การท�ำประมงในจงั หวดั ระยองนนั้ ถอื เปน็ อกี หนง่ึ อาชพี ทขี่ บั เคลอ่ื น
ระบบเศรษฐกจิ ของจงั หวดั ระยอง เนอื่ งดว้ ยทรพั ยากรทางทะเลทมี่ คี ณุ ภาพ
จึึงทำ�ำ ให้้อาหารทะเลของระยองเป็็นอีีกหนึ่่�งสิ่่�งที่่�ทุุกคนนึึกถึึงเมื่่�อเดิินทาง
มายัังจัังหวััดนี้้� สิ่่�งที่่�ทำ�ำ ให้้ประมงของจัังหวััดระยองนั้้�นแตกต่่างจากที่่�อื่่�น
คือื ลักั ษณะทางภููมิศิ าสตร์์ นั่่น� คือื พื้้น� ทะเลของจังั หวัดั ระยองนั้้น� เป็น็ ทราย
ส่่งผลให้้อาหารทะเลของที่่�นี่่�สะอาดและไม่่มีีกลิ่่�นเหม็็นโคลน เทคนิิคใน
การทำำ�ประมงพาณิิชย์์และประมงพื้้�นบ้้าน ต่่างสะท้้อนให้้เห็็นถึึงภููมิิปััญญา
และวิถิ ีชี ีวี ิติ ของคนระยองที่่ค�ุ้�นเคยกับั ทรัพั ยากรของท้อ้ งถิ่่น� ตนเอง และใช้้
ประโยชน์จ์ ากทรัพั ยากรได้เ้ กิดิ ประโยชน์ส์ ููงสุดุ ทรัพั ยากรสัตั ว์น์ ้ำ��ำ ที่่ม� ีปี ริมิ าณ
มากในจัังหวััดระยอง คืือ ปลาหััวอ่่อนและเคย จึึงเกิิดการแปรรููปปลา
หััวอ่อ่ นเป็น็ น้ำ��ำ ปลาและแปรรููปเคยเป็น็ กะปิิ ซึ่ง� ทั้้ง� น้ำ��ำ ปลาและกะปินิั้้น� ถือื เป็็น
ของฝากขึ้�นชื่�่อของจัังหวััดระยอง เนื่่�องจากมีีคุุณภาพดีี มีีกลิ่่�นหอมและ
สีีสวย อันั เป็็นผลมาจากพื้้�นทะเลที่่ส� ะอาด นอกจากปลาหััวอ่่อนที่่�มีีจำ�ำ นวน
มากแล้ว้ ปููม้า้ กุ้�งแชบ๊ว๊ ย ปลาอินิ ทรีี และหมึกึ ก็เ็ ป็น็ ทรัพั ยากรที่่ม� ีปี ริมิ าณ
มากในจัังหวััดระยอง เนื่่�องจากในปััจจุุบัันมีีการอนุุรัักษ์์พัันธุ์์�สััตว์์น้ำำ��โดย
กลุ่ �มประมงเรืือเล็็กที่่�ได้้รัับการสนัับสนุุนการทั้้�งหน่่วยงานภาครััฐและ
เอกชน จึงึ ทำ�ำ ให้ท้ รัพั ยากรสัตั ว์น์ ้ำ��ำ ที่่ค� รั้ง� หนึ่่ง� เคยลดน้อ้ ยลงไปได้ร้ ับั การฟื้น�้ ตัวั
และกลัับมาอุดุ มสมบููรณ์์ดัังเช่น่ ในอดีตี
การทำ�ำ สวนผลไม้้ในจัังหวััดระยอง
ผลไมถ้ อื เปน็ สนิ คา้ ขน้ึ ชอ่ื ของจงั หวดั ระยอง ดว้ ยสภาพดนิ ทเี่ หมาะสม
กบั การท�ำการเพาะปลกู กลา่ วคอื เปน็ ดนิ รว่ นปนทราย (คณะกรรมการฝา่ ย
ประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2542: 3) ท�ำให้ระบายน�้ำได้ดี จงึ ท�ำให้
ผลไม้จากจังหวัดระยองมีรสชาติดี ส�ำหรับพ้ืนท่ีการลงเก็บข้อมูลนั้นเป็น
สวนผลไมใ้ นต�ำบลนาตาขวญั ต�ำบลบา้ นแลง และต�ำบลเนนิ พระ อ�ำเภอเมอื ง
จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการท�ำสวนผลไม้เป็นอย่างมาก และด้วย
ลัักษณะทางภููมิิศาสตร์์ของจัังหวััดที่่�มีีความหลากหลาย ผลไม้้ที่่�เหมาะสม
150 ระยอง เล่ม 4
กับั การปลููกในแต่ล่ ะพื้้น� ที่่น�ั้้น� มีชี นิดิ ที่่แ� ตกต่า่ งกันั ไป สำ�ำ หรับั ตำ�ำ บลนาตาขวััญ
และตำ�ำ บลบ้า้ นแลงนั้้น� เหมาะกับั การปลููกเงาะ มังั คุดุ ทุเุ รียี น และลองกอง
ในขณะที่่�บ้้านกรอกยายชา ตำำ�บลเนิินพระ เหมาะกัับการปลููกพุุทราและ
มะม่ว่ งเนื่่อ� งจากเป็น็ พื้้น� ทราย จึงึ ทำ�ำ ให้ม้ ะม่ว่ งและพุทุ ราของที่่น�ี่่ห� วาน กรอบ
อร่่อย แตกต่า่ งจากที่่อ� ื่่�น
จุุดเริ่ม� ต้้นการทำำ�สวนผลไม้ใ้ นจัังหวัดั ระยอง
กระบวนการผลติ ทางการเกษตรเพอื่ ยงั ชพี แบบดง้ั เดมิ ของคนไทย
ได้ถูกปรับเปล่ี ยนให้เป็นการผลิตเพ่ือการค้า ซ่ึงเป็นผลมาจากกลุ่มคนจีน
อพยพทเี่ ขา้ มาตงั้ ถนิ่ ฐานในประเทศไทยในเขตชายฝง่ั ทะเลตะวนั ออก คนจนี
กลมุ่ นน้ี �ำแนวคดิ การผลติ เพอ่ื การคา้ เขา้ มา เชน่ การท�ำสวนผลไม้ สวนยาง
สวนพรกิ ไทย การท�ำประมง การตอ่ เรอื เปน็ ตน้ อาจกลา่ วไดว้ า่ ทร่ี าบชายฝั่ง
ทะเลตะวนั ออกมกี ารผลติ เพอ่ื การคา้ กอ่ นภมู ภิ าคอนื่ ในประเทศไทย รปู แบบ
การผลติ เพือ่ การคา้ ในระยองทพ่ี บมากคอื การท�ำสวนทเุ รียน มงั คุด เงาะ
โดยน�ำพนั ธม์ุ าจากจนั ทบรุ ี (ปทั วี สตั ยวงศท์ พิ ย,์ 2549: 2) ชว่ งที่ยงั ไมม่ ถี นน
เมื่่�อชาวบ้้านที่่�ต้้องการจะนำำ�ผลผลิิตไปขายต้้องใช้้การเดิินเท้้า เนื่่�องจาก
พื้้�นที่่�ส่่วนใหญ่่ยัังเป็็นป่่าทึึบและหนองน้ำำ�� (คณะกรรมการฝ่่ายประมวล
เอกสารและจดหมายเหตุุ, 2542: 32) จนกระทั่่ง� มีกี ารตัดั ถนนสุุขุุมวิิทใน
พ.ศ. 2494 รููปแบบการผลิิตทางการเกษตรของระยองเริ่�มเปลี่่�ยนไป
เป็็นเพื่่�อการขายเป็็นหลัักอย่่างชััดเจน การคมนาคมที่่�สะดวก รวดเร็็ว
และเปลี่่ย� นจากการเดินิ ทางทางน้ำ��ำ เป็น็ การเดินิ ทางทางบกแทน ทำ�ำ ให้ส้ ามารถ
ส่ง่ ผลผลิติ ไปขายได้จ้ ำ�ำ นวนมากและรวดเร็ว็ เกิดิ การจับั จองพื้้น� ที่่เ� พื่่อ� ทำ�ำ การ
เกษตรกรรมเพิ่่�มขึ้น� (ปััทวีี สััตยวงศ์์ทิพิ ย์,์ 2549: 2)
เดิมเศรษฐกิจหลักของจังหวัดระยองข้ึนอยู่กับการท�ำเกษตรและ
การประมง จนกระทั่งรัฐบาลประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาตฉิ บบั ท่ี 5 มโี ครงการพฒั นาเขตชายฝง่ั ทะเลตะวนั ออก โดยก�ำหนด
ให้จังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางและได้ตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม ท�ำให้
คนจนี โพน้ ทะเล ผู้คนและวถิ ีชีวติ 4 — วถิ ชี วี ติ คนระยอง อาชีพ และการทำ�มาหากนิ 151
เศรษฐกิิจหลัักของระยองกลายมาเป็็นภาคอุุตสาหกรรม รองลงมาคืือ
เกษตรกรรม และพาณิิชยกรรมตามลำำ�ดัับ พืืชที่่�มีีพื้้�นที่่�การปลููกมากที่่ส� ุดุ
ในจังั หวัดั ระยอง คือื ยางพารา ในปีกี ารผลิติ พ.ศ. 2539-2540 ระยอง
มีีพื้้�นที่่�ปลููกยางพาราทั้้�งสิ้้�น 649,035 ไร่่ คิิดเป็็นร้้อยละ 42.01 ของพื้้�นที่่�
เพาะปลููกทั้้ง� หมด และระยองยังั เป็น็ ที่่ร�ู้�จักในฐานะเมือื งแห่ง่ ผลไม้้ เนื่่อ� งจาก
มีภี ููมิอิ ากาศที่่เ� หมาะสมแก่ก่ ารปลููกผลไม้ห้ ลายชนิดิ และมีคี ุณุ ภาพ เป็น็ ที่่น� ิยิ ม
ของผู้�บริิโภคทั้้�งภายในและภายนอกประเทศ ผลไม้้ที่่�สร้้างชื่่�อเสีียงให้้กัับ
ระยองมากที่่�สุุด คืือ ทุุเรียี น มังั คุุด และเงาะ
นาตาขวััญ บ้้านแลง แหล่่งสวนผลไม้ส้ ำำ�คัญั ของเมืืองระยอง
นาตาขวัญ และบ้านแลง เป็นต�ำบลหน่ึงของอ�ำเภอเมืองระยอง
ถัดั เข้า้ ไปจากบริเิ วณที่่เ� ป็น็ พื้้น� ที่่ช� ายฝั่ง�่ ทะเล มีลี ักั ษณะภููมิปิ ระเทศเป็น็ ที่่�ราบ
สลัับที่่�ดอนเป็็นลููกคลื่่�น ผู้�คนนิิยมทำำ�สวนผลไม้้ สัังเกตได้้จากตลอด
สองข้า้ งทางจะเต็ม็ ไปด้ว้ ยไม้ผ้ ลนานาชนิดิ สลับั กับั ต้น้ ยางพาราบ้า้ ง ก่อ่ นที่่น� า
ตาขวัญั จะกลายเป็น็ พื้้น� ที่่ท�ี่่ท� ำ�ำ สวนกันั จำ�ำ นวนมากเช่น่ นี้้� ผู้�คนบ้า้ นนาตาขวััญ
ดั้้ง� เดิมิ เป็น็ คนไทย นิยิ มทำ�ำ นากันั โดยปลููกเป็น็ ข้า้ วไร่่ (ข้า้ วที่่ป� ลููกบนที่่ด� อน
และไม่ม่ ีนี ้ำ��ำ ขังั ในพื้้น� ที่่ป� ลููก) (สมควร ปรางศรี,ี สัมั ภาษณ์์ 2 กันั ยายน 2561)
ข้า้ วที่่ไ� ด้จ้ ะเก็บ็ เอาไว้ก้ ินิ เอง และแบ่ง่ ให้ก้ ับั ญาติพิ ี่่น� ้อ้ ง บ้า้ นแต่ล่ ะหลังั จึงึ จะมีี
ยุ้�งข้า้ ว นอกจากปลููกข้า้ วแล้ว้ ยังั มีกี ารตั้้ง� โรงเลื่่อ� ยไม้ใ้ นบ้า้ นชะวึกึ เนื่่อ� งจาก
เมื่่�อประมาณ 100 ปีีที่่�แล้้ว บ้้านชะวึึกเต็็มไปด้้วยป่่าไม้้ มีีทั้้�งต้้นยางนา
ต้น้ ประดู่�่ ต้น้ ตะแบก ซึ่ง� เป็น็ ไม้ท้ี่่เ� หมาะกับั การนำ�ำ มาสร้า้ งบ้า้ น จน พ.ศ. 2520
โรงเลื่่�อยก็็ปิดิ ตััวลงเนื่่อ� งจากไม้เ้ ริ่ม� มีนี ้้อยลง
การท�ำสวนในบ้านนาตาขวัญนั้น เร่ิมต้นเม่ือมีคนจีนอพยพเข้ามา
อาศัยอยู่ในพื้นที่เม่ือประมาณ 100-150 ปีท่ี ผ่านมา เป็นชาวจีนที่มากับ
เรอื สนิ คา้ และเขา้ มาตง้ั รกราก โดยเลอื กพนื้ ทชี่ ายฝง่ั ทะเลเนอื่ งจากไมต่ ้อง
เดินทางไกล บรรพบุรุษของชาวสวนในบ้านนาตาขวัญล้วนแล้วแต่เป็นคน
จนี แทบทง้ั สนิ้ โดยทวดของคณุ สคุ นธ์ ชลมาศ และปขู่ องคณุ สมควร ปรางศรี
152 ระยอง เล่ม 4
ต่่างก็็เป็็นคนจีีนที่่�อพยพและเลืือกที่่�จะมาตั้้�งถิ่่�นฐานอยู่่�ในพื้้�นที่่�บริิเวณนี้้�
เนื่่อ� งจากใกล้แ้ หล่ง่ น้ำ�ำ� โดยจับั จองที่่ด� ินิ กันั เอง วิธิ ีกี ารคือื เดินิ ลุยุ เข้า้ ไปในป่า่
และกำำ�หนดเขตพื้้�นที่่�โดยการนำำ�ผ้้าหรืือสีีมาป้้ายไว้้เพื่่�อเป็็นสััญลัักษณ์์
“…เดิินเข้้าไปเลยอยากได้้ที่�่จากไหนถึึงไหนก็็เอาผ้้าไปผููกเอาสีีไปป้้าย
เป็น็ ตััวบอกว่่าที่่�ตรงนี้้�ของกูนู ะ จะไปกันั หลายคน ไปช่่วยกัันดู…ู ” (สมควร
ปรางศรีี, สััมภาษณ์์ 2 กัันยายน 2561) สมััยที่่�คนจีีนเข้้ามาอยู่่�ช่่วงแรกได้้
มาแต่่งงานกัับคนไทยในพื้้�นที่่�แล้้วช่่วยกัันทำำ�มาหากิิน เริ่�มต้้นจากการทำำ�
สวนพริิกไทย ดีีปรีี และเครื่�่องเทศชนิิดต่่างๆ เมื่่�อได้้ผลผลิิตแล้้วต้้องนำำ�
มาตากแห้้งแล้้วจึึงนำำ�ไปส่่งขายที่่�ร้้านยาจีีนในย่่านการค้้ายมจิินดา ซึ่่�งที่่�
ร้า้ นยาส่ว่ นมากจะเป็น็ คนจีนี มีตี ำ�ำ รับั ยาเพื่่อ� รักั ษาโรคหลายโรค สำ�ำ หรับั ผลไม้้
นั้้�นก็็มีีปลููกกัันบ้้างแต่่ไม่่มาก บ้้านละ 1–2 ต้้น เอาไว้้บริิโภคในครััวเรืือน
เนื่่�องจากในช่่วงนั้้�นคนยัังมีีจำำ�นวนไม่่มาก การเดิินทางไปยัังหมู่่�บ้้านอื่่�นๆ
ก็ไ็ ม่ส่ ะดวกนักั ซึ่ง� สวนชลมาศของคุณุ สุคุ นธ์น์ ั้้น� มีตี ้น้ ลิ้้น� จี่ท� ี่่ม� ีอี ายุถุ ึงึ 200 ปีี
ซึ่่�งทวดของเขาเป็็นคนนำำ�กิ่่�งมาจากเมืืองจีนี
“…ตอนท่ีเหล่าก๋งน่ังเรือมาเอาก่ิงลิ้นจ่ีอันน้ี มาด้วย แล้วก็เอามา
ปลูกไว้ท่ีนี่แต่ตอนน้ีไม่ค่อยออกลูกแล้วเพราะหนาวไม่นาน…” (สุคนธ์
ชลมาศ, สัมภาษณ์ 31 กรกฎาคม 2561)
ผลไม้้ชื่�อดัังของเมือื งระยอง
จากการลงเกบ็ ข้อมลู สวนผลไม้เมอื งระยองนน้ั พบว่า ผลไม้ท่ีเปน็
ที่นิยมทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภค มีด้วยกัน 4 ชนิด คือ เงาะ มังคุด
ลองกอง และทเุ รยี น ซงึ่ ถอื เปน็ ของขน้ึ ชอ่ื และเปน็ ทร่ี จู้ กั กนั ในจงั หวดั ระยอง
คนจีนโพน้ ทะเล ผคู้ นและวิถชี ีวติ 4 — วถิ ีชวี ิตคนระยอง อาชพี และการท�ำ มาหากิน 153
เงาะจากสวนชลมาศ
เงาะ
เงาะเป็็นไม้ผ้ ลเมืืองร้อ้ น มีถี ิ่่�นกำำ�เนิิดในประเทศอิินโดนีีเซียี และ
มาเลเซยี โดยทั่วไปเงาะเปน็ ไมผ้ ลทเี่ จรญิ เตบิ โตไดด้ ี ในบรเิ วณทม่ี คี วามชน้ื
ค่่อนข้้างสููง เงาะในประเทศไทยจึึงนิิยมปลููกในบริิเวณภาคตะวัันออกและ
ภาคใต้้ ในช่่วงแรกพัันธุ์�เงาะในจัังหวััดระยองที่่�เป็็นที่่�นิิยม คืือ พัันธุ์์�สีีชมพูู
ซึ่ง� มีเี ม็ด็ ใหญ่่ เนื้้อ� บาง รสชาติหิ วานอมเปรี้ย� ว จนกระทั่่ง� คุณุ สุนุ ทร ราชวัฒั น์์
เกษตรกรแห่่งบ้้านนาตาขวััญไปนำำ�เอาพัันธุ์ �เงาะโรงเรีียนมาจากตำำ�บล
นาสาร จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี มาปลูกท่ีจงั หวดั ระยอง เงาะพนั ธ์โุ รงเรยี นจึง
เร่ิมเป็นท่ีนิยมในกลุ่มชาวสวนในระยอง แต่คนระยองนั้นยังไม่นิยมกินกัน
จึงต้องส่งไปขายที่กรุงเทพฯ จนช่วงหลังที่คนระยองเร่ิมหันมาให้ความ
สนใจเงาะพันธุ์นี้ เน่ืองจากมีเนื้อมาก รสชาติหวาน จึงไม่ต้องส่งเงาะ
โรงเรียนเขา้ ไปขายในกรงุ เทพฯ
154 ระยอง เล่ม 4
การดูแลรักษาเงาะจะแบ่งออกเป็นแต่ละช่วงเวลา คือช่วงหลัง
เกบ็ เก่ี ยว ชว่ งออกดอก และช่วงออกผล
หลัังเก็็บเกี่�่ยว (ประมาณเดืือนกรกฎาคม)
1. คอยตัดั แต่ง่ กิ่่ง� ที่่แ� ก่แ่ ละไม่ส่ วยออก
2. เด็ด็ ยอดอ่อ่ นที่่แ� ตกใหม่อ่ อก เพื่่อ� ป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้ส้ ารอาหารไปเลี้้ย� ง
ใบอ่อ่ น หากมีใี บอ่อ่ นออกมาต้น้ ไม้ต้ ้น้ นั้้น� ก็จ็ ะไม่ใ่ ห้ผ้ ล
3. ใส่ป่ ุ๋๋�ยและฉีดี ฮอร์โ์ มน (ปุ๋๋�ยเคมีสี ููตร 8-24 ผสมกับั การใช้ม้ ููลไก่)่
โดยเงาะ จะฉีดี 1 ครั้ง� หลังั เก็บ็ เกี่่ย� ว
ช่่วงออกดอก หลังั จากฝนแล้ง้ แล้ว้ ต้น้ ไม้จ้ ะเริ่ม� ออกดอกซึ่ง� แต่ล่ ะ
ปีีจะไม่่ตรงกััน ขึ้�นอยู่่�กัับว่่าฝนหยุุดตกช้้าหรืือเร็็ว ส่่วนมากจะเป็็นช่่วง
ปลายปีีตั้้�งแต่่เดืือนพฤศจิิกายนเป็็นต้้นไป การดููแลคืือหลัังจากฝนทิ้้�งช่่วง
ประมาณ 1 เดือื นรอจนกิ่่ง� เฉา (เหี่่ย� ว) ได้ท้ี่่� รดน้ำ�ำ� เล็ก็ น้อ้ ย ดอกก็จ็ ะเริ่ม� ออก
แต่ต่ ้อ้ งสังั เกตกิ่่ง� ไม่ใ่ ห้เ้ ฉามากจนเกินิ ไป มิเิ ช่น่ นั้้น� จะออกผลมากเกินิ ทำ�ำ ให้้
ผลไม้้ไม่ไ่ ด้้คุุณภาพ เนื่่อ� งจากสารอาหารไปเลี้้�ยงไม่ท่ ั่่ว� ถึึง
ช่่วงออกผล หลังั จากออกดอกประมาณเดือื นครึ่ง� ดอกจะเริ่ม� บาน
ประมาณเดือื นมกราคม–กุมุ ภาพันั ธ์์ หลังั จากดอกบานประมาณ 3 เดือื น
ลููกจะเริ่ม� เป็น็ สีแี ดง ก็ส็ ามารถเก็็บได้้ ในช่่วงนี้้ส� ามารถรดน้ำ�ำ�ได้ต้ ามปกติิ
ทุุเรีียน
ช่่วงก่่อน พ.ศ. 2500 คนระยองนิิยมทานทุุเรีียนพื้้�นเมืือง โดยมีี
ทั้้ง� เกิดิ ขึ้น� เองตามธรรมชาติแิ ละปลููกไว้ใ้ นสวน ในสมัยั นั้้น� กว่า่ จะกินิ ทุุเรีียน
ได้้ต้้องรอให้้ตกลงมาก่่อน ดัังนั้้�นเนื้้�อจะเละ ทุุเรีียนพื้้�นเมืืองที่่�เรีียกกัันนั้้�น
ไม่่มีีชื่่�อพัันธุ์์� แล้้วแต่่ว่่าใครจะตั้้�งชื่�่อว่่าอะไร แต่่เมื่่�อเกิิดพายุุใหญ่่เมื่่�อ
ประมาณ พ.ศ. 2500 ทำำ�ให้้ต้้นทุุเรีียนพื้้�นเมืืองสููญพัันธุ์�ไปจนหมด จะมีี
บางต้้นที่่�โคนเป็็นพัันธุ์์�พื้้�นเมืือง และนำำ�กิ่่�งหมอนทองหรืือกิ่่�งชะนีีมา
เสีียบไว้้ จนปััจจุุบัันนี้้�ปลููกพัันธุ์�หมอนทองแทน เนื่่�องจากเป็็นที่่�นิิยม
เพราะมีีเนื้้�อมากและรสหวานอร่่อย
คนจีนโพน้ ทะเล ผคู้ นและวถิ ีชวี ติ 4 — วิถชี วี ติ คนระยอง อาชพี และการท�ำ มาหากนิ 155
ต้น้ ทุเุ รียี นจากสวนชลมาศ
การดููแลรัักษาทุเุ รีียนจะแบ่่งออกเป็น็ แต่ล่ ะช่ว่ งเวลา คืือ ช่่วงหลััง
เก็บ็ เกี่่�ยว ช่ว่ งออกดอก และช่่วงออกผล
หลังั เก็็บเกี่ย่� ว ประมาณเดือื นกรกฎาคม
1. ตัดั แต่ง่ กินิ ที่่แ� ก่แ่ ละไม่ส่ วยออก
2. เด็ด็ ยอดอ่อ่ นที่่แ� ตกใหม่อ่ อกเพื่่อ� ป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้ส้ ารอาหารไปเลี้้ย� ง
ใบอ่อ่ น หากมีใี บอ่อ่ นออกมาต้น้ ไม้ต้ ้น้ นั้้น� ก็จ็ ะไม่ใ่ ห้ผ้ ล
3. ใส่ป่ ุ๋๋�ยและฉีดี ฮอร์โ์ มน (ปุ๋๋�ยเคมีสี ููตร 8-24 ผสมกับั การใช้ม้ ููลไก่)่
ซึ่ง� ทุเุ รียี นจะต้อ้ งหมั่่น� ฉีดี ทุกุ ๆ 10 วันั
ช่่วงออกดอก งดให้น้ ้ำ�ำ� ชาวสวนจะเรียี กกัันว่า่ เป็็นการ “ทรมาน”
หลังั จากฝนทิ้้ง� ช่ว่ งไป 2 อาทิติ ย์จ์ ะเริ่ม� ออกดอกประมาณเดือื นพฤศจิกิ ายน
หลังั จากนั้้น� เดืือนครึ่�ง ดอกจะเริ่�มบาน
ช่่วงออกผล หลัังจากดอกบาน ถ้้าเป็็นทุเุ รียี นหมอนทองให้้นัับไป
120 วันั จะสามารถเก็บ็ ทุเุ รียี นได้้ ส่ว่ นทุเุ รียี นชะนีนี ับั ไป 110 วันั เนื่่อ� งจาก
การสังั เกตความแก่ข่ องทุเุ รียี นด้ว้ ยตาเปล่า่ นั้้น� ทำ�ำ ได้ย้ าก จึงึ อาศัยั การนับั วันั
เพื่่�อป้้องกัันปััญหาทุุเรีียนอ่่อน ดัังนั้้�นจึึงจำำ�เป็็นต้้องคอยจดบัันทึึกเอาไว้้ว่่า
ทุุกเรียี นต้น้ ไหนออกดอกเมื่่อ� ใด
156 ระยอง เลม่ 4
ลองกอง
จากสวนชลมาศ
ลองกอง
ลองกองเร่ิมปลูกในจังหวัดระยองเม่ือประมาณ 40 ปีท่ี ผ่านมา
โดยในช่วงแรกต้องสั่งกิ่งมาจากยะลาแต่ช่วงหลังก็สามารถไปหาซื้อได้
จากจงั หวดั จันทบรุ ี
การดแู ลรกั ษาลองกองจะแบง่ ออกเปน็ แตล่ ะชว่ งเวลา คอื ชว่ งหลัง
เก็บเก่ี ยว ชว่ งออกดอก และช่วงออกผล
หลังั เก็็บเกี่ย่� ว ลองกองจะเก็บ็ เกี่่ย� วได้ช้ ้า้ กว่่าผลไม้ช้ นิดิ อื่่�น ดังั นั้้�น
แล้วช่วงหลังเก็บเก่ี ยวของลองกองจะอยู่ประมาณเดือนสิงหาคม ในช่วงนี้
ชาวสวนต้องดูแลดังนี้
1. ตััดแต่่งกิ่่�ง หลัังจากเก็็บเกี่่�ยวแล้้วที่่�ต้้นจะมีี “ตีีนตุ๊�กแก”
ลักั ษณะเป็น็ กิ่่ง� ไม้ข้ นาดเล็ก็ ๆ งอกออกมาเป็น็ กระจุกุ ตีนี ตุ๊�กแกเหล่า่ นี้้จ� ะเจริญิ
เติบิ โตออกมาเป็น็ ก้า้ นของพวงลองกอง ในช่ว่ งนี้้จ� ะใส่ฮ่ อร์โ์ มนเพื่่อ� ช่ว่ ยให้ก้ ้า้ น
ลองกองตัวั นี้้ง� อกยาวออกมา เรียี กขั้น� ตอนนี้้ว� ่า่ “ใช้ช้ ิบิ ดึงึ ”
2. หลัังจากตีีนตุ๊�กแกยาวออกมาแล้้วจะตััดแต่่งกิ่่�งให้้เหลืือเพีียง
1 กิ่่ง� เท่า่ นั้้น� เพื่่อ� ป้อ้ งกันั การแย่ง่ สารอาหารระหว่า่ งกันั
3. ใส่ป่ ุ๋๋�ยและฉีดี ฮอร์โ์ มน โดยฉีดี แค่ค่ รั้ง� เดียี ว
คนจีนโพ้นทะเล ผคู้ นและวถิ ชี วี ิต 4 — วถิ ีชวี ติ คนระยอง อาชพี และการท�ำ มาหากนิ 157
ช่่วงออกดอก ต้้องทำำ�การแต่่งดอกเนื่่�องจากลองกองมีีปริิมาณ
ดอกมาก โดยจะตััดแต่่งให้้ 1 กิ่่�งเหลืือกช่่อดอกลองกองไม่่กี่่�ช่่อ โดยต้้อง
มีีระยะห่่างที่่�พอดีี ไม่่ให้้ลููกลองกองที่่�ออกมาเบีียดกััน พอดอกบานก็็จะ
เริ่�มติดิ ลููก พอดอกบานจะมีลี ููกสีีเขียี วติิดออกมาก็ต็ ้อ้ งหยุดุ ให้น้ ้ำำ��
ช่่วงออกลููก หลัังจากดอกบาน 4 เดืือนจะสามารถเก็็บลููกได้้
โดยใช้ว้ ิธิ ีกี ารบีบี ลููก ถ้้านิ่่ม� ลงแสดงว่่าแก่่ สามารถเก็็บขายได้้แล้ว้
มังั คุุด
ในจังหวัดระยองนั้นมีการปลูกมังคุดมามากกว่า 100 ปี โดยพบ
หลัักฐานเป็น็ ต้้นมัังคุุดอายุเุ ก่า่ แก่ก่ ว่่า 100 ปีี ที่่ส� วนชลมาศและสวนผลไม้้
ผู้�ใหญ่ส่ มควร การปลููกมังั คุดุ เพื่่�อค้้าขายนั้้น� เริ่ม� ต้้นประมาณ พ.ศ. 2510
แต่ไ่ ม่่เป็็นที่่�นิยิ มนักั เนื่่�องจากให้ผ้ ลผลิิตช้้า ระยะเวลา 5-6 ปีีถึึงจะออกลููก
บางสวนจะปลููกแซมไปในสวนทุุเรีียน คืือ เมื่่�อทุุเรีียนตายก็็จะปลููกมัังคุุด
ทดแทน ต่่อมามัังคุุดเริ่�มเป็็นที่่�นิิยมมากขึ้�น เนื่่�องจากไม่่ต้้องดููแลรัักษา
มากเท่า่ ผลไม้ช้ นิดิ อื่่น� โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่่ง� ทุเุ รียี นที่่ม� ักั ประสบปัญั หารากเน่า่
ชาวสวนจึึงหัันมาปลููกมัังคุุดกัันมากขึ้�น (สมควร ปรางศรีี, สััมภาษณ์์
2 กันั ยายน 2561) มังั คุดุ นั้้น� ไม่ม่ ีสี ายพันั ธุ์�แตกแยกย่อ่ ยไปอย่า่ งเช่น่ ผลไม้้
พัันธุ์�อื่�น แต่่จะมีีการแบ่่งออกเป็็นมัังคุุดลายไทย และมัังคุุดผิิวมััน มัังคุุด
ลายไทยนั้้น� คืือ มังั คุดุ ที่่�มีเี ปลืือกไม่ส่ วย มักั จะมียี างเปรอะอยู่่ต� ามเปลือื ก
จึึงตั้้�งชื่�่อว่่ามัังคุุดลายไทย ส่่วนมัังคุุดผิิวมัันนั้้�นเป็็นมัังคุุดที่่�มีีเปลืือกสวย
แต่่การจะทำำ�ให้้เปลืือกสวยได้้นั้้�นต้้องใช้้สารเคมีีจำำ�นวนมาก ดัังนั้้�นแล้้ว
มังั คุดุ ลายไทยจึงึ กินิ อร่อ่ ยและดีตี ่อ่ สุขุ ภาพมากกว่า่ “…กินิ มังั คุดุ ต้อ้ งกินิ แบบ
ลายไทย มันั อร่่อยกว่่าแบบผิวิ มันั มันั ถึึงยา ส่่วนมากจะส่ง่ ออกนอกกันั …”
(สมควร สิิริภิ ักั ดี,ี สััมภาษณ์์ 11 กันั ยายน 2561)
158 ระยอง เลม่ 4
ต้น้ มังั คุดุ 100 ปีี จาก
สวนผลไม้ผู้้�ใหญ่ส่ มควร
การดููแลรักั ษามังั คุุดจะแบ่ง่ ออกเป็็นแต่ล่ ะช่่วงเวลา คืือ ช่่วงหลััง
เก็็บเกี่่ย� ว ช่ว่ งออกดอก และช่ว่ งออกผล
หลัังเก็็บเกี่�ย่ ว
1. ตัดั แต่ง่ กิ่่ง� ที่่ไ� ม่ส่ มบููรณ์อ์ อก เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้ใ้ บแน่น่ เกินิ ไป เมื่่อ� ต้น้ มังั คุดุ
เริ่ม� สููงเกินิ 6 เมตร ต้อ้ งคอยตัดั ยอดออก เพื่่อ� ให้ง้ ่า่ ยต่อ่ การฉีดี ยาและเก็บ็ ผล
2. ใส่ป่ ุ๋๋�ยคอก ขี้ไ� ก่่ บำ�ำ รุงุ ต้น้
3. งดให้น้ ้ำ�ำ� เพื่่อ� “ทรมาน” ออกดอก ก่อ่ นมังั คุดุ จะออกดอกปลาย
กิ่่ง� จะเป็น็ สีแี ดง จะเรียี กช่ว่ งนี้้ว� ่า่ “ตีนี ตะขาบ”
ช่่วงออกดอก เมื่่อ� ออกดอกแล้้วให้้เริ่ม� ใส่่ปุ๋๋�ยเพื่่�อบำ�ำ รุุง หลัังจาก
นั้้น� 30 วัันดอกจะเริ่�มบาน
ช่่วงออกผล หลัังจากดอกบานแล้ว้ นัับไป 120 วัันจะสามารถเก็็บ
ลููกได้้ โดยช่่วงที่่�เหมาะกัับการเก็็บคืือช่่วงที่่�มัังคุุดมีี “สีีเลืือด” คืือ เปลืือก
มังคุดจะเปล่ี ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงชมพูสามารถเก็บได้แล้ว วันรุ่งขึ้น
จะเปล่ี ยนเปน็ สมี ว่ งพร้อมรับประทาน
คนจนี โพ้นทะเล ผคู้ นและวถิ ีชีวิต 4 — วถิ ชี ีวติ คนระยอง อาชพี และการท�ำ มาหากิน 159
สวนมะม่่วงและพุุทรา ผลไม้ด้ ินิ ทรายบ้า้ นกรอกยายชา
ด้้วยลัักษณะทางภููมิิประเทศอัันหลากหลายของจัังหวััดระยอง
จึึงทำ�ำ ให้ท้ รัพั ยากรที่่โ� ดดเด่น่ ในแต่ล่ ะพื้้น� ที่่ม� ีคี วามแตกต่า่ งกันั ไป สำ�ำ หรับั ที่่�
ชมุ ชนกรอกยายชานนั้ มลี กั ษณะดนิ ทเ่ี ปน็ ดนิ ทรายเนอื่ งจากอยูใ่ กลก้ บั ทะเล
และมีน�้ำจืดใต้ดินที่อยู่ลึกลงไป 4 เมตร ซึ่งเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับการ
ปลูกผลไมอ้ ยา่ งพทุ ราและมะม่วง
“…เมอ่ื ก่อนแถวน้เี ปน็ ทะเลหมด เรียกว่า หาดสชุ าดา ท่ตี รงนี้อยู่
หา่ งจากทะเลแค่ 1 กโิ ลเอง ขา้ งหลงั นกี้ เ็ ปน็ ทะเลแลว้ ถา้ ขดุ บอ่ ลงไปจนถึง
ด้านล่างจะมีเปลือกหอยเต็มไปหมดแต่ตอนน้ี ทะเลมันก็ถอยลงไปกลาย
เป็นพ้ืนที่ปา่ ไม้แทน…” (ทวน วงษเ์ นิน, สัมภาษณ์ 19 ตุลาคม 2561)
สวนมะม่่วงคุุณทวน วงษ์เ์ นิิน และคุุณศัักดา จิิตรดล
คุณุ ทวน วงษ์เ์ นินิ เป็น็ หนึ่่ง� ในเกษตรกรสวนมะม่ว่ งของกรอกยายชา
มะม่ว่ งจากกรอกยายชานั้้น� มีคี วามโดดเด่น่ ที่่ร� สชาติ ิ และเนื้้อ� สัมั ผัสั ที่่ก� รอบ
ไม่เ่ หนียี ว คุณุ ทวนเริ่ม� อาชีพี เกษตรกรเมื่่อ� ประมาณ 40 ปีทีี่่แ� ล้ว้ ซึ่ง� ในขณะนั้้น�
พื้้�นที่่�บริิเวณที่่�เขาอยู่่�ในปััจจุุบัันเป็็นป่่าทั้้�งหมดห่่างจากทะเลเพีียงแค่่
1 กิิโลเมตร คุุณทวนได้้เลืือกมาจัับจองพื้้�นที่่�บริิเวณนี้้� และถางป่่าให้้โล่่ง
เมื่่อ� ถางเรียี บร้อ้ ยแล้ว้ จึงึ เริ่ม� ต้น้ การทำ�ำ สวนพุทุ รา ซึ่ง� เป็น็ พันั ธุ์�ที่ม� ีขีึ้น� อยู่แ�่ ล้ว้
ได้แ้ ก่่ พันั ธุ์�บอมเบย์แ์ ละพันั ธุ์�แอปเปิ้้ล� เนื่่อ� งจากพุทุ ราเป็น็ ผลไม้เ้ พียี งไม่ก่ี่่�
ชนิิดที่่�ขึ้น� ได้้ดีบี นดิินทราย จะมีรี สชาติหิ วาน กรอบ และผิวิ สวยกว่่าพุทุ ราที่่�
ปลููกบนดินิ สมัยั ที่่ค� ุณุ ทวนยังั ทำ�ำ สวนพุทุ ราอยู่�่นั้น� พุทุ รามีรี าคาอยู่�่ที่� 3-5 บาท
ต่่อกิิโลกรััม นำำ�ไปส่่งขายที่่�ศููนย์์การค้้าระยองบริิเวณโรงแรมสตาร์์ การทำำ�
สวนพุุทราต้้องใช้้เวลาและแรงงานจำำ�นวนมาก จนภายหลัังคุุณทวนจึึงได้้
เลิกิ ทำ�ำ สวนพุทุ รา และเหลือื ทิ้้ง� ไว้ใ้ นสวนเพียี งไม่ก่ี่่ต� ้น้ เนื่่อ� งจากประสบปัญั หา
ขาดแคลนแรงงาน หลังั จากที่่ม� ีีโรงงานอุุตสาหกรรมเข้้ามาตั้้�งในพื้้น� ที่่�
160 ระยอง เล่ม 4
รอยต่่อระหว่่างมะม่ว่ งพัันธุ์�
และมะม่ว่ งป่่า จะเห็น็ ได้ว้ ่่า
ลัักษณะลำ�ำ ต้้นมีคี วาม
แตกต่่างกััน
ส�ำหรับมะม่วงนั้น คุณทวนได้เร่ิมพร้อมๆ กับพุทรา เนื่องจาก
บริเวณท่ีดินท่ีเขาถางเพื่อท�ำสวนนั้นมีต้นมะม่วงป่าอยู่แล้ว คุณทวนจึงใช้
วิธีการน�ำกิ่งมะม่วงพันธุ์มาต่อตาเข้ากับตอมะม่วงป่าที่มีอยู่ดั้งเดิม
สาเหตุท่ีต้องน�ำมะม่วงพันธุ์มาต่อเข้ากับตอมะม่วงป่านั้น เน่ืองจากว่า
มะม่วงป่ามีความแขง็ แรง อีกทง้ั รากของมะม่วงป่านัน้ ยังสามารถลงลกึ ไป
จนถึงน�้ำใต้ดิน ท�ำให้สามารถดึงน�้ำและสารอาหารใต้ดินมาหล่อเลี้ยง
ล�ำต้นได้ ปัจจุบันท�ำสวนมะม่วงทั้งหมด 26 ไร่ มี 17 สายพันธุ์ ได้แก่
เขียวเสวย อกรอ่ ง แกว้ น�้ำดอกไม้ น�้ำดอกไมส้ ที อง เจา้ คณุ ทพิ ย์ มนั ศาลายา
อาร์ทู พิมเสน ฯลฯ
การดูแลรักษามะม่วงพันธุ์ท่ีต่อจากตอมะม่วงป่านั้นจะโตเร็ว
เน่ืองจากได้รับน�้ำและสารอาหารที่รากแก้วซ่ึงมีขนาดใหญ่ แล้วตอของ
มะม่วงป่าจะดึงน�้ำขึ้นมาเพื่อหล่อเล้ี ยงล�ำต้น โดยหลังจากที่เสียบยอด
ไม่นานกงิ่ มะม่วงก็เริม่ แตกสาขาออกมา หลงั จากนั้นอีกประมาณ 2 ปกี ็จะ
ออกชอ่ พรอ้ มทจ่ี ะออกผลใหร้ บั ประทาน หนา้ ฤดขู องมะมว่ งนนั้ จะใกลเ้ คยี ง
กบั ผลไมป้ ระเภทอน่ื ๆ ประมาณชว่ งเดอื นเมษายนถงึ พฤษภาคม หลงั จาก
คนจนี โพน้ ทะเล ผู้คนและวถิ ีชวี ติ 4 — วิถชี ีวติ คนระยอง อาชีพ และการทำ�มาหากนิ 161
ผลมะม่่วงในสวน
คุณุ ทวน วงษ์์เนินิ
และ คุุณศักั ดา จิิตรดล
เกบ็ เก่ี ยวผลผลิตเสร็จเรยี บร้อยแลว้ จะตอ้ งตัดแตง่ กิง่ เพ่ือให้แตกใบออ่ น
ใหม่ เมอ่ื เริม่ แตกใบออ่ นแลว้ จะต้องฉีดปุ๋ยบ�ำรุง และฉีดยากันแมลงมากิน
ใบอ่อน หลังจากน้ันจะพักไปประมาณ 15 วัน หรือ 1 เดือนรอจนกว่าฝน
จะตก พอถึงช่วงที่ยอดใบใหม่กลายเป็นสีน�้ำตาลก็จะเร่ิมราดสารเคมีที่
บ�ำรุงต้น หลังจากนั้นนับไปได้ 3 เดือน ราวเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน
ก็จะพรอ้ มแตกชอ่ ดอก และเม่ือชอ่ ดอกกลายเปน็ ผลแลว้ ประมาณ 30 วนั
จะต้องห่อผลมะม่วงด้วยถุงกระดาษเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงวันสีทองมา
เจาะวางไข่ นอกจากมะม่วงที่ออกในฤดูแล้ว ท่ีสวนแห่งนี้ยังมีการท�ำ
มะม่วงนอกฤดูที่จะเรียกกันว่า มะม่วงหน้าทวาย โดยจะใส่สารเคมีในการ
เร่ง่ ดอกและผลให้อ้ อก สามารถเก็็บเกี่่ย� วได้้ในช่่วงปลายปีี ประมาณเดือื น
พฤศจิิกายน-ธัันวาคม มะม่่วงที่่�ออกในช่่วงนี้้�จะขายได้้ราคาดีี เนื่่�องจาก
ผลผลิตมนี อ้ ย ราคาอาจสงู ถึงกโิ ลกรัมละ 100 บาท แตกต่างจากมะมว่ ง
ในฤดูที่มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท การบ�ำรุงต้นมะม่วงในสวน
ของคุณศักดานั้นจะไม่ใช้การโรยปุ๋ยตามโคนต้น เนื่องจากจะท�ำให้บรรดา
รากของต้นมะม่วงน้ันขึ้นมาดูดเอาสารอาหารจากบนหน้าดินอาจเกิด
162 ระยอง เลม่ 4
อัันตรายกัับรากมะม่่วงได้้ อีีกทั้้�งจะไม่่มีีการนำำ�ใบไม้้ไปกองไว้้ตามโคนต้้น
เพื่่อ� เป็น็ ปุ๋๋�ย เนื่่อ� งจากจะทำ�ำ ให้เ้ ป็น็ เชื้อ� รา และอาจทำ�ำ ให้ต้ ้น้ มะม่ว่ งนั้้น� ตายได้้
(ศักั ดา จิิตรดล, สัมั ภาษณ์์ 19 ตุลุ าคม 2561)
การเก็บเก่ี ยวและจ�ำหน่ายมะม่วง ในอดีตวิธีการเก็บมะม่วงจะใช้
ไม้ท้ ี่่ผ� ่า่ ปลายไว้้สอยเก็บ็ จึงึ สามารถเก็บ็ ได้แ้ ค่่ทีีละหนึ่่ง� ผล ผลผลิติ ในสมััย
นั้้น� ส่ว่ นใหญ่แ่ ม่ค่ ้า้ ที่่ม� ารับั ซื้อ� จะเข้า้ มาเก็บ็ มะม่ว่ งเอง และตั้้ง� ราคาให้ท้ ี่่ส� วน
ซึ่่�งจะมีีแม่่ค้้ามารัับซื้้�อหลายเจ้้า แม่่ค้้าส่่วนมากจะนำำ�ไปขายที่่�ศููนย์์การค้้า
ระยอง แต่่ปััจจุุบัันเปลี่่�ยนเป็็นการใช้้ตะกร้้อเก็็บแทน ซึ่่�งเก็็บมะม่่วง
ได้ท้ั้้ง� พวง หลังั จากนั้้น� จะเอาใส่เ่ ข่ง่ ในแต่ล่ ะสวนจะมีแี ม่ค่ ้า้ ประจำ�ำ ที่่ค� อยมาซื้้อ�
มะม่่วงเพีียงรายเดีียว ปััจจุุบัันที่่�สวนคุุณทวนจะมีีแม่่ค้้าประจำำ�เข้้ามาซื้้�อ
มะม่ว่ งและนำ�ำ ไปขายเองที่่ห� น้า้ สวน ปัจั จุบุ ันั มะม่ว่ งกรอกยายชากลายเป็น็
มะม่่วงที่่�มีีชื่่�อเสีียงเนื่่�องจากมีีรสชาติิที่่�หวานอร่่อย และเนื้้�อสััมผััสที่่�หวาน
จึงึ ทำ�ำ ให้ม้ ีีลููกค้า้ จากที่่อ� ื่่น� เข้า้ มาซื้้�อถึึงที่่�สวนเลย
สวนพุุทราคุุณปู่่� สวนพุุทราเก่่าแก่่จัังหวััดระยอง
คุณนฤมล พงษ์พันธ์ณิชย์ เป็นเกษตรกรสวนพุทราที่ท�ำสืบต่อมา
จากบรรพบุรุษ โดยปลูกพุทราทั้งสิ้น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์บอมเบย์
พันธุ์แอปเปิ้ล และพันธุ์สามรส ในปัจจุบันสวนพุทราคุณปู่แห่งนี้เป็นสวน
พทุ ราทมี่ ขี นาดใหญ่และเก่าแก่ เหลือเพียงสวนแห่งเดยี วในจงั หวดั ระยอง
เพราะสวนพุทราส่วนมากได้เลิกกิจการลงไปแล้ว เนื่องจากการดูแลรักษา
ค่อนขา้ งยาก และต้องใช้แรงงานในการเก็บเก่ี ยวผลผลติ จ�ำนวนมาก
การดููแลรักั ษาต้น้ พุทุ ราจะออกผลจำ�ำ นวนมากในช่ว่ งเดือื นสิงิ หาคม
ถึงึ กุมุ ภาพันั ธ์์ หลังั จากเก็บ็ เกี่่ย� วแล้ว้ จะเริ่ม� “ทำ�ำ สาว” คือื การทำ�ำ ให้พ้ ุทุ รา
สามารถออกลููกได้้จำ�ำ นวนมาก และมีีผลใหญ่่เหมืือนกัับที่่�ออกในครั้�งแรก
วิิธีกี ารทำำ�สาว คืือ จะตััดใบและก้้านเล็ก็ ๆ ออกให้้หมดเหลืือไว้้เฉพาะ
กิ่่�งหลััก ลููกพุุทราที่่�เกิิดจากกิ่่�งที่่�ทำำ�สาวนั้้�นจะมีีขนาดใหญ่่ ง่่ายต่่อการ
เก็บ็ เกี่่ย� ว หลังั จากทำ�ำ สาวเรีียบร้้อยแล้้วจะใส่่ปุ๋๋�ยคอกรอบโคนต้้น ซึ่่�งก็ค็ ืือ
คนจีนโพ้นทะเล ผูค้ นและวถิ ีชวี ติ 4 — วิถีชวี ติ คนระยอง อาชีพ และการท�ำ มาหากิน 163
สวนพุุทราคุณุ ปู่่� ขี้ไ� ก่่ พร้อ้ มกับั ใส่ป่ ุ๋๋�ยบำ�ำ รุงุ ลููก และรอจนถึงึ หน้า้ เก็บ็ เกี่่ย� ว การเก็บ็ พุทุ รานั้้�นต้้อง
เด็็ดทีีละลููก ไม่่สามารถตััดออกเป็็นช่่ออย่่างมะม่่วงได้้ เนื่่�องจากลููก
พุทุ รามีขี นาดเล็ก็ จึงึ ควรเด็ด็ ทีลี ะลููกเพื่่อ� ป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้พ้ ุทุ ราช้ำ�ำ� พุทุ ราใน
สวนแห่่งนี้้�จะมีี 2 พัันธุ์�ใน 1 ต้้น ที่่เ� ป็น็ เช่น่ นี้้� เนื่่อ� งมาจากพ่อ่ ของคุุณนฤมล
สังั เกตว่า่ พุทุ ราพันั ธุ์�แอปเปิ้้ล� มักั จะออกดอกก่อ่ น จึงึ นำ�ำ กิ่่ง� ของพันั ธุ์�แอปเปิ้้ล�
มาต่อ่ ตาเข้า้ กันั กับั ต้น้ ของพันั ธุ์�บอมเบย์ ์ เพื่่อ� เป็น็ ตัวั กระตุ้�นให้พ้ ันั ธุ์�บอมเบย์์
ออกดอก ซึ่่ง� หลังั จากทำ�ำ วิธิ ีีการดัังกล่่าว ก็ส็ ามารถช่่วยเร่่งดอกได้้จริิง
ผลไม้้ระยอง ถืือเป็็นผลิิตภััณฑ์์ที่่�มีีความสำำ�คััญต่่อระบบเศรษฐกิิจ
ของจัังหวััดระยอง จากอดีีตที่่�ปลููกกัันเพื่่�อยัังชีีพ จนกระทั่่�งระบบ
สาธารณููปโภคในประเทศไทยได้้พััฒนาขึ้้�น การเคลื่่�อนตััวของผลไม้้ออกสู่�่
ตลาดก็ท็ ำำ�ให้้เงาะ มังั คุุด ทุเุ รียี น และลองกอง กลายเป็น็ พืืชเศรษฐกิจิ หลักั
ของจังั หวัดั ระยอง และด้ว้ ยสภาพทางภููมิศิ าสตร์ท์ ี่่เ� หมาะสม จึงึ ทำำ�ให้ผ้ ลไม้้
ของจังั หวัดั ระยองโด่ง่ ดังั ในเรื่อ�่ งของรสชาติแิ ละคุณุ ภาพ แต่ใ่ นขณะเดียี วกันั
พัฒั นาการของการทำ�ำ สวนในจังั หวัดั ระยอง เทคนิคิ ภููมิปิ ัญั ญาพื้้น� ถิ่่น� ในการ
164 ระยอง เล่ม 4
จัดั การสวนผลไม้ใ้ นรููปแบบต่า่ งๆ ก็ส็ ามารถสะท้อ้ นภาพทางประวัตั ิศิ าสตร์์
ผ่่านวิิถีีชีีวิิตของชาวสวนเอาไว้้ได้้อย่่างน่่าสนใจ พร้้อมทั้้�งเรื่่�องเล่่าของ
ชาวสวนทำ�ำ ให้เ้ ห็น็ ถึงึ จุดุ เริ่ม� ต้น้ ของการทำำ�สวนที่่ม� าพร้อ้ มกับั การเข้า้ มาของ
กลุ่�มชาวจีนี ที่่พ� ยายามจะก่อ่ ร่า่ งสร้า้ งตัวั ในแผ่น่ ดินิ ใหม่่ ความพยายามนี้้เ� อง
ที่่�ทำำ�ให้้เงาะ มัังคุุด ลองกอง ทุุเรีียน พุุทรา และมะม่่วงกลายเป็็นที่่�รู้้�จััก
และได้ร้ ับั ความนิยิ มจากคนทั่่ว� ไป และกลายเป็น็ หนึ่่ง� ในอาชีพี หลักั ที่่ท� ำำ�เงินิ
และสร้้างมููลค่่าทางเศรษฐกิิจให้้กัับเมืืองระยอง
บน
ผลของพุทุ ราพันั ธุ์�บอมเบย์์
หรืือบางคนเรียี กว่า่ พุทุ ราไข่่
เนื่่อ� งจากผลมีลี ัักษณะ
คล้า้ ยกัับไข่่ไก่่
ล่าง
ผลของพุทุ ราพันั ธุ์�แอปเปิ้้�ล
มีีลักั ษณะคล้้ายกับั แอปเปิ้้�ล
ขนาดเล็ก็
คนจีนโพ้นทะเล ผู้คนและวิถชี ีวติ 4 — วิถชี ีวติ คนระยอง อาชพี และการทำ�มาหากิน 165
5 — อาหารคนระยอง
166 ระยอง เลม่ 4
คนจีนโพน้ ทะเล ผู้คนและวิถชี วี ติ 5 — อาหารคนระยอง 167
168 ระยอง เลม่ 4
อาหารพื้นบ้านของแต่ละท้องถ่ิน เป็นตัวแทนของภูมิปัญญาของ
ผู้คนที่น�ำเอาวัตถุดิบทางธรรมชาติจากรอบตัวผสมผสานจนกลายเป็น
เอกลักั ษณ์ข์ องแต่ล่ ะพื้้น� ที่่� สำ�ำ หรับั อาหารในจังั หวัดั ระยองนั้้น� มีคี วามโดดเด่่น
ในแง่ข่ องวัตั ถุดุ ิบิ ที่่เ� กิดิ จากการผสมผสานระหว่า่ งการทำ�ำ ประมงและการทำ�ำ
สวนผลไม้้ในจัังหวััดระยองจนกลายเป็็นอาหารพื้้�นบ้้านที่่�รัับประทานกัันใน
ครััวเรืือน รวมไปถึงึ พืืชผักั พื้้�นบ้้านที่่ส� ามารถพบได้้ทั่่�วไปในพื้้�นที่่� และนำำ�มา
ประกอบอาหารร่ว่ มกัันกัับเนื้้�อสััตว์์
พืชผกั และสมนุ ไพรท้องถนิ่ เมืองระยอง
แขนงสบั ปะรด คอื สว่ นบรเิ วณแกนท่ี ยน่ื ขนึ้ มาจากผลของสับปะรด
ชาวระยองนิยมน�ำแขนงสับปะรดมาใส่ในแกงเผ็ด โดยจะสับหรือซอยเป็น
เส้นเล็กๆ และแช่ในน�้ำเกลือก่อนท่ีจะน�ำมาแกง เนื่องจากจะมีรสชาติขม
เล็กน้อย โดยในจังหวัดระยองมีไร่สับปะรดเป็นจ�ำนวนมากบริเวณอ�ำเภอ
บ้านคา่ ย และอ�ำเภอปลวกแดง
แขนงสับั ปะรด
คนจนี โพน้ ทะเล ผ้คู นและวิถีชวี ิต 5 — อาหารคนระยอง 169
พริกิ ตุ้�ม
พรกิ ตุม้ พรกิ ชนดิ หนง่ึ รปู รา่ งคลา้ ยมะเขอื พวง นยิ มใสใ่ นแกงเผด็
แทนมะเขอื พวง
เม็็ดกระบก ต้้นกระบกเป็็นต้้นไม้้ที่่�พบมากในจัังหวััดระยอง
ส่ว่ นของเม็ด็ นั้้น� จะอยู่ภ�่ ายในผล รููปร่า่ งลักั ษณะคล้า้ ยกับั เมล็ด็ อัลั มอนด์์ นิยิ ม
นำำ�มาทำ�ำ ข้า้ วราง ซึ่่ง� ถือื เป็น็ อาหารพื้้�นบ้า้ นอีีกอย่า่ งหนึ่่�งของชาวระยอง
ผัักกระชัับ ผัักกระชัับเป็็นพืืชเฉพาะถิ่่�นของบ้้านทะเลน้้อย
อำ�ำ เภอแกลง จังั หวัดั ระยอง ผักั ชนิดิ นี้้เ� ป็น็ พืชื ล้ม้ ลุกุ อายุสุั้้น� มักั จะขึ้น� ในท้อ้ งนา
หลังั จากที่่เ� ก็บ็ เกี่่ย� วข้า้ วไปเรียี บร้อ้ ยแล้ว้ ดินิ ของบ้า้ นทะเลน้อ้ ยนั้้น� มีปี ริมิ าณ
ความเค็็มอยู่่�ที่� 3-5% ซึ่่�งเหมาะสมกัับการเจริิญเติิบโตของผัักกระชัับ
จึึงทำำ�ให้้ผัักกระชัับกลายเป็็นผัักท้้องถิ่่�นที่่�มีีเฉพาะที่่�บ้้านทะเลน้้อยแห่่งนี้้�
ผัักกระชัับนั้้�นหากขึ้ �นเองตามธรรมชาติิจะสามารถเก็็บต้้นอ่่อนรัับประทาน
ได้้ในช่่วงปลายเดืือนกุุมภาพัันธ์์-ต้้นเดืือนมีีนาคม ผู้้�คนในบ้้านทะเลน้้อย
นั้นรับประทานต้นอ่อนผักกระชับมาเป็นระยะเวลานาน โดยนิยมน�ำมาใส่
ในแกงสม้ และทานดิบคู่กับน�้ำพรกิ
170 ระยอง เล่ม 4
สมุุนไพรท้้องถิ่่�น
เนื่่�องจากลัักษณะทางภููมิิศาสตร์์ของจัังหวััดระยองนั้้�นมีีพื้้�นที่่�
บางส่่วนเป็น็ ป่า่ จึึงทำ�ำ ให้้การใช้ส้ มุุนไพรเข้้ามาเป็็นวััตถุดุ ิบิ ในการประกอบ
อาหารดว้ ยเชน่ กัน โดยสมุนไพรทมี่ ักจะพบในอาหารระยอง ไดแ้ ก่
ผัักชีีไร่่ เป็็นผัักที่่�มีีกลิ่่�นหอมฉุุน อยู่่�ในตระกููลเดีียวกัับผัักชีี
มีสี รรพคุณุ แก้ท้ ้อ้ งอืดื ท้อ้ งเฟ้อ้ วิงิ เวียี น สำ�ำ หรับั จังั หวัดั ระยองนั้้น� นิยิ มนำ�ำ
ผักั ชีไี ร่ไ่ ปตากแห้ง้ แล้้วนำำ�มาเป็น็ ส่ว่ นผสมในเครื่อ่� งพริิกแกง
ผักั ชีไี ร่่
กระวาน เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ล�ำต้นมีความสูงประมาณ
2 เมตร โดยมีีกาบใบหุ้�มซ้้อนกัันทำำ�ให้้ดููคล้้ายลำำ�ต้้น ต้้นกระวานมัักขึ้�นใน
ที่่�ร่่มหรืือใต้้ร่่มไม้้ที่่�มีีความชื้�นสููง หรืือในที่่�ที่่�มีีฝนตกชุุก พบได้้ทั่่�วไปตาม
ไหล่่เขาในบริิเวณป่่าดงดิิบ คนในจัังหวััดระยองนั้้�นนิิยมกิินหน่่อของต้้น
กระวาน โดยน�ำมาหนั่ เป็นแทง่ ลกั ษณะคล้ายหน่อไมใ้ สล่ งไปในแกงเผ็ด
ไพล เป็็นไม้้ล้้มลุุกมีีความสููงประมาณ 0.7-1.5 เมตร มีีเหง้้าอยู่่�
ใต้ดิน เปลือกมีสีน�้ำตาลแกมเหลืองเน้ือด้านในมีสีเหลืองถึงสีเหลืองแกม
เขยี ว ลักษณะคล้ายขมิน้ นิยมน�ำมาใสผ่ สมเปน็ เครื่องพรกิ แกงเผด็
คนจีนโพ้นทะเล ผคู้ นและวถิ ีชวี ิต 5 — อาหารคนระยอง 171
ขงิ แหง้ เปน็ ไมล้ ม้ ลกุ ใบเล้ี ยงเดี่ยว เปน็ เหงา้ อยูใ่ ตด้ นิ เนอ้ื ในมสี ขี าว
ออกม่วง มีสรรพคุณแก้ไข้ คลื่นเหียนขับเสมหะ นิยมน�ำมาเป็นส่วนผสม
หนึ่งในเคร่อื งแกง
อาหารพื้้�นบ้้านเมืืองระยอง
อาหารพื้นบ้านของจังหวัดระยองเป็นการผสมผสานเอาวัตถุดิบ
ในท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างหลากหลายเข้ามารวมไว้ด้วยกัน เอกลักษณ์ของ
อาหารระยองนั้นคือความสดใหม่ของอาหารที่ทะเลที่ผสมสานเข้ากับ
พืชผกั สมุนไพรทอ้ งถิน่ ออกมาเปน็ อาหารท่ีมีรสชาตจิ ดั จ้าน ครบรส ไดแ้ ก่
แกงเผ็็ด
ซา้ ย ขั้นตอนการท�ำแกงเผ็ดมีลักษณะเหมือนกับการท�ำแกงป่าของ
ปลาเห็ด็ โคนที่่น� ำ�ำ มาใช้เ้ ป็็น ภาคกลาง คอื น�ำพรกิ แกงไปเค่ี ยวในน�้ำทตี่ งั้ จนเดอื ดและใสเ่ นอ้ื สตั วล์ งไป
วััตถุุดิบิ ในการทำ�ำ แกงเผ็ด็ แกงเผ็ดของจังหวัดระยองนั้น ส่วนมากจะใช้ปลาทะเลเป็นวัตถุดิบหลัก
ขวา เช่น่ ปลาดาบลาว ปลาเห็ด็ โคน เป็น็ ต้น้ หลังั จากเนื้้อ� สัตั ว์ส์ ุกุ จึงึ ใส่ผ่ ักั และ
แกงเผ็็ดปลาเห็ด็ โคน สมุุนไพร ได้้แก่่ พริิกตุ้�ม มะเขืือเปราะ แขนงสัับปะรด ใบกะเพรา
สาธิิตวิธิ ีีการทำ�ำ โดย และพริิกอ่่อน สามารถปรุุงรสชาติิตามความชอบ ซึ่่�งโดยทั่่�วไปแล้้วแกง
คุุณจำ�ำ ลอง ศรีรี ัักษา เผ็็ดระยองจะต้อ้ งมีีรสชาติิเผ็็ดและเค็ม็
172 ระยอง เลม่ 4
สง่ิ ทที่ �ำใหแ้ กงเผด็ ระยองมคี วามแตกตา่ งจากพนื้ ทอี่ นื่ คอื พรกิ แกง
ของระยองนนั้ จะไดร้ บั อทิ ธพิ ลมาจากจงั หวดั ตราดและจนั ทบรุ ี โดยจะผสม
สมุนุ ไพรป่า่ ลงไปในพริกิ แกงด้ว้ ย ส่ว่ นผสมของพริกิ แกงจะประกอบไปด้ว้ ย
ข่า่ ตะไคร้้ ผิวิ มะกรููด พริกิ แห้ง้ พริกิ ขี้ห� นูู กระเทียี ม เม็ด็ ผักั ชีไี ร่่ และลููกกระวาน
(จำำ�ลอง ศรีีรัักษา, สััมภาษณ์์ 14 กัันยายน 2561)
ต้ม้ สับั ปะรด
ต้ม้ สับั ปะรดเป็น็ การนำ�ำ สับั ปะรด ซึ่ง� เป็น็ ผลไม้ท้ ี่่ห� าได้ง้ ่า่ ยในจังั หวัดั
ระยองมาเป็น็ ส่ว่ นประกอบหลักั เมนููต้ม้ สับั ปะรดสามารถรับั ประทานได้ท้ ั้้ง�
เด็ก็ และผู้�ใหญ่่ เนื่่อ� งจากมีรี สชาติหิ วาน เค็ม็ อีกี ทั้้ง� ยังั สามารถเก็บ็ ไว้ไ้ ด้น้ าน
เนื่่อ� งจากมีนี ้ำ�ำ� ตาลเป็น็ ตัวั ช่ว่ ยในการถนอมอาหาร วัตั ถุดุ ิบิ ในการทำ�ำ ประกอบ
ไปด้้วยเนื้้�อสััตว์์ (นิิยมใช้้เป็็นเนื้้�อหมููส่่วนซี่่�โครงหรืือหมููสามชั้�น เนื่่�องจาก
มีีเนื้้�อนิ่่�ม เคี่่�ยวให้้เปื่่�อยได้้ง่่าย) หอมแดง พริิกไทย กระเทีียม กะปิิ
ซีีอิ๊๊�วหวาน น้ำำ��มัันหอย น้ำ�ำ�ตาลโตนด และน้ำำ��ปลา โดยขั้้�นตอนและวิิธีีการ
ทำำ�ต้้มสับั ปะรดนั้้น� มีีดัังนี้้�
1. ทำ�ำ เครื่�องผััด โดยนำ�ำ หอมแดง กระเทีียม และพริิกไทยตำ�ำ ให้้
เข้้ากััน หลัังจากนั้้�นใส่่กะปิิลงไปและตำ�ำ จนเป็็นเนื้้�อเดีียวกััน โดยควรใส่่
หอมแดงจำ�ำ นวนมาก และใส่ก่ ะปิปิ ริมิ าณน้อ้ ย เพื่่อ� ป้อ้ งกันั ไม่ใ่ ห้ก้ ลิ่่น� กะปิกิ ลบ
กลิ่่น� อื่่น� ๆ
2. เตรียี มเนื้้อ� หมูู โดยหั่่น� เป็น็ ชิ้น� พอดีคี ำ�ำ เพื่่อ� เป็น็ การประหยัดั เวลา
ในการเคี่่ย� ว
3. ผัดั เครื่อ� งที่่เ� ตรียี มไว้้ และนำ�ำ เนื้้อ� หมูู สับั ปะรดลงไปผัดั จนหมููสุกุ
จากนั้้น� เติมิ น้ำ��ำ ให้ท้ ่ว่ มแล้ว้ เคี่่ย� วต่อ่ จนหมููนุ่่�ม
4. หลังั จากที่่น� ้ำ��ำ งวดลงให้ป้ รุงุ รสด้ว้ ยซีอี ิ๊๊�วหวาน น้ำ��ำ มันั หอย น้ำ�ำ� ตาล
โตนด และน้ำ�ำ� ปลา
5. เคี่่�ยวต่่อจนหมููนุ่่�ม พร้้อมทั้้�งชิิมรสตามความชอบ โดยหมููต้้ม
สับั ปะรดนั้้น� จะมีรี สชาติหิ วาน เค็ม็ และเปรี้ย� วปลายๆ จากสับั ปะรด (นันั ทิดิ า
ทองน้อ้ ย, สัมั ภาษณ์์ 14 กันั ยายน 2561)
คนจีนโพน้ ทะเล ผู้คนและวถิ ชี ีวิต 5 — อาหารคนระยอง 173
ต้ม้ สับั ปะรด สาธิติ วิธิ ีกี าร หมููชะมวง
ทำ�ำ โดยคุณุ นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย
หมููชะมวงเป็็นอาหารขึ้�นชื่่�อของภาคตะวัันออก สามารถพบได้้
ทั้้ง� ในจังั หวัดั จันั ทบุรุ ีแี ละระยอง แต่ห่ มููชะมวงของจังั หวัดั ระยองนั้้น� จะไม่ใ่ ส่่
ตะไคร้้ลงในเครื่�่องแกง มีีรสชาติิ เปรี้�ยว หวาน เค็็ม และเผ็็ดเล็็กน้้อย
สำ�ำ หรับั วัตั ถุดุ ิบิ ในการทำ�ำ หมููชะมวงนั้้น� ได้แ้ ก่่ เครื่อ� งแกง ซึ่ง� ประกอบไปด้้วย
พริกิ แห้ง้ ข่า่ หอมแดง กระเทียี ม กะปิิ เนื้้อ� หมููส่ว่ นขาหน้า้ ที่่ม� ีไี ขมันั ไม่ม่ าก
ใบชะมวง น้ำ�ำ�ตาล น้ำำ��ปลา และน้ำ�ำ�มะขามเปีียก โดยมีีขั้�นตอนและวิิธีีการ
ท�ำหมชู ะมวง ดงั น้ี
1. ทำ�ำ เครื่อ� งแกงโดยนำ�ำ พริกิ แห้ง้ หอมแดง กระเทียี ม ไปเผาให้ส้ ุกุ
แล้้วนำ�ำ มาปอกเปลืือก ตำ�ำ รวมกัับกะปิิและข่่า (บางบ้้านอาจะนำ�ำ พริิกแห้้ง
หอมแดง และกระเทียี มไปผัดั น้ำ��ำ มันั แทน เพื่่อ� ให้พ้ ริกิ แกงมีสี ีสี วย ไม่ค่ ล้ำ��ำ จาก
รอยไหม้ท้ ี่่เ� กิดิ จากการเผา)
174 ระยอง เลม่ 4
หมููชะมวง 2. เลืือกใบชะมวงที่่�ไม่่อ่่อนหรืือไม่่แก่่จนเกิินไป นำ�ำ ไปเผาไฟให้้
สาธิติ วิิธีีการทำ�ำ โดย ใบอ่อ่ นลง เนื่่อ� งจากเมื่่อ� โดนความร้อ้ นจะทำ�ำ ให้ใ้ บชะมวงมีรี สเปรี้ย� ว
คุุณนันั ทิดิ า ทองน้้อย 3. หั่่น� เนื้้อ� หมููเป็น็ ชิ้น� ใหญ่่
4. ผัดั เครื่อ� งแกงกับั น้ำ�ำ� มันั เล็ก็ น้อ้ ยจนพริกิ แกงสุกุ แล้ว้ ใส่ห่ มููลงไป
พร้อ้ มกับั น้ำ��ำ เคี่่ย� วหมููกับั เครื่อ� งแกงไปสักั ระยะหนึ่่ง�
5. ใส่ใ่ บชะมวงลงไป เคี่่ย� วทิ้้ง� ไว้จ้ นหมููนุ่่�ม หากน้ำ��ำ งวดลงสามารถ
เติมิ น้ำ��ำ ได้้
6. เมื่่อ� หมููนุ่่�มแล้ว้ ปรุงุ รสด้ว้ ย น้ำ�ำ� ตาล น้ำ��ำ มะขามเปียี ก และน้ำ��ำ ปลา
สามารถปรุงุ รสตามความพอใจ (นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย, สัมั ภาษณ์์ 14 กันั ยายน
2561)
คนจนี โพน้ ทะเล ผ้คู นและวิถชี วี ิต 5 — อาหารคนระยอง 175
ขนมจีนี น้ำ��ำ ยาปลาต้ม้
ขนมจีนน�้ำยาปลาต้มเป็นอาหารพื้นบ้านที่ทานได้ทุกเพศทุกวัย
และมีวี ิธิ ีกี ารทำ�ำ ที่่ไ� ม่ยุ่่�งยาก ส่ว่ นประกอบมีดี ังั นี้้� ปลาทะเล (ปลาโม่ง่ ปลาทูู
ปลาสีขี น) ตะไคร้้ หอม กระชาย น้ำ��ำ ปลา และขนมจีนี โดยขั้้น� ตอนและวิธิ ีี
การทำ�ำ มีี ดัังนี้้�
1. ทุบุ ตะไคร้้ หอม กระชาย ใส่ล่ งในน้ำ�ำ�
2. รอจนน้ำ��ำ เดือื ดใส่ป่ ลาที่่ท� ำ�ำ ความสะอาดลงไป
3. พอน้ำ��ำ เดืือดอีีกครั้�งใส่่น้ำ�ำ� ปลาเพื่่�อปรุุงรส รอน้ำ�ำ� เดืือดอีีกครั้�งก็็
สามารถทานได้้โดยทานพร้้อมกัับขนมจีีน หากต้้องการให้้มีีรสชาติิเผ็็ด
สามารถทุบุ พริกิ ใส่ล่ งไปได้ ้ (มานิดิ า หยาดทอง, สมจิติ ร ทองสีใี ส และอัญั
ชิสิ า โกสุมุ , สัมั ภาษณ์์ 19 ตุลุ าคม 2561)
กะปิิโหว่่ (กะปิิคั่่�ว)
กะปิโหว่หรือกะปิค่ั วเป็นเคร่ืองจ้ิมประเภทหน่ึงของจังหวัดระยอง
นิยมทานกับผักสด กะปิค่ั วแบบด้ังเดิมของระยองนั้นจะไม่ใส่เนื้อสัตว์
ส่วนผสมมีหอมแดง ตะไคร้ และกะปิต�ำรวมกัน เคี่ยวกะทิให้เป็นข้ีโล้
(แตกมนั มนี �้ำมนั ลอย) แลว้ เอากะปไิ ปผดั จนแหง้ แตไ่ มถ่ งึ กบั รว่ น มรี สชาติ
เค็มน�ำ จิ้มกินกับผักพื้นบ้าน หรือคลุกกับข้าว แต่ในปัจจุบันได้มีการ
ดัดแปลงรสชาติของกะปิค่ั วให้ถูกปากมากขึ้น โดยเพิ่มเติมน�้ำตาลและ
เน้ือสตั ว์ลงไป โดยมวี ตั ถดุ ิบดงั น้ี กะปิ ตะไคร้ หอมแดง หวั กะทิ หมบู ด
น�้ำมันพชื ซอี ิว๊ ด�ำ น�้ำตาล ขนั้ ตอนและวธิ ีการท�ำกะปิโหว่ (กะปคิ ่ั ว) มดี งั น้ี
1. ซอยตะไคร้แ้ ละหอมแดงนำ�ำ ไปตำ�ำ รวมกันั กะปิใิ ห้ล้ ะเอียี ด
2. นำ�ำ กะปิทิ ี่่ต� ำ�ำ ไว้เ้ รียี บร้อ้ ยแล้ว้ ผัดั เข้า้ กับั หัวั กะทิ ิ ต้อ้ งหมั่่น� คนอยู่�่
เรื่อ� ยๆ เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้ต้ ิดิ กระทะ
3. ใส่เ่ นื้้อ� หมููบด ผัดั ไปจนกะทิแิ ตกมันั
4. ปรุงุ รสด้ว้ ยน้ำ�ำ� ตาล ทานพร้อ้ มกันั กับั ผักั สด (นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย,
สัมั ภาษณ์์ 18 ตุลุ าคม 2561)
176 ระยอง เลม่ 4
ข้้าวราง
ข้าวราง คือ การน�ำเม็ดกระบกมาคั่วจนสุกหอม และน�ำไปต�ำจน
ละเอียด ใส่น�้ำตาลและเกลือให้มีรสหวานเค็ม เม่ือต�ำจนละเอียดได้ท่ีแล้ว
จึงน�ำมาอัดใส่กรวยใบตองตากไว้ให้แห้ง สามารถเก็บได้นานหลายเดือน
เมอ่ื จะรบั ประทานใหน้ �ำกอ้ นขา้ วรางหมกไวใ้ นขา้ วทเี่ พงิ่ หงุ สกุ กอ้ นขา้ วรางน้ี
จะนิ่่�มลงจนสามารถนำำ�มาคลุุกข้้าวกิินได้้ (เรณูู สุุวรรณโณ, สััมภาษณ์์
3 กันั ยายน 2561)
น้ำ�ำ� พริกิ ระกำำ�
น�้ำพรกิ ระก�ำเปน็ น�้ำพรกิ พนื้ บา้ น วธิ ที �ำคลา้ ยกบั น�้ำพรกิ กะปิ แตใ่ ช้
ระก�ำในการให้รสชาติเปรี้ยวแทนมะนาว น�้ำพริกระก�ำจะมีกลิ่นที่หอมกว่า
น�้ำพริกที่ปรุงด้วยมะนาว จึงต้องกินกับผักที่มีกลิ่นแรง เช่น สะตอหรือ
กระเฉด วตั ถดุ บิ ในการท�ำน�้ำพรกิ ระก�ำ ไดแ้ ก่ กะปิ กระเทยี ม พรกิ ขห้ี นสู วน
ระก�ำ น�้ำมะนาว (หากระก�ำรสชาติเปรี้ยวไม่พอ) น�้ำตาล และมะเขือพวง
โดยข้ันตอนและวธิ กี ารท�ำน�้ำพรกิ ระก�ำมดี งั นี้
1. ปอกเปลือื กระกำ�ำ และหั่่น� บางๆ
2. ตำ�ำ กะปิกิ ับั กระเทียี ม จนกว่า่ กระเทียี มจะเนียี นเข้า้ กับั กะปิิ
3. ใส่พ่ ริกิ ขี้ห� นููสวนและระกำ�ำ ตำ�ำ ให้ล้ ะเอียี ด
4. จากนั้้น� ตักั ใส่ถ่ ้ว้ ยแล้ว้ จึงึ ปรุงุ รสด้ว้ ยน้ำ�ำ� ตาลชิมิ รสตามใจชอบ
5. ตำ�ำ มะเขืือพวงให้้แหลกเพื่่�อโรยหน้้า ทานพร้้อมกัันกัับผัักสด
(นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย, สัมั ภาษณ์์ 18 ตุลุ าคม 2561)
พริกิ เกลืือ
คนระยองจะเรียี ก พริกิ เกลือื แทนชื่อ�่ ของเครื่อ� งจิ้ม� ต่า่ งๆ ซึ่ง� ลัักษณะ
พริกิ เกลือื ของคนระยองมีีดัังนี้้�
คนจีนโพน้ ทะเล ผคู้ นและวิถชี ีวิต 5 — อาหารคนระยอง 177
พริกิ เกลืือสำำ�หรัับกินิ กัับอาหารทะเล คือื พริิก กระเทีียม รากผักั ชีี
ตำ�ำ เข้า้ ด้ว้ ยกันั ปรุงุ รสด้ว้ ยน้ำ�ำ� ปลา น้ำ��ำ ตาล และมะนาว ซึ่ง� เราจะรู้�จักกันั ดีวี ่า่
นี่่�คือื น้ำ��ำ จิ้ม� ซีฟีู้�ด
พริกิ เกลือื สำำ�หรัับคลุุกข้า้ วกินิ นำำ�มะพร้้าวคั่่�วคลุุกกัับเกลืือและ
น้ำ�ำ�ตาล เรีียกพริิกเกลืือ แต่่ไม่่มีีพริิกเป็็นส่่วนประกอบ ไว้้ใช้้สำำ�หรัับคลุุก
ข้้าวกิิน (มานิิดา หยาดทอง, สมจิิตร ทองสีีใส และอััญชิิสา โกสุุม,
สััมภาษณ์์ 19 ตุุลาคม 2561)
น้ำำ�� พริกิ แมงกะพรุุน
ในการทำ�ำ น้ำ�ำ� พริกิ แมงกะพรุนุ นั้้น� แยกส่ว่ นประกอบออกเป็น็ 2 ส่ว่ น คือื
ส่ว่ นของแมงกะพรุนุ และส่ว่ นของน้ำ��ำ พริกิ ที่่เ� ป็น็ เครื่อ� งจิ้ม� ไว้ก้ ินิ คู่�่ กับั แมงกะพรุนุ
แมงกะพรุุนนั้้น� ไม่่สามารถทานสดได้้ เนื่่�องจากมีกี ลิ่่น� คาวและเนื้้�อ
สััมผััสนิ่่�ม เละ จึึงต้้องนำำ�มาดองกัับเปลืือกต้้นอิินทรีีก่่อนเพื่่�อให้้มีีเนื้้�อ
สััมผััสที่่�กรอบ ทานอร่่อยมากขึ้�น โดยส่่วนมากจะนิิยมทานส่่วนอกของ
แมงกะพรุุน วิิธีีการดอง คืือ ตััดแมงกะพรุุนแยกออกเป็็นส่่วนๆ วางเรีียง
ลงในกะละมััง ทุุบเปลืือกไม้้วางไว้้บนแมงกะพรุุนโดยใส่่สลัับชั้�นกัันไป
เรื่อ� ยๆ ไม่ต่ ้อ้ งใส่น่ ้ำ�ำ� หลังั จากนั้้น� แมงกะพรุนุ จะคายน้ำ��ำ ในตัวั ออกมาเหลือื แต่่
เนื้้�อแมงกะพรุุนที่่ร� ััดตัวั เข้า้ หากััน
สำำ�หรัับน้ำ�ำ�พริิกถั่่�วที่่�ใช้้ทานคู่่�กัับแมงกะพรุุนนั้้�น มีีวิิธีีการทำำ�และ
เครื่อ� งปรุงุ ที่่ค� ล้า้ ยคลึงึ กับั น้ำ�ำ� จิ้ม� ซีฟีู้�ด คือื พริกิ (บางบ้า้ นใช้เ้ ป็น็ พริกิ ชี้ฟ� ้า้ แห้ง้
เม็ด็ เล็ก็ เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้ม้ ีรี สเผ็ด็ มากและมีสี ีสี ันั สวยงาม) กระเทียี ม น้ำ�ำ� ตาลทราย
น้ำ��ำ ปลา แต่จ่ ะเพิ่่ม� ถั่่ว� ตัดั และกะปิเิ ข้า้ มาเพื่่อ� เพิ่่ม� ความข้น้ ให้ก้ ับั น้ำ��ำ พริกิ (มานิดิ า
หยาดทอง, สมจิติ ร ทองสีใี ส และอัญั ชิสิ า โกสุมุ , สัมั ภาษณ์์ 19 ตุลุ าคม 2561)
สิ่่�งที่่�ทำำ�ให้้อาหารพื้้�นบ้้านของจัังหวััดระยองนั้้�นมีีเอกลัักษณ์์ คืือ
วัตั ถุดุ ิบิ ที่่ม� ีคี วามหลากหลาย เนื่่อ� งจากลักั ษณะทางภููมิปิ ระเทศของจัังหวััด
ระยองนั้้�นมีีทั้้�งที่่�เป็็นพื้้�นที่่�ติิดชายฝั่่�งทะเล พื้้�นที่่�สวนผลไม้้ และพื้้น� ที่่�ป่า่
178 ระยอง เลม่ 4
ซึ่่�งอาหารพื้้�นบ้้านของระยองนั้้�นเป็็นการผสมผสานวััตถุุดิิบที่่�มีีที่่�มาจาก
หลายแหล่่งเข้้าด้้วยกััน ความเผ็็ดร้้อนและกลิ่่�นหอมอัันเป็็นเอกลักั ษณ์์
ของสมุนุ ไพรพื้้น� บ้า้ น นอกจากจะทำ�ำ ให้อ้ าหารระยองมีรี สชาติแิ ล้ว้ ในอีกี แง่ม่ ุมุ
หนึ่่�งการผสมสมุุนไพรเข้้าไปในอาหารต่่างก็็มีีสรรพคุุณช่่วยในการบำำ�รุุง
ร่่างกาย ดัังนั้้�นจะเห็็นได้้ว่่า เบื้้�องหลัังอาหารพื้้�นบ้้านจานหนึ่่�งสามารถ
สะท้้อนให้้เห็็นถึึงภููมิิปััญญาที่่�ผ่่านการสั่่�งสมและส่่งต่่อกัันมาจากรุ่�นสู่่�รุ่�น
อีีกทั้้�งยัังแสดงให้้เห็็นถึึงความเชื่�่อมโยงและการแลกเปลี่่�ยนวััตถุุดิิบของ
แต่่ละท้้องที่่�ในจัังหวััดระยองที่่�ทำ�ำ ให้้สมุุนไพรจากในป่่ามารวมเข้้ากัับปลา
จากทะเลเอาไว้ไ้ ด้้อย่า่ งลงตััว
คนจนี โพ้นทะเล ผู้คนและวิถชี วี ติ 5 — อาหารคนระยอง 179
บรรณานุุกรม
กำำ�พล จำำ�ปาพัันธ์์. “ราย็็อง (ระยอง): เมืืองชองบนเส้้น ปััทวีี สััตยวงศ์์ทิิพย์์. “การปรัับเปลี่่�ยนวััฒนธรรมการผลิิต
ทางอารยธรรมฝั่�ง่ ทะเลตะวัันออก”, วารสารสถาบััน ของเกษตรกรในภาคตะวัันออก กรณีีศึึกษาผู้้�นำ�ำ กลุ่�ม
วััฒนธรรมและศิิลปะ มหาวิิทยาลััยศรีีนคริินทร อนุรุ ักั ษ์ส์ มุนุ ไพร จังั หวัดั ระยอง.” วิทิ ยานิพิ นธ์ป์ ริิญญา
วิโิ รฒ 18, 1 (กรกฎาคม–ธันั วาคม 2559): 9–14. ศิิลปศาสตรมหาบััณฑิิต สาขาวิิชาไทยศึึกษา บัณั ฑิติ
วิทิ ยาลัยั มหาวิิทยาลัยั บููรพา, 2549.
กรมศิลิ ปากร. ห้า้ ปีใี นสยาม เล่่ม ๒. กรุงุ เทพฯ: กรมศิลิ ปากร,
2559. ภัทั ราพร เนาวรัตั น์ธ์ นากร. “การสื่่อ� สารเพื่่อ� การธำ�ำ รงรักั ษา
อััตลัักษณ์์ทางวััฒนธรรมของชุุมชนถนนยมจิินดา
กระทรวงมหาดไทย. ประวััติิมหาดไทยจัังหวััดระยอง. จังั หวัดั ระยอง.” วิทิ ยานิพิ นธ์ศ์ ิลิ ปศาสตรมหาบัณั ฑิติ
กรุงุ เทพฯ: กระทรวงมหาดไทย, 2525. คณะนิิเทศศาสตร์์และนวััตกรรมการจััดการ สถาบััน
บััณฑิิตพััฒนบริิหารศาสตร์์. 2557.
กาญจนา เหล่่าโชคชััยกุุล. ปากน้ำำ��ประแส. กรุุงเทพฯ:
มหาวิทิ ยาลััยธรรมศาสตร์,์ 2562. ภารดีี มหาขัันธุ์�. การตั้้�งถิ่่�นฐานและพััฒนาการภาค
ตะวันั ออกยุุคปรับั ปรุุงประเทศตามแบบสมัยั ใหม่่จนถึงึ
คณะกรรมการฝ่่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุุ. ปััจจุุบััน. ชลบุรุ ีี: คณะมนุษุ ยศาสตร์์และสัังคมศาสตร์์
วััฒนธรรม พัฒั นาการทางประวัตั ิศิ าสตร์เ์ อกลักั ษณ์์ มหาวิทิ ยาลัยั บููรพา, 2555.
และภููมิิปััญญาจัังหวััดระยอง. กรุุงเทพฯ: กรม
ศิลิ ปากร, 2542. ศรีศี ักั ร วัลั ลิโิ ภดม. อารยธรรมฝั่่ง� ทะเลตะวันั ออก. กรุงุ เทพฯ:
มติิชน, 2545.
ถาวร สิิกขโกศล. “อััตลัักษณ์์จีีนแต้้จิ๋๋�ว.” ศิิลปวััฒนธรรม
30, 3 (มกราคม 2552): 156–169. ไศลรััตน์์ ดลอารมณ์์. “พััฒนาการของการทำำ�ป่่าไม้้สัักใน
ประเทศไทย พ.ศ. 2439–2503.” วิทิ ยานิพิ นธ์ป์ ริญิ ญา
เทศบาลตำำ�บลเมืืองแกลง. 100 ปีี บ้้านตลาดสามย่่าน. อักั ษรศาสตรมหาบัณั ฑิติ สาขาวิชิ าประวัตั ิศิ าสตร์์เอเชียี
ระยอง: เทศบาลตำำ�บลเมือื งแกลง, 2551. ตะวันั ออกเฉียี งใต้้ ภาควิชิ าประวัตั ิศิ าสตร์์ คณะอักั ษร
ศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลััยศิลิ ปากร, 2528.
ธนะ บุุญศิิริิ. วััดโพธิ์์�ทอง โรงเรีียนแห่่งแรกของเมือื ง
แกลงและประวััติเิ มือื งแกลง. กรุุงเทพฯ: อุษุ าการ สิทิ ธิพิ ล เครือรัฐั ติกิ าล. ประวัตั ิศิ าสตร์จ์ ีนี สมัยั ใหม่่. กรุงุ เทพฯ:
พิิมพ์,์ 2553. ชวนอ่่าน. 2555.
ธีีรยุุทธ์์ ศรีีคุ้�ม. การประมงหมึึกสายโดยเปลืือกหอยจุุก “รายงานประจำ�ำ เดืือนของเทศบาลจัังหวััดระยอง พ.ศ.
พราหมณ์์ในอ่่าวไทย. ระยอง: ศููนย์์วิิจััยและพััฒนา 2482 (ม.ท.)”. เอกสารกรมมหาดไทย กองควบคุุม
ประมงทะเลอ่่าวไทยฝั่ง�่ ตะวันั ออก (ระยอง), 2554. เทศบาล (ตลาด–ท่่าเรืือ) กระทรวงมหาดไทย.
มท.5.16.15/28. หอจดหมายเหตุแุ ห่ง่ ชาติ.ิ
ปฐวีี พรหมเสน. “ฟื้้�นอดีีต ตามหาความรุ่�งเรืืองของเมือื ง
ระยองที่่ย� มจินิ ดา.” สารคดีี 29, 342 (สิงิ หาคม 2556): “รายงานประจำ�ำ เดือื นของเทศบาลจังั หวัดั ระยอง พ.ศ. 2479
196–199. (ม.ท.)”. เอกสารกรมมหาดไทยกองควบคุุมเทศบาล
กระทรวงมหาดไทย. มท.5.16.7/64. หอจดหมายเหตุุ
ประพิิณ มโนมััยวิิบููลย์์. “ชุุมชนจีีนในประเทศไทย : หลาก แห่ง่ ชาติิ.
หลายสำ�ำ เนียี งจีนี .” วารสารราชบัณั ฑิติ ยสถาน 36, 4
(ตุลุ าคม–ธัันวาคม 2554): 539–552: 2554.
180 ระยอง เลม่ 4
“ร่่างหนัังสืือสััญญาการรัับและส่่งหนัังสืือเมล์์ ระหว่่าง
กรุุงเทพแลตััวเมืืองชาวทะเลตะวัันออกเฉีียงใต้้แห่่ง
ประเทศสยาม (ม.ท.)”.เอกสารกรมราชเลขาธิิการ
รััชกาลที่่� 5 กระทรวงมหาดไทย. กร 5 ม/39.
หอจดหมายเหตุแุ ห่ง่ ชาติ.ิ
เอนก นาวิกิ มููล. สมุุดภาพเมือื งระยอง. นนทบุรุ ี:ี ต้น้ ฉบับั ,
2561.
โอภาศ อิินทรวงษ์์ และคณะ. “รายงานวิิจััยฉบัับสมบููรณ์์
โครงการ รููปแบบการสร้้างความร่่วมมืือและความ
รัับผิิดชอบดููแลสัังคมชุุมชน ร่่วมกัันของภาคส่่วน
อุุตสาหกรรมและชุุมชน ต.กระแสบน อ.แกลง
จ.ระยอง.” ศููนย์์ประสานงานวิิจััยเพื่่�อท้้องถิ่่�นภาค
ตะวัันออก มหาวิิทยาลััยราชภััฏรำ��ไพพรรณีี, 2552.
คนจนี โพน้ ทะเล ผคู้ นและวถิ ีชวี ิต บรรณานุกรม 181
การสััมภาษณ์์
คีสี ิิน กุสุ สลานุุภาพ. สััมภาษณ์,์ 20 พฤษภาคม 2562. เรณูู สุุวรรณโณ. สััมภาษณ์์, 2 สิิงหาคม 2561 และ
จำ�ำ ลอง ศรีรี ักั ษา. สัมั ภาษณ์์, 14 กัันยายน 2561. 3 กัันยายน 2561.
เฉลีียว ราชบุุรีี. สััมภาษณ์์, 2 สิิงหาคม 2561.
ชม วิเิ ศษศิิลปานนท์์. สััมภาษณ์์, 27 กุมุ ภาพันั ธ์์ 2562. วาสนา วงศ์์ไตรรัตั น์.์ สัมั ภาษณ์์, 20 พฤษภาคม 2562.
ชโลม วงศ์์ทิมิ . สััมภาษณ์์, 28 กุุมภาพันั ธ์์ 2562. วิิลาสิินีี ดอกจันั ทร์.์ สัมั ภาษณ์์, 1 กันั ยายน 2561.
ชัยั ยุทุ ธ เรืืองเอี่่ย� ม. ประธานกลุ่�มประมงเรืือเล็็กเก้้ายอด. วิชิ ัยั พรสมุทุ รสิินธุ์�. สัมั ภาษณ์์, 13 กัันยายน 2561.
วิสิ ููตร ช่า่ งเหล็ก็ . สัมั ภาษณ์์, 17 ตุลุ าคม 2561.
สััมภาษณ์,์ 1 กัันยายน 2561. ศัักดา จิิตรดล. สัมั ภาษณ์์, 19 ตุุลาคม 2561.
ชาตรีี ก่อ่ เกื้้อ� . สัมั ภาษณ์,์ 19 พฤษภาคม 2562. ศัักดิ์์�ชััย สุชุ ินิ ญาพร. สััมภาษณ์์, 13 กัันยายน 2561.
ไชยรัตั น์์ เอื้้อ� ตระกููล. สัมั ภาษณ์,์ 19 พฤษภาคม 2562. สงกรานต์์ (ไม่ท่ ราบนามสกุุล). สัมั ภาษณ์,์ 28 กุมุ ภาพัันธ์์
ทวน วงษ์เ์ นินิ . สัมั ภาษณ์์, 19 ตุลุ าคม 2561.
ธัญั ญธร โอภาปััญญโชติ.ิ สัมั ภาษณ์์, 12 กันั ยายน 2561. 2562.
นวรััตน์์ มุจุ ริินทร์.์ สััมภาษณ์์, 28 กุุมภาพัันธ์์ 2562. สมควร ปรางศรีี. สัมั ภาษณ์์, 2 กัันยายน 2561.
นันั ทิดิ า ทองน้อ้ ย. สััมภาษณ์์, 14 กัันยายน 2561 และ สมควร ศิริ ิภิ ักั ดี.ี สััมภาษณ์,์ 11 กัันยายน 2561.
สมจิิตร ทองสีีใส. สัมั ภาษณ์์, 19 ตุลุ าคม 2561.
18 ตุลุ าคม 2561. สมัญั ญา บำำ�เพ็็ญทาน. สััมภาษณ์,์ 23 พฤษภาคม 2562.
นิสิ ันั ต์์ ตรีลี ้้วน. สััมภาษณ์,์ 14 กัันยายน 2561. สมาน วานิชิ รัตั น์.์ สััมภาษณ์์, 20 พฤษภาคม 2562.
บุุญชูู ตรีีสุคุ นธ์์ภููษา. สัมั ภาษณ์์, 18 ตุลุ าคม 2561. สวาสดิ์์� จัันละออง. สััมภาษณ์,์ 1 มีนี าคม 2562.
เบญจา พงษ์อ์ เนก. สััมภาษณ์,์ 28 กุุมภาพัันธ์์ 2562. สุุคนธ์์ ชลมาศ. สััมภาษณ์์, 2 กันั ยายน 2561.
พรศัักดิ์์� แย้้มกลิ่่�น. นายกสมาคมประมงจัังหวััดระยอง. สุภุ าพร ยอดบริิบููรณ์์. สััมภาษณ์์, 27 กุุมภาพัันธ์์ 2562.
อนุชุ ิิต ตัันติเิ วชวุุฒิิกุุล. สัมั ภาษณ์์, 12 กันั ยายน 2561.
สััมภาษณ์,์ 12 กันั ยายน 2561. อนุุพงศ์์ ชััยษิิริสิ กุลุ วงศ์.์ สัมั ภาษณ์,์ 1 สิิงหาคม 2561.
พิสิ มัยั ติยิ เวศย์.์ สััมภาษณ์,์ 1 สิงิ หาคม 2561. อนุสุ รณ์์ ชัยั ชล. สััมภาษณ์์, 21 พฤษภาคม 2562.
ภัักดีี ทัับทิิมทอง. สัมั ภาษณ์์, 2 สิงิ หาคม 2561. อภินิ ัทั ธ์์ รััตนพรวารีสี ุุกล. สััมภาษณ์,์ 30 กรกฎาคม 2561.
ภาณุุ ธนะสาร. สััมภาษณ์,์ 18 พฤษภาคม 2562. อััญชิสิ า โกสุุม. สััมภาษณ์,์ 19 ตุลุ าคม 2561.
ภาวิิดา รัตั นพรวารีีสกุุล. สัมั ภาษณ์์, 30 กรกฎาคม 2561. อำำ�ไพ แซ่เ่ ตียี ว. สััมภาษณ์์, 20 พฤษภาคม 2562.
มนต์์ชัยั สีใี ส. สััมภาษณ์์, 18 ตุลุ าคม 2561. อุุบล ชลมาศ. สัมั ภาษณ์,์ 2 กัันยายน 2561.
มานิดิ า หยาดทอง. สัมั ภาษณ์,์ 19 ตุลุ าคม 2561.
182 ระยอง เล่ม 4
คนจนี โพน้ ทะเล ผู้คนและวิถีชีวติ บรรณานกุ รม 183
ชื่่�อหนัังสืือ
ระยอง : คนจีีนโพ้้นทะเล ผู้�คนและวิิถีีชีีวิิต
สนัับสนุุนโดย
บริิษััท พีีทีีทีี โกลบอล เคมิิคอล จำำ�กััด (มหาชน)
จััดทำำ�โดย
คณะโบราณคดีี มหาวิิทยาลััยศิิลปากร
ที่�่มา
ชุุดโครงการวิิจััย “ข้้อมููลชาติิพัันธุ์�และวิิถีีชุุมชน” ภายใต้้โครงการคลัังข้้อมููลสารสนเทศศิิลปวััฒนธรรมระยอง
ผู้้�เขีียน
ศศิิธร ศิิลป์์วุุฒยา
ชิิษณุุพงศ์์ รุุจิิโรจน์์วรางกููร
ธัันย์์ชนก สายรอด
คณะวิิจััย
1. อาจารย์์ศศิิธร ศิิลป์์วุุฒยา หััวหน้้าโครงการวิิจััยข้้อมููลชาติิพัันธุ์�และวิิถีีชุุมชนระยอง
2. นางสาวกฤษณา หััตถอััจฉรากุุล ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
3. นายชิิษณุุพงศ์์ รุุจิิโรจน์์วรางกููร ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
4. นางสาวธัันย์์ชนก สายรอด ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
5. นางสาวเจนจิิรา แก้้วประสิิทธิ์� ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
6. นางสาวฐิิติิมาศ คำำ�วงษ์์ ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
7. นางสาวแพรพรรณ งอมกระโทก ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
8. นางสาวขวััญพััฒน์์ ปุุณณวานิิชศิิริิ ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
9. นางสาวจรรยพร ธรรมผุุย ผู้้�ช่่วยนัักวิิจััย
ออกแบบ บริิษััท อมริินทร์์พริ้�นติ้้�ง แอนด์์ พัับลิิชชิ่�ง จำำ�กััด (มหาชน)
พิิมพ์์ที่่� 978-974-641-783-9
ISBN
ศศิิธร ศิิลป์์วุุฒยา, ชิิษณุุพงศ์์ รุุจิิโรจน์์วรางกููร และธัันย์์ชนก สายรอด. ระยอง : คนจีีนโพ้้นทะเล ผู้้�คนและวิิถีีชีีวิิต.
กรุุงเทพฯ: คณะโบราณคดีี มหาวิิทยาลััยศิิลปากร, 2564.
“ ระยอง ”
คนจีีนโพ้้นทะเล ผู้ค้� นและวิถิ ีชี ีีวิติ
ISBN 978-974-641-783-9