1
ส่วนท่ี ๑
ความนา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเท่ียง (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแผนหรือแนวทาง หรือข้อก้าหนดของการจัดการศึกษา
ของโรงเรยี นปลาคา้ วหนองนา้ เท่ยี งท่ีจะใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอนเพอ่ื พัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีคณุ ภาพตามมาตรฐาน
ท่ีก้าหนดมุ่งพัฒนาผู้เรียนใหเ้ ป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพท่ีสุจริต
ตลอดจนการรู้จักอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีท้องถ่ิน โดยมุ่งหวังให้มีความสมบูรณ์ทังด้านร่างกาย จิตใจ และ
สติปัญญา อีกทังมีความรู้และทักษะที่จ้าเป็นส้าหรับการด้ารงชีวิต และมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล เพื่อการ
แข่งขันในยุคปัจจุบัน ดังนันหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเที่ยง (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๔) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ จงึ ประกอบดว้ ยสาระสา้ คัญของหลักสูตร
แกนกลาง สาระความรู้ที่เก่ียวข้องกับชุมชนท้องถ่ิน และสาระส้าคัญที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม โดยจัดเป็นสาระการ
เรียนรู้รายวชิ าพืนฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีวัด และสาระการเรียนร้เู พิม่ เติม จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เป็นรายปีในระดับประถมศึกษา และก้าหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเที่ยง ตาม
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเที่ยง (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั พนื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
วสิ ยั ทศั น์โรงเรียน
โรงเรยี นปลาคา้ วหนองน้าเท่ยี ง เป็นโรงเรยี นนา่ อยู่ นักเรียนมคี วามรคู้ ูค่ ณุ ธรรม
น้าปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง วัฒนธรรมท่ีดี เทคโนโลยเี พ่อื การศึกษา ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน เป็นแนวปฏิบัติ
และปรบั ตัวสู่สมาคมอาเซยี น ผ้บู รหิ ารและครเู ป็นผนู้ ้าการศึกษา ใช้หลักธรรมาภิบาล ประสานงานกบั ชุมชม
จัดการศึกษาให้ผู้เรยี นดา้ รงชีวิตอยใู่ นสงั คมได้อย่างมคี วามสุข
พนั ธกิจโรงเรยี น
๑. จัดกระบวนการเรยี นรทู้ ุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้ โดยยึดผเู้ รยี นเป็นสา้ คญั
๒. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรยี นการสอนตามแนว
ปฏริ ูปกระบวนการเรยี นรู้
๓. จัดหาและพัฒนาแหล่งเรียนรแู้ ละเทคโนโลยี ทังในและนอกโรงเรยี นใหเ้ ออื ตอ่ การเรียนรขู้ อง
ผู้เรยี น ตามศกั ยภาพ
๔. จดั กิจกรรมส่งเสรมิ ให้นักเรยี นนา้ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง วัฒนธรรมท่ีดี เทคโนโลยีการศึกษา
ในการด้าเนินชีวติ และปรับตัวสู่สมาคมอาเซียน
๕. พัฒนาสมรรถนะที่ส้าคญั ตามนโยบาย “หน่ึงดนตรี หนงึ่ กีฬา สองภาษา”
๖. รว่ มกบั ชมุ ชนในการอนุรกั ษป์ ระเพณี วฒั นธรรมทดี่ ี สงิ่ แวดลอ้ ม รวมทังการตอ่ ตา้ นอบายมุข
สง่ิ เสพติด
๗. ร่วมกบั ชมุ ชนในการป้องกนั ปัญหาและพัฒนาผู้เรยี น ให้มกี ารพฒั นาทัง กาย ใจ อารมณ์ สังคม
และสตปิ ญั ญา ตามศกั ยภาพ
2
๘. จดั กิจกรรมใหผ้ ู้เรยี น มคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลักสตู ร มคี ุณธรรม อยู่รว่ มกบั สังคมได้
อยา่ งมีความสุข
เป้าประสงคโ์ รงเรียน
นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ มีความรคู้ ู่คุณธรรม มสี ุขภาพอนามยั อนามยั ที่
สมบูรณ์แข็งแรง มจี ิตส้านึกในการอนุรกั ษป์ ระเพณี วฒั นธรรมไทยและสง่ิ แวดล้อม มที กั ษะอาชีพ สามารถอยูร่ ่วมกับ
สงั คมได้อยา่ งมีความสุข
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเท่ียง (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพนื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุ่ ให้ผูเ้ รยี นเกดิ สมรรถนะสา้ คัญ ๕ ประการ ดงั นี
๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเองเพ่ือแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์
อันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทังการเจรจาต่อรอง เพ่ือขจัดและลดปญั หาความขัดแย้งต่าง ๆ
การเลอื กรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ธิ ีการสื่อสารท่ีมีประสิทธิภาพ
โดยค้านงึ ถงึ ผลกระทบทีม่ ีตอ่ ตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์
การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพอ่ื น้าไปสู่การสร้างองคค์ วามรูห้ รอื สารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ
เก่ียวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสม บนพืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพนั ธ์และการเปลี่ยนแปลง
ของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใช้ในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา และมกี ารตดั สินใจ
ทม่ี ีประสิทธิภาพ โดยคา้ นึงถึงผลกระทบทเี่ กิดขนึ ต่อตนเอง สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต เป็นความสามารถในการนา้ กระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการด้าเนิน
ชวี ิตประจ้าวัน การเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง การเรียนร้อู ย่างต่อเน่ือง การทา้ งาน และการอย่รู ว่ มกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม
ความสัมพันธ์อันดรี ะหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผ้อู นื่
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ
และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพ่ือการพฒั นาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสอ่ื สาร การท้างาน
การแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสม และมคี ุณธรรม
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเท่ียง (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เพื่อให้สามารถ
อยรู่ ่วมกบั ผู้อื่นในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ
๓. มวี ินยั
3
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการท้างาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
๑. มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
๒. ซ่อื สัตย์ เสียสละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสงิ่ ที่ดงี ามเพื่อสว่ นรวม
๓. กตญั ญตู ่อพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครบู าอาจารย์
๔. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศกึ ษาเลา่ เรียน ทงั ทางตรงและทางออ้ ม
๕. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
๖. มศี ลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดตี อ่ ผู้อืน่ เผอ่ื แผ่และแบง่ ปัน
๗. เขา้ ใจเรียนรู้การเป็นประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ ทีถ่ กู ตอ้ ง
๘. มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
๙. มีสติรตู้ ัว รู้คดิ รทู้ ้า รู้ปฏบิ ตั ิตามพระราชด้ารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั
๑๐. รจู้ ักดา้ รงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งตามพระราชด้ารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจ้าเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจ้าหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเม่ือมี
ความพร้อม เมอื่ มภี ูมคิ มุ้ กันท่ีดี
๑๑. มีความเข้มแข็งทังร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพต้ ่ออา้ นาจฝ่ายต้่า หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลวั
ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
๑๒. คา้ นงึ ถึงผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาติ มากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
หลักสตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา
ส้านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับส้านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน (สพฐ.) ได้จัดทา้ หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสา้ หรับใช้ในทุกระดับการศึกษา
ในส่วนของส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐานได้จัดท้าหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา รายวิชาเพ่ิมเติม
“การป้องกันการทุจรติ ” ขึน และคณะรฐั มนตรมี มี ติเหน็ ชอบหลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษา เม่อื วนั ท่ี ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑
และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน้าหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา
โดยมุ่งเน้นการสร้างความรคู้ วามเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับความหมายและขอบเขตของการกระท้าทุจริตในลักษณะ
ตา่ ง ๆ ทังทางตรงและทางออ้ ม ความเสยี หายท่ีเกิดจากการทจุ ริต ความส้าคญั ของการต่อตา้ นการทุจรติ รวมทังจดั
ใหม้ กี ารประเมนิ ผลสัมฤทธข์ิ องการจัดหลกั สตู รในแตล่ ะชว่ งวัยของผูเ้ รยี นด้วย
หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพ่ิมเติม “การป้องกันการทุจริต”
ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรยี นรู้ ได้แก่ ๑) การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒) ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ๓) STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต ๔) พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบต่อ
สังคม ที่สถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังและป้องกนั การทุจริตไม่ให้เกิดขึน โดยเร่ิมปลูกฝังผู้เรียนตังแต่ชัน
4
ปฐมวัยจนถึงชันมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะที่ส้าคัญ และมี
คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์
5
สว่ นท่ี ๒
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนปลาคา้ วหนองนาเทยี่ ง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นปลาคา้ วหนองน้าเท่ียง ฉบบั ปรับปรุง พุทธศักราช) ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพนื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไดก้ า้ หนดโครงสร้างของหลกั สตู รสถานศึกษา เพอ่ื ให้ผสู้ อนและผู้ที่
เกย่ี วข้องในการจดั การเรียนรู้ตามหลักสูตรของสถานศึกษามแี นวปฏิบตั ิ ดงั นี
ระดบั การศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนปลาคา้ วหนองน้าเที่ยง (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพนื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ จัดการศึกษา ดังนี
ระดบั ประถมศึกษา (ชันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖) การศึกษาระดับนเี ปน็ ช่วงแรกของการศกึ ษาภาคบังคับ
มงุ่ เน้นทกั ษะพืนฐานดา้ นการอ่าน การเขียน การคดิ คา้ นวณ ทักษะการคดิ พนื ฐาน การตดิ ตอ่ สื่อสาร กระบวนการ
เรียนรู้ทางสังคม และพืนฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทังในด้านร่างกาย
สตปิ ัญญา อารมณ์ สังคม และวฒั นธรรม โดยเนน้ จดั การเรียนรู้แบบบูรณาการ
การจดั เวลาเรียน
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเท่ียง ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช) ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้จัดเวลาเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่ม 8สาระ และ
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น โดยจัดใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ท จดุ เนน้ ของโรงเรียน และสภาพของผเู้ รยี น ดงั นี
ระดบั ประถมศึกษา (ชันประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖) จัดเวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมีเวลาเรยี นวันละ 6 ชั่วโมง
โครงสร้างหลักสูตร
โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปลาค้าวหนองน้าเท่ยี ง (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๔) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้าง
หลักสตู รชันปี ดงั นี
๑. โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรยี นของแต่ละกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ กลุม่ สาระ 8 ท่เี ปน็ เวลาเรยี นพนื ฐาน เวลาเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ และเวลาในการจัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
จ้าแนกแต่ละชันปี ในระดบั ประถมศกึ ษา ดังนี
6
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปลาคา้ วหนองนาเทยี่ ง
โครงสรา้ งเวลาเรยี น ระดับประถมศึกษา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู/้ รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น : ชว่ั โมง/ปี
ระดับประถมศึกษา
กลุม่ สาระการเรยี นรู้/วชิ าพืนฐาน ป.๑ ป.๒ ป.3 ป.4 ป.๕ ป.6
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑60 ๑60 ๑60
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑60 ๑60 ๑60
วิทยาการคา้ นวณ ๘๐ ๘๐ ๘๐ 80 80 80
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 40 40 40 40 40 40
ประวตั ิศาสตร์ 80 80 80 ๘0 ๘0 ๘0
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศลิ ปะ ๔0 ๔0 ๔0 ๘0 ๘0 ๘0
การงานอาชพี 40 40 40 ๘0 ๘0 ๘0
ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ 80 80 80
รวมเวลาเรียน (รายวิชาพนื ฐาน) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘0 ๘0 ๘0
880 880 880 880 880 880
รายวิชาเพ่มิ เติม
ภาษาอังกฤษเพ่อื การส่ือสาร ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔0 ๔0 ๔0
หน้าท่ีพลเมอื ง - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
การปอ้ งกนั การทจุ รติ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรยี น (รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ) ๑20 ๑2๐ ๑2๐ ๑๒๐ ๑๒0 ๑๒0
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔0 ๔0 ๔0
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐ ๔0 ๔0 ๔0 ๔0 ๔0
ลกู เสอื /เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ชมุ นมุ *
กิจกรรมเพ่อื สงั คม (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
และสาธารณประโยชน์**
รวมเวลา (กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น) ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0
๑,๑๒0ช่ัวโมง ๑,๑๒0ช่ัวโมง
รวมเวลาทงั หมด
*กิจกรรมชุมนุมนักเรียนเลอื กเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
๑. ชุมนมุ ดนตรีพืนบา้ น ๕. ชมุ นุมวทิ ยาศาสตร์
๒. ชมุ นมุ รกั ษ์ภาษา ๖. ชุมนมสง่ิ ประดิษฐ์
๓. ชุมนุมภาษาองั กฤษ
๔. ชุมนุมกีฬา
7
**ผเู้ รยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ผนวกในกจิ กรรมลกู เสอื /เนตรนารี
๒. โครงสรา้ งหลักสตู รชันปี เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอยี ดเวลาเรียนของรายวิชาพนื ฐาน รายวชิ า/กิจกรรม
เพ่มิ เตมิ และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นจา้ แนกแต่ละชนั ปี ดงั นี
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปลาค้าวหนองนาเทยี่ ง
ระดบั ประถมศกึ ษา ชันประถมศึกษาปีที่ ๑
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชว่ั โมง/ป)ี (ช่ัวโมง/สปั ดาห)์
รหสั วิชา รายวิชาพนื ฐาน
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๘8๐ ๒2
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๕
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๕
ว๑๑๑๐๒ วิทยาการคา้ นวน ๘๐ ๒
ส๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40 1
ส๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ 8๐ 2
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ
40 1
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐ ๑
๑๒๐ ๓
อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑2๐ 3
๘๐ ๒
รหัสวชิ า รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๔๐ ๑
๑๒๐ ๓
อ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่อื สาร ๑ ๔๐ ๑
(๘๐) (๒)
ส๑๑๒๐๒ การปอ้ งกันการทุจริต ๑ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
รหัสกิจกรรม กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (๑๐) ผนวกในกิจกรรม
ก๑๑๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว ลูกเสือ/เนตรนารี
กจิ กรรมนักเรยี น ๑,๑๒๐ ๒๘
ก๑๑๙๐๒ ลกู เสอื /เนตรนารี
ก๑๑๙๐๓ ชมุ นมุ *
ก๑๑๙๐๔ กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพ่ิมความรู้
รวมเวลาเรียนทงั หมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
*กิจกรรมชุมนมุ นกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชุมนุมดนตรพี นื บ้าน ๕. ชมุ นุมวทิ ยาศาสตร์
๒. ชุมนมุ รักษ์ภาษา ๖. ชมุ นมส่งิ ประดษิ ฐ์
๓. ชุมนมุ ภาษาอังกฤษ
๔. ชมุ นมุ กฬี า
8
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปลาคา้ วหนองนาเทยี่ ง
ระดับประถมศึกษา ชันประถมศึกษาปีท่ี ๒
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชวั่ โมง/ป)ี (ชว่ั โมง/สัปดาห์)
รหัสวิชา รายวิชาพืนฐาน
๘8๐ ๒2
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘๐ ๒
40 1
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 8๐ 2
๔๐ ๑
ว๑๒๑๐2 วิทยาการค้านวน ๔๐ ๑
40 1
ส๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๑
๑๒๐ ๓
ส๑๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑2๐ 3
๘๐ ๒
พ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๑
๑๒๐ ๓
ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๔๐ ๑
(๘๐) (๒)
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ (๑๐) ผนวกในกิจกรรม
รหัสวิชา รายวิชาเพมิ่ เติม ลูกเสอื /เนตรนารี
อ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร ๒ ๑,๑๒๐ ๒๘
ส๑๒๒๐๒ การป้องกันการทุจรติ ๒
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ก๑๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน
ก๑๒๙๐๒ ลูกเสือ/เนตรนารี
ก๑๒๙๐๓ ชมุ นุม*
ก๑๒๙๐๔ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพมิ่ ความรู้
รวมเวลาเรียนทังหมดตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร
*กจิ กรรมชุมนมุ นักเรียนเลือกเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
๑. ชมุ นมุ ดนตรีพนื บ้าน ๕. ชุมนุมวทิ ยาศาสตร์
๒. ชมุ นุมรกั ษ์ภาษา ๖. ชุมนมสง่ิ ประดิษฐ์
๓. ชมุ นมุ ภาษาองั กฤษ
๔. ชุมนมุ กฬี า
9
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปลาคา้ วหนองนาเทยี่ ง
ระดับประถมศึกษา ชันประถมศึกษาปีท่ี ๓
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชวั่ โมง/ป)ี (ชว่ั โมง/สัปดาห์)
รหัสวิชา รายวิชาพืนฐาน
๘8๐ ๒2
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘๐ ๒
40 1
ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 8๐ 2
๔๐ ๑
ว๑๓๑๐2 วิทยาการค้านวน ๔๐ ๑
40 1
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๑
๑๒๐ ๓
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑2๐ 3
๘๐ ๒
พ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๑
๑๒๐ ๓
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐ ๑
(๘๐) (๒)
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
อ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ (๑๐) ผนวกในกิจกรรม
รหัสวิชา รายวิชาเพมิ่ เติม ลูกเสอื /เนตรนารี
อ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร ๓ ๑,๑๒๐ ๒๘
ส๑๓๒๐๒ การป้องกันการทุจรติ ๓
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ก๑๓๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน
ก๑๓๙๐๒ ลูกเสือ/เนตรนารี
ก๑๓๙๐๓ ชมุ นุม*
ก๑๓๙๐๔ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพมิ่ ความรู้
รวมเวลาเรียนทังหมดตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร
*กจิ กรรมชุมนมุ นักเรียนเลือกเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
๑. ชมุ นมุ ดนตรีพนื บ้าน ๕. ชุมนุมวทิ ยาศาสตร์
๒. ชมุ นุมรกั ษ์ภาษา ๖. ชุมนมสง่ิ ประดิษฐ์
๓. ชมุ นมุ ภาษาองั กฤษ
๔. ชุมนมุ กฬี า
10
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นปลาคา้ วหนองนาเทยี่ ง
ระดบั ประถมศกึ ษา ชันประถมศึกษาปที ี่ ๔
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ป)ี (ชัว่ โมง/สปั ดาห)์
รหัสวิชา รายวิชาพนื ฐาน
๘8๐ ๒2
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑60 ๔
๑60 ๔
ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80 2
40 1
ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘0 ๒
๔๐ ๑
ว๑๔๑๐๑2 วิทยาการค้านวณ ๘0 ๒
๘0 ๒
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80 ๑
๘0 ๒
ส๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑๒๐ ๓
๔๐ ๑
พ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐ ๓
๔๐ ๑
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑
(๑๐) ผนวกในกจิ กรรม
รหสั วิชา รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ลูกเสอื /เนตรนารี
อ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การสื่อสาร ๔
๑,๐๘๐ ๒๗
ส๑๔๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๔
ส๑๔๒๐๒ การป้องกันการทจุ ริต ๔
รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ก๑๔๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น
ก๑๔๙๐๒ ลกู เสือ/เนตรนารี
ก๑๔๙๐๓ ชุมนุม*
ก๑๔๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพ่มิ ความรู้
รวมเวลาเรยี นทงั หมดตามโครงสรา้ งหลักสูตร
*กจิ กรรมชมุ นุมนักเรยี นเลอื กเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
๑. ชุมนุมดนตรพี นื บ้าน ๕. ชมุ นุมวิทยาศาสตร์
๒. ชุมนุมรกั ษภ์ าษา ๖. ชุมนมสิ่งประดิษฐ์
๓. ชุมนมุ ภาษาอังกฤษ
๔. ชุมนุมกฬี า
11
โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปลาค้าวหนองนาเทย่ี ง
ระดับประถมศึกษา ชนั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ปี) (ช่ัวโมง/สปั ดาห)์
รหสั วิชา รายวิชาพนื ฐาน
๘8๐ ๒2
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑60 ๔
๑60 ๔
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80 2
40 1
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘0 ๒
๔๐ ๑
ว๑๕๑๐2 วทิ ยาการค้านวณ ๘0 ๒
๘0 ๒
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80 ๑
๘0 ๒
ส๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑๒๐ ๓
๔๐ ๑
พ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐ ๓
๔๐ ๑
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชพี (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑
(๑๐) ผนวกในกิจกรรม
รหัสวิชา รายวิชาเพม่ิ เติม
ลกู เสือ/เนตรนารี
อ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
๑,๐๘๐ ๒๗
ส๑๕๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง
ส๑๕๒๐๒ การป้องกันการทุจริต
รหสั กิจกรรม กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน
ก๑๕๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
ก๑๕๙๐๒ ลูกเสือ/เนตรนารี
ก๑๕๙๐๓ ชุมนมุ *
ก๑๕๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพิ่มความรู้
รวมเวลาเรียนทงั หมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร
*กจิ กรรมชมุ นุมนกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชมุ นุมดนตรพี นื บ้าน ๕. ชุมนุมวิทยาศาสตร์
๒. ชมุ นุมรกั ษภ์ าษา ๖. ชมุ นมสง่ิ ประดิษฐ์
๓. ชมุ นมุ ภาษาอังกฤษ
๔. ชมุ นมุ กีฬา
12
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นปลาคา้ วหนองนาเทยี่ ง
ระดบั ประถมศกึ ษา ชันประถมศึกษาปที ี่ ๖
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ป)ี (ชัว่ โมง/สปั ดาห)์
รหสั วิชา รายวิชาพนื ฐาน
๘8๐ ๒2
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑60 ๔
๑60 ๔
ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80 2
40 1
ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘0 ๒
๔๐ ๑
ว๑๖๑๐2 วทิ ยาการค้านวณ ๘0 ๒
๘0 ๒
ส๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80 ๑
๘0 ๒
ส๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑๒๐ ๓
๔๐ ๑
พ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐ ๓
๔๐ ๑
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑
(๑๐) ผนวกในกจิ กรรม
รหัสวชิ า รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ลูกเสอื /เนตรนารี
อ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การสื่อสาร ๖
๑,๐๘๐ ๒๗
ส๑๖๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๖
ส๑๖๒๐๒ การป้องกันการทจุ ริต ๖
รหัสกิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ก๑๖๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น
ก๑๖๙๐๒ ลกู เสือ/เนตรนารี
ก๑๖๙๐๓ ชุมนุม*
ก๑๖๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพ่มิ ความรู้
รวมเวลาเรียนทังหมดตามโครงสรา้ งหลักสูตร
*กจิ กรรมชุมนุมนักเรยี นเลอื กเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
๑. ชุมนุมดนตรพี นื บา้ น ๕. ชมุ นุมวิทยาศาสตร์
๒. ชมุ นมุ รักษภ์ าษา ๖. ชุมนมสิ่งประดิษฐ์
๓. ชุมนุมภาษาอังกฤษ
๔. ชมุ นมุ กีฬา
13
สว่ นท่ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ า
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นปลาค้าวหนองน้าเท่ียง (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖4) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพนื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ก้าหนดค้าอธบิ ายรายวิชาของวิชาตา่ ง ๆ ท่ีสอนในแต่ละปี
การศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ชื่อรหัสวิชา ชื่อรายวิชา จ้านวนชั่วโมงต่อปี ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และสาระการ
เรียนรรู้ ายปี
คา้ อธบิ ายรายวิชาจะชว่ ยให้ผูส้ อนจัดหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละชนั ปี ไดส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้
เนอ่ื งจากคา้ อธิบายรายวิชาจะรวมสาระการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนต้องเรยี นร้ตู ลอดทงั ปี กลุ่มของสาระการเรยี นรู้ตลอดปี
จะมีจ้านวนมาก ดังนัน การจัดเป็นหน่วยการเรียนรูห้ ลาย ๆ หน่วย จะช่วยให้กลุ่มของสาระการเรียนรมู้ ีขนาดเลก็ ลง
และบรู ณาการได้หลากหลายมากขนึ
โรงเรยี นปลาค้าวหนองนา้ เท่ยี ง ได้กา้ หนดรายละเอยี ดของค้าอธิบายรายวชิ าเรียงตามล้าดับไว้ ดงั นี
๑. ค้าอธบิ ายรายวชิ ากลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชันประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถงึ ชนั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒. ค้าอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถงึ ชันประถมศึกษาปที ี่ ๖
๓. ค้าอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงชัน
ประถมศึกษาปที ี่ ๖
๔. ค้าอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชันประถมศึกษาปีท่ี ๑
ถึงชนั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๕. ค้าอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ถึงชันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๖. ค้าอธบิ ายรายวิชากล่มุ สาระการเรียนรูส้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถงึ ชันประถมศึกษา
ปีที่ ๖
๗. คา้ อธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชนั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถึงชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๘. คา้ อธิบายรายวิชากลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ ชนั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงชนั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๙. ค้าอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชันประถมศึกษาปีท่ี ๑
ถึงชันประถมศึกษาปที ี่ ๖
๑๐. ค้าอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม วชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ การสือ่ สาร ชันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชนั ประถมศึกษา
ปีที่ ๖
๑๑. คา้ อธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม วชิ าหนา้ ท่พี ลเมอื ง ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ถึงชันประถมศึกษาปที ่ี ๖
๑๒. คา้ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม วิชาการปอ้ งกันการทุจรติ ชันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถงึ ชันประถมศึกษา
ปีท่ี ๖
๑๓. ค้าอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ชันประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถงึ ชนั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
14
คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
15
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
ฝึกอ่านออกเสียงค้า ค้าคล้องจอง และข้อความสัน ๆ บอกความหมายของค้าและข้อความ ตอบค้าถาม
เลา่ เร่ืองย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลอื กอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม้่าเสมอ นา้ เสนอเร่ืองท่ีอ่าน บอกความหมาย
ของเครือ่ งหมายหรือสัญลักษณส์ า้ คัญท่ีมักพบเหน็ ในชวี ิตประจ้าวัน มมี ารยาทในการอา่ น ฝึกคัดลายมอื ด้วยตัวบรรจง
เต็มบรรทัด เขยี นส่อื สารดว้ ยคา้ และประโยคงา่ ย ๆ มีมารยาทในการเขยี น
ฝกึ ทักษะในการฟงั ฟงั คา้ แนะนา้ คา้ ส่งั งา่ ย ๆ และปฏิบัตติ าม ตอบค้าถาม เลา่ เรื่อง พดู แสดงความคิดเห็น
และความรูส้ ึกจากเรื่องท่ีฟังและดู พดู ส่อื สารไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์ เน้นมารยาทในการฟงั การดแู ละการพดู
ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้า
เรยี บเรยี งค้าเปน็ ประโยคง่าย ๆ ตอ่ ค้าคลอ้ งจองง่าย ๆ
บอกขอ้ คิดท่ไี ด้จากการอ่านหรือการฟงั วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองส้าหรับเดก็ ฝกึ ทอ่ งจ้าบทอาขยาน
ตามท่ีก้าหนดและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหา
ความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตังค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟงั
การดูและการพูด พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด
เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สือ่ สารไดถ้ ูกต้อง รกั การเรยี นภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนรุ ักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถน้าไปประยกุ ต์ใชก้ ับชีวิตประจา้ วนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑,๒/๑.ป , ป.๑/๓ ,๕/๑.ป ,๔/๑.ป , ป.๑/๖๘/๑.ป ,๗/๑.ป ,
ท ๒.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒๓/๑.ป ,
ท ๓.๑ป.๑/๑ ,๓/๑.ป ,๒/๑.ป , ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ป.๑/๑ ,๓/๑.ป ,๒/๑.ป , ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑๒/๑.ป ,
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชีวัด
16
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ฝึกอา่ นออกเสียงค้า ค้าคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ อธบิ ายความหมายของคา้ และขอ้ ความ
ท่ีอ่าน ตังค้าถาม ตอบค้าถาม ระบุใจความส้าคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์
เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่้าเสมอและน้าเสนอเร่ืองที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตาม
ค้าสัง่ หรือข้อแนะนา้ มมี ารยาทในการอ่าน
ฝกึ คัดลายมือด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด เขยี นเร่ืองสัน ๆ เกยี่ วกบั ประสบการณ์ เขยี นเรื่องสนั ๆ ตามจินตนาการ
มมี ารยาทในการเขยี น
ฝึกทกั ษะการฟัง ฟงั คา้ แนะนา้ ค้าสงั่ ทีซ่ บั ซอ้ นและปฏบิ ัติตาม เลา่ เร่ือง บอกสาระส้าคัญของเร่ือง ตังค้าถาม
ตอบค้าถาม พดู แสดงความคดิ เห็น ความรู้สึก พูดสอ่ื สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู
และการพดู
ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้า
เรียบเรียงค้าเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการส่ือสาร บอกลักษณะค้าคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถ่นิ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ฝึกจับใจความส้าคัญจากเรื่อง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมส้าหรับเด็ก เพ่ือน้าไปใช้
ในชีวติ ประจ้าวัน ร้องบทรอ้ งเล่นส้าหรับเด็กในท้องถ่นิ ท่องจา้ บทอาขยานตามทีก่ ้าหนดและบทร้อยกรองทีม่ ีคุณค่า
ตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปญั หา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตังค้าถาม
ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟงั การดูและการพดู พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด
เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอื่ สารไดถ้ ูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณคา่ ของการอนรุ กั ษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนา้ ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนา้ ไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชวี ิตประจา้ วนั ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑ ,๗/๒.ป ,๖/๒.ป ,๕/๒.ป ,๔/๒.ป ,๓/๒.ป ,๒/๒.ป , ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕, ป.๒/๖ ๗/๒.ป ,
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตัวชีวดั
17
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ฝึกอา่ นออกเสียงค้า ข้อความ เร่ืองสัน ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธบิ ายความหมายของค้าและข้อความ
ที่อ่าน ตังค้าถาม ตอบค้าถามเชิงเหตุผล ล้าดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจากเร่ืองที่อา่ น
เพ่ือน้าไปใช้ในชวี ิตประจ้าวัน เลือกอ่านหนงั สือตามความสนใจอย่างสม้่าเสมอและน้าเสนอเรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียน
เชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคา้ สั่งหรือข้อแนะน้า อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ
มมี ารยาทในการอ่าน
ฝึกคดั ลายมอื ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขยี นบรรยาย เขยี นบนั ทกึ ประจ้าวัน เขยี นเรื่องตามจินตนาการ
มีมารยาทในการเขียน
ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียด บอกสาระส้าคัญ ตังค้าถาม ตอบค้าถาม พูดแสดง
ความคิดเหน็ ความรสู้ ึก พูดส่ือสารได้ชดั เจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพูด
ฝึกเขียนตามหลกั การเขยี น เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้า ระบุชนดิ หนา้ ทขี่ องคา้ ใช้พจนานุกรม
ค้นหาความหมายของค้า แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งค้าคล้องจองและค้าขวญั เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน
ไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ
ระบขุ อ้ คิดทไี่ ด้จากการอ่านวรรณกรรม เพ่อื น้าไปใชใ้ นชวี ิตประจา้ วัน รู้จกั เพลงพืนบา้ น เพลงกล่อมเด็ก
เพื่อปลูกฝงั ความชื่นชมวัฒนธรรมทอ้ งถนิ่ แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับวรรณคดีท่อี า่ น ทอ่ งจ้าบทอาขยานตามทกี่ า้ หนด
และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย
บนั ทกึ การตังค้าถาม ตอบคา้ ถาม ใชท้ ักษะการฟงั การดแู ละการพูด พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิด
รวบยอด
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ ส่อื สารไดถ้ กู ต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณคา่ ของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนา้ ไปประยุกต์ใชก้ ับชวี ติ ประจา้ วนั ได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖, ป.๓/๗ , ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชีวดั
18
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวชิ าพนื ฐาน
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ฝกึ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง อธบิ ายความหมายของคา้ ประโยคและส้านวนจากเรื่องท่ีอ่าน
อ่านเรื่องสัน ๆ ตามเวลาท่ีก้าหนดและตอบค้าถามจากเร่ืองที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่าน เพื่อนา้ ไปใช้
ในชีวติ ประจา้ วัน เลือกอา่ นหนังสือที่มคี ณุ คา่ ตามความสนใจอย่างสมา่้ เสมอและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรอื่ งที่อ่าน
มมี ารยาทในการอ่าน ฝึกคดั ลายมอื ดว้ ยตวั บรรจงเต็มบรรทัดและครง่ึ บรรทัด เขยี นสอ่ื สารโดยใช้คา้ ได้ถูกต้อง ชดั เจน
และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ เพ่ือใช้พฒั นางานเขียน เขยี นย่อความจากเร่อื งสัน ๆ
เขียนจดหมายถึงเพื่อนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า เขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ
มีมารยาทในการเขยี น
ฝึกทักษะการฟงั การดูและการพูด จ้าแนกขอ้ เท็จจริงและข้อคดิ เหน็ เร่ืองท่ีฟงั และดู พดู สรุปจากการฟัง
และดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟังและดู ตังค้าถามและตอบค้าถามเชิงเหตุผล
จากเรื่องที่ฟังและดู พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มีมารยาท
ในการฟัง การดแู ละการพูด ฝึกเขียนตามหลกั การเขยี น เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้าในบรบิ ทต่าง ๆ
ระบุชนิดและหนา้ ท่ีของค้าในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของค้า แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา
แตง่ บทร้อยกรองและค้าขวญั บอกความหมายของส้านวน เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้
ระบุข้อคิดจากนิทานพืนบ้านหรือนิทานคติธรรม อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อน้าไปใช้ในชีวิตจริง
ร้องเพลงพืนบา้ น ท่องจา้ บทอาขยานตามท่กี ้าหนดและบทร้อยกรองท่ีมคี ณุ คา่ ตามความสนใจ โดยใชก้ ระบวนการอา่ น
กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ
กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก
การตังค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคดิ
รวบยอด
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่อื สารได้ถูกต้อง รกั การเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณคา่ ของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนา้ ความรไู้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
น้าไปประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจา้ วันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
19
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑๘/๔.ป ,๗/๔.ป ,๖/๔.ป ,๕/๔.ป ,๔/๔.ป ,๓/๔.ป ,๒/๔.ป ,
ท ๒.๑ ป.๔/๑ ๘/๔.ป ,๗/๔.ป ,๖/๔.ป ,๕/๔.ป ,๔/๔.ป ,๓/๔.ป ,๒/๔.ป ,
ท ๓.๑ ป.๔/๑ ๖/๔.ป ,๕/๔.ป ,๔/๔.ป ,๓/๔.ป ,๒/๔.ป ,
ท ๔.๑ ป.๔/๑๗/๔.ป ,๖/๔.ป ,๕/๔.ป ,๔/๔.ป ,๓/๔.ป ,๒/๔.ป ,
ท ๕.๑ ป.๔/๑๔/๔.ป ,๓/๔.ป ,๒/๔.ป ,
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชวี ัด
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย 20
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื ฐาน
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของค้า ประโยคและข้อความท่ีเป็น
การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจรงิ ขอ้ คดิ เหน็ วเิ คราะห์ แสดงความคิดเห็น
อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย ค้าสั่ง ข้อแนะนา้ และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจ มีมารยาท
ในการอ่าน
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเร่ือง แผนภาพ
ความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น กรอกแบบ
รายการตา่ ง ๆ เขียนเร่อื งตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน
ฝกึ ทักษะการฟงั การดแู ละการพูด พูดแสดงความรู้ ความคดิ เห็นและความร้สู ึก ตงั คา้ ถาม ตอบคา้ ถาม
วิเคราะห์ความ พดู รายงาน มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู
ระบุชนิดและหน้าท่ีของค้าในประโยค จ้าแนกสว่ นประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถน่ิ ใชค้ ้าราชาศัพท์ บอกคา้ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แตง่ บทรอ้ ยกรอง ใชส้ า้ นวนไดถ้ ูกตอ้ ง
สรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม
ที่สามารถน้าไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจา้ บทอาขยานตามที่ก้าหนดและ
บทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ
กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธบิ าย บนั ทึก การตังคา้ ถาม ตอบค้าถาม ใชท้ ักษะการฟัง การดแู ละการพดู
พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด
เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เหน็ คุณค่าของการอนรุ ักษ์
ภาษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนา้ ความรไู้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนโ์ ดยใช้วธิ ีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นา้ ไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ติ ประจา้ วันได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑๘/๕.ป ,๗/๕.ป ,๖/๕.ป ,๕/๕.ป ,๔/๕.ป ,๓/๕.ป ,๒/๕.ป ,
ท ๒.๑ ป.๕/๑ ๙/๕.ป ,๘/๕.ป ,๗/๕.ป ,๖/๕.ป ,๕/๕.ป ,๔/๕.ป ,๓/๕.ป ,๒/๕.ป ,
ท ๓.๑ ป.๕/๑,๓/๕.ป ,๒/๕.ป , ป.๕/๔๕/๕.ป ,
ท ๔.๑ ป.๕/๑ ๗/๕.ป ,๖/๕.ป ,๕/๕.ป ,๔/๕.ป ,๓/๕.ป ,๒/๕.ป ,
ท ๕.๑ ป.๕/๑๔/๕.ป ,๓/๕.ป ,๒/๕.ป ,
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชวี ัด
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย 21
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ฝึกอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของค้า ประโยคและข้อความท่ีเป็นโวหาร
อ่านเร่ืองสัน ๆ อย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั เร่อื งทอ่ี า่ นเพื่อน้าไปใชใ้ นการด้าเนินชวี ิต อา่ นงานเขยี นเชงิ อธบิ าย ค้าสั่ง ขอ้ แนะน้า และปฏบิ ตั ิตาม อธบิ าย
ความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมแิ ละกราฟ เลือกอา่ นหนงั สือตามความสนใจและอธิบาย
คุณค่าที่ไดร้ บั มมี ารยาทในการอ่าน
ฝกึ คดั ลายมอื ด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและครึง่ บรรทัด เขียนสอ่ื สารโดยใช้ค้าไดถ้ ูกต้อง ชดั เจน และเหมาะสม
เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใชพ้ ัฒนางานเขยี น เขยี นเรียงความ เขียนย่อความจากเรอ่ื งอา่ น
เขยี นจดหมายสว่ นตวั กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเร่อื งตามจินตนาการและสรา้ งสรรค์ มมี ารยาทในการเขียน
ฝึกทักษะการฟงั การดแู ละการพูด พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจ จุดประสงค์ของเรอื่ งทฟ่ี งั และดู ตงั ค้าถาม
และตอบค้าถามเชิงเหตุผลจากเรอ่ื งท่ีฟงั และดู วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากเรอ่ื งที่ฟังและดูสื่อโฆษณาอย่างมเี หตุผล
พูดรายงานเร่ืองหรอื ประเด็นที่ศึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและนา่ เชือ่ ถือ
มีมารยาทในการฟงั การดูและการพูด
ฝกึ วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของค้าในประโยค ใช้คา้ ไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและบอก
ความหมายของค้าภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ระบุลกั ษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบ
ส้านวนทีเ่ ป็นค้าพังเพยและสภุ าษิต
ฝกึ แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรอื วรรณกรรมที่อ่าน เลา่ นทิ านพนื บ้านทอ้ งถ่นิ ตนเองและนิทานพืนบ้าน
ของทอ้ งถน่ิ อน่ื อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอา่ นและน้าไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ ท่องจา้ บทอาขยาน
ตามทก่ี ้าหนดและบทรอ้ ย โดยใชก้ ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการ
แก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนการแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยี
ในการสือ่ สาร กระบวนการใช้ทกั ษะทางภาษา การฝกึ ปฏิบัติ อธิบาย บันทกึ การตงั คา้ ถาม ตอบคา้ ถาม ใช้ทักษะ
การฟงั การดแู ละการพดู พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด
เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอื่ สารไดถ้ ูกตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนรุ ักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถน้าความรไู้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใชว้ ธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถ
นา้ ไปประยกุ ตใ์ ชก้ ับชีวิตประจา้ วนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
22
ท ๑.๑ ป.๖/๑,๗/๖.ป ,๖/๖.ป ,๕/๖.ป ,๔/๖.ป ,๓/๖.ป ,๒/๖.ป , ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑,๘/๖.ป ,๗/๖.ป ,๖/๖.ป ,๕/๖.ป ,๔/๖.ป ,๓/๖.ป ,๒/๖.ป , ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑๖/๖.ป ,๕/๖.ป ,๔/๖.ป ,๓/๖.ป ,๒/๖.ป ,
ท ๔.๑ ป.๖/๑๖/๖.ป ,๕/๖.ป ,๔/๖.ป ,๓/๖.ป ,๒/๖.ป ,
ท ๕.๑ ป.๖/๑๔/๖.ป ,๓/๖.ป ,๒/๖.ป ,
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ชีวัด
23
คาอธบิ ายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
24
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
บอกจ้านวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงสง่ิ ต่าง ๆ ตามจา้ นวนทีก่ ้าหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย
แสดงจ้านวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจ้านวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เครื่องหมาย = ≠ > <
เรียงล้าดับจ้านวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ตังแต่ ๓ ถึง ๕ จ้านวน หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์
แสดงการบวกและประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการลบของจ้านวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐ และ ๐ แสดงวธิ ีหาคา้ ตอบของโจทย์
ปญั หาการบวกและโจทยป์ ญั หาการลบของจ้านวนนับไม่เกนิ ๑๐๐ และ ๐
ระบุจา้ นวนทห่ี ายไปในแบบรูปของจ้านวนทเ่ี พิม่ ขนึ หรอื ลดลงทีละ ๑ และทลี ะ ๑๐ และระบรุ ปู ทห่ี ายไป
ในแบบรูปซ้าของรูปเรขาคณิตและรปู อ่นื ๆ ทีส่ มาชกิ ในแต่ละชดุ ท่ีซ้ามี ๒ รูป
วัดและเปรยี บเทยี บความยาวเปน็ เซนตเิ มตร เปน็ เมตร วัดและเปรยี บเทยี บน้าหนักเป็นกโิ ลกรมั เปน็ ขีด
และใชห้ นว่ ยท่ีไมใ่ ชห่ นว่ ยมาตรฐาน
จา้ แนกรูปสามเหลย่ี ม รูปสเ่ี หลย่ี ม วงกลม วงรี ทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย
ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาค้าตอบของโจทย์ปัญหา เม่ือก้าหนดรปู ๑ รปู แทน ๑ หน่วย
มำตรฐำน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวม ๕ มาตรฐาน ๑๐ ตัวชีวัด
25
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ คาอธิบายรายวิชาพนื ฐาน
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
บอกจ้านวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงสงิ่ ต่าง ๆ ตามจ้านวนทก่ี ้าหนด อา่ นและเขียนตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย
ตัวหนงั สอื แสดงจ้านวนนับไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ เปรยี บเทียบจ้านวนนับไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช้เครื่องหมาย
= ≠ > < เรียงลา้ ดับจา้ นวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตงั แต่ ๓ ถงึ ๕ จ้านวนจากสถานการณ์ต่าง ๆ หาคา่ ของตัว
ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจ้านวนนับไม่เกนิ ๑,๐๐๐
และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจา้ นวน ๑ หลักกับจ้านวนไม่เกิน ๒ หลัก
หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารท่ตี ัวตังไมเ่ กนิ ๒ หลกั ตวั หาร ๑ หลกั โดยท่ีผลหารมี ๑ หลัก
ทังหารลงตัวและหารไมล่ งตัว หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน ของจ้านวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวธิ ี
หาค้าตอบของโจทย์ปญั หา ๒ ขนั ตอน ของจ้านวนนับไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐
แสดงวธิ ีหาคา้ ตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับเวลาที่มีหนว่ ยเด่ียวและเปน็ หนว่ ยเดียวกนั วัดและเปรียบเทียบ
ความยาวเปน็ เมตรและเซนตเิ มตร พรอ้ มทังแสดงวิธหี าค้าตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบเกย่ี วกับความยาว
ท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด พร้อมทัง
แสดงวธิ หี าค้าตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบเกีย่ วกบั นา้ หนกั ทม่ี ีหน่วยเปน็ กิโลกรมั และกรัม กโิ ลกรัมและขดี
วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจเุ ปน็ ลิตร
จา้ แนกและบอกลักษณะของรปู หลายเหล่ียมและวงกลม
ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคา้ ตอบของโจทยป์ ญั หาเม่อื ก้าหนดรูป ๑ รปู แทน ๒ หนว่ ย ๕ หนว่ ย
หรือ ๑๐ หนว่ ย
มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชวี ัด
26
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ คาอธิบายรายวิชาพนื ฐาน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
อา่ นและเขียน ตวั เลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจ้านวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทียบและเรียงล้าดบั จา้ นวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่าน และเขยี นเศษสว่ น
ท่แี สดงปริมาณส่ิงต่าง ๆ และแสดงสงิ่ ต่าง ๆ ตามเศษส่วนที่ก้าหนด เปรียบเทียบเศษสว่ นที่ตัวเศษเท่ากัน โดยท่ตี ัวเศษ
นอ้ ยกว่าหรือเทา่ กบั ตวั สว่ น หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการบวกและการลบของจา้ นวนนับ
ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจ้านวน ๑ หลักกับจ้านวน
ไม่เกนิ ๔ หลกั และจ้านวน ๒ หลกั กับจ้านวน ๒ หลกั หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหาร
ที่ตัวตงั ไม่เกิน ๔ หลกั ตัวหาร ๑ หลัก และหาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคน และแสดงวิธีการหาค้าตอบของ
โจทยป์ ัญหา ๒ ขันตอน ของจา้ นวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหา
การบวกของเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมทังแสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์
ปัญหาการลบของเสษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน
ระบุจา้ นวนที่หายไปในแบบรูปของจา้ นวนท่ีเพิ่มขึนหรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน
แสดงวธิ ีหาค้าตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกับเงนิ เวลา และระยะเวลา เลอื กใช้เคร่ืองมือความยาวท่ีเหมาะสม
วดั และบอกความยาวของส่ิงต่าง ๆ เปน็ เซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตร
และเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวระหว่างเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร
จากสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่มี ีหน่วยเปน็ เซนติเมตรและมิลลิเมตร
เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร เลือกใช้เครื่องช่ังท่ีเหมาะสม วัดและบอกนา้ หนักเป็นกิโลกรัมและขีด
กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนนา้ หนักเปน็ กิโลกรมั และเป็นขีด เปรยี บเทียบนา้ หนกั และแสดงวิธหี าค้าตอบของโจทย์
ปญั หาเกี่ยวกับน้าหนักทีม่ หี น่วยเปน็ กโิ ลกรมั กับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรมั จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ เลือกใช้เคร่ืองตวง
ที่เหมาะสม วัดและเปรียบเทียบปริมาตรความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตร
และแสดงวิธหี าค้าตอบของโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับปรมิ าตรและความจุท่มี ีหนว่ ยเป็นลติ รและมิลลเิ มตร
ระบุรูปเรขาคณติ สองมติ ทิ มี่ แี กนสมมาตรและจา้ นวนแกนสมมาตร
เขียนแผนภูมิรูปภาพ และใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาค้าตอบของโจทยป์ ญั หา เขียนตาราง
ทางเดียวจากข้อมลู ทีเ่ ปน็ จา้ นวนนบั และใช้ขอ้ มลู จากตารางทางเดียวในการหาค้าตอบของโจทย์ปัญหา
27
มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐,
ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐,
ป.๓/๑๑, ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ชวี ัด
28
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจ้านวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐
เปรียบเทียบและเรยี งลา้ ดบั จ้านวนนบั ท่ีมากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อา่ น และเขยี นเศษส่วน
จ้านวนคละแสดงปริมาณสงิ่ ต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วน จ้านวนคละท่ีก้าหนด เปรียบเทยี บ เรียงลา้ ดบั
เศษส่วนและจ้านวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง อ่านและเขียนทศนิยมไม่เกิน ๓ ต้าแหน่ง
แสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามทศนิยมท่ีกา้ หนด เปรียบเทียบและเรียงล้าดับทศนิยมไมเ่ กิน
๓ ต้าแหน่งจากสถานการณ์ต่าง ๆ ประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร จากสถานการณ์ต่าง ๆ
อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบของจ้านวนนับท่ีมากกว่า
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจ้านวนหลายหลัก ๒ จ้านวน
ท่ีมีผลคูณไม่เกิน ๖ หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวตังไม่เกิน ๖ หลัก ตัวหารไม่เกิน ๒ หลัก หาผลลัพธ์
การบวก ลบ คูณ หารระคน ของจา้ นวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคา้ ตอบของโจทยป์ ญั หา ๒ ขนั ตอนของจา้ นวนนับ
ท่มี ากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สรา้ งโจทย์ปัญหา ๒ ขันตอนของจ้านวนนบั และ ๐ พรอ้ มทังหาคา้ ตอบ หาผลบวก
ผลลบของเศษสว่ นและจ้านวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่งึ เป็นพหุคูณของอกี ตัวหน่ึง แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหา
การบวกและการลบเศษส่วนและจ้านวนคละท่ีตวั ส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตวั หนึ่ง หาผลบวก ผลลบของทศนิยม
ไม่เกนิ ๓ ตา้ แหน่ง และแสดงวธิ หี าค้าตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ ๒ ขนั ตอนของทศนยิ มไมเ่ กนิ ๓ ต้าแหนง่
แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเวลา วัดและสรา้ งมมุ โดยใชโ้ พรแทรกเตอร์ แสดงวิธหี าค้าตอบ
ของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพืนที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จ้าแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม
ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสัญลักษณแ์ สดงมุม สร้างรปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉากเมอื่ กา้ หนดความยาวของด้าน
ใชข้ ้อมลู จากแผนภูมิแท่ง ตารางสองทางในการหาค้าตอบของโจทยป์ ญั หา
มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙,
ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๔ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชีวดั
29
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื ฐาน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
เขียนเศษส่วนทีม่ ตี ัวส่วนเปน็ ตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรอื ๑,๐๐๐ ในรปู ทศนยิ ม แสดงวิธีหาค้าตอบ
ของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจ้านวนคละ แสดงวิธี
หาค้าตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ขันตอน หาผลคูณของทศนิยมท่ีผลคูณ
เป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ต้าแหน่ง หาผลหารที่ตัวตังเป็นจ้านวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน ๓ ต้าแหน่ง และตัวหารเป็น
จ้านวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ต้าแหน่ง แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนยิ ม ๒ ขนั ตอน และแสดงวิธหี าคา้ ตอบของโจทย์ปัญหารอ้ ยละไมเ่ กนิ ๒ ขันตอน
แสดงวธิ หี าคา้ ตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาว น้าหนกั ทมี่ ีการเปลี่ยนหนว่ ยและเขยี นในรูปทศนิยม
แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงส่ีเหล่ียมมมุ ฉากและความจุของภาชนะทรงสี่เหลย่ี ม
มุมฉาก แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลีย่ มและพืนที่ของรปู สี่เหล่ียม
ด้านขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปนู สร้างเสน้ ตรงหรือสว่ นของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือสว่ นของเส้นตรง
ที่ก้าหนดให้ จ้าแนกรูปสี่เหล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัตขิ องรปู สร้างรูปสี่เหลี่ยมชนดิ ต่าง ๆ เมื่อก้าหนดความยาว
ของด้านและขนาดของมมุ หรอื เมอ่ื กา้ หนดความยาวของเส้นทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซมึ
ใชข้ อ้ มลู จากกราฟเสน้ ในการหาค้าตอบของโจทย์ปัญหา และเขียนแผนภมู ิแท่งจากข้อมูลท่ีเปน็ จ้านวนนับ
มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๙ ตัวชีวัด
30
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
เปรียบเทยี บ เรยี งลา้ ดับเศษส่วนและจา้ นวนคละ จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ เขยี นอตั ราส่วนแสดงการเปรียบเทียบ
ปริมาณ ๒ ปริมาณจากข้อความหรอื สถานการณ์ โดยที่ปริมาณแตล่ ะปริมาณเปน็ จ้านวนนับ หาอัตราส่วนท่ีเท่ากับ
อัตราส่วนที่กา้ หนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจา้ นวนนับไมเ่ กนิ ๓ จ้านวน แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหา
โดยใชค้ วามรู้เกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธข์ องการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจา้ นวนคละ
แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจ้านวนคละ ๒-๓ ขนั ตอน หาผลหารของทศนิยมที่ตวั หารและผลหาร
เป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ ๓ ตา้ แหน่ง แสดงวธิ หี าคา้ ตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม ๓ ขันตอน
แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน แสดงวิธีหาค้าตอบของโจทย์ปญั หาร้อยละ ๒-๓ ขนั ตอน และแสดง
วธิ ีคดิ และหาคา้ ตอบของปญั หาเกยี่ วกบั แบบรปู
แสดงวิธีหาคา้ ตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ียวกับปรมิ าตรของรปู เรขาคณิตสามมติ ิท่ปี ระกอบด้วยทรงสเ่ี หลี่ยม
มุมฉาก แสดงวธิ ีหาค้าตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับความยาวรอบรูปและพืนท่ีของรูปหลายเหลย่ี ม และความยาว
รอบรปู และพนื ท่ีของวงกลม จ้าแนกรปู สามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรปู สร้างรปู สามเหลี่ยมเมื่อก้าหนด
ความยาวของด้านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่าง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติ
ท่ปี ระกอบจากรูปคล่ี และระบุรูปคล่ขี องรูปเรขาคณติ สามมิติ
ใช้ข้อมลู จากแผนภมู ริ ปู วงกลมในการหาค้าตอบของโจทย์ปญั หา
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,
ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชวี ัด
31
คาอธิบายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
32
คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธิบำยรำยวิชำ
ระบุชื่อพืชและสัตว์ท่ีอาศัยอยู่บริเวณต่าง ๆ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ บอกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับ
การด้ารงชีวติ ของสตั ว์ในบริเวณที่อาศยั อยู่ ระบุชื่อ บรรยายลกั ษณะและบอกหนา้ ทีข่ องสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายมนษุ ย์
สัตว์ และพืช รวมทงั บรรยายการท้าหน้าท่รี ว่ มกนั ของสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายมนษุ ย์ในการท้ากิจกรรมต่าง ๆ จากข้อมูล
ที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงความสา้ คัญของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเอง โดยการดูแลส่วนต่าง ๆ อย่างถูกต้อง
ให้ปลอดภยั และรกั ษาความสะอาดอยเู่ สมอ
อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุที่ใช้ท้าวัตถุซ่ึงท้าจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกันโดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติท่ีสังเกตได้ บรรยายการเกิดเสียงและทิศทาง
การเคล่ือนที่ของเสียงจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ระบุดาวท่ีปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางวนั และกลางคืนจากข้อมูลที่รวบรวมได้ อธิบายสาเหตุที่มองไม่เห็น
ดวงดาวส่วนใหญใ่ นเวลากลางวันจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ อธบิ ายลักษณะภายนอกของหินจากลกั ษณะเฉพาะตัว
ทสี่ งั เกตได้
แก้ปญั หาอยา่ งง่ายโดยใช้การลองผดิ ลองถกู การเปรียบเทียบ แสดงล้าดับขันตอนการทา้ งานหรอื การแก้ปญั หา
อย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ ใช้เทคโนโลยี
ในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลง
ในการใช้คอมพิวเตอรร์ ่วมกนั ดแู ลรกั ษาอุปกรณ์เบืองตน้ ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๑๕ ตัวชีวัด
33
คาอธิบายรายวิชาพนื ฐาน
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ระบุว่าพืชต้องการแสงและน้า เพ่ือการเจรญิ เติบโต โดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนกั ถึง
ความจ้าเป็นที่พืชต้องการได้รับน้าและแสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแลพืชให้ได้รับส่ิงดังกล่าวอย่างเหมาะสม
สร้างแบบจา้ ลองท่ีบรรยายวฏั จักรชวี ิตของพืชดอก เปรียบเทยี บลกั ษณะสงิ่ มีชีวิตและส่งิ ไมม่ ีชวี ติ จากข้อมูลที่รวบรวมได้
เปรียบเทียบสมบตั กิ ารดดู ซับน้าของวัสดโุ ดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และระบกุ ารน้าสมบัติการดูดซบั น้า
ของวัสดุไปประยกุ ต์ใช้ในการท้าวัตถุในชวี ิตประจ้าวัน อธบิ ายสมบัติที่สงั เกตได้ของวัสดุท่ีเกิดจากการน้าวัสดุมาผสมกัน
โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทยี บสมบัติท่ีสังเกตได้ของวสั ดุ เพอ่ื น้ามาท้าเป็นวัตถุในการใชง้ านตามวัตถุประสงค์
และอธิบายการน้าวสั ดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึงประโยชนข์ องการนา้ วสั ดทุ ่ี
ใช้แลว้ กลับมาใชใ้ หม่ โดยการน้าวสั ดุท่ใี ชแ้ ลว้ กลับมาใช้ใหม่
บรรยายแนวการเคลอ่ื นที่ของแสงจากแหล่งก้าเนิดแสง และอธิบายการมองเหน็ วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ตระหนักในการเหน็ คณุ ค่าของความรู้ของการมองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมองเห็น
วัตถใุ นที่มแี สงสวา่ งไมเ่ หมาะสม
ระบุส่วนประกอบของดิน และจ้าแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเนือดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์
อธบิ ายการใช้ประโยชนจ์ ากดินจากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้
แสดงล้าดับขันตอนการท้างานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ
เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือ และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม ใชเ้ ทคโนโลยีในการสร้าง
จัดหมวดหมู่ คน้ หา จัดเกบ็ เรียกใชข้ อ้ มูลตามวัตถุประสงค์ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง
ในการใชค้ อมพวิ เตอรร์ ่วมกนั ดูแลรักษาอปุ กรณ์เบืองตน้ ใช้งานอย่างเหมาะสม
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชีวัด
34
คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
บรรยายส่ิงท่ีจ้าเป็นต่อการด้ารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนษุ ยแ์ ละสัตว์โดยใช้ข้อมลู ที่รวบรวมได้
ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร น้า และอากาศโดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่านีอย่างเหมาะสม
สร้างแบบจ้าลองท่ีบรรยายวัฏจักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวติ ของสัตว์บางชนิด ตระหนักถึงคุณค่า
ของชีวติ สตั วโ์ ดยไม่ท้าให้วัฏจกั รชวี ิตของสัตวเ์ ปล่ียนแปลง
อธิบายว่าวัตถุประกอบขึนจากชินส่วนย่อย ๆ ซ่ึงสามารถแยกออกจากกันได้และประกอบกันเป็นวัตถุ
ชินใหม่ได้โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการเปล่ียนแปลงของวัสดุเม่ือท้าให้ร้อนขึนหรือท้าให้เย็นลงโดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุผลของแรงท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์
เปรยี บเทียบและยกตัวอย่างแรงสมั ผัสและแรงไม่สัมผัสทม่ี ีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถโุ ดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
จ้าแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุขัวแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่
เกิดขึนระหว่างขัวแม่เหลก็ เมื่อน้ามาเข้าใกลก้ ันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตวั อยา่ งการเปลี่ยนพลังงานหนึ่งไปเป็น
อีกพลังงานหน่งึ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ บรรยายการท้างานของเครื่องกา้ เนิดไฟฟ้าและระบแุ หลง่ พลงั งานใน
การผลิตไฟฟ้าจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ ตระหนักในประโยชน์และโทษของไฟฟา้ โดยน้าเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอยา่ ง
ประหยัด และปลอดภัย
อธิบายแบบรูปเส้นทางการขนึ และตกของดวงอาทิตย์โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ อธิบายสาเหตกุ ารเกิด
ปรากฏการณ์การขึนและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการก้าหนดทิศโดยใช้แบบจ้าลอง
ตระหนักถึงความส้าคัญของดวงอาทิตย์ โดยบรรยายประโยชนข์ องดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต ระบุส่วนประกอบของ
อากาศ บรรยายความส้าคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิตจากข้อมูลที่รวบรวมได้
ตระหนักถงึ ความส้าคญั ของอากาศ โดยน้าเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกดิ มลพิษทางอากาศ อธบิ าย
การเกดิ ลมจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ บรรยายประโยชนแ์ ละโทษของลมจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
แสดงอัลกอรทิ มึ ในการทา้ งานหรอื การแก้ปญั หาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ เขยี นโปรแกรม
อย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรอื ส่ือ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ รวบรวม
ประมวลผล และน้าเสนอข้อมูล โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ตามวัตถุประสงค์ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติ
ตามข้อตกลงในการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต
35
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชีวัด
36
คาอธิบายรายวิชาพนื ฐาน
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
บรรยายหน้าที่ของราก ล้าต้น ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จ้าแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้
ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะของส่ิงมีชีวิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์
จ้าแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลท่ีรวบรวมได้ จ้าแนกสัตว์
ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่
รวบรวมได้ บรรยายลักษณะเฉพาะท่ีสังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก
กลมุ่ สตั วเ์ ลือยคลาน กลมุ่ นก และกลมุ่ สัตวเ์ ลียงลูกดว้ ยนา้ นม และยกตัวอยา่ งสง่ิ มีชีวติ ในแต่ละกลุม่
เปรยี บเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยนุ่ การน้าความร้อน และการนา้ ไฟฟ้าของวัสดุ
โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนา้ สมบัติเรื่องความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การน้าความรอ้ น
และการนา้ ไฟฟ้าของวัสดไุ ปใช้ในชวี ติ ประจ้าวันผา่ นกระบวนการออกแบบชินงาน แลกเปลี่ยนความคดิ กับผู้อื่น
โดยการอภิปรายเกี่ยวกบั สมบัติทางกายภาพของวสั ดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง เปรียบเทียบสมบัติของสสาร
ทัง ๓ สถานะ จากขอ้ มลู ท่ไี ด้จากการสังเกตมวล การตอ้ งการที่อยู่ รปู ร่างและปรมิ าตรของสสาร ใชเ้ ครอื่ งมือเพือ่ วัดมวล
และปรมิ าตรของสสารทัง ๓ สถานะ ระบผุ ลของแรงโน้มถว่ งที่มตี อ่ วัตถุจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ ใชเ้ คร่อื งช่ังสปรงิ
ในการวัดน้าหนักของวัตถุ บรรยายมวลของวัตถุที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวตั ถุจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ จ้าแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง จากลักษณะการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ
ผ่านวตั ถุนนั เปน็ เกณฑ์โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์
อธบิ ายแบบรปู เส้นทางการขึนและตกของดวงจนั ทร์ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ สรา้ งแบบจ้าลองที่อธิบาย
แบบรูป การเปล่ียนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ สร้างแบบจ้าลอง
แสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรยี บเทียบคาบการโคจรของดาวเคราะหต์ ่าง ๆ จากแบบจา้ ลอง
ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการท้างาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย
ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือส่ือ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใชอ้ ินเทอร์เน็ต
คน้ หาความรู้ และประเมินความนา่ เชอื่ ถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน น้าเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์
ท่ีหลากหลาย เพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตประจ้าวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของตน
เคารพในสทิ ธิของผอู้ ืน่ แจง้ ผ้เู ก่ียวข้องเมื่อพบขอ้ มูลหรอื บุคคลทีไ่ ม่เหมาะสม
37
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชวี ัด
38
คาอธิบายรายวิชาพนื ฐาน
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตท่ีเหมาะสมกับการด้ารงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัว
ของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหลง่ ท่อี ยู่ อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างสง่ิ มชี ีวิตกับสิ่งมีชวี ติ และความสัมพันธร์ ะหวา่ งส่งิ มชี ีวิต
กบั สงิ่ ไม่มชี วี ิต เพอื่ ประโยชน์ต่อการด้ารงชีวิต เขยี นโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของส่ิงมชี ีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค
ในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการด้ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา
ส่ิงแวดลอ้ ม อธิบายลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทมี่ ีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สลู่ ูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ แสดงความอยากรู้
อยากเห็น โดยการถามค้าถามเกย่ี วกบั ลักษณะทีค่ ลา้ ยคลงึ กนั ของตนเองกับพ่อแม่
อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เม่ือท้าให้สสารร้อนขึนหรือเย็นลงโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
อธิบายการละลายของสารในนา้ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมือ่ เกดิ การเปล่ียนแปลง
ทางเคมีโดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ วิเคราะห์และระบุการเปล่ียนแปลงทผ่ี นั กลับได้และการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับ
ไม่ได้ อธบิ ายวิธีการหาแรงลัพธข์ องแรงหลายแรงในแนวเดียวกนั ท่ีกระทา้ ต่อวัตถุในกรณีท่ีวัตถุอยูน่ ่งิ จากหลักฐาน
เชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระท้าต่อวัตถุที่อย่ใู นแนวเดียวกันและแรงลัพธท์ ่ีกระท้าต่อวัตถุ ใช้เครื่องชั่ง
สปริงในการวัดแรงท่ีกระท้าตอ่ วัตถุ ระบุผลของแรงเสยี ดทานทีม่ ีต่อการเปล่ียนแปลงการเคล่อื นท่ีของวัตถุจากหลักฐาน
เชงิ ประจกั ษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงทีอ่ ยใู่ นแนวเดียวกนั ทก่ี ระท้าตอ่ วัตถุ อธบิ ายการไดย้ นิ เสียง
ผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต้่า
ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสยี งคอ่ ย วัดระดับเสียงโดยใช้เคร่ืองมือวัดระดับเสียง
ตระหนักในคณุ คา่ ของความรูเ้ รือ่ งระดับเสยี งโดยเสนอแนะแนวทางในการหลกี เล่ียงและลดมลพษิ ทางเสยี ง
เปรยี บเทยี บความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจา้ ลอง ใชแ้ ผนที่ดาวระบุต้าแหนง่ และ
เส้นทางการขึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์
บนท้องฟ้าในรอบปี เปรยี บเทียบปรมิ าณนา้ ในแต่ละแหล่ง และระบปุ ริมาณน้าที่มนุษย์สามารถน้ามาใช้ประโยชน์ได้
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของน้าโดยนา้ เสนอแนวทางการใช้น้าอย่างประหยดั และการอนุรกั ษน์ า้
สร้างแบบจ้าลองที่อธิบายการหมุนเวยี นของน้าในวัฏจักรน้า เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค้าง
และน้าค้างแขง็ จากแบบจา้ ลอง เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเหบ็ จากขอ้ มูลท่ีรวบรวมได้
ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการท้างาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จากปญั หาอย่างง่าย
ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งง่าย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแกไ้ ข ใช้อินเทอร์เน็ต
คน้ หาข้อมูล ตดิ ต่อสือ่ สารและท้างานรว่ มกนั ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ประเมนิ น้าเสนอข้อมูล
และสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอนิ เทอรเ์ น็ตท่ีหลากหลาย เพ่ือแก้ปัญหาในชีวติ
ประจ้าวนั ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เขา้ ใจสิทธิและหน้าท่ีของตน เคารพในสทิ ธขิ องผู้อ่ืน
แจ้งผเู้ กยี่ วข้องเมอื่ พบข้อมูลหรอื บคุ คลทไี่ มเ่ หมาะสม
39
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตวั ชีวัด
40
คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ระบุสารอาหารและบอกประโยชนข์ องสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน บอกแนวทาง
ในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสดั สว่ นที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทังความปลอดภัย
ต่อสขุ ภาพ ตระหนกั ถงึ ความส้าคญั ของสารอาหาร โดยการเลือกรบั ประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วน
ทเ่ี หมาะสมกับเพศและวัย รวมทงั ปลอดภัยต่อสุขภาพ สรา้ งแบบจา้ ลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าทข่ี องอวัยวะ
ในระบบย่อยอาหาร รวมทังอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถึงความส้าคัญของระบบ
ย่อยอาหาร โดยการบอกแนวทางในการดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารใหท้ ้างานเปน็ ปกติ
อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก
การกรอง และการตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทังระบวุ ิธีแก้ปัญหาในชีวติ ประจ้าวันเกีย่ วกับการแยกสาร
อธิบายการเกดิ และผลของแรงไฟฟา้ ซ่ึงเกิดจากวตั ถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุส่วนประกอบ
และบรรยายหน้าท่ีของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ยจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพและ
ต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธบิ ายวธิ กี ารและผลของการต่อ
เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม โดยบอกประโยชน์
และการประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจ้าวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อ
หลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถงึ ประโยชน์ของความรขู้ องการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและ
แบบขนาน โดยบอกประโยชน์ ข้อจ้ากัด และการประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจ้าวัน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจาก
หลักฐานเชงิ ประจักษ์ เขยี นแผนภาพรังสขี องแสงแสดงการเกดิ เงามดื เงามวั
สร้างแบบจ้าลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยปุ ราคาและจันทรุปราคา อธิบาย
พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตวั อย่างการน้าเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจา้ วันจากข้อมูล
ทร่ี วบรวมได้ เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดหนิ อัคนี หินตะกอน และหนิ แปร และอธบิ ายวฏั จักรหินจากแบบจา้ ลอง
บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจา้ วันจากข้อมลู ที่รวบรวมได้ สร้างแบบจา้ ลอง
ทอ่ี ธบิ ายการเกิดซากดกึ ด้าบรรพแ์ ละคาดคะเนสภาพแวดลอ้ มในอดตี ของซากดึกดา้ บรรพ์ เปรยี บเทียบการเกิดลมบก
ลมทะเล และมรสมุ รวมทังอธบิ ายผลที่มีตอ่ ส่งิ มีชีวติ และส่งิ แวดล้อม จากแบบจา้ ลอง อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดู
ของประเทศไทยจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ บรรยายลักษณะและผลกระทบของนา้ ท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม
แผ่นดนิ ไหว สึนามิ ตระหนกั ถึงผลกระทบของภัยธรรมชาตแิ ละธรณีพิบัตภิ ัย โดยนา้ เสนอแนวทางในการเฝ้าระวัง
และปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั จากภัยธรรมชาติและธรณพี ิบตั ิภยั ท่ีอาจเกดิ ในทอ้ งถิน่ สร้างแบบจ้าลองทอี่ ธบิ ายการเกิด
ปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของปรากฏการณ์เรือนกระจกตอ่ สิ่งมีชีวิต ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของปรากฏการณ์
เรอื นกระจก โดยน้าเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพอื่ ลดกจิ กรรมท่กี ่อใหเ้ กดิ แก๊สเรือนกระจก
41
ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการอธิบายและออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หาท่ีพบในชวี ิตประจ้าวัน ออกแบบและเขียน
โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจ้าวัน ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมและแก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ต
ในการคน้ หาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท้างานร่วมกนั อย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่
ของตน เคารพในสทิ ธิของผอู้ ืน่ แจง้ ผ้เู ก่ยี วขอ้ งเมอ่ื พบขอ้ มลู หรอื บคุ คลท่ไี ม่เหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓, ป.๖/๔ , ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๕ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖, ป.๖/๗ , ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๕ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖, ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒, ป.๖/๓ , ป.๖/๔
รวม ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชวี ัด
42
คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม
43
คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษาฯ
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
บอกพทุ ธประวตั ิ หรอื ประวตั ขิ องศาสดาทต่ี นนับถือโดยสังเขป ชน่ื ชมและบอกแบบอยา่ งการดา้ เนินชีวิต
และข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีก้าหนด บอกความหมาย ความส้าคัญ
และเคารพพระรตั นตรัย ปฏบิ ัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามท่ีก้าหนด เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติที่เป็นพืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิต
ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีกา้ หนด บ้าเพ็ญประโยชน์ต่อวัดหรือศาสนสถานของศาสนาท่ีตนนับถือ
แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม
และวันส้าคญั ทางศาสนาตามท่ีก้าหนดไดถ้ กู ต้อง
ระบสุ นิ ค้าและบริการท่ใี ชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจ้าวนั ยกตัวอยา่ งการใช้จา่ ยเงินในชวี ิตประจ้าวนั ทีไ่ ม่เกนิ ตวั
และเห็นประโยชน์ของการออม ยกตัวอย่างการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจ้าวันอย่างประหยัด อธิบายเหตุผล
ความจา้ เป็นทีค่ นตอ้ งทา้ งานอย่างสจุ ริต
จา้ แนกส่ิงแวดลอ้ มรอบตัวท่ีเกิดขึนเองตามธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างขนึ ระบคุ วามสัมพนั ธ์ของต้าแหน่ง
ระยะ ทิศของส่ิงต่าง ๆ ใช้แผนผังแสดงต้าแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในห้องเรียน สังเกตและบอกการเปล่ียนแปลงของ
สภาพอากาศในรอบวนั บอกสิง่ แวดลอ้ มทเ่ี กิดตามธรรมชาติที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ สงั เกตและเปรียบเทียบ
การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมเพื่อการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมท่ีบ้านและ
ห้องเรียน
มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑,๒/๑.ป , ป.๑/๓๔/๑.ป ,
ส ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒๓/๑.ป ,
ส ๓.๑ ป.๑/๑๓/๑.ป ,๒/๑.ป ,
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑,๒/๑.ป , ป.๑/๓๔/๑.ป ,
ส ๕.๒ ป.๑/๑,๒/๑.ป , ป.๑/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชีวัด
44
คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ส๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาฯ
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
บอกความส้าคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ สรุปพุทธประวัติตังแต่ประสูติจนถึง
การออกผนวช หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามท่ีก้าหนด ช่ืนชมและบอกแบบอย่างการด้าเนินชีวิตและข้อคิด
จากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กา้ หนด บอกความหมาย ความส้าคัญ และเคารพ
พระรัตนตรยั ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนบั ถือตามทีก่ ้าหนด
ชื่นชมการท้าความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวและในโรงเรียนตามหลักศาสนา เห็นคุณค่าและสวดมนต์
แผ่เมตตา มีสติท่ีเป็นพืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่ก้าหนด บอกชื่อศาสนา ศาสดา และความส้าคัญของคัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือ และศาสนาอื่น ๆ ปฏิบัติตน
อยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของศาสนาท่ตี นนบั ถอื ตามท่กี ้าหนดไดถ้ ูกตอ้ ง ปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และวนั สา้ คัญ
ทางศาสนา ตามที่ก้าหนดไดถ้ กู ตอ้ ง
ระบุทรัพยากรที่น้ามาผลิตสินค้าและบริการท่ีใช้ในชีวิตประจ้าวัน บอกท่ีมาของรายได้และรายจ่ายของ
ตนเองและครอบครวั บันทึกรายรับรายจา่ ยของตนเอง สรปุ ผลดขี องการใช้จ่ายที่เหมาะสมกับรายไดแ้ ละการออม
อธิบายการแลกเปลยี่ นสินค้าและบรกิ ารโดยวิธีต่าง ๆ บอกความสัมพนั ธร์ ะหว่างผ้ซู อื และผขู้ าย
ระบุส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ และท่ีมนุษย์สร้างขึน ซ่ึงปรากฏระหว่างบ้านกับโรงเรียน ระบุต้าแหน่ง
และลกั ษณะทางกายภาพของสิ่งต่าง ๆ ท่ปี รากฏในแผนผงั แผนที่ รปู ถ่าย และลูกโลก สังเกตและแสดงความสัมพันธ์
ระหวา่ งโลก ดวงอาทิตยแ์ ละดวงจันทร์ ท่ที า้ ใหเ้ กิดปรากฏการณ์ อธิบายความสา้ คญั ของสงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติ
และทมี่ นษุ ยส์ ร้างขนึ จา้ แนกและใชท้ รัพยากรธรรมชาติ ทใี่ ช้แล้วไมห่ มดไป ทใ่ี ชแ้ ล้วหมดไป และสรา้ งทดแทนขึนใหม่
ได้อย่างคมุ้ ค่า อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งฤดกู าลกับการดา้ เนนิ ชีวิตของมนุษย์ มีส่วนรว่ มในการจัดการสงิ่ แวดล้อม
ในโรงเรยี น
มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๒/๑.ป ,๒/๒, ป.๒/๓.ป ,๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑.ป ,๒/๒.ป ,๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑.ป ,๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑.ป ,๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชีวดั
45
คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
ส๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
อธบิ ายความสา้ คัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะทเี่ ป็นรากฐานส้าคัญของวัฒนธรรมไทย
สรุปพุทธประวัติตงั แตก่ ารบ้าเพญ็ เพยี รจนถงึ ปรินพิ พาน หรอื ประวตั ขิ องศาสดาท่ีตนนับถอื ตามที่ก้าหนด ช่นื ชมและ
บอกแบบอย่างการด้าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีก้าหนด
บอกความหมาย ความส้าคัญของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือ แสดงความเคารพพระรัตนตรยั
และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนาท่ตี นนับถือตามที่ก้าหนด เห็นคุณค่า
และสวดมนต์ แผเ่ มตตา มสี ติทเี่ ป็นพืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนา
ที่ตนนับถือตามที่ก้าหนด บอกชื่อ ความส้าคัญและปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมต่อศาสนวัตถุ ศาสนสถาน
และศาสนบคุ คลของศาสนาอื่น ๆ ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวก ศาสนสถาน ศาสนวัตถุของศาสนาทต่ี นนับถือ
ตามท่ีก้าหนดได้ถูกต้อง เห็นคุณค่า และปฏิบัติตนในศาสนพิธีพิธีกรรม และวันส้าคัญทางศาสนา ตามที่กา้ หนด
ได้ถกู ต้อง แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ หรอื แสดงตนเปน็ ศาสนิกชนของศาสนาทีต่ นนับถอื
จ้าแนกความต้องการและความจ้าเป็นในการใช้สินค้าและบริการในการด้ารงชีวิต วิเคราะห์การใช้จ่าย
ของตนเอง อธบิ ายไดว้ ่าทรพั ยากรท่มี อี ย่จู ้ากัดมีผลตอ่ การผลิตและบรโิ ภคสนิ ค้าและบริการ บอกสินค้าและบริการ
ท่รี ัฐจดั หาและให้บริการแก่ประชาชน บอกความส้าคัญของภาษแี ละบทบาทของประชาชนในการเสียภาษี อธบิ าย
เหตุผลการแขง่ ขนั ทางการค้า ท่ีมผี ลท้าใหร้ าคาสนิ คา้ ลดลง
สา้ รวจขอ้ มลู ทางภูมิศาสตร์ในโรงเรียนและชมุ ชนโดยใชแ้ ผนผัง แผนท่ี และรปู ถ่าย เพอ่ื แสดงความสมั พันธ์
ของต้าแหน่ง ระยะ ทิศทาง วาดแผนผังเพื่อแสดงต้าแหน่งท่ีตังของสถานท่ีส้าคัญในบริเวณโรงเรียนและชุมชน
เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของชุมชนในอดีตกับปัจจุบัน อธิบายการใช้ประโยชน์จากส่ิงแวดล้อม
และทรัพยากรธรรมชาติในการสนองความต้องการพืนฐานของมนุษย์ และการประกอบอาชีพ อธิบายสาเหตุที่ท้าให้
เกิดมลพิษโดยมนุษย์ อธิบายความแตกต่างของลักษณะเมืองและชนบท อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะ
ทางกายภาพกับการด้าเนนิ ชีวิตของคนในชมุ ชน มสี ว่ นรว่ มในการจดั การสิง่ แวดลอ้ มในชมุ ชน
มำตรฐำน/ตวั ชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๓/๑.ป ,๓/๒, ป.๓/๓.ป ,๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑.ป ,๓/๒.ป ,๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑.ป ,๓/๒
ส ๕.๒ ป.๓/๑.ป ,๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๔ ตัวชวี ัด
46
คาอธบิ ายรายวิชาพนื ฐาน
ส๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาฯ
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
อธบิ ายความส้าคัญของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถอื ในฐานะเปน็ ศนู ยร์ วมจติ ใจของศาสนิกชน
สรุปพุทธประวัติตังแต่บรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามที่กา้ หนด เห็นคุณค่า
และปฏิบัติตนตามแบบอย่างการด้าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง
ตามท่ีก้าหนด แสดงความเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา
หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีก้าหนด ชื่นชมการท้าความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียน
และชุมชนตามหลักศาสนา พร้อมทังบอกแนวปฏิบัติในการดา้ เนินชีวิต เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติ
ที่เป็นพืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีก้าหนด
ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพ่ือการอยู่ร่วมกันเป็นชาติได้อย่างสมานฉันท์ อธิบายประวัติ
ศาสดาของศาสนาอืน่ ๆ โดยสงั เขป อภปิ รายความสา้ คัญ และมีสว่ นรว่ มในการบ้ารุงรกั ษาศาสนสถานของศาสนา
ท่ีตนนับถือ มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ีดี ตามที่กา้ หนด ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันส้าคัญ
ทางศาสนา ตามท่กี า้ หนดไดถ้ กู ตอ้ ง
ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซือสินค้าและบริการ บอกสิทธิพืนฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเอง
ในฐานะผ้บู รโิ ภค อธิบายหลักการของเศรษฐกจิ พอเพียงและน้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวันของตนเอง อธบิ ายความสมั พนั ธ์
ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน อธบิ ายหน้าทเ่ี บืองตน้ ของเงนิ
สบื ค้นและอธบิ ายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ด้วยแผนทแ่ี ละรูปถา่ ย ระบแุ หลง่ ทรัพยากร
และสถานที่ส้าคัญในจงั หวัดของตนด้วยแผนท่แี ละรูปถ่าย อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพที่สง่ ผลต่อแหลง่ ทรพั ยากร
และสถานทส่ี า้ คัญในจงั หวัด วิเคราะหส์ ่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพท่ีส่งผลต่อการด้าเนินชวี ิตของคนในจงั หวัด อธิบาย
การเปล่ยี นแปลงสง่ิ แวดล้อมในจงั หวัด และผลทเ่ี กดิ จากการเปล่ียนแปลง นา้ เสนอแนวทางการจัดการสงิ่ แวดล้อม
ในจังหวัด
มำตรฐำน/ตวั ชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๔/๑.ป ,๔/๒, ป.๔/๓.ป ,๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑.ป ,๔/๒.ป ,๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑.ป ,๔/๒, ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑.ป ,๔/๒, ป.๔/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชวี ดั
47
คาอธิบายรายวิชาพนื ฐาน
ส๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
วิเคราะห์ความส้าคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
และหลักในการพัฒนาชาติไทย สรุปพุทธประวัติตังแต่เสด็จกรุงกบิลพัสดุ์จนถึงพุทธกจิ สา้ คัญ หรือประวัติศาสดา
ท่ีตนนับถือตามท่ีก้าหนด เห็นคุณค่า และประพฤติตนตามแบบอย่างการด้าเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก
ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีก้าหนด อธิบายองคป์ ระกอบ และความส้าคัญของพระไตรปิฎกหรือ
คัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ แสดงความเคารพพระรัตนตรัยและปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓
ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีก้าหนด เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติ
ที่เป็นพืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือตามที่ก้าหนด
ปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนบั ถือ เพื่อการพัฒนาตนเองและสิ่งแวดลอ้ ม จัดพิธกี รรมตามศาสนาท่ีตน
นับถืออย่างเรียบงา่ ย มีประโยชน์ และปฏิบัติตนถูกต้อง ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส้าคัญทางศาสนา
ตามที่ก้าหนด และอภิปรายประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดี
ตามทกี่ ้าหนด
อธิบายปัจจัยการผลิตสินค้าและบรกิ าร ประยุกต์ใช้แนวคิดของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการทา้
กิจกรรมตา่ ง ๆ ในครอบครวั โรงเรียนและชุมชน อธบิ ายหลกั การสา้ คญั และประโยชนข์ องสหกรณ์ อธบิ ายบทบาท
หนา้ ท่เี บอื งต้นของธนาคาร จา้ แนกผลดีและผลเสยี ของการกู้ยืม
สืบค้นและอธิบายข้อมูลลักษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนด้วยแผนท่ีและรปู ถ่าย อธิบายลักษณะ
ทางกายภาพท่ีส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีสา้ คัญในภูมิภาคของตน วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
ท่มี ีอิทธพิ ลต่อลักษณะการตงั ถ่ินฐานและการย้ายถนิ่ ของประชากรในภมู ภิ าคของตน วิเคราะหอ์ ิทธิพลของส่ิงแวดล้อม
ทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดวิถีการด้าเนินชีวิตในภูมิภาคของตน น้าเสนอตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นผลจากการรักษา
และท้าลายส่งิ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทางในการจดั การส่ิงแวดลอ้ มในภมู ภิ าคของตน
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๕/๑.ป ,๕/๒, ป.๕/๓.ป ,๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป.๕/๑.ป ,๕/๒.ป ,๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑.ป ,๕/๒
ส ๕.๒ ป.๕/๑.ป ,๕/๒, ป.๕/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชวี ัด
48
คาอธิบายรายวชิ าพนื ฐาน
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
วิเคราะห์ความสา้ คัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจา้ ชาติ หรือความสา้ คัญของศาสนา
ท่ีตนนับถือ สรุปพุทธประวัติตังแต่ปลงอายุสังขารจนถึงสังเวชนยี สถาน หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามท่ีก้าหนด
เหน็ คณุ ค่าและประพฤติตนตามแบบอย่างการด้าเนินชีวิตและขอ้ คิดจากประวัติสาวก ชาดก เรอ่ื งเล่า และศาสนิกชน
ตัวอยา่ งตามที่กา้ หนด วิเคราะห์ความส้าคัญและเคารพพระรตั นตรัย ปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท
๓ ในพระพทุ ธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื ตามท่ีก้าหนด ชนื่ ชมการท้าความดีของบุคคลในประเทศ
ตามหลักศาสนา พร้อมทังบอกแนวปฏิบัติในการดา้ เนินชีวิต เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา และบริหารจิต
เจริญปญั ญา มสี ตทิ ี่เปน็ พืนฐานของสมาธใิ นพระพุทธศาสนา หรอื การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ตี นนบั ถือ
ตามท่ีกา้ หนด ปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพือ่ แกป้ ญั หาอบายมุขและสิง่ เสพตดิ อธิบายหลกั ธรรม
ส้าคัญของศาสนาอ่ืน ๆ โดยสังเขป อธิบายลักษณะส้าคัญของศาสนพิธี พิธีกรรมของศาสนาอ่ืน ๆ และปฏิบัติตน
ได้อย่างเหมาะสมเมื่อต้องเข้าร่วมพิธี อธิบายความรู้เกี่ยวกับสถานท่ีต่าง ๆ ในศาสนสถาน และปฏิบัติตนได้อยา่ ง
เหมาะสม มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ีดีตามท่ีก้าหนด อธิบายประโยชน์ของการเข้าร่วมในศาสนพิธี
พิธีกรรม และกิจกรรมในวันส้าคัญทางศาสนาตามท่ีก้าหนด และปฏิบัติตนได้ถูกต้อง แสดงตนเป็นพุทธมามกะ
หรอื แสดงตนเปน็ ศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ
อธบิ ายบทบาทของผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบ อธบิ ายบทบาทของผู้บรโิ ภคทีร่ ู้เท่าทนั บอกวิธแี ละประโยชน์
ของการใช้ทรัพยากรอย่างย่ังยืน อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค ธนาคาร และรัฐบาล ยกตัวอย่าง
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ภายในท้องถ่ิน
สืบค้นและอธิบายขอ้ มลู ลักษณะทางกายภาพของประเทศไทย ด้วยแผนท่ี รูปถ่ายทางอากาศ และภาพ
จากดาวเทียม อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างลกั ษณะทางกายภาพกับภัยพิบัติในประเทศไทย เพอ่ื เตรียมพร้อมรับมือ
ภัยพิบัติ วิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ กับลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม
ในประเทศไทย วิเคราะห์การเปล่ียนแปลงทางกายภาพของประเทศไทยในอดีตกับปัจจุบัน และผลท่ีเกิดขึนจาก
การเปล่ียนแปลง น้าเสนอตัวอย่างท่ีสะท้อนให้เห็นผลจากการรักษาและท้าลายทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม และเสนอ
แนวทางในการจดั การทย่ี ง่ั ยืนในประเทศไทย
49
มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๖/๑.ป ,๖/๒, ป.๖/๓.ป ,๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ส ๓.๑ ป.๖/๑.ป ,๖/๒.ป ,๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑.ป ,๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑.ป ,๖/๒, ป.๖/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๓ ตัวชวี ดั
50
คาอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ประวัติศาสตร์