นอกจากน้ใี นน้ำทะเลยงั มี CaCO3 ซ่ึงสามารถกำจัด H3O+ ได้ ดงั สมการ
CaCO3 (s) + H3O+ (aq) → Ca2+ (aq) + HCO3- (aq) + H2O (l) )
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล)
ชั่วโมงที่ 4
ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
12. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามขอ้ สงสัยในเน้อื หา เรื่อง สารละลายบฟั เฟอร์ ว่ามีสว่ นไหนทย่ี ัง
ไม่เขา้ ใจ และให้ความรู้เพิ่มเติมในสว่ นนัน้ เพ่ือจะใชเ้ ปน็ ความรเู้ บ้ืองต้นสำหรบั การเรียนใน
เนือ้ หาตอ่ ๆ ไป
13. นกั เรยี นทำใบงานที่ 4.10.1 เร่อื ง สารละลายบัฟเฟอร์
14. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหัดรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 กรด-เบส
15. นักเรียนทำ Topic Question จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 กรด-เบส ลงในสมุดประจำตัว
16. นกั เรียนอ่าน summary ประจำหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กรด-เบส จากหนังสือเรียนรายวชิ า
เพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 กรด-เบส เพือ่ เป็นการทบทวน
ความเข้าใจในเนื้อหาทีเ่ รยี นมา
17. นกั เรยี นทำ Self Check จากหนงั สอื เรียนรายวิชาเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วย
การเรยี นรู้ท่ี 4 กรด-เบส ลงในสมุดประจำตวั เพื่อตรวจสอบตนเอง
18. นกั เรียนทำ Unit Question 4 จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 กรด-เบส ลงในสมุดประจำตัว
19. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 กรด-เบส
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขัน้ สรปุ
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบคุ คล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 กรด-เบส
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 4.10.1 เร่ือง สารละลายบฟั เฟอร์
4. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัด
5. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question
6. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Self Check
7. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Unit Question
8. ครูวดั และประเมนิ ผลจากการนำเสนอผลการทดลอง เรอ่ื ง การเปลี่ยนแปลง pH ของ
สารละลายบางชนิด
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 ประเมินระหวา่ ง
- ตรวจใบงานที่ 4.10.1 - ใบงานท่ี 4.10.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจัดกิจกรรม - ตรวจแบบฝึกหัด
การเรยี นรู้ - ตรวจสมดุ ประจำตวั - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) สารละลาย - ประเมนิ การปฎบิ ตั ิ
การ - สมุดประจำตวั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
บัฟเฟอร์
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินการปฎบิ ัติ - ระดับคุณภาพ 2
2) การทดลอง เรื่อง การทำงานรายบุคคล
การเปลย่ี นแปลง การ ผา่ นเกณฑ์
pH ของ - สงั เกตพฤติกรรม
สารละลายบาง การทำงานกลุ่ม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ชนดิ การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
3) พฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงาน
รายบคุ คล การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรมการ
ทำงานกล่มุ
5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
และมุ่งมนั่ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์
7.2 การประเมนิ หลงั
เรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน - ประเมินตามสภาพจริง
- แบบทดสอบหลัง หลงั เรียน หนว่ ยการ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4
เรียน หนว่ ยการ เรียนร้ทู ่ี 4 กรด-เบส กรด-เบส
เรยี นรู้ท่ี 4 กรด-
เบส
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.12 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4
2) หนงั สอื แบบฝึกหดั รายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 กรด-เบส
3) ใบงานที่ 4.10.1 เรอ่ื ง สารละลายบัฟเฟอร์
4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการทดลอง เรอ่ื ง การเปลยี่ นแปลง pH ของสารละลายบางชนิด
5) สมุดประจำตวั
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องเรยี น
ใบงานท่ี 8
เรอ่ื ง สารละลายบัฟเฟอร์
คำช้ีแจง : ตอบคำถามเกี่ยวกับสารละลายบฟั เฟอร์
1. จงพิจารณาวา่ สารละลายทกี่ ำหนดให้ต่อไปนี้ จดั เปน็ สารละลายบัฟเฟอรห์ รือไม่ พร้อมเหตผุ ลประกอบ
1) สารละลาย CH3COOH เข้มข้น 2.0 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย CH3COONa เข้มขน้ 0.5 โมล/ลกู บาศก์เดซิเมตร ปรมิ าตร 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร
2) สารละลาย NH3 เข้มข้น 0.4 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย NH4Cl เข้มข้น 0.2 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร ปริมาตร 250 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
3) สารละลาย NH3 เข้มข้น 0.2 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย HCl เขม้ ข้น 0.5 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซิเมตร ปรมิ าตร 200 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
4) สารละลาย CH3COOH เข้มข้น 0.1 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย NaOH เขม้ ข้น 0.1 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร ปรมิ าตร 200 ลกู บาศก์เซนติเมตร
2. เพราะเหตุใดเมื่อเตมิ กรดแก่ปรมิ าณเล็กน้อยลงไปในระบบทป่ี ระกอบด้วยสารละลาย CH3COOH และ
CH3COONa คา่ pH ของสารละลายจึงเกดิ การเปลย่ี นแปลงน้อยมาก
3. สารละลายบฟั เฟอร์ซึ่งประกอบด้วย CH3COOH เขม้ ข้น 1 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 1 ลูกบาศก์
เดซเิ มตร และสารละลาย CH3COONa เข้มข้น 0.5 โมล/ลกู บาศก์เดซิเมตร จะมีคา่ pH เทา่ ใด (กำหนดให้
คา่ Ka ของ CH3COOH = 1.8 × 10-5 mol/dm3 log 1.8 = 0.2553 และ log 2 = 0.3010)
4. เมอ่ื เติมสารละลาย HNO3 เขม้ ขน้ 0.05 โมล/ลกู บาศก์เดซเิ มตร ปรมิ าตร 1 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ลงใน
สารละลายในข้อ 3. สารละลายใหมจ่ ะมีค่า pH เทา่ ใด (กำหนดให้ log 1.8 = 0.2553 และ log 2 =
0.3010)
เฉลยใบงานท่ี 8
เรอ่ื ง สารละลายบัฟเฟอร์
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเกยี่ วกบั สารละลายบัฟเฟอร์
1. จงพจิ ารณาว่าสารละลายท่ีกำหนดให้ตอ่ ไปน้ี จัดเป็นสารละลายบฟั เฟอร์หรอื ไม่ พรอ้ มเหตุผลประกอบ
1) สารละลาย CH3COOH เข้มข้น 2.0 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย CH3COONa เข้มข้น 0.5 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
เปน็ สารละลายบฟั เฟอร์ เนื่องจากในระบบประกอบด้วยกรดอ่อนและเกลือของกรดอ่อนน้นั
2) สารละลาย NH3 เข้มข้น 0.4 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย NH4Cl เขม้ ขน้ 0.2 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซเิ มตร ปรมิ าตร 250 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
เป็นสารละลายบัฟเฟอร์ เนอื่ งจากในระบบประกอบดว้ ยเบสอ่อนและเกลือของเบสอ่อนนนั้
3) สารละลาย NH3 เข้มข้น 0.2 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย HCl เข้มขน้ 0.5 โมล/ลูกบาศก์เดซเิ มตร ปรมิ าตร 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
NH3 + HCl → NH4Cl
จำนวนโมลเรม่ิ ตน้ 0.02 0.1 - mol
จำนวนโมลที่ใชไ้ ปหรือท่ีเกิดขึ้น 0.02 0.02 0.02 mol
จำนวนโมลคงเหลอื - 0.08 0.02 mol
ไมเ่ ป็นสารละลายบฟั เฟอร์ เนอ่ื งจากในระบบไมไ่ ดป้ ระกอบด้วยกรดอ่อนและเกลือของกรดอ่อนน้ัน
4) สารละลาย CH3COOH เข้มข้น 0.1 โมล/ลูกบาศก์เดซิเมตร ปริมาตร 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับ
สารละลาย NaOH เข้มข้น 0.1 โมล/ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร ปริมาตร 200 ลกู บาศก์เซนติเมตร
CH3COOH + NaOH → CH3COONa + H2O
จำนวนโมลเริ่มตน้ 0.05 0.02 - mol
จำนวนโมลท่ีใชไ้ ปหรอื ท่ีเกดิ ขน้ึ 0.02 0.02 0.02 mol
จำนวนโมลคงเหลือ 0.03 - 0.02 mol
เป็นสารละลายบัฟเฟอร์ เนอ่ื งจากในระบบประกอบด้วยกรดอ่อนและเกลอื ของกรดอ่อนที่เกิดขึน้ จาก
ปฏกิ ิรยิ า
2. เพราะเหตุใดเม่ือเตมิ กรดแก่ปรมิ าณเลก็ น้อยลงไปในระบบท่ปี ระกอบด้วยสารละลาย CH3COOH และ
CH3COONa ค่า pH ของสารละลายจงึ เกิดการเปลย่ี นแปลงนอ้ ยมาก
ไอออนต่าง ๆ ท่ีอยู่ในระบบ มีดงั น้ี
CH3COOH + H2O ⇌ CH3COO- + H3O+
CH3COONa → Na+ + CH3COO-
เมอ่ื เติม H3O+ ลงไปเลก็ น้อย CH3COO- จะไปทำปฏกิ ิริยากับ H3O+ เกดิ เปน็ CH3COOH ซ่งึ ทำให้ความ
เขม้ ขน้ ของ H3O+ ในสารละลายเปลีย่ นแปลงไปน้อยมาก ค่า pH ของสารละลายจึงเปลีย่ นแปลงน้อยมาก
3. สารละลายบฟั เฟอร์ซึ่งประกอบด้วย CH3COOH เข้มข้น 1 โมล/ลูกบาศก์เดซเิ มตร ปริมาตร 1 ลูกบาศก์
เดซิเมตร และสารละลาย CH3COONa เข้มข้น 0.5 โมล/ลกู บาศกเ์ ดซิเมตร จะมีคา่ pH เท่าใด (กำหนดให้
ค่า Ka ของ CH3COOH = 1.8 × 10-5 mol/dm3 log 1.8 = 0.2553 และ log 2 = 0.3010)
l×og10[[C-C5H)H3–3CCOlOoOOgNH0a1].]5
pH = -log Ka –
= - log (1.8
= 5 – log 1.8 – log 2
= 5 – 0.2553 – 0.3010
= 4.4437
4. เม่อื เติมสารละลาย HNO3 เขม้ ขน้ 0.05 โมล/ลูกบาศก์เดซเิ มตร ปริมาตร 1 ลกู บาศก์เซนติเมตร ลงใน
สารละลายในข้อ 3. สารละลายใหม่จะมีค่า pH เทา่ ใด (กำหนดให้ log 1.8 = 0.2553 และ log 2 =
0.3010)
สารละลาย HNO3 เขม้ ขน้ 0.05 mol/dm3 ปริมาตร 1 cm3
สารละลาย 1000 cm3 มี HNO3 อยู่ 0.05 mol
0.05 ×1
สารละลาย 1 cm3 มี HNO3 อยู่ 1000 = 5 × 10-5 mol
กรด HNO3 แตกตวั ให้ H3O+ = 5 × 10-5 mol ทำปฏกิ ริ ิยากับ CH3COO- ดงั สมการ
CH3COO- (aq) + H3O+ (aq) ⇌ CH3COOH (aq) + H2O (l)
ณ ภาวะสมดุล มี CH3COO- คดิ เปน็ 0.5 – (5 × 10-5) = 0.49995 mol
มี CH3COOH คิดเปน็ 1 + (5 × 10-5) = 1.00005 mol
สารละลาย 1001 cm3 มี CH3COO- อยู่ 0.49995 mol
0.49995 ×1000
สารละลาย 1000 cm3 มี CH3COO- อยู่ 1001 = 0.4995 mol
ดงั นัน้ สารละลายผสมมี [CH3COO-] = 0.4995 mol/dm3
สารละลาย 1001 cm3 มี CH3COOH อยู่ 1.00005 mol
1.00005 ×1000
สารละลาย 1000 cm3 มี CH3COOH อยู่ 1001 = 0.9990 mol
ดงั น้นั สารละลายผสมมี [CH3COOH] = 0.9990 mol/dm3
l×og10[[CC-5HH)33–CCOlOoOOgH-]00] ..49999905
pH = -log Ka –
= - log (1.8
= 5 – log 1.8 – log 2
= 5 – 0.2553 – 0.3010
= 4.4437
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 13
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศึกษา
รหัสวชิ า ว32224 รายวิชา เคมี 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 เรื่อง เคมไี ฟฟ้า จำนวน 27 ช่ัวโมง
แผนการสอนเร่ือง เลขออกซิเดชนั จำนวน 1 ช่ัวโมง
ครผู ู้สอน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวันท่ี...........เดอื น............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรยี นรู้
คำนวณเลขออกซิเดชัน และระบุปฏกิ ิริยาทีเ่ ป็นปฏิกริ ิยารีดอกซ์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ระบุเลขออกซเิ ดชันของธาตตุ ่าง ๆ ได้ (K)
2. ตรวจสอบค่าเลขออกซิเดชนั ของธาตใุ นสารประกอบหรือไอออนได้ (P)
3. ต้งั ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบต่อหน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่นิ
- เคมไี ฟฟา้ เป็นการศึกษาเกย่ี วกบั การเปล่ยี นแปลง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ระหว่างพลังงานไฟฟ้าและการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
ทมี่ ีการถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนแล้วทําใหเ้ กดิ การ
เปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั ซ่ึงเป็นเลขทแี่ สดง
ประจุไฟฟา้ หรือประจไุ ฟฟ้าสมมติของอะตอม
ธาตเุ รียกปฏิกิรยิ าชนดิ นว้ี ่า ปฏกิ ิริยารดี อกซ์
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เลขออกซิเดชันเป็นคา่ ประจุไฟฟ้าท่สี มมติข้ึนมาของไอออนหรืออะตอมของธาตุ โดยคำนวณจากการ
รับหรอื การจ่ายอิเล็กตรอน หรือการใช้พนั ธะร่วมกัน ซ่ึงการเขยี นเลขออกซเิ ดชันจะเขียนเครอ่ื งหมาย +
หรอื – ไว้หน้าตัวเลขเสมอ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุง่ มั่นในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทกั ษะการเช่ือมโยง
5) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงท่ี 1
ขนั้ นำ
ขน้ั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟา้ เคมี และ Understanding
Check เพือ่ วดั ความรเู้ ดิมของนกั เรียนก่อนเข้าสกู่ จิ กรรม
2. ครูถามคำถาม BIG QUESTION จากหนงั สือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟา้ เคมี ดังน้ี
• ปฏิกริ ิยารีดกั ชนั ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชนั และปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์คืออะไร
• เซลลไ์ ฟฟา้ เคมปี ระกอบด้วยอะไรบ้าง และแตล่ ะองค์ประกอบมหี น้าทอี่ ย่างไร
• เซลล์กัลวานิกและเซลลอ์ เิ ล็กโทรไลตกิ สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวันได้
อย่างไร
จากน้นั ให้นักเรียนในหอ้ งร่วมกนั ตอบและแสดงความคิดเหน็ โดยครยู ังไม่ต้องเฉลย ซ่ึงเม่ือ
เรยี นจบในเน้ือหาทส่ี ามารถเฉลยคำถามขอ้ นน้ั ๆ ได้ ให้ครูถามคำถามข้อน้นั แล้วให้นกั เรียน
ตอบอีกครัง้ หนึ่ง
3. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ทบทวนความรเู้ ดมิ เกี่ยวกับความหมายของเลขออกซิเดชัน และการหา
เลขออกซิเดชนั ของธาตใุ นสารประกอบหรือไอออนต่าง ๆ
ขน้ั สอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 ไฟฟา้ เคมี ว่า“เลขออกซเิ ดชันของธาตุชนดิ ตา่ ง ๆ มีคา่ เท่ากัน
หรือไม่ อยา่ งไร” แล้วใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบคำถาม จากนั้นครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ ราย
(แนวตอบ : ไมเ่ ทา่ กนั ขึน้ อยู่กบั ชนิดของธาตุ หมูข่ องธาตุ และชนดิ ของสารประกอบของธาตุ
นั้นๆ)
2. นักเรียนจบั คูก่ ับเพ่ือน โดยแต่ละคู่ศึกษาเกยี่ วกับวธิ กี ารหาเลขออกซเิ ดชันของธาตุใน
สารประกอบ หรือไอออน และร่วมกันฝกึ การคำนวณเลขออกซเิ ดชนั ของธาตุในสารประกอบ
หรอื ไอออนจากตวั อยา่ งท่ี 5.1 ในหนงั สือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 ไฟฟา้ เคมี
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครอู ธบิ ายเก่ยี วกับวธิ กี ารหาเลขออกซเิ ดชนั ของธาตใุ นสารประกอบ หรือไอออนและการ
คำนวณเลขออกซิเดชนั ของธาตุในสารประกอบหรือไอออนจากตัวอย่างที่ 5.1 จากน้ัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และอธบิ ายเพมิ่ เติมในกรณที ีน่ กั เรียนมีความเขา้ ใจทีค่ ลาดเคลือ่ น จน
นักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจทตี่ รงกนั
4. ครูตง้ั คำถามใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย เรือ่ ง เลขออกซเิ ดชัน ดังนี้
1) ธาตอุ ิสระทุกชนดิ จะมีเลขออกซเิ ดชนั เทา่ กับเทา่ ใด
(แนวตอบ : ศูนย์)
2) เลขออกซิเดชันของออกซิเจนในสารประกอบซูเปอร์ออกไซดแ์ ละสารประกอบเปอร์
ออกไซดม์ ีคา่ เท่ากนั หรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : ไมเ่ ทา่ กัน ในสารประกอบซูเปอร์ออกไซด์ ออกซิเจนจะมีเลขออกซิเดชัน
เท่ากับ - 1 สว่ นในสารประกอบเปอรอ์ อกไซด์ ออกซเิ จนจะมีเลขออกซิเดชนั เท่ากับ
2
-1)
3) ธาตุแทรนซิชันทุกตัวจะมเี ลขออกซิเดชันได้หลายคา่ ใชห่ รือไม่
(แนวตอบ : ไม่ใช่ Ag Zn และ Sc จะมีเลขออกซิเดชนั ไดค้ ่าเดียว โดย Ag มเี ลข
ออกซิเดชนั เท่ากบั +1 Zn มเี ลขออกซิเดชันเท่ากับ +2 และ Sc มีเลขออกซเิ ดชนั
เทา่ กบั +3)
4) สารประกอบจะมีผลรวมของเลขออกซิเดชันเปน็ เท่าใด
(แนวตอบ : ศนู ย)์
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
5. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสยั ในเนื้อหา เร่ือง เลขออกซิเดชนั วา่ มีส่วนไหนท่ยี ังไม่
เข้าใจ และใหค้ วามร้เู พ่ิมเติมในส่วนนนั้ เพ่ือจะใชเ้ ปน็ ความรเู้ บอื้ งต้นสำหรบั การเรียนในเน้อื หา
ตอ่ ๆ ไป
6. นักเรียนทำใบงานท่ี 5.1.1 เร่ือง เลขออกซเิ ดชนั
7. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟา้ เคมี
8. นกั เรยี นทำ Topic Question จากหนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี ลงในสมดุ ประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขั้นสรุป
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี
3. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 5.1.1 เรอ่ื ง เลขออกซิเดชนั
4. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั
5. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
7.1 การประเมนิ กอ่ น
- ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจริง
เรียน ก่อนเรยี น หนว่ ยการ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5
- แบบทดสอบก่อน เรียนร้ทู ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี ไฟฟา้ เคมี - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
เรยี น หนว่ ยการ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
เรียนร้ทู ี่ 5 ไฟฟ้า - ตรวจใบงานท่ี 5.1.1 - ใบงานท่ี 5.1.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เคมี - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด - ระดบั คณุ ภาพ 2
7.2 ประเมินระหว่าง - ตรวจสมุดประจำตวั - สมุดประจำตวั ผ่านเกณฑ์
การจดั กิจกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การเรยี นรู้ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
1) เลขออกซเิ ดชนั การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
2) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม
การทำงาน
รายบุคคล การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
3) พฤติกรรมการ - สงั เกตความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ
ทำงานกลมุ่
รับผิดชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คุณลกั ษณะ
4) คุณลกั ษณะ
อันพึงประสงค์
และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน อันพึงประสงค์
8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
8.13 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนงั สือแบบฝึกหัดรายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี
3) ใบงานท่ี 5.1.1 เร่ือง เลขออกซเิ ดชัน
4) สมดุ ประจำตัว
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
ใบงานที่ 1
เรือ่ ง เลขออกซเิ ดชนั
คำชแี้ จง : ตอบคำถามเกีย่ วกบั เลขออกซเิ ดชัน
1. ไอออนธาตุหมู่ 1A และหมู่ 2A มเี ลขออกซิเดชนั เทา่ กับเทา่ ใด ตามลำดับ
2. จงระบเุ ลขออกซิเดชันของแต่ละธาตุในสารประกอบ NH4Cl
3. จงระบเุ ลขออกซเิ ดชันของแต่ละธาตใุ นสารประกอบ KMnO4
4. สารต่อไปนี้ P4 S2- NH3 S8 CO32- CO2 NO2- และ CO สารใดมีเลขออกซิเดชนั เท่ากบั ศนู ย์
5. ธาตุ O และ Cr ในสารประกอบ OF2 และ K2Cr2O7 มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั เทา่ ใด ตามลำดบั
6. สารต่อไปน้ี O2 CO2 H2O และ H2O2 สารใดทอี่ อกซิเจนมเี ลขออกซิเดชนั เทา่ กบั ศูนย์
7. สารต่อไปนี้ NH3 H2O NaH และ HClO3 สารใดทีไ่ ฮโดรเจนมีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั -1
8. สารต่อไปน้ี HCl HClO HClO2 และ HClO3 สารใดทคี่ ลอรนี มเี ลขออกซเิ ดชนั สูงทส่ี ุด
9. เลขออกซิเดชันของ X ใน KX(SO4)2 [X(NH3)6]Cl2 K2X(CN)6 และ [X(H2O)6]Br3 มคี า่ เทา่ ใด ตามลำดับ
10. เลขออกซิเดชนั ของ Cr ใน Cr2O3 Cr2O72- CrO42- PbCrO4 KCr(SO4)2 K3Cr(CN)6 และ(NH4)2Cr2O7
มคี า่ เทา่ ใด ตามลำดบั
เฉลยใบงานท่ี 1
เรอื่ ง เลขออกซิเดชัน
คำช้ีแจง : ตอบคำถามเกี่ยวกับเลขออกซเิ ดชัน
1. ไอออนธาตุหมู่ 1A และหมู่ 2A มีเลขออกซิเดชนั เท่ากับเทา่ ใด ตามลำดับ
+1 และ +2 ตามลำดับ
2. จงระบุเลขออกซเิ ดชันของแตล่ ะธาตใุ นสารประกอบ NH4Cl
N มีเลขออกซเิ ดชนั เท่ากับ -3 H มีเลขออกซเิ ดชันเทา่ กับ +1 และ Cl มีเลขออกซิเดชันเท่ากับ -1
3. จKงรมะเี บลเุขลอขออกอซกเิ ซดิเชดนั ชเันทขา่ อกงบั แต+ล่1ะธMาnตใุ มนีเสลาขรอปอรกะซกเิอดบชันKเMท่าnกOบั 4 +7 และ O มีเลขออกซิเดชนั เท่ากบั -2
4. สารต่อไปนี้ P4 S2- NH3 S8 CO32- CO2 NO2- และ CO สารใดมเี ลขออกซิเดชันเท่ากบั ศูนย์
P4 NH3 S8 CO2 และ CO
5. ธาตุ O และ Cr ในสารประกอบ OF2 และ K2Cr2O7 มเี ลขออกซเิ ดชันเท่ากบั เท่าใด ตามลำดับ
+2 และ +6 ตามลำดบั
6. สารตอ่ ไปนี้ O2 CO2 H2O และ H2O2 สารใดท่ีออกซเิ จนมเี ลขออกซิเดชันเท่ากับศนู ย์
O2
7. สารต่อไปน้ี NH3 H2O NaH และ HClO3 สารใดที่ไฮโดรเจนมีเลขออกซิเดชันเท่ากับ -1
NaH
8. สารต่อไปนี้ HCl HClO HClO2 และ HClO3 สารใดทคี่ ลอรีนมีเลขออกซิเดชันสูงท่ีสดุ
HClO3
9. เลขออกซเิ ดชันของ X ใน KX(SO4)2 [X(NH3)6]Cl2 K2X(CN)6 และ [X(H2O)6]Br3 มีค่าเท่าใด ตามลำดบั
+3 +2 +4 และ +3 ตามลำดบั
10.เลขออกซิเดชันของ Cr ใน Cr2O3 Cr2O72- CrO42- PbCrO4 KCr(SO4)2 K3Cr(CN)6 และ(NH4)2Cr2O7
มีค่าเทา่ ใด ตามลำดับ
+3 +6 +6 +6 +3 +3 และ +6 ตามลำดบั
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 14
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นโคกโพธไ์ิ ชยศกึ ษา
รหัสวิชา ว32224 รายวิชา เคมี 4 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่ือง ไฟฟา้ เคมี จำนวน 27 ชั่วโมง
แผนการสอนเร่ือง ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ จำนวน 2 ชั่วโมง
ครูผสู้ อน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวนั ที.่ ..........เดือน............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรียนรู้
1. คำนวณเลขออกซเิ ดชัน และระบปุ ฏกิ ิริยาทีเ่ ป็นปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
2. วิเคราะห์การเปล่ยี นแปลงเลขออกซเิ ดชัน และระบุตัวรีดวิ ซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทง้ั เขยี นครง่ึ
ปฏกิ ิรยิ าออกซเิ ดชันและครึ่งปฏกิ ิริยารดี กั ชันของปฏิกิริยารดี อกซ์
3. ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรดี ิวซ์หรอื ตัวออกซิไดส์ และเขียนแสดง
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายการถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนระหวา่ งโลหะกับโลหะไอออนในปฏกิ ริ ิยาได้ (K)
2. อธบิ ายความหมายของปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชนั ปฏกิ ริ ยิ ารีดกั ชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ได้ (K)
3. อธบิ ายความหมายของตัวรดี ิวซ์และตวั ออกซิไดส์ได้ (K)
4. เปรยี บเทยี บความสามารถในการเป็นตวั ออกซิไดส์และตัวรีดวิ ซ์ได้ (K)
5. เขียนสมการแสดงปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชัน ปฏกิ ริ ิยารีดกั ชนั และปฏิกริ ยิ ารดี อกซไ์ ด้ (P)
6. ทำการทดลองเพ่อื ศกึ ษาปฏกิ ิรยิ าระหว่างโลหะและไอออนในสารละลายได้ (P)
7. ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางวทิ ยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง (P)
8. ปฏิบัติตามขน้ั ตอนการทดลองไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
9. ตั้งใจเรียนร้แู ละแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้เพิม่ เติม สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
- เคมีไฟฟ้าเปน็ การศึกษาเก่ียวกับการเปลย่ี นแปลง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
ระหว่างพลังงานไฟฟ้าและการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ท่ีมีการถา่ ยโอนอิเลก็ ตรอนแล้วทําให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชัน ซง่ึ เป็นเลขที่แสดง
ประจุไฟฟ้าหรือประจไุ ฟฟา้ สมมติของอะตอม
ธาตุเรียกปฏกิ ิริยาชนิดนว้ี า่ ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์
- ปฏิกริ ิยารีดอกซ์มีท้งั คร่ึงปฏิกริ ิยาทมี่ ีการให้
อเิ ลก็ ตรอน เรียกวา่ ครึง่ ปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั
และครึ่งปฏิกริ ยิ าที่มีการรับอิเลก็ ตรอน เรยี กว่า
ครงึ่ ปฏิกริ ิยารีดักชัน โดยสารทใ่ี ห้อเิ ลก็ ตรอน
จะมีเลขออกซเิ ดชันเพมิ่ ขึ้น เรียกวา่ ตวั รีดวิ ซ์
สว่ นสารที่รับอเิ ล็กตรอนจะมเี ลขออกซเิ ดชนั
ลดลง เรยี กว่า ตัวออกซิไดส์
- การเปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็
ตัวรีดิวซห์ รือตวั ออกซไิ ดสส์ ามารถพิจารณา
ไดจ้ ากผลการทดลองของปฏิกิริยารดี อกซ์
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ปฏิกิรยิ าทส่ี ารจา่ ยอิเล็กตรอน เรยี กว่า ปฏิกริ ิยาออกซิเดชัน โดยสารทีใ่ หอ้ ิเล็กตรอนกบั สารอ่ืน
แล้วมีเลขออกซิเดชันเพิ่มข้นึ เรียกวา่ ตัวรีดวิ ซ์
ปฏิกิรยิ าที่สารรบั อเิ ล็กตรอน เรยี กวา่ ปฏิกริ ิยารดี ักชนั โดยสารท่รี ับอิเล็กตรอนจากสารอ่ืน
แล้วมเี ลขออกซิเดชันลดลง เรียกวา่ ตัวออกซไิ ดส์
ปฏกิ ิริยาออกซิเดชนั และปฏกิ ิริยารีดกั ชนั จัดเป็นครงึ่ ปฏกิ ิริยา เมื่อรวมท้ังสองปฏกิ ิริยาเขา้ ด้วยกัน
จะไดป้ ฏกิ ิรยิ าท่เี รยี กว่า ปฏิกิริยารีดอกซ์
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการทำงานร่วมกัน
4) ทกั ษะการวเิ คราะห์
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
7) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่ัวโมงที่ 1
ข้นั นำ
ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถาม Prior Knowledge จากหนงั สือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี วา่ “ธาตุแต่ละชนิดสามารถมเี ลขออกซเิ ดชันได้หลาย
คา่ หรอื ไม่” แลว้ ให้นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม จากนนั้ ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปราย
(แนวตอบ : ธาตุบางชนดิ จะมีเลขออกซิเดชนั ได้เพียงค่าเดยี ว แตธ่ าตบุ างชนิดสามารถมเี ลข
ออกซิเดชันได้หลายค่า)
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั ทบทวนความร้เู กีย่ วกับเลขออกซิเดชนั จากน้นั ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ ว่า
“ในปฏกิ ริ ิยาบางปฏิกิริยาธาตุชนิดหน่งึ อาจมเี ลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้นได้ สว่ นธาตุอีกชนดิ หนึง่
อาจมเี ลขออกซเิ ดชนั ลดลงได้ ซ่ึงเรยี กปฏิกิรยิ าท่ีมีการเปล่ยี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั ของธาตุนวี้ ่า
ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์”
ข้นั สอน
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน เพือ่ ทำการทดลอง เรอ่ื ง ปฏิกริ ยิ าระหว่างโลหะและไอออนใน
สารละลาย จากหนังสอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรียนรู้
ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
2. ครใู ช้รปู แบบการเรียนรแู้ บบร่วมมือ เทคนิค LT มาจดั กระบวนการเรียนรู้ โดยกำหนดให้
สมาชกิ แตล่ ะคนภายในกลมุ่ มีบทบาทหน้าท่ีของตนเอง ดงั นี้
• สมาชิกคนท่ี 1 : ทำหนา้ ที่เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการทดลอง เรอ่ื ง ปฏกิ ิริยา
ระหว่างโลหะและไอออนในสารละลาย
• สมาชกิ คนที่ 2 : ทำหน้าที่อ่านวธิ ีการทดลอง ทำความเข้าใจ และอธบิ ายให้สมาชกิ ใน
กลุ่มฟงั
• สมาชกิ คนที่ 3 : ทำหน้าทบ่ี ันทกึ ผลการทดลอง
• สมาชิกคนที่ 4 และ 5 : ทำหน้าที่นำเสนอผลการทดลอง
3. สมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มช่วยกันลงมอื ทำการทดลอง
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ )
ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทน (สมาชกิ คนที่ 4 และ 5 ของกลมุ่ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
หลังจากนัน้ ใหน้ ักเรียนทกุ คนรว่ มกนั อภปิ รายผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจท่ีตรงกนั
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏบิ ัติการ)
5. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ผลจากการทำการทดลอง ซ่งึ ได้ขอ้ สรปุ ดังน้ี
• สารละลาย CuSO4 มีสีฟา้ และในสารละลายมี Cu2+ ส่วนสารละลาย ZnSO4 ไมม่ ีสี
และในสารละลายมี Zn2+
• การทดลองท่เี กิดปฏกิ ิรยิ า คือ Zn จมุ่ อยใู่ นสารละลาย Cu2+ และมี Cu กับ Zn2+
เกิดข้นึ แสดงว่า มีการถา่ ยโอนอิเลก็ ตรอนระหว่าง Zn กับ Cu2+ หลงั เกดิ ปฏิกิริยาแล้ว
ในสารละลายจะมี Zn2+ เพม่ิ ขนึ้ สว่ น Cu2+ ลดลง ส่งผลใหส้ ารละลายมสี ฟี ้าจางลง
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
6. นักเรียนจบั คูก่ บั เพื่อน โดยแต่ละคู่ศึกษาเกย่ี วกบั ปฏิกริ ิยา จากหนังสือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติม
วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 ไฟฟ้าเคมีแล้วรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นจน
เกดิ ความเข้าใจที่ตรงกนั
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
7. ครใู ห้นักเรยี นร่วมกนั ระบุตัวรีดิวซ์ ตวั ออกซิไดส์ และเลขออกซิเดชนั ท่ีเปลยี่ นแปลง
จากตัวอยา่ งที่ 5.2-5.5 ในหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมีจากนนั้ ตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติมในกรณี
ทน่ี กั เรยี นมีความเข้าใจทีค่ ลาดเคล่ือน จนนักเรียนเกิดความเขา้ ใจท่ีตรงกนั
8. ครูต้งั คำถามให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย เรื่อง ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ ดงั น้ี
1) จงระบุว่าปฏกิ ริ ยิ าที่กำหนดให้ต่อไปนี้จดั เป็นปฏิกิริยารดี อกซห์ รือไม่ เพราะเหตุใด
• CO2 + H2O → H2CO3
(แนวตอบ : ไมเ่ ป็นปฏิกริ ิยารดี อกซ์ เนอ่ื งจากเลขออกซเิ ดชันของสารไม่
เปล่ยี นแปลง)
• 2CeO2 + 8HCl → 2CeCl3 + Cl2 + 4H2O
(แนวตอบ : เปน็ ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ เน่ืองจากเลขออกซเิ ดชนั ของสารเปล่ียนแปลง)
• CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O
(แนวตอบ : เปน็ ปฏิกิริยารดี อกซ์ เนือ่ งจากเลขออกซเิ ดชันของสารเปลีย่ นแปลง)
• SO2 + 2NaOH → Na2SO3 + H2O
(แนวตอบ : ไมเ่ ปน็ ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ เนื่องจากเลขออกซเิ ดชันของสารไม่
เปล่ียนแปลง)
2) จงเขยี นสมการแสดงคร่ึงปฏกิ ิริยาทเี่ ปน็ ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชันและครง่ึ ปฏิกิริยาทเี่ ปน็
ปฏกิ ริ ิยารีดกั ชันของปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ที่กำหนดให้ พร้อมทั้งระบตุ ัวออกซิไดสแ์ ละ
ตวั รีดิวซ์
• Mg (s) + 2H+ (aq) → Mg2+ (aq) + H2 (g)
(แนวตอบ : ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชัน คือ Mg (s) → Mg2+ (aq) + 2e-
ปฏกิ ริ ิยารดี ักชนั คือ 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g)
ตัวออกซไิ ดส์ คือ H+ (aq)
ตัวรดี ิวซ์ คอื Mg (s) )
• Zn (s) + 2Ag+ (aq) → Zn2+ (aq) + 2Ag (s)
(แนวตอบ : ปฏิกริ ิยาออกซิเดชนั คือ Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ปฏิกริ ิยารดี ักชนั คอื Ag+ (aq) + e- → Ag (s)
ตวั ออกซไิ ดส์ คือ Ag+ (aq)
ตวั รดี วิ ซ์ คือ Zn (s) )
• Ca (s) + Cl2 (aq) → Ca2+ (aq) + 2Cl- (aq)
(แนวตอบ : ปฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชัน คอื Ca (s) → Ca2+ (aq) + 2e-
ปฏิกริ ยิ ารีดักชัน คอื Cl2 (aq) + 2e- → 2Cl- (aq)
ตวั ออกซิไดส์ คือ Cl2 (aq)
ตวั รดี วิ ซ์ คอื Ca (s) )
9. นกั เรียนและครูรว่ มกันอภปิ รายเพ่ือหาขอ้ สรปุ เกีย่ วกับปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ ซง่ึ ได้ข้อสรปุ ดังน้ี
• ปฏกิ ริ ยิ าที่สารจา่ ยอิเล็กตรอน เรียกว่า ปฏิกริ ิยาออกซเิ ดชัน โดยสารทใี่ ห้อเิ ล็กตรอนกับ
สารอน่ื แล้วมีเลขออกซเิ ดชนั เพ่มิ ขน้ึ เรยี กวา่ ตวั รีดิวซ์
• ปฏกิ ิริยาท่สี ารรับอเิ ล็กตรอน เรยี กว่า ปฏิกิรยิ ารีดักชัน โดยสารทรี่ ับอเิ ลก็ ตรอนจากสาร
อื่น แลว้ มเี ลขออกซิเดชันลดลง เรียกว่า ตวั ออกซไิ ดส์
• ปฏิกิรยิ าออกซิเดชันและปฏกิ ิรยิ ารีดักชนั จดั เปน็ ครงึ่ ปฏกิ ริ ิยา เม่ือรวมทัง้ สองปฏกิ ิริยา
เขา้ ด้วยกนั จะได้ปฏกิ ิริยาที่เรียกว่า ปฏกิ ิริยารดี อกซ์
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
10. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสัยในเนื้อหา เร่ือง ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ ว่ามสี ว่ นไหนท่ียงั ไม่
เข้าใจ และให้ความร้เู พมิ่ เติมในสว่ นนน้ั เพ่อื จะใชเ้ ป็นความร้เู บื้องตน้ สำหรบั การเรียนในเนื้อหา
ตอ่ ๆ ไป
11. นกั เรียนทำใบงานท่ี 5.2.1 เร่ือง ปฏิกิริยารีดอกซ์
12. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด ในหนังสอื แบบฝึกหัดรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
13. นกั เรียนทำ Topic Question จากหนังสือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี ลงในสมดุ ประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
2. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 5.2.1 เรอ่ื ง ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัด
4. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question
5. ครูวดั และประเมินผลจากนำเสนอผลการทดลอง เรื่อง ปฏิกริ ิยาระหวา่ งโลหะและไอออนใน
สารละลาย
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
7.1 ประเมินระหวา่ ง
การจดั กจิ กรรม
การเรยี นรู้
1) ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ - ตรวจใบงานที่ 5.2.1 - ใบงานท่ี 5.2.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ตรวจสมุดประจำตวั - สมุดประจำตวั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) การทดลอง เรือ่ ง - ประเมนิ การปฎบิ ตั ิการ - แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ปฏกิ ิรยิ าระหว่าง การปฎบิ ตั ิการ ผ่านเกณฑ์
โลหะและไอออน
ในสารละลาย - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
3) พฤตกิ รรม การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล
การทำงาน
รายบคุ คล
รายการวัด วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
5) คุณลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อันพึงประสงค์ - สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
รบั ผิดชอบ ใฝเ่ รียนรู้ คณุ ลักษณะ
และมุง่ มัน่ ในการทำงาน อันพึงประสงค์
8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
8.14 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนงั สือแบบฝึกหดั รายวิชาเพมิ่ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟา้ เคมี
3) ใบงานท่ี 5.2.1 เร่ือง ปฏิกิริยารดี อกซ์
4) วสั ดุ-อุปกรณ์ท่ีใช้ในการทดลอง เรอ่ื ง ปฏิกริ ยิ าระหว่างโลหะและไอออนในสารละลาย
5) สมุดประจำตัว
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องเรียน
ใบงานท่ี 2
เรอื่ ง ปฏิกริ ิยารีดอกซ์
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเกยี่ วกบั ปฏกิ ิริยารีดอกซ์
1. พจิ ารณาปฏิกริ ยิ ารีดอกซท์ ี่กำหนดให้ แล้วตอบคำถาม
ปฏิกริ ยิ าที่ 1 : 2FeS + 3O2 → 2FeO + 2SO2
ปฏกิ ริ ิยาที่ 2 : 5ClO3- + 3I2 + 3H2O → 6IO3- + 6H+ + 5Cl-
ปฏกิ ิรยิ าท่ี 3 : 2HCl + Na2S2O3 → 2NaCl + SO2 + H2O + S
ปฏิกิรยิ าท่ี 4 : SO2 + Ag2CO3 + H2O → 2Ag + CO2 + H2SO4
ปฏิกิรยิ าที่ 5 : 2MnO4- + 6H+ + 5SO32- → 2Mn2+ + 3H2O + 5SO42-
1) ปฏิกิรยิ าท่ี 1 ตวั รดี ิวซ์ คือ มีการเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ
ตวั ออกซิไดส์ คือ มีการเปล่ยี นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ
2) ปฏกิ ิรยิ าที่ 2 ตวั รดี วิ ซ์ คือ มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ
ตวั ออกซิไดส์ คือ มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเทา่ กับ
3) ปฏิกิรยิ าท่ี 3 ตวั รดี ิวซ์ คือ มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กับ
ตัวออกซไิ ดส์ คือ มีการเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กับ
4) ปฏกิ ริ ยิ าท่ี 4 ตวั รีดิวซ์ คือ มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ
ตัวออกซิไดส์ คือ มกี ารเปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชันไปเทา่ กับ
5) ปฏกิ ิรยิ าท่ี 5 ตวั รดี ิวซ์ คอื มีการเปลยี่ นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กับ
ตัวออกซไิ ดส์ คือ มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ
2. จงระบุว่าปฏกิ ริ ิยาที่กำหนดใหเ้ ปน็ ปฏิกิริยารีดอกซห์ รือไม่ ถา้ เป็นปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์ ให้ระบวุ ่าสารใดเป็น
ตัวรีดิวซ์ และสารใดเปน็ ตวั ออกซิไดส์
ปฏิกริ ิยา ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ ตวั รดี วิ ซ์ ตัวออกซิ
เปน็ ไมเ่ ป็น ไดส์
Sn2+ + 2Fe3+ → Sn4+ + 2Fe2+
2CrO42- + 2H3O+ → Cr2O72- + 3H2O
CS2 + 3Cl2 → CCl4 + S2Cl2
CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O
PCl3 + 3H2O → 3HCl + H3PO3
NaH + H2O → NaOH + H2
Zn + 2HCl → ZnCl2 + H2
Cr2O72- + 2OH- → 2CrO42- + H2O
2CuCl → CuCl2 + Cu
เฉลยใบงานท่ี 2
เรอ่ื ง ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเก่ยี วกับปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์
1. พจิ ารณาปฏกิ ริ ิยารีดอกซท์ ่ีกำหนดให้ แลว้ ตอบคำถาม
ปฏกิ ิริยาที่ 1 : 2FeS + 3O2 → 2FeO + 2SO2
ปฏกิ ิริยาท่ี 2 : 5ClO3- + 3I2 + 3H2O → 6IO3- + 6H+ + 5Cl-
ปฏิกิรยิ าท่ี 3 : 2HCl + Na2S2O3 → 2NaCl + SO2 + H2O + S
ปฏิกิรยิ าท่ี 4 : SO2 + Ag2CO3 + H2O → 2Ag + CO2 + H2SO4
ปฏิกิริยาที่ 5 : 2MnO4- + 6H+ + 5SO32- → 2Mn2+ + 3H2O + 5SO42-
1) ปฏิกริ ิยาท่ี 1 ตัวรดี วิ ซ์ คอื FeS มกี ารเปลย่ี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั ไปเทา่ กับ 6
ตัวออกซไิ ดส์ คือ O2 มีการเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ 2
2) ปฏกิ ริ ิยาที่ 2 ตวั รดี ิวซ์ คอื I2 มกี ารเปลยี่ นแปลงเลขออกซิเดชันไปเทา่ กับ 5
ตัวออกซไิ ดส์ คือ ClO3- มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซเิ ดชันไปเท่ากับ 6
3) ปฏิกริ ิยาที่ 3 ตัวรดี วิ ซ์ คอื Na2S2O3 มีการเปลีย่ นแปลงเลขออกซเิ ดชันไปเท่ากับ 2
ตวั ออกซิไดส์ คือ Na2S2O3 มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กบั 2
4) ปฏิกริ ยิ าที่ 4 ตวั รดี ิวซ์ คือ SO2 มกี ารเปลีย่ นแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ 2
ตัวออกซิไดส์ คือ Ag2CO3 มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซเิ ดชนั ไปเท่ากบั 1
5) ปฏกิ ริ ิยาท่ี 5 ตวั รดี วิ ซ์ คือ SO32-
มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซเิ ดชนั ไปเทา่ กับ 2
ตัวออกซไิ ดส์ คือ MnO4- มีการเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กบั 5
2. จงระบวุ ่าปฏกิ ิริยาท่ีกำหนดให้เป็นปฏิกริ ยิ ารีดอกซห์ รือไม่ ถา้ เป็นปฏกิ ิริยารีดอกซ์ ใหร้ ะบวุ า่ สารใดเปน็
ตวั รดี ิวซ์ และสารใดเป็นตวั ออกซิไดส์
ปฏิกิรยิ า ปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ ตวั รดี ิวซ์ ตวั ออกซิ
เป็น ไมเ่ ป็น ไดส์
Sn2+ + 2Fe3+ → Sn4+ + 2Fe2+ ✓ Sn2+ Fe3+
2CrO42- + 2H3O+ → Cr2O72- + 3H2O - -
CS2 + 3Cl2 → CCl4 + S2Cl2 ✓ CS2 Cl2
CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O ✓ CH4 O2
PCl3 + 3H2O → 3HCl + H3PO3 - -
NaH + H2O → NaOH + H2 ✓
Zn + 2HCl → ZnCl2 + H2 ✓ NaH H2O
Cr2O72- + 2OH- → 2CrO42- + H2O ✓ Zn HCl
2CuCl → CuCl2 + Cu - -
✓ CuCl CuCl
✓
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศึกษา
รหสั วิชา ว32224 รายวิชา เคมี 4 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง ไฟฟา้ เคมี จำนวน 27 ช่ัวโมง
แผนการสอนเรอ่ื ง การดลุ สมการรีดอกซ์ จำนวน 3 ช่ัวโมง
ครผู ูส้ อน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวนั ท่.ี ..........เดอื น............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรียนรู้
ดุลสมการรีดอกซด์ ้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวธิ คี ร่งึ ปฏกิ ิรยิ า
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลกั การดลุ สมการรีดอกซโ์ ดยใช้เลขออกซิเดชันและครง่ึ ปฏิกริ ยิ าได้ (K)
2. ตรวจสอบการดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใชเ้ ลขออกซิเดชนั ได้ (P)
3. ตรวจสอบการดลุ สมการรดี อกซ์โดยใชค้ ร่ึงปฏิกริ ิยาได้ (P)
4. ต้ังใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบต่อหน้าท่ีทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้เพมิ่ เติม สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
- ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์เขียนแทนได้ด้วยสมการรีดอกซ์ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ซง่ึ การดุลสมการรีดอกซ์ทาํ ได้โดยการใช้เลข
ออกซิเดชนั และวธิ คี ร่ึงปฏิกิริยา
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ เปน็ ปฏิกริ ิยาท่ีมกี ารเปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชันของธาตุที่อยู่ในสารประกอบ
ในสมการเคมี หรอื ปฏิกริ ยิ าท่ีมกี ารรับและจา่ ยอิเล็กตรอน
การดลุ สมการรดี อกซ์ มี 2 วธิ ี คือ การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใชเ้ ลขออกซิเดชันที่เปล่ียนแปลง
และการดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใชค้ รึง่ ปฏิกิรยิ า
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
4) ทกั ษะการเชือ่ มโยง
5) ทักษะการทำงานรว่ มกัน
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ันนำ
ข้นั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี วา่ “การดุลสมการคอื อะไร” แล้วใหน้ ักเรียนรว่ มกัน
ตอบคำถาม จากนนั้ ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ ราย
(แนวตอบ : การทำให้จำนวนอะตอมของธาตุหรือสารแตล่ ะชนดิ ในปฏกิ ิรยิ าเกดิ ความสมดุล
ระหว่างสารตงั้ ต้นและผลิตภัณฑ์ตามหลักการของกฎทรงมวล)
2. ครยู กตวั อยา่ งสมการเคมขี องปฏกิ ิริยารีดอกซ์และไมใ่ ชป่ ฏิกิริยารดี อกซ์ จากนน้ั ใหน้ ักเรียน
ร่วมกนั ดุลสมการ และอภปิ รายเพอ่ื เชื่อมโยงเข้าสู่การดุลสมการรดี อกซ์โดยการใชเ้ ลข
ออกซเิ ดชนั และวิธีคร่ึงปฏิกิริยา
ขั้นสอน
ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. นกั เรียนจบั ค่กู ับเพ่ือน โดยให้แต่ละคู่ศึกษาเก่ียวกบั หลักการดลุ สมการรีดอกซ์โดยใชเ้ ลข
ออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง และร่วมกนั ฝกึ การดุลสมการรีดอกซ์โดยใชเ้ ลขออกซิเดชนั ที่
เปล่ยี นแปลง จากตัวอย่างท่ี 5.6-5.10 ในหนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
2. ครสู ุม่ นักเรยี น 5 คู่ ออกมาแสดงวธิ ีการดุลสมการจากตวั อย่างแต่ละข้อหนา้ ชั้นเรยี น จากนน้ั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และอธิบายเพ่ิมเตมิ ในกรณีท่นี ักเรียนมคี วามเข้าใจที่คลาดเคล่อื น จน
นกั เรยี นเกิดความเข้าใจท่ีตรงกนั
3. ครูยกตวั อย่างโจทยเ์ ก่ียวกับ การดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง โดยครู
เขียนโจทยแ์ ละแสดงวธิ ที ำให้นกั เรียนดูบนกระดาน ดังน้ี
จงดลุ สมการรีดอกซ์ต่อไปนี้ Fe2O3 + C → Fe + CO2 โดยใชเ้ ลขออกซเิ ดชนั
วธิ ีทำ เพิ่มขน้ึ 4 × 3 = 12
+3 0 0 +4
Fe2O3 + C → Fe + CO2
ลดลง 3 × 4 = 12
↓
2Fe2O3 + 3C → 4Fe + 3CO2
ชวั่ โมงที่ 2
ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. นักเรียนจบั คู่กบั เพ่ือน โดยใหแ้ ต่ละคู่ศึกษาเกย่ี วกบั หลักการดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้ครึ่ง
ปฏกิ ริ ยิ า และรว่ มกันฝึกการดุลสมการรดี อกซ์โดยใช้ครึง่ ปฏิกิริยาจากตวั อย่างที่ 5.11-5.16
ในหนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ )
5. ครสู ่มุ นักเรียน 6 คู่ ออกมาแสดงวธิ ีการดุลสมการจากตวั อย่างแตล่ ะข้อหน้าชนั้ เรยี น จากนนั้
ตรวจสอบความถูกต้อง และอธบิ ายเพ่มิ เติมในกรณีท่นี กั เรยี นมีความเข้าใจทค่ี ลาดเคล่อื น
จนนักเรียนเกิดความเข้าใจทีต่ รงกัน
6. ครูยกตัวอยา่ งโจทย์เกี่ยวกับ การดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้ครงึ่ ปฏิกริ ยิ า โดยครเู ขยี นโจทย์และ
แสดงวิธที ำให้นกั เรยี นดูบนกระดาน ดังนี้
1) จงดุลสมการรดี อกซ์ตอ่ ไปน้ี NO2- + Al → NH3 + AlO2- โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยาในกรด
วธิ ที ำ ปฏกิ ริ ยิ ารีดกั ชัน : +3 -3
NO2- → NH3
NO2- + 6e- → NH3
NO2- + 6e- → NH3 + 2H2O
NO2- + 6e- + 7H+ → NH3 + 2H2O ….. (1)
ปฏิกริ ยิ าออกซิเดชัน : 0 +3
Al → AlO2-
Al → AlO2- + 3e-
Al + 2H2O → AlO2- + 3e-
2(Al + 2H2O → AlO2- + 3e- + 4H+)
2Al + 4H2O → 2AlO2- + 6e- + 8H+ ….. (2)
(1) + (2) NO2- + 2Al + 4H2O → NH3 + 2AlO2- + H+)
2) จงดุลสมการรดี อกซ์ตอ่ ไปน้ี Fe2+ + MnO4- → Fe3+ + Mn2+ โดยใช้ครึ่งปฏกิ ริ ิยาในเบส
วธิ ที ำ: ปฏิกริ ิยารดี กั ชัน : +7 +2
MnO4- → Mn2+
MnO4- + 5e- → Mn2+
MnO4- + 5e- → Mn2+ + 4H2O
MnO4- + 5e- + 8H+ → Mn2+ + 4H2O ….. (1)
ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชนั : +2 +3
Fe2+ → Fe3+
5(Fe2+ → Fe3+ + e-)
5Fe2+ → 5Fe3+ + 5e- ….. (2)
(1) + (2) 5Fe2+ + MnO4- + 8H+ → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O
5Fe2+ + MnO4- + 8H+ + 8OH- → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-
5Fe2+ + MnO4- + 8H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-
5Fe2+ + MnO4- + 4H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 8OH- )
7. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายเพอื่ สรุปความรู้เกย่ี วกับวธิ ีการดลุ สมการรดี อกซ์โดยใชเ้ ลข
ออกซเิ ดชันท่ีเปลี่ยนแปลงและวิธีครึ่งปฏกิ ิรยิ า โดยครูควรชี้ใหน้ ักเรยี นเหน็ วา่ การดุลสมการรี
ดอกซ์ทั้ง 2 วธิ ีน้ี จะใหค้ ำตอบท่ีเหมือนกนั
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ชว่ั โมงที่ 3
ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
8. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสัยในเนือ้ หา เรื่อง การดุลสมการรดี อกซ์ วา่ มีส่วนไหนท่ี
ยงั ไม่เขา้ ใจ และให้ความรเู้ พิม่ เติมในสว่ นน้ัน เพ่ือจะใช้เป็นความร้เู บื้องตน้ สำหรับการเรียนใน
เน้ือหาตอ่ ๆ ไป
9. นกั เรียนทำใบงานที่ 5.3.1 เรื่อง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใชเ้ ลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง
10. นกั เรียนทำใบงานที่ 5.3.2 เรอ่ื ง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใชค้ รึ่งปฏกิ ริ ยิ า
11. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด ในหนังสือแบบฝึกหดั รายวิชาเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
12. นักเรียนทำ Topic Question จากหนังสือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี ลงในสมุดประจำตวั
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ข้ันสรุป
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 5.3.1 เรอื่ ง การดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันที่
เปล่ยี นแปลง
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 5.3.2 เรอ่ื ง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช้ครึง่ ปฏิกิริยา
4. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั
5. ครตู รวจสอบผลจากการทำ Topic Question
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมินระหว่าง - ใบงานที่ 5.3.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ใบงานที่ 5.3.2 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การจัดกิจกรรม - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- สมดุ ประจำตวั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรยี นรู้ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
1) การดุลสมการ - ตรวจใบงานที่ 5.3.1
รีดอกซ์ - ตรวจใบงานท่ี 5.3.2
- ตรวจแบบฝึกหัด
- ตรวจสมุดประจำตวั
2) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม
การทำงาน การทำงานรายบุคคล
รายบคุ คล
รายการวัด วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
4) คณุ ลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ คณุ ลักษณะ
และม่งุ มน่ั ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.15 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนังสือแบบฝึกหัดรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี
3) ใบงานที่ 5.3.1 เรือ่ ง การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใช้เลขออกซิเดชนั ทเี่ ปลยี่ นแปลง
4) ใบงานท่ี 5.3.2 เรื่อง การดุลสมการรีดอกซ์โดยใชค้ รึ่งปฏกิ ริ ิยา
5) สมุดประจำตัว
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
ใบงานที่ 3
เรื่อง การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใช้เลขออกซเิ ดชันทเ่ี ปลีย่ นแปลง
คำชแ้ี จง : ดลุ สมการรดี อกซ์ที่กำหนดใหโ้ ดยใช้เลขออกซิเดชนั ท่ีเปล่ยี นแปลง
1. SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O
2. I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O
3. Fe2+ + Cr2O72- + H+ → Fe3+ + Cr3+ + H2O
4. KIO3 + KI + H2SO4 → KI3 + K2SO4 + H2O
เฉลยใบงานที่ 3
เรอื่ ง การดลุ สมการรดี อกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันทเี่ ปลยี่ นแปลง
คำชแ้ี จง : ดุลสมการรีดอกซ์ท่ีกำหนดใหโ้ ดยใช้เลขออกซิเดชนั ทีเ่ ปลี่ยนแปลง
1. SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O
เพม่ิ ขน้ึ 2 × 4 = 8
+2 +6 +4 -2
SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O
ลดลง 8 × 1 = 8
↓
4SnCl2 + H2SO4 + HCl → 4SnCl4 + H2S + H2O
↓
4SnCl2 + H2SO4 + 8HCl → 4SnCl4 + H2S + H2O
2. I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O
เพิ่มข้นึ 5 × 2 × 1 = 10
0 0 +5 -1
I2 + I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O
ลดลง 1 × 2 × 5 = 10
↓
I2 + 5I2 + KOH → 2KIO3 + 10KI + H2O
↓
I2 + 5I2 + 12KOH → 2KIO3 + 10KI + 6H2O
↓
6I2 + 12KOH → 2KIO3 + 10KI + 6H2O
3. Fe2+ + Cr2O72- + H+ → Fe3+ + Cr3+ + H2O
เพิ่มขนึ้ 1 × 3 × 2 = 6
+2 +6 +3 +3
Fe2+ + Cr2O72- + H+ → Fe3+ + Cr3+ + H2O
ลดลง 3 × 2 = 6
↓
6Fe2+ + Cr2O72- + H+ → 6Fe3+ + 2Cr3+ + H2O
↓
6Fe2+ + Cr2O72- + 14H+ → 6Fe3+ + 2Cr3+ + 7H2O
4. KIO3 + KI + H2SO4 → KI3 + K2SO4 + H2O
เพ่ิมขึ้น 2 × 3 × 3 × 8 = 48
3
+5 -1 -1 -1
33
KIO3 + KI + H2SO4 → KI3 + KI3 + K2SO4 + H2O
ลดลง 16 × 3 × 3 = 48
3
↓
KIO3 + 8KI + H2SO4 → 13KI3 + 83KI3 + K2SO4 + H2O
↓
KIO3 + 8KI + 3H2SO4 → 13KI3 + 83KI3 + 3K2SO4 + 3H2O
↓
KIO3 + 8KI + 3H2SO4 → 3KI3 + 3K2SO4 + 3H2O
ใบงานที่ 4
เรอื่ ง การดลุ สมการรีดอกซโ์ ดยใชค้ รึง่ ปฏกิ ริ ิยา
คำชีแ้ จง : ดลุ สมการรดี อกซ์ท่กี ำหนดใหโ้ ดยใชค้ รึง่ ปฏิกิริยา
1. H2MoO4 + Cr2+ → Mo + Cr3+ (ใชค้ ร่งึ ปฏิกริ ิยาในกรด)
2. Mn2+ + NaBiO3 → Bi3+ + MnO4- + Na+ (ใช้ครง่ึ ปฏกิ ิรยิ าในกรด)
3. Al + NO2- → NH3 + Al(OH)4- (ใช้คร่ึงปฏกิ ริ ิยาในเบส)
4. Br2 → BrO3- + Br- (ใช้คร่งึ ปฏกิ ิรยิ าในเบส)
เฉลยใบงานที่ 4
เร่ือง การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้คร่งึ ปฏิกิริยา
คำชแ้ี จง : ดุลสมการรดี อกซ์ทีก่ ำหนดใหโ้ ดยใชค้ ร่งึ ปฏิกิริยา
1. H2MoO4 + Cr2+ → Mo + Cr3+ (ใช้ครงึ่ ปฏิกิรยิ าในกรด)
ปฏกิ ิรยิ ารีดักชัน : +6 0
H2MoO4 → Mo
H2MoO4 + 6e- → Mo
H2MoO4 + 6e- → Mo + 4H2O
H2MoO4 + 6e- + 6H+ → Mo + 4H2O ….. (1)
ปฏกิ ิรยิ าออกซเิ ดชัน : +2 +3
Cr2+ → Cr3+
6(Cr2+ → Cr3++ e-)
6Cr2+ → 6Cr3++ 6e- ….. (2)
(1) + (2) H2MoO4 + 6Cr2+ + 6H+ → Mo + 6Cr3+ + 4H2O
2. Mn2+ + NaBiO3 → Bi3+ + MnO4- + Na+ (ใชค้ รึ่งปฏกิ ริ ยิ าในกรด)
ปฏิกริ ิยารีดกั ชัน : +5 +3
NaBiO3 → Bi3+
NaBiO3 + 2e- → Bi3+ + Na+
NaBiO3 + 2e- → Bi3+ + Na+ + 3H2O
5(NaBiO3 + 2e- + 6H+ → Bi3+ + Na+ + 3H2O)
5NaBiO3 + 10e- + 30H+ → 5Bi3+ + 5Na+ + 15H2O ….. (1)
ปฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชนั : +2 +7
Mn2+ → MnO4-
Mn2+ → MnO4- + 5e-
Mn2+ + 4H2O → MnO4- + 5e-
2(Mn2+ + 4H2O → MnO4- + 5e- + 8H+)
2Mn2+ + 8H2O → 2MnO4- + 10e- + 16H+ ….. (2)
(1) + (2) 2Mn2+ + 5NaBiO3 + 14H+ → 5Bi3+ + 2MnO4- + 5Na+ + 7H2O
3. Al + NO2- → NH3 + Al(OH)4- (ใช้คร่งึ ปฏิกิริยาในเบส)
ปฏิกิริยารดี ักชัน : +3 -3
NO2- → NH3
NO2- + 6e- → NH3
NO2- + 6e- → NH3 + 2H2O
NO2- + 6e- + 7H+ → NH3 + 2H2O ….. (1)
ปฏกิ ิริยาออกซเิ ดชนั : 0 +3
Al → Al(OH)4-
Al → Al(OH)4- + 3e-
Al + 4H2O → Al(OH)4- + 3e-
2(Al + 4H2O → Al(OH)4- + 3e- + 4H+)
2Al + 8H2O → 2Al(OH)4- + 6e- + 8H+ ….. (2)
(1) + (2) 2Al + NO2- + 6H2O → NH3 + 2Al(OH)4- + H+
2Al + NO2- + 6H2O + OH- → NH3 + 2Al(OH)4- + H+ + OH-
2Al + NO2- + 6H2O + OH- → NH3 + 2Al(OH)4- + H2O
2Al + NO2- + 5H2O + OH- → NH3 + 2Al(OH)4-
4. Br2 → BrO3- + Br- (ใชค้ รึง่ ปฏกิ ิริยาในเบส)
ปฏิกริ ิยารดี ักชัน : 0 -1
Br2 → Br-
Br2 + e- → Br-
5(Br2 + 2e- → 2Br-)
5Br2 + 10e- → 10Br- ….. (1)
ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชนั : 0 +5
Br2 → BrO3-
Br2 → BrO3- + 5e-
Br2 → 2BrO3- + 10e-
Br2 + 6H2O → 2BrO3- + 10e-
Br2 + 6H2O → 2BrO3- + 10e- + 12H+ ….. (2)
(1) + (2) 6Br2 + 6H2O → 2BrO3- + 10Br- + 12H+
6Br2 + 6H2O + 12OH- → 2BrO3- + 10Br- + 12H+ + 12OH-
6Br2 + 6H2O + 12OH- → 2BrO3- + 10Br- + 12H2O
6Br2 + 12OH- → 2BrO3- + 10Br- + 6H2O
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นโคกโพธไิ์ ชยศกึ ษา
รหัสวิชา ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 เร่อื ง ไฟฟ้าเคมี จำนวน 27 ชั่วโมง
แผนการสอนเรือ่ ง เซลลก์ ัลป์วานิก จำนวน 6 ชั่วโมง
ครผู สู้ อน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวันท่ี...........เดือน............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรียนรู้
1. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมไี ฟฟ้า และเขยี นสมการเคมีของปฏกิ ิริยาทแ่ี อโนดและแคโทด
ปฏิกิริยารวม และแผนภาพเซลล์
2. คำนวณคา่ ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และระบปุ ระเภทของเซลลเ์ คมีไฟฟ้า ข้วั ไฟฟ้า และ
ปฏิกริ ยิ าเคมที ี่เกดิ ข้นึ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการเกิดกระแสไฟฟ้าในเซลล์กัลวานิกและบอกได้ว่าขั้วไฟฟ้าใดเป็นขั้วแอโนดหรือขั้วแคโทด
รวมท้งั บอกหนา้ ที่ของสะพานเกลือได้ (K)
2. อธิบายวิธีการหาค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์ และความหมายของค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน
ของคร่ึงเซลลไ์ ด้ (K)
3. เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และตัวรีดิวซ์ของสารจากค่า E0 ของครึ่งเซลล์ได้
(K)
4. อธิบายการเกิดปฏิกิริยาเมื่อนำครึ่งเซลล์ที่ทราบค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์มาต่อกับคร่ึง
เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานได้ (K)
8. คำนวณหาคา่ ศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลลโ์ ดยใช้คา่ E0 ของคร่ึงเซลล์ได้ (K)
6. เขียนสมการแสดงปฏิกิรยิ าทีเ่ กดิ ข้ึนทข่ี ัว้ แอโนด ขว้ั แคโทด และปฏิกิรยิ ารดี อกซไ์ ด้ (P)
7. เขียนแผนภาพเซลลก์ ลั วานิกได้ (P)
5. ทำการทดลองเพอ่ื ศกึ ษาการถา่ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานิกได้ (P)
10. ใช้เคร่อื งมือและอปุ กรณ์ทางวทิ ยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง (P)
11. ปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนการทดลองได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)
12. ตัง้ ใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม สาระการเรียนรูท้ ้องถิ่น
- เซลล์เคมีไฟฟ้าประกอบด้วยแอโนด แคโทด พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
และสารละลายอิเลก็ โทรไลต์ ซ่ึงอาจเชื่อมต่อกนั
ดว้ ยสะพานเกลือ โดยทีแ่ อโนดเกิดปฏิกริ ยิ า
ออกซิเดชันและแคโทดเกดิ ปฏิกริ ยิ ารีดกั ชัน
ทาํ ให้อเิ ล็กตรอนเคลอ่ื นท่ีจากแอโนดไปแคโทด
เซลล์เคมไี ฟฟ้าสามารถเขียนแสดงไดด้ ้วย
แผนภาพเซลล์
- ค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์คาํ นวณไดจ้ าก
คา่ ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์
ถา้ คา่ ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลลเ์ ป็นบวก แสดงวา่
ปฏิกิริยารีดอกซ์เกดิ ขนึ้ ได้เอง ซึ่งทําใหเ้ กดิ
กระแสไฟฟ้าเรยี กเซลล์ชนิดน้วี า่ เซลลก์ ลั วานกิ
แตถ่ ้าค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เป็นลบ แสดงว่า
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ไมส่ ามารถเกิดได้เอง ตอ้ งมกี าร
ใหก้ ระแสไฟฟ้าจงึ จะเกิดปฏิกิริยาได้เซลลช์ นิดน้ี
เรียกวา่ เซลล์อเิ ล็กโทรลิตกิ
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
เซลล์กัลวานิก หรอื เซลลโ์ วลตาอกิ เป็นเซลล์ไฟฟา้ เคมที เ่ี ปล่ียนพลงั งานเคมีเป็นพลังงานไฟฟา้
เกดิ จากสารเคมที ำปฏิกิริยากันในเซลล์ แลว้ เกดิ กระแสไฟฟา้ กระแสตรงมากขนึ้ โดยทวั่ ไปเซลล์กัลวานกิ จะ
ประกอบดว้ ยครึ่งเซลล์ 2 ครง่ึ เซลลม์ าต่อกนั และเชื่อมใหค้ รบวงจรด้วยสะพานเกลือท่ตี ่อไวใ้ นสารละลาย
ในแตล่ ะครึ่งเซลล์
คา่ ศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของคร่ึงเซลล์ (E0) เป็นค่าท่แี สดงความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของธาตุ
หรือไอออน เม่ือเปรยี บเทยี บกับกบั ครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานท่มี ีคา่ E0 เปน็ ศนู ย์ ค่า E0 ทม่ี เี ครือ่ งหมาย
เปน็ บวก แสดงวา่ ธาตุหรอื ไอออนในคร่ึงเซลล์น้ันมีความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนสูงกว่า H+ ในครึง่
เซลลไ์ ฮโดรเจนมาตรฐาน ถา้ ค่า E0 มเี ครื่องหมายเปน็ ลบ แสดงวา่ ธาตุหรือไอออนในครึ่งเซลลน์ ัน้ มี
ความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนต่ำกว่า H+ ในครง่ึ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวนิ ัย รับผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
1) ทกั ษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
4) ทกั ษะการวเิ คราะห์
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
7) ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ชวั่ โมงท่ี 1
ขั้นนำ
ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5
เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 ไฟฟา้ เคมี ว่า “ถา่ นไฟฉายกับแบตเตอร่ีมหี ลกั การทำงาน
อยา่ งไร” แลว้ ให้นกั เรียนร่วมกนั ตอบคำถาม จากนั้นครูและนักเรยี นรว่ มกันอภิปราย
(แนวตอบ : ถา่ นไฟฉายและแบตเตอรเี่ ป็นอปุ กรณ์ท่เี ปลย่ี นพลงั งานเคมไี ปเป็นพลงั งานไฟฟา้
โดยอาศัยการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมีของสารเคมีทบ่ี รรจุอยภู่ ายใน ทำให้เกิดการเคลื่อนท่ีของ
อเิ ลก็ ตรอน ซึ่งสง่ ผลให้เกิดกระแสไฟฟ้า)
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับชนิดของแหลง่ พลงั งานและปฏิกริ ยิ าทเี่ กดิ ข้ึนใน
อปุ กรณ์และเครอ่ื งใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และรถยนต์ เปรยี บเทยี บกบั ปฏกิ ิรยิ าและแหล่ง
พลังงานท่ีใชใ้ นการทดลองแยกนำ้ การชุบโลหะ เพ่ือนำไปสู่การศึกษาเรื่องเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี ซ่ึง
จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เซลล์กัลวานกิ และเซลลอ์ ิเลก็ โทรไลตกิ
3. ครยู กตวั อยา่ งปฏกิ ิริยารีดอกซใ์ นชีวิตประจำวนั จากน้ันนำเข้าส่ปู ฏกิ ิรยิ ารีดอกซใ์ นเซลล์
เคมีไฟฟ้า
ข้นั สอน
ข้นั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนศึกษาข้อมูลเกย่ี วกบั องคป์ ระกอบของเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี จากหนงั สือเรยี น
รายวิชาเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี จากน้ันนักเรยี น
รว่ มกันอภปิ รายและลงข้อสรุปเก่ยี วกับองค์ประกอบของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี หน้าท่ขี องสะพาน
เกลอื ความหมายของคร่งึ เซลล์
2. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 5 คน เพ่อื ทำการทดลอง เรอ่ื ง การถา่ ยโอนอิเล็กตรอนในเซลล์
กัลวานกิ จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5
ไฟฟ้าเคมี
3. ครใู ชร้ ูปแบบการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื เทคนิค LT มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยกำหนดให้
สมาชกิ แตล่ ะคนภายในกลุ่มมีบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดังน้ี
• สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหนา้ ทเี่ ตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ท่ีใช้ในการทดลอง เรือ่ ง การถ่ายโอน
อเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ลั วานกิ
• สมาชกิ คนที่ 2 : ทำหนา้ ที่อ่านวิธีการทดลอง ทำความเข้าใจ และอธิบายใหส้ มาชกิ ใน
กลมุ่ ฟัง
• สมาชกิ คนท่ี 3 : ทำหน้าทบี่ ันทึกผลการทดลอง
• สมาชิกคนที่ 4 และ 5 : ทำหน้าทีน่ ำเสนอผลการทดลอง
4. สมาชกิ ทุกคนในกลุ่มช่วยกันลงมือทำการทดลอง
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)
5. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทน (สมาชิกคนท่ี 4 และ 5 ของกลมุ่ ) ออกมานำเสนอผลการทดลอง
หลงั จากน้ันให้นักเรยี นทกุ คนรว่ มกนั อภปิ รายผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจที่ตรงกัน
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบประเมินปฏบิ ัติการ)
6. นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภปิ รายผลการทดลอง ซ่ึงได้ข้อสรุปวา่ “เมอ่ื นำ 2 ครึ่งเซลลต์ ่างชนดิ
กันมาต่อด้วยสะพานเกลือ แลว้ ต่อเขา้ กับโวลตม์ ิเตอร์ พบวา่ เขม็ ของโวลต์มิเตอร์เบนไปจากขดี
ศูนย์ แสดงวา่ มกี ารถา่ ยโอนอิเล็กตรอนจากขว้ั โลหะหนึ่งไปยังอีกข้ัวโลหะหนงึ่ ซึ่งมีศกั ย์ไฟฟา้ ไม่
เท่ากนั และเมื่อนำหลอดไฟมาตอ่ เขา้ กบั วงจร พบว่า หลอดไฟจะสวา่ ง แสดงว่า มีกระแสไฟฟ้า
ไหลในวงจร และเรยี กเซลล์ไฟฟ้าเคมีลกั ษณะน้วี า่ เซลลก์ ัลวานกิ ”
ชั่วโมงที่ 2
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
7. นักเรียนจบั ค่กู บั เพ่ือน โดยแต่ละคู่ศึกษาเก่ยี วกับวธิ เี ขียนแผนภาพเซลล์กลั วานกิ ท่แี สดง
ปฏกิ ิรยิ าทเี่ กดิ ขนึ้ ในเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี และรว่ มกนั ฝึกการคำนวณตัวอยา่ งท่ี 5.17 ในหนังสือ
เรียนรายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
8. ครสู มุ่ นักเรยี น 1 คู่ ออกมาแสดงวธิ กี ารคำนวณตวั อยา่ งแตล่ ะข้อหนา้ ช้นั เรียน จากนนั้
ตรวจสอบความถูกต้อง และอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในกรณีท่นี ักเรยี นมคี วามเข้าใจทคี่ ลาดเคลอ่ื น
จนนกั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจที่ตรงกนั
9. ครยู กตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี แล้วให้นักเรยี นฝกึ เขียนสมการเคมีทแี่ สดงปฏิกิรยิ า
ที่แอโนด แคโทด ปฏิกิรยิ ารวม และแผนภาพเซลลท์ ี่แสดงปฏิกิรยิ าที่เกดิ ขึ้น จากนนั้ ตรวจสอบ
ความถกู ต้อง และอธิบายเพิม่ เตมิ ในกรณีทน่ี ักเรยี นมีความเขา้ ใจทีค่ ลาดเคลอื่ น จนนักเรียนเกดิ
ความเข้าใจที่ตรงกนั
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้เกย่ี วกบั องคป์ ระกอบของเซลล์ไฟฟา้ เคมี การเขียนสมการ
เคมีแสดงปฏกิ ิริยาท่ีแอโนดและแคโทด ปฏิกริ ิยารวม และแผนภาพเซลล์
ช่ัวโมงที่ 3
ขัน้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
11. ครูวาดรูปเซลล์เคมีไฟฟ้าของ Zn (s)| Zn2+ (aq, 1 M) ∥ Cu2+ (aq, 1 M)| Cu (s)
บนกระดาน พร้อมกบั อภิปรายรว่ มกันเกย่ี วกับคา่ ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ ทิศทางการเคลื่อนทข่ี อง
อเิ ล็กตรอนครึ่งปฏิกริ ยิ าทเี่ กิดข้นึ ในข้วั แอโนด แคโทด ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
12. ครอู ธิบายวา่ “คา่ ท่วี ัดจากโวลต์มเิ ตอร์เปน็ คา่ ศักย์ไฟฟา้ ของเซลล์ จากน้นั ถามนักเรยี นว่าแล้ว
นักวิทยาศาสตรจ์ ะมีวิธีการหาค่าศักย์ไฟฟ้าครึง่ เซลล์ของ Zn (s)| Zn2+ (aq, 1 M) ∥ Cu2+
(aq, 1 M)| Cu (s) ไดอ้ ย่างไร” เพอ่ื นำเขา้ ส่เู ร่อื งและศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครึ่งเซลล์
13. นกั เรยี นจับคกู่ บั เพ่ือน เพื่อศึกษาเก่ยี วกบั คา่ ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของคร่ึงเซลล์ และการนำคา่
ศักยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของครงึ่ เซลลร์ ดี ักชันไปใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั
ออกซิไดส์และตวั รดี ิวซข์ องสาร จากนัน้ รว่ มกันฝกึ การคำนวณจากตวั อย่างที่ 5.18-5.21
จากหนงั สือเรียนรายวชิ าเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ไฟฟ้าเคมี
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )
14. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกับศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ วธิ วี ดั ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ และการ
คำนวณหาค่าศกั ย์ไฟฟา้ ของคร่ึงเซลลเ์ ม่ือนำไปเปรียบเทยี บกบั ครง่ึ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน
ซง่ึ ได้ข้อสรุป ดงั น้ี
• ครึ่งเซลลท์ ่รี บั อเิ ลก็ ตรอนมีศักย์ไฟฟา้ สงู กว่าครงึ่ เซลล์ท่ีให้อเิ ลก็ ตรอน ดงั นัน้ ศกั ย์ไฟฟา้
ทขี่ ั้วแคโทดจงึ สูงกวา่ ศกั ย์ไฟฟ้าทข่ี ั้วแอโนด
• ค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์เป็นผลต่างระหว่างศักย์ไฟฟ้าของครง่ึ เซลล์ท่ีมศี ักย์สูง
กับศักย์ไฟฟ้าของคร่งึ เซลล์ท่ีมีศักย์ตำ่ เขยี นแสดงได้ ดงั น้ี
Ec0ell = Ec0athode - Ea0node
• ถา้ วดั ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลลใ์ ด ๆ ได้เทา่ กบั ศูนย์ แสดงว่า คร่ึงเซลล์ท้งั สองมี
ศักย์ไฟฟ้าเท่ากนั
15. นักเรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกับความหมายของค่าศักยไ์ ฟฟา้ มาตรฐานของครึ่งเซลล์
(E0) ซง่ึ ไดข้ ้อสรปุ ดังน้ี
• ค่าศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครึ่งเซลล์ (E0) เปน็ ค่าท่ีแสดงความสามารถในการรบั
อิเล็กตรอนของธาตุหรอื ไอออน เม่อื เปรียบเทยี บกบั กับครึง่ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานท่ีมี
คา่ E0 เปน็ ศนู ย์ คา่ E0 ทมี่ ีเครื่องหมายเปน็ บวก แสดงวา่ ธาตุหรอื ไอออนในคร่งึ เซลล์
นั้นมีความสามารถในการรับอิเล็กตรอนสูงกวา่ H+ ในครง่ึ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน
ถา้ คา่ E0 มีเครื่องหมายเป็นลบ แสดงวา่ ธาตุหรือไอออนในครง่ึ เซลล์น้ันมคี วามสามารถ
ในการรบั อเิ ล็กตรอนต่ำกว่า H+ ในครง่ึ เซลลไ์ ฮโดรเจนมาตรฐาน
• จากตารางค่าศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของคร่ึงเซลล์รีดกั ชัน พบว่า ธาตหุ รอื ไอออนใน
ปฏิกิริยาคร่ึงเซลล์ท่ีอยเู่ หนือกว่าสามารถรับอิเล็กตรอนได้ดีกวา่ ธาตหุ รือไอออนใน
ปฏิกริ ิยาครงึ่ เซลล์ที่อยู่ถัดลงมา แสดงว่า F2 เป็นตวั ออกซิไดส์ที่ดีที่สุด ส่วนธาตหุ รือ
ไอออนในปฏกิ ริ ยิ าครง่ึ เซลลท์ ี่อย่ตู ่ำกวา่ จะให้อิเลก็ ตรอนได้ง่ายกว่าธาตุหรือไอออนท่อี ยู่
เหนอื ขนึ้ ไป แสดงว่า Li เปน็ ตัวรีดิวซท์ ่ีดีทส่ี ุด
16. นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกบั การนำค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์รีดักชนั
(Er0) ไปใช้เปรยี บเทยี บความสามารถในการเป็นตวั ออกซิไดสแ์ ละตวั รีดวิ ซ์ของสาร ซึ่งได้ขอ้
สรุปวา่ “สารท่มี คี ่า 0 มากกว่า แสดงวา่ เปน็ ตัวออกซไิ ดสท์ ี่ดีกวา่ และเมื่ออยู่ในรปู ของตัว
รีดวิ ซ์ ความสามารถในการเป็นตวั รดี ิวซจ์ ะนอ้ ยกวา่ ”
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ช่วั โมงท่ี 4
ขัน้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
17. ครตู งั้ ประเดน็ คำถามวา่ “นอกจากค่า E0 จะนำไปใช้เปรียบเทยี บความสามารถในการเป็นตัว
ออกซิไดส์และตัวรดี วิ ซ์ของสารไดแ้ ลว้ ค่า E0 ยังสามารถนำไปใช้ประโยชนอ์ ะไรได้อีกบา้ ง”
(แนวตอบ : สามารถนำคา่ E0 ไปใชใ้ นการคำนวณคา่ ศกั ย์ไฟฟา้ ของเซลล์)
18. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั ทำนายว่า “ถา้ ต่อเซลล์เคมีไฟฟา้ ของ Zn (s) Zn2+ (aq,1 M)
Ag1+ (aq, 1 M) Ag (s) จะได้ค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลลเ์ ท่าใด”
19. นกั เรยี นจับคกู่ ับเพ่ือน (คูเ่ ดิม) จากช่ัวโมงท่ผี ่านมา แล้วร่วมกันฝึกการคำนวณค่าศกั ย์ไฟฟ้าของ
เซลลจ์ ากตวั อยา่ งที่ 5.22-5.26 ในหนงั สือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 ไฟฟา้ เคมี
20. ครูสมุ่ นักเรียน 5 คู่ ออกมาแสดงวธิ ีการคำนวณตัวอย่างแต่ละข้อหน้าชน้ั เรียน
จากน้นั ตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพมิ่ เติมในกรณีที่นักเรยี นมีความเข้าใจท่ี
คลาดเคลอ่ื น จนนักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกัน
ช่วั โมงที่ 5
ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
21. ครูใหค้ วามร้กู ับนักเรียนวา่ “เซลล์ไฟฟา้ เคมีทมี่ ีค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เป็นบวก แสดงว่า
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซเ์ กิดข้นึ ไดเ้ อง ซ่ึงทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้ เรยี กเซลลไ์ ฟฟา้ เคมีชนิดนว้ี า่
เซลล์กัลวานิก แตถ่ า้ เซลล์ไฟฟ้าเคมที ม่ี ีค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เป็นลบ แสดงวา่ ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์
ไม่สามารถเกิดขน้ึ ไดเ้ อง”
22. นักเรียนจับคกู่ ับเพื่อน (คเู่ ดิม) จากชว่ั โมงท่ีผา่ นมา แล้วรว่ มกันฝกึ ทำโจทย์การทำนายทิศทาง
ของปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ จากตัวอยา่ งท่ี 5.27-5.32 ในหนังสือเรยี นรายวิชาเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์
เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี
23. ครใู ห้ความรู้กับนกั เรียนเก่ียวกับเซลลค์ วามเข้มข้น จากน้นั ให้นกั เรียนแตล่ ะคู่ แล้วรว่ มกันฝึก
คำนวณความตา่ งศักยข์ องเซลล์ความเขม้ ขน้ จากตวั อยา่ งท่ี 5.33-5.34 ในหนงั สือเรยี นรายวิชา
เพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 ไฟฟา้ เคมี
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
24. ครูสุ่มนักเรียนอกี 8 คู่ ออกมาแสดงวธิ กี ารคำนวณตวั อยา่ งแตล่ ะข้อหนา้ ช้นั เรียน จากนัน้
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และอธิบายเพ่มิ เติมในกรณีทนี่ กั เรยี นมีความเข้าใจทค่ี ลาดเคล่อื น
จนนกั เรยี นเกิดความเข้าใจทีต่ รงกัน
25. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกับการนำคา่ E0 มาใช้ประโยชน์ ซ่งึ ได้ข้อสรปุ ดงั น้ี
• ค่า E0 สามารถนำมาคำนวณหาค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ได้ ดงั น้ี
Ec0ell = Ec0athode - Ea0node
โดยค่าทไี่ ดจ้ ะมีคา่ เปน็ บวกเสมอ เพราะเป็นเซลลท์ ี่ให้กระแสไฟฟ้า
• คา่ E0 ของเซลล์ หรือ E0 ของปฏกิ ิริยาทีค่ ำนวณได้ สามารถนำมาใชท้ ำนายได้ว่า
ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ เกดิ ขึ้นได้หรือไม่ และทิศทางของปฏิกริ ยิ าดำเนนิ ไปในทศิ ทางใด ถา้ ค่า
E0 ของปฏิกริ ยิ ามีค่าเปน็ บวก แสดงว่า ปฏกิ ิริยาเกดิ ข้นึ ได้จริงตามสมการ ซง่ึ ทำใหเ้ กิด
กระแสไฟฟา้ ได้ เรียกเซลลช์ นดิ น้วี ่า เซลล์กลั วานิก แต่ถา้ ค่า E0 ของปฏกิ ิรยิ ามีค่าเป็น
ลบ แสดงวา่ ปฏกิ ิรยิ าไมส่ ามารถเกิดขน้ึ ได้เอง ต้องให้กระแสไฟฟา้ จึงจะเกิดปฏกิ ิริยาได้
เรียกเซลลช์ นดิ นี้วา่ เซลล์อิเลก็ โทรลิตกิ
ช่ัวโมงท่ี 6
ข้ันท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
26. ครถู ามคำถาม BIG QUESTION จากหนงั สือเรยี นรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมีอกี คร้งั ดงั นี้
• เซลลไ์ ฟฟ้าเคมปี ระกอบด้วยอะไรบ้าง และแต่ละองค์ประกอบมหี น้าทอี่ ย่างไร
(แนวตอบ : เซลลไ์ ฟฟา้ เคมีประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 สว่ น ดงั นี้
• ข้ัวไฟฟ้า โดยในเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี 1 เซลล์ จะประกอบดว้ ยขั้วไฟฟ้า 2 ข้ัว คือ ขั้วแอโนด
ซึง่ เป็นขวั้ ทเ่ี กิดปฏกิ ิริยาออกซิเดชนั (จ่ายอิเล็กตรอน) และข้ัวแคโทด ซึ่งเปน็ ขั้วที่
เกิดปฏิกริ ยิ ารีดกั ชัน (รบั อิเล็กตรอน)
• สารอิเลก็ โทรไลต์ เป็นสารที่สามารถแตกตัวเปน็ ไอออนได้ดี เคลอื่ นทแี่ ละนำไฟฟ้าได้
• สะพานเกลือ เปน็ ตวั เชื่อมใหเ้ ซลลไ์ ฟฟ้าเคมีครบวงจร)
27. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสัยในเนอ้ื หา เรื่อง เซลลก์ ลั วานิก ว่ามีส่วนไหนทยี่ ังไม่
เขา้ ใจ และให้ความร้เู พม่ิ เติมในสว่ นน้ัน เพ่ือจะใชเ้ ป็นความรเู้ บอื้ งตน้ สำหรบั การเรียนในเนื้อหา
ตอ่ ๆ ไป
28. นกั เรยี นทำใบงานที่ 5.4.1 เรอ่ื ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิก
29. นกั เรียนทำใบงานท่ี 5.4.2 เร่ือง ศักย์ไฟฟ้าของเซลลก์ ัลวานิก
30. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนังสือแบบฝกึ หดั รายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 ไฟฟา้ เคมี
31. นักเรยี นทำ Topic Question จากหนังสอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 ไฟฟ้าเคมี ลงในสมดุ ประจำตวั
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ขัน้ สรุป
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน
รายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุม่
2. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 5.4.1 เร่อื ง การเขยี นแผนภาพเซลลก์ ลั วานิก
3. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 5.4.2 เรือ่ ง ศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์กลั วานิก
4. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหดั
5. ครูตรวจสอบผลจากการทำ Topic Question
6. ครวู ดั และประเมินผลจากนำเสนอผลการทดลอง เร่ือง การถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 ประเมนิ ระหว่าง - ใบงานที่ 5.4.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ใบงานที่ 5.4.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- สมุดประจำตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรียนรู้ - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
1) เซลลก์ ัลวานกิ - ตรวจใบงานที่ 5.4.1 การปฎิบตั ิการ
- ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจใบงานท่ี 5.4.2 - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบุคคล
- ตรวจแบบฝึกหัด
- ตรวจสมุดประจำตวั
2) การทดลอง เร่ือง - ประเมินการปฎบิ ัติการ
การถา่ ยโอน
อิเล็กตรอนใน
เซลล์กัลวานิก
3) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม
การทำงานรายบุคคล
รายการวดั วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
การทำงาน
รายบุคคล
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
5) คณุ ลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ - สงั เกตความมีวินัย - แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
รบั ผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ คุณลกั ษณะ
และม่งุ มั่นในการทำงาน อนั พึงประสงค์
8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
8.16 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ไฟฟ้าเคมี
2) หนังสือแบบฝึกหดั รายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 2 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 ไฟฟา้ เคมี
3) ใบงานท่ี 5.4.1 เร่อื ง การเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ
4) ใบงานท่ี 5.4.2 เร่ือง ศกั ย์ไฟฟ้าของเซลลก์ ัลวานกิ
5) วสั ดุ-อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการทดลอง เรื่อง การถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลลก์ ัลวานกิ
6) สมุดประจำตวั
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งเรียน
ใบงานที่ 5
เรอ่ื ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิก
คำช้แี จง : ตอบคำถามเกี่ยวกบั การเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ
1. เขียนแผนภาพเซลลก์ ลั วานกิ จากสมการแสดงปฏิกิริยารดี อกซ์ทกี่ ำหนดให้
1) Ni (s) + Ag+ (aq) → Ni2+ (aq) + Ag (s)
2) Mg (s) + 2Fe3+ (aq) → Mg2+ (aq) + 2Fe2+ (aq)
3) Sn2+ (aq) + 2Cr3+ (aq) → Sn4+ (aq) + 2Cr2+ (aq)
4) Fe2+ (aq) + MnO4- (aq) → Fe3+ (aq) + Mn2+ (aq)
5) Zn (s) + H+ (aq) → Zn2+ (aq) + H2 (g)
2. เขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซจ์ ากแผนภาพเซลล์กลั ปว์ านิกทก่ี ำหนดให้
1) Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s)
2) Cr (s) | Cr3+ (aq) ∥ Fe2+ (aq) | Fe (s)
3) Pt (s) | Cu+ (aq), Cu2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
4) Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)
5) Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
ใบงานท่ี 5
เรือ่ ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิก
คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเกี่ยวกับการเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ
1. เขยี นแผนภาพเซลลก์ ลั วานกิ จากสมการแสดงปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ทก่ี ำหนดให้
1) Ni (s) + Ag+ (aq) → Ni2+ (aq) + Ag (s)
Ni (s) | Ni2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
2) Mg (s) + 2Fe3+ (aq) → Mg2+ (aq) + 2Fe2+ (aq)
Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Fe3+ (aq), Fe2+ (aq) | Pt (s)
3) Sn2+ (aq) + 2Cr3+ (aq) → Sn4+ (aq) + 2Cr2+ (aq)
Pt (s) | Sn2+ (aq), Sn4+ (aq) ∥ Cr3+ (aq), Cr2+ (aq) | Pt (s)
4) Fe2+ (aq) + MnO4- (aq) → Fe3+ (aq) + Mn2+ (aq)
Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ MnO4- (aq), Mn2+ (aq) | Pt (s)
5) Zn (s) + H+ (aq) → Zn2+ (aq) + H2 (g)
Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)
2. เขยี นสมการแสดงปฏิกิริยารีดอกซ์จากแผนภาพเซลลก์ ลั ป์วานกิ ทก่ี ำหนดให้
1) Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s)
Zn (s) + Pb2+ (aq) → Zn2+ (aq) + Pb (s)
2) Cr (s) | Cr3+ (aq) ∥ Fe2+ (aq) | Fe (s)
2Cr (s) + 3Fe2+ (aq) → 2Cr3+ (aq) + 3Fe (s)
3) Pt (s) | Cu+ (aq), Cu2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
Cu+ (aq) + Ag+ (aq) → Cu2+ (aq) + Ag (s)
4) Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)
Mg (s) + 2H+ (aq) → Mg2+ (aq) + H2 (g)
5) Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
Fe2+ (aq) + Ag+ (aq) → Fe3+ (aq) + Ag (s)
ใบงานท่ี 6
เรอื่ ง ศักยไ์ ฟฟ้าของเซลล์กลั วานิก
คำชแี้ จง : ตอบคำถามเกี่ยวกับศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์กลั วานกิ
1. เรยี งลำดับความสามารถในการรบั และเสียอเิ ลก็ ตรอนของตัวออกซไิ ดสแ์ ละตัวรดี วิ ซ์จากน้อยไปมาก
1) กำหนดคา่ E0 ของคร่งึ เซลลร์ ีดกั ชนั ให้ ดงั น้ี
Ag+ + e- → Ag E0 = +0.80 V
Fe2+ + 2e- → Fe E0 = -0.44 V
Au3+ + 3e- → Au E0 = +1.50 V
Mn2+ + 2e- → Mn E0 = -1.18 V
ความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของตัวออกซไิ ดส์
ความสามารถในการเสยี อเิ ลก็ ตรอนของตัวรีดวิ ซ์
2) กำหนดแผนภาพเซลล์กลัวานกิ ให้ ดังน้ี
W (s) | W2+ (aq) ∥ X2+ (aq) | X (s)
X (s) | X2+ (aq) ∥ Z2+ (aq) | Z (s)
Y (s) | Y2+ (aq) ∥ W2+ (aq) | W (s)
ความสามารถในการรับอิเล็กตรอนของตวั ออกซไิ ดส์
ความสามารถในการเสียอิเล็กตรอนของตัวรดี ิวซ์
3) กำหนดปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ให้ ดังน้ี
2B- + C2 → B2 + 2C-
B2 + 2D- → 2B- + D2
2A- + 2D2 → 2D- + A2
ความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของตัวออกซไิ ดส์
ความสามารถในการเสยี อิเล็กตรอนของตัวรีดวิ ซ์
4) แผ่นโลหะ Pt ทเี่ คลือบผิวดว้ ยโลหะ Ni เป็นช้นั บาง ๆ เม่อื นำไปจุม่ ในสารละลาย HNO3 โลหะ Ni จะ
ละลายออกหมด เหลือแตแ่ ผ่นโลหะ Pt
ความสามารถในการรบั อเิ ล็กตรอนของตัวออกซไิ ดส์
ความสามารถในการเสียอิเล็กตรอนของตวั รีดวิ ซ์
5) ในการศึกษาเรื่องเซลล์ไฟฟา้ เคมี เมื่อนำโลหะ Al มาพันกบั Sn ปรากฏวา่ โลหะ Al เกดิ การผกุ ร่อน
ความสามารถในการรบั อเิ ลก็ ตรอนของตวั ออกซิไดส์
ความสามารถในการเสยี อิเล็กตรอนของตัวรีดิวซ์
2. ใชต้ ารางคา่ ความต่างศักยข์ องเซลลไ์ ฟฟา้ เคมที ่กี ำหนดให้ ตอบคำถามข้อ 1) – 5)
เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี ความต่างศักย์ท่ี 25◦C (V)
-0.13
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Pb2+ (1 M) | Pb (s) -0.40
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Cd2+ (1 M) | Cd (s) -1.18
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mn2+ (1 M) | Mn (s) -2.37
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mg2+ (1 M) | Mg (s)
1) เม่อื ต่อเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ดังน้ี Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศักย์ของเซลล์จะมีค่า
เทา่ ใด
2) เมอ่ื ต่อเซลล์ไฟฟา้ เคมี ดงั นี้ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความต่างศกั ย์ของเซลล์จะมี
คา่ เทา่ ใด
3) เมือ่ ต่อเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ดังน้ี Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศกั ย์ของเซลลจ์ ะมี
ค่าเทา่ ใด
4) เมอื่ ต่อเซลล์ไฟฟ้าเคมี ดงั น้ี Cd (s) | Cd2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความตา่ งศักย์ของเซลล์จะมีค่า
เทา่ ใด
5) เมื่อต่อเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี ดงั น้ี Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Mn2+ (aq) | Mn (s) ความต่างศักย์ของเซลลจ์ ะมี
คา่ เท่าใด
ใบงานที่ 6
เรื่อง ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์กลั วานิก
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเก่ียวกบั ศกั ย์ไฟฟา้ ของเซลล์กัลวานิก
1. เรียงลำดบั ความสามารถในการรบั และเสียอเิ ลก็ ตรอนของตัวออกซิไดสแ์ ละตัวรดี วิ ซจ์ ากน้อยไปมาก
1) กำหนดคา่ E0 ของคร่ึงเซลลร์ ีดกั ชันให้ ดงั น้ี
Ag+ + e- → Ag E0 = +0.80 V
Fe2+ + 2e- → Fe E0 = -0.44 V
Au3+ + 3e- → Au E0 = +1.50 V
Mn2+ + 2e- → Mn E0 = -1.18 V
ความสามารถในการรับอเิ ล็กตรอนของตัวออกซิไดส์ Mn2+ < Fe2+ < Ag+ < Au3+
ความสามารถในการเสียอิเล็กตรอนของตัวรีดิวซ์ Au < Ag < Fe < Mn
2) กำหนดแผนภาพเซลล์กลัวานกิ ให้ ดังน้ี
W (s) | W2+ (aq) ∥ X2+ (aq) | X (s)
X (s) | X2+ (aq) ∥ Z2+ (aq) | Z (s)
Y (s) | Y2+ (aq) ∥ W2+ (aq) | W (s)
ความสามารถในการรับอเิ ล็กตรอนของตัวออกซไิ ดส์ Y2+ < W2+ < X2+ < Z2+
ความสามารถในการเสยี อิเลก็ ตรอนของตวั รดี ิวซ์ Z < X < W < Y
3) กำหนดปฏกิ ิริยารีดอกซ์ให้ ดังนี้
2B- + C2 → B2 + 2C-
B2 + 2D- → 2B- + D2
2A- + 2D2 → 2D- + A2
ความสามารถในการรบั อเิ ลก็ ตรอนของตวั ออกซไิ ดส์ C2 < B2 < D2 < A2
ความสามารถในการเสยี อเิ ล็กตรอนของตวั รดี วิ ซ์ A- < D- < B- < C-
4) แผน่ โลหะ Pt ท่ีเคลือบผวิ ด้วยโลหะ Ni เป็นชัน้ บาง ๆ เมอ่ื นำไปจมุ่ ในสารละลาย HNO3 โลหะ Ni จะ
ละลายออกหมด เหลือแตแ่ ผ่นโลหะ Pt
ความสามารถในการรับอิเลก็ ตรอนของตัวออกซไิ ดส์ Ni2+ < H+ < Pt
ความสามารถในการเสียอิเล็กตรอนของตวั รดี วิ ซ์ Pt < H2 < Ni
5) ในการศึกษาเร่ืองเซลล์ไฟฟา้ เคมี เม่ือนำโลหะ Al มาพนั กับ Sn ปรากฏวา่ โลหะ Al เกดิ การผกุ ร่อน
ความสามารถในการรับอิเล็กตรอนของตัวออกซิไดส์ Al3+ < Sn2+
ความสามารถในการเสยี อิเล็กตรอนของตวั รดี วิ ซ์ Sn < Al
2. ใช้ตารางคา่ ความตา่ งศักยข์ องเซลลไ์ ฟฟา้ เคมีทก่ี ำหนดให้ ตอบคำถามข้อ 1) – 5)
เซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ความตา่ งศกั ย์ที่ 25◦C (V)
-0.13
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Pb2+ (1 M) | Pb (s) -0.40
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Cd2+ (1 M) | Cd (s) -1.18
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mn2+ (1 M) | Mn (s) -2.37
Pt | H2 (1 atm) | H+ (1 M) ∥ Mg2+ (1 M) | Mg (s)
1) เม่ือต่อเซลล์ไฟฟ้าเคมี ดงั น้ี Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความต่างศักย์ของเซลลจ์ ะมคี ่า
เท่าใด
ความต่างศักย์ของเซลล์ = -0.40 – (-2.37)
= 1.97 V
ดงั นั้น ความต่างศกั ย์ของเซลล์ Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) มีคา่ เทา่ กับ 1.97 โวลต์
2) เม่ือต่อเซลล์ไฟฟ้าเคมี ดังน้ี Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความต่างศกั ย์ของเซลลจ์ ะมี
ค่าเท่าใด
ความตา่ งศักย์ของเซลล์ = -0.13 – (-1.18)
= 1.05 V
ดงั น้นั ความตา่ งศักย์ของเซลล์ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) มีคา่ เท่ากับ 1.05 โวลต์
3) เมอ่ื ต่อเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ดงั น้ี Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) ความตา่ งศกั ย์ของเซลลจ์ ะมี
คา่ เท่าใด
ความตา่ งศักย์ของเซลล์ = -0.40 – (-1.18)
= 0.78 V
ดงั นน้ั ความต่างศกั ย์ของเซลล์ Mn (s) | Mn2+ (aq) ∥ Cd2+ (aq) | Cd (s) มีค่าเท่ากับ 0.78 โวลต์
4) เมือ่ ต่อเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ดงั นี้ Cd (s) | Cd2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) ความตา่ งศักย์ของเซลลจ์ ะมคี า่
เท่าใด
ความตา่ งศักย์ของเซลล์ = -0.13 – (-0.40)
= 0.27 V
ดงั นน้ั ความตา่ งศกั ย์ของเซลล์ Cd (s) | Cd2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s) มคี า่ เท่ากบั 0.27 โวลต์
5) เมื่อต่อเซลล์ไฟฟา้ เคมี ดงั น้ี Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Mn2+ (aq) | Mn (s) ความต่างศักย์ของเซลลจ์ ะมี
คา่ เท่าใด
ความตา่ งศักยข์ องเซลล์ = -1.18 – (-2.37)
= 1.19 V
ดังนน้ั ความตา่ งศักย์ของเซลล์ Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ Mn2+ (aq) | Mn (s) มีค่าเท่ากับ 1.19 โวลต์
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 17
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโคกโพธไ์ิ ชยศึกษา
รหสั วิชา ว32224 รายวชิ า เคมี 4 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ไฟฟ้าเคมี จำนวน 27 ชั่วโมง
แผนการสอนเรอ่ื ง ประเภทของเซลล์กัลวานิก จำนวน 4 ชั่วโมง
ครูผสู้ อน นางสาวพิมทิพย์ สายแสน สอนวนั ท.่ี ..........เดอื น............... พ.ศ. 2563
1. ผลการเรียนรู้
อธบิ ายหลกั การทำงาน และเขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าของเซลลป์ ฐมภูมิและเซลลท์ ุตยิ ภมู ิ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้