาปะหลัง ยางพารา อ้อย ปาล์มน้ามัน สูงกว่าการรวมกลุ่มปลูกในรูปแบบของสหกรณ์
หรือบริษัทจากัด ส่งผลให้ทั้งปริมาณและคุณภาพของผลผลิตที่ได้มีคุณภาพต่ากว่าการปลูกแบบแปลงใหญ่
ทม่ี กี ารบรหิ ารจดั การอย่างเปน็ ระบบ

W13 ความแปรปรวนของปริมาณวตั ถุดิบ
ถึงแม้ว่าจุดแข็งที่สาคัญของอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทยคือการท่ีสามารถ

ปลูกพืชที่เป็นวัตถุดิบสาคัญในอุตสาหกรรมได้เอง แต่การปลูกพืชดังกล่าวจาเป็นต้องพึ่งพาสภาพ
ภูมิอากาศ โดยหากปีไหนเกิดภาวะแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน หรือเกิดอุทกภัย
จะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตของพืชที่ลดลง เช่น ปริมาณผลผลิตอ้อยในฤดูการผลิต ปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑
มีมากถึง ๑๓๔.๙๓ ล้านตัน แต่ในฤดูการผลิต ๒๕๖๓/๒๕๖๔ กลับมีจานวนลดลงเหลือเพียง ๖๖.๖๕ ล้านตัน
ซ่ึงความแปรปรวนของปริมาณวัตถุดิบดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบ
ในภาคอตุ สาหกรรม

โอกำส (Opportunities)
O1 ความสามารถในการเขา้ ถึงเทคโนโลยีการผลิตในเชิงพาณชิ ย์

ถึ ง แ ม้ ว่ า บ ริ ษั ท ท่ี เ ป็ น ผู้ ผ ลิ ต ห รื อ เ จ้ า ข อ ง เ ท ค โ น โ ล ยี ก า ร ผ ลิ ต ใ น เ ชิ ง พ า ณิ ช ย์
ของอุตสาหกรรมชีวภาพจะยังไม่มีบริษัทของประเทศไทย แต่จากการที่บริษัทดังกล่าวมีสาขา
หรือตัวแทนจาหน่ายตั้งอยู่ในประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคอาเซียนอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์
ย่อมส่งผลให้การเดินทางเพื่อติดต่อประสานงานหรือการพบปะพูดคุยเพ่ือความร่วมมือทางด้าน
เทคโนโลยีในการผลิตสามารถทาได้ง่าย ซ่ึงถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงเทคโนโลยี
ของผปู้ ระกอบการไทย

O2 แนวโนม้ ความต้องการผลติ ภัณฑ์ชีวภาพในตลาดโลก
จากปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมท่ีท่ัวโลกกาลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ท้ังสภาวะโลกร้อน

ภยั แลง้ นา้ เสีย หรือความหนาแนน่ ของชนั้ บรรยากาศทีล่ ดลง ส่งผลใหเ้ กือบทุกประเทศท่ัวโลกโดยเฉพาะ
ในกลุ่มประเทศยุโรปที่ประชากรมีรายได้สูงตื่นตัวในการลดปัญหาท่ีส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมดังกล่าว
ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์ท่ีมีความเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม โดยผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีสามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้จากการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ
หลักรวมถึงใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการผลิต ซึ่งส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ชีวภาพในตลาดโลก
มีแนวโนม้ เพม่ิ สูงขึ้น

O3 คณุ ภาพของผลติ ภัณฑ์ชวี ภาพในปจั จบุ นั เทยี บเท่ากบั ผลติ ภณั ฑ์ทั่วไป
ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการผลิตในอุตสาหกรรมชีวภาพท่ีใช้ชีวมวลจากพืชเป็นวัตถุดิบ

ท่ีมีความก้าวหน้าและทันสมัย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ผลิตได้มีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นท่ียอมรับ
ของตลาดโลก โดยสามารถใช้ทดแทนหรือเทียบเคียงกับผลิตภัณฑ์ท่ีมีอยู่เดิมได้ เช่น พลาสติกชีวภาพ


๑๓๘

ที่ผลิตจากอ้อย น้ามันหล่อลื่นหรือสารลดแรงตึงผิวท่ีผลิตจากปาล์มน้ามัน เป็นต้น ส่งผลให้ในอนาคต
ผลิตภัณฑ์ชวี ภาพน่าจะถูกใช้ทดแทนผลติ ภณั ฑ์ทม่ี ีอยู่ในปัจจบุ นั เพ่ิมมากข้ึน

O4 ขนาดของตลาดผลิตภณั ฑ์ชวี ภาพมีขนาดใหญ่
จากการที่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพท่ีผลิตได้ในปัจจุบันมีคุณภาพเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ท่ัวไป
ทผ่ี ลิตจากปิโตรเลยี มแต่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ส่งผลให้ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์
ชีวภาพในตลาดโลกมีแนวโน้มเพ่ิมสูงขึ้น ขนาดของตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพจึงขยายใหญ่ขึ้น โดยสังเกต
ได้จากกรณีการบริโภคผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีจากปาล์มน้ามันของโลกท่ีมีปริมาณสูงถึง ๒๐ ล้านตัน
แต่ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตน้ามันปาล์มและน้ามันเมล็ดในปาล์มรวมกันเพียง ๒.๒๗ ล้านตัน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดโลกมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตน้ามันปาล์มและน้ามันเมล็ด
ในปาล์มของไทย หรือในกรณีของเม็ดพลาสติกชีวภาพท่ีทั่วโลกมีปริมาณการบริโภคสูงถึง ๒.๑๑ ล้านตัน
แต่ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพได้เพียงแค่ ๙๕,๐๐๐ ตัน คิดเป็นร้อยละ ๔.๕
ของปรมิ าณเม็ดพลาสติกชวี ภาพทผี่ ลติ ไดท้ ้ังหมดท่ัวโลก

อปุ สรรค (Threats)
T1 ราคาวัตถุดิบตัง้ ต้นในอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศคูแ่ ขง่

ราคาของวัตถุดิบต้ังต้นถือเป็นต้นทุนที่สาคัญของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ปัจจุบันราคา
วัตถุดิบ ต้ังต้นท่ีใช้ในอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย เช่น อ้อย หรือ ปาล์มน้ามัน มีราคาสูงกว่า
ประเทศคู่แข่งในอุตสาหกรรม โดยราคาอ้อยของประเทศไทยสูงกว่าบราซิลซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตเอทานอล
จากอ้อยรายใหญ่ของโลก และราคาของน้ามันปาล์มดิบและน้ามันเมล็ดในปาล์มดิบท่ีสกัดได้จากปาล์ม
น้ามันของประเทศไทยก็มีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ดังน้ันราคาวัตถุดิบ
ตั้งต้นที่สูงกว่าของไทยจึงกลายเป็นอุปสรรคท่ีส่งผลต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
ชีวภาพ ซึ่งด้วยต้นทุนในการผลิตที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งอาจส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพระดับโลก
พจิ ารณาไมร่ ว่ มลงทนุ หรอื ตง้ั ฐานการผลิตในประเทศไทย

T2 ประเทศคู่แขง่ ในอตุ สาหกรรมชวี ภาพไดร้ บั การสนบั สนนุ จากภาครัฐอย่างจริงจัง
อุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศคู่แข่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งประเทศมาเลเซียที่เป็นประเทศผู้นาในอุตสาหกรรมชีวภาพจากปาล์มน้ามันระดับโลก
ซึ่งภาครัฐมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างจริงจังด้วยการกาหนดให้มีแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ามัน
๒ ส่วน ได้แก่ แผนการพัฒนาอตุ สาหกรรมปาล์มน้ามันโดยตรง และแผนการพฒั นาอุตสาหกรรมโอเลโอเคมี
ต่อเน่ืองจากปาล์มน้ามัน รวมถึงตั้งเป้าหมายการผลิตผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมดังกล่าวเพื่อส่งออก
ไปยังตลาดโลก ซ่ึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมชีวภาพจากปาล์มน้ามันของรัฐบาลมาเลเซียส่งผลให้
ผู้ประกอบการในประเทศมีต้นทุนท้ังทางด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันได้ ซ่ึงถือได้ว่า
เปน็ อปุ สรรคตอ่ การพัฒนาและแข่งขันของผ้ปู ระกอบการในประเทศไทย


๑๓๙

๖.๓ กำรวเิ ครำะห์หว่ งโซ่คุณคำ่ (Value Chain) อตุ สำหกรรมชวี ภำพของประเทศไทย
อุตสาหกรรมชีวภาพ เป็นอุตสาหกรรมท่ีต่อยอดมาจากภาคการเกษตรซึ่งเป็นแหล่ง

ของวัตถุดิบต้ังต้นในอุตสาหกรรมด้วยการนาผลผลิตมาผ่านกระบวนการในภาคอุตสาหกรรมผลิต
เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีมีมูลค่าสูง ซ่ึงเป็นการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับวัตถุดิบจากภาคการเกษตรที่มีอยู่มาก
ในประเทศไทย รวมถึงเป็นการยกระดับราคาของผลผลิตจากภาคการเกษตรให้มีมูลค่าสูงข้ึน
อันจะช่วยให้เกษตรกรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศมีรายได้เพิ่มมากข้ึน ทั้งนี้ภาพรวมห่วงโซ่คุณค่า
(Value Chain) อุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย (รูปท่ี ๖.๓) สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ ส่วน
ท่ีมคี วามเกี่ยวข้องและเช่ือมโยงกัน ประกอบดว้ ย

๑. ส่วนของวัตถุดิบตั้งต้น คือ ชีวมวลท่ีเป็นผลผลิตหรือชีวมวลเหลือท้ิงซ่ึงเป็นผลพลอยได้
จากภาคการเกษตร และเป็นพืชที่มีศักยภาพท่ีสามารถใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมชีวภาพได้
เชน่ ปาลม์ นา้ มัน ทะลายปาลม์ อ้อย ชานอ้อย ใบออ้ ย มันสาปะหลงั ใบมนั เหง้ามนั เปลือกมัน

๒. ส่วนของอตุ สาหกรรมขนั้ ตน้ คอื อตุ สาหกรรมท่ใี ชผ้ ลผลิตจากภาคการเกษตรเปน็ วตั ถดุ บิ
ต้ังตน้ ในอุตสาหกรรม เช่น โรงสกัดน้ามันปาลม์ โรงกลั่นนา้ มนั ปาลม์ โรงหบี ออ้ ย โรงงานนา้ ตาล โรงงาน
แปรรูปมันสาปะหลัง โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี เคร่ืองจักร และกระบวนการผลิตขั้นต้นที่
ไม่มีความซับซ้อน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตได้มีราคาไม่สูง เช่น น้ามันปาล์มดิบ น้ามันเม ล็ด
ในปาล์มดิบ ไขสบู่ น้าตาลทราย มันเส้น มันอัดเม็ด แป้งมัน ทั้งน้ีในอุตสาหกรรมข้ันต้นจะรวมถึง
อุตสาหกรรมที่ใช้ผลพลอยได้จากภาคการเกษตรเป็นวัตถุดิบด้วย เช่น โรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ด
โรงงานผลติ ป๋ยุ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงไฟฟ้าชวี มวล เปน็ ตน้

๓. ส่วนของอุตสาหกรรมขั้นกลาง คือ อุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมขั้นต้น
เป็นวัตถุดิบ ในการผลิต โดยใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร และกระบวนการผลิตท่ีเร่ิมมีความซับซ้อน
ต้องอาศัยกระบวนการทางเคมี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ท่ีได้มีราคาสูงข้ึน อุตสาหกรรมในส่วนนี้จะสามารถ
แยกออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ อุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคและอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพ่ือเป็น
วัตถุดิบเชิงอุตสาหกรรม โดยตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมผลิตสินคา้ เพื่อการบริโภค เช่น น้ามันพืช
กล่ันบริสุทธ์ิ มาการีน เนยขาว กรดมะนาว กรดน้าส้ม สารให้ความหวานทดแทนน้าตาล และตัวอย่าง
ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพื่อเป็นวัตถุดิบเชิงอุตสาหกรรม เช่น กรดไขมันประเภทต่าง ๆ
เอสเทอร์ของกรดไขมัน แอลกอฮอล์ของกรดไขมัน กลีเซอรีน กรดแลกติก กรดซักซินิก เอทานอล
ไบโอดเี ซล

๔. ส่วนของอุตสาหกรรมข้ันปลาย คือ อุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมขั้นกลาง
เปน็ วัตถุดิบในการผลิต โดยใช้เทคโนโลยี เครื่องจกั ร และกระบวนการผลติ ทีม่ ีความซับซอ้ น เงนิ ลงทุนสูง
รวมถึงบุคลากรท่ีมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นจานวนมาก ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มีราคาสูง
อุตสาหกรรมในส่วนน้ี เช่น อุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมโอเลโอเคมีจากปาล์ม
น้ามันข้ันสูง ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จากอุตสาหกรรมในส่วนนี้ เช่น เม็ดพลาสติกชีวภาพชนิด
ท่ีสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพและชนิดไบโอเบส อิท็อกซิเลทจากน้ามันเม็ดในปาล์ม กลีเซอรีนกลั่น
บริสทุ ธ์ิ อพิ คิ ลอโรไฮดริน เอมีน และอาไมด์ จากน้ามนั ปาลม์


๑๔๐

รปู ท่ี ๖.๓ หว่ งโซค่ ุณคา่ (Value Chain) ของอุตสาหกรรมชีวภาพ

วัตถุดบิ ตังต้น อุตสำหกรรม อุตสำหกรรมขัน อตุ สำหกรรมขนั
ขนั ต้น กลำง ปลำย

พชื ที่มีศักยภำพในอุตสำหกรรม  อุตสาหกรรมแปรรูปปาลม์  อตุ สาหกรรมพลังงานชวี ภาพ  อุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติก
น้ามันขน้ั ตน้ (โรงสกัด/โรงกลน่ั )
 ปาลม์ นา้ มนั (เอทานอล/ไบโอดีเซล) ชีวภาพ
 ออ้ ย  อตุ สาหกรรมน้าตาล  อตุ สาหกรรมนา้ มันพืช/สบู่
 มนั สาปะหลงั  อุตสาหกรรมแปรรูปมันสาปะหลงั  อตุ สาหกรรมโอเลโอเคมีจาก  อตุ สาหกรรมโอเลโอเคมีจาก

ผลิตภณั ฑ์พลอยได้ ข้นั ตน้ (แป้งมนั /มนั เส้น/มัน ปาลม์ น้ามันขน้ั กลาง (เชน่ กรด ปาล์มนา้ มันข้ันสงู

 ทะลายปาลม์ /กะลา อัดเม็ด) ไขมัน/เอสเทอรข์ องกรดไขมัน/ (เชน่ อทิ ็อกซิเลท กลีเซอรีน

ปาลม์ /เสน้ ใยปาล์ม  อตุ สาหกรรมผลติ ปุย๋ ชีวภาพ แอลกอฮอล์ของกรดไขมัน) กล่นั บริสทุ ธิ์ อิพคิ ลอโรไฮดริน
 ชานออ้ ย/ใบออ้ ย  อุตสาหกรรมผลติ อาหารสัตว์  อุตสาหกรรมเคมีชวี ภาพ
 ใบมัน/เหง้ามัน/เปลือกมัน เอมนี และอาไมด์)
(กรดซิตรกิ /กรดอะซิติก/กรด
แลคตกิ /กรดซกั ซินกิ /ไซลิ
ทอล/ซอบทิ อล/กรดอะมิโน)
 โรงไฟฟ้าชีวมวล

ประมวลผลโดย : สานักงานเศรษฐกจิ อุตสาหกรรม

ในการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย
จะแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น ๔ ส่วน ที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันต้ังแต่ส่วนของวัตถุดิบตั้งต้น
ส่วนของอุตสาหกรรมข้ันต้น ส่วนของอุตสาหกรรมข้ันกลาง และส่วนของอุตสาหกรรมข้ันปลาย
เพอื่ หาจุดแข็งและจดุ อ่อน รวมถึงศกั ยภาพท่ีมอี ย่ขู องอุตสาหกรรมชวี ภาพในแต่ละสว่ น และใชเ้ ปน็ ข้อมูล
เพื่อจัดทาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศไทยต่อไป โดยผลการวิเคราะห์
ในแต่ละสว่ นมดี งั น้ี

ส่วนของวัตถุดิบตังต้น พบว่า เป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย
เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นทใ่ี กล้เส้นศูนย์สูตรมสี ภาพภมู ิอากาศที่เหมาะสมกับการทาเกษตรกรรม
ตลอดท้ังปี ส่งผลให้เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชท่ีมีศักยภาพในอุตสาหกรรมชีวภาพที่สาคัญท้ังปาล์มน้ามัน
อ้อย มันสาปะหลัง โดยข้อมูลจากสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์
และสานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม พบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ประเทศไทยมีผลผลิตปาล์มน้ามัน อ้อย และมันสาปะหลังอยู่ท่ี ๑๖.๑๗ ล้านตัน ๖๖.๖๕ ล้านตัน
และ ๒๘.๙๙ ล้านตัน ตามลาดับ โดยแม้ว่าในส่วนของอ้อยและมันสาปะหลังจะมีปริมาณผลผลิตลดลง
เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าจากสภาวะภัยแล้งท่ีเกิดข้ึน แต่ก็ยังมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้เป็น
วัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม นอกจากน้ียังมีชีวมวลท่ีเป็นของเหลือจากการปลูกพืชหรือการแปรรูป
ผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ทะลายปาล์ม เส้นใยปาล์ม กะลาปาล์ม ใบอ้อย ใบมัน เหง้ามัน เปลือกมัน
รวมกันมากกว่า ๕๐ ล้านตัน ซึ่งสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยชีวภาพ ผสมในอาหารสัตว์
หรือเป็นเชือ้ เพลิงชวี มวลเพ่ือผลิตไฟฟา้ ได้

ส่วนของอุตสำหกรรมขันต้น พบว่า เป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศ
ไทย เน่ืองจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเน่ืองจากภาคการเกษตร เทคโนโลยีเคร่ืองจักรที่ใช้ในกระบวนการ
ผลิตไม่มีความสลับซับซ้อน ผู้ประกอบการขนาดใหญ่บางรายสามารถผลิตเคร่ืองจักรได้เองไม่ต้องพึ่งพา


๑๔๑

การนาเข้าจากต่างประเทศ ประกอบกับมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมส่วนนี้เป็นจานวนมาก
โดยจากการศึกษาของคณะทางาน พบว่ามีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปาล์มน้ามันขั้นต้น
ได้แก่ โรงสกัดและโรงกล่ันน้ามันปาล์ม เกือบ ๑๕๐ ราย ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้าตาล ๕๗ ราย
และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปมันสาปะหลัง (มันเส้น/มันอัดเม็ด/แป้งมัน) มากกว่า ๓๐๐ ราย
ซ่ึงผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประกอบกิจการมาอย่างยาวนานส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นส่งผลให้มีความรู้
ความสามารถและเช่ยี วชาญในอุตสาหกรรมดังกล่าวสูง

ส่วนของอุตสำหกรรมขันกลำง พบว่าเป็นจุดอ่อนของอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย
เนื่องจากแม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรมข้ันกลางจะมีมูลค่าที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ท่ีผลิต
จากอุตสาหกรรมข้ันต้น แต่ด้วยกระบวนการผลิตที่เร่ิมมีความซับซ้อนต้องใช้องค์ความรู้ทางด้านเคมี
เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ประกอบกับต้องพ่ึงพาเทคโนโลยีเครื่องจักรในการผลิตจากต่างประเทศ
ส่งผลให้มีจานวนผู้ประกอบการในส่วนนี้ค่อนข้างน้อยเม่ือเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการในส่วน
ของอุตสาหกรรมข้ันต้น โดยผู้ประกอบการในส่วนน้ีจะอยู่ในอุตสาหกรรม ๒ กลุ่ม คือ อุตสาหกรรมผลิต
สินค้าเพ่ือการบริโภค และอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพื่อเป็นวัตถุดิบเชิงอุตสาหกรรม โดยมีจานวน
ผู้ประกอบการรวมกันประมาณ ๑๔๐ ราย ซึ่งผลิตภัณฑ์บางชนิดท่ีผลิตได้ เช่น กรดแลคติก
มผี ู้ประกอบการในประเทศไทยเพยี งแค่รายเดียว

ส่วนของอุตสำหกรรมขันปลำย พบว่า เป็นจุดอ่อนของอุตสาหกรรมชีวภาพ
ของประเทศไทย เน่ืองจากอุตสาหกรรมในส่วนนี้เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยี เคร่ืองจักร
และกระบวนการผลิตท่ีมีความซับซ้อนอย่างมากต้องพ่ึงพาการนาเข้าเทคโนโลยีและเคร่ืองจักรที่ใช้
ในกระบวนการผลิตจากต่างประเทศ รวมไปถึงต้องใช้เงินลงทุนสูงและบุคลากรที่มีความเช่ียวชาญ
เฉพาะด้านเป็นจานวนมาก ส่งผลให้มีจานวนผู้ประกอบการ น้อยมาก โดยผู้ประกอบการในส่วนนี้
เกือบท้ังหมดจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี
หรือเป็นผู้ประกอบการต่างประเทศมาต้ังฐานการผลิตในประเทศไทย ซ่ึงผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ผลิตได้
มีผ้ปู ระกอบการในประเทศไทยเพยี งแค่รายเดยี ว

ท้ังน้ีจากการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย
พบว่าส่วนท่ีเป็นจุดอ่อนของอุตสาหกรรมคือ ส่วนของอุตสาหกรรมข้ันกลางและส่วนของอุตสาหกรรมข้ันปลาย
ซ่งึ เปน็ ส่วนท่ีสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑไ์ ด้สูง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่อุตสาหกรรมทั้งสองส่วน
จะต้องใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร และกระบวนการผลิตที่มีความสลับซับซ้อน ต้องพึ่งพาการนาเข้า
จากต่างประเทศ รวมถึงต้องใช้เงินลงทุนและบุคลากรท่ีมีความเช่ียวชาญเฉพาะด้านเป็นจานวนมาก
ส่งผลให้มีจานวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่มากนัก ทั้งนี้ในการที่จะสามารถพัฒนา
อุตสาหกรรมชีวภาพให้เป็นอุตสาหกรรมที่ทาหน้าท่ีขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศ จึงจาเป็นอย่างย่ิง
ท่ีจะต้องนาข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนการดาเนินงานหรือกาหนดนโยบายที่ใช้ในการขับเคลื่อน
พฒั นาเพ่อื ขจดั จดุ ออ่ นและสร้างจุดแขง็ ใหก้ บั อุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า


๑๔๒
๖.๔ ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบำยในกำรขบั เคลือ่ นอตุ สำหกรรมชวี ภำพของประเทศไทย

ประเทศไทยมีจุดแข็งท่ีสาคัญคือการเป็นแหล่งวัตถุดิบชีวมวลจากภาคการเกษตรทั้งปาล์มน้ามัน
อ้อย และมันสาปะหลัง รวมถึงเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบต้ังต้นท่ีสาคัญของอุตสาหกรรมชีวภาพ
นอกจากน้ียังมวี ัตถุดบิ ชีวมวลท่เี หลือจากกระบวนการผลติ ในภาคการเกษตรเปน็ จานวนมาก เช่น ใบอ้อย
ชานอ้อย ใบมัน เหง้ามัน ทะลายปาล์ม ดังนั้นประเทศไทยจึงมีศักย ภาพมากพอที่จะเป็นผู้นา
ในอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตดังกล่าวเป็นวัตถุดิบโดยในการจัดทาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการ
ขับเคล่ือนอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย คณะทางานได้ทาการศกึ ษาแนวคิดอุตสาหกรรมชีวภาพ
และตัวอย่างแนวนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศต้นแบบ ซึ่งพบว่าในแต่ละประเทศ
จะมีแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพที่คล้ายคลึงกัน แต่จะแตกต่างกนั ในด้านประเด็นของเนื้อหา
เนอื่ งจากบรบิ ทของแตล่ ะประเทศทมี่ คี วามแตกต่างกัน รวมถึงได้ทาการศึกษาข้อมลู อุตสาหกรรมชีวภาพ
ของประเทศไทยจากกรณีตัวอย่างอุตสาหกรรมปาล์มน้ามันและอุตสาหกรรมอ้อย รวมถึงข้อจากัด
สภาพปัญหา และกฎหมาย กฎระเบียบ นโยบายท่ีเกย่ี วข้อง พร้อมท้ังได้ทาการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม
และห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพ่ือหาจุดแข็งจุดอ่อนและศกั ยภาพท่ีมอี ยู่ในปัจจุบันของแต่ละภาคส่วน
โดยผลการวิเคราะห์ในส่วนของปัจจัยแวดล้อมพบปัจจัยที่เป็นจุดแข็ง ๖ ปัจจัย ปัจจัยที่เป็นจุดอ่อน ๑๓ ปัจจัย
ปัจจัยท่ีเป็นโอกาส ๔ ปัจจัย และปัจจัยท่ีเป็นอุปสรรค ๓ ปัจจัย และในส่วนของผลการวิเคราะห์ห่วงโซ่
คุณค่า (Value Chain) พบว่าอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทยมีจุดแข็งในส่วนของวัตถุดิบต้ังต้น
และอุตสาหกรรมข้ันต้น แต่ก็มีจุดอ่อนที่จะต้องเร่งดาเนินการหาแนวทางเพ่ือพัฒนาในส่วนของ
อุตสาหกรรมขนั้ กลางและอตุ สาหกรรมขั้นปลาย

จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น คณะทางานได้จัดทาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ในการขับเคล่ือนอุตสาหกรรมชีวภาพให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และสอดคล้องกับกรอบ
แนวคิดและวัตถุประสงค์ของการศึกษาท่ีได้กาหนดไว้ใน ๔ ประเด็น ประกอบด้วย ๑) ศึกษาแนวทาง
การสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ ๒) ศึกษามาตรการการส่งเสริมการเพ่ิมขีดความสามารถ
ในการแข่งขัน และเพ่ิมผลผลิตและประสิทธิภาพการผลิตของผู้ประกอบการในการสร้างมูลค่าเพ่ิม
บนพ้ืนฐานของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ๓) ศึกษาแนวทางการพัฒนาและปัจจัยสนับสนุนท่ีเป็น
มาตรการสนับสนุนต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ และ ๔) ศึกษาและจัดทา
รายงานการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพไปสู่ภาคปฏิบัติตามแนวนโยบายของรัฐ
โดยมีรายละเอียดขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย (รปู ท่ี ๖.๔) ดงั ตอ่ ไปน้ี
รปู ที่ ๖.๔ ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายในการขับเคลอ่ื นอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทย


๑๔๓

๑. กำรขจัดอุปสรรคและสร้ำงสภำวะแวดล้อมที่เอืออำนวยต่อกำรลงทุนในอุตสำหกรรม
ชีวภำพของประเทศไทย

สาเหตุจากการท่ีพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยท่ีมีศักยภาพสามารถใช้เป็นวัตถุดิบต้ังต้น
ในอุตสาหกรรมชีวภาพท้ังปาล์มน้ามัน อ้อย และมันสาปะหลัง เป็นพืชที่ได้รับการอุดหนุนทางด้านราคา
สนับสนุนปัจจัยการผลิตและได้รับความคุ้มครองจากภาครัฐ ส่งผลให้มีข้อกฎหมาย กฎระเบียบ
ท่ีเก่ี ยว ข้ อ งห ล ายป ร ะ การ ที่เป็ น ข้อ จ ากัด ใน การ พัฒ น า อุต ส าหก ร ร มที่ ใช้วั ต ถุ ดิบ จ ากพื ช ดั งก ล่ าว
ทั้งการควบคุมการนาเข้าวัตถุดิบ การควบคุมราคาจาหน่าย การควบคุมการนาวัตถุดิบไปผลิตเป็นสินค้า
หรือการหา้ มตั้งโรงงานอุตสาหกรรมชีวภาพท่ีใช้วัตถดุ ิบจากภาคการเกษตรใกล้แหล่งวตั ถุดิบ ซึง่ ข้อจากัด
ขั้นต้นเหล่าน้ีเป็นส่ิงสาคญั ที่ส่งผลต่อการลงทุนและการเติบโตในภาคอุตสาหกรรม ดังน้ัน การขจัดอุปสรรค
และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอ้ืออานวยต่อการลงทุนจึงถือได้ว่าเป็นสิ่งสาคัญที่ภาครัฐจะต้องเร่งดาเนินการ
เป็นอันดับแรก เพื่ออานวยความสะดวกให้กับภาคเอกชน นักลงทุนรายเดิมหรือผู้ประกอบการรายใหม่
ที่มีความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพให้สามารถดาเนินการได้อย่างสะดวก และถึงแม้ว่าปัจจุบัน
ภาครัฐได้มีการเร่ิมดาเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ เพ่ือลดอุปสรรคและข้อจากัด
บางประการแล้ว แต่ก็ยังพบว่าหลายเร่ืองยังมีการดาเนินการไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่ได้ดาเนินการ
ดังน้ัน เพ่ือเป็นการขจัดอุปสรรคและสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออานวยต่อการลงทุนในอุตสาหกรรม
ชีวภาพของประเทศไทย จึงจาเป็นท่ีจะต้องมีการพิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ
ที่เป็นอุปสรรครวมถึงสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอ้ืออานวยต่อการลงทุนให้เกิดข้ึนในประเทศผ่านนโยบาย
หรือการบริหารจดั การของภาครฐั โดยมแี นวทางที่ต้องดาเนินการดงั น้ี

การขจัดอปุ สรรคด้านกฎหมาย กฎระเบียบต่อการลงทุน
๑.๑ เร่งรัดดาเนินการผลักดันมาตรการท่ีเก่ียวข้องกับปาล์มน้ามันและผลิตภัณฑ์
จากปาล์มน้ามัน เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ามันของประเทศท้ังระบบ
และเกิดประโยชน์สงู สุดตอ่ ทัง้ ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม
๑.๒ เร่งรัดการดาเนินการปรับปรุงพระราชบัญญัติอ้อยและน้าตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗
เพ่ือให้สามารถนาอ้อยไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดอ่ืนที่ไม่ใช่น้าตาลทรายได้ และจัดสรรวัตถุดิบ (น้าอ้อย)
ใหเ้ พียงพอและเหมาะสมกับอุตสาหกรรมชวี ภาพ
๑.๓ ปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สามารถนาเข้าน้ามันปาล์มและผลิตภัณฑ์
จากปาล์มน้ามัน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีจากปาล์มน้ามันข้ันกลางและข้ันปลาย
ที่มีมลู ค่าสงู ไดเ้ ป็นการเฉพาะ
๑.๔ ปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเอทานอล
สามารถจาหน่ายเอทานอลให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอ่ืนหรืออุตสาหกรรมต่อเนื่อง
นอกเหนือจากผปู้ ระกอบการในอุตสาหกรรมเชอื้ เพลิงชวี ภาพได้
๑.๕ ปรับปรุงมาตรการและนโยบายการจัดการขยะและกากของเสียในโรงงาน
อุตสาหกรรมที่ปัจจุบันกาหนดให้การนาของเสียออกจากโรงงานต้องผ่านกระบวนการกรองของเสียก่อน
ส่งผลให้การเคล่ือนย้ายผลิตภัณฑ์เหลือท้ิงหรือผลิตภณั ฑพ์ ลอยได้ในอุตสาหกรรม เช่น ชานอ้อย ใบอ้อย
กากน้าตาล ฟางขา้ ว ไปใชใ้ นอุตสาหกรรมตอ่ เนอ่ื งจะตอ้ งมกี ารขออนญุ าตกอ่ นการเคลอ่ื นยา้ ย
๑.๖ เร่งดาเนินการปรับปรุงกฎหมายผังเมืองให้สามารถต้ังโรงงานอุตสาหกรรมชีวภาพ
ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่ท่ีมีความเหมาะสมหรือพื้นท่ีที่มีศักยภาพ


๑๔๔

ด้านวัตถุดิบได้ ซง่ึ ปัจจุบนั พ้ืนท่ภี าคการเกษตร (แหล่งวัตถดุ บิ ) ถูกกาหนดให้เปน็ พน้ื ท่สี เี ขยี ว ส่งผลให้โรงงาน
อุตสาหกรรมชวี ภาพทีม่ กั จะถกู มองวา่ เป็นอตุ สาหกรรมเคมีไม่สามารถตงั้ ฐานการผลิตในเขตพื้นที่ดังกลา่ วได้

การสร้างสภาวะแวดล้อมท่เี อื้ออานวยต่อการลงทนุ
๑.๗ ปรับปรุงประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร
เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์ ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชีวภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยปัจจุบัน
แม้ว่าสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ให้ความสาคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรม
เกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
ตามนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ แต่ก็พบว่าผลิตภัณฑ์หลายชนิดในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม
ชีวภาพไม่เข้าเง่ือนไขในประเภทกิจการทไ่ี ด้กาหนดไว้
๑.๘ ออกนโยบายหรือมาตรการยกเว้นภาษีให้กับผู้ประกอบการท่ีสนใจลงทุน
ในอุตสาหกรรมชีวภาพ เช่น มาตรการยกเว้นภาษีเครื่องจักรหรือวัตถุดิบท่ีต้องมีการนาเข้าจากต่างประเทศ
หรือสามารถนาค่าใช้จ่ายในการพฒั นาผลิตภณั ฑช์ วี ภาพมาใชห้ ักลดหย่อนภาษี
๑.๙ จัดต้ังหน่วยงานท่ีทาหน้าท่ีให้การทดสอบและรับรองมาตรฐานเฉพาะด้านหรือ
เฉพาะผลิตภัณฑ์ชีวภาพขึ้นภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเช่ือถือให้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพท่ีผลิต
ภายในประเทศ รวมถึงลดต้นทุนในการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบและรับรองมาตรฐานในต่างประเทศ
ของผ้ปู ระกอบการ
๑.๑๐ สรา้ งบคุ ลากรท่มี ีความรคู้ วามสามารถเฉพาะทางสาหรับอุตสาหกรรมชวี ภาพ เพ่ือ
รองรบั การเตบิ โตของภาคอุตสาหกรรม
๑.๑๑ เร่งดาเนินการจัดทามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้ครอบคลุม
ผลติ ภัณฑ์ชวี ภาพท่มี ีการผลิตภายในประเทศไทย

๒. กำรกระตุ้นอปุ สงค์กำรบรโิ ภคผลิตภณั ฑช์ ีวภำพภำยในประเทศ
การกระตุ้นอุปสงคก์ ารบริโภคผลิตภัณฑ์ชวี ภาพในประเทศเป็นปัจจัยท่ีสาคญั อีกประการ

หนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ เน่ืองจากอุตสาหกรรมชีวภาพและผลิตภัณฑ์ชีวภาพยังถือเป็นส่ิง
ที่ใหม่สาหรับประเทศไทย ประชาชนหรือผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่เกิดการรับรู้ถึงประโยชน์และ
ข้อดีของการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวซ่ึงอาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ยังมีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ท่ัวไป
ไม่สามารถทาตลาดภายในประเทศได้ ทั้งน้ีปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและพัฒนา
ในภาคอุตสาหกรรม ดังน้ันการสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์และข้อดีของการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
จึ ง เ ป็ น ส่ิ ง จ า เ ป็ น ท่ี จ ะ ช่ ว ย ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ภาย ใน ป ระเ ท ศเ กิ ด ก ารตื่ น ตั ว อั น จ ะส่ ง ผ ล ใ ห้ เกิ ด อุ ป ส ง ค์
หรือความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์ชีวภาพภายในประเทศขึ้น และจะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุน
ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องท่ีหลากหลาย เกิดการนาสินค้าเกษตรท่ีมีศักยภาพของประเทศ เช่น อ้อย
มันสาปะหลัง ปาล์มน้ามัน มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มข้ึน โดยมีรายละเอียด
ของมาตรการยอ่ ยทตี่ ้องดาเนนิ การดังน้ี

๒.๑ จัดทาชุดข้อมูลและประชาสัมพันธ์ผ่านหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน
สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ หรือช่องทางออนไลน์ เพ่ือสร้างการรับรู้เป็นวงกว้างถึงข้อดี
และประโยชน์ของการใชผ้ ลิตภัณฑ์ชีวภาพให้เกิดขึ้นกบั ประชาชนในประเทศ


๑๔๕

๒.๒ ออกนโยบายหรือมาตรการเพ่ือส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐจะต้องจัดซื้อ
ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ผลิตข้ึนภายในประเทศมาใช้ในหน่วยงาน ในกรณีท่ีผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีทั้งผลิตภัณฑ์
ชวี ภาพและผลติ ภัณฑ์ท่ัวไป เช่น ถงุ ขยะ บรรจุภณั ฑ์ เป็นต้น

๒.๓ ออกนโยบายหรือมาตรการทางด้านภาษีเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการบริโภคผลิตภัณฑ์
ชีวภาพ โดยให้หน่วยงานภาคเอกชนสามารถนาค่าใช้จ่ายในการซ้ือผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ผลิตข้ึน
ภายในประเทศมาใช้ในการลดหยอ่ นหรือยกเวน้ ภาษี

๒.๔ ออกนโยบายหรือมาตรการบังคับให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์
ชีวภาพ เช่น ผู้ประกอบการในธุรกจิ รา้ นอาหาร หรือ ผู้ประกอบการในธุรกิจร้านเครอื่ งด่ืม ที่ใช้บรรจุภัณฑ์
ชนิดใชค้ รัง้ เดียวทง้ิ (Single-use) จะตอ้ งใช้บรรจภุ ัณฑ์ชีวภาพ

๓. กำรพัฒนำภำคกำรเกษตรเพื่อสร้ำงควำมม่ันคงทำงด้ำนวัตถุดิบและรำยได้เพ่ิม
ใหแ้ ก่เกษตรกร

ในการขับเคล่ือนอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทยนั้น ปัจจัยสาคญั ท่ีจะต้องถูกพัฒนา
ควบคู่กับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมก็คือการพัฒนาภาคการเกษตรซ่ึงเป็นแหล่งตั้งต้นของวัตถุดิบ
ทั้งนี้ในการพัฒนาภาคการเกษตรจะต้องเร่ิมต้นตั้งแต่การพัฒนาสายพันธ์ุพืช กระบวนการเพาะปลูก
กระบวนการเก็บเกี่ยวจนถึงกระบวนการบริหารจัดการผลผลิต ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตท่ีได้มีปริมาณ
และคุณภาพสูง เกิดความม่ันคงทางด้านวัตถุดิบสาหรับภาคอุตสาหกรรม และสร้างรายได้เพิ่มให้กับ
เกษตรกร โดยมีรายละเอยี ดของมาตรการย่อยทต่ี ้องดาเนินการดังนี้

๓.๑ ส่งเสริมการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ของเกษตรกรรายย่อย เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ
ภาคการเกษตรในรูปแบบสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ท้ังทางด้านปัจจัยการผลิต
กระบวนการผลติ และผลผลติ รวมถงึ เกดิ การแบ่งปนั ข้อมลู ในการเพาะปลกู ท่ถี ูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ

๓.๒ สนับสนุนการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชท่ีมีศักยภาพในอุตสาหกรรมชีวภาพในพ้ืนที่
ที่ได้รับอนุญาตให้สามารถทาการเกษตรและเป็นพ้ืนท่ีเป้าหมาย โดยข้อมูลจากสานักงานเศรษฐกิจ
การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทราย กระทรวง
อุตสาหกรรม พบว่า ปริมาณผลผลิตพืชสาคัญทั้งอ้อยและมันสาปะหลังของไทยมีแนวโน้มลดลง
ดังนั้นภาครัฐจึงควรมีการส่งเสริมการปลูกพืชดังกล่าวเพ่ือสร้างความม่ันคงทางด้านวัตถุดิบให้เกิดข้ึน
โดยเฉพาะการเพ่ิมพื้นที่เพาะปลูกในพ้นื ที่เป้าหมาย

๓.๓ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชสาคัญท่ีให้ผลผลิตสูง ด้วยการสนับสนุนการ
ศึกษาวิจัยเพ่ือพัฒนาพันธ์ุปาล์มน้ามัน อ้อย และมันสาปะหลัง ซ่ึงเป็นพืชสาคัญในอุตสาหกรรมชีวภาพ
ให้มีปริมาณผลผลิตต่อไร่เพ่ิมสูงขึ้นและมีปริมาณสารสาคัญในวัตถุดิบเพ่ิมขึ้น เช่น ปริมาณแป้ง
ในมันสาปะหลัง ปริมาณน้าตาลในอ้อย และปริมาณน้ามันในปาล์มน้ามัน โดยจะส่งผลให้เกิดความมั่นคง
ทางด้านวตั ถุดบิ และเกษตรกรมรี ายไดเ้ พ่ิมข้ึน

๓.๔ สนับสนุนเคร่ืองมือเครื่องจักรท่ีใช้ในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิต ด้วยการ
จดั หาเคร่ืองมือเครื่องจักรที่ใช้ในการเพาะปลูกและเกบ็ เกย่ี วผลผลิตเพ่ือใช้ร่วมกนั ภายในกลุ่มเกษตรกร ซ่ึง
จะช่วยเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการเพาะปลูกและลดปญั หาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกยี่ วผลผลิต และ
ลดตน้ ทนุ ในการเพาะปลูก

๓.๕ เร่งดาเนินการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างราคาของพืชสาคัญในอุตสาหกรรมชีวภาพ
ใหเ้ หมาะสมและเป็นธรรมต่อท้ังเกษตรกรและผู้ประกอบการ


๑๔๖

๔. กำรส่งเสรมิ กำรประกอบอตุ สำหกรรมชวี ภำพขันกลำงและขันปลำย
ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมชีวภาพข้ันกลางและขั้นปลายเป็นอุตสาหกรรมท่ีสามารถสร้าง

มูลค่าเพิ่มได้มาก แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรและเงินลงทุนที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้
ปัจจุบันยังมีจานวนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่มากนัก ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเสียโอกาส
หากพิจารณาถึงเหตุผลท่ีว่าประเทศไทยมีจุดแข็งทางด้านวัตถุดิบ ดังนั้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ
ข้ันกลางและข้ันปลายท่ีใช้วัตถุดิบจากพืชสาคัญ เช่น ปาล์มน้ามัน อ้อย มันสาปะหลัง จึงเป็นส่ิงท่ีสาคัญ
ที่ภาครัฐจะต้องเร่งดาเนินการส่งเสริมสนับสนุนท้ังทางด้านการจัดหาแหล่งเงินทุน การจัดหาเทคโนโลยี
และเครื่องจักร รวมไปถึงการส่งเสริมให้มีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ โดยมีแนวทาง
ที่ตอ้ งดาเนินการดงั นี้

๔.๑ ส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรรายเดิมต่อยอดสู่การเป็น
ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมชีวภาพขั้นกลางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยจากการศึกษาของ
คณะทางานพบว่าอุตสาหกรรมข้ันต้นหรืออุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นจุดแข็งของประเทศไทย
เน่ืองจากมีจานวนผู้ประกอบการเป็นจานวนมากอกี ทัง้ ผูป้ ระกอบการหลายรายเป็นผู้ที่มคี วามเช่ียวชาญสูง
และอยู่ในอุตสาหกรรม มานาน แต่ในส่วนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมข้ันกลางพบว่ายังมีจานวน
ผู้ประกอบการไม่มากนัก ประกอบกับเทคโนโลยีเคร่ืองจักรที่ใช้เป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้มานาน
ในต่างประเทศจึงไม่ใช่เทคโนโลยีท่ีมีความสลับซับซ้อนมาก ดังน้ันจึงควรมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ
ในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรรายเดิมต่อยอดสู่การเป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมชีวภาพขั้นกลาง
เช่น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้าตาลทรายท่ีมีชานอ้อยเหลือจากกระบวนการผลิต
เป็นจานวนมากยกระดับสู่การเป็นผปู้ ระกอบการในอุตสาหกรรมเคมีชวี ภาพ

๔.๒ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเอทานอลยกระดับสู่ผู้ประกอบการ
ในอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ โดยจากการศึกษาของคณะทางานพบว่าประเทศไทยมีจานวนผู้ประกอบการ
ในอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล ที่ใช้วัตถุดิบจากอ้อยและมันสาปะหลงั เป็นจานวนมาก และมีกาลังการผลติ
สูงกว่า 6 ล้านลิตรต่อวัน แต่เอทานอล ท่ีผลิตได้ส่วนใหญ่จะถูกใช้ผสมกับน้ามันเบนซินเพื่อใช้เป็น
เชื้อเพลิงในภาคการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันต้องใช้เงินชดเชยจากกองทุนน้ามนั เพ่ือให้ราคาของเชื้อเพลิงดังกล่าว
ต่ากว่าราคาของน้ามันเบนซินปกติ แต่หากมีการนาเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพจะสามารถ
สร้างมูลค่าเพ่ิมได้สูงกว่าและเป็นการลดภาระจากการนาเงินกองทุนน้ามันไปชดเชยราคา เช่น การนา
เอทานอลไปผลิตเป็น เอทิลีน หรือ โพรพิลีน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบต้ังต้นในอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติก
ชีวภาพ

๔.๓ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เกิดการร่วมทุนกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
ชวี ภาพระดับโลก เนื่องจากอุตสาหกรรมชีวภาพข้ันปลายจาเป็นท่ีจะต้องใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรท่ีทันสมัย
และเงนิ ลงทุนท่ีสูง ประกอบกับเทคโนโลยีส่วนใหญ่เป็นของบริษัทต่างประเทศ ดังนั้นจึงควรมีการส่งเสริม
ให้เกิดการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการในประเทศท่ีมีจุดแข็งทางด้านวัตถุดิบกับผู้ประกอบการท่ีเป็น
เจ้าของเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อให้เกิดการพัฒนาและบูรณาการร่วมกันของท้ังสองภาคส่วน เช่น ส่งเสริม
ให้เกดิ การร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกบั ผ้ปู ระกอบการในอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีจากปาล์มน้ามัน
ระดับโลกอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อตั้งโรงงานผลิตสินค้าโอเลโอเคมีจากปาล์มน้ามันข้ันสูง
โดยอาจใชช้ ่องทางเจรจาผ่านโครงการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย อนิ โดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT)


๑๔๗

๔.๔ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชีวภาพระดับโลกตั้งฐานการผลิต
ในประเทศไทย โดยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่านการให้การส่งเสริมการลงทุน และใช้จุดแข็งของ
ประเทศท่ีเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชสาคัญในอุตสาหกรรมหลายชนิด รวมถึงการมีอุตสาหกรรมแปรรูป
ผลผลิตจากภาคการเกษตรที่เข้มแข็ง เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการในอตุ สาหกรรมชีวภาพข้ันสูงเข้ามาลงทุน
ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เช่น การเจรจาให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ
ระดับโลกอย่างบริษัท Natureworks จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนต้ังโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ
ในประเทศไทย

๕. กำรส่งเสริมกำรประกอบอุตสำหกรรมในรูปแบบ Biorefinery complex
หรอื รปู แบบไฮบรดิ

การประกอบอุตสาหกรรมในรูปแบบ Biorefinery complex คือ การผนวกรวม
อุตสาหกรรมขั้นต้น อุตสาหกรรมขั้นกลาง และอุตสาหกรรมขั้นปลาย ท่ีมีความเชื่อมโยงกันเข้าด้วยกัน
เพื่อลดต้นทุนทางด้านวัตถุดิบ ต้นทุนในการขนส่ง และต้นทุนในกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการ
ซึ่งจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตมีต้นทุนในการประกอบกิจการที่ต่าลงและสามารถแข่งขัน
ในระดับโลกได้

การประกอบการอุตสาหกรรมในรูปแบบไฮบริด คือ การท่ีโรงงานอุตสาหกรรมสามารถ
ใช้วัตถุดิบตั้งต้นในกระบวนการผลิตได้หลากหลายชนิด เช่น โรงงานอุตสาหกรรมชีวภาพที่ใช้ปาล์มน้ามัน
เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสามารถใช้วัตถุดิบจากพืชชนิดอ่ืน เช่น อ้อย หรือ มันสาปะหลัง เป็นวัตถุดิบในโรงงาน
อุตสาหกรรมได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบบางประเภทในบางช่วงเวลาหรือบางฤดูกาล
และยงั จะชว่ ยให้สามารถผลิตผลติ ภณั ฑ์ทีม่ คี วามหลากหลายได้เพ่ิมข้นึ อีกด้วย

ดังน้ันการประกอบอุตสาหกรรมในรูปแบบของ Biorefinery complex และรูปแบบ
ไฮบริด จึงเป็นสิ่งท่ีภาครัฐควรให้การสนับสนุนด้วยการออกนโยบายหรือมาตรการส่งเสริมการลงทุนและ
สนับสนุนให้เกิดการร่วมทุนหรือควบรวมกิจการท่ีมีความเกี่ยวเน่ืองกันซ่ึงจะนาไปสู่การประกอบกิจการ
ในรูปแบบ Biorefinery complex หรือ รปู แบบไฮบริด

๖. กำรส่งเสริมกำรรับซือวัสดุเหลือทิงจำกภำคกำรเกษตรใช้เป็นเชือเพลิงชีวมวลเพื่อลด
กำรปล่อยกำ๊ ซเรือนกระจกและสรำ้ งคำรบ์ อนเครดิต

ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเร่ิมมีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการรับซื้อวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร
เช่น การรับซ้ือใบอ้อยเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่จากการศึกษาของคณะทางานพบว่า
ปริมาณการรับซื้อใบอ้อยในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ยังมีไม่มากนัก โดยมีปริมาณการรับซ้ือจริง
เพียง ๐.๖๓ ล้านตัน ซ่ึงต่ากว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๑.๓๘ ล้านตัน มากกว่า ๑ เท่า นอกจากน้ียังมีความ
แตกต่างทางด้านราคาการรับซ้ือในแต่ละพื้นที่ท่ีไม่เท่ากัน ดังน้ันจึงควรมีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการ
รับซื้อวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เช่น ใบอ้อย ฟางข้าว เหง้ามัน หรือวัสดุเหลือทิ้งจากภาค
การเกษตรอื่น ๆ ท่ีมีศักยภาพอย่างจริงจัง เพ่ือใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล สร้างรายได้เพ่ิม
ให้กับเกษตรกร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างคาร์บอนเครดิตได้อีกทางหน่ึง โดยมีแนวทาง
ท่ีต้องดาเนนิ การดงั น้ี

๖.๑ กาหนดราคากลางเพื่อรับซ้ือวัสดุเหลือท้ิงจากภาคการเกษตร เช่น ใบอ้อย ฟางข้าว
เหง้ามนั หรอื วัสดเุ หลอื ทง้ิ ชนดิ อ่ืนทีม่ ศี ักยภาพ ให้สมเหตสุ มผลเปน็ ธรรมต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ


๑๔๘

๖.๒ ส่งเสริมการให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่ีใช้วัตถุดิบจากภาคการเกษตร
หรอื ผู้ประกอบการ ท่สี นใจตงั้ โรงไฟฟา้ ชีวมวลเพ่ือผลติ ไฟฟ้าใช้ในโรงงานหรือขายให้กับภาครัฐ

๗. กำรสนับสนุนและส่งเสริมกำรจัดตังนิคมอุตสำหกรรมหรือเขตประกอบกำร
อตุ สำหกรรมชีวภำพเพอื่ ผลกั ดันประเทศเปน็ Bio Hub of ASEAN

จากการศึกษาของคณะทางานพบว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการส่งเสริมการลงทุนด้วยการ
จัดต้ังนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมชีวภาพจานวน
๖ แห่ง และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีวภาพจานวน ๑ แห่ง โดยมมี ูลค่าการลงทุนรวม ๑.๖ แสนล้านบาท
แต่อย่างไรก็ตามพบว่าโครงการท่ีมีความคืบหน้าในการดาเนินงานมีเพียง ๒ โครงการ คือ โครงการ
Palm Complex ในพื้นท่ีจังหวัดชลบุรี และโครงการนครสวรรค์ Bio Complex ในพื้นที่จังหวัด
นครสวรรค์ ซ่ึงท้ัง ๒ โครงการเป็นโครงการท่ีมีการ ร่วมทุนกับกลุ่ม ปตท. แต่โครงการที่เหลืออีก
๔ โครงการ ยังมีความคืบหน้าการดาเนินการที่ค่อนข้างน้อย ดังน้ันหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เช่น การนิคม
อุตสาหกรรม, EEC, กรมโยธาธิการและผังเมือง จะต้องอานวยความสะดวกเพ่ือให้เกดิ นิคมอุตสาหกรรม
หรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมชีวภาพในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ลพบุรี อุบลราชธานี
และฉะเชงิ เทรา โดยเร็ว เพือ่ ผลกั ดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Bio Hub of ASEAN

กำรแปลงนโยบำยกำรขบั เคลอื่ นอตุ สำหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภำพไปสูก่ ำรปฏบิ ัติ
เพ่ือให้การขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทยเกิดประสิทธิผล

และประสิทธิภาพอย่างแท้จริง คณะทางานได้จัดทาแนวทางการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติตาม
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคล่ือนอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศไทยที่ได้กาหนดไว้ ๗ ประการ
ได้แก่ ๑) การขจัดอุปสรรคและสร้างสภาวะแวดล้อมท่ีเอ้ืออานวยต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพ
ของประเทศไทย ๒) การกระตุ้นอุปสงค์การบริโภคผลิตภัณฑ์ชีวภาพภายในประเทศ ๓) การพัฒนา
ภาคการเกษตรเพ่ือสร้างความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบและรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร ๔) การส่งเสริมการ
ประกอบอตุ สาหกรรมชีวภาพข้ันกลางและข้ันปลาย ๕) การส่งเสรมิ การประกอบอุตสาหกรรมในรูปแบบ
Biorefinery complex ๖) การส่งเสริมการรับซื้อวัสดุเหลือท้ิงจากภาคการเกษตรเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง
ชีวมวล และ ๗) การสนบั สนุนและส่งเสริมการจัดต้ังนิคมอตุ สาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรม
ชีวภาพเพื่อผลักดันประเทศเป็น Bio Hub of ASEAN พร้อมกาหนดหน่วยงานท่ีรับผิดชอบและผล
ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั แสดงในตารางที่ ๖.๑


๑๔๙

ตารางท่ี ๖.๑ แนวทางการแปลงนโยบายการขบั เคลื่อนอตุ สาหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภาพไปสูก่ ารปฏบิ ัติ

ประเด็นขอ้ เสนอแนะ แนวทำงกำรดำเนนิ กำร หน่วยงำน ผลทคี่ ำดว่ำจะไดร้ ับ
เชงิ นโยบำย ท่ี - ลดขอ้ จากัดทางดา้ นกฎหมาย
1.1 เร่งรัดดาเนินการผลักดันพระราชบัญญัติปาล์มน้ามัน ทส่ี ่งผลตอ่ การลงทุนและการ
1. การขจัดอปุ สรรค และผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ามันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว รับผิดชอบ ประกอบการในอุตสาหกรรม
และสร้างสภาวะ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคล่ือนและพัฒนาอุตสาหกรรม กนป./ ชีวภาพของประเทศไทย
แวดลอ้ มที่เออ้ื อานวย ปาล์มน้ามันของประเทศท้ังระบบ และเกิดประโยชน์ อก./พณ./
ต่อการลงทนุ ใน สูงสดุ ตอ่ ทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม หนว่ ยงาน - มีผูส้ นใจขอรับการลงทุนและเกดิ
อุตสาหกรรมชีวภาพ อ่นื ท่ี การลงทนุ ในอุตสาหกรรมชีวภาพ
ของประเทศไทย 1.2 เร่งรัดการดาเนินการปรบั ปรุงพระราชบญั ญตั ิอ้อย เกีย่ วข้อง ในประเทศเพม่ิ มากขนึ้
และนา้ ตาลทราย พ.ศ. 2527 เพื่อใหส้ ามารถนาออ้ ย อก. - เกิดปัจจัยสนับสนุนไดแ้ ก่
ไปผลติ เปน็ ผลิตภัณฑ์ชนิดอน่ื ทไ่ี ม่ใช่นา้ ตาลทรายได้ 1) มหี นว่ ยงานท่ีให้การทดสอบ
และจัดสรรวัตถุดิบ (น้าอ้อย) ให้เพยี งพอและเหมาะสม กนป./ และรบั รองมาตรฐานผลิตภัณฑ์
กบั อุตสาหกรรมชวี ภาพ พณ./อก. ชวี ภาพ
กค./อก./ 2) มีบุคลากรทมี่ ีความรู้
1.3 ปรับปรงุ ขอ้ กฎหมายทเี่ ก่ียวข้องใหส้ ามารถนาเข้าน้ามนั ความสามารถเฉพาะทาง
ปาลม์ และผลติ ภณั ฑจ์ ากปาลม์ นา้ มัน เพ่อื ใชเ้ ป็นวัตถุดบิ พน.
ในอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีไดเ้ ป็นการเฉพาะ
อก.
1.4 ปรบั ปรุงขอ้ กฎหมายที่เก่ียวข้องใหผ้ ้ปู ระกอบการใน
อุตสาหกรรมเอทานอล สามารถจาหนา่ ยเอทานอล มท.
ให้กบั ผ้ปู ระกอบการในอตุ สาหกรรมอืน่ หรือ
อตุ สาหกรรมตอ่ เนอ่ื ง นอกเหนอื จากผ้ปู ระกอบการใน BOI
อุตสาหกรรมเชอื้ เพลิงชวี ภาพได้
กค.
1.5 ปรบั ปรงุ มาตรการและนโยบายการจดั การขยะและกาก
ของเสียในโรงงานอตุ สาหกรรมที่ปจั จุบันกาหนดให้การ
นาของเสยี ออกจากโรงงานต้องผา่ นกระบวนการกรอง
ของเสียกอ่ น ส่งผลให้การเคลือ่ นย้ายผลิตภณั ฑ์เหลือทิง้
หรอื ผลิตภัณฑ์พลอยไดใ้ นอตุ สาหกรรม เชน่ ชานอ้อย
ใบอ้อย กากน้าตาล ฟางขา้ ว ไปใชใ้ นอตุ สาหกรรม
ตอ่ เนอื่ งจะต้องมีการขออนญุ าตก่อนการเคลอื่ นย้าย

1.6 เร่งดาเนินการปรบั ปรงุ กฎหมายผังเมืองใหส้ ามารถ
ตงั้ โรงงานอุตสาหกรรมชวี ภาพซง่ึ เป็นอุตสาหกรรม
เปา้ หมายตามนโยบายรัฐบาล ในพนื้ ทีท่ มี่ คี วาม
เหมาะสมหรือพน้ื ท่ีที่มศี กั ยภาพดา้ นวัตถุดิบได้

1.7 ปรับปรงุ ประเภทกิจการท่ีให้การสง่ เสริมการลงทนุ
ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร เทคโนโลยีชวี ภาพ
และการแพทย์ ใหค้ รอบคลุมผลติ ภัณฑ์ชวี ภาพ
ตลอดห่วงโซ่คณุ คา่

1.8 ออกนโยบายหรือมาตรการยกเว้นภาษีใหก้ ับ
ผปู้ ระกอบการที่สนใจลงทนุ ในอุตสาหกรรมชวี ภาพ
เช่น มาตรการยกเว้นภาษเี คร่ืองจกั รหรือวตั ถุดิบที่ต้อง
มีการนาเขา้ จากต่างประเทศ หรือ สามารถนาคา่ ใชจ้ ่าย
ในการพัฒนาผลติ ภณั ฑช์ ีวภาพมาใชห้ กั ลดหยอ่ นภาษี


๑๕๐

ประเดน็ ข้อเสนอแนะ แนวทำงกำรดำเนินกำร หนว่ ยงำน ผลทค่ี ำดวำ่ จะได้รับ
เชงิ นโยบำย ท่ี 3) มี มอก. ครอบคลมุ ผลติ ภัณฑ์
1.9 จดั ตง้ั หนว่ ยงานทท่ี าหน้าท่ใี หก้ ารทดสอบและรบั รอง ชวี ภาพที่มกี ารผลิตในประเทศไทย
2. การกระต้นุ อุปสงค์ มาตรฐานเฉพาะด้านหรอื เฉพาะผลติ ภัณฑ์ชีวภาพขึน้ รบั ผดิ ชอบ
การบรโิ ภคผลติ ภัณฑ์ ภายในประเทศ อว./ - ประชาชนผู้บริโภคในประเทศ
ชวี ภาพ เกิดการรับรู้ถึงประโยชน์ของการ
ภายในประเทศ 1.10 สร้างบุคลากรที่มคี วามรู้ความสามารถเฉพาะทาง หน่วยงาน ใชผ้ ลิตภณั ฑช์ วี ภาพ
สาหรบั อตุ สาหกรรมชีวภาพ เพ่ือรองรับการเติบโตของ ทไี่ ด้รบั - เกดิ อุปสงคค์ วามตอ้ งการบริโภค
3. การพฒั นาภาค ภาคอุตสาหกรรมในอนาคต มอบหมาย ผลติ ภณั ฑ์ชวี ภาพในประเทศ
การเกษตรเพ่ือสร้าง ศธ./อว. เพม่ิ สูงข้นึ
ความมั่นคงทางดา้ น 1.11 เรง่ ดาเนนิ การจัดทามาตรฐานผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรม
วตั ถดุ บิ และรายไดเ้ พม่ิ (มอก.) ให้ครอบคลุมผลติ ภัณฑช์ ีวภาพทมี่ กี ารผลิต อก. - เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรใน
ใหแ้ ก่เกษตรกร ภายข้นึ ภายในประเทศไทย รปู แบบต่างๆ ทม่ี กี ารบรหิ าร
ทส./อก./ จดั การในภาคการเกษตร
2.1 จดั ทาชดุ ข้อมูลและประชาสัมพนั ธผ์ ่านหนว่ ยงาน หนว่ ยงาน อย่างเปน็ ระบบ ผลผลิตที่ได้
ของภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา หา้ งสรรพสินค้า ภาครัฐ มีคณุ ภาพสูง
โรงภาพยนตร์ หรอื ช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างการรบั รู้ - มีพืน้ ทเี่ พาะปลูกและผลผลิต
ถงึ ขอ้ ดีและประโยชน์ของการใชผ้ ลติ ภัณฑช์ ีวภาพให้เกิด และ ของพืชทีม่ ีศกั ยภาพใน
ข้ึนกบั ประชาชนในประเทศ เอกชนท่ี อตุ สาหกรรมชวี ภาพเพม่ิ มากข้ึน
เกีย่ วข้อง - เกษตรกรมรี ายไดเ้ พิม่ มากขึน้
2.2 ออกนโยบายหรือมาตรการเพื่อส่งเสรมิ สนับสนุนให้
หน่วยงานภาครัฐจะต้องจัดซ้อื ผลิตภณั ฑ์ชวี ภาพที่ผลติ กค.
ขนึ้ ภายในประเทศมาใช้ในหน่วยงาน ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์
ดังกล่าวมีทั้งผลิตภณั ฑ์ชวี ภาพและผลิตภัณฑท์ ่ัวไป กค./พณ.
เชน่ ถงุ ขยะ บรรจภุ ัณฑ์ เป็นต้น
พณ.
2.3 ออกนโยบายหรือมาตรการทางด้านภาษีเพ่ือส่งเสริม
สนับสนนุ การบริโภคผลิตภัณฑ์ชวี ภาพ โดยให้หน่วยงาน กษ.
ภาคเอกชนสามารถนาค่าใชจ้ ่ายในการซ้ือผลติ ภณั ฑ์
ชวี ภาพท่ีผลติ ขึน้ ภายในประเทศมาใช้ในการลดหยอ่ น กษ./อก./
หรือยกเวน้ ภาษี หน่วยงาน
ท่ไี ดร้ ับ
2.4 ออกนโยบายหรือมาตรการบังคับให้ผูป้ ระกอบการ มอบหมาย
ในภาคธุรกจิ จะต้องใชผ้ ลิตภณั ฑ์ชีวภาพ เชน่ กษ./อว.
ผู้ประกอบการรา้ นอาหาร หรือ ผู้ประกอบการรา้ น
เคร่ืองดมื่ ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดใช้ครั้งเดียวท้ิง
(Single-use) จะตอ้ งใช้บรรจภุ ณั ฑ์ชีวภาพ

3.1 สง่ เสรมิ ให้เกิดการรวมกลมุ่ คลัสเตอรข์ องเกษตรกร
รายย่อยเพ่อื ใหเ้ กดิ การบรหิ ารจดั การภาคการเกษตร
ในรปู แบบสหกรณห์ รอื กล่มุ เกษตรกรเครือข่าย
อยา่ งเป็นระบบ

3.2 สนับสนุนการเพ่ิมพื้นทเ่ี พาะปลูกพชื ทีม่ ีศักยภาพใน
อุตสาหกรรมชวี ภาพในพื้นที่ที่อนุญาตให้ทาการเกษตร
และเปน็ พ้ืนทีเ่ ป้าหมาย

3.3 สนับสนนุ การวิจยั และพฒั นาพันธ์ุพชื สาคญั
ทีใ่ หผ้ ลผลติ สูง


๑๕๑

ประเดน็ ข้อเสนอแนะ แนวทำงกำรดำเนนิ กำร หนว่ ยงำน ผลทคี่ ำดว่ำจะได้รับ
เชงิ นโยบำย ท่ี

3.4 สนับสนนุ เคร่ืองมือเครอื่ งจักรในการเพาะปลูก รบั ผดิ ชอบ
และเก็บเกย่ี วผลผลิต
กษ./อว./
อก.

3.5 เรง่ ดาเนนิ การพจิ ารณาปรบั ปรุงโครงสร้างราคาของพชื พณ./อก./

สาคญั ในอุตสาหกรรมชีวภาพใหเ้ หมาะสมและเป็นธรรม กนป./

ตอ่ ท้งั เกษตรกรและผปู้ ระกอบการ หน่วยงาน

ทเี่ ก่ียวข้อง

4.1 สง่ เสริมผปู้ ระกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้า อก./BOI - ประเทศไทยมจี านวน

เกษตรรายเดิมต่อยอดสกู่ ารเป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการในอตุ สาหกรรม

4. การสง่ เสรมิ การ ชีวภาพขนั้ กลางเพ่อื สรา้ งมูลคา่ เพิ่มใหก้ บั ผลิตภัณฑ์ ชวี ภาพขน้ั กลางและข้นั ปลาย
ประกอบอตุ สาหกรรม สศช./BOI/ เพิ่มมากข้ึน และมมี ลู คา่ ของ
ชวี ภาพข้นั กลาง 4.2 สง่ เสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเอทานอล อก./กนป. ผลติ ภณั ฑใ์ นอตุ สาหกรรมดังกลา่ ว
และขน้ั ปลาย ยกระดับสผู่ ปู้ ระกอบการในอุตสาหกรรมเคมชี วี ภาพ
เพม่ิ สงู ขึน้
4.3 สง่ เสริมผปู้ ระกอบการไทยใหเ้ กดิ การร่วมทุน
กับผู้ประกอบการในอตุ สาหกรรมชวี ภาพระดบั โลก

4.4 สง่ เสริมใหผ้ ู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชีวภาพ

ระดับโลกตง้ั ฐานการผลิตในประเทศไทย

5. การส่งเสริมการ 5.1 ออกนโยบายหรือมาตรการส่งเสริมการลงทุนและ สศช./BOI/ - เกิดผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

ประกอบอุตสาหกรรม สนับสนุนให้เกิดการร่วมทุนหรือควบรวมกิจการที่มีความ อก./กค. ชีวภาพในรูปแบบของ Biorefinery

ในรูปแบบ เก่ียวเน่ืองกัน ซ่ึงจะนาไปสู่การประกอบกิจการในรูปแบบ complex

Biorefinery Biorefinery complex หรือรูปแบบไฮบรดิ

complex หรอื

รปู แบบไฮบริด

6.1 กาหนดราคากลางเพอื่ รบั ซอื้ วสั ดเุ หลอื ทิง้ จากภาค กษ./พณ/ - ประเทศไทยมีการใชว้ สั ดุ

การเกษตร เชน่ ใบอ้อย ฟางขา้ ว เหงา้ มัน หรือวสั ดุ อก. เหลือทิ้งจากภาคการเกษตร

6. การส่งเสรมิ การรบั เหลอื ทิ้งชนดิ อนื่ ที่มศี กั ยภาพ ให้สมเหตสุ มผลเป็นธรรม เพื่อเป็นเชอื้ เพลิงในโรงไฟฟ้า

ซ้ือวสั ดุเหลอื ทง้ิ จาก ตอ่ เกษตรกรและผูป้ ระกอบการ ชวี มวลชีวมวลเพม่ิ มากขนึ้

ภาคการเกษตรเพือ่ ใช้ 6.2 ส่งเสริมการให้ผปู้ ระกอบการในอตุ สาหกรรมที่ใช้ พน./อก.

เป็นเชอ้ื เพลิงชีวมวล วตั ถดุ บิ จากภาคการเกษตรหรอื ผู้ประกอบการทส่ี นใจตง้ั

โรงไฟฟ้าชีวมวลเพ่ือผลติ ไฟฟา้ ใชใ้ นโรงงานหรอื ขาย

ให้กับภาครัฐ

7. การสนบั สนุนและ 7.1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การนิคมอุตสาหกรรม , EEC หนว่ ยงาน - ประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรม
สง่ เสริมการจดั ต้งั นิคม , กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง อานวยความสะดวกเพ่อื ให้ ภาครัฐ หรือเขตประกอบการอตุ สาหกรรม
อตุ สาหกรรม เ กิ ด นิ ค ม อุ ต ส า ห ก ร ร ม ห รื อ เ ข ต ป ร ะ ก อ บ ก า ร และ ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั อตุ สาหกรรมชวี ภาพ
หรือเขตประกอบการ อุตสาหกรรมชีวภาพในเขตพ้ืนที่จังหวัดขอนแก่น ลพบุรี เอกชนท่ี ในพน้ื ท่เี ปา้ หมายหรือพื้นที่
อุตสาหกรรมชีวภาพ อบุ ลราชธานี และฉะเชงิ เทรา โดยเร็ว เก่ยี วข้อง ทม่ี ีศกั ยภาพเพิ่มขน้ึ

เพื่อผลกั ดันประเทศเป็น

Bio Hub of ASEAN


๑๕๒

หมายเหตุ : กค. = กระทรวงการคลัง, กนป. = คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ามันแห่งชาติ, กษ. = กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์, พณ. = กระทรวงพาณชิ ย์, พน. = กระทรวงพลังงาน, ทส. = กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม, มท. = กระทรวงมหาดไทย, ศธ. = กระทรวงศึกษาธิการ, สศช. = สานักงานพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, อก. = กระทรวงอุตสาหกรรม, อว. = กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม, BOI = สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, EEC โครงการพัฒนาระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก


๑๕๓

บรรณานกุ รม

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน. (๒๕๕๘). แผนพัฒนาพลังงานทดแทน
และพลงั งานทางเลอื ก (พ.ศ.๒๕๕๘–๒๕๗๙). สืบค้น๘เมษายน๒๕๖๔, จาก http://www.eppo.go.th
/images/POLICY/PDF/AEDP2015.pdf

ราชกิจจานุเบกษา. (๒๕๖๒). คาํ แถลงนโยบายของคณะรฐั มนตรีพลเอกประยทุ ธจ์ นั ทร์โอชา นายกรฐั มนตรี
แถลงตอ่ รฐั สภา วันพฤหสั บดที ี่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒. สบื คน้ ๘ เมษายน ๒๕๖๔,
จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/186/T_0001.PDF

สํานกั งานขับเคล่ือนการปฏริ ปู ประเทศ ยทุ ธศาสตรช์ าติ และการสรา้ งความสามคั คีปรองดอง. (๒๕๖๑).
ยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐). สืบคน้ ๘พฤศจิกายน๒๕๖๓, จาก https://sto.go.th
/sites/default/files/2019-12/NS_PlanOct2018.pdf

สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ. (ม.ป.ป.). กรอบนโยบาย
การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศไทย (พ.ศ. 2555 - 2564). สืบค้น 8 เมษายน 2564,
จาก ttp://www.sti.or.th/sti/uploads/content_file/Biotech%20Policy%20Framework_TH.pdf

สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและนําตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม. (๒๕๖๔). รายงานสถานการณ์การปลูกอ้อย
ปกี ารผลติ ๒๕๖๓/๒๕๖๔. สบื ค้น ๙ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔, จาก http://www.ocsb.go.th/upload
/journal/fileupload/923-9200.pdf

สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (๒๕๖๒). สถานการณ์สินค้าเกษตรท่ีสําคัญ
และแนวโนม้ ปี ๒๕๖๓.สืบค้น๘พฤศจิกายน๒๕๖๓,จากhttps://www.oae.go.th/assets/portals/1
/ebookcategory/24_trend2563-Final-Download/#page=16

สาํ นกั งานพัฒนาเศรษฐกจิ จากฐานชวี ภาพ (องค์การมหาชน). (๒๕๖๐). กรอบยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาเศรษฐกิจ
จากฐานชีวภาพ ระยะ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙. สืบคน้ ๘ เมษายน ๒๕๖๔,
จาก https://www.bedo.or.th/bedo/backend/upload/content/2018_03/1520496784_7221.pdf

สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. (๒๕๖๒). รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการพัฒนา
ศกั ยภาพอตุ สาหกรรมโอเลโอเคมจี ากพืชนาํ มัน.

สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. (๒๕๖๑). มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ
ของไทย ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๗๐. สืบค้น๗เมษายน ๒๕๖๔, จาก http://www.oie.go.th/assets
/portals/1/fileups/2/files/action%20plan/bio_plan.pdf

สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. (๒๕๖๐). รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษา
แนวทางการพฒั นาและสง่ เสริมอุตสาหกรรมโอเลโอเคมจี ากปาล์มนํามนั .

สํานกั งานเศรษฐกจิ อตุ สาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม. (๒๕๕๘). รายงานฉบบั สมบรู ณ์โครงการพัฒนาโมเดล
เพื่อขบั เคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรรองรับโซนน่ิงเกษตร (ผลิตภณั ฑ์มนั สําปะหลัง).

สาํ นกั งานเศรษฐกจิ อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. (๒๕๕๘). รายงานฉบับสมบูรณโ์ ครงการพัฒนาโมเดล
เพอ่ื ขับเคลอ่ื นอุตสาหกรรมเกษตรรองรบั โซนน่งิ เกษตร (ผลิตภณั ฑ์ปาล์มนาํ มัน).

สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. (๒๕๕๑). รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษา
แนวทางการพฒั นาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพระยะที่ ๒.


๑๕๔

สาํ นกั งานสภานโยบายการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ. (๒๕๖๑). สมดุ ปกขาว BCG
in Action การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมของประเทศไทย เพอ่ื เศรษฐกิจชีวภาพ
เศรษฐกจิ หมุนเวยี นและเศรษฐกิจสีเขียว Bio-Circular-Green Economy. สบื คน้ ๗ เมษายน ๒๕๖๔,
จาก https://www.nxpo.or.th/th/bcg-economy

สํานกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ สาํ นักนายกรฐั มนตรี. (๒๕๖๔). แผนปฏิรูปประเทศ
(ฉบบั ปรบั ปรงุ ). สบื คน้ ๗ เมษายน ๒๕๖๔, จาก http://nscr.nesdc.go.th/nesdc_uat/wp
-content/uploads/2021/07/แผนปฏิรปู -ฉบบั ปรบั ปรงุ -ประกาศราชกจิ จาฯ.pdf

สํานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ สาํ นักนายกรัฐมนตรี. (๒๕๕๙). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ
และสงั คมแหง่ ชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔). สบื คน้ ๗ เมษายน ๒๕๖๔,
จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422

Narin Tunpaiboon. (๒๕๖๒). แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๔ : อุตสาหกรรมเอทานอล.
Industry Outlook วจิ ัยกรุงศรี. สืบคน้ ๗ เมษายน ๒๕๖๔, จาก https://www.krungsri.com/th
/research/industry/industry-outlook/Energy-Utilities/Ethanol/IO

German Bioeconomy Council. (2019). Bioeconomy Policies around the World. October 2,
2020, Retrieved from https://biooekonomierat.de/fileadmin/Publikationen/berichte
/GBS_2018_Bioeconomy-Strategies-around-the_World_Part-III.pdf

Independent Bio-based Expert Group. (2020). Which measures could boost the European
bio-based economy. Retrieved from http://news.bio-based.eu/media/2020/02/20-
02-17-PR-Measures-Independent-Bio-based-Expert-Group.pdf.

Juan Enriquez. (1998). Genomics and the World's Economy. Science Vol 281. October 2,
2020, Retrieved from https://science.sciencemag.org/content/281/5379/925

OECD SCIENCE, TECHNOLOGY AND INDUSTRY. (2021). GUIDANCE FOR A BIOREFINING
ROADMAP FOR THAILAND. June 12, 2021, Retrieved from https://www.oecd.org
/fr/innovation/guidance-for-a-biorefining-roadmap-for-thailand-60a2b229-en.htm

Tobias Heimann. (2019). Bioeconomy and Sustainable Development Goals (SDGs). October 2,
2020, Retrieved from https://www.researchgate.net/publication/329793817
_Bioeconomy_and_Sustainable_Development_Goals_SDGs_Does_the_bioeconomy_s
upport_the_achievement_of_the_SDGs

The White House. (2012). NATIONAL BIOECONOMY BLUEPRINT. Retrieved from
https://obamawhitehouse.archives.gov/sites/default/files/microsites/ostp/national_
bioeconomy_blueprint_april_2012.pdf


๑๕๕

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก การเดนิ ทางไปศึกษาดงู าน
- เดินทางศึกษาดูงานเก่ยี วกับอุตสาหกรรมไบโอ ณ จังหวัดระยอง ระหวา่ งวนั พฤหสั บดีที่ ๑๓ -
วันศุกรท์ ี่ ๑๔ สงิ หาคม ๒๕๖๓
- เดินทางศกึ ษาดูงานเกย่ี วกบั อุตสาหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภาพ ณจงั หวัดนครปฐม และจงั หวดั กาญจนบรุ ี
ระหว่างวนั พฤหสั บดที ่ี ๑๕ - วนั ศุกร์ท่ี ๑๖ ตลุ าคม ๒๕๖๓
- เดินทางศึกษาดงู านเกยี่ วกบั อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ ณจงั หวัดชมุ พร และจังหวดั ประจวบครี ขี นั ธ์
ระหว่างวนั อาทิตย์ที่ ๑๔ – วันองั คารท่ี ๑๖ มนี าคม ๒๕๖๔

ภาคผนวก ข การสมั มนา
- การสมั มนาผ่านส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เร่อื ง “การพฒั นาและขบั เคล่ือนอุตสาหกรรมเศรษฐกจิ
ชีวภาพของประเทศไทย” วนั พฤหัสบดที ี่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ นาฬิกา ณ
ระบบออนไลน์ Webex (โปรแกรม Cisco Webex Meetings)

ภาคผนวก ค คาสงั่ แต่งตงั้ คณะทางานศึกษาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชวี ภาพ


๑๕๖

กำหนดกำรเดินทำงศึกษำดูงำน
เก่ียวกบั อตุ สำหกรรมไบโอ

ของคณะอนกุ รรมำธิกำรกำรอุตสำหกรรม
ในกรรมำธิกำรกำรพำณชิ ย์และกำรอุตสำหกรรม วฒุ สิ ภำ

ณ จังหวดั ระยอง
ระหวำ่ งวันพฤหสั บดที ่ี ๑๓ - วนั ศุกร์ที่ ๑๔ สิงหำคม ๒๕๖๓

******************

วันพฤหัสบดที ่ี ๑๓ สิงหำคม ๒๕๖๓ อำคำรสขุ ประพฤติ – จังหวดั ระยอง

เวลา ๐๕.๓๐ นาฬกิ า - พรอ้ มกนั ทอ่ี าคารสุขประพฤติ

เวลา ๐๕.๔๕ นาฬิกา - เดนิ ทางจากอาคารสขุ ประพฤติไปยงั บรษิ ทั พูแรค (ประเทศไทย) จากัด

ตาบลบ้านฉาง อาเภอบ้านฉาง จังหวดั ระยอง

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬกิ า - เดนิ ทางถึงบรษิ ทั พูแรค (ประเทศไทย) จากัด

เพอ่ื เยย่ี มชมโรงงาน รับฟงั สรุป และแลกเปลย่ี นความคิดเหน็

โดย Sander van der Linden Site Director Corbion Thailand และ

นำยกัลย์ เฉลิมเกียรติกุล Business Development Director ให้การต้อนรบั

โดยมีประเด็นหารอื ดังน้ี

(๑) ยทุ ธศาสตร์ชาติและแผนการปฏริ ูปประเทศ เรอ่ื งอุตสาหกรรมชวี ภาพ

เพ่ือวางแผนตอ่ ยอดและกาหนดทิศทางของอุตสาหกรรม โดยจะขอทราบ

แนวทางการวางแผนการทางานของบรษิ ัทว่าสามารถตอบโจทย์ภาครฐั อย่างไร

(๒) ปัญหาและอปุ สรรคของการขยายอุตสาหกรรมชวี ภาพในประเทศไทย

โดยเฉพาะการเชอื่ มโยงวัตถุดบิ

(๓) ในอนาคตมุมมองของบรษิ ัทมองวา่ อตุ สาหกรรมชวี ภาพมีโอกาสขยายตวั

ได้มากเท่าไร บริษัทต้องการนโยบายหรอื มาตรการสนบั สนนุ จากทางภาครัฐ

อย่างไร

เวลา ๑๑.๔๕ นาฬิกา - ออกเดนิ ทางไปยังรา้ นอาหาร

เวลา ๑๒.๐๐ นาฬกิ า - รับประทานอาหารกลางวนั

เวลา ๑๓.๓๐ นาฬกิ า - ออกเดินทางไปยัง บริษทั โกลบอลกรนี เคมคิ อล จากัด (มหาชน) ตาบลมาบตาพดุ

อาเภอเมืองระยอง จังหวดั ระยอง


๑๕๗

เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา - เดินทางถงึ บรษิ ทั โกลบอลกรีนเคมคิ อล จากัด (มหาชน) ตาบลมาบตาพุด
เพ่ือเย่ียมชมโรงงาน รับฟงั สรุป และแลกเปลยี่ นความคิดเหน็
เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา โดย กรรมกำรผูจ้ ดั กำร บริษัท โกลบอลกรีนเคมคิ อล จำกัด (มหำชน)
เวลา ๑๗.๐๐ นาฬกิ า ให้การตอ้ นรบั
เวลา ๑๘.๓๐ นาฬกิ า - ออกเดนิ ทางไปยังโรงแรมแคนทารเี บย์ จังหวัดระยอง
- เดินทางถึงโรงแรมแคนทารีเบย์ จงั หวดั ระยอง
- รับประทานอาหารเยน็

วันศุกรท์ ่ี ๑๔ สงิ หำคม ๒๕๖๓ จังหวัดระยอง – อำคำรสุขประพฤติ

เชา้ - รบั ประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมแคนทารเี บย์ จังหวัดระยอง

เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา - ออกเดนิ ทางไปยัง บรษิ ทั เซนจูรี ไทร์ (ประเทศไทย) จากดั ตาบลสานักทอง

อาเภอเมอื งระยอง จังหวดั ระยอง

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา - เดนิ ทางถงึ บรษิ ัท เซนจรู ี ไทร์ (ประเทศไทย)

เพอื่ เย่ยี มชมโรงงานและรับฟงั สรุปเกี่ยวกับบรษิ ัท และแลกเปล่ียนความคิดเห็น

โดย MR.JIANG_FEI ผ้จู ัดกำรใหญ่ ให้การต้อนรับ

เวลา ๑๑.๔๕ นาฬกิ า - ออกเดนิ ทางไปยังรา้ นอาหาร

เวลา ๑๒.๐๐ นาฬกิ า - รบั ประทานอาหารกลางวนั

เวลา ๑๔.๓๐ นาฬกิ า - เดนิ ทางกลับอาคารสขุ ประพฤติ

เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา - เดนิ ทางถงึ อาคารสุขประพฤติโดยสวัสดภิ าพ

**********************


๑๕๘

กำหนดกำรเดินทำงศึกษำดงู ำน
เกีย่ วกบั อตุ สำหกรรมเศรษฐกิจชวี ภำพ
ของคณะอนุกรรมำธิกำรกำรอตุ สำหกรรม
ในกรรมำธิกำรกำรพำณิชย์และกำรอุตสำหกรรม วุฒิสภำ
ณ จังหวัดนครปฐม และจังหวัดกำญจนบุรี
ระหว่ำงวันพฤหัสบดีท่ี ๑๕ - วันศกุ ร์ท่ี ๑๖ ตุลำคม ๒๕๖๓

******************

วนั พฤหสั บดีท่ี ๑๕ ตลุ ำคม ๒๕๖๓ กรุงเทพมหำนคร – จังหวัดนครปฐม – จงั หวดั กำญจนบุรี

เวลา ๐๗.๓๐ นาฬกิ า - พรอ้ มกนั ท่ีอาคารสุขประพฤติ

เวลา ๐๗.๔๕ นาฬกิ า - เดินทางจากอาคารสขุ ประพฤตไิ ปยัง บรษิ ทั แสงโสม จากดั

อาเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา - เดนิ ทางถงึ บรษิ ัท แสงโสม จากัด

เพ่ือเยีย่ มชมโรงงาน รับฟังบรรยายสรปุ และแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั

อตุ สาหกรรมการผลิตแอลกอฮอล์ รวมถงึ ธุรกิจเกีย่ วเน่อื งทน่ี าเอาของเสีย

จากกระบวนการผลติ ในอุตสาหกรรมแอลกอฮอลม์ าสรา้ งมูลค่าเพ่มิ

โดย นายกวศี ิลป์ บรู ณสมภพ ผ้จู ัดการโรงงาน ใหก้ ารตอ้ นรับ

เวลา ๑๑.๓๐ นาฬกิ า - ออกเดนิ ทางไปยังร้านอาหาร

เวลา ๑๑.๔๕ นาฬิกา - รับประทานอาหารกลางวนั

เวลา ๑๓.๐๐ นาฬกิ า - ออกเดินทางไปยัง บรษิ ัท ยไู นเตด็ ไวน์เนอร่ี แอนดด์ สิ ทิลเลอร่ี จากดั

ตาบลนครชยั ศรี อาเภอนครชยั ศรี จงั หวัดนครปฐม

เวลา ๑๓.๑๕ นาฬกิ า - เดนิ ทางถึงบริษทั ยไู นเต็ด ไวนเ์ นอรี่ แอนด์ดสิ ทลิ เลอร่ี จากดั

เพือ่ เยย่ี มชมโรงงาน รับฟงั บรรยายสรปุ กระบวนการผลิตแอลกอฮอลจ์ ากโมลาส

และแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นเก่ยี วกับธุรกจิ เก่ยี วเน่อื งท่นี าเอาของเสยี

จากกระบวนการผลิตในอตุ สาหกรรมแอลกอฮอล์มาสรา้ งมูลค่าเพ่ิม

โดย นายสิรเิ กียรติ์ พลอาสา ผูจ้ ัดการโรงงานอาวโุ ส ให้การต้อนรบั

เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา - ออกเดนิ ทางไปยังโรงแรมปลากาญจน์ รสี อร์ท จงั หวัดกาญจนบุรี

เวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา - เดนิ ทางถึงโรงแรมปลากาญจน์ รสี อร์ท จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เวลา ๑๘.๐๐ นาฬกิ า - รับประทานอาหารเยน็


๑๕๙

วนั ศกุ ร์ท่ี ๑๖ ตลุ ำคม ๒๕๖๓ จังหวดั กำญจนบรุ ี – อำคำรสขุ ประพฤติ

เช้า - รบั ประทานอาหารเชา้ ณ โรงแรมปลากาญจน์ รีสอรท์ จังหวัดกาญจนบรุ ี

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬกิ า - ออกเดินทางไปยงั ศูนย์ส่งเสรมิ อตุ สาหกรรมอ้อยและน้าตาลทรายภาคที่ ๑

ตาบลทุ่งทอง อาเภอทา่ มว่ ง จงั หวดั กาญจนบรุ ี

เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา - เดนิ ทางถึงศูนย์ส่งเสรมิ อตุ สาหกรรมออ้ ยและน้าตาลทรายภาคท่ี ๑

ซง่ึ เป็นศูนยก์ ลางในการเสรมิ สรา้ งกระบวนการเรียนรู้ การศกึ ษา วิจยั

และพฒั นาปรับปรงุ พนั ธ์ุอ้อย อตุ สาหกรรมตอ่ เนอ่ื ง และอตุ สาหกรรมชวี ภาพ

และรับฟังบรรยายสรุปเกีย่ วกับการดาเนินงานของศูนย์สง่ เสรมิ ฯ

รวมทัง้ แลกเปลย่ี นความคิดเหน็

เวลา ๑๑.๔๕ นาฬกิ า - ออกเดนิ ทางไปยงั ร้านอาหาร

เวลา ๑๒.๐๐ นาฬกิ า - รบั ประทานอาหารกลางวนั

เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา - เดินทางกลับอาคารสขุ ประพฤติ

เวลา ๑๘.๓๐ นาฬกิ า - เดินทางถงึ อาคารสุขประพฤติโดยสวสั ดิภาพ

**********************


๑๖๐

กำหนดกำรเดินทำงศกึ ษำดงู ำน
เก่ียวกับอตุ สำหกรรมเศรษฐกิจชีวภำพ
ของคณะกรรมำธกิ ำรกำรพำณิชย์และกำรอุตสำหกรรม วุฒสิ ภำ
ณ จังหวัดประจวบคีรขี ันธ์และจงั หวัดชุมพร
ระหว่ำงวนั อำทติ ยท์ ี่ ๑๔ – วนั อังคำรท่ี ๑๖ มีนำคม ๒๕๖๔

******************

วันอำทติ ยท์ ่ี ๑๔ มีนำคม ๒๕๖๔ สนำมบินดอนเมือง – จังหวดั ชุมพร

เวลา ๐๘.๐๐ นาฬกิ า - คณะพร้อมกนั ณ ทา่ อากาศยานดอนเมือง

เวลา ๐๙.๒๐ นาฬิกา - ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังท่าอากาศยานชุมพร

โดยสายการบนิ Nok Air เทย่ี วบินที่ DD 7610

เวลา ๑๐.๓๐ นาฬกิ า - เดนิ ทางถึงทา่ อากาศยานชุมพร ตาบลชุมโค อาเภอปะทวิ จงั หวดั ชุมพร

เวลา ๑๐.๔๕ นาฬิกา - ออกเดินทางจากทา่ อากาศยานชุมพรไปยงั สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

เจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชมุ พรเขตรอดุ มศกั ด์ิ จงั หวัดชุมพร

อาเภอปะทิว จังหวดั ชมุ พร

เวลา ๑๐.๕๕ นาฬิกา - เดนิ ทางถงึ สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ ฯ วทิ ยาเขตชุมพร

- รับฟังบรรยายสรุปผลการดาเนินงานของสถาบันฯ และบทบาทของสถาบันฯ

ต่อการพัฒนาเศรษฐกจิ ชีวภาพและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรม

ไบโอรีไฟเนอรขี่ องจังหวัดภาคใต้ ในฐานะภาควิชาการ นักวิจยั สถาบันการศกึ ษา

เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา - พักรบั ประทานอาหารกลางวนั

เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา - ออกเดนิ ทางไปศกึ ษาสภาพพืน้ ทก่ี ารพัฒนาเศรษฐกจิ ชีวภาพในพื้นที่อาเภอปะทวิ

จงั หวดั ชุมพร

เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา - ออกเดนิ ทางไปยงั โรงแรมทีพ่ กั เดอะบีช รสี อร์ท อาเภอปะทวิ จงั หวัดชุมพร

เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา - ออกเดนิ ถงึ โรงแรมที่พัก

- รบั ประทานอาหารเยน็ และพกั ผ่อนตามอธั ยาศัย

วนั จันทร์ที่ ๑๕ มีนำคม ๒๕๖๔ จงั หวัดชุมพร – จังหวัดประจวบครี ีขนั ธ์ – จังหวัดชุมพร

- รับประทานอาหารเชา้ ณ โรงแรมทีพ่ กั

เวลา ๐๘.๐๐ นาฬกิ า - ออกเดินทางไปยงั บรษิ ัท พพี พี ี กรนี คอมเพล็กซ์ จากัด ตาบลช้างแรก

อาเภอบางสะพานน้อย จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ์

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา - เดินทางถึง บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จากัด ซ่ึงเป็นบริษัทการผลิต

ท่ีมีลักษณะเป็นคอมเพล็กซ์การผลิตครบวงจร ท้ังน้ามันปาล์มดิบ โอเลอิน

เสตยี รนิ นา้ มนั เมล็ดในปาลม์ ไบโอแกส๊ ไบโอดเี ซล และไฟฟา้ จากชีวมวล


เวลา ๑๒.๐๐ นาฬกิ า ๑๖๑
เวลา ๑๓.๓๐ นาฬกิ า
- รับฟังสรุปการดาเนินงานและประชุมกลุ่มย่อยเพ่ือแลกเปลี่ยนความเห็น
เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา รับฟังปัญหา อุปสรรค แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ
เวลา ๑๘.๔๕ นาฬิกา จากปาล์มน้ามัน และแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอร่ี
ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุม บริษัท พีพีพี
กรนี คอมเพลก็ ซ์ จากัด
- พักรบั ประทานอาหารกลางวนั
- เย่ียมชมและศึกษากระบวนการผลติ ระบบโลจสิ ตกิ ส์ ท่เี ก่ียวกับอุตสาหกรรม
ปาลม์ นา้ มันครบวงจรของ บริษทั พพี พี ี กรีน คอมเพล็กซ์ จากดั
- เดินทางไปยงั ที่พกั ณ ชุมชนเกาะพทิ กั ษ์ อาเภอหลังสวน จังหวดั ชุมพร
- เดนิ ทางถงึ ท่พี ัก
- รบั ประทานอาหารเย็น และพักผอ่ นตามอธั ยาศัย

วนั อังคำรท่ี ๑๖ มนี ำคม ๒๕๖๔ จงั หวัดชมุ พร - จังหวดั สุรำษฎร์ธำนี - สนำมบินดอนเมือง

- รบั ประทานอาหารเช้า ณ ที่พกั

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬกิ า - ออกเดินทางไปเย่ียมชม ต้นแบบ Green Island แห่งชุมพร และหมู่บ้าน

อตุ สาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) หารือแนวทางการส่งเสริมการผลิตและการใช้

ผลติ ภณั ฑ์เคมชี วี ภาพจากระบบไบรไี ฟเนอรีในพืน้ ท่ีแหลง่ ท่องเทย่ี ว

เวลา ๑๒.๐๐ นาฬกิ า - พักรบั ประทานอาหารกลางวนั

เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา - ประชุมเพ่ือวิเคราะห์และสรุปผลการเก็บข้อมูล ณ ชุมชนเกาะพิทักษ์

อาเภอหลังสวน จงั หวดั ชุมพร

เวลา ๑๕.๓๐ นาฬกิ า - ออกเดนิ ทางไปยังทา่ อากาศยานนานาชาติสรุ าษฎร์ธานี

เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา - เดนิ ทางถึงทา่ อากาศยานสรุ าษฎร์ธานี

เวลา ๑๙.๕๕ นาฬกิ า - ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง

โดยสายการบินแอร์เอเชีย เทยี่ วบินที่ FD 3234

เวลา ๒๑.๐๕ นาฬิกา - เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง

- เดนิ ทางกลับโดยสวัสดิภาพ

**********************


๑๖๒

โครงการสัมมนา
เรอ่ื ง “การพฒั นาและขับเคลอื่ นอุตสาหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภาพของประเทศไทย”

จดั โดย คณะอนกุ รรมาธกิ ารการอตุ สาหกรรม
ในคณะกรรมาธิการการพาณิชยแ์ ละการอุตสาหกรรม วฒุ สิ ภา
วนั พฤหัสบดที ่ี ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ นาฬกิ า
ณ ระบบออนไลน์ Webex (โปรแกรม Cisco Webex Meetings)

.....................................................

๑. ความเปน็ มา
อตุ สาหกรรมชีวภาพถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างย่งั ยืน

โดยมีแนวคิดหลักคือการทดแทนการผลิตในรูปแบบเดิมที่ใช้ทรัพยากรชนิดที่ใช้แล้วหมดไปเปลี่ยนมาเป็นการใช้
ทรัพยากรชีวภาพและชีวมวลทีเ่ ป็นทรัพยากรทดแทนเพื่อลดผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อม ทัง้ นี้ อตุ สาหกรรมชวี ภาพ
ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ชีวมวลจากภาคการเกษตรเป็นวัตถุดิบ ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ
เป็นผลิตภณั ฑ์ชีวภาพต่าง ๆ ซึ่งผลิตภณั ฑส์ ่วนใหญ่ มีคุณสมบัติท่ีสามารถทดแทนผลิตภัณฑจ์ ากการกลั่นปิโตรเคมีได้
จงึ อาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมชีวภาพเป็นอุตสาหกรรมท่ีมีความเก่ยี วข้องและเช่ือมโยงระหว่างภาคการเกษตร
ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบตั้งต้นกับภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น ในการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศ
จึงเปรียบเสมือนการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตจากภาคการเกษตร เป็นวั ตถุดิบตั้งต้น
และเป็นการเพ่ิมมูลค่าให้กบั ผลผลิตและวัสดุเหลือท้ิงจากภาคการเกษตร ซ่ึงเป็นการ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพสูงสุด

จากการศึกษาแนวนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศต้นแบบอย่างสหรัฐอเมริกา
เยอรมนี บราซิล จีน และมาเลเซีย พบว่าในแต่ละประเทศจะมีแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ
ทีค่ ลา้ ยคลงึ กนั แต่จะแตกตา่ งกันในดา้ นประเดน็ เนอื้ หา เนื่องจากบรบิ ทของแตล่ ะประเทศ ที่มีความแตกต่างกนั
เช่น ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วัตถุดิบชีวภาพ เป็นต้น โดยในส่วนของประเทศไทยจากปัญหา
ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติท่ีลดนอ้ ยลง ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมทเี่ พม่ิ มากขึน้ รวมถึงจานวนประชากร
ท่ีเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีความจาเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบเดิม
สู่การผลิตภาคอตุ สาหกรรมท่ีมีความเปน็ มิตรตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มด้วยการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ

คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา โดยคณะอนุกรรมาธิการ
การอุตสาหกรรม จึงตั้งคณะทางานศึกษาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ เพื่อทาการศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่มี
ผลต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศไทย และจัดทา
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีวภาพให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
ดังน้ัน เพ่ือให้เกิดการรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการพัฒนาและ
ขับเคล่ือนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศไทย คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการ
อุตสาหกรรม วฒุ สิ ภา จงึ เหน็ ควรให้จดั การสมั มนาดังกลา่ วขน้ึ ในรูปแบบการสมั มนาผ่านส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์


๑๖๓

๒. วัตถปุ ระสงค์
๑. รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หน่วยงานภาครัฐ

ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้ที่สนใจท่ีจะลงทุน และผู้สนใจท่ัวไปในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ
ของประเทศไทย เพื่อประกอบการพจิ ารณากาหนดนโยบายการดาเนนิ งานเสนอตอ่ คณะกรรมาธกิ ารต่อไป

๒. เพื่อนามาวิเคราะห์ประมวลผลการพิจารณาการดาเนินงานเสนอต่อคณะกรรมาธิการ
ตอ่ ไป

๓. วธิ กี ารดาเนนิ การ

- นาเสนอผลการศกึ ษา โดย

๑) นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ/อนกุ รรมาธกิ าร

/ประธานคณะทางานศึกษาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ

๒) นายกฤศ จันทร์สวุ รรณ คณะทางานศึกษาอตุ สาหกรรมเศรษฐกิจชวี ภาพ

๓) นายบรุ ินทร์ สุขพิศาล คณะทางานศึกษาอตุ สาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ

๔) นายศิวะ โพธิตาปนะ คณะทางานศึกษาอตุ สาหกรรมเศรษฐกิจชวี ภาพ

- เปิดใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มสมั มนาใหข้ อ้ คดิ เห็นและเสนอแนะ

๔. ผเู้ ขา้ รว่ มสมั มนา จานวน ๑๐๐ คน ประกอบดว้ ย
๑. คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอตุ สาหกรรม วุฒสิ ภา
๒. คณะอนกุ รรมาธกิ ารการอตุ สาหกรรม
๓. หนว่ ยงานภาครัฐท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั อุตสาหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภาพ
๔. ภาคเอกชนที่สนใจอตุ สาหกรรมเศรษฐกิจชวี ภาพ
๕. ผ้ปู ระกอบการทีส่ นใจอตุ สาหกรรมเศรษฐกจิ ชวี ภาพ
๖. ผทู้ ส่ี นใจที่จะลงทนุ ในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชวี ภาพ
๗. ผู้สนใจท่ัวไปในอตุ สาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศไทย

๕. ระยะเวลาดาเนินการ
- วนั พฤหสั บดีที่ ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ นาฬิกา

๖. สถานท่ี
- ณ ระบบออนไลน์ Webex (โปรแกรม Cisco Webex Meetings)

๗. งบประมาณ
- (ไม่ม)ี


๑๖๔

๘. ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ
- คณะอนุกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม

วฒุ สิ ภา

๙. ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั
๑. ได้รับทราบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หน่วยงาน

ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้ท่ีสนใจที่จะลงทุน และผู้สนใจท่ัวไปในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ
ของประเทศไทย

๒. สามารถนาข้อมลู ที่ได้รับจากการสัมมนามาสังเคราะห์จดั ทารายงานผลการพจิ ารณาศกึ ษา
ตอ่ ไป


๑๖๕

กำหนดกำรสัมมนำผำ่ นสอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์
เรอ่ื ง “กำรพัฒนำและขบั เคลอื่ นอุตสำหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภำพของประเทศไทย”

จัดโดย คณะอนกุ รรมำธกิ ำรกำรอตุ สำหกรรม
ในคณะกรรมำธกิ ำรกำรพำณชิ ย์และกำรอุตสำหกรรม

วุฒิสภำ
วนั พฤหัสบดีที่ ๑๙ สงิ หำคม ๒๕๖๔ เวลำ ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ นำฬิกำ
ณ ระบบออนไลน์ Webex (โปรแกรม Cisco Webex Meetings)

เวลำ ๐๙.๐๐ นำฬกิ ำ - ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์
เวลำ ๐๙.๓๐ นำฬิกำ - พธิ เี ปิดการสมั มนา
เวลำ ๐๙.๔๐ นำฬิกำ  กลา่ วรายงาน โดย นำยสมชำย หำญหริ ญั ประธำนคณะอนุกรรมำธิกำร

เวลำ ๑๐.๐๐ นำฬกิ ำ กำรอุตสำหกรรม
เวลำ ๑๑.๓๐ นำฬกิ ำ  กล่าวเปดิ การสมั มนา โดย นำงอภริ ดี ตันตรำภรณ์

ประธำนคณะกรรมำธิกำรกำรพำณชิ ย์และกำรอุตสำหกรรม วุฒิสภำ
- นาเสนอผลการศกึ ษา “การพฒั นาและขับเคลอ่ื นอตุ สาหกรรมเศรษฐกจิ ชีวภาพ
ของประเทศไทย” โดย
๑) นำยรณวรทิ ธิ์ ปรยิ ฉัตรตระกูล อนุกรรมำธิกำร

(สมาชิกวุฒิสภา)
๒) นำยกฤศ จนั ทร์สุวรรณ คณะทำงำนฯ

(ผู้อานวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา ๒ สานักงานเศรษฐกจิ อุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม)
๓) นำยบรุ ินทร์ สุขพิศำล คณะทำงำนฯ
(กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิ คณะกรรมการนโยบายปาลม์ นามนั แห่งชาติ)
๔) นำยศวิ ะ โพธติ ำปนะ คณะทำงำนฯ
(ผเู้ ชีย่ วชาญดา้ นนโยบายและพัฒนาอตุ สาหกรรมอ้อยและนาตาลทราย
สานักงานคณะกรรมการออ้ ยและนาตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม)
- เปดิ ให้ผเู้ ข้ารว่ มสมั มนาใหข้ อ้ คิดเหน็ และเสนอแนะ
ดาเนนิ การโดย นำยรณวริทธิ์ ปรยิ ฉัตรตระกลู อนุกรรมำธิกำร (สมำชกิ วุฒิสภำ)
- สรปุ การสัมมนา และกล่าวปดิ การสัมมนา โดย
นำยสมชำย หำญหริ ัญ ประธำนคณะอนกุ รรมำธกิ ำรกำรอตุ สำหกรรม

ในคณะกรรมำธิกำรกำรพำณชิ ย์และกำรอตุ สำหกรรม วฒุ ิสภำ

______________________


๑๖๖


รายชอื่ หน่วยงานผเู้ ข้าร่วมสัมมนา
เร่ือง การพฒั นาและขบั เคล่ือนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชวี ภาพของประเทศไทย

คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒสิ ภา

๑. นางอภริ ดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

๒. นายสมชาย หาญหิรญั รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทหี่ นง่ึ

๓. นางสาววิบูลย์ลักษณ์ รว่ มรกั ษ์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนที่สอง

๔. นายชลติ แก้วจนิ ดา รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่สี ี่

๕. นายรณวริทธ์ิ ปรยิ ฉัตรตระกูล เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร

๖. นายเจน นาชัยศริ ิ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร

๗. นายสาธติ เหล่าสุวรรณ กรรมาธิการ

นกั วิชาการ ผชู้ านาญการ และเลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธกิ าร

๑. นายอดิทัต วะสนี นท์ ผชู้ านาญการประจาคณะกรรมาธิการ

๒. นางสาวธนาภรณ์ วงศ์พพิ ันธ์ ผ้ชู านาญการประจาคณะกรรมาธิการ

๓. นางสาวเพินพัตรา ชูเวชะ นักวชิ าการประจาคณะกรรมาธิการ

๔. นางสาวชรุ ารัตน์ ใครอามาตย์ เลขานกุ ารประจาคณะกรรมาธิการ

คณะอนุกรรมาธกิ ารการอตุ สาหกรรม ประธานคณะอนกุ รรมาธิการ
๑. นายสมชาย หาญหิรัญ รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร
๒. นายเจน นาชัยศริ ิ อนุกรรมาธิการ
๓. นายชลติ แกว้ จินดา อนกุ รรมาธกิ าร
๔. นายรณวริทธ์ิ ปรยิ ฉตั รตระกลู อนุกรรมาธกิ าร
๕. นายยทุ ธ ลมิ ป์ศิระ อนกุ รรมาธิการ
๖. นายกนษิ ฐ์ สารสิน อนกุ รรมาธกิ าร
๗. นายยงเกียรต์ิ กติ ะพาณิชย์ อนกุ รรมาธกิ าร
๘. นางสาวทิพยวรรณ ผลประโยชน์ อนุกรรมาธกิ าร
๙. นางสาววิภาดา พลาธนพร อนุกรรมาธกิ าร
๑๐. นางสาวรตั นาภรณ์ ม่ันศรีจนั ทร์ อนุกรรมาธิการ
๑๑. นายนาวา จันทนสรุ คน อนุกรรมาธกิ าร
๑๒. ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์เทอดศักด์ิ ศรีสุรพล และเลขานุการคณะอนุกรรมาธกิ าร

ท่ีปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ ารการอตุ สาหกรรม
๑. นายพสุ โลหารชนุ
๒. นายปณิธาน จนิ ดาภู
๓. นายรุง่ เพชร สงั ขท์ อง
๔. กรณ์ภฐั วีญ์ ม่วงน้อย


๑๖๗

๕. นายพชิ ติ มิทราวงศ์
๖. นางสาวกชนิภา อินทสวุ รรณ์
๗. นายสราวุฒิ สินสาเนา

คณะทางานศึกษาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ ประธานคณะทางาน
๑. นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกลู รองประธานคณะทางาน คนทห่ี น่ึง
๒. นายเจน นาชัยศริ ิ รองประธานคณะทางาน คนทส่ี อง
๓. นายชลิต แกว้ จินดา คณะทางาน
๔. นายอดิทัต วะสนี นท์ คณะทางาน
๕. นางสาวทพิ ยวรรณ ผลประโยชน์ คณะทางาน
๖. นางสาววภิ าดา พลาธนพร คณะทางาน
๗. นายกนิษฐ์ สารสิน คณะทางาน
๘. นายยงเกียรติ กติ ะพาณิชย์ คณะทางาน
๙. นายสัมฤทธิ์ แซเ่ จียง คณะทางาน
๑๐. นายบุรนิ ทร์ สขุ พศิ าล คณะทางาน
๑๑. นายกฤศ จันทร์สุวรรณ คณะทางาน
๑๒. นายศวิ ะ โพธิตาปนะ คณะทางาน
๑๓. นายจักรกฤช รงั สมิ านพ คณะทางาน
๑๔. นายเกรียงไกร วงศ์พรอ้ มรัตน์ คณะทางาน
๑๕. นายวินิต อธสิ ุข คณะทางาน
๑๖. นายคณุ านนั ท์ ทยายุทธ คณะทางานและเลขานกุ าร
๑๗. ผูช้ ่วยศาสตราจารย์เทอดศกั ด์ิ ศรสี ุรพล คณะทางานและผ้ชู ่วยเลขานกุ าร
๑๘. นายไพรราช ไพรแก้ว

หน่วยงานภาครัฐ

สานักนายกรัฐมนตรี

สานกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ

๑. นายไพศาล จตุรพิธพร นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการพเิ ศษ

๒. นายฉัตรวิชช์ ภทั รศิลสุนทร นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการ

๓. นางสาวสรัลณัท ชวนะศักด์ิ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการ

๔. นางสาวทพิ ยร์ าวรรณ กัลปศ์ กั ด์ปิ ภา นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนปฏิบัติการ

๕. นายทักษิกร ขจรกุล นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบตั กิ าร

กระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม

สานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

- นายดชิ พงษ์ ภมู ิเกยี รติศกั ดิ์ นกั พัฒนานวตั กรรมชานาญการ

ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ด้านชวี วิทยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน)

- นายธนากร บุญเกดิ เจา้ หน้าท่บี ริหาร


๑๖๘

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมชลประทาน

- นางสาวนนั ทนา เพ็งคา ผูอ้ านวยการส่วนวิเคราะหน์ โยบาย

มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

๑. รองศาสตราจารย์สทุ ธิพันธ์ุ แกว้ สมพงษ์ รองคณะบดีฝ่ายพัฒนาระบบและทรพั ยากร

คณะอตุ สาหกรรมเกษตร วิทยาเขตบางเขน

๒. รองศาสตราจารย์ธญั ญารตั น์ จิญกาญจน์ รองคณะบดีฝา่ ยวิจัย คณะอุตสาหกรรมเกษตร

วิทยาเขตบางเขน

๓. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ธนาภรณ์ อธิปัญญากลุ อาจารย์ประจาภาควิชาเศรษฐศาสตรเ์ กษตร

และทรพั ยากร คณะเศรษฐศาสตร์

วทิ ยาเขตบางเขน

๔. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์จักรกฤษณ์ พจนศลิ ป์ อาจารย์ประจาภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร

และทรพั ยากร คณะเศรษฐศาสตร์

วิทยาเขตบางเขน

๕. นายนัยสิทธิ์ ย่งิ กาแหง ผชู้ ว่ ยนกั วิจัย

๖. นางสาววาราดา จินดาอินทร์ เจ้าหน้าท่ีบริหารงานทั่วไป

สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคณุ ทหารลาดกระบงั

- นายบุรินทร์ สุขพิศาล อาจารยป์ ระจา คณะบรหิ ารธุรกิจ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม

๑. นางสาวจิตตนิ นั ท์ เรอื งวีรยทุ ธ ผู้อานวยการกองจดั การความหลากหลายทางชวี ภาพ

๒. นางสาวศศิธร ศรีสุรกั ษ์ นักวิชาการส่งิ แวดล้อมชานาญการ

๓. นายชิณวัฒน์ วนั จิตร เจา้ หน้าที่วเิ คราะห์โครงการ

สานกั งานพฒั นาเศรษฐกจิ จากฐานชวี ภาพ (องคก์ ารมหาชน)

- นางสาววจิ ิตราภรณ์ ถนัดทาง เจา้ หนา้ ที่พฒั นาเศรษฐกิจฐานจากฐานชวี ภาพ

กล่มุ กจิ การพัฒนาธุรกิจและการตลาด

องค์การบริหารจดั การก๊าซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน)

๑. นายอฐั พล บุญคา่ ชู นกั วิชาการโครงการ

๒. นางสาวชนิกานต์ ขาประไพ นกั วชิ าการโครงการ

กระทรวงพลังงาน

กรมธรุ กจิ พลังงาน

๑. นางสาวกฤติกา ถาวรแกว้ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการพเิ ศษ

๒. นางสาวพมิ ลรตั น์ ชอบชยั นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการ

๓. นายธนภูมิ ชเู วทย์ เจ้าหนา้ ท่ีวเิ คราะห์นโยบายและแผน

กระทรวงพาณชิ ย์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

๑. นายปรัชญา ไพโรจน์กุลมณี ผู้อานวยการกองธรุ กจิ บรกิ าร

๒. นางพณิ ทพิ ย์ กอมณี นกั วิชาการพาณิชย์ชานาญการ


๑๖๙

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

สถาบนั วิทยาลยั ชมุ ชน สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา

- นายวฒุ ไิ กร ดวงพกิ ุล อาจารย์ประจาหลักสตู ร วิทยาลัยชมุ ชนน่าน

กระทรวงอตุ สาหกรรม

สานกั งานคณะกรรมการออ้ ยและนาตาลทราย

๑. นายวิฤทธ์ิ วเิ ศษสินธุ์ รองเลขาธกิ าร

๒. นายศวิ ะ โพธติ าปนะ ผเู้ ชีย่ วชาญด้านนโยบายและพฒั นา

อุตสาหกรรมออ้ ยและนาตาลทราย

๓. นายนทิ ัศน์ โลหะเวช นกั วทิ ยาศาสตร์ปฏิบัติการ

สานกั งานเศรษฐกจิ อตุ สาหกรรม

๑. นายกฤศ จนั ทรส์ วุ รรณ ผ้อู านวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา ๒

๒. นางสาวสุนิสา ตามไท นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ

๓. นางสาวขัตตยิ า วสิ ารตั น์ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการพเิ ศษ

๔. นายศกั ดิ์ชัย สินโสมนสั นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผน

๕. นายนาถวุฒิ เสาสงู นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ

สานักงานอตุ สาหกรรมจังหวัดยะลา

กรมโรงงานอุตสาหกรรม

- นางดารา คาชู นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ

ภาคเอกชน คณะทางาน กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี
๑. นายสมชาย มุ้ยจีน สภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย
ผู้จดั การสมาคมผูผ้ ลติ นาตาลและชีวพลังงานไทย
๒. นายภาวติ กองแกว้ ผู้ช่วยกรรมการผจู้ ดั การใหญ่ ฝา่ ยประสานภาครฐั
๓. นางสาวกัณฑพ์ ร กรรณสตู บรษิ ัท อบุ ล ไบโอ เอทานอล จากดั (มหาชน)
ผชู้ ่วยผ้จู ัดการ บริษัท นาตาลสระบุรี จากดั
๔. นายวรวุฒิ สรุ นิ ทร์ ผอู้ านวยการ บริษทั ไทยชูการ์ มลิ เลอร์ จากัด
๕. นายรังสิต เฮยี งราช ผชู้ ว่ ยผ้จู ดั การสานกั กรรมการบริหาร
๖. นายอังสนี โชตชิ วี ิน บรษิ ทั นาตาลราชบุรี จากดั
Sales executive
๗. นายปกฤษณ์ เจรญิ ศภุ นมิ ิต บรษิ ัท นาตาลราชบุรี จากัด
ผอู้ านวยการฝ่ายประสานงานขาย
๘. Mr. Suras Mahatanarat บรษิ ทั นาตาลทพิ ย์สุโขทัยจากัด
ผู้ช่วยผจู้ ดั การ บรษิ ัท นาตาลสระบรุ ี จากดั
๙. นางสาวภัททริ า ถนอมนาค SEVP บรษิ ทั นาตาลมิตรผล จากัด
๑๐. นายคนอง ศกั ด์ิเพ็ชร์ New Business, TRR Sugar Group
๑๑. Mrs.Patsarin Apipimchai บริษทั เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชกู าร์
๑๒. นางพรพรรณ แกว้ วานิช คอร์ปอเรชน่ั จากัด (มหาชน)


๑๗๐

๑๓. นางสาวพรทพิ ย์ ดกี ุล ผู้ชว่ ยผู้จัดการฝ่ายปฎิบตั ิการขาย
บรษิ ัท นาตาลและอ้อยตะวันออก จากัด (มหาชน)
๑๔. นางสาวไอริญย์ ศิรสิ ุวรรณ หัวหนา้ แผนก บริษัท โรงไฟฟ้านาตาลขอนแก่น จากัด
๑๕. นายสงั กาส การเี วท Division Manager : Green chemical business,
PTT Global Chemical
๑๖. นางสาวพลอยพิม เขมะจันตรี Division manager, PTT Global Chemical Plc
๑๗. นางสาวนารรี ตั น์ ครบนพรตั น์ Senior analyst, PTT GC
๑๘. นายพรหมเมศร์ ขวัญเจรญิ Analysis, PTTGC
๑๙. นายฉัตรชัย ธรรมสวยดี ผู้อานวยการ บริษัท ไทยรงุ่ เรืองพลงั งาน จากดั
๒๐. นายเปรม โอฬารานนท์ Manager, TRR group
๒๑. Mrs. Sasiporn Chinthammit Senior Marketing Officer, KSL Group
๒๒. นายกัลย์ เฉลมิ เกยี รติกลุ ผอู้ านวยการฝ่ายพฒั นาธรุ กจิ
บริษัท พูแรค (ประเทศไทย) จากดั
๒๓. นางฌานิยา วงศ์กิจจาเลศิ ผจู้ ดั การฝา่ ยพัฒนาผลติ ภณั ฑ์และการตลาด
บริษัท แพลนเทชนั่ จากดั
๒๔. นายธนกฤต แสงวณิช ผูจ้ ดั การฝ่ายขาย
บริษทั อตุ สาหกรรมมติ รเกษตร จากัด
๒๕. นางสาวฐติ ิวรดา ไชยลงั กา เจา้ หน้าที่ธรุ การ
บริษัท อตุ สาหกรรมมิตรเกษตร จากดั

ผ้ทู สี่ นใจทจ่ี ะลงทนุ /ผูส้ นใจทัว่ ไป ในอตุ สาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ

๑. นายปารเมศ โพธารากลุ ประธานสหพันธ์ชาวไรอ่ ้อยแหง่ ประเทศไทย

๒. นายนราธปิ อนันตสุข หวั หนา้ สานักงานสหพันธ์ชาวไร่ออ้ ย

แหง่ ประเทศไทย

๓. นางพรรณี บญุ เรือง

______________________


๑๗๑

d 1•vlla111

VI VI. ~/kl<fi>m
.b~ei.:i ~.:ifllru::v\'1.:i1iifin~1ei~a1V1n'fillbf1...1. ~;in~~111Tw

ml1~~tl';i~"lll11~?lfl1 Fiij-:i~ @)ITT/ (?1~ti?11~rutl';i~~1tJFiij-:1~V1~-:1) ~tl';i~"lll11~ijl1~~-:i
,, llV 't

C\ ..:::., ' ..:::::.. .r:::::il I/ .c:il 0 Q I Q.I G.IC\
Firu~m';il115fl1';ifl1Tvnru"lltJ mi~fl1';jeJ (Pl?l1Vlm';il1 1~?1fl1 lJVl'U 1vi llfi~eJ1'U1"il'Vl"il 1';itu1 ';i1-:J'Vl';i ~';i1"ll'U ru ru (Pl
,, Ill QI

m~vhn"ilrn';i ~'11';iru1?1eiuV11.LJ'mV1'1'1'1-:1V11ei~n~1l~ei-:11~ 1 ~l~ti1num';i?i-:1l?1'1l1 ?1uum~'U V11ffw~'U1

fl1';i'Vl1ru"ll8 llfl~ei (Pl?l1V1m';il1 rn';iri'llmei-:ivir'Vl 8t1'Uvi1-:iu ruru1 fl1';j'W'~'U1n:iJ u ruru1Vi'ei-:i~'U llfl~n:iJu ruru11vi ti
,, 111.J' Q.I C\J Cl.I liLI C\J llV llV

i?11V1n"il l~ei~-:iF1lJ i?11V1n"il"l,llJ"ll'U l"LJ(P'l lf'11 ';j~l..j.fl"iJoW lf'11~ F111l1?11l11';iti1'Ufl1';i ll~-:ioLJ''U llfi~fl1';il"il'1r.u, l~'Ub(Pl
vi1-:i~(P1?11V1m';il1~lU'U:iJm~ei~-:iln~iKeil1 ~'11';iru1~n~1 ~~mlJ l?l'Uml'U~ llfl~d-:ir~m';itll]~tJtJ-;j~lVlf'11

llfi~ llc.JmllJuvin1ti1~tiVl5f'111?l(Pl{ ~ei t"i'bt.!V1u1~ llfi~B1t.!1~ llfi~~t.! ' lI ~ l~ ti1.LJ'ei-:i mll.LJ'eiu-:i~um';itl';i~"llll
, ,
1~?1n1 Yl.f'11. lvcrblv 't!"t.!
' 1'WF1';i11th~"lllJF1ru~m';im5rn';i F1ij-:i~ lvC9l!k>crbrn ll1ei5-:JF11';i~ (9)(9) t1-:JVl1F1l1 \vcrblv ~tl';i~"lllJ
1'l;~iU1i'Ujtil-:l11l1~'U'~1-.tJJ:eei'il(P~"1l?F-i:i1JrVVul~l1vf@le\';i'lj.1';~j-F'l:JiU1rl1lfu'l'~U'U1v~1\fU''l;1~1..j1.-'U~e:'li1fj(l1n1Pt"'l;.'ij?o!llL~~1n1JVt~nlJ11flYelFli'1'(;l~jP~e'1l;?m'j1Ull1e.VJJ'11l(mlPf'1'l;1?1ii~11l1'V1;l..j.ullf~tmll'.;~ji!'fl;filljl~J.1f~.l.'1lf;n'"1j1i'11'VJ~;l~j..~1"l.lnnjf1~~lY'"tilUlJ~'11t;f~Jjl-~t1t;'i1Vjilv~jif15l(nePi1ulY~m'1hlt~li?l'f!Ui-F,~:1tFil1'r;f1ji~l~t-~1:eviJi~~5ec"i.i1Jlfu1l'd;li~rmu11~1~lv\1''11
(C9l) t.!1-:ieilh~ ~t.!m1fl';iru U';i~51t.!~tl~n~1Firu~v\'1-:11t.!

(iv) 'U1tJ?llJ"ll1tJ V11f1l'(;;rf1l ~tJ~n~1F1ru~v11-:11'U
(rn) 'U1mru1'1vi6' tl'1tium(Pl';i~flfi
U';i~51'UF1ru~v\'1-:11'U
'U
';jeJ-:Jtl';i~51t.!F1ru~v\'1-:11t.! F1t.!~V1~-:1
(~) 'U1m"il'U tl1-a'ti~'1 ';jeJ-:Jtl';i~51t.!F1ru~v\'1-:11t.! F1t.!~?lei-:i

(ct) 'U1tJ"lJ~(Pl lltl1~'U~1

(b) 'U1-:1?111Vi'Vlti1';i';itu c.Jmh~fo"llu 0

F1tu~Vl1-:11'U

(ITTJ) 'U1-:J?l11in1m 'Vlfi15'U'Vl';i

(~) mtinu~.i.. ?11';it1t.! 0

(~) 'U1timlnm~ 11(Pl~'Vl1ru"118 F1tu~Vl1-:11'U

(C9lo) 'U1tlel~Vl(Pl 1~~'1.J'Uvi F1tu~vl1-:11'U

(C9lC9l) 'U1tJ~lJ~Vl5' ll61il~tJ-:I 0

(C9llv) 'U1mmti-q :if'Q11.n/.~J 'I/ CV' F1tu~Vl1-:11'U
1-:if'll'Vl';jeJlJ';j(Pl'\.J
F1tu~vl1-:11'U
(C9lrn) 'U1tJ'U,1'UVJ{ ?l'"ll~f'111fi
F1tu~vl1-:11'U

0

F1tu~Vl1-:11'U

(C9l~) ~llVl'U"il1fl .. .
'U


๑๗๒

(&Hi'.) ~ bb'Vl'LJ'11 n'G11ufl\l1'1..J b1"11~:0fi '1€'l\;l?f1Vlfl T~lJ
...
~
111 ' Cl.I.cf
q f1W~'Vl1.0.:11'1..Jbbfl~ bfl"ll1'1'..Jfl11
(®ct) t:.J"1J1 t.Jl"l1?l\;111'111tlb'Vle:J\11 l"lfl\11 f1ru~vi'1..:i1'1..Jbbfl~ ~-d1 mfl"ll1'1..J m1
1"11?'11Ylfl
~
(®t>) 'LJ1..:J?l1111?1'1..J1 ?l~lJU?lflfl
,, 'll ,

kl. 1~f1ru~vi'1..:i1'1..J "1 i'.ivttf1~ bbfl~e11'1..J1'1 ~..:i~e:ihJd

(®) Pi fl~1 bb 'LJ1'Vl1..:im1?1{1..:i1"111l.l boLJlJ bb ~..:i1 ~nu ~u1~ fle:ium1e:i\';1?11vtfl11l.l bl"l1~:...on'1

~

~1.fl1Yl \;) fle:i \1lvh..:i1sde:iu'Vl1'1..Jfl 11 t:.J~ \;) e:i ~1..:i 1"11u1..:i'11
'
(kl) Pifl~1lJ1\;11fl11fl11"1..:i b?l'1lJfl11b~lJ~ \1lf111lJ?l1lJ11fl1'LJ fl11bb~..:JoLJ'LJ bbfl~ b~lJt:.Jfl t:.J~ \;)

u1~~'Vl6mYlm1t:.J~ \;l"llv..:i ~u1~fle:iu m 1 1 'LJ m1?1{1..:ilJflri1 b~l.l'U'LJ~'LJ:o1..'.1..J"llv..:i'LJ1\;) m 1 l . l bbfl~ bY1 f1 L'LJfa~
~
~

(m) Pifl~1bb'LJ1'Vl1..:im1~WJ'LJ1bbfl~'i:J '1~t.1?l'uu?1'1..J'LJ~ bU'Ummm1?1uu?1'1..J'LJ~ e:im1-Uu bf)~ e:i'LJ
''

k) Pifl~1 bbfl~~\1lvi'111 t.1..:11'1..J m1~WJ'LJ1 bbfl ~-rru bf) ~ e:i'LJ v'\;1?11vtfl11lJ bl"l1~:on'1~1.111Yl

...

1u~.1111"1ulju~mmb'LJ1'1..Jlt.1u1t.1"lJe:i..:i-r~

(ct) ~1 bU'LJ fl11 b~e:J..:J ~'LJ si \;11lJ~ f1ru~€l'LJfl11lJ1 Bfl11fl11€l\;1?l1VI fl 11lJ lJ e:J'UV!lJ 1 tJ
I' '

lJ I.I ~.lJ.:ibb~1'1..JViI (9)(9) ~..:ivt1f1lJ Yl.l"l. klcrt>m bU'LJ~'LJ1u

l1..:iu

('LJ1..:ie:i.fb~ ~'Um1.fl1ru)

ru"lu1 ~n1'1..J f1 ru~ m1lJ16fl11m1Yl1 ~bbfl~ m1e:i \;)?f1vtm1lJ '

1~?l.fl1
'


๑๗๓

.

0 OJ

fl1fl.:I

cl G> oIm ct'bm
. . .., 'VI.
'VI

b~e:i.:i ~.:iflru~vl1.:i1'l.!Am~1e:i~fl1Vifl'a'a:Ubfl~'Mi..j.fl'iiJ~1.fl1W (bcW:Ub~:U)

\9l1:W~1~i1r11?1'.:iriru~fl11:W1Bfl1'Hl11'V'l1ru6ll~bb~~f11'jf)(91G'j1Vlfl11:W 'J~G'l.fl1 ~ Vl.~/~ctt>bn
~.., :iriru~vl1.:i1'W~n~1e:i~G'11V1n11ml"l1~:on"il~hn1'V'J ~.:i1'WVi' ' '
b~e':i.:i ''U.".,''U 5.:iV11ri:w ~ctobn 1~CJn1V1'W~
@)@)

""' .., ""
'J'W
WCJ~b'Jmf111fdif1~1 oo

riru~ n11:w15m1~"il11ru1 b~'W11b~e:i1~n11\911bU'U-'.11'W"lle:i.:iriru~vl1.:i1'W~.:ini;l11 bll'W1u

~1CJri11:wt:1 mi'e:i.:i bVl:W1~G'l:w bb~~1~-ruvi11uoffe:i:w~~ bu 'UU1~1CJ6ll'l.J1'Ufl11~~Vi111CJ.:i1'Un11-Vu bfl~e:i'U
'IJ 'IJ

e:i \91G'11V1n11~ bfdi1~:on "il~h n1'V'l bll'W1u e:i Eh .:i iJu 1~ 5vi5n1 'V'J bb~ ~1~-ruvi 11uoffe:i:w~e:icl1-:i 1e:iu ~1'U ·

r'iru~n11:w15n1~~.:i b"~"'Uri11~.:iuriri~ b~e:i bU'Wriru~v11.:i1'W (b~:w b~:w) 1'Wriru~v11.:i1'U~'IJn~1e:i\91G'11V1n11:w' '
.,Q.I .:::I
Cit. .:::I
bfdi1~:0fl"il6ll'J.fl1'V'J ~-'.l'U
""
@). 'W1 CJfit-:i~ 1'V'lB\911U'U~ riru~v11.:i1'U

flW~vl1-'.11'U

.. ...ct. flW~vl1-'.11'U

~.:i'U.','U .., ~ 0

'W1Clf'lW1'U'UVl VlCJ1CJVlti flW~Vl1-'.11'W ~.:iij"'

"flru:vl1.:i1'l.!Afl'M1eJ~fl1Vifl'a'a:Ubfl'a'Mijfl'iiJ~1.fl1W" ~.:iu1~ne:iu~'JCJU'flfl~
(®) 'W1.:ie:iih~ ~'U\9111.fl1ru u1~n1'U~u~n~1riru~v11.:i1'U

(~) 'U1CJG'l:W6ll1CJ Vl1t1Ji'.1-rt1J ~u~n~1riru~v11.:i1'U

~ u1~n1'Wriru~v11.:i1'U

(bn) 'U1mru1~vi5 u~CJom\911~fl~ 1e:i.:iu1~n1'Uriru~vl1.:i1'U ri'W~Vl~.:i
'IJ

(ct) 'W1m"il'W tl1-tiCJfil~

(ct) 'U1CJ6ll~\9l bbtl'J~'U~1 1e:i.:iu1~ti1'Uflru~v11.:i1'U fl'U~6'!e:i.:i

(o) 'W1.:iG'111Vl'V'lm11ru ~rnuw1CJ6lltl riru~v11.:i1'U

(b'11) 'U1.:iG'1111n1~1 'V'lmn'W'V'J1 flW~vl1-'.11'W

(~) 'W1CJn'Ll~~ m15'U flW~vl1-'.11'W
riru~v11.:i1'U
(~) 'U1CJCJ.:i"b"nm~ .n\9l~'V'J1ru6ll~

(®o) 'U1Cle:J~Vl\9l 'J~?i'W'Wvl flW~vl1-'.11'U
flW~vl1-'.11'U
(®®) 'U1CJ~:W']VJ5~ bbeilb~CJ.:i flW~vl1-'.11'U

(®~) 'W1Clbfl1C.::J:I-'.lfQd.iI fl&~ rf v QJ rf
'J-'.lfdi'V'J'jf):IJ'j(9l'U

(®bn) 'W1CJU~'UVJ{ G'l"1J~fdi1~ flW~vl1-'.11'U

'' (®ct) 'U1Clfl']fdi ...


๑๗๔

(m<i'.) ·1..nfln (j111 ·~'i.rv1i~11'HlJ flru:::vi1~1t1

(m~) 'U1fl~1::: 1YICT\Jntl'U::: flru:::vi1~1t1

(mb) 'U1fll'Dl'l BCT~'•ll flru:::vi1-:i1t1
flru:::vi1-:i1t1
(mlri) 'U1fl~mn(j'IJ -r~~l.J1'UYI

(m~) 'eUS.IJ1"I 1f1lf1•lfrlul111u1~t11'"1111"iVl1lfW1LI'1V1ffv•Yl1i15111Q.nI li~l flru:::vi1~1t1
'IJ
(m~) .... 0

Ovo) t11-:i~1111~t11 ~•~l.JU~n•n •1111~1Yln flru:::vi1-:i1t1LLn:::Ln'lJ1t•1m1
0 ti I
fl ru:::vi1~1t1 Lrn::: e.J"111flLn'll1'Un11
'IJ •

iv. 1"1flru:::vi1-:i1t1"1 li"viti'1~LLn:::81t11"il ~-:iviti1t.Jd

(m) Pim~n LLt11vi1-:im1~~1-:iri11l.J Loifl.J LL~-:i1"1nu~tl1:::ntium1til'l~1"v1n11m1111~~n"il
'IJ • ...

~1.f11Yll'lnvlili11~16i(lIt•vi)tlvPii1mt~11ml1e..J.1i1~'l'1l1tni1~11n-:1i1r~i-1:uJ1-L:~i~"li.11Jn11L~l.J~lilfl11l.J~1l.J11'11'Um1LL~~-U'U LLn:::L~l.Je.Jne.J~l'l
t.J1:::~vi6.n1Y1m1e.J~l'l'llv-:i~tl1::: ntium11um1~~1-:il.Jnr11 L~l'.l'Ut1-W"u~1t1'llti-:iui'l'ln11l.l LLn::: LVlflL'Ufa~
'IJ 'IJ ...
('11) Pin~1LLt11'Y11-:i m1~(J).J'U1LLn:::u"ii~m1°LTu'1t•1u~ Ltlt1mmm1'1°LTu'1t1•uvitim1-UuLfl~ v'U
~ 4 ....

.n11Yl(J).J'U1vl?l~1"v1n11l.l Ll111~~..n."il"111.f11Yl

. ...(<i'.) Pin~1 LLn::: ~lilvl111fl~1'Un11~(;).J'U1 LLn:::-Uu Lfl~ v'U vl?l '11"v1n11l.lLl111~~ fi "il~1.fl1Y1
1tl~.f11flU~'U111'11l.J LL'U1'ULv'U1fl'llv-:i-r31

(~) ~1 LDu n11L~ti-:i~t1 '1 1?11l.l~flru:::tiu n11l.l16n11n11ti1?1~1"v1n11l.ll.lv'U"v1l.l1 fl
I' '
Llilfln1"v1t11i1Wfl:::nmm1Pin~1 bo 1u

II II ~I-I:JLLvll'UVi1 ~ tl'Ufl1fl'U Yl.111. lv~'11 LU'U~'U1tl

l1-:iti

(u1~eil11~ ~t1m1111ru)

tl1:::51t1flru:::m1l.l16n 1 1m1Y11ru"ll~LLn:::m1ti1•?1~1"v1m1l.l


๑๗๕

d

V1 Vl. {§;.'/1§'.lcfi:n;n

b~eN "lll:l1t:J':i~t:J~b1i,;,i1n.11-Wl\111ru1~n~1"lJe:i.:il°lru~v11.:i1'W.~n~1b.A':i~~nl\l'Vi~'Wb1t:1'W
bbi;i~~.:iilimn~1l°l ru~v11.:i1'W bbi;J~l°l ru~v11.:i1'W (b'W:m~:w)

!,~fr~ ~..:JAill~vl1\~?11'1.U,JPJi~f1l#~\1n6rf1l1ldi~.).1:fiir"iirlu'~Vnld~d'lUJbl1C6Jm'dU'l"flJ.1.r:Jul6'1UJ~61i,v1~,fl'\~fm'dJ~efil\l•?~f1l61'CJ!'1UVllnvdcdflDJlv1•L~\?MlCnJfl1~Vl''VUll. ?ilvd;~iCvJc~br1Dfliv1

fl1df"!""lf1~1 DO 1O'JU 'UOJ'U

U\?lif 1#JAd'LJrl1Vl'U\?ld~CJ~ 61fl1Vlfl?l'Ul'Ub6~1 6~'Ell'UeJ~A1d~ Iv~ lJf1d1AlJ lvcfDQ1

.6VAAVrlruC1~Juvf1l1m!~,11!.,mm.\m?1:dd1if\1lm?1m1d151t,l1mf",ill'd~6LAVlrAt'uE~1~.lmv...1d::J16i~.VA.e:Qiii.l11l.ft~:f1lviclAf('r101u.Q.,~:J1v~11m'U11~,.J8~.Je.:.i):i1i1'ht#tJ11l'!P~5,i.!d,.n~:~1i1A1!1,,d6~f'f!~i"lidvl~~\:?o1Jn1."J"l"mJi~l1'AAVilJlJJlJ~'\fvUlcblrdDCdJQtlJ1l e1~i5telifdnl11~d6tl1lJ•J'~EJnlJ'UADrVuol~lmJ1d1m'tC16J m1d1,'lU1i,Aif.ld~.1~:.1i.U:1di,~~~t6tl1'11lAn•l1~Jd1

(®) t11..:ieiih~ ~'U\?1~1fldru tld~'01t1~tl'1n~1Aru~v\'1..:i1i.!

(Iv) 'U1CJbf1~CJ..:JPlfl~ 1..:JPl'l"J~'El~1\?ltJ Aill~vl1~1'U
. .#1..:itY'U Aill~vl1..:J1'Ufifl~16f!ld~:O"n""il'VllJ'Ul,lCJ'U ~..:JUd~fl'El'U#l1CJ'UAAfl#l..:J~'El1ud
(®) 'U1..:J'ElJld~ ~'U\?ld1f\dtW . Ud~'01t1~tl'1n~1Aru~v\'1~1t1

(Iv) 'U1CJ6'!JJ61l1CJ V11r.u,~1'ru., ~tJ1n~1Aill~vl1~1'U

(Ql) t11m"ilt1 tl1-U'CJP11 Ud~'01'U Aru~v\'1~1'U
d'El~Ud~'01'UAill~vl1~1'U
~ Aill~vl1~1'U
Aill~vl1~1'U
(~)t11CJdru11'Vl5 tl1CJ~\?ld\?ld~f1fl
'\J

(er) 'U1CJB\91!61'11~ ~1ruudru~
• ., '\J

(D) 'U1CJ6'flJ61l1CJ Vll.:ll\91J'Ul'\f'J1tU61l

(~)'U1CJ'El~'l-1\?1 1~~'U'U~ Aill~vl1~1'U

(~) t11CJn\.:?::Il~~tQ1.J 6•et. 6'Vl'l"J11'n,;~ru1m Aill~vl1~1'U

(~) 6' 2.1 Q.I 6' Aill~vl1~1'U
'U1CJbfldCJ.:Jfllfl\?l 1-:Jf!l'l"Jd'EllJd\?l'U
Aru~v\'1~1'U 61,fl ~ 6fl6V1'Ufl1d
2.1 I 6' 12.1 ..::! ..:::::j
(®o) t:-J61l1CJfl116'f\?ld1"il1dCJb'Vl'El\?lfllfl\?l 'o· 2.1 I
.'\J f!ld?fd'l"Jfl
• Aill~'Vl1..:J 1'U !,!,fl~ l:.J"ll1CJ6fl6V1'U fl1 d
(®®) 'U1..:J6'!11116'f'U1 6''f~JJ116'f f1fl
'\J '

.. 0
11v. VlAill~'Vl1..:J1'U "1 ...


๑๗๖

Iv. 1~flru~vhnu"1 i1'VIU1~LL'1~el1'\J1~ ~'l~v1u-d'

(m) pjm~n 1l1'fl11l.J L~'\J LL'1~-ffm'1'\J€1LL'\J~ L~ E.11 tlU f111U11~UU L1111~.~.. n~'Vll.J,'\J Ll EJ'\J
ii1~1Lu'\Jm1L~€11~Ln~~tl LLuuLL'1~LL'IJ1t1~~~i1t11~~Vl5n1'WLL'1~-u~L~'\J

.(\!:>) ~~vl111EJ\11'\Jn11Yi~11ru1Pim~n LL'1~'Vl1LL'\J1Vl1'11'1Jm1U1'Vf~f) L1111i;.~..n~'Vll.J'\JL1EJ'\J
L~€JU1l.J1~1 LU'\Jf)111l1Ln~tlW~Vl5fl1'W LL'1~U1 ~~Vl5t:.J'1 rLu'1~'t\Jl€~!~n€11f1llr.uJ~15€n1'1\J•1ff)11111l~.Jl1il5'f1)11'1\f)l1l1n1€1l•llil.'1Jl1.'VJ I€f1)U11'Vl.lJl.J1
lil 1l.J~ fl
(m) ~1 LU'\J f11'H~€!\I ~'\J 1 ti

1~vn1'Vl'IJ~Wt1~L1mm1Pi n~1 bo 1'1J

~\I.a vr\ILL~l'\Jvf!, !r' l.Jf))1fll.J 'W.111. \!:>ct'.bm LU'IJl'i''IJ1tl

l'\J~i'l ru 'btliim1fll.J 'W.111. \!:>ct'.bm

('IJ1'1€1fh~ ~'\Jlil11flWJ)

VU1~61'\Jfl ru~ n 11l.J15m1n11'W1cU'lJ LL"1 ~ n11ۥl lil'11'VIn11l.J

1•~'1fl1


Click to View FlipBook Version