แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษาศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒
รายวชิ า สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส ๑๒๑๐๑
นางสาวลภสั รดา ม่งุ ดี
ตำแหน่ง ครูผชู้ ว่ ย
โรงเรียนวนาสงเคราะห์
สำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำสระแกว้ เขต ๑
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวิชา ส 12101
เวลาเรียน 40 ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี 2 ภาคเรียนที่ 1 และ 2
สังเกต ศกึ ษาคน้ ควา้ การรวบรวมข้อมลู อภปิ ราย ความหมาย ความสำคญั องคป์ ระกอบเบ้ืองตน้ ของ
ศาสนา ประวัติศาสนา ศาสดาของศาสนา คัมภีร์ และการใช้ภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจริยธรรม
การบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัวโรงเรียน และชุมชน หลักปฏิบัติการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ศาสนพิธี
และพิธีกรรมในวันสำคัญของศาสนา การบริหารจิตการเจริญปัญญาเบื้องต้น การทำความดีของ
บุคคลในครอบครัวและโรงเรียน การปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม
การเป็นพลเมืองดี ในสังคมประชาธิปไตย การยอมรับ การเคารพสิทธิ และหน้าทีข่ องตนเองเป็นสมาชิกที่ดขี อง
ครอบครัวสิทธขิ อง บคุ คลที่พึงไดร้ ับการคุม้ ครอง การขัดเกลาของสงั คม คา่ นยิ ม ความเชื่อประเพณี วฒั นธรรม
และภูมปิ ัญญาของทอ้ งถนิ่ ความสัมพนั ธข์ องสมาชกิ ในครอบครัวบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเอง การแกป้ ัญหาความ
ขดั แยง้ ขอ้ ตกลง กฎ กติกา ระเบียบ ในโรงเรยี น ความหมาย และความสำคญั ของรัฐธรรมนูญ ประโยชน์
ของรายรับ-รายจ่ายของครอบครัวตัดสินใจเลือกอย่างเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของชุมชน การซื้อ
ขาย แลกเปลยื่ นสนิ ค้าและบริการประโยชนข์ องธนาคาร ภาษที ี่เกี่ยวขอ้ งในชวี ิตประจำวันลกั ษณะทางกายภาพ
องค์ประกอบของแผนผังแผนที่ตำแหน่ง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรู้คุณค่าของธรรมชาติ การ
สร้างสรรค์ส่งิ แวดลอ้ มสังคม การเปรยี บเทียบประชากรกับสงิ่ แวดลอ้ ม การฝกึ สงั เกตสง่ิ ต่าง ๆ รอบตวั โดยใช้
กระบวนการสังคม กระบวนการสืบค้น กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแกป้ ัญหา
เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนำไปปฏิบตั ิในการดำเนนิ ชวี ติ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม มี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซือ่ สัตย์ มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ รกั ความเป็นไทย มี
จิตสาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสงคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่าง
ถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ส 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7 ส 1.2 ป.2/1, ป.2/2
ส 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ส 2.2 ป.2/1, ป.2/2
ส 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ส 3.2 ป.2/1, ป.2/2
ส 5.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ส 5.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
รวมท้งั หมด 28 ตัวชว้ี ดั
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวิชา สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วิชา ส 12101
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี 2 ภาคเรียนท1ี่ และ 2 เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง/ปี
ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
ลำดบั ที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น
และตัวชี้วดั (ชว่ั โมง)
1 ความสำคญั ของ
ส 1.1 ป.2/1 1. พระพุทธศาสนาเปน็ เอกลกั ษณ์ 1
พระพทุ ธศาสนา ส 1.1 ป.2/2 ของชาติไทย
และพุทธประวัติ 2. พุทธประวตั ิ
2 พทุ ธสาวก ชาดก และ ส 1.1 ป.2/3 1. พุทธสาวก 3
พทุ ธศาสนิกชนตวั อย่าง 2. ชาดก
3. พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง
3 หลักธรรมทาง ส 1.1 ป.2/4 1. พระรัตนตรยั 4
พระพุทธศาสนา ส 1.1 ป.2/5 2. โอวาท 3
3. พทุ ธศาสนสภุ าษติ
4. การกระทำความดีของตนเอง
และบุคคลในครอบครวั และ
โรงเรียน
4 มรรยาทชาวพุทธ ส 1.2 ป.2/1 การฝกึ ปฏบิ ตั ิมรรยาทชาวพุทธ 2
- การพนมมือ
- การไหว้
- การกราบ
- การนัง่
- การยืน
- การเดนิ
5 การบริหารจติ และเจรญิ ส 1.1 ป.2/6 1. การฝกึ สวดมนตไ์ หว้พระ 1
ปัญญา และแผเ่ มตตา
2. การฝึกให้มีสตแิ ละสมาธิ
6 วันสำคัญทาง ส 1.2 ป.2/2 1. การเข้าร่วมกจิ กรรมและ 1
พระพุทธศาสนาและศา พธิ ีกรรมทีเ่ กยี่ วเนอื่ งกับวนั สำคญั
สนพิธี ทางพระพทุ ธศาสนา
2. ศาสนพธิ ี
ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
ลำดับ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น
ท่ี เรียนรู้ (ชั่วโมง)
7 ศาสนาต่าง ๆ ใน และตวั ชวี้ ดั 1
ประเทศไทย
ส 1.1 ป.2/7 1. พระพทุ ธศาสนา
2. ศาสนาอิสลาม
3. ศาสนาครสิ ต์
4. ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู
หน้าที่พลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนินชีวติ ในสงั คม
ลำดับ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น
ท่ี เรียนรู้ (ช่ัวโมง)
และตวั ชวี้ ดั 1
2
1 การปฏบิ ตั ติ นตาม ส 2.1 ป.2/1 1. การปฏิบัตติ นในครอบครัว
2
ข้อตกลง กตกิ า กฎ 2. การปฏิบัตติ นในโรงเรียน
ระเบียบ หนา้ ทีใ่ น 3. การปฏิบตั ิตนในสถานที่
ชีวติ ประจำวนั สาธารณะ
2 มารยาทไทย ส 2.1 ป.2/2 1. มารยาทในการแสดงความ
เคารพและการทกั ทาย
2. มารยาทในการพูด
3. มารยาทในการยนื
4. มารยาทในการเดิน
5. มารยาทในการน่งั
6. มารยาทในการแต่งกาย
3 การอยู่ร่วมกันในสังคม ส 2.1 ป.2/3 1. การยอมรบั ความคดิ ความเชอ่ื
อยา่ งสนั ตสิ ุข ส 2.1 ป.2/4 ความสามารถ และการปฏบิ ัติของ
บุคคลทแ่ี ตกต่างกนั
2. การเคารพในสิทธแิ ละเสรีภาพ
ของบคุ คลอ่ืน
หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสังคม
ลำดบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น
ท่ี เรียนรู้ (ชวั่ โมง)
และตวั ชวี้ ดั
4 ความสัมพนั ธข์ องตนเอง ส 2.2 ป.2/1 ความสมั พนั ธข์ องตนเองและ 1
และครอบครัวในฐานะ สมาชกิ ในครอบครัวกบั ชุมชน
เปน็ - การปฏบิ ัติตามกฎ ระเบียบของ
ส่วนหนึ่งของชุมชน ชมุ ชน
- การช่วยเหลอื กจิ กรรมของชุมชน
- การดูแลรักษาสาธารณสมบตั ิของ
ชมุ ชน
5 บทบาทและอำนาจใน ส 2.2 ป.2/2 1. ผมู้ ีบทบาทและอำนาจในการ 1
การตัดสินใจในโรงเรยี น ตดั สนิ ใจในโรงเรยี น
และชมุ ชน 2. ผู้มีบทบาทและอำนาจในการ
ตัดสนิ ใจในชุมชน
สอบปลายภาคเรียนที่ 1
รวม 20
เศรษฐศาสตร์
ลำดับที่ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน
และตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง)
1 สนิ คา้ และบริการใน
ชีวิตประจำวัน ส 3.1 ป.2/1 1. ทรพั ยากรทนี่ ำมาใช้ในการผลิต 3
2 รายได้ รายจ่าย สนิ ค้าและบริการ 3
และการออมเงนิ
2. ผลของการใชท้ รัพยากร 2
3 การซอ้ื ขายแลกเปล่ยี น
สนิ คา้ และบรกิ าร การผลิตทีห่ ลากหลาย
ส 3.1 ป.2/2 1. รายได้และรายจา่ ยของตนเอง
ส 3.1 ป.2/3 และครอบครวั
ส 3.1 ป.2/4 2. การบันทึกรายรบั -รายจา่ ยของ
ตนเอง
3. การใชจ้ ่ายทีเ่ หมาะสมกับรายได้
และการออมเงิน
ส 3.2 ป.2/1 1. การแลกเปล่ียนสินคา้ และบรกิ าร
ส 3.2 ป.2/2 2. ความสัมพันธ์ระหวา่ งผซู้ ้ือ
และผู้ขาย
ภูมิศาสตร์
ลำดับ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น
ท่ี และตัวชี้วัด (ชว่ั โมง)
1 เครื่องมอื ทาง ส 5.1 ป.2/2 1. แผนผงั 3
ภมู ิศาสตร์ 2. แผนที่
3. รูปถ่าย
4. ลกู โลก
5. ความสำคัญของการรู้ตำแหน่ง
และลักษณะทางกายภาพของ
สง่ิ ตา่ ง ๆ
2 ส่งิ แวดล้อมระหวา่ ง ส 5.1 ป.2/1 1. สงิ่ แวดลอ้ ม 2
บา้ นกบั โรงเรยี น ส 5.2 ป.2/1 2. ความสำคัญของสงิ่ แวดลอ้ มทาง
ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มทม่ี นษุ ย์
สรา้ งขน้ึ
3 ทรพั ยากรธรรมชาติ ส 5.2 ป.2/2 1. ทรัพยากรธรรมชาติ 3
และ ส 5.2 ป.2/4 2. การจัดการสิง่ แวดล้อม
การจดั การส่งิ แวดลอ้ ม
4 ความสัมพันธ์ระหว่าง ส 5.1 ป.2/3 1. ดวงอาทติ ย์ โลก และดวงจันทร์ 4
โลก ส 5.2 ป.2/3 2. ปรากฏการณท์ เ่ี กิดจาก
ดวงอาทติ ย์ และดวง ความสมั พนั ธ์ระหว่างโลก
จันทร์ ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
กับมนษุ ย์ 3. ความสมั พันธ์ระหว่างฤดกู าลกับ
การดำเนนิ ชวี ิตของมนุษย์
สอบปลายภาคเรยี นท่ี 2
รวม 20
รวมภาคเรยี นท่ี 1 และ 2 40
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสงั คมศึกษา ฯ รหัสวิชา ส 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอ่ื งท่ี 1 พระพทุ ธศาสนาเปน็ เอกลกั ษณข์ องชาตไิ ทย เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง
ครูผ้สู อน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี
*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ท่ตี นนบั ถือและศาสนาอื่น มีศรทั ธาท่ีถกู ตอ้ ง ยดึ มั่น และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม
เพ่ืออยรู่ ว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ
ตวั ชว้ี ัด
ส 1.1 ป.2/1 บอกความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนับถือ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.อธิบายความสำคญั ของพระพุทธศาสนาที่เปน็ เอกลกั ษณ์ของชาตไิ ทย (K)
2. วเิ คราะห์เอกลกั ษณ์ของชาติไทยท่ีมรี ากฐานมาจากพระพุทธศาสนา (P)
3. ชน่ื ชมและเห็นคณุ คา่ ของพระพทุ ธศาสนาท่ีเป็นเอกลกั ษณ์ของชาติไทย (A)
สาระสำคญั
พระพทุ ธศาสนามคี วามสำคญั ตอ่ สังคมไทย เพราะเปน็ เอกลักษณ์ของชาติไทยและเปน็ รากฐาน
ของวฒั นธรรมไทยในด้านต่าง ๆ
สาระการเรียนรู้
พระพุทธศาสนาเป็นเอกลกั ษณข์ องชาตไิ ทย
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. รักความเป็นไทย
คำถามสำคญั
นักเรียนจะสืบทอดเอกลักษณ์ของชาติไทยท่มี ีรากฐานมาจากพระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขน้ั สงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นักเรียนสังเกตภาพเกย่ี วกบั เอกลักษณท์ สี่ ำคญั ของชาติไทย ดังตวั อย่าง
จากนนั้ ร่วมกนั สนทนา แลว้ ตอบคำถาม ดงั นี้
• ภาพดงั กล่าวคอื ภาพอะไร
(การไหว้ผใู้ หญ่ การช่วยพอ่ แมท่ ำงานบ้าน การทำบญุ ตักบาตร/ฟังเทศน)์
• นกั เรยี นเคยปฏิบตั ิเหมอื นบุคคลในภาพหรือไม่ อย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เคยปฏิบัติ เคยไหวพ้ อ่ กับแม่ก่อนและหลงั ไปโรงเรียนทุกวนั และไหว้
เมอ่ื รับสง่ิ ของจากผู้ใหญ่)
• การปฏบิ ัติดงั กล่าวส่งผลดตี ่อนกั เรียนอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ได้รับคำชืน่ ชมจากผู้ใหญว่ ่ามคี วามนอบน้อม อ่อนนอ้ มถอ่ มตน
ผใู้ หญร่ กั ใคร่และเอ็นด)ู
• นกั เรยี นคดิ ว่าเอกลกั ษณ์ดงั กล่าวเกยี่ วข้องกบั พระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ พระพทุ ธศาสนาเป็นรากฐานของการเกิดวัฒนธรรมทด่ี งี าม ทำให้สังคม
อยรู่ ่วมกันอย่างมคี วามสุข)
2. นักเรยี นฟงั นทิ าน เรือ่ ง ขนมเคก้ จอมซา่ กบั โดนตั ช็อกโกแลต ดังนี้
ณ รา้ นขนมหวานแหง่ หน่งึ มขี นมอย่มู ากมาย ไมว่ า่ จะเปน็ ขนมเค้ก
โดนัตช็อกโกแลต ขนมปัง คกุ ก้ี ในทุกวันขนมเค้กจะชอบไปอวดความสวยงาม
ของตนกับเพ่อื น ๆ ขนมดว้ ยกัน และมักจะพดู จาดถู กู เยาะเย้ยขนมอื่นอยเู่ สมอ
โดยเฉพาะโดนัตช็อกโกแลตทมี่ สี ีดำท้งั ตวั แตโ่ ดนตั ชอ็ กโกแลตกไ็ มเ่ คยตอบโต้
และโกรธเลย เพราะว่าตนเลือกเปน็ อยา่ งอ่นื ไม่ได้ อยูม่ าวันหนึ่งขนมเค้กลนื่ ลม้
ใส่น้ำหวานเลอะมอมแมม ไม่มใี ครชว่ ยนอกจากโดนัตช็อกโกแลตเท่านัน้ ทำให้ขนมเค้ก
รู้สึกผดิ และซง้ึ ในนำ้ ใจจงึ กล่าวขอโทษและขอบคุณโดนตั ช็อกโกแลตดว้ ยความจรงิ ใจ
จากน้ันขนมเคก้ ก็เลกิ ทำนิสยั ไม่ดีและเปน็ ทรี่ กั ของเพื่อนขนมด้วยกัน
จากนัน้ นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนา แลว้ ตอบคำถาม ดังน้ี
• นกั เรยี นคิดว่า การแสดงออกไมด่ กี บั ผู้อน่ื จะทำให้เกิดผลอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ทำให้เพื่อน ๆ ไม่รกั และไม่มใี ครชว่ ยเหลอื เมื่อเกิดปัญหาหรอื ไดร้ ับ
ความเดอื ดรอ้ น)
• ถา้ สังคมเรามีคนเหมือนขนมเค้กอยู่มากจะทำใหส้ ังคมเปน็ อยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ จะทำใหเ้ กดิ ความขดั แย้งที่จะนำมาสูก่ ารทะเลาะววิ าท ทำให้สงั คม
ไม่มคี วามสขุ )
• ถา้ สงั คมเรามีคนเหมือนโดนตั ช็อกโกแลตอยูม่ ากจะทำให้สงั คมเป็นอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ สังคมเกดิ ความสงบสุข ช่วยเหลือและมนี ำ้ ใจต่อกนั )
• นทิ านเร่อื งนใี้ ห้ข้อคิดกับนักเรยี นอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ การรู้จกั ให้อภัยผู้อ่นื มนี ำ้ ใจ มเี มตตา จะทำใหอ้ ยู่รว่ มกับผู้อืน่ ได้
อยา่ งมีความสุข)
3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกบั พระพทุ ธศาสนาเป็นเอกลกั ษณข์ องชาติไทย
จากหนงั สอื เรยี นและแหล่งการเรียนร้อู นื่ ๆ เพมิ่ เตมิ
2.ขน้ั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
4. นกั เรยี นรว่ มกนั วิเคราะหเ์ อกลักษณท์ ี่สำคัญของชาติไทยทม่ี รี ากฐานมาจากพระพทุ ธศาสนา
โดยสรปุ คำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิด
5. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ ยกตวั อย่างเอกลักษณท์ ี่สำคัญของไทยที่แตกต่างจากชาตอิ ืน่ มา 1 ตัวอย่าง
วเิ คราะหค์ วามสำคัญ ผลทเ่ี กิดข้ึนต่อตนเอง ต่อสงั คมและประเทศชาติ โดยสรปุ คำตอบเป็นแผนภาพความคิด
6. นกั เรียนคิดประเมินเพ่อื เพ่ิมคุณค่า แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• นกั เรยี นจะสืบทอดเอกลกั ษณ์ของชาติไทยทมี่ ีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ปฏบิ ตั ิตามวฒั นธรรมไทยให้ถูกตอ้ ง)
3.ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความร้หู ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
7. นกั เรียนยกตัวอยา่ งเอกลกั ษณ์ของชาติไทยทีเ่ กย่ี วข้องกบั พระพุทธศาสนามา 1 ตวั อยา่ ง
แลว้ ตอบคำถามลงในช้นิ งานท่ี 1 เร่ือง พระพุทธศาสนาเปน็ เอกลักษณ์ของชาตไิ ทย
8. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเรียบรอ้ ยของชน้ิ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรับปรงุ
แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
9. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ สิง่ ท่ีเข้าใจเปน็ ความร้รู ว่ มกัน ดังน้ี
พระพทุ ธศาสนามคี วามสำคัญตอ่ สังคมไทย เพราะเป็นเอกลกั ษณข์ องชาติไทยและเป็นรากฐานของ
วฒั นธรรมในด้านตา่ ง ๆ
4.ขนั้ สื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
10. นักเรยี นนำเสนอชิ้นงาน เร่ือง พระพุทธศาสนาเป็นเอกลักษณ์ของชาตไิ ทย หน้าชน้ั เรยี น
11. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกับวิธกี ารทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทำงาน
ทมี่ แี บบแผน
5.ข้นั ประเมินเพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
12. นกั เรยี นนำชิ้นงานของตนเองไปจดั ป้ายนเิ ทศ เพ่ือเผยแพรเ่ อกลกั ษณ์ของชาตไิ ทยทม่ี ีรากฐาน
มาจากพระพทุ ธศาสนาแก่ผพู้ บเหน็
13. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลงั การเรยี น ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• ส่ิงท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวันน้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• เพ่ือนนกั เรียนในกลมุ่ มสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรยี นในวันนี้หรือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรูท้ ่ีไดน้ ไ้ี ปใช้ให้เกิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสงั คมทว่ั ไป
ได้อยา่ งไร
จากนนั้ แลกเปลยี่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคณุ คา่ ไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในขน้ั ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครัง้ ต่อไป
ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน พระพุทธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2
2. ภาพเอกลักษณท์ ่ีสำคัญของชาตไิ ทย
3. นิทาน เรอื่ ง ขนมเคก้ จอมซา่ กบั โดนตั ชอ็ กโกแลต
4. แหล่งการเรยี นรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้
1. ประเมินความรู้ เรือ่ ง พระพุทธศาสนาเปน็ เอกลักษณข์ องชาตไิ ทย (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ ช้ินงาน เรอ่ื ง พระพุทธศาสนาเปน็ เอกลกั ษณ์ของชาติไทย (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รกั ความเปน็ ไทย (A)
ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่
รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกล่มุ
มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ กี ารกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ
และมกี ารชีแ้ จง มกี ารชีแ้ จงเป้าหมาย ไม่มีการช้แี จง และไมม่ กี ารช้ีแจง
เปา้ หมาย อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทำงาน
มีการปฏบิ ัตงิ าน แต่ไม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
ร่วมกัน เปน็ ระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อยา่ งร่วมมือร่วมใจ
พรอ้ มกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบประเมนิ ช้ินงาน เร่ือง พระพทุ ธศาสนาเปน็ เอกลกั ษณข์ องชาติไทย
รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
การวาดภาพหรอื 4321
ติดภาพเอกลกั ษณ์
ของชาตไิ ทยท่ี วาดภาพหรอื วาดภาพหรือ วาดภาพหรอื วาดภาพหรอื
เกยี่ วขอ้ งกบั
พระพทุ ธศาสนา ติดภาพเอกลักษณข์ อง ติดภาพเอกลักษณข์ อง ติดภาพเอกลักษณข์ อง ติดภาพเอกลักษณข์ อง
แลว้ ตอบคำถาม
ชาตไิ ทยที่เกย่ี วขอ้ งกับ ชาติไทยท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ ชาติไทยท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ ชาตไิ ทยที่เกยี่ วข้องกบั
พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา
แล้วตอบคำถาม แล้วตอบคำถาม แลว้ ตอบคำถาม แลว้ ตอบคำถามได้
ได้สมั พนั ธ์กับหัวขอ้ ได้สัมพนั ธก์ ับหัวข้อ ไดส้ มั พนั ธ์กบั หัวขอ้ ตามทีค่ รยู กตวั อย่าง
ทก่ี ำหนด และ ที่กำหนด และ ท่กี ำหนด ตามทคี่ รู แตย่ ังอธบิ ายหรอื สรุป
แตกต่างจากท่ีครู แตกตา่ งจากที่ครู ยกตัวอยา่ ง เขยี นหรือ ไมส่ อดคลอ้ งกับข้อมูล
ยกตวั อยา่ ง ยกตัวอย่าง สรปุ สอดคลอ้ งกบั และไม่มีการอธิบาย
มีการเชอ่ื มโยงให้เหน็ มกี ารเชื่อมโยงให้เห็น ข้อมูล มกี าร เพ่ิมเติม
ถึงความสมั พันธ์ ถึงความสัมพนั ธก์ ับ ยกตัวอยา่ งเพิ่มเติมให้
กบั ตนเองและผอู้ น่ื ตนเองอย่างเป็นเหตุ เขา้ ใจงา่ ย
เปน็ ผล
แบบบันทกึ หลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................ผสู้ อน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 2
สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ฯ รหสั วชิ า ส 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่องท่ี 1 พุทธสาวก : สามเณรราหุล เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
ครผู ูส้ อน นางสาวลภัสรดา มุง่ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 ร้แู ละเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา
ท่ตี นนับถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาทถี่ กู ตอ้ ง ยดึ ม่ันและปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม
เพอื่ อยู่ร่วมกนั อยา่ งสันติสุข
ตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ป.2/3 ช่ืนชมและบอกแบบอย่างการดำเนนิ ชวี ติ และขอ้ คิดจากประวัติสาวก ชาดก เรอื่ งเลา่
และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กำหนด
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายประวัติพทุ ธสาวก : สามเณรราหลุ (K)
2. นำขอ้ คดิ และแบบอยา่ งการปฏิบตั ิตนของพทุ ธสาวกไปใชด้ ำเนนิ ชีวิตประจำวนั (P)
3. เหน็ คณุ ค่าและประโยชนข์ องการปฏิบตั ติ ามแบบอย่างพุทธสาวก (A)
สาระสำคญั
พทุ ธสาวก คอื สาวกของพระพทุ ธเจ้าทีป่ ฏิบัตติ ามหลกั ธรรมคำสอน และเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา
เป็นแบบอย่างทีด่ ี ควรค่าแกก่ ารนำไปปฏบิ ัติตาม
สาระการเรียนรู้
พุทธสาวก : สามเณรราหุล
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝเ่ รยี นรู้
คำถามสำคญั
การศึกษาประวัตสิ ามเณรราหลุ ก่อให้เกดิ ประโยชนต์ ่อนกั เรยี นอย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ขน้ั สงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นกั เรียนฟงั นทิ าน เรอ่ื ง กระพรวนกับกระดง่ิ ดงั นี้
นิทาน เรื่อง กระพรวนกบั กระดง่ิ
กระพรวนกับกระดง่ิ เป็นพี่นอ้ งกัน กระพรวนชอบอา่ นหนังสือและต้งั ใจเรียนทำใหม้ ีผลการเรียนท่ีดีและ
ยงั เชือ่ ฟงั คำสั่งสอนของพอ่ แม่ ชว่ ยทำงานบ้านเสมอ แต่กระดงิ่ ชอบไปเลน่ กบั เพื่อน ๆ ไม่เคยสนใจท่ีจะอ่าน
หนงั สือและไมท่ ำการบา้ นเลย ทำให้ผลการเรียนของกระดง่ิ แย่มาก เวลาท่ีพอ่ แมอ่ บรมก็ไม่เคยสนใจทจ่ี ะฟังและ
ไม่นำไปปฏิบตั ิ สง่ ผลใหก้ ระดิ่งไม่มีเพ่อื น เพราะไม่มีใครชอบนสิ ยั ของกระด่ิงเลย
จากน้นั ร่วมกนั สนทนา แล้วตอบคำถาม ดังน้ี
• กระพรวนและกระดง่ิ มีนิสยั แตกต่างกนั อยา่ งไร
(กระพรวนชอบอ่านหนังสอื เช่อื ฟังคำสัง่ สอนของพ่อแม่ และช่วยทำงานบ้านเสมอ
แต่กระด่งิ ชอบเล่นกบั เพื่อน ไมส่ นใจอ่านหนงั สือ และไม่ทำการบา้ น ไมเ่ ช่ือฟงั คำสั่งสอนของพ่อแม)่
• นักเรียนอยากเป็นแบบกระพวนหรือกระดิ่ง เพราะเหตุใด
(ตัวอย่างคำตอบ กระพรวน เพราะตง้ั ใจเรยี นทำให้มผี ลการเรยี นท่ดี ี)
จากน้นั นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปการกระทำของกระพรวนเป็นการกระทำของเด็กดี ใฝเ่ รยี นรู้
และว่านอนสอนง่าย ควรนำมาเปน็ แบบอยา่ ง แต่การกระทำของกระด่ิงเปน็ การกระทำทไ่ี มค่ วรนำมาเปน็
แบบอยา่ ง เพราะเปน็ การกระทำท่ีไมด่ ี ทำให้ไม่มีเพือ่ นคนใดอยากคบดว้ ย
2. นกั เรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกับสามเณรราหุล (สามเณรผ้รู ักการศึกษา)
จากหนังสอื เรียนและแหลง่ การเรยี นรอู้ ื่น ๆ เพ่ิมเตมิ
2.ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เก่ียวกบั ประวตั ขิ องสามเณรราหุล เป็นแผนภาพความคิด
4. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ บบอยา่ งทีด่ ขี องสามเณรราหุล โดยสรปุ คำตอบของนักเรียน
เปน็ แผนภาพความคิด
5. นักเรยี นแบง่ กลุ่มยกตัวอยา่ งแบบอย่างท่ีดขี องสามเณรราหลุ พรอ้ มบอกผลที่เกดิ ขน้ึ จากการปฏบิ ัติ
และไมป่ ฏบิ ตั ิตามแบบอย่างท่ีดี
6. นักเรยี นคิดประเมินเพอื่ เพม่ิ คุณคา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• การศึกษาประวัตสิ ามเณรราหุลก่อให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ นกั เรียนอยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ ทำใหไ้ ด้แบบอยา่ งที่ดีดา้ นต้ังใจศึกษาหาความรู้ การวา่ นอนสอนงา่ ยไปใช้
ในการดำเนนิ ชวี ติ )
3.ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรุปความร้หู ลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
7. นักเรยี นบอกแบบอย่างที่ดขี องชาวพทุ ธ : สามเณรราหุล โดยนำเสนอข้อมูลลงในชน้ิ งานที่ 3
เรือ่ ง พทุ ธสาวก : สามเณรราหุล
8. นักเรียนตรวจสอบความถกู ต้องและความเรยี บร้อยของช้นิ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรบั ปรงุ
แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง
9. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สิ่งท่ีเข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดังนี้
พทุ ธสาวก คือ สาวกของพระพุทธเจ้าท่ีปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอน และเผยแผ่พระพุทธศาสนา
เป็นแบบอย่างทีด่ ี ควรคา่ แกก่ ารนำไปปฏบิ ัติตาม
4.ขั้นสอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
10. นกั เรียนออกมานำเสนอชนิ้ งาน เรอ่ื ง พทุ ธสาวก : สามเณรราหลุ หน้าชัน้ เรียน
11. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เกี่ยวกับวธิ กี ารทำงานให้เห็นการคิดเชงิ ระบบและวธิ ีการทำงาน
ท่ีมีแบบแผน
5.ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
12. นักเรียนนำแบบอย่างทดี่ ขี องสามเณรราหุลไปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวัน และแนะนำให้
คนในครอบครวั ปฏบิ ตั ติ าม
13. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียน ในประเดน็ ต่อไปนี้
• สิ่งท่ีนักเรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั นี้คืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั น้หี รอื ไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรูท้ ่ไี ด้นไี้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่วั ไป
ได้อยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลยี่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทุกข้ันตอนวา่ จะเพ่ิมคุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมให้มากขึน้ กวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครั้งตอ่ ไป
ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2
2. นิทาน เรอื่ ง กระพรวนกับกระด่ิง
3. แหล่งการเรยี นรทู้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรอ่ื ง พทุ ธสาวก : สามเณรราหุล (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินช้นิ งาน เรอ่ื ง พทุ ธสาวก : สามเณรราหุล (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝเ่ รยี นรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ ชิ้นงาน เร่ือง พทุ ธสาวก : สามเณรราหุล
รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน 4 3 2 1
การเขียนหรือสรุป เขยี นหรือสรุป เขียนหรือสรุป เขียนหรอื สรปุ เขยี นหรือสรปุ
แบบอยา่ งท่ีดี แบบอย่างท่ีดี แบบอย่างท่ีดี แบบอย่างทดี่ ี แบบอย่างท่ดี ี
ของพทุ ธสาวก : ของพุทธสาวก : ของพทุ ธสาวก : ของพทุ ธสาวก : ของพุทธสาวก :
สามเณรราหุล สามเณรราหุล สามเณรราหุล สามเณรราหุล สามเณรราหุล
และนำแบบอยา่ งทีด่ ี และนำแบบอย่างท่ดี ี และนำแบบอยา่ งท่ดี ี และนำแบบอย่างท่ีดี และนำแบบอย่างทดี่ ี
ไปปฏิบัตติ น ไปปฏิบตั ิตนได้สมั พันธ์ ไปปฏบิ ตั ิตนได้ มีการ ไปปฏิบตั ิตนได้ ไปปฏบิ ตั ิตนได้ แตย่ งั
กัน มีการเชอ่ื มโยงให้ จำแนกขอ้ มลู แสดง สอดคลอ้ ง ไมส่ อดคล้องกับข้อมลู
เห็นเปน็ ภาพรวม ให้เหน็ ถงึ กับข้อมลู มีการเขียน เขยี นตามข้อมลู ทอี่ า่ น
แสดงถงึ ความสมั พันธ์ ความสัมพนั ธ์กับ อธบิ ายใหเ้ ข้าใจงา่ ย ไมม่ ีการอธิบาย
กบั ตนเองและผู้อ่นื ตนเองอยา่ งเปน็ เหตุ เพม่ิ เตมิ
เปน็ ผล
แบบบันทึกหลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3
สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา ฯ รหัสวิชา ส 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอื่ งที่ 2 ชาดก : วรุณชาดก (ชายหนุ่มผู้เกียจคร้าน) เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
ครูผู้สอน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ท่ีตนนับถอื และศาสนาอืน่ มศี รัทธาท่ถี กู ต้อง ยึดม่ันและปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม
เพ่ืออย่รู ว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ขุ
ตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ป.2/3 ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดำเนนิ ชีวติ และขอ้ คดิ จากประวัติสาวก ชาดก เรอ่ื งเล่า
และศาสนิกชนตัวอยา่ งตามที่กำหนด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธบิ ายเร่อื งราวเกีย่ วกับชาดก : วรุณชาดก (ชายหนมุ่ ผู้เกียจครา้ น) (K)
2. นำข้อคดิ ท่ไี ด้จากชาดก เรือ่ ง ชาดก : วรุณชาดก (ชายหนมุ่ ผู้เกยี จครา้ น) ไปปฏิบัติชีวติ ประจำวัน (P)
3. เห็นประโยชนข์ องการนำข้อคิดทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาชาดก เร่ือง วรุณชาดก ไปปฏบิ ตั ิในชีวิตประจำวัน (A)
สาระสำคญั
ความเกยี จครา้ นเป็นเหตุให้เกิดความเสอื่ ม การนำขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากชาดกไปปฏิบตั ิทำให้พ้นจากความเสอื่ ม
และดำเนินชีวติ อยา่ งมคี วามสุข
สาระการเรยี นรู้
ชาดก : วรณุ ชาดก (ชายหนมุ่ ผเู้ กียจครา้ น)
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝเ่ รียนรู้
คำถามสำคญั
นกั เรียนจะมแี นวทางการเตอื นสติตนเองเพ่ือไมใ่ หเ้ กยี จคร้านไดอ้ ย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ขน้ั สงั เกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)
1. นักเรียนรว่ มกนั ร้องเพลง อยา่ เกยี จคร้าน จากนัน้ ร่วมกนั สนทนาแล้วตอบคำถาม
เพลง อย่าเกยี จคร้าน
อยา่ เกียจคร้านการทางานนะพวกเรา งานหนกั งานเบา เหน่ือยแลว้ เราพกั ผอ่ นก็หาย
ไม่ทางาน หลบหลกี งาน ดว้ ยเกียจคร้านเอาแต่สบาย
แกจ่ นวนั ตายขอทานายว่าไม่เจริญ แกจ่ นวนั ตายขอทานายวา่ ไม่เจริญ (ซ้าอีก
รอบ)
• จากเพลงทนี่ กั เรียนร้องสอนให้รู้ในเร่อื งใด (ตวั อยา่ งคำตอบ อย่าเป็นคนเกยี จครา้ น)
• คนท่เี อาแต่เกยี จครา้ นจะเปน็ อยา่ งไร (ตวั อย่างคำตอบ จะไม่มีกนิ และไม่มีความเจริญในชวี ติ )
• ถ้านักเรียนเป็นคนไมเ่ กยี จคร้านชีวติ ของนักเรยี นจะเป็นอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ประสบความสำเร็จในชวี ิต)
2. นกั เรียนฟงั นทิ าน เร่ือง โอต๊ จอมเกียจคร้าน จากน้ันรว่ มกันสนทนาแลว้ ตอบคำถาม
นิทาน เร่ือง โอ๊ตจอมเกียจคร้าน
โอต๊ เป็นนกั เรียนช้นั ป.2 ทขี่ ้ีเกียจท่สี ุดในหอ้ ง เวลาครูใหท้ างานเป็นกลุ่ม โอต๊ จะไมเ่ คย
ช่วยเพอื่ นทางานเลย แมแ้ ต่เวลาครูส่งั ให้ทางานเดี่ยว โอ๊ตก็ไม่กระตอื รือร้นท่ีจะทา
ส่งผลให้โอ๊ตถูกครูทาโทษเป็นประจา เพราะทางานไม่เสร็จจึงไมม่ ีงานส่งครู เพือ่ น ๆ
ในหอ้ งเรียนก็พากนั เบอ่ื และไมอ่ ยากคบกบั โอ๊ต สุดทา้ ยโอ๊ตจึงไม่มีเพ่อื น ผลการเรียน
ไม่ดีและไมม่ ีความสุข
• นักเรียนมนี สิ ัยเหมอื นโอ๊ตหรอื ไม่ (ตวั อย่างคำตอบ ไม่ครบั /ค่ะ)
• ความเกียจคร้านของโอต๊ ส่งผลตอ่ โอต๊ อยา่ งไร (เพ่ือน ๆ ในห้องไม่อยากคุยกบั โอต๊
ทำให้โอต๊ ไม่มีเพ่ือน ผลการเรียนไม่ดีและไมม่ คี วามสุข)
• นกั เรยี นอยากเปน็ เหมอื นโอต๊ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(ตวั อยา่ งคำตอบ ไม่ เพราะเปน็ การกระทำท่ีไมด่ ี ทำให้ตนเองไม่มคี วามสุข)
3. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกีย่ วกับชาดก : วรณุ ชาดก (ชายหนมุ่ ผูเ้ กยี จครา้ น)
จากหนังสือเรยี นและแหล่งการเรียนรู้อนื่ ๆ เพ่มิ เติม
2.ขั้นคดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
4. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปเก่ียวกับลกั ษณะนิสยั ของชายหน่มุ ในวรณุ ชาดก (ชายหนุม่ ผเู้ กียจครา้ น)
เป็นแผนภาพความคิด
5. นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะห์ผลทเี่ กิดขึ้นจากความเกียจคร้านในวรณุ ชาดก (ชายหนมุ่ ผเู้ กียจคร้าน) โดย
สรปุ ผลทีเ่ กดิ ขึน้ ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื
6. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ สรปุ ขอ้ คิดท่ีได้จากการศกึ ษาวรุณชาดก (ชายหนุม่ ผู้เกียจคร้าน) วิเคราะห์
ผลท่ีเกิดขึน้ จากการปฏิบตั ิและไม่ปฏิบัติเปน็ แผนภาพความคิด
7. นักเรยี นคิดประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณคา่ แล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• นกั เรียนจะมีแนวทางเตอื นสตติ นเองเพื่อไมใ่ ห้เกียจคร้านไดอ้ ย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ กระตนุ้ ตนเองอยู่เสมอว่า ถ้าเรามวั เกียจคร้านคนอ่ืนเขาจะนำไปก้าวหนึ่ง)
3.ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นกั เรียนวาดภาพเก่ียวกบั เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจำวันของตนเอง ที่แสดงใหเ้ หน็ ถึงความ
ไม่เกยี จครา้ น 1 ภาพ ระบายสีให้สวยงาม พรอ้ มเขยี นแสดงความร้สู กึ ใต้ภาพ
9. นักเรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดควรปรบั ปรุง
แก้ไขใหถ้ ูกต้อง
10. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปส่งิ ท่เี ข้าใจเปน็ ความร้รู ว่ มกนั ดงั น้ี
ความเกยี จคร้านเป็นเหตุให้เกดิ ความเสอ่ื ม การนำข้อคิดทไี่ ดจ้ ากชาดกไปปฏิบตั จิ ะทำใหพ้ น้ จาก
ความเส่ือมและดำเนินชีวิตอยา่ งมีความสขุ
4.ขนั้ สอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
11. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานการวาดภาพทแ่ี สดงถึงความไม่เกียจคร้านของตนเอง
หน้าชัน้ เรียน
12. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเก่ียวกบั วธิ กี ารทำงานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ท่ีมแี บบแผน
5.ข้นั ประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
13. นักเรยี นนำขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากการศกึ ษาชาดก : วรณุ ชาดก (ชายหนุ่มผูเ้ กยี จครา้ น) ไปใช้
ในการดำเนินชีวิต เพ่อื ความเจริญกา้ วหนา้ ในชวี ติ
14. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรยี น ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ท่ีนักเรียนได้เรยี นรใู้ นวันนคี้ อื อะไร
• นกั เรียนมสี ่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• เพือ่ นนกั เรยี นในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นี้หรือไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความรู้ท่ไี ด้นไี้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทั่วไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนน้ั แลกเปลย่ี นตรวจสอบขนั้ ตอนการทำงานทุกขั้นตอนวา่ จะเพ่ิมคณุ คา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรยี นร้/ู แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
2. เพลงอยา่ เกยี จคร้าน
3. นทิ าน เรื่อง โอต๊ จอมเกียจคร้าน
4. แหล่งการเรยี นรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เรอ่ื ง ชาดก : วรณุ ชาดก (ชายหนุ่มผ้เู กยี จครา้ น) (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่ (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่
รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุ่ม
มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท ไม่มกี ารกำหนด
สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหน้า บทบาทสมาชกิ
และมกี ารช้ีแจง มีการชี้แจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้แี จง และไมม่ ีการช้ีแจง
เป้าหมาย อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏิบตั ิงานร่วมกนั อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทำงาน
มีการปฏิบตั งิ าน แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน
ร่วมกัน เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อย่างรว่ มมือร่วมใจ
พรอ้ มกบั การประเมิน
เป็นระยะ ๆ
แบบบันทกึ หลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4
สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ฯ รหสั วิชา ส 12101
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรื่องที่ 5 พุทธศาสนิกชนตวั อย่าง : สมเด็จพระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสังฆราช
สกลมหาสังฆปรนิ ายก (เจรญิ สุวฑฒฺ โน) เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
ครผู สู้ อน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ทต่ี นนับถือและศาสนาอ่นื มีศรัทธาท่ถี กู ต้อง ยดึ ม่ันและปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม
เพอื่ อยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติสขุ
ตวั ช้ีวัด
ส 1.1 ป.2/3 ชนื่ ชมและบอกแบบอย่างการดำเนินชวี ิต และขอ้ คิดจากประวัตสิ าวก ชาดก เรื่องเล่า
และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามท่ีกำหนด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : สมเด็จพระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราชสกลมหาสังฆปรนิ ายก
(เจรญิ สวุ ฑฒฺ โน) (K)
2. นำขอ้ คิดทไี่ ด้จากการศึกษาประวตั ิของพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ งไปปฏิบตั ิ (P)
3. เห็นประโยชน์ของการนำข้อคิดที่ไดจ้ ากการศึกษาประวตั ขิ องพุทธศาสนกิ ชนตวั อยา่ งไปปฏิบัติ (A)
สาระสำคัญ
สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราชสกลมหาสงั ฆปรนิ ายก (เจรญิ สวุ ฑฒฺ โน) ทรงเป็นแบบอยา่ ง ใน
การเป็นผูท้ ำคณุ ประโยชน์ต่อส่วนรวมและพระพุทธศาสนา
สาระการเรียนรู้
พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : สมเด็จพระญาณสังวร สมเดจ็ พระสงั ฆราชสกลมหาสังฆปรนิ ายก
(เจริญ สวุ ฑฒฺ โน)
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝ่เรียนรู้
คำถามสำคัญ
นกั เรียนมีแนวทางในการทำคณุ ประโยชน์ต่อส่วนรวมอยา่ งไร
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นกั เรียนฟงั นทิ าน เรือ่ ง “หลวงพ่อผ้นู ำดา้ นความด”ี ดงั นี้
นทิ าน เรอื่ ง หลวงพอ่ ผนู้ ำด้านความดี
ณ หมู่บ้านแหง่ หนง่ึ มีชาวบ้านอาศัยอยมู่ ากมาย ทุกคนล้วนเปน็ คนดีมศี ลี ธรรม เพราะมหี ลวงพ่อท่วี ดั
เทศนาอบรมขัดเกลาจติ ใจอยเู่ สมอ ชาวบ้านทุกคนลว้ นเลอื่ มใสศรัทธาในตัวหลวงพ่อ เพราะหลวงพอ่ เปน็ บคุ คลที่
มคี วามรู้ทง้ั ทางโลกและทางธรรม ปฏบิ ัตธิ รรมอย่เู สมอและมคี วามเปน็ ผู้นำในการทำกจิ ของสงฆ์และพธิ กี รรม
ตา่ ง ๆ ทำให้ชาวบ้านยกยอ่ งให้หลวงพอ่ เปน็ ผนู้ ำด้านความดีของหมู่บา้ น และทกุ คนในหมูบ่ ้านอาศัยอยรู่ ่วมกัน
อย่างมคี วามสขุ
จากนั้นร่วมกนั สนทนา แลว้ ตอบคำถาม ดังนี้
• ชาวบ้านในหมู่บ้านมีลักษณะเปน็ อยา่ งไร (เปน็ คนดี มีศลี ธรรม)
• เพราะเหตใุ ดชาวบ้านทุกคนจึงเปน็ คนดี มีศลี ธรรม (เพราะมหี ลวงพอ่ ทคี่ อยเทศนาอบรม
ขดั เกลาจิตใจอยู่เสมอ)
• ชาวบ้านในหมบู่ ้านมีความรู้สึกตอ่ หลวงพ่ออย่างไร (ทุกคนล้วนเลอ่ื มใส ศรทั ธา)
• เพราะเหตใุ ดการปฏบิ ัติตนของหลวงพ่อ ทำให้ชาวบา้ นเกิดความเล่อื มใส ศรัทธา
(เพราะหลวงพ่อมคี วามรู้ทงั้ ทางโลกและทางธรรม และปฏบิ ตั ธิ รรมอยู่เสมอ และมคี วามเป็นผนู้ ำใน
การทำกิจของสงฆ์และพิธีกรรมต่าง ๆ)
• ผลที่เกดิ ขึ้นกบั หมบู่ ้านแห่งน้ันคืออะไร (ทกุ คนอาศยั อยู่ร่วมกันอยา่ งมคี วามสขุ )
2. นักเรียนสงั เกตภาพ จากนนั้ ร่วมกันสนทนา แล้วตอบคำถาม
• นกั เรยี นรู้จักบุคคลในภาพหรอื ไม่ (รู้จัก/ไม่รจู้ ัก)
• บุคคลในภาพคอื ใคร (สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราชสกลมหาสงั ฆปรนิ ายก (เจริญ
สวุ ฑฒฺ โน))
• บคุ คลในภาพมคี วามสำคญั ต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร (ตวั อยา่ งคำตอบ เปน็ ผู้ที่มคี วามใฝ่รู้
ต้งั ใจศกึ ษาหลกั ธรรมคำสอนและแตกฉานในพระไตรปฎิ ก และทรงนิพนธผ์ ลงานทางวิชาการ เอกสาร และ
ตำราทางพระพุทธศาสนาไวม้ ากมาย)
3. นกั เรยี นศกึ ษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราชสกลมหา-สงั ฆ
ปรนิ ายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) จากหนังสือเรยี นและแหลง่ การเรียนรอู้ นื่ ๆ เพ่ิมเติม
2.ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
4. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปแบบอยา่ งท่ดี ขี องสมเด็จพระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราชสกลมหาสังฆ-
ปรนิ ายก (เจรญิ สุวฑฒฺ โน) เป็นแผนภาพความคิด
5. นกั เรยี นร่วมกนั เสนอชื่อพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ งในชุมชน หรือทพี่ บเจอในชีวิตประจำวนั
ของตนเอง แล้วนำมาเขยี นลงในแผนภาพความคิด
6. นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอย่างแนวทางการปฏิบตั ิตน โดยการนำแบบอยา่ งทดี่ ีของ
สมเด็จพระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสังฆราชสกลมหาสงั ฆปรินายก (เจริญ สวุ ฑฺฒโน) วเิ คราะหผ์ ลที่เกิดข้นึ ต่อ
ตนเองและครอบครวั เปน็ แผนภาพความคิด
7. นักเรียนคิดประเมินเพ่อื เพิ่มคุณคา่ แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• นกั เรยี นมแี นวทางในการทำคณุ ประโยชนต์ ่อส่วนรวมอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ไมท่ ้งิ ขยะหรอื ส่ิงสกปรกลงในแมน่ ำ้ ลำคลอง เกบ็ ขยะเมื่อพบเหน็ เพอื่ ใหเ้ กิดความ
สะอาด)
3.ข้นั ปฏิบัตแิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรียนวาดภาพการนำแบบอยา่ งท่ีดีของพทุ ธศาสนิกชนตัวอย่างไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แลว้
เขียนเครอ่ื งหมาย ลงใน แลว้ ตอบคำถามในชิน้ งานท่ี 5 เรื่อง พุทธศาสนิกชนตวั อย่าง
9. นกั เรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรียบร้อยของชนิ้ งาน หากพบขอ้ ผิดพลาด
ควรปรบั ปรงุ แก้ไขให้ถกู ต้อง
10. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปส่ิงทเี่ ข้าใจเป็นความรรู้ ่วมกนั ดังน้ี
สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (เจริญ สุวฑฒฺ โน) ทรงเปน็
แบบอยา่ งในการเป็นผู้ทำคุณประโยชนต์ อ่ ส่วนรวมและพระพุทธศาสนา
4.ขั้นสือ่ สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
11. นกั เรียนออกมานำเสนอชน้ิ งาน เรอ่ื ง พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง หน้าชั้นเรยี น
12. นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายสรปุ เกยี่ วกับวธิ ีการทำงานให้เหน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ที่มแี บบแผน
5.ข้ันประเมินเพอื่ เพ่มิ คุณคา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
13. นักเรียนนำขั้นตอนไปจัดป้ายนเิ ทศหน้าช้ันเรยี น เพอื่ เผยแพรใ่ ห้กับผู้อนื่ ต่อไป
14. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลังการเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่งิ ทน่ี ักเรียนไดเ้ รียนรใู้ นวันน้ีคอื อะไร
• นักเรยี นมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่อื นนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรยี นในวันนี้หรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความรู้ทีไ่ ดน้ ไ้ี ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนนั้ แลกเปลยี่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิม่ คุณค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครง้ั ต่อไป
สอ่ื การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2
2. นิทาน เรอื่ ง หลวงพ่อผู้นำด้านความดี
3. แหลง่ การเรยี นร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง พุทธศาสนกิ ชนตัวอย่าง : สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราชสกลมหา-
สงั ฆปรนิ ายก (เจรญิ สุวฑฒฺ โน) (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินชิ้นงาน เรอื่ ง พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝเ่ รยี นรู้ (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินช้ินงาน เรอ่ื ง พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอย่าง
รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ 4 3 2 1
การวาดภาพ วาดภาพการปฏิบัติ วาดภาพการปฏบิ ตั ิ วาดภาพการปฏิบตั ติ น วาดภาพการปฏิบตั ิ
การปฏิบตั ิตน ตนตามแบบอยา่ ง ตนตามแบบอย่าง ตามแบบอยา่ งของ ตนตามแบบอยา่ ง
ตามแบบอยา่ ง ของพทุ ธศาสนิกชน ของพทุ ธศาสนิกชน พทุ ธศาสนิกชน ของพทุ ธศาสนิกชน
ของพุทธศาสนกิ ชน ตัวอย่างได้สัมพันธก์ บั ตวั อยา่ งได้สมั พนั ธ์กบั ตวั อย่างไดส้ มั พนั ธก์ ับ ตัวอย่างได้สมั พันธ์
ตวั อย่าง หัวข้อ หวั ขอ้ หวั ขอ้ กับหัวขอ้
ท่กี ำหนดและ ทกี่ ำหนดและ ทก่ี ำหนด ตามทีค่ รู ท่ีกำหนด ตามทคี่ รู
แตกต่างจากท่ีครู แตกตา่ งจากท่ีครู ยกตัวอยา่ ง แตม่ ีการ ยกตวั อย่าง
ยกตวั อย่าง ยกตัวอย่าง ดัดแปลงให้แตกต่าง
มีการเชื่อมโยงให้เห็น แต่เชื่อมโยงใหเ้ หน็
ถึงความสัมพันธก์ บั เฉพาะตนเอง
ตนเองและผอู้ ่นื
แบบบันทกึ หลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 5
สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ฯ รหสั วิชา ส 12101
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 พระรตั นตรยั เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
ครผู ู้สอน นางสาวลภัสรดา ม่งุ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 ร้แู ละเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา
ที่ตนเองนบั ถอื และศาสนาอน่ื มีศรทั ธาทีถ่ กู ตอ้ ง ยึดม่ันและปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม
เพือ่ อย่รู ว่ มกนั อยา่ งสนั ติสุข
ตัวชวี้ ัด
ส 1.1 ป.2/4 บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรัตนตรยั ปฏิบตั ติ ามหลักธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถอื ตามที่กำหนด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของพระรตั นตรัย (K)
2. วเิ คราะหค์ วามสำคัญ และปฏบิ ตั ิตนในการแสดงความเคารพพระรตั นตรยั (P)
3. เห็นคณุ คา่ ในการนบั ถือพระรตั นตรัย (A)
สาระสำคัญ
พระรัตนตรัย คือ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ สรณะที่พ่งึ สงู สดุ ของพุทธศาสนิกชน
สาระการเรียนรู้
พระรัตนตรัย
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ใฝเ่ รียนรู้
คำถามสำคญั
นักเรียนจะชว่ ยสบื ทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยอู่ ยา่ งยาวนานไดอ้ ยา่ งไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ขนั้ สงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นกั เรยี นสังเกตภาพเกี่ยวกบั พระรตั นตรยั จากนั้นรว่ มกันสนทนาแลว้ ตอบคำถาม ดงั นี้
• ภาพดังกลา่ วคอื ภาพอะไร (พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ)์
• นักเรียนเคยเห็นภาพดงั กล่าวในสถานที่ใดบ้าง (วัด)
• นกั เรียนมีความเกี่ยวข้องกบั พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เปน็ ผูน้ ับถอื พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซง่ึ เปน็ สรณะทีพ่ ง่ึ สงู สุด)
2. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปความหมายของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ แผนภาพความคิด
3. นกั เรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั ความสำคัญของพระรตั นตรยั จากหนงั สอื เรียน
และแหลง่ การเรยี นร้อู นื่ ๆ เพิม่ เติม
2.ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
4. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ความสำคญั ของพระรัตนตรัย โดยตอบคำถาม ดังนี้
• พระพุทธ มีความสำคัญกบั พระพทุ ธศาสนาและนักเรยี นอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ พระพุทธเจ้าเปน็ ผปู้ ระกาศพระพุทธศาสนา โดยนำหลักคำสอนมาให้ผคู้ น
ได้ประพฤติปฏิบตั ิตาม และทำให้พุทธศาสนกิ ชนได้มีที่ยดึ เหน่ียวจติ ใจในการดำเนินชวี ิต)
• พระธรรม มีความสำคญั กับพระพุทธศาสนาและนักเรยี นอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ เป็นหลักปฏิบัตทิ างพระพทุ ธศาสนา ถือเปน็ กฎหมายสูงสดุ ของพระสงฆ์
และพทุ ธศาสนิกชนก็ได้นอ้ มนำหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนามาเปน็ แนวทางปฏิบตั ใิ นการดำเนนิ ชีวิต)
• พระสงฆ์ มคี วามสำคัญกบั พระพทุ ธศาสนาและนกั เรยี นอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ พระสงฆ์เปน็ ผปู้ ฏบิ ัตติ นตามคำส่ังสอนของพระพทุ ธเจ้า และนำหลักธรรม
มาเผยแผ่ใหก้ บั ผคู้ นไดป้ ฏบิ ตั ิตาม เพื่อเปน็ การสบื ทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยตู่ อ่ ไป)
5. นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหผ์ ลดีจากการมพี ระรัตนตรัยเป็นสรณะทพี่ ่งึ สูงสุด เปน็ แผนภาพความคดิ
6. นักเรยี นอา่ นแถบขอ้ ความเกย่ี วกบั พระรตั นตรัยบนกระดาน ดังน้ี
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
จากนนั้ นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ 4 กลมุ่ เลน่ เกม “ร่วมดว้ ยช่วยกนั ” โดยท้ัง 4 กลุ่มจะจบั สลาก
และ 2 กลุ่มแรกจะไดแ้ ขง่ ขนั กอ่ น โดยมีกตกิ า ดงั นี้
ครูจะแสดงบตั รคำท่ีมคี วามหมายตรงกับพระรัตนตรยั ครัง้ ละ 2 นาที จากน้ันสมาชิกในกลุ่มร่วมกนั
จำแนกบตั รคำใหต้ รงกับแถบข้อความพระรัตนตรัยบนกระดาน ผู้ชนะจะได้รบั คำช่นื ชม
จากกลุ่มที่พ่ายแพ้ 1 ประโยค
ตัวอย่างบตั รคำ
ผสู้ ืบทอดพระพทุ ธศาสนา พระไตรปิ ฎก หลกั คาสอนให้ปฏบิ ตั ิตาม
ศาสดาของพระพุทธศาสนา ผตู้ รัสรู้ธรรม ผถู้ ือศีล 227 ขอ้
เป็นผหู้ ่างไกลจากกิเลศ ช่วยใหม้ นุษยอ์ ยรู่ ่วมกนั ผเู้ ชื่อฟังคาส่งั สอน
อยา่ งมคี วามสุข ของพระพุทธเจา้
7. นักเรียนรว่ มกนั สรุปความสำคัญของพระรัตนตรยั เปน็ แผนภาพความคดิ
8. นักเรยี นคดิ ประเมินเพือ่ เพม่ิ คุณค่า แลว้ สรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• นกั เรยี นจะช่วยสบื ทอดพระพทุ ธศาสนาให้คงอย่อู ยา่ งยาวนานไดอ้ ยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ปฏบิ ัติตามหลักคำสอน ปฏิบัติตนเป็นคนดีของสงั คม)
3.ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
9. นักเรียนยกตวั อย่างการปฏิบตั ิตนทแี่ สดงออกถงึ การเปน็ พทุ ธศาสนิกชนทด่ี ี
แลว้ วิเคราะห์ผลท่ีเกิดขึน้ ต่อตนเองและตอ่ สงั คม
10. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาด
ควรปรบั ปรงุ แก้ไขให้ถูกต้อง
11. นักเรียนร่วมกนั สรปุ สิง่ ทีเ่ ข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
พระรตั นตรัย คือ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะทีพ่ ่ึงสงู สดุ ของพทุ ธศาสนกิ ชน
4.ข้นั สอื่ สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
12. นักเรยี นนำเสนอผลงาน เรื่อง การปฏบิ ัตติ นทีแ่ สดงออกถงึ การเป็นพุทธศาสนกิ ชนท่ดี ี
หนา้ ชั้นเรยี น
13. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เก่ียวกับวิธีการทำงานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ท่ีมีแบบแผน
5.ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
14. นกั เรียนรว่ มกนั เสนอแนวทางการทำนบุ ำรุงพระพทุ ธศาสนาให้คงอย่สู บื ต่อไป
15. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลงั การเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
• สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรูใ้ นวันน้ีคืออะไร
• นกั เรยี นมีส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด
• เพ่อื นนักเรียนในกลุม่ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรยี นในวันนห้ี รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนำความรทู้ ไี่ ดน้ ไี้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ย่างไร
จากน้ันแลกเปลย่ี นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมให้มากขึน้ กว่าเดิมในขนั้ ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครง้ั ตอ่ ไป
สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
2. ภาพพระรัตนตรัย
3. แถบขอ้ ความ บตั รคำ พระรัตนตรัย
4. เกม “ร่วมด้วยชว่ ยกัน”
5. แหลง่ การเรยี นรูท้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เร่ือง พระรัตนตรัย (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุ่ม
มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ ีการกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชี้แจง มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มีการชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง
เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน
อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ
พร้อมกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบบันทึกหลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................ผสู้ อน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6
สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ฯ รหัสวิชา ส 12101
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 เรอ่ื งโอวาท 3 : การทำความดี (เบญจธรรม หริ ิ-โอตตัปปะ)เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
ครผู ้สู อน นางสาวลภัสรดา ม่งุ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ท่ีตนเองนบั ถอื และศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยึดม่ันและปฏิบตั ติ ามหลักธรรม
เพ่อื อยูร่ ว่ มกันอย่างสันติสขุ
ตวั ชว้ี ัด
ส 1.1 ป.2/4 บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรัตนตรยั ปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือตามทกี่ ำหนด
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของหลกั ธรรมเบญจธรรม และหิริ-โอตตปั ปะ
ตามหลักธรรมโอวาท 3 : การทำความดี (K)
2. วิเคราะห์และปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมเบญจธรรมและหิริ-โอตตัปปะ (P)
3. เหน็ คุณค่าและประโยชนจ์ ากการนำหลักธรรมไปปฏบิ ตั ิในชีวิตประจำวนั (A)
สาระสำคัญ
เบญจธรรม และหริ ิ-โอตตปั ปะ เป็นหลักธรรมโอวาท 3 ทใ่ี ห้ผูป้ ฏบิ ตั มิ ุง่ ทำแตค่ วามดี
ในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั เพ่ือการอยู่รว่ มกนั อยา่ งสงบสขุ
สาระการเรียนรู้
โอวาท 3 : การทำความดี (เบญจธรรม หริ ิ-โอตตัปปะ)
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝ่เรียนรู้
คำถามสำคัญ
นักเรียนจะปฏบิ ตั ติ นอย่างไรจึงจะได้ช่อื ว่า ทำความดีให้เกิดแก่ตนเองและผอู้ ื่น
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ขั้นสงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับความดี โดยตอบคำถาม ดังน้ี
• นักเรียนเคยทำความดอี ะไรบา้ ง
(ตัวอยา่ งคำตอบ ไม่พูดโกหก ไม่ขโมยของเพื่อน ชว่ ยพอ่ แม่ทำงานบ้าน)
• ความดที นี่ ักเรียนทำส่งผลตอ่ ใครบา้ ง
(ตวั อย่างคำตอบ ตอ่ เพ่ือน เชน่ ถ้าเราไม่ขโมยของเพอ่ื น กจ็ ะทำให้เป็นทีร่ ักของเพ่อื น)
• นกั เรียนร้สู ึกอยา่ งไรเมื่อไดท้ ำความดี
(ตวั อยา่ งคำตอบ ดใี จ และมคี วามสุข)
จากนน้ั สรปุ ให้นักเรยี นฟงั เพ่ิมเติมวา่ การทำความดเี ปน็ สง่ิ ที่ทกุ คนควรปฏิบตั ิ
ซง่ึ ในพระพทุ ธศาสนามหี ลกั ธรรม ช่อื เบญจธรรม ท่ชี ่วยสอนให้ชาวพุทธทกุ คนรจู้ กั ทำความดี ประกอบดว้ ย
การมเี มตตากรณุ าต่อสัตวแ์ ละส่งิ มชี วี ติ ประกอบอาชพี สุจริต มีความซอ่ื สัตยต์ ่อคู่ครองของตน
พดู แต่ความจรงิ มคี วามซ่ือสตั ย์ มีสติ และไม่ประมาท รู้ว่าสง่ิ ใดไมค่ วรทำ ถา้ ทุกคนในสังคมปฏิบตั ิตามเบญจ
ธรรมได้ จะทำให้สังคมสงบสุข
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั โอวาท 3 : การทำความดี (เบญจธรรม หริ ิ-โอตตัปปะ)
จากหนังสือเรยี นและแหล่งการเรยี นร้อู นื่ ๆ เพม่ิ เติม
2.ขน้ั คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั หลกั เบญจธรรม โดยตอบคำถาม ดังน้ี
• หลกั เบญจธรรมมีข้อควรปฏบิ ตั ิอยา่ งไรบ้าง โดยบันทกึ คำตอบของนักเรียน
เป็นแผนภาพความคิด
4. นักเรยี นยกตัวอยา่ งการทำความดขี องตนเองทสี่ อดคล้องกับหลักเบญจธรรม แล้ววเิ คราะห์
ผลที่เกดิ ขึน้ ต่อตนเองและผู้อน่ื โดยใช้แผนภาพความคดิ
5. นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์เหตกุ ารณเ์ กีย่ วกบั การกระทำของหนูนา ดังน้ี
หนนู าเปน็ หวั หน้าหอ้ งชน้ั ป.2 มเี พ่ือนสนทิ คอื หนดู ี ซึง่ วนั นห้ี นูดซี ้อื ดนิ สอมาใหม่สวยมาก
หนนู าชอบและอยากไดด้ ินสอของหนดู ี เม่ือหนดู ลี ุกไปจากโต๊ะ หนนู าคดิ วา่ จะขโมยดนิ สอของหนูดี
แตก่ ต็ อ้ งเปลี่ยนใจเพราะรวู้ า่ มนั เปน็ การกระทำท่ีไม่ดี และเกบ็ เงินซ้อื ดินสอเองจะภมู ใิ จมากกว่าขโมย
ของเพอื่ น
จากนนั้ รว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยการตอบคำถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนเคยกระทำเหมอื นหนนู าหรอื ไม่
(ตวั อยา่ งคำตอบ ไม่เคย)
• เพราะเหตใุ ดหนนู าจงึ ไมข่ โมยดินสอของหนดู ี
(ตวั อยา่ งคำตอบ เพราะกลวั ถูกจับได้ และกลวั อายเพ่ือน เลยไมก่ ลา้ ขโมย)
• ถ้าหนนู าขโมยดนิ สอของหนูดี จะเกิดผลอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ถกู คุณครูลงโทษ และทำใหไ้ ม่มเี พ่ือนคบ)
• เม่ือนักเรยี นอยากได้ดนิ สอแทง่ ใหม่ นักเรียนควรทำอยา่ งไร เพ่อื ไมใ่ ห้ตนเองและผอู้ ื่นเดอื ดรอ้ น
(ตวั อย่างคำตอบ ขอเงนิ คณุ พอ่ คุณแม่ซื้อใหม่ หรือเก็บเงินซ้อื ดินสอเอง)
จากน้ันสรุปใหน้ กั เรียนฟงั เพมิ่ เติมวา่ การกระทำของหนูนาถูกต้อง ทีห่ นนู าไม่ขโมยดนิ สอ
ของหนูดกี เ็ พราะความละอาย ไมก่ ลา้ และเกรงกลวั ตอ่ ความผิดท่ีจะเกดิ ข้นึ ซง่ึ การกระทำดังกล่าว
กต็ รงกับหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา คอื หิริ-โอตตัปปะ นั่นเอง
6. นักเรียนร่วมกนั วเิ คราะห์เกี่ยวกบั ความสำคญั ของหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา หริ ิ-โอตตัปปะ
โดยสรุปเปน็ แผนภาพความคิด
7. นักเรียนยกตัวอย่างการกระทำทีแ่ สดงให้เหน็ ถึงการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
หริ ิ-โอตตปั ปะ มาใช้ในการดำเนินชวี ติ ประจำวนั แล้ววเิ คราะห์ผลทเ่ี กิดข้ึนจากการปฏบิ ัติและไมป่ ฏบิ ัติ
เป็นแผนภาพความคิด
8. นกั เรียนคดิ ประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คณุ ค่า แล้วสรปุ ความคิดรวบยอด โดยใชค้ ำถาม ดงั น้ี
• นักเรียนจะปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรจงึ จะไดช้ ่อื ว่า ทำความดีใหเ้ กดิ แก่ตนเองและผูอ้ น่ื
(ตวั อย่างคำตอบ เกบ็ ขยะที่โรงเรียน ช่วยทำความสะอาดห้องเรียน)
3.ข้ันปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
9. นกั เรียนแบง่ กลุม่ 2 กล่มุ เลน่ เกม “คุณธรรมบอกความดี”
โดยครตู ิดแถบประโยคหลักธรรม เบญจศลี เบญจธรรม บนกระดาน
ใหน้ กั เรียนร่วมกันอา่ น 1 รอบ จากนั้นนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มจะได้แถบข้อความเก่ยี วกบั ข้อปฏบิ ัติ
ท่ีตรงกบั หลักเบญจศีลและเบญจธรรม กลมุ่ ละ 10 ขอ้ ความ โดยมกี ติกา ดังนี้
ครยู กแถบขอ้ ความทีเ่ กี่ยวกับขอ้ ปฏิบตั ติ ามหลักธรรมเบญจศีลและเบญจธรรมทีละ 1 ข้อความ
จากนน้ั สมาชกิ ในกลุ่มรว่ มกันหาแถบขอ้ ความท่ีตรงกบั ของครไู ปตดิ ใหต้ รงกับหลักธรรมบนกระดาน
ให้ถูกต้อง และรวดเร็ว จนครบตามจำนวน กลมุ่ ไหนทำได้เร็วและถกู ตอ้ งมากทสี่ ดุ เป็นผชู้ นะ
กลุม่ ทแี่ พ้จะตอ้ งกล่าวคำช่ืนชมกลุ่มท่ชี นะ 1 ประโยค อย่างพร้อมเพรียงกัน และร่วมกนั อ่านขอ้ ปฏบิ ตั ิ
ที่ตรงกับหลักเบญจศีลและเบญจธรรม
10. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปสิง่ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ่วมกัน ดงั น้ี
เบญจธรรม และหิริ-โอตตัปปะ เปน็ หลักธรรมโอวาท 3 ทีใ่ ห้ผปู้ ฏิบัติม่งุ ทำแตค่ วามดี
ในการดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน เพ่ือการอยรู่ ่วมกันอยา่ งสงบสขุ
4.ขน้ั สือ่ สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
11. นกั เรียนแตล่ ะคนนำเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนตามหลักเบญจศีลและเบญจธรรมคนละ 1 ข้อ
แลว้ บอกผลท่ีเกดิ ข้นึ ต่อตนเองและผู้อื่น
12. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเก่ียวกับวธิ ีการทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ทม่ี ีแบบแผน
5.ขั้นประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating
13. นักเรียนนำความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการศึกษา เรื่อง หลักธรรมเบญจศลี และเบญจธรรมไปเป็นแนวทาง
ในการดำเนนิ ชีวิตและสอนให้ผูอ้ นื่ ปฏบิ ตั ิตาม
14. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลงั การเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิ่งทีน่ ักเรียนได้เรียนรใู้ นวันน้คี ืออะไร
• นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่ือนนกั เรียนในกลมุ่ มีส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกับการเรยี นในวันนีห้ รือไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความรู้ทีไ่ ดน้ ไ้ี ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนนั้ แลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพม่ิ คณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขนั้ ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครัง้ ตอ่ ไป
สือ่ การเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2
2. เหตุการณเ์ กยี่ วกับการกระทำของหนูนา
3. แถบประโยค และแถบข้อความเก่ยี วกบั หลักธรรมเบญจศลี และเบญจธรรม
4. เกม “คณุ ธรรมบอกความดี”
5. แหลง่ การเรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรื่อง โอวาท 3 : การทำความดี (เบญจธรรม หิริ-โอตตัปปะ) (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝเ่ รยี นรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุ่ม
มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ ีการกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชี้แจง มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มีการชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง
เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน
อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ
พร้อมกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบบันทึกหลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ.................................ผสู้ อน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 7
สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ฯ รหัสวิชา ส 12101
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอ่ื งโอวาท 3 : การทำจิตใจให้บรสิ ทุ ธิ์ ผ่องใส เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
ครูผสู้ อน นางสาวลภัสรดา มุ่งดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รูแ้ ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา
ท่ตี นเองนบั ถือและศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทีถ่ ูกตอ้ ง ยดึ ม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม
เพอื่ อยู่รว่ มกันอยา่ งสนั ติสุข
ตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ป.2/4 บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถอื ตามท่ีกำหนด
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหลกั ธรรมโอวาท 3 : การทำจิตใจใหบ้ รสิ ุทธ์ิ (K)
2. ฝึกปฏิบัตกิ ารชำระจติ ใจให้บรสิ ุทธติ์ ามหลกั ธรรมโอวาท 3 (P)
3. เห็นคุณค่าและประโยชนก์ ารปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมโอวาท 3 (A)
สาระสำคัญ
โอวาท 3 : การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เปน็ หลกั ธรรมใหบ้ คุ คลเข้าถึงหลักของความดีทัง้ กาย วาจา
และใจ ทำให้เป็นผูส้ ะอาดบริสุทธ์ิ ปราศจากมลทินทางจิตใจ
สาระการเรยี นรู้
โอวาท 3 : การทำจิตใจใหบ้ ริสุทธิ์ ผ่องใส
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝเ่ รยี นรู้
คำถามสำคัญ
ถ้าจติ ใจของนักเรยี นขุ่นมวั นกั เรยี นจะทำจติ ใจให้สะอาดบรสิ ทุ ธ์ไิ ด้อย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ขั้นสงั เกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)
1. นกั เรยี นนงั่ สมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก 5 นาที จากน้นั รว่ มกันสนทนา แล้วตอบคำถาม ดังนี้
• ในระหวา่ งทน่ี ักเรยี นนัง่ สมาธิ นักเรยี นรสู้ ึกอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ รสู้ กึ สงบ)
• หลงั จากนัง่ สมาธิ นักเรียนรู้สึกอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ สบายใจ และมคี วามสุข)
• นักเรยี นเคยทำกิจกรรมนท้ี ใ่ี ดบา้ ง
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทีว่ ัด ทโ่ี รงเรยี นกอ่ นเข้าเรยี นในตอนบา่ ย)
• นกั เรยี นคดิ ว่ากิจกรรมการน่งั สมาธมิ ปี ระโยชนห์ รอื ไม่ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ มีประโยชน์ เพราะทำให้ผู้ปฏบิ ัติมจี ติ ใจทดี่ ีงาม บริสุทธิ์ และมีความสงบ)
2. นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ยี วกบั โอวาท 3 : การทำจติ ใจใหบ้ ริสุทธ์ิ จากหนังสอื เรยี นและ
แหล่งการเรยี นรู้อ่ืน ๆ เพมิ่ เตมิ
3.ขัน้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์สถานการณ์เกีย่ วกับการทำจติ ใจใหบ้ ริสุทธ์ิ ผอ่ งใส ดังน้ี
วิชาชอบไปทำบญุ ตกั บาตรทีว่ ัดในตอนเชา้ กับคณุ แม่ ในทกุ วนั วชิ ากจ็ ะชอบน่งั สมาธิก่อนนอน
5-10 นาที เพราะจะทำให้จติ ใจสงบ และนอนหลับฝันดแี ละในวนั หยดุ วิชากจ็ ะขออนุญาตคุณแมไ่ ปช่วยหลวง
ตากวาดลานวดั หรืออา่ นหนังสือทบ่ี ้าน ผลจากการปฏบิ ัตขิ องวชิ าทำให้วชิ าสอบได้คะแนนดี
และเปน็ ทร่ี ักใครข่ องทกุ คน
จากน้นั นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยตอบคำถาม ดังน้ี
• การปฏิบตั ิตนของวิชาสง่ ผลอยา่ งไร
(ทำให้วิชาสอบไดค้ ะแนนดี และเป็นทีร่ ักใคร่ของทุกคน)
• การกระทำใดของวชิ าที่แสดงถึงการทำจติ ใจให้บริสทุ ธ์ิ
(การท่วี ิชาชอบนั่งสมาธ)ิ
• ผลที่เกิดขึ้นจากการนง่ั สมาธมิ ีประโยชน์ตอ่ วิชาอย่างไร
(ทำให้จิตใจสงบและนอนหลับฝันดี)
4. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม 3 กล่มุ ร่วมกันศกึ ษาเก่ยี วกบั การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ผ่องใส ดงั นี้
• กลุ่มท่ี 1 การฝึกตนเองไมใ่ หโ้ กรธง่าย โมโหงา่ ย
• กลุ่มท่ี 2 การฝกึ ตนเองใหร้ ู้จักอภยั ตอ่ ผู้อนื่
• กลมุ่ ที่ 3 การฝึกบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญา
จากนนั้ แต่ละกลุม่ รว่ มกันเสนอแนวทางการปฏิบตั ิและผลดีทเ่ี กิดขึ้นตอ่ ตนเองและผอู้ ื่น
• กลมุ่ ที่ 1 การฝกึ ตนเองไม่ให้โกรธง่าย โมโหง่าย
• กลุ่มที่ 2 การฝึกตนเองให้รจู้ กั อภยั ตอ่ ผอู้ นื่
• กลมุ่ ท่ี 3 การฝกึ บรหิ ารจิตและเจริญปญั ญา
5. นักเรียนคิดประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ ค่า แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
• ถา้ จิตใจของนักเรียนขนุ่ มวั นกั เรียนจะทำจติ ใจให้สะอาดบรสิ ุทธไิ์ ดอ้ ย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ น่ังสมาธิและแผเ่ มตตา)
3.ข้ันปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
6. นักเรียนเสนอแนวทางการปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมในโอวาท 3 แลว้ วิเคราะหผ์ ลทเ่ี กดิ ขน้ึ
ลงในช้ินงานท่ี 7 เร่อื ง โอวาท 3
7. นกั เรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรยี บรอ้ ยของช้ินงาน หากพบข้อผดิ พลาดควรปรับปรงุ
แก้ไขใหถ้ กู ต้อง
8. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ สิ่งท่เี ขา้ ใจเปน็ ความร้รู ่วมกัน ดังนี้
โอวาท 3 : การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เป็นหลกั ธรรมใหบ้ คุ คลเข้าถึงหลกั ของความดีทัง้ กาย วาจา
และใจ ทำให้เปน็ ผูส้ ะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ปราศจากมลทินทางจติ ใจ
4.ขน้ั สื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
9. นักเรียนนำเสนอชิ้นงาน เร่ือง โอวาท 3 หน้าชนั้ เรียน
10. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกีย่ วกบั วธิ กี ารทำงานให้เหน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทำงาน
ทมี่ ีแบบแผน
5.ข้นั ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
11. นกั เรียนนำแนวทางการปฏบิ ัตติ นตามหลกั โอวาท 3 ไปปรบั ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิต
เพ่อื ให้เกดิ ความสขุ แก่ตนเองและผูอ้ ืน่
12. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• สงิ่ ท่ีนักเรยี นได้เรียนร้ใู นวันน้คี ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลุม่ มีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นห้ี รอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนำความรทู้ ีไ่ ด้นไ้ี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมทัว่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบขนั้ ตอนการทำงานทุกขนั้ ตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมใหม้ ากขึ้นกวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครง้ั ต่อไป
ส่ือการเรยี นร้/ู แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2
2. สถานการณ์เก่ียวกับการทำจิตใจให้บรสิ ุทธิ์ ผ่องใส
3. แหล่งการเรียนร้ทู ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง โอวาท 3 : การทำจติ ใจให้บรสิ ทุ ธิ์ ผอ่ งใส (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ ชิ้นงาน เรือ่ ง โอวาท 3 (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกลมุ่
มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ กี ารกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชิก
และมกี ารช้ีแจง มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้แี จง
เป้าหมาย อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนตา่ งทำงาน
มกี ารปฏิบตั ิงาน แต่ไม่มีการประเมิน ปฏบิ ัติงานรว่ มกนั
ร่วมกัน เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ
พรอ้ มกบั การประเมนิ
เปน็ ระยะ ๆ
แบบประเมินชิ้นงาน เรือ่ ง โอวาท 3
รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ 4 3 2 1
การเขียนอธบิ าย เขียนอธิบายหรือสรปุ เขยี นอธิบายหรอื สรุป เขียนอธบิ ายหรือสรุป เขียนอธบิ ายหรอื สรปุ
หรอื สรุปการปฏิบัติ การปฏิบัตติ นตาม การปฏิบัตติ นตาม การปฏิบัติตนตาม การปฏบิ ัติตนตาม
ตนตามหลกั ธรรม หลกั ธรรมโอวาท 3 หลักธรรมโอวาท 3ได้ หลกั ธรรมโอวาท 3 หลักธรรมโอวาท 3ได้
โอวาท 3 ไดส้ ัมพนั ธก์ ัน มกี ารจำแนกข้อมลู ได้สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มูล แตย่ งั ไม่สอดคล้อง
มีการเชอ่ื มโยง แสดงให้เห็นถึง มีการเขยี นขยายความ กบั ขอ้ มูล
ใหเ้ ห็นเป็นภาพรวม ความสัมพนั ธ์กบั และยกตวั อยา่ ง เขยี นตามข้อมูลทอี่ ่าน
แสดงถงึ ความสัมพนั ธ์ ตนเองอย่างเป็นเหตุ ใหเ้ ข้าใจง่าย ไมม่ กี ารอธิบาย
กับตนเองและผูอ้ ื่น เป็นผล เพ่มิ เตมิ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื .................................ผสู้ อน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 8
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา ฯ รหัสวชิ า ส 12101
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื งท่ี 9 การกระทำความดีของตนเองและบุคคลในครอบครวั และโรงเรยี น
ครผู ู้สอน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนา
ทต่ี นเองนบั ถอื และศาสนาอน่ื มีศรทั ธาที่ถกู ต้อง ยึดมัน่ และปฏบิ ัติตามหลักธรรม
เพ่ืออย่รู ่วมกนั อย่างสนั ติสขุ
ตัวชี้วัด
ส 1.1 ป.2/5 ช่ืนชมการทำความดขี องตนเอง บคุ คลในครอบครัวและโรงเรยี นตามหลักศาสนา
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการทำความดขี องตนเอง บคุ คลในครอบครัวและโรงเรียน (K)
2. ปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนา (P)
3. ชืน่ ชมและเหน็ คณุ ค่าในการทำความดีของตนเอง บคุ คลในครอบครัวและโรงเรยี น (A)
สาระสำคญั
การปฏิบตั ิตนตามหลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนาโดยการทำความดี จะสง่ ผลให้ทกุ คน
อย่รู ว่ มกนั ในสงั คมอยา่ งมีความสขุ
สาระการเรยี นรู้
การกระทำความดขี องตนเองและบคุ คลในครอบครวั และโรงเรียน
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝเ่ รียนรู้
คำถามสำคัญ
ถา้ สมาชิกทกุ คนในสงั คมรู้จกั บทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง สงั คมจะเป็นอยา่ งไร
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)
1. นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั ความดีของตนเอง โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
• วนั น้ีนกั เรียนทำความดีอะไรบ้าง ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง
(ตวั อย่างคำตอบ ทำการบ้านเสรจ็ ตามทค่ี รูสั่ง พูดจาทักทายเพอื่ นดว้ ยความสุภาพ มาโรงเรยี นเชา้
ก่อนเขา้ แถวหนา้ เสาธง)
• การทำความดีดังกล่าวมีผลตอ่ นกั เรยี นอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ เป็นคนมีระเบยี บวินยั มีความสุภาพเรยี บร้อย เป็นท่ีรักของผู้ปกครอง
และเพอื่ น ๆ)
• นักเรียนจะปฏิบตั คิ วามดแี บบนีท้ กุ วันหรอื ไม่ อย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ทำทุกวัน เพราะจะทำให้ตนเองเป็นท่รี ักของทุกคนและมีความสขุ )
2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ียวกบั การกระทำความดีของตนเองและบคุ คลในครอบครัว
และโรงเรียน จากหนังสือเรยี นและแหลง่ การเรียนรอู้ ่ืน ๆ เพิม่ เตมิ
2.ข้นั คิดวเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรยี นรว่ มกนั ยกตัวอย่างการกระทำความดขี องตนเอง การกระทำความดขี องบคุ คล
ในครอบครวั และการกระทำความดีของบุคคลในโรงเรียน แลว้ วิเคราะหผ์ ลดีที่เกิดขน้ึ ต่อตนเองและผอู้ ืน่
เป็นแผนภาพความคิด
• การกระทำความดีของตนเอง
• การกระทำความดีของบุคคลในโรงเรยี น
4. นกั เรยี นเลน่ เกม “ลกู บอลความดี” โดยครจู ะเปิดเพลงจงั หวะสนกุ สนาน แล้วใหน้ ักเรียน
คนแรกสง่ ตอ่ ลูกบอลไปเร่อื ย ๆ เมอ่ื ครหู ยุดเพลง นักเรยี นท่ีมีลกู บอลในมือใหย้ ืนขึ้น แลว้ บอกความดี
ที่เคยทำ และผลท่เี กิดขน้ึ ต่อตนเองและผู้อื่น จนครบทกุ คน
5. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปประโยชนท์ ี่เกิดข้ึนจากการทำความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครัว
และบคุ คลในโรงเรยี น เปน็ แผนภาพความคิด
6. นักเรียนคิดประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คณุ ค่า แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• ถา้ สมาชิกทกุ คนในสงั คมรจู้ กั บทบาทหน้าที่ของตนเอง สงั คมจะเปน็ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ สงั คมสงบสุข ปราศจากปัญหา และเกิดความรัก ความสามัคคีกัน)