The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวศุภลักษณ์ ใบสนธิ์ 125

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-20 07:36:27

แผนการจัดการเรียนรู้ป.6

นางสาวศุภลักษณ์ ใบสนธิ์ 125

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรยี นบ้านขนุ ฝาง
อาเภอเมอื ง จังหวดั อุตรดิตถ์
นางสาวศุภลักษณ์ ใบสนธ์ิ
สาขาวทิ ยาศาสตรท์ ว่ั ไป รหัสประจาตวั 62031050125
ชน้ั ปีท่ี 3 ปีการศึกษา 2564 ภาคเรยี นที่ 2
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อุตรดิตถ์
โรงเรยี นบา้ นขนุ ฝาง ตาบลขนุ ฝาง อาเภอเมือง จังหวดั อุตรดติ ถ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ปรากฏการณข์ องโลกและภยั ธรรมชาติ 11 ชั่วโมง

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา 16101 กลุม่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เรื่อง ลมบก ลมทะเล และมรสุม เวลา 1 ช่ัวโมง

ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6

วนั ท่ี 15 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผสู้ อน นางสาว ศุภลกั ษณ์ ใบสนธ์ิ

โรงเรยี นบ้านขนุ ฝาง ตำบล ขนุ ฝาง อำเภอ เมือง จังหวัด อุตรดติ ถ์ คะแนนเกบ็ 10 คะแนน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสมั พนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
ส่งิ มีชีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม

ตวั ชี้วัด

ป.6/4 เปรยี บเทียบการเกิดลมบก ลมทะเลและมรสมุ รวมทงั้ อธิบายผลท่มี ตี ่อส่ิงมีชีวิตและ

สงิ่ แวดลอ้ มจากแบบจำลอง

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นักเรยี นสามารถอธิบายผลของลมบก ลมทะเล และมรสมุ ท่ีมตี ่อสิง่ มชี ีวิตและสิ่งแวดลอ้ มได้ (K)
2. นักเรียนสามารถเปรยี บเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลองได้ (P)
3. มคี วามมงุ่ มั่นในการทำงาน (A)

3. สาระสำคัญ

ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิอากาศเหนือพื้นดินและเหนือพ้ืนน้ำ
จึงเกิดการเคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ทั้งลมบก ลมทะเล และ
มรสมุ มีหลกั การเกิดเช่นเดยี วกัน ลมบกลมทะเลเกิดบริเวณชายฝ่ัง แตม่ รสุมเกิดขึ้นในบริเวณ เขตร้อนของโลก
ทั้งลมบก ลมทะเล และมรสุมมีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้มรสุมยังมีผลต่อการเกิดฤดูของ
ประเทศไทย
4. สาระการเรียนรู้

- ลมบก ลมทะเล และมรสุม

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีจิตวิทยาศาสตร์

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

7. ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู)้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.6 เลม่ 2
2) ใบงานเรือ่ งลมบก ลมทะเล และมรสมุ

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น

1) ครูและนักเรียนกลา่ วทักทายกนั

ขัน้ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้

จดั กจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ข้ันตอนดังนี้

1) ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)

1) ครูทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเกิดลม ซึ่งนักเรียนเคยเรียนเรื่องการเกิดลมมาแล้วในชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี 3 โดยใช้คำถามดังน้ี

1.1) ลมคืออะไร (ลมคืออากาศทเ่ี คลอ่ื นท)ี่
1.2) ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร (ลมเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิของอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดย
อากาศบริเวณท่มี ีอณุ หภมู ิสูงจะเคลื่อนท่สี งู ขนึ้ และอากาศบรเิ วณท่ีมอี ุณหภูมิตำ่ จะเคลอ่ื นเขา้ ไปแทนที่)
2) ครูตรวจสอบความรูเ้ ดิมของนักเรยี นเกี่ยวกับเร่ือง ลมบก ลมทะเล และมรสุม โดยอาจยกตัวอย่าง
ข่าวพยากรณ์อากาศของประเทศไทย และถามคำถามเก่ียวกับขา่ วพยากรณ์อากาศดงั กล่าวกับนกั เรยี น และให้
นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายในประเดน็ คำถามดงั กลา่ ว
ตัวอย่างข่าวพยากรณอ์ ากาศ
“พยากรณ์อากาศวันที่ 28 ตุลาคม 2564 สภาพอากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมี
อากาศหนาวเยน็ กบั มีลมแรง บรเิ วณพืน้ ราบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาว
จดั อุณหภูมิตำ่ สดุ 5-14 องศาเซลเซยี สสำหรบั ภาคกลางภาคตะวันออกรวมทง้ั กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีอากาศเย็นถงึ หนาวอุณหภมู ิตำ่ สุด 13-20 องศาเซลเซยี ส”
หมายเหตุ: ข่าวพยากรณ์อากาศบางส่วนของวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ตัวอย่างคำถามจากข่าว
พยากรณอ์ ากาศ
2.1 ) เพราะเหตุใดช่วงเวลาดังกล่าวของประเทศไทยจึงมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด (นักเรียนตอบตาม
ความเข้าใจของตนเอง เช่น ในช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดเป็นผลมาจากมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อากาศเหนือพื้นทวีปทางตอนเหนือของประเทศจีนที่มีอุณหภูมิต่ำและมีความชื้นน้อย
ได้พัดผ่านประเทศไทยในช่วงกลางเดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในช่วงวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ก็อยู่
ในช่วงระยะเวลาดังกลา่ ว)
2.2) มรสุมที่ทำให้ประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด มีการเกิดเหมือนหรือ
แตกต่างจากลมบก ลมทะเล หรือไม่ อย่างไร(นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่นมรสุม และลมบก
ลมทะเล มหี ลักการเกดิ เหมือนกันคอื เกิดจากความแตกตา่ งระหว่างอณุ หภมู ิของอากาศเหนือพ้ืนดินและพ้ืนนำ้ )

2) ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)

1) จากนัน้ ครูใช้คำถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจ ดังนี้
- บทนี้จะได้เรยี นเรือ่ งอะไร (เร่ืองลมบก ลมทะเลและมรสมุ )
- จากจุดประสงค์การเรียนรู้เมื่อเรียนจบบทนี้แล้วนักเรียนสามารถทำอะไรได้บ้าง (สามารถ
เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมอธิบายผลของลมบก ลมทะเล และมรสุมที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ
ส่งิ แวดลอ้ ม และอธิบายผลของมรสมุ ตอ่ การเกดิ ฤดขู องประเทศไทย)
3) ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)

1) ครูชกั ชวนใหน้ กั เรียนตอบคำถามเก่ียวกับลมบก ลมทะเล และมรสุม ในสำรวจความรกู้ อ่ นเรียน
2) นักเรียนทำสำรวจความรู้ก่อนเรียนและให้นักเรียนทำใบงานโดยนักเรียนอ่านคำถามแต่ละข้อ
ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน จนแน่ใจวา่ นกั เรียนสามารถทำไดด้ ้วยตนเอง จึงให้นักเรยี นตอบ
คำถาม คำตอบของแตล่ ะคนอาจแตกต่างกนั
4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครูสังเกตการตอบคำถามของนักเรียนเพื่อตรวจสอบว่านักเรียนมีแนวคิดเกี่ยวกับลมบก ลมทะเล
และมรสุมอยา่ งไร โดยอาจสุ่มใหน้ ักเรียน 2-3 คน นำเสนอคำตอบของตนเอง
5) ขั้นประเมนิ (Evaluation)

1) ครูให้นกั เรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวขอ้ ทีเ่ รียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ียังไม่

เข้าใจหรอื ยังมีข้อสงสยั ถ้ามี ครชู ่วยอธิบายเพ่มิ เตมิ ให้นักเรียนเขา้ ใจ

2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบ้าง

3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ
การนำความรู้ที่ไดไ้ ปใช้ประโยชน์

4) นักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ในสำรวจความรู้ก่อนเรียน
โดยอาจถามวา่ นกั เรียนรูอ้ ะไรบา้ ง เก่ยี วกบั การสบื เสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
9. ส่อื การสอน

1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป. 6 เลม่ 2
2) PowerPoint เร่อื ง ลมบก ลมทะเล และมรสุม

10. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เคร่ืองมืดวัด เกณฑก์ ารประเมิน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ -ปฏิบตั ิ  - ใบงานท1ี่ - ทำใบกจิ กรรมได้
ถูกต้องร้อยละ 80
1) นักเรยี นสามารถอธบิ ายผล ตามใบงาน  - คำถาม - ตอบคำถามได้
ของลมบก ลมทะเล และมรสุมท่ี ถกู ต้อง
มีต่อส่ิงมชี วี ิตและสิง่ แวดลอ้ มได้ -ตอบคำถาม
(K)

2) นกั เรียนสามารถ - ผลงาน  - แบบประเมินผล -ไดค้ ะแนนรูบริคส์
เปรียบเทยี บการเกิดลมบก ลม งาน ตง้ั แต่ 2 ข้นึ ไป
ทะเล และมรสมุ จากแบบจำลอง
ได้ (P)

4. มีความมุ่งมนั ในทำงาน (A) -สังเกต -แบบสงั เกต -ได้คะแนนรบู ริคส์
ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป

เกณฑ์การประเมินผลรูบริคส์ 4 (ดมี าก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรบั ปรงุ )
3 (ดี) 2 (พอใช้)
ประเด็นการประเมนิ
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
1) สามารถอธบิ ายผลของลมบก
ลมทะเล และมรสมุ ท่ีมตี ่อ
สิ่งมีชีวติ และสิง่ แวดลอ้ มได้ (K)

2) สามารถเปรียบเทยี บการ - มคี ณุ สมบตั ิ - มีคณุ สมบัติ 3 - มีคุณสมบตั ิ 2 - มคี ุณสมบตั ิ 1
เกดิ ลมบก ลมทะเล และมรสุม
จากแบบจำลองได้ (P) 4 ใน 4 ของ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั
คณุ ภาพ
1. การพดู คล่องแคลว่ ระดบั คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ คุณภาพ
2. ออกเสียงชดั เจน
3. มไี หวพริบในการสังเกต - มคี ุณสมบัติ - มีคุณสมบัติ 3 - มคี ณุ สมบัติ 2 - มีคณุ สมบตั ิ 1
4. เขียนสะกดคำได้ถูกต้อง
4 ใน 4 ของ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
3. มคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน
(A) ระดบั คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ
คณุ ภาพ
1. มรี ่วมในการเรยี นรู้
2. ต้งั ใจทำงาน









เกณฑใ์ นการตัดสนิ ระดับคณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทง้ั หมด

กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ทกุ ดา้ นเปน็ 4 ระดบั คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ

กำหนดเกณฑ์ในการประเมนิ ดงั น้ี

ระดับคุณภาพดีมาก 17 – 18 คะแนน

ระดับคุณภาพดี 14 – 16 คะแนน

ระดับคุณภาพพอใช้ 10 – 13 คะแนน

ระดับคุณภาพปรับปรงุ น้อยกว่า 10 คะแนน









แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 ปรากฏการณข์ องโลกและภัยธรรมชาติ 11 ชั่วโมง

รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา 16101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เรอ่ื ง ลมบก ลมทะเล และมรสุม เวลา 2 ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6

วนั ที่ 16 ,18 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผู้สอน นางสาว ศุภลักษณ์ ใบสนธ์ิ

โรงเรียนบ้านขนุ ฝาง ตำบล ขนุ ฝาง อำเภอ เมือง จังหวดั อุตรดิตถ์ คะแนนเก็บ 10 คะแนน

1. มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สิง่ มชี ีวิตและสงิ่ แวดล้อม

ตวั ชว้ี ัด

ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเลและมรสุม รวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ

ส่ิงแวดล้อมจากแบบจำลอง

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. นักเรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมจาก
แบบจำลองได้ (K)

2. นกั เรยี นสามารถเปรียบเทียบรวบรวมข้อมูลและอธิบายผลของลมบก ลมทะเล และมรสุมท่ีมีต่อ
สง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ มได้ (P)

3. มคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน (A)

3. สาระสำคญั

ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกิดจากความแตกต่างระหวา่ งอุณหภมู อิ ากาศเหนอื พ้ืนดินและเหนือพ้ืนน้ำ
จึงเกิดการเคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ทั้งลมบก ลมทะเล และ
มรสุมมหี ลักการเกิดเช่นเดยี วกัน ลมบกลมทะเลเกิดบริเวณชายฝั่ง แต่มรสมุ เกิดขึน้ ในบริเวณ เขตร้อนของโลก
ทั้งลมบก ลมทะเล และมรสุมมีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้มรสุมยังมีผลต่อการเกิดฤดูของ
ประเทศไทย
4. สาระการเรยี นรู้

ในเรือ่ งนีน้ กั เรียนจะไดเ้ รียนรู้เก่ยี วกบั การเปรียบเทียบและอธิบายการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม
ผลของลมบก ลมทะเลและมรสุมที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศ
ไทย
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสอื่ สาร

2. ความสามารถในการคดิ

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีจติ วทิ ยาศาสตร์

2. ใฝ่เรียนรู้

3. มุ่งมั่นในการทำงาน

7. ชิน้ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยแสดงความรู้)
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.6 เล่ม 2
2) ใบกิจกรรม STEM แคมปป์ ิ้งท่ามกลางชายหาดทะเล

8. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรียน

1) ครูและนักเรียนกล่าวทักทายกนั และเล่นเกมเพื่อเรยี กสมาธิก่อนเริ่มเรยี น

ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

การจัดประสบการณเ์ รยี นรู้ STEM Education
1) ขั้นท่ี 1 ระบุปัญหา (Problem Identification)

1) เปดิ สือ่ วดี ีโอ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม โดยครูให้นกั เรียนศึกษารูปหรือชมวีดีทัศน์ที่มีลม

พัดธง ต้นไมใ้ หญ่ หรือพัดสงิ่ ของตา่ ง ๆ ตรงบริเวณชายฝ่ัง จากนั้นนำอภิปรายโดยใชค้ ำถาม ดงั นี้

1.1) จากรูปหรือวิดิโอ ลมพัดจากบริเวณใดไปบริเวณใด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง
หรือตอบตามส่ิงทีส่ ังเกตได้จากรูปหรือวดี ิโอ เชน่ ลมพัดจากทะเลเข้าหาชายฝ่ัง)

1.2) ลมที่เกิดขึ้นตรงบริเวณชายฝั่งน้ีเกิดขึ้นได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น
เกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นดินบรเิ วณชายฝง่ั และอุณหภูมิของอากาศเหนือพ้ืน
ทะเล ทำใหเ้ กดิ การเคลื่อนทีข่ องอากาศระหวา่ ง 2 บริเวณ)

1.3) ลมทีเ่ กิดขึ้น มกี ารเกิดเหมือนหรือแตกตา่ งจากมรสมุ หรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ มีหลักการเกิด
เหมือนกันคือเกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นดินและพืน้ น้ำ และมีสิ่งที่แตกตา่ งกนั
คือขนาดของบรเิ วณทเ่ี กดิ และชว่ งระยะเวลาการเกดิ )

2) ครูบรรยายสถานการณ์จำลองที่ต้องการให้นักเรียนแก้ปัญหา เกี่ยวกับการเกิดลมบก ลมทะเล
และมรสุม (สถานการณ์จำลองของครูวนั หนึ่งครูได้ไปเท่ียวท่ภี ูเก็ตและได้ไปพักผ่อนท่ีทะเลแห่งหนึ่งซ่ึงช่วงเย็น
ครูได้ไปยืนท่ามกลางทะเลสูดอากาศทะเลและมีความรู้สึกว่าอยากนอนท่ามกลางทะเลท่ีมีลมพัดเกือบ
ตลอดเวลาบางครัง้ ก็แรงบางครั้งก็เบาและบางครั้งแทบจะไม่มีลมเลยครูจึงสังเกตว่าลมพัดมาจากทิศทางใดลม
มาจากทางไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร นักเรียนจะสามารถช่วยครูสร้างเต็นท์นอนท่ามกลางชายหาดทะเลไวใ้ ช้
นอนได้หรอื ไม่
2) ขั้นที่ 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ท่เี กีย่ วข้องกบั ปญั หา (Related Information Search)

2.1) แบง่ กลุ่มนักเรยี น 3 – 4 คนต่อกลมุ่ และใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มสบื ค้นข้อมูลในดา้ นต่าง ๆ เก่ียวกับ
รปู ทรง และสรา้ งเตน็ ท์นอนท่ามกลางชายหาดทะเล

2.2) ครเู ปน็ ผู้ค่อยให้คำแนะ หรือเปน็ ที่ปรึกษาใหก้ บั นักเรียน

3) ขัน้ ท่ี 3 ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หา (Solution Design)
3.1) ในนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มระดมความคดิ และออกแบบอุปกรณส์ รา้ งแคมปป์ ้งิ ท่ามกลางชายหาดทะเล

โดยมขี ้อกำหนด
- ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ตามที่ครูกำหนดให้ โดย วัสดแุ ต่ละ่ ชนดิ จะจำลองราคา คือ
1) ฟิวเจอร์บอรด์ แผ่นละ 2 บาท
2) กระดาษ A สี 4 แผ่น 2 บาท หรอื แผ่นละ 1 บาท
- ใช้เวลาประดษิ ฐน์ ้อยทสี่ ดุ กำหนดเวลาไมเ่ กนิ 30 นาที
- ใช้งบนอ้ ยท่ีสุด
- เต็นท์สามารถทนต่อการพดั ของลม

3.2) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบร่าง เต็นท์นอนพร้อมระบุวัสดุที่ใช้ประดิษฐ์และต้นทุนของวัสดุ
ทั้งหมด

3.3) ใหน้ ักเรยี นสง่ แบบขอวัสดอุ ปุ กรณ์ เพ่ือรับวัสดุอุปกรณข์ องกลุม่ ตนเอง

4) ข้นั ที่ 4 วางแผนและดำเนินการแกป้ ัญหา (Planning and Development)
1) ให้นักเรยี นวางแผนและประดิษฐ์แคมป์ป้งิ ท่ีออกแบบไวต้ ามเวลาท่ีกำหนด

5) ขั้นที่ 5 ขั้นทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ไขปัญหาหรือแก้ชิ้นงาน ( Testing
Evaluation and Design Improvement)

1) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินแคมป์ปิ้งของตนเองและทดสอบว่าสามารถใช้ได้หรือไม่

และปรบั ปรงุ แก้ไขชน้ิ งาน

ข้นั ที่ 6 นำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา ผลการแก้ไขปัญหาหรอื ช้ินงาน (Presentation)
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเต็นท์นอนที่ประดิษฐ์ขึ้นมา ใช้ได้จริงและใช้เวลาสร้างเสร็จได้ภายในเวลา

30 นาที มีต้นทุนน้อยทส่ี ดุ และโครมไฟสามารถใชไ้ ดจ้ รงิ จะเป็นกลุ่มชนะ

- การใหค้ ะแนนรายกลุ่ม (A)

กลุ่มท่ี ต้นทุนต่ำสดุ สามารใช้งานได้จริง เสร็จทนั เวลา รวม

(5 คะแนน) (5 คะแนน) (5คะแนน) 15 คะแนน

1. 5 4 3 12

2. 4 5 2 11

3. 5 3 3 11

9. สอื่ การสอน
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป. 6 เล่ม 2
2) ใบความรู้
3) วัสดอุ ปุ กรณ์การทำกิจกรรม
4) วิดีโอ

10.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เครอ่ื งมืดวดั เกณฑ์การประเมิน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ -ปฏบิ ัติ  - ใบงานท1่ี - ทำใบกจิ กรรมได้
ถกู ต้องรอ้ ยละ 80
1) นักเรยี นสามารถอธิบายและ ตามใบงาน  - คำถาม - ตอบคำถามได้
เปรยี บเทยี บการเกดิ ลมบก ลม ถูกต้อง
ทะเล และมรสุมจาก -ตอบคำถาม
แบบจำลองได้ (K)

2) ออกแบบและประดิษฐ์เต็นท์ - ผลงาน  - แบบตรวจการ -ไดค้ ะแนนรูบริคส์
นอนอยา่ งง่ายได้(P) ออกแบบเตน็ ท์ ต้งั แต่ 2 ขนึ้ ไป

3) มีความมงุ่ มันในทำงาน (A) -สังเกต -แบบสังเกต -ได้คะแนนรบู ริคส์
ต้ังแต่ 2 ขึน้ ไป

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลรูบรคิ ส์ 4 (ดมี าก) ระดับคุณภาพ 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช)้
ประเดน็ การประเมิน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้นึ ไป
1) สามารถอธิบายและ
เปรียบเทยี บการเกดิ ลมบก ลม
ทะเล และมรสมุ จาก
แบบจำลองได้ (K)

2) ออกแบบและประดษิ ฐ์ - มีคุณสมบัติ - มคี ณุ สมบตั ิ 3 - มีคุณสมบตั ิ 2 - มีคณุ สมบตั ิ 1

แคมป์ปง้ิ อยา่ งง่ายได้(P) 4 ใน 4 ของ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ

คณุ ภาพ ระดับคุณภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ คณุ ภาพ

1. การพดู คล่องแคล่ว

2. ออกเสียงชัดเจน

3. มไี หวพริบในการสงั เกต

3. มคี วามมงุ่ มนั่ ในการทำงาน - มคี ณุ สมบตั ิ - มีคุณสมบตั ิ 3 - มคี ณุ สมบัติ 2 - มคี ณุ สมบตั ิ 1

(A) 4 ใน 4 ของ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ

คุณภาพ ระดบั คุณภาพ คณุ ภาพ คณุ ภาพ คุณภาพ

1. มีร่วมในการเรยี นรู้

2. ตั้งใจทำงาน

เกณฑใ์ นการตดั สินระดับคุณภาพนกั เรียนจากคะแนนรวมทั้งหมด

กำหนดระดับคณุ ภาพผลการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ทกุ ดา้ นเป็น 4 ระดับคือ ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรุง

กำหนดเกณฑใ์ นการประเมินดงั น้ี

ระดับคณุ ภาพดมี าก 17 – 18 คะแนน

ระดบั คณุ ภาพดี 14 – 16 คะแนน

ระดบั คณุ ภาพพอใช้ 10 – 13 คะแนน

ระดับคุณภาพปรบั ปรงุ นอ้ ยกว่า 10 คะแนน

เกณฑ์ออกแบบและประดิษฐ์เต็นท์นอนอยา่ งงา่ ยได้

ออกแบบและประดษิ ฐ์เตน็ ท์นอนอย่างงา่ ยได้ การให้คะแนน

1. ใช้อุปกรณ์ในการทำกจิ กรรมไดถ้ ูกต้อง 1. หากมอี งค์ประกอบครบถ้วนทุกข้อ ได้ระดับ 3
2. สามารถออกแบบรูปทรงแคมปป์ ง้ิ ได้ 2. หากมีองค์ประกอบ 2 ข้อ ไดร้ ะดับ 2
3. สามารถประดิษฐช์ นิ้ งานได้ตามท่ีออกแบบไว้ 3. หากมอี งคป์ ระกอบเพยี งข้อเดยี ว ไดร้ ะดบั 1





เกณฑใ์ นการตัดสนิ ระดับคณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทั้งหมด

กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรรู้ ่วมกนั ทกุ ดา้ นเปน็ 4 ระดบั คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ

กำหนดเกณฑ์ในการประเมนิ ดงั น้ี

ระดับคุณภาพดีมาก 17 – 18 คะแนน

ระดับคุณภาพดี 14 – 16 คะแนน

ระดับคุณภาพพอใช้ 10 – 13 คะแนน

ระดับคุณภาพปรับปรงุ น้อยกว่า 10 คะแนน









แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ปรากฏการณข์ องโลกและภัยธรรมชาติ 11 ชั่วโมง

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา 16101 กลุม่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เรอื่ ง ลมบก ลมทะเลเปน็ อย่างไร เวลา 1 ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6

วนั ท่ี 22 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผสู้ อน นางสาว ศภุ ลักษณ์ ใบสนธิ์

โรงเรยี นบา้ นขุนฝาง ตำบล ขุนฝาง อำเภอ เมือง จังหวัด อุตรดติ ถ์ คะแนนเกบ็ 10 คะแนน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ผลการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลกกระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สง่ิ มชี วี ติ และสง่ิ แวดล้อม

ตัวช้ีวดั

ป.6/4 เปรยี บเทียบการเกิดลมบก ลมทะเลและมรสมุ รวมทง้ั อธบิ ายผลทม่ี ีต่อสิง่ มีชีวิตและสง่ิ แวดล้อม
จากแบบจำลอง

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นักเรียนสามารถอธบิ ายการเปล่ียนแปลงอุณหภมู ิของอากาศเหนอื ทรายและเหนือน้ำได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลองได้ (P)
3. มีความมุ่งมนั่ ในการทำงาน (A)

3. สาระสำคัญ

ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกดิ จากความแตกตา่ งระหวา่ งอุณหภมู ิอากาศเหนือพ้ืนดินและเหนือพื้นน้ำ
จึงเกิดการเคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ทั้งลมบก ลมทะเล และ
มรสมุ มีหลักการเกิดเช่นเดยี วกัน ลมบกลมทะเลเกดิ บริเวณชายฝ่ัง แตม่ รสุมเกิดขน้ึ ในบริเวณ เขตร้อนของโลก
ทั้งลมบก ลมทะเล และมรสุมมีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้มรสุมยังมีผลต่อการเกิดฤดูของ
ประเทศไทย
4. สาระการเรียนรู้

อธิบายการเกิดมรสุมจากแบบจำลอง อธิบายผลของมรสมุ ต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย และผลของ
มรสมุ ทีม่ ตี ่อสง่ิ มีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม และเปรียบเทยี บการเกดิ ลมบก ลมทะเลและมรสุมจากแบบจำลอง
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

1. มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

7. ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความร้)ู
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.6 เลม่ 2
2) คลปิ วิดีโอการเกดิ ลมบก ลมทะเลเปน็ อยา่ งไร

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น

1) ครูและนักเรยี นกลา่ วทกั ทายกนั และเลน่ เกมเพ่ือเรียกสมาธิก่อนเริ่มเรยี น
ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้

จัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ขัน้ ตอนดงั นี้
1) ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)

1.) ครูตรวจสอบความรู้เดมิ เก่ยี วกับลมบก ลมทะเล โดยใช้คำถาม ดังน้ี
1.1) ลมบก ลมทะเล แตกตา่ งกันอยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง เชน่ แตกต่างกันท่ี
ทิศทางการเคลื่อนที่ของลม โดยลมบก ลมจะพัดจากชายฝั่งออกสู่ทะเล ส่วนลมทะเลลมจะพัดจากทะเลเข้าสู่
ชายฝง่ั )
1.2) ลมบก ลมทะเลมีประโยชน์ต่อชาวประมงอย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เชน่
ชาวประมงอาศยั ลมบกชว่ ยในการพัดเรือออกสทู่ ะเลในเวลากลางคนื และอาศยั ลมทะเลช่วยในการพัดเรือกลับ
เขา้ ฝ่งั ในเวลากลางวัน)
2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
1) จากนน้ั ครูตรวจสอบความเขา้ ใจเกยี่ วกับการเกดิ ลมบก ลมทะเล
2) ใหน้ กั เรียนวาดภาพแสดงถงึ การเกดิ ลมบกลมทะเล
3) ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)

1) ครใู หน้ กั เรียนออกมานำเสนอ 2-3 คน อธบิ ายถึงภาพทีว่ าดการเกดิ ลมบก ลมทะเล
2) ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั ลงขอ้ สรปุ เกย่ี วกบั การเกดิ ลมบกและลมทะเล
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
1) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรูเ้ พิ่มเติมเกี่ยวกับการเกิดลมบก ลมทะเล จากน้ัน
รว่ มกันอภปิ รายและลงขอ้ สรุปว่า
• ลมบกและลมทะเล มีหลักการเกิดเหมือนกัน คือเกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของ
อากาศเหนือพื้นดินบริเวณชายฝัง่ และเหนือพ้ืนทะเล แต่มีช่วงเวลาทีเ่ กิดและทิศทางการเคลือ่ นที่ของอากาศที่
แตกต่างกัน

• ลมบกเกิดเน่ืองจากพ้นื ดนิ บริเวณชายฝ่ังเยน็ เร็ว ในขณะทีพ่ ื้นทะเลยังคงมีอณุ หภูมิสูงอยู่ น้ำทะเล
จึงคายความรอ้ นไปสูอ่ ากาศทำใหอ้ ากาศเหนือพนื้ ทะเลมีอุณหภมู ิสูงและเคลื่อนท่สี ูงข้ึนอากาศเหนือพ้ืนดินซ่ึงมี
อุณหภูมติ ำ่ กว่าจึงเคลอ่ื นที่เขา้ มาแทนท่ีเกดิ เป็นลมบก

• ลมบกและลมทะเล มีผลทำให้บริเวณชายฝั่งมีลมพัดเกือบตลอดเวลา มีผลต่อการเดินเรือของ
ชาวประมง มีผลต่อปริมาณความชื้นในอากาศและอุณหภูมิของอากาศตรงบริเวณชายฝั่ง มีผลต่อการกัดเซาะ
ชายฝั่ง นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ในการใช้ลมบก ลมทะเล ในการผลิตไฟฟ้าโดยการติดตั้งกังหันลมบริเวณ
ชายฝงั่

2) ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู้เพิ่มเติมในอยากรู้อีกว่า
จากนั้นครูอาจสุ่มนักเรียน 2-3 คน นำเสนอคำถามของตนเองหน้าชั้นเรียนและให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย
เกี่ยวกบั คำถามทนี่ ำเสนอ
5) ข้ันประเมิน (Evaluation)

1) ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่เี รียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ียังไม่

เข้าใจหรอื ยังมขี อ้ สงสัย ถา้ มี ครชู ว่ ยอธิบายเพม่ิ เตมิ ให้นักเรียนเขา้ ใจ
2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อย่างไรบ้าง
3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ

การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์
4) นักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ในสำรวจความรู้ก่อนเรียน

โดยอาจถามวา่ นักเรยี นรูอ้ ะไรบ้าง เกี่ยวกบั การสบื เสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์

9. สือ่ การสอน
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป. 6 เลม่ 2
2) คลปิ วดิ ีโอการเกิดลมบก ลมทะเล

10. การวัดและประเมินผล วิธีการวดั เคร่อื งมดื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ -ปฏบิ ตั ติ าม  - ใบงานท1ี่ - ทำใบกิจกรรมได้
ใบงาน  - คำถาม ถูกต้องร้อยละ 80
1) นกั เรยี นสามารถอธิบายการ -ตอบคำถาม - ตอบคำถามได้
เปลยี่ นแปลงอุณหภมู ิของ ถกู ต้อง
อากาศเหนือทรายและเหนือน้ำ - ผลงาน  - แบบประเมินผล
ได้ (K) งาน -ไดค้ ะแนนรูบริคส์
ตง้ั แต่ 2 ข้นึ ไป
2) นกั เรียนสามารถเปรยี บเทียบ
การเกิดลมบก ลมทะเล และ
มรสุม จากแบบจำลองได้ (P)

3) มคี วามม่งุ มนั ในทำงาน (A) -สงั เกต -แบบสงั เกต -ไดค้ ะแนนรูบรคิ ส์
ตง้ั แต่ 2 ขน้ึ ไป

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลรูบรคิ ส์ 4 (ดมี าก) ระดับคุณภาพ 1 (ปรบั ปรงุ )
3 (ด)ี 2 (พอใช้)
ประเด็นการประเมิน
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
1) นักเรยี นสามารถอธบิ ายการ
เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอากาศ
เหนอื ทรายและเหนือน้ำได้ (K)

2) นักเรยี นสามารถเปรยี บเทียบ - มี - มคี ุณสมบตั ิ 3 - มคี ณุ สมบตั ิ 2 - มีคณุ สมบัติ 1
การเกดิ ลมบก ลมทะเล และ คุณสมบตั ิ 4 ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
มรสุม จากแบบจำลองได้ (P) ใน 4 ของ คณุ ภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ
คณุ ภาพ ระดบั
1. การพดู คล่องแคล่ว คุณภาพ - มคี ณุ สมบตั ิ 3 - มคี ุณสมบัติ 2 - มีคุณสมบัติ 1
2. ออกเสียงชดั เจน ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดบั
3. มไี หวพริบในการสงั เกต - มี คณุ ภาพ คุณภาพ คุณภาพ
4. เขยี นสะกดคำได้ถกู ต้อง คุณสมบัติ 4
ใน 4 ของ
3. มีความมุ่งม่นั ในการทำงาน (A) ระดบั
คุณภาพ คุณภาพ
1. มรี ่วมในการเรียนรู้
2. ตัง้ ใจทำงาน

เกณฑใ์ นการตัดสินระดบั คณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทงั้ หมด

กำหนดระดบั คุณภาพผลการเรยี นรรู้ ่วมกนั ทุกดา้ นเปน็ 4 ระดบั คือ ดมี าก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ

กำหนดเกณฑ์ในการประเมินดงั นี้

ระดับคุณภาพดมี าก 17 – 18 คะแนน

ระดับคุณภาพดี 14 – 16 คะแนน

ระดบั คุณภาพพอใช้ 10 – 13 คะแนน

ระดับคุณภาพปรบั ปรุง นอ้ ยกว่า 10 คะแนน







เกณฑใ์ นการตัดสนิ ระดับคณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทั้งหมด

กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรรู้ ่วมกนั ทกุ ดา้ นเปน็ 4 ระดบั คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ

กำหนดเกณฑ์ในการประเมนิ ดงั น้ี

ระดับคุณภาพดีมาก 17 – 18 คะแนน

ระดับคุณภาพดี 14 – 16 คะแนน

ระดับคุณภาพพอใช้ 10 – 13 คะแนน

ระดับคุณภาพปรับปรงุ น้อยกว่า 10 คะแนน









แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ปรากฏการณข์ องโลกและภยั ธรรมชาติ 11 ช่ัวโมง

รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา 16101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เรื่อง การเกิดมรสุมเกี่ยวข้องกับฤดูของประเทศไทยอย่างไร เวลา 1 ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6

วันท่ี 23 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผสู้ อน นางสาว ศุภลักษณ์ ใบสนธ์ิ

โรงเรียนบา้ นขนุ ฝาง ตำบล ขุนฝาง อำเภอ เมือง จังหวดั อตุ รดิตถ์ คะแนนเก็บ 10 คะแนน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้

มาตรฐานการเรียนรู้ / ผลการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลง
ภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัติภัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมทง้ั ผล
ตอ่ ส่ิงมีชีวิตและสงิ่ แวดล้อม

ตัวชีว้ ัด

ป.6/5 อธบิ ายผลของมรสุมต่อการเกดิ ฤดูของ ประเทศไทยจากข้อมลู ท่รี วบรวมได้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. นักเรยี นสามารถอธบิ ายการเกิดมรสมุ จากแบบจำลองได้ (K)
2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลองได้ (P)
3. มีความมงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)

3. สาระสำคญั

ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกดิ จากความแตกต่างระหว่างอณุ หภมู ิอากาศเหนือพน้ื ดินและเหนือพื้นน้ำ
จึงเกิดการเคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ทั้งลมบก ลมทะเล และ
มรสุมมหี ลกั การเกิดเช่นเดียวกัน ลมบกลมทะเลเกดิ บริเวณชายฝั่ง แตม่ รสุมเกิดข้นึ ในบริเวณ เขตร้อนของโลก
ทั้งลมบก ลมทะเล และมรสุมมีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้มรสุมยังมีผลต่อการเกิดฤดูของ
ประเทศไทย
4. สาระการเรียนรู้

กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้อธิบายการเกิดมรสุมจากแบบจำลอง อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของ
ประเทศไทย และผลของมรสุมที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล
และมรสุมจากแบบจำลอง
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มจี ิตวิทยาศาสตร์

2. ใฝ่เรยี นรู้

7. ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.6 เล่ม 2
2) Mind Map ผลของมรสมุ ต่อการเกิดฤดขู องประเทศไทยและผลทีม่ ตี ่อสิ่งมีชวี ติ และส่ิงแวดล้อม

8. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน

1) ครแู ละนกั เรียนกลา่ วทักทายกันและเล่นเกมเพือ่ เรียกสมาธิก่อนเร่มิ เรียน

ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

จดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ข้นั ตอนดงั นี้

1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)

1) ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการเกิดมรสุม ผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย
และผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยให้นักเรียนสังเกตภาพในหนังสือเรียนหน้า 15 จากนั้นให้นักเรียน
ร่วมกันอภิปรายโดยใช้คำถาม ดงั นี้

1.1) มรสมุ คอื อะไร เกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น มรสุมเกิดขึ้นจาก
ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นทวีปและอุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นมหาสมุทร จึงมีการ
เคลอื่ นทข่ี องอากาศจากบรเิ วณที่มีอุณหภูมิตำ่ ไปยังบริเวณทีม่ ีอณุ หภมู ิสูงเกดิ เป็นมรสมุ )

1.2) มรสุมมีผลต่อการเกิดฤดูของประเทศไทยและมีผลตอ่ สิง่ มีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างไร (นักเรียน
ตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น มรสุมมีผลต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย โดยประเทศไทยได้รับผลจาก
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้เกิดฤดูฝน และได้รับผลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้เกิดฤดูหนาวและ
ส่งผลต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิของอากาศของประเทศไทย มีผลต่อการออกดอกและติดผลของพืชบางชนิด
มผี ลทำใหใ้ นบางพื้นที่มีอากาศหนาวเย็นหรือมฝี นตกหนักอย่างต่อเน่อื ง และมผี ลทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝ่ัง)
2) ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)

1) จากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจเกยี่ วกับ ผลของมรสมุ ต่อการเกดิ ฤดขู องประเทศไทยและผลที่มีต่อ
สงิ่ มีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม

2) ใหน้ ักเรยี นสรุปเปน็ Mind Map เก่ยี วกบั ผลของมรสมุ ตอ่ การเกิดฤดูของประเทศไทยและผลท่ีมีต่อ
สง่ิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดล้อม
3) ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)

1) ครูชักชวนให้นักเรียนตอบคำถามผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทยและผลที่มีต่อ
สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม แนวคำถาม มรสุมเกิดขึ้นได้อย่างไร (มรสุมเกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิ
ของอากาศเหนือพื้นทวปี และอุณหภมู อิ ากาศเหนือพน้ื มหาสมุทร ซ่งึ จะเกดิ บรเิ วณเขตรอ้ นของโลก)

- มรสุมทีพ่ ดั ผ่านประเทศไทยมีมรสุมอะไรบ้าง และเกิดขนึ้ ได้อยา่ งไร (มรสุมทพ่ี ดั ผ่านประเทศไทย
ได้แกม่ รสุมตะวนั ตกเฉยี งใต้และมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือเกิดขน้ึ เน่ืองจากความแตกต่างระหวา่ งอุณหภูมขิ อง
อากาศเหนือพนื้ ทวีปและอณุ หภูมิของอากาศเหนือพื้นมหาสมุทร)

- การพัดผ่านของมรสุมส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร(ทำให้เกิดฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งมีผลต่อ
สง่ิ มีชีวิตและสิง่ แวดล้อมในด้านตา่ ง ๆ)

- ประเทศไทยมฤี ดูอะไรบ้าง (ประเทศไทยมีท้งั หมด 3ฤดู ไดแ้ ก่ ฤดหู นาว ฤดูร้อน และฤดูฝน)

- ฤดูร้อนของประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร (ฤดูร้อนของประเทศไทยเกิดอยู่ในช่วงประมาณ
กลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอุณหภูมิของอากาศทางซีกโลกเหนือ
และอุณหภูมิของอากาศทางซีกโลกใต้แตกต่างกันเล็กน้อย จึงเป็นช่วงเปลี่ยนมรสุมหรือได้รับผลจากมรสุม
ลดลง ดังนั้นอุณหภูมิของอากาศของประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นผลมาจากพลังงานความร้อนจาก
ดวงอาทิตย์เป็นส่วนใหญ)่

- ฤดฝู นของประเทศไทยเกิดขน้ึ ได้อยา่ งไร (ฤดฝู นของประเทศไทยเกิดขน้ึ เพราะได้รบั ผลจากมรสุม
ตะวนั ตกเฉียงใต้ในชว่ งกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเปน็ ช่วงที่โลกเอียงข้ัวโลกเหนือเข้าหา
ดวงอาทิตย์ ทำให้อากาศทาง ซีกโลกเหนือมีอุณหภูมิสูงกว่าอากาศทางซีกโลกใต้ อากาศทางซีกโลกเหนือ
เคลื่อนที่สูงขึ้นและอากาศทางซีกโลกใต้จะเคล่ือนเข้ามาแทนที่ ซึ่งเมื่อพัดผา่ นมหาสมุทรกจ็ ะนำความชื้นไปยงั
ประเทศที่พัดผ่านประเทศไทยได้รับผลจากมรสุมดังกล่าว ซึ่งจะพัดผ่านประเทศไทยไปยังพื้นทวีปทางซีกโลก
เหนือ ทำใหช้ ว่ งเดอื นนี้ของประเทศไทยเปน็ ฤดูฝน)

- มรสุมมีผลอย่างไรต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมบ้าง (มรสุมมีผลต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิของ
อากาศของประเทศไทย มีผลต่อการออกดอกและติดผลของพชื บางชนิด มีผลทำให้ในบางพื้นที่มอี ากาศหนาว
เย็น หรอื มฝี นตกหนกั อย่างตอ่ เน่อื ง และมผี ลทำใหเ้ กิดการกดั เซาะชายฝั่ง)

2) ครูและนกั เรยี นชว่ ยกันลงข้อสรุปเกย่ี วกับผลของมรสุมต่อการเกิดฤดขู องประเทศไทยและผลท่ีมี
ตอ่ สิง่ มีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
4) ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)

1) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามในสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกิดมรสุม ผลของมรสุมต่อ
การเกิดฤดูของประเทศไทย และผลของมรสุมต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากนั้นร่วมกันอภิปรายและลง
ข้อสรุปวา่

• มรสุม และลมบก ลมทะเล มีหลักการเกิดเหมือนกันคือ เกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิ
ของอากาศเหนือพื้นดินและอุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นน้ำ แต่มีขนาดของบริเวณที่เกิด และช่วงระยะเวลา
การเกิดแตกต่างกนั

• มรสุมที่พัดผ่านประเทศไทย ได้แก่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดฤดูหนาว และมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต้ ทำใหเ้ กิดฤดูฝน

• ช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของประเทศไทย เป็นช่วงเปลี่ยน
มรสมุ หรือได้รับผลจากมรสมุ ลดลง ทำใหช้ ่วงเวลาน้ีของประเทศไทยเป็นฤดูร้อน

2) ครูกระตุ้นให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู้เพิ่มเติมในอยากรู้อีกว่า
จากนั้นครูอาจสุ่มนักเรียน 2-3 คน นำเสนอคำถามของตนเองหน้าชั้นเรียนและให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย
เกย่ี วกบั คำถามทน่ี ำเสนอ

5) ข้ันประเมนิ (Evaluation)

1) ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนพจิ ารณาวา่ จากหัวขอ้ ท่เี รยี นมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีจุดใดบ้างท่ียังไม่

เขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธิบายเพ่มิ เตมิ ให้นักเรยี นเข้าใจ

2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง

9. ส่ือการสอน
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป. 6 เลม่ 2
2) Power point เรอื่ งปรากฏการณ์การเกดิ ลมบกลมทะเล

10. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เครื่องมดื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - ทำใบกจิ กรรมได้
-ปฏิบตั ติ ามใบ  - ใบงานท1่ี ถกู ต้องร้อยละ 80
1) นักเรียนสามารถอธิบาย - ตอบคำถามได้
การเกิดมรสุมจากแบบจำลอง งาน  - คำถาม ถูกต้อง
ได้ (K)
-ตอบคำถาม -ไดค้ ะแนนรูบรคิ ส์
2) นกั เรียนสามารถ ตัง้ แต่ 2 ขึน้ ไป
เปรียบเทียบการเกิดลมบก - ผลงาน  - แบบประเมนิ ผล
ลมทะเล และมรสุม จาก งาน -ไดค้ ะแนนรบู ริคส์
แบบจำลองได้ (P) ต้งั แต่ 2 ขนึ้ ไป
3) มีความมุ่งมันในทำงาน (A) -สังเกต -แบบสงั เกต

เกณฑก์ ารประเมินผลรูบรคิ ส์ 4 (ดมี าก) ระดบั คุณภาพ 1 (ปรบั ปรงุ )
3 (ด)ี 2 (พอใช)้
ประเด็นการประเมิน - มคี ณุ สมบัติ - มีคณุ สมบัติ 1
4 ใน 4 ของ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้นึ ไป ใน 4 ของระดับ
1นกั เรียนสามารถอธิบายการ ระดบั คุณภาพ คณุ ภาพ
เกดิ มรสมุ จากแบบจำลองได้ (K) - มคี ุณสมบัติ 3 - มีคุณสมบตั ิ 2
2) นกั เรียนสามารถ - มคี ณุ สมบัติ - มีคณุ สมบัติ 1
เปรยี บเทียบการเกดิ ลมบก ลม 4 ใน 4 ของ ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดบั ใน 4 ของระดับ
ทะเล และมรสุม จาก ระดับคุณภาพ คุณภาพ
แบบจำลองได้ (P) คณุ ภาพ คณุ ภาพ
คณุ ภาพ
1. การพดู คล่องแคล่ว - มีคณุ สมบัติ 3 - มคี ณุ สมบัติ 2
2. ออกเสยี งชัดเจน
3. มไี หวพริบในการสงั เกต ใน 4 ของระดับ ใน 4 ของระดับ
4. เขียนสะกดคำได้ถกู ต้อง
3. มีความมุง่ มัน่ ในการทำงาน คุณภาพ คณุ ภาพ
(A)
คุณภาพ
1. มีร่วมในการเรยี นรู้
2. ตง้ั ใจทำงาน









เกณฑใ์ นการตัดสนิ ระดับคณุ ภาพนกั เรยี นจากคะแนนรวมทั้งหมด

กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ทกุ ดา้ นเปน็ 4 ระดบั คือ ดีมาก ดี พอใช้ และปรบั ปรงุ

กำหนดเกณฑ์ในการประเมนิ ดงั น้ี

ระดับคุณภาพดีมาก 17 – 18 คะแนน

ระดับคุณภาพดี 14 – 16 คะแนน

ระดับคุณภาพพอใช้ 10 – 13 คะแนน

ระดับคุณภาพปรับปรงุ น้อยกว่า 10 คะแนน






Click to View FlipBook Version