3.ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
7. นักเรียนยกตวั อย่างการทำความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครวั หรอื บุคคลในโรงเรยี น
แล้วตอบคำถามลงในชนิ้ งานที่ 8 เร่ือง การทำความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครัวและโรงเรยี น
8. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องและความเรยี บรอ้ ยของชน้ิ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรบั ปรุง
แก้ไขใหถ้ ูกต้อง
9. นักเรียนร่วมกนั สรุปสิง่ ทีเ่ ขา้ ใจเป็นความรรู้ ่วมกัน ดงั น้ี
การปฏบิ ตั ิตามหลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนาโดยการทำความดี จะสง่ ผลให้ทกุ คน
อยรู่ ่วมกนั ในสังคมอยา่ งมีความสุข
4.ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
10. นักเรียนนำเสนอชิ้นงาน เรอ่ื ง การกระทำความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครัวและโรงเรียนหน้า
ชั้นเรยี น
11. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรปุ เก่ียวกับวิธกี ารทำงานให้เห็นการคดิ เชงิ ระบบและวธิ กี ารทำงาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ขั้นประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
12. นักเรียนชว่ ยกันบอกหรอื เสนอแนวทางการนำตวั อย่างการทำความดีทน่ี า่ ชืน่ ชมนน้ั ไปปฏิบตั ิ
ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน
13. นักเรยี นประเมนิ ตนเองหลงั การเรียน ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• สิ่งท่ีนกั เรยี นไดเ้ รยี นรใู้ นวนั นค้ี อื อะไร
• นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นรู้มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรยี นพงึ พอใจกบั การเรยี นรู้ในวนั นห้ี รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนำความรทู้ ่ไี ดน้ ไี้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครัว และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากน้นั แลกเปลยี่ นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกขนั้ ตอนว่าจะเพิม่ คณุ ค่าไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากข้นึ กว่าเดิมในขนั้ ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครัง้ ตอ่ ไป
สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
2. เกม “ลกู บอลความด”ี
3. แหล่งการเรยี นร้ทู งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้
1. ประเมินความรู้ เรื่อง การกระทำความดขี องตนเองและบุคคลในครอบครวั และโรงเรยี น (K)
ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินชิน้ งาน เร่อื ง การกระทำความดขี องตนเอง บคุ คลในครอบครวั และโรงเรียน (P)
ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝ่เรยี นรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ ช้ินงาน เรื่อง การกระทำความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครวั และโรงเรยี น
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน 4 3 2 1
การเขียนอธิบาย เขยี นอธิบายหรือสรปุ เขยี นอธบิ ายหรอื สรุป เขียนอธิบายหรอื สรุป เขยี นอธิบายหรือสรปุ
หรอื สรุปการทำ การทำความดีของ การทำความดีของ การทำความดีของ การทำความดีของ
ความดี ตนเองบุคคลใน ตนเองบคุ คลใน ตนเองบุคคลใน ตนเองบคุ คลใน
ของตนเอง ครอบครัวหรือบคุ คล ครอบครวั ครอบครัว ครอบครัว
บคุ คลในครอบครัว ในโรงเรียน หรอื บุคคลในโรงเรียน หรอื บุคคลในโรงเรียน หรือบคุ คลในโรงเรยี น
หรอื บคุ คลใน ท่เี คยปฏิบัติ ทเี่ คยปฏิบตั ิได้ ทเ่ี คยปฏิบัติ ทเี่ คยปฏิบตั ไิ ด้
โรงเรยี น ได้สัมพันธก์ นั มกี ารจำแนกข้อมูล ได้สอดคล้องกับข้อมูล แตย่ ังไม่สอดคลอ้ ง
ทเ่ี คยปฏิบตั ิ มกี ารเชื่อมโยง แสดงใหเ้ ห็นถึง มกี ารเขยี นอธิบาย กับขอ้ มลู
ใหเ้ หน็ เป็นภาพรวม ความสัมพนั ธก์ ับ ให้เข้าใจง่าย เขียนตามข้อมูลทอี่ า่ น
แสดงถงึ ความสมั พันธ์ ตนเอง ไม่มีการอธบิ าย
กับตนเองและผู้อืน่ อย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล เพมิ่ เติม
แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ฯ รหสั วชิ า ส 12101
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ืองท่ี 1 การฝกึ ปฏิบตั ิมรรยาทชาวพทุ ธ : 1 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
ครูผูส้ อน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนท่ีดี และธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนา
หรือศาสนาท่ีตนนับถอื
ตัวช้วี ัด
ส 1.2 ป.2/1 ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของศาสนาทีต่ นนับถอื ตามทก่ี ำหนดได้ถกู ตอ้ ง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการปฏิบัตติ นท่ีถูกต้องตามมรรยาทชาวพทุ ธ : การพนมมือ การไหว้ การกราบ (K)
2. แสดงวธิ กี ารปฏบิ ัตติ ามมรรยาทชาวพทุ ธได้ถกู ต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคัญของการปฏบิ ัตทิ ี่ถูกต้องตามมรรยาทชาวพุทธ (A)
สาระสำคญั
การปฏบิ ตั ิตนท่เี หมาะสมตอ่ พระภกิ ษเุ ป็นมรรยาทของชาวพุทธทีพ่ งึ ปฏิบัตใิ ห้ถกู ต้อง
สาระการเรยี นรู้
การฝกึ ปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพุทธ : การพนมมอื การไหว้ การกราบ
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ใฝเ่ รยี นรู้
คำถามสำคัญ
มรรยาทชาวพุทธ คอื มรรยาทของคนไทย นกั เรียนเข้าใจวา่ อยา่ งไร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขน้ั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นักเรียนแสดงท่าพนมมือ จากน้ันรว่ มกนั สนทนา แลว้ ตอบคำถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนคิดวา่ ตนเองพนมมือถกู ตอ้ งหรือไม่ (ถกู ตอ้ ง/ไม่ถูกตอ้ ง)
• การพนมมือทีถ่ กู ตอ้ งควรปฏบิ ัตอิ ย่างไร (ปฏิบัตโิ ดยยกมอื ทง้ั 2 ขา้ งประกบกันแนบไวร้ ะหวา่ ง
อก ใหน้ ิ้วมือเรียงชดิ กัน แขนทัง้ 2 ขา้ งแนบลำตวั ไม่กางศอก)
• การพนมมอื ควรใชใ้ นโอกาสใดบ้าง (การสวดมนต์ ฟงั พระธรรมเทศนา การสนทนากับ
พระภกิ ษุ)
• นกั เรียนคิดว่าการพนมมอื เปน็ การแสดงออกถงึ สง่ิ ใด (การแสดงความเคารพ)
• นอกจากพนมมอื การแสดงความเคารพสามารถทำไดโ้ ดยวธิ ีใดอีกบ้าง (การไหว้และการกราบ)
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั การพนมมอื การไหว้ การกราบ จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรยี นรู้อืน่ ๆ เพม่ิ เติม
2.ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั การพนมมือ การไหว้ และการกราบ โดยใช้คำถาม
• การพนมมอื การไหว้ การกราบ มีวิธีการปฏบิ ตั ทิ ถี่ กู ต้องอยา่ งไร โดยบนั ทึกคำตอบ
ของนักเรียนเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอยา่ ง
• การพนมมือ
ปฏิบตั ิโดยยกมอื ท้งั 2 ขา้ งข้นึ ประกบกนั แนบไว้
ระหว่างอก ใหน้ ิ้วมอื เรียงชิดกนั แขนท้งั 2 ขา้ ง
แนบลาตวั ไมก่ างศอก
• การไหว้
ปฏิบตั โิ ดยยกมือท่ีพนมอยรู่ ะหว่างอกข้ึน
พร้อมกบั กม้ ศีรษะลงใหป้ ลายนิ้วหวั แมม่ ือจรด
ระหว่างคิ้ว ปลายนิ้วช้ีแนบส่วนบนของหนา้ ผาก
• การกราบ ผูช้ ายนง่ั ท่าเทพบตุ ร นงั่ คุกเขา่ ตวั ตรง ใหป้ ลายเทา้ ต้งั ปลายเทา้
และส้นเทา้ ชิดกนั นงั่ บนสน้ เทา้ มือท้งั สองวางคว่า
ท่าเตรียม เหนือเข่าท้งั สองขา้ ง ใหน้ ิ้วชิดกนั
การกราบ
ผหู้ ญงิ นงั่ ทา่ นง่ั คุกเขา่ ตวั ตรง ปลายเทา้ ราบ ปลายเทา้ ชิดกนั
เทพธิดา นงั่ บนสน้ เทา้ มอื ท้งั สองวางควา่ เหนือเข่า
ท้งั สองขา้ ง ใหน้ ้ิวชิดกนั
ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ
จงั หวะที่ 1 พนมมอื เรียกวา่ อญั ชลี
จงั หวะที่ 2 ไหวโ้ ดยให้ปลายนิ้ว
หัวแม่มือจรดระหว่างคว้ิ เรียกว่า
วนั ทา
จงั หวะที่ 3 กม้ ลงกราบกบั พ้ืนใหห้ นา้ ผาก
มือ และเขา่ จรดพ้ืน ผชู้ ายให้วางศอกต่อเข่า
ผหู้ ญิงให้วางศอกคร่อมเข่า เรียกว่า อภิวาท
4. นกั เรยี นรว่ มกันบอกประโยชน์ของการฝึกปฏบิ ตั ิตนทีถ่ ูกต้องตามมรรยาทชาวพุทธ : การพนมมือ
การไหว้ การกราบ เป็นแผนภาพความคิด
5. นกั เรียนคิดประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถามดังน้ี
• มรรยาทชาวพทุ ธ คอื มรรยาทของคนไทย นกั เรยี นเขา้ ใจว่าอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เปน็ มรรยาทท่มี ีการแสดงออกที่มีแบบแผนในการประพฤติปฏบิ ัติ
ซึ่งเป็นแนวปฏบิ ัตทิ ่ีทำให้สมาชิกในสังคมสามารถอยรู่ ว่ มกันได้อย่างมคี วามสขุ )
3.ขัน้ ปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
6. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ 3 กลุม่ จับสลากเกี่ยวกบั การฝึกปฏบิ ตั ิมรรยาทชาวพุทธ ตามหวั ข้อดงั น้ี
• การแผเ่ มตตา
• การสวดมนต์ไหวพ้ ระ
• การไหวพ้ ระ การไหว้ผู้มีพระคณุ การไหวบ้ คุ คลท่ัวไป
โดยแต่ละกลุม่ นำเสนอการปฏบิ ัตติ ามหวั ข้อท่ตี นไดร้ ับหนา้ ชัน้ เรียน โดยมีสมาชกิ กลุม่ อน่ื ๆ
รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
7. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ส่งิ ท่เี ขา้ ใจเปน็ ความรู้รว่ มกัน ดงั น้ี
การปฏบิ ัตติ นทเ่ี หมาะสมต่อพระภิกษเุ ปน็ มรรยาทของชาวพุทธที่พึงปฏิบัติให้ถูกตอ้ ง
4.ข้นั สอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
8. นักเรียนออกมานำเสนอการปฏบิ ตั ติ นท่ีเหมาะสมในแบบชาวพทุ ธหนา้ ชน้ั เรียน
9. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เกีย่ วกบั วธิ กี ารทำงานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ทีม่ แี บบแผน
5.ขน้ั ประเมินเพอื่ เพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
10. นักเรียนนำความรู้ท่ไี ด้จากการปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสมในแบบชาวพุทธไปใช้ในการดำเนนิ ชวี ิตและ
ปฏิบัติเป็นแบบอย่างทด่ี ีใหก้ ับผู้อ่นื
11. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิง่ ทีน่ ักเรยี นได้เรียนรูใ้ นวนั นีค้ ืออะไร
• นักเรียนมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่อื นนักเรียนในกลุ่มมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรยี นในวันนี้หรือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนำความรทู้ ี่ไดน้ ไี้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสงั คมทัว่ ไป
ได้อย่างไร
จากน้นั แลกเปลย่ี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในขนั้ ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้งั ต่อไป
ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2
2. แหล่งการเรยี นรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรยี นรู้
1. ประเมินความรู้ เร่อื ง การฝกึ ปฏิบัตมิ รรยาทชาวพทุ ธ : การพนมมือ การไหว้ การกราบ (K)
ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่ (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุม่
มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ กี ารกำหนด
สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชิก
และมกี ารชีแ้ จง มกี ารชแี้ จงเปา้ หมาย ไมม่ ีการช้แี จง และไม่มีการชีแ้ จง
เป้าหมาย อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ัติงานรว่ มกัน อยา่ งชดั เจน ตา่ งคนตา่ งทำงาน
มกี ารปฏบิ ัตงิ าน แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั
ร่วมกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน
อยา่ งร่วมมอื รว่ มใจ
พร้อมกบั การประเมนิ
เป็นระยะ ๆ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .................................ผูส้ อน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 10
สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศึกษา ฯ รหัสวชิ า ส 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรือ่ งที่ 2 การฝึกปฏิบตั มิ รรยาทชาวพทุ ธ : 2 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
ครผู ู้สอน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ัตติ นเปน็ ศาสนิกชนทด่ี ี และธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนา
หรอื ศาสนาท่ีตนนับถอื
ตัวชี้วัด
ส 1.2 ม.2/1 ปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนาท่ีตนนบั ถือตามท่กี ำหนดได้ถกู ตอ้ ง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการปฏบิ ัตติ นทถี่ ูกต้องตามมรรยาทชาวพุทธ : การนั่ง การยนื การเดนิ (K)
2. แสดงวธิ กี ารปฏบิ ตั ิตนตามมรรยาทชาวพทุ ธไดถ้ กู ต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคัญของการปฏิบตั ิตนตามมรรยาทชาวพทุ ธ (A)
สาระสำคญั
การปฏบิ ัตติ นทเี่ หมาะสมต่อพระภกิ ษเุ ป็นมรรยาทของชาวพุทธทพ่ี ึงปฏิบัตใิ หถ้ กู ต้อง
สาระการเรยี นรู้
การฝึกปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพทุ ธ : การน่ัง การยนื การเดนิ
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ใฝเ่ รียนรู้
คำถามสำคัญ
นกั เรยี นจะนำหลักมรรยาทของชาวพุทธไปปฏบิ ัตใิ ห้เกิดประโยชนอ์ ย่างไร
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ข้ันสงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกับการปฏบิ ัติตนต่อหนา้ พระภิกษุ โดยตอบคำถาม ดังน้ี
• นกั เรยี นเคยไปทำบญุ ตักบาตรทว่ี ดั หรือไม่
(ตัวอยา่ งคำตอบ เคย)
• นกั เรยี นปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อนั่งต่อหนา้ พระภิกษุ
(ตัวอย่างคำตอบ น่ังพับเพียบ มอื วางบนตัก โดยวางมือขวาบนมอื ซา้ ย น่งั หลังตรง
และไม่หลอกลอ้ กนั )
• การปฏบิ ัติตนดงั กล่าวสง่ ผลดตี ่อนักเรียนอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ แสดงถึงการเปน็ ผมู้ ีกริยามรรยาทเรยี บรอ้ ย มีความสำรวม ท้ังกาย วาจา และใจ)
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั การฝกึ ปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพทุ ธ : การนงั่ การยืน
การเดนิ จากหนังสือเรียนและแหลง่ การเรยี นรู้อื่น ๆ เพ่มิ เติม
2.ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. ตัวแทนนักเรยี น 3 คน ออกมาสาธิตการน่งั การยืน การเดิน เม่ืออยตู่ อ่ หน้าพระภกิ ษุ
และให้นักเรยี นทง้ั หมดปฏบิ ตั ิตาม
4. นกั เรียนสรปุ ความรรู้ ่วมกันเกี่ยวกับการนั่ง การยืน การเดนิ เมอื่ อย่ตู อ่ หน้าพระภิกษุ ดงั น้ี
• การนั่งต่อหน้าพระภิกษุ
การนงั่ กบั พ้ืน ควรนง่ั พบั เพียบเก็บปลายเทา้
วางมือบนตกั โดยวางมอื ขวาบนมอื ซา้ ย
นงั่ หลงั ตรง
• การนงั่ บนเกา้ อ้ี
การนง่ั บนเกา้ อ้ี ควรนงั่ หลงั ตรงไมพ่ ิงพนกั เกา้ อ้ี
ขาชิดกนั มอื วางประสานไวบ้ นตกั
• การยืนตอ่ หน้าพระภิกษุ
การยนื ตอ่ หนา้ พระภกิ ษุ ควรยนื ตรงขาชิดกนั
มือประสานกนั ไวด้ า้ นหนา้ (มือขวากุมมือซา้ ย)
ขณะยนื สารวมกิริยามรรยาทให้เรียบร้อย
• การเดนิ
การเดินตามหลงั พระภกิ ษุ ควรเดินเยอื้ งไป
ทางซา้ ยของพระภกิ ษุ เวน้ ระยะห่างพอประมาณ
การเดินสวนทางกบั พระภกิ ษุ ให้ชิดเขา้ ขา้ งทาง
เม่อื พระภกิ ษเุ ดินผา่ นมา ควรนอ้ มตวั ลงไหว้
และรอจนท่านเดินผา่ นไป
5. นักเรยี นรว่ มกันวเิ คราะหค์ วามสำคัญของการฝกึ ปฏิบัติมรรยาทชาวพทุ ธ : การนงั่ การยืน
การเดิน เปน็ แผนภาพ
6. นกั เรียนสรุปประโยชนท์ ี่ได้รับจากการปฏิบตั ติ นตามมรรยาทชาวพุทธ : การนั่ง การยืน การเดิน
ต่อหนา้ พระภิกษุ เป็นแผนภาพความคดิ
7. นักเรยี นคดิ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คุณคา่ แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถามดังนี้
• นกั เรียนจะนำหลักมรรยาทของชาวพทุ ธไปปฏบิ ัติให้เกิดประโยชนอ์ ย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ นำหลักมรรยาทของชาวพุทธไปปฏิบัติทุกคร้งั ในเวลาหรือสถานท่ีท่ีเหมาะสม
เพอื่ เป็นแบบอยา่ งที่ดีให้กบั ผอู้ ืน่ ได้ปฏบิ ัติตาม)
3.ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรยี นฝึกปฏิบัตมิ รรยาทชาวพุทธตามที่ครูแนะนำ จากนั้นประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ลิ งใน
ช้นิ งานที่ 9 เรื่อง การฝึกปฏบิ ตั ิมรรยาทชาวพทุ ธ
9. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ สิ่งท่ีเข้าใจเป็นความร้รู ว่ มกนั ดงั นี้
การปฏิบัตติ นทีเ่ หมาะสมต่อพระภิกษเุ ปน็ มรรยาทของชาวพุทธทพ่ี งึ ปฏิบัตใิ หถ้ กู ตอ้ ง
4.ขัน้ สื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
10. นกั เรยี นออกมานำเสนอช้นิ งาน การฝึกปฏบิ ัตมิ รรยาทชาวพุทธหนา้ ชั้นเรียน
11. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เก่ียวกับวธิ กี ารทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทำงาน
ท่ีมแี บบแผน
5.ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพ่มิ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
12. นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการฝึกปฏิบัติมรรยาทชาวพทุ ธไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน
ในชวี ิตประจำวันและสอนใหผ้ ู้อน่ื ปฏิบัติตาม
13. นกั เรยี นประเมนิ ตนเองหลังการเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• สงิ่ ทน่ี กั เรียนได้เรียนรใู้ นวันนีค้ อื อะไร
• นกั เรียนมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกับการเรยี นรู้ในวนั น้หี รือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนำความรทู้ ่ไี ดน้ ไี้ ปใช้ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมท่วั ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากน้ันแลกเปลยี่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทุกขนั้ ตอนวา่ จะเพ่มิ คณุ คา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากขนึ้ กว่าเดิมในขนั้ ตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในคร้ังตอ่ ไป
ส่ือการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2
2. แหลง่ การเรยี นร้ทู ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง การฝึกปฏิบตั มิ รรยาทชาวพทุ ธ : การน่งั การยืน การเดนิ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินช้นิ งาน เรอื่ ง การฝกึ ปฏิบตั มิ รรยาทชาวพุทธ (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมนิ ช้นิ งาน เรือ่ ง การฝกึ ปฏบิ ตั มิ รรยาทชาวพุทธ
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ 4321
การฝึกปฏบิ ัติ ฝึกปฏบิ ัตมิ รรยาท ฝกึ ปฏบิ ัตมิ รรยาท ฝกึ ปฏิบตั มิ รรยาทของ ฝึกปฏิบตั ิมรรยาทของ
มรรยาทของชาว ของชาวพทุ ธรว่ มกับ ของชาวพุทธได้ด้วย ชาวพทุ ธตามแบบได้ ชาวพทุ ธได้ตาม
พทุ ธ ผ้อู ื่น ตนเอง มีความ ถกู ต้อง แตม่ ผี ดิ บา้ ง แบบอยา่ งทคี่ รแู นะนำ
ในการพฒั นาให้เกดิ พยายาม โดยมคี รู โดยมีครแู ละผู้อ่นื เทา่ น้ัน
ประโยชนต์ ่อสว่ นรวม และผอู้ ืน่ แนะนำบา้ ง คอยใหก้ ารแนะนำ
และสามารถแก้ไข
ปญั หาในระหว่าง
การปฏบิ ัติได้
แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 11
สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ฯ รหสั วชิ า ส 12101
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 เรือ่ งที่ 1 การฝกึ สวดมนต์ไหวพ้ ระและแผ่เมตตา เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
ครูผ้สู อน นางสาวลภสั รดา ม่งุ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 ร้แู ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ทีต่ นนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยดึ ม่ัน และปฏิบัติตามหลักธรรม
เพือ่ อยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ขุ
ตวั ชี้วัด
ส 1.1 ป.2/6 เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มสี ติทเี่ ปน็ พ้ืนฐานของสมาธใิ นพระพทุ ธศาสนา
หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ตี นนับถือตามทก่ี ำหนด
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและความสำคญั ของการสวดมนต์ (K)
2. สวดมนต์แผเ่ มตตาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (P)
3. เหน็ ประโยชน์ของการสวดมนต์และแผเ่ มตตา (A)
สาระสำคัญ
การสวดมนตไ์ หว้พระและแผ่เมตตาจะทำให้ผู้ปฏิบตั เิ กดิ สมาธิ และดำรงชีวติ อยา่ งมีความสุข
ส่งผลให้เกิดความสงบสขุ ในสังคม
สาระการเรียนรู้
การฝกึ สวดมนต์ไหวพ้ ระและแผเ่ มตตา
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝเ่ รยี นรู้
คำถามสำคญั
นกั เรยี นจะสวดมนตไ์ หวพ้ ระ และแผ่เมตตาใหเ้ ป็นกจิ วตั รประจำวันไดอ้ ย่างไร
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ข้ันสงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับการสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผเ่ มตตา โดยการตอบคำถาม ดังนี้
• นักเรียนสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผ่เมตตาเวลาใดบา้ ง
(ตวั อยา่ งคำตอบ เขา้ แถวหนา้ เสาธงในตอนเช้า ก่อนนอน)
• นกั เรียนสวดมนต์ไหว้พระและแผ่เมตตาถูกต้องหรือไม่
(ถกู ตอ้ ง/ไมถ่ ูกต้อง)
• ถา้ นกั เรียนสวดมนต์ไหวพ้ ระไม่ถกู ตอ้ ง นกั เรยี นมแี นวทางปฏิบตั ิอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ฝึกสวดมนต์และแผ่เมตตาบ่อย ๆ)
• หลังจากสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผ่เมตตาแล้วนกั เรียนรู้สกึ อย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ รู้สกึ สงบ มีสมาธิ ไม่ฟงุ้ ซา่ น)
2. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความหมายและความสำคญั ของการสวดมนต์ไหว้พระ
และการแผ่เมตตา ดังนี้
การสวดมนต์ไหวพ้ ระ เปน็ วธิ ีการระลกึ ถงึ คณุ ของพระรตั นตรัย การสวดมนตไ์ หวพ้ ระ
เป็นการฝึกบริหารจิตและเจรญิ ปัญญาของชาวพทุ ธอย่างหนงึ่ ท่ีสามารถทำให้จติ ใจบริสุทธิไ์ ด้
การแผ่เมตตา เป็นการตั้งจติ ปรารถนาดี ขอใหผ้ ู้อ่ืนมีความสขุ
3. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั การฝึกสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผเ่ มตตา
จากหนังสือเรยี นและแหลง่ การเรยี นร้อู นื่ ๆ เพ่มิ เติม
2.ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
4. นักเรียนแบง่ กล่มุ 3 กลมุ่ ฝกึ การสวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา ดงั น้ี
• กลุ่มท่ี 1 กลา่ วคำบูชาพระรตั นตรัย
• กลุม่ ท่ี 2 กล่าวคำนมัสการพระรัตนตรยั
• กลุ่มท่ี 3 กลา่ วคำแผ่เมตตา
5. นกั เรยี นรว่ มกันวเิ คราะห์เกย่ี วกับการสวดมนตไ์ หว้พระ และแผเ่ มตตาที่สง่ ผลดตี อ่ ตนเอง
และผู้อ่นื เปน็ แผนภาพความคดิ
6. นกั เรียนคิดประเมินเพอื่ เพิม่ คณุ ค่า แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• นักเรยี นจะสวดมนต์ไหว้พระและแผเ่ มตตาให้เปน็ กิจวัตรประจำวันไดอ้ ยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ฝึกสวดมนตไ์ หว้พระและแผ่เมตตาบอ่ ย ๆ จะทำให้เกดิ ความเคยชนิ
เพอ่ื นำไปสู่การปฏบิ ัตเิ ป็นประจำทุกวัน)
3.ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
7. นักเรียนฝึกปฏบิ ัติกลา่ วคำนมสั การพระรัตนตรัยและคำแผ่เมตตาให้ถกู ตอ้ ง บนั ทกึ ผลการปฏิบตั ิ
และตอบคำถามลงในชนิ้ งานท่ี 10 เรื่อง การฝกึ สวดมนตไ์ หวพ้ ระและแผเ่ มตตา
8. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ สิง่ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความร้รู ว่ มกนั ดงั นี้
การสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผเ่ มตตาจะทำใหผ้ ู้ปฏิบัติเกิดสมาธิ และดำรงชีวิตอย่างมีความสุข สง่ ผล
ให้เกิดความสงบสขุ ในสังคม
4.ขัน้ สื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
9. นกั เรียนนำเสนอชน้ิ งานการฝึกสวดมนต์ไหว้พระและแผเ่ มตตาหน้าช้นั เรียน
10. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เก่ยี วกบั วิธกี ารทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ท่มี แี บบแผน
5.ขั้นประเมินเพอื่ เพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
11. นกั เรียนนำความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการฝกึ สวดมนตไ์ หวพ้ ระและแผเ่ มตตาไปปฏิบัติในชวี ิตประจำวนั เพื่อให้
เกิดความสุขแกต่ นเองและผู้อื่น
12. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลังการเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สง่ิ ท่นี กั เรยี นได้เรียนรูใ้ นวันนี้คอื อะไร
• นกั เรยี นมสี ่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรียนในกลุ่มมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกับการเรียนในวนั นี้หรือไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนำความรทู้ ีไ่ ดน้ ไ้ี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมทวั่ ไป
ได้อย่างไร
จากนน้ั แลกเปล่ยี นตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพิ่มคณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากขึน้ กวา่ เดมิ ในขนั้ ตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครง้ั ต่อไป
ส่ือการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
2. แหล่งการเรียนรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง การฝึกสวดมนตไ์ หวพ้ ระและแผ่เมตตา (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ ช้ินงาน เรื่อง การฝึกสวดมนตไ์ หว้พระและแผเ่ มตตา (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝเ่ รียนรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
กระบวนการ 4321
ทำงานกล่มุ
มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ กี ารกำหนด
สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชกิ
และมีการชีแ้ จง มีการชีแ้ จงเป้าหมาย ไมม่ กี ารชี้แจง และไมม่ กี ารชแ้ี จง
เปา้ หมาย อย่างชัดเจน เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ
การทำงาน และปฏิบตั ิงานรว่ มกัน อย่างชดั เจน ต่างคนตา่ งทำงาน
มกี ารปฏบิ ัตงิ าน แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกนั
ร่วมกัน เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน
อยา่ งรว่ มมือรว่ มใจ
พรอ้ มกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบประเมินช้นิ งาน เรอื่ ง การฝึกสวดมนต์ไหว้พระและแผเ่ มตตา
รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ 4 3 2 1
การฝึกปฏิบตั กิ ล่าว ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ล่าวคำ ฝึกปฏิบัติกล่าวคำ ฝึกปฏบิ ตั กิ ล่าวคำ ฝกึ ปฏิบตั ิกล่าวคำ
คำนมสั การพระ นมสั การพระ นมัสการพระ นมสั การพระรตั นตรัย นมัสการพระรตั นตรยั
รัตนตรัยและแผ่ รัตนตรยั และแผ่ รัตนตรยั และแผ่ และแผ่เมตตาตาม และแผ่เมตตาได้
เมตตา เมตตาร่วมกบั ผูอ้ ื่นได้ เมตตาได้ แบบ ตามแบบอยา่ งหรอื
ดีและถกู ตอ้ ง ด้วยตนเอง มคี วาม ได้ถกู ต้อง โดยมคี รู ทำตามที่ครูแนะนำ
มคี วามต้ังใจในการ พยายามฝกึ ปฏบิ ัติ และผอู้ ่นื คอยให้การ เท่านัน้
ฝกึ และสามารถแกไ้ ข โดยมีครูและผอู้ น่ื แนะนำ
ปญั หาระหว่าง คอยใหก้ ารแนะนำ
การปฏิบตั ิได้ดี บ้าง
แบบบันทกึ หลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 12
สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา ฯ รหัสวิชา ส 12101
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรอ่ื งท่ี 1 วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา : วันมาฆบูชา วนั วสิ าขบชู า
ครูผสู้ อน นางสาวลภัสรดา มุ่งดี เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
หรอื ศาสนาที่ตนนบั ถอื
ตวั ช้ีวัด
ส 1.2 ป.2/2 ปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรม และวันสำคัญทางศาสนาตามทก่ี ำหนดได้ถกู ตอ้ ง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายวันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา : วนั มาฆบูชาและวันวสิ าขบูชา (K)
2. ปฏิบตั ิตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคญั ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมและการปฏบิ ัติตนในวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา (A)
สาระสำคญั
วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นท่รี ะลกึ ถึงเหตุการณส์ ำคัญทเ่ี กิดขึน้ ในทางพระพทุ ธศาสนา
โดยการปฏิบัติตนทำทาน รักษาศีล และเจรญิ ภาวนา
สาระการเรียนรู้
วนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา : วันมาฆบชู า วนั วิสาขบูชา
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ใฝ่เรยี นรู้
คำถามสำคัญ
ในวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา นักเรยี นจะปฏิบตั ติ นอย่างไร ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อตนเองและผู้อน่ื
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขน้ั สงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นักเรยี นสงั เกตภาพเก่ียวกบั กจิ กรรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยการตอบคำถาม ดงั นี้
• ภาพดังกลา่ วคอื อะไร
(การทำบุญตักบาตร การเวียนเทยี น การฟังเทศน์)
• นกั เรยี นเคยปฏิบัตกิ ิจกรรมตามภาพใดบ้าง
(การทำบุญตกั บาตร การเวียนเทียน การฟงั เทศน์ในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา)
• การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามภาพส่งผลต่อพระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ เป็นการสบื ทอดพระพทุ ธศาสนาใหค้ งอยู่สบื ไป)
2. นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา : วนั มาฆบูชา
วนั วสิ าขบชู า จากหนังสอื เรียนและแหล่งการเรียนรูอ้ ่นื ๆ เพม่ิ เติม
3.ขัน้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา : วนั มาฆบูชา
วันวิสาขบชู า โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• เหตุการณใ์ ดบ้างทเ่ี กิดขนึ้ ในวนั มาฆบูชา และวนั วิสาขบูชา
• นกั เรียนจะปฏบิ ตั ติ นอย่างไรในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
โดยบนั ทกึ คำตอบของนกั เรียนเป็นแผนภาพความคดิ
4. นักเรียนรว่ มกนั สรุปประโยชน์ทีเ่ กิดขนึ้ จากการปฏิบตั ิตนในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา
เป็นแผนภาพความคิด
5. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คุณคา่ แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• ในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนานักเรียนจะปฏิบัติตนอยา่ งไรใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและ
ผูอ้ ืน่
(ตัวอย่างคำตอบ ทำบุญตกั บาตร และกรวดนำ้ อุทิศส่วนบุญสว่ นกศุ ลให้เจา้ กรรมนายเวร
และรักษาศีลทำความด)ี
3.ขัน้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
6. นักเรียนแบ่งกลมุ่ วาดภาพระบายสีเก่ียวกบั การปฏิบัตติ นในวันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา
แลว้ ตอบคำถาม ดงั ตวั อย่าง
(ตวั อยา่ งภาพการทาบุญตกั บาตร)
• การปฏบิ ตั ิตนในภาพ คอื (การทาบญุ ตกั บาตร)
• การปฏิบตั ติ นในภาพส่งผลดีอยา่ งไร (เป็นการสืบทอดพระพทุ ธศาสนา
ให้คงอยตู่ ่อไป)
• นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร เมื่อไดป้ ฏิบตั ิ (รู้สึกดีใจ ไดท้ ากิจกรรมทีเ่ ป็นการรกั ษา
พระพุทธศาสนา)
7. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้อง และความเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาด
ควรปรบั ปรุงแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
8. นักเรยี นร่วมกนั สรุปส่งิ ท่เี ขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ่วมกัน ดังน้ี
วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาเปน็ วันที่ระลึกถงึ เหตุการณส์ ำคญั ทีเ่ กดิ ข้นึ ทางพระพุทธศาสนา โดย
การปฏบิ ัติตนทำทาน รกั ษาศีล และเจริญภาวนา
4.ข้นั ส่อื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
9. นักเรียนนำเสนอผลงานการวาดภาพเกย่ี วกับการปฏิบตั ิตนในวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา หนา้
ชั้นเรยี น
10. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เก่ียวกบั วิธกี ารทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
5.ขัน้ ประเมินเพอื่ เพ่มิ คณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
11. นกั เรียนนำผลงานกลุ่มตนเองไปจดั ปา้ ยนิเทศหน้าชัน้ เรียนเพอื่ เผยแพรค่ วามรตู้ อ่ ไป
12. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลังการเรียน ในประเด็นต่อไปน้ี
• สง่ิ ทีน่ ักเรยี นไดเ้ รยี นร้ใู นวันน้ีคืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลมุ่ มสี ่วนร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวันนหี้ รอื ไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความร้ทู ่ไี ด้นไี้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ได้อย่างไร
จากน้นั แลกเปลยี่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทุกข้ันตอนว่าจะเพมิ่ คุณค่าไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครงั้ ตอ่ ไป
สอื่ การเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
2. ภาพเก่ียวกบั กิจกรรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา
3. แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เรื่อง วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา : วันมาฆบชู า วนั วิสาขบชู า (K)
ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝเ่ รยี นรู้ (A) ด้วยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลุม่
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุ่ม
มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท ไมม่ กี ารกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหน้า บทบาทสมาชกิ
และมีการช้ีแจง มีการชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มีการช้แี จง และไม่มกี ารช้ีแจง
เปา้ หมาย อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกนั อยา่ งชัดเจน ต่างคนตา่ งทำงาน
มกี ารปฏบิ ัติงาน แต่ไม่มกี ารประเมิน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน
รว่ มกัน เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน
อย่างรว่ มมอื รว่ มใจ
พร้อมกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบบนั ทกึ หลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอื่ .................................ผ้สู อน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 13
สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศกึ ษา ฯ รหัสวิชา ส 12101
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 7 เรื่อง พระพุทธศาสนาและศาสนาอิสลาม เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
ครูผสู้ อน นางสาวลภัสรดา มงุ่ ดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนา
ท่ีตนนับถอื และศาสนาอ่นื มีศรทั ธาที่ถูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบัติตามหลกั ธรรม
เพื่ออยู่ร่วมกนั อย่างสนั ตสิ ขุ
ตัวช้วี ัด
ส 1.1 ป.2/7 บอกชอ่ื ศาสนา ศาสดา และความสำคญั ของคัมภรี ข์ องศาสนาทตี่ นนับถือ
และศาสนาอน่ื ๆ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายและบอกช่อื ศาสนา ศาสดาและคมั ภรี ์ของพระพทุ ธศาสนาและศาสนาอิสลาม (K)
2. วเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ความสำคัญของพระพุทธศาสนาและศาสนาอิสลามในประเทศไทย (P)
3. เห็นความสำคัญของการมีศาสนา เพอื่ ใหส้ งั คมอยู่รว่ มกนั อย่างมีความสุข (A)
สาระสำคญั
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาท่ีคนไทยส่วนใหญน่ บั ถอื ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาท่ีชาวไทยมุสลมิ นบั ถือ ซึง่
ทัง้ สองศาสนาก็มีหลกั ปฏิบตั ิท่สี อนใหท้ กุ คนอยูร่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข
สาระการเรียนรู้
พระพทุ ธศาสนาและศาสนาอิสลาม
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ใฝ่เรียนรู้
คำถามสำคัญ
ถา้ มเี พ่อื นนับถือศาสนาตา่ งไปจากเรา นักเรียนจะปฏบิ ตั ติ ่อเพื่อนอยา่ งไรเพือ่ ให้เกิดความสงบสุข
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)
1. นักเรียนร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั ศาสนาตา่ ง ๆ ในประเทศไทย โดยใชค้ ำถาม ดังนี้
• นักเรยี นนบั ถือศาสนาอะไรบ้าง
(ตัวอย่างคำตอบ พระพุทธศาสนา ศาสนาอสิ ลาม)
• ศาสนาที่นกั เรยี นนับถอื มใี ครเปน็ ศาสดา
(ตัวอย่างคำตอบ พระพุทธศาสนามีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดา ศาสนาอสิ ลามมีนบีมุฮมั มดั
เป็นศาสดา)
• นอกจากศาสนาดังกล่าวแล้วมีศาสนาอะไรอีกบา้ งที่คนไทยนับถือ
(ตวั อยา่ งคำตอบ ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินด)ู
• นกั เรยี นคิดวา่ เพราะเหตุใดประเทศไทยถึงมกี ารนบั ถือศาสนาท่ีแตกตา่ งกนั
(ตัวอย่างคำตอบ เพราะประเทศไทยให้สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถอื ศาสนา)
2. นกั เรยี นศกึ ษาและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับพระพทุ ธศาสนาและศาสนาอิสลาม จากหนงั สอื เรียน
และแหล่งการเรียนรอู้ ่ืน ๆ เพม่ิ เตมิ
2.ขนั้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนแบง่ กลุม่ 2 กลุ่ม ดงั น้ี
• กลุ่มท่ี 1 พระพุทธศาสนา
• กลุ่มท่ี 2 ศาสนาอิสลาม
จากนัน้ รว่ มกันสรปุ ในประเดน็ สำคัญ ดังน้ี
• ประวัติศาสดาของศาสนา • ความสำคัญของศาสนา
• คัมภรี ท์ างศาสนา • หลักคำสอนของศาสนา
แลว้ นำเสนอขอ้ มลู เป็นแผนภาพความคิดลงในกระดาษชารต์
• กลมุ่ ที่ 1 พระพทุ ธศาสนา
• กลมุ่ ท่ี 2 ศาสนาอิสลาม
4. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ประโยชนจ์ ากการมพี ระพทุ ธศาสนาและศาสนาอิสลามเกิดข้ึนในประเทศไทย โดย
บันทกึ คำตอบของนกั เรยี นเปน็ แผนภาพความคดิ
5. นักเรียนคดิ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
• ถ้ามเี พ่อื นนบั ถอื ศาสนาต่างไปจากเรา นักเรียนจะปฏบิ ัติต่อเพอื่ นอยา่ งไร เพ่ือให้เกดิ
ความสงบสุข
(ตัวอยา่ งคำตอบ ไม่ล้อเลียน หรอื แกลง้ เพอ่ื น ปฏิบัตติ ่อเพื่อนดว้ ยความรกั เพอื่ ให้เกิด
ความสามัคคี)
3.ขัน้ ปฏบิ ัติและสรุปความรู้หลงั การปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
6. นักเรยี นยกตัวอย่างเก่ียวกับการปฏิบตั ิตนทถ่ี ูกต้องในการเข้าไปในศาสนสถานของพระพุทธศาสนาและ
ศาสนาอิสลาม แลว้ วิเคราะห์ผลท่ีเกดิ จากการปฏิบตั แิ ละไมป่ ฏิบัติ เป็นแผนภาพความคิด
7. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาด
ควรปรับปรุงแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
8. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ สิ่งทเ่ี ข้าใจเป็นความร้รู ่วมกัน ดังนี้
พระพทุ ธศาสนาเปน็ ศาสนาทค่ี นไทยสว่ นใหญ่นบั ถือ ศาสนาอสิ ลามเป็นศาสนาท่ี
ชาวไทยมุสลมิ นับถอื ซ่ึงทง้ั สองศาสนากม็ ีหลักปฏิบัติทสี่ อนให้ทุกคนอยู่รว่ มกันอย่างมีความสุข
4.ขน้ั สื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
9. นกั เรียนนำเสนอผลงานการปฏิบัติตนทีถ่ ูกตอ้ งในการเข้าไปในศาสนสถานของพระพทุ ธศาสนา
และศาสนาอิสลามหน้าชัน้ เรยี น
10. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเก่ียวกบั วิธีการทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ทมี่ ีแบบแผน
4.ขน้ั ประเมินเพอื่ เพ่ิมคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
11. นักเรียนนำแนวทางการปฏบิ ัติตนทถี่ ูกตอ้ งไปเป็นแนวทางในการปฏบิ ัตใิ นชวี ิตประจำวัน
เพือ่ ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสขุ
12. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลงั การเรยี น ในประเด็นต่อไปน้ี
• ส่งิ ทน่ี ักเรยี นไดเ้ รยี นรูใ้ นวนั นค้ี ืออะไร
• นักเรียนมสี ่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่อื นนักเรียนในกล่มุ มสี ่วนร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นหี้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนำความรทู้ ีไ่ ดน้ ไ้ี ปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่วั ไป
ได้อยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกข้ันตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากขนึ้ กวา่ เดมิ ในข้นั ตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในคร้งั ตอ่ ไป
ส่ือการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
2. แหล่งการเรยี นรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนาและศาสนาอสิ ลาม (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝเ่ รยี นรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุ่ม
มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ ีการกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชี้แจง มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มีการชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง
เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน
อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ
พร้อมกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ.................................ผูส้ อน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14
สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศึกษา ฯ รหสั วชิ า ส 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่ือง การปฏบิ ัตติ นในครอบครวั เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
ครผู ูส้ อน นางสาวลภสั รดา มุ่งดี
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมอื งดี มคี า่ นยิ มทดี่ ีงามและธำรงรกั ษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและสังคมโลก
อยา่ งสนั ติสุข
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ป.2/1 ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ และหน้าที่ที่ต้องปฏบิ ตั ิในชวี ิตประจำวนั
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าที่ (K)
2. ปฏิบัตติ นตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหนา้ ทใี่ นครอบครัว (P)
3. เห็นความสำคัญของการปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหน้าทีท่ ี่ตอ้ งปฏบิ ัติ
ในชวี ติ ประจำวัน (A)
สาระสำคัญ
ขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ และหนา้ ท่ี เปน็ ขอ้ กำหนดในการปฏบิ ัตติ นในการอยู่ร่วมกันในสังคม
ครอบครัว เพ่อื ให้เกิดความสงบสขุ
สาระการเรยี นรู้
การปฏบิ ตั ิตนในครอบครัว
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มจี ิตสาธารณะ
คำถามสำคัญ
บุคคลท่ีปฏบิ ัติตนตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหน้าทีข่ องตนอย่างเครง่ ครดั แสดงว่าบคุ คลน้นั
เป็นอย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับการทำความดีต่อครอบครวั โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
• ในวันหยุดนักเรียนทำความดีช่วยเหลือครอบครัวอยา่ งไรบา้ ง
(ตัวอย่างคำตอบ ชว่ ยพ่อแมท่ ำงานบ้าน ก่อนออกไปเลน่ กับเพ่ือน)
• การปฏบิ ัติตนดังกล่าวแสดงถงึ การเป็นลกู ท่ีดอี ยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เป็นการช่วยแบง่ เบาภาระของพอ่ แม่ และเปน็ การแสดงความกตัญญูกตเวที)
• นักเรยี นคดิ วา่ การทค่ี รอบครวั จะมคี วามสุขได้ สมาชิกในครอบครัวตอ้ งปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ ตอ้ งปฏิบัตติ ามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหนา้ ทข่ี องตนที่ได้รับมอบหมาย)
2. นกั เรียนร่วมกนั อธบิ ายความหมายเก่ยี วกับขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าทีเ่ ปน็ แผนภาพ
ความคดิ
3. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั การปฏบิ ัติตนในครอบครวั จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อนื่ ๆ เพิม่ เตมิ
2.ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
4. นักเรียนร่วมกนั ยกตวั อย่างเก่ียวกบั การปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหนา้ ท่ี
ในครอบครัว โดยบันทกึ คำตอบของนกั เรียนเปน็ แผนภาพความคดิ
5. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ 3 กลุ่ม เลน่ เกม “งานบา้ นทฉ่ี นั รกั ” โดยแตล่ ะกลุม่ จบั สลากเกย่ี วกบั งานบ้าน
ดงั น้ี
• ล้างจาน
• กวาดบา้ น ถบู ้าน
• เก็บทีน่ อน
จากน้ันนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั บอกแนวทางการปฏิบัติตง้ั แตข่ ั้นตอนเร่มิ ต้นจนถงึ ขั้นตอนสุดท้าย
โดยใช้แผนภาพความคิด กลุ่มไหนมคี วามสามัคคีและทำเวลาได้เรว็ ที่สุดจะไดด้ าว 5 ดวง และไดร้ บั
คำชื่นชมจากเพ่ือนอกี 2 กลุ่ม เปน็ รางวัล
6. นกั เรยี นบอกประโยชนท์ ่ีเกิดขึน้ จากการปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าท่ี
ในครอบครวั โดยบนั ทึกคำตอบของนกั เรียนเป็นแผนภาพความคิด
7. นักเรียนคิดประเมนิ เพ่อื เพ่ิมคณุ ค่า แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• บุคคลท่ปี ฏบิ ัติตนตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหน้าทีข่ องตนอยา่ งเครง่ ครัด แสดงว่า
บุคคลน้นั เปน็ อยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ เป็นคนมรี ะเบียบวนิ ยั มีความรับผิดชอบ เหน็ แกป่ ระโยชน์สว่ นรวมมากกว่า
ประโยชน์ส่วนตน)
3.ขัน้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรียนบนั ทกึ การปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าท่ใี นครอบครวั 1 วนั
แลว้ บนั ทึกคำตอบลงในแบบบันทึก ดังตวั อยา่ ง
การปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหนา้ ที่ในครอบครัว
• ชื่อ (เด็กหญิงพลอยใส) นามสกลุ (วิชาการ)
• วัน/เดือน/ปี (1 มกราคม 2562)
ขอ้ ปฏิบัติ แนวทางการปฏิบัติตน ผลท่เี กิดข้นึ ผูร้ ับรอง
(กฤตพร)
ขอ้ ตกลง (หลังจากเลกิ เรียนตอ้ งทำการบ้าน (มีการบ้านส่งคุณครู)
(กฤตพร)
ให้เสร็จทกุ ครง้ั กอ่ นดทู ีว)ี
(กฤตพร)
กตกิ า (หลงั จากเลิกเรียนแลว้ ไม่เข้าร้านเกม (ทำใหไ้ ม่ถกู พ่อแม่ด)ุ
ควรรีบกลบั บ้านทนั ที)
กฎ (เชือ่ ฟงั คำสั่งสอนของพ่อแม)่ (เป็นทรี่ ักของพ่อแม่)
ระเบยี บ (เก็บทน่ี อนทกุ ครั้งเม่อื ตืน่ นอน) (หอ้ งนอนสะอาดและเปน็ ระเบยี บ (กฤตพร)
หนา้ ที่ (ดแู ลนอ้ งเม่ือพอ่ แม่ไมอ่ ยู่บ้าน) เรียบร้อย) (กฤตพร)
(ไดร้ บั คำช่นื ชม)
9. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องและความเรยี บร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดควรปรบั ปรุง
แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
10. นักเรยี นร่วมกนั สรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดังน้ี
ขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหนา้ ที่ เป็นข้อกำหนดในการปฏบิ ตั ิตนในการอยูร่ ว่ มกัน
ในสงั คม ครอบครัว เพื่อใหเ้ กิดความสขุ
4.ข้ันสือ่ สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
11. นักเรยี นนำเสนอผลงานการปฏิบัติตนตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบยี บและหน้าที่ในครอบครวั หน้า
ชั้นเรยี น
12. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เกยี่ วกับวธิ ีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทำงาน
ทม่ี แี บบแผน
5.ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
13. นักเรียนนำความรูท้ ่ไี ด้ไปเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ิตนเพือ่ ให้ตนเองและครอบครวั มีความสุข
14. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลังการเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ที่นกั เรยี นไดเ้ รยี นรู้ในวนั นี้คอื อะไร
• นักเรยี นมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพอ่ื นนักเรียนในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรยี นในวนั นีห้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนำความรูท้ ี่ไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลย่ี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกขนั้ ตอนวา่ จะเพิ่มคณุ ค่าไปสูส่ งั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากข้ึนกว่าเดมิ ในขน้ั ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้งั ต่อไป
สือ่ การเรียนร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2
2. เกม “งานบ้านที่ฉนั รัก”
3. แหลง่ การเรยี นรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง การปฏิบตั ติ นในครอบครัว (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
กระบวนการ 4321
ทำงานกลุ่ม
มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท ไมม่ ีการกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ
และมีการชี้แจง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มีการชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง
เปา้ หมาย อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน
อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ
พร้อมกับการประเมิน
เปน็ ระยะ ๆ
แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอื่ .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 15
สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศกึ ษา ฯ รหัสวชิ า ส 12101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่ือง มารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทักทาย มารยาทในการพูด
ครูผู้สอน นางสาวลภัสรดา มงุ่ ดี เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าที่ของการเปน็ พลเมอื งดี มคี า่ นยิ มท่ดี ีงามและธำรงรกั ษา
ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวิตอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลก
อย่างสันตสิ ุข
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ป.2/2 ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทย
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายมารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทกั ทาย และมารยาทในการพดู (K)
2. ปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทักทาย และมารยาทในการพดู (P)
3. เหน็ ความสำคญั ในการปฏิบัติตนตามมารยาทไทย (A)
สาระสำคญั
การแสดงความเคารพ ทกั ทาย การกราบ การไหว้ และการพดู เป็นวฒั นธรรมของไทยและ
เปน็ เอกลักษณ์ของชาติทแี่ สดงถงึ ความเคารพและความออ่ นนอ้ มถอ่ มตน
สาระการเรยี นรู้
มารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทกั ทาย มารยาทในการพดู
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. รักความเปน็ ไทย
คำถามสำคัญ
การปฏิบัตติ นในการแสดงออกถงึ การมีมารยาท มีประโยชนต์ อ่ ตนเองและผอู้ ืน่ อย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นักเรยี นสังเกตภาพเกย่ี วกับการแสดงความเคารพตามมารยาทไทย จากน้นั รว่ มกันสนทนา
แล้วตอบคำถาม
• นกั เรียนเคยปฏิบัตติ นเหมอื นกับบคุ คลในภาพหรือไม่ อย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เคยปฏิบตั ิ ในตอนเช้าก่อนเข้าโรงเรียน)
• การปฏบิ ัติตนดงั กลา่ วแสดงให้เห็นถงึ การมมี ารยาทท่ดี ีอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เป็นการแสดงความเคารพและเป็นการทกั ทายครเู วรประจำวันหน้าโรงเรียน)
• เมื่อนักเรียนปฏิบตั ิแลว้ รู้สกึ อยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ ร้สู กึ ภูมิใจในการแสดงออกถงึ การเปน็ คนมีมารยาททดี่ )ี
2. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความหมายของมารยาทไทย ดงั น้ี
มารยาทไทย เปน็ เอกลกั ษณ์ของชาตไิ ทยทปี่ ฏบิ ัติสบื ทอดตอ่ กันมา แสดงใหเ้ ห็นถงึ
กริ ยิ าวาจาที่สภุ าพเรียบร้อยของคนไทยทท่ี กุ คนปฏิบตั ิได้ถกู ต้อง เหมาะสม
3. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั มารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทักทาย
มารยาทในการพดู จากหนังสือเรยี นและแหลง่ การเรียนรู้อืน่ ๆ เพิ่มเตมิ
2.ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
4. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับมารยาทในการแสดงความเคารพและการทักทาย
และมารยาทในการพูด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• การแสดงความเคารพโดยการกราบ การไหว้ ให้ถูกตอ้ งและเหมาะสม ควรปฏิบัตอิ ย่างไร
โดยบันทกึ คำตอบของนักเรียนเปน็ แผนภาพความคิด
จากน้นั ให้ตัวแทนนกั เรียนออกมาสาธติ แลว้ ให้เพ่ือน ๆ ในห้องเรียนปฏิบัตติ าม
5. นักเรียนรว่ มกนั ยกตัวอย่างเกี่ยวกบั มารยาทในการแสดงความเคารพและการทกั ทายของประเทศ
ในกล่มุ สมาชิกอาเซยี นหรอื ประเทศเพอื่ นบา้ นของประเทศไทย
6. นกั เรยี นร่วมกนั เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นทีเ่ หมาะสมในการพูดหรือการพูดสนทนากับผอู้ ื่น โดย
ระบุคำตอบของนกั เรียนในแผนภาพความคิด
7. นกั เรียนยกตวั อย่างเก่ยี วกบั มารยาทในการแสดงความเคารพและการทกั ทาย และมารยาท
ในการพูด จากนั้นเสนอแนวทางการปฏิบตั ิทถ่ี ูกต้อง และวเิ คราะหผ์ ลทีเ่ กดิ จากการปฏิบตั ิและไมป่ ฏิบตั ิ
โดยใชแ้ ผนภาพความคิด
8. นักเรยี นคดิ ประเมินเพื่อเพมิ่ คุณค่า แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
• การปฏบิ ัตติ นในการแสดงออกถงึ การมมี ารยาท มีประโยชนต์ ่อตนเองและผูอ้ นื่ อยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ เป็นคนสุภาพออ่ นน้อม มสี ัมมาคารวะ รจู้ กั กาลเทศะ เปน็ ท่รี ักของคนรอบข้าง)
3.ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
9. นักเรียนแบ่งกลุ่ม จับสลากเลือกการปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไทยในประเด็นสำคญั ที่กำหนดให้ ดงั นี้
• การกราบพระ
• การกราบผูใ้ หญ่
• การไหว้พระ
• การไหว้ญาตผิ ใู้ หญ่และผูม้ พี ระคุณ
• การไหว้บุคคลทวั่ ไป
• การพูดสนทนา ตามมารยาทไทย (การสาธติ สถานการณ)์
โดยแตล่ ะกลุ่มฝกึ ปฏบิ ัติกล่มุ ละ 2 นาที แล้วออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยมีครูและสมาชกิ กลมุ่
อนื่ ๆ คอยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
10. นักเรียนร่วมกนั สรปุ สิง่ ทเี่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
การแสดงความเคารพ ทกั ทาย การกราบ การไหว้ และการพดู เป็นวฒั นธรรมของไทย
และเปน็ เอกลักษณ์ของชาติทแี่ สดงถงึ ความเคารพและความออ่ นน้อมถ่อมตน
4.ขน้ั สอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
11. นกั เรยี นสาธติ การปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทักทาย
มารยาทในการพดู หน้าชน้ั เรียน
12. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั วิธกี ารทำงานให้เห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มแี บบแผน
5.ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
13. นักเรียนนำการปฏิบัติตนตามมารยาทในการแสดงความเคารพและการทกั ทาย มารยาท
ในการพูดไปใชใ้ นการดำเนินชวี ิต เพอ่ื เป็นการรักษาเอกลกั ษณแ์ ละวฒั นธรรมของชาตไิ ทยสืบไป
14. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียน ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
• ส่ิงทน่ี ักเรยี นไดเ้ รียนรใู้ นวันนคี้ อื อะไร
• นกั เรียนมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรียนในกลมุ่ มสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรยี นในวนั นีห้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนำความรู้ทีไ่ ดน้ ี้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมท่วั ไป
ได้อยา่ งไร
จากนน้ั แลกเปลย่ี นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพ่ิมคณุ ค่าไปสู่สังคม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมให้มากข้ึนกว่าเดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้ังตอ่ ไป
สื่อการเรียนร้/ู แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2
2. ภาพการแสดงความเคารพตามมารยาทไทย
3. แหล่งการเรียนรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้
1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง มารยาทไทย : การแสดงความเคารพและการทักทาย มารยาทในการพดู (K)
ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ รักความเปน็ ไทย (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุม่
รายการการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุ่ม ไมม่ กี ารกำหนด
มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไม่มกี ารช้ีแจง
สมาชิกชัดเจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ตา่ งคนต่างทำงาน
และมกี ารช้ีแจงเป้าหมาย มกี ารชีแ้ จงเปา้ หมาย ไม่มีการชแ้ี จงเปา้ หมาย
การทำงาน อยา่ งชัดเจนและ อย่างชัดเจน
มกี ารปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน
อย่างรว่ มมือรว่ มใจ แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ไมค่ รบทกุ คน
พรอ้ มกับการประเมนิ เป็น เป็นระยะ ๆ
ระยะ ๆ
แบบบันทึกหลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................ผ้สู อน
(…………………………………………….)
ตำแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 16
สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา ฯ รหสั วิชา ส 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรอื่ ง มารยาทไทย : มารยาทในการยืน การเดิน และการนงั่
ครูผสู้ อน นางสาวลภัสรดา มงุ่ ดี เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมืองดี มคี ่านิยมท่ดี งี ามและธำรงรักษา
ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ติ อยูร่ ว่ มกันในสังคมไทยและสงั คมโลก
อย่างสนั ตสิ ุข
ตวั ชี้วัด
ส 2.1 ป.2/2 ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทย
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายมารยาทไทย : มารยาทในการยืน การเดิน และการนง่ั (K)
2. ปฏิบตั ติ นตามมารยาทไทย : มารยาทในการยนื การเดนิ และการน่งั (P)
3. เหน็ ความสำคญั ในการปฏิบัตติ นตามมารยาทไทย (A)
สาระสำคัญ
มารยาทไทยเป็นสง่ิ ที่ดงี าม เปน็ เอกลักษณ์ของชาติไทย ทกุ คนควรปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทย
เพอื่ สบื ทอดและอนุรักษ์สง่ิ ทีด่ งี ามให้คงอยตู่ ลอดไป
สาระการเรียนรู้
มารยาทไทย : มารยาทในการยืน มารยาทในการเดนิ มารยาทในการน่ัง
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. รกั ความเปน็ ไทย
คำถามสำคัญ
การปฏิบัตติ นตามมารยาทไทยในการยืน การเดิน และการนั่ง สง่ ผลดตี อ่ ตนเองและผู้อ่นื อยา่ งไร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขัน้ สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นกั เรยี นสงั เกตภาพเกย่ี วกบั มารยาทไทย จากนั้นร่วมกนั สนทนาแล้วตอบคำถาม ดังนี้
12
• ภาพที่ 1 กบั ภาพที่ 2 เป็นมารยาทแบบใด (มารยาทในการยืน)
• การปฏบิ ตั ติ นในภาพที่ 1 กับภาพที่ 2 เป็นอย่างไร
(ภาพท่ี 1 เป็นการยืนโดยแสดงถึงความไม่เคารพผูใ้ หญ่ เพราะมีการกอดอกระหว่างสนทนากับ
ผู้ใหญ่ ภาพที่ 2 เป็นการยืนโดยแสดงถึงความเคารพผใู้ หญ่ เพราะมกี ารโน้มตวั ลงเลก็ นอ้ ยและมือประสานกัน
อยู่ตำ่ กวา่ ระดบั เอว แสดงความนอบนอ้ ม)
• การปฏิบัติตนในภาพใด เป็นการแสดงออกถึงการมีมารยาทไทย (ภาพที่ 2)
• นักเรยี นคิดวา่ การปฏิบัติตนใหถ้ ูกต้องตามมารยาทไทยมีความสำคญั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ มคี วามสำคญั มาก เพราะเปน็ การแสดงถงึ ความเคารพ และความนอบนอ้ ม
และยังถือเปน็ เอกลกั ษณท์ ี่สำคญั ของคนไทย)
2. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกบั มารยาทไทย : มารยาทในการยนื
มารยาทในการเดิน มารยาทในการน่งั จากหนังสือเรยี นและแหล่งการเรียนรอู้ ่นื ๆ เพม่ิ เตมิ
3.ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั มารยาทไทย : มารยาทในการยืน มารยาทในการเดิน
มารยาทในการนัง่ โดยใชค้ ำถาม ดังน้ี
• ลักษณะสำคญั ของมารยาทไทยในการยืน การเดิน และการนง่ั มแี นวทางการปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร แลว้
บันทกึ คำตอบของนักเรียนเปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน
4. นักเรียนยกตัวอย่างเกี่ยวกับการปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทย : มารยาทในการยนื มารยาทในการเดิน
มารยาทในการน่ัง มา 1 ตวั อย่าง พรอ้ มวิเคราะห์ผลท่เี กิดข้ึนจากการปฏิบัติและไมป่ ฏิบตั ิเปน็ แผนภาพความคิด
5. นกั เรียนร่วมกนั บอกประโยชนข์ องการปฏิบัตติ นตามมารยาทในการยนื การเดิน และการน่ัง
โดยใชแ้ ผนภาพความคิด
6. นักเรยี นคดิ ประเมนิ เพื่อเพ่มิ คณุ ค่า แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังนี้
• การปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทยในการยืน การเดนิ และการนง่ั ส่งผลดตี อ่ ตนเอง
และผู้อ่นื อย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ตนเอง : เป็นผมู้ ีบุคลกิ ภาพดี มีสัมมาคารวะ เป็นทรี่ กั ของผ้คู นรอบข้าง
บุคคลอ่นื : เป็นตัวอยา่ งให้กบั บุคคลอน่ื ไดป้ ฏิบัติตาม)
3.ข้ันปฏิบตั แิ ละสรุปความร้หู ลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
7. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ 3 กลมุ่ เพอื่ สาธิตการปฏิบตั ติ นตามมารยาทไทย ดังนี้
• กลมุ่ ที่ 1 มารยาทในการยืน
• กลมุ่ ท่ี 2 มารยาทในการเดนิ
• กลมุ่ ท่ี 3 มารยาทในการน่ัง
8. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิง่ ทีเ่ ขา้ ใจเปน็ ความรู้ร่วมกนั ดงั นี้
มารยาทไทยเป็นสิง่ ท่ดี ีงาม เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ทกุ คนควรปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทย
เพื่อสบื ทอดและอนรุ ักษส์ ง่ิ ทด่ี ีงามให้คงอยู่ตลอดไป
4.ขนั้ สอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
9. นักเรียนนำเสนอ การสาธติ การปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทย หนา้ ช้ันเรียน
10. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกยี่ วกบั วิธีการทำงานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวธิ กี ารทำงาน
ท่ีมแี บบแผน
5.ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
11. นักเรียนนำแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทย : มารยาทในการยืน การเดนิ การนงั่
ไปปฏบิ ัติในชวี ติ ประจำวนั
12. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
• สงิ่ ท่ีนักเรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ อื อะไร
• นักเรยี นมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรียนในกลุ่มมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพงึ พอใจกับการเรยี นรใู้ นวนั นีห้ รอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความร้ทู ี่ไดน้ ไ้ี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปลีย่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทกุ ข้นั ตอนว่าจะเพ่ิมคุณคา่ ไปสสู่ งั คม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากขึ้นกว่าเดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในครง้ั ต่อไป
สอื่ การเรยี นร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2
2. ภาพเกยี่ วกับมารยาทไทย
3. แหลง่ การเรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้
1. ประเมินความรู้ เร่อื ง มารยาทไทย : มารยาทในการยืน มารยาทในการเดิน มารยาทในการนง่ั (K)
ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ด้านมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ รกั ความเปน็ ไทย (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
กระบวนการ 4321
ทำงานกลมุ่
มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท ไม่มีการกำหนด
สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชกิ
และมีการชีแ้ จง มีการช้แี จงเปา้ หมาย ไมม่ กี ารชแ้ี จง และไมม่ ีการช้แี จง
เป้าหมาย อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก
การทำงาน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั อย่างชดั เจน ต่างคนตา่ งทำงาน
มกี ารปฏบิ ัติงาน แต่ไม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ัติงานรว่ มกัน
ร่วมกัน เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน
อยา่ งรว่ มมือรว่ มใจ
พรอ้ มกบั การประเมนิ
เปน็ ระยะ ๆ
แบบบันทึกหลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื .................................ผ้สู อน
(…………………………………………….)
ตำแหน่ง ………………………………………...
…………/……………..……../………………
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
……………/……………./……………………….
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 17
สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา ฯ รหสั วิชา ส 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง การยอมรบั ความคิด ความเชือ่ ความสามารถ และการปฏิบตั ิ
ของบคุ คลที่แตกต่างกัน
ครผู สู้ อน นางสาวลภสั รดา มงุ่ ดี เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
**********************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมอื งดี มคี า่ นยิ มท่ดี งี ามและธำรงรักษา
ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ติ อยูร่ ่วมกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลก
อย่างสนั ตสิ ขุ
ตวั ชว้ี ัด
ส 2.1 ป.2/3 แสดงพฤติกรรมในการยอมรับความคิด ความเช่ือ และการปฏบิ ัติของบคุ คลอน่ื
ที่แตกต่างกนั โดยปราศจากอคติ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายเกย่ี วกับการยอมรับความคิด ความเช่ือ ความสามารถ และการปฏิบัติของบุคคลท่ีแตกตา่ งกัน (K)
2. แสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับความคิด ความเชอ่ื ความสามารถ และการปฏิบัตขิ องบคุ คลที่แตกตา่ งกนั (P)
3. เห็นความสำคัญและยอมรับความคิด ความเช่อื ความสามารถ และการปฏิบัติของบคุ คลทีแ่ ตกตา่ งจากตน (A)
สาระสำคัญ
คนในสังคมมีความคิด ความเชื่อ ความสามารถทแ่ี ตกต่างกนั การยอมรับความคดิ เห็น ไม่ดูถกู
หรอื รังเกยี จผอู้ นื่ จะทำให้อยรู่ ่วมกันในสังคมไดอ้ ยา่ งสนั ตสิ ุข
สาระการเรยี นรู้
การยอมรับความคิด ความเชื่อ ความสามารถ และการปฏบิ ตั ขิ องบคุ คลทีแ่ ตกตา่ งกัน
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
คำถามสำคัญ
การยอมรบั ในความแตกตา่ งของผอู้ นื่ จะสง่ ผลตอ่ ตนเองและสังคมอยา่ งไร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1.ข้นั สังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นักเรียนสงั เกตภาพเกีย่ วกบั การพึ่งพาและช่วยเหลอื เก้อื กูลกันในสงั คม แล้วรว่ มกันสนทนา
โดยการตอบคำถาม
• ภาพดังกล่าวคอื ภาพอะไร (เด็กนกั เรยี น 2 คน นำขา้ วไปให้คณุ ลงุ )
• นกั เรยี นเห็นอะไรจากภาพ (ความมนี ้ำใจของเด็กนักเรยี นทัง้ 2 คน)
• นกั เรยี นเคยแสดงความมีน้ำใจเหมอื นกบั เด็กนักเรยี นในภาพหรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เคย เคยให้เพอ่ื นยมื ดินสอและยางลบ)
• เมอ่ื ปฏิบตั ิแล้วนกั เรยี นร้สู ึกอยา่ งไร (ตัวอยา่ งคำตอบ รสู้ กึ ดี และมคี วามสุข)
จากนน้ั นักเรียนฟงั คำอธิบายเพมิ่ เติมว่า การอยู่รว่ มกนั กับผอู้ ื่นในสงั คมที่มีพื้นฐานมาจาก
ความหลากหลายของครอบครัว ทำให้บุคคลในสงั คมมีความแตกตา่ งกัน ดงั นั้น การยอมรบั ในความแตกตา่ ง
การใหก้ ารชว่ ยเหลือบุคคลท่ีเดือดร้อน จะทำใหส้ งั คมเกดิ ความสงบสุขและตวั เราเองก็จะมีความสุข
ทไี่ ด้เปน็ ผูใ้ ห้
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกบั การยอมรับความคดิ ความเช่ือ ความสามารถ
และการปฏิบัติของบคุ คลท่ีแตกตา่ งกัน จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรยี นรอู้ ่นื ๆ เพ่มิ เตมิ
2.ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรยี นร่วมกนั เสนอวธิ กี ารปฏบิ ตั ทิ ีเ่ ปน็ การแสดงออกถงึ การยอมรับความคดิ ความเชอ่ื
ความสามารถ และการปฏิบัติของบคุ คลที่แตกตา่ งกนั เป็นแผนภาพความคิด
• การยอมรับความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่
• การยอมรบั ความเชือ่ ของบคุ คลท่แี ตกต่างกนั
• การยอมรับในความสามารถของบุคคล
• การปฏิบัตติ อ่ บุคคลทแี่ ตกต่างกัน
4. นกั เรยี นร่วมกนั ยกตวั อยา่ งการแสดงออกถงึ การยอมรับความคดิ ความเชอ่ื ความสามารถ
และการปฏบิ ัตขิ องบคุ คลท่ีแตกต่างกัน มา 1 ตวั อยา่ ง แล้ววิเคราะห์ผลทีเ่ กิดขึ้นจากการปฏบิ ัตแิ ละไมป่ ฏบิ ัติ
เปน็ แผนภาพความคิด
5. นักเรียนวเิ คราะหต์ ัวอยา่ งสถานการณท์ ีก่ ำหนดให้ จากนั้นร่วมกนั นำตัวเลขหน้าขอ้ ความท่ีแสดงถึง
การยอมรับความคดิ ความเชื่อ ความสามารถ และการปฏบิ ัติของบคุ คลท่ีแตกตา่ งกนั
มาเติมลงใน ถ้าปฏบิ ตั ิถกู ต้อง และเติมลงใน ถ้าปฏิบัติไม่ถกู ตอ้ ง ดังตวั อยา่ ง
ก. จอยจะรับฟงั ความคิดเห็นของเพ่ือนเสมอ
ข. มะเหมีย่ วบงั คับใหเ้ พอ่ื นนบั ถอื ศาสนาเดยี วกับตนเอง
ค. ใหม่แสดงความยินดีที่เพ่อื นได้รบั รางวัลชนะเลศิ
ในการตอบปญั หาทัง้ ตอ่ หน้าและลับหลัง
ง. อุ้มยอมรับการนับถือและใหเ้ กียรติเพื่อนต่างศาสนา
จ. รถเมล์ชอบลอ้ เลยี นรปู ร่างหนา้ ตาของผอู้ ่ืนเสมอ
ฉ ฟา้ ไม่เคยดูถกู เพ่ือนทีม่ ีคะแนนสอบตำ่ กว่าตนเอง
ช. นีนายอมรบั ว่าเทหเ์ กง่ มากในเร่ืองของกีฬา
กค งฉ ช ข จ การยอมรับความคิด ความเชื่อ ความสามารถ
และการปฏบิ ตั ิของบุคคลทแ่ี ตกต่างกนั
6. นักเรียนรว่ มกนั บอกประโยชน์ท่เี กดิ ข้นึ จากการยอมรบั ความคดิ ความเชือ่ ความสามารถ
และการปฏิบตั ิของบุคคลทแี่ ตกตา่ งกนั โดยบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิด
7. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คณุ คา่ แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• การยอมรับในความแตกตา่ งของผอู้ ื่น จะสง่ ผลต่อตนเองและสังคมอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เป็นคนมเี หตุผลมากขึน้ บา้ นเมืองสงบสขุ ปราศจากความขดั แย้ง)
3.ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นกั เรยี นยกตวั อย่างการแสดงพฤติกรรมในการยอมรบั ความคิด ความเชอื่ ความสามารถ และการ
ปฏิบัติของบุคคลที่แตกต่างกนั โดยปราศจากอคติ มา 1 อยา่ ง แลว้ วิเคราะห์ผลลงในช้นิ งานท่ี 17 เรื่อง
การยอมรับความคดิ ความเชอื่ ความสามารถ และการปฏิบัตขิ องบคุ คลทแ่ี ตกต่างกัน
9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรยี บร้อยของชนิ้ งาน หากพบขอ้ ผิดพลาดควรปรบั ปรงุ
แก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง
10. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ สิ่งทเี่ ข้าใจเปน็ ความร้รู ่วมกนั ดังน้ี
คนในสังคมมีความคิด ความเชอื่ ความสามารถท่ีแตกต่างกนั การยอมรับความคดิ เหน็
ไมด่ ูถูกหรอื รงั เกียจผอู้ นื่ จะทำให้อยรู่ ว่ มกันในสงั คมอยา่ งสนั ตสิ ุข
4.ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
11. นกั เรยี นนำเสนอชนิ้ งาน การยอมรบั ความคิด ความเชื่อ ความสามารถ และการปฏิบัติของ
บคุ คลท่แี ตกตา่ งกนั หนา้ ชนั้ เรียน
12. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เก่ียวกับวิธกี ารทำงานให้เห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทำงาน
ทมี่ แี บบแผน
5.ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพ่มิ คุณคา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
13. นกั เรยี นนำความรูท้ ่ไี ด้จากการศกึ ษาไปเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการอย่รู ว่ มกันกับผอู้ ่นื ใน
สงั คมได้อยา่ งมีความสุข
14. นักเรยี นประเมนิ ตนเองหลงั การเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
• ส่ิงทน่ี ักเรียนได้เรยี นรูใ้ นวนั น้ีคอื อะไร
• นกั เรียนมีสว่ นร่วมในกิจกรรมการเรยี นรมู้ ากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนำความรทู้ ไ่ี ดน้ ไี้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทัว่ ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนัน้ แลกเปล่ียนตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทกุ ขนั้ ตอนว่าจะเพ่ิมคณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ ่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครง้ั ต่อไป
สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
2. ภาพการพง่ึ พาและชว่ ยเหลอื เกื้อกลู กนั ในสังคม
3. แหลง่ การเรียนรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เรื่อง การยอมรบั ความคิด ความเชือ่ ความสามารถ และการปฏิบัติของบคุ คล
ทีแ่ ตกต่างกัน (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินช้นิ งาน เรื่อง การยอมรบั ความคดิ ความเช่ือ ความสามารถ และการปฏิบตั ิของบุคคล
ท่แี ตกตา่ งกัน (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมิน