1. อธิบายความหมายของเซลลก์ ัลวานิก เซลลป์ ฐมภมู ิ และเซลล์ทุติยภูมิได้ (K)
2. บอกสว่ นประกอบและหลักการทำงานของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุตยิ ภูมชิ นิดต่าง ๆ ได้ (K)
3. เขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าที่เกิดข้นึ ในเซลลป์ ฐมภมู แิ ละเซลล์ทตุ ิยภูมิชนิดตา่ ง ๆ ได้ (P)
4. ตง้ั ใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้เพ่ิมเตมิ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
- เซลล์เคมไี ฟฟา้ สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ใน พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ชวี ิตประจาํ วนั เช่น แบตเตอร่ี ซง่ึ มีท้งั เซลล์ปฐม
ภูมิและเซลล์ทุติยภมู ิ โดยปฏิกิรยิ าเคมีท่เี กดิ ข้ึน
ภายในเซลลป์ ฐมภมู ไิ มส่ ามารถทาํ ให้
เกิดปฏิกริ ิยาย้อนกลบั ได้โดยการประจไุ ฟ
จึงไม่สามารถนํากลับมาใช้ได้อกี ปฏกิ ิรยิ าเคมีที่
เกดิ ข้นึ ภายในเซลล์ทุติยภมู ิสามารถทาํ ให้
เกดิ ปฏกิ ิริยาย้อนกลับได้โดยการประจุไฟ
จงึ นํากลับมาใช้ไดอ้ ีก
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เซลลป์ ฐมภมู ิเปน็ เซลลก์ ลั วานกิ ท่ีปฏกิ ิรยิ าเคมีภายในเซลลเ์ กดิ ขนึ้ อยา่ งสมบรู ณ์ เมื่อใชห้ มดแลว้ จะไม่
สามารถนำมาอัดไฟและนำกลบั มาใชใ้ หม่ได้
เซลล์ทุตยิ ภูมเิ ป็นเซลล์กลั วานิกทปี่ ฏิกิริยาเคมภี ายในเซลลเ์ กดิ ขึน้ แล้วสามารถทำใหเ้ กดิ ปฏิกิรยิ า
ย้อนกลับได้อีก โดยการอัดไฟเข้าไปใหม่
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทกั ษะการเชือ่ มโยง
5) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนำ
ข้นั ท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ทบทวนความรเู้ กย่ี วกับส่วนประกอบ หลกั การทำงาน และปฏิกิริยาท่ี
เกดิ ขน้ึ ภายในเซลล์กลั วานกิ
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกับประเภทของเซลล์กัลวานกิ ท่พี บในชีวิตประจำวันวา่
“เซลล์กลั วานิกที่พบในชวี ติ ประจำวันบางชนิดเม่ือใชง้ านแล้วสามารถนำมาประจุไฟและใชง้ าน
ใหมไ่ ด้ ส่วนบางชนดิ เมื่อใชแ้ ล้วไมส่ ามารถประจไุ ฟเพ่ือใชง้ านใหมไ่ ด้ เชน่ ถา่ นไฟฉายหรือเซลล์
แห้งกบั เซลลน์ ิกเกลิ -แคดเมยี ม” เพ่ือนำไปสู่การสรปุ วา่ เซลลก์ ลั วานกิ มี 2 ประเภท คือ เซลล์
ปฐมภมู ิและเซลล์ทุติยภมู ิ
ขั้นสอน
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 5 คน เพื่อศึกษาเกย่ี วกบั เซลล์ปฐมภูมิชนิดตา่ ง ๆ ตามรายละเอียด
ในหนงั สือเรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 ไฟฟา้
เคมี โดยศกึ ษาตามหัวข้อต่อไปนี้
• ส่วนประกอบและหลกั การทำงาน
• ปฏิกริ ยิ าที่เกิดขึน้ ภายในเซลล์
• ค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลล์ และการนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั
2. นกั เรยี นนำข้อมลู ที่ได้จากการค้นคว้าทำเปน็ รปู แบบตา่ ง ๆ ตามความคดิ เหน็ ของแต่ละกลมุ่
เชน่ แผนภาพ แผนผัง เขยี นบรรยาย
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
ชัว่ โมงที่ 2
ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนมานำเสนอเร่ืองท่ีไดศ้ ึกษาคน้ คว้าข้อมูลและผลงานการจัดทำ
ข้อมูลของกลุ่มตนเองหนา้ ชนั้ เรียนทลี ะกลุ่มเพ่ือแลกเปลย่ี นความคิดเห็นกนั จนครบทุกกลุ่ม
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
4. ครตู ั้งคำถามใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย เรื่อง เซลลป์ ฐมภูมิ ดงั นี้
1) เซลล์ปฐมภมู มิ ีลักษณะอยา่ งไร
(แนวตอบ : เซลลป์ ฐมภมู เิ ป็นเซลลก์ ัลวานิกทป่ี ฏิกริ ยิ าเคมีภายในเซลลเ์ กิดขนึ้ อย่าง
สมบรู ณ์ เมื่อใช้หมดแล้วจะไม่สามารถนำมาอัดไฟและนำกลบั มาใช้ใหม่ได)้
2) เซลลเ์ ช้อื เพลงิ มลี ักษณะอย่างไร
(แนวตอบ : เซลลเ์ ช้ือเพลงิ เป็นเซลลก์ ัลวานิกท่ีสามารถจ่ายกระแสไฟฟา้ ได้ตลอดเวลา
ถ้ามกี ารผา่ นสารต้ังตน้ เขา้ สู่ระบบอย่ตู ลอด)
3) จงเปรยี บเทยี บถา่ ยไฟฉายกับเซลล์แอลคาไลน์ในหวั ข้อต่อไปนี้
• สว่ นประกอบของเซลลท์ ่ีทำหน้าท่เี ป็นขัว้ แอโนด ขวั้ แคโทด และอเิ ล็กโทรไลต์
(แนวตอบ : ถ่ายไฟฉาย แอโนด คอื Zn แคโทด คือ แท่งแกรไฟต์ อิเล็กโทรไลต์ คือ
MnO2 NH4Cl ZnCl2 ผงคาร์บอน และแป้งเปยี ก
เซลล์แอลคาไลน์ แอโนด คือ Zn แคโทด คือ แท่งแกรไฟต์ อเิ ลก็ โทรไลต์ คือ MnO2
ผสม KOH)
• ปฏกิ ิรยิ าท่ขี วั้ แอโนด ขว้ั แคโทด และปฏิกิริยารีดอกซ์
(แนวตอบ : ถ่ายไฟฉายมปี ฏิกิริยาเกิดขน้ึ ดงั น้ี
ปฏิกริ ยิ าที่ขวั้ แอโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ปฏิกริ ิยาท่ีข้วั แคโทด : 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) + 2e- → Mn2O3 (s) +
2NH3 (g) + H2O (l)
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) → Zn2+ (aq) +
Mn2O3 (s) + 2NH3 (g) + H2O (l)
เซลลแ์ อลคาไลนม์ ีปฏกิ ริ ิยาเกิดขึ้น ดงั นี้
ปฏกิ ิริยาทข่ี ั้วแอโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
ปฏิกริ ยิ าทข่ี วั้ แคโทด : 2MnO2 (s) + H2O (l) + 2e- → Mn2O3 (s) + 2OH- (aq)
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) → ZnO (s) + Mn2O3 (s) )
• ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์
(แนวตอบ : ถา่ ยไฟฉายและเซลลแ์ อลคาไลน์มคี วามต่างศกั ย์ไฟฟ้าของเซลล์เท่ากับ
1.5 โวลต)์
ช่ัวโมงท่ี 3
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
5. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดมิ ) จากช่ัวโมงทผ่ี ่านมา เพ่ือศึกษาเกีย่ วกบั เซลล์ทุตยิ ภูมชิ นิดต่าง ๆ
ตามรายละเอียดในหนังสือเรียนรายวิชาเพมิ่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้
ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี โดยศึกษาตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้
• ส่วนประกอบและหลกั การทำงาน
• ปฏิกิรยิ าทีเ่ กิดขึ้นภายในเซลล์
• ค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และการนำไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั
6. นกั เรยี นนำข้อมลู ที่ไดจ้ ากการคน้ ควา้ ทำเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามความคิดเหน็ ของแตล่ ะกลุ่ม
เช่น แผนภาพ แผนผงั เขียนบรรยาย
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
7. นักเรยี นแต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนมานำเสนอเร่ืองท่ีได้ศึกษาคน้ คว้าขอ้ มลู และผลงานการจดั ทำ
ข้อมลู ของกล่มุ ตนเองหน้าชัน้ เรียนทีละกลุ่มเพื่อแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นกนั จนครบทุกกลุ่ม
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)
8. ครูตงั้ คำถามให้นักเรียนร่วมกันอภปิ ราย เรื่อง เซลล์ทุติยภูมิ ดังน้ี
1) เซลลท์ ุติยภมู ิมีลกั ษณะอยา่ งไร
(แนวตอบ : เซลลท์ ุติยภูมิเป็นเซลล์กลั ปว์ านกิ ทป่ี ฏิกิรยิ าเคมีภายในเซลลเ์ กดิ ขน้ึ แลว้
สามารถทำใหเ้ กดิ ปฏิกิรยิ าย้อนกลบั ได้อีก โดยการอัดไฟเขา้ ไปใหม่)
2) ตอบคำถามเกย่ี วกบั การนำเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะก่วั ไปประจุไฟ
• แหลง่ กำเนิดไฟฟ้าท่ีใช้ในการประจุไฟเป็นชนดิ ใด และวิธีการต่อขว้ั ไฟฟ้าของเซลล์
เข้ากบั ข้วั ไฟฟ้าของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าต้องต่ออย่างไร
(แนวตอบ : จะต้องใชแ้ หล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงในการประจไุ ฟเซลล์สะสมไฟฟา้
แบบตะก่ัว โดยต่อข้วั บวกของแหล่งกำเนดิ ไฟฟ้าเข้ากับข้วั บวกของแบตเตอรี่ และต่อ
ขวั้ ลบเขา้ กับขวั้ ลบของแหล่งกำเนิดไฟฟา้ ของแบตเตอร่)ี
• เขียนปฏกิ ริ ยิ าทขี่ ั้วแอโนด ข้ัวแคโทด และปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
(แนวตอบ : ข้วั แอโนด : PbSO4 (s) + 2H2O (l) → PbO2 (s) + SO42- (aq)
+ 4H+ (aq) + 2e-
ขวั้ แคโทด : PbSO4 (s) + 2e- → Pb (s) + SO42- (aq)
ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ : 2PbSO4 (s) + 2H2O (l) → Pb (s) + PbO2 (s) + 4H+ (aq)
+ SO42- (aq))
• เพราะเหตใุ ดเม่อื ใชเ้ ซลลส์ ะสมไฟฟา้ แบบตะก่ัวไปนาน ๆ จะไม่สามารถนำเซลล์มา
ประจุไฟได้อกี
(แนวตอบ : เพราะ PbSO4 ท่ีเกดิ ข้นึ จากปฏิกิรยิ าการจ่ายไฟจะหลุดออกจากแผ่น
ตะกั่ว และตกลงไปอยู่ก้นเซลล์ ทำให้แผ่นตะกัว่ กรอ่ นไปเร่ือย ๆ จนไมส่ ามารถนำมา
ประจไุ ฟได้อกี )
3) ถา่ นไฟฉายและเซลล์นิกเกิล-แคดเมียมแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวตอบ : ถา่ นไฟฉายเมื่อใช้จนถา่ นหมดจะไมส่ ามารถนำมาประจุไฟเพือ่ นำกลบั มา
ใชไ้ ด้ แต่เซลล์นิกเกิล-แคดเมียมเมอื่ ใช้จนถา่ นหมดจะสามารถนำมาประจุไฟเพื่อนำ
กลบั มาใชใ้ หม่ได)้
ชัว่ โมงที่ 4
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
9. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยในเนื้อหา เร่ือง ประเภทของเซลล์กัลวานกิ วา่ มีสว่ น
ไหนที่ยังไมเ่ ขา้ ใจ และให้ความรู้เพมิ่ เติมในส่วนนน้ั เพ่ือจะใช้เป็นความรู้เบ้อื งต้นสำหรบั การ
เรียนในเนอื้ หาต่อ ๆ ไป
10. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 5.5.1 เรือ่ ง ประเภทของเซลล์กัลวานิก
11. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนังสอื แบบฝกึ หัดรายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี
12. นกั เรียนทำ Topic Question จากหนงั สอื เรียนรายวิชาเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี ลงในสมุดประจำตัว
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขนั้ สรปุ
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุม่ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชัน้ เรียน
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 5.5.1 เร่ือง ประเภทของเซลล์กลั วานกิ
4. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัด
5. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมินระหวา่ ง
การจดั กิจกรรม
การเรยี นรู้
1) ประเภทของเซลล์ - ตรวจใบงานท่ี 5.5.1 - ใบงานที่ 5.5.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
กลั วานกิ - ตรวจแบบฝึกหัด - สมุดประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจสมุดประจำตัว - แบบประเมนิ การเสนอ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ
ผลงาน ผลงาน
3) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
4) พฤติกรรมการ การทำงานกลุ่ม
ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
8.17 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพมิ่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี
3) ใบงานที่ 5.5.1 เรือ่ ง ประเภทของเซลลก์ ัลวานกิ
4) สมดุ ประจำตวั
8.2 แหล่งการเรียนรู้
-
ใบงานที่ 7
เรอื่ ง เรื่อง ประเภทของเซลล์กลั วานกิ
คำชี้แจง : ตอบคำถามเกีย่ วกับประเภทของเซลลก์ ลั วานิก
1. เตมิ คำตอบเกยี่ วกบั เซลลป์ ฐมภมู ิลงในตารางให้ถูกต้อง
เซลลป์ ฐมภูมิ ปฏกิ ิริยาภายในเซลล์
ถ่านไฟฉาย ปฏกิ ริ ยิ าทแ่ี อโนด :
ปฏกิ ิรยิ าทแี่ คโทด :
เซลล์ ปฏิกริ ิยารีดอกซ์ :
แอลคาไลน์
ปฏกิ ิริยาท่แี อโนด :
ปฏกิ ริ ิยาท่ีแคโทด :
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ :
ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี อโนด :
เซลลป์ รอท ปฏิกิริยาทแ่ี คโทด :
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ :
ปฏิกิรยิ าที่แอโนด :
เซลล์เงนิ ปฏกิ ริ ิยาทแ่ี คโทด :
ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ :
ปฏกิ ิริยาท่ีแอโนด :
เซลลล์ ิเทียม ปฏิกิรยิ าทแ่ี คโทด :
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ :
เซลล์เชื้อเพลิง ปฏิกิรยิ าที่แอโนด :
แบบ AFC ปฏิกริ ยิ าทแ่ี คโทด :
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ :
เซลลเ์ ชื้อเพลิง ปฏิกิริยาทแ่ี อโนด :
แบบ MCFC ปฏกิ ริ ิยาที่แคโทด :
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ :
เซลลเ์ ชือ้ เพลิง ปฏกิ ริ ยิ าทีแ่ อโนด :
แบบ PEMFC ปฏิกิริยาท่แี คโทด :
ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ :
เซลล์เชอ้ื เพลิง ปฏิกิรยิ าทแ่ี อโนด :
แบบ ปฏิกิรยิ าที่แคโทด :
C3H8-O2 FC ปฏิกิริยารดี อกซ์ :
2. เติมคำตอบเกย่ี วกบั เซลล์ทุติยภูมลิ งในตารางให้ถูกต้อง
เซลล์ทุตยิ ภูมิ ปฏิกิริยาและคา่ ศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์
เซลล์ ปฏิกิริยาทแ่ี อโนด :
นกิ เกลิ -แคดเมียม ปฏกิ ิริยาท่ีแคโทด :
ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์ :
เซลล์ ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ :
นกิ เกลิ -เมทลั ไฮไดรด์
ปฏกิ ริ ิยาที่แอโนด :
เซลล์ ปฏกิ ิรยิ าท่แี คโทด :
โซเดียม-ซัลเฟอร์ ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ :
ศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ :
ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี อโนด :
ปฏกิ ริ ิยาทแี่ คโทด :
ปฏิกริ ิยารีดอกซ์ :
ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ :
ปฏิกริ ิยาทแ่ี อโนด :
เซลล์ ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี คโทด :
ลเิ ทียม-ไอออน ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ :
ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ :
ปฏิกิรยิ าท่แี อโนด :
เซลล์ ปฏิกริ ยิ าทแ่ี คโทด :
ลเิ ทียม-พอลเิ มอร์ ปฏิกริ ิยารีดอกซ์ :
ศกั ย์ไฟฟา้ ของเซลล์ :
ปฏิกริ ิยาทแี่ อโนด :
เซลล์ ปฏกิ ิริยาที่แคโทด :
ลิเทียม-ไอออนฟอสเฟต ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ :
ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ :
เฉลยใบงานท่ี 7
เร่อื ง เร่อื ง ประเภทของเซลล์กัลวานิก
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเก่ียวกับประเภทของเซลล์กลั วานิก
1. เตมิ คำตอบเก่ียวกบั เซลล์ปฐมภมู ลิ งในตารางให้ถูกต้อง
เซลลป์ ฐมภูมิ ปฏิกริ ยิ าภายในเซลล์
ถ่านไฟฉาย
ปฏิกริ ิยาทแี่ อโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
เซลล์ ปฏกิ ิริยาทแ่ี คโทด : 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) + 2e- → Mn2O3 (s) + 2NH3 (g) +
H2O (l)
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) + 2NH4+ (aq) → Zn2+ (aq) + Mn2O3 (s) +
2NH3 (g) + H2O (l)
ปฏิกิรยิ าทแี่ อโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
แอลคาไลน์ ปฏิกิรยิ าท่แี คโทด : 2MnO2 (s) + H2O (l) + 2e- → Mn2O3 (s) + 2OH- (aq)
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : Zn (s) + 2MnO2 (s) → ZnO (s) + Mn2O3 (s)
ปฏกิ ริ ิยาท่ีแอโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
เซลล์ปรอท ปฏิกริ ยิ าทแ่ี คโทด : HgO (s) + H2O (l) + 2e- → Hg (l) + 2OH- (aq)
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ : Zn (s) + HgO (s) → ZnO (s) + Hg (l)
ปฏิกิรยิ าที่แอโนด : Zn (s) + 2OH- (aq) → ZnO (s) + H2O (l) + 2e-
เซลล์เงนิ ปฏิกริ ิยาท่ีแคโทด : Ag2O (s) + H2O (l) + 2e- → 2Ag (s) + 2OH- (aq)
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ : Zn (s) + Ag2O (s) → ZnO (s) + 2Ag (s)
ปฏกิ ิริยาทแ่ี อโนด : Li (s) → Li+ (aq) + e-
เซลลล์ ิเทยี ม ปฏิกิรยิ าท่แี คโทด : MnO2 (s) + e- → MnO2- (aq)
ปฏิกิริยารดี อกซ์ : Li (s) + MnO2 (s) → LiMnO2 (s)
เซลลเ์ ชอ้ื เพลิง ปฏิกริ ิยาท่แี อโนด : 2H2 (g) + 4OH- (aq) → 4H2O (l) + 4e-
แบบ AFC ปฏิกิรยิ าทแ่ี คโทด : O2 (g) + 2H2O (l) + 4e- → 4OH- (aq)
ปฏิกริ ิยารดี อกซ์ : 2H2 (g) + O2 (g) → 2H2O (l)
เซลลเ์ ชื้อเพลิง ปฏกิ ิรยิ าทแ่ี อโนด : H2 (g) + CO32- (l) → H2O (g) + CO2 (g) + 2e-
แบบ MCFC
ปฏกิ ริ ยิ าทแ่ี คโทด : 12O2 (g) + CO2 (g) + 2e- → CO32- (l)
ปฏกิ ิริยารดี อกซ์ : H2 (g) + 21O2 (g) → H2O (l)
ปฏกิ ิริยาทแ่ี อโนด : 2H2 (g) → 4H+ (aq) + 4e-
เซลล์เชื้อเพลิง ปฏกิ ริ ิยาที่แคโทด : O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e- → 2H2O (g)
แบบ PEMFC ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : 2H2 (g) + O2 (g) → 2H2O (l)
เซลลเ์ ชื้อเพลิง ปฏิกิริยาที่แอโนด : C3H8 (g) + 6H2O (l) → 3CO2 (g) + 20H+ (aq) + 20e-
แบบ ปฏิกริ ิยาที่แคโทด : 5O2 (g) + 20H+ (aq) + 20e- → 10H2O (g)
C3H8-O2 FC ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : C3H8 (g) + 5O2 (g) → 3CO2 (g) + 4H2O (g)
2. เตมิ คำตอบเก่ียวกับเซลล์ทุติยภูมลิ งในตารางใหถ้ ูกต้อง
เซลล์ทุตยิ ภูมิ ปฏิกิรยิ าและค่าศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์
ปฏกิ ริ ิยาทแี่ อโนด : Cd (s) + 2OH- (aq) → Cd(OH)2 (s) + 2e-
เซลล์ ปฏกิ ริ ิยาทีแ่ คโทด : 2NiO(OH) (s) +2H2O (l) + 2e- → 2Ni(OH)2 (s) +
นกิ เกิล-แคดเมยี ม 2OH- (aq)
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ : Cd (s) + 2NiO(OH) (s) +2H2O (l)→ Cd(OH)2 (s) +
เซลล์ 2Ni(OH)2 (s)
นิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ : 1.2 โวลต์
ปฏิกิริยาทีแ่ อโนด : MH (s) + OH- (aq) → M (s) + H2O (l) + e-
ปฏิกิรยิ าทแ่ี คโทด : NiO(OH) (s) + H2O (l) + e- → Ni(OH)2 (s) + OH- (aq)
ปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ : MH (s) + NiO(OH) (s) →M (s) + Ni(OH)2 (s)
ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์ : 1.2-1.3 โวลต์
ปฏกิ ริ ิยาที่แอโนด : 2Na (l) → 2Na+ (l) + 2e-
:2Nn8aS8(l()l)++n82Se8-
เซลล์ ปฏกิ ิริยาที่แคโทด → nS2- (l) (l)
โซเดียม-ซัลเฟอร์ ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ : (l) → Na2Sn
เซลล์ ศกั ย์ไฟฟา้ ของเซลล์ : 3.4 โวลต์
ลเิ ทยี ม-ไอออน
ปฏกิ ริ ยิ าทแ่ี อโนด : Li → Li+ + e-
เซลล์
ลิเทยี ม-พอลเิ มอร์ ปฏกิ ิรยิ าที่แคโทด : Li+ + CoO2 + e- → LiCoO2
เซลล์ ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ : Li + CoO2 → LiCoO2
ลเิ ทียม-ไอออนฟอสเฟต ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ : 3.4 โวลต์
ปฏิกริ ยิ าทแ่ี อโนด : LiCoO2 → Li1-xCoO2 + xLi+ + xe-
ปฏกิ ิรยิ าทีแ่ คโทด : 6C + xLi+ + xe- → LixC6
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ : 6C + LiCoO2 → Li1-xCoO2 + LixC6
ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ : 3.4 โวลต์
ปฏิกิริยาทแ่ี อโนด : LiC6 → Li1-xC6 + xLi+ + xe-
ปฏิกริ ิยาท่แี คโทด : Li1-xFePO4 + xLi+ + xe- → LiFePO4
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ : Li1-xFePO4 + LiC6 → LiFePO4 + Li1-xC6
ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ : 3.4 โวลต์
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 18
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไ์ิ ชยศกึ ษา
รหัสวิชา ว32224 รายวิชา เคมี 4 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่ือง ไฟฟา้ เคมี จำนวน 27 ช่ัวโมง
แผนการสอนเรอื่ ง เซลล์อเิ ล็กโทรไลตกิ จำนวน 5 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวนั ท่.ี ..........เดือน............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรียนรู้
ทดลองชบุ โลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลกั การทางเคมีไฟฟ้าทีใ่ ช้ในการชุบ
โลหะ การแยกสารเคมดี ้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกดั กรอ่ นของโลหะ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายหลักการแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟ้า การชุบด้วยไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์โดยใช้
เซลล์อิเล็กโทรไลติก แลการผลติ โลหะโซเดียม อะลมู ิเนียม และแมกนเี ซยี มได้ (K)
2. ทำการทดลองเพอ่ื ศกึ ษาการชบุ ตะปเู หล็กด้วยสังกะสีได้ (P)
3. ใช้เครื่องมอื และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้อยา่ งถูกต้อง (P)
4. ปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนการทดลองได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)
5. ตงั้ ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รับผิดชอบตอ่ หน้าท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้เพ่มิ เตมิ สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่
- เซลลอ์ เิ ล็กโทรลติ ิกสามารถนําไปใช้ประโยชนไ์ ด้ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
ทง้ั ในชวี ิตประจําวัน และในอุตสาหกรรมหลาย
ประเภท เชน่ การชุบโลหะ การแยกสารเคมี
ดว้ ยกระแสไฟฟ้า การทําโลหะให้บริสุทธ์ิ
การป้องกันการกดั กร่อนของโลหะ
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
เซลลอ์ ิเลก็ โทรไลติก คือ เซลลไ์ ฟฟ้าเคมีทีเ่ ปลีย่ นพลงั งานไฟฟ้าให้เป็นพลงั งานเคมี เกิดจากการผา่ น
ไฟฟ้ากระแสตรงลงในสารเคมีที่อยู่ในเซลล์ไฟฟ้าเคมี แลว้ ทำให้เกิดปฏกิ ริ ิยาข้ึน
เซลลอ์ เิ ล็กโทรลติ ิกสามารถนําไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ท้ังในชวี ติ ประจําวนั และในอตุ สาหกรรมหลาย
ประเภท เช่น การชบุ โลหะ การแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า การทําโลหะให้บรสิ ทุ ธ์ิการปอ้ งกนั การกัด
กรอ่ นของโลหะ
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวินัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการทำงานร่วมกัน
4) ทกั ษะการวิเคราะห์
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
7) ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั นำ
ขนั้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ทบทวนความรเู้ ดมิ เกยี่ วกับความหมายและหลกั การทำงานเบือ้ งต้นและ
ค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลลอ์ ิเลก็ โทรลิตกิ
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเก่ยี วกับการนำหลกั การของเซลลอ์ เิ ลก็ โทไลติกมาใชป้ ระโยชน์
ในทางอตุ สาหกรรม
ขน้ั สอน
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพือ่ รว่ มกนั ศึกษาขอ้ มลู เกี่ยวกับเซลล์อเิ ล็กโทรไลติก
จากหนงั สือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 ไฟฟา้
เคมี ดงั น้ี
• เซลล์อเิ ล็กโทรไลตกิ
• ความแตกต่างระหวา่ งเซลล์กัลวานกิ และเซลล์อิเลก็ โทรไลติก
• การแยกสารประกอบไอออนิกหลอมเหลวดว้ ยกระแสไฟฟา้
• การแยกสารละลายดว้ ยกระแสไฟฟ้า
2. นกั เรยี นนำข้อมูลที่ได้จากการคน้ คว้าทำเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามความคิดเหน็ ของแตล่ ะกลมุ่
เช่น แผนภาพ แผนผงั เขียนบรรยาย
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนมานำเสนอเร่ืองที่ไดศ้ ึกษาคน้ คว้าข้อมูลและผลงานการจัดทำ
ข้อมลู ของกลมุ่ ตนเองหนา้ ชน้ั เรียนทีละกลมุ่ เพ่ือแลกเปลยี่ นความคิดเห็นกนั จนครบทุกกลุ่ม
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมินการนำเสนอผลงาน)
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกับการแยกสารละลายดว้ ยกระแสไฟฟ้า ซ่งึ ได้ข้อสรุปวา่
“ในการพจิ ารณาวา่ จะที่ขว้ั แอโนดและแคโทดจะเกิดปฏิกริ ยิ าใด สามารถสงั เกตไดจ้ ากค่า E0
โดยทขี่ ้ัวแคโทดจะเกิดปฏกิ ิริยาท่ีมีค่า E0 สงู สว่ นท่ขี วั้ แอโนดจะเกิดปฏิกิริยาที่มีค่า E0 ตำ่ ”
5. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ว่า “การใช้คา่ E0 เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาในเซลล์อิเลก็
โทรไลตกิ อาจไม่สอดคลอ้ งกับคา่ E0 ท่ีนำมาพจิ ารณา เชน่ การแยกสารละลาย NaCl ซึ่งถ้า
พจิ ารณาจากค่า E0 จะพบว่า ที่ขว้ั แคโทดควรเกิดแก๊สออกซิเจน แตใ่ นทางปฏิบตั ิกลบั เกิดแกส๊
คลอรีนแทน ทั้งนเ้ี นอื่ งจากยงั มปี จั จยั อน่ื ๆ ทจ่ี ะต้องนำมาประกอบการพิจารณา เชน่
ศกั ย์ไฟฟา้ ที่ผา่ นเขา้ ไปในเซลล์ ความเขม้ ข้นของสารละลาย”
ช่วั โมงที่ 2
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
6. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ทบทวนเกีย่ วกับผลการทดลองเกีย่ วกับการแยกสารเคมดี ว้ ย
กระแสไฟฟา้ ท่ีนักเรียนได้ทำไปในช่ัวโมงทผี่ ่านมา แลว้ นำอภิปรายผลการทดลองของนักเรยี น
กลมุ่ ที่สงั เกตเห็นการเคลอื บของโลหะท่ขี วั้ ไฟฟา้ เพ่ือประยุกตห์ ลักการแยกสารเคมดี ้วย
กระแสไฟฟา้ มาใชใ้ นการชบุ โลหะ ซึง่ อาจมีการยกตัวอย่างเกยี่ วกับการชบุ โลหะใน
ชีวติ ประจำวันหรอื ในอุตสาหกรรมเพิ่มเติม
7. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพือ่ ทำการทดลอง เร่อื ง การชบุ ตะปเู หลก็ ดว้ ยสังกะสี
จากหนงั สือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
8. ครใู ช้รปู แบบการเรยี นรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกำหนดให้
สมาชิกแตล่ ะคนภายในกลุม่ มีบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง ดงั น้ี
• สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าทีเ่ ตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการทดลอง เรือ่ ง การชบุ ตะปู
เหลก็ ดว้ ยสังกะสี
• สมาชิกคนท่ี 2 : ทำหน้าท่ีอ่านวิธกี ารทดลอง ทำความเข้าใจ และอธบิ ายให้สมาชิกใน
กลุ่มฟัง
• สมาชกิ คนที่ 3 : ทำหน้าทีบ่ ันทึกผลการทดลอง
• สมาชิกคนที่ 4 และ 5 : ทำหน้าท่ีนำเสนอผลการทดลอง
9. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกนั ลงมือทำการทดลอง
ชั่วโมงที่ 3
ข้ันที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
10. นกั เรียนแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทน (สมาชิกคนที่ 4 และ 5 ของกลุม่ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
หลงั จากนั้นให้นักเรียนทุกคนรว่ มกนั อภิปรายผลการทดลองจนมีความเข้าใจท่ีตรงกนั
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบประเมนิ ปฏิบัตกิ าร)
11. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อภปิ รายผลการทดลอง ซ่ึงได้ขอ้ สรุปว่า “เมอ่ื ผา่ นไฟฟา้ กระแสตรงเขา้
ไปในเซลล์ Zn2+ ไอออนในสารละลายจะมีความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนไดด้ ีกว่านำ้ จงึ รบั
อิเลก็ ตรอนจากตะปูเหล็กทต่ี ่ออยู่กับขว้ั ลบของแหลง่ กำเนิดไฟฟ้า หรือข้วั แคโทด เกิดเป็นโลหะ
สังกะสไี ปเคลอื บติดบนผิวของตะปูเหลก็ ขณะเดยี วกันแผน่ โลหะสังกะสีที่ตอ่ อย่กู ับขัว้ บวกของ
แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ หรือขว้ั แอโนด จะเกิดปฏิกิรยิ ออกซิเดชัน ได้ Zn2+ ไอออนละลายลงใน
สารละลาย เพ่ือชดเชย Zn2+ ไอออนที่เปลี่ยนไปเป็นโลหะสังกะสขี ณะชบุ ดงั นั้นจึงพบว่า แผน
สังกะสี (ขัว้ แอโนด) กร่อนไป ส่วนตะปูเหล็ก (ข้วั แค่โทด) มีโลหะสังกะสีมาเกาะเพ่ิมขน้ึ ”
12. นักเรยี นแต่ละกลุ่มศึกษา เร่ือง การชุบด้วยไฟฟา้ จากหนังสอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์
เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมีจากนั้นให้ร่วมกันแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นจน
เกดิ ความเข้าใจท่ตี รงกัน
13. นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายเก่ยี วกับการชบุ ด้วยไฟฟ้า ซึง่ ไดข้ ้อสรุป ดงั น้ี
• จดั โลหะทีต่ ้องการชบุ เปน็ ข้ัวแคโทด และต้องการชุบด้วยโลหะใด ใช้โลหะนน้ั เปน็
ขัว้ แอโนด
• สารละลายอิเลก็ โทรไลตท์ ่ีใช้ต้องมีไอออนของโลหะทีเ่ ป็นขั้วทตี่ ้องการชบุ
• ตอ้ งใชไ้ ฟฟา้ กระแสตรงเพื่อใหอ้ ิเล็กตรอนไหลในทิศทางเดียวตลอดเวลา
• ขณะชบุ โลหะ ความเข้มขน้ ของสารละลายอเิ ล็กโทรไลต์จะไม่เปลยี่ นแปลงจนกว่าท่ี
ขว้ั แอโนดจะกร่อนหมด
14. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ วา่ “การชบุ โลหะให้ได้ผิวเรียบและสวยงามขน้ึ อยู่กบั ปัจจยั ดังน้ี
• สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์ตอ้ งมคี วามเขม้ ข้นเหมาะสม
• กระแสไฟฟา้ ทีใ่ ช้ต้องมคี า่ ความตา่ งศักย์เหมาะสมตามชนิดและขนาดของชนิ้ โลหะที่
ตอ้ งการชบุ
• โลหะทีใ่ ช้เปน็ ขว้ั แอโนดตอ้ งบรสิ ุทธิ์
• ไม่ควรใช้เวลาที่ชุบนานเกินไป”
ช่วั โมงที่ 4
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
15. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน แลว้ ร่วมกนั ศึกษาเกีย่ วกับการทำโลหะใหบ้ ริสทุ ธิโ์ ดยใช้
เซลล์อเิ ล็กโทรไลติก จากหนังสอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี ดงั น้ี
• การทำทองแดงใหบ้ ริสทุ ธ์ิ
• การเตรยี มโลหะโซเดยี ม
• การผลติ โลหะอะลมู เิ นียม
• การผลิตโลหะแมกนเี ซยี ม
จากน้ันรว่ มกนั อภปิ รายความรู้จนสมาชิกทุกคนในกลุม่ เกดิ ความเขา้ ใจท่ตี รงกนั
16. นกั เรยี นส่งตวั แทนแต่ละกลุม่ ออกมาอธบิ ายเรื่องทีไ่ ด้ศึกษาใหเ้ พือ่ นกลุ่มอ่นื ฟัง จากนน้ั ให้
นักเรยี นทกุ คนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูคอยเสรมิ ความรู้ จนนักเรยี นทั้งหอ้ งเกดิ ความ
เขา้ ใจท่ีถูกต้องตรงกนั
17. นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภปิ รายเก่ียวกับการทำโลหะให้บริสทุ ธ์ิ ซง่ึ ไดข้ ้อสรปุ ดงั น้ี
• จดั โลหะที่ตอ้ งการทำให้บริสทุ ธ์เิ ปน็ ขั้วแอโนด และจัดโลหะทีบ่ รสิ ทุ ธ์ิเปน็ ขว้ั แคโทด
• สารละลายอเิ ลก็ โทรไลตท์ ีใ่ ช้ตอ้ งมไี อออนของโลหะที่เป็นโลหะท่ตี ้องการทำใหบ้ ริสทุ ธิ์
• ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรงท่มี ีศักย์ไฟฟ้าเหมาะสมสำหรับการทำโลหะน้นั ๆ ให้บรสิ ุทธิ์
ชว่ั โมงท่ี 5
ข้ันท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
18. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสัยในเนอ้ื หา เรื่อง ประเภทของเซลลก์ ลั วานิก ว่ามีสว่ น
ไหนทยี่ ังไม่เข้าใจ และให้ความรู้เพิ่มเติมในสว่ นนัน้ เพื่อจะใช้เปน็ ความรู้เบ้อื งตน้ สำหรับการ
เรียนในเนอ้ื หาต่อ ๆ ไป
19. นักเรยี นทำใบงานท่ี 5.6.1 เรือ่ ง การแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟา้
20. นกั เรียนทำใบงานท่ี 5.6.2 เร่ือง การชุบด้วยไฟฟ้าและการทำโลหะให้บรสิ ุทธิ์
21. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ข้ันสรุป
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบคุ คล พฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 5.6.1 เร่ือง การแยกสารละลายดว้ ยกระแสไฟฟา้
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 5.6.2 เร่อื ง การชบุ ด้วยไฟฟ้าและการทำโลหะใหบ้ รสิ ุทธ์ิ
4. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัด
5. ครวู ดั และประเมินผลจากการนำเสนอผลการทดลอง เรอื่ ง การชบุ ตะปูเหล็กดว้ ยสังกะสี
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
7.1 ประเมินระหวา่ ง
การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้
1) เซลล์อเิ ลก็ โทร - ตรวจใบงานที่ 5.6.1 - ใบงานท่ี 5.6.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ไลติก - ตรวจใบงานที่ 5.6.2 - ใบงานที่ 5.6.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) การทดลอง เรื่อง - ประเมนิ การปฎบิ ตั ิการ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
การชบุ ตะปเู หล็ก การปฎบิ ัติการ ผ่านเกณฑ์
ด้วยสังกะสี
3) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การเสนอ - ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน ผลงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล
5) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
ทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
6) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ รับผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งมัน่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.18 ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนงั สือแบบฝึกหัดรายวชิ าเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
3) ใบงานท่ี 5.6.1 เร่ือง การแยกสารละลายดว้ ยกระแสไฟฟ้า
4) ใบงานท่ี 5.6.2 เรื่อง การชุบด้วยไฟฟ้าและการทำโลหะให้บริสทุ ธิ์
5) วสั ดุ-อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการทดลอง เรอ่ื ง การชุบตะปเู หลก็ ดว้ ยสังกะสี
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งเรยี น
ใบงานที่ 8
เรอ่ื ง การแยกสารละลายดว้ ยกระแสไฟฟา้
คำชี้แจง : เติมคำตอบเกย่ี วกับการอิเลก็ โทรลซิ ิสสารละลายอิเล็กโทรไลต์ท่ใี ชน้ ้ําเปน็ ตัวทำละลายลงใน
ตารางให้ถูกต้อง
กำหนดคา่ ศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของคร่ึงเซลล์ต่างๆ ให้ ดังนี้
ปฏิกิริยาครึ่งเซลลร์ ีดกั ชนั E0 (V) ปฏกิ ิริยาครึ่งเซลลร์ ีดกั ชัน E0 (V)
S2O82- (aq) + 2e- → 2SO42- (aq) +2.01 S4O62- (aq) + 2e- → 2S2O32- (aq) +0.08
Cl2 (g) + 2e- → 2Cl- (aq) +1.36 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g)
0.00
O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e- → 2H2O +1.23 2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) -0.83
(l)
+0.54 Na+ (aq) + e- → Na (s) -2.71
I2 (s) + 2e- → 2I- (aq) +0.34 Ca2+ (aq) + 2e- →Ca (s) -2.87
Cu2+ (aq) + 2e- →Cu (s)
สารละลาย ข้วั แคโทด ขั้วแอโนด
ปฏิกริ ิยาท่สี ามารถเกิดข้นึ
ปฏกิ ริ ิยาที่สามารถเกดิ ขึ้น
เลือกปฏกิ ิริยา เลือกปฏกิ ิริยา
H2SO4 สารทเ่ี กดิ ข้ึน
สารท่เี กดิ ขน้ึ
ปฏิกิรยิ ารวม
ค่า E0 เซลล์
สารละลาย ขัว้ แคโทด ขัว้ แอโนด
ปฏิกริ ยิ าที่สามารถเกดิ ขน้ึ
ปฏกิ ริ ยิ าที่สามารถเกิดขนึ้
เลอื กปฏิกริ ยิ า
Na2S2O3
เลือกปฏิกิรยิ า
สารทเี่ กิดขน้ึ สารทเ่ี กดิ ขึน้
ปฏกิ ริ ยิ ารวม ปฏิกิรยิ าที่สามารถเกดิ ขน้ึ
คา่ E0 เซลล์ = เลือกปฏกิ ริ ยิ า
ปฏกิ ิรยิ าทสี่ ามารถเกิดข้นึ สารท่ีเกดิ ข้ึน
เลอื กปฏิกิริยา
CaI2
สารท่ีเกดิ ขน้ึ
ปฏิกริ ิยารวม
ค่า E0 เซลล์ =
สารละลาย ขวั้ แคโทด ขั้วแอโนด
ปฏิกิรยิ าทส่ี ามารถเกิดข้นึ
ปฏิกิรยิ าทสี่ ามารถเกิดขึน้
เลอื กปฏกิ ิรยิ า
NaCl
เลอื กปฏกิ ิริยา
สารทเี่ กดิ ข้นึ สารทเ่ี กิดขนึ้
ปฏกิ ริ ยิ ารวม ปฏิกิรยิ าทสี่ ามารถเกิดขน้ึ
ค่า E0 เซลล์ = เลือกปฏกิ ิริยา
ปฏกิ ริ ิยาทีส่ ามารถเกิดขึน้ สารท่เี กิดขนึ้
เลอื กปฏิกริ ิยา
CuSO4
สารท่ีเกิดขึน้
ปฏิกิรยิ ารวม
คา่ E0 เซลล์ =
เฉลยใบงานท่ี 8
เรอ่ื ง การแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟา้
คำชแ้ี จง : เตมิ คำตอบเกย่ี วกับการอเิ ลก็ โทรลิซิสสารละลายอิเลก็ โทรไลตท์ ี่ใชน้ ํ้าเป็นตัวทำละลายลงใน
ตารางให้ถกู ตอ้ ง
กำหนดค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของคร่ึงเซลลต์ า่ งๆ ให้ ดังนี้
ปฏิกิรยิ าคร่งึ เซลลร์ ดี ักชัน E0 (V) ปฏกิ ริ ยิ าคร่งึ เซลล์รดี ักชัน E0 (V)
S2O82- (aq) + 2e- → 2SO42- (aq) +2.01 S4O62- (aq) + 2e- → 2S2O32- (aq) +0.08
Cl2 (g) + 2e- → 2Cl- (aq)
+1.36 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g) 0.00
O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e- → 2H2O
(l) +1.23 2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) -0.83
I2 (s) + 2e- → 2I- (aq) +0.54 Na+ (aq) + e- → Na (s) -2.71
+0.34 Ca2+ (aq) + 2e- →Ca (s) -2.87
Cu2+ (aq) + 2e- →Cu (s)
สารละลาย ขวั้ แคโทด ขั้วแอโนด
H2SO4
ปฏกิ ิรยิ าท่ีสามารถเกิดข้ึน ปฏกิ ริ ิยาท่สี ามารถเกิดข้ึน
2H+ (aq) + 2e- → H2 (g) 2SO42- (aq) → S2O82- (aq) + 2e-
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
เลือกปฏิกิรยิ า เลือกปฏิกริ ิยา
2H+ (aq) + 2e- → H2 (g) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e--
สารทเี่ กิดขน้ึ สารทีเ่ กดิ ข้นึ
H2 O2 และ H+
ปฏิกริ ิยารวม 2H2O (l) → 2H2 (g) + O2 (g)
ค่า E0 เซลล์ = 0.00 – 1.23 = -1.23 โวลต์
สารละลาย ข้วั แคโทด ขัว้ แอโนด
Na2S2O3 ปฏกิ ริ ิยาทสี่ ามารถเกดิ ขนึ้ ปฏกิ ิริยาท่สี ามารถเกดิ ขน้ึ
Na+ (aq) + e- → Na (s) 2S2O32- (aq) → S4O62- (aq) + 2e-
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
เลอื กปฏกิ ริ ิยา เลอื กปฏกิ ิริยา
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2S2O32- (aq) → S4O62- (aq) + 2e-
สารทเ่ี กดิ ขน้ึ สารที่เกดิ ข้นึ
H2 และ OH- S4O62-
ปฏิกริ ิยารวม 2H2O (l) + 2S2O32- (aq) → H2 (g) + 2OH- (aq) + S4O62- (aq)
คา่ E0 เซลล์ = -0.83 – 0.08 = -0.91 โวลต์
ปฏกิ ิริยาท่ีสามารถเกดิ ข้ึน ปฏกิ ิริยาทส่ี ามารถเกดิ ขึน้
Ca2+ (aq) + 2e- → Ca (s) 2I- (aq) → I2 (s) + 2e-
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
เลือกปฏิกิรยิ า เลอื กปฏิกริ ิยา
CaI2 2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
สารทเ่ี กดิ ขึ้น สารที่เกดิ ขึ้น
H2 และ OH- O2 และ H+
ปฏิกิรยิ ารวม 2H2O (l) → 2H2 (g) + O2 (g)
ค่า E0 เซลล์ = -0.83 – 1.23 = -2.06 โวลต์
ปฏกิ ิรยิ าทสี่ ามารถเกดิ ขน้ึ ปฏกิ ิริยาที่สามารถเกดิ ข้นึ
Na+ (aq) + e- → Na (s) 2Cl- (aq) → Cl2 (g) + 2e-
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
เลอื กปฏกิ ริ ยิ า เลอื กปฏกิ ริ ยิ า
NaCl 2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2Cl- (aq) → Cl2 (g) + 2e-
สารทีเ่ กิดข้นึ สารทเ่ี กดิ ขึ้น
H2 และ OH- Cl2
ปฏิกริ ยิ ารวม 2H2O (l) + 2Cl- (aq) → H2 (g) + 2OH- (aq) + Cl2 (g)
ค่า E0 เซลล์ = -0.83 – 1.36 = -2.19 โวลต์
สารละลาย ข้ัวแคโทด ขัว้ แอโนด
CuSO4 ปฏกิ ิรยิ าทีส่ ามารถเกดิ ขนึ้ ปฏิกริ ยิ าท่สี ามารถเกิดขึ้น
Cu2+ (aq) + 2e- → Cu (s) 2SO42- (aq) → S2O82- (aq) + 2e-
2H2O (l) + 2e- → H2 (g) + 2OH- (aq) 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
เลอื กปฏกิ ิริยา เลือกปฏิกิรยิ า
Cu2+ (aq) + 2e- → Cu (s)
สารทเี่ กิดข้นึ 2H2O (l) → O2 (g) + 4H+ (aq) + 4e-
สารทเ่ี กิดข้นึ
Cu O2 และ H+
ปฏิกิรยิ ารวม 2Cu2+ (aq) + 2H2O (l) → 2Cu (s) + O2 (g) + 4H+ (aq)
คา่ E0 เซลล์ = 0.34 – 1.23 = -0.89 โวลต์
ใบงานท่ี 9
เร่ือง การชบุ ดว้ ยไฟฟ้าและการทำโลหะใหบ้ รสิ ุทธ์ิ
คำชี้แจง : ตอบคำถามเก่ียวกบั การชบุ ด้วยไฟฟา้ และการทำโลหะให้บรสิ ุทธ์ิ
1. พจิ ารณาภาพการทดลองท่กี ำหนดให้ แลว้ ตอบคำถาม
1) จากภาพ เปน็ การทดลองอะไร
2) ปฏกิ ิรยิ าทขี่ ั้วแอโนด ข้ัวแคโทด และปฏิกิริยารวมเปน็ อยา่ งไร
2. พจิ ารณาภาพการทดลองทก่ี ำหนดให้ แล้วตอบคำถาม
1) จากภาพ เปน็ การทดลองอะไร
2) ปฏิกิริยาทข่ี ัว้ แอโนด ขั้วแคโทด และปฏิกริ ยิ ารวมเป็นอยา่ งไร
เฉลยใบงานท่ี 9
เร่ือง การชุบดว้ ยไฟฟา้ และการทำโลหะใหบ้ รสิ ุทธ์ิ
คำชแี้ จง : ตอบคำถามเก่ยี วกับการชุบด้วยไฟฟ้าและการทำโลหะให้บรสิ ุทธิ์
1. พจิ ารณาภาพการทดลองที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถาม
1) จากภาพ เป็นการทดลองอะไร
การชบุ ตะปูเหล็กด้วยสังกะสี
2) ปฏิกริ ยิ าทขี่ ้วั แอโนด ขั้วแคโทด และปฏิกริ ิยารวมเป็นอย่างไร
ปฏกิ ริ ยิ าทขี่ ั้วแอโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
แอโนด
ปฏกิ ิรยิ าทข่ี ้ัวแคโทด : Zn2+ (aq) + 2e- → Zn (s)
แคโทด
ปฏิกริ ยิ ารวม : Zn (s) → Zn (s)
แอโนด แคโทด
2. พิจารณาภาพการทดลองที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถาม
1) จากภาพ เปน็ การทดลองอะไร
การทำทองแดงให้บรสิ ุทธ์ิ
2) ปฏิกิรยิ าทขี่ ว้ั แอโนด ขั้วแคโทด และปฏิกริ ิยารวมเปน็ อย่างไร
ปฏิกริ ยิ าท่ีขว้ั แอโนด : Cu (s) → Cu2+ (aq) + 2e-
ไม่บรสิ ทุ ธิ์
ปฏกิ ิริยาท่ขี ้ัวแคโทด : Cu2+ (aq) + 2e- → Cu (s)
บรสิ ุทธ์ิ
ปฏกิ ริ ยิ ารวม : Cu (s) → Cu (s)
ไม่บรสิ ุทธ์ิ บรสิ ุทธิ์
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 19
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศกึ ษา
รหสั วิชา ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่ือง ไฟฟ้าเคมี จำนวน 27 ช่ัวโมง
แผนการสอนเรื่อง การกดั กร่อนของโลหะและการป้องกนั จำนวน 4 ช่ัวโมง
ครผู ู้สอน นางสาวพิมทพิ ย์ สายแสน สอนวันท.ี่ ..........เดือน............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรียนรู้
ทดลองชบุ โลหะและแยกสารเคมดี ว้ ยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลกั การทางเคมีไฟฟ้าท่ใี ช้ในการชบุ
โลหะ การแยกสารเคมดี ้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะใหบ้ ริสุทธิ์ และการป้องกันการกดั กร่อนของโลหะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกวิธปี อ้ งกนั การกดั กร่อนของโลหะได้ (K)
2. ทำการทดลองเพอื่ ศึกษาการป้องกนั การกดั กร่อนของเหล็กได้ (P)
3. ใช้เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้อย่างถูกต้อง (P)
4. ปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอนการทดลองได้อยา่ งถูกต้อง (P)
5. ต้ังใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้เพิ่มเติม สาระการเรียนรูท้ ้องถน่ิ
- เซลลอ์ ิเลก็ โทรลติ ิกสามารถนําไปใชป้ ระโยชน์ได้ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
ทั้งในชีวติ ประจําวนั และในอุตสาหกรรมหลาย
ประเภท เชน่ การชุบโลหะ การแยกสารเคมี
ด้วยกระแสไฟฟา้ การทําโลหะให้บรสิ ุทธิ์
การป้องกนั การกดั กร่อนของโลหะ
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การกดั กรอ่ นของโลหะ เปน็ การทโ่ี ลหะทำปฏิกิริยากบั สารตา่ ง ๆ ในส่งิ แวดล้อมรอบ ๆ โลหะ แล้วทำ
ใหโ้ ลหะนัน้ เปลยี่ นสภาพเปน็ ไอออน หรอื กลายเปน็ สารประกอบออกไซดห์ รอื สารประกอบไฮดรอกไซด์
การปอ้ งกันการกัดกรอ่ นของโหละ ทำได้หลายวธิ ี เช่น การป้องกันไม่ให้ผิวของโลหะถูกน้ำและอากาศ
การทาผิวของโลหะด้วยสารยับย้งั การกดั กร่อน การทำแคโทดิกโดยใชโ้ ลหะทมี่ ีคา่ E0 ตำ่ กวา่ ไปพันไว้กับ
โลหะทไ่ี ม่ต้องการให้เกิดสนิม การทำอะโนไดซโ์ ดยใชก้ ระแสไฟฟา้ ทำใหผ้ ิวหนา้ ของโลหะกลายเปน็ โลหะ
ออกไซด์ และการทำรมดำซ่งึ เป็นกระบวนการทางเคมีที่ทำให้เกิดสารใหมท่ ี่มีสตี า่ ง ๆ กนั บนผวิ ของโลหะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทักษะการสังเกต 3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
4) ทกั ษะการวิเคราะห์
5) ทักษะการทดลอง
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
7) ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้นั นำ
ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครใู ห้นกั เรียนยกตวั อย่างเครอื่ งใชโ้ ลหะทีเ่ กิดการกัดกร่อนท่ีพบในชีวิตประจำวนั คนละ 1
ตัวอยา่ ง
2. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเกยี่ วกบั ภาวะและปัจจยั ที่ทำให้เคร่ืองใช้โลหะเกิดการกัดกร่อน
และวิธีการปอ้ งกันเครื่องใชโ้ ลหะเกดิ การกดั กรอ่ น
ขน้ั สอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน โดยแต่ละกลุ่มศกึ ษาข้อมูลเกีย่ วกบั ลกั ษณะของการกัดกรอ่ น
หรอื การเกดิ สนิม ปัจจัยทส่ี ่งผลใหโ้ ลหะเกิดสนิม และการเกิดสนมิ ของเหลก็ ในสภาวะทีเ่ ป็น
กลางและสภาวะท่ีเป็นกรด จากหนังสือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
2. นกั เรียนนำข้อมูลที่ไดจ้ ากการคน้ คว้าทำเป็นรปู แบบต่าง ๆ ตามความคิดเห็นของแตล่ ะกล่มุ
เช่น แผนภาพ แผนผัง เขียนบรรยาย
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนมานำเสนอเร่ืองที่ไดศ้ ึกษาค้นคว้าข้อมลู และผลงานการจดั ทำ
ขอ้ มูลของกลมุ่ ตนเองหน้าชั้นเรยี นทีละกลมุ่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจนครบทุกกลุ่ม
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
4. ครูตงั้ คำถามใหน้ ักเรียนร่วมกันอภิปราย เรื่อง การกดั กร่อนของโลหะ ดังนี้
1) การกดั กร่อนของโลหะหมายถึงอะไร
(แนวตอบ : กระบวนการที่เกิดจากโลหะถูกออกซิไดส์กลายเป็นสารประกอบออกไซด์
หรือซัลไฟดม์ าเคลือบทผ่ี วิ โลหะ)
2) การกดั กรอ่ นของเกิดขึ้นได้อย่างไร
(แนวตอบ : การกัดกร่อนของโลหะเกิดขึ้นได้ ดังน้ี
• ผิวของโลหะสัมผัสกับน้ำและแก๊สออกซิเจน โดยโลหะจะเสียอิเล็กตรอนให้กับน้ำ
และแกส๊ ออกซเิ จน
• โลหะสัมผัสกับสารที่รับอเิ ลก็ ตรอนไดด้ กี วา่ หรอื มคี า่ E0 สูงกว่า)
ช่วั โมงที่ 2
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แลว้ ทำการทดลอง เร่ือง การป้องกนั การกดั กร่อนของเหล็ก
จากหนังสอื เรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
6. ครใู ช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนคิ LT มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยกำหนดให้
สมาชกิ แต่ละคนภายในกลมุ่ มีบทบาทหน้าท่ีของตนเอง ดังน้ี
• สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนา้ ที่เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ที่ใช้ในการทดลอง เรื่อง การปอ้ งกนั
การกัดกร่อนของเหลก็
• สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหนา้ ท่ีอ่านวิธีการทดลอง ทำความเข้าใจ และอธบิ ายให้สมาชิกใน
กลมุ่ ฟงั
• สมาชกิ คนท่ี 3 : ทำหนา้ ท่บี ันทึกผลการทดลอง
• สมาชิกคนที่ 4 และ 5 : ทำหนา้ ทนี่ ำเสนอผลการทดลอง
7. สมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มชว่ ยกนั ลงมอื ทำการทดลอง
8. นักเรียนแต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทน (สมาชกิ คนท่ี 4 และ 5 ของกลุม่ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
หลังจากน้นั ให้นักเรยี นทุกคนร่วมกนั อภปิ รายผลการทดลองจนมีความเข้าใจที่ตรงกัน
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏบิ ัตกิ าร)
9. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายผลการทดลอง ซ่ึงได้ข้อสรุปวา่ “การปอ้ งกนั การกดั กร่อนของ
ตะปูเหล็กทำไดโ้ ดยป้องกนั ไม่ให้ผิวของโลหะสัมผสั กับนำ้ แกส๊ ออกซเิ จน หรอื นำโลหะทีม่ ี E0
มาพันหรือวางไวใ้ กล้ ๆ หรือนำไปต่อกบั วัสดทุ ร่ี ับอิเล็กตรอนไดด้ ี”
ช่วั โมงที่ 3
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
10. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน โดยรว่ มกันศึกษาเกี่ยวกับการปอ้ งกันการกดั กร่อนของโลหะ
จากหนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี
ดงั หัวข้อต่อไปนี้
• การป้องกนั ไม่ใหผ้ วิ ของโลหะถกู น้ำและอากาศ
• การชบุ หรอื เคลอื บโลหะด้วยโลหะอีกชนดิ หนึ่งที่สลายตวั ยาก
• การทำเปน็ โลหะผสม
• การเคลือบผวิ โลหะด้วยสารยบั ย้งั การกัดกร่อน
• การทำอะโนไดซ์
• การทำแคโทดิก
• การรมดำ
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
11. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทน ออกมาอธบิ ายเรอ่ื งทไี่ ด้ศกึ ษาให้เพือ่ นกลมุ่ อนื่ ฟัง จากนั้นให้
นักเรยี นทกุ คนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครคู อยเสรมิ ความรู้ จนนกั เรยี นทั้งหอ้ งเกดิ
ความเข้าใจทีถ่ ูกต้องตรงกนั
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
12. ครูตั้งคำถามใหน้ ักเรยี นร่วมกันอภิปราย เรือ่ ง การกัดกร่อนของโลหะ ดงั นี้
1) การปอ้ งกันการกดั กรอ่ นของโลหะด้วยวิธแี คโทดกิ มีหลักการอย่างไร
(แนวตอบ : ใช้โลหะที่มี E0 ตำ่ กวา่ ซง่ึ จะทำหน้าทีเ่ ปน็ ข้ัวแอโนด ไปพันไวก้ ับโลหะท่ีไม่
ตอ้ งการให้เกดิ สนมิ ซงึ่ จะทำหนา้ ที่เป็นขว้ั แคโทด)
2) การปอ้ งกนั การกัดกรอ่ นของโลหะดว้ ยวธิ อี ะโนไดสม์ ีหลกั การอย่างไร
(แนวตอบ : ใช้กระแสไฟฟา้ ไปทำให้ผวิ หนา้ ของโลหะกลายเป็นโลหะออกไซด์)
3) ควรนำตะขอสร้อยคอท่ที ำดว้ ยโลหะเงินมาแขวนพระเล่ียมทองหรือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : ไม่ควร เพราะโลหะทองคำมีค่า E0 สูงกว่าโลหะเงิน จะทำให้ตะขอที่ทำ
ด้วยโลหะเงินเสียอิเล็กตรอน และเกิดการกร่อนไปเรือ่ ยๆ)
ช่วั โมงที่ 4
ข้ันที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
13. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสัยในเน้ือหา เรื่อง ประเภทของเซลล์กัลวานกิ ว่ามีส่วน
ไหนที่ยงั ไมเ่ ข้าใจ และให้ความรูเ้ พิม่ เติมในสว่ นน้ัน เพื่อจะใชเ้ ป็นความรเู้ บือ้ งตน้ สำหรับการ
เรยี นในเน้ือหาต่อ ๆ ไป
14. นักเรียนทำใบงานที่ 5.7.1 เรอื่ ง การกัดกร่อนของโลหะและการปอ้ งกัน
15. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในหนังสอื แบบฝกึ หดั รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี
16. นักเรยี นทำ Topic Question จากหนังสอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี ลงในสมดุ ประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขนั้ สรปุ
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมนิ ผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุม่ และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ชั้นเรียน
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 5.7.1 เร่อื ง การกัดกรอ่ นของโลหะและการป้องกัน
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั
4. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question
5. ครวู ัดและประเมนิ ผลจากการนำเสนอผลการทดลอง เร่อื ง การปอ้ งกันการกดั กร่อนของเหล็ก
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ระดับคณุ ภาพ 2
การเรยี นรู้ ผา่ นเกณฑ์
1) การกดั กร่อนของ - ตรวจใบงานที่ 5.7.1 - ใบงานท่ี 5.7.1 - ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
โลหะและ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - ระดับคณุ ภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
การปอ้ งกัน - ตรวจสมุดประจำตวั - สมุดประจำตวั
- ระดับคุณภาพ 2
2) การทดลอง เรื่อง - ประเมนิ การปฎบิ ตั ิการ - แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
- ระดับคุณภาพ 2
การป้องกนั การกดั การปฎิบตั ิการ ผ่านเกณฑ์
กร่อนของเหล็ก
3) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการเสนอ
ผลงาน ผลงาน ผลงาน
4) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม
การทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล
รายบคุ คล
5) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ทำงานกลุม่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
6) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมิน
อนั พึงประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คุณลักษณะ
และมุ่งมั่นในการทำงาน อันพงึ ประสงค์
8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.19 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาเพม่ิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี
2) หนังสอื แบบฝกึ หดั รายวชิ าเพิม่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
3) ใบงานที่ 5.7.1 เร่ือง การกดั กร่อนของโลหะและการป้องกนั
4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการทดลอง เร่ือง การปอ้ งกันการกัดกร่อนของเหล็ก
5) สมุดประจำตัว
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องเรยี น
ใบงานที่ 10
เรือ่ ง การกัดกรอ่ นของโลหะและการป้องกนั
คำช้แี จง : ตอบคำถามเก่ียวกับการกดั กรอ่ นของโลหะและการปอ้ งกนั
1. กำหนดค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลลใ์ ห้ ดงั นี้
ปฏกิ ิรยิ าครงึ่ เซลล์รีดักชัน E0 (V) ปฏิกริ ยิ าครง่ึ เซลล์รดี ักชนั E0 (V)
Pb2+ + 2e- → Pb -0.13 Cr3+ + 3e- → Cr -0.74
Sn2+ + 2e- → Sn -0.14 Al3+ + 3e- → Al -1.66
Fe2+ + 2e- → Fe -0.44 Mg2+ + 2e- → Mg
-2.37
เม่อื นำโลหะคูห่ นึ่งคู่ใดมาไว้ใกลก้ นั โลหะชนดิ ใดจะผกุ ร่อน
โลหะท่ีนำมาไว้ใกล้กนั โลหะที่ผุกร่อน
แมกนเี ซยี มกบั ดีบุก
อะลูมิเนียมกบั เหล็ก
ตะกว่ั กับเหล็ก
โครเมยี มกบั อะลูมเิ นยี ม
ดีบกุ กับตะกว่ั
ตะกั่วกบั โครเมยี ม
แมกนีเซยี มกับโครเมยี ม
ดบี กุ กบั โครเมยี ม
เหลก็ กบั ตะก่วั
ตะก่วั กบั อะลมู ิเนยี ม
เหล็กกบั ดีบกุ
แมกนเี ซยี มกับตะกั่ว
โครเมยี มกับเหล็ก
อะลูมเิ นียมกับแมกนเี ซยี ม
2. บอกพร้อมอธบิ ายวิธีการป้องกนั การกัดกร่อนของโลหะมา 5 วธิ ี
เฉลยใบงานที่ 10
เร่อื ง การกัดกร่อนของโลหะและการปอ้ งกนั
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเก่ียวกบั การกดั กร่อนของโลหะและการปอ้ งกนั
1. กำหนดค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครึง่ เซลล์ให้ ดังน้ี
ปฏิกริ ยิ าคร่ึงเซลล์รดี กั ชนั E0 (V) ปฏกิ ิริยาคร่ึงเซลลร์ ีดักชนั E0 (V)
Pb2+ + 2e- → Pb -0.13 Cr3+ + 3e- → Cr -0.74
Sn2+ + 2e- → Sn -0.14 Al3+ + 3e- → Al
Fe2+ + 2e- → Fe -0.44 Mg2+ + 2e- → Mg -1.66
-2.37
เมื่อนำโลหะคูห่ น่ึงคใู่ ดมาไวใ้ กล้กนั โลหะชนดิ ใดจะผกุ ร่อน
โลหะท่ีนำมาไวใ้ กลก้ ัน โลหะทผ่ี กุ ร่อน
แมกนเี ซียมกับดีบุก แมกนีเซยี ม
อะลูมิเนยี มกับเหล็ก อะลมู ิเนยี ม
ตะกัว่ กบั เหล็ก เหล็ก
โครเมยี มกบั อะลูมิเนยี ม อะลูมิเนียม
ดีบุกกบั ตะก่ัว ดบี กุ
ตะก่ัวกับโครเมียม โครเมยี ม
แมกนีเซยี มกับโครเมยี ม แมกนเี ซียม
ดบี ุกกบั โครเมยี ม โครเมียม
เหลก็ กบั ตะก่ัว เหล็ก
ตะกั่วกบั อะลูมเิ นียม อะลูมเิ นียม
เหล็กกับดีบกุ เหลก็
แมกนีเซยี มกบั ตะกว่ั แมกนเี ซียม
โครเมยี มกบั เหลก็ โครเมยี ม
อะลมู ิเนยี มกบั แมกนีเซียม แมกนีเซียม
2. บอกพร้อมอธิบายวิธีการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะมา 5 วิธี
1. การปอ้ งกันไม่ใหผ้ วิ ของโลหะถกู น้ำและอากาศ เช่น ทำนำ้ มนั ทาสี เคลอื บพลาสตกิ ชุบโลหะ
2. การทาผิวของโลหะดว้ ยสารยับย้งั การกดั กร่อน เช่น เกลือโครเมตร เกลือบิวทิลลามีน
3. การทำแคโทดิก โดยใชโ้ ลหะทมี่ ีค่า E0 ตำ่ กวา่ ไปพันไวก้ บั โลหะทไี่ ม่ต้องการให้เกิดสนมิ
4. การทำอะโนไดซ์ โดยใช้กระแสไฟฟ้าทำให้ผิวหน้าของโลหะกลายเปน็ โลหะออกไซด์
5. การทำรมดำ ซ่ึงเปน็ กระบวนการทางเคมที ีท่ ำให้เกิดสารใหม่ทม่ี ีสตี ่าง ๆ กันบนผวิ ของโลหะ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นโคกโพธไ์ิ ชยศกึ ษา
รหสั วชิ า ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรื่อง ไฟฟ้าเคมี จำนวน 27 ช่ัวโมง
แผนการสอนเร่ือง ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยที เ่ี ก่ียวข้องกบั เซลลไ์ ฟฟ้า จำนวน 2 ชั่วโมง
ครูผู้สอน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวนั ท.่ี ..........เดอื น............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรยี นรู้
สบื ค้นข้อมลู และนำเสนอตวั อยา่ งความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยที ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั เซลล์เคมีไฟฟา้ ใน
ชีวติ ประจำวนั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกสว่ นประกอบและหลกั การทำงานของแบตเตอร่ีอิเลก็ โทรไลตข์ องแข็ง แบตเตอรีอ่ ากาศ และ
การทำอิเลก็ โทรไดอะลซิ ิสนำ้ ทะเลได้ (K)
2. เขียนสมการแสดงปฏกิ ิริยาทเ่ี กิดขนึ้ ในแบตเตอรีอ่ ิเล็กโทรไลตข์ องแข็งและแบตเตอรี่อากาศได้ (P)
3. ตงั้ ใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้เพมิ่ เติม สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่
- ปฏิกริ ยิ าเคมีหลายปฏิกิริยาทพ่ี บในชวี ิตประจาํ วัน พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ เช่น ปฏิกิรยิ าการเผาไหม้
ปฏกิ ิรยิ าในเซลลเ์ คมีไฟฟ้า ซงึ่ ความรูเ้ รื่องเซลล์
เคมไี ฟฟ้าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
เก่ียวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้า นาํ ไปสนู่ วตั กรรม
ดา้ นพลังงานทีเ่ ปน็ มิตรต่อสิง่ แวดลอ้ ม
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ปฏกิ ิริยาเคมีหลายปฏิกิริยาท่ีพบในชีวิตประจําวนั เป็นปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ เช่น ปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้
ปฏิกิรยิ าในเซลลเ์ คมีไฟฟ้า ซึง่ ความรเู้ รือ่ งเซลล์เคมีไฟฟ้าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยเี กยี่ วข้องกบั
เซลลเ์ คมไี ฟฟ้า นําไปสนู่ วัตกรรมดา้ นพลังงานทเ่ี ป็นมติ รต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทกั ษะการเชื่อมโยง
5) ทักษะการทำงานรว่ มกัน
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงที่ 1
ขั้นนำ
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี ว่า “เซลล์ไฟฟ้าเคมมี ปี ระโยชนต์ ่อชวี ติ ประจำวัน
อยา่ งไร” ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ ราย
(แนวตอบ : เซลล์กัลวานิกนำมาทำเป็นแบตเตอร่ีทเ่ี ปน็ แหลง่ กำเนิดไฟฟา้ กระแสตรง
นำหลักการของเซลล์อเิ ล็กโทรไลตกิ มาใชใ้ นกระบวนการแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟ้า
การชุบโลหะ การทำโลหะให้บรสิ ุทธ์ิ และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ)
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ทบทวนหลกั การของเซลล์กัลวานกิ และเซลล์อเิ ล็กโทรไลติก รวมทั้ง
การนำหลกั การของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมีท้งั สองประเภทมาใชป้ ระโยชน์ เพื่อนำเข้าสู่การเรียน
การสอน เรอ่ื ง ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยที เี่ กย่ี วข้องกบั เซลลไ์ ฟฟา้
ขั้นสอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน โดยแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาเนอื้ หาเรอ่ื ง ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี
ที่เกีย่ วข้องกบั เซลล์ไฟฟ้า จากหนังสอื เรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี ดังน้ี
• แบตเตอรี่อเิ ล็กโทไลต์ของแข็ง
• แบตเตอร่ีอากาศ
• การทำอเิ ล็กโทรไดอะลิซสิ นำ้ ทะเล
2. นักเรียนนำข้อมูลท่ีไดจ้ ากการค้นคว้าทำเป็นรปู แบบตา่ ง ๆ ตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะกลุม่
เชน่ แผนภาพ แผนผัง เขยี นบรรยาย
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนมานำเสนอเรื่องท่ีได้ศึกษาคน้ คว้าข้อมูลและผลงานการจัดทำ
ขอ้ มลู ของกลุม่ ตนเองหนา้ ชั้นเรยี นทลี ะกลุ่มเพื่อแลกเปล่ยี นความคิดเห็นกนั จนครบทุกกลุ่ม
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบประเมนิ การนำเสนอผลงาน)
4. ครยู กตวั อย่างโจทย์เก่ียวกับ ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีท่ีเกย่ี วข้องกบั เซลลไ์ ฟฟา้ โดยครูเขยี น
โจทย์และแสดงวิธที ำให้นักเรยี นดูบนกระดาน ดังน้ี
1) จงเขียนปฏิกิริยาที่ขั้วแคโทด แอโนด และปฏิกิริยารวมของแบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์
ของแขง็ ท่มี ี TiS2 และ MnO2 เปน็ ขวั้ แคโทด
วธิ ที ำ แบตเตอรี่อเิ ล็กโทรไลต์ของแขง็ ท่มี ี TiS2 เป็นข้ัวแคโทด
ที่ขว้ั แคโทด : TiS2 (s) + e- → TiS2- (s)
ทีข่ ัว้ แอโนด : Li (s) → Li+ (ในอเิ ลก็ โทรไลตแ์ ขง็ ) + e-
ปฏกิ ริ ิยารวม : Li (s) + TiS2 (s) → LiTiS2 (s)
แบตเตอรี่อเิ ล็กโทรไลต์ของแข็งท่มี ี MnO2 เป็นขว้ั แคโทด
ทีข่ ้ัวแคโทด : MnO2 (s) + Li+ (ในอเิ ล็กโทรไลต์แขง็ ) + e- → LiMnO2 (s)
ที่ข้ัวแอโนด : Li (s) → Li+ (ในอเิ ลก็ โทรไลตแ์ ข็ง) + e-
ปฏกิ ิรยิ ารวม : Li (s) + MnO2 (s) → LiMnO2 (s)
2) จงเขียนปฏกิ ริ ิยาทข่ี ัว้ แคโทด แอโนด และปฏิกริ ิยารวมของแบตเตอรี่อะลมู เิ นยี ม-
อากาศและแบตเตอรส่ี งั กะสี-อากาศ
วิธีทำ แบตเตอร่ีอะลมู เิ นียม-อากาศ
ท่ขี ั้วแคโทด : 3O2 (g) + 6H2O (l) + 12e- → 12OH- (aq)
ทข่ี ว้ั แอโนด : 4Al (s) + 16OH- (aq) → 4Al(OH)4- (aq) + 12e-
ปฏกิ ิริยารวม : 4Al (s) + 3O2 (g) + 6H2O (l) + 4OH- (aq) → 4Al(OH)4- (aq)
แบตเตอรส่ี งั กะสี-อากาศ
ท่ีขวั้ แคโทด : 12O2 (g) + 2e- → O2- (g)
ทข่ี ว้ั แอโนด : Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ปฏิกิริยารวม : Zn (s) + 21O2 (g) → ZnO (s)
ชั่วโมงที่ 2
ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
5. ครถู ามคำถาม BIG QUESTION จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี อีกครง้ั ดังนี้
• เซลลก์ ลั วานิกและเซลล์อเิ ลก็ โทรไลตกิ สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวันได้
อย่างไร
(แนวตอบ : เซลลก์ ลั วานิกนำมาทำเป็นแบตเตอรี่ที่เปน็ แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ กระแสตรง
นำหลกั การของเซลล์อิเล็กโทรไลติก มาใช้ในกระบวนการแยกสารละลายด้วย
กระแสไฟฟา้ การชุบโลหะ การทำโลหะให้บรสิ ุทธิ์ และการป้องกนั การกัดกร่อนของ
โลหะ)
6. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนังสือแบบฝกึ หัดรายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี
7. นกั เรยี นทำ Topic Question จากหนังสอื เรียนรายวิชาเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 ไฟฟา้ เคมี ลงในสมดุ ประจำตัว
8. นักเรยี นอา่ น summary ประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี เพ่ือเป็นการทบทวนความ
เขา้ ใจในเนื้อหาท่เี รียนมา
9. นักเรยี นทำ Self Check จากหนังสือเรียนรายวิชาเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี ลงในสมดุ ประจำตัว เพ่อื ตรวจสอบตนเอง
10. นักเรียนทำ Unit Question 5 จากหนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี ลงในสมุดประจำตวั
11. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟา้ เคมี
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ข้นั สรุป
ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมนิ ผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน
รายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั
3. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question
4. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Self Check
5. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Unit Question 5
6. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟา้ เคมี
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- สมดุ ประจำตัว - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจดั กิจกรรม
การเรยี นรู้
1) ความก้าวหน้าทาง - ตรวจแบบฝกึ หัด
เทคโนโลยที ่ี - ตรวจสมุดประจำตวั
รายการวัด วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
เก่ยี วขอ้ งกับ
เซลล์ไฟฟา้ - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการเสนอ - ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์
2) การนำเสนอ
ผลงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
3) พฤตกิ รรม
การทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
4) พฤติกรรมการ - ระดบั คุณภาพ 2
ทำงานกล่มุ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
5) คณุ ลกั ษณะ รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
7.2 การประเมินหลัง - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
เรยี น หลังเรยี น หน่วยการ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5
- แบบทดสอบหลงั เรียนรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี ไฟฟา้ เคมี
เรยี น หนว่ ยการ
เรียนรู้ท่ี 5 ไฟฟา้
เคมี
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.20 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนงั สือแบบฝึกหดั รายวชิ าเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี
3) สมดุ ประจำตัว
8.2 แหล่งการเรียนรู้
-