4111324803 37
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 2.3 งานที่มีลกั ษณะทา้ ทาย เป็นงานท่ีตอ้ งใชท้ กั ษะความรู้ความสามารถและ
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรคห์ รือใชเ้ ทคโนโลยพี เิ ศษ งานที่ทา้ ทายจะทาใหเ้ กิดแรงกระตุน้ ทาให้
มีความสนใจเพื่อเป็นเคร่ืองพิสูจน์ความสามารถของตนเองเม่ืองานน้นั ประสบความสาเร็จ
2.4 งานท่ีมีความหลากหลาย เป็นส่ิงจูงใจที่ทาใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานไมเ่ กิดความ
เบ่ือหน่าย และตอ้ งการใหส้ าเร็จตามความคาดหวงั
3. ลกั ษณะขององคก์ าร
3.1 การกระจายอานาจในองคก์ าร เป็นการมอบอานาจการบริหารมาสู่ผปู้ ฏิบตั ิให้
ตรงกบั ความสามารถในการทางาน และใหม้ ีส่วนร่วมในการตดั สินใจ
3.2 การมีส่วนร่วมเป็นเจา้ ขององคก์ าร ทาใหเ้ กิดความรู้สึกผกู พนั และต้งั ใจทางาน
อยา่ งเตม็ ท่ีเพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลกาไร เพราะผลกาไรคือผลประโยชนข์ องทุกคนในองคก์ าร
3.3 ขนาดขององคก์ าร องคก์ ารขนาดใหญ่จะทาใหเ้ กิดความผกู พนั ในระดบั สูง
เพราะบุคคลจะมีโอกาสกา้ วหนา้ ในงานและไดร้ ับผลตอบแทนสูง
4. ประสบการณ์ท่ีไดร้ ับจากการทางาน หมายถึง ส่ิงท่ีบุคคลไดร้ ับทราบและเรียนรู้
เมื่อเขา้ ไปทางานในองคก์ าร
4.1 ความคาดหวงั ที่จะไดร้ ับการตอบสนองจากองคก์ าร อนั ไดแ้ ก่ ผลประโยชน์
ตอบแทนอยา่ งเพยี งพอและยตุ ิธรรมจากการท่ีบุคคลไดป้ ฏิบตั ิงานเพ่ือองคก์ าร
4.2 ความรู้สึกต่อองคก์ ารวา่ พ่งึ พาได้ เป็นความรู้สึกไวว้ างใจและเชื่อถือวา่ องคก์ าร
จะดูแลและใหค้ วามช่วยเหลือเม่ือบุคคลประสบปัญหา ทาใหเ้ กิดความมน่ั ใจต่อองคก์ ารวา่ จะ
พ่ึงพาได้ เป็นผลใหบ้ ุคคลมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารสูง
4.3 ความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ตอ่ องคก์ าร คือ มีความรู้สึกวา่ ไดร้ ับการยอมรับจาก
องคก์ าร
Meyer, Allen, and Smith (อา้ งถึงใน สุพตั รา ผา่ นเจริญววิ ฒั น์, 2556, หนา้ 15-16)
ไดเ้ สนอปัจจยั ที่มีอิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ ารท้งั 3 ประเภท ไดแ้ ก่
1. ความผกู พนั เชิงอารมณ์ เป็ นผลมาจากปัจจยั 2 ประการ คือ สภาพการทางานและ
ความคาดหวงั ท่ีไดร้ ับการตอบสนอง กล่าวคือ บุคคลท่ีรู้สึกวา่ ตนเองไดร้ ับการตอบสนองจาก
องคก์ ารเป็ นอยา่ งดี ไมว่ า่ จะเป็นสภาพการทางานตา่ ง ๆ ที่มีความอิสระ มีความหลากหลายของ
ทกั ษะ มีเอกลกั ษณ์และความสาคญั ของงาน รวมท้งั การตอบสนองจากองคก์ ารในเรื่องสาคญั อ่ืน ๆ
สมตามความคาดหวงั เช่น รู้สึกวา่ ตนเองไดร้ ับการยอมรับจากองคก์ ารหรือไดร้ ับความช่วยเหลือ
เมื่อประสบปัญหา บุคคลเหล่าน้ียอ่ มมีความพงึ พอใจและเกิดความผกู พนั ต่อองคก์ ารในท่ีสุด
4111324803 38
2. ความผกู พนั เชิงการลงทุน ลงทุน เป็นผลมาจากการที่บุคคลรับรู้วา่ ตนเองมี
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ผลประโยชนท์ ี่ไดส้ ะสมไวเ้ ป็ นจานวนมาก หากลาออกจากองคก์ ารไปกจ็ ะตอ้ งสูญเสียผลประโยชน์
เหล่าน้นั เช่น เงินบาเหน็จบานาญหรือสิทธิประโยชนอ์ ื่น ๆ ที่จะไดร้ ับ นอกจากน้นั อาจจะไม่มีงาน
รองรับหรืองานใหม่ มิใช่งานที่ดีกวา่ งานปัจจุบนั จึงไม่คุม้ ค่าท่ีจะลาออกจากงานไป ซ่ึงบุคคลที่มี
ระยะเวลาการปฏิบตั ิงานในองคก์ ารมากจะมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารสูงกวา่ ผทู้ ี่ยงั มีระยะเวลาการ
ปฏิบตั ิงานนอ้ ย
3. ความผกู พนั เชิงหนา้ ที่เป็นผลมาจากคา่ นิยมส่วนบุคคลและความรู้สึกมีพนั ธะของ
บุคคล กล่าวคือ บุคคลรู้สึกวา่ เป็นสิงท่ีไมส่ มควรหรือผดิ จริยธรรมหากลาออกจากองคก์ าร
ที่ไดใ้ หค้ วามสนบั สนุนแก่ตนเองมาโดยตลอด เช่น การใหท้ ุนการศึกษาจนเรียนจบ
ภาพท่ี 12 ตวั แบบดชั นีช้ีวดั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร (Employee Engagement Index : EEI)
(อนนั ต์ มณีรีตน์, 2559)
Baron (1991 อา้ งถึงใน จิราภรณ์ หมื่นหนา้ , 2555, หนา้ 18) ไดใ้ หค้ วามเห็นไวว้ า่
ปัจจยั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารเป็นทศั นคติท่ีมีต่อองคก์ ารซ่ึงแตกต่างจากความพึงพอใจในงาน
กล่าวคือ ความพึงพอใจในงานสามารถเปลี่ยนแปลงไปอยา่ งรวดเร็วตามสภาพการทางาน แต่ความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ ารเป็นทศั นคติท่ีมีความมน่ั คงมากกวา่ คือเป็นทศั นคติท่ีคงอยใู่ นช่วงเวลานาน
4111324803 39
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 แต่ความผกู พนั ต่อองคก์ ารเกิดจากปัจจยั ต่าง ๆ ท่ี คลา้ ยคลึงกบั ความพงึ พอใจในการทางาน ดงั น้ี
1. เกิดจากลกั ษณะงาน เช่น การไดร้ ับผดิ ชอบอยา่ งมาก ความเป็นอิสระส่วนตวั ในการ
ทางาน ความน่าสนใจและความหลากหลายในงาน ส่ิงเหล่าน้ีจะทาใหเ้ กิดความรู้สึกผกู พนั ตอ่
องคก์ ารในระดบั สูง ส่วนความกดดนั และความคลุมเครือในบทบาทที่เก่ียวกบั งานของตนเองจะทา
ใหร้ ู้สึกผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั ต่า
2. เกิดจากลกั ษณะส่วนบุคคลโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ บุคคลท่ีมีอายมุ าก ซ่ึงระยะเวลาในการ
ทางานนานและมีตาแหน่งในระดบั สูง และคนที่มีความพึงพอใจในผลการปฏิบตั ิงานของตนเอง
มีแนวโนม้ ที่จะผกู พนั ต่อองคก์ ารสูง
1. เกิดจากสภาพการทางาน บุคคลท่ีมีความพงึ พอใจในผบู้ งั คบั บญั ชาของตนเอง
พงึ พอใจในความยตุ ิธรรมของการประเมินผลการทางาน และรู้สึกวา่ องคก์ ารเอาใจใส่ในสวสั ดิการ
ของพนกั งานจะเป็ นบุคคลท่ีเกิดความผกู พนั สูง
4. เกิดจากโอกาสในการหางานใหม่ การไดร้ ับโอกาสอยา่ งมากในการหางานใหมแ่ ละ
มีทางเลือก จะทาใหบ้ ุคคลมีแนวโนม้ ท่ีจะมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั ต่า
5. ประสบการณ์จากการทางานในองคก์ ารน้นั (Work Characteristics) ไดแ้ ก่ ทศั นคติ
ของกลุ่มต่อองคก์ าร ความเช่ือถือไดข้ ององคก์ าร ความคาดหวงั ท่ีจะไดร้ ับการตอบสนองจาก
องคก์ าร เป็ นตน้
4111324803 40
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพท่ี 13 ปัจจยั ที่เพิม่ และปัจจยั ท่ีลดความผกู พนั ต่อองคก์ าร
(จิราภรณ์ หมื่นหนา้ , 2555)
Dunham, Grube and Castanede (1994 อา้ งถึงใน กณั ทิมา คุณาวงศ,์ 2555, หนา้ 20-21)
ไดศ้ ึกษาความผกู พนั ต่อองคก์ ารตามแนวคิดของ Allen and Meyer และเสนอวา่ ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่
องคป์ ระกอบความผกู พนั ต่อองคก์ ารแตล่ ะดา้ น ดงั น้ี
1. ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อความตอ้ งการดา้ นจิตใจ ไดแ้ ก่ การรับรู้คุณลกั ษณะงานในแง่ต่าง ๆ
ดงั น้ี
1.1 ความเป็นอิสระในงาน (Task autonomy)
1.2 ความสาคญั ของงาน (Skill significant)
1.3 การใหผ้ ลยอ้ นกลบั ของหวั หนา้ (Supervisory feedback)
1.4 การพ่ึงพาไดข้ ององคก์ าร (Organizational dependentability)
2. ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ ความผกู พนั องคก์ ารดา้ นการคงอยู่ ไดแ้ ก่
2.1 อายุ
2.2 อายงุ าน
2.3 ความพงึ พอใจในอาชีพ (Career satisfaction)
4111324803 41
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 2.4 ความต้งั ใจที่จะลาออก (Intent to leave)
3. ปัจจยั ที่ก่อใหเ้ กิดความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารดา้ นบรรทดั ฐาน มีดงั น้ี
3.1 ความผกู พนั กบั เพือ่ นร่วมงาน (Coworker commitment)
3.2 การมีส่วนร่วมในการบริหาร (Participatory management)
3.3 การพ่ึงพาไดข้ ององคก์ าร (Organizational dependability)
Burke (2003 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559, หนา้ 26-27) ไดเ้ สนอตวั แบบดชั นีช้ีวดั
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร (Employee Engagement Index : EEI) จากผลการวจิ ยั พบวา่ พนกั งานท่ีมี
ความผกู พนั จะทางานและเสียสละใหอ้ งคก์ ารเพือ่ สร้างผลผลิตบริการใหก้ บั ลูกคา้ และช่วยเหลือ
ใหอ้ งคก์ ารประสบความสาเร็จ ซ่ึงจะทาใหเ้ กิดความภกั ดีของลูกคา้ (Customer Loyalty) และ
ผลประโยชนต์ ่อองคก์ าร (Profitability) มีปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร 6 ปัจจยั คือ
1. องคก์ าร (Company) เป็นความรู้สึกจงรักภกั ดี ภาคภูมิใจและต้งั ใจที่จะสนบั สนุน
องคก์ าร
2. ผจู้ ดั การ (Manager) เป็นความสมั พนั ธ์ท่ีดีในการทางานและเปิ ดโอกาสใหพ้ นกั งาน
มีส่วนร่วม
3. กลุ่มงาน (Work Group) เป็นความสัมพนั ธ์ท่ีดีกบั เพอื่ นร่วมงาน และความมุง่ มนั่ ใน
การทางานร่วมกนั
4. งาน (Job) เป็นความสนุกสนาน กระตือรือร้นและความพึงพอใจในงาน
5. สายอาชีพ (Career Professional) เป็นการเห็นศกั ยภาพการพฒั นาอาชีพ
6. ลูกคา้ (Customer) เป็นความสัมพนั ธ์ที่ดีและความภาคภูมิใจในการทางานเพอื่ ลูกคา้
4111324803 42
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพท่ี 14 ตวั แบบดชั นีช้ีวดั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร (Employee Engagement Index : EEI)
(อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559)
Perrin (2003 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 28) กล่าววา่ ปัจจยั ที่มีอิทธิพล
ตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร มี 2 ปัจจยั หลกั คือ
1. ปัจจยั ดา้ นเหตุผล (Rational factors) เกี่ยวกบั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบุคคลและ
องคก์ าร
2. ปัจจยั ดา้ นอารมณ์ (Emotional factors) เก่ียวกบั ความพึงพอใจส่วนบุคคล
แรงบนั ดาลใจและความรู้สึกท่ีจะเป็นส่วนหน่ึงขององคก์ าร
โดยที่รายละเอียดของปัจจยั ยอ่ ย ไดแ้ ก่
2.1 ความสนใจตอ่ ความเป็นอยทู่ ่ีดีของพนกั งานจากผบู้ ริหาร
2.2 ความทา้ ทายของงาน
2.3 การมีอานาจตดั สินใจ
2.4 ความชดั เจนของวสิ ยั ทศั นห์ รือจุดมุ่งหมายขององคก์ าร
2.5 ความกา้ วหนา้ ในอาชีพ
2.6 ช่ือเสียงของบริษทั
4111324803 43
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 2.7 สภาพแวดลอ้ มท่ีส่งเสริมความร่วมมือและการทางานเป็นทีม
2.8 ความเพียงพอและเหมาะสมของทรัพยากรในการทางาน
2.9 ความอิสระในการทางาน
2.10 ความชดั เจนในวสิ ัยทศั นข์ องผบู้ ริหาร
Greenberg (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรีตน,์ 2559, หนา้ 28) กล่าววา่ ปัจจยั ที่มีอิทธิพล
ตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร มี 10 ปัจจยั คือ
1. วฒั นธรรมการใหค้ วามสาคญั กบั คุณคา่ งาน
2. การใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั เรื่องงานและการตกั เตือนพนกั งานอยา่ งสร้างสรรค์
3. โอกาสความกา้ วหนา้ และการพฒั นาสู่การเป็นผเู้ ชี่ยวชาญ
4. การใหค้ วามยตุ ิธรรมและรางวลั ที่เหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมพนกั งาน
5. ผนู้ าท่ีมีประสิทธิภาพ
6. ความชดั เจนในความคาดหวงั ของงาน
7. ความพร้อมและเพยี งพอของเคร่ืองมืออุปกรณ์
8. ความพึงพอใจหรือแรงจูงใจในระดบั สูง
9. การรับฟังความคิดเห็นของพนกั งาน
10. การสนบั สนุนและกระตุน้ ใหพ้ นกั งานเขา้ มามีส่วนร่วมในการตดั สินใจ
Hewitt Associates (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559, หนา้ 28-29) ไดเ้ สนอโมเดล
ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ประกอบดว้ ยปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร มี 6 ปัจจยั คือ
1. บุคคล (People) ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารระดบั สูง (Senior leadership) ผบู้ ริหารระดบั กลาง
(Middle management) ผจู้ ดั การ (Manager) และเพอื่ นร่วมงาน (Co-workers)
2. งาน/ แรงจูงใจ (Work/ Motivation) ไดแ้ ก่ แรงจูงใจภายใน (Intrinsic motivation)
ทรัพยากร (Resources) และภาระงาน (Work tasks)
3. โอกาสท่ีไดร้ ับ (Opportunities) ไดแ้ ก่ โอกาสความกา้ วหนา้ ในอาชีพ (Career
opportunities) การเรียนรู้และการพฒั นา (Learning and development)
4. คุณภาพชีวติ / คุณค่า (Quality of life/ values) ไดแ้ ก่ ความสมดุลระหวา่ งเร่ืองงาน
และชีวติ (Work/ Life Balance) สภาพแวดลอ้ มเชิงกายภาพในการทางาน (Physical work
environment) ภาพลกั ษณ์ขององคก์ าร (Organizational reputation) คุณภาพชีวติ และความเป็นอยู่
ของพนกั งาน (Employee health and well-being) และความรับผดิ ชอบต่อสังคม (Corporate social
responsibility)
4111324803 44
5. กระบวนการ (Procedures) ไดแ้ ก่ หลกั การบริหารงานบุคคล (people/ HR Practices)
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 การบริหารผลการปฏิบตั ิงาน (Managing Performance) และข้นั ตอนการทางาน (Work Process)
6. รางวลั โดยรวม (Total rewards) ไดแ้ ก่ ค่าตอบแทน (Pay) ผลประโยชน์เก้ือกูล
(Benefit) การออมเพอื่ การเกษียณอายุ (Retirement savings) และการใหก้ ารยอมรับ (Recognition)
ภาพที่ 15 ตวั แบบความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของ Hewitt Associates
(อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559)
Hewitt Associates (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 29-30) ไดท้ าการพฒั นา
ปรับปรุงโมเดลความผกู พนั ต่อองคก์ ารในปี 2011 จากการสารวจกลุ่มตวั อยา่ งเป็นพนกั งานจานวน
6.7 ลา้ นคน ใน 2,900 องคก์ ารทว่ั โลก ซ่ึงประกอบดว้ ยปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลความผกู พนั ต่อองคก์ ารมี
6 ปัจจยั คือ
1. บุคคล (People) ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารระดบั สูง (Senior leadership) ผบู้ ริหารระดบั กลาง
(Middle management) ผจู้ ดั การ (Manager) และเพ่อื นร่วมงาน (Co-workers) และบุคลากรที่มีคุณคา่
(Valuing people)
2. งาน (Work) ไดแ้ ก่ ภาระงาน (Work tasks) ความมุ่งมน่ั ในการทางาน (Sense of
accomplishment) ทรัพยากร (Resources) และกระบวนการทางาน (Process)
4111324803 45
3. โอกาสที่ไดร้ ับ (Opportunities) ไดแ้ ก่ โอกาสความกา้ วหนา้ ในอาชีพ (Career
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 opportunities) การเรียนรู้และการพฒั นา (Learning and development)
4. คุณภาพชีวติ (Quality of life) ไดแ้ ก่ ความสมดุลระหวา่ งชีวติ การทางาน (Work life
balance) และสภาพแวดลอ้ มเชิงกายภาพในการทางาน (Physical work environment) รับผดิ ชอบต่อ
สงั คม (Corporate social responsibility)
5. แนวปฏิบตั ิขององคก์ าร (Company practices) คือ การติดต่อส่ือสาร
(Communication) การประเมินผลการปฏิบตั ิงาน (Performance assessment) และภาพลกั ษณ์ของ
องคก์ าร (Company reputation)
6. รางวลั โดยรวม (Total rewards) ไดแ้ ก่ คา่ ตอบแทน (Pay) ผลประโยชน์เก้ือกลู
(Benefit) และการใหก้ ารยอมรับ (Recognition)
ภาพที่ 16 ตวั แบบความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของ Hewitt Associates
(อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559)
International Survey Research (ISR) (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559,
หนา้ 30-31) กล่าววา่ ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร มี 4 ปัจจยั คือ
4111324803 46
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 1. การพฒั นาอาชีพ (Career development) คือ ความกา้ วหนา้ และการพฒั นาอาชีพของ
แตล่ ะบุคคล การบริหารจดั การคนเก่ง (Talent) การเตรียมแผนงานหรือโครงการพฒั นาความรู้
ความสามารถของพนกั งาน
2. ผนู้ า (Leadership) คือ ผนู้ าท่ีสามารถสื่อสารค่านิยมหลกั ขององคก์ ารไดอ้ ยา่ งชดั เจน
รักษามาตรฐานทางจริยธรรมและเป็นที่ยอมรับของพนกั งานในองคก์ าร
3. ภาพลกั ษณ์ (Image) คือ มุมมองของพนกั งานเก่ียวกบั สินคา้ และบริการขององคก์ าร
4. การใหอ้ านาจ (Empowerment) คือ การมีส่วนร่วมในการตดั สินใจในงาน บรรยากาศ
ในการทางานที่สร้างความเชื่อมน่ั ไมส่ ร้างความกลวั หรือการถูกตาหนิหากแสดงความคิดเห็นหรือ
ทางานของพนกั งาน
Institute for Employment Studies (IES) (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559,
หนา้ 31) กล่าววา่ ปัจจยั ที่มีอิทธิพลความผกู พนั ต่อองคก์ าร เป็นบทบาทหรือวธิ ีการสร้างความรู้สึก
คุณค่าและการมีส่วนร่วมเพอ่ื ใหเ้ กิดความผกู พนั ต่อองคก์ าร สามารถทาได้ 7 วธิ ี ไดแ้ ก่
1. พนกั งานไดม้ ีส่วนร่วมในการตดั สินใจ
2. หวั หนา้ ใหค้ วามใส่ใจต่อสุขภาพและสภาพแวดลอ้ มท่ีดีในการทางานของพนกั งาน
3. ผบู้ ริหารระดบั สูงเห็นความสาคญั และคุณคา่ ของพนกั งาน
4. พนกั งานสามารถแสดงความคิดเห็นได้
5. การแนะนาอยา่ งสร้างสรรค์
6. พนกั งานมีโอกาสกา้ วหนา้ และการพฒั นาอาชีพ
7. หวั หนา้ รับฟังความคิดเห็นของพนกั งาน
IES (2004 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559, หนา้ 31) ยงั ไดเ้ สนอเครื่องมือการวดั ความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ าร (IES’ Diagnostic Tool) ท่ีเช่ือมโยงกบั ปัจจยั ที่มีอิทธิพลตอ่ ความผกู พนั ใน
องคก์ าร 10 ดา้ น ซ่ึงเรียกตามความสาคญั จากมากท่ีสุดไปถึงนอ้ ยที่สุด ไดแ้ ก่
1. การฝึกอบรม พฒั นาและอาชีพ (Training development and career)
2. การจดั การอยา่ งทนั ท่วงที (Immediate management)
3. ผลการปฏิบตั ิงานและการประเมินผล (Performance and appraisal)
4. การติดต่อสื่อสาร (Communication)
5. โอกาสท่ีเท่าเทียมกนั และการปฏิบตั ิอยา่ งยตุ ิธรรม (Equal opportunities and fair
treatment)
6. ค่าตอบแทนและผลประโยชนเ์ ก้ือกลู (Pay and benefits)
7. สุขภาพและความปลอดภยั (Health and safety)
47
8. ความร่วมมือ (Co-operation)
9. มิตรภาพแบบครอบครัว (Family friendliness)
10. ความพงึ พอใจในงาน (Job satisfaction)
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพท่ี 17 เคร่ืองมือการวดั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร (IES’ Diagnostic Tool) ของ Institute for
Employment Studies (IES)
(อนันต์ มณีรัตน์, 2559)
The Gallup Organization (2006 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 32-33) ไดเ้ สนอ
โมเดลความผกู พนั ต่อองคก์ าร ซ่ึงแบง่ ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร เป็นลาดบั ข้นั
4 ระดบั เช่ือมโยงกบั การออกแบบเครื่องมือวดั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร “12 ข้นั ของการจดั การท่ีดี
(12 Element of great managing) หรือ Gallup Q 12” ตามที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ ไดแ้ ก่
1. ความตอ้ งการพ้นื ฐาน (Basic need) ไดแ้ ก่ ความคาดหวงั (Expect) เคร่ืองมือและ
อุปกรณ์ (Materials and equipment)
2. การสนบั สนุนทางการบริหาร (Management support) ไดแ้ ก่ โอกาสที่จะทางานไดด้ ี
ท่ีสุด (Opportunity to Do Best) การไดร้ ับการยอมรับ (Recognition) การดูแลเอาใจใส่ (Care about
me) และการพฒั นา (Development)
3. การทางานเป็นทีม (Teamwork) หรือสัมพนั ธภาพ (Relatedness) ไดแ้ ก่ การยอมรับ
ฟังความคิดเห็น (Opinions count) ภารกิจหรือวตั ถุประสงค์ (Mission/ Purpose) เพ่ือนร่วมงานมี
คุณภาพ (Employee committed to quality) และเพ่อื นสนิท (Best friend)
4. ความกา้ วหนา้ เจริญเติบโตในงาน (Growth) ไดแ้ ก่ ความกา้ วหนา้ (Progress)
การเรียนรู้และการพฒั นา (Learn and grow)
4111324803 48
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพท่ี 18 ตวั แบบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ The Gallup Organization
(อนนั ต์ มณีรัตน,์ 2559)
Woodruffe (2006 อา้ งถึงใน อนนั ต์ มณีรัตน์, 2559, หนา้ 33-34) กล่าววา่ ปัจจยั ที่มี
อิทธิพลต่อความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร มี 2 ส่วน ไดแ้ ก่
1. ความต้งั ใจ (The will) ประกอบดว้ ยความรู้สึกถึงเป้าหมายและความภูมิใจ
ซ่ึงทาใหเ้ กิดความพยายามอยา่ งสูงสุดในการทางาน
2. วธิ ีการ (The way) ประกอบดว้ ยแหล่งทรัพยากร การสนบั สนุนเคร่ืองมือและ
อุปกรณ์
สานกั คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (เกณฑค์ ุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ
ระดบั พ้นื ฐาน ฉบบั ท่ี 2, 2559, หนา้ 66-67) ปัจจยั ของความผกู พนั ของบุคลากร แมว้ า่ ความพึงพอใจ
ต่อคา่ ตอบแทนและการเพ่ิมค่าตอบแทนจะมีความสาคญั แตส่ องปัจจยั ดงั กล่าวไมเ่ พียงพอท่ีจะทา
ใหม้ นั่ ใจวา่ บุคลากรมีความผูกพนั กบั ส่วนราชการและสร้างผลงานท่ีโดดเด่น ตวั อยา่ งของปัจจยั อื่น
ท่ีควรนามาพิจารณา เช่น
1. การแกไ้ ขปัญหาและขอ้ ร้องทุกขอ์ ยา่ งมีประสิทธิผล
2. โอกาสในการพฒั นาและความกา้ วหนา้ ในอาชีพ
3. บรรยากาศในการทางานและการสนบั สนุนจากฝ่ ายบริหาร
4111324803 49
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 4. สถานท่ีทางานท่ีปลอดภยั และมีการป้องกนั ภยั
5. ภาระงานท่ีเหมาะสมและมีความทา้ ทาย
6. การสื่อสาร ความร่วมมือและการทางานเป็นทีมท่ีมีประสิทธิผล
7. ระดบั ของการไดร้ ับมอบอานาจในการตดั สินใจ
8. ความมนั่ คงของงาน
9. การตระหนกั ถึงความตอ้ งการท่ีแตกตา่ งกนั ของกลุ่มบุคลากรที่หลากหลาย
10.การสนบั สนุนของส่วนราชการในการใหบ้ ริการแก่ผูร้ ับบริการและผมู้ ีส่วนได้
ส่วนเสีย
ข้อมูลทว่ั ไปเกยี่ วกบั กรมประมง
วสิ ัยทัศน์
"เป็นองคก์ รท่ีมุ่งพฒั นา และบริหารการเปล่ียนแปลงเพ่ือการประมงที่ยงั่ ยนื "
พนั ธกจิ
1. ส่งเสริมและผลกั ดนั ใหม้ ีการเพม่ิ ผลผลิตสตั วน์ ้าอยา่ งมีประสิทธิภาพในการผลิต
ทุกระดบั
2. ส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพการผลิตสัตวน์ ้าและผลิตภณั ฑส์ ัตวน์ ้า ตลอดห่วงโซ่
การผลิตใหไ้ ดร้ ับมาตรฐานของไทยและสากล
3. กากบั และควบคุมการจดั การทรัพยากรสตั วน์ ้า เพ่ือใหม้ ีผลผลิตใชอ้ ยา่ งยง่ั ยนื และ
คงความหลากหลาย ท้งั สร้างการมีส่วนร่วมของชาวประมง และภาคประชาชน ในภาคการจดั การ
ทรัพยากรในชุมชน
4. ส่งเสริมและผลกั ดนั ใหศ้ ึกษาวจิ ยั ทางวชิ าการทุกสาขาการประมง รวมท้งั การพฒั นา
และถ่ายทอดเทคโนโลยใี หม่ที่ตอ่ ยอดจากงานวจิ ยั เพือ่ ให้เกิดนวตั กรรมเชิงสร้างสรรคแ์ ละเพมิ่
มูลค่า
5. ส่งเสริมและพฒั นาใหบ้ ุคลากรมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในภารกิจที่รับผิดชอบ
รวมท้งั ปรับปรุงโครงสร้างใหเ้ หมาะสมกบั การเปล่ียนแปลงของภารกิจ
ค่านิยม
"We are FISHERIES"
F = Friendly มีความเป็นมิตร
I = Integrity มีคุณธรรม จริยธรรม
S = Smart มีความสง่างาม
50
H = Happiness มีความสุข
E = Enthusiasm มีความกระตือรือร้นในการปฏิบตั ิงาน
R = Responsibility มีความรับผดิ ชอบ
I = Intelligence มีความฉลาด
E = Energy มีพลงั และกาลงั ความสามารถ
S = Simplicity มีความเรียบง่าย
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพที่ 19 โครงสร้างกรมประมงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ พ.ศ. 2559
(ดดั แปลงจาก กองการเจา้ หนา้ ที่กรมประมง 2561)
4111324803 51
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพท่ี 20 แผนภูมิโครงสร้างสานกั งานประมงจงั หวดั ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559
(ดดั แปลงจาก กองการเจา้ หนา้ ท่ีกรมประมง)
สานกั งานประมงจงั หวดั มีอานาจหนา้ ท่ีในพ้ืนท่ีท่ีรับผิดชอบ ดงั ต่อไปน้ี
1. ศึกษา วเิ คราะห์ วจิ ยั และประเมินเทคโนโลยดี า้ นการประมงทุกสาขา
เพอื่ สนบั สนุน ใหเ้ กิดธุรกิจและอาชีพการประมงท่ีเหมาะสม กากบั ดูแลใหก้ ารประกอบธุรกิจและ
การประกอบอาชีพ การประมงเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ ตกลงและมาตรฐานที่เก่ียวขอ้ ง
2. ควบคุมและกากบั ดูแลการเพาะเล้ียงสตั วน์ ้าและการทาการประมงใหเ้ ป็ นไปตาม
กฎหมาย วา่ ดว้ ยการประมงและกฎหมายอื่นท่ีเก่ียวขอ้ ง
3. จดั ทายทุ ธศาสตร์การประมง แผนพฒั นาดา้ นการประมง และฐานขอ้ มูลดา้ น
การประมง รวมท้งั ประชาสัมพนั ธ์และเผยแพร่งานดา้ นการประมง
4. ดาเนินการเกี่ยวกบั งานฝ่ ายเลขานุการของคณะกรรมการประมงประจาจงั หวดั
5. ดาเนินการเกี่ยวกบั งานฝ่ ายเลขานุการของคณะกรรมการเปรียบเทียบในส่วนภูมิภาค
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการประมง
6. สนบั สนุนใหม้ ีการรวมกลุ่มและจดั ใหม้ ีการข้ึนทะเบียนองคก์ รชุมชนประมงทอ้ งถิ่น
7. ใหค้ าปรึกษา แนะนา และสนบั สนุนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการดาเนินการ
พฒั นาดา้ นการประมง
8. ใหบ้ ริการทางวชิ าการและถ่ายทอดเทคโนโลยดี า้ นการประมง รวมท้งั ส่งเสริม
กระบวนการผลิตใหถ้ ูกสุขลกั ษณะตามมาตรฐาน
9. ดาเนินการออกใบอนุญาต หนงั สืออนุญาต หนงั สือรับรอง และรับจดทะเบียน
ทา่ เทียบเรือประมงและเรือขนถ่ายสัตวน์ ้าหรือเรือเกบ็ รักษาสตั วน์ ้าตามท่ีกฎหมายกาหนด
4111324803 52
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 10. เร่งรัดและจดั เกบ็ เงินคา่ อากรเคร่ืองมือทาการประมงและค่าธรรมเนียมเก่ียวกบั การ
ประมง
11. กากบั ดูแล ใหค้ าปรึกษาและสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของสานกั งานประมงอาเภอ
12. ปฏิบตั ิงานร่วมกบั หรือสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอ่ืนที่เกี่ยวขอ้ งหรือที่
ไดร้ ับ มอบหมาย
แผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล กรมประมง ปี งบประมาณ 2561 -2564
วสิ ัยทศั น์ด้านทรัพยากรบุคคลกรมประมง
เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณภาพชีวติ ท่ีดี มุ่งสู่การเป็นมืออาชีพพฒั นาการประมง
ดารงคุณธรรม นาการเปล่ียนแปลงสู่การประมงท่ียง่ั ยนื
พนั ธกจิ ด้านทรัพยากรบุคคล
สรรหา พฒั นา รักษาไวแ้ ละใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรบุคคลในองคก์ ร เพ่ือพฒั นาและ
บริหารการเปลี่ยนแปลง นาไปสู่การประมงท่ียง่ั ยนื
ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมประมง
1. พฒั นาโครงสร้าง อตั รากาลงั และระบบการทางานใหม้ ีประสิทธิภาพ เพ่อื รองรับการ
เปล่ียนแปลง
2. บริหารจดั การทรัพยากรบุคคลใหส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตร์และสร้างแรงจูงใจ
3. พฒั นากระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลใหม้ ีประสิทธิภาพ
4. พฒั นาบุคลากรใหม้ ีความรู้ ทกั ษะ และนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการพฒั นา
ทรัพยากรบุคลากร
5. ส่งเสริมและสนบั สนุนระบบคุณธรรม จริยธรรม
6. ส่งเสริมและสนบั สนุนการมีคุณภาพชีวติ ท่ีดีของบุคลากร
เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์
1. ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ที่ 1
1.1 มีการปรับปรุงโครงสร้างและพฒั นาระบบการทางานใหส้ อดคลอ้ งกบั กฎหมายและ
นโยบายท่ีเก่ียวขอ้ ง
1.2 มีการปรับปรุงอตั รากาลงั ใหส้ อดคลอ้ งกบั โครงสร้างและอานาจหนา้ ท่ี
2. ประเด็นยทุ ธศาสตร์ที่ 2
2.1 มีแผนกลยทุ ธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลและแผนยุทธศาสตร์พฒั นาทรัพยากร
บุคคลเพ่อื กาหนดทิศทางการบริหารและพฒั นาทรัพยากรบุคคล
4111324803 53
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 2.2 มีนโยบาย แผนงาน โครงการ และแนวทางดา้ นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ชดั เจน
รวมท้งั มาตรการสาหรับขา้ ราชการที่มีสมรรถนะสูง
3. ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3
3.1 มีการพฒั นากระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล เพ่ือการปฏิบตั ิงานท่ีมี
ประสิทธิภาพ
3.2 มีการพฒั นาฐานขอ้ มูลบุคลากร เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารทรัพยากรบุคคล
3.3 มีการนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการบริหารและพฒั นาทรัพยากรบุคคล
3.4 มีสดั ส่วนค่าใชจ้ า่ ยกิจกรรมดา้ นบุคลากรเหมาะสม สะทอ้ นผลผลิต เกิดความคุม้ ค่า
4. ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4
4.1 มีการพฒั นาใหบ้ ุคลากรมีความรู้ ความสามารถ ดา้ นกฎระเบียบ การวจิ ยั สร้างสรรค์
นวตั กรรม และเครือขา่ ย
4.2มีการปรับปรุงและพฒั นาการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการ เพอื่ สร้างแรงจูงใจในการ
ปฏิบตั ิงาน
5. ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ที่ 5
5.1 มีการกาหนดมาตรฐานการปฏิบตั ิราชการตามหลกั เกณฑก์ ารประเมินคุณธรรมและ
ความโปร่งใสในการดาเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)
5.2 มาตรการเสริมสร้างระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลใหเ้ ป็นไปตามหลกั ธรรมา
ภิบาล
6. ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6
6.1 มาตรการ/แนวทางส่งเสริมสนบั สนุน ใหบ้ ุคลากรมีคุณภาพชีวติ ท่ีดี
6.2 มีการเสริมสร้างใหบ้ ุคลากรมีความผกู พนั ต่อองคก์ รแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
โครงการสนบั สนุนใหบ้ ุคลากรมีความผกู พนั ต่อองคก์ ร
4111324803 54
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง
สุพตั รา เทพเฉลิม (2560) ไดท้ าการศึกษาความสุขในการทางานของบุคลากรสานกั งาน
ขนส่งจงั หวดั ชลบุรี เป็นการวจิ ยั เชิงปริมาณ โดยประชากรที่ใชใ้ นการศึกษาเป็นขา้ ราชการ
พนกั งานราชการและลูกจา้ งภายในสังกดั สานกั งานขนส่งจงั หวดั ชลบุรี จานวน 70 คน ตวั แปรตน้
คือ ปัจจยั ส่วนบุคคล ตวั แปรตามคือ องคป์ ระกอบของความสุขในการทางาน เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการ
เก็บรวบรวมขอ้ มูล คือแบบสอบถาม สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ ความถี่ ร้อยละ คา่ เฉล่ีย
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการศึกษาพบวา่ ความสุขในการทางานของบุคลากรสานกั งาน
ขนส่งจงั หวดั ชลบุรี โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง เมื่อพจิ ารณาเป็ นรายดา้ นพบวา่ ความสุขในการ
ทางานดา้ นต่าง ๆ เรียงจากมากไปหานอ้ ย คือ ดา้ นจิตวญิ ญาณดี ดา้ นจิตใจดี ดา้ นสุขภาพดี ดา้ น
ครอบครัวดี ดา้ นสงั คมดี ดา้ นใฝ่ รู้ดี ดา้ นการงานดี และดา้ นการผอ่ นคลายดี การเปรียบเทียบ
ความสุขในการทางานของบุคลากรสานกั งานขนส่งจงั หวดั ชลบุรี จาแนกตามเพศ อายุ สถานภาพ
ระดบั การศึกษา ตาแหน่งงาน อตั ราเงินเดือน และระยะเวลาในการทางาน โดยรวมแตกตา่ งกนั
ทศั นีย์ ชาติไทย (2559) ศึกษาเร่ือง คุณภาพชีวิตการทางานของบุคลากรในมหาวทิ ยาลยั
ธุรกิจบณั ฑิตย์ วตั ถุประสงคเ์ พ่ือ (1) ศึกษาระดบั คุณภาพชีวติ การทางานของบุคลากรใน
มหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ (2) เปรียบเทียบปัจจยั ส่วนบุคคลกบั ระดบั คุณภาพชีวติ การทางานของ
บุคลากรในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ (3) ศึกษาลาดบั ความสาคญั ของตวั ช้ีวดั คุณภาพชีวติ การ
ทางานของบุคลากรในมหาวิทยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ (4) เปรียบเทียบปัจจยั ส่วนบุคคลกบั การจดั ลาดบั
ความสาคญั ของตวั ช้ีวดั การทางานของบุคลากรในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ และ (5) ศึกษาความ
คิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของบุคลากรในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ เป็นการวจิ ยั เชิงปริมาณ กลุ่ม
ตวั อยา่ งคือ บุคลากรของมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ จานวน 205 คน เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั คือ
แบบสอบถาม ผลการวจิ ยั พบวา่ (1) บุคลากรในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตยม์ ีคุณภาพชีวติ การ
ทางานโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก โดยมีคา่ เฉล่ีย 3.60 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.66 2 (2) บุคลากรใน
มหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตยท์ ่ีมีปัจจยั ส่วนบุคคลต่างกนั มีคุณภาพชีวติ การทางานโดยรวมไม่
แตกต่างกนั (3) บุคลากรในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตยจ์ ดั ลาดบั ความสาคญั ของตวั ช้ีวดั คุณภาพชีวติ
การทางาน โดยรวมอยใู่ นระดบั ท่ี 2 (4) บุคลากรในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตยท์ ี่มีปัจจยั ส่วนบุคคล
ต่างกนั จดั ลาดบั ความสาคญั ของตวั ช้ีวดั คุณภาพชีวติ การทางานโดยรวมไมแ่ ตกต่างกนั (5) บุคลากร
ในมหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตยม์ ีความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะดา้ นค่าตอบแทนที่เพยี งพอและ
ยตุ ิธรรมมากที่สุด
4111324803 55
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 นพกาญจน์ ทองมา (2559) ไดศ้ ึกษาเรื่อง ความผกู พนั ต่อองคก์ รของบุคลากรท่ีวา่ การ
อาเภอทา่ ใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี มีวตั ถุประสงคเ์ พือ่ ศึกษาระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ รของบุคลากร
ที่วา่ การอาเภอท่าใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี เพอื่ เปรียบเทียบความผกู พนั ตอ่ องคก์ รของบุคลากรท่ีวา่ การ
อาเภอท่าใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี จาแนกตาม เพศ อายุ ระดบั การศึกษา และระยะเวลาปฏิบตั ิงาน
โดยการวจิ ยั น้ีเป็นการวจิ ยั เชิงปริมาณ ประชากรท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี คือบุคลากรที่วา่ การอาเภอ
ท่าใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี จานวน 30 คน เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คือ แบบสอบถาม
ส่วนการวเิ คราะห์ขอ้ มูลน้นั ใชส้ ถิติ ค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( µ ) และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( σ ) ผลการศึกษาพบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามท่ีเป็นบุคลากรมีความผกู พนั
ตอ่ องคก์ รที่วา่ การอาเภอทา่ ใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี โดยภาพรวมระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ รของ
บุคลากรต่อที่วา่ การอาเภอทา่ ใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี ดีมากท่ีสุด
ท้งั 3 ดา้ น เมื่อพจิ ารณาในรายละเอียด สรุปไดว้ า่ บุคลากรมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ รที่วา่
การอาเภอทา่ ใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี ในดา้ นความจงรักภกั ดีในองคก์ ร อยใู่ นระดบั ดีมากที่สุดเป็น
อนั ดบั 1 รองลงมาคือดา้ นความเก่ียวพนั กบั องคก์ ร อยใู่ นระดบั ดีมากท่ีสุดเป็นอนั ดบั ที่ 2 และดา้ น
ความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั องคก์ ร อยใู่ นระดบั ดีมากที่สุดอนั ดบั สุดทา้ ย ผลการเปรียบเทียบ
ความผกู พนั ต่อองคก์ รของบุคลากรที่วา่ การอาเภอท่าใหม่ จงั หวดั จนั ทบุรี จาแนกตามขอ้ มูลส่วน
บุคคล พบวา่ เพศหญิงมีความผกู พนั ต่อองคก์ รมากกวา่ เพศชาย บุคลากรท่ีมีอายตุ ้งั แต่ 51 ปี ข้ึนไป
มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ รมากกวา่ กลุ่มอื่น ระดบั การศึกษาปริญญาตรีมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ รมากกวา่
ระดบั การศึกษาต่ากวา่ ปริญญาตรีและระยะเวลาปฏิบตั ิงาน ช่วง 5-10 ปี มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ร
มากกวา่ กลุ่มอ่ืน
แสงฟ้า นรกิจ (2559) ไดศ้ ึกษาเร่ือง ความผกู พนั ต่อองคก์ รของบุคลากรเทศบาลนคร
เจา้ พระยาสุรศกั ด์ิ อาเภอศรีราชา จงั หวดั ชลบุรี เพือ่ ศึกษาระดบั ความคิดเห็นเกี่ยวกบั ลกั ษณะงาน
และประสบการณ์ในการทางาน และระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ รของบุคลากร รวมถึงศึกษา
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ร และความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
ประสบการณ์ในงานกบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ร โดยศึกษาจากกลุ่มตวั อยา่ งท่ีเป็นบุคลากรเทศบาล
นครเจา้ พระยาสุรศกั ด์ิ อาเภอศรีราชา จงั หวดั ชลบุรี จานวน 226 คน เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการเก็บ
รวบรวมขอ้ มูลคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ คา่ ความถี่ คา่ ร้อยละ
คา่ เฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบน และค่าสัมประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์เพียร์สนั ผลการศึกษาพบวา่ บุคลากรมีความ
คิดเห็นเก่ียวกบั ลกั ษณะงานและประสบการณ์ในงานในระดบั มาก และมีความผกู พนั ต่อองคก์ รใน
ระดบั มาก ท้งั น้ี เม่ือศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ร และ
4111324803 56
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประสบการณ์ในงานกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ร พบวา่ มีความสัมพนั ธ์ในเชิง
บวกอยา่ งมีนยั สาคญั
ดาวณิ ี แสงลี (2559) ไดศ้ ึกษาเร่ือง ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของพนกั งานโรงพยาบาลศิริราช
ปิ ยมหาการุณย์ วตั ถุประสงค์ 1) เพอ่ื ศึกษาระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของพนกั งานโรงพยาบาลศิ
ริราชปิ ยมหาการุณย์ 2) เพ่ือเปรียบเทียบความผกู พนั กบั องคก์ ารของพนกั งานโรงพยาบาลศิริราชปิ ย
มหาการุณย์ โดยจาแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล 3) เพ่ือศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปัจจยั ดา้ น
คุณลกั ษณะงาน ปัจจยั ดา้ นความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ประชากรท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ีเป็ นพนกั งาน
โรงพยาบาลศิริราชปิ ยมหาการุณย์ จานวน 360 คน ขนาดของกลุ่มตวั อยา่ งซ่ึงไดจ้ ากการคานวณจาก
สูตรของยามาเน่ ท่ีระดบั ความเช่ือมน่ั เท่ากบั 95% หรือยอมรับความคลาดเคล่ือนไดเ้ ทา่ กบั 0.05
จานวน 359 คน ท้งั น้ีผวู้ จิ ยั ไดเ้ พิม่ ขนาดตวั อยา่ งเป็ น 360 คน แลว้ ทาการสุ่มตวั อยา่ งโดยใชว้ ธิ ีสุ่ม
ตวั อยา่ งแบบง่าย จากการศึกษาพบวา่ ปัจจยั ดา้ นสถานภาพส่วนบุคคลมีความสมั พนั ธ์กบั ความผกู พนั
ตอ่ องคก์ ารของพนกั งานโรงพยาบาลศิริราชปิ ยมหาการุณย์ จากการศึกษาในภาพรวมพบวา่ ปัจจยั
ดา้ นสถานภาพส่วนบุคคลมีความสัมพนั ธ์กบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของพนกั งานโรงพยาบาลศิริ
ราชปิ ยมหาการุณยอ์ ยา่ งมีนยั ยะสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ปัจจยั คุณลกั ษณะของงานและความ
ผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของพนกั งานโรงพยาบาลศิริราชปิ ยมหาการุณย์ มีความสมั พนั ธ์กนั จากการศึกษา
ในภาพรวมพบวา่ ปัจจยั ดา้ นคุณลกั ษณะของงานและความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมีความสัมพนั ธ์กนั
อยา่ งมีนยั ยะสาคญั ทางสถิติที่ระดบั 0.05
สุวรรณ์ ก่อแกว้ (2558) ไดศ้ ึกษาเร่ือง แรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานและความผกู พนั ต่อ
องคก์ ารของบุคลากรสายสนบั สนุนมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วทิ ยาเขตบางพระ
มีวตั ถุประสงค์ เพอ่ื 1) ศึกษาระดบั แรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานของบุคลากรสายสนบั สนุน 2) ศึกษา
ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของบุคลากรสายสนบั สนุน 3) เปรียบเทียบระดบั แรงจูงใจในการ
ปฏิบตั ิงานของบุคลากรสายสนบั สนุน จาแนกขอ้ มูลทวั่ ไปของบุคลากรสายสนบั สนุน 4)
เปรียบเทียบระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของบุคลากรสายสนบั สนุน จาแนกขอ้ มูลทว่ั ไปของ
บุคลากรสายสนบั สนุน และ 5) ศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งแรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานและความ
ผกู พนั ต่อองคก์ ารของบุคลากรสายสนบั สนุนมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วทิ ยาเขต
บางพระ จานวน 325 คน เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลคือ แบบสอบถาม สถิติท่ีใชใ้ นการ
วเิ คราะห์ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ คา่ เฉลี่ย ค่าความถี่ คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และวเิ คราะห์คา่
ความสัมพนั ธ์ พบวา่ บุคลากรสายสนบั สนุนมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วทิ ยาเขต
บางพระ มีภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก เม่ือพจิ ารณาเป็ นรายดา้ นพบวา่ ความผกู พนั ดา้ นบรรทดั ฐาน
มากที่สุด รองลงมาคือความผูกพนั ดา้ นจิตใจ และความผกู พนั ดา้ นการคงอยกู่ บั องคก์ ารตามลาดบั
4111324803 57
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ผลของการเปรียบเทียบขอ้ มูลทวั่ ไปของบุคลากรสายสนบั สนุนจาแนกตาม เพศ อายุ ระดบั
การศึกษา สถานภาพ ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน รายได้ และตาแหน่งงานกบั ความผกู พนั ต่อ
องคก์ ารของบุคลากรสายสนบั สนุนมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วทิ ยาเขตบางพระ
สามารถสรุปผลไดด้ งั น้ี คือ บุคลากรเพศหญิงมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารมากกวา่ เพศชาย อายไุ ม่เกิน
20 ปี ระดบั การศึกษาต่ากวา่ ปริญญาตรี สถานภาพหยา่ ร้าง/ม่าย ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน 16 ถึง
20 ปี มีรายไดต้ ่อเดือนและมีตาแหน่งงานมีความผกู พนั มากกวา่ กลุ่มอ่ืน เม่ือวิเคราะห์ความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งแรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานและความผกู พนั ต่อองคก์ ารของบุคลากรสายสนบั สนุน
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วทิ ยาเขตบางพระ พบวา่ มีความสมั พนั ธ์กนั ในระดบั
ปานกลางอยา่ งมีนยั ยะสาคญั ทางสถิติท่ี .01
ตารางท่ี 2 ทบทวนตวั แปรอิสระที่มีผลตอ่ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร
ตวั แปรอสิ ระ
ผู้วจิ ัย เพศ
อายุ
ระดับการ ึศกษา
ระยะเวลาในการป ิฏบั ิตงาน
ความสาคัญของงาน
สุพตั รา เทพเฉลิม (2560)
ทศั นีย์ ชาติไทย (2559)
นพกาญจน์ ทองมา (2559)
แสงฟ้า นรกิจ (2559)
ดาวณิ ี แสงลี (2559) X X
สุวรรณ์ ก่อแกว้ (2558) X
หมายเหตุ หมายถึง ตวั แปรที่มีผลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร
X หมายถึง ตวั แปรที่มีผลต่อความผกู พนั ต่อองคก์ าร
จากการทบทวนงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ งขา้ งตน้ ผวู้ จิ ยั สามารถสรุปตวั แปรอิสระจากตาราง
พบวา่ มีตวั แปร 5 ตวั แปร ท่ีมีผลตอ่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ซ่ึงผวู้ จิ ยั ไดเ้ ลือกตวั แปรมาศึกษา ไดแ้ ก่
58
ปัจจยั ส่วนบุคคล ประกอบดว้ ย เพศ อายุ ระดบั การศึกษา ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน ปัจจยั ดา้ น
ลกั ษณะของงาน ประกอบดว้ ย ความสาคญั ของงาน
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
4111324803 บทที่ 3
วธิ ีการดาเนินการวจิ ยั
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
การวจิ ยั เร่ือง ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
เป็นการวิจยั เชิงปริมาณ (Quantitative Research Methodology) ในลกั ษณะการวจิ ยั เชิงสารวจ
(Survey research) โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ศึกษาระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรม
ประมง ในเขตภาคตะวนั ออก และเพ่อื เปรียบเทียบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรม
ประมง ในเขตภาคตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน และปัจจยั
ประสบการณ์ในการทางาน และเพ่อื ใหก้ ารดาเนินการวจิ ยั เป็นไปอยา่ งมีระบบและบรรลุ
วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั ท่ีกาหนดไว้ ผวู้ ิจยั ไดก้ าหนดการดาเนินการวจิ ยั มีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ประชากรในการศึกษา
2. เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั
3. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการวจิ ยั
4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ประชากรทใี่ ช้ในการศึกษา
ประชากรท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี คือ ขา้ ราชการกรมประมง สานกั งานประมงจงั หวดั
ภาคตะวนั ออก จานวนท้งั สิ้น 91 คน โดยศึกษาคร้ังน้ีจะทาการศึกษาจากท้งั ประชากร ท้งั น้ี ไมน่ บั
รวมตาแหน่งประมงจงั หวดั และตาแหน่งท่ีวา่ งลงเน่ืองจากยงั ไม่มีผมู้ าดารงตาแหน่ง (ขอ้ มูลบญั ชี
แสดงรายละเอียดการกาหนดตาแหน่งขา้ ราชการพลเรือนสามญั ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559 ณ วนั ที่ 16 ตุลาคม 2560 จากกองการเจา้ หนา้ ที่
กรมประมง) โดยจะทาการเก็บรวบรวมดว้ ยเคร่ืองมือแบบสอบถามจากประชากรในจานวนท้งั หมด
ดงั ตารางท่ี 3
64
ตารางที่ 3 จานวนประชากรกรมประมง สานกั งานประมงจงั หวดั ภาคตะวนั ออก
4111324803 หน่วยงาน จานวนประชากร (คน)
สานกั งานประมงจงั หวดั จนั ทบุรี 13
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 สานกั งานประมงจงั หวดั ฉะเชิงเทรา 12
สานกั งานประมงจงั หวดั ชลบุรี 15
สานกั งานประมงจงั หวดั ตราด 12
สานกั งานประมงจงั หวดั นครนายก 7
สานกั งานประมงจงั หวดั ปราจีนบุรี 9
สานกั งานประมงจงั หวดั ระยอง 11
สานกั งานประมงจงั หวดั สระแกว้ 12
91
รวม
หมายเหตุ : ไมน่ บั รวมตาแหน่งประมงจงั หวดั และตาแหน่งที่วา่ ง
เคร่ืองมือทใี่ ช้ในการวจิ ยั
เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั คือ แบบสอบถาม ท่ีผวู้ จิ ยั ไดน้ าชุดคาถามของ Steer ท่ีพฒั นา
แบบสอบถาม โดยวรพนั ธ์ เศรษฐแสง (2548) และอรอุสา เกษรสังข์ (2550) (อา้ งถึงใน ธนากร
จิตตไ์ พบูลย,์ 2559) มาใช้ และแบบสอบถามบางตอนผูว้ จิ ยั ไดส้ ร้างข้ึนเอง ซ่ึงแบ่งออกเป็น 4 ส่วน
จานวนขอ้ รวมท้งั สิ้น 38 ขอ้ ไดแ้ ก่
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม คือ เพศ อายุ ระดบั การศึกษา และ
ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน โดยมีลกั ษณะแบบสอบถามที่ใหต้ รวจสอบรายการ (Checklist)
จานวน 6 ขอ้
ส่วนท่ี 2 ขอ้ มูลความคิดเห็นเก่ียวกบั ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน จานวน 11 ขอ้ ประกอบดว้ ย
ดา้ นความสาคญั ของงาน จานวน 4 ขอ้
ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน จานวน 3 ขอ้
ดา้ นความสัมพนั ธ์ที่ดีกบั เพ่ือนร่วมงาน จานวน 4 ขอ้
65
ส่วนที่ 3 เป็ นแบบสอบถามเกี่ยวกบั ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน จานวน 6 ขอ้
ประกอบดว้ ย
ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร จานวน 3 ขอ้
ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ตอ่ องคก์ าร จานวน 3 ขอ้
ส่วนที่ 4 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกบั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร จานวน 15 ขอ้ ประกอบดว้ ย
ความเชื่อและการยอมรับเป้าหมาย จานวน 6 ขอ้
4111324803 และคา่ นิยมขององคก์ าร
ความเตม็ ใจที่จะทุ่มเทความพยายาม จานวน 4 ขอ้
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 อยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร
ความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไว้ จานวน 5 ขอ้
ซ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร
ลกั ษณะแบบสอบถามส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 และส่วนท่ี 4 เป็นแบบสอบถามเป็นขอ้ คาถาม
เชิงบวก ใหเ้ ลือกตอบแบบ Likert ซ่ึงอยา่ งไรก็ตาม ไดป้ รับมาตราวดั จากการแบง่ เป็นช่วง 5 คะแนน
ใหเ้ ป็น 4 คะแนน ดงั น้ี มากท่ีสุด มาก นอ้ ย และนอ้ ยท่ีสุด โดยกาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี
ตารางท่ี 4 คะแนนระดบั ความคิดเห็น
ระดับความคิดเหน็ คะแนน
มากท่ีสุด 4
มาก 3
นอ้ ย 2
นอ้ ยท่ีสุด 1
การตรวจสอบคุณภาพของเคร่ืองมือการวจิ ัย
ในการทดสอบความเท่ียงตรงของแบบสอบถามน้นั เพ่ือท่ีจะใหค้ าถามมีความสมบูรณ์
ในเน้ือหา (Content Validity) ผวู้ จิ ยั จะนาแบบสอบถามไปปรึกษาอาจารยท์ ่ีปรึกษา จากน้นั จะนาไป
ใหผ้ ทู้ รงคุณวฒุ ิ จานวน 3 ท่าน ไดแ้ ก่
1. อาจารย์ ดร.อุษณากร ทาวะรมย์ อาจารยป์ ระจาวทิ ยาลยั การบริหารรัฐกิจ มหาวทิ ยาลยั
บูรพา
2. นายสงกรานต์ แสงจนั ทร์ ประมงจงั หวดั ระยอง
4111324803 66
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 3. นายเสรี เรือนหลา้ ประมงจงั หวดั จนั ทบุรี
เพอื่ ตรวจสอบความตรงของเน้ือหา ไดแ้ ก่ ความสอดคลอ้ ง ความครอบคลุมของเน้ือหา
และความถูกตอ้ งของภาษาท่ีใชแ้ ละตดั คาถามท่ีเก่ียวขอ้ งเพอ่ื ใชเ้ ป็นเครื่องมือในการเก็บขอ้ มูล
สาหรับความเช่ือมนั่ ของแบบสอบถาม ผวู้ จิ ยั จะนาแบบสอบถาม ไปทดสอบใชก้ บั ขา้ ราชการกรม
ประมง ภาคเหนือ ที่ไม่ใช่ประชากรในการศึกษาคร้ังน้ีจานวน 30 คน โดยการหาคา่ ความเท่ียงหรือ
ความเช่ือถือไดข้ องแบบสอบถาม (Reliability) แบบ Cronbach’s Alpha ไดค้ า่ ความเที่ยงหรือความ
เชื่อถือไดข้ องแบบสอบถาม ดงั น้ี
1. ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน เท่ากบั 0.84
2. ปัจจยั ดา้ นประสบการณ์ในการทางาน เทา่ กบั 0 .85
3. ดา้ นความผกู พนั ต่อองคก์ าร เทา่ กบั 0.89
ค่าความเชื่อมน่ั รวมท้งั ฉบบั เท่ากบั 0.93
ดงั น้นั จึงถือวา่ แบบสอบถามน้ีมีความน่าเชื่อถือไดส้ ามารถนาไปเก็บขอ้ มูลจริงต่อไป
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
การเก็บขอ้ มูลมีรายละเอียดดงั น้ี
1. ในการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ีไดใ้ ชแ้ บบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
โดยแจกแบบสอบถามใหแ้ ก่ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออกโดยตนเอง จานวน 91 ฉบบั
ทาการเก็บรวบรวมขอ้ มูลระหวา่ งวนั ท่ี 1 มีนาคม - 1 มิถุนายน 2562 หลงั จากน้นั ผวู้ ิจยั ไดด้ าเนินการ
ตรวจสอบแบบสอบถามที่ไดร้ ับคืนมา คดั เลือกเฉพาะท่ีตอบไดค้ รบถว้ นสมบูรณ์
2. นาแบบสอบถามมาบนั ทึกลงรหสั และตรวจใหค้ ะแนนตามเกณฑท์ ี่ไดก้ าหนดไว้
และนาไปดาเนินการวเิ คราะห์ขอ้ มูลทางสถิติ โดยใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูป
การวเิ คราะห์ข้อมูล
เมื่อเกบ็ รวบรวมแบบสอบถามเรียบร้อยแลว้ ผวู้ จิ ยั นาขอ้ มูลที่เก็บรวบรวมไดม้ าวเิ คราะห์
ทางสถิติ ดาเนินการวเิ คราะห์ขอ้ มูลท้งั หมดโดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวจิ ยั ดงั น้ี
1. การวเิ คราะห์โดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) เพื่อใชอ้ ธิบายลกั ษณะ
ปัจจยั ลกั ษณะส่วนบุคคลของประชากรท้งั หมด ไดแ้ ก่ คา่ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage)
ค่าเฉลี่ย () และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ()
67
2. เปรียบเทียบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขตภาคตะวนั ออก
จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน และปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน โดยการ
วเิ คราะห์ค่าเฉลี่ย Compare Means
4111324803 เกณฑ์การแปลผล
เกณฑก์ ารแปลความหมายความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก โดยการหาความกวา้ งของอนั ตรภาคช้นั หรือระดบั เพอื่ กาหนดคา่ คะแนนเป็น
4 ระดบั คือ มากท่ีสุด มาก นอ้ ย และนอ้ ยที่สุด โดยมีสูตรการคานวณ ดงั น้ี
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 พสิ ยั = คา่ สูงสุด - ค่าต่าสุด
จานวนช้นั
พสิ ัย = 4 - 1
4
= 0.75
จากหลกั เกณฑด์ งั กล่าว สามารถนามากาหนดคะแนนเฉล่ียของแตล่ ะระดบั แลว้ นาแปล
ความหมายและสรุปผลตามเกณฑก์ ารแปลความหมายคา่ เฉล่ียความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ไดด้ งั น้ี
คา่ เฉลี่ย 3.26-4.00 มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารในระดบั มากท่ีสุด
ค่าเฉล่ีย 2.51-3.25 มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารในระดบั มาก
ค่าเฉล่ีย 1.76-2.50 มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั นอ้ ย
ค่าเฉล่ีย 1.00-1.75 มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารในระดบั นอ้ ยท่ีสุด
68
บทท่ี 4
ผลการวจิ ยั
4111324803 การศึกษาเร่ือง “ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก”
มีวตั ถุประสงค์ 1) เพ่ือศึกษาระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขต
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาคตะวนั ออก และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ในเขต
ภาคตะวนั ออก จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ปัจจยั ดา้ นลกั ษณะงาน และปัจจยั ประสบการณ์ในการ
ทางานเก็บขอ้ มูลจากการเก็บแบบสอบถามจากขา้ ราชการกรมประมงภาคตะวนั ออก จานวน
91 คน ซ่ึงผศู้ ึกษาไดน้ าเสนอผลการวเิ คราะห์เป็น 5 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 5 จานวนและร้อยละของขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จานวน ร้อยละ
เพศ
ชาย 43 47.25
หญิง 48 52.75
91 100.00
รวม
อายุ 3 3.30
28 30.77
20-30 ปี 39 42.86
31-40 ปี 21 23.08
41-50 ปี 91 100.00
51-60 ปี
12 13.19
รวม 67 73.63
12 13.19
ระดบั การศึกษา 91 100.00
ต่ากวา่ ปริญญาตรี
ปริญญาตรี
สูงกวา่ ปริญญาตรี
รวม
69
ตารางท่ี 5 (ต่อ)
4111324803 ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จานวน ร้อยละ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในสานักงานประมงแห่งนี้ 45 49.45
1-5 ปี 22 24.18
6-10 ปี 24 26.37
ต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไป 91 100.00
รวม
13 14.29
สังกดั สถานทปี่ ฏบิ ัติงานปัจจุบัน 12 13.19
สานกั งานประมงจงั หวดั จนั ทบุรี 15 16.48
สานกั งานประมงจงั หวดั ฉะเชิงเทรา 12 13.19
สานกั งานประมงจงั หวดั ชลบุรี 7 7.69
สานกั งานประมงจงั หวดั ตราด 9 9.89
สานกั งานประมงจงั หวดั นครนายก 11 12.09
สานกั งานประมงจงั หวดั ปราจีนบุรี 12 13.19
สานกั งานประมงจงั หวดั ระยอง 91 100.00
สานกั งานประมงจงั หวดั สระแกว้
รวม 12 13.19
8 8.79
ประเภทตาแหน่งและระดบั ตาแหน่งในปัจจุบนั 2 2.20
ประเภทวชิ าการปฏิบตั ิการ 20 21.98
ประเภทวชิ าการชานาญการ 19 20.88
ประเภทวชิ าการชานาญการพเิ ศษ 30 32.97
ประเภททวั่ ไปปฏิบตั ิงาน 91 100.00
ประเภททว่ั ไปชานาญงาน
ประเภททวั่ ไปอาวโุ ส
รวม
จากตารางที่ 5 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถาม
ส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง คิดเป็ นร้อยละ 52.75 รองลงมาเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อย 47.25 ส่วนใหญ่
มีอายรุ ะหวา่ ง 41-50 ปี คิดเป็ นร้อยละ 42.86 รองลงมามีอายุ 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 30.77
70
4111324803 ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดบั ปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 73.63 รองลงมาจบการศึกษาต่ากวา่ ปริญญา
ตรีและสูงกวา่ ปริญญาตรีเทา่ กนั คิดเป็นร้อยละ 13.19 ส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน
ในสานกั งานประมงแห่งน้ี 1-5 ปี คิดเป็นร้อยละ 49.45 รองลงมามีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน
ในสานกั งานประมงแห่งน้ีต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ 26.37 ส่วนใหญ่สงั กดั สานกั งาน
ประมงจงั หวดั ชลบุรี คิดเป็นร้อยละ 16.48 รองลงมา สังกดั สานกั งานประมงจงั หวดั จนั ทบุรี
คิดเป็นร้อยละ 14.29 และส่วนใหญ่มีประเภทตาแหน่งและระดบั ตาแหน่งปัจจุบนั เป็น ประเภท
ทว่ั ไประดบั อาวุโส คิดเป็นร้อยละ 32.97 รองลงมา มีประเภทตาแหน่งและระดบั ตาแหน่งปัจจุบนั
เป็นประเภททว่ั ไประดบั ปฏิบตั ิงาน คิดเป็นร้อยละ 21.98 ตามลาดบั
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะห์ระดับปัจจัยลกั ษณะของงานของข้าราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก
ตารางที่ 6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก ภาพรวม
ปัจจัยลกั ษณะของงาน ระดับ อนั ดับ
ดา้ นความสาคญั ของงาน 3.20 0.41 มาก 2
ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน 3.17 0.52 มาก 3
ดา้ นความสมั พนั ธ์ที่ดีกบั เพื่อนร่วมงาน 3.42 0.47 มากที่สุด 1
3.27 0.28 มากที่สุด -
ภาพรวม
จากตารางท่ี 6 ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ภาพรวม
อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด (= 3.27, = 0.28) เมื่อจาแนกเป็ นรายดา้ น พบวา่ ดา้ นความสัมพนั ธ์ท่ีดีกบั
เพือ่ นร่วมงาน มีคา่ เฉลี่ยมากเป็นอนั ดบั ท่ี 1 (= 3.42, = 0.47) รองลงมาคือ ดา้ นความสาคญั ของ
งาน (= 3.20, = 0.41) และดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน (= 3.17, = 0.52) ตามลาดบั
71
ตารางที่ 7 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความสาคญั ของงาน
ดา้ นความสาคญั ของงาน ปัจจยั ลกั ษณะของงาน ระดบั อนั ดบั
มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
4111324803 1. งานที่รับผิดชอบอยนู่ ้นั 16 48 21 6 2.81 0.80 มาก 4
(52.75) (23.08) (6.58)
มีผลกระทบต่อการทางาน (17.58) 3.42 0.49 มากท่ีสุด 1
53 0 0 3.32 0.55 มากที่สุด 2
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ของผอู้ ่นื เช่น หากงานท่ี (58.24) (0.00) (0.00) 3.25 0.60 มาก 3
3.20 0.41 มาก -
รับผิดชอบไมเ่ สร็จ จะไม่ 54 4 0
(59.34) (4.40) (0.00)
สามารถดาเนินการในข้นั ตอน
55 5 1
ตอ่ ไปได้ (60.44) (5.49) (1.10)
2. งานท่ีรับผดิ ชอบอยนู่ ้นั 38
ตอ้ งทาดว้ ยความประณีต (41.76)
เอาใจใส่เพ่อื ใหง้ านออกมาดี
ที่สุด
3. งานท่ีรับผิดชอบอยมู่ ี 33
คุณค่า ท่ีนาไปสู่การพฒั นา (36.26)
องคก์ ารได้
4. งานที่รับผิดชอบอยู่ 30
มีส่วนช่วยส่งเสริมให้ (32.97)
มีความกา้ วหนา้ ในการทางาน
ในองคก์ าร
ภาพรวม
จากตารางที่ 7 ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ดา้ นความสาคญั ของงาน ภาพรวม อยใู่ นระดบั มาก (= 3.20, = 0.41) เม่ือจาแนกเป็นรายขอ้
พบวา่ งานท่ีรับผดิ ชอบอยนู่ ้นั ตอ้ งทาดว้ ยความประณีตเอาใจใส่เพ่ือใหง้ านออกมาดีท่ีสุดมีค่าเฉลี่ย
มากเป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.42, = 0.49) รองลงมาคือ งานที่รับผดิ ชอบอยมู่ ีคุณค่า ท่ีนาไปสู่การ
พฒั นาองคก์ ารได้ (= 3.32, = 0.55) และงานที่รับผดิ ชอบอยู่ มีส่วนช่วยส่งเสริมให้
มีความกา้ วหนา้ ในการทางานในองคก์ าร (= 3.25, = 0.60) ตามลาดบั
72
ตารางท่ี 8 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน
ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน ปัจจยั ลกั ษณะของงาน ระดบั อนั ดบั
มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
4111324803 1. มีโอกาสกา้ วหนา้ ในหนา้ ที่ 14 66 10 1 3.02 0.55 มาก 3
การงานในองคก์ ารแห่งน้ี (15.38) (72.53) (10.99) (1.10) 2
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 2. องคก์ ารแห่งน้ีเปิ ดโอกาส 31 52 8 0 3.25 0.60 มาก 1
และสนบั สนุนใหไ้ ดพ้ ฒั นา (34.07) (57.14) (8.79) (0.00) -
ความรู้ในการทางานอยา่ ง
สม่าเสมอ
3. องคก์ ารแห่งน้ีเปิ ดโอกาส 31 53 7 0 3.26 0.59 มาก
และสนบั สนุนใหไ้ ดพ้ ฒั นา (34.07) (58.24) (7.69) (0.00) ที่สุด
ความสามารถและความ
ชานาญในงานอยา่ งสม่าเสมอ
ภาพรวม 3.17 0.52 มาก
จากตารางที่ 8 ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ดา้ นความกา้ วหนา้ ของงาน ภาพรวม อยใู่ นระดบั มาก (= 3.17, = 0.52) เม่ือจาแนกเป็นรายขอ้
พบวา่ องคก์ ารแห่งน้ีเปิ ดโอกาสและสนบั สนุนใหไ้ ดพ้ ฒั นาความสามารถและความชานาญในงาน
อยา่ งสม่าเสมอมีค่าเฉลี่ยมากเป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.26, = 0.59) รองลงมาคือ องคก์ ารแห่งน้ีเปิ ด
โอกาสและสนบั สนุนใหไ้ ดพ้ ฒั นาความรู้ในการทางานอยา่ งสม่าเสมอ (= 3.25, = 0.60)
และมีโอกาสกา้ วหนา้ ในหนา้ ท่ีการงานในองคก์ ารแห่งน้ี (= 3.02, = 0.55) ตามลาดบั
73
ตารางที่ 9 จานวน ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ลกั ษณะของงานของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความสัมพนั ธ์ท่ีดีกบั เพ่อื นร่วมงาน
ดา้ นความสมั พนั ธ์ท่ีดี ปัจจยั ลกั ษณะของงาน ระดบั อนั ดบั
กบั เพื่อนร่วมงาน
มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
4111324803 1. งานท่ีรับผดิ ชอบอยู่ เปิ ด 45 40 6 0 3.43 0.61 มากท่ีสุด 2
โอกาสใหไ้ ดพ้ บปะกบั บคุ คล (49.45) (43.96) (6.59) (0.00) 3.42 0.63 มากที่สุด 3
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 อื่นที่เก่ียวขอ้ งกบั การทางาน 3.45 0.58 มากที่สุด 1
อยา่ งหลากหลาย 39 7 0 3.39 0.53 มากท่ีสุด 4
2. งานที่รับผิดชอบอยู่ ทาให้ 45 (42.86) (7.69) (0.00)
ท่านมีโอกาสไดท้ าความรู้จกั (49.45) 3.42 0.47 มากท่ีสุด -
กบั บุคคลภายนอกในสายงาน 45 1 1
อ่ืน ที่เก่ียวขอ้ งกบั การทางาน (49.45) (1.10) (1.10)
3. งานท่ีรับผดิ ชอบอยู่ เปิ ด 44
โอกาสใหส้ ร้างมิตรภาพกบั (48.35) 51 2 0
บุคคลอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การ (56.04) (2.20) (0.00)
ทางาน
4. งานท่ีรับผิดชอบอยู่ ทาให้ 38
ไดม้ ีโอกาสแลกเปลี่ยนความ (41.76)
คิดเห็นในการทางานกบั
บุคคลอ่ืนท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การ
ทางาน
ภาพรวม
จากตารางที่ 9 ปัจจยั ลกั ษณะของงานของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ น
ความสมั พนั ธ์ท่ีดีกบั เพ่ือนร่วมงาน ภาพรวม อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด (= 3.42, = 0.47) เมื่อจาแนก
เป็นรายขอ้ พบวา่ งานท่ีรับผิดชอบอยู่ เปิ ดโอกาสใหส้ ร้างมิตรภาพกบั บุคคลอ่ืนที่เก่ียวขอ้ งกบั การ
ทางาน มีคา่ เฉลี่ยมากเป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.45, = 0.58) รองลงมาคือ งานที่รับผดิ ชอบอยู่ เปิ ด
โอกาสใหไ้ ดพ้ บปะกบั บุคคลอ่ืนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การทางานอยา่ งหลากหลาย (= 3.43, = 0.61)
และ งานท่ีรับผดิ ชอบอยู่ ทาใหท้ ่านมีโอกาสไดท้ าความรู้จกั กบั บุคคลภายนอกในสายงานอื่น
ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การทางาน (= 3.42, = 0.63) ตามลาดบั
74
ตอนท่ี 3 ผลการวเิ คราะห์ระดบั ปัจจัยประสบการณ์ในการทางานของข้าราชการ
กรมประมง ภาคตะวนั ออก
ตารางท่ี 10 คา่ เฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการ
กรมประมง ภาคตะวนั ออก ภาพรวม
4111324803 ปัจจัยประสบการณ์ในการทางาน ระดบั อนั ดับ
ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร
ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร 3.04 0.53 มาก 2
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ภาพรวม 3.20 0.54 มาก 1
3.12 0.47 มาก -
จากตารางที่ 10 ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก ภาพรวมและทุกดา้ น อยใู่ นระดบั มาก (= 3.12, = 0.47) เม่ือจาแนกเป็นรายดา้ น
พบวา่ ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร มีค่าเฉล่ียมากเป็นอนั ดบั ท่ี 1 (= 3.20,
= 0.54) รองลงมาคือ ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร (= 3.04, = 0.53)
ตารางที่ 11 จานวน ร้อยละ คา่ เฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ ากองคก์ าร
ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ าก ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน ระดบั อนั ดบั
องคก์ าร
มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
1. รู้สึกไวว้ างใจวา่ องคก์ าร 18 58 13 2 3.01 0.65 มาก 3
(19.78) (63.74) (14.29) (2.20) 1
จะดูแลได้
2. รู้สึกเชื่อวา่ หากประสบ 19 63 8 1 3.10 0.57 มาก
ปัญหาในการทางาน ผบู้ ริหาร (20.88) (69.23) (8.79) (1.10)
และเพอื่ นร่วมงานในองคก์ าร
แห่งน้ีจะสามารถใหค้ วาม
ช่วยเหลือไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ตารางท่ี 11(ตอ่ ) 75
ดา้ นความพ่งึ พาไดจ้ าก ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน ระดบั อนั ดบั
องคก์ าร
มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
3. รู้สึกวา่ ปัจจบุ นั ไดร้ บั การ 15 65 10 1 3.03 0.56 มาก 2
-
4111324803 สนบั สนุนอยา่ งเพียงพอใน (16.48) (71.43) (10.99) (1.10)
การปฏิบตั งิ านในหนา้ ที่
ประจาหรือหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับ
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 มอบหมาย เป็นพเิ ศษ
ภาพรวม 3.04 0.53 มาก
จากตารางที่ 11 ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก ดา้ นความพ่ึงพาไดจ้ ากองคก์ าร ภาพรวมและทุกดา้ น อยใู่ นระดบั มาก (= 3.04,
= 0.53) เม่ือจาแนกเป็ นรายขอ้ พบวา่ รู้สึกเชื่อวา่ หากประสบปัญหาในการทางาน ผบู้ ริหารและ
เพ่อื นร่วมงานในองคก์ ารแห่งน้ีจะสามารถใหค้ วามช่วยเหลือไดเ้ ป็นอยา่ งดี มีค่าเฉล่ียมาก
เป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.10, = 0.57) รองลงมาคือ รู้สึกวา่ ปัจจุบนั ไดร้ ับการสนบั สนุนอยา่ งเพยี งพอ
ในการปฏิบตั ิงานในหนา้ ที่ประจาหรือหนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมาย เป็นพเิ ศษ (= 3.03, = 0.56)
และรู้สึกไวว้ างใจวา่ องคก์ ารจะดูแลได้ (= 3.01, = 0.65) ตามลาดบั
ตารางที่ 12 จานวน ร้อยละ คา่ เฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ าร
ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเอง ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน ระดบั อนั ดบั
มีความสาคญั ต่อองคก์ าร
มาก ่ีท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ่ีท ุสด
1. รู้สึกวา่ ตนเองไดร้ ับความ 18 64 8 1 3.09 0.57 มาก 3
ไวว้ างใจจากผบู้ ริหาร (19.78) (70.33) (8.79) (1.10)
ใหร้ ับผิดชอบงานที่มี
ความสาคญั อยเู่ สมอ
76
ตารางที่ 12 (ตอ่ )
ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเอง ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางาน ระดบั อนั ดบั
มีความสาคญั ตอ่ องคก์ าร
มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
2. รู้สึกวา่ ผบู้ ริหารของ 28 55 7 1 3.21 0.62 มาก 2
(60.44) (7.69) (1.10) 3.31 0.64 มากท่ีสุด 1
4111324803 องคก์ ารใหค้ วามสาคญั กบั (30.77) 3.20 0.54 มาก -
48 6 1
หนา้ ท่ีการงานที่รับผิดชอบอยู่ (52.75) (6.59) (1.10)
3. รู้สึกวา่ หนา้ ที่ที่รับผดิ ชอบ 36
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 เหมาะสมกบั ความสามารถ (39.56)
ที่มีอยู่
ภาพรวม
จากตารางที่ 12 ปัจจยั ประสบการณ์ในการทางานของขา้ ราชการกรมประมง ภาค
ตะวนั ออก ดา้ นความรู้สึกวา่ ตนเองมีความสาคญั ต่อองคก์ ารภาพรวม อยใู่ นระดบั มาก (= 3.20,
= 0.54) เมื่อจาแนกเป็ นรายขอ้ พบวา่ รู้สึกวา่ หนา้ ที่ท่ีรับผดิ ชอบ เหมาะสมกบั ความสามารถ
ที่มีอยู่ มีค่าเฉล่ียมากเป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.31, = 0.64) รองลงมาคือ รู้สึกวา่ ผบู้ ริหารขององคก์ าร
ใหค้ วามสาคญั กบั หนา้ ท่ีการงานท่ีรับผดิ ชอบอยู่ (= 3.21, = 0.62) และรู้สึกวา่ ตนเองไดร้ ับ
ความไวว้ างใจจากผบู้ ริหารใหร้ ับผดิ ชอบงานที่มีความสาคญั อยเู่ สมอ (= 3.09, = 0.57)
ตามลาดบั
77
ตอนท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ระดบั ความผูกพนั ต่อองค์การของข้าราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออก
ตารางท่ี 13 คา่ เฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการ
กรมประมง ภาคตะวนั ออก ภาพรวม
4111324803 ความผูกพนั ต่อองค์การ ระดบั อนั ดบั
ดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร 3.33 0.43 มากที่สุด 2
ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมากเพ่ือองคก์ าร 3.38 0.46 มากท่ีสุด 1
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ดา้ นความปรารถนาอยา่ งย่งิ ที่จะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพ 3.12 0.42 มาก 3
ในองคก์ าร
ภาพรวม 3.27 0.37 มากที่สุด -
จากตารางท่ี 13 ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ภาพรวม อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด (= 3.27, = 0.37) เม่ือจาแนกเป็นรายดา้ น พบวา่ ดา้ นความเตม็ ใจ
ท่ีจะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมากเพ่อื องคก์ ารมีค่าเฉลี่ยมากเป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.38, = 0.46)
รองลงมาคือ ดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร (= 3.33, = 0.43)
และ ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร(= 3.12,
= 0.42) ตามลาดบั
ตารางท่ี 14 จานวน ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมของ
องคก์ าร
ดา้ นความเชื่อและการยอมรับ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ระดบั อนั ดบั
เป้าหมายและคา่ นิยมของ
องคก์ าร มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
1. ยอมรับในเป้าหมายและ 28 57 6 0 3.24 0.56 มาก 5
คา่ นิยมขององคก์ รอยา่ งจริงใจ (30.77) (62.64) (6.59) (0.00) 6
2. มีความเชื่อและเลื่อมใสใน 23 62 6 0 3.19 0.53 มาก
เป้าหมายและคา่ นิยมของ (25.27) (68.13) (6.59) (0.00)
องคก์ าร
78
ตารางที่ 14 (ตอ่ )
ดา้ นความเช่ือและการยอมรับ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ระดบั อนั ดบั
เป้าหมายและค่านิยมของ
องคก์ าร มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
4111324803 3. ยนิ ดีท่ีจะดาเนินการเพือ่ ให้ 30 58 3 0 3.30 0.52 มากที่สุด 4
บรรลเุ ป้าหมายขององคก์ าร (32.97) (63.74) (3.30) (0.00) 3.31 0.48 มากที่สุด 3
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 4. รู้สึกวา่ การไดท้ างานใน 29
องคก์ ารแห่งน้ี มีเกียรติและ (31.87) 61 1 0 3.54 0.54 มากที่สุด 1
ศกั ด์ิศรีทดั เทียมกบั องคก์ าร (67.03) (1.10) (0.00) 3.44 0.58 มากที่สุด 2
อื่น ๆ 3.33 0.43 มากที่สุด -
5. มีความเชื่อวา่ องคก์ าร จะ 51 38 2 0
สร้างประโยชน์ใหก้ บั สงั คม (56.04) (41.76) (2.20) (0.00)
ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
6. มีความเชื่อวา่ การไดเ้ ป็ น 44 43 4 0
ส่วนหน่ึงขององคก์ ารเป็ นการ (48.35) (47.25) (4.40) (0.00)
สร้างคุณคา่ ต่อตวั เอง
ภาพรวม
จากตารางท่ี 14 ระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ดา้ นความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร ภาพรวม อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด (=
3.33, = 0.43) เมื่อจาแนกเป็นรายขอ้ พบวา่ มีความเชื่อวา่ องคก์ าร จะสร้างประโยชน์ใหก้ บั สังคม
ไดเ้ ป็นอยา่ งดี มีค่าเฉลี่ยมากเป็นอนั ดบั ท่ี 1 (= 3.54, = 0.54) รองลงมาคือ มีความเช่ือวา่ การได้
เป็นส่วนหน่ึงขององคก์ ารเป็ นการสร้างคุณคา่ ต่อตวั เอง (= 3.44, = 0.58) และรู้สึกวา่ การได้
ทางานในองคก์ ารแห่งน้ี มีเกียรติและศกั ด์ิศรีทดั เทียมกบั องคก์ ารอื่น ๆ (= 3.31, = 0.48)
ตามลาดบั
79
ตารางท่ี 15 จานวน ร้อยละ คา่ เฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมาก
เพ่ือองคก์ าร
ดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุ่มเท ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ระดบั อนั ดบั
ความพยายามอยา่ งมากเพ่อื
4111324803 มาก ี่ท ุสด
องคก์ าร มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
1. พร้อมท่ีจะเสียสละเวลา 36 55 0 0 3.40 0.49 มากที่สุด 2
1
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 ส่วนตวั เพ่ือใหง้ านสาเร็จ (39.56) (60.44) (0.00) (0.00) 3
2. พร้อมที่จะใชส้ ติปัญญา 44 46 1 0 3.47 0.52 มากท่ีสุด 4
-
ท้งั หมดเพอื่ การทางานใหก้ บั (48.35) (50.55) (1.10) (0.00)
องคก์ าร
3. ยนิ ดีที่จะใหก้ ารช่วยเหลือ 41 43 7 0 3.37 0.62 มากที่สุด
งานขององคก์ ารในทุก ๆ ดา้ น (45.05) (47.25) (7.69) (0.00)
แมว้ า่ จะไม่ใช่งานท่ี
รับผิดชอบโดยตรงก็ตาม
4. ยนิ ดีที่จะช่วยเหลืองานของ 29 59 3 0 3.29 0.52 มากท่ีสุด
องคก์ าร แมว้ า่ จะไม่ได้ (31.87) (64.84) (3.30) (0.00)
คา่ ตอบแทนก็ตาม
ภาพรวม 3.38 0.46 มากท่ีสุด
จากตารางที่ 15 ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร ภาพรวมและทุกขอ้ อยใู่ นระดบั มาก
ท่ีสุด (= 3.38, = 0.46) เมื่อจาแนกเป็นรายขอ้ พบวา่ พร้อมที่จะใชส้ ติปัญญาท้งั หมดเพื่อการ
ทางานใหก้ บั องคก์ าร มีคา่ เฉล่ียมากเป็นอนั ดบั ที่ 1 (= 3.47, = 0.52) รองลงมาคือ พร้อมที่จะ
เสียสละเวลาส่วนตวั เพือ่ ใหง้ านสาเร็จ (= 3.40, = 0.49) และยนิ ดีท่ีจะใหก้ ารช่วยเหลืองาน
ขององคก์ ารในทุก ๆ ดา้ น แมว้ า่ จะไมใ่ ช่งานที่รับผดิ ชอบโดยตรงกต็ าม (= 3.37, = 0.62)
ตามลาดบั
80
ตารางท่ี 16 จานวน ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของ
ขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิก
ภาพในองคก์ าร
ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ที่ ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ระดบั อนั ดบั
จะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็น
4111324803 สมาชิกภาพในองคก์ าร มาก ี่ท ุสด
มาก
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
1. รู้สึกรักองคก์ ารแห่งน้ี 22 60 9 0 3.14 0.56 มาก 3
(65.93) (9.89) (0.00) 3.31 0.53 มากท่ีสุด 1
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 เสมือนเป็ นครอบครัว (24.18) 3.22 0.49 มาก 2
57 3 0 2.99 0.64 มาก 5
2. รู้สึกภาคภูมิใจที่ไดเ้ ป็น 31 (62.64) (3.30) (0.00)
2.99 0.58 มาก 4
สมาชิกขององคก์ ารแห่งน้ี (34.07) 65 3 0
(71.43) (3.30) (0.00) 3.12 0.42 มาก -
3. มีความจงรักภกั ดีใน 23
63 10 3
องคก์ าร (25.27) (69.23) (10.99) (3.30)
4. ต้งั ใจจะอยกู่ บั องคก์ ารแห่ง 15 63 13 1
(69.23) (14.29) (1.10)
น้ีไปจนกวา่ จะเกษียณอายุ (16.48)
ราชการ
5. ไม่มีความคิดท่ีจะยา้ ยไปยงั 14
องคก์ ารอ่ืน แมว้ า่ คา่ ตอบแทน (15.38)
จะไดม้ ากข้ึนกต็ าม
ภาพรวม
จากตารางท่ี 16 ระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ าร ภาพรวม อยใู่ นระดบั
มาก (= 3.12, = 0.42) เม่ือจาแนกเป็นรายขอ้ พบวา่ รู้สึกภาคภูมิใจที่ไดเ้ ป็นสมาชิกขององคก์ าร
แห่งน้ี มีค่าเฉล่ียมากเป็นอนั ดบั ท่ี 1 (= 3.31, = 0.53) รองลงมาคือ มีความจงรักภกั ดีในองคก์ าร
(= 3.22, = 0.49) และรู้สึกรักองคก์ ารแห่งน้ีเสมือนเป็ นครอบครัว (= 3.14, = 0.56)
ตามลาดบั
81
ตอนที่ 5 การวเิ คราะห์เปรียบเทยี บความผูกพนั ต่อองค์การของข้าราชการกรมประมง
ภาคตะวนั ออกจาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล
ตารางท่ี 17 คา่ เฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ าร
ของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามเพศ (N = 91)
4111324803 ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร เพศ
ชาย ระดบั หญิง ระดบั รวม ระดบั
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15 1. ดา้ นความเช่ือและการยอมรับ
เป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร ความ ความ ความ
2.ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความ ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั
พยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร 3.33 0.39 มาก 3.33 0.47 มาก 3.33 0.43 มาก
3.ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ท่ีจะ
รักษาไวซ้ ่ึงความเป็ นสมาชิกภาพ ท่ีสุด ท่ีสุด ท่ีสุด
ในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดี 3.36 0.43 มาก 3.39 0.48 มาก 3.38 0.46 มาก
ต่อองคก์ าร
ที่สุด ท่ีสุด ท่ีสุด
ภาพรวม 3.16 0.41 มาก 3.09 0.43 มาก 3.12 0.42 มาก
3.28 0.35 มาก 3.27 0.39 มาก 3.27 0.37 มาก
ที่สุด ที่สุด ที่สุด
จากตารางที่ 17 ระดบั ความผูกพนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามเพศ พบวา่ โดยภาพรวมขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีเพศชายมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารสูง
กวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่มีเพศหญิง เมื่อพจิ ารณาเป็ นรายดา้ น เป็นดงั น้ี
เพศชายมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยมของ
องคก์ ารเทา่ กบั เพศหญิง
เพศหญิงมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมากเพื่อ
องคก์ ารสูงกวา่ เพศชาย
เพศชายมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็น
สมาชิกภาพในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดีต่อองคก์ ารสูงกวา่ เพศหญิง
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
82
ตารางที่ 18 คา่ เฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามอายุ (N = 91)
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร อายุ
1. ดา้ นความเช่ือและการยอมรับ 20-30 ปี ระดบั 31-40 ปี ระดบั 41-50 ปี ระดบั 51-60 ปี ระดบั รวม ระดบั
เป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร
2.ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความ ความ ความ ความ ความ ความ
พยายามอยา่ งมากเพ่ือองคก์ าร ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั
3.ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ที่จะ
รักษาไวซ้ ่ึงความเป็ นสมาชิกภาพ 3.94 0.09 มาก 3.30 0.42 มาก 3.38 0.42 มาก 3.19 0.43 มาก 3.33 0.43 มาก
ในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดี
ต่อองคก์ าร ที่สุด ท่ีสุด ท่ีสุด ที่สุด
ภาพรวม 3.58 0.14 มาก 3.42 0.44 มาก 3.41 0.44 มาก 3.23 0.52 มาก 3.38 0.46 มาก
ที่สุด ท่ีสุด ที่สุด ท่ีสุด
3.40 0.34 มาก 3.06 0.43 มาก 3.19 0.42 มาก 3.05 0.40 มาก 3.12 0.42 มาก
ท่ีสุด
3.66 0.11 มาก 3.25 0.35 มาก 3.32 0.35 มาก 3.15 0.40 มาก 3.27 0.37 มาก
ท่ีสุด ท่ีสุด ท่ีสุด
จากตารางที่ 18 ระดบั ความผูกพนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามอายุ พบวา่ โดยภาพรวมขา้ ราชการกรมประมง
กลุ่มอายุ 20-30 ปี มีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงกลุ่มอายอุ ื่น ๆ เม่ือพิจารณาเป็นรายดา้ น เป็นดงั น้ี
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
83
กลุ่มอายุ 20-30 ปี มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงกลุ่มอายุ
อื่น ๆ
กลุ่มอายุ 20-30 ปี มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงกลุ่มอายอุ ่ืน ๆ
กลุ่มอายุ 20-30 ปี มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ที่จะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดีต่อ
องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงกลุ่มอายอุ ื่น ๆ
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
84
ตารางท่ี 19 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามระดบั การศึกษา (N = 91)
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ระดบั การศึกษา
1. ดา้ นความเช่ือและการยอมรับ ต่ากวา่ ปริญญาตรี ระดบั ปริญญาตรี ระดบั สูงกวา่ ปริญญาตรี ระดบั รวม ระดบั
เป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ าร ความ ความ ความ
2.ดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุ่มเทความ ผกู พนั ความ ผกู พนั ผกู พนั
พยายามอยา่ งมากเพือ่ องคก์ าร 3.36 0.35 มากที่สุด 3.32 0.41 ผกู พนั มากที่สุด 3.33 0.43 มากที่สุด
3.ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ ท่ีจะ
รักษาไวซ้ ่ึงความเป็ นสมาชิกภาพ มากที่สุด 3.37 0.60
ในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดี
ต่อองคก์ าร 3.41 0.40 มากท่ีสุด 3.38 0.45 มากท่ีสุด 3.31 0.56 มากท่ีสุด 3.38 0.46 มากที่สุด
ภาพรวม 3.25 0.30 มาก 3.12 0.43 มาก 3.05 0.46 มาก 3.12 0.42 มาก
3.33 0.29 มากท่ีสุด 3.27 0.35 มากท่ีสุด 3.25 0.51 มาก 3.27 0.37 มากท่ีสุด
จากตารางที่ 19 ระดบั ความผูกพนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามระดบั การศึกษา พบวา่ โดยภาพรวมขา้ ราชการ
กรมประมงที่มีระดบั การศึกษาต่ากวา่ ปริญญาตรีมีความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่มีการศึกษาระดบั ปริญญาตรีและสูงกวา่ ปริญญาตรี
เม่ือพจิ ารณาเป็ นรายดา้ น เป็ นดงั น้ี
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
85
ขา้ ราชการกรมประมงที่มีระดบั การศึกษาสูงกวา่ ปริญญาตรีมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร
สูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่มีการศึกษาระดบั ต่ากวา่ ปริญญาตรีและระดบั ปริญญาตรี
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระดบั การศึกษาต่ากวา่ ปริญญาตรีมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ าร
สูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีการศึกษาระดบั ปริญญาตรีและสูงกวา่ ปริญญาตรี
ขา้ ราชการกรมประมงที่มีระดบั การศึกษาต่ากวา่ ปริญญาตรีมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ที่จะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิก
ภาพในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดีต่อองคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่มีการศึกษาระดบั ปริญญาตรีและสูงกวา่ ปริญญาตรี
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
86
ตารางท่ี 20 คา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานของในสานกั งานประมงแห่งน้ี(N = 91)
ความผกู พนั ต่อองคก์ าร ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานของในสานกั งานประมงแห่งน้ี
1. ดา้ นความเชื่อและการยอมรับ 1 – 5 ปี ระดบั 6 – 10 ปี ระดบั ต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไป ระดบั รวม ระดบั
เป้าหมายและค่านิยมขององคก์ าร ความ ความ
2.ดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะทุ่มเทความ ผกู พนั ความ ความ ผกู พนั
พยายามอยา่ งมากเพื่อองคก์ าร 3.31 0.48 มากท่ีสุด ผกู พนั ผกู พนั 3.33 0.43 มากท่ีสุด
3.ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ที่จะ
รักษาไวซ้ ่ึงความเป็ นสมาชิกภาพ 3.36 0.39 มากท่ีสุด 3.34 0.38 มากที่สุด
ในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดี
ต่อองคก์ าร 3.35 0.46 มากท่ีสุด 3.38 0.42 มากที่สุด 3.43 0.49 มากท่ีสุด 3.38 0.46 มากท่ีสุด
ภาพรวม 3.07 0.44 มาก 3.15 0.36 มาก 3.21 0.43 มาก 3.12 0.42 มาก
3.24 0.40 มาก 3.30 0.28 มากท่ีสุด 3.32 0.39 มากท่ีสุด 3.27 0.37 มากที่สุด
จากตารางท่ี 20 ระดบั ความผกู พนั ตอ่ องคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมง
แห่งน้ี พบวา่ โดยภาพรวมขา้ ราชการกรมประมงที่มีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ีต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไปมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารสูงกวา่
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ี 1 – 5 ปี และ 6 – 10 ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายดา้ น เป็นดงั น้ี
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
87
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ี 6 – 10 ปี ไปมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเช่ือและการยอมรับ
เป้าหมายและคา่ นิยมขององคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ี 1 – 5 ปี และต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไป
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ีต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไปมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเตม็ ใจท่ีจะ
ทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ี 1 – 5 ปี และ 6 – 10 ปี
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีมีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งานประมงแห่งน้ีต้งั แต่ 11 ปี ข้ึนไปมีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความปรารถนาอยา่ ง
ยง่ิ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็นสมาชิกภาพในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดีตอ่ องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่มีระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานในสานกั งาน
ประมงแห่งน้ี 1 – 5 ปี และ 6 – 10 ปี
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
88
ตารางที่ 21 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามสังกดั สถานท่ีปฏิบตั ิงานปัจจุบนั (N = 91)
ระดบั ความผกู พนั สงั กดั สถานทป่ี ฏิบตั งิ านปัจจุบนั
จนั ทบรุ ี ระดั ฉะเชิงเทรา ระดั ชลบรุ ี ระดั ตราด ระดั นครนายก ระดั ปราจีนบุรี ระดั ระยอง ระดั สระแกว้ ระดั รวม ระดั
บบบบบบบบบ
ความ ความ ความ ความ ความ ความ ความ ความ ความ
ผกู พั ผกู พั ผกู พั ผกู พั ผกู พั ผกู พั ผกู พั ผกู พั ผกู พั
นนนนนนนนน
1. ดา้ นความเช่ือและการ 3.41 0.45 มาก 3.50 0.38 มาก 3.26 0.36 มาก 3.30 0.67 มาก 3.33 0.48 มาก 3.24 0.36 มาก 3.48 0.38 มาก 3.13 0.27 มาก 3.33 0.43 มาก
ยอมรับเป้าหมายและคา่ นิยม ทส่ี ุด ทส่ี ุด ที่สุด ทสี่ ุด ที่สุด ที่สุด ทสี่ ุด
ขององคก์ าร
2.ดา้ นความเตม็ ใจที่จะทมุ่ เท 3.36 0.49 มาก 3.45 0.38 มาก 3.35 0.44 มาก 3.41 0.60 มาก 3.50 0.55 มาก 3.38 0.45 มาก 3.50 0.43 มาก 3.14 0.36 มาก 3.38 0.46 มาก
ความพยายามอยา่ งมากเพอ่ื ทสี่ ุด ที่สุด ที่สุด ที่สุด ท่ีสุด ทส่ี ุด ท่ีสุด ทสี่ ุด
องคก์ าร
3.ดา้ นความปรารถนาอยา่ งยง่ิ 3.04 0.42 มาก 3.23 0.30 มาก 3.16 0.43 มาก 3.01 0.60 มาก 3.11 0.53 มาก 3.33 0.43 มาก 3.21 0.34 มาก 2.96 0.25 มาก 3.12 0.42 มาก
ท่จี ะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็น ทีส่ ุด ทส่ี ุด
สมาชิกภาพในองคก์ ารหรือ
ความจงรักภกั ดีตอ่ องคก์ าร
ภาพรวม 3.27 0.38 มาก 3.40 0.27 มาก 3.25 0.33 มาก 3.23 0.57 มาก 3.30 0.46 มาก 3.31 0.34 มาก 3.40 0.30 มาก 3.08 0.21 มาก 3.27 0.37 มาก
ทสี่ ุด ที่สุด ทสี่ ุด ท่ีสุด ที่สุด ท่ีสุด
จากตารางท่ี 21 ระดบั ความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก จาแนกตามสังกดั สถานท่ีปฏิบตั ิงาน พบวา่ โดยภาพรวม
ขา้ ราชการกรมประมงที่สงั กดั สานกั งานประมงจงั หวดั ฉะเชิงเทรามีความผกู พนั ต่อองคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่สังกดั สานกั งานประมงจงั หวดั อ่ืน ๆ
เม่ือพจิ ารณาเป็ นรายดา้ น เป็ นดงั น้ี
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
89
ขา้ ราชการกรมประมงที่สงั กดั สานกั งานประมงจงั หวดั ฉะเชิงเทรามีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเช่ือและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมของ
องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงที่สังกดั สานกั งานประมงจงั หวดั อื่น ๆ
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีสงั กดั สานกั งานประมงจงั หวดั ระยอง มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความเตม็ ใจที่จะทุม่ เทความพยายามอยา่ งมากเพ่อื
องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงท่ีสังกดั สานกั งานประมงจงั หวดั อ่ืน ๆ
ขา้ ราชการกรมประมงท่ีสงั กดั สานกั งานประมงจงั หวดั ปราจีนบุรี มีความผกู พนั ต่อองคก์ ารดา้ นความปรารถนาอยา่ งยงิ่ ท่ีจะรักษาไวซ้ ่ึงความเป็น
สมาชิกภาพในองคก์ ารหรือความจงรักภกั ดีตอ่ องคก์ ารสูงกวา่ ขา้ ราชการกรมประมงท่ีสังกดั สานกั งานประมงจงั หวดั อ่ืน ๆ
4111324803
BUU iThesis 59930130 independent study / recv: 28072562 17:22:18 / seq: 15
90
ตารางที่ 22 คา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการแปลความหมายของความผกู พนั ต่อองคก์ ารของขา้ ราชการกรมประมง ภาคตะวนั ออก
จาแนกตามประเภทตาแหน่งและระดบั ตาแหน่งปัจจุบนั (N = 91)
ความผกู พนั ตอ่ องคก์ าร ประเภทตาแหน่งและระดบั ตาแหน่งปัจจบุ นั
ประเภทวิชาการ ระดบั ประเภทวชิ าการ ระดบั ประเภทวิชาการ ระดบั ประเภททว่ั ไป ระดบั ประเภททวั่ ไป ระดบั ประเภททวั่ ไป ระดบั รวม ระดบั
ปฏิบตั ิการ ความ ชานาญการ ความ ชานาญการ ความ ปฏิบตั ิงาน ความ ชานาญงาน ความ อาวโุ ส ความ ความ
ผกู พนั ผกู พนั พเิ ศษ ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั ผกู พนั
1. ดา้ นความเชื่อและการ 3.52 0.39 มาก 3.22 0.35 มาก 3.33 0.47 มาก 3.35 0.50 มาก 3.31 0.41 มาก 3.28 0.44 มาก 3.33 0.43 มาก
ยอมรับเป้าหมายและ ที่สุด ที่สุด ที่สุด ท่ีสุด ที่สุด ที่สุด
คา่ นิยมขององคก์ าร
2.ดา้ นความเตม็ ใจที่จะ 3.52 0.45 มาก 3.15 0.46 มาก 3.37 0.88 มาก 3.28 0.41 มาก 3.55 0.39 มาก 3.34 0.49 มาก 3.38 0.46 มาก
ทุ่มเทความพยายามอยา่ ง ที่สุด ที่สุด ท่ีสุด ท่ีสุด ที่สุด ท่ีสุด
มากเพอื่ องคก์ าร
3.ดา้ นความปรารถนา 3.25 0.35 มาก 3.02 0.37 มาก 3.40 0.56 มาก 2.94 0.35 มาก 3.25 0.47 มาก 3.14 0.43 มาก 3.12 0.42 มาก
อยา่ งย่งิ ที่จะรักษาไวซ้ ่ึง ท่ีสุด
ความเป็ นสมาชิกภาพใน
องคก์ ารหรือความ
จงรักภกั ดีตอ่ องคก์ าร
ภาพรวม 3.43 0.36 มาก 3.14 0.35 มาก 3.36 0.61 มาก 3.19 0.34 มาก 3.35 0.37 มาก 3.25 0.38 มาก 3.27 0.37 มาก
ท่ีสุด ที่สุด ที่สุด ที่สุด