แสมผู้้� คลองปููน บ้้านจำำ�รุุง : พื้้�นที่�่เกษตรกรรมและแหล่่งน้ำ��ำ จืืดแห่่ง
ลุ่�่มน้ำ��ำ ประแส
บ้้านแสมผู้� บ้้านคลองปููน และบ้้านจำำ�รุุง นัับเป็็นเครืือข่่ายความ
สััมพัันธ์์ของพื้้�นที่่�ระหว่่างชุุมชนปากน้ำำ��ประแสกัับพื้้�นที่่�โดยรอบในฐานะ
ของพื้้�นที่่�เกษตรกรรมและแหล่่งน้ำำ��จืืดที่่�ใช้้สำำ�หรัับการอุุปโภค–บริิโภค
บ้้านแสมผู้�นั้�นในอดีีตราว 60-70 ปีีที่่�ผ่่านมาเป็็นพื้้�นที่่�เกษตรกรรมทำำ�นา
โดยมีคี ลองแสมผู้� ซึ่ง� เป็น็ ลำ�ำ น้ำ��ำ สาขาของแม่น่ ้ำ�ำ� ประแส นับั เป็น็ แหล่ง่ อาหาร
และแหล่ง่ ทำำ�มาหากิินที่่ส� ำ�ำ คัญั อีกี แห่่งหนึ่่�งของชาวบ้้านในชุมุ ชน เมื่่อ� หมด
ฤดูท�ำนาแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะออกมาจับสัตว์น�้ำที่อาศัยอยู่ตามป่า
ชายเลน เชน่ หอยจบุ๊ แจง หอยตลับ หอยปากเปด็ หอยนางรม หอยแครง
หอยคราง ปลากระบอก หอยกระปุก ปูด�ำ ปูแสม ปูใบไม้ เป็นต้น และ
จะน�ำไปขายทีต่ ลาดในชุมชนปากน�้ำประแส
“…เวลาจับสัตว์น�้ำกินจะใช้จั่นหรือไม้ผูกเหยื่อโยนลงไปในคลอง
พอสัตว์มากินเหย่ือเราจะช้อนด้วยสวิงเลย อย่างวิธีท�ำมาหากินก็จะใช้
ภมู ปิ ัญญาชาวบา้ น เชน่ วธิ จี บั ปจู บั ปลาจะใชเ้ ชอื กโยนลงไป พอปมู ากนิ เหยื่อ
ก็ดึงขึ้นมาแล้วใช้สวิงช้อน มีใช้แหทอดและเบ็ดเลาด้วย ของพวกน้ีเป็น
ภมู ปิ ัญญาสมยั กอ่ น อกี อยา่ งเรยี กวา่ ปลาตกคกั ซงึ่ เปน็ ปลาทอี่ ยตู่ ามทอ้ งทงุ่
ช่วงเดือน 12 ตามท้องทุ่งจะแห้งแล้ว ปลาจะไหลไปอยู่ตรงพ้ืนท่ีต�่ำน�้ำขัง
จะเรียกปลาพวกน้ีว่า ปลาตกคักหรือปลาตกหลุมช่วงที่ปลาไหลมารวมกัน
จะใชส้ วงิ ชอ้ นเลย จะหากนิ งา่ ยมากในสมยั นนั้ …” (ชโลม วงศท์ มิ , สมั ภาษณ์
28 กมุ ภาพนั ธ์ 2562)
บ้านคลองปูน ถือเปน็ แหล่งเกษตรกรรมอีกแหง่ หน่งึ ทส่ี ัมพนั ธก์ นั
กบั ชมุ ชนปากน�้ำประแส โดยพนื้ ทสี่ ว่ นใหญเ่ ปน็ พน้ื ทรี่ าบต�่ำและน�ำไปท�ำเปน็
ที่นา โดยส่งข้าวไปยังโรงสีบริเวณคลองปูน และต�ำบลพังราด ส่วนพื้นท่ี
ราบสูงเปน็ ทท่ี �ำสวนยางหรือสวนผลไม้ เช่น ทเุ รยี น เงาะ มงั คดุ ลองกอง
เป็นต้น และจะน�ำไปค้าขายที่ตลาดในชุมชนปากน�้ำประแส นอกจากน้ัน
ยัังเป็็นแหล่่งน้ำ�ำ�จืืดสำำ�คััญของชาวบ้้านบริิเวณปากน้ำ�ำ�ประแส เนื่่�องจากน้ำำ��
บริิเวณปากน้ำำ��เป็น็ น้ำ��ำ กร่อ่ ยและน้ำำ��เค็ม็ ไม่่เหมาะต่่อการอุุปโภค-บริโิ ภค
50 ระยอง เลม่ 4
บน
คลองแสมผู้ �
ล่าง
บ่อ่ น้ำ�ำ�จืืดที่่บ� ้า้ นคลองปููน
คนจีนโพน้ ทะเล ผู้คนและวิถีชีวิต 2 — ชุมชนคนระยอง 51
ท่่าเรืือเนิินฆ้้อ บา้ นจ�ำรงุ เปน็ หมบู่ า้ นอกี แหง่ หนง่ึ ในต�ำบลเนนิ ฆอ้ จากค�ำบอกเลา่
52 ของคนในชุมชนกล่าวว่าคนด้ังเดิมในพ้ืนท่ีเป็นคนชองที่มาจากจังหวัด
จันทบุรี ค�ำว่า “จ�ำรุง” สันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากค�ำว่า “จ�ำรุ” ใน
ภาษาชอง ซ่ึงแปลว่า น�้ำผุด (ชาตรี ก่อเก้ือ, สัมภาษณ์ 19 พฤษภาคม
2562) สอดคล้้องกัับลัักษณะทางภููมิศิ าสตร์ข์ องพื้้น� ที่่ท� ี่่ม� ีแี หล่่งน้ำ��ำ จืืดผุดุ ขึ้น�
ตามธรรมชาติิ และในอดีีตชาวบ้้านนิิยมทำำ�นากัันเป็็นส่่วนมาก ต่่อเนื่่�อง
ด้้วยสวนผลไม้้และสวนยางพารา โดยคนที่่�มารัับซื้้�อข้้าวจะมีีทั้้�งจากโรงสีี
และชาวบ้้านที่่�อาศััยอยู่่�ในพื้้�นที่่�ปากน้ำำ��ประแส บ้้านกร่ำ�� และชาวบ้้าน
บางส่ว่ นยังั แบกข้า้ วไปกับั เกวียี นเพื่่อ� นำ�ำ ไปส่ง่ ให้โ้ รงสีแี ถบปากน้ำ��ำ ประแสด้ว้ ย
เนื่่�องจากตำำ�แหน่่งของบ้้านจำำ�รุุงที่่�ตั้้�งอยู่่�ใกล้้กัับท่่าเรืือเนิินฆ้้อ ซึ่่�งถืือเป็็น
ท่่าเรืือขนาดใหญ่่ที่่�มีีการค้้าขายสิินค้้าระหว่่างชุุมชนตอนในพื้้�นที่่�
เชื่อ�่ มต่อ่ กันั กับั พื้้น� ที่่ป� ากแม่น่ ้ำ�ำ� ประแส โดยอาศัยั การขนส่ง่ ทางเกวียี นเชื่อ่� มต่อ่
ระหว่่างบ้้านจำ�ำ รุุงกับั ท่่าเรืือเนิินฆ้้อ และนำำ�สิินค้า้ ของบ้า้ นจำำ�รุงุ ไปค้า้ ขายที่่�
ตลาดปากน้ำ�ำ�ประแส ได้้แก่่ ข้้าว ยางพารา และผลไม้้
ระยอง เลม่ 4
มาบเหลาชะโอน : แหล่่งผลิิตเสื่่�อส่่งเข้้าพระนคร
มาบเหลาชะโอน หมายความว่า่ ที่่ร� าบลุ่�มมีีน้ำำ�� ขังั ซึ่่ง� มีีต้้นเหลาโอน
ขึ้นอยู่เป็นจ�ำนวนมาก โดยค�ำว่า “มาบ” แปลว่า ที่ราบลุ่มที่มีน�้ำท่วมขัง
ซงึ่ เปน็ ค�ำทใี่ ชบ้ อกลกั ษณะทางกายภาพพนื้ ที่ สว่ นตน้ เหลาโอนทเ่ี รยี กกนั นน้ั
เป็็นไม้้ยืืนต้้นจำำ�พวกเดีียวกัับต้้นปาล์์ม แต่่มีีหนามแหลมขึ้�นตลอดทั้้�งต้้น
ปััจจุุบัันจึึงไม่่มีีให้้พบเห็็นนััก ความสำำ�คััญของหมู่่�บ้้านมาบเหลาชะโอนที่่�
สืืบทอดการทำำ�งานหััตถกรรมพื้้�นบ้้านอย่่างการสานเสื่่�อนั้้�น เสื่่�อดัังกล่่าว
ปรากฏในนิิราศเมืืองแกลงของสุุนทรภู่่� กล่่าวถึึง “…เสื่่�อส่่วยสานส่่งเข้้า
กรุุงไกร…” ซึ่่�งระบุุว่่า เสื่่�อจากจัังหวััดระยองเป็็นเสื่่�อที่่�มีีคุุณภาพดีี
จนต้้องผลิิตเพื่่�อเป็็นส่่วยส่่งไปยัังพระนคร และการทำำ�เสื่่�อดัังกล่่าวยัังคง
สืืบทอดมาจนถึึงปััจจุุบััน จากคำ�ำ บอกเล่่าของคนในพื้้�นที่่� การสานเสื่่�อ
ถือื เป็น็ งานของผู้�หญิงิ เนื่่อ� งจากผู้�ชายจะออกไปทำ�ำ สวนทำ�ำ ไร่่ หรืือบางส่ว่ น
ออกไปทำ�ำ ประมงชายฝั่ง�่ เนื่่อ� งจากหมู่�่ บ้า้ นแห่ง่ นี้้อ� ยู่�่ ห่า่ งจากทะเล ระยะทาง
เพีียงแค่่ 2 กิิโลเมตรเท่่านั้้�น เมื่่�อประมาณ 80 ปีีก่่อน เสื่่�อที่่�สานได้้จะนำำ�
ไปขายให้้กัับร้้านค้้าในหมู่่�บ้้าน เพื่่�อแลกกัับของใช้้ต่่างๆ เช่่น ข้า้ วสาร
พริกิ กะปิิ โดยทางร้า้ นจะเป็น็ ผู้�ประเมินิ ราคาให้้ ส่ว่ นมากแล้ว้ เสื่่อ� ผืืนหนึ่่�ง
จะสามารถแลกข้้าวสารได้้ประมาณ 5 กิิโลกรััม และร้้านจะนำำ�ไปขายต่อ่ ที่่�
อำ�ำ เภอเมือื งระยอง และจังั หวัดั จันั ทบุรุ ีี โดยจะถููกนำ�ำ ไปใช้ป้ ระโยชน์์ในหลาย
รููปแบบ เช่น่ ปููนอน ตากเคย ตากพริกิ ไทย ตากข้า้ ว เป็น็ ต้น้ อีกี ทั้้ง� เสื่่อ�
จากหมู่่�บ้้านแห่่งนี้้�ยัังถููกส่่งไปเป็็นสิินค้้าที่่�บริิเวณปากน้ำ��ำ ประแส และยััง
เป็็นส่่วนหนึ่่�งในกระบวนการแปรรููปผลิิตภััณฑ์์ทางทะเลอย่่าง เคย ที่่น� ิยิ ม
ใช้้เสื่่�อในการตากเคยให้้แห้้ง เพื่่�อให้้เก็็บได้้นาน (สวาสดิ์์� จัันละออง,
สัมภาษณ์ 1 มนี าคม 2562)
วััตถุุดิิบหลัักในการทำ�ำ เสื่่�อบ้้านมาบเหลาชะโอนมีีเพีียงต้้นกระจููด
ซึ่่�งเป็็นต้้นกกชนิิดหนึ่่�งขึ้ �นเองตามธรรมชาติิ คุุณสมบััติิของต้้นกระจููด
คือื ความเหนียี ว จึงึ ทำ�ำ ให้เ้ สื่่อ� ที่่ไ� ด้ม้ ีคี วามแข็ง็ แรงทนทานและไม่ข่ าดง่า่ ย
ขั้น� ตอนการเตรียี มต้น้ กระจููดที่่ไ� ด้ม้ า จะนำ�ำ มา “สลัดั ” เพื่่อ� ให้ไ้ ด้ข้ นาดเส้น้ ที่่�
คนจีนโพน้ ทะเล ผ้คู นและวิถชี วี ิต 2 — ชมุ ชนคนระยอง 53
ใกล้เ้ คียี งกันั แล้ว้ ไปย้อ้ มดินิ เหนียี วขาว ผึ่่ง� แดด และทับั เพื่่อ� ให้ต้ ้น้ กระจููดแบน
เพื่่อ� นำ�ำ ไปสานเป็น็ เสื่่อ� ได้้ ระหว่า่ งที่่ส� านจะต้อ้ งคอยพ่น่ น้ำ�ำ� ลงไปบนต้น้ กระจููด
เพื่่�อให้้เส้้นกระจููดนิ่่�ม และหากสานเป็็นภาชนะอื่่�นๆ เช่่น ตะกร้้า แจกััน
ต้้องนำำ�ไปเคลืือบด้้วยกาวลาเท็็กซ์์ เพื่่�อให้้เกิิดความคงทน แข็็งแรง
และคงรููปเดิิม ปััจจุุบัันการทำ�ำ เสื่่�อของบ้้านมาบเหลาชะโอน ได้้รัับการ
ดััดแปลงเป็็นผลิิตภััณฑ์์ประเภทต่่างๆ มากมาย ซึ่่�งเป็็นผลมาจากการ
รวมกลุ่�มเป็็น “กลุ่�มผลิิตภััณฑ์์จักั สานกระจููด บ้้านมาบเหลาชะโอน”
บน
บึึงน้ำำ�� จืืดภายในบ้้านมาบ
เหลาชะโอน แหล่่งกำ�ำ เนิดิ
ของต้น้ กระจููด
ล่าง
เสื่่อ� และผลิติ ภัณั ฑ์์ของกลุ่�ม
ผลิิตภััณฑ์จ์ ัักสานกระจููด
บ้า้ นมาบเหลาชะโอน
54 ระยอง เลม่ 4
ตลาดสามย่า่ น ซึ่่ง� มีถี นน สามย่่าน : การค้า้ ในยุุคเปลี่่ย� นผ่่านจากเรืือสู่่�รถยนต์์
สุนุ ทรโวหารเป็น็ ถนน
เส้น้ หลัักขนานกัันกับั ความหมายของคำ�ำ ว่า่ “สามย่า่ น” มีกี ารกล่า่ วถึงึ หลากหลายแนวทาง
แม่่น้ำ��ำ ประแส อาทิ จุดศูนย์รวมของการเดินทางจากที่ว่าการอ�ำเภอแกลงไปยังหมู่บ้าน
3 แหง่ ไดแ้ ก่ บา้ นทะเลนอ้ ย บา้ นกระแสบน บา้ นโพธท์ิ อง หรอื อาจหมายถงึ
บา้ นทา่ ฉลอง บา้ นทา่ ยายบญุ และบา้ นตลาดสามยา่ น สว่ นอกี หนงึ่ แนวทาง
หนึ่งกล่าวถึงการเดินทางจากตลาดสามย่านไปยังหมู่บ้านกร�่ำเนินฆ้อ
หมู่บ้านปากน�้ำประแส แหลมสน และหมู่บ้านทะเลน้อย การเดินทางไป
มายงั สถานท่ีท้ัง 3 แห่ง นบั ว่าเป็น สามยา่ น (เทศบาลต�ำบลเมอื งแกลง,
2551: 524-533) อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปท่ีมาของชื่อสามย่านนั้นก็ยังไม่
แน่ชัดนัก แต่การกล่าวถึงความหมายของ สามย่านในแต่ละแนวทาง
ตา่ งสะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ การเปน็ ชมุ ชนขนาดใหญท่ เ่ี ปน็ ศนู ยก์ ลาง และมผี ูค้ น
จากพ้ืนที่โดยรอบเดนิ ทางเข้ามาเป็นประจ�ำ
คนจีนโพ้นทะเล ผู้คนและวถิ ีชีวติ 2 — ชมุ ชนคนระยอง 55
ตลาดสามย่า่ นเป็น็ ที่่ต� ั้้�งของที่่ว� ่่าการอำำ�เภอแกลงหลังั ที่่� 3 บริเิ วณ
ตลาดเก่่าหรืือถนนสุุนทรโวหาร ในอดีตี เป็็นเพีียงทางเกวียี น เส้น้ ทางการ
เข้้าถึึงที่่�ว่่าการอำำ�เภอแห่่งนี้้� จะตรงมาจากสะพานไม้้หรืือสะพาน 100 ปีี
ซึ่่�งบริิเวณนั้้�นเป็็นท่่าเรืือสำำ�หรัับการค้้าขายสิินค้้าและเป็็นตลาดขนาดใหญ่่
เมื่่อ� ตรงมาจากสะพานจะพบสามแยกขนาดใหญ่่ โดยจะมีเี ส้น้ ทางที่่ม�ุ่�งตรง
ไปยัังที่่�ว่่าการอำำ�เภอ และเส้้นทางที่่�แยกซ้้ายและขวาได้้ตามถนนสุุนทร
โวหาร จึงึ อาจเป็น็ ไปได้ว้ ่า่ สามย่า่ น อาจจะหมายถึงึ พื้้น� ที่่ส� ามแยกที่่เ� ดินิ ทาง
ได้้ 3 เส้น้ ทาง กลุ่�มคนที่่อ� าศััยอยู่�ใ่ นสามย่่านส่ว่ นใหญ่่เป็็นคนจีีนทั้้ง� ไหหลำำ�
และแต้จ้ิ๋ว� (คีสี ินิ กุุสสลานุภุ าพ, สััมภาษณ์์ 20 พฤษภาคม 2562)
จากค�ำบอกเลา่ ของผู้คนในพน้ื ท่ีกล่าววา่ ตลาดสามยา่ นเปน็ เขตท่ี
ลุ่มแม่น�้ำประแสตอนบน ซ่ึงแม่น�้ำประแสในอดีตมีขนาดกว้างกว่าใน
ปััจจุุบัันมาก มัักจะมีีเรืือสิินค้้าเข้้ามาจอดเทีียบท่่าบริิเวณตลาดสามย่่าน
โดยเรืือดังั กล่า่ วจะเดินิ ทางมาจากกรุงุ เทพฯ ไปยังั ประแส แต่แ่ วะเข้า้ มายังั
ตลาดสามย่า่ นด้ว้ ย นอกจากนั้้น� ยัังมีีเรืือโดยสารเดิินทางระหว่่างสามย่า่ น
–ปากน้ำำ��ประแส ทำำ�ให้้เห็็นภาพของสามย่่านที่่�เป็็นหนึ่่�งในศููนย์์กลางทาง
เศรษฐกิิจ และการเดิินทางที่่�สำำ�คััญอีีกแห่่งหนึ่่�งของอำำ�เภอแกลง และ
สััมพัันธ์์กัันกัับพื้้�นที่่�ปากน้ำ�ำ�ประแสด้้วย เรืือใบที่่�บรรทุุกสิินค้้าสามารถล่่อง
เข้้ามาได้้ถึึงตลาดสามย่่าน สะพาน 100 ปีีจะเป็็นสะพานไม้้ซึ่่�งมีีกลไก
ชัักรอกให้้สามารถเปิิดสะพาน เพื่่�อให้้เรืือใหญ่่สามารถผ่่านเข้้ามาได้้
บรรยากาศการค้้าขายจะอยู่่�บริิเวณท่่าเรืือซึ่่�งบริิเวณนั้้�นจะมีีทั้้�งวิิกหนััง
ไพบููลย์์บัันเทิิง ร้้านขายยา ร้้านขายของชำำ� และร้้านค้้าอื่่�นๆ อีีกทั้้�งยัังมีี
โรงเลื่่อ� ยขนาดใหญ่บ่ ริเิ วณท่า่ เรืือที่่น� ำ�ำ ไม้ม้ าจากอำ�ำ เภอบ้า้ นบึงึ จังั หวัดั ชลบุรุ ีี
สิ่่ง� ของที่่น� ำ�ำ มาขายในตลาดสามย่า่ นส่ว่ นใหญ่จ่ ะไปรับั มาจากปากน้ำ�ำ� ประแส
เพราะเป็น็ แหล่ง่ รับั สินิ ค้า้ มาจากกรุงุ เทพฯ ส่ว่ นของป่า่ ที่่น� ำ�ำ มาขายจะมาจาก
พื้้น� ที่่เ� ขาชะเมา บ้า้ นกร่ำ�� วังั หินิ สิ่่ง� ของขึ้น� ชื่อ่� ของสามย่า่ นที่่ส� ่ง่ ไปขายที่่อ�ื่่น� ๆ
คือื น้ำ�ำ� มันั ขี้โ� ล้ซ้ึ่่ง� ทำ�ำ มาจากยางนา โดยจะไปขููดที่่ต� ้น้ ให้เ้ ป็น็ แผล แล้ว้ นำ�ำ ไฟ
ไปลน น้ำ��ำ ยางจะไหลลงมา หลัังจากนั้้�นจะนำำ�ไปเคี่่�ยว น้ำ��ำ มัันขี้โ� ล้เ้ มื่่�อนำ�ำ ไป
ผสมกับั ชันั แล้ว้ ทำ�ำ เป็น็ ขี้ไ� ต้ห้ รือนำ�ำ มายาเรือได้ ้ มีลี ักั ษณะคล้า้ ยกับั ยางมะตอย
56 ระยอง เล่ม 4
บน
สะพาน 100 ปีี ในอดีตี เป็็น
ท่า่ เรืือสำ�ำ หรับั การค้้าขาย
สินิ ค้า้ และเป็น็ ตลาดขนาด
ใหญ่่บริเิ วณสามย่า่ น
ล่่าง
ที่่ว� ่า่ การอำ�ำ เภอแกลงหลังั ที่่� 3
บริเิ วณถนนสุุนทรโวหาร
คนจนี โพ้นทะเล ผู้คนและวิถีชวี ติ 2 — ชุมชนคนระยอง 57
“…เตี่่�ยก็็เดิินเรืือใบ ตรงนี้้�เลยไปจะมีีท่่าเรืือ เดิินเรืือไปกรุุงเทพฯ
แล้วก็มาเข้าประแส แล้วก็มาเข้าท่ีนี่ (สามย่าน) ขนสินค้ามาขายนี่แหละ
เตย่ี เคา้ กซ็ อื้ ตมู้ าจากกรงุ เทพฯ 600 บาท ใสเ่ รอื มา เตย่ี เปน็ ไตก้ ง๋ ... สมยั กอ่ น
มีีเรืือเข้้ามาที่�่สามย่่านคึึกคััก มีีคนเดิินทางไปมา คนจากประแสเดิินทาง
มาที่น่� ี่่�นั่่ง� เรืือมา...” (อำำ�ไพ แซ่่เตีียว, สััมภาษณ์์ 20 พฤษภาคม 2562)
บริิเวณตลาดสามย่่านในอดีีตเป็็นที่่�นาและสวน เนื่่�องจากเป็็น
ที่่�ราบลุ่�ม และอยู่่�ใกล้้แหล่่งน้ำ�ำ�ธรรมชาติิอย่่างแม่่น้ำ�ำ�ประแส พื้้�นที่่�ตั้้�งแต่่
ตลาดสามย่า่ นไล่ไ่ ปจนถึงึ บ้า้ นทะเลน้อ้ ยนับั เป็น็ ที่่น� าทั้้ง� สิ้้น� จึงึ ทำ�ำ ให้ส้ ามย่่าน
มีีชื่�่อเสีียงในเรื่�่องการทำำ�เส้้นก๋๋วยเตี๋๋�ยว คืือ ก๋๋วยเตี๋๋�ยวเส้้นจัันท์์ ในช่่วง
ประมาณ 50–60 ปีที ี่่�ผ่่านมา สามย่่านถืือเป็็นแหล่ง่ ผลิิตและส่ง่ ออกเส้้น
ก๋ว๋ ยเตี๋๋ย� วที่่ส� ำ�ำ คัญั ข้า้ วที่่น� ำ�ำ มาใช้ท้ ำ�ำ เส้น้ ก๋ว๋ ยเตี๋๋ย� วส่ว่ นใหญ่่ นำ�ำ มาจากพื้้น� ที่่�
นาบริเิ วณวัดั พลงช้า้ งเผือื ก อำ�ำ เภอแกลง จังั หวัดั ระยอง (คีสี ินิ กุสุ สลานุภุ าพ,
สััมภาษณ์์ 20 พฤษภาคม 2562)
โม่่หินิ ที่่�พบในตลาดสาม
ย่า่ น อุปุ กรณ์ส์ ำำ�หรัับโม่่ข้า้ ว
ให้เ้ ป็น็ แป้ง้ เพื่่�อนำ�ำ มาทำำ�
เส้้นก๋๋วยเตี๋๋ย� วในอดีีต
58 ระยอง เลม่ 4
บน
ย่า่ นการค้า้ สามย่า่ น
อำ�ำ เภอแกลงในปัจั จุุบันั
ล่่าง
ท่า่ เรืือสำำ�หรับั ขนส่ง่ สิินค้้า
จากกรุงุ เทพฯ และปากน้ำำ��
ประแส
คนจีนโพน้ ทะเล ผคู้ นและวิถชี วี ิต 2 — ชมุ ชนคนระยอง 59
เมื่่�อเกิิดการตััดถนนสุุขุุมวิิท ตั้้�งแต่่ช่่วง พ.ศ. 2500 เป็็นต้้นมา
พร้อมกับการตัดถนนสุนทรโวหารเพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากถนน
สขุ มุ วิทเขา้ มายังตลาดสามยา่ น ท�ำใหเ้ กิดการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทาง
ทางน�้ำสทู่ างบกอยา่ งชดั เจน ในอดตี ชว่ งทปี่ ากน�้ำประแสยงั คงเจรญิ รุง่ เรอื ง
ปากน�้ำประแสนับเป็นย่านการค้าหลักของพื้นที่แห่งนี้ ส่วนสามย่านเป็น
ย่านการค้ารอง แต่ภายหลังจากการตัดถนนสุขุมวิท สามย่านได้เจริญขึ้น
กลายเปน็ ยา่ นการคา้ หลกั ของอ�ำเภอแกลงแทนทป่ี ากน�้ำประแส อาหารทะเล
และผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างปลาเค็ม กะปิ จากปากน�้ำประแสได้ถูกน�ำมา
ขายที่ตลาดสามย่าน และผู้คนจากชุมชนปากน�้ำประแสเร่ิมย้ายเข้ามาอยู่
ที่ตลาดสามยา่ นมากขนึ้ จนกระทง่ั ถึงปัจจุบนั
จากความหลากหลายของชุุมชนในพื้้�นที่่�ลุ่�มแม่่น้ำ��ำ ระยอง และลุ่�ม
แม่น่ ้ำ�ำ� ประแสในพื้้น� ที่่อ� ำ�ำ เภอเมือื งและอำ�ำ เภอแกลง จังั หวัดั ระยองนั้้น� สะท้อ้ น
ให้้เห็็นว่่า เครืือข่่ายของชุุมชนต่่างๆ ในแต่่ละลุ่�มแม่่น้ำำ��ต่่างมีีพลวััต และ
ความสััมพัันธ์์กัันทั้้�งในด้้านผู้�คน ทรััพยากร และเศรษฐกิิจการค้้า ภายใต้้
ปัจั จัยั ลักั ษณะทางภููมิศิ าสตร์ข์ องแต่ล่ ะพื้้น� ที่่ท� ี่่น� ำ�ำ มาสู่�่ กิจิ กรรมแต่ล่ ะประเภท
อาทิิ บริเิ วณปากแม่น่ ้ำ�ำ� ซึ่ง� เป็น็ ทางเชื่อ่� มต่อ่ ระหว่า่ งแม่น่ ้ำ�ำ� และทะเล นำ�ำ ไปสู่่�
การติดิ ต่อ่ กับั ชุมุ ชนอื่่น� ๆ ภายนอก บริเิ วณลำ�ำ คลองสาขาของแม่น่ ้ำ��ำ ที่่เ� ชื่อ่� มต่อ่
ระหว่่างพื้้�นที่่�เกษตรกรรม แหล่่งทรััพยากรสู่่�พื้�นที่่�จำำ�หน่่ายสิินค้้าและที่่�อยู่่�
อาศัยั ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ การอพยพโยกย้า้ ยของคนต่า่ งถิ่่น� โดยเฉพาะกลุ่�มคนจีนี ที่่�
เข้้ามาผสมผสานกัับคนในพื้้�นที่่�จนเกิิดเป็็นชุุมชนพหุุวััฒนธรรมที่่�มีีความ
หลากหลายทั้้�งเชื้�อชาติิ อาชีพี และความเชื่่อ� นำำ�มาซึ่่ง� อััตลักั ษณ์ข์ องชุมุ ชน
เมืืองระยอง ถึึงแม้้ว่่าการเปลี่่�ยนแปลงทางเศรษฐกิิจและสัังคมในเมืือง
ระยอง ซึ่่�งมีีผลมาตั้้�งแต่่การตััดถนนสุุขุุมวิิทในช่่วงปลายทศวรรษ 2480
จะทำ�ำ ให้้ชุุมชน และกิิจกรรมทางเศรษฐกิิจในหลายพื้้�นที่่�ซบเซาลงไปบ้้าง
เนื่่�องจากรถยนต์์ และถนนได้้มีีบทบาทสำ�ำ คััญแทนที่่�การเดิินทางทางเรืือ
และแม่่น้ำ�ำ�ลำำ�คลอง แต่่ก็็นำำ�มาสู่่�การรวมกลุ่�ม และสร้้างสรรค์์กิิจกรรม
ของผู้�คนในชุุมชนที่่�พยายามตระหนัักถึึงคุุณค่่า และรัักษาอััตลัักษณ์์ของ
ชุุมชนตนเองให้้คงอยู่�่ ท่่ามกลางความเปลี่่ย� นแปลงในปััจจุุบััน
60 ระยอง เล่ม 4
คนจีนโพน้ ทะเล ผู้คนและวิถชี วี ติ 2 — ชมุ ชนคนระยอง 61
3 — ชาติพนั ธ์แุ ละ
ผู้คนระยอง
62 ระยอง เลม่ 4
คนจนี โพ้นทะเล ผคู้ นและวิถชี วี ติ 3 — ชาติพนั ธุแ์ ละผู้คนระยอง 63
64 ระยอง เลม่ 4
ด้้วยลัักษณะทางภููมิิศาสตร์์จัังหวััดระยองที่่�เป็็นพื้้�นที่่�ชายฝั่�่งทะเล
จึึ ง ทำำ� ใ ห้้ มีี ค วา ม ห ล า ก ห ล าย ข อ ง ก ลุ่ � ม ค น ที่่� เ ข้้ า ม า ป ฏิิ สัั ม พัั น ธ์์ กัั บ ค น
ในพื้้�นที่่� โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งคืือกลุ่�มคนจีีนที่่�เข้้ามาตั้้�งรกรากอาศััยอยู่่�
ในประเทศไทย ตั้้�งแต่่ใน พ.ศ. 2393 ชาวจีีนได้้เข้้ามามีีบทบาทจนกลาย
เป็็นผู้�ควบคุุมการค้้าภายในประเทศโดยมัักจะนำ�ำ สิินค้้าเข้้ามาค้้าขายตาม
เส้้นทางน้ำ�ำ� ส่่วนคนไทยก็็ทำำ�การค้้าโดยนำำ�ผลผลิิตที่่�เหลืือจากการบริิโภค
ในครััวเรืือนมาขายในพื้้�นที่่�ที่่�เรีียกกัันว่่า “ตลาด” เกิิดเป็็นการหมุุนเวีียน
ทางระบบเศรษฐกิิจ และเชื่่�อมโยงความสััมพัันธ์์ระหว่่างสมาชิิกในสัังคม
(ภารดีี มหาขัันธุ์�, 2555: 132) ในจัังหวััดระยองนั้้�น สามารถจำำ�แนก
กลุ่�มคนตามแหล่่งที่่�มา ดังั นี้้�
คนไทย
จากการศึึกษาชุุมชนในพื้้�นที่่�ลุ่�มแม่่น้ำ��ำ ระยองและลุ่�มแม่่น้ำำ�� ประแส
สัันนิิษฐานว่่า กลุ่�มคนไทยที่่�เป็็นคนดั้้�งเดิิมน่่าจะกระจายตััวอยู่่�ในแต่่ละ
พื้้�นที่่�บริเิ วณพื้้น� ที่่ต� อนใน และได้้แต่ง่ งานกัับกลุ่�มคนจีีนที่่�เข้้ามาตั้้ง� รกราก
อยู่่�ตามพื้้�นที่่�ชายฝั่่ง� ทะเล และบริเิ วณริิมคลองสาขาของแม่น่ ้ำ�ำ� ทั้้�ง 2 สาย
โดยข้อ้ มููลจากการสัมั ภาษณ์์ พบการกล่า่ วถึงึ ร่อ่ งรอยของคนไทยในบางพื้้น� ที่่�
อาทิิ ย่า่ นการค้า้ ยมจินิ ดา จากคำ�ำ บอกเล่า่ ของคุณุ ธัญั ญธร โอภาปัญั ญโชติิ
ที่่�เล่่าว่่าแม่่สามีีของเธอ ซึ่่�งเป็็นชาวจีีนได้้ซื้้�อบ้้านไม้้ต่่อจากคนไทยและ
สร้า้ งอาคารปููนขึ้น� ใหม่่แทนที่่�เดิมิ “...อาม่่านะซื้้อ� บ้้าน ซื้้อ� ที่่�ตรงนี้้� ในสมััย
นั้้น� ราคา 300,000 บาท จากคนไทยในนี้้�พอซื้้อ� มาก็โ็ ละทิ้้�งแล้้วสร้า้ งเป็็น
บ้า้ นปููนหลังั นี้้ข�ึ้น� มา...” (ธัญั ญธร โอภาปัญั ญโชติ,ิ สัมั ภาษณ์์ 3 กันั ยายน 2561)
แม่่ของคุุณเรณูู สุวุ รรณโณ เจ้้าของกิิจการโรงฝิ่่�นในอดีตี เป็็นคนไทย
ดั้้ง� เดิมิ ที่่อ� าศัยั อยู่บ�่ ริิเวณบ้้านปากคลองทำ�ำ อาชีีพประมง (เรณูู สุุวรรณโณ,
สััมภาษณ์์ 2 สิิงหาคม 2561) ญาติิฝ่่ายแม่่ของคุุณนัันทิิดา ทองน้้อย
ที่่ป� ระกอบอาชีพี ทำ�ำ นา “..คนจีีนค้า้ ขาย คนไทยทำ�ำ นา...” คือื ประโยคที่่�
คนจนี โพน้ ทะเล ผ้คู นและวิถีชวี ิต 3 — ชาตพิ นั ธ์ุและผู้คนระยอง 65
คุุณนันั ทิดิ าใช้้อธิบิ ายถึงึ อาชีพี ของคนในอำ�ำ เภอบ้า้ นค่า่ ย (นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย,
สัมั ภาษณ์์ 14 กันั ยายน 2561) รวมไปถึงึ ผู้�คนดั้้ง� เดิมิ ที่่บ� ้า้ นนาตาขวัญั เป็็นกลุ่�ม
คนไทยที่่น� ิยิ มทำำ�นา “…ที่่น� ี่่�เขาทำ�ำ นากันั บ้้านแม่ข่ องป้า้ ก็็ทำ�ำ นาปลููกข้า้ วไร่่
เอาไว้ก้ ินิ กันั เอง ถ้า้ ครบปีแี ล้ว้ ยังั มีขี ้า้ วเหลือื อยู่ใ�่ นยุ้�งถึงึ จะเอาไปขาย จะเป็็น
ข้้าวเม็็ดเรีียว ๆ ตัักทีีนี่่�ร่่วงกราวเลยนะ ไม่่มีียาง…” (อุุบล ชลมาศ,
สัมั ภาษณ์์ 2 กันั ยายน 2561)
ส่่วนในชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแส พบกลุ่�มคนไทยภาคใต้้จากจัังหวััด
สงขลาที่่�เดิินทางมากัับเรืือประมงของชาวระยองที่่�ไปจอดเทีียบเรืือ
ที่่�จัังหวััดสงขลา และเดิินทางเข้้ามาประกอบอาชีีพในพื้้�นที่่�ปากน้ำ�ำ� ประแส
ซึ่ง� คนในพื้้น� ที่่ม� ักั เรียี กคนกลุ่�มนี้้ก� ันั ติดิ ปากว่า่ เป็น็ “พวกมลายูู” เข้า้ มาประกอบ
อาชีีพเป็็น “กาน้ำำ��” หมายถึึงผู้�ที่ม� ีคี วามเชี่ย� วชาญในการจับั ปลาโดยใช้ว้ ิธิ ีี
การฟังั เสียี งปลาใต้น้ ้ำ��ำ เนื่่�องจากวิิธีีการดัังกล่่าวไม่่เคยพบในพื้้�นที่่�บริิเวณ
ภาคตะวัันออก จึึงได้้นำำ�ผู้ �ที่ �มีีความสามารถในการฟัังเสีียงปลา ซึ่่�งเป็็น
ภููมิิปััญญาของชาวประมงในจัังหวััดสงขลามาสอนให้้กัับชาวประมงใน
ปากน้ำ�ำ� ประแส ซึ่ง� กาน้ำ��ำ บางคนได้้แต่ง่ งานกัับคนในพื้้�นที่่�
ปัจั จุบุ ันั เหลือื เพียี งตระกููลพรหมดำ�ำ ซึ่่ง� เป็น็ เชื้อ� สายของชาวสงขลา
ที่่�อาศัยั อยู่่�ที่�ปากน้ำำ��ประแส
“…ที่�่นี่่�คนแขกก็็มีี เป็็นพวกมลายูู มาจากสงขลาหลายคน
มาทำ�ำ งานให้เ้ รืือที่บ่� ้า้ นก็ม็ ีี เราก็จ็ ้า้ งไว้้ คนเรืือที่น่� ี่่บ� างคนอยากได้ว้ ิชิ าก็ไ็ ป
ขอให้้เขาสอน…” (ภาณุุ ธนะสาร, สัมั ภาษณ์์ 18 พฤษภาคม 2562)
คนชอง และกลุ่�ม่ ชาติิพัันธุ์�อื่�น ๆ
กลุ่�มชาติพิ ันั ธุ์�ชอง ถือื เป็น็ ชาติพิ ันั ธุ์�หนึ่่ง� ที่่ม� ีถีิ่่น� ฐานกระจายตัวั อยู่ใ�่ น
พื้้�นที่่�จัังหวััดระยอง ชาวชองเป็็นชนพื้้�นเมืืองดั้้�งเดิิมที่่�อาศััยอยู่�แ่ ถบภููเขา
ชายฝั่่�งทะเลตะวัันออกจนถึึงประเทศกััมพููชา ถืือเป็็นเครืือญาติิชาติิพัันธุ์ �
ของเขมร ซึ่่�งแต่่เดิิมคาดว่่าน่่าจะกระจายอยู่่�ในเขตพื้้�นราบและภููเขา
อย่่างไรก็ต็ ามในช่ว่ งสมัยั รัชั กาลที่่� 3–5 ได้ม้ ีกี ารค้น้ พบแร่พ่ ลอยในเขตภููเขา
66 ระยอง เล่ม 4
อันั เป็น็ ถิ่่น� ที่่อ� ยู่ข่� องชาวชอง ทำ�ำ ให้ค้ นเริ่ม� เข้้าไปในพื้้�นที่่�ของชาวชอง ส่่งผล
ให้ช้ องอพยพหนีีไปจากพื้้�นที่่เ� ดิมิ ของตน ปััจจุุบันั ชองส่่วนใหญ่่ได้้ถููกกลืนื
กลายเป็น็ ไทย แต่่ยังั มีชี องที่่�มีวี ิิถีชี ีวี ิติ อาศััยอยู่่ต� ามป่า่ เขาในเขตจังั หวััด
จันั ทบุุรีแี ละฉะเชิงิ เทรา โดยเฉพาะย่่านชายป่า่ เขาคิชิ ฌกููฏ อำำ�เภอท่า่ ใหม่่
จังั หวัดั จันั ทบุรุ ีี และอำ�ำ เภอท่า่ ตะเกียี บ อำ�ำ เภอสนามชัยั เขต จังั หวัดั ฉะเชิงิ เทรา
(กำ�ำ พล จำำ�ปาพัันธ์,์ 2560: 9-14)
กลุ่ �มคนอพยพที่่�เข้้ามาในจัังหวััดระยองตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยาอีีกกลุ่ �ม
วัฒั นธรรมหนึ่่ง� คือื ชาวกระแซร์์ หรืือกลุ่�มชาวมอญที่่อ� พยพมาจากพิษิ ณุโุ ลก
และมาตั้้�งถิ่่�นฐานอยู่่�บริิเวณหมู่�่ บ้้านกระแซร์์ โดยเดิิมทีีชาวกระแซร์์จะ
มาจากเมืืองสุุโขทััย แต่่เนื่่�องจากพม่่าเข้้ามาทำำ�สงครามทางจัังหวััดตาก
จังั หวัดั นครสวรรค์์ ชาวกระแซร์จ์ ึึงถอยร่น่ ลงมาเรื่่อ� ย ๆ มาถึึงรอยต่่อของ
จัังหวัดั ปราจีนี บุุรีี จังั หวัดั ระยอง และจัังหวััดจัันทบุรุ ีี ชาวกระแซร์์อพยพ
ลงมาที่่�คลองตะก้้วย ตำำ�บลกระแส โดยเส้น้ ทางเรืือ จนพบกับั ภููมิิประเทศ
ที่่�เหมาะสมกัับการทำ�ำ มาหากินิ คืือ ตำำ�บลกระแสปัจั จุบุ ััน ชาวกระแซร์จ์ ะมีี
เชื้�อสายมอญ จีนี เมื่่�ออพยพมาแล้ว้ ชาวกระแซร์์มีจี ำ�ำ นวนมากกว่า่ ชาวชอง
ซึ่่ง� เป็็นคนในพื้้น� ที่่�ดั้้�งเดิมิ ชาวกระแซร์์จึึงได้้ยึึดครองพื้้�นที่่� เป็น็ ผู้้�มีอี ิิทธิิพล
ในการทำ�ำ ประมงบริเิ วณลำำ�น้ำ��ำ ประแส นอกจากนั้้�นยังั ทำำ�ทองคำำ� ทำ�ำ การค้้า
กับั คนจีนี ภายหลังั ในสมััยขุนุ เลี่่ย� มซึ่่�งเป็น็ เจ้า้ เมืืองแกลงเก่่า มีีการแบ่่ง
พื้้�นที่่�การปกครองกระแซร์์ล่่างและกระแซร์์บน ลงไปตรงปากน้ำำ��ประแส
เป็็นกระแซร์์ล่่าง เนื่่�องจากภาษาซ้ำำ��กััน ภายหลัังจึึงเปลี่่�ยนชื่�่อเรีียกว่่า
“ประแส” ส่ว่ นกระแซร์บ์ นเรีียกว่า่ “กระแสบน”
หลัังจากอพยพมาตั้้�งถิ่่�นฐานแล้้ว ชาวกระแซร์์มีีอาชีีพหาไม้้หอม
ไม้้กฤษณาและทำ�ำ น้ำ��ำ มัันยาง มีีการซื้้�อขายแลกเปลี่่�ยนสิินค้้าโดยการล่่อง
เรืือไปขายไม้ห้ อมและหวาย สำ�ำ หรับั ทำ�ำ เครื่อ� งจักั สานกับั คนที่่ป� ากน้ำ�ำ� ประแส
นอกจากนี้้ย� ังั ทำ�ำ ไม้ซ้ ุงุ ทำ�ำ เรือ ผ่า่ หวายไปทำ�ำ เครื่อ� งจักั สาน ทำ�ำ ครุใุ ส่น่ ้ำ�ำ� จากหวาย
และใช้้น้ำำ�� มัันยางทา ทำำ�เก้้าอี้้ห� วาย ทำำ�หวายโป่ง่ นำำ�มาสานเป็น็ บััลลัังก์์
ของพระเจ้้าตากสิินมหาราช ปััจจุุบัันปรากฏหลัักฐานอยู่่�ที่ �วััดราชบััลลัังก์์
ประดิิษฐาวราราม ชาวกระแซร์์ดั้้�งเดิิมมีีภููมิิปััญญาในการทำ�ำ ทองคำ�ำ
คนจนี โพน้ ทะเล ผูค้ นและวถิ ชี ีวติ 3 — ชาตพิ นั ธุแ์ ละผูค้ นระยอง 67
แต่่ในปััจจุุบัันอาชีีพหลัักคืือ ทำำ�สวนผลไม้้ ทำ�ำ ยางพารา ทำ�ำ โรงงาน
อุุตสาหกรรม (โอภาศ อินิ ทรวงษ์์ และคณะ, 2552 : 25-27)
นอกจากนั้้น� กลุ่�มคนแรงงานข้า้ มชาติ ิ อาทิ ิ ชาวพม่า่ มอญ และ
ชาวเขมร ยังั นับั ว่า่ เป็น็ อีกี กลุ่�มคนจำ�ำ นวนหนึ่่ง� ที่่พ� บได้ใ้ นพื้้น� ที่่จ� ังั หวัดั ระยอง
โดยเข้้ามาประกอบอาชีีพเป็็นแรงงานรัับจ้้างในธุุรกิิจประมง และธุุรกิิจ
เกษตรกรรม ทั้้ง� นี้้�เนื่่�องจากการที่่ร� ะยองกลายเป็น็ เขตพื้้น� ที่่อ� ุุตสาหกรรม
และเขตเศรษฐกิิจจากการพััฒนาเมืืองในเรื่่�องของเส้้นทางคมนาคม
และโครงการพััฒนาชายฝั่�ง่ ทะเลตะวันั ออกใน พ.ศ. 2524 ล้ว้ นส่ง่ ผลต่อ่
การดำ�ำ รงอยู่ข�่ องประชากรที่่ห� ลากหลายมากยิ่่�งขึ้น�
คนจีีน
จีนี แต้้จิ๋ว�
กลุ่�มชาวจีนี แต้้จิ๋�วในจังั หวััดระยองสามารถพบได้โ้ ดยทั่่�วไป ส่ว่ น
มากประกอบอาชีีพเกี่่ย� วกัับการค้า้ ขาย ตระกููลใหญ่่ของชาวจีีนแต้จ้ิ๋ว� ใน
จังั หวััดระยองคือื “แซ่ต่ ั้้ง� ” การอยู่่�รวมกันั เป็น็ สายตระกููล หรืือ “แซ่่” ถือื
เป็น็ อัตั ลัักษณ์์อย่า่ งหนึ่่�งของชาวจีีนแต้จ้ิ๋ว� ซึ่่ง� ระบบตระกููลแซ่น่ ั้้�นเป็็นหััวใจ
สำ�ำ คัญั ของการสร้้างชาติจิ ีนี เนื่่อ� งจากสร้้างให้เ้ กิดิ ความผูกู พันั ว่า่ สืบื เชื้อ�
สายมาจากรากเหง้า้ เดีียวกันั (ถาวร สิกิ ขโกศล, 2552: 156) ชาวจีีนแต้จ้ิ๋ว�
เป็็นกลุ่�มคนจีนี ที่่อ� าศัยั อยู่ใ่� นมณฑลกวางตุ้�ง ด้้วยลัักษณะทางภููมิิประเทศ
ที่่�ด้้านหน้้าติิดทะเลและด้้านหลัังติิดภููเขา ทำ�ำ ให้้ต้้องเผชิิญภััยทาง
ธรรมชาติติ ลอดเวลา ไม่่ใช่พ่ ื้้�นที่่�ที่่เ� หมาะสมกับั การเพาะปลููก ผลผลิติ จึงึ
ไม่่เพียี งพอต่่อความต้อ้ งการในการบริิโภค ทางการจีนี จึึงได้ส้ ่่งพ่่อค้้าชาว
แต้จ้ิ๋�วมาทำำ�การค้า้ ขายข้้าวกับั สยามตั้้�งแต่ส่ มััยอยุธุ ยาตอนปลาย โดยเข้้า
มาทางอ่า่ วไทยและมาขึ้้น� ฝั่่ง� ที่่เ� มือื งจัันทบุุรีี ดังั นั้้�นแล้ว้ จึึงทำ�ำ ให้้กลุ่�มชาว
จีีนเริ่ม� เข้า้ มาตั้้ง� รกรากอยู่ใ่� นประเทศไทย ตั้้�งแต่พ่ ื้้�นที่่�บริิเวณชายฝั่ง�่ ทะเล
ภาคตะวัันออก ความสามารถที่่�มีีติดิ ตัวั ของคนแต้้จิ๋�ว คืือ ทักั ษะทางการ
68 ระยอง เล่ม 4
ออกเรืือ การเกษตร และการค้้าขาย (ประพิิณ มโนมััยวิบิ ููลย์์, 2554:
542-543) ซึ่่�งจะพบชาวไทยเชื้อ� สายจีีนแต้้จิ๋�วอาศัยั อยู่�่มากในบริิเวณย่่าน
การค้้า เช่น่ ยมจินิ ดา ตลาดไผ่ล่ ้้อม และปากน้ำ��ำ ประแส เป็็นต้น้
ตััวอย่่างสายตระกููลของกลุ่ �มชาวจีีนแต้้จิ๋ �วในชุุมชนปากน้ำ�ำ�ประแส
คือื ตระกููลธนะสาร คุุณภาณุุ ธนะสาร วััย 57 ปีี หรืือกำ�ำ นัันเอีียด เป็น็ หนึ่่ง�
ในลููกหลานเชื้อ� สายแซ่่ตั้้�ง ตาทวดของคุุณภาณุุ ธนะสารเป็็นชาวจีนี แผ่น่
ดิินใหญ่อ่ พยพมาตั้้�งรกรากที่่�ปากน้ำำ��ประแส และแต่ง่ งานกัับชาวไทยที่่�คุณุ
ภาณุุเรีียกว่่า “แม่ค่ ุณุ โต” แม่ค่ ุณุ โตมีีลููกเป็็นผู้�หญิิงทั้้ง� หมด และหนึ่่�งใน
ลููกสาวของแม่่คุุณโต คือื คุณุ ยายของคุณุ ภานุุ ซึ่่�งได้้แต่่งงานกับั ชาวจีีนที่่�
ไปตั้้�งรกรากอยู่่�ที่�จันั ทบุุรีี และภายหลัังได้้ย้า้ ยมาอยู่่�ที่�ปากน้ำ�ำ�ประแส ใน
ขณะนั้้�นบ้้านเรืือนบริิเวณริมิ น้ำ��ำ มีอี ยู่่ไ� ม่่มากนััก ไม่่หนาแน่่นเช่่นในปัจั จุบุ ััน
บ้า้ นแต่่ละหลัังจะอยู่่�ห่่างกััน เมื่่อ� ลููกหลานแต่่งงานก็ม็ ีกี ารสร้้างบ้า้ นเพิ่่�ม
ขึ้�น และอยู่ใ่� นพื้้น� ที่่�ละแวกเดีียวกััน จนกระทั่่ง� ภายหลัังทางรััฐบาลได้บ้ ังั คัับ
ให้เ้ ปลี่่�ยนจากแซ่่มาเป็็นนามสกุลุ ไทย ราว พ.ศ. 2511 ชาวแซ่ต่ ั้้�งในชุมุ ชน
ปากน้ำ�ำ� ประแสจึึงเปลี่่ย� นนามสกุลุ มาใช้เ้ ป็็น เอื้้อ� เฟื้อ�้ , เอื้้อ� ตระกููล, เจริิญพร
และธนะสาร เป็็นต้้น ถึงึ แม้ว้ ่่าจะใช้น้ ามสกุุลต่า่ งกันั แต่่ยังั คงนับั ถืือกันั
เป็็นญาติเิ นื่่อ� งจากมีแี ซ่เ่ ดียี วกันั โดยสามารถจััดทำำ�ผัังเครืือญาติขิ องตระ
กููลธนะสารจากความทรงจำำ�ของคุุณภาณุุ ธนะสาร (สััมภาษณ์์ 18
พฤษภาคม 2562) ซึ่่�งเป็น็ เพียี งส่ว่ นหนึ่่ง� ของลููกหลานตระกููลแซ่ต่ ั้้ง� ที่่�ตั้้�ง
รกรากอยู่่�ที่�ปากน้ำ��ำ ประแส ดังั นี้้�
คนจนี โพน้ ทะเล ผ้คู นและวถิ ีชีวติ 3 — ชาตพิ ันธ์ุและผคู้ นระยอง 69
ค�ำอธบิ ายผงั เครือญาตติ ระกูลธนะสาร (แซ่ต้งั )
คนจ�น = คนไทย
12
34 =
56 7 89
สัญลักษณทใ่ี ชในแผนผัง
เพศชาย เพศหญงิ คนไทย
=
= แตงงาน = หยารา ง
10 11 12 13 14 15 16
ทายาท พ่นี อง คนจันทบรุ �
17 18 = 19 20 = 21 22 23 24
=
25 26 27
แผนผังั แสดงเครืือญาติิ ค�ำอธิบายผงั เครอื ญาติตระกูลธนะสาร (แซ่ตง้ั )
ตระกููลธนะสาร (แซ่ต่ ั้้�ง)
ชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส 1. ไม่ทราบช่อื นามสกุล 14. นงลักษณ์ ไมท่ ราบนามสกุล
2. ไมท่ ราบชื่อ นามสกุล 15. มณฑา ไม่ทราบนามสกุล
3. กิมเนยี ง ไมท่ ราบนามสกุล 16. สุพตั รา ไมท่ ราบนามสกลุ
4. กมิ เน้ย ไมท่ ราบนามสกุล 17. กนั ตนา ไม่ทราบนามสกุล
5. กิมเฮีย ไมท่ ราบนามสกุล 18. ภานุ ธนะสาร
6. ไม่ทราบชือ่ นามสกลุ 19. บญุ สง่ ธนะสาร
7. ไมท่ ราบชือ่ นามสกลุ 20. วลั ภา ไมท่ ราบนามสกุล
8. ฉ่อง ไมท่ ราบนามสกุล 21. ชาตรี ไมท่ ราบนามสกุล
9. กิมเตก ไม่ทราบนามสกลุ 22. พรณี ไมท่ ราบนามสกุล
10. ช�ำนิ ไม่ทราบนามสกลุ 23. วันชัย ไม่ทราบนามสกลุ
11. บุญแตง่ ไมท่ ราบนามสกลุ 24. ธนกิต ไม่ทราบนามสกุล
12. ธรรมเนยี ม ไม่ทราบนามสกุล 25. ภาวิณี ไม่ทราบนามสกุล
13. นงนชุ ไมท่ ราบนามสกุล 26. บุษกร ไมท่ ราบนามสกุล
70 ระยอง เลม่ 4
จีนี ไหหลำำ�
ชาวจีนี ไหหลำ�ำ ในประเทศไทยส่ว่ นมากอพยพมาจากภาคตะวันั ออก
เฉีียงเหนืือของมณฑลไหหลำำ� ด้้วยพื้้�นที่่�ที่่�มีีลัักษณะเป็็นเกาะ จึึงทำำ�ให้้คน
ไหหลำ�ำ มีีความเชี่�ยวชาญทางด้้านการประมงและการเดิินเรืือ นอกจากนี้้�ยังั
มีคี วามสามารถในการทำ�ำ การเกษตรและทำ�ำ งานเกี่่ย� วกับั ป่า่ ไม้อ้ ีกี ด้ว้ ย คนจีนี
ไหหลำำ�เมื่่�อเข้้ามาในประเทศไทยจะเลืือกพื้้�นที่่�บริิเวณชายฝั่่�งทะเลในการ
ตั้้�งถิ่่�นฐาน สิ่่�งยึึดเหนี่่�ยวจิิตใจที่่�สำำ�คััญของคนจีีนไหหลำำ� คืือเจ้้าแม่่ทัับทิิม
เนื่่อ� งจากเชื่อ่� กันั ว่า่ เจ้า้ แม่จ่ ะช่ว่ ยให้ร้ อดพ้น้ จากอันั ตรายระหว่า่ งการเดินิ ทาง
ทางเรืือ ดัังนั้้�นแล้้วเจ้้าแม่่ทัับทิิมจึึงเป็็นตััวแทนของการมีีอยู่�่ของคนจีีน
ไหหลำำ�ได้้เป็็นอย่่างดีี (ประพิิณ มโนมััยวิิบููลย์์, 2554: 542–543)
เมื่่อ� สังั เกตจากลักั ษณะภายนอกนั้้น� คนจีนี ไหหลำ�ำ นั้้น� จะมีผี ิวิ ขาว บางคน
จะเรียี กว่า่ เป็น็ “จีนี สำ�ำ อาง” ส่ว่ นใหญ่ม่ ีอี าชีพี ตัดั เย็บ็ เสื้้อ� ผ้า้ มาจากเมือื งจีนี
และยัังดำ�ำ เนิินกิิจการต่อ่ ในประเทศไทย
“…ในนี้ (ยา่ นการคา้ ยมจนิ ดา) จนี ไหหล�ำเยอะ คอื จนี ไหหล�ำจะอยู่
แถวริมทะเล ส่วนจนี แตจ้ วิ๋ จะท�ำนา ฐานะไม่ค่อยดีแต่ชอบคา้ ขาย ตอนที่
อยู่เมืองจีนฐานะยากจน ไม่มีทุนที่จะค้าขายแต่มีหัวการค้า พอมาอยู่
เมืองไทยกเ็ ลยคา้ ขายกนั คอื คนจนี แตจ้ วิ๋ จะคา้ ขายเกง่ แตจ่ นี ไหหล�ำจะเป็น
คนมีฝีมือ ต่อเรือ หรือสร้างอะไรจะเก่ง ถนัดกันคนละแบบ บ้านที่รับ
ต่อเรือทั้งหลายก็เป็นจีนไหหล�ำทั้งนั้น…” (พิสมัย ติยเวศย์, สัมภาษณ์
31 กรกฎาคม 2561)
จากค�ำบอกเลา่ ของคนในพน้ื ทกี่ ลา่ ววา่ กลมุ่ คนจนี ไหหล�ำเรมิ่ อพยพ
มาจากเมืองจีนเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นที่บริเวณปากน�้ำระยอง โดยมีบางส่วน
ล่่องเรืือต่่อไปจนถึึงอำำ�เภอบ้้านค่่าย ส่่วนใหญ่่จึึงพบคนจีีนไหหลำำ�บริิเวณ
ย่่านการค้้ายมจิินดาและชุุมชนตลาดไผ่่ล้้อม อาทิิ สายตระกููลแซ่่อึ้้�ง
ตามคำ�ำ บอกเล่า่ ของคุณุ นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย กล่า่ วว่า่ บรรพบุรุ ุษุ ของตนเอง คือื
คนจนี โพ้นทะเล ผู้คนและวถิ ชี ีวติ 3 — ชาตพิ นั ธแ์ุ ละผคู้ นระยอง 71
นายเด่่าได้้ แซ่่อึ้้�ง เป็็นชาวจีีนไหหลำำ�รุ่�นแรกที่่�อพยพมาจากเมืืองจีีน
เ ช่่ น เ ดีี ยวกัั น กัั บ บ ร ร พ บุุ รุุ ษ ข อ ง บ้้ า น ภู่่�ฮั่ � วมิ้้� น ใ น ย่่ า น ก า ร ค้้ าย ม จิิ น ด า
(นัันทิิดา ทองน้้อย, สััมภาษณ์์ 14 กัันยายน 2561) สายตระกููลพ่่อของ
คุุณมนต์์ชััย สีีใสที่่เ� ข้้ามาประกอบอาชีพี ต่่อเรืือที่่�ยมจินิ ดา ภายหลัังได้ย้ ้า้ ย
ไปอยู่�่ที่�ชุุมชนตลาดไผ่ล่ ้อ้ ม อำ�ำ เภอบ้า้ นค่า่ ย (มนต์ช์ ัยั สีใี ส, สัมั ภาษณ์์ 18
ตุลุ าคม 2561) และสายตระกููลสามีีของคุุณบุุญชูู ตรีีสุุคนธ์์ภููษาที่่�เข้้ามา
ประกอบอาชีพี ตัดั เย็บ็ เสื้้อ� ผ้า้ ในชุมุ ชนตลาดไผ่ล่ ้อ้ ม (บุญุ ชูู ตรีสี ุคุ นธ์ภ์ ููษา,
สััมภาษณ์์ 18 ตุลุ าคม 2561)
จีนี ฮกเกี้้ย� น
ชาวจีนฮกเกี้ยนอาศัยอยู่ในมณฑลติดทะเลแถบตะวันออกเฉียงใต้
ของจีน จึงท�ำให้มีความช�ำนาญในการเดินเรือ ชาวฮกเกี้ยนเดินเรือมา
ค้าขายตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยบางส่วนขึ้นฝั่งมาตั้งรกรากแถบชายทะเล
ภาคตะวันออก จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา
จนกระทั่งในสมัยธนบุรีได้มีชาวจีนบางส่วนจากจังหวัดจันทบุรีได้ย้าย
ถนิ่ ฐานเขา้ มาทกี่ รงุ ธนบรุ ี เนอื่ งจากตดิ ตามสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
เข้ามาก่อตั้งกรุงธนบุรี จึงท�ำให้มีชาวจีนฮกเกี้ยนบางส่วนเข้ารับราชการ
(ประพิณ มโนมยั วิบลู ย์, 2554: 549) ตวั อย่างสายตระกูลของกลุ่มชาวจนี
ฮกเกี้ยนทพี่ บชมุ ชนปากน�้ำประแส จงั หวดั ระยอง ไดแ้ ก่ กลมุ่ ตระกลู แซต่ น๋ั
เข้ามาตั้งรกรากประกอบอาชีพค้าขายและท�ำประมง โดยมีศาลเจ้าประจ�ำ
ตระกูลอยู่ในชุมชน คือ ศาลเจ้าแซ่ต๋ัน ปัจจุบันไม่มีการใช้แซ่เพื่อบ่งบอก
ถงึ สายตระกลู แลว้ จงึ เปล่ี ยนเปน็ นามสกลุ ไทย ไดแ้ ก่ แสงมณ,ี แสงแกว้ ,
แสงเจริญ และวิเศษศิลปานนท์ โดยสามารถจัดท�ำผังเครือญาติของ
ตระกูลวิเศษศิลปานนท์จากความทรงจ�ำของคุณชม วิเศษศิลปานนท์
(สมั ภาษณ์ 28 กุมภาพนั ธ์ 2562) ดงั น้ี
72 ระยอง เล่ม 4
ผงั แสดงเครอื ญาตติ ระกูลวเิ ศษศลิ ปานนท์
= = 2 = คนจน� = คนไทย
56 1 = 11 12 13
= 34
= 9 10 =
78
14 15 16 17 18 19 20
= 40 41 42
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39
43 44 สัญลักษณท ใี่ ชใ นแผนผงั
แผนผังแสดงเครือญาติตระกูลวเิ ศษศิลปานนท์ เพศชาย เพศหญิง
(สว่ นหนึง่ ของตระกูลแซ่ตน๋ั ) ชุมชนปากน�้ำประแส
= แตง งาน = หยาราง
ทายาท พีน่ อ ง
ค�ำอธิบายผังเครือญาติตระกูลวิเศษศลิ ปานนท์ (สว่ นหน่ึงของตระกูลแซ่ต๋นั )
1. บุญรอด ไม่ทราบนามสกุล 16. วนั ดี ไมท่ ราบนามสกลุ 31. มนสั ไมท่ ราบนามสกลุ
2. ไม่ทราบช่อื นามสกุล 17. ศรีผอ่ ง ไมท่ ราบนามสกุล 32. อทุ ิศ ไม่ทราบนามสกลุ
3. เคเจียง ไม่ทราบนามสกลุ 18. จงรัก ไมท่ ราบนามสกุล 33. สายชล ไม่ทราบนามสกุล
4. ตนั๋ ไมท่ ราบนามสกลุ 19. ภักดี ไม่ทราบนามสกลุ 34. มัณฑนา ไมท่ ราบนามสกุล
5. ประทีป ไมท่ ราบนามสกุล 20. เล็ก ไมท่ ราบนามสกุล 35. ต๊กุ ไมท่ ราบนามสกุล
6. สนุ ยี ์ ไม่ทราบนามสกลุ 21. ประนี ไม่ทราบนามสกุล 36. สมศักด์ิ ไม่ทราบนามสกลุ
7. เล็ก ไม่ทราบนามสกลุ 22. ประพาน ไม่ทราบนามสกุล 37. คัชรินทร์ วเิ ศษศลิ ปานนท์
8. ไม่ทราบชอื่ นามสกุล 23. ประพัทธ์ ไม่ทราบนามสกลุ 38. อรศิ รา วเิ ศษศลิ ปานนท์
9. เกษม ไม่ทราบนามสกุล 24. ประพรรณ ไมท่ ราบนามสกุล 39. ดาราวรรณ วิเศษศลิ ปานนท์
10. สมจิตร ไมท่ ราบนามสกลุ 25. ประพักตร์ ไมท่ ราบนามสกุล 40. ไมท่ ราบช่ือ นามสกุล
11. สจุ ินต์ วิเศษศลิ ปานนท์ 26. ประพบ ไมท่ ราบนามสกลุ 41. ไมท่ ราบชื่อ นามสกุล
12. เหมาะ ไม่ทราบนามสกลุ 27. ไมท่ ราบช่ือ นามสกุล 42. ไมท่ ราบชื่อ นามสกลุ
13. สุนทร ไมท่ ราบนามสกุล 28. แดง ไม่ทราบนามสกลุ 43. ไมท่ ราบชื่อ นามสกุล
14. ชม วเิ ศษศลิ ปานนท์ 29. อุษา ไมท่ ราบนามสกลุ 44. ไม่ทราบชอ่ื นามสกลุ
15. เฮง ไม่ทราบนามสกุล 30. รุจิรา ไม่ทราบนามสกุล
คนจีนโพน้ ทะเล ผู้คนและวิถีชีวติ 3 — ชาตพิ นั ธแ์ุ ละผคู้ นระยอง 73
ศาลเจ้้าแซ่ต่ ั๋๋�น
ชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแส
ปฏิวตั ใิ นจีนแผน่ ดินใหญ่ จุดเปลี่ยนชีวิตของคนจนี โพน้ ทะเล
ปัจจัยส�ำคัญที่ส่งผลให้กลุ่มคนจีนแผ่นดินใหญ่จ�ำเป็นต้องออก
แสวงหาแผ่น่ ดินิ ใหม่ส่ ำ�ำ หรับั การตั้้ง� รกรากมีดี ้ว้ ยกันั หลายปัจั จัยั แต่ส่ิ่่ง� หนึ่่ง�
ที่่�เป็็นเหตุกุ ารณ์์สำ�ำ คัญั ที่่ผ�ู้�ให้้ข้อ้ มููลสามารถสืืบสาว และเข้้าใจเหตุุการณ์์ได้้
มากทส่ี ดุ คอื เหตุการณป์ ฏวิ ตั ิในจีน ซึ่งเปน็ จุดเปล่ี ยนส�ำคัญทที่ �ำใหช้ าวจีน
จำำ�นวนมากออกเดิินทางไปยัังจุุดหมายปลายทางต่่างๆ เพื่่�อแสวงหา
คุุณภาพชีีวิิตที่่�ดีีกว่่าเดิิม และทำ�ำ ให้้เกิิดการขัับเคลื่่�อนระบบเศรษฐกิิจของ
พื้้�นที่่�ให้้เปลี่่�ยนจากระบบเศรษฐกิิจแบบยัังชีีพมาเป็็นระบบเศรษฐกิิจแบบ
เงิินตราที่่ม� ีีการซื้้อ� ขายกันั
กลุ่ �มคนจีีนที่่�ย้้ายเข้้ามาและตั้้�งถิ่่�นฐานประกอบอาชีีพในจัังหวััด
ระยอง คาดว่่าน่่าจะมาในหลายช่่วงเวลา แต่่จากคำำ�บอกเล่่าของคนใน
พื้้�นที่่�กล่่าวถึึง ยุุคสมััยของการปฏิิวััติิชิ่ �นไฮ่่หรืือการปฏิิวััติิครั้ �งแรกใน
พ.ศ. 2454 ซึ่่�งเป็็นการโค่่นล้้มอำำ�นาจราชวงศ์์ชิิง (แมนจูู) ภายใต้้การนำำ�
ของ ดร.ซุุน ยััตเซ็็น หััวหน้้าพรรคก๊๊กมิินตั๋๋�ง ทำำ�ให้้จีีนเปลี่่�ยนแปลงการ
ปกครองมาเป็็นรููปแบบประชาธิปิ ไตย ต่อ่ มาใน พ.ศ. 2492 ก่่อนการเกิิด
74 ระยอง เล่ม 4
สงครามโลกครั้ง� ที่่� 2 จีนี ได้แ้ บ่ง่ ออกเป็น็ 2 กลุ่�มการเมือื ง ได้แ้ ก่่ ฝ่า่ ยคณะ
ชาติหิ รืือฝ่า่ ยก๊ก๊ มินิ ตั๋๋ง� นำ�ำ โดยเจียี ง ไคเช็ก็ ผู้้�นำ�ำ ในขณะนั้้น� กับั ฝ่า่ ยที่่น� ิยิ ม
แนวคิดิ สังั คมนิยิ มที่่น� ำ�ำ โดยเหมา เจ๋อ๋ ตง ผลสุดุ ท้า้ ยกลุ่�มของเหมา เจ๋อ๋ ตง
กลายเป็น็ ผู้�ที่ไ� ด้ร้ ับั ชัยั ชนะ และทำ�ำ ให้ป้ ระเทศจีนี กลายเป็น็ ประเทศสังั คมนิยิ ม
คอมมิิวนิสิ ต์์มาจนถึึงปััจจุุบััน (สิทิ ธิิพล เครืือรััฐติิกาล, 2555: 57) ระหว่่าง
ที่่�เกิดิ เหตุกุ ารณ์ค์ วามไม่่สงบในแผ่น่ ดิินจีีนนั้้�น ได้ม้ ีชี าวจีีนบางกลุ่�มอพยพ
ไปหาแผ่่นดิินใหม่่ที่่�ปลอดภััยกว่่า สำำ�หรัับในประเทศไทยพื้้�นที่่�ที่่�ชาวจีีน
นิิยมตั้้ง� รกรากอยู่�บ่ ริเิ วณชายฝั่�ง่ ทะเล โดยคนจีนี ในย่่านการค้้ายมจินิ ดาได้้
กล่่าวถึึงการหนีีความยากแค้้นในช่่วงปฏิิวััติิจีีนเช่่นกััน อาทิิ พ่่อของ
คุุณศักั ดิ์์ช� ััย สุุชิินญาพร เป็็นชาวจีนี แผ่่นดินิ ใหญ่่ที่่�เดิินทางมาประเทศไทย
พร้อ้ มกับั ญาติติ ั้้ง� แต่อ่ ายุไุ ด้้ 12 ปีกี ่อ่ นที่่จ� ะเกิดิ ปฏิวิ ัตั ิใิ นจีนี เนื่่อ� งจากเห็น็ ว่า่
หากยัังอยู่่�ที่�จีีนต่่อไปคงมีีแต่่จะแย่่ลง เช่่นเดีียวกัับพ่่อและแม่่สามีีของ
คุณุ ธัญั ญธร โอภาปัญั ญโชติทิ ี่่อ� พยพเข้า้ มาตั้้ง� มารกรากอยู่�่ที่อ� ำ�ำ เภอบ้า้ นค่า่ ย
ราว พ.ศ. 2480 ก่่อนที่่�จะขยายมาเปิิดกิิจการของตนเองในย่่านการค้้า
ยมจินิ ดา
“จะให้อยู่ได้ยังไง คนมันฆ่ากนั ทุกวนั ทนี่ ่นั แบง่ เป็นสีด�ำกับสแี ดง
มดด�ำมดแดงหน่ะ มีคนคอยแอบถามเราตลอดว่าเป็นด�ำหรือแดง จะอยู่
ได้้อย่่างไรมัันไม่่ปลอดภััย อาหารการกิินก็็ไม่่มีีเขาเลยมากัับญาติิๆ มาลง
เรืือที่่ร� ะยอง” (ธัญั ญธร โอภาปัญั ญโชติ,ิ สัมั ภาษณ์์ 12 กัันยายน 2561)
ศาลเจ้้า สัญั ลักั ษณ์์การตั้้�งถิ่่�นฐานของชาวจีีน
สิ่่�งหนึ่่�งที่่�เป็็นตััวชี้้�วััดการตั้้�งถิ่่�นฐานของชาวจีีนได้้เป็็นอย่่างดีีนั่่�น
คือื การตั้้ง� “ศาลเจ้า้ ” ซึ่ง� ศาลเจ้า้ ในจังั หวัดั ระยองนั้้น� มีอี ยู่�่ ด้ว้ ยกันั หลายแห่ง่
ดังั นี้้�
คนจีนโพน้ ทะเล ผ้คู นและวิถีชวี ิต 3 — ชาตพิ นั ธ์ุและผู้คนระยอง 75
ศาลเจ้า้ แม่่ทัับทิิม ยมจินิ ดา
ซ้้าย ศาลเจ้้าแม่่ทัับทิิม ยมจิินดา ก่่อสร้้างขึ้�นตั้้�งแต่่ พ.ศ. 2421
ศาลเจ้า้ แม่ท่ ับั ทิมิ ยมจินิ ดา ในช่ว่ งแรกเป็น็ เพียี งศาลไม้ห้ ลังั คาเตี้้ย� โดยนายกุ่่�ยยวด แซ่อ่ ุ้้�ย และนายกุยุ ตง
ขวา แซ่่ต่่าน เป็็นผู้�สร้้าง เพื่่�อใช้้เป็็นที่่�เคารพนัับถืือยึึดเหนี่่�ยวจิิตใจ อีีกทั้้�งยััง
องค์เ์ จ้้าแม่ท่ ัับทิิม เป็็นศููนย์์กลางในการพบปะสัังสรรค์์ของคนในสมััยนั้้�นอีีกด้้วย ต่่อมาใน
พ.ศ. 2510 ได้้มีีการปรัับปรุุง และขยายศาลเจ้้าให้้มีีขนาดใหญ่่ขึ้�น
และพัฒั นาศาลเจ้้าแม่ท่ ัับทิิมเป็น็ ต้น้ มา
ตำ�ำ นานของเจ้า้ แม่ท่ ับั ทิมิ ปรากฏขึ้น� ตั้้ง� แต่ส่ มัยั ราชวงศ์ฮ์ั่่น� ในรัชั สมัยั
กษััตริิย์์ฮั่่�นกวงบู๊๊�ตี้้� (พ.ศ. 537-610) เจ้้าแม่่ทัับทิิมได้้รัับการยกย่่องให้้
เป็น็ เทพยุดุ าแห่ง่ ความเมตตาการุณุ สามารถช่ว่ ยคุ้้�มครองและขจัดั ทุกุ ข์ภ์ ััย
ทั้้�งมวลได้้ โดยมีีเรื่่�องเล่่าสืืบต่่อกัันมาถึึงความศัักดิ์์�สิิทธิ์�ของเจ้้าแม่่ทัับทิิม
ที่่�มีีความเมตตาต่่อชาวประมงที่่�ช่่วยให้้รอดพ้้นจากภััยอัันตรายและ
บัันดาลให้้ได้้ของทะเลจำำ�นวนมาก ในปััจจุุบัันศาลเจ้้าแม่่ทัับทิิมอยู่่�ใน
การดููแลของคณะกรรมการศาลเจ้้าแม่่ทัับทิิม ซึ่่�งเป็็นคนในชุุมชน โดยจะ
มีกี ารจัดั กิจิ กรรมประจำำ�ปีี อาทิิ งานกิินเจ งานแจกข้้าวสาร
76 ระยอง เล่ม 4
ศาลเจ้า้ โจวซืือกง ยมจิินดา
ศาลเจ้้าโจวซืือกงตั้้�งอยู่่�บริิเวณย่่านการค้้ายมจิินดา ก่่อตั้้�งมาเป็็น
ระยะเวลามากกว่า่ 100 ปีี คุณุ โยธินิ อังั ควนิจิ วงศ์์ คณะกรรมการศาลเจ้า้
โจวซืือกงได้้ให้้ข้้อมููลว่่า ในอดีีตนั้้�นยัังไม่่มีีการสร้้างสุุสานสำำ�หรัับฝัังศพ
อย่่างเป็็นกิิจลัักษณะ เมื่่�อมีีคนตายจะฝัังตามพื้้�นดิิน จนกระทั่่�งเริ่�มมีีศพ
โผล่่ขึ้�นมาบนพื้้�นดิิน คนจีีนที่่�อาศััยอยู่่�ในพื้้�นที่่�จึึงรวมตััวกัันเพื่่�อจััดการศพ
และสร้้างศาลเจ้้าแห่่งนี้้�ขึ้�นมาพร้้อมๆ กัับเหตุุการณ์์นั้้�น โดยช่่วงเริ่�ม
ต้้นศาลเจ้้ามีีลัักษณะเป็็นเพีียงแค่่เพิิงหลัังขนาดเล็็กที่่�มุุงหลัังคาด้้วยหญ้้า
แฝก ต่่อมาจึึงเริ่�มมีีการระดมทุุนเพื่่�อปรัับปรุุงศาลเจ้้าเป็็นศาลไม้้ จน
กระทั่่�ง พ.ศ. 2514 ได้เ้ ปลี่่ย� นมาเป็น็ อาคารคอนกรีีตอย่า่ งในปััจจุุบััน
เทศกาลสำำ�คััญของศาลเจ้้าโจวซืือกง คืือ เทศกาลตรุุษจีีน โดยจะ
จัดั งานรื่น� เริงิ ก่อ่ นที่่จ� ะถึงึ วันั ตรุษุ จีนี และมีกี ารแสดงงิ้ว� ถวายเจ้า้ ก่อ่ นวันั งาน
จะมีคี ณะกรรมการศาลเจ้้าออกไปรัับบริจิ าคเงินิ เพื่่อ� นำ�ำ มาจัดั งานเทศกาล
และเชิิญชวนให้้คนมาเข้้าร่่วมงาน ซึ่่�งจะจััดขึ้�นในวัันที่่� 15 เดืือน 12 (ตาม
การนัับวัันในปฏิิทิินจีีน) นอกจากนั้้�นยัังมีีงานล้้างป่่าช้้าภายใต้้การดููแล
ของมููลนิิธิิสว่่างพรกุุศล ส่่วนใหญ่่จะจััดขึ้�นประมาณ 10 ปีีต่่อครั้�งหรืือ
ขึ้�นอยู่่�กับั จำำ�นวนศพที่่ถ� ููกฝังั เพิ่่�มมากขึ้น�
ศาลเจ้า้ โจวซืือกง
ยมจินิ ดา
คนจีนโพ้นทะเล ผูค้ นและวถิ ชี วี ติ 3 — ชาตพิ ันธ์ุและผ้คู นระยอง 77
ศาลเจ้า้ หลวงเตี่ย�่ ไหหลำำ� ตลาดไผ่่ล้อ้ ม
ซา้ ย หลวงเตี่่ย� ไหหลำ�ำ ถือื เป็น็ เทพเจ้า้ ที่่ค� นตลาดไผ่ล่ ้อ้ ม อำ�ำ เภอบ้า้ นค่า่ ย
ศาลเจ้า้ หลวงเตี่่ย� ไหหลำ�ำ ให้ก้ ารเคารพนับั ถือื ประวัตั ิคิ วามเป็น็ มาของศาลเจ้า้ หลวงเตี่่ย� ไหหลำ�ำ เริ่ม� ต้น้
ตลาดไผ่่ล้อ้ ม จากนายเด่า่ ได้้ แซ่อ่ึ้้ง� ชาวจีนี ไหหลำ�ำ รุ่�นแรกที่่ม� าอาศัยั อยู่ใ�่ นพื้้น� ที่่แ� ห่ง่ นี้้ฝ� ันั ว่า่
ขวา หลวงเตี่่�ยมาขออยู่่�ด้้วย จึึงได้้สร้้างศาลเจ้้าแห่่งนี้้�ขึ้�นมา เริ่�มต้้นเป็็นเพีียง
องค์์หลวงเตี่่ย� ไหหลำ�ำ ศาลไม้้ขนาดเล็็ก และมีีการปรัับปรุุงศาลเจ้้าเป็็นอาคารคอนกรีีตใน
พ.ศ. 2517
ภายในศาลเจ้้าหลวงเตี่่�ยไหหลำ�ำ จะเป็็นที่่�ประทัับของหลวงเตี่่�ยที่่�มีี
ใบหน้้าที่่�ดุุดัันกว่่าและประดัับอาวุุธของเทพตั้้�งไว้้ เพื่่�อใช้้ในการทรงเจ้้า
เมื่่�อถึึงเทศกาลกิินเจ แตกต่่างกัันกัับหลวงเตี่่�ยแต้้จิ๋�วที่่�มีีใบหน้้าอ่่อนโยน
มากกว่่า ความศัักดิ์์�สิิทธิ์�ของหลวงเตี่่�ยไหหลำำ� หากใครมาขอพรก็็มัักจะ
เป็็นไปดังั ที่่ห� วัังไว้้ ท่่านจะชื่่น� ชอบปููดำ�ำ ขนมเปี๊๊�ยะ และเหล้้าแดงเป็น็ พิิเศษ
(นันั ทิิดา ทองน้อ้ ย, สัมั ภาษณ์์ 14 กันั ยายน 2561)
78 ระยอง เลม่ 4
ศาลเจ้า้ หลวงเตี่่ย� แต้้จิ๋�ว ตลาดไผ่่ล้อ้ ม
ซ้าย ศาลเจ้้าหลวงเตี่่�ยแต้้จิ๋�วเป็็นศาลเจ้้าสำ�ำ หรัับคนจีีนแต้้จิ๋�วที่่�เข้้ามา
ศาลเจ้า้ หลวงเตี่่�ยแต้จ้ิ๋�ว ประกอบอาชีพี ในอำ�ำ เภอบ้า้ นค่า่ ย เริ่ม� แรกศาลเจ้า้ มีเี พียี งไม้ท้ ี่่เ� ขียี นภาษาจีนี
ตลาดไผ่ล่ ้อ้ ม ลัักษณะคล้้ายกล่่อง ซึ่่�งมีีผู้�คนเข้้ามาบููชากราบไหว้้โดยตลอด ต่่อมาได้้
ขวา พัฒั นาเป็น็ อาคารคอนกรีตี ในภายหลััง แต่ไ่ ม่่ทราบช่่วงเวลา สัันนิษิ ฐานว่า่
องค์์หลวงเตี่่ย� แต้้จิ๋�ว น่่าจะใกล้้เคีียงกัันกัับศาลเจ้้าหลวงเตี่่�ยไหหลำำ� ประมาณ พ.ศ. 2458
องค์์หลวงเตี่่�ยแต้้จิ๋�วจะมีีใบหน้้าที่่�อ่่อนโยนกว่่าหลวงเตี่่�ยไหหลำำ� ภายใน
ศาลเจ้้าจะไม่่ประดัับด้้วยอาวุุธของเทพ เนื่่�องจากศาลเจ้้าแต้้จิ๋�ว จะไม่่มีี
การทรงเจ้้า ของไหว้้ที่่ห� ลวงเตี่่�ยแต้้จิ๋�วชื่�่นชอบ คืือ ปููดำำ�และยาสููบ โดยจะมีี
การจััดงานประจำำ�ปีีของศาลเจ้้าหลวงเตี่่ย� แต้จ้ิ๋ว� จำ�ำ นวน 5 ครั้�ง ได้แ้ ก่่
1. งานเซียี ซิ้้ง� จัดั ก่อ่ นวันั ตรุษุ จีนี 15 วันั เป็น็ งานเลี้้ย� งขนาดใหญ่่
และจะเชิญิ คนจีนี ไหหลำ�ำ มาร่ว่ มรับั ประทานอาหารฉลองกันั
2. งานหงุุนเซีียว ลัักษณะเดีียวกัับงานเซีียซิ้้�ง แต่่จะจััดหลัังวััน
ตรุษุ จีนี 15 วันั
3. งานเทกระจาด เป็น็ งานช่ว่ ยเหลือื ผู้้�ยากไร้้ โดยเงินิ ส่ว่ นใหญ่ไ่ ด้้
มาจากการบริจิ าคของประชาชนโดยจะจัดั ขึ้น� ในช่ว่ งเดือื นสิงิ หาคม-กันั ยายน
ตามการตกลงกันั ของคณะกรรมการ
4. การจััดโต๊๊ะในเทศกาลไหว้้พระจัันทร์์ เดืือน 10 และจะมีีการ
เลือื กเถ้า้ นั้้ง� หรืือผู้้�รับั ใช้ข้ องหลวงเตี่่ย� ซึ่ง� ใช้ว้ ิธิ ีกี ารเสี่่ย� งทาย
5. งานกิินเจ ดููวัันที่่�จากปฏิิทิินจีีน (นิิสัันต์์ ตรีีล้้วน, สััมภาษณ์์
14 กันั ยายน 2561)
คนจนี โพน้ ทะเล ผคู้ นและวถิ ชี ีวติ 3 — ชาตพิ นั ธแ์ุ ละผคู้ นระยอง 79
ศาลเจ้า้ พ่่อประแสร์์
เจ้้าพ่่อประแสร์์ถืือเป็็นสิ่่�งยึึดเหนี่่�ยวจิิตใจสำำ�หรัับคนในชุุมชน
ปากน้ำ�ำ�ประแส เนื่่�องจากคนส่่วนใหญ่่เชื่่�อว่่าความศัักดิ์์�สิิทธิ์�ของเจ้้าพ่่อ
ประแสร์ค์ อยปกป้อ้ งดููแลไม่ใ่ ห้ช้ ุมุ ชนเกิดิ อันั ตราย ชาวบ้า้ นหลายคนได้ก้ ล่า่ วว่า่
“…ที่่�นี่่�ไม่่เคยมีีไฟไหม้้เลย ถ้้ามีีก็็จะเกิิดแค่่หลัังสองหลััง ไม่่เคยลามไป
บ้้านข้้างๆ เพราะเจ้้าพ่่อคอยดููแล…” คุุณสุุพจน์์ การดีี ผู้้�ดููแลศาลเจ้้าพ่่อ
ประแสร์ไ์ ด้บ้ อกเล่า่ ประวัตั ิขิ องศาลเจ้า้ แห่ง่ นี้้ว� ่า่ แต่เ่ ดิมิ ศาลเจ้า้ พ่อ่ ประแสร์์
แห่่งนี้้�เป็็นศาลไม้้ มีีตำำ�นานเล่่าสืืบต่่อกัันมาว่่า มีีองค์์เทพลอยน้ำ�ำ�มาขึ้้�นที่่�
บริเิ วณหัวั โขด ชาวบ้า้ นจึงึ ตั้้ง� ศาลให้้ และมีกี ารบููรณะศาลเมื่่อ� พ.ศ. 2526
นอกจากนั้้�นภายในศาลเจ้้าพ่่อประแสร์์ยัังมีีเจ้้าพ่่อห้้าทหารเสืือ ซึ่่�งเป็็น
องครัักษ์์เจ้้าพ่่อประแสร์์ โดยเชื่่�อกัันว่่าเวลาเจ้้าพ่่อเดิินทางไปที่่�ใดจะต้้อง
มีีทหารเสือื คอยดููแล
ศาลเจา้ พ่อประแสร์มงี านประจ�ำปี ได้แก่ งานท�ำบญุ วันเกดิ เจ้าพ่อ
จดั ขน้ึ ในชว่ งเดอื น 3 หลงั จากวนั ตรษุ จนี 15 วนั หรอื วนั มาฆบชู า โดยจะมี
การท�ำบุญตักบาตร นิมนต์พระสงฆ์ ชาวบ้านน�ำสิ่งของมาถวายการเลือก
เถ่านั้ง และงานกินโต๊ะ แต่ในปัจจุบันงานกินโต๊ะจะจัดรวมกับศาลเจ้าอื่น
ในวันไหว้พระจันทร์ การเลือกเถ่านั้ง 10 คนจะจัดข้ึนในวันเกิดเจ้าพ่อ
ซง่ึ เถา่ นัง้ ท่มี าคัดเลือกเป็นชาวบ้านท่ั วไป
ศาลเจ้้าพ่่อประแสร์์
80 ระยอง เลม่ 4
จากความหลากหลายของกลุ่ �มคนและชาติิพัันธุ์ �ที่ �เข้้ามาใช้้ชีีวิิตอยู่�่
ในจัังหวััดระยอง สะท้้อนให้เ้ ห็น็ ว่่า พื้้�นที่่ด� ัังกล่่าวมีจี ุุดดึึงดููดให้้ผู้�คนเข้า้ มา
ใช้้พื้้�นที่่ร� ่่วมกันั นำำ�มาสู่่�การปะทะสังั สรรค์ท์ างวัฒั นธรรมจากกลุ่�มคนหลาก
หลายเชื้�อชาติิ สิ่่�งหนึ่่�งที่่�ผู้้�ศึึกษาเห็็นว่่าเป็็นตััวแปรสำำ�คััญ คืือ เศรษฐกิิจ
ความเป็็นเมืืองท่่าที่่�มีีการหมุุนเวีียนทางเศรษฐกิิจอยู่่�ตลอดเวลา ทั้้�งจาก
การทำำ�การค้้าขายและการประมง ทำำ�ให้้เมืืองระยองทั้้�งบริิเวณลุ่่�มแม่่น้ำำ��
ระยองและลุ่ �มแม่่น้ำำ��ประแสกลายเป็็นอีีกหนึ่่�งหมุุดหมายที่่�ดึึงดููดผู้ �คน
ต่่างถิ่่�นให้้เข้้ามาประกอบอาชีีพและตั้้�งรกรากอยู่่�ในชุุมชน โดยเฉพาะ
อย่่างยิ่่ง� กับั กลุ่�มคนจีีนซึ่่ง� แสวงหาสถานที่่�ทำ�ำ มาหากินิ แห่ง่ ใหม่่ และเลืือก
มาลงหลัักปัักฐานอยู่่�ในพื้้�นที่่�บริิเวณชายฝั่่�งทะเลระยอง ก่่อให้้เกิิดเป็็น
เมือื งท่า่ ทางทะเลที่่ม� ีอี าชีพี หลากหลายตามความถนัดั เฉพาะคนแต่ล่ ะกลุ่�ม
นำำ�มาซึ่่�งความเจริญิ เติิบโตทางเศรษฐกิิจในภููมิิภาคตะวัันออก
คนจีนโพ้นทะเล ผคู้ นและวิถชี วี ิต 3 — ชาตพิ ันธ์แุ ละผูค้ นระยอง 81
4 — วิถชี ีวิตคนระยอง
อาชพี และการ
ท�ำ มาหากนิ
82 ระยอง เล่ม 4
คนจนี โพน้ ทะเล ผู้คนและวถิ ชี ีวติ 4 — วิถชี วี ิตคนระยอง อาชพี และการท�ำ มาหากิน 83
84 ระยอง เลม่ 4
แผนที่่�แสดงตำำ�แหน่ง่ กลุ่มอาชีพท่ีเป็นตัวขับเคล่ือนระบบเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง
ผลิิตภัณั ฑ์์ท้อ้ งถิ่่�นในพื้้น� ที่่� ตั้้�งแต่่อดีีตถึึงปััจจุุบัันจนกลายเป็็นศููนย์์กลางของเครืือข่่ายทางการค้้าและ
ลุ่�มแม่น่ ้ำ��ำ ระยองและแม่่น้ำำ�� การเดิินทางของภููมิิภาคตะวัันออกนั้้�น แบ่่งออกได้้เป็็น 3 กลุ่�ม ได้้แก่่
ประแส จังั หวััดระยอง กลุ่�มย่า่ นการค้า้ กลุ่�มประมง และกลุ่�มสวนผลไม้้
กลุ่ม�่ ย่่านการค้้าในจังั หวัดั ระยอง
ย่า่ นการค้า้ ที่่ส� ำ�ำ คัญั ในจังั หวัดั ระยองที่่ไ� ด้ด้ ำ�ำ เนินิ การศึกึ ษานั้้น� ได้แ้ ก่่
ย่า่ นการค้า้ ยมจินิ ดา อำ�ำ เภอเมือื งระยอง ย่า่ นการค้า้ ตลาดไผ่ล่ ้อ้ ม อำ�ำ เภอ
บ้า้ นค่่าย และย่่านการค้้าชุมุ ชนปากน้ำ�ำ� ประแส อำำ�เภอแกลง ซึ่่�งย่่านการค้า้
แต่่ละแห่่งจะมีีลักั ษณะเฉพาะตััว ดัังนี้้�
คนจนี โพน้ ทะเล ผู้คนและวิถีชวี ิต 4 — วิถีชวี ิตคนระยอง อาชีพ และการทำ�มาหากนิ 85
ยมจินิ ดา : ย่่านการค้า้ ริมิ แม่่น้ำ�ำ� ระยอง
จุุดเริ่�มต้้นของความคึึกคัักในพื้้�นที่่�แห่่งนี้้�เกิิดขึ้�นจากทำ�ำ เลที่่�ตั้้�ง
ริมิ แม่น่ ้ำ�ำ� ระยอง ซึ่ง� ถููกใช้เ้ ป็น็ ทั้้ง� เส้น้ ทางในการเดินิ ทางและการขนส่ง่ สินิ ค้า้
จึึงเกิิดการตั้้�งถิ่่�นฐานชุุมชนกระจายตััวอยู่�่ในบริิเวณริิมฝั่�่งแม่่น้ำ�ำ�และ
ถนนยมจิินดาที่่ต� ััดผ่่านใจกลางเมือื ง และขนานไปกัับแม่น่ ้ำำ��ระยอง ทำำ�ให้้
ยมจินิ ดากลายเป็็นแหล่่งที่่อ� ยู่อ�่ าศััย แหล่ง่ ค้้าขาย และแหล่ง่ ขนถ่่ายสินิ ค้า้
ไปยัังพื้้�นที่่�อื่่�นๆ บริิเวณถนนยมจิินดามีีบ้้านเรืือนและร้้านค้้าเก่่า
แก่่จำำ�นวนมาก เช่่น ตลาดจ่่ายโนรีี โรงแรมคงยืืนนาน ร้้านตััดผม
โบราณ ร้า้ นอาหาร ร้้านขนมเก่่าแก่่ ร้้านตัดั เย็บ็ หมอน ร้า้ นตััดเย็บ็ เสื้้อ� ผ้า้
ร้า้ นขายของชำ�ำ ที่่�เปิิดมาประมาณ 30–40 ปีีแล้ว้ อีีกทั้้�งยังั เป็็นที่่�ตั้้�งของศาล
เจ้า้ แม่ท่ ับั ทิมิ ที่่ค� นระยองเคารพสักั การะ (ปฐวีี พรหมเสน, 2556: 196-199)
ย่า่ นการค้า้ ยมจินิ ดานั้้น� ครอบคลุมุ พื้้น� ที่่� ถนนยมจินิ ดาและถนนชุมุ พล ซึ่ง� เกิดิ ขึ้น�
ในช่่วงเวลาไล่่เลี่่�ยกััน โดยร้้านค้้าเริ่�มเกิิดขึ้�นในพื้้�นที่่�ถนนยมจิินดาก่่อน
เนื่่อ� งจากเป็น็ ถนนเส้น้ แรกในจังั หวัดั ระยอง และเมื่่อ� คนเริ่ม� เข้า้ มาอยู่อ�่ าศัยั
กันั หนาแน่น่ ขึ้น� จึงึ จำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งขยายไปยังั ถนนชุมุ พลทางทิศิ เหนือื ด้ว้ ยเช่น่ กันั
โรงฝิ่่�นแห่่งยมจินิ ดา
บรรยากาศของการค้้าขายถููกบอกเล่่าผ่่านผู้�คนในพื้้�นที่่� หนึ่่�งใน
สถานประกอบการที่่�ในปััจจุุบัันไม่่สามารถพบเห็็นได้้แล้้วคืือ “โรงฝิ่่�น”
คุณุ เรณูู สุวุ รรณโณ ปัจั จุบุ ันั อายุุ 88 ปีี ทายาทเจ้า้ ของกิจิ การโรงฝิ่่น� แห่ง่
ยมจินิ ดาได้ก้ ล่า่ วถึงึ ประวัตั ิคิ วามเป็น็ มา พ่อ่ ของคุณุ เรณููเป็น็ คนไทยเชื้อ� สาย
จีีนแต้้จิ๋�ว ส่่วนแม่่ของเธอเป็็นแม่่ค้้าชาวไทยขายกล้้วยทอดอยู่่�ด้้านหน้้า
วิิกเกษม (วิิกหนัังในถนนยมจิินดา) อาศััยอยู่่�บริิเวณบ้้านปากคลอง ธุุรกิิจ
โรงฝิ่่�นแห่่งยมจิินดาเธอไม่่ทราบแน่่ชััดว่่าเริ่�มต้้นในช่่วงใด แต่่เมื่่�อเกิิดมา
พ่อ่ ของเธอก็ป็ ระกอบธุรุ กิจิ นี้้แ� ล้ว้ โดยจะต้อ้ งทำ�ำ การประมููลเพื่่อ� ให้ไ้ ด้ส้ ัมั ปทาน
ในการจำำ�หน่่ายฝิ่่�น บ้้านของเธอนั้้�นมีีโรงฝิ่่�นอยู่่�ด้้วยกัันถึึง 4 แห่่ง ได้้แก่่
86 ระยอง เล่ม 4
บริเิ วณซอยโรงฝิ่่น� ยมจินิ ดา ปากน้ำ��ำ มาบตาพุุด และจังั หวััดตราด ในอดีีตการทำ�ำ ธุรุ กิจิ โรงฝิ่่�น
ถนนยมจิินดา ถือื ว่า่ ประสบความสำ�ำ เร็จ็ เป็น็ อย่า่ งมาก มีผีู้�คนจากทั่่ว� ทุกุ สารทิศิ มาใช้บ้ ริกิ าร
อย่า่ งไม่่ขาดสาย โรงฝิ่่น� แห่่งนี้้จ� ะเปิิดให้บ้ ริิการตลอด 24 ชั่ว� โมง ต้อ้ นรับั
ลููกค้้าทุุกกลุ่�ม ตั้้�งแต่ช่ นชั้น� แรงงานไปจนถึงึ ระดับั ข้้าราชการ
ฝ่ินทน่ี �ำมาจ�ำหน่ายนน้ั ต้องไปซอ้ื มาจากศาลากลางจงั หวดั การไป
ซื้้�อฝิ่่�นจะเรีียกกัันว่่า “ตัักฝิ่่�น” โดยจะนำำ�เงิินที่่�จะซื้้�อพร้้อมทั้้�งหลอดฝิ่่�น
(หลอดขนาดเล็็กบรรจุุยางฝิ่่�น) เพื่่�อนำำ�ไปส่่งที่่�ห้้องคลััง และจะสามารถ
เบิิกฝิ่่น� ได้ต้ ามจำ�ำ นวนของหลอดที่่น� ำ�ำ มาส่ง่ เท่า่ นั้้น� ฝิ่่น� ที่่จ� ำ�ำ หน่า่ ยจะมีหี ลาย
ราคา เรียี กเป็็น “หุ๋�น” จำ�ำ นวนหุ๋�นจะบอกถึึงขนาดของฝิ่่น� ได้้ หุ๋�นมากก็ไ็ ด้้
ฝิ่่น� ที่่�มากขึ้�นตามลำ�ำ ดับั แต่่ราคาก็แ็ พงมากขึ้น� ไปด้้วย นอกจากการจำ�ำ หน่า่ ย
ยางฝิ่่�นแล้้ว โรงฝิ่่�นแห่่งนี้้�ยัังขายขี้้�ฝิ่่�น โดยนำำ�เศษฝิ่่�นที่่�ติิดอยู่่�ในกล้้อง (
อุุปกรณ์์สููบฝิ่่น� ) มาปั้้�นขายเนื่่อ� งจากจะมีีราคาถููกกว่า่ ยางฝิ่่น� คนที่่�ไม่ค่ ่่อย
มีเี งิินก็็จะนำ�ำ ขี้�ฝิ่่น� ไปละลายน้ำำ��กิิน
คนจนี โพ้นทะเล ผู้คนและวิถชี ีวติ 4 — วถิ ีชวี ติ คนระยอง อาชีพ และการทำ�มาหากิน 87
หมอนฝิ่่น� ปัจั จุบุ ันั จััดแสดง เมื่่�อเข้้ามาในโรงฝิ่่�นจะพบโต๊๊ะจำำ�หน่่ายฝิ่่�นอยู่่�บริิเวณทางเข้้า
ที่่พ� ิิพิิธภััณฑ์เ์ มืืองระยอง โดยจะมีลี ักั ษณะเป็น็ คอกและมีลี ููกกรงล้อ้ มรอบ เมื่่อ� ลููกค้า้ ซื้้อ� ฝิ่่น� แล้ว้ จะได้ร้ ับั
หลอดฝิ่่�น ตะเกีียง และกล้้องสููบฝิ่่�นคนละชุุด ก่่อนที่่�จะเดิินไปตามเตีียงที่่�
เตรียี มไว้้ ห้อ้ งสููบฝิ่่น� ก็จ็ ะมีหี ลายราคาและรููปแบบ ทั้้ง� ห้อ้ งรวมและห้อ้ งเดี่่ย� ว
คนที่่ม� าสููบฝิ่่น� ส่ว่ นใหญ่ม่ ีหี ลากหลายทั้้ง� แรงงานชาวไทย ชาวจีนี ช่า่ งทำ�ำ ทอง
เถ้้าแก่่ และข้้าราชการ ซึ่่�งมาจากพื้้�นที่่�เมืืองระยองและใกล้้เคีียง โรงฝิ่่�น
แห่่งยมจิินดาได้้ปิิดกิิจการไปเมื่่�อเดืือนกรกฎาคม พ.ศ. 2502 โดยรััฐ
เข้้ามาเก็็บสิ่่�งของที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการจำ�ำ หน่่ายฝิ่่�น และประกาศยกเลิิกการ
จำำ�หน่่ายฝิ่่�น เนื่่�องจากฝิ่่�นได้้ถููกระบุุว่่าเป็็นสารเสพติิด (เรณูู สุุวรรณโณ,
สััมภาษณ์์ 2 สิงิ หาคม 2561)
88 ระยอง เล่ม 4
ปิิยะเวชโอสถ ร้า้ นยาไทยโบราณแห่่งถนนชุมุ พล
“ปิยะเวชโอสถ” ร้านยาไทยแผนโบราณที่อยู่คู่กับถนนชุมพลมา
มากกว่า 80 ปี เม่ือก้าวเข้าไปในร้านสิ่งแรกที่รับรู้ได้คือกล่ินหอมของ
สมุนุ ไพรที่่ค� ละคลุ้�งปะปนอยู่ใ�่ นอากาศ ซึ่ง� ในขณะนั้้น� ภายในร้า้ นกำ�ำ ลังั บดขมิ้้น�
ให้เ้ ป็น็ ผงละเอียี ดเพื่่อ� ให้ง้ ่า่ ยต่อ่ การรับั ประทาน และนำ�ำ ไปผสมกับั สมุนุ ไพร
ชนิดิ อื่่น� คุณุ ราตรีี ปิยิ ะ สะใภ้เ้ จ้า้ ของร้า้ นรุ่�นที่่� 3 ได้ใ้ ห้ข้ ้อ้ มููลว่า่ สููตรยาของ
ร้้านแห่่งนี้้�เป็็นสููตรเฉพาะตััวของนายป่่วน ปิิยะ ซึ่่�งจบการศึึกษาแพทย์์
แผนโบราณ โดยพื้้�นเพเป็็นคนจัังหวััดระยอง อาศััยอยู่่�ที่�ตำ�ำ บลตะพง
เมื่่อ� เห็น็ ลู่ท�่ างว่า่ ถนนชุมุ พลน่า่ จะเป็น็ ย่า่ นการค้า้ ที่่ม� ีคี นอาศัยั อยู่�่ กันั มาก จึงึ ได้้
ย้้ายมาเปิิดร้้านอยู่่�ในย่่านการค้้ายมจิินดา สููตรยาทั้้�งหมดนั้้�นเป็็นสููตรที่่�
นายป่่วนคิิดค้้นขึ้น� มาและกลายเป็น็ ตำ�ำ รายาที่่�สืบื ทอดมาจนถึึงปัจั จุุบััน
วตั ถดุ ิบหลักของยาแผนโบราณ ส่วนมากจะเปน็ สมุนไพร โดยสงั่
มาจากกรุงเทพฯ และบางส่วนรับมาจากจังหวัดระยองและจันทบุรี เช่น
พริิกไทย ลููกกระวาน เถาวััลย์์เปรียี ง เป็็นต้้น ซึ่่ง� วัตั ถุุดิบิ เหล่า่ นี้้�ต้อ้ งดููแล
ให้ด้ ีี เมื่่�อได้ม้ าแล้้วต้้องนำ�ำ มาผึ่่�งแดดซ้ำ��ำ อีีก 2–3 ครั้ง� เพื่่�อเป็็นการป้้องกััน
ไม่่ให้้เกิิดเชื้�อรา และหากตััวยาชนิิดใดเกิิดเป็็นเชื้�อราแล้้วก็็ไม่่สามารถนำำ�
มาใช้้ได้้อีีก อาทิิ ปลาไหลเผือื กที่่�เป็็นไม้้เนื้้�ออ่่อน หากเก็บ็ ไว้้นานไม้จ้ ะผุุ
จึงึ จำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งทิ้้ง� ในการผสมยานั้้น� แต่ล่ ะสููตรจะมีีสมุนุ ไพร และปริมิ าณ
การใส่ที่แตกต่างกันออกไป สูตรยาแต่ละชนิดถูกบันทึกไว้ในต�ำรายาของ
นายป่วนและได้ส่งต่อมายังคุณราตรี ซ่ึงเป็นผู้ดูแลร้านยาในปัจจุบัน
อย่างยาสลายไขมันที่ช่วยระบายได้ดี ก็จะมีส่วนประกอบเป็นผิวส้มแขก
ใบมะขามแขก พริกไทย ดอกค�ำฝอย ซึ่งสมุนไพรที่จะน�ำมาบดจะต้องมี
ลกั ษณะแหง้ นอกจากทร่ี า้ นจะขายยาตามสตู รของนายปว่ นและสตู รใหมท่ ่ี
คุณราตรีคดิ ค้นขึน้ แลว้ ทางรา้ นยงั รับผสมยาตามสูตรเฉพาะของลูกค้าท้ัง
ยาต้มและยาบด
คนจนี โพ้นทะเล ผู้คนและวิถชี ีวติ 4 — วิถีชีวิตคนระยอง อาชีพ และการท�ำ มาหากิน 89
ปจั จบุ นั ยาแผนโบราณไดร้ บั ความนยิ มแคเ่ ฉพาะกลมุ่ ดงั นนั้ ทรี่ า้ น
ปยิ ะเวชโอสถจะผสมสตู รยาแคเ่ พยี งบางชนดิ เนอื่ งจากสตู รยามจี �ำนวนมาก
โดยจะเนน้ ผสมสตู รยาทขี่ ายดี เชน่ ยาแกป้ วดเมอื่ ย ยาสลายไขมนั เปน็ ตน้
โดยจะมีลักษณะยาหลายรูปแบบให้ลูกค้าเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นแคปซูล
ผงยาต้ม แก่นไม้แห้งน�ำไปต้ม ยาลูกกลอน น�้ำมันทา แต่อย่างไรก็ตาม
ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านยาที่อยู่ในย่านชุมชนชาวจีน แต่คุณราตรีกลับบอกว่า
ร้านของตนนั้นเป็นร้านยาไทย เนื่องจากสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบใน
การปรงุ ยาน้ันลว้ นแต่เปน็ สมนุ ไพรไทยทงั้ ส้ิน
บน
ร้า้ นปิยิ ะเวชโอสถในปัจั จุบุ ันั
ล่าง
โหลบรรจุุยาภายใน
ร้า้ นปิยิ ะเวชโอสถ ซึ่ง� ลักั ษณะ
ที่่�เป็น็ ห่่อเช่น่ นี้้� ส่ว่ นมาก
นิยิ มซื้้�อไปชงกัับน้ำำ�� และดื่่�ม
เพื่่อ� บรรเทาอาการ
90 ระยอง เลม่ 4
ร้้านค้า้ มากมายแห่่งยมจินิ ดา
ธุรกิจร้านขายของช�ำในถนนยมจินดาและถนนชุมพลมีจ�ำนวน
มากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร อาทิ ร้านข้าวเลือดหมู
ชุนเล้ี ยง คุณนายหอยทอด แม่ละม้ายข้าวเหนียวโบราณ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
เจก๊ ง้วน (ภักดี ทับทมิ ทอง, สมั ภาษณ์ 2 สิงหาคม 2561) รวมไปถึงรา้ นคา้
จ�ำนวนมากกระจายตัวอยูบ่ ริเวณทัง้ รมิ 2 ฝ่งั ของแต่ละถนน โดยสว่ นมาก
จะเป็น็ กลุ่�มชาวจีนี ที่่เ� ข้า้ มาเปิดิ ร้า้ นขายของชำ�ำ และขายสินิ ค้า้ ต่า่ งๆ เช่น่ กะปิิ
น้ำ��ำ ตาล ข้า้ วสาร ถั่่ว� กระดาษไหว้เ้ จ้า้ ตะปูู เบ็ด็ (พิสิ มัยั ติยิ เวศย์,์ สัมั ภาษณ์,์ 1
สิงิ หาคม 2561) ส่ว่ นบริเิ วณถนนชุมุ พลที่่ข� ยายออกมาจากถนนยมจินิ ดานั้้น�
โดยบ้้านแทบทุุกหลัังถููกเปิิดเป็็นร้้านค้้าทั้้�งหมด มัักจะขายสิินค้้าต่่างๆ
อาทิ ขา้ วสาร น�้ำออ้ ย (ปจั จุบนั เรยี กว่าน�้ำตาลทรายแดง ลกั ษณะเป็นผงสี
น�้ำตาล กล่ินหอมกว่าน�้ำตาลทรายขาว) น�้ำตาล น�้ำมันพืช อาหารแห้ง
จาน ชาม กะปิ น�้ำปลา ถ้วย กะละมัง ท่ีเป็นพลาสติก และอ่ืนๆ อีก
มากมาย การขนสง่ สนิ คา้ จะมรี ถบรรทกุ จากกรงุ เทพฯ มาสง่ สนิ คา้ หนา้ รา้ น
ส่วนมากรถบรรทุกก็จะบรรทุกสิ่งของอื่นที่ไม่มีคนสั่งเผ่ือมาด้วยเพื่อขาย
ใหก้ บั รา้ นคา้ ตา่ งๆ ดว้ ย หรอื แมก้ ระทงั่ มบี รกิ ารสง่ สนิ คา้ ถงึ บา้ นอยา่ งของร้าน
“กเี้ ฮยี บฮวด” ถนนชุมพล “…ลกู คา้ ไม่ต้องหวิ้ ของให้เมื่อย มาถึงกส็ ่ังๆๆ
แล้วเดินกลับบ้านตัวเปล่า…” (ธัญญธร โอภาปัญญโชติ, สัมภาษณ์ 3
กนั ยายน 2561) ปจั จบุ นั ยงั คงพบรอ่ งรอยของตทู้ ใี่ ชว้ างสนิ คา้ ที่ยงั คงปรากฏ
ในบ้านแต่ละหลัง อาจจะมีการปรับเปล่ี ยนสภาพในบางกรณีที่น�ำมาเป็นตู้
เกบ็ ของ
คนจีนโพ้นทะเล ผู้คนและวถิ ีชวี ิต 4 — วิถีชีวติ คนระยอง อาชพี และการทำ�มาหากนิ 91
ร่่องรอยของตู้�ที่ใ� ช้ว้ างสินิ ค้า้
ในร้า้ นขายของชำ�ำ ของ
คุณุ ธัญั ญธร โอภาปัญั ญโชติิ
ตลาดไผ่่ล้อ้ ม : ย่่านการค้า้ เครือื ข่่ายของแม่่น้ำำ�� ระยอง
ยา่ นการคา้ ตลาดไผล่ อ้ มเปน็ ชมุ ชนหนงึ่ ของอ�ำเภอบา้ นคา่ ย ตงั้ อยู่
ริมคลองใหญ่ แม่น�้ำสาขาของแมน่ �้ำระยอง ยา่ นการค้าตลาดไผล่ ้อมต้งั อยู่
บนถนนอาทติ ยป์ ระดษิ ฐานทข่ี นานไปกบั ล�ำน�้ำ บรรยากาศของตลาดแหง่ นี้
ในปัจจุบันยังมีบางร้านที่เปิดให้บริการอยู่ แต่เม่ือเปรียบเทียบกับในอดีต
เม่ือประมาณ 70 ปีท่ี ผ่านมา เรียกได้ว่าผิดไปถนัดตา ตลาดไผ่ล้อมเป็น
ย่านการค้าแห่งส�ำคัญในพื้นที่บริเวณอ�ำเภอบ้านค่าย ซ่ึงในอดีตรวมพื้นท่ี
บริเิ วณอำ�ำ เภอปลวกแดง และอำ�ำ เภอนิคิ มพัฒั นาในปัจั จุบุ ันั จากคำ�ำ บอกเล่า่
ของผู้�คนในพื้้�นที่่� ความคึึกคัักของตลาดไผ่่ล้้อมที่่เ� ป็น็ ทั้้ง� ย่่านอุุตสาหกรรม
และย่า่ นการค้า้ สิ่่ง� ของอุปุ โภคและบริโิ ภค ซึ่ง� มีที ั้้ง� สิ่่ง� ของจากในพื้้น� ที่่อ� ำ�ำ เภอ
บ้้านค่่าย และรัับมาจากบริิเวณปากน้ำำ��ระยอง ร้้านอาหาร ร้้านตััดเสื้้�อผ้้า
โรงสีีและที่่ส� ำำ�คััญ คือื ธุุรกิจิ โรงเลื่่อ� ย จึึงทำำ�ให้้มีีผู้�คนหมุุนเวียี นอยู่่�ในย่า่ น
การค้้าตลาดไผ่่ล้้อมอย่่างไม่่ขาดสาย คุุณบุุญชูู ตรีีสุุคนธ์์ภููษาได้้กล่่าวถึึง
บรรยากาศของร้้านก๋๋วยเตี๋๋�ยวในอดีีตที่่�ตนเองเคยเป็็นลููกจ้้าง ส่่วนมาก
ลููกค้า้ เป็น็ แรงงานจากโรงเลื่่อ� ย โรงงานน้ำ��ำ ตาล และคนที่่ข� นข้า้ วมาสีที ี่่โ� รงสีี
โดยมีลี ููกค้้าเข้า้ มาตลอดไม่ข่ าดสายจนแทบไม่่ได้ห้ ยุดุ พักั
92 ระยอง เล่ม 4
“…ป้าต้องตื่นต้ังแต่ตี 3 มาท�ำน�้ำแกง ร้านขายดีมากคนมากิน
เต็มร้าน ต้องล้างชามท้ังวัน จนมือเป็นรอยเพราะแฟ๊บกัดมือ เมื่อก่อน
ล้างอะไรก็ใช้แฟ๊บอย่างเดียว ล้างได้ทุกอย่าง ล้างจาน ซักผ้า ได้ค่าจ้าง
เดืือนละ 130 บาท ทำำ�ได้้ 3 ปีีก็็ย้้ายไปทำำ�งานอยู่่�ร้้านผััดไทยในตลาดนี้้�
แหละ เจ้า้ ของร้า้ นเป็น็ จีนี แต้จ้ิ๋�ว คนที่ม่� ากินิ เป็น็ คนจากโรงสีอี ยู่่�หัวั ตลาด
มีรี ถจากป่า่ จะเข้า้ มาโรงสี…ี ” (บุญุ ชูู ตรีสี ุคุ นธ์ภ์ ููษา, สัมั ภาษณ์์ 18 ตุลุ าคม 2561)
ย่า่ นการค้้าตลาดไผ่ล่ ้อ้ ม
ในปัจั จุุบััน
ธุรกิจโรงเลื่อยที่ตลาดไผ่ล้อมน้ันเป็นอีกหน่ึงธุรกิจท่ีด�ำเนินการ
โดยชาวจีีนไหหลำำ�ทั้้�งสิ้้�น ส่่วนมากแล้้วไม้้ที่่�นิิยมนำำ�มาแปรรููปจะเป็็นกลุ่�ม
ไม้้เนื้้�อแข็็งอย่่างไม้้สััก ไม้้ตะเคีียน และไม้้ประดู่่� ซึ่่�งเมื่่�อสืืบค้้นข้้อมููล
เกี่่ย� วกับั กิจิ การไม้ใ้ นประเทศไทยแล้ว้ พบว่า่ ในการดำ�ำ เนินิ ธุรุ กิจิ การค้า้ ไม้ส้ ักั ใน
ประเทศไทยนั้้�น เริ่�มต้้นมาจากกลุ่�มชาวจีีนเป็็นหนึ่่�งในกลุ่�มทุุนสำำ�คััญที่่�เข้้า
มาดำ�ำ เนินิ ธุรุ กิจิ การค้า้ ไม้ใ้ นประเทศไทยตั้้ง� แต่ส่ มัยั กรุงุ รัตั นโกสินิ ทร์ต์ อนต้น้
เนื่่�องจากในขณะนั้้�นทรััพยากรป่่าไม้้ในประเทศไทยยัังมีีจำำ�นวนมาก และ
ไม่่ได้้รัับการดููแลเอาใจใส่่จากเจ้้านายที่่�เป็็นผู้้�ดููแล ทำำ�ให้้ไม้้มีีราคาถููก
ส่่งผลให้้ชาวจีีนไหหลำ�ำ อาศััยช่่องว่่างดัังกล่่าวหัันมาทำ�ำ ธุุรกิิจนำ�ำ ไม้้สััก
คนจนี โพ้นทะเล ผูค้ นและวิถชี ีวติ 4 — วิถชี วี ติ คนระยอง อาชีพ และการท�ำ มาหากนิ 93
มาต่่อเป็็นเรืือไปจำำ�หน่่ายยัังประเทศจีีน และเป็็นชาวต่่างชาติิกลุ่�มแรกที่่�
ตั้้�งโรงเลื่่�อย ทำำ�การเลื่่�อยไม้้ด้้วยมืือเพื่่�อส่่งไม้้กระดานที่่�ผ่่านการแปรรููป
แล้้วไปยังั เกาะไหหลำ�ำ (ไศลรััตน์์ ดลอารมณ์,์ 2528: 7-10)
ปากน้ำ�ำ� ประแส : ย่่านการค้า้ บนพื้้น� ที่�เ่ ชื่อ� มต่่อทะเล-แม่่น้ำำ��
จากการพูดคุยกับกลุ่มเจ้าของธุรกิจด้านต่างๆ ในพื้นที่ปากน�้ำ
ประแสนั้้�น แสดงให้้เห็็นว่่า ในอดีีตบริิเวณปากน้ำ�ำ�ประแสเป็็นเมืืองท่่าที่่�มีี
ความเจริิญรุ่่�งเรืือง เนื่่�องจากมีีกลุ่�มคนหลากหลายพื้้�นที่่�เข้้ามาทำ�ำ ธุุรกิิจ
ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ จากพื้้น� ที่่ใ� กล้เ้ คียี งหรืือจากจังั หวัดั อื่่น� ๆ ต่า่ งก็เ็ ข้า้ มาทำ�ำ การค้า้ ใน
พื้้น� ที่่แ� ห่ง่ นี้้� และสามารถสร้า้ งรายได้เ้ ป็น็ อย่า่ งดีี กลุ่�มคนเหล่า่ นี้้เ� ป็น็ ปัจั จัยั
สำ�ำ คัญั ที่่ช� ่ว่ ยขับั เคลื่่อ� นให้เ้ กิดิ กิจิ กรรมทางเศรษฐกิจิ ขึ้น� ภายในชุมุ ชน ไม่ว่ ่า่
จะเป็็นธุุรกิิจการค้้า ธุุรกิิจการบริิการ ธุุรกิิจความบัันเทิิง อาทิิ โรงแรม
ร้้านขายทอง ร้้านขายยา ร้้านอาหาร โรงน้ำำ��แข็็ง หรืือโรงงานน้ำ�ำ�ปลา
แต่ใ่ นปัจั จุบุ ันั ส่ว่ นมากได้ป้ ิดิ กิจิ การไปแล้ว้ เนื่่อ� งจากขาดผู้้�สืบื ทอดกิจิ การ
ประกอบกับั ความซบเซาของย่่านการค้า้ แห่ง่ นี้้�
บรรยากาศภายในชุุมชน
ปากน้ำ�ำ�ประแสที่่ใ� นอดีตี
เคยเป็็นร้า้ นค้า้ ปัจั จุบุ ััน
ปรัับเปลี่่�ยนกลายเป็็น
ที่่�อยู่�่อาศััย
94 ระยอง เลม่ 4
ร้า้ นของชำำ�และโรงน้ำ�ำ�แข็ง็ จากความทรงจำ�ำ ของลุุงชม
คุณชม วิเศษศิลปานนท์ วัย 88 ปี เกิดและเติบโตมาในชุมชน
ปากน�้ำประแส พ่อของเขาอพยพมาจากเมืองจนี เน่อื งจากสภาวะอดอยาก
ในช่วงแรกนนั้ พ่อของคุณชมเลือกประกอบอาชพี ประมง ภายหลังจากการ
แต่งงาน จึงเปดิ รา้ นขายของช�ำบนทดี่ ินของแม่คุณชม ในขณะนน้ั ร้านขาย
ของช�ำมีอยู่หลายร้าน ส่วนมากเจ้าของเป็นคนจีนที่อพยพมาตั้งรกรากที่
เมอื งไทย และจ�ำหน่ายสนิ ค้าทีค่ ล้ายคลึงกนั เชน่ ข้าวสาร น�้ำตาล น�้ำปลา
กะปิ ถ่ั วลิสง หอมแดง กระเทยี ม เปน็ ต้น ส่ิงของท่ีน�ำมาขายจะบรรทุกมา
ทางเรืือมีที ั้้�งของที่่�ได้ม้ าจากกรุุงเทพฯ จันั ทบุุรีี และแกลง สิ่่ง� ของที่่�ต้อ้ งสั่่ง�
จากกรุงุ เทพฯ ส่ว่ นมาก คือื กระเทียี มและหอมแดง โดยจะส่ง่ มาทางเรืือเมล์์
เมื่่�อมาถึึงบริิเวณปากน้ำ�ำ�ประแส เรืือเมล์์จะจอดรอด้้านนอก เนื่่�องจากไม่่
สามารถเข้้ามาในคลอง (แม่่น้ำำ��ประแส) ได้้ จะมีีคนพายเรืือ “โป๊๊ะจ้้าย”
ลัักษณะเป็็นเรืือขนาดเล็็กแจวออกไปรัับสิินค้้าจากเรืือเมล์์มาส่่งให้้พ่่อค้้า
ในชุุมชน นอกจากจะมีีการนำำ�เข้้าสิินค้้าแล้้ว ยัังมีีการส่่งออกสิินค้้าขึ้้�นชื่่�อ
ของปากน้ำ�ำ�ประแส คืือ ปลาเค็็มและถั่่�วลิิสงที่่�ปลููกกัันมากในแถบตำำ�บล
คลองปููน อำำ�เภอแกลง หากใครต้้องการเดิินทางเข้้าไปยัังกรุุงเทพฯ
ก็็สามารถไปกัับเรืือเมล์์ได้้เช่่นกััน นอกจากเรืือเมล์์แล้้วยัังมีีเรืือใบจาก
ระยองที่่�บรรทุุกสิินค้้าไปขายในกรุุงเทพฯ ด้้วยเช่่นกััน แต่่ใช้้เวลาในการ
เดิินทางนานกว่า่
“…ใครที่เข้าไปกรุงเทพต้องมาค้างท่ีนี่ก่อนคืนหน่ึง ตอนเช้าก็น่ัง
ไปกับเรือเมล…์ ” (ชม วเิ ศษศิลปานนท,์ สมั ภาษณ์ 28 กุมภาพนั ธ์ 2562)
เมื่่�อคุุณชมอายุุ 15 ปีี ได้้เปลี่่�ยนกิิจการมาทำำ�โรงน้ำำ��แข็็ง เนื่่�องจาก
เห็็นว่่าพื้้�นที่่�บริิเวณปากน้ำำ��ประแสมีีการทำำ�ประมงกัันอย่่างหนาแน่่น ซึ่่�งใน
การทำำ�ประมงนั้้�นจำ�ำ เป็็นต้้องใช้้น้ำำ�� แข็็งในการคงสภาพความสดของอาหาร
ทะเลไว้้ โดยเริ่�มต้้นจากเดิินทางไปซื้้�อเครื่�่องทำำ�น้ำำ��แข็็งจากกรุุงเทพฯ
ในช่ว่ งแรกนั้้น� อาศัยั น้ำ�ำ� จืืดจากตำ�ำ บลคลองปููนมาทำ�ำ เป็น็ น้ำ��ำ แข็ง็ แต่ด่ ้ว้ ยระยะ
ทางที่่ไ� กลจึงึ ทำำ�ให้้ค่า่ ใช้้จ่่ายเพิ่่ม� ขึ้น� จึึงได้ท้ ดลองเจาะน้ำำ�� จากใต้ด้ ิินบริิเวณ
บ้้านมาใช้้ ปรากฏว่่า น้ำำ��ที่่�ได้้นั้้�นมีีความเค็็มจนไม่่สามารถนำำ�มาทำำ�เป็็น
คนจนี โพน้ ทะเล ผคู้ นและวิถีชีวติ 4 — วถิ ชี ีวิตคนระยอง อาชีพ และการท�ำ มาหากนิ 95
น้ำ�ำ�แข็็งได้้ เพราะน้ำำ��ไม่่จัับตััวกัันเป็็นก้้อน คุุณชมจึึงตััดสิินใจเลิิกกิิจการ
โรงน้ำำ��แข็ง็ เมื่่�อทำ�ำ มาได้ร้ าว 5-6 ปีี
โรงงานน้ำำ�� ปลาครอบครัวั ครููเบญจา
คุณเบญจา พงษ์อเนก มีบรรพบุรุษรุ่นปู่และย่าที่อพยพมาจาก
เมืองจีน ประกอบอาชีพประมงมาโดยตลอด จนกระทัง่ รุน่ พ่อได้เปล่ี ยนมา
ท�ำโรงน�้ำปลา โดยใชป้ ลากะตกั จากเรอื ของครอบครวั ทมี่ อี ยู่ 1 ล�ำ โรงน�้ำปลา
ในอดีตมีลักษณะเป็นยุ้งไม้ที่เอาไว้เก็บเกลือด้านหน้า และท�ำบ่อหมัก
น�้ำปลาไวด้ า้ นหลงั มจี �ำนวนทงั้ หมด 8 บอ่ โดยเกลอื ทน่ี �ำมาหมกั น�้ำปลานั้น
จะส่่งมาจากจัังหวััดเพชรบุุรีีทางเรืือ ราคาขายน้ำ�ำ�ปลาเมื่่�อราว 60 ปีีก่อ่ น
ราคาขวดละ 6 สลึงึ –2 บาท บรรจุอุ ยู่�ใ่ นขวดแก้ว้ และบรรทุุกใส่่รถอีแี ต๋น๋
ออกไปขายนอกชุุมชน ปััจจุุบััน กิิจการโรงน้ำ�ำ�ปลาของบ้้านคุุณเบญจาถููก
ส่ง่ ต่อ่ ให้ก้ ับั พี่่ส� าว และปิดิ ตัวั ลงในภายหลังั เนื่่อ� งจากพี่่ส� าวมีอี ายุทุ ี่่ม� ากขึ้น�
(เบญจา พงษ์อ์ เนก, สัมั ภาษณ์์ 28 กุมุ ภาพันั ธ์์ 2562)
คลินิ ิิกหมอโสภา
เร่ืองราวของคลินิกหมอโสภาได้รับการถ่ายทอดผ่านคุณวาสนา
วงศ์ไตรรัตน์ ภรรยาของคุณหมอโสภา แต่เดิมบ้านของคุณวาสนาอยู่ใกล้
ศาลกรมหลวงชุุมพร ส่่วนสามีีอาศััยอยู่่�แถวบ้้านกร่ำ�� แต่่ประกอบอาชีีพ
เป็็นแพทย์์สาธารณสุุขที่่�สถานีีอนามััยประจำำ�ตำำ�บลปากน้ำำ��ประแส
เมื่่อ� แต่ง่ งานและมีลี ููกจึงึ ย้า้ ยมาอยู่ใ�่ นเขตตลาดปากน้ำ�ำ� ประแสเมื่่อ� ประมาณ
พ.ศ. 2512 และเปิิดพื้้�นที่่�ด้้านล่่างของบ้้านเป็็นคลิินิิก เพื่่�อรัักษาคนใน
ชุุมชน ในขณะนั้้�นที่่�ประแสมีีคลิินิิกอยู่่�เพีียง 2 แห่่งคืือ คลิินิิกหมอจรููญซึ่่�ง
เป็็นหมอผดุุงครรภ์์ และคลิินิกิ ของหมอโสภาที่่�รักั ษาโรคทั่่ว� ไป จึึงมีีคนไข้้
ทั้้�งจากในชุุมชนและพื้้�นที่่โ� ดยรอบ อาทิิ คลองปููน และพัังราด มารัักษา
อยู่ต�่ ลอด โดยยาที่่ใ� ช้ร้ ักั ษาเป็น็ ยาแผนปัจั จุบุ ันั ปัจั จุบุ ันั ได้เ้ ลิกิ กิจิ การไปแล้ว้
(วาสนา วงศ์์ไตรรััตน์,์ สัมั ภาษณ์์ 20 พฤษภาคม 2562)
96 ระยอง เลม่ 4
ร้้านทำำ�ทองคุุณสมััญญา
ร้้านทำำ�ทองแห่่งนี้้�ตั้้�งอยู่่�ภายในชุุมชนประแสก่่อนถึึงตลาดล่่าง
หากดููจากภายนอกคงมองไม่่ออกว่่า บ้้านหลัังนี้้�เป็็นร้้านทำำ�ทองที่่�มีี
ชื่อ�่ เสียี งอีกี แห่ง่ หนึ่่ง� ของปากน้ำ�ำ� ประแส คุณุ สมัญั ญา บำ�ำ เพ็ญ็ ทานวัยั 49 ปีี
เป็็นผู้้�สืืบทอดการทำ�ำ ทองซึ่ �งเป็็นสมบััติิติิดตััวมาตั้้�งแต่่รุ่�นทวด บ้้านหลัังนี้้�
เป็็นบ้้านเดิิมของปู่่�และย่่าของเธอ ในอดีีตเปิิดเป็็นร้้านทำำ�ทองควบคู่่�
ไปกับั ร้า้ นเช่า่ หนังั สือื โดยร้า้ นเช่า่ หนังั สือื นั้้น� ปู่แ�่ ละย่า่ เป็น็ คนดููแลส่ว่ นงาน
ทำ�ำ ทองนั้้น� พ่อ่ ของเธอรับั หน้า้ ที่่เ� ป็น็ ช่า่ งซึ่ง� เรียี นรู้�วิธีกี ารมาจากทวด หลังั จาก
ที่่พ� ่อ่ และแม่ข่ องเธอแต่ง่ งานกันั พ่อ่ จึงึ ตัดั สินิ ใจย้า้ ยไปเป็น็ ช่า่ งทองประจำำ�
ที่่�ร้้านทองแห่่งหนึ่่�งในจัังหวััดจัันทบุุรีี ส่่วนร้้านทำ�ำ ทองที่่�ประแสก็็ปิิดตััวลง
เหลือื เพีียงแต่ร่ ้้านเช่่าหนังั สือื
การเปน็ ชา่ งท�ำทองของคณุ สมญั ญานนั้ เรม่ิ จากการเหน็ ปา้ ของตน
ท�ำมาก่อนและเกิดความสนใจจึงได้เรียนรู้และฝึกฝนวิธีการต่างๆ จากป้า
เรือ่ ยมา ในชว่ งแรกของการฝึกต้องใชเ้ งนิ มาท�ำแทนก่อน เน่ืองจากมรี าคา
ท่ถี ูกกวา่ แตม่ ีลกั ษณะใกลเ้ คียงกนั โดยเรยี นรวู้ ิธีการท�ำทองในหลากหลาย
รูปแบบ เช่น ต่อพระ ท�ำต่างหู ท�ำสร้อยคอ เป็นต้น จนกระท่ังมีความ
เช่ี ยวชาญ จึงได้ “ขึ้นทอง” คือท�ำงานกับทองจริง นั่นจึงเป็นจุดเร่ิมต้นท่ี
ท�ำใหเ้ ธอมลี กู คา้ และรายไดต้ งั้ แตต่ อนนน้ั จนกระทงั่ แตง่ งานเมอื่ ประมาณ
20 ปีท่ี ผ่านมา ป้าของเธอจึงย้ายไปขายทองที่ตลาดสามย่านและเลิกท�ำ
อาชพี ชา่ งท�ำทองไป เธอจงึ ตดั สนิ ใจเปดิ รา้ นท�ำทองเองโดยลงทนุ ซอ้ื อปุ กรณ์
จากกรุงเทพฯ โดยในช่วงแรกเธอจะรับงานจากลูกค้าเอง และส่งขายไป
ยังร้านป้าของเธอที่ตลาดสามย่านด้วย ในการท�ำทองของคุณสมัญญานั้น
รับท�ำเพียงแค่ทองรูปพรรณเท่านั้น เช่น แหวน สร้อยคอ ก�ำไลข้อมือ
เล่ี ยมพระเครือ่ ง เปน็ ต้น ตามแบบท่ีลูกค้าตอ้ งการ ซง่ึ ส่วนมากแล้วลกู ค้า
จะน�ำวัตถุดิบในการท�ำ เช่น พลอย เพชร ทอง มาให้ แต่หากลูกค้าไม่มี
มาด้้วย เธอก็็สามารถหาวััตถุุดิิบให้้ได้้จากร้้านประจำำ�อยู่่�ที่�จัังหวััดจัันทบุุรีี
ราคาของผลิติ ภัณั ฑ์แ์ ต่ล่ ะชิ้น� ขึ้น� อยู่�่ กับั ความยากง่า่ ยของเนื้้อ� งาน และคุณุ ภาพ
ของวัตถุดิบท่ีเลือกใช้ อุปกรณ์ท่ีส�ำคัญในการท�ำทอง คือ น�้ำประสานทอง
คนจีนโพ้นทะเล ผ้คู นและวิถชี วี ติ 4 — วถิ ีชวี ิตคนระยอง อาชีพ และการทำ�มาหากนิ 97
หรืือ บอแรกซ์์ ทำำ�หน้้าที่่�เป็็นตััวเชื่�่อมบริิเวณรอยต่่อต่่างๆ ให้้ติิดเป็็นเนื้้�อ
เดีียวกันั เครื่อ�่ งรีีดทองสำ�ำ หรัับทำำ�ทองให้ม้ ีีลักั ษณะเป็น็ เส้้นแบน (สมัญั ญา
บำำ�เพ็็ญทาน, สัมั ภาษณ์์ 23 พฤษภาคม 2562)
คุุณสมััญญา บำำ�เพ็็ญทาน
สาธิติ วิธิ ีกี ารใช้เ้ ครื่อ� งรีดี ทอง
วิกิ ประแสรามา
เร่ืองราวของวิกประแสรามาถูกถ่ายทอดผ่านคุณสมาน วานิชรัตน์
วัย 84 ปี เธอมีภูมิล�ำเนาอยู่ที่จังหวดั เพชรบุรี แต่แตง่ งานและย้ายมาเป็น
หลานสะใภเ้ จา้ ของวกิ หนงั ประแสรามาตงั้ แตอ่ ายไุ ด้ 18 ปี เธอเลา่ ใหฟ้ งั ว่า
วิิกหนัังแห่่งนี้้�เป็็นของก๋๋ง (ปู่่�) ของสามีีเธอ ก๋๋งเป็็นชาวจีีนที่่�ไปอาศััยอยู่่�ที่�
ตำำ�บลกระแจะ อำ�ำ เภอนายายอาม จังั หวััดจันั ทบุรุ ีี และได้้ล่อ่ งเรืือมาจัับจอง
ทดี่ นิ ทป่ี ากน�้ำประแส เนอ่ื งจากชมุ ชนแหง่ นมี้ คี วามเจรญิ จากการท�ำประมง
98 ระยอง เล่ม 4
เป็นหลัก โดยช่วงท่ีเรือเข้าจะมีท้ังเรือของคนประแสและเรือจากทางใต้
รวมถึงการเป็นเส้นทางคมนาคมส�ำหรับคนท่ีมารอเรือเมล์ เม่ือประมาณ
60 ปกี อ่ น หากจะเดนิ ทางไปตลาดสามยา่ นกต็ อ้ งนง่ั เรอื เมลไ์ ป ความเจรญิ
ของพืน้ ที่ปากน�้ำประแสน�ำมาสกู่ ารเปิดวกิ หนงั ตง้ั แต่นั้นเปน็ ต้นมา
“ก๋งหอบเงินมาเป็นกระสอบๆ เขาเป็นผู้มีอิทธิพลมาจากกระแจะ
มาจับจองท่ีแล้วก็สร้างวิก น่าจะประมาณเป็น 100 ปี ได้แล้ว ต้ังแต่
พ่อแฟนเกิด” (สมาน วานชิ รตั น,์ สมั ภาษณ์ 20 พฤษภาคม 2562)
วกิ หนงั แหง่ นต้ี งั้ อยูใ่ นซอยตรงขา้ มตลาดลา่ งในชมุ ชนรมิ น�้ำประแส
จงึ มชี อื่ ซอยวา่ “ซอยหนา้ วกิ ” บรเิ วณโดยรอบวกิ เปน็ ปา่ และคลอง บา้ นเรอื น
จะต้ังอยู่บริเวณริมแนวสะพานไม้ ปัจจุบันเป็นถนนท่ีคนในชุมชนใช้
สัญจรไปมาวิกประแสรามาท�ำการฉายภาพยนตร์และแสดงลิเกเป็นประจ�ำ
และบริเวณซอยหน้าวิกค่อนข้างเจริญ เน่ืองจากมีสถานบันเทิง ทั้งวิก
ประแสรามา บ่อนการพนนั และร้านคาราโอเกะ
“…ลิเิ กมา มาตั้้ง� แต่ย่ ังั ไม่ม่ ีไี ฟฟ้า้ จุดุ ไต้ม้ าดูกู ันั 2 ทุ่่�ม ถึงึ เที่ย่� งคืนื
สองคืืนจบ อยู่่�ทีีเป็็นเดือื นๆ คนที่�่มาดูมู ีที ั้้ง� คนประแส คลองปููน จะมีี
รถลิิเกแห่่ไปรัับมาคนจากที่่�ต่่างๆ เป็็นการโฆษณาให้้มาชม…” (สมาน
วานิชรตั น,์ สัมภาษณ์ 20 พฤษภาคม 2562)
คุุณสมานทำำ�หน้้าที่่�เป็็นคนเก็็บค่่าที่่�ขายของ โดยร้้านขายของจะ
เป็น็ รถเข็น็ ตั้้ง� เรียี งรายตั้้ง� แต่ป่ ากซอยมาจนถึงึ หน้า้ วิกิ มีทีั้้ง� ร้า้ นขายผลไม้ด้ อง
ร้้านขนมที่่�รัับมาจากตลาดสามย่่าน ลููกชิ้�น ไส้้กรอก โดยแม่่ค้้าจะเป็็น
คนจากในประแส คลองปููน เนินิ ฆ้อ้ โดยเฉพาะร้า้ นก๋ว๋ ยเตี๋๋ย� วของคุณุ สมาน
จะขายดีีมากในช่่วงมีีแสดงลิเิ ก
“…หลังจากลิเกเล่นเสร็จเขาจะมากินก๋วยเต๋ียวที่ร้านจะมีแม่ยก
เอาบุหรี่มาฝากบ้าง จ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวให้บ้าง เราก็ทอดปลาเค็ม หุงข้าวไว้
รอเผือ่ ลิเกเขาหวิ …” (สมาน วานชิ รัตน์, สัมภาษณ์ 20 พฤษภาคม 2562)
ย่านการค้าเมืองระยองตามที่กล่าวมาข้างต้นน้ันมีความสัมพันธ์
ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน เนื่องจากต่างก็มีสินค้าที่แตกต่างกันออกไป
สนิ คา้ หลกั ของยา่ นการคา้ ยมจนิ ดาทเี่ ปน็ ทต่ี อ้ งการตลาดไผล่ อ้ ม คอื สง่ิ ของ
คนจีนโพน้ ทะเล ผคู้ นและวิถีชีวิต 4 — วถิ ชี ีวติ คนระยอง อาชีพ และการทำ�มาหากนิ 99