The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้เคมี ม.5 ว32224

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิมทิพย์ สายแสน, 2020-12-25 04:15:56

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาเคมี 5 ว32224

แผนการจัดการเรียนรู้เคมี ม.5 ว32224

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นโคกโพธไ์ิ ชยศกึ ษา

รหัสวชิ า ว32224 รายวิชา เคมี 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง กรด-เบส จำนวน 33 ชั่วโมง

แผนการสอนเร่ือง สารละลายอิเล็กโทรไลตแ์ ละนอนอเิ ลก็ โทรไลต์ จำนวน 2 ชั่วโมง

ครูผูส้ อน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวันที่...........เดอื น............... พ.ศ. 2563

1. ผลการเรยี นรู้

ระบแุ ละอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใชท้ ฤษฎีกรด-เบสของอารเ์ รเนยี ส เบรินสเตด-ลาวรี
และลิวอสิ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกสมบตั ิของสารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์และสารละลายนอนอเิ ลก็ โทรไลต์ พรอ้ มท้ังระบุได้วา่ สารใด
เป็นอเิ ลก็ โทรไลต์แก่ อิเล็กโทรไลตอ์ ่อน หรือนอนอิเลก็ โทรไลตไ์ ด้ (K)

2. ทดลองเพอื่ ศกึ ษาสมบัตบิ างประการของสารละลายได้ (P)
3. ใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตรไ์ ดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P)
4. ปฏิบัตติ ามขัน้ ตอนการทดลองได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
5. ตงั้ ใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A)

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ คอื สารละลายท่ีนำไฟฟ้า เพราะมีตวั ละลาย เปน็ สารอิเลก็ โทรไลต์
(electrolyte) ซงึ่ สามารถแตกตวั เป็นไอออนในสารละลายได้

สารละลายนอนอิเลก็ โทรไลต์ คอื สารละลายที่ไมน่ ำไฟฟา้ เพราะมีตัวละลายเป็นสารนอนอิเล็กโทรไลต์
(non-electrolyte) ซ่ึงไม่สามารถแตกตวั เปน็ ไอออนในสารละลายได้

4. สาระการเรยี นรู้

สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์
อิเลก็ โทรไลต์ (Electrolyte) หมายถงึ สารท่เี มื่อละลายในนำ้ จะนำไฟฟ้าได้ เนื่องจากมไี อออนซึง่
อาจจะเปน็ ไอออนบวก หรือไอออนลบเคลื่อนท่ีอยู่ในสารละลาย สารละลายอเิ ล็กโทรไลตน์ ีอ้ าจเป็นสารละลาย
กรด เบส หรือเกลือก็ได้ ตวั อยา่ งเชน่ สารละลายกรดเกลือ (HCl) สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH)
และสารละลายของเกลือ KNO3เป็นต้น โดยในสารละลายดงั กลา่ วประกอบดว้ ยไอออน H+, Cl-, OH-, K+
และ NO3- ตามลำดบั
นอนอเิ ล็กโทรไลต์ (Non-electrolyte) หมายถึง สารท่ไี มส่ ามารถนำไฟฟ้าไดเ้ มื่อละลายนำ้ ทัง้ นี้
เนือ่ งจาก สารพวกนอนอิเล็กโทรไลต์ จะไมส่ ามารถแตกตัวเปน็ ไอออนได้ เชน่ น้ำบรสิ ุทธิ์ นำ้ ตาล แอลกอฮอล์
เป็นตน้ ความแตกตา่ งของสารอิเล็กโทรไลต์และนอน- อิเล็กโทรไลต์ พิจารณาจากสาร 2 ชนิด เมื่อละลายนำ้
จะรวมกบั น้ำเกดิ การเปลย่ี นแปลงดังนี้

อเิ ลก็ โทรไลต์แก่และอิเล็กโทรไลต์อ่อน

สารละลายอิเล็กโทรไลตต์ ่างๆ นำไฟฟ้าได้ไมเ่ ท่ากนั เนื่องจากการแตกตัวเป็นไอออนของอิเล็กโทรไลต์

ไมเ่ ทา่ กนั อิเล็กโทรไลต์ท่ีแตกตัวเป็นไอออนไดม้ ากกว่า ก็จะนำไฟฟ้าได้ดีกวา่ อิเล็กโทรไลต์ทีแ่ ตกตัวเปน็ ไอออน

ไดน้ ้อยกว่า อเิ ลก็ โทรไลตแ์ บง่ ออกได้เปน็ 2 ประเภท ดังนี้

1. อิเล็กโทรไลต์แก่ (strong electrolyte) หมายถึง สารท่ีละลายนำ้ แลว้ แตกตัวเป็นไอออนได้มาก

อาจจะแตกตวั ได้ 100% และนำไฟฟา้ ได้ดมี าก เช่น กรดแก่ และเบสแก่ และเกลือสว่ นใหญ่จะแตกตัวได้

100% เปน็ ตน้

2. อิเล็กโทรไลต์อ่อน (weak electrolyte) หมายถงึ สารที่ละลายน้ำแลว้ แตกตวั ไดบ้ างส่วน นำไฟฟา้

ได้น้อย

ตารางตัวอยา่ งของอิเล็กโทรไลต์แก่ และอิเลก็ โทรไลต์อ่อนบางชนดิ

อิเล็กโทรไลต์แก่ อิเลก็ โทรไลต์อ่อน

(นำไฟฟา้ ได้ดี) (นำไฟฟา้ ได้ไมด้่ ี)

เกลอื ท่ีละลายนำท้ ัง้ หมด CH3COOH

H2SO4 H2CO3

HNO3 HNO2

HCI H2SO3

HBr H2S

HCIO4 H2C2O4

NaOH H3BO3

KOH HCIO

Ca(OH)2 NH4OH
Ba(OH)2 HF

การทดสอบว่าสารละลายเป็นสารละลายอิเลก็ โทรไลต์ หรือไมก่ ต็ ้องดูการนำไฟฟ้าของสารละลาย เรา
อาจทดสอบโดยใช้เคร่ืองมอื ง่ายๆ ดังนี้
การทดสอบการนำไฟฟ้าของสารละลาย

สารละลายทน่ี ำไฟฟ้า ได้แก่ สารละลายของกรด เบส และเกลอื อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการทดลอง
ประกอบด้วยข้ัวไฟฟ้า 2 ขวั้ ตอ่ เข้ากับแหล่งให้พลงั งานไฟฟ้า( ให้ศักยไ์ ฟฟา้ ) หลอดไฟ และสวิตซใ์ หค้ รบวงจร
ดังภาพ

ภาพอปุ กรณ์การวัดการนำไฟฟ้าของสารละลายอิเลก็ โทรไลต์

ที่มา http://ssga.ru

ตัวอย่างผลการทดลองการทดสอบการนำไฟฟ้า

สารทใี่ ชท้ ดสอบ ผลการทดสอบ

นำ้ บริสทุ ธ์ิ ไมน่ ำไฟฟา้ (หลอดไฟไมส่ ว่าง)

นำ้ ที่มนี ำ้ ตาลละลายอยู่ ไม่นำไฟฟา้ (หลอดไฟไม่สวา่ ง)

ยเู รีย CO(NH2)2 ไม่นำไฟฟ้า (หลอดไฟไม่สว่าง)

สารละลายเกลอื NaCl นำไฟฟ้า (หลอดไฟสวา่ ง)

สารละลายเกลือ K2SO4 นำไฟฟ้า (หลอดไฟสวา่ ง)

สารละลายกรด HCI นำไฟฟ้า (หลอดไฟสว่าง)

สารละลายกรดแอซิตกิ CH3COOH นำไฟฟา้ น้อย (หลอดไฟสวา่ ง)

สารละลายเบส NaOH นำไฟฟ้า (หลอดไฟสวา่ ง)

สารละลายเบส Na4OH นำไฟฟ้า (หลอดไฟสวา่ ง)

ผลทไ่ี ด้อธิบายได้ว่า สารละลายทีไ่ ม่มไี อออนอยู่ เชน่ นำ้ หรอื น้ำตาลทรายท่ลี ะลายอยูใ่ นนำ้ มัน จะมี
พนั ธะแบบโคเวเลนต์ ไมส่ ามารถแตกตัวเปน็ ไอออนได้ จงึ ไม่นำไฟฟา้ แต่ NaCl HCl เม่อื อยูใ่ นน้ำจะแตกตัว
เปน็ Na+, Cl-หรอื H+, Cl-ซง่ึ เป็นไอออนที่เคลื่อนที่ในสารละลายทำให้เกิดการนำไฟฟ้าขึ้นได้

การทดสอบสมบตั อิ ืน่ ๆ ของสารละลาย
1. การทดสอบความเป็นกรด- เบสจากการเปล่ยี นสีของกระดาษลิตมัส
ถา้ สารละลายเป็นกรด จะเปลีย่ นสีกระดาษลิตมัสจากนำ้ เงนิ เป็นแดง
ถ้าสารละลายเป็นเบส จะเปล่ียนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงนิ
ถ้าสารละลายเปน็ เกลือ จะเปลยี่ นหรือ ไมเ่ ปล่ียนสกี ระดาษลิตมสั ก็ได้
นอกจากการใชก้ ระดาษลติ มสั อาจจะใช้อินดเิ คเตอรอ์ ื่นๆ เชน่ เมทลิ เรด ฟีนอลฟ์ ทาลีนก็ได้

2. การทดสอบปฏิกิริยาของกรดและปฏิกิรยิ าของเบส
ปฏิกริ ยิ าของกรด
ก. ทำปฏิกิริยากับโลหะจะไดแ้ กส๊ ไฮโดรเจน เช่น

HCl(aq) + Ca (s) CaCl2(aq) + H2(g)
H2SO4(aq) + Mg (g) MgSO4(aq) + H2(g)
ข. ทำปฏิกิรยิ ากบั โลหะออกไซด์ ได้เกลือกบั น้ำ
2HCl (aq) + Na2O (s) 2NaCl (aq) + H2O (l)
H2SO4(aq) + MgO (g) MgSO4(aq) + H2O (l)
ค. ทำปฏิกิริยากับคาร์บอเนตได้แก๊ส CO2น้ำ และเกลือ
2HCl (aq) + NaCO3(aq) 2NaCl + H2O + CO2
HCl (aq) + NaHCO3(aq) NaCl + H2O + CO2
ง. ทำปฏิกิรยิ ากบั เบสได้เกลือกบั น้ำ
2HCl (aq) + NaOH (aq) NaCl (aq) + H2O (l)
CH3COOH (aq) + NaOH (aq) CH3COONa (aq) + H2O (l)
ปฏิกิริยาของเบส
ก. ทำปฏิกริ ิยากับโลหะบางชนิด ใหแ้ ก๊สไฮโดรเจน
2NaOH (aq) + Zn (s) Na2ZnO2(aq) + H2(g)
6KOH (aq) + 2Al (s) 2K3AlO3(aq) + 3H2(g)
ข. ทำปฏิกิริยากับเกลือ ได้เป็นเกลือไฮดรอกไซด์ของโลหะที่ไม่ละลายนำ้
2NaOH (aq) + MnCl2(aq) Mn(OH)2(s) + 2NaCl (aq)
2KOH (aq) + CuSO4(aq) Cu(OH)2(s) + K2SO4(aq)
ค. ทำปฏกิ ิริยากับเกลือแอมโมเนยี ม เช่น NH4Cl ไดแ้ ก๊สNH3(g)
NaOH (aq) + NH4Cl (aq) NaCl (aq) + H2O (l) + NH3(g)
KOH (aq) + NH4Cl (aq) KCl (aq) + H2O (l) + NH3(g)
ง. ทำปฏกิ ิริยากบั กรดไดเ้ กลือกบั นำ้

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1) ทักษะการสังเกต 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน

4) ทกั ษะการวเิ คราะห์
5) ทักษะการทดลอง
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ

7) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมลู
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)

1. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 กรด-เบส และ Understanding

Check เพื่อวดั ความรเู้ ดมิ ของนกั เรียนก่อนเข้าสู่กจิ กรรม
2. ครูถามคำถาม BIG QUESTION จากหนงั สอื เรียนรายวิชาเพมิ่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5

เลม่ 2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 กรด-เบส ดงั นี้

• สารละลายกรดและเบสแต่ละชนิดจะสามารถแตกตวั ไดเ้ ท่ากันหรอื ไม่ อย่างไร
• เมอ่ื อุณหภูมิสูงขึ้น หรอื ความเขม้ ข้นของสารละลายเพิ่มข้ึน การแตกตวั ของสารละลาย

กรดและเบสจะเปน็ อย่างไร
• เมอื่ นำสารละลายกรดและเบสมาทำปฏิกิรยิ ากัน จะทราบไดอ้ ยา่ งไรว่าสารทัง้ สองทำ
ปฏกิ ริ ิยาพอดกี นั

จากนนั้ ให้นักเรยี นในห้องร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูยังไม่ต้องเฉลย ซง่ึ เม่ือเรียนจบใน
เน้อื หาทสี่ ามารถเฉลยคำถามแต่ละข้อได้ จงึ ใหค้ รูถามคำถามข้อนนั้ แล้วใหน้ ักเรียนตอบอีกคร้งั
หนึ่ง

3. ครูให้นกั เรียนยกตวั อยา่ งสารท่ีมสี มบตั เิ ป็นกรด เป็นเบส หรอื เป็นกลางทพ่ี บในชีวติ ประจำวัน
จากนัน้ ร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกบั สมบตั ิและวธิ ีการท่ใี ช้ตรวจสอบวา่ สารใดเปน็ กรด เป็นเบส
หรอื เป็นกลาง

4. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 กรด-เบส ว่า “สารละลายกรด-เบส เม่อื ละลายนำ้ แลว้ สามารถนำ
ไฟฟ้าไดห้ รือไม่” ให้นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย

(แนวตอบ : สารละลายกรด-เบส เมอ่ื ละลายนำ้ แลว้ บางชนิดสามารถนำไฟฟ้าได้ แต่บางชนิด
จะไมน่ ำไฟฟ้า)
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)

1. นกั เรียนแตล่ ะคนศึกษาข้อมลู เกีย่ วกับสารละลายอิเล็กโทรไลตแ์ ก่ สารละลายอเิ ล็กโทรไลตอ์ ่อน
และสารนอนอเิ ล็กโทรไลต์ จากหนังสอื เรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 กรด-เบส

(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
2. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5 คน เพอ่ื ทำการทดลอง เรื่อง สมบตั บิ างประการของสารละลาย

จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 กรด-เบส

3. ครใู ช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกำหนดให้
สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง ดังนี้
• สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหน้าทเ่ี ตรยี มวัสดุ-อุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการทดลอง เรอ่ื ง สมบตั ิบาง
ประการของสารละลาย
• สมาชิกคนท่ี 2 : ทำหนา้ ท่ีอ่านวิธกี ารทดลอง ทำความเข้าใจ และอธิบายให้สมาชกิ ใน
กล่มุ ฟงั
• สมาชิกคนท่ี 3 : ทำหน้าทีบ่ ันทกึ ผลการทดลอง
• สมาชกิ คนท่ี 4 และ 5 : ทำหน้าที่นำเสนอผลการทดลอง

4. สมาชิกทกุ คนในกลุ่มชว่ ยกนั ลงมอื ทำการทดลอง
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )

5. นักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทน (สมาชิกคนที่ 4 และ 5 ของกลุ่ม) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
จากนั้นใหน้ กั เรยี นทุกคนร่วมกนั อภปิ รายผลการทดลองจนมีความเขา้ ใจทต่ี รงกัน
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินปฏิบัติการ)

6. นักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ ผลจากการทำการทดลอง ซึง่ ได้ขอ้ สรปุ วา่ “สารละลายท่ีมสี มบัติ
กรดและเบสทุกชนดิ สามารถนำไฟฟา้ ได้ ส่วนสารละลายที่มีสมบัตเิ ป็นกลาง บางชนิดสามารถ
นำไฟฟ้าได้ แต่บางชนดิ ไมน่ ำไฟฟ้า โดยสารละลายทีน่ ำไฟฟ้าไดแ้ ตล่ ะชนดิ จะมีความสามารถใน
การนำไฟฟ้าได้ไมเ่ ท่ากนั บางชนิดนำไฟฟา้ ได้ดี บางชนดิ นำไฟฟ้าได้นอ้ ย”

ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ผลจากการทำการทดลอง ซึ่งได้ขอ้ สรปุ ว่า “สารละลายที่มสี มบัติ
กรดและเบสทุกชนิดสามารถนำไฟฟา้ ได้ ส่วนสารละลายที่มีสมบตั ิเปน็ กลาง บางชนิดสามารถ
นำไฟฟา้ ได้ แต่บางชนดิ ไม่นำไฟฟา้ โดยสารละลายทนี่ ำไฟฟ้าได้แต่ละชนิดจะมีความสามารถใน
การนำไฟฟ้าได้ไม่เทา่ กนั บางชนดิ นำไฟฟา้ ได้ดี บางชนิดนำไฟฟ้าได้น้อย”
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏบิ ตั ิการทดลอง โดยใช้แนวคำถาม
ดงั นี้
1) เมอ่ื ใช้การเปลี่ยนสกี ระดาษลติ มัสเปน็ เกณฑจ์ ะจำแนกสารละลายออกไดเ้ ป็นก่ปี ระเภท
อะไรบา้ ง
(แนวตอบ : 3 ประเภท คือ สารละลายทเี่ ปลี่ยนสีกระดาษลิตมสั จากสีน้ำเงนิ เปน็ แดง
แสดงวา่ มีสมบตั เิ ปน็ กรด สารละลายท่เี ปล่ียนสีกระดาษลิตมสั จากสีแดงเปน็ สีนำ้ เงนิ
แสดงวา่ มีสมบัตเิ ป็นเบส และสารละลายทไ่ี มเ่ ปลยี่ นสีกระดาษลิตมัส แสดงว่ามสี มบัติ
เปน็ กลาง)
2) เมือ่ ใช้สมบัติการนำไฟฟ้าเปน็ เกณฑ์จะจำแนกสารละลายออกไดเ้ ปน็ ก่ีประเภท
อะไรบา้ ง
(แนวตอบ : 2 ประเภท คือสารละลายที่นำไฟฟ้าได้และสารละลายทน่ี ำไฟฟ้าไม่ได้)
3) สารละลายทนี่ ำไฟฟ้าได้ สามารถนำไฟฟ้าไดด้ ีเทา่ กนั หรือไม่
(แนวตอบ : ไมเ่ ทา่ กนั บางชนิดนำไฟฟ้าได้ดี สว่ นบางชนดิ นำไฟฟ้าได้เล็กน้อย)
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1. ครตู ั้งคำถามใหน้ ักเรียนร่วมกันอภปิ รายวา่ “สารละลายอิเลก็ โทรไลตแ์ ก่ สารละลายอิเล็กโทร
ไลต์อ่อน และสารนอนอเิ ล็กโทรไลต์ มลี กั ษณะอย่างไร”
(แนวตอบ : สารละลายอิเลก็ โทรไลต์แก่ คือ สารละลายทสี่ ามารถแตกตัวเปน็ ไอออนได้หมด
หรือเกือบหมด สารละลายอเิ ล็กโทรไลตอ์ ่อน คือ สารละลายทแี่ ตกตัวเป็นไอออนได้น้อย หรือ
แตกตวั ได้ไมห่ มด ส่วนสารนอนอิเล็กโทรไลต์แก่ คือ สารทไี่ ม่แตกตวั เปน็ ไอออน หรือแตกตัว
เปน็ ไอออนได้น้อยมาก)

2. ครยู กตวั อยา่ งโจทย์เกย่ี วกบั สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์ โดยครเู ขยี นโจทย์
และแสดงวธิ ที ำใหน้ ักเรียนดูบนกระดาน ดังน้ี
จงเขยี นสมการแสดงการแตกตวั เปน็ ไอออนในน้ำของสารต่อไปน้ี HCN HCl NH4OH และ
NaOH
วธิ ที ำ HCN (aq) + H2O (l) ⇌ H+ (aq) + CN- (aq)

H2O

HCl (aq) ⟶ H+ (aq) + Cl- (aq)
NH4OH (aq) + H2O (l) ⇌ HH4+ (aq) + OH- (aq)

H2O

NaOH (aq) ⟶ Na+ (aq) + Cl- (aq)
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

3. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนอ้ื หา เร่ือง สารละลายอิเลก็ โทรไลตแ์ ละ
นอนอิเล็กโทรไลต์ ว่ามสี ่วนไหนท่ยี ังไมเ่ ขา้ ใจ และใหค้ วามรเู้ พิ่มเติมในสว่ นนน้ั เพือ่ จะใชเ้ ป็น
ความรูเ้ บื้องตน้ สำหรบั การเรียนในเน้ือหาต่อ ๆ ไป

4. นักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสือแบบฝึกหัดรายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 กรด-เบส

5. นักเรยี นทำ Topic Question จากหนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 กรด-เบส ลงในสมดุ ประจำตัว
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน
รายบคุ คล พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
2. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 กรด-เบส
3. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัด
4. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question
5. ครวู ดั และประเมินผลจากการนำเสนอผลการทดลอง เรอ่ื ง สมบัตบิ างประการของสารละลาย
6. นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปเก่ียวกบั สารละลายอเิ ล็กโทรไลตแ์ ละนอนอเิ ล็กโทรไลต์ซ่ึงได้ข้อสรุป
ดงั น้ี

• อเิ ล็กโทรไลต์แก่ (stong electrolyte) คอื สารทีส่ ามารถแตกตัวเป็นไอออนไดห้ มดหรอื
เกือบหมด ทำใหใ้ นสารละลายนนั้ มีไอออนเป็นจำนวนมาก จงึ นำไฟฟา้ ได้แก่ กรดแก่
เบสแก่ และเกลือทีล่ ะลายนำ้ ได้ดี
• อิเลก็ โทรไลต์ออ่ น (weak electrolyte) คอื สารทแี่ ตกตัวให้ไอออนได้น้อย หรอื แตกตัว
ได้ไมห่ มด แสดงวา่ มโี มเลกลุ ของตวั ละลายบางส่วนเท่านนั้ ท่ีสามารถแตกตวั เปน็ ไอออน
ได้ โดยส่วนใหญ่ยังคงอยเู่ ปน็ โมเลกลุ จงึ นำไฟฟา้ ไดน้ ้อย
• สารนอนอิเลก็ โทรไลต์ (non-electrolyte) คอื สารที่ไมแ่ ตกตวั เปน็ ไอออน หรือแตกตัว
เปน็ ไอออนไดน้ ้อยมาก

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ

7.1 การประเมินกอ่ น

เรียน

- แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตามสภาพจริง

เรียน หนว่ ยการ กอ่ นเรยี น หนว่ ยการ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4

เรียนร้ทู ่ี 4 เรียนรทู้ ่ี 4 กรด-เบส กรด-เบส

กรด-เบส

7.2 ประเมินระหว่าง

การจัดกจิ กรรม

การเรียนรู้

1) สารละลายอิเล็ก - ตรวจใบงาน - ใบงาน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

โทรไลต์และ - ตรวจสมุดประจำตัว - สมดุ ประจำตัว - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

นอนอิเล็กโทรไลต์

2) การทดลอง เร่ือง - ประเมนิ การปฎบิ ตั ิ - แบบประเมนิ การปฎบิ ตั ิ - ระดบั คุณภาพ 2

สมบตั ิบางประการ การ การ ผ่านเกณฑ์

ของสารละลาย

3) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2

การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2

อนั พึงประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์

และมุง่ มัน่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้

1) หนงั สือเรยี นรายวิชาเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 กรด-เบส
2) หนงั สือแบบฝึกหดั รายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 กรด-เบส
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นการทดลอง เรอ่ื ง สมบัตบิ างประการของสารละลาย
4) สมดุ ประจำตัว
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องเรยี น
- ห้องสมดุ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศึกษา

รหสั วชิ า ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง กรด-เบส จำนวน 33 ชั่วโมง

แผนการสอนเร่ือง สารละลายกรดสารละลายเบส จำนวน 1 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาวพิมทพิ ย์ สายแสน สอนวันที่................เดอื น............................พ.ศ.................

1. ผลการเรียนรู้

ระบุ และอธิบายว่าสารเปน็ กรดหรอื เบสโดยใช้ทฤษฎกี รด-เบสของอารเ์ รเนยี ส เบรินสเตด-ลาวรี

และลิวอสิ

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. บอกชนิดของไอออนทที่ ำใหส้ ารละลายแสดงสมบตั เิ ป็นกรดหรอื เบสได้ (K)

2. เขียนสมการแสดงการแตกตวั ของกรดและเบสในน้ำได้ (P)
3. ตั้งใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ี่ได้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

สารละลายกรดทุกชนิดมไี อออนที่เหมือนกนั คือ H3O+ ซ่งึ เปน็ ไอออนที่แสดงสมบัติของกรด
ทำให้สารละลายกรดเปลี่ยนสกี ระดาษลติ มสั จากสีน้ำเงนิ เป็นสีแดง

สารละลายเบสทกุ ชนดิ มีไอออนท่เี หมอื นกัน คือ OH- ซ่ึงเปน็ ไอออนท่ีแสดงสมบตั ิของเบส

ทำใหส้ ารละลายกรดเปลย่ี นสกี ระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีนำ้ เงิน

4. สาระการเรียนรู้

สารละลายกรด – เบส
สมบตั ขิ องสารละลายกรด – เบส

สารละลายตา่ ง ๆ ที่ใชใ้ นชวี ิตประจำวันแต่ละชนดิ จะมีสมบัตแิ ตกตา่ งกนั มีทง้ั ชนดิ ทมี่ ฤี ทธก์ิ ัด

กรอ่ นหรือที่เรียกวา่ มสี มบัติเปน็ กรด และชนิดที่มีสมบตั เิ ป็นเบส สารบางชนดิ เป็นอันตราย แตบ่ างชนิด
สามารถนำมาใช้ประโยชนไ์ ด้ สมบัตขิ องสารละลายกรด-เบส จึงเป็นเกณฑ์อกี ประเภทหน่งึ ทนี่ กั วทิ ยาศาสตร์

นำมาใช้ในการจำแนกประเภทของสาร

ภาพ กรดแบตเตอรี่
ทมี่ า https://pixabay.com
สารละลายกรด
กรด หมายถงึ สารประกอบท่มี ธี าตุไฮโดรเจนเปน็ องค์ประกอบ เมือ่ ละลายนำ้ แล้วสามารถแตกตวั ให้
ไฮโดรเจนไอออน ( H+ )
สมบตั ิของสารละลายกรด
- กรดทกุ ชนดิ มรี สเปรีย้ ว
- เปล่ียนสกี ระดาษลิตมสั จากสีน้ำเงินเป็นสีแดง (มีคา่ pH น้อยกวา่ 7)
- ทำปฏกิ ิรยิ ากบั โลหะ เชน่ สังกะสี ทองแดง แมกนีเซียม อะลมู ิเนียม จะได้ฟองแก๊สไฮโดรเจน
ออกมา
- กรดมีสมบัติกดั กร่อนโลหะ หินปูน เนื้อเยือ่ ของร่างกาย ถ้ากรดถูกผิวหนังจะทำใหผ้ วิ หนังไหม้
ปวดแสบปวดร้อน ถา้ กรดถกู เส้นใยของเส้ือผ้า เส้นใยจะถกู กดั กร่อนให้ไหม้ได้ นอกจากน้ียงั
ทำลายเน้ือไม้ กระดาษ และพลาสติกบางชนิดได้ดว้ ย
- กรดทำปฏกิ ริ ิยากบั หนิ ปูนซง่ึ เป็นสารประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต ทำใหห้ นิ ปูนกร่อน จะได้
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึง่ มีสมบตั ิทำใหน้ ำ้ ปนู ใสขนุ่
- สารละลายกรดทุกชนิดนำไฟฟ้าได้ดี เพราะกรดสามารถแตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน
- ทำปฏิกิริยากบั เบสได้เกลือและน้ำ
- กรดทำปฏกิ ิริยากบั โลหะได้แกส๊ ไฮโดรเจนซ่งึ เป็นแกส๊ ท่ีเบา ติดไฟได้
ประเภทของสารละลายกรด
สารละลายกรดแบง่ เปน็ 2 ประเภท ได้แก่
กรดอนิ ทรีย์ (Organic acid) เปน็ กรดที่ได้จากธรรมชาติ จากสิ่งมชี วี ิต เช่น
- กรดแอซติ กิ (acetic acid) หรอื กรดน้ำส้ม ได้จากการหมักแปง้ หรือน้ำตาลโดยใช้จุลนิ ทรยี ์ ซง่ึ นยิ มใช้
ในการผลติ น้ำส้มสายชู
- กรดซิตริก (citric acid) หรอื กรดมะนาว เปน็ กรดที่อยู่ในผลไม้ทมี่ ีรสเปรีย้ ว เชน่ สม้ มะนาว
- กรดแอสคอรบ์ ิก (ascorbic acid) หรือวติ ามนิ ซี มีอยใู่ นผลไม้ทีม่ ีรสเปรี้ยว
- กรดอะมิโน (amino acid) เปน็ กรดทใี่ ชส้ ร้างโปรตีน มกั พบในเนอ้ื สัตว์ ผลไม้เปลือกแขง็ หรือพืช
ตระกลู ถั่ว

กรดอนินทรีย์(Inorganic Acids) เป็นกรดท่ีได้จากแรธ่ าตุ จงึ อาจเรียกว่ากรดแร่ก็ได้ มี
ความสามารถในการกดั กร่อนสูง ถา้ ถูกผิวหนังหรือเนื้อเยื่อของร่างกายจะทำใหไ้ หม้ แสบ หรอื มีผืน่ คนั

ตัวอย่างเช่น

- กรดไฮโดรคลอรกิ (hydrochloric acid) หรือกรดเกลอื
- กรดไนตรกิ (nitric acid) หรือกรดดนิ ประสวิ

- กรดคารบ์ อนกิ (carbonic acid) หรอื กรดหินปนู

- กรดซลั ฟวิ ริก (sulfuric acid) หรือกรดกำมะถัน
สารละลายเบส

เบส คือ สารประกอบที่ทำปฏิกริ ยิ ากบั กรด แล้วได้เกลือกบั น้ำจะสามารถแตกตัวให้ไฮดรอกไซด์ไอออน
(OH-) เบสทุกชนดิ จะมรี สฝาด

สมบัตขิ องสารละลายเบส

- เบสทุกชนิดมรี สฝาดหรือเฝ่ือน

- เปล่ยี นสีกระดาษลติ มสั จากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน (มีคา่ pH มากกวา่ 7)
- ทำปฏิกริ ิยากับน้ำมันพชื หรือน้ำมันหมู จะได้สารละลายท่ีมีฟองคล้ายสบู่

- ทำปฏิกิริยากับแอมโมเนยี ไนเตรตจะได้แก๊สที่มกี ลิน่ ฉนุ ของแอมโมเนีย

- สามารถกดั กร่อนโลหะ อะลมู ิเนียมและสังกะสี และมฟี องแก๊สเกิดขนึ้
- ทำปฏิกิรยิ ากบั กรดได้เกลือและน้ำ เช่น สารละลายโซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) ทำปฏิกริ ิยา

กับกรดเกลือ (กรดไฮโดรคลอริก) ได้เกลือโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกงที่ใชป้ รงุ อาหาร

นอกจากนโ้ี ซดาไฟยังสามารถทำปฏกิ ริ ยิ ากับกรดไขมัน ได้เกลอื โซเดยี มของกรดไขมนั หรอื ท่ี
เรยี กว่า สบู่

ประเภทของเบส

ตวั อย่างสารละลายเบสในชวี ิตประจำวันและสง่ิ แวดล้อม มีดังต่อไปน้ี
สารประเภททำความสะอาด

- โซเดยี มไฮดรอกไซด์ (NaOH) ใช้ทำสบู่

- แอมโมเนยี (CH3) น้ำยาลา้ งกระจก,น้ำยาปรบั ผ้านุ่ม
- โซเดียมคารบ์ อเนต (Na2CO3) อตุ สาหกรรมผงซักฟอก
สารปรงุ แต่งอาหาร

- โซเดยี มไฮดรอกไซด (NaOH) ทำผงชรู ส
- โซเดยี มไบคารบ์ อเนต (NaHCO3) ทำขนม
สารทใ่ี ช้ทางการเกษตร ได้แก่ ปยุ๋

- ยเู รีย [CO(NH2)2] ใช้ทำปยุ๋
- แคลเซยี มไฮดรอกไซด์ [Ca(OH)2] แก้ดนิ เปร้ยี ว
ยารักษาโรค

- NH3(NH4)2CO3 แกเ้ ปน็ ลม
- แคลเซียมไฮดรอกไซด์ [ Ca(OH)2] ลดกรดในกระเพาะอาหาร
- แมกนีเซยี มไฮดรอกไซด์ [ Mg(OH)2] ลดกรดในกระเพาะอาหาร , ยาถ่าย

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
4) ทกั ษะการเชอื่ มโยง
5) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

6. กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจนักเรยี นวา่ “นกั เรยี นคดิ ว่าสารละลายกรดและสารละลาย
เบสแตกตัวใหไ้ อออนท่แี ตกต่างกันหรอื ไม่ อย่างไร” ซง่ึ ครูยังไม่ต้องเฉลยคำตอบที่ถูกต้องกบั
นกั เรียน
2. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส ว่า “สารละลายกรดและสารละลายเบสมีลักษณะ
อยา่ งไร” ให้นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม จากน้ันครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปราย
(แนวตอบ : สารละลายกรดเปน็ สารละลายท่เี ปลย่ี นสกี ระดาษลติ มสั จากสนี ้ำเงนิ เป็นสีแดง
สามารถนำไฟฟา้ ได้ โดยบางชนดิ จะนำไฟฟ้าได้ดี ส่วนบางชนดิ จะนำไฟฟา้ ได้น้อย ส่วน
สารละลายเบสเปน็ สารละลายทีเ่ ปล่ียนสกี ระดาษลติ มัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงนิ สามารถนำไฟฟา้
ได้ โดยบางชนิดจะนำไฟฟ้าได้ดี ส่วนบางชนดิ จะนำไฟฟา้ ได้นอ้ ยเชน่ เดียวกับสารละลายกรด)

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรยี นจบั คกู่ ับเพ่ือน โดยใหค้ นหนึง่ ศึกษาเก่ยี วกับไอออนในสารละลายกรด ส่วนอกี คนศึกษา
เก่ยี วกับไอออนในสารละลายเบส จากหนังสอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 กรด-เบส จากนนั้ นำเรอื่ งท่ีตนเองศึกษามาอธิบายและแลกเปลีย่ น
ความรู้กับเพอื่ นที่เป็นคู่กัน แลว้ รว่ มกนั อภิปรายจนเกดิ ความเขา้ ใจที่ตรงกัน
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ )

ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครตู งั้ คำถามให้นักเรยี นรว่ มกันอภิปราย เร่อื ง สารละลายกรดและสารละลายเบส ดังน้ี
1) สารละลายกรดทกุ ชนิดจะมีไอออนชนดิ ใดที่เหมือนกัน
(แนวตอบ : ไฮโดรเนยี มไอออน (H3O+))
2) สารละลายเบสทุกชนดิ จะมไี อออนชนิดใดท่เี หมอื นกนั
(แนวตอบ : ไฮดรอกไซด์ไอออน (OH-))

3) จงเขยี นสมการแสดงการแตกตัวในนำ้ ของ HClO และ Ba(OH)2 พร้อมระบวุ ่าใน
สารละลายมไี อออนและโมเลกลุ ใดบ้าง
(แนวตอบ : HClO เปน็ สารละลายอิเล็กโทรไลตอ์ ่อน เม่ือละลายน้ำจะแตกตัวเป็น
ไอออนได้บางส่วน ดงั สมการ
HClO (aq) + H2O (l) ⇌ H3O+ (aq) + ClO- (aq)
ในสารละลายจงึ มี H3O+ ClO- HClO และ H2O อยู่

Ba(OH)2 เปน็ สารละลายอิเล็กโทรไลตแ์ ก่ เมือ่ ละลายนำ้ จะแตกตวั เป็นไอออนไดห้ มด
ดงั สมการ

H2O

Ba(OH)2 (s) ⟶ Ba2+ (aq) + 2OH- (aq)

ในสารละลายจึงมี Ba2+ OH- และ H2O อยู่)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)

1. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสยั ในเนอื้ หา เร่ือง สารละลายกรดและสารละลายเบส

วา่ มีส่วนไหนท่ียังไม่เข้าใจ และใหค้ วามรเู้ พิม่ เติมในสว่ นนน้ั เพ่อื จะใช้เป็นความรเู้ บ้ืองต้น

สำหรับการเรยี นในเนื้อหาตอ่ ๆ ไป

2. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในหนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 กรด-เบส

3. นักเรยี นทำ Topic Question จากหนงั สือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กรด-เบส ลงในสมุดประจำตัว

(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน

รายบคุ คล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

2. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั

3. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question

4. นักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ เก่ียวกบั สารละลายกรดและสารละลายเบสซ่งึ ได้ขอ้ สรุป ดงั น้ี
• สารละลายกรดทุกชนดิ มีไอออนที่เหมือนกัน คือ H3O+ ซ่ึงเปน็ ไอออนที่แสดงสมบัตขิ อง
กรด ทำใหส้ ารละลายกรดเปลี่ยนสีกระดาษลติ มัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง

• สารละลายเบสทกุ ชนิดมีไอออนที่เหมือนกนั คือ OH- ซ่ึงเปน็ ไอออนที่แสดงสมบตั ิของ

เบส ทำให้สารละลายกรดเปล่ียนสกี ระดาษลติ มัสจากสแี ดงเป็นสีน้ำเงนิ

7. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน

7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง

การจัดกจิ กรรม

การเรยี นรู้

รายการวดั วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) สารละลายกรด - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
และสารละลาย - ตรวจสมดุ ประจำตัว - สมุดประจำตวั
เบส - ระดับคณุ ภาพ 2
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
2) พฤติกรรม
การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล - ระดบั คุณภาพ 2
รายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการ ผา่ นเกณฑ์
ทำงานกลุม่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม

4) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมนิ
อันพงึ ประสงค์
รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ คุณลกั ษณะ

และมุง่ มนั่ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.2 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 กรด-เบส
2) หนังสอื แบบฝึกหัดรายวชิ าเพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส
3) สมดุ ประจำตวั

8.2 แหล่งการเรียนรู้
- หอ้ งสมดุ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศกึ ษา

รหัสวชิ า ว32224 รายวิชา เคมี 4 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง กรด-เบส จำนวน 33 ช่ัวโมง

แผนการสอนเรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส จำนวน 2 ชั่วโมง

ครูผสู้ อน นางสาวพิมทพิ ย์ สายแสน สอนวันที่................เดือน............................พ.ศ.................

1. ผลการเรยี นรู้

1. ระบแุ ละอธิบายวา่ สารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของอารเ์ รเนียส เบรินสเตด-ลาวรี
และลิวอสิ

2. ระบุคูก่ รด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี และลวิ อิส
ได้ (K)

2. บอกได้วา่ สารใดเปน็ กรดและสารใดเปน็ เบสตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรีได้ (K)
3. อธิบายความหมายของคู่กรด-เบส และระบุคู่กรด-เบสในปฏกิ ริ ิยาทก่ี ำหนดให้ได้ (K)
4. ต้ังใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

1. ทฤษฎีกรด เบส อารเ์ รเนยี ส

สวันเต เอากุสต์ อาร์เรเนยี ส (Svante August Arrhenius)
ไดเ้ สนอทฤษฎกี รด เบสอาร์เรเนยี ส เมอ่ื พ.ศ. 2430 ดงั นี้

กรด คอื สารทีล่ ะลายนำ้ แลว้ แตกตวั ให้ไฮโดรเจนไอออน : H+(aq)
เบส คอื สารทล่ี ะลายน้ำแลว้ แตกตัวใหไ้ ฮดรอกไซดไ์ อออน : OH-(aq)
สมการท่ัวไป เป็นดังน้ี
กรด : HA + H2O -----------> H- + A-
เบส : MOH + H2O -----------> M+ + OH-
2. ทฤษฎีกรด เบส เบรนิ สเตด ลาวรี

โยฮันเนส นโิ คเลาส์ เบรินสเตด (Johannes Nicolaus
Bronsted) นักเคมีชาวเดนมารก์

และทอมัส มารต์ ิน ลาวรี (Thomas Martin Lowry)
นกั เคมีชาวอังกฤษ ได้เสนอทฤษฎี กรด เบส ดังนี้

กรด คอื สารทใ่ี ห้โปรตรอน (H+(g)) (acid is a proton donor)

เบส คอื สารที่รบั โปรตรอน (H+(g) (base is a proton accepter)

(ทีม่ า : สนุ ทร พรจำเริญ เอกสารประกอบการสอนเรือ่ งกรด-เบส โรงเรียนมหดิ ลวทิ ยานุสรณ)์
จากสมการ HCl เปน็ กรด เพราะเปน็ สารทใ่ี หโ้ ปรตอนแก่ H2O และ H2O เป็นเบส
เพราะเป็นสารทร่ี บั โปรตอนจาก HCl

จากสมการ CH3COOH เปน็ อิเล็กโทรไลต์อ่อนแตกตัวไดไ้ มห่ มดเกิดปฏกิ ริ ยิ าผนั กลับได้
โดยปฏิกิรยิ าไปขา้ งหนา้ CH3COOH เป็นกรด เพราะให้โปรตอนแก่ H2O ส่วน H2O เปน็ เบส

เพราะรับโปรตอนจาก CH3COOH ปฏิกิรยิ าย้อนกลบั H3O+ เป็นกรด เพราะใหโ้ ปรตอนแก่
CH3COO- สว่ น CH3COO- เปน็ เบส เพราะรบั โปรตอนจาก H3O+

(ท่ีมา : สุนทร พรจำเรญิ เอกสารประกอบการสอนเร่อื งกรด-เบส โรงเรียนมหิดลวทิ ยานุสรณ์)
ทฤษฎีกรด–เบส ของเบรินสเตด-เลาวร์ ี กม็ ีข้อจำกดั คือ สารใดทไี่ มม่ ี H+ จะบอกไม่ได้ว่าสารนั้น
เปน็ กรดหรอื เบส และสารใดทม่ี ี H+ แต่แตกตวั เปน็ ไอออนไม่ไดจ้ ะบอกไม่ไดว้ า่ เปน็ กรดหรือ
เบส
3. ทฤษฏีกรด-เบส ของลวิ อิส ทฤษฎีน้ใี ห้นยิ ามวา่

กรด คอื สารท่รี ับอเิ ลก็ ตรอนคู่
เบส คือ สารทีใ่ ห้อิเล็กตรอนคู่

(ท่ีมา : สนุ ทร พรจำเรญิ เอกสารประกอบการสอนเรื่องกรด-เบส โรงเรียนมหดิ ลวิทยานสุ รณ์)
จากสมการ NH3 ใหค้ ่อู เิ ลก็ ตรอนแก่ BF3 ทำให้ NH3 มสี มบัตเิ ปน็ เบส สว่ น BF3 รบั คู่

อเิ ล็กตรอน
จาก NH3 ตามทฤษฎีกรด-เบส ของลิวอิส NH3 จึงมีสมบัติเปน็ กรด

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

ทฤษฎกี รด-เบสของอารเ์ รเนยี ส กล่าวว่า กรด คอื สารท่ีละลายนำ้ แล้วแตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน สว่ น
เบส คอื สารท่ลี ะลายน้ำแล้วแตกตวั ใหไ้ ฮดรอกไซด์ไอออน

ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี กล่าววา่ กรด คือ สารทใี่ หโ้ ปรตอนแกส่ ารอื่น สว่ นเบส คือ
สารทีร่ บั โปรตอนจากสารอืน่

สารทีเ่ ปน็ คูก่ รด-เบสกนั จะมีจำนวนโปรตอนตา่ งกัน 1 โปรตอน
สารบางชนิดสามารถทำหนา้ ท่ีเปน็ ได้ท้ังกรดและเบส เช่น น้ำ เรียกสารประเภทน้วี ่า แอมโฟเทอริก หรือ
แอมฟโิ พรติก

ทฤษฎกี รด-เบสของลิวอิส กล่าวว่า กรด คอื สารทีร่ ับคู่อิเล็กตรอนจากสารอน่ื สว่ นเบส คอื สารที่ให้คู่
อเิ ล็กตรอนแกส่ ารอ่ืน

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
1) ทกั ษะการสังเกต

2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
4) ทกั ษะการวิเคราะห์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรุป
7) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)

1. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนงั สอื เรียนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 กรด-เบส วา่ “สงิ่ ใดใช้ระบุความแตกต่างระหว่างสารละลายกรด
และสารละลายเบส” แล้วให้นกั เรียนร่วมกันตอบคำถาม จากน้ันครูและนกั เรียนร่วมกัน
อภปิ ราย
(แนวตอบ : สารละลายกรดจะมไี ฮโดรเนียมไอออนเป็นองค์ประกอบ ส่วนสารละลายเบสจะมี
ไฮดรอกไซด์ไอออนเป็นองคป์ ระกอบ)

2. ครูและนกั เรียนร่วมกันทบทวนความร้เู กย่ี วกบั สารละลายกรดและสารละลายเบส ดังนี้
• สารละลายกรดทุกชนดิ มีไอออนท่เี หมือนกัน คือ H3O+ ซึ่งเป็นไอออนทีแ่ สดงสมบัตขิ อง
กรด ทำให้สารละลายกรดเปล่ียนสีกระดาษลิตมัสจากสนี ำ้ เงินเป็นสแี ดง
• สารละลายเบสทุกชนิดมีไอออนทเ่ี หมอื นกนั คือ OH- ซึง่ เป็นไอออนท่ีแสดงสมบัตขิ อง
เบส ทำใหส้ ารละลายกรดเปลี่ยนสกี ระดาษลติ มสั จากสีแดงเป็นสนี ้ำเงนิ

ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรยี นจบั คู่กบั เพ่ือน โดยแต่ละคศู่ ึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส เบริน
สเตด-ลาวรี และลิวอสิ จากหนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วย
การเรยี นร้ทู ่ี 4 กรด-เบส แล้วรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ จนเกิดความเขา้ ใจทตี่ รงกนั
2. ครูยกตวั อย่างกรดหรือเบสบางชนิดที่ไม่สามารถอธิบายความเปน็ กรด-เบสโดยใช้ทฤษฎีกรด-
เบสของอารเ์ รเนียสได้ เช่น NH3 เพอ่ื ชใ้ี ห้เหน็ ถึงข้อจำกัดของการใช้ทฤษฎนี ้ี เพอ่ื เชื่อมโยงเขา้ สู่
การอธิบายสมบตั ิของกรด-เบสโดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี

ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูต้ังคำถามให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกยี่ วกับทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนยี ส เบรินสเตด-
ลาวรี และลิวอิส ดงั นี้
1) จงอธบิ ายนิยามของกรดและเบสตามทฤษฎกี รด-เบสของอาร์เรเนียส
(แนวตอบ : กรด คือ สารท่ลี ะลายนำ้ แลว้ แตกตวั ให้ไฮโดรเจนไอออน
เบส คอื สารทล่ี ะลายน้ำแลว้ แตกตัวใหไ้ ฮดรอกไซด์ไอออน)
2) ทฤษฎกี รด-เบสของอาร์เรเนยี สไม่สามารถใชอ้ ธิบายความเป็นกรด-เบสของสารชนดิ ใด
(แนวตอบ : สารทไี่ ม่ละลายในน้ำ หรือละลายในตัวทำละลายอ่ืนไม่ได้)
3) จงอธบิ ายนยิ ามของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของและเบรนิ สเตด-ลาวรี
(แนวตอบ : กรด คือ สารที่สามารถให้โปรตอนแกส่ ารอ่ืน
เบส คือ สารทีส่ ามารถรบั โปรตอนจากสารอ่ืน)

ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ เก่ียวกบั ทฤษฎีกรด-เบส ซ่ึงได้ข้อสรุป ดงั นี้
• ทฤษฎีกรด-เบสของอารเ์ รเนียส กล่าวว่า กรด คือ สารทีล่ ะลายน้ำแลว้ แตกตัวให้
ไฮโดรเจนไอออน ส่วนเบส คือ สารท่ลี ะลายนำ้ แลว้ แตกตัวใหไ้ ฮดรอกไซด์ไอออน
• ทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี กล่าวว่า กรด คือ สารทใ่ี ห้โปรตอนแก่สารอืน่ สว่ น
เบส คือ สารทร่ี บั โปรตอนจากสารอื่น
• สารทเ่ี ปน็ คกู่ รด-เบสกันจะมีจำนวนโปรตอนต่างกัน 1 โปรตอน
• สารบางชนดิ สามารถทำหน้าทเี่ ปน็ ได้ทั้งกรดและเบส เชน่ นำ้ เรียกสารประเภทนี้ว่า
แอมโฟเทอริก หรือแอมฟิโพรติก
• ทฤษฎีกรด-เบสของลวิ อสิ กล่าวว่า กรด คือ สารทร่ี บั คู่อเิ ล็กตรอนจากสารอืน่ ส่วนเบส
คือ สารทใ่ี ห้ค่อู ิเล็กตรอนแกส่ ารอื่น

ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัด
3. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวดั วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ

7.1 ประเมนิ ระหว่าง - ใบงานท่ี 4.3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม - สมดุ ประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

การเรยี นรู้

1) ทฤษฎกี รด-เบส - ตรวจใบงานที่ 4.31

- ตรวจแบบฝกึ หัด

- ตรวจสมุดประจำตัว

3) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงาน
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ทำงานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
5) คณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์

รบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลักษณะ

และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

8.3 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนรายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4 กรด-เบส
2) หนังสือแบบฝึกหดั รายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส
3) ใบงานที่ 3 เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส
4) สมดุ ประจำตวั

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องเรยี น

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นโคกโพธไิ์ ชยศกึ ษา

รหัสวชิ า ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง กรด-เบส จำนวน 33 ช่ัวโมง

แผนการสอนเรอื่ ง ปฏกิ ริ ิยาการให้และรบั โปรตอนของโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต จำนวน 2 ช่ัวโมง

ครูผู้สอน นางสาวพิมทพิ ย์ สายแสน สอนวันท.ี่ ...............เดือน............................พ.ศ.................

1. ผลการเรียนรู้

1. ระบแุ ละอธบิ ายวา่ สารเป็นกรดหรือเบสโดยใชท้ ฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนยี ส เบรินสเตด-ลาวรี
และลวิ อิส

2. ระบคุ ู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ทดลองเพ่ือศกึ ษาปฏิกริ ยิ าการให้และรับโปรตอนของโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตได้ (P)
2. ใช้เครอ่ื งมือและอปุ กรณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3. ปฏบิ ตั ิตามขัน้ ตอนการทดลองได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
4. ต้ังใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

ทฤษฎกี รด-เบสของอารเ์ รเนยี ส กล่าวว่า กรด คอื สารท่ีละลายน้ำแลว้ แตกตวั ใหไ้ ฮโดรเจนไอออน ส่วน

เบส คือ สารทีล่ ะลายน้ำแล้วแตกตวั ใหไ้ ฮดรอกไซด์ไอออน

ทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี กล่าววา่ กรด คอื สารทใี่ ห้โปรตอนแกส่ ารอน่ื สว่ นเบส คอื

สารทร่ี ับโปรตอนจากสารอน่ื

สารทเี่ ป็นคู่กรด-เบสกันจะมจี ำนวนโปรตอนตา่ งกัน 1 โปรตอน

สารบางชนิดสามารถทำหนา้ ท่ีเปน็ ได้ทั้งกรดและเบส เชน่ น้ำ เรียกสารประเภทน้ีว่า แอมโฟเทอริก หรอื

แอมฟโิ พรติก

ทฤษฎกี รด-เบสของลิวอิส กล่าวว่า กรด คอื สารทีร่ บั คู่อิเล็กตรอนจากสารอนื่ สว่ นเบส คือ สารทีใ่ ห้คู่

อเิ ลก็ ตรอนแก่สารอื่น

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

สารทีเ่ ปน็ คกู่ รด-เบสกนั จะมจี ำนวนโปรตอนต่างกนั 1 โปรตอน

สารบางชนดิ สามารถทำหน้าที่เป็นได้ท้ังกรดและเบส เช่น นำ้ เรียกสารประเภทน้ีวา่ แอมโฟเทอริก หรือ

แอมฟิโพรติก

ทฤษฎกี รด-เบสของลิวอิส กล่าวว่า กรด คือ สารทีร่ บั คู่อเิ ล็กตรอนจากสารอน่ื สว่ นเบส คือ สารทีใ่ ห้คู่

อเิ ล็กตรอนแก่สารอื่น

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทักษะการสังเกต 3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน

2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา

3) ทักษะการทำงานร่วมกัน

4) ทักษะการวิเคราะห์

5) ทกั ษะการทดลอง

6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรุป

7) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมูล

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้นั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครทู บทวนความรู้เกีย่ วกับทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี จากน้ันใหน้ ักเรียนระบุและ
อธิบายสมบตั ิความเปน็ กรดหรือเบสของสารจากสมการการแตกตัวในนำ้ โดยใชท้ ฤษฎีกรด-
เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี

ขัน้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพอ่ื ทำการทดลอง เรอ่ื ง ปฏกิ ิริยาการใหแ้ ละรบั โปรตอนของ
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต จากหนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 กรด-เบส

2. ครใู ช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนคิ LT มาจัดกระบวนการเรยี นรู้ โดยกำหนดให้
สมาชกิ แต่ละคนภายในกลมุ่ มีบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดงั นี้
• สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหน้าที่เตรียมวสั ดุ-อุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการทดลอง เรอื่ ง ปฏกิ ริ ยิ าการ
ใหแ้ ละรบั โปรตอนของโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
• สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหน้าที่อ่านวธิ ีการทดลอง ทำความเข้าใจ และอธบิ ายใหส้ มาชิกใน
กลมุ่ ฟงั
• สมาชกิ คนท่ี 3 : ทำหน้าทบี่ ันทกึ ผลการทดลอง
• สมาชิกคนท่ี 4 และ 5 : ทำหนา้ ทนี่ ำเสนอผลการทดลอง

3. สมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มชว่ ยกันลงมือทำการทดลอง
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทน (สมาชกิ คนที่ 4 และ 5 ของกลมุ่ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
หลังจากนัน้ ใหน้ ักเรียนทกุ คนรว่ มกนั อภปิ รายผลการทดลองจนมีความเข้าใจท่ีตรงกนั
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏบิ ตั กิ าร)
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติการทดลอง โดยใช้แนวคำถาม
ดงั นี้
1) จงเขียนสมการการแตกตวั ของ NaHCO3 ในน้ำ
(แนวตอบ : H2O

NaHCO3 (s) → Na+ (aq) + HCO3- (aq))
2) เมือ่ HCO3- ทำปฏิกริ ิยากับ HCl จะทำหนา้ ท่ีเปน็ กรดหรือเบส จงอธิบาย พรอ้ มเขียน

สมการประกอบ
(แนวตอบ : HCO3- ทำหน้าท่ีเปน็ เบส เพราะจะไดร้ ับโปรตอนจากกรด HCl เกดิ เปน็
H2CO3 ซ่งึ จะสลายตวั ให้แกส๊ CO2 ดังสมการ

HCO3- (aq) + H3O+ (aq) ⇌ H2CO3 (aq) + H2O (l)

H2CO3 (aq) ⇌ H2O (l) + CO2 (g) )
3) เมอื่ HCO3- ทำปฏกิ ริ ิยากับ Ca(OH)2 จะทำหนา้ ทเ่ี ปน็ กรดหรอื เบส จงอธบิ าย พร้อม

เขียนสมการประกอบ
(แนวตอบ : HCO3- ทำหน้าทเี่ ปน็ กรด เพราะจะให้โปรตอนแก่ Ca(OH)2 เกดิ เป็น
ตะกอนขาวของ CaCO3 ดงั สมการ

HCO3- (aq) + OH- (aq) ⇌ CO32- (aq) + H2O (l)

Ca2+ (aq) + CO32- (aq) ⇌ CaCO3 (s) )
ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)

1. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรปุ ผลจากการทำการทดลอง ซึ่งได้ข้อสรุปวา่ “HCO3- สามารถใหแ้ ละ
รับโปรตอนได้ จึงเป็นไดท้ ้ังกรดและเบส ทง้ั นี้ขนึ้ อยู่กบั สารทีท่ ำปฏิกริ ิยาด้วย”
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 4.3.1 เรือ่ ง ทฤษฎีกรด-เบส

3. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั

4. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question

5. ครูวดั และประเมินผลจากการนำเสนอผลการทดลอง เรือ่ ง ปฏกิ ริ ยิ าการใหแ้ ละรบั โปรตอนของ

โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต

7. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน

7.1 ประเมินระหว่าง

การจดั กิจกรรม

การเรยี นรู้

1) ทฤษฎีกรด-เบส - ตรวจใบงานที่ 4.31 - ใบงานท่ี 4.3.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

- ตรวจสมดุ ประจำตวั - สมดุ ประจำตัว - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2) การทดลอง เรื่อง - ประเมนิ การปฎิบตั ิ - แบบประเมินการปฎบิ ัติ - ระดับคณุ ภาพ 2

ปฏกิ ิริยาการให้ การ การ ผ่านเกณฑ์

และรบั โปรตอน

ของโซเดียม

ไฮโดรเจน

คาร์บอเนต

3) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2

การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2

ทำงานกลุม่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

5) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2

อันพึงประสงค์ รับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์

และมุ่งม่ันในการทำงาน อันพงึ ประสงค์

8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

8.4 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 กรด-เบส
2) หนงั สือแบบฝึกหดั รายวชิ าเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 กรด-เบส
3) ใบงานที่ 4.3.1 เรื่อง ทฤษฎีกรด-เบส
4) วัสดุ-อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นการทดลอง เรอ่ื ง ปฏิกริ ิยาการให้และรบั โปรตอนของโซเดยี มไฮโดรเจน
คารบ์ อเนต
5) สมุดประจำตัว

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องเรียน

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไ์ิ ชยศึกษา

รหสั วชิ า ว32224 รายวิชา เคมี 4 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง กรด-เบส จำนวน 33 ช่ัวโมง

แผนการสอนเร่ือง ทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี จำนวน 1 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาวพิมทพิ ย์ สายแสน สอนวันที.่ ...............เดือน............................พ.ศ.................

1. ผลการเรียนรู้

1. ระบแุ ละอธบิ ายวา่ สารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนยี สได้ (K)
2. ระบคุ ่กู รด-เบสตามทฤษฎขี องเบริ น์ สเตด-ลาวรไี ด้
3. ตงั้ ใจเรียนรูแ้ ละแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

ทฤษฎกี รด เบส อารเ์ รเนยี ส

กรด คอื สารที่สามารถใหโ้ ปรตอน (proton donor) แกส่ ารอืน่

เบส คือ สารท่สี ามารถรับโปรตอน (proton acceptor) จากสารอืน่

NH4Cl(aq) ---------> NH4+ (aq) + Cl- (aq)
หลงั จากนนั้ NH4+ จะให้โปรตอนแกน่ ้ำ ทำใหเ้ กิด H3O+ ซง่ึ แสดงสมบัติกรดดงั สมการ
NH4+ (aq) + H2O(l) --------> NH3(aq) + H3O+(aq)

กรด เบส เบส กรด
จากสมการ NH4+ ให้ H+ แก่นำ้ จงึ ทำหน้าที่เป็นกรด และ H2O เปน็ ผรู้ บั H+ จงึ ทำหน้าทีเ่ ป็น
เบส และเมื่อมองปฏกิ ิริยาในทิศยอ้ นกลับ H3O+ เป็นผู้ให้ H+ แก่NH3 จึงทำหนา้ ทเ่ี ป็นกรด และ NH3 เป็น
ผรู้ ับ H+ แลว้ กลายเป็น NH4+ จงึ ทำหน้าที่เปน็ เบส

กล่าวได้ว่าทฤษฎกี รด-เบสเบรินสเตด-ลาวรใี ช้อธบิ ายสารท่ีเป็นกรดและเบสไดก้ ว้างขวางกว่าทฤษฎีกรด-

เบส อารเ์ รเนยี ส เนอ่ื งจากพิจารณาความเปน็ กรดและเบสของสารจากการถ่ายโอนโปรตอนเทา่ นั้น รวมทง้ั ไม่

จำเป็นต้องอยู่ในสารละลายที่มนี ้ำเปน็ ตวั ทำละลาย เช่น

NH3(g) + HCl(g) --------> NH4Cl(s)

เบส กรด

เพ่ือใหก้ ารอธิบายสมบัติของกรด-เบสได้ครอบคลุมและชดั เจน โดยทว่ั ไปจะใชท้ ้ังทฤษฎกี รด-เบสของ

อารเ์ รเนยี สและเบรนิ สเตด-ลาวรี

ทฤษฎกี รด-เบสเบรนิ สเตด-ลาวรี สามารถนำมาใช้อธิบายความเปน็ กรดของสารละลาย NH4Cl ได้ โดย

อธิบายไดว้ ่าเมื่อ NH4Cl ละลายนำ้ จะแตกตวั เปน็ ไอออนดังสมการ

ขอ้ จำกัด

อยา่ งไรกต็ ามหากนำทฤษฎนี ี้ไปวเิ คราะห์สารท่ไี ม่ปรากฎการรับหรอื การให้ H+ ระหวา่ งสาร เช่น

BH3 + NH3 <-----> BH3NH3 เราจะมองไมเ่ หน็ การรับหรือใหอ้ ิเล็กตรอน

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

กรด คือ สารท่ีสามารถให้โปรตอน (proton donor) แก่สารอืน่

เบส คอื สารท่สี ามารถรบั โปรตอน (proton acceptor) จากสารอ่นื

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวินัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
4) ทักษะการวิเคราะห์
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
7) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคำถาม วา่ “สงิ่ ใดใชร้ ะบคุ วามแตกตา่ งระหวา่ งสารละลายกรดและสารละลายเบส”

แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปราย

(แนวตอบ : สารละลายกรดจะมไี ฮโดรเนียมไอออนเปน็ องค์ประกอบ สว่ นสารละลายเบสจะมี
ไฮดรอกไซด์ไอออนเปน็ องค์ประกอบ)

2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันทบทวนความรูเ้ กี่ยวกบั สารละลายกรดและสารละลายเบส ดังนี้
• สารละลายกรดทุกชนดิ มีไอออนที่เหมือนกัน คือ H3O+ ซึ่งเป็นไอออนทีแ่ สดงสมบัตขิ อง
กรด ทำให้สารละลายกรดเปลี่ยนสกี ระดาษลิตมัสจากสนี ำ้ เงินเปน็ สีแดง
• สารละลายเบสทุกชนดิ มีไอออนท่ีเหมือนกัน คือ OH- ซง่ึ เปน็ ไอออนที่แสดงสมบัติของ

เบส ทำให้สารละลายกรดเปลี่ยนสกี ระดาษลติ มสั จากสแี ดงเปน็ สีน้ำเงิน
ข้นั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)

1. นกั เรียนจบั คูก่ ับเพ่ือน โดยแต่ละคู่ศึกษาข้อมูลเก่ียวกบั ทฤษฎีกรด-เบสของเบนิ สเตด-ลาวรี

จากใบความรู้ แล้วร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นจนเกดิ ความเขา้ ใจที่ตรงกัน
2. ครยู กตวั อยา่ งกรดหรือเบสบางชนิดท่ีไมส่ ามารถอธบิ ายความเป็นกรด-เบสโดยใชท้ ฤษฎกี รด-

เบสของเบนิ สเตด-ลาวรีได้ เช่น NH3
3. ครูอธิบายคูก่ รด-เบสเพ่ิมเติมดงั นี้ จากปฏิกิริยาของกรดกบั เบสทีก่ ลา่ วถึงแลว้ ตามทฤษฎี

ของเบรนิ สเตต- ลาวรี จะเห็นว่าในปฏกิ ริ ิยาหนึง่ ๆ อาจจะจัดคูก่ รด- เบสได้ 2 คูด่ ้วยกนั

ตัวอย่างเช่น

ปฏิกิริยาตวั อยา่ งนี้ ปฏิกิรยิ าไปขา้ งหน้า NH4+ ทำหนา้ ท่ีเป็นกรด เพราะให้ H+ กับ H2O แลว้ ได้เป็น NH3และ
H2O รับ H+ ทำหน้าที่เปน็ เบส สว่ นปฏิกิริยายอ้ นกลบั H3O+ เปน็ กรด เพราะให้ H+ กบั NH3 ซงึ่ เป็นเบส แลว้
ได้ H2O และ NH4+ ตามลำดบั เรียก NH4+ วา่ คู่กรดของ NH3 ( เบส) H2O ว่าคู่เบสของ H3O+ ( กรด) NH3 ว่า
คู่เบสของ NH4+ (กรด) H3O+ ว่าค่กู รดของ H2O ( กรด) จะเหน็ ไดว้ ่า คู่กรด- เบสนน้ั จะมีจำนวนโปรตอน (H)
ตา่ งกัน 1 ตัว หรอื อาจกล่าวไดว้ า่ จำนวนโปรตอนของคู่กรด จะมากกว่าโปรตอนคู่เบสอยู่ 1 ตวั เสมอ
ตวั อยา่ ง คกู่ รด - เบส

ข้นั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูตง้ั คำถามใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปรายเกีย่ วกบั ทฤษฎกี รด-เบสของอารเ์ รเนียสและ

เบรินสเตด-ลาวรี ดงั น้ี
1) จงอธบิ ายนิยามของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนยี ส
(แนวตอบ : กรด คอื สารทีส่ ามารถใหโ้ ปรตอน (proton donor) แก่สารอนื่
เบส คือ สารทีส่ ามารถรับโปรตอน (proton acceptor) จากสารอนื่

ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนและครรู ่วมกันอภปิ รายเพื่อหาขอ้ สรปุ เกยี่ วกับทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
ซง่ึ ได้ข้อสรุป ดังนี้
• ทฤษฎีกรด-เบสของอารเ์ รเนียส กลา่ วว่า กรด คอื สารทส่ี ามารถใหโ้ ปรตอน (proton
donor) แก่สารอน่ื เบส คือ สารท่สี ามารถรบั โปรตอน (proton acceptor) จากสารอ่ืน

ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครูประเมนิ ผลนกั เรยี นโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน

รายบุคคล

2. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัด

3. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปเกี่ยวกบั ทฤษฏกี รด-เบส ดังน้ี

กรด คอื สารที่สามารถใหโ้ ปรตอน (proton donor) แกส่ ารอ่ืน

เบส คอื สารท่ีสามารถรับโปรตอน (proton acceptor) จากสารอนื่

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวดั วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ

7.1 ประเมนิ ระหว่าง

การจัดกจิ กรรม

การเรยี นรู้

1) ทฤษฎกี รด-เบส - ตรวจใบงานที่ 3 - ใบงานท่ี 3 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) การทดลอง เรอ่ื ง - ประเมนิ การปฎบิ ตั ิ - แบบประเมนิ การปฎบิ ัติ - ระดบั คุณภาพ 2

ปฏิกิรยิ าการให้ การ การ ผ่านเกณฑ์

และรบั โปรตอน

ของโซเดยี ม

ไฮโดรเจน

คาร์บอเนต

3) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2

ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2

อนั พงึ ประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์

และมุ่งม่นั ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

8.5 สอ่ื การเรยี นรู้

1) ใบความรู้ เรอ่ื ง ทฤษฎีกรด-เบส อารเ์ รเนยี ส

2) หนังสอื แบบฝึกหดั รายวชิ าเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 กรด-เบส

3) ใบงานที่ 3 เร่ือง ทฤษฎีกรด-เบส

4) สมดุ ประจำตวั

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

- อนิ เทอรเ์ น็ต

ใบงานที่ 3

เร่อื ง ทฤษฎกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี

คำชี้แจง : ตอบคำถามเกยี่ วกบั ทฤษฎกี รด-เบส

1. ทฤษฎีของเบรินสเตด-ลาวรี ไดน้ ยิ ามกรด-เบส ดังนี้
กรด คือ.......................................................................................................................... ..................
เบส คอื ............................................................................................................................................

2. พจิ ารณาสมการที่กำหนดให้ แลว้ ระบุว่าสารต้งั ตน้ เปน็ กรดหรือเบสตามทฤษฏีกรด-เบสของเบรินสเตด-
ลาวรี พรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบ
1. CH3COOH (aq) + OH- (aq) ⇌ CH3COO- (aq) + H2O (l)

2. H2PO4- (aq) + H3O+ (aq) ⇌ H3PO4 (aq) + H2O (l)

3.จงระบุคูก่ รด-เบส ของสมการต่อไปนี้
1. CH3COOH (aq) + OH- (aq) ⇌ CH3COO- (aq) + H2O (l)

2. CO32- + H2O ⇌ HCO3- + OH-

3. HNO3 + H2SO4 ⇌ H3SO4+ + NO3-

ใบงาน ชอื่ ................................................ชั้น............เลขท่.ี ..................
เรือ่ ง ทฤษฎกี รด เบส อารเ์ รเนยี ส

กรด คือ สารท่สี ามารถให้โปรตอน (proton donor) แกส่ ารอืน่

เบส คอื สารทีส่ ามารถรับโปรตอน (proton acceptor) จากสารอน่ื

NH4Cl(aq) ---------> NH4+ (aq) + Cl- (aq)
หลังจากนน้ั NH4+ จะใหโ้ ปรตอนแกน่ ้ำ ทำให้เกดิ H3O+ ซ่ึงแสดงสมบัติกรดดงั สมการ
NH4+ (aq) + H2O(l) --------> NH3(aq) + H3O+(aq)

กรด เบส เบส กรด

จากสมการ NH4+ ให้ H+ แก่นำ้ จงึ ทำหน้าที่เปน็ กรด และ H2O เป็นผูร้ ับ H+ จงึ ทำหนา้ ท่เี ปน็
เบส และเมื่อมองปฏกิ ิริยาในทศิ ย้อนกลบั H3O+ เปน็ ผู้ให้ H+ แก่NH3 จงึ ทำหน้าทเี่ ป็นกรด และ NH3 เป็น
ผรู้ ับ H+ แล้วกลายเปน็ NH4+ จงึ ทำหนา้ ทเ่ี ป็นเบส

กลา่ วไดว้ า่ ทฤษฎีกรด-เบสเบรินสเตด-ลาวรีใชอ้ ธิบายสารทเ่ี ป็นกรดและเบสไดก้ วา้ งขวางกว่าทฤษฎีกรด-

เบส อาร์เรเนยี ส เนือ่ งจากพิจารณาความเป็นกรดและเบสของสารจากการถา่ ยโอนโปรตอนเท่านัน้ รวมทัง้ ไม่

จำเปน็ ต้องอยใู่ นสารละลายท่ีมนี ้ำเปน็ ตวั ทำละลาย เช่น

NH3(g) + HCl(g) --------> NH4Cl(s)

เบส กรด

เพอ่ื ให้การอธบิ ายสมบัติของกรด-เบสไดค้ รอบคลมุ และชัดเจน โดยท่ัวไปจะใชท้ ัง้ ทฤษฎกี รด-เบสของ

อารเ์ รเนยี สและเบรินสเตด-ลาวรี

ทฤษฎีกรด-เบสเบรนิ สเตด-ลาวรี สามารถนำมาใช้อธิบายความเปน็ กรดของสารละลาย NH4Cl ได้ โดย

อธบิ ายไดว้ ่าเม่ือ NH4Cl ละลายน้ำจะแตกตัวเป็นไอออนดงั สมการ

ข้อจำกัด อยา่ งไรก็ตามหากนำทฤษฎีน้ไี ปวิเคราะหส์ ารท่ีไม่ปรากฎการรับหรอื การให้ H+ ระหวา่ งสาร เชน่

BH3 + NH3 <-----> BH3NH3 เราจะมองไม่เหน็ การรบั หรือให้อเิ ล็กตรอน

เฉลยใบงานท่ี 3

เรอ่ื ง ทฤษฎีกรด-เบส

คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเกย่ี วกับทฤษฎกี รด-เบส

1. พิจารณาสมการทกี่ ำหนดให้ แล้วระบุวา่ สารต้ังตน้ เปน็ กรดหรือเบสตามทฤษฏีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาว
รี พรอ้ มให้เหตุผลประกอบ
1) CH3COOH (aq) + OH- (aq) ⇌ CH3COO- (aq) + H2O (l)
CH3COOH เปน็ กรดตามทฤษฏีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี เพราะให้ H+ แก่ OH- สว่ น OH- เป็น
เบสตามทฤษฏกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี เพราะรบั H+ จาก CH3COOH
2) H2PO4- (aq) + H3O+ (aq) ⇌ H3PO4 (aq) + H2O (l)
H3O+ เปน็ กรดตามทฤษฏีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี เพราะให้ H+ แก่ H2PO4- สว่ น H2PO4- เป็น
เบสตามทฤษฏกี รด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี เพราะรับ H+ จาก H3O+

2. จากปฏิกริ ิยาท่ีกำหนดให้ จงระบวุ า่ สารตงั้ ต้นชนดิ ใดเป็นกรดและเบสตามทฤษฎกี รด-เบสลวิ อิส พร้อมให้
เหตผุ ลประกอบ
1) Fe3+ (aq) + 6H2O (l) ⇌ Fe(H2O)63+ (aq)
Fe3+ เปน็ กรด เพราะรับอิเลก็ ตรอนคู่โดดเดีย่ ว สว่ น H2O เป็นเบส เพราะมีอิเลก็ ตรอนคู่โดดเดีย่ ว

2) Ag+ (aq) + 2NH3 (aq) ⇌ Ag(NH3)22+ (aq)
Ag+ เปน็ กรด เพราะรับอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเดี่ยว ส่วน NH3 เป็นเบส เพราะมีอิเล็กตรอนค่โู ดดเด่ียว

3. จากสมการทีก่ ำหนดใหต้ ่อไปนี้

H2PO4- (aq) + OH- (aq) ⇌ H2O (l) + HPO42- (aq)

H2PO4- (aq) + H2SO4 (aq) ⇌ H3PO4 (aq) + HSO4- (aq)
H2PO4- จัดเป็นสารแอมฟโิ พรตกิ หรือไม่ เพราะเหตุใด

จากสมการ แสดงว่า H2PO4- สามารถทั้งให้และรับโปรตอนได้ กล่าวคือ H2PO4- ทำหน้าที่เป็นทั้งกรด
และเบส ดงั นน้ั จึงจัดเป็นสารแอมฟโิ พรติก

4. เตมิ คำตอบเกีย่ วกับคู่กรด-เบสลงในตารางใหส้ มบูรณ์

คู่กรด สตู รของคกู่ รด คเู่ บส สตู รของคเู่ บส
กรดแอซตี กิ แอซเี ตตไอออน
ไฮโดรเจนซัลเฟตไอออน CH3COOH ซลั เฟตไอออน CH3COO-
กรดไฮโดรไซยานิก HSO4- ไซยาไนดไ์ อออน SO42-
ไดไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน ไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน CN-
ไฮโดรเจนซลั ไฟด์ไอออน HCN ซัลไฟด์ไอออน
H2PO4- HPO42-
HS- S2-

5. ถา้ เรียงลำดับความแรงของคู่กรดตามขอ้ 4. ได้ ดังน้ี HSO4- > CH3COOH > H2PO4- > HCN > HS- คู่

เบสของคู่กรดท่ีกำหนดให้จะเรียงลำดบั ความแรงของคเู่ บสจากมากไปน้อยอย่างไร

S2- > CN- > HPO42- > CH3COO- > SO42-

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไ์ิ ชยศึกษา

รหัสวิชา ว32224 รายวิชา เคมี 4 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง กรด-เบส จำนวน 33 ชั่วโมง

แผนการสอนเรอ่ื ง การแตกตวั ของเบส จำนวน 4 ช่ัวโมง

ครผู ้สู อน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวันที่................เดือน............................พ.ศ.................

1. ผลการเรยี นรู้

คำนวณ และเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตวั หรอื ความแรงของกรดและเบส

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายการแตกตัวของกรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน และเบสอ่อน พรอ้ มทัง้ เขยี นสมการการแตกตัวเป็น
ไอออนได้ (K)

2. เปรียบเทยี บความสามารถในการแตกตัวเปน็ ไอออนของกรดและเบส โดยพจิ ารณาจากค่าคงที่การ
แตกตัวของกรดและเบสได้ (K)

3. อธบิ ายความหมายของกรดมอนอโปรตกิ กรดไดโปรติก และกรดพอลโิ ปรตกิ พร้อมท้ังเขียนสมการ
การแตกตวั เปน็ ไอออนได้ (K)

4. คำนวณหารอ้ ยละของการแตกตวั ของกรดออ่ นและเบสอ่อนได้ (K)
5. คำนวณหาค่าคงที่การแตกตัวเป็นไอออนของกรดและเบสได้ (K)
6. ตรวจสอบหาความเข้มขน้ ของไอออนในสารละลายกรดแก่และเบสแก่ได้ (P)
7. ตรวจสอบความเข้มขน้ ของไอออนในสารละลาย เม่ือทราบคา่ คงท่ีการแตกตวั ของกรดหรือเบสได้

(P)
8. ตง้ั ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหนา้ ที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้เพมิ่ เตมิ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

- กรดและเบสแตล่ ะชนดิ สามารถแตกตวั ในน้ำได้ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

แตกตา่ งกนั กรดแก่หรือเบสแก่สามารถแตกตวั

เปน็ ไอออนในนำ้ ได้เกือบสมบูรณ์ สว่ นกรดอ่อน

หรอื เบสอ่อนแตกตัวเป็นไอออนได้น้อย

โดยความสามารถในการแตกตัวหรือความแรง

ของกรดหรือเบสอาจพิจารณาได้จากค่าคงท่ีการ

แตกตัวของกรดหรือเบส หรือปริมาณการแตก

ตวั เปน็ ร้อยละของกรดหรอื เบส

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

กรดแก่และเบสแกเ่ ป็นอิเล็กโทรไลตแ์ ก่ ซึ่งแตกตวั เปน็ ไอออนได้ดีมาก หรือแตกตัวไดห้ มด
กรดอ่อนแตกตัวเป็นไอออนไดน้ ้อย การแตกตัวของกรดอ่อนเปน็ การเปลยี่ นแปลงที่ผันกลับได้
ในสารละลายจงึ มีท้ังโมเลกุลของกรดอ่อนและไอออนทีเ่ กิดจากการแตกตวั
เบสออ่ นแตกตวั เปน็ ไอออนได้น้อย การแตกตัวของกรดเบสเปน็ การเปลี่ยนแปลงทีผ่ นั กลับได้
ในสารละลายจึงมที ั้งโมเลกุลของเบสอ่อนและไอออนที่เกดิ จากการแตกตัว

5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย รับผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้

1) ทักษะการสังเกต 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา

3) ทกั ษะการวเิ คราะห์

4) ทกั ษะการเช่อื มโยง

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

5) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ช่ัวโมงที่ 1

ข้นั นำ

ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 กรด-เบส ว่า “อิเล็กโทไลต์แก่และอเิ ล็กโทรไลต์ออ่ นแตกต่างกัน
อย่างไร” แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกันตอบคำถาม จากน้ันครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย
(แนวตอบ : อเิ ลก็ โทไลต์แก่ คือ สารท่สี ามารถแตกตัวเปน็ ไอออนไดห้ มดหรอื เกือบหมด
สว่ นอิเลก็ โทรไลต์อ่อน คือ สารท่แี ตกตัวเปน็ ไอออนได้น้อย หรือแตกตัวได้ไม่หมด)
2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันทบทวนความรู้เกีย่ วกับการสารละลายอิเล็กโทรไลต์ จากนั้นครูถาม
คำถามเพ่ือเช่อื มโยงวา่ “กรดแก่ เบสแก่ กรดอ่อน และเบสออ่ นมีความสามารถในการแตกตัว
ไดแ้ ตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร” ซง่ึ ครยู ังไมต่ ้องเฉลยคำตอบทถ่ี ูกต้อง

ขนั้ สอน

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)

1. นักเรยี นจับคกู่ บั เพื่อน โดยแต่ละคู่ศึกษาข้อมลู เก่ยี วกับการแตกตัวของกรดแก่และเบสแก่

และร่วมกนั ฝกึ คำนวณการหาปริมาณหรอื ความเข้มข้นของไอออนในสารละลายกรดแก่และ

เบสแก่ ตวั อยา่ งท่ี 4.2-4.4 จากหนงั สอื เรียนรายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 กรด-เบส จากน้ันร่วมกันแสดงความคิดเห็นจนเกดิ ความเข้าใจที่ตรงกัน

(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม))

2. ครสู ุ่มนักเรยี น 3 คู่ ออกมาแสดงวธิ กี ารคำนวณตวั อย่างแตล่ ะข้อหน้าช้ันเรียนให้ถกู ต้อง โดยครู

คอยเสรมิ ความรูใ้ นส่วนทน่ี กั เรียนยังไมเ่ ข้าใจ

3. ครูยกตวั อย่างโจทย์เก่ยี วกับการแตกตัวของกรดแก่และเบสแก่ โดยครเู ขยี นโจทยแ์ ละแสดงวธิ ี

ทำให้นกั เรียนดบู นกระดาน ดังน้ี

1) HA เปน็ กรดแก่ สารละลายปริมาตร 2 ลกู บาศก์เดซิเมตร มกี รด HA ละลายอยู่ 0.5

โมล จะมคี วามเข้มขน้ ของไฮโดรเนยี มไอออนอยู่เท่าใด

วิธีทำ สารละลาย 2 dm3 มกี รด HA ละลายอยู่ 0.5 mol

ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย HA = 0.5mol = 0.25 mol/dm3
dm3

HA เป็นกรดแก่ เม่อื ละลายน้ำจะแตกตัวเป็นไอออนไดห้ มด ดังสมการ

HA (aq) + H2O (aq) → H3O+ (aq) + A- (aq)
0.25 0.25 mol/dm3

แสดงว่า ในสารละลายมี [H3O+] = 0.25 mol/dm3

2) X(OH)2 เปน็ เบสแก่ สารละลายของเบสน้เี ข้มขน้ 0.5 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซเิ มตร ปริมาตร
400 ลกู บาศก์เซนติเมตร จะแตกตัวให้ไฮดรอกไซด์ไอออนก่ีโมล

วธิ ที ำ จำนวนโมลของ X(OH)2 ในสารละลาย 400 cm3

= 0.2mol / dm3 x 400cm3 = 0.08 mol
1000
X(OH)2 เป็นเบสแก่ เมื่อละลายนำ้ จะแตกตวั เป็นไอออนได้หมด ดงั สมการ

H2O

X(OH)2 (s) → X2+ (aq) + 2OH- (aq)
จากสมการ X(OH)2 1 mol จะแตกตัวให้ OH- 2 mol

X(OH)2 0.08 mol จะแตกตวั ให้ OH- 0.08X2 mol
1
= 0.16 mol

4. นักเรียนและครูรว่ มกนั อภปิ รายเพือ่ หาข้อสรุปเกยี่ วกบั การแตกตวั ของกรดแกแ่ ละเบสแก่ ซง่ึ ได้

ข้อสรุปว่า “กรดแกแ่ ละเบสแกเ่ ปน็ อิเล็กโทรไลตแ์ ก่ ซึ่งแตกตวั เป็นไอออนได้ดีมาก หรอื แตกตวั

ไดห้ มด”

(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ชวั่ โมงท่ี 2

ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
5. นกั เรียนจับคู่กับเพ่ือน โดยแต่ละค่รู ว่ มกนั ศกึ ษาข้อมูลเก่ียวกบั การแตกตัวของกรดอ่อน คา่ คงท่ี
การแตกตวั ของกรดอ่อน (Ka) ของกรดมอนอโปรติก กรดไดโปรติก และกรดพอลโิ ปรติก
จากหนงั สือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 กรด-เบส
แลว้ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นจนเกิดความเขา้ ใจทต่ี รงกัน

6. จากนั้นแต่ละคู่รว่ มกนั ฝึกคำนวณการหาการแตกตวั เป็นร้อยละของกรดออ่ น จากตวั อย่างท่ี
4.5-4.7 ในหนังสือเรียนรายวชิ าเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4
กรด-เบส
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

7. ครสู ่มุ นักเรยี น 3 คู่ ออกมาแสดงวิธีการคำนวณตัวอย่างแต่ละข้อหนา้ ชั้นเรียนให้ถกู ต้อง
โดยครคู อยเสริมความรใู้ นสว่ นทนี่ ักเรยี นยังไม่เข้าใจ

8. ครูตงั้ คำถามให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย เรื่อง การแตกตัวของกรดอ่อน เช่น
1) สารละลายกรดคาร์บอนิก (H2CO3) มคี า่ คงท่ีการแตกตัวของกรด 2 คา่
คอื Ka1 = 4.3 × 10-7 และ Ka2 = 5.6 × 10-11 จงเปรียบเทียบความเขม้ ข้นของ
ไอออนต่าง ๆ ในสารละลาย
(แนวตอบ : กรด H2CO3 แตกตวั ได้ 2 ข้นั ดังสมการ

ขน้ั ที่ 1 : H2CO3 (aq) + H2O (l) ⇌ H3O+ (aq) + HCO3- (aq) , Ka1 = 4.3 × 10-7
ข้ันที่ 2 : HCO3- (aq) + H2O (l) ⇌ H3O+ (aq) + CO32- (aq) , Ka2= 5.6 × 10-11
จากค่า Ka1 และ Ka2 บอกใหท้ ราบว่า ขัน้ ที่ 1 แตกตวั เป็นไอออนได้มากกว่าข้นั ที่ 2
ซงึ่ การแตกตวั ท้ัง 2 ขน้ั จะทำให้เกดิ H3O+ ดงั นนั้ จะเปรียบเทียบความเข้มข้นของ
ไอออนในสารละลายได้ ดังน้ี [H3O+] > [HCO3-] > [CO32-])
2) สารละลายกรด HNO2 และ HClO มีค่า Ka เปน็ 4.5 × 10-4 และ 3.0 × 10-8

ตามลำดับ ถ้าสารละลายทงั้ สองเข้มข้น 1 โมล/ลูกบาศก์เดซเิ มตร เท่ากัน สารละลาย

ของกรดใดจะมคี วามเขม้ ขน้ ของ H3O+ มากกว่ากัน จงอธิบาย
(แนวตอบ : สารละลายทงั้ สองมีความเขม้ ขน้ 1 mol/dm3 เทา่ กนั ความเขม้ ขน้ ของ

H3O+ ในสารละลายกรด HNO2 จะมีคา่ มากกวา่ ในสารละลายกรด HClO เนือ่ งจาก

ค่า Ka ของ HNO2 สูงกวา่ Ka ของ HClO)

9. ครูยกตัวอย่างโจทย์เกยี่ วกับ การแตกตวั ของกรดอ่อน โดยครูเขียนโจทยแ์ ละแสดงวิธีทำให้

นักเรียนดบู นกระดาน ดังน้ี

สารละลายกรดแอซีตกิ เขม้ ข้น 0.5 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร จะมีไฮโดรเนียมไอออนเข้มข้น
กีโ่ มล/ลูกบาศกเ์ ดซเิ มตร (สารละลายกรดแอซตี ิกมีคา่ Ka = 1.8 × 10-5)

วิธีทำ CH3COOH (aq) + H2O (l) ⇌ H3O+ (aq) + CH3COO- (aq)
0.5 - - mol/dm3
ความเข้มข้นเรมิ่ ต้น

ความเขม้ ขน้ ณ ภาวะสมดลุ 0.5 – x ≈ 0.5 x x mol/dm3

Ka = [H3O][CH3COO- ]
[CH3 COOH]

1.8 × 10-5 = x2

0.5
x2 = 0.5 × 1.8 × 10-5

x = 3 × 10-3 mol/dm3

ดงั น้นั ในสารละลายจะมี [H3O+] = 3 × 10-3 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซิเมตร

10. นักเรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือหาข้อสรุปเก่ียวกบั การแตกตวั ของกรดอ่อน ซ่ึงได้ข้อสรุป

ดงั นี้

• กรดอ่อนแตกตัวเปน็ ไอออนไดน้ อ้ ย การแตกตัวของกรดอ่อนเป็นการเปล่ียนแปลงทีผ่ ัน

กลับได้ในสารละลายจงึ มที ั้งโมเลกลุ ของกรดอ่อนและไอออนท่ีเกดิ จากการแตกตวั

• ความสามารถในการแตกตัวของกรดอ่อนอาจบอกเปน็ ร้อยละ หรือบอกเปน็ ค่าคงที่การ

แตกตัวของกรด (Ka)

• กรดมอนอโปรติกแตกตวั ได้ข้นั เดยี ว จงึ มคี ่า Ka เพยี งคา่ เดียว กรดไดโปรตกิ แตกตัวได้

สองข้ัน จึงมีค่า Ka ได้ 2 คา่ ส่วนกรดพอลิโปรตกิ แตกตวั ได้หลายข้ัน จึงมีค่า Ka หลายคา่

เท่ากับจำนวนข้นั ทแี่ ตกตวั ได้

• ค่า Ka ขน้ั แรกจะมคี ่าสูงกวา่ ค่า Ka ในข้นั ต่อไป ตามลำดับ

• ในการเปรยี บเทยี บปรมิ าณการแตกตวั เปน็ ไอออนของกรด ถา้ Ka1 สูงกว่า Ka2 มาก
ประมาณ 103 เทา่ สามารถใชค้ า่ Ka1 เพียงค่าเดียวได้
• กรดท่มี ีคา่ Ka สงู จะมีความแรงของกรดมากกวา่ กรดท่ีมีคา่ Ka ตำ่
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ชว่ั โมงที่ 3

ขัน้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
11. นกั เรยี นจบั ค่กู บั เพ่ือน โดยแต่ละคู่ศึกษาเกีย่ วกับการแตกตัวของเบสอ่อน จากหนังสือเรียน
รายวชิ าเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 กรด-เบส แลว้ ร่วมกนั แสดง
ความคิดเหน็ จนเกิดความเขา้ ใจที่ตรงกนั
12. จากนั้นแต่ละคู่รว่ มกันฝึกคำนวณการหาการแตกตัวเปน็ ร้อยละของเบสอ่อนและความเข้มขน้
ของไอออนในสารละลาย จากตวั อย่างที่ 4.8-4.13 ในหนงั สอื เรียนรายวิชาเพม่ิ เติม
วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 กรด-เบส
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)

13. ครสู ุ่มนักเรยี น 6 คู่ ออกมาแสดงวิธกี ารคำนวณตวั อยา่ งแต่ละข้อหน้าช้ันเรียนใหถ้ ูกตอ้ ง

โดยครคู อยเสรมิ ความรูใ้ นสว่ นทนี่ ักเรยี นยังไม่เข้าใจ

14. ครูต้ังคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภปิ ราย เร่ือง การแตกตวั ของเบสอ่อน เชน่

1) สารละลายเบส NH3 และ N2H4 มคี า่ Kb เปน็ 1.8 × 10-5 และ 1.7 × 10-6 ตามลำดบั

ถ้าสารละลายทง้ั สองเข้มขน้ 2 โมล/ลกู บาศก์เดซเิ มตร เท่ากัน สารละลายของเบสใด
จะมีความเขม้ ข้นของ OH- มากกวา่ กัน จงอธบิ าย

(แนวตอบ : สารละลายทง้ั สองมคี วามเข้มข้น 2 mol/dm3 เทา่ กัน ความเข้มข้นของ

OH- ในสารละลายเบส NH3 จะมคี า่ มากกวา่ ในสารละลายเบส N2H4 เน่อื งจากคา่ Kb

ของ NH3 สงู กวา่ Kb ของ N2H4)

15. ครยู กตวั อย่างโจทยเ์ กยี่ วกับ การแตกตัวของเบสอ่อน โดยครเู ขยี นโจทย์และแสดงวิธีทำให้

นกั เรียนดบู นกระดาน ดังน้ี

เบสอ่อนเมทลิ เอมนี (CH3NH2) จำนวน 6.2 กรมั ในสารละลาย 250 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร

จะมีไฮดรอกไซด์ไอออนเขม้ ข้นกี่โมล/ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร

(กำหนดให้ ค่า Kb ของCH3NH2 = 3.7 × 10-4)

วิธีทำ CH3NH2 หนกั 31 g คดิ เปน็ 1 mol

หนัก 6.2 g คิดเปน็ 6.2 = 0.2 mol

3.1
สารละลาย CH3NH2 250 cm3 มี CH3NH2 อยู่ 0.2 mol

สารละลาย CH3NH2 1000 cm3 มี CH3NH2 อยู่ 0.2x1000 = 0.8 mol

250
CH3NH2 (aq) + H2O (l) ⇌ CH3NH3+ (aq) +OH- (aq)

ความเขม้ ขน้ เรม่ิ ต้น 0.8 - - mol/dm3
x mol/dm3
ความเขม้ ขน้ ณ ภาวะสมดลุ 0.8 – x x

อัตราสว่ น C > 103 ดังนน้ั 0.8 – x มคี ่าประมาณ 0.8
Kb
[CH3NH+3 [OH- ]
Kb = [CH3NH2 ]

3.7 × 10-4 = (x)(x)
0.8
x2 = 2.96 × 10-4

x = 0.0172 mol/dm3

ดังนน้ั สารละลายมีไฮดรอกไซดไ์ อออนเขม้ ข้น 0.017 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร

16. นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายเพือ่ หาข้อสรปุ เก่ยี วกบั แตกตวั ของเบสอ่อนซึ่งได้ข้อสรปุ ดงั นี้

• เบสอ่อนแตกตวั เปน็ ไอออนไดน้ ้อย การแตกตวั ของกรดเบสเปน็ การเปลี่ยนแปลงท่ผี ัน

กลับได้ ในสารละลายจึงมีท้งั โมเลกลุ ของเบสอ่อนและไอออนที่เกดิ จากการแตกตัว

• ความสามารถในการแตกตัวของเบสอ่อนอาจบอกเปน็ ร้อยละ หรือบอกเป็นค่าคงท่ีการ

แตกตัวของเบส (Kb)

• เบสท่ีมคี า่ Kb สงู จะมีความแรงของเบสมากกว่ากรดท่ีมีค่า Kb ตำ่

(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ชว่ั โมงที่ 4

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
17. ครถู ามคำถาม BIG QUESTION จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส อีกครั้ง ดงั น้ี
• สารละลายกรดและเบสแต่ละชนดิ จะสามารถแตกตัวได้เท่ากนั หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : ไม่เท่ากนั โดยสารละลายกรดแก่และเบสแกจ่ ะสามารถแตกตวั เปน็ ไอออน
ไดม้ าก หรือแตกตวั ได้เกือบสมบูรณ์ สารละลายกรดอ่อนและเบสอ่อนจะสามารถแตก
ตวั เป็นไอออนได้บางส่วน)
• เม่ืออุณหภมู ิเพิ่มข้นึ หรือความเข้มข้นของสารละลายเพ่ิมขึ้น การแตกตวั ของสารละลาย
กรดและเบสจะเปน็ อย่างไร
(แนวตอบ : เม่อื อุณหภูมเิ พ่มิ ขน้ึ การแตกตัวของสารละลายกรดอ่อนและเบสอ่อนจะ
สูงขึน้ แตเ่ มื่อความเข้มขน้ ของสารละลายเพมิ่ ข้นึ การแตกตวั ของสารละลายกรดอ่อน
และเบสอ่อนจะลดลง)
18. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามข้อสงสยั ในเน้อื หา เร่ือง การแตกตัวของกรดและเบส ว่ามสี ่วน
ไหนทย่ี ังไมเ่ ข้าใจ และให้ความรูเ้ พม่ิ เติมในส่วนน้ัน เพื่อจะใช้เปน็ ความรูเ้ บ้ืองต้นสำหรับการ
เรียนในเน้อื หาต่อ ๆ ไป
19. นักเรยี นทำใบงานท่ี 4.4.1 เรื่อง การแตกตัวของกรดและเบส

20. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนังสอื แบบฝึกหดั รายวิชาเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส

21. นกั เรียนทำ Topic Question จากหนงั สือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส ลงในสมุดประจำตัว
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขัน้ สรุป

ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมนิ ผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน
รายบคุ คล พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 4.4.1 เรอ่ื ง การแตกตัวของกรดและเบส
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัด
4. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question
5. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกบั การแตกตัวของกรดและเบสซึ่งได้ข้อสรปุ ดังนี้
• กรดแกแ่ ละเบสแก่เปน็ อิเลก็ โทรไลต์แก่ ซ่งึ แตกตวั เปน็ ไอออนได้ดีมาก หรือแตกตวั ได้
หมด
• กรดอ่อนแตกตัวเป็นไอออนได้นอ้ ย การแตกตัวของกรดอ่อนเปน็ การเปล่ียนแปลงทีผ่ ัน
กลบั ได้ในสารละลายจงึ มีทั้งโมเลกลุ ของกรดออ่ นและไอออนท่เี กดิ จากการแตกตวั
• เบสอ่อนแตกตัวเป็นไอออนไดน้ อ้ ย การแตกตวั ของกรดเบสเปน็ การเปล่ยี นแปลงทผ่ี ัน
กลบั ได้ ในสารละลายจึงมีทง้ั โมเลกลุ ของเบสอ่อนและไอออนที่เกดิ จากการแตกตัว

7. การวดั และประเมินผล

รายการวัด วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

7.1 ประเมนิ ระหว่าง - ใบงานท่ี 4.4.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจัดกจิ กรรม - สมดุ ประจำตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2
การเรยี นรู้ การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์

1) การแตกตวั ของ - ตรวจใบงานที่ 4.4.1

กรดและเบส - ตรวจแบบฝึกหัด

- ตรวจสมดุ ประจำตวั

2) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม

การทำงาน การทำงานรายบุคคล

รายบคุ คล

รายการวัด วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2

ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

4) คุณลักษณะ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2

อันพงึ ประสงค์ รับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์

และมุง่ มั่นในการทำงาน อันพงึ ประสงค์

8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

8.6 ส่อื การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 กรด-เบส

2) หนงั สือแบบฝึกหดั รายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กรด-เบส

3) ใบงานท่ี 4.4.1 เรื่อง การแตกตัวของกรดและเบส

4) สมดุ ประจำตัว

8.2 แหล่งการเรียนรู้

-

ใบงานท่ี 4

เรอ่ื ง การแตกตวั ของกรดและเบส

คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเก่ียวกับการแตกตัวของกรดและเบส
1. สารละลายกรดไฮโดรโบรมกิ เขม้ ขน้ 0.75 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร ปริมาตร 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร

จะมไี ฮโดรเนยี มไอออนอยู่กี่โมล

2. สารละลายเบสอ่อนชนดิ หนง่ึ มีความเข้มข้นเริ่มต้น 2.5 × 10-5 โมล/ลกู บาศก์เดซิเมตร มีไฮดรอกไซด์
ไอออนเขม้ ข้น 10-7 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร จงคำนวณร้อยละการแตกตัว และค่า Kb ของเบสอ่อนชนิดน้ี

3. กรดไดโปรตกิ (H2X) มคี ่า Ka1 = 5.9 × 10-2 และ Ka2 = 6.4 × 10-5 จงคำนวณหา [H2X] [HX-] [X2-]
และ [H+] ในสารละลายท่ีมีความเขม้ ข้น 0.25 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซเิ มตร

เฉลยใบงานที่ 4

เรือ่ ง การแตกตวั ของกรดและเบส

คำชี้แจง : ตอบคำถามเกีย่ วกับทฤษฎีกรด-เบส

1. สารละลายกรดไฮโดรโบรมกิ เข้มขน้ 0.75 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซเิ มตร ปริมาตร 500 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

จะมไี ฮโดรเนียมไอออนอยู่กี่โมล

สารละลายปริมาตร 1,000 cm3 มี HBr อยู่ 0.75 mol
500 × 0.75
สารละลายปริมาตร 500 cm3 มี HBr อยู่ 1000 mol

= 0.375 mol

HBr (aq) → H+ (aq) + Br- (aq)

กรดไฮโดรโบรมกิ เป็นกรดแก่ สามารถแตกตัวได้หมด ดังน้นั สารละลายจะมีไฮโดรเนียมไอออนอยู่ 0.375

โมล

2. สารละลายเบสอ่อนชนดิ หนงึ่ มีความเข้มขน้ เรมิ่ ตน้ 2.5 × 10-5 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร มีไฮดรอกไซด์

ไอออนเขม้ ขน้ 10-7 โมล/ลกู บาศก์เดซเิ มตร จงคำนวณร้อยละการแตกตวั และคา่ Kb ของเบสอ่อนชนดิ นี้
เบสออ่ นเข้มขน้ 2.5 × 10-5 mol/dm3 แตกตัวใหไ้ ฮดรอกไซด์ไอออน 10-7 mol/dm3
10-7 × 100
เบสออ่ นเข้มขน้ 100 mol/dm3 แตกตวั ใหไ้ ฮดรอกไซดไ์ อออน 2.5 × 10-5 mol/dm3

= 0.4 mol/dm3

ดังนัน้ เบสออ่ นชนิดนแ้ี ตกตวั ไดร้ อ้ ยละ 0.4

รอ้ ยละการแตกตัวของเบสอ่อน = √CKbb × 100

0.4 = √2.5 Kb × 100
× 10-5

0.16 = Kb × 100
2.5 × 10-5

Kb = 0.16 ×2.5 × 10-5
100
= 4 × 10-8

ดังนั้น เบสออ่ นชนดิ น้มี ีค่า Kb เท่ากับ 4 × 10-8

3. กรดไดโปรตกิ (H2X) มีคา่ Ka1 = 5.9 × 10-2 และ Ka2 = 6.4 × 10-5 จงคำนวณหา [H2X] [HX-] [X2-]
และ [H+] ในสารละลายทมี่ ีความเขม้ ขน้ 0.25 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซิเมตร
สมมตใิ ห้ H2X แตกตวั ได้ x mol/dm3

H2X (aq) ⇌ H+ (aq) + HX- (aq)
0.25 - - mol/dm3
ความเข้มขน้ เริ่มตน้

ความเข้มขน้ ณ ภาวะสมดุล 0.25 – x x x mol/dm3

Ka1 = [H+][HX-]
[H2A]

5.9 × 10-2 = (x)(x)
(0.25-x)
x2 = 0.01475 – 5.9 × 10-2 x

x = -5.9 × 10-2 ± √(5.9 × 10-2)2-4(1)(-0.01475)
2
x = 0.0295

ดงั นน้ั ในข้นั ท่ี 1 มี [H+] และ [HX-] = 2.95 × 10-2 mol/dm3
สมมตใิ ห้ HX- แตกตวั ในขน้ั ที่ 2 ได้ y mol/dm3

HX- (aq) ⇌ H+ (aq) + X2- (aq)

ความเขม้ ขน้ เรม่ิ ต้น 2.95 × 10-2 2.95 × 10-2 - mol/dm3

ความเขม้ ขน้ ณ ภาวะสมดุล 2.95 × 10-2 – y 2.95 × 10-2 + y y mol/dm3

เน่อื งจาก HX- แตกตวั ได้น้อยมาก (Ka2มีคา่ น้อยมาก) ดังนั้น y จงึ มีคา่ น้อยมากเมื่อเทียบกับ 2.95 × 10-2
ดังนั้น 2.95 × 10-2 – y และ 2.95 × 10-2 + y จึงมีค่าประมาณ 2.95 × 10-2 mol/dm3
[H+][X2-]
Ka2 = [HA-]

6.4 × 10-5 = (2.95 × 10-2)(y)
(2.95 × 10-2)
y = 6.4 × 10-5

ดงั นน้ั ในข้ันท่ี 2 มี [X2-] = Ka2 = 6.4 × 10-5 mol/dm3
ดงั นั้น ที่ภาวะสมดุล มี [H+] = [HX-] = 2.95 × 10-2 mol/dm3

[X2-] = 6.4 × 10-5 mol/dm3
[H2X] = 0.25 – (2.95 × 10-2)
= 0.22 mol/dm3

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7

กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศกึ ษา

รหัสวชิ า ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรื่อง กรด-เบส จำนวน 33 ช่ัวโมง

แผนการสอนเร่อื ง การแตกตัวเป็นไอออนของน้ำ จำนวน 2 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นางสาวพิมทพิ ย์ สายแสน สอนวนั ท่ี...........เดอื น............... พ.ศ. 2563

1. ผลการเรยี นรู้

คำนวณคา่ pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและเบส

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. บอกสมบัตกิ ารนำไฟฟ้าของนำ้ ได้ (K)
2. บอกความสัมพันธข์ องค่าคงท่ีการแตกตวั ของน้ำ ความเข้มข้นของไฮโดรเนยี มไอออนกับไฮดรอกไซด์

ไอออนในนำ้ บรสิ ทุ ธิท์ ่ี 25 องศาเซลเซยี สได้ (K)
3. บอกความสัมพนั ธร์ ะหว่างประมาณการแตกตวั ของนำ้ บริสทุ ธก์ิ บั อุณหภูมไิ ด้ (K)
4. อธิบายผลการรบกวนสมดลุ ของน้ำ เมอ่ื เติมกรดหรอื เบสลงในน้ำได้ (K)
5. ตรวจสอบความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนในน้ำ เมอื่ เตมิ กรดหรือเบสลง

ไปได้ (P)
6. ทดลองเพ่ือศึกษาการนำไฟฟา้ ของน้ำได้ (P)
7. ใชเ้ คร่อื งมอื และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง (P)
8. ปฏิบัติตามข้นั ตอนการทดลองได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
9. ตงั้ ใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรู้เพม่ิ เติม

- น้ำบริสุทธท์ิ ี่อุณหภมู ิ 25 องศาเซลเซยี สแตกตัว
ให้ไฮโดรเนยี มไอออนและไฮดรอกไซด์ไอออน
ท่ีมคี วามเขม้ ข้นเทา่ กนั คือ 1.0 × 10-7 โมลตอ่
ลิตร โดยมีคา่ คงท่ีการแตกตวั ของน้ำ เท่ากับ
1.0 × 10-14
- เมอื่ กรดหรือเบสแตกตัวในน้ำ คา่ ความเป็น
กรด-เบสของสารละลายแสดงไดด้ ้วยคา่ pH
ซง่ึ สมั พนั ธ์กบั ความเข้มข้นของไฮโดรเนียม
ไอออน โดยสารละลายกรดมีความเข้มขน้ ของ
ไฮโดรเนียมไอออนมากกว่า 1.0 × 10-7 โมลต่อ
ลิตร หรือมีค่า pH น้อยกวา่ 7 ส่วนสารละลาย
เบสมคี วามเข้มขน้ ของไฮโดรเนยี มไอออนนอ้ ย
กวา่ 1.0 × 10-7 โมลตอ่ ลติ ร หรือมีคา่ pH
มากกว่า 7

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

นำ้ บรสิ ทุ ธิท์ ่อี ุณหภมู ิ 25 องศาเซลเซียส แตกตัวให้ไฮโดรเนียมไอออน และไฮดรอกไซด์ไอออนท่มี ี
ความเข้มขน้ เทา่ กนั คือ 1.0 × 10-7 โมลตอ่ ลิตร โดยมคี า่ คงทกี่ ารแตกตัวของนำ้ เทา่ กบั 1.0 × 10-14

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
4) ทักษะการวิเคราะห์
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
7) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชวั่ โมงท่ี 1

ขน้ั นำ

ขั้นที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครตู ้ังคำถามเพื่อกระตนุ้ ความสนใจนกั เรียนวา่ “นำ้ สามารถนำไฟฟา้ ไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด”
ซ่ึงครูยังไม่ต้องเฉลยคำตอบที่ถกู ต้องกับนักเรยี น

2. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนงั สอื เรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 กรด-เบส ว่า “ทอ่ี ุณหภูมิปกติ น้ำสามารถนำไฟฟา้ ได้หรือไม่”
แล้วใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ ราย
(แนวตอบ : ทีอ่ ุณหภูมิปกติ น้ำสามารถนำไฟฟา้ ได้เลก็ น้อย)

ขน้ั สอน

ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน เพ่ือทำการทดลอง เรอ่ื ง การนำไฟฟ้าของน้ำ จากหนงั สือเรียน
รายวิชาเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 กรด-เบส
2. ครใู ช้รูปแบบการเรยี นร้แู บบร่วมมอื เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกำหนดให้
สมาชิกแตล่ ะคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าท่ีของตนเอง ดังนี้
• สมาชกิ คนท่ี 1 : ทำหน้าทเี่ ตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการทดลอง เรื่อง การนำไฟฟา้
ของน้ำ

• สมาชกิ คนที่ 2 : ทำหน้าที่อา่ นวธิ กี ารทดลอง ทำความเข้าใจ และอธิบายให้สมาชิกใน
กล่มุ ฟัง
• สมาชิกคนท่ี 3 : ทำหนา้ ท่ีบันทกึ ผลการทดลอง
• สมาชกิ คนท่ี 4 และ 5 : ทำหน้าท่นี ำเสนอผลการทดลอง
3. สมาชิกทกุ คนในกลุ่มช่วยกันลงมอื ทำการทดลอง
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
4. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ส่งตัวแทน (สมาชิกคนท่ี 4 และ 5 ของกลมุ่ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
หลัง จากนัน้ ให้นกั เรียนทุกคนรว่ มกนั อภปิ รายผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจที่ตรงกัน
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏิบัติการ)
5. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายและหาข้อสรปุ จากการปฏิบัติการทดลอง โดยใชแ้ นวคำถาม
ดงั น้ี
1) เมือ่ ตรวจการนำไฟฟ้าของน้ำกลั่นทีอ่ ุณหภมู หิ ้อง และนำ้ กลัน่ อุณหภมู ิประมาณ 60
องศาเซลเซยี ส ดว้ ยเครื่องตรวจการนำไฟฟ้าจะไดผ้ ลอยา่ งไร
(แนวตอบ : หลอดไฟของเคร่ืองตรวจการนำไฟฟ้าไม่สวา่ ง)

2) เม่ือตรวจการนำไฟฟ้าของน้ำกลน่ั ทอี่ ุณหภูมหิ ้อง และนำ้ กล่นั อุณหภมู ปิ ระมาณ 60
องศาเซลเซียส ดว้ ยแอมมเิ ตอรจ์ ะได้ผลอย่างไร
(แนวตอบ : นำ้ กล่นั ที่อณุ หภมู ิหอ้ งทำให้เขม็ ของแอมมิเตอร์จะเบนไปเล็กน้อย สว่ น
กล่ันอณุ หภมู ปิ ระมาณ 60 องศาเซลเซยี ส ทำใหเ้ ข็มแอมมิเตอร์เบนไปมากกวา่ น้ำกลนั่
ทอ่ี ุณหภูมหิ ้อง)

6. นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ผลจากการทำการทดลอง ซ่ึงได้ข้อสรปุ วา่ “น้ำบริสุทธนิ์ ำไฟฟ้าได้
น้อยมาก เนื่องจากนำ้ บรสิ ทุ ธิ์แตกตัวเปน็ ไอออนไดน้ อ้ ยมาก แตเ่ ม่อื น้ำบริสุทธ์ิมีอุณหภมู สิ ูงข้ึน
จะสามารถนำไฟฟ้าไดม้ ากขนึ้ เน่อื งจากสามารถแตกตัวเปน็ ไอออนได้มากข้นึ ”
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ชว่ั โมงที่ 2

ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
7. นักเรียนจับคูก่ บั เพ่ือน โดยใหแ้ ตล่ ะคู่ศึกษาข้อมูลเกย่ี วกับการแตกตัวเป็นไอออนของน้ำ
จากหนังสอื เรยี นรายวิชาเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 กรด-เบส
แล้วร่วมกันแสดงความคดิ เห็นจนเกิดความเขา้ ใจท่ตี รงกนั

8. จากน้ันนักเรียนแต่ละคู่รว่ มกันฝึกคำนวณหาความเข้มขน้ ของ H3O+ หรอื OH- เมอ่ื ภาวะสมดุล
เปลยี่ นแปลงไป จากตวั อย่างที่ 4.14 ในหนังสอื เรียนรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 กรด-เบส
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )

ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
9. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกบั การรบกวนสมดุลของนำ้ เมื่อเตมิ กรดซง่ึ มี H3O+ หรอื
เติมเบสซ่งึ มี OH- ลงไป การปรับตัวเพอ่ื รกั ษาสมดลุ ของน้ำ
10. ครอู ธบิ ายเกี่ยวกับสมดุลการแตกตวั ของน้ำ และการหาคา่ คงทีก่ ารแตกตวั ของนำ้ (Kw) โดย
เนน้ วา่ “ณ ภาวะสมดุล ที่ 25 องศาเซลเซยี ส ค่า Kw จะเท่ากบั 1.0 × 10-14 โดยความเข้มข้น
ของ H3O+ และ OH- ในน้ำจะมคี ่าเทา่ กนั คือ 1.0 × 10-7 โมล/ลกู บาศก์เดซิเมตร”
11. ครสู ุ่มนกั เรยี น 1 คู่ ออกมาแสดงวิธีการคำนวณตัวอย่างหนา้ ชน้ั เรยี นให้ถกู ต้อง โดยครูคอย
เสริมความรใู้ นส่วนท่นี ักเรยี นยังไมเ่ ข้าใจ
12. ครูตง้ั คำถามให้นักเรยี นร่วมกันอภิปราย เร่ือง การแตกตวั เปน็ ไอออนของน้ำ ดังน้ี
1) ทอี่ ณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส ค่าคงท่ีการแตกตวั ของน้ำมีค่าเท่าใด
(แนวตอบ : 1.0 × 10-14)
2) เมื่ออุณหภูมิสงู ขนึ้ ค่าคงท่กี ารแตกตวั ของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
(แนวตอบ : เม่อื อณุ หภูมิสูงขึ้น ค่าคงที่การแตกตัวของน้ำจะมีคา่ สูงข้นึ )
3) เม่อื เติมเบสลงในนำ้ ค่าคงที่การแตกตวั ของน้ำ ความเข้มข้นของ H3O+ และ OH- จะ
เปลี่ยนแปลงไปอยา่ งไร
(แนวตอบ : คา่ คงทก่ี ารแตกตัวของน้ำจะมีค่าเท่าเดิม ความเขม้ ข้นของ H3O+ จะมีค่า
นอ้ ยกวา่ 1.0 × 10-7 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร ส่วนความเข้มข้นของ OH- จะมีคา่
มากกวา่ 1.0 × 10-7 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร)
4) เม่ือเติมกรดลงในน้ำ คา่ คงทก่ี ารแตกตัวของน้ำ ความเข้มข้นของ H3O+ และ OH- จะ
เปล่ียนแปลงไปอย่างไร
(แนวตอบ : ค่าคงทกี่ ารแตกตัวของนำ้ จะมีค่าเทา่ เดิม ความเขม้ ขน้ ของ H3O+ จะมีค่า
มากกวา่ 1.0 × 10-7 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร ส่วนความเข้มข้นของ OH- จะมีคา่ น้อย
กว่า 1.0 × 10-7 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซเิ มตร)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
13. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั ในเนอื้ หา เร่ือง การแตกตวั เปน็ ไอออนของน้ำ ว่ามี
ส่วนไหนทยี่ ังไมเ่ ขา้ ใจ และให้ความรู้เพม่ิ เติมในสว่ นนัน้ เพ่ือจะใช้เปน็ ความรู้เบอ้ื งตน้ สำหรับ
การเรียนในเนอื้ หาตอ่ ๆ ไป
14. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดในหนังสือแบบฝกึ หดั รายวิชาเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 กรด-เบส


Click to View FlipBook Version