The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

6.หลักสูตรสถานศึกษาปลาค้าวหนองน้ำเที่ยง64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sxinbutr, 2022-09-25 17:43:06

6.หลักสูตรสถานศึกษาปลาค้าวหนองน้ำเที่ยง64

6.หลักสูตรสถานศึกษาปลาค้าวหนองน้ำเที่ยง64

101

ผลกำรเรียนรู้

๑. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้มมี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลในชุมชน
๓. เหน็ คุณค่าของภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น
๔. เขา้ รว่ มกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน้าที่ทตี่ อ้ งปฏิบตั ใิ นห้องเรียนและโรงเรียน
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ีและมสี ่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น
๘. ยอมรับและอยรู่ ว่ มกับผูอ้ นื่ อยา่ งสันติ
๙. ยกตวั อยา่ งความขดั แย้งในชุมชนและเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง
รวมทังหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้

102

ส๑๔๒๐๑ หน้าทพี่ ลเมือง ๔ คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทยในพิธีการต่าง ๆ ในเรื่องการกล่าวคา้ ต้อนรับ การแนะนา้
ตัวเองและแนะน้าสถานที่ แสดงออกถึงความกตญั ญกู ตเวทตี ่อผู้ทา้ ประโยชน์ในสังคม มีส่วนรว่ มในขนบธรรมเนียม
ประเพณไี ทยในทอ้ งถนิ่ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรือ่ งความซ่ือสัตยส์ ุจรติ อดทน และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จาก
การกระท้าของตนเอง

เห็นความส้าคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ในเร่ืองการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี
ปฏบิ ัตติ นตามพระราชจริยวัตรและพระจรยิ วัตร ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท ในเรอื่ งการมีวินยั และการข่มใจ
หลักการทรงงาน ในเรื่องประโยชน์ส่วนรวมและพออยู่พอกิน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตน
เป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่อื สัตยส์ ุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตังใจปฏิบัติหนา้ ท่ี และยอมรบั ผล
ท่เี กดิ จากการกระท้าของตนเอง

มีส่วนรว่ มในการสร้างและปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กตกิ าของห้องเรียน ในเรื่องการรักษาความสะอาด การรักษา
ของใชร้ ่วมกันและการส่งงาน โดยใชก้ ระบวนการมีสว่ นรว่ มในการสร้างข้อตกลง กติกาดว้ ยหลักเหตุผลและยึดถือ
ประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าท่ีของการเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครวั และห้องเรียน ในเรื่องการเปน็
ผูน้ ้าและการเปน็ สมาชิกที่ดี การมเี หตุผล ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ื่น และการปฏิบตั ิตามเสยี งข้างมากและยอมรับ
เสียงขา้ งน้อย มีส่วนร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของครอบครัวและห้องเรียน ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มีวินัย
ในตนเอง ในเรื่องความซือ่ สตั ย์สุจรติ ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั ใจปฏบิ ตั ิหน้าท่ี และยอมรบั ผลที่เกิดจาก
การกระท้าของตนเอง

ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ในเรื่องเชือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความพิการ
ความสามารถ ถ่ินก้าเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อย่รู ่วมกบั ผูอ้ ืน่ อย่างสนั ติและพ่ึงพาซ่งึ กันและกัน ในเร่อื งการไม่รังแก
ไม่ท้าร้าย ไม่ล้อเลียน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน และแบ่งปัน วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งในท้องถน่ิ ในกรณีการใช้
สาธารณสมบัติและการรักษาสิง่ แวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยสันติวธิ ี ปฏิบตั ติ น เป็นผมู้ วี ินยั ในตนเอง
ในเรอื่ งความซอื่ สัตย์สจุ รติ อดทน และยอมรับผลที่เกดิ จากการกระท้าของตนเอง

โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา

เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนมีลกั ษณะทดี่ ีของคนไทย ภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ
ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติ
สามารถจัดการความขดั แย้งด้วยสันติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง

103

ผลกำรเรยี นรู้

๑. เห็นคณุ ค่าและปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความกตญั ญกู ตเวทีตอ่ ผทู้ า้ ประโยชน์ในสงั คม
๓. มสี ว่ นรว่ มในขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย
๔. เห็นความส้าคญั และแสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มีสว่ นร่วมในการสร้างและปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กติกาของห้องเรียน
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ที่ มสี ่วนรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สินใจในกิจกรรมของครอบครัว และ

หอ้ งเรียน
๘. ยอมรับและอยรู่ ว่ มกับผอู้ นื่ อย่างสันติ และพ่งึ พาซ่งึ กันและกนั
๙. วิเคราะหป์ ญั หาความขัดแยง้ ในทอ้ งถนิ่ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสนั ติวธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง
รวมทังหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้

104

ส๑๕๒๐๑ หน้าทพ่ี ลเมือง ๕ คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทยในการสนทนา การปฏบิ ัติตนตามกาลเทศะ และการต้อนรับ
ผู้มาเยือน รู้คุณค่า ใช้อย่างประหยัด คุ้มค่า และบ้ารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีส่วนร่วมใน
ศิลปวัฒนธรรมไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่อื สัตย์สุจรติ ตังใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผล
ทีเ่ กิดจากการกระท้าของตนเอง

เหน็ คุณค่าและแสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการใช้
สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ปฏิบัติตนตาม
พระราชจรยิ วตั รและพระจริยวัตร ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาท ในเรื่องความเออื เฟอ้ื เผอ่ื แผ่และความสามัคคี
หลักการทรงงาน ในเร่ืองการท้าตามล้าดับขันและท้างานอย่างมีความสุข และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ปฏิบัติตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง ในเรื่องความซอื่ สัตยส์ ุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตังใจปฏิบัติหนา้ ที่
และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทา้ ของตนเอง

มสี ว่ นร่วมในการสร้างและปฏิบตั ิตนตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน ในการรกั ษาความสะอาด การรกั ษาของใช้
รว่ มกันและการดูแลพนื ที่ท่ไี ด้รับมอบหมาย โดยใช้กระบวนการมสี ่วนรว่ มในการสร้างกฎ ระเบียบ ด้วยหลักเหตุผล
และยึดถอื ประโยชน์ส่วนรวม ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทข่ี องการเป็นสมาชกิ ท่ีดีของห้องเรยี น และโรงเรยี น ในเรอื่ ง
การยึดถือหลักความจริง ความดีงาม ความถูกต้องและหลักเหตุผล การยึดถือประโยชน์ ของส่วนรวมเป็นส้าคัญ
การยึดหลักความเสมอภาคและความยุติธรรม มีส่วนร่วมและรบั ผิดชอบในการตัดสินใจ ในกิจกรรมของหอ้ งเรียน
และโรงเรยี น ปฏบิ ัติตนเปน็ ผูม้ ีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซอ่ื สตั ย์สจุ ริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั ใจ
ปฏิบัตหิ น้าที่ และยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระท้าของตนเอง

ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในท้องถิน่ ในเร่ืองวถิ ชี วี ิต วฒั นธรรม ศาสนา และสิ่งแวดลอ้ ม
อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างสนั ติและพง่ึ พากัน ด้วยการเคารพซงึ่ กันและกนั ไม่แสดงกริ ิยาวาจาดูหมิ่นผู้อืน่ ช่วยเหลือซ่ึงกัน
และกัน และแบ่งปัน วิเคราะห์ปัญหาความขดั แยง้ ในภูมภิ าคของตนเอง ในเร่ืองการจัดการทรัพยากรและการขัดแยง้
ทางความคิด และเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สจุ ริต
ความอดทน และยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทา้ ของตนเอง

โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการกลุม่ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปญั หา

เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมลี กั ษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรกั ษาไวซ้ งึ่ ความเปน็ ไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ
ยึดม่ันในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ
สามารถจัดการความขดั แยง้ ดว้ ยสันตวิ ธิ ี และมีวินยั ในตนเอง

105

ผลกำรเรียนรู้

๑. เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัตติ นเปน็ ผูม้ มี ารยาทไทย
๒. รูค้ ุณค่าและบา้ รงุ รกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม
๓. มสี ่วนร่วมในศลิ ปวัฒนธรรมไทย
๔. เหน็ คณุ ค่าและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๕. ปฏิบตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. มีสว่ นรว่ มในการสรา้ งและปฏิบตั ิตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ที่ มสี ว่ นรว่ มและรับผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของหอ้ งเรียนและ

โรงเรียน
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสงั คม วัฒนธรรมในทอ้ งถนิ่ และอยรู่ ว่ มกับผู้อ่นื อย่างสันติ และพ่งึ พา

ซง่ึ กันและกนั
๙. วิเคราะห์ปญั หาความขัดแยง้ ในภูมิภาคของตนเองและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสันติวิธี
๑๐. ปฏบิ ัตติ นเป็นผมู้ วี ินยั ในตนเอง
รวมทงั หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้

106

ส๑๖๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๖ คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อ่ืนให้มีมารยาทไทย ในเร่ืองการแสดงความเคารพ การสนทนา การปฏิบัติตน
ตามกาลเทศะ และการตอ้ นรับผู้มาเยอื น มีส่วนร่วมและชกั ชวนผอู้ ืน่ ให้อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
มีส่วนรว่ มในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาไทย ปฏิบัติตนเปน็ ผ้มู ีวินยั ในตนเอง ในเรอ่ื ง
ความซอ่ื สัตยส์ ุจรติ ตงั ใจปฏิบตั ิหนา้ ท่ี และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทา้ ของตนเอง

เหน็ คณุ ค่าและแนะน้าผอู้ ืน่ ให้แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยดึ ม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์
ด้วยการใช้สินค้าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี
ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวตั รและพระจริยวตั ร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเร่ืองความใฝ่รู้ ความกตัญญู
หลักการทรงงาน ในเร่ืององค์รวมและทา้ ให้ง่าย และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัย
ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตังใจปฏิบัติหน้าท่ี และยอมรับผลที่เกดิ
จากการกระทา้ ของตนเอง

ปฏิบัติตนและแนะน้าผู้อ่ืนให้ปฏิบัติตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห้องเรียนและโรงเรียน ในการใช้
และดแู ลรกั ษาสิ่งของเคร่อื งใช้ วัสดอุ ุปกรณ์ และสถานทีข่ องส่วนรวม เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ิตนตามบทบาทหน้าที่
ของการเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรยี นและโรงเรยี น ด้วยการเป็นผู้น้าและการเป็นสมาชิกที่ดี การยึดถือประโยชนข์ อง
สว่ นรวมเปน็ สา้ คญั การใชส้ ิทธแิ ละหนา้ ท่ี การใชเ้ สรีภาพอย่างรบั ผดิ ชอบ มสี ่วนรว่ มและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจ
ในกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพยี ร
อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั ใจปฏิบตั หิ นา้ ที่ และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทา้ ของตนเอง

ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา และ
สิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติและพึ่งพากัน ในเรื่องการเคารพซงึ่ กันและกนั ไม่แสดงกิริยา วาจาดูหม่ินผ้อู ื่น
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแบ่งปัน วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทย ในเรื่องการการละเมิดสิทธิ
การรักษาสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยสนั ตวิ ิธี ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู วี ินัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซื่อสัตย์
สุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระท้าของตนเอง

โดยใชก้ ระบวนการคดิ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ และกระบวนการ
แก้ปัญหา

เพ่อื ให้ผเู้ รยี นมลี กั ษณะที่ดขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรกั ษาไว้ซง่ึ ความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรกั ชาติ
ยึดม่ันในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ
สามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง

107

ผลกำรเรียนรู้

๑. ปฏิบตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ืน่ ใหม้ ีมารยาทไทย
๒. มีส่วนรว่ มและชักชวนผอู้ นื่ ให้อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
๓. มสี ่วนร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย
๔. เหน็ คณุ ค่าและแนะนา้ ผ้อู น่ื ใหแ้ สดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน

พระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏิบัตติ นและแนะนา้ ผ้อู ืน่ ให้ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น
๗. เหน็ คุณค่าและปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าท่ี มีส่วนรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรม

ของห้องเรียนและโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย และอยู่รว่ มกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสันติ และพง่ึ พา

ซง่ึ กันและกนั
๙. วิเคราะห์ปญั หาความขัดแย้งในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ ีวินยั ในตนเอง
รวมทงั หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้

108

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

วชิ า การปอ้ งกันการทจุ ริต

109

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ส๑๑๒๐๒ การป้องกนั การทุจรติ ๑ กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ศกึ ษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม การคิดแยกแยะ ระบบ
คิดฐาน ๒ ระบบคิดฐาน ๑๐ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การท้าการบ้าน การท้าเวร การสอบ
กิจกรรมนกั เรยี น STRONG/จิตพอเพยี งตอ่ ตา้ นการทจุ ริต ความพอเพยี ง ความโปรง่ ใส ต้านทจุ รติ ความเออื อาทร
รหู้ นา้ ที่ของพลเมืองและรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ความหมายบทบาทและสิทธิ การเคารพสิทธหิ นา้ ทีต่ ่อตนเองและผู้อื่น
ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย ความรับผิดชอบ (ต่อตนเองกับต่อผู้อ่ืน) ความเป็นพลเมืองในการต่อต้านการทุจรติ
โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การท้าโครงงานกระบวนการเรยี นรู้ ๕ ขันตอน
(๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและ
เหน็ ความส้าคัญของการตอ่ ต้านและการป้องกนั การทจุ รติ

ผลกำรเรยี นรู้

๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ STRONG/จติ พอเพยี งตอ่ ตา้ นการทุจรติ
4. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั พลเมืองและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม
5. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้ละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทกุ รปู แบบ
7. ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ท่ี STRONG/จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทจุ ริต
8. ปฏบิ ัติตนตามหน้าทพี่ ลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
9. ตระหนักและเหน็ ความส้าคัญของการตอ่ ตา้ นและป้องกันการทจุ ริต
รวมทงั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้

110

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

ส๑๒๒๐๒ การปอ้ งกนั การทุจรติ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม การคิดแยกแยะ ประโยชน์
ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ระบบคิดฐาน ๒ ระบบคิดฐาน ๑๐ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
การท้าการบ้าน การท้าเวร การสอบ กิจกรรมนักเรียน STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต ความพอเพียง
ความโปร่งใส ต้านทุจริต ความเอืออาทร รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการเคารพสิทธิหน้าท่ี
ต่อตนเองและผู้อื่น การเคารพสิทธิหน้าที่ต่อชุมชนและสังคม ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย ความรับผิดชอบ
(ต่อห้องเรียน) คุณลักษณะของพลเมืองที่ดี หน้าที่ของพลเมืองท่ีดีในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด
วเิ คราะห์ จา้ แนก แยกแยะ การฝกึ ปฏิบัตจิ ริง การทา้ โครงงานกระบวนการเรยี นรู้ ๕ ขนั ตอน (๕ STEPs) การอภิปราย
การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและเห็นความส้าคัญของการต่อต้าน
และการปอ้ งกนั การทจุ ริต

ผลกำรเรียนรู้

๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
2. มีความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ
3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG/จิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
4. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ
7. ปฏบิ ัติตนเป็นผู้ท่ี STRONG/จติ พอเพยี งตอ่ ตา้ นการทจุ ริต
8. ปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ท่ีพลเมืองและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสงั คม
9. ตระหนกั และเหน็ ความส้าคัญของการต่อต้านและปอ้ งกนั การทจุ ริต
รวมทงั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้

111

คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ส๑๓๒๐๒ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

ศึกษาเกย่ี วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม การคิดแยกแยะ ระบบ
คิดฐาน ๒ ระบบคิดฐาน ๑๐ ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตน
และผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การทา้ การบ้าน การทา้ เวร การสอบ การแต่งกาย
กิจกรรมส่งเสริมความถนัดและความสนใจ STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต ความพอเพียง ความโปร่งใส
ต้านทุจริต ความเอืออาทร พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องการเคารพสิทธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อื่น
ที่มีต่อชุมชน เรื่องการเคารพสิทธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อ่ืนที่มีต่อประเทศชาติ ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย
ความรับผิดชอบ (ต่อโรงเรยี น) ความเป็นพลเมอื งในการต่อตา้ นการทุจรติ โดยใชก้ ระบวนการคดิ วิเคราะห์ จา้ แนก
แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจรงิ การท้าโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕ ขันตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ
การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและเห็นความส้าคัญของการต่อต้านและการป้องกัน
การทจุ ริต

ผลกำรเรยี นรู้

๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
2. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
3. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั STRONG/จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีความรับผิดชอบตอ่ สงั คม
5. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้
6. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ละอายและไมท่ นต่อการทุจริตทกุ รปู แบบ
7. ปฏิบัตติ นเป็นผู้ท่ี STRONG/จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
8. ปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทพ่ี ลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สังคม
9. ตระหนักและเห็นความสา้ คัญของการตอ่ ตา้ นและปอ้ งกันการทจุ ริต
รวมทังหมด ๙ ผลการเรียนรู้

112

คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ส๑๔๒๐๒ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ๔ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

ศกึ ษาเก่ียวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม การคิดแยกแยะ ระบบคดิ
ฐาน ๒ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความแตกตา่ งระหวา่ งจริยธรรมและการทุจริต ประโยชน์สว่ นตนและประโยชน์สว่ นรวม
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การท้าการบ้าน การท้าเวร การสอบ การแต่งกาย กิจกรรมนักเรียน
(ภายในโรงเรียน) การเข้าแถว STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต การด้ารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง ความโปร่งใส ความต่ืนรู้/ความรู้ ต้านทุจริต มุ่งไปข้างหนา้ ความเอืออาทร พลเมืองกับความรบั ผิดชอบ
ต่อสังคม เร่อื งการเคารพสิทธิหน้าท่ตี ่อตนเองและผู้อ่ืนท่ีมตี ่อครอบครัว ระเบียบ กฎ กตกิ า กฎหมาย ความรับผิดชอบ
(ต่อชุมชน) ความเป็นพลเมืองในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึก
ปฏิบัติจริง การท้าโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕ ขันตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา
ทกั ษะการอ่านและการเขียน เพื่อใหม้ ีความตระหนักและเหน็ ความสา้ คัญของการตอ่ ต้านและการปอ้ งกนั การทจุ ริต

ผลกำรเรียนรู้

๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม
2. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
3. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับ STRONG/จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ
4. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้
6. ปฏิบตั ิตนเป็นผู้ละอายและไมท่ นตอ่ การทุจรติ ทกุ รูปแบบ
7. ปฏิบัตติ นเป็นผู้ท่ี STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจรติ
8. ปฏิบัติตนตามหนา้ ทพ่ี ลเมืองและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม
9. ตระหนักและเหน็ ความสา้ คัญของการต่อตา้ นและป้องกนั การทจุ รติ
รวมทังหมด ๙ ผลการเรียนรู้

113

คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ส๑๕๒๐๒ การป้องกนั การทุจรติ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษาฯ
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

ศกึ ษาเก่ยี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม การคิดแยกแยะ ระบบ
คดิ ฐาน ๒ ระบบคิดฐาน ๑๐ ความแตกตา่ งระหว่างจรยิ ธรรมและการทุจริต ประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์สว่ นรวม
การขดั กันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อน ความละอายและความไม่ทน
ต่อการทุจริต การท้าการบ้าน การท้าเวร การสอบ การแต่งกาย กิจกรรมนักเรียน (ในห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน)
การเข้าแถว STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต ความพอเพียง ความโปร่งใส ความตื่นรู้/ความรู้ ต้านทุจริต
มุ่งไปข้างหนา้ ความเอืออาทร พลเมืองกบั ความรับผิดชอบต่อสงั คม เรอ่ื งการเคารพสิทธหิ น้าที่ตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน
ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย ความรับผิดชอบ (ต่อสังคม) ความเป็นพลเมืองในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้
กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทา้ โครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕ ขันตอน
(๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพอื่ ให้มคี วามตระหนักและเห็น
ความสา้ คญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ รติ

ผลกำรเรียนรู้

๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม
2. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต
3. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ STRONG/จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต
4. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอ่ สงั คม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ ริตทุกรปู แบบ
7. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ที่ STRONG/จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต
8. ปฏิบัติตนตามหน้าทพ่ี ลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
9. ตระหนักและเหน็ ความส้าคญั ของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทุจรติ
รวมทงั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้

114

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ส๑๖๒๐๒ การปอ้ งกนั การทุจรติ ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษาฯ
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

ศึกษาเกยี่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม การคิดแยกแยะ ระบบ
คิดฐาน ๒ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต ประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชน์สว่ นรวม
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อน รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การท้าการบ้าน การทา้ เวร การสอบ การแต่งกาย กิจกรรมนักเรียน
(ในห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน สังคม) การเข้าแถว STRONG/จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต การสร้างจิตส้านึก
ความพอเพียงต่อต้านการทุจริต ความโปร่งใส ความต่ืนรู้/ความรู้ ต้านทุจริต มุ่งไปข้างหน้า ความเอืออาทร
พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม เรือ่ งการเคารพสิทธิหนา้ ทต่ี ่อตนเองและผอู้ น่ื ทีม่ ีต่อประเทศชาติ ระเบียบ กฎ
กตกิ า กฎหมาย ความรบั ผดิ ชอบ (ต่อประเทศชาติ) ความเป็นพลเมืองในการตอ่ ต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด
วิเคราะห์ จา้ แนก แยกแยะ การฝกึ ปฏบิ ัติจริง การทา้ โครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕ ขันตอน (๕ STEPs) การอภิปราย
การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความตระหนักและเห็นความส้าคัญของการต่อต้าน
และการปอ้ งกนั การทจุ รติ

ผลกำรเรียนรู้

๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ
3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG/จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับพลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ ริตทกุ รปู แบบ
7. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG/จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ ริต
8. ปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทพ่ี ลเมืองและมีความรับผิดชอบตอ่ สงั คม
9. ตระหนักและเห็นความส้าคญั ของการตอ่ ตา้ นและป้องกนั การทุจรติ
รวมทงั หมด ๙ ผลการเรียนรู้

115

คาอธบิ ายรายวชิ า

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

116

กจิ กรรมแนะแนว

117

คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

ก๑๑๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธิบำยรำยวิชำ

บอกช่อื และหนา้ ท่ขี องสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายตนเองไดถ้ ูกต้อง ระบสุ ว่ นต่าง ๆ ของร่างกายท่ีตนเองพอใจ
พร้อมเหตุผล และรบั รูใ้ นส่วนของร่างกายท่ีเพอื่ นพอใจ ดแู ลรักษาส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกายทงั ของตนเองและเพ่ือน
ใหป้ ลอดภยั

บอกอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้ รับรู้ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพ่ือน ยอมรบั
ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน ระบุงานและกิจกรรมเก่ียวกับการเรียนที่ชอบและไม่ชอบ
รวมทงั การรับรคู้ วามชอบและไมช่ อบของเพื่อนในชนั เรยี น

บอกอาชพี ของพอ่ แม่ บอกความหมายของเครื่องหมาย สญั ลักษณท์ ่ีแสดงถงึ คุณภาพด้านการเรียนของตน
ดูแลตัวเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจ้าวนั รู้จักสังเกต ตังค้าถาม และแสวงหาค้าตอบ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง
และเปน็ ผูฟ้ ังท่ีดี

ผลกำรเรียนรู้

1. เรียกชื่อสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. ระบุสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายท่ตี นเองพอใจพร้อมเหตผุ ล และรับรู้ในสว่ นของรา่ งกายที่เพอ่ื นพอใจ
๓. ดูแลส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายทังของตนเองและเพือ่ นให้ปลอดภยั
๔. บอกอารมณ์และความรูส้ ึกของตนเองได้
๕. รับรคู้ วามแตกตา่ งทางด้านร่างกายของตนเองและเพอ่ื น
๖. ยอมรับความแตกตา่ งทางด้านรา่ งกายของตนเองและเพื่อน
๗. ระบุงานและกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนที่ชอบและไม่ชอบ รวมทังการรับรู้ความชอบและไม่ชอบ

ของเพ่ือนในชันเรียน
๘. บอกอาชีพของพ่อแม่
๙. บอกความหมายของเคร่อื งหมาย สัญลกั ษณ์ที่แสดงถงึ คณุ ภาพด้านการเรยี นของตน
๑๐. ดแู ลตัวเองในการปฏิบตั ิกิจวตั รประจ้าวนั
๑๑. รู้จักสงั เกต ตังค้าถาม และแสวงหาค้าตอบ
๑๒. รเู้ ท่าทันอารมณ์
๑๓. เป็นผูฟ้ ังท่ีดี
รวมทงั หมด ๑๓ ผลการเรยี นรู้

118

คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น

ก๑๒๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

อธิบายหนา้ ที่ของส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายไดถ้ ูกต้อง ดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทังของตนเอง
และเพ่อื ให้ปลอดภยั

บอกอารมณ์ ความรสู้ กึ ของตนและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของครู เพอ่ื นในห้องเรยี นและสมาชกิ ในครอบครัว
รับรู้อารมณค์ วามร้สู ึกของตนเองและเพ่ือน ยอมรับความแตกต่างดา้ นอารมณ์ จติ ใจของตนเองและเพ่อื น

บอกอาชพี ในชุมชน บอกความหมายผลการเรียนของตน ระบุวชิ าที่มีผลการเรียนอยู่ในระดบั ดีและทต่ี อ้ ง
ปรับปรงุ

แสดงพฤตกิ รรมทแ่ี สดงถึงความมีเมตตา แบง่ ปนั ของกนิ ของใช้ วเิ คราะหค์ วามน่าเช่ือถือของขอ้ มูลข่าวสาร
ไดส้ มเหตุสมผล ควบคมุ อารมณ์ของตนเองได้ และใชภ้ าษาและกิริยาทีเ่ หมาะสมในการสื่อสาร

ผลกำรเรียนรู้

1. อธิบายหน้าทขี่ องสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้อง
๒. ดูแลรักษาส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายทังของตนเองและเพ่ือให้ปลอดภยั
๓. บอกอารมณ์ ความรสู้ กึ ของตนและรับร้อู ารมณ์ความรู้สกึ ของครู เพ่ือนในหอ้ งเรยี นและสมาชกิ ในครอบครัว
๔. รับรูอ้ ารมณค์ วามรูส้ กึ ของตนเองและเพือ่ น
๕. ยอมรบั ความแตกต่างด้านอารมณ์ จิตใจของตนเองและเพอ่ื น
๖. บอกอาชพี ในชมุ ชน
๗. บอกความหมายผลการเรยี นของตน
๘. ระบุวิชาท่มี ผี ลการเรยี นอยใู่ นระดับดแี ละท่ีตอ้ งปรับปรงุ
๙. แสดงพฤติกรรมที่แสดงถงึ ความมีเมตตา แบ่งปันของกินของใช้
๑๐. วิเคราะหค์ วามนา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู ข่าวสารได้สมเหตสุ มผล
๑๑. ควบคมุ อารมณ์ของตนเองได้
๑๒. ใชภ้ าษาและกริ ยิ าท่ีเหมาะสมในการสอ่ื สาร
รวมทงั หมด ๑๒ ผลการเรยี นรู้

119

คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

ก๑๓๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

บอกประโยชน์ของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้อง รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ยอมรับ
การเปล่ียนแปลงของรา่ งกายตามวัย

ระบสุ าเหตุของการเกิดอารมณ์ความรู้สกึ ของตนเองและเพือ่ น ยอมรบั ความแตกต่างด้านอารมณ์ จิตใจ
ของตนเองและเพ่อื น รับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของครู เพ่ือนต่างห้องเรียน และสมาชิกในครอบครัว แสดงความคิด
และแสดงออกดา้ นอารมณท์ ่มี ตี ่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รูจ้ กั เอาใจเขามาใส่ใจเรา คา้ นึงถึงความรสู้ ึก
ของผอู้ น่ื ในการส่ือสาร

ระบคุ วามสนใจ ความถนดั ความสามารถด้านการเรียนของตนเองพร้อมเหตุผล รบั รู้ความสนใจ ความถนัด
ความสามารถด้านการเรยี นของเพื่อนพร้อมเหตุผล ยอมรับความแตกตา่ งดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถ
ทางการเรียนของตนเองและเพ่อื น ยอมรับความแตกตา่ งดา้ นบคุ ลกิ ภาพของตนเองและเพ่อื น

บอกอาชีพท่ีหลากหลาย บอกพฤติกรรมของตนเองที่ช่วยให้ผลการเรียนดี ระบุพฤติกรรมท่ีจะน้ามาใช้
ในการปรบั ตวั ดา้ นการเรียนให้มีผลการเรยี นระดับดีขนึ ไป และมีความพร้อมส้าหรับการประเมินระดับชาติ รวมทงั
ประเมินสถานการณแ์ ละนา้ ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจ้าวัน

ผลกำรเรียนรู้

1. บอกประโยชน์ของส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายได้ถูกตอ้ ง
๒. รับรู้การเปลยี่ นแปลงของรา่ งกายตามวัย
๓. ยอมรับการเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวัย
๔. ระบสุ าเหตขุ องการเกดิ อารมณค์ วามรู้สกึ ของตนเองและเพอ่ื น
๕. ยอมรบั ความแตกตา่ งด้านอารมณ์ จติ ใจของตนเองและเพือ่ น
๖. รับรู้อารมณ์ ความร้สู ึกของครู เพอื่ นตา่ งห้องเรียน และสมาชิกในครอบครวั
๗. แสดงความคดิ และแสดงออกดา้ นอารมณท์ ่มี ีต่อสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๘. รู้จกั เอาใจเขามาใสใ่ จเรา
๙. ค้านงึ ถงึ ความร้สู ึกของผูอ้ นื่ ในการสื่อสาร
๑๐. ระบคุ วามสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการเรยี นของตนเองพร้อมเหตผุ ล
๑๑. รับรคู้ วามสนใจ ความถนัด ความสามารถดา้ นการเรียนของเพือ่ นพร้อมเหตุผล
๑๒. ยอมรับความแตกต่างด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรียนของตนเองและเพ่ือน
๑๓. ยอมรับความแตกต่างดา้ นบุคลกิ ภาพของตนเองและเพอ่ื น

120

๑๔. บอกอาชพี ท่ีหลากหลาย
๑๕. บอกพฤตกิ รรมของตนเองทช่ี ว่ ยให้ผลการเรยี นดี
๑๖. ระบพุ ฤตกิ รรมทจ่ี ะน้ามาใช้ในการปรับตวั ด้านการเรียนใหม้ ีผลการเรยี นระดับดขี นึ ไป และมคี วามพร้อม

สา้ หรบั การประเมนิ ระดบั ชาติ
๑๗. ประเมินสถานการณ์และนา้ ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจา้ วัน
รวมทงั หมด ๑๗ ผลการเรียนรู้

121

คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

ก๑๔๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

รับรู้การเปล่ียนแปลงของร่างกายตามวัย บอกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด
ความรู้สึก อารมณ์ของครู เพ่ือน และสมาชิกในครอบครัว จ้าแนกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ท่ีดีและไม่ดีของ
ตนเองและผ้อู น่ื

อธิบายบุคลกิ ภาพของตนเองและรบั รู้บุคลิกภาพของเพือ่ น รับไดก้ บั บุคลิกภาพของตนเอง ยอมรับในส่ิง
ที่ผูอ้ ่นื เป็นด้านบคุ ลกิ ภาพ พอใจในสง่ิ ท่ดี ีของตนเองด้านรา่ งกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ ชน่ื ชมส่ิงทดี่ ีของผอู้ ่ืน
ดา้ นร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจติ ใจ ยอมรับสิ่งท่ีตนเองมีในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน
เข้าใจผอู้ ่นื ในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น

บอกลกั ษณะของอาชพี ที่สนใจ บอกคณุ ลกั ษณะของตนเองที่สอดคลอ้ งกับอาชีพที่สนใจ วเิ คราะห์ผลการเรียน
ของตนแตล่ ะรายวิชา และระบุวธิ กี ารพฒั นารายวชิ าทผี่ ลการเรยี นยงั ไม่เปน็ ท่ีพอใจ

มจี ินตนาการและมคี วามสามารถในการคิดเช่ือมโยง มีวธิ ีผอ่ นคลายอารมณ์และความเครยี ดให้กบั ตนเอง
รู้จักแสดงความคิด ความรู้สึกชื่นชมการกระท้าทีด่ งี ามให้ผูอ้ ื่นรับรู้

มีมารยาทในการสื่อสารกับผู้อื่น ชื่นชมความส้าเร็จ ความสามารถและการกระท้าที่ดีงามของผู้อื่น
ดว้ ยคา้ พดู ภาษากาย และสญั ลกั ษณ์ ควบคมุ ความคิดและอารมณ์ของตนเองได้ และมีวธิ ีสร้างความมัน่ คงในอารมณ์
ของตนเองได้อยา่ งเหมาะสม

ผลกำรเรียนรู้

1. รบั รูก้ ารเปลีย่ นแปลงของร่างกายตามวัย
๒. บอกความคดิ ความรู้สึก อารมณข์ องตนและรับร้คู วามคดิ ความรู้สกึ อารมณ์ของครู เพ่ือน และสมาชิก

ในครอบครัว
๓. จา้ แนกความคดิ ความร้สู ึก อารมณท์ ่ีดีและไม่ดขี องตนเองและผู้อ่ืน
๔. อธิบายบุคลกิ ภาพของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพของเพ่ือน
๕. รับได้กบั บุคลิกภาพของตนเอง
๖. ยอมรบั ในส่ิงทผ่ี ูอ้ นื่ เป็นดา้ นบคุ ลิกภาพ
๗. พอใจในส่ิงทด่ี ขี องตนเองดา้ นรา่ งกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ
๘. ช่ืนชมส่ิงทีด่ ขี องผูอ้ นื่ ดา้ นรา่ งกาย ความคดิ อารมณ์ และจิตใจ
๙. ยอมรบั สิ่งทต่ี นเองมีในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรียน
๑๐. เข้าใจผู้อน่ื ในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น

122

๑๑. บอกลักษณะของอาชีพท่ีสนใจ
๑๒. บอกคุณลักษณะของตนเองทสี่ อดคล้องกับอาชพี ท่ีสนใจ
๑๓. วเิ คราะห์ผลการเรียนของตนแตล่ ะรายวชิ า
๑๔. ระบวุ ธิ กี ารพัฒนารายวชิ าทผี่ ลการเรียนยังไมเ่ ปน็ ทพ่ี อใจ
๑๕. มีจนิ ตนาการและมคี วามสามารถในการคิดเชอ่ื มโยง
๑๖. มวี ิธีผอ่ นคลายอารมณแ์ ละความเครียดให้กับตนเอง
๑๗. รู้จกั แสดงความคดิ ความรู้สกึ ชนื่ ชมการกระท้าทีด่ ีงามให้ผ้อู ื่นรบั รู้
๑๘. มมี ารยาทในการสอ่ื สารกับผอู้ ่นื
๑๙. ช่นื ชมความส้าเรจ็ ความสามารถและการกระทา้ ทด่ี งี ามของผ้อู น่ื ดว้ ยค้าพูด ภาษากาย และสญั ลักษณ์
๒๐. ควบคุมความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้
๒๑. มวี ิธีสรา้ งความมั่นคงในอารมณข์ องตนเองได้อย่างเหมาะสม
รวมทังหมด ๒๑ ผลการเรียนรู้

123

คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน

ก๑๕๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

รับรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวยั ระบุบุคลิกภาพท่ีดีและไม่ดีของตนเองและรับรบู้ ุคลิกภาพที่ดี
และไม่ดขี องเพ่ือน ภูมิใจในบุคลิกภาพด้านดขี องตน ชน่ื ชมบุคลกิ ภาพด้านดขี องผอู้ ่ืน

แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในสิ่งท่ีดขี องตนเอง ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ รู้เท่าทันความคิด
และอารมณข์ องตนเอง จดั การกับความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม

บอกวิชาที่ตนเองถนัดอย่างมีเหตผุ ล รบั รวู้ ชิ าทเี่ พื่อนถนัดพรอ้ มเหตุผล ภูมิใจในคุณคา่ ของตนเองในด้าน
ความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และอาชีพ ช่ืนชมในคุณค่าของผู้อื่นในด้านความสนใจ ความถนัด
ความสามารถทางการเรียน และอาชพี

บอกอาชีพท่ตี นสนใจ บอกคณุ สมบตั ิของบุคคลทป่ี ระกอบอาชพี ศกึ ษาข้อมูลดา้ นอาชีพทกี่ ว้างและลึกซึง
มากขึน รับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ท่ีตนคบหาสมาคม วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชาและ
ปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาทีม่ ีผลการเรียนไม่เปน็ ท่พี อใจ

วิพากษ์ วิจารณ์ บนพืนฐานของข้อมูลสารสนเทศท่ีถูกต้อง การยุติข้อขัดแย้งในกลุ่มเพื่อนด้วยสันติวิธี
อาสาท้างานเพอ่ื สว่ นรวมและสังคม รจู้ ักปฏเิ สธ ตอ่ รอง และร้องขอความช่วยเหลือในสถานการณเ์ สี่ยง แสดงออก
ถึงพฤตกิ รรมที่ดใี นการอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ตลอดจนรบั ฟังและยอมรบั ความคิดเห็นซงึ่ กันและกัน

ผลกำรเรียนรู้

1. รบั รกู้ ารเปล่ียนแปลงของร่างกายตามวัย
๒. ระบุบุคลิกภาพท่ีดีและไมด่ ีของตนเองและรบั รบู้ คุ ลิกภาพทด่ี ีและไม่ดขี องเพื่อน
๓. ภูมิใจในบคุ ลกิ ภาพด้านดขี องตน
๔. ช่ืนชมบคุ ลิกภาพด้านดีของผอู้ ่นื
๕. แสดงออกถงึ ความมน่ั ใจในสงิ่ ทดี่ ขี องตนเอง ด้านรา่ งกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ
๖. รู้เทา่ ทันความคิดและอารมณ์ของตนเอง
๗. จดั การกบั ความคิดและอารมณข์ องตนเองได้อย่างเหมาะสม
๘. บอกวิชาท่ตี นเองถนัดอยา่ งมีเหตุผล
๙. รบั รู้วิชาที่เพือ่ นถนดั พรอ้ มเหตผุ ล
๑๐. ภูมิใจในคุณค่าของตนเองในด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรียน และอาชีพ
๑๑. ช่นื ชมในคณุ คา่ ของผู้อืน่ ในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และอาชพี
๑๒. บอกอาชีพทตี่ นสนใจ

124

๑๓. บอกคุณสมบัตขิ องบุคคลทปี่ ระกอบอาชีพ
๑๔. ศกึ ษาข้อมูลดา้ นอาชีพที่กว้างและลกึ ซึงมากขนึ
๑๕. รบั รู้ความคิด ความรสู้ กึ อารมณ์ของผู้ท่ีตนคบหาสมาคม
๑๖. วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชาและปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาที่มีผลการเรียน

ไม่เปน็ ทีพ่ อใจ
๑๗. วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ บนพนื ฐานของขอ้ มลู สารสนเทศท่ีถกู ตอ้ ง
๑๘. ยุติข้อขดั แยง้ ในกลมุ่ เพอื่ นด้วยสนั ตวิ ธิ ี
๑๙. อาสาทา้ งานเพื่อส่วนรวมและสังคม
๒๐. รู้จกั ปฏิเสธ ต่อรอง และร้องขอความช่วยเหลอื ในสถานการณเ์ สีย่ ง
๒๑. แสดงออกถึงพฤตกิ รรมทดี่ ใี นการอยรู่ ่วมกบั ผูอ้ น่ื
๒๒. รับฟังและยอมรับความคิดเหน็ ซึ่งกนั และกัน
รวมทังหมด ๒๒ ผลการเรียนรู้

125

คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

ก๑๖๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

รับรูค้ วามคดิ ความรู้สึก อารมณข์ องคูส่ นทนา แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในคณุ คา่ ของตนเอง ดา้ นความสนใจ
ความถนัด ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ เช่ือม่ันในคุณค่าของผู้อ่ืนด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถ
ทางการเรียนและอาชีพ แสดงออกถึงความมั่นใจในบุคลิกภาพด้านดีของตนเอง รวมทังเชื่อมั่นในคุณค่าของผอู้ ื่น
ด้านบคุ ลิกภาพ

มีข้อมูลโลกกว้างทางด้านการศึกษา มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ พิจารณาความเหมาะสมของตน
กับอาชีพท่ีสนใจ ระบุอาชีพที่ตนเองสนใจ วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา โดยเฉพาะวิชาท่ีต้องใช้
ประเมินระดบั ชาติ และการเรียนตอ่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และเรยี นรูเ้ พ่ิมเติมเพ่ือความพร้อมในการเขา้ เรยี นต่อ

ปฏิบัติตามกฎ กติกา และระเบียบของสังคม ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และ
ประเทศชาติ มีวิธีสร้างความม่ันคงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีคุณธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย เช่น ซ่ือสัตย์
กตัญญูกตเวที เอือเฟื้อเผื่อแผ่ มีนา้ ใจ มีจติ ส้านึกเพ่ือส่วนรวม สามคั คี ฯลฯ มจี ิตอาสา และทา้ กิจกรรมท่ีเปน็ ประโยชน์
ต่อสว่ นรวม

ร้จู กั วธิ ีการตดั สินใจและแก้ปัญหาท่ีถูกต้อง ปฏิบัติกิจกรรมท่ที ้าแลว้ มีความสุข ผูอ้ น่ื ไม่เดอื ดร้อน ตลอดถึง
ใหค้ วามรว่ มมอื และทา้ งานร่วมกับผู้อ่นื ไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์

ผลกำรเรียนรู้

1. รบั รู้ความคิด ความรู้สกึ อารมณ์ของคสู่ นทนา
๒. แสดงออกถงึ ความม่ันใจในคุณคา่ ของตนเอง ดา้ นความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน

และอาชพี
๓. เชือ่ มน่ั ในคณุ คา่ ของผูอ้ น่ื ด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี นและอาชีพ
๔. แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในบุคลิกภาพด้านดขี องตนเอง
๕. เชอื่ มน่ั ในคณุ ค่าของผ้อู ่ืนดา้ นบุคลิกภาพ
๖. มขี ้อมูลโลกกวา้ งทางด้านการศกึ ษา
๗. มีแนวทางในการเลือกศกึ ษาตอ่
๘. พิจารณาความเหมาะสมของตนกบั อาชพี ท่สี นใจ
๙. ระบอุ าชพี ทต่ี นเองสนใจ
๑๐. วเิ คราะห์ผลการเรยี นของตนแต่ละรายวิชา โดยเฉพาะวิชาท่ีต้องใช้ประเมินระดับชาติ และการเรียนตอ่

ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้

126

๑๑. เรยี นรู้เพมิ่ เตมิ เพอ่ื ความพรอ้ มในการเข้าเรยี นตอ่
๑๒. ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า และระเบียบของสังคม
๑๓. ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิกที่ดขี องครอบครวั โรงเรยี น และประเทศชาติ
๑๔. มวี ิธสี ร้างความมัน่ คงในอารมณข์ องตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๑๕. มีคณุ ธรรมท่เี หมาะสมกับวยั เช่น ซื่อสัตย์ กตญั ญูกตเวที เออื เฟือ้ เผอื่ แผ่ มีนา้ ใจ มจี ติ สา้ นึกเพอ่ื สว่ นรวม

สามคั คี ฯลฯ
๑๖. มีจติ อาสา และทา้ กิจกรรมท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อสว่ นรวม
๑๗. ร้จู ักวธิ กี ารตดั สนิ ใจและแก้ปัญหาท่ถี กู ตอ้ ง
๑๘. ปฏิบัติกจิ กรรมที่ท้าแลว้ มีความสขุ ผอู้ นื่ ไม่เดือดรอ้ น
๑๙. ใหค้ วามรว่ มมือและทา้ งานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างสรา้ งสรรค์
รวมทังหมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้

127

กจิ กรรมนักเรยี น

128

คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กจิ กรรมนกั เรียน
เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ก๑๑๙๐๒ เตรยี มลกู เสอื สารองและลกู เสือสารอง (ดาวดวงท่ี ๑)
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

เปิดประชมุ กอง ด้าเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กิจกรรมโดยให้ศกึ ษา วเิ คราะห์ วางแผน
ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามค้าปฏิญาณและกฎของลกู เสอื ส้ารอง
เรยี นรจู้ ากการคดิ และปฏบิ ตั ิจรงิ ใชส้ ญั ลกั ษณส์ มาชกิ ลกู เสือส้ารองทม่ี คี วามเปน็ เอกลักษณร์ ่วมกนั ศึกษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนดว้ ยความสนใจ ใฝร่ ู้ ตามวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม ปดิ ประชุมกอง ในเรอ่ื งตอ่ ไปนี

1. เตรียมลูกเสือส้ารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกจิ การลูกเสือ การท้าความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล)์
การท้าความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มือซา้ ย ระเบียบแถวเบืองตน้ ค้าปฏิญาณ กฎและคตพิ จนข์ องลกู เสือส้ารอง

2. ลูกเสอื ส้ารองดาวดวงท่ี 1 อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส้ารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย
บรกิ าร ธงและประเทศต่าง ๆ การฝมี ือ กิจกรรมกลางแจง้ การบันเทงิ การผูกเงอ่ื น คา้ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ
สา้ รอง

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส้ารองดาวดวงที่ 1 สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือส้ารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ้า เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจรติ มีระเบยี บวินัย
และเห็นอกเหน็ ใจผู้อืน่ รู้จกั บ้าเพญ็ ตนเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ รูจ้ กั ท้าการฝมี ือและฝึกฝนทา้ กจิ กรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความม่ันคงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช้
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลกำรเรียนรู้

1. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจา้ เชื่อฟงั และพ่งึ พาตนเองได้
2. มคี วามซอื่ สัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่นื
3. บา้ เพญ็ ตนเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
4. ทา้ การฝมี ือและฝกึ ฝนการท้ากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ และความมนั่ คงของชาติ
6. อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกตใ์ ช้ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

129

คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น กิจกรรมนักเรยี น
เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ก๑๒๙๐๒ ลกู เสอื สารอง (ดาวดวงท่ี ๒)
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกจิ กรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏบิ ตั ิตามค้าปฏิญาณ คตพิ จน์ และกฎของลูกเสือส้ารอง
เรียนรูจ้ ากการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ ใชส้ ญั ลกั ษณ์สมาชิกลูกเสอื ส้ารองท่มี ีความเปน็ เอกลกั ษณร์ ว่ มกนั ศกึ ษาธรรมชาติ
ในชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียง สรุปผลและปฏบิ ัติกิจกรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเร่อื งตอ่ ไปนี

ลูกเสือสา้ รองดาวดวงที่ 2 นยิ ายเมาคลี ประวัติการเรม่ิ กจิ การลูกเสือ การทา้ ความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์)
การท้าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว ค้าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือส้ารอง
อนามัย ความสามารถเชงิ ทักษะ การสา้ รวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรในชมุ ชนท้องถ่ิน ความปลอดภัย
บรกิ าร การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝมี อื ท่ีใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่นิ กิจกรรมกลางแจ้ง การบนั เทิงที่ส่งเสริม
สขุ ภาพกาย สุขภาพจติ และอนรุ กั ษภ์ ูมิปัญญาท้องถิ่น อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส้ารองดาวดวงท่ี 2 สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสอื ส้ารอง มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจ้า เชอ่ื ฟงั และพ่ึงตนเอง มคี วามซื่อสตั ย์สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบ้าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักท้าการฝีมือและฝึกฝนท้ากิจกรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลกำรเรียนรู้

1. มีนิสยั ในการสังเกต จดจา้ เชอ่ื ฟังและพ่ึงพาตนเองได้
2. มคี วามซ่อื สัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวินยั และเห็นอกเห็นใจผู้อน่ื
3. บ้าเพญ็ ตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
4. ทา้ การฝมี อื และฝึกฝนการทา้ กิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ และความมัน่ คงของชาติ
6. อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

130

คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมนักเรยี น
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ก๑๓๙๐๒ ลกู เสือสารอง (ดาวดวงที่ ๓)
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบตั ิตามค้าปฏญิ าณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือส้ารอง
เรยี นรจู้ ากการคิดและปฏิบตั ิจรงิ ใชส้ ัญลกั ษณ์สมาชิกลูกเสอื สา้ รองที่มคี วามเป็นเอกลักษณ์ร่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาติ
ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียง สรุปผลและปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ปดิ ประชุมกอง ในเร่ืองตอ่ ไปนี

ลกู เสือสา้ รองดาวดวงท่ี ๓ นยิ ายเมาคลี ประวัติการเร่มิ กจิ การลูกเสือ การทา้ ความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์)
การท้าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว ค้าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือส้ารอง
อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส้ารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรในชมุ ชนท้องถิ่น ความปลอดภัย
บรกิ าร การผูกเง่ือน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใชว้ ัสดุเหลือใช้ในท้องถน่ิ กิจกรรมกลางแจ้ง การบนั เทิงท่ีสง่ เสริม
สขุ ภาพกาย สุขภาพจิต และอนุรกั ษภ์ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส้ารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎ
และคตพิ จน์ของลูกเสอื ส้ารอง มนี ิสยั ในการสังเกต จดจ้า เช่ือฟงั และพง่ึ ตนเอง มีความซ่อื สัตย์สุจริต มรี ะเบยี บวินัย
และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบ้าเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักท้าการฝีมือและฝึกฝนท้ากิจกรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดลอ้ ม ความม่นั คงของชาติ และสามารถประยุกตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลกำรเรยี นรู้

1. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา้ เชอ่ื ฟงั และพึง่ พาตนเองได้
2. มคี วามซ่ือสตั ย์ สุจริต มรี ะเบยี บวินัยและเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ ืน่
3. บ้าเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
4. ทา้ การฝีมอื และฝึกฝนการท้ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ และความมน่ั คงของชาติ
6. อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมทังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

131

คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมนกั เรยี น
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ก๑๔๙๐๒ ลกู เสือสามัญ (ลกู เสือตรี)
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔

คำอธิบำยรำยวิชำ

เปดิ ประชมุ กอง ด้าเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบตั ิกจิ กรรมตามค้าปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสอื สามัญ
เรยี นรู้จากการคิดและปฏบิ ัตจิ ริง ใชส้ ัญลักษณ์สมาชกิ ลกู เสือสามญั ทมี่ ีความเป็นเอกลักษณ์รว่ มกนั ศกึ ษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลและปฏบิ ัติกิจกรรม ปดิ ประชุมกอง ในเรอื่ งต่อไปนี

ความรู้เก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวตั ิสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การท้าความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไม้พลอง การใช้สัญญาณมอื และนกหวดี การตังแถวและการเรยี กแถว การใช้ทักษะในทางวชิ าลกู เสอื การรจู้ กั ดูแล
ตนเอง การช่วยเหลอื ผูอ้ ่นื การเดนิ ทางไปยงั สถานท่ตี ่าง ๆ การทา้ งานอดิเรกและเรื่องทีส่ นใจ

เพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบตั ิตามค้าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลกู เสือสามัญ มนี สิ ัยในการสังเกต จดจา้ เชอ่ื ฟงั และพง่ึ ตนเอง มคี วามซือ่ สัตยส์ ุจรติ มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอกเห็นใจ
ผอู้ น่ื บ้าเพญ็ ตนเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ท้าการฝมี ือและฝกึ ฝนการท้ากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ
ประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลกำรเรียนรู้

1. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจา้ เชือ่ ฟังและพึ่งพาตนเองได้
2. มคี วามซอ่ื สัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวินัยและเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู น่ื
3. บา้ เพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ท้าการฝีมือและฝึกฝนการทา้ กิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ และความม่ันคงของชาติ
6. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวมทังหมด ๖ ผลการเรียนรู้

132

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมนกั เรียน
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ก๑๕๙๐๒ ลกู เสือสามัญ (ลกู เสือโท)
ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

คำอธิบำยรำยวิชำ

เปิดประชุมกอง ดา้ เนนิ การตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กิจกรรมโดยใหศ้ กึ ษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามคา้ ปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ
เรยี นรจู้ ากการคดิ และปฏบิ ัตจิ ริง ใช้สญั ลักษณ์สมาชกิ ลูกเสือสามญั ทีม่ ีความเปน็ เอกลักษณ์รว่ มกัน ศกึ ษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียง สรปุ ผลและปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเรอื่ งต่อไปนี

ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวตั ิสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ ัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การท้าความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไม้พลอง การใช้สัญญาณมอื และนกหวีด การตงั แถวและการเรียกแถว การใชท้ ักษะในทางวิชาลกู เสอื การรู้จกั ดูแล
ตนเอง การช่วยเหลอื ผ้อู น่ื การเดินทางไปยงั สถานที่ต่าง ๆ การท้างานอดเิ รกและเร่อื งทสี่ นใจ

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบตั ิตามค้าปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนสิ ัยในการสังเกต จดจ้า เชือ่ ฟังและพ่งึ ตนเอง มีความซอ่ื สัตย์สจุ รติ มีระเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจ
ผู้อื่น บ้าเพญ็ ตนเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ทา้ การฝมี อื และฝกึ ฝนการท้ากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคงของชาติ และสามารถ
ประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลกำรเรียนรู้

1. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจ้า เชอ่ื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
2. มคี วามซ่อื สัตย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวินยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น
3. บา้ เพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ทา้ การฝมี อื และฝกึ ฝนการทา้ กิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถนิ่ และความมัน่ คงของชาติ
6. อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยุกต์ใช้ปรชั ญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมทงั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

133

คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมนักเรยี น
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ก๑๖๙๐๒ ลกู เสือสามัญ (ลกู เสือเอก)
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

คำอธิบำยรำยวิชำ

เปดิ ประชมุ กอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ และจดั กิจกรรมโดยใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามคา้ ปฏญิ าณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ
เรยี นรู้จากการคิดและปฏบิ ัตจิ ริง ใชส้ ญั ลกั ษณส์ มาชิกลกู เสือสามัญที่มีความเป็นเอกลกั ษณร์ ่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลและปฏิบัติกจิ กรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเรื่องตอ่ ไปนี

ความรู้เก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวตั ิสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การท้าความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไม้พลอง การใช้สัญญาณมอื และนกหวีด การตังแถวและการเรยี กแถว การใชท้ กั ษะในทางวชิ าลูกเสือ การรจู้ กั ดูแล
ตนเอง การช่วยเหลอื ผูอ้ ่นื การเดินทางไปยงั สถานที่ตา่ ง ๆ การทา้ งานอดิเรกและเร่อื งทสี่ นใจ

เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบตั ิตามค้าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลกู เสือสามัญ มนี สิ ัยในการสังเกต จดจ้า เชอื่ ฟงั และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์สจุ ริต มรี ะเบยี บวินยั และเหน็ อกเห็นใจ
ผอู้ น่ื บ้าเพญ็ ตนเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ทา้ การฝีมือและฝึกฝนการทา้ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคงของชาติ และสามารถ
ประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลกำรเรียนรู้

1. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจา้ เชอ่ื ฟงั และพงึ่ พาตนเองได้
2. มคี วามซอ่ื สัตย์ สจุ รติ มีระเบียบวนิ ัยและเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ ่นื
3. บา้ เพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ท้าการฝีมือและฝึกฝนการท้ากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน และความมน่ั คงของชาติ
6. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใชป้ รัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวมทังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

134

คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน กิจกรรมนกั เรียน
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง
กจิ กรรมชุมนมุ
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๖

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการ เพอ่ื พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิด
วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทังด้านวชิ าการและพืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิต และสังคม ตามศักยภาพ
อย่างรอบด้าน เพอ่ื ความเปน็ มนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทกั ษะการคดิ แก้ปญั หา ความสามารถ
ในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการท้างานและการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข รักในสถาบัน
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ดา้ รงชีวิตอย่างพอเพียง มีความมุ่งมั่น
ในการท้างาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ

เพ่ือให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถด้านการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กิดประสบการณ์ ทังทกั ษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทกั ษะชีวติ
และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ท้าได้ ท้างานร่วมกับผู้อื่นได้
ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย และประยุกตห์ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม

โรงเรยี นปลาคา้ วหนองนา้ เที่ยง ได้ก้าหนดกิจกรรมชุมนมุ จ้านวน ๔ ชุมนมุ เพ่อื ให้นกั เรียนเลอื กเข้าตาม
ความถนดั และความสนใจ ได้แก่

๑. ชมุ นุมดนตรไี ทย
๒. ชมุ นมุ มารยาทไทย
๓. ชมุ นมุ บรรณารกั ษ์
๔. ชมุ นุมสปอรต์ จเู นียร์

135

ชชุมมุ นนุมุมดดนนตตรรไี ไี ททยย

หลกั การและเหตผุ ล
ดนตรไี ทยเปน็ วฒั นธรรมทส่ี า้ คัญแขนงหนงึ่ ทแ่ี สดงให้เหน็ ถึงความคดิ สร้างสรรค์ จนิ ตนาการ และสุนทรียภาพ

อนั มเี อกลกั ษณเ์ ฉพาะอนั เกิดจากอจั ฉริยภาพของบรรพบรุ ุษ และไดส้ บื ทอดกนั มาหลายชัว่ อายุคน จึงเป็นส่ิงดงี าม
และควรค่าแกค่ วามภาคภูมิใจยง่ิ

กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ ตระหนักและเห็นความส้าคัญในการอนุรักษ์และสืบสานดนตรีไทยให้คงอยู่
คู่คนไทยตลอดไป ด้วยการเสริมสร้างจิตส้านึกรักให้แก่เด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ได้เหน็ คณุ ค่าของการเล่นดนตรีไทย
ทงั ยงั ชว่ ยให้เกดิ การส่งเสริมความรูแ้ ละมุมมองเก่ยี วกับดนตรไี ทย เพอ่ื ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจในหลกั การดนตรีไทย
ยิง่ ขึน รวมทงั การรกั ษาไวซ้ ึ่งมรดกแห่งสุนทรียข์ องชาตไิ ทย

ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดแ้ สดงออกทางด้านศิลปะ มีความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์
๒. เพ่ือใหน้ ักเรียนมวี นิ ยั มีจติ ส้านกึ ในการอนรุ กั ษแ์ ละสืบสานดนตรไี ทย
๓. เพื่อฝึกให้เกิดทกั ษะในการเช่ือมโยงภูมิปญั ญาท้องถ่นิ และนา้ บรกิ ารชุมชน
รวมทังหมด ๓ ผลการเรียนรู้

136

ชชมุ มุ นนมุ มุ มมำารรยยำาททไไททยย

หลักการและเหตุผล
มารยาทไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติท่ีมีความส้าคัญอย่างย่ิงอีกประการหนึ่ง ควบคู่กับสังคมไทย

ตลอดมา และผทู้ มี่ ีมารยาทย่อมอยู่ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข ซึ่งในปจั จุบันเด็กและเยาวชนในสงั คมไทยส่วนมาก
มีพฤติกรรมทไี่ ม่เหมาะสม เชน่ มีกริยามารยาททีไ่ ม่สุภาพ ไม่ว่าจะเป็นการยนื การเดิน การนงั่ การแสดงความเคารพ
หรือการไหว้ การรับของและการส่งของต่อผู้อาวุโส เป็นต้น ดังนันเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม ท่ีสืบทอด
และปฏิบัติกันมาแต่โบราณให้คงอยู่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จึงได้ตังชุมนมุ นีขนึ
ซง่ึ จะเปน็ ชุมนมุ ท่ีปลูกฝังมารยาทท่ีดี เพ่ือใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏิบัติได้อย่างถูกตอ้ ง และสามารถน้าไปใช้ในชวี ิตประจ้าวัน
ไดอ้ ย่างเหมาะสม และเป็นเรื่องที่ดีท่ีจะได้ปลกู ฝงั ให้นกั เรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจในประเพณแี ละวฒั นธรรมของไทย
เพ่อื จะไดร้ ่วมกันอนุรักษ์และรกั ษาวฒั นธรรมไทยใหค้ งอยตู่ ลอดไป

ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวัง
๑. เพอื่ ใหน้ ักเรียนรู้และเขา้ ใจในการปฏิบตั ติ นตามมารยาทไทยไดอ้ ย่างถกู ต้อง
๒. เพือ่ ปลูกฝังให้นักเรยี นเห็นคณุ คา่ ของวัฒนธรรมไทย และประเพณที ด่ี ีงามของไทย
๓. เพ่ือให้นกั เรียนมกี ริยามารยาทดี วาจาดี ประพฤติตนดี
รวมทงั หมด ๓ ผลการเรยี นรู้

137

ชชุมุมนนมุุมบบรรรรณณาำรรกัักษษ์์

หลกั การและเหตผุ ล
งานบริการหอ้ งสมดุ เป็นส่วนสา้ คญั มากในการพัฒนาการเรยี นรู้ เพราะในการให้บริการในส่วนของความรู้

ถือเป็นปจั จยั หลกั ก่อนการจัดการเรียนการสอน ด้วยเหตนุ ที างกระทรวงศกึ ษาธิการจงึ ได้มีการระบไุ วว้ ่า สถานศึกษา
ทว่ั ประเทศจะต้องมีศนู ย์บริการห้องส่ืออยู่ภายในสถานศกึ ษา เพอื่ ให้นักเรยี นมคี วามรักในการอ่าน ดแู ลรกั ษาหนังสือ
และแยกประเภทหนงั สือไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพอย่าตอ่ เนือ่ ง

ชุมนุมบรรณารักษ์เป็นการจัดให้นักเรียนได้แสวงหาความรู้ในด้านการให้บริการหนังสือ และมีความรู้
ทค่ี รอบคลมุ ในทุกด้าน เช่น การรับรู้ การตระหนัก การพฒั นา การตอบสนอง และการเสียสละต่อส่วนรวม เป็นต้น
บรรณารักษ์จึงมีความสัมพันธก์ ับการให้บริการทางการศกึ ษา เพอื่ ตอบสนองตอ่ ความต้องการบรโิ ภคความรู้ของผู้อ่ืน
ซ่งึ จะสง่ ผลต่อการพฒั นาบคุ ลิกภาพ การประพฤติปฏิบัติตนของนักเรยี นเอง

ประโยชน์ของชุมนุมบรรณารักษ์ เพื่อปลูกฝังในการเสียสละต่อส่วนร่วมและรักในการบริการห้องสมุด
อันจะกอ่ ให้เกดิ ทักษะตา่ ง ๆ ที่นกั เรียนควรจะได้รบั เช่น การรักในหน้าที่ การเสียสละในการให้บริการ และการรกั ษา
ทรัพยส์ ว่ นรวม

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวัง
๑. เพื่อใหน้ ักเรยี นรู้วธิ ีดแู ลหอ้ งสมุดและสร้างลักษณะอันดขี องบรรณารกั ษ์ได้
๒. เพอื่ ใหน้ กั เรียนสามารถซอ่ มแซมหนังสอื ทชี่ า้ รุดได้
๓. เพ่ือใหน้ กั เรยี นมคี วามรกั ในหนา้ ทข่ี องตนเอง และมคี วามเสียสละเพ่อื สว่ นรวม
รวมทังหมด ๓ ผลการเรียนรู้

138

ชชุมมุ นนุมมุ สสปปออรรต์์ตจจูเูเนนียยี รร์์

หลกั การและเหตผุ ล
การสง่ เสริมการออกกา้ ลังกายเพอื่ สขุ ภาพและกฬี า จะท้าใหร้ า่ งกายแข็งแรงจติ ใจสดชื่น ดงั คา้ กล่าวที่ว่า

“จิตใจที่งดงาม ย่อมอยู่ในร่างกายท่ีแข็งแรง” นั่นแสดงว่าร่างกายกับจิตใจมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก
ถ้าร่างกายแข็งแรง จิตใจก็จะเบิกบาน หรือในทางกลับกัน ถ้ามีจิตใจท่ีเข้มแข็ง จะเกิดพลังหรือก้าลังใจ ท้าให้
ร่างกายแข็งแรงขึน

ทางกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ตระหนกั ถงึ ความสา้ คัญดังกล่าว จึงจัดตังชมุ นุมสปอร์ต
จูเนียร์ขึน เพ่ือส่งเสริมกิจกรรมการออกก้าลังกายและการเล่นกีฬาภายในโรงเรียน ทังยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพ
กายและสุขภาพจิตให้สมบรู ณ์แขง็ แรงอีกดว้ ย

ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง
๑. เพ่อื ใหน้ กั เรยี นมสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจิตทีแ่ ขง็ แรงสมบรู ณ์
๒. เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นมนี า้ ใจนักกฬี า รจู้ กั การใหอ้ ภัย และยอมรับในสงิ่ ที่เกดิ ขนึ
๓. เพื่อฝึกใหน้ กั เรยี นเกิดทักษะในการเล่นกฬี าชนิดตา่ ง ๆ
รวมทงั หมด ๓ ผลการเรียนรู้

139

กิจกรรมเพื่อสังคม

และสาธารณประโยชน์

140

คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ชันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๖ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการท้างานท่ีสอดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ส้ารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม
เสริมสร้างความมีน้าใจ เอืออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
คิดออกแบบกิจกรรมบ้าเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ตามแนวทางวถิ ชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง

เพื่อให้ผู้เรียนบ้าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนอ์ ย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจ
ในลกั ษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ
และใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ และสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

ผลกำรเรยี นรู้

1. บ้าเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจ

ในลักษณะอาสาสมคั ร
3. สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
4. ปฏบิ ตั กิ จิ การเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคณุ ธรรม จริยธรรม ตามคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
5. สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวมทงั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

141

สว่ นท่ี ๔
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นปลาคา้ วหนองน้าเที่ยง (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขันพนื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ก้าหนดเกณฑส์ ้าหรับการจบการศึกษา ไว้ดังนี

เกณฑ์การจบระดับประถมศกึ ษา

1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพืนฐานและรายวิชาเพิ่มเติมตามที่ก้าหนด และมีผลการประเมินรายวิชา
พนื ฐานผ่านทุกรายวชิ า

2. ผู้เรยี นตอ้ งมีผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึนไป
3. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขนึ ไป
4. ผูเ้ รียนต้องเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและได้รับการตดั สนิ ผลการเรียน “ผ่าน” ทกุ กิจกรรม

การจดั การเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการส้าคัญในการนา้ หลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขันพืนฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส้าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เป็นเป้าหมายส้าหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระท่ีก้าหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทังปลูกฝัง
เสรมิ สรา้ งคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ พฒั นาทักษะต่าง ๆ อันเป็นสมรรถนะสา้ คญั ให้ผู้เรยี นบรรลตุ ามเปา้ หมาย

1. หลักการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะส้าคัญ

และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ก้าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน โดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมีความส้าคัญท่ีสุด เช่ือว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ค้านึงถึง
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและพฒั นาการทางสมอง เนน้ ให้ความสา้ คญั ทังความรู้ และคณุ ธรรม

2. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย

เป็นเคร่ืองมือที่จะน้าพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร โดยกระบวนการเรียนรู้ท่ีจ้าเป็นส้าหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือท้าจริง
กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรยี นรูก้ ารเรียนรขู้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ยั

กระบวนการเหล่านี จัดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรูท้ ี่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพฒั นา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรยี นเกดิ การเรียนร้ไู ด้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนัน ผู้สอนจึงจ้าเป็นตอ้ งศึกษา
ทา้ ความเขา้ ใจในกระบวนการเรยี นรู้ต่าง ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถเลอื กใชใ้ นการจัดกระบวนการเรียนรไู้ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ

142

3. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีวัด สมรรถนะส้าคัญ

ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงจะพิจารณาออกแบบ
การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียน
ได้พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ และบรรลตุ ามเป้าหมายทก่ี ้าหนด

4. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รยี น
การจัดการเรยี นร้เู พือ่ ให้ผู้เรยี นมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลกั สูตร ทังผสู้ อนและผู้เรยี นควรมีบทบาท

ดงั นี
4.1 บทบาทของผ้สู อน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนา้ ข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้

ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน
2) กา้ หนดเป้าหมายทต่ี อ้ งการใหเ้ กิดขึนกบั ผเู้ รยี น ด้านความร้แู ละทกั ษะกระบวนการ ในท่เี ปน็

ความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสมั พันธ์ รวมทังคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจดั การเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการ

ทางสมอง เพ่อื น้าผูเ้ รียนไปสเู่ ปา้ หมาย
4) จดั บรรยากาศทีเ่ ออื ต่อการเรยี นรู้ และดแู ลช่วยเหลือผเู้ รยี นให้เกดิ การเรียนรู้
5) จัดเตรยี มและเลอื กใช้สือ่ ให้เหมาะสมกับกิจกรรม น้าภูมปิ ัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยที ่ีเหมาะสม

มาประยุกต์ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน
6) ประเมินความก้าวหนา้ ของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวชิ า

และระดับพฒั นาการของผู้เรียน
7) วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อนา้ มาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทังปรับปรุง

การจัดการเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผ้เู รยี น
1) ก้าหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ตังค้าถาม

คิดหาคา้ ตอบหรือหาแนวทางแก้ปญั หาด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ
3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปส่ิงที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และน้าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์

ต่าง ๆ
4) มปี ฏสิ มั พนั ธ์ ท้างาน ทา้ กจิ กรรมร่วมกับกลุ่มและครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง

143

ส่อื การเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทกั ษะกระบวนการ และคุณลกั ษณะตามมาตรฐานของหลกั สตู รได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ สอ่ื การเรียนรมู้ ีหลากหลาย
ประเภท ทังสื่อธรรมชาติ ส่ือสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรูต้ ่าง ๆ ท่ีมีในท้องถิ่น การเลือกใช้สอ่ื
ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดบั พฒั นาการ และลลี าการเรียนร้ทู หี่ ลากหลายของผเู้ รียน

การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดท้าและพฒั นาขึนเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี
คุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ท่ีมีอยู่รอบตัว เพ่ือน้ามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและส่ือสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
สถานศึกษา เขตพืนทก่ี ารศึกษา หน่วยงานที่เก่ียวข้อง และผูม้ หี น้าที่จดั การศกึ ษาขนั พืนฐานควรดา้ เนินการ ดงั นี

1. จัดให้มแี หลง่ การเรยี นรู้ ศูนยส์ อ่ื การเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครอื ข่ายการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพ ทังในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่ือการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้
ระหว่างสถานศกึ ษา ทอ้ งถ่นิ ชุมชน สังคมโลก

2. จดั ท้าและจดั หาสอ่ื การเรยี นรู้สา้ หรับการศึกษาค้นควา้ ของผูเ้ รียน เสริมความร้ใู หผ้ สู้ อน รวมทงั จัดหา
สิ่งท่ีมอี ยูใ่ นท้องถนิ่ มาประยกุ ตใ์ ชเ้ ปน็ สื่อการเรียนรู้

3. เลือกและใช้ส่ือการเรียนรู้ทม่ี ีคุณภาพ มคี วามเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ งกับวธิ ีการเรียนรู้
ธรรมชาตขิ องสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผู้เรยี น

4. ประเมนิ คุณภาพของสอ่ื การเรยี นรูท้ เ่ี ลอื กใชอ้ ย่างเป็นระบบ
5. ศึกษาค้นคว้า วจิ ัย เพือ่ พัฒนาส่ือการเรียนรใู้ หส้ อดคลอ้ งกบั กระบวนการเรยี นรูข้ องผู้เรยี น
6. จัดให้มีการก้ากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับส่ือ และการใช้ส่ือการเรียนรู้
เปน็ ระยะ ๆ และสม่้าเสมอ
ในการจัดท้า การเลือกใช้ และการประเมนิ คุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรค้านึงถึงหลกั การ
ส้าคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้
การจดั ประสบการณ์ให้ผเู้ รียน เนือหามคี วามถูกต้องและทนั สมยั ไมก่ ระทบความม่ันคงของชาติ ไมข่ ัดต่อศลี ธรรม
มกี ารใช้ภาษาทถ่ี กู ตอ้ ง รูปแบบการนา้ เสนอที่เขา้ ใจง่ายและน่าสนใจ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ตอ้ งอยู่บนหลักการพืนฐานสองประการคือ การประเมินเพ่ือ
พัฒนาผู้เรียน และเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลส้าเร็จนัน ผู้เรียน
จะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชีวัด เพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส้าคัญ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับ
ไม่ว่าจะเป็นระดับชันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ เปน็ กระบวนการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น โดยใช้ผลการประเมินเปน็ ขอ้ มูลและสารสนเทศทีแ่ สดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้า และความส้าเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียน
เกิดการพัฒนา และเรียนรอู้ ย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบง่ ออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย ระดบั ชันเรยี น ระดับสถานศึกษา
ระดับเขตพืนท่ีการศกึ ษา และระดับชาติ โดยมีรายละเอยี ดดังนี

144

1. การประเมินระดับชันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอน
ด้าเนินการเป็นปกติและสม้่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชินงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน
การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผ้สู อนเปน็ ผู้ประเมินเองหรอื เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมนิ เพื่อน
ผูป้ กครองร่วมประเมิน ในกรณที ีไ่ ม่ผ่านตัวชีวดั ใหม้ ีการสอนซ่อมเสรมิ

การประเมนิ ระดับชันเรยี นเปน็ การตรวจสอบวา่ ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรยี นรอู้ ันเป็นผล
มาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพยี งใด มีสิ่งท่ีจะต้องได้รับการพฒั นาปรับปรงุ และ
สง่ เสริมในดา้ นใด นอกจากนยี ังเปน็ ขอ้ มลู ใหผ้ ู้สอนใช้ปรบั ปรุงการเรียนการสอนของตนดว้ ย ทงั นโี ดยสอดคล้องกับ
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีวัด

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาด้าเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน นอกจากนีเพอ่ื ให้ไดข้ ้อมลู เก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรยี นรู้
ของผเู้ รยี นตามเปา้ หมายหรือไม่ ผู้เรียนมจี ดุ พัฒนาในดา้ นใด รวมทังสามารถนา้ ผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา
เปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุง
นโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจดั การเรยี นการสอน ตลอดจนเพ่อื การจัดทา้ แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
ของสถานศกึ ษาตามแนวทางการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา และการรายงานผลการจดั การศกึ ษาตอ่ คณะกรรมการ
สถานศกึ ษา สา้ นักงานเขตพนื ท่กี ารศกึ ษา สา้ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั พืนฐาน ผูป้ กครองและชุมชน

3. การประเมินระดับเขตพืนท่ีการศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรยี นในระดับเขตพืนที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพืนฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด้าเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยขอ้ สอบมาตรฐานที่จัดท้า และด้าเนินการโดยเขตพืนที่การศึกษา หรือด้วยความรว่ มมอื
กับหนว่ ยงานต้นสงั กัดในการด้าเนินการจดั สอบ นอกจากนียงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมิน
ระดับสถานศกึ ษาในเขตพืนท่ีการศกึ ษา

4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในชันประถมศึกษาปีท่ี 3
ชันประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษา
ในระดับต่าง ๆ เพื่อน้าไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุน
การตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ข้อมลู การประเมินในระดบั ตา่ ง ๆ ขา้ งตน้ เปน็ ประโยชน์ตอ่ สถานศกึ ษาในการตรวจสอบ ทบทวนพฒั นา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ส่งเสริมสนับสนุน เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพืนฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ที่จ้าแนกตาม
สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนต่้า กล่มุ ผู้เรยี นที่มีปัญหาด้านวนิ ัยและพฤตกิ รรม กลมุ่ ผเู้ รยี นทปี่ ฏิเสธโรงเรยี น กล่มุ ผูเ้ รียนทีม่ ีปัญหา
ทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของ
สถานศึกษา ในการด้าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ
ประสบความส้าเรจ็ ในการเรียน

145

สถานศกึ ษาในฐานะผรู้ ับผดิ ชอบจัดการศึกษา จะตอ้ งจัดทา้ ระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมินผล
การเรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ที่เป็นข้อก้าหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน เพ่อื ใหบ้ ุคลากรท่เี กีย่ วขอ้ งทกุ ฝ่ายถอื ปฏบิ ตั ริ ว่ มกัน

เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียน

1. การตดั สนิ การให้ระดับ และการรายงานผลการเรียน
1.1 การตดั สนิ ผลการเรียน
ในการตดั สนิ ผลการเรยี นของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะ

อันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนนัน ผู้สอนต้องคา้ นึงถึงการพฒั นาผูเ้ รยี นแต่ละคนเป็นหลกั และต้องเก็บ
ข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม้่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทังสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนา
จนเต็มตามศกั ยภาพ

ระดับประถมศึกษา
(1) ผู้เรียนต้องมเี วลาเรยี นไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทังหมด
(2) ผู้เรียนต้องไดร้ บั การประเมินทกุ ตัวชวี ัด และผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษาก้าหนด
(3) ผู้เรยี นต้องได้รบั การตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวิชา
(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษาก้าหนด
ในการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
การพิจารณาเลื่อนชัน ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชันได้ แต่หากผู้เรียน
ไม่ผ่านรายวิชาจ้านวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชันท่ีสูงขึน สถานศึกษาอาจตัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซา้ ชันได้ ทังนใี ห้คา้ นึงถึงวุฒภิ าวะและความรู้ความสามารถของผ้เู รยี นเป็นส้าคญั
1.2 การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดบั ประถมศกึ ษา ในการตัดสินเพือ่ ใหร้ ะดับผลการเรียนรายวชิ า สถานศึกษาสามารถใหร้ ะดับ
ผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอกั ษร ระบบรอ้ ยละ และระบบที่ใช้
คา้ สา้ คัญสะทอ้ นมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นัน ให้ระดับผล
การประเมนิ เปน็ “ดเี ยย่ี ม ดี และ ผา่ น”
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น จะต้องพิจารณาทงั เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
และผลงานของผเู้ รยี น ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากา้ หนด และให้ผลการเข้ารว่ มกจิ กรรมเปน็ “ผ่าน และ ไมผ่ ่าน”
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียน เปน็ การส่อื สารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้
ของผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดท้าเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเปน็ ระยะ ๆ หรือ
อยา่ งน้อยภาคเรียนละ 1 ครัง
การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน
มาตรฐานการเรียนร้กู ลุ่มสาระการเรียนรู้

146

2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน ก้าหนดเกณฑ์กลางส้าหรับการจบการศึกษาเป็น 1 ระดับ

คือ ระดับประถมศกึ ษา
2.1 เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา
(1) ผู้เรยี นเรียนรายวิชาพืนฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพ่มิ เติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตร

แกนกลางการศกึ ษาขนั พืนฐานก้าหนด
(2) ผเู้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมินรายวชิ าพืนฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามทสี่ ถานศึกษาก้าหนด
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามทสี่ ถานศกึ ษาก้าหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศกึ ษาก้าหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศกึ ษาก้าหนด
ส้าหรับการจบการศึกษาส้าหรับกล่มุ เป้าหมายเฉพาะ เชน่ การศกึ ษาเฉพาะทาง การศกึ ษาสา้ หรับ

ผู้มีความสามารถพิเศษ การศกึ ษาทางเลือก การศกึ ษาส้าหรับผ้ดู ้อยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศัย ใหค้ ณะกรรมการ
ของสถานศึกษา เขตพืนท่ีการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้าเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์
ในแนวปฏบิ ัติ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั พืนฐาน ส้าหรับกลมุ่ เป้าหมาย
เฉพาะ

เอกสารหลกั ฐานการศึกษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารส้าคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูล และสารสนเทศที่เก่ียวข้อง
กบั พัฒนาการของผู้เรยี นในด้านตา่ ง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี

1. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกาหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียน

ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
และผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศกึ ษาจะตอ้ งบนั ทึกขอ้ มูลและออกเอกสารนีให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล
เมือ่ ผเู้ รียนจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ชนั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6)

1.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตร โดยบนั ทึกรายชอ่ื และข้อมูล
ของผจู้ บการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชนั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6)

2. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่สี ถานศกึ ษากาหนด
เปน็ เอกสารทส่ี ถานศกึ ษาจัดท้าขึนเพือ่ บนั ทึกพฒั นาการ ผลการเรยี นรู้ และข้อมูลสา้ คัญเกีย่ วกับผู้เรียน

เชน่ แบบรายงานประจ้าตัวนักเรยี น แบบบนั ทกึ ผลการเรยี นประจา้ รายวิชา ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลการเรียน
และเอกสารอ่นื ๆ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการนา้ เอกสารไปใช้

147

การเทียบโอนผลการเรยี น

สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรยี นในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การยา้ ยสถานศึกษา การเปล่ียน
รูปแบบการศกึ ษา การย้ายหลกั สูตร การออกกลางคนั และขอกลับเขา้ รับการศึกษาต่อ การศกึ ษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาตอ่ ในประเทศ นอกจากนี ยงั สามารถเทียบโอนความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจดั การศึกษาโดยครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียน ควรดา้ เนนิ การในช่วงก่อนเปดิ ภาคเรยี นแรก หรอื ต้นภาคเรยี นแรกท่ีสถานศึกษา
รับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทังนี ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนอื่ งในสถานศึกษาท่ีรับ
เทียบโอนอยา่ งน้อย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาทร่ี บั ผู้เรียนจากการเทียบโอนควรก้าหนดรายวิชา/จ้านวนหน่วยกิต
ที่จะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทียบโอน สามารถด้าเนนิ การไดด้ งั นี
1. พิจารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอ่นื ๆ ทใ่ี หข้ อ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรียน
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบดว้ ยวิธกี ารต่าง ๆ ทังภาคความรู้และ
ภาคปฏิบัติ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรยี นใหเ้ ปน็ ไปตามประกาศ หรอื แนวปฏิบัตขิ องกระทรวงศึกษาธกิ าร

การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร

ในระบบการศกึ ษาท่ีมกี ารกระจายอ้านาจใหท้ อ้ งถ่ิน และสถานศึกษามบี ทบาทในการพฒั นาหลักสูตรนัน
หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งในแต่ละระดับ ตงั แต่ระดบั ชาติ ระดบั ทอ้ งถิน่ จนถึงระดับสถานศึกษา มบี ทบาทหน้าท่ี
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมการใช้ และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพ่ือให้การด้าเนินการจัดท้าหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ
สงู สุด อนั จะส่งผลใหก้ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรทู้ ีก่ ้าหนดไวใ้ นระดบั ชาติ

ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สา้ นักงานเขตพืนที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาท
ในการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตวั กลางที่จะเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพนื ฐานที่ก้าหนด
ในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่นิ เพ่ือน้าไปสู่การจัดท้าหลักสูตรของสถานศกึ ษา
ส่งเสรมิ การใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ใหป้ ระสบความส้าเร็จ โดยมีภารกิจส้าคัญคือ ก้าหนดเป้าหมาย
และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถนิ่ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสง่ิ ที่เปน็ ความต้องการในระดับชาติ
พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ ประเมนิ คณุ ภาพการศึกษาในระดับทอ้ งถน่ิ รวมทังเพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลักสูตร
ดว้ ยการวิจยั และการพัฒนาบุคลากร สนบั สนนุ สง่ เสรมิ ติดตามผล ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพ
ของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าที่ส้าคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและด้าเนินการใช้หลักสูตร
การเพ่มิ พูนคุณภาพการใช้หลกั สตู รด้วยการวจิ ยั และพฒั นาการปรับปรุงและพฒั นาหลักสูตร จดั ท้าระเบยี บการวัด
และประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขันพืนฐาน และรายละเอยี ดที่เขตพืนท่กี ารศกึ ษา หรือหน่วยงานสงั กัดอืน่ ๆ ในระดบั ท้องถน่ิ ได้จดั ท้าเพ่มิ เตมิ รวมทัง
สถานศึกษาสามารถเพม่ิ เตมิ ในส่วนท่ีเก่ียวกับสภาพปัญหาในชมุ ชนและสังคม ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ และความต้องการ
ของผเู้ รียน โดยทุกภาคส่วนเขา้ มามีส่วนรว่ มในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา

148

ภภำาคคผผนนววกก

149

150


Click to View FlipBook Version