ต้องออกโดยสมาคมสหพนั ธ์เปตองแห่งประเทศไทย มีรูปถา่ ยขนาด 1 นิ้ว มีลายเซน็ ของผู้ถือบัตร และต้องมีตราของ
ชมรม หรือสมาคมน้ัน ประทบั อยบู่ นรปู ถา่ ยดว้ ย
4. ห้ามผ้เู ลน่ ทกุ คนเปลย่ี นลกู เป้าหรือลกู เปตองในระหว่างการแข่งขนั เว้นแตใ่ นกรณี ดงั น้ี
4.1 ลกู เปา้ หรือลูกเปตองหาย หาไมพ่ บ (กําหนดเวลาในการค้นหา 5 นาท)ี
4.2 ถ้าลูกเปตองหนึง่ แตกเปน็ 2 ชน้ิ หรือหลายชน้ิ ใหป้ ฏิบตั ิตามกฎข้อย่อยดังนี้
1) ถา้ หมดลกู เปตองเลน่ แลว้ ให้นับคะแนนจากชนิ้ ทใี่ หญท่ สี่ ุด
2) ถ้ายังมีลูกเปตองเหลือเล่นอยู่ ให้นําลูกเปตองอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง กันมา
เปลยี่ นทนั ทีโดยใหน้ ํามาวางแทนที่ตาํ แหน่งชนิ้ ใหญ่ ท่ีสดุ ของลกู เปตองท่ีแตกนน้ั แลว้ เล่น ต่อไปตามปกติกฎข้อ 4.2 น้ี
ให้ใช้กบั ลูกเปา้ ด้วย
การฝึกกีฬาเปตอง
1. การจับลกู เปตอง
เกษตรชยั บาํ รงุ ธรรม (2564 : ออนไลน)์ กลา่ วถงึ วธิ กี ารจับลูกเปตองแบบต่างๆ มดี ังนี้
1.1 แบบนิ้วหัวแมม่ อื ทั้งหมดอยูห่ ่างกัน หรือเรียกอกี อยา่ งว่าการจับด้วยปลายน้ิวมือ
วิธีนี้พบเห็นทั้งการโยนลูกเข้าเป้า และการยิง แต่พบเป็นจํานวนไม่มากนัก ลักษณะการจับลูกเปตองคล้ายกับการ
หยิบสิง่ ของหรือวตั ถตุ า่ ง ๆ ตามธรรมชาติ
1.2 แบบนิ้วมือทั้งสี่อยู่ชิดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มืออยู่ตรงข้ามกับนิ้วทั้งสี่ การจับลูก
เปตอง ลักษณะนี้มีพบเห็นโดยทั่วไป แต่ก็มากกว่าแบบแรก โดยเฉพาะพบเห็นมือยิงมากกว่ามือวางหรือ มือเกาะ
เหมาะสําหรับผู้เล่นท่ีมีกาํ ลงั ข้อมือแข็งแรงปานกลาง นิ้วมือทั้งสี่จะควบคุมลูกให้ไปตาม ทิศทาง นิ้วหัวแม่มือจะช่วย
ยกและประคองลกู เปตองข้นึ การโยนส่วนใหญจ่ ะใช้ชว่ งแขนออกแรง สง่ ลูกเปตองมากกว่าข้อมือ
1.3 แบบนิ้วมือทั้งสี่ชิดกันโดยปล่อยนิ้วหัวแม่มือเป็นอิสระ การจับลูกเปตองแบบนี้
พบเห็นมากกว่าสองแบบแรกทัง้ มือเกาะและมือยิง ลักษณะการจับลูกเปตองจะอยู่ในตำแหน่งกลางฝ่ามอื มือนิ้วทั้งส่ี
จบั แบบโอบลูกไว้ สว่ นนวิ้ หวั แมม่ ือปลอ่ ยเปน็ อสิ ระไมส่ มั ผสั ลูกเปตองจึงเห็นได้วา่ จะเป็นการจบั เพียงสน่ี ว้ิ เทา่ น้นั
1.4 แบบนิ้วมือทั้งสี่ชิดกันและใช้นิ้วหัวแม่มือยึดลูกเปตอง แบบนี้เป็นแบบที่นัก
เปตองนิยมมากท่ีสุดทงั้ ในประเทศและตา่ งประเทศ โดยเฉพาะในการแข่งขนั เปตองระดบั โลกแทบจะกล่าวได้ว่าผู้เล่น
ทกุ คนจับลกู เปตองแบบน้ีท้ังในการโยนและการยงิ ลักษณะการจบั นว้ิ มือท้ังสีจ่ ะโยนลูกและบงั คบั ลูกให้อยู่ในตำแหน่ง
กลางฝ่ามือ ส่วนนิ้วหัวแม่มือจะยึดลูกไว้ในลักษณะช่วยบังคับลูกให้อยู่กลางฝ่ามือเช่นกัน โดยนิ้วทั้งสี่จะทำหน้าที่
ปล่อยและบังคับลูกให้เป็นไปตามทิศทางทีต่ ้องการ สว่ นนว้ิ หัวแมม่ ือทำหนา้ ท่กี นั ลกู ไม่ใหห้ ลดุ ออกไปทางด้านขา้ งของ
นวิ้ การจับลกู ดว้ ยวิธีนน้ี อกจากจะสามารถโยนและบังคับลูกได้ดีทุกระยะเชน่ เดยี วกับแบบท่ี 3 แล้วยังมีจดุ เด่นอีกบ้าง
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรียนท่ียบุ เลิก 92
สังกัดสำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ประการ คอื แมจ้ ะโยนลูกโดง่ สูงๆ ก็สามารถบงั คบั ลูกได้โดยไม่หลุดจากมือก่อนเนื่องจากลูกเปตองถูกบังคับไว้ด้วยน้ิว
มือท้งั หมด อีกประการหน่งึ ความเม่อื ยลำ้ ของนว้ิ มอื ซ่ึงเกิดจากการโยนหรอื ยิงตดิ ต่อกนั นานๆ จะไม่เกดิ ขนึ้
2. การโยนลูกเปตอง
การโยนในทน่ี ี้หมายถึงการโยนลูกเปตองให้เขา้ ใกล้เป้าหมายมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นน่ังโยน
หรือยืนโยน การโยนลูกเปตองนี้ในกติกาการเล่นเปตองมิได้กำหนดหรือบังคับให้ผู้เล่นต้องโยนอย่างนั้นอย่างนี้
เช่นเดียวกับการจับลูกเปตอง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วจะเห็นผู้เล่นเปตองโยนลูกเปตองในลักษณะคว่ำมือซึ่ง
นับเป็นวิธีที่ถูกต้องและยอมรับกันโดยทั่วไปนานๆ จะเห็นแบบหงายมือสักคนหนึ่งการโยนลูกที่ถูกวิธีนั้นผู้เล่น
“ควรจะ” คว่ำ มือและสะบัดข้อมือขึ้นพร้อมกับปล่อยลูกเปตองออกไปจากอุ้มมือและนิ้วมือ แรงสะบัดของข้อมือน้ี
จะทำให้ลูกเปตองลอยขึน้ และในขณะเดยี วกนั ลูกเปตองก็จะหมนุ กลับหลังซึ่งนกั เปตองนิยมเรียกว่าลกู สกรู ในกรณีนี้
ทั้งแรงส่งและแรงถ่วงรั้งจะเกิดขึ้นพร้อมกัน การโยนลูกเปตองลักษณะนี้มีข้อดีคือสามารถควบคุมระยะทางและ
ทิศทางของลกู เปตองได้ง่ายกว่าแบบอ่นื
ส่วนการโยนลูกเปตองแบบหงายมือเนื่องจากมีข้อจำกัดมากมายและเป็นวิธีที่ไม่น่าจะ
ถูกตอ้ งจึงไม่ขออธบิ ายในที่น้ีการจับลูกเปตองที่ถูกวธิ ีบวกกับการโยนแบบคว่ำมือและการสะบัดข้อมือข้ึนนี้นับว่าเป็น
พื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับนักตอง การฝึกโยนลูกเปตองให้เข้าใกล้เป้าหมายโดยวิธีนี้จะใช้เวลาจะใช้เวลาในการฝึก
น้อยกว่าวิธีอื่น ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนคือสามารถโยนได้กับทุกสภาพสนามและที่สำคัญที่สุดก็คือจะสามารถพัฒนา
ตัวเองขนึ้ ไปจนถงึ การโยนลูกจากง่ายๆและธรรมดาไปหายากไดร้ วดเรว็ เชน่ การโยนลูกแบบพื้นฐาน แบบก่ึงโด่งและ
แบบโด่งตามลำดับการโยนลูกเปตองนี้จะแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย 2 หัวข้อ คือ ลักษณะการโยนกับระยะในการโยน
และแตล่ ะหัวขอ้ ยังแบ่งออกไปอกี ตามลำดับดงั นี้
2.1 การยืนโยน มีอยู่ 3 ลักษณะ คือ การยืนแบบเท้านำ เท้าตาม (ชิดหรือห่าง)
การยืนแบบเท้าคขู่ นาน (ชดิ หรอื หา่ ง) และการยืนแบบเทา้ แยก 450 (ชิดหรือห่าง) เท้าท้งั สองอยใู่ นวงกลม วางเท้าให้
เสมอกันหรือเหลื่อมกันเล็กน้อย ลักษณะการโยนลูกเปตองนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเหมือนกับการโยนไม่ว่าจะเป็นการจับ
ลูกเปตอง การส่งลูกด้วยแขน การทำให้ลูกหมุนกลับและลอยสูงต่ำ ด้วยการสะบัดข้อมือและการควบคุมทศิ ทางของ
ลูกโดยใช้นิ้วมือ
2.2 การน่งั โยน การนัง่ โยนลกั ษณะการน่งั โยน มีอยู่ 2 ลักษณะ คอื
2.2.1 การน่ังบนส้นเท้าข้างเดียว
2.2.2 นง่ั บนสน้ เท้าทั้งสองขา้ ง
กอ่ นการโยนผู้เลน่ จะต้องปฏบิ ัติตามกติกาสากลการเล่นเปตองอยา่ งเครง่ ครัดเสยี ก่อน คือ
เท้าทั้งสองข้างต้องอยู่ภายในวงตามขนาดที่กำหนด (เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 35-50 เซนติเมตร) ห้ามเหยียบเส้น
รอบวง ห้ามยกเท้าและห้ำมออกจากวงกลมก่อนที่ลูกเปตองจะตกถึงพื้น ส่วนอื่นของร่างกายจะถูกพื้นนอกวงกลม
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดนิ ของโรงเรยี นท่ียบุ เลิก 93
สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ไม่ได้ การฝึกหัดปฏิบัติตามกติกานี้ควรจะปฏิบัติทัง้ การฝึกและการซ้อมและแข่งขัน ทั้งนี้เพื่อจะได้เกิดเป็นความเคย
ชินและป้องกนั ไมไ่ ห้เกดิ ปัญหาในภายหลัง
หลงั จากเทา้ ท้งั สองข้างอยู่ภายในวงกลมแลว้ การวางเท้าจะเสมอหรอื เหลื่อมกันเล็กน้อยก็
ได้ เขย่งเท้าทั้งสองขึ้นแล้วนั่งลง ลำ ตัวยืดตรง ทิ้งน้ำ หนักลงบนส้นเท้าทั้งสองจับลูกเปตองตามวิธีที่ถูกต้อง เหยียด
แขนไห้ตรงแล้วลองแกวง่ แขนไป ข้างหลังและข้างหน้าเปน็ การทดสอบว่าหลงั มือจะถูกพ้ืนสนามได้หรือไม่ เมื่อเตรียม
ตวั จะโยนทำจิตใจไหส้ งบและมีสมาธิ (เพราะหากจติ ใจเกดิ ความเครียดจะทำให้กลา้ มเนือ้ และข้อมือเกร็ง) สายตามอง
ไปทล่ี กู เปา้ ดูพ้นื สนามระหวา่ งจุดที่ตวั เองยนื อยวู่ า่ มีสภาพอย่างไรเรยี บ ขรุขระหรือลาดเท แล้วเตรยี มปรับให้สัมพันธ์
กันกบั สภาพของสนาม คำนวณแรงสง่ ของลูกเปตองกับระยะทาง เวลาโยนใหแ้ ขนโน้มไปข้างหลงั ให้พอเหมาะเพ่ือจะ
ได้มีแรงส่งแล้วแกว่งแขนไปข้างหน้าเพื่อส่งลูก ขณะเดียวกันให้สะบัดข้อมือขึ้นเพื่อให้ลูกเปตองหมุนกลับหลังพร้อม
ทั้งปล่อยมือออกจากปลายนิ้วมือทั้งสี่ ลูกที่พุ่งออกไปจากมือนี้จะตกพื้นใกล้หรือไกลอยู่ที่แรงส่งของแขน
ขณะเดียวกันลูกเปตองจะหมุนกลับหลังมากหรือน้อย ลอยสูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับการสะบัดข้อมือ ส่วนลูกเปตองจะ
เคลื่อนที่ไป ทางทิศทางไหนอยู่ที่การบังคับทิศทางของนิ้วมือ ถ้าทั้งสามประการนี้มีความสัมพันธ์กันพอดี กล่าวคือ
แรงสง่ แรงถว่ งรงั้ และความสามารถของน้ิวมือในการควบคุมทิศทางของลูกเปตองมคี ่าเท่ากนั แลว้ การโยนลูกเปตอง
นีจ้ ะสามารถบงั คับใหเ้ ป็นไปตามความต้องการของผู้เลน่
การฝึกการโยนลูกโคง้ หรือลูกไซด์ ลูกโค้งหรือลูกไซด์นี้นับเปน็ ศลิ ปะการโยนท่ีบง่ บอก
ถงึ ความมที ักษะและความสามารถของผเู้ ล่น ทก่ี ล่าวเชน่ นี้คงไม่ผดิ นักเพราะไม่ค่อยพบเห็นผ้เู ลน่ ทีโ่ ยนลูกโค้งได้อย่าง
แน่นอนและแม่นยำ ประโยชน์ของการโยนแบบน้ีก็คือ เหมาะสำหรับการโยนหลบหลีกลูกเปตองหรอื กลุ่มลูกเปตองที่
บังทิศทางหรือบงั ลูกเป้าจนไม่สามารถจะใช้วิธีการโยนลูกตรงได้เลย และบางครัง้ กใ็ ช้ในการโยนเคาะลูกเป้าในสนาม
ทลี่ าดเทหรอื เอียง
3. การยิงหรือการตี
ในการเล่นกีฬาเปตองไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ หรือแม้กระท่ัง
ประเภททีม 3 คน การเกาะกับการยิงจะเกิดข้ึนควบคู่กันไปตลอดเวลา การยิ่งเป็นยุทธวิธีอย่างหนึง่ สำ หรับการเล่น
ในเชงิ รุกแกเ้ กม ทำ แต้ม หรอื แม้กระท้งั ยงิ เพ่อื ตดั แต้มคู่แขง่ ขนั การยิงหรอื นิยมเรียกอกี อย่างหนงึ่ วา่ การ “ตี” คำ วา่
ตีนี้ในภาษาฝรั่งเศสเขียนว่า “TIR” อ่านว่า “ตีร์” ซ่ึงแปลเป็นภาษาไทยว่า “การยิง”การตี ในกีฬาเปตอง หมายถึง
การกระทำโดยผู้เล่นฝ่ายหน่ึงใช้ลูก เปตองของตนเองไปทำ ให้ลูกเปตองของอีกฝ่ายหนึ่งออกห่างจากลกู เป้าหรือ
ออกไปนอกสนามด้วยวิธีการอยา่ งใดอย่างหนึ่งอย่างรนุ แรง แต่ทั้งนี้ตอ้ งไม่ผิดกติกาการเล่นและให้หมายความรวมถึง
การกระทำ ต่อลกู เปา้ ให้ออกห่างจากลูกเปตองของอีกฝ่ายหนง่ึ หรือออกนอกสนามด้วยเช่นกันโดยท่ัวไปแล้วการตีจะ
มีอยู่ 2 ลักษณะคือ การยืนและการนั่งตี เช่นเดียวกับการโยนแต่เนื่องจากการนั่งตีมีข้อจำ กัดมากมายและไม่เป็นที่
นยิ มของผู้เล่น ฉะนัน้ จึงขอกล่าวถึงเฉพาะการยืนตี
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ีดินของโรงเรียนทีย่ บุ เลิก 94
สงั กัดสำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
การตีมดี ้วยกันอยู่ 2 ลกั ษณะด้วยกนั คอื
1) การตีเลียด
2) การตีถึงตัว
6.4.4 กฬี าวอลเลยบ์ อล
การฝึกทักษะพนื้ ฐานกีฬาวอลเลย์บอล
ทกั ษะพ้นื ฐานกีฬาวอลเลยบ์ อลทีส่ าํ คัญประกอบดว้ ย 5 ทักษะ คอื
1. ทกั ษะการเสริ ์ฟ (service)
ชัชชัย โกมารทัตและประพัฒน์ ลักษณพิสุทธิ์ (2540 : 76-80) ได้กล่าวถึง การเสิร์ฟ
ว่าเป็นการกระทําโดยการนําลูกบอลเข้าเล่นโดยผู้เลน่ แถวหลังขวายืน อยู่ในเขตเสิร์ฟและตีลูกบอลด้วยมือข้างเดียว
(แบมอื หรือกํามือ) หรอื สว่ นหนง่ึ สว่ นใดของแขนเพือ่ เร่ิมเล่น
1.1 หลกั ทัว่ ไปของการเสิรฟ์
1.1.1 การยืน ขึ้นอยู่กับผู้เสิร์ฟว่า จะยืนหันหน้าหรือหันข้างหรือหันหลงั เข้าหา
ตาขา่ ย แล้วแต่ถนดั
1.1.2 ตอ้ งคาํ นงึ ถึงการ โยนลูกบอลขน้ึ ในระดบั ท่ตี อ้ งการไดอ้ ยา่ ง แมน่ ยํา
1.1.3 ฝึกการถ่ายน้ำหนักตัวจากเท้าหน้าไปสู่เท้าหลังและกลับไปสู่เท้าหน้าใหไ้ ด้
โดยเฉพาะจังหวะสดุ ท้าย (ถา่ ยนำ้ หนักจากเท้าหลังสเู่ ท้าหน้าเพอ่ื ให้มีแรงเสริ ฟ์ ลูกบอลมากขนึ้ )
ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ (ม.ป.ป.: 23) ได้กล่าวถึง การเสิร์ฟแบบเทนนิส (tennis
style floating service) ผเู้ สริ ฟ์ ยืนหันหนา้ ไปยังทศิ ทางทต่ี ้องการเสิร์ฟบอล แล้วโยนบอลขน้ึ สงู เหนอื ศีรษะเล็กน้อย
ทางด้านหน้าของหัวไหล่ของแขนทีจ่ ะใชเ้ สิรฟ์ บอล ยดึ ลําตวั ข้นึ ยกแขน ไปขา้ งหลังใบหู และเหวี่ยงแขนช่วงข้อศอก
ดึงฝ่ามือให้เป็นแนวขนานกับพื้น โดยไม่เปลี่ยนแปลงตําแหน่งของข้อศอกให้ส่วนที่แข็งของฝ่ามือ (ส้นมือ) ถูกจุด
กึง่ กลางของบอลพอดี ขณะที่แขนเหยียดสุด พร้อมกบั ถ่ายน้ำหนกั ตัวไปที่แขนให้เน้นตรงไปขา้ งหน้า
2. ทกั ษะการเลน่ ลกู สองมอื ล่าง (unde hand pass)
ชชั ชยั โกมารทตั และประพัฒน์ ลักษณพิสุทธ์ิ (2540 : 60-62) ไดก้ ล่าวถึงการ เลน่ ลกู
สองมอื ล่างหรอื ลกู อนั เดอร์ว่า กีฬาวอลเลยบ์ อลเปน็ กีฬาท่ีเลน่ ดว้ ยมือ การรับและการรกุ โดยสว่ นใหญจ่ ะเป็นการเล่น
โดยใช้แขนการรับลูกเสริ ์ฟและลูกตบของฝ่ายตรงข้ามจะเป็นการเล่นด้วย สองมือล่าง ทั้งนี้การใช้แขนทั้งสองข้างใน
การปะทะลูกมีโอกาสตีถูกลูกได้ง่าย แน่นอน แม่นยํา การเล่นลูกบอลสองมือล่างต้องคํานึงถึงการประสานงานของ
แขนทงั้ สองใหเ้ ป็น อันหนึ่งอนั เดยี วกนั โดยใหร้ ะดบั ของแขนท่อนล่างทง้ั สองข้างเสมอกนั หรือตีลกู บอล
2.1 ลักษณะการจับมือเพื่อการเล่นลูกบอลสองมือล่างเท่าที่นิยมโดยทั่วไปมีอยู่
2 แบบ คอื
2.1.1 แบบนว้ิ ประสานกัน มีวิธีการปฏิบตั ิ ดงั นี้
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ีดนิ ของโรงเรยี นท่ยี บุ เลกิ 95
สังกดั สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1) หันฝ่ามอื เข้าหากัน
2) กางน้ิวทกุ นวิ้ ออก
3) นว้ิ ทงั้ แปดเรยี งสลบั กนั
4) นวิ้ หัวแม่มือเรียงชดิ กนั วางแบนราบเสมอกับท่อนแขน
2.1.2 แบบฝ่ามือทัง้ สองซอ้ นกัน มีวิธีการปฏบิ ัติ ดงั นี้
1) หงายฝ่ามือทั้งสองวางซ้อนกัน จะใช้มือใดมือหนึ่งอยู่ข้าง บนหรือ
ขา้ งลา่ งกไ็ ด้
2) หวั แมม่ อื ชิดกันแบนราบเสมอกับท่อนแขน
2.2 ข้นั ตอนการเลน่ ลูกสองมอื ล่าง
2.2.1 ขั้นเตรียม ผู้เล่นต้องยนื แยกเท้าออกทั้งสองข้าง โดยให้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่
หนา้ เล็กน้อย และหา่ งกนั ประมาณ 1 ชว่ งไหล่ ย่อเขา่ ให้ขาท่อนล่างและท่อนบนทํามุม ประมาณ 90 องศา ก้มตัวไป
ข้างหน้าเล็กน้อยโดยให้น้ำหนักตัวอยู่บนปลายเทา้ ทัง้ สอง แขนทั้งสองข้างงอเล็กน้อยอยูข่ ้างหน้าลําตัว เมื่อเคลื่อนที่
เข้าไปหาลูกบอลเพ่ือจะเล่นลูกบอลแขนจะต้องเหยียดตึงออกไปขา้ งหน้า
2.2.2 การส่งแรงปะทะลูกบอล จะต้องเคลื่อนที่เข้าหาลูกบอลก่อนทีล่ ูกบอลจะ
ตก แล้วใชส้ ว่ นล่างของแขนดา้ นในปะทะลูกบอล ตามองลกู บอลตลอดเวลาทลี่ กู เขา้ มาปะทะถกู แขนพรอ้ ม กับเหยยี ด
เท้าทั้งสองข้ึนพร้อมกนั เพ่ือชว่ ยส่งแรง แขนจะตอ้ งเหยยี ดตึงตลอดเวลาที่ ปะทะกบั ลูกบอลหรอื ระหว่างการตีลูกบอล
และเมอ่ื ลูกบอลกระทบแขนให้ยกไหล่ ชว่ ย ในการออกแรงและบังคบั ทศิ ทางลกู บอล
2.2.3 การส่งแรงติดตาม ผู้เล่นจะเคลื่อนแขนโดยยกแขนทั้งสองขึ้นพร้อมๆกัน
ในระดับ ลาํ ตวั และถา่ ยนำ้ หนกั ตวั ตามไป หลังจากนั้นจึงกลบั มาอยู่ในทา่ เตรยี ม
2.3 หลกั สําคญั ในการสง่ ลูกหรือต้งั ลูกบอลสองมอื ลา่ ง
2.3.1 ให้เคลื่อนที่เข้าหาลูกบอลโดยเร็ว โดยให้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้า
น้ำหนักตวั อยบู่ นปลายเทา้ ทัง้ สองขา้ งโนม้ ตวั ไปขา้ งหนา้ เลก็ นอ้ ย จบั มือทง้ั สองตาม ความถนัดแขนทงั้ สองเหยียดตงึ
2.3.2 เมื่อลูกบอลลอยมาใกล้ ให้ใช้แขนทั้งสองปะทะกับลูกบอลพร้อม กับ
เหยยี ดเทา้ ท้ังสองขนึ้
2.3.3 แขนทัง้ สองไมค่ วรยกสงู จนเกนิ ไป
2.3.4 ตาต้องมองลูกบอลตลอดเวลา หมายเหตทุ ศิ ทางหรือวิถที างของลูกบอลใน
การสง่ ลูก หรอื ต้ังลกู บอลสองมือล่างดังนี้ ถ้าต้องการให้ลูกบอลไปข้างหน้า ใหย้ กแขนสัมผสั กับลูกบอล 45 องศา ถ้า
ตอ้ งการใหล้ ูกบอลขน้ึ ขา้ งบนให้ยกแขนขนานกบั พื้นสมั ผสั กบั ลูกบอล
3. ทกั ษะการเล่นลกู สองมอื บน (set-up)
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ นิ ของโรงเรยี นทย่ี บุ เลกิ 96
สังกดั สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ชัชชยั โกมารทตั และประพฒั น์ ลกั ษณพสิ ทุ ธิ์ (2540 : 66-68) ได้กลา่ วถงึ การ เลน่ ลูก
สองมอื บน (การเซต) ว่า ทักษะการเลน่ ลูกบอลสองมือบน หรือการเซตลูกบอล เป็นทกั ษะท่ีสาํ คัญท่ีจะ ทาํ ให้เกมรุกมี
ประสิทธภิ าพ เพราะวา่ ทกั ษะการเซตนนั้ มีความแนน่ อนและแมน่ ยํา ใน การตง้ั ลูกมากกวา่ การเลน่ ลูกบอลสองมือล่าง
รูปแบบของการเซตหรือการตั้งลูกบอล แบ่งออกเป็น 3 การเซตหรือการตั้งลูกบอล
ค้านหน้า เป็นแบบที่นิยมเล่นกันมาก ผู้เล่นต้องหันหน้าไปยังทศิ ทางทีต่ ้องการจะตั้งลูกบอลไปและลกู บอลก็จะไปใน
ทศิ ทางขา้ งหนา้ เสมอ
3.1 ขั้นตอนการเซตหรือการต้ังลกู บอลดา้ นหนา้
ขณะที่ลูกบอลลอยมา ผู้เล่นจะต้องเคลื่อนตวั ไปอยู่ตรงใต้แนวที่ลูกบอลจะตกลง
มา โดยให้ลาํ ตวั อย่ใู นแนวเดยี วกับทศิ ทางที่ลูกบอลตกลงมา เทา้ ยืนแยกห่างกันประมาณ 1 ชว่ งไหลเ่ ทา้ ใดเทา้ หนึ่งอยู่
หน้าเขาย่อลงเล็กน้อย น้ำหนักตัวจะอยู่บนเท้า ทั้งสองข้าง แขนยกขึ้นอยู่ด้านหน้าตัว หงายฝ่ามือขึ้นอยู่ในระดับ
เหนือคิ้ว นิ้วมือแยกออก เหมือนรูปถ้วย นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างห่างกันประมาณ 2 นิ้ว ส่วนนิ้วชี้แยกห่างจากนิ้วชี้
แยกห่างจากนิ้วหวั แมม่ ือเป็นมุมประมาณ 70 - 80 องศา และหา่ งจากน้ิวช้ีดว้ ยกนั ประมาณ 2 นิ้ว
การปะทะกับลูกบอลจะใช้บริเวณปลายนิ้วมือ จังหวะที่ลูกสัมผัสนิ้วมือน้ัน
นิ้วมือและมือจะต้องเกร็งพร้อมกับเหยียดขาทั้งสองขึ้น เพื่อช่วยในการส่งแรง การเคลื่อนไหวของนิ้วมือ ข้อมือ
ขอ้ ศอก หัวไหล่ สะโพก และหัวเขา่ จะตอ้ งสมั พันธ์กัน ซึ่งจะช่วยให้การบังคบั ลกู บอลไปในทศิ ทางท่ตี อ้ งการ
หลังจากการสัมผัสถูกลูกบอลแล้ว มือ แขน ลําตัว และขาเหยียด ส่งออกไป
ข้างหน้าและขึ้นขา้ งบน การเหยียดสง่ ออกไปช้าจะทําใหม้ ือสัมผัสลกู บอลอยูน่ าน ซึ่งเป็นการพักลกู บอลอยูข่ ณะหน่ึง
(ผิดกติกา)
3.2 การเซตหรือการตั้งลูกเหนือศีรษะ เป็นการเซตหรือตั้งลูกบอลเพื่อให้ลูกอยู่ใน
แนวเหนอื ศีรษะ หรือไปทางดา้ นหลังของผู้ตงั้ ลูกบอล
ข้ันตอนในการเซตหรือตงั้ ลูกบอลเหนือศีรษะ ผู้เลน่ ยืนเตรียมตัวเช่นเดียวกับการ
เซตลูกหนา้ ตวั แตจ่ ะต้องให้ ตัวเขา้ ไปอยใู่ นตําแหน่งให้ลูกบอล มือหงายขน้ึ ในระดับเหนือศีรษะ ลำตวั เอนไปข้างหน้า
เล็กน้อย จังหวะสัมผัสลูกบอล ผู้เล่นจะเคลื่อนตัวและแขนไปด้านหลังเล็กน้อย โดยให้ศีรษะแหงนไปด้านหลังเลย
แนวสะโพก แขนจะตันขึ้นบนไปทางด้านหลัง โดยข้อมือยังคงงอให้ฝ่ามือหงายขึ้นเช่นเดมิ ลูกจะสัมผัสกับปลายน้วิ ท่ี
กางออกหลงั จากการสัมผสั ลูกบอล มอื แขน ลําตัว จะเหยียดส่งข้นึ ขา้ งบน
4. ทกั ษะการตบ (Splicing)
ชัชชัย โกมารทัตและประพัฒน์ ลักษณพิสุทธิ์ (2540 : 85-87) ได้กล่าวถึงการตบ ว่า
การตบเป็นทักษะที่สําคัญในการรุกที่จะทําให้ทีมได้รับชัยชนะ ถ้าฝ่ายตรงข้าม ป้องกันได้ไม่ดี เพราะว่าการตบนั้นมี
จดุ มุ่งหมายเพือ่ ทําคะแนน การตบของผตู้ บต้อง พยายามตีลูกบอลให้ข้ามเหนือตาขา่ ย และให้ตกลงบนพื้นสนามของ
ฝ่ายตรงข้าม โดยไม่ ให้ฝ่ายตรงข้ามรับลูกบอลกลับมาได้ การตบลกู บอลอาจจะทาํ ได้ไมว่ ่าจะเป็นการเล่นลูกคร้ังแรก
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากที่ดนิ ของโรงเรียนทย่ี บุ เลิก 97
สังกดั สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ครัง้ ท่สี องหรือครั้งทีส่ าม การตบจะตบได้ดีหรือไม่น้ันข้ึนอยู่กับการตง้ั ลูกบอล ใหต้ บของตวั ต้งั (seter) ถ้าตัวต้ังต้ังลูก
บอลไดด้ ีผู้ตบก็จะตบได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและ มีการผดิ พลาดน้อย
4.1 ข้นั ตอนในการตบ แบง่ ออกเป็น 4 ข้นั ตอน
4.1.1 การวิ่งเข้าหาลูกบอล ผู้เล่นส่วนมากจะเริม่ ต้นจากเส้นเขตรุก ซึ่งห่างจาก
เส้นแบ่งแคน 3 เมตร เพอื่ ให้ผเู้ ล่นมีเวลาพอในการเคล่ือนท่ีไปสูต่ ําแหน่งทเ่ี หมาะสมในการเล่นลูกบอล ตําแหน่งของ
ลกู บอลทีจ่ ะตบโดยทั่วไปควรอย่หู า่ งจากตาข่ายประมาณ 8-10 นว้ิ ก้าวแรก ที่วิ่งออกไปตอ้ งเปน็ แนวตรงพาผู้ล่นไปสู่
ลูกบอล ก้าวสุดท้ายก่อนถึงจุดที่จะกระโดดตบ ลูกบอลมีความสําคัญมากสําหรับการตบลูกบอล เพราะว่าจําเป็น
จะต้องวางเท้าลงโดย เริ่มต้นดว้ ยส้นเท้าก่อนแล้วจึงวางฝ่าเท้าตามไปจนถึงปลายเทา้ พร้อมกับย่อเข่าและเหว่ียงแขน
ทั้งสองข้างไปข้างหลัง ในจังหวะแรกก่อนกระโดดเพื่อลดโมเมนตัมของแรงที่ส่ง ลําตัวไปข้างหน้า และตวัดแขนขึ้น
ขา้ งบนในจังหวะกระโดดตอ่ ไป
4.1.2 การกระโดด เปน็ การเคล่ือนไหวท่ีตดิ ต่อมาจากการวิ่งเข้าหาลูกบอล โดย
จะกระโดด ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นเต็มฝ่าเท้า ในขณะนี้ต้องเปลี่ยนโมเมนตัมของแรงจากแนวราบให้ เป็นแนวดิ่ง ให้
เหว่ียงแขนไปขา้ งหนา้ และขน้ึ ขา้ งบน สะโพก ข้อเทา้ และหัวเข่าตอ้ ง เหยยี ดออก การกระโดดให้กระโดดเท้าคู่
4.1.3 การตบลูกบอล ในขณะที่ตัวแอ่นไปข้างหลังลอยนิ่งในอากาศ แขนที่อยู่
ดา้ นหลงั ศรี ษะจะ เหยยี ดตรงออกเพ่ือเหวย่ี งมือมาถูกลูก โดยเรม่ิ ต้นจากข้อศอก แขน ขอ้ มอื และมือจะ สัมผัสเหนือ
ลูกเล็กนอ้ ย ข้อมอื ปล่อยตามสบาย นวิ้ มอื กางเปดิ ออกหลงั จากตบลูกบอล แล้ว สว่ นมอื จะสง่ ตดิ ตามไปข้างหนา้ และ
ดงึ ลงล่างพร้อมกบั เหยยี ดแขนอีกข้างหนึ่งให้ ลดลงมาเพอ่ื ช่วยในการทรงตวั กําลังทีใ่ ช้ในการตบมาจากกลา้ มเนื้อท้อง
หวั ไหล่ แขน ข้อศอก ขอ้ มอื และจังหวะการตบทถี่ กู ต้อง
4.1.4 การลงสู่พื้น ให้ลงพร้อมกันที่สองเท้า ผ่อนน้ำหนักตัวโดยการย่อเข่า
แยกเท้าออก ลด มอื ลง เพือ่ ให้อยใู่ นทา่ เตรียมพรอ้ มท่ีจะเลน่ ลกู ต่อไป
การตบเป็นทักษะที่มุ่งเน้นจะทําคะแนน แต่ถ้าเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีการ สกัดกั้นที่ดี
ฝ่ายตบกอ็ าจจะไม่ไดค้ ะแนนก็ได้ เพราะกตกิ าปจั จุบันจะต้องมฝี ่ายหน่ึงฝ่าย ใดจะตอ้ งได้คะแนนเม่ือลกู ตาย
5. ทกั ษะการสกัดก้นั (blocking)
ชัชชัย โกมารทัตและประพัฒน์ ลักษณหิสุทธิ์ (2540 : 1-54) ได้กล่าวถึง การสกัดกน้ั
ว่า เป็นการป้องกันการตบของฝ่ายตรงข้าม โดยผู้เล่นแดนหน้า กระโดดพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นเหนือตาข่าย โดย
พยายามปอ้ งกันลูกทฝ่ี ่ายตรงข้ามตบ มาให้กระทบมือ หรอื ถกู มอื แล้วตกในแดนของผู้ตบ การสกัดกั้นสามารถกระทํา
ได้ มากกว่า 1 คนแต่ไม่เกิน 3 คน โดยกติกากําหนดไว้ ให้ผู้เล่นแดนหน้าเท่านั้นที่สามารถ เล่นลูกเหนือตาข่ายใน
แดนหน้า
5.1 หลักสาํ คญั ในการสกดั กัน้
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรียนที่ยบุ เลิก 98
สงั กัดสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
5.1.1 ดูทิศทางของลูกและระยะของลูกบอล เช่น ความสูงของ ลูกบอล ชิดหรือ
ห่างตาขา่ ย
5.1.2 ควรสกัดกน้ั ครงั้ ละ 2 - 3 คน
5.1.3 เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังตําแหน่งที่ผู้ตบต้องการจะตบ แล้วจึงกระโดด
สกดั กั้น
5.1.4 ต้องรู้จักการยอ่ ตวั ที่ถกู ต้องเพื่อทจี่ ะกระโดดไดส้ งู
5.1.5 พยายามยืนใกล้ตาข่าย สปริงตัวขึ้นตรงๆ พร้อมกับชูมือทั้งสองกางน้ิวท้ัง
ห้าออกกนั ลูก
5.1.6 การสกัดกั้นต้องพยายามกระโดดใหส้ ูงในจงั หวะทฝี่ ่ายตรงข้ามจะตบ และ
พยายามย่นื มอื เข้าไปใกล้ลกู บอลใหม้ ากทีส่ ุด
5.1.7 ในขณะที่กระโดดสกัดกั้นอย่าให้มือห่างตาข่ายมากนัก เพราะลูกบอลจะ
ไหลตามมอื ลงสเู่ บือ้ งล่าง ทางด้านหนา้ ของผู้สกัดกั้นได้
5.1.8 ระวังการถกู ตาข่ายและการลงสู่พ้ืนลำ้ เส้นแบง่ แดน
5.2 ข้นั ตอนในการสกดั ก้ัน
5.2.1 การเคลื่อนที่เข้าหาตําแหน่งสกัดกั้น ตําแหน่งยืนก่อนสกัดกั้น ควรอยู่
ใกล้ตาข่ายเพื่อจะป้องกันการกระโดดไปข้างหน้าและถูกตาข่าย ผู้เล่นจะเคลือ่ นตัวไปทางดา้ นข้างหันหน้าเข้าหา ตา
ขา่ ยแขนงอยกขึ้นอยูห่ นา้ ตวั ฝ่ามอื หันเขา้ หาตาขา่ ย เท้าแยกออกจากกนั เท่าช่วงไหล่ ยอ่ เขา่ เลก็ น้อย นำ้ หนักตัวอย่บู น
ปลายเท้าท้ังสอง
5.2.2 การกระโดด ตามองดูลูกบอล เป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งของการเล่น
วอลเลย์บอล แตส่ าํ หรบั การสกดั กั้นจาํ เป็นต้องเนน้ ให้มองดูฝ่ายตรงข้ามทเี่ ลน่ ลูกตบ งอเขา่ กระโดดข้ึน จากตําแหน่ง
ท่หี ยดุ เหยียดขาข้นึ ตรงพร้อมกบั เหยียดแขนขึน้ บน
5.2.3 จังหวะสัมผัสลูก นิ้วมือจะต้องกางออกและเหยียดเกร็งไว้แขนยกชูข้ึน
เกอื บชดิ กัน เพื่อป้องกนั ไมใ่ หล้ ูกลอดผา่ นไป มือและแขนจะดึงกลบั อย่างรวดเร็วหลงั จากปะทะลกู บอลแลว้
5.2.4 การลงสู่พื้น เมื่อตัวเริ่มตกลงสู่พื้นหลังจากถูกลูกแล้ว ให้ดึงแขนลงล่าง
อย่าง รวดเรว็ เพือ่ มใิ ห้ถูกตาข่ายขณะเดยี วกนั ก็หนั ตวั ตามไปยังทิศทางท่ลี ูกบอลกระดอนไป และเตรียมพร้อมในการ
เลน่ ลูกตอ่ ไป เทา้ ขณะลงสู่พน้ื ควรลงพร้อมกนั ทง้ั สองเท้า เพือ่ รบั น้ำหนักตัวทจี่ ะตกลงมาและชว่ ยใหก้ ารทรงตัวดีขึ้น
6.5 งานวจิ ยั ท่เี กีย่ วกับศูนย์กฬี าและนนั ทนาการ
นกั วชิ าการไดศ้ ึกษาและทำวจิ ัยทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั ศูนย์กีฬาและนันทนาการ ดงั น้ี
ชลิตพล สืบใหม่ (2560) ศึกษาการพัฒนารูปแบบการจัดการศูนยก์ ีฬาและนันทนาการองค์การบริหารส่วน
ตำบล โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมี
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ นิ ของโรงเรยี นทยี่ บุ เลิก 99
สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
วตั ถปุ ระสงค์ 1) เพอ่ื พัฒนารปู แบบการจัดการศูนย์กีฬาและนันทนาการองค์การบรหิ ารสว่ นตำบล 2) เพ่ือตรวจสอบ
รูปแบบการจัดการศูนย์กีฬาและนันทนาการองค์การบริหารส่วนตำบล วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน
ได้แก่ 1) วิเคราะห์ สังเคราะห์ แนวคิด และทฤษฎี เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ประกอบและปัจจัยในการพัฒนารูปแบบ
2) ศึกษาสภาพ ปัญหา พฤติกรรมการใช้บริการและความต้องการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดร่างรูปแบบ โดยการ
สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลักและสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการและความต้ องการในการได้รับบริการของ
ประชาชน 3) พฒั นารา่ งรปู แบบโดยการจัดการสนทนากลุ่มผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสีย และ 4) ตรวจสอบรปู แบบโดยการจัด
สัมมนาอิงผู้ทรงคุณวุฒแิ ละนำเสนอรูปแบบ ผลการวจิ ัยทำใหเ้ กิดรปู แบบ COMSPORTREC ซึ่งใช้ในการจัดการศูนย์
กฬี าและนนั ทนาการองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบล ประกอบดว้ ยองค์ประกอบ 12 ประการ ไดแ้ ก่ 1) CO : Community
Format คือ รูปแบบของชุมชนท้องถิ่น 2) M : Marketing Mix for Clients คือ ส่วนประสมทางการตลาดของ
ผู้รับบริการด้านกีฬาและนันทนาการในชุมชนท้องถิ่น 3) S : Services and Satisfaction คือ รูปแบบการบริการ
ด้านกีฬาและนันทนาการในชุมชนท้องถิ่นและความพึงพอใจของผู้รับบริการจากศูนย์กีฬาและนันทนาการ
4) P : Planning คือ การวางแผนด้านกีฬาและนันทนาการในชุมชนท้องถิ่น 5) O : Organizing คือ การจัดองค์กร
ศูนย์กีฬาและนันทนาการ อบต. 6) R : Role Leadership คือ บทบาทของผู้นำเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์กีฬา
และนันทนาการ อบต. 7) TR : Team Resources คือ ทรัพยากรการจัดการด้านกีฬาและนันทนาการของทีมงาน
ศูนยก์ ีฬาและนนั ทนาการ อบต. 8) E : Evaluating คอื การประเมินผลการดำเนนิ งานของศูนย์กีฬาและนันทนาการ
อบต. 9) C : Controlling คอื การควบคมุ การดำเนินงานของศนู ย์กีฬาและนันทนาการ อบต. 10) GG : Good
Governance คือ ธรรมาภิบาลในการจัดการศูนย์กีฬาและนันทนาการ อบต. 11) STEP : socio-cultural,
technological, economic and political คือ สังคมวัฒนธรรม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการเมืองภายในท้องถ่ิน
แ ล ะ 12) Government's community sport and recreation policies and strategies ค ื อ น โ ย บ า ย แ ล ะ
ยุทธศาสตรร์ ฐั บาลเกีย่ วกับกฬี าและนันทนาการในชมุ ชนทอ้ งถน่ิ
กฤตยา ช่างประดับ (2555) ศึกษาการพัฒนาแนวทางการจดั การศูนย์กีฬาของกรุงเทพมหานคร โดยการ
วิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการจัดการศูนย์กีฬาแหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย โดยใช้แบบ
สำรวจ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินในการเก็บข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่างที่เลือกโดยวิธีการเลือก
แบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ได้แก่ กลุ่มเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 คน กลุ่มผู้บริหาร จำนวน 2 คน
กลุ่มคณะกรรมการบริหารศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 2 คน และกลุ่มตัวอย่างเป็นสมาชิกของ
ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 400 คน นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ค่าทางสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศูนย์กีฬา ทั้งภายในและภายนอกจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย รวมเป็นจำนวน 6 คน ประเมินแนวทางด้วยค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์
(Index Objective-Item Congruence: IOC) ผลการวิจัย พบว่า แนวทางการพัฒนาศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย มีดังนี้ ทรัพยากรในการจัดการ 1. ด้านการจัดการมนุษย์หรือบุคคล ได้แก่ ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ ต้องมี
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนทยี่ บุ เลกิ 100
สังกดั สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
เจ้าหน้าที่ในองค์กรที่มีความรู้ ในหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการดำเนิ นงาน และมีขอบเขต
หนา้ ที่การทำงานที่ชดั เจน 2. ด้านการจดั การการเงนิ และงบประมาณ ได้แก่ ศูนยก์ ีฬาแหง่ จฬุ าฯ ต้องมีการช้ีแจงและ
แจกแจงรายละเอียดของงบประมาณที่บริหาร และมีค่าสมัครสมาชิกที่มีความเหมาะสม 3.ด้านการจัดการวัตถุดิบ
ไดแ้ ก่ ศนู ย์กีฬาแหง่ จฬุ าฯ ตอ้ งมสี นามและอุปกรณ์กีฬาอย่ใู นสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย และมีที่จอดรถ
ทเี่ พียงพอและสะดวกต่อการเข้าใช้ 4. ด้านการจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศ ไดแ้ ก่ ศูนยก์ ฬี าแหง่ จฬุ าฯ ต้องมเี ว็บไซต์
มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่องค์กรจัดขึ้น มีข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ และในการเข้าใช้ต้องมีความรวดเร็ว
กระบวนการจดั การ 1. ดา้ นการวางแผน ไดแ้ ก่ ศนู ย์กีฬาแห่งจุฬาฯ ตอ้ งมีนโยบายและแผนพัฒนางาน สอดคล้องกับ
แผนนโยบายของจุฬาฯ วัตถุประสงค์ของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ และมีการกำหนดแผนระยะสั้นและระยะยาว
2. ด้านการปฏิบัติ ได้แก่ ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ ต้องให้บริการเพื่อประโยชน์ด้านการเรียน การสอนและการวิจัยของ
มหาวิทยาลัย มีการให้บริการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแก่สมาชิกของศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ และประชาชน
ทั่วไป 3. ด้านการตรวจสอบ ได้แก่ ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ ต้องมีการประเมินผลในการให้บริการด้านกีฬาแก่สมาชิ ก
มีการติดตามความคืบหน้าของงานเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่างานได้รับการปฏิบัติไปอย่างไร มีการประเมินผลการ
ปฏบิ ตั งิ านตามแผนและวัตถปุ ระสงค์ของศูนย์กีฬาแห่ง จฬุ าฯ 4. ด้านการปรบั ปรุง ได้แก่ ศนู ยก์ ฬี าแห่งจุฬาฯ ต้องมี
การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการวางแผนการปรับปรุงการ
ปฏิบัติงาน การจัดวัสดุอุปกรณ์รวมถึงสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใน
การปฏิบัติงานใหเ้ หมาะสมกบั ยุคสมยั
กมลวรรณ งานสัมพันธฤทธิ์ (2552) ทำวิจัยเรื่องขุดๆ ถมๆ ณ สะพานหิน (โครงการปรับปรุงอาคารศูนย์
กีฬาและพื้นที่ปลายแหลมสะพานหินด้วยกรรมวิธีการถมทะเล (LANDFILL) เพื่อส่งเสริมศักยภาพของพื้นท่ี)
เนื่องจากการเจริญเติบโตของเมืองภูเก็ตอันเนื่องมาจากกระแสการท่องเที่ยว ทำให้การพัฒนาของเมืองเป็นไปเพ่ือ
รองรบั ความต้องการของนักท่องเที่ยว ทำใหพ้ ื้นทร่ี องรับความต้องการของเมืองถกู ละเลย ส่งผลกระทบต่อคนเมือง
ภเู ก็ตโดยตรง พ้ืนท่ีเพอื่ นนั ทนาการของคนเมืองไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ การพัฒนาพื้นท่ีนันทนาการคนเมือง
“พื้นที่ปลายแหลมสะพานหิน” จึงเปน็ เปา้ หมายของโครงการน้ี
โครงการปรับปรุงอาคารศูนย์กีฬาและพื้นที่ปลายแหลมสะพานหินด้วยกรรมวิธีการถมทะเล (LANDFILL)
เพื่อส่งเสริมศักยภาพของพื้นที่นี้ เป็นโครงการที่เสนอแนะแนวความคิดในการใช้ ความเป็นไปได้โอกาส และ
ความสามารถของวิธีการถมทะเลในรูปแบบต่างๆ มาช่วยในการออกแบบ เพื่อเพิ่มและส่งเสริมการทำงานของพื้นที่
(พนื้ ทีโ่ ครงการเดิมเป็นพน้ื ทเี่ กิดใหม่ที่เกิดจากการถม) ท้งั ทางด้านสถาปัตยกรรม อาคารกีฬาทเ่ี หมาะสมท่ีจะวางอยู่
บนพื้นที่ตั้งที่มีศักยภาพทางด้านทศั นียภาพ อาคารกีฬาที่สามารถใช้งานได้หลากหลายและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรม
และสิ่งแวดล้อมรอบด้าน รวมทั้งทางด้านการจัดการพื้นที่ รูปลักษณ์การถมพื้นที่ดินที่เหมาะสมสามารถช่วย
แก้ปัญหาระบบนิเวศท่ีเกิดจากการถม และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมรอบดา้ นใหส้ ามารถได้รับประโยชน์และอยู่ร่วมกบั ผนื
ดินใหมไ่ ด้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถงึ การใช้งานพืน้ ที่ของผู้ใช้โครงการ มที ัง้ การมาเพื่อการกีฬา ท่องเที่ยว พักผ่อน
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ ินของโรงเรียนท่ยี บุ เลกิ 101
สงั กดั สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
หย่อนใจ กิจกรรมนนั ทนาการ และเทศกาลประเพณีตา่ งๆ ซึ่งมีผลต่อการจัดการพื้นที่ ตัวอย่างเช่น พื้นที่กีฬาตอ้ งมี
ความ PUBLIC มากข้นึ เพ่อื แก้ปญั หาการไม่เช่ือมโยงของกจิ กรรม เป็นตน้
ดังนน้ั โครงการนจี้ ึงเปน็ โครงการท่ชี ว่ ยแก้ปัญหาของพ้ืนท่ีเดิม และเช่อื มโยงองค์ความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธีการ
เกิดของพื้นที่ (LANDFILL) และ ปัญหาของพื้นที่ทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและการจัดการพื้นที่ เพื่อช่วยส่งเสริม
ศักยภาพของพ้ืนทใ่ี ห้ทำงานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
อรนภา ทัศนยั นา (2549) ศึกษาแนวทางการกำหนดรูปแบบศูนย์กีฬา มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล โดยการวิจัยมี
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการกำหนดรูปแบบศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัยมหิดล การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิง
คุณภาพ (Qualitative) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative) โดยผู้วิจัยได้รวบรวม ข้อมูลจากการวิเคราะห์
เอกสาร และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม สำหรับ นักศึกษา บุคลากรของ มหาวิทยาลัยมหิดล และประชาชนที่
เกย่ี วขอ้ ง แบบสัมภาษณ์สำหรับผู้บริหารศนู ย์กีฬาและสุขภาพของรฐั และ เอกชน ผบู้ ริหารและเจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้อง
กับการกีฬาของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้วิจัยได้นำผลจากแบบสอบถามมา วิเคราะห์ด้วยค่าสถิติร้อยละ และ ข้อมูล
สัมภาษณ์นำมาสรุปความเชิงบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยมหิดลควรเป็นดังนี้ คือ
นโยบายการบริหาร ควรม่งุ ให้บรกิ ารสนบั สนนุ การเรยี นการสอน บริการนกั ศกึ ษา บุคลากรและสมาชิกอ่ืนๆ การจัด
กิจกรรมส่งเสริมกีฬา และสุขภาพ การส่งเสริมการวิจัยและเผยแพร่สาระความรู้ด้านกฬี าและสุขภาพ และหารายได้
ตามสมควร โดยไม่ มีผลกระทบต่อกิจกรรมอื่นๆของศูนย์กีฬา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการการเรียนการสอน การ
ส่งเสริมให้ออก กำลังกาย การกีฬาและพัฒนาหน่วยงานเพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์แก่ชุมชน การบริหารกีฬา
จะต้องมีทิศทาง ที่ชัดเจน เพื่อดูแลควบคุมอาคารสถานที่ และเพื่อให้การบริหารจัดการกีฬาของมหาวิทยาลัยไดโ้ ดย
ไม่ต้องพึ่งพา งบประมาณของรัฐ โครงสร้างองค์กรประกอบด้วย ฝ่ายงานธุรการและบริหารงานทั่วไป ฝ่าย
วทิ ยาศาสตรก์ าร กฬี า ฝา่ ยอาคารสถานทแี่ ละอปุ กรณ์กีฬา ฝ่ายส่งเสรมิ และพฒั นากีฬา ด้านบคุ ลากรควรจำแนกเป็น
ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายปฏิบัติการณ์ โดยกำหนดเวลาปฏิบัติงานแบ่งเป็นช่วงเวลา มีระบบประเมินผลงานปีละ
2-3 ครั้ง บุคลากร ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬาหรือการบริหาร ชนิดกีฬาและสิ่งอำนวย
ความสะดวกที่ ควรจัดให้มีในศูนย์กีฬา คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกีฬาพื้นฐาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องแอโรบิค ห้องเก็บ
ของ ค่าบำรุงและ ค่าบริการควรกำหนดให้แตกต่างกันไปตามประเภทสมาชิก ใช้รูปแบบบริหารแบบนอกระบบ
ราชการ เพือ่ ให้มีอิสระและคล่องตวั กจิ กรรมเสรมิ ที่นอกเหนือจากการกฬี า ควรจดั บรกิ ารด้านสุขภาพทป่ี ระกอบด้วย
สปา เซาว์น่า คลินิกสุขภาพ กิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยเสริมรายได้และจูงใจสมาชิก เช่น การสอนพิเศษด้านวิชาการ ค่าย
เยาวชนช่วง ปิดเทอม การอบรมผู้ฝึกสอนกีฬา การให้เช่าพื้นที่เพื่อดำเนินการร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆ โดยมี
ประชาสัมพันธ์ การตลาด มีการจดั กจิ กรรม ส่งเสรมิ การขายในชว่ งเทศกาล และการจดั กจิ กรรมพิเศษ ข้อเสนอแนะ
จากการวิจัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหิดลมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาหลาย หน่วยงานแต่ยังไม่ประสาน
ประโยชน์กันเท่าที่ควร ดังนนั้ เพอ่ื ให้มีศักยภาพสูงสดุ และเป็นเอกภาพ มหาวิทยาลัย ควรรวมหนว่ ยงานกฬี าต่างๆ ให้
เปน็ องค์กรเดยี วกัน โดยจัดสรรเงนิ งบประมาณสนับสนุนในช่วงเร่ิมต้น
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ีดนิ ของโรงเรียนทีย่ บุ เลกิ 102
สงั กัดสำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
กาหลง เย็นจิตต์ (2548) ศึกษาการพัฒนารูปแบบการดำเนินการศูนย์กีฬาตำบลของการกีฬาแห่งประเทศ
ไทย จากแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2545-2549) การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดตั้งศูนย์กีฬา
อำเภอและศูนย์กีฬาตำบลขึ้นทั่ประเทศ จำนวน 876 อำเภอ และ 6,747 ตำบล เพื่อทำหน้าที่ดำเนินกิจกรรมการ
ส่งเสริมกีฬาในท้องถิ่นตั้งแต่ระดับตำบลเพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรทางด้านกีฬาระดับท้องถิ่น ในการส่งเสริมการ
บรหิ ารกีฬา เน่อื งจากการจดั ตั้งและการดำเนนิ งานของศูนย์กฬี าดงั กลา่ ว ยังค่อนขา้ งใหม่เม่ือเทยี บกับการดำเนินงาน
ส่งนอนื่ ๆ ทางดา้ นการกีฬาของประเทศไทยทำให้การดำเนนิ งานยังไม่มรี ปู แบบการดำเนนิ งานทีเ่ หมาะสม ดังนนั การ
วิจัย ครั้งนี้จึงมีขึ้นเพื่อ พัฒนารูปแบบการดำเนินศูนย์กีฬาตำบลให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
กีฬาอยา่ งเปน็ ระบบ และมกี ารกระจายอำนาจการกฬี าสรู่ ะดับทอ้ งถนิ่ อย่างทั่วถึง ในการพัฒนาตามแผนกลยุทธกีฬา
แหง่ ชาติ 6 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาการกีฬาพน้ื ฐาน 2.ด้านการพัฒนาการกีฬาเพ่ือมวลชน 3.ด้านการพัฒนาการ
กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ 4.ด้านการพัฒนาการกีฬาเพื่ออาชีพ 5.ด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการ
กีฬา 6.ด้านการพัฒนาบรหิ ารการกีฬา โดยการวิจัยครัง้ น้ี ดำเนินงาน 2 ขั้นตอน คือ ตอนที่ 1 ศึกษาปัญหาจากกลุ่ม
ตัวอย่างโดยวิธีสุ่ม จำนวน 1,155 คน เป็นหัวหน้าสำนักงานการกีฬาแหง่ ประเทศทย ประจำจังหวัด จำนวน 63 คน
เลขานุการศูนย์กีฬาตำบล จำนวน 364 คน ผู้ใช้บริการศูนย์กีฬาตำบล จำนวน 728 คน โดยใช้แบบสอบถามมาตรา
ส่วนประมาณค่าความเชื่อมั่น .96 นำปัญหาที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS แล้วจัดทำ
รูปแบบเพื่อดำเนินการวิจัยในขั้นตอนที่2 โดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 19 คน ตรวจสอบ และผู้วิจัยพัฒนารูปแบบการ
ดำเนินงานศูนย์กีฬาตำบล ผลการวิจันยครั้งนี้ ผู้วิจัยเสนอ รูปแบบการดำเนินงานศูนย์ กีฬาตำบล ตามแผนพัฒ นา
กีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ดังนี้ ด้านการพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐานควรจะมีอาสาสมัคร ด้านกรกีฬาของตำบล ด้านการ
พัฒนากีฬาเพื่อมวลชนควรมีสนามกีฬามากขึ้น ด้านการพัฒนาความเป็นเลิศควรจัดให้มีการแห่งขันอย่างต่อเนื่อง
ด้านอาชีพ ควรจัดให้กีฬาในตำบลเป็นอาชีพมากขึ้น ด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควรจัดตั้งศูนย์
วิทยาศาสตร์ในตำบล เพอ่ื พฒั นานกั กีฬาและผู้ใช้บริการ และทางดา้ นการบรหิ ารการกีฬา ควรจดั ใหม้ โี ครงสร้างศูนย์
กีฬาตำบล ใหม่ ที่ประกอบด้วย ประธานองค์การ บริหารส่วนตำบลเป็นประธาน และมีคณะกรรมการประกอบด้วย
ผู้แทนจากหมู่บ้าน ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำตำบล ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ชมรมกีฬาทุกชมรม และกรรมการอาจมาจากการแต่งตั้งของประธานให้
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นกรรมการและเลขานุการศูนย์กีฬาตำบล และเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ด้านกีฬาของ
ตำบลเป็นกรรมการและผู้ชว้ ยเลขานุการศนู ย์กฬี าตำบล
7. บริบทการจัดการศกึ ษาของสำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบบริหารจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาในเขตพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทดี่ ินของโรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ 103
สังกัดสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
อำเภอเมืองสงขลา อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ และอำเภอนาหม่อม
กำหนดใหม้ ีโครงสร้างการบรหิ ารงานแบ่งเปน็ 9 กลมุ่ 1 หนว่ ย และสถานศึกษา ดังนี้
1. กลมุ่ อำนวยการ
2. กลุม่ นโยบายและแผน
3. กลมุ่ บริหารงานบคุ คล
4. กลมุ่ สง่ เสรมิ การจัดการศึกษา
5. กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรพั ย์
6. กลุม่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา
7. กลมุ่ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
8. กลุม่ ส่งเสริมการจัดการศกึ ษาทางไกล เทคโนโลยแี ละการสื่อสาร
9. กลุ่มกฎหมายและคดี
10. หน่วยตรวจสอบภายใน
ภาพท่ี 3 แผนผังโครงสรา้ งการบริหารงานของสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลาเขต 1
ท่ีมา : แผนปฏบิ ัตกิ ารประจำปีงบประมาณ 2564 สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560 ดังตอ่ ไปนี้
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากที่ดนิ ของโรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ 104
สงั กดั สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
1. จัดทำ นโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย
มาตรฐานการศึกษา แผนการศกึ ษา แผนพฒั นาการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน และความตอ้ งการของทอ้ งถิน่
2. วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปของสถานศึกษา และหน่วยงานในเขตพื้นท่ี
การศกึ ษา และแจง้ การจัดสรรงบประมาณท่ไี ดร้ บั ใหห้ น่วยงานข้างตน้ รับทราบ รวมทงั้ กำกับตรวจสอบ ติดตามการใช้
จา่ ยงบประมาณของหนว่ ยงานดงั กล่าว
3. ประสาน ส่งเสริม สนับสนนุ และพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
4. กำกบั ดแู ล ติดตาม และประเมินผลสถานศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานและในเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา
5. ศึกษา วเิ คราะห์ วิจัย และรวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศดา้ นการศึกษาในเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา
6. ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัด
และพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นท่ีการศึกษา
7. จดั ระบบประกันคณุ ภาพการศกึ ษา และประเมนิ ผลสถานศกึ ษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา
8. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น รวมท้ังบคุ คล องค์กรชุมชน องคก์ รวิชาชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันอืน่ ที่จดั การศึกษา
รปู แบบทีห่ ลากหลายในเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา
9. ดำเนนิ การและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวจิ ยั และพัฒนาการศึกษาในเขตพน้ื ที่การศึกษา
10. ประสาน ส่งเสริม การดำเนินการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้าน
การศกึ ษา
11. ประสานการปฏิบัตริ าชการทัว่ ไปกบั องค์กรหรือหน่วยงานตา่ งๆ ท้ังภาครฐั เอกชน และองค์กร
ปกครองส่วนท้องถนิ่
12. ปฏิบัตงิ านร่วมกบั หรอื สนับสนนุ การปฏบิ ัติงานของหนว่ ยงานอ่ืนทเ่ี กี่ยวข้องหรือทไี่ ด้รับมอบหมาย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีหน้าที่ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการจัด
การศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด สถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน
องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษารูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นท่ี
การศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศยั ในปีการศึกษา
2563 สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มโี รงเรยี นในสงั กดั จำนวน 138 โรงเรียน และมีบ้าน
เรียน (Home School) จำนวน 1 ครอบครัว
7.1. แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2563-2565) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา
สงขลา เขต 1
7.1.1 ประเด็นกลยทุ ธ์ท่ี 1 จัดการศึกษาเพ่ือความม่นั คง
แนวทางการพัฒนา
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ดี นิ ของโรงเรยี นท่ยี บุ เลกิ 105
สงั กดั สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
1) ปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมท่ีดีงาม ทม่ี ุ่งเน้นความมีวินัย จิตสาธารณะ ด้วยหลักปรชั ญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง
2) ส่งเสริมการร่วมอนุรักษ์ สืบสานและสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาไทย
และหอตั ลักษณ์ของทอ้ งถิน่ สงขลา
3) เสรมิ สร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติและการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขการเทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุข
4) เสริมสรา้ งความรู้ความเขา้ ใจในการป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหมโ่ ดยวธิ ีการท่ีหลากหลาย
ผา่ นกระบวนการเรยี นรแู้ ละกจิ กรรมท่ีหลากหลาย.ภาคีเครอื ข่ายรว่ มมือป้องกนั สานสัมพันธ์รเู้ ท่าทันเทคโนโลยี
7.1.2 ประเด็นกลยทุ ธ์ท่ี 2 จัดการศึกษาเพื่อเพิม่ ความสามารถในการแขง่ ขัน
แนวทางการพัฒนา
1) พัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัย ด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคมและสติปัญญา ด้วย
รูปแบบการจัดประสบการณท์ ่ีหลายหลายโดยความร่วมมือผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ และ ICT ท่ี
ทันสมัย
2) ส่งเสริมการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น โดยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายและมี
ระบบ ICT ทที่ นั สมยั
3) ยกระดับผลสัมฤทธ์ิกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตรแ์ ละภาษาองั กฤษให้เพ่ิมขน้ึ
4) ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการคิด
วเิ คราะห์ การสอื่ สาร การคดิ คำนวณ
5) พฒั นาผู้เรยี นให้มที กั ษะพื้นฐานและมเี จตคติทดี่ ตี ่อการประกอบอาชีพ
7.1.3 ประเดน็ กลยุทธ์ที่ 3 สง่ เสรมิ สนับสนุนการพฒั นาครู และบคุ ลากรทางการศึกษา
แนวทางการพฒั นา
1) พฒั นาครูผสู้ อนใหม้ ีความสามารถในการจดั กระบวนการเรยี นรู้โดยใช้กระบวนการ PLC
2) เสรมิ สร้างแรงจูงใจในการพฒั นางานให้เปน็ ครตู น้ แบบของสำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา
7.1.4 ประเด็นกลยทุ ธ์ที่ 4 ขยายโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารทางการศึกษาและการเรยี นรูอ้ ย่างมีคณุ ภาพ
แนวทางการพัฒนา
1) ส่งเสริมประชากรวัยเรียนทุกคนให้ได้รับโอกาสในการเข้ารับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงมี
คณุ ภาพ และเสมอภาค
2) ส่งเสริมการพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส ได้รับการพัฒนาเต็ม
ศักยภาพในรปู แบบทีเ่ หมาะสม
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดนิ ของโรงเรยี นทยี่ บุ เลกิ 106
สงั กัดสำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
3) ส่งเสริมการนำและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทลั มาใช้เปน็ เคร่ืองมอื ในการจัดกระบวนการเรียนรู้รองรบั
ในวถิ ชี วี ิตใหม่ (New Normal)
7.1.5 ประเด็นกลยุทธท์ ่ี 5 จดั การศึกษาเพื่อเสริมสรา้ งคณุ ภาพชีวติ ท่ีเปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดล้อม
แนวทางการพัฒนา
1) เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักและส่งเสริมคุณลักษณะ และพฤติกรรมที่พึง
ประสงคด์ ้านส่ิงแวดล้อม โดยความรว่ มมือของชุมชน หน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
2) สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ผู้เรียน โดยการสนับสนุนจากหน่วยงาน
ภายนอก
3) ส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรยี นจัดการเรยี นการสอนให้นักเรียนพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่
เปน็ มติ รกับส่ิงแวดลอ้ มให้ สามารถเปน็ อาชพี และสร้างรายได้
7.1.6 ประเดน็ กลยทุ ธท์ ่ี 6 พัฒนาระบบบริหารจดั การและสง่ เสริมใหท้ กุ ภาคมีสว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา
แนวทางการพฒั นา
1) พัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักงานเขตพื้นที่ให้มีคุณภาพมาตรฐานที่เน้นการพัฒนาระบบ
การบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบการบริหารงบประมาณ ระบบการสง่ เสริมการจัดการศึกษา และการนิเทศติดตาม
ประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา
2) ส่งเสริมให้บุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและ
ความรู้ทางวิชาการจากสถาบันการศกึ ษาและองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นและภาคเอกชน
3) ส่งเสริมการพัฒนาสถานศึกษาให้มีระบบบริหารจัดการที่ดี เน้นการสร้างความเข้มแข็งระบบ
ประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน การกำกับ ติดตาม และการบประเมินการศกึ ษา
4) ส่งเสริมการเพิ่มเครือข่ายความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด
การศกึ ษา
7.2 แนวทางการบริหารแผนปฏิบตั กิ ารสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา
เขต 1 เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
(พ.ศ.2560 - 2579) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12
(พ.ศ.2560-2564) แผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 นโยบายรฐั บาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบาย
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาจังหวดั สงขลา และแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด
สงขลา
การนำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 1 ไปสู่การปฏิบัติจะต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนและแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรยี นทย่ี บุ เลกิ 107
สังกดั สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ตามเป้าประสงค์ที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการระดมสรรพกำลังทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุ
อุปกรณ์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ตลอดจนสร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วม การนำแผนพัฒนาการศึกษาฯ ฉบับนี้
ไปสกู่ ารปฏิบตั ิให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีกระบวนการขับเคล่ือนสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
1. ดำเนินการชี้แจง ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจสาระสำคัญแผนปฏิบัติการประจำปี
งบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ให้กับบุคลากรของสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องรับทราบอย่างชัดเจนเพื่อการมีส่วนร่วมและสนับสนุนให้การดำเนินตาม
แผนฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ
2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการประจำปี
งบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
ให้สถานศึกษาได้นำไปเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าประสงค์ท่ี
ชดั เจน
3. กำกับ ติดตาม ความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม รวมท้ังประเมินผลกระทบที่
เกิดข้ึนจากการดำเนินงาน เพ่ือปรับปรุงให้มคี วามเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาอยา่ งทันท่วงที
4. พัฒนาระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน และรายงานผลให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เพื่อให้
ได้ข้อมลู สารสนเทศทีส่ ามารถนำไปใช้ในการปรบั ปรงุ พฒั นาและการบรหิ ารจดั การ
7.2.1 เง่ือนไขความสำเร็จ
แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา
เขต 1 จะประสบความสำเร็จสามารถนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีปัจจยั และเงื่อนไขของความสำเร็จ ดงั น้ี
1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และสถานศึกษาให้ความสำคัญในการ
บริหารจัดการโดยมีเป้าหมายสุดท้าย คือ การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
มคี ณุ ภาพ
2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และสถานศึกษามีเครือข่ายความ
รว่ มมอื ในการพฒั นาการศึกษาที่เข้มแข็งจากทุกภาคส่วน
3. สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ประสานการสนบั สนนุ งบประมาณจาก
สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
4. การสนบั สนุนจากภาคเี ครือขา่ ย ซงึ่ เปน็ ผทู้ มี่ บี ทบาทสำคัญอย่างย่ิงในปจั จุบันท่ีจะผลักดันให้การ
ดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 1 ประสบความสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์
7.2.2 การบริหารความเส่ยี ง
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ีดินของโรงเรียนทยี่ บุ เลิก 108
สังกัดสำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
การนำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 1 ไปสู่การปฏิบัติอาจเกิดเหตุการณ์หรือการกระทำใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบหรือสร้างความ
เสียหาย หรือความล้มเหลวหรือลดโอกาสที่จะบรรลุความสำเร็จต่อเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ได้ จึงจำเป็นต้องมี
การบริหารความเสี่ยง โดยผู้บริหารองค์กรและบุคลากรที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในองค์กรต้องทำความเข้าใจร่วมกัน
เพื่อให้ความสามารถดำเนินการให้วัตถุประสงค์ของงานประสบความสำเร็จ ภายใต้การตัดสินใจ งบประมาณ
กำหนดเวลา และข้อจำกัดด้านเทคนิคที่เผชิญอยู่ ผู้บริหารโครงการจึงต้องจัดการความเสี่ยงของโครงการ เพื่อให้
ปัญหาของโครงการลดน้อยลง และสามารถดำเนินการใหป้ ระสบความสำเรจ็ ตามเป้าหมายทต่ี ัง้ ไวอ้ ย่างมปี ระสิทธิผล
และประสิทธิภาพ จัดการความเสี่ยงทั้งในกระบวนการระบุวิเคราะห์ (Risk analysis) ประเมิน (Risk assessment)
ดูแลตรวจสอบ และควบคุมความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับกิจกรรม หน้าที่และกระบวนการทำงาน เพื่อให้องค์กรลดความ
เสียหายจากความเสีย่ งมากที่สดุ อนั เนือ่ งมาจากภยั ท่ีองค์กรต้องเผชญิ ในชว่ งเวลาใดเวลาหน่งึ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ได้นำกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาใช้ใน
การดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีหลักการ โดยลดสาเหตุของโอกาสที่จะทำให้เกิด ความเสียหาย
เพื่อควบคุมให้ระดับของความเสี่ยงและผลกระที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่ในระดับที่สามารถรับได้ ประเมินได้ ควบคุมได้
และสามารถตรวจสอบได้อย่างมีระบบ โดยคำนึงถึงการบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้ 8 องค์ประกอบ
ไดแ้ ก่
1) บริบทภายในและภายนอกองค์กรภายในองค์กร เช่น สถานที่ทำงานไม่ปลอดภัย ระบบการเงิน
ระบบบัญชีไม่น่าเชื่อถือ การฝึกอบรมพนักงานไม่เพียงพอ วัฒนธรรมขององค์กรไม่เอื้อต่อการทำงานอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ได้จัดระบบความปลอดภยั ในองคก์ ร มีระบบ
การควบคุมภายใน กำหนดค่านิยมรว่ ม “ถูกต้อง รวดเร็ว โปรง่ ใส เปน็ ธรรม” มแี ผนการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มี
ความรู้ความสามารถตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ภายนอกองค์กร เช่น การเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย การ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ กระแสโลกาภิวัฒน์เสถียรภาพทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภค
กระแสสังคม สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา
เขต 1 ดำเนินงานภายใต้การสนบั สนุนยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี กฎระเบียบ/กฎหมายอย่างเครง่ ครดั และส่งเสรมิ การใช้
เทคโนโลยีทท่ี นั สมยั มาชว่ ยในการขบั เคลอื่ นการทำงาน และจดั ทำฐานขอ้ มลู สารสนเทศใหเ้ กิดประโยชน์และเผยแพร่
ในวงกว้าง
2) การกำหนดวัตถุประสงค์ 1) เพื่อดำเนินการตามหลักการบริหารความเสี่ยงในการชี้บ่ง ประเมิน
และการจดั การความเสีย่ ง ภายใต้บริบทภายในและภายนอกอย่างครอบคลุมครบถว้ น 2) เพอื่ บรหิ ารจัดการให้ความ
เสี่ยงของสถาบันอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ 3) เพื่อกำหนดมาตรการ แผนงาน โครงการ และกิจกรรมการจัดการความ
เสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง 4) เพื่อให้บุคลากรของสถาบันมีส่วนร่วมในการรับรู้ ตระหนัก และดำเนินการ
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากที่ดินของโรงเรยี นทย่ี บุ เลิก 109
สงั กัดสำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ตลอดจนให้ ความสำคัญของการบริหารความเสย่ี งตามนโยบายการบริหารความเส่ียงของสถาบัน (Risk Awareness
Culture)
3) การบ่งชี้เหตุการณ์ เพื่อค้นหาความเสี่ยงต่างๆ หรือระบุความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ สำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ได้รวบรวมเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับหน่วยงาน ทั้งในส่วนของปัจจัย
เสี่ยงที่เกิดจากภายในและภายนอกองค์กร เช่น นโยบายบริหารงาน การเงิน บุคลากร การปฏิบัติงาน
ระบบสารสนเทศ ระเบยี บ กฎหมาย ระบบบญั ชี ภาษีอากร ทั้งนี้เพื่อทำความเขา้ ใจต่อเหตุการณ์และสถานการณ์นั้น
เพื่อให้ผู้บริหารหน่วยงานสามารถพิจารณากำหนดแนวทางและนโยบายในการจัดการกับความเสี่ยงทีอ่ าจจะเกิดขน้ึ
ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
4) การประเมินความเสี่ยง เป็นการพิจารณาค่าเหตุการณ์จาก 2 มิติ ได้แก่ โอกาสที่จะเกิด
(Likelihood) และผลกระทบ (Impact) และเพื่อให้การประเมินระดับความเสี่ยงมีความชัดเจน สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ได้กำหนดเกณฑ์การประเมินระดับความเสี่ยงสำหรับการประเมิน
โดยหลักเกณฑ์การประเมินระดับความเสี่ยง (Risk Score) สรุปเกณฑ์การประเมินระดับความเสี่ยงแต่ละประเด็น
ความเส่ยี งได้
5) การตอบสนองความเส่ียง ไดพ้ ิจารณาคัดเลือกทางเลือกทเี่ หมาะสมกับการจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
โดยได้เลือกทางเลือกที่คาดว่าจะสามารถทำให้โอกาสหรือผลกระทบของความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
โดยการตอบสนองความเสี่ยง มี 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง การยอมรับความเสี่ยง
การลดความเส่ียง และการโอนหรือกระจายความเสี่ยง
6) กจิ กรรมการควบคุม ไดม้ กี ารแต่งต้ังให้คณะกรรมการบรหิ ารความเสย่ี ง และคณะทำงานบริหาร
ความเสีย่ งและระบบการควบคุมภายในขึ้น เพื่อติดตามและควบคมุ ความเส่ยี งตามทผ่ี บู้ รหิ ารกำหนด โดยมุ่งเน้นการ
แก้ไขปัญหาและปอ้ งกนั ความเสี่ยงและเพื่อใหก้ ารปฏบิ ตั ิงานมปี ระสิทธิภาพ และประสิทธผิ ลมากขึ้น
7) สารสนเทศและการสื่อสาร ซ่ึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะทำให้การบริหารความเสี่ยงมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีความตระหนัก และ
ดำเนินการโดยการกำหนดไว้ในนโยบายการบริหารความเสี่ยง มีการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศด้านความเสี่ยง และการ
สอ่ื สารไปยังบุคลากรทกุ ระดบั อย่างท่ัวถงึ
8) การติดตามประเมินผล ได้กำหนดให้มีการติดตามประเมินผล เนื่องจากความเสี่ยงอาจมีการ
เปล่ียนแปลงตามสถานการณ์ท่เี ปลย่ี นแปลงไป การจัดการความเสี่ยงทเ่ี คยมปี ระสิทธิผลอาจเปลีย่ นเป็นกิจกรรมที่ไม่
เหมาะสม กิจกรรมการควบคุมอาจมีประสิทธิผลน้อยลง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้อง
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากที่ดนิ ของโรงเรียนทยี่ บุ เลิก 110
สงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
กับกลยุทธแ์ ละเปา้ หมายขององคก์ ร ดงั นน้ั การติดตามความเส่ียงกเ็ พื่อใหเ้ กดิ ความมั่นใจไดว้ ่าแผนบริหารความเส่ียง
ไดม้ ีการดำเนนิ งานไปอยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม ตลอดจนการบริหารความเสยี่ งท่ไี ด้ดำเนินการยังมีประสิทธิผล
7.2.3 การตดิ ตามประเมนิ ผล
เพื่อให้แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 1 ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย การติดตามและประเมินผลเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและสำคัญ
โดยใช้กระบวนการของวงจรเดมมิ่ง (PDCA) คือ มีการวางแผน (Plan) การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ (Do)
การตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด (Check) หากพบว่า ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ (Act) ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้นำไปสู่คำตอบว่าแผนฉบับน้ี
ประสบความสำเร็จตามเป้าประสงค์หรือไม่ และยังช่วยทำให้ผู้จัดทำแผนฯ สามารถปรับปรุงแผนหรือนโยบายให้
สอดคล้องกับสถานการณ์ได้อยา่ งทันท่วงที หากพบว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแผนหรือนโยบายใหม่ โดยมีขั้นตอน
การดำเนนิ การ ดังนี้
1. พัฒนาระบบการติดตามประเมินผลให้มีความสมบูรณ์ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน รวมท้ัง
ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกลไกเสริมแรงระดับบุคคล และนำไปใช้ในการวิเคราะห์
เพื่อทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ให้มีความสอดคล้องกับ
สภาพปญั หาทแี่ ทจ้ ริง
2. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตาม
ประเมินผลการดำเนินงาน
3. สร้างกลไกในการตรวจสอบประเมนิ ผลและรายงานผลใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ รวดเรว็ เพือ่ ใหไ้ ดข้ ้อมูล
สารสนเทศเพอ่ื การทบทวน ปรบั ปรุงการดำเนนิ งานให้บรรลุเป้าหมายได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
4. เสริมสร้างกลไกภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผลความก้าวหน้า
การดำเนินงาน ตรวจสอบความโปร่งใส ความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค การดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามหลัก
ธรรมาภบิ าล
5. กำหนดตวั ชีว้ ดั รูปแบบการตดิ ตาม เครือ่ งมือ กำหนดกรอบระยะเวลาทช่ี ัดเจน เพ่ือให้สามารถ
วดั ผลการดำเนนิ งาน ความก้าวหนา้ ปัญหา อุปสรรค ไดค้ รอบคลุมทกุ มิติ
6. ผลจากการติดตามสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุง พัฒนา และบริหารจัดการได้อยา่ ง
แทจ้ ริง
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ นิ ของโรงเรียนท่ียบุ เลกิ 111
สงั กดั สำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
บทท่ี 3
วธิ ีดำเนินการวจิ ัย
การวิจัย เรื่อง โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา (Research and
Development : R & D) โดยใชเ้ ทคนคิ การวจิ ัยผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบดว้ ย การวจิ ยั
เชิงคุณภาพ (Qualitative Methods) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Methods) ได้นำเสนอตามลำดับ
หวั ขอ้ ดงั น้ี
1. พ้นื ท่ีเปา้ หมาย
2. กลุ่มเป้าหมาย
3. ขนั้ ตอนดำเนนิ การวิจัย
4. เครื่องมือท่ใี ช้ในการวจิ ยั
5. วิธกี ารสร้างเครอ่ื งมือและการหาคณุ ภาพของเครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย
6. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
7. การวเิ คราะห์ข้อมลู
8. สถติ ิที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
พ้นื ทเี่ ปา้ หมาย
ในการวิจัยครั้งน้ี ใช้พื้นที่ในการดำเนินการวิจัย คือ โรงเรียนบ้านแหลมจาก (รักเมืองไทย 27) สำนักงาน
เขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ซ่งึ เปน็ โรงเรยี นที่ยุบเลิกตามประกาศ
กลุ่มเป้าหมาย
ประกอบด้วย
1.1 ผู้บริหารการศกึ ษา จำนวน 4 คน
1.2 ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 จำนวน 95 คน
1.3 ครู จำนวน 250 คน
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ดี ินของโรงเรยี นท่ยี บุ เลกิ 112
สังกัดสำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1.4 บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 100 คน
1.5 ภาคีเครอื ขา่ ย จำนวน 100 คน
ขัน้ ตอนดำเนินการวิจยั
ข้นั ตอนการวิจัย แบง่ ออกเป็น 2 ระยะ มรี ายละเอยี ดดังต่อไปน้ี
ระยะที่ 1 การวิจัย (Research : R) การศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก
สงั กัดสำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ระยะที่ 2 การพัฒนา (Development : D) นำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนท่ี
ยุบเลิก สังกดั สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
การดำเนนิ การทงั้ 2 ระยะ แสดงได้ดังภาพประกอบ
ระยะการวิจัย ขน้ั ตอนดำเนินการวิจยั
ระยะที่ 1 การวจิ ัย 1. ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
(research: R) 2. สังเคราะห์แนวทางการใช้ประโยชนจ์ ากทดี่ นิ ของโรงเรยี นทยี่ ุบเลกิ
กา ร ศึ กษา แ น ว ท า ง การใช้ 3. ประชุมเพื่อระดมความคิด (Brainstorm) เพื่อศึกษาแนวทางการใช้
ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียน
ที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขต ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และนำมาวิเคราะห์จัดลำดับ
สงขลา เขต 1 ความสำคญั
ระยะท่ี 2 การพฒั นา 1. ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ โคกหนองนาโมเดลค่ายลูกเสือ
(development: D) แหลมจาก ในการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัด
น ำ เ ส น อ แ น ว ท า ง ก า ร ใ ช้ สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียน
ที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขต 2. จัดทำคู่มือแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัด
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
สงขลา เขต 1
3. ศึกษาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
การใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขต
พืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ภาพท่ี 4 ขน้ั ตอนดำเนนิ การวิจยั
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ดี นิ ของโรงเรียนที่ยบุ เลกิ 113
สังกดั สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
รายละเอยี ดมีดังนี้
ระยะที่ 1 การศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1. ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก
โดยการวเิ คราะห์เอกสาร (document analysis)
2. ประชุมเพอื่ ระดมความคดิ (Brainstorm) เพือ่ ศกึ ษาแนวทางการใชป้ ระโยชนจ์ ากทด่ี นิ ของโรงเรียนท่ี
ยุบเลิก สงั กัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1 ซ่งึ กลมุ่ เป้าหมาย ไดแ้ ก่ 1) ผู้บรหิ ารการศึกษา
จำนวน 4 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และรองผู้อำนวยการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 2) ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษาสงขลา เขต 1 จำนวน 95 คน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 10 คน ได้แก่ ศึกษานิเทศก์
สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1 ดังน้ี
2.1 ศกึ ษาสภาพพืน้ ท่โี รงเรียนวัดแหลมจาก สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา
เขต 1 ซ่งึ เปน็ โรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ ตามประกาศ
2.2 ศึกษาแนวทางการใช้ประโยชนจ์ ากทด่ี ินของโรงเรียนทย่ี ุบเลิก
ระยะที่ 2 ดำเนินการตามแนวทางการใช้ประโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรียนทีย่ ุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพืน้ ท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1. ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ โคกหนองนาโมเดล ค่ายลูกเสือแหลมจากในการใช้ประโยชน์
จากท่ีดินของโรงเรยี นท่ยี ุบเลกิ สังกัดสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ดังน้ี
1.1 พัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ โคกหนองนาโมเดล มีจำนวน 6 ฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย
1.1.1 ฐานการเรยี นรพู้ ืชผกั สวนครัว
1.1.2 ฐานการเรยี นร้ทู ำนา
1.1.3 ฐานการเรยี นรู้ไม้ผล
1.1.4 ฐานการเรียนรู้ไม้เศรษฐกิจ
1.1.5 ฐานการเรยี นรพู้ ชื สมนุ ไพร
1.1.6 ฐานการเรยี นรู้พลงั งานทางเลือก
1.2 พัฒนาแหล่งเรยี นรู้ ค่ายลกู เสือแหลมจาก มจี ำนวน 6 ฐานกิจกรรม ประกอบด้วย
1.2.1 ฐานทางนำ้
1.2.2 ฐานบุกเบกิ
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรยี นท่ียบุ เลิก 114
สงั กดั สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
1.2.3 ฐานชาวค่าย
1.2.4 ฐานผจญภยั
12.5 ฐานเศรษฐกิจพอเพียง
1.2.6 ฐานเดินทางไกล
2. จัดทำคู่มือแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1 ประกอบด้วย
2.1 คู่มอื โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดลวถิ ใี หม่ : การใช้ประโยชน์จากที่ดนิ ของโรงเรียนท่ีถูก
ยุบเลกิ เล่มที่ 1 โคก หนอง นา
2.2 คู่มือโคก หนอง นา แหลมจาก โมเดลวถิ ีใหม่ : การใช้ประโยชน์จากท่ดี ินของโรงเรียนท่ีถูก
ยบุ เลกิ เลม่ ท่ี 2 คา่ ยลูกเสอื แหลมจาก
2.3 คูม่ อื โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดลวิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ดี นิ ของโรงเรียนที่ถูก
ยบุ เลกิ เล่มท่ี 3 ศนู ยฝ์ กึ กฬี าแหลมจาก
3. ศึกษาการมสี ่วนรว่ มในการพฒั นาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีสว่ นเก่ยี วข้องกับการใชป้ ระโยชน์จากที่ดินของ
โรงเรียนทีย่ ุบเลกิ สังกัดสำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ไดแ้ ก่ 1) ผู้บริหารการศึกษา จำนวน
4 คน ไดแ้ ก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และรองผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 2) ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 1 จำนวน 95 คน 3) ครู จำนวน 250 คน 4) บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 100 คน และ 5)ภาคี
เครอื ขา่ ย จำนวน 100 คน
เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั
เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ้ นการวจิ ยั ประกอบด้วย
1. แบบสอบถามการใช้ประโยชนจ์ ากโรงเรียนที่ถูกยุบเลิก เพื่อศกึ ษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากท่ีดิน
ของโรงเรยี นท่ยี บุ เลิก สังกัดสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
2. แบบสอบถามการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จาก
ทด่ี นิ ของโรงเรียนทยี่ ุบเลกิ สังกดั สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี ินของโรงเรียนที่ยบุ เลิก 115
สงั กัดสำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
วธิ กี ารสร้างเครื่องมือและการหาคณุ ภาพของเคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวิจัย
1. แบบสอบถามการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากที่ดนิ
ของโรงเรยี นทย่ี บุ เลิก สงั กัดสำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ดำเนินการดังนี้
1.1 ศกึ ษาเอกสาร ตำรา งานวิจัยทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับการสร้างเคร่อื งมือวิจยั
1.2 กำหนดหัวข้อโครงสร้างหลักและโครงสร้างย่อยเพื่อช่วยในการสร้างแบบสอบถามระดับการมีส่วน
ร่วมใหค้ รอบคลมุ ครบถ้วน และมรี ายละเอยี ดในเรื่องทต่ี ้องการศึกษา
1.3 สร้างแบบสอบถามวัดระดับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้
ประโยชน์จากที่ดนิ ของโรงเรียนท่ยี บุ เลกิ สงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1.4 ดำเนินการตรวจสอบเครือ่ งมอื ขั้นตน้ โดยการแก้ไขปรบั ปรุงถ้อยคำ สำนวนภาษาตลอดทง้ั ข้อความที่
ไมช่ ดั เจน
1.5 นำเครื่องมือที่ปรับปรุงถ้อยคำและภาษาแล้วให้ผู้เช่ียวชาญด้านการวิจัย วัดและประเมินผลทางการ
ศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครู ตรวจสอบความถูกต้อง ชัดเจน และความ
ครอบคลุมตรงตามเน้ือหา (Content Validity) โดยมีผู้เชีย่ วชาญจำนวน 5 คน คือ
1.5.1 นายธนั วา ล่มิ สถาพร ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3
1.5.2 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัชชา มหปุญญานนท์ อาจารย์ประจำคณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั
ทักษณิ วิทยาเขตสงขลา
1.5.3 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิติกร อ่อนโยน อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภฏั วไลยองกรณ์
1.5.4 ดร.สาวิตรี จุ้ยทอง ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นนทบุรี เขต 1
1.5.5 ดร.กมลาสน์ ศรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสะเดา "ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์" สำนักงานเขตพื้นที่
การศกึ ษามัธยมศกึ ษาสงขลา สตูล
1.6 หลงั จากผเู้ ชี่ยวชาญไดต้ รวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและได้ให้ข้อเสนอแนะ นำไปปรับปรุงเพื่อหาค่า
ดชั นคี วามสอดคล้อง
1.7 จากการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ได้คัดเลือกข้อคำถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องมีค่ามากกว่า
0.63 ไว้เป็นข้อคำถามและจัดพิมพ์เป็นแบบสอบถาม เพื่อนำไปทดลองใช้หาคุณภาพเครื่องมือต่อไป (ค่า IOC มีค่า
เท่ากับ 0.80-1.00)
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ดี นิ ของโรงเรียนท่ียบุ เลกิ 116
สงั กดั สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
1.8 นำเครื่องมือการวิจัยที่ได้ไปปรับแก้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไปทดลองใช้ (try out) กับกลุ่มที่ไม่ใช่
กลุ่มตัวอย่างเดียวกับการวิจัยครั้งนี้ จำนวน 33 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา 1 คน ผู้บริหารสถานศึกษา
10 คน ครู 10 คน บุคลากรทางการศึกษา 5 คน ภาคีเครือข่าย 5 หน่วยงาน ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด
วิเคราะหห์ าคา่ ความเชอ่ื ม่นั (Reliability) ของแบบสอบถาม ดว้ ยวธิ สี ัมประสิทธ์แิ อลฟาของครอนบาค (Cronbach’s
Alpha Coefficient : α) โดยแบบสอบถามระดับการมสี ่วนรว่ ม ไดค้ า่ ความเชื่อมนั่ .937
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ดำเนินการเก็บขอ้ มลู ได้ดำเนนิ การดังข้นั ตอนต่อไปนี้
1. เก็บรวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินของโรงเรียนบ้านแหลมจาก ที่ถูกยุบเลิกมาพัฒนาเป็นแหล่ง
เรียนรู้ ต้งั แต่สิงหาคม พ.ศ.2563 จำนวน 10 ขนั้ ตอน ดังน้ี
ขน้ั ตอนที่ 1 การกำหนดเป้าหมายและเง่ือนไขความสัมพันธอ์ งค์ประกอบเพื่อไปสเู่ ปา้ หมาย
ขน้ั ตอนท่ี 2 การบริหารดำเนนิ ส่วนงานท่เี กิดขึ้น
ขน้ั ตอนท่ี 3 การวิเคราะห์สถานการณ์ปญั หา เง่อื นไข และข้อจำกดั ของการดำเนนิ แผนงาน
ขน้ั ตอนท่ี 4 การระบโุ อกาสและแนวทางสำหรบั การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ
ขน้ั ตอนที่ 5 การประเมนิ ความเหมาะสมในการใชป้ ระโยชน์ของที่ดิน
ขนั้ ตอนท่ี 6 การประเมนิ ค่าทางเลือกในแต่ละรปู แบบของรา่ งแผนผังกำหนดการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี นิ
ขน้ั ตอนท่ี 7 การตัดสนิ ใจร่วมกันในการเลือกรูปแบบร่างแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ท่ีดินที่ประเมิน
ค่าไดเ้ หมาะสมทสี่ ุด
ข้ันตอนท่ี 8 การจดั เตรียมแผนผงั กำหนดการใชป้ ระโยชน์ท่ีดินและรายละเอยี ดเง่ือนไข
ข้ันตอนท่ี 9 การนำแผนผังกำหนดการใช้ประโยชนท์ ด่ี ินไปใช้
ขน้ั ตอนท่ี 10 การติดตามตรวจสอบและปรบั ปรงุ แผนผังกำหนดการใชป้ ระโยชนท์ ดี่ นิ
2. สอบถามระดับการมสี ว่ นร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มสี ว่ นเก่ยี วข้องกับการใช้ประโยชน์จากที่ดิน
ของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ดำเนินการเก็บข้อมูลในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยมีประเด็นในการศึกษา 4 ประเด็น คือ การมีส่วนร่วมในการ
ตัดสินใจ การมสี ่วนร่วมในการดำเนินงาน การมีส่วนรว่ มรบั ผลประโยชน์ และการมีส่วนรว่ มในการประเมนิ ผล
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรียนทีย่ บุ เลิก 117
สงั กัดสำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. นำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินของโรงเรียนบ้านแหลมจาก ที่ถูกยุบเลิกมาพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้
มาเขยี นเชิงพรรณนา (Description) ใน 10 ขนั้ ตอน
2. การหาระดับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากที่ดิน
ของโรงเรียนท่ียุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดย
หาค่าเฉลี่ยเป็นรายข้อและรายด้าน แล้วแปลความหมายของค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์ ดังนี้ (สมบูรณ์ สุริยวงศ์ , สมจิตรา
เรอื งศรี, และเพญ็ ศรี เศรษฐวงศ.์ 2544)
1.00-1.50 หมายถึง มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรยี นร้อู ยใู่ นระดบั นอ้ ยทส่ี ุด
1.51-2.50 หมายถึง มีสว่ นรว่ มในการพัฒนาแหล่งเรยี นรู้อยู่ในระดับน้อย
2.51-3.50 หมายถึง มีส่วนรว่ มในการพัฒนาแหลง่ เรียนรอู้ ยใู่ นระดบั ปานกลาง
3.51-4.50 หมายถงึ มีสว่ นร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนร้อู ย่ใู นระดับมาก
4.51-5.00 หมายถงึ มสี ว่ นร่วมในการพฒั นาแหลง่ เรยี นรอู้ ยูใ่ นระดบั มากท่ีสดุ
สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล
1. สถติ พิ น้ื ฐาน
1.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) () ของประชากรคำนวณโดยใช้สูตร (อนุวัติ คูณแก้ว,
2560) ดังน้ี
µ = X
N
เม่ือ µ แทน ค่าเฉลี่ยของประชากร
∑ แทน ผลรวมของข้อมูลท้งั หมด
N แทน จำนวนขอ้ มูลท้ังหมดของประชากร
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรยี นที่ยบุ เลิก 118
สังกดั สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1.2 คา่ เฉลยี่ เลขคณิต ( ̅) ของกล่มุ ตวั อยา่ ง โดยใชส้ ูตร (อนุวัติ คณู แกว้ , 2560) ดงั นี้
x = x
n
เมอ่ื x แทน ค่าเฉลีย่ ของกลมุ่ ตัวอยา่ ง
∑ แทน ผลรวมของขอ้ มูลทั้งหมด
n แทน จำนวนข้อมลู ทัง้ หมดของประชากร
1.3 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) () ของกลุ่มประชากรโดยใช้สูตร (อนุวัติ คูณแก้ว,
2560) ดงั นี้
= . ( − )2
N −1
เมอ่ื แทน คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานของประชากร
∑ แทน ผลรวม
X แทน คา่ คะแนนแตล่ ะคน
µ แทน คา่ เฉล่ียของประชากร
N แทน ข้อมลู ท้งั หมดของประชากร
1.4 คา่ เบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) () ของกลุ่มอย่างโดยใช้สูตร (อนวุ ตั ิ คูณแก้ว, 2560)
ดงั น้ี
= . (xi − x)2
n −1
เมือ่ SD แทน คา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐานของกลุ่มตวั อย่าง
∑ แทน ผลรวม
แทน ค่าคะแนนแตล่ ะคน
xi
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ีดินของโรงเรียนท่ยี บุ เลกิ 119
สงั กดั สำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
̅ แทน คา่ เฉลยี่ ของกลุ่มตัวอย่าง
n แทน ขอ้ มลู ทัง้ หมดของประชากร
2. สถติ ิทใี่ ชใ้ นการหาคุณภาพของเคร่ืองมอื ดงั น้ี
2.1 หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Validity) ของแบบสอบถาม แบบวัดและแบบประเมนิ ต่างๆ โดยใช้วธิ ี
หาดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยใชส้ ตู ร (ล้วน สายยศ และ องั คณา สายยศ, 2538) ดงั น้ี
IOC = R
N
เมอื่ IOC แทน ดชั นีความสอดคล้องระหว่างคำถามกับวตั ถปุ ระสงค์
R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญทงั้ หมด
N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทง้ั หมด
2.2 วิเคราะห์หาความเชื่อมั่นทั้งฉบับของแบบสอบถาม แบบวัดและแบบประเมินต่างๆ โดยใช้ค่า
สมั ประสิทธแ์ิ อลฟา (-coefficient) ของครอนบาค (Cronbach, 1951) โดยใชส้ ตู รดงั น้ี
= k 1 − Si2
k−1 S2t
เมอื่ แทน ค่าความเช่อื ม่ันของเครื่องมือ
k แทน จำนวนขอ้ ของเครอื่ งมือ
Si2 แทน ผลรวมของความแปรปรวนของคะแนนแต่ละข้อ
S2t แทน ความแปรปรวนของคะแนนท้งั ฉบบั
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรยี นทย่ี บุ เลิก 120
สงั กดั สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
การวิเคราะห์ขอ้ มูลการศึกษาการวิจัย เรื่อง โคก หนอง นา แหลมจากโมเดล วิถีใหม่ : การใช้ประโยชน์จาก
ที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา
(Research and Development : R & D) โดยใช้เทคนิคการวิจัยผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซ่ึง
ประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Methods) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Methods)
ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล ดงั ตอ่ ไปน้ี
สญั ลกั ษณ์ท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในการแปลความหมาย จากผลวิเคราะห์ข้อมูล ได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ใน
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังนี้
N หมายถงึ ขนาดของกลุ่มเป้าหมาย
n หมายถงึ ขนาดของกลุม่ ตวั อย่าง
µ หมายถึง คา่ เฉลี่ยเลขคณติ ของข้อมูลท่ีได้จากกลุ่มเป้าหมาย
̅ หมายถึง ค่าเฉล่ยี เลขคณิตของข้อมลู ที่ไดจ้ ากกลุม่ ตัวอย่าง
หมายถงึ ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐานของกลุม่ เป้าหมาย
หมายถงึ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานกล่มุ ตวั อยา่ ง
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
การนำผลการวิเคราะห์ข้อมูล และการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูล
ออกเป็น 2 ระยะ คือ
1. ระยะที่ 1 การศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลอาศัยแนวทางในการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดิน
7 ข้ันตอน
2. ระยะที่ 2 ดำเนินการตามแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขต
พ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดนิ ของโรงเรียนท่ียบุ เลิก 121
สงั กัดสำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลระยะท่ี 1
จากการศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยแนวทางในการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดิน
7 ข้ันตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดเป้าหมายและเงื่อนไขความสัมพันธ์องค์ประกอบเพื่อไปสู่เป้าหมาย (Define goal
and objective) เป็นขั้นตอนการอภิปรายร่วมกันท่ามกลางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงการวางแผน มีการแลกเปลี่ยน
แนวคดิ และขอ้ มูลทเี่ กยี่ วข้อง เพื่อใช้สำหรบั การร่างสถานการณ์และวสิ ยั ทศั น์ร่วมกนั (เป้าหมาย- แหลมจาก) ผลการ
วเิ คราะหเ์ พ่อื นำกำหนดเปา้ หมาย มีรายละเอียด ดังนี้
เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีความตระหนักและให้ความสำคัญ
ในการใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรียนท่ียบุ เลกิ ไป และจากข้อมูลในปกี ารศกึ ษา 2563 ทางโรงเรียนบา้ นแหลมจาก
(รักเมืองไทย 27) ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ที่ยุบเลิกไปแล้ว ตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการศกึ ษาธิการจังหวัดสงขลา
ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2561 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 และครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561
จึงทำให้โรงเรียนไม่มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นมา แต่จากการสำรวจใน
วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563 โรงเรียนยังคงมีสภาพอาคารสถาน สามารถใช้การได้ดี ยังคงมีความปลอดภัยสูงและมี
พื้นที่ใช้สอยอีก จำนวน 15 ไร่ รวมไปถึงเป็นบริเวณซึ่งถือเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
เนื่องจากบริเวณโรงเรียนทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทะเสสาบสงขลา และบริเวณรอบโรงเรียนยังเป็นที่ต้ัง
ของสถานที่ราชการ คือ องค์การบริหารส่วนตำบลปากรอ และสถานีตำรวจปากรอ จากเหตุผลประกอบหลาย
ประการจึงเป็นมติในที่ประชุมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าเป้าหมายที่สำคัญครั้งนี้ คือ การนำพื้นที่บริเวณโรงเรียนบ้าน
แหลมจาก (รักเมอื งไทย 27) มาพัฒนาใหเ้ กดิ ประโยชน์โดยสามารถนำมาพัฒนาเปน็ แหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ต่างๆ เพราะนอกจากจะเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินให้เกิดคุณค่า ยังถือเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทดี่ นิ ของโรงเรยี นท่ียบุ เลิก 122
สังกดั สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ภาพที่ 5 แผนทบ่ี รเิ วณโรงเรยี นบ้านแหลมจาก (รักเมืองไทย 27)
ภาพท่ี 6 ประชมุ วางแผน ลงพนื้ ทสี่ ำรวจโรงเรยี นยบุ เลกิ 123
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรียนที่ยบุ เลิก
สังกัดสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ขั้นตอนที่ 2 การบริหารดำเนินส่วนงานที่เกิดขึ้น (Management) เป็นขั้นตอนการอภิปรายร่วมกันในการ
ค้นหาแนวทางและขั้นตอนการทำงานร่วมกันเพื่อไปสู่การกำหนดแผนงานดำเนนิ การไปสู่การบรรลุเป้าหมาย (ระดม
ความคิดเห็น) โดยผลการวิเคราะห์เพือ่ คน้ หาแนวทางและกำหนดแผนงาน มรี ายละเอยี ดดังนี้
ตารางท่ี 1 แสดงประเดน็ ในการพิจารณาเพ่อื หาแนวทางในการพฒั นาเปน็ แหลง่ เรยี นรู้
ประเดน็ ในการพจิ ารณา แนวทางในการใช้ กิจกรรม
1. สภาพอาคาร สามารถใช้การได้ดี 1. นำอาคารมาใช้เป็นฐานในการ กิจกรรมเก่ยี วกับการพักแรม
ยงั คงมีความปลอดภยั สูง เรยี นรู้
2. สามารถใช้ในการพกั แรมได้
2. บริเวณโดยรอบของโรงเรียนเป็น สภาพพื้นที่เหมาะกับการใช้เป็น กิจกรรมทีเ่ กยี่ วกับการฝึก
ต้นไม้ใหญ่ มีคลองขนาดใหญ่อยู่ด้าน ฐานกจิ กรรมต่างๆ ทกั ษะชวี ติ
ทิศตะวันตกของโรงเรียน
3.มีพื้นที่ว่างหน้าอาคารเรียน เป็น ควรนำทด่ี ินมาใชป้ ระโยชน์ กิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกบั การเกษตร
พน้ื ทีก่ วา้ ง มสี ภาพเปน็ ป่าชายเลน เกยี่ วกับการเกษตร ที่จดั กระทำ
มีน้ำขัง จนกลายเปน็ แหลง่ เรียนรู้
4.บริเวณด้านหน้าของโรงเรียนมี เหมาะกับการใช้ในเรื่องกีฬา กิจกรรทเ่ี ก่ียวข้องกับกีฬากลางแจง้
สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ กลางแจ้ง
จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนบ้านแหลมจาก (รักเมืองไทย 27) มีสภาพอาคารที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ปลอดภัย เหมาะกับการนำอาคารไปใช้ประโยชน์ รวมถึงบริเวณโดยรอบของโรงเรียนมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก มี
คลองในส่วนของที่ดินตรงหน้าอาคารเรียน ซึ่งเป็นที่ดินว่างที่ขึ้นปกคลุมด้วยต้นกก เป็นป่าชายเลน มีน้ำขัง และ
ด้านหน้าโรงเรียนมีสนามฟุตบอลกลางแจ้งขนาดใหญ่ เหมาะจะนำที่ดินไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้
จงึ มีลักษณะของกิจกรรมที่เข้ามาเก่ียวข้อง 3 ประเภท คอื 1) กจิ กรรมท่เี กี่ยวข้องกบั การเกษตร ซ่งึ ถือเป็นแนวทางที่
เหมาะกับการจัดสรรท่ีดิน 2) กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ซึ่งนอกจากพื้นที่จะเอื้ออำนวยแล้ว ยังถือเป็นการฝกึ
ทกั ษะทจ่ี ำเป็นใหก้ ับผเู้ รียนและผู้สนใจ และ 3) กจิ กรรมทเี่ กี่ยวข้องกับการฝกึ ทกั ษะชีวิตและฝกึ วนิ ัย
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ดี ินของโรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ 124
สงั กดั สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ภาพท่ี 7 อาคารเรียนทสี่ ภาพสมบรู ณ์
ภาพท่ี 8 บริเวณที่วา่ งดา้ นหน้าอาคารเรียน
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรยี นท่ียบุ เลกิ 125
สงั กดั สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ภาพที่ 9 สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ด้านหนา้ โรงเรยี น
ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา เงื่อนไข และข้อจำกัดของการดำเนินแผนงาน (Analysis
problem solving, condition and plan) เปน็ ข้ันตอนการใช้เทคนิคของการวางแผน การใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยมี
การสร้างรูปแบบลักษณะต่างๆ ของแผนงานเพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบแต่ละรูปแบบในการไปสู่เป้าหมายด้วย
องคป์ ระกอบ เงอื่ นไข และขอ้ จำกัดเพื่อนำไปสู่ การเลอื กรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยผลการวิเคราะห์สถานการณ์
ปญั หา เงือ่ นไข และขอ้ จำกดั มีดงั นี้
ตารางท่ี 2 แสดงผลการวเิ คราะห์สถานการณป์ ัญหา เงอ่ื นไข และข้อจำกดั
กิจกรรม แหล่งเรียนรู้ เงื่อนไข /ข้อจำกัด
กิจกรรมทเี่ กย่ี วข้องกบั การเกษตร โคก หนอง นา โมเดล กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วข้องกับการเกษตร
1. สภาพดินเป็นดินเปรี้ยว มีน้ำขัง
ไมเ่ หมาะกับการเพาะปลกู
2. แหลง่ นำ้ ยงั มีจำนวนจำกดั
3. พันธไ์ุ มท้ ่จี ะนำมาทำการ
เพาะปลูก ควรมคี วามหลากหลาย
ขยายพันธ์ุและสามารถมองเห็น
ผลผลิตไดต้ ลอดปีและต่อเนื่อง
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ดี ินของโรงเรยี นท่ียบุ เลิก 126
สงั กดั สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ตารางที่ 2 (ต่อ) แหล่งเรยี นรู้ เงื่อนไข /ข้อจำกัด
กจิ กรรม ค่ายลกู เสอื แหลมจาก
1. อาคารเรียนสมบรู ณ์
กิจกรรมเกยี่ วกับการพกั แรม 2. หอ้ งนำ้ มีจำนวนจำกัด
กจิ กรรมทเ่ี ก่ียวกับการฝึกทักษะชีวติ 3. บริเวณกว้างสามารถสร้างฐาน
การเรยี นรไู้ ด้หลากหลาย
กิจกรรท่เี กย่ี วขอ้ งกบั กฬี ากลางแจ้ง ศนู ยก์ ารกีฬา 4. มีคลองจึงสามารถสร้างฐานการ
เรยี นร้ทู เี่ ก่ียวกบั น้ำได้
5. มีต้นไม้ใหญ่บริเวณโดยรอบ
สร้างฐานการเรียนรู้ที่ใช้ต้นไม้เป็น
ฐานได้
1. สภาพกว้าง แต่ยังไม่มีการแบ่ง
เขต โดยส่วนด้านหลังที่ติดกับ
สถานีตำรวจปากรอจะมีต้นไม้ใหญ่
สำหรบั ให้ร่มเงา
2. สภาพพนื้ ทีเ่ ดิมเปน็ หลุมเปน็ บอ่
จากตารางท่ี 2 แสดงให้เห็นว่า ในการดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แต่ละส่วน ยังมีส่วนที่ต้องอาศัยการ
พัฒนาเพิ่มเติมอีกหลายด้าน บนข้อจำกัดต่างๆ ที่แตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องอาศัยการมีส่วมร่วมจาก
หลายภาคส่วน เขา้ มามีบทบาทในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ตามกำลงั ความสามารถและทรพั ยากรของแตล่ ะหน่วยงาน
และเลอื กพืน้ ท่เี พอ่ื จะวางฐานตา่ งๆ ดงั แสดงในภาพที่ 10
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ีดนิ ของโรงเรยี นทยี่ บุ เลกิ 127
สงั กดั สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ภาพท่ี 10 การวางแผนผงั ของโคก หนอง นา โมเดล คา่ ยลูกเสือ และศนู ยก์ ีฬาแหลมจาก
ขั้นตอนที่ 4 การระบุโอกาสและแนวทางสำหรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Identify chance
and procedure) เป็นขั้นตอนการสร้างทางเลอื กหรือสถานการณใ์ นการแก้ปญั หาเพ่ือนำไปสู่การเปลีย่ นแปลงการใช้
ประโยชน์ที่ดินตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กลุ่มผู้ดำเนินกิจกรรม กลุ่มผู้มีอำนาจการ
ตัดสินใจในเชิงนโยบาย และภาคีเครือขา่ ยต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ผลจากการประชุมเพือ่ นำไปสู่การใช้
ประโยชน์อย่างแทจ้ ริง ทำให้ไดม้ ตจิ ากในท่ีประชุมเพื่อพจิ ารณาฐานการเรียนร/ู้ ฐานกิจกรรม และหาผู้รับผิดชอบ/ผู้เก่ียวข้อง
เพอื่ ใหก้ ารใชป้ ระโยชน์จากที่ดินเปน็ ไปตามเป้าหมาย มีผลในการดำเนนิ การ ดังนี้
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรียนท่ียบุ เลิก 128
สงั กดั สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ตารางที่ 3 ผ้รู ับผดิ ชอบ/ผู้เก่ียวข้องของโคก หนอง นา โมเดล
กิจกรรม ผูร้ บั ผิดชอบ/ผเู้ กยี่ วขอ้ ง
โคก หนอง นา โมเดล
1. ฐานการเรยี นรู้พชื ผกั สวนครวั 1. กองพลพฒั นาท่ี 4
2. ฐานการเรียนรู้ทำนา 2. สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
3. ฐานการเรียนรู้ไม้ผล 3. ผบู้ ริหารโรงเรียน คณะครู นกั การภารโรง ในสังกดั
4. ฐานการเรยี นรู้ไมเ้ ศรษฐกิจ 4. ผบู้ ริหารโรงเรียน คณะครู นักการภารโรง
5. ฐานการเรยี นรู้พชื สมนุ ไพร ศูนย์เครอื ขา่ ยการศกึ ษา อำเภอสงิ หนคร
6. ฐานการเรยี นรู้พลงั งานทางเลือก 5. ศนู ยว์ ิจัยและพัฒนาประมงนำ้ จดื สงขลา
6. สถานพี ฒั นาทดี่ นิ จังหวัดสงขลา
ค่ายลูกเสอื แหลมจาก 7. ค่ายรตั นพล
1. ฐานกจิ กรรมทางน้ำ 8. ศูนยว์ ิจยั และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝ่ัง
2. ฐานกจิ กรรมบุกเบกิ 9. ศนู ยเ์ พาะชำกล้าไม้ ตำบลฉลงุ อำเภอหาดใหญ่
3. ฐานกจิ กรรมชาวค่าย 10. บรษิ ทั มบู าดาลา ปโิ ตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด
4. ฐานกจิ กรรมผจญภัย 11. นายไพฑรู ย์ ไชยานุวงศ์ กำนันตำบลปากรอ
5. ฐานกจิ กรรมเศรษฐกิจพอเพยี ง 12. สถานีตำรวจภธู รปากรอ
6. ฐานกจิ กรรมเดนิ ทางไกล 13. ศูนยเ์ พาะพันธ์ปุ ลานำ้ จดื อำเภอคลองหอยโข่ง
ศูนยก์ ฬี าแหลมจาก สงขลา
1. วอลเลยบ์ อล 1. สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
2. ตะกรอ้ 2. คณะผู้บริหารโรงเรยี น คณะครูในสังกดั สพป.สงขลา เขต1
1. สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
2. ผบู้ รหิ ารโรงเรียน คณะครู นกั การภารโรง ในสังกัด
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ ินของโรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ 129
สงั กดั สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ตารางท่ี 3 (ต่อ) กจิ กรรม ผู้รบั ผิดชอบ/ผู้เกีย่ วข้อง
3. ฟุตบอล 3. ผบู้ ริหารโรงเรียน คณะครู นกั การภารโรง
4. เปตอง ศูนยเ์ ครือข่ายการศึกษา อำเภอสิงหนคร
4. กองพลพฒั นาที่ 4
5. นายกสมาคมกฬี าแห่งจังหวัดสงขลา
6. ผูอ้ ำนวยการสำนักงานการกีฬาแหง่ ประเทศ ภาค 4
7. ผอู้ ำนวยการสำนักงานการทอ่ งเทีย่ วและกฬี าจงั หวัดสงขลา
8. ผอู้ ำนวยการสำนักงานการกฬี าแห่งประเทศไทย
จงั หวัดสงขลา
ขั้นตอนที่ 5 การประเมินความเหมาะสม/การประเมินค่า/ตดั สินใจเลือกสิ่งทเี่ หมาะท่ีสุดในการใช้ประโยชน์
ของที่ดิน (Assessment of land suitability) เป็นขั้นตอนของการประเมินที่ดินที่ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้
ประโยชน์ที่ดินประเภทใดที่มีความเหมาะสมบนที่ดินบริเวณนี้มากที่สุด และที่ดินบริเวณนี้ควรมีการใช้ประโยชน์ใด
เหมาะสมทสี่ ดุ การจัดเตรียมสรุปขอ้ มูลสำคญั ทสี่ ามารถสะท้อนความจรงิ สำหรับการตดั สนิ ใจ และผมู้ อี ำนาจตดั สนิ ใจ
กลุ่มผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียที่มบี ทบาทในการเลือกรูปแบบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ทด่ี ินทสี่ ามารถนำไปสู่การบรรลุ
เป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกันได้โดยมีการกำหนดแนวทาง เงื่อนไข ร่างกำหนดแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูล
แผนที่ลักษณะทางกายภาพภูมิศาสตร์ทีเ่ กี่ยวข้อง และการเปรียบเทยี บข้อกำหนดเงื่อนไขสำหรับการจัดวางประเภท
การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสมตามเงื่อนไขของบริบทพื้นที่ ผลการวิเคราะห์การใช้แผนผังกำหนดการใช้
ประโยชน์ที่ดิน โดยพจิ ารณาจากลักษณะทางกายภาพภูมิศาสตร์ เพ่ือตัดสนิ ใจเลือกใชท้ ่ดี ินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ดังน้ี
5.1 จากลักษณะทางภูมิศาสตร์ มองเห็นว่าสภาพภูมิศาสตรเ์ หมาะสมต่อการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่ฟื้นฟูและ
อนุรักษส์ ภาพแวดล้อม นอกจากน้ีบรเิ วณโรงเรียนยังแวดล้อมไปด้วยหนว่ ยงานและชุมชนท่ีพร้อมเขา้ มามีส่วนร่วมใน
การพัฒนาแหล่งเรยี นรู้ ดังภาพ
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรยี นท่ยี บุ เลกิ 130
สังกัดสำนกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ภาพท่ี 11 แผนที่แสดงลกั ษณะท่ีตั้งของโรงเรยี นบา้ นแหลมจาก (รกั เมืองไทย 27)
5.2 ที่ตั้งและกิจกรรมสำหรับแหล่งเรียนรู้ต่างๆ จากการวิเคราะห์สภาพพื้นที่และความเหมาะสม จึง
ตดั สนิ ใจเลอื กกิจกรรมตา่ งๆ ในแตล่ ะแหลง่ เรยี นรู้ ดังนี้
ตารางที่ 4 แสดงกิจกรรมทอ่ี ยูใ่ นแต่ละแหล่งเรยี นรู้
แหลง่ เรียนรู้ กิจกรรม
โคก หนอง นา โมเดล
1. ฐานการเรียนรพู้ ชื ผกั สวนครัว ปลกู พริก มะเขอื ขา่ ผกั ชขี าว บวบ น้ำเต้า ถั่วพู ตะไคร้
กระหลำ่ ปลี โดยเลือกการปลกู ทงั้ แบบในดิน ยกแคร่ ปลูกใน
ล้อยาง เน่ืองจากใหเ้ ข้ากบั สภาพภมู ิประเทศมักมนี ้ำท่วมขัง
จงึ ควรมีวธิ กี ารปลกู ทห่ี ลากหลาย
2. ฐานการเรยี นรูท้ ำนา ปลกู ขา้ วเฉีย้ งพทั ลงุ (Chiang Phatthalung)
ปลกู ขา้ วสังข์หยดพทั ลงุ (Sang Yod Phattalung)
3. ฐานการเรยี นร้ไู ม้ผล ปลูกขนุนทองนาทวี สะตอเกาะใหญ่ ตะลิงปลิง มะม่วงเบา
จำปาดะทอง จำปา ลำไยจัมโบ้ ละมุดไข่ห่าน ส้มโอพันธุ์ทับทมิ
สยาม กล้วยไข่กำแพงเพชร ชมพูทับทิมจันทร์ เลือกปลูกตรง
ตำแหนง่ ที่เป็นโคก
4. ฐานการเรยี นรูไ้ มเ้ ศรษฐกจิ ปลูกต้นยางนา ต้นอินทนิลน้ำ ต้นสะเดาเทียม ต้นมะขาม ต้น
มะเมา่ ต้นผกั หวานบา้ น ต้นตาลโตนด ต้นหวา้ ตน้ ตำเสา ต้นเห
รยี ง ตน้ ตะเคียนทอง
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดนิ ของโรงเรียนทีย่ บุ เลกิ 131
สังกดั สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ตารางท่ี 4 (ตอ่ ) กจิ กรรม
แหลง่ เรยี นรู้ กญั ชา พลูคาว เพชรสงั ฆาต ป่าชา้ เหงา(หนานเฉาเหว่ย) เหงือก
ปลาหมอ อังกาบหน โด่ไม่รู้ล้ม หญ้ารีแพร กระทือป่า
5. ฐานการเรียนรู้พชื สมุนไพร เสลดพงั พอน ฟา้ ทะลายโจร กระเจี๊ยบแดง เพชรหึง ชมุ เหด็ เทศ
ไพล ลูกใต้ใบ ข่า เตยหอม ชะพลู ขมิ้นชัน ข่าลิง ยี่หร่า ว่าน
6. ฐานการเรยี นรู้พลังงานทางเลือก หางจระเข้ หญ้าหนวดแมว มะกรูด กระดังงาสงขลา กุหลาบ
ค่ายลกู เสอื แหลมจาก มอญ มะลิลา แก้ว กาหลง ยี่โถ ยอบ้าน มะม่วงหาวมะนาวโห่
1. ฐานกิจกรรมทางน้ำ ทุเรียนน้ำ หม่อน ขรู รางจืด ขจร บอระเพ็ด อัญชัน เสาวรส
2. ฐานกิจกรรมบุกเบิก เล็บมอื นาง ต้นขมิน้ ขาว
3. ฐานกิจกรรมชาวคา่ ย เซลลแ์ สงอาทิตย์
4. ฐานกจิ กรรมผจญภัย ใชบ้ ริเวณคลอง
มนี งั่ รา้ นเพื่อให้ฝกึ ทกั ษะ
5. ฐานกจิ กรรมเศรษฐกิจพอเพยี ง ทกั ษะต่างๆทีล่ กู เสอื ควรปฏิบัติ
- เคร่อื งมือเคร่ืองใช้ท่จี ำเปน็
- การสรา้ งครวั
- การสร้างเตาประเภทต่างๆ
- การประกอบอาหาร
- การกางเตน็ ท์
จงึ ควรเลือกบริเวณท่ีมีร่มไม้ และติดกับลานกวา้ ง
สะพานเชอื กเสน้ เดียว สะพานเชอื ก 2 เส้น สะพานเชือก 3 เส้น
กำแพงล้อยาง โดยฐานมีการปรับเปลี่ยนได้ ควรเลือกบริเวณท่ี
เป็นร่มไม้ใหญ่ เพื่อสะดวกในการสร้างฐาน และเวลาเล่น
กจิ กรรมจะไดม้ อี าศัยรม่ ของต้นไมใ้ หญ่
ศกึ ษาแหล่งเรียนร้โู คก หนอง นา โมเดล
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากท่ีดินของโรงเรียนทยี่ บุ เลิก 132
สังกดั สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ตารางที่ 4 (ต่อ) กจิ กรรม
แหลง่ เรยี นรู้ ศกึ ษาเส้นทางบรเิ วณค่าย
6. ฐานกิจกรรมเดินทางไกล นอกเหนือจากกีฬาฟุตบอล กีฬาอื่นๆ ควรเลือกตำแหน่งสนาม
ศนู ย์กีฬาแหลมจาก สงขลา ท่ีอยใู่ กลต้ ้นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงา
1. กฬี าเซปกั ตะกรอ้
2. กีฬาฟุตบอล
3. กีฬาเปตอง
4. กีฬาวอลเลยบ์ อล
ข้อเสนอแนะ สำหรับโคก หนอง นา โมเดล เป็นส่วนที่ต้องใชพ้ ื้นดนิ ในการเพาะปลูก แต่เนื่องจากสภาพดนิ
เป็นดินเปรี้ยวไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก จึงจำเป็นต้องปรับสภาพที่ดินก่อนด้วย นอกเหนือจากนี้ ในที่ดินยังไม่
ส่วนของหนองจึงตอ้ งมีการขุดหนอง และสรา้ งโคกด้วย
ภาพท่ี 12 บรรยากาศในการประชมุ ระดมความคิดเห็น
เพอื่ ประเมนิ ความเหมาะสม / การประเมนิ ค่า / ตดั สินใจเลือกสิง่ ทีเ่ หมาะท่ีสดุ
ขั้นตอนท่ี 6 การจัดเตรียมแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและรายละเอียดเงื่อนไข (Arrange) เป็น
ขั้นตอนนำเสนอแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้รับคำแนะนำจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเหตุผลในการตัดสินใจ
รับรองรูปแบบแผนผังนี้ที่ได้มาจากขั้นตอนที่ 1–5 ตลอดจนการจัดเตรียมเงื่อนไขสำหรับการนำไปใช้ จากข้อมูลท่ี
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทด่ี นิ ของโรงเรยี นท่ยี บุ เลิก 133
สังกดั สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ได้รับข้อเสนอแนะต่างๆ จากมีผู้ส่วนเกี่ยวข้อง และเลือกตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสม นำข้อมูลทุกส่วนมาสร้างเป็น
แผนผงั กำหนดการใช้ประโยชนจ์ ากทดี่ นิ ในการพฒั นาแหลง่ เรียนรู้ ทำให้เกดิ แผนผงั ทัง้ หมด 8 แผนผงั ดงั นี้
6.1 โคก หนอง นา โมเดล
ภาพท่ี 13 รายละเอยี ดพื้นท่ีโคก หนอง นา โมเดล
ค่ายลกู เสอื แหลมจาก สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากท่ดี นิ ของโรงเรียนที่ยบุ เลิก 134
สงั กดั สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ภาพที่ 14 ฐานการเรยี นรู้พืชผักสวนครวั : บริเวณพน้ื ท่ีโคก หนอง นา โมเดล
ภาพที่ 15 ฐานการเรยี นรู้ทำนา : บริเวณพื้นที่โคก หนอง นา โมเดล
ภาพที่ 16 ฐานการเรยี นรู้ไม้ผล : บรเิ วณพ้นื ท่โี คก หนอง นา โมเดล 135
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากที่ดนิ ของโรงเรยี นท่ียบุ เลกิ
สงั กดั สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ภาพที่ 17 ฐานการเรยี นรู้ไม้เศรษฐกจิ : บริเวณพนื้ ทโ่ี คก หนอง นา โมเดล
ภาพที่ 18 ฐานการเรียนรู้พืชสมนุ ไพร : บริเวณพืน้ ทโ่ี คก หนอง นา โมเดล
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ นิ ของโรงเรียนทย่ี บุ เลิก 136
สงั กัดสำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
6.2 คา่ ยลูกเสอื แหลมจาก
ภาพท่ี 19 รายละเอียดพื้นที่ฐานกิจกรรมค่ายลูกเสือแหลมจาก
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
6.3 ศนู ยก์ ีฬาแหลมจาก สงขลา
ภาพท่ี 20 รายละเอยี ดพื้นท่ีศนู ย์กฬี าแหลมจาก สงขลา 137
สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดินของโรงเรียนทยี่ บุ เลกิ
สังกดั สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1
ภาพที่ 21 การประชุมระดมความคิดเพ่ือขอ้ มลู มาใช้ในการสร้างแผนผัง
ขั้นตอนที่ 7 การติดตามตรวจสอบและปรับปรุงแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Auditing and
Monitoring) เปน็ ข้ันตอนการติดตามตรวจสอบเพ่ือช่วยทำให้เกดิ ข้อมูลที่จำเปน็ ในการทบทวนว่าแผนผังกำหนดการ
ใช้ประโยชน์ที่ดินจะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ในเชิงประจักษ์ได้เพียงใด และไม่สาม ารถเปลี่ยนแปลงได้
ตามที่วางแผนไว้ด้วยเหตุปัจจัยใด เป็นการลงพื้นที่จริง เพื่อทบทวนความเป็นไปได้อีกครั้ง เพื่อนำไปสู่การ
เปลยี่ นแปลง
ภาพท่ี 22 การลงพื้นท่จี ริง เพื่อทบทวนความเปน็ ไปได้ 138
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชนจ์ ากทีด่ นิ ของโรงเรียนทยี่ บุ เลิก
สังกัดสำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
สามารถสรุปเป็นแผนผังขั้นตอนการใช้ประโยชนจ์ ากทีด่ ิน ดังนี้
ขน้ั ตอนที่ 1 การกาหนดเปา้ หมาย
และเง่ือนไขความสมั พนั ธ์
ขน้ั ตอนท่ี 2 การบรหิ าร
ดาเนนิ สว่ นงานท่เี กิดขนึ้
ขน้ั ตอนท่ี 3 การวเิ คราะหส์ ถานการณป์ ัญหา
เง่ือนไข และขอ้ จากดั
ขนั้ ตอนท่ี 4 การระบโุ อกาสและแนวทาง
สาหรบั การเปล่ยี นแปลง
ขน้ั ตอนท่ี 5 การประเมินความ
เหมาะสม/การประเมินคา่ /ตดั สนิ ใจ
เลอื ก
ขน้ั ตอนท่ี 6 การจดั เตรียมแผนผงั กาหนดการใช้
ประโยชนท์ ่ดี นิ และรายละเอียดเง่ือนไข
ขนั้ ตอนท่ี 7 การตดิ ตามตรวจสอบ
และปรบั ปรุงแผนผงั
ภาพที่ 23 แผนผงั ขน้ั ตอนการใชป้ ระโยชนจ์ ากที่ดนิ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลระยะท่ี 2 ดำเนินการตามแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก
สงั กัดสำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1. ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ โคกหนองนาโมเดล ค่ายลูกเสือแหลมจาก ในการใช้ประโยชน์จาก
ท่ดี ินของโรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ดังนี้
1.1 พัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ โคกหนองนาโมเดล มีจำนวน 6 ฐานการเรยี นรู้ ประกอบด้วย
1.1.1 ฐานการเรียนรพู้ ืชผกั สวนครัว
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ีใหม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทีด่ นิ ของโรงเรียนท่ียบุ เลกิ 139
สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
1.1.2 ฐานการเรยี นรูท้ ำนา
1.1.3 ฐานการเรียนร้ไู มผ้ ล
1.1.4 ฐานการเรยี นรู้ไมเ้ ศรษฐกิจ
1.1.5 ฐานการเรยี นร้พู ืชสมุนไพร
1.1.6 ฐานการเรยี นร้พู ลังงานทางเลือก
1.2 พัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ คา่ ยลกู เสือแหลมจาก มจี ำนวน 6 ฐานกิจกรรม ประกอบด้วย
1.2.1 ฐานกจิ กรรมทางนำ้
1.2.2 ฐานกจิ กรรมบุกเบกิ
1.2.3 ฐานกจิ กรรมชาวค่าย
1.2.4 ฐานกจิ กรรมผจญภยั
12.5 ฐานกจิ กรรมเศรษฐกิจพอเพียง
1.2.6 ฐานกิจกรรมเดนิ ทางไกล
2. จัดทำคู่มือแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ยุบเลิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1 ประกอบด้วย
2.1 คู่มือโคก หนอง นา แหลมจาก โมเดลวิถีใหม่ : การใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ถูกยุบเลิก
เลม่ ท่ี 1 โคก หนอง นา
2.2 คู่มือโคก หนอง นา แหลมจาก โมเดลวิถีใหม่ : การใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ถูกยุบเลิก
เล่มที่ 2 คา่ ยลูกเสอื แหลมจาก
2.3 คู่มือโคก หนอง นา แหลมจาก โมเดลวิถีใหม่ : การใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนที่ถูกยุบเลิก
เลม่ ท่ี 3 ศูนย์ฝกึ กีฬาแหลมจาก
3. ศึกษาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินของ
โรงเรยี นทีย่ บุ เลกิ สงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ได้แก่ 1) ผู้บริหารการศึกษา จำนวน
4 คน ไดแ้ ก่ ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และรองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 2) ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 1 จำนวน 95 คน 3) ครู จำนวน 250 คน บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 100 คน และภาคีเคือข่าย
จำนวน 100 คน
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วิถใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทดี่ ินของโรงเรียนทีย่ บุ เลิก 140
สงั กดั สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากระยะที่ 2
ระยะการพัฒนา (Development: D) เป็นการนำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินของโรงเรียนบ้าน
แหลมจาก (รักเมืองไทย 27) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ถูกยุบเลิก ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา
เขต 1 โดยในระยะน้ไี ดแ้ บง่ การดำเนนิ งานออกเปน็ 3 ขนั้ ตอน คอื
ขน้ั ตอนท่ี 1 ดำเนนิ การพัฒนาแหลง่ เรียนรู้ ไดแ้ ก่ โคก หนอง นาโมเดล คา่ ยลูกเสือแหลมจาก และศนู ยฝ์ ึก
กีฬาแหลมจาก สงขลา โดยปฏิทินการดำเนินงาน และผลการดำเนินงาน มีดงั นี้
ตารางท่ี 5 ปฏิทนิ การดำเนินงานการพฒั นาโคก หนอง นาโมเดล
ระยะเวลาดาเนินการ กจิ กรรม
3 – 31 เม.ย. 2564 ดำเนินการปรับพื้นท่ี ขุดโคก หนอง นา เพื่อสร้างฐานการเรียนรู้จำนวน 6 ฐาน
โดยไดร้ ับการสนบั สนนุ กำลังพล พร้อมรถโกยตกั จำนวน 2 คนั และรถบด จำนวน 1
คัน จากกองพลพัฒนาที่ 4 ร่วมกับบุคลากรจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ผลการดำเนนิ งาน
1. ค่ายลูกเสือแหลมจากได้ปรับพื้นที่และมีแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
โคก หนอง นาโมเดล
2. มีแหล่งเรียนรู้ในการส่ งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีว ิต ตลอดจน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
ภาพที่ 24 สภาพพ้นื ทีโ่ รงเรียนบ้านแหลมจาก (รักเมืองไทย 27)
กอ่ นปรับพื้นท่ี เพือ่ จัดทำโคก หนอง นา โมเดล
โคก หนอง นา แหลมจาก โมเดล วถิ ใี หม่ : การใชป้ ระโยชน์จากทีด่ นิ ของโรงเรยี นทยี่ บุ เลิก 141
สังกัดสำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต 1