แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษ3 รหัสวิชา อ21101
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
ผู้สอน
นางสาวแกว้ กลั ยา มณเทียร
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย
โรงเรียนพระบางวิทยา
อำเภอเมอื ง จังหวัดนครสวรรค์
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามัธยมศึกษานครสวรรค์
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
โรงเรียนพระบางวิทยา
รายวิชา ภาษาองั กฤษ3 รหสั วชิ า อ21101 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
จำนวนคาบ 3 คาบ/สัปดาห์ จำนวน 60 คาบ/ภาคเรียน
ครูผู้สอน นางสาวแกว้ กัลยา มณเทียร กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความเหน็ ของกลุม่ บริหารวิชาการ
ตรวจสอบแล้วเห็นวา่ ถูกต้องและเหมาะสม เหน็ สมควรให้ใชส้ อนตามแผนการสอนนี้
ลงชื่อ ลงชื่อ
(นางสาวณรรฐวรรณ วสยางกรู ) (นางสาวกมลรตั น์ อนงคณะศักดิ์)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ผู้ช่วยรองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
วันท่ี ........ เดอื น ................ พ.ศ. 2565 วนั ท่ี ........ เดือน ................ พ.ศ. 2565
ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา
อนญุ าตให้ใชส้ อนตามแผนการสอนนี้ได้
ลงช่ือ
(นายอทิ ธริ ัฐ นอ้ ยเกิด)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นพระบางวิทยา
วันท่ี ........ เดือน .................... พ.ศ. ........
ตารางวเิ คราะหห์ น่วยการเรียนร้ตู าม
มมาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวช้วี ดั
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน
อ 22101 รายวชิ าภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
………………………………………………………………………………………………………
ฟัง พดู อ่าน เขียนและปฏิบตั ิตามคำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธบิ าย
ง่ายๆ ถูกต้องตามหลกั การ แลกเปลยี่ นข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง กิจวตั รประจำวนั ประสบการณ์
ส่งิ แวดลอ้ มใกล้ตวั สถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองที่เกิดขนึ้ ในห้องเรยี นและสถานศึกษา ใชค้ ำ
ขอร้อง ใหค้ ำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายตามสถานการณ์ สรุปใจความสำคัญ/แกน่ สาระ หัวข้อ
เรื่อง (topic) ท่ไี ดจ้ ากการวิเคราะห์เรอื่ ง/ข่าว/เหตุการณ์ ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะกับ
บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา อธบิ ายเกีย่ วกับเทศกาล วนั
สำคัญ ชวี ติ ความเป็นอยู่ และประเพณขี องเจา้ ของภาษา เปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกตา่ ง
ระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดต่างๆ และการลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ /ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ มูลจากส่ือ
และแหลง่ การเรยี นรู้ต่างๆ ท่เี กย่ี วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืน โดยใชก้ ระบวนการทางภาษา ฟัง พูด
อ่าน และเขียน กระบวนการเรียนแบบคน้ พบความรู้ ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมลู / ขอ้ เท็จจริง
นำเสนอรายงานในชน้ั เรียน ใชค้ ำถาม แสดงบทบาทสมมติ ใช้เกมจำลองสถานการณ์ ระดมความคิด
แก้ปญั หา เขา้ ร่วม/จัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เพ่ือให้เกดิ ความรูแ้ ละความ
เขา้ ใจ สามารถนำไปใช้ในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชีพได้เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจำวนั มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตยส์ ุจริต มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
มุง่ มัน่ ในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
ต1.1 ม.2/1- ม.2/4
ต1.2 ม.2/1-2/5
ต1.3 ม.2/1- ม.2/3
ต2.1 ม.2/1-ม.2/3
ต2.2 ม.2/1-ม.2/2
ต3.1 ม.2/1,
ต4.1 ม.2/1,
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เวลา 12 คาบ
เร่ือง Who’s in charge?
ช่ือผู้สอน นางสาวแก้วกลั ยา มณเทียร โรงเรียนพระบางวทิ ยา
เป้าหมายการเรียนรู้
สาระสาคญั
พูดถาม-ตอบเกี่ยวกบั การทางานบา้ นของวยั รุ่น ฟังบทสนทนาในการพูดคุยของวยั รุ่นโดยใช้
กริยาวิเศษณ์ท่ีบอกลกั ษณะอาการ (Adverbs of Manner) อ่านขอ้ ความเกี่ยวกบั การทางานบา้ นของวยั รุ่น
ในประเทศสหรัฐอเมริกา และเขยี นประโยคโดยใชค้ าศพั ท์ สานวน โครงสร้างทางภาษาท่ีกาหนด
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/3, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/4,
ต 1.3 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/3
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มฐ. ต 2.1 ม.2/1, ต.2.2 ม.2/1
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่น
มฐ. ต 3.1 ม.2/1
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม.2/1
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. พดู ถาม-ตอบเก่ียวกบั งานบา้ นได้
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
2. ฟังและเข้าใจบทความเก่ียวกับการทางานบ้านของวยั รุ่นในประเทศสหราชอาณาจกั ร
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1
3. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาในหวั ขอ้ The School Magazine
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1
4. เขียนประโยคโดยใช้ Adverbs of Manner
มฐ. ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
5. เขยี นประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ Present Simple Tense and Present Continuous Tense
มฐ. ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
6. แตง่ ประโยคคาถามท่ีข้ึนตน้ ดว้ ย ‘Whose’ และตอบคาถามดว้ ยการใช้ Possessive Pronouns
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
7. ฟังและเขา้ ใจบทพูดเกี่ยวกบั วธิ ีการเลา่ เร่ืองตลก
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1
8. พดู ถาม-ตอบเก่ียวกบั กิจกรรมตา่ งๆ ของวยั รุ่น
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
9. อ่านและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั งานบา้ นในประเทศสหรัฐอเมริกา
มฐ. ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/3, ต 1.3 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
10. ฟังและเขา้ ใจบทสัมภาษณ์ของผเู้ ช่ียวชาญถึงสาเหตกุ ารไม่ช่วยทางานบา้ นของวยั รุ่นอเมริกนั
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1
11. เขยี นอีเมลถึงเพ่ือนชาวตา่ งชาติเพอ่ื เลา่ กิจกรรมที่ทาในชีวิตประจาวนั ในครอบครัวของ
ตนเอง
มฐ. ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/3, ต 4.1 ม.2/1
สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
คาศัพท์และสานวนภาษา (Vocabulary & Idioms)
บทเรียนย่อยที่ 1 (Vocabulary and Presentation 1)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
ที่อยใู่ นความรับผิดชอบใน
in charge (adj.) in control or with overall responsibility หนา้ ที่
ช่วยดูแลเด็ก
babysit (vt.,vi.) look after a child or children while the
washing-up (n.) parents are out อุปกรณ์บนโตะ๊ อาหารท่ี
things such as dishes, cups, knives, and ตอ้ งนามาลา้ งหลงั จาก
forks that need to be washed after a meal รับประทานเสร็จ
จดั โต๊ะอาหาร
lay (vt.) prepare table for meal เกบ็ , เอาออก
unload (vt.,vi.) to get rid of something that you do not
want to keep จดั ใหเ้ ป็นระเบียบ
tidy up (vi.) to make small changes to something in
order to make it better
hang out (vt.) to hang wet clothes outside to dry ตากผา้
pocket money
(n.) a small amount of money that you earn เงินติดกระเป๋ า
vacuuming (n.) and spend on things that are not very
clear the table important
(idiom)
turn (n.) cleaning with a vacuum cleaner การทาความสะอาดดว้ ย
believe (vt., vi.) เคร่ืองดูดฝ่ นุ
traditional (adj.)
collect the plates from the table เกบ็ จานชามจากโต๊ะอาหาร
walk the dog
(phrase) เก็บโต๊ะ
constant (adj.)
an opportunity to do something that comes การเปล่ียน, สลบั
argument (n.)
chore (n.) frequently to each of a number of people
household (n.)
to think that a fact is true เช่ือวา่ เป็นจริง
relating to or based on very old customs, ด้งั เดิม เก่าแก่
beliefs, or stories
to walk with a dog so that it gets exercise นาสุนขั เดินออกกาลงั
continuous or regular over a long period of ท่ีเกิดข้ึนอยา่ งตอ่ เน่ือง
time
an angry disagreement between people การโตแ้ ยง้
a routine task, especially a household one งานบา้ น
a group of people, often a family, who live ครัวเรือน
together
บทเรียนย่อยที่ 2 (Presentation 2 and Adverbs of Manner)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
what’s up? used for asking what is happening เกิดอะไรข้ึน
(spoken Eng.)
whisper (vt.,vi.) to say something very quietly so that other กระซิบ
people cannot hear you
in that case (adv.) in this way ในกรณีน้ี
loudly (adv.) making a lot of noise อยา่ งเสียงดงั
perfectly (adv.) in a manner or way that could not be better อยา่ งดีเลิศ
politely (adv.) in a polite way อยา่ งสุภาพ
editor (n.) someone whose job is to edit books, บรรณาธิการ
documents, or films
message (n.) a short piece of information that you give to a ข่าวสาร
person when you cannot speak to them directly
บทเรียนย่อยท่ี 3 (Grammar)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
neighbor (n.) someone who lives very near to you เพอ่ื นบา้ น
fancy (vt.) to want to have or do something ชอบ ปรารถนา
purse (n.) a small case in which women carry coins, กระเป๋ าใส่เงินขนาดเลก็
paper money, credit cards etc.
laptop (n.) a computer that is small enough to be เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาด
carried around easily and is flat when พกพา
calm (adj.) closed
secretive (adj.) peaceful, quiet, and without worry ท่ีสงบเงียบ
deliberately not telling people things ปิ ดเป็นความลบั สงสยั
หวาดระแวง
บทเรียนย่อยที่ 4 (Pronunciation, Dialogue and Reading: Housework in the USA)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
attack (vt.) to use violence to harm a person, animal, รุกราน โจมตี
or place
build up to increase, or to make something increase เพม่ิ ข้ึนอยา่ งมนั่ คง
(phrasal v.)
gradually (adv.) slowly over a period of time or a distance ทีละเลก็ ทีละนอ้ ย
present (vt.) to offer something for people to consider นาเสนอ
or judge
comically (adv.) amusingly; funnily อยา่ งตลกขบขนั
punch line (n.) the last part of a joke or a story that มุขตลก
explains the meaning of what has
happened previously or makes it amusing
บทเรียนย่อยที่ 5 (Build your Competences)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
พาดพิง เก่ียวขอ้ ง
involve (vt.) be or become occupied in something ผลประโยชน์
benefit (n.) an advantage or profit gained from ใชเ้ วลา
something คาดคะเน ประมาณคา่
spend (vt.) to stay somewhere or to do something for โดยทว่ั ไป
หลีกเลี่ยง
a period of time
ซ่ึงนานและยากกวา่ จะ
estimate (vt.) to guess the cost, size, value, etc. of รักษาหาย
something ตรวจตรา ควบคุม ดูแล
on average (phr.) typically or usually
avoid (vt.) to try to prevent something bad from
happening
nagging (adj.) describes an unpleasant feeling that
continues for a long period of time,
complaining
supervise (vt.,vi.) to watch a person or activity to make certain
that everything is done correctly, safely
function (vi.) to work or operate ทาหนา้ ท่ี ปฏิบตั ิหนา้ ที่
look after (phr. v.) take care of or be in charge of someone or ดูแล
something
contribute to give something, especially money, in ให,้ มีส่วนทาให้
(vt.,vi.) order to provide or achieve something
together with other people
responsibility (n.) something that it is your job or duty to ความรับผิดชอบ
deal with
autonomy (n.) the ability to make your own decisions ความเป็นอิสระ
without being controlled by anyone else
suggest (vt.) to mention an idea, possible plan, or action แนะนา
for other people to consider
consequence (n.) a result of an action, process, etc.; ผลท่ีตามมา
outcome; effect
society (n.) the people who live in a particular country สังคม
or area, or who belong to a particular time
survival (n.) the fact of a person, organization, etc. การอยรู่ อด
continuing to live or exist
complex (adj.) something that is complex has a lot of ซบั ซอ้ น
tolerant (adj.) details or small parts that make it difficult ท่ีมีความอดทน
to understand or deal with academic
willing to accept behavior and beliefs that
are different from your own, although you
might not agree with or approve of them
individualistic unusual or different from other people in a วฒั นธรรมท่ีเนน้
(adj.) way you admire เอกตั ถบคุ คล
independent not influenced or controlled in any way by ซ่ึงเป็นอิสระ
(adj.) other people, events, or things
หน้าที่ภาษา (Function)
- Talking about household chores
- Talking about adverbs of manner
- Talking about how to do things
โครงสร้างประโยค / ไวยากรณ์ (Structure and Grammar)
- Make and do
- Present Simple Tense and Present Continuous Tense
Present Simple Tense
Subject + V.1 I / You / We / They eat
He / She / It eats
Present Continuous Tense
Subject is, am, are V - ing
Possessive Pronouns
Possessive Adjective Possessive Pronoun
my mine
your yours
his his
her hers
its
our -
their ours
theirs
Question word with “whose”
ทกั ษะ/กระบวนการ
การใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสาร (ฟัง พูด อา่ น เขียน)
การฟัง การหาขอ้ มลู โดยเฉพาะ
การพูด การพดู เพ่ือใหข้ อ้ มูล บรรยาย การแสดงความคดิ เห็น
การอ่าน การอ่านออกเสียง การหาขอ้ มูลเฉพาะ และการแสดงความคิดเห็น
การเขียน การเขยี นขอ้ ความบรรยาย
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ การคิด การส่ือสาร การใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มีจิตสาธารณะ: นกั เรียนใชเ้ วลาว่างให้เป็ นประโยชน์โดยช่วยพ่อแม่ทางานบา้ น และทาความ
สะอาดหอ้ งเรียนของตนเองที่โรงเรียน
บูรณาการ กบั สาระการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (การทางานบ้าน) กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษา (การทางานบา้ นเป็ นการออกกาลงั กายอย่างหน่ึง) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (เศรษฐกิจพอเพียง : การรู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชนโ์ ดยการช่วย
ทางานบา้ น เป็นการเพมิ่ ภมู ิคมุ้ กนั ตวั เอง โดยไมต่ อ้ งพ่ึงพาใคร)
กจิ กรรมการเรียนรู้
บทเรียนย่อยที่ 1 เวลา 2 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. พูด ถาม-ตอบเกี่ยวกบั งานบา้ นได้
2. ฟังและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั การทางานบา้ นของวยั รุ่นในประเทศสหราชอาณาจกั ร
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ให้นักเรียนดูภาพการทางานบ้าน ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 8-9
ครูถามคาถามดงั น้ี
Picture A: What is the boy doing? (He’s doing the dishes.)
Is he willing to do that? (Probably not)
Does he use the washing machine? (No, he doesn’t.)
Picture B: What is the woman doing? (She’s babysitting.)
Have you ever babysat your younger sister/brother? (Yes, I have./
No, I haven’t.)
Is the girl happy or sad? (She’s happy.)
Picture C: Who looks happy, the elder or the younger brother? (The younger
brother)
What is the elder brother doing? (He’s vacuuming.)
Picture D: What is the relationship between the man and the girl? (Father and
daughter)
What is the man doing? (He’s teaching his daughter to iron.)
What is the girl doing? (She’s learning how to iron.)
Picture E: What is the woman doing? (She’s hanging the laundry.)
ครูพูดสรุปกิจกรรมในภาพท้งั หมด do the dishes, babysit, do the vacuuming, do
the ironing, hang out the laundry แลว้ ถามนกั เรียนวา่ What do we call the work
we do in our house? (Housework/household chores) What housework are you in
charge of ? (The answer will vary.)
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
2 ครูเขียนคาว่า Household chores บนกระดาน ให้นักเรียนออกมาเขียน Mind Mapping
งานบา้ นที่นกั เรียนเคยทาหรือรู้จกั วา่ มีอะไรบา้ ง
Household chores
3 ครูแจกบัตรคาท่ีประกอบด้วยกริยา (verb) และวลี (phrase) ท่ีเก่ียวกับงานบ้าน ใน
หนังสื อ Sprint 2 Student’s Book หน้ า 8 ข้อ 2 ท่ีมีท้ังหมด 20 บัตรคา และ
คาเพ่ิมเติมในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 106 Word Bank อีก 10 คา
ใหน้ กั เรียนที่ไดบ้ ตั รคาท่ีเป็นกริยา (verb) ออกมายนื ถือบตั รคาหนา้ ช้นั เรียน จากน้นั
ใหน้ กั เรียนท่ีเหลือออกไปจบั ค่กู ิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั งานบา้ นใหถ้ ูกตอ้ ง ดงั น้ี
1) Babysit little brothers or sister 9) Tidy your room
2) Do the ironing 10) Hang out the laundry
3) Do the washing-up 11) Cut the grass
4) Do the vacuuming 12) Do the shopping
5) Lay/clear the table 13) Walk the dog
6) Load/unload the dishwasher 14) Wash the car
7) Make the beds 15) Load/unload the washing machine
8) Take the bins out
4 ให้นกั เรียนท่ีเหลือตรวจสอบเพื่อนที่ออกมาจบั คู่กิจกรรมเกี่ยวกบั งานบา้ นวา่ ถูกตอ้ ง
หรือไม่ เม่ือถูกต้องแลว้ ให้นาบัตรคาที่จบั คู่แล้วท้งั หมดไปติดบนกระดาน ครูอ่าน
ขอ้ ความทีละขอ้ แลว้ ให้ นกั เรียนอ่านตามพร้อมกนั ทกุ คน
5 ให้นักเรียนเปิ ดหนังสือข้อ 2 จับคู่คาศพั ท์ให้ถูกตอ้ ง พร้อมเขียนเครื่องหมาย
หนา้ คาศพั ทท์ ี่ตรงกบั รูป A-E จากน้นั ครูเปิ ดซีดีประกอบบทเรียน ใ ห้ นั ก เรี ย น
ตรวจคาตอบอีกคร้ังหน่ึง แลว้ อ่านออกเสียงพร้อมกนั
6 ครูเลือกบตั รคาท่ีมีกริยา (verb) – do และ make ผสมกบั กิจกรรมงานบา้ นต่างๆ ให้
นกั เรียนสงั เกตขอ้ แตกตา่ งของการใช้ do & make
ข้นั ฝึ ก (Practice)
7 ครูอธิบาย “do” แปลวา่ to accomplish หรือกระทา ปฏิบตั ิใดๆ (ส่วนใหญ่ใชม้ ือทา)
งานน้นั ๆ เช่น do the dishes ลา้ งจาน (คือตอ้ งมีกริยา กระบวนการในการลา้ งจาน มี
การใช้มือมาเก่ียวขอ้ ง) do homework คือทาการบา้ น (การอ่าน เขียน ทาการบา้ นให้
เสร็จ) do the report แปลวา่ ทารายงานหรือเขียนรายงาน “make” แปลว่า to create,
to produce สร้างหรือผลิตอะไรออกมาใหม่ ๆ เช่น make a cake ทาขนมเคก้ (คือ
ตอ้ งใส่ส่วนผสมท้งั หมดลงไป ผลลพั ธ์ใหม่ที่ไดม้ า คือ เคก้ ) make a mess ทาสกปรก
เลอะเทอะ (เช่น ด่ืมน้าจนสาลกั ผลลพั ธ์คอื เส้ือเปรอะ เป็นความสกปรกเลอะเท อะ)
make an appointment ทาการนดั หมาย (การนดั หมาย ตอ้ งโทรศพั ทไ์ ปหาผทู้ ี่ตอ้ งการ
นดั หมายแลว้ ขอนดั ผลลพั ธ์ใหมท่ ี่ไดม้ า คอื ไดน้ ดั หมายสาเร็จเรียบร้อย)
8 ให้นักเรียนเติมคาลงในช่องว่าง “do” and “make” ในหนังสือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 8 (Possible answers: 1. do 2. make)
9 ครูพูดวลีต่อไปน้ี อยา่ งละ 2 คร้ัง แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบวา่ ใช้ do หรือ make
(make) a phone call (do) homework
the bed the shopping
a noise the vacuuming
the dinner me a favor
10 ครูให้นักเรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน บทความเร่ือง Household chores :
whose jobs are they? ในหนังสื อ Sprint 2 Student’s Book หน้ า 9 แล้วขีดเส้นใต้
งานบา้ นที่วยั รุ่นในประเทศสหราชอาณาจกั รท้งั 4 คนทา และคาศพั ทท์ ี่แปลไม่ได้
11 ครูใหน้ กั เรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน บทความเรื่อง Household chores :whose
jobs are they? คร้ังที่ 2 แลว้ อา่ นออกเสียงไปพร้อมกนั หลงั จากน้นั เปิ ดโอกาสให้นักเรียน
สอบถามความหมายของคาศพั ท์ สานวน ที่ไม่ทราบ โดยให้เพ่ือนที่สามารถแปล
ความหมายได้ แปลให้เพ่ือนฟัง ครูตรวจเช็คความถูกต้อง ถ้านักเรียนไม่ทราบ
หรือแปลความหมายไม่ถูกตอ้ ง ครูจะเป็ นผูบ้ อกความหมายของคาศัพท์เหล่าน้ัน
ใหน้ กั เรียนทราบ
12 ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคคาถาม “Whose turn is it to unload the dishwasher? It’s not
mine! It’s Sam’s.” การพูดประโยคคาถามโดยการใช้ Whose? (ของใคร?) ใช้พูดถาม
เม่ือต้องการทราบว่าใครเป็ นเจ้าของบางสิ่งบางอย่าง ซ่ึงสามารถใช้ได้กับคานาม
ทุกประเภทท้ังที่เป็ นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตโดยใช้ Whose วางไวห้ น้าคานาม
ดงั ตวั อยา่ งขา้ งตน้
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร (Production)
13 ให้นักเรี ยนปิ ดหนังสื อ ฟั งซี ดีประกอบบทเรี ยน ในหนังสื อ Sprint 2
Student’s Book หน้ า 9 บทความเรื่ อง Household chores : whose jobs are they?
คร้ังท่ี 3 เช็คขอ้ มูลการทางานบา้ นของวยั รุ่นท้งั 4 คนให้ตรงตามช่องท่ีกาหนดจาก
ตารางแลว้ ตอบคาถาม ดงั น้ี
Household chores
Name Help in the Tidy Make the Do the Hanging Babysit Load /
garden up beds ironing out the unload the
clothes washing
machine
Joey
Sam
Wayne
Grace
Household chores
Name Do the Lay Do the Take the Clear the Load/Unl Walk the
vacuuming the washing- bins out table oad the dog
table dishwashe
up
r
Chole
Joey
Sam
- Who does the household chores most? (Chole)
- Which household chores do the teens do most? (Take the bins out)
- Which household chores do the teens do least? (babysit, load/unload the
washing machine, do the ironing, hang out clothes, do the vacuuming and walk the dog)
- Who does the household chores least? (Wayne and Grace)
- Who does the household chores together? (Wayne and his brother)
Self & Social Responsibility: Who does the household chores
in your family? Do you share in the household chores?
We help one another in our house. My mom cooks food, does the laundry and hangs out the
clothes. My dad does the vacuuming. My elder sister makes the beds, does the dishes and lays
the table. I walk the dog and clear the table.
We are happy to share the household chores and I think that doing the household chores can
make us good relationship in our family.
Sufficiency Economy: Household chores
พฤติกรรมการช่วยทางานบา้ นของวยั รุ่นไทย การสร้างวนิ ยั ในใจของวยั รุ่นน้นั เริ่มที่บา้ น
และเร่ิมต้งั แต่เดก็ กิจกรรมท่ีเป็นรูปธรรมคือวินยั ในการทาการบา้ นและทางานบา้ น การแบง่ งาน
บา้ นใหเ้ ดก็ ๆ ทา จะช่วยใหเ้ ขารู้จกั รับผดิ ชอบชีวิตตนเอง รับผดิ ชอบส่วนรวมคือบา้ น นาไปสู่
ความสามารถในการควบคมุ ตนเองเมื่อโตข้ึนและรู้จกั เกรงใจสังคมส่วนรวมเม่ือเป็นวยั รุ่น
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องนกั เรียนตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง นกั เรียนจะตอ้ งมีความรู้
ความเขา้ ใจในการดาเนินชีวิตตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มีทกั ษะและเห็นคุณคา่ ของ
การอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนในสังคม ปฏิบตั ิตนใหม้ ีความพอประมาณ ยดึ ทางสายกลางในการปฏิบตั ิ
ขยนั อดทน รับผิดชอบ และพ่ึงตนเอง เช่น การทางานบา้ น ถือเป็นการสร้างวินยั และความรับผิดชอบ
ต่อส่วนรวมคือบา้ นใหเ้ กิดแก่เดก็
ข้นั สรุป (Conclusion)
14 ให้นักเรียนจบั คู่ทากิจกรรม Pair work ขอ้ 7 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book
หน้า 9 ซ่ึงเป็ นกิจกรรมการพูดเก่ียวกับงานบ้านของตนเองให้เพื่อนฟัง ครูสุ่มให้
นักเรียนออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน 5-6 คู่ และตรวจสอบความถูกตอ้ ง แลว้ ให้
นกั เรียนเขยี นประโยคท้งั ของตนเองและคู่สนทนาลงสมุด
15 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหัดขอ้ 6 ในหนงั สือ และขอ้ 1-3 ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook
หน้า 4
บทเรียนย่อยที่ 2 เวลา 3 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาในหัวขอ้ The School Magazine
4. เขยี นประโยคโดยใช้ Adverbs of Manner
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูให้นักเรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน บทสนทนาเรื่อง The School Magazine
Unit 1 Presentation 2 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 10 โดยไม่เปิ ด
หนงั สือ 2 คร้ัง แลว้ ตอบคาถามดงั น้ี
- How many people are there in the conversation? (3)
- Can you tell me the name mentioned in the conversation? (Logan)
- What are they going to do? (They are going to have a meeting.)
- What is the meeting about? (It’s about the new editor of the School Magazine.)
Culture : What’s up?
What’s up? หมายถึง เป็ นไงบา้ ง หรือถา้ อย่างเป็ นทางการก็คือ เป็ นไง สบายดีรึเปล่า? ถา้ มี
คนถามเราวา่ What’s up? เราอาจตอบวา่ I’m fine. หรือ Nothing much. แปลวา่ ไมม่ ีอะไรมาก
ความหมายของ “What's up?” ข้ึนอยู่กบั สถานการณ์ที่ใช้ เช่น เม่ือเพ่ือนทาตวั แปลกๆ
อาจถามว่า “What's up?” เพื่อถามเพ่ือนว่าเป็ นอะไรรึเปล่า ถา้ อยากรู้ว่าเพ่ือนของเรามีอะไรจะ
บอกเราหรือเปล่าก็ใช้ “What's up?” เพื่อส่ือความหมายว่าเธอมีอะไรรึเปล่าไดเ้ หมือนกนั หรือ
เพอื่ นโทรมาแลว้ เรารับสายโดยพดู วา่ “What's up?” ในกรณีน้ีหมายถึง วา่ ไง
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
2 ให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 10 ดูภาพนกั เรียน 3 คน แลว้
ช่วยกนั ตอบคาถาม ดงั น้ี
- Where are the girls and the boy? (They are at school.)
- Are they wearing a school uniform? (Yes, they are.)
- Who is the new editor? (Logan)
- What are the girls’ name? (Sasha and Evie)
3 ครูเปิ ดโอกาสให้นักเรียนสอบถามความหมายของคาศพั ท์และสานวนที่อยู่ในบท
สนทนา และในอภิธานศพั ท์ in that case โดยยกตวั อย่างให้นักเรียน
ฟังแลว้ เดาความหมาย
Jimmy : Can I have some bread, please?
Mom : Sorry, we run out of bread.
Jimmy : In that case, I will have some omelet.
แลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหัดขอ้ 3 ครูและนกั เรียนช่วยกนั เฉลยคาตอบ (ดูเฉลย)
ข้นั ฝึ ก (Practice)
4 ให้นักเรียนฟังซีดีประกอบบทเรี ยน ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book
หน้า 10 Presentation 2 บทสนทนาเรื่อง The School Magazine อีกคร้ังหน่ึง และ
อ่านตาม ครูสุ่มให้นกั เรียนอ่านเป็ นคู่ 3-4 คู่ แกไ้ ขการอ่านออกเสียงของนักเรียนให้
ถกู ตอ้ ง และใหท้ ุกคนอ่านบทสนทนาพร้อมกนั อีกคร้ัง ขณะที่อา่ นใหน้ กั เรียนขีดเส้นใต้
Adverbs of Manner ในบทสนทนา คือ loudly quickly perfectly และ politely
5 ครูอธิบายหลกั การใช้ Adverbs of Manner หมายถึง กริยาวิเศษณ์ท่ีบ่งบอกถึงคุณภาพ
อาการ สถานะ ท่าทาง ลกั ษณะต่างๆของการกระทา สามารถวางไดห้ ลายตาแหน่ง
ไม่วา่ จะเป็นหนา้ ประโยค ในประโยค หรือทา้ ยประโยค แต่ส่วนมากแลว้ เราจะนามา
ไว้ที่ ท้ายป ระโยค เป็ น ส่ วน ให ญ่ เช่ น You don’t need to talk loudly! น าม า
ไวห้ นา้ ประโยค เม่ือตอ้ งการเนน้ Adverb น้นั ๆ เช่น Quietly, he came into the room.
นามาไวก้ ่อนหนา้ คากริยาช่องที่ 3 ในประโยค Passive Voice เช่น
The boy is badly hurt. นามาไว้หน้าคาคุณศัพท์ (adjective) เช่น We’re perfectly
fine. และนามาไวก้ ่อนหนา้ คากริยา เม่ือตอ้ งการใส่น้าหนกั หรือแสดงความเห็นกบั
การกระทาน้นั ๆ เช่น I am truly sorry about the accident. ครูอธิบายเพิ่มเติม Adverbs
of Manner ที่เขียนเหมือนกบั Adjectives คือ fast กบั hard เช่น He runs fast. He is
a fast runner. fast ในประโยคแรกเป็ น adverb ส่วนในประโยคท่ีสองเป็ น adjective
ขยาย noun คือคาวา่ runner เป็นตน้
6 ให้นักเรียนขีดเส้นใตป้ ระโยคในบทสนทนาที่มี Adverbs of Manner Presentation 2
เร่ือง The School Magazine คอื
- You don’t need to talk so loudly
- We’re late so we need to walk quickly!
- We’re perfectly fine!
- I’m only asking politely.
ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียน Adverbs of Manner บนกระดาน เช่น
carefully, easily, happily, quietly, well, etc. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งแลว้ ให้นกั เรียน
อ่านพร้อมกนั
7 ให้นกั เรียนทาแบบฝึ กหดั ขอ้ 4 และ 5 ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 11
ครูอธิบายคาส่ังและให้นักเรียนอ่าน Adverbs of Manner ในแบบฝึ กหัดขอ้ 4 เติมคา
แลว้ อ่านออกเสียงพร้อมกัน หลงั จากน้ันให้นักเรียนตรวจคาตอบจากซีดีประกอบ
บทเรียน (Answer Key : 2. sadly 3. well 4. softly 5. calmly 6. slowly)
แบบฝึกหดั ขอ้ 5 ใหน้ กั เรียนตอบคาถาม ก่อนลงมือทา
What can you see from each picture?
ภาพตวั อยา่ ง The girls ภาพท่ี 1 A tortoise ภาพที่ 2 The women
ภาพที่ 3 The athletes ภาพท่ี 4 A dog ภาพท่ี 5 A boy (ดูเฉลย)
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (Production)
8 ให้นักเรียนจบั คู่ถาม-ตอบ โดยใช้ Adverbs of Manner ในหนังสือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 11 ขอ้ 6 โดยผลดั กนั ถามตอบประโยคคาถามที่ข้ึนตน้ ดว้ ย How well do
you…? (การตอบคาถามที่ข้ึนตน้ ประโยคด้วย How …? และตอบ ดว้ ย Adverbs of
Manner) จนครบ 6 ประโยค ครูใหอ้ าสาสมคั รออกมาพูดหนา้ ช้นั 5 คู่ เพื่ อน ที่ เห ลื อ
คอยตรวจสอบว่าอาสาสมัครที่ออกมานาเสนอใช้ Adverbs of Manner ได้ถูกตอ้ ง
หรือไม่
9 ครูอธิบาย Adverb of Manner เพิ่มเติม โดยใหน้ กั เรียนอา่ น ประโยคตวั อยา่ ง
การใช้ Adverb of Manner คือ คากริยาวิเศษณ์ท่ีบ่งบอกถึงคุณภาพ อาการ สถานะ
ท่าทาง ลกั ษณะตา่ งๆของการกระทา ส่วนใหญ่จะลงทา้ ยดว้ ย – ly สรุปไดด้ งั น้ี
- เติม –ly ทา้ ยคาคณุ ศพั ท์ (adjective) เช่น calm (adj.) เป็น calmly (adv.)
- คาคุณศพั ท์ (adjective) ที่ลงทา้ ยดว้ ย y ใหเ้ ปล่ียน y เป็น i ก่อน จึงเติม –ly
- คาคณุ ศพั ท์ (adjective) ท่ีลงทา้ ยดว้ ย -ic ใหเ้ ติม -ally
- คาคุณศพั ท์ (adjective) ท่ีลงทา้ ยดว้ ย -ble ใหเ้ ปลี่ยนเป็น -bly
- คาวิเศษณ์ท่ีเปลี่ยนหรือคงรูปเดิม (irregular adverbs) เปลี่ยนรูป
good (adj.) – well (adv.) hard - hard, fast – fast, late – late, early - early
10 ให้นกั เรียนสลบั คู่ถามตอบโดยใช้ Adverbs of Manner ไปเร่ือยๆ ครูให้เวลา 3 นาที
เม่ือหมดเวลา ครูสอบถามว่าใครถามเพื่อนและไดค้ าตอบมากที่สุด ให้ออกมานาเสนอ
หนา้ ช้นั เรียน 3 คน เพ่ือนๆ ท่ีเหลือตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้ันสรุป (Conclusion)
11 ใหน้ กั เรียนแต่งประโยคโดยใช้ Adverbs of Manner เก่ียวกบั เพื่อนในหอ้ งเรียนคนละ
5 ประโยค เขียนลงสมุด และทาแบบฝึ กหดั ขอ้ 4 และ 5 ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook
หน้า 4-5 เป็นการบา้ น
บทเรียนย่อยที่ 3 เวลา 3 คาบ
จุดประสงค์การเรียนรู้
5. เขียนประโยคโดยใช้โครงสร้างไวยากรณ์ Present Simple Tense and Present Continuous
Tense
6. แต่งประโยคคาถามท่ีข้ึนตน้ ดว้ ย “Whose” และตอบคาถามดว้ ยการใช้ Possessive Pronouns
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูใหน้ กั เรียนอ่านประโยคบนกระดานดงั น้ี
- I usually wake up at 5 o’clock in the morning.
- Susan always comes to school late.
- Josh never cooks food.
- The boys study Boy Scout once a week.
- We are going to the cinema right now.
- You are studying English at the moment.
ใหน้ กั เรียนสังเกตคาหรือวลีท่ีขดี เส้นใต้ และคากริยาที่อยใู่ นแต่ละประโยค
ซ่ึงเป็นโครงสร้าง Present Simple Tense (Subject + V.1) และ Present Continuous
Tense (Subject + Verb to be (is/am/are) + V-ing) ทบทวนความรู้เดิมของนกั เรียน
โดยใหน้ กั เรียนบอกวา่ ประโยคใดบา้ งเป็นประโยคชนิด Present Simple Tense (ประโยคที่
1-3) และประโยคใดเป็นประโยคชนิด Present Continuous Tense (ประโยคที่ 4-6)
Present Simple Tense
Subject + V.1 I / You / We / They eat
He / She / It eats
Present Continuous Tense V-ing
Subject Is, am, are
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
2 2 ครูสอนหลกั การใช้ Present Simple Tense ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 12
ใชพ้ ดู ถึงเหตกุ ารณ์หรือการกระทาที่เกิดข้นึ อยตู่ ลอดเวลา เกิดข้ึนเป็นประจา เหตุการณ์
หรือการกระทาท่ีเป็นความจริง (fact) หรือการกระทาท่ีทาจนเป็นนิสัย และใชแ้ สดง
ความถ่ีของการกระทาต่างๆ มกั ใชก้ บั คากริยาวิเศษณ์แสดงความถ่ี (Adverbs of Frequency)
มาช่วยในการแสดงความถ่ีของการกระทา เช่น The students always do their homework.
The sun rises in the east.
การเปลี่ยนให้เป็ นประโยคคาถามและปฏิเสธ โดยใช้ Do (กบั ประธาน I,You,We,
They) หรือ Does (กบั ประธาน He, She, It) เขา้ มาช่วย ดงั ประโยคตวั อยา่ ง
“My brother works in a restaurant.”
เปล่ียนเป็น My brother doesn’t work in a restaurant. (ปฏิเสธ)
Does my brother work in a restaurant? (คาถาม)
หลกั การเติม -s และ -es ในโครงสร้างประโยค Present Simple Tense :
ถา้ ประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (He, She, It) กริยาตอ้ งเติม -s หรือ -es ในกรณีท่ี
กริยา (verb) ลงทา้ ยดว้ ย y ให้เปล่ียน y เป็น i ก่อน แลว้ จึงเติม -es เช่น
Chompu studies Math every day. Wayne often walks the dog.
Present Continuous Tense ใชก้ ับเหตุการณ์หรือการกระทาที่กาลงั ดาเนินอยู่ใน
ขณะท่ีพูดต่อเน่ืองไปเรื่อยๆและจบในอนาคต โดยอาจจะใช้ Adverbs of Time
(คากริยาวิเศษณ์บอกเวลา) บางคา เช่น now, at the moment, right now, at present,
these days เป็นตน้ เขา้ มาช่วยในประโยคดว้ ย เช่น He is going to the stadium at the
moment. และใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทาที่กาลงั จะเกิดข้ึนในอนาคต
อนั ใกล้ เช่น I am having dinner with my friends this evening. และใช้แสดงเหตุการณ์
หรือการกระทาท่ีผูพ้ ูดม่ันใจว่าจะเกิดข้ึนในอนาคตอย่างแน่นอน เช่น Suchin is
going to Phuket tonight.
ข้นั ฝึ ก (Practice)
3 ใหน้ กั เรียนทบทวนวิธีการใช้ Present Simple Tense และ Present Continuous Tense
อีกคร้ัง โดยอ่านวธิ ีการใช้ Tenses ท้งั สองในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 12
ขอ้ 1 Grammar ครูใหอ้ าสาสมคั รออกมาอธิบายใหเ้ พ่อื นฟังอีกคร้ังหน่ึงหนา้ ช้นั เรียน
4 ครูใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 1-4 ในหนงั สือ ประกอบดว้ ย
แบบฝึกหดั ขอ้ 1 เป็ นแบบฝึ กหัดที่เลือกคาในกรอบมาเติมคาให้สมบูรณ์ใน
แตล่ ะขอ้ โดยใช้ Present Simple Tense
แบบฝึกหดั ขอ้ 2 เป็นแบบฝึกหดั ที่นาคาที่อยใู่ นวงเลบ็ มาเติมในอีเมลให้
สมบรู ณ์ โดยใช้ Present Continuous Tense (ดูเฉลย)
แบบฝึ กหดั ขอ้ 3 เลื อกคาท่ี กาห น ดให้ ม าเติม ใน ช่ องว่างให้ เห มาะส ม
นักเรียนจะเห็นว่าในแต่ละข้อจะมีตัวเลือกท่ีเป็ นท้ัง Present
Simple Tense และ Present Continuous Tense โดยให้สังเกต
รูปประโยคที่มี Adverbs of Frequency มักจะใช้กับ Present
Simple Tense แ ล ะ Adverbs of Time มักจะใช้ กับ Present
Continuous Tense (ดูเฉลย)
แบบฝึกหดั ขอ้ 4 เลือกคาท่ีอยู่ในกรอบมาเติมให้สมบูรณ์ กาหนดให้ใช้รูป
ประโยค ที่ เป็ น Present Simple Tense แ ล ะ Present
Continuous Tense (ดู เฉ ล ย) เมื่ อ นั ก เรี ย น ท าเส ร็ จ แ ล้ว
ครูให้นักเรี ยนตรวจคาตอบกับเพ่ือน แล้วให้นักเรี ยนที่
สมัครใจอ่านออกเสี ยงคาตอบให้เพ่ือน ในช้ันเรี ยนฟั ง
ครูประเมินการทาแบบฝึ กหัดของนักเรียนจากคาตอบที่ถูกตอ้ ง
โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
5 ครูให้นักเรียนอ่าน Possessive Adjectives และ Possessive Pronouns และประโยค
ตัวอย่างวิธีใช้ Possessive Pronoun ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book
หน้า 13 ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า สรรพนาม (Pronouns) ท้ังสองชนิด เป็ นตัวบ่งบอก
ความเป็ นเจ้าของเหมือนกนั ว่าอะไรเป็ นของใคร แต่ความแตกต่างอยู่ท่ีการนาไป
ใช้งาน Possessive Adjectives ใช้นาหน้าคานาม (noun) ส่วน Possessive Pronouns
ไมต่ อ้ งมีคานาม (noun) ตามหลงั เช่น
- My iPhone is in my bag. Where is yours?
- This isn’t your camera. It’s mine.
Possessive Pronouns สามารถใชแ้ ทน Possessive Adjectives ในกรณีที่ไม่ตอ้ งการ
ใชค้ านามน้นั ซ้าอีก
Possessive Pronouns
Possessive Adjective Possessive Pronoun
my mine
your yours
his his
her hers
its its
our ours
their theirs
\ 6 ครูให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 5, 6 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 13
แบบฝึกหดั ขอ้ 5 ให้เลือกตอบว่ารู ปประโยคควรใช้ Possessive Adjectives
หรือ Possessive Pronouns
แบบฝึกหดั ขอ้ 6 เปล่ียนขอ้ ความท่ีขีดเส้นใต้ เป็ น Possessive Pronouns (ดูเฉลย)
เม่ือนักเรียนทาเสร็จแลว้ ครูให้นักเรียนตรวจคาตอบกบั เพื่อน
แล้วให้นักเรี ยนท่ี สมัครใจอ่านออกเสี ยงคาตอบให้เพื่อนใน
ช้ันเรียนฟัง ครู ประเมินการทาแบบฝึ กหัดของนักเรียนจาก
คาตอบที่ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
7 ใหน้ กั เรียนทากิจกรรมเพมิ่ เติมในกล่องธงชาติ ตวั อยา่ ง ดงั น้ี
Directions : Find one mistake and correct it.
A : Did you see my phone?
B : Is that your?
A : No, it’s not. I don’t know whose phone it is.
(Answer Key B : Is that yours?)
จากน้ันให้นักเรียนเขียนบทสนทนา โดยให้ดูประโยค ตวั อย่างดงั กล่าวคนละ
1 บทลงสมดุ แลกเปลี่ยนกนั ตรวจแกไ้ ขก่อนส่งครูตรวจ
8 ครูใหน้ กั เรียนที่สมคั รใจอ่าน หลกั การใช้ “Whose” ในหนงั สือ และอธิบาย
วิธีการใช้ Whose แปลวา่ “ของใคร” แบง่ วิธีการใชอ้ อกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี
Whose noun verb (object) ?
คานามท่ีตามหลงั ถ้ามีรูปเป็ นเอกพจน์ คากริยาก็เป็ นเอกพจน์ แต่ถ้าคานาม
เป็นพหูพจนค์ ากริยากจ็ ะเป็นพหูพจนด์ ว้ ย เช่น
Whose dog is it? - It’s Thida’s dog.
Whose books are on the table? - Their books are on the table.
Whose ทาหนา้ ท่ีเป็นกรรม Whose + noun + helping verb + subject + main verb? เช่น
Whose books did you borrow? - I borrowed Suda’s books.
Whose house will you rent? - I will rent Malinee’s house.
9 ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 7, 8 และ
ทาแบบฝึ กหัดในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 14 ขอ้ 9, 11 เมื่อทาเสร็จแลว้
ให้ตรวจสอบคาตอบกบั เพ่ือน แลว้ ให้นักเรียนที่สมคั รใจอ่านออกเสียงคาตอบให้
เพ่ือนในช้นั เรียนฟัง ครูประเมินการทาแบบฝึ กหัดของนกั เรียนจากคาตอบที่ถูกตอ้ ง
โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70 (ดูเฉลย)
ในกล่องธงชาติ ให้นักเรียนอ่านประโยคบทสนทนาบนกระดานต่อไปน้ีแล้ว
วงกลมคาตอบที่ถูกตอ้ ง
Directions: Circle the correct answers.
A: Why are you so (1) slow / slowly?
B: You need to read it (2) careful / carefully to spot the mistakes.
(Answer Key : (1) slowly (2) carefully)
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (Production)
10 ครูทบทวนความเขา้ ใจการใช้ Present Simple Tense และ Present Continuous Tense
โดยการใช้ Adverbs of Frequency และ Adverbs of Time ดว้ ยการให้นักเรียนเขียน
ประโยคโดยใช้โครงสร้างดังกล่าวอย่างละ 5 ประโยค เขียนลงสมุดแลกกับเพื่อน
เพอื่ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
11 ให้นักเรียนจบั คู่ผลัดกนั ถามตอบประโยคคาถามท่ีข้ึนตน้ ดว้ ยคาว่า “Whose” และ
ตอบด้วยการใช้ Possessive Adjectives และ Possessive Pronouns อย่างน้อยคนละ
3 ประโยค ครูใหอ้ าสาสมคั รออกมานาเสนอประโยคที่แต่ง 5-6 คู่
ข้ันสรุป (Conclusion)
12 ให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 5 Vocabulary & Functions ในหนังสือ Sprint 2 Workbook
หน้า 5 แต่งประโยคโดยใช้ Adverbs of Time และ Adverbs of Manner 6 ประโยค
และหน้า 6-7 ซ่ึงเป็นแบบฝึกหดั ทบทวนไวยากรณ์ท้งั หมดที่เรียน
บทเรียนย่อยท่ี 4 เวลา 2 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
7. ฟังและเขา้ ใจบทพดู เกี่ยวกบั วิธีการเลา่ เรื่องตลก
8. พูดถาม-ตอบเกี่ยวกบั กิจกรรมตา่ งๆ ของวยั รุ่น
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพ Jenga game แลว้ ถามวา่ Do you know this game? Have you
ever played it? What is it called? หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียนดูวิธีการเลน่ Jenga จาก
YouTubeเวบ็ ไซต์ http://www.thaiandroidphone.com/thread-31159-1-1.html แลว้ ตอบคาถาม
ดงั น้ี
- How many pieces of timbers are there in Jenga game? (54 pieces)
- How many pieces of timbers do we place on each stage? (3 pieces)
- How many stages are there in Jenga game? (18 stages)
- Can you tell me how to play Jenga game? (Yes, the player pulls one piece of
timber on his turn (any piece) and puts in on the top.)
- When is the game over? (When the timbers collapse)
Culture: Jenga Game
Jenga หมายถึง เกมท่ีนาไม้ 54 ท่อนเล็กๆ มาเรียงช้นั ละ 3 ท่อนแลว้ วางสลบั กนั ไปจนครบ 18
ช้นั จากน้นั ให้ผูเ้ ล่นดึงท่อนไมท้ ่อนไหนก็ไดย้ กเวน้ ท่อนบนสุดเพ่ือวางต่อยอดข้ึนให้ไดช้ ้นั สูงที่สุด
เกมจะจบเมื่อท่อนไมท้ ่ีตอ่ ยอดกนั ข้ึนไปพงั ทลายลงมา
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
2 ครูเขียนวลี (phrase) ต่อไปน้ีบนกระดาน play Jenga, make pizza, build a fire, tell a
joke, take a picture, play the guitar ใหน้ กั เรียนอ่านพร้อมกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนที่
สมคั รใจบอกความหมาย ครูตรวจสอบและแกไ้ ขความถกู ตอ้ ง หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียน
เปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 15 ดูภาพขอ้ 1 ครูถามวา่ What is a girl
doing? (She’s playing Jenga game.)
3 ครูให้นกั เรียนดูวิดีโอเกี่ยวกบั กิจกรรมที่ Elis อธิบายให้ Amy ฟัง ในหัวขอ้ Talking
about how you do things จาก ขอ้ 1 ในขณะท่ีดูวิดีโอ ให้นักเรียนสังเกต
กิจกรรมท่ีอยบู่ นกระดานดว้ ยวา่ มีกิจกรรมใดบา้ งท่ี Elis กลา่ วถึง
4 ครูแจกบตั รคาจานวน 14 คา สุ่มใหน้ กั เรียน 14 คน บตั รคาประกอบดว้ ย กริยา (verb)
และ คาวเิ ศษณ์ (adverb) ดงั น้ี คากริยา listen start present tell go build up attack
คาวิเศษณ์ badly carefully comically gradually quickly slowly suddenly ใหน้ กั เรียน
ท่ีมีบตั รคาอา่ นออกเสียงใหเ้ พอื่ นๆ ฟัง 2 คร้ัง และบอกความหมายใหเ้ พือ่ นๆ ช่วย
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5 ครูใหน้ กั เรียนดูวิดีโอจาก ขอ้ 2 บอกให้นกั เรียนที่มีบตั รคาท้งั หมดต้งั ใจฟัง
และจับคู่ให้ถูกตอ้ งเม่ือดูวิดีโอจบ ครูให้เวลานักเรียนหาคู่โดยมีเพ่ือนๆ คอยให้
ความช่วยเหลือ เมื่อจบั คไู่ ดแ้ ลว้ ใหท้ ้งั 7 คอู่ อกมาอ่านออกเสียงใหเ้ พือ่ นฟัง พร้อม
บอกความหมาย ดงั น้ี listen carefully, start slowly, present comically, tell quickly,
go badly, build up gradually, attack suddenly
ข้นั ฝึ ก (Practice)
6 ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 6-7 คน ครูแจกบทสนทนาท่ียงั ไม่ไดเ้ รียงลาดบั จานวน 10
ประโยค ซ่ึงนามาจากขอ้ 2 ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 15 ใหน้ กั เรียน
ดูวิดีโอจาก ขอ้ 2 อีกคร้ังหน่ึง จากน้นั ใหท้ กุ กลุ่มเรียงประโยค บทสนทนา
ที่แจกให้ตามลาดบั ใหถ้ กู ตอ้ ง ครูใหก้ ลมุ่ สมคั รใจส่งตวั แทนออกมานาเสนอบทสนทนา
ท่ีเรียงลาดบั แลว้ หนา้ ช้นั เรียน 2-3 กล่มุ ใหเ้ พ่อื นๆ เปรียบเทียบคาตอบของกลุ่ม
ที่ออกมานาเสนอแต่ละกลุม่ วา่ เหมือนกนั และถกู ตอ้ งหรือไม่ เม่ือถกู ตอ้ งท้งั หมดแลว้
ใหน้ กั เรียนอา่ นขอ้ ความท้งั หมดพร้อมกนั อีกคร้ังหน่ึง
7 ครูใหน้ กั เรียนอา่ นบทสนทนาที่เรียงลาดบั แลว้ พร้อมกนั ดงั น้ี
1) Go on the Elis! How do you do it?
2) First check whose turn it is because if it’s not yours and people aren’t listening
carefully, there’s no point trying to tell a joke!
3) Right!
4) Then you need to start slowly, but work hard to present it comically.
5) Oh, I always tell them really quickly! That’s why mine go so badly!
6) No! If you want to do it well you need to build up gradually.
7) OK, I’ve got that.
8) And just when nobody is expecting it, you attack suddenly with the punch line.
9) That sounds easy!
10) Go on then……tell me a joke!
ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใหน้ กั เรียนตอบคาถามเก่ียวกบั บทสนทนา ดงั น้ี
-When do you tell a joke? (When you want to amuse someone.)
-How can you start telling a joke? (I can start telling it slowly.)
-And how do you present it? (I present it comically.)
-What happens when you tell a joke quickly? (People won’t pay attention and
aren’t interested in it.)
-What will you do if you want to succeed in telling a joke? (I have to build up
gradually.)
-What will you do if nobody is expecting a joke? (You attack suddenly with
a punch line.)
-What does ‘punch line’ mean? (It means the last line of a joke which is
a funny part.)
เพมิ่ เตมิ
บทสนทนาที่นักเรียนได้เรียนไปน้ัน เป็ นการพูดถึงข้นั ตอนในการพูดเล่าเร่ืองตลก
(Instructions) ที่ผูส้ นทนาใช้คาว่า First…..…, Then………, ท่ีบอกข้ันตอนอย่างชัดเจน
ส่วนประโยคที่เหลือจะเป็นการบอกวิธีการที่ทาใหก้ ารพดู น่าสนใจมากข้นึ
8 ครูให้นักเรียนฝึ กการอ่านออกเสียง (Pronunciation: /l/ e / r/) ในหนังสือ Sprint 2
Student’s Book หน้า 14 Pronunciation โดยให้ฟังเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน
สองคร้ัง คร้ังที่ 2 ใหน้ กั เรียนอ่านตาม ครูให้นกั เรียนอ่านตามพร้อมกนั อีกคร้ังหน่ึง
และแก้ไขในส่วนของตัวอักษรที่นักเรียนยังอ่านไม่ถูกต้อง หลังจากน้ันให้
นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 2 โดยให้ขีดเส้นใตค้ าท่ีนักเรียนได้ฟังจากซีดีประกอบ
บทเรียน เมื่อเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียน ตรวจคาตอบกบั เพ่ือน เพื่อให้ไดค้ าตอบที่ถูกตอ้ ง
ครูเปิ ดซีดีประกอบบทเรียน เพื่อตรวจคาตอบ (ดูเฉลย)
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (Production)
9 ครูใหน้ กั เรียนจบั คกู่ บั เพื่อนเพ่ือทาแบบฝึกหดั ขอ้ 4 ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 15 ซ่ึงใหน้ กั เรียนพูดถาม-ตอบขอ้ มูลเก่ียวกบั กิจกรรมแตล่ ะชนิดพร้อมกบั
อธิบายวธิ ีการทาแลกเปล่ียนกนั โดยใชข้ อ้ ความที่กาหนดใหต้ ามตวั อยา่ ง เมื่อนกั เรียน
ทาเสร็จเรียบร้อยแลว้ ครูให้นกั เรียนคทู่ ่ีสมคั รใจออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียนจนครบ
ท้งั หมด 6 กิจกรรม (do a magic trick, play a card game, get good grades at school,
ride a horse, play a musical instrument, make a speech) แลว้ เขียนกิจกรรม
ของตนเองลงสมุดส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
Culture: Housework in the USA
Housework in the USA วยั รุ่นอเมริกนั เมื่อจบมธั ยมปลายก็จะออกจากบา้ น เพื่อหางาน
ทาเล้ียงตวั เอง ดงั น้นั จึงตอ้ งหดั ช่วยเหลือตวั เองในชีวิตประจาวนั การทางานบา้ นเลก็ ๆ นอ้ ยๆ เช่น
ซักผา้ รีดผา้ ทาความสะอาดบา้ น ซ่อมแซมเคร่ืองใช้ไมส้ อยต่างๆ ถือเป็ นส่วนหน่ึงที่ตอ้ งทาใน
ชีวิตประจาวนั
ข้นั สรุป (Conclusion)
10 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 8 ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 5 Function:
Talking about how you do things เรียงลาดบั ขอ้ ความที่กาหนดใหถ้ ูกตอ้ ง
บทเรียนย่อยที่ 5 เวลา 2 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
9. อ่านและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั งานบา้ นในประเทศสหรัฐอเมริกา
10. ฟังและเขา้ ใจบทสมั ภาษณ์ของผเู้ ช่ียวชาญถึงสาเหตุการไม่ช่วยทางานบา้ นของวยั รุ่น
อเมริกนั
11. เขยี นอีเมลถึงเพื่อนชาวตา่ งชาติเพ่อื เล่ากิจกรรมที่ทาในชีวิตประจาวนั ในครอบครัว
ของตนเอง
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 16
Picture A : ใหน้ กั เรียนพดู บรรยายเก่ียวกบั กิจกรรมที่เดก็ วยั รุ่นสองคนช่วยกนั ทา
เช่น A girl is doing the vacuuming. A boy is clearing the table.
ครูถามนกั เรียน Where are they? ( In the kitchen) Who else can you
see in the picture? (Their parents) What are their parents doing?
(They are not doing anything./ They are watching their children do the
housework.) he topic you are going to study is about … (Housework
in the USA)
Picture B : ครูถามคาถาม What are they doing? (They are doing the vacuuming.)
Are they happy or sad? (They are happy.)
Picture C : What is the relationship between the girl and the woman? (Mother
and daughter) What are they doing? (They are unloading the
dishwasher.)
Culture: Housework
เด็กอเมริกนั หรือยโุ รป มกั จะตอ้ งหัดช่วยเหลือตวั เองในชีวิตประจาวนั เช่น ซกั ผา้ รีดผา้
ทาความสะอาดบา้ น ซ่อมแซมเครื่องใช้ไมส้ อยต่างๆ เป็ นตน้ นักเรียนส่วนมากที่อายคุ รบ 14 ปี
ข้ึนไป มกั หางานทาเพ่ือหาค่าขนม ในสหรัฐอเมริกามีขอ้ กาหนดตามกฎหมายว่า เด็กนักเรียน
วยั รุ่น ถา้ อายุยงั ไม่ถึง 14 ปี จะไม่สามารถทางานได้ แต่เม่ืออายุถึง 14 ปี แลว้ นกั เรียนจะสามารถ
หางานทาได้หลายประเภท เช่นไปทางานตามร้านขายแซนวิช ร้านขายกาแฟ ไปเป็ นคนเล้ียงเด็ก
รับจา้ งตดั หญา้ หรือเป็นพนกั งานแคชเชียร์ตามศนู ยก์ ารคา้
2 ครูบอกนกั เรียนว่า การทางานบา้ นถือเป็ นการออกกาลงั กายอย่างหน่ึง อีกท้งั ยงั เป็ น
การช่วยแบ่งเบาภาระการทางานของพ่อแม่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้าง
คนงานมาช่วยทางานบ้าน วิธีน้ีนอกจากจะทาให้นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว
ยงั เป็นการเช่ือมสัมพนั ธไมตรีกบั คนในครอบครัวให้ใกลช้ ิดกนั มากยิง่ ข้ึน เพราะใน
สงั คมไทยปัจจุบนั น้ีทุกคนในครอบครัวจะหาเวลาวา่ งมาพร้อมหนา้ พร้อมตากนั ไดย้ าก
ให้นักเรี ยนจับคู่ผลัดกันถามตอบเกี่ยวกับงานบ้านที่ทาด้วยประโยคคาถาม
What housework do you do? ครูให้นกั เรียนที่สมคั รใจออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน
2-3 คู่
Self & Social Responsibility: Household Chores
Household Chores : It is important to do the household chores in your family.
What kind of chores do you do around the house? Do you cook, make your own lunches and do
your own laundry?
I do chores such as washing the dishes, cleaning the bathroom, cleaning my room,
and cleaning the kitchen.
I sometimes cook and I do my own laundry. I also babysit my little sisters. I try to
get my 4.0 & above GPA in there by studying, doing my homework on time or before
the date.
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ครูใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงประโยคคาถามท้งั 5 ประโยคพร้อมกนั ในหนงั สือ Sprint 2
Student’s Book หน้า 16 ขอ้ 2 แลว้ ใชเ้ ทคนิคการอ่านแบบ Skimming จบั คู่ประโยค
คาถามท้งั 5 ประโยคกบั ขอ้ ความท้งั 5 ขอ้ ความอยา่ งรวดเร็ว (ดูเฉลย)
4 ครูอธิบายการอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว (Skimming) เป็ นวิธีการอ่านแบบหน่ึง
ที่แตกต่างจากการอ่านแบบธรรมดา เพราะการอ่านแบบน้ีเป็นการอ่านผ่านๆ เพื่อตอ้ งการ
ข้อมูลทั่วไป (general information) จะไม่อ่านทุกตัวอกั ษร อ่านข้าม ๆ แต่ก็สามารถ
จบั ใจความของเรื่องท่ีกาลงั อ่านได้ การอ่านแบบน้ีมีจุดมุ่งหมายหลกั 2 ประการ คือ
อ่านเพื่อเก็บประเด็นหรือใจความสาคญั และอ่านเพ่ือเก็บรายละเอียดที่สาคญั บางอย่าง
ประโยชน์ของการอ่านคือช่วยประหยดั เวลาในการอ่าน เพราะช่วยให้ผูอ้ ่านอ่านเร่ือง
ต่าง ๆ ไดเ้ ร็วข้ึน และเขา้ ใจใจความสาคญั ที่อ่านไดโ้ ดยไม่จาเป็ นตอ้ งอ่านรายละเอียด
ตลอดท้งั เร่ือง
ข้นั ฝึ ก (Practice)
5 ครูให้นกั เรียนอ่านออกเสียงบทอ่านขอ้ 2 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 16
จากน้นั ครูช่วยอธิบายคาศพั ทแ์ ละสานวนใน ทา้ ยบทอ่าน และคาศพั ท์
ที่นักเรียนแปลความหมายไม่ได้ โดยให้เพ่ือนท่ีสามารถตอบได้แปลให้ฟังก่อน
ครูเป็นผตู้ รวจสอบ แกไ้ ขความถกู ตอ้ ง
6 ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการอ่านบทอา่ น โดยใหน้ กั เรียนตอบคาถาม ดงั น้ี
ย่อหน้าที่ 1
- How long do the American children spend time in housework?
(Less than three hours per week)
- What do American children like to do? (Watch TV)
ย่อหน้าท่ี 2
- Why don’t American children help around the house?
(Parents have less time to get children involved in household.)
- Do parents have time to supervise the kids what to do? (No, they don’t.)
ย่อหน้าที่ 3
- How does doing the housework affect the children?
(If they help around the house, they can look after themselves and contribute to
the lives of the others.)
- What makes children happy and gives them a sense of responsibility and
autonomy? (Doing the housework)
ย่อหน้าท่ี 4
- What is the age of the international teens who can do the housework? (10)
- How many household jobs are mentioned in the paragraph? (11)
ย่อหน้าท่ี 5
- What do experts suggest American children do? (Do housework as a family)
- What do they advise parents to do? (Make the housework as part of the
children’s routine by adding fun, music and competition)
7 ครูประเมินความเข้าใจในการอ่านบทอ่านโดยให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 3
ซ่ึงเป็ นแบบฝึ กหัดท่ีให้นักเรียนกาเครื่องหมายลงในช่อง T ถ้าข้อความน้ันถูก
F ถา้ ขอ้ ความน้ันผิด และ DS ถา้ เป็ นขอ้ ความท่ีไม่ได้กล่าวไวใ้ นบทอ่าน เม่ือเสร็จ
แลว้ ใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบกบั เพอื่ น ครูช่วยตรวจแกไ้ ข (ดูเฉลย)
8 ครูบอกนักเรียนว่า นักเรียนจะได้ฟังบทสัมภาษณ์ของผูเ้ ช่ียวชาญที่อธิบายว่า
ทาไมเดก็ อเมริกนั จึงไม่ช่วยพอ่ แม่ทางานบา้ น ในกิจกรรม Listening ในหนงั สือ
print 2 Student’s Book หน้า 17 ใหน้ กั เรียนอา่ นคาถามและตวั เลือกทุกขอ้ ขีดเส้นใต้
คาศพั ท์ที่แปลไม่ได้ ครูเปิ ดโอกาสให้นักเรียนบอกคาศพั ท์ท่ีแปลไม่ได้ โดยให้
นักเรียนที่สมคั รใจบอกความหมาย ครูทาหน้าท่ีตรวจสอบ แก้ไขและบอก
ความหมายท่ีถูกตอ้ งคาศพั ทใ์ นประโยคคาถามเช่น consequence, society, survival,
complex, academic, tolerant, individualistic, independent เป็นตน้
9 ครูใหน้ กั เรียนฟังบทสมั ภาษณข์ อ้ 4 ในกิจกรรม Listening ในหนงั สืออีกคร้ัง อา่ นคาถาม
ท้งั 6 ขอ้ แลว้ เลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ ง เมื่อเสร็จแลว้ ครูใหน้ กั เรียนที่สมคั รใจอ่านประโยค
คาถามพร้อมคาตอบจนครบ ครูช่วยอธิบาย แกไ้ ขในส่วนที่นกั เรียนตอบผิด (ดูเฉลย)
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร (Production)
10 ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่เพอื่ ทากิจกรรม ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Bookหน้า 17
Speaking ขอ้ 5 ซ่ึงเป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนพดู ถาม-ตอบเก่ียวกบั กิจกรรมท่ีทาภายใน
ครอบครัวจนเป็นนิสยั โดยใชโ้ ครงสร้างประโยคคาถามที่กาหนด 6 ประโยคให้ผลดั กนั
ถาม-ตอบ ในขณะท่ีเพอ่ื นตอบใหน้ กั เรียนเขียนคาตอบท้งั หมดลงสมุด หลงั จากที่
นกั เรียนทากิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแลว้ ครูสุ่มนกั เรียนออกมานาเสนอขอ้ มูลของตนเอง
หนา้ ช้นั เรียน
11 แบ่งนักเรียนเป็ นกลุ่ม ๆ ละ 8 คน ร่วมกันอภิปรายกิจกรรมที่ทาในครอบครัว
ของตนเองว่าทาอะไรบา้ ง แลว้ รวบรวมกิจกรรมท้งั หมด เขียนเป็ นแผนผงั ความคิด
(Mind Mapping) โดยใชห้ ัวขอ้ ว่า Housework in Thailand รวบรวมส่ง ครูตรวจสอบ
แกไ้ ข และใหน้ กั เรียนนาแผนผงั ความคิดท้งั หมด ไปติดป้ายนิเทศในห้องโฮมรูมของตน
ข้ันสรุป (Conclusion)
12 ให้นักเรี ยนสมาชิกแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอข้อมูลเก่ียวกับกิจ กรรมที่ทา
ในครอบครัวของตนเอง ครูประเมินการนาเสนอ โดยใชแ้ บบประเมินการนาเสนอ
Self & Social Responsibility: As you are a student in school, what
duty can you perform to keep your classroom clean and organized?
For Thai students, everyone should keep the classroom clean and organized at all times.
Each person will be assigned specific tasks such as:
- erasing the board,
- taking the bin out,
- collecting their friends’ assignments for the teachers,
- checking their friends’ attendance and so on.
In comparison American students, they are not as obliged as Thai students to clean the
classroom depending on the school’s policy. Most schools require the janitors to keep the
school grounds clean including the students’ classrooms.
If a student needs to be disciplined, a teacher or a special officer in school will assigned
them what to do such as picking up rubbish around the school, cleaning the classroom or the
toilet or staying after school for 30 minutes to one hour.
13 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหัดขอ้ 6 Writing ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 17
ซ่ึงเป็ นกิจกรรมการเขียนอีเมล ถึงเพ่ือนชาวต่างประเทศ เล่ากิจกรรมท่ีทาในชีวิต
ประจาวนั ในครอบครัวของตนเองใหเ้ พื่อนฟัง นกั เรียนสามารถนาคาตอบในแบบฝึกหัด
ขอ้ 5 Speaking มาเป็นแนวในการเขยี น เม่ือเขียนเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนแลกเปลี่ยน
กนั อา่ น พร้อมตรวจสอบความถูกตอ้ งก่อนส่งใหค้ รูตรวจแกไ้ ข ครูเลือกงานท่ีดีที่สุด
3 ชิ้นแสดงบนบอร์ด เพ่ือเป็นตวั อยา่ งใหเ้ พ่อื นนกั เรียนดว้ ยกนั
14 ให้นักเรี ยนทาแบบฝึ กหัด Build your competences : Reading ในหนังสื อ Sprint 2
Workbook หน้า 8-9 (ดูเฉลย)
15 นกั เรียนทาแบบทดสอบประจาหน่วยที่ 1 เพื่อประเมินตนเองเก่ียวกบั เน้ือหาที่ไดเ้ รียน
ไปแลว้
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1 หนงั สือ Sprint 2 Student’s Book
2 หนงั สือ Sprint 2 Workbook
3 ซีดีประกอบบทเรียน
4 เครื่องเล่นซีดี
5 พจนานุกรม
6 ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์
- http://www.thaiandroidphone.com/thread-31159-1-1.html
- http://www.esl-lab.com/ramfiles/v-chores
การวดั และประเมินผล
1 ประเมินตามจุดประสงค์
1.1 ประเมินการพดู ถาม-ตอบโดยใชแ้ บบประเมินการสนทนา
1.2 ประเมินการฟังบทความจากจานวนคาตอบที่ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.3 ประเมินการฟังบทสนทนาจากจานวนคาตอบที่ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.4 ประเมินการเขียนประโยคโดยใช้ Adverbs of Manner จากจานวนคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.5 ประเมินการเขยี นประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ Present Simple Tense and
Present Continuous Tense จากจานวนคาตอบที่ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.6 ประเมินการต้งั ประโยคคาถามและตอบ จากจานวนคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑ์
ผา่ นร้อยละ 70
1.7 ประเมินการฟังบทพูด จากจานวนคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.8 ประเมินการพดู ถาม-ตอบโดยใชแ้ บบประเมินการสนทนา
1.9 ประเมินการอา่ นบทความ จากจานวนคาตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.10 ประเมินการฟังบทสัมภาษณ์ จากจานวนคาตอบที่ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.11 ประเมินการเขยี นอีเมล โดยใชแ้ บบประเมินการเขียน
2 ประเมินผลการทาแบบฝึกหดั ในหนงั สือแบบฝึกหดั จากจานวนคาตอบที่ถกู ตอ้ ง โดยใช้
เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
3 นักเรียนประเมินการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 โดยใช้แบบทดสอบประจาหน่วยที่ 1
โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
แบบทดสอบประจาหน่วยที่ 1
What are these phrases in your language?
1. take out the rubbish = ……………………………………………………….…………
2. clear the table = ………………………………………………………..………………
3. wash the dishes = ……………………………………………………...………………
4. walk the dog = …………………………………………………………………………
5. tidy your room = ……………………………………………………….………………
Choose the best answer to each question.
6. Our teacher always ………………….us a lot of homework.
a. is giving b. gives c. give d. gave
7. Look! The boys …………………..home.
a. come b. are coming c. comes d. will come
8. Jonathan is married. ……………..wife is an air hostess.
a. He b. Its c. His d. Her
9. I’d like you to meet Dan. He’s a great friend of ……………….. .
a. ours b. us c. our d. we
10. When the teacher speaks so ……………….., it’s difficult to understand her.
a. fast b. late c. slowly d. smooth
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เร่ือง Past times เวลา 12 คาบ
ช่ือผู้สอน นางสาวแก้วกลั ยา มณเทยี ร โรงเรียนพระบางวทิ ยา
เป้าหมายการเรียนรู้
สาระสาคญั
สนทนาเก่ียวกับขอ้ มูลส่วนตวั และอาชีพในอดีตจนถึงปัจจุบัน ฟังบทสนทนาการสัมภาษณ์
ขอ้ มูลเฉพาะบุคคล อา่ นบทความการใชแ้ รงงานเดก็ เขยี นจดหมายเล่าขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสัมภาษณ์
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/3, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/5, ต 1.3 ม.2/1,
ต 1.3 ม.2/2, ต 1.3 ม.2/3
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มฐ. ต 2.1 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/2, ต 2.2 ม.2/1, ต 2.2 ม.2/2
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืน
มฐ. ต 3.1 ม.2/1
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม.2/1
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. พูดใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั อาชีพตา่ งๆ
มฐ. ต 1.2 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/1, ต 2.2 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
2. ฟังและอา่ นขอ้ ความเกี่ยวกบั อาชีพที่แยท่ ่ีสุดในประวตั ิศาสตร์เขา้ ใจ
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/5, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
3. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาในหัวขอ้ He was born in 1950.
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.3 ม2/2, ต 3.1 ม.2/1
4. อา่ นออกเสียงบทสนทนาเก่ียวกบั บทสมั ภาษณ์ประวตั ิคุณตาของ Sasha
มฐ. ต 1.1 ม. 2/2, ต 1.2 ม.2/4, ต 2.1 ม. 2/1
5. พดู ถาม-ตอบเก่ียวกบั บทสนทนาเกี่ยวกบั บทสมั ภาษณ์ประวตั ิคณุ ตาของ Sasha
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/3, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
6. เขยี นขอ้ ความตามคาบอก
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/4
7. เขยี นประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ Past Simple Tense โดยใช้ Verb to be ในประโยค
บอกเล่า ปฏิเสธและคาถาม
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/1, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1
8. แต่งประโยคโดยใชส้ านวน “be born”, there was, there were
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.3 ม.2/3, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
9. ฟังประโยคแลว้ อ่านออกเสียงคาที่มีตวั อกั ษร /w /
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.2 ม.2/4, ต 2.1 ม.2/1
10. พดู ถาม-ตอบเกี่ยวกบั เหตุการณ์ในอดีต
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
11. อ่านและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั การใชแ้ รงงานเด็ก
มฐ. ต 1.1 ม.2/4, ต 2.2 ม.2/1, ต 2.2 ม.2/2, ต 3.1 ม.2/1
12. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาเกี่ยวกบั เดก็ ๆ ที่ทางานในสมยั วกิ ตอเรีย
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/2, ต 2.1 ม.2/2,
ต 2.2 ม.2/2, ต 3.1 ม.2/1
13. เขยี นจดหมายถึงเพ่ือนเลา่ เร่ืองราวของบุคคลท่ีไปสมั ภาษณ์
มฐ. ต 1.3 ม.2 /1, ต 1.3 ม.2 /2, ต 2.1 ม.2/2, ต 2.2 ม.2/2, ต 3.1 ม.2/1
สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
คาศัพท์และสานวนภาษา (Vocabulary & Idioms)
บทเรียนย่อยที่ 1 (Vocabulary and Presentation 1)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
bricklayer (n.) a person whose job is to build walls, ช่างปนู
houses, and other structures with bricks.
miner (n.) a person who works in a mine คนงานเหมือง
salon (n.) an establishment where a hairdresser, ร้านเสริมสวย
beautician, or couturier conducts trade
worst (adj.) the superlative of bad; of the poorest เลว แยท่ ่ีสุด
quality or the lowest standard; least good
unpaid (adj.) or desirable ยงั ไมช่ าระ คง่ั คา้ ง
of work or a period of leave; undertaken
criminal (n.) without payment ผทู้ าผิดกฎหมาย
physically (adv.) a person who has committed a crime เกี่ยวกบั ร่างกาย
relating to the body as opposed to the มีความรับผิดชอบ
responsible mind
(adj.) having the job or duty of doing something เคร่งขรึม จริงจงั
or taking care of somebody/something, so อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ
serious (adj.) that you may be blamed if something goes น่านบั ถือ น่าเคารพ
equipment (n.) wrong ซ่ึงเป็ นพิษ
bad or dangerous ไมส่ ะดวกสบาย
respectable (n.) the things that are needed for a particular โบสถ์
purpose or activity ซ่ึงมีคา่ ตอบแทนมาก
poisonous (adj.) considered by society to be acceptable, ทา่ ทาง
good or correct
uncomfortable causing death or illness if swallowed or ซ่ึงเกิดซ้าๆ
(adj.) absorbed into the body
cathedral (n.) not feeling physically relaxed, warm, etc.
well-paid (adj.) the main church of a district, under the
pose (n.) care of a bishop
earning or providing a lot of money
repetitive (adj.) a particular position in which somebody
stands, sits, etc., especially in order to be
painted, drawn or photographed
saying or doing the same thing many
times, so that it becomes boring
บทเรียนย่อยท่ี 2 (Presentation 2 and Vocabulary)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
awesome (adj.)
write up very impressive or very difficult and ดีเลิศ น่ากลวั
(phrasal v.) perhaps rather frightening
remind (vt.)
to record something in writing in a full and เขยี นหรือบรรยายให้
bellboy (n.) complete form, often using notes that you สมบรู ณ์
made earlier
law student (n.)
bet (vt.,vi.) to help somebody remember something, เตือนความจา
create (vt.) especially something important that they
develop (vt.,vi.)
legal (adj.) must do
investigate
(vt.,vi.) a person whose job is to carry people's พนกั งานยกกระเป๋ าใน
deliver (vt.,vi.) cases to their rooms in a hotel โรงแรม
parcel (n.) a person who is studying law นกั ศึกษากฎหมาย
prepare (v.) to risk money on a race or an event by พนนั
trying to predict the result
to make something happen or exist สร้าง
to think of or produce a new idea, product, พฒั นา บุกเบิก เจริญเติบโต
etc. and make it successful
connected with the law เก่ียวกบั กฎหมาย
to carefully examine the facts of a สืบสวน, สอบสวน
situation, an event, a crime, etc. to find out
the truth about it or how it happened
to take goods, letters, etc. to the person or ส่ง
people they have been sent to; to take
somebody somewhere
something that is wrapped in paper or put พสั ดุ
into a thick envelope so that it can be sent
by mail, carried easily, or given as a
present
to make something or somebody ready to จดั เตรียม
be used or to do something
บทเรียนย่อยท่ี 3 (Grammar)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
smoke alarm (n.) a device that makes a loud noise if smoke สัญญาณเตือนไฟไหม้
is in the air to warn you of a fire
fire extinguisher a metal container with water or chemicals เครื่องดบั เพลิง
(n.) inside for putting out small fires
escape (vi.) to get away from a place where you have หลบหนี
been kept as a prisoner or not allowed to
leave
ramp (n.) a slope that joins two parts of a road, path, ทางลาด
building, etc. when one is higher than the
other
disabled (adj.) unable to use a part of your body ทพุ ลภาพ
completely or easily because of a physical
condition, illness, injury, etc.; unable to
learn easily
assembly (n.) the meeting together of a group of people การชุมนุม
for a particular purpose; a group of people
who meet together for a particular purpose
scared (adj.) frightened of something or afraid that กลวั
something bad might happen; afraid
บทเรียนย่อยที่ 5 (Build your Competences)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
ภัยอนั ตราย, การเสีย่ ง
risk (n.) the possibility of something bad
happening at some time in the อัตราการตาย
สภาวะ
future; a situation that could be เกิดข้นึ บ่อยๆ
dangerous or have a bad result
mortality (n.) the number of deaths in a particular
situation or period of time
condition (n.) the state that something is in
common (adj.) happening often; existing in large
numbers or in many places
earn money income ไดเ้ งนิ จากการทำงาน
(collocations) ค่าจ้าง ค่าแรง
wage (n.) a regular amount of money that you
earn, usually every week, for work or โดยเฉพาะ, เจาะจง
specific (adj.) services คนทำไม้ขีดไฟ
existing only in one place or limited คนทำงาน
match-maker to one thing การปกป้อง
(n.) one who makes matches for burning การกระทำที่โหดร้ายทารุณ
workforce (n.) อย่างทลี ะน้อย
all the people who work for a อนุญาต
prevention (n.) particular company, organization, etc.
the act of stopping something bad ทบ่ี งั คบั
cruelty (n.) from happening มาตรฐาน
behavior that causes pain or suffering
gradually to others, especially deliberately
(adv.) slowly, over a long period of time
allow (vt.)
to let somebody/something do
compulsory something; to let something happen
(adj.) or be done
norm (n.) that must be done because of a law
or a rule
standards of behavior that are typical
of or accepted within a particular
group or society
หน้าท่ีภาษา (Function)
- Talking about past times
- Talking about jobs
- Talking about past events
โครงสร้างประโยค / ไวยากรณ์ (Structure and Grammar)
- Past Simple Tense
Subject V. 2
- there was / there were
- be born
ทักษะ/กระบวนการ
การใชภ้ าษาเพอ่ื การส่ือสาร (ฟัง พดู อ่าน เขยี น)
การฟัง การคาดเดาขอ้ มลู การหาขอ้ มูลโดยเฉพาะการหาขอ้ มูลทวั่ ไป
การพดู การพูดเพื่อใหข้ อ้ มลู บรรยาย การแสดงความคิดเห็น
การอ่าน การอา่ นออกเสียง การหาขอ้ มูลเฉพาะ และการแสดงความคดิ เห็น
การเขยี น การเขียนจดหมาย
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มุ่งมน่ั ในการทางาน : นักเรียนสามารถบรรยายลกั ษณะงานของอาชีพต่างๆ สัมภาษณ์เพื่อน
เก่ียวกบั อาชีพ และเขยี นจดหมายเลา่ ใหเ้ พ่อื นฟังเกี่ยวกบั บทสัมภาษณ์
บูรณาการ กบั สาระการเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (อาชีพต่างๆ) กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาศาสนา
และวฒั นธรรม (อาชีพต่างๆ ในสมยั Middle Ages และกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม (อาเซียนศึกษา : 7 อาชีพที่สามารถทางานไดอ้ ยา่ งเสรีในประชาคมอาเซียน)
กจิ กรรมการเรียนรู้
บทเรียนย่อยท่ี 1 เวลา 2 คาบ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. พดู ใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั อาชีพตา่ งๆ
2. ฟังและอ่านขอ้ ความเกี่ยวกบั อาชีพที่แย่ท่ีสุดในประวตั ิศาสตร์อยา่ งเขา้ ใจ
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูใหน้ กั เรียนอา่ นบตั รคาคาวา่ past times และ pastime แลว้ ใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็น
เปรียบเทียบความหมายของสองคาน้ี ครูสรุปวา่ past times means the time that has
passed and past time means an activity that is done for enjoyment หรือ
หมายความวา่ hobby (งานอดิเรก) ครูบอกนกั เรียนวา่ Today we are going to study
about “past times”.
2 ใหน้ กั เรียนจบั คเู่ ปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 18-19 ดูภาพท้งั 6 ภาพ
ในกิจกรรม Vocabulary แลว้ บอกวา่ บคุ คลในภาพแต่ละภาพทาอะไร หลงั จากน้นั
สุ่มใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นดงั น้ี
Picture A: A farmer is working in a field.
Picture B: A painter is painting a picture.
Picture C: A doctor is examining a boy.
Picture D: A baker is baking bread.
Picture E: Miners are working in a mine.
Picture F: Office workers are working.
ครูพูดว่า Look at the pictures from A-F. Do you think that the situations happen in
the past or present? นกั เรียนตอบวา่ In the past.
ครูเพิ่มเติมอาชีพตา่ งๆ ให้นกั เรียนดูภาพอาชีพเพ่ิมเติมใน Word Bank ในหนงั สือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 106 หวั ขอ้ Job ใหน้ กั เรียนฟังแลว้ อา่ นตาม 2 คร้ัง
3 ใหน้ กั เรียนอ่านคาศพั ทต์ อ่ ไปน้ี แลว้ ช่วยกนั บอกวา่ สถานท่ีเหล่าน้ีเหมาะกบั อาชีพใด
workshop (painter) bakery (baker)
hospital (doctor, nurse) salon (hairdresser)
office (office worker) construction site (bricklayer, engineer, architect)
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
4 ครูให้นักเรียนอ่านบตั รคาอาชีพต่างๆ ประกอบดว้ ย baker, doctor, hairdresser,
painter, bricklayer, farmer, miner, office worker ทบทวนอีกคร้ังวา่ แต่ละอาชีพ
มีสถานท่ี ทางานท่ีไหน โดยใหน้ กั เรียนพูดพร้อมกนั ดงั น้ี
Occupation Workplace Occupation Workplace
baker bakery doctor hospital
salon office
hairdresser office worker field
bricklayer construction site farmer workshop
mine painter
miner
5 นกั เรียนฟังประกอบบทเรียน ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 18
ขอ้ 2 Vocabulary แลว้ อ่านตาม 2 คร้ัง หลงั จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คู่อาชีพ ท้งั 8 กบั
ภาพชุดอุปกรณ์ เครื่องมือของแตล่ ะอาชีพ ครูและนกั เรียนช่วยกนั เฉลย คาตอบ(ดูเฉลย)
6 ครูอธิบายคาวา่ Work, Job และ Career จาก ดงั น้ี
Work เป็ นไดท้ ้งั กริยา (verb) และ คานาม (noun) เมื่อเป็ นกริยา หมายถึงทางาน
ดาเนินงาน ใช้งาน ใช้สอย เดินเครื่อง ทาด้วยมือ ไดผ้ ลหรือควบคุม และเม่ือเป็ น
คานามหมายถึง งาน ท่ีทางาน เวลางาน เป็นงานท่ีตอ้ งออกแรง หรือใชค้ วามพยายาม
เป็นงานที่ทาเพ่อื เล้ียงชีพ หรือ งานที่ไดเ้ งิน เช่น Dang works in a café.
Job เป็นคานาม (noun) เทา่ น้นั หมายถึง การทางาน จะมีความหมายที่เฉพาะเจาะจง
มากกวา่ คาว่า work โดย job จะบอกหนา้ ท่ี/ช่ืองาน/ชื่อตาแหน่งเลย เช่น David has now
got a new job. He is a cook in a small restaurant.
Career เป็นคานาม (noun) หมายถึง งานหรือลาดบั ของงานท่ีเราทามาในสาขาใด
สาขาหน่ึง มกั มีความขอ้ งเกี่ยวกบั ความรับผิดชอบท่ีเพิ่มมากข้นึ ตามระยะเวลา
7 ให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 3 ปากเปล่าพร้อมกัน โดยให้เลือกอาชีพท่ีอยู่ใน
Vocabulary ขอ้ 2 มาเติม ครูตรวจความถูกตอ้ ง แลว้ ใหน้ กั เรียนเขียนคาตอบที่ถกู ตอ้ ง
ลงในแบบฝึ กหดั
ข้นั ฝึ ก (Practice)
8 ใหน้ กั เรียนจบั คู่ทากิจกรรมสนทนาเก่ียวกบั อาชีพท่ีนกั เรียนตอ้ งการประกอบอาชีพ
ในอนาคต โดยดูจากตวั อยา่ งในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 18 ขอ้ 4
ให้นกั เรียนผลดั กนั พดู ท้งั A และ B ตามโครงสร้างดงั น้ี
A: I would like to be a/an …… and work in a/an ………….. . What about you?
B: I’d like to be a/an …………….. and work in a/an …..………. .
ครูขออาสาสมัครออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน 5-6 คู่ จากน้ันให้นักเรียนเขียน
ประโยคของตนเองลงสมดุ
9 ครูบอกวา่ นกั เรียนจะไดอ้ ่านบทความเร่ือง The Worst Jobs in History! ในหนงั สือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 19 ขอ้ 5 เป็ นเร่ืองเกี่ยวกบั อาชีพท่ีแย่ท่ีสุดใน
ประวตั ิศาสตร์ของประเทศสหราชอาณาจกั รในสมยั คริสตศ์ กั ราชที่ 4-20 โดยครูเปิ ดซีดี
ประกอบบทเรียนใหน้ กั เรียนฟังคร้ังแรกก่อนและในขณะที่ฟังใหน้ กั เรียนขดี เส้นใต้
คาศพั ทท์ ่ีนกั เรียนไมท่ ราบความหมายไว้ เม่ือฟังเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนถามความหมาย
ของคาศพั ทน์ ้นั ๆ ให้เพอ่ื นๆ ฟัง ครูใหน้ กั เรียนท่ีสามารถตอบไดแ้ ปลความหมายให้
เพ่ือนฟัง นกั เรียนช่วยกนั ตรวจแกไ้ ขวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่ ถา้ ไมถ่ กู ครูช่วยแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
คาศพั ทท์ ี่นกั เรียนอาจแปลความหมายไม่ได้ เช่น worst, punishment, criminals,
physically, machinery, surgeon, responsible, equipment, respectable,
poisonous, uncomfortable, cathedral, pose และ repetitive นกั เรียนสามารถหา
ความหมายไดจ้ ากคาศพั ทใ์ นบทเรียนยอ่ ยท่ี 1
10 ให้นักเรียนฟังบทความจากซีดีประกอบบทเรียน อีกคร้ังหน่ึง หลังจากฟังเสร็จ
แลว้ ครูให้นกั เรียนท่ีสมคั รใจผลดั กนั อา่ นขอ้ ความจนจบ ในขณะเดียวกนั ใหน้ กั เรียน
ที่เหลือตรวจสอบความถูกตอ้ งในการอ่านออกเสียงของเพื่อนที่อ่านดว้ ย หลังจากน้ัน
เปิ ดโอกาสให้นักเรียนสอบถามข้อความท่ีไม่เข้าใจ นักเรียนที่สามารถตอบได้
อธิบายใหเ้ พอ่ื นๆ ฟังโดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกตอ้ ง
Culture: Middle Ages
Middle Ages ยุคกลาง เป็ นระยะเวลาในประวตั ิศาสตร์ของยุโรปตะวนั ตกที่เกิดข้ึนจาก
การลม่ สลายของจกั รวรรดิโรมนั ตะวนั ตก ในศตวรรษที่ 4 และ 5 และยาวนานไปถึงศตวรรษ
ที่ 15 คือในช่วงของยคุ Renaissance แนวความคิดและสถาบนั การศึกษาของอารยธรรมตะวนั ตก
ส่วนใหญ่มีรากฐานจากเหตกุ ารณ์วนุ่ วายในยคุ กลางในช่วงตน้ และการกาเนิดของวฒั นธรรมในปี
ต่อมาความสาคญั ของยุคกลางได้รับการยอมรับมากข้ึนในดา้ นวิชาการ บนพ้ืนฐานของการ
เผยแพร่แหลง่ ขอ้ มูลยคุ ใหม่ การคน้ พบทางโบราณคดีและการศึกษาของการอพยพของประชากร
และการศึกษาของสถิติประชากรและรูปแบบการอพยพของประชากร
Charles Dickens เกิดเม่ือวนั ท่ี 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ 1812 ที่เมือง Port mouth ทางตอนใต้ของ
ประเทศองั กฤษ ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน ซ่ึงเขาได้เขียนนิ ยายเสียดสีในตัวละครที่ช่ือ
Micawber ใน Devid Copperfield ดว้ ยความยากลาบากทางการเงินของครอบครัวทาให้ตอ้ งยา้ ย
ท่ีอยไู่ ปเรื่อยๆ จนกระทงั่ ไปต้งั รกรากอยใู่ นเมือง Camden ยา่ นยากจนของกรุงลอนดอน ตอนอายุ
12 ชาร์ลส์ได้เข้าทางานในคลังสินค้า มีหน้าที่ดูแลด้านยาขัดรองเท้า ซ่ึงต้องทางานร่วมกับ
คนงานและเด็กชนช้นั แรงงาน เขาถูกบงั คบั ใหอ้ ยูแ่ ยกจากครอบครัวเป็นเวลาหลายเดือน และเมื่อ
เขายา้ ยไปอยกู่ บั พ่อผซู้ ่ึงติดคุกอยู่ท่ีคุกลูกหน้ี Marshalsea ประสบการณ์แห่งความยากลาบากเป็ น
เหตุการณ์ที่สาคญั ท่ีสุดของชีวิตเขา ที่ทาให้เขาพบมุมมองในอีกรูปแบบหน่ึง ที่ไดบ้ รรยายไวใ้ น
บทประพนั ธ์หลายเรื่อง ในท่ีน้ีรวมถึง The Pickwick Papers, Oliver Twist, and Little Dorrit และ
David Copperfield
11 ทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยให้ทาแบบฝึ กหัดเกี่ยวกบั บทความในหนงั สือขอ้ 6
Comprehension ครูให้เวลานักเรียนทา 3-5 นาที หลงั จากน้ันให้นกั เรียนที่สมคั รใจ
อ่านคาถามและคาตอบพร้อมแปลความหมายใหเ้ พื่อนๆ ฟัง
ข้นั การใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร (Production)
12 ใหน้ กั เรียนอ่านบทความเร่ือง The Worst Jobs in History! ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 19 โดยวิธีอ่านในใจอีกคร้ัง ในระหวา่ งที่อ่านครูเขียนแบบฝึ กเก่ียวกบั
เน้ือเร่ืองบนกระดาน ดงั น้ี
Match each era with the worst jobs according to the article.
Era Jobs
Roman Britain gold miners
Saxon Britain farmers, bricklayer, bakers
Middle Ages doctor, hairdresser
16th Century theatre jobs
17th Century
Georgian Britain painters
20th Century artist’s model
office workers
13 ให้นักเรียนจบั คู่สนทนาเก่ียวกบั อาชีพ โดยใช้คาคุณศพั ท์ที่กาหนดให้โดยผลดั กนั
เป็น A และ B ในหนงั สือ ขอ้ 7 ประกอบดว้ ย dangerous, unpaid, heavy, boring,
dirty, uncomfortable, difficult, repetitive
A: It was a dangerous and difficult job.
B: Miner.
Possible answers:
It was repetitive and boring. (Office worker) It was dirty. (Farmer)
It was difficult.(Surgeon) It was boring. (Miner)
It was dangerous. (Painter)
It was unpaid. (Theatre job)
It was uncomfortable. (Theatre job)
ข้นั สรุป (Conclusion)
14 ให้นักเรียนคู่เดิม ฝึ กพูดถาม-ตอบเก่ียวกับอาชีพของบรรพบุรุษของตนเอง ตาม
ตวั อยา่ งในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 19 ขอ้ 8 Over to you ดงั น้ี
A: My granddad was a doctor. My great granddad was a farmer. What about you?
B: My granddad was a/an …………. . My great granddad was a …………. .
ครูใหเ้ วลา 5 นาที ใหน้ กั เรียนสลบั คู่สนทนากนั ไปเรื่อยๆ และจาคาตอบจากเพอ่ื นให้
ไดม้ ากท่สี ุด เม่ือหมดเวลาครูถามจานวนเพอ่ื นท่ีนกั เรียนสามารถไปสนทนาไดม้ ากท่ีสุด
และใหอ้ อกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ใหเ้ พื่อนๆ ช่วยสรุปอาชีพท่ีกล่าวมาอีกคร้ังหน่ึง
พร้อมๆ กนั
Self & Social Responsibility: weaving
Mapping your career idea in your family and in Thailand
Plant rice
Past times Career
in Thailand
Teacher
My ancestors’ career
15 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 10 ขอ้ 1-4 เป็นการบา้ น
บทเรียนย่อยที่ 2 เวลา 3 คาบ
จุดประสงค์การเรียนรู้
3. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาในหวั ขอ้ He was born in 1950
4. อ่านออกเสียงบทสนทนาเก่ียวกบั บทสมั ภาษณ์ประวตั ิคณุ ตาของ Sasha
5. พูดถามตอบบทสนทนาเกี่ยวกบั บทสมั ภาษณ์ประวตั ิคุณตาของ Sasha
6. เขียนขอ้ ความตามคาบอก
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 20 ขอ้ 1 เร่ือง
He was born in 1950. ใน Presentation 2 แลว้ ตอบคาถาม ดงั น้ี
- How many people are there in the pictures? (4)
- Where are they? (They are at home.)
- What is the relationship between the boy and the girl? (Friends)
- What is the relationship between the man and the woman? (Husband and wife)
2 ครูให้นักเรียนปิ ดหนังสือ และฟังบทสนทนาในซีดีประกอบบทเรียน 2 คร้ัง
ในขณะท่ีฟังบทสนทนา ให้นกั เรียนพยายามจดจาขอ้ มูลของ Sasha’s Grandpa ใหไ้ ด้
มากท่ีสุด เพอื่ ตอบคาถาม ดงั น้ี
- Where was Sasha’s Grandpa born? (Kingston, Jamaica)
- What did Grandpa’s mum do when she was young? (An opera singer)
- What was Grandpa’s first job? (A bellboy)
- Where was Sasha’s mum born? (In London)
- Who was a law student, grandpa or Sasha’s mum? (Grandpa)
และเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนท่ีสมคั รใจตอบคาถาม
Culture: Kingston
Kingston เป็นเมืองหลวงท่ีใหญ่ท่ีสุดของ Jamaica และมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และ
อีกแห่งหน่ึงท่ีเป็ นท่าเรือที่ดีท่ีสุดในหมู่เกาะอินเดียตะวนั ตกในด้านการส่งออกน้าตาล เหล้ารัม
กากน้าตาลและกลว้ ย เป็ นเมืองอุตสาหกรรมท่ีรวมถึงการท่องเที่ยว การแปรรูปอาหารและการ
กลน่ั น้ามนั Kingston ไดร้ ับการก่อต้งั ข้ึนในค.ศ. 1693 บนฝ่ังท่าเรือลึก เมืองหลวงในอดีต คือ
Port Royal ท่ีต้งั อยู่ปลายคาบสมุทรท่ีแคบและยาว ถูกน้าท่วมหลงั เกิดแผ่นดินไหวในค.ศ. 1692
เมืองหลวงจึงถูกย้ายไปยัง Spanish Town และในค.ศ. 1872 ย้ายไป Kingston หลังจากท่ี
Port Royal ถูกไฟไหม้ในค.ศ. 1703 Kingston ก็กลายเป็ นเมืองการคา้ ช้ันนา Kingston ได้รับ
ความเดือดร้อนจากการก่อความไม่สงบในเมืองรวมท้งั ไดร้ ับความเสียหายอยา่ งรุนแรงจากพายุเฮอริเคน
และแผ่นดินไหวในค.ศ. 1907 Kingston เป็ นท่ีเล่ืองลือท้ังในด้านความมีชีวิตชีวาและ
ประวตั ิศาสตร์ของโจรสลดั ในอดีต ในย่านชานเมืองของ Mona มี University of the West Indies
และสวนพฤกษศาสตร์ชื่อวา่ The Royal Botanical Gardens ท่ีมีชื่อเสียงดา้ นกลว้ ยไม้
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint2 Student’s Book หน้า 20 ดบู ทสนทนาใน Presentation 2
แลว้ เปิ ดซีดีประกอบบทเรียน ให้นกั เรียนฟัง 2 คร้ัง ในคร้ังน้ีให้ นกั เรียน
ขดี เส้นใตค้ าตอบท่ีครูถามคาถามไปเมื่อสกั ครู่ พร้อมกบั คาศพั ท์ สานวนท่ีนกั เรียนยงั
ไมเ่ ขา้ ใจความหมาย เช่น awesome, bellboy, law student, bet เป็นตน้
4 ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามความหมายของคาศพั ทแ์ ละสานวนที่อยใู่ นบท
สนทนา และในอภิธานศพั ท์ เช่น awesome, write up, remind, bellboy,
law student, bet