The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 2 หลักสูตรฝึกอบรมป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง โดยชุมชนมีส่วนร่วม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forestry Research Center, 2021-11-09 20:46:51

เล่มที่ 2 หลักสูตรฝึกอบรมป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง โดยชุมชนมีส่วนร่วม

เล่มที่ 2 หลักสูตรฝึกอบรมป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง โดยชุมชนมีส่วนร่วม

Keywords: ป้องกันและควบคุม,ไฟป่า,ป่าพรุควนเคร็ง

ภาพท่ี 72 แสดงกรอบแนวคดิ ในการแก้ไขปัญหาไฟปา่

รฐั บาล + เอกชน

สร้างงานใขชนบท ให้การศกึ ษา ปลกู ฝังวินัย มวลชนสัมพันธ์
และความรบั ผกิ ชอบ

ประชาชน

มีรายได้เสริม มีความรู้เขา้ ใจ มวี นิ ัยและ มีความเข้าใจอันดี
ชว่ งฤดูแล้ง และทัศนคตทิ ถ่ี ูกต้อง ความรับผิดชอบ กบั หน่วยงานราชการ

ตอ่ ไฟปา่

ไม่เกดิ ไฟปา่

150 |

กระบวนการปฏิบัติงานควบคุมไฟปา่ มขี ้ันตอนดังนี้
1) การรวบรวมข้อมลู ไฟปา่ ได้แก่ ขอ้ มูลสภาพพ้ืนทีป่ ฏิบตั ิงาน สถติ ิไฟป่า สภาพปญั หาไฟป่า และพฤตกิ รรมของไฟป่า ซึ่งข้อมลู ดงั กลา่ ว
ไดม้ าจากการสำ� รวจในพ้ืนท่ี และจากการศึกษาวิจยั ข้อมลู ไฟปา่ เหล่านจ้ี ะนำ� มาใชใ้ นการวางแผนงานควบคมุ ไฟปา่
2) การจัดท�ำแผนงานควบคุมไฟปา่ ใหค้ รอบคลมุ กจิ กรรมหลกั 2 กิจกรรม คอื การปอ้ งกันไฟป่า และการดับไฟปา่ โดยมกี ิจกรรมอื่น ๆ
เปน็ ส่วนเสรมิ ให้การปฏิบัติงานตามกจิ กรรมหลักทั้งสอง เป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
3) การปฏบิ ตั ิงานตามแผนงานควบคมุ ไฟป่า จะด�ำเนนิ ไปพร้อม ๆ กนั ท้งั แผนป้องกนั ไฟปา่ และแผนดับไฟปา่ ซง่ึ หากแผนงานและการ
ปฏิบัติงานตามแผนปอ้ งกันไฟป่ามปี ระสทิ ธิภาพ 100 % กจ็ ะไมเ่ กิดไฟปา่ จงึ ไมจ่ �ำเปน็ ต้องมกี ารดบั ไฟปา่ หากแต่ในความเปน็ จริงไม่วา่
แผนงานและการปฏิบัติงานตามแผนปอ้ งกนั ไฟปา่ จะมีประสิทธภิ าพเพียงใด ก็ยังมีโอกาสเกิดไฟปา่ ขน้ึ ได้ ดังนน้ั จึงต้องเขา้ ปฏบิ ตั งิ านตาม
แผนดับไฟปา่ ทันที
4) การประเมินผลการปฏิบัติงานทุกข้ันตอน เพ่ือวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน และประสิทธิผลท่ีเกิดจากการปฏิบัติงาน
แลว้ น�ำมาเป็นข้อมูล เพ่อื ใชใ้ นการปรบั ปรงุ แผนงานควบคุมไฟปา่ ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพยง่ิ ข้ึน (ส่วนควบคมุ ไฟปา่ , ม.ป.ป.: (ออนไลน์)

ภาพท่ี 73 แสดงกระบวนการปฏบิ ัตงิ านควบคมุ ไฟปา่

ประชาชน

ความยากจน ทศั นคติท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง ขาดความรับผดิ ชอบ ขดั แย้งกับหนว่ ย
ราชการ

เกบ็ หาของปา่ จดุ เล่นดว้ ยความ ความประมาท เผาไร่ จดุ เพ่ือกลนั่ แกล้ง
คกึ คะนอง เลินเลอ่

ไฟปา่

| 151

4. มาตรการทางกฎหมายในการอนรุ ักษ์และค้มุ ครองพืน้ ทปี่ ่าพรุ

พน้ื ทีป่ ่าพรคุ วนเครง็ ไดร้ บั การประกาศเป็นพน้ื ทีเ่ พ่ือการอนุรักษ์ในลกั ษณะต่าง ๆ ได้แก่ เขตหา้ มล่าสตั วป์ ่า เขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ และ
เขตปา่ ไมถ้ าวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี มาตรการทางกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ งในการอนรุ กั ษแ์ ละคมุ้ ครองพน้ื ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ จงึ อยภู่ ายใตบ้ งั คบั
ของกฎหมายหลายฉบับ และมีหนว่ ยงานที่เก่ยี วข้องกับการอนุรกั ษแ์ ละคมุ้ ครองพ้นื ท่หี ลายหนว่ ยงานด้วยกนั แยกพจิ ารณาตามลักษณะ
ของพื้นท่ี ดงั น้ี
พนื้ ท่ปี ่าพรุในเขตพืน้ ท่อี นรุ ักษ์
การจัดตั้งเขตหา้ มล่าสัตวป์ ่า เปน็ มาตรการหนง่ึ ในการกำ� หนดพืน้ ทอี่ นรุ กั ษ์ การอนุรกั ษ์พนั ธุส์ ัตวป์ า่ โดยวตั ถุประสงค์ในการจดั ตั้ง เพ่ือ
คมุ้ ครองอารกั ขาสตั วป์ า่ ในพน้ื ทใ่ี หไ้ ดร้ บั ความปลอดภยั และนอกจากเพอื่ ใหค้ วามคมุ้ ครองแกส่ ตั วป์ า่ แลว้ ยงั มบี ทบาทสำ� คญั ดา้ นอนื่ ๆ อกี
คือ เปน็ การใหค้ วามค้มุ ครองแหลง่ ต้นนำ้� ลำ� ธาร แหล่งทรพั ยากรธรรมชาติอ่นื ๆ เปน็ ตวั ควบคมุ ระบบนเิ วศให้คงความสมดุล เปน็ สถานท่ี
ศึกษา ค้นคว้า วิจยั ทางวิชาการ เป็นส่อื กลางในการสรา้ งจิตสำ� นึกและเผยแพร่ ความรู้ดา้ นการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติสู่ประชาชน
และเป็นสถานทพี่ ักผ่อนหย่อนใจของประชาชนท่ัวไป โดยพื้นทีอ่ นรุ ักษใ์ นพ้นื ทป่ี ่าพรุควนเคร็ง มีเขตห้ามล่าสัตวป์ ่า จ�ำนวน 2 แหง่ คอื
เขตห้ามล่าสัตว์ปา่ ทะเลนอ้ ย (ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตวป์ ่า เมือ่ วนั ท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์ 2518) และเขตหา้ มลา่ สัตวป์ ่าบ่อล้อ (ประกาศ
เปน็ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ เมื่อ วนั ที่ 5 พฤศจิกายน 2555) ซึง่ กำ� หนดใหเ้ ป็นเขตห้ามล่าสัตวป์ ่าโดยอาศัยอำ� นาจตามความในมาตรา 62 แหง่
พระราชบญั ญัติสงวนและคุ้มครองสตั วป์ ่า พ.ศ. 2503 โดยในฉบับปรับปรงุ ลา่ สุด (พ.ศ. 2562) มสี าระสำ� คญั ดงั นี้
“บรเิ วณพนื้ ท่ีใดทม่ี ิไดเ้ ปน็ ท่ีดนิ ทมี่ ีหนังสอื แสดงกรรมสทิ ธิห์ รือสทิ ธิครอบครอง ตามประมวลกฎหมายท่ีดินหรือกฎหมายอ่ืนของบุคคลใด
เวน้ แตเ่ ปน็ ทด่ี นิ ของหนว่ ยงานของรฐั สมควรอนรุ กั ษไ์ วใ้ หเ้ ปน็ แหลง่ ทอ่ี ยอู่ าศยั หรอื แหลง่ หากนิ ของสตั วป์ า่ ชนดิ ใดหรอื ประเภทใด รฐั มนตรี
โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการจะกำ� หนดใหเ้ ปน็ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ ชนดิ หรอื ประเภทนนั้ ได้ โดยทำ� เปน็ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
และให้มแี ผนทีแ่ สดงแนวเขตน้ันด้วย”
และตามมาตรา 67 “เมอื่ ไดม้ ปี ระกาศของรฐั มนตรกี ำ� หนดเขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ ชนดิ หรอื ประเภทใดแลว้ หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดกระทำ� การ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ลา่ สตั วป์ า่ ชนิด หรือประเภทน้นั หรือเกบ็ หรือท�ำอันตรายแกร่ งั ของสัตวป์ ่านัน้ เว้นแต่จะกระทำ� เพอื่ การส�ำรวจ การศึกษา การวิจยั
หรือการทดลองทางวชิ าการ และได้รับอนญุ าตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ า่ และพันธพุ์ ืช
(2) ตดั โค่น แผ้วถาง เผา ทำ� ลาย ต้นไม้ หรอื พฤกษชาติอน่ื หรือทำ� ลาย ท�ำให้เส่ือมสภาพ ขดุ เก็บ ซึ่งแร่ ดิน หนิ กรวด ทราย ลกู รงั
ของปา่ หรอื ทรพั ยากรธรรมชาตใิ ด ๆ หรอื เลย้ี งสัตว์ หรอื ปลอ่ ยสตั วห์ รือสตั วป์ ่า หรอื เปล่ียนแปลงทางนำ้� หรือทำ� ให้น้ำ� ในล�ำน�ำ้ ล�ำหว้ ย
หนอง บึง ทว่ มทน้ หรอื เหอื ดแห้ง เปน็ พิษ หรือเป็นอันตรายตอ่ สัตวป์ ่า เว้นแต่ไดร้ ับอนุญาตเป็นหนังสอื จากอธบิ ดี กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ
สตั ว์ปา่ และพนั ธพ์ุ ชื หรอื เมือ่ อธบิ ดกี รมอุทยานแหง่ ชาติ สัตว์ป่า และพนั ธ์พุ ืช ได้ประกาศอนญุ าตไวเ้ ป็นคราว ๆ ในเขตห้ามล่าสัตว์ปา่
แหง่ หนงึ่ แหง่ ใดโดยเฉพาะ
แต่มิให้ใช้บังคับแก่การกระท�ำของพนักงานเจ้าหน้าท่ี หรือเจ้าพนักงานอื่นใดท่ีมีความจ�ำเป็นต้องปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ในการส�ำรวจ
การศึกษา การวิจัย หรือการทดลองทางวชิ าการหรอื การคุม้ ครอง รกั ษา หรอื ชว่ ยเหลือสัตว์ป่า และต้องปฏิบตั ิตามระเบียบที่อธิบดกี รม
อุทยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพันธุ์พชื กำ� หนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ”
นอกจากนี้เพื่อให้มาตรการทางกฎหมายดังกล่าว มีสภาพบังคับที่ชัดเจน พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงได้
บญั ญตั ิบทบญั ญตั เิ ก่ียวกับบทลงโทษส�ำหรบั ผู้ทฝี่ า่ ฝืน มาตรา 67 ไว้ในมาตรา 103 ให้ผู้ฝ่าฝนื ต้องระวางโทษจำ� คกุ ไม่เกนิ เจ็ดปี หรอื ปรบั
ไมเ่ กนิ เจ็ดแสนบาท หรือทงั้ จ�ำทั้งปรบั
จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การท่ีก�ำหนดเขตพ้ืนที่เพ่ือการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นท่ีป่าพรุ โดยการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่า
สตั วป์ า่ จะท�ำให้พน้ื ทนี่ นั้ ไดร้ บั ความคุม้ ครองระบบนิเวศป่าพรขุ องพนื้ ทท่ี งั้ ระบบ

152 |


ภาพท่ี 74 แผนทที่ า้ ยประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม เรอื่ ง กำ� หนดพนื้ ทปี่ า่ สงวนแหง่ ชาตปิ า่ ดอนทรายและปา่ กลอง
ป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านกุมแป ป่าบ้านในลุ่ม และป่าพรุควนเคร็ง ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองค็อง และป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าช้างข้าม
ในทอ้ งทต่ี ำ� บลควนพงั อำ� เภอรอ่ นพบิ ลู ย์ ตำ� บลทางพนู ตำ� บลสวนหลวง อำ� เภอเฉลมิ พระเกยี รติ ตำ� บลบา้ นตลู ตำ� บลชะอวด อำ� เภอชะอวด
และตำ� บลแมเ่ จา้ อย่หู ัว ตำ� บลการะเกด อ�ำเภอเชียรใหญ่ จงั หวดั นครศรธี รรมราช ให้เปน็ เขตหา้ มล่าสัตวป์ า่ (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบอ่ ลอ้ )

| 153

ภาพท่ี 75 แผนทที่ า้ ยประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรอื่ ง กำ� หนดพน้ื ทใ่ี หบ้ รเิ วณทะเลนอ้ ย ในทอ้ งทต่ี ำ� บลทะเลนอ้ ย ตำ� บลพนางตงุ
อ�ำเภอควนขนนุ จังหวัดพทั ลุง ต�ำบลแหลม ต�ำบลควนชะลิก อ�ำเภอหวั ไทร ตำ� บลเคร็ง ต�ำบลท่าเสมด็ ตำ� บลขอนหาด อ�ำเภอชะอวด
จังหวัดนครศรธี รรมราช และตำ� บลตะเครียะ อ�ำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ให้เป็นเขตหา้ มลา่ สัตว์ป่า (เขตหา้ มลา่ สตั ว์ป่าทะเลน้อย)

154 |

พืน้ ที่ปา่ พรใุ นเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ
การก�ำหนดเขตพ้ืนท่ีป่าสงวนแห่งชาติ เป็นมาตรการทางกฎหมายที่จะจ�ำกัดการท�ำลายป่าไม้และสงวนทรัพยากรป่าไม้ท่ีมีความอุดม
สมบรู ณใ์ นทางระบบนเิ วศ และเปน็ แหลง่ ตน้ นำ้� ลำ� ธาร ในกรณขี องพนื้ ทปี่ า่ พรทุ เี่ ปน็ ปา่ สงวนแหง่ ชาตนิ น้ั ไดม้ บี ทบญั ญตั ใิ น มาตรา 6 แหง่
พระราชบญั ญตั ิป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ไดบ้ ัญญัติถึงสาระส�ำคญั ของการก�ำหนดเขตพ้นื ที่ปา่ สงวนแห่งชาตไิ ว้ ดงั นี้
“บรรดาป่าที่เป็นป่าสงวนอยู่แล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและการสงวนป่าก่อนท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นป่าสงวน
แห่งชาติตามพระราชบัญญัติน้ี เม่ือรัฐมนตรีเห็นสมควรก�ำหนดป่าอ่ืนใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อรักษาสภาพป่าไม้ของป่า หรือ
ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ให้กระท�ำได้โดยออกกฎกระทรวงซ่ึงต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตป่าที่ก�ำหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติน้ัน แนบท้าย
กฎกระทรวงดว้ ย เม่อื ไดป้ ระกาศใหพ้ ื้นที่ใดเปน็ ปา่ สงวนแหง่ ชาตแิ ล้ว บทบญั ญตั ิตามพระราชบญั ญัติป่าสงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่ง
แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัติปา่ สงวนแห่งชาติ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2528 ได้ก�ำหนดมาตรการเพื่อค้มุ ครองพ้ืนทีน่ น้ั ไวใ้ นมาตรา 14”
“ในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ ห้ามมใิ หบ้ ุคคลใดยดึ ถือ ครอบครอง ทำ� ประโยชน์ หรอื อยู่อาศัยในทดี่ นิ กอ่ สรา้ ง แผ้วถาง เผาปา่ ทำ� ไม้ เกบ็ หา
ของป่า หรอื กระท�ำดว้ ยประการใด ๆ อันเป็นการเสอื่ มเสยี แกส่ ภาพป่าสงวนแห่งชาติ เวน้ แต่
(1) ทำ� ไม้ หรอื เกบ็ หาของปา่ ตามมาตรา 15 เขา้ ทำ� ประโยชน์ หรอื อยอู่ าศยั ตามมาตรา 16 มาตรา 16 ทวิ หรอื มาตรา 16 ตรี กระทำ� การตาม
มาตรา 17 ใชป้ ระโยชนต์ ามมาตรา 18 หรือกระท�ำการตามมาตรา 19 หรอื มาตรา 20
(2) ท�ำไม้หวงห้าม หรอื เกบ็ หาของปา่ หวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้”
จะเหน็ ไดว้ า่ มาตรการทางกฎหมายดงั กลา่ ว ถอื เปน็ มาตรการทจ่ี ะชว่ ยอนรุ กั ษแ์ ละคมุ้ ครองพนื้ ทปี่ า่ พรทุ อ่ี ยใู่ นเขตปา่ สงวนไดด้ ใี นระดบั หนง่ึ
และเพอื่ มาตรการ เพอ่ื คมุ้ ครองพน้ื ทนี่ น้ั ทก่ี ำ� หนดไวใ้ นมาตรา 14 มสี ภาพบงั คบั ทชี่ ดั เจน จงึ ไดก้ ำ� หนดบทลงโทษสำ� หรบั ผทู้ ฝ่ี า่ ฝนื มาตรการ
ทางกฎหมายดงั กลา่ ว ไวใ้ นมาตรา 31 แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507 ซงึ่ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ
(ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2559 กลา่ ววา่ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา 14 ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ตงั้ แตห่ นงึ่ ปี ถงึ สบิ ปี และปรบั ตง้ั แตส่ องหมน่ื บาทถงึ สองแสนบาท
หรอื อาจต้องระวางโทษจ�ำคกุ ตง้ั แต่สี่ปี ถงึ ยส่ี บิ ปี และปรบั ตัง้ แตส่ องแสนบาทถงึ สองล้านบาท เม่อื กระทำ� ความผิดเปน็ เน้ือทเ่ี กนิ 25 ไร่
หรือปริมาตรไม้เกนิ สีล่ ูกบาศก์เมตร หรอื ก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายแก่ตน้ น้ำ� ลำ� ธารหรอื พ้ืนที่ชายฝ่ัง

| 155

ภาพท่ี 76 แผนทแ่ี สดงพน้ื ทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาติ บรเิ วณปา่ พรคุ วนเครง็ จงั หวดั นครศรธี รรมราช

156 |

พื้นที่ปา่ พรใุ นเขตปา่ ไม้ถาวรตามมตคิ ณะรัฐมนตรี
พืน้ ทป่ี ่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี คอื พื้นท่ที ี่มกี ารสำ� รวจเพอ่ื จำ� แนกประเภทท่ีดนิ ทั่วประเทศโดยกรมพัฒนาที่ดนิ ว่าท่ีดนิ บริเวณใด
สมควรทำ� การเกษตรประเภทใด หรอื ทดี่ นิ บรเิ วณใดสมควรสงวนไวเ้ ปน็ ปา่ สงวนแหง่ ชาติ หรอื ทด่ี นิ บรเิ วณใดสมควรเพกิ ถอนจากการเปน็
ป่าสงวนแห่งชาติ เพราะหมดสภาพการเป็นป่าไปเสียแล้ว และเมื่อคณะรัฐมนตรีกำ� หนดใหป้ า่ ใดเปน็ ป่าไมถ้ าวรแล้ว ปา่ ไม้ถาวรนั้นก็จะ
ตกอยู่ภายใต้การควบคุมดแู ลของกรมปา่ ไมโ้ ดยอตั โนมตั ิ
กรณขี องพนื้ ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ ทเ่ี ปน็ เขตพน้ื ทป่ี า่ ไมถ้ าวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี แมไ้ มม่ กี ฎหมายทใ่ี ชบ้ งั คบั เฉพาะ แตก่ ถ็ อื วา่ เปน็ ปา่ ตามความ
ในพระราชบญั ญตั ปิ า่ ไม้ พ.ศ. 2484 จงึ สามารถนำ� กฎหมายดงั กลา่ วมาใชบ้ งั คบั ได้ และเนอื่ งจากพน้ื ทป่ี า่ พรเุ ปน็ ลกั ษณะหนง่ึ ของพน้ื ทชี่ มุ่ นำ�้
ซง่ึ เปน็ พน้ื ทที่ ม่ี รี ะบบนเิ วศตามธรรมชาตทิ มี่ ลี กั ษณะพเิ ศษกวา่ พน้ื ทอี่ น่ื ประกอบกบั เปน็ ระบบนเิ วศทอ่ี าจถกู ทำ� ลายหรอื ไดร้ บั ผลกระทบจาก
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ของมนุษย์ได้ ดังน้ัน จงึ สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายสิง่ แวดล้อมท่ีมอี ย่มู าปรับใช้ได้ อันได้แก่ พระราชบญั ญตั สิ ่งเสริม
และรกั ษาคุณภาพสงิ่ แวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 43 บญั ญตั ิวา่
“ในกรณที ป่ี รากฏวา่ พน้ื ทใี่ ดมลี กั ษณะเปน็ พนื้ ทตี่ น้ นำ�้ ลำ� ธาร หรอื มรี ะบบนเิ วศตามธรรมชาตทิ แ่ี ตกตา่ งจากพนื้ ทอี่ นื่ โดยทวั่ ไป หรอื มรี ะบบ
นิเวศตามธรรมชาตทิ ่อี าจถกู ทำ� ลายหรืออาจได้รบั ผลกระทบกระเทือนจากกิจกรรมตา่ ง ๆ ของมนุษยไ์ ดโ้ ดยงา่ ย หรือเป็นพ้ืนท่ีทมี่ ีคุณค่า
ทางธรรมชาติหรอื ศิลปกรรมอนั ควรแกก่ ารอนุรักษ์ และพนื้ ทน่ี ้นั ยังมิไดถ้ ูกประกาศก�ำหนดให้เปน็ เขตอนุรักษ์ ให้รฐั มนตรโี ดยค�ำแนะน�ำ
ของคณะกรรมการส่งิ แวดล้อมแห่งชาตมิ อี �ำนาจออกกฎกระทรวง กำ� หนดให้พื้นท่นี ้ันเปน็ เขตพน้ื ท่ีคุ้มครองส่งิ แวดลอ้ ม”
เนอ่ื งจากพนื้ ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ ในสว่ นทเี่ ปน็ พน้ื ทป่ี า่ ไมถ้ าวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรนี น้ั เปน็ พนื้ ทยี่ งั มไิ ดก้ ำ� หนดใหเ้ ปน็ เขตอนรุ กั ษ์ แตเ่ ปน็ พนื้ ที่
ที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาตทิ ี่แตกตา่ งจากพนื้ ทีอ่ นื่ โดยท่วั ไป และมีระบบนิเวศตามธรรมชาติท่อี าจถูกท�ำลาย หรอื อาจได้รบั ผลกระทบ
กระเทอื นจากกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของมนษุ ยไ์ ดโ้ ดยงา่ ย จงึ มลี กั ษณะและองคป์ ระกอบครบถว้ นเขา้ เงอ่ื นไขตามทก่ี ฎหมายกำ� หนดตามบทบญั ญตั ิ
ในมาตรา 43 ดังน้ันรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม โดยค�ำแนะนำ� ของคณะกรรมการส่งิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ
จึงมีอ�ำนาจออกกฎกระทรวงก�ำหนดให้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งในส่วนที่เป็นพื้นท่ีป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นเขตพ้ืนที่คุ้มครอง
สงิ่ แวดลอ้ มได้ และตอ้ งกำ� หนดมาตราการคมุ้ ครองอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ หรอื หลายอยา่ งไวใ้ นกฎกระทรวง ตามมาตรา 44 แหง่ พระราชบญั ญตั ิ
สง่ เสริมและรักษาคณุ ภาพสิง่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 ได้แก่
(1) กำ� หนดการใชป้ ระโยชนใ์ นทดี่ นิ เพอื่ รกั ษาสภาพธรรมชาตมิ ใิ หก้ ระทบกระเทอื นตอ่ ระบบนเิ วศตามธรรมชาติ หรอื คณุ คา่ ของสง่ิ แวดลอ้ ม
(2) หา้ มการกระทำ� หรอื กจิ กรรมใด ๆ ทอี่ าจเปน็ อนั ตราย หรอื กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบในทางเปลยี่ นแปลงระบบนเิ วศของพนื้ ทน่ี นั้ จากลกั ษณะ
ธรรมชาติ หรอื เกดิ ผลกระทบต่อคณุ ค่าของส่งิ แวดล้อม
(3) ก�ำหนดประเภทและขนาดของโครงการ หรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่จะท�ำการก่อสร้าง หรือด�ำเนินการ
ในพนื้ ทีน่ นั้ ให้มหี นา้ ทีต่ ้องเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสงิ่ แวดล้อม
(4) ก�ำหนดวธิ กี ารจัดการโดยเฉพาะสำ� หรับพ้ืนที่นั้น รวมท้งั การก�ำหนดขอบเขตหน้าที่ และความรบั ผิดชอบของส่วนราชการทเ่ี กยี่ วข้อง
เพอ่ื ประโยชนใ์ นการรว่ มมอื และประสานงานใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ าน เพอื่ รกั ษาสภาพธรรมชาติ หรอื ระบบนเิ วศตามธรรมชาติ
หรือคุณคา่ ของสง่ิ แวดลอ้ มในพ้ืนทน่ี นั้
(5) กำ� หนดมาตรการคุ้มครองอื่น ๆ ตามท่เี ห็นสมควร และเหมาะสมแกส่ ภาพของพ้นื ทน่ี ้ัน”

| 157

5. มาตรการทางกฎหมายเกย่ี วกบั การป้องกันการท�ำลายพ้ืนทีป่ ่าพรุ

หลักการท่ีส�ำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมน้ัน นอกจากจะมีการสงวนรักษาและการใช้ประโยชน์จาก
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งชาญฉลาดแลว้ การปอ้ งกนั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มจากการถกู ทำ� ลาย กถ็ อื เปน็ หลกั การทส่ี ำ� คญั ทจี่ ะ
ชว่ ยใหก้ ารอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มดำ� เนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซง่ึ มาตรการทางกฎหมายทส่ี �ำคญั ทจ่ี ะช่วยปอ้ งกัน
พนื้ ทป่ี า่ พรคุ วนเครง็ จากการถกู ทำ� ลายอนั เนอ่ื งมาจากการดำ� เนนิ โครงการหรอื กจิ กรรมใด ๆ ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม คอื การจดั ใหม้ ี
การทำ� รายงานการประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม ซง่ึ มหี ลกั การทสี่ ำ� คญั คอื เพอื่ เปน็ การจำ� แนก ทำ� นาย และประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
จากโครงการหรอื กจิ กรรมทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในพน้ื ที่ โดยการเปรยี บเทยี บกบั สภาพทไ่ี มม่ โี ครงการหรอื กจิ กรรมกบั สภาพทม่ี โี ครงการหรอื กจิ กรรม
และถอื เป็นการลดผลกระทบตอ่ สิ่งแวดล้อมตงั้ แต่ขน้ั ตอนการวางแผนโครงการหรือกิจกรรม
ส�ำหรับมาตรการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ีสามารถน�ำมาใช้เพ่ือคุ้มครองพื้นที่ป่าพรุจากการถูกท�ำลายอันเนื่องมาจากการด�ำเนิน
โครงการหรอื กิจกรรมตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่
(1) มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอื่ วนั ท่ี 3 พฤศจกิ ายน 2552 เกย่ี วกบั การกำ� หนดใหม้ กี ารทำ� รายงานประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม สำ� หรบั โครงการ
พัฒนาใด ๆ ในพน้ื ทชี่ ุ่มน�้ำทีม่ คี วามส�ำคัญระดับนานาชาตแิ ละระดบั ชาติ
มตคิ ณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ 3 พฤศจกิ ายน 2552 การทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 1 สิงหาคม 2543 เรอื่ ง ทะเบยี นรายนามพื้นที่
ชุ่มน้�ำท่ีมีความส�ำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทยและมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน�้ำ ได้ก�ำหนดมาตรการเพื่ออนุรักษ์
พน้ื ทช่ี มุ่ นำ�้ ในสว่ นทเ่ี กยี่ วกบั การทำ� รายงานการประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มลอ้ มไวว้ า่ ใหม้ กี ารจดั ทำ� รายงานการประเมนิ ผลผลกระทบ
สิ่งแวดลอ้ ม (EIA) ส�ำหรับโครงการพฒั นาใด ๆ ท่มี ีแนวโน้มจะกอ่ ให้เกิดการเปลย่ี นแปลงระบบนิเวศของพืน้ ที่ชมุ่ น้�ำท่ีมคี วามสำ� คัญระดบั
นานาชาติและระดับชาติ โดยให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการเปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบในการด�ำเนินการ
กรณขี องพนื้ ทป่ี า่ พรคุ วนเครง็ นนั้ แมว้ า่ จะยงั ไมไ่ ดข้ นึ้ ทะเบยี นใหเ้ ปน็ พน้ื ทชี่ มุ่ นำ�้ ทมี่ คี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาติ แตส่ ำ� นกั งาน
นโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มไดน้ ำ� หลกั เกณฑท์ ก่ี ำ� หนดในมตคิ ณะรฐั มนตรี วนั ที่ 3 พฤศจกิ ายน 2552 การทบทวน
มตคิ ณะรฐั มนตรี เรอ่ื ง ทะเบยี นรายนามพนื้ ทช่ี มุ่ นำ้� ทม่ี คี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาตขิ องประเทศไทย และมาตรการอนรุ กั ษ์
พน้ื ทชี่ มุ่ นำ�้ มาเปน็ แนวทางการพจิ ารณาจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั ของพนื้ ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ ซง่ึ กไ็ ดร้ บั การจดั ลำ� ดบั ใหเ้ ปน็ พน้ื ทชี่ มุ่ นำ้� ทมี่ คี วาม
ส�ำคัญระดับนานาชาติ
จากมติคณะรัฐมนตรีฉบับดังกล่าว แม้จะมีการก�ำหนดให้ต้องมีการจัดท�ำรายงานการประเมินผลผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส�ำหรับ
โครงการพฒั นาใด ๆ ท่ีมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดการเปลย่ี นแปลงระบบนิเวศของพนื้ ทชี่ มุ่ นำ้� ที่มคี วามสำ� คญั ระดับนานาชาติและระดบั ชาติ
อนั ถือไดว้ า่ เปน็ มาตรการทางกฎหมายท่ีจะชว่ ยปอ้ งกนั การทำ� ลายพื้นทีป่ า่ พรุจากการพฒั นา แต่ก็อาจเกดิ ปัญหาการตคี วามไดว้ า่ แคไ่ หน
เพยี งไรจึงจะถือว่ามีแนวโน้มจะกอ่ ให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงระบบนิเวศของพ้ืนทช่ี มุ่ น้ำ�
(2) พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพ
สงิ่ แวดลอ้ มแห่งชาติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2561
พระราชบัญญตั ิส่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535 แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตสิ ง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 มาตรา 48 ได้ให้อ�ำนาจแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติเป็นผู้ก�ำหนดประเภทและขนาดของโครงการ หรือกิจการของส่วนราชการ
รฐั วสิ าหกจิ หรอื เอกชน ทต่ี อ้ งจดั ทำ� รายงานการประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเพอื่ ประโยชนใ์ นการสง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม
โดยหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขในการจดั ทำ� รายงานการประเมนิ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มแตกตา่ งกนั ตามประเภท หรอื ขนาดของโครงการ
หรือกิจการ หรือการด�ำเนินการก็ได้ และอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสาระส�ำคัญเก่ียวกับรายละเอียดโครงการ การประเมินทางเลือก

158 |

ในการด�ำเนินการ การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลกระทบ
สง่ิ แวดลอ้ ม มาตรการป้องกนั แก้ไขผลกระทบสง่ิ แวดล้อม และการชดเชยเยยี วยาความเดือดร้อนหรอื เสียหาย ใหส้ ำ� นกั งานนโยบายและ
แผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มเสนอคณะกรรมการสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาตเิ พอื่ พจิ ารณาทบทวนประกาศตามวรรคหนง่ึ ทกุ รอบระยะ
เวลาห้าปี หรือในกรณที ่มี คี วามจำ� เป็นจะด�ำเนนิ การใหเ้ รว็ กวา่ น้นั ก็ได้
มาตรการดังกล่าว ถือเป็นมาตรการทางกฎหมายท่ีจะช่วยป้องกันพื้นท่ีป่าพรุควนเคร็งจากการการด�ำเนินโครงการหรือกิจการของ
สว่ นราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนไดด้ ีในระดบั หน่ึง นอกจากนแี้ ล้วมาตรการทางกฎหมายดังกล่าว ก็ยังมีการบัญญตั ิรองรบั สิทธขิ อง
ประชาชนในการเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม กลา่ วคอื ในขน้ั ตอนของการจดั ทำ� รายงานการประเมนิ
ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมมีการกำ� หนดให้ตอ้ งมีการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชน และผมู้ สี ว่ นไดเ้ สียด้วย (จิตรประภา, 2554, น.47–53)
มาตรการทางกฎหมายเก่ยี วกับการควบคมุ การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าพรุ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ได้มีความหมายเฉพาะเพียงการเก็บรักษาทรัพยากรน้ันไว้เท่านั้น แต่ยังหมายถึง การรู้จักใช้
ทรพั ยากรธรรมชาตใิ หเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวมมากทสี่ ดุ และใชไ้ ดเ้ ปน็ ระยะเวลายาวนานทสี่ ดุ ทง้ั นจ้ี ะตอ้ งลดการใชท้ รพั ยากรโดยเปลา่
ประโยชนใ์ หน้ อ้ ยทสี่ ดุ หรอื เรยี กวา่ การใชอ้ ยา่ งยง่ั ยนื และเพอื่ ใหเ้ กดิ การใชท้ รพั ยากรอยา่ งยงั่ ยนื ในพนื้ ทพ่ี รคุ วนเครง็ จงึ มกี ารใชม้ าตรการ
เพอื่ ควบคมุ การใชป้ ระโยชน์ ดงั นี้
กฎหมายเกย่ี วกับการควบคุมการใชป้ ระโยชน์ที่ดินในพนื้ ทปี่ า่ พรุ
• เขตหา้ มล่าสตั ว์ปา่ คอื พน้ื ทีท่ ี่ก�ำหนดขน้ึ ตามพระราชบัญญัตสิ งวนและคุ้มครองสตั วป์ า่ พ.ศ. 2562 บญั ญัตวิ ่า “บริเวณพนื้ ทใ่ี ดทม่ี ิได้
เป็นที่ดนิ ทม่ี ีหนงั สอื แสดงกรรมสิทธ์ิ หรือสิทธิครอบครอง ตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ หรอื กฎหมายอนื่ ของบุคคลใด เวน้ แตเ่ ป็นท่ีดนิ ของ
หนว่ ยงานของรฐั สมควรอนรุ กั ษไ์ วใ้ หเ้ ปน็ แหลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั หรอื แหลง่ หากนิ ของสตั วป์ า่ ชนดิ ใด หรอื ประเภทใด รฐั มนตรโี ดยความเหน็ ชอบ
ของคณะกรรมการจะก�ำหนดใหเ้ ปน็ เขตหา้ มลา่ สตั ว์ป่าชนดิ หรอื ประเภทนัน้ ได้ โดยท�ำเป็นประกาศในราชกิจจานเุ บกษาและใหม้ ีแผนท่ี
แสดงแนวเขตนั้นด้วย” โดยมมี าตรการบงั คบั หรอื มาตรการคมุ้ ครองในพน้ื ท่ีดังกล่าวเปน็ ไปตามทก่ี �ำหนดในพระราชบญั ญัติ
ดังน้ันในพื้นท่ีดังกล่าว จึงมีการก�ำหนดมาตรการท่ีเก่ียวกับการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินไว้อย่าง เคร่งครัด โดยหลักแล้วจะเป็นการห้ามเข้า
ยดึ ถอื ครอบครอง หรอื ใชป้ ระโยชนใ์ นพนื้ ที่ แตก่ อ็ นโุ ลมใหเ้ ฉพาะในกรณที ไ่ี ดร้ บั อนญุ าตเปน็ หนงั สอื จากอธบิ ดกี รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่
และพนั ธพ์ุ ชื เป็นการเฉพาะ และต้องเปน็ การอนุญาตเปน็ คราว ๆ ไป ถือเป็นมาตรการที่ช่วยในการอนุรักษ์และคมุ้ ครองพนื้ ท่ีดังกล่าว
รวมถึงยงั มผี ลเป็นการคมุ้ ครองความหลากหลายทางชีวภาพในพ้ืนท่ปี า่ พรอุ กี ด้วย
• พระราชบัญญัติปา่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507 แมจ้ ะมเี จตนารมณ์ เพือ่ การรักษาสภาพป่าไม้ ของปา่ หรอื ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ืน่ ในพ้นื ที่
ป่าสงวนแห่งชาติ แต่พระราชบัญญัติดังกล่าว ก็มีการอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ท่ีดินในพื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติได้ โดยก�ำหนดมาตรการ
ควบคมุ การใชท้ ด่ี นิ ในพน้ื ทดี่ งั กลา่ ว เชน่ การอนญุ าตใหบ้ คุ คลหนง่ึ บคุ คลใด เขา้ ทำ� ประโยชนห์ รอื อยอู่ าศยั ในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ ซงึ่ มกี าร
ระบุถึงระยะเวลา และการเก็บค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีพรุท่ีเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามมาตราน้ี
เปน็ การอนญุ าตใหป้ ระชาชนทว่ั ไป สามารถใชป้ ระโยชนไ์ ด้ โดยขออนญุ าตตามระเบยี บกรมปา่ ไมว้ า่ ดว้ ยการอนญุ าตใหเ้ ขา้ ทำ� ประโยชนห์ รอื
อยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2548 โดยมิให้ถือว่าเป็นการได้มาซ่ึงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน และสามารถ
เพิกถอนได้หากละท้ิงไม่ท�ำประโยชน์หรือไม่อยู่อาศัยในท่ีดินท่ีได้รับอนุญาตติดต่อกันเกินระยะเวลาสองปี หรือยินยอมให้บุคคลอื่น
นอกจากบุคคลในครอบครวั เขา้ ท�ำประโยชน์ หรือไม่ปฏบิ ัติตามหลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไขในระเบยี บทอี่ ธิบดกี �ำหนด
แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันน้ี จ�ำนวนประชากรในพ้ืนท่ีพรุควนเคร็งได้เพ่ิมขึ้นอย่างมาก น�ำไปสู่การขยายตัวของชุมชนทั้งในพ้ืนท่ีพรุและ
บริเวณโดยรอบพรุ และเกิดการเขา้ ทำ� ประโยชนโ์ ดยไมข่ ออนุญาตอยา่ งกว้างขวาง หากมีการปลอ่ ยให้ประชาชนใช้ทรพั ยากรในพืน้ ท่ีพรุ
อยา่ งไมม่ ขี ดี จำ� กดั กจ็ ะทำ� ใหท้ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มในบรเิ วณดงั กลา่ วรอ่ ยหรอลงและเสอ่ื มโทรมไปในทสี่ ดุ กรณกี ารอนญุ าต

| 159

ให้ใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีป่าพรุ จึงต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลผู้ขออนุญาต และสภาพของพื้นท่ีป่าสงวนอย่างเคร่งครัด
เพราะมิฉะน้ันแล้วอาจจะท�ำให้เกิดการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายน้ีบุกรุกพ้ืนที่ป่าพรุควนเคร็งเข้าไปใช้ประโยชน์จนเป็นป่าเส่ือมโทรม
และท�ำให้ผู้บุกรุกน้ันได้สิทธิท่ีจะขอใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ดังกล่าวได้ อันจะน�ำไปสู่ความสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของป่าและเป็นการ
สูญเสียความหลากหลายทางชวี ภาพอันเปน็ ลกั ษณะสำ� คัญในพ้ืนท่ปี ่าพรุควนเคร็งด้วย
• พน้ื ท่ีปา่ พรคุ วนเครง็ ท่อี ยู่ในเขตปา่ ไมถ้ าวรตามมติคณะรัฐมนตรี แม้จะถือว่าเป็น “ปา่ ”ตามความหมายในมาตรา 4 แห่งพระราชบญั ญตั ิ
ป่าไม้ พ.ศ. 2484 แต่การขออนุญาตเข้าท�ำประโยชน์ในพื้นท่ีป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 น้ัน ใช้บังคับ
กับเฉพาะทีด่ นิ ทย่ี งั มิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายท่ีดนิ หรือทีด่ นิ ของรัฐทีร่ กรา้ งวา่ งเปล่า ทมี่ ใิ ชป่ ่าสงวนแหง่ ชาติหรอื ปา่ ไม้ถาวรตามมติ
คณะรัฐมนตรีดังน้ัน การอนุญาตให้ท�ำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นท่ีป่าพรุควนเคร็งที่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีจึงต้อง
พิจารณาระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าท�ำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2539 เมื่อพิจารณา
หลกั เกณฑ์ตามระเบียบดังกล่าวแล้ว
มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวน้ี ถือว่าเป็นการควบคุมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นท่ีป่าพรุบริเวณดังกล่าวได้เพียงระดับ
หนงึ่ เทา่ นนั้ เนอื่ งจากมหี ลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไขในการอนญุ าตทไ่ี มเ่ ขม้ งวดมากนกั ยงั ไมส่ อดคลอ้ งกบั แนวทางการอนรุ กั ษพ์ น้ื ทปี่ า่ พรทุ เ่ี ปน็
พ้ืนที่ท่ีมีระบบนิเวศที่เปาะบางอาจไดร้ บั การกระทบกระเทือนจากการดำ� เนินกจิ กรรมของมนษุ ยไ์ ด้
กฎหมายเก่ียวกบั การคุ้มครองทรพั ยากรสตั วป์ า่ ในพ้นื ทป่ี า่ พรุ
พ้นื ท่ปี ่าพรคุ วนเคร็ง ถือเป็นลกั ษณะหนึ่งของพ้ืนทชี่ มุ่ นำ�้ จึงเป็นทอ่ี ยอู่ าศยั ของสัตว์ปา่ และสัตว์น้�ำนานาชนดิ ถือเปน็ แหล่งทรพั ยากรทาง
อาหารทส่ี ำ� คญั ของประชาชนในพนื้ ที่ แตป่ รากฏวา่ การเขา้ ใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการทำ� ประมงทผี่ ดิ วธิ ใี นพนื้ ทป่ี า่ พรุ
ควนเครง็ ทำ� ใหส้ ตั ว์นำ�้ ในพ้ืนทีล่ ดจำ� นวนลงอย่างรวดเรว็ ถือเปน็ ปญั หาทส่ี �ำคญั ทีต่ อ้ งได้รับการแกไ้ ขอย่างเร่งดว่ น
ทรพั ยากรสัตวป์ า่ ในพืน้ ท่ปี า่ พรคุ วนเครง็ นน้ั มมี าตรการทางกฎหมายท่คี มุ้ ครองในแตล่ ะพื้นท่ีทแี่ ตกตา่ งกันไป ไดแ้ ก่
• พระราชบัญญตั สิ งวนและคมุ้ ครองสัตว์ปา่ พ.ศ. 2562 มีบทบญั ญัตใิ นการคุ้มครองสตั วใ์ นเขตหา้ มลา่ สตั วไ์ วว้ ่า ในเขตห้ามลา่ สตั วป์ ่านน้ั
ห้ามล่าสัตว์ป่าชนิดหรือประเภทที่ก�ำหนดไว้ในประกาศจัดต้ังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าน้ัน และห้ามมิให้เก็บหรือท�ำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่า
ซง่ึ หา้ มมใิ ห้ลา่ นั้น พรอ้ มทั้งมีบัญญตั ิกำ� หนดโทษผ้ทู ี่ฝ่าฝืนมาตรการทางกฎหมายดังกล่าวไว้
• พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มีแนวคิดในการอนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติ คือการสงวนและรักษาไว้ซ่ึงทรัพยากรป่าไม้
เพ่ือประโยชน์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน แต่ในพ้ืนท่ีดังกล่าวก็มีการก�ำหนดมาตรการทางกฎหมายเก่ียวกับการอนุรักษ์และ
คุ้มครองทรพั ยากรสตั ว์ไว้ด้วยเช่นกนั กล่าวคือ ในบทบัญญัติ มาตรา 14 นั้น บัญญตั ิเก่ียวกบั การหา้ มมใิ ห้บุคคลใดเกบ็ หาของป่า ซ่ึงของ
ปา่ ตามพระราชบัญญัตดิ ังกลา่ วนี้ หมายความถงึ ซากสัตว์ ไข่ หนงั เขา นอ งา กราม ขนาย กระดูก ขน รงั นก ครง่ั รังผง้ึ นำ้� ผ้งึ ขผ้ี งึ้ และ
มูลค้างคาว ด้วย อันจะเป็นผลช่วยอนรุ กั ษ์และค้มุ ครองทรัพยากรสัตว์ปา่ ไดใ้ นระดบั หน่งึ
• เน่ืองจากเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีน้ัน เป็นเพียงแนวเขตท่ีคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ก�ำหนดข้ึนเพ่ือสงวนและคุ้มครองป่าไม้
เป็นลักษณะหนึง่ ของปา่ ไม้อันอยู่ภายใต้บงั คับของพระราชบัญญตั ิปา่ ไม้ พ.ศ. 2484 ซ่งึ ไมม่ ีบทบัญญัตใิ นส่วนที่เกยี่ วกบั การอนรุ ักษ์และ
คมุ้ ครองสตั วป์ า่ มเี พยี งบทบัญญัตหิ า้ มมิให้เก็บหาของปา่ หวงหา้ ม เวน้ แตก่ รณที ไี่ ด้รบั อนญุ าตจากพนักงานเจา้ หนา้ ทเี่ ทา่ นั้น
• พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติการประมง (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2528 และทแ่ี ก้ไขเพ่ิมเติมโดย
ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ที่ 105 มมี าตรการทางกฎหมายทหี่ า้ มทำ� การประมง โดยวธิ กี ารทำ� ลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
โดยห้ามเท ท้ิง ระบาย หรอื ท�ำใหว้ ตั ถุมีพิษลงไปในที่จับสตั ว์น้ำ� หรอื กระทำ� การใด ๆ อันทำ� ใหส้ ัตว์น�้ำมนึ เมาหรอื เป็นอนั ตรายต่อสตั ว์น้ำ�
หรือท�ำให้ที่จับสัตว์น้�ำเกิดมลพิษ เว้นแต่จะเป็นการทดลองเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

160 |

ห้ามมใิ หบ้ คุ คลใดใช้กระแสไฟฟา้ ท�ำการประมงในทจี่ บั สัตว์น�้ำ หรือใช้วัตถุระเบดิ ในทจ่ี บั สตั ว์น�ำ้ ไมว่ า่ ในกรณใี ด นอกจากน้ีกม็ กี ารควบคมุ
เครื่องมือประมง ฤดูกาลท�ำประมง และชนิดของสัตว์น้�ำที่ห้ามมิให้ท�ำการประมง โดยพระราชบัญญัติฉบับน้ี ได้ให้อ�ำนาจแก่รัฐมนตรี
วา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ว่าราชการจังหวดั ในการออกประกาศเพือ่ ควบคมุ เกีย่ วกับชนิด จ�ำนวนและส่วนประกอบของ
เครอื่ งมอื ทใ่ี ชจ้ บั สตั วน์ ำ�้ โดยกำ� หนดมใิ หใ้ ชเ้ ครอ่ื งมอื อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ กำ� หนดวธิ กี ารทำ� ประมงในฤดวู างไข่ ชนดิ ขนาด และจำ� นวนอยา่ งสงู
ของสัตว์น�้ำท่ีอนุญาตให้ท�ำการประมง ตลอดจนการก�ำหนดห้ามมิให้ท�ำการประมงสัตว์น้�ำชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเด็ดขาด และได้มีการ
ก�ำหนดโทษทางอาญาแก่บุคคลท่ีกระท�ำผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงสามารถใช้เป็นมาตรการในการคุ้มครองทรัพยากรสัตว์น�้ำ
ทอี่ ยอู่ าศยั ในพน้ื ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ รวมถงึ เปน็ มาตรการทจี่ ะชว่ ยอนรุ กั ษพ์ นั ธส์ุ ตั วน์ ำ�้ ในพนื้ ทบ่ี รเิ วณดงั กลา่ วมใิ หเ้ กดิ การสญู พนั ธไ์ุ ดอ้ กี ดว้ ย
(จิตรประภา, 2554, น.53–68)
กฎหมายเกีย่ วกบั การจดั การพนื้ ท่ปี า่ ไม้ในพืน้ ทป่ี า่ พรุ
การจดั การพืน้ ทีป่ า่ ไม้ในพน้ื ทปี่ า่ พรคุ วนเคร็ง มีมาตรการทางกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง คือ พระราชบญั ญัติปา่ ไม้ พ.ศ. 2484 ซึง่ เปน็ มาตรการ
ทางกฎหมายทใ่ี ชบ้ งั คบั กบั พนื้ ทป่ี า่ พรคุ วนเครง็ ไดท้ ง้ั พน้ื ทที่ เ่ี ปน็ ปา่ สงวนแหง่ ชาตแิ ละพน้ื ทป่ี า่ พรทุ เ่ี ปน็ พนื้ ทปี่ า่ ไมถ้ าวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี
มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
ซ่งึ สามารถแยกพิจารณาตามประเภทของพืน้ ทไี่ ด้ ดังนี้
• การจดั ตง้ั เขตห้ามลา่ สตั ว์ปา่ คือ การสงวนและค้มุ ครองพนั ธ์ุสัตวป์ ่า และการรักษาถนิ่ ทีอ่ ยอู่ าศยั ของสตั ว์ป่า ซึง่ ถิ่นทอี่ ยอู่ าศัยทีส่ �ำคัญ
ของสัตวป์ า่ กค็ ือ ป่าไม้ ดงั นน้ั เพอื่ เป็นการรกั ษาถิ่นทอี่ ยอู่ าศยั ที่ส�ำคญั ของสัตว์ปา่ พระราชบญั ญตั สิ งวนและค้มุ ครองสัตว์ปา่ พ.ศ. 2562
จึงมีมาตรการเกี่ยวกับการจัดการไม้ในส่วนของพื้นท่ีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าไว้ กล่าวคือ ห้ามมิให้ตัด โค่น แผ้วถาง เผา ท�ำลายต้นไม้ หรือ
พฤกษชาตอิ ื่น ในพน้ื ทีด่ ังกล่าว เวน้ แตเ่ ปน็ ทีไ่ ดร้ บั อนุญาตเปน็ หนงั สือจากอธิบดีกรมอุทยานแหง่ สตั ว์ปา่ และพันธุ์พืช หรอื เปน็ กรณไี ด้
ประกาศอนญุ าตเป็นคราว ๆ ในพน้ื ที่ใดพ้นื ที่หนง่ึ เป็นการเฉพาะ หรือเปน็ กรณีท่พี นักงานเจา้ หน้าท่ีหรือพนักงานอนื่ ใดมคี วามจ�ำเป็นต้อง
ปฏบิ ตั กิ ารตามกฎหมาย เชน่ การทพ่ี นกั งานเจา้ หนา้ ทม่ี คี วามจำ� เปน็ ตอ้ งตดั โคน่ หรอื เผาตน้ ไมเ้ พอื่ ทำ� แนวเขตปอ้ งกนั ไฟปา่ เปน็ ตน้ หรอื การ
อนญุ าตในกรณขี องการปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื ประโยชนใ์ นการศกึ ษาหรอื วจิ ยั ทางวชิ าการ ถอื เปน็ มาตรการทจี่ ะชว่ ยอนรุ กั ษแ์ ละคมุ้ ครองทรพั ยากร
ปา่ ไม้อนั เปน็ ถ่นิ ท่ีอย่อู าศยั ของสตั ว์ปา่ และมีผลเปน็ การอนรุ กั ษแ์ ละคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นทป่ี า่ พรุได้เปน็ อยา่ งดี
• การจัดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ คือ การสงวนและรักษาไว้ ซ่ึงทรัพยากรป่าไม้ เพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
กฎหมายจึงมีท้ังการห้ามมิให้บุกรุก หรือหาของป่า หรือเข้าไปก่อสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซ่ึงการท�ำไม้ถือว่าเป็นกรณีหนึ่งที่ถือว่า
เป็นการบุกรุก หรือท�ำลายสภาพป่าสงวนแห่งชาติ ท่ีมีก�ำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 – 20
โดยในพืน้ ที่ป่าสงวนแหง่ ชาตินัน้ หา้ มการทำ� ไม้ซึ่งรวมถงึ การตัด ขุด หรอื ชักลากไม้ที่มอี ย่ใู นป่าหรอื นำ� ไมท้ อี่ ยูใ่ นป่าออกมาจากปา่ สงวน
แหง่ ชาติ ไม่ว่าไม้นนั้ จะเปน็ ไม้ หวงห้ามหรอื ไมก่ ต็ าม
• พ้ืนที่ป่าพรุในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ถือว่าเป็นพื้นท่ีป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 จึงสามารถน�ำมาตรการ
ทางกฎหมายตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวมาปรับใช้ได้ ซ่ึงก็รวมถึงการจัดการไม้ในพื้นท่ีป่าพรุในบริเวณนี้ด้วยโดย
พระราชบญั ญตั ปิ า่ ไม้ พ.ศ. 2484 มมี าตรการทเี่ กยี่ วกบั การจดั การไมใ้ นพนื้ ทป่ี า่ ไม้ คอื การหา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดตดั ไมท้ ก่ี ำ� หนดไวว้ า่ เปน็ ไมห้ วงหา้ ม
เพ่ือทางการค้า ทั้งนี้เพราะเป็นไม้ที่มีความส�ำคัญ และก�ำลังจะหมดไป แต่ส�ำหรับการน�ำไม้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ�ำวัน ผู้ท่ีตัดไม้
ทีถ่ กู ควบคุมดงั กลา่ ว จะตอ้ งขออนญุ าตจากเจา้ หน้าทีก่ รมปา่ ไม้
การทำ� ไม้ ซ่งึ เปน็ การกระท�ำตอ้ งห้าม และมีโทษทางอาญาตามพระราชบญั ญตั ินี้ ไดแ้ ก่ การตดั ฟนั กาน โค่น ลิด เลอ่ื ย ผา่ ถาก ทอน
ขดุ ชกั ลากไมใ้ นป่า หรอื น�ำไม้ออกจากป่าดว้ ยประการใด ๆ นอกจากนกี้ ฎหมายยังหา้ มการเจาะ หรือสบั หรือเผา หรือการท�ำอนั ตรายแก่
ไมห้ วงห้ามอีกดว้ ย ทง้ั น้ี ถ้าไมไ่ ด้รับอนญุ าตจากเจ้าหนา้ ท่ตี อ้ งมีโทษทางกฎหมาย

| 161

ในการจดั การไมต้ ามพระราชบญั ญตั ิปา่ ไม้ พ.ศ. 2484 มีเปา้ หมายหลกั เพื่อคุ้มครองไมห้ วงห้ามทีม่ คี ุณคา่ ทางเศรษฐกจิ แต่ในพน้ื ทปี่ ่าพรุ
ควนเครง็ นนั้ ไมส้ ว่ นใหญเ่ ปน็ ไมจ้ ำ� พวก เสมด็ เทย๊ี ะ สมอทะเล แคนำ�้ และกระจดู เปน็ ตน้ ไมถ่ อื เปน็ ไมห้ วงหา้ มตามพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ ว
ดังนัน้ เงื่อนไขและหลกั เกณฑใ์ นการใชป้ ระโยชน์ทรพั ยากรไมใ้ นพื้นทปี่ า่ พรุที่เปน็ ปา่ ไม้ถาวรตามมตคิ ณะรัฐมนตรจี ึงถือวา่ ยงั ไมส่ อดคลอ้ ง
กบั สภาพพนื้ ท่ี ทำ� ใหม้ ีการเขา้ ใชท้ รพั ยากรไมใ้ นพืน้ ทด่ี ังกลา่ วอย่างฟ่มุ เฟอื ย ไม่ค�ำนึงผลกระทบจากการทีป่ ่าเส่อื มโทรม ท�ำให้พ้ืนท่ปี า่ พรุ
บรเิ วณน้ีเสื่อมโทรมลงอยา่ งมาก ทำ� ใหค้ วามอดุ มสมบูรณแ์ ละมีความหลากหลายทางชีวภาพต้องสูญเสยี ไป
มาตรการกฎหมายท่ีเกยี่ วกบั การควบคมุ ไฟปา่
ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเก่ียวกับการควบคุมไฟป่าโดยตรง ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงอาศัยพระราชบัญญัติเกี่ยวกับป่าไม้ 6 ฉบับ
ที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามจุดไฟเผาป่า และมีบทก�ำหนดโทษผู้ท่ีฝ่าฝืนกฏหมายดังกล่าว ได้ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484,
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติสภาต�ำบลและองค์การ
บรหิ ารส่วนตำ� บล พ.ศ.2537 มาบังคบั ใช้
กฎหมายทีเ่ ก่ยี วกับการป้องกันและควบคุมไฟป่า
• พระราชบัญญตั ปิ า่ ไม้ พ.ศ.2484
“มาตรา 54 แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตปิ า่ ไม้ (ฉบบั ท่ี 5) พ.ศ.2518 ห้ามมใิ หผ้ ู้ใด ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระท�ำด้วย
ประการใด ๆ อันเป็นการท�ำลายป่า หรอื เข้ายึดถอื หรือครอบครองปา่ เพ่อื ตนเองหรอื ผ้อู น่ื เว้นแต่จะกระทำ� ภายในเขตทไ่ี ด้จ�ำแนกไวเ้ ปน็
ประเภทเกษตรกรรม และรัฐมนตรีไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาหรอื โดยไดร้ ับใบอนญุ าตจากพนกั งานเจา้ หน้าท่ี
การขออนญุ าต และการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละเง่อื นไขทกี่ ำ� หนดในกฎกระทรวง”
“บทกำ� หนดโทษตามมาตรา 72 ตรี ผู้ใดฝ่าฝนื หรอื ไม่ปฏิบัตติ ามมาตรา 54 ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไม่เกินหา้ ปี หรือปรบั ไม่เกินห้าหม่นื บาท
หรือทง้ั จำ� ทัง้ ปรบั
ในกรณคี วามผดิ ตามมาตราน้ี ถา้ ไดก้ ระทำ� เปน็ เนอื้ ทเ่ี กนิ ยสี่ บิ หา้ ไร่ ผกู้ ระทำ� ความผดิ ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ตงั้ แตส่ องปถี งึ สบิ หา้ ปี และปรบั
ตง้ั แตห่ น่งึ หมื่นบาทถึงหนึง่ แสนบาท
ในกรณที ม่ี คี ำ� พพิ ากษาชขี้ าดวา่ บคุ คลใดกระทำ� ความผดิ ตามมาตรานี้ ถา้ ปรากฎวา่ บคุ คลนน้ั ไดย้ ดึ ถอื ครอบครองปา่ ทต่ี นไดก้ ระทำ� ความผดิ
ศาลมีอำ� นาจท่สี ัง่ ให้ผกู้ ระทำ� ผิด คนงาน ผรู้ บั จา้ ง ผ้แู ทน และบรวิ ารของผกู้ ระทำ� ผดิ ออกไปจากป่านั้นได้ดว้ ย
• พระราชบญั ญัติปา่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507
“มาตรา 14 แก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั ปิ ่าสงวนแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.2528 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิใหบ้ ุคคลใดยดึ ถือ
ครอบครองท�ำประโยชน์หรืออยู่อาศยั ในทีด่ นิ ก่อสร้าง แผว้ ถาง เผาป่า ทำ� ไม้ เกบ็ หาของปา่ หรือกระทำ� ดว้ ยประการใด ๆ อันเป็นการ
เสื่อมเสียแกส่ ภาพป่าสงวนแห่งชาติ เว้นแต่
2.1) ทำ� ไมห้ รอื เกบ็ หาของปา่ ตามมาตรา 15 เขา้ ทำ� ประโยชนห์ รอื อยอู่ าศยั ตามมาตรา 16 มาตรา 16 ทวิ หรอื มาตรา 16 ตรี กระทำ� การตาม
มาตรา 17 ใชป้ ระโยชน์ตามมาตรา 18 หรือกระท�ำการตามมาตรา 19 หรอื มาตรา 20

162 |

2.2) ทำ� ไมห้ วงหา้ มหรอื เกบ็ หาของป่างป่าหวงห้ามตามกฎหมายวา่ ดว้ ยป่าไม้
“มาตรา 18 ฐานไมป่ ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บทีอ่ ธิบดีก�ำหนด
“บทก�ำหนดโทษตามมาตรา 31 แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.2559 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 14
ตอ้ งระวางโทษจ�ำคุกตั้งแตห่ น่ึงปถี งึ สิบปี และปรบั ตง้ั แต่สองหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท
ในกรณีความผดิ ตามมาตราน้ี ถา้ ไดก้ ระท�ำเป็นเนอ้ื ทเี่ กินยี่สิบหา้ ไร่ หรือกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายแก่

(1) ไมส้ กั ไม้ยาง ไมส้ นเขา หรอื ไม้หวงหา้ ม ประเภท ข. ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยป่าไม้ หรอื
(2) ไม้อ่ืนที่เป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหน่ึง หรือท้ังสองอย่างรวมกันเกินย่ีสิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกิน

สลี่ ูกบาศก์เมตร หรอื
(3) ตน้ นำ�้ ลำ� ธาร หรือ
(4) พนื้ ท่ชี ายฝั่ง
ผกู้ ระทำ� ความผดิ ตอ้ งระวางโทษจ�ำคุกต้ังแต่สปี่ ถี ึงยี่สบิ ปี และปรับต้งั แตส่ องแสนบาทถึงสองลา้ นบาท
ในกรณีที่มีค�ำพิพากษาชี้ขาดว่าบุคคลใดกระท�ำความผิดตามมาตรานี้ ถ้าปรากฏว่าบุคคลน้ันยึดถือ หรือครอบครองท่ีดินในเขตป่าสงวน
แห่งชาติ ศาลมีอ�ำนาจสั่งให้ผู้กระท�ำความผิด คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของผู้กระท�ำความผิดออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ
ตลอดจนส่ังให้ผู้กระท�ำความผิดรื้อถอนส่ิงปลูกสร้าง หรือน�ำสิ่งใด ๆ อันก่อให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติออกจาก
ปา่ สงวนแห่งชาติภายในระยะเวลาท่ีกำ� หนด
• พระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
“มาตรา 19 ภายในอทุ ยานแหง่ ชาติ หา้ มมใิ หบ้ ุคคลใดกระท�ำการอย่างหน่ึงอยา่ งใด ดงั ตอ่ ไปนี้
3.1) ยดึ ถอื หรอื ครอบครองทดี่ นิ กอ่ สร้าง แผ้วถาง เผาปา่ หรือกระท�ำ ดว้ ยประการใด ๆ ให้เสือ่ มสภาพ หรอื เปลีย่ นแปลงสภาพ

พ้ืนทไ่ี ปจากเดิม
3.2) เกบ็ หา นำ� ออกไป กระทำ� ด้วยประการใด ๆ ให้เปน็ อนั ตราย หรือทำ� ให้เสือ่ มสภาพ ซง่ึ ไม้ ดนิ หิน กรวด ทราย แร่ ปโิ ตรเลยี ม

หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระท�ำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
3.3) ลอ่ หรือนำ� สตั ว์ป่าออกไป หรอื กระท�ำใหเ้ ปน็ อันตรายแกส่ ัตว์ป่าด้วยประการใด ๆ
3.4) เปลย่ี นแปลงทางน้�ำ หรอื ทำ� ให้น้�ำในลำ� นำ�้ ลำ� หว้ ย หนอง บึง ทะเล ท่วมทน้ เหอื ดแห้งเน่าเสีย หรือเปน็ พิษ
3.5) ปิดก้ัน หรอื ท�ำใหก้ ีดขวางแกท่ างน�ำ้ หรอื ทางบก
3.6) เข้าไปด�ำเนนิ กิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์
3.7) นำ� เครอ่ื งมอื สำ� หรบั ลา่ สตั ว์ หรอื จบั สตั ว์ หรืออาวุธใด ๆ เขา้ ไป
3.8) ยงิ ปืน ทำ� ใหเ้ กิดระเบิด หรอื จดุ ดอกไมเ้ พลิง
3.9) ท้งิ สิง่ ท่ีเป็นเชอ้ื เพลงิ ซง่ึ อาจทำ� ให้เกิดเพลงิ ไหม้
3.10) กระท�ำใหห้ ลกั เขต หรือเครอ่ื งหมายแสดงแนวเขต ซึ่งพนกั งานเจา้ หน้าท่ีจดั ให้มีตามพระราชบัญญตั ิน้ี เคลอื่ นท่ี ลบเลอื น
เสยี หาย สูญหาย หรอื ไร้ประโยชน”์

| 163

บทกำ� หนดโทษตามมาตรา 41 ผใู้ ดยดึ ถอื หรอื ครอบครองทด่ี นิ กอ่ สรา้ ง แผว้ ถาง เผาปา่ หรอื กระทำ� ดว้ ยประการใด ๆ ใหเ้ สอ่ื มสภาพ หรอื
เปลีย่ นแปลงสภาพพืน้ ท่ีไปจากเดมิ ในอทุ ยานแหง่ ชาติ วนอุทยานสวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรกุ ขชาติ อันเป็นการฝ่าฝนื มาตรา 19 (1)
ตอ้ งระวางโทษจำ� คุกตัง้ แตส่ ปี่ ีถึงย่ีสิบปี หรือปรับต้งั แต่สี่แสนบาทถงึ สองล้านบาท หรือท้ังจ�ำทัง้ ปรบั
ในกรณคี วามผดิ ตามวรรคหนง่ึ ถา้ ไดก้ ระทำ� ในพนื้ ทล่ี มุ่ นำ�้ ชนั้ ที่ 1 หรอื พน้ื ทลี่ มุ่ นำ้� ชนั้ ที่ 2 ตามทค่ี ณะรฐั มนตรกี ำ� หนด หรอื พนื้ ทเ่ี ปราะบาง
ของระบบนเิ วศ หรือความหลากหลายทางชวี ภาพ ผู้กระท�ำ ตอ้ งระวางโทษหนกั กว่าโทษท่ีกฎหมายบญั ญตั ไิ วใ้ นวรรคหนึ่งกึง่ หน่งึ ”
“บทกำ� หนดโทษตามมาตรา 42 ผใู้ ดเกบ็ หา นำ� ออกไป กระทำ� ดว้ ยประการใด ๆ ใหเ้ ปน็ อนั ตราย หรอื ทำ� ใหเ้ สอื่ มสภาพ ซงึ่ ไม้ ดนิ หนิ กรวด
ทราย แร่ ปโิ ตรเลยี ม หรอื ทรพั ยากรธรรมชาตอิ น่ื หรอื กระทำ� การอน่ื ใดอนั สง่ ผลกระทบตอ่ ระบบนเิ วศ ความหลากหลายทางชวี ภาพ หรอื
ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มในอทุ ยานแหง่ ชาติ วนอทุ ยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรอื สวนรุกขชาติ อันเปน็ การฝ่าฝืนมาตรา 19 (2)
ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจ�ำท้ังปรับในกรณีความผิดตามวรรคหน่ึง ถ้าเป็นการกระทำ� แก่
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลและมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองพันบาท ผู้กระท�ำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
หา้ พันบาท ในกรณีความผดิ ตามวรรคหน่งึ ถ้าเปน็ การกระทำ� ท่ีได้กอ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายแกไ่ มท้ เ่ี ป็นตน้ หรอื เป็นท่อนอยา่ งใดอย่างหน่ึง
หรือท้งั สองอย่างรวมกนั เกินยสี่ ิบตน้ หรือทอ่ น หรือรวมปรมิ าตรไม้เกินสลี่ กู บาศก์เมตร ผูก้ ระทำ� ต้องระวางโทษจำ� คกุ ตั้งแต่ส่ีปถี งึ ยสี่ บิ ปี
และปรับตง้ั แตส่ ่แี สนบาทถึงสองล้านบาท
“บทกำ� หนดโทษตามมาตรา 43 ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา 19 (3) หรอื (4) ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ หา้ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ แสนบาท หรอื ทง้ั จำ�
ทั้งปรบั
“บทกำ� หนดโทษตามมาตรา 44 ผู้ใดฝา่ ฝืนมาตรา 19 (5) (6) (8) หรอื (9) ต้องระวางโทษจำ� คกุ ไม่เกนิ สองปี หรอื ปรับไม่เกนิ สองแสนบาท
หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ
“บทก�ำหนดโทษตามมาตรา 45 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 (7) ต้องระวางโทษปรับไม่เกนิ หน่ึงหม่นื บาท
“บทกำ� หนดโทษตามมาตรา 46 ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา 19 (10) ตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ สามปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สามแสนบาท หรอื ทง้ั จำ� ทง้ั ปรบั
• พระราชบัญญตั ิสงวนและคุ้มครองสัตวป์ า่ พ.ศ.2562
“มาตรา 67 เมื่อได้มีประกาศของรฐั มนตรีก�ำหนดเขตห้ามล่าสตั ว์ปา่ ชนิดหรอื ประเภทใดแล้วหา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดกระท�ำการ ดังตอ่ ไปน้ี
4.1) ล่าสัตวป์ ่าชนิด หรือประเภทน้นั หรอื เกบ็ หรือท�ำอันตรายแกร่ งั ของสตั วป์ ่าน้นั เวน้ แต่จะกระทำ� เพอ่ื การส�ำรวจ การศึกษา การวิจัย
หรือการทดลองทางวชิ าการ และได้รับอนุญาตเป็นหนงั สือจากอธิบดกี รมอทุ ยานแห่งชาติ สตั ว์ปา่ และพนั ธพุ์ ืช
4.2) ตดั โค่น แผว้ ถาง เผา ทำ� ลาย ตน้ ไม้ หรอื พฤกษชาตอิ ื่น หรอื ทำ� ลาย ท�ำใหเ้ สือ่ มสภาพ ขุด เกบ็ ซึง่ แร่ ดิน หิน กรวด ทราย ลกู รัง
ของป่า หรอื ทรพั ยากรธรรมชาตใิ ด ๆ หรือเล้ยี งสัตว์หรอื ปล่อยสตั ว์หรือสตั วป์ ่า หรอื เปล่ยี นแปลงทางนำ้� หรอื ท�ำให้น้ำ� ในลำ� น้�ำ ลำ� ห้วย
หนอง บงึ ท่วมท้น หรือเหอื ดแห้ง เปน็ พษิ หรอื เปน็ อันตรายตอ่ สตั วป์ า่ เวน้ แต่ไดร้ บั อนญุ าตเป็นหนังสอื จากอธิบดีกรมอุทยานแหง่ ชาติ
สตั วป์ า่ และพนั ธุพ์ ชื หรือเมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ไดป้ ระกาศอนญุ าตไว้เปน็ คราว ๆ ในเขตห้ามลา่ สัตว์ป่า
แห่งหนงึ่ แหง่ ใดโดยเฉพาะ

164 |

หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขการขออนญุ าต และการอนญุ าตตามวรรคหนงึ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บทอี่ ธบิ ดกี รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่
และพันธุ์พืช ก�ำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การกระท�ำของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
เจา้ พนกั งานอืน่ ใดทีม่ ีความจ�ำเป็นตอ้ งปฏิบตั ิการเพอ่ื ประโยชน์ในการสำ� รวจ การศึกษา การวจิ ยั หรอื การทดลองทางวชิ าการ หรือการ
คมุ้ ครอง รกั ษา หรอื ชว่ ยเหลอื สตั วป์ า่ แตต่ อ้ งปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมอทุ ยานแหง่ ชาตสิ ตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื กำ� หนดโดยความเหน็ ชอบ
ของคณะกรรมการ”
“บทก�ำหนดโทษตามมาตรา 103 ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา 67 (1) หรือ (2) ต้องระวางโทษจ�ำคกุ ไมเ่ กนิ เจ็ดปี หรือปรับไมเ่ กินเจ็ดแสนบาท หรือ
ท้ังจำ� ท้งั ปรับ
ในกรณีทกี่ ารฝ่าฝนื มาตรา 67 (2) เป็นการกระท�ำแกท่ รพั ยากรธรรมชาตทิ ส่ี ามารถเกดิ ใหม่ทดแทนได้ตามฤดกู าลและมมี ูลคา่ รวมกนั
ไมเ่ กินสองพันบาท ผ้กู ระทำ� ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กินห้าพันบาท
• พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสริมและรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ.2535
“มาตรา 97 ผู้ใดกระท�ำ หรอื ละเวน้ การกระท�ำดว้ ยประการใด โดยมิชอบดว้ ยกฎหมาย อันเป็นการท�ำลาย หรือทำ� ใหส้ ูญหาย หรอื เสีย
หายแกท่ รพั ยากรธรรมชาตซิ ่งึ เป็นของรฐั หรอื เป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน มหี นา้ ทีต่ อ้ งรับผดิ ชอบชดใชค้ า่ เสียหายให้แก่รัฐตามมูลคา่
ทงั้ หมดของทรัพยากรธรรมชาติท่ีถูกทำ� ลาย สญู หาย หรือเสียหายไปนั้น”
• พระราชบัญญัติสภาตำ� บลและองค์การบรหิ ารส่วนตำ� บล พ.ศ.2537
“มาตรา 67 (7) คุ้มครอง ดูแล และบ�ำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม”
“มาตรา 71 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติสภาตำ� บลและองค์การบริหารส่วนตำ� บล (ฉบับท่ี 5) พ.ศ.2546 องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล
อาจออกขอ้ บญั ญตั อิ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล เพอ่ื ใชบ้ งั คบั ในเขตองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลไดเ้ ทา่ ทไ่ี มข่ ดั หรอื แยง้ ตอ่ กฎหมาย เพอ่ื ปฏบิ ตั กิ าร
ใหเ้ ปน็ ไปตามอำ� นาจหนา้ ทขี่ ององคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล หรอื เมอ่ื มกี ฎหมายบญั ญตั ใิ หอ้ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลออกขอ้ บญั ญตั หิ รอื ใหม้ ี
อำ� นาจออกขอ้ บัญญัติ ในการนี้จะกำ� หนดคา่ ธรรมเนียมท่ีจะเรียกเกบ็ และก�ำหนดโทษปรบั ผู้ฝา่ ฝืนด้วยก็ได้ แตม่ ใิ หก้ �ำหนดโทษปรับเกนิ
หนง่ึ พนั บาท เวน้ แตจ่ ะมกี ฎหมายบญั ญัตไิ วเ้ ป็นอย่างอน่ื ”
มาตรการและแนวทางการแก้ไขปญั หาไฟป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สตั ว์ปา่ และพนั ธ์พุ ืช ปี 2563
มาตรการการประชาสัมพนั ธ์

- สร้างเอกภาพของข้อมูล ลดความต่ืนตระหนก ให้ความรู้ ความเข้าใจเชิงวิชาการที่ถูกต้อง ข้อมูลน่าสนใจ เข้าถึง เข้าใจง่าย
ชุดขอ้ มลู เดยี ว

- การประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ สื่อสารท�ำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง สร้างภาพลักษณ์
ที่ดีของหนว่ ยงาน เพ่อื ความเชือ่ มั่นของประชาชน

- การเผยแพรค่ วามรู้ในรปู ของการจดั กจิ กรรมการมีส่วนร่วม การจดั นทิ รรศการ และการให้การศกึ ษาแก่เยาวชน
- ประชาสัมพนั ธผ์ ่านสอื่ มวลชนทกุ แขนง โดยบูรณาการขอ้ มูลทั้งภาครฐั ภาคเอกชน และองค์กรทุกภาคสว่ น
- รณรงค์ขอความร่วมมอื จากหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ชมุ ชน / หมบู่ ้าน และประชาชนในพ้นื ท่ี งดเวน้ การจดุ ไฟบริเวณแนวเขตป่า

| 165

มาตรการการปอ้ งกนั ไฟป่า
- ประสานหนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องเพ่อื สง่ เสรมิ ความรู้ การนำ� เกษตรอนิ ทรีย์และการใชเ้ ทคโนโลยกี ารเกษตร เพอื่ ลดการเผาพน้ื ที่
เกษตร นอกจากน้ียังรวมไปถงึ การควบคุมการเผาในเขตชมุ ชน และสองข้างทาง
- ออกประกาศกำ� หนดเขตควบคมุ ไฟปา่ ในพนื้ ท่ีจงั หวดั ทีม่ ีความเสย่ี งตอ่ การเกดิ ไฟปา่ และกำ� หนดมาตรการในเขตควบคมุ ไฟปา่
ในแตล่ ะจงั หวดั พรอ้ มประชาสมั พนั ธ์ และเผยแพร่ประกาศจงั หวดั ในชว่ งฤดไู ฟปา่ อย่างต่อเนือ่ ง
- ใชข้ อ้ มลู ภมู สิ ารสนเทศ (GIS) จดั ทำ� แผนทจ่ี ำ� แนกพื้นท่ใี นพ้ืนท่รี บั ผดิ ชอบทเี่ สยี่ งตอ่ การเกดิ ไฟปา่ 3 ระดบั เพ่ือตดิ ตงั้ ไว้ประจำ�
หน่วยงานสำ� หรบั การวางแผนปฏิบัตงิ านควบคุมไฟปา่
- เตรียมความพร้อมในการปฏบิ ตั งิ านตามแผนระดมพลดบั ไฟป่าในสถานการณ์ปกติสถานการณ์รนุ แรง และสถานการณ์วิกฤติ
- ลาดตระเวนตรวจปราบปรามและการบงั คบั ใช้กฎหมายอยา่ งเขม้ ข้น โดยการประสานหนว่ ยงานที่เกีย่ วข้องออกลาดตระเวน
ตรวจหาไฟ และตรวจปราบปรามการลกั ลอบจุดไฟเผาปา่ ในพน้ื ที่ทั้งภาคพื้นดนิ และทางอากาศอยา่ งตอ่ เนื่อง
- ตรวจติดตามข้อมลู Hotspots และน�ำเทคโนโลยอี ากาศยานไร้คนขับ (UAV หรือDRONE) มาประยกุ ตใ์ ช้ในการติดตาม คน้ หา
ส�ำรวจขอบเขตพนื้ ท่ีทเี่ สยี หายจากไฟปา่ เพ่ือใช้ในการวางแผนการดำ� เนนิ งานในพ้นื ท่รี ับผดิ ชอบ

มาตรการการจัดการเช้ือเพลงิ
- การจดั ทำ� แนวกนั ไฟ ในพน้ื ทป่ี า่ อนรุ กั ษ์ เพอื่ ตดั ความตอ่ เนอ่ื งของเชอ้ื เพลงิ ในพนื้ ทที่ ม่ี คี วามสำ� คญั และลอ่ แหลมตอ่ การเกดิ ไฟปา่
โดยบูรณาการหน่วยงานทกุ ภาคส่วน
- การชิงเผาจัดการเช้ือเพลิงในทางวิชาการ ในพ้ืนท่ีที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าเพ่ือลดปริมาณและความต่อเน่ืองของเช้ือเพลิง
โดยการจัดระเบยี บการเผาอย่างเปน็ ระบบ
- การลดปรมิ าณเช้ือเพลิง โดยการนำ� วชั พืชในพืน้ ที่เสยี่ งตอ่ การเกิดไฟป่ามาเพิ่มมูลค่า เชน่ การแปรสภาพเป็นเชือ้ เพลงิ อัดแทง่
ท�ำเปน็ วัสดุเพือ่ เพมิ่ ความรว่ นซยุ ให้แก่ดนิ

มาตรการการมีส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาไฟป่า
- ด�ำเนินโครงการสร้างผู้น�ำจิตอาสา เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ด้วยการสนับสนุน และส่งเสริมให้จิตอาสาเข้ามามี
ส่วนรว่ มในการแก้ไขปญั หาไฟป่าและหมอกควัน
- สรา้ งและประสานความร่วมมอื กับเครือข่ายการแกไ้ ขปัญหาไฟป่าอยา่ งตอ่ เน่ือง
- จัดกิจกรรมเสวนา / เวทีเครือข่าย เพื่อระดมความคิดเห็นในการวางกฎ กติกาของชุมชน และรวมไปถึงกำ� หนดแนวทางการ
แก้ไขปญั หาไฟป่าและหมอกควันของชุมชน
- สง่ เสริมใหม้ ีการจัดท�ำ MOU ระดบั ทอ้ งถิ่นเพื่อการแกไ้ ขปญั หาไฟป่า
- ส่งเสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของภาคประชาชน และการบูรณาการความรว่ มมือของทุกภาคส่วนในพ้ืนที่ ในการใหค้ วามรู้และรณรงค์
ควบคุมการเผาในพื้นท่ชี ุมชนและเกษตรกรรม

มาตรการการดบั ไฟปา่
- เตรยี มความพรอ้ มดา้ นบคุ ลากรสำ� หรบั ปฏบิ ตั งิ านดบั ไฟปา่ เครอ่ื งมอื / อปุ กรณท์ ใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านใหม้ คี วามพรอ้ มตลอดเวลา
เพิ่มประสิทธิภาพใหแ้ กพ่ นักงานดับไฟปา่ เพือ่ ให้การปฏบิ ัติงานควบคมุ ไฟป่าเป็นไปอย่างตอ่ เนือ่ งและมปี ระสิทธิภาพ
- การปฏิบัติงานดับไฟป่าของหน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีพ้ืนที่รับผิดชอบ โดยเน้นการเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ์
ในลกั ษณะบูรณาการร่วมกัน
- จัดต้ังกองอ�ำนวยการควบคมุ ไฟปา่ ประจ�ำปี พ.ศ. 2563 ข้ึน เพือ่ ดำ� เนินการแก้ไขปญั หาไฟป่าในพืน้ ท่ีทม่ี คี วามสาคญั เป็นพเิ ศษ
เชน่ พนื้ ที่ทีเ่ ปน็ ท่ตี ้งั พระตำ� หนัก พนื้ ท่ีทเ่ี ปน็ มรดกโลก พืน้ ท่ปี า่ พรุ เปน็ ตน้

166 |

6. หน่วยงานทม่ี หี น้าที่รับผดิ ชอบในการป้องกันและแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ ในพน้ื ทปี่ า่ พรุควนเครง็

กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพันธุ์พชื
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติสตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื มพี นั ธกจิ หลกั คอื การอนรุ กั ษ์คมุ้ ครองและฟน้ื ฟทู รพั ยากรปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ วจิ ยั พฒั นาและใหบ้ รกิ าร
ดา้ นวชิ าการ บรหิ ารจดั การทรพั ยากรปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ โดยการมสี ว่ นรว่ มบนพน้ื ฐานเทคโนโลยที เี่ หมาะสม และสง่ เสรมิ การใชป้ ระโยชนจ์ าก
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งสมดลุ และยง่ั ยนื ซง่ึ มสี ำ� นกั ปอ้ งกนั ปราบปราม และควบคมุ ไฟปา่ ในสว่ นควบคมุ ไฟปา่ ทม่ี พี นั ธกจิ หลกั ในการบรหิ าร
จดั การและแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ เพอ่ื อนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟทู รพั ยากรปา่ ไมใ้ นพนื้ ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ และมหี นว่ ยงานในสงั กดั ในพนื้ ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ คอื
(1) สำ� นกั บริหารพ้นื ท่ีอนุรักษท์ ่ี 5 (นครศรีธรรมราช)
ในสว่ นควบคมุ และปฏบิ ตั กิ ารไฟปา่ มี 2 สถานคี วบคมุ ไฟปา่ คอื สถานคี วบคมุ ไฟปา่ พรคุ วนเครง็ และสถานคี วบคมุ ไฟปา่ ทะเลนอ้ ย จงั หวดั
นครศรีธรรมราช และ 1 เขตห้ามลา่ สัตวป์ ่า คือ เขตห้ามล่าสตั วป์ า่ บอ่ ลอ้
(2) ส�ำนักบริหารพืน้ ทีอ่ นรุ กั ษ์ที่ 6 (สงขลา)
ในสว่ นควบคมุ และปฏบิ ตั กิ ารไฟปา่ มี 1 สถานคี วบคมุ ไฟปา่ ทอ่ี ยใู่ นพน้ื ทพี่ รคุ วนเครง็ คอื สถานคี วบคมุ ไฟปา่ พทั ลงุ และ 1 เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่
คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โดยมีภารกิจและหน้าท่ีรับผิดชอบเก่ียวกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องกันไฟป่า การให้การศึกษา
การจัดการเช้อื เพลงิ การปฏิบตั งิ านดับไฟป่าและปฏิบัตงิ านอนื่ ๆ ที่ได้รับมอบหมายให้เปน็ ไปตามแผนปฏิบตั งิ านทีก่ ำ� หนด
กรมป่าไม้
(1) ส�ำนักป้องกันรกั ษาป่าและควบคุมไฟป่า
มหี นว่ ยปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษที่ 41 รบั ผดิ ชอบปฏบิ ตั งิ านทอ้ งที่ จงั หวดั นครศรธี รรมราช ตรงั และจงั หวดั พทั ลงุ โดยมภี ารกจิ และหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ
เกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ และก�ำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อการป้องกันรักษาป่า การควบคุมไฟป่า และการปราบปรามการกระท�ำผิด
กฎหมายว่าดว้ ยปา่ ไม้ (สำ� นกั งานป้องกนั รกั ษาปา่ และควบคมุ ไฟปา่ , 2562: ออนไลน์)
(2) สำ� นักจดั การทรพั ยากรป่าไม้ ท่ี 12 (นครศรธี รรมราช)
มีภารกิจและหน้าท่รี บั ผดิ ชอบเกย่ี วกับ- ควบคุม ก�ำกบั ดแู ล ปอ้ งกันการบกุ รุก การทำ� ลายปา่ และการกระทำ� ผิดในพน้ื ทรี่ บั ผดิ ชอบตาม
กฎหมายว่าดว้ ยปา่ ไม้ กฎหมายวา่ ด้วยป่าสงวนแหง่ ชาติ กฎหมายวา่ ดว้ ยสวนป่า กฎหมายวา่ ด้วยเล่ือยโซย่ นต์ กฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน
และกฎหมายอน่ื ท่เี กี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษา วิจัย วางแผน และประสานงานเกยี่ วกบั การปลกู ปา่ เพอื่ การฟ้นื ฟสู ภาพป่า และระบบนิเวศ
สง่ เสรมิ การปลกู ปา่ การจดั การปา่ ชมุ ชน และการปลกู สรา้ งสวนปา่ เชงิ เศรษฐกจิ ในลกั ษณะสวนปา่ ภาคเอกชน และสวนปา่ ในรปู แบบอน่ื
ทเี่ กี่ยวขอ้ ง (ส�ำนกั จดั การทรพั ยากรป่าไม้ ที่ 12 (นครศรธี รรมราช), ม.ป.ป.: ออนไลน์)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สำ� นกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั นครศรธี รรมราช มหี นา้ ทใี่ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ และหมอกควนั ในพนื้ ทปี่ า่ พรุ
ควนเครง็ โดยมีหนงั สือขอ้ สงั่ การกองบัญชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ด่วนท่ีสุด ที่ มท (บกปภ) 0624/ว 39 ลงวนั ท่ี
2 ตุลาคม 2562 เร่ืองการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ.2562 – 2563

| 167

ใหก้ องอำ� นวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั ดำ� เนนิ การตามแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ และหมอกควนั
“4 พื้นท่ี 5 มาตรการบรหิ ารจดั การ” ดังนี้
มาตรการเชงิ พ้นื ที่
ใหแ้ บ่งพนื้ ที่เป็น 4 พืน้ ที่ ได้แก่
1) พนื้ ทปี่ า่ สงวน/ปา่ อนรุ กั ษ์ ใหห้ นว่ ยงานสงั กดั กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มในพนื้ ทเ่ี ปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบในการบรู ณาการ
ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ด�ำเนินการควบคุมไฟป่า โดยจัดท�ำแนวป้องกันไฟ การจัดก�ำลังลาดตระเวน การบังคับใช้กฎหมาย การท�ำ
ป่าเปยี ก/ป่าช้ืน และการสง่ เสรมิ อาชีพ/รายได้ ตลอดจนให้ผนู้ ำ� ทอ้ งท่ี กำ� นนั /ผใู้ หญบ่ า้ นสรา้ งกฏกตกิ าการห้ามเผาปา่ ในหมู่บ้าน/ชมุ ชน
และจัดทำ� บัญชีผู้มีพฤติกรรมการเข้าปา่ เพ่ือหาของปา่ และล่าสตั ว์
2) พน้ื ทเ่ี กษตรกรรม ใหห้ นว่ ยงานสงั กดั กระทรวงเกษตรและสหกรณใ์ นพน้ื ทเ่ี ปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบในการบรู ณาการรว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ
ด�ำเนนิ การควบคุมการเผาและการบริหารเช้อื เพลงิ ในพืน้ ทกี่ ารเกษตร ตลอดจนให้ผ้นู �ำทอ้ งท่ี ก�ำนนั /ผู้ใหญบ่ ้าน จัดอาสาสมคั รเฝา้ ระวัง
ไม่ให้เกษตรกรลกั ลอบเผา
3) พ้ืนท่ชี ุมชน / เมอื ง ให้จงั หวัด อำ� เภอ และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ก�ำหนดกฏกตกิ ารว่ มกันของชุมชน โดยใช้กลไกประชารัฐใน
การเฝ้าระวังป้องกนั การเผาในพน้ื ท่ชี ุมชน/เมือง การฟอกอากาศ/การสรา้ งเมอื งต้นไม้ การก�ำหนดพ้นื ทีป่ ลอดมลพิษ (Safe Zone) และ
ใหจ้ ัดชดุ ปฏิบตั ิการประจ�ำต�ำบล/หม่บู า้ น เข้าร่วมประชุมชีแ้ จงกบั ประชาชนในพื้นที่ เพ่ือให้ทราบมาตรการและแนวทางการดำ� เนนิ การ
ป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาไฟป่าและหมอกควนั ของจงั หวัด
4) พนื้ ทร่ี มิ ทาง ใหห้ นว่ ยงานสงั กดั กระทรวงคมนาคมในพนื้ ทเี่ ปน็ หนว่ ยรบั ผดิ ชอบในการบรู ณาการรว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ดำ� เนนิ การจดั กำ� ลงั
อาสาสมคั รภาคประชาชน ทำ� การลาดตระเวน เฝา้ ระวงั และกำ� จดั เศษวสั ดุ ขยะ ใบไมแ้ หง้ ในพน้ื ทรี่ มิ ทาง เพอื่ ไมใ่ หม้ เี ชอื้ ไฟและใชเ้ ปน็ แนวกนั ไฟ
มาตรการบริหารจดั การ 5 มาตรการ
1) ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ใหจ้ ดั ตง้ั ศูนย์บัญชาการเหตุการณจ์ ังหวดั และอำ� เภอ เพอ่ื อ�ำนวยการ ส่งั การ ระดมสรรพกำ� ลงั ทรพั ยากร
และประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ โดยมผี วู้ า่ ราชการจงั หวดั และนายอำ� เภอ เปน็ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ตามระบบบญั ชาการ
เหตกุ ารณ์ เพอ่ื ให้การควบคุมแก้ไขปญั หาเป็นไปอยา่ งมีเอกภาพ
2) สรา้ งความตระหนกั และสรา้ งการรบั รกู้ บั ประชาชนใหท้ ราบถงึ มาตรการแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ และหมอกควนั การหา้ มเผาปา่ หรอื เศษวสั ดุ
การเกษตร ตลอดจนสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมสี ว่ นรว่ มในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ และหมอกควนั ของพน้ื ที่ เชน่ การจดั กจิ กรรมการ
อนุรักษ์ป่าไม้ เพอ่ื ปลกู ฝงั และสรา้ งจิตส�ำนกึ ให้กบั ประชาชน
3) ลดปรมิ าณเชอ้ื เพลงิ ใหจ้ ดั ทำ� แนวกนั ไฟ การควบคมุ การเผา รวมทงั้ สง่ เสรมิ การใชส้ ารหมกั ชวี ภาพเพอ่ื ยอ่ ยสลายตอซงั และการนำ� เศษ
วัสดทุ างการเกษตรมาท�ำอาหารสตั ว์ ตลอดจนแจ้งอ�ำเภอให้ก�ำชับผนู้ ำ� ชมุ ชน สอดสอ่ ง ตักเตือน ห้ามปรามผู้ท่ีจุดไฟเผาเศษวสั ดทุ างการ
เกษตร โดยเฉพาะตามเขตรอยตอ่ ระหวา่ งชุมชนกบั เขตป่าไม้
4) บังคับใช้กฎหมาย ให้จังหวัดก�ำชับเจ้าพนักงานตามกฎหมายบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยท�ำการจับกุมผู้กระท�ำความผิด
ทลี่ กั ลอบในพื้นทีป่ า่ พน้ื ท่เี กษตรกรรม พ้ืนทีช่ มุ ชน/เมือง และพื้นที่รมิ ทาง

168 |

5) ทมี ประชารัฐ ให้บรู ณาการทุกภาคสว่ นทั้งจากภาคราชการ หน่วยทหาร ภาคประชาชน ภาคเอกชน อาสาสมัคร ให้มีสว่ นรว่ มในการ
สนบั สนนุ และกำ� หนดแนวทางมาตรการการปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาไฟป่าและหมอกควนั เชน่ การก�ำหนดกตกิ าหา้ มการเผาของหมูบ่ ้าน
การจดั ตั้งกองทุนสนบั สนุนการปอ้ งกนั แก้ไขปญั หา เปน็ ต้น (กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั , 2562: ออนไลน์)
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
การบริหารราชการของประเทศไทยได้มกี ารกระจายอ�ำนาจการบรหิ ารจดั การจากส่วนกลางสทู่ อ้ งถนิ่ ท�ำใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
มีอ�ำนาจในการบริหารราชการในท้องที่อย่างอิสระและมีความคล่องตัวในการบริหารงานภายในกรอบท่ีกฎหมายก�ำหนด ท�ำให้สามารถ
แก้ไขปัญหา อำ� นวยความสะดวก และตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายสำ� คัญ เพ่ือดูแลทุกข์สุขและให้บริการประชาชน มีอำ� นาจหน้าท่ีในการพัฒนาพ้ืนที่
รบั ผดิ ชอบทงั้ ในดา้ นเศรษฐกิจ สงั คมและวฒั นธรรม รวมถงึ การอนรุ กั ษ์ คุ้มครอง บ�ำรงุ รักษา ฟ้นื ฟูทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
ตามพระราชบญั ญตั สิ ภาตำ� บลและองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล พ.ศ. 2537 นอกจากนเี้ จา้ หนา้ ทรี่ ะดบั บรหิ ารขององคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ยังเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โดยประกาศของ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมอกี ด้วย

| 169

เอกสารอา้ งองิ

170 |

กรมปา่ ไม้. (2562). ข้อมลู พ้นื ฐานสถานการณไ์ ฟปา่ พรคุ วนเคร็ง.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2562). การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี 2562 – 2563

ที่ มท (บกปภ) 0624/ว 46, (ออนไลน)์ , แหลง่ ทม่ี า : http://122.155.1.141/ inner.directing-6.191/cms/menu_4466
/3523.1/, สบื คน้ เม่ือ 12 เมษายน 2563.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (ม.ป.ป.) เปา้ หมายการพฒั นาแหง่ สหสั วรรษ Sustainable Development Goals (SDGs) ฉบับเตม็ ,
(ออนไลน์), แหลง่ ทม่ี า : http://e-plan.dla.go.th/activityImage/422.pdf, สบื ค้นเม่ือ 19 มนี าคม 2563.
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื . (2562). รายงานประจำ� ปี 2562 สว่ นควบคมุ ไฟปา่ สำ� นกั ปอ้ งกนั ปราบปราม และควบคมุ ไฟปา่ ,
(ออนไลน์), แหล่งท่ีมา : http://www.dnp.go.th /ForestFire/web/frame/2563/fire_report2562.pdf, สืบค้นเม่ือ
19 มนี าคม 2563.
จิตรประภา นุ่มนวล. (2554). มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ป่าพรุ : กรณีศึกษาพ้ืนท่ี ป่าพรุควนเคร็ง
จงั หวัดนครศรธี รรมราช.
แผนงานพัฒนาแห่งสหประชาชาติ, ป่าพรุและความส�ำคัญของป่าพรุ, โครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุเพ่ือเพ่ิม
ความสามารถในการกักเกบ็ คารบ์ อนและอนุรักษค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งยง่ั ยนื . 2558.
พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม. (2518). (ออนไลน์), แหล่งที่มา : http://web.krisdika.go.th/lawHeadContent.
jsp?fromPage=lawHeadContent&formatFile=htm&hID=0, สบื ค้นเม่อื 17 มีนาคม 2563.
พระราชบญั ญัตปิ ่าไม้. พ.ศ.2484. (ออนไลน)์ , แหลง่ ทีม่ า : http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%BB26/%BB26-20-9999-
update.pdf, สืบคน้ เม่อื 17 มีนาคม 2563.
พระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ.2507, (ออนไลน)์ , แหลง่ ทม่ี า : http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%BB27/%BB27-
20-9999-update.pdf, สบื ค้นเมือ่ 17 มนี าคม 2563.
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535, (ออนไลน์), แหล่งท่ีมา : https://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%
CA04/%CA04-20-2545-002.pdf, สืบค้นเมือ่ 17 มีนาคม 2563.
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, (ออนไลน์), แหล่งท่ีมา : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/
2562/A/071/T_0104.PDF, สืบค้นเม่อื 17 มนี าคม 2563.
พระราชบญั ญตั ิสง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ.2535, (ออนไลน)์ , แหล่งทมี่ า : http://web.krisdika.go.th/data/
law/law2/%CA08/%CA08-20-9999-update.pdf, สืบคน้ เม่อื 17 มีนาคม 2563.
พระราชบญั ญตั ิสภาต�ำบลและองค์การบริหารสว่ นต�ำบล พ.ศ.2537, (ออนไลน)์ , แหล่งทีม่ า : http://web.krisdika.go.th/data/law/
law2/%CA52/%CA52-20-9999-update.pdf, สืบค้นเมอื่ 17 มนี าคม 2563.
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504, (ออนไลน)์ , แหล่งทมี่ า : http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%CD10/%CD10-
20-9999-update.pdf, สบื ค้นเม่ือ 17 มีนาคม 2563.
พระราชบญั ญัติอทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ.2562, (ออนไลน์), แหลง่ ท่มี า : https://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla
2557/law136-290562-145.pdf, สืบค้นเม่อื 17 มนี าคม 2563.
มลู นธิ สิ บื นาคะเสถยี ร, (2561),รรู้ กั ษป์ า่ – ไฟปา่ , (ออนไลน)์ , แหลง่ ทมี่ า : https://www.seub.or.th/bloging/, สบื คน้ เมอื่ 11 เมษายน
2563.

| 171

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560, (ออนไลน์), แหล่งท่ีมา : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/
A/040/1.PDF, สืบคน้ เมือ่ 17 มีนาคม 2563.

ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารภมู สิ ารสนเทศ (สงขลา), วธิ กี ารถา่ ยโอนขอ้ มลู จากเครอื่ ง GPS เขา้ สเู่ ครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ดว้ ยโปรแกรม DNR Garmin, 2562.
ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารภมู สิ ารสนเทศ (สรุ าษฎร์ธาน)ี , คูม่ ือการใช้โปรแกรมสารสนเทศภมู ศิ าสตรส์ �ำหรบั การจัดการพ้ืนทปี่ ่าอนุรักษ์, 2561.
สถานคี วบคุมไฟป่าทะเลน้อย (นครศรีธรรมราช), รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ัติงานควบคุมไฟป่า ประจ�ำปงี บประมาณ พ.ศ. 2562, 2562.
สมชาย โกมลคงอย,ู่ คมู่ อื การสรา้ งเครอื ขา่ ยและการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ และหมอกควนั , 2561.
สว่ นควบคมุ ไฟปา่ . (ม.ป.ป.). นโยบายและแนวคดิ ในการแกไ้ ขปญั หาไฟปา่ , (ออนไลน)์ , แหลง่ ทมี่ า : http://www.dnp.go.th/ForestFire

/web/frame/lesson2.html, สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2563.
สว่ นควบคุมไฟปา่ , (2562), มาตรการการแก้ไขปัญหาไฟปา่ ปี 2563, (ออนไลน์), แหลง่ ทม่ี า : http://www.dnp.go.th/ForestFire/

web/frame/2563/fire2563.pdf, สบื ค้นเม่ือ 19 มนี าคม 2563.
ส่วนควบคุมไฟป่า, (ม.ป.ป.), เคร่ืองมือและอุปกรณ์ดับไฟป่า, (ออนไลน์), แหล่งที่มา : http://www.dnp.go.th/ForestFire/web/

frame/lesson8.html, สืบค้นเม่ือ 7 เมษายน 2563.
ส�ำนักงานคณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน, คู่มือการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอน

การกระจายอำ� นาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ดา้ นการบรหิ ารจดั การและการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม
เลม่ 2 : การควบคมุ ไฟปา่ , 2547.
สำ� นกั งานคณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน, (ม.ป.ป.), คู่มอื การปฏบิ ตั งิ านตามแผนปฏบิ ัตกิ ารกำ� หนด
ขนั้ ตอนการกระจายอำ� นาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ฉบบั ที่ 2 ดา้ นการบรหิ ารจดั การและการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ้ ม, (ออนไลน)์ , แหลง่ ทมี่ า : http://www.odloc.go.th/web/?page_id=10095, สบื คน้ เมอ่ื 11 เมษายน 2563.
ส�ำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลท้องถ่ิน. (ม.ป.ป.). แผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ , (ออนไลน)์ , แหลง่ ทม่ี า : http://www.local.moi.go.th/pan.htm, สบื คน้ เมอ่ื 11 เมษายน 2563.
ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม, (ม.ป.ป.), แรมซาร์ไซต์ของประเทศไทย, (ออนไลน์), แหล่งที่มา:
http://wetland.onep.go.th/ramsarsites.html, สืบค้นเมือ่ 12 มนี าคม 2563.
สำ� นักงานปอ้ งกนั รักษาปา่ และควบคุมไฟป่า, (2562), อำ� นาจหนา้ ท,่ี (ออนไลน)์ , แหล่งทมี่ า : https://www.forest.go.th/protect/
wpcontent/uploads/sites/94/2020/01/CCF _000030 .pdf, สืบคน้ เมือ่ 12 เมษายน 2563.
ศนู ยป์ ฏบิ ัติการภมู สิ ารสนเทศ (สุราษฎร์ธานี), คูม่ อื อบรมการสำ� รวจจัดทำ� ข้อมูลแปลงในเขตปา่ อนุรกั ษ,์ 2561.
สถานีควบคมุ ไฟป่าพรุควนเคร็ง, รายงานสรุปผลการปฏิบัตงิ านควบคมุ ไฟปา่ ประจ�ำปงี บประมาณ พ.ศ.2562.
ส�ำนักจดั การทรพั ยากรปา่ ไม้ ท่ี 12 (นครศรธี รรมราช), (ม.ป.ป.), วสิ ยั ทศั นแ์ ละพนั ธกิจ, (ออนไลน)์ ,แหลง่ ท่ีมา : http://www.forest.
go.th/nakhonsithammarat12/, สบื คน้ เมื่อ 6 เมษายน 2563.
สำ� นกั บรหิ ารพ้นื ทอ่ี นรุ ักษท์ ี่ 5, ความรเู้ ร่อื งไฟปา่ , 2563.
อาทร บรรทัดจนั ทร,์ คมู่ อื การใช้ GPSMap 76 CSx, (ม.ป.ป.).

172 |

ป่าพรุควนเคร็ง ต้ังอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยในเขตรอยต่อ

ระหว่างลุ่มน้�ำปากพนังและลุ่มน้�ำทะเลสาบสงขลา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่
แต่ถ้ารวมพ้ืนท่ีในระดับภูมิทัศน์แล้ว พรุควนเคร็งจะมีพ้ืนท่ีกว่า 4 แสนไร่ ซึ่งใหญ่เป็น
อันดับสองรองจากพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส ป่าพรุควนเคร็งให้ประโยชน์ท่ีหลากหลาย
ทั้งผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรและการบริการทางนิเวศต่อวิถีชีวิตของชุมชนในท้องถิ่น
รวมถึงกลมุ่ ผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี บรเิ วณโดยรอบภูมทิ ัศน์ ท้งั นี้โดยประมาณ 65% ของพนื้ ท่ี
ป่าพรุธรรมชาติเส่ือมโทรมลงอันเป็นผลมาจากหลายสาเหตุ เช่น การขยายตัวของพ้ืนท่ี
ปลูกพืชเศรษฐกิจ การลักลอบตัดไม้ ขาดการจัดการระบบน้�ำในพรุที่มีประสิทธิภาพ
ภัยธรรมชาติและไฟป่า เป็นต้น การแก้ไขปัญหาระยะยาวในการจัดการพ้ืนที่ป่าพรุของ
ประเทศไทย จาํ เปน็ ตอ้ งบรู ณาการทกุ ภาคสว่ นเพอ่ื ใหเ้ กดิ การอนรุ กั ษแ์ ละการใชป้ ระโยชน์
พ้ืนที่อย่างยง่ั ยนื
สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับโครงการ
พัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP)
ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่ิงแวดล้อมโลก (Global Environment
Facility: GEF) ให้ดําเนินงาน “โครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุ
เพอื่ เพมิ่ ความสามารถในการกกั เกบ็ คารบ์ อนและอนรุ กั ษค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพ
อยา่ งยงั่ ยนื (Maximizing Carbon Sink Capacity and Conserving Biodiversity
through Sustainable Conservation, Restoration and Management of Peat
Swamp Ecosystems)” หรือท่ีเรียกว่า โครงการป่าพรุควนเคร็ง (Peat Swamps
Project) ในระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2559 - 2563)


Click to View FlipBook Version