คำนำโรงเรียนบ้านห้วยบง ได้เข้าร่วม “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ในปีการศึกษา 2568 ได้ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ระดับปฐมวัยจำนวน 20 กิจกรรมการทดลอง เป็นกิจกรรมที่เด็กสามารถทำการทดลองได้ด้วยตนเอง เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกตด้วยประสาทสัมผัส รู้จักใช้คำถามต่างๆ ที่เด็กสงสัย รู้จักการเปรียบเทียบ การคาดคะเนผลการทดลอง ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเพื่อนในห้องเรียนและเพื่อนต่างห้องเรียน อีกทั้งเด็กๆจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว และสิ่งสำคัญสามารถนำความรู้จากประสบการณ์เดิม นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เด็กๆมีความสุขและสนุกสนานกับการเรียนวิทยาศาสตร์ เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ขอขอบคุณคณะกรรมการโครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย” ที่เห็นความสำคัญและเปิดโอกาสให้โรงเรียนหนองผักแว่นโป่งสังข์วิทยา ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อนำมาพัฒนาและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กระดับปฐมวัยต่อไปในอนาคต ผู้จัดทำ ครู นักเรียนชั้นอนุบาล 1 อนุบาล 2 และอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านห้วยบง ก
สารบัญหน้าคำนำ กสารบัญ ขกิจกรรมที่ 1 สิ่งใดเกิดก่อนกัน 1กิจกรรมที่ 2 วัสดุทำมาจากอะไร 4กิจกรรมที่ 3 วัสดุใช้ทำอะไร หลังจากใช้แล้วทำอย่างไร 8กิจกรรมที่ 4 เก็บกระเป๋า 11กิจกรรมที่ 5 ลอยน้ำได้หรือไม่ 14กิจกรรมที่ 6 ความหลากหลายของเมล็ดพันธุ์ 17กิจกรรมที่ 7 วงดนตรีออเครสตร้าเมล็ดพันธุ์ 20กิจกรรมที่ 8 เครื่องยิง..เยลลี่หมี 23กิจกรรมที่ 9 เรือแบบใดบรรทุกน้ำหนักได้มากที่สุด 26กิจกรรมที่ 10 เครื่องกรองน้ำ 29กิจกรรมที่ 11 ความร้อนเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง 32กิจกรรมที่ 12 ตามหาลม 35กิจกรรมที่ 13 เป็นหุ่นยนต์สักครั้งในชีวิต 38กิจกรรมที่ 14 ภาพพิกเซล 41กิจกรรมที่ 15 การนับด้วยประสาทสัมผัสต่างๆการนับเพิ่มทีละหนึ่ง 44กิจกรรมที่ 16 การเคลื่อนที่ 47กิจกรรมที่ 17 ล้อ 50กิจกรรมที่ 18 รู้จักอากาศด้วยประสาทสัมผัส 53กิจกรรมที่ 19 นักสืบขยะ 54กิจกรรมที่ 20 รายการของที่ต้องซื้อ การกระจายจำนวน 59ข
1กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 1 เรื่อง สิ่งใดเกิดก่อนกันจุดประสงค์1.นักเรียนสามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ใดเกิดก่อนกัน2.นักเรียนสามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้างภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรม ขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันของนักเรียน และการทำกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนของเด็กๆ1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ลำดับเหตุการณ์ไหนที่เกิดขึ้นก่อน-หลัง 1.2.2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือช่วงเวลาไหน 1.2.3 ประโยชน์ของการเรียงลำดับเหตุการณ์ตามช่วงเวลา 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ ลำดับเหตุการณ์ไหนที่เกิดขึ้นก่อน-หลัง1. จานกระดาษ2. ภาพลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
2ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราเรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันจะทำให้เราทราบลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง เรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร” ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงการทำกิจวัตรประจำวันของเด็ก และลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนักเรียน3.2 ครูเปิดนิทาน เรื่องกิจวัตรประจำวันเรื่องเล็กที่เป็นเรื่องใหญ่ ให้เด็กดู3.3 ครูนำภาพเหตุการณ์ในชีวิตรประจำวันที่เกิดขึ้นมาให้เด็กๆดู และร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ตามช่วงเวลา3.4 ครูให้เด็กเล่นเกมการเรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “การเรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ
3ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าการเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันจะทำให้เราทราบลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังและแสดงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า การทำกิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ต้องทำตามลำดับ การลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันเช่นกัน จะต้องเริ่มจากช่วงเวลาก่อน จากนั้นเจริญเติบโตขึ้นและสุดท้ายก็ออกดอกอย่างสวยงาม 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าการทำกิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ต้องทำตามลำดับ เช่น เราต้องเปิดประตูก่อน ก่อนที่จะเดินผ่านประตูไปได้ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น
4- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด เด็กสามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนและหลังได้2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ เด็กสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการทำกิจกรรมได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่2 เรื่อง วัสดุทำมาจากอะไรจุดกระสงค์1.นักเรียนสามารถแยกแยะวัสดุทำมาจากอะไรได้2.นักเรียนสามารถจัดหมวดหมู่ประเภทของวัสดุได้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรม1. วัสดุที่ทำมาจากผ้า ได้แก่ ผ้าเช็ดหน้า ตุ๊กตา หมวก2. วัสดุที่ทำมาจากไม้ ได้แก่ ดินสอไม้ ไม้ตะเกียบ3. วัสดุที่ทำมาจากพลาสติก ได้แก่ แก้วพลาสติก ขวดน้ำ แก้วน้ำ4.วัสดุที่ทำมาจากแก้ว ได้แก่ขวด แก้วน้ำ
5ขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับวัสดุชนิดต่าง ได้แก่ ผ้า พลาสติก แก้ว ว่าทำมาจากอะไร และสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 วัสดุที่เป็นไม้มีลักษณะเป็นอย่างไร 1.2.2 วัสดุที่เป็นผ้ามีลักษณะเป็นอย่างไร 1.2.3 วัสดุที่เป็นพลาสติกมีลักษณะเป็นอย่างไร 1.2.4 วัสดุที่เป็นแก้วมีลักษณะเป็นอย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ วัสดุที่เป็นพลาสติกมีลักษณะเป็นอย่างไรขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “วัสดุที่เป็นพลาสติกจะมีลักษณะ เป็นอย่างไร”
6ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงวัสดุต่างๆและลักษณะของวัสดุแต่ละชนิด3.2 ครูแนะนำวัสดุต่างๆให้เด็กดู3.3 ครูให้เด็กออกมาสัมผัสดูลักษณะของวัสดุ ได้แก่ ดินสอไม้ขวดน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และแก้วน้ำ3.4 เด็กออกมาแยกสิ่งของตามวัสดุที่ใช้ทำ ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าวัสดุที่เป็นพลาสติกจะมีลักษณะเป็นอย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าวัสดุที่เป็นพลาสติกจะมีลักษณะอ่อนนุ่ม หัก งอได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
7ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า วัสดุแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกัน และการนำไปใช้ก็แตกต่างกันด้วย 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น ขวดน้ำ ทำมาจากพลาสติก กุญแจ ทำมาจากโลหะ เป็นต้นด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กรู้จักการสังเกตและเปรียบเทียบ2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปรับตัวเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กสามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว \\
8กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 3 เรื่อง วัสดุใช้ทำอะไร หลังจากใช้แล้วทำอย่างไรวัตถุประสงค์1.นักเรียนสามารถบอกได้ว่าวัสดุใช้ทำอะไรได้บ้าง2.หลังจากใช้วัสดุแล้วนักเรียนจะทำอย่างไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับวัสดุชนิดต่างๆและการนำมาใช้ ใช้แล้วควรนำไปเก็บไว้ที่ไหนเพื่อความเป็นระเบียบหยิบจับง่าย1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ทำมาจากวัสดุอะไร 1.2.2 ของใช้ที่ใช้แล้ว หลังจากใช้แล้วนักเรียนจะทำอย่างไร 1.2.3 สิ่งของเครื่องใช้บางอย่างสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกครั้ง 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ สิ่งของใช้ที่ใช้แล้ว หลังจากใช้แล้วนักเรียนจะทำอย่างไร1. กรรไกร2. ผ้าเช็ดหน้า3. แก้วน้ำ4 .สีเทียน 5.ดินสอ
9ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราสิ่งของใช้ที่ใช้แล้ว หลังจากใช้แล้วนักเรียนจะทำอย่างไรขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงวัสดุสิ่งของที่สิ่งของใช้ที่ใช้แล้ว หลังจากใช้แล้วนักเรียนจะทำอย่างไร3.2 ครูให้เด็กออกมาเลือกของใช้ที่ตนเองจะใช้และหลังจากใช้แล้วนักเรียนจะทำอย่างไร3.3 ครูนำของใช้มาให้เด็กแต่ละคนเลือกใช้3.4 ครูและเด็กรวมกันสนทนาเกี่ยวกับการใช้วัสดุหลังจากใช้แล้วนักเรียนจะทำอย่างไร ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเรานำผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้าแล้ว ยังสามารถนำมากลับมาใช้ใหม่ได้อีก แต่ต้องมีการนำกลับไปซักทำความสะอาดทุกสัปดาห์ และหลังจากใช้แล้วให้นำมาเก็บห้อยไว้ให้เรียบร้อย” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าหลังจากที่เรานำสิ่งของมาใช้แล้ว หลังการใช้ให้เก็บเข้าที่เพื่อความสะดวกในการนำมาใช้อีกครั้ง
10ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าวัสดุใช้ทำอะไรได้บ้าง หลังจากใช้วัสดุแล้วนักเรียนจะทำอย่างไร 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าวัสดุใช้ทำอะไรได้บ้าง หลังจากใช้วัสดุแล้วนักเรียนจะทำอย่างไรด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กสามารถสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ มีคสามารถในการคิดเชิงเหตุผล2.2 ด้านสังคมเด็กรู้จักประหยัดและพอเพียง รู้จักการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้ 2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสุขและสนุกสานในการทำกิจกรรม มีความมั่นใจในตนเองกล้าพูด กล้าแสดงออก 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
11กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 4 เรื่อง เก็บกระเป๋าวัตถุประสงค์1.นักเรียนสามารถเก็บสิ่งของเข้ากระเป๋าได้ตามลักษณะการใช้งานภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุย ทำไมเราต้องเก็บกระเป๋า1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ทำไมเราต้องเก็บกระเป๋า 1.2.2 สิ่งของอะไรบ้างที่ต้องเก็บในกระเป๋า 1.2.3 กระเป๋าแต่ละประเภทใช้ต่างกันหรือไม่ 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือกระเป๋าแต่ละประเภทใช้ต่างกันหรือไม่1. เสื้อ กระป๋าเสื้อผ้า2. หนังสือ กระเป๋านักเรียน3. ธนบัตร กระเป๋าเงิน4. สีสอ กล่องใส่สีสอ
12ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าจะเกิดอะไรขึ้น”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงการใช้กระเป๋าแต่ละประเภท3.2 .ครูนำกระเป๋าต่างๆออกมาให้นักเรียนดู3.3 ครูให้เด็กจัดเก็บสิ่งของเข้าในกระเป๋า ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าจะเกิดอะไรขึ้น” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าถ้าเราเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าจะหาเงินยากและอาจหาไม่เจอ”
13ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าการเก็บสิ่งของเข้ากระเป๋าถูกประเภทจะสามารถหาสิ่งของได้ง่ายขึ้น 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าในชีวติประจำวันการเก็บสิ่งของเข้ากระเป๋าถูกประเภทจะสามารถหาสิ่งของได้ง่ายขึ้น เช่น การเก็บเงินไว้ในกระเป๋าสตางค์การเสื้อผ้าไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า การเก็บสีสอไว้ในกล่องดินสอการเก็บสมุดหนังสือไว้ในกระเป๋านักเรียน เป็นต้นด้านภาษา- การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด คิดเชิงเหตุผล2.2 ด้านสังคมเด็กรู้จักการประหยัดและพอเพียง รู้จักดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดลอม2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
14กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่ 5 เรื่อง ลอยน้ำได้หรือไม่วัตถุประสงค์1.นักเรียนสามารถบอกได้ว่าสิ่งใดสามารถลอยน้ำได้2.นักเรียนสามารถบอกได้ว่าสิ่งของบางอย่างลอยน้ำ ได้เพราะเหตุใดภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับการลอยการจม1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ทำไมเรือถึงลอยน้ำได้ 1.2.2 สิ่งของที่ลอยน้ำได้ กับลอยน้ำไม่ได้มีลักษณะต่างกันอย่างไร 1.2.3 ทำไมคนถึงสามารถลอยอยู่บนน้ำได้ 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือสิ่งของที่ลอยน้ำได้ กับลอยน้ำไม่ได้มีลักษณะต่างกันอย่างไรขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้านำของเล่นที่มีน้ำหนักเบากับของเล่นที่มีน้ำหนักมากไปลอยในน้ำจะจมหรือไม่ อย่างไร”1. ขวดพลาสติก บอลพลาสติก ช้อนสแตนเลส ตะเกียบ ยางลบ แม็คเย็บ ก้อนหิน บล็อคไม้ของเล่น2. กะละมังใส่น้ำ
15ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงการจมและการลอยของวัตถุ3.2 ครูนำของเล่นพลาสติก ของเล่น ไม้ ลูกแก้ว มาให้เด็กสังเกตลักษณะความแตกต่าง3.3 ครูให้เด็กนำของเล่นที่เตรียมไว้ลงไปลอยในอ่างน้ำขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้านำของเล่นที่มีน้ำหนักเบากับของเล่นที่มีน้ำหนักมากไปลอยในน้ำจะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพแยกสิ่งของที่ลอยน้ำได้กับลอยน้ำไม่ได้ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าของเล่นที่มีน้ำหนักเบาสามารถลอยน้ำได้ ของเล่นที่มีน้ำหนักมาก อย่างลูกแก้วจะจมลงในน้ำ ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
16ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าน้ำหนักของสิ่งของมีผลต่อการจมการลอย สิ่งของที่มีน้ำหนักเบา เช่น โฟม ของเล่นพลาสติกบางอย่าง จะลอยน้ำได้ ของเล่นที่มีน้ำหนักมาก เช่น ลูกแก้ว ของเล่นไม้ ดินน้ำมัน จะจมลงในน้ำ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าวัตถุที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำจะลอยในน้ำ ในขณะที่วัตถุมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำจะจมลงในน้ำด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กสามารถสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจเรื่องง่ายๆได้ด้วยตัวเอง2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในชั้นเรียนได้ รู้จักการรอคอยก่อนและหลังได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กสามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
17กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 6 เรื่อง ความหลากหลายของเมล็ดพันธุ์จุดประสงค์1.นักเรียนรู้จักเมล็ดพันธุ์พืชว่ามีอะไรบ้าง2.นักเรียนรู้ว่าเมล็ดพันธุ์พืชกินได้หรือไม่ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างที่เด็กรู้จัก1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เมล็ดพันธุ์พืชกินได้หรือไม่ 1.2.2 แหล่งที่มาของเมล็ดข้าว 1.2.3 เมล็ดพันธุ์พืชแต่ละชนิดมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือเมล็ดพันธุ์พืชแต่ละชนิดมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร1. ถ้วยพลาสติก2. ช้อน3. เมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างๆ
18ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเรานำเมล็ดพันธุ์พืชมาแยกความเหมือน ความต่างจะได้หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงลักษณะที่มาของเมล็ดพันธุ์พืชที่ครูเตรียมมาไว้ให้เด็กดู3.2 ครูให้เด็กออกมาสำรวจ สังเกตเมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างๆ 3.3 ครูให้เด็กแยกเมล็ดพันธุ์พืชเป็นหมวดหมู่ตามที่เด็กสังเกตเห็น ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเรานำเมล็ดพันธุ์พืชมาแยกความเหมือน ความต่าง จะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล 5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าเราสามารถแยกความเหมือนของเมล็ดพันธุ์พืช ได้แก่ สีที่เหมือนกัน รูปร่างที่เหมือนกัน ขนาดที่ใกล้เคียงกัน ความแตกต่าง ได้แก่ ที่มาของเมล็ดพันธุ์พืช การเก็บเกี่ยว ประเภทชนิดของเมล็ดพันธุ์พืชซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
19ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าเมล็ดพันธุ์พืชมีมากมายและหลากหลายสายพันธุ์มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันออกไป 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าเมล็ดพันธุ์พืชมีมากมายและหลากหลายสายพันธุ์มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันออกไป ทั้งด้านรูปร่าง ขนาด สี ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล2.2 ด้านสังคมเด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
20กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 7 เรื่อง วงดนตรีออเครสตร้าจากเมล็ดพันธุ์จุดประสงค์1.นักเรียนบอกได้ว่าวงดนตรีออเครสตร้าจากเมล็ดพันธุ์ทำมาจากอะไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับเสียงที่เด็กๆได้ยิน1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เราสามารถทำเครื่องดนตรีได้เองหรือไม่ 1.2.2 เราจะสร้างเครื่องดนตรีจากเมล็ดพันธุ์พืชได้อย่างไร 1.2.3 เราจะทำให้เมล็ดพันธุ์พืชเกิดเสียงได้อย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือเราจะสร้างเครื่องดนตรีจากเมล็ดพืชได้อย่างไร1. เมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างๆ2. ช้อน/ถ้วยโฟม3. ขวดแก้ว4.กรวยกระดาษ
21ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราเอาเมล็ดพืชมาใส่ขวดแล้วเขย่าจะเกิดเสียง หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงเมล็ดพืชแต่ละชนิดที่เด็กๆรู้จัก3.2 ครูให้เด็กนำเมล็ดพืชใส่ลงไปในขวดน้ำพลาสติด จากนั้นปิดผาให้แน่นแล้วเขย่าขวด3.3 ครูให้เด็กเปลี่ยนขวดกับเพื่อนๆแล้วสังเกตความแตกต่างของเสียงที่ได้ยิน ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราเอาเมล็ดพืชมาใส่ขวด ปิดฝาใหแน่นแล้วเขย่า จะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าถ้าเราเอาเมล็ดพืชมาใส่ขวด ปิดฝาให้แน่นแล้วเขย่า จะเกิดเสียงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
22ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราเอาเมล็ดพืชมาใส่ขวด ปิดฝาให้แน่นแล้วเขย่า จะเกิดเสียงขึ้น เมล็ดพืชต่างชนิดจะมีเสียงที่แตกต่างกัน 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราเอาเมล็ดพืชมาใส่ขวด ปิดฝาให้แน่นแล้วเขย่า จะเกิดเสียงขึ้น เมล็ดพืชต่างชนิดจะมีเสียงที่แตกต่างกัน ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้อง ด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการทำกิจกรรมได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสนใจและมีความสุข แสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อยไหว 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
23กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 8 เรื่อง เครื่องยิง...เยลลี่หมีจุดประสงค์1.นักเรียนรู้จักแรงและผลของแรง2.เด็กๆได้เรียนรู้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับแรงและผลของแรง1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เราจะใช้แกนยิงอันไหนยิงได้ไกลกว่ากัน 1.2.2 นักเรียนรู้จักแรงหรือไม่ 1.2.3 แรงมีประโยชน์อย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ เราจะใช้แกนยิงอันไหนยิงได้ไกลกว่ากัน1. แกนยึด2. กระจาด3. หนังยาง 4. ยางลบ
24ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราใช้แกนยิงที่มีแกนสูงกว่าเราจะยิงยางลบได้ไกลกว่าแกนที่มีแกนที่เตี้ยกว่า”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงการใช้เครื่องยิง3.2 ครูแนะนำอุปกรณ์และวิธีการใช้งาน3.3 ครูให้นักเรียนทดลองใช้เครื่องยิงโดยมีครูคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “เราจะใช้แกนยิงอันไหนยิงได้ไกลกว่ากัน” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ
25ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า “แกนยิงที่มีแกนสูงกว่าเราจะยิงยางลบได้ไกลกว่าแกนที่มีแกนที่เตี้ยกว่า”ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าคอมพิวเตอร์สามารถทำอะไรได้บ้างมีประโยชน์และโทษอย่างไร 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าในชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์ ทีวี อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กส่วนใหญ่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ทดลอง ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเองกับสิ่งที่พบ2.2 ด้านสังคมเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน รู้จักมารยาทในการฟัง การพูด ควบคุมตนเอง ปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันได้ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจแสดงออกทางสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ดีใจ ตื่นเต้น 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
26กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 9 เรื่อง เรือแบบใดบรรทุกน้ำหนักใดมากที่สุดจุดประสงค์1.นักเรียนสามารถออกแบบเรือรูปแบบต่างๆไม่ให้เรือจมนำได้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับเรือชนิดต่างๆ1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เรือจะต้องมีลักษณะแบบไหนถึงจะลอยน้ำได้ 1.2.2 ถ้าต้องการบรรทุกสิ่งของมากๆเรือควรมีลักษณะอย่างไร 1.2.3 ทำไมเรือที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากถึงไม่จมลงในน้ำ 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ ถ้าต้องการบรรทุกสิ่งของมากๆเรือควรมีลักษณะอย่างไรขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราทำเรือให้มีรูปทรงยาวๆจะรับน้ำหนักได้เยอะกว่าเรือที่มีรูปทรงแบบกลมๆ หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงรูปร่างลักษณะของเรือ1. กะละมังใส่น้ำ2. ดินน้ำมัน3. เหรียญบาท
273.2 ครูให้เด็กทดลองสร้างเรือจากดินน้ำมันให้มี 3 ลักษณะ คือ เรือแบบกลม และแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสและแบบ สี่เหลี่ยมผืนผ้า3.3 เด็กนำเรือลงในอ่างน้ำกะละมังสังเกตว่าเรือสามารถลอยน้ำได้หรือไม่3.4 เด็กนำเหรียญบาทใส่ลงไปในเรือทั้ง 2 ลำ พร้อมๆกัน โดยใส่เพิ่มทีละหนึ่งเหรีญ จนกว่าจะมีเรือลำใดลำหนึ่งจมลงในน้ำ ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้า นำเหรียญบาทใส่ลงไปในเรือทั้ง 2 ลำจะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า เรือที่มีลักษณะยาวสามารถบันทุกน้ำหนักได้มากกว่าเรือที่มีลักษณะกลม ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
28ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าเรือที่มีลักษณะยาวสามารถบันทุกน้ำหนักได้มากกว่าเรือที่มีลักษณะกลม 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า เรือสามารถลอยน้ำได้และยังสามารถบรรทุกน้ำหนักได้เนื่องจากรูปทรงของเรือที่มีลักษณะโค้งเว้าตรงกลาง ทำให้เรือมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ จึงลอยน้ำได้ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจได้2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสุขและสนุกสนาในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
29กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 10 เรื่อง เครื่องกรองน้ำวัตถุประสงค์1.นักเรียนรู้วิธีการสร้างเครื่องกรองน้ำ2.นักเรียนทราบว่าจะท าอย่างไรให้น ้าสกปกกลับมาใสสะอาดได้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับแหล่งน้ำที่สะอาดกับแหล่งน้ำสกปก1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เราสามารถนำน้ำสกปรกกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่ 1.2.2 เราจะสามารถทำเครื่องกรองน้ำไว้ใช้เองได้หรือไม่ 1.2.3 ถ้าเราเอาน้ำมากรองน้ำจะสะอาดหรือไม่1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือถ้าเราเอาน้ำมากรองน้ำจะสะอาดหรือไม่1. ขวดน้ำพลาสติก2. ถ่าน กรวด ทราย สำลี3. น้ำ
30ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าถ้าเราเอาน้ำมากรองน้ำจะสะอาดหรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงน้ำที่สะอาดกับน้ำที่สกปก3.2 ครูพาเด็กค้นหาความรู้เกี่ยวกับการทำเครื่องกรองน้ำจากอินเตอร์เน็ต3.3 ครูพาเด็กเดินสำรวจรอบโรงเรียนพร้อมกับเก็บวัสดุที่จะนำมาใช้กรองน้ำ3.4 ครูพาเด็กทำเครื่องกรองน้ำ3.4 ครูพาเด็กทดลองกรองน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่เด็กๆสร้างขึ้น
31ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าถ้าเราทำเครื่องกรองน้ำใช้เองน้ำจะเป็นอย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าเครื่องกรองน้ำที่สร้างขึ้นเองสามารถกรองเศษใบไม้กิ่งไม้ได้ แต่น้ำยังไม่ใสสะอาดเพียงพอที่นำมาใช้ได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าเราสามารถนำน้ำที่สกปกกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยวิธีใช้เครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐานและผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า เราสามารถนำน้ำที่สกปก กลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยวิธีใช้เครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐานและผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้วด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้อง
32ด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดเชิงมีเหตุผล2.2 ด้านสังคมเด็กรู้จักรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักการประหยัดและพอเพียง2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กสามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย มีความเมตตากรุณมีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่ 11 เรื่อง ความร้อนเป็นพลังงานรูปหนึ่งวัตถุประสงค์1.นักเรียนทราบว่าความร้อนมาจากไหนภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับพลังงานความร้อน1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ความร้อนจะมีอุณหภูมิลักษณะเป็นอย่างไร 1.2.2 เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีพลังงานความร้อนอยู่1. แก้วบีกเกอร์2. น้ำอุณหภูมิปกติ น้ำเย็น น้ำร้อน3. เทอร์มอมิเตอร์
33 1.2.3 เราสามารถนำพลังงานความร้อนมาจากที่ไหนได้บ้าง 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีพลังงานความร้อนอยู่ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเรานำเทอร์โมมิเตอร์มาวัดอุณหภูมิในน้ำเย็น น้ำปกติ และน้ำร้อนผลการวัดจะต่างกัน หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงที่มาของแหล่งพลังงานความร้อน ความแตกต่างของอุณหภูมิความเย็นและความร้อน3.2 ครูให้เด็กทดลองใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ ในน้ำเย็น น้ำปกติ และน้ำร้อนขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ ในน้ำเย็น น้ำปกติ และน้ำร้อน จะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ
34ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า ถ้าเราใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ ในน้ำเย็นผลปรากฎว่าไม่พบพลังงานความร้อน น้ำปกติผลปรากฏว่า พบพลังงานความร้อนไม่มาก และน้ำร้อนผลปรากฎว่า พบพลังงานความร้อน ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าความร้อนเป็นพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง และมีความจำเป็นในชีวิตประจำวันของเด็กๆ เช่น ใช้พลังงานความร้อนในการทำอาหารให้สุข ใช้พลังงานความร้อนในการรีดผ้า เป็นต้น 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าความร้อนเป็นพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง และมีความจำเป็นในชีวิตประจำวันของเด็กๆ เช่น ใช้พลังงานความร้อนในการทำอาหารให้สุข ใช้พลังงานความร้อนในการรีดผ้า ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กสามารถสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ มีความสามารถในการคิดรวบยอด2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ รู้จักการอดทน รอคอยลำดับก่อนและหลังได้
352.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่12 เรื่อง ตามหาลมจุดประสงค์1.นักเรียนบอกได้ว่าลมเกิดจากอะไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับ ลม สภาพอากาศรอบๆตัวเด็ก1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ลมเกิดจากอะไร 1.2.2 เราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าบริเวณไหนที่มีลมพัดผ่าน 1.2.3 ถ้าเราสัมผัสกับลมจะรู้สึกอย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือเราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าบริเวณไหนที่มีลมพัดผ่าน1. กระดาษ 2. กรรไกร3. หลอด 4. เข็มหมุด5. สีเทียน 6.เทปใส
36ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าบริเวณไหนที่มีลมพัดผ่าน กังกันจะหมุน หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึง ลม การเกิดลมและประโยชน์ของลม3.2 .ครูให้เด็กทำกังหันลมด้วยกระดาษ3.3 ครูให้เด็กยืนถือกังหันลมบริเวณใต้พัดลมและเปิด ปิด พัดลม 3.4 ครูพาเด็กออกไปสำรวจตามหาลมรอบๆบริเวณโรงเรียน ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าบริเวณไหนมีลมพัดผ่านกังหันจะเป็นอย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า ถ้าบริเวณไหนมีลมพัดผ่านกังหันจะหมุนซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
37ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าลมเกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศ เราสามารถสังเกตการเคลื่อนที่ของลมได้ ผ่านการปลิวของใบไม้ ผ่านการหมุนของกังหัน ถ้าลมแรงกังหันจะหมุนเร็ว ถ้าลมอ่อนๆกังหันจะหมุนช้า 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ลมเกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศ เราสามารถสังเกตการเคลื่อนที่ของลมได้ ผ่านการปลิวของใบไม้ ผ่านการหมุนของกังหัน ถ้าลมแรงกังหันจะหมุนเร็ว ถ้าลมอ่อนๆกังหันจะหมุนช้าด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง - การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง2.2 ด้านสังคมเด็กรู้จักดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เด็กมีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
38กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่ 13 เรื่อง เป็นหุ่นยนต์ดูสักครั้งในชีวิตจุดประสงค์1.นักเรียนรู้ว่าหุ่นยนต์มีระบบการทำงานอย่างไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับยุ่นยนต์ การทำงานของหุ่นยนต์1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 หุ่นยนต์มีไว้ทำอะไร 1.2.2 หุ่นยนต์มีระบบการทำงานอย่างไร 1.2.3 เราจะสร้างหุ่นยนต์จำลองเองได้อย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ เราจะสร้างหุ่นยนต์จำลองเองได้อย่างไร1. กล่องลัง2. กาว3. กรรไกร4. อุปกรณ์คำสั่งควบคุมหุ่นยนต์5. หมวกกันน็อค6. กระดาษสีสองหน้า
39ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราจะสร้างหุ่นยนต์จำลองและให้เด็กทำตามคำสั่งแบบหุ่นยนต์จะได้หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงว่าเด็กๆเคยเห็นหุ่นยนต์มาก่อนหรือไม่ หุ่นยนต์มีไว้ทำอะไร ลักษณะของหุ่นยนต์เป็นแบบไหน ถ้าเด็กๆมีหุ่นยนต์เป็นของตัวเองเด็กๆจะให้หุ่นยนต์ช่วยทำอะไร3.2 ครูนำภาพหุ่นยนต์ แต่ละแบบออกมาให้เด็กๆดู เช่น หุ่นยนต์เสริบอาหาร หุ่นยนต์กวาดบ้าน หุ่นยนต์เก็บของ เป็นต้น3.3 ครูแนะนำวัสดุอุปกรณ์สำหรับให้เด็กออกแบบสร้างหุ่นยนต์ของตนเอง3.4 เด็กลองเป็นหุ่นยนต์โดยมีเด็กอีกคนเป็นคนควบคุมด้วยชุดคำสั่งง่ายๆ ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราจะสร้างหุ่นยนต์จำลองและให้เด็กทำตามคำสั่งแบบหุ่นยนต์ จะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ
40ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าเด็กสามารถสร้างหุ่นยนต์จำลองของตัวเองได้และสามารถปฏิบัติตามตำสั่งแบบหุ่นยนต์ได้ด้วยคำสั่งง่ายๆ ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า หุ่นยนต์มีลักษณะอย่างไร สามารถทำอะไรได้บ้าง การสร้างหุ่นยนต์จะต้องมีการออกแบบวางแผนลักษณะให้สอดคล้องกับการนำไปใช้งาน 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าหุ่นยนต์มีลักษณะอย่างไรและทำงานด้วยโปรแกรมคำสั่ง เด็กได้ออกแบบยุ่นยนต์ของตัวเอง ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้มุ่งพัฒนาการออกแบบ ได้สร้างแนวคิดพื้นฐานในการไปปรับประยุกต์ใช้ต่อไปด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กรู้จักการออกแบบและการว่างแผน รู้จักแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม มีความมุ่งมั่นในการงานจนสำเร็จ 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
41กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่ 14 เรื่อง ภาพพิกเซลจุดประสงค์1.นักเรียนสามารถอธิบายภาพพิกเซลได้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับ รูปภาพที่เด็กๆเคยเห็น1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ภาพพิกเซลมีลักษณะอย่างไร 1.2.2 ถ้าเราอยากเห็นพิเซลที่ซ้อนอยู่ในภาพจะต้องทำอย่างไร 1.2.3 รูปภาพมีประโยชน์อย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ ภาพพิกเซลมีลักษณะอย่างไร1. ภาพพิกเซล2. สีเทียน3. ตารางพิกเซล
42ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราเอารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาต่อเรียนกันจะเกิดเป็นรูปภาพหรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงรูปภาพดิจิตอลในปัจจุบัน3.2 ครูนำภาพพิกเซลมาให้เด็กดู และให้เด็กใช้แว่นขยายส่องดูพิเซลที่ซ้อนอยู่ในรูปภาพ3.3 ครูให้เด็กนำกระดาษโพสอิทมาต่อเรียงกันให้เกิดเป็นรูปภาพ3.4 ครูให้เด็กทดลองสร้างภาพพิเซลของตนเอง ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราเอารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาต่อเรียนกันจะเกิดเป็นรูปภาพ หรือไม่ ย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ/ผลงานการสร้างภาพพิเซล
43 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า ถ้าเราเอารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาต่อเรียนกันจะเกิดเป็นรูปภาพขึ้น ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ ว่าภาพพิกเซลมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียนกันเกิดเป็นรูปภาพ ภาพดิจิตอลในปัจจุบันก็สร้างขึ้นจากรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจำนวนมาก เราสามารถมองเห็นพิกเซลเหล่านั้นได้จากการขยายรูปให้ใหญ่ขึ้น 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าว่าภาพพิกเซลมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียนกันเกิดเป็นรูปภาพ ภาพดิจิตอลในปัจจุบันก็สร้างขึ้นจากรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจำนวนมาก เราสามารถมองเห็นพิกเซลเหล่านั้นได้จากการขยายรูปให้ใหญ่ขึ้นด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กสามารถสนทนาโต้และเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ มีจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการทำกิจกรรมได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจสนใจและมีความสุขแสดงออกผ่านงานศิลปะ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
44กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรม ที่ 15 เรื่อง การนับด้วยประสามสัมผัสต่างๆ การนับเพิ่มทีละหนึ่งวัตถุประสงค์1.นักเรียนสามารถนับเพิ่มทีละหนึ่งได้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับ การนับเลข 1-101.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 การนับเพิ่มทีละหนึ่งมีลักษณะการนับอย่างไร 1.2.2 การนับเพิ่มจะต้องเริ่มนับจากจำนวนที่น้อยกว่าหรือมากกว่าก่อน 1.2.3 การนับมีประโยชน์อย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือ การนับเพิ่มทีละหนึ่งมีลักษณะการนับอย่างไร1. บล็อคไม้ตัวเลข 1-102. ฝาขวดน้ำ3. แผ่นรอง
45ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเรานับเพิ่มที่ละ 1 เราจะได้จำนวนที่เพิ่มขึ้น หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงตัวเลขการนับเลข 1-103.2 ครูพาเด็กนับเลข 1-103.3 ครูให้เด็กออกมานับไม้ไอติมโดยการหยิบฝาขวดน้ำครั้งละ 1 ไม้ พร้อมกับนับเพิ่มเรื่อยๆจนถึง 10 ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราหยิบฝาขวดน้ำขึ้นมานับที่ละหนึ่งไม้เรื่อยๆจนถึง 10 จะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ
46 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า ถ้าเราหยิบไม้ไอติมขึ้นมานับที่ละหนึ่งไม้ ไปเรื่อย ๆ จนถึง 10 เราจะได้ไม้ไอติมทั้งหมด 10 ไม้ ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าการนับเพิ่มทีละ 1 เป็นการบวกจำนวณเพิ่มขึ้นครั้งละ 1 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าการนับเพิ่มทีละ 1 เป็นการบวกจำนวณเพิ่มขึ้นครั้งละ 1 เด็กได้ฝึกนับเลข 1-10ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กสามารถนับเลข 1-10 ได้ อ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามได้เหมาะสม กับสถานการณ์2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กกล้าพูดกล้าแสดงออกได้อย่างเมาะสมกับสถานการณ์ มีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
47กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่ 16 เรื่อง การเคลื่อนที่จุดประสงค์1.นักเรียนสามารถบอกได้ว่าวัตถุเคลื่อนที่ได้จากอะไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับวัตถุเคลื่อนที่ได้อย่างไร1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ทำไมวัตถุถึงเคลื่อนที่ได้ 1.2.2 ถ้ามีแรงจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะทำให้วัตถุเคลื่อนที่ 1.2.3 ถ้าเราสร้างรถยนต์ของเล่นทำอย่างไรรถยนต์ของเล่นจึงจะเคลื่อนที่ได้ 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือถ้าเราสร้างรถยนต์ของเล่นทำอย่างไรรถยนต์ของเล่นจึงจะเคลื่อนที่ได้1. ขวดน้ำพลาสติก2. ลูกโป่ง3. ไม้ลูกชิ้น4. หนังยาง