The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mkm2, 2022-06-20 10:51:12

science

science

คาํ ถามท่ี 3 : แมรี่ มองตากู S477Q04 – 0 1 9

จงใหเ หตุผลหน่ึงขอวา ทาํ ไมจึงแนะนาํ ใหฉีดวัคซนี ปองกันไขหวดั ใหญ โดยเฉพาะเดก็ และคนแก
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชิงวทิ ยาศาสตร ญี่ปุน 84.38
ความรู : ระบบการดาํ รงชีวิต (ความรูวิทยาศาสตร) เกาหลี 63.29
การใชค วามรู : สขุ ภาพ จนี -ฮองกง 87.44
สถานการณ : สังคม จีน-มาเกา 84.46
รปู แบบของขอสอบ : สรางคาํ ตอบแบบอสิ ระ จนี -ไทเป 86.82
ไทย 45.74
การใหคะแนน แมร่ี มองตากู 4

คะแนนเตม็ (Level 3)

รหัส 1: คําตอบอา งถงึ เดก็ และ/หรือคนแกม ีระบบภมู คิ ุมกนั ท่อี อ นแอกวา
คนอ่ืนหรอื คําตอบในทาํ นองคลา ยๆ กัน

ขอสงั เกตในการใหคะแนน: เหตุผลทีใ่ หม าตอ งอา งถึงเดก็ หรือคนแกโ ดยเฉพาะ – ไมใ ชคน
โดยท่วั ไป และคําตอบตอ งชีบ้ อกโดยตรง หรอื โดยนัยวา คนเหลา น้มี ีระบบภมู คิ ุมกนั ทีอ่ อ นแอกวาคน
อืน่ – ไมใ ชต อบกวางๆ วา “ออนแอกวา”

 คนเหลา นี้มคี วามตา นทานตอ การเจ็บปวยนอย
 เดก็ และคนแกไมสามารถตอ สูก ับเช้อื โรคไดง ายเหมอื นคนอื่น
 เขาเหลานั้นมีแนวโนมทจ่ี ะติดเช้ือไขหวดั ใหญไ ดงาย
 ถา พวกเขาไดร บั เชื้อไขห วัดใหญจ ะสง ผลรนุ แรงในคนเหลานี้
 เพราะระบบตา งๆ ของรา งกายเด็กและคนแกออ นแอกวา
 คนแกป ว ยไดงายกวา

ไมไ ดคะแนน

รหสั 0: คําตอบอืน่ ๆ
รหสั 9:
 ดงั นน้ั เขาจงึ ไมต ดิ เชอ้ื ไขห วดั ใหญ
 พวกเขาออนแอกวา
 พวกเขาตองการความชวยเหลอื ในการตอ สูกบั ไขห วัดใหญ

ไมตอบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 6

ฟนผุ

แบคทเี รียท่ีอาศัยอยูในปากของเราเปน สาเหตุของฟนผุ ฟนผุเปนปญหาทเี่ กดิ ขนึ้ ต้ังแตป ค.ศ.1700
เมื่อน้ําตาลเปน สิ่งทห่ี าไดงา ยจากการขยายอุตสาหกรรมนาํ้ ตาลจากออย

ปจ จุบนั น้ี เรามคี วามรเู ปน อยางมากเกี่ยวกบั ฟน ผุ ดังตัวอยางเชน:

แบคทเี รยี ทีเ่ ปนสาเหตุของฟนผุไดอาหารจากนํ้าตาล 1 – น้าํ ตาล
น้ําตาลถกู เปล่ยี นไปเปนกรด 2 – กรด
กรดทาํ ลายผวิ ของฟน 3 – แรธาตจุ ากสารเคลอื บฟน
การแปรงฟนชวยปองกันฟน ผุ
1
ฟน

2

3
แบคทีเรยี

คาํ ถามที่ 4 : ฟนผุ S414Q01

แบคทีเรยี มบี ทบาทใดท่ีทําใหเ กิดฟน ผุ ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ
สมรรถนะ : การใชป ระจักษพ ยานทางวทิ ยาศาสตร
1. แบคทีเรียสรางสารเคลือบฟน ความรู : การอธิบายเชงิ วทิ ยาศาสตร
2. แบคทีเรียสรา งนํา้ ตาล
3. แบคทีเรยี สรางแรธ าตุ (ความรูเกี่ยวกบั วิทยาศาสตร)
4. แบคทีเรียสรางกรด การใชความรู : สุขภาพ
สถานการณ : สว นตัว
การใหค ะแนน ฟน ผุ 1 รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 4. แบคทีเรยี สรางกรด ประเทศ % ตอบถกู
ไมไดคะแนน ไทย 50.64
รหสั 0: คําตอบอนื่ ๆ
รหสั 9: ไมต อบ หมายเหตุ: เปนขอ สอบทใี่ ชเ ฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มูล
ของประเทศอ่ืน

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 7

คาํ ถามที่ 5 : ฟนผุ S414Q04

กราฟตอไปน้ี แสดงถงึ การบริโภคน้าํ ตาลและจาํ นวนของฟน ผุในประเทศตา งๆ แตละประเทศแสดง
ดว ยจดุ บนกราฟ

คาเฉล่ียของจํานวน ฟนผุตอคน 10
ในประเทศตางๆ 9

8
7
6
5

4
3
2
1

20 40 60 80 100 120 140
คาเฉล่ียของการบริโภคน้าํ ตาล (กรมั /คน/วัน)

ขอ ความใดตอ ไปนี้ทส่ี นบั สนุนขอ มูลที่ไดจากกราฟ

ในบางประเทศ ผคู นแปรงฟนบอ ยครัง้ กวาประเทศอน่ื

1. การกินน้ําตาลนอยกวา 20 กรมั ตอ วนั จะรบั ประกนั ไดวา ไมเ กดิ ฟนผุ
2. คนที่กินนํ้าตาลมาก ก็จะเกดิ ฟน ผุมากขน้ึ ดว ย
3. ในปที่ผานมานี้ อตั ราของการเกิดฟนผเุ พม่ิ ขน้ึ ในหลายประเทศ
4. ในปท่ีผา นมาน้ี การบรโิ ภคนาํ้ ตาลเพม่ิ ข้นึ ในหลายประเทศ

การใหค ะแนน ฟน ผุ 4 ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ
สมรรถนะ : การใชป ระจักษพ ยานทางวทิ ยาศาสตร
คะแนนเตม็ ความรู : การอธิบายเชิงวทิ ยาศาสตร
รหสั 1: ขอ 2. คนที่กนิ น้าํ ตาลมาก
(ความรูเกี่ยวกับวิทยาศาสตร)
กจ็ ะเกิดฟนผุมากข้นึ ดวย การใชค วามรู : สุขภาพ
ไมไดคะแนน สถานการณ : สวนตวั
รหสั 0: คําตอบอืน่ ๆ รปู แบบของขอ สอบ : เลือกตอบ
รหัส 9: ไมตอบ
ประเทศ % ตอบถูก
ไทย 33.76

หมายเหตุ: เปนขอสอบท่ีใชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มลู
ของประเทศอ่นื

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 2 หนา 8

คาํ ถามท่ี 6 : ฟนผุ S414Q08

ในประเทศหนึ่ง มจี าํ นวนฟน ผุโดยเฉลย่ี ตอ คนสงู มาก

คาํ ถามตอ ไปนเี้ กย่ี วกบั ฟนผุในประเทศน้ี สามารถตอบไดโ ดยการทดลองทางวทิ ยาศาสตรหรอื ไม
จงเขียนวงกลมลอมรอบคาํ วา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตละคาํ ถาม

คาํ ถามทเี่ กย่ี วกับฟนผเุ หลา น้ี สามารถตอบได ใช หรอื ไมใ ช
โดยการทดลองทางวทิ ยาศาสตรหรอื ไม

การใสฟลูออไรดในน้าํ ประปาจะมีผลตอฟนผุอยา งไร ใช / ไมใช

การไปหาทนั ตแพทยควรเสียคา ใชจา ยเทาใด ใช / ไมใช

การใหค ะแนน ฟน ผุ 8 ลักษณะเฉพาะของขอสอบ
คะแนนเต็ม สมรรถนะ : การระบุคําถามเชิงวิทยาศาสตร
รหัส 1: ถกู ทง้ั สองขอ: ใช ไมใช ตามลําดบั ความรู : การสบื สวนเชิงวิทยาศาสตร
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอน่ื ๆ (ความรูเกี่ยวกบั วิทยาศาสตร)
รหัส 9: ไมตอบ การใชค วามรู : สขุ ภาพ
สถานการณ : สังคม
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชิงซอน

ประเทศ % ตอบถูก
ไทย 33.76

หมายเหตุ: เปน ขอสอบทใี่ ชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มลู
ของประเทศอ่นื

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 9

การเคล่อื นผานของดาวศุกร

วนั ที่ 8 มถิ นุ ายน ค.ศ. 2004 สามารถมองเหน็ ดาวศกุ รเคลอ่ื นท่ีผานดวงอาทิตยไดใ นหลายบริเวณของ
โลก เรยี กปรากฏการณนวี้ า “การเคล่อื นผาน” ของดาวศุกร และจะเกิดขึ้นเมื่อวงโคจรของดาวศุกรม า
อยรู ะหวา งดวงอาทิตยและโลก การเคลอื่ นผา นของดาวศกุ รครัง้ ทีแ่ ลว เกิดขน้ึ ในป ค.ศ. 1882 และมี
การทํานายวาครัง้ ตอไปวาจะเกดิ ขึ้นในป ค.ศ. 2012
รูปขางลา ง แสดงถึงการเคลื่อนผา นของดาวศุกรในป ค.ศ. 2004 โดยสองกลอ งโทรทรรศนไปที่
ดวงอาทิตยและฉายภาพลงบนกระดาษขาว

พื้นผิวของดวงอาทติ ย

ดาวศกุ ร

คาํ ถามท่ี 7 : การเคล่อื นผา นของดาวศุกร S507Q01

ทําไมการสังเกตการเคลื่อนผา นของดาวศกุ รจึงตอ งฉายภาพลงบนกระดาษขาวแทนทจ่ี ะมองผา นกลอง
โทรทรรศนดว ยตาเปลา โดยตรง

1. แสงอาทติ ยสวางมากเกินไปที่จะมองเหน็ ดาวศกุ รไ ด
2. ดวงอาทิตยม ีขนาดใหญมากจนมองเห็นไดโดยไมตอ งขยาย
3. การมองดวงอาทติ ยผ านกลอ งโทรทศั นอ าจเปน อนั ตรายตอดวงตา
4. ตอ งทาํ ภาพใหเล็กลงดวยการฉายลงบนกระดาษ

ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชงิ วิทยาศาสตร ไทย 48.71
ความรู : ระบบการดาํ รงชวี ิต (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : สุขภาพ หมายเหตุ: เปนขอสอบท่ีใชเ ฉพาะ
สถานการณ : สว นตวั การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมูล
รูปแบบของขอ สอบ : เลอื กตอบ ของประเทศอ่ืน

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 2 หนา 10

การใหค ะแนน การเคลอ่ื นผานของดาวศกุ ร 1
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 3. การมองดวงอาทติ ยผานกลอ งโทรทศั นอาจเปนอนั ตรายตอดวงตา
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ
รหัส 9: ไมตอบ

คําถามท่ี 8 : การเคลอ่ื นผานของดาวศกุ ร S507Q02

เมอ่ื มองจากโลก สามารถมองเห็นการเคลอ่ื นผา นดวงอาทิตยของดาวเคราะหดวงใดไดใ นบางเวลา

1. ดาวพธุ ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ
2. ดาวองั คาร สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชงิ วทิ ยาศาสตร
3. ดาวพฤหสั ความรู : โลกและอวกาศ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
4. ดาวเสาร การใชความรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
สถานการณ : สวนตัว / โลก
การใหค ะแนน การเคลอื่ นผา นของดาวศกุ ร 2 รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ

คะแนนเต็ม ประเทศ % ตอบถกู
รหัส 1: ขอ 1. ดาวพุธ ไทย 36.21
ไมไ ดคะแนน
รหสั 0: คําตอบอ่นื ๆ หมายเหตุ: เปนขอ สอบที่ใชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมลู
ของประเทศอื่น

รหสั 9: ไมต อบ

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 11

คําถามที่ 9 : การเคล่ือนผานของดาวศกุ ร S507Q04 – 0 1 9

ขอ ความตอไปน้ีมีคาํ หลายคําในขอ ความถกู ขีดเสนใตไว

นกั ดาราศาสตร ทํานายวา การมองจากดาวเนปจูนจะเห็นการเคลอ่ื นผา นของดาวเสารผ า นดวงอาทิตย
ในชวงปลายศตวรรษนี้
คาํ ทีข่ ีดเสนใตส ามคาํ ใดท่เี ปนคําท่ีมีประโยชนทส่ี ุดในการคน หาขอ สนเทศจากอินเทอรเนต็ หรอื
หอ งสมดุ เพ่อื คนหาวาจะเกดิ การเคล่ือนผา นเมื่อใด

..........................................................................

..........................................................................

..........................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบปุ ญ หาเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 36.21
ความรู : การสืบสวนเชิงวทิ ยาศาสตร
หมายเหตุ: เปนขอสอบทีใ่ ชเฉพาะ
(ความรเู ก่ยี วกับวิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอมลู
การใชค วามรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ของประเทศอ่นื
สถานการณ : สวนตวั
รูปแบบของขอ สอบ : สรางคาํ ตอบแบบปด

การใหค ะแนน การเคลอื่ นผานของดาวศุกร 4

คะแนนเต็ม

รหสั 1: คําตอบประกอบดว ย การเคล่อื นผาน ดาวเนปจูน และดาวเสารเทานัน้

 ดาวเสาร ดาวเนปจูน การเคลอื่ นผาน

ไมไดคะแนน

รหัส 0: คําตอบอน่ื ๆ เชน มี 4 คํา

 การเคลือ่ นผา น ดาวเสาร ดวงอาทติ ย ดาวเนปจนู
 นักดาราศาสตร การเคล่ือนผาน ดาวเสาร ดาวเนปจูน

รหสั 9: ไมต อบ

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 2 หนา 12

ฝนกรด

รปู ถา ยขา งลา งนี้ เปน รูปแกะสลกั ที่เรยี กวา แครยิ าทิด ซึ่งถกู สรางไวที่มหาวิหารอโครโพลิส
ในกรุงเอเธนสเ มือ่ กวา 2,500 ปมาแลว รปู แกะสลกั นีท้ าํ ดวยหนิ ชนิดหน่ึงท่เี รยี กวา หินออน
หินออ นประกอบดวยแคลเซยี มคารบอเนต

ในป ค.ศ.1980 รปู แกะสลกั เดมิ ถูกยา ยมาอยภู ายในพิพธิ ภณั ฑของอโครโพลสิ และเอารูปสลกั จาํ ลอง
วางไวแ ทนที่ เน่ืองจากรปู แกะสลกั เดิมถูกกดั กรอนจากฝนกรด

คําถามที่ 10 : ฝนกรด S485Q02 – 0 1 2 9

น้ําฝนปกตมิ ีความเปนกรดเล็กนอ ย เพราะน้าํ ฝนดูดซบั คารบ อนไดออกไซดจ ากอากาศ ฝนกรดมี
ความเปนกรดมากกวานาํ้ ฝนปกติ เพราะฝนกรดดูดซบั กา ซ เชน ออกไซดข องซลั เฟอรและออกไซด
ของไนโตรเจนไวด วย

ออกไซดข องซัลเฟอร และออกไซดข องไนโตรเจนในอากาศมาจากไหน

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 2 หนา 13

ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชิงวทิ ยาศาสตร ญป่ี นุ 54.43
ความรู : ระบบกายภาพ (ความรูวทิ ยาศาสตร) เกาหลี 60.32
การใชค วามรู : ภัยอนั ตราย จีน-ฮองกง 72.53
สถานการณ : สังคม จนี -มาเกา 56.39
รปู แบบของขอ สอบ : สรา งคําตอบแบบอิสระ จนี -ไทเป 69.28
ไทย 22.71

การใหค ะแนน ฝนกรด 2

คะแนนเต็ม (Level 3)

รหสั 2: คําตอบใดคาํ ตอบหนึ่ง เชน ไอเสยี รถยนต การปลอยของเสยี จาก
โรงงาน การเผาไหมเช้ือเพลิงฟอสซิล เชน นํา้ มนั และถานหนิ กา ซจากภูเขาไฟหรอื ส่ิงอ่นื
ทคี่ ลา ยคลงึ กัน

 การเผาไหมข องถานหินและกาซ
 ออกไซดในอากาศมาจากมลภาวะจากโรงงานและอตุ สาหกรรม
 ภเู ขาไฟ
 ไอเสียจากโรงไฟฟา [“โรงไฟฟา ” นับรวมโรงไฟฟาท่ใี ชเ ช้ือเพลิงฟอสซลิ ]
 มันมาจากการเผาไหมว ัตถุที่ประกอบดว ยซัลเฟอรและไนโตรเจน

ไดคะแนนบางสว น

รหัส 1: คําตอบบอกแหลงของมลภาวะมีทงั้ ทีไ่ มถกู ตอ ง และท่ีถกู ตอ ง

 เชื้อเพลงิ ฟอสซลิ และโรงไฟฟาพลังนวิ เคลียร
[โรงไฟฟานิวเคลียรไมใชแหลงของฝนกรด]

 ออกไซดท ี่มาจากโอโซน ชน้ั บรรยากาศ และอกุ กาบาตทต่ี กลงสูโลก
รวมทั้งการเผาไหมเชอ้ื เพลงิ ฟอสซิล

คําตอบทอ่ี า งถึง “มลภาวะ”แตไมไดช ้ีถึงแหลงของมลภาวะทเ่ี ปน สาเหตุหลักของการเกิดฝนกรด

 มลภาวะ
 สง่ิ แวดลอมโดยท่วั ไป บรรยากาศทเี่ ราอาศยั อยู เชน มลภาวะ
 การเกิดกา ซ มลภาวะ ไฟ บุหรี่ [ความหมายของ “การเกิดกาซ” “ไฟ” ยงั ชดั เจนและเฉพาะเจาะจงไม

เพียงพอ ควันบหุ ร่ีไมใ ชสาเหตหุ ลักของฝนกรด]
 มลภาวะ เชน จากโรงไฟฟา นวิ เคลยี ร

ขอสงั เกตในการใหค ะแนน: คาํ ตอบที่กลาวถงึ คําวา “มลภาวะ” กพ็ อท่ีจะไดรหัส 1 เพียงตรวจดู
ตัวอยางทม่ี ากับคําตอบวาจะใหรหสั 2 ไดห รือไม

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 14

ไมไ ดคะแนน

รหสั 0: คําตอบอืน่ ๆ รวมทั้งคาํ ตอบทีไ่ มไดก ลาวถึง “มลภาวะ” และ สาเหตุหลักของการเกดิ ฝนกรด

 พวกมนั ถูกปลอยออกมาจากพลาสติก
 พวกมนั เปนสว นประกอบของอากาศตามธรรมชาติ
 บหุ ร่ี
 ถาน และนา้ํ มัน [ยงั เฉพาะเจาะจงไมเ พียงพอไมไ ดอ างถึง “การเผาไหม”]
 โรงไฟฟานิวเคลยี ร
 ของเสยี จากโรงงานอตุ สาหกรรม [ยงั เฉพาะเจาะจงไมเพียงพอ]

รหัส 9: ไมต อบ

ผลของฝนกรดท่มี ีตอหนิ ออน สามารถจาํ ลองไดโ ดยใสเศษหินออนลงในนาํ้ สม สายชูทิง้ ไวคา งคืน
น้าํ สมสายชูและฝนกรดมีระดบั ความเปน กรดใกลเคยี งกัน เมื่อใสเศษหินออนลงในน้าํ สมสายชจู ะมฟี อง
กา ซเกดิ ขน้ึ เราสามารถชั่งนํา้ หนกั ของหินออ นแหงกอนและหลังการทดลองได

คําถามท่ี 11 : ฝนกรด S485Q03

หินออนช้นิ เล็กๆ กอ นใสลงในนํา้ สม สายชูมมี วล 2.0 กรัม เมอื่ ใสลงในนํ้าสมสายชทู ้ิงไวค างคืน
วนั รุง ขึน้ นาํ เศษหนิ ข้นึ มาและทาํ ใหแหง มวลของหนิ ออ นท่ีแหงแลวควรเปนเทา ใด

1. นอ ยกวา 2.0 กรมั ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ
2. 2.0 กรมั เทา เดิม สมรรถนะ : การใชป ระจกั ษพ ยานทางวิทยาศาสตร
3. ระหวา ง 2.0 – 2.4 กรมั ความรู : ระบบกายภาพ (ความรวู ิทยาศาสตร)
4. มากกวา 2.4 กรัม การใชความรู : ภัยอนั ตราย
สถานการณ : สวนตวั
การใหคะแนน ฝนกรด 3 รูปแบบของขอสอบ : เลือกตอบ

คะแนนเตม็ (Level 2) ประเทศ % ตอบถกู
รหัส 1: ขอ 1. นอ ยกวา 2.0 กรัม ญปี่ ุน 83.37
ไมไ ดคะแนน เกาหลี 83.62
รหสั 0: คําตอบอื่นๆ จนี -ฮอ งกง 79.41
รหัส 9: ไมตอบ จนี -มาเกา 74.27
จนี -ไทเป 80.81
ไทย 57.39

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 15

คาํ ถามท่ี 12 : ฝนกรด S485Q05 – 0 1 2 9

นักเรียนท่ีทาํ การทดลองขา งตน ไดทดลองใสหินออ นช้นิ เลก็ ๆ ลงในน้ําบรสิ ทุ ธ์ิ (นํา้ กล่ัน)
และทิ้งคา งคืนไวเ ชนกัน

จงอธิบายเหตุผลวา ทําไมนักเรยี นผนู จ้ี งึ ทาํ การทดลองข้ันตอนนด้ี วย

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

การใหคะแนน ฝนกรด 5 ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การระบุปญ หาเชิงวิทยาศาสตร ญป่ี ุน 35.45
ความรู : การสบื สวนเชงิ วทิ ยาศาสตร เกาหลี 35.55
จีน-ฮองกง 42.64
(ความรเู กี่ยวกับวิทยาศาสตร) จนี -มาเกา 28.82
การใชความรู : ภยั อนั ตราย จีน-ไทเป 38.24
สถานการณ : สว นตวั ไทย 23.60
รูปแบบของขอสอบ : สรา งคาํ ตอบแบบอสิ ระ

คะแนนเต็ม (Level 6)

รหัส 2: เพอื่ แสดงใหเ ห็นวา กรด (นาํ้ สมสายช)ู เปนสิ่งจําเปนตอการเกดิ ปฏิกิรยิ า

 เพอ่ื ใหแนใ จวานํ้าฝนตอ งมีความเปนกรดเชนเดยี วกับฝนกรด จึงทําใหเ กิดปฏิกิริยานี้
 เพอ่ื ดวู า มสี าเหตุอ่ืนในการเกิดรพู รุนบนเศษหนิ ออ นหรอื ไม
 เพราะมันแสดงวาเศษหนิ ออ นไมใชจ ะทําปฏกิ ริ ิยากบั ของเหลวใดกไ็ ด เนอ่ื งจากน้าํ เปนกลาง

ไดคะแนนบางสวน (Level 3)

รหัส 1: มกี ารเปรยี บเทียบกับการทดลองระหวา งน้ําสมสายชูกบั หนิ ออน แตไมม ีการอธิบายให
ชัดเจนวา กรด (นํ้าสม สายช)ู จาํ เปน สาํ หรบั การเกดิ ปฏิกริ ยิ า

 เปรียบเทยี บกับหลอดทดลองอ่นื
 เพื่อดวู าเศษหนิ ออ นมีการเปล่ียนแปลงในนํา้ บริสทุ ธห์ิ รอื ไม
 นักเรียนทาํ ข้ันตอนนเี้ พ่ือแสดงวาเกิดอะไรขนึ้ เมื่อฝนตกลงบนหนิ ออนตามปกติ
 เพราะน้าํ กล่ันไมเ ปน กรด
 เพ่ือเปนชุดควบคมุ
 เพ่อื ดูความแตกตางระหวางน้ําธรรมดาและน้าํ ทีเ่ ปน กรด (น้าํ สม สายชู)

ไมไดคะแนน

รหสั 0: คาํ ตอบอื่นๆ

 เพ่ือแสดงใหเห็นวานํ้ากลั่นไมม ีฤทธเ์ิ ปนกรด

รหัส 9: ไมต อบ

เกณฑก ารใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 16

วิวฒั นาการ

ปจ จุบนั มาสวนใหญจ ะดูเพรยี วลมและสามารถวิ่งไดเ รว็

นักวิทยาศาสตรไดพ บฟอสซิลโครงกระดกู ของสัตวท ี่มรี ูปรา งคลายกบั มา พวกเขาคิดวา ฟอสซลิ
เหลาน้นั เปนบรรพบุรุษของมาในปจ จุบัน นกั วทิ ยาศาสตรยงั สามารถตรวจสอบชว งเวลาทฟ่ี อสซิล
เหลา นัน้ มีชีวิตอยไู ดดว ย

ตารางขางลา งน้ี แสดงขอ สนเทศของฟอสซิลสามชนิดและมา ในยุคปจ จบุ นั

ชือ่ ไฮราโคเธเรียม เมโซฮิปปสุ เมอรีฮ่ ิปปสุ อคี วสุ
(มา ในปจจุบนั )
รปู ราง 55 ถงึ 50 ลานป 39 ถงึ 31 ลานป 19 ถึง 11 ลานป
ภายนอก กอน กอน กอน 2 ลานปก อนถงึ
(มาตราสวน ปจ จุบัน
เดียวกัน)
ชว งเวลาท่ีมี
ชวี ติ

โครงกระดูก
ของขา
(มาตราสว น
เดยี วกนั )

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 2 หนา 17

คําถามที่ 13 : วิวัฒนาการ S472Q01 – 0 1 2 9

ขอสนเทศใดในตารางทีแ่ สดงวา มา ในยคุ ปจ จุบนั มีววิ ฒั นาการมาจากซากฟอสซลิ ท้ังสามชนิดใน
ตาราง จงอธบิ าย

...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชประจกั ษพยานทางวิทยาศาสตร ไทย 42.05
ความรู : การอธิบายเชิงวิทยาศาสตร
หมายเหตุ: เปนขอ สอบท่ใี ชเ ฉพาะ
(ความรเู กี่ยวกบั วิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มูล
การใชความรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ของประเทศอนื่
สถานการณ : โลก
รูปแบบของขอสอบ : สรางคําตอบแบบอสิ ระ

การใหคะแนน วิวฒั นาการ 1

คะแนนเต็ม

รหัส 2: คาํ ตอบท่ีอางถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสรางของโครงกระดกู ขา

 โครงกระดกู ขาเหมือนกนั มากแตม กี ารเปลี่ยนแปลงทลี ะนอย
 นวิ้ เทา/กีบเทามา เชื่อมรวมกันในชวง 55 ถึง 2 ลานปกอน
 กีบเทามามีการเปลยี่ นแปลง
 จาํ นวนนว้ิ เทาลดลง

ไดคะแนนบางสวน

รหัส 1: คาํ ตอบท่ีอางถงึ การเปล่ียนแปลงของรปู รางท้ังหมด

 พวกมันมีรูปรา งทเี่ หมอื นกนั แลวเรมิ่ มีรูปรางทใ่ี หญขนึ้
 มาตัวใหญขนึ้

ไมไ ดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ

 ขาหลงั
 ขาของมา ยาวข้ึนในชวงเวลาท่ีผา นมา
 ขามกี ารเปลยี่ นแปลง
 พวกมนั ถกู เรียกวา ฮิปปุส

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 18

รหัส 9:  เมือ่ เวลาผานไป มาสูญหายไปหลายลานป
 การเปลย่ี นแปลงลกั ษณะทางพันธุกรรมเปนสาเหตใุ หเ กิดการเปลย่ี นรูปรา ง [ถกู ตอ ง แตไมใชคําตอบ

ของคาํ ถามนี้]
 กะโหลกศีรษะใหญขึ้นๆ

ไมต อบ

คําถามที่ 14 : ววิ ัฒนาการ S472Q02

การวจิ ยั เพ่ิมเตมิ ในเรื่องใดท่นี ักวจิ ัยสามารถทําเพอ่ื ใหคนพบวามา มีววิ ฒั นาการอยางไร ในชวงเวลาที่
ผา นมา

จงเขยี นวงกลมลอมรอบคาํ วา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตล ะขอ ความ

งานวิจยั นี้จะชว ยใหค นพบไดว ามามวี ิวัฒนาการอยา งไรใน ใช หรือ ไมใ ช
ชวงเวลาทผี่ านมา ใชห รอื ไม

เปรยี บเทียบจาํ นวนของมา ทมี่ ชี ีวติ อยูในชวงเวลาทีต่ างกัน ใช / ไมใช

คน หาโครงกระดกู ของบรรพบรุ ุษมา ท่ีมชี ีวิตในชว ง 50 – 40 ใช / ไมใช
ลานปก อน

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การระบุคําถามเชงิ วิทยาศาสตร ไทย 42.05
ความรู : การสบื สวนเชิงวทิ ยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอ สอบท่ีใชเ ฉพาะ
(ความรเู กี่ยวกับวิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มลู
การใชค วามรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ของประเทศอ่ืน
สถานการณ : โลก
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชิงซอ น

การใหค ะแนน วิวฒั นาการ 2

คะแนนเต็ม

รหสั 1: ถกู ทัง้ สองขอ: ไมใ ช ใช ตามลําดบั

ไมไ ดคะแนน

รหัส 0: คําตอบอน่ื ๆ

รหัส 9: ไมต อบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 2 หนา 19

คาํ ถามที่ 15 : วิวัฒนาการ S472Q03

ขอ ความใดตอ ไปนท้ี ีน่ าํ มาประยุกตใชไดด ีที่สุดกับทฤษฎีวิวัฒนาการ

1. ทฤษฏไี มสามารถเชอื่ ถือไดเ พราะเปน ไปไมไ ดที่สามารถเหน็ การเปล่ยี นแปลงของสปช สี 
2. ทฤษฎีวิวัฒนาการของสัตวเ ปนไปได แตไมส ามารถนาํ มาประยุกตใ ชกบั มนษุ ยได
3. วิวัฒนาการเปนทฤษฎีทางวทิ ยาศาสตรทป่ี จ จุบนั นอี้ ยบู นพนื้ ฐานของการสังเกตเปน จาํ นวนมาก
4. ววิ ฒั นาการเปนทฤษฎีท่ไี ดรบั การพิสจู นแลว วาถูกตอ งโดยการทดลองทางวทิ ยาศาสตร

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 34.38
ความรู : ระบบการดํารงชีวิต (ความรูวิทยาศาสตร)
การใชค วามรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี หมายเหตุ: เปนขอ สอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : โลก การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอมูล
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ ของประเทศอื่น

การใหคะแนน วิวฒั นาการ 3
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 3. ววิ ัฒนาการเปนทฤษฎีทางวทิ ยาศาสตรทป่ี จ จบุ ันน้ี

อยบู นพนื้ ฐานของการสังเกตเปน จาํ นวนมาก
ไมไดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอนื่ ๆ
รหสั 9: ไมตอบ

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 20

ลปิ มัน

ตารางขางลางน้ี แสดงสวนผสมที่แตกตา งกันสองสตู ร ของเครือ่ งสาํ อางท่ีนกั เรียนสามารถทําเองได

ลปิ สติกจะแข็งกวาลิปมนั ซ่ึงออนและเปน มนั กวา

ลปิ มัน ลปิ สตกิ

สวนผสม : สวนผสม :

นาํ้ มันละหุง 5 กรัม นํ้ามันละหุง 5 กรมั
ไขผ้งึ 0.2 กรัม ไขผงึ้ 1 กรมั
ไขมนั ปาลม 0.2 กรัม ไขมนั ปาลม 1 กรัม
สผี สมอาหาร 1 ชอ นชา สีผสมอาหาร 1 ชอนชา
สารแตงรสชาติ 1 หยด สารแตงรสชาติ 1 หยด

วิธีทาํ : วิธีทํา :

อนุ นาํ้ มันและไขในอางน้ําจนผสมกันดี จากนน้ั อนุ นาํ้ มันและไขในอา งน้ําจนผสมกันดี จากน้นั
เตมิ สีผสมอาหารและสารแตงรสชาติ แลว ผสม เติมสีผสมอาหารและสารแตงรสชาติ แลว ผสม
ใหเ ขากัน ใหเขากนั

คาํ ถามท่ี 16 : ลิปมัน S470Q01 – 0 1 9

ในการทาํ ลิปมันและลปิ สตกิ นา้ํ มันและไขถกู ผสมเขาดวยกัน แลวเตมิ สีผสมอาหารและสารแตงรสชาติ

ลิปสติกที่ทาํ จากสว นผสมนี้จะแข็งและใชยาก นกั เรยี นจะเปลย่ี นสดั สว นของสว นผสมอยางไรเพ่ือทาํ ให
ลิปสตกิ ออนลงกวาเดิม
...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชป ระจักษพยานทางวิทยาศาสตร ไทย 52.63
ความรู : การอธิบายเชิงวิทยาศาสตร
หมายเหตุ: เปน ขอสอบทีใ่ ชเฉพาะ
(ความรูเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อ มูล
การใชค วามรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ของประเทศอื่น
สถานการณ : สวนตวั
รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชงิ ซอน

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 2 หนา 21

การใหค ะแนน ลปิ มัน 1

คะแนนเตม็

รหัส 1: คาํ ตอบท่แี สดงวานักเรยี นจะใสไ ขนอ ยลง และ/หรือ ใสนาํ้ มนั เพิ่มขน้ึ

 ควรใชไ ขผ้งึ และไขมนั ปาลม ลดลงเลก็ นอ ย
 เติมนาํ้ มันละหุงมากข้นึ

ไมไดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอื่นๆ

 อนุ ของผสมใหน านขึน้ เพอื่ ใหอ อนลง

รหสั 9: ไมตอบ

คาํ ถามท่ี 17 : ลิปมนั S470Q02

น้ํามันและไขเปน สารที่ผสมกนั ไดอยางดี น้ําไมผสมกับนํ้ามัน และไขก็ไมล ะลายในนาํ้

ขอ ใดตอ ไปน้ีนาจะเกิดขึน้ ไดมากที่สุด ถาน้าํ จํานวนมาก หกลงในสว นผสมของลปิ สติกในขณะกาํ ลังอุน

1. ไดของผสมท่ีมนั และออนตัวกวา ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
2. ของผสมจบั ตวั กันแนน ข้ึน สมรรถนะ : การใชป ระจกั ษพยานทางวิทยาศาสตร
3. ของผสมแทบจะไมเ ปลี่ยนไปเลย ความรู : การอธิบายเชิงวทิ ยาศาสตร
4. มกี อนไขมันลอยอยูเหนือผิวน้ํา
(ความรูเกีย่ วกบั วิทยาศาสตร)
การใหคะแนน ลิปมนั 2 การใชความรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คะแนนเตม็ สถานการณ : สวนตวั
รหสั 1: ขอ 4. มีไขมันลอยอยเู หนือผิวนํ้า รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบ
ไมไดคะแนน
รหสั 0: คาํ ตอบอน่ื ๆ ประเทศ % ตอบถกู
รหสั 9: ไมตอบ ไทย 63.60

หมายเหตุ: เปน ขอสอบท่ใี ชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอมูล
ของประเทศอื่น

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 22

คาํ ถามท่ี 18 : ลปิ มัน S470Q03

เมื่อเตมิ สารท่ีเรยี กวาอมิ ัลซฟิ ายเออรลงไปจะทาํ ใหนํา้ มันและไขผสมกันไดก ับนํา้

ทาํ ไมสบแู ละนา้ํ จึงสามารถลบลปิ สติกออกได

1. นาํ้ มีอิมลั ซิฟายเออรท ่ที ําใหสบูและลปิ สตกิ ผสมกันได
2. สบูท าํ หนา ที่เปน อมิ ลั ซิฟายเออร ทําใหน้ําและลปิ สตกิ ผสมกนั ได
3. อมิ ัลซฟิ ายเออรในลิปสติกทําใหสบูและนํา้ ผสมกนั ได
4. สบูและลิปสตกิ ผสมกันจนเปนอิมัลซิฟายเออรท ี่ผสมกับนา้ํ ได

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชป ระจักษพ ยานทางวทิ ยาศาสตร ไทย 40.35
ความรู : การอธิบายเชงิ วิทยาศาสตร
หมายเหตุ: เปนขอสอบทใ่ี ชเฉพาะ
(ความรเู ก่ยี วกบั วิทยาศาสตร) การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมูล
การใชความรู : ขอบเขตของวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ของประเทศอื่น
สถานการณ : สวนตัว
รูปแบบของขอ สอบ : เลือกตอบ

การใหคะแนน ลปิ มัน 3
คะแนนเตม็
รหัส 1: ขอ 2. สบูทาํ หนาทเ่ี ปน อมิ ลั ซฟิ ายเออร ทําใหนา้ํ และลปิ สตกิ ผสมกันได
ไมไ ดคะแนน
รหัส 0: คําตอบอื่นๆ
รหัส 9: ไมตอบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 23

โอโซน

จงอานสวนหน่ึงของบทความซ่ึงเก่ยี วกับชนั้ โอโซน ดงั ตอไปนี้
บรรยากาศ คอื มหาสมุทรของอากาศและทรพั ยากรธรรมชาติที่มีคา ย่งิ สําหรบั การดาํ รงชีวติ บนโลกแต
โชครา ยทีก่ ิจกรรมของมนษุ ย ทงั้ เพ่อื ประโยชนตนหรือประโยชนช าติ กําลงั กอใหเ กดิ ผลกระทบตอ ทรพั ยากร
สวนรวมน้ี ทเ่ี หน็ ชัดคือ การทําลายช้นั โอโซนอันเปราะบาง ซ่งึ ทาํ หนาท่ีเปนเสมือนโลปกปอ งชีวิตบนโลก
โมเลกุลของโอโซนประกอบดวยออกซิเจน 3 อะตอม ซึง่ ตรงขา มกับโมเลกุลของออกซิเจนท่ีประกอบดวย
ออกซิเจนเพียง 2 อะตอม โมเลกลุ ของโอโซนมีนอยมาก มนี อยกวา 10 โมเลกลุ ในทุกๆ หนึง่ ลา นโมเลกุล
ของอากาศ อยา งไรก็ตามเกือบพันลา นปมาแลว ทีโ่ อโซนทาํ หนาท่ีปกปองสง่ิ มชี วี ติ บนโลกใหปลอดภัย
แตโอโซนอาจทําไดทั้งปกปอง หรือทาํ รายส่ิงมชี ีวิตบนโลก ท้ังนข้ี ึ้นอยูกับตําแหนง ท่มี ันอยู โอโซนที่อยใู น
ชน้ั โทรโปสเฟยร (สูงขนึ้ ไปจากผิวโลก จนถึง 10 กม.) เปนโอโซน “เสีย” ท่ีสามารถทําลายเยอื่ ปอด และ
ทาํ ลายพชื ได แตโอโซนประมาณ 90% จะอยูในบรรยากาศชน้ั สตราโทรเฟยร (ระหวาง 10 ถงึ 40 กม.
เหนือผิวโลก) เปน โอโซน “ด”ี ซ่งึ เลน บทบาทเปนผคู ุม ครอง โดยทําหนาที่ดูดซบั รงั สีอลั ตราไวโอเลตท่ีเปน
อันตราย (UV-B) ท่แี ผม าจากดวงอาทติ ย
หากปราศจากชั้นโอโซนท่มี ีประโยชนน ้ี มนษุ ยจ ะเปนโรคบางอยา งไดง าย เนอ่ื งจากไดร บั รงั สีอลั ตราไวโอเลต
จากดวงอาทิตยมากขึ้น ในสบิ ปท ี่ผา นมา ปริมาณโอโซนไดลดลง ในป พ.ศ. 2517 มีการตั้งสมมุติฐานวา
สารคลอโรฟลูออโรคารบอน (CFCs) อาจเปนสาเหตนุ ้ี จนกระทง่ั ป พ.ศ. 2540 การศกึ ษาความสมั พันธ
เชิงเหต-ุ ผล กไ็ มส ามารถสรุปไดแ นน อนวาสาร CFCs เปนสาเหตุ อยางไรก็ตาม ในเดอื นกนั ยายน พ.ศ. 2541
ผูแทนจากทั่วโลก ไดม าประชมุ ที่เมืองมอนทรีอัล (แคนนาดา) และตกลงกนั ทจี่ ะจาํ กัดการใชส าร CFCs
อยางเขม งวด

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 2 หนา 24

คาํ ถามท่ี 19 : โอโซน S253Q01 – 01 11 12 21 22 23 31 99

ในบทความขา งบนน้ี ไมไดก ลา วถึงการเกิดโอโซนในบรรยากาศ ตามความเปนจรงิ ในแตล ะวันจะมี
โอโซนบางสวนเกดิ ข้นึ ใหม และมบี างสวนหายไป วิธีการเกิดโอโซน แสดงไดดังรปู การต ูนตอ ไปนี้

สมมุตคิ ุณลุงของนกั เรียนพยายามจะทําความเขาใจกับการตูนนี้ แตเขาไมเ คยไดเรยี นวทิ ยาศาสตรใน
โรงเรยี น และไมเ ขาใจวา ผเู ขียนการตนู กาํ ลังอธิบายอะไร เขารูวา ในบรรยากาศไมมีเจาตวั เล็กๆ แต
สงสยั วาเจาตัวเล็กๆ ในภาพแทนอะไร เคร่อื งหมาย O2 และ O3 หมายถงึ อะไร และการตูนน้ีแสดง
กระบวนการอะไร คณุ ลงุ ตองการคาํ อธบิ ายจากนักเรยี น โดยสมมติวาคณุ ลุงของนกั เรยี น

 ทราบแลววา O เปน สญั ลกั ษณแทนออกซิเจน
 ทราบแลววา อะตอม และโมเลกุลคืออะไร

จงเขียนคาํ บรรยายภาพของการตนู สําหรับคุณลงุ

ในคาํ บรรยาย ใหใ ชค ําวา อะตอม และโมเลกุล ในทํานองเดียวกบั ทีใ่ ชในบรรทดั ที่ 4 และ 5

ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : ส่ือสารขอ สรปุ ทสี่ มเหตุสมผล ญปี่ นุ 34.30
เกาหลี 24.80
จากประจักษพยานและขอมูล จีน-ฮองกง 27.30
ความรู : การเปลยี่ นแปลงทางเคมีและกายภาพ ไทย 3.13
การใชความรู : วทิ ยาศาสตรในโลกและส่ิงแวดลอม
สถานการณ : โลก
รูปแบบของขอสอบ : สรางคําตอบแบบอิสระ

การใหคะแนน โอโซน 1

คะแนนเตม็

รหสั 31: ใหค าํ ตอบตามเกณฑทั้ง 3 ขอ ตอไปน:ี้
เกณฑแ รก: โมเลกุลของออกซเิ จนหรือออกซิเจนบางโมเลกลุ (แตละโมเลกลุ ประกอบดว ย
อะตอมของออกซเิ จน 2 อะตอม) ถกู แบงเปนอะตอมของออกซเิ จน (รปู 1)

เกณฑท ี่สอง: การแบง ตัว (ของโมเลกุลของออกซเิ จน) เกิดขึ้นภายใตอทิ ธพิ ลของ
แสงอาทติ ย (รูป 1)

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 2 หนา 25

เกณฑท ี่สาม: อะตอมของออกซิเจนรวมกับโมเลกลุ ของออกซิเจนอื่นๆ กลายเปน โมเลกุล
ของโอโซน (รูป 2 และ 3)
ขอ สังเกตในแตล ะเกณฑท ั้ง 3 ขอ:

เกณฑท ่ี 1

 การแบงตวั ควรอธิบายโดยใชคาํ ท่ีถกู ตอง (ดูบรรทัดท่ี 4 และ 5) คอื O (หนงึ่ อะตอมหรอื หลาย
อะตอม) และ O2 (หน่งึ โมเลกุลหรือหลายโมเลกุล)

 ถา O และ/หรือ O2 ถูกอธบิ ายวา เปน เพยี งแค “อนภุ าค” หรอื “สว นทม่ี ขี นาดเล็ก” เกณฑน ้ี
จะไมไดคะแนน

เกณฑท ่ี 2

 อิทธพิ ลของดวงอาทติ ยมคี วามสัมพนั ธตอ การแบงตัวของ O2 (หนึ่งโมเลกุลของออกซเิ จนหรอื
หลายโมเลกุลของออกซิเจน)

 ถาอทิ ธพิ ลของดวงอาทิตยสัมพนั ธตอ การสรางโมเลกุลของโอโซนจากอะตอมของออกซิเจน
และโมเลกลุ ของออกซเิ จน (รปู 2 และ 3) สว นนจี้ ะไมไ ดคะแนน

หมายเหตุ : เกณฑ 1 และ 2 ตามแบบอยาง ใหอ ยูใน 1 ประโยค

เกณฑท่ี 3

 เกณฑนคี้ วรไดค ะแนน (1 คะแนน) ถาคําตอบมกี ารอธบิ ายถึงการรวมตวั ของ O กับ O2
ถามีการอธิบายการสรา ง O3 จากการรวมกนั ของ (3 , แยกกัน) อะตอมของออกซเิ จน เกณฑน้จี ะ
ไมไดค ะแนน

 ถาไมไดอ ธิบายวา O3 เปน โมเลกลุ เดี่ยวหรือหลายโมเลกุล แตยกตัวอยา งเปน “กลมุ อะตอมกลุม
หนึง่ ” ลักษณะน้ีถือวายอมใหไ ดคะแนน

ตวั อยา งคําตอบที่ไดรหัส 31:

 เมื่อดวงอาทติ ยส อ งแสงบนโมเลกลุ O2 อะตอม 2 อะตอมจะแยกจากกนั อะตอม O ทงั้ 2 จะมองหา
โมเลกลุ O2 ตวั อ่ืนเพอ่ื รวมตวั เมอื่ O1 และ O2 รวมตวั เปน O3 ซง่ึ กลายเปนโอโซน

 ภาพแสดงใหเ หน็ การสรางโอโซน ถา โมเลกลุ ออกซเิ จนไดร ับผลกระทบจากดวงอาทติ ย แลวถูกแบงเปน
2 อะตอม อะตอมที่ถกู แบง ตัวน้ีจะหาโมเลกลุ 1 ตวั เพ่อื เชื่อมกัน มันจะเรียงกนั จากโมเลกลุ O2 เปน
O3 หน่งึ โมเลกุล ซึ่ง 3 อะตอมรวมตวั เขาดวยกันเปน O3 ในรูปโอโซน

 รูปรา งเล็กๆ ของ O หรืออะตอมของออกซิเจน เมือ่ อะตอม 2 อะตอมรวมกันกลายเปน O2 หรือโมเลกลุ
ของออกซิเจน ดวงอาทติ ยทําใหโมเลกลุ น้ีแยกออกเปน ออกซิเจนอกี ครัง้ อะตอม O2 ก็จับกับโมเลกุล
O2 ทําใหเ กดิ O3 ซ่งึ กค็ อื โอโซน [หมายเหต:ุ คําตอบนี้ถือวาถูกตอ ง น่ีเปนเพียงความผิดพลาดของ
การเขียน (“อะตอม O2” หลงั จากทก่ี ลา วถึงอะตอมของออกซเิ จนไวกอ นหนานี้)]

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 26

ไดคะแนนบางสวน

รหัส 21: เกณฑท ่ี 1 และ 2 เทา นั้นที่ถกู ตอ ง

 ดวงอาทติ ยแ ยกโมเลกุลออกซิเจนเปนอะตอมเดยี่ ว อะตอมเด่ียวนี้รวมกลมุ กนั กลมุ อะตอมเกิดจาก
การรวมตวั ของ 3 อะตอมเขา ดวยกนั

รหัส 22: เกณฑท ่ี 1 และ 3 เทา นั้นที่ถกู ตอ ง

 สมาชิกของอะตอมเลก็ ๆ หมายถึงออกซิเจน 1 อะตอม O คอื อะตอมออกซเิ จน 1 อะตอม O2 คือ
โมเลกลุ ของออกซิเจน และ O3 คอื กลุมของอะตอมรวมตัวเขาดวยกนั กระบวนการนแ้ี สดงใหเ หน็ วา
อะตอมของออกซเิ จน 1 คู (O2 ) ถกู แบง และในแตละอะตอมก็เขาไปรวมกบั คูอ่ืน 2 คู เปน กลมุ
อะตอม 3 อะตอม 2 กลมุ (O3)

 สมาชิกของอะตอมออกซเิ จนเลก็ ๆ น้ี O2 หมายถึงโมเลกลุ ของออกซิเจน 1 โมเลกลุ (เหมือนสมาชิก
ตวั เลก็ ๆ 1 คจู บั มอื กัน) และ O3 หมายถงึ อะตอมออกซเิ จน 3 อะตอม อะตอมออกซิเจน 2 อะตอม
ของ 1 คู แตกออกจากกัน และแตล ะอะตอมก็รวมเขากับอะตอมคอู น่ื และแยกออกมาจาก 3 คู โมเลกลุ
ของออกซเิ จน 3 โมเลกลุ จาํ นวน 2 กลมุ จัดอยเู ปน รูป O3

รหสั 23: เกณฑท่ี 2 และ 3 เทานั้นที่ถกู ตอง

 ออกซเิ จนถูกรังสขี องดวงอาทิตย ทาํ ใหแบง ครงึ่ ทัง้ 2 สวนน้ีไปรวมกับ “อนภุ าค” ของออกซิเจนอื่น
กลายเปน โอโซน

 โดยมากออกซิเจนบริสทุ ธ์ิ (O2 ) ออกซิเจนในสงิ่ แวดลอมเปน คูท ี่มี 2 อะตอม ดงั นั้นจงึ มีคู 2 จาํ นวน 3
คู คหู น่งึ ไดร ับความรอนมากเกินไปและแยกออกจากกันไปรวมกับคูอ ืน่ ๆ ทาํ ใหเกิด O3 แทน O2
[หมายเหต:ุ ถึงแมว า “คหู น่ึงไดร ับความรอ นมากเกนิ ไป” ไมใ ชการอธิบายทีด่ ีนักสาํ หรับอทิ ธิพลของ
ดวงอาทติ ย แตใหคะแนนสําหรับเกณฑท่ี 2 และเกณฑที่ 3 ถอื ไดว า คาํ ตอบถูกตอง]

รหัส 11: ถกู ตองเฉพาะเกณฑท่ี 1 เทา นั้น

 โมเลกุลของออกซเิ จนถูกทําลาย และอยูในรูปอะตอม O และบางครั้งก็เปน โมเลกุลของโอโซน ช้นั
ของโอโซนยังคงเหมอื นเดิม เพราะโมเลกุลใหมถ กู สรางขน้ึ และตวั อื่นกต็ าย

รหัส 12: ถูกตองเฉพาะเกณฑท่ี 2

 O แสดงถึง 1 โมเลกลุ ของออกซิเจน O2 = ออกซิเจน, O3 = โอโซน บางครั้งโมเลกลุ ของออกซเิ จนทั้ง
ครู วมตวั เขา ดว ยกนั ถกู แสงอาทติ ยแ ยกออก โมเลกลุ เด่ียวเหลา นี้รวมเขา กับคอู ่นื กอตัวเปน โอโซน

รหสั 13: ถกู ตอ งเฉพาะเกณฑที่ 3

 โมเลกลุ ของออกซิเจนถูกบังคับใหยดึ ตดิ กบั O2 ( 2 X โมเลกุลของออกซเิ จน) เพื่อกอ ตวั เปน O3 (3 X
โมเลกุลของออกซิเจน) ดว ยความรอ นของดวงอาทติ ย [หมายเหต:ุ คําตอบสว นท่ขี ีดเสน ใตแสดง
เกณฑที่ 3 ไมใ หค ะแนนในสว นเกณฑท ่ี 2 เพราะดวงอาทิตยไ มไดม ีสว นในการกอตัวของโอโซน จาก
O + O2แตเปน เพยี งแคท ําลายพนั ธะของ O2]

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 2 หนา 27

ไมไ ดคะแนน

รหสั 01: ไมม ีคําตอบทถ่ี กู ตามเกณฑทง้ั 3 ขอ

 ดวงอาทติ ย (รังสีอลั ตรา ไวโอเลต) เผาไหมชัน้ โอโซน และในขณะเดยี วกันก็เปน ตวั ทําลายดว ย ซง่ึ สง่ิ
เล็กๆ เหลานั้นคือ ชนั้ โอโซนและมันไดห นีออกหางจากดวงอาทติ ยเพราะมนั รอนมาก [หมายเหตุ: ไมให
คะแนน เพราะไมไ ดกลา วถึงสิ่งใดๆ เกีย่ วกับอิทธิพลของดวงอาทิตย]

 ดวงอาทิตยเ ผาไหมโอโซนในกรอบแรก ในกรอบที่ 2 มันวงิ่ หนโี ดยมีนํ้าตากลบตาและในกรอบท่ี 3 มี
การกอดกนั พรอมกับน้าํ ตาดว ย

 เออ..คุณลงุ เฮริ ป มันงายมาก O คอื อนุภาคของออกซเิ จน และจํานวนที่ถัดจาก O ก็เพมิ่ จาํ นวนของ
อนภุ าคในกลุม

รหสั 99: ไมตอบ

คาํ ถามท่ี 20 : โอโซน S253Q02

โอโซนเกดิ ขนึ้ ไดใ นขณะเกดิ พายฟุ าคะนอง ซง่ึ ทําใหมีกล่นิ เฉพาะหลังพายฟุ าคะนอง ในบรรทดั ที่ 8
ถึง 10 ผเู ขยี นไดกลาวถึง “โอโซนเสีย" และ “โอโซนด”ี

โอโซนทเี่ กดิ ขึ้นในระหวา งเกิดพายุฟา คะนองเปน โอโซนเสยี หรือ โอโซนดี

จงเลอื กคาํ ตอบและคาํ อธบิ ายท่ีมีขอมูลสนบั สนุนจากบทความ

โอโซนเสียหรอื คาํ อธบิ าย ประเทศ % ตอบถกู
โอโซนดี ญ่ีปนุ 60.20
มนั เกิดขน้ึ ในขณะทภ่ี ูมอิ ากาศไมดี เกาหลี 56.70
1. เสีย มันเกดิ ขึ้นในโทรโปสเฟยร จีน-ฮองกง 37.70
2. เสีย มันเกดิ ขน้ึ ในสตราโทสเฟยร ไทย 11.47
3. ดี มนั มีกล่ินดี
4. ดี

การใหค ะแนน โอโซน 2
คะแนนเต็ม

รหสั 1: ขอ 2. เสยี มันเกดิ ข้นึ ในโทรโปสเฟยร ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
ไมไ ดคะแนน สมรรถนะ : สรางขอสรุปหรอื ประเมนิ ขอสรุป
รหัส 0: คําตอบอน่ื ๆ ความรู : การเปล่ียนแปลงในบรรยากาศ
รหัส 9: ไมต อบ การใชค วามรู : วิทยาศาสตรในโลกและส่ิงแวดลอม
สถานการณ : โลก
รปู แบบของขอ สอบ : สรางคําตอบแบบปด

เกณฑการใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 2 หนา 28

คาํ ถามที่ 21 : โอโซน S253Q05 – 0 1 9

บรรทัดท่ี 12 และ 13 กลาววา “หากปราศจากชน้ั โอโซนท่ีมปี ระโยชนน้ี มนษุ ยจ ะมีโอกาสเปน โรค
บางอยางไดงาย เนอ่ื งจากไดรับรังสอี ลั ตราไวโอเลตจากดวงอาทิตยมากขึน้ ”

จงบอกชอื่ ของโรคเฉพาะเหลา น้ีมา 1 อยาง

...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : แสดงความเขา ใจความรทู างวิทยาศาสตร ญ่ปี นุ 72.30
ความรู : การเปล่ียนแปลงทางสรีระ เกาหลี 73.90
การใชค วามรู : วทิ ยาศาสตรใ นชวี ติ และสขุ ภาพ จีน-ฮองกง 63.40
สถานการณ : โลก ไทย 33.95
รปู แบบของขอสอบ : เขยี นตอบส้นั ๆ

การใหค ะแนน โอโซน 5

คะแนนเต็ม

รหสั 1: อา งถงึ มะเร็งผวิ หนังหรอื โรคท่ีมีสาเหตจุ ากดวงอาทติ ยเขามาเกีย่ วของ

 มะเร็งผวิ หนงั
 เมโลโนมา (หมายเหตุ : คําตอบนถ้ี ือไดวาถูกตอ ง ถึงแมว า จะสะกดผิด)
 ตอกระจก

ไมไ ดคะแนน

รหัส 0: อา งถงึ มะเรง็ ประเภทอืน่ ๆ

 มะเร็งปอด
 หรอื อางถงึ มะเร็งเทา นัน้
 หรอื คําตอบอ่ืนๆ ท่ไี มถกู ตอง

รหัส 9: ไมตอบ

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 2 หนา 29

คําถามที่ 22 : โอโซน S270Q03

ในตอนทา ยของเร่ือง ไดก ลาวถึงการประชมุ นานาชาติในมอนทรีอัล ในการประชมุ นนั้ มกี ารนาํ คําถามท่ี
เกีย่ วกับการทีช่ นั้ โอโซนถกู ทาํ ลายมาอภปิ รายกันมากมาย ดงั เชน 2 คําถาม ทแี่ สดงไวในตาราง
ขางลา งน้ี

คําถามเหลานี้สามารถตอบโดยการวิจัยทางวทิ ยาศาสตร ไดหรอื ไม

ใหเ ขยี นวงกลมลอ มรอบคาํ วา ได หรือ ไมได ในแตล ะขอ

คาํ ถาม ตอบโดยการวิจัยทาง
วิทยาศาสตร
การท่ีนักวิทยาศาสตรย ังสรุปแนนอนไมไดวา สาร CFCs มี ไดหรอื ไม
อทิ ธพิ ลตอ การทาํ ลายชน้ั โอโซน รฐั บาลควรจะถือเอาเปน
เหตุผลที่จะไมทําอะไรเลย ใช หรือไม ได / ไมได
ความเขมขน ของสาร CFCs ในบรรยากาศจะเปน เทา ไร ในป
พ.ศ. 2545 ถาการปลอ ยสาร CFCs เขาสูบรรยากาศ เกดิ ขน้ึ ได / ไมไ ด
ในอัตราเดียวกบั ทเ่ี ปนอยใู นปจ จุบัน

การใหค ะแนน โอโซน 3 ลักษณะเฉพาะของขอสอบ
คะแนนเตม็ สมรรถนะ : การระบุปญ หาเชิงวิทยาศาสตร
รหัส 1: ไมไ ด และ ได ตามลาํ ดบั ความรู : การเปล่ียนแปลงในบรรยากาศ
ไมไ ดคะแนน การใชค วามรู : วิทยาศาสตรในโลกและสิ่งแวดลอม
รหสั 0: คําตอบอ่ืนๆ สถานการณ : โลก
รหัส 9: ไมตอบ รูปแบบของขอ สอบ : เลอื กตอบแบบเชงิ ซอ น

ประเทศ % ตอบถูก
ญป่ี นุ 56.90
เกาหลี 63.00
จนี -ฮอ งกง 48.50
ไทย 31.46

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 2 หนา 30

Programme for International Student Assessment (PISA) เกณฑการใหคะแนน
ขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3

โครงการประเมินผลนกั เรียนนานาชาติ (PISA)
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)



คําช้แี จง

ในแบบทดสอบชุดนี้ นักเรียนจะพบคาํ ถามเกย่ี วกบั วทิ ยาศาสตร
ใหนักเรียนอา นคําถามทกุ ขออยางละเอียดรอบคอบ แลวตอบคาํ ถามใหดีทีส่ ดุ เทา ทจ่ี ะทําได
บางคําถามจะมคี าํ ตอบใหเลือกส่คี ําตอบหรอื มากกวา แตละคาํ ตอบจะมตี ัวเลขแสดงอยูขา งหนา คาํ ถามประเภทนี้
ใหนกั เรียนวงกลมลอมรอบตวั เลขทอ่ี ยูหนาคาํ ตอบทีน่ ักเรยี นคดิ วา ถูกตอง
บางขอ มคี ําถามใหน กั เรียนตอบหลายคําตอบ โดยใหว งกลมลอ มรอบคาํ ตอบเดียวในแตละแถว
สาํ หรับคําถามอนื่ ๆ นักเรียนจะตองเขยี นคาํ ตอบสั้นๆ ในทวี่ างที่เตรียมไวในแบบทดสอบของนกั เรียน คาํ ถาม
เหลาน้นี ักเรยี นอาจตองเขียนคําตอบเปน ตัวหนังสอื วาดภาพ และ/หรอื เขยี นตัวเลข
บางคําถามตองการใหนักเรียนอธิบายคําตอบหรือใหเหตุผลประกอบคําตอบของนักเรียน คําถามเหลานี้มี
คําตอบถกู ไดหลายคาํ ตอบ นกั เรียนจะไดค ะแนนจากวิธที ี่นักเรียนแสดงความเขาใจของนักเรียนท่ีมีตอคําถาม
และลักษณะการคิดท่ีนักเรียนแสดงออกมา นักเรียนควรเขียนคําตอบของนักเรียนในเสนบรรทัดท่ีกําหนดไว
ให จาํ นวนเสน บรรทัดจะเปนตัวบอกความยาวอยา งคราวๆ ที่นักเรียนควรเขยี นตอบ

ขอสอบวิทยาศาสตรเหลานี้ เปนขอสอบที่เคยถูกนํามาใชในการประเมินของโครงการประเมินผล
นักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซ่ึงบางขอ
ถูกใชในการประเมินผลจริง และบางขอถูกใชในการทดลองภาคสนาม ทั้งนี้ ขอสอบเหลาน้ียอมให
เผยแพรตอ สาธารณชนแลว

คาํ ช้ีแจง เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 3

การออกกําลังกาย

การออกกําลงั กายอยางสมํ่าเสมอแตพอประมาณเปนสิง่ ที่ดีสาํ หรับสุขภาพของเรา

คาํ ถามท่ี 1 : การออกกําลงั กาย S493Q01

อะไรคือขอ ดีของการออกกาํ ลงั กายอยางสมาํ่ เสมอ จงเขียนวงกลมลอมรอบคาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช” ใน
แตล ะขอ ความ

ตอ ไปน้เี ปน ขอดขี องการออกกําลังกายอยางสม่าํ เสมอใชหรอื ไม ใช หรือ ไมใช

การออกกาํ ลังกายชวยปองกนั โรคหัวใจและโรคท่ีเกดิ จากการไหลเวียนโลหิต ใช / ไมใช

การออกกําลงั กายนาํ ไปสูการกนิ อาหารทีด่ ตี อสขุ ภาพ ใช / ไมใช

การออกกาํ ลังกายชวยหลกี เล่ียงการมีน้ําหนักมากเกนิ ไป ใช / ไมใช

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชิงวทิ ยาศาสตร ญป่ี นุ 37.76
ความรู : ระบบการดาํ รงชีวิต (ความรวู ิทยาศาสตร) เกาหลี 35.59
การใชค วามรู : สขุ ภาพ จนี -ฮองกง 74.36
สถานการณ : สว นตัว จีน-มาเกา 55.05
รปู แบบของขอ สอบ : เลือกตอบแบบเชงิ ซอ น จนี -ไทเป 35.11
ไทย 42.86

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 4

การใหคะแนน การออกกําลงั กาย 1
คะแนนเตม็
รหัส 1: ถูกทัง้ สามขอ : ใช ไมใ ช ใช ตามลําดบั
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอ่ืนๆ
รหัส 9: ไมต อบ

คาํ ถามที่ 2 : การออกกําลังกาย S493Q03

มีอะไรเกิดข้นึ เม่อื กลามเนื้อไดออกกาํ ลงั จงเขียนวงกลมลอ มรอบคาํ วา “ใช” หรอื “ไมใช” ใน
แตล ะขอ ความ

สิง่ นเ้ี กิดขนึ้ เมอ่ื กลา มเนือ้ ไดอ อกกําลังใชห รอื ไม ใช หรอื ไมใ ช

กลามเน้ือมีเลอื ดไหลเวยี นมากข้นึ ใช / ไมใช

ไขมันเกดิ ข้ึนในกลา มเนอื้ ใช / ไมใช

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วิทยาศาสตร ญปี่ นุ 50.32
ความรู : ระบบการดาํ รงชวี ติ (ความรวู ทิ ยาศาสตร) เกาหลี 42.83
การใชค วามรู : สขุ ภาพ จนี -ฮองกง 60.62
สถานการณ : สวนตวั จีน-มาเกา 57.30
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบแบบเชงิ ซอ น จนี -ไทเป 56.43
ไทย 12.31
การใหค ะแนน การออกกาํ ลงั กาย 3
คะแนนเต็ม(Level 1)
รหสั 1: ถกู ท้งั สองขอ : ใช ไมใ ช ตามลําดบั
ไมไดคะแนน
รหสั 0: คําตอบอืน่ ๆ
รหสั 9: ไมตอบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 5

คาํ ถามที่ 3 : การออกกาํ ลงั กาย S493Q05 – 01 11 12 99

ทาํ ไมขณะท่ีกาํ ลงั ออกกําลังกายจงึ ตองหายใจแรงกวา ขณะทก่ี าํ ลงั พักผอน
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเชงิ วิทยาศาสตร ญี่ปุน 50.32
ความรู : ระบบการดาํ รงชวี ิต (ความรวู ิทยาศาสตร) เกาหลี 42.83
การใชค วามรู : สุขภาพ จนี -ฮองกง 60.62
สถานการณ : สวนตวั จีน-มาเกา 57.30
รปู แบบของขอ สอบ : สรางคําตอบแบบอสิ ระ จนี -ไทเป 56.43
ไทย 12.31
การใหคะแนน การออกกาํ ลังกาย 5

คะแนนเตม็ (Level 4)

รหสั 11: เพื่อกําจัดคารบอนไดออกไซดท่ีมีระดบั เพ่ิมขึน้ และ ใหอ อกซิเจนมากขนึ้ กับรางกาย
[ไมยอมรับคาํ ตอบที่ใชคําวา “อากาศ” แทน “คารบ อนไดออกไซด ” หรือ “ออกซิเจน”]

 เมอื่ ออกกําลงั กาย รางกายตอ งการออกซิเจนมากขึ้น และสรา งคารบ อนไดออกไซดมากขึน้ การหายใจ
จงึ เปน เชนน้ัน

 การหายใจเร็วข้ึน ทาํ ใหไ ดร บั ออกซเิ จนเขาสูกระแสโลหติ เพม่ิ ขน้ึ และคารบอนไดออกไซดถ ูกกําจัด
มากข้นึ

รหสั 12: เพือ่ กาํ จัดคารบ อนไดออกไซดที่มรี ะดบั เพ่มิ ขนึ้ ออกจากรางกาย หรอื เพ่ือใหอ อกซิเจนกบั
รางกายมากขนึ้ [หมายเหต:ุ ไมยอมรับคําตอบท่ีใชค ําวา “อากาศ” แทน “คารบอนไดออกไซด
หรอื “ออกซเิ จน”]

 เพราะเราตอ งกําจดั คารบอนไดออกไซดที่สรางเพมิ่ ขนึ้

 เพราะกลา มเน้อื ตองการออกซิเจน [นัยคือ : รา งกายของคุณตอ งการออกซเิ จนเพ่มิ ขน้ึ ในขณะ
ออกกําลงั กาย (ใชกลา มเน้อื )]

 เพราะการออกกําลังกายใชอ อกซเิ จนหมดไป

 คุณหายใจแรงขน้ึ เพราะคุณหายใจเอาออกซิเจนเขาสูปอดเพม่ิ ขึ้น [ตอบไดไ มคอยดี แตกร็ ไู ดวา
รา งกายไดร ับออกซิเจนเพมิ่ ข้ึน]

 เม่ือคุณใชพ ลังงานมากขนาดนั้น รางกายของคณุ ตองการอากาศเพ่มิ ข้ึน 2 หรือ 3 เทา นอกจากน้ียงั
ตองการกําจดั คารบ อนไดออกไซดในรางกายอีกดวย [ รหัส 12 สําหรบั ประโยคหลงั นยั คอื
คารบ อนไดออกไซดท่ีสว นเกินจะถกู กําจดั ออกจากรางกายของคณุ ประโยคแรกกไ็ มไ ดขัดแยง กัน แต
ถาตอบเพยี งประโยคแรกจะได รหสั 01]

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 6

ไมไ ดคะแนน
รหสั 01: คาํ ตอบอืน่ ๆ

 อากาศเขา สูปอดมากขึน้
 เพราะกลา มเน้ือใชพลงั งานมากขน้ึ [ไมเจาะจงพอ]
 เพราะหวั ใจของคณุ เตนเร็วขึ้น
 รางกายของคุณตอ งการออกซเิ จน [ไมไดอางถงึ ความตอ งการออกซิเจนที่เพิ่มข้นึ ]

รหสั 99: ไมต อบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 7

การผาตดั ใหญ

การผา ตัดใหญท ่ีทาํ ในหอ งผา ตดั ท่ตี ิดตัง้ เครอื่ งมอื ผา ตัดพเิ ศษ เปน สิง่ จาํ เปนสาํ หรับการรกั ษาโรคหลายชนิด

คาํ ถามที่ 4 : การผา ตดั ใหญ S526Q01

ในขณะผา ตดั ใหญ ผปู ว ยถูกวางยาสลบจึงไมร ูเจบ็ ปวดแตอยางใด ยาสลบสว นใหญถกู ใชในรปู ของกา ซ
ผานหนา กากที่ครอบจมูกและปาก

ระบบรางกายของมนษุ ยตอไปน้เี กี่ยวขอ งกบั การทํางานของกา ซยาสลบหรอื ไม จงเขียนวงกลม
ลอ มรอบคําวา “ใช” หรือ “ไมใช” ในแตละระบบ

ระบบนเ้ี ก่ียวของกับการทาํ งานของกา ซ ใช หรอื ไมใช
ยาสลบหรอื ไม

ระบบยอยอาหาร ใช / ไมใช

ระบบประสาท ใช / ไมใช
ระบบไหลเวยี น ใช / ไมใช

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 8

ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 25.95
ความรู : ระบบการดาํ รงชีวติ (ความรูวิทยาศาสตร)
การใชความรู : สุขภาพ หมายเหตุ: เปนขอสอบทใ่ี ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สวนตัว/สงั คม การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมลู
รปู แบบของขอ สอบ : เลอื กตอบแบบเชิงซอ น ของประเทศอน่ื

การใหค ะแนน การผา ตดั ใหญ 1

คะแนนเต็ม

รหัส 1: ถกู ท้งั สามขอ: ไมใ ช ใช ใช ตามลาํ ดบั
ไมไดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอน่ื ๆ
รหัส 9: ไมต อบ

คําถามท่ี 5 : การผา ตัดใหญ S526Q02 – 01 11 12 21 99

จงอธบิ ายวา ทาํ ไมเครอ่ื งมือผา ตัดทีใ่ ชใ นหอ งผา ตดั จึงถกู ทาํ ใหปลอดเช้อื
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 16.33
ความรู : ระบบการดํารงชวี ติ (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : สขุ ภาพ หมายเหตุ: เปนขอสอบที่ใชเ ฉพาะ
สถานการณ : สงั คม การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อ มลู
รูปแบบของขอ สอบ : สรางคําตอบแบบอสิ ระ ของประเทศอืน่

การใหค ะแนน การผาตดั ใหญ 2

คะแนนเตม็

รหสั 21: นกั เรียนกลา วถึงท้งั ความตอ งการท่ีทาํ ใหแ นใจวาไมม แี บคทเี รีย/เชอื้ โรคบนเครื่องมอื และ

เพือ่ หยดุ การกระจายของเชื้อโรค

 เพ่ือหยดุ แบคทีเรียไมใ หเขา ไปในรางกายและนาํ เช้อื ตดิ ผปู วย

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 9

ไดคะแนนบางสว น

รหัส 12: นกั เรยี นกลาวถึงความตอ งการที่ทําใหแนใจวาไมมแี บคทีเรยี แต ไมกลา วถงึ วาเปน การ

หยุดการกระจายของเชื้อโรค

 เพ่อื ฆาเชื้อโรคบนเครื่องมือ

รหสั 11: นกั เรยี นกลาวถงึ การหยุดการกระจายของเชื้อโรค แต ไมก ลา วถงึ ความตอ งการท่ที ําให

แนใจวา ไมม แี บคทีเรียบนเคร่ืองมอื

 เพือ่ ไมใ หผปู ว ยตดิ เชื้อ

ไมไ ดคะแนน

รหสั 01: คาํ ตอบอนื่ ๆ

 เพอื่ รกั ษาความสะอาด
 เพราะวา เครื่องมือผานทางแผลผา ตัดในระหวางการผาตดั

รหสั 99: ไมต อบ

คาํ ถามที่ 6 : การผาตัดใหญ S526Q03

ผูป วยอาจไมส ามารถกินและด่มื หลงั การผาตดั ดังนั้นจึงใหอ าหารโดยการหยด (น้ําเกลอื ) ท่ี
ประกอบดวย น้ํา นํา้ ตาล และเกลือแร บางคร้ังยาปฏิชวี นะและยานอนหลบั ถกู เติมเขา ไปดวย

ทาํ ไมนํ้าตาลที่เติมเขา ไปในน้ําเกลอื จงึ มีความสําคัญสาํ หรบั ผูป วยหลังผาตัด

1. เพ่ือหลีกเลีย่ งการสูญเสยี น้าํ ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
2. เพอ่ื ควบคมุ การเจบ็ ปวดหลังผา ตดั สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชงิ วทิ ยาศาสตร
3. เพื่อรกั ษาการติดเช้อื หลงั ผา ตดั ความรู : ระบบการดาํ รงชวี ิต (ความรูวทิ ยาศาสตร)
4. เพ่ือใหส ารอาหารที่จําเปน การใชความรู : สุขภาพ
สถานการณ : สวนตัว/สงั คม
การใหคะแนน การผา ตดั ใหญ 3 รปู แบบของขอสอบ : เลอื กตอบ

คะแนนเต็ม ประเทศ % ตอบถูก
รหัส 1: ขอ 4. เพ่อื ใหส ารอาหารท่ีจาํ เปน ไทย 55.30
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอืน่ ๆ หมายเหตุ: เปน ขอสอบที่ใชเฉพาะ
รหสั 9: ไมตอบ การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมูล
ของประเทศอ่นื

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 3 หนา 10

คาํ ถามท่ี 7 : การผาตัดใหญ S526Q04

การปลกู ถายอวยั วะท่ีเก่ียวขอ งกบั การผาตดั ใหญเ ปน เรื่องธรรมดามากข้ึนเรอ่ื ยๆ กราฟขา งลางแสดง
จาํ นวนของการปลกู ถา ยทโี่ รงพยาบาลแหงหน่งึ ในชว งป 2003

จํานวนการปลูกถาย 60 49
4500
30
20
10 92 2
0 ปอด
ไต ตับ หวั ใจ

อวัยวะทป่ี ลูกถาย

ขอ สรุปตอ ไปนี้สามารถสรปุ จากกราฟขา งบนไดห รือไม จงเขียนวงกลมลอ มรอบคําวา “ใช” หรือ
“ไมใช” ในแตละขอสรปุ

ขอสรุปน้ีสามารถสรปุ จากกราฟไดห รือไม ใช หรอื ไมใ ช

ถาปอดไดรับการปลูกถาย หัวใจตอ งปลกู ถา ยดวย ใช / ไมใช

ไตเปนอวัยวะทส่ี ําคัญท่สี ุดในรา งกายมนุษย ใช / ไมใช

ผูปวยสว นใหญท่ีปลกู ถา ยเปน ผปู ว ยโรคไต ใช / ไมใช

การใหค ะแนน การผา ตดั ใหญ 4 ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ
คะแนนเตม็ สมรรถนะ : การใชป ระจกั ษพยานทางวทิ ยาศาสตร
รหัส 1: ถกู ท้ังส่ีขอ : ไมใ ช ไมใช ใช ตามลําดบั ความรู : การอธบิ ายปรากฎการณท างวิทยาศาสตร
ไมไดคะแนน
รหัส 0: คาํ ตอบอื่นๆ (ความรเู กย่ี วกับวิทยาศาสตร)
รหสั 9: ไมตอบ การใชค วามรู : สุขภาพ
สถานการณ : สงั คม
รปู แบบของขอ สอบ : เลือกตอบแบบเชิงซอน

ประเทศ % ตอบถกู
ไทย 9.62

หมายเหตุ: เปนขอ สอบที่ใชเฉพาะ
การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอ มลู
ของประเทศอนื่

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชุดที่ 3 หนา 11

เส้อื ผา

จงอานขอความตอ ไปนแี้ ลว ตอบคําถาม

บทความเกีย่ วกบั เสอ้ื ผา

นักวทิ ยาศาสตรชาวองั กฤษคณะหนงึ่ ไดพฒั นาผา “ฉลาด” เพอื่ ท่ีจะชว ยใหเดก็ พกิ ารสามารถส่ือสารดวย
“คาํ พดู ” ได เด็กทีใ่ สเสื้อกก๊ั ที่ทําดวยเสน ใยพเิ ศษที่นาํ ไฟฟา ได ซง่ึ เชอ่ื มตอ ไปยงั เครอื่ งสงั เคราะหเ สียง
จะสามารถทําใหผอู ืน่ เขาใจสิ่งท่ีเขาตองการส่ือสาร โดยการแตะลงบนผาที่มคี วามไวตอ การสมั ผสั เทานน้ั

วัสดนุ ้ที ําดว ยผา ธรรมดาและเคลอื บรพู รุนดวยเสน ใยท่มี ีคารบอนสอดไสอยู จึงสามารถนาํ ไฟฟาได เมื่อมี
แรงกดลงบนผา สัญญาณแบบตางๆ จะถูกสงไปตามเสน ใยและไปแปลงสญั ญาณ ชพิ คอมพวิ เตอรจะอา น
ไดวา สว นใดของผาถูกแตะ แลวกจ็ ะไปทําใหเ ครื่องมอื อิเล็กทรอนกิ สท ่ีติดต้งั อยทู าํ งาน เครื่องมือดงั กลา วมี
ขนาดไมเ กนิ กวา กลอ งไมขีด 2 กลอง เทา นั้น

“สวนทฉี่ ลาด กค็ อื วิธีการทอและการสง สญั ญาณผา นทางเสนใย เราสามารถทอเสนใยนี้ใหกลมกลนื เขา ไป
ในลายผาซง่ึ ทําใหเ ราไมสามารถมองเห็นมนั ” นกั วทิ ยาศาสตรท านหนง่ึ กลาว

ผา นสี้ ามารถซกั บดิ หรอื หมุ หอ ส่งิ ตางๆ โดยไมเกดิ ความเสียหาย และนกั วทิ ยาศาสตรยังกลาวดวยวา
ผา นีส้ ามารถผลิตเปนจํานวนมากไดในราคาถูก

ที่มา: Steve Farrer, ‘Interactive fabric promises a material gift of the garb’, The Australian,
10 สิงหาคม 1998.

คําถามท่ี 8 : เส้ือผา S213Q01

คาํ กลาวอางดงั ตอไปน้ี สามารถทดสอบในหอ งปฏบิ ตั กิ ารไดห รอื ไม

จงเขยี นวงกลมลอ มรอบคําวา “ได” หรือ “ไมได” ในแตล ะขอ

ผา สามารถ สามารถทดสอบในหอ งปฏิบัติการ
ซักไดโดยไมเกดิ ความเสียหาย วิทยาศาสตร
ได / ไมได

หอหุม สิ่งตา งๆ ไดโ ดยไมเ กิดความเสยี หาย ได / ไมได

บิดไดโ ดยไมเกิดความเสียหาย ได / ไมไ ด

ผลติ เปน จาํ นวนมากไดในราคาถกู ได / ไมได

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 12

ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การระบปุ ญ หาเชิงวทิ ยาศาสตร ญป่ี นุ 52.26
ความรู : การสบื สวนเชิงวทิ ยาศาสตร เกาหลี 48.76
จนี -ฮอ งกง 62.77
(ความรูเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร) จีน-มาเกา 47.73
การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี จนี -ไทเป 50.80
สถานการณ : สังคม ไทย 24.36
รปู แบบของขอ สอบ : เลือกตอบแบบเชิงซอน

การใหคะแนน เสื้อผา 1

คะแนนเตม็ (Level 4)

รหสั 1: ได ได ได ไมได ตามลาํ ดบั
ไมไดคะแนน

รหัส 0: คาํ ตอบอื่นๆ
รหัส 9: ไมต อบ

คําถามท่ี 9 : เส้อื ผา S213Q02

เครือ่ งมอื ชนิดใดในหอ งปฏบิ ัตกิ าร ทีใ่ ชต รวจสอบวา ผา ท่ีทอขึ้นนาํ ไฟฟาได

1. โวลตม ิเตอร (Voltmeter) ลกั ษณะเฉพาะของขอ สอบ
2. กลองแสง (Light box) สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชิงวทิ ยาศาสตร
3. ไมโครมิเตอร (Micrometer) ความรู : ระบบทางเทคโนโลยี (ความรูวทิ ยาศาสตร)
4. เคร่อื งวัดเสยี ง (Sound meter) การใชค วามรู : ขอบเขตของวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
สถานการณ : สว นตวั
การใหคะแนน เสอ้ื ผา 2 รูปแบบของขอสอบ : เลือกตอบ

คะแนนเต็ม (Level 1) ประเทศ % ตอบถูก
รหัส 1: ขอ 1. โวลตม ิเตอร (Voltmeter) ญี่ปุน 81.05
เกาหลี 88.25
จนี -ฮอ งกง 91.96
จนี -มาเกา 88.53
จนี -ไทเป 94.24
ไทย 40.42

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 13

ทาํ น้ําดม่ื นาํ้ ในทอ
ประปา
แหลง นาํ้
(อางเก็บนา้ํ หรือทะเลสาบ)

(1) การผาน
ตะแกรงแยกผง

(2) สระตกตะกอน (3) ถงั กรอง (4) เติมคลอรีน (5) ตรวจสอบ
คุณภาพนาํ้

รปู ขางตนแสดงการทําน้าํ ใชสําหรับบานท่ีอยใู นเมืองใหสะอาดเพยี งพอเหมาะสําหรบั การดืม่

คําถามท่ี 10 : ทาํ นา้ํ ด่ืม S409Q01 – 01 02 03 11 12 13 99

มีความจําเปน ทต่ี องมีแหลง น้าํ ด่มื ท่ดี ี นาํ้ ท่ีพบอยใู ตด ินเรียกวา นา้ํ ใตดิน

จงใหห น่ึงเหตุผลวา ทําไมแบคทเี รยี และอนภุ าคท่ีเปนพิษมีอยใู นนํา้ ใตดนิ จึงนอ ยกวา นาํ้ บนผวิ ดนิ
อยา งเชน ทะเลสาบและแมน ้ํา
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วทิ ยาศาสตร ไทย 51.14
ความรู : โลกและอวกาศ (ความรูว ิทยาศาสตร)
การใชความรู : ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายเหตุ: เปน ขอสอบท่ีใชเฉพาะ
สถานการณ : โลก การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอ มลู
รูปแบบของขอ สอบ : สรางคําตอบแบบอิสระ ของประเทศอื่น

เกณฑการใหค ะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 14

การใหคะแนน ทาํ นาํ้ ดม่ื 1
คะแนนเต็ม
รหัส 11: คาํ ตอบทอ่ี า งถงึ นา้ํ ใตด ินถูกกรองขณะทซี่ ึมผา นดนิ

 เมอื่ มนั ผานทรายและฝนุ นา้ํ จะถูกทาํ ใหสะอาด
 มนั ถกู กรองโดยธรรมชาติ
 เพราะเมื่อน้ําซึมลงสพู ้ืน จะถกู ทาํ ใหส ะอาดโดยหนิ และทราย

รหสั 12: คําตอบทีอ่ างถึงนาํ้ ใตดินถกู กกั เกบ็ และปองกันจากมลพิษท่เี ปน ไปได หรอื นํ้าผิวดินถูก

ปนเปอนไดงาย

 นํา้ ใตดนิ อยูในดิน ดังนั้น มลพิษทางอากาศจึงไมสามารถทาํ ใหน ้ําสกปรกได
 เพราะน้ําใตดินไมถ กู เปด มันอยูภายใตของบางอยา ง
 ทะเลสาบและแมน้ําสามารถถกู ทําใหส กปรกไดดวยอากาศ และคนสามารถลงไปวายนา้ํ ในนั้น ดังนนั้

น้ําจงึ ไมสะอาด

รหัส 13: คําตอบถูกอ่ืนๆ

 นํา้ ใตดนิ เปนนํ้าท่มี อี าหารไมมากพอสําหรบั แบคทีเรีย ดังน้ันแบคทีเรยี จงึ มชี วี ติ อยใู นน้าํ นไี้ มไ ด

ไมไ ดคะแนน
รหัส 01: คาํ ตอบทีอ่ า งถึงนํา้ ใตดินมีความสะอาดมาก (ขอมลู มอี ยแู ลว )

 เพราะมนั ถกู ทาํ ใหส ะอาดอยแู ลว
 เพราะมีขยะในทะเลสาบและแมนา้ํ
 เพราะมแี บคทเี รียนอย

รหสั 02: คาํ ตอบที่เหน็ ไดช ัดวา อา งถึงกระบวนการการทาํ นํา้ ใหสะอาดท่ีใหไวใ นรูปจากคาํ ถาม

 เพราะน้าํ ใตดินผา นท่ีกรองและเตมิ คลอรีน
 นาํ้ ใตด นิ ผานท่ีกรองจนทาํ ใหส ะอาดมากที่สุด

รหัส 03: คาํ ตอบอน่ื ๆ

 เพราะมนั เคล่ือนทีอ่ ยเู สมอ
 เพราะมนั ไมถ กู กวน และดงั น้นั จงึ ไมน ําโคลนจากดานลางมาดว ย
 เพราะนาํ้ ใตดนิ มาจากภเู ขา ซงึ่ ไดน ้าํ จากการละลายของหมิ ะและนา้ํ

รหัส 99: ไมต อบ

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 15

คาํ ถามที่ 11 : ทํานา้ํ ดมื่ S409Q02

การทาํ นํา้ ใหสะอาดเกิดขน้ึ ไดห ลายขัน้ ตอน โดยใชเทคนิคตา งๆ กัน กระบวนการทําความสะอาดนาํ้ ท่ี
แสดงในรูปเกย่ี วของกบั สข่ี ้ันตอน (หมายเลข 1 – 4) ในข้นั ตอนทสี่ อง นํ้าถกู เก็บไวใ นสระตกตะกอนท่ี
เตรยี มไว

การทํานาํ้ ใหสะอาดในขน้ั ตอนที่ 2 เกิดขึ้นไดอ ยา งไร

1. นํ้ามีความเปน กรดลดลง ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
2. แบคทเี รยี ในน้ําตาย สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชิงวทิ ยาศาสตร
3. เติมออกซเิ จนลงไปในนํ้า ความรู : ระบบทางกายภาพ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
4. กรวดและทรายจมลงสูด า นลาง การใชค วามรู : สขุ ภาพ
5. สารที่เปน พิษถกู ทําใหสลายไป สถานการณ : สงั คม
รูปแบบของขอสอบ : เลอื กตอบ

การใหค ะแนน ทาํ นา้ํ ดืม่ 2 ประเทศ % ตอบถกู
ไทย 56.13
คะแนนเต็ม
รหัส 1: ขอ 4. กรวดและทรายจมลงสูดา นลา ง หมายเหตุ: เปนขอ สอบท่ใี ชเ ฉพาะ
ไมไดคะแนน การทดลองภาคสนามจึงไมมีขอมูล
รหสั 0: คําตอบอนื่ ๆ ของประเทศอื่น
รหัส 9: ไมต อบ

คาํ ถามที่ 12 : ทําน้ําด่ืม S409Q04 – 0 1 9

ในขั้นตอนที่ 4 ของกระบวนการทําความสะอาด คลอรีนถกู เติมลงไปในนํา้
ทาํ ไมจึงเติมคลอรีนลงไปในน้ํา
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธบิ ายปรากฏการณเ ชงิ วิทยาศาสตร ไทย 63.43
ความรู : ระบบการดาํ รงชีวิต (ความรวู ทิ ยาศาสตร)
การใชความรู : สุขภาพ หมายเหตุ: เปนขอ สอบทีใ่ ชเ ฉพาะ
สถานการณ : สังคม การทดลองภาคสนามจึงไมม ขี อมลู
รูปแบบของขอ สอบ : สรางคาํ ตอบแบบอสิ ระ ของประเทศอ่ืน

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 16

การใหคะแนน ทําน้าํ ดืม่ 4

คะแนนเตม็

รหสั 1: คําตอบอางถงึ การกําจดั การฆา หรือทาํ ลายแบคทีเรีย (หรอื จลุ ินทรีย หรอื ไวรสั หรอื เชอ้ื โรค)

 ทาํ ใหป ลอดจากแบคทเี รีย
 คลอรีนฆา แบคทเี รีย

ไมไ ดคะแนน

รหสั 0: คําตอบอน่ื ๆ

รหัส 9:  นํ้าเปน กรดนอ ยลงและจะไมมสี าหราย
 แบคทเี รยี
 มันเปน เหมือนฟลอู อไรด

ไมตอบ

คาํ ถามที่ 13 : ทําน้ําดืม่ S409Q06 – 01 02 11 12 99

สมมติวา นักวิทยาศาสตรทาํ การทดสอบนาํ้ ในโรงทาํ น้าํ ประปาแลวพบวายงั มีแบคทีเรียบางชนิดที่เปน
อนั ตรายอยูในนํา้ หลงั จากเสรจ็ ส้ินกระบวนการทําความสะอาดแลว

ผูท่ีอยทู างบานควรทาํ อะไรกับนาํ้ กอ นการดื่ม

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชิงวิทยาศาสตร ไทย 85.71
ความรู : ระบบการดาํ รงชวี ติ (ความรูวทิ ยาศาสตร)
การใชค วามรู : สขุ ภาพ หมายเหตุ: เปนขอ สอบท่ใี ชเฉพาะ
สถานการณ : สงั คม การทดลองภาคสนามจึงไมม ีขอมลู
รูปแบบของขอ สอบ : สรา งคําตอบแบบอสิ ระ ของประเทศอ่ืน

การใหคะแนน ทาํ น้ําด่ืม 6

คะแนนเต็ม
รหสั 11: คาํ ตอบที่อางถงึ การตมนา้ํ

 ตม น้ํา
 ตม นํา้ หรือกรองน้ําผานทกี่ รอง

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 17

รหัส 12: คําตอบทีอ่ างถงึ วธิ ีอ่นื ๆ ในการทําความสะอาดที่เปน ไปไดต อ ความปลอดภยั ในการใชนํ้าท่ี
บา นเรือน

 ทาํ นา้ํ ใหสะอาดโดยใสคลอรนี เม็ด
 ใชเ ครอื่ งกรองทมี่ ีชองวา งขนาดเล็กมากจนสามารถกรองแบคทีเรียได

ไมไดคะแนน
รหัส 01: คําตอบที่อางถึงวิธกี าร “ระดับสงู ” สาํ หรบั การทําความสะอาดท่ีเปน ไปไมไดที่จะใชเ พือ่ ความ

ปลอดภยั ในบานเรอื น

 ผสมน้ํากับคลอรนี ในถังนา้ํ แลว ใชดม่ื
 เพิ่มคลอรนี สารเคมแี ละอปุ กรณท างชีวภาพ
 กล่ันนาํ้

รหสั 02: คาํ ตอบอืน่ ๆ

 ทําใหนํา้ บรสิ ทุ ธ์ิอีกครัง้
 อุนน้ําใหร อ น และทาํ ใหแบคทีเรียตาย

รหสั 99: ไมตอบ

คาํ ถามที่ 14 : ทาํ นาํ้ ดื่ม S409Q07

นํ้าด่ืมทส่ี กปรกสามารถทําใหเ กดิ ปญหาตอสุขภาพดงั ตอไปน้ีไดหรอื ไม จงเขยี นวงกลมลอมรอบคําวา
“ใช” หรอื “ไมใช” ในแตล ะคําถาม

น้ําด่มื ท่สี กปรกสามารถทําใหเ กดิ ใช หรือ ไมใช
ปญ หานต้ี อ สุขภาพ หรือไม

เบาหวาน ใช / ไมใช ประเทศ % ตอบถกู
ทองรวง ใช / ไมใช ไทย 59.14
โรคภมู ิคมุ กันบกพรอ ง / เอดส ใช / ไมใช
หมายเหตุ: เปนขอสอบทใี่ ชเฉพาะ
การใหคะแนน ทาํ นา้ํ ด่มื 7 การทดลองภาคสนามจึงไมมขี อมูล
ของประเทศอืน่

คะแนนเตม็ ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ
รหัส 1: ถูกท้ังสามขอ : ไมใ ช , ใช , ไมใช ตามลําดับ สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเชิงวิทยาศาสตร
ไมไดคะแนน ความรู : ระบบการดํารงชวี ติ (ความรวู ิทยาศาสตร)
รหสั 0: คาํ ตอบอนื่ ๆ การใชค วามรู : สขุ ภาพ
รหสั 9: ไมต อบ สถานการณ : สวนตัว
รูปแบบของขอสอบ : เลือกตอบแบบเชงิ ซอ น

เกณฑการใหคะแนนขอ สอบวทิ ยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 18

ปรากฏการณเ รอื นกระจก

จงอา นขอความตอ ไปนแ้ี ลวตอบคําถาม
ปรากฏการณเรอื นกระจก : เรอื่ งจรงิ หรอื นวนยิ าย?

สงิ่ ท่ีมชี วี ิตตอ งการพลังงานในการดาํ รงชีวติ และพลงั งานสาํ หรับสิ่งมีชีวติ บนโลกมาจาก
ดวงอาทติ ย ซง่ึ แผม าในอวกาศไดเพราะรอนมาก แตพลังงานทีม่ าถงึ โลกมีสัดสวนเพียงเล็กนอ ยเทาน้ัน

บรรยากาศของโลกทาํ ตวั เหมือนผาหมคลุมปองกันผวิ โลกของเรา คอยปอ งกันการเปล่ยี นแปลง
ของอณุ หภมู ิ ซ่งึ จะเกิดขึ้นหากโลกนี้ไมม อี ากาศ

พลังงานที่แผม าจากดวงอาทิตยสวนใหญจ ะผานบรรยากาศของโลก โลกจะดูดซบั พลังงานไว
บางสว น และสะทอนพลงั งานบางสวนกลับไป พลงั งานท่ีสะทอนกลับน้บี างสวนจะถกู ดูดซบั โดยช้ัน
บรรยากาศ

ผลท่เี กิดขน้ึ คือ หากไมมบี รรยากาศดังกลาว อุณหภูมิโดยเฉล่ียเหนอื ผวิ โลกจะสงู กวา ทเี่ ปนอยนู ้ี
ทาํ ใหบรรยากาศของโลกเกดิ ผลทํานองเดียวกับเรือนกระจก จึงเรยี กวา “ปรากฏการณเ รือนกระจก”

ปรากฏการณเรือนกระจกนี้ มกี ารกลาวถึงกันมากในศตวรรษที่ 20
อณุ หภูมิโดยเฉลยี่ ของบรรยากาศของโลกไดเ พ่ิมสูงข้นึ จริง หนังสอื พิมพและวารสารตา งๆ มกั
บอกวา ตวั การสําคัญทท่ี าํ ใหอณุ หภมู ิเพ่มิ ขน้ึ ในศตวรรษที่ 20 คอื การเพิ่มข้นึ ของคารบอนไดออกไซด

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 3 หนา 19

นกั ศกึ ษาช่อื อัจฉริยะ สนใจท่ีจะศึกษาความสัมพันธทอี่ าจเปนไปไดระหวา งอุณหภูมเิ ฉลยี่ ของ
บรรยากาศของโลก และ ปริมาณของคารบ อนไดออกไซดทถ่ี ูกปลอ ยออกมาบนโลก

เขาคน พบกราฟ 2 รปู ในหอ งสมุดดังตอไปนี้

คารบอนไดออกไซดท ี่ถกู 20
ปลอ ยออก (พันลา นตนั ตอป)  10

1860 1870 1880 1890 1900 1910 1920 1930 1940 1950 1960 1970 1980 1990



ป ค.ศ

อณุ หภูมิเฉล่ียของบรรยากาศ 15.4
ของโลก ( oC)  15.0

14.6

1860 1870 1880 1890 1900 1910 1920 1930 1940 1950 1960 1970 1980 1990



ป ค.ศ.

อัจฉริยะสรปุ จากกราฟสองรูปนวี้ า อุณหภมู ิเฉลี่ยของบรรยากาศของโลกท่สี ูงข้นึ เปนเพราะ
คารบอนไดออกไซดถ กู ปลอ ยออกมาสูโลกเพ่ิมมากข้ึน

เกณฑก ารใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ท่ี 3 หนา 20

คําถามที่ 15 : ปรากฏการณเ รอื นกระจก S114Q03 – 01 02 11 12 99

ขอมูลสว นใดของกราฟท่ีสนบั สนนุ การสรปุ ของอัจฉรยิ ะ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถกู
สมรรถนะ : การใชประจกั ษพยาทางวทิ ยาศาสตร ญ่ีปนุ 69.32
ความรู : การอธิบายเชิงวิทยาศาสตร เกาหลี 63.86
จนี -ฮอ งกง 75.40
(ความรเู กย่ี วกบั วิทยาศาสตร) จนี -มาเกา 60.70
การใชความรู : ดา นส่ิงแวดลอม จีน-ไทเป 65.47
สถานการณ : โลก ไทย 21.74
รูปแบบของขอ สอบ : สรา งคาํ ตอบแบบอิสระ

การใหคะแนน ปรากฏการณเรือนกระจก 3

คะแนนเตม็ (Level 3)

รหัส 11: อา งถงึ การเพม่ิ ของอณุ หภูมแิ ละคารบ อนไดออกไซดท่ีปลอ ยออกมา(โดยเฉลี่ย)

 ขณะท่ีมกี ารปลอ ยกา ซ CO2 เพ่ิมขน้ึ อุณหภมู กิ จ็ ะเพ่มิ ขน้ึ ดวย
 กราฟท้ัง 2 เพมิ่ ขน้ึ เรื่อยๆ
 เพราะวา กราฟทั้ง 2 เรมิ่ สูงข้ึนในป ค.ศ. 1910
 อุณหภมู เิ พม่ิ ข้ึนเรือ่ ยๆ เมือ่ มีการปลอยคารบ อนไดออกไซดออกมา
 เสนกราฟสงู ขนึ้ ไปดว ยกนั
 ทุกๆ อยา งเพม่ิ ขน้ึ
 ย่ิงมกี ารปลอยคารบ อนไดออกไซดม ากขนึ้ อุณหภูมกิ ็จะสูงขึน้ ไปดว ย

รหสั 12: อา งถงึ (โดยทัว่ ไป) ความสัมพันธในเชงิ บวกของอณุ หภูมแิ ละคารบอนไดออกไซดทป่ี ลอ ย
ออกมา

[หมายเหต:ุ รหัสนี้มงุ หมายทจี่ ะจับคําเฉพาะทนี่ กั เรยี นใชเชน “ความสัมพันธดานบวก” “รปู รางคลายกนั ”
หรือ “มสี ัดสว นโดยตรง” ถงึ แมวา จะไมต รงกบั คําตอบทใ่ี หม าขา งลา ง แตก แ็ สดงถึงความเขาใจในระดับท่ี
พอจะใหค ะแนนได]
 ปริมาณของ CO2 และอณุ หภมู ิเฉลย่ี ของโลกเปนสดั สว นโดยตรง
 ทั้งสองมรี ปู ทรงคลายกันแสดงวา มีความสัมพนั ธ

ไมไ ดคะแนน

รหสั 01: อา งถึงการเพมิ่ ขน้ึ ของอุณหภมู ิ (โดยเฉล่ยี ) หรอื การปลอยกา ซคารบ อนไดออกไซดอ ยา งใด
อยา งหนึง่

เกณฑการใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 21

 อณุ หภมู สิ งู ขึ้น
 คารบ อนไดออกไซดเพ่ิมข้นึ
 แสดงใหเ ห็นถงึ อุณหภมู ทิ ีเ่ ปลยี่ นแปลงอยา งรวดเร็ว

รหสั 02: อางถงึ อุณหภมู แิ ละการปลอ ยคารบ อนไดออกไซด โดยไมมีคาํ อธิบายธรรมชาติของ
ความสมั พันธใ หกระจา ง

 การปลอยคารบ อนไดออกไซด (กราฟ 1) มีผลตอ อุณหภมู ิของโลกทสี่ งู ขนึ้ (กราฟ2)
 คารบอนไดออกไซดเปน สาเหตหุ ลกั ทท่ี ําใหข องอณุ หภูมิของโลกเพม่ิ ข้นึ

หรอื : คาํ ตอบอ่ืนๆ

 คารบ อนไดออกไซดถ กู ปลอ ยออกมาสงู กวาอุณหภูมิของโลกโดยเฉลยี่
[หมายเหตุ : คาํ ตอบไมถูกตอ ง เพราะตอบในเชงิ ที่วาปริมาณของ CO2 ท่ีปลอยออกมา และอณุ หภมู ิ
กาํ ลังเพม่ิ สงู ข้ึน มากกวาท่ีจะตอบวาเพ่ิมขน้ึ ทงั้ สองอยาง]

 การเพม่ิ ข้นึ ของคารบอนไดออกไซดในหลายปท ผี่ า นมา เกิดขึน้ เนอื่ งจากอุณหภูมิของบรรยากาศสูงขน้ึ
 วิธีที่เสน กราฟลากสูงขนึ้
 มีการเพ่มิ ขนึ้

รหัส 99: ไมต อบ

คาํ ถามที่ 16 : ปรากฏการณเรอื นกระจก S114Q04 – 0 1 2 9

นกั ศกึ ษาอีกคนหน่ึงชอ่ื จนิ ตนา ไมเหน็ ดว ยกบั การสรปุ ของอัจฉริยะ เธอเปรียบเทียบกราฟท้งั สองและ
บอกวา มีกราฟบางสว นไมส นบั สนุนขอ สรุปของอจั ฉรยิ ะ

จงยกตัวอยา งวา กราฟสว นใดไมสนับสนนุ ขอสรุปของอจั ฉริยะ พรอ มทง้ั อธบิ ายคาํ ตอบ

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

ลกั ษณะเฉพาะของขอสอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การใชประจักษพ ยาทางวิทยาศาสตร ญปี่ ุน 54.35
ความรู : การอธบิ ายเชิงวทิ ยาศาสตร เกาหลี 49.24
จนี -ฮอ งกง 52.93
(ความรูเ กีย่ วกับวิทยาศาสตร) จีน-มาเกา 42.56
การใชความรู : ดา นส่งิ แวดลอ ม จีน-ไทเป 51.86
สถานการณ : โลก ไทย 12.35
รปู แบบของขอ สอบ : สรางคําตอบแบบอสิ ระ

เกณฑก ารใหคะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชุดท่ี 3 หนา 22

การใหคะแนน ปรากฏการณเรอื นกระจก 4

คะแนนเตม็ (Level 5)

รหสั 2: อา งถงึ สวนใดสวนหน่ึงของกราฟทไ่ี มไ ดเพ่ิมหรอื ไมไดลดพรอ มกนั
และอธิบายคําตอบ

 CO2 ในป 1900-1910 เพ่ิมข้ึน ในขณะทอี่ ุณหภมู ิในชว งเวลานัน้ ลดลง
 คารบ อนไดออกไซดในป 1980-1983 ลดลงแตอณุ หภมู ิเพ่มิ ขึน้
 อณุ หภมู ิในชวงป 1800 (1800-1899) คอ นขางคงที่ แตก ราฟแรกเพม่ิ ขน้ึ เรื่อยๆ

 อณุ หภมู ิระหวา งป 1950 ถึงป 1980 ไมเ พ่ิมแตป ริมาณ CO2 เพิ่ม
 อณุ หภมู ิตง้ั แตป  1940 จนกระทงั่ ถึงป 1975 ไมเปลีย่ นแปลง แตปรมิ าณคารบ อนไดออกไซดท ปี่ ลอย

ออกมาเพ่มิ ข้ึนอยางรวดเร็ว

 อุณหภูมิในป 1940 สงู กวาในป 1920 มาก เชนเดยี วกันกับการปลอ ยคารบอนไดออกไซด

ไดคะแนนบางสว น (Level4)

รหัส 1: กลาวถงึ ชว งเวลาถูกตอ ง โดยไมใหค าํ อธิบาย

 ป 1930 – 1933
 กอ นป 1910

กลา วถงึ ปใดปห น่ึงเทา น้ัน (ไมใชชว งเวลา) และใหคาํ อธิบายทย่ี อมรบั ได

 การปลอย CO2 ในป 1980 ลดลง แตอุณหภมู ยิ ังคงเพิม่ ขน้ึ

ยกตัวอยา งทไี่ มส นบั สนุนขอ สรุปของอจั ฉริยะ แตกลาวถึงชวงเวลาผดิ [หมายเหตุ : ควรมีสง่ิ
บอกถงึ ความผิดพลาด เชน ทําเครือ่ งหมายในกราฟที่แสดงพื้นทคี่ ําตอบท่ีถกู ตองแตค วาม
ผิดพลาดเกดิ ขึน้ ตอนท่แี ปลความหมายออกมาเปน ขอ ความ]

 อณุ หภมู ิระหวางป 1950 และป 1960 ลดลง และปริมาณคารบอนไดออกไซดท ป่ี ลอ ยออกมาเพิ่มข้ึน

กลาวถงึ ความแตกตางของกราฟทั้งสอง โดยไมก ลา วถึงชวงเวลาใดเวลาหน่ึงโดยเฉพาะ

 ทต่ี าํ แหนงเดียวกนั อุณหภูมเิ พ่ิมข้นึ แมว า การปลอ ย CO2 จะลดลง
 การปลอ ย CO2 ในชว งแรกมีปริมาณเลก็ นอย แตอ ยางไรก็ตามอุณหภมู ิก็ยงั สูง
 ในขณะที่มกี ารเพม่ิ ขนึ้ ในกราฟท่ี 1 เร่อื ยๆ กราฟท่ี 2 ไมเพ่มิ ยังคงเทาเดมิ [หมายเหต:ุ มนั คงที่ “โดย

ภาพรวม”]
 เพราะอณุ หภมู ิในตอนเร่ิมตน ยังคงสูง ในชว งทีป่ ริมาณคารบ อนไดออกไซดต ่ํามากๆ

กลา วถึงความผดิ ปกตขิ องกราฟใดกราฟหน่ึง

 ในชว งประมาณป 1910 ท่ีอุณหภมู ิลดลง และเปนอยอู ยางนน้ั ระยะเวลาหนึง่
 ในกราฟท่ี 2 อณุ หภูมขิ องบรรยากาศของโลกกอนป 1910 ลดลง

เกณฑการใหค ะแนนขอ สอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 23

บง ชี้ถึงกราฟทแี่ ตกตางกนั แตใหคําอธบิ ายไมดี

 ความรอนในชวงป 1940–1950 สูงมาก แตป ริมาณคารบ อนไดออกไซดตาํ่ มาก [หมายเหตุ: ให
คําอธิบายไมดี แตบง ชี้ความแตกตา งอยางเดน ชัด]

ไมไ ดคะแนน

รหสั 0: กลา วถงึ ความผิดปกตขิ องเสนกราฟ โดยไมก ลา วถึงกราฟท้งั สองอยางเฉพาะเจาะจง

 มันขน้ึ และลงเล็กนอ ย
 มนั ลดลงในป 1930

กลาวถึงชว งเวลาหรอื ปไมเ ดน ชดั โดยไมมคี ําอธิบาย

 ตรงสว นกลาง
 ป 1910

คําตอบอน่ื ๆ

 อณุ หภมู โิ ดยเฉลีย่ ในป 1940 เพ่ิมข้นึ แตการปลอ ยคารบ อนไดออกไซดไ มเพม่ิ
 อณุ หภูมใิ นชวงประมาณป 1910 เพ่ิมขึ้นแตการปลอยคารบ อนไดออกไซดไ มเพิม่

รหัส 9: ไมต อบ

คาํ ถามที่ 17 : ปรากฏการณเ รอื นกระจก S114Q05 – 01 02 03 11 12 99

อจั ฉรยิ ะยนื ยนั ขอ สรุปของเขาท่ีวา อุณหภูมิเฉลยี่ ของบรรยากาศของโลกสงู ขนึ้ เปนผลมาจากการเพิม่ ข้ึน
ของคารบอนไดออกไซด แตจนิ ตนาคดิ วาการสรุปของอัจฉรยิ ะไมมขี อ มูลพอ เธอบอกวา “กอนที่จะ
ยอมรบั ขอสรปุ นี้ คณุ ตอ งแนใ จวา ปจ จัยอน่ื ๆ ท่ีอาจมผี ลตอปรากฏการณเ รือนกระจกตองมีคาคงท”่ี

จงบอกปจ จยั ที่จินตนากลาวถึงมา 1 อยา ง

...........................................................................................................................................

...........................................................................................................................................

ลักษณะเฉพาะของขอ สอบ ประเทศ % ตอบถูก
สมรรถนะ : การอธิบายปรากฏการณเ ชงิ วิทยาศาสตร ญ่ีปนุ 17.59
ความรู : ระบบโลกและอวกาศ เกาหลี 18.27
จนี -ฮอ งกง 30.75
(ความรูวิทยาศาสตร) จนี -มาเกา 21.46
การใชความรู : ดานสิ่งแวดลอม จีน-ไทเป 29.07
สถานการณ : โลก ไทย 11.14
รปู แบบของขอสอบ : สรา งคําตอบแบบอสิ ระ

เกณฑการใหค ะแนนขอสอบวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 3 หนา 24

การใหค ะแนน ปรากฏการณเรือนกระจก 5

คะแนนเตม็ (Level 6 )
รหสั 11: อา งถงึ ปจ จัยที่เกย่ี วของกับพลงั งาน/การแผร ังสี ทมี่ าจากดวงอาทิตย

 ดวงอาทติ ยอาจจะรอ นข้นึ และอาจเปน ไปไดทโี่ ลกกําลังเปลย่ี นแปลงตําแหนง
 พลงั งานสะทอ นกลบั จากโลก [สันนษิ ฐานวา “โลก” นกั เรียนหมายถงึ “พ้นื ดนิ ”]

รหัส 12: อา งถงึ ปจจัยทีเ่ ก่ียวขอ งกับองคป ระกอบทางธรรมชาติหรือมลภาวะทอ่ี าจเก่ยี วของ

 ไอน้ําในอากาศ
 เมฆ
 เหตกุ ารณเชน ภเู ขาไฟระเบิด
 มลภาวะทางอากาศ (กาซ, เชอื้ เพลิง)
 ปรมิ าณของกา ซจากไอเสีย
 CFC
 จํานวนรถยนต
 โอโซน (ที่เปนองคประกอบของอากาศ) [หมายเหตุ: สาํ หรบั อา งถึงสิ่งทีไ่ มมี ใชรหัส 03]

ไมไ ดคะแนน
รหสั 01: กลาวถงึ สาเหตทุ มี่ ีผลตอความเขมขนของคารบอนไดออกไซด

 การทาํ ลายปาดิบฝน
 ปริมาณของคารบอนไดออกไซดท่ถี ูกปลอ ยออกมา
 เช้อื เพลิงจากฟอสซิล

รหัส 02: อา งถึงปจ จัยท่ีไมเฉพาะเจาะจง

 ปุย
 สเปรย
 สภาพของดนิ ฟา อากาศท่ีเปนมา

รหสั 03: ปจ จัยอื่นๆ ที่ไมถกู ตอง หรอื คําตอบอืน่ ๆ

 ปรมิ าณของออกซิเจน
 ไนโตรเจน
 รอยรว่ั ในช้นั โอโซนมีขนาดใหญขึ้น

รหัส 99: ไมต อบ

เกณฑก ารใหคะแนนขอสอบวิทยาศาสตร ชดุ ที่ 3 หนา 25


Click to View FlipBook Version