(ล่่าง) ภาพไม้้ดััดเป็น็ รููปทรงต่า่ งๆ
(หน้า้ ตรงข้า้ ม-บน) ด้า้ นซ้า้ ยเป็น็ รููปเทวดาถือื ตาลปัตั รแสดงท่า่ ทางเหาะอยู่่�
ในรัศั มีสี ีีเหลือื ง ด้้านล่่างมีรี ููปสตรีี 2 คนกัับรููปเด็็กตัวั สีีดำ�ำ ด้้านขวาเป็็นรููป
พระพรหมมีี 4 กร นั่่ง� พนมมืืออยู่่บ� นแท่น่ ภาพทั้้ง� สองยังั ไม่่ทราบว่่ามาจาก
เรื่อ�่ งใด
(หน้า้ ตรงข้า้ ม-ล่า่ ง) ภาพซ้า้ ยเป็น็ รููปกษัตั ริยิ ์ถ์ ือื ธนููกับั สตรีี ส่ว่ นภาพ
ด้้านขวาเป็็นรููปกษััตริิย์์ถืือดอกไม้้ไล่่ตามกิินนรีี ภาพทั้้�งสองยัังไม่่ทราบว่่า
มาจากเรื่อ�่ งใด
100 ระยอง เล่ม 2
สมดุ ไทยและใบลาน 2 — จติ รกรรมในสมดุ ไทย 101
(บน) ภาพซ้้ายเป็น็ ไม้ด้ ัดั มีนี กกระสาอยู่่�ด้า้ นบนและกวางอยู่�่ ด้า้ น
ล่า่ ง ภาพขวาเป็น็ รููปนกตัวั ใหญ่ค่ ล้า้ ยหงส์ท์ รงมงกุฏุ ปากคาบรููปบุคุ คลสีดี ำ�ำ
สัันนิิษฐานว่่าเป็็นนกหััสดีีลิิงค์์ ซึ่่�งตามตำำ�นานกล่่าวว่่าเป็็นนกยัักษ์์ที่่�มีีงวง
เหมือื นช้า้ ง ซึ่่ง� ในธรรมเนียี มล้า้ นนาและธรรมเนียี มของทางภาคอีสี าน เมื่่อ�
บุุคคลสำำ�คััญที่่�เป็็นที่่�เคารพรัักของชาวเมืืองถึึงแก่่กรรม มัักจััดงานศพ
เป็็นการใหญ่่โตโดยทํําเมรุุเป็็นรููปนกหััสดีีลิิงค์์ คล้้ายกัับพระอุุเทนทํําแก่่
พระมารดาในกรุุงโกสััมพีี ซึ่่�งสอดคล้อ้ งกัับหน้า้ ที่่�การใช้้ของสมุุดพระมาลัยั
ที่่�ใช้้ในงานศพ
(ล่่าง) ภาพด้า้ นซ้า้ ยเป็็นรููปลิิง 2 ตััว กับั ราชสีีห์ต์ ัวั หนึ่่�ง ภาพด้า้ น
ขวาเป็็นรููปคล้้ายหนุุมานเหน็็บกระบี่่� 2 ตน ภาพทั้้�งสองยัังไม่่ทราบว่่ามา
จากเรื่อ�่ งใด
102 ระยอง เล่ม 2
สมดุ ไทยและใบลาน 2 — จติ รกรรมในสมดุ ไทย 103
3 — พญาฉทั ทันต์
กลอนสวด :
เพชรน้ำ�เอก
แห่งวรรณกรรม
เมืองระยอง
104 ระยอง เล่ม 2
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉทั ทนั ตก์ ลอนสวด 105
106 ระยอง เล่ม 2
สมุดุ ไทยเรื่อ�่ ง ความเป็น็ มา
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด
ฉบัับวัดั บ้า้ นแลง ผู้้�วิจิ ัยั ได้ร้ ่ว่ มโครงการวิจิ ัยั ด้า้ นเอกสารโบราณเมือื งระยอง กับั ภาค
จัังหวััดระยอง วิชิ าภาษาตะวัันออก คณะโบราณคดีี มหาวิิทยาลััยศิิลปากร โดยความร่ว่ ม
มือื กับั บริษิ ัทั พีที ีที ีี โกบอล เคมิิคอล จำำ�กััด (มหาชน) เป็น็ โครงการศึกึ ษา
ข้อ้ มููลเอกสารโบราณ ทั้้ง� ที่่เ� ป็น็ คัมั ภีรี ์ใ์ บลาน สมุดุ ไทย และจารึกึ ในจังั หวัดั
ระยอง โดยทำ�ำ การอนุรุ ัักษ์์ และถ่่ายสำ�ำ เนา เอกสารโบราณ ที่่ว� ััดต่่าง ๆ ใน
จังั หวััดระยอง พบทั้้�งเอกสารโบราณ ประเภทสมุดุ ไทย และคัมั ภีีร์์ใบลาน
จำ�ำ นวนมาก
วัดั บ้า้ นแลงสถานที่่พ� บเอกสารเรื่อ่� งพญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด ตั้้ง� อยู่่�
ที่่ต� ำำ�บลบ้า้ นแลง อำ�ำ เภอเมือื ง จังั หวัดั ระยอง เดิมิ วัดั บ้า้ นแลง เป็น็ สำำ�นักั สงฆ์์
ที่่ส� ร้า้ งขึ้�นในสมัยั อยุุธยา โดยนายจัันทร์์เป็็นผู้้�ยกที่่ด� ิินถวายให้้ มีพี ระนาค
เป็็นผู้้�ริิเริ่ �มก่่อสร้้างและได้้ตั้้�งชื่�่อวััดตามชื่�่อผู้ �ที่ �ถวายที่่�ดิินคืือนายจัันทร์์ว่่า
“วัดั จันั ทร์์สุวุ รรณโพธิิธาราม” ซึ่่ง� ต่่อมาชาวบ้า้ นนิยิ มเรียี กกันั ว่า่ “วััดแลง”
จึึงได้้ยกขึ้�นมาเป็็นชื่่�อวััด ต่่อมาชาวบ้้านก็็เรีียกว่่า “วััดบ้้านแลง” ตามชื่�่อ
ของตำ�ำ บลที่่ต�ั้้ง� วัดั ปีทีี่่ต�ั้้ง� วัดั ตามที่่ป� รากฏคือื พ.ศ. 2285 และวันั รับั พระราชทาน
วิสิ ุงุ คามสีีมา คือื วัันที่่� 23 เมษายน พ.ศ. 2529 (สำ�ำ นัักงานพระพุุทธศาสนา
แห่ง่ ชาติิ, ออนไลน์,์ 2561)
จากการสำ�ำ รวจเอกสารโบราณ ณ วัดั บ้า้ นแลง พบเอกสารประเภท
สมุดุ ไทย จำำ�นวน 188 เล่ม่ เขียี นด้้วยอัักษรไทย 170 เล่ม่ อักั ษรขอมไทย
15 เล่ม่ และอักั ษรไทยย่อ่ 3 เล่ม่ สมุดุ ไทยที่่เ� ขียี นด้ว้ ยอักั ษรไทยย่อ่ ทั้้ง� 3 เล่ม่
เมื่่�อนำ�ำ มาปริิวรรตแล้้วพบว่่าทั้้�ง 3 เล่่มที่่�ถ่่ายแยกทะเบีียนกัันเป็็นเรื่่�อง
เดีียวกัันที่่แ� ตกเล่ม่ คือื เรื่อ�่ งพญาฉััททัันต์ก์ ลอนสวด เมื่่อ� ดููศักั ราชที่่ป� รากฏ
อยู่�ใ่ นเอกสารที่่�พบ ณ วัดั บ้้านแลงทั้้ง� หมด พบว่่าสมุุดไทย ที่่ร� ะบุศุ ัักราชไว้้
เก่่าที่่�สุุดคืือ เรื่�่องพญาฉััททัันต์์กลอนสวด เขีียนด้้วยอัักษรไทยย่่อ ระบุุไว้้
ท้า้ ยเล่่มว่า่ เขียี นขึ้�นในปีี จ.ศ. 1149
จ.ศ. 1149 เมื่่�อเทีียบเป็น็ พ.ศ. จะตรงกัับ พ.ศ. 2330 ตรงกับั
รััชสมััยของรัชั กาลที่่� 1
สมุดไทยและใบลาน 3 — พญาฉทั ทนั ต์กลอนสวด 107
108 ระยอง เล่ม 2
สมุดุ ไทยเรื่่อ� ง ในสมัยั รัชั การที่่� 1 นี้้พ� บการใช้อ้ ักั ษรไทยย่อ่ ในการบันั ทึกึ เอกสารทั้้ง�
พญาฉัทั ทัันต์ก์ ลอนสวด ฉบับั เป็น็ จำ�ำ นวนน้อ้ ย โดยมากจะเขียี นเพียี งชื่อ�่ ต้น้ หรืือชื่อ�่ สำ�ำ คัญั พญาฉัทั ทันั ต์์
ฉบัับวััดบ้้านแลง กลอนสวด ฉบับั วัดั บ้า้ นแลง จึงึ ถือื ว่า่ เป็น็ หลักั ฐานสำ�ำ คัญั ที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ การ
จัังหวัดั ระยอง ใช้ง้ านอักั ษรไทยย่อ่ ในสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์์ และเป็น็ การพบเรื่อ่� งพญาฉัทั ทันั ต์์
กลอนสวดสำำ�นวนที่่เ� ก่า่ ที่่ส� ุดุ ในประเทศไทย จึงึ ทำำ�ให้พ้ ญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด
ฉบัับนี้้�เป็น็ ฉบัับที่่�มีคี ุุณค่า่ อย่่างยิ่่ง� ทั้้ง� ด้า้ นอักั ขรวิทิ ยา จากรููปอัักษรไทยย่่อ
ที่่�ใช้้ในเรื่�่อง แสดงให้้เห็็นถึึงการใช้้งานอัักษรไทยย่่อในการบัันทึึกข้้อมููล
ขนาดยาว ในสมััยรััตนโกสินิ ทร์์ และด้้านวรรณศิิลป์์ เนื่่อ� งจากเอกสารฉบัับ
นี้้�เป็็นเรื่่�องพญาฉััททัันต์์กลอนสวดสำำ�นวนที่่�เก่่าที่่�สุุดที่่�พบในปััจจุุบััน โดย
สำำ�นวนนี้้�เป็น็ สำ�ำ นวนที่่�นิิยมใช้้กัันแพร่่หลาย ทั่่�วทั้้ง� ภาคกลาง ภาคใต้้ และ
จังั หวัดั ชายฝั่่ง� ทะเลภาคตะวันั ออกของประเทศไทย จึงึ ถือื ได้ว้ ่า่ พญาฉัทั ทันั ต์์
กลอนสวด ฉบัับวััดบ้า้ นแลง เป็็นเพชรน้ำ��ำ เอกแห่ง่ วรรณกรรมเมืืองระยอง
ต้น้ ฉบัับเอกสาร และผู้�ประพัันธ์์
จากภาพข้้างต้้นจะเห็็นได้้ว่่า เรื่�่องพญาฉััททัันต์์กลอนสวด เป็็น
เอกสารประเภทสมุดุ ไทยขาว มีสี ภาพไม่ส่ มบููรณ์์ เกิดิ รอยขาด เป็น็ รูู ตัวั อักั ษร
ลบเลือื น ในส่ว่ นเนื้้อ� ความของเรื่อ่� งตอนกลางหายไป การเปิดิ เรื่อ�่ ง ปิดิ เรื่อ่� ง
ยัังคงอยู่ค�่ รบถ้ว้ น บทประพัันธ์ร์ ้้อยกรอง ประเภทกาพย์์ เขียี นด้้วยเส้้นดำำ�
อัักษรไทยย่อ่ หน้้าละ 6 บรรทััด ขนาดของเล่ม่ สมุุดไทยกว้้าง 12.6 ซม.
ยาว 37 ซม.
พญาฉัทั ทัันต์์กลอนสวดฉบัับวััดบ้า้ นแลง แม้จ้ ะมีีสภาพไม่่สมบููรณ์์
แต่ฉ่ ัทั ทันั ตชาดกฉบับั นี้้� เป็น็ เอกสารที่่พ� บใหม่่ ยังั ไม่เ่ คยถููกนำ�ำ มาศึกึ ษา และ
ยัังเป็็นการพบเอกสารที่่�เขีียนด้้วยอัักษรไทยย่่อทั้้�งเล่่มเพีียงเล่่มเดีียว
ในจังั หวััดระยอง มีีการกำ�ำ กับั ศักั ราชว่่าเขียี นเมื่่อ� จ.ศ. 1149 โดยปรากฏใน
ส่ว่ นท้า้ ยของเรื่อ่� ง เป็น็ จุดุ ที่่ส� ำำ�คัญั ของเอกสารฉบับั นี้้เ� นื่่อ� งจากเป็น็ จุดุ ที่่บ� อก
ปีีที่่�เขีียน ดังั ข้อ้ ความว่า่
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททันต์กลอนสวด 109
หน้า้ สมุดุ ไทยที่่�มีีการบันั ทึกึ “นิพิ พานังั ปัจั จโยโหตุุ นิทิ านเจ้า้ พญาฉัทั ทันั ต์จ์ บแต่เ่ ท่า่ นี้้แ� ล้ว้ แลนา
ชื่อ่� ผู้�ว่า่ จ้า้ ง และปีที ี่่�เขีียน หนังั สืือนี้้น� างซุุนสร้้างไว้้ ขอเป็น็ นิิสัยั ปัจั จัยั ตามแต่จ่ ะประสงค์ห์ น้้านั้้�นเถิดิ
เขีียนแล้้วแต่่ ณ วันั พฤหัสั เดือื นญี่่แ� รมเก้า้ ค่ำ�ำ� จุุลศัักราชพัันร้อ้ ยสี่่เ� ก้า้ ปีี
มะแม นพศก เพลาตะวันั ชาย เขีียนแต่่หนัังสือื แล้้วสำ�ำ เร็็จทิิศา”
ผู้้�เขียี นสมุดุ ไทยฉบับั วัดั บ้า้ นแลงไม่ไ่ ด้ร้ ะบุผุู้�เขียี น แต่ไ่ ด้ร้ ะบุผุู้�สร้า้ ง
และปีีที่่�เขีียนแล้้วเสร็จ็ ไว้้ในส่ว่ นเดีียวกััน โดยอยู่ใ�่ นส่่วนท้้ายของเรื่�่อง ระบุุ
ว่า่ “นางซุุนสร้้างไว้้” หมายความว่่า “นางซุุน” เป็็นผู้�สร้้าง คืือเป็็นผู้�ว่่าจ้้าง
ให้ผู้้�เขียี น เขีียนสมุุดไทยเรื่่�องพญาฉัทั ทัันต์์เล่่มนี้้ข�ึ้�นมา พร้้อมทั้้�งระบุสุ ิ่่�งที่่�
ผู้�ว่่าจ้้างต้้องการไว้้ว่่า “ขอเป็็นนิิสััยปััจจััยตามแต่่จะประสงค์์หน้้านั้้�นเถิิด”
ในส่่วนของปีีที่่�เขีียนแล้้วเสร็็จผู้�เขีียนได้้ระบุุไว้้ต่่อจากชื่่�อผู้้�จ้้าง “จุุลศัักราช
พันั ร้อ้ ยสี่่เ� ก้า้ ” จ.ศ. 1149 เมื่่อ� เทีียบ จ.ศ. เป็็น พ.ศ. พบว่า่ สมุดุ ไทยเล่ม่ นี้้�
เขีียนขึ้น� ใน พ.ศ. 2330 ตรงกับั รััชสมัยั ของรััชกาลที่่� 1
อัักษรที่่�ใช้ใ้ นการเขีียน
“อักั ษรไทยย่อ่ ” เป็น็ อักั ษรไทยสมัยั อยุธุ ยาชนิดิ หนึ่่ง� (ยอร์ช์ เซเดส์,์
2526: 18) พบหลัักฐานการใช้้งานอัักษรไทยย่่อครั้�งแรกในช่่วงต้้นพุุทธ
ศตวรรษที่่� 23 โดยรููปอักั ษรเขีียนอย่่างบรรจง ประดิิษฐ์ห์ ักั เหลี่่�ยม ย่อ่ มุมุ
เส้น้ อักั ษรตวัดั ปลาย และเขียี นเส้น้ เอียี งไปทางขวา อักั ษรไทยย่อ่ ถููกใช้แ้ พร่่
หลายจนพััฒนาถึึงขีีดสุุดในสมััยอยุุธยาตอนปลาย ดัังปรากฏในเรื่่�อง
110 ระยอง เลม่ 2
นันั โทปนันั ทสููตรคำ�ำ หลวง จนเมื่่�อกรุงุ ศรีอี ยุุธยาเสีียกรุงุ ครั้�งที่่� 2 ก็ไ็ ม่ค่ ่่อย
พบการใช้้อัักษรไทยย่่อในการบัันทึึกข้้อมููลที่่�มีีขนาดยาวจึึงนัับได้้ว่่าอัักษร
ไทยย่่อเสื่่�อมความนิิยมลงในช่ว่ งที่่�กรุุงศรีอี ยุุธยาเสีียกรุงุ
อัักษรไทยย่่อที่่�ปรากฏในเรื่�่องพญาฉััททัันต์์กลอนสวด เมื่่�อนำำ�ไป
เทียี บอักั ษรไทยย่อ่ ในสมัยั อยุธุ ยาพบว่า่ มีกี ารพัฒั นาการเปลี่่ย� นแปลงไปไม่่
มากส่ว่ นใหญ่่จะเป็น็ การเปลี่่ย� นแปลงด้้านการลดเหลี่่�ยมมุมุ ลดความโค้ง้
ของตััวอัักษร อัักษรคล้้ายคลึึงอัักษรไทยรััตนโกสิินทร์์มากขึ้�น เมื่่�อเทีียบ
ความประณีีตบรรจง พบว่่าอัักษรไทยย่อ่ ที่่ใ� ช้้ในช่่วงอยุธุ ยาตอนปลาย จะมีี
ความบรรจงมากที่่�สุุด ทำำ�ให้้เห็็นว่่าอัักษรไทยย่่อได้้รัับความนิิยมใช้้ และ
พััฒนาถึึงขีีดสุุดในสมััยอยุุธยาตอนปลาย เมื่่�อมาถึึงสมััยรััตนโกสิินทร์์จึึง
เริ่ม� ลดความนิยิ มในการใช้ล้ ง ทำ�ำ ให้พ้ บเอกสารที่่เ� ขียี นด้ว้ ยอักั ษรไทยย่อ่ ทั้้ง�
เล่่มจำ�ำ นวนน้้อย ความประณีตี บรรจงลดลง สุดุ ท้า้ ยจึงึ เสื่่�อมความนิิยมไป
ในที่่ส� ุดุ
ลักั ษณะการใช้อ้ ักั ขรวิธิ ีใี นเรื่อ�่ งฉัทั ทันั ตชาดก มีกี ารใช้ง้ านบางอย่า่ ง
ที่่�ไม่่เหมืือนกัับอัักขรวิิธีีในภาษาไทยปััจจุุบััน เนื่่�องจากยัังไม่่มีีกฎเกณฑ์์
บัังคัับตายตััวเหมืือนปััจจุุบััน สัันนิิษฐานได้้ว่่าผู้้�เขีียนนิิยมเขีียนตามเสีียง
พููด จึงึ ทำำ�ให้ไ้ ม่ม่ ีกี ฎเกณฑ์ข์ องอักั ขรวิธิ ีที ี่่แ� น่น่ อน เวลาอ่า่ นจึงึ ต้อ้ งพิจิ ารณา
บริิบทของคำ�ำ นั้้น� ๆ เช่น่ การใช้พ้ ยััญชนะ ฃ แทนพยััญชนะ ข ใช้พ้ ยััญชนะ
ภ แทนพยัญั ชนะ พ ใช้ต้ ัวั สะกดที่่ไ� ม่ต่ รงตามแบบแผนปัจั จุบุ ันั ใช้ส้ ระอูู แทน
สระอุุ และยัังไม่่มีีระเบียี บในการใช้้วรรณยุุกต์์
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททันตก์ ลอนสวด 111
เรื่ �องย่อ่
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด หรืือ ฉัทั ทันั ตชาดก เป็็นนิบิ าตชาดกเรื่่�อง
ที่่� 514 เป็น็ ชาดกที่่�ทำ�ำ ให้เ้ ห็น็ แนวคิดิ เรื่่�องการสละชีีวิิต เพื่่อ� เป็็นทานบารมีี
ซึ่�งกล่่าวถึึงพระพุุทธเจ้้าได้้เกิิดเป็็นพญาช้้างชื่่�อ พญาฉััททัันต์์ มีีนางช้้าง
เป็น็ เมียี 4 นาง คืือ นางมหาสุพุ ัตั รา (เมียี หลวง) นางแก้้วสุพุ ัตั รา นางเกศ
สุุพัตั รา และนางจุลุ สุพุ ััตรา วัันหนึ่่�งพญาฉัทั ทันั ต์์ เด็ด็ กิ่่�งมะเดื่่�อให้น้ างช้า้ ง
แต่่ละนาง เมื่่อ� มาถึึงนางจุุลสุุพัตั รา ก็ม็ ีรี ังั มดอยู่่�บนกิ่่�งมะเดื่่อ� นั้้น� จึึงทำำ�ให้้
มดกััดนางจุุลสุุพััตรา นางจึึงสาบานว่่าจะจองล้้างจองผลาญพญาฉััททัันต์์
ไปทุุกชาติิ และกลั้้�นใจตาย ณ ที่่�นั้้�น เมื่่�อนางจุุลสุุพััตราเกิิดใหม่่ก็็ได้้เกิิด
เป็็นธิิดาท้้าวพรหมทััต นางก็ฝ็ ัันว่่าได้้นอนบนแท่น่ งา เมื่่อ� นางตื่่�นขึ้�น นาง
จึึงทููลแก่่ท้้าวพรหมทััตว่่าต้้องการที่่�จะนอนบนแท่่นงาดัังที่่�ฝััน ท้้าวพรหม
ทััตจึึงสั่�งให้้ประกาศหาพรานเพื่่�อไปฆ่่าพญาช้้างเอางา เมื่่�อนางจุุลสุุพััตรา
ทราบว่า่ แท่น่ งานั้้น� คือื งาของพญาฉัทั ทันั ต์์ นางจึงึ จำ�ำ ขึ้น� มาได้ว้ ่า่ ตนสาบาน
ไว้ว้ ่า่ จะจองล้า้ งจองผลาญพญาฉัทั ทันั ต์์ นางจึงึ เสียี ใจขอขมากับั งาของพญา
ฉัทั ทันั ต์์ และกลั้้�นใจตาย เมื่่อ� นางตายลงก็ถ็ ููกยมบาลนำำ�ไปลงโทษ
วรรณศิิลป์์
วรรณศิลิ ป์์ คือื การใช้้ถ้อ้ ยคำำ�ภาษาอย่่างประณีีตงดงาม เป็น็ องค์์
ประกอบสำ�ำ คััญที่่�ทำำ�ให้้วรรณคดีีเป็็นศิิลปะที่่�มีีคุุณค่่า วรรณกรรมเรื่่�อง
ฉัทั ทันั ตชาดก มีผี ู้้�นำำ�ไปเรียี บเรียี งเป็น็ สำ�ำ นวนท้อ้ งถิ่่น� ของตนทั่่ว� ทุกุ ภาคของ
ประเทศไทยและประเทศใกล้เ้ คียี ง เพื่่อ� ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ การสื่อ� สารและความเข้า้ ใจ
ได้ง้ ่า่ ยกับั คนในพื้้น� ที่่� เมื่่อ� แต่ล่ ะพื้้น� ที่่น� ำ�ำ วรรณกรรมไปเรียี บเรียี งเป็น็ สำ�ำ นวน
ท้อ้ งถิ่น� ก็ย็ ่อ่ มมีกี ารสอดแทรกลักั ษณะเฉพาะถิ่น� เข้า้ ไปในเรื่อ� งด้ว้ ย พญาฉัทั ทันั ต์์
กลอนสวด ฉบับั วัดั บ้า้ นแลง ก็แ็ สดงให้เ้ ห็น็ การใช้ว้ รรณศิลิ ป์ข์ องผู้�ประพันั ธ์์
โดยแบ่ง่ ประเด็็นการวิิเคราะห์์ได้้ดัังนี้้�
112 ระยอง เลม่ 2
รููปแบบคำ�ำ ประพัันธ์์
วรรณกรรมเรื่�่องพญาฉััททันั ต์ก์ ลอนสวด ถืือเป็น็ วรรณกรรมกลอน
สวดประเภทสอนคติิธรรมโดยอ้อ้ ม ซึ่่ง� วรรณกรรมกลอนสวดประเภทสอน
คติิธรรมโดยอ้้อมหมายถึึง กลอนสวดที่่�มุ่�งสอนคติิธรรมโดยยกตััวอย่่าง
เปรีียบเทีียบเป็น็ ชาดก นิิทานพื้้น� บ้้าน หรืือนิิทานที่่�แต่ง่ เลียี นแบบชาดก
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวดฉบับั นี้้เ� ขียี นลงบนสมุดุ ไทย และแต่ง่ ขึ้น� ด้ว้ ย
บทประพัันธ์์ร้้อยกรองประเภทกาพย์์ตลอดทั้้�งเรื่่�องโดยทั่่�วไปวรรณกรรม
ศาสนาที่่�เป็็นกาพย์์จะเรีียกว่่ากลอนสวด กล่่าวคืือกลอนสวดเป็็นคำำ�เรีียก
ประเภทวรรณกรรมประเภทหนึ่่ง� หมายถึงึ วรรณกรรมคำำ�กาพย์ท์ ี่่น� ำ�ำ มาอ่า่ น
เป็็นทำ�ำ นองสวด วรรณกรรมประเภทนี้้�แต่่งด้้วยกาพย์์ชนิิดต่่างๆ ได้้แก่่
กาพย์ย์ านีี 11 กาพย์์ฉบังั 16 และกาพย์ส์ ุุรางคนางค์์ 28 (หรีดี เรืืองฤทธิ์,�
2499: 553) เรื่�่องพญาฉััททัันต์์กลอนสวดมีีการใช้้ กาพย์์ยานีี 11 กาพย์์
ฉบััง 16 และกาพย์์สุุรางคนางค์์ 28 โดยแต่่งสลัับกัันไปตลอดเรื่่�อง
สัันนิิษฐานว่่าผู้้�ประพัันธ์์เลืือกใช้้ฉัันทลัักษณ์์ทั้้�ง 3 ดัังกล่่าว สลัับกัันตาม
การดำ�ำ เนินิ เรื่อ่� งในแต่ล่ ะช่ว่ ง แต่ล่ ะเหตุกุ ารณ์ก์ ็จ็ ะใช้ฉ้ ันั ทลักั ษณ์ค์ นละชนิดิ
เพื่่อ� ให้้เรื่อ่� งน่า่ ติิดตาม กาพย์ท์ ั้้ง� สามชนิดิ จำำ�แนกได้้ดังั นี้้�
กาพย์์สุุรางคนางค์์ 28 กาพย์์สุุรางคนางค์์ใช้้ในพญาฉััททัันต์์
กลอนสวดมีจี ำ�ำ นวนบทมากที่่ส� ุดุ รููปเขียี นเขียี นว่า่ สููราคณา สููรางคะณา สุดุ คนา
ลัักษณะการใช้้ใช้้ในการบรรยาย ทั้้�งการเข้้าเรื่�่องชาดก บทรำ��พััน บท
พรรณนาชมพัันธุ์�ไม้้ พัันธุ์์�สััตว์์ อธิิบายความ หากเป็็นตอนที่่�แสดงความ
เศร้า้ โศกเสียี ใจ ผู้�ประพัันธ์์จะใช้้คำ�ำ ว่า่ “พิิลาป” และเหตุุการณ์์ที่่แ� สดงการ
เคลื่่�อนไหว จะเปลี่่ย� นเป็็นคำ�ำ ว่า่ “นางกราย”
ผู้้�ประพัันธ์์ใช้้บทพิิลาป เพื่่�อแสดงถึึงความเศร้้าของตััวละคร ดััง
ความว่า่
ความเมื่่�อนางจุุลสุุพััตรารู้้�ว่่างาที่่�ตนฝัันถึึงและต้้องการที่่�จะได้้มา
ครอง คือื งาของพญาฉััททันั ต์์นางจึงึ เศร้้าโศกเสีียใจอย่่างมาก ผู้�ประพัันธ์์
จึึงใช้ค้ ำ�ำ ว่่าพิลิ าปขึ้�นต้น้ บทประพันั ธ์์ดัังกล่่าว
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททันต์กลอนสวด 113
ผู้�ประพัันธ์์ยัังเปลี่่�ยนชื่�่อกาพย์์สุุรางคนางค์์ 28 เป็็นคำ�ำ ว่่า นางกราย ดััง
บทประพันั ธ์์ว่่า
๏677 สพุ ตั ราโฉมยง พลิ าป ๏679 โอพ้ ระโฉมยง
กอดงาพระองค์ ร�ำ่ ให้โศกศลั ย์ พราะกรรมเวรา
พอ่ เจา้ ของเมียเอย๋ บาปไดม้ าทัน แกลง้ ผลาญราชา
ใหพ้ ระจอมขวญั ตายจากเมยี ไป เมียเป็นคนหลง ไปฆา่ พระองค์
ข้าไปใจมาร
จึงใช้พรานป่า
๏678 เมียไมเ่ ห็นหนา้ ๏680 เมยี ไดท้ ำ�ผิด
เมียเห็นแตง่ า แห่งพระจอมไตร สุดทจ่ี ะคดิ แล้วนาโฉมยง
พระเจ้าตายแล้ว เมยี แก้วอยู่ใย เมียจะกล้ันใจตาย ตายตามพระองค์
ตายด้วยทา้ วไท อยู่ใยเลา่ นา ร่วมในไพรพง ด้วยพระราชา
บทประพัันธ์์ข้้างต้้นเป็็นฉากที่่�พญาฉััททัันต์์นำ�ำ หมู่่�บริิวารกลัับไปยััง
ที่่�อยู่่�ของตน ซึ่่�งแสดงให้้ผู้้�รัับสารรู้้�สึึกถึึงอาการการเคลื่่�อนที่่�ของหมู่�่ ช้้าง
อึงึ คนึงึ ทั่่ว� ทั้้ง� ป่่า กึกึ ก้อ้ งร้อ้ งกันั ไปทั่่ว� ทำ�ำ ให้เ้ ห็น็ ลักั ษณะการใช้บ้ ทนางกราย
ซึ่่�งเป็็นการแสดงเหตุุการณ์์การเคลื่่อ� นที่่ข� องหมู่่�ช้า้ ง
นางกราย
๏283 เมื่อน้ันฉทั ทนั ต์ ๏285 กกึ กอ้ งรอ้ งมี
เท่ี ยวในหิมวันต์
เยน็ ย่ำ�คำ�่ มา กบั หม่บู รวิ าร ฉวยถลาควา้ ต ี ย่�ำ พงดงดาน
กบั หมู่บรวิ าร
ลนิ ลายงั สถาน โกรกกรากสุมทุม ทกุ พุ่มสถาน
เกล่ือนกน่ กันมา สู้แหลง่ แปลงตน ร้องแลน่ แปร้นปรา้ น กอ้ งไพรพนาสณฑ์
โน้มน้าวกง่ิ ย้า
อดั แอแจจล ๏284 องึ คนงึ ท้ังป่า ๏286 โจกเจกเอกเอยี ง
ทั่วท้ังพนาสน ดงั อยูป่ ระเพรยี ก ทั่วทุกต�ำ บล
หักพฤกษาผล ตรวจตราหาค ู่ เข้าอยู่ทต่ี น
ทงั้ ป่าหิมพานต์ ทั่วทกุ ไพรสน ท่ตี นเคยนอน
114 ระยอง เลม่ 2
กาพย์ฉ์ บััง 16 กาพย์ฉ์ บังั ในเรื่�อ่ งพญาฉัทั ทัันต์์กลอนสวด ไม่่ได้ใ้ ช้้
กัับการแสดงการรบหรืือบทที่่�เกี่่�ยวกัับการต่่อสู้�เหมืือนในบทพากย์์ แต่่ใช้้
ในการพรรณนาความดำ�ำ เนิินเรื่่�องและใช้้ในบทพรรณนาอารมณ์์ความรู้้�สึึก
แสดงให้ผ้ ู้้�รัับสารรู้้�สึึกถึึงอารมณ์ใ์ นเรื่�่อง เช่น่ เมื่่�อพรานโสอุุดรอาสาไปตััด
งาของพญาฉัทั ทันั ต์์ และเมื่่อ� เดินิ ทางเข้า้ ป่่า การแสดงอาการของเหล่า่ ช้า้ ง
บริิวาร การบรรยายถึงึ เหตุอุ ัศั จรรย์์เมื่่�อพญาฉัทั ทันั ต์ใ์ ห้พ้ รานตัดั งาของตน
เมื่่อ� พรานโสอุุดรตััดงาของพญาฉัทั ทันั ต์์ได้้สำ�ำ เร็จ็ ก็็เกิิดเหตุอุ ััศจรรย์์ไปทั่่ว�
พิิภพ ดัังความว่่า
การบรรยายถึงึ เหตุกุ ารอัศั จรรย์โ์ ดยใช้ก้ าพย์ฉ์ บังั 16 ข้า้ งต้น้ แสดง
ให้้เห็็นถึึงเหตุุการณ์์เมื่่�อพญาช้้างตััดงาของตนให้้พราน ด้้วยบุุญญาธิิการ
จึึงเกิิดเหตุุการต่่างๆ เช่่น แผ่่นดิินไหว ฟ้้าร้้อง ฟ้้าผ่่า เขาพระสุุเมรุุ
เอนอ่อ่ น
๏520 ในเมอ่ื ทา่ นทา้ วให้ทาน ๏522 พระสเุ มรเุ อนออ่ นดังยอดหวาย
อัศจรรยบ์ ันดาล ท่ั วทกุ ทศิ าโกลาหล ดังบรุ ษุ ชาย ลนไฟก็ออ่ นอยูร่ ะทด
๏521 องึ คะนึ่งท่ั วทุกตําบล ๏523 ดินดลจนจบมหาพรหม
มหาพรหมโสฬส ปรากฏท่ั วทกุ เมอื งสวรรค์
อลเวงอลวน สุธาดลจะแตกทําลาย
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉทั ทันตก์ ลอนสวด 115
กาพย์ย์ านีี 11 พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด ใช้ก้ าพย์ย์ านีใี นการดำ�ำ เนินิ
เรื่�่องทั้้�งในบทไหว้ค้ รูู บููชาพระรัตั นตรััย บทสรุุปของเรื่่�อง และการพรรณนา
ความสลับั กับั กาพย์ส์ ุรุ างคนางค์์ 28 การใช้ก้ าพย์ย์ านีี 11 ในบทไหว้ค้ รูู บููชา
พระพุทุ ธคุณุ ปรากฏดังั บทประพันั ธ์์ว่่า
๏1 ไหวค้ ุณพระพทุ ธเจา้ ทกุ ค�ำ่ เชา้ เท่ามรณา ๏6 ขา้ ขอจงได้สุข พน้ จากทกุ ข์ชรามร
คณุ แห่งพระโสดา ขา้ ใส่ไวเ้ หนอื เกศี
ไหวค้ รูผูส้ ั่งสอน สืบกนั มาใหร้ ู้แจ้ง
๏2 ข้าไหว้ทงั้ พระธรรม อันจะน�ำ สดั ดายสี ๏7 ข้าแต่งตามเร่อื งราว ดงั ท่านกลา่ วแต่หลงั มา
ให้พน้ จากไพรี อันมืดมนในสงสาร
ตามธรรมเทศนา ใหป้ ระเสรฐิ สัง่ สอนใจ
๏3 สอนสัตว์ใหพ้ ้นทกุ ข์ ใหเ้ ปน็ สุขถงึ นริ พาน ๏8 นโมแลบพุ ผัง ทา่ นจงตง้ั จติ หมดใส
ดบั ชาตกิ ันดาร บม่ ีภัยมาบที า ฟงั ธรรมอนั พิสมัย จกั กลา่ วมาแต่ปางหลัง
๏4 ขา้ ไหว้ท้งั พระสงฆ์ ท่านผู้ทรงซึง่ ศลี ลา ๏9 จงตั้งโสตทงั้ สอง ต่างถาดทองสวุ รรณัง
ไหวค้ ณุ พระบดิ า แลมารดาผู้สบื สาย รับรสพระธรรมมงั ฟังแลว้ จ�ำ ส่งั สอนใจ
๏5 ตัวข้าผู้ประพนั ธ์เขียน บทกลอนเพยี รช่วยแตง่ ใส่
นกั ปราชญท์ ่านทงั้ หลาย ชว่ ยสืบสายคือสาคร
ผู้้�ประพันั ธ์ไ์ ด้แ้ สดงความศรัทั ธาในพระพุทุ ธศาสนาลงในบทไหว้ค้ รูู
และสรรเสริญิ พระรัตั นตรัยั โดยการยกการไหว้เ้ คารพในพระพุทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์์ และสรรเสริิญคุณุ ของบิิดามารดา ครููบาอาจารย์์มาในบท ก่่อน
เริ่�มเข้้าเนื้้�อเรื่�อ่ ง
116 ระยอง เลม่ 2
ศิลิ ปะการใช้ภ้ าษา
ศิิลปะการใช้้ภาษา หรืือการใช้้ถ้้อยคำ�ำ ในการประพัันธ์์งาน
วรรณกรรมเป็น็ สิ่่ง� ที่่ส� ำำ�คัญั ที่่ส� ุดุ ในการสื่่อ� ความหมาย อารมณ์์ ความรู้้�สึกึ ให้้
ผู้้�อ่่านได้้รัับตามจุุดมุ่�งหมายของผู้�ประพัันธ์์ คำ�ำ ในภาษากวีีนิิพนธ์์หรืือ
วรรณคดีไี ม่เ่ หมือื นคำ�ำ พููดทั่่ว� ๆ ไป ซึ่ง� มักั เน้น้ ข้อ้ เท็จ็ จริงิ อย่า่ งตรงไปตรงมา
แต่ภ่ าษากวีนี ิพิ นธ์เ์ น้น้ การใช้ภ้ าพเป็น็ สำำ�คัญั (เบญจพร เรืืองเลิศิ บุญุ , 2530:
130)
การใช้ภ้ าษาในเรื่อ� ง ผู้�ประพันั ธ์ใ์ ช้ภ้ าษาที่่ง� ่า่ ย มีคี วามไพเราะ มีศี ิลิ ปะ
ในการใช้้คำำ�เพื่่�อแสดงอารมณ์์ ความรู้้�สึึก และจิินตนาการต่่างๆ ทำ�ำ ให้้
ผู้้�อ่่านเกิิดอารมณ์์คล้้อยตาม ซึ่่�งการที่่�ผู้�ประพัันธ์์ใช้้ภาษาที่่�ง่่ายในการ
ประพันั ธ์น์ ั้้น� เป็น็ สิ่่ง� ที่่ด� ีี เนื่่อ� งจากจะทำำ�ให้ผ้ ู้้�รับั สารนั้้น� เข้า้ ใจเรื่อ่� งที่่ผ�ู้�ประพันั ธ์์
ต้อ้ งการนำ�ำ เสนอออกมาได้้ดีกี ว่่าการใช้้ภาษาที่่�ยาก
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด แสดงให้เ้ ห็น็ ความสามารถในการประพันั ธ์์
ของผู้�ประพันั ธ์์ ทั้้ง� การใช้้การสรรคำ�ำ คำ�ำ ซ้ำำ�� คำ�ำ ซ้้อน สัมั ผััส สำำ�นวนโวหาร
และรสวรรณคดีี ได้้อย่า่ งครบถ้ว้ น การใช้้องค์ป์ ระกอบข้้างต้น้ มาประกอบ
กัับการประพัันธ์์ ทำำ�ให้้เรื่่�องพญาฉััททัันต์์กลอนสวดเป็็นวรรณกรรมที่่�สนุุก
น่า่ ติดิ ตาม โดยลักั ษณะของศิลิ ปะในการใช้ภ้ าษาของผู้�ประพันั ธ์ย์ กตัวั อย่า่ ง
ได้้ดัังนี้้�
การสรรค์์คำำ� หรืือการใช้้คำำ�ไวพจน์์ เป็็นการเลืือกใช้้ถ้้อยคำ�ำ ให้้
เหมาะสม เพื่่อ� ให้ส้ อดคล้อ้ งกับั เนื้้อ� เรื่อ�่ ง และตัวั ละคร โดยมากเป็น็ การสรร
คำำ�เพื่่�อใช้้แทนตััวละครในเรื่�่อง เพื่่อ� ลดการใช้้คำ�ำ ซ้ำำ�� และยังั ทำำ�ให้้เกิดิ ความ
สละสลวยทางภาษา (ดุุลยา ทับั ถม, 2550: 95) พญาฉัทั ทัันต์ก์ ลอนสวดมีี
การสรรค์ค์ ำ�ำ แทนตัวั ละครหลายคำ�ำ เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้เ้ กิดิ การใช้ค้ ำ�ำ ซ้ำ��ำ และยังั เป็น็ การ
แสดงให้้เห็น็ ถึึงฐานะ รููปลัักษณ์์ รวมถึึงลัักษณะนิิสััยของตัวั ละครนั้้น� ๆ ได้้
สมุดไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททนั ต์กลอนสวด 117
อีกี ด้ว้ ย เช่น่ ใช้ค้ ำ�ำ เรียี กพญาฉัทั ทันั ต์์ ที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ ถึงึ ผู้�ที่จ� ะไปเป็น็ อนาคต
พุุทธเจ้า้ แสดงให้้เห็น็ ว่า่ เป็็นผู้�ที่�อยู่�่เหนืือช้า้ งทั้้ง� ปวง และเป็น็ ผู้�ที่เ� ปี่่�ยมไป
ด้ว้ ยคุณุ ธรรม เช่น่ หน่อ่ โพธิสิ ัตั ว์์ เป็น็ คชสารใหญ่่ พญาคชสาร พระทรงธรรม
เป็น็ ต้น้ การใช้ค้ ำำ�เรียี กนางจุลุ สุพุ ัตั ราในบทบาทที่่แ� ตกต่า่ งกันั เป็น็ การแสดง
ให้เ้ ป็น็ สถานะของนาง ณ ขณะนั้้น� เช่น่ พระลููกแก้ว้ เมื่่อ� ท้า้ วพรหมทัตั กล่า่ ว
ถึงึ นางฉายา เจ้้าโฉมยง เมื่่�อพญาฉััททัันต์พ์ ููดถึึง และหญิงิ ใจพาล อีีกระลีี
เมื่่อ� ช้้างบริิวารที่่�โกรธแค้้น และยมบาล ด่่าว่่านาง
การเล่ม่ สััมผััส คือื การรับั กันั หรืือการคล้อ้ งจองของเสียี งพยัญั ชนะ
หรืือเสีียงสระ (เปลื้้�อง ณ นคร, 2540: 208) การเล่น่ สัมั ผััสนี้้�เป็น็ สิ่่�งที่่�ขาด
ไม่ไ่ ด้ส้ ำ�ำ หรับั บทประพัันธ์ป์ ระเภทร้อ้ ยกรอง เนื่่อ� งจากบทประพันั ธ์์ประเภท
ร้อ้ ยกรองต้อ้ งมีีการใช้้สััมผััส
๏188 ตุงตังพรูพร่งั ดงดอน เสอื เน้อื ซอกซอน ๏191 ดน้ั ด้นปะตน้ ไมใ้ หญ ่ ลดเล้ี ยวมไิ ด้
หลับนอนกล็ ุกหลีกหนี เอาส่ิ วเขา้ เจาะเคาะโพรง
๏203 พลัดพรากวนุ่ วายเสือกสน กอู่ ยู่ทั่วดง ๏192 แคะงดั ตดั ดังโผงโผง ตุ๊ดตู่อยู่โพรง
บ้างกู่หาลกู สน่ันไป ระพัดระเพินหนไี ป
ตัวั อย่า่ งการเล่ม่ สััมผัสั ข้า้ งต้น้ จะเห็น็ ได้ถ้ ึึงความสามารถในการใช้้
ภาษาของผู้�ประพัันธ์์ ที่่�แสดงการใช้้สััมผััสในได้้อย่่างไพเราะงดงามโดย
ผู้�ประพันั ธ์์ ทำำ�ให้ผ้ ู้้�รับั สารรู้้�สึกึ ถึงึ ภาพและเสียี งที่่เ� กิดิ ขึ้น� พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอน
สวดปรากฏการใช้ส้ ัมั ผัสั ระหว่า่ งบทในทุกุ บท ไม่ข่ าดตกบกพร่อ่ ง ส่ว่ นสัมั ผัสั
ใน จากตัวั อย่า่ งข้า้ งต้น้ ก็เ็ ป็น็ การแสดงฝีมี ือื ของผู้�ประพันั ธ์ไ์ ด้อ้ ย่า่ งดีี ในการ
เลือื กใช้ค้ ำ�ำ มาสัมั ผัสั กันั ภายในวรรค ทั้้ง� การใช้ส้ ัมั ผัสั อักั ษร และสัมั ผัสั สระ
118 ระยอง เลม่ 2
ภาพสะท้้อนสัังคม
วรรณกรรมเป็็นผลงานของมนุุษย์์ เป็็นที่่�เก็็บรวบรวมความคิิด
ความเป็น็ อยู่�่ และลักั ษณะสถานภาพ ของมนุุษย์์ที่่เ� ป็็นส่่วนหนึ่่ง� ของสังั คม
ไว้ด้ ้ว้ ยกันั วรรณคดีหี รืือวรรณกรรมจึงึ กลายเป็น็ หนังั สือื ที่่ส� ะท้อ้ นภาพสังั คม
ได้้ (สิิทธา พิินิจิ ภููวดล และคณะ, 2516: 48) พญาฉััททันั ต์ก์ ลอนสวด เป็็น
วรรณกรรมท้้องถิ่่น� ซึ่่ง� วรรณกรรมท้้องถิ่่น� นี้้� เป็็นวรรณกรรมที่่�มีคี วามใกล้้
ชิิดสัังคมมาก ชาวบ้้านนิิยมฟัังการอ่่านวรรณกรรมเป็็นประหนึ่่�งมหรสพก็็
ว่่าได้้ (วิิมล ดำำ�สรีี, 2528: 1) เรื่่อ� งพญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด ฉบับั วััดบ้า้ นแลง
แสดงให้เ้ ห็น็ ภาพสะท้้อนสัังคมในประเด็น็ ดังั นี้้�
คติิธรรมคำำ�สอน ความเชื่อ� และประเพณีี
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด เน้น้ ให้เ้ ห็น็ ในเรื่อ�่ งความเชื่อ�่ และคติธิ รรม
คำำ�สอน ในพระพุทุ ธศาสนา มากกว่่าด้้านอื่่น� ๆ โดยได้้แสดงความเชื่่�อและ
คำำ�สอนในพระพุุทธศาสนา เช่่น เรื่่�องกฎแห่่งกรรม เรื่่�องนรกสวรรค์์
การสั่่ง� สมบารมีี เรื่อ่� งวัฏั สงสาร การรักั ษาศีลี ไตรลักั ษณ์์ ฆราวาสธรรม โดย
ผู้�ประพัันธ์์ใช้ท้ ั้้�งการกล่่าวถึึงคติธิ รรมแบบตรง ๆ ในบทประพันั ธ์์ และสอด
แทรกเอาไว้้ในเรื่อ�่ งโดยผ่่านการกระทำำ�ของตัวั ละครในเรื่�อ่ ง อาทิกิ ารกล่่าว
ถึึงความน่่ากลััวของนรกผู้ �ประพัันธ์์ก็็ได้้แสดงให้้เห็็นผ่่านการที่่�นางจุุล
สุพุ ัตั ราถููกยมบาลลงโทษ ดัังบทประพันั ธ์์ว่่า
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททนั ต์กลอนสวด 119
๏706 บัดเด๋ียวไปตก ๏709 เอาน้ำ�ทองแดง
อยูใ่ นนรก โลหกุมภี ว่าหญงิ ใจแขง็ แสนรา้ ยหมอเพลง
ฝูงยมบาล รมุ รนั โบยตี มึงจกั โทษใคร ท�ำ ใส่ตวั เอง
ว่าหญิงกระลี ไม่ปราณีผวั เร่งกรอกอย่าเกรง อย่าให้เคยใจ
๏707 พาหญงิ ใจบาป ๏710 ผา่ อกผ่าปาก
เร่งเอาคมี ลาก ทอดลงในไฟ
ใจไม่สภุ าพ โมโหเมามวั ปักหัวมันลง ให้จงหน�ำ ใจ
พาหญงิ จงั ไร ปากกลา้ สามานย์
สมคบไอพ้ ราน ให้ไปฆ่าผวั
ไม่คดิ ถึงตัว ว่าจกั เปน็ กรรม
จากบทประพัันธ์์ข้้างต้้น แสดงให้้เห็็นความน่่ากลััวของนรกจาก
การที่่น� างจุลุ สุพุ ัตั ราถููกยมบาลลงโทษต่า่ งๆ นานา ทั้้ง� เอาน้ำ�ำ�ทองแดงกรอก
ใส่ค่ อ ผ่า่ อกผ่่าปาก เอาคีมี เหล็ก็ ลาก โยนลงไปในไฟ ซึ่่ง� นอกจากจะได้้รัับ
ความสนุุกสนานจากเรื่่อ� งแล้ว้ ยัังได้ร้ ับั ข้้อคิดิ คติธิ รรมอีกี ด้ว้ ย นอกจากนั้้�น
ยัังมีีการแสดงให้้เห็็นความเชื่่�อเรื่่�องโหราศาสตร์์ ประเพณีีการทำำ�ศพ
การทำ�ำ บุุญ การขอขมา โดยแสดงผ่่านการกระทำ�ำ ของตััวละครในเรื่อ�่ งเช่น่
เดียี วกัันกัับความเชื่่�อเรื่่อ� งพระพุุทธศาสนา เช่น่ การขอขมาเป็น็ เหตุุการณ์์
ในตอนที่่น� างจุลุ สุพุ ัตั รารู้้�สึกึ ผิดิ ที่่ใ� ช้ใ้ ห้พ้ รานไปฆ่า่ พญาฉัทั ทันั ต์์ จึงึ ได้ข้ อขมา
ต่อ่ งาของพญาช้้าง ดังั บทประพัันธ์์ว่่า
๏701 น้องเอาดอกไม้ ๏702 พระอยา่ ถือโทษ
ธปู เทียนกราบไหว้ น้องขอสมาพระทอง
โทษทณั ฑ์สิ่งใด ไดอ้ ดโทษนอ้ ง ทรชนคนโหด แล้วนาโฉมยง
กราบงาพระทอง ขอสมาพระองค์
เมยี รกั ขอสมา ซึง่ งาพระองค์
ขอพระเจ้าจง โปรดเกลา้ เมียรา
120 ระยอง เลม่ 2
จากบทประพันั ธ์ข์ ้า้ งต้น้ แสดงให้เ้ ห็น็ วิธิ ีกี ารขอขมาของนางจุลุ สุพุ ัตั รา
โดยการนำ�ำ ดอกไม้้ ธููป เทีียน ไปไหว้้ขอขมาต่่อสิ่่�งที่่�ตนล่่วงเกิินก็็คืือ
พญาฉััททัันต์์ ส่่วนความเชื่�่อในเรื่�่องโหราศาสตร์์ก็็แสดงผ่่านตััวของพราน
โสอุดุ ร เป็น็ เหตุกุ ารณ์ใ์ นตอนที่่พ� รานกำำ�ลังั จะเดินิ ทางออกจากเมือื งเพื่่อ� ไป
ตามหาพญาฉัทั ทันั ต์์ ดัังความว่่า
๏161 พรานเฒ่ากม้ เกล้ากราบไหว้ ๏165 วันนีจ้ ับยามสามตา
ยามองการไอพ้ รานป่า ยงั รามเกยี รตเ์ิ ขยี นวน
ขอลาวา่ ใคร จะไหวซ้ ึ่งคุรุปทั ยาย
๏162 รุ่งเชา้ จะลาผันผาย ๏168 ยงั เราไอเ้ ฒา่ สามตา
แตเ่ ชา้ ก่อนงาย ฤกษย์ ามแตต่ ามต�ำ รา เปน็ ก�ำ หนดเวลา จะพบพญาฉัททนั ต์
๏163 ทูลแล้วเพอ่ื นแคลว้ ไคลคลา ๏169แดนออ่ นก่อนงาย
แลว้ ผายผันจงไปใหท้ นั ซึง่ ฤกษแ์ ลยามเวลา
ไปยงั เคหา พรานป่าหาตาครู
๏164 หมอเฒา่ กจ็ บั ยามดู ๏175 พรุ่งน้เี อง็ เรง่ ขจร
พอแดดออ่ นอ่อน
โชคร้ายหลายต ดตู ามทวารกล่าวมา ไอเ้ ฒ่าจงเข้าในไพร
จากบทประพัันธ์์ข้้างต้้นแสดงให้้เห็็นถึึงความเชื่�่อเรื่่�องฤกษ์์ยาม
ในตอนที่่พ� รานโสอุดุ รจะเดินิ ทางออกจากเมืืองเพื่่อ� ไปตามหาพญาฉัทั ทันั ต์์
มีีการกล่่าวถึึงการจับั ยามสามตา เพื่่�อดููฤกษ์ย์ ามเวลาในการเดินิ ทาง เมื่่�อ
หมอดููก็็ได้้ฤกษ์์ และเวลา ก็็แจ้้งให้้แก่่พราน เป็็นการแสดงให้้เห็็นถึึง
ความเชื่อ�่ ของผู้�คนในสังั คมของผู้�ประพันั ธ์์ ถึงึ การที่่ม� ีคี วามเชื่อ�่ ว่า่ ก่อ่ นออก
เดิินทางจะต้้องดููฤกษ์ย์ ามก่่อน ซึ่่ง� ความเชื่�่อนี้้�ยังั มีใี ห้้เห็็นอยู่�ใ่ นปััจจุบุ ันั
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททนั ตก์ ลอนสวด 121
ลัักษณะเฉพาะที่่ป� รากฏในเรื่อ� ง
ลัักษณะเฉพาะเป็็นสิ่่�งที่่�ผู้ �ประพัันธ์์มัักจะถ่่ายทอดออกมาในบท
ประพัันธ์์ โดยมักั จะเป็น็ สิ่่ง� ที่่ผ�ู้�ประพันั ธ์ใ์ นท้อ้ งถิ่่น� นั้้�นๆ ได้้พบเห็น็ และรู้้�จักั
โดยวรรณกรรมท้้องถิ่่�นแต่่ละภููมิิภาคก็็จะมีีลัักษณะเฉพาะถิ่่�นที่่�ผู้ �ประพัันธ์์
สอดแทรกเข้้ามาในเรื่อ�่ งแตกต่า่ งกััน
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวดก็ม็ ีกี ารแสดงลักั ษณะเฉพาะถิ่่น� โดยแสดง
ออกมาในตอนที่่พ� รานโสอุดุ รเดินิ ทางเข้า้ ป่่า มีกี ารกล่า่ วถึงึ ชื่อ�่ พืชื และสัตั ว์์
หลายชนิดิ ผ่า่ นมุมุ มองของพรานโสอุดุ ร ดังั ความว่า่
๏221 ขนุนขนงั ๏226 น่ีแน่ะหมาใน
ลูกอินทรล์ กู จันทน ์ สารพนั นานา เยาะกเู ลน่ ได ้ อีกทั้งกระบอื
ทุเรียนลางสาด ใส่หาบไปรา ลดหาบลงวาง ยงั สักผางฤๅ
ฝากแก้วกำ�พรา้ ลกู น้อยอยู่เรือน หกั วา่ กถู ือ ซ่ึงความสจั จา
224 ตะโกพะวา ๏227 เฒา่ เห็นโคถึก
มะตูมลูกหวา้ มะยมลกู พรม ในใจเฒ่านกึ จะใคร่ลองปืนผา
มะเดื่อเตม็ ทาง มะปรางนา่ ชม หมูโทนเท่ี ยวลอ่ ง เฒา่ ก็มองเขา้ หา
อกกูอุดม แต่ตัวคนเดียว แลดูเล่นรา มันพเี หลือใจ
๏234 ชมพลางทางมา ๏228 เสยี งกระทงิ มนั รอ้ ง
เฒา่ คอ่ นลนิ ลา ลว่ งแลว้ ป่าหลงั พลิ กึ กึกกอ้ ง เยาะกเู ลน่ ใย
เหน็ ลกู ทเุ รียน เป็นหนามรุงรงั โนน่ โพน้ กวางทอง เย้อื งยอ่ งในไพร
อนจิ จาน่าชงั กินหวานกระมงั นา๏ เสือปลาหมาใน ไรไรเค้าดง
122 ระยอง เลม่ 2
จากบทประพัันธ์์ข้้างต้้น มีีการแสดงชนิิดของพืืช เช่่น ทุุเรีียน
ลางสาด มะตููม มะยม มะเดื่่อ� และชนิดิ ของสััตว์์ เช่่น หมาใน วัวั ควาย
กวาง กระทิิง เสืือปลา นกเค้า้ นอกจากตัวั อย่า่ งบทประพัันธ์์ข้้างต้น้ ก็ย็ ังั
ปรากฏ ชื่่�อพืืชและสััตว์์อีีกหลายชนิิด ในบทประพัันธ์์อื่่�นๆ ในเรื่่�องพญา
ฉััททัันต์์กลอนสวด เป็็นการแสดงชนิิดของพืืช และสััตว์์พื้้�นถิ่่�นที่่�ถ่่ายทอด
โดยผู้้�ประพันั ธ์ผ์ ่่านบทประพันั ธ์ผ์ ่่านมุุมมองของตัวั ละครในเรื่�อ่ ง
สรุุป
วรรณกรรมเรื่อ่� งฉัทั ทันั ตชาดก เป็น็ นิบิ าตชาดกเรื่อ�่ งที่่� 514 ปรากฏ
อยู่�่ทั่�วทุุกภาคของประเทศไทย และประเทศใกล้้เคีียง โดยในแต่่ละพื้้�นที่่�
แต่ล่ ะภููมิภิ าคก็จ็ ะมีกี ารดัดั แปลงเป็น็ สำ�ำ นวนท้อ้ งถิ่่น� ของตน ทั้้ง� บทประพันั ธ์์
ประเภทร้อ้ ยแก้้ว และร้้อยกรอง ใกล้เ้ คียี ง เพื่่�อทำำ�ให้เ้ กิดิ การสื่่อ� สาร และ
ความเข้้าใจได้้ง่า่ ย กับั คนในพื้้�นที่่�
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด เป็น็ สำำ�นวนที่่น� ิยิ มแพร่ห่ ลายปรากฏอยู่่�ทั่ว�
ภาคกลาง ภาคใต้้ และจัังหวััดชายฝั่่�งทะเลภาคตะวันั ออกของประเทศไทย
จากการสืืบค้้นข้้อมููลเอกสารเรื่่�องพญาฉััททัันต์์กลอนสวดที่่�พบในปััจจุุบััน
พบว่า่ เอกสารที่่พ� บมีสี ำ�ำ นวนคล้า้ ยกันั แตกต่า่ งกันั เพียี งบทประพันั ธ์บ์ างบท
ไม่่มีีเล่่มใดที่่�มีีอายุุเก่่าเท่่าพญาฉััททัันต์์กลอนสวด ฉบัับวััดบ้้านแลง และ
ไม่่มีีเล่่มใดที่่�เขีียนด้้วยอัักษรไทยย่่อเหมืือนกัับฉบัับวััดบ้้านแลง ตาม
ทะเบีียนที่่�พบเรื่่�องพญาฉััททัันต์์กลอนสวดฉบัับอื่่�นๆ เขีียนด้้วยอัักษรไทย
รัตั นโกสินิ ทร์์ จึงึ สามารถบอกได้ว้ ่า่ พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด ฉบับั วัดั บ้า้ นแลง
เป็น็ ฉัทั ทันั ตชาดกที่่ม� ีสี ำ�ำ นวนที่่เ� ก่า่ ที่่ส� ุดุ และเป็น็ เรื่อ่� งฉัทั ทันั ตชาดกเล่ม่ เดียี ว
ที่่�เขีียนด้้วยอัักษรไทยย่่อทั้้ง� เล่่ม ที่่�พบในปัจั จุบุ ันั
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉทั ทนั ต์กลอนสวด 123
พญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด ฉบับั วัดั บ้า้ นแลง เป็น็ เอกสารเล่ม่ เดียี วใน
จัังหวัดั ระยองที่่เ� ขียี นด้้วยอักั ษรไทยย่่อทั้้�งเล่่ม นับั ได้้ว่า่ เอกสารฉบัับนี้้�เป็น็
หลักั ฐานชิ้น� สำ�ำ คัญั อีกี ชิ้น� ที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ ถึงึ การใช้้ และพัฒั นาการของอักั ษร
ไทยย่่อจากสมััยอยุุธยาสู่�่ รััตนโกสิินทร์์ได้้เป็็นอย่่างดีี โดยลัักษณะอัักษรมีี
การลดเหลี่่ย� มมุมุ และความเอียี งลง มีคี วามคล้า้ ยกับั อักั ษรไทยปัจั จุบุ ันั มาก
ขึ้�น การใช้้อัักขรวิิธีียัังไม่่ตรงกัับปััจจุุบัันเนื่่�องจากยัังไม่่มีีเกณฑ์์บัังคัับ
ตายตัวั
ในด้า้ นวรรณศิลิ ป์แ์ ละภาพสะท้อ้ นสังั คม ผู้�ประพันั ธ์ไ์ ด้แ้ สดงความ
สามารถออกมาผ่า่ นบทประพันั ธ์ใ์ นเรื่อ�่ ง มีกี ารใช้ศ้ ิลิ ปะในการใช้ภ้ าษาอย่า่ ง
ดีีทำำ�ให้้เรื่่�องราวสนุุกสนาน น่่าติิดตาม อีีกทั้้�งยัังมีีการสอดแทรกคติิธรรม
คำำ�สอนเข้า้ มาในเรื่่�อง ทำำ�ให้้นอกจากผู้้�รับั สารจะได้้รับั ความสนุกุ แล้้ว ก็็ยังั
ได้ร้ ับั ข้อ้ คิดิ คติธิ รรมคำ�ำ สั่่ง� สอนในพระพุทุ ธศาสนาที่่ผ�ู้�ประพันั ธ์ส์ อดแทรกเข้า้
มาในเรื่�่องอีีกด้้วย นอกจากนั้้�นยัังมีีการแทรกความเชื่�่อ ประเพณีี และ
ลักั ษณะเฉพาะถิ่่น� เข้า้ มาในเรื่อ�่ งแสดงให้เ้ ห็น็ ความเชื่อ่� ในเรื่อ�่ งโชคลาง และ
แสดงให้้เห็็นถึึงชื่�่อพืืช และสััตว์์ โดยสััตว์์บางชนิิดไม่่มีีให้้เห็็นทั่่�วไปใน
ปััจจุบุ ันั แล้ว้ นับั เป็น็ หลัักฐานที่่�คนรุ่�นหลังั ควรศึกึ ษาในลักั ษณะเฉพาะถิ่่�นที่่�
ปรากฏในวรรณกรรมท้อ้ งถิ่่�นอีีกด้้วย
จากข้อ้ มููลของเรื่อ� งพญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอนสวด ฉบับั วัดั บ้า้ นแลง ที่่ผ�ู้้�วิจัยั
ได้ว้ ิเิ คราะห์ไ์ ว้ข้ ้า้ งต้น้ ทำำ�ให้ส้ ามารถแบ่ง่ ลักั ษณะเด่น่ ของพญาฉัทั ทันั ต์ก์ ลอน
สวดฉบัับนี้้�ออกมาได้เ้ ป็น็ 4 ข้้อ คืือ
1. เป็็นเรื่�่องฉััททัันตชาดกเล่่มเดีียวในประเทศไทยที่่�เขีียนด้้วย
อักั ษรไทยย่่อ
2. เป็น็ เอกสารเล่ม่ เดียี วในจังั หวัดั ระยอง ที่่เ� ขียี นด้ว้ ยอักั ษรไทยย่อ่
3. เป็น็ เรื่�อ่ งพญาฉัทั ทัันต์ก์ ลอนสวด ที่่�มีสี ำำ�นวนที่่�เก่่าที่่�สุดุ
4. เป็็นหลัักฐานชิ้�นสำำ�คััญอีีกชิ้�น ที่่�แสดงให้้เห็็นลัักษณะการใช้้
อัักษรไทยย่อ่ ในการบันั ทึกึ ข้้อมููลขนาดยาว ในสมัยั รััตนโกสินิ ทร์์
124 ระยอง เลม่ 2
จากลัักษณะเด่่นข้้างต้้นของเอกสารฉบัับนี้้� ประกอบกัับการใช้้
วรรณศิลิ ป์์ และการสอดแทรกภาพสะท้อ้ นสังั คมของผู้�ประพันั ธ์์ จึงึ นับั ได้ว้ ่า่
พญาฉััททัันต์์กลอนสวด ฉบับั วัดั บ้้านแลง เป็็นเพชรน้ำ��ำ เอกแห่่งวรรณกรรม
เมืืองระยอง
สมดุ ไทยและใบลาน 3 — พญาฉัททันตก์ ลอนสวด 125
4 — นานาสาระ
จากเอกสารโบราณ
เมอื งระยอง
126 ระยอง เลม่ 2
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 127
128 ระยอง เล่ม 2
คััมภีีร์์อานิสิ งส์ฉ์ บัับวััดจุฬุ ามุนุ ีี :
ภาพสะท้อ้ นความเชื่�อเรื่อ� งการทำำ�บุุญของชาวระยอง2
ความเป็น็ มา
คััมภีีร์์อานิิสงส์์เป็็นคััมภีีร์์สำำ�หรัับเทศนาประเภทหนึ่่�ง ซึ่่�งแต่่งขึ้�น
แสดงอานิิสงส์์ของทานต่่างๆ ที่่�กล่่าวกัันว่่ามากมายถึึง 108 อย่่าง เช่่น
อานิิสงส์์ถวายกฐิิน อานิิสงส์์ถวายวิิหาร อานิิสงส์์สร้้างพระไตรปิิฎก ฯลฯ
ส่ว่ นใหญ่น่ ิยิ มแสดงเรื่่�องราวการถวายทานชนิดิ นั้้�นๆ ครั้�งพุุทธกาลมารอง
รัับและปรัับให้้เข้้ากัับวััฒนธรรมไทย คััมภีีร์์อานิิสงส์์จึึงเป็็นคััมภีีร์์เทศนาที่่�
แต่่งขึ้�นในภููมิิภาคนั้้�นๆ สะท้้อนความเชื่่�อทางพุุทธศาสนาในสัังคมไทย
ได้้เป็็นอย่่างดีี คััมภีีร์์อานิิสงส์์ในอำ�ำ เภอเมืือง จัังหวััดระยอง ซึ่่�งพบที่่�วััด
จุฬุ ามุนุ ีีเพียี งแห่่งเดีียว
วัดั จุฬุ ามุนุ ีี ตั้้ง� อยู่�่ ตำ�ำ บลบ้า้ นแลง อำ�ำ เภอเมือื ง จังั หวัดั ระยองก่อ่ ตั้้ง� เมื่่อ�
พุทุ ธศักั ราช 2480 ไม่ร่ ะบุวุ ันั ที่่ร� ับั วิสิ ุงุ คามสีมี า สังั กัดั คณะสงฆ์ฝ์ ่่ายธรรมยุตุ ิิ
ต้้นฉบัับเอกสาร และผู้�ประพัันธ์์
จากการสำ�ำ รวจพบเอกสารโบราณจำ�ำ นวน 24 รายการ เป็็นคััมภีรี ์์
อานิิสงส์์จำ�ำ นวน 10 รายการ คัมั ภีีร์์อานิสิ งส์ฉ์ บับั วัดั จุุฬามุุนีี จารด้้วยอัักษร
ขอมไทย ภาษาบาลีแี ละภาษาไทย ไม่่ระบุปุ ีีที่่จ� าร แต่ล่ ะฉบัับมีีจำ�ำ นวนหน้้า
ลานประมาณ 15-20 หน้า้ ลาน มีหี น้า้ ลานที่่เ� ป็น็ ปกหน้า้ และปกท้า้ ยเรียี กว่า่
หน้า้ ต้้นและหน้า้ ปลาย นอกจากนี้้�ยังั มีสี ายสนอง คืือ สายที่่�ใช้้ร้อ้ ยใบลาน
เพื่่อ� แบ่ง่ ผูกู , ไม้ป้ ระกับั และผ้้าห่่อคััมภีรี ์์ ทำ�ำ อย่า่ งประณีตี สวยงาม
ในที่่�นี้้�ได้้คััดเลืือกศึึกษาคััมภีีร์์อานิิสงส์์จำำ�นวน 4 เรื่�่องที่่�ค่่อนข้้าง
สมบููรณ์์ และมีีเนื้้อ� หาน่่าสนใจ คือื
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 129
บน 1. คัมั ภีรี ์์พระอานิสิ งส์์สร้า้ งถนน
ปกลานคัมั ภีรี ์์พระอานิสิ งส์์ 2. คััมภีรี ์์พระอานิสิ งส์์สร้้างส้้วม
ทำำ�บุญุ ลาน อ่า่ นว่า่ 3. คััมภีีร์์พระอานิสิ งส์์ทำ�ำ บุุญลาน
“พระอานิสิ งส์์ ทำำ�บุญุ ลาน” 4. คัมั ภีรี ์พ์ ระอานิิสงส์น์ างโพสพ
ล่า่ ง
รููปอัักษรขอมในคััมภีีร์์ แต่่ละคัมั ภีรี ์ม์ ีีขนาดเท่า่ กันั คืือ กว้า้ ง 5 ซม. ยาว 55 ซม. และมีี
พระอานิสิ งส์ท์ ำำ�บุญุ ลาน จำำ�นวน 24 หน้้าเท่า่ กันั ไม่่ปรากฏชื่อ�่ ผู้�แต่่งและปีีที่่�สร้้าง
ลาน ก
130 ระยอง เล่ม 2
เรื่ �องย่่อ
1. คััมภีีร์พ์ ระอานิสิ งส์ส์ ร้้างถนน
ในอดีตี กาลมีมี านพผู้�หนึ่่ง� ชื่อ�่ ว่า่ มฆะมานพ อยู่ใ่� นบ้า้ นอจรคามเมือื ง
มคธ มฆะมานพนั้้�นเห็็นทางแห่่งหนึ่่�งคดอ้้อมมากไม่่สะดวก มฆะมานพกัับ
สหายทั้้�ง 32 คน จึึงชวนกัันไปชำำ�ระถากถางทำ�ำ หนทางที่่�คดให้้ตรง ที่่�รก
ก็็ทำ�ำ ให้้เตีียน แล้้วทุุบปราบให้้เสมอเป็็นอัันดีี แล้้วก็็ตั้้�งใจปรารถนา
พระโพธิิญาณ ในครั้�งนั้้�นนายบ้า้ นเห็็นพวกมฆะมานพสร้า้ งถนนหนทางก็ม็ ีี
จิิตริิษยาจึึงนำ�ำ เอาเหตุุนั้้�นไปกราบทููลษััตริิย์์ว่่า มฆะมานพคบคิิดกัันกัับ
สหาย 32 คนถากถางทางเข้้ามาหมายจะชิิงเอาราชสมบััติิ กษััตริยิ ์ไ์ ด้้ทรง
ฟังั ก็ท็ รงพระพิโิ รธจึงึ มีพี ระราชโองการให้จ้ ับั เอามฆะมานพกับั สหาย 32 คน
นั้้�นมาแล้้วสั่่�งให้้ปล่่อยช้้างซัับมัันเหยีียบประหารชีีวิิต ด้้วยเดชอานิิสงส์์
ผลบุุญช้้างอัันดุุร้้ายเข้้าไปใกล้้แล้้วก็็ถอยหลัังออก ฝ่่ายกษััตริิย์์ได้้ทอด
พระเนตรเห็็นดัังนั้้�นจึึงตรััสถาม เมื่่�อทราบความก็็มีีพระทััยเลื่่�อมใส แล้้ว
ดำำ�รััสว่า่ ช้า้ งตัวั นี้้�เป็็นสัตั ว์์เดรัจั ฉานยัังรู้้�คุณุ ของท่่านทั้้ง� หลาย เราให้ช้ ้้างนี้้�
แก่ท่ ่่านทั้้�งหลายๆ จะได้้ใช้ส้ อยเป็น็ พาหนะ ส่ว่ นนายบ้้านนั้้น� ถููกกษัตั ริยิ ์ไ์ ด้้
โปรดพระราชทานให้เ้ ป็น็ ทาสมอบให้แ้ ก่ช่ นทั้้ง� 33 คน แต่น่ั้้น� มาคนทั้้ง� 33 คน
ก็็ทำ�ำ ทานการกุุศลให้้ยิ่่�งขึ้�นไป สิ้้�นชีีวิิตแล้้วได้้ขึ้�นไปบัังเกิิดในดาวดึึงส์์
เทวโลกทั้้�งสิ้้น� ฝ่่ายมฆะมานพซึ่่�งเป็น็ มัคั คนายกผู้�ให้ไ้ ด้ช้ ักั นำ�ำ ชัักชวนชนทั้้�ง
หลายให้ก้ ระทำ�ำ การกุศุ ลก็็ได้เ้ ป็น็ พระอิินทร์์ อยู่�่ในเวชยัันตพิิมาน มีนี างฟ้้า
แวดล้้อมเป็็นบริิวารมากมาย ส่่วนสหายทั้้�ง 32 คนนั้้�นก็็ได้้ไปบัังเกิิด
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมืองระยอง 131
ในดาวดึงึ ส์ส์ วรรค์ช์ ้า้ ง ที่่�เป็็นพาหนะของคน 33 นั้้น� ก็็ได้้ขึ้�นไปบัังเกิดิ เป็น็
เอราวััณเทพบุุตรสำำ�หรัับเป็็นพาหนะของเทพยดา 33 องค์์ พระอิินทร์์นั้้�น
เมื่่�อครั้�งเป็็นมฆะมาณพมีีภรรยา 4 คน แต่่ที่่�ตามมาบัังเกิิดในสวรรค์์นั้้�น
มีีเพีียง 3 คน คือื สุธุ รรมา นางสุนุ ันั ทา นางสุจุ ิติ รา ส่ว่ นนางสุชุ าดาได้ไ้ ป
บังั เกิดิ เป็น็ นางนกยาง พระอิินทร์์จึงึ ช่ว่ ยให้น้ างรัักษาศีีล 5 จนได้้มาบัังเกิิด
เป็็นธิิดาอสููร พระอิินทร์์จึึงไปนำ�ำ มาเป็็นมเหสีบี นสวรรค์์จนได้้
2. คััมภีรี ์์พระอานิิสงส์ส์ ร้้างส้ว้ ม
ในอดีีตกาลครั้�งพุุทธกาล ยัังมีีพระภิิกษุุรููปหนึ่่�งบำำ�เพ็็ญธรรมอยู่่�
ณ สถานที่่แ� ห่ง่ หนึ่่ง� พระภิกิ ษุนุ ั้้น� ได้ค้ วามลำำ�บากเพราะส้้วมไม่่มีี ครั้�งนั้้น� ยััง
มีีอุุบาสกคนหนึ่่�งเห็็นดัังนั้้�นเกิิดความศรััทธาจึึงให้้สร้้างส้้วมถวายแก่่พระ
ภิิกษุุสงฆ์์ ครั้�นบุุรุุษนั้้�นทำ�ำ สำำ�เร็็จแล้้วก็็ทำ�ำ การฉลองส้้วมด้้วยสิ่่�งของต่่างๆ
ตามสติกิ ำำ�ลังั แล้ว้ แผ่ผ่ ลนั้้น� ไปให้แ้ ก่บ่ ิดิ ามารดา คณาญาติิ แลสรรพสัตั ว์ท์ ั้้ง�
ปวง แล้ว้ ตั้้ง� ความปรารถนาว่า่ ด้ว้ ยเดชผลอานิสิ งส์แ์ ห่ง่ ข้า้ พเจ้า้ ได้ไ้ ปสร้า้ ง
ส้้วมถวายครั้�งนี้้� ข้า้ พเจ้า้ เกิดิ ไปในชาติใิ ดภพใด ความอาพาธเข็ญ็ ใจไข้เ้ จ็บ็
จงอย่่าได้้บัังเกิิดแก่่ตััวข้้าพเจ้้าเลยเป็็นอัันขาด เมื่่�อสิ้�นอายุุขััยจากมนุุษย
โลก ก็เ็ กิดิ ในสวรรค์ช์ั้น� ดาวดึงึ ส์ม์ ีนี ามว่า่ อโรคเทวบุตุ ร มีวี ิมิ านสููงได้้ 50 โยชน์์
ประดัับไปด้้วยแก้้ว 7 ประการประกอบไปด้้วยนางฟ้้าทั้้�งหลาย มาร้้องรำ��
บำ�ำ เรอมิไิ ด้ข้ าด ก็เ็ พราะอำำ�นาจผลานิิสงส์์ที่่�ตนได้ก้ ่่อสร้้างส้้วมถวายแก่พ่ ระ
ภิกิ ษุสุ งฆ์ท์ ี่่อ� าพาธในพระพุุทธศาสนา
ครั้�นจุุติิจากดาวดึึงส์์แล้้วก็็บัังเกิิดในตระกููลเศรษฐีีในเมืืองกุุสาวดีี
บริบิ ููรณ์ไ์ ปด้ว้ ยโภคสมบัตั ิิ มีนี ามว่า่ อโรคกุมุ าร เพราะว่า่ หาโรคมิไิ ด้้ เพราะ
ผลานิิสงส์์ที่่�ตนได้้สร้้างส้้วมถวายแก่่พระภิิกษุุสงฆ์์ในพระพุุทธศาสนา
เมื่่�อบิิดามารดาเสีียชีีวิิตแล้้ว อโรคกุุมารก็็ได้้เป็็นเศรษฐีีแทนบิิดาชื่�่อว่่า
อโรคเศรษฐีี หมั่่น� บำ�ำ เพ็ญ็ ทาน รักั ษาศีลี เจริญิ เมตตา ครั้น� เสียี ชีวี ิติ จากเป็น็
เศรษฐีีแล้้วก็็ได้้ขึ้ �นไปบัังเกิิดในดาวดึึงส์์เทวโลกท่่องเที่่�ยวอยู่�่ในสวรรค์์แล
มนุษุ ย์ถ์ ึึงแสนกัลั ป์์จนกว่่าจะได้้พระนิิพพาน
132 ระยอง เล่ม 2
3. คััมภีีร์พ์ ระอานิิสงส์์ทำำ�บุุญลาน
แสดงเรื่อ� งราวครั้ง� ศาสนาของพุทุ ธเจ้า้ พระนามว่า่ กัสั สปะว่า่ ยังั มีบี ุรุ ุษุ
สองคนพี่่น� ้อ้ ง ทำ�ำ นาที่่แ� ห่ง่ เดียี วกันั ครั้น� ข้า้ วกล้า้ ออกเป็น็ รวงเป็น็ น้ำ��ำ นมแล้ว้
น้้องชายจึึงบอกพี่่�ชายว่่า เราควรทำ�ำ ข้้าวมธุุปายาสถวายแก่่พระภิิกษุุสงฆ์์
พี่่ช� ายไม่เ่ ห็น็ ด้ว้ ยจึงึ แบ่ง่ ที่่น� าออกเป็น็ 2 ส่ว่ น น้อ้ งชายนั้้น� ก็เ็ อาข้า้ วน้ำ��ำ นมมา
ทำ�ำ เป็น็ มธุปุ ายาสถวายแก่พ่ ระภิกิ ษุสุ งฆ์ม์ ีพี ระพุทุ ธเจ้า้ เป็น็ ประธาน ครั้น� ข้า้ ว
กล้า้ สุกุ ก็ถ็ วายทานครั้ง� หนึ่่ง� เมื่่อ� ข้า้ วได้เ้ กี่่ย� วก็ถ็ วายทานครั้ง� หนึ่่ง� เมื่่อ� ข้า้ วมัดั
ฟ่่อนก็ถ็ วายครั้ง� หนึ่่ง� เมื่่อ� ข้า้ วขนขึ้น� ลอบก็ถ็ วายอีกี ครั้ง� หนึ่่ง� เมื่่อ� นวดข้า้ วถวาย
ทานอีกี ครั้ง� หนึ่่ง� เมื่่อ� นวดแล้ว้ ขนขึ้น� ก็ถ็ วายทานอีกี ครั้ง� หนึ่่ง� เมื่่อ� ถวายทาน
แล้ว้ ก็ต็ั้้ง� ปณิธิ านความปรารถนาให้ไ้ ด้ส้ ำ�ำ เร็จ็ พระอรหันั ต์ก์ ่อ่ นพระสาวกทั้้ง� ปวง
ในพระพุุทธศาสนาในภายภาคหน้้า ครั้�นบุุรุุษนั้้�นเสีียชีีวิิตก็็ได้้ขึ้�นไปบัังเกิิด
ในสวรรค์เ์ สวยทิพิ ย์ส์ มบัตั ินิ านพุทุ ธันั ดรหนึ่่ง� ครั้น� ถึงึ ศาสนาแห่ง่ สมเด็จ็ พระ
สัมั มาสัมั พุทุ ธเจ้า้ ของเรา ก็ไ็ ด้จ้ ุตุ ิลิ งมาจากสวรรค์์ บังั เกิดิ ในตระกููลพราหมณ์์
มหาศาลมีนี ามว่า่ โกณฑัญั ญะ พราหมณ์ก์ รุงุ กบิลิ พัสั ดุ์� เมื่่อ� พระพุทุ ธเจ้า้ ตรัสั รู้�
แล้้วแสดงธรรมจัักรกััปปวััตนสููตร ในป่่าอิิสิิปตนมฤคทายวััน โกณฑััญญะ
พราหมณ์น์ั้้น� ก็ไ็ ด้บ้ รรลุพุ ระอรหันั ต์ก์ ่อ่ นพระอริยิ สาวกทั้้ง� ปวงในพระศาสนานี้้�
ฝ่่ายบุรุ ุุษผู้้�พี่่น� ั้้น� ครั้�นทำำ�นาเสร็็จแล้ว้ จึงึ ได้้ถวายทานครั้ง� หนึ่่�ง เมื่่อ�
ดับั สังั ขารแล้ว้ ก็ไ็ ด้ข้ึ้น� ไปบังั เกิดิ ในเทวโลก เสวยทิพิ ย์ส์ มบัตั ิิ ครั้น� ถึงึ ศาสนา
ของพระมหาสมณโคดม เทวบุตุ รผู้้�พี่่ก� ็็จุุติิลงมาบังั เกิดิ เป็็นสุภุ ัทั ทปริิพาชก
ต่อ่ เมื่่อ� วันั ที่่พ� ระพุทุ ธองค์จ์ ะเสด็จ็ ดับั ขันั ธ์เ์ ข้า้ สู่พ�่ ระปรินิ ิพิ พาน สุภุ ัทั ทพราหมณ์์
จึึงได้เ้ ข้า้ ไปเฝ้้าฟัังพระธรรมเทศนาก็เ็ ลื่่�อมใสทููลขอบรรพชา อุุปสมบทแล้ว้
ไม่น่ านก็บ็ รรลุพุ ระอรหัันต์์ เป็น็ พระอริิยบุุคคลองค์์สุุดท้า้ ยในพุุทธศาสนา
การที่่�ทำ�ำ นาตามคราวสมััย เมื่่�อเสร็็จการแล้้วแลถวายทานทำ�ำ ซึ่�ง
การกุศุ ลนี้้� ย่อ่ มเป็น็ ธรรมเนียี มประเพณีแี ห่ง่ นักั ปราชญ์ท์ั้้ง� หลายแต่ป่ าง ก่อ่ น
ได้ก้ ระทำำ�สืบื ๆ กันั มานี้้แ� ล เมื่่อ� ทำำ�บุุญแล้้วพระธรณีี พระคงคา ก็จ็ ะอำ�ำ นวย
ชัยั ให้ข้ ้า้ วกล้า้ จะได้บ้ ริบิ ููรณ์ง์ อกงาม มีรี วงงอกออกตามฤดููปีี อย่า่ ได้ม้ ีขี ้า้ วเสียี
ข้า้ วซุยุ เลย
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 133
4. คััมภีรี ์พ์ ระอานิิสงส์์นางโพสพ
เมื่่อ� สมัยั ศาสนาพระพุทุ ธเจ้า้ นามว่า่ กกุสุ ันั ธะ เมล็ด็ ข้า้ วนั้้น� ใหญ่ถ่ ึงึ
50 กำำ�เศษ พระองค์์สููงได้้ 50 ศอกพระชนมายุุยืืนแสนปีีถึึงเสด็็จเข้้าสู่�่
พระบรมนิิพพาน ครั้�นถึึงศาสนาพระโกนาคม เมล็็ดข้้าวเล็็กประมาณ 30
กำำ�เศษ พระองค์ส์ ููงได้้ 30 ศอก พระชนมายุุยืืน 3 หมื่่น� ปีี ถึึงเสด็จ็ เข้า้ สู่่�พระ
นิพิ พาน ครั้�นถึงึ ศาสนาพระกัสั สปะ เมล็ด็ ข้า้ วเล็ก็ เท่า่ กำำ�มืือ 1 พระองค์ส์ ููง
ได้้ 20 ศอก พระชนมายุยุ ืนื หมื่่น� ปีจี ึงึ เข้า้ สู่�่ นิพิ พาน ยังั มีสี ตรีผีู้�หนึ่่ง� เป็น็ หม้า้ ย
เที่่ย� วตััดไม้ใ้ นป่่ามาทำ�ำ ยุ้�งฉาง เมื่่อ� ปรารถนาข้า้ ว ข้้าวก็บ็ ิินมาเป็น็ นิิตย์์ ต่่อ
มาหญิงิ หม้้ายนั้้น� ทำำ�ยุ้�งแลฉางยังั ไม่่ทัันเสร็จ็ แต่ข่ ้้าวบินิ มา นางโมโหจึึงไล่่
ทุบุ ตีขี ้า้ ว ข้า้ วก็โ็ กรธเลยหนีไี ปสู่่�ป่่าหิมิ มพานต์ไ์ ปบังั เกิดิ เป็น็ เผือื ก, มันั , บุกุ
และ กลอย
ตั้้ง� แต่่นางโพสพบินิ หนีไี ป คนทั้้�งหลายก็บ็ ัังเกิิดทุพุ ภิิกขภัยั อดข้า้ ว
ตายเป็น็ อันั มาก ครั้น� กาลนานมาประมาณได้พ้ ันั ปีี มีบี ุตุ รเศรษฐีผีู้�หนึ่่ง� เที่่ย� ว
ไปในป่่าเดิินไปถึึงแม่่น้ำ�ำ� แห่่งหนึ่่�ง เต็ม็ ไปด้ว้ ยปลาใหญ่่ตัวั หนึ่่�ง บุุตรเศรษฐีี
นั้้น� จับั ได้ห้ มายจะฆ่า่ เอาเป็น็ อาหาร ปลาก็ร็ ้อ้ งขึ้น� บุตุ รเศรษฐีจี ึงึ บอกแก่ป่ ลา
เหล่่านั้้�นว่่า เรามาตามนางโพสพ ส่่วนฝููงปลาก็็ตอบว่่า ลำ�ำ บากนััก พญา
ปลาก็บ็ อกว่า่ นางโพสพนั้้น� หนีไี ปอยู่ใ่� นเถื่่อ� นถ้ำ�ำ� บุตุ รเศรษฐีอี ยากได้จ้ ึงึ กราบ
ไหว้อ้ ้อ้ นวอนฝููงปลา ฝููงปลาจึงึ เรียี กนางโพสพบินิ มาหา บุตุ รเศรษฐีกี ็ค็ ล้อ้ ง
จัับเอานางโพสพ แล้ว้ ขอร้้องให้ก้ ลับั ไปอยู่�่เมือื ง เมื่่�อบุตุ รเศรษฐีวี ิงิ วอนดังั
นั้้�น นางโพสพไม่่ยอม ครั้�งนั้้�นยัังมีีเทพยดาสององค์์ องค์์หนึ่่�งจึึงนิิรมิิต
เป็น็ กวางทอง องค์ห์ นึ่่ง� จึงึ นิริ มิติ เป็น็ นกแขกเต้า้ มาร้อ้ งวิงิ วอนด้ว้ ยสุนุ ทรวาจา
นางโพสพจึึงยอมกลับั เข้้าไปในเมือื ง ข้้าวนั้้�นก็็หอมดียี ิ่่ง� ขึ้�นกว่่าเก่า่
ยัังมีีพระยาองค์์หนึ่่�งเสวยสมบััติิอยู่่�ในชมพููทวีีป แต่่พระยานี้้�มิิได้้
ตั้้ง� อยู่่ใ� นธรรม มีีมิิจฉาทิฐิ ิิ ไม่ร่ ู้้�จัักคุุณแลโทษ เก็็บข้า้ วไว้ส้ ่ว่ นพระองค์เ์ พื่่�อ
ขายเอาเงิินไปใช้้จ่่ายซื้้�อสิ่่�งของอื่่�นๆ นางโพสพน้้อยใจจึึงหนีีไปอยู่�่อาศรม
พระษีี ทำ�ำ ให้ฝ้ นฟ้า้ ไม่ต่ ก ผู้�คนก็ม็ ีคี วามลำ�ำ บากไม่ม่ ีขี ้า้ วบริโิ ภค อดอาหาร
ตายในครั้ง� นั้้น� มากมาย
134 ระยอง เล่ม 2
ครั้ง� นั้้น� ยังั มีี 2 เฒ่า่ ตายาย อันั ชื่อ�่ ว่า่ ปู่เ�่ ยอ ย่า่ เยอ เที่่ย� วหาอาหารอยู่�่
ในราวป่่าช้า้ ก็ไ็ ปพบพระสิทิ ธาฤาษีี พระสิทิ ธาเห็น็ 2 เฒ่า่ นั้้น� อดข้า้ วก็ส็ งสาร
จึึงเรีียกนางโพสพออกมาแล้้วให้้เฒ่่าตายายเอานางโพสพไปเลี้้�ยงรัักษาไว้้
เป็น็ มิ่่ง� มงคลเมือื ง เพื่่อ� พระพุทุ ธศาสนาจึงึ จะได้รุ้่�งเรืืองสืบื ไป แต่น่ างโพสพ
ไม่่ยอม พระสิิทธาจึึงเสกให้้กลายเป็็นหิิน ส่่วนดวงจิิตไปเกิิดเป็็นต้้นข้้าว
พระฤาษีกี ็แ็ บ่่งออกเป็น็ ข้า้ วดำ�ำ และข้า้ วขาว ข้้าวเจ้้าแลข้้าวเหนีียว ตายายก็็
เอาปลููกไว้้ ข้้าวนั้้�นก็็งอกงามจำ�ำ เริิญขึ้้�น แล้้วก็็เป็็นรวงเป็็นเมล็็ดขึ้�น แล้้ว
ตายายก็็แบ่่งออกเป็็น 12 ส่่วน แจกต่่างไปตามเมืืองต่่างๆ เช่่น เมืือง
ลังั กา เมือื งกบิิลพัสั ดุ์� เมือื งพาราณสีี เมืืองล้้านช้้าง เมืืองเวีียงจันั ทร์์ เมือื ง
ย่า่ งกุ้�ง
ส่ว่ นยายตาทั้้ง� 2 ก็บ็ อกลููกหลานให้ข้ นเอาข้า้ วไปบ้า้ นแล้ว้ ใส่ยุ่้�งฉาง
ไว้้ หญิงิ ชาย ไทย ลาว พราหมณ์์ แขก ก็็พากัันมาหาบมาขนข้้าวไปทั้้ง� กลาง
คืนื กลางวันั แต่่ข้้าวนั้้น� ก็็ไม่ห่ มดสิ้้น� ไป ตายายทั้้�ง 2 ก็็สั่่ง� สอนบุตุ รหลานให้้
รู้้�จัักทำำ�ไร่่ไถนา ปู่่�เยอ ย่่าเยอ อายุุยืืนถึึงหมื่่�นปีีจึึงตายไปบัังเกิิดในเมืือง
สวรรค์เ์ ป็น็ อินิ ทร์์ พรหม
ครั้�งนั้้�นฝููงชนทั้้�งหลายก็็บริิบููรณ์์ไปด้้วยโภชนาอาหารทั้้�งข้้าวแลน้ำำ��
ก็็พากัันนิิมนต์์พระภิิกษุุสงฆ์์มาเจริิญพระพุุทธมนต์์เป็็นมงคลแล้้วทำ�ำ ขวััญ
ข้า้ วเพื่่�อเป็็นการแสดงความกตัญั ญููต่อ่ นางโพสพ
รููปแบบการประพัันธ์์
คัมั ภีรี ์อ์ านิสิ งส์ม์ ีกี ารใช้ล้ ักั ษณะ รููปแบบหรืือแบบแผนที่่ใ� ช้ก้ ันั อย่า่ ง
กว้้างขวางจนเป็็นหลัักการร่่วม และเป็็นธรรมเนีียมนิิยมอัันเป็็นที่่�ยอมรัับ
และทำำ�ตามกัันโดยทั่่�วไป
คััมภีีร์์อานิิสงส์์วััดจุุฬามุุนีี มีีเนื้้�อหาสาระเกี่่�ยวกัับการให้้ทานหรืือ
การทำำ�ทาน และเนื้้�อหาคำ�ำ สอนทางพระพุุทธศาสนา รููปแบบคำำ�ประพัันธ์์ใน
คััมภีีร์์อานิิสงส์์วััดจุุฬามุุนีี ทั้้�ง 4 ผููกนี้้�เป็็นคำำ�ประพัันธ์์ประเภทร้้อยแก้้ว
ทั้้ง� หมด โดยเนื้้อ� หาจัดั อยู่ใ�่ นวรรณกรรมคำ�ำ สอน มัักจะแต่่งขึ้น� เพื่่อ� ใช้เ้ ทศน์์
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมืองระยอง 135
เช่่นเดียี วกับั วรรณกรรมประเภทชาดก มีแี บบแผนในการแต่ง่ ตั้้ง� แต่ต่ ้น้ จน
จบประกอบด้ว้ ย
ส่ว่ นเกริ่น� นำ�ำ หรืือประณามพจน์์ มีเี นื้้อ� ความเคารพบููชาต่อ่ สิ่ง� ศักั ดิ์์ส� ิทิ ธิ์�
หรืือบุคุ คลที่่ค� วรค่า่ แก่ก่ ารเคารพบููชา
ส่่วนเรื่่�องเล่่า จะมีีตััวละครแสดงเหตุุการณ์์ต่่างๆ และพรรณา
อานิิสงส์์ที่่�ตััวละครจะได้้รัับ ซึ่่�งจะทำ�ำ ให้้เห็็นอานิิสงส์์ของทานอย่่างเป็็นรููป
ธรรมโดยยกตัวั อย่า่ งเรื่อ�่ งเล่า่ เป็น็ ส่ว่ นประกอบการอธิบิ ายเพื่่อ� แสดงให้เ้ ห็น็
ถึึงอานิสิ งส์์ของทานแต่่ละประเภท มีีลำ�ำ ดัับการเล่า่ คือื อธิิบายที่่ม� าการให้้
ทาน เหตุขุ องการให้้ทาน รวมถึึงหลักั ธรรมที่่�เกี่่�ยวข้อ้ งแก่่ทานนั้้�น แล้้วเข้า้
สู่่�เนื้้�อหาเรื่อ�่ งเล่่า
ส่ว่ นจบและคำ�ำ ลงท้า้ ยของคัมั ภีรี ์์ การจบของคัมั ภีรี ์เ์ ป็น็ การบอกหรืือ
สรุุปสาระของอานิิสงส์์ต่่างๆ โดยจะพรรณนาให้้เห็็นถึึงผลของอานิิสงส์์
คำำ�ลงท้า้ ยของคัมั ภีรี ์์ เป็น็ การกล่า่ วคำำ�จบของคัมั ภีรี ์ต์ ่อ่ จากส่ว่ นจบของเนื้้อ�
เรื่�อ่ งโดยใช้้ภาษาบาลีคี ำ�ำ ว่่า เอวํํ มาด้้วยประการฉะนี้้�
คััมภีีร์์อานิิสงส์์ฉบัับวััดจุุฬามุนุ ีี :
ภาพสะท้้อนความเชื่�อเรื่�องการทำำ�บุญุ ของชาวระยอง
เนื้้�อหาของคััมภีีร์์อานิิสงส์์วััดจุุฬามุุนีี อำ�ำ เภอเมืือง จัังหวััดระยอง
มีเี นื้้อ� หาส่ว่ นใหญ่เ่ ป็น็ ความเชื่อ�่ เรื่อ�่ งการให้ท้ านหรืือการสร้า้ งทานเพื่่อ� ให้ผู้้�
กระทำ�ำ การกุศุ ลนั้้น� ไปบังั เกิดิ อยู่ใ�่ นภพที่่ด� ีี มีสี ถานภาพและฐานะไม่ไ่ ด้ต้ ่ำ��ำ ต้อ้ ย
หรืือผลสููงสุุดของการให้้ทานคืือขั้ �นบรรลุุพระอรหัันต์์ในพระพุุทธศาสนา
นอกจากนี้้ย� ังั มีเี นื้้อ� หาส่ว่ นอื่่น� ที่่ก� ล่า่ วถึงึ วิถิ ีชี ีวี ิติ ของคนในสมัยั พุทุ ธกาลเป็น็
ประเพณีีที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั เกษตรกรรม เช่น่ การเก็บ็ เกี่่�ยวข้า้ ว การถวายข้า้ ว
มธุปุ ายาสแด่่พระภิิกษุุสงฆ์์ การทำำ�ขวััญข้้าว เป็็นต้น้ อีีกทั้้ง� ยังั มีธี รรมเนีียม
ในการถวายคัมั ภีรี ์เ์ พื่่อ� เป็น็ พุทุ ธบููชาทำำ�ให้พ้ ระพุทุ ธศาสนายังั ดำ�ำ รงสืบื ต่อ่ ไป
ได้้ อีีกทั้้�งยัังมีีความสำำ�คััญต่่อสัังคมในด้้านการทำำ�บุุญทำำ�ทานและเป็็น
136 ระยอง เล่ม 2
กิิจกรรมที่่�ทำำ�ให้้สาธุุชนได้้มาพบปะเจอกันั
จากเนื้้�อหาคััมภีีร์อ์ านิสิ งส์์ทั้้ง� 4 เรื่่�อง จะเห็น็ ภาพสะท้อ้ นความเชื่�อ่
เรื่อ�่ งการทำำ�บุญุ ของชาวระยองใน 2 ลักั ษณะคือื ภาพสะท้อ้ นการบริจิ าคเพื่่อ�
สาธารณประโยชน์์และภาพสะท้อ้ นสังั คมเกษตร
คััมภีีร์์พระอานิิสงส์์สร้้างถนนสะท้้อนการบริิจาคเพื่่�อสาธารณ
ประโยชน์โ์ ดยยกเอาเรื่อ�่ งราวในอรรถกถาธรรมของมฆะมานพหรืืออดีตี ชาติิ
ของพระอินิ ทร์ม์ าแสดงให้เ้ ห็น็ ถึงึ อานิสิ งส์อ์ ันั สููงส่ง่ ในการสร้า้ งถนนเพื่่อ� เป็น็
สาธารณประโยชน์์ ส่ว่ นคัมั ภีรี ์พ์ ระอานิสิ งส์ส์ ร้า้ งส้ว้ ม ซึ่่ง� เป็น็ เรื่อ�่ งราวที่่เ� พิ่่ม�
เข้า้ มามิไิ ด้ม้ ีเี ค้า้ เดิมิ ในพระไตรปิฎิ ก โดยสมมติติ ัวั บุคุ คลคือื อโรคเทพบุตุ ร
เพื่่อ� เชื่อ�่ มอานิสิ งส์ใ์ นการถวายส้ว้ มกับั การไม่ม่ ีโี รคและได้เ้ ป็น็ เศรษฐีเี หมือื น
อโรคเศรษฐีีในที่่�สุดุ
ส่ว่ นภาพสังั คมเกษตรได้ถ้ ููกสะท้อ้ นออกมาในเนื้้อ� หาของคัมั ภีรี ์พ์ ระ
อานิิสงส์์ทำำ�บุุญลานและคััมภีีร์์พระอานิิสงส์์นางโพสพ คััมภีีร์์พระอานิิสงส์์
ทำ�ำ บุญุ ลานได้ส้ ะท้อ้ นขั้น� ตอนการทำ�ำ นาในวัฒั นธรรมไทยที่่เ� ป็น็ โอกาสในการ
ทำำ�บุญุ แต่่ละคราวทั้้�ง 7 ครั้ง� คือื
- “เมื่่�อข้้าวกล้้าออกเป็็นรวงเป็็นน้ำ��ำ นมก็็ถวายข้้าวมธุุปายาส
ถวายแก่่พระภิกิ ษุุสงฆ์์”
- “ครั้�นข้้าวกล้า้ สุกุ ก็ถ็ วายทานครั้ง� หนึ่่�ง”
- “เมื่่อ� ข้า้ วได้เ้ กี่่�ยวก็ถ็ วายทานครั้�งหนึ่่ง� ”
- “เมื่่�อข้้าวมัดั ฟ่่อนก็ถ็ วายครั้�งหนึ่่ง� ”
- “เมื่่อ� ข้า้ วขนขึ้�นลอบก็็ถวายอีกี ครั้ง� หนึ่่ง� ”
- “เมื่่�อนวดข้า้ วถวายทานอีกี ครั้�งหนึ่่�ง”
- “เมื่่�อนวดแล้ว้ ข้า้ วขนขึ้น� ก็็ถวายทานอีกี ครั้ง� หนึ่่�ง”
และยังั ยกอานิสิ งส์ใ์ นการถวายทานอีกี ว่า่ “เมื่่อ� ทำำ�บุญุ แล้ว้ พระธรณีี
พระคงคา ก็จ็ ะอำำ�นวยชััยให้้ข้า้ วกล้้าจะได้บ้ ริบิ ููรณ์์งอกงาม มีีรวงงอกออก
ตามฤดููปีี อย่า่ ได้ม้ ีขี ้า้ วเสียี ข้า้ วซุยุ ” ซึ่่ง� สะท้อ้ นขั้น� ตอนในการทำ�ำ นาข้า้ วแบบ
ไทยๆ ซึ่่ง� แตกต่า่ งกับั การทำำ�นาของชาวอินิ เดียี ที่่ส� ่ว่ นใหญ่น่ ิยิ มปลููกข้า้ วสาลีี
สมุดไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 137
มากกว่่า คััมภีรี ์์พระอานิสิ งส์์ทำ�ำ บุุญลานยัังเชื่่�อมโยงเรื่�่องราวของพระเถระ
สองรููปในครั้�งพุุทธกาลคืือ พระโกญฑัญั ญะกัับพระสุภุ ัทั ทะที่่�เคยเป็็นพี่่�น้้อง
กันั ในอดีตี ชาติิ ซึ่่ง� ไม่่เคยปรากฏในคััมภีรี ์์บาลีเี ล่่มใดเลย
คัมั ภีีร์์พระอานิสิ งส์์นางโพสพสะท้อ้ นให้เ้ ห็น็ คติคิ วามเชื่่อ� เรื่่�องนาง
โพสพซึ่่ง� เป็น็ ความเชื่อ�่ ท้อ้ งถิ่่น� ที่่ถ� ููกนำ�ำ เข้า้ ไปร้อ้ ยเรียี งในรููปแบบคำ�ำ สอนทาง
พระพุทุ ธศาสนา ซึ่่ง� นางโพสพนี้้ไ� ม่เ่ คยปรากฏในเรื่อ�่ งเล่า่ อินิ เดียี เลย จึงึ เป็น็
ความเชื่่�อของชนชาติไิ ทยโดยแท้้ และถึงึ แม้จ้ ะเป็็นคัมั ภีีร์์เทศน์์ แต่่ในส่ว่ น
ท้้ายของคััมภีีร์์พระอานิิสงส์์นางโพสพได้้แสดงประเพณีีการทำำ�บุุญเพื่่�อ
เป็็นการทำ�ำ ขวััญนางโพสพไว้้โดยเริ่�มต้้นด้้วยด้้วยการนิิมนต์์พระมาเจริิญ
พุุทธมนต์์ในตอนเย็น็ ดังั ความว่่า
“ครั้น� นวดเฟ้น้ สำ�ำ เร็จ็ ดังั มโนรสปรารถนาแล้ว้ ก็ช็ ักั ชวนกันั ไปนิมิ นต์์
พระภิิกษุุสงฆ์์มาเจริิญพระพุุทธมนต์์ ตามพุุทธบััญญััติิ เป็็นเยี่่�ยงอย่่าง
ตามประเพณีหี วัังว่่าจะได้เ้ ป็น็ มงคล ทำำ�ขวััญข้้าว”
จากนั้้น� ในวันั รุ่�งขึ้น� ก็็มีกี ารถวายอาหารแด่พ่ ระสงฆ์์ ดัังความว่่า
“ครั้�นเพลารุ่�งเช้้า ก็็ถวายอาหารบิิณฑบาตแก่่พระภิิกษุสุ งฆ์์ในพระบวรพุุทธ
ศาสนา แล้ว้ ก็็อุุทิิศส่ว่ นกุศุ ลส่่งไปให้แ้ ก่ต่ ายาย”
จากนั้้�นจึึงเป็็นส่่วนของพิิธีีกรรมการทำ�ำ ขวััญโดยมีีเครื่�่องประกอบ
ดังั นี้้�
“แล้้วก็็ตกแต่่งเครื่่�องทำำ�ขวััญ ยกศาลทำ�ำ บายศรีีขึ้�น 7 ชั้�น ดููงาม
สะอาดตา ทำำ�เครื่อ่� งสักั การบูชู า ผ้้าขาวหุ้�มลาด ดูสู ะอาดตา แล้ว้ อาราธนา
ท่า่ นผู้้�มีีปัญั ญา มาสำำ�แดงทำำ�ขวััญ”
ซึ่่ง� การที่่ต� ้อ้ งมีกี ารทำำ�บุญุ ตามพุทุ ธศาสนาก่อ่ นพิธิ ีที ำำ�ขวัญั นางโพสพ
นี้้�สะท้้อนให้้เห็็นถึึงความเหนืือกว่่าพุุทธศาสนาที่่�เป็็นความเชื่�่อกระแสหลััก
และยังั สะท้อ้ นคติิความเชื่�อ่ เรื่�อ่ งขวััญของชนชาติไิ ทยอีีกเช่่นกันั คัมั ภีีร์พ์ ระ
อานิสิ งส์น์ างโพสพยังั เป็น็ หลักั ฐานทางลายลักั ษณ์อ์ ักั ษรของบททำำ�ขวัญั นาง
โพสพที่่ไ� ม่พ่ บในที่่อ� ื่่�นอีีกว่า่
“ขวััญข้า้ วเจ้า้ เอย มาเถิิดมา ณ แม่่มาๆ ในวันั นี้้� เป็็นวัันดีีดีคี ลีีปััก
พระสิิทธาสั่่�งไว้้ให้้ทำำ�ขวััญข้้าว เมื่่�อข้้าวอยู่�ในลานว่่า ขวััญข้้าวเจ้้าเอย
138 ระยอง เลม่ 2
มาเถิดิ มาอย่่าอยู่่�ช้า้ เอหิิ มม ขวััญข้า้ วไปอยู่�ในป่า่ หิมิ พานต์ก์ ็็ให้้มาในวัันนี้้�
สู่่�ป่่าช้้าแล เมือื งนี้้ก� ็็จะมาในวันั นี้้� ไปอยู่�ในคีรี ีี เถื่่อ� นถ้ำำ�� ราวป่า่ ไม้้สููงยูงู ยาง
กว้้างใหญ่่ ก็ใ็ ห้ม้ าในวันั นี้้� เชิญิ เอยเชิญิ มา เอหิิ ธญฺฺญํํ ปิยิ ํํ ปุุตฺฺตํํ ขวััญข้้าว
เจ้้าเอย อย่่าได้้อยู่่�ช้้า มาเถิิดมา แม่่มาๆ ให้้ทัันในเพลาวัันนี้้� สพฺฺพกาลํํ
เต็็มอยู่�ตลอดกาลนานทุุกๆ เมื่่�อ ขวััญข้้าวเจ้้าเอย เมื่่�อยัังอยู่�ในไพรสััณฑ์์
แลทุ่�งกว้้าง สารพััดต้้องเบีียดเบีียน เป็็นต้้นว่่านกกะเรีียนแลนกเขาไล่่จิิก
นกกระจาบ นกกระทาแลกลิิวิ่�งคาบฉาบเอาไปทั้้�งหมูู แรด แลช้้าง แลกวาง
ทราย ก็็กััดกินิ อยู่�เรี่ย� รายเจ้า้ อย่า่ น้้อยน้ำ�ำ�ใจเลย ขวััญข้า้ ว ณ เจ้้าเอย เชิญิ
มาเลี้้ย� งชีวี ิติ แก่ส่ รรพสัตั ว์ท์ ั่่ว� ทุกุ แหล่ง่ หล้า้ ทั้้ง� เด็ก็ แลผู้�ใหญ่ไ่ ด้ไ้ ปตรากตรำ��
ทั้้ง� เป็็ดไก่ไ่ ด้้กินิ รำ�� อยู่�เรีียงรายพ้้นวิิสัยั สุดุ ซึ่ง่� จะพรรณา ฯ”
ตำ�ำ ราโรคนิิทานฉบัับวััดราชบััลลัังก์์ประดิิษฐาราม :
ภููมิิปัญั ญาสมุุนไพรของชาวระยอง3
ความเป็น็ มา
“โรคนิิทาน” แปลว่า่ สาเหตุุของโรค เป็น็ ชื่�่อตำ�ำ ราแพทย์์แผนไทยที่่�
มีีชื่อ่� เสียี งปรากฏในตำำ�ราเวชศาสตร์์ฉบับั หลวง สมัยั รัชั กาลที่่� 5 เมื่่อ� พ.ศ.
2431 ตำ�ำ ราโรคนิิทานอีีกเล่่มหนึ่่�งที่่�มีีชื่�่อเสีียง คืือ ตำำ�ราโรคนิิทาน คำำ�
ฉันั ท์์ 11 เรีียบเรีียงโดยพระยาวิิชยาธิิบดีี (กล่อ่ ม) อดีตี ผู้�ว่า่ ราชการเมือื ง
จันั ทบุุรีี
ยังั มีตี ำ�ำ ราโรคนิทิ านอีกี เล่ม่ หนึ่่ง� เป็น็ เอกสารโบราณที่่เ� ก็บ็ ไว้ท้ ี่่ว� ัดั ราช
บััลลัังก์์ประดิิษฐาราม ซึ่่�งมีีเนื้้�อความแตกต่่างจากตำำ�ราโรคนิิทานทั้้�งสอง
ฉบับั ข้า้ งต้น้ ตำ�ำ ราเล่ม่ นี้้เ� ป็น็ การจดบันั ทึกึ ภููมิปิ ัญั ญาด้า้ นการใช้ส้ มุนุ ไพรของ
บรรพชนชาวระยอง
วััดราชบััลลังั ก์ป์ ระดิษิ ฐาราม เดิิมชื่่�อ วัดั เนิินสระ ต่อ่ มาเรียี ก วัดั
ทะเลน้้อย ตามชื่�่อหมู่่�บ้้าน ได้้รัับการขึ้�นทะเบีียนโบราณสถาน เมื่่�อวัันที่่�
สมุดไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 139
ตำ�ำ ราโรคนิทิ านฉบัับ 6 ตุลุ าคม 2543 มีพี ื้้น� ที่่ป� ระมาณ 4 ไร่่ 81 ตารางวา ครอบคลุมุ ขอบเขตของ
วััดราชบัลั ลัังก์์ โบราณสถาน คือื อุโุ บสถสมัยั อยุธุ ยา และเจดียี ์เ์ ก่า่ วัดั ราชบัลั ลังั ก์ป์ ระดิษิ
ประดิิษฐาราม หน้้า 1 ฐารามไม่ม่ ีหี ลักั ฐานยืนื ยันั วันั และเวลาสร้า้ งที่่ช� ัดั เจน แต่ม่ ีขี ้อ้ มููลในรายงาน
ทะเบีียนวัดั ของสำ�ำ นัักงานพระพุทุ ธศาสนาแห่ง่ ชาติิ ณ วันั ที่่� 31 มกราคม
2562 ว่า่ วัดั ราชบัลั ลัังก์ป์ ระดิิษฐารามเป็น็ วััดในมหานิิกาย สร้า้ งขึ้�นราวปีี
2323 ได้ร้ ับั พระราชทานวิสิ ุงุ คามสีีมาเมื่่�อวัันที่่� 1 พฤศจิิกายน 2534
ต้้นฉบัับเอกสาร และผู้�ประพัันธ์์
ตำำ�ราโรคนิิทานฉบัับวััดราชบััลลัังก์์ประดิิษฐาราม อำำ�เภอแกลง
จัังหวัดั ระยอง เป็น็ สมุุดไทยขาวขนาดใหญ่่ ยาว 35.5 เซนติิเมตร กว้า้ ง 12
เซนติเิ มตร หนา 12.5 เซนติิเมตร ค่่อนข้้างสมบููรณ์์ จารด้ว้ ยเส้้นตััวอัักษร
เส้น้ ดำ�ำ บัันทึกึ ด้ว้ ยตัวั อัักษรไทย ภาษาไทย แทรกด้ว้ ยตััวอัักษรขอมภาษา
บาลีบี ้้างเล็ก็ น้อ้ ย บันั ทึึกหน้า้ ละ 6 บรรทััด มีที ั้้�งหมด 114 หน้้า ไม่่ปรากฏ
ปีที ี่่แ� ต่่งและชื่อ่� ผู้�แต่ง่
140 ระยอง เล่ม 2
มีกี ารใช้เ้ ครื่อ�่ งหมายตีนี ครุเุ พื่่อ� บอกมาตราส่ว่ นสมุนุ ไพรในการปรุงุ
และการใช้้แต่่ละขนาน หน่ว่ ยมาตราคือื ชั่ง� ตำำ�ลึงึ บาท สลึงึ เฟื้้อ� งและไพ
ซึ่่ง� เป็น็ มาตราชั่่ง� -ตวงแบบโบราณ มีรี ููปแบบและวิธิ ีกี ารอ่า่ นเรียี งตามลำำ�ดับั
ดังั นี้้�
ชั่ �ง
ตำ�ำ ลึงึ บาท
เฟื้อ้� ง สลึงึ
ไพ
ตัวั อย่่างการใช้เ้ ครื่�่องหมายตีีนครุใุ นเอกสาร
อ่่านว่่า 1 ตำำ�ลึึง อ่่านว่่า 2 บาท
มีอี ัักขรวิิธีีพิเิ ศษ คืือ การประกอบรููปคำำ�ที่่แ� ตกต่่างจากมาตรฐาน หรืือ มีวี ิิธีี
การเขียี นอัักษรหรืือคำำ�โดยเฉพาะ เช่น่
คำำ�พิเิ ศษ และ สามารถอ่า่ นได้เ้ ป็น็ ยา หรืือ หญ้า้
ก็ไ็ ด้้ ดังั นี้้�
อ่า่ นว่่า หญ้้าเต่า่ อ่า่ นว่่า ยานี้้เ� ล่่า
และยังั นำำ�ไปใช้ป้ ระกอบคำำ� เช่น่ คำำ�ว่า่ อ่า่ นว่่า พยาธิิ
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมืองระยอง 141
เรื่ �องย่อ่
ตำำ�ราโรคนิทิ านฉบับั วัดั ราชบัลั ลังั ก์ป์ ระดิษิ ฐาราม เขียี นยาวต่อ่ เนื่่อ� ง
ไม่แ่ บ่ง่ วรรคตอน ไม่ม่ ีกี ารลำำ�ดับั เนื้้อ� หาชัดั เจน แต่ส่ ่ว่ นใหญ่ก่ ารเขียี นอธิบิ าย
แต่ล่ ะโรคมีีวิิธีีเขียี นเรียี งลำ�ำ ดัับดัังนี้้�
1. ชื่อ�่ โรค อยู่่�ต้น้ ข้้อความ แต่่บางครั้ง� อยู่�่ ท้้ายตำำ�รับั ยานั้้�นๆ
2. ชื่�่อยา/ขนานยา มัักขึ้น� ต้้นด้ว้ ยคำ�ำ ว่า่ “ยา”
3. อาการ มัักจะอยู่�่ ต่่อจากชื่�่อยาหรืือชื่�่อโรคมีีคำ�ำ อธิิบายอาการ
ต่่าง ๆ อย่่างชััดเจน
4. ตำำ�แหน่่งเกิิดโรค มักั ปรากฏต่่อจากส่ว่ นบอกอาการ
5. ส่ว่ นประกอบ มักั กล่่าวตามหลังั อาการของโรค
6. วิิธีีปรุุงและวิธิ ีใี ช้้ มักั กล่า่ วตามหลัังส่ว่ นประกอบของยาต่า่ งๆ
7. สรรพคุณุ มัักกล่า่ วตามหลัังวิธิ ีปี รุงุ และวิิธีใี ช้้ แต่พ่ บน้้อย
ตำ�ำ ราโรคนิทิ านฉบัับวััดราชบััลลัังก์ป์ ระดิิษฐาราม :
ภูมู ิปิ ััญญาสมุนุ ไพรของชาวระยอง
จากการศึกึ ษาพบว่า่ ตำ�ำ ราโรคนิิทานฉบัับวัดั ราชบัลั ลัังก์ป์ ระดิษิ ฐา
ราม มีีการจดบัันทึกึ ตำ�ำ รับั ยาต่่างๆ มากถึงึ 194 ตำำ�รัับ บางตำ�ำ รับั ได้้บอก
ชื่่�อตำ�ำ รัับไว้้ด้ว้ ย เช่่น ยาสว่า่ งอารมณ์์
“ภาคหนึ่่ง� ชื่อ�่ สว่า่ งอารมณ์เ์ ข้า้ พริกิ ขิงิ ดีปี ลีี รากช้า้ พลูู ผักั โหมหินิ 1
น้ำ��ำ (ประ) สารทองว่า่ นน้ำ��ำ 1 ชะเอม 1 เบี้้ย� ผู้� 1 พิมิ เสน 1 ชะรำ��หัดั 1 การบูรู
1 หญ้้าเตา/เต่่า 1 ลูกู จัันทน์์ 1 ดอกจันั ทน์์ กระวาน กานพลูู ดีปี ลีี 1 พริกิ
1 หอม 1 เจตมููลเพลิงิ 1 ฝิ่่น� เท่า่ ยาทั้้ง� หลายตำ�ำ เป็็นผงละลายน้ำำ��ผึ้้ง� รวงปั้้�น
เป็น็ ลููกกลอนเท่่าพริิกแก้ส้ ันั นิบิ าตทั้้ง� หืดื ไอทั้้ง� ปวงแล”
142 ระยอง เลม่ 2
ยัังมียี าที่่�ใช้้ชโลมตัวั แก้้ไข้้ ซึ่่ง� พบไม่ม่ ากนักั เช่น่
“ยาชโลมตััว เอาจัันทน์์ทั้้�ง 2 สัักขีี 1 ชะลููด 1 กฤษณา 1 กระลำ�ำ พักั
1 ฝนด้้วยน้ำ�ำ� ดอกไม้ช้ โลมกว่่าจะหายไข้แ้ ล”
บางตำำ�รัับเช่น่ ยาชื่่อ� ประทานชีวี ดีี ปรากฏว่่ามีีเครื่อ�่ งยามากถึึง 49
ชนิิด ดังั นี้้�
“๏ สิิทธิกิ าริิยะ (ขอม) ยาชื่อ่� ประถานชีีวดีแี ก้ไ้ ข้้ 108 จำ�ำ พวก เอา
ดอกบุุนนาค 1 ดอกมะลิิ 1 ดอกพิกิ ุุล 1 ดอกสารภีี 1 ดอกบัวั หลวงทั้้�ง 2
ดอกบัวั ขม 1 ดอกบัวั เผื่่อ� น 1 ดอกมุุทิิกาเลืือน 1 ดอกสัตั ตบุุษย์์ 1 ดอก
ทรคน 1 ดอกจำำ�ปา 1 ดอกกระดัังงา 1 ดอกโยทะกา ดอกสายหยุดุ จันั ทน์์
ทั้้ง� 2 จันั ทน์์เทศ 1 จันั ทน์ท์ มด 1 พิิมเสน 1 กระแจะเทศ ใบทองพัันชั่ง� 1
ใบเล็บ็ ครุฑุ 1 งาช้้าง 1 การบููร 1 ใบพิิมเสน 1 แฝกหอม 1 ลููกประคำำ�ดีี
ควาย 1 หััวเปราะ 1 ชะลููด 1 แป้้งหอม 1 เถามวกทั้้ง� 2 ใบผัักแว่น่ 1
กฤษณา 1 กระลำ�ำ พััก 1 สนเทศสนไทยทั้้ง� 2 กระพัังโหมทั้้ง� 2 เปลืือกเฉียี ง
พร้า้ นางแอ 1 เปลือื กหางกรายลูกู ถั่่ว� แระ 1 ลูกู แมงลักั 1 ลูกู มะขามป้อ้ ม 1
พรรณผักั กาด 1 ลููกในมะขาม 1 ลูกู ผัักชีี 1 หัวั ถั่่ว� พูู 1 ดินิ สอพอง 1 ข้้าวสาร
แดง 1 ยาทั้้ง� นี้้�เมื่่อ� จะบดเอาน้ำ�ำ� หญ้้าหมูเู ป็น็ กระสายแก้ไ้ ข้้ 108 จำ�ำ พวกแล
ถ้้าไข้้มัันให้้ร้้อนข้้างนอกเย็็นข้้างใน ฝนกัับน้ำ��ำ ขิิง ถ้้าไข้้เย็็นในอก
หายใจเหงื่�อ่ ออกละลายน้ำำ��กะทือื น้ำำ�� ไพล
ถ้า้ ไข้้ลงมููตรลงเลืือด ฝนกะน้ำำ��มวก ถ้า้ สัันนิบิ าต ให้้เชืือมฝนกับั น้ำ�ำ�
ดอกบุนุ นาค ถ้า้ ไข้ร้ ะส่ำ��ำ ระส่า่ ย น้ำ��ำ ดอกมะลิิ ถ้า้ ไข้ช้ ักั มือื ตีีนกำำ�หลัังแอ่่น น้ำ��ำ
พิกิ ุลุ ถ้า้ คลั่่ง� น้ำ��ำ สารภีี ถ้า้ รากเหนียี ว น้ำ��ำ บัวั หลวง ถ้า้ งูขู บ ละลายเหล้า้ ทา
ถ้้าเป็น็ สวัดั น้ำำ�� อุโุ ลก รากแฟบทาหายแล ยานี้้�ใช้ไ้ ด้้ 108 ตีีค่่าไว้้
1 ชั่ง� ทองแล”
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมืองระยอง 143
และยัังมีียาบำ�ำ รุุงด้้วย เช่่น
“ยาแก้บ้ ำำ�รุุงไฟธาตุุให้้มีกี ำ�ำ ลังั ชื่่น� ใจ เอาสะค้้าน 1 ช้้าพลูู 1 เจตมููล
1 ขิงิ แห้ง้ 1 ดีปี ลีี 1 มะตูมู อ่อ่ น 1 แฝกหอม 1 ลูกู ผัักชีี 1 กฤษณา 1 จันั ทน์์
หอม 1 สมอไทย 1 สมอเทศ 1 มะขามป้้อม 1 อ้้อยแดง 3 ท่อ่ น ยานี้้�เอา
สิ่่�งละ 1 บาท ต้้ม 4 เอา 1 กินิ แก้้ธาตุุอ่อ่ นหาแรงมิิได้้ ยาสำ�ำ หรับั ไข้ห้ าแรง
มิไิ ด้้”
ตำำ�ราโรคนิทิ านฉบัับวััดราชบััลลังั ก์์ฯ นี้้� ยัังบันั ทึกึ สรรพคุณุ ทางยา
ของพืืชท้้องถิ่่�นระยองคืือ “ผัักกระชัับ” ที่่�เป็็นส่่วนประกอบของยาชููเลืือด
หรืือยาบำ�ำ รุุงเลืือด ดังั นี้้�
“๏ ผักั กระชัับ 1 ใบมะตููม 1 ใบจำำ�ปา 1 ใบหนาด 1 ใบเสนีียด 1
พริกิ ขิงิ เจตมูลู กก 1 ดีปี ลีี 1 บดปิ้้ง� ไฟแล้ว้ ทำ�ำ แท่ง่ กินิ กับั เหล้า้ เป็น็ ยาชูเู ลือื ด
แล ๏”
นอกจากนี้้�ยัังพบการใช้้ “กััญชา” เป็็นส่่วนประกอบในตำ�ำ รัับยา
ต่่าง ๆ ถึึง 6 ขนาน ดังั นี้้�
1. ยาแก้ล้ มลงท้อ้ ง
2. ยาแก้ล้ มเจ็บ็ ทั่่ว� สรรพางค์ต์ ััว
3. ยาแก้ล้ มจุกุ เสีียด
4. ยาชื่อ่� สังั คแพทย์์ แก้โ้ รคสันั นิิบาตเพื่่�อลมเพื่่อ� เลืือดเพื่่อ� เสมหะ
แก้เ้ สลดตีขีึ้�น สตรีรี ะดููมิสิ ะดวกแลเลือื ดอยู่�ใ่ นท้อ้ ง
5. ยาร้้อนเพชราวุุธ กิินแก้้ลม แก้เ้ สลดแก้้ริิดสีีดวงแก้ห้ ืดื ไอ
6. ยาชื่อ่� สุนุ ทรจิติ แก้อ้ าการกินิ มิไิ ด้้ ให้ร้ ้อ้ นแสบ เจ็บ็ ปาก แลเหียี น
ราก เหีียนไส้้ เหีียนพุุง
144 ระยอง เลม่ 2
วิธิ ีปี รุุงและวิธิ ีใี ช้้ยาในตำำ�ราโรคนิทิ านฯ
จากการรวบรวมข้อ้ มููล พบรููปแบบการปรุงุ ยาและรููปแบบการใช้ย้ า
ที่่ห� ลากหลายแสดงให้เ้ ห็็นภููมิิปััญญาของบรรพชนคนระยอง ดังั นี้้�
รููปแบบการปรุงุ ยา
การปรุุงยาในตำำ�ราโรคนิทิ านฯ พบว่่ามีวี ิธิ ีีการปรุุง 20 วิธิ ีี ดัังนี้้�
1. ตาก
2. บด (เป็น็ ผง,เอาน้ำ�ำ�)
3. แช่่
4. ตำำ�
5. หมััก
6. อบ
7. กรอง
8. อุ่่�น
9. หุงุ
10. เคี่่�ยว
11. ปั้้�น (ลููกกลอน, ทำำ�แท่ง่ )
12. สัับ
13. เคล้า้ , คุุลีกี าร
14. ละลาย
15. เผา
16. ฝน
17. รำ��หัดั /แทรก
18. ต้ม้
19. กลั่่น�
20. ดอง
สมุดไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 145
รููปแบบการใช้ย้ าสมุุนไพร
การใช้้ยาสมุุนไพรตำำ�ราโรคนิิทานฯ มีีวิิธีีการหลากหลายตาม
ลัักษณะโรคและอาการพบจำ�ำ นวน 13 วิิธีี ดัังนี้้�
1. ยาทา หมายถึึง ตำำ� หุงุ หรืือฝนตััวยาแล้้วนำ�ำ มาทาบริิเวณที่่ม� ีี
อาการ
2. ยาอาบ หมายถึึง นำ�ำ ตัวั ยาที่่ไ� ด้จ้ ากการแช่่หรืือต้้มมาให้้ผู้้�ป่่วย
อาบ
3. ยาใส่่ (หยอด) หมายถึึง ตััวยามาฝนแล้้วนำำ�น้ำำ�� ที่่ไ� ด้้มาใส่ห่ รืือ
หยอดบริิเวณที่่ม� ีอี าการ
4. ยากิิน หมายถึึง ยาที่่�ใช้้สำำ�หรัับกิิน ยากินิ บางประเภทแบ่ง่ ตาม
ช่่วงเวลา เช่น่ กิินวันั ละสามหน
5. ยาคลึงึ (นวด) หมายถึึง ใช้้ฝ่่ามือื กดสิ่่ง� ใดสิ่่�งหนึ่่ง� เบาๆ แล้ว้
เคลื่่อ� นมืือหมุุนไปมา เพื่่�อให้ก้ ลมหรืือให้เ้ รีียบ เช่น่ นำำ�ยาใส่่ลงจึึงบดเป็็น
จุณุ ห่อ่ สามสีีเอีียดด้ว้ ยคาดสำ�ำ ลีเี อายานั้้�นคลึงึ ย้อ้ น
6. ยาชโลม ใช้้สิ่่�งที่่�เป็็นของเหลวลููบไล้้ให้้เปีียก เช่่น น้ำำ�� ข้้าว
ตังั แชแทรกดิินประสิิวพ่น่ ชโลม
7. ยานััตถุ์� หมายถึึง นำ�ำ ตััวยามาบดแล้้วม้้วนด้้วยใบตองหรืือ
กระดาษให้้ผู้้�ป่่วยสููบหรืือสููดเอาควัันเข้า้ ไป
8. ยาพ่น่ หมายถึงึ ตัวั ยามาฝนละลายน้ำ��ำ ปููนใสพ่น่ ดับั พิษิ ภายนอก
ภายใน
9. ยาอม หมายถึงึ นำ�ำ ตััวยามาต้้ม ฝน หรืือทุุบแล้ว้ ให้้ผู้้�ป่่วยอม
10. ยาสุุม หมายถึึง วางทัับซ้้อนๆ กัันลงไปจนสููงเป็็นกอง มััก
ใช้ก้ ับั กระหม่อ่ ม เช่น่ นำ�ำ ตัวั ยามาบดละเอียี ดแล้ว้ สุมุ ที่่ร� ากริดิ สีดี วง เอาการ
บููรเป็็นกระสายบดสุมุ กระหม่่อมหาย
146 ระยอง เล่ม 2
11. ยาพอก หมายถึึง นำำ�ตััวยามาตำ�ำ เป็็นผงแล้้วพอก เช่่น ตำ�ำ
ละเอีียดน้ำำ�� มะนาวเป็็นกระสายพอกริิดสีดี วง
12. ยารม หมายถึึง ต้้มตััวยาจนเดืือด แล้้วให้้ผู้้�ป่่วยเข้้าไปอบ
ไอยา
13. ยากวาด หมายถึึง เอายาป้้ายในปาก คอ ลิ้้น� ของทารกและ
เด็ก็ โดยใช้น้ ิ้้ว� หมุนุ โดยรอบ เช่น่ นำ�ำ ตัวั ยามาทำ�ำ แท่ง่ แล้ว้ บดน้ำ��ำ ซาวข้า้ วกวาด
ซางทั้้�งปวงแล
ศััพท์แ์ พทย์แ์ ผนไทยที่�พ่ บในตำำ�ราโรคนิทิ านฉบัับวััดราชบััลลัังก์ฯ์
1. ตรีีโทษ หมายถึึง อัันเกิิดจากกองสมุุฏฐานปิิตตะ วาตะ และ
เสมหะ ทั้้ง� 3 กองสมุฏุ ฐานร่่วมกัันกระทำ�ำ ให้เ้ กิิดโทษ
2. จันั ทน์ท์ ั้้ง� 2 หมายถึงึ จุลุ พิกิ ัดั ประเภทต่า่ งสีพี วกหนึ่่ง� ประกอบ
ด้ว้ ยแก่น่ จันั ทน์ข์ าว และแก่น่ จันั ทน์แ์ ดง ในปริมิ าณเท่า่ กันั โดยน้ำ�ำ� หนักั ตำำ�รา
สรรพคุณุ ยาไทยว่่า พิกิ ัดั นี้้ม� ีรี สขมหวานเย็น็ สรรพคุณุ แก้ไ้ ข้ต้ ัวั ร้้อนด้ว้ ยพิษิ
ไข้้ เจริญิ ไฟธาตุใุ ห้ส้ มบููรณ์์
3. กระสาย หรืือ กระสายยา หมายถึงึ เครื่อ่� งแทรกยา เช่น่ น้ำ�ำ�
เหล้้า น้ำ��ำ ผึ้้ง� น้ำ�ำ�ดอกไม้้ ในทางเภสััชกรรมแผนไทยใช้แ้ ทรกยาเพื่่�อช่่วยให้้
กินิ ยาง่่ายขึ้้�น และเสริิมฤทธิ์�ของยาให้้มีีสรรพคุณุ ดีีขึ้�น
4. เชื่อ่� ม อาการอย่า่ งหนึ่่ง� ของผู้้�ป่่วยที่่เ� ป็น็ โรคบางชนิดิ มีลี ักั ษณะ
อาการหน้้าหมอง ซึมึ มึนึ งง ตาปรืือ คล้า้ ยจะเป็น็ ไข้้ หรืือเป็น็ อาการที่่เ� กิดิ
จากพิษิ ไข้้หรืือพิษิ ของโรคบางชนิดิ
5. ต้ม้ 3 เอา 1 คืือ ต้ม้ ให้เ้ ดือื ด แล้ว้ เคี่่�ยวจนน้ำำ��งวดไป 2 ส่่วน
เหลือื เพีียง 1 ส่ว่ น
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมอื งระยอง 147
6. ต้้ม 4 เอา 1 คือื ต้้มให้เ้ ดือื ด แล้ว้ เคี่่�ยวจนน้ำำ�� งวดไป 3 ส่่วน
เหลืือเพียี ง 1 ส่ว่ น
7. ต้้ม 5 เอา 1 คืือ ต้ม้ ให้้เดือื ด แล้้วเคี่่�ยวจนน้ำ��ำ งวดไป 4 ส่่วน
เหลือื เพียี ง 1 ส่่วน
8. เทียี นทั้้ง� 5 คือื พิิกัดั ยาชนิดิ หนึ่่�ง จำ�ำ กััดเทียี น 5 อย่า่ ง ได้้แก่่
เทียี นขาว เทียี นข้า้ วเปลือื ก เทียี นแดง เทียี นดำ�ำ และเทียี นตาตั๊๊ก� แตน รวม
5 สิ่ง� ในปริมิ าณเท่า่ กันั โดยน้ำ��ำ หนักั พิกิ ัดั นี้้ม� ีรี สสุขุ ุมุ สรรพคุณุ โดยรวมขับั ลม
ขับั เสมหะ แก้อ้ าเจียี น บำ�ำ รุงุ โลหิติ เป็น็ ต้น้
9. แก้้กาล น่่าจะหมายถึงึ แก้้ฝีกี าฬ แต่่ไม่่สามารถระบุุชนิดิ ได้้
10. สมอทั้้ง� 3 คืือ พิิกัดั ยา ได้แ้ ก่่ สมอเทศ สมอไทย และสมอ
พิเิ ภก สรรพคุุณแก้เ้ สมหะ บำ�ำ รุุงธาตุุ แก้ไ้ ข้้
11. เจตมููลทั้้ง� 2 คือื เจตมููลเพลิิงแดง และ เจตมููลเพลิิงขาว
12. อาโปธาตุุ หมายถึึง ธาตุนุ ้ำ��ำ อันั มีอี ยู่ใ�่ นร่า่ งกาย 12 อย่า่ ง คืือ
น้ำ�ำ� ดีี เสมหะ น้ำ��ำ หนอง เลือื ด เหงื่่�อ มัันข้น้ มันั เหลว (น้ำ��ำ เหลือื ง) น้ำ��ำ ตา
น้ำ��ำ ลาย น้ำ�ำ�มููก น้ำำ��มัันไขข้อ้ น้ำำ��มููตร (ปัสั สาวะ)
13. สำ�ำ ประชวร คือื ชื่อ�่ โรคชนิดิ หนึ่่ง� เกิดิ ขึ้น� เพราะเลือื ด เสมหะ ดีี
เส้้น และ ลมในร่่างกายผิิดปกติิ ทำ�ำ ให้้เกิิดพิษิ ไข้ข้ึ้�น
14. ชะเอมทั้้ง� 2 คือื ชะเอมเทศ กัับ ชะเอมไทย
15. ไข้้เดืือน 1, 2, 3 และ 4 หมายถึึง ไข้เ้ หมัันตฤดููนั้้น� คืือ ไข้เ้ พื่่อ�
กำ�ำ เดา แลเพื่่�อดีีพลุ่�ง เป็็นใหญ่ก่ ว่า่ เสมหะ
16. ไข้เ้ ดืือน 5, 6, 7 และ 8 หมายถึงึ ไข้้คิิมหัันตฤดูู เป็็นไข้เ้ พื่่�อ
โลหิติ เป็น็ ใหญ่่กว่า่ ลม กว่า่ เสมหะทั้้ง� ปวงทุุกประการ
17. ไข้เ้ ดือื น 9, 10, 11 และ 12 หมายถึงึ ไข้ว้ ัสั สานะฤดูู คืือ ไข้้
เพื่่อ� ลมเป็น็ ใหญ่ก่ ว่่าเลือื ด และเสมหะทั้้�งปวงทั้้ง� สองประการ
148 ระยอง เลม่ 2
ตำำ�ราไสยศาสตร์์ฉบัับวััดราชบััลลัังก์ป์ ระดิิษฐาราม :
ศาสตร์เ์ ร้น้ ลัับของชาวระยอง4
ความเป็็นมา
ไสยศาสตร์ถ์ ือื เป็็นอีกี ความเชื่่อ� หนึ่่�งที่่อ� ยู่�ใ่ นชีวี ิติ คนไทยตั้้ง� แต่อ่ ดีตี
มีีบทบาทในการเสริิมความมั่่�นใจในยามที่่�ต้้องเผชิิญภััยอัันตรายทั้้�งที่่�มอง
เห็็นและมองไม่่เห็็น เป็็นการประกอบพิิธีีกรรมต่่างๆ เช่่น การทำำ�เสน่่ห์์
การใช้ค้ าถาป้้องกัันภััย รวมไปถึงึ ใช้ร้ ่่วมกับั การรักั ษาโรค
ตำ�ำ ราไสยศาสตร์์ฉบัับวััดราชบััลลัังก์์ประดิิษฐาราม อำำ�เภอแกลง
จังั หวัดั ระยอง ยัังไม่พ่ บผู้�ใดศึึกษาตำ�ำ ราฉบัับนี้้� ตำำ�ราเล่่มดังั กล่า่ วเป็น็ สมุุด
ไทยขาว บันั ทึกึ ด้ว้ ยตัวั อักั ษรขอมไทย และตัวั อักั ษรไทย ใช้บ้ ันั ทึกึ ภาษาบาลีี
ในส่ว่ นคาถา และภาษาไทยในส่ว่ นวิธิ ีกี ารใช้ข้ องประกอบการทำ�ำ ไสยศาสตร์์
ต่่างๆ ตำำ�ราไสยศาสตร์ฉ์ บัับนี้้�มีเี นื้้�อหาน่่าสนใจ ควรปริวิ รรตเนื้้�อความเพื่่อ�
เป็็นการอนุุรัักษ์์และสืืบต่่ออายุุเอกสารโบราณ เนื้้�อหาที่่�ปรากฏในตำำ�รายััง
สะท้้อนแง่่มุมุ คติคิ วามเชื่�อ่ ที่่บ� ัันทึึกลงในเอกสารโบราณ
ต้น้ ฉบัับเอกสาร และผู้�ประพัันธ์์
ตำำ�ราไสยศาสตร์์ฉบัับวััดราชบััลลัังก์์ประดิิษฐาราม อำ�ำ เภอแกลง
จัังหวััดระยอง เป็็นเอกสารโบราณประเภทสมุุดไทยขาว จารด้้วยเส้้นตััว
อักั ษร เส้น้ หมึกึ ขนาด ความกว้า้ ง 12 ซม. ความยาว 38 ซม. และความหนา
5 ซม. มีีจำ�ำ นวน 152 หน้า้ หน้า้ ละ 6 บรรทัดั จารด้้วยอักั ษรขอมไทย และ
อักั ษรไทย เป็็นภาษาบาลีี และภาษาไทย
สมดุ ไทยและใบลาน 4 — นานาสาระจากเอกสารโบราณเมืองระยอง 149