48ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเราสร้างรถยนต์ของเล่นทำอย่างไรรถยนต์ของเล่นจึงจะ เคลื่อนที่ได้”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงรถยนต์ประดิษฐ์ว่าทำอย่างไรรถถึงจะวิ่งได้3.2 ครูให้เด็กออกมาเป่าลมใส่ลูกโป่ง แล้วปล่อยลมเพื่อรถยนต์เกิดแรงดันทำให้รถยนต์ประดิษฐ์วิ่งได้3.3 ครูให้เด็กออกมาเป่าลมใส่ลูกโป่งแล้วสังเกตว่าลูกโป่งลมน้อยและลูกโป่งลมมากอันไหนรถประดิษฐ์วิ่งได้ไกลกว่ากัน ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราเป่าลูกโป่งลูกเล็กรถประดิษฐ์วิ่งได้ใกล้ถ้าเป่าลูกโป่งลูกใหญ่รถประดิษฐ์วิ่งได้ไกล” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่า ถ้าเราเป่าลูกโป่งลูกเล็กรถประดิษฐ์วิ่งได้ใกล้ถ้าเป่าลูกโป่งลูกใหญ่รถประดิษฐ์วิ่งได้ไกล
49ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า นักเรียนสามารถบอกได้ว่าวัตถุเคลื่อนที่ได้จากแรงดันจากลูกโป่งทำให้วัตถุเคลื่อนที่ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า การบวก หมายถึง การที่เอาจำนวนมารวมกันแล้วได้จำนวนที่เพิ่มขึ้นด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด สามารถบอกค่าจำนวนและตัวเลขได้2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กมีความรับผิดชอบ มีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
50กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 17 เรื่อง ล้อวัตถุประสงค์1.นักเรียนบอกได้ว่าวงล้อมีลักษณะอย่างไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับวงล้อที่อยู่รอบๆตัว1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 วงล้อมีลักษณะอย่างไรบ้าง 1.2.2 วงล้อขนาดใหญ่และวงล้อขนาดเล็กแบบไหนวิ่งเร็วกว่ากัน 1.2.3 วงล้อแบบวงกลมและวงล้อแบบสี่เหลี่ยมวิ่งเหมือนกันหรือไม่ 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือวงล้อขนาดใหญ่และวงล้อขนาดเล็กแบบไหนวิ่งเร็วกว่ากัน1. ล้อ2. แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด3. ไม้เสียบลูกชิ้น4.ฝาขวดพลาสติก5.แล็กซีน
51ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “วงล้อขนาดเล็กวิ่งช้ากว่าวงล้อขนาดใหญ่”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงลักษณะของวงล้อ3.2 ครูแบ่งกลุ่มเด็ก จากนั้นแจกกระดาษโพสอิทที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส3.3 ครูให้เด็กนำโพสอิทของตัวเองมาต่อเรียนกัน ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “หนึ่งรอบวงล้อขนาดใหญ่วิ่งได้ไกลกว่าหนึ่งรอบของวงล้อขนาดเล็ก” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า จากผลการทดลองลงข้อสรุปหนึ่งรอบวงล้อขนาดใหญ่วิ่งได้ไกลกว่าหนึ่งรอบของวงล้อขนาดเล็ก
52ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีลักษณะด้านทั้ง 4 ด้านเท่ากัน และมีมุม 4 มุม ถ้าเรานำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาต่อเรียงกันจะเกิดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อนำมาต่อกันแถวด้านบนและด้านข้างไม่เท่ากันจะเกิดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าวงล้อที่มีความกว้างกว่าจะวิ่งได้ไกลกว่าวงกล้อเล็กด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กสามารถสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ อ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้2.2 ด้านสังคมเด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะกับวัย มีความสุขและสนุกสนานในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
53กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย กิจกรรมที่ 18 เรื่องรู้จักอากาศด้วยประสาทสัมผัสวัตถุประสงค์1.นักเรียนรู้ว่าอากาศเกิดมาจากอะไรภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับลม อากาศ1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 อากาศที่ดีควรมีสะภาพแวดล้อมอย่างไร 1.2.2 .อากาศที่เป็นพิษควรมีสะภาพแวดล้อมอย่างไร 1.2.3 เราจะสามารถสัมผัสอากาศได้อย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือเราจะสามารถสัมผัสอากาศได้อย่างไร1. ลูกโป่ง2. หนังยาง3. เข็มหมุด5. เทปใส6. ที่สูบลูกโป่ง7. ลูกฟุตบอล8. ร่ม
54ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าถ้าเราเป่าลูกโป่ง แล้วเอาเข็มจิ้ม ลูกโปงจะแตกหรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงการเป่าลูกโป่งเพื่อเอาอากาศเข้าไปในลูกโปง3.2 ครูให้เด็กทดลองเอาเข็มจิ้มลงที่ลูกโปงแล้วดึงออก จากนั้นสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น3.2 ครูแจกลูกโป่งให้เด็กๆเป่าลมแล้วปล่อยลมสัมผัสผิวตนเอง ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราเอาเข็มจิ้มลูกโปงแล้วดึงเข็มออกจะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าเมื่อเราเอาเข็มจิ้มลูปโปง แล้วดึงออก ลูกโปงไม่แตก แต่มีลมออกมาผ่านรู เมื่อเราเอาผิวไปสัมผัสจะรู้สึกมีลมเย็น ซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
55ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าอากาศมีตัวตน ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นแต่เราสามารถสัมผัสอากาศที่อยู่รอบตัวของเราได้ผ่านประสาทสัมผัส 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าอากาศมีตัวตน ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นแต่เราสามารถสัมผัสอากาศที่อยู่รอบตัวของเราได้ผ่านประสาทสัมผัสด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดแก้ปัญหาง่ายๆได้ด้วยตนเอง2.2 ด้านสังคมเด็กสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการทำกิจกรรมได้2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมตามวัย 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
56กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 19 เรื่อง นักสืบขยะจุดประสงค์1.นักเรียนสามารถแยกแยะประเภทของขยะได้ภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวเรียนรู้อากาศด้วยประสาทสัมผัส1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 เมื่อเด็กๆไปซื้อขนมมากินแล้วนักเรียนจะทิ้งขยะตรงถังขยะสีอะไร 1.2.2 สอบถามนักเรียนว่านักเรียนเคยเห็นถังขยะสีอะไรบ้างและเคยเห็นถังขยะกี่สี 1.2.3 ถ้าเด็กๆไปทิ้งขยะเด็กๆจะต้องคัดแยกขยะอะไรลงในถังขยะสีอะไรบ้าง1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือถ้าเด็กๆไปทิ้งขยะเด็กๆจะต้องคัดแยกขยะอะไรลงในถังขยะสีอะไรบ้าง1.แบบจำลองถังขยะ2.แผ่นการ์ดรูปขยะประเภทต่างๆ
57ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้าเด็กๆไปทิ้งขยะเด็กๆจะต้องคัดแยกขยะอะไรลงในถังขยะสีอะไรบ้าง”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 ครูสนทนาพูดคุยถึงการคัดแยกขยะทิ้งลงถังให้ถูกสีถูกประเภท3.2 ครูให้เด็กออกมานำแผ่นการ์ดขยะทิ้งลงในถังขยะจำลองคัดแยกตามประเภทของขยะได้ถูกต้องขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเราแบ่งของเล่นบล็อกให้เพื่อนของเล่นที่อยู่ในตะกร้าของเราจะเป็นย่างไร” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ/การหาผลลบด้วยรูปภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองเด็กๆแยกแยะประเภทขยะได้ถูกต้อง ขยะสีแดงขยะอันตราย ขยะสีเขียวขยะอินทรีย์ ขยะสีเหลืองขยะรีไซเคิล ขยะสีฟ้าขยะทั่วไป”
58ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าการลบหมายถึงการที่มีจำนวนลดน้อยลง รู้จักจำนวน ตัวเลข ปริมาณที่เพิ่มขึ้นและลดลง เด็กได้ฝึกการสังเกตและบรรยายสิ่งที่ได้พบ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าการลบหมายถึงการที่มีจำนวนลดน้อยลงด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญาเด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล2.2 ด้านสังคมเด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจเด็กแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
59กิจกรรมการทดลอง 20 กิจกรรม ตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยกิจกรรมที่ 20 เรื่อง รายการที่ต้องซื้อ การกระจายจำนวนจุดประสงค์เราจะซื้อของหลายๆอย่างด้วยจำนวนเงินที่มีได้อย่างไรคำถามย่อยก่อนไปซื้อของเราควรท าอย่างไรเพื่อให้ได้ของที่ครบตามต้องการภาพวัสดุ/อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำกิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมตามวัฏจักรสืบเสาะ 6 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ธรรมชาติ1.1 เด็กและครูสนทนาพูดคุยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเกี่ยวกับจำนวนตัวเลขการซื้อของและจำนวนเงิน1.2 ครูชวนเด็กตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ในกิจกรรมนี้ ดังนี้ 1.2.1 ก่อนไปซื้อของเด็กๆควรทำอย่างไรก่อน 1.2.2 ถ้ามีสิ่งของที่ต้องการซื้อหลายอย่างเด็กๆจะทำอย่างไร 1.2.3 ถ้าเรามีเงินไม่พอจ่ายจะทำอย่างไร 1.3 ครูและเด็กสนทนาร่วมกัน เพื่อให้เด็กเลือกคำถาม สรุปคือถ้ามีสิ่งของที่ต้องการซื้อหลายอย่างเด็กจะทำอย่างไร1. ป้ายตัวเลขจำนวนเงิน2. ของเล่นสินค้าอาหาร
60ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ถ้ามีเงิน 20 บาท จะซื้อของหลายอย่างได้หรือไม่ อย่างไร”ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3.1 เด็กๆแสดงบทบาทสมมุติ สนทนาพูดคุยถึงราคาของสิ้นค้าและตัวเลขที่เกี่ยวข้อง3.2 .เด็กๆแสดงบทบาทสมมุติเกี่ยวกับการไปซื้อของที่ตลาด‘ ขั้นที่ 4 สังเกตและการบรรยาย 4.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปจากการสังเกตการทดลอง “ถ้าเด็กมีเงินแค่ 20 บาทเด็กๆจะต้องกระจายเงินออกไปเพื่อชื้อของหลายๆอย่างตามจำนวนที่จำกัด” 4.2 เด็กและครูร่วมกันบรรยายถึงสิ่งที่พบ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล5.1 เด็กบันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6.1 เด็กและครูร่วมกันสรุปว่า “จากผลการทดลองลงข้อสรุปได้ว่าเราสามารถซื้อของหลายอย่างได้ถ้าเรากระจายเงินออกไปซึ่งเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้
61ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าเราสามารถซื้อของได้หลายอย่างด้วยการกระจ่ายเงินออก 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้านและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าจำนวนสามารถกระจ่ายแบ่งออกได้ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ- การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน บางคนเขียนสื่อสารคล้ายตัวหนังสือ บางคนเขียนลอกข้อความได้ถูกต้องด้านสติปัญญา- การกระจายจำนวน2.2 ด้านสังคมการเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจสนุกสนานมีความสุขในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว