- ปมุ่ นำ� ทาง (Navigate) ดา้ นลา่ งซา้ ยมอื ของหนา้ จอ เมอ่ื เลอื กแลว้ จะปรากฏหนา้ จอแผนที่ โดยมเี สน้ ตรงเชอื่ มตอ่ ระหวา่ งคา่ พกิ ดั
ท่ตี ้องการ และข้อมลู ขอ้ ความนำ� ทาง (Guidance Text) หรือการบอกตำ� แหน่งแบบคร่าว ๆ อยู่ด้านบนหนา้ จอ ซึ่งการใชง้ าน
บนหน้าจอน้ี มีลักษณะเช่นเดียวกันกับการน�ำทางตามค่าพิกัดท่ัวไปบนหน้าจอแผนที่ซ่ึงได้กล่าวมาแล้ว แต่การใช้งานเมนูน้ี
มีข้อเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดการน�ำทาง กล่าวคือ หลังจากเลือกการน�ำทางด้วยปุ่มน�ำทาง (Navigate) แล้ว จะปรากฏหน้า
จอน�ำทางบนแผนท่ี บนหน้าจอแผนที่น้ี สามารถปิดการน�ำทางได้ด้วยเมนูย่อยหยุดน�ำทาง (Stop Navigation) แต่หากผู้ใช้
ไม่ต้องการปิดการน�ำทางดังกล่าวด้วยเมนูย่อยน้ี ก็สามารถไปปิดการน�ำทางได้ท่ีหน้าจอแสดงช่ือค่าพิกัดของเมนู Route
โดยเลอื กหยดุ (Stop) ด้านล่างซ้ายมอื ของหนา้ จอ
การแสดงเส้นทาง Route บนแผนท่ี เป็นการแสดงเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างค่าพิกัด
บนหนา้ จอแผนที่ ทำ� ใหท้ ราบตำ� แหนง่ ทศิ ทาง ของเสน้ ทางเทา่ นนั้ เมอื่ ผใู้ ชต้ อ้ งการใชง้ าน
ให้เลือกแผนที่ (Map) บนหน้าจอแสดงชื่อพิกัดบนเส้นทาง Route หลังจากนั้น
จะปรากฏข้อมูลบนหน้าจอแผนท่ี โดยมีเส้นตรงเช่ือมต่อระหว่างค่าพิกัดทั้งหมด
ถ้ามีการเรียกใช้ Pointer ข้อมูลส่วนด้านบนหน้าจอจะแสดงค่าพิกัด ระยะทาง และ
ทศิ ทางตามตำ� แหนง่ ของ Pointer (เปน็ การใชง้ านบนหนา้ จอแผนทต่ี ามปกต)ิ
5) หน้าจอ Track
Track คอื ค่าพิกดั ทีเ่ ครื่องบนั ทกึ ไวใ้ นลักษณะจุด ที่มรี ะยะต่อเนือ่ งกัน จนสงั เกตเห็นเป็นรอยเส้นทางการเคลอื่ นท่ี ซึง่ มีประโยชนต์ ่อการ
ใชง้ าน โดยสามารถทราบตำ� แหน่ง และทศิ ทางการเคลื่อนทไี่ ปของเครือ่ ง การวดั ระยะทางต่าง ๆ ในภมู ปิ ระเทศ เชน่ ถนน แนวกนั ไฟ
เปน็ ตน้ และสามารถนำ� ระบบการทำ� งานของ Track มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการรงั วดั และคำ� นวณพน้ื ท่ี เพอ่ื หาคา่ พนื้ ทไี่ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง นอกจากนี้
ยังสามารถใช้นำ� ทางตามเส้นทางของ Track ได้อกี ดว้ ย การใชง้ านเมนูนี้ ตอ้ งทำ� การตัง้ ค่าก่อนเสมอ เพอ่ื ใหค้ า่ ของการใช้งานสอดคลอ้ ง
กับสภาพพืน้ ทที่ ่ีใชง้ าน
(1) ความหมายหนา้ จอ Track
เลอื กเมนู Tracks บนหน้าจอหลกั (Main Menu) จะปรากฏหน้าจอ Tracks โดยมรี ายละเอียดคา่ ตา่ ง ๆ ดงั นี้
- เปอรเ์ ซน็ ตค์ วามจำ� ของเครอ่ื งทบี่ นั ทกึ ไว้ (Memory) เนอ่ื งจากจำ� นวนจดุ ทบ่ี นั ทกึ มจี ำ� นวนจำ� กดั จงึ ตอ้ งแสดงผลการใช้ เพอื่ ให้
ผูใ้ ช้สามารถทราบค่าท่เี หลอื สำ� หรับวางแผนใช้งานต่อไป เชน่ 50% แสดงวา่ ใช้ไปแล้วจ�ำนวนคร่งึ หนงึ่ ของท้งั หมด ถ้ามที ง้ั หมด
10,000 จุด กค็ งเหลอื อีก 5,000 จดุ เป็นต้น
100 |
ภาพที่ 51 แสดงหนา้ จอเมนู Tracks
- เปดิ /ปดิ (On/Off) ใชส้ ำ� หรบั เปดิ /ปดิ การเกบ็ จดุ พกิ ดั (Logging) ในเมนู Tracks ถา้ ผใู้ ชไ้ มต่ อ้ งการใหม้ กี ารเกบ็ ใหเ้ ลอื กปดิ (Off)
ไว้ก่อน เพ่ือไม่ให้จุดท่ีเก็บปรากฏบนหน้าจอแผนท่ี ซ่ึงท�ำให้สับสนในการใช้งานได้ ท้ังนี้ถ้าเปิดเอาไว้ เคร่ืองจะท�ำการเก็บอยู่
ตลอดเวลาตามคา่ ที่ตั้งไว้ ขณะเครอ่ื งทำ� งานตามปกติ
- บนั ทกึ (Save) ใชส้ �ำหรบั การบนั ทกึ (Memory) ขอ้ มลู Track Log ทเี่ ครอ่ื งทำ� การเกบ็ ไว้ (เมอ่ื เครอื่ งอยใู่ นสถานะ On) ใหจ้ ดั เกบ็
ไวใ้ นเครื่อง เพอื่ น�ำเอาข้อมลู ไปใชง้ านตอ่ ไป
- ลบ (Clear) ใช้สำ� หรบั ลบทิ้งคา่ Track Log ทก่ี ำ� ลังด�ำเนินการอยูใ่ นหน้าจอน้ีเทา่ นั้น สว่ นคา่ Track Log ที่บนั ทกึ ไวก้ ่อนหน้าน้ี
ในชื่อต่าง ๆ ตามทก่ี ลา่ วมา จะไม่ถกู ลบทง้ิ ถ้าจะลบข้อมูลเหลา่ น้ี ตอ้ งใชเ้ มนู Delete ซ่งึ จะได้กล่าวต่อไป
- ยอ้ นรอย (TracBack) ใชส้ ำ� หรบั การเดนิ ทางตามคา่ พกิ ดั ทบี่ นั ทกึ ลงในเครอ่ื ง ตามเสน้ ทางทบี่ นั ทกึ ไว้ โดยเปน็ การเดนิ ทางยอ้ นกลบั
ตามเส้นทางดังกลา่ ว
- Saved Track คอื หน้าต่างแสดงค่า Track Log ทถี่ ูกบันทกึ ไว้แล้วในเครือ่ ง ตามรายชื่อทีป่ รากฏ ถา้ ต้องการดูรายละเอยี ดใน
แต่ละช่ือท่ีปรากฏดงั กล่าว ให้เลือกช่อื ทต่ี ้องการแล้วกด Enter ก็จะแสดงค่าใหเ้ ห็นในหนา้ จอแผนที่
(2) การต้งั คา่ ใช้งาน Track Log
ก่อนการใช้งานแต่ละคร้ัง ผู้ใช้ต้องท�ำการตั้งค่าการใช้งานของเครื่องก่อนเสมอ เพื่อเลือกรูปแบบการบันทึกให้สอดคล้องกับการใช้งาน
ในพนื้ ที่ โดยเลอื กตง้ั ค่าทหี่ น้าจอ Track Log (หลังจากเข้าเมนู Track แล้ว) จะปรากฏหน้าจอ Track Log Setup ซึ่งแสดงค่าทีต่ ้อง
ทำ� การตง้ั คา่ คือ
- Wrap When Full เปน็ ลกั ษณะรปู การบนั ทกึ โดยเครอ่ื งจะบนั ทกึ ไปเรอื่ ย ๆ ซงึ่ เมอ่ื ครบจำ� นวนความจทุ ง้ั หมดแลว้ รอยบนั ทกึ
ที่ถูกบันทึกไว้แต่เริ่มแรก จะถูกแทนท่ีด้วยรอยบันทึกใหม่เป็นไปตามลักษณะเช่นนี้ไปเร่ือย ๆ แต่ถ้าไม่เลือก Wrap When
Full เครอื่ งจะบันทกึ ไปเรอ่ื ย ๆ จนเต็มความจุ เมื่อเตม็ แลว้ จะหยดุ การบันทกึ การเลือกสามารถท�ำได้โดยกด Enter เพือ่ ตก๊ิ
เคร่อื งหมายถกู เท่าน้นั
| 101
ภาพที่ 52 แสดงวธิ ีการบนั ทกึ (Record Method)
- เลือกวธิ กี ารบนั ทกึ (Record Method)
(1) แบบ Auto เครอ่ื งจะทำ� การบันทึกทุก ๆ 1 วินาที
(2) แบบระยะทาง (Distance) เปน็ การบนั ทกึ ตามชว่ งระยะทาง ซงึ่ ตอ้ งตง้ั คา่ ตวั เลขระยะทางของการบนั ทกึ ทบี่ รรทดั ดา้ นลา่ งชอ่ ง
ความถ่ีของการบันทึก (Interval) เชน่ ให้บันทึกทุก ๆ 5 เมตร การตั้งค่าระยะทางน้ี ผู้ใช้ต้องระวงั หนว่ ยวดั ดว้ ย เนือ่ งจาก
หน่วยเป็นกิโลเมตร (Km)
(3) แบบเวลา (Time) เปน็ การบนั ทกึ ตามชว่ งเวลา ซงึ่ ตอ้ งตง้ั คา่ ตวั เลขระยะเวลาของการบนั ทกึ ทบ่ี รรทดั ดา้ นลา่ ง ชอ่ งความถข่ี อง
การบันทกึ (Interval) เชน่ ให้บันทึกทุก ๆ 10 วินาที
- สีของเสน้ ทางบนั ทึก (Color) ผู้ใชส้ ามารถเลอื กสีต่าง ๆ ไดต้ ามตอ้ งการ
- Data Card Setup เป็นการยา้ ยขอ้ มลู การบันทกึ คา่ Track Log ไปไว้ในแผน่ Card ที่เปน็ อปุ กรณเ์ สรมิ มากับเคร่ือง เพอื่ ความ
สะดวกในการใชง้ าน และจัดเกบ็ ขอ้ มูล ถา้ ผู้ใชต้ ้องการ ใหเ้ ลือกเมนูนี้ แล้วต๊ิกเคร่ืองหมายถูก ในช่อง Log Track To Data Card
แต่ถา้ ต้องการลบท้งิ คา่ Track Log ทั้งหมด ให้เลือก ลบทงั้ หมด และท�ำตามขั้นตอนการลบทง้ิ ต่อไป
ภาพที่ 53 แสดงการจดั การข้อมลู Track Log ในแผ่น Card
102 |
(3) การใชง้ าน Track Log
- หลงั จากตงั้ คา่ การใชง้ านใหเ้ หมาะสมตอ่ พนื้ ทต่ี ามทต่ี อ้ งการแลว้ เมอื่ ผใู้ ชต้ อ้ งการนำ� เครอ่ื งออกไปใชง้ าน ใหก้ ลบั ออกมาสหู่ นา้ จอ
Track Log เลือกปมุ่ เปิด (On) บริเวณต�ำแหน่ง Track Log เพ่ือเปิดระบบใหเ้ คร่อื งทำ� การบนั ทึก Track Log เมอ่ื ผ้ใู ชน้ �ำเคร่ือง
เดินทางไปใช้งานในพ้ืนท่ีต่าง ๆ ค่าพิกัดในพื้นท่ีเหล่านั้นก็จะถูกบันทึกลงในเครื่อง (เฉพาะเวลาเปิดการใช้งานเครื่องเท่านั้น)
และถูกจดั เกบ็ ไวเ้ ป็นขอ้ มลู ในหน่วยความจ�ำของเครื่อง (Memory) ถา้ มีการบันทึกโดย Save Track กรณสี ้ินสดุ แตล่ ะเส้นทาง
ในทางตรงกนั ขา้ ม ถ้าไมม่ กี าร Save Track กจ็ ะไม่มีข้อมลู ดังกล่าวเก็บไวใ้ นเครอื่ ง หลงั จากปิดการใชง้ านของเครอ่ื งแล้ว
- การรงั วัดและคำ� นวณพนื้ ท่ี เป็นการใชง้ านตอ่ เนือ่ งจากการตงั้ คา่ ของเครอ่ื งแลว้ (ตอ้ ง
เลอื ก On บนหนา้ จอ Track เสมอ) ใหน้ ำ� ตวั เครอื่ งเดนิ ไปตามขอบของพนื้ ทท่ี ต่ี อ้ งการ
คำ� นวณพ้ืนท่ี โดยใหจ้ ุดเรมิ่ ต้นและจดุ ส้ินสุดเส้นทางซ้อนทับกนั หรอื เดินเป็นวงรอบ
แลว้ ให้เลือก Off เพื่อไมใ่ หเ้ ครอ่ื งท�ำการบันทึกต่อ ผู้ใช้จะไดส้ ังเกตเหน็ รูปพน้ื ท่อี ยา่ ง
ชดั เจน ไมส่ บั สนกบั รอยบนั ทกึ อน่ื ๆ จากนนั้ ใหท้ ำ� การเลอื ก ปมุ่ Save เพอ่ื เกบ็ Track
ท่ไี ด้บันทกึ ไว้ โดยเครอ่ื งจะแสดงขอ้ มูลดงั นี้
ภาพที่ 54 แสดงการรังวดั และคำ� นวณพน้ื ท่ี
(1) ชอ่ื (Name) ชอ่ื ของการบนั ทกึ เปน็ วนั /เดอื น/ปปี จั จบุ นั ขณะทำ� การบนั ทกึ ซงึ่ เครอื่ งจะทำ� การบนั ทกึ เอง แตถ่ า้ หากผใู้ ชต้ อ้ งการ
ตัง้ ช่อื ขน้ึ เองกส็ ามารถท�ำได้ โดยเลือ่ นแถบสีทบั ตำ� แหนง่ ชื่อนี้ กด Enter หลงั จากน้ันใช้แป้นพิมพท์ ำ� การเขียนชือ่ กจ็ ะได้ชอ่ื
ตามทีต่ อ้ งการ
(2) พืน้ ที่ (Area) พน้ื ท่ที ี่ค�ำนวณได้ มีหนว่ ยตามทต่ี ้งั ค่าไว้ ซ่ึงผู้ใช้สามารถเลอื กหนว่ ยอย่างอ่ืนได้ โดยกดปุม่ ลกู ศรลง ทบี่ ริเวณด้าน
ขวามือของช่อง โดยมหี นว่ ยนบั ของพนื้ ทีใ่ หเ้ ลือก เชน่ ตารางฟุต (ft2) ตารางเมตร (m2) เฮกแตร์ (ha) ตารางกิโลเมตร (km2)
(สว่ นหนว่ ยพนื้ ทเ่ี ปน็ ไร/่ งาน/ตารางวา ไมม่ ใี หเ้ ลอื กใช้ ผใู้ ชต้ อ้ งคดิ คำ� นวณคา่ จากตวั เลขตารางเมตร ซง่ึ สะดวกทส่ี ดุ โดยนำ� คา่ ตวั เลข
1,600 ไปหารค่าพื้นท่ีท่ีมีหน่วยเป็นตารางเมตร เน่ืองจากพ้ืนท่ี 1 ไร่ มี 1,600 ตารางเมตร หลังจากน้ันแปลงค่าเศษของ
| 103
ไรใ่ ห้เปน็ งาน โดยน�ำค่าตัวเลข 4 มาคณู คา่ เศษของไร่ เช่น 0.35 x 4 จะไดค้ ่าของงาน หลังจากน้ันให้อา่ นค่าของตารางวา
ทตี่ �ำแหนง่ หลังตวั เลขจุดทศนิยม เชน่ 0.28 กค็ อื 28 ตารางวา หรอื 0.08 กค็ อื 8 ตารางวา)
(3) สี (Color) เฉดสีทจี่ ะปรากฏบนหนา้ จอแผนที่ ซึ่งเป็นไปตามคา่ ท่ตี ง้ั ไว้
(4) แสดงบนแผนท่ี (Show On Map) เปน็ ช่องให้เลือกติ๊กเครอ่ื งหมายถกู เพื่อให้ Track ทส่ี รา้ งข้นึ มานี้ แสดงบนหน้าจอแผนท่ี
เมอ่ื ผูใ้ ช้เปิดหน้าจอแผนที่ของเครอ่ื ง
(5) แผนท่ี (Map) ใช้สำ� หรับเปิดหน้าจอไปยงั หนา้ แผนที่ เพ่อื แสดง Track ท่ีบันทึก โดยเคร่ืองจะเปดิ ไปยงั หนา้ จอแผนทีใ่ นทันที
ส�ำหรับหน้าจอแผนท่ีน้ี ถ้าผู้ใช้ไม่ได้เลือกแสดงบนแผนท่ี (Show On Map) ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว Track ท่ีบันทึกไว้ก็จะ
ไม่ปรากฏใหเ้ ห็นแตอ่ ย่างใด
(6) ลบ (Delete) ใชส้ ำ� หรับลบทง้ิ Track ชดุ ที่สรา้ งขึ้นน้ี ซึ่งกอ่ นลบท้งิ เคร่อื งจะสอบถามถึงความพร้อมในการลบทิง้
(7) ย้อนรอย (TracBack) เปน็ การนำ� ทางตามเส้นทาง Track Log ของชุดท่สี รา้ งขนึ้ นดี้ ว้ ยคา่ พกิ ดั โดยสามารถเลือกน�ำทางได้
2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ การนำ� ทางจากตำ� แหนง่ ของเครอ่ื งทจ่ี ดุ เรมิ่ ตน้ ไปยงั จดุ สดุ ทา้ ย (To End) และจากจดุ สดุ ทา้ ยไปยงั จดุ เรมิ่ ตน้
(To Beginning) หลงั จากเลือกลกั ษณะการนำ� ทางได้แล้ว จะปรากฏหน้าจอแผนที่ แสดงรายละเอียดการน�ำทาง
(8) ตกลง (OK) เป็นการยนื ยนั ผลการประมวลผลของเคร่ืองบนหนา้ จอนี้ เม่อื เลอื ก OK แล้ว หนา้ จอของเครอื่ งจะกลับสู่หนา้ จอ
Track พรอ้ มดว้ ยชอ่ื Track ทบี่ นั ทกึ เอาไวบ้ รเิ วณตำ� แหนง่ Save Track และจำ� นวน Track ทค่ี งเหลอื ทสี่ ามารถจะบนั ทกึ ไดอ้ กี
ซง่ึ บนหนา้ จอนี้ ผใู้ ชส้ ามารถทำ� การตงั้ คา่ เพอ่ื การบนั ทกึ Track อนื่ ๆ ได้ โดยทำ� การในลกั ษณะเชน่ เดยี วกนั ตามทไี่ ดก้ ลา่ วมาแลว้
ส�ำหรับการรังวัดค�ำนวณพ้ืนที่นี้ สามารถใช้งานบนหน้าจอการค�ำนวณพ้ืนที่ซ่ึงเป็นอีกหน้าจอหน่ึงที่มีให้เลือกไว้ใช้งาน ซึ่งการใช้งานก็
ไม่ยากจนเกินไป โดยก่อนการใช้งาน ใหท้ �ำการต้ังค่าทเี่ มนู Track ก่อน เช่นเดยี วกันกบั การรงั วดั บนหนา้ จอ Track หลงั จากนนั้ ใหค้ น้ หา
หน้าจอการค�ำนวณพื้นที่ เมื่อพบแล้ว ให้สังเกตดูว่า หน้าจอนี้อยู่ในสถานะพร้อมจะท�ำงานหรือไม่ ถ้าอยู่ในสถานะพร้อมท่ีจะท�ำงาน
จะปรากฏแถบขอ้ ความ เรมิ่ ตน้ อยดู่ า้ นลา่ งหนา้ จอ แตถ่ า้ ไมพ่ รอ้ มทำ� งาน จะปรากฏขอ้ ความอนื่ ไดแ้ ก่ หยดุ (Stop) หรอื บนั ทกึ (Record)
อย่างใดอย่างหน่ึงในต�ำแหน่งเดียวกัน ให้ท�ำการต้ังค่าการใช้งานบนหน้าจอน้ีใหม่ โดยกดปุ่มเลือกเมนู แล้วเลือก ตั้งค่าใหม่ (Reset)
จะปรากฏข้อความ เร่มิ ต้น (Start) ซึ่งอยใู่ นสถานะพร้อมทจี่ ะท�ำงาน หลังจากนน้ั ให้กดทต่ี ำ� แหน่ง เร่ิมต้น (Start) เพือ่ เริ่มทำ� การรังวัด
พนื้ ทีต่ ่อไป ซ่ึงการกดป่มุ เริ่มตน้ นี้ เปน็ การเปิดการบันทกึ ค่า Track Log ท่ีตำ� แหน่งเปิด บนหน้าจอ Track และหยดุ กเ็ ป็นการปดิ การ
บันทกึ คา่ Track บนหนา้ จอ Track นน่ั เอง
ภาพท่ี 55 แสดงหน้าจอการค�ำนวณพนื้ ท่ี
104 |
6) หนา้ จอแผนท่ี (Map Page)
หน้าจอแผนท่ี เป็นหน้าจอหลักหน้าจอหนึ่งในจ�ำนวนท้ังหมด 6 หน้าจอหลักของเคร่ือง หน้าจอนี้แสดงข้อมูลเก่ียวกับแผนที่เพ่ือใช้งาน
ในลกั ษณะต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง โดยสามารถตงั้ ค่าการใช้งานให้เหมาะสมกับข้อมลู ของผูใ้ ช้งานได้ เน่อื งจากมีการท�ำงานเกย่ี วข้องหลายเมนู
ซึ่งได้อธิบายในแตล่ ะเมนูแล้ว ในทีน่ ี้จะขออธบิ ายส�ำหรับรายละเอียดข้อมูลปลกี ย่อยบนหนา้ จอแผนท่ีเท่านนั้ มดี งั นี้
- สัญลกั ษณส์ ามเหลยี่ มสดี �ำ รูปสามเหลย่ี มดงั กลา่ วแสดงตำ� แหน่งปัจจบุ นั ของเครือ่ งท่ีกำ� ลงั เปิดใช้งาน
- ลูกศรแสดงทิศทางของแผนที่ โดยด้านบนแสดงทิศเหนือ กรณีผู้ใช้งานตั้งค่าทิศทางของหน้าจอแผนที่เป็นทิศทางตามการ
เคลอ่ื นทข่ี องตวั เครอ่ื ง (Track Up) ซง่ึ หนา้ จอแผนทนี่ ้ี สามารถเลอื กตง้ั คา่ ทศิ ทางได้ โดยใชเ้ มนยู อ่ ยของหนา้ จอ เลอื กตง้ั คา่ แผนที่
(Map Setup) และเลอื กทศิ ทาง (Orientation) ถ้าเลือกทศิ เหนอื (North Up) ดา้ นบนของหนา้ จอเปน็ ทศิ เหนือ มลี ักษณะ
เช่นเดียวกนั กบั แผนที่
- Pointer มีลักษณะเปน็ ลกู ศรโปร่งใส ซอ่ นอยู่ในหน้าจอนี้ เมอ่ื ผใู้ ช้งานเปิดมาหนา้ จอแผนทแี่ ลว้ ยงั จะไมพ่ บสัญลักษณ์ Pointer
ในทันทีทันใด ผ้ใู ช้ต้องกด Enter หลงั จากน้ันสญั ลกั ษณ์ Pointer จะปรากฏ พร้อมด้วยตวั เลขคา่ พิกดั ระยะทาง และทศิ ทาง
ท่ีอ้างอิงจากต�ำแหน่งปัจจุบันของเครอ่ื งในแผนที่ ไมว่ ่าต�ำแหน่ง Pointer จะเลื่อนไปยังต�ำแหนง่ ใด ๆ บนแผนที่ จะปรากฏคา่
ดงั กลา่ วเสมอ แตถ่ า้ ผใู้ ชไ้ มต่ อ้ งการสญั ลกั ษณ์ Pointer นี้ ใหก้ ดปมุ่ QUIT บนตวั เครอื่ ง การเลอื่ นหาตำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ ของแผนทน่ี ี้
หรอื การ Panning แผนที่ ให้ใชป้ ุ่ม Rocker บนตัวเคร่อื ง ซึ่งจะปรากฏสัญลกั ษณ์ Pointer โดยอตั โนมตั ิ
- มาตราส่วนแผนที่ (Map Scale) ปรากฏอย่มู ุมด้านล่างซา้ ยมอื ของหนา้ จอ เป็นตวั เลข โดยมหี น่วยวัดตามการต้งั คา่ ของเคร่อื ง
มาตราสว่ นนจี้ ะสมั พนั ธก์ บั การใชง้ านปมุ่ Zoom In/Out ถา้ ตอ้ งการดรู ายละเอยี ดแผนทเี่ ฉพาะจดุ หรอื พน้ื ทท่ี แี่ คบลง ใหก้ ดปมุ่
IN ซงึ่ คา่ ตวั เลขทม่ี าตราสว่ นแผนทจี่ ะลดลง ในทางตรงกนั ขา้ ม ถา้ ตอ้ งการดรู ายละเอยี ดแผนทที่ วั่ ไป พนื้ ทเี่ พมิ่ มากขน้ึ ใหก้ ดปมุ่
OUT ซ่ึงค่าตัวเลขทมี่ าตราส่วนแผนทจี่ ะเพิ่มขึน้
- รายละเอยี ดแผนท่ี ได้แก่ หมายเลขถนน เสน้ ทางหลัก ชื่อเมอื ง ชือ่ พิกดั เปน็ ต้น รายละเอยี ดเหลา่ น้ี บางชนิดสามารถเลอื ก
ให้แสดงบนแผนทห่ี รือไม่แสดงบนแผนที่ก็ได้ เพอ่ื ความชดั เจนของการใชง้ าน โดยใช้เมนยู อ่ ยที่ซ่อนอยู่ในหนา้ จอนี้
- รายการเมนยู ่อย เป็นเมนูการใชง้ านเพ่ิมเติมส�ำหรับหนา้ จอแผนที่น้ี ถ้าผู้ใช้งานต้องการใชง้ าน ให้กดปมุ่ MENU บนตวั เคร่อื ง
จะพบรายการเมนูยอ่ ยทัง้ หมด
- ข้อมูลที่แสดง (Data Field) การแสดงค่าข้อมูลเกี่ยวกับแผนท่ี ถ้าเลือกใช้เมนูนี้ ผู้ใช้ต้องเลือกรูปแบบการแสดงผลข้อมูล
วา่ ต้องการแบบใด โดยมีใหเ้ ลอื ก 4 ลักษณะไดแ้ ก่ แบบ 2 แถว (2 Wide Data Field), แบบ 3 แถว (3 Data Field) เฉพาะ
แผนท่อี ยา่ งเดยี ว (Map Only) และแบบ 4 แถว (4 Data Field) หลังจากเลือกแบบใดแบบหนึง่ แลว้ ก็จะปรากฏรูปแบบการ
แสดงขอ้ มลู ตามท่เี ลือก ซง่ึ คา่ ทแ่ี สดงนี้ ถ้าเปน็ การใช้งานหนา้ แผนท่ตี ามปกติ จะเปน็ คา่ ทว่ั ไปของต�ำแหน่งต่าง ๆ ตาม Pointer
เชน่ คา่ ระดบั ความสงู ของพนื้ ท่ี (Elevation) ทศิ ทาง (Heading) เวลาปจั จบุ นั (Time of Day) และอตั ราความเรว็ ในการเคลอ่ื นท่ี
ของตวั เคร่อื ง (Speed) เปน็ ต้น แตถ่ า้ เป็นการใชง้ านเพ่อื การน�ำทางตามเมนูการน�ำทางทเี่ ก่ียวขอ้ ง ข้อมูลทแี่ สดงกจ็ ะเก่ยี วข้อง
กบั การเดนิ ทาง เช่น ระยะเวลาที่คาดวา่ จะถึงเปา้ หมาย (ETA To Destination) อตั ราความเรว็ ของการเคลอ่ื นที่ (Speed) และ
อตั ราความเรว็ เฉลยี่ ของการเคล่อื นท่ี (Moving Avg. Speed) เป็นต้น
- ขอ้ ความการนำ� ทาง (Guidance Text) เปน็ ลกั ษณะขอ้ มลู ทบี่ อกทศิ ทางอยา่ งครา่ ว ๆ ทปี่ รากฏอยดู่ า้ นบนหนา้ จอ ซง่ึ ผใู้ ชส้ ามารถ
เลือกใหแ้ สดงหรอื ไม่ก็ได้ โดยเลอื กเมนูย่อย ไดแ้ ก่ แสดงอยูต่ ลอดเวลา (Always Show ), ไม่ตอ้ งให้แสดง (Never Show) และ
แสดงเม่ือมีการน�ำทางเท่าน้ัน (Show When Navigation)
| 105
- วัดระยะทาง (Measure Distance) เป็นการหาค่าระยะทางระหวา่ งตำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ ในแผนที่ ซง่ึ เครื่องจะแสดงตวั เลขระยะทาง
อย่ทู างด้านขวามือ พรอ้ มดว้ ยต�ำแหน่งพกิ ัดเป้าหมาย และค่าตวั เลขทศิ ทางของเป้าหมาย วธิ กี ารใชเ้ มนูยอ่ ยนี้ ให้เล่ือนลกู ศร
เชื่อมระหว่างจุดในแผนที่ กรณีต้องการเริ่มต้นท่ีจุดใดให้กดปุ่มยืนยันจุดน้ันก่อน แล้วค่อยเลื่อนลูกศรไปหาจุดที่ต้องการ
ก็จะทราบค่าระยะทางระหว่างจดุ ดงั กล่าว
7) หน้าจอระดับความสูงของพน้ื ท่ี (Altimeter)
เครื่อง GPS ทกุ ย่หี อ้ และทกุ รุน่ จะประมวลผลการคำ� นวณระดับความสงู ของพ้นื ท่ี ณ ตำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ เสมอ แตเ่ ครือ่ งรนุ่ นีถ้ ูกออกแบบ
มาให้แสดงผลการค�ำนวณเป็นภาพประกอบด้วย ดังท่ีปรากฏภาพในเคร่ือง การเลือกหน้าจอน้ีให้ค้นหาหน้าจอด้วยปุ่ม Main Menu
บนตัวเครอ่ื ง หนา้ จอนปี้ รากฏรปู แถบสีเข้มซึง่ แสดงระดับความสูงของพน้ื ที่ตามระดบั ความสงู
ภาพที่ 56 แสดงหน้าจอเครือ่ งวัดระดบั ความสงู ของพืน้ ที่ (Altimeter)
(1) ความหมายของข้อมูลบนหน้าจอ
- ขอ้ มลู เก่ยี วกบั คา่ ระดบั ความสงู ของพน้ื ท่ี (Data field) ซึง่ สามารถเลือกคา่ ได้ โดยเขา้ เมนยู อ่ ยแลว้ เลอื ก Change Data Fields
- กราฟดา้ นตัดแสดงระดับความสูงของพน้ื ที่ (Elevation Profile)
- ชอ่ งอตั ราสว่ นการวัดระดับความสูงของพนื้ ที่ (Range grid measurement scale)
- ค่าระดบั ความสงู ณ ตำ� แหน่งของเครอ่ื งปัจจบุ ัน (Current elevation)
- อตั ราค่าระดับความสูงทีเ่ ปลย่ี นไป (Rate of ascent or descent) เนื่องจากการเคลอ่ื นยา้ ยตำ� แหน่งของเคร่ือง
(2) การตัง้ คา่ การใชง้ าน
ทุกครั้งเม่ือมีการใช้งานเมนูน้ี ผู้ใช้ต้องท�ำการต้ังค่าก่อนเสมอ เพื่อให้เครื่องมีความพร้อมในการท�ำงาน ซึ่งจะเป็นผลให้ข้อมูลท่ีได้มี
ความถูกตอ้ ง โดยมขี อ้ มูลท่ตี ้องตง้ั ค่าดังน้ี
- ต้งั คา่ ใหม่ เป็นการลบลา้ งข้อมลู เกา่ ๆ ของเครือ่ งทใี่ ชง้ านในเมนูนี้ เพื่อใหเ้ คร่ืองท�ำการประมวลผลขอ้ มลู ใหมต่ ามทผ่ี ูใ้ ชก้ �ำหนด
โดยเครื่องจะท�ำการประมวลผลโดยอัตโนมตั ิ การต้ังค่าน้ีเพยี งเลือกปดิ /เปดิ (On/Off) เท่าน้ัน
106 |
- Barometer Mode เปน็ การเลอื กโหมดการทำ� งานของเครอื่ ง ซง่ึ มอี ยู่ 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ คา่ ความสงู ของพน้ื ทท่ี วี่ ดั ไดใ้ นลกั ษณะ
มกี ารเคลอ่ื นที่ (Variable Elevation) และคา่ ความสงู ของพน้ื ทที่ วี่ ดั ในลกั ษณะอยกู่ บั ท่ี (Fixed Elevation) ซงึ่ ในการใชง้ านนนั้
ควรตงั้ เปน็ ลกั ษณะมกี ารเคลอื่ นที่ ซง่ึ เครอ่ื งจะทำ� การบนั ทกึ ขอ้ มลู สว่ นแบบอยกู่ บั ทน่ี น้ั เครอื่ งจะทำ� การวดั คา่ แตไ่ มท่ ำ� การบนั ทกึ ขอ้ มลู
- Calibrate Altimeter การปรบั คา่ การประมวลผลขอ้ มลู ของเครอื่ ง เพอ่ื ความถกู ตอ้ งในการประมวลผล เนอ่ื งจากการประมวลผล
ของเครื่องทีผ่ า่ นมา อาจมกี ารคลาดเคลื่อนในการใชง้ านแต่ละครงั้ การปรบั คา่ การประมวลผลน้ี ท�ำไดโ้ ดยผูใ้ ช้ตอ้ งใสค่ า่ ระดับ
ความสงู ใดความสงู หนงึ่ ในพน้ื ทท่ี ถ่ี กู ตอ้ ง ณ บรเิ วณทเ่ี ครอ่ื งทำ� งาน ซงึ่ อาจจะทราบไดจ้ ากแผนที่ หรอื จากแหลง่ ขอ้ มลู อนื่ ๆ แลว้
ทำ� การพิมพค์ า่ ดังกลา่ วลงไปในชอ่ งที่เตรยี มไว้ของเครื่อง หลงั จากนนั้ กด Enter เพ่ือใหเ้ คร่อื งทำ� การปรบั ค่าต่อไป
ภาพท่ี 57 แสดงปรบั ตั้งมาตรวดั ความสงู (Calibrate Altimeter)
(3) การใชง้ าน
บนหนา้ จอ Altimeter นี้ แสดงคา่ ระดบั ความสงู ของพ้ืนท่ี เปน็ ลกั ษณะ Profile โดยมีคา่ ความสัมพนั ธ์ของระยะทาง และระยะเวลามา
เกยี่ วขอ้ งด้วย การใช้งานหน้าจอนี้สามารถเลอื กใช้งานตามเมนูย่อยทซ่ี อ่ นอยู่ ดังนี้
ภาพที่ 58 แสดงแผนที่ความสงู /ความดนั
| 107
- ดแู ผนทค่ี วามสงู /ความดนั สำ� หรบั เลอื กดคู า่ ระดบั ความสงู โดยมเี สน้ ตรงลกู ศรหวั ทา้ ย จำ� นวน 2 เสน้ เสน้ หนง่ึ เปน็ แนวตง้ั อกี เสน้
เปน็ แนวนอน เสน้ แนวตงั้ แสดงคา่ อตั ราสว่ นการขยายเพอื่ ดรู ะดบั ความสงู ของพนื้ ที่ เสน้ แนวนอนแสดงคา่ ระยะทาง คา่ ความสงู น้ี
จะบอกดว้ ยคา่ ของความดนั อากาศ สามารถดไู ดโ้ ดยเลอื่ นปมุ่ Soccer ไปตามแผนท่ี ซง่ึ มเี สน้ กากบาทสแี ดงเปน็ ตวั บอกตำ� แหนง่
ตามขอบภาพดา้ นบน พร้อมค่าตวั เลขความดนั อากาศทปี่ รากฏอย่ดู า้ นลา่ ง ตามตำ� แหนง่ ของเส้นกากบาท ซ่ึงสามารถปรบั การ
แสดงผลได้โดยใชป้ ่มุ Rocker และ Zoom และสามารถเปลี่ยนการแสดงขอ้ มลู (Change Data Fields) โดยมีข้อมูลต่าง ๆ ดังน้ี
ภาพที่ 59 แสดงระดับความสงู ทีเ่ พม่ิ ขึ้น
- Min Elev (Minimum Elevation) ระดบั ความสูงทตี่ ่ำ� ทีส่ ุดในบรเิ วณพื้นทต่ี ำ� แหนง่ ค่าพกิ ดั
- Max Ascent (Maximum Ascent) ระดบั ความสูงที่เพมิ่ ข้นึ สูงสุด บริเวณพืน้ ทตี่ �ำแหนง่ คา่ พิกัด
- Max Descnt (Maximum Descent) ระดบั ความสูงทีล่ ดลงต่�ำสุด บริเวณพื้นที่ตำ� แหนง่ คา่ พกิ ดั
- Totl Ascent (Total Ascent) ผลรวมระดบั ความสูงของพื้นทีท่ ่เี พ่ิมขึน้
- Totl Descnt (Total Descent) ผลรวมระดบั ความสูงของพืน้ ทท่ี ีล่ ดลง
- Vertical Spd (Vertical Speed) อตั ราความเร่งในแนวดง่ิ
- Avg Ascent (Average Ascent) ระดับความสูงทเี่ พม่ิ ข้ึนโดยเฉลย่ี
- Avg Descnt (Average Descent) ระดบั ความสงู ทลี่ ดลงโดยเฉลย่ี
- Barometer (Barometer Pressure) เคร่อื งวัดความกดดนั ของอากาศ
- Glide Ratio สดั สว่ นการเคล่ือนทีท่ ชี่ ้าลง
- GR Dest (Glide Ratio Dest) สดั ส่วนการเคล่อื นที่ทีช่ ้าลง ณ จดุ หมาย
- Ambient (Ambient Pressure) ความดนั อากาศโดยรอบ
- Restore Defaults เปน็ การลบทง้ิ การตัง้ ค่าเพ่อื กลบั สคู่ า่ ท่ีตั้งมาจากโรงงาน
8) หนา้ จอเมนูจดุ เฝ้าระวัง (Proximity)
ผใู้ ชส้ ามารถนำ� เมนกู ารใชง้ านนไี้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านได้ หลกั การทำ� งานของเมนนู ้ี เปน็ การแจง้ เตอื นโดยเครอื่ งใหผ้ ใู้ ชง้ านทราบถงึ
ตำ� แหน่งของพิกดั หรือเป้าหมายท่ีต้องระมัดระวงั เป็นพิเศษ เชน่ พื้นท่อี นั ตรายที่อยใู่ นแนวการเดินทางลาดตระเวน เปน็ ตน้ เพอื่ เปน็ การ
หลีกเลี่ยง หรือเบ่ียงเบนออกจากรัศมีเป้าหมายอันตรายดังกล่าว การแจ้งเตือนเป็นลักษณะรัศมีโดยรอบต�ำแหน่งเป้าหมาย ซึ่งผู้ใช้งาน
ตอ้ งต้ังค่าตวั เลขรศั มดี ังกลา่ วลงในเมนูการใช้งานก่อน การใช้งานตามเมนนู ี้ ใหเ้ ขา้ ที่เมนูจุดเฝา้ ระวงั (Proximity) บนเมนูหลัก จะปรากฏ
หนา้ จอแสดงต�ำแหน่งใหท้ ำ� การเลือกค่าพิกดั หรอื พิกดั ตำ� แหนง่ เปา้ หมายที่ตอ้ งระมัดระวัง ลงในชอ่ งชอ่ื (Name) ผ้ใู ชต้ ้องทราบคา่ พิกัด
เป้าหมายทีต่ อ้ งระวัง และน�ำเขา้ ไวใ้ นตวั เครอื่ งกอ่ นแลว้ โดยกด Enter เลือกคา่ พกิ ดั ในเมนู Waypoints ปรากฏหนา้ จอคา่ พกิ ดั เลอื กชอ่ ง
108 |
ใชง้ าน คา่ พกิ ดั ทเ่ี ลอื กจะปรากฏบนตำ� แหนง่ หนา้ จอ พรอ้ มดว้ ยคา่ ระยะทางทต่ี อ้ งการใหแ้ จง้ เตอื นในลกั ษณะรศั มโี ดยรอบ(Radius) ปรากฏ
ทางดา้ นขวามอื ใหท้ ำ� การปอ้ นตวั เลขคา่ ระยะทางทต่ี อ้ งการลงไป โดยใชแ้ ปน้ พมิ พ์ หลงั จากนนั้ ใหเ้ ลอื กเสยี งเตอื นตามทตี่ อ้ งการ ทตี่ ำ� แหนง่
เลอื กเสยี งเตอื นเมอ่ื เขา้ (Proximity Alarm Tones) ทตี่ ำ� แหนง่ ดา้ นลา่ งของหนา้ จอ เลอื กตงั้ คา่ เสยี งเตอื นตามชอ่ งทกี่ ำ� หนด เสรจ็ แลว้ ใหต้ ก๊ิ
เครอื่ งหมายถกู ในชอ่ ง เตอื นเมื่อเข้าใกล้ เพ่อื ใหเ้ ครื่องอยใู่ นสถานะทำ� งานตอ่ ไป
ภาพท่ี 60 แสดงเมนูจุดเฝา้ ระวงั (Proximity)
สำ� หรบั การทำ� งานของเครอื่ งเมอื่ ทำ� การปอ้ นขอ้ มลู และตง้ั คา่ แลว้ ถา้ เดนิ ทางไปในภมู ปิ ระเทศโดยใชเ้ ครอื่ งนำ� ทาง ถา้ เสน้ ทางการเดนิ ทาง
เขา้ ใกลพ้ กิ ัดเป้าหมายท่ตี ัง้ ไว้ตามระยะทางรศั มี เคร่ืองจะทำ� การแจ้งเตือนดว้ ยเสียงตามคา่ ที่ตงั้ ไวเ้ ชน่ กัน ท�ำใหผ้ ู้ใช้งานทราบถงึ เปา้ หมาย
ที่อนั ตราย หรือทตี่ ้องระมดั ระวังเป็นพเิ ศษดงั กล่าว
9) เมนดู ูเวลาขึ้น/ลงของดวงอาทิตยแ์ ละดวงจันทร์ (อ./จ.)
ภาพที่ 61 แสดงเมนดู ูเวลาขนึ้ /ลงของดวงอาทติ ย์และดวงจนั ทร์ (อ./จ.)
| 109
ใชส้ ำ� หรบั ดเู วลาการขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ ในแตล่ ะวนั ตามเวลาปจั จบุ นั ณ ทอ้ งทนี่ น้ั ๆ (Current Time) โดยสามารถ
เลือกดูเวลาในแต่ละชว่ งของการเคล่ือนท่ี และวงโคจรของดวงอาทติ ย์ หรอื ดวงจนั ทร์ได้ โดยเลอื กปมุ่ ลูกศรดา้ นล่างหนา้ จอ คา่ ทีป่ รากฏ
บนหนา้ จอน้ี ประกอบด้วย
(1) วันท/ี่ เวลา (Date, Time) แสดงวันท่/ี เวลา ปจั จบุ ันทีใ่ ช้งานเคร่ือง GPS
(2) ต�ำแหน่ง (Location) ใช้ส�ำหรับเลือกต�ำแหน่งท้องท่ี ๆ ต้องการดูเวลาข้ึน/ลง ของดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ซ่ึงมีรายการ
ย่อยใหเ้ ลอื ก ไดแ้ ก่ ตำ� แหน่งปจั จุบัน ใช้แสดงข้อมลู ณ ตำ� แหนง่ ทใี่ ชง้ านเคร่ือง ใชแ้ ผนที่ (Use Map) ใช้ส�ำหรบั เลือกคน้ หา
พนื้ ทที่ ตี่ อ้ งการในแผนที่ เพอ่ื ใหแ้ สดงคา่ เกยี่ วกบั ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ ณ ตำ� แหนง่ ทเี่ ลอื กนน้ั และเมนยู อ่ ยสดุ ทา้ ย ไดแ้ ก่
ใช้เมนคู ้นหา (Use Find Menu) ใชส้ ำ� หรบั ค้นหาต�ำแหนง่ พน้ื ทต่ี ามคา่ พกิ ดั ทจี่ ัดเก็บไว้
(3) เวลาดวงอาทิตย์ขึน้ /ตก พร้อมภาพประกอบดวงอาทิตย์
(4) เวลาดวงจนั ทรข์ น้ึ /ตก พรอ้ มภาพประกอบการโคจรของดวงจนั ทร์
10) ปฏทิ นิ (Calendar)
ภาพที่ 62 แสดงปฏิทิน (Calendar)
เมนแู สดงวนั /เดอื น/ปี ในลักษณะปฏิทิน มเี มนยู อ่ ยให้เลือกใชง้ าน ดังนี้
(1) เพมิ่ จดุ ใชส้ ำ� หรบั เลอื กตำ� แหนง่ คา่ พกิ ดั ซงึ่ เมอ่ื เลอื กใชง้ านเมนยู อ่ ยน้ี ตอ้ งทำ� การเลอื กคา่ พกิ ดั ในเมนู Waypoint ตามทต่ี อ้ งการ
โดยสามารถเลอื กวนั ท่ี ๆ จะใหแ้ สดงคา่ พกิ ดั ได้ โดยเลอ่ื นตำ� แหนง่ ดว้ ยเครอเซอร์ ทบั วนั ทท่ี ต่ี อ้ งการ หรอื จะเลอื กเดอื น /ปี กไ็ ด้
โดยเลือกทช่ี อ่ งลกู ศรสดี ำ� ว้าย/ขวา ดา้ นบนหน้าจอ ซึง่ ใหส้ ังเกตแถบสีทป่ี รากฏในชอ่ งวันท่ที ีต่ อ้ งการ ส่วนข้อมลู ทางขวามอื
แสดงเวลาท่ีดีสำ� หรบั การค้นหาฝูงปลา
(2) ลบจดุ ใชส้ ำ� หรบั เลอื กลบคา่ พกิ ดั ทเ่ี พมิ่ เขา้ มาตามรายการเมนยู อ่ ย เพม่ิ จดุ โดยมชี ว่ งระยะเวลาใหเ้ ลอื กทำ� การลบคา่ พกิ ดั ดงั กลา่ ว
รวมถึงการลบออกทง้ั หมด
(3) เปล่ียนจุดอ้างอิง ใช้ส�ำหรับเลือกค่าพิกัดต�ำแหน่งใช้งาน ถ้าเลือกต�ำแหน่งปัจจุบัน เครื่องจะแสดงช่วงระยะเวลาท่ีเหมาะสม
ในแตล่ ะวัน ถ้าเลอื กใช้แผนท่ี จะปรากฏหน้าจอแผนทใ่ี หเ้ ลอื กตำ� แหน่งทตี่ อ้ งการ โดยกด Enter หลังจากนน้ั จะปรากฏข้อมูล
ในแต่ละวนั ถา้ ใชเ้ มนคู ้นหา ตอ้ งทำ� การเลือกค่าพิกดั ท่ีตอ้ งการทราบข้อมูล
(4) ดวงอาทิตย/์ ดวงจนั ทร์ การดเู วลาขนึ้ /ลงของดวงอาทิตย์และดวงจนั ทร์ ซึง่ จะปรากฏหน้าจอของแต่ละเมนู โดยสามารถเลือก
วันท/ี่ เดือน/ปี ตามท่ีต้องการ
(5) ล่าสัตว์/ตกปลา การดูเวลาท่ีเหมาะสมในการค้นหาฝูงปลา ซึ่งจะปรากฏหน้าจอใช้งาน โดยสามารถเลือกวันท่ี/เดือน/ปี
ตามทตี่ ้องการ
110 |
ภาพท่ี 63 แสดงการดเู วลาข้ึน/ลงของดวงอาทติ ย์และดวงจนั ทร์
(6) ดูรายเดือน/รายสปั ดาห์ ใชส้ �ำหรับดูเวลาในช่วงรอบเดอื น/รอบสัปดาห์ เหมอื นกับปฏทิ นิ ท่ัวไป โดยมปี ุ่มเล่อื นดูในแตล่ ะวนั
และแต่ละเดอื น ซึง่ กจ็ ะปรากฏขอ้ มลู เก่ียวกบั การประมงบนหนา้ จอดา้ นล่างดว้ ย
ภาพที่ 64 แสดงรายเดอื น/รายสัปดาห์
11) การคำ� นวณพนื้ ที่ (Area Calculate)
โปรแกรมการคำ� นวณพื้นที่ โดยใชห้ ลักการทำ� งานเช่นเดียวกนั กับการคำ� นวณพ้นื ทใ่ี นเมนู Tracks ซึง่ ผู้ใช้ต้องท�ำการตั้งค่า Track ในเมนู
Track ก่อน หลงั จากนัน้ เปิดใชง้ านที่เมนคู �ำนวณพน้ื ทน่ี ี้ เมอ่ื เริ่มใช้งานใหเ้ ลือกเร่ิมต้น และเมอื่ สน้ิ สดุ การทำ� งานเลอื กหยดุ และทำ� การ
บนั ทึกข้อมูล กจ็ ะปรากฏหนา้ จอแสดงผลการค�ำนวณพ้นื ท่ี ตามล�ำดับ การเลือกเริ่มตน้ และหยุด กค็ อื การเปดิ และปิด การบนั ทกึ Track
หลงั จากนนั้ ถา้ ต้องการดูรายละเอยี ดบนแผนท่ี ก็ใหต้ ๊ิกเครอ่ื งหมายถกู ท่ีช่องแสดงบนแผนท่ี และกด Enter ท่ีตำ� แหนง่ แผนท่ี ถา้ ต้องการ
ลบท้ิงก็เลือกลบ ถ้าต้องการเดินทางย้อนกลับตามเส้นทาง Track ให้เลือกย้อนรอย และถ้าต้องการให้เครื่องท�ำการบันทึกข้อมูลเก็บไว้
ในเคร่ือง ใหเ้ ลอื กตกลง
| 111
12) เคร่ืองคำ� นวณ (Calculator)
การใช้เคร่ืองค�ำนวณค่าตัวเลขต่าง ๆ เช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข โดยมีลักษณะข้อมูลให้เลือกใช้งาน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ จะปรากฏปุ่ม
ที่ใช้งานการค�ำนวณทางวิทยาศาสตร์ให้เลือกใช้งาน แตถ่ ้าตอ้ งการใช้งานโดยทวั่ ไป ใหเ้ ลือกมาตรฐาน (Standard)
ภาพที่ 65 แสดงเคร่ืองคำ� นวณ (Calculator)
13) นาฬิกาจบั เวลา (Stopwatch)
เมนกู ารใชง้ านในลักษณะนาฬิกาจับเวลาทว่ั ไป ถ้าต้องการใชง้ าน หรือหยุดการใชง้ าน
ใหก้ ด เรม่ิ /หยดุ (Start/Stop) สว่ นตงั้ คา่ ใหม่ (Reset) ใชส้ ำ� หรบั ตง้ั คา่ เพอื่ เรมิ่ ตน้ ใชง้ าน
ใหม่อีกครัง้ โดยเครือ่ งจะเริม่ ต้นด้วยคา่ 00:00:00
14) สถติ ิการเดินทาง (Trip Computer)
เป็นเมนูส�ำหรับแสดงค่าตัวเลขการใช้งานของเครื่องในลักษณะ
สะสม ตงั้ แตม่ กี ารตง้ั คา่ ใชง้ านของเครอื่ ง จนสน้ิ สดุ การใชง้ านของ
เครือ่ งและมกี ารต้งั ค่าของเครอ่ื งใหม่ ถา้ ไม่มีการตั้งคา่ ของเครือ่ ง
คา่ ตวั เลขดงั กล่าวกจ็ ะสะสมไปเรื่อย ๆ ได้แก่
(1) ค่าสถิตกิ ารเดนิ ทาง
(2) ค่าวดั ระยะทางใหม่
(3) ค่าความเรว็ สูงสุด
(4) ค่าข้อมูลความสงู ใหม่
(5) คา่ ความสงู สูงสุด
(6) ลบข้อมลู Track Log
(7) ลบ Track ท่บี ันทกึ ไว้
(8) ลบทกุ ๆ Waypoint
(9) ลบ Route ทงั้ หมด
112 |
การใช้งานบนหนา้ จอนี้ ประกอบด้วยเมนยู อ่ ย 4 เมนู ไดแ้ ก่
(1) ต้ังค่าใหม่ใช้ส�ำหรับเลือกต้ังค่าข้อมูลตัวเลขดังกล่าวข้างต้น
ซึ่งจะเลือกต้งั คา่ คร้งั ละ 1 ค่าก็ได้ โดยใช้ปุ่ม Soccer เลื่อน
ค้นหา แล้วกด Enter เพื่อติ๊กเข้าเคร่ืองหมายถูก/ติ๊กออก
เคร่ืองหมายถูก ในการตั้งค่า/ไม่ต้ังค่า หรือจะใช้แถบเลือก
ทงั้ หมด เพอื่ ตงั้ คา่ ตัวเลขท้ังหมด หรอื ใชแ้ ถบไม่เลือกทงั้ หมด
เพอื่ ไมต่ ง้ั คา่ ทง้ั หมด หลงั จากนน้ั ใหเ้ ลอื กแถบใชง้ านเพอื่ เขา้ สู่
การต้ังค่าข้อมูล
(2) ตวั เลขเล็ก/ใหญ่ ใชส้ ำ� หรบั ตั้งคา่ ขนาดของตัวเลขขอ้ มลู
(3) เปลี่ยนการแสดงข้อมลู ใช้ส�ำหรับเปลี่ยนคา่ การแสดงข้อมูล
โดยใหก้ ด Enter ทตี่ ำ� แหนง่ ขอ้ มลู ทปี่ รากฏแถบสดี ำ� ขนาดเลก็
ทบั อยู่ หลงั จากน้ันเลือกขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการ
(4) Restore Defaults ใช้ส�ำหรับยกเลิกการต้ังค่าท้ังหมดโดย
เครอ่ื งจะกลบั ไปสกู่ ารตง้ั คา่ มาจากโรงงาน (อาทร บรรทดั จนั ทร,์
ม.ป.ป.)
| 113
การประยกุ ตใ์ ชแ้ อพพลเิ คชัน่ Handy GPS เบ้อื งต้นกบั งานภาคสนาม
Handy GPS เปน็ แอพพลเิ คชน่ั บนสมารท์ โฟน ทอ่ี อกแบบมาเพอ่ื การนำ� ทางกลางแจง้ เชน่ การเดนิ ปา่ การปน่ั จกั รยาน การกำ� หนดเสน้ ทาง
และกำ� หนดตำ� แหน่ง Handy GPS สามารถใช้งานได้ แมไ้ มไ่ ดเ้ ชื่อมต่อกบั เครือข่ายอินเตอรเ์ น็ต และสามารถทำ� งานได้ทง้ั ในระบบพิกดั
UTM หรือ Latitude / Longitude ซ่ึงสามารถนำ� Waypoints และ Track log ท่ีไดท้ �ำการบนั ทกึ ไว้ไปใช้งานร่วมกบั โปรแกรมทางด้าน
ภมู สิ ารสนเทศต่าง ๆ ได้
ภาพท่ี 66 แสดงหน้าจอโปรแกรม Handy GPS
คณุ สมบตั ิพื้นฐานของ Handy GPS
1) แสดงตำ� แหนง่ ปัจจบุ นั ทง้ั ระบบพิกดั UTM หรือ Latitude/Longitude และ คา่ โซน
114 |
ภาพที่ 67 ตัวอย่างหนา้ จอแสดงทศิ ทาง
2) สามารถดทู ศิ ทางได้ผา่ นทางหนา้ ต่าง Magnetic
3) แสดงทศิ ทางการเดินทางและระยะทางทงั้ หมด
4) สามารถแสดงแผนทจี่ าก Google Map ในรปู แบบตา่ ง ๆ
5) สามารถบันทกึ ตำ� แหนง่ ปัจจบุ ัน หรอื Waypoint
6) แสดงจ�ำนวน Waypoint ที่ได้ท�ำการบันทกึ ไว ้
7) สามารถบอกความเร็ว และทิศทางของการเดินทางได้
8) สามารถนำ� เขา้ และสง่ ออกไฟลใ์ นรูปแบบ KML และ GPX
9) แสดงตำ� แหน่งและจ�ำนวนดาวเทียมท่ี Handy GPS สามารถรับสญั ญาณได้
10) สามารถนำ� ทางไปยังจุดต่าง ๆ ท่ไี ด้บันทึกไว้ โดยใชค้ �ำส่งั “Go to
11) สามารถสง่ ตำ� แหนง่ ปจั จบุ ันให้กบั บคุ คลอนื่ ได้ โดยผา่ นทาง E-mail หรือ SMS
การใช้ Handy GPS เบอ้ื งตน้
1) ก่อนทำ� การจับพิกดั Waypoint ตอ้ งท�ำการตรวจสอบวา่ รับสญั ญาณไดด้ หี รอื ไม่ หากรับสัญญาณได้ หน้าจอหลักจะแสดงค่าต่าง ๆ
ณ ต�ำแหน่งปจั จุบัน
| 115
2) การบันทึกต�ำแหน่งพิกัดปัจจบุ นั หรอื Waypoint แบบ Single
3) เมือ่ เกบ็ พิกัด หรอื Waypoint ครบทกุ หมุดแล้วใหท้ �ำการ Save ข้อมูลลง Handy GPS
4) ดูตำ� แหนง่ พิกัดของหมดุ หรือ Way point ทีไ่ ดจ้ ับค่าพกิ ัดแล้ว
5) การจับค่าพิกัดหมุด หรือ Waypoint ต้องให้เคร่ือง Handy GPS อยู่ด้านบนของตัวหมุดเพื่อที่จะได้ค่าที่ถูกต้องแม่นย�ำมากท่ีสุด
(ศูนยป์ ฏิบตั กิ ารภมู สิ ารสนเทศ (สรุ าษฎร์ธานี), 2561, น.37–48)
116 |
3. ความรู้เก่ียวกบั GIS เบื้องตน้
ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) เป็นการรวมคำ� 3 ค�ำ ได้แก่ Geographic หมายถงึ ภูมศิ าสตร์
หรือส่ิงที่เก่ียวข้องกับโลก Information หมายถึง สารสนเทศหรือข้อมูลท่ีได้ผ่านการประมวลผลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง
จนกระทัง่ ได้ผลลัพธต์ ามความต้องการและสามารถน�ำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ และ System หมายถงึ ระบบ หรือกลุ่มขององค์ประกอบตา่ ง ๆ
ทที่ ำ� งานรว่ มกนั ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์เป็นเครอื่ งมือทีใ่ ชร้ ะบบคอมพิวเตอรใ์ นการด�ำเนนิ การเก่ียวกบั ขอ้ มลู ทางภมู ศิ าสตร์ ดงั น้ี คือ
- นำ� เข้าและแปลงข้อมูลในฐานข้อมลู ให้อยูใ่ นรูปแบบแผนท่ี หรอื สถติ ิทเี่ ก่ยี วข้องเชือ่ มโยงกบั แผนที่
- จดั การกระบวนการในการจดั เก็บเปลยี่ นแปลงและแกไ้ ข
- วเิ คราะห์กระบวนการท่ปี ฏบิ ัติเพอื่ ใหไ้ ด้มาซึง่ ข้อสนเทศ ต้องวเิ คราะหท์ งั้ ข้อมลู เชิงพ้นื ที่และข้อมลู เชิงคุณลักษณะ
- แสดงผลนำ� เสนอผลตอ่ ผใู้ ชใ้ นรปู ของแผนที่ ตาราง คำ� บรรยาย ผ่านทางหน้าจอแสดงผล หรอื สำ� เนาถาวร (Hard copy)
1. ข้อมูล (Data)
ข้อมูล GIS เปน็ ขอ้ มลู ดา้ นใดก็ได้ที่เกย่ี วขอ้ งกบั โลกและมพี ิกัด กลา่ วคอื ต้องมีพกิ ดั ระบตุ �ำแหนง่ ของขอ้ มลู นัน้ ๆ เสมอ ทงั้ นขี้ อ้ มลู ใด ๆ
จะถกู แยกเปน็ ชนั้ ๆ ของแตล่ ะขอ้ มลู โดยถอื วา่ หนงึ่ ประเภทขอ้ มลู เปน็ หนงึ่ ชน้ั ขอ้ มลู เชน่ ขอ้ มลู รายชอื่ ผถู้ อื ครองทด่ี นิ ขอ้ มลู คา่ ระดบั ความสงู
ของพื้นดนิ ข้อมลู ดา้ นแหล่งนำ้� ขอ้ มลู เส้นทางการคมนาคม ขอ้ มลู อาคารส่งิ กอ่ สรา้ ง และข้อมลู สาธารณูปโภค ประกอบดว้ ย 2 ลกั ษณะ
คอื ขอ้ มูลเชงิ พน้ื ท่ี (Spatial Data) และข้อมลู คณุ ลกั ษณะ (Attribute Data) ขอ้ มลู ทั้งสองรปู แบบท�ำงานสัมพันธ์กันในระบบสารสนเทศ
ภูมิศาสตร์จะขาดส่วนหน่ึงส่วนใดก็จะท�ำให้การด�ำเนินการวิเคราะห์ในระบบไม่สมบูรณ์ หรือไม่สามารถท�ำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งกลา่ วโดยสรปุ ในการจำ� แนกประเภทข้อมูลไว้ ดงั นี้
ภาพที่ 68 แสดงข้อมลู เชิงพน้ื ที่ (Spatial Data)
| 117
1) ขอ้ มลู เชงิ พื้นท่ี (Spatial Data) สามารถแบ่งตามรูปแบบของขอ้ มูลได้ 2 รปู แบบ คอื
(1) ขอ้ มลู ประเภทแรสเตอร์ (Raster Data) เปน็ ขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทท่ี แี่ สดงเปน็ ชอ่ งกรดิ ทแ่ี สดงถงึ ลกั ษณะขอ้ มลู พน้ื ที่ โดย 1 ชอ่ งกรดิ จะมขี อ้ มลู ได้
1 ค่าสถิติ ท่ีอาจจะเป็นรหัสที่แสดงถึงลักษณะการใช้ท่ีดิน หรือค่าระดับความสูง ซึ่งสามารถจ�ำแนกข้อมูลแรสเตอร์ได้อีก 2 รูปแบบ
ทนี่ ยิ มใช้งาน คือ
- ขอ้ มลู แบบไมต่ อ่ เนอ่ื ง (Discrete Data) เปน็ ขอ้ มลู แรสเตอรท์ แี่ สดงผล 1 กรดิ มี 1 รหสั ทแี่ สดงถงึ ปรากฏการณ์ หรอื สถานการณ์
เช่น ขอบเขตการใช้ประโยชน์ท่ดี ิน ขอบเขตการปกครอง มักเป็นขอ้ มลู ท่ีเป็นจ�ำนวนเต็มแทนรหัสพ้นื ที่
- ขอ้ มลู แบบตอ่ เนอื่ ง (Continuous Data) เปน็ ขอ้ มลู แรสเตอรท์ เ่ี ปน็ ขอ้ มลู สถติ ิ แบบคา่ ตอ่ เนอื่ งจากมากไปนอ้ ยหรอื จากนอ้ ยไปมาก
เช่น ค่าปรมิ าณน�ำ้ ฝน ค่าระดบั ความสงู ภูมิประเทศ คา่ ระดบั เสียง
(2) ข้อมูลประเภทเวกเตอร์ (Vector) เป็นข้อมูลท่ีแสดงในรูปแบบสัญลักษณ์ที่สามารถบ่งบอกต�ำแหน่ง ขนาดพ้ืนท่ี ขนาดความยาว
โดยส่วนใหญน่ ยิ มใช้ข้อมลู ประเภทเวกเตอรแ์ สดงชนิดขอ้ มูลเชงิ พนื้ ท่ีเป็น 3 ประเภท คือ
- จดุ (Point) ขอ้ มลู เชงิ พน้ื ทที่ แี่ สดงในรปู แบบจดุ โดยจดุ ทตี่ งั้ แสดงคา่ พกิ ดั X,Y หรอื Longitude, Latitude โดยทขี่ อ้ มลู เชงิ พน้ื ท่ี
แบบจุดไมม่ ขี นาดพื้นท่ีและไม่มีความยาว มกั ใชแ้ สดง ต�ำแหน่งทต่ี งั้ ทรพั ยากร สิ่งแวดลอ้ ม สาธารณูปโภค และภัยพิบตั ิ เชน่
ท่ตี ้งั หมู่บ้าน ทตี่ งั้ บ้านเรอื น ทตี่ ัง้ สถานทรี่ าชการ เปน็ ตน้
- เสน้ (Line) ขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทใ่ี นรปู แบบเสน้ สามารถแสดงขนาดความยาวเสน้ จดุ เรมิ่ ตน้ ของเสน้ จดุ สนิ้ สดุ ของเสน้ ทอี่ าจจะเรยี กวา่
Node หรือ End point และจุดเปลี่ยนทิศทางของเส้นที่เรียกว่า Vertex หรอื Vertices ข้อมลู เชงิ พน้ื ทแี่ บบเส้นมกั ใชแ้ สดงถนน
แม่น�้ำ ทางรถไฟ สายไฟฟา้ แนวท่อประปา เส้นระดับความสงู เป็นตน้
- พน้ื ท่ีหรือรูปปดิ (Polygon) ข้อมลู เชงิ พน้ื ที่แสดงในรปู แบบพื้นท่ี สามารถแสดงขนาดความยาวเส้นรอบวง ขนาดพน้ื ท่ี ข้อมูลใน
รปู แบบพน้ื ทมี่ กั ใชแ้ สดงอาณาเขตการปกครอง พนื้ ทก่ี ารใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ขอบเขตพน้ื ทป่ี า่ ไม้ ขอบเขตพน้ื ทช่ี ลประทาน เปน็ ตน้
2) ขอ้ มลู ตารางสถิติ (Attributes Data) หรือขอ้ มูลคุณลักษณะ
เปน็ ขอ้ มลู ทแี่ สดงถงึ ลกั ษณะประจำ� ของขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทนี่ นั้ ทปี่ รากฏอยใู่ นฐานขอ้ มลู ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ แบง่ เปน็ ขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ
(Qualitative) เป็นลักษณะของข้อมูลท่ีไม่ต่อเนื่อง ใช้รหัสในการก�ำหนดแทนสัญลักษณ์ต่าง ๆ หรือค่าต่าง ๆ เช่น รหัส 1 แทนพ้ืนที่
ปา่ อนรุ กั ษ์ รหสั 0 แทนนอกเขตพนื้ ทป่ี า่ อนรุ กั ษ์ หรอื แทนชอ่ื เขตจงั หวดั ดว้ ยรหสั ตวั เลขและขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ (Quantitative) เปน็ ลกั ษณะ
ข้อมลู ทตี่ ่อเน่ือง เชน่ เสน้ ชน้ั ความสูงท่มี ีคา่ ระดับความสงู ต่อเน่ืองกัน เส้นชัน้ ปรมิ าณน�้ำฝนเฉล่ียท่ีมีคา่ ปรมิ าณนำ้� ฝนเฉลีย่ ต่อเนอ่ื งกนั
ขอ้ มลู ในระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ สามารถบนั ทกึ และอา้ งองิ พกิ ดั ภมู ศิ าสตรใ์ นรปู แบบแผนทห่ี รอื รปู แบบของขอ้ มลู เชงิ พนื้ ที่ แตล่ ะแบบ
จะมขี อ้ มูลที่อธิบาย หรอื เป็นคา่ สำ� หรับรูปรา่ งนน้ั ๆ เชน่ เขตการปกครองระดับต�ำบลท่แี สดงข้อมูลเชงิ พื้นท่ีในรูปแบบพนื้ ที่ (Polygon)
มคี ่าจ�ำนวนประชากรรวม ประชากรชาย ประชากรหญงิ ที่อธบิ ายส�ำหรบั เขตการปกครองระดับตำ� บลน้นั ๆ ซ่ึงขอ้ มูลทง้ั สองรูปแบบหลกั
สามารถน�ำเข้าและสามารถปรบั แกไ้ ขหรือปรับปรุงใหท้ นั สมัย รวมถงึ น�ำข้อมลู เหลา่ นี้มาใชว้ เิ คราะห์ในงานทตี่ อ้ งการสำ� หรบั หนว่ ยงานได้
2. ระบบพกิ ดั ในระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์
ระบบพกิ ดั เปน็ ระบบทส่ี รา้ งขน้ึ บนแผนท่ี สำ� หรบั ใชใ้ นการอา้ งองิ การกำ� หนดตำ� แหนง่ หรอื การบอกตำ� แหนง่ ของวตั ถบุ นพน้ื โลก คา่ พกิ ดั ที่
ใชอ้ ้างอิงในการบอกตำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ จะใช้คา่ ของหนว่ ยท่ีนบั ออกจากจดุ ศนู ย์ก�ำเนิด หรือ จุด Origin เปน็ ระยะเชิงมุม หรือเป็นระยะทาง
ไปทางเหนอื ใต้ และตะวนั ออกตะวนั ตก ค่าพิกัดทีก่ �ำหนดจะถกู เรียกอา้ งอิงเปน็ ตวั เลขในแนวตัง้ และแนวนอนตามหนว่ ยวดั ระยะทใ่ี ช้วัด
มี 2 ระบบ คอื
118 |
1) ระบบพิกดั ภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinate System)
ระบบพกิ ดั กำ� หนดตำ� แหนง่ บนพน้ื โลกดว้ ยการอา้ งองิ มมุ ของเสน้ ละตจิ ดู และเสน้ ลองจจิ ดู ซง่ึ จดุ เรมิ่ ตน้ ของเสน้ ละตจิ ดู เกดิ จากแนวระนาบ
ทตี่ ดั ผา่ นเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของโลกตง้ั ฉากกบั แกนหมนุ ทเ่ี รยี กวา่ เสน้ ศนู ยส์ ตู ร ซงึ่ แบง่ ออกเปน็ ซกี โลกเหนอื และซกี โลกใต้ โดยคา่ เสน้ ของมมุ
จะสน้ิ สดุ ที่ขั้วโลกเหนือและขว้ั โลกใต้ มคี า่ มุม 90 องศาพอดี สว่ นจดุ เร่ิมต้นของเส้นลองจิจูดเกิดแนวระนาบทางตั้งทผ่ี า่ นแกนหมนุ ของ
โลกโดยใช้ต�ำแหนง่ บนเสน้ ท่ีผ่านหอดูดาว เมืองกรนี ีส ประเทศองั กฤษ เรยี กวา่ เส้นเมอรเิ ดยี น (Meridian) โดยจะแบง่ โลกออกเป็น 2 ซีก
คอื ซกี โลกตะวนั ออกและซกี โลกตะวนั ตก โดยเสน้ เมอรเิ ดยี นจะมคี า่ ของมมุ ซกี โลกละไมเ่ กนิ 180 องศา ในแผนทม่ี าตรฐานเสน้ ขอบระวาง
จะบอกคา่ พกิ ดั ของละตจิ ดู และลองจจิ ดู ไวเ้ สมอ สำ� หรบั แผนทช่ี ดุ L 7017 มาตราสว่ น 1: 50,000 จะมขี นาดของแผนระวาง 15 x 15 ลปิ ดา
โดยแบ่งเป็นสว่ นชว่ งละ 5 ลิปดา
ระบบพกิ ดั ภูมิศาสตร์ เป็นระบบอา้ งองิ ทใ่ี ช้ตำ� แหนง่ เสน้ ละตจิ ดู และลองกิจูดท่ตี ดั กัน โดยบอกตำ� แหนง่ เชิงมมุ จากศูนยก์ ำ� เนิดของละติจูด
และลองกจิ ดู เปน็ คา่ องศา ลปิ ดา ฟลิ ปิ ดา และบอกซกี โลกกำ� กบั ซงึ่ ประเทศไทยตงั้ อยทู่ ่ี Latitude 5 องศา 30 ลปิ ดา - 20 องศา 30 ลปิ ดา
เหนอื Longitude 97 องศา 30 ลิปดา - 105 องศา 30 ลิปดา ตะวนั ออก
ภาพท่ี 69 แสดงระบบพิกดั ภูมิศาสตร์
2) ระบบ Universal Transverse Mercator หรอื UTM
พกิ ดั กรดิ UTM เปน็ ระบบตารางกรดิ ทใ่ี ชช้ ว่ ยในการกำ� หนดตำ� แหนง่ และใชอ้ า้ งองิ ในการบอกตำ� แหนง่ ทนี่ ยิ มใชก้ บั แผนทใ่ี นกจิ การทหาร
ของประเทศตา่ ง ๆ เกอื บทวั่ โลกในปจั จบุ นั เพราะเปน็ ระบบตารางกรดิ ทม่ี ขี นาดรปู รา่ งเทา่ กนั ทกุ ตาราง และมวี ธิ กี ารกำ� หนดบอกคา่ พกิ ดั
ทง่ี า่ ย และถูกตอ้ ง เปน็ ระบบกริดท่ีนำ� เอาเสน้ โครงแผนทแ่ี บบ Universal Transverse Mercator Projection ของ Gauss Krugger
มาใช้ดดั แปลงการถ่ายทอดรายละเอียดของพนื้ ผวิ โลกให้รปู ทรงกระบอก Mercator Projection อยใู่ นตำ� แหนง่ Mercator Projection
(แกนของรปู ทรงกระบอกจะทบั กับแนวเสน้ อิเควเตอร์ และตงั้ ฉากกบั แนวแกนของขวั้ โลก) และมกี ารแบ่งโลกออกเปน็ 60 โซน โซนละ
6 องศา โดยมตี วั เลขและตวั อกั ษรประจำ� โซนนนั้ ๆ (ประเทศไทยอยใู่ น โซน GZD 47N 47P 47Q 48N 48P และ 48Q) ประเทศไทยไดน้ ำ� เอา
เส้นโครงแผนที่แบบ UTM นมี้ าใชก้ บั การท�ำแผนทก่ี ิจการทหารภายในประเทศจากรปู ถ่ายทางอากาศในปี 1953 รว่ มกบั สหรัฐอเมรกิ า
เป็นแผนท่มี าตราสว่ น 1 : 50,000 ชุด L7017 และปรับปรงุ ใหม่เปน็ ชุด L7018 ดงั ทีใ่ ชใ้ นปัจจบุ ัน
| 119
ภาพท่ี 70 แสดงการแบ่งกรดิ โซนในระบบพิกัดกรดิ UTM
3. การอ่านคา่ พกิ ัดในแผนที่ มาตราส่วน 1 : 50,000
1) กำ� หนดจดุ ในแผนทีใ่ หช้ ดั เจน
2) การบอกค่าพกิ ัดในแผนทจ่ี ากจดุ ท่ีก�ำหนด จะบอกเปน็ ค่าตวั เลข ซึ่งแบ่งเปน็ 2 แกน คือ เส้นต้งั (แกน X) ประกอบดว้ ยตวั เลข 6 ตวั
และ เส้นนอน (แกน Y) ประกอบดว้ ยตวั เลข 7 ตัว
3) เม่ือได้จดุ ทจี่ ะอ่านแล้ว เรม่ิ แกนตง้ั กอ่ น โดยใหห้ าเสน้ ตามแกนตัง้ ด้านซา้ ยของจุดท่ีอยู่ใกลจ้ ดุ ท่สี ุด แลว้ ไลห่ าตวั เลขตามแกนตงั้ ทข่ี อบ
หรือตอนกลางของแผนที่ ในทนี่ ้ีคอื เลข 76
4) เนอ่ื งจากจดุ อยรู่ ะหวา่ งเสน้ แกนตง้ั ท่ี 76 และ 77 แตช่ ดิ ไปทางดา้ น 77 ใหก้ ะประมาณดว้ ยสายตาคา่ พกิ ดั ทจ่ี ดุ ตง้ั อยู่ โดยการแบง่ ชอ่ ง
76-77 เป็น 10 ชอ่ งเลก็ และประมาณว่าตวั เลขตวั ท่สี ามควรจะเปน็ อะไร ในท่ีน้ีคือ 8 ดังน้ันตัวเลข ตามแกนตัง้ จะเป็น 768
5) ใหเ้ พิ่มเลขหนา้ อกี หน่งึ ตัว โดยดูทต่ี ัวเลขตวั เลก็ ตรงมมุ แผนที่ ในท่ีนีค้ ือเลข 4 พรอ้ มกบั เติม 0 อกี สองตำ� แหน่งตอ่ ท้าย เพราะฉะน้ัน
เลขตามแกนต้งั จะเปน็ 476800
6) จากนั้นใหห้ าตัวเลขตามเส้นนอน เส้นทอ่ี ยู่ใตจ้ ุด ไล่หาตัวเลขจากของแผนท่ี ในทน่ี ้ี คือเสน้ 17
7) ใชห้ ลกั การในขอ้ 4 ประมาณหาตัวเลขตัวท่สี ามของแกนนอน ในทนี่ ้คี ือ 173
8) ใชห้ ลักการในข้อ 5 ได้ค่าตัวเลขหนา้ ตัวเลก็ คือ 17 และเตมิ 0 ตอ่ ทา้ ยอีกสองตวั เปน็ 1717300
9) คา่ พกิ ดั ท่จี ดุ นี้คอื 476800 , 1717300
120 |
ภาพที่ 71 แสดงการอา่ นค่าพกิ ดั ในแผนที่ มาตราสว่ น 1:50,000
4. การใชม้ าตราส่วนในแผนท่ี 1 : 50,000
มาตราสว่ นเปน็ สงิ่ ทใ่ี ชบ้ อกอตั ราสว่ นระหวา่ งระยะทางในแผนทก่ี บั ระยะทางในภมู ปิ ระเทศจรงิ เชน่ มาตราสว่ น 1 : 50,000 หมายความวา่
ระยะทางในแผนที่ยาว 1 หนว่ ย ระยะทางในภมู ปิ ระเทศจรงิ จะมคี ่า 50,000 หน่วย ในท่นี ี้หนว่ ยของแผนที่คอื เซนตเิ มตร ดงั นัน้ ระยะทาง
1 เซนตเิ มตรในแผนทีจ่ ึงเท่ากบั 50,000 เซนตเิ มตร หรือ 500 เมตร หรอื 0.5 กโิ ลเมตรในภูมิประเทศจริง เราสามารถประมาณระยะทาง
ระหว่างสถานทตี่ ่าง ๆ ในแผนทไ่ี ด้โดยการวัดระยะทางเปน็ เส้นตรงท่ีลากผา่ นสถานท่ีเหลา่ น้นั แลว้ ค�ำนวณออกมาเปน็ หน่วยกโิ ลเมตรได้
ซึ่งระยะทางนั้นจะเปน็ ระยะทางตรงระหว่างสถานท่ีต่อสถานทีน่ ้ัน
| 121
4. โปรแกรม ArcGIS
เนือ่ งจากการใช้งานโปรแกรมระบบสารสนเทศทางภมู ศิ าสตรม์ คี วามซบั ซอ้ นของระบบและจำ� เป็นต้องไดร้ บั การอบรมและฝกึ การใช้งาน
ในระดับหนึ่ง ในที่น้ีจึงขอแนะน�ำเพียงหน้าต่างการท�ำงานและการใช้เคร่ืองมือบางอย่าง เพ่ือสร้างความคุ้นเคยและเป็นความรู้พ้ืนฐาน
ของผูท้ ส่ี นใจเทา่ นั้น
หนา้ ต่างโปรแกรม ArcMap
แถบเคร่อื งมือ File
122 |
การสง่ ออกแผนที่ (Export Map)
การสรา้ งจดุ จากโปรแกรม Microsroft Excel
| 123
แถบเครือ่ งมอื View
การกำ� หนดคา่ แกน
124 |
General
Coordinate System
| 125
แถบเคร่ืองมือ Insert
Data Frame ใชใ้ นการเพิม่ New Data Frame ซึ่งสามารถใชแ้ สดง Index Map เพอ่ื แสดงรายละเอียดภาพรวมของพน้ื ท่ศี กึ ษา
แถบเคร่ืองมือ Standard
126 |
1) ArcToolbox เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น การซ้อนทับของพ้ืนท่ี ช่องว่างระหว่างแปลง การแปลงข้อมูลในอยู่
ในรูปแบบ KML เป็นตน้
แถบเครอ่ื งมือ Editor
ใชส้ รา้ งขอ้ มลู ใหม่ และแกไ้ ขขอ้ มลู เดมิ ทม่ี อี ยู่ (Digitizing and Editing Data) ทง้ั ประเภทจดุ (Point) เสน้ (Line) และพน้ื ทเี่ ปน็ รปู
ปิด (Polygon) โดยใชก้ ารดจิ ิไทซ์ (Digitizing) เปน็ วธิ กี ารคัดลอกลายจากแผนท่ตี ้นฉบับ เชน่ ภาพดาวเทียม ภาพถา่ ยทางอากาศ
แผนท่ีภมู ิประเทศ แผนท่โี ฉนดทดี่ นิ ซง่ึ เป็นข้อมลู เชิงจุดภาพ (Raster) ใหอ้ ยู่ในระบบข้อมลู เวกเตอร์ (Vector)
Snapping
ใชค้ วบคมุ การแก้ไขสว่ นท่เี ชื่อมต่อโดยกำ� หนดส่วนของขอ้ มูลท่เี ชือ่ มต่อใหม่นี้ให้เช่ือมกับส่วนใดสว่ นหนึง่ ของขอ้ มลู เดิม เช่น กำ� หนด
Snap ที่จดุ (Point) จดุ หักเห (Vertex) ขอบ (Edge) หรือจุดปลาย (End)
| 127
แถบเครอื่ งมอื Tools
แถบเครอื่ งมือ Layout
128 |
Layers (ชน้ั ขอ้ มูล)
Open Attribute Table การเปดิ ตารางเพ่ือดูรายละเอยี ดขอ้ มูล
| 129
แถบ Attribute table
Select By Attributes
ใชส้ บื คน้ ขอ้ มลู ทตี่ อ้ งการ เป็นการสอบถามข้อมลู ภายในชั้นข้อมูลดว้ ยค�ำในตาราง ผูใ้ ช้จะต้องกำ� หนดเงื่อนไข โดยคลกิ Table Options
> Select By Attributes > เลอื กขอ้ มลู ท่ตี อ้ งการจากชัน้ ขอ้ มลู นน้ั ๆ โดยกำ� หนดเง่ือนไข ดงั รปู
130 |
Add field
Appearance ตัง้ คา่ รูปแบบตาราง
| 131
Field Calculator
ใช้ปอ้ นขอ้ มูล หรือค�ำนวณผลลัพธ์ โดยใชเ้ ง่อื นไข เชน่ ตอ้ งการระบุรหัส 90 คอื ไมป่ า่ ให้เลือก field ท่ีมี รหสั 90 และทำ� การคลิกขวา
field ทตี่ ้องการ > field Calculator > “ไมป่ า่ ” > OK
Calculate Geometry
ในระบบ UTM สามารถใชค้ ำ� นวณหา Area (เนื้อที)่ Perimeter (เส้นรอบรปู ) X Coordinate of Centroid (ค่าพิกัดแกน X) และ Y
Coordinate of Centroid (คา่ พกิ ดั แกน Y) ได้ โดยคลกิ ขวา field ที่ต้องการคำ� นวณ > Calculate Geometry จากนัน้ จะปรากฏ
หน้าต่าง Calculate Geometry
1 32 |
Statistics
ใช้ค�ำนวณผลลัพธต์ า่ ง ๆ ในคอลัมน์ท่ีสนใจ เชน่ Count (จ�ำนวนนับ) Minimum (คา่ ต่ำ� สุด) Maximum (คา่ สูงสุด) Mean (ค่าเฉลีย่ ) และ
Standard Deviation (คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน)
Joins and Relates
เปน็ การเชือ่ มตอ่ ตารางเพ่ืออธบิ ายรหัส หรือให้คำ� อธิบายรายละเอยี ดเพม่ิ ขึ้นดว้ ย field ท่ีเป็นคีย์หลักเหมือนกนั ทง้ั 2 ตาราง โดยคลกิ
Joins and Relates > Join Data
| 133
Selection
ใชส้ ร้างช้ันขอ้ มลู ใหม่ จากข้อมูลทีถ่ ูกเลอื ก เปน็ การสร้างชั้นข้อมลู ชวั่ คราวทีเ่ กบ็ อย่ใู นเอกสารแผนที่ .mxd ไมไ่ ดบ้ นั ทึกลงฮารด์ ดิสค์จรงิ
โดยเลือกขอ้ มลู ท่ีต้องการจากตาราง > คลกิ ขวาทีช่ น้ั ข้อมลู น้ัน ๆ > Selection > Create Layer From Selected Features
Label Features
ใชว้ างขอ้ ความ เพื่ออธบิ ายคุณลักษณะของข้อมูล โดยคลกิ ขวาทชี่ ้นั ขอ้ มูล > √ หนา้ Label Features เพ่อื แสดงป้ายขอ้ มูลหรอื น�ำ √ หนา้
Label Features ออกเม่ือตอ้ งการยกเลิกการแสดงป้ายขอ้ มลู
134 |
Convert Labels to Annotation
ใช้สร้างข้อมูลตัวอักษรจากการแปลง Label Features (ป้ายข้อมูลเป็นกราฟิก และเก็บเป็น Annotation Groups ในแผนที่ .mxd
โดยคลกิ ขวาท่ชี ัน้ ขอ้ มูล > Convert Labels to Annotation > เลอื ก In the map > Convert และสามารถเปดิ หรอื ปิดการแสดงผล
ไดจ้ ากแถบ Annotation Groups ในหนา้ ตาง Data Frame Properties
Data Export
ใช้ส่งออกช้ันข้อมูลไปเป็นข้อมูลท่ีเก็บในฐานข้อมูลในรูปแบบ Shapefile โดยคลิกขวาท่ีช้ันข้อมูลท่ีต้องการ Export Data แล้วไปท่ี
Data > Export Data > ตัง้ ชื่อ > OK
| 135
Properties
Source
แสดงช่อื ช้นั ขอ้ มูล ตำ� แหน่งของแหลง่ ขอ้ มลู น้ัน ๆ และข้อมูลระบบพกิ ดั ทางภมู ิศาสตร์
136 |
Symbology
ใชป้ รบั แตง่ ภาพด้วย Field เช่น ต้องการแสดง Field ดว้ ยสที ่ีไม่ซ�้ำกนั สามารถเลอื ก Categories > Unique values > Value Field
เลอื ก Field ตอ้ งการแสดงสี > Add All Values > เลอื กสจี าก Color Ramp หรอื ดบั เบลิ คลกิ แถบสี และปรบั สไี ดต้ ามความตอ้ งการใชง้ าน
Fields
เลือกให้แสดงหรอื ไมแ่ สดง Field ใน Attributes Table
| 137
Labels
การแสดงรายละเอียดข้อมูล ใชส้ �ำหรบั ตอ้ งการแสดงชอ่ื หรอื รายละเอียด Field โดยการ √ Label features in this layer > เลือก field
ทต่ี ้องการแสดงผล : Label Field > ตั้งค่ารปู แบบตวั อกั ษรตามความเหมาะสม > OK
นอกจากนี้ สามารถแสดงผลมากกว่า 1 Field ได้โดยเลือก Expression > เลือก Field ที่ต้องการแสดง ตามด้วย &VBnewline&
(กรณใี ห้มีการขนึ้ บรรทัดใหม)่ และเลอื ก Field อื่นท่ีต้องการแสดง
138 |
5. วธิ กี ารถา่ ยโอนขอ้ มลู จากเครอ่ื ง GPS เขา้ สเู่ ครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ดว้ ยโปรแกรม DNR Garmin
ในการทำ� งานภาคสนาม ภายหลงั จากการเก็บขอ้ มูลพิกัดในพนื้ ท่แี ล้ว การท่ถี า่ ยโอนขอ้ มูลจากเครอื่ ง GPS จะต้องใช้สาย Cable และ
ลงโปรแกรมเช่อื มต่อ (USB Drivers for Garmin GPS receivers) จึงจะสามารถเช่อื มต่อและดงึ ขอ้ มลู จากเครื่อง GPS ได้ ในท่นี ีจ้ ะใช้
โปรแกรม DNR Garmin ทพ่ี ัฒนาโดย Minnesota Department of Natural Resource ซ่ึงเปน็ โปรแกรมฟรแี ละยังสามารถใช้ไดก้ บั
โปรแกรม ArcGIS Desktop ได้ โดยสามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรม จากเวป็ ไซต์ http://www.dnr.state.mn.us/mis/gis/tools/arcview/
extensions/DNRGarmin/DNRGarmin.html
1) เมอื่ ดาวนโ์ หลด DNRGarmin และตดิ ตง้ั เสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหเ้ รยี กใชโ้ ปรแกรมโดยดบั เบลิ้ คลกิ๊ ทไ่ี อคอนบน หนา้ จอ หรอื Start Menu
All Programs DNRGarmin
2) ท�ำการตัง้ คา่ ระบบพิกดั และการเชอื่ มตอ่ กับเครือ่ ง GPS โดยเลือก File Set Projection
3) ในกรณนี ี้เครือ่ ง GPS เชือ่ มต่อกบั คอมพิวเตอรโ์ ดยใช้ช่องทางสอ่ื สาร (Port) ที่เปน็ USB (Universal Serial Bus) ดงั นนั้ ต้องกำ� หนดค่า
ของโปรแกรมโดยเลอื ก GPS Set Port USB
เมอื่ โปรแกรม DNR Garmin เชื่อมตอ่ กบั เครื่อง GPS ไดแ้ ล้วจะปรากฏรนุ่ ของเครื่อง GPS และระบบพิกดั เช่น
การดาวน์โหลด Waypoint
Waypoint เปน็ จดุ ทบ่ี นั ทกึ ไวซ้ ง่ึ สามารถกำ� หนดคณุ สมบตั ใิ หม้ ลี กั ษณะเฉพาะทแ่ี ตกตา่ งกนั ไปตามกลมุ่ เชน่ จดุ ทน่ี า่ สนใจ (Point of Interest)
ป๊ัมนำ้� มัน ธนาคาร รา้ นอาหาร โรงแรม การดาวน์โหลด Waypoint จากเครื่อง GPS ทำ� ได้โดย เลือก Waypoint Download
| 139
เมอ่ื การดาวน์โหลดเสร็จสมบรู ณจ์ ะปรากฏ Waypoint ท้งั หมดทไ่ี ด้บันทกึ ไวใ้ นเครื่อง GPS จากนนั้ ท�ำการบนั ทึกใหเ้ ปน็ แฟ้มขอ้ มูลใหม่
เลอื ก File Save To File
จากนนั้ ตั้งชอื่ ไฟล์ (File name) เลอื กชนิดของไฟล์ (Save as type) เปน็ ArcView Shapefile (Projected) (*.shp) เพ่อื เปดิ ใช้งาน
ในโปรแกรมสารสนเทศภูมศิ าสตร์ เชน่ ArcView, ArcGIS หรือเลอื กเป็น Google Earth Format (*.kml) เพอื่ เปดิ ใชง้ านกบั โปรแกรม
Google Earth
การดาวนโ์ หลด Track
Track เปน็ ชุดของคา่ พกิ ัด X, Y, Z เรียงตอ่ เปน็ เสน้ ทาง ท�ำใหผ้ ใู้ ชท้ ราบถงึ เส้นทางที่ไดเ้ ดินทางผ่านมา โดยเฉพาะเส้นทางเดินปา่ หรอื
เสน้ ทางทไ่ี มเ่ คยรจู้ กั และไมม่ เี สน้ ทางปรากฏในแผนที่ การดาวนโ์ หลด Track จากเครอ่ื ง GPS ทำ� ไดโ้ ดย เลอื ก Track Download
เมอ่ื การดาวน์โหลดเสรจ็ สมบูรณจ์ ะปรากฏ Track ท้งั หมดทไี่ ดบ้ นั ทึกไว้ในเคร่ือง GPS
จากนน้ั ต้ังชือ่ ไฟล์ (File name) เลอื กชนิดของไฟล์ (Save as type) เป็น ArcView Shapefile (Projected) (*.shp) เพ่อื เปดิ ใชง้ าน
ในโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ต่าง ๆ หรอื เลอื กเป็น Google Earth Format (*.kml) เพอื่ เปดิ ใชง้ านกบั โปรแกรม Google Earth
140 |
บทที่ 4
แนวคดิ และกฎหมาย
เก่ยี วข้องกับการปอ้ งกนั และควบคุมไฟป่า
พรคุ วนเคร็ง
| 141
1. แนวความคิดและนโยบายของรฐั เกย่ี วกับการอนรุ กั ษแ์ ละคุ้มครองพืน้ ที่ป่าพรุ
1.1 แนวคดิ ในการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรในพ้นื ท่ีป่าพรุ
การอนรุ กั ษ์ (conservation) หมายถงึ การรจู้ กั ใชท้ รพั ยากรอยา่ งชาญฉลาดเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการของมนษุ ยโ์ ดยคำ� นงึ ถงึ สถานภาพ
และศักยภาพของทรัพยากร รวมทั้งการควบคุมการเสื่อมสภาพ และบูรณะฟื้นฟูทรัพยากรเพื่อรักษาชนิด ปริมาณ และคุณภาพของ
ทรัพยากรให้มีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์อยา่ งย่งั ยืน
ส่วนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีเหตุผลเพ่ือให้เกิดประโยชน์ต่อความต้องการของ
มนุษย์อย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต ท้ังนี้กิจกรรมที่มนุษย์เข้าไปเก่ียวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติในลักษณะของการอนุรักษ์
จะท�ำให้ทรัพยากรธรรมชาติน้ันถูกน�ำมาใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากท่ีสุด และใช้ได้ในระยะเวลายาวนาน
ทสี่ ดุ ทงั้ นต้ี อ้ งมกี ารสญู เสยี ทรพั ยากรธรรมชาตโิ ดยเปลา่ ประโยชนน์ อ้ ยทสี่ ดุ และจะตอ้ งกระจายการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ
โดยท่ัวถึงกันด้วย ซ่ึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ได้หมายความถึงเฉพาะการเก็บรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้โดยไม่มีการน�ำมาใช้
ประโยชน์เทา่ นัน้ แตก่ ารอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติต้องมกี ารน�ำมาใชป้ ระโยชนใ์ ห้ถูกตอ้ งตามความเหมาะสมและความจ�ำเปน็ อีกดว้ ย
แนวคดิ ในการอนุรักษ์ทรพั ยากรดิน
การอนุรักษ์ดิน หมายถึง การใช้ประโยชน์จากดินอย่างชาญฉลาด โดยค�ำนึงถึงการป้องกันการเซาะกร่อนหรือการพังทลายของดิน
(Soil erosion) เปน็ สำ� คญั หรอื อกี นัยหน่งึ หมายถึง การใช้ประโยชน์ทรพั ยากรดินให้มีประสิทธภิ าพมากทสี่ ดุ และไดเ้ ป็นเวลานานที่สดุ
ขณะเดียวกันก็สามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินให้คงธาตุอาหารที่จ�ำเป็นแก่พืชอย่างสม�่ำเสมอตลอดไป หากใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรดินอย่างไม่ระมัดระวังและไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ จะส่งผลให้ดินเกิดความเสื่อมโทรม โดยเฉพาะดินในพ้ืนท่ีพรุ ซ่ึงเป็น
ดนิ อนิ ทรยี เ์ ขตรอ้ นในระบบนเิ วศทม่ี คี วามเปราะบาง ดงั นนั้ ในการใชป้ ระโยชนแ์ ละอนรุ กั ษท์ รพั ยากรดนิ ในพน้ื ทดี่ งั กลา่ วน้ี จงึ จะตอ้ งคำ� นงึ
ถงึ ขอบเขตของพน้ื ทโี่ ดยพจิ ารณาตามคณุ ลกั ษณะของดนิ พจิ ารณาถงึ การระบายนำ�้ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศและความตอ้ งการทางดา้ นสงั คม
ซึง่ เปน็ สิง่ จำ� เปน็ อย่างยิ่งสำ� หรบั การใชป้ ระโยชนท์ ีด่ นิ อย่างเหมาะสมต่อไป
แนวคิดในการอนุรักษท์ รัพยากรน้�ำ
น�้ำ เป็นทรัพยากรท่ีมีความจ�ำเป็นและมีประโยชน์ต่อมนุษย์มาก ขณะเดียวกันหากไม่มีการบริหารจัดการและควบคุมที่ดีก็จะส่งผลให้
เกิดโทษอย่างมหันต์ ดังนั้นในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้�ำจึงจ�ำเป็นจะต้องอาศัยการวางแผนจัดการและการควบคุมปริมาณและ
อัตราการไหลของน�้ำใหพ้ อเหมาะ พรอ้ มทง้ั คำ� นึงถงึ คณุ ภาพและระยะเวลาในการไหลของนำ�้ ด้วย
การอนุรักษ์ทรัพยากรน�้ำ จะต้องพิจารณาควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้�ำทุกประเภทร่วมกันให้บังเกิดผลคุ้มค่ามากท่ีสุด
ดงั นนั้ แนวทางในการอนรุ กั ษน์ ำ้� และดนิ จงึ ตอ้ งมกี ารดำ� เนนิ การควบคกู่ นั ไป ซงึ่ การบกุ รกุ พน้ื ทพ่ี รุ เพอื่ ใชเ้ ปน็ พน้ื ทที่ ำ� การเกษตร หรอื การทำ�
การเกษตรในพื้นท่ีรอบ ๆ พรุ ตลอดจนการพัฒนาต่าง ๆ ล้วนแต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรน�้ำอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ โดยเฉพาะ
ในแงข่ องปรมิ าณนำ�้ เพราะปรมิ าณนำ้� ใตด้ นิ ทม่ี ใี นปา่ พรจุ ะตอ้ งรกั ษาใหอ้ ยใู่ กลก้ บั ผวิ ดนิ ตลอดทง้ั ปี ในการใชน้ ำ�้ กต็ อ้ งมกี ารศกึ ษาถงึ สมดลุ
ของน�้ำในพ้นื ที่ลมุ่ น�ำ้ ของพื้นทพี่ รุ เพื่อทราบถงึ ปริมาณนำ้� ทีเ่ ข้าพ้ืนทีพ่ รุทง้ั หมด (Sum of Water Input) และทราบถงึ ปริมาณนำ้� ทอ่ี อก
จากพรทุ ั้งหมด (Sum of Water Output) ซงึ่ จะทำ� ให้การใช้ และการอนรุ กั ษน์ �ำ้ ในพ้ืนทีเ่ ป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
แนวคิดในการอนรุ กั ษ์ความหลากหลายทางชวี ภาพและทรพั ยากรป่าไม้
จากสถานการณ์การลดน้อยถอยลงตลอดจนความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ของประเทศในเขตศูนย์สูตร รวมถึงประเทศไทย
ในชว่ งระยะเวลาทผ่ี า่ นมา ทำ� ใหม้ แี นวคดิ ในการรกั ษาพน้ื ทป่ี า่ ทย่ี งั คงเหลอื อยู่ มกี ารประกาศและจดั ตง้ั พน้ื ทค่ี มุ้ ครองหรอื พนื้ ทอี่ นรุ กั ษเ์ พมิ่ ขน้ึ
142 |
โดยเร่งด่วน โดยมีวัตถุประสงค์ส�ำคัญ คือ เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์
ตลอดจนเป็นการรักษาไวซ้ ึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ
ในกรณขี องพ้นื ทปี่ ่าพรนุ ั้นแมว้ า่ พนั ธไุ์ ม้ต่าง ๆ โดยมากจะเป็นพนั ธุไ์ มท้ ไ่ี มม่ คี ณุ ค่าทางเศรษฐกจิ เชน่ พนั ธพุ์ ชื จำ� พวกไมเ้ สมด็ ชนดิ ต่าง ๆ
ทำ� ใหพ้ นื้ ทพี่ นื้ ทป่ี า่ พรถุ กู บกุ รกุ ทำ� ลายเปน็ จำ� นวนมาก ซงึ่ โดยมากจะเปน็ การบกุ รกุ เพอ่ื ใชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี นิ แตเ่ มอ่ื พจิ ารณาพน้ื ทป่ี า่ พรใุ นแง่
คณุ คา่ ทางนเิ วศวทิ ยาแลว้ จะเหน็ ไดว้ า่ ลกั ษณะของปา่ พรแุ ตกตา่ งจากปา่ ชนดิ อน่ื ๆ อยา่ งชดั เจน เนอ่ื งจากเกดิ ในบรเิ วณพนื้ ทล่ี มุ่ มนี ำ�้ ทว่ ม
เกือบตลอดปี สภาพพนื้ ดินภายในปา่ พรุเปน็ ดินอินทรีย์ (Organic soil) จากการทีซ่ ากพืชและอนิ ทรยี วตั ถุ รวมทั้งแรธ่ าตใุ นธรรมชาตถิ ูก
นำ้� ฝนชะลา้ งลงมาตกตะกอนรวมกนั นอกจากนน้ั แลว้ พนั ธไ์ุ มใ้ นปา่ พรุ นบั วา่ มคี วามสำ� คญั ตอ่ สตั วป์ า่ เปน็ อยา่ งยง่ิ โดยเปน็ ทงั้ ถนิ่ ทอ่ี ยอู่ าศยั
ตามธรรมชาติและเปน็ แหลง่ อาหารของสัตว์ปา่ โดยในบรเิ วณเรือนยอดและล�ำตน้ มีสตั วจ์ �ำพวก ผ้งึ ตอ่ ลงิ ชนดิ ตา่ ง ๆ และสัตวป์ กี ขณะที่
รากของพชื เป็นแหลง่ อาหารและที่อยู่อาศยั ของสตั ว์น�ำ้ และปลาหลายชนดิ จงึ กล่าวได้วา่ พนั ธ์ไุ มใ้ นปา่ พรุ มีสว่ นสำ� คญั ท่เี อ้ือตอ่ การเกิด
ความหลากหลายทางชวี ภาพของสง่ิ มชี วี ติ อน่ื ๆ ดงั นน้ั แนวทางการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรปา่ ไมแ้ ละความหลากหลายทางชวี ภาพในพนื้ ทป่ี า่ พรุ
จึงควรเปน็ การดำ� เนินการควบคู่กนั ไปกับการแนวทางในการควบคมุ การใช้ประโยชนใ์ นท่ีดิน และหากมีการอนญุ าตใหม้ กี ารใชป้ ระโยชน์
ในพ้นื ท่ีดังกลา่ ว ก็ควรเป็นการอนญุ าตท่อี ยู่ภายใตเ้ งื่อนไขการใช้ประโยชน์อยา่ งถกู หลักวชิ าการ (จติ รประภา, 2554, น.20–22.) 4.1.2
แนวคิดในการวางแผนพฒั นาและจัดการทรพั ยากรในพ้ืนที่ปา่ พรุ
1.2 แนวคดิ ในการวางแผนพฒั นาและจัดการทรัพยากรในพืน้ ท่ปี า่ พรุ
แนวคิดในการพัฒนาพื้นท่ีป่าพรุอย่างยั่งยืนนี้ เป็นแนวความคิดท่ีเน้นไปท่ีการพัฒนาประเทศโดยการน�ำทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ
มาใชป้ ระโยชน์อย่างชาญฉลาด ซ่ึงการใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากรในพ้ืนทป่ี า่ พรุอยา่ งชาญฉลาด คอื การใชป้ ระโยชนใ์ นลักษณะทท่ี ำ� ให้พื้นที่
ป่าพรสุ ามารถใหผ้ ลผลิตและประโยชนส์ ูงสุดอยา่ งต่อเนอ่ื งและยาวนานแก่คนทุก ๆ รนุ่ และทำ� ใหพ้ ้ืนทป่ี า่ พรยุ ังสามารถรกั ษาศกั ยภาพ
ในการให้ผลผลิตและประโยชน์ตามความจ�ำเป็นและความต้องการของคนรุ่นหลังได้ โดยในวิถีทางซึ่งสอดคล้องกับการบ�ำรุงรักษา
คุณลักษณะทางธรรมชาติของระบบนิเวศไว้
ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยส่งิ แวดล้อมและการพัฒนา (UNCED) ที่กรงุ ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในเดอื นมิถุนายน พ.ศ.
2535 ท่ีประชุมไดม้ กี ารกล่าวถึงแนวทางการพฒั นาท่ียงั่ ยนื โดยระบุไว้เปน็ แนวทางการด�ำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21)
และก�ำหนดเปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ่งั ยนื (Sustainable Development Goals (SDGs) ขน้ึ โดยอาศยั กรอบความคดิ ทม่ี องการพฒั นา
เป็นมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้มีความเช่ือมโยงกัน ซึ่งจะใช้เป็นทิศทางการพัฒนาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2558
ถงึ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2573 ครอบคลมุ ระยะเวลา 15 ปี โดยประกอบไปด้วย 17 เป้าหมาย ท่ีมีประเทศสมาชิก 193 ประเทศให้สัตยาบัน
ถือเป็นเครื่องมือช่วยสะท้อนระดับการพัฒนาประเทศต่าง ๆ ด้วยมาตรวัดท่ีเป็นระบบ รวมถึงการระดมความร่วมมือในการยกระดับ
การพฒั นาให้มีความเท่าเทียมกนั ซึ่งเป้าหมายท่ี 15 เปน็ เปา้ หมายที่สอดคลอ้ งกับแนวทางในการพัฒนาพืน้ ที่ปา่ พรอุ ยา่ งย่ังยืน กลา่ วคอื
1. สรา้ งหลกั ประกนั วา่ จะมกี ารอนรุ กั ษ์ การฟน้ื ฟู และการใชร้ ะบบนเิ วศบนบกและในนำ้� จดื ในแผน่ ดนิ รวมทงั้ บรกิ ารทางระบบนเิ วศอยา่ ง
ยงั่ ยนื เฉพาะอยา่ งยงิ่ ปา่ ไม้ พน้ื ทช่ี มุ่ นำ้� ภเู ขาและเขตแหง้ แลง้ โดยเปน็ ไปตามขอ้ บงั คบั ภายใตค้ วามตกลงระหวา่ งประเทศ ภายในปี 2563
2. ส่งเสริมการด�ำเนินการด้านการบริหารจดั การปา่ ไมท้ กุ ประเภทอยา่ งยั่งยืน หยุดยง้ั การตดั ไม้ทำ� ลายปา่ ฟืน้ ฟปู า่ ท่ีเส่อื มโทรม และเพ่มิ
การปลกู ป่าและฟื้นฟูปา่ ท่ัวโลก ภายในปี 2563
3. ตอ่ สกู้ ารกลายสภาพเปน็ ทะเลทราย ฟน้ื ฟแู ผน่ ดนิ และดนิ ทเี่ สอื่ มโทรม รวมถงึ แผน่ ดนิ ทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจากการกลายสภาพเปน็ ทะเลทราย
ความแห้งแล้ง และอุทกภยั และพยายามทีจ่ ะบรรลถุ ึงโลกที่ไรค้ วามเสื่อมโทรมของท่ีดนิ ภายในปี 2573
4. สรา้ งหลกั ประกนั วา่ จะมกี ารอนรุ กั ษร์ ะบบนเิ วศภเู ขาและความหลากหลายทางชวี ภาพของระบบนเิ วศเหลา่ นน้ั เพอื่ จะเพม่ิ พนู ขดี ความ
สามารถของระบบนเิ วศเหล่านัน้ ท่ีจะให้ผลประโยชนอ์ นั ส�ำคัญต่อการพฒั นา ท่ยี ง่ั ยนื ภายในปี 2573
| 143
5. ปฏบิ ตั กิ ารท่ีจำ� เปน็ และเร่งดว่ นเพ่อื ลดการเส่อื มโทรมของถน่ิ ท่ีอยูต่ ามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสยี ความหลากหลายทางชีวภาพและ
ภายในปี 2563 จะปกปอ้ งและป้องกนั การสญู พนั ธข์ องชนิดพนั ธ์ุที่ถกู คุกคาม
6. สรา้ งหลกั ประกนั วา่ จะมกี ารแบง่ ปนั ผลประโยชนท์ เี่ กดิ จากการใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากรพนั ธกุ รรมอยา่ งเทา่ เทยี มและยตุ ธิ รรม และสง่ เสรมิ
การเขา้ ถึงทรัพยากรเหลา่ นน้ั อยา่ งเหมาะสม
7. ปฏบิ ตั กิ ารอยา่ งเรง่ ดว่ นเพอ่ื จะยตุ กิ ารลา่ และการขนยา้ ยชนดิ พนั ธพ์ุ ชื และสตั วค์ มุ้ ครอง และแกป้ ญั หาทงั้ อปุ สงคแ์ ละอปุ ทานตอ่ ผลติ ภณั ฑ์
สัตว์ปา่ ทีผ่ ิดกฎหมาย
8. น�ำมาตรการมาใช้เพื่อป้องกันการน�ำเข้าและลดผลกระทบของชนดิ พนั ธต์ุ า่ งถิ่นทร่ี ุกรานในระบบนเิ วศบกและนำ้� และควบคมุ หรอื ขจดั
Priority species ภายในปี 2563
9. บูรณาการมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปสู่การวางแผน กระบวนการพัฒนา ยุทธศาสตร์การลดความ
ยากจน และบญั ชที ั้งระดบั ท้องถิน่ และระดับประเทศ ภายในปี 2563 (กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถน่ิ , 2563: ออนไลน์)
จากแนวคิดเร่อื งการพัฒนาอยา่ งยั่งยนื ดังกลา่ วข้างต้น สามารถน�ำมาใชเ้ ป็นแนวทางในการคุ้มครองและอนุรักษ์พ้ืนท่ีปา่ พรุได้ ดงั นี้
• ใชธ้ รรมชาตโิ ดยไม่เป็นการท�ำลายลา้ งต้นทุน เปน็ การกำ� หนดตน้ ทนุ ทห่ี า้ มการใชป้ ระโยชนท์ เี่ กนิ ธรรมชาติ เชน่ การจำ� กัดจำ� นวนหรือ
วิธีการหาประโยชน์ ไม่ให้ล่วงล้�ำทำ� ลายฐานทรพั ยากรทางป่าไม้ ประมง เกษตรกรรม ไม่ให้เกิดภาวะท�ำลายระบบนเิ วศ พรอ้ มท้ังให้มกี าร
บ�ำรุงรกั ษาฐานทรัพยากรอยตู่ ลอดเวลาดว้ ย ไดแ้ ก่ การไม่ท�ำลายพ้ืนทปี่ ่าพรุเพือ่ เปน็ พ้นื ทกี่ ารเกษตร หรืออน่ื ๆ เป็นต้น
• ใช้ธรรมชาติโดยคุ้มค่าโดยมุ่งถึงความต้องการพ้ืนฐานในสังคมก่อน เช่น หลังก�ำหนดพ้ืนท่ีอนุรักษ์เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือ
เขตอุทยานแล้ว ท่ีดินที่เหลือก็ควรที่จะจ�ำแนกให้เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม ป่าไม้ ที่อยู่อาศัย ให้ครบถ้วนเป็นหลักไว้ก่อน โดยจะ
ต้องค�ำนึงถึงคุณค่าของท่ีดินควบคู่กันไป เช่น ถ้าเป็นพ้ืนท่ีที่มีความอุดมสมบูรณ์มีแร่ธาตุอาหารในดินก็ควรท่ีจะก�ำหนดให้เป็น
พ้ืนที่ส�ำหรับการเกษตร ไม่เหมาะสมส�ำหรับการก�ำหนดให้เป็นเมืองหรือพื้นท่ีอุตสาหกรรม ดังนั้น เม่ือพิจารณาในกรณีของพื้นท่ี
ป่าพรุ พ้ืนท่ีใดท่ีมีความพิเศษทางระบบนิเวศ มีความเปราะบางเป็นพิเศษ ก็ควรก�ำหนดให้เป็นพ้ืนที่อนุรักษ์ เพื่อป้องกันการ
บุกรุกท�ำลาย และพ้ืนท่ีใดที่เสื่อมโทรมไปเนื่องจากการบุกรุกท�ำลาย ก็ควรท่ีจะได้รับการฟื้นฟูเพื่อประโยชน์ต่อไปในภายหน้า
• การจำ� กดั การผลติ หรอื การบรโิ ภค ภายใตข้ อ้ จำ� กดั ทจ่ี ะตอ้ งรกั ษาตน้ ทนุ ธรรมชาตแิ ละตอ้ งตอบสนองความตอ้ งการพน้ื ฐานกอ่ น จงึ เปน็ ท่ี
แนน่ อนวา่ การผลติ หรอื การบรโิ ภคในหลายกรณจี ะตอ้ งถกู จำ� กดั แตใ่ นกรณขี องประเทศไทยทเี่ ปน็ ประเทศประชาธปิ ไตย การทรี่ ฐั เขา้ มา
จ�ำกัดการผลติ และการบริโภค ดจู ะเปน็ ส่ิงท่ขี ดั แย้งกับการปกครองของประเทศ
• การกระจายโอกาสในสังคม เม่ือมีขีดจ�ำกัดในทางธรรมชาติเกิดขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ ปัญหาในการกระจายโอกาสในการเข้าถึง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละความขดั แยง้ ดา้ นผลประโยชน์ หากการกระจายโอกาสและประโยชนใ์ นสงั คมไมเ่ ปน็ ธรรมแลว้ มาตรการอนุรกั ษ์
ตา่ ง ๆ กไ็ มอ่ าจจะตา้ นทานการดน้ิ รนเพอื่ ความอยรู่ อดของผดู้ อ้ ยโอกาส ในกรณขี องพน้ื ทปี่ า่ พรุ หากรฐั มกี ารจดั สรรพนื้ ทปี่ า่ พรทุ เ่ี สอ่ื มโทรม
กค็ วรเปน็ การจดั สรรใหป้ ระชาชนในทอ้ งทไี่ ดท้ ำ� ประโยชนโ์ ดยเสมอภาคกนั เพอ่ื กนั ไมใ่ หน้ ายทนุ เขา้ ทำ� ประโยชนแ์ ตเ่ พยี งฝา่ ยเดยี ว ซงึ่ เปน็
หลักการทสี่ �ำคัญประการหนงึ่ ของแนวทางการพฒั นาทีย่ ่งั ยืน
144 |
แนวคิดการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการอนรุ ักษแ์ ละคมุ้ ครองพ้ืนทีป่ า่ พรุ
แนวคดิ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และค้มุ ครองพนื้ ท่ปี ่าพรุ เปน็ ส่วนหน่ึงของบทบาทภาคประชาชนในกระบวนการของ
การพฒั นา กลา่ วคอื เปน็ การมสี ว่ นรว่ มดว้ ยการเขา้ รว่ มอยา่ งกระตอื รอื รน้ มพี ลงั ของประชาชนในกระบวนการตดั สนิ ใจเพอื่ กำ� หนดเปา้ หมาย
และจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายน้ัน และเป็นการปฏิบัติตามแผนการหรือโครงการต่าง ๆ ด้วยความสมัครใจ สรุปคือ การให้สิทธิ
แกป่ ระชาชนทจี่ ะมโี อกาสไดเ้ ขา้ รว่ มในกจิ กรรมหรอื โครงการทร่ี ฐั หรอื เอกชนเปน็ เจา้ ของโครงการ หรอื เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการโดยความ
ยนิ ยอมของพวกเขาเหลา่ นนั้ และโดยมกี ฎหมายใหก้ ารรบั รองสทิ ธิ นอกจากน้ี สถานการณก์ ารตน่ื ตวั ดา้ นการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ้ ม ประกอบกบั การใหค้ วามสำ� คญั ในเรอ่ื งการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน ไดม้ กี ารนำ� มาบญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และ
รกั ษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 7 ทง้ั น้ี แนวทางในการมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการจดั การพื้นที่พรุมี 6 ระดบั
ซ่ึงสามารถน�ำมาใช้ได้ ดังน้ี
• ระดับท่ี 1 ร่วมรับรู้ คอื การท่ีรัฐให้ข้อมลู ขา่ วสารท่ีเกย่ี วข้องกับโครงการหรือกจิ กรรมแกป่ ระชาชน และเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนได้รบั รู้
โดยการให้ขอ้ มูลขา่ วสารแก่ประชาชน หรือให้สทิ ธแิ กป่ ระชาชนในการเข้าถึงขอ้ มูลขา่ วสาร ของกิจกรรมท่กี �ำลงั จะเกิดขึ้น ความจ�ำเป็น
และความสำ� คญั ทจี่ ะตอ้ งมโี ครงการหรอื กจิ กรรมนนั้ รวมถงึ การดำ� เนนิ การและมาตรการตา่ ง ๆ ทจี่ ะนำ� มาใชเ้ พอื่ ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา
หรอื ผลกระทบท่ีจะเกดิ ข้นึ จากโครงการหรือกจิ กรรมน้นั ๆ
• ระดับท่ี 2 ร่วมคิด ร่วมแสดงความคิดเห็น คือ เมื่อประชาชนได้ร่วมรบั รขู้ ้อมลู ข่าวสารจากภาครัฐแล้ว ประชาชนก็จะร่วมคน้ หาปญั หา
สาเหตุของปัญหา ความจ�ำเป็นและความต้องการท่ีต้องให้มีโครงการหรือกิจกรรมน้ัน ๆ พร้อมร่วมแสดงความคิดเห็นเพ่ือให้หน่วยงาน
เจ้าของโครงการหรือกจิ กรรมได้นำ� ไปใช้ประกอบการพิจารณาต่อไป ซ่งึ กห็ มายถงึ กรณีที่ประชาชนที่อาศยั ในอยู่ในบริเวณโดยรอบของ
พนื้ ท่ีปา่ พรนุ น้ั เมอื่ ได้รบั ทราบขอ้ มลู ขา่ วสารของทางราชการเกี่ยวกับการจะดำ� เนินกิจการหรอื กิจกรรรมใด ๆ ในพน้ื ทแี่ ลว้ กม็ สี ิทธทิ ีจ่ ะ
รว่ มแสดงความคิดเห็นตอ่ โครงการนน้ั ๆ
• ระดบั ที่ 3 รว่ มพจิ ารณา ร่วมตัดสินใจ คือ การรว่ มพิจารณาและแสดงความเหน็ ว่า เหน็ ด้วยหรือไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั โครงการหรอื กิจกรรม
การเลอื กพน้ื ทต่ี ง้ั โครงการ โดยเฉพาะประชาชนทอ่ี าศยั อยใู่ นพนื้ ทท่ี ตี่ ง้ั โครงการควรทจี่ ะมสี ว่ นรว่ มในการพจิ ารณาวา่ จะรบั หรอื ปฏเิ สธวา่
ไมใ่ หโ้ ครงการนน้ั ตงั้ ในพนื้ ที่ หากเหน็ วา่ มาตรการทจี่ ะใชใ้ นการลดผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม และมาตรการตดิ ตามตรวจสอบไมช่ ดั เจน ตลอดทงั้
ไมเ่ ปิดโอกาสให้ประชาชนมสี ่วนรว่ มในการตรวจสอบดว้ ย
• ระดบั ท่ี 4 รว่ มดำ� เนนิ การ คอื มสี ว่ นรว่ มในการลงทนุ มสี ว่ นรว่ มปฏบิ ตั งิ านเองหรอื รว่ มคดั เลอื กผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ซงึ่ ระดบั ของการมสี ว่ นรว่ มน้ี
ไมส่ ามารถท่ีจะทำ� ได้ในทกุ ประเภทของโครงการ เพราะในบางโครงการก็อาจต้องใชผ้ ูเ้ ช่ยี วชาญเฉพาะ หรือต้องการผูช้ ำ� นาญการ ซ่ึงหาก
เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยก็อาจท�ำให้ไม่สะดวกในการด�ำเนินการ แต่หากเป็นโครงการหรือกิจกรรมระดับท้องถิ่น
ทส่ี ามารถใชภ้ มู ิปัญญาชาวบ้านหรอื ประชาชนในพื้นท่พี รกุ ็สามารถเข้าร่วมดำ� เนนิ การได้
• ระดับที่ 5 ร่วมตดิ ตาม ร่วมตรวจสอบ และประเมินผล หมายถงึ การรว่ มตรวจสอบและติดตามการด�ำเนนิ โครงการหรือกิจกรรมน้ัน ๆ
โดยเฉพาะโครงการหรอื กจิ กรรมทสี่ ง่ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม วา่ มกี ารนำ� มาตรการลดผลกระทบมาใชห้ รอื ไม่ มกี ารใชร้ ะบบตดิ ตามตรวจสอบ
เพ่ือป้องกันปัญหาที่จะเกิดข้ึนหรือไม่ การมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ระบบนิเวศของพื้นที่ป่าพรุเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนจะท�ำหน้าท่ีคอยเฝ้าระวังและเตือนภัยท�ำให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหา
ไดท้ ันท่วงทีกอ่ นทีจ่ ะมผี ลร้ายเกิดข้ึน
• ระดับที่ 6 ร่วมรับผล หมายถึง การดำ� เนนิ การโครงการ หรอื กจิ กรรมทด่ี ำ� เนนิ ไปแล้วในทส่ี ุดยอ่ มน�ำมาซึง่ ผลประโยชนแ์ ละผลกระทบ
ทั้งทเ่ี ปน็ ผลกระทบด้านบวกและผลกระทบด้านลบ ท้ังตอ่ ประชาชนและต่อสิง่ แวดลอ้ ม โดยที่ไมอ่ าจหลกี เลย่ี งได้ ก็เป็นเรือ่ งท่ีประชาชน
ตอ้ งยอมรับตอ่ ผลทีเ่ กิดขึ้นมานั้น
| 145
2. แนวนโยบายของรฐั ในการอนุรักษแ์ ละจดั การทรัพยากรในพ้นื ทีป่ า่ พรุ
มติคณะรัฐมนตรที ่ีเกยี่ วกบั การอนุรักษ์พื้นทชี่ ุ่มน�ำ้
เนื่องจากป่าพรุ ถือเป็นลักษณะหน่ึงของพื้นที่ชุ่มน�้ำ ซึ่งมีความส�ำคัญอย่างย่ิงต่อสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ เพราะพื้นท่ีชุ่มน�้ำเป็น
ระบบนิเวศทม่ี คี วามอุดมสมบรู ณ์ระบบหน่ึงในโลก และยงั เปน็ พื้นท่ที ี่ให้ประโยชน์แก่มนษุ ยน์ านปั การ ท�ำใหป้ ระเทศต่าง ๆ ทวั่ โลกหันมา
ให้ความส�ำคญั กบั พน้ื ทช่ี ่มุ น้�ำ ประเทศไทยไดก้ �ำหนดมาตรการอนุรกั ษ์พืน้ ที่ชมุ่ นำ�้ ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี วนั ท่ี 3 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2552
และวันท่ี 12 พฤษภาคม 2558 มีสาระสำ� คญั สรปุ ได้ดังนี้
(1) ประกาศกำ� หนดใหพ้ นื้ ทช่ี มุ่ นำ้� ทเี่ ปน็ ทส่ี าธารณะทกุ แหง่ ทว่ั ประเทศ โดยเฉพาะพนื้ ทช่ี มุ่ นำ�้ แหลง่ นำ�้ จดื เปน็ พนื้ ทส่ี เี ขยี ว มใิ หส้ ว่ นราชการ
เขา้ ไปใชป้ ระโยชน์ เพ่อื สงวนไวเ้ ปน็ แหล่งรองรบั น�ำ้ และกักเก็บน้ำ� ต่อไป
(2) ใหม้ กี ารสำ� รวจและตรวจสอบขอบเขตพน้ื ทชี่ มุ่ นำ้� ตามทะเบยี นรายนามพน้ื ทช่ี มุ่ นำ�้ ทม่ี คี วามสำ� คญั ระดบั ทอ้ งถนิ่ ท่ี ค.ร.ม. มมี ตเิ หน็ ชอบ
เมอ่ื วันท่ี 1 สิงหาคม พ.ศ. 2543 เพอื่ เปน็ แหล่งรับน�ำ้ ตามธรรมชาติ โดยเป็นพ้ืนที่กกั เก็บและชะลอการไหลของน�้ำ เพ่อื ปอ้ งกันนำ�้ ทว่ ม
และภัยแล้ง
(3) ให้มกี ารติดตาม ตรวจสอบ และด�ำรงรกั ษาพื้นทีช่ ุ่มน�ำ้ ตามทะเบยี นรายนามพนื้ ที่ชุม่ น้�ำทมี่ ีความส�ำคญั ระดับทอ้ งถนิ่ เพอื่ สงวนไว้เปน็
แหล่งรองรบั น�้ำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างย่งิ พ้นื ทีช่ ุ่มนำ�้ ทไ่ี ด้รบั การขึ้นทะเบยี นเป็นแหลง่ น�ำ้ สาธารณะประโยชน์ ตลอดจนควบคุม
และปอ้ งกันการบกุ รุกเข้าใชป้ ระโยชน์ทีจ่ ะส่งผลกระทบต่อพ้นื ทีช่ ุ่มน�ำ้ ท่ีเปน็ พน้ื ทส่ี าธารณะประโยชน์
(4) ให้สรา้ งจติ ส�ำนกึ และปลกู ฝังความรู้ ความเข้าใจในคณุ ค่าและความสำ� คัญและการใชป้ ระโยชน์พน้ื ท่ีชุม่ น�ำ้ อยา่ งย่ังยืนแก่ทุกภาคส่วน
และประชาชนทุกระดบั และให้ชมุ ชนมีสว่ นร่วมในการวางแผนการจัดการพืน้ ท่ีชุ่มน�้ำทม่ี ีความส�ำคัญระดบั นานาชาติและระดับชาตดิ ว้ ย
(5) ใหน้ �ำเสนอพ้นื ที่ชมุ่ น�้ำทีม่ ีความสำ� คัญระดับนานาชาตแิ ละระดบั ชาติ เปน็ พืน้ ทช่ี ุม่ น้�ำทมี่ ีความส�ำคญั ระหวา่ งประเทศ (Ramsar Sites)
ภายใตอ้ นุสัญญาวา่ ด้วยพน้ื ท่ีชมุ่ น้ำ�
(6) ประกาศใหพ้ นื้ ทชี่ มุ่ นำ�้ ทม่ี คี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาติ และระดบั ชาติ เปน็ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ หรอื พนื้ ทคี่ มุ้ ครองสงิ่ แวดลอ้ ม หรอื พน้ื ที่
อนุรกั ษใ์ นลกั ษณะอืน่
(7) เรง่ รดั ใหม้ กี ารออกหนงั สอื สำ� คญั ทห่ี ลวง ในกรณพี นื้ ทชี่ มุ่ นำ�้ ทม่ี คี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาตทิ เี่ ปน็ ทส่ี าธารณะประโยชน์
และเรง่ ใหด้ ำ� เนนิ การจดั ทำ� แนวเขตท่ีชัดเจน เพือ่ ปอ้ งกนั ปัญหาการบกุ รุกโดยไม่ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ระบบนเิ วศของพื้นทชี่ ุ่มนำ้�
(8) ใหม้ กี ารฟน้ื ฟรู ะบบนเิ วศพน้ื ทชี่ มุ่ นำ้� ทม่ี คี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาตทิ เี่ สอื่ มโทรม และตอ้ งการการปรบั ปรงุ โดยดว่ น เพอื่ ให้
พนื้ ทช่ี มุ่ นำ�้ นั้นสามารถด�ำรงบทบาทหน้าท่ีทางนิเวศวทิ ยาและอทุ กวิทยาไดต้ ามธรรมชาติ
(9) ให้มกี ารจัดท�ำแผนจัดการจดั การพ้ืนท่ชี ่มุ น�ำ้ ที่มคี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาติและระดบั ชาติ ท้งั ในระยะสน้ั และระยะยาว เพอ่ื คุ้มครอง
ฟื้นฟูพ้ืนท่ีชุ่มน้�ำ โดยมีการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์พ้ืนที่เป็นเขตอนุรักษ์และเขตพัฒนา พร้อมทั้งก�ำหนดแนวเขตกันชนพื้นท่ี ตลอดจน
กำ� หนดกิจกรรมท่สี ามารถกระทำ� ได้และห้ามกระท�ำในพืน้ ท่ี
(10) ให้มีการจัดทำ� รายงานประเมินผลกระทบสง่ิ แวดล้อม (EIA) สำ� หรบั โครงการหรอื กจิ การท่ีมีผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อมตามประกาศที่
ออกตามมาตรา 46 พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535
146 |
(11) ใหม้ กี ารศกึ ษาวจิ ยั ระบบนเิ วศพน้ื ทชี่ มุ่ นำ้� ทม่ี คี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาตแิ ละเผยแพรข่ อ้ มลู แกส่ าธารณชนอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
(12) ตดิ ตามตรวจสอบการเปลย่ี นแปลงในระบบนเิ วศพ้นื ทีช่ ุ่มนำ้� ที่มีความส�ำคัญระดบั นานาชาติและระดบั ชาติอย่างต่อเนื่อง โดยมกี าร
ก�ำหนดปัจจัยหรอื ดชั นชี ีว้ ดั ท่ีชัดเจน
(13) ใหม้ ีการศึกษาสำ� รวจพ้นื ทช่ี ุ่มน้ำ� และความหลากหลายทางชีวภาพอยา่ งตอ่ เน่ือง เพื่อปรับปรุงและแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ทะเบียนพนื้ ท่ีชุม่ น�้ำ
ที่มีความส�ำคัญระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาติ
(14) ใหม้ กี ารป้องกันและควบคมุ มลพิษจากแหลง่ ก�ำเนดิ ประเภทตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ชมุ ชนอตุ สาหกรรม เกษตรกรรม และกิจกรรมอื่น ๆ
(15) ให้มีการควบคุมป้องกันไฟป่าที่อาจเกิดจากชุมชน หรือเกิดจากกิจกรรมอ่ืน ๆ ในพ้ืนที่ชุ่มน�้ำที่มีความส�ำคัญระดับนานาชาติและ
ระดับชาติ
(16) ให้มีการศึกษาและจัดท�ำแผนกายภาพ ออกแบบภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบและในบริเวณใกล้เคียงพ้ืนท่ีชุ่มน้�ำท่ีมีความส�ำคัญระดับ
นานาชาติและระดบั ชาตทิ ง้ั ในระยะส้นั และระยะยาว เพื่ออนุรักษ์และฟนื้ ฟูพื้นท่ดี ังกลา่ วทัง้ ระบบ
(17) ให้จัดท�ำรายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานตามมติคณะรัฐมนตรี ข้อ 1-16 โดยติดตามตรวจสอบจากหน่วยงานหลักเสนอต่อ
คณะอนุกรรมการการจัดการพืน้ ทีช่ ่มุ น้�ำเปน็ ประจ�ำ
ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้น�ำหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดในมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวมาเป็นแนวทาง
การพิจารณาจัดล�ำดับความส�ำคัญของพื้นที่ชุ่มน�้ำในประเทศไทย ซึ่งป่าพรุควนเคร็งได้รับการจัดล�ำดับให้เป็นพื้นท่ีพรุที่มีความส�ำคัญ
ระดับนานาชาติ เน่ืองจากพรุควนเคร็งตั้งอยู่ท่ีราบลุ่มริมทะเลสาบสงขลา เป็นพ้ืนที่มีบทบาทส�ำคัญทางธรรมชาติด้านการกักเก็บ
นำ้� ฝนและนำ�้ ทา่ มคี ณุ คา่ สำ� คญั เปน็ แหลง่ วตั ถดุ บิ หตั ถกรรม การประมง และการเลย้ี งสตั ว์ ดา้ นปา่ ไม้ อยา่ งไรกต็ ามยงั ไมไ่ ดม้ กี ารขนึ้ ทะเบยี น
เป็นพ้ืนท่ีพรุที่มคี วามสำ� คญั ระดบั นานาชาติอย่างเปน็ ทางการ เนอื่ งจากอยู่ระหวา่ งการศึกษาขอ้ มลู พ้ืนฐานให้รอบด้าน
มตคิ ณะรฐั มนตรที ีเ่ กี่ยวกบั การแกป้ ัญหาท่ดี นิ ปา่ ไม้
เนื่องจากพ้ืนที่ป่าพรุควนเคร็งเป็นพ้ืนที่ป่าสงวนแห่งชาติและพ้ืนที่ป่าไม้ถาวร ซึ่งมีปัญหาการบุกรุกเข้าท�ำประโยชน์ อันน�ำไปสู่ปัญหา
ความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและราษฎรที่ท�ำกินในพื้นที่ ภาครัฐจึงมีนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ โดยมีการผ่อนปรน
ในพื้นท่ีดงั กลา่ ว ดังน้ี
(1) กรณที ีเ่ ป็นพื้นทีป่ ่าสงวนแหง่ ชาติ มติคณะรัฐมนตรี เม่อื วนั ที่ 30 มถิ ุนายน 2541 เร่ือง การแก้ไขปัญหาท่ดี ินในพ้ืนที่ปา่ ไม้ เหน็ ชอบกับ
ความเหน็ ของคณะกรรมการนโยบายปา่ ไมแ้ หง่ ชาติ ทเ่ี สนอใหก้ ำ� หนดมาตรการอนญุ าตใหใ้ ชป้ ระโยชนพ์ น้ื ทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาติ ทเี่ หมาะสม
ตอ่ การเกษตรและพน้ื ทปี่ า่ เพอ่ื เศรษฐกจิ ทเ่ี สอ่ื มสภาพ ทก่ี รมปา่ ไมไ้ ดม้ อบพน้ื ทด่ี งั กลา่ วให้ ส.ป.ก. นำ� ไปดำ� เนนิ การปฏริ ปู ทด่ี นิ ตามนโยบาย
ของรัฐบาล เมอ่ื ปี พ.ศ. 2536 น้นั ใหก้ รมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงว่าดว้ ยแนวทางปฏบิ ัติในการกันพืน้ ทป่ี ่าสงวนแหง่ ชาติ
กลับคนื กรมป่าไม้ เมือ่ วนั ที่ 14 กนั ยายน 2538 โดย
- พนื้ ทที่ ไ่ี มส่ มควรนำ� ไปปฏริ ปู ทดี่ นิ ใหก้ รมปา่ ไมด้ ำ� เนนิ การตามหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบ และเพอื่ เปดิ โอกาสใหร้ าษฎรในพน้ื ที่
มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างเป็นรูปธรรม ให้กรมป่าไม้พิจารณาตามความเหมาะสมจัดการพ้ืนที่ท่ีมีสภาพป่า
แปลงเล็ก แปลงน้อย ในพื้นท่ีราบและมิใช่เป็นพ้ืนที่ที่ควรสงวนรักษาไว้เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศ และสภาพแปลงดังกล่าว
ตอ้ งไมต่ ิดกับป่าผนื ใหญ่ โดยร่วมกับองคก์ ารบริหารส่วนต�ำบลท้องท่ี และ ส.ป.ก. กรณีนใี้ ห้พจิ ารณาจดั เป็นพ้นื ทท่ี ดลองจัดการ
เป็นบางแห่งก่อน
| 147
- ให้ ส.ป.ก. น�ำผลปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงไปเร่งรัดก�ำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แล้วให้ราษฎรปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นอย่างน้อย
ร้อยละ 20 ของพ้ืนท่ีท่ไี ดร้ บั กรณีที่ดินเปน็ ที่ติดกบั เขตป่าไม้จะตอ้ งปลูกไม้ผล ไม้ยนื ตน้ เป็นแนวกันชน และให้น�ำเอาวธิ ีการจัด
รูปแปลงท่ดี นิ ให้มีขนาดเหมาะสม เพ่อื ใช้แกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งทดี่ ินอยู่อาศยั และท�ำกนิ ของราษฎรในเขตป่าไม้ด้วย
- พนื้ ทที่ ม่ี คี วามเหมาะสมทจี่ ะกำ� หนดไวเ้ ปน็ ปา่ เพอื่ การอนรุ กั ษ์ ใหก้ รมปา่ ไมก้ ำ� หนดเปน็ ปา่ อนรุ กั ษต์ ามกฎหมาย ตามความเหมาะสม
ในแต่ละพื้นที่ ท้ังน้ี ให้กรมป่าไม้จัดท�ำแนวเขตท่ีชัดเจน และป้องกันดูแลคุ้มครองอย่างเข้มงวด ไม่ให้ราษฎรบุกรุกเข้าไปถือ
ครอบครองอยอู่ าศัยทำ� กนิ
(2) กรณีท่ีเป็นพื้นท่ีในเขตป่าไม้ถาวรแห่งชาติ หรือป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ให้ด�ำเนินการตามที่กระทรวง
เกษตรได้พิจารณาเห็นว่า เพ่ือเป็นการสนับสนุนการประกอบอาชีพและการกินดีอยู่ดีของประชาชนเห็นสมควรอนุญาตให้บุคคล หรือ
นิติบุคคลเข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่าท่ีคณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติเป็นการช่ัวคราว โดยไม่ตัดพื้นท่ีที่ขอใช้ประโยชน์
ออกจากเขตป่าท่ไี ด้จ�ำแนกไว้แลว้
มติคณะรฐั มนตรีในการจำ� แนกเขตการใชป้ ระโยชน์ทรัพยากรและทด่ี ินปา่ ไมใ้ นพนื้ ที่ปา่ สงวนแห่งชาติ
มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอื่ วนั ที่ 10 มนี าคม 2535 เรอื่ ง การจำ� แนกเขตการใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากรทด่ี นิ และทดี นิ ปา่ ไมใ้ นพน้ื ทปี่ า่ สงวนแหง่ ชาติ
และมตคิ ณะรฐั มนตรี เมอื่ วนั ที่ 17 มนี าคม 2535 เรอ่ื ง ผลการจำ� แนกเขตการใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากรและทดี่ นิ ปา่ ไมใ้ นพน้ื ทปี่ า่ สงวนแหง่ ชาติ
จ�ำแนกพื้นทปี่ ่าเป็นเขตต่าง ๆ ตามการใชป้ ระโยชน์ทรพั ยากรและท่ดี นิ ป่าไมไ้ ด้ 3 เขต คอื
(1) เขตพ้ืนทป่ี ่าเพือ่ การอนรุ ักษ์ (Zone C) หมายถึง พืน้ ท่ีปา่ สงวนแหง่ ชาตทิ ี่ก�ำหนดไวเ้ พอื่ การอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อม ดิน นำ�้ พันธุพ์ ืช และ
พันธุ์สัตว์ที่มีคุณค่าหายาก เพ่ือการป้องกันภัยธรรมชาติ และการพังทลายของดิน ตลอดทั้งเพ่ือประโยชน์ด้านการศึกษา การวิจัย
นนั ทนาการของประชาชน และความมั่นคงของชาติ เช่น พืน้ ทต่ี ้นน�ำ้ ล�ำธาร เขตอนรุ ักษป์ ่าชายเลน
(2) เขตพนื้ ทปี่ ่าเพื่อเศรษฐกจิ (Zone E) หมายถึง พ้ืนท่ปี า่ สงวนแห่งชาตทิ กี่ ำ� หนดไว้เพอ่ื ผลติ ไมแ้ ละของปา่ เป็นการจำ� แนกเขตการใช้
ประโยชน์ร่วมกันเพ่ือประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ตลอดท้ังต้องไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จ�ำแนกให้เป็นเขตพ้ืนท่ีป่าเพ่ือ
อนรุ ักษ์ พน้ื ทปี่ ่าในลักษณะนี้ เชน่ พ้ืนทป่ี า่ ชมุ ชน พน้ื ท่ีปลูกปา่ ภาครฐั บาล
(3) เขตพ้นื ทป่ี ่าทเี่ หมาะสมต่อการเกษตร (Zone A) หมายถงึ พน้ื ทีป่ ่าสงวนแห่งชาตทิ ่ีมีสมรรถนะที่ดนิ เหมาะสมต่อการเกษตร หรอื มี
ศกั ยภาพสงู ในการพฒั นาดา้ นการเกษตร ตามผลการจำ� แนกสมรรถนะทดี่ นิ ของกรมพฒั นาทดี่ นิ สามารถพฒั นาความเปน็ อยขู่ องราษฎรได้
และไม่อย่ใู นเขตพนื้ ท่ปี า่ เพอื่ การอนรุ ักษ์และเขตพื้นที่ปา่ เพือ่ เศรษฐกิจ
ด้วยความส�ำคัญทางระบบนิเวศและผกู พันกับวิถีชวี ติ ดั้งเดมิ ของชุมชน ทำ� ให้พ้ืนทป่ี า่ พรคุ วนเคร็งได้รับการประกาศเปน็ พนื้ ทปี่ ่าเพอื่ การ
อนรุ กั ษ์ (Zone C) จ�ำนวน 4 ปา่ ได้แก่ ป่าคลองทราย-ป่ากอง ป่าหมายเลข 102 แปลงที่ 1 ปา่ คลองค็อง และป่าท่าชา้ งขา้ ม
148 |
3. แนวนโยบายและแนวคิดในการแกไ้ ขปัญหาไฟปา่
นโยบายการแก้ไขปัญหาไฟปา่
1) นโยบายระดับโลก
องค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ (FAO) ซึ่งรบั ผดิ ชอบการพฒั นาคุณภาพชวี ิตของพลเมืองโลก ได้รา่ งนโยบายในเรอ่ื งปญั หา
ไฟป่าไวใ้ นการประชุมใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1951 กลา่ ววา่ “ทุก ๆ ประเทศจะตอ้ งเตรียมทรพั ยากรไว้ให้เพยี งพอ ส�ำหรบั ประชากรโลกท่ีจะ
เพม่ิ ข้นึ อยา่ งรวดเรว็ จะได้ประโยชนท์ ส่ี ุดหากสามารถปอ้ งกนั อนั ตรายให้แก่ทรพั ยากรทมี่ อี ยแู่ ลว้ เชน่ ป่าไม้ มิให้ถูกทำ� ลาย พรอ้ ม ๆ กับ
นำ� เอาผลิตผลจากปา่ มาใช้ประโยชน์อยา่ งฉลาด ซ่งึ ในการป้องกนั นจี้ ะต้องต่อสูอ้ ย่างจริงจงั กบั ตัวการทำ� ลายป่าทุกชนิด คอื ไฟปา่ แมลง
โรคพชื และมนษุ ย”์
ในการประชมุ ระดบั รฐั มนตรวี า่ ดว้ ย เรอ่ื ง ปา่ ไม้ ณ สำ� นกั งานใหญ่ FAO ระหวา่ งวนั ท่ี 8-9 มนี าคม 2542 ปรากฏวา่ ทปี่ ระชมุ ไดเ้ รยี กรอ้ งให้
FAO และองคก์ ารระหว่างประเทศอ่ืน ๆ องคก์ รทสี่ ามารถสนบั สนุนงบประมาณ และประเทศต่าง ๆ ท่สี นใจ มาร่วมมอื กันแกไ้ ขปัญหา
ไฟป่า โดยการปรับปรุงและประสานความพยายามในการปอ้ งกนั และดับไฟป่า และฟื้นฟูพ้ืนที่ท่ีได้รบั ความเสยี หายจากไฟป่า ในลักษณะ
ของการให้ความช่วยเหลอื แก่ประเทศทร่ี อ้ งขอ
2) นโยบายของประเทศไทย
นโยบายป่าไม้แห่งชาติ ข้อ 18 กำ� หนดนโยบายเก่ยี วกบั การควบคมุ ไฟปา่ ไว้อย่างชดั เจนว่า “ตอ้ งก�ำหนดแนวทางการปฏิบัติงานทชี่ ดั เจน
เกี่ยวกับการแกไ้ ขปัญหาการทำ� ลายปา่ ในรูปแบบตา่ ง ๆ เช่น การทำ� ไร่เล่อื นลอย ภัยจากไฟปา่ ”
กรอบแนวคดิ ในการแกไ้ ขปัญหาไฟป่า
ปัญหาเรื้อรัง 2 ประการ ท่ีคุกคามความอย่รู อดของทรัพยากรปา่ ไม้ของชาติ ไดแ้ ก่ ปัญหาการลักลอบตดั ไมท้ �ำลายป่า และปญั หาไฟป่า
ซง่ึ หากวเิ คราะหถ์ งึ พน้ื ฐานแลว้ จะพบวา่ ปญั หาทงั้ สองมคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งสนิ้ เชงิ โดยในขณะทกี่ ารลกั ลอบตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ เปน็ ปญั หา
ทมี่ พี น้ื ฐานมาจากปญั หาเศรษฐกจิ ดงั นนั้ ตราบใดทปี่ ระชาชนในชนบทยงั คงยากจน ขาดอาชพี ทใ่ี หร้ ายไดพ้ อเพยี งตอ่ การเลยี้ งปากเลย้ี งทอ้ ง
ตราบน้นั ประชาชนกย็ ังจ�ำเปน็ ตอ้ งลักลอบทำ� ลายปา่ ท้งั ทรี่ วู้ า่ การกระทำ� ดังกลา่ วผดิ กฎหมาย และกอ่ ใหเ้ กิดผลเสียหายตอ่ ประเทศชาติ
ก็ตาม
ในทางตรงข้าม ไฟป่าเปน็ ปัญหาที่มีพน้ื ฐานมาจากปัญหาจติ วทิ ยาสังคม โดยพ้ืนฐานของสังคมไทยเป็นสงั คมที่ขาดระเบียบวินัย มกั งา่ ย
ขาดความรับผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวม เอกลกั ษณ์ดงั กลา่ วมผี ลใหป้ ระชาชนทำ� ให้เกิดไฟไหม้ปา่ โดยความประมาทเลนิ เล่อ มักง่าย ขาดความ
ส�ำนึกหวงแหนทรัพย์สินที่เป็นของส่วนรวม ดังนั้นปัญหาไฟป่าจึงมีหนทางแก้ไขได้ โดยการสร้างจิตส�ำนึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ตลอดจนใหก้ ารศึกษาเพอ่ื ให้ประชาชนตระหนักถงึ อนั ตรายอันเกดิ จากไฟป่า และทราบถึงวิธีการปอ้ งกันไฟป่า เมือ่ ประชาชนมรี ะเบยี บ
วินัย มีจิตส�ำนึกความรับผิดชอบ มีความรู้ความเข้าใจในปัญหาไฟป่าเป็นอย่างดีแล้ว ก็มั่นใจได้ว่าประชาชนจะให้ความร่วมมือโดยเลิก
จุดไฟเผาปา่ ซ่ึงการเลิกจุดไฟเผาปา่ และให้ความร่วมมอื ในการป้องกนั ไฟป่า จะไม่มีผลกระทบตอ่ สถานภาพทางเศรษฐกิจของประชาชน
แต่อย่างไร ประชาชนยังคงสามารถเก็บหาของปา่ เผาไร่ หรือท�ำกจิ กรรมอ่ืน ๆ ทต่ี อ้ งใชไ้ ฟในปา่ ไดด้ ังเดิม เพยี งแต่ตอ้ งมีมาตรการป้องกัน
ไม่ใหเ้ กดิ ไฟไหม้ป่าขนึ้ เท่านัน้
| 149