ข้นั ฝึ ก (Practice)
5 ให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทสนทนาพร้อมกัน ครูสุ่มให้นักเรียนอ่านเป็ นคู่ 3-4 คู่
แกไ้ ขการอ่านออกเสียงของนกั เรียนให้ถูกตอ้ ง และให้ทุกคนอ่านบทสนทนาพร้อม
กนั อีกคร้ัง ขณะท่ีอ่านไปใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใต้ ประโยคที่เป็นอดีตกาล (Past Simple Tense)
6 ให้นกั เรียนทาแบบฝึ กหัดขอ้ 3 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 20
ดว้ ยปากเปลา่ ซ่ึงเป็นการสรุปบทสัมภาษณ์ที่ Sasha ไปสมั ภาษณ์คุณตาของเธอมา
โดยนาขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการอา่ นบทสนทนามาเติม (ดูเฉลย) ครูสุ่มใหน้ กั เรียน 2-3 คนออกมา
อ่านขอ้ มูลท่ีสมบรู ณ์ใหเ้ พือ่ นฟัง พร้อมตรวจสอบแกไ้ ขความถกู ตอ้ ง
7 ครูแจกบตั รคาเกี่ยวกบั อาชีพ (Jobs) จานวน 13 อาชีพ ใหน้ กั เรียนคนละ 1 แผน่
ซ่ึงนามาจากหนงั สือเรียน Sprint 2 Student’s Book หน้า 21 ขอ้ 4 ประกอบดว้ ย
shop assistant, computer programmer, postman, policewoman, housewife, nurse,
cook, teacher, waiter, lawyer, factory worker, office worker, engineer ใหน้ กั เรียนท่ี
ไดบ้ ตั รคา อ่านออกเสียงดงั ๆ ใหเ้ พอ่ื นอ่านตามพร้อมโชวบ์ ตั รคาให้เพือ่ นดู
8 ครูบอกใหน้ กั เรียนทุกคนต้งั ใจฟังขอ้ ความท่ีครูจะพูด (ขอ้ ความแต่ละประโยคนามา
จากขอ้ 4 Vocabulary) แลว้ ให้นักเรียนบอกวา่ ประโยคท่ีครูพูดหมายถึงอาชีพอะไร
โดยอ่านประโยคตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนฟังก่อน เช่น
I work in a secondary school. I teach teenagers.
ครูบอกว่านกั เรียนคนใดสามารถตอบไดก้ ่อนและถูกตอ้ งจะได้ 1 คะแนน เม่ือมีเพื่อน
ตอบถูกแลว้ เจา้ ของบตั รคาจะโชวบ์ ตั รคาให้เพื่อนดูแลว้ ให้ทุกคนอ่านบตั รคาอีกคร้ังหน่ึง
คาตอบคอื teacher จากน้นั นกั เรียนอา่ นออกเสียงพร้อมกนั
1) She works at home. She does the housework and looks after her children.
(housewife)
2) A person who works in an office. (office worker)
3) I sell clothes and shoes in a department store. (shop assistant)
4) He creates and develops software programs. (computer programmer)
5) I work in a legal office and represent people in court. (lawyer)
6) I work on a production line which makes cars. (factory worker)
7) She wears a uniform. She investigates crimes. (police woman)
8) He delivers letters and parcels. (postman)
9) I sever food and drinks in a small restaurant. (waiter)
10) I help doctors in hospital. (nurse)
11) I design roads and bridges. (engineer)
12) She works in a restaurant. She prepares and cooks food. (cook)
9 ให้นักเรียนดูภาพในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 21 ขอ้ 5 แลว้ ช่วยกนั
บอกว่า บุคคลในแต่ละภาพมีอาชีพอะไรบ้าง (nurse, teacher, engineer, cook)
แลว้ ตอบคาถาม ดงั น้ี
What does a nurse do? (helps a doctor)
a teacher (teaches students)
an engineer (constructs the buildings)
a cook (cooks food)
ข้นั การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร (Production)
10 ให้นักเรียนจับคู่สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานท่ีเกิด พร้อมวนั เวลา
ดงั ตวั อยา่ งในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 21 ขอ้ 6 และเรียบเรียง เป็นประโยค
ดงั น้ี
Pete : Where were you born?
Paolo : I was born in Rome.
Pete : When were you born?
Paolo : I was born on 1st June 2003.
Paolo was born in Rome on the first of June 2003.
ครูสุ่มนกั เรียน 5-6 คู่ออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน และอธิบายสานวน be born
แปลวา่ เกิด คลอด กาเนิด
11 ให้นกั เรียนเขียนประโยคบอกสถานท่ี วนั เดือนปี เกิดของบุคคลเหล่าน้ี ลงสมุดตาม
ตัวอย่างที่ได้เขียนไว้ในข้อ 10 เช่น My mother was born in Chiangmai on the fifth
of May 1945. (My father, My grandma, My sister/brother, My best friend, My favorite
actor/actress)
12 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 5 ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 11 ครูเปิ ดซีดี
ประกอบบทเรียน เป็ นบทสนทนาระหว่าง Sasha กบั Arif นาขอ้ ความที่
กาหนดใหใ้ นกรอบมาเติมในบทสนทนาใหถ้ ูกตอ้ ง (ดูเฉลยในหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 20 ขอ้ 1)
ข้ันสรุป (Conclusion)
13 ครูให้นักเรียนบอก 7 อาชีพท่ีสามารถทางานได้อย่างเสรีในกลุ่มประชาคมอาเซียน
ซ่ึงประกอบดว้ ย วิศวกร( Engineering Services) พยาบาล (Nursing Services) สถาปนิก
(Architectural Services) การสารวจ (Surveying Qualifications) นักบัญชี (Accountancy
Services) ทนั ตแพทย์ (Dental Practitioners) และแพทย์ (Medical Practitioners) โดย
ให้นักเรียนบอกจนครบ หลงั จากน้ันครูเขียนอาชีพเหล่าน้ีบนกระดาน ให้นักเรียน
เขยี นลงสมุด แลว้ บอกวา่ อาชีพในฝันของนกั เรียนคอื อาชีพอะไร
14 ให้นักเรียนฟังขอ้ ความจากซีดีประกอบบทเรียน แลว้ เขียนตามคาบอก (Dictation)
ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 11 ขอ้ 6 หลงั จากน้นั ใหจ้ บั คู่เปล่ียนกนั ตรวจ
โดยครูเปิ ดซีดีประกอบบทเรียนให้ฟังอีกคร้ังหน่ึง
บทเรียนย่อยที่ 3 เวลา 3 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
7. เขียนประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ Past Simple Tense โดยใช้ Verb to be ในประโยค
บอกเล่า ปฏิเสธและคาถาม
8. แต่งประโยคโดยใชส้ านวน “be born”, there was, there were
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูใหน้ กั เรียนอ่านประโยคท่ีนกั เรียนขีดเส้นใตไ้ วใ้ นหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 20 Presentation 2 ขอ้ 1 ซ่ึงประโยคท่ีขีดเส้นใตเ้ หล่าน้ีเป็ นประโยค
อดีตกาล (Past Simple Tense)
- So, when and where was he born?
- He was born in Kingston, Jamaica, in 1950.
- It was of his mum’s beautiful voice.
- When she was young, she was an opera singer.
- And what was your grandpa’s first job?
- His first job was as a bellboy in Jamaica.
- Was she born in London?
- Yes, she was born on 14th August 1973, when my grandpa was only 23 years
old and a law student.
- I bet that wasn’t easy.
- No, but he and my grandma were very happy because it was a great time to be
in London.
- Yesterday it was their 45th wedding anniversary……
2 ครูบอกใหน้ กั เรียนสังเกตประโยคที่ขีดเส้นใตใ้ นบทสนทนาท้งั หมด นกั เรียนจะเห็น
ว่ากริยา (verb) ท่ีอยู่ในแต่ละประโยค จะเป็ น was หรือ were ท่ีเป็ นรูปอดีตกาล
(Past Tense) ของ Verb to be
3 ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคเหล่าน้นั อีกคร้ังหน่ึง และในขณะที่อ่านใหข้ ีดเส้นใต้ Verb to be
ท่ีเป็นรูปอดีตกาล (was, were) ของแตล่ ะประโยคดว้ ย แลว้ แลกกนั ตรวจเชค็ คาตอบ
ท่ีถูกตอ้ ง จากน้นั ครูสรุปคาตอบ
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
4 ครูสอนหลกั การใช้ be : Past Tense ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 22
ในรูปประโยคบอกเลา่ (affirmative) ปฏิเสธ (negative) และคาถาม (interrogative)
Verb to be สาหรับเหตุการณ์ที่เกิดข้นึ ในอดีต ซ่ึงจะใชก้ บั Past Tense เช่น was,
were ในการแต่งประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคาถามจากเหตุการณ์ที่เกิดข้นึ ในอดีต
was เป็นคากริยาช่องที่ 2 จากคาวา่ is และ am was จะใชก้ บั ประธานที่เป็นเอกพจน์
(Singular) มีหลกั การใชท้ ี่คลา้ ยกนั แต่ตา่ งกนั เพยี งแค่เวลา เหมาะท่ีจะใช้บอกเล่า
หรือถามถึงเหตกุ ารณ์ท่ีเคยเกิดข้นึ ในอดีต ตวั อยา่ งเช่น
- Yesterday , I was tried.
- She was born in 2000.
- How was your holiday?
- Was it fun?
were เป็ นกริ ยาช่องที่ 2 จากคาว่า are นั่นเอง are เป็ น Verb to be ท่ีใช้กับ
ประธานประโยคท่ีเป็นพหูพจน์ (Plural) ดงั น้นั การใช้ were จึงใชก้ บั ประธานที่เป็ น
พหูพจน์ และบอกเลา่ หรือถามในส่ิงท่ีเคยเกิดข้นึ ในอดีตเช่นกนั ยกตวั อยา่ งเช่น
- Two people were injured.
- Were Jay and Jan singing a song at 6 o’clock yesterday?
สรุปการใช้ was, were ตอ้ งใชใ้ ห้ถูกหลกั โดยดูจากประธานในประโยคเป็ นสาคญั
ถา้ ประธานเป็ นคนเดียว ก็ใช้ was ถา้ หลายคนให้ใช้ were มกั จะมีตวั ที่บอกเวลาใน
อดีตท่ีผ่านมา เช่น yesterday, yesterday morning, last + เวลา/ วนั / สัปดาห์/ เดือน/
ฤดู/ ปี , วินาที/ นาที/ ชว่ั โมง/ วนั / สปั ดาห์/ เดือน/ ปี + ago, in 2001, when I was a
child/young เป็นตน้
Past Simple Tense with Verb to be
Subject was, were
5 ให้นกั เรียนศึกษาประโยคตวั อย่างการใช้ was, were เพ่ิมเติมจากตาราง และอ่านตวั อยา่ ง
ประกอบในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 22-23
I / He / She / It was hungry.
You / We / They were hungry.
Question Answer
Was I / he / she / it hungry? Yes, I/he/she/it was.
Were you / we / they hungry? No, you/we/ they weren’t.
6 ครูอธิบายการใช้ “be born” born เป็ นกริยาช่องที่ 3 มาจากคาว่า bear แปลว่า เกิด
กาเนิด โดยกาเนิด ใชก้ บั was หรือ were เช่น
- Where were you born? I was born in Chiangmai.
- When was Sasha born? She was born on 1st of August, 1990. Etc.
ใหน้ กั เรียนอา่ นตวั อยา่ งประกอบในหนงั สือ
เพมิ่ เตมิ
ในกลอ่ งธงชาติการเขียนประโยค “be born” ดว้ ยการใช้ prepositions “in or on”
ครูใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงประโยคพร้อมคาตอบพร้อมกนั
Directions: Complete the blanks with ‘in or on’.
Davie Beckham was born (1)…… 2nd May 1975 (2)……. Leytonstone, London.
(Answer Key : (1) on (2) in)
7 ครูอธิบายการใช้ there was / there were
There was + นามเอกพจน์ กลุ่มนามเอกพจน์ หรือนามนบั ไม่ได้ ใชก้ บั เหตกุ ารณ์
ในอดีต หมายความวา่ "มี" ตวั อยา่ งเช่น
- There was a lot of homework last night.
- There was a party last night.
- There was a lot of rain last year.
There were + นามพหูพจน์ หรือ กลุ่มนามพหูพจน์ ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต
หมายความวา่ “มี” ตวั อยา่ งเช่น
- There were a lot of flowers in the park last month.
- There were a lot of students in the classroom last hour.
- There were a lot of people at the meeting yesterday.
ให้นักเรียนอ่านตัวอย่างการใช้ There was / There were เพิ่มเติมในหนังสือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 24
ข้นั ฝึ ก (Practice)
8 ครูให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดขอ้ 1-6 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 22-23
ประกอบดว้ ย
แบบฝึ กหดั ขอ้ 1 เป็นแบบฝึกหัดที่เลือกคาท่ีกาหนดใหใ้ นประโยค was หรือ
were
แบบฝึกหดั ขอ้ 2 เป็ นแบบฝึ กหัดท่ีเติมคาตามกาหนด คือ was หรือ were และคาท่ี
บ่งบอกเวลา ตามความเหมาะสมของประโยค (ดูเฉลย)
แบบฝึกหดั ขอ้ 3 นาแบบฝึกหดั ท่ี 2 มาเปล่ียนเป็นประโยคปฏิเสธ (ดูเฉลย)
แบบฝึกหดั ขอ้ 4 ให้นาคาที่กาหนดให้มาแต่งประโยค โดยให้สังเกตข้อที่มี
เครื่องหมาย X ใหเ้ ป็นประโยคปฏิเสธ ขอ้ ท่ีมีเครื่องหมาย
เป็นประโยคบอกเลา่ (ดูเฉลย)
แบบฝึกหดั ขอ้ 5 นาแบบฝึกหดั ขอ้ 4 มาเปลี่ยนเป็นประโยคคาถาม (ดูเฉลย)
แบบฝึกหดั ขอ้ 6 แต่งประโยคโดยใชค้ าท่ีกาหนดใหใ้ นแต่ละขอ้ ในรูปประโยค
บอกเล่า ในขอ้ ที่มีเคร่ืองหมาย และประโยคปฏิเสธในขอ้
ท่ีมีเครื่องหมาย X
เม่ือนักเรียนทาเสร็จแลว้ ครูให้นักเรียนตรวจคาตอบกับเพ่ือน แลว้ ให้นักเรียน
ท่ีสมคั รใจอ่านออกเสียงคาตอบให้เพ่ือนในช้นั เรียน ครูประเมินการทาแบบฝึ กหัดของ
นกั เรียนจากคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
9 ใหน้ กั เรียนอ่านประโยคตวั อยา่ งใน (be .born) ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 23 เราจะใช้
was, were born
และวธิ ีการอา่ นวนั เดือน ปี ที่ถูกตอ้ ง ครูอา่ นเป็นตวั อยา่ งแลว้ ใหน้ กั เรียนอา่ นตาม
7th February 1812 อา่ นวา่ the seventh of February eighteen twelve แลว้ ทาแบบฝึกหดั
ดว้ ยปากเปล่า ขอ้ 1-6 และแตง่ ประโยคคาถามจากประโยคคาตอบท่ีกาหนดให้ เสร็จแลว้
ใหเ้ ขียนคาตอบที่ถูกตอ้ งลงในแบบฝึกหดั (ดูเฉลย)
10 ครูให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 9, 10, 11 และ 12 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 24
แบบฝึกหดั ขอ้ 9 เติมคาลงในช่องว่าง โดยใช้ there was, there were, there
wasn’t และ there weren’t
แบบฝึกหดั ขอ้ 10 เติมคาลงในประโยคใหส้ มบูรณ์โดยดูจากรูปประโยค
แบบฝึกหดั ขอ้ 11 เติมคาลงในช่องวา่ งดว้ ย was, were, wasn’t, weren’t และให้
เติม there ในกรณีท่ีจาเป็นตอ้ งใช้
แบบฝึกหดั ขอ้ 12 แปลประโยคต่อไปน้ีเป็ นภาษาไทย (ดูเฉลย) เม่ือนักเรียน
ทาเสร็จสิ้นแลว้ ครูให้นักเรียนตรวจคาตอบกับเพื่อน แลว้ ให้
นกั เรียนท่ีสมคั รใจอ่านออกเสียงคาตอบให้เพ่ือนในช้นั เรียน
ครูประเมินการทาแบบฝึ กหัดของนักเรียนจากคาตอบที่
ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
Culture: Halloween
Halloween ตรงกบั วนั ที่ 31 ตุลาคม เริ่มจากชาวเคลตท์ ่ีเชื่อวา่ วนั น้ีมิติคนตายและคนเป็นจะ
ถูกเช่ือมโยงเขา้ ดว้ ยกนั และวิญญาณของผทู้ ่ีเสียชีวิตก็จะเขา้ ไปสิงร่างคนเป็ น เพื่อที่จะไดม้ ีชีวิตข้ึน
อีกคร้ังหน่ึง ทาให้คนเป็ นตอ้ งหาทางท่ีจะไม่ให้วิญญาณมาสิงร่างตน ชาวเคลตจ์ ึงปิ ดไฟทุกดวง
ในบา้ นเพ่ือให้อากาศหนาวเยน็ และบรรดาผีร้ายจะไดห้ ่างไกล และแต่งกายให้แปลกประหลาด
โดยปลอมตวั เป็นผีร้าย ส่งเสียงดงั เพ่ือให้ผีจริงๆตกใจหนีไป การขจดั วิญญาณร้ายทาไดด้ ว้ ยการ
สวมชุดและหนา้ กากผี เพือ่ หลีกเลี่ยงอนั ตราย
Trick or Treat ประเพณี Trick or Treat ในสหรัฐอเมริกา คือ การละเลน่ อยา่ งหน่ึงท่ีเด็กๆ รอ
คอย บา้ นเรือนจะตกแต่งดว้ ยโคมไฟฟักทองและตุ๊กตาหุ่นฟาง แต่ละบา้ นจะเตรียมขนมหวานท่ี
ทาเป็ นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาวเหลืองส้มในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอ่ืนๆ ไว้
เตรียมคอยท่า ส่วนเด็กๆ จะแต่งตวั แฟนซี เป็ นภูตผีมาเคาะตามประตูบา้ นที่มีโคมไฟฟักทอง
ประดบั พร้อมกบั ถามวา่ "Trick or treat?" ถา้ เจา้ ของบา้ นตอบ treat ก็จะมอบขนมหวานให้ภูตผี
(เด็ก) เหล่าน้นั หรือถา้ ตอบ trick เป็นการทา้ ทายให้ภูตผีเหล่าน้นั อาละวาด ซ่ึงก็อาจเป็นอะไรกไ็ ด้
ต้งั แต่แลบลิ้น ปลิ้นตา หลอกหลอน ไปจนถึงข้นั ทาลายขา้ วของเล็กๆ นอ้ ยๆ แลว้ อาจจบลงดว้ ย
การ treat เดก็ ๆ ดว้ ยขนมในที่สุด
ข้นั การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร (Production)
11 ให้นักเรียนเขียนประโยคตามโครงสร้างต่อไปน้ีอย่างละ 3 ประโยค เขียนลงสมุด
แลกกบั เพื่อนเพื่อตรวจสอบความถูกตอ้ ง ครูให้อาสาสมคั รออกมานาเสนอประโยค
ที่แต่ง 5-6 คน ครูช่วยแกไ้ ขความถูกตอ้ งและให้นักเรียนเขียนประโยคเหล่าน้ันบน
กระดาน
1. เขียนประโยคโดยใช้โครงสร้างไวยากรณ์ Past Simple Tense โดยใช้ Verb to be
ในประโยคบอกเลา่ ปฏิเสธและคาถาม
2. แตง่ ประโยคโดยใชส้ านวน be born, there was, there were
12 ให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดขอ้ 12 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 24
แปลเป็ นภาษาไทย แล้วแลกเปล่ียนกับเพ่ือนตรวจสอบความถูกต้อง ครูให้
นักเรียนที่สมคั รใจออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน พร้อมแก้ไข หลังจากน้ันให้
นกั เรียนเขียนลงสมดุ
ข้ันสรุป (Conclusion)
13 ให้นกั เรียนทาแบบฝึ กหัดเพ่ือทบทวนความเขา้ ใจท่ีเรียนมา ในหนังสือ Sprint 2
Workbook หน้า 12-13 ขอ้ 1-15 โดยครูใหน้ กั เรียนทกุ คนตอบปากเปลา่ ก่อนครู
ช่วยตรวจแกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง หลงั จากน้ันให้นักเรียนเขียนคาตอบลงในหนังสือของ
นักเรียนเอง แลว้ ส่งครูตรวจอีกคร้ัง
บทเรียนย่อยท่ี 4 เวลา 2 คาบ
จุดประสงค์การเรียนรู้
9. ฟังประโยคแลว้ อา่ นออกเสียงคาที่มีตวั อกั ษร /w /
10. พดู ถาม-ตอบเกี่ยวกบั เหตุการณ์ในอดีต
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูให้นักเรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน เรื่อง การออกเสียง /w./ในหนังสือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 24 เร่ือง Pronunciation แลว้ ให้นักเรียนตอบว่าประโยค
ท่ีได้ยินมีตัวอักษรใดมากที่สุ ด Which letter is pronounced the most frequently?
นกั เรียนตอบวา่ ‘Letter / w /’
2 ครูเปิ ดซีดีประกอบบทเรียน แลว้ ให้นักเรียนอ่านตาม 2 คร้ัง หลงั จากน้ันสุ่มให้
นกั เรียนอ่านใหเ้ พ่ือน ๆฟัง คนละ 1 ประโยค
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ครูบอกนกั เรียนวา่ นกั เรียนจะไดด้ ูวิดีโอเรื่องราวเก่ียวกบั Amy ในหวั ขอ้ Talking about
past events จาก ขอ้ 1 ท่ีพูดถึง Amy ไปโรงเรียนวนั แรก ในหนังสือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 25 ในขณะท่ีดูวดิ ีโอ ให้นกั เรียนสงั เกตประโยคท่ีอยู่
บนกระดานดว้ ยวา่ มีประโยคใดบา้ งที่ถูกตอ้ งและประโยคใดบา้ งที่ผดิ
Amy remembers her first day at school. (True)
1. She was born in May.
2. She was sad to leave her mum.
3. There wasn’t any space to sit in the big hall.
4. Her school uniform was clean by the end of the day.
5. She was a good girl on her first day at school.
4 ครูเปิ ดวิดีโอ ใหน้ กั เรียนดูอีกคร้ังหน่ึง เป็นวดิ ีโอท่ี Elis และ Amy คยุ กนั
เรื่องไปโรงเรียนในวนั แรก หลงั จากน้ันให้นักเรียนจบั คู่กับเพื่อนเติมข้อความท่ี
หายไปในแบบฝึ กหัดข้อ 3 ในหนังสือแล้วสลับกันอ่านประโยคในบทสนทนา
ครูฟังและใหค้ วามช่วยเหลือดา้ นการออกเสียงคาที่ถูกตอ้ ง การฝึ กการออกเสียงสูงต่า
ในประโยค
ข้นั ฝึ ก (Practice)
5 ครูใหน้ กั เรียนท่ีสมคั รใจออกมาสาธิตการอา่ นบทสนทนาประมาณ 3-4 คู่ โดยใหแ้ ต่
ละคูส่ ลบั การอ่าน คอื นกั เรียนหน่ึงคน จะอ่านบทสนทนาที่เป็น ท้งั Elis และ Amy
6 ทบทวนการใช้สานวน I was born on …… in …… / There was / were …… /
It was / wasn’t …… / I was …… จาก Useful Language ใน ห นั งสื อ Sprint 2
Student’s Book หน้า 25 โดยใหน้ กั เรียนแต่งประโยคชนิดละ 1 – 2 ประโยค ครูสุ่ม
ใหน้ กั เรียนพูดประโยคท่ีแตง่ พร้อมแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
7 ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยใหน้ กั เรียนตอบคาถามเกี่ยวกบั บทสนทนา
ดงั น้ี
- What does Elis want to know about Amy? (Her first day at school)
- When was Amy born ? (In September)
- What happened to Amy on her first day at school? (She was so sad to leave her
mum.)
- Could Amy find any space to sit? Why or Why not? (No, she couldn’t. Because
there were a lot of children.)
- How was the school in the morning? (It was lovely, new and clean.)
- What about in the afternoon? (It was really dirty.)
- Are there any bad girls in Amy’s class? (No, there aren’t. Just only two boys)
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร (Production)
8 ครูให้นักเรียนจบั คู่กบั เพื่อนเพ่ือทาแบบฝึ กหดั ขอ้ 4 ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 25 ใหน้ กั เรียนพูดถาม-ตอบขอ้ มลู เกี่ยวกบั เหตุการณ์ท่ีสาคญั ในชีวิต เช่น
ประสบการณ์ในวนั แรกที่ไปโรงเรียน การแข่งขนั กีฬา งานพิธีตา่ งๆ โดยใชค้ าถามท่ี
กาหนดใหเ้ ป็นแนวในการสนทนา ดงั น้ี
Where were you? I was in / at ……………….. .
When was it? I was in / at ……………….. .
Were you happy or sad? I was ………………………. .
What else do you remember? I remember there was / were …………. .
ใหน้ กั เรียนคู่ท่ีสมคั รใจออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน 4-5 คู่ แลว้ เขียนกิจกรรมของ
บทสนทนาตนเองลงสมดุ ส่งครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้ันสรุป (Conclusion)
9 ให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดข้อ 16 ในหนังสือ Sprint 2 Workbook หน้า 13 Translation
แปลขอ้ ความท่ีกาหนดใหเ้ ป็นภาษาไทยแลกเปลี่ยนกนั ตรวจ ครูใหอ้ าสาสมคั รออกมาเขยี น
บนกระดาน ตรวจสอบแกไ้ ขแลว้ ใหน้ กั เรียนเขยี นประโยคที่ถูกตอ้ งลงสมุด
บทเรียนย่อยที่ 5 เวลา 2 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
11. อ่านและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั การใชแ้ รงงานเด็ก
12. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาเกี่ยวกบั เดก็ ๆ ท่ีทางานในสมยั วิกตอเรีย
13. เขียนจดหมายถึงเพ่ือนเลา่ เรื่องราวของบคุ คลที่ไดไ้ ปสัมภาษณ์
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูสอบถามนกั เรียนเก่ียวกบั การใชแ้ รงงานเดก็ ท่ีนกั เรียนพบปะโดยทวั่ ไป ดงั น้ี
- Have you ever bought a garland at the traffic lights? (Yes, I have.)
- Do you ever buy it from a child? (Yes, I do./ No, I don’t.)
- Is it legal to hire a child under fifteen as an employee? (No, it isn’t.)
ครูเขยี นคาวา่ “Child labor” บนกระดาน ให้นกั เรียนอภิปรายหวั ขอ้ น้ี และให้
นกั เรียนที่สมคั รใจออกมาแสดงความคิดเห็นใหเ้ พ่ือนๆ ฟัง ครูเนน้ ใหน้ กั เรียนแสดง
เหตุผลถึงสาเหตกุ ารใชแ้ รงงานเด็กเหล่าน้นั
Culture: Child labor
เด็กควรไดร้ ับการคุม้ ครองในประเทศไทย การใชแ้ รงงานเด็กอายุต่ากว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็ น
ชาติใด ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนเด็กอายุ 15-18 ปี สามารถทางานบางประเภทตามที่กฎหมาย
กาหนดไดก้ ฎหมายกาหนดห้ามเด็กอายุต่ากว่า 18 ปี ผลิตและคา้ ยาเสพติด การคา้ ประเวณี การ
ทางานท่ีเป็ นอนั ตรายต่อสุขภาพ และการบงั คบั เป็ นทาส ถือเป็ นความผิดร้ายแรง เด็กสามารถ
ทางานช่วยครอบครัวไดถ้ า้ ไม่เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพและไม่ขดั ขวางต่อการเรียน หากครอบครัว
ไม่มีความพร้อมทางการเงินสามารถขอรับความช่วยเหลือจากรัฐเพอื่ ใหเ้ ด็กไดเ้ รียน
2 ใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 26-27 และดูรูปภาพท้งั 5 ภาพ
แลว้ ตอบคาถาม
Picture A : What is the boy holding? (He’s holding the brooms.)
Picture B : What is the girl selling? (She’s selling flowers.)
Picture C : Where is the girl? (She’s in a farm.)
Picture D : What is the girl doing? (She’s preparing some food.)
Picture E : What is the boy doing? (He’s sewing.)
ครูพูดวา่ According to the pictures, all of the workers are children under
working age. You can see that they look unhappy. Do you think it is fair for them?
3 ใหน้ กั เรียนจบั คู่ภาพกบั อาชีพที่กาหนดไว้ 5 อาชีพ ประกอบดว้ ย chimney sweep (A),
clothes-maker (E), flower-seller (B), farm worker (C), servant (D) แล้วอ่านออกเสี ยง
คาศพั ทท์ ้งั 5 คา
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
4 ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนจะได้อ่านบทความเรื่อง Children at work in Victorian
Britain ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 26 ที่พูดถึงการใช้แรงงานเด็ก
ที่มีค่าจา้ งถูกมากและงานท่ีเส่ียงตอ่ อนั ตรายกบั เดก็ ท่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 4-9 ปี
5 ครูให้นักเรียนอ่านกวาดสายตาบทความเร่ือง Children at work in Victorian Britain
อย่างรวดเร็วเพ่ือหาคาศัพท์ สานวนที่นักเรียนยงั ไม่ทราบพร้อมให้ขีดเส้นใตค้ า
เหล่าน้ัน เช่น mortality, condition, earn money, wage, specific, match-maker,
protect, workforce, initially, cruelty, gradually, compulsory, norm เป็นตน้
ครูใหน้ กั เรียนที่ทราบความหมายอ่านคาศพั ทน์ ้นั ๆ พร้อมความหมายให้เพื่อนฟัง
พร้อมตรวจแกไ้ ขความถูกตอ้ ง
6 ให้นักเรี ยนอ่านออกเสี ยงบทความเรื่ อง Children at work in Victorian Britain
พร้อมกนั อีกคร้ัง ครูตรวจสอบความเขา้ ใจคาศพั ท์ของนกั เรียนโดยให้นกั เรียนจบั คู่
ความหมายของคาศพั ท์ ดงั น้ี
AB
1. wage a. behavior that deliberately causes pain to people or
2. match-maker animals
3. mortality b. money you earn that is paid according to the number
4. prevention of hours, days, or weeks
5. cruelty c. to receive money from work that you do
6. risk d. a person who makes matches for burnin
7. earn money e. the numbers of deaths within a particular area or
group
f. the act of stopping something from happening
g. the possibility of something bad happening
ข้นั ฝึ ก (Practice)
7 ครูตรวจสอบความเขา้ ใจในการอ่านหาขอ้ มูลเฉพาะจากบทความเร่ือง Children at
work in Victorian Britain โดยให้นักเรียนทากิจกรรมในหนังสือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 26 ขอ้ 3 ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ ง เม่ือนกั เรียนทาเสร็จ แลว้ ให้
เปรียบเทียบคาตอบกับเพ่ือน และช่วยกันเฉลยคาตอบพร้อมกันท้ังช้ันเรี ยน
(ดูเฉลย)
8 ครูตรวจสอบความเขา้ ใจการอ่านหาขอ้ มูลทวั่ ไปของบทความเร่ือง Children at work
in Victorian Britain โดยใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั จานวน 5 ขอ้ โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ น
ร้อยละ 70
Choose the best answer according to the article.
1 Why didn’t most of the poor children go to school?
a. School was expensive.
b. No one in their families earn money.
c. They wanted money for their clothes.
d. Every child must work for their families.
2 The different of the wage between adults and children is…………penny.
a. 25 b. 50 c. 75 d. 100
3 Which isn’t a special job?
a. Chimney sweeps b. match-makers
c. mine workers d. maids
4 Sewing, washing, cooking and cleaning are…………………. .
a. special jobs b. household chores
c. factory workers d. school subjects
5 When weren’t children under nine allowed in factories? In …………. .
a. 1820 b. 1824
c. 1833 d. 1891
(Answer Keys : 1. a 2. b 3. d 4. b 5. c)
9 ครูใหน้ กั เรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน บทสนทนาระหวา่ ง Ben และ Kaitlin
พดู เก่ียวกบั เดก็ ๆ ท่ีทางานในสมยั วคิ ตอเรีย ใหน้ กั เรียนจบั คูว่ า่ ใคร ทางานอะไรบา้ ง
โดยใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 27 Build your competences
ขอ้ 4 ทากิจกรรมขอ้ 1-6 เสร็จแลว้ เปรียบเทียบคาตอบกบั เพื่อนๆ ครูเปิ ดซีดีให้
นกั เรียนฟังอีกคร้ังหน่ึง เพ่ือตรวจคาตอบที่ถูกตอ้ ง (ดูเฉลย)
10 ทดสอบความเขา้ ใจในการฟัง โดยใหน้ กั เรียนฟังซีดีประกอบบทเรียนอีกคร้ังหน่ึง
ซ่ึงเป็นบทสมั ภาษณ์สมาชิกกลุม่ ที่เคล่ือนไหว เพอื่ ปกป้องการใชแ้ รงงานเดก็ ในประเทศ
แอฟริกา แลว้ เลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งจานวน 6 ขอ้ ครูประเมินการเขา้ ใจในการฟัง
จากจานวนคาตอบที่ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
11 ครูเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนอภิปรายในหวั ขอ้ What job did the children in our country
do in the past? โดยครูพูดนาก่อนวา่ In the past, in our country children helped in
the fields or with the animals, worked in the factories, sold garlands on the roads....
ให้เวลานักเรียนอภิปรายร่วมกัน แล้วให้นักเรี ยนท่ีสมัครใจออกมานาเสนอ
หนา้ ช้นั เรียน 4-5 คน
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (Production)
12 ให้นักเรียนจบั คู่เพ่ือทากิจกรรมในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 27
Speaking ขอ้ 6 ซ่ึงเป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนพูดถาม-ตอบ เกี่ยวกบั การใชแ้ รงงานเดก็
ซ่ึงยงั มีอยใู่ นหลายพ้ืนที่ทว่ั โลก โดยใชโ้ ครงสร้างประโยคคาถามท่ีกาหนดใหด้ งั น้ี
Name? Where? How old…..? School or work…..? Time…..start work? Like….job?
How much……? กาหนดคาตอบให้ Student A และ Student B ตามรายละเอียด
ในขอ้ 6 ใหน้ กั เรียนผลดั กนั ถาม-ตอบ หลงั จากที่นกั เรียนทากิจกรรมเสร็จแลว้ ครูสุ่ม
นกั เรียนออกมานาเสนอขอ้ มูลของตนเองหนา้ ช้นั เรียน 5-6 คู่
13 ให้นักเรียนทากิจกรรมในหนังสือ ขอ้ 7 Writing เป็ นกิจกรรมการเขียนจดหมาย
ถึงเพ่อื น เลา่ เร่ืองราวถึงบคุ คลท่ีไปสัมภาษณ์ มาใน Speaking ขอ้ 6 โดยใชข้ อ้ มลู ใน
การสนทนา มาเรียบเรียงตามแนวท่ีกาหนดให้ คอื Her name is Alejandra and she’s
from El Salvador…..........……… และ His name is Hamisi and he’s from
Tanzania…………. เมื่อนกั เรียนเขียนเสร็จแลว้ ใหแ้ ลกเปลี่ยนกนั อ่านพร้อมแกไ้ ข
ขอ้ มูลท่ีผิดพลาดเขยี นลงสมดุ ส่งครูตรวจ
14 แบ่งนักเรียนออกเป็ น 7 กลุ่ม อภิปราย 7 อาชีพที่สามารถทางานได้อย่างเสรีใน
กลุ่มประชาคมอาเซียน เมื่อนักเรียนหาไดค้ รบ 7 อาชีพแลว้ ให้แต่ละกลุ่มจบั ฉลาก
เลือกอาชีพ 1 ใน 7 อาชีพ เพื่อนาเสนอรายละเอียดของอาชีพน้ันๆ เช่น เรียน
สาขาวิชาอะไร วิชาที่ใช้สอบเพ่ือเขา้ เรียนในสาขาน้ัน ขอ้ ดี ขอ้ เสียของอาชีพน้ันๆ
เป็ นตน้ ให้แต่ละกลุ่มเขียนบรรยายอย่างน้อย 10 ประโยค แลว้ ส่งตวั แทนออกมา
นาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูประเมินการนาเสนอโดยใชแ้ บบประเมินการนาเสนอ
Self & Social Responsibility: Tips for Making the Right
Career Choice will help you choose the right career.
Choosing the right career for yourself is to fulfill your dreams and ambitions.
Here is a list of tips for making the right career choice.
1. Choose what you want! Do not choose because your parents want you to do it.
2. Follow your dreams! Your dreams will inspire you to do your career best
3. Decide what lifestyle you want! Think about what your lifestyle would be in the future.
4. Expand your knowledge! Read more different kind of professions to get the details of
the various career options.
5. Check with the career Counselor! Consult the career counselor to guide you the right
direction.
ข้ันสรุป (Conclusion)
15 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั Build your competences : Reading ในหนงั สือ Sprint 2
Workbook หน้า 14-15 ขอ้ 1, 2, 4 และ 5
แบบฝึกหดั ขอ้ 1 ให้นักเรียนอ่านบทสัมภาษณ์ของเด็กๆ จากประเทศต่างๆ
ท่ีทางานต้งั แตอ่ ายยุ งั ไม่บรรลนุ ิติภาวะ
แบบฝึกหดั ขอ้ 2 ตรวจสอบคาตอบ ถกู ผดิ หรือขอ้ มลู ไมไ่ ดบ้ อกไว้ ในแต่ละขอ้
แบบฝึกหดั ขอ้ 4 เป็นการเติมขอ้ ความในจดหมายของ Vidal โดยนาขอ้ มลู ที่ได้
จากอ่านในแบบฝึกหดั ขอ้ 1 มาเติม
แบบฝึกหดั ขอ้ 5 เขียนส่ิงท่ีสาคญั ที่สุดของการใชส้ ิทธ์ิของแรงงานเด็ก ว่าพวก
เขามีสิทธ์ิอะไรบา้ ง โดยให้ดูจากขอ้ มูลในกิจกรรม Listening
ขอ้ 3 ในหนงั สือ เมื่อเขียนเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนแลกเปลี่ยนกนั
อ่าน พร้อมตรวจสอบความถูกตอ้ งก่อนส่งให้ครูตรวจแกไ้ ข
16 นกั เรียนทาแบบประเมินตนเอง Self – Evaluation เพอ่ื ประเมินตนเองเก่ียวกบั เน้ือหา
ท่ีไดเ้ รียนไปแลว้ Test your competences Unit 1-2 และ Exam Practice 1-2 ในหนงั สือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 28-29 (ดูเฉลย)
17 นักเรียนทาแบบทดสอบประจาหน่วยท่ี 3 เพื่อประเมินตนเองเกี่ย วกับเน้ือหา
ที่ไดเ้ รียนไปแลว้
ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
1 หนงั สือ Sprint 2 Student’s Book
2 หนงั สือ Sprint 2 Workbook
3 ซีดีประกอบบทเรียน
4 เครื่องเลน่ ซีดี
5 พจนานุกรม
6 ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์
- http://th.wikipedia.org/wiki/
- https://www.google.co.th/search
- http://careers.knoji.com/tips-for-making-the-right-career-choice/
การวัดและประเมินผล
1 ประเมินตามจุดประสงค์
1.1 ประเมินการพูด ถาม-ตอบโดยใชแ้ บบประเมินการสนทนา
1.2 ประเมินการฟังบทความจากจานวนคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.3 ประเมินการฟังบทสนทนาจากจานวนคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.4 ประเมินการเขียนประโยคโดยใช้ โครงสร้างประโยคอดีตกาล (Past Simple Tense)
จากจานวนคาตอบที่ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.5 ประเมินการเขยี นประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ There was, There were,
be born จากจานวนคาตอบที่ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.6 ประเมินการทาแบบฝึกหดั จากการอา่ นบทความ จากจานวนคาตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยใช้
เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.7 ประเมินการฟังบทพูด จากจานวนคาตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.8 ประเมินการอ่านบทความ จากจานวนคาตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.9 ประเมินการฟังบทสมั ภาษณ์ จากจานวนคาตอบที่ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
1.10 ประเมินการเขียนจดหมาย โดยใชแ้ บบประเมินการเขยี น
2 ประเมินผลการทาแบบฝึกหดั ในหนงั สือแบบฝึกหดั จากจานวนคาตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยใช้
เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
3 ประเมินการเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 โดยใชแ้ บบทดสอบประจาหน่วยที่ 2 โดยใชเ้ กณฑ์
ผา่ นร้อยละ 70
4 ประเมินการทาแบบทดสอบ Test your competences และ Exam Practice 1-2 โดยใช้
เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
แบบทดสอบประจาหน่วยท่ี 2
Choose the best answer to each question.
1. A…………………..is a person who works on a building site.
a. lawyer b. hairdresser
c. miner d. bricklayer
2. Which sentence is grammatically correct?
a. My mum was born in the fifth of August nineteen hundred.
b. My mum was born on the fifth of August nineteen hundred.
c. My mum was born on the fifth in August nineteen hundred.
d. My mum was born in the fifth in August nineteen hundred.
3. She works at home. She does the housework and looks after her children.
a. servant b. maid
c. housewife d. cook
Items 4-6 Rearrange these words into correct sentence.
4. in/ three/ this/ there/ supermarkets/ were/ town
a. Three supermarkets there were in this town.
b. Three supermarkets in this town there were.
c. There were three supermarkets in this town.
d. There were in this town three supermarkets.
5. island/ on/ good places / for diving / there / the / are
a. There were good places for diving on the island.
b. There were diving for good places on the island.
c. Good places for diving on the island there were.
d. On the island there were diving for good places.
6. Miss Somsri……… us a lot of homework on Tuesday.
a. gives b. gav
c. is giving d. will give
7. Mrs. Yingluck………..Thailand’s first woman prime minister.
a. is b. be
c. was d. would be
8. A: Was the job difficult?
B: …………………….. .
a. No, they weren’t b. Yes, they were.
c. No, it wasn’t d. Yes, it is
9. A: Where was Charles Dickens born?
a. He was born in 1950s. b. He was born on Friday the fifth.
c. He was born at night. d. He was born in Portsmouth.
10. A: ……………………………………?
B: In Thornton, West Yorkshire.
a. What is his name b. When was he born
c. Where was he born d. What is his famous novel?
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 2
เร่ือง That’s entertainment! เวลา 12 คาบ
ช่ือผ้สู อน นางสาวแก้วกลั ยา มณเทยี ร โรงเรียนพระบางวทิ ยา
เป้าหมายการเรียนรู้
สาระสาคัญ
ศึกษาขอ้ มูลบนั เทิงคดีประเภทต่างๆ ฟังบทสัมภาษณ์ในการไปชมคอนเสิร์ต เพอื่ นาไปเขียนใน
แมกกาซีน พูดบรรยายแสดงความรู้สึกโดยการใช้ Adjectives to describe feelings เขียนบรรยาย
ประสบการณ์ในอดีตโดยใชโ้ ครงสร้างภาษา / ไวยากรณ์ Past Simple Tense อ่านบทความเกี่ยวกับ
ประวตั ิของ Nelson Mandela เพ่ือนามาเขียนสรุปเป็นบทสนทนา
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การส่ือสาร
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/3, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/5, ต 1.3 ม.2/1,
ต 1.3 ม.2/2, ต 1.3 ม.2/3
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มฐ. ต 2.1 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/2, ต 2.1 ม2/3, ต 2.2 ม.2/1, ต 2.2 ม.2/2
สาระที่ 3 ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
มฐ. ต 3.1 ม.2/1
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม.2/1
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. พูดใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั การถา่ ยทาภาพยนตร์
มฐ. ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 2.1 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
2. ฟังและอ่านขอ้ มลู การรายงานการแสดงประเภทต่างๆ
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/5, ต 1.3 ม.2/3, ต 2.2 ม.2/2,
ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
3. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาในหวั ขอ้ I was so excited
มฐ. ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/2, ต 3.1 ม.2/1
4. เขียนประโยคโดยใชค้ าคณุ ศพั ทท์ ่ีแสดงความรู้สึก
มฐ. ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/3, ต 2.2 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
5. เขยี นประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ Past Simple Tense กบั Regular & Irregular Verbs
มฐ. ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 1.3 ม.2/3, ต 2.2 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
6. บรรยายขอ้ ความโดยใชค้ าบอกลาดบั เวลา (Time Sequence)
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/3, ต 1.2 ม.2/5, ต 1.3 ม.2/3, ต 2.1 ม.2/2, ต 2.2 ม.2/1,
ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
7. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาเกี่ยวกบั ภาพยนตร์ท่ีดู
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/1,
ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
8. พดู ถาม-ตอบเกี่ยวกบั ภาพยนตร์ท่ีชื่นชอบ
มฐ. ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/1, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/3, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
9. อา่ นและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั ประวตั ิของ Nelson Mandela
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/2, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1, ต 4.1 ม.2/1
10. ฟังและเขา้ ใจคายนื ยนั ของนกั หนงั สือพิมพท์ ี่พูดถึงการปลอ่ ยตวั Nelson Mandela
มฐ. ต 1.1 ม.2/2, ต 1.1 ม.2/4, ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/2, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1
11. เขยี นบทสนทนาบทสัมภาษณ์และแสดงบทบาท (Role play) เป็น Nelson Mandela
มฐ. ต 1.2 ม.2/4, ต 1.3 ม.2/2, ต 2.1 ม.2/1, ต 2.1 ม.2/3, ต 2.2 ม.2/1, ต 3.1 ม.2/1,
ต 4.1 ม.2/1
สาระการเรียนรู้
ความรู้ (Knowledge)
คาศัพท์และสานวนภาษา (Vocabulary & Idioms)
บทเรียนย่อยที่ 1 (Vocabulary and Presentation 1)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
choreography the art of designing and arranging the steps การออกแบบท่าเตน้
(n.) and movements in dances, especially in
ballet ตวั ละคร
cast (n.) all the people who act in a play or ผแู้ สดง ผเู้ ลน่
film/movie เคา้ โครงเร่ือง
performer (n.) a person who performs for an audience in a ผนู้ าเสนอ
show, concert, etc.
plot (n.) the series of events that form the story of a
novel, play, film/movie, etc.
presenter (n.) a person who introduces the different
sections of a radio or television programme
role (n.) an actor's part in a play, film/movie, etc. บทละคร บทบาท
script (n.)
audience (n.) a written text of a play, film/movie, งานเขียน
costumes (n.) broadcast, talk, etc.
the group of people who have gathered to ผชู้ ม ผฟู้ ัง
watch or listen to something (a play, concert,
somebody speaking, etc.)
the clothes worn by actors in a play or เครื่องแต่งกาย
film/movie, or worn by somebody to make
them look like something else
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
hilarious (adj.)
classic (adj.) extremely funny ตลกขบขนั เฮฮา
amazing (adj.) elegant, but simple and traditional in style or ที่เป็นแบบด้งั เดิม
agent (n.) design; not affected by changes in fashion
typical (adj.) very surprising, especially in a way that น่าประหลาดใจ
moustache (n.) makes you feel pleasure or admiration
fantastic (adj.) a person whose job is to arrange work for an ตวั แทน
gadget (n.)
actor, musician, sports player, etc. or to find
invite (vt.)
somebody who will publish a writer's work
famous (adj.)
differ (vi.) having the usual qualities or features of a ซ่ึงเป็นตวั อยา่ ง,
particular type of person, thing or group สญั ลกั ษณ์
a line of hair that a man allows to grow on หนวด
his upper lip
extremely good; excellent ดีเยย่ี ม
a small tool or device that does something เคร่ืองมือ ส่ิงประดิษฐ์
useful
to ask somebody formally to go somewhere เชิญ
or do something
known about by many people มีชื่อเสียง
to be different from something else แตกต่าง
mix (vt.,vi.) to prepare something by combining two or ผสม
more different substances
spectacular (adj.) extremely impressive น่าตื่นเตน้ , น่าประทบั ใจ
musical (n.) a play or a film/movie in which part or all of ละครเพลง
the story is told using songs and often
dancing
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
review (vt.) ทบทวนตรวจสอบ
to carefully examine or consider something
characterization again, especially so that you can decide if it บทบาทตวั ละคร
(n.) is necessary to make changes
the way that a writer makes characters in a
book or play seem real
บทเรียนย่อยที่ 2 (Presentation 2 and Vocabulary)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
gig (n.) การแสดงดนตรีเพลงยอด
a performance by musicians playing นิยมหรือแจส๊
excited (adj.) popular music or jazz in front of an
annoying (adj.) audience; a similar performance by ตื่นเตน้ ดีใจ
crazy (adj.) a comedian
granddad (n.) feeling or showing happiness and น่าราคาญ
enthusiasm คลง่ั ไคล้ บา้
making somebody feel slightly angry
ตา
very enthusiastic or excited about
something
(informal) grandfather
exhausted (adj.) very tired อ่อนเปล้ีย เพลียแรง
energy (n.)
the ability to put effort and enthusiasm into เรี่ยวแรง
disappointed
(adj.) an activity, work, etc.
embarrassed upset because something you hoped for has ผดิ หวงั
not happened or been as good, successful,
etc. as you expected
(of a person or their behavior) shy, ซ่ึงอบั อาย ซ่ึงขดั เขิน
(adj.) awkward or ashamed, especially in a social
surprised (adj.)
situation
feeling or showing surprise ประหลาดใจ
บทเรียนย่อยท่ี 3 (Grammar)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
regret (vt.) to feel sorry about something you have done เสียใจ
or about something that you have not been
able to do
disturb (vt.) to interrupt somebody when they are trying รบกวน
to work, sleep, etc.
chat (vi.) to talk in a friendly informal way to พดู คยุ
somebody
dial (vt.,vi.) to use a telephone by pushing buttons or หมนุ โทรศพั ท์
turning the dial to call a number
complain (vt.,vi.) to say that you are annoyed, unhappy or not บน่
satisfied about somebody/something
discover (vt.) to be the first person to become aware that a เจอ พบ คน้ หา
particular place or thing exists
receive (vt.) (rather formal) to get or accept something ไดร้ ับ
that is sent or given to you
rehersal (n.) time that is spent practicing a play or piece การฝึกซอ้ ม
of music in preparation for a public
performance
splendid (adj.) (old-fashioned) excellent; very good ยอดเยยี่ ม
adoring (adj.) showing much love and admiration อยา่ งรักและบูชา
graduate (vt.,vi.) to get a degree, especially your first degree, เรียนจบ
from a university or college
dye (vt.) to change the color of something, especially ยอ้ ม
by using a special liquid or substance
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
appear (vt.) to start to be seen ปรากฏ
comedy (n.) a play or film/movie that is intended to be ละครตลกขบขนั
funny, usually with a happy ending; plays
and films/movies of this type
บทเรียนย่อยท่ี 4 (Grammar , Pronunciation & Speaking)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
strange (adj.) unusual or surprising, especially in a way แปลก ผดิ ธรรมดา
that is difficult to understand เช่า ใหเ้ ช่า
rent (vt.,vi.) to regularly pay money to somebody so that
you can use something that they own, such ทอ่ งอินเตอร์เน็ต
surf the internet as a house, some land, a machine, etc.
(vt.) to use the Internet
บทเรียนย่อยท่ี 5 (Build your competences)
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
apartheid (n.) the former political system in South Africa in นโยบายการแบ่งแยกสีผิว
which only white people had full political
prison (n.) rights and other people, especially black คุก
people, were forced to live away from white
iconic (adj.) people, go to separate schools, etc. โดดเด่น
คาศัพท์ คาแปลภาษาไทย
a building where people are kept as a
figure (n.) punishment for a crime they have committed, รูปร่าง
racial (adj.) or while they are waiting for trial เกี่ยวกบั เช้ือชาติ
acting as a sign or symbol of something
คาแปลภาษาองั กฤษ
the shape of the human body, especially a
woman's body that is attractive
happening or existing between people of
different races
segregation (n.) the act or policy of separating people of การแบง่ แยกเช้ือชาติ
arrest (vt.) different races, religions or sexes and treating ศาสนา หรือวฒั นธรรม
treason (n.) them in a different way
sabotage (n.) if the police arrest somebody, the person is จบั กุม
president (n.) taken to a police station and kept there
universal (adj.)
inspirational (adj.) because the police believe they may be guilty
troublemaker (n.)
of a crime
the crime of doing something that could cause การกบฏ
danger to your country, such as helping its
enemies during a war
the act of doing deliberate damage to การก่อวินาศกรรม
equipment, transport, machines, etc. to
prevent an enemy from using them, or to
protest about something
the leader of a republic, especially the US ประธานาธิบดี
done by or involving all the people in the ท่ีมีผลกบั คนท้งั โลก
world or in a particular group
making you feel full of hope or encouraged เป็นการดลใจ
person who often causes trouble, especially ผกู้ ่อปัญหา
by involving others in arguments or
encouraging them to complain about people
in authority
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
native (n.)
a person who was born in a particular country คนทอ้ งถิ่น
refer to (phr. v.)
or area
clan (n.)
to mention or speak about อา้ งถึง
respect (vt.)
somebody/something
a group of families who are related to each กลุม่ คน เผ่าพนั ธุ์
other
to have a very good opinion of เคารพ นบั ถือ
affection (n.) somebody/something; to admire ความรัก
somebody/something
avoid (vt.) the feeling of liking or loving หลีกเล่ียง
arrange (vt.,vi.) somebody/something very much and caring จดั เตรียม เตรียมการ
set up (phr v.) about them สร้าง ต้งั ข้ึน
practice (n.) to prevent something bad from happening ธรรมเนียมปฏิบตั ิ
to plan or organize something in advance
represent (vt.) to arrange for something to happen เป็นตวั แทน
a thing that is done regularly; a habit or a
sentence (vt.) custom ตดั สิน
to be a member of a group of people and act
life imprisonment (n.) or speak on their behalf at an event, a การจาคุกตลอดชีวิต
boycott (vt.) meeting, etc. คว่าบาตร
to say officially in court that somebody is to
receive a particular punishment
the punishment of being sent to prison for life
to refuse to buy, use or take part in something
as a way of protesting
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
cell (n.) a room for one or more prisoners in a prison หอ้ งขงั นกั โทษ
communicate (vt.,vi.) or police station ติดต่อสื่อสาร
smuggle (vt.) to exchange information, news, ideas, etc. ลกั ลอบนาเขา้
autobiography (n.) with somebody อตั ชีวประวตั ิ
dignity (n.) to take, send or bring goods or people secretly ความสงา่ งาม ภมู ิฐาน
behave (vi.) and illegally into or out of a country, etc. วางตวั ปฏิบตั ิตวั
the story of a person's life, written by that
person; this type of writing
a calm and serious manner that deserves
respect
to do things in a particular way
self-control (n.) the ability to remain calm and not show your การควบคมุ อารมณ์
emotions even though you are feeling angry,
forgiveness (n.) excited, etc. การใหอ้ ภยั
woodpecker (n.) the act of forgiving somebody; willingness to นกหวั ขวาน
forgive somebody
species (n.) a bird with a long beak that it uses to make ชนิด พนั ธุ์ จาพวก
holes in trees when it is looking for insects to
particle (n.) eat อณู ส่วนท่ีเลก็ ที่สุด
release (vt.) a group into which animals, plants, etc. that ปล่อยให้เป็ นอิสระ
are able to breed with each other and produce
healthy young are divided, smaller than
a genus and identified by a Latin name
a very small piece of something
to let somebody/something come out of a
place where they have been kept or trapped
คาศัพท์ คาแปลภาษาองั กฤษ คาแปลภาษาไทย
accompany (vt.) to travel or go somewhere with somebody ติดตาม
gesture (n.) a movement that you make with your hands, อากปั กิริยา
your head or your face to show a particular
punch (vt.) meaning ชก
to hit somebody/something hard with
your fist
หน้าท่ีภาษา (Function)
- Talking about adjectives to describe feelings
- Describing experiences
- Talking about Nelson Mandela’s life
โครงสร้างประโยค / ไวยากรณ์ (Structure and Grammar)
- Past Simple Tense : Regular and Irregular Verbs
Subject V.2
- การใชต้ วั เช่ือมประโยค (Connectors) ท่ีบอกลาดบั เหตุการณ์
(first, after that, then, finally)
- การใชค้ าศพั ท์ boring และ bored
ทักษะ/กระบวนการ
การใชภ้ าษาเพอ่ื การส่ือสาร (ฟัง พูด อา่ น เขยี น)
การฟัง การหาขอ้ มลู โดยเฉพาะ การจบั ใจความสาคญั การตีความ
การพดู การพูดบรรยาย การพดู นาเสนอ การพดู โตต้ อบ
การอา่ น การอ่านออกเสียง การหาขอ้ มลู เฉพาะ
การเขียน การเขยี นบทสมั ภาษณ์
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร การคิด การใชเ้ ทคโนโลยี การแกป้ ัญหา
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มุ่งมนั่ ในการทางาน: นกั เรียนสามารถบรรยายประสบการณ์ในอดีต แสดงความรู้สึก สัมภาษณ์
เพอื่ นาขอ้ มูลมาเขียนในนิตยสาร และเขียนบทสมั ภาษณ์
บูรณาการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (ประวตั ิ Nelson Mandela) กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ศิลปะ (เทคนิคการถ่ายทาภาพยนตร์ การจดั การแสดงละคร)
กจิ กรรมการเรียนรู้
บทเรียนย่อยที่ 1 เวลา 2 คาบ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. พดู ใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั การถ่ายทาภาพยนตร์
2. ฟังและอ่านขอ้ มลู การรายงานการแสดงประเภทต่างๆ
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ให้นักเรียนดูภาพเกี่ยวกับบันเทิงคดีชนิดต่างๆ ในหนังสือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 30 -31 จานวน 5 ภาพ และช่วยกนั บอกวา่ แต่ละภาพคือการแสดงประเภทใด
เช่น ภาพ a a play ภาพ b dancing contest ภาพ c movie ภาพ d musical ภาพ e ballet
ครูถามนกั เรียนวา่ - Which performance do you like best? (The answer will vary.)
- Which kind of performance do you dislike? Why?
เปิ ดโอกาสให้นักเรียนซักถามเพ่ือนที่นง่ั ขา้ งเคียง แลว้ ให้นักเรียนท่ีสมคั รใจ
ตอบคาถามใหเ้ พื่อนๆฟัง 3-4 คน
2 ครูสารวจความเขา้ ใจคาศพั ท์ที่เกี่ยวกับการถ่ายทาภาพยนตร์ โดยให้นักเรียนจบั คู่
คาศัพท์กับความหมาย ข้อ 1 Vocabulary คือ cast, choreography, performer, plot,
presenter, role, script (ดูเฉลย) ครูอธิบายว่า คาศัพท์เหล่าน้ีเก่ียวขอ้ งกับการถ่ายทา
ภาพยนตร์ ละคร หรือละครเพลง เป็นตน้ ใหน้ กั เรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน
เพื่อทบทวนคาตอบที่ถูกตอ้ งอีกคร้ัง ครูเพ่ิมคาศัพท์จาก Word Bank ในหนังสือ
Sprint 2 Student’s Book หน้า 107 นอกเหนือจากท่ีนักเรียนเรียนมาคือ actor/actress,
ballet, concert, dancer, drawing, gallery, lighting, musical, painting/painter,
photography/photographer, play, portrait, script, sculpture / sculptor, set, stage
และใหน้ กั เรียนอ่านตาม
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ครูแจกบัตรคาให้นักเรียน 5 คนโดยใช้วิธีสุ่ม audience, costumes, lighting, set,
stage ให้นกั เรียนท่ีไดบ้ ตั รคา อ่านออกเสียงคาน้ันๆ ใหเ้ พื่อนฟัง เพ่ือนตรวจสอบว่า
การออกเสียงคาน้ันๆ ถูกต้องหรือไม่ จนครบท้ัง 5 คา แล้วให้นักเรียนดูภาพใน
หนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 30 ขอ้ 3 เป็ นฉากหน่ึงของการแสดงละคร
(play) ในโรงละคร (theatre) นาคาท้ัง 5 ไปเติมในช่องว่าง A. audience B. stage
C. costumes D. lighting E. set
4 ตรวจสอบความถูกตอ้ งอีกคร้ังโดยให้นกั เรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน แลว้
อ่านพร้อมกนั พร้อมบอกความหมายของคาศพั ทแ์ ต่ละคา
5 ครูอธิบายลักษณะของคา ในหนังสือ คาว่า “play” ทา
หนา้ ที่ไดท้ ้งั คานาม (noun) และ กริยา (verb) ดงั ตวั อยา่ ง
- I play a basketball game. (play ทาหนา้ ท่ีเป็นกริยา)
- Loris can play the guitar. (play ทาหนา้ ท่ีเป็นกริยา)
- My little sister likes playing with her dolls.
(playing ทาหนา้ ท่ีเป็น gerund ที่มีลกั ษณะเป็นคานาม)
- There was a play by Oscar Wilde at the theatre yesterday.
(a play ทาหนา้ ที่เป็นคานาม)
6 ครูอธิบาย like + to infinitive กบั like + V- ing เพ่ิมเติม like + to-infinitive มีความหมาย
เป็ นการแสดงความเห็นที่ดี เช่น I like to check my work carefully before I hand it
in. like + V-ing ใชเ้ มื่อมีความหมายในเชิงสนุกสนาน เช่น I like skiing. เป็นตน้
ข้นั ฝึ ก (Practice)
7 ให้นักเรียนแต่งประโยคดว้ ยคาว่า “play” ที่ทาหน้าท่ีเป็ น กริยา (verb) และ (noun)
อย่างละ 2 ประโยค ครูสุ่มนักเรียนอ่านประโยคที่แต่งข้ึน แลว้ ให้เพ่ือนที่สมคั รใจ
ออกมาเขียนบนกระดาน 4-5 คน โดยให้บอกวา่ “play” ที่อยู่ในประโยคเป็ นคานาม
หรือกริยา เช่น
- My mom likes to watch a play at night. (play เป็น คานาม)
- Susan likes to play badminton every Sunday. (play เป็น กริยา) เป็นตน้
ครูแกไ้ ขความถูกตอ้ งบนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนอา่ นพร้อมกนั
8 ครูให้นักเรียนฟังซีดีประกอบบทเรียน เรื่อง WHAT’S ON ในหนงั สือ Sprint 2
Student’s Book หน้า 31 Presentation 1 ขอ้ 4 เป็ นบทอ่านท่ีเก่ียวกับรายงานการไปชม
การแสดงต่างๆ ของผสู้ ื่อข่าว Kids Week ในกรุงลอนดอน ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียง
ไปกับซีดีประกอบบทเรี ยน พร้อมกับขีดเส้นใต้คาศัพท์ที่นักเรี ยนไม่ทราบ
ความหมาย อาทิเช่น hilarious, thriller, amazing, typical, moustache, fantastic, gadget,
invite, production, famous, novel, spectacular, musical, characterization etc. ให้นักเรี ยน
อ่านคาเหล่าน้ันพร้อมๆ กัน ครูเปิ ดโอกาสให้นักเรียนที่ทราบ ความหมายบอก
ความหมายใหเ้ พอ่ื นๆ ฟัง ส่วนคาท่ีนกั เรียนไม่ทราบ ครูจะเป็นผบู้ อกความหมายให้
9 ครูให้นักเรียนฟังซีดีประกอบบทเรียนอีกคร้ังหน่ึง และอ่านออกเสียงบทอ่านเรื่อง
WHAT’S ON ทดสอบความเข้าใจโดยให้นักเรียนบอกว่า คาถามเหล่าน้ีอยู่ใน
ขอ้ ความที่ 1, 2 หรือ 3
- Which show has 4 actors playing 139 roles? (1)
- Which show is dance based on a famous novel? (2)
- Which show is a musical adaptation of a children’s book? (3)
- Which show has 007 gadgets in it? (1)
- Which show was on last weekend? (1)
Culture : Hitchcock
Alfred Hitchcock , 1899-1980, ผอู้ านวยการสร้างภาพยนตร์องั กฤษอเมริกนั นกั เขียน
และผผู้ ลิตในกรุงลอนดอน Hitchcock เริ่มอาชีพเป็นผอู้ านวยการสร้างภาพยนตร์ในค.ศ. 1925
และกลายเป็นผทู้ ่ีมีผลงานโดดเด่นจากภาพยนตร์เรื่อง The 39 Steps (1935) และ The Lady Vanishes
(1938) ภาพยนตร์ของเขาส่วนใหญ่ท่ีสร้างข้ึนจะเนน้ ทางดา้ นความแฟนตาซี และความหวาดกลวั
ของมนุษยใ์ นรูปแบบต่างๆ Hitchcock มีผลงานทางโทรทศั นท์ ี่ประสบความสาเร็จสองชุด
เขาเป็นที่รู้จกั ในนามของผอู้ านวยการสร้างภาพยนตร์ที่โด่งดงั ท่ีสุด
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร (Production)
10 ทดสอบความเข้าใจในการอ่านข้อความ โดยให้นักเรียนปิ ดหนังสือ Sprint 2
Student’s Book หน้า 31 แลว้ ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
Show no. 1
- What is the name of Alfred Hitchcock’s classic thriller? (39 Steps)
- Whom did Stephen watch a play with? (His parents and his friend Charlie)
- What did Stephen think about the play? (It was amazing.)
- How many actors are there? (There are four actors.)
- What identity did Richard Hannay have? (He had a typical pencil moustache
and fantastic 007 gadgets.)
Show no. 2
- When did Bryony see the Shanghai Ballet Company? (Yesterday)
- Where did the ballet take place? (At the Golden Theatre)
- What is Charlotte Bronte’s famous novel? (Jane Eyre)
- Was the plot of Jane Eyre similar to the book? (No, it wasn’t.)
- What did Bryony enjoy seeing in the performance? (Spectacular)
Show no.3
- The novelist who Leslie liked was …………. (Roald Dahl)
- What did Leslie dislike about the musicals? (The songs were too long.)
- What did Leslie think was fun? (The characterization and the script)
- What did Leslie think about the young cast performers? (It was amazing.)
- By the end of the show, did Leslie like it? (Yes, he did.)
ครูให้นักเรียนเปิ ดหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 31 เพื่อตรวจสอบ
คาตอบใน Presentation 1 ขอ้ 4 อีกคร้ัง และเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนที่ยงั ไม่เขา้ ใจถาม
ครูใหเ้ พือ่ นท่ีสามารถตอบไดอ้ ธิบายใหฟ้ ัง และช่วยตรวจแกไ้ ข
Self & Social Responsibility : As you are a teenager, which
entertainment affects your daily life most?
In my opinion, the diversity of gadgets that are available in the market at present makes
most of our lives more meaningful and easier than before. Electronic gadgets such as the iPods,
smart phones and others, are not only entertaining and helpful but very useful as well since we
can use them as dictionaries, to look up the meaning of the words we don’t understand or even
as a camera to take a photo of the notes we have to review which saves us time instead of
copying.
Consequently, many of us nowadays own at least one gadget. On the other hand, gadgets
can also be a barrier to our good study habit since they are often disturbed by the different
social network that we use such as line, Facebook or twitter.
ข้นั สรุป (Conclusion)
11 แบง่ นกั เรียนกลมุ่ ละ 5-6 คน กิจกรรมน้ีใหป้ ิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book
หน้า 31 ครูแจกซองที่บรรจุขอ้ ความใน WHAT’S ON จานวน 9 ขอ้ ความที่ตดั แยก
เป็นขอ้ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ เรียงขอ้ ความตามลาดบั ใหถ้ กู ตอ้ ง เสร็จแลว้ ใหก้ ลมุ่ ท่ีสมคั ร
ใจส่งตวั แทนออกมานาเสนอขอ้ ความตามลาดบั โดยใหเ้ พือ่ นท่ีเหลืออยเู่ ปิ ดหนงั สือ
ตรวจความถกู ตอ้ ง ขอ้ ความท่ีกาหนดใหม้ ีดงั น้ี :
Show no.1
- Stephen went to see a show called Alfred Hitchcock’s classic thriller which
was a hilarious version of the 39 Steps.
- There are only 4 actors played 139 roles in only 100 minutes.
- The hero in the fight against dangerous double agents was Richard Hannay.
Show no.2
- Toby invited Bryony to see the ballet at the Golden Theatre.
- The ballet was a dance version of Chariotte Bronte’s famous novel.
- Bryony love the mix of the old and new set and costume design and
spectacular lighting.
Show no.3
- Leslie didn’t like the musicals.
- When Leslie was a child, he loved Roald Dahl’s novel.
- Leslie really liked the musicals in the end.
12 ใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสียงขอ้ ความพร้อมกนั ท้งั หมดอีกคร้ังหน่ึง แลว้ ทาแบบฝึกหัด
ขอ้ 2 ใน Sprint 2 Workbook หน้า 16 ใหน้ กั เรียนเลือกขอ้ ความที่เป็นสานวนเกี่ยวกบั
คาศพั ทท์ ่ีไดเ้ รียนมาในขอ้ ความ WHAT’S ON (ดูเฉลย)
บทเรียนย่อยท่ี 2 เวลา 2 คาบ
จุดประสงค์การเรียนรู้
3. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาในหวั ขอ้ I was so excited
4. เขยี นประโยคโดยใชค้ าคณุ ศพั ทท์ ี่แสดงความรู้สึก (Adjective to describe feelings)
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูสุ่มแจกบตั รคาคุณศพั ทท์ ่ีแสดงความรู้สึก (Adjective to describe feelings) ให้นักเรียน
จานวน 10 คา ดังน้ี amazed, excited, interested, surprised, surprised,worried, exhausted,
bored, annoyed, tired, embarrassed ให้นักเรียนท่ีได้รับบตั รคาเมื่ออ่านแลว้ เก็บรักษาไว้
โดยไมใ่ ห้เพ่ือนคนอ่ืนๆ ทราบ ยกเวน้ เพื่อนที่นงั่ ใกล้ 1 คน ใหป้ รึกษากนั แลว้ ออกมา
แส ดงท่ าท างความรู้สึ กตามบัตรคาที่ ได้รับ แล้วให้ เพ่ื อน ๆ ท ายว่า คาที่
แสดงความรู้สึกน้นั คืออะไร นกั เรียนคนท่ีตอบได้ จะไดค้ ะแนน 1 คะแนน ต่อ 1 บตั รคา
(นกั เรียนสามารถใชอ้ ุปกรณ์อื่นๆ ประกอบได)้
2 เมื่อนกั เรียนออกมาแสดงท่าทางตามคาคุณศพั ทท์ ่ีแสดงความรู้สึกจนครบ 10 คาแลว้
ครูติดบตั รคาบนกระดาน แล้วเขียนหัวขอ้ ว่า Adjective describing feelings ให้นักเรียน
อา่ นออกเสียงคาคุณศพั ทท์ ้งั 10 คาพร้อมกนั
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 32 ดูภาพเด็กผหู้ ญิง 2 คน แลว้
ตอบคาถามดงั น้ี
- Can you remember the two girls in the pictures? (Yes, we can.)
- What are their names? (Evie and Sasha)
- What is Evie holding in her hand? (An iPhone)
- What is she doing with her iPhone? (She’s recording the interviewing.)
- Do you want to know what is the interview about? (Yes, we do.)
4 ครูใหน้ กั เรียนฟังเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน บทสนทนาหวั ขอ้ I was so
excited! ในขณะท่ีฟังใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใตค้ าคณุ ศพั ทท์ ี่แสดงความรู้สึก (Adjective
describing feelings) ในบทสนทนา เม่ือฟังจบแลว้ ใหบ้ อกวา่ มีกี่คา และมีอะไรบา้ ง
(คาคุณศพั ทท์ ี่นกั เรียนตอ้ งขีดเสน้ ใตค้ ือ excited, exciting, annoying, worried, tired,
exhausted, disappointed รวม 7 คา)
5 ครูเปิ ดโอกาสให้นักเรียนสอบถามความหมายของคาศพั ท์และสานวนท่ีไม่ทราบ
โดยนกั เรียนสามารถถามกนั เองหรือถามครูก็ได้ ให้นกั เรียนอ่านออกเสียงคาน้นั ครู
เขียนคาที่นักเรียนบอกบนกระดาน ให้เพื่อนท่ีทราบบอกความหมาย ถ้ามีคาใดท่ี
นกั เรียนไม่ทราบความหมาย ครูจะเป็นผบู้ อกและอธิบายใหน้ กั เรียนทราบ เช่น gig,
till, no chance, energy, crazy เป็นตน้
6 ครูอธิบายความแตกต่างระหว่างคาคุณศพั ท์ (adjective) ท่ีลงทา้ ยดว้ ย –ed และคาคุณศพั ท์
(adjective) ท่ีลงทา้ ยดว้ ย –ing วา่ คาคุณศพั ท์ (adjectives) ที่ลงทา้ ยดว้ ย -ed ใช้แสดง
ความรู้สึ กของคน แปลว่า รู้สึก..... เช่น She felt tired after working hard all day.
แปลวา่ เธอรู้สึกเหนื่อยหลงั จากทางานหนักท้งั วนั คาคุณศพั ท์ (adjectives) ท่ีลงทา้ ย
ดว้ ย -ing ใชบ้ รรยายส่ิงของหรือสถานการณ์ แปลวา่ น่า .......... เช่น Bungee jumping
is an exciting sport for me. บนั จ้ีจ้มั ปิ้ งเป็นกีฬาที่น่าตื่นเตน้ สาหรับฉนั
ข้นั ฝึ ก (Practice)
7 ให้นกั เรียนฟังเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน บทสนทนาหวั ขอ้ I was so excited!
อีกคร้ังหน่ึงและอ่านตาม ครูสุ่มให้นกั เรียนอ่านเป็นคู่ประมาณ 3-4 คู่ แกไ้ ขการอ่าน
ออกเสียงของนกั เรียนใหถ้ ูกตอ้ ง และใหท้ ุกคนอา่ นบทสนทนาพร้อมกนั อีกคร้ัง
Culture: The Rolling Stones
The Rolling Stones เป็ นวงดนตรีร็อกองั กฤษ ต้งั เมื่อ ค.ศ. 1962 ในกรุงลอนดอน มีสมาชิก
ท้ังหมด 4 คน หัวหน้าวงชื่อ Brian Jones ผลงานส่วนใหญ่จะเป็ นแนว American Blues และ
R&B วงน้ีประสบความสาเร็จในสหรัฐอเมริกา หลงั จากท่ีไปออกรายการ British Invasion และ
เป็นคู่แขง่ กบั วง The Beatles
อลั บ้มั ล่าสุดของพวกเขาคือ A Bigger Bang ซ่ึงออกใน ค.ศ. 2005 และ Sticky Fingers ค.ศ.
1971 ท่ีถือเป็นอลั บ้มั อนั ดบั หน่ึงในสหรัฐอเมริกาอยา่ งตอ่ เน่ืองถึง 8 ชุด และเป็นวงท่ีติดอนั ดบั 4
ของการจดั อนั ดบั นิตยสาร Rolling Stone ในหวั ขอ้ 100 ศิลปิ นที่เยย่ี มที่สุดตลอดกาล
Resource : http://www.rollingstones.com/
8 ตรวจสอบความเขา้ ใจในการอ่านบทสนทนาของนักเรียน โดยให้นักเรียนช่วยกนั
ตอบคาถาม ดงั น้ี
- What did Sasha do yesterday? (She went to the Rolling Stones gig.)
- Whom did she go with? (She went with her grandpa.)
- Has Sasha’s grandpa ever seen the gig before? (Yes, he has.)
- When did he see the gig? (Nearly 50 years ago)
- Why did Sasha dislike about the way people talk about the Stones?
(Because, they talked about the Rolling Stones’ age all the time.)
- How did Sasha feel? (She felt exhausted.)
- Would her grandpa like to see the band again? (Yes, in 40 years’ time)
9 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 3 ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 32 ดว้ ย
ตนเอง แบบฝึกหดั น้ีเป็นคาถามท่ีตรวจสอบความเขา้ ใจในการอ่านบทสนทนาที่ผา่ นมา
ซ่ึงครูไดถ้ ามมาก่อนหนา้ น้ีแลว้ เม่ือเสร็จแลว้ ครูสุ่มใหน้ กั เรียนอ่านคาถามและคาตอบ
จนครบท้งั 5 ขอ้ ใหเ้ พ่ือนๆ ที่เหลือช่วยตรวจสอบคาตอบ
10 ประเมินการฟังบทสนทนา โดยใหน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหดั ขอ้ 5 ในหนงั สือ Sprint 2
Workbook หน้า 17 ครูเปิ ดซีดีประกอบบทเรียน บทสนทนา I was so excited!
ใหน้ กั เรียนฟัง 2 คร้ัง หยดุ ซีดีเพื่อใหน้ กั เรียนเติมคา เม่ือเติมเสร็จใหน้ กั เรียนเปิ ด
หนงั สือ บทสนทนา I was so excited! เพื่อตรวจคาตอบของตนเอง
11 ให้นักเรียนจับคู่แสดงบทบาทสมมุติตามบทสนทนาท่ีอ่าน ครูบอกให้นักเรียน
พยายามใชว้ ิธีอ่านตามท่ีไดฟ้ ังจากซีดีประกอบบทเรียนให้ไดม้ ากท่ีสุด ให้นกั เรียนคู่
ท่ีพร้อม ออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน 2-3 คู่ ส่วนคู่ที่เหลือกาหนดให้ไปพูดกบั ครู
นอกเวลาเรียน ครูประเมินการอ่านออกเสียง โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินการอ่านผา่ น
ในระดบั ดี
ข้นั การใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร (Production)
12 ใหน้ กั เรียนคู่เดิม ทากิจกรรมถาม-ตอบ ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 33
ขอ้ 5-6 โดยใหผ้ ลดั กนั ถาม-ตอบเกี่ยวกบั ความรู้สึกของตนเอง เม่ือไดค้ าตอบแลว้ ให้
เขียนลงสมุดส่งครูเพ่ือตรวจแก้ไขให้ถูกต้อง ก่อนลงมือทาให้ครูถามคาถาม
เป็ นตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนไดท้ ราบแนวในการตอบ 1-2 ขอ้ เช่น
คาถาม : When do you usually feel excited?
คาตอบ : I usually feel excited when I have an exam.
คาถาม : What subject are you interested in?
คาตอบ : I am interested in English.
สาหรับการเขียนให้นกั เรียนเขียนเป็ นความเรียง โดยใชข้ อ้ มูลท่ีไดจ้ ากการถาม-ตอบ
ในคู่ของตนเอง ดังตัวอย่าง Maria is interested in Thai. She usually feels excited
when she presents her assignment in front of the class, etc.
Self & Social Responsibility : Do you feel excited when you
present your task in front of the class?
When I present in class, I expect to feel comfortable with my introduction. For it is only
when I feel comfortable or at ease, I will be able to convey what I have to say effectively. After
my presentation, I expect to feel a sense of accomplishment and satisfaction, having been able
to understand what the teacher has taught my lesson completely.
ครูเขยี น Adjective describing feelings -ed, -ing บนกระดาน ดงั ตารางดา้ นล่าง
แลว้ ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาเขยี นคาคุณศพั ทเ์ หล่าน้นั บนกระดาน
Feel - ed Describe - ing
excited exciting
worried worrying
tired tiring
exhausted exhausting
disappointed disappointing
annoyed etc. annoying
13 มอบหมายงานให้ นักเรี ยนท างานกลุ่ม โดยให้ รวบรวมค าคุณศัพท์ท่ี แสดง
ความรู้สึก (Adjective describing feelings) ออกมาเป็ นชิ้นงาน กาหนดให้มีคาคุณศัพท์
ท่ีลงทา้ ยดว้ ย -ed และ -ing กลุ่มละ 10 คา พร้อมภาพประกอบ เมื่อทาเสร็จแลว้ ส่งครูตรวจ
แกไ้ ข แลว้ นาไปติดไวท้ ่ีหอ้ งโฮมรูมของนกั เรียน
ข้นั สรุป (Conclusion)
14 ให้นักเรียนนาคาคุณศพั ท์ท่ีแสดงความรู้สึก (Adjectives describing feelings) ในกลุ่มของ
นักเรียนเองมาแต่งประโยคคนละ 6 ประโยค ที่มีท้ัง -ed และ -ing เม่ือเสร็จแลว้ แลกกับ
เพอ่ื นเปรียบเทียบคาตอบ ช่วยแกไ้ ข แลว้ ส่งครูตรวจอีกคร้ังหน่ึง
15 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 4 ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 33 Vocabulary
: Adjective to describe feelings ใหน้ กั เรียนนาคาคณุ ศพั ทท์ ี่กาหนดให้ (เป็นคาคณุ ศพั ทท์ ี่ครู
ใชน้ าเขา้ สู่บทเรียนในคาบแรก) มาเติมใหต้ รงกบั ภาพใหถ้ กู ตอ้ ง (ดูเฉลย)
16 ประเมินความเขา้ ใจในการใช้คาคุณศพั ท์ท่ีแสดงความรู้สึก (Adjectives describing
feelings) โดยให้ทาแบบฝึ กหัดขอ้ 9 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 36
boring or bored ตามตวั อย่าง ใหว้ งกลมคาที่เหมาะสมกบั รูปประโยค และแบบฝึกหดั
ขอ้ 3, 4 ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 16 ครูประเมินการทาแบบฝึ กหดั จาก
จานวนคาตอบที่ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70 (ดูเฉลย)
บทเรียนย่อยที่ 3 เวลา 3 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
5. เขยี นประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์ Past Simple Tense กบั Regular & Irregular Verbs
6. บรรยายขอ้ ความโดยใชค้ าบอกลาดบั เวลา (Time Sequence)
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูให้นกั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 32 อ่านบทสนทนาหวั ขอ้
I was so excited! อีกคร้ังหน่ึง แล้วให้นักเรียนบอกคาศัพท์ที่เป็ นอดีตกาล (Past
Simple Tense) และขีดเส้นใตเ้ ฉพาะคากริยา (verb) วา่ มีอะไรบา้ ง โดยครูใหน้ กั เรียน
ท่ีสมคั รใจตอบทีละคน ดังน้ี went, was, saw, came, looked, started ให้อาสาสมคั ร
ออกมาเขียนคาท้ังหมดบนกระดาน แล้วให้นักเรียนท้ังหมดอ่านคาที่เขียนบน
กระดานพร้อมกนั
2 ครูบอกใหน้ กั เรียนสังเกตคาเหล่าน้นั แลว้ บอกว่าเป็ นคาอะไร อยใู่ นรูปของกริยาช่องใด
(นกั เรียนบอกคาที่อ่านมาท้งั หมดเป็ นคากริยา ท่ีอย่ใู นรูปอดีตกาล (Past Simple Tense)
พร้อมอธิบายว่าใช้กบั เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในอดีตและสิ้นสุดลงแลว้ สังเกตไดจ้ าก
การใช้คากริยาวิเศษณ์ที่แสดงเวลา (Adverbs of Time) เช่น yesterday, yesterday
morning, last year, last night, a few minutes ago ที่บอกว่าเหตุการณ์น้ันสิ้นสุดแลว้
เม่ือใด เป็ นต้น หลังจากน้ันให้นักเรียนอ่านออกเสียงคากริยาวิเศษณ์ที่แสดงเวลา
(Adverbs of Time) ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 34 พร้อมกนั
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ครูเขียนคาวา่ Regular Verbs กบั Irregular Verbs บนกระดาน ใหน้ กั เรียนนาคากริยา
ที่อยบู่ นกระดานมาเติมลงช่องใหถ้ ูกตอ้ ง
Regular Verbs Irregular Verbs
looked, started went, was, saw, came
4 ครูอธิบายความแตกตา่ งระหวา่ ง Regular Verbs และ Irregular Verbs ดงั น้ี
Regular Verbs หมายถึง กริยาท่ีคงรูปเดิมเม่ือเปล่ียนเป็นช่องท่ี 2 หรือ 3 เพียงแต่
เติม -ed หรือ -d ไปทา้ ยคากริยาน้นั ๆ เช่น want - wanted, arrive - arrived
Irregular Verbs หมายถึง กริยาท่ีไม่ปกติ เมื่อเปล่ียนเป็ นช่องท่ี 2 (Past Form)
และช่องที่ 3 (Past Participle) คือกริยาน้ันอาจเปลี่ยนรูปเม่ือเปล่ียนเป็ นช่องท่ี 2 และ 3
เช่น cut cut cut go went gone หรือท้งั 3 ช่องไม่เปล่ียนรูปเลย
5 ครูอธิบายหลกั การเติม -d และ -ed เมื่อเปล่ียนกริยาเป็นอดีตกาล (Past Simple Tense)
และสามารถใช้ได้กบั ประธานทุกตวั (I, You, We, They, He, She, It) หลกั การเติม
-ed มีดงั น้ี
a) กริยาโดยทวั่ ๆ ไป เมื่อเปล่ียนเป็น past form ใหเ้ ติม -ed
b) กริยาท่ีลงทา้ ยดว้ ย e ใหเ้ ติม d เช่น like - liked
c) กริยาท่ีลงทา้ ยดว้ ย y ใหเ้ ปลี่ยน y เป็น i ก่อน แลว้ จึงเติม -ed เช่น
worry - worried แต่ถา้ หน้า y เป็ นสระ ไม่ตอ้ งเปลี่ยน ให้เติม -ed ไดเ้ ลย เช่น
play - played
d) กริยาท่ีพยญั ชนะตวั สุดทา้ ยนาหนา้ ดว้ ยสระ ใหเ้ พิ่มพยญั ชนะตวั สุดทา้ ยไปอีก
หน่ึงตวั แลว้ จึงเติม -ed เช่น stop - stopped
6 ครูให้นกั เรียนดูป้ายนิเทศบนกระดานเกี่ยวกบั การเขยี นคาแนะนา วิธีปฏิบตั ิโดยใชค้ า
แสดงลาดับ (Sequence) ซ่ึงประกอบด้วย first / after that / then / finally โดยให้
นกั เรียนอ่านประโยคที่อยู่บนป้ายนิเทศพร้อมกนั เน้นให้นักเรียนสังเกตคาที่ขีดเส้น
ใต้แสดงลาดับหรือข้ันตอนของการกระทา ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าในการบรรยาย
ข้ันตอนวิธีทาต่าง ๆ เราจะใช้คาที่แสดงลาดับเพ่ือให้ข้อความที่อ่านเชื่อมโยง
ต่อเนื่องกนั
How to cook Pancake
First of all, you have to read a recipe. Next, you have to buy the ingredients. After that,
you should preheat the pan with a little oil. Then mix all the ingredients together and put them
in the pan. Fried it about 3-5 minutes Finally, take the pancake out of the pan and put it on the
plate.
Pancake Ingredients
- 1 tablespoon baking powder
- 1 pinch of salt
- 1 teaspoon white sugar
- 2 large eggs (beaten)
- 30 grams butter (melted and cooled)
- 300 ml milk
- 225 grams plain flour
- Butter for frying
ข้นั ฝึ ก (Practice)
7 ครูแจกบตั รคากริยา (verb) จานวน 15 คา โดยสุ่มใหน้ กั เรียนจานวน 15 คน ประกอบดว้ ย
finish, start, love, copy, chat, regret, smile, phone, worry, plan, clap, cheer, dial,
play, destroy ใหน้ กั เรียนท่ีไดบ้ ตั รคาออกมาเขียนรูปอดีตกาล (Past Form) ของกริยา
ท่ีครูแจกให้ และเขียนลงในช่องท่ีกาหนด
ครูถามวา่ How do these verbs end in the Past Simple?
+ d + ed y + ed y + ied + ted/ned/ped
loved finished played copied regretted
smiled started destroyed worried planned
phoned cheered clapped
dialed
เมื่อเขียนเสร็จให้อ่านออกเสียงคาน้ันๆ แล้วให้เพ่ือนอ่านตาม ครูตรวจสอบ
การเขียนและการอ่านออกเสียงใหถ้ ูกตอ้ ง
8 ให้นักเรียนทาแบบฝึ กหัดเกี่ยวกับการใช้ Past Simple Tense ในหนังสือ Sprint 2
Student’s Book หน้า 34-35 ขอ้ 1, 2 และ 4
แบบฝึ กหดั ขอ้ 1 ให้นักเรียนเปลี่ยนคากริยา (verbs) ที่กาหนดให้ เป็ นอดีตกาล
(Past Form) คากริยาท่ีอยู่ ในแบบฝึกหดั น้ี เป็นแบบ Regular Verbs
แบบฝึกหดั ขอ้ 2 ใหน้ กั เรียนนากริยาที่อยู่ในวงเลบ็ ของแต่ละขอ้ เปลี่ยนเป็นอดีตกาล
(Past Simple) พร้อมกบั ให้นกั เรียนสังเกต Adverbs of Time ท่ี
อยใู่ นประโยคท่ีแสดงวา่ เหตกุ ารณ์น้นั สิ้นสุดลงแลว้
แบบฝึกหดั ขอ้ 4 ให้นักเรียนนาคากริยา (verbs) ที่กาหนดให้ในแต่ละข้อมา
เปล่ียนเป็นอดีตกาล (Past Form) (ดูเฉลย)
เพมิ่ เติม
ก ล่ อ ง ธ ง ช า ติ Directions: Use the words below to write about your activities
yesterday. ให้นักเรียนนาคากริยา (verbs) ท่ีกาหนดให้มาแต่งประโยคเก่ียวกับ
กิจกรรมที่นักเรียนได้ทาเมื่อวาน studied watched woke up played ate (ตัวอย่าง
คาตอบ Yesterday, I woke up at 6.30. I ate curry rice for my breakfast. I went to
school and studied hard. After school, I watched TV and played a game.)
เม่ือนกั เรียนทาเสร็จ ใหเ้ ปลี่ยนกนั ตรวจ แกไ้ ขก่อนส่งครูตรวจอีกคร้ังหน่ึง
9 ครูเขียนคากริยาต่อไปน้ีบนกระดาน แลว้ ถามนักเรียนวา่ Are these regular verbs or
irregular verbs? นักเรียนตอบว่า “Irregular verbs” ครูถามต่อว่า “Why?” นกั เรียน
ตอบว่า “Because most of them changed when they are past form.” ครูให้นักเรียน
อา่ นคากริยาแลว้ เปล่ียนเป็นช่องท่ี 2 พร้อมกนั ดงั น้ี
become -became do - did find - found
get -got have - had hear - heard
leave –left make - made read - read
see -saw tell - told think - thought
win - won
10 ครูประเมินความเขา้ ใจหลกั การใช้ Past Simple Tense โดยให้นักเรียนจบั คู่กบั เพ่ือน
เพื่อทาแบบฝึ กหัดขอ้ 5 และ 7 ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 35 และ
หน้า 36 และแบบฝึ กหัด ขอ้ 10, 11 เม่ือทาเสร็จแลว้ ให้เปรียบเทียบคาตอบกบั เพ่ือน
แลว้ ใหน้ กั เรียนท่ีสมคั รใจอ่านคาตอบใหเ้ พอื่ น ๆ ในช้นั เรียน
แบบฝึกหดั ขอ้ 5 ใหเ้ ปล่ียนคากริยาที่ขีดเสน้ ใตใ้ นขอ้ ความที่กาหนด เป็นอดีตกาล
(Past Form)
แบบฝึกหดั ขอ้ 7 เติมคาในช่องว่างโดยนาคากริยาที่อยู่ในวงเล็บเปล่ียนเป็ น
อดีตกาล (Past Form)
แบบฝึกหดั ขอ้ 10 เติมคาในช่องว่างโดยนาคากริยาที่อยู่ในวงเล็บเปล่ียนเป็ น
อดีตกาล (Past Form)
แบบฝึกหดั ขอ้ 11 แปลประโยคต่อไปน้ีเป็นภาษาไทย (ดูเฉลย) ครูประเมินความ
เข้าใจหลักการใช้ Past Simple Tense จากจานวนคาตอบที่
ถกู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
Culture : Actor
Jennifer Shrader Lawrence นกั แสดงชาวอเมริกนั นกั แสดงท่ีอายุนอ้ ยที่สุดคนท่ีสองท่ีไดร้ ับ
การเสนอช่ือเขา้ ชิงรางวลั ออสกา้ ร์ สาขานกั แสดงหญิงยอดเยย่ี ม ภาพยนตร์ท่ีทาให้เธอมีช่ือเสียง
ที่สุดคือ The Hunger Games เธอไดร้ ับรางวลั ออสกา้ ร์ คร้ังที่ 85 ใน ค.ศ. 2013 จากเร่ือง Silver
Linings Playbook
Arctic Monkeys วงดนตรีแนวอินด้ีร็อกจากประเทศองั กฤษ เพลงที่ประสบความสาเร็จ คือ
“I Bet You Look Good on the Dance floor” และ “When the Sun Goes Down”
11 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหัดที่ใชค้ าแสดงลาดบั (Sequence) ในหนงั สือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 36 ขอ้ 8 โดยใหน้ กั เรียนนาคาที่แสดงลาดบั ที่ประกอบดว้ ย first, after
that, then, finally มาเติมลงในช่องวา่ ง เม่ือทาเสร็จแลว้ ครูสุ่มใหน้ กั เรียนอ่านทีละ
ประโยค เพ่ือนๆ ตรวจคาตอบของตนเอง โดยมีครูคอยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง (ดูเฉลย)
ข้นั การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร (Production)
12 ครูทบทวนความเขา้ ใจการใช้ Past Simple Tense โดยมี Adverbs of Time เพ่ือแสดง
เหตุการณ์น้ันๆ ว่าเสร็จสิ้นแลว้ ด้วยการให้นักเรียนเขียนเร่ืองราวเก่ียวกบั ตนเอง
ในอดีตที่ผา่ นมาอย่างน้อย 5 ประโยค ลงสมุดแลกกบั เพื่อนเปรียบเทียบขอ้ มูลซ่ึงกัน
และกนั ส่งครูเพ่อื ตรวจแกไ้ ข
13 ครูมอบหมายให้นักเรียนทางานกลุ่ม ๆ ละ 5 คน เขียน Directions หรือ Instructions
โดยใช้คาที่แสดงลาดับ (Sequence) พร้อมรูปภาพแสดงข้นั ตอนการทา/วิธีปฏิบัติ
ตามลาดบั กาหนดส่งงานภายใน 1 สัปดาห์
ข้ันสรุป (Conclusion)
14 ครูให้นกั เรียนช่วยกนั สรุป รูปแบบพ้ืนฐานของประโยคท่ีเป็นอดีตกาล (Past Simple
Tense) ประกอบดว้ ย Subject + V.2 (Past Tense) กริยาท่ีลงทา้ ยดว้ ย -ed ให้นกั เรียน
เติมคาตอบ -ed ลงในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 18 ขอ้ 1
15 ให้นกั เรียนจบั คู่ทาแบบฝึ กหัดขอ้ 2-9 ในหนงั สือ Sprint 2 Workbook หน้า 18-19
ครูอธิบายวธิ ีทาเพม่ิ เติม ดงั น้ี
แบบฝึกหดั ขอ้ 2 ใหน้ าคากริยาที่กาหนดใหใ้ นวงเลบ็ เปล่ียนเป็นช่องท่ี 2
แบบฝึกหดั ขอ้ 3 เปลี่ยนคากริยาที่กาหนดใหเ้ ป็นช่องท่ี 2
แบบฝึกหดั ขอ้ 4 นาคากริยาที่อยใู่ นกรอบมาเติมใหเ้ หมาะสมกบั รูปประโยค
และเปลี่ยนเป็นช่องท่ี 2
แบบฝึกหดั ขอ้ 5 แปลสานวนคาวิเศษณ์ท่ีแสดงเวลาเป็นภาษาไทย
แบบฝึกหดั ขอ้ 6 ใหน้ าคากริยาที่กาหนดให้ในวงเล็บ เปล่ียนเป็นช่องท่ี 2 แลว้ เติม
คาวิเศษณ์ท่ีแสดงเวลาทา้ ยประโยค
แบบฝึกหดั ขอ้ 7 กาหนดคากริยาในกรอบ แลว้ หาคากริยาที่เป็ นช่องที่ 2 ของคา
ในกรอบ โดยวงกลมตวั อกั ษรท่ีกาหนดให้
แบบฝึกหดั ขอ้ 8 เติมคาในไดอาร่ี ท่ีเล่าประสบการณ์ที่ผา่ นมาโดยนาคากริยาที่ให้
ไวใ้ นวงเลบ็ เปลี่ยนเป็นช่องท่ี 2
แบบฝึกหดั ขอ้ 9 นาคาแสดงลาดบั (Sequence) เติมในขอ้ ความท่ีกาหนดให้ถกู ตอ้ ง
ครูประเมินความเขา้ ใจหลกั การใช้ Past Simple Tense และ
คาบอกลาดบั เวลา (Sequence) จากจานวนคาตอบท่ีถูกตอ้ ง โดย
ใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 70
บทเรียนย่อยท่ี 4 เวลา 2 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
7. ฟังและเขา้ ใจบทสนทนาเกี่ยวกบั ภาพยนตร์ที่ดู
8. พดู ถาม-ตอบเกี่ยวกบั ภาพยนตร์ที่ช่ืนชอบ
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูเลือกงานท่ีนักเรียนเขียนเล่าเร่ืองเก่ียวกับตนเองในคาบท่ีแล้ว 3-4 ชิ้นมาให้
อาสาสมคั รอา่ น (เลือกชิ้นงานที่นกั เรียนเขยี นเล่าเร่ืองเกี่ยวกบั งานอดิเรกท่ีชอบ เช่น
ดูภาพยนตร์ หรือสิ่งที่เกี่ยวกบั entertainment) แลว้ ให้นกั เรียนตอบคาถาม ดงั น้ี
- Whose hobby is watching a movie? (Up to the students’ interest)
- What kind of movie do you like most? (The answer will vary.)
- Do you like to see the movie at home or at the cinema?
(At home / At the cinema)
2 ให้นักเรียนดูภาพการ์ตูนในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 37 Describing
experiences ขอ้ 1 ครูถามวา่
- Where are these people? (They are at the cinema/theatre.)
- Is the film funny or exciting? (It is exciting.)
- Do you know what film they are watching? (No, we don’t.)
ครูพูดวา่ Look at the titles of the movie below and read all the titles together.
- Who has ever seen ‘The Lone Ranger/ Man of Steel / The Bling Ring?’
ถา้ ไมม่ ีนกั เรียนคนใดเคยดูภาพยนตร์ท่ีกล่าวมา ใหค้ รูเล่าเรื่องยอ่ ใหน้ กั เรียนฟังทีละเร่ือง
- Do you want to know what each title is about?
- OK. I will give a brief of each title one by one.
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ครูเลา่ เร่ืองยอ่ แตล่ ะเร่ืองใหน้ กั เรียนฟัง ดงั น้ี
A) The Lone Ranger เป็นภาพยนตร์เก่ียวกบั การผจญภยั สุดต่ืนเตน้ แบบแอค็ ชน่ั
และอารมณ์ขัน ที่ซ่ึงวีรบุรุษใส่หน้ากากได้ถูกปลุกชีพข้ึนมาในมุมมองใหม่
ทอนโต้ นักรบพ้ืนเมืองอเมริกนั จอห์น รีด ชายผูร้ ักษากฎหมาย ผูร้ ักความยุติธรรม
ผชู้ มจะไดผ้ จญภยั ดว้ ยความตื่นเตน้ น่าประหลาดใจ และเต็มไปดว้ ยอารมณ์ขนั ของ
2 วรี บรุ ุษต่างข้วั ที่เรียนรู้ในการร่วมมือซ่ึงกนั และกนั
B) Man of Steel บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน เป็ นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อเมริกนั ใน
ค.ศ. 2013 ท่ีสร้างจากตวั ละครการ์ตูนของดีซี คอมิคส์เร่ือง ซุปเปอร์แมน นาแสดง
โดย เฮนรี คาวลิ ล์
C) The Bling Ring ภาพยนตร์ของกลุ่มวยั รุ่นที่ไปขโมยของของบรรดาเซเลป
ฮอลลีวดู้ ต่างๆเช่น ปารีส ฮิลตนั ลินเซย์ โลฮาน มิแรนดา้ เคอร์ เมื่อกวาดทรัพยส์ ินไป
ไดเ้ กือบร้อยลา้ นเหรียญและใชช้ ีวติ อย่างหรูหราก็โดนจบั เขา้ คกุ ภาพยนตร์ส่ือใหเ้ รา
เห็นถึงสังคมวยั รุ่นอเมริกนั ท่ีฉาบฉวยและวตั ถุนิยม ใครใช้กระเป๋ าสวยๆรองเท้า
แพงๆ กไ็ ดร้ ับสายตาชื่นชม ดา้ นครอบครัวต่างใชช้ ีวติ แบบตวั ใครตวั มนั
4 ให้นักเรียนอ่านขอ้ ความบนแผ่นป้ายนิเทศท่ีครูเตรียมมา เป็ นขอ้ ความที่เก่ียวกับ
สานวน ภาษาที่ใช้ในบทสนทนาในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 37 Useful
Language ซ่ึงนกั เรียนจะนาไปใชใ้ นการพูดคุยกบั เพื่อนเมื่อเล่าเร่ืองเกี่ยวกบั ภาพยนตร์ที่
นกั เรียนชื่นชอบ ดงั น้ี
- Where were you last ..............................................................?
- I went to the cinema/ the theatre/ a concert …………….…..
- I watched ……………………………………………………
- I saw …………………………………………………………
- I really enjoy / hated/ loved/ liked it.
- The cast/ plot/ choreography was exciting/ boring …….........
- I was excited / bored / disappointed …………………………
- The costumes / special effects were ……………………..… .
ฝึ กการใชค้ าถามและตอบครูถามนาโดยให้นกั เรียนท่ีสมคั รใจตอบ ดงั น้ี Where
were you last week? นกั เรียนสามารถตอบคาถามไดอ้ ยา่ งหลากหลาย
5 ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนจะได้ดูวิดีโอเก่ียวกับการสนทนาของ Elis กับ Amy
ที่คุยกันเร่ืองภาพยนตร์ที่เพ่ิงไปดูมาในหนังสือ หัวขอ้ Describing experiences
ขอ้ 1 แลว้ ตอบวา่ ภาพยนตร์ที่ท้งั สองคุยกนั เป็ นเรื่องอะไร มีตวั เลือกให้เลือก 3 เรื่อง
คือ The Lone Ranger, Man of Steel และ The Bling Ring
ข้นั ฝึ ก (Practice)
6 ครูเปิ ดวิดีโอเรื่องเดิมใหน้ กั เรียนดูอีกคร้ัง ใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือ Sprint Student’s
Book 2 หน้า 37 ขอ้ 2 นาขอ้ ความที่กาหนดใหไ้ ปเติมในบทสนทนาใหส้ มบูรณ์ เสร็จแลว้
ให้เปรียบเทียบคาตอบกับเพ่ือนที่นั่งขา้ งเคียง ครูเปิ ดวิดีโอให้นักเรียนฟังคร้ังที่ 3
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบที่ถูกตอ้ ง (ดูเฉลย)
7 ให้นกั เรียนจบั คู่แสดงบทบาทสมมุติ (Role Play) ตามบทสนทนาท่ีเติมคาสมบูรณ์แลว้
ครูสุ่มให้นักเรียนออกมานาเสนอให้เพื่อนหน้าช้ันเรียน 4-5 คู่ หลังจากน้ันครู
ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนตอบคาถามเกี่ยวกบั บทสนทนา
โดยปิ ดหนงั สือ ดงั ต่อไปน้ี
- How did Amy contact with Elis before they met? (By texting)
- Was Elis at home when Amy texted? (No, she wasn’t.)
- Where was she? (She went to the cinema.)
- Whom did she go with? (Her dad and her brother)
- Which film wasn’t suitable for children? (The Bling Ring)
- Who was the star in The Bling Ring? (Emma Watson)
- What is boring; the plot or the script? (The script)
- Who was a star in The Lone Ranger? (Johnny Depp)
- What film did Elis watch? (Man of Steel)
- What kind of film was “Man of Steel”? (Action sci-fi)
8 ครูใหน้ กั เรียนฝึ กการอ่านออกเสียง คากริยา Regular Verb ท่ีเปล่ียนเป็นช่องท่ี 2 ดว้ ย
การเติม -ed ในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 36 Pronunciation ครูอธิบายว่า
เมื่อคากริยาเหลา่ น้ีเปล่ียนเป็นช่องท่ี 2 โดยการเติม -ed แลว้ สามารถออกเสียงได้ ดงั น้ี
- คากริยา Regular Verb ช่อง 1 ที่ลงทา้ ยดว้ ย voiceless sound เสียงอโฆษะ คือ
p, k, s, ch, sh, f, x, h เมื่อเติม -ed แลว้ ใหอ้ อกเสียง /t/
- คากริยา Regular Verb ช่อง 1 ที่ลงทา้ ยดว้ ย voiced sound เสียงโฆษะ คือ
l, v, n, m, r, b, v, g, w, y, z, และ vowel sounds (a e i o u) เม่ือเติม -ed ใหอ้ อกเสียง /d/
9 ใหน้ กั เรียนเปิ ดหนงั สือเรียน Pronunciation : ed ครูบอกวา่ นกั เรียนจะไดฟ้ ังซีดีประกอบ
บทเรียน ท่ีเป็นการออกเสียงคากริยา Regular Verb เมื่อเติม -ed แลว้ จะออก
เสียงแตกตา่ งกนั ดงั ท่ีครูไดอ้ ธิบายในขอ้ 8 ใหน้ กั เรียนฟังแลว้ อ่านตาม 2 คร้ัง หลงั จาก
น้นั ใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นดว้ ยตนเองจนคล่อง แลว้ อา่ นขอ้ 2 เพ่ิมเติมพร้อมกนั ครูคอย
สังเกตการอา่ นออกเสียงของนกั เรียนใหถ้ กู ตอ้ ง เม่ือนกั เรียนอา่ นไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่
และถกู ตอ้ งแลว้ จึงใหน้ กั เรียนนาคาท่ีอา่ นท้งั หมดใส่ลงในตารางท่ีกาหนดไวแ้ ลว้
เปรียบเทียบคาตอบกบั เพ่ือนท่ีนงั่ ขา้ งๆ
10 ครูเปิ ดซีดีประกอบบทเรียน ใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบท่ีถูกตอ้ ง แลว้ อ่านพร้อมกนั
ต่อจากน้นั ครูสุ่มนกั เรียนให้ออกเสียงเป็ นรายบุคคล 5-6 คน เพ่ือประเมินวา่ นกั เรียน
อ่านไดถ้ ูกตอ้ งเกินร้อยละ 70
ข้นั การใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร (Production)
11 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 คน ทาแบบฝึ กหัดในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 37
ขอ้ 3 ให้นักเรียนในกลุ่มปรึกษากนั เลือกภาพยนตร์ที่สมาชิกในกลุ่มชอบมากท่ีสุด
ช่วยกนั เติม fact file เก่ียวกบั ภาพยนตร์น้นั ๆ ตามหัวขอ้ ที่กาหนด ครูอธิบายส่วนท่ี
นกั เรียนจะตอ้ งเติมดงั น้ี
Film : (ช่ือภาพยนตร์).............................................
Your opinion: (ความคิดเห็นเก่ียวกบั ภาพยนตร์)............................................
Cast : (นกั แสดงนาในภาพยนตร์) (amazing/ fantastic/ annoying/ disappointing)
Plot : (เคา้ โครงเรื่อง) (boring/ annoying/ surprising/ disappointing/ interesting etc.)
Special Effects : (amazing/ shocking/ disappointing/ awesome)
Highlights: (จุดเด่นของเรื่อง).......................................
เม่ือเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหน้าช้ันเรียน ให้เพื่อนท่ีเหลือช่วย
ตรวจเช็คการเขียน ครูช่วยตรวจแก้ไข หลังจากนาเสนอแล้วให้สมาชิกในกลุ่ม
เขียนส่งครู พร้อมกบั ตวั อยา่ งของรูปภาพในภาพยนตร์
ข้นั สรุป (Conclusion)
12 ใหน้ กั เรียนจบั คูก่ นั ในกลุม่ นาขอ้ มูลท่ีเขียนใน fact file (หรืออาจเป็นภาพยนตร์ท่ีนกั เรียน
ชื่นชอบ) สนทนาขอ้ มลู เก่ียวกบั ภาพยนตร์ท่ีนกั เรียนชื่นชอบท่ีสุด ดงั ตวั อยา่ ง
A: Tell me what film you went to see.
B: I saw The Hunger Games and I loved it! The actress is amazing.
ครูให้นักเรียนผลดั กันถาม-ตอบ ครูเดินตรวจการสนทนาของนักเรี ยน แลว้ ให้
นกั เรียนท่ีสมคั รใจออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน 5-6 คู่ ส่วนคู่ท่ีเหลือเขียนลงสมุดส่ง
ครูตรวจ ประเมินการพูดถามตอบเกี่ยวกบั ภาพยนตร์ท่ีตนช่ืนชอบ โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ น
ในระดบั ดี
13 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม นา fact file ที่กลุ่มของตนเองทาเป็ นขอ้ มูลในการเขียนสรุป
วิจารณ์ภาพยนตร์ท่ีชอบโดยใช้คาศพั ท์ สานวน ที่ไดเ้ รียนในบทน้ี ในหนังสือ Sprint 2
Workbook หน้า 21 ขอ้ 5 เมื่อทาเสร็จแลว้ ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนกับเพ่ือนช่วยกัน
วจิ ารณ์และตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดก่อนส่งใหค้ รูตรวจแกไ้ ข
14 ประเมินการอ่านออกเสียงคากริยา Regular Verb ที่เติม -ed ที่ออกเสียง /t/ /d/ /id/
โดยใหน้ กั เรียนหาคากริยาท่ีนอกเหนือจากคาใน Pronunciation ในหนังสือ Sprint 2
Student’s Book หน้า 36 อย่างละ 5 คา ให้นักเรียนท่ีสมัครใจออกมาเขียนบนกระดาน
ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งแลว้ มอบหมายให้นกั เรียนเขียนลงบนกระดาษโปสเตอร์
นาไปติดในหอ้ งโฮมรูมของนกั เรียนเพอื่ ใชเ้ ป็นแหล่งเรียนรู้ต่อไป
บทเรียนย่อยที่ 5 เวลา 3 คาบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
9. อา่ นและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั ประวตั ิของ Nelson Mandela
10. ฟังและเขา้ ใจคายนื ยนั ของนกั หนงั สือพมิ พท์ ่ีพูดถึงการปลอ่ ยตวั Nelson Mandela
11. เขยี นบทสนทนาบทสมั ภาษณ์และแสดงบทบาท (Role play) เป็น Nelson Mandela
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (Introduction)
1 ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 39 ซ่ึงเป็ นภาพของ
Nelson Mandela แลว้ ถามนกั เรียนวา่
- Do you know this man? What is his name? (Nelson Mandela)
- Where did he live? (South Africa)
- When did he die? (December 2013)
- Who was he? (He was the president of South Africa.)
Culture : Nelson Mandela
เนลสัน แมนเดลาเป็ นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใตค้ นแรกท่ีไดร้ ับเลือกต้งั ตาม
กระบวนการทางประชาธิปไตยอย่างถูกตอ้ ง เริ่มจากการเป็ นผูเ้ คล่ือนไหวในทางสันติ ก่อน
กลายเป็ นผนู้ ากลุ่มกองกาลงั ติดอาวุธของพรรคสมชั ชาแห่งชาติแอฟริกา เนลสันเป็นท่ีรู้จกั ท้งั ใน
และนอกประเทศ ในฐานะท่ีเคยเป็ นนักเคล่ือนไหวเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวในประเทศ
แอฟริกาใต้ เขาถูกตดั สินจาคุกเป็ นเวลาท้งั สิ้น 27 ปี และเมื่อไดร้ ับการปล่อยตวั ในปี พ.ศ. 2533
นโยบายประสานไมตรีที่เนลสนั ไดน้ ามาใชท้ าใหแ้ อฟริกาใตก้ า้ วเขา้ สู่ยคุ ใหมแ่ ห่งประชาธิปไตย
เขาไดร้ ับรางวลั ต่าง ๆ มากกว่า 250 รางวลั ตลอดช่วงเวลา 4 ทศวรรษ รางวลั ท่ีสาคญั ที่สุดคือ
รางวลั โนเบลสาขาสันติภาพ ประจา พ.ศ. 2536
2 ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 38 แลว้ ถามนกั เรียนวา่
- What can you see from the picture? (Robben Island Prison and South African flag)
ครูอธิบายเพมิ่ เติมวา่ Robben Island Prison is a place where Nelson Mandela was
held captive.
- Do you want to know more about his biography?
ข้นั นาเสนอเนื้อหา (Presentation)
3 ให้นกั เรียนจบั คู่กนั และปิ ดหนงั สือ ครูแจกใบกิจกรรมให้นกั เรียนคู่ละ 2 แผ่นคือ A
และ B ให้นกั เรียนผลดั กนั อ่าน แลว้ เติมขอ้ ความตามที่เพ่ือนอ่านให้ฟัง ขอ้ ความท่ี
อ่านเป็ นขอ้ ความในหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 38 Build your competences
ขอ้ 2 Reading
ชุด A Nelson __1__ was an iconic figure of our times. He __2__ against
apartheid, a __3__ of racial segregation in his __4__ and was arrested for
__5__ and sabotage. He spent 27 years in __6__, many of them on Robben
__7__. He won the Nobel Peace Prize and became the first black __8__ of
South Africa. He was a hero __9__and inspirational __10__.
ชุด B Nelson Mandela was an __1__ figure of our times. He fought __2__
apartheid, a system of __3__ segregation in his country and was __4__ for
treason and sabotage. He __5__ 27 years in prison, many of them on __6__
Island. He won the __7__ Peace Prize and __8__ the first __9__ president
of South Africa. He was a universal __10__ and inspirational leader.
Answer Key :
Nelson Mandela was an iconic figure of our times. He fought against apartheid, a system of
racial segregation in his country and was arrested for treason and sabotage. He spent 27 years
in prison, many of them on Robben Island. He won the Nobel Peace Prize and became the first
black president of South Africa. He was a universal hero and inspirational leader.
4 เมื่อนักเรียนท้ังคู่ได้คาตอบของตนเองแล้ว ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงข้อความ
ท้ังหมดแล้วช่วยกันศึกษาเน้ือหาน้ัน ส่วนคาศัพท์ที่แปลไม่ได้ครูเปิ ดโอกาสให้
นักเรียนถาม โดยออกมาเขียนคาศพั ท์น้นั ๆ บนกระดาน ให้นักเรียนที่สามารถแปล
ความหมายได้ตอบ ส่วนคาศัพท์ท่ีแปลไม่ได้ ครูจะเป็ นผูบ้ อกให้นักเรียนทราบ
ดั ง เช่ น iconic, figure, racial, segregation, arrest, treason, sabotage, prison, president,
universal, inspirational, apartheid เป็นตน้
5 ให้นกั เรียนบอกวา่ ประโยคที่ครูอ่านต่อไปน้ี ถูกหรือผิด ถา้ ถูกใหต้ อบวา่ True ถา้ ผิด
ให้ตอบว่า False ดังน้ี ครูถามว่า What do you think about Nelson? Listen to the
sentences carefully and tell me if it is true or false.
a. Nelson fought against apartheid. True
b. He was in prison for 27 years True
c. He was in prison on Easter Island. False (On Robben Island)
d. He won the Nobel Peace Prize. True
e. He was the first black president of Zimbabwe. False (South Africa)
6 ครูให้นกั เรียนอ่านกลมุ่ คาศพั ทต์ ่อไปน้ีจากบตั รคาท่ีอยใู่ นบทความ Did you know ......?
troublemaker, clan, respect, affection, avoid, arrange, represent, sentence, imprisonment,
boycott, smuggle, autobiography, behave, self-control, inaugural, forgiveness, jointly,
woodpecker, specie, particle ครูเอาบตั รคาเหล่าน้ีติดบนกระดานแลว้ ให้นักเรียนบอก
ความหมายของคาศพั ท์ คาไหนท่ีแปลไม่ได้ ครูจะเป็นผบู้ อกให้นกั เรียนทราบ
ข้นั ฝึ ก (Practice)
Reading : Nelson Mandela
7 ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนอา่ นบทอ่าน Nelson Mandela ในหวั ขอ้ Did you know…..?
โดยใชเ้ ทคนิคการอ่านแบบ Skimming เพ่ือหาขอ้ มูลโดยทว่ั ๆ ไป เพอ่ื ตอบคาถามใน
หนงั สือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 38 แบบฝึ กหดั ขอ้ 3 จานวน 6 ขอ้
เม่ือนกั เรียนทาภาระงานเสร็จแลว้ ครูสุ่มนกั เรียนให้ตอบคาถามเหล่าน้นั แลว้ ครู
เฉลยคาตอบที่ถกู ตอ้ ง
8 ครูทบทวนวิธีการอ่านอย่างเร็วๆ เป็ นจุดๆ (Skimming) เป็ นวิธีการอ่านแบบหน่ึงที่
แตกต่างจากการอ่านแบบธรรมดา เพราะการอ่านแบบน้ีเป็ นการอ่านผ่านๆเพ่ือ
ตอ้ งการขอ้ มูลทวั่ ไป (General information) จะไม่อ่านทุกตวั อกั ษร อ่านขา้ ม ๆ แต่ก็
สามารถจบั ใจความของเรื่ องที่กาลงั อ่านได้ การอ่านแบบน้ีมีจุดมุ่งหมายหลัก 2
ประการ คือ อ่านเพ่ือเก็บประเด็นหรือใจความสาคญั และอ่านเพื่อเก็บรายละเอียดที่
สาคญั บางอยา่ ง ประโยชน์ของการอ่าน คือ ช่วยประหยดั เวลาในการอ่าน เพราะช่วย
ให้ผูอ้ ่านอ่านเร่ืองต่าง ๆ ไดเ้ ร็วข้ึน และเขา้ ใจใจความสาคญั ที่อ่านไดโ้ ดยไม่จาเป็ น
ตอ้ งอา่ นรายละเอียดตลอดท้งั เร่ือง
ข้นั การใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร (Production)
9 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 คน แจกขอ้ ความในบทอ่าน Nelson Mandela ที่ตดั แยกจากกัน
ทีละประโยค จานวน 9 ประโยค ทากิจกรรมเรียงลาดบั เหตุการณ์ประวตั ิของ Nelson
Mandela ตามที่ไดอ้ ่านมา แลว้ ส่งตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอเรียงลาดบั ประโยค ดงั น้ี
- Rolihlahla got the name Nelson on his first day at school.
- He was the first member of his family to go to school.
- He was a good student and he was also good at boxing and running.
- He moved to Johannesburg to study law, but also to avoid an arranged
marriage.
- Mandela set up the first black legal practice in his country in 1952 to
represent black South Africans.
- Many countries stopped trading with South Africa when he was sentenced to
life imprisonment.
- Mandela communicated with other prisoners by writing messages on toilet
paper.
- In prison, Mandela earned the respect of the prison officers.
- He jointly won the Nobel prize with FW de Klerk in 1993 but he also won
over 1,000 other awards.
ครูใหน้ กั เรียนอ่านประโยคท่ีเรียงถูกตอ้ งท้งั หมดพร้อมกนั
10 ให้นักเรียนเปิ ดหนังสือ Sprint 2 Student’s Book หน้า 39 ขอ้ 4 ครูบอกนกั เรียนว่า
นกั เรียนจะไดฟ้ ังเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ซ่ึงเป็นคายืนยนั ของผสู้ ื่อข่าวท่ี
รายงานถึงการปล่อยตวั Nelson Mandela หลงั จากติดคุกมา 27 ปี โดยครูจะเปิ ดให้
ฟัง 2 คร้ัง ให้นักเรียนเติมคาลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ เปิ ดโอกาสให้นักเรียนถาม
ความหมายของคาศัพท์ เช่น release, accompany, gesture, crowd, punch ให้นักเรียน
ที่สมคั รใจช่วยแปลความหมาย ครูอธิบายเพมิ่ เติมในส่วนท่ีนกั เรียนแปลไม่ได้
ข้ันสรุป (Conclusion)
11 ให้นักเรียนจบั คู่เขียนบทสนทนาตามแนวท่ีกาหนดในหนังสือ Sprint 2 Student’s
Book หน้า 39 ในขอ้ 5 Writing แลว้ นาไปเปรียบเทียบกบั เพ่ือนคู่อื่นๆ นามาปรับ
ใหเ้ หมาะสม แลว้ ใหท้ ุกคนเขียนลงสมุด
12 นกั เรียนคู่เดิมนาบทสนทนาท่ีเขียนมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูใหค้ าแนะนาเพิ่มเติม
และแกไ้ ข
13 ให้นักเรียนท้งั หมดเขียนสรุปประวตั ิของ Nelson Mandela แสดงเป็ นแผนผงั ความคิด
(Mind Mapping) ลงในกระดาษโปสเตอร์ ระบายสีใหส้ วยงาม
14 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั Build your competences : Reading ในหนงั สือ Sprint 2
Workbook หน้า 20 - 21
แบบฝึกหดั ขอ้ 1 อ่านบทความจากภาพยนตร์ท่ีเก่ียวกบั Nelson Mandela
แบบฝึกหดั ขอ้ 2 ตอบคาถามเกี่ยวกบั บทความในแบบฝึกหดั ขอ้ 1
แบบฝึกหดั ขอ้ 3 จับคู่ข้อความสุดท้าย 4 ข้อความใน Invictus กับความหมาย
แบบฝึกหดั ขอ้ 4 ฟังบทสนทนาเก่ียวกับภาพยนตร์ Invictus แลว้ เลือกคาตอบ
ท่ีถกู ที่สุด