The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mkm2, 2022-06-20 10:51:12

science

science

พฤติกรรมของปลาหลังหนาม

ปลาหลงั หนามเปนปลาท่ีเลีย้ งงายในตูปลา

ตวั เมีย ตัวผู

 ในฤดูผสมพันธทุ องของปลาหลงั หนามตัวผจู ะเปลย่ี นจากสเี งนิ เปน สีแดง

 ปลาหลงั หนามตวั ผูจ ะโจมตคี แู ขงตวั ผูตวั อื่นๆ ท่เี ขา มาในบรเิ วณทีค่ รอบครองและพยายามขบั
ไลอ อกไปจากบรเิ วณนน้ั

 ถามีปลาตัวเมียสเี งินเขามาใกล ปลาตวั ผูจ ะพยายามนําปลาตวั เมยี ไปทร่ี ังของตวั เอง เพือ่ ให
ปลาตัวเมียไดวางไข

ในการทดลอง นกั เรยี นคนหนึ่งตอ งการสาํ รวจตรวจสอบวา อะไรทาํ ใหป ลาหลังหนามตวั ผแู สดง
พฤตกิ รรมกา วราว
ในตปู ลาของนกั เรยี นไดเลีย้ งปลาหลังหนามตวั ผไู วหนึ่งตัว นกั เรียนไดนําหนุ ของปลาที่ทําดวยขีผ้ ง้ึ
สามแบบผกู ติดไวกบั ลวด เขาแขวนหนุ ปลาท้ังสามแบบแยกกันไวในตูปลาในระยะเวลาที่เทากัน แลว
นับจํานวนครั้งทปี่ ลาตวั ผแู สดงปฏิกิริยาอยางกาวรา วโดยการพุงใสปลาข้ผี งึ้
ผลการทดลองแสดงดังรปู ขา งลา ง

30

จํานวนครัง้ ที่ปลาตัวผู

แสดงพฤตกิ รรมกาวรา ว 15

0

หนุ ปลาแบบท่ี 1 หุนปลาแบบที่ 2 หุน ปลาแบบท่ี 3
สีเงนิ สีแดง สีแดงเขม

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 3 หนา 26

คาํ ถามที่ 18 : พฤติกรรมของปลาหลงั หนาม S433Q01 – 0 1 9

การทดลองนี้พยายามตอบคําถามใด
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบคุ าํ ถามเชงิ วิทยาศาสตร ไทย 14.10
ความรู : การสืบสวนเชงิ วิทยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอสอบทีใ่ ชเฉพาะ
(ความรูเ กีย่ วกับวิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมลู
การใชค วามรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ของประเทศอน่ื
สถานการณ : สวนตัว
รปู แบบของขอ สอบ : สรางคําตอบแบบอสิ ระ

การใหคะแนน พฤติกรรมของปลาหลังหนาม 1

คะแนนเต็ม

รหัส 1: สีใดที่ย่วั ยใุ หป ลาหลังหนามตวั ผูแ สดงพฤตกิ รรมกา วราวออกมามากท่ีสุด

 ปลาหลังหนามตัวผแู สดงปฏิกิรยิ ากา วราวตอ หนุ ปลาสแี ดงมากกวา หุนปลาสเี งินใชหรือไม
 มคี วามสมั พันธระหวางสีกบั พฤติกรรมกา วราวใชห รอื ไม
 สขี องปลาเปนสาเหตใุ หปลาตัวผูแสดงอาการกา วราวใชห รือไม

ไมไ ดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอื่นๆ (รวมถึงทกุ คาํ ตอบท่ีไมไดอ า งถึง สี ของการกระตุน/หุนปลา/ปลา)
รหัส 9: ไมตอบ

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 27

คําถามท่ี 19 : พฤติกรรมของปลาหลังหนาม S433Q02

ในชวงของการผสมพนั ธุ ถา ปลาหลังหนามตัวผเู ห็นปลาตวั เมยี มนั จะพยายามดงึ ดดู ตวั เมียโดยการ
แสดงพฤตกิ รรมเก้ยี วพาราสีซึง่ ดูคลา ยกบั การเตนราํ เล็กๆ ในการทดลองครัง้ ที่สองไดสาํ รวจ
ตรวจสอบพฤติกรรมเกยี้ วพาราสนี ี้

อีกคร้งั ทใ่ี ชห ุนข้ีผึง้ สามแบบผูกติดกับลวด ตัวหนึ่งสแี ดง อกี สองตัวสเี งนิ ซึ่งตวั หนึ่งมีทอ งแบน สวนอกี
ตัวทองปอง นกั เรียนนบั จํานวนคร้ัง (ในเวลาทีก่ าํ หนด) ท่ีปลาหลังหนามตวั ผูแ สดงปฏกิ ิรยิ าตอ
หนุ จาํ ลองโดยแสดงพฤตกิ รรมเก้ียวพาราสี

ผลการทดลองแสดงดังรูปขางลา ง

จาํ นวนคร้ังท่ีปลาตัวผู 30
แสดงพฤตกิ รรมเกีย้ ว 15
พาราสี

0

= สแี ดง
= สีเงนิ

นักเรียนส่คี นสรุปผลของตัวเองตามผลท่ไี ดจากการทดลองครงั้ ที่สองน้ี

ขอสรุปเหลาน้ีถูกตอ งตามขอ มลู ทีไ่ ดจากกราฟหรือไม จงเขียนวงกลมลอ มรอบคาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช”
ในแตละขอสรปุ

ขอสรุปนี้ถูกตอ งตามขอมลู ทีไ่ ดจากกราฟหรือไม ใช หรือ ไมใ ช

สแี ดงกอ ใหเกิดพฤติกรรมเก้ียวพาราสีของปลาหลังหนามตวั ผู ใช / ไมใช

ปลาหลงั หนามตัวเมยี ทองแบนกอใหเ กดิ ปฏิกริ ยิ าจากปลาหลงั ใช / ไมใช
หนามตัวผูมากทสี่ ุด

ปลาหลังหนามตัวผูแสดงปฏิกิรยิ าตอปลาตัวเมียทองปอง ใช / ไมใช
บอยคร้ังกวาปลาตัวเมียทอ งแบน

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 28

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การใชป ระจักษพ ยานทางวิทยาศาสตร ไทย 49.15
ความรู : การอธิบายเชงิ วิทยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอ สอบทีใ่ ชเฉพาะ
(ความรเู กย่ี วกับวิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอมลู
การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ของประเทศอนื่
สถานการณ : สวนตัว
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชงิ ซอน

การใหค ะแนน พฤตกิ รรมของปลาหลงั หนาม 2

คะแนนเต็ม

รหัส 1: ถูกทงั้ สามขอ : ไมใ ช ไมใช ใช ตามลําดบั

ไมไดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ

รหัส 9: ไมตอบ

คําถามท่ี 20 : พฤตกิ รรมของปลาหลงั หนาม S433Q03 – 0 1 2 9

การทดลองไดแสดงพฤตกิ รรมกา วรา วของปลาหลังหนามตัวผูตอหุนปลาทอ งสีแดง และแสดง
พฤติกรรมเกยี้ วพาราสตี อ หนุ ปลาทองสีเงนิ

ในการทดลองคร้งั ท่ีสาม ไดก ลับมาใชหุนของปลาท้ังสแ่ี บบอีกคร้งั :

หุนปลาแบบท่ี 1 หนุ ปลาแบบที่ 2 หุนปลาแบบที่ 3 หุนปลาแบบท่ี 4

= สแี ดง
= สีเงนิ

แผนภมู ิสามรูปขา งลา งนี้ แสดงปฏกิ ิรยิ าทเี่ ปนไปไดข องปลาหลังหนามตวั ผูที่มีตอ หุนแตละแบบ
ดา นบน
ปฏกิ ิรยิ าใดท่นี ักเรยี นทาํ นายวา จะเกิดกับแบบจาํ ลองของปลาแตล ะแบบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 29

จํานวนของ
ปฏกิ ริ ิยาตวั ผู

กข ค

= จาํ นวนของพฤติกรรมกาวราว
= จํานวนของพฤติกรรมเก้ยี วพาราสี

จงเติมอกั ษร ก ข หรือ ค เพียงตวั อักษรเดียวท่เี ปน ผลเกดิ จากหนุ แตละแบบ

ปฏกิ ริ ยิ า

แบบท่ี 1 ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
แบบท่ี 2 สมรรถนะ : การใชประจักษพ ยานทางวิทยาศาสตร
แบบท่ี 3 ความรู : การอธิบายเชิงวิทยาศาสตร
แบบท่ี 4
(ความรูเ กี่ยวกบั วทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
สถานการณ : สว นตัว
รูปแบบของขอ สอบ : สรางคาํ ตอบแบบปด

การใหค ะแนน พฤติกรรมของปลาหลังหนาม 3 ประเทศ % ตอบถูก
คะแนนเต็ม ไทย 3.42
รหสั 2: ถกู ทัง้ ส่ีขอ : ค ก ค ข ตามลาํ ดับ
ไดคะแนนบางสวน หมายเหตุ: เปน ขอสอบท่ใี ชเ ฉพาะ
รหัส 1: ถกู เพียงสามในสขี่ อ การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อ มูล
ไมไ ดคะแนน ของประเทศอน่ื
รหสั 0: คําตอบอน่ื ๆ
รหัส 9: ไมต อบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 30

Programme for International Student Assessment (PISA) เกณฑการใหคะแนน
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 4

โครงการประเมินผลนกั เรียนนานาชาติ (PISA)
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)



คําช้แี จง

ในแบบทดสอบชุดนี้ นักเรียนจะพบคาํ ถามเกย่ี วกบั วทิ ยาศาสตร
ใหนักเรียนอา นคําถามทกุ ขออยางละเอียดรอบคอบ แลวตอบคาํ ถามใหดีทีส่ ดุ เทา ทจ่ี ะทําได
บางคําถามจะมคี าํ ตอบใหเลือกส่คี ําตอบหรอื มากกวา แตละคาํ ตอบจะมตี ัวเลขแสดงอยูขา งหนา คาํ ถามประเภทนี้
ใหนกั เรียนวงกลมลอมรอบตวั เลขทอ่ี ยูหนาคาํ ตอบทีน่ ักเรยี นคดิ วา ถูกตอง
บางขอ มคี ําถามใหน กั เรียนตอบหลายคําตอบ โดยใหว งกลมลอ มรอบคาํ ตอบเดียวในแตละแถว
สาํ หรับคําถามอนื่ ๆ นักเรียนจะตองเขยี นคาํ ตอบสั้นๆ ในทวี่ างที่เตรียมไวในแบบทดสอบของนกั เรียน คาํ ถาม
เหลาน้นี ักเรยี นอาจตองเขียนคําตอบเปน ตัวหนังสอื วาดภาพ และ/หรอื เขยี นตัวเลข
บางคําถามตองการใหนักเรียนอธิบายคําตอบหรือใหเหตุผลประกอบคําตอบของนักเรียน คําถามเหลานี้มี
คําตอบถกู ไดหลายคาํ ตอบ นกั เรียนจะไดค ะแนนจากวิธที ี่นักเรียนแสดงความเขาใจของนักเรียนท่ีมีตอคําถาม
และลักษณะการคิดท่ีนักเรียนแสดงออกมา นักเรียนควรเขียนคําตอบของนักเรียนในเสนบรรทัดท่ีกําหนดไว
ให จาํ นวนเสน บรรทัดจะเปนตัวบอกความยาวอยา งคราวๆ ที่นักเรียนควรเขยี นตอบ

ขอสอบวิทยาศาสตรเหลานี้ เปนขอสอบที่เคยถูกนํามาใชในการประเมินของโครงการประเมินผล
นักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซ่ึงบางขอ
ถูกใชในการประเมินผลจริง และบางขอถูกใชในการทดลองภาคสนาม ทั้งนี้ ขอสอบเหลาน้ียอมให
เผยแพรตอ สาธารณชนแลว

คาํ ช้ีแจง เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 3

อัลตราซาวด

ในหลายประเทศ มีการถายภาพของทารกในครรภ (เดก็ ที่กาํ ลังพัฒนาอยูในครรภ) โดยการถายภาพ
ดว ยอลั ตราซาวด (เอคโคกราฟฟ) ไดม ีการพจิ ารณาแลว วา อัลตราซาวดปลอดภัยทง้ั มารดาและทารก
ในครรภ

แพทยจะถือเครอ่ื งตรวจจับคลื่นและเคลื่อนที่กลับไปมาบนทอ งของแม คลื่นอลั ตราซาวดถกู สงผา นไป
ในทอง ภายในทอ งคล่ืนจะสะทอนท่ีผิวของทารกในครรภ คล่ืนสะทอ นเหลา น้ีถกู ตรวจจับไดโดยเคร่ือง
ตรวจจับคลน่ื และสงผา นไปยังเคร่อื งสรา งภาพ

คําถามท่ี 1 : อลั ตราซาวด S448Q03 – 0 1 9

ในการสรา งภาพ เคร่อื งอัลตราซาวดต องคํานวณระยะทางระหวา งทารกในครรภกับเคร่ืองตรวจจับคลน่ื

คล่ืนอลั ตราซาวดเ คล่อื นท่ีผานทองดว ยความเร็ว 1540 เมตร/วนิ าที เครอื่ งจะตอ งวดั อะไรอกี เพื่อให
สามารถคาํ นวณระยะทางได
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชิงวทิ ยาศาสตร ไทย 12.54
ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี หมายเหตุ: เปน ขอสอบท่ใี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สวนตัว การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มูล
รปู แบบของขอสอบ : สรา งคําตอบแบบอิสระ ของประเทศอื่น

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 4

การใหคะแนน อัลตราซาวด 3

คะแนนเตม็

รหสั 1: ตองวัดระยะเวลาที่คลน่ื อัลตราซาวดเ ดินทางจากเครอื่ งตรวจจบั คลื่นไปยงั พ้ืนผิวของตัว
ทารกในครรภและสะทอนกลบั มา

 ระยะเวลาทค่ี ลน่ื เดนิ ทางจากเครอ่ื งตรวจจับคล่ืนและกลับมาอกี ครง้ั
 ระยะเวลาการเดินทางของคล่นื
 เวลา

ไมไดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอ่นื ๆ

 ระยะทาง

รหสั 9: ไมต อบ

คําถามท่ี 2 : อัลตราซาวด S448Q04 – 0 1 9

การใชร ังสเี อก็ ซสามารถทําใหเห็นภาพทารกในครรภไดเ ชน เดยี วกัน อยางไรก็ตาม ผูหญิงท่ีอยูใน
ระหวางตั้งครรภจะไดรบั คําแนะนาํ ใหหลีกเล่ียงการฉายรังสเี อก็ ซบรเิ วณทอง
ทําไมผูหญิงโดยเฉพาะทีอ่ ยูในระหวา งตั้งครรภจึงควรหลีกเลี่ยงการฉายรงั สีเอ็กซบริเวณทอ ง

...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วิทยาศาสตร ไทย 84.55
ความรู : ระบบการดาํ รงชีวติ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : สุขภาพ หมายเหตุ: เปนขอ สอบท่ใี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สวนตวั การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มลู
รูปแบบของขอสอบ : สรางคาํ ตอบแบบอิสระ ของประเทศอนื่

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 5

การใหคะแนน อลั ตราซาวด 4

คะแนนเตม็

รหัส 1: รงั สีเอ็กซเปน อนั ตรายตอทารกในครรภ

 รงั สเี อ็กซเปน อันตรายตอ ทารกในครรภ
 รังสเี อก็ ซอาจทําใหเ กิดการกลายพันธุของทารกในครรภ
 รังสเี อก็ ซสามารถทาํ ใหทารกในครรภเ กิดมาผดิ ปกติ
 เด็กอาจไดร บั รังสีเอ็กซบ างสวน

ไมไดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ

 รงั สเี อ็กซไ มใหภ าพทารกในครรภทชี่ ัดเจน

รหัส 9: ไมต อบ

คาํ ถามที่ 3 : อัลตราซาวด S448Q05

การตรวจอัลตราซาวดของแมท่กี าํ ลังต้ังครรภสามารถตอบคําถามตอ ไปน้ีไดหรอื ไม จงเขยี นวงกลม
ลอ มรอบคําวา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตละคําถาม

การตรวจอลั ตราซาวดส ามารถตอบ ใช หรอื ไมใช
คําถามน้ีไดหรือไม

มที ารกมากกวาหนง่ึ คนหรือไม ใช / ไมใช

ตาของทารกเปนสีอะไร ใช / ไมใช

ทารกมีขนาดปกติหรือไม ใช / ไมใช

การใหค ะแนน อลั ตราซาวด 5 ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
คะแนนเต็ม สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วิทยาศาสตร
รหสั 1: ถกู ทัง้ สามขอ : ใช ไมใช ใช ตามลําดับ ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
ไมไดค ะแนน การใชความรู : สขุ ภาพ
รหัส 1: คําตอบอนื่ ๆ สถานการณ : สวนตัว
รหสั 9: ไมตอบ รปู แบบของขอ สอบ : เลือกตอบแบบเชงิ ซอ น

ประเทศ % ตอบถกู
ไทย 63.39

หมายเหตุ: เปนขอสอบที่ใชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมูล
ของประเทศอื่น

เกณฑการใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 6

เครอื่ งแปลงไอเสยี

รถยนตรุนใหมสวนใหญไดต ดิ ตง้ั เครอื่ งแปลงไอเสยี ซ่ึงทาํ ใหไอเสยี ของรถยนตเ ปนอันตรายตอคนและ
ส่งิ แวดลอมนอ ยลง
ประมาณ 90% ของกาซอนั ตรายถกู แปลงเปน กา ซท่ีเปนอันตรายนอ ยลง ตอไปน้ีคือกา ซบางชนดิ ที่
เขา ไปในเครอ่ื งแปลงและออกมาจากเครอ่ื ง

กา ซท่ีเขาไป กาซท่อี อกมา

ไนโตรเจน N2 ไนโตรเจน N2

คารบอนไดออกไซด CO2 คารบอนไดออกไซด CO2
นํ้า (ไอนํา้ ) H2O
น้ํา (ไอนา้ํ ) H2O
คารบอนมอนนอกไซด CO คารบอนมอนนอกไซด CO (10%)
คารบอนไดออกไซด CO2 (90%)
ออกไซดของไนโตรเจน NO, ออกไซดของไนโตรเจน NO, NO2 (10%)
NO2
ไนโตรเจน N2 (90%)

เครื่องแปลงไอเสยี

คําถามท่ี 4 : เครอื่ งแปลงไอเสยี S516Q01 – 0 1 9

จงใชข อมูลจากแผนผงั ขางบน เพือ่ ยกตัวอยางวาเครอื่ งแปลงไอเสยี ทาํ ใหไอจากทอ ไอเสยี เปน อันตราย
นอ ยลงไดอ ยา งไร

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชประจกั ษพยานทางวทิ ยาศาสตร ไทย 17.11
ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรวู ิทยาศาสตร) /
หมายเหตุ: เปนขอสอบทีใ่ ชเ ฉพาะ
การอธิบายปรากฎการณท างวทิ ยาศาสตร การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอมลู
(ความรเู ก่ียวกับวทิ ยาศาสตร) ของประเทศอ่นื
การใชความรู : ส่งิ แวดลอม
สถานการณ : สงั คม
รปู แบบของขอสอบ : สรางคาํ ตอบแบบอิสระ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 7

การใหคะแนน เครอ่ื งแปลงไอเสีย 1

คะแนนเตม็

รหัส 1: การเปลยี่ นแปลงคารบอนมอนนอกไซดห รอื ไนโตรเจนออกไซดไ ปเปนสารประกอบอื่นๆ ที่
ไดก ลาวถึง

 คารบ อนมอนนอกไซดถ ูกเปลี่ยนเปน คารบอนไดออกไซด

 ไนโตรเจนออกไซดถกู เปลย่ี นเปนไนโตรเจน

 คารบ อนมอนนอกไซดแ ละไนโตรเจนออกไซดท่ีเปน พษิ ถูกเปลยี่ นเปน คารบอนไดออกไซดและ
ไนโตรเจนท่ีเปน พษิ นอยลง

ไมไ ดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอื่นๆ

 กาซเปนพษิ นอยลง

รหัส 9: ไมต อบ

คําถามที่ 5 : เคร่อื งแปลงไอเสีย S516Q02 – 0 1 2 9

มีการเปลย่ี นแปลงเกิดขนึ้ กับกาซในเครือ่ งแปลงไอเสยี จงอธิบายถงึ ส่ิงทก่ี าํ ลงั เกดิ ข้ึน

ในเชิงของอะตอม และ โมเลกลุ

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชิงวทิ ยาศาสตร ไทย 3.54
ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรูว ทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : สิง่ แวดลอ ม หมายเหตุ: เปน ขอ สอบทีใ่ ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สังคม การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอมูล
รูปแบบของขอ สอบ : สรา งคาํ ตอบแบบอสิ ระ ของประเทศอ่ืน

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 8

การใหคะแนน เคร่อื งแปลงไอเสยี 2

คะแนนเตม็

รหัส 2: แสดงถึงแนวคิดท่ีสาํ คัญวา อะตอมถูกจดั ใหมเพ่อื ใหเกิดเปนโมเลกุลทีแ่ ตกตา งจากเดิม โดย
ใชท ง้ั สองคํา

 โมเลกลุ แตกออกและอะตอมถกู รวมกันใหมเกิดเปนโมเลกลุ ทแ่ี ตกตา งจากเดมิ
 อะตอมจัดเรียงตวั ใหมทาํ ใหไดโมเลกุลทีแ่ ตกตางจากเดิม

ไดคะแนนบางสวน

รหัส 1: ระบุแนวคดิ ทีส่ าํ คัญวามีการจัดใหม แตไมไดก ลาวถงึ ทงั้ อะตอมและโมเลกลุ หรือ
ไมไดอธิบายชดั เจนเพยี งพอระหวางบทบาทของอะตอมและโมเลกลุ

 อะตอมจดั เรยี งตัวใหมท ําใหเกิดสารท่ีแตกตางกนั
 โมเลกลุ เปลยี่ นไปเปน โมเลกลุ อ่ืนๆ

ไมไดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอ่นื ๆ รวมทั้งท่ีไมไ ดกลา วถึงมากไปกวา ทโ่ี จทยใหมา

 คารบ อนไดออกไซดถ ูกเปลยี่ นเปน คารบ อนมอนนอกไซด

รหัส 9: ไมตอบ

คําถามที่ 6 : เครือ่ งแปลงไอเสีย S516Q04 – 0 1 9

ตรวจดูกาซทป่ี ลอ ยออกมาจากเครอื่ งแปลงไอเสีย วศิ วกรและนักวิทยาศาสตรทที่ ําเครื่องแปลงไอเสยี
เพ่ือใหผลิตกา ซทเี่ ปนอนั ตรายนอ ยลงยังมปี ญหาทคี่ วรตองแกไ ข ปญหาหนึง่ นน้ั คอื อะไร

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การใชป ระจกั ษพยานทางวทิ ยาศาสตร ไทย 38.05
ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : สง่ิ แวดลอ ม หมายเหตุ: เปนขอสอบท่ใี ชเฉพาะ
สถานการณ : สงั คม การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอมูล
รูปแบบของขอ สอบ : สรา งคาํ ตอบแบบอิสระ ของประเทศอื่น

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 9

การใหค ะแนน เครอ่ื งแปลงไอเสยี 4

คะแนนเต็ม

รหัส 1: คาํ ตอบที่ยอมรับไดควรเก่ียวของกบั การปรบั ปรุงเพ่อื กาํ จดั กาซท่เี ปนพษิ (คารบ อน

มอนนอกไซดและไนโตรเจนออกไซด) หรอื กาํ จดั คารบ อนไดออกไซดออกจากกา ซท่ปี ลอย

สบู รรยากาศ

 คารบ อนมอนนอกไซดไ มถูกเปล่ยี นเปน คารบ อนไดออกไซดทงั้ หมด

 การเปลี่ยนแปลงไมเพยี งพอทจ่ี ะเปลยี่ นไนโตนเจนออกไซดเปนไนโตรเจน

 การปรับปรงุ รอยละของคารบอนมอนนอกไซดท่เี ปลยี่ นเปนคารบอนไดออกไซด และรอ ยละของ
ไนโตนเจนออกไซดท เ่ี ปลีย่ นเปนไนโตรเจน

 คารบ อนไดออกไซดท ่ปี ลอ ยออกมาควรถูกตรวจจับและไมยอมใหปลอยสบู รรยากาศ

 การเปลย่ี นแปลงทส่ี มบูรณข้นึ ของกาซทีเ่ ปนพิษใหเ ปน พษิ นอยลง

ไมไดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอน่ื ๆ

รหสั 9: ไมตอบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 10

แปง ขนมปง

การทําแปง ขนมปง คนทาํ ขนมปงจะผสมแปง นาํ้ เกลอื และยสี ตเขาดว ยกนั หลงั จากผสมแลว เก็บแปง
ขนมปงไวในภาชนะหลายชัว่ โมงเพอ่ื ใหเ กิดการหมกั ในระหวา งหมกั มีการเปลย่ี นแปลงทางเคมเี กิดขึ้น
ในแปง โดยยีสต (เหด็ ราเซลลเดยี ว) จะเปล่ยี นแปง และนํ้าตาลในแปง ขนมปง ใหเปน
คารบอนไดออกไซดแ ละแอลกอฮอล

คาํ ถามท่ี 7 : แปง ขนมปง S505Q01

การหมกั ทําใหแ ปง ขนมปงฟูขนึ้ ทาํ ไมแปง ขนมปงจงึ ฟูข้ึนได

1. แปงขนมปง ฟขู นึ้ เพราะแอลกอฮอลถ ูกสรา งขึ้นและเปลย่ี นเปน กา ซ
2. แปงขนมปง ฟูข้ึน เพราะยีสตเกดิ การแบง เซลลเ พิ่มจํานวน
3. แปงขนมปงฟูขน้ึ เพราะกา ซคารบอนไดออกไซดถ กู สรา งข้ึน
4. แปง ขนมปงฟขู ึ้น เพราะการหมกั ทําใหนาํ้ กลายเปน ไอ

การใหค ะแนน แปง ขนมปง 1 ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
คะแนนเต็ม สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชิงวิทยาศาสตร
ความรู : ระบบกายภาพ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
สถานการณ : สว นตัว
รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ

รหัส 1: ขอ 3. แปง ขนมปงฟูขึน้ เพราะกาซคารบอนไดออกไซดถกู สรางขน้ึ

ไมไดคะแนน ประเทศ % ตอบถูก
รหัส 0: คําตอบอืน่ ๆ ไทย 27.78
รหัส 9: ไมตอบ
หมายเหตุ: เปนขอ สอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมูล
ของประเทศอน่ื

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 11

คาํ ถามที่ 8 : แปง ขนมปง S505Q02

หลังจากผสมแปง ขนมปง แลว สองถึงสามช่ัวโมง คนทําขนมปง ชงั่ แปงขนมปง และสังเกตวา มวลของ
แปงขนมปงลดลง

มวลของแปง ขนมปงในตอนเร่ิมตนของทั้งส่กี ารทดลองดังรูปขางลางมีคาเทา กัน การทดลองสองการ
ทดลองใดทคี่ นทาํ ขนมปง ควรจะนาํ มาใชท ดสอบ เพอื่ เปรียบเทียบวายีสตเปน สาเหตขุ องการหายไป
ของมวล

ท่ปี ด ที่ปด

ภาชนะ ภาชนะ

แปง นาํ้ เกลือ และ แปง นํ้า เกลอื
ยีสต ไมมียีสต

เครื่องช่งั เคร่อื งชัง่

การทดลองที่ 1 การทดลองที่ 2

ภาชนะ ภาชนะ
แบบเปด แบบเปด

แปง นาํ้ เกลือ แปง นา้ํ เกลอื
และยีสต ไมม ียสี ต

เครือ่ งช่งั เครอ่ื งชั่ง

การทดลองที่ 3 การทดลองท่ี 4

1. คนทาํ ขนมปงควรเปรยี บเทยี บการทดลองท่ี 1 และ 2
2. คนทาํ ขนมปงควรเปรยี บเทยี บการทดลองที่ 1 และ 3
3. คนทําขนมปง ควรเปรยี บเทยี บการทดลองที่ 2 และ 4
4. คนทําขนมปง ควรเปรยี บเทียบการทดลองท่ี 3 และ 4

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบปุ ญหาเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 19.66
ความรู : การสืบสวนเชงิ วิทยาศาสตร
หมายเหตุ: เปนขอ สอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
(ความรเู กี่ยวกับวิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มูล
การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ของประเทศอน่ื
สถานการณ : สวนตวั
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 12

การใหคะแนน แปง ขนมปง 2
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 4. คนทําขนมปงควรเปรียบเทยี บการทดลองที่ 3 และ 4

ไมไดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอนื่ ๆ
รหัส 9: ไมตอบ

คําถามท่ี 9 : แปง ขนมปง S505Q03

ในแปงขนมปง ยีสตเปล่ยี นแปง และนา้ํ ตาลในแปง โดยเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีในชวงที่ทาํ ใหเ กดิ
คารบ อนไดออกไซดและแอลกอฮอล

คารบ อนอะตอมในคารบ อนไดออกไซดและแอลกอฮอลม าจากไหน จงเขยี นวงกลมลอมรอบคาํ วา
“ใช” หรอื “ไมใ ช” ในแตละคําอธิบาย

คําอธิบายนอี้ ธบิ ายไดถูกตอ งหรือไมวา คารบอน ใช หรอื ไมใช
อะตอมมาจากไหน

คารบอนอะตอมบางสว นมาจากน้ําตาล ใช / ไมใช

คารบ อนอะตอมบางสวนเปน สวนหนึ่งของโมเลกุลของเกลือ ใช / ไมใช

คารบอนอะตอมบางสวนมาจากนํา้ ใช / ไมใช

การใหคะแนน แปง ขนมปง 3 ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
คะแนนเตม็ สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วทิ ยาศาสตร
รหัส 1: ถูกท้ังส่ีขอ: ใช ไมใช ไมใช ตามลาํ ดับ ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
ไมไ ดคะแนน การใชความรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
รหสั 0: คาํ ตอบอนื่ ๆ สถานการณ : สว นตัว
รหสั 9: ไมตอบ รปู แบบของขอ สอบ : เลือกตอบแบบเชิงซอ น

ประเทศ % ตอบถกู
ไทย 2.99

หมายเหตุ: เปนขอสอบทใี่ ชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มูล
ของประเทศอนื่

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 13

คาํ ถามท่ี 10 : แปง ขนมปง S505Q04

เมอื่ ขนมปงทฟ่ี ูข้นึ (ต้ังไวใหฟูขึ้น) ถกู อบในตูอบ ฟองอากาศและไอนํา้ ในแปงขนมปง จะขยายตัว

ทาํ ไมกา ซและไอนํา้ จึงขยายตัวเมือ่ ไดรับความรอน

1. โมเลกลุ ของกาซและไอนํา้ ใหญข ึน้ ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
2. โมเลกลุ ของกาซและไอน้ําเคลื่อนทเี่ รว็ ขน้ึ สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชงิ วทิ ยาศาสตร
3. โมเลกุลของกา ซและไอน้าํ มจี าํ นวนเพิม่ ขนึ้ ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรูวิทยาศาสตร)
4. โมเลกลุ ของกาซและไอน้ํามกี ารชนกันลดลง การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
สถานการณ : สว นตัว
การใหคะแนน แปง ขนมปง 4 รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ
คะแนนเต็ม

รหัส 1: ขอ 2. โมเลกุลของกา ซและไอนํา้ เคลอ่ื นท่เี ร็วขน้ึ ประเทศ % ตอบถกู
ไมไ ดคะแนน ไทย 19.40
รหสั 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ
รหัส 9: ไมตอบ หมายเหตุ: เปน ขอ สอบท่ีใชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มูล
ของประเทศอ่ืน

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 14

ความรอน

คําถามที่ 11 : ความรอน S420Q01

ปตกิ าํ ลังทํางานซอ มแซมบา นเกา หลังหนึ่ง เขานําขวดนาํ้ ตะปูเหล็ก และไมช ิ้นหนึ่งไวท่ีทายรถยนต
หลงั จากท่ีรถออกไปอยูกลางแดดเปนเวลา 3 ชว่ั โมง อณุ หภูมภิ ายในรถสูงถงึ ประมาณ 40 ๐C
เกดิ อะไรขนึ้ กับวัตถใุ นรถยนต จงเขียนวงกลมลอ มรอบคําวา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตละขอความ

เหตุการณน เี้ กิดขนึ้ กบั วตั ถุหรอื ไม ใช หรือ ไมใช
วตั ถุทุกชนิดมอี ณุ หภูมิเทากัน ใช / ไมใช
หลังจากระยะเวลาหนง่ึ นํ้าเร่มิ เดอื ด ใช / ไมใช
หลังจากระยะเวลาหนึ่งตะปูเหลก็ เริม่ รอ นแดง ใช / ไมใช

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 0.87
ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี หมายเหตุ: เปน ขอ สอบท่ใี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สังคม การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มูล
รูปแบบของขอ สอบ : เลอื กตอบแบบเชงิ ซอน ของประเทศอนื่

การใหค ะแนน ความรอ น 1

คะแนนเต็ม

รหสั 1: ถูกทัง้ สามขอ: ใช ไมใช ไมใช ตามลําดับ
ไมไดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ
รหสั 9: ไมต อบ

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 15

คําถามท่ี 12 : ความรอน S420Q03

สาํ หรับของดื่มในระหวา งวัน ปต ิมีกาแฟรอ น 1 ถว ยทีม่ ีอุณหภมู ิประมาณ 90๐C และนํา้ แรเยน็ 1 ถว ย
ท่มี อี ุณหภูมิประมาณ 5๐C ถว ยท้งั สองเหมือนกนั ทกุ ประการทั้งลกั ษณะ ขนาด และปริมาตรของ
เคร่ืองดืม่ แตล ะอยา งกเ็ ทา กัน ปต ิวางถวยไวใ นหองที่อุณหภูมิประมาณ 20๐C

อุณหภมู ิของกาแฟและนา้ํ แรน าจะเปน เทาใดหลังจากตั้งไว 10 นาที

1. 70 ºC และ 10 ºC ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
2. 90 ºC และ 5 ºC สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชิงวิทยาศาสตร
3. 70 ºC และ 25 ºC ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
4. 20 ºC และ 20 ºC การใชความรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
สถานการณ : สังคม
การใหคะแนน ความรอ น 3 รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ

คะแนนเตม็ ประเทศ % ตอบถกู
รหัส 1: ขอ 1. 70 ºC และ 10 ºC ไทย 30.87
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอนื่ ๆ หมายเหตุ: เปนขอ สอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมลู
ของประเทศอ่นื

รหสั 9: ไมตอบ

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 16

พืชดัดแปลงพันธกุ รรม

ขา วโพดดดั แปลงพนั ธกุ รรมควรถกู หาม

กลมุ อนรุ กั ษพ นั ธุพชื และสัตวป ากําลงั เรียกรอ งใหยกเลกิ ขาวโพดดดั แปลงพันธกุ รรม (GM)

ขาวโพดดัดแปลงพันธุกรรม ถกู ออกแบบมาไมใ หเ กดิ ผลกระทบจากการใชส ารฆาวชั พชื
ชนดิ ใหมซ ่งึ ฆา ขาวโพดพันธุดง้ั เดิมไดดวย สารฆา วัชพชื ชนิดใหมน้ีจะฆา วัชพชื เกอื บ
ทุกชนดิ ในไรข า วโพด

นกั อนรุ ักษบ อกวา เนือ่ งจากวัชพืชเปนอาหารของสัตวเ ล็กๆ โดยเฉพาะแมลง การใช
สารฆาวชั พืชชนิดใหมก ับขา วโพดดดั แปลงพันธุกรรมจะเปน ผลเสียตอ ส่งิ แวดลอม แต
ผูสนบั สนนุ การใชขาวโพดดดั แปลงพนั ธุกรรมบอกวา การศึกษาทางวทิ ยาศาสตรไดแ สดง
วาสิ่งนีจ้ ะไมเ กดิ ข้นึ

ตอ ไปนี้คือ รายละเอยี ดของการศกึ ษาทางวิทยาศาสตรที่กลาวถงึ ในบทความขา งบน:
มกี ารปลูกขา วโพด 200 แปลงทวั่ ประเทศ
แตล ะแปลงถูกแบง เปนสองสว น คร่ึงหน่ึงปลูกขาวโพดดดั แปลงพันธกุ รรม (GM) ที่ใช สารฆาวชั พชื
ชนิดใหม สว นขา วโพดพันธุด้งั เดิมที่ใชสารฆาวชั พืชชนิดเดิมถูกปลูกลงแปลงอีกคร่ึงหน่ึงทเ่ี หลอื
จํานวนแมลงทพี่ บในแปลงขา วโพดดดั แปลงพันธกุ รรมที่ใชส ารฆา วชั พชื ชนิดใหมมจี าํ นวนพอๆ กับ
แมลงในแปลงที่ปลกู ขา วโพดพันธุด้ังเดิมท่ีใชสารฆา วัชพืชชนิดเดมิ

คําถามที่ 13 : พืชดัดแปลงพนั ธกุ รรม S508Q02

การศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตรทก่ี ลาวถึงขา งตน มีปจจัยใดทตี่ ัง้ ใจทาํ ใหแ ตกตางกัน จงเขียนวงกลม
ลอ มรอบคําวา “ใช” หรอื “ไมใช” ในแตล ะปจ จัย

ปจจยั นต้ี ง้ั ใจทาํ ใหแ ตกตางกันในการศึกษาหรอื ไม ใช หรือ ไมใ ช

จํานวนของแมลงในสิ่งแวดลอ ม ใช / ไมใ ช

ชนิดของสารฆา วัชพืชทใ่ี ช ใช / ไมใช

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 17

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบปุ ญหาเชิงวทิ ยาศาสตร ญ่ีปนุ 75.04
ความรู : การสบื สวนเชิงวิทยาศาสตร เกาหลี 76.84
จนี -ฮองกง 61.85
(ความรเู กี่ยวกบั วิทยาศาสตร) จนี -มาเกา 54.75
การใชความรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จนี -ไทเป 65.87
สถานการณ : สงั คม ไทย 35.96
รปู แบบของขอสอบ : เลือกตอบแบบเชิงซอน

การใหคะแนน พืชดัดแปลงพันธุกรรม 2

คะแนนเต็ม (Level 2)

รหสั 1: ถูกทัง้ สองขอ: ไมใ ช ใช ตามลาํ ดับ
ไมไ ดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอื่นๆ

รหสั 9: ไมตอบ

คําถามที่ 14 : พชื ดัดแปลงพนั ธุกรรม S508Q03

ขา วโพดถกู ปลกู ในทตี่ างๆ 200 แปลงทว่ั ประเทศ เพราะเหตุใดนักวิทยาศาสตรจงึ ใชพ ื้นที่ปลกู มากกวา
หน่งึ แหง

1. เพ่ือเกษตรกรจาํ นวนมาก จะไดล องปลกู ขาวโพดดดั แปลงพนั ธกุ รรม
2. เพอ่ื ดวู าขาวโพดดัดแปลงพันธกุ รรมจะเจริญเตบิ โตไดม ากเพียงใด
3. เพอื่ ใหข า วโพดดัดแปลงพนั ธกุ รรมครอบคลมุ พนื้ ที่ใหมากท่สี ดุ เทาที่จะเปนได
4. เพอ่ื ใหม ีสภาวะท่ีแตกตา งกันหลายๆ แบบในการเจริญเติบโตของขาวโพด

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การระบุปญ หาเชิงวิทยาศาสตร ญป่ี ุน 78.37
ความรู : การสบื สวนเชิงวทิ ยาศาสตร เกาหลี 62.97
จีน-ฮอ งกง 64.20
(ความรูเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร) จนี -มาเกา 55.90
การใชค วามรู :ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี จนี -ไทเป 70.64
สถานการณ : สงั คม ไทย 49.14
รูปแบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 18

การใหคะแนน พชื ดดั แปลงพนั ธกุ รรม 3
คะแนนเตม็ (Level 2)
รหสั 1: ขอ 4. เพ่อื ใหมสี ภาวะที่แตกตางกันหลายๆ

แบบในการเจริญเติบโตของขาวโพด
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอื่นๆ
รหสั 9: ไมตอบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 19

กลางวัน

จงอา นขอมลู ตอไปนแี้ ละตอบคําถาม
กลางวัน ของวันท่ี 22 มิถนุ ายน 2545

วนั น้ี ขณะท่ีทางซกี โลกเหนือฉลองวันท่ีมีกลางวัน ดวงอาทิตยจ ะขึน้ ในเวลา 5:55 น. และจะตกใน
ยาวนานท่ีสุด ออสเตรเลียจะมีกลางวนั ทส่ี ั้นทีส่ ุด เวลา 20:42 น. ทาํ ใหมีกลางวนั 14 ชว่ั โมง กับ
47 นาที
ในเมลเบอรน * ประเทศออสเตรเลยี ดวงอาทติ ยจ ะ
ขน้ึ เวลา 7:36 น. และตกในเวลา17:08 น. จงึ มี ประธานของสมาคมดาราศาสตร นายเปอรรี วลาโฮ
กลางวนั 9 ชวั่ โมง กับ 32 นาที กลาววา การเปล่ยี นแปลงฤดูกาลของซีกโลกเหนอื
และซกี โลกใตน ั้น เกีย่ วขอ งกบั การที่โลกเอยี ง 23
เปรยี บเทยี บวนั น้ี กับวันท่มี ีกลางวันยาวท่ีสดุ ทาง องศา
ซกี โลกใต ซ่ึงคาดวาจะเปน วันท่ี 22 ธนั วาคม ซ่ึง

*เมลเบอรน เปน เมอื งในออสเตรเลยี อยูท่ลี ะติจูด ประมาณ 38 องศา ใตเ สน ศนู ยส ูตร

คําถามท่ี 15 : กลางวัน S129Q01

ขอใดอธิบายถงึ การเกดิ กลางวนั และกลางคืนบนโลก ลักษณะเฉพาะของขอสอบ
1. โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง สมรรถนะ : บอก บรรยาย และพยากรณ
2. ดวงอาทติ ยห มนุ รอบแกนของตัวเอง
3. แกนของโลกเอยี ง ปรากฏการณว ิทยาศาสตร
4. โลกหมุนรอบดวงอาทิตย แนวเรื่อง : โลกและตาํ แหนง ของโลกในจกั รวาล
การใชความรู : วทิ ยาศาสตรใ นโลกและสิ่งแวดลอม
การใหคะแนน กลางวนั 1 รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ
คะแนนเต็ม
รหสั 1: ขอ 1. โลกหมุนรอบแกนของตวั เอง ประเทศ % ตอบถกู
ไมไ ดคะแนน ญ่ปี ุน 56.48
รหัส 0: คาํ ตอบอน่ื ๆ เกาหลี 63.12
รหสั 9: ไมต อบ จนี -ฮอ งกง 43.65
จนี -มาเกา 39.93
ไทย 31.51

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 20

คาํ ถามท่ี 16 : กลางวนั S129Q02 – 01 02 03 04 11 12 13 21 99

รปู ขา งลางนี้ แสดงลาํ แสงจากดวงอาทติ ยสองไปยังโลก

แสงจาก
ดวงอาทิตย

โลก
รูป: ลําแสงจากดวงอาทิตย

สมมุตวิ าเปน วันที่มกี ลางวนั สั้นทส่ี ุดในเมลเบอรน

จงเขียนเสนแกนโลก ซกี โลกเหนอื ซีกโลกใต และเสนศูนยสูตร ลงในรปู
พรอมเขียนช่ือกํากบั คําตอบวา เปน สวนใดดวย

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : บอก บรรยาย และพยากรณ ญปี่ นุ 37.87
เกาหลี 23.16
ปรากฏการณวิทยาศาสตร จีน-ฮองกง 22.36
ความรู : โลกและตําแหนง ของโลกในจักรวาล จีน-มาเกา 22.71
การใชค วามรู : วทิ ยาศาสตรใ นโลกและส่ิงแวดลอม ไทย 5.90
รปู แบบของขอสอบ : เขียนตอบส้ันๆ

การใหค ะแนน กลางวัน 2

หมายเหตุ : สง่ิ สําคัญในการใหคะแนนขอ นมี้ ีดังนี้

1. วาดแกนของโลกเอียงเขาหาดวงอาทิตย ในมุมระหวาง 10 ถึง 45 องศา จากแนวตั้ง ดังรปู
ไมไ ดค ะแนน ถา อยนู อกชว ง 10 ถึง 45 องศา

10O 23O ชวงแกนของโลกท่ีไดคะแนน

45O

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 21

2. บอกซีกโลกเหนอื และซกี โลกใต หรอื บอกแตไมชดั เจน หรอื บอกแคอ ยางใดอยางหน่งึ ก็ได

3. ใหคะแนนวาดเสน ศนู ยสูตรเอียงเขาหาดวงอาทิตย ในมมุ ระหวา ง 10 ถึง 45 องศา เหนือแกนนอน ดังรปู
อาจวาดเสนศนู ยส ูตรใหเปน วงรหี รอื เสน ตรงก็ได

ชว งเสนศูนยสตู รท่ีไดคะแนน 45O

23O
10O

4. ไมไ ดค ะแนน ถาวาดแลวอยูนอกชว ง 10๐ - 45๐ จากแกนนอน

คะแนนเตม็
รหสั 21: แผนผังพรอมเสนศนู ยส ูตรของโลกทีเ่ อียงเขาหาดวงอาทิตยทาํ มุมระหวาง 10o และ 45o และ

แกนโลกเอียงเขา หาดวงอาทติ ยในระดบั แนวขนาน 10o และ 45o จากแนวตัง้ และเขยี น
ซีกโลกเหนือและ/หรือซีกโลกใตถูกตอ ง (หรือใชสัญลกั ษณอ น่ื ทม่ี ีความหมายนยั เดยี วกัน
หรือบอกเพยี งซกี ใดซกี หนึง่ )

A

เสน ศูนยสูตร

ไดคะแนนบางสว น

รหสั 11: แกนของโลกทีเ่ อยี งทาํ มุมระหวา ง 10o และ 45o โดยเขียนสัญลักษณเ หนือใตอ ยางถูกตอ ง
(หรือใชสัญลกั ษณอ ื่นท่ีมคี วามหมายนยั เดียวกัน หรอื บอกเพยี งซีกใดซีกหนึ่งก็ได) แตมุม
ของเสนศูนยสูตรท่เี อยี งไมไ ดอ ยรู ะหวา ง 10o และ 45o หรือไมเขยี นเสนศนู ยสูตร

แกนโลก แกนโลก แกนโลก
เสน ศนู ยสูตร

เสนศูนยสูตร

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 22

รหัส 12: เสน ศนู ยสูตรเอียงทํามมุ ระหวา ง 10o และ 45o โดยเขยี นสัญลกั ษณเ หนอื ใตอยางถกู ตอง (หรอื
มีเพยี งหน่ึงสัญลกั ษณ, ความหมายนยั อื่น) แตมุมของแกนโลกไมไ ดเ อยี งทาํ มุมระหวาง 10o
และ 45o หรือไมเขียนแกนโลก

แกนโลก แกนโลก

แกนโลก

เสนศนู ยสูตร เสน ศนู ยสูตร เสนศูนยส ตู ร

รหสั 13: มมุ ของเสน ศูนยส ูตรทเ่ี อยี งทาํ มุมระหวา ง 10o และ 45o และแกนโลกเอียงทาํ มมุ ระหวา ง
10o และ 45o แตซีกโลกเหนอื และใตไมไ ดทาํ สัญลักษณอยางถกู ตองไว (ไมไดทาํ
สัญลกั ษณไวท ี่ ซกี ใดซีกหนง่ึ , ความหมายนยั อ่นื หรือไมไดบ อกสญั ลกั ษณท ั้งสองซีก)

แกนโลก

เสน ศนู ยสูตร

ไมไ ดคะแนน
รหัส 01: ซกี โลกเหนือและใตท่ีไดท ําสัญลักษณไวถูกตอ ง (หรอื เพียงซกี เดยี ว, อีกซกี รไู ดโ ดยนัย)

ลักษณะนเ้ี ทาน้นั ที่ถกู ตอง

รหสั 02: มมุ ของเสน ศูนยส ูตรเอยี งระหวาง 10o และ 45o เปน สว นเดยี วเทานั้นท่ีถกู ตอง
เสน ศูนยสตู ร

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 4 หนา 23

รหัส 03: มุมของแกนโลกเอยี งระหวาง 10o และ 45o เทา น้ันท่ีถูกตอง
แกนโลก

รหัส 04: ไมมสี วนใดเลยท่ีถูกตอ ง หรือคําตอบอื่นๆ
รหสั 99: ไมต อบ

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 4 หนา 24

ฝดาษหนู

ไวรัสท่ีทาํ ใหเกดิ ฝในสัตวม ีอยูหลายชนิด ตามปกติไวรัสแตละชนิดจะทําใหเกดิ โรคในสัตวเ พียงชนิดเดยี ว
เทานัน้ นิตยสารฉบับหนง่ึ รายงานวา นกั วิทยาศาสตรไดใ ชพ นั ธวุ ิศวกรรมเพือ่ ดัดแปลงดีเอนเอ (DNA)
ของฝดาษหนู ไวรัสที่ดดั แปลงนฆี้ าหนทู กุ ตัวท่ีติดโรคน้ี

นักวิทยาศาสตรบอกวา การวจิ ัยเรื่องการดดั แปลงไวรัส จาํ เปน ตองทาํ เพื่อควบคมุ สัตวท่ที าํ ลายอาหาร
ของมนษุ ย มีคําวจิ ารณงานวจิ ยั นคี้ อื ไวรัสอาจจะหนีหลุดรอดไปจากหองปฏิบัติการ และทาํ ใหสัตวอ ่ืน
เกิดโรค ยงั มีความกงั วลอกี ดวยวาเชือ้ ไวรสั ฝด าษดัดแปลงที่ทําใหเกดิ โรคในสัตวช นดิ หนึ่ง อาจจะทาํ
ใหเ กดิ โรคในสัตวช นิดอนื่ อีกดว ย โดยเฉพาะอยางยิ่งในมนุษย

ปกติคนติดเชื้อไวรสั ท่ีทาํ ใหเ กิดฝเรยี กวาเปนฝด าษ ฝด าษสามารถฆาคนที่ตดิ โรคเกือบทงั้ หมด
ในขณะทีค่ ดิ กนั วา โรคน้ไี ดถกู กาํ จดั ใหหมดโลกแลว ยังมตี ัวอยา งเชื้อไวรสั ฝดาษทถ่ี ูกเก็บไวใ น
หอ งปฏบิ ตั ิการทวั่ โลก

คําถามท่ี 17 : ฝด าษหนู S423Q01

คําวิจารณท แี่ สดงความกังวลวา ไวรัสฝด าษหนอู าจทําใหเกดิ โรคในสัตวชนดิ อืน่ นอกเหนอื จากหนูได
เหตุผลใดเปนคาํ อธิบายความกังวลนไี้ ดด ีที่สุด

1. ยนี ของไวรัสฝด าษ และยีนของไวรัสฝด าษหนูท่ีดัดแปลงแลวเหมือนกนั ทุกประการ
2. การกลายพนั ธุของดีเอนเอของฝดาษหนู อาจทาํ ใหไวรัสไปติดในสัตวช นิดอื่นได
3. การกลายพันธุอ าจทาํ ใหดเี อนเอของไวรัสฝดาษหนู เหมือนกับดีเอนเอของฝด าษทกุ ประการ
4. จาํ นวนยีนในไวรสั ฝด าษหนมู เี ทา กนั กับไวรสั ฝชนิดอืน่ ๆ

การใหคะแนน ฝดาษหนู 1 ลักษณะเฉพาะของขอสอบ
คะแนนเต็ม สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชงิ วิทยาศาสตร
ความรู : ระบบการดํารงชวี ติ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
สถานการณ : โลก
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ

รหสั 1: ขอ 2. การกลายพันธุของดเี อนเอของฝดาษหนู ประเทศ % ตอบถูก
อาจทําใหไ วรัสไปติดในสัตวช นดิ อ่ืนได ไทย 30.87

ไมไดค ะแนน หมายเหตุ: เปน ขอสอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มูล
รหัส 0: คาํ ตอบอื่นๆ ของประเทศอนื่
รหัส 9: ไมตอบ

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 25

คาํ ถามที่ 18 : ฝดาษหนู S423Q02

คําวจิ ารณการวิจยั ท่กี งั วลวา ไวรสั ฝดาษหนทู ี่ถูกดดั แปลงสายพนั ธุแ ลว อาจจะหนีหลดุ รอดออกไป
จากหองปฏิบตั กิ าร ไวรัสนี้อาจทาํ ใหหนูบางชนดิ สูญพนั ธุ

ผลเหลานี้นา จะเกดิ ขึน้ หรือไมถ าหนูบางชนดิ สูญพนั ธุ จงเขยี นวงกลมลอ มรอบคําวา ”ใช” หรอื ”ไมใช”
ในแตละคาํ ถาม

ถา หนบู างชนิดสญู พนั ธุ ผลทเ่ี กิดตามมาตอ ไปนี้อาจเกิดข้นึ หรอื ไม ใช หรอื ไมใ ช

หวงโซอาหารบางหวงอาจจะถกู กระทบ ใช / ไมใช

แมวตามบานอาจตายเพราะขาดอาหาร ใช / ไมใช

พืชที่หนูกินเมลด็ เปนอาหารอาจเพม่ิ จํานวนมากข้นึ ใช / ไมใช

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชิงวิทยาศาสตร ไทย 32.02
ความรู : ระบบการดาํ รงชวี ิต (ความรูว ทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี หมายเหตุ: เปนขอ สอบทีใ่ ชเ ฉพาะ
สถานการณ : โลก การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มลู
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชิงซอ น ของประเทศอื่น

การใหคะแนน ฝด าษหนู 2

คะแนนเตม็

รหสั 1: ถกู ทั้งสามขอ: ใช ไมใช ใช ตามลาํ ดบั
ไมไดค ะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ
รหสั 9: ไมต อบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 4 หนา 26

คาํ ถามที่ 19 : ฝดาษหนู S423Q03

บริษัทหนึ่งกาํ ลังพยายามพฒั นาไวรัสทีจ่ ะทาํ ใหหนูเปนหมนั ไวรัสดังกลาวอาจชวยควบคมุ จํานวนหนูได

สมมตวิ า บรษิ ัทน้ันประสบความสาํ เรจ็ ควรมกี ารตอบคําถามตอไปนดี้ ว ยการวจิ ัยกอ นทจี่ ะปลอ ยไวรัสน้ี
ออกไปหรือไม จงเขียนวงกลมลอมรอบคําวา ”ใช” หรอื ”ไมใช” ในแตละคาํ ถาม

คําถามนคี้ วรจะมีการวจิ ยั เพื่อหาคาํ ตอบกอ นท่ีจะปลอ ยไวรัส ใช หรือ ไมใช
ออกไป หรือไม

วิธีไหนจะดีที่สุดในการแพรไวรัส ใช / ไมใช

เปน เวลานานเทาไรกวาท่ีหนูจะสรา งภูมิตานทานไวรัสน้ี ใช / ไมใช

ไวรสั นีจ้ ะเกดิ ผลกบั สัตวชนดิ อ่ืนไดหรือไม ใช / ไมใช

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชิงวทิ ยาศาสตร / ไทย 15.45

การระบุคาํ ถามเชงิ วิทยาศาสตร หมายเหตุ: เปน ขอสอบที่ใชเ ฉพาะ
ความรู : ระบบการดํารงชีวติ (ความรวู ทิ ยาศาสตร) / การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมูล
ของประเทศอืน่
การสืบสวนเชิงวิทยาศาสตร (ความรเู กย่ี วกับวิทยาศาสตร)
การใชความรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
สถานการณ : สงั คม
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชงิ ซอน

การใหคะแนน ฝดาษหนู 3

คะแนนเต็ม

รหัส 1: ถูกทัง้ หมดสามขอ : ใช ใช ใช ตามลาํ ดบั

ไมไดค ะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ

รหสั 9: ไมตอบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 4 หนา 27



สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

924 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรงุ เทพฯ 10110
โทรศัพท 02 392 4021 โทรสาร 02 381 0750
http://www.ipst.ac.th


Click to View FlipBook Version