คาํ ถามท่ี 15 : ปรากฏการณเรือนกระจก S114Q03 – 01 02 11 12 99
ขอ มูลสวนใดของกราฟท่ีสนบั สนนุ การสรุปของอัจฉริยะ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
คาํ ถามที่ 16 : ปรากฏการณเ รอื นกระจก S114Q04 – 0 1 2 9
นกั ศึกษาอีกคนหน่ึงช่ือจินตนา ไมเห็นดว ยกับการสรปุ ของอจั ฉรยิ ะ เธอเปรียบเทยี บกราฟทงั้ สองและ
บอกวา มกี ราฟบางสวนไมส นับสนุนขอ สรุปของอัจฉริยะ
จงยกตวั อยา งวา กราฟสว นใดไมสนบั สนุนขอ สรุปของอัจฉรยิ ะ พรอ มท้ังอธบิ ายคาํ ตอบ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
คําถามที่ 17 : ปรากฏการณเรือนกระจก S114Q05 – 01 02 03 11 12 99
อัจฉรยิ ะยืนยนั ขอ สรปุ ของเขาทีว่ า อณุ หภูมเิ ฉลี่ยของบรรยากาศของโลกสูงข้ึน เปนผลมาจากการเพิ่มขึน้
ของคารบ อนไดออกไซด แตจนิ ตนาคิดวา การสรปุ ของอัจฉรยิ ะไมมขี อมลู พอ เธอบอกวา “กอ นทจ่ี ะ
ยอมรบั ขอ สรปุ น้ี คณุ ตองแนใจวา ปจจยั อ่นื ๆ ทอี่ าจมีผลตอปรากฏการณเรอื นกระจกตองมคี าคงท”ี่
จงบอกปจ จยั ทีจ่ นิ ตนากลา วถึงมา 1 อยา ง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 15
พฤตกิ รรมของปลาหลังหนาม
ปลาหลงั หนามเปน ปลาท่ีเล้ียงงา ยในตูปลา ตวั เมีย ตัวผู
ในฤดูผสมพันธทุ องของปลาหลงั หนาม
ตัวผูจะเปล่ียนจากสเี งินเปนสีแดง
ปลาหลงั หนามตวั ผจู ะโจมตคี แู ขงตัวผูตวั
อื่นๆ ทีเ่ ขามาในบริเวณที่ครอบครองและ
พยายามขับไลอ อกไปจากบริเวณนน้ั
ถา มปี ลาตวั เมยี สเี งนิ เขา มาใกล ปลาตัวผจู ะพยายามนําปลาตวั เมียไปที่รงั ของตวั เอง เพือ่ ให
ปลาตวั เมียไดวางไข
ในการทดลอง นกั เรยี นคนหนึ่งตอ งการสํารวจตรวจสอบวา อะไรทาํ ใหป ลาหลงั หนามตวั ผแู สดง
พฤติกรรมกาวรา ว
ในตูปลาของนักเรียนไดเล้ยี งปลาหลงั หนามตัวผไู วหน่งึ ตัว นกั เรียนไดนาํ หนุ ของปลาทที่ าํ ดว ยข้ีผ้ึง
สามแบบผูกติดไวก บั ลวด เขาแขวนหุนปลาทงั้ สามแบบแยกกนั ไวในตปู ลาในระยะเวลาทเ่ี ทากนั แลว
นบั จํานวนคร้งั ทป่ี ลาตัวผแู สดงปฏกิ ิรยิ าอยางกาวรา วโดยการพุงใสปลาขผ้ี ง้ึ
ผลการทดลองแสดงดังรูปขางลาง
30
จํานวนครั้งทปี่ ลาตัวผู
แสดงพฤตกิ รรมกาวราว 15
0
หนุ ปลาแบบที่ 1 หุนปลาแบบท่ี 2 หนุ ปลาแบบท่ี 3
สีแดงเขม
สีเงนิ สแี ดง S433Q01 – 0 1 9
คาํ ถามที่ 18 : พฤติกรรมของปลาหลงั หนาม
การทดลองน้ีพยายามตอบคําถามใด
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 16
คาํ ถามที่ 19 : พฤตกิ รรมของปลาหลังหนาม S433Q02
ในชว งของการผสมพนั ธุ ถา ปลาหลังหนามตัวผูเห็นปลาตัวเมยี มนั จะพยายามดงึ ดูดตัวเมียโดยการ
แสดงพฤติกรรมเก้ียวพาราสซี ่งึ ดูคลา ยกบั การเตนรําเล็กๆ ในการทดลองคร้งั ที่สองไดส ํารวจ
ตรวจสอบพฤติกรรมเก้ยี วพาราสีนี้
อกี ครง้ั ทใ่ี ชหนุ ข้ีผงึ้ สามแบบผกู ติดกับลวด ตวั หนึ่งสแี ดง อีกสองตวั สเี งนิ ซ่ึงตัวหน่ึงมีทองแบน สว นอกี
ตวั ทอ งปอง นักเรยี นนับจํานวนครั้ง (ในเวลาท่ีกําหนด) ทีป่ ลาหลงั หนามตวั ผูแสดงปฏิกิริยาตอ
หุน จาํ ลองโดยแสดงพฤตกิ รรมเกีย้ วพาราสี
ผลการทดลองแสดงดังรปู ขางลาง
จาํ นวนครั้งท่ีปลาตวั ผู 30
แสดงพฤติกรรมเกี้ยว 15
พาราสี
0
= สแี ดง
= สเี งนิ
นกั เรยี นส่ีคนสรปุ ผลของตวั เองตามผลทไ่ี ดจ ากการทดลองครั้งท่ีสองนี้
ขอ สรุปเหลา นี้ถูกตองตามขอ มูลท่ไี ดจากกราฟหรอื ไม จงเขยี นวงกลมลอมรอบคําวา “ใช” หรอื “ไมใช”
ในแตละขอสรปุ
ขอสรุปนี้ถกู ตองตามขอมูลทไี่ ดจากกราฟหรอื ไม ใช หรือ ไมใ ช
สแี ดงกอ ใหเกิดพฤติกรรมเกยี้ วพาราสีของปลาหลงั หนามตัวผู ใช / ไมใช
ปลาหลงั หนามตัวเมียทองแบนกอ ใหเกดิ ปฏิกิริยาจากปลาหลัง ใช / ไมใช
หนามตัวผูมากทส่ี ุด
ปลาหลงั หนามตวั ผูแ สดงปฏกิ ริ ยิ าตอ ปลาตัวเมยี ทองปอง ใช / ไมใช
บอ ยคร้ังกวา ปลาตัวเมียทองแบน
ขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 17
คาํ ถามท่ี 20 : พฤตกิ รรมของปลาหลังหนาม S433Q03 – 0 1 2 9
การทดลองไดแสดงพฤติกรรมกาวราวของปลาหลังหนามตัวผูตอหนุ ปลาทองสีแดง และแสดง
พฤตกิ รรมเก้ยี วพาราสีตอหนุ ปลาทองสเี งิน
ในการทดลองครัง้ ท่สี าม ไดกลับมาใชหุนของปลาท้ังสแี่ บบอีกคร้งั :
หุนปลาแบบท่ี 1 หนุ ปลาแบบท่ี 2 หนุ ปลาแบบที่ 3 หุนปลาแบบที่ 4
= สีแดง
= สเี งนิ
แผนภูมิสามรูปขา งลา งนี้ แสดงปฏิกิรยิ าที่เปนไปไดของปลาหลงั หนามตัวผูทีม่ ีตอหนุ แตละแบบ
ดานบน
ปฏิกิรยิ าใดที่นกั เรยี นทาํ นายวาจะเกดิ กับแบบจาํ ลองของปลาแตล ะแบบ
จาํ นวนของ
ปฏกิ ิรยิ าตวั ผู
กข ค
= จาํ นวนของพฤตกิ รรมกาวรา ว
= จํานวนของพฤติกรรมเกี้ยวพาราสี
จงเติมอกั ษร ก ข หรือ ค เพยี งตวั อักษรเดยี วท่เี ปน ผลเกิดจากหุน แตละแบบ
ปฏกิ ิริยา
แบบที่ 1
แบบท่ี 2
แบบท่ี 3
แบบท่ี 4
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 18
Programme for International Student Assessment (PISA) ขอ สอบวทิ ยาศาสตร
ชุดท่ี 4
โครงการประเมนิ ผลนักเรียนนานาชาติ (PISA)
สถาบันสง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)
คาํ ชแ้ี จง
ในแบบทดสอบชุดนี้ นกั เรียนจะพบคําถามเกยี่ วกับวทิ ยาศาสตร
ใหนกั เรียนอานคําถามทกุ ขอ อยา งละเอยี ดรอบคอบ แลว ตอบคาํ ถามใหดีท่สี ุดเทาทจ่ี ะทําได
บางคาํ ถามจะมคี ําตอบใหเลอื กส่ีคําตอบหรอื มากกวา แตละคาํ ตอบจะมตี วั เลขแสดงอยขู างหนา คาํ ถามประเภทน้ี
ใหนกั เรียนวงกลมลอ มรอบตัวเลขท่ีอยูหนา คาํ ตอบทน่ี กั เรยี นคิดวาถกู ตอง
บางขอ มคี าํ ถามใหนักเรยี นตอบหลายคาํ ตอบ โดยใหว งกลมลอมรอบคําตอบเดยี วในแตละแถว
สําหรบั คําถามอืน่ ๆ นักเรียนจะตอ งเขียนคาํ ตอบส้นั ๆ ในทวี่ างที่เตรยี มไวในแบบทดสอบของนักเรยี น คาํ ถาม
เหลา นนี้ กั เรียนอาจตอ งเขยี นคําตอบเปนตวั หนังสอื วาดภาพ และ/หรอื เขียนตัวเลข
บางคําถามตองการใหนักเรียนอธิบายคําตอบหรือใหเหตุผลประกอบคําตอบของนักเรียน คําถามเหลานี้มี
คําตอบถูกไดหลายคาํ ตอบ นักเรียนจะไดคะแนนจากวธิ ีที่นักเรียนแสดงความเขาใจของนักเรียนที่มีตอคําถาม
และลักษณะการคิดท่ีนักเรียนแสดงออกมา นักเรียนควรเขียนคําตอบของนักเรียนในเสนบรรทัดท่ีกําหนดไว
ให จํานวนเสนบรรทดั จะเปน ตวั บอกความยาวอยางคราวๆ ทน่ี ักเรียนควรเขยี นตอบ
ขอสอบวิทยาศาสตรเหลานี้ เปนขอสอบท่ีเคยถูกนํามาใชในการประเมินของโครงการประเมินผล
นักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซึ่งบางขอ
ถูกใชในการประเมินผลจริง และบางขอถูกใชในการทดลองภาคสนาม ทั้งน้ี ขอสอบเหลาน้ียอมให
เผยแพรต อ สาธารณชนแลว
คาํ ชี้แจง ขอสอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 3
อลั ตราซาวด
ในหลายประเทศ มีการถายภาพของทารกในครรภ (เดก็ ทก่ี าํ ลังพัฒนาอยูในครรภ) โดยการถายภาพ
ดวยอลั ตราซาวด (เอคโคกราฟฟ) ไดมกี ารพิจารณาแลว วา อัลตราซาวดปลอดภัยท้ังมารดาและทารก
ในครรภ
แพทยจะถอื เครื่องตรวจจบั คล่ืนและเคล่อื นทีก่ ลบั ไปมาบนทองของแม คลื่นอลั ตราซาวดถกู สงผา นไป
ในทอ ง ภายในทอ งคลื่นจะสะทอ นท่ีผวิ ของทารกในครรภ คลน่ื สะทอ นเหลาน้ีถูกตรวจจับไดโดยเครอ่ื ง
ตรวจจบั คลนื่ และสงผานไปยังเคร่อื งสรางภาพ
คาํ ถามที่ 1 : อลั ตราซาวด S448Q03 – 0 1 9
ในการสรา งภาพ เครอ่ื งอัลตราซาวดต องคาํ นวณระยะทางระหวา งทารกในครรภก ับเคร่ืองตรวจจับคลื่น
คล่ืนอลั ตราซาวดเคลอื่ นที่ผา นทอ งดว ยความเรว็ 1540 เมตร/วนิ าที เคร่อื งจะตอ งวัดอะไรอกี เพอื่ ให
สามารถคาํ นวณระยะทางได
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 4
คาํ ถามท่ี 2 : อลั ตราซาวด S448Q04 – 0 1 9
การใชร ังสเี อ็กซสามารถทําใหเ ห็นภาพทารกในครรภไดเ ชนเดยี วกนั อยางไรก็ตาม ผูหญิงทอ่ี ยใู น
ระหวา งตงั้ ครรภจะไดรบั คําแนะนาํ ใหห ลีกเล่ียงการฉายรังสีเอ็กซบ รเิ วณทอง
ทาํ ไมผูหญิงโดยเฉพาะทอ่ี ยูในระหวา งตั้งครรภจ ึงควรหลีกเลยี่ งการฉายรงั สีเอ็กซบ รเิ วณทอ ง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
คําถามที่ 3 : อัลตราซาวด S448Q05
การตรวจอัลตราซาวดข องแมทกี่ ําลังต้ังครรภสามารถตอบคาํ ถามตอไปน้ีไดหรือไม จงเขียนวงกลม
ลอ มรอบคาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละคําถาม
การตรวจอลั ตราซาวดสามารถตอบ ใช หรือ ไมใ ช
คาํ ถามน้ีไดห รือไม
มีทารกมากกวาหนึ่งคนหรอื ไม ใช / ไมใช
ตาของทารกเปน สีอะไร ใช / ไมใช
ทารกมีขนาดปกตหิ รือไม ใช / ไมใช
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 5
เคร่ืองแปลงไอเสยี
รถยนตรุน ใหมสวนใหญไดต ดิ ต้ังเครือ่ งแปลงไอเสีย ซงึ่ ทาํ ใหไอเสียของรถยนตเ ปน อันตรายตอคนและ
สิ่งแวดลอมนอยลง
ประมาณ 90% ของกา ซอันตรายถกู แปลงเปน กาซท่ีเปนอนั ตรายนอ ยลง ตอ ไปน้ีคือกาซบางชนิดท่ี
เขาไปในเครื่องแปลงและออกมาจากเครื่อง
กา ซทีเ่ ขา ไป กา ซท่อี อกมา
ไนโตรเจน N2 ไนโตรเจน N2
คารบอนไดออกไซด CO2 คารบอนไดออกไซด CO2
น้าํ (ไอนา้ํ ) H2O
นํา้ (ไอนาํ้ ) H2O
คารบ อนมอนนอกไซด CO คารบ อนมอนนอกไซด CO (10%)
คารบ อนไดออกไซด CO2 (90%)
ออกไซดของไนโตรเจน NO, ออกไซดของไนโตรเจน NO, NO2 (10%)
NO2
ไนโตรเจน N2 (90%)
เคร่อื งแปลงไอเสีย
คําถามท่ี 4 : เครอ่ื งแปลงไอเสยี S516Q01 – 0 1 9
จงใชข อมูลจากแผนผงั ขางบน เพอื่ ยกตวั อยางวาเคร่อื งแปลงไอเสยี ทําใหไอจากทอ ไอเสียเปนอนั ตราย
นอยลงไดอ ยางไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 6
คําถามที่ 5 : เคร่อื งแปลงไอเสีย S516Q02 – 0 1 2 9
มีการเปลีย่ นแปลงเกดิ ขึ้นกับกาซในเครือ่ งแปลงไอเสยี จงอธิบายถึงส่ิงทก่ี าํ ลังเกดิ ขน้ึ
ในเชิงของอะตอม และ โมเลกลุ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
คาํ ถามท่ี 6 : เคร่อื งแปลงไอเสยี S516Q04 – 0 1 9
ตรวจดูกาซทปี่ ลอยออกมาจากเคร่ืองแปลงไอเสีย วิศวกรและนกั วิทยาศาสตรท ท่ี าํ เคร่อื งแปลงไอเสยี
เพ่ือใหผลิตกาซทเ่ี ปนอนั ตรายนอ ยลงยงั มปี ญ หาที่ควรตองแกไ ข ปญ หาหนึ่งนน้ั คอื อะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 7
แปงขนมปง
การทาํ แปง ขนมปง คนทําขนมปง จะผสมแปง นํ้า เกลอื และยีสตเขาดว ยกนั หลังจากผสมแลว เก็บแปง
ขนมปง ไวใ นภาชนะหลายช่ัวโมงเพ่ือใหเกิดการหมกั ในระหวางหมักมีการเปลย่ี นแปลงทางเคมีเกดิ ขึ้น
ในแปง โดยยสี ต (เหด็ ราเซลลเ ดยี ว) จะเปลีย่ นแปง และน้ําตาลในแปงขนมปงใหเ ปน
คารบอนไดออกไซดแ ละแอลกอฮอล
คาํ ถามที่ 7 : แปงขนมปง S505Q01
การหมักทาํ ใหแปงขนมปงฟูขน้ึ ทําไมแปง ขนมปงจึงฟูขึ้นได
1. แปงขนมปง ฟูขน้ึ เพราะแอลกอฮอลถ ูกสรา งข้นึ และเปล่ียนเปน กา ซ
2. แปงขนมปงฟขู นึ้ เพราะยีสตเกดิ การแบง เซลลเ พ่ิมจํานวน
3. แปงขนมปง ฟขู ึ้น เพราะกาซคารบ อนไดออกไซดถ กู สรา งขน้ึ
4. แปงขนมปง ฟขู น้ึ เพราะการหมกั ทาํ ใหนาํ้ กลายเปน ไอ
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 8
คาํ ถามที่ 8 : แปง ขนมปง S505Q02
หลงั จากผสมแปงขนมปงแลว สองถึงสามชัว่ โมง คนทําขนมปงชัง่ แปงขนมปง และสังเกตวา มวลของ
แปงขนมปง ลดลง
มวลของแปง ขนมปงในตอนเร่ิมตนของทั้งสกี่ ารทดลองดังรูปขางลา งมีคา เทากัน การทดลองสองการ
ทดลองใดที่คนทําขนมปงควรจะนาํ มาใชท ดสอบ เพอื่ เปรียบเทียบวายีสตเปนสาเหตุของการหายไป
ของมวล
ท่ีปด ท่ีปด
ภาชนะ ภาชนะ
แปง นํา้ เกลือ และ แปง น้าํ เกลือ
ยีสต ไมมยี สี ต
เครื่องชั่ง เครื่องชง่ั
การทดลองที่ 1 การทดลองท่ี 2
ภาชนะ ภาชนะ
แบบเปด แบบเปด
แปง นาํ้ เกลือ แปง น้ํา เกลอื
และยีสต ไมมียีสต
เคร่อื งช่งั เครือ่ งชัง่
การทดลองท่ี 3 การทดลองท่ี 4
1. คนทาํ ขนมปงควรเปรียบเทียบการทดลองท่ี 1 และ 2
2. คนทําขนมปงควรเปรียบเทยี บการทดลองที่ 1 และ 3
3. คนทําขนมปง ควรเปรียบเทยี บการทดลองท่ี 2 และ 4
4. คนทําขนมปงควรเปรยี บเทียบการทดลองท่ี 3 และ 4
ขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 9
คําถามท่ี 9 : แปงขนมปง S505Q03
ในแปงขนมปง ยีสตเ ปลีย่ นแปง และนาํ้ ตาลในแปงโดยเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีในชว งท่ีทาํ ใหเ กิด
คารบ อนไดออกไซดแ ละแอลกอฮอล
คารบอนอะตอมในคารบ อนไดออกไซดและแอลกอฮอลม าจากไหน จงเขยี นวงกลมลอ มรอบคําวา
“ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละคําอธบิ าย
คําอธบิ ายนี้อธบิ ายไดถูกตองหรอื ไมวาคารบอน ใช หรอื ไมใช
อะตอมมาจากไหน
คารบ อนอะตอมบางสวนมาจากนํา้ ตาล ใช / ไมใช
คารบอนอะตอมบางสวนเปน สวนหนึ่งของโมเลกุลของเกลือ ใช / ไมใช
คารบ อนอะตอมบางสว นมาจากนาํ้ ใช / ไมใช
คําถามท่ี 10 : แปง ขนมปง S505Q04
เมอื่ ขนมปงทฟ่ี ขู น้ึ (ตั้งไวใหฟ ขู ้ึน) ถูกอบในตอู บ ฟองอากาศและไอนํ้าในแปงขนมปง จะขยายตัว
ทําไมกาซและไอน้ําจึงขยายตวั เม่อื ไดรับความรอ น
1. โมเลกุลของกาซและไอนํ้าใหญขน้ึ
2. โมเลกลุ ของกาซและไอน้ําเคลอ่ื นที่เรว็ ข้นึ
3. โมเลกลุ ของกา ซและไอน้ํามจี ํานวนเพม่ิ ขนึ้
4. โมเลกลุ ของกาซและไอนาํ้ มีการชนกันลดลง
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 10
ความรอน
คําถามที่ 11 : ความรอ น S420Q01
ปต ิกาํ ลังทาํ งานซอมแซมบานเกา หลังหนึ่ง เขานาํ ขวดน้าํ ตะปเู หลก็ และไมช ้ินหน่ึงไวท ่ีทา ยรถยนต
หลงั จากที่รถออกไปอยูกลางแดดเปน เวลา 3 ชว่ั โมง อุณหภูมิภายในรถสูงถึงประมาณ 40 ๐C
เกดิ อะไรขนึ้ กับวัตถใุ นรถยนต จงเขียนวงกลมลอ มรอบคาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละขอความ
เหตกุ ารณน ้ีเกิดขน้ึ กับวัตถุหรือไม ใช หรือ ไมใช
วตั ถทุ กุ ชนิดมีอุณหภูมเิ ทากัน ใช / ไมใช
หลังจากระยะเวลาหน่งึ นํ้าเริม่ เดือด ใช / ไมใช
หลงั จากระยะเวลาหนึ่งตะปเู หลก็ เริ่มรอ นแดง ใช / ไมใช
คําถามที่ 12 : ความรอน S420Q03
สําหรบั ของดื่มในระหวางวัน ปต มิ ีกาแฟรอน 1 ถว ยทีม่ อี ุณหภูมปิ ระมาณ 90๐C และนาํ้ แรเ ยน็ 1 ถวย
ทมี่ อี ณุ หภูมิประมาณ 5๐C ถว ยทัง้ สองเหมอื นกันทุกประการท้ังลกั ษณะ ขนาด และปรมิ าตรของ
เครอื่ งดื่มแตล ะอยางก็เทา กนั ปตวิ างถว ยไวในหอ งที่อณุ หภมู ปิ ระมาณ 20๐C
อณุ หภูมขิ องกาแฟและนํ้าแรน าจะเปน เทา ใดหลงั จากตั้งไว 10 นาที
1. 70 ºC และ 10 ºC
2. 90 ºC และ 5 ºC
3. 70 ºC และ 25 ºC
4. 20 ºC และ 20 ºC
ขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 11
พชื ดดั แปลงพนั ธุกรรม
ขา วโพดดดั แปลงพันธกุ รรมควรถกู หาม
กลุมอนรุ กั ษพันธพุ ชื และสัตวป า กําลงั เรยี กรองใหย กเลกิ ขา วโพดดดั แปลงพันธกุ รรม (GM)
ขาวโพดดัดแปลงพนั ธกุ รรม ถูกออกแบบมาไมใหเ กิดผลกระทบจากการใชส ารฆาวัชพชื
ชนิดใหมซ่ึงฆา ขา วโพดพันธุด้ังเดิมไดดว ย สารฆาวัชพชื ชนดิ ใหมน ี้จะฆาวัชพืชเกอื บ
ทุกชนิดในไรข าวโพด
นักอนุรกั ษบ อกวา เนอื่ งจากวัชพชื เปนอาหารของสัตวเล็กๆ โดยเฉพาะแมลง การใช
สารฆา วัชพชื ชนดิ ใหมกับขาวโพดดดั แปลงพันธุกรรมจะเปนผลเสียตอสิ่งแวดลอม แต
ผูสนบั สนนุ การใชขา วโพดดดั แปลงพันธุกรรมบอกวา การศึกษาทางวิทยาศาสตรไดแ สดง
วาสง่ิ นี้จะไมเกดิ ขึน้
ตอไปน้ีคือ รายละเอยี ดของการศึกษาทางวทิ ยาศาสตรท่ีกลาวถงึ ในบทความขา งบน:
มีการปลูกขา วโพด 200 แปลงทว่ั ประเทศ
แตล ะแปลงถกู แบงเปนสองสวน คร่ึงหน่ึงปลกู ขา วโพดดดั แปลงพนั ธุกรรม (GM) ที่ใช สารฆา วัชพชื
ชนดิ ใหม สวนขา วโพดพันธุดง้ั เดิมท่ีใชสารฆาวชั พชื ชนดิ เดมิ ถกู ปลกู ลงแปลงอีกครง่ึ หนงึ่ ทีเ่ หลือ
จาํ นวนแมลงทพ่ี บในแปลงขาวโพดดัดแปลงพนั ธุกรรมท่ีใชสารฆา วัชพืชชนดิ ใหมม จี าํ นวนพอๆ กับ
แมลงในแปลงท่ีปลูกขา วโพดพันธุด้ังเดิมที่ใชสารฆาวัชพืชชนิดเดมิ
คําถามท่ี 13 : พืชดัดแปลงพนั ธกุ รรม S508Q02
การศึกษาทางวิทยาศาสตรทีก่ ลาวถึงขางตน มีปจจัยใดทต่ี งั้ ใจทําใหแตกตา งกนั จงเขยี นวงกลม
ลอมรอบคาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตละปจจัย
ปจจัยนตี้ ง้ั ใจทาํ ใหแตกตางกันในการศกึ ษาหรอื ไม ใช หรอื ไมใ ช
จํานวนของแมลงในส่ิงแวดลอ ม ใช / ไมใช
ชนิดของสารฆา วัชพืชท่ใี ช ใช / ไมใช
ขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 12
คาํ ถามท่ี 14 : พืชดัดแปลงพนั ธุกรรม S508Q03
ขา วโพดถูกปลกู ในทต่ี า งๆ 200 แปลงทั่วประเทศ เพราะเหตุใดนักวทิ ยาศาสตรจึงใชพ ื้นท่ีปลูกมากกวา
หนง่ึ แหง
1. เพอื่ เกษตรกรจาํ นวนมาก จะไดลองปลูกขาวโพดดดั แปลงพันธกุ รรม
2. เพ่ือดวู าขาวโพดดดั แปลงพันธกุ รรมจะเจริญเติบโตไดม ากเพียงใด
3. เพ่ือใหข า วโพดดดั แปลงพันธกุ รรมครอบคลมุ พน้ื ท่ีใหมากทส่ี ุดเทา ที่จะเปนได
4. เพอ่ื ใหมีสภาวะท่ีแตกตางกนั หลายๆ แบบในการเจริญเติบโตของขาวโพด
ขอสอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 13
กลางวัน
จงอานขอ มูลตอ ไปน้แี ละตอบคําถาม
กลางวนั ของวนั ท่ี 22 มิถุนายน 2545
วันนี้ ขณะทีท่ างซีกโลกเหนือฉลองวันท่ีมกี ลางวนั ดวงอาทิตยจ ะขน้ึ ในเวลา 5:55 น. และจะตกใน
ยาวนานทส่ี ุด ออสเตรเลียจะมกี ลางวันท่สี นั้ ทส่ี ดุ เวลา 20:42 น. ทําใหม กี ลางวนั 14 ช่ัวโมง กับ
47 นาที
ในเมลเบอรน * ประเทศออสเตรเลีย ดวงอาทติ ยจะ
ข้ึนเวลา 7:36 น. และตกในเวลา17:08 น. จงึ มี ประธานของสมาคมดาราศาสตร นายเปอรร ี วลาโฮ
กลางวนั 9 ชั่วโมง กบั 32 นาที กลา ววา การเปล่ยี นแปลงฤดูกาลของซีกโลกเหนือ
และซกี โลกใตน น้ั เกี่ยวของกับการท่ีโลกเอยี ง 23
เปรยี บเทียบวันนี้ กบั วันทมี่ ีกลางวันยาวท่ีสดุ ทาง องศา
ซีกโลกใต ซงึ่ คาดวาจะเปนวันที่ 22 ธันวาคม ซ่ึง
*เมลเบอรน เปนเมืองในออสเตรเลยี อยทู ี่ละตจิ ดู ประมาณ 38 องศา ใตเสนศูนยส ูตร
คําถามท่ี 15 : กลางวนั S129Q01
ขอ ใดอธิบายถงึ การเกดิ กลางวันและกลางคืนบนโลก
1. โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง
2. ดวงอาทติ ยห มนุ รอบแกนของตวั เอง
3. แกนของโลกเอยี ง
4. โลกหมุนรอบดวงอาทิตย
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 14
คาํ ถามที่ 16 : กลางวนั S129Q02 – 01 02 03 04 11 12 13 21 99
รูปขา งลา งน้ี แสดงลําแสงจากดวงอาทติ ยสอ งไปยังโลก
แสงจาก
ดวงอาทิตย
โลก
รปู : ลําแสงจากดวงอาทิตย
สมมุตวิ าเปน วันท่ีมีกลางวันสั้นทีส่ ุดในเมลเบอรน
จงเขยี นเสน แกนโลก ซกี โลกเหนอื ซกี โลกใต และเสนศูนยสูตร ลงในรปู
พรอ มเขยี นชอ่ื กาํ กับคําตอบวาเปน สว นใดดวย
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 15
ฝดาษหนู
ไวรัสทท่ี าํ ใหเกิดฝใ นสตั วมอี ยูหลายชนิด ตามปกติไวรัสแตล ะชนิดจะทาํ ใหเกิดโรคในสตั วเพยี งชนดิ เดียว
เทา นั้น นิตยสารฉบบั หนง่ึ รายงานวา นกั วทิ ยาศาสตรไดใชพันธวุ ิศวกรรมเพอื่ ดัดแปลงดเี อนเอ (DNA)
ของฝด าษหนู ไวรัสทดี่ ดั แปลงน้ีฆาหนทู กุ ตวั ที่ตดิ โรคนี้
นักวทิ ยาศาสตรบอกวา การวจิ ยั เรอื่ งการดัดแปลงไวรัส จาํ เปน ตองทําเพอ่ื ควบคมุ สัตวทท่ี าํ ลายอาหาร
ของมนุษย มีคําวิจารณง านวจิ ัยนคี้ ือ ไวรสั อาจจะหนีหลุดรอดไปจากหอ งปฏิบตั ิการ และทาํ ใหส ัตวอืน่
เกิดโรค ยังมคี วามกงั วลอีกดวยวาเชอ้ื ไวรัสฝด าษดัดแปลงทที่ าํ ใหเกดิ โรคในสัตวช นิดหนงึ่ อาจจะทาํ
ใหเ กิดโรคในสัตวช นดิ อน่ื อกี ดว ย โดยเฉพาะอยางย่งิ ในมนษุ ย
ปกติคนติดเชื้อไวรสั ท่ีทําใหเ กดิ ฝเรียกวา เปน ฝดาษ ฝดาษสามารถฆา คนที่ติดโรคเกือบท้งั หมด
ในขณะทีค่ ิดกนั วา โรคน้ไี ดถูกกําจัดใหหมดโลกแลว ยังมตี ัวอยางเช้ือไวรสั ฝดาษทถี่ กู เกบ็ ไวใ น
หอ งปฏบิ ัตกิ ารท่ัวโลก
คาํ ถามท่ี 17 : ฝด าษหนู S423Q01
คาํ วิจารณท่ีแสดงความกังวลวา ไวรัสฝด าษหนูอาจทําใหเกิดโรคในสตั วช นดิ อ่ืนนอกเหนอื จากหนูได
เหตุผลใดเปน คําอธบิ ายความกังวลนไ้ี ดด ีที่สดุ
1. ยีนของไวรัสฝด าษ และยีนของไวรัสฝด าษหนูท่ีดัดแปลงแลว เหมือนกันทุกประการ
2. การกลายพนั ธุของดีเอนเอของฝดาษหนู อาจทําใหไวรัสไปติดในสัตวช นิดอน่ื ได
3. การกลายพนั ธุอาจทําใหดเี อนเอของไวรัสฝด าษหนู เหมือนกบั ดเี อนเอของฝด าษทุกประการ
4. จํานวนยนี ในไวรสั ฝดาษหนูมีเทากนั กบั ไวรสั ฝชนดิ อ่ืนๆ
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 16
คาํ ถามท่ี 18 : ฝด าษหนู S423Q02
คาํ วิจารณการวจิ ัยท่กี ังวลวา ไวรัสฝด าษหนูท่ีถูกดัดแปลงสายพันธแุ ลว อาจจะหนีหลดุ รอดออกไป
จากหองปฏบิ ัติการ ไวรัสนีอ้ าจทาํ ใหหนูบางชนดิ สูญพันธุ
ผลเหลาน้ีนาจะเกิดขน้ึ หรือไมถ าหนูบางชนิดสูญพนั ธุ จงเขียนวงกลมลอมรอบคําวา ”ใช” หรอื ”ไมใ ช”
ในแตละคําถาม
ถาหนบู างชนดิ สูญพันธุ ผลท่เี กิดตามมาตอไปน้อี าจเกดิ ข้นึ หรือไม ใช หรือ ไมใ ช
หว งโซอ าหารบางหว งอาจจะถกู กระทบ ใช / ไมใช
แมวตามบานอาจตายเพราะขาดอาหาร ใช / ไมใช
พืชท่ีหนูกินเมล็ดเปนอาหารอาจเพมิ่ จาํ นวนมากขน้ึ ใช / ไมใช
คําถามที่ 19 : ฝดาษหนู S423Q03
บริษัทหนึ่งกําลังพยายามพฒั นาไวรัสทีจ่ ะทาํ ใหหนูเปน หมัน ไวรัสดังกลาวอาจชวยควบคุมจํานวนหนูได
สมมติวาบรษิ ทั น้ันประสบความสําเร็จ ควรมกี ารตอบคําถามตอ ไปนด้ี ว ยการวิจัยกอ นที่จะปลอ ยไวรัสน้ี
ออกไปหรือไม จงเขยี นวงกลมลอ มรอบคําวา ”ใช” หรือ ”ไมใช” ในแตล ะคาํ ถาม
คาํ ถามน้คี วรจะมกี ารวิจยั เพอ่ื หาคําตอบกอ นทจี่ ะปลอ ยไวรัส ใช หรอื ไมใช
ออกไป หรอื ไม
วธิ ีไหนจะดีทสี่ ดุ ในการแพรไวรสั ใช / ไมใช
เปนเวลานานเทา ไรกวาที่หนูจะสรางภูมติ า นทานไวรัสนี้ ใช / ไมใช
ไวรัสน้จี ะเกิดผลกบั สัตวชนดิ อ่ืนไดหรอื ไม ใช / ไมใช
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 17
Programme for International Student Assessment (PISA) เกณฑการใหคะแนน
ขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 1
โครงการประเมินผลนกั เรียนนานาชาติ (PISA)
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)
1
คําช้แี จง
ในแบบทดสอบชุดนี้ นักเรียนจะพบคาํ ถามเกย่ี วกบั วทิ ยาศาสตร
ใหนักเรียนอา นคําถามทกุ ขออยางละเอียดรอบคอบ แลวตอบคาํ ถามใหดีทีส่ ดุ เทา ทจ่ี ะทําได
บางคําถามจะมคี าํ ตอบใหเลือกส่คี ําตอบหรอื มากกวา แตละคาํ ตอบจะมตี ัวเลขแสดงอยูขา งหนา คาํ ถามประเภทนี้
ใหนกั เรียนวงกลมลอมรอบตวั เลขทอ่ี ยูหนาคาํ ตอบทีน่ ักเรยี นคดิ วา ถูกตอง
บางขอ มคี ําถามใหน กั เรียนตอบหลายคําตอบ โดยใหว งกลมลอ มรอบคาํ ตอบเดียวในแตละแถว
สาํ หรับคําถามอนื่ ๆ นักเรียนจะตองเขยี นคาํ ตอบสั้นๆ ในทวี่ างที่เตรียมไวในแบบทดสอบของนกั เรียน คาํ ถาม
เหลาน้นี ักเรยี นอาจตองเขียนคําตอบเปน ตัวหนังสอื วาดภาพ และ/หรอื เขยี นตัวเลข
บางคําถามตองการใหนักเรียนอธิบายคําตอบหรือใหเหตุผลประกอบคําตอบของนักเรียน คําถามเหลานี้มี
คําตอบถกู ไดหลายคาํ ตอบ นกั เรียนจะไดค ะแนนจากวิธที ี่นักเรียนแสดงความเขาใจของนักเรียนท่ีมีตอคําถาม
และลักษณะการคิดท่ีนักเรียนแสดงออกมา นักเรียนควรเขียนคําตอบของนักเรียนในเสนบรรทัดท่ีกําหนดไว
ให จาํ นวนเสน บรรทัดจะเปนตัวบอกความยาวอยา งคราวๆ ที่นักเรียนควรเขยี นตอบ
ขอสอบวิทยาศาสตรเหลานี้ เปนขอสอบที่เคยถูกนํามาใชในการประเมินของโครงการประเมินผล
นักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซ่ึงบางขอ
ถูกใชในการประเมินผลจริง และบางขอถูกใชในการทดลองภาคสนาม ทั้งนี้ ขอสอบเหลาน้ียอมให
เผยแพรตอ สาธารณชนแลว
คาํ ช้ีแจง เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 3
แกรนดแ คนยอน
แกรนดแคนยอนต้ังอยูในทะเลทรายแหงหน่ึงในสหรฐั อเมริกา เปนหบุ เขาที่กวางใหญแ ละลึกมาก
ประกอบดวยชั้นหนิ หลายช้นั ในอดีตกาลการเคลอื่ นที่ของเปลอื กโลกไดย กช้ันหินเหลานี้ขึ้นมา
ปจ จบุ ันแกรนดแคนยอนหลายสว นมีความลึก 1.6 กม. มแี มน า้ํ โคโลราโดไหลผานดานลา งสุดของหบุ เขา
จงดรู ูปขางลา งซ่ึงเปน รูปของแกรนดแ คนยอนที่ถา ยจากขอบดา นทิศใต สามารถเหน็ ชั้นหนิ ทีแ่ ตกตางกัน
หลายช้ันไดชดั ตามแนวผนงั ของหุบเขา
หินปนู A
หนิ ชนวน A
หนิ ปูน B
หินชนวน B
หินชสี ตแ ละหินแกรนิต
คําถามท่ี 1 : แกรนดแคนยอน S426Q07
ทกุ ๆ ปม คี นประมาณหาลา นคนไปเท่ยี วอุทยานแหง ชาติแกรนดแ คนยอน มคี วามกงั วลกนั วา จะมี
ความเสียหายทีเ่ กิดกับอุทยานเน่อื งจากมีคนไปเที่ยวจํานวนมาก
คาํ ถามตอไปนี้สามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตรไดห รอื ไม จงเขยี นวงกลมลอมรอบ
คําวา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตล ะคําถาม
คําถามน้ีสามารถตอบโดยการตรวจสอบทางวิทยาศาสตรได ใช หรือ ไมใ ช
หรอื ไม
การกรอนทเ่ี กิดขึน้ จากการใชเสน ทางเดนิ มีมากนอยเทาใด ใช / ไมใช
พื้นทข่ี องอุทยานมคี วามสวยงามเทา กบั เมื่อ 100 ปกอนหรอื ไม ใช / ไมใช
เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 4
ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบุปญ หาเชงิ วิทยาศาสตร ญีป่ ุน 53.76
ความรู : ระบบการดํารงชวี ติ (ความรวู ทิ ยาศาสตร) / เกาหลี 72.24
จีน-ฮอ งกง 67.55
และการสบื สวนเชงิ วิทยาศาสตร จีน-มาเกา 66.51
(ความรูเกย่ี วกบั วิทยาศาสตร) จนี -ไทเป 63.76
การใชค วามรู : สิ่งแวดลอม ไทย 47.31
สถานการณ : สงั คม
รูปแบบของขอ สอบ : เลือกตอบแบบเชงิ ซอ น
การใหคะแนน แกรนดแ คนยอน 7
คะแนนเตม็
รหสั 1: ถกู ทง้ั สองขอ: ใช ไมใช ตามลําดบั
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอนื่ ๆ
รหสั 9: ไมตอบ
คําถามท่ี 2 : แกรนดแ คนยอน S426Q03
อณุ หภมู ใิ นแกรนดแ คนยอนอยูในชวงตั้งแตต่าํ กวา 0๐C จนถึงสูงกวา 40๐C แมวา จะเปน บริเวณ
ทะเลทราย บางครง้ั รอยแตกของหินก็กกั เกบ็ นาํ้ ไว การเปลี่ยนแปลงของอณุ หภูมิและน้ําในรอยแตก
ของหนิ ไปเรงการแตกราวของหนิ ไดอ ยา งไร
1. นํา้ ท่เี ปน น้าํ แขง็ ละลายหินที่รอ น ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ
2. นา้ํ ทาํ ใหหินเช่อื มตดิ กัน สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วิทยาศาสตร
3. นาํ้ แข็งขัดผวิ หนาของหนิ ใหร าบเรียบ ความรู : โลกและอวกาศ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
4. นาํ้ ท่กี ําลงั แข็งตวั จะขยายตวั ในรอยแตกของหนิ การใชค วามรู : สงิ่ แวดลอ ม
สถานการณ : สังคม
รูปแบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ
การใหคะแนน แกรนดแคนยอน 3
คะแนนเต็ม (Level 2) ประเทศ % ตอบถกู
รหสั 1: ขอ 4. น้ําท่ีกําลงั แข็งตวั จะขยายตวั ในรอยแตกของหิน ญ่ีปุน 67.74
ไมไดคะแนน เกาหลี 70.03
รหสั 0: คําตอบอื่นๆ จีน-ฮองกง 71.75
รหสั 9: ไมต อบ จีน-มาเกา 67.88
จนี -ไทเป 76.45
ไทย 57.26
เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 1 หนา 5
คําถามท่ี 3 : แกรนดแคนยอน S426Q05
มีฟอสซิลของซากสัตวท ะเลหลายชนดิ เชน หอยกาบ ปลา และปะการัง อยูในชน้ั หนิ ปูน A ของ
แกรนดแคนยอน มีอะไรเกดิ ขึน้ เม่อื หลายลา นปก อนทีอ่ ธิบายวาทําไมฟอสซิลเหลา นจ้ี งึ ถกู พบท่ีนัน่
1. ในสมยั โบราณ ผูคนนาํ อาหารทะเลจากมหาสมุทรเขา มาในบริเวณนี้
2. ครัง้ หน่งึ มหาสมทุ รมีคลน่ื รนุ แรงมากและคลื่นยกั ษพัดพาส่ิงมีชีวติ ในทะเลข้ึนมาบนบก
3. ในสมยั กอนบริเวณนั้นเปนบรเิ วณที่มมี หาสมุทรปกคลมุ และไดเ หอื ดแหง ไปในตอนหลัง
4. สัตวท ะเลบางชนดิ คร้งั หน่งึ มีชวี ติ อยบู นบกกอนท่ีจะอพยพลงสูทะเล
ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วิทยาศาสตร ญี่ปุน 84.40
ความรู : โลกและอวกาศ (ความรวู ิทยาศาสตร) เกาหลี 85.60
การใชความรู : ทรพั ยากรธรรมชาติ จนี -ฮองกง 74.30
สถานการณ : สังคม จนี -มาเกา 76.67
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ จนี -ไทเป 85.90
ไทย 57.63
การใหคะแนน แกรนดแคนยอน 5
คะแนนเตม็ (Level 1)
รหสั 1: ขอ 3. ในสมัยกอนบรเิ วณน้ันเปนบริเวณที่มีมหาสมุทรปกคลุม และไดเหอื ดแหงไปในตอนหลัง
ไมไ ดคะแนน
รหสั 0: คําตอบอืน่ ๆ
รหัส 9: ไมต อบ
เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 6
การสูบยา
ยาสูบถูกสบู ในรปู ของบุหร่ี ซิการ และกลองสบู ยา การวจิ ัยแสดงวาโรคทีเ่ ก่ียวของกบั ยาสบู ทําใหทวั่ โลก
มีผูเ สยี ชวี ิตเกือบ 13,500 คนในแตละวนั และมกี ารทาํ นายวา ในป 2020 โรคท่เี กี่ยวของกบั ยาสบู จะ
เปนสาเหตุของการตายทัว่ โลกประมาณ 12%
ควนั ของยาสูบมีสารที่เปน อนั ตรายอยูหลายชนดิ สวนท่ีเปนอันตรายมากทส่ี ุดคอื นํ้ามันดนิ นิโคติน
และคารบ อนมอนอกไซด
คาํ ถามท่ี 4 : การสูบยา S439Q01
ควนั ของยาสูบจะถกู สูดเขา ไปสูปอด นํ้ามันดนิ จากควนั จะเกาะอยูทป่ี อดและขดั ขวางการทํางานอยาง
เตม็ ที่ของปอด
ขอความใดตอไปนี้เปนหนา ทขี่ องปอด
1. สบู ฉีดโลหิตไปยังสวนตางๆ ของรางกาย
2. แลกเปลยี่ นออกซเิ จนจากอากาศท่ีหายใจไปสูเลอื ด
3. ทาํ ใหเลอื ดบริสุทธิ์โดยลดคารบอนไดออกไซดจนเปนศูนย
4. เปลี่ยนโมเลกลุ ของคารบอนไดออกไซดใหเ ปนโมเลกุลของออกซิเจน
ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 44.57
ความรู : ระบบการดาํ รงชีวติ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : สขุ ภาพ หมายเหตุ: เปนขอ สอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สว นตวั การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มูล
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ ของประเทศอืน่
การใหคะแนน การสบู ยา 1
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 2. แลกเปลย่ี นออกซิเจนจากอากาศท่หี ายใจไปสูเลอื ด
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอ่ืนๆ
รหสั 9: ไมต อบ
เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 7
คาํ ถามที่ 5 : การสูบยา S439Q02
การสบู ยาเพม่ิ ความเสี่ยงของการเปน มะเร็งปอดและโรคอื่นๆ
ความเสี่ยงในการเกดิ โรคตอ ไปนเี้ พิม่ ข้ึนจากการสูบยาสูบหรือไม จงเขียนวงกลมลอ มรอบคาํ วา “ใช”
หรือ “ไมใ ช” ในแตละคําถาม
ความเส่ียงของการเกิดโรคเหลาน้ีเพ่ิมขน้ึ จากการสูบยาสบู หรอื ไม ใช หรอื ไมใช
โรคถุงลมโปงพอง ใช / ไมใช
โรคภูมคิ มุ กนั บกพรอง/โรคเอดส ใช / ไมใช
โรคอีสกุ อีใส ใช / ไมใช
การใหคะแนน การสบู ยา 2 ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
คะแนนเตม็ สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วิทยาศาสตร
รหสั 1: ถกู ทง้ั สามขอ: ใช ไมใช ไมใช ตามลาํ ดบั ความรู : ระบบการดํารงชีวิต (ความรูวิทยาศาสตร)
ไมไ ดคะแนน การใชความรู : สขุ ภาพ
รหสั 0: คําตอบอ่ืนๆ สถานการณ : สวนตัว
รหัส 9: ไมตอบ รูปแบบของขอสอบ : เลือกตอบแบบเชงิ ซอ น
ประเทศ % ตอบถูก
ไทย 48.86
หมายเหตุ: เปน ขอสอบทใ่ี ชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อ มูล
ของประเทศอื่น
คาํ ถามที่ 6 : การสบู ยา S439Q05
บางคนใชแ ผน นิโคตินชวยในการเลกิ สบู ยา แผนนโิ คตินจะถกู แปะตดิ ท่ีผวิ หนังและปลอยนโิ คตินสเู ลอื ด
เพือ่ ชวยลดอาการอยากและอาการขาดยาเมื่อหยุดสบู ยาแลว
การศึกษาผลของแผนนิโคตินกบั กลุม ของผูสบู ท่ีตองการเลิกการสบู ยาสูบ 100 คน ท่ีไดจ ากการสุม ใช
เวลาในการศึกษา 6 เดือน ผลของแผนนโิ คตินไดร ับการวัดโดยหาวา มอี ยูก่ีคนในกลมุ นี้ทไ่ี มไ ดเร่มิ สูบ
ยาอกี เม่อื สนิ้ สดุ การทดลอง
การออกแบบการทดลองใดตอไปนี้ทดี่ ีที่สุด
1. ทกุ คนในกลมุ ติดแผน นิโคตนิ
2. ทุกคนตดิ แผนนิโคตินยกเวน หน่ึงคนทพ่ี ยายามเลิกสบู ยาสูบโดยไมติดแผนนโิ คติน
3. แตล ะคนเลอื กทจ่ี ะติดแผนนิโคตนิ หรือไมตดิ กไ็ ดเพอื่ ชวยเลกิ สูบยาสูบ
4. สมุ คนคร่ึงหนึ่งใหใชแผน นิโคตินและอีกคร่งึ หน่ึงไมใช
เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 1 หนา 8
การใหค ะแนน การสบู ยา 5 ลักษณะเฉพาะของขอสอบ
สมรรถนะ : การระบคุ ําถามเชงิ วิทยาศาสตร
คะแนนเต็ม ความรู : การสืบสวนเชิงวทิ ยาศาสตร
รหัส 1: ขอ 4. สุมคนคร่ึงหน่ึงใหใชแผนนิโคติน
(ความรูเกีย่ วกับวิทยาศาสตร)
และอีกครึง่ หนง่ึ ไมใช การใชค วามรู : สขุ ภาพ
ไมไดคะแนน สถานการณ : สวนตวั / สงั คม
รหสั 0: คําตอบอืน่ ๆ รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ
รหัส 9: ไมตอบ
ประเทศ % ตอบถกู
ไทย 40.29
หมายเหตุ: เปนขอสอบที่ใชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมูล
ของประเทศอนื่
คําถามที่ 7 : การสบู ยา S439Q06
มีวธิ ีการหลายวิธที ี่ใชชกั จูงใหค นเลิกสบู ยาสูบ
วิธีจัดการกับปญ หาการสูบยาสบู ตอไปนี้ใชพ นื้ ฐานทางเทคโนโลยีหรือไม จงเขียนวงกลมลอ มรอบคําวา
“ใช” หรือ “ไมใช” ในแตล ะคาํ ถาม
วิธที ่ีใชลดการสบู ยาสบู น้ีใชพ้ืนฐานทางเทคโนโลยหี รอื ไม ใช หรอื ไมใช
ขน้ึ ราคาบุหรี่ ใช / ไมใช
ผลติ แผนนิโคตินเพ่ือชว ยใหคนเลิกสูบบุหร่ี ใช / ไมใช
หา มสูบบุหร่ีในบรเิ วณทีส่ าธารณะ ใช / ไมใช
การใหค ะแนน การสบู ยา 6 ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
คะแนนเต็ม สมรรถนะ : การระบปุ ญหาเชงิ วิทยาศาสตร
รหสั 1: ถกู ทัง้ สามขอ : ไมใช ใช ไมใ ช ตามลาํ ดับ ความรู : ระบบทางเทคโนโลยี (ความรูวทิ ยาศาสตร)
ไมไ ดค ะแนน การใชความรู : สขุ ภาพ
รหัส 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ สถานการณ : สังคม
รหสั 9: ไมต อบ รปู แบบของขอสอบ : เลือกตอบแบบเชงิ ซอ น
ประเทศ % ตอบถูก
ไทย 40.29
หมายเหตุ: เปน ขอสอบท่ใี ชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมูล
ของประเทศอ่นื
เกณฑการใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 1 หนา 9
กันแดด
มีนาและดนยั สงสัยวาผลิตภณั ฑกันแดดชนิดใดจะปกปองผวิ ของพวกเขาไดดีทสี่ ุด ผลิตภัณฑก นั แดด
มีคาการปกปอ งแสงแดด (SPF) ทีแ่ สดงวาผลิตภัณฑแตละชนิดดูดกลืนรังสีอลั ตราไวโอเลตซึ่งเปน
สว นประกอบของแสงแดดไดดเี พียงใด ผลิตภณั ฑท่มี คี า SPF สงู จะปกปองผิวไดนานกวา ผลิตภัณฑที่
มีคา SPF ตํา่
มีนา คิดหาวธิ ีเปรียบเทยี บผลิตภณั ฑก ันแดดชนิดตา งๆ เธอและดนัยจึงไดรวบรวมสง่ิ ตอ ไปนี้
แผนพลาสตกิ ใสท่ีไมด ูดกลืนแสงแดดสองแผน
กระดาษไวแสงหน่ึงแผน
นาํ้ มันแร (M) และครีมทีม่ ีสว นประกอบของซงิ คอ อกไซด (ZnO) และ
สารกันแดดสี่ชนดิ ใชช่อื S1 S2 S3 และ S4
มีนาและดนัยใชน า้ํ มนั แรเ พราะวา มันยอมใหแสงแดดสวนใหญผานไปได และใชซ ิงคออกไซดเ พราะกัน
แสงแดดไดเ กอื บสมบูรณ
ดนยั หยดสารชนดิ ละหน่ึงหยดลงภายในวงกลมท่เี ขยี นไวบนแผนพลาสตกิ แผนหนึ่ง แลว ใชแ ผน
พลาสติกแผนท่ีสองวางทบั ดา นบน ใชหนังสือเลม ใหญๆ กดทบั บนแผน พลาสตกิ ทั้งสอง
M S1 S2
ZnO S3 S4
จากนนั้ มีนาวางแผน พลาสติกทั้งสองบนกระดาษไวแสง กระดาษไวแสงมีสมบัติเปล่ยี นสีจากเทาเขม
เปนสขี าว (หรือสีเทาออ นมากๆ) ขึน้ อยูก ับวามนั จะถูกแสงแดดนานเทา ใด สุดทายดนัยนาํ แผนทซี่ อน
กันทุกแผน ไปไวในบรเิ วณที่ถกู แสงแดด
แผน พลาสติก
กระดาษไวแสง
เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 1 หนา 10
คําถามที่ 8 : กันแดด S447Q02
ขอความใดตอ ไปนีเ้ ปน การบอกถงึ บทบาททางวทิ ยาศาสตรข องน้าํ มันแรและซิงคออกไซด ท่ีใชใ นการ
เปรียบเทียบประสทิ ธิภาพของสารกนั แดด
1. นา้ํ มันแรและซิงคออกไซดเ ปนตวั ที่ถกู ทดสอบท้ังคู
2. นา้ํ มันแรเปน ตวั ทถ่ี กู ทดสอบ และซิงคอ อกไซดเ ปน สารใชเ ปรยี บเทียบผลการทดลอง
3. น้ํามนั แรเปน สารใชเ ปรยี บเทียบผลการทดลอง และซิงคออกไซดเ ปน ตัวที่ถกู ทดสอบ
4. ทง้ั น้ํามนั แรและซิงคออกไซดเ ปนสารใชเปรียบเทียบผลการทดลองท้ังคู
ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การระบุปญหาเชงิ วิทยาศาสตร ญปี่ ุน 45.07
ความรู : การสบื สวนเชงิ วทิ ยาศาสตร เกาหลี 43.15
จนี -ฮองกง 45.17
(ความรูเกีย่ วกบั วทิ ยาศาสตร) จีน-มาเกา 39.05
การใชความรู : สขุ ภาพ จนี -ไทเป 41.85
สถานการณ : สว นตัว ไทย 36.35
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบ
การใหคะแนนกันแดด 2
คะแนนเตม็ (Level 4)
รหัส 1: ขอ 4. ทั้งน้าํ มนั แรและซิงคอ อกไซดเปน สารใชเปรียบเทียบผลการทดลองทั้งคู
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอ่นื ๆ
รหสั 9: ไมต อบ
คาํ ถามที่ 9 : กันแดด S447Q03
มีนาและดนัยพยายามหาคาํ ตอบของคําถามขอ ใด ตอไปนี้
1. สารกันแดดแตละชนิดกันแดดไดเพียงใด เม่ือเปรยี บเทียบกับสารกนั แดดชนดิ อ่นื
2. สารกนั แดดปกปองผิวของเราจากรงั สีอัลตราไวโอเลตไดอยางไร
3. มสี ารกันแดดใดหรือไม ที่ใหก ารปกปองนอ ยกวา นาํ้ มันแร
4. มีสารกันแดดใดหรือไม ท่ีใหก ารปกปองมากกวาซิงคอ อกไซด
เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 1 หนา 11
ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบุปญ หาเชงิ วทิ ยาศาสตร ญ่ีปนุ 59.90
ความรู : การสืบสวนเชงิ วทิ ยาศาสตร เกาหลี 56.34
จีน-ฮองกง 58.44
(ความรูเกยี่ วกับวิทยาศาสตร) จีน-มาเกา 51.06
การใชความรู : สขุ ภาพ จนี -ไทเป 50.43
สถานการณ : สวนตวั ไทย 51.42
รูปแบบของขอสอบ : เลือกตอบ
การใหคะแนน กนั แดด 3
คะแนนเตม็ (Level 3)
รหสั 1: ขอ 1. สารกนั แดดแตล ะชนิดกนั แดดไดเ พียงใด เมอ่ื เปรยี บเทยี บกับสารกันแดดชนิดอื่น
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ
รหสั 9: ไมตอบ
คาํ ถามที่ 10 : กันแดด S447Q04
ทําไมจงึ ตอ งกดแผนพลาสติกใสแผน ท่ีสองลงบนแผน แรก ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
1. เพอื่ ไมใหห ยดของสารแหง ไป สมรรถนะ : การระบุปญหาเชิงวิทยาศาสตร
2. เพื่อใหหยดของสารกระจายตวั ออกมากท่ีสุด ความรู : การสบื สวนเชิงวิทยาศ าสตร
3. เพอ่ื เกบ็ หยดของสารใหอ ยูในเคร่ืองหมายวงกลม
4. เพอ่ื ทาํ ใหห ยดของสารมคี วามหนาเทา กัน (ความรูเกีย่ วกับวิทยาศาสตร)
การใชค วามรู : สขุ ภาพ
การใหค ะแนน กันแดด 4 สถานการณ : สวนตัว
คะแนนเต็ม (Level 4) รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ
รหัส 1: ขอ 4. เพื่อทาํ ใหห ยดของสารมีความหนาเทากัน
ไมไดคะแนน ประเทศ % ตอบถกู
รหัส 0: คําตอบอ่ืนๆ ญป่ี นุ 50.47
รหสั 9: ไมตอบ เกาหลี 42.42
จนี -ฮอ งกง 48.99
จีน-มาเกา 43.33
จนี -ไทเป 45.81
ไทย 37.48
เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 1 หนา 12
คําถามท่ี 11 : กนั แดด S447Q05 – 0 1 2 9
กระดาษไวแสงทม่ี สี เี ทาเขม จะจางลงเปน สเี ทาออนเมื่อถกู แสงแดดเล็กนอ ย และเปน สขี าวเมอ่ื ถูก
แสงแดดมากๆ
แผนผังใดทีแ่ สดงแบบรปู ที่อาจเกิดขนึ้ ไดจ ากการทดลอง จงอธิบายดว ยวาทําไมนกั เรยี นจึงเลอื กขอน้ัน
1. S1 S2 3. S1 S2
M S3 S4 M S3 S4
ZnO ZnO
2. S1 S2 4. S1 S2
M S3 S4 M S3 S4
ZnO ZnO
คําตอบ: .............................................................
คาํ อธบิ าย: ..........................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชประจักษพยานทางวิทยาศาสตร ญี่ปุน 43.71
ความรู : การอธบิ ายเชงิ วทิ ยาศาสตร เกาหลี 45.95
จนี -ฮอ งกง 44.42
(ความรูเ กยี่ วกบั วิทยาศาสตร) จีน-มาเกา 31.81
การใชค วามรู : สุขภาพ จีน-ไทเป 42.97
สถานการณ : สว นตวั ไทย 11.63
รปู แบบของขอสอบ : สรา งคาํ ตอบแบบอสิ ระ
เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 13
การใหคะแนน กันแดด 5
คะแนนเต็ม
รหัส 2: ขอ 1. พรอมคําอธบิ ายท่ีวาจุด ZnO ยังคงเปน สีเทาเขม (เพราะวา มนั กันแสงแดดไวได) และ
จุด M เปลีย่ นเปนสขี าว (เพราะนา้ํ มันแรด ดู กลืนแสงแดดไดน อยมาก)
[ไมจําเปนตองมีคาํ อธบิ ายเพิ่มเตมิ ดังในวงเล็บ (ถา คาํ ตอบมีคําอธบิ ายมากพอ)]
ขอ 1. ZnO กนั แสงแดดไวตามทม่ี นั ควรจะเปน และ M ปลอ ยใหแสงแดดทะลุเขาไปได
ฉนั เลอื กขอ 1. เพราะนา้ํ มนั แรจ ะตอ งเปลยี่ นเปน สที ีอ่ อนท่สี ุด ในขณะทซ่ี ิงคออกไซดเปน สีเขม ทีส่ ุด
ไดคะแนนบางสวน
รหัส 1: ขอ 1. ใหคําอธิบายถูกเพยี งจดุ ZnO หรอื จุด M จุดใดจุดหนงึ่ แตไมไ ดอธิบายถกู ทง้ั สอง
จุด
ขอ 1. นํา้ มนั แรมีความตา นทานตอแสงยวู ีตํ่าท่ีสุด ดังนั้นกระดาษตรงทีม่ สี ารอ่ืนๆ จะไมเปน สีขาว
ขอ 1. ในเชิงปฏบิ ัตซิ ิงคออกไซดดูดกลนื รังสีท้งั หมดไว และแผนผงั แสดงวาเปน เชน น้ัน
ขอ 1. เพราะ ZnO กนั แสงไว และ M ดูดกลืนแสง
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอ่ืนๆ
ขอ 1. [ไมใ หเหตผุ ล]
ขอ 2. ZnO กันแสงแดดไว และน้าํ มนั แรปลอ ยใหแ สงผา นเขาไปได
รหัส 9: ไมต อบ
เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 14
แสงของดาว
ธงชัยชอบดดู าว อยางไรกต็ าม เขาไมส ามารถสังเกตเหน็ ดาวไดอยา งชัดเจนในเวลา
กลางคนื เนือ่ งจากเขาอาศยั อยใู นเมืองใหญ
เมือ่ ปท่ีแลว ธงชัยไปเท่ียวชนบทและปน ขนึ้ ไปบนเขา ซ่งึ เขาสังเกตเห็นดาวเปนจาํ นวน
มากในขณะทไ่ี มสามารถมองเห็นไดเ มื่ออยใู นเมือง
คาํ ถามที่ 12 : แสงของดาว S441Q01
ทําไมจึงสามารถมองเห็นดาวไดเปนจํานวนมากในชนบทเม่อื เทียบกบั ในเมอื งทมี่ ผี ูคนอาศยั อยูมาก
1. ในเมอื งมีดวงจันทรท่สี วา งกวา และบดบงั แสงจากดาวอ่ืนๆ
2. ในชนบทมฝี ุนอยใู นอากาศมากจงึ สะทอ นแสงไดด กี วา ในเมือง
3. ความสวา งของแสงไฟในเมอื งทาํ ใหมองเหน็ ดาวไดยาก
4. อากาศในเมืองอบอุนกวา เนื่องจากการปลอยความรอ นจากรถยนต เคร่ืองจกั ร และบา นเรือน
ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 67.95
ความรู : โลกและอวกาศ (ความรูวิทยาศาสตร)
การใชความรู : สิ่งแวดลอ ม หมายเหตุ: เปนขอสอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สงั คม การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อ มลู
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ ของประเทศอืน่
การใหค ะแนน แสงของดาว 1
คะแนนเต็ม
รหสั 1: ขอ 3. ความสวางของแสงไฟในเมอื งทําใหมองเห็นดาวไดยาก
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอ่นื ๆ
รหสั 9: ไมตอบ
เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 1 หนา 15
คําถามที่ 13 : แสงของดาว S441Q04
ธงชัยใชก ลองโทรทรรศนท่ีเลนสมีเสนผานศนู ยก ลางขนาดใหญ เพ่ือสอ งดดู าวทีม่ ีความสวางนอย
ทําไมการใชกลองโทรทรรศนทีเ่ ลนสมีเสนผานศูนยกลางขนาดใหญ จึงทาํ ใหสงั เกตเหน็ ดาวท่ีมีความ
สวางนอยได
1. เลนสที่มขี นาดใหญข ึ้นจะรับแสงไดมากข้ึน
2. เลนสท่ีมขี นาดใหญข ้ึนจะมกี าํ ลังขยายมากข้นึ
3. เลนสขนาดใหญจะทาํ ใหมองเหน็ ทองฟา ไดม ากขน้ึ
4. เลนสขนาดใหญจะสามารถรับสีเขม จากดาวได
ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชิงวทิ ยาศาสตร ไทย 19.23
ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี หมายเหตุ: เปนขอสอบที่ใชเฉพาะ
สถานการณ : สว นตวั การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอมูล
รปู แบบของขอสอบ : เลือกตอบ ของประเทศอ่ืน
การใหคะแนน แสงของดาว 4
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 1. เลนสท่มี ีขนาดใหญข นึ้ จะรบั แสงไดมากข้ึน
ไมไดคะแนน
รหสั 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ
รหัส 9: ไมต อบ
เกณฑการใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 1 หนา 16
ความเส่ียงของสุขภาพ
ใหนึกภาพวา นักเรียนอาศยั อยูใกลโ รงงานเคมภี ัณฑขนาดใหญท่ีผลิตปุยเพอ่ื ใชในการเกษตร เมือ่
ไมกีป่ มาน้ี มีกรณีที่ผคู นในละแวกน้ันปว ยดว ยโรคทางเดินหายใจเรอ้ื รัง คนในทองถ่ินเชื่อวาอาการ
เหลาน้ันเกิดจากการปลอ ยควนั พิษออกมาจากโรงงานปุยเคมที ่อี ยใู กลเคยี ง
ประชาชนมาประชุมกนั เพือ่ อภิปรายถงึ อันตรายทนี่ าจะเกดิ ขนึ้ จากโรงงานเคมภี ณั ฑ ซึ่งมผี ลตอ
สุขภาพของผทู ่อี ยูอาศัยในทองถ่ิน นักวทิ ยาศาสตรไดเ สนอขอ สรุปตอทป่ี ระชุมดังตอ ไปนี้
คํากลา วของนักวิทยาศาสตรที่ทาํ งานใหก บั บริษัทเคมี
“เราไดศึกษาความเปน พษิ ตอ ดนิ ในบรเิ วณใกลเ คยี ง เราไมพบหลักฐานทีแ่ สดงถงึ พิษของ
สารเคมใี นตัวอยา งดินท่เี ราเกบ็ มา”
คาํ กลา วของนักวิทยาศาสตรท ่ีทํางานใหก บั ประชากรในทองถนิ่
“เราศึกษาจํานวนกรณีของความเจบ็ ไขจ ากปญหาระบบทางเดินหายใจเร้ือรงั ในทองถิน่
เปรยี บเทียบกบั จาํ นวนกรณีในบรเิ วณที่หา งออกไปจากโรงงานเคมีภัณฑ ปรากฏวาบริเวณที่อยู
ใกลก ับโรงงานเคมีภัณฑ มกี รณที ี่เกิดขึ้นมากกวา ”
คาํ ถามท่ี 14 : ความเส่ียงของสุขภาพ S515Q01 – 0 1 9
เจาของโรงงานเคมภี ณั ฑใชค าํ กลา วของนักวทิ ยาศาสตรท่ีทาํ งานใหก บั บริษทั เพื่อโตแยงวา “การปลอย
ควันจากโรงงานไมมีความเสีย่ งตอสุขภาพของผูท่ีอยูอ าศัยในทอ งถิน่ ”
จงใหเ หตผุ ลหนึ่งขอท่ีเปน ขอสงสัยในคํากลาวของนักวิทยาศาสตรท ี่ทํางานกบั ใหบริษัท ซ่ึงคํากลาวน้ี
สนบั สนุนขอ โตแ ยงของเจา ของบริษัท
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การใชป ระจกั ษพ ยานทางวทิ ยาศาสตร ไทย 19.27
ความรู : การสบื สวนเชงิ วทิ ยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอสอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
(ความรูเ กี่ยวกบั วิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มูล
การใชความรู : ภยั อนั ตราย ของประเทศอ่ืน
สถานการณ : สงั คม
รปู แบบของขอ สอบ : สรา งคาํ ตอบแบบอสิ ระ
เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 1 หนา 17
การใหคะแนน ความเสย่ี งของสุขภาพ 1
คะแนนเต็ม
รหสั 1: ใหเ หตุผลท่ีเหมาะสมท่ีเปนขอสงสยั ในคาํ กลา วซง่ึ สนับสนุนขอโตแยงของเจา ของบริษัท
สารท่ีเปน สาเหตุของปญหาระบบทางเดนิ หายใจอาจไมไดจ ดั วาเปนสารพิษ
ปญ หาระบบทางเดินหายใจอาจมสี าเหตุมาจากเฉพาะสารเคมที ี่อยใู นอากาศ ไมใ ชในดนิ
สารพิษอาจเปล่ียน/แตกออกในขณะน้นั และแสดงวาเปนสารไมม ีพิษในดิน
เราไมร ูว าตัวอยา งนั้นเปน ตวั แทนของพ้ืนท่ีหรอื ไม
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอืน่ ๆ
รหัส 9: ไมต อบ
คําถามท่ี 15 : ความเสยี่ งของสุขภาพ S515Q03 – 0 1 9
นกั วทิ ยาศาสตรท ่ีทาํ งานเกี่ยวกบั ประชากรไดเปรียบเทยี บจํานวนผปู ว ยดวยโรคทางเดินหายใจเร้ือรงั
ซงึ่ อาศัยอยูใ กลกบั โรงงานเคมีภณั ฑกบั ผปู ว ยทอ่ี ยไู กลออกไปจากโรงงาน
จงอธิบายความแตกตา งทเี่ ปนไปไดหน่งึ ประการของสองบริเวณที่นักเรยี นคดิ วา การเปรยี บเทียบ
ไมส มเหตสุ มผล
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบุคาํ ถามเชงิ วิทยาศาสตร ไทย 18.43
ความรู : การสบื สวนเชิงวทิ ยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอสอบทใี่ ชเฉพาะ
(ความรูเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มลู
การใชความรู : ภยั อนั ตราย ของประเทศอื่น
สถานการณ : สังคม
รปู แบบของขอสอบ : สรางคําตอบแบบอสิ ระ
เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 1 หนา 18
การใหค ะแนน ความเสยี่ งของสขุ ภาพ 3
คะแนนเต็ม
รหัส 1: คําตอบควรจะเนนความแตกตา งทีเ่ ปน ไปไดร ะหวา งบรเิ วณทสี่ ํารวจตรวจสอบ
จํานวนคนของสองบริเวณอาจแตกตางกนั
บรเิ วณหนึง่ อาจไดรับการดแู ลรักษาดีกวา อีกบริเวณหนง่ึ
สภาพอากาศอาจไมเหมอื นกนั
อาจมสี ดั สวนท่ีแตกตา งกันของผูสงู อายใุ นแตล ะบรเิ วณ
อาจเปนมลภาวะทางอากาศอืน่ ๆ ในบริเวณอ่นื
ไมไดคะแนน
รหสั 0: คําตอบอื่นๆ
รหัส 9: ไมตอบ
เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 1 หนา 19
การผลติ พลังงานจากลม
การผลติ พลังงานจากลมเปน ที่ยอมรบั กันทวั่ ไปวา เปนแหลง ของพลงั งานทส่ี ามารถใชท ดแทนเคร่ือง
ผลติ กระแสไฟฟาจากการเผาไหม น้ํามนั และถา นหิน โครงสรา งในรูปเปนกงั หนั ลมทใ่ี บพดั หมุนโดยใช
ลม การหมุนน้ีทาํ ใหมีพลังงานไฟฟาถกู ผลิตจากเครอื่ งกําเนดิ ไฟฟาทถ่ี กู หมนุ ดวยกงั หันลม
คาํ ถามท่ี 16 : การผลิตพลังงานจากลม S529Q01
กราฟขางลา งนี้ แสดงความเรว็ ลมเฉลีย่ ตลอดทัง้ ปใ นสีบ่ รเิ วณท่ีแตกตางกัน กราฟใดทช่ี ีบ้ อกบริเวณที่
เหมาะสมในการต้ังเคร่ืองผลิตกระแสไฟฟาจากพลังลม
1. 2.
ความเร็วลม ความเร็วลม
มกราคม00 ธันวาคม มกราคม ธันวาคม
3. 4.
ความเร็วลม ความเร็วลม
มกราคม00 มกราคม ธันวาคม
ธันวาคม
ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชประจักษพ ยานทางวิทยาศาสตร ไทย 56.18
ความรู : ระบบทางเทคโนโลยี (ความรวู ิทยาศาสตร) /
หมายเหตุ: เปน ขอ สอบท่ีใชเ ฉพาะ
การอธิบายเชิงวทิ ยาศาสตร การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอมูล
(ความรูเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร) ของประเทศอ่นื
การใชความรู : ทรัพยากรธรรมชาติ
สถานการณ : สังคม
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบ
เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 1 หนา 20
การใหค ะแนน การผลติ พลังงานจากลม 1
คะแนนเตม็
รหัส 1: ขอ 3.
ไมไ ดคะแนน
รหสั 0: คําตอบอน่ื ๆ
รหัส 9: ไมต อบ
คําถามที่ 17 : การผลติ พลงั งานจากลม S529Q02
ยิ่งลมพัดแรงข้ึน ใบพดั ของกงั หันลมย่ิงหมุนเรว็ ขน้ึ จึงผลติ กาํ ลงั ไฟฟาไดมากข้ึน อยา งไรกต็ าม ไมมี
ความสัมพันธโดยตรงระหวา งความเร็วลมกับกําลังไฟฟาทไ่ี ดในสถานการณที่เปน จริง ขา งลา งนีเ้ ปน
เง่ือนไขการทาํ งานของการผลิตพลงั งานจากลมในสถานการณท ่ีเปน จริง
ใบพดั จะเริ่มหมุนเมอื่ ความเรว็ ลมเปน V1
ดว ยเหตุผลของความปลอดภยั การหมุนของใบพัดจะไมเพ่ิมข้ึนเมอ่ื ความเรว็ ลมสูงกวา V2
กําลงั ไฟฟาจะสูงสดุ (W) เม่ือความเรว็ ลมเทา กบั V2
ใบพัดจะหยุดหมุนเม่อื ความเร็วลมถึง V3
กราฟใดตอ ไปน้ีทแ่ี สดงไดดที ่ีสุดถงึ ความสัมพันธร ะหวา งความเร็วลมและการผลิตกําลงั ไฟฟาภายใต
เงอ่ื นไขการทาํ งานเหลานี้
1. 2.
W W
ํกาลังไฟฟา ํกาลังไฟฟา
00
000 V1 V2 V3 0 V1 V2 V3
ความเรว็ ลม ความเรว็ ลม
4.
3. W
W
ํกาลังไฟฟา ํกาลังไฟฟา
0 V1 V2 V3 0 V1 V2 V3
ความเร็วลม
ความเร็วลม
เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 1 หนา 21
ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ :การใชป ระจักษพ ยานทางวทิ ยาศาสตร ไทย 24.16
ความรู : การอธิบายเชงิ วทิ ยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอสอบที่ใชเฉพาะ
(ความรเู กีย่ วกับวทิ ยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มลู
การใชความรู : ทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศอื่น
สถานการณ : สังคม
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ
การใหค ะแนน การผลิตพลังงานจากลม 2
คะแนนเตม็
รหัส 1: ขอ 2.
ไมไ ดคะแนน
รหสั 0: คาํ ตอบอนื่ ๆ
รหัส 9: ไมตอบ
คําถามที่ 18 : การผลิตพลังงานจากลม S529Q03
ยงิ่ ระดบั ความสูงเพิ่มขึน้ กงั หันลมจะย่งิ หมนุ ชา ลง สาํ หรับความเร็วลมเทา กัน
ขอใดตอ ไปนีเ้ ปน เหตุผลดที ี่สุดทีอ่ ธบิ ายวา ทาํ ไมใบพัดของกงั หนั ลมจงึ หมนุ ไดชาลงเมอ่ื อยูใ นทส่ี ูงข้ึน
สาํ หรบั ความเรว็ ลมเทากัน
1. อากาศหนาแนนนอยลงเมอ่ื ความสงู เพิ่มขึ้น ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
2. อณุ หภมู ิลดลงเมื่อความสูงเพม่ิ ขนึ้ สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชิงวทิ ยาศาสตร
3. แรงโนมถว งลดลงเมือ่ ความสูงเพมิ่ ขึ้น ความรู : โลกและอวกาศ (ความรูวิทยาศาสตร)
4. ฝนตกบอ ยข้ึนเมือ่ ความสูงเพ่มิ ขน้ึ การใชความรู : ทรัพยากรธรรมชาติ
สถานการณ : สังคม
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบ
การใหค ะแนน การผลิตพลังงานจากลม 3 ประเทศ % ตอบถกู
คะแนนเต็ม ไทย 40.17
รหัส 1: ขอ 1. อากาศหนาแนนนอยลงเมอื่ ความสูงเพม่ิ ขึน้
ไมไดคะแนน หมายเหตุ: เปน ขอ สอบทใ่ี ชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมลู
ของประเทศอื่น
รหสั 0: คําตอบอนื่ ๆ
รหสั 9: ไมตอบ
เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 1 หนา 22
คําถามที่ 19 : การผลิตพลังงานจากลม S529Q04 – 0 1 2 9
จงบอกถงึ ขอ ไดเปรยี บหน่งึ ขอ และขอ เสียเปรียบหนง่ึ ขอของการผลิตพลังงานจากลมเปรยี บเทยี บกับ
การผลิตพลังงานซง่ึ ใชเช้อื เพลิงฟอสซลิ เชน ถานหินและนํา้ มนั
ขอ ไดเ ปรียบ ........................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ขอเสยี เปรียบ.......................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชิงวิทยาศาสตร ไทย 38.20
ความรู : ระบบเทคโนโลยี (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : ทรัพยากรธรรมชาติ หมายเหตุ: เปน ขอ สอบท่ใี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สังคม การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มูล
รูปแบบของขอ สอบ : สรา งคําตอบอิสระ ของประเทศอ่ืน
การใหคะแนน การผลติ พลังงานจากลม 4
คะแนนเตม็
รหัส 2: อธิบายขอไดเปรียบหน่งึ ขอและขอ เสียเปรยี บหน่งึ ขอ
[ขอ ไดเ ปรยี บ]
ไมปลอยคารบ อนไดออกไซด (CO2)
ไมใชเ ชือ้ เพลงิ ฟอสซิล
แหลงลมจะไมถ ูกใชหมดไป
หลงั จากติดตง้ั เครอื่ งผลติ กระแสไฟฟาจากพลงั ลม ตน ทุนของการผลิตกระแสไฟฟา ถูก
ไมีมขี องเสยี และ/หรอื สารพษิ ที่จะปลอยออกมา
ใชแ รงตามธรรมชาตหิ รือพลงั งานสะอาด
[ขอ เสยี เปรียบ]
การผลิตตามความตอ งการเปน ไปไมไ ด [เพราะวา ความเร็วลมไมสามารถควบคมุ ได]
บรเิ วณท่ีดีสาํ หรบั กงั หนั ลมมจี ํากัด
กังหันลมสามารถถูกทําใหเ สียหายไดเมอ่ื มีลมทแ่ี รงมาก
ปรมิ าณของพลังงานทผี่ ลติ ไดจ ากกังหนั ลมแตละอนั คอนขา งนอย
ในบางกรณีมลภาวะทางเสียงเกิดขนึ้
ในบางกรณีคลืน่ แมเหลก็ ไฟฟา (เชน คลื่นโทรทศั น) สามารถถูกรบกวนได
เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 1 หนา 23
บางครั้งนกถกู ฆาเมือ่ นกบนิ ไปชนกับใบพดั ทีห่ มุน
ทัศนียภาพทางธรรมชาตถิ กู เปล่ียนแปลง
การตดิ ตัง้ และบาํ รุงรักษามรี าคาแพง
ไดคะแนนบางสว น
รหสั 1: อธบิ ายขอไดเ ปรยี บหรือขอ เสยี เปรียบไดถ ูกตอ งอยางใดอยางหนึ่ง (ดังแสดงในตัวอยาง
คะแนนเต็ม) แตไ มใชอธิบายถูกทั้งคู
ไมไดคะแนน
รหัส 0: อธบิ ายขอไดเ ปรียบหรือขอ เสยี เปรยี บไมถูกตอง
ดีสาํ หรบั ส่ิงแวดลอ มหรือธรรมชาติ [คาํ ตอบนเี้ ปนขอความท่ีมคี วามหมายท่วั ๆ ไป]
ไมดสี ําหรบั สง่ิ แวดลอ มหรอื ธรรมชาติ
การสรางเครือ่ งผลติ กระแสไฟฟา จากพลังงานลมมตี น ทุนนอ ยกวาสรางโรงไฟฟาเชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ [ไม
สนใจขอเท็จจริงทีว่ า จะตองใชเครือ่ งผลิตกระแสไฟฟา จากพลงั งานลมจํานวนมาก จงึ จะผลิตพลงั งาน
ไดปริมาณเทากับทีผ่ ลิตไดจากโรงไฟฟาเชือ้ เพลิงฟอสซลิ ]
รหัส 9: ไมตอบ
เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 1 หนา 24
Programme for International Student Assessment (PISA) เกณฑการใหคะแนน
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 2
โครงการประเมินผลนกั เรียนนานาชาติ (PISA)
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)
คําช้แี จง
ในแบบทดสอบชุดนี้ นักเรียนจะพบคาํ ถามเกย่ี วกบั วทิ ยาศาสตร
ใหนักเรียนอา นคําถามทกุ ขออยางละเอียดรอบคอบ แลวตอบคาํ ถามใหดีทีส่ ดุ เทา ทจ่ี ะทําได
บางคําถามจะมคี าํ ตอบใหเลือกส่คี ําตอบหรอื มากกวา แตละคาํ ตอบจะมตี ัวเลขแสดงอยูขา งหนา คาํ ถามประเภทนี้
ใหนกั เรียนวงกลมลอมรอบตวั เลขทอ่ี ยูหนาคาํ ตอบทีน่ ักเรยี นคดิ วา ถูกตอง
บางขอ มคี ําถามใหน กั เรียนตอบหลายคําตอบ โดยใหว งกลมลอ มรอบคาํ ตอบเดียวในแตละแถว
สาํ หรับคําถามอนื่ ๆ นักเรียนจะตองเขยี นคาํ ตอบสั้นๆ ในทวี่ างที่เตรียมไวในแบบทดสอบของนกั เรียน คาํ ถาม
เหลาน้นี ักเรยี นอาจตองเขียนคําตอบเปน ตัวหนังสอื วาดภาพ และ/หรอื เขยี นตัวเลข
บางคําถามตองการใหนักเรียนอธิบายคําตอบหรือใหเหตุผลประกอบคําตอบของนักเรียน คําถามเหลานี้มี
คําตอบถกู ไดหลายคาํ ตอบ นกั เรียนจะไดค ะแนนจากวิธที ี่นักเรียนแสดงความเขาใจของนักเรียนท่ีมีตอคําถาม
และลักษณะการคิดท่ีนักเรียนแสดงออกมา นักเรียนควรเขียนคําตอบของนักเรียนในเสนบรรทัดท่ีกําหนดไว
ให จาํ นวนเสน บรรทัดจะเปนตัวบอกความยาวอยา งคราวๆ ที่นักเรียนควรเขยี นตอบ
ขอสอบวิทยาศาสตรเหลานี้ เปนขอสอบที่เคยถูกนํามาใชในการประเมินของโครงการประเมินผล
นักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซ่ึงบางขอ
ถูกใชในการประเมินผลจริง และบางขอถูกใชในการทดลองภาคสนาม ทั้งนี้ ขอสอบเหลาน้ียอมให
เผยแพรตอ สาธารณชนแลว
คาํ ช้ีแจง เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 3
แมร่ี มองตากู
อา นบทความจากหนังสือพมิ พตอ ไปน้ี และตอบคาํ ถาม
ประวัตขิ องการฉดี วคั ซีน
แมร่ี มองตากู เปน ผูห ญงิ สวย เธอรอดชีวิตจากการติดเช้ือฝดาษเมอื่ ป ค.ศ 1715 .แตก็มี
แผลเปนปกคลุมบนผวิ หนัง ขณะท่ีอยูในตุรกีในป ค.ศ 1717 . เธอสงั เกตวิธกี ารทีเ่ รียกวา
การปลูกฝซ ่งึ ใชก นั อยูทัว่ ไป วิธกี ารน้ใี ชก ารขีดเช้อื ไวรัสฝดาษทอ่ี อนแอลงบนผิวหนังของ
คนทอี่ ายุนอยและมีสุขภาพดี ซง่ึ ตอมาจะมีอาการไข แตทกุ รายจะมอี าการของโรคอยาง
ออ นๆเทา นั้น
แมร่ี มองตากู เชื่อม่ันในความปลอดภยั ของการปลกู ฝ จนยอมใหลูกชายและลกู สาวของเธอ
ไดปลกู ฝ
ในป ค.ศ1796 . เอด็ เวิรด เจนเนอร ใชว ิธีการปลกู ฝดวยเชื้อโรคที่ใกลเคียงกนั คอื ฝดาษ
ในววั เพื่อผลิตสารตานทานโรคฝดาษ เม่ือเปรยี บเทียบกบั การปลกู ฝดวยเชอื้ ฝดาษ วิธกี าร
น้ีมผี ลขางเคียงนอย และผูที่ไดร ับจะไมสามารถแพรเ ช้ือใหผูอ่นื วิธีการน้ีเปน ท่ีรูจกั กนั วา
การฉีดวคั ซนี
คําถามที่ 1 : แมร่ี มองตากู S477Q02
โรคชนิดใดบา งท่มี นุษยสามารถฉีดวคั ซีนปองกันได
1. โรคที่ไดร ับการถายทอดทางพันธุกรรม เชน โรคฮีโมฟเลีย (โรคเลอื ดไหลไมห ยุด)
2. โรคที่มีสาเหตุมาจากเชอ้ื ไวรัส เชน โปลิโอ
3. โรคที่เกิดจากการทํางานผิดปกติของรา งกาย เชน เบาหวาน
4. โรคทกุ ชนดิ ทไี่ มม ที างรักษา
ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วิทยาศาสตร ญีป่ นุ 71.37
ความรู : ระบบการดํารงชีวติ (ความรูวทิ ยาศาสตร) เกาหลี 69.00
การใชความรู : สขุ ภาพ จีน-ฮองกง 78.96
สถานการณ : สงั คม จนี -มาเกา 76.07
รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ จีน-ไทเป 69.38
ไทย 78.73
เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 4
การใหคะแนน แมร่ี มองตากู 2
คะแนนเต็ม (Level 2)
รหัส 1: ขอ 2. โรคที่มีสาเหตุมาจากเช้อื ไวรัส เชน โปลิโอ
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอน่ื ๆ
รหสั 9: ไมตอบ
คาํ ถามท่ี 2 : แมรี่ มองตากู S477Q03
ถา สัตวห รือมนุษยป วยจากการติดเช้ือแบคทเี รียและหายจากโรคแลว แบคทีเรยี ท่ีทําใหเกดิ โรคน้ัน
ปกติจะไมท ําใหส ัตวหรอื มนุษยเกิดอาการปว ยซํ้าอีก
เพราะเหตุใดจึงเปน เชนนนั้
1. รางกายฆา แบคทีเรียทง้ั หมดท่เี ปน สาเหตุใหเ กิดโรคชนิดเดียวกนั น้ี
2. รา งกายสรา งสารตอ ตา น (แอนตบิ อด)ี ซึ่งฆา แบคทเี รยี ชนดิ นั้นกอ นที่จะเพ่ิมจาํ นวน
3. เซลลเม็ดเลือดแดงฆาแบคทีเรียท้ังหมดที่เปนสาเหตใุ หเ กิดโรคชนดิ เดียวกันน้ี
4. เซลลเ มด็ เลอื ดแดงจับและกาํ จัดแบคทีเรยี ชนดิ นี้ใหหมดไปจากรา งกาย
ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชิงวิทยาศาสตร ญ่ปี ุน 75.72
ความรู : ระบบการดํารงชีวิต (ความรวู ิทยาศาสตร) เกาหลี 63.10
การใชค วามรู : สขุ ภาพ จีน-ฮอ งกง 88.55
สถานการณ : สังคม จนี -มาเกา 86.70
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบ จนี -ไทเป 89.77
ไทย 58.99
การใหคะแนน แมร่ี มองตากู 3
คะแนนเตม็ (Level 2)
รหสั 1: ขอ 2. รางกายสรางสารตอตาน (แอนติบอด)ี ซงึ่ ฆาแบคทเี รียชนดิ น้ันกอ นทจี่ ะเพิ่มจํานวน
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ
รหสั 9: ไมตอบ
เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 5