The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arin22666, 2021-08-13 01:03:39

แผนการสอน ppt

แผนการสอน ppt

Keywords: แผนการสอน ppt

คำนำ

หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 เป็นหลักสูตรท่ีมุ่ง
พัฒนำผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชำติให้เป็นมนุษย์ท่ีมีควำมสมดุล ทั้งด้ำนร่ ำงกำย
ควำมรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึก ในควำมเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันในกำร
ปกครองตำมระบอบประชำธปิ ไตยอันมีพระมหำกษตั ริยท์ รงเป็นประมุข มคี วำมรู้และทกั ษะ
พื้นฐำน รวมท้ังเจตคติท่ีจำเป็นต่อกำรศึกษำต่อกำรประกอบอำชีพ และกำรศึกษำตลอด
ชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐำนควำมเชื่อว่ำทุกคนสำมำรถเรียนรู้และพัฒนำ
ตนเอง ได้เต็มตำมศกั ยภำพ

กำรจัดกำรเรียนรู้กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี เรื่อง
โปรแกรม นำเสนอ (Microsoft PowerPoint 2016) ผู้จัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน
คำนึงถึงสภำพ จริงของโรงเรียนและนักเรียน จึงได้จัดกิจกรรมแบบผสมผสำนท่ีปลูกฝัง
คุณธรรม ค่ำนิยมที่ ดีงำม เน้นกำรนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและกำรศึกษำต่อ ซึ่งได้ฝึก
ทักษะกระบวนกำรคิด กำรปฏิบัติ และกำรประยุกต์นำไปใช้ เพ่ือให้กำรเรียนกำรสอน มี
ประสิทธิภำพตำม เจตนำรมณ์ของพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ ผู้จัดกิจกรรมจึงได้
จัดทำส่อื นวัตกรรม แบบฝึกทักษะกำรใช้โปรแกรมนำเสนอท่ีนกั เรยี นสำมำรถฝึกปฏบิ ัติ โดย
มีแบบฝึกหัด แบบฝึกปฏิบัติ และแบบประเมินผลที่สำมำรถวัดควำมรู้ควำมสำมำรถของ
ตนเองได้

ขอขอบคุณนำยปริญญำ ดำเต๊ะ ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียนอนุบำลละงู และคณะครู
โรงเรยี นอนุบำลละงู ทุกท่ำนที่กรุณำให้คำแนะนำ เป็นท่ี ปรึกษำให้กำลังใจและช่วยเหลือ
ตรวจแก้ไขข้อบกพรอ่ งในทุก ๆ ด้ำนในกำรจัดทำแผนกำร จัดกำรเรียนรู้จนสำเร็จลุล่วงไป
ไดด้ ว้ ยดี

นำงมนิตย์ แชม่ ช้อย

สารบัญ

เร่อื ง หนา้

คานา…………………………………………………………………………………………………………………………

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551………………………………………… 1

วิสยั ทศั น์…………………………………………………………………………………………………………… 3

หลกั การ......................................................................................................................... 3

จดุ หมาย……………………………………………………………………………………………………………… 3

สมรรถนะสาคัญ…………………………………………………………………………………………………… 4

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์……………………………………………………………………………………. 4

มาตรฐานการเรยี นรู้…………………………………………………………………………………………….. 5

ตัวช้วี ัด……………………………………………………………………………………………………………….. 5

สาระการเรยี นรู้…………………………………………………………………………………………………… 7

ความสัมพันธข์ องการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นฯ………………………………………………………….. 8

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้……………………………………………………………………………….. 9

การจัดเวลาเรียน............................................................................................................... 17

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลละงู พทุ ธศกั ราช 2552 18

ความนา……………………………………………………………………………………………………………… 29

วสิ ัยทัศน์…………………………………………………………………………………………………………….. 30

สมรรถนะ……………………………………………………………………………………………………………. 32

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์………………………………………………………………………………....... 33

โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา……………………………………………………………………………… 34

โครงสรา้ งหลักสูตรช้ันปี………………………………………………………………………………………… 36

หลกั สตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี

ทาไมต้องเรียนการงานอาชพี และเทคโนโลย…ี …………………………………………………………. 37

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้……………………………………………………………………………….. 38

คณุ ภาพผู้เรียน…………………………………………………………………………………………………….. 38

คาอธิบายรายวิชา……………………………………………………………………………………………….. 44

โครงสร้างรายวชิ า……………………………………………………………………………………………….. 45

กาหนดการสอน…………………………………………………………………………………………………… 46

การวิเคราะห์ขอ้ มลู ผู้เรียนเปน็ รายบุคคล………………………………………………………………… 47

สรปุ ผลการวิเคราะห์ผูเ้ รียนรายบุคคล…………………………………………………………………….. 48

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการเรียนรู้ ท่ี 1 แนะนาโปรแกรม……………………………………………………………………. 49

แผนการเรียนรู้ ท่ี 2 การจัดการสไลด์……………………………………………………………………. 72

แผนการเรยี นรู้ ท่ี 3 การพิมพ์และจัดรูปแบบข้อความ…………………………………………….. 90
แผนการเรียนรู้ ที่ 4 การเพิ่มสีสนั ให้กบั สไลด์…………………………………………………………. 109
แผนการเรียนรู้ ที่ 5 การตกแต่งสไลด์ดว้ ยรูปภาพ…………………………………………………… 128

แผนการเรียนรู้ ท่ี 6 รปู รา่ งและการจัดการวตั ถบุ นสไลด์…………………………………………. 147
แผนการเรียนรู้ ท่ี 7 การเพ่ิมลกู เลน่ ในการนาเสนอ………………………………………………… 166

แผนการเรียนรู้ ท่ี 8 การเตรียมพรอ้ มกอ่ นการนาเสนอ…………………………………………… 189
แผนการเรียนรู้ ที่ 9 การนาเสนอแบบมืออาชพี ……………………………………………………… 215
แผนการเรียนรู้ ที่ 10 การนาเสนอแบบมอื อาชพี (ตอ่ ) ……………………………………………. 228

บรรณานกุ รมและอา้ งอิง
ประวตั ผิ ู้จัดทา

1

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

ความนา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ให้เป็น
หลักสตู รแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนร้เู ปน็ เป้าหมายและกรอบทศิ ทาง
ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถ ในการแขง่ ขันใน
เวทีระดับโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๔) พร้อมกันนี้ได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความ
สอดคลอ้ งกบั เจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ ทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ ท่ีมุ่งเน้นการกระจายอานาจทางการศึกษาให้ท้องถ่ินและสถานศึกษาไดม้ ีบทบาทและมีสว่ นร่วม
ในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ และ ความต้องการของท้องถิ่น (สานักนายกรัฐมนตรี,
๒๕๔๒)

จากการวิจัย และติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรในช่วงระยะ ๖ ปีที่ผ่านมา (สานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา, ๒๕๔๖ ก., ๒๕๔๖ ข., ๒๕๔๘ ก., ๒๕๔๘ ข.; สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,
๒๕๔๗; สานักผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล, ๒๕๔๘; สุวิมล ว่องวาณิช และ นงลักษณ์ วิรัชชัย,
๒๕๔๗; Nutravong, ๒๐๐๒; Kittisunthorn, ๒๐๐๓) พบว่า หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๔๔ มีจุดดีหลายประการ เช่น ช่วยส่งเสรมิ การกระจายอานาจทางการศึกษาทาให้ทอ้ งถ่ินและสถานศึกษา
มสี ่วนร่วมและมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาหลกั สูตรให้สอดคลอ้ ง กับความต้องการของท้องถนิ่ และมีแนวคิด
และหลักการในการส่งเสรมิ การพฒั นาผเู้ รยี นแบบองค์รวมอย่างชัดเจน อยา่ งไรก็ตาม ผลการศึกษาดงั กล่าวยัง
ได้สะท้อนใหเ้ ห็นถงึ ประเด็นทเี่ ป็นปญั หาและความ ไม่ชดั เจนของหลักสตู รหลายประการทงั้ ในส่วนของเอกสาร
หลักสูตร กระบวนการนาหลักสูตร สู่การปฏิบัติ และผลผลิตท่ีเกิดจากการใช้หลักสูตร ได้แก่ ปัญหาความ
สบั สนของผู้ปฏิบัติในระดับสถานศกึ ษาในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่กาหนดสาระ
และผลการเรียนรู้ ท่ีคาดหวังไว้มาก ทาให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น การวัดและประเมินผลไม่สะท้อน
มาตรฐาน ส่งผลต่อปัญหาการจัดทาเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบโอนผลการเรียน รวมทั้ง
ปัญหาคุณภาพของผู้เรียนในดา้ นความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์อันยงั ไม่เป็นท่ีน่า
พอใจ

นอกจากน้ันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๐ ( พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๔)
ได้ชใ้ี หเ้ หน็ ถงึ ความจาเป็นในการปรบั เปลี่ยนจดุ เนน้ ในการพัฒนาคณุ ภาพคนในสังคมไทยให้ มีคุณธรรม และมี
ความรอบรู้อย่างเท่าทัน ให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถก้าวทัน
การเปล่ียนแปลงเพ่ือนาไปสู่สังคมฐานความรู้ได้อย่างมั่นคง แนวการพัฒนาคนดังกล่าวมุ่งเตรียมเด็กและ
เยาวชนให้มีพ้ืนฐานจิตใจท่ีดีงาม มีจิตสาธารณะ พรอ้ มทั้งมีสมรรถนะ ทักษะและความรู้พ้ืนฐานที่จาเป็นใน
การดารงชีวิต อันจะสง่ ผลต่อการพฒั นาประเทศแบบย่ังยืน (สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ, ๒๕๔๙)
ซ่ึงแนวทางดงั กล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสโู่ ลกยุค
ศตวรรษท่ี ๒๑ โดยม่งุ ส่งเสริมผู้เรียนมีคุณธรรม รักความเป็นไทย ให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ มี
ทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทางานร่วมกับผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันติ
(กระทรวงศกึ ษาธิการ, ๒๕๕๑)

จากข้อค้นพบในการศึกษาวิจัยและติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๔๔ ท่ีผ่านมา ประกอบกับข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๐ เก่ียวกับ
แนวทางการพัฒนาคนในสังคมไทย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการใน การพัฒนาเยาวชนสู่ศตวรรษท่ี
๒๑ จึงเกิดการทบทวนหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ทีม่ ีความเหมาะสม ชัดเจน ท้ังเป้าหมายของหลักสูตรใน

2

การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติในระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาและ
สถานศึกษา โดยได้มีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่ชัดเจน เพื่อใช้เป็นทิศทางในการจดั ทาหลักสตู ร การเรียนการสอนในแต่ละ
ระดับ นอกจากนั้นได้กาหนดโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่าของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปีไว้ใน
หลักสูตรแกนกลาง และเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเพิ่มเติมเวลาเรียนได้ตามความพร้อมและจุดเน้น อีกทั้งได้
ปรับกระบวนการวัดและประเมินผลผู้เรียน เกณฑ์การจบการศึกษาแต่ละระดับ และเอกสารแสดงหลักฐาน
ทางการศกึ ษาให้มีความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้ และมีความชดั เจนต่อการนาไปปฏิบัติ

เอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ น้ี จัดทาขึ้นสาหรับท้องถ่ินและ
สถานศึกษาได้นาไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอนเพ่ือ
พัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้และทักษะท่ีจาเป็น
สาหรับการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงและแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอด
ชวี ิต มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัดทีก่ าหนดไว้ในเอกสารน้ี ช่วยทาใหห้ น่วยงานที่เก่ยี วขอ้ ง ในทกุ ระดับเห็น
ผลคาดหวังที่ตอ้ งการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรยี นท่ีชดั เจนตลอดแนว ซึง่ จะสามารถช่วยให้หน่วยงานที่
เก่ียวข้องในระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจทาให้การจัดทาหลักสูตรใน
ระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงขึ้นอีกท้ังยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และชว่ ยแกป้ ัญหาการเทยี บโอนระหวา่ งสถานศึกษา

ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษาจะต้องสะท้อน
คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชวี้ ัดท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา ขั้นพ้ืนฐาน รวมท้ัง
เปน็ กรอบทศิ ทางในการจดั การศกึ ษาทกุ รูปแบบ และครอบคลุมผู้เรยี นทกุ กลุม่ เปา้ หมายในระดับการศึกษาขั้น
พน้ื ฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ ทุกฝ่าย
ท่ีเกี่ยวข้องท้ังระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องรว่ มรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ
และต่อเนื่อง ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนา
เยาวชนของชาตไิ ปส่คู ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่ีกาหนดไว้

วิสยั ทัศน์
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน มุง่ พฒั นาผ้เู รยี นทกุ คน ซงึ่ เป็นกาลังของชาติให้เปน็ มนุษย์ท่ีมี

ความสมดุลทง้ั ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมอื งไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพืน้ ฐาน รวมทงั้ เจต
คติ ที่จาเปน็ ต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวติ โดยมุ่งเน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญบน
พืน้ ฐานความเช่อื ว่า ทกุ คนสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ

หลกั การ

หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน มีหลกั การท่ีสาคัญ ดังน้ี
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้

เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพ้ืนฐาน
ของความเปน็ ไทยควบคู่กับความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ให้สอดคลอ้ งกบั สภาพและความต้องการของท้องถนิ่

3

๔. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาท่ีมโี ครงสร้างยืดหยนุ่ ทงั้ ด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้
๕. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาทเี่ น้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

จดุ หมาย

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพ่ือให้เกิดกับผู้เรียน เม่ือจบ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ดงั นี้

๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน
ตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถอื ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๒. มีความรู้ ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ การแก้ปญั หา การใช้เทคโนโลยี และมที กั ษะชวี ติ
๓. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มีสุขนสิ ัย และรักการออกกาลังกาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม มี
จิตสาธารณะที่มงุ่ ทาประโยชนแ์ ละสรา้ งสง่ิ ทีด่ งี ามในสังคม และอยรู่ ่วมกันในสงั คมอย่างมีความสุข

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน มงุ่ เนน้ พฒั นาผเู้ รียนให้มคี ณุ ภาพ
ตามมาตรฐานทกี่ าหนด ซ่งึ จะช่วยให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดังนี้

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน มงุ่ ให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรบั และส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถา่ ยทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลย่ี นขอ้ มูลขา่ วสารและ
ประสบการณอ์ ันจะเป็นประโยชนต์ อ่ การพัฒนาตนเองและสงั คม รวมทง้ั การเจรจาตอ่ รองเพอ่ื ขจดั และลด
ปญั หาความขัดแย้งตา่ ง ๆ การเลอื กรบั หรือไมร่ บั ข้อมูลขา่ วสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถกู ตอ้ ง ตลอดจน
การเลอื กใช้วธิ ีการสื่อสาร ท่มี ีประสิทธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบทมี่ ีตอ่ ตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพื่อการตดั สนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้ อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธแ์ ละการเปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใช้ในการ

4

ป้องกันและแกไ้ ขปัญหา และมกี ารตัดสนิ ใจท่ีมปี ระสิทธภิ าพโดยคานงึ ถึงผลกระทบที่เกิดข้ึน ต่อตนเอง

สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ น

การดาเนนิ ชีวิตประจาวัน การเรียนร้ดู ้วยตนเอง การเรยี นร้อู ยา่ งตอ่ เนือ่ ง การทางาน และการอยูร่ ว่ มกันใน

สงั คมด้วยการสร้างเสรมิ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจดั การปญั หาและความขัดแยง้ ตา่ งๆอย่างเหมาะสม

การปรบั ตวั ให้ทนั กับการเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรจู้ กั หลกี เล่ยี งพฤติกรรมไม่พงึ

ประสงค์ท่สี ่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่ืน
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ

มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร
การทางาน การแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้

สามารถอยู่ร่วมกับผู้อน่ื ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั น้ี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซือ่ สัตย์สจุ รติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มุ่งม่นั ในการทางาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
นอกจากน้ี สถานศึกษาสามารถกาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามบริบท

และจดุ เนน้ ของตนเอง
มาตรฐานการเรยี นรู้

การพัฒนาผู้เรียนให้เกดิ ความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน จงึ กาหนดใหผ้ ูเ้ รียนเรยี นรู้ ๘ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ดังน้ี

๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์
๔. สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๕. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
๖. ศลิ ปะ
๗. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
๘. ภาษาตา่ งประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งท่ีผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม
ท่พี งึ ประสงคเ์ มอื่ จบการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรยี นรูย้ งั เป็นกลไกสาคญั

5

ในการขับเคลอื่ นพัฒนาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นร้จู ะสะทอ้ นให้ทราบว่าตอ้ งการ
อะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเคร่ืองมือในการตรวจสอบเพ่ือการประกันคุณภาพ
การศึกษาโดยใช้ระบบการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซ่ึงรวมถึง
การทดสอบระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพ่ือประกันคุณภาพ
ดังกล่าวเป็นส่ิงสาคัญที่ช่วยสะท้อนภาพการจดั การศกึ ษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรยี นให้มคี ุณภาพตามที่มาตรฐาน
การเรยี นรู้กาหนดเพียงใด

ตวั ช้ีวดั

ตัวช้ีวัดระบุสิ่งท่ีนักเรยี นพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับช้ัน
ซ่ึงสะท้ อน ถึงมาตรฐาน การเรียน รู้ มี ความเฉพ าะเจาะจงและมี ความเป็ น รูปธรรม น าไป ใช้
ในการกาหนดเน้ือหา จัดทาหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สาคัญสาหรับการวัด
ประเมินผลเพอ่ื ตรวจสอบคุณภาพผ้เู รยี น

๑. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ – มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓)

๒. ตัวชีว้ ดั ช่วงช้ัน เปน็ เป้าหมายในการพัฒนาผเู้ รียนในระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย(มธั ยมศกึ ษาปีท่ี
๔- ๖)

หลกั สตู รได้มีการกาหนดรหัสกากบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ดั เพอื่ ความเข้าใจและให้สอื่ สาร
ตรงกนั ดังน้ี

ว ๑.๑ ป. ๑/๒ ตัวชีว้ ัดช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ขอ้ ที่ ๒
ป.๑/๒ สาระที่ ๑ มาตรฐานขอ้ ที่ ๑
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
๑.๑


ต ๒.๒ ม.๔-๖/ ๓ ตวั ชี้วดั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ข้อท่ี ๓
ม.๔-๖/๓
สาระที่ ๒ มาตรฐานขอ้ ท่ี ๒
๒.๓ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ


6

สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ ซึ่งกาหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานจาเป็นต้องเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น ๘
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ดงั น้ี

ภาษาไทย : ความรู้ ทกั ษะ คณิตศาสตร์ : การนาความรู้ วทิ ยาศาสตร์ : การนาความรู้
และวฒั นธรรมการใชภ้ าษา ทกั ษะและกระบวนการทาง และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
เพ่ือ การสอื่ สาร ความชื่นชม คณิตศาสตรไ์ ปใชใ้ น ไปใชใ้ นการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
การเหน็ คณุ คา่ ภมู ปิ ัญญาไทย และ การแกป้ ัญหา การดาเนินชีวติ และแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ การคดิ
ภมู ใิ จในภาษาประจาชาติ และศกึ ษาตอ่ การมีเหตมุ ีผล อย่างเป็นเหตเุ ป็นผล คดิ วเิ คราะห์
มเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ คณิตศาสตร์ คดิ สรา้ งสรรค์ และจิตวทิ ยาศาสตร์

พฒั นาการคดิ อย่างเป็นระบบ

และสรา้ งสรรค์

ภาษาต่างประเทศ : ความรู้ องคค์ วามรู้ ทกั ษะสาคัญ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม :
ทกั ษะ เจตคติ และวฒั นธรรม และคุณลักษณะ การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลก
การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการ อย่างสนั ตสิ ขุ การเป็นพลเมอื งดี
สอื่ สาร การแสวงหาความรู้ ในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา ศรทั ธาในหลกั ธรรมของศาสนา
และการประกอบอาชีพ ขนั้ พนื้ ฐาน การเหน็ คณุ คา่ ของทรพั ยากรและ
สงิ่ แวดลอ้ ม ความรกั ชาติ และภมู ิใจใน
การงานอาชพี และเทคโนโลยี : ศลิ ปะ : ความรูแ้ ละทกั ษะใน สคุวขาศมกึ เษป็นาแไทลยะพลศกึ ษา : ความรู้
ความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ การคดิ รเิ รม่ิ จนิ ตนาการ
ในการทางาน การจดั การ สรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะ ทกั ษะและเจตคตใิ นการสรา้ งเสรมิ
การดารงชีวติ การประกอบอาชีพ สนุ ทรยี ภาพและการเห็น
และการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ คา่ ทางศลิ ปะ สขุ ภาพพลานามยั ของตนเองและ

ผอู้ ื่น การปอ้ งกนั และปฏิบตั ติ อ่

สงิ่ ตา่ ง ๆ ที่มีผลตอ่ สขุ ภาพอยา่ ง

ถกู วธิ ีและทกั ษะในการดาเนนิ ชีวติ

7

ควำมสัมพนั ธ์ของกำรพฒั นำคุณภำพผ้เู รียนตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พนื้ ฐำน

วสิ ัยทศั น์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุ่งพฒั นาผเู้รียนทุกคน ซ่ึงเป็นกาลงั ของชาติใหเ้ ป็นมนุษยท์ ่มี ีความ
สมดุลท้งั ดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ิตสานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและเป็นพลโลก ยดึ มนั่ ในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุข มีความรู้และทกั ษะพ้นื ฐาน รวมท้งั เจตคติ ท่ีจาเป็นต่อ
การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวติ โดยม่งุ เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั บนพ้ืนฐานความเช่ือว่า ทกุ คน
สามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ

จุดหมำย

๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวนิ ยั และปฏิบตั ิตนตาม
หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถือ ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๒. มีความรู้อนั เป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยแี ละ
มที กั ษะชีวติ

๓. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตทีด่ ี มีสุขนิสยั และรักการออกกาลงั กาย
๔. มคี วามรักชาติ มจี ิตสานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ มน่ั ในวถิ ีชีวิตและการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
๕. มจี ิตสานึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย การอนุรักษแ์ ละพฒั นาสิ่งแวดลอ้ ม
มีจิตสาธารณะทม่ี ุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่งทดี่ ีงามในสังคม และอยรู่ ่วมกนั ในสังคมอยา่ งมคี วามสุข

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ความสามารถในการคดิ ๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๓. มีวนิ ัย
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๕. อยู่อยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน

๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตวั ชี้วดั ๘ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน
๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตร์ ๓. วทิ ยาศาสตร์ ๑.กิจกรรมแนะแนว
๒.กิจกรรมนกั เรียน
๔. สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๖. ศลิ ปะ ๓. กิจกรรมเพอื่ สงั คมและ
๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. ภาษาต่างประเทศ สาธารณประโยชน์

คณุ ภำพของผ้เู รียนระดบั กำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน

8

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐานกาหนดมาตรฐานการเรียนร้ใู น ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้

จานวน ๖๗ มาตรฐาน ดังน้ี

ภาษาไทย
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หา

ในการดาเนินชวี ิตและมีนิสัยรกั การอา่ น
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราว

ในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
ความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ และสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คุณคา่ และนามาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง

คณติ ศาสตร์

สาระที่ ๑ จานวนและการดาเนนิ การ

มาตรฐาน ค ๑.๑ เขา้ ใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชวี ติ จรงิ

มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจถงึ ผลท่ีเกิดขน้ึ จากการดาเนินการของจานวนและความสมั พันธร์ ะหว่าง

การดาเนนิ การต่าง ๆ และใชก้ ารดาเนนิ การในการแกป้ ญั หา

มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้การประมาณค่าในการคานวณและแก้ปญั หา

มาตรฐาน ค ๑.๔ เขา้ ใจระบบจานวนและนาสมบัตเิ กี่ยวกบั จานวนไปใช้

สาระที่ ๒ การวดั

มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพ้นื ฐานเกีย่ วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทต่ี อ้ งการวัด

มาตรฐาน ค ๒.๒ แกป้ ัญหาเกีย่ วกับการวัด

สาระท่ี ๓ เรขาคณติ อธบิ ายและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณติ สองมติ แิ ละสามมิติ
มาตรฐาน ค ๓.๑ ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเก่ียวกับปริภูมิ (spatial reasoning)
มาตรฐาน ค ๓.๒ และใชแ้ บบจาลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแกป้ ัญหา

สาระที่ ๔ พีชคณติ เขา้ ใจและวเิ คราะหแ์ บบรูป (pattern) ความสัมพนั ธ์ และฟังกช์ นั
มาตรฐาน ค ๔.๑

9

มาตรฐาน ค ๔.๒ ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชงิ คณติ ศาสตร์

(mathematical model) อ่ื น ๆ แท น สถาน ก ารณ์ ต่าง ๆ ตลอ ดจน แป ล

ความหมายและนาไปใชแ้ ก้ปัญหา

สาระที่ ๕ การวเิ คราะห์ข้อมลู และความนา่ จะเปน็

มาตรฐาน ค ๕.๑ เข้าใจและใชว้ ธิ กี ารทางสถติ ิในการวิเคราะห์ข้อมลู

มาตรฐาน ค ๕.๒ ใชว้ ิธีการทางสถติ ิและความรู้เก่ียวกบั ความนา่ จะเปน็ ในการคาดการณไ์ ด้

อย่างสมเหตุสมผล

มาตรฐาน ค ๕.๓ ใช้ความรู้เกยี่ วกับสถิติและความนา่ จะเปน็ ชว่ ยในการตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หา

สาระท่ี ๖ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

มาตรฐาน ค ๖.๑ มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผล การสอ่ื สาร การสอ่ื

ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความร้ตู า่ ง ๆ

ทางคณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ น่ื ๆ และมีความคิด

รเิ ร่ิมสร้างสรรค์

วทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี ๑ สง่ิ มชี ีวิตกบั กระบวนการดารงชวี ิต

มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจหน่วยพืน้ ฐานของสง่ิ มชี ีวิต ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ขี อง
ระบบตา่ งๆ ของส่งิ มชี ีวิตทที่ างานสมั พนั ธ์กนั มกี ระบวนการสบื เสาะหาความรู้

สือ่ สารสิง่ ทีเ่ รยี นรแู้ ละนาความร้ไู ปใชใ้ นการดารงชีวิตของตนเองและดูแล
ส่ิงมีชวี ติ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจกระบวนการและความสาคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม

วิวฒั นาการของสิง่ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใชเ้ ทคโนโลยีชวี ภาพที่มี
ผลกระทบต่อมนษุ ย์และส่ิงแวดล้อม มกี ระบวนการ

สบื เสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ ส่อื สาร สงิ่ ท่ีเรยี นรู้ และนาความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี ๒ ชีวิตกบั สิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจส่งิ แวดล้อมในทอ้ งถนิ่ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสง่ิ แวดลอ้ มกับสิ่งมชี ีวิต

ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสงิ่ มชี วี ิตตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ มกี ระบวนการสบื เสาะ

หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รียนรแู้ ละนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจความสาคญั ของทรพั ยากรธรรมชาติ การใชท้ รัพยากรธรรมชาตใิ นระดบั

ทอ้ งถ่ิน ประเทศ และโลกนาความรู้ไปใชใ้ นในการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมในทอ้ งถิน่ อยา่ งยงั่ ยนื
สาระที่ ๓ สารและสมบตั ขิ องสาร

มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจสมบัตขิ องสาร ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสมบตั ิของสารกบั โครงสร้างและแรงยึด
เหนีย่ วระหวา่ งอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ ละ

จติ วิทยาศาสตร์สื่อสารสง่ิ ท่ีเรยี นรู้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

10

มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจหลกั การและธรรมชาติของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย

การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ ส่ือสารส่ิงที่

เรยี นรู้ และนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี ๔ แรงและการเคล่ือนที่

มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มี

กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

อยา่ งถกู ต้องและมีคุณธรรม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการ

สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้

ประโยชน์

สาระท่ี ๕ พลังงาน

มาตรฐาน ว ๕.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปล่ียนรูปพลังงาน

ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสารและพลังงาน ผลของการใชพ้ ลงั งานต่อชีวติ และส่ิงแวดล้อม

มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ ส่ือสารสงิ่ ที่เรียนรู้และ นาความรู้

ไปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี ๖ : กระบวนการเปลย่ี นแปลงของโลก

มาตรฐาน ว ๖.๑ เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของ

กระบวนการต่าง ๆ ท่ีมีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐาน

ของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้

และนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๗ ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ

มาตรฐาน ว ๗.๑ เข้าใจววิ ัฒนาการของระบบสรุ ิยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพนั ธ์ภายในระบบ

สุริยะและผลต่อส่ิงมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยา

ศาสตร์ การสอ่ื สารสง่ิ ที่เรยี นรแู้ ละนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๗.๒ เขา้ ใจความสาคญั ของเทคโนโลยีอวกาศทน่ี ามาใช้ในการสารวจอวกาศและ

ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการส่ือสาร มีกระบวนการสืบเสาะ หา

ความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สอ่ื สารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์อย่างมี

คุณธรรมตอ่ ชีวติ และส่งิ แวดลอ้ ม

สาระท่ี ๘ ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๘.๑ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การ

แก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดข้ึนส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ี

แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเคร่ืองมือท่ีมีอยู่ใน

ช่วงเวลาน้ันๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และส่ิงแวดล้อม

มีความเกี่ยวขอ้ งสมั พันธ์กนั

สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม

11

มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา

ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาท่ีถูกต้อง ยดึ มัน่ และปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม เพื่อ

อยู่รว่ มกนั อย่างสนั ติสขุ

มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา

หรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื

สาระที่ ๒ หน้าท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชีวติ ในสังคม

มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่ีของการเปน็ พลเมืองดี มคี ่านิยมทีด่ งี าม และ

ธารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ

สังคมโลกอย่างสนั ตสิ ุข

มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จุบนั ยดึ มัน่ ศรัทธา และธารงรักษา

ไวซ้ ึง่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใช้

ทรัพยากรท่มี ีอยจู่ ากัดได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและคุ้มคา่ รวมท้ังเข้าใจหลักการ

ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่อื การดารงชวี ติ อย่างมีดลุ ยภาพ

มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ และความ

จาเป็นของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก

สาระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้

วธิ กี ารทางประวัติศาสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ

มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบนั ในด้านความสัมพันธ์และการ

เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ

วเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้

มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒ นธรรม ภูมิปัญ ญ าไทย มีความรัก

ความภมู ิใจและธารงความเปน็ ไทย

สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร์

มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผล ต่อกัน

และกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา

วิเคราะห์ สรปุ และใชข้ อ้ มูลภูมิสารสนเทศอยา่ งมีประสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิด

การสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสานึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ

สิ่งแวดลอ้ ม เพอ่ื การพัฒนาทีย่ ง่ั ยืน

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
สาระท่ี ๑ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์

มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์

สาระท่ี ๒ ชีวิตและครอบครวั

มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชวี ิต

สาระท่ี ๓ การเคลอื่ นไหว การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า

12

มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่าง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณใน
การแขง่ ขนั และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา

สาระท่ี ๔ การสร้างเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรค

และการสรา้ งเสริมสมรรถภาพเพอื่ สขุ ภาพ
สาระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชีวิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลกี เลย่ี งปัจจยั เสี่ยง พฤติกรรมเสย่ี งตอ่ สุขภาพ อบุ ัติเหตุ การใช้

ยาสารเสพติด และความรุนแรง

ศิลปะ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
สาระที่ ๑ ทศั นศลิ ป์ วจิ ารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ
มาตรฐาน ศ ๑.๑ ช่ืนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน
เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างทัศนศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณคา่ งาน
มาตรฐาน ศ ๑.๒ ทัศนศลิ ป์ท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิน่ ภมู ิปัญญาไทยและสากล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์
มาตรฐาน ศ ๒.๒ ใชใ้ นชีวิตประจาวัน
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ
มาตรฐาน ศ ๓.๑ ดนตรีที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอสิ ระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน
เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่า ของ
นาฏศลิ ป์ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล

การงานอาชพี และเทคโนโลยี

สาระที่ ๑ การดารงชวี ติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ

การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ

การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึก
ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสง่ิ แวดล้อม เพ่อื การดารงชวี ิตและครอบครวั

สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี

13

มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้
หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้

เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม ส่ิงแวดล้อม และมี ส่วนร่วม
ในการจดั การเทคโนโลยีท่ยี งั่ ยนื

สาระท่ี ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร

มาตรฐาน ง ๓.๑ เข้าใจ เหน็ คุณคา่ และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบคน้ ข้อมูล
การเรยี นรู้ การสื่อสาร การแกป้ ญั หา การทางาน และอาชีพอยา่ งมีประสิทธิภาพ

ประสิทธผิ ล และมคี ณุ ธรรม
สาระที่ ๔ การอาชีพ

มาตรฐาน ง ๔.๑ เข้าใจ มี ทั ก ษ ะ ที่ จาเป็ น มีป ระ สบ ก ารณ์ เห็ น แน วท างใน งาน อ าชี พ
ภาษาต่างประเทศ ใช้เทคโนโลยีเพ่อื พฒั นาอาชพี มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ด่ี ตี ่ออาชพี

สาระท่ี ๑ ภาษาเพอ่ื การสอื่ สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรอื่ งท่ฟี งั และอา่ นจากสือ่ ประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมีเหตุผล

มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และ

ความคดิ เห็นอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่ างๆ
โดยการพดู และการเขียน

สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้

มาตรฐาน ต ๒.๒ อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของ
ภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม

สาระที่ ๓ ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นร้อู ืน่

มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็น

พน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน

สาระที่ ๔ ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก

มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม

มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ

และการแลกเปลีย่ นเรียนรูก้ ับสังคมโลก

กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น มุ่งให้ผเู้ รียนได้พฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพ่อื ความเป็น
มนษุ ย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สตปิ ัญญา อารมณ์ และสังคม เสรมิ สรา้ งให้เป็นผู้มศี ีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบ
วินัย ปลูกฝงั และสร้างจติ สานึกของการทาประโยชน์เพ่อื สังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยรู่ ่วมกับผู้อื่น
อยา่ งมคี วามสขุ

14

กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน แบง่ เปน็ ๓ ลกั ษณะ ดังน้ี

๑. กิจกรรมแนะแนว

เปน็ กิจกรรมที่ส่งเสรมิ และพัฒนาผูเ้ รยี นใหร้ ู้จักตนเอง รู้รักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม สามารถคิดตัดสินใจ คิด

แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยงั เปน็ กิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรกึ ษาแก่ผู้ปกครองใน

การมสี ว่ นร่วมพฒั นาผู้เรียน

๒. กจิ กรรมนกั เรยี น

เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ

การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ือ

อาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้

ปฏบิ ัตดิ ้วยตนเองในทกุ ข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏบิ ัตติ ามแผน ประเมินและปรบั ปรงุ การ

ทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับวฒุ ิภาวะของผู้เรยี น บริบทของ

สถานศกึ ษาและทอ้ งถนิ่ กิจกรรมนกั เรยี นประกอบด้วย

๒.๑ กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผบู้ าเพญ็ ประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร

๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ชมรม

๓. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์

เปน็ กจิ กรรมทสี่ ่งเสริมใหผ้ ้เู รยี นบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อสังคม ชมุ ชน และท้องถิน่ ตาม

ความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพือ่ แสดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบ ความดงี าม ความเสียสละตอ่ สงั คม มจี ติ

สาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพัฒนาตา่ ง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรคส์ งั คม

ระดบั การศึกษา
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน จดั ระดบั การศึกษาเปน็ ๓ ระดบั ดงั นี้
๑. ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖) การศึกษาระดับน้ีเป็นช่วงแรกของการศึกษา

ภาคบังคับ มุ่งเน้นทักษะพ้ืนฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคานวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน
การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพ้ืนฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่าง
สมบู รณ์ แ ละ สม ดุลทั้ งใน ด้ าน ร่างก าย ส ติปั ญ ญ า อ ารม ณ์ สังคม แ ละ วัฒ น ธรรม โด ยเน้ น
จดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการ

๒. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) เป็นช่วงสดุ ท้ายของการศึกษาภาคบังคับ
ม่งุ เน้นให้ผเู้ รียนได้สารวจความถนดั และความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพสว่ นตน มีทักษะใน
การคิดวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปญั หา มีทักษะในการดาเนินชีวิต มีทักษะการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือ
เปน็ เครอื่ งมอื ในการเรียนรู้ มีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม มีความสมดุลทงั้ ดา้ นความรู้ ความคิด ความดีงาม และ
มคี วามภมู ิใจในความเป็นไทย ตลอดจนใช้เป็นพนื้ ฐานในการประกอบอาชพี หรือการศกึ ษาตอ่

๓. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) การศกึ ษาระดบั นเ้ี น้นการเพมิ่ พูนความรู้
และทกั ษะเฉพาะดา้ น สนองตอบความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผู้เรยี นแต่ละคนท้ังดา้ นวิชาการ
และวชิ าชพี มีทักษะในการใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคดิ ข้ันสูง สามารถนาความรูไ้ ป

15

ประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในการศึกษาตอ่ และการประกอบอาชพี มุง่ พฒั นาตนและประเทศตามบทบาทของตน
สามารถเปน็ ผู้นา และผู้ใหบ้ รกิ ารชุมชนในด้านตา่ ง ๆ

การจดั เวลาเรยี น

หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ได้กาหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียนขั้นตา่ สาหรับกล่มุ สาระการ
เรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้น โดย
สามารถปรบั ให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรยี น ดังน้ี

๑. ระดบั ช้ันประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ – ๖) ให้จดั เวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรยี นวัน
ละ ไม่เกิน ๕ ช่ัวโมง

๒. ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวัน
ละไม่เกิน ๖ ช่ัวโมง คิดนา้ หนกั ของรายวิชาทีเ่ รยี นเป็นหนว่ ยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ชว่ั โมงต่อภาคเรียนมีค่าน้าหนักวิชา
เท่ากับ ๑ หน่วยกติ (นก.)

๓. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ - ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลา
เรียน วันละไม่น้อยกว่า ๖ ช่ัวโมง คิดน้าหนักของรายวิชาท่ีเรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ช่ัวโมง
ตอ่ ภาคเรียน มคี า่ น้าหนักวิชา เท่ากับ ๑ หน่วยกิต (นก.)

16

ระเบยี บโรงเรยี นอนุบาลละงู

ว่าด้วยการวดั และประเมินผลการเรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

พุทธศกั ราช 2551

(ปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2559)

..........................................................................................

ตามท่โี รงเรียนอนุบาลละงู ไดป้ ระกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นอนุบาลละงูตามคาสัง่

กระทรวงศึกษาธกิ ารท่ี สพฐ 293/2551 ลงวนั ท่ี 11 กันยายน 2553 เรอื่ งให้ใช้หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา

ขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เพือ่ ใหก้ ารใช้หลักสูตรดังกล่าวเป็นไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย โรงเรียนจึงได้

กาหนดระเบียบสถานศกึ ษาว่าด้วยการวดั และประเมินผลการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอนุบาล

ละงู พุทธศกั ราช2554

ฉะนนั้ อาศัยอานาจตามมาตราตามความในมาตรา 39 แหง่ พระราชบัญญัติระเบยี บบรหิ ารราชการ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546 และเพอื่ ให้มีความเหมาะสม สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของชุมชน

ทอ้ งถนิ่ และเพือ่ ให้การดาเนนิ การใช้หลกั สูตรสถานศึกษา เป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพโรงเรียนจงึ ได้กาหนด

ระเบยี บวา่ ด้วยการวัดและประเมนิ ผลการเรียนตามหลกั สตู รสถานศึกษา ไว้ดังนี้

ขอ้ 1 ระเบียบนเี้ รียกวา่ “ระเบียบโรงเรยี นเทศบาลวัดด่านประชากรวา่ ด้วยการวดั และประเมินผล

การเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา พุทธศกั ราช 2554 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช

2551”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคูก่ บั หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนอนบุ าลละงูพทุ ธศกั ราช2554

ขอ้ 3 ในระเบียบนี้

“หวั หน้าสถานศกึ ษา” หมายถงึ ผ้อู านวยการสถานศึกษาโรงเรยี นเทศบาลวัดด่าน

ประชากร

“ผู้เรียน” หมายถึง ผู้ที่กาลงั เรียนอยู่ในโรงเรียนและมหี ลกั ฐานอยูใ่ นทะเบียนของ

โรงเรยี น

“ผู้ปกครอง” หมายถงึ บคุ คลท่ีนักเรียนอาศยั อยู่ด้วย สามารถดูแลความประพฤติและ

การศึกษาเล่าเรยี นของนักเรยี นได้

“กรมเจา้ สังกดั ” หมายถึง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

“ครูประจาการ” หมายถงึ ครูทไ่ี ด้รบั มอบหมายให้ปฏิบัตงิ านเตม็ เวลาในโรงเรียน

“โรงเรยี น” หมายถึง โรงเรยี นเทศบาลวดั ด่านประชากร

ขอ้ 4 ระเบียบน้ใี หใ้ ช้บงั คบั ตั้งแต่ปกี ารศึกษา2554 เป็นตน้ ไป

ข้อ 5 ใหห้ วั หน้าสถานศึกษารักษาการใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บน้ี

17

หมวด 1
หลกั การวัดและประเมนิ ผล

ขอ้ 6 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
1. โรงเรยี นเปน็ ผูร้ บั ผิดชอบการวดั และประเมินผลการเรยี นของผ้เู รยี น โดยเปดิ โอกาสใหผ้ ู้ที่

เกีย่ วขอ้ งมสี ่วนร่วม
2. การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มีจุดมุ่งหมายเพอื่ พัฒนาผู้เรยี นและตดั สนิ ผลการ

เรียน
3. การวดั และประเมินผลการเรียนรตู้ ้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั

ตามกลมุ่ สาระการเรยี นรทู้ ี่กาหนดในหลักสตู รสถานศกึ ษา และจัดใหม้ กี ารประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และ
เขยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

4. การวดั และประเมินผลการเรยี นรเู้ ปน็ ส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้อง
ดาเนนิ การดว้ ยเทคนิควธิ กี ารที่หลากหลาย เพ่ือใหส้ ามารถวัดและประเมินผลผูเ้ รียนไดอ้ ย่างรอบด้าน ทัง้
ด้านความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤตกิ รรม และเจตคติ เหมาะสมกับส่ิงที่ตอ้ งการวัด ธรรมชาติวิชา
และระดับชนั้ ของผูเ้ รียน โดยต้งั อยบู่ นพน้ื ฐานของความเทีย่ งตรง ยตุ ธิ รรม และเชอื่ ถือได้

5. การประเมินผู้เรยี นพจิ ารณาจากพัฒนาการของผเู้ รียนความประพฤตกิ ารสังเกตพฤติกรรม
การเรยี นรู้ การร่วมกจิ กรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรยี นการสอน ตามความเหมาะสม
ของแตล่ ะระดบั และรูปแบบการศกึ ษา

6. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผ้มู ีส่วนเกย่ี วขอ้ ง ตรวจสอบผลการประเมินผลการเรยี นรู้
7. ใหม้ กี ารเทยี บโอนผลการเรียนระหวา่ งสถานศกึ ษาและระหว่างรปู แบบการศึกษาต่างๆ
8. โรงเรยี นจัดทาและออกเอกสารหลักฐานการศกึ ษา เพ่อื เปน็ หลกั ฐานในการประเมนิ ผลการ
เรยี นรู้ รายงานผลการเรียน แสดงวฒุ ิการศกึ ษาและรบั รองผลการเรียนของผู้เรยี น

หมวด 2
วิธีการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ข้อ 7 โรงเรียนดาเนนิ การวัดผลประเมนิ ผลให้ครบองคป์ ระกอบทงั้ 4 ด้าน คอื กลมุ่ สาระการ
เรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ การอ่านคดิ วเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
1. การประเมนิ ผลการเรียนรตู้ ามรายกลุม่ สาระการเรยี นรทู้ ง้ั 8 กลมุ่ สาระ เป็นการประเมิน
ความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ท่กี าหนดในตวั ช้วี ดั ในหลักสูตรสถานศกึ ษา ซ่ึงจะ
นาไปสูก่ ารสรปุ ผลการเรยี นรู้ของผู้เรยี นตามมาตรฐานการเรียนรู้

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ องผู้เรียนตามรายกลมุ่ สาระการเรียนรูท้ ้ัง 8 กลุ่มสาระ
ให้ดาเนินการ ดงั น้ี

1) ผู้สอนตอ้ งแจ้งใหผ้ ้เู รียนทราบมาตรฐานและตัวช้ีวดั วิธีการประเมนิ เกณฑก์ ารผ่าน
และเกณฑ์ขัน้ ต่าของการผ่านรายวชิ า ก่อนสอนรายวิชานัน้

2) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศกึ ษาศาสนาและ
วัฒนธรรม และภาษาต่างประเทศ กาหนดสัดส่วนคะแนนระหวา่ งเรียนกับคะแนนปลายปี 70 : 30 สาหรบั ใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ศิลปะ การงานอาชพี และเทคโนโลยี กาหนดสัดส่วนคะแนน

ระหวา่ งเรยี นกับคะแนนปลายปี 80 : 20

18

3) ผู้สอนมีการการประเมนิ ก่อนเรียน ระหว่างเรยี น และประเมนิ หลงั เรียนเปน็ การ
ประเมนิ ท่มี ุ่งตรวจสอบการพฒั นาการของผ้เู รยี นวา่ บรรลุตัวช้ีวดั หรือไม่ เพอ่ื นาสารสนเทศท่ีได้ไปปรบั ปรุง
ข้อบกพร่องของผเู้ รยี น และส่งเสรมิ ผ้เู รยี นให้มีความรู้ ความสามารถ และเกดิ พฒั นาการสงู สดุ ตามศกั ยภาพ

4) การประเมนิ ระหวา่ งเรียน เป็นการประเมนิ ผ้เู รียนในเรื่องทไ่ี ด้เรียนจบแลว้ เพือ่
ตรวจสอบวา่ ผู้เรยี นเกดิ การเรียนร้ตู ามตวั ชว้ี ัดหรอื ไม่

5) การประเมนิ ผลการเรียนปลายปี เป็นการประเมนิ ผลเพ่อื ตรวจสอบผลสมั ฤทธิ์
ของผู้เรยี นในการเรยี นรตู้ ามตัวชี้วัด

ขอ้ 8 การประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการ
อา่ นหนงั สือ เอกสารและสอื่ ต่าง ๆ เพอื่ หาความรู้ เพ่มิ พนู ประสบการณ์ ความสนุ ทรีย์และประยกุ ตใ์ ช้ แลว้
นาเนือ้ หาสาระที่อ่านมาคดิ วิเคราะห์ นาไปสูก่ ารแสดงความคิดเหน็ การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ การ
แก้ปัญหาในเร่อื งตา่ งๆ และถ่ายทอดความคดิ น้ันดว้ ยการเขียนทมี่ สี านวนภาษาถกู ตอ้ ง มเี หตุผลและลาดบั
ขนั้ ตอนการนาเสนอ สามารถสร้างความเข้าใจแก่ผู้อา่ นไดอ้ ย่างชดั เจนตามระดบั ความสามารถในแต่ละ
ระดบั ชน้ั

1. หลักการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
1) เปน็ การประเมนิ เพื่อการปรบั ปรงุ พัฒนาผเู้ รยี น และประเมนิ เพ่ือการตัดสนิ การเลอ่ื น

ชั้นและจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา
2) ใชว้ ธิ กี ารประเมนิ ทหี่ ลากหลาย
3) กาหนดภาระงานใหผ้ ู้เรียนไดป้ ฏบิ ตั คิ วรสอดคลอ้ งกับขอบเขตและประเดน็ การประเมิน
4) ใชร้ ปู แบบ วิธีการประเมินและเกณฑ์การประเมินที่ไดจ้ ากการมีสว่ นรว่ มของผเู้ กี่ยวขอ้ ง

2. ขอบเขตการประเมิน และตวั ช้วี ัดท่ีแสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และ
เขียน แบง่ เป็นระดบั ช้ันไดด้ งั นี้

1) ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ขอบเขตการประเมิน การอ่านจากส่อื สงิ่ พมิ พ์ และ/หรือ
ส่อื ประเภทต่างๆ ท่ใี ห้ความเพลิดเพลิน ความรู้ประสบการณ์ มีประเด็นให้คดิ และเขียนบรรยาย ถา่ ยทอด
ประเดน็ ท่คี ดิ ด้วยภาษาทถ่ี กู ต้องเหมาะสม เชน่ อ่านสาระความรูท้ ี่นาเสนออยา่ งสนใจ นยิ าย เรื่องสนั้
นทิ าน นิยายปรัมปรา โดยมีตัวชว้ี ัดความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น ดงั นี้

(1) สามารถอ่านและหาประสบการณ์จากสอ่ื ท่หี ลากหลาย
(2) สามารถจบั ประเดน็ สาคัญ ขอ้ เทจ็ จริง ความคิดเห็นเร่ืองที่อ่าน
(3) สามารถเปรยี บเทยี บแงม่ ุมตา่ งๆ เชน่ ขอ้ ดี ข้อเสยี ประโยชน์ โทษ
ความเหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
(4) สามารถแสดงความคิดเหน็ ต่อเรอ่ื งท่อี ่าน โดยมีเหตุผลประกอบ
(5) สามารถถ่ายทอดความคดิ เหน็ ความรู้สกึ จากเรอื่ งทีอ่ ่านโดยการเขยี น
2) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 – 6 ขอบเขตการประเมิน การอ่านจากสอื่ สงิ่ พิมพ์ และ/
หรือส่ือประเภทตา่ งๆ ที่ให้ขอ้ มูลสารสนเทศ ความรปู้ ระสบการณ์ ที่เอือ้ ให้ผอู้ ่านนาไป คดิ วิเคราะห์ แสดง
ความคิดเหน็ ตดั สินใจ แก้ปัญหา และถ่ายทอดโดยการเขยี นเปน็ ความเรียงเชงิ สรา้ งสรรค์ด้วยถ้อยคาภาษา
ทีชดั เจน เช่น อา่ นหนงั สือพิมพ์ วารสาร หนังสอื เรียน บทความ สนุ ทรพจน์ คาแนะนา คาเตอื น โดยมี
ตวั ช้ีวดั ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน
(1) สามารถอา่ นเพ่อื หาข้อมูลสารสนเทศเสรมิ ประสบการณจ์ ากส่อื ประเภทตา่ งๆ
(2) สามารถจับประเด็นสาคัญ เปรยี บเทียบ เชือ่ มโยงความเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
จากเรื่องทอี่ า่ น

19

(3) สามารถเชือ่ มโยงความสัมพันธ์ของเรอื่ งราวเหตกุ ารณ์ของเรื่องท่อี ่าน
(4) สามารถแสดงความคิดเห็นตอ่ เรอ่ื งท่อี า่ นโดยมเี หตผุ ลสนบั สนนุ
(5) สามารถถา่ ยทอดความเข้าใจ ความคิดเหน็ คุณค่าจากเร่อื งทีอ่ า่ นโดยการเขียน
3. กาหนดให้มีการพัฒนาและประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน ตามกระบวนการดังน้ี
1) คณะกรรมการการพฒั นาและประเมนิ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
ของสถานศกึ ษา กาหนดแนวทางพัฒนาและการประเมนิ
2) เกณฑ์ในการประเมินเปน็ 4 ระดบั คอื ดีเย่ียม ดี ผา่ น และไมผ่ ่าน
3) ผู้สอน ผู้ปกครอง เพือ่ น หรือผู้เกีย่ วข้องทกุ ฝา่ ยร่วมกนั ประเมนิ และตดั สนิ เปน็ ราย
ภาค และจบการศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น (ภาคบงั คับ) โดยสง่ ผลการประเมนิ ไปยงั ครูวัดผลเพื่อสรุป
และตัดสินผลการประเมิน
4) ครปู ระจาชนั้ บนั ทกึ และรายงานผลการประเมินไปยังผเู้ รยี นและผูป้ กครอง
ข้อ 9 การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เป็นการประเมนิ ลักษณะทโ่ี รงเรยี นตอ้ งการให้เกิด
ขึน้ กบั ผูเ้ รียนในด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม จติ สานึก สามารถอยู่ร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้อยา่ งมีความสุข ท้ัง
ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผูเ้ รียนมี 8 ประการ ได้แก่
1. รักชาติศาสน์กษตั ริย์
2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
3. มีวนิ ัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมัน่ ในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
ข้อ 10 การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรยี น ต้องอาศยั การบรหิ ารจดั การและการมีส่วน
รว่ มของทกุ ฝ่าย ท้ังผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา คณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ครูที่ปรึกษา ครูผ้สู อน
ผู้ปกครองและชุมชนให้ดาเนนิ การดงั น้ี
1. คณะกรรมการพัฒนาและประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องสถานศกึ ษา
และครผู สู้ อน รว่ มกนั วเิ คราะห์มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั เนือ้ หาในแต่ละกลุ่มวิชา และพิจารณาเลอื กคุณลักษณะอัน
พงึ ประสงคท์ สี่ อดคล้องกบั ธรรมชาตวิ ิชาท่ีครแู ตล่ ะคนรับผดิ ชอบ รวมทั้งสอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์ของ
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นดว้ ย
๒. ครูผสู้ อนนาคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ท่คี ดั เลือกไว้ไปบรู ณาการกับตวั ชว้ี ดั ของกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น โครงการ และกิจวตั รประจาวันของสถานศึกษาดาเนินการพัฒนา
และประเมินร่วมกันระหวา่ งครู ผ้ปู กครอง และเพ่อื นนักเรยี น
๓. ผู้ประเมินทกุ ฝ่ายส่งผลการประเมินให้ครูวัดผล เพอื่ สรุปผลการประเมนิ
ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด และนาเสนอผู้บรหิ ารเพอื่ พจิ ารณาอนุมัตติ อ่ ไป
ขอ้ 11 การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน เป็นกระบวนการประเมนิ จากการปฏบิ ัติกิจกรรม และ
ผลงาน/ช้นิ งานของผูเ้ รียนด้วยวิธีการทีห่ ลากหลายตามสภาพจริง กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ประกอบไปด้วย
กิจกรรมดังน้ี
1. กิจกรรมแนะแนว
2. กิจกรรมนักเรยี น

20

1) กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี
2) กิจกรรมชมรม
3. กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
ข้อ 12 การจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ดาเนนิ การดงั น้ี
1. กาหนดวัตถปุ ระสงคใ์ นแต่ละกจิ กรรม
2. กาหนดเวลาจดั กิจกรรมให้สอดคลอ้ งกับโครงสรา้ งของหลักสตู รสถานศกึ ษา
3. ออกแบบแผนการดาเนินกจิ กรรมใหส้ อดคล้องกบั วตั ถุประสงค์
4. จดั กิจกรรมพัฒนาให้สอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงคอ์ ยา่ งหลากหลาย น่าสนใจ โดยเน้น
เวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม พฤติกรรมการปฏิบตั ิ และผลงาน/ชน้ิ งาน

หมวดที่ 3

เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ขอ้ 13 การตัดสนิ ผลการเรยี น

1. ผ้เู รียนตอ้ งมีเวลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมด

2. กล่มุ สาระการเรยี นรูท้ ้ัง 8 กลุ่มสาระ ผู้เรยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ัดและผ่าน
ตามเกณฑท์ ่ีกาหนด

3. ผเู้ รียนตอ้ งได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนทกุ วชิ า
4. ผู้เรยี นตอ้ งได้รบั ผลการประเมิน “ผ่าน” ในการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น

ข้อ 14 การให้ระดบั ผลการเรยี น ใหผ้ ู้สอนนาคะแนนระหว่างเรียน รวมกับคะแนนสอบปลายปี
ตดั สนิ ผลการเรียน โดยให้ใชต้ ัวเลขแสดงระดบั ผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปน้ี

คะแนนรวม ระดับผลการเรียน ความหมาย
80-100 4 ผลการเรยี นดีเย่ยี ม
75-79 3.5 ผลการเรยี นดีมาก
70-74 3
65-69 2.5 ผลการเรียนดี
60-64 2 ผลการเรียนค่อนข้างดี
55-59 1.5 ผลการเรียนนา่ พอใจ
50-54 1
0-49 0 ผลการเรียนพอใช้
ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์ข้นั ต่า
ผลการเรยี นตา่ กวา่ เกณฑ์ขน้ั ต่า

ข้อ 15 การอ่านคดิ วิเคราะห์ กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ให้มี 4 ระดับ คือ ดเี ย่ยี ม ดี ผา่ น และ ไม่
ผ่าน

“ดเี ยย่ี ม” หมายถงึ มผี ลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี นท่ีมี
คณุ ภาพดีเลิศอยู่เสมอ

“ด”ี หมายถึง มีผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขยี นท่ีมี
คณุ ภาพเป็นทีย่ อมรบั

21

“ผา่ น” หมายถึง มีผลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นท่มี ี
คุณภาพเปน็ ท่ยี อมรบั แต่ยังมขี อ้ บกพร่องบางประการ

“ ไม่ผา่ น” หมายถงึ ไมม่ ีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน
หรือถา้ มผี ลงาน ผลงานนน้ั ยงั มขี ้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรงุ แกไ้ ขหลายประการ

ข้อ 16 ในกรณที ี่ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน อยใู่ นระดบั ไม่ผ่าน
ครผู ้สู อนตอ้ งเร่งดาเนนิ การจัดกิจกรรมเพ่ือสง่ เสริมและพฒั นาใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามกา้ วหนา้ ในตวั ชีว้ ัดท่ีมี
จดุ บกพร่อง และสร้างผลงานท่ีสะท้อนความสามารถในตวั ช้ีวดั ที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
แล้วนาผลงานไปเทยี บกับแนวการให้คะแนนและเกณฑก์ ารตัดสินที่กาหนดตง้ั แต่ดเี ยย่ี ม ดี และผา่ น

ขอ้ 17 การประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ในแตล่ ะคุณลักษณะให้ใชร้ ะดับคุณภาพ 4 ระดบั
คือ ดเี ย่ียม, ดี, ผ่าน และไม่ผา่ น ตามเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนของคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ใน แต่ละ
คุณลกั ษณะ (ภาคผนวก)

ขอ้ 18 ในการสรุปผลการประเมินรวมทกุ คุณลักษณะ เพอื่ การเล่อื นช้นั และจบการศึกษา กาหนด
เกณฑ์การตดั สินเป็น 4 ระดับ ใหพ้ ิจารณาดังนี้

“ดเี ย่ียม” ผู้เรียนปฏิบัติตนจนเป็นนิสัย และนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั เพ่ือประโยชนส์ ุขตนเองและ
สังคมพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดับดเี ยยี่ มจานวน 5-8 คุณลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ตา่ กว่าระดบั ดี

“ดี” ผู้เรยี นปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เปน็ การยอมรบั ของสังคมพจิ ารณาจาก
๑. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ย่ียมจานวน 1 – 4 คุณลักษณะ และไมม่ ี

คณุ ลักษณะใดได้ผลการประเมนิ ต่ากว่าระดับดี หรอื
๒. ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเยี่ยมจานวน 4 คุณลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลักษณะใด

ได้ผลการประเมินตา่ กว่าระดบั ผา่ น หรือ
๓. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 5 – 8 คณุ ลักษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใด

ไดผ้ ลการประเมินตา่ กวา่ ระดบั ผา่ น
“ผา่ น” ผู้เรียนรบั รู้และปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขทกี่ าหนดพิจารณาจาก
๑. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับผ่าน จานวน 5 – 8 คณุ ลักษณะ และไม่มคี ณุ ลกั ษณะ

ใดได้ผลการประเมนิ ตา่ กว่าระดับผา่ น หรอื
๒. ได้ผลการประเมินระดับดี จานวน 4 คุณลักษณะ และไม่มคี ณุ ลักษณะใด

ไดผ้ ลการประเมินต่ากวา่ ระดับผา่ น
“ไมผ่ ่าน” ผู้เรยี นรับรู้และปฏบิ ตั ไิ ม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงือ่ นไขที่กาหนดพจิ ารณาจากผลการ

ประเมนิ ระดบั ไมผ่ ่านต้งั แต่ 1 คณุ ลกั ษณะ
ขอ้ 19 ผลการประเมินในปีสุดท้ายไดร้ ะดบั ใดใหถ้ ือว่าผู้เรยี นไดค้ ุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดบั นั้น

ถ้าหากผลการประเมินในปกี ่อนๆ ไดร้ ะดบั ดี หรอื ดเี ย่ียม แตป่ ีสุดท้ายของระดบั การศึกษาได้ระดบั ผา่ น
หรือ ไมผ่ ่าน ให้คณะกรรมการประเมนิ คุณลักษณะใชด้ ุลยพินิจอย่างรอบคอบและเป็นไปตามสภาพจริง โดย
นาข้อมลู จากประวัติท่ีผ่านมาประกอบการพิจารณาว่าจะให้ระดับใด

ขอ้ 20 เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมินรายกจิ กรรม
“ผ่าน” ผเู้ รียนตอ้ งมเี วลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาทง้ั หมด

และ ปฏิบตั ิงาน มผี ลงาน/ช้ินงานตามท่ีแต่ละกจิ กรรมกาหนด
“ไม่ผ่าน” ผเู้ รียนมเี วลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมนอ้ ยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด ไมผ่ ่านการ

ปฏิบัติงาน หรอื มผี ลงาน ช้นิ งานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่แต่ละกิจกรรมกาหนด

22

ขอ้ 21 กรณีผเู้ รยี นได้รบั ผลการประเมินไมผ่ า่ น ใหเ้ ปน็ หน้าท่ีของครหู รือผูร้ บั ผดิ ชอบกิจกรรมนนั้ ๆ

ในการซ่อมเสรมิ โดยให้ผูเ้ รียนดาเนนิ กจิ กรรมจนครบตามเวลาทข่ี าดหรือปฏบิ ัติกิจกรรมให้บรรลตุ าม

วัตถุประสงค์ของกิจกรรมน้ันแล้วจงึ ประเมนิ ให้ผา่ นกจิ กรรม ยกเว้นมเี หตุสุดวิสยั ให้รายงานผ้บู ริหาร

สถานศกึ ษาทราบ เพอ่ื ดาเนนิ การชว่ ยเหลือผู้เรยี นอยา่ งเหมาะสมตอ่ ไป

ข้อ 22 การเล่อื นชนั้ และจบการศกึ ษาเมอ่ื สน้ิ ปกี ารศกึ ษาผเู้ รียนจะไดร้ ับการเลอ่ื นช้ัน ผ้เู รยี นต้องมี

คณุ สมบัตติ ามเกณฑ์ ดังนี้

1. ผ้เู รียนมีเวลาเรยี นตลอดปีการศึกษาไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนท้งั หมด

2. ผูเ้ รียนมผี ลการประเมินรายวิชาพนื้ ฐานทกุ วชิ า ไม่ต่ากว่า “1” ทุกวิชา

3. ผูเ้ รียนมผี ลการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ได้รบั ผลการตัดสนิ “ผ่าน” ขึ้นไป

ทงั้ นถ้ี ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ครปู ระจาชน้ั พิจารณาแลว้ เหน็ ว่าสามารถพฒั นา

และสอนซ่อมเสริมได้ ให้รายงานตอ่ หวั หน้าสถานศึกษาเพื่ออนมุ ัติผ่อนผันใหเ้ ลอ่ื นช้ันได้

ข้อ 23 ในกรณีท่ผี ู้เรยี นมีหลักฐานการเรียนรู้ทแี่ สดงวา่ มคี วามสามารถดเี ลศิ สามารถเล่ือนชั้นกลาง

ปกี ารศึกษา โดยโรงเรียนแต่งต้ังคณะกรรมการประเมิน ประกอบดว้ ย หวั หน้างานวิชาการ ครปู ระจาชนั้ และ

นกั วชิ าการหรอื ศกึ ษานิเทศก์ ดาเนนิ การประเมินผ้เู รยี นและตรวจสอบคุณสมบตั ติ ามเง่อื นไข 3 ประการ

ดงั นี้

1. มีผลการเรยี นในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมผี ลการเรยี นระหวา่ งปีทก่ี าลังศกึ ษาอยู่ใน

เกณฑ์ดีเยยี่ ม

2. มีวุฒิภาวะเหมาะสมทจ่ี ะเรียนในชั้นท่ีสงู ขึ้น

3. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทุกรายวิชาของชั้นปีที่เรียนปัจจุบัน และ

ความร้คู วามสามารถทุกรายวิชาในภาคเรยี นแรกของชัน้ ปีทจ่ี ะเลื่อนชัน้

การอนุมตั ใิ ห้เลอ่ื นชั้นกลางปีการศกึ ษาไปเรยี นชั้นสูงขึน้ ได้ 1 ระดบั ชนั้ ทงั้ น้ีต้องไดร้ ับการ

ยินยอมจากผูเ้ รียนและผปู้ กครอง และตอ้ งดาเนินการใหเ้ สร็จสนิ้ ก่อนเปิดภาคเรยี นท่ี 2 ของปกี ารศึกษานั้น

สาหรับในกรณีท่ีพบว่ามีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่างๆ มีปัญหาในการเรียนรู้ ให้

สถานศึกษาดาเนนิ การรว่ มกบั ศนู ย์การศึกษาพิเศษ กองการศกึ ษา หาแนวทางแก้ไขและพฒั นาตอ่ ไป

ขอ้ 24 การเรยี นซ้าชน้ั ผูเ้ รยี นทีไ่ มผ่ า่ นรายวิชาจานวนมากและมีแนวโน้มวา่ จะเป็นปัญหาต่อการ

เรยี นในระดับช้ันท่ีสูงขนึ้ ใหแ้ ตง่ ตงั้ คณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รียนซ้าชน้ั ร่วมกันพจิ ารณาท้งั นใี้ ห้คานึงถงึ วุฒิ

ภาวะ และความรู้ความสามารถของผเู้ รียนเป็นสาคัญ

กอ่ นท่ีจะใหผ้ ู้เรียนซา้ ชนั้ โรงเรยี นตอ้ งแจ้งให้ผ้ปู กครองและผเู้ รยี นทราบเหตุผลของการ

เรียนซา้ ชัน้

ข้อ 25 ผู้เรยี นที่ไมม่ ีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชนั้ โรงเรยี นแตง่ ตง้ั คณะกรรมการประกอบด้วย

หัวหน้าวิชาการ หวั หน้าสายชน้ั ครผู สู้ อน พิจารณาใหเ้ ลอ่ื นชั้นได้ หากผูเ้ รียนมคี ณุ สมบัติข้อใดข้อหนงึ่ ดงั นี้

1. มีเวลาเรยี นไม่ถงึ รอ้ ยละ80 อันเน่ืองมาจากเหตุสุดวิสัย แตม่ คี ณุ สมบัติตาม

เกณฑ์การเลือ่ นชนั้ ในขอ้ อืน่ ๆ ครบถ้วน

2. ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ ผ่านมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชี้วดั ไมถ่ ึงเกณฑต์ ามท่ี

โรงเรยี นกาหนดในแตล่ ะรายวชิ า แตเ่ ห็นว่าสามารถซอ่ มเสรมิ ได้ในปีการศึกษานั้น และมคี ุณสมบตั ิตามเกณฑ์

การเลื่อนชั้นในข้ออืน่ ๆ ครบถ้วน

3. ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ รายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์

สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม อยใู่ นระดบั “ผ่าน”

23

ขอ้ 26 การสอนซอ่ มเสรมิ ใหเ้ ปน็ หนา้ ทีข่ องครูผสู้ อนทุกคนในแต่ละสายช้นั หรือผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
ในการสอนซอ่ มเสรมิ กรณที ่ีผ้เู รยี นมคี วามรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคต/ิ คุณลกั ษณะไมเ่ ป็นไปตาม
เกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด นอกเหนอื จากการสอนตามปกติ โดยจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ทห่ี ลากหลายและ
ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล

ขอ้ 27 ผู้เรียนจบระดบั ประถมศึกษา มีเกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา ดงั น้ี
1. ผู้เรยี นเรียนรายวชิ าพื้นฐานและรายวชิ า/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสรา้ งเวลาเรียน

ท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐานกาหนดครบถ้วน
2. ผู้เรียนตอ้ งมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพ้นื ฐาน ระดับ “1” ข้นึ ไปทกุ รายวชิ า
3. ผู้เรยี นมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น อย่ใู นระดับ “ผ่าน” ขนึ้ ไป
4. ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ อยใู่ นระดับ “ผ่าน” ข้นึ ไป
5. ผู้เรยี นเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นและมีผลการประเมนิ “ผา่ น”

หมวด 4
การรายงานผลการเรยี น

ขอ้ 28 ใหก้ ารรายงานผลการเรียนแกผ่ ู้ปกครอง ผูเ้ รยี นและผเู้ กีย่ วข้องอย่างนอ้ ยภาคเรยี นละ 1 คร้ัง
ข้อ 29 การรายงานผลการเรียนมจี ุดมุ่งหมายดังนี้

1. เพ่ือแจ้งผ้เู รียน ผู้เก่ียวขอ้ งทราบความกา้ วหน้าของผูเ้ รยี น
2. เพือ่ ให้ผเู้ รยี นผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นขอ้ มลู ในการปรับปรงุ แก้ไข ส่งเสริม และพฒั นาการของ
ผเู้ รยี น
3. เพอ่ื ให้ผู้เรียนผูเ้ ก่ยี วข้องใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการวางแผนการเรยี น กาหนดแนวทางการศึกษา
และการเลือกอาชพี
4. เพือ่ เปน็ ขอ้ มลู ใหผ้ เู้ กย่ี วข้องใชใ้ นการออกเอกสารหลกั ฐานศึกษา ตรวจสอบและรบั รอง
ผลการเรียน หรือวุฒกิ ารศึกษาของผเู้ รยี น
5. เพอ่ื เปน็ ข้อมลู สาหรับสถานศึกษา เทศบาล ใชป้ ระกอบในการกาหนดนโยบายวางแผน
ในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
ข้อ 30 การรายงานผลใหม้ ีข้อมูลที่เป็นประโยชนต์ ่อผ้เู รยี นและผเู้ กี่ยวขอ้ ง ประกอบไปดว้ ย
1. ข้อมูลระดับช้ันเรียน
2. ข้อมลู ระดับสถานศกึ ษา
3. ขอ้ มลู ระดับเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา/ระดับเทศบาล
4. ขอ้ มูลระดับชาติ
5. ขอ้ มลู พัฒนาการด้านอื่นๆ ท้ังดา้ นรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และพฤติกรรมตา่ งๆ

หมวด 5
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา

ขอ้ 31 โรงเรียนตอ้ งดาเนินการเกย่ี วกับเอกสารหลกั ฐานการศึกษา เพ่ือใช้เป็นเอกสารแสดงข้อมูล
และสถานภาพการศกึ ษาของนกั เรยี น และใช้ตรวจสอบ สอ่ื สาร สง่ ตอ่ และรับรองผลการเรียนของนักเรยี น

ขอ้ 32 เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทโ่ี รงเรยี นตอ้ งดาเนินการมี 2 ประเภท
1. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทกี่ ระทรวงศึกษากาหนด ระดับประถมศึกษา มี 2 แบบ คือ
1) ระเบยี นแสดงผลการเรียน (ปพ.1)

24

2) แบบรายงานผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา (ปพ.3)
2 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนดาเนนิ การเอง ประกอบด้วย

1) แบบบันทกึ ผลการเรียนประจาวิชา
2) แบบรายงานประจาตวั นักเรยี น
3) ใบรบั รองผลการเรียน

4) ระเบยี นสะสม
หมวด 6

การเทยี บโอนผลการเรียน

ข้อ 33 โรงเรยี นสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ของผ้เู รียนจากสถานศกึ ษาไดใ้ นกรณีต่างๆ ดังนี้ การ
ย้ายสถานศึกษา การยา้ ยหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลบั เข้ารบั การศกึ ษาต่อ การศกึ ษาจาก
ต่างประเทศและขอเขา้ ศกึ ษาต่อในประเทศ ตลอดจนถึงเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหลง่
เรยี นรู้อ่นื ๆ

ข้อ 34 ใหด้ าเนินการเทียบโอนในช่วงกอ่ นเปิดภาคเรยี นแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ทงั้ น้ีผทู้ ร่ี บั การ
เทียบโอนต้องศึกษาต่อเนอื่ งในสถานศกึ ษาท่รี ับเทียบโอนอยา่ งนอ้ ย 1 ภาคเรยี น

ขอ้ 35 การพจิ ารณาเทียบโอน สามารถดาเนินการได้ดังนี้
1. พิจารณาจากหลกั ฐานการศึกษา
2. พจิ ารณาจากการทดสอบ สมั ภาษณ์
3. พจิ ารณาจากความสามารถ และการปฏิบตั ิจริง

ข้อ 36 โรงเรียนแต่งต้ังคณะกรรมการเทยี บโอนจานวน 3- 5 คน ดาเนินการเทียบโอนตามแนว
ทางการเทียบโอน (ภาคผนวก)

หมวด 7
บทเฉพาะกาล

ขอ้ 37 ในกรณีที่ผเู้ รียนทีเ่ รยี นตามหลักสตู รการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2554 ซง่ึ ควรจะจบ
หลักสูตรไดต้ ามกาหนด แตไ่ มจ่ บตามเวลาท่ีจะจบ ให้ใชร้ ะเบียบฉบบั นี้

ข้อ 38 การเปลย่ี นแปลงแก้ไข เพ่ิมเตมิ ระเบียบนี้ ต้องได้รบั การพจิ ารณาจากคณะกรรมการบริหาร

หลกั สตู รและวชิ าการของสถานศกึ ษา แลว้ เสนอขอความเหน็ ชอบจากผอู้ านวยการสถานศกึ ษาเพอื่ ประกาศใช้
ต่อไป

25

ความนา

จากการท่กี ระทรวงศึกษาธิการให้สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานได้ดาเนนิ การทบทวน
หลกั สูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เพื่อพัฒนาไปสู่หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยนาผลการศึกษา ข้อมูลการวิจัย และข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๔) มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรให้มีความเหมาะสมชัดเจนกับ
ท้องถิ่นโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการ
กาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้
และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการ
เรียนรู้ เปดิ โอกาสให้โรงเรียนสามารถกาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับ
ตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจนเพื่อตอบสนองคุณภาพท่ีสังคม
ผู้ปกครองคาดหวัง มีการกาหนดทิศทางที่ชัดเจนสู่พลเมืองสังคมอาเซียนที่มีคุณภาพในอนาคตท่ีมีความ
พร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มคี วามรู้อยา่ งแท้จรงิ

โรงเรยี นอนุบาลละงู ดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนอนบุ าลละงู ( ปรับปรงุ
พุทธศักราช 2559) ระดบั ประถมศกึ ษา กลุม่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยสี ารสนเทศตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เพ่อื ใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจดั การเรยี น
การสอนและเพือ่ ใหก้ ระบวนการนาหลกั สูตรไปสกู่ ารปฏบิ ัติอย่างมีประสทิ ธภิ าพ รวมทงั้ รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบ
และทางานร่วมกันอยา่ งเปน็ ระบบ โดยจัดทาและพฒั นาหลกั สตู รตามแนวคิดหลักสูตรองิ มาตรฐาน คอื
กาหนดมาตรฐานการเรียนร้เู ป็นเป้าหมายในการพฒั นาผู้เรยี น เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นมีคณุ ภาพตามมาตรฐานการ
เรียนรทู้ ่ีกาหนดในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน มงุ่ พฒั นาผเู้ รยี นทุกคนให้มีความสมดุลท้ังดา้ น
ร่างกาย ความรู้ คณุ ธรรม มีจติ สานกึ ในความเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ยึดม่นั ในการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ มีความรูแ้ ละทักษะพื้นฐาน รวมทงั้ เจตคติท่ีจาเปน็ ตอ่
การศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมุ่งเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั บนพ้นื ฐานความเช่ือวา่
ทกุ คนสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนอนบุ าลละงู(ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช 2559) ระดบั ประถมศกึ ษา
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยีสารสนเทศตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
พทุ ธศักราช 2551ประกอบดว้ ยสาระการเรียนร้แู กนกลาง มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัด และสาระการ
เรียนรรู้ ายวิชาเพ่มิ เตมิ โครงสรา้ งหลักสูตร คาอธบิ ายรายวชิ า จัดกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นเป็นรายปีในระดบั
ประถมศกึ ษา และกาหนดคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคต์ ามคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของหลักสูตรแกน
การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 เปน็ แนวทางให้ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา ครู อาจารย์ ตลอดจนผู้เก่ียวขอ้ ง
กบั การจัดการศึกษาของโรงเรียน ในการจดั มวลประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนได้พัฒนาให้บรรลถุ ึงคุณภาพตาม
มาตรฐานในการพฒั นาเยาวชนของชาติ

ปรชั ญา โรงเรยี น
รกู้ ว้าง สรา้ งวนิ ัย นาเดก็ ไทย ส่อู าเซียน

26

วิสัยทศั น(์ Vision)
โรงเรยี นอนบุ าลละงู เปน็ สถานศึกษาพฒั นาสมู่ าตรฐานสากลและทันสมัย สบื สานอตั ลกั ษณท์ อ้ งถิ่น

สง่ เสริมความรว่ มมอื กบั ทุกฝ่าย พฒั นานกั เรียนใหม้ คี ณุ ธรรมนาความรู้ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง เปน็
พลเมอื งท่ีสมบรู ณ์ของชาติ มีความเป็นเลศิ ทางวิชาการพร้อมส่ปู ระชาคมอาเซยี น

พันธกิจ(Missions)

1. จดั การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานให้ประชากรในวัยศึกษาอย่างทัว่ ถงึ

2. พัฒนานกั เรียนให้มีคุณธรรมนาจริยธรรมและความเป็นไทย

3. พฒั นานักเรียนสู่ความเป็นเลศิ ทางวิชาการและกา้ วทันเทคโนโลยี

4. จัดการศกึ ษาให้สอดคล้องกบั อตั ลักษณ์ของท้องถน่ิ และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

5. จดั การศกึ ษาและพัฒนานกั เรยี นสู่ประชาคมอาเซยี นและความเปน็ สากล

6. ประสานความรว่ มมอื กับทุกฝ่ายในการจดั การศกึ ษา

7. บรหิ ารจดั การโดยยึดหลกั ธรรมาภิบาล

เป้าประสงค(์ Goal)

1. ประชากรวัยเรยี นได้รับการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานอย่างทว่ั ถงึ เทา่ เทียมตรงตามศกั ยภาพและมคี ุณภาพ
ตามเกณฑ์มาตรฐานการศกึ ษา

2. ผู้เรยี นทุกคนได้รบั การพฒั นาดา้ นคุณธรรม โดยยึดหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ตามวถิ ีความเปน็
ไทย

3. ผ้เู รยี นทกุ คนไดร้ บั การพฒั นาวิชาการเทคโนโลยีและทกั ษะพน้ื ฐานพร้อมเขา้ สู่ประชาคมอาเซียน

4. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาปฏบิ ัตงิ านอย่างมืออาชพี

5. ผู้เรียนมกี ารปฏบิ ัติและดาเนนิ ชีวิตตามอตั ลักษณ์ของท้องถ่นิ

27

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลละงู(ปรับปรุง พุทธศักราช 2559) ระดับประถมศึกษา ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการ
เรยี นรู้ ซงึ่ การพฒั นาผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู้ทกี่ าหนดนัน้ จะชว่ ยให้ผุ้เรยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญ
5 ประการ ดงั น้ี

1. ความสามารถในการส่ือสาร เปน็ ความสามารถในการรับและสง่ สาร มวี ัฒนธรรมในการใชภ้ าษา
ถา่ ยทอดความคดิ ความรูค้ วามเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพือ่ แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ขา่ วสารและ
ประสบการณอ์ นั จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมทัง้ การเจรจาต่อรองเพือ่ ขจัดและลด
ปัญหาความขดั แย้งต่าง ๆ การเลอื กรบั หรอื ไมร่ ับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน
การเลอื กใช้วธิ ีการส่ือสาร ที่มีประสทิ ธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบท่มี ตี อ่ ตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพ่ือนาไปส่กู ารสร้างองค์ความรู้หรอื สารสนเทศ
เพ่ือการตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใชใ้ นการ
ปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหา และมกี ารตดั สินใจทีม่ ีประสทิ ธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดขึ้น ต่อตนเอง สงั คม
และสงิ่ แวดล้อม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการ
ดาเนินชีวติ ประจาวนั การเรยี นรู้ด้วยตนเอง การเรียนรูอ้ ย่างตอ่ เน่อื ง การทางาน และการอยูร่ ่วมกนั ในสงั คม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธอ์ นั ดีระหว่างบุคคล การจดั การปญั หาและความขัดแยง้ ต่างๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกบั การเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการร้จู ักหลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ
ประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่นื

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีดา้ นตา่ ง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน
การแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

28

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลละงู(ปรับปรุง พุทธศักราช 2559) ระดับประถมศึกษา ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผ้เู รียนใหม้ ีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เพอ่ื ให้สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สัตย์สุจริต
3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพียง
6. มุ่งมั่นในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

โครงสร้างเวลาเรียนของหลกั สูตรสถานศึกษา 29

โรงเรียนอนุบาลละงู ป. 6
840
อาเภอละงู จงั หวัดสตลู 160
160
เวลาเรยี น 80
120
กลมุ่ สาระการเรียนร้/ู กจิ กรรม ระดับประถมศกึ ษา 40

ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 80
840
 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 840 840 840 840 80
80
ภาษาไทย 200 200 200 160 160 80
80
คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160
200
วิทยาศาสตร์ 80 80 80 80 80
-
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 120 120 120 120 120 40
40
o ประวตั ิศาสตร์ 40 40 40 40 40 40
40
o ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม 40
120
o หนา้ ท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการ 40

ดาเนินชีวิตในสังคม 80 80 80 80 80 40

o เศรษฐศาสตร์

o ภมู ศิ าสตร์

สขุ ศึกษาและพลศึกษา 80 80 80 80 80

ศลิ ปะ 40 40 40 80 80

การงานอาชพี และ เทคโนโลยี 80 80 80 80 80

ภาษาต่างประเทศ 40 40 40 80 80

รายวิชา / กิจกรรมเพ่มิ เตมิ

รายวชิ า/ กิจกรรมที่สถานศกึ ษาจัดเพ่ิมเตมิ 200 200 200 200 200
ตามความพรอ้ มและจดุ เนน้

อ่านออกเสียง (ป.1-3) 40 40 40 - -
หลกั การใช้ภาษา (ป.4-6)
อาเซียนศกึ ษา - - - 40 40
หนา้ ท่พี ลเมอื ง
คอมพวิ เตอร์ 40 40 40 40 40
ภาษาองั กฤษเพิม่ เตมิ
 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 40 40 40 40 40
แนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น 40 40 40 40 40
- ลูกเสือเนตรนารี
- ชมุ นุม 40 40 40 40 40
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
120 120 120 120 120
รวมเวลาท้ังหมด
40 40 40 40 40

40 40 40 40 40

เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง ใน 6 ปี
1,160 ชว่ั โมง

โครงสร้างหลกั สูตรช้นั ปี 30

โรงเรียนอนุบาลละงู เวลาเรยี น (ชม./ป)ี
สังกดั สพป.สตูล อาเภอละงู จงั หวดั สตูล 840
โครงสร้างหลกั สตู รดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 160
160
รายวชิ า/กิจกรรม 80
รายวชิ าพ้นื ฐาน 80
ท15101 ภาษาไทย 40
ค15101 คณิตศาสตร์ 80
ว15101 วิทยาศาสตร์ 80
ส15101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 80
ส15102 ประวตั ศิ าสตร์ 80
พ15101 สุขศึกษาและพลศึกษา 200
ศ15101 ศิลปะ 40
ง15101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 40
อ15101 ภาษาอังกฤษ 40
รายวิชาเพ่ิมเติม 40
ท15201 หลกั การใชภ้ าษา 40
ส15201 อาเซยี นศกึ ษา 120
ส15231 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 40
ง15201 คอมพวิ เตอร์
อ15201 ภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม 40
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น 30
10
 กจิ กรรมแนะแนว 1,160

 กจิ กรรมนกั เรียน
ลกู เสอื /เนตรนารี
ชมุ นมุ

 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี น

31

มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 การดารงชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ

ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานรว่ มกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มี
คุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และ
สงิ่ แวดลอ้ ม เพ่อื การดารงชีวติ และครอบครวั
สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง 2.1 เขา้ ใจเทคโนโลยแี ละกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิง่ ของเครื่องใชห้ รือวิธีการ
ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยา่ งมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์
ตอ่ ชีวิต สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และมีส่วนรว่ มในการจดั การเทคโนโลยที ีย่ ง่ั ยืน
สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร
มาตรฐาน ง 3.1 เขา้ ใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบคน้ ข้อมูล การเรียนรู้ การ
สอ่ื สาร การแกป้ ัญหา การทางาน และอาชพี อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผล และมีคณุ ธรรม
สาระท่ี 4 การอาชพี
มาตรฐาน ง 4.1เข้าใจ มีทักษะทจ่ี าเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพใช้เทคโนโลยีเพ่ือพัฒนา
อาชพี มีคณุ ธรรม และมีเจตคตทิ ดี่ ตี อ่ อาชีพ

32

ทาไมตอ้ งเรียนการงานอาชพี และเทคโนโลยี
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียน มีความรู้
ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนา
ความรู้เก่ียวกับการดารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาใช้ประโยชน์ในการทางาน อย่างมีความคิด
สร้างสรรค์ และแขง่ ขันในสังคมไทยและสากล เหน็ แนวทางในการประกอบอาชีพ รกั การทางาน และมเี จต
คติท่ดี ีต่อการทางาน สามารถดารงชีวิตอย่ใู นสงั คมได้อยา่ งพอเพยี ง และมคี วามสขุ

เรียนร้อู ะไรในการงานอาชพี และเทคโนโลยี
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม เพ่ือให้มีความรู้
ความสามารถ มีทักษะในการทางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและ การศึกษาต่อได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ โดยมีสาระสาคญั ดังน้ี

 การดารงชีวิตและครอบครัวเป็นสาระเกี่ยวกับการทางานในชีวิตประจาวัน
การช่วยเหลือตนเอง ครอบครวั และสงั คมได้ในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียง ไม่ทาลายส่ิงแวดลอ้ ม เน้น
การปฏิบตั ิจริงจนเกดิ ความม่นั ใจและภมู ิใจในผลสาเร็จของงาน เพอ่ื ให้ค้นพบความสามารถ ความถนัด และ
ความสนใจของตนเอง

 การออกแบบและเทคโนโลยีเป็นสาระเกีย่ วกับการพฒั นาความสามารถของมนษุ ย์อย่าง
สร้างสรรค์ โดยนาความรู้มาใช้กับกระบวนการเทคโนโลยี สร้างส่ิงของเครื่องใช้ วิธีการ หรือเพิ่ม
ประสิทธภิ าพในการดารงชีวิต

 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นสาระเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยี
สารสนเทศ การติดต่อส่ือสาร การค้นหาข้อมูล การใช้ข้อมูลและสารสนเทศ การแก้ปัญหาหรือ
การสรา้ งงาน คณุ คา่ และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร

 การอาชีพเป็นสาระเก่ียวกับทักษะท่ีจาเป็นต่ออาชีพ เห็นความสาคัญของคุณธรรม
จริยธรรม และเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เห็นคุณค่าของอาชีพสุจริต และเห็น
แนวทางในการประกอบอาชีพ

คุณภาพผ้เู รยี น

จบชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3

 เข้าใจวิธีการทางานเพ่ือช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ
เครื่องมือถูกต้องตรงกับลักษณ ะงาน มีทักษะกระบวน การทางาน มีลักษณ ะนิสัยการทางาน
ท่กี ระตือรือรน้ ตรงเวลา ประหยัด ปลอดภัย สะอาด รอบคอบ และมีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม

 เข้าใจประโยชน์ของส่ิงของเครื่องใช้ในชีวิตประจาวัน มีความคิดในการแก้ปัญหาหรือสนอง
ความต้องการอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการสรา้ งของเล่น ของใช้อย่างง่าย โดยใช้กระบวนการ
เทคโนโลยี ได้แก่ กาหนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพ
ร่าง 2 มิติ ลงมือสร้าง และประเมินผล เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์อย่างถูกวิธี เลือกใช้ส่ิงของเครื่องใช้ ใน
ชวี ิตประจาวันอย่างสร้างสรรคแ์ ละมกี ารจัดการส่ิงของเครอื่ งใช้ดว้ ยการนากลับมาใช้ซ้า

 เข้าใจและมีทักษะการคน้ หาข้อมูลอย่างมขี ้ันตอน การนาเสนอข้อมูลในลักษณะต่าง ๆ และวิธี
ดูแลรักษาอปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

33

จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

 เข้าใจการทางานและปรับปรุงการทางานแต่ละข้ันตอน มีทักษะการจัดการ ทักษะ
การทางานรว่ มกัน ทางานอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะนิสัยการทางานที่ขยัน อดทน
รับผิดชอบ ซ่ือสัตย์ มมี ารยาท และมีจิตสานึกในการใช้น้า ไฟฟา้ อย่างประหยดั และคมุ้ ค่า

 เข้าใจความหมาย วิวัฒนาการของเทคโนโลยี และส่วนประกอบของระบบเทคโนโลยี มี
ความคิดในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการอย่างหลากหลาย นาความร้แู ละทักษะการสร้างช้ินงานไป
ประยุกต์ในการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้ตามความสนใจอย่างปลอดภัย โดยใช้กระบวน การเทคโนโลยี ได้แก่
กาหนดปญั หาหรือความต้องการ รวบรวมขอ้ มลู ออกแบบโดยถ่ายทอดความคดิ เปน็ ภาพร่าง 3 มติ ิ หรือแผน
ท่ีความคิด ลงมือสร้าง และประเมินผล เลือกใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม
และมีการจดั การเทคโนโลยดี ้วยการแปรรปู แล้วนากลบั มาใช้ใหม่

 เข้าใจหลักการแก้ปัญหาเบ้ืองต้น มีทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ในการคน้ หาขอ้ มูล เกบ็ รกั ษา ข้อมูล
สรา้ งภาพกราฟิก สร้างงานเอกสาร นาเสนอข้อมลู และสร้างชน้ิ งานอย่างมจี ิตสานึกและรบั ผดิ ชอบ

 รแู้ ละเข้าใจเก่ียวกับอาชพี รวมท้ังมคี วามรู้ ความสามารถและคุณธรรมที่สัมพันธก์ บั อาชพี

34

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

สาระท่ี 1 การดารงชวี ิตและครอบครวั

มาตรฐาน ง 1. 1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และ

ลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน มีจิตสานึก ในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร และสิง่ แวดล้อม เพ่ือการดารงชวี ติ และ
ครอบครวั

ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

1. อธิบายเหตุผลการทางานแตล่ ะ  ขนั้ ตอนการทางาน เช่น
ข้ันตอนถูกต้องตามกระบวนการทางาน - การซ่อมแซม ซกั ตาก เก็บ รดี พับ เสอื้ ผ้า
2. ใชท้ ักษะการจัดการในการทางาน - การปลูกพืช
อยา่ งเปน็ ระบบ ประณีต และมีความคดิ - การทาบัญชคี รัวเรอื น
สรา้ งสรรค์
3. ปฏิบัติตนอยา่ งมมี ารยาทใน  การจัดการในการทางาน เชน่
การทางานกบั สมาชกิ ในครอบครัว - การจดั โต๊ะอาหาร ตู้อาหาร ตเู้ ยน็ และห้องครวั
4. มจี ิตสานึกในการใช้พลงั งานและ - การทาความสะอาดหอ้ งน้าและหอ้ งส้วม
ทรัพยากรอยา่ งประหยัดและคมุ้ คา่ - การซ่อมแซมอุปกรณข์ องใช้ในบ้าน
- การประดษิ ฐข์ องใช้ ของตกแตง่ จากวัสดุ เหลือใชท้ ่มี อี ยูใ่ น

ท้องถนิ่
- การจดั เกบ็ เอกสารสาคัญ
- การดแู ลรกั ษาและใชส้ มบัตสิ ่วนตัว สมาชกิ ในครอบครวั และ

สว่ นรวม

 มารยาท เช่น
- การทางานกับสมาชิกในครอบครัว

35

สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี

มาตรฐาน ง 2. 1 เขา้ ใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรา้ งสง่ิ ของเครอ่ื งใช้ หรือ
วิธกี าร ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยา่ งมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ เลอื กใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ตอ่ ชวี ิต
สังคม สง่ิ แวดลอ้ ม และมสี ว่ นร่วมในการจัดการเทคโนโลยที ่ียัง่ ยืน

ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

1. อธบิ ายความหมายและวิวฒั นาการ  ความหมายของเทคโนโลยี คอื การนาความรู้ ทักษะ และ
ของเทคโนโลยี
ทรัพยากรมาสรา้ งสง่ิ ของเครอื่ งใช้ ผลติ ภัณฑ์หรอื วิธกี าร โดยผา่ น
2. สร้างส่ิงของเครื่องใช้ตาม
กระบวนการเพ่ือแกป้ ัญหา สนองความต้องการหรือ
ความสนใจอย่างปลอดภยั
เพ่มิ ความสามารถในการทางาน ของมนุษย์
โดยกาหนดปัญหาหรือความต้องการ  เทคโนโลยีมีทมี่ าท่แี ตกต่างกันและ
มกี าร
รวบรวมข้อมูล เลือกวิธีการ ออกแบบ พัฒนาเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา เรยี กว่าววิ ัฒนาการ การศึกษา
โดยถา่ ยทอดความคิดเปน็ ภาพรา่ ง 3 มิติ วิวัฒนาการเพอื่ ใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนา
ลงมือสร้าง และประเมินผล
3. นาความร้แู ละทักษะการสร้างชน้ิ งาน  การสรา้ งสิง่ ของเคร่ืองใช้ อยา่ งเปน็ ขนั้ ตอนตัง้ แต่กาหนด
ปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล เลือกวิธกี าร ออกแบบ
ไปประยกุ ต์ในการสรา้ งส่ิงของเคร่ืองใช้ โดยถา่ ยทอดความคิดเป็นภาพรา่ ง 3 มิติ กอ่ นลงมอื สรา้ ง และ
4. มีความคดิ สรา้ งสรรค์อย่างนอ้ ย ประเมนิ ผล ทาใหผ้ ู้เรียนทางานอยา่ งเปน็ กระบวนการ

2 ลกั ษณะ ในการแก้ปญั หาหรือสนอง  ภาพร่าง 3 มิตหิ รือภาพ 3 มิติ ประกอบด้วย ดา้ นกวา้ ง ดา้ น
ความตอ้ งการ ยาว และดา้ นสูง เปน็ การถ่ายทอดความคดิ หรือจินตนาการ
5. เลอื กใช้เทคโนโลยีในชีวติ ประจาวนั
 ทกั ษะการสร้างชน้ิ งาน เป็นการฝึกฝนใน การใชอ้ ุปกรณ์
อยา่ งสร้างสรรคต์ อ่ ชวี ติ สงั คม และมีการ เครือ่ งมอื สร้างช้ินงาน จนสามารถปฏิบัตงิ านได้อย่าง
จัดการส่ิงของเคร่ืองใชด้ ้วยการแปรรูป คลอ่ งแคลว่ รวดเรว็ ทาให้เกิดความสามารถพื้นฐาน ในการสร้าง
ชิ้นงาน
แลว้ นากลบั มาใช้ใหม่

 ความคดิ สร้างสรรค์มี 4 ลักษณะ ประกอบดว้ ยความคดิ ริเร่ิม

ความคลอ่ งในการคิด ความยืดหย่นุ ในการคดิ และความคิด

ละเอยี ดลออ

 การเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรคเ์ ป็น

การเลอื กใช้เทคโนโลยีทเ่ี ป็นมติ รกับชวี ิต สงั คม ส่งิ แวดล้อม เชน่

การใช้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์

 การจดั การสงิ่ ของเครอื่ งใชด้ ้วยการแปรรปู แล้วนากลับมาใช้

ใหม่ เป็นสว่ นหน่งึ ของเทคโนโลยสี ะอาด

36

สาระท่ี 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร

มาตรฐาน ง 3. 1 เขา้ ใจ เห็นคุณค่า และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นขอ้ มูล
การเรยี นรู้ การสือ่ สาร การแก้ปญั หา การทางาน และอาชีพอย่างมีประสิทธภิ าพ ประสิทธิผล มีคุณธรรม

ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

1. ค้นหา รวบรวมข้อมูลที่สนใจ และ  การดาเนนิ การเพื่อให้ได้ข้อมลู ตามวตั ถปุ ระสงค์ มีข้ันตอน
เปน็ ประโยชน์จากแหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ ดังนี้
ท่เี ช่ือถือไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์
- กาหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละความต้องการของสิ่งที่สนใจเพอ่ื
กาหนดข้อมูลที่ต้องการคน้ หา

- วางแผนและพจิ ารณาเลือกแหลง่ ขอ้ มลู ท่มี ี
ความนา่ เชื่อถอื

- กาหนดหวั ขอ้ ของข้อมลู ทตี่ ้องการคน้ หา เตรียมอุปกรณท์ ต่ี อ้ ง
ใช้ในการคน้ หา บันทึก และเกบ็ ขอ้ มลู

- ค้นหาและรวบรวมข้อมูล
- พจิ ารณา เปรียบเทียบ ตัดสินใจ
- สรปุ ผลและจดั ทารายงานโดยมกี ารอ้างอิง แหล่งข้อมลู
- เก็บรกั ษาข้อมลู ให้พร้อมใชง้ านต่อไป

2. สร้างงานเอกสารเพ่อื ใชป้ ระโยชนใ์ น  การใชซ้ อฟตแ์ วร์ประมวลคาข้ันพ้นื ฐาน
ชีวิตประจาวนั ด้วยความรับผดิ ชอบ เช่น การสรา้ งเอกสารใหม่ การตกแตง่ เอกสารการบนั ทึกงาน
เอกสาร

 การสรา้ งงานเอกสาร เช่น บตั รอวยพร ใบประกาศ
รายงาน โดยมกี ารอ้างองิ แหลง่ ขอ้ มูล ใช้คาสุภาพ และ ไม่
กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายตอ่ ผอู้ ่ืน

37

สาระที่ 4 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 4. 1 เข้าใจ มีทักษะท่จี าเปน็ มปี ระสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื
พฒั นาอาชีพ มคี ณุ ธรรม และมีเจตคตทิ ี่ดีต่ออาชีพ

ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

1. สารวจข้อมูลทเ่ี กี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ  อาชพี ต่าง ๆ ในชุมชน
ในชุมชน - คา้ ขาย
2. ระบุความแตกต่างของอาชพี - เกษตรกรรม
- รับจ้าง
- รบั ราชการ พนักงานของรฐั
- อาชีพอิสระ

 ความแตกต่างของอาชีพ
- รายได้
- ลกั ษณะงาน
- ประเภทกิจการ

 ขอ้ ควรคานงึ เกี่ยวกับอาชีพ
- ทางานไม่เป็นเวลา
- การยอมรบั นบั ถอื จากสังคม
- มีความเสีย่ งต่อชีวติ สงู

38

คาอธิบายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ รหัสวิชา ง 15201
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา 40 ช่วั โมง /ปี

=================================

ศกึ ษาความหมายของข้อมูล แหล่งข้อมูล ประเภทของข้อมลู ประโยชน์ของข้อมลู รวบรวมข้อมูล
ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่าง ถูกวิธี การใช้

อนิ เทอร์เน็ต การใช้งานโปรแกรม Ms PowerPoint ในการนาเสนอ จัดรูปแบบ ภาพน่ิง แทรกตารางและ
แผนภมู ิในงานนาเสนอ นาเสนองานภาพน่ิง

โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ความ
เข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายสิ่งท่ีเรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากส่ิงที่ได้เรียน สามารถนาไปใช้ ให้เกิด
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั เห็นคณุ ค่า ความสาคญั ของช้ินงานท่สี ร้างขนึ้

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมายของข้อมลู แหลง่ ข้อมลู ประเภทของขอ้ มลู ประโยชน์ของขอ้ มูล และรวบรวมขอ้ มลู ได้

2. บอกชือ่ และหน้าท่ีของอุปกรณ์ องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์และใชง้ านคอมพวิ เตอรไ์ ด้อย่างถกู วธิ ี

3. สืบค้นขอ้ มูลโดยใช้อินเทอรเ์ นต็ ได้

4. ใช้งานโปรแกรม Ms PowerPoint ในการนาเสนอ จัดรูปแบบ ภาพน่ิงได้

5. แทรกตารางและแผนภูมใิ นงานนาเสนอได้

6. นาเสนองานภาพนิ่งได้

7. ประยุกตเ์ พ่ือใช้งานได้และเห็นความสาคัญของชิน้ งาน

รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรียนรู้

39

โครงสรา้ งรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี

ท่ี ช่อื หน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
เรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน

1. ขอ้ มูลน่ารู้ 1. บอกความหมายของข้อมูล 1. ความหมายของข้อมูล 4 10

แหลง่ ข้อมลู ประเภทของขอ้ มูล แหลง่ ข้อมลู ลักษณะของข้อมูล
ประโยชนข์ องขอ้ มูล และ วธิ กี ารเกบ็ รักษาข้อมูล
ประโยชน์ของข้อมูล การ
รวบรวมข้อมูลได้
รวบรวมข้อมูลความหมาย

ลักษณะ และแหลง่ ข้อมูล

2. รจู้ กั คอมพิวเตอร์ 2. บอกช่ือและหน้าทข่ี อง 2. ชอื่ และหน้าที่ของอุปกรณ์ 5 10
อุปกรณ์ องค์ประกอบของ องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์

คอมพวิ เตอรแ์ ละใช้งาน การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างถูก
คอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกวธิ ี วิธี

3. สบื คน้ ขอ้ มูลจาก 3. สบื คน้ ขอ้ มูลโดยใช้ 3. การสืบคน้ ข้อมูลโดยใช้ 4 10
อนิ เทอร์เนต็
อินเทอร์เน็ต อนิ เทอร์เนต็ ได้

4. โปรแกรมนาเสนอ 4. ใช้งานโปรแกรม Ms 4. การใช้งานโปรแกรม Ms 6 20

งาน PowerPoint ในการนาเสนอ PowerPoint ในการนาเสนอ
จัดรูปแบบ ภาพน่งิ
จดั รูปแบบ ภาพน่ิงได้

5. นาเสนอข้อมูลด้วย 5. แทรกตารางและแผนภมู ิ 5. การแทรกตารางและ 8 10

ตารางและแผนภมู ิ ในงานนาเสนอได้ แผนภมู ิในงานนาเสนอ

6. การนาเสนองาน 6. นาเสนองานภาพนิง่ ได้ 6. การนาเสนองานภาพนง่ิ 6 20

7. การประยุกต์เพือ่ ใช้ 7. ประยุกต์เพื่อใชง้ านได้และ 7. การประยุกต์เพ่อื ใชง้ าน 5 20
ในงานอาชีพ
เห็นความสาคัญของช้ินงาน

รวม 40 100

กาหนดการสอน 40

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เร่ืองการใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ เวลา/
ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี
2
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เวลา 20 ชว่ั โมง 2
2
วัน/ แผนที่ สาระการเรียนรู้ 2
2
เดือน/ปี 2
2
03/12/61 1 แนะนาโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 2
2
10/12/61 2 การจัดการสไลด์ 2

17/12/61 3 การพิมพแ์ ละจัดรูปแบบข้อความ

24/12/61 4 การเพิ่มสีสันใหก้ ับสไลด์

31/12/61 5 การตกแตง่ สไลดด์ ว้ ยรปู ภาพ

07/01/62 6 รปู ร่างและการจัดวัตถุบนสไลด์

14/01/62 7 การเพ่ิมลกู เล่นในการนาเสนอ

28/01/62 8 การเตรียมความพร้อมก่อนการนาเสนอ

04/02/62 9 การนาเสนอผลงานแบบมืออาชพี 1

11/02/62 10 การนาเสนอผลงานแบบมืออาชีพ 2

41

การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ผูเ้ รียนเปน็ รายบคุ คล
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5/1

ปกี ารศกึ ษา 2561

ท่ี ชื่อ สกุล สุขภาพ สติปญั อารมณ์ สงั คม รวม คา่ เฉลย่ี ระดบั

1 ด.ช.ปพนวชิ ร่างกาย ญา คะแนน ค่าเฉล่ีย
2 ด.ช.ธนวฒั น์
3 ด.ช.วฒุ ิชยั อรุ ามา 5 2 5 5 17 4.25 ดี
4 ด.ช.สุวชิ าญ หลงสลา 5 2 3 4 14 3.50 ปานกลาง
5 ด.ช.กติ ตินนั ท์ ทุมมาลี 5 2 3 4 14 3.50 ปานกลาง
6 ด.ช.เก้าไตรคณู หยงสะตา 5 2 3 4 14 3.50 ปานกลาง
7 ด.ช.ธโี ร ไฉนวงศ์ 5 5 5 5 20 5.00 ดมี าก
8 ด.ช.ศิรวทิ ย์ ทองเพ็ชร 5 5 5 5 20 5.00 ดมี าก
9 ด.ช.กติ ตกิ รณ์ หมนี พราน 5 3 5 5 18 4.50 ดี
10 ด.ช.นภนต์ วงศว์ วิ ฒั น์ 5 4 4 4 17 4.25 ดี
11 ด.ช.นคั วัต รตั นพนั ธ์ุ 5 4 3 3 15 3.75 ดี
12 ด.ญ.ธมลวรรณ ท่อทพิ ย์ 5 4 5 5 19 4.75 ดมี าก
13 ด.ญ.เดยี ลดา กาเสม็ สะ 5 3 5 5 18 4.50 ดี
14 ด.ญ.วรารมย์ 5 3 5 5 18 4.50 ดี
15 ด.ญ.บุญญฉตั ร องั ศุกาญจนกลุ 5 3 3 5 18 4.50 ดี
16 ด.ญ.กลุ กญั ญา 5 2 5 3 13 3.25 ปานกลาง
17 ด.ญ.สโรชา เอม็ เลง่ 5 5 5 5 20 5.00 ดีมาก
18 ด.ญ.ณชิ กุล ย้ิมยวน 5 4 4 5 19 4.75 ดมี าก
19 ด.ญ.พรปวีณ์ บญุ รัตน์ 5 2 5 4 15 3.75 ดี
มดั จารุ 5 4 5 4 18 4.50 ดี
คงอนิ ตนั 5 2 5 4 15 3.75 ดี
เรียบรอ้ ย
แสงสวสั ดิ์

20 ด.ญ.ดารยี ๊ะ หมัดศิริ 42
21 ด.ญ.กญั ญรัตน์ อานัน
22 ด.ญ.จลุ ลดา กาดเส็น 5 2 4 4 15 3.75 ดี
23 ด.ญ.จริ นันท์ ไชยศกั ด์ิ 5 3 5 5 18 4.50 ดี
24 ด.ญ.ศศิเกตุ แซ่หลี 5 4 4 4 17 4.25 ดี
25 ด.ญ.บลุ ภรณ์ ภาณุทตั 5 2 4 4 15 3.75 ดี
26 ด.ญ.ทณั ฑิมา เบญจกุล 5 2 4 4 15 3.75 ดี
27 ด.ญ.ศรารตั น์ เกษม 5 5 5 5 20 5.00 ดีมาก
28 ด.ญ.อลันนา หมนื่ อาด 5 5 5 5 20 5.00 ดีมาก
29 ด.ญ.พิชญาภา จติ ต์หลงั 5 4 4 4 17 4.25 ดี
30 ด.ญ.ซาลาเบีย พชื ผล 5 5 5 5 20 5.00 ดมี าก
5 5 5 5 20 5.00 ดมี าก
5 5 5 5 20 5.00 ดีมาก

เกณฑ์การให้คะแนน ดมี าก เกณฑ์ของคะแนนเฉลีย่ ดมี าก
5= 4.51 – 5.00 หมายถึง ดี
ดี 3.51 – 4.50 หมายถึง ปานกลาง
4= ปานกลาง นอ้ ย
3= น้อย 2.51 – 3.50 หมายถงึ
2= น้อยท่สี ุด 1.51 - 2.50 หมายถึง นอ้ ยท่สี ุด

1= 1.00 – 1.50 หมายถงึ

43

สรปุ ผลการประเมิน

พัฒนาการ จานวน ผลการวิเคราะห์ ร้อย ปาน รอ้ ย นอ้ ย รอ้ ย นอ้ ย รอ้ ย
นกั เรยี น
ด้านรา่ งกาย ดี ร้อย ดี ละ กลาง ละ ละ ทีส่ ุด ละ
ด้านอารมณ์ 30 มาก ละ
ดา้ นสงั คม 30 23.33 5 16.67 33.33
ดา้ นสติปญั ญา 30 30 100 40.00 2 6.67
30 18 60.00 7 23.33 5 16.67 10
16 53.33 12
8 26.67 7

49

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 1

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยสี ารสนเทศ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 โปรแกรมนาเสนอ (Microsoft PowerPoint 2016) เวลา 20 ชั่วโมง

เรอื่ ง แนะนาโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เวลา 2 ช่วั โมง

สอนวันท่ี 3 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2561

มาตรฐาน
มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณคา่ และใช้กระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการ สบื คน้ ข้อมลู การ

เรียนรู้ การสอ่ื สาร การแกป้ ัญหา การทางาน และอาชพี อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธิผล และมคี ุณธรรม

สาระสาคัญ
โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เป็นโปรแกรมหน่ึงทอี่ ยใู่ นชุดของ Microsoft Office 2016

ซง่ึ เป็นโปรแกรมนาเสนอ (Presentation) ที่มีเครอ่ื งมอื ช่วยในการ นาเสนอข้อมูลไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพใช้งาน
งา่ ยสามารถนาเสนอข้อมูลได้ อย่างหลากหลาย รูปแบบ เชน่ ข้อความแผนภมู ิ ตาราง รปู ภาพ ภาพเคลื่อนไหว
ตา่ ง ๆ รวมทง้ั ไฟลร์ ีดโี อ และ ไฟลเ์ ลยี ง เป็นต้น

ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง
ความรู้ (K)
1. บอกประโยชน์ของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ได้
2. บอกชนั้ ตอนการเปิดและปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ได้
3. บอกชือ่ และหนา้ ที่ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ได้
4. บอกประเภทของมุมมองใน Microsoft PowerPoint 2016 ได้
5. อธิบายขนั้ ตอนการเตรยี มงานนาเสนอด้วย Microsoft PowerPoint 2016 ได้

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. สามารถเรยี กใช้ งานและออกจากโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ได้

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. นกั เรยี นมคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคดิ
• ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2. ความสามารถในการใช้ ทกั ษะชีวิต
• กระบวนการทางานกลุ่ม
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

สาระการเรยี นรู้
1. รูจ้ ักกบั โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016
2. การเปดิ และการปดิ โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016
3. ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016
4. มมุ มองการทางานและข้ันตอนการเตรยี มงานนาเสนอ

50

เตรียมความพร้อมนกั เรียนกอ่ นการเรยี น
1. นกั เรียนทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอ่ นเรยี น จานวน 20 ขอ้
2. ครูแบง่ กลุ่มนักเรยี นกลุม่ ๆ ละ 2-3คน โดยคละความสามารถ (เกง่ ปานกลาง ออ่ น) จะไดม้ ีความสุข

ในการร่วมกิจกรรม
3. ครูชแี้ จงและอธบิ ายถงึ วธิ ีการศึกษาคน้ ควา้ จากแบบฝึกทกั ษะการใชโ้ ปรแกรม นาเสนอ เพ่อื ให้

นักเรยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจมากย่ิงขนึ้ และสามารถศึกษาเรยี นรไู้ ด้ อย่างมี ประสิทธิภาพ

กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (ใช้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรคั ติวสิ ต)์
1. ขน้ั ทดสอบกอ่ นเรยี น
นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน/ทบทวนความรู้เดมิ
2.1 ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
2.2 ครูนาเขา้ สู่บทเรยี นโดยครูยกตัวอยา่ งงานนาเสนอใหน้ ักเรยี นดูเพ่อื กระตนุ้ ให้ นกั เรียนต้ัง

ประเดน็ ทีอ่ ยากรู้ เช่น นกั เรยี นรไู้ หมวา่ การนาเสนองานคืออะไร และมปี ระโยชน์ อะไรกบั เราบ้าง ในปัจจบุ นั เรา
ใช้โปรแกรมอะไรในการสร้างงานนาเสนอ และเราจะสรา้ ง งานนาเสนอได้อย่างไร เปน็ ต้น

3. ขน้ั ศกึ ษาวเิ คราะห์/ปรับเปล่ยี นความคดิ
ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มมารบั แบบฝึกทักษะการใช้โปรแกรมนาเสนอ เล่มที่ 1 เรอ่ื ง แนะนา

โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ตามจานวนสมาชกิ ในกลมุ่ และ ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาความรู้จากแบบฝกึ
ทกั ษะการใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ ดงั น้ี

1. รู้จักกับโปรแกรม PowerPoint 2016
2. การเปดิ และปดิ โปรแกรม PowerPoint 2016
3. สว่ นประกอบโปรแกรม PowerPoint 2016
4. มมุ มองและการเตรียมงานนาเสนอ
และร่วมกนั อภิปราย และเปลีย่ นเรียนรู้ กนั ภายในกลุ่มให้เข้าใจ รวบรวมเปน็ ความร้ใู หม่

4. ขัน้ สาธติ /สงั เกตรบั รู้
4.1 ครูอธิบายเพ่มิ เติม พรอ้ มสาธิต การเปิด และปิดโปรแกรม
4.2 ใหน้ กั เรียนสงั เกตการสาธิต และซักถามปัญหา/ขอ้ สงสัย

5. ขน้ั ปฏบิ ัต/ิ ฝึกหัด
5.1 นักเรยี นแต่ละคนเข้าน่ังประจาเครื่องคอมพวิ เตอร์ เพ่อื ฝึกปฏบิ ตั กิ ารเปดิ และปิดโปรแกรม
5.2 ใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏบิ ตั โิ ดยอิสระ เมอื่ มีปญั หาใหศ้ ึกษาทบทวนในแบบฝกึ ทักษะ การใช้

โปรแกรมนาเสนออีกครง้ั ปรกึ ษาเพ่อื นในกลมุ่ หรอื ครูผสู้ อน
5.3 ครูผู้สอนสังเกตการฝึกปฏบิ ตั ิของนกั เรยี นอย่างใกล้ชดิ คอยช้ีแนะแก่นักเรยี น ท่มี ปี ัญหา

พรอ้ มทาแบบฝกึ หัด
- แบบฝึกหดั ที่ 1 เรอ่ื ง รจู้ กั กับโปรแกรม PowerPoint 2016
- แบบฝกึ หัดท่ี 2 เรอื่ ง การเปิดและปิดโปรแกรม PowerPoint 2016

- แบบฝกึ หดั ท่ี 3 เร่อื ง สว่ นประกอบโปรแกรม PowerPoint 2016
- แบบฝกึ หัดท่ี 4 เรื่อง มมุ มองและข้ันตอนการเตรียมงานนาเสนอ

5. ขน้ั สรุปผล
5.1 ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ และอภิปรายความรทู้ ไ่ี ด้จากการศกึ ษาแบบฝกึ ทักษะการใช้

โปรแกรมนาเสนอ เลม่ ที่ 1 เรอื่ ง แนะนาโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 และจากการฝึกปฏบิ ตั ิ

51

5.2 ให้นักเรียนแตล่ ะคนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เร่อื ง Microsoft PowerPoint 2016
โปรแกรมน่ารู้ จานวน 10 ขอ้

5.3 นักเรยี นจบั คตู่ รวจคาตอบแบบทดสอบหลังเรยี น

สือ่ อปุ กรณ์ และแหลง่ การเรียนรู้
1. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนเรยี น เรื่อง โปรแกรมนาเสนอ (Microsoft

PowerPoint 2016)
3. แบบฝึกทักษะการใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ เลม่ ท่ี 1 แนะนาโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016

การวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื ที่ใช้ การประเมินผล
- แบบฝึกหดั
การวดั ผล - การทาแบบฝกึ หัด
- ตรวจการทาแบบฝกึ หัด - แบบทดสอบ
ร้อยละ 60 ขน้ึ ไปผ่านเกณฑ์
- ทาแบบทดสอบ
- การทาแบบทดสอบหลัง
- สังเกตพฤติกรรม ระหว่าง - แบบประเมินทกั ษะ เรียน ไดค้ ะแนนร้อยละ 60 ขน้ึ ไป
การฝึกปฏิบตั ิ (ประเมินจากสภาพ กระบวนการ ผา่ นเกณฑ์
จริง)
- ผลการประเมนิ ระดบั
คณุ ภาพ พอใชข้ ้นึ ไป จงึ จะ ผ่าน
เกณฑ์

- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั - ผลการประเมินระดบั
ระหว่าง เรียน (ประเมินจาก
สภาพจริง) พงึ ประสงค์ คุณภาพ ผ่านขึน้ ไป จงึ จะ ผา่ น

เกณฑ์


Click to View FlipBook Version