4111324803 ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
THE ORGANIZATIONAL COMMITMENT AMONG CIVIL SERVANTS WORKING FOR
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
DEPARTMENT OF FISHERIES IN EASTERN REGION
มทั นา นานยะ
มหาวทิ ยาลยั บูรพา
2562
4111324803 ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 มทั นา นานยะ
งานนิพนธ์น้ีเป็ นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต
กลุ่มวชิ าการบริหารทว่ั ไป
วทิ ยาลยั การบริหารรัฐกิจ มหาวทิ ยาลยั บูรพา
2562
ลิขสิทธ์ิของมหาวทิ ยาลยั บูรพา
4111324803 THE ORGANIZATIONAL COMMITMENT AMONG CIVIL SERVANTS WORKING FOR
DEPARTMENT OF FISHERIES IN EASTERN REGION
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
MATTANA NANYA
AN INDEPENDENT STUDY SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT OF
THE REQUIREMENTS FOR MASTER OF PUBLIC ADMINISTRATION
IN CONCENTRATION IN GENERAL ADMINISTRATION
GRADUATE SCHOOL OF PUBLIC ADMINISTRATION
BURAPHA UNIVERSITY
2019
COPYRIGHT OF BURAPHA UNIVERSITY
คณะกรรมการควบคุมงานนิพนธ์และคณะกรรมการสอบงานนิพนธ์ไดพ้ จิ ารณางาน
นิพนธ์ของ มทั นา นานยะ ฉบบั น้ีแลว้ เห็นสมควรรับเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรรัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต กลุ่มวชิ าการบริหารทวั่ ไป ของมหาวทิ ยาลยั บูรพาได้
คณะกรรมการควบคุมงานนิพนธ์
อาจารยท์ ่ีปรึกษาหลกั
4111324803 (อาจารย์ ดร. เอกลกั ษณ์ ณถั ฤทธ์ิ)
คณะกรรมการสอบงานนิพนธ์
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ประธาน
(อาจารย์ ดร. เอกลกั ษณ์ ณถั ฤทธ์ิ)
กรรมการ
(อาจารย์ ดร. กิจฐเชต ไกรวาส)
กรรมการ
(อาจารย์ ดร. ลือชยั วงษท์ อง)
วทิ ยาลยั การบริหารรัฐกิจอนุมตั ิใหร้ ับงานนิพนธ์ฉบบั น้ีเป็ นส่วนหน่ึงของการศึกษา
ตามหลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต กลุ่มวชิ าการบริหารทวั่ ไป ของมหาวทิ ยาลยั บูรพา
คณบดีวทิ ยาลยั การ
บริหารรัฐกิจ
()
วนั ที่ เดือน พ.ศ.
ง
บทคดั ย่ อภาษาไทย กลุ่มวชิ า: การบริหารทว่ั ไป; รป.ม. (การบริหารทว่ั ไป)
59930130:
คาสาคญั : ความผกู พนั องคก์ าร/ขา้ ราชการ/กรมประมง ภาคตะวนั ออก
มทั นา นานยะ : ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก. (THE
ORGANIZATIONAL COMMITMENT AMONG CIVIL SERVANTS WORKING FOR DEPARTMENT OF
FISHERIES IN EASTERN REGION) คณะกรรมการควบคุมงานนิพนธ์: เอกลกั ษณ์ ณถั ฤทธ์ิ ปี พ.ศ. 2562.
4111324803 การศึกษาเร่ือง “ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก” มวี ตั ถุประสงค์ 1) เพอ่ื
ศึกษาระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขตภาคตะวนั ออก และ 2) เพือ่ เปรียบเทียบความผกู พนั
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขตภาคตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน และปัจจยั
ประสบการณ์ในการทางาน เก็บขอ้ มูลจากการเกบ็ แบบสอบถามจากขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จานวน 91 คน
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู คือ แบบสอบถามและสถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ ค่าความถ่ี ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ยค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความผกู พนั ต่อองคก์ ารโดยการวเิ คราะห์ค่าเฉล่ีย Compare Means
ผลการศึกษา พบวา่ ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก พบวา่ ภาพรวมอยู่
ในระดบั มากที่สุด ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก พบวา่ ภาพรวมและทุกดา้ น
อยใู่ นระดบั มาก ส่วนความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก พบวา่ ภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก
ท่ีสุด เมอ่ื จาแนกเป็นรายดา้ น พบวา่ ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมากเพ่อื องคก์ าร มคี ่าเฉลี่ยมากเป็น
อนั ดบั ที่ 1 รองลงมาคือ ดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร และดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ี
จะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร ตามลาดบั ผลการศึกษาระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรม
ประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล พบวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่มเี พศชาย กลุ่มอายุ 20-30 ปี ระดบั
การศึกษาต่ากวา่ ปริญญาตรีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ี ต้งั แต่ 11 ปี ข้ึน ขา้ ราชการกรมประมงท่ี
สังกดั สานกั งานประมงจงั หวดั ฉะเชิงเทรา และขา้ ราชการกรมประมงประเภทวชิ าการ ระดบั ปฏิบตั ิการมีความผกู พนั ต่อ
องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่สูงกวา่ กลุ่มอ่ืน ๆ และระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาค
ตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน พบวา่ อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด ส่วนจาแนกตามปัจจยั ประสบการณ์ในการ
ทางาน พบวา่ อยใู่ นระดบั มาก ซ่ึงผวู้ จิ ยั มขี อ้ เสนอแนะใหม้ กี ารจดั ทาค่านิยมองคก์ ารของสานกั งานประมงจงั หวดั จาก
ขา้ ราชการและบุคลากรทุกภาคส่วน เพ่ือใหเ้ กิดการมีส่วนร่วมในการจดั ทาค่านิยมองคก์ ารร่วมกนั ตลอดจนมีการแต่งต้งั
คณะกรรมการส่งเสริมค่านิยมองคก์ ารของสานกั งานประมงจงั หวดั เพือ่ พจิ ารณาดาเนินงานจดั โครงการ กิจกรรมท่ีเป็น
การปลูกฝังค่านิยมของสานกั งานประมงจงั หวดั อยา่ งเป็นรูปธรรม การพจิ ารณาค่าตอบแทน หรือการพิจารณาปรับอตั รา
เงินเดือนของสานกั งานประมงจงั หวดั ควรพจิ ารณาตามผลสัมฤทธ์ิการปฏิบตั ิงานอยา่ งแทจ้ ริง เพ่อื เป็นขวญั และกาลงั ใจแก่
ขา้ ราชการที่ปฏิบตั ิงานดว้ ยความทุ่มเท ต้งั ใจและมีความวริ ิยะในการปฏิบตั ิงานใหแ้ ก่องคก์ าร รวมท้งั เป็นตวั อยา่ งที่ดีใน
การปฏิบตั ิงานใหแ้ ก่บุคคลอื่น ๆ
จ
บทคดั ย่ อภาษาองั ก ฤษ CONCENTRATION: GENERAL ADMINISTRATION; M.P.A. (GENERAL
ADMINISTRATION)
59930130: ORGANIZATIONAL COMMITMENT/ DEPARTMENT OF FISHERIES/ EASTERN
REGION
KEYWORDS:
MATTANA NANYA : THE ORGANIZATIONAL COMMITMENT AMONG CIVIL SERVANTS
WORKING FOR DEPARTMENT OF FISHERIES IN EASTERN REGION. ADVISORY COMMITTEE:
AKEKALUK NUTTARIT, 2019.
4111324803 The purpose of this study was twofold. First, it aimed at examining a level of organizational
commitment among government officials working for Department of Fisheries in the eastern region. Also, the study
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 intended to compare the level of these officers’ levels of organizational commitment as classified by personal factors,
work types, and work experience. The data were collected by using a questionnaire completed by 91 government
officers. The statistical tests used to analyze the collected data included frequency, percentage, mean, standard deviation,
and mean comparisons. The results of the study were as follows:
Regarding the factor related to work type, the level of organizational commitment was rated by the
government officials at the highest level. The level of commitment in relation to the factor of work experience was also
found at the high level. The subjects demonstrated their organizational commitment in general at the high level for all
aspects. When considering each aspect, the one in relation to willingness to work was rated with the highest mean,
followed by the aspects of belief, acceptance of goals, organizational value, and membership, respectively. When
classified by personal factors, it was revealed that male government officials and academic officials working for Office
of Fisheries in Chachoensao Province, aged 20-30, having an educational level below a bachelor’s degree and having
work length more than 11years onwards demonstrated a higher level of organizational commitment than other groups of
government officials. Considering the level of commitment as classified by work type, it was found at the highest
level. Also, it was shown that the subjects demonstrated a high level of organizational commitment when classified by
their work experience. It was suggested that every personnel working for Department of Fisheries should be involved in
determining the organizational core values. Also, a set of committee at a provincial level should be appointed to
promote the organizational values and organize projects or activities to instill these core values in a concrete manner. In
addition, regarding compensation rate and salary promotion, they should be judged based on each employee’s
performance achievement. This might result in increasing their level of morale and, in turn, making them give full
commitment and pay attention to their work and becoming a role model for other people.
4111324803 ฉ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 กิตตกิ รรมประก าศ
กติ ติกรรมประกาศ
การวจิ ยั เร่ือง ความผูกพนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก สาเร็จลงได้
ดว้ ยความกรุณาจากหลายท่านที่ไดอ้ นุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือดว้ ยดีตลอดมา โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง
อาจารย์ ดร.เอกลกั ษณ์ ณัถฤทธ์ิ อาจารยท์ ่ีปรึกษาท่ีให้คาแนะนา ช้ีแนะ และช่วยแก้ไขขอ้ บกพร่อง
ส่งผลให้การศึกษาสาเร็จลุล่วงดว้ ยดี ผูว้ จิ ยั ใคร่ขอกราบขอบพระคุณทา่ นเป็นอยา่ งสูงในความกรุณาไว้
ณ ที่น้ีดว้ ย
ขอกราบขอบพระคุณ คณาจารยข์ องวทิ ยาลยั การบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลยั บูรพาทุกท่านที่
ไดถ้ ่ายทอดความรู้ในสาขาวชิ าตา่ ง ๆ ทาให้ผวู้ จิ ยั นาความรู้ที่ไดม้ าผสมผสานจนสามารถทางานวจิ ยั ได้
สาเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ผูว้ ิจยั ขอขอบพระคุณ อาจารย์ ดร.เอกลักษณ์ ณัถฤทธ์ิ อาจารย์ประจา
วิทยาลยั การบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลยั บูรพา อาจารยท์ ่ีปรึกษาท่ีให้ความอนุเคราะห์ตรวจสอบความ
เที่ยงตรงเชิงเน้ือหา (Content validity) ของเครื่องมือในการวจิ ยั ผวู้ จิ ยั ขอขอบคุณประมงจงั หวดั ในเขต
ภาคตะวนั ออกทุกท่านท่ีให้ความอนุเคราะห์และอานวยความสะดวกในการเขา้ เก็บขอ้ มูลเพ่ือการวจิ ยั
และการวจิ ยั คร้ังน้ีจะสาเร็จลงไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ทุกท่านท่ีให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล และเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ อนั เป็ นประโยชน์ต่อการ
ศึกษาวจิ ยั ผศู้ ึกษาขอขอบพระคุณจากใจจริง
มทั นา นานยะ
4111324803 สารบัญ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 หน้า
บทคดั ยอ่ ภาษาไทย ............................................................................................................................ง
บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ ...................................................................................................................... จ
กิตติกรรมประกาศ ............................................................................................................................ ฉ
สารบญั .............................................................................................................................................ช
สารบญั ตาราง ...................................................................................................................................ช
สารบญั ภาพ ......................................................................................................................................ซ
บทที่ 1 บทนา ...................................................................................................................................1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา .......................................................................................1
วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั ....................................................................................................................5
กรอบแนวคิดในการวจิ ยั ...............................................................................................................5
ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับจากการวจิ ยั ........................................................................................8
ขอบเขตของการวจิ ยั .....................................................................................................................8
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ.........................................................................................................................10
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง ................................................................................12
แนวคิดเ ทฤษฎีก่ียวกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร...........................................................................12
ขอ้ มูลทวั่ ไปเกี่ยวกบั กรมประมง .................................................................................................49
งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง......................................................................................................................54
บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนินการวจิ ยั ..........................................................................................................63
ประชากรที่ใชใ้ นการศึกษา .........................................................................................................63
เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั .............................................................................................................64
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการวจิ ยั ..............................................................................65
4111324803 ซ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ................................................................................................................66
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล......................................................................................................................66
เกณฑก์ ารแปลผล........................................................................................................................67
บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั ...........................................................................................................................68
ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม.................................................68
ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะห์ระดบั ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
.............................................................................................................................................70
ตอนที่ 3 ผลการวเิ คราะห์ระดบั ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการ กรมประมง
ภาคตะวนั ออก .....................................................................................................................74
ตอนท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาค
ตะวนั ออก ............................................................................................................................77
ตอนที่ 5 การวเิ คราะห์เปรียบเทียบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาค
ตะวนั ออกจาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ...............................................................................81
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ ................................................................................63
สรุปผลการวจิ ยั ...........................................................................................................................63
อภิปรายผล..................................................................................................................................66
ขอ้ เสนอแนะ...............................................................................................................................71
บรรณานุกรม ...................................................................................................................................74
ภาคผนวก ........................................................................................................................................80
ประวตั ิยอ่ ของผวู้ จิ ยั .........................................................................................................................87
4111324803 สารบัญตาราง
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 หน้า
ตารางที่ 1 สรุปองคป์ ระกอบของความผกู พนั ต่อองคก์ าร...............................................................23
ตารางที่ 2 ทบทวนตวั แปรอิสระท่ีมีผลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร .................................................57
ตารางที่ 3 จานวนประชากรกรมประมง สานกั งานประมงจงั หวดั ภาคตะวนั ออก .........................64
ตารางท่ี 4 คะแนนระดบั ความคิดเห็น.............................................................................................65
ตารางที่ 5 จานวนและร้อยละของขอ้ มูลทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม.........................................68
ตารางที่ 6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก ภาพรวม ..................................................................................................................70
ตารางที่ 7 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความสาคญั ของงาน .....................................................71
ตารางที่ 8 จานวน ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน..................................................72
ตารางท่ี 9 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความสมั พนั ธ์ที่ดีกบั เพอื่ นร่วมงาน...............................73
ตารางที่ 10 คา่ เฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการ
กรมประมง ภาคตะวนั ออก ภาพรวม...............................................................................................74
ตารางที่ 11 จานวน ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร.....................................74
ตารางท่ี 12 จานวน ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร.........75
ตารางที่ 13 ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการ กรม
ประมง ภาคตะวนั ออก ภาพรวม......................................................................................................77
4111324803 ซ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ตารางท่ี 14 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมของ
องคก์ าร............................................................................................................................................77
ตารางท่ี 15 จานวน ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมาก เพอ่ื
องคก์ าร............................................................................................................................................79
ตารางท่ี 16 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิก
ภาพในองคก์ าร................................................................................................................................80
ตารางที่ 17 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามเพศ (N = 91) ..............................................81
ตารางที่ 18 คา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามอายุ (N = 91) ..............................................82
ตารางท่ี 19 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามระดบั การศึกษา (N = 91)............................84
ตารางท่ี 20 คา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานของในสานกั งาน
ประมงแห่งน้ี(N = 91)......................................................................................................................86
ตารางที่ 21 คา่ เฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามสังกดั สถานที่ปฏิบตั ิงานปัจจุบนั (N = 91)...88
ตารางท่ี 22 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามประเภทตาแหน่งและระดบั ตาแหน่งปัจจุบนั
(N = 91)...........................................................................................................................................90
ตารางท่ี 23 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน ภาพรวม (N = 91) ..63
ฌ
ตารางที่ 24 คา่ เฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานภาพรวม
(N = 91)...........................................................................................................................................64
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
4111324803 สารบญั ภาพ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 หน้า
ภาพท่ี 1 องคป์ ระกอบของเกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2 .............2
ภาพที่ 2 จานวนขา้ ราชการลาออกจากราชการ ปี พ.ศ. 2558 - 2560 .................................................4
ภาพที่ 3 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั .....................................................................................................7
ภาพท่ี 4 ววิ ฒั นาการของความผกู พนั ในองคก์ าร ............................................................................13
ภาพที่ 5 ตวั แบบความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร Hewitt Associates...........................................................21
ภาพที่ 6 ความผกู พนั ต่อองคก์ ารและผลตอบแทนทางธุรกิจ ศึกษาโดย Gallup Consulting ...........26
ภาพท่ี 7 แบบจาลองปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร และผลของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของ Steers .......................................................................................................................................28
ภาพที่ 8 ตวั แบบความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของ Steers และ Porter.....................................................31
ภาพท่ี 9 แสดงปัจจยั ที่มีผลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร....................................................................33
ภาพท่ี 10 กรอบแนวความคิดความผกู พนั ต่อองคก์ าร ....................................................................33
ภาพท่ี 11 แบบจาลองเพ่ือวเิ คราะห์ความผกู พนั ต่อองคก์ าร............................................................35
ภาพที่ 12 ตวั แบบดชั นีช้ีวดั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร (Employee Engagement Index : EEI)............38
ภาพท่ี 13 ปัจจยั ท่ีเพม่ิ และปัจจยั ท่ีลดความผกู พนั ต่อองคก์ าร .........................................................40
ภาพท่ี 14 ตวั แบบดชั นีช้ีวดั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร (Employee Engagement Index : EEI)............42
ภาพที่ 15 ตวั แบบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ Hewitt Associates..................................................44
ภาพที่ 16 ตวั แบบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ Hewitt Associates..................................................45
ภาพที่ 17 เคร่ืองมือการวดั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร (IES’ Diagnostic Tool) ของ Institute for
Employment Studies (IES) .............................................................................................................47
ภาพที่ 18 ตวั แบบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ The Gallup Organization.......................................48
ฌ
ภาพที่ 19 โครงสร้างกรมประมงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ พ.ศ. 2559 ...................................................................................................................50
ภาพที่ 20 แผนภูมิโครงสร้างสานกั งานประมงจงั หวดั ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรม
ประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559.............................................................................51
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
4111324803 บทที่ 1
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 บทนา
ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา
จากสถานการณ์ของโลกที่เปล่ียนแปลงไปอยา่ งรวดเร็ว ทาใหภ้ าครัฐจาเป็นตอ้ งมีการ
ปรับบทบาทการทางานและการใหบ้ ริการ รวมถึงการบริหารจดั การภาครัฐใหเ้ ป็ นไปอยา่ งมี
ประสิทธิภาพมากยงิ่ ข้ึน ประกอบกบั ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2546-2550)
กาหนดใหม้ ีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวธิ ีการทางานเพ่ือยกระดบั ขีดความสามารถและ
มาตรฐานการทางานของหน่วยงานราชการให้อยใู่ นระดบั สูงเทียบเทา่ มาตรฐานสากล โดยยดึ
หลกั การบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดีซ่ึงเป็นหลกั การบริหารราชการที่ไดร้ ับการตราข้ึนเป็นกฎหมาย
ดงั ที่ปรากฏในพระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน (ฉบบั ที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 3/ 1
และต่อมาไดม้ ีการออกพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี
พ.ศ. 2546 เพือ่ ใหม้ ีแนวทางการปฏิบตั ิท่ีเป็นรูปธรรมชดั เจนมากยงิ่ ข้ึน โดยกาหนดเป้าหมายของ
การบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดีใหเ้ ป็นไปเพื่อประโยชนส์ ุขของประชาชน เกิดผลสมั ฤทธ์ิต่อภารกิจ
ของรัฐ มีประสิทธิภาพและเกิดความคุม้ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ ลดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงานที่เกิน
ความจาเป็น ประชาชนไดร้ ับการอานวยความสะดวกและไดร้ ับการตอบสนองความตอ้ งการ
รวมท้งั มีการประเมินผลการปฏิบตั ิงานอยา่ งสม่าเสมอ (เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ
ระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2, 2559, หนา้ 3)
การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐเป็ นเป้าหมายสาคญั ของการพฒั นาระบบ
ราชการไทย ที่ตอ้ งการใหห้ น่วยงานภาครัฐมีการยกระดบั คุณภาพมาตรฐานการทางานไปสู่ระดบั
มาตรฐานสากล (High performance) คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบใหน้ าเกณฑค์ ุณภาพการบริหาร
จดั การภาครัฐมาเป็นเครื่องมือในการดาเนินการ เม่ือวนั ที่ 28 มิถุนายน 2548 ตามขอ้ เสนอของ
สานกั งาน ก.พ.ร. และมีมติในการประชุมเม่ือวนั ที่ 29 กรกฎาคม 2551 เห็นชอบแผนยทุ ธศาสตร์
การพฒั นาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2551-พ.ศ. 2555) ตามท่ีสานกั งาน ก.พ.ร. เสนอ ซ่ึงแผน
ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระบบราชการไทยฯ ในประเด็นยทุ ธศาสตร์ที่ 3 มุง่ สู่การเป็นองคก์ าร
ที่มีขีดสมรรถนะสูง บุคลากรมีความพร้อมและความสามารถในการเรียนรู้คิดริเริ่ม เปลี่ยนแปลง
และปรับตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตอ่ สถานการณ์ตา่ ง ๆ และแผนยทุ ธศาสตร์ปี 2556-2561 ในประเด็น
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 การพฒั นาองคก์ ารใหม้ ีขีดสมรรถนะสูงและทนั สมยั บุคลากรมีความเป็นมืออาชีพ
(เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2, 2559, หนา้ 4)
4111324803 2
เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2 มีองคป์ ระกอบ ดงั น้ี
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 1. ลกั ษณะสาคญั ขององคก์ าร 2. เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐระดบั พ้นื ฐาน เป็นประเด็น
สาคญั ในการบริหารจดั การองคก์ ารใน 7 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) การนาองคก์ าร 2) การวางแผนเชิง
ยทุ ธศาสตร์ 3) การใหค้ วามสาคญั กบั ผรู้ ับบริการและผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย 4) การวดั การวเิ คราะห์
และการจดั การความรู้ 5) การมุ่งเนน้ บุคลากร 6) การมุง่ เนน้ ระบบปฏิบตั ิการ 7) ผลลพั ธ์การ
ดาเนินการ (เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ระดบั พ้นื ฐาน ฉบบั ท่ี 2, 2559, หนา้ 15) ดงั ภาพ
ท่ี 1
ภาพที่ 1 องคป์ ระกอบของเกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2
ท่ีมา : เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2 (2559)
องคป์ ระกอบของเกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐระดบั พ้ืนฐาน หมวดท่ี 5
การมุง่ เนน้ บุคลากร เป็นการมุ่งเนน้ ใหส้ ่วนราชการมีวธิ ีการวางแผนดา้ นทรัพยากรบุคคล
การสร้างสภาพแวดลอ้ มในการทางานท่ีก่อใหเ้ กิดผลการดาเนินการท่ีดี รวมท้งั การสร้างความ
ผกู พนั และการพฒั นาบุคลากร เพื่อนาศกั ยภาพของบุคลากรมาใชอ้ ยา่ งเตม็ ที่เพ่ือสนบั สนุนพนั ธกิจ
ยทุ ธศาสตร์ของส่วนราชการท้งั ในปัจจุบนั และอนาคต โดยในหมวดน้ีเนน้ การปฏิบตั ิการ
ดา้ นบุคลากรท่ีสาคญั การปฏิบตั ิการต่าง ๆ ท่ีมุง่ ไปสู่การสร้างและคงไวซ้ ่ึงสภาพแวดลอ้ ม
ของการทางานที่ใหผ้ ลการดาเนินการท่ีโดดเด่นและมุง่ ไปสู่การสร้างความผกู พนั ของบุคลากร
ของส่วนราชการ เพื่อใหบ้ ุคลากรและองคก์ ารปรับตวั ทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงและนาไปสู่
4111324803 3
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ความสาเร็จ เพอื่ สนบั สนุนใหก้ ารจดั การทรัพยากรบุคคลสอดคลอ้ งไปแนวทางเดียวกนั กบั
ยทุ ธศาสตร์โดยรวม (เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ระดบั พ้นื ฐาน ฉบบั ที่ 2, 2559,
หนา้ 62) หวั ขอ้ 5.2 ความผกู พนั ของบุคลากร เป็ นการมุง่ เนน้ ระบบของส่วนราชการในการจดั การ
ผลการปฏิบตั ิงานและการพฒั นาบุคลากร เพ่ือส่งเสริมและสนบั สนุนใหบ้ ุคลากรทุกคนปฏิบตั ิงาน
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิผลและเตม็ ความสามารถ (เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ ระดบั พ้นื ฐาน
ฉบบั ที่ 2, 2559, หนา้ 66)
การสร้างความผูกพนั ของบุคลากรตอ่ องคก์ าร (Employee Engagement) จึงเป็นประเด็น
ที่มีความสาคญั อยา่ งยง่ิ ต่อองคก์ ารต่าง ๆ ท้งั ภาครัฐและเอกชน ความผกู พนั ของบุคลากรต่อองคก์ าร
จึงไดถ้ ูกยกระดบั ข้ึนมาเป็นปัจจยั หน่ึงที่มีความสาคญั ต่อการนาพาองคก์ ารไปสู่ความสาเร็จ
ตามจุดมุ่งหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพ อีกท้งั ยงั สามารถใชเ้ ป็นเคร่ืองมือในการพยากรณ์พฤติกรรม
ของบุคลากรได้ เช่น พฤติกรรมการขาดงาน (Absenteeism) และพฤติกรรมการลาออกของบุคลากร
(Employee Turnover) เพราะบุคลากรที่มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั สูงจะมีแนวโนม้ ในการ
ปฏิบตั ิงานกบั องคก์ ารนานกวา่ และเตม็ ใจที่จะทางานอยา่ งเตม็ ความรู้ความสามารถมากกวา่ บุคลากร
ท่ีมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั ต่า (สานกั โรคไมต่ ิดต่อ กรมควบคุมโรค, 2560 )
กรมประมง เป็นหน่วยงานของภาครัฐหน่วยงานหน่ึงในสังกดั กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ ซ่ึงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559
ไดป้ รับปรุงการแบ่งส่วนราชการและอานาจหนา้ ท่ีกรมประมง เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ภารกิจที่เพมิ่ ข้ึน
และเหมาะสมกบั สภาพงานท่ีเปล่ียนแปลงไป อนั จะทาให้การปฏิบตั ิภารกิจตามอานาจหนา้ ท่ีมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลยงิ่ ข้ึน และ อ.ก.พ.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมติในการประชุม
คร้ังท่ี 4/2559 เมื่อวนั ท่ี 8 กนั ยายน 2559 อนุมตั ิการปรับปรุงโครงสร้างการแบง่ งานภายใน
การกาหนดตาแหน่ง ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พ.ศ.2559 กรมประมงจึงไดม้ ีคาสงั่ กรมประมง ท่ี 883/2559 ลงวนั ท่ี 23 กนั ยายน 2559 กาหนด
โครงสร้างการแบ่งงานภายในและหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบของหน่วยงานตามกฎกระทรวง แบง่ ส่วน
ราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559 แต่งต้งั ขา้ ราชการให้ดารงตาแหน่งที่
กาหนดใหมต่ ามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559
มีผลบงั คบั ใชต้ ้งั แต่วนั ที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นตน้ ไป (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนท่ี 47 ก
ลงวนั ท่ี 27 พฤษภาคม 2559) และการจะทาใหก้ ารปฏิบตั ิภารกิจตามอานาจหนา้ ที่มีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล กรมประมงจึงตอ้ งมีแผนกลยทุ ธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลกรมประมง
ปี งบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2564 โดยมีพนั ธกิจดา้ นทรัพยากรบุคคล ไดแ้ ก่ สรรหา พฒั นา รักษาไว้
และใชป้ ระโยชน์ทรัพยากรบุคคลในองคก์ าร เพื่อพฒั นาและบริหารการเปลี่ยนแปลงนาไปสู่
4111324803 4
การประมงที่ยง่ั ยนื และประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมประมง ประเดน็
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ที่ 6 ส่งเสริมและสนบั สนุนการมีคุณภาพชีวิตท่ีดีของบุคลากร เป้าประสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์ 6.2 มีการ
เสริมสร้างใหบ้ ุคลากรมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ร แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 6.2.2.1 โครงการ
สนบั สนุนใหบ้ ุคลากรมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ รในขณะที่กรมประมงกาลงั ประสบดา้ นการรักษาไว้
และใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรบุคคลในองคก์ ร เห็นไดจ้ ากปรากฏการณ์การลาออกจากราชการ ถือวา่
เป็นปัญหาที่เกิดข้ึนอยา่ งเด่นชดั ในกรมประมง กล่าวคือ ต้งั แต่ปี พ.ศ. 2558 - 2560 พบวา่ ขา้ ราชการ
ลาออกจากราชการมีจานวนเพมิ่ ข้ึนทุกปี การที่ขา้ ราชการลาออกจากราชการส่งผลใหห้ น่วยงานตอ้ ง
สูญเสียเวลาและงบประมาณเพอ่ื ฝึกบุคลากรใหมเ่ ขา้ มาปฏิบตั ิงานทดแทน เมื่อหน่วยงานตอ้ ง
สูญเสียบุคลากรบอ่ ยคร้ังข้ึนยงิ่ มีผลทาใหก้ ารทางานขาดความต่อเนื่อง เพราะตอ้ งใชเ้ วลาเลือกสรร
บุคคลเขา้ มาปฏิบตั ิงานทดแทน จากสถิติการลาออกจากราชการของขา้ ราชการในช่วง ปี พ.ศ. 2558
- 2560 พบวา่ มีจานวนการลาออกท่ีเพิ่มข้ึนอยา่ งต่อเน่ือง (กองการเจา้ หนา้ ที่ กรมประมง, 2561)
ดงั ภาพที่ 2
ภาพที่ 2 จานวนขา้ ราชการลาออกจากราชการ ปี พ.ศ. 2558 - 2560
ที่มา : กองการเจา้ หนา้ ท่ี กรมประมง
จากภาพ การเพิ่มข้ึนของการลาออกจากราชการ ต้งั แต่ ปี พ.ศ. 2558 จานวน 31 ราย
พ.ศ. 2559 จานวน 49 ราย และ พ.ศ. 2560 จานวน 51 ราย น้นั ทาใหผ้ วู้ จิ ยั สนใจท่ีจะศึกษาถึงสาเหตุ
4111324803 5
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ของปัญหาและปัจจยั ที่ส่งผลใหข้ า้ ราชการลาออกจากองคก์ าร ตลอดจนขา้ ราชการท่ีอยใู่ นองคก์ าร
ทุกคน เน่ืองจากนกั วชิ าการหลายท่าน กล่าวถึงความสาคญั ของความผกู พนั ต่อองคก์ ารวา่ เป็นปัจจยั
ที่สาคญั ท่ีจะทาใหอ้ งคก์ ารบรรลุวตั ถุประสงคไ์ ด้ สอดคลอ้ งกบั Steers (1977) ท่ีเห็นวา่ ความผกู พนั
ต่อองคก์ าร เป็ นเรื่องสาคญั ในการบริหารงาน สามารถทานายอตั ราการเขา้ และออกจากงานของ
สมาชิกในองคก์ ารไดด้ ีกวา่ การศึกษาเรื่องความพงึ พอใจในการทางาน และไดก้ ล่าวถึงผลที่ตามมา
ของความผกู พนั ต่อองคก์ าร (Consequences of commitment) คือ
1. ความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร
2. ความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร
3. ความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร
จากสภาพปัญหาท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ ผวู้ จิ ยั สนใจที่จะศึกษาความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก โดยการศึกษาในคร้ังน้ีจะเนน้ ที่ปัจจยั ที่ส่งผลกระทบตอ่ ระดบั
ความผกู พนั ของบุคลากรตอ่ องคก์ าร เพื่อจะไดห้ าวธิ ีเสริมสร้างความผกู พนั ต่อองคก์ ารใหเ้ หมาะสม
และเพอื่ รักษาทรัพยากรบุคคลไว้ อนั จะส่งผลตอ่ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดาเนินงาน
ของกรมประมง เพ่ือนาองคก์ รไปสู่ความสาเร็จและบรรลุตามวตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดไวต้ ่อไป
วตั ถุประสงค์การวจิ ัย
1. เพื่อศึกษาระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขตภาค
ตะวนั ออก
2. เพอ่ื เปรียบเทียบความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขตภาค
ตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน และปัจจยั ประสบการณ์ในการ
ทางาน
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั
กรอบแนวคิดในการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ี ผวู้ จิ ยั ไดน้ าแนวคิดเกี่ยวกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของSteers (1977) ที่ไดอ้ ธิบายความผกู พนั ต่อองคก์ าร ประกอบดว้ ยลกั ษณะที่สาคญั 3 ประการ คือ
1) ดา้ นความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร 2) ดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุม่ เท
ความพยายามอยา่ งมากเพื่อองคก์ าร 3) ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิก
ภาพในองคก์ าร มาใชเ้ ป็ นความคิดหลกั ในการวเิ คราะห์ตวั แปรตาม คือระดบั ความผกู พนั ตอ่
องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
4111324803 6
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 นอกจากน้ีไดน้ าแนวคิดเก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารที่ Steers
(1977) ไดอ้ ธิบายไว้ รวมท้งั ผลการศึกษาของนกั วชิ าการหลายท่านมาเป็นแนวคิดหลกั ในการ
วเิ คราะห์ตวั แปรตาม คือ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ไดแ้ ก่
ขวญั จิรัชยา ชินโรจน์บวรกลุ (2560) ญาณิศา นาคสกลุ (2559) นพกาญจน์ ทองมา (2559) ทกั ษิณา
ดารงพนั ธ์ (2559) แสงฟ้า นรกิจ (2559) ดาวณิ ี แสงลี (2559) ธนากร จิตตไ์ พบูลย์ (2559) สุวรรณ์
ก่อแกว้ (2558) วรารักษ์ ลีเลิศพนั ธ์ (2557) ธวชั ชยั สอนซี (2557) กววี ธั น์ ผไทพิสิทธ์ิ (2557)
มากาหนดตวั แปรอิสระในการศึกษาคร้ังน้ี 9 ตวั แปร ดงั น้ี
ปัจจัยลกั ษณะส่วนบุคคล
1. เพศ (Steers, 1977; Mathieu & Zajac, 1990; Steers and Porter, 1991;
ญาณิศา นาคสกลุ , 2559; นพกาญจน์ ทองมา, 2559; ดาวิณี แสงลี, 2559; สุวรรณ์ ก่อแกว้ , 2558;
วรารักษ์ ลีเลิศพนั ธ์, 2557)
2. อายุ (Steers, 1977; Steers และ Porter, 1982; Mowday et al., 1982;Hunt, Chonko
and Wood, 1985; Mathieu & Zajac, 1990;Steers and Porter, 1991; Baron, 1991; Dunham, Grube
and Castanede, 1994; ญาณิศา นาคสกุล, 2559; ดาวณิ ี แสงลี, 2559; สุวรรณ์ ก่อแกว้ , 2558;
วรารักษ์ ลีเลิศพนั ธ์, 2557; ธวชั ชยั สอนซี, 2557; กววี ธั น์ ผไทพิสิทธ์ิ, 2557)
3. ระดบั การศึกษา (Steers, 1977; Steers และ Porter, 1982;Mowday et al., 1979;
Mowday et al., 1982;Hunt, Chonko and Wood, 1985; Mathieu & Zajac, 1990;Steers and Porter,
1991; นพกาญจน์ ทองมา, 2559; ดาวณิ ี แสงลี, 2559; สุวรรณ์ ก่อแกว้ , 2558; ธวชั ชยั สอนซี, 2557)
4. ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน (Steers, 1977; Mowday et al., 1979;Mowday et al.,
1982;Mathieu & Zajac, 1990; Steers and Porter, 1991; Dunham, Grube and Castanede, 1994;
นพกาญจน์ ทองมา, 2559; ทกั ษิณา ดารงพนั ธ์, 2559; แสงฟ้า นรกิจ, 2559; วรารักษ์ ลีเลิศพนั ธ์,
2557; ธวชั ชยั สอนซี, 2557)
ปัจจัยลกั ษณะของงาน
1. ดา้ นความสาคญั ของงาน (Steers, 1977; Mowday et al., 1982;Dunham, Grube and
Castanede, 1994; ธนากร จิตตไ์ พบูลย,์ 2559)
2. ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน (Steers, 1977; วรารักษ์ ลีเลิศพนั ธ์, 2557)
3. ดา้ นความสมั พนั ธ์ที่ดีกบั เพ่ือนร่วมงาน (Steers, 1977; Hunt, Chonko and Wood,
1985; Burke, 2003;Perrin, 2003; ขวญั จิรัชยา ชินโรจนบ์ วรกุล, 2560; ญาณิศา นาคสกลุ , 2559;
ธนากร จิตตไ์ พบูลย,์ 2559)
7
4111324803 ปัจจัยประสบการณ์ในการทางาน
1. ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร (Steers, 1977; Mowday et al., 1982; Steers and
Porter, 1991; Dunham, Grube and Castanede, 1994; ญาณิศา นาคสกุล, 2559; ธนากร จิตตไ์ พบูลย,์
2559)
2. ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร (Steers, 1977;Steers และ Porter,
1982;Mowday et al., 1979;Mowday et al., 1982; Steers and Porter, 1991; ธนากร จิตตไ์ พบูลย,์
2559; วรารักษ์ ลีเลิศพนั ธ์, 2557)
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ตวั แปรอสิ ระ (IV) ตัวแปรตาม (DV)
(Independent Variables) (Dependent Variables)
ปัจจัยลกั ษณะส่วนบุคคล
1. เพศ
2. อายุ
3. ระดบั การศึกษา
4. ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน
ปัจจัยลกั ษณะของงาน ความผกู พนั ต่อองค์การ
1. ดา้ นความสาคญั ของงาน 1. ดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมาย
2. ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน และค่านิยมขององคก์ าร
3. ดา้ นความสัมพนั ธ์ที่ดีกบั เพอื่ น 2. ดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความ
ร่วมงาน พยายามอยา่ งมากเพื่อองคก์ าร
3. ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษา
ปัจจัยประสบการณ์ในการทางาน ไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร
1. ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร
2. ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมี
ความสาคญั ต่อองคก์ าร
ภาพที่ 3 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
4111324803 8
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับจากการวจิ ัย
1. ทาใหท้ ราบถึงระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
2. ทาใหท้ ราบถึงความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล
3. ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการวจิ ยั สามารถนามาเป็นแนวทางสาหรับผบู้ ริหารในการท่ีจะ
เสริมสร้างความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการในกรมประมง
4. สามารถนาผลการวจิ ยั ไปใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการปรับปรุงการบริหารหน่วยงาน พฒั นา
ขา้ ราชการใหม้ ีประสิทธิภาพหรือสร้างความผกู พนั ต่อองคก์ ารใหส้ ูงยง่ิ ข้ึน
ขอบเขตของการวจิ ัย
การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นการศึกษาความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก มีขอบเขตการวจิ ยั ดงั น้ี
ขอบเขตด้านเนื้อหา
การศึกษาคร้ังน้ีมุง่ ศึกษาระดบั ความผกู พนั องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก โดยใชแ้ นวคิดเกี่ยวกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ Steers (1977 อา้ งถึงใน
กานตร์ วภิ สั สร์ ร่ืนกล่ิน, 2553 หนา้ 20-22) ที่กล่าววา่ ปัจจยั ที่มีอิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ประกอบดว้ ยปัจจยั 3 ดา้ น คือ 1) ลกั ษณะส่วนบุคคล (Personal characteristics) 2) ลกั ษณะของงาน
(Job characteristics) และ 3) ประสบการณ์ในการทางาน (Job experience)
รวมท้งั เปรียบเทียบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตาม เพศ อายุ ระดบั การศึกษา และระยะเวลาปฏิบตั ิงาน และศึกษาปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ ความ
ผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ตวั แปรอิสระคือ ปัจจยั ลกั ษณะส่วนบุคคล ปัจจยั ลกั ษณะของงาน ปัจจยั ประสบการณ์
ในการทางาน
1. ปัจจยั ลกั ษณะส่วนบุคคล
1.1 เพศ
1.2 อายุ
1.3 ระดบั การศึกษา
1.4 ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน
4111324803 9
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 2. ปัจจยั ลกั ษณะของงาน
2.1 ดา้ นความสาคญั ของงาน
2.2 ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน
2.3 ดา้ นความสัมพนั ธ์ท่ีดีกบั เพ่ือนร่วมงาน
3. ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน
3.1 ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร
3.2 ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร
ตวั แปรตาม คือ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ประกอบดว้ ย จงั หวดั จนั ทบุรี จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จงั หวดั ชลบุรี จงั หวดั ตราด จงั หวดั นครนายก
จงั หวดั ปราจีนบุรี จงั หวดั ระยอง และจงั หวดั สระแกว้ ไดแ้ ก่ 1) ดา้ นความเชื่อและการยอมรับ
เป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร 2) ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร
3) ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร
ขอบเขตด้านประชากร
ประชากรที่ใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี คือ ขา้ ราชการกรมประมง สานกั งานประมงจงั หวดั
ภาคตะวนั ออก จานวนท้งั สิ้น 91 คน โดยศึกษาคร้ังน้ีจะทาการศึกษาจากท้งั ประชากร ท้งั น้ี ไมน่ บั
รวมตาแหน่งประมงจงั หวดั และตาแหน่งท่ีวา่ งลงเนื่องจากยงั ไมม่ ีผมู้ าดารงตาแหน่ง (ขอ้ มูลบญั ชี
แสดงรายละเอียดการกาหนดตาแหน่งขา้ ราชการพลเรือนสามญั ตามกฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการ
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559 ณ วนั ท่ี 16 ตุลาคม 2560 กองการเจา้ หนา้ ท่ี
กรมประมง) ประกอบดว้ ย
1. สานกั งานประมงจงั หวดั จนั ทบุรี จานวน 13 คน
2. สานกั งานประมงจงั หวดั ฉะเชิงเทรา จานวน 12 คน
3. สานกั งานประมงจงั หวดั ชลบุรี จานวน 15 คน
4. สานกั งานประมงจงั หวดั ตราด จานวน 12 คน
5. สานกั งานประมงจงั หวดั นครนายก จานวน 7 คน
6. สานกั งานประมงจงั หวดั ปราจีนบุรี จานวน 9 คน
7. สานกั งานประมงจงั หวดั ระยอง จานวน 11 คน
8. สานกั งานประมงจงั หวดั สระแกว้ จานวน 12 คน
ขอบเขตด้านระยะเวลา
ระยะเวลาที่ใชใ้ นการวจิ ยั คร้ังน้ีเดือนกนั ยายน 2561 - กรกฎาคม2562 และเกบ็ รวบรวม
ขอ้ มูลระหวา่ งวนั ท่ี 1 มีนาคม – 1 มิถุนายน 2562
4111324803 10
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 นิยามศัพท์เฉพาะ
องคก์ าร หมายถึง กรมประมง
ขา้ ราชการกรมประมง หมายถึง ขา้ ราชการที่ปฏิบตั ิงาน ณ สานกั งานประมงจงั หวดั
ภาคตะวนั ออก หมายถึง จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จงั หวดั นครนายก จงั หวดั ปราจีนบุรี
จงั หวดั สระแกว้ จงั หวดั ชลบุรี จงั หวดั ระยอง จงั หวดั จนั ทบุรี และจงั หวดั ตราด
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร หมายถึง ความผกู พนั ท่ีมีต่อเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร
และการปฏิบตั ิงานตามบทบาทของตนเองเพือ่ ใหบ้ รรลุเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ ารเป็น
ความสัมพนั ธ์ท่ีจะแสดงออกถึงความสัมพนั ธ์ท้งั หมดระหวา่ งบุคลากรและองคก์ าร
ซ่ึงมีองคป์ ระกอบสาคญั 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
1. ดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร เป็ นทศั นคติ
ทางบวกท่ีบุคคลมีตอ่ องคก์ าร มีความรู้สึกเป็ นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ ารและมีความรู้สึก
เป็นเจา้ ขององคก์ าร
2. ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพือ่ องคก์ าร เพือ่ ใหบ้ รรลุ
เป้าหมายขององคก์ าร
3. ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ ารหรือ
ความจงรักภกั ดีต่อองคก์ าร
ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะของงาน หมายถึง ลกั ษณะของงานท่ีแตล่ ะบุคคลรับผดิ ชอบปฏิบตั ิ
อยวู่ า่ เป็นอยา่ งไร ความแตกต่างในเร่ืองของงานจะส่งผลใหบ้ ุคคลมีความรู้ความชานาญเฉพาะเรื่อง
ท่ีแตกตา่ งกนั ประกอบดว้ ย
1. ดา้ นความสาคญั ของงาน หมายถึง ระดบั งานที่สามารถสร้างผลกระทบต่อชีวิตหรือ
งานของผูอ้ ื่น ท้งั ภายในองคก์ ารหรือภายนอกองคก์ าร ทาใหพ้ นกั งานรู้สึกวา่ งานน้นั มีความสาคญั
และจะพยายามปฏิบตั ิงานอยา่ งประณีตเอาใจใส่ ดว้ ยเห็นวา่ งานน้นั มีคุณคา่ และความสาคญั ของงาน
เป็ นส่วนหน่ึงในการสร้างความสาเร็จแก่ตนเอง
2. ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน หมายถึง โอกาสท่ีจะไดด้ ารงตาแหน่งที่มีความสาคญั ข้ึน
ในองคก์ าร รวมท้งั โอกาสที่จะไดร้ ับการพฒั นาความรู้ ความสามารถ และความชานาญจากงานที่ได้
ปฏิบตั ิอยู่
3. ดา้ นความสมั พนั ธ์ที่ดีกบั เพอื่ นร่วมงาน หมายถึง ลกั ษณะงานท่ีวดั ไดจ้ ากงานท่ีเปิ ด
โอกาสใหต้ ิดต่อพบปะ ทาความรู้จกั สร้างมิตรภาพ ความคุน้ เคย หรือแลกเปล่ียนความคิดเห็นกบั
บุคคลอ่ืนท่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ งสัมพนั ธ์กบั การทางาน
4111324803 11
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน หมายถึง ความรู้สึกของผปู้ ฏิบตั ิงานแต่ละคนวา่ รับรู้
การทางานในองคก์ ารอยา่ งไร ความรู้สึกเป็ นที่ไวว้ างใจและน่าเชื่อถือของสมาชิกในองคก์ าร
สมาชิกจะรับรู้วา่ องคก์ ารจะไมท่ อดทิ้งเขาและใหค้ วามช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา ประกอบดว้ ย
1. ดา้ นความพ่ึงพาไดจ้ ากองคก์ าร คือ เป็ นความรู้สึกไวว้ างใจและเชื่อถือวา่ องคก์ าร
จะดูแลและใหค้ วามช่วยเหลือเมื่อบุคคลประสบปัญหา ทาใหเ้ กิดความมน่ั ใจตอ่ องคก์ ารวา่ จะ
พ่งึ พาได้ เป็นผลใหบ้ ุคคลมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารสูง
2. ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร คือ เป็นความรู้สึกไดร้ ับความ
ไวว้ างใจ และการให้ความสาคญั จากผบู้ ริหาร มีอานาจหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบตรงกบั ความรู้ความ
สามารของตน มีความรู้สึกวา่ ไดร้ ับการยอมรับจากองคก์ าร
4111324803 บทที่ 2
แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ทีเ่ กยี่ วข้อง
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
ในการศึกษาคร้ังน้ี ผวู้ ิจยั ไดท้ บทวนวรรณกรรมโดยการศึกษา คน้ ควา้ และรวบรวม
ขอ้ มูลจากบทความ แนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ งเพื่อพฒั นาเป็ นกรอบแนวคิด
การวจิ ยั และออกแบบวธิ ีการศึกษาโดยจะนาเสนอตามหวั ขอ้ ดงั ต่อไป
1. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
2. ขอ้ มูลทวั่ ไปเก่ียวกบั กรมประมง
3. งานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
แนวคดิ เ ทฤษฎกี ยี่ วกบั ความผูกพนั ต่อองค์การ
แนวคิดเรื่องความผกู พนั ต่อองคก์ ารถือเป็นแนวคิดหลกั ที่มีความสาคญั อยา่ งยงิ่
ในการศึกษาเร่ืองความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ท้งั ในประเดน็ ของววิ ฒั นาการ นิยาม องคป์ ระกอบ
ความสาคญั และปัจจยั ที่มีอิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ผวู้ จิ ยั จาเป็นตอ้ งศึกษาใหเ้ กิดความ
เขา้ ใจอยา่ งถ่องแทเ้ พ่อื ใหส้ ามารถนามาสร้างกรอบแนวคิดและออกแบบการวจิ ยั ที่เหมาะสม
ได้ ผลการวจิ ยั ที่เกิดประโยชน์และสามารถนาไปใชเ้ ป็นแนวทางในการเสริมสร้างความผกู พนั
ต่อองคก์ ารไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริงต่อไป (อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 16)
ความผกู พนั ต่อองคก์ าร เป็นแนวคิดการบริหารจดั การและพฒั นาองคก์ ารท่ีไดร้ ับความ
นิยมเป็นอยา่ งมาก โดยเฉพาะในองคก์ ารท่ีปรึกษาและองคก์ ารช้นั น้าทางธุรกิจ เพอื่ นาไปใชพ้ ฒั นา
ทรัพยากรมนุษยต์ ลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขนั เม่ือ The Gallup Organization องคก์ าร
ที่ปรึกษาทางธุรกิจ กล่าวถึง ความผกู พนั ในองคก์ าร (Employee engagement: EE) ไวใ้ นหนงั สือ
“First, Break All the Rules: What the World’s Greatest Managers Do Differently” ในปี 1999
(อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 16)
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารเป็นตวั ช้ีวดั ผลตอบแทนทางธุรกิจ (Business outcome)
ท่ีววิ ฒั นาการจากความพึงพอใจ (Satisfaction) แรงจูงใจ (Motivation) ความผกู พนั (Commitment)
จนกลายมาเป็นความผกู พนั ในองคก์ าร (Employee engagement) ในปัจจุบนั (อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559,
หนา้ 16) ดงั ภาพท่ี 4
4111324803 13
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพที่ 4 ววิ ฒั นาการของความผกู พนั ในองคก์ าร
(อนนั ต์ มณีรีตน,์ 2559)
นิยามของความผกู พนั ต่อองค์การ
การใหค้ วามหมายของความผกู พนั ที่มกั พบเห็นในงานวจิ ยั ตา่ ง ๆ จะมีอยู่ 2 คา
คือ Commitment และ Engagement ซ่ึงท้งั 2 คา ในภาษาไทยมีความหมายวา่ “ความผกู พนั ”
เหมือนกนั ในงานวิจยั ท่ีมีการศึกษาก่อนปี 1990 มกั จะใชค้ าวา่ Commitment ส่วนงานวจิ ยั
ท่ีมีการศึกษาหลงั จากช่วงเวลาดงั กล่าวมกั จะใชค้ าวา่ Engagement และท้งั 2 คาน้ีมีความหมาย
ในทิศทางเดียวกนั (ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559)
มีนกั วชิ าการหลายท่านท่ีทาการศึกษาเกี่ยวกบั “ความผกู พนั ต่อองคก์ าร” เน่ืองจาก
สามารถอธิบายพฤติกรรมของบุคคลในองคก์ ารได้ จึงมีการใหค้ วามหมายของความผกู พนั
ตอ่ องคก์ ารไว้ ดงั น้ี
Buchanan (1974 อา้ งถึงใน ธวชั ชยั สอนซี, 2557, หนา้ 9) ไดใ้ หค้ วามหมายของ
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารวา่ เป็ นพวกเดียวกนั ความผกู พนั ท่ีมีต่อเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร
และการปฏิบตั ิงานตามบทบาทของตนเองเพ่ือใหบ้ รรลุเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร
Steers (อา้ งถึงใน ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559, หนา้ 13) ใหค้ วามหมายของคาวา่ ความผกู พนั
ตอ่ องคก์ าร วา่ เป็นความสัมพนั ธ์ที่เหนียวแน่นของสมาชิกในองคก์ ารและพฤติกรรมท่ีสมาชิก
ในองคก์ ารมีคา่ นิยมท่ีกลมกลืนกบั สมาชิกคนอื่นโดยแสดงตนเป็ นอนั หน่ึงอนั เดียวกบั องคก์ าร
4111324803 14
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 Porter (1981 อา้ งถึงใน ขวญั จิรัชยา ชินโรจน์บวรกุล, 2560, หนา้ 26) ไดใ้ หค้ วามหมาย
ของความผกู พนั ต่อองคก์ ารวา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารเป็นความสัมพนั ธ์ท่ีจะแสดงออกถึง
ความสัมพนั ธ์ท้งั หมดระหวา่ งบุคลากรและองคก์ าร จะรวมความหมายไปถึงองคป์ ระกอบของ
ความพงึ พอใจในงานที่เป็นคุณลกั ษณะของแตล่ ะบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานใหก้ บั องคก์ าร
Mowday (1982 อา้ งถึงใน ญานิสา นาคสกลุ , 2559, หนา้ 12) ไดใ้ หค้ วามหมายของ
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารในเชิงทศั นคติ วา่ เป็ นการหล่อหลอมความรู้สึกของอารมณ์ของบุคลากร
ที่มีตอ่ องคก์ าร หรือเรียกวา่ ความผกู พนั เชิงความรู้สึก (Affective commitment) อนั เป็นภาวะ
ท่ีบุคคลมีความรู้สึกเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ ารและเป้าหมาย มีค่านิยมท่ีกลมกลืนกบั
สมาชิกองคก์ ารคนอื่น ๆ และเตม็ ใจท่ีจะอุทิศกาลงั กาย กาลงั ใจ เพอื่ ปฏิบตั ิภารกิจขององคก์ าร
สมาชิกจะมีพฤติกรรมที่แสดงถึงความผกู พนั ต่อองคก์ ารอยา่ งแทจ้ ริง จะมุง่ เนน้ ความเต็มใจท่ีจะ
ปฏิบตั ิงานใหบ้ รรลุเป้าหมายขององคก์ าร
Northcraft and Neale (1990 อา้ งถึงใน แสงฟ้า นรกิจ, 2559, หนา้ 10) ไดใ้ หค้ วามหมาย
ของความผกู พนั ต่อองคก์ ารวา่ หมายถึง ความสมั พนั ธ์อยา่ งลึกซ้ึงระหวา่ งบุคคลใดบุคคลหน่ึง
Luthans (1992 อา้ งถึงใน ณรารัตน์ แป้นเมือง, 2550, หนา้ 13) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่
ความผกู พนั ต่อองคก์ ารเป็นเสมือนความรู้สึกเป็ นเจา้ ของ (Feeling of belonging) ความจงรักภกั ดี
(Loyolty) และการยดึ ถือเป็นแบบอยา่ งหรือการแสดงตนในนามองคก์ าร (Organizational
lentification) และช้ีวา่ ความผกู พนั เป็นส่วนหน่ึงของทศั นคติเกี่ยวกบั การงาน หรือกล่าวอีกนยั หน่ึง
คือ เป็นทศั นคติของบุคลากรที่แสดงถึงความสาเร็จและความมนั่ คงขององคก์ าร
Gubman (1998 อา้ งถึงใน ศิริพร พลู สมบตั ิ, 2556, หนา้ 12) ไดใ้ หค้ วามหมายของ
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารวา่ คือ การทุ่มเทพลงั กายพลงั ใจอยา่ งเตม็ ที่และมากยงิ่ ข้ึนเรื่อย ๆ ใหก้ บั งาน
ท่ีตนไดร้ ับมอบหมาย ซ่ึงพลงั กายและพลงั ใจจะแสดงออกมาในหลายรูปแบบ เช่น การทางาน
สร้างสรรคแ์ ละมีคุณคา่ เกินความคาดหมายของลูกคา้ และองคก์ าร เป็ นตน้
Strellioff (1998 อา้ งถึงใน สมจิตร จนั ทร์เพญ็ , 2557, หนา้ 6) ไดใ้ หค้ วามหมายของ
Engagement วา่ คาน้ีมีความหมายเดียวกนั กบั คาวา่ Commitment ซ่ึงหมายถึง ความผกู พนั
เป็นสภาวะท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ท้งั อารมณ์และเหตุผลของบุคคลในดา้ นงานและองคก์ าร ซ่ึงแสดงออกมา
ในรูปของพฤติกรรม 3 ลกั ษณะ คือ
1. การพดู (Say) คือ การกล่าวถึงองคก์ ารในทางท่ีดีใหบ้ ุคคลอื่นฟัง ไมว่ า่ จะเป็น
เพ่ือนร่วมงาน ครอบครัว ลูกคา้ และผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งอื่น ๆ
2. การอยกู่ บั องคก์ าร (Stay) คือ ความตอ้ งการที่จะอยกู่ บั องคก์ ารตลอดไป แมห้ น่วยงาน
อ่ืนจะใหผ้ ลตอบแทนท่ีดีกวา่
4111324803 15
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 3. การรับใช้ (Serve) คือ มีความภูมิใจในงานที่ปฏิบตั ิ ซ่ึงไดม้ ีส่วนสนบั สนุนใหอ้ งคก์ าร
ประสบความสาเร็จและถา้ หากจาเป็นก็เตม็ ใจที่จะทางานหนกั เพอื่ องคก์ าร
Institute for Employment Studies [IES] (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรีตน,์ 2559,
หนา้ 17) กล่าววา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร คือ ทศั นคติดา้ นบวกของพนกั งานท่ีมีตอ่ องคก์ าร
เป็นคา่ นิยมท่ีมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในการเป็ นผทู้ ี่เขา้ ใจบริบทขององคก์ าร การทางานร่วมกบั
ผอู้ ื่น ปรับปรุงหรือเพิ่มผลการปฏิบตั ิงานเพื่อเป็ นประโยชนต์ ่อองคก์ าร
The Gallup Organization (2006 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 18) กล่าววา่
ความผกู พนั ต่อองคก์ าร คือ ความเป็นหุ้นส่วนระหวา่ งพนกั งานและองคก์ ารที่ทางานร่วมกนั
เพอ่ื บรรลุวตั ถุประสงคท์ างธุรกิจขององคก์ าร และบรรลุความปรารถนาส่วนตนของพนกั งาน
Woodruffe (2006 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559, หนา้ 18) ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
เป็นความมุ่งมนั่ และความสามารถที่จะอุทิศตนเพ่อื ความสาเร็จขององคก์ าร หรือความพยายาม
ในการอุทิศเวลา สติปัญญาและแรงงานของพนกั งาน
Development Dimensions International [DDI] (2009 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรีตน์, 2559,
หนา้ 18) กล่าววา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร คือ สิ่งท่ีเกิดจากการท่ีพนกั งานมีความสุข (Enjoy)
มีความเชื่อ (Believe) และรับรู้ถึงคุณค่า (Value) ในสิ่งที่พวกเขากระทา
พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน (ราชบณั ฑิตยสถาน,2546, หนา้ 36) ความผกู พนั คือ
ความรักใคร่ ความเอาใจใส่หรือความเอาใจใส่ต่อสิ่งท่ีกระทา ดงั น้นั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
จึงหมายถึงการสร้างเสริมสภาพจิตใจหรือความรู้สึกใหบ้ ุคลากรเห็นคุณค่า ตระหนกั ถึงหนา้ ท่ี
ความรับผดิ ชอบ เกิดความจงรักภกั ดี กระตือรือร้นท่ีจะปฏิบตั ิงาน เตม็ ใจ เสียสละ พร้อมที่จะ
ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ผสมกบั ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ท่ีมีอยทู่ ้งั หมด ปฏิบตั ิงาน
ใหบ้ รรลุเป้าหมายใหไ้ ด้ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวคิดที่วา่ การสร้างความผกู พนั หรือความสัมพนั ธ์
ในงานจาเป็นตอ้ งกระตุน้ ให้บุคลากรเกิดความรักและห่วงใยต่อความสาเร็จขององคก์ าร คานึงถึง
ความสาคญั ของผลงาน โดยองคก์ ารจะสร้างความพึงพอใจใหแ้ ก่บุคลากรทุกฝ่ ายเช่นเดียวกบั การ
ใหค้ วามสาคญั ต่อผบู้ ริโภค
ณฏั ฐพนั ธ์ เขจรนนั ทน์ (2551, หนา้ 105-107) กล่าววา่ ความผกู พนั กบั องคก์ าร
(Organization commitment) หมายถึง ทศั นะคติท่ีสะทอ้ นความเกี่ยวขอ้ งระหวา่ งบุคคลกบั องคก์ าร
ซ่ึงเขายนิ ดีท่ีจะร่วมเป็นสมาชิกและไม่เตม็ ใจท่ีจะจากองคก์ ารไป โดยนกั วชิ าการไดอ้ ธิบายความ
ผกู พนั ระหวา่ งบุคคลและองคก์ ารจาก 2 มุมมอง คือ
4111324803 16
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 1. ความผกู พนั อยา่ งต่อเนื่อง (Continuance commitment) หรือท่ีเรียกวา่ Side-bets
orientation พนกั งานมีแนวโนม้ จะอยกู่ บั องคก์ ารเน่ืองจากเขาไมส่ ามารถจะออกไปได้ ตวั อยา่ งเช่น
เขาอาจจะสูญเสียเวลา แรงพยายาม ประโยชน์ที่จะไดร้ ับถา้ เขาออกจากองคก์ ารไป
2. ความสอดคลอ้ งของเป้าหมายระหวา่ งบุคคลและองคก์ าร (Individual-organization
goal congruence orientation) หรือท่ีเรียกวา่ มโนทศั น์ท่ีบุคคลพร้อมที่จะยอมรับ (Affective
commitment) และปฏิบตั ิงานใหบ้ รรลุเป้าหมายของตนและองคก์ าร ซ่ึงมีความสอดคลอ้ งกนั
โดยบุคคลจะยงั คงปฏิบตั ิงานร่วมกบั องคก์ าร เนื่องจากปัจจยั 3 ประการ ไดแ้ ก่
2.1 มีความเช่ือในเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร
2.2 มีความพร้อมท่ีจะทุม่ เททางานในนามขององคก์ าร
2.3 ความต้งั ใจจะคงความเป็ นสมาชิกขององคก์ าร
พชิ ิต พทิ กั ษเ์ ทพสมบตั ิ (2552) ไดใ้ หค้ วามหมายของความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารวา่
เป็นความสมั พนั ธ์ท่ีเหนียวแน่นของความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวของสมาชิกในการ เขา้ ร่วมกิจกรรม
ขององคก์ ารดว้ ยความเตม็ ใจ
ชาญวฒุ ิ บุญชม (2553, หนา้ 7) ความผกู พนั ต่อองคก์ าร หมายถึง ความรู้สึกของบุคลากร
ท่ีมีต่อองคก์ ารในทิศทางท่ีดี โดยเตม็ ใจจะปฏิบตั ิงานในหนา้ ท่ีของตนและส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งเพ่ือให้
องคก์ ารไดบ้ รรลุตามวตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้ ซ่ึงความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารประกอบไปดว้ ยความรู้สึกวา่
เป็นส่วนหน่ึงขององคก์ าร การยอมรับเป้าหมายและนโยบายการบริหารงานขององคก์ าร
ความทุม่ เทความพยายามในการปฏิบตั ิงานเพ่ือองคก์ าร ความภาคภูมิใจที่ไดเ้ ป็ นส่วนหน่ึง
ขององคก์ าร ความห่วงใยในอนาคตขององคก์ าร และความตอ้ งการที่จะรักษาความเป็ นสมาชิก
ขององคก์ ารตลอดไป
จานง เหล่าคงธรรม (2554, หนา้ 10) ใหค้ วามหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ ารวา่
เป็นความรู้สึก ความคิดเห็นและทศั นคติท่ีบุคคลมีตอ่ องคก์ ารและไดแ้ สดงออกมาในลกั ษณะ
ของการยอมรับนโยบาย เป้าหมาย ความทุม่ เทความพยายามเพือ่ ประโยชนข์ ององคก์ าร
ความเสียสละเพือ่ องคก์ าร ความจงรักภกั ดีต่อองคก์ าร ความปรารถนาอยา่ งแรงกลา้ ในการดารง
ความเป็นสมาชิกขององคก์ าร รวมท้งั การปฏิบตั ิตนอยา่ งเตม็ ความสามารถเพอื่ ใหอ้ งคก์ ารบรรลุ
เป้าหมายตรงตามวตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดไว้
โสมยส์ ิริ มูลทองทิพย์ (2556, หนา้ 6) ใหค้ วามหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
วา่ เป็นความรู้สึกผกู พนั ของบุคลากรหรือกลุ่มสมาชิกท่ีปฏิบตั ิงานอยภู่ ายในองคก์ าร มีความรู้สึก
เป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกบั องคก์ าร ทราบถึงเป้าหมายที่แทจ้ ริงขององคก์ าร ยนิ ดีเสียสละ มุ่งมนั่
ร่วมมือกนั ที่จะปฏิบตั ิหนา้ ที่เป็นแรงขบั เคลื่อนใหอ้ งคก์ ารกา้ วไปถึงเป้าหมาย
4111324803 17
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ฐิตาดล ศรีกมล (2557, หนา้ 5) ใหค้ านิยามศพั ทข์ องความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร หมายถึง
ความรู้สึกและการแสดงออกของบุคลากรซ่ึงเคารพตอ่ องคก์ าร มีความเตม็ ใจในการทางานและ
อุทิศตนต่อองคก์ าร มีความผกู พนั มีความรู้สึกเป็นเจา้ ของ พยายามเป็นบุคลากรที่ดีขององคก์ าร
มีความตอ้ งการเป็นส่วนหน่ึงขององคก์ าร สนใจเอาใจใส่ ภูมิใจและสนบั สนุนองคก์ าร ปกป้อง
องคก์ ารจากความหวงั ร้ายจากคนอ่ืน มีความเช่ือถือและไวว้ างใจ พร้อมท่ีจะช่วยเหลือองคก์ าร
ทุกเม่ือ มีความปรารถนาดีและมีความต้งั ใจท่ีจะทางานอยใู่ นองคก์ ารตอ่ ไป
สานกั คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ
ระดบั พ้ืนฐาน ฉบบั ที่ 2, 2559, หนา้ 66) ไดใ้ หค้ วามหมายของคาวา่ ความผกู พนั ของบุคลากร
หมายถึง ระดบั ความมุ่งมน่ั ของบุคลากรท้งั ในดา้ นความรู้สึกและสติปัญญา เพื่อใหง้ าน พนั ธกิจ
และวสิ ัยทศั น์ของส่วนราชการบรรลุผล ส่วนราชการที่มีระดบั ความผกู พนั ของบุคลากรสูงแสดง
ใหเ้ ห็นเด่นชดั ดว้ ยสภาพแวดลอ้ มในการปฏิบตั ิงานท่ีดี ซ่ึงทาใหบ้ ุคลากรมีแรงจูงใจที่จะปฏิบตั ิงาน
อยา่ งเตม็ กาลงั เพอื่ ผลประโยชน์ของผูร้ ับบริการและผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียและความสาเร็จของ
ส่วนราชการ
บุคลากรในส่วนราชการรู้สึกผกู พนั มีแรงจูงใจในการปฏิบตั ิงาน เม่ือไดร้ ับการ
สนบั สนุนจากเพอ่ื นร่วมงานและท่ีทางาน ประโยชน์ของความผกู พนั ของบุคลากร คือ ทาใหเ้ กิด
ความไวใ้ จซ่ึงกนั และกนั ความปลอดภยั และสภาพแวดลอ้ มท่ีร่วมกนั ปฏิบตั ิงาน การส่ือสารท่ีดี
การแลกเปล่ียนขอ้ มูลมีความคล่องตวั การใหอ้ านาจในการตดั สินใจและความรับผดิ ชอบต่อ
ผลการดาเนินการ ปัจจยั แห่งความสาเร็จท่ีจะนามาซ่ึงความผกู พนั รวมถึงการฝึกอบรมและ
การพฒั นาความกา้ วหนา้ ในการงาน ระบบการยกยอ่ งชมเชยและระบบการใหร้ างวลั ท่ีมีประสิทธิผล
โอกาสและการดูแลท่ีเทา่ เทียมกนั และการมีมิตรไมตรีกบั ครอบครัวของบุคลากร
สรุปไดว้ า่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร หมายถึง ความผกู พนั ท่ีมีต่อเป้าหมายและค่านิยมของ
องคก์ ารและการปฏิบตั ิงานตามบทบาทของตนเองเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร
เป็นความสัมพนั ธ์ที่จะแสดงออกถึงความสัมพนั ธ์ท้งั หมดระหวา่ งบุคลากรและองคก์ าร เป็นภาวะ
ที่บุคคลมีความรู้สึกเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ าร เป็ นเสมือนความรู้สึกเป็นเจา้ ของ การทุม่ เท
พลงั กาย พลงั ใจอยา่ งเตม็ ท่ีและมากยง่ิ ข้ึนเรื่อย ๆ ใหก้ บั งานท่ีตนไดร้ ับมอบหมาย เป็นสภาวะ
ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ท้งั อารมณ์และเหตุผลของบุคคลในดา้ นงานและองคก์ ารเป็นค่านิยมท่ีมีความผกู พนั
ต่อองคก์ ารในการเป็นผทู้ ่ีเขา้ ใจบริบทขององคก์ ารเป็นความพยายามอยา่ งละเอียด รอบคอบ
อุทิศเวลา สติปัญญาและแรงงานของบุคลากรท่ีใส่ไปในการทางาน เป็ นความมุ่งมน่ั ที่จะอุทิศตน
เพอื่ ความสาเร็จขององคก์ าร สิ่งท่ีเกิดจากการที่พนกั งานมีความสุข (Enjoy) มีความเช่ือ (Believe)
และรับรู้ถึงคุณคา่ (Value) ในส่ิงท่ีพวกเขากระทา ทศั นะคติท่ีสะทอ้ นความเก่ียวขอ้ งระหวา่ งบุคคล
4111324803 18
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 กบั องคก์ าร ซ่ึงเขายนิ ดีท่ีจะร่วมเป็นสมาชิกและไม่เตม็ ใจท่ีจะจากองคก์ ารไป เป็ นความรู้สึก
ความคิดเห็นและทศั นคติท่ีบุคคลมีต่อองคก์ ารและไดแ้ สดงออกมาในลกั ษณะของการยอมรับ
นโยบาย เป้าหมาย ความทุม่ เทความพยายามเพอ่ื ประโยชนข์ ององคก์ าร ระดบั ความมุ่งมนั่
ของบุคลากรท้งั ในดา้ นความรู้สึกและสติปัญญา เพื่อใหง้ าน พนั ธกิจ และวสิ ัยทศั น์ของส่วนราชการ
บรรลุผล
องค์ประกอบของความผกู พันต่อองค์การ
Buchanan (1974 อา้ งถึงใน ธวชั ชยั สอนซี, 2557, หนา้ 9) กล่าววา่ ความผกู พนั
ต่อองคก์ าร ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 3 ประการ คือ
1. ความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกบั องคก์ าร (Identification) หมายถึง การยอมรับในคา่ นิยม
ตลอดจนวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ารวา่ เป็นไปในทางเดียวกนั
2. ความเก่ียวพนั กบั องคก์ าร (Involvement) หมายถึง ความเตม็ ใจท่ีจะทางานเพอ่ื
ความกา้ วหนา้ และผลประโยชนข์ ององคก์ าร
3. ความจงรักภกั ดีต่อองคก์ าร (Loyalty) หมายถึง การยดึ มนั่ ในองคก์ ารและปรารถนา
ท่ีจะเป็นสมาชิกองคก์ ารตอ่ ไป
Steers (1977 อา้ งถึงใน ทกั ษิณา ดารงพนั ธ์, 2559, หนา้ 21) กล่าววา่ ความผกู พนั ต่อ
องคก์ ารประกอบดว้ ยลกั ษณะท่ีสาคญั 3 ประการคือ
1. ความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร เป็นทศั นคติทางบวก
ท่ีบุคคลมีต่อองคก์ าร มีความรู้สึกเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ ารและมีความรู้สึกเป็นเจา้ ของ
องคก์ าร
2. ความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร เพื่อใหบ้ รรลุเป้าหมาย
ขององคก์ าร
3. ความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ที่จะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ ารหรือ
ความจงรักภกั ดีตอ่ องคก์ าร
Steers (อา้ งถึงใน ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559, หนา้ 13) กล่าววา่ ความผกู พนั ในองคก์ าร
จะมีลกั ษณะ 3 ประการ ดงั น้ี
1. ความเชื่อมน่ั และยอมรับในเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร โดยแสดงออกเป็น
ทศั นคติและความเชื่อที่มีการยอมรับเชื่อถือและคลอ้ ยตาม ยนิ ดีและพร้อมที่จะปฏิบตั ิตามเป้าหมาย
และคา่ นิยมขององคก์ ารอยา่ งสม่าเสมอ เกิดความเล่ือมใสต่อเป้าหมายขององคก์ าร โดยมองวา่
เป้าหมายและคา่ นิยมของตนเองและองคก์ ารไปในทิศทางเดียวกนั และตนเองกพ็ ร้อมที่จะทา
ประโยชน์ใหก้ บั องคก์ าร รวมถึงเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจท่ีตนเองเป็นสวนหน่ึงขององคก์ าร
4111324803 19
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ซ่ึงมีเกียรติและศกั ด์ิศรีทดั เทียมกบั องคก์ ารอื่น ๆ และเช่ือวา่ องคก์ ารจะสร้างประโยชน์ใหก้ บั สังคม
และมีคุณค่าต่อตนเอง
2. ความเตม็ ใจท่ีจะทุม่ เทความสามารถอยา่ งเตม็ ที่เพื่อองคก์ าร แสดงออกโดยการ
เสียสละ มีความเตม็ ใจและพร้อมที่จะใชส้ ติปัญญาและพลงั ความรู้ความสามารถท้งั หมดเพอื่ แกไ้ ข
ปัญหาและพฒั นางานเพ่ือให้ประสบผลสาเร็จและบรรลุเป้าหมายขององคก์ าร ยนิ ดีท่ีจะช่วยเหลือ
และทาประโยชน์ใหก้ บั องคก์ ารในทุก ๆ ดา้ น แมจ้ ะไมไ่ ดร้ ับผลตอบแทนก็ตาม
3. ความตอ้ งการที่จะคงไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ ารของตน แสดงออกถึง
ความรู้สึกรักใคร่ มีความผกู พนั จงรักภกั ดีตอ่ องคก์ าร มีความต้งั ใจอยา่ งแน่วแน่ที่จะอยกู่ บั องคก์ าร
ไมป่ รารถนาจะไปจากองคก์ ารถึงแมว้ า่ องคก์ ารอื่นจะใหผ้ ลประโยชน์ตอบแทนมากกวา่
มีความภาคภูมิใจท่ีไดเ้ ป็ นสมาชิกขององคก์ าร ยนิ ดีและพร้อมท่ีจะปฏิบตั ิตามรวมถึงใหก้ าร
สนบั สนุนองคก์ ารในทุก ๆ ดา้ นอยา่ งสม่าเสมอ โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย
Porter (1981 อา้ งถึงใน ขวญั จิรัชยา ชินโรจนบ์ วรกุล, 2560, หนา้ 26) กล่าววา่
ความผกู พนั ในองคก์ ารจะมีลกั ษณะ 3 ประการ ดงั น้ี
1. มีความเช่ือมนั่ และเตม็ ใจยอมรับในเป้าหมายขององคก์ าร
2. มีความพยายามอยา่ งเตม็ กาลงั เพื่อประโยชน์ขององคก์ าร
3. มีความตอ้ งการที่จะคงอยเู่ ป็นสมาชิกภาพขององคก์ ารต่อไป
Mowday (1982 อา้ งถึงใน ญานิสา นาคสกุล, 2559, หนา้ 12) กล่าววา่ ความผกู พนั ใน
องคก์ ารจะมีลกั ษณะ 3 ประการ คือ
1. ความศรัทธา เป็นความเช่ือถือและยอมรับอยา่ งจริงจงั ในเป้าหมายและค่านิยมของ
องคก์ าร เป็ นทศั นคติทางบวกของแตล่ ะบุคคลท่ีมีตอ่ องคก์ าร คือ บุคคลจะมีความเช่ือมนั่ ยอมรับใน
เป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร มีคา่ นิยมของตนเองคลา้ ยคลึงกบั องคก์ าร มีความเช่ือถือวา่
องคก์ ารน้ีเป็นองคก์ ารที่ดีท่ีสุดที่จะทางานดว้ ย พร้อมที่จะปฏิบตั ิงานทุกอยา่ งที่ไดร้ ับมอบหมายจาก
องคก์ าร เพราะเห็นวา่ งานเป็ นส่ิงสาคญั ที่จะทาใหอ้ งคก์ ารบรรลุเป้าหมายไดแ้ ละมีส่วนร่วมอยา่ ง
กระตือรือร้นในกิจกรรมต่าง ๆ ขององคก์ าร
2. ความทุม่ เท เป็นความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพือ่ ใหอ้ งคก์ ารบรรลุ
เป้าหมาย หมายถึง การที่บุคคลยนิ ดีที่จะทุ่มเทพลงั ความสามารถท้งั หมดและมีความพยายามอยา่ ง
มาก เพ่อื ช่วยเหลือใหอ้ งคก์ ารประสบความสาเร็จและมีความเตม็ ใจท่ีจะอุทิศตนเองเพ่ือความสุข
ในการอยรู่ ่วมกนั ของคนในองคก์ าร
4111324803 20
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 3. ความภกั ดี เป็นความปรารถนาอยา่ งแรงกลา้ ท่ีจะคงความเป็นสมาชิกขององคก์ าร
ไวอ้ ยา่ งภาคภูมิ คือ การท่ีบุคคลมีความจงรักภกั ดีต่อองคก์ าร มีความภาคภูมิใจในการเป็ นสมาชิก
ขององคก์ าร พร้อมท่ีจะบอกคนอื่นวา่ ตนเองเป็นสมาชิกขององคก์ ารและไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนงาน
ยา้ ยหรือลาออก แมม้ ีโอกาสเลือกงานชนิดเดียวกนั ในองคก์ ารอ่ืนหรือมีผมู้ าชกั ชวนใหล้ าออก
Allen & Meyer (1990 อา้ งถึงใน ธวชั ชยั สอนซี, 2557, หนา้ 20) ไดเ้ สนอทศั นะ
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารสามารถแบง่ ไดเ้ ป็นองคป์ ระกอบ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
1. ความผกู พนั ดา้ นจิตใจ หมายถึง อารมณ์ความรู้สึกผกู พนั ต่อองคก์ ารในแง่ท่ีพนกั งาน
รู้สึกถึงความเป็นสมาชิกในองคก์ าร เก่ียวขอ้ งเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ ารอยา่ งแนบแน่น
ซ่ึงนกั วชิ าการและนกั วจิ ยั สาคญั ๆ ไดน้ าเสนอทศั นะความผกู พนั ต่อองคก์ าร
2. ความผกู พนั ดา้ นความคงอยกู่ บั องคก์ าร เป็ นความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารที่เกิดจากการจา่ ย
คา่ ตอบแทนขององคก์ ารเพ่ือแลกเปลี่ยนกบั ความคงอยกู่ บั องคก์ ารของบุคคลแต่ละคน
โดยนกั วชิ าการที่เห็นสอดคลอ้ งกบั แนวคิดความผกู พนั ต่อองคก์ าร
3. ความผกู พนั ดา้ นบรรทดั ฐาน เป็นความรู้สึกของบุคคลแตล่ ะคนที่วา่ เม่ือเขา้ มาเป็ น
สมาชิกองคก์ ารกต็ อ้ งมีความผกู พนั และจงรักภกั ดีต่อองคก์ าร เพราะเป็ นส่ิงที่ถูกตอ้ งและสมควร
ที่จะกระทา ถือเป็นพนั ธะท่ีจะตอ้ งมีต่อการปฏิบตั ิหนา้ ที่ในองคก์ าร
ท้งั น้ี Allen and Meyer ไดก้ ล่าววา่ ความผกู พนั ท้งั 3 ดา้ น ควรท่ีจะพิจารณาในรูปแบบ
ขององคป์ ระกอบมากกวา่ ประเภท ท้งั น้ีก็เพราะวา่ บุคคลแตล่ ะคนจะมีสภาวะจิตใจผสมผสานกนั
ข้ึนอยกู่ บั ระดบั ของการรับรู้ที่แตกต่างกนั
นอกจากน้ี พวกเขายงั ไดก้ ล่าวเสริมอีกวา่ แมว้ า่ แนวคิดความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารท้งั 3 ดา้ น
จะเป็นสิ่งที่เช่ือมโยงระหวา่ งบุคคลแตล่ ะคนกบั องคก์ ารเขา้ ดว้ ยกนั ซ่ึงมีผลทาใหก้ ารลาออกจาก
องคก์ ารลดลง แต่อยา่ งไรก็ตาม ลกั ษณะการเช่ือมโยงของความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารท้งั 3 ดา้ น มีความ
แตกต่างกนั กล่าวคือ บุคคลที่มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นจิตใจสูง หมายถึง ตอ้ งการที่จะอยกู่ บั
องคก์ าร ส่วนคนที่มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นการคงอยสู่ ูง หมายถึง จาเป็นตอ้ งอยเู่ พราะไมอ่ ยาก
สูญเสียที่ลงทุนไป และสุดทา้ ยบุคคลท่ีมีความผกู พนั ดา้ นบรรทดั ฐานสูง นนั่ แสดงวา่ เขาคิดวา่ เขา
สมควรท่ีจะอยู่ ท้งั น้ีก็เพราะเพ่ือความถูกตอ้ งทางสงั คม
Northcraft and Neale (1990 อา้ งถึงใน แสงฟ้า นรกิจ, 2559, หนา้ 10) กล่าววา่ ความ
ผกู พนั ต่อองคก์ ารมีองคป์ ระกอบทวั่ ๆ ไป 3 ประการ คือ
1. มีความศรัทธาและเชื่อมนั่ ในเป้าหมายและคุณคา่ ขององคก์ าร
2. มีความต้งั ใจและพร้อมที่จะใชค้ วามพยายามที่มีอยเู่ พือ่ องคก์ าร
3. มีความต้งั ใจท่ีจะอยเู่ ป็นสมาชิกขององคก์ าร
4111324803 21
ความผกู พนั ของสมาชิกองคก์ าร มิใช่เป็นเพียงความจงรักภกั ดีต่อองคก์ ารเท่าน้นั แต่เป็ น
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 เรื่องของบทบาทและวธิ ีการของเขาท่ีมีต่อองคก์ ารดว้ ย
Hewitt Associates (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรีตน์, 2559, หนา้ 20) กล่าววา่ พนกั งาน
ท่ีมีความผกู พนั ในองคก์ ารจะมีพฤติกรรม 3 ประการ ไดแ้ ก่
1. Say คือ การพูดถึงองคก์ ารในทางท่ีดีเมื่อสนทนากบั เพอ่ื นร่วมงานหรือลูกคา้
2. Stay คือ การปรารถนาที่จะเป็นสมาชิกและดารงอยกู่ บั องคก์ าร
3. Strive คือ การใชค้ วามพยายามอยา่ งสุดความสามารถ ทุม่ เทแรงกายแรงใจเพื่อ
สนบั สนุนองคก์ ารใหป้ ระสบความสาเร็จ
Engagement
ภาพที่ 5 ตวั แบบความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร Hewitt Associates
(อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559)
Institute for Employment Studies (IES) (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรีตน,์ 2559,
หนา้ 20) กล่าววา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมีองคป์ ระกอบ 3 ส่วน คือ ความผกู พนั (Commitment)
แรงจูงใจ (Motivation) และการมาเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์ าร (Organizational Citizenship
Behavior )
4111324803 22
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 International Survey Research (ISR) (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรีตน,์ 2559, หนา้ 21)
เสนอโมเดลความผกู พนั ในองคก์ าร (3D Model) ท่ีมีองคป์ ระกอบ 3 ดา้ น คือ
1. การรับรู้ (Cognitive) หรือ ความคิด (Think) คือ ความเช่ือและการสนบั สนุนเพื่อ
ความสาเร็จและคุณคา่ ขององคก์ าร
2. อารมณ์ความรู้สึก (Affective) หรือ ความรู้สึก (Feel) คือ ความรู้สึกภาคภูมิใจ
เป็นหน่ึงเดียวและเป็นส่วนหน่ึงกบั องคก์ าร
3. พฤติกรรม (Behavioral) หรือ การกระทา (Act) คือ การทุม่ เทพยายามเป็นอยา่ งมาก
และการต้งั ใจที่จะดารงอยกู่ บั องคก์ ารต่อไป
Development Dimensions International (DDI) (2009) เสนอองคป์ ระกอบของความ
ผกู พนั ในองคก์ าร (Model for Engagement) วา่ ประกอบไปดว้ ย 3 ส่วน คือ
1. เป้าหมายของงาน (Focus Work) ไดแ้ ก่ ความสอดคลอ้ งกบั กลยทุ ธ์ (Align effort
with strategy) และการมอบอานาจ (Empowerment)
2. ค่านิยมของบุคคล (Individual values) ไดแ้ ก่ แผนการพฒั นา (Development plans)
การสนบั สนุนและการยอมรับ (Support and Recognition)
3. การสนบั สนุนความร่วมมือระหวา่ งบุคคล (Interpersonal support) ไดแ้ ก่ การทางาน
เป็นทีม (Teamwork) และความร่วมมือกนั (Collaboration)
จากการศึกษาเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั องคป์ ระกอบของความผกู พนั ต่อองคก์ าร ผศู้ ึกษา
สรุปจากแนวคิดของ Steers ท่ีไดก้ ล่าววา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารประกอบดว้ ยลกั ษณะท่ีสาคญั
3 ประการ คือ 1) ความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร เป็นทศั นคติทางบวก
ท่ีบุคคลมีต่อองคก์ าร มีความรู้สึกเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ ารและมีความรู้สึกเป็นเจา้ ของ
องคก์ าร 2) ความเตม็ ใจท่ีจะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพ่ือองคก์ าร เพื่อใหบ้ รรลุเป้าหมาย
ขององคก์ าร 3) ความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ ารหรือ
ความจงรักภกั ดีตอ่ องคก์ าร (1977 อา้ งถึงใน ทกั ษิณา ดารงพนั ธ์, 2559, หนา้ 21)
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
Buchanan (1974) ผู้ศึกษา ตารางที่ 1 สรุปองคป์ ระกอบของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
Steers (1977) ความผูกพนั ต่อองค์การ
Porter (1981)
Mowday (1982)
Allen & Meyer (1990)
Northcraft and Neale
(1990)
Hewitt Associates (2004)
Institute for Employment
Studies [IES] (2004)
International Survey
Research (ISR) (2004)
Development Dimensions
International (DDI) (2009)
/ / / ความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกบั องคก์ าร 23
// /
// / ความเกี่ยวพนั กบั องคก์ าร
// /
/ / / ความจงรักภกั ดีตอ่ องคก์ าร
// / ความเชื่อและการยอมรับเป้าหมาย/คา่ นิยมขององคก์ าร
ความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายาม
/ / / ความปรารถนาอยา่ งย่งิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพใน
/ / / องคก์ าร
/ / / ความผูกพนั ดา้ นจิตใจ
ความผูกพนั ดา้ นความคงอยูก่ บั องคก์ าร
/ / / ความผกู พนั ดา้ นบรรทดั ฐาน
การพดู ถึงองคก์ ารในทางที่ดี
ความผกู พนั
แรงจูงใจ
การมาเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์ าร
การรับรู้ (Cognitive) หรือ ความคิด (Think)
อารมณค์ วามรูส้ ึก (Affective) หรือ ความรู้สึก (Feel)
พฤติกรรม (Behavioral) หรือ การกระทา (Act)
เป้าหมายของงาน
คา่ นิยมของบุคคล
การสนบั สนุนความร่วมมือระหวา่ งบุคคล
4111324803 24
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ความสาคญั ของความผกู พนั ต่อองค์การ
ความผกู พนั ต่อองคก์ าร นบั วา่ เป็นปัจจยั ที่สาคญั ท่ีจะทาใหอ้ งคก์ ารบรรลุวตั ถุประสงค์
ได้ ซ่ึงการสร้างทศั นคติที่ดีแก่ผปู้ ฏิบตั ิงานไดน้ ้นั จะตอ้ งมีการวางแผนนโยบายบริหารท่ีดีและ
จะตอ้ งสามารถทาใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานเกิดความรู้สึกทุม่ เทในการทางาน เกิดความรู้สึกรักและผกู พนั กบั
องคก์ ารและผปู้ ฏิบตั ิงานไดบ้ รรลุวตั ถุประสงคไ์ ปพร้อม ๆ กนั ซ่ึงผทู้ ี่มีความผกู พนั ยอ่ มปฏิบตั ิได้
ดีกวา่ ผทู้ ี่มีความผกู พนั กบั องคก์ ารนอ้ ยหรือไมม่ ีเลย ซ่ึงความผกู พนั จะเกิดข้ึนไดก้ ็ต่อเม่ือจุดมุ่งหมาย
ของสมาชิกไดร้ ับการตอบสนองจากองคก์ าร
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร นกั วชิ าการหลายทา่ นกล่าวถึงความสาคญั ของความผกู พนั
ต่อองคก์ าร ไวด้ งั น้ี
Buchanan (1974 อา้ งถึงใน สมจิตร จนั ทร์เพญ็ , 2557 หนา้ 11) ช้ีใหเ้ ห็นวา่ ความผกู พนั
ต่อองคก์ ารมีความสาคญั ดงั น้ี คือ
1. ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร สามารถใชท้ านายอตั ราการเขา้ -ออกจากงานของสมาชิก
องคก์ ารไดด้ ีกวา่ ตวั แปร “ความพึงพอใจในงาน” เนื่องจากความผกู พนั ต่อองคก์ ารเป็นทศั นคติของ
สมาชิกองคก์ ารโดยส่วนรวม ขณะท่ีความพึงพอใจในงานสะทอ้ นถึงทศั นคติของบุคคลต่องานหรือ
เฉพาะแง่ใดแง่หน่ึงของงานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั หนา้ ที่ของพนกั งานเท่าน้นั และความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ค่อนขา้ งมีความมนั่ คงมากกวา่ ความพงึ พอใจในงาน แมว้ า่ เหตุการณ์ประจาวนั ในสถานที่ทางาน
อาจจะมีผลกระทบต่อความพึงพอใจในงานของพนกั งาน แตเ่ หตุการณ์น้นั อาจไม่กระทบต่อความ
ผกู พนั ของบุคคลท่ีมีต่อองคก์ ารโดยรวมกไ็ ด้ จึงกล่าวไดว้ า่ ความพึงพอใจในงานมีเสถียรภาพนอ้ ย
กวา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
2. ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร เป็นแรงผลกั ดนั ใหพ้ นกั งานในองคก์ ารมีการปฏิบตั ิงานไดด้ ี
ยง่ิ ข้ึน เน่ืองจากเกิดความรู้สึกวา่ มีส่วนร่วมเป็นเจา้ ขององคก์ ารนนั่ เอง
3. ความผกู พนั ต่อองคก์ าร เป็นตวั เชื่อมประสานระหวา่ งความตอ้ งการของบุคคลให้
สอดคลอ้ งกบั เป้าหมายขององคก์ าร ซ่ึงบุคคลท่ีมีความรู้สึกผกู พนั ดงั กล่าวมกั มีความผกู พนั อยา่ ง
มากตอ่ งาน เพราะเห็นวา่ งานคือหนทางที่ตนสามารถทาประโยชน์ใหแ้ ก่องคก์ ารและงานบรรลุ
เป้าหมายไดส้ าเร็จ
4. บุคคลที่มีความผกู พนั กบั องคก์ ารสูง จะเตม็ ใจที่จะใชค้ วามพยายามอยา่ งมากในการ
ทางานใหก้ บั องคก์ าร ซ่ึงในหลายกรณีความพยายามดงั กล่าวจะมีผลใหก้ ารปฏิบตั ิอยใู่ นระดบั ดี
เหนือคนอ่ืน
5. ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ช่วยขจดั การควบคุมจากภายนอกซ่ึงเป็นผลมาจากท่ีสมาชิก
ในองคก์ ารมีความรักและความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของตนเองมากนน่ั เอง
4111324803 25
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 6. ความผกู พนั ต่อองคก์ าร เป็นตวั บ่งช้ีท่ีดีถึงความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ
องคก์ าร
Steer (1977 อา้ งถึงใน ญาณิศา นาคสกุล, 2559 หนา้ 14) เห็นวา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
เป็นเร่ืองสาคญั ในการบริหารงาน สามารถทานายอตั ราการเขา้ และออกจากงานของสมาชิกใน
องคก์ ารไดด้ ีกวา่ การศึกษาเร่ืองความพึงพอใจในการทางาน คือ
1. ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร เป็นแนวคิดที่มีลกั ษณะครอบคลุมมากกวา่ ความพงึ พอใจใน
การทางาน สามารถสะทอ้ นถึงผลโดยทว่ั ไปท่ีบุคคลตอบสนองต่อองคก์ ารโดยส่วนรวม ในขณะที่
ความพึงพอใจในการทางานสะทอ้ นถึงการตอบสนองของบุคคลตอ่ งานหรือแง่ใดแง่หน่ึงของงาน
เท่าน้นั
2. ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ค่อนขา้ งจะมีเสถียรภาพมากกวา่ ความพงึ พอใจในการทางาน
ถึงแมว้ า่ จะมีการพฒั นาไปอยา่ งชา้ ๆ แตก่ อ็ ยอู่ ยา่ งมนั่ คง เป็ นแรงผลกั ดนั ผปู้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ารให้
ทางานไดด้ ีกวา่ ผทู้ ี่ไมม่ ีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารที่ตนทางานอยู่
3. ความผกู พนั ต่อองคก์ าร เป็นตวั ช้ีวดั ที่ดีถึงประสิทธิภาพขององคก์ ารและความผกู พนั
ต่อองคก์ ารเป็ นส่ิงท่ีมีความสาคญั ต่อความอยรู่ อดและความมีประสิทธิภาพขององคก์ าร และยงั เป็น
ตวั ทานายอตั ราการลาออกไดด้ ีกวา่ ความพึงพอใจในการทางาน
Smith (1983 อา้ งถึงใน จานง เหล่าคงธรรม, 2554 หนา้ 12) กล่าววา่ ความผกู พนั องคก์ าร
ส่งผลที่ตามมาในดา้ นที่เป็นประโยชน์ต่อองคก์ ร คือ สมาชิกจะทุม่ เททางานเพือ่ องคก์ ารมากข้ึน อาจ
เป็นพฤติกรรมท่ีนอกเหนือบทบาทท่ีรับผดิ ชอบโดยตรง (Extra Role Behavior) ซ่ึงเขายนิ ดีท่ีจะ
กระทาโดยมิหวงั ผลใด ๆ จากองคก์ าร
Fazzil (1994 อา้ งถึงใน ขวญั จิรัชยา ชินโรจน์บวรกุล, 2560, หนา้ 30) ใหค้ วามสาคญั ของ
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารที่มีผลต่อการบริหารงานสมยั ใหม่ โดยเห็นวา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารน้นั
สามารถท่ีจะนาไปสู่การบริหารงานอยา่ งมีประสิทธิภาพต่อองคก์ าร และเป็นหนา้ ท่ีของผบู้ ริหารท่ี
จะตอ้ งสร้างความผกู พนั และความจงรักภกั ดีตอ่ พนกั งานเพอื่ ลดการสูญเสียบุคลากรที่มีค่าแก่
องคก์ ารไป
International Survey Research (ISR) (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559,
หนา้ 18) กล่าววา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมีความสัมพนั ธ์กบั ความพึงพอใจของลูกคา้ ระดบั ผลผลิต
ประสิทธิภาพและผลประกอบการทางการเงิน หากพนกั งานมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารต่าจะส่งผล
ใหต้ วั ช้ีวดั ทางการเงินลดต่าลงดว้ ย
4111324803 26
Gallup Consulting (2010 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 18-19)
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ไดท้ าการศึกษาองคก์ ารระดบั โลก จานวน 152 องคก์ าร พบวา่ องคก์ ารระดบั โลกที่มีความผกู พนั
ในองคก์ าร (World-class engagement) จะมีปัญหาการลาออก อุบตั ิเหตุในการทางาน ของเสียลด
นอ้ ยลงและมีผลกาไรต่อหุน้ (Earnings per share : EPS) มากกวา่ องคก์ ารประเภทเดียวกนั ท่ีมีความ
ผกู พนั ต่า (Low engagement) ถึง 3.9 เท่า
ภาพท่ี 6 ความผกู พนั ต่อองคก์ ารและผลตอบแทนทางธุรกิจ ศึกษาโดย Gallup Consulting
(อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559)
มนตส์ ิงห์ ไกรสมสุข (2552) กล่าววา่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมีความสาคญั ต่อองคก์ าร
อยา่ งมาก โดยความผกู พนั ต่อองคก์ ารจะเปรียบเสมือนเป็นตวั กระตุน้ ใหส้ มาชิกในองคก์ าร
ปฏิบตั ิงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ ทาใหอ้ งคก์ ารสามารถดาเนินการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและ
มีประสิทธิผล
จิดาพนั ธุ์ ศรีเทศ (2552) กล่าววา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารมีความสาคญั ต่อความคงอยู่
ขององคก์ าร และสามารถนาไปสู่ความมีประสิทธิภาพขององคก์ าร เน่ืองจากความผกู พนั ตอ่
องคก์ าร เป็ นแรงผลกั ดนั ให้พนกั งานปฏิบตั ิงานเตม็ ที่และทุม่ เทกาลงั กายและกาลงั ใจดว้ ยความรู้สึก
4111324803 27
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ท่ีเป็นเจา้ ขององคก์ าร แมม้ ีสภาพแวดลอ้ มภายนอกมากระทบกจ็ ะไมส่ ามารถทาใหค้ วามผกู พนั ตอ่
องคก์ ารเปลี่ยนแปลงได้
ประยทุ ธ อิศดุล (2552) กล่าววา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารมีความสาคญั ต่อองคก์ ารเป็น
อยา่ งมาก เพราะการท่ีองคก์ ารจะเจริญเติบโตกา้ วหนา้ และสามารถแข่งขนั กบั องคก์ ารอ่ืน ๆ
ไดน้ ้นั ตอ้ งอาศยั คนเป็นฟันเฟื องขบั เคล่ือนองคก์ ารใหเ้ คลื่อนท่ีไปได้ หากบุคลากรมีความผกู พนั
ในระดบั สูง จะต้งั ใจทางานใหเ้ ตม็ ความสามารถและไมย่ อ่ ทอ้ ซ่ึงยอ่ มส่งผลใหเ้ ป้าหมายขององคก์ าร
บรรลุผลไดร้ าบรื่น ตรงกนั ขา้ มหากบุคคลในองคก์ ารปราศจากความผกู พนั ต่อองคก์ ารก็จะส่งผล
ใหเ้ กิดความทอ้ แทใ้ นการปฏิบตั ิงานและหากองคก์ ารยงั ไม่สามารถจูงใจใหบ้ ุคลากรน้นั ๆ รู้สึกเป็น
ส่วนหน่ึงขององคก์ ารได้ ก็จะส่งผลร้ายตอ่ องคก์ ารและเป้าหมายขององคก์ ารกจ็ ะไมส่ ามารถ
บรรลุผลได้
รุ้งนภา เล่าเป่ี ยม (2556) กล่าววา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารมีความสาคญั อยา่ งมากเพราะ
ทาใหอ้ งคก์ ารไดม้ าซ่ึงพนกั งานที่ทุ่มเทกาลงั กาย กาลงั ใจ ต้งั ใจและเตม็ ใจท่ีจะปฏิบตั ิงานให้
กบั องคก์ าร ทาใหอ้ งคก์ ารไดร้ ับประโยชนม์ ากมายท้งั ดา้ นอตั ราการขาดงาน อตั ราการลาออกหรือ
เปลี่ยนงาน และการปฏิบตั ิงานอยา่ งมีประสิทธิภาพเพ่ือใหบ้ รรลุเป้าหมายขององคก์ าร ก่อใหเ้ กิด
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลนาไปสู่การบรรลุเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
จากแนวคิดที่ไดก้ ล่าวในข้นั ตน้ แสดงใหเ้ ห็นวา่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารมีความสาคญั เป็ น
อยา่ งมากตอ่ องคก์ าร เพราะสามารถใชท้ านายอตั ราการเขา้ -ออกจากงานของสมาชิกองคก์ าร เป็นตวั
บง่ ช้ีที่ดีถึงความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององคก์ าร และจะมีผลตอ่ ความสาเร็จของ
องคก์ าร
ปัจจัยทมี่ อี ทิ ธิพลต่อความผกู พนั ต่อองค์การ
นกั วชิ าการหลายทา่ นใหค้ วามสนใจในการศึกษาถึงปัจจยั ที่มีผลต่อความผกู พนั ต่อ
องคก์ ารและพบวา่ ยงั ไม่มีแบบจาลองใดที่ช้ีชดั วา่ อะไรคือตวั แปรท่ีมีอิทธิพลต่อการก่อใหเ้ กิด
ความรู้สึกผกู พนั ต่อองคก์ าร โดยมองวา่ ปัจจยั ท่ีมีผลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ ารตา่ งกนั ไป ดงั น้ี
Steers (1977 อา้ งถึงใน กานตร์ วภิ สั สร์ รื่นกลิ่น, 2553 หนา้ 20-22) ไดเ้ สนอรูปแบบความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ าร โดยแบ่งได้ 3 ส่วน คือ
1. ปัจจยั กาหนดความผกู พนั ต่อองคก์ าร (Antecedents of Commitment)
2. ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร (Organization of Commitment)
3. ผลท่ีตามมาของความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร (Consequences of Commitment)
4111324803 28
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพท่ี 7 แบบจาลองปัจจยั ที่มีผลตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร และผลของความผกู พนั
ต่อองค์การของ Steers
(กานตร์ วภิ สั สร์ รื่นกล่ิน, 2553)
จากภาพสามารถอธิบายไดว้ า่ Steers ไดแ้ บ่งกลุ่มหรือปัจจยั ท่ีมีส่วนกาหนดความผกู พนั
ต่อองคก์ าร แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท
1. ลกั ษณะส่วนบุคคล (Personal characteristics) ไดแ้ ก่ เพศ อายุ การศึกษา สถานภาพ
สมรส รายได้ ระยะเวลาในการทางาน ตาแหน่งงาน รวมถึงความตอ้ งการประสบความสาเร็จ
2. ลกั ษณะของงาน (Job characteristics) ไดแ้ ก่ ความทา้ ทายของงาน ความหลากหลาย
ของงาน โอกาสมีปฏิสมั พนั ธ์ทางสงั คม
3. ประสบการณ์ในการทางาน (Job experience) ไดแ้ ก่ ทศั นคติของกลุ่มที่มีต่อความ
เช่ือถือต่อองคก์ าร
Steers (1977 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559 หนา้ 25-26) กล่าววา่ ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพล
ต่อความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารประกอบดว้ ยปัจจยั 3 ดา้ น คือ
1. ลกั ษณะของงาน (Job characteristics) ลกั ษณะที่แตกต่างกนั ยอ่ มมีอิทธิพลตอ่ ความ
ผกู พนั ต่อองคก์ าร ไดแ้ ก่
1.1 งานที่มีความชดั เจน (Identity) เป็นองคป์ ระกอบที่มีความสาคญั ซ่ึงจะช่วยให้
พนกั งานรู้ขอบเขตของงาน บทบาทหนา้ ที่ของตนและปฏิบตั ิตามกฎระเบียบน้นั
1.2 งานที่มีความหลากหลาย (Variety) ไม่จาเจ ตอ้ งใชค้ วามพยายามและ
ความสามารถที่หลากหลายในการแกป้ ัญหา จะช่วยกระตุน้ ใหพ้ นกั งานเกิดความสนใจในงานและ
ลดความรู้สึกเบื่อหน่าย
1.3 งานที่มีความทา้ ทาย (Challenge) จะช่วยกระตุน้ และสร้างความรู้สึกพยายามใน
การทางานน้นั ๆ เพื่อพิสูจนค์ วามสามารถของตน ดว้ ยความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์
และสติปัญญาท่ีมีอยา่ งเตม็ ที่
4111324803 29
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 1.4 งานที่มีการใหข้ อ้ มูลป้อนกลบั (Feedback) เพ่ือเป็นการประเมินผลการทางาน
ของตน กบั ความรู้ความสารถและกาลงั กายที่ไดท้ ุ่มเทลงไป
1.5 งานที่มีโอกาสปฏิสมั พนั ธ์กบั ผอู้ ื่น (Optional Interaction) การเขา้ สังคม โอกาส
ในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ทศั นคติและความคิดเห็นระหวา่ งกนั ซ่ึงจะนาไปสู่การพฒั นาตนเองและ
พฒั นาทีมงาน
1.6 งานท่ีมีความอิสระ (Autonomy) เปิ ดโอกาสใหพ้ นกั งานสามารถใชค้ วามรู้และ
ความสามารถของตนไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ีภายใตข้ อบเขตและบทบาทหนา้ ที่ของตน ซ่ึงจะทาใหพ้ นกั งาน
ทุ่มเททางานอยา่ งเตม็ ท่ี
2. ลกั ษณะส่วนบุคคล (Personal Characteristics) ไดแ้ ก่
2.1 อายุ จากการศึกษาของ Richard M. Steers et al. (1972) พบวา่ บุคคลที่มีอายมุ าก
จะมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารมากกวา่ บุคคลท่ีมีอายนุ อ้ ย เนื่องจากมีความคุน้ เคยกบั สภาพแวดลอ้ ม
องคก์ าร มีความรู้สึกวา่ ตนไม่เป็นที่ตอ้ งการขององคก์ ารอื่น เช่น ในกรณีที่ไปสมคั รงานใหม่ จึง
เลือกท่ีจะอยใู่ นองคก์ ารเดิม
2.2 ระดบั การศึกษา จากการศึกษาของ Koch and Steer (1976) พบวา่ ผทู้ ่ีระดบั
การศึกษาต่าจะมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารมากกวา่ ผทู้ ี่มีระดบั การศึกษาสูง เน่ืองจากผทู้ ี่มีระดบั
การศึกษาสูงสามารถใชว้ ฒุ ิการศึกษาเป็นขอ้ เจรจาต่อรองและประกอบการตดั สินใจไดม้ ากกวา่
2.3 ระยะเวลาการปฏิบตั ิงาน ยงิ่ นานยงิ่ ส่งผลใหบ้ ุคคลไดส้ ่งั สมความรู้ความสามารถ
ความชานาญและประสบการณ์มากข้ึน ยอ่ มทาใหเ้ กิดความรู้สึกผกู พนั กบั องคก์ ารมากข้ึนเช่นกนั
2.4 ความตอ้ งการความสาเร็จหรือความกา้ วหนา้ ซ่ึงสะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ บุคคลน้นั
มีความสาคญั สามารถทางานและบรรลุวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ารได้ ทาใหเ้ กิดความรู้สึกผกู พนั
ตอ่ องคก์ าร
3. ประสบการณ์ท่ีไดร้ ับระหวา่ งปฏิบตั ิงาน (Job Experience) ไดแ้ ก่
3.1 ความสาคญั ของตนเองในองคก์ าร หากบุคคลไดร้ ับความไวว้ างใจและการให้
ความสาคญั จากผบู้ ริหาร มีอานาจหนา้ ที่ความรับผดิ ชอบตรงกบั ความรู้ความสามารของตน
จะทาใหบ้ ุคคลน้นั มีความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั และเป็นส่วนหน่ึงขององคก์ าร จนเกิดเป็น
ความรู้สึกผกู พนั ต่อองคก์ าร
3.2 ผลประโยชน์ตอบแทน ผลตอบแทนและสวสั ดิการต่าง ๆ ที่เพยี งพอและยตุ ิธรรม
จะช่วยก่อใหเ้ กิดความผกู พนั ต่อองคก์ าร
4111324803 30
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 3.3 ทศั นคติของกลุ่มในองคก์ าร ส่งผลต่อบรรยากาศท่ีแตกต่างไป เป็นเสมือนการ
ช้ีนาจากอิทธิพลของกลุ่ม ซ่ึงหากเป็นไปในแง่ดีก็จะช่วยใหเ้ กิดความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
3.4 ความน่าเช่ือถือและความพ่ึงพาไดจ้ ากองคก์ าร จากการศึกษาของ Richard M.
Steer และ Lyman Porter (1973) พบวา่ ถา้ องคก์ ารไมส่ ามารถสร้างความรู้สึกท่ีมีเสถียรภาพและ
มนั่ คงได้ จะส่งผลใหบ้ ุคลากรไมอ่ ยากทางานและไม่มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร โดยองคก์ ารท่ีมี
ความมน่ั คงและความน่าเช่ือถือจะทาใหบ้ ุคลากรเกิดความรู้สึกมนั่ ใจ พร้อมท่ีจะปฏิบตั ิงานเตม็ ท่ี
และอยา่ งมีเสถียรภาพ เกิดความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
Steers and Porter (1982 อา้ งถึงใน ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559, หนา้ 18-19) ไดน้ าเสนอ
แนวคิดของความผกู พนั ต่อองคก์ ารโดยแยกความผกู พนั ออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. ความผกู พนั ทางทศั นคติ (Attitudinal commitment) เป็ นความปรารถนาของพนกั งาน
ท่ีจะอยกู่ บั องคก์ ารและมีความต้งั ใจท่ีจะทางานหนกั ใหแ้ ก่องคก์ าร
2. ความผกู พนั ทางพฤติกรรม (Behavioral commitment) เป็นความผกู พนั ท่ีเป็น
กระบวนการ เป็ นการตดั สินใจที่ยกเลิกไมไ่ ดห้ รือไม่สามารถถอนตวั ออกจากองคก์ ารได้ เช่น
ข้นั ตอนหรือกระบวนการเริ่มแรกท่ีเขา้ มาทางาน หรือการตดั สินใจที่ผดิ พลาดที่ยา่ งกา้ วเขา้ มาทางาน
กบั องคก์ าร ทาใหต้ นตอ้ งมีความผกู พนั ต่อการกระทาน้นั ยกตวั อยา่ งเช่น พนกั งานในระดบั ล่าง
ไดร้ ับความยากลาบากในโปรแกรมการฝึกงานเพื่อใหเ้ กิดทกั ษะในการทางานกบั เครื่องจกั ร
ทาใหเ้ กิดความรู้สึกวา่ ตนเสียเวลาและยงั ตอ้ งมีพนั ธะกบั องคก์ ารน้นั ต่อไปจึงไม่สามารถออกจาก
องคก์ ารได้ จึงเป็นเพยี งความรู้สึกที่ตอ้ งผกู มดั อยกู่ บั องคก์ ารเทา่ น้นั และพนกั งานกจ็ ะพยายามหา
เหตุผลมาสนบั สนุนใหก้ บั ตนเองวา่ ไดต้ ดั สินใจถูกตอ้ งแลว้ ท่ีทางานกบั องคก์ ารน้ี เหตุผลสนบั สนุน
ไดแ้ ก่ การเนน้ ไปที่คุณคา่ ของผลประโยชน์ที่ไดร้ ับในยามเกษียณอายุ ดงั น้ีความรู้สึกท่ีตอ้ งยดึ ติดกบั
องคก์ ารดงั กล่าวจึงไม่ไดห้ มายความวา่ พนกั งานผนู้ ้นั มีความผกู พนั ทางทศั นคติต่อองคก์ าร
ในระดบั สูง
Steers and Porter (1982 อา้ งถึงใน ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559, หนา้ 19-20) ไดร้ ่วมกนั
พจิ ารณาถึงปัจจยั ต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร กล่าวคือปัจจยั ที่มีผลต่อ Attitudinal
commitment จะมีความใกลเ้ คียงกบั ท่ี Steers ไดก้ ล่าวไวใ้ นปี 1977 แตจ่ ะมีปัจจยั ในเร่ืองของ
ลกั ษณะโครงสร้างองคก์ ารเพิ่มเติมเขา้ มากล่าวคือ
1. ลกั ษณะส่วนบุคคล ประกอบดว้ ย อายุ การศึกษา และความตอ้ งการกา้ วหนา้ ในการ
ทางาน
2. ลกั ษณะงาน ประกอบดว้ ย ความทา้ ทายของงาน โอกาสท่ีจะมีปฏิสัมพนั ธ์กบั สังคม
4111324803 31
3. ลกั ษณะโครงสร้างองคก์ าร ประกอบดว้ ย การกระจายอานาจและระดบั ของการมีส่วน
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ร่วมในการตดั สินใจ
4. ประสบการณ์การทางาน ประกอบดว้ ย ทศั นคติของกลุ่มที่มีตอ่ องคก์ าร ความ
ไวว้ างใจต่อองคก์ าร องคก์ ารเห็นความสาคญั ของพนกั งานและเขา้ ใจในความคาดหวงั ของพนกั งาน
ภาพท่ี 8 ตวั แบบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ Steers และ Porter
(ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559)
Mowday et al. (1979, pp. 224-247 อา้ งถึงใน จินตนา จีระชีวนิ , 2557 หนา้ 19) ไดส้ รุป
ไวว้ า่ ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์ตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ประกอบดว้ ย 4 ลกั ษณะที่สาคญั ไดแ้ ก่
1. ลกั ษณะส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ ระยะเวลาท่ีปฏิบตั ิงานในองคก์ าร ระดบั การศึกษา
และความตอ้ งการประสบความสาเร็จ
2. ลกั ษณะของงานและบทบาทในการปฏิบตั ิงาน เช่น งานที่ทาเป็นงานที่มีคุณค่า
มีบทบาทท่ีเด่นชดั และบทบาทท่ีสอดคลอ้ งกบั ตนเอง ส่ิงเหล่าน้ีมีความผกู พนั โดยตรงกบั
ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
3. ลกั ษณะโครงสร้างขององคก์ าร ซ่ึงจะตอ้ งมีลกั ษณะเป็ นระบบที่มีแบบแผน
มีหนา้ ท่ีท่ีเด่นชดั มีการกระจายอานาจการใหผ้ รู้ ่วมงานมีการตดั สินใจ สิ่งเหล่าน้ีนบั วา่ มี
ความสมั พนั ธ์ในทางบวกกบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
4111324803 32
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 4. ลกั ษณะประสบการณ์การทางาน เป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่ีบุคคลพบในระหวา่ ง
การทางาน เช่น การปฏิบตั ิงานของผบู้ งั คบั บญั ชา การที่รู้สึกวา่ ตนเองเป็นบุคคลสาคญั ส่ิงเหล่าน้ี
นบั วา่ มีอิทธิพลในการกระตุน้ ใหเ้ กิดความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
Mowday et al. (1982 อา้ งถึงใน ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559, หนา้ 20-21) อธิบายวา่ ปัจจยั ที่มี
ผลตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร แบ่งออกเป็น 4 องคป์ ระกอบดงั น้ี
1. คุณลกั ษณะส่วนบุคคล (Personal characteristics) จากการศึกษาพบวา่ ปัจจยั ที่มีผล
ทางบวกตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ไดแ้ ก่ อายุ ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในองคก์ าร แรงจูงใจ
ใฝ่ สมั ฤทธ์ิ กล่าวคือ เม่ือผปู้ ฏิบตั ิงานมีอายมุ ากข้ึน มีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในองคก์ ารนานข้ึน
และมีคา่ นิยมในงานมากจะมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั สูง ส่วนปัจจยั ท่ีมีผลทางลบต่อความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ไดแ้ ก่ ระดบั การศึกษา พบวา่ ผปู้ ฏิบตั ิงานท่ีมีการศึกษาต่าจะมีความผูกพนั
ตอ่ องคก์ ารมากกวา่ ผปู้ ฏิบตั ิงานท่ีมี่ศึกษาสูง
2. คุณลกั ษณะงานท่ีทา (Role-related characteristics) การมอบหมายงานท่ีมีความสาคญั
มีความทา้ ทายและมีความชดั เจน งานท่ีมีบทบาทชดั เจนและสอดคลอ้ งกบั ตนเอง มีผลต่อความ
ผกู พนั องคก์ าร กล่าวคือ ผปู้ ฏิบตั ิงานไดร้ ับมอบหมายงานที่มีความสาคญั และมีความชดั เจน
ไมข่ ดั ต่อบทบาทของผปู้ ฏิบตั ิงาน จะมีแนวโนม้ มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารในระดบั สูง
3. คุณลกั ษณะโครงสร้างขององคก์ าร (Structure characteristics) ไดแ้ ก่ ระบบองคก์ าร
ท่ีมีแบบแผน การกระจายอานาจ การมีส่วนร่วมในการบริหารและการมีส่วนร่วมในการเป็นเจา้ ของ
องคก์ าร มีความสมั พนั ธ์ทางบวกตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร กล่าวคือ องคก์ ารที่มีลกั ษณะองคก์ าร
แบบกระจายอานาจ (Decentralization) และมีความเป็นทางการสูง จะทาใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานเกิดความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมากข้ึน อีกท้งั ยงั พบอีกวา่ การใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานมีส่วนร่วมในการตดั สินใจใน
องคก์ ารและมีส่วนเป็ นเจา้ ขององคก์ ารกม็ ีความสัมพนั ธ์ต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร
4. ประสบการณ์ในการทางาน (Work experiences) ประสบการณ์ที่ผปู้ ฏิบตั ิงาน
ท่ีทางานกบั องคก์ ารสร้างความผกู พนั ทางจิตใจ ไดแ้ ก่ ความรู้สึกวา่ องคก์ ารมีความน่าเชื่อถือ
ความรู้สึกวา่ ตนมีความสาคญั ตอ่ องคก์ าร ความรู้สึกวา่ งานมีความสาคญั ทศั นคติตอ่ เพ่ือนร่วมงาน
การพ่ึงพาผบู้ งั คบั บญั ชา การปฏิบตั ิงานของผบู้ งั คบั บญั ชา เหล่าน้ีเป็นปัจจยั ที่มีผลทางบวกต่อความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
4111324803 33
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพที่ 9 แสดงปัจจยั ท่ีมีผลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร
(ลลิตา จนั ทร์งาม, 2559)
Hunt, Chonko and Wood (1985 อา้ งถึงใน ขวญั จิรัชยา ชินโรจนบ์ วรกุล, 2560, หนา้ 32)
ไดส้ ร้างกรอบแนวคิดความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารโดยไดพ้ ฒั นามาจากงาน Steers (1977), Stevens,
Beyer and Trice (1978), Brief and Aldag (1980), Bhagat and Chassie (1981) โดยสร้างตวั แปรตน้
ท้งั 6 ตวั จากงานวจิ ยั เชิงประจกั ษท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร โดยสร้างแบบจาลองได้
ดงั น้ี
ภาพที่ 10 กรอบแนวความคิดความผกู พนั ต่อองคก์ าร
(ขวญั จิรัชยา ชินโรจนบ์ วรกุล, 2560)
4111324803 34
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 จากภาพที่ 10 จะเห็นไดว้ า่ ปัจจยั ที่มีผลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร ไดแ้ ก่
1. คุณลกั ษณะส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ อายุ การศึกษา รายได้ ความสมั พนั ธ์กบั เพ่อื นร่วมงาน
เป็ นตน้
2. การลงทุนของตวั บุคคล วา่ เกิดจากระดบั ความคาดหวงั ของพนกั งานในผลตอบแทน
ที่ไดจ้ ากความจงรักภกั ดีในองคก์ าร จากเหตุผลดงั กล่าว บุคคลจึงทุ่มเทใหก้ บั องคก์ ารเพ่ือ
แลกเปลี่ยนผลประโยชนท์ ี่จะได้ (หรือคาดวา่ จะได)้ จากองคก์ ารในภายภาคหนา้
3. ความคาดหวงั ต่อปัจจยั ทางสังคม หมายถึง ระดบั ความคาดหวงั ท่ีเกิดจากการท่ี
พนกั งาน เก็บรวบรวมขอ้ มูลขององคก์ ารที่ตนเองทางานอยใู่ นปัจจุบนั เพื่อเปรียบเทียบกบั
ประสบการณ์ในที่ทางานเดิม ซ่ึงผลจากการเปรียบเทียบน้ีมกั จะนาไปสู่ความคาดหวงั ของพนกั งาน
ตอ่ องคก์ ารใหมแ่ ละต่อความผกู พนั ต่อองคก์ ารตามลาดบั
4. พฤติกรรมการหางาน หมายถึง ระยะเวลาท่ีบุคคลไดใ้ ชไ้ ปกบั การหางาน จานวนของ
ใบสมคั รที่ส่ง จานวนคร้ังของการไดร้ ับการสัมภาษณ์เขา้ ทางาน จานวนคร้ังท่ีไดร้ ับการชกั ชวนให้
เขา้ ทางาน
5. ความสมั พนั ธ์ในงาน ความสัมพนั ธ์ที่ดีระหวา่ งพนกั งานกบั เพือ่ นร่วมงาน ทีมงาน
หวั หนา้ งาน ตลอดจนผบู้ งั คบั บญั ชาในระดบั ต่าง ๆ ที่เกิดจากการไดม้ าทางานร่วมกนั
6. คุณลกั ษณะของงาน โดยทวั่ ไปแลว้ คุณลกั ษณะของงานจะถูกกาหนดโดยความ
หลากหลายของงาน ความมีเอกลกั ษณ์ของงาน ความสาคญั ของงาน ความมีอิสระในการทางาน
ผลป้อนกลบั ของงาน
Mathieu & Zajac (1990 อา้ งถึงใน วชั ระ ลีลาศาสตร์, 2558, หนา้ 52-54) ไดส้ ร้าง
แบบจาลองเพ่ือวเิ คราะห์ความผกู พนั ต่อองคก์ ารชื่อวา่ Mathieu and Zajac’s meta-analytical model
of organizational commitment ดงั น้ี
4111324803 35
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพที่ 11 แบบจาลองเพ่ือวเิ คราะห์ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
(วชั ระ ลีลาศาสตร์, 2558)
จากแบบจาลองจะเห็นวา่ ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ ความความผกู พนั ในองคก์ าร คือ คุณลกั ษณะ
ของบุคคล ลกั ษณะของงาน ความสัมพนั ธ์ในกลุ่มงานกบั หวั หนา้ งาน คุณลกั ษณะขององคก์ าร
บทบาทในงานและทศั นคติอื่น ๆ และยงั ก่อใหเ้ กิดผลลพั ธ์ทางพฤติกรรมของบุคคลในดา้ นอนั ดบั
ผลการทางานผลิตภาพความประสงคท์ ่ีจะลาออกการมาทางานสม่าเสมอ การมาสาย อตั ราการเขา้ -
ออกจากงาน
4111324803 36
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ปัจจยั ท่ีมี อิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร แบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 ดา้ น คือ (Steers &
Porter, 1991 อา้ งถึงใน ทกั ษิณา ดารงพนั ธ์, 2559, หนา้ 18-20)
1. ลกั ษณะส่วนบุคคลของผปู้ ฏิบตั ิงาน
1.1 อายุ เป็นส่ิงท่ีบอกถึงวฒุ ิภาวะของบุคคล ซ่ึงบุคคลท่ีมีอายมุ ากจะมีความคิด
รอบคอบในการตดั สินใจมากกวา่ บุคคลท่ีมีอายนุ อ้ ยกวา่ ยง่ิ อายมุ ากข้ึนความผกู พนั ต่อองคก์ ารจะสูง
นอกจากน้ียงั พบวา่ บุคคลที่มีอายมุ ากจะอยกู่ บั องคก์ ารดว้ ยเหตุผลดา้ นความหวงั ท่ีจะไดร้ ับ
ค่าตอบแทน เช่น บาเหน็จ บานาญ และตาแหน่งหนา้ ที่การงานท่ีดี
1.2 ระดบั การศึกษา บุคคลท่ีมีการศึกษาระดบั สูงจะมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารต่า
เนื่องจากมีความคาดหวงั ต่อผลตอบแทนท่ีจะไดร้ ับสูง ทาใหม้ ีความเช่ือมนั่ วา่ ตนเองมีโอกาสเปลี่ยน
งานใหมไ่ ดง้ ่าย
1.3 เพศ เพศหญิงจะมีความผูกพนั ตอ่ องคก์ ารมากกวา่ เพศชาย เนื่องจากมีความ
ผกู พนั ต่อเพือ่ นร่วมงานมากกวา่ และมีความต้งั ใจที่จะเปลี่ยนงานนอ้ ย
1.4 ระยะเวลาการปฏิบตั ิงาน บุคคลที่ปฏิบตั ิงานระยะเวลานานจะมีความผกู พนั
ตอ่ องคก์ ารสูง เน่ืองจากไดท้ ุ่มเทกาลงั กาย สติปัญญา สงั่ สมประสบการณ์ในการทางาน
1.5 ความชานาญในงานตามระยะเวลา บุคคลที่มีความชานาญยงิ่ เวลานานจะทาให้
เพ่มิ ความดึงดูดใจในการปฏิบตั ิงาน มีความหวงั ที่จะไดร้ ับผลประโยชนต์ อบแทน เช่น การเล่ือน
ตาแหน่ง ทาใหม้ ีความตอ้ งการลาออกจากงานนอ้ ย
1.6 ความตอ้ งการประสบความสาเร็จและกา้ วหนา้ เพราะการทางานที่ประสบ
ความสาเร็จแสดงถึงการมีโอกาสกา้ วหนา้ ในการทางาน
1.7 สถานภาพการสมรส บุคคลที่มีครอบครัวจะผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมากกวา่ คนโสด
เพราะมีภาระที่ตอ้ งรับผดิ ชอบ ทาใหต้ อ้ งการความมน่ั คงในการทางาน ยง่ิ มีภาระเล้ียงดูบุตรเพิ่มข้ึน
ทาใหม้ ีความผกู พนั สูงข้ึนตาม
2. ลกั ษณะของงาน (Job characteristic) หมายถึง ลกั ษณะงานที่ผปู้ ฏิบตั ิงานรับผดิ ชอบ
อยู่
2.1 ความชดั เจนของงาน มีการระบุขอบเขตการทางานให้ผปู้ ฏิบตั ิสามารถทางาน
ไดต้ ้งั แต่ตน้ จนจบโดยมีผลงานใหเ้ ห็นชดั
2.2 ความเป็นอิสระในการปฏิบตั ิงาน ผปู้ ฏิบตั ิงานมีอิสระในการใชด้ ุลยพนิ ิจและ
กาหนดการทางานโดยการตดั สินใจดว้ ยตนเอง ปราศจากการควบคุมทา ใหบ้ ุคคลมีโอกาสใช้
ความรู้ความสามารถและความคิดริเร่ิมสร้างสรรคอ์ ยา่ งเตม็ ที่ เพื่อทาประโยชน์ใหแ้ ก่องคก์ าร