The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รู้แล้วเปลี่ยน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by summerwar5u, 2022-12-28 09:58:23

รู้แล้วเปลี่ยน

รู้แล้วเปลี่ยน

... กลกี และพาลาเนยี บพนั อธบิ ายวา่ นำ้� เปน็ ทรพั ยากร การสบู นำ้� บาดาลเกนิ ก�ำลงั การฟน้ื ฟขู องธรรมชาตอิ าจสง่ ผลกวา้ งไกลกวา่
น�้ ำใ ต ้ ดิ น ท ้ อ ง ถ่ิ น ที่ทั้งทดแทนได้และไม่ได้ มันทดแทนได้ในแง่ท่ี ภาวะขาดแคลนนำ�้ เมอ่ื ไมน่ านมานน้ี กั วจิ ยั ในอนิ เดยี กลมุ่ หนง่ึ พบวา่ อนิ เดยี
คล้ายกันกับน้�ำมัน ไหลเวียนและเปล่ียนรูปได้อย่างรวดเร็ว (Flow) ใช้น�้ำมหาศาลจากการสูบน�้ำบาดาลที่ทดแทนไม่ได้ และน้�ำเหล่านั้นก็
ตรงที่อัตราการสูบ การใชน้ ำ้� ของมนษุ ยป์ กตไิ มม่ ผี ลตอ่ อตั ราการฟน้ื ฟู ไปลงเอยในทะเล ท�ำให้ระดับน้ำ� ทะเลสงู ข้ึน แตร่ ะดับนำ้� ใต้ดินลดลงอย่าง
ข้ึนมาใช้ของมนุษย์ ของวัฏจักรน�้ำในธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม น�้ำ ฮวบฮาบ ทง้ั หมดนย้ี งั ไมน่ บั วา่ ภาวะสภาพภมู อิ ากาศเปลย่ี นแปลงจะซำ้� เตมิ
น้ั น ร ว ด เ ร็ ว ก ว ่ า ก็ทดแทนไม่ได้เหมือนกันในแง่ท่ีมันสะสมเป็น ให้ภาวะขาดแคลนนำ้� เลวร้ายลงอีกมากในอนาคต
อัตราการฟื้นฟูของ “คลงั (Stock)” ใต้ดนิ ในระดบั ทอ้ งถิน่ นำ้� ใตด้ นิ ถงึ ทสี่ ดุ แลว้ แนวคดิ “จดุ นำ�้ จดื สงู สดุ ” ไมไ่ ดต้ อบค�ำถามวา่ นำ�้ จดื จะ “หมด”
ชั้นหินอุ้มน�้ำ (นัก ทอ้ งถิน่ คล้ายกันกับน้ำ� มัน ตรงทอ่ี ตั ราการสบู ขน้ึ เม่อื ไร แตเ่ ป็นคำ� เตอื นให้เราตระหนักว่า บนดาวเคราะห์สฟี ้าของเราดวงน้ี
วิทยาศาสตร์มักจะ มาใชข้ องมนษุ ยน์ น้ั รวดเรว็ กวา่ อตั ราการฟน้ื ฟขู อง มีน�้ำเพียงร้อยละ 3.5 ของน�้ำท้ังโลกเท่าน้ันที่เป็นน้�ำจืด และในจ�ำนวนนี้
เรียกช้ันหินน้ีว่า ช้ัน ชน้ั หินอมุ้ น้ำ� (นักวิทยาศาสตรม์ ักจะเรียกชัน้ หินน้ี มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 เท่าน้ันท่ีเราใช้ได้ ไม่น่าเช่ือก็ต้องเช่ือว่าเรากำ� ลัง
หนิ “ฟอสซลิ ” เพราะ ว่า ชั้นหิน “ฟอสซิล” เพราะมนั ฟื้นฟูชา้ มาก) จะมองเห็นขีดจ�ำกัดที่ชัดเจนของความต้องการใช้น�้ำในหลายพื้นท่ีทั่วโลก
มันฟืน้ ฟชู ้ามาก) และ “การบริหารจัดการน�้ำอย่างย่ังยืน” ก็ไม่ใช่เร่ืองเล็กหรือไร้สาระอีก
ตอ่ ไปแลว้
...
สฤณีอาชวานันทกลุ 101
ปริมาณการผลติ น้ำ จดุ ผลิตนำ้ บาดาล
บาดาลจากชัน้ หินอุม น้ำ สงู สุดจากช้นั หินอุมนำ้

อตั ราการฟน ฟูนำ้ บาดาลโดยธรรมชาติ เวลา
100

11 ปัญหาน้�ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย พ.ศ. 2553 ท่ีรุนแรงที่สุดในรอบครึ่ง
ศตวรรษสำ� หรบั หลายจงั หวดั เปน็ อกี เหตกุ ารณห์ นง่ึ ทต่ี อกยำ�้ ถงึ ความรนุ แรง
วกิ ฤติน�้ำและทางออก : ของภัยธรรมชาติ ท่ีนับวันดูจะรุนแรงและเกิดถี่ข้ึนเรื่อยๆ จากภาวะสภาพ
ขอ้ คดิ จากเลสเตอร์ บราวน์ ภมู อิ ากาศเปลย่ี นแปลงและระบบนเิ วศถกู คกุ คาม นกั วทิ ยาศาสตรน์ บั ไมถ่ ว้ น
ออกมาเตอื นแลว้ เตอื นอกี ว่า นับจากน้ีไปโลกจะไมเ่ หมอื นเดมิ และสังคม
มนุษย์ก็ได้เข้าสู่ยุคแห่งการรับมือกับภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
อยา่ งเตม็ ตวั แล้ว
ดังนั้นตราบใดท่ีเรายังไม่ออกแบบและลงทุนสร้างระบบ “ป้องกัน” และ
“เตอื นภยั ” ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ เรากต็ อ้ งทำ� ใจวา่ คา่ ใชจ้ า่ ยและความเดอื ดรอ้ น
จากการล้อมคอกหลงั จากท่ีววั หายมีแตจ่ ะ “แพง” ขึ้นเรื่อยๆ
นย่ี งั ไมน่ บั ปญั หาคาราคาซงั เชงิ โครงสรา้ งทอ่ี าจารยน์ ธิ ิ เอยี วศรวี งศเ์ คยสรปุ
อยา่ งชัดเจนในบทความเรื่อง “การเมืองเร่ืองน้�ำท่วม” ตงั้ แต่ พ.ศ. 2549
ว่า “มิติทางสังคมที่ถูกละเลยในการแก้ปัญหาน�้ำท่วมยังมีอีกมาก เช่น
ไม่เคยมีการวางระเบียบเกี่ยวกับการถมที่ จนกระท่ังน้�ำไหลลงสู่ท่ีต่�ำ
ไม่สะดวก พ้ืนท่ีสาธารณะซึ่งเคยมีหน้าท่ีตามธรรมชาติในการบรรเทา
นำ�้ หลาก เชน่ พน้ื ทชี่ มุ่ นำ�้ ตา่ งๆ ถกู บกุ รกุ ทงั้ จากเอกชนและหนว่ ยราชการเอง
จนไมม่ ขี นาดเพยี งพอทจี่ ะชะลอนำ�้ หลากจากภาคเหนอื ได้ ยงั ไมพ่ ดู ถงึ การ
ตัดไม้ทำ� ลายป่า ซึ่งเปน็ ผลมาจากความทจุ รติ ของเจา้ หน้าท่ีตอ่ การละเมดิ
กฎหมายของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนท่ีมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ

สฤณีอาชวานันทกุล 103

การเมือง” (อ่านฉบับเต็มย้อนหลังได้ที่ http://www.nidambe11.net/ ลดตำ�่ ลง สภาพทด่ี นิ เสอ่ื มโทรม และทงุ่ หญา้ ขนาด ...
ekonomiz/2006q4/2006dec18p4.htm) ใหญ่ก�ำลังแปรเปลี่ยนเป็นทะเลทราย เราก�ำลัง ก า ร เ ติ บโ ต ท า ง
เลสเตอร์ บราวน์ (Lester Brown) นกั สงิ่ แวดลอ้ มรนุ่ บกุ เบกิ ผกู้ อ่ ตงั้ สถาบนั ท�ำลายระบบหล่อเล้ียงของธรรมชาติลงอย่าง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ท่ี สู ง ข้ึ น
วิจัยส่ิงแวดล้อมชั้นน�ำ 2 แห่ง คือ Worldwatch Institute และ Earth สมำ�่ เสมอ และบางทกี อ็ าจไมเ่ ชอ่ื งชา้ อยา่ งทเ่ี ราคดิ กว่า 4 เท่าในช่วง
Policy Institute และประดิษฐ์ค�ำว่า “สังคมท่ียั่งยืน” ตั้งแต่ต้นทศวรรษ บราวน์เตือนว่า ไม่มีใครสามารถอยู่รอดได้ ถ้า เวลาครึ่งศตวรรษที่
1980 อธบิ ายวกิ ฤตสิ ง่ิ แวดลอ้ มทกุ ดา้ นและน�ำเสนอทางออกทเ่ี ปน็ รปู ธรรม ระบบหลอ่ เลยี้ งของธรรมชาตถิ กู ทำ� ลายจนหมดสนิ้ ผา่ นมานน้ั ตง้ั อยบู่ น
ในหนงั สอื เรอื่ ง “Plan B 4.0 - Mobilizing to Save Civilization” เวอรช์ นั วิกฤติน�้ำที่บราวน์เป็นห่วงท่ีสุดคือ น้�ำในช้ันน�้ำ การตกั ตวงทรพั ยากร
ลา่ สดุ ของหนังสือชดุ Plan B ที่บราวน์ปรับปรงุ อย่างสม่ำ� เสมอเกอื บทกุ ปี ใตด้ นิ ก�ำลังถดถอยลงอย่างรวดเรว็ ในทุกประเทศ ธรรมชาติเกินระดับ
ดว้ ยขอ้ มลู ใหม่ (อา่ นออนไลนห์ รอื ดาวนโ์ หลดไดจ้ าก http://www.earth- ที่รวมกันรองรับประชากรโลกกว่าคร่ึงหนึ่ง ท้ัง ท่ยี ่ังยนื
policy.org/books/pb4) ในประเทศผู้ผลิตธัญพืชที่ใหญ่ที่สุด 3 ประเทศ
ในภาพรวม บราวน์มองว่ากรณีแท่นขุดเจาะน�้ำมันของบีพีระเบิดในอ่าว คือ จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา และประเทศ ...
เมก็ ซโิ ก อาจเปน็ เพยี งจดุ เรม่ิ ตน้ ของซรี สี ห์ ายนภยั รอบใหมเ่ ทา่ นน้ั เขาบอก ท่ีเล็กกว่า เช่น ซาอุดีอาระเบีย เยเมน ซีเรีย
วา่ เราตอ้ งเลกิ ขดุ เจาะนำ้� มนั นอกชายฝง่ั จนกวา่ จะมนั่ ใจไดว้ า่ มนั ปลอดภยั ปากีสถาน เม็กซโิ ก ฯลฯ บราวน์บอกว่าประเทศ
รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ และเตอื นวา่ เรากำ� ลงั จะเผชญิ กบั วกิ ฤติ 2 เรอ่ื งพรอ้ มกนั คอื เหล่าน้ีน่าจะก�ำลังถึงจุดน้�ำสูงสุดแล้ว หรือไม่ก็
จุดสูงสุดของน้�ำมันดิบ (Crude Oil Peak หมายถึงจุดท่ีอัตราการผลิต กำ� ลงั จะถงึ เพราะสบู นำ้� บาดาลออกมาใชใ้ นอตั ราท่ี
น�้ำมันจะถึงจุดสูงสุด หลังจากนั้นปริมาณน้�ำมันส�ำรองจะเร่ิมลดลง) และ เรว็ กวา่ ธรรมชาติสามารถฟน้ื ฟคู นื ซึ่งหมายความ
จดุ สงู สดุ ของนำ�้ (Water Peak) บราวนบ์ อกวา่ ปรากฏการณค์ นู่ จี้ ะเปลยี่ น วา่ การผลติ อาหารของเราน้นั เปน็ “ภาวะฟองสบู่”
โฉมหน้าของเศรษฐกิจและกระท่ังอารยธรรมท่ีเราคุ้นเคยไปอย่างไม่มีวัน ที่เม่ือถึงวันหน่ึงก็ต้องแตก เพราะเราก�ำลังเพ่ิม
หวนคืน และมนั ก็ไมใ่ ชส่ ่งิ ที่อยู่ในอนาคตอกี หลายสิบปีข้างหนา้ ทวา่ กำ� ลงั การผลิตอาหารในทางที่บั่นทอนอุปทานน�้ำใน
เกดิ ขึน้ ตอ่ หนา้ ตอ่ ตาเรา ธรรมชาติ
ปญั หาทใี่ หญท่ สี่ ดุ ในมมุ มองของบราวนค์ อื การเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ทส่ี งู ขนึ้ บราวน์บอกว่า เม่ือใดก็ตามท่ีน�้ำในชั้นน้�ำใต้ดิน
กวา่ 4 เทา่ ในชว่ งเวลาครงึ่ ศตวรรษทผี่ า่ นมานนั้ ตงั้ อยบู่ นการตกั ตวงทรพั ยากร ของเราเหือดแห้ง (ซึ่งเขามองว่าจะเกิดภายใน
ธรรมชาตเิ กนิ ระดบั ทย่ี ง่ั ยนื ผลทต่ี ามมาคอื ผลผลติ ทางการเกษตรก�ำลงั เรมิ่ กลางศตวรรษท่ี 21) เรากจ็ ะถกู สถานการณบ์ งั คบั
ถดถอย ปลาในทะเลร่อยหรอจากการประมงเกนิ ขนาด น้ำ� ในชัน้ น้�ำใตด้ นิ ให้ลดอัตราการสูบน้�ำบาดาลลงให้เท่ากับอัตรา
การฟื้นฟูของธรรมชาติ เมื่อถึงเวลานั้นฟองสบู่
104
สฤณีอาชวานันทกุล 105

การผลติ อาหารกจ็ ะแตก บราวนไ์ มค่ ดิ วา่ สงั คมมคี วามพรอ้ มทจ่ี ะรบั มอื กบั การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบชลประทานเป็นนโยบายเร่งด่วนส�ำหรับ
เร่ืองน้ีดีพอ คนพูดกันแต่เรื่องจุดน�้ำมันสูงสุด แต่มีน้อยคนที่พูดถึงจุดน�้ำ รัฐบาลหลายประเทศ ท่ีมองเห็นความส�ำคัญและขนาดของวิกฤติน�้ำ น่า
สงู สดุ บราวนบ์ อกวา่ การตอ้ งเผชญิ กบั จดุ นำ�้ สงู สดุ และนำ้� มนั สงู สดุ พรอ้ มกนั เสียดายทรี่ ฐั บาลไทยยังไมไ่ ดเ้ ปน็ หนง่ึ ในนนั้ ใน พ.ศ. 2547 ประเทศจีน
หมายความว่าเราก�ำลังอยู่ในโลกใหม่ที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน และจะต้อง กระทรวงทรพั ยากรนำ�้ ประกาศแผนเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพของระบบชลประทาน
เปล่ยี นวธิ ีคดิ เสยี ใหม่ มองน้ำ� ว่าเป็นทรัพยากรหายาก ไม่ใชท่ รัพยากรท่ีมี โดยตง้ั เปา้ วา่ จะเพม่ิ จากรอ้ ยละ 43 ใน พ.ศ. 2543 เปน็ รอ้ ยละ 51 ใน พ.ศ.
เหลอื เฟอื อยา่ งเชน่ ในอดตี 2553 และรอ้ ยละ 55 ใน พ.ศ. 2573 มาตรการสำ� คัญๆ ในแผนนี้ ไดแ้ ก่
Plan B 4.0 ไม่ได้ฉายภาพแต่ปัญหา หากยังน�ำเสนอทางออกท่ีชัดเจน การเพ่ิมราคาน�้ำ การเพ่ิมแรงจูงใจให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีชลประทาน
บราวนบ์ อกวา่ ในเมอ่ื ตอนนเี้ ราตอ้ งใชน้ ำ�้ 1,000 ตนั ในการผลติ ธญั พชื 1 ตนั ที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาศักยภาพขององค์กรบริหารจัดการส่วน
ก็ไม่ต้องสงสัยเลยที่การใช้น�้ำกว่าร้อยละ 70 ในโลกน้ีเป็นไปเพ่ือการ ทอ้ งถนิ่ ใหส้ ามารถจดั การกบั กระบวนการนไี้ ด้ แผนนเ้ี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของการ
ชลประทาน ดังนน้ั การเพิม่ ประสิทธภิ าพของระบบชลประทานจึงเป็นหัวใจ สร้างความมั่นคงทางอาหารของจีน และถึงแม้ว่าจะก่อให้เกิดการโต้เถียง
สำ� คญั ของการเพมิ่ ผลิตภาพน้ำ� โดยรวม มากมาย โดยเฉพาะในประเด็นความเป็นธรรมและความเสมอภาคของ
ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ประสทิ ธภิ าพของโครงการนำ้� บนบก นนั่ คอื เขอื่ นหลากหลาย การใชน้ ำ�้ กเ็ ปน็ แผนทน่ี า่ จะชว่ ยใหจ้ นี รบั มอื กบั วกิ ฤตนิ ำ�้ ไดด้ กี วา่ ประเทศอนื่
ขนาดทนี่ ำ� สง่ นำ้� ไปยงั เกษตรกรผา่ นเครอื ขา่ ยคลองชลประทาน ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ ทร่ี ฐั ยงั ไม่ใหค้ วามส�ำคญั และท�ำงานแบบ “บูรณาการแต่ปาก” เทา่ นั้น
การใชน้ ำ้� วธิ นี ไ้ี มม่ ที างไปถงึ พชื ผลเตม็ รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ เพราะนำ�้ ชลประทาน บราวน์เสนอว่า การเพ่ิมประสิทธิภาพของระบบชลประทานนั้น โดยปกติ
บางส่วนระเหยไประหว่างทาง บางส่วนซึมลงดิน และบางส่วนก็ร่ัวไหลไป หมายถงึ การเปลย่ี นจากระบบชลประทานบนบกทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพคอ่ นขา้ งตำ�่
ทางอน่ื นกั วเิ คราะหน์ โยบายนำ�้ แซนดรา โพสเทล (Sandra Postel) และ ไปสรู่ ะบบชลประทานนำ�้ หยด การเปลย่ี นแปลงไปสรู่ ะบบชลประทานนำ้� หยด
เอมี วคิ เคอรส์ (Amy Vickers) พบว่า “ประสิทธภิ าพน�ำ้ ชลประทานบนบก ปกตจิ ะชว่ ยลดปรมิ าณนำ�้ ทตี่ อ้ งใชล้ งไดถ้ งึ รอ้ ยละ 50 อกี ทง้ั ยงั เพมิ่ ผลผลติ
อยู่ระหว่างร้อยละ 25-40 ในอินเดีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และไทย ระหว่าง เนอื่ งจากจา่ ยนำ้� ไดอ้ ยา่ งสมำ่� เสมอโดยแทบจะไมม่ กี ารระเหยเลย เนอ่ื งจาก
ร้อยละ 40-45 ในมาเลเซียและโมร็อกโก และระหว่างร้อยละ 50-60 ระบบชลประทานน้�ำหยดตอ้ งใชแ้ รงงานมากและมีประสทิ ธภิ าพน�้ำสงู มาก
ในอสิ ราเอล ญี่ปนุ่ และไตห้ วัน” มนั จงึ เปน็ ระบบทเี่ หมาะสมกบั ประเทศทมี่ แี รงงานลน้ เกนิ และขาดแคลนนำ�้
ปัจจัยท่ีส่งผลต่อประสิทธิภาพน�้ำไม่ได้มีแต่ลักษณะและสภาพของระบบ ปจั จบุ นั มปี ระเทศขนาดเลก็ เพยี งไมก่ ป่ี ระเทศ ไดแ้ ก่ ไซปรสั อสิ ราเอล และ
ชลประทานเท่านัน้ แต่ชนดิ ของดิน อุณหภมู ิ และความชืน้ กม็ สี ่วนเช่นกัน จอร์แดน ท่ใี ช้ระบบชลประทานน้�ำหยดเปน็ หลกั ประเทศอนิ เดีย จนี และ
นำ�้ ชลประทานในพนื้ ทแ่ี หง้ แลง้ และรอ้ นจดั ยอ่ มระเหยมากกวา่ นำ�้ ในพน้ื ทชี่ นื้ สหรัฐอเมริกาใชร้ ะบบนี้เพียงรอ้ ยละ 1-4 ของพน้ื ท่ีเพาะปลูก
ทอ่ี ากาศเย็นกวา่
สฤณีอาชวานนั ทกุล 107
106

... ข้อดีของระบบชลประทานน�้ำหยดคือเป็นระบบท่ี นอกจากจะนำ� เสนอมาตรการทางตรง บราวนย์ งั ชใ้ี หเ้ หน็ มาตรการทางออ้ ม
บราวน์ตั้งข้อสังเกต เรยี บงา่ ยและใชเ้ งนิ ลงทนุ ไมส่ งู มาก สามารถคนื ทนุ อีกมากมายที่จะช่วยประหยัดน�้ำได้ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น�้ำ
ว่าการเปลี่ยนแปลง ได้ภายใน 1 ปี การช่วยประหยัดน้�ำและเพิ่ม ในภาคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนไปปลูกพืชท่ีใช้น�้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
เชงิ สถาบนั โดยเฉพาะ ผลผลิตพร้อมกันแปลว่ามันสามารถเพิ่มรายได้ (เช่น เปลย่ี นจากข้าวเจ้าไปเป็นขา้ วสาลแี บบทอี่ ียิปตก์ �ำลงั ท�ำ) และรณรงค์
การย้ายความรับผิด ให้กับเกษตรกรรายย่อยได้ค่อนข้างมาก ปัจจุบัน ใหค้ นลดการบรโิ ภคเนอื้ สตั ว์ เพราะธญั พชื ทค่ี นปลกู ใหว้ วั กนิ นนั้ มปี รมิ าณ
ชอบในการบรหิ ารจดั ประเทศจนี ไดเ้ รมิ่ ขยายพนื้ ทท่ี ใ่ี ชร้ ะบบชลประทาน มหาศาล บราวน์ค�ำนวณให้ดูเป็นตัวอย่างว่า ถ้าคนอเมริกันทั้งประเทศ
การระบบชลประทาน นำ�้ หยดแลว้ เพ่ือประหยดั น้ำ� ท่หี ายากข้นึ เร่ือยๆ ลดการบรโิ ภคเนอ้ื ววั นม และไขไ่ กล่ งเพยี งเลก็ นอ้ ย กจ็ ะสามารถลดปรมิ าณ
จากหน่วยงานรัฐไป บราวน์ตั้งข้อสังเกตว่าการเปล่ียนแปลงเชิง ธัญพืชได้ถึง 30 ล้านตัน เท่ากับลดปริมาณน�้ำท่ีใช้ในเพาะปลูกลงได้ถึง
สู่สมาคมผู้ใช้น�้ำใน สถาบัน โดยเฉพาะการย้ายความรับผิดชอบใน 30,000 ล้านตันเลยทีเดียว
ระดับท้องถ่ิน ก็ช่วย การบรหิ ารจดั การระบบชลประทาน จากหนว่ ยงาน
เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพใน รัฐไปสู่สมาคมผู้ใช้น้�ำในระดับท้องถิ่น ก็ช่วย สฤณีอาชวานนั ทกุล 109
การใช้น�้ำ ในหลาย เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้�ำ ในหลายประเทศ
ประเทศ เกษตรกร เกษตรกรท่ีรวมตัวกันบริหารจัดการน้�ำในระดับ
ที่รวมตัวกันบริหาร ท้องถ่ินได้รับการคุ้มครองอ�ำนาจน้ีในกฎหมาย
จัดการน�้ำในระดับ และพวกเขาก็มักจะบริหารจัดการน้�ำได้ดีกว่า
ท้องถิ่นได้รับการ หนว่ ยงานรัฐ อยา่ งเช่น กรมชลประทาน เพราะมี
คมุ้ ครองอำ� นาจนใ้ี น แรงจูงใจโดยตรงที่จะท�ำ บราวน์ยกตัวอย่างจีน
กฎหมาย และพวก ตนู เิ ซยี และเมก็ ซโิ กวา่ เปน็ ผนู้ ำ� ในดา้ นนี้ ใน พ.ศ.
เขาก็มักจะบริหาร 2551 สมาคมผู้ใช้น้�ำในเม็กซิโกที่เกษตรกรเป็น
จัดการน้�ำได้ดีกว่า สมาชกิ บรหิ ารจัดการพนื้ ทชี่ ลประทานกวา่ ร้อยละ
หน่วยงานรัฐ อย่าง 99 ทั่วประเทศ ช่วยลดภาระงบประมาณของ
เชน่ กรมชลประทาน รฐั บาลกลาง การบรหิ ารจดั การเองแปลวา่ สมาคม
เ พ ร า ะ มี แ ร ง จู งใ จ มักจะต้องเก็บค่าใช้น�้ำชลประทานมากขึ้นจาก
โดยตรงท่จี ะทำ� เกษตรกรท่เี ปน็ สมาชกิ แต่เกษตรกรก็ยนิ ดเี พราะ
ได้รับประโยชน์จากผลิตภาพท่ีเพ่ิมขึ้นมากกว่า
... ตน้ ทนุ สว่ นเพม่ิ ที่ต้องเสยี ไป

108

12 ขณะทโี่ ลกยงั หมนุ รอบตวั เองและรอบดวงอาทติ ย์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเศรษฐ-
ศาสตรส์ ง่ิ แวดลอ้ มกไ็ ดร้ ดุ หนา้ ไปอยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ จนปจั จบุ นั เราเขา้ ใจความ
เอลนิ อร์ ออสตรอม เชื่อมโยงของระบบต่างๆ ในธรรมชาติ และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง
กบั ปญั ญาปฏิบัติของชมุ ชน โลกธรรมชาตกิ บั โลกประดษิ ฐข์ องมนษุ ยม์ ากกวา่ ทเี่ คยเปน็ มาทกุ ยคุ ทกุ สมยั

แตด่ งั ทดี่ าไลลามะ กลา่ วอยา่ งโดง่ ดงั ในบทกวชี อื่ “ความยอ้ นแยง้ แหง่ ยคุ สมยั
(Paradox of Our Age)” “เรามคี วามรมู้ ากขนึ้ แตม่ วี จิ ารณญาณนอ้ ยลง
...มผี ู้เชีย่ วชาญมากขนึ้ แต่ก็มปี ญั หามากข้นึ ”

เรามีความรู้และผู้เช่ียวชาญมากขึ้นมาก แต่เหตุใดความขัดแย้งเร่ืองการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติก็ยังดำ� เนินต่อไป โดยเฉพาะระหว่างชาวบ้าน
ในพน้ื ทก่ี บั รฐั และนายทนุ ดงั ทมี่ นั เปน็ มาเนนิ่ นานตงั้ แตผ่ เู้ ขยี นจำ� ความได้

ผู้เขียนคิดว่าสาเหตุหลักประการหนึ่งคือ ไม่ว่า ...
เศรษฐศาสตร์ส่ิงแวดล้อมและวิทยาศาสตร์จะ “เรามคี วามรมู้ ากขน้ึ
ก้าวหนา้ ไปมากเพยี งใด ผมู้ ีอำ� นาจในสงั คม โดย แต่มีวิจารณญาณ
เฉพาะผู้ด�ำเนินนโยบายสาธารณะ ยังตกหล่ม นอ้ ยลง...มผี เู้ ชย่ี วชาญ
วาทกรรมกระแสหลกั ทเี่ ดนิ ผดิ จงั หวะกบั ธรรมชาติ มากขน้ึ แตก่ ม็ ปี ญั หา
ทั้งธรรมชาติของระบบนิเวศ และธรรมชาติของ มากขึน้ ”
มนษุ ย์ ผเู้ ปน็ อะไรๆ มากมายนอกเหนอื จาก “สตั ว์
เศรษฐกจิ ” ...

สฤณีอาชวานันทกุล 111

... ผดู้ ำ� เนนิ นโยบายและนกั เศรษฐศาสตรก์ ระแสหลกั พูดอีกนัยหนึ่งคือ วิธีแก้ปัญหาทรัพยากรร่วม ...
ใ น ท ฤ ษ ฎี เ ก ม มองว่า วิธีแก้ปัญหา “โศกนาฏกรรมทรัพยากร รอ่ ยหรอในโลกจรงิ ไมไ่ ดม้ แี ตก่ ารใหร้ ฐั หรอื เอกชน นอกจากชาวบ้าน
ท ฤ ษ ฎี น้ี บ อ ก ว ่ า สาธารณะ (Tragedy of The Commons)” เป็นผู้ควบคุมหรือจัดการเท่านั้น แต่คนในชุมชน จะสามารถร่วมมือ
ปัจเจกมีแนวโน้มท่ี ซ่ึงหมายถึงการที่ต่างคนต่างตักตวงทรัพยากร ผพู้ งึ่ พาทรพั ยากรนน้ั เองสามารถรว่ มมอื กนั ออกแบบ กันออกแบบกลไก
จะตักตวงทรัพยากร สาธารณะจนล่มสลาย มีเพียง 2 วิธีเท่าน้ัน คือ “สถาบันทางสงั คม” (กฎ กติกา มารยาท) ทกี่ า้ ว บ ริ ห า ร ท รั พ ย า ก ร
แบบมือใครยาวสาว ใหร้ ฐั กำ� กบั ดแู ล (เชน่ ออกกฎหมายกำ� หนดโควตา ขา้ มอาการสายตาสน้ั อนรุ กั ษท์ รพั ยากรรว่ มอยา่ ง ร่วมที่มีประสิทธิผล
ได้สาวเอา หักหลัง การจบั ปลา และลงโทษผฝู้ า่ ฝนื ) หรอื ไมก่ ใ็ หเ้ อกชน ยั่งยืนได้โดยไม่ต้องมีใครแทรกแซงจากภายนอก แล้ว บางคร้ังการ
ค น อ่ื น ตั้ ง แ ต ่ แ ร ก รายใดรายหนึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการใช้ และหลายกรณีก็ได้ผลดีกว่าการให้รัฐหรือเอกชน บังคับใช้กฎกติกา
ทำ� ใหส้ ดุ ทา้ ยในระยะ ทรพั ยากร เพอ่ื สรา้ งแรงจงู ใจใหบ้ รหิ ารจดั การอยา่ ง จัดการด้วยซ้ำ� ไป ที่มาจากภายนอก
ยาวทกุ คนเสยี ประโยชน์ ยั่งยนื ผู้มีส่วนช่วยลบล้างมายาคติของเศรษฐศาสตร์ (เช่น กฎหมาย) ยัง
มากกวา่ ถา้ รว่ มมอื กนั วิธีคิดแบบนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแบบ กระแสหลกั มากทส่ี ดุ คนหนง่ึ คอื เอลนิ อร์ออสตรอม สง่ ผลใหค้ นในชมุ ชน
ตง้ั แตต่ ้น แต่ในโลก จ�ำลอง “ความยอ้ นแย้งของนกั โทษ (Prisoner’s (Elinor Ostrom) นักเศรษฐศาสตร์สถาบัน รว่ มมอื กนั โดยสมคั ร
แหง่ ความจรงิ เราตดิ Dilemma)” ในทฤษฎเี กม ทฤษฎนี บี้ อกวา่ ปจั เจก ชาวอเมรกิ นั เธอไดร้ บั รางวลั โนเบลใน พ.ศ. 2552 ใจนอ้ ยลงอีกด้วย
กับดักน้ีก็ต่อเมื่อเรา มีแนวโน้มท่ีจะตักตวงทรัพยากรแบบมือใครยาว จากงานวจิ ยั ภาคสนามทที่ ำ� อยา่ งตอ่ เนอื่ งยาวนาน
มองว่าตัวเองเป็น สาวได้สาวเอา หักหลังคนอื่นต้ังแต่แรก ท�ำให้ กวา่ 30 ปีในหลายชุมชนทวั่ โลก อาทิ ระบบการ ...
“นักโทษ” จริงๆ สุดท้ายในระยะยาวทุกคนเสียประโยชน์มากกว่า จัดการทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านในแอฟริกา
เท่านั้น คือตดั สนิ ใจ ถา้ รว่ มมอื กนั ตงั้ แตต่ น้ แตใ่ นโลกแหง่ ความจรงิ เรา และระบบการจดั การชลประทานชมุ ชนของชาวบา้ น
แบบตัวใครตัวมัน ตดิ กบั ดกั นก้ี ต็ อ่ เมอ่ื เรามองวา่ ตวั เองเปน็ “นกั โทษ” ในอินเดียและเนปาล ออสตรอมพบว่านอกจาก
ไม่รู้จักใครและไม่ จรงิ ๆ เทา่ นนั้ คอื ตดั สนิ ใจแบบตวั ใครตวั มนั ไมร่ จู้ กั ชาวบา้ นจะสามารถรว่ มมอื กนั ออกแบบกลไกบรหิ าร
หนั หนา้ คยุ กนั แตใ่ น ใครและไม่หันหน้าคุยกัน แต่ในโลกจริงเรารู้จัก ทรัพยากรร่วมที่มีประสิทธิผลแล้ว บางครั้งการ
โลกจรงิ เรารจู้ กั คนอน่ื คนอ่ืนในชุมชนเพราะมีความสัมพันธ์ยาวนาน บงั คบั ใชก้ ฎกตกิ าทมี่ าจากภายนอก(เชน่ กฎหมาย)
ใ น ชุ ม ช น เ พ ร า ะ มี สามารถมาพดู คยุ หารอื กนั เปลยี่ นกฎกตกิ าเสยี ใหม่ ยังส่งผลให้คนในชุมชนร่วมมือกันโดยสมัครใจ
ความสัมพันธ์ยาว ใหท้ กุ คนไดป้ ระโยชนใ์ นระยะยาวได้ เชน่ ออกแบบ น้อยลงอีกด้วย
นาน สามารถมาพดู มาตรการลงโทษคนโกง หรือเปล่ียนอัตราส่วน
คุยหารอื กนั เปลี่ยน ผลตอบแทน (ภาษาทฤษฎีเกมเรียกกรณีน้ีว่า
กฎกตกิ าเสยี ใหมใ่ ห้ Repeated Prisoner’s Dilemma)
ทุกคนได้ประโยชน์
ในระยะยาวได้

...

112 สฤณีอาชวานันทกลุ 113

คณุ ปู การอนั ยงิ่ ใหญข่ องออสตรอมคอื เธอสามารถสกดั “หลกั การออกแบบ 5. มีการลงโทษอยา่ งคอ่ ยเป็นคอ่ ยไป (Graduated Sanctions) คนที่
กตกิ า (Design Principles)” ออกมาจากกรณกี ารจัดการทรพั ยากรรว่ ม ละเมิดกฎกติกาครง้ั แรกๆ จะถกู ลงโทษคอ่ นขา้ งเบา ถา้ ท�ำผดิ ซ�้ำซาก
ของชุมชนท่ีประสบความส�ำเร็จท่ัวโลก เพ่ือตอบค�ำถามว่ากรณีเหล่าน้ีมี จะถูกลงโทษรุนแรงข้นึ เรื่องน้สี �ำคัญด้วยเหตผุ ลคล้ายกนั กับการเปดิ
จดุ รว่ มตรงไหนบา้ ง หลกั การท่เี ธอสกัดออกมา 8 ขอ้ ได้แก่ ใหค้ นมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจ นน่ั คอื ถา้ คนผดิ ถกู ลงโทษหนกั ตง้ั แต่
1. ความชัดเจนของขอบเขต (Boundaries) คนในชุมชนก�ำหนดและ ตน้ คนก็จะไม่ค่อยอยากเขา้ ร่วมวงไพบลู ยด์ ้วย

แยกแยะได้วา่ ใครมสี ทิ ธใ์ิ ช้ทรพั ยากร ใครไมม่ ีสิทธิ์ และสามารถระบุ 6. มีกลไกจดั การความขัดแยง้ (Conflict Resolution Mechanisms)
ขอบเขตของทรัพยากรร่วมทีอ่ ย่ภู ายใตก้ ารจดั การ (เช่น ถา้ เปน็ แหล่ง ทม่ี ตี น้ ทนุ ตำ�่ และเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย ทงั้ กลไกระหวา่ งผใู้ ชก้ นั เอง (เชน่ ระบบ
ประมงชายฝัง่ ระบุไดว้ า่ จะดูแลรว่ มกันแค่ไหน) ชลประทานชุมชนหลายแห่งมอบหมายให้ผู้อาวุโสในชุมชนเป็นคน
2. ความสอดคล้อง (Congruence) หมายรวมทั้งความสอดคล้อง ไกลเ่ กลย่ี ) และกลไกระหว่างผู้ใช้กับเจ้าหนา้ ที่รัฐ (ในแงน่ ีว้ ิธหี นงึ่ ท่ีรฐั
ระหวา่ งกฎกตกิ าของชมุ ชนกบั เงอ่ื นไขทางสงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม (เชน่ จะชว่ ยเหลอื ชมุ ชนไดค้ อื เปน็ ผไู้ กลเ่ กลยี่ เมอื่ มขี อ้ ขดั แยง้ ระหวา่ งกตกิ า
ไม่เรียกร้องให้สมาชิกออกแรงเกินก�ำลัง จนท�ำให้เสียโอกาสท�ำมา ของชมุ ชนกบั กฎหมาย)
หากนิ ) และความสอดคลอ้ งระหวา่ งประโยชนท์ ส่ี มาชกิ ไดร้ บั กบั ตน้ ทนุ
ทเี่ สียไป 7. รฐั ให้การยอมรบั ในสิทธขิ องชุมชน (Recognition of Rights) ชุมชน
3. ระบบทเี่ ปดิ ใหส้ มาชกิ สว่ นใหญม่ สี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจและปรบั ปรงุ ทปี่ ระสบความสำ� เรจ็ ไดร้ บั การยอมรบั จากรฐั วา่ มสี ทิ ธใิ นการวางกตกิ า
กฎกติกา (Collective Choice Arrangements) ถ้าคนสว่ นใหญ่ ใช้ และจดั การทรพั ยากรรว่ ม หลกั การขอ้ นเ้ี ปน็ ประเดน็ ทป่ี ระเทศไทย
ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ พวกเขาก็จะขาดแรงจูงใจที่จะร่วมดูแล ยังล้าหลังมาก เพราะระบบคิดของรัฐยังให้สิทธิรัฐหรือเอกชนในการ
รักษาทรพั ยากร จัดการทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก มากกว่าจะ
4. การสอดส่องดูแลท่ีมีประสิทธิผล (Effective Monitoring) ต้องมี คมุ้ ครองสทิ ธขิ องชาวบา้ นในการจดั การตวั เอง ระบบการจดั การทรพั ยากร
กลไกการสอดส่องดูแลว่าสมาชิกใช้ทรัพยากรตามกติกาท่ีตกลงร่วม ของชุมชนหลายแห่งถึงแม้จะมีความย่ังยืน แต่สุดท้ายก็ไปต่อไม่ได้
กันหรือไม่เพียงใด และคอยสอดส่องดูแลสภาพของทรัพยากรอย่าง เพราะถกู นายทนุ ซอื้ กรรมสทิ ธใิ์ นทด่ี นิ อยา่ งถกู กฎหมาย เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั
สม�ำ่ เสมอ จะไดส้ ามารถปรับเปล่ียนกฎกตกิ าได้อยา่ งทนั ทว่ งที จบั ชาวบา้ นในขอ้ หาบกุ รกุ หรอื ทำ� ใหโ้ ลกรอ้ น (อา่ นรายละเอยี ดไดจ้ าก
เว็บไซต์เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน http://www.landreformthai.net/
114 index.php?option=com_content&view=article&id=
217:2011-03-15-06-11-15&catid=88:2010-03-21-04-30-
09&Itemid=47) ฯลฯ

สฤณีอาชวานันทกลุ 115

8. ส�ำหรับทรัพยากรร่วมที่มีขนาดใหญ่ กติกาและกระบวนการจัดการ จัดการกันเองได้) ส่วนกลไกตลาดก็มีประโยชน์ ...
ทรพั ยากรจะตอ้ งเชอื่ มโยงสอดคลอ้ งกบั ระบบทใ่ี หญก่ วา่ อาทิ กฎหมาย ในแงท่ ถ่ี า้ ตลาดใหม้ ลู คา่ กบั ทรพั ยากรรว่ ม มลู คา่ น้ี ปัจจัยส�ำคัญท่ีท�ำให้
(Nested Enterprises) โดยมรี ะบบการจดั การของชมุ ชนเปน็ ฐานราก ก็สามารถเสริมสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกในชุมชน คนในชมุ ชนสามารถ
รว่ มกันออกแบบและรักษากตกิ าอยา่ งแขง็ ขนั มาตกลงออกแบบ
ออสตรอมพบว่า การจดั การทรัพยากรรว่ มของชุมชนทปี่ ระสบความส�ำเร็จ ประเทศไทยมีตัวอย่างการจัดการทรัพยากรของ กฎกตกิ ากนั ไดต้ งั้ แต่
นน้ั มลี กั ษณะทต่ี รงกบั หลกั การขา้ งตน้ ทกุ ขอ้ สว่ นชมุ ชนทล่ี ม่ สลายมกั จะมี ชมุ ชนทป่ี ระสบความสำ� เรจ็ ไมน่ อ้ ย ในหนงั สอื “การ ต้นคือ “ความไว้
ลักษณะสอดคลอ้ งกับหลกั การเพยี ง 1-2 ขอ้ เท่านนั้ โดยชมุ ชนทล่ี ม้ เหลว ส�ำรวจองค์ความรู้เร่ืองแนวคิดว่าด้วยการจัดการ วางใจ (Trust)” และ
มักจะขาดกลไกการจัดการความขัดแย้ง ไม่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ ทรัพยากรร่วม : ประสบการณ์จากต่างประเทศ “การตอบแทน
และไม่ไดเ้ ช่ือมโยงกบั ระบบนเิ วศสังคมท่ีใหญก่ วา่ และแนวคิดในประเทศไทย” โดยชล บุนนาค (Reciprocity)”
นอกจากนอี้ อสตรอมยงั ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ ปจั จยั สำ� คญั ทที่ ำ� ใหค้ นในชมุ ชนสามารถ (คณะกรรมการสมชั ชาปฏริ ูป, 2554 ดาวนโ์ หลด เพราะคนที่ไว้เน้ือ
มาตกลงออกแบบกฎกติกากันได้ตั้งแต่ต้นคือ “ความไว้วางใจ (Trust)” ฉบับเต็มได้จากบล็อกของผู้เขียน http://www. เชื่อใจซ่ึงกันและกัน
และ “การตอบแทน (Reciprocity)” เพราะคนทไ่ี วเ้ นอื้ เชอ่ื ใจซงึ่ กนั และกนั fringer.org/wp-content/writings/mini- ย่อมร่วมมือกันง่าย
ยอ่ มรว่ มมอื กนั งา่ ยกวา่ เดมิ และตอบแทนกนั ไดง้ า่ ยทงั้ ทางบวก (เชน่ ใหก้ าร ostrom.pdf) ยกตัวอย่างอาทิ กว่าเดิม และตอบ
ชนื่ ชมยกยอ่ งคนทชี่ ว่ ยอนรุ กั ษท์ รพั ยากรชมุ ชน) และทางลบ (เชน่ ประณาม “เครือข่ายชุมชนบริเวณลุ่มน้�ำปะเหลียน ซ่ึงเป็น แทนกันไดง้ า่ ย
คนทเ่ี อาเปรยี บคนอนื่ ) ในแงน่ กี้ ารคน้ พบของออสตรอมยนื ยนั ถงึ ประโยชน์ เครอื ขา่ ยของหมบู่ า้ นกวา่ 40 หมบู่ า้ น ประสานงาน
ของการช่วยเหลือเกอ้ื กูล ร่วมทุกขร์ ว่ มสุขกัน อนั เปน็ คณุ ธรรมพืน้ ฐานของ โดยสมาคมหยาดฝน ...บริหารจัดการทรัพยากร ...
ภมู ิปัญญาตะวนั ออก รวมทัง้ ในไทยมาชา้ นาน ธรรมชาติที่มีอยู่ตลอดแม่น�้ำปะเหลียน ต้ังแต่
แต่ที่ส�ำคัญกว่านั้นคือ ออสตรอมชี้ว่าล�ำพังความไว้เนื้อเชื่อใจและการ เขตปา่ ต้นน�้ำ ท่รี าบลมุ่ นำ�้ จืด ป่าสาคู ท่รี าบลมุ่
ตอบแทนกนั นน้ั ไมเ่ พยี งพอ ชมุ ชนจะตอ้ งสามารถ “แกป้ ญั หารว่ มกนั ” ไดจ้ รงิ นำ�้ กรอ่ ย ปา่ ชายเลน และเขตชายฝง่ั ทะเล เปน็ ตน้
ซ่ึงจุดนี้เองรัฐกับกลไกตลาดสามารถเข้ามามีบทบาทได้ เช่น รัฐสามารถ (ปัทมาวดี ซูซูกิ และชล บนุ นาค, 2549)
สง่ มอบข้อมลู สำ� คัญทช่ี ุมชนขาดแคลน (ตัวอยา่ งหน่งึ ที่ดมี ากคือ ชาวบ้าน
ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาตกลงวิธีจัดการบ่อน้�ำบาดาลกัน สฤณีอาชวานนั ทกลุ 117
ไม่ได้ เพราะไม่มีข้อมูลเร่ืองการสะสมของสารจ�ำพวกเกลือบริเวณผิวดิน
(Salinization) ซ่ึงติดขึ้นมาเวลาสูบน�้ำใช้ แต่พอกรมธรณีวิทยาของ
รัฐบาลสหรัฐอเมริกามอบข้อมูลน้ีให้ พวกเขาก็สามารถออกแบบกติกา

116

...งานศกึ ษาในบางพืน้ ที่ เชน่ กรณีหมูบ่ ้านแหลม คุณปู การของเอลนิ อร์ ออสตรอม และนกั เศรษฐ- ...
อ�ำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ท่ีท�ำการอนุรักษ์หอย ศาสตร์สถาบันรุ่นใหม่ที่เจริญรอยตามเธอมีมาก ตลาดสามารถ
นางรมและป่าชายเลน (ปัทมาวดี ซูซูกิ และ มาย แตผ่ เู้ ขียนคดิ วา่ เหนือสงิ่ อ่นื ใดคือ การที่เธอ จัดการการผลิตและ
ชล บุนนาค, 2549) ก็มีวิธีการจัดการทรัพยากร ช้ีให้เห็นว่าเศรษฐกิจไม่ว่าจะระดับใดมิได้ด�ำเนิน ก า ร บ ริ โ ภ ค อ ย ่ า ง
และกระจายผลประโยชนข์ องทรพั ยากรผา่ นกลไก ไปอย่างลอยๆ หากแต่ต้ังอยู่บนโครงสร้างเชิง ย่ังยืนได้ (ซ่ึงฝ่าย
หลายลกั ษณะ ยกตวั อยา่ งเชน่ การบ�ำรงุ รกั ษาแนว สถาบัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหรือกฎกติกา ซ ้ า ย ก ร ะ แ ส ห ลั ก
เขตอนรุ ักษ์หอยนางรม การทำ� นุบำ� รงุ ปา่ ชายเลน มารยาท การใช้ทรัพยากรร่วมไม่จ�ำเป็นจะต้อง ปฏเิ สธ) แตจ่ ะทำ� ได้
โดยการแต่งสางปลกู เสริม และการสอดส่องดูแล ลงเอยเป็นโศกนาฏกรรมเสมอไปถ้าหากรัฐกับ ก็ต่อเมื่อมันต้ังอยู่
ทรัพยากรและการใช้ทรัพยากรจะเป็นลักษณะ เอกชนไม่ดูแล แต่ชาวบ้านในชุมชนสามารถ บ น เ ค รื อ ข ่ า ย แ ล ะ
การท�ำงานร่วมกันในชุมชน ในขณะท่ีเมื่อถึง จัดการได้เองจากฐานราก ถ้าเพียงแต่พวกเขาจะ ชุมชน (ซ่ึงฝ่ายขวา
วนั จับหอยนางรมประจ�ำปี (บางปจี ัดเป็นเทศกาล สามารถสร้างสถาบันท่ีถูกต้อง และสอดคล้อง กระแสหลกั ไมส่ นใจ)
หอยนางรม) คณะกรรมการอนุรักษ์หอยนางรม กบั เง่อื นไขทางสงั คมและส่งิ แวดล้อม ที่หนุนเสริมอุ้มชูมัน
จะจับหอยนางรมขึ้นมา และขายท้ังแบบสดและ นัยส�ำคัญจากข้อค้นพบของออสตรอมท้าทาย ไม่ใช่ไม่แยแสหรือ
แปรรูปในราคาถูกใหแ้ ก่ชาวบ้านเป็นหลกั เศรษฐศาสตรก์ ระแสหลกั ทง้ั ฝา่ ยซา้ ยและฝา่ ยขวา ท�ำร้ายชุมชน ไม่ว่า
ในแง่น้ีคณะกรรมการอนุรักษ์ฯ ใช้กลไกตลาด ตลาดสามารถจัดการการผลิตและการบริโภค จ ะโดย ตั้งใ จ หรือ
ในการจัดสรรหอยนางรม ให้คนในหมู่บ้านได้รู้ อย่างยั่งยืนได้ (ซึ่งฝ่ายซ้ายกระแสหลักปฏิเสธ) ไม่ตั้งใจก็ตาม
ถึงประโยชน์ของการอนุรักษ์หอยนางรม เงินท่ีได้ แต่จะท�ำได้ก็ต่อเม่ือมันต้ังอยู่บนเครือข่ายและ
จากการขายหอยนางรมประจ�ำปีจะถูกน�ำมาใช้ ชุมชน (ซึ่งฝ่ายขวากระแสหลักไม่สนใจ) ท่ีหนุน ...
เปน็ กองทนุ สวสั ดกิ ารสงั คมของหมบู่ า้ น ใหท้ นุ การ เสริมอุ้มชูมัน ไม่ใช่ไม่แยแสหรือท�ำร้ายชุมชน
ศึกษา ชว่ ยงานศพ และกิจกรรมอื่นๆ ของหมูบ่ ้าน ไมว่ า่ จะโดยตงั้ ใจหรือไม่ตง้ั ใจก็ตาม
โดยมีกรรมการพจิ ารณาจดั สรรทุนเป็นกรณๆี ไป
ซ่ึงอาจมองได้ว่าเป็นการใช้กลไกแบบแนวต้ัง สฤณีอาชวานนั ทกลุ 119
แบบรัฐ เป็นต้น”

118

ภาคท่ี 2 :
โลกใหม่ เศรษฐกิจใหม่

We never know the worth
of water till the well is dry.

- Thomas Fuller -

01 ปจั จบุ นั ไมน่ า่ จะมใี ครสงสยั แลว้ วา่ เรากำ� ลงั อยใู่ นชว่ งเปลยี่ นผา่ นออกจาก
ยคุ ทุนนยิ มอตุ สาหกรรมทลี่ า้ หลัง ไปส่ยู ุค “ทนุ นยิ มหลงั อุตสาหกรรม” ที่
“นิเวศบรกิ าร” ไมว่ า่ จะมโี ฉมหนา้ อยา่ งไรในแตล่ ะประเทศ กล็ ว้ นแตต่ อ้ งสอดคลอ้ งกบั หลกั
กับการพัฒนาเศรษฐกิจ “การพฒั นาที่ยั่งยืน” สถานเดียวเท่านนั้

สง่ิ ทตี่ ้องท�ำ 2 เรอ่ื งใหญ่คอื ผลักดนั ใหท้ ุกฝา่ ยมองเหน็ โฉมหนา้ ของ “การ
พฒั นาทไ่ี มย่ งั่ ยนื ” ปจั จบุ นั ในทกุ ระดบั ตงั้ แตร่ ะดบั โลกลงมาถงึ ปจั เจก และ
เมอื่ มองเหน็ กต็ อ้ งหาวธิ ี “สรา้ งแรงจงู ใจ” ใหค้ นทกุ ระดบั เปลยี่ นแปลงวถิ ชี วี ติ
และวิธีด�ำเนินธุรกิจ “ต้นทุน” ของการเปลี่ยนผ่านจะได้ไม่สูงเกินความ
สามารถในการจา่ ย โดยเฉพาะประเทศกำ� ลงั พฒั นาทมี่ ศี กั ยภาพทจี่ ะรบั มอื
นอ้ ยกวา่ ประเทศพฒั นาแลว้ แตเ่ ดอื ดรอ้ นจากวกิ ฤตสิ งิ่ แวดลอ้ มมากกวา่ กนั
หลายเทา่

วธิ ีสรา้ งแรงจงู ใจวิธีหน่ึงทน่ี กั ส่ิงแวดล้อม นักธุรกจิ ...
และนักเศรษฐศาสตร์จ�ำนวนมากเริ่มเห็นตรงกัน
“ทนุ นยิ มหลงั อตุ สาห-
กรรม” ท่ีไม่ว่าจะมี
มากขนึ้ เรอ่ื ยๆ วา่ เปน็ วธิ ที ไ่ี ดผ้ ล คอื การตมี ลู คา่ ของ โฉมหน้าอย่างไรใน
“นเิ วศบรกิ าร” ตา่ งๆ ออกมาเปน็ ตวั เงนิ เพอื่ สรา้ ง แตล่ ะประเทศ กล็ ว้ น
แรงจงู ใจใหค้ น “ลงทนุ ” รกั ษาและฟน้ื ฟนู เิ วศบรกิ าร แตต่ อ้ งสอดคลอ้ งกบั
และมองเหน็ ประโยชนแ์ ละโทษของทางเลอื กตา่ งๆ หลัก “การพัฒนาท่ี
ในการพัฒนาอย่างครอบคลุม และเป็นองค์รวม ย่ังยืน” สถานเดียว
มากกวา่ เดิม เทา่ น้นั
...

สฤณีอาชวานันทกุล 123

“นเิ วศบรกิ าร (Ecosystem Services)” หมายถงึ ประโยชนท์ ธี่ รรมชาตสิ ง่ มอบ ดังนั้นถ้าเรามองระบบนิเวศในฐานะนิเวศบริการ ...
ให้กับมนษุ ย์ นิเวศบริการทเ่ี ราคุ้นเคยทส่ี ุด ไดแ้ ก่ อาหาร นำ้� สะอาด และ เรากจ็ ะสามารถมองสง่ิ แวดลอ้ มวา่ เปน็ “สนิ ทรพั ย”์ ถา้ เรามองระบบนเิ วศ
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีใช้ในการผลิตสนิ ค้าและบริการต่างๆ แตย่ ังมีบรกิ าร ทกี่ ารพฒั นาตอ้ งพง่ึ พาและดงั นน้ั การดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม ในฐานะนเิ วศบรกิ าร
อกี มากมายทเ่ี รามกั ไมค่ อ่ ยนกึ ถงึ เชน่ การดดู ซบั คารบ์ อนและบรรเทาภาวะ กจ็ ะเปน็ “การลงทนุ ”ทจ่ี ำ� เปน็ เลกิ คดิ วา่ การอนรุ กั ษ์ เรากจ็ ะสามารถมอง
สภาพภมู อิ ากาศเปลยี่ นแปลงของปา่ ไม้ การกรองและทำ� นำ�้ ใหส้ ะอาดของ สง่ิ แวดลอ้ มเปน็ “คา่ ใชจ้ า่ ย” ทไี่ มไ่ ดอ้ ะไรกลบั คนื ส่ิงแวดล้อมว่าเป็น
พน้ื ท่ชี มุ่ นำ้� ฯลฯ รายงานของ WRI ระบวุ ่า ที่ผ่านมาองคก์ รพัฒนา “สินทรัพย์” ที่การ
สถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute : WRI) ประเมนิ วา่ และนกั วางแผนนโยบายมกั จะเนน้ ไปทนี่ เิ วศบรกิ าร พั ฒ น า ต ้ อ ง พ่ึ ง พ า
การพฒั นาในรอบศตวรรษทผี่ า่ นมา สง่ ผลใหน้ เิ วศบรกิ ารทว่ั โลกเสอื่ มลงถงึ เพยี งอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ เทา่ นนั้ โดยเฉพาะสงิ่ ทนี่ ำ� ไป และดังนั้นการดูแล
2 ใน 3 แล้ว ขนาดของปัญหาน้ีท่ีใหญ่ข้ึนเร่ือยๆ ผลักดันให้ WRI ออก ขายในระบบตลาดได้ เชน่ นำ้� สะอาด ทรัพยากร ส่ิงแวดล้อมก็จะเป็น
รายงาน พ.ศ. 2552 ชือ่ “Banking on Nature’s Assets” (http://www. ป่าไม้ พืชเพาะปลูก และประมง พวกเขามองข้าม “การลงทนุ ”ทจี่ ำ� เปน็
wri.org/publication/banking-on-natures-assets) เพอื่ อธบิ ายปญั หา นเิ วศบรกิ ารเชงิ ระบบที่ “กำ� กบั ดแู ล” กระบวนการ เลกิ คดิ วา่ การอนรุ กั ษ์
และหว่านล้อมธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาต่างๆ ให้เห็นว่า ธรรมชาติต่างๆ ท่ีส�ำคัญ อาทิ สภาพภูมิอากาศ ส่ิ ง แ ว ด ล ้ อ ม เ ป ็ น
แหลง่ ทนุ เหลา่ นค้ี วรผนวก “นเิ วศบรกิ าร” เขา้ ไปในการวางแผนกลยทุ ธ์ และ โรคระบาดการกดั เซาะหนา้ ดนิ เสน้ ทางไหลของนำ้� “ค่าใช้จ่าย” ท่ีไมไ่ ด้
เงอื่ นไขเงนิ กเู้ พือ่ การพฒั นา การกระจายเกสร รวมถึงการปกป้องอารยธรรม อะไรกลับคืน
WRI เรม่ิ รายงานฉบบั นด้ี ว้ ยการยำ�้ วา่ การพฒั นากบั นเิ วศบรกิ ารนนั้ แทจ้ รงิ มนษุ ยจ์ ากภยั ธรรมชาติ
แลว้ แยกออกจากกันไม่ได้ เราไมส่ ามารถรับมอื กับเร่อื งใดเรอ่ื งหนึง่ โดยท่ี ยกตัวอย่างเช่น ในทศวรรษ 1980 ธนาคารโลก ...
ไมก่ ระทบกบั อกี เรอ่ื งหนงึ่ แตว่ ธิ คี ดิ กระแสหลกั ของสงั คมยงั แยกการพฒั นา มองวา่ การเพาะเลยี้ งสตั วน์ ำ�้ เปน็ โอกาสทางเศรษฐกจิ
ทางเศรษฐกจิ กับธรรมชาตอิ อกเปน็ 2 “กล่อง” ทอ่ี ยู่กนั คนละโลก รวมท้ัง ทดี่ มี ากสำ� หรบั ละตนิ อเมรกิ าและเอเชยี ตะวนั ออก
แยกหนว่ ยงานรฐั และสาขาวชิ าออกจากกนั อยา่ งชดั เจน และมองการอนรุ กั ษ์ เฉยี งใต้ ใหก้ ารสนบั สนนุ รฐั บาลไทยถางปา่ ชายเลน
ส่ิงแวดล้อมว่าเป็น “ค่าใช้จ่าย” ถึงแม้ว่าที่จริงมนุษย์ต้องพ่ึงพาธรรมชาติ ปล่อยกู้ให้เกษตรกรท�ำฟาร์มกุ้งแทน พอผ่านไป
เพื่อความอยู่รอด 2 ศตวรรษ กว่าจะถึง พ.ศ. 2550 ประเทศไทย
กส็ ามารถสง่ ออกกงุ้ แชแ่ ขง็ ไดม้ ากกวา่ เดมิ ถงึ 7 เทา่
124 ทำ� ใหเ้ กษตรกรในโครงการมรี ายไดเ้ พม่ิ อยา่ งมาก
แตส่ ง่ิ ทไี่ มม่ ใี ครคาดคดิ มากอ่ นคอื ความเสยี หาย
ท่ีเกิดจากการท�ำลายนิเวศบรกิ ารของปา่ ชายเลน

สฤณีอาชวานนั ทกุล 125

ไมว่ า่ จะเปน็ การพทิ กั ษช์ ายฝง่ั ในชว่ งนำ้� หนนุ และพายุ รวมทง้ั แหลง่ อนบุ าลปลา เปรียบเทียบมลู คา ทางเศรษฐกจิ และมูลคาทางสังคมของปาชายเลนและฟารม กุง
ซ่ึงเป็นหัวใจของวิถีชีวิตของชาวประมงในบริเวณ ความเสียหายท่ีปรากฏ
ชดั เจน 2 ทศวรรษต่อมาคอื ชุมชนประสบความเสยี หายมากกวา่ เดมิ จาก มลู คาปจจบุ นั ปา ชายเลนทส่ี มบูรณ มลู คา ปจ จุบนั ท้งั หมดตอเฮกเตอร (เหรยี ญสหรฐั ฯ)
พายุ แหล่งอนุบาลปลาร่อยหรอ มลพิษทางน้�ำ และการระบาดของโรค (เหรยี ญสหรัฐฯ
ทย่ี งุ เป็นพาหะ มูลคาทางเศรษฐกจิ มลู คา ทางสงั คม
ใน พ.ศ. 2544 งานวิจัยของทา่ นผหู้ ญิงสุธาวลั ย์ เสถยี รไทย และเอด็ วาร์ด ตอ เฮกเตอร)
บาร์เบียร์ (Edward Barbier) ได้เสนอระเบียบวิธีวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ฟารมกงุ 8,340 -5,443
ส่ิงแวดล้อม เพ่ือค�ำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าทางสังคมของป่า 35,000
ชายเลนและฟารม์ กงุ้ ทบ่ี า้ นทา่ โพธ์ิ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี (สธุ าวลั ย์ เสถยี รไทย 30,000 ปาชายเลนสมบูรณ 823 35,696
และ Edward Barbier, 2544) ตอ่ มาใน พ.ศ. 2551 ทีมนักวจิ ยั ของ WRI 25,000
นำ� ระเบยี บวธิ วี จิ ยั ดงั กลา่ วมาใชจ้ รงิ พบวา่ ฟารม์ กงุ้ มมี ลู คา่ ทางเศรษฐกจิ สงู 20,000 การปอ งกนั ชายฝง
กวา่ ปา่ ชายเลนกวา่ 10 เท่ากจ็ รงิ แตถ่ ้ารวมค่าใชจ้ ่ายท่เี สียไปในการฟ้ืนฟู 15,000 ($34,453)
ส่ิงแวดล้อมและมลภาวะทางน�้ำที่เกิดขึ้น (กล่าวคือมี “มูลค่าทางสังคม” 10,000
ตดิ ลบ) มลู คา่ รวม (ทางเศรษฐกจิ และสงั คม) กจ็ ะลดลงจาก 8,340 เหรยี ญ ฟารมกงุ กำไรจากฟารม กงุ
สหรัฐฯ ตอ่ เฮกเตอร์ เหลือเพยี ง 8,340 - 5,443 = 2,897 เหรยี ญสหรฐั ฯ 5,000 ($1,164)
ตอ่ เฮกเตอร์ ขณะทป่ี า่ ชายเลนมมี ลู คา่ ทางเศรษฐกจิ (คอื มลู คา่ ของทรพั ยากร อนบุ าลปลา ($420) เงนิ อดุ หนุน
ปา่ ไม)้ เพยี ง 823 เหรยี ญสหรฐั ฯ ตอ่ เฮกเตอร์ แตเ่ นอ่ื งจากมมี ลู คา่ ทางสงั คม 0 ผลิตภัณฑป าไม ($823) ปจ จัยการผลิต
สูงถงึ 35,696 เหรียญสหรัฐฯ ตอ่ เฮกเตอร์ (มูลคา่ ของการปอ้ งกนั ชายฝั่ง -5,000 ($7,176)
และอนุบาลปลา) ท�ำให้มีมูลค่ารวมสูงกว่าฟาร์มกุ้งถึง 33,622 เหรียญ -10,000 นเิ วศบรกิ ารทซี่ ้อื ขายในตลาด
สหรัฐฯ ต่อเฮกเตอร์ หรือ 11.6 เท่า นเิ วศบรกิ ารทอ่ี ยนู อกระบบตลาด มลภาวะ ($951)
เงนิ อดุ หนุน/ผลกระทบภายนอก การฟนฟู ($5,656)
126
ตวั เลขเหลานี้ใชอ ัตราการคดิ ลด (Discount Rate) รอยละ 10 ตลอดระยะเวลา 20 ป
และคำนวณจากงานวจิ ยั ของสธุ าวลั ย เสถยี รไทยและ Edward Barbier (2544) นิเวศบริการบางประเภท
เชน การกำกบั สภาพภมู อิ ากาศ ไมอยใู นการประเมนิ

ตวั เลขมลู คา่ ทางสงั คมทค่ี ำ� นวณในกรณนี ย้ี งั ไมน่ บั นเิ วศบรกิ ารบางประเภท
อาทิ การกำ� กับสภาพภูมิอากาศ แตก่ เ็ พียงพอทจี่ ะชใ้ี ห้เหน็ อยา่ งชดั เจนว่า
ถ้าธนาคารโลกเลือกสนับสนุนโครงการพัฒนาบนพื้นฐานของมูลค่ารวม
แทนทจ่ี ะเปน็ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ เพยี งอยา่ งเดยี ว ธนาคารโลกกจ็ ะสนบั สนนุ
การอนุรักษ์ป่าชายเลนแทนที่จะเป็นฟาร์มกุ้งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะ

สฤณีอาชวานันทกุล 127

“ประโยชน”์ ทตี่ กอยกู่ บั กลมุ่ เกษตรกรเจา้ ของฟารม์ และผบู้ รโิ ภคทชี่ นื่ ชอบกงุ้ นอกจากการมองสงิ่ แวดลอ้ มในฐานะ “นเิ วศบรกิ าร” ...
“ราคาถกู ” ในสหรฐั อเมรกิ าและยโุ รปนนั้ นอ้ ยกวา่ “โทษ” ทต่ี กอยกู่ บั ชมุ ชน จะชว่ ยชี้ “มลู ค่ารวม” ของการพัฒนาเศรษฐกิจท่ี การมองสิ่งแวดล้อม
ชายฝง่ั ทะเลทมี่ ฐี านะยากจน และพง่ึ พานเิ วศบรกิ ารของปา่ ชายเลน รวมถงึ ไมแ่ ยกออกจากการอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มแลว้ มนั ยงั ในฐานะ“นเิ วศบรกิ าร”
รฐั ท่ีตอ้ งจา่ ยเงนิ งบประมาณมาฟน้ื ฟูปา่ ในภายหลัง ชว่ ยใหน้ กั พฒั นามองเหน็ ทางเลอื กทรี่ อบดา้ นและ จะช่วยชี้ “มูลค่า
Banking on Nature’s Assets ไมไ่ ดเ้ ปน็ แคร่ ายงานทค่ี รบถว้ นในแงข่ อง ครบถ้วนของการพัฒนามากกว่าเดิม โดยเฉพาะ รวม” ของการพฒั นา
อรรถาธิบายความส�ำคัญของนิเวศบริการ หากแต่ยังเป็น “คู่มือ” ช้ันดี แนวทางการใชท้ ด่ี นิ ยกตวั อยา่ งเชน่ แทนทรี่ ฐั บาล เศรษฐกิจที่ไม่แยก
ส�ำหรับธนาคารเพ่ือการพัฒนาทุกรูปแบบ เนื่องจากอธิบายเครื่องมือและ จะออกนโยบายเออื้ การทำ� ปา่ ไม้ (เพราะมองเหน็ แต่ ออกจากการอนรุ กั ษ์
ทางเลือกเชิงนโยบายต่างๆ ท่ีสามารถใช้ช่วยรัฐบาลตัดสินใจ ยกตัวอย่าง มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ ของเนอื้ ไม)้ รฐั บาลจะสามารถ ส่งิ แวดล้อมแล้ว มนั
เชน่ รายการนเิ วศบรกิ ารทคี่ รบถว้ น (ดตู วั อยา่ งไดท้ เ่ี วบ็ ไซตข์ อง WRI - http:// ออกแบบนโยบายทส่ี ง่ เสรมิ ใหเ้ จา้ ของทดี่ นิ สามารถ ยังช่วยให้นักพัฒนา
www.wri.org/publication/content/8381 และเวบ็ ไซตข์ อง Millennium สร้างรายได้จากการท�ำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มองเห็นทางเลือก
Ecosystem Assessment - http://www.maweb.org/) เปน็ เคร่อื งมือ ผลิตไม้ที่ได้ตรา “ป่าไม้ย่ังยืน” จาก Forest ที่รอบด้านและครบ
พ้ืนฐานท่ีจะเปลี่ยนมุมมองจากการดูนิเวศบริการประเภทใดประเภทหน่ึง Stewardship Council ดดู ซับคารบ์ อนเพ่ือช่วย ถ้วนของการพัฒนา
เพียงอย่างเดียว มาเป็นการมองการแลกได้แลกเสียระหว่างนิเวศบริการ พทิ กั ษส์ ภาพภมู อิ ากาศ หรอื ธำ� รงศกั ยภาพในการ มากกว่าเดมิ
หลายประเภท เครอ่ื งมอื อน่ื ๆ ชว่ ยมอบกรอบคดิ ในการจดั อนั ดบั ความสำ� คญั กรองน้ำ� และปอ้ งกันนำ้� ทว่ มของพ้นื ทีช่ ุม่ น้ำ�
ของนเิ วศบรกิ ารตา่ งๆ ทร่ี ฐั บาลแตล่ ะประเทศควรใหค้ วามสนใจ นอกจากน้ี ...
ยงั มเี ครอ่ื งมอื ทช่ี ว่ ยประเมนิ สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ของนเิ วศบรกิ าร และ
เครอื่ งมอื ทชี่ ว่ ยสรา้ งแผนทแ่ี ละประเมนิ มลู คา่ ของนเิ วศบรกิ ารตา่ งๆ ยกตวั อยา่ ง สฤณีอาชวานนั ทกลุ 129
เช่น WRI ช่วยรัฐบาลอูกันดาผลิตแผนที่ ซ่ึงวางข้อมูลเชิงพื้นท่ีเก่ียวกับ
ประชากรและคา่ ใชจ้ ่ายครวั เรือนทบั ลงบนขอ้ มูลนเิ วศบรกิ าร ท�ำให้รัฐบาล
สามารถระบพุ นื้ ทสี่ ำ� หรบั กลยทุ ธท์ ี่ “ยงิ ปนื นดั เดยี วไดน้ กสองตวั ” นนั่ คอื ทำ� ให้
ทงั้ พน้ื ทช่ี มุ่ นำ�้ และคนทพ่ี ง่ึ พานเิ วศบรกิ ารของพนื้ ทชี่ มุ่ นำ้� ไดป้ ระโยชน์ กรณที ี่
เปน็ รปู ธรรมคอื แผนทลี่ กั ษณะนข้ี องพน้ื ทชี่ มุ่ นำ�้ นากวิ โู บ (Nakivubo) ชว่ ย
พสิ จู นใ์ หเ้ หน็ วา่ การระบายนำ�้ ออกจากพนื้ ทชี่ มุ่ นำ้� ไปใหบ้ า้ นเรอื นและภาค
อตุ สาหกรรมใชน้ นั้ ทำ� ใหต้ น้ ทนุ การนำ� สง่ นำ้� สะอาดไปยงั ชาวเมอื งคมั พาลา
2 ล้านคนสูงขึ้นมาก ข้อมลู น้ีท�ำใหร้ ัฐบาลตดั สนิ ใจเลิกระบายน้�ำออกจาก
พืน้ ที่ชมุ่ น้ำ� อนุรักษ์มนั ไวเ้ ป็นส่วนหนึง่ ของ “เข็มขัดเขียว” ของเมอื งแทน

128

02 สารคดเี รื่อง The Story of Stuff (http://www.storyofstuff.com/) สรปุ
ปัญหาของการผลิตและการบริโภคแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมอย่างเข้าใจ
“จากอูส่ ู่อู่ (Cradle to Cradle)” : ง่ายว่า ระบบนี้มีประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจต�่ำมาก กล่าวคือขยะทุก
สูว่ ิถี “ทุนนิยมหลงั อตุ สาหกรรม” 1 ถงั ทผี่ บู้ รโิ ภคปลายทางทง้ิ จะมขี ยะอกี 70 ถงั ทโี่ รงงานทงิ้ ระหวา่ งกระบวน
การผลติ สนิ คา้ ทกี่ ลายมาเปน็ ขยะ 1 ถงั ดงั กลา่ ว ฝา่ ยผบู้ รโิ ภคกบ็ รโิ ภคอยา่ ง
สน้ิ เปลอื ง เชน่ ในสหรฐั อเมรกิ ามสี นิ คา้ เพยี งรอ้ ยละ 1 ของสนิ คา้ ทซ่ี อ้ื มาเมอื่
6 เดือนก่อนท่ีคนยังใชอ้ ยู่ ท่เี หลือถกู ทงิ้ ลงถังขยะ มผี ูบ้ ริโภคนอ้ ยคนที่จะ
สนใจติดตามดูว่าขยะเหล่านั้นไปจบชีวิตลงตรงไหน ย่อยสลายได้แค่ไหน
กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบอะไรตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม และชวี ติ ของคนไรท้ างเลอื กทอ่ี าศยั
อยขู่ า้ งกองขยะบา้ ง
เมอื่ คำ� นงึ ถงึ ขนาดของปญั หาใหญ่ 2 ปญั หาขา้ งตน้ โจทยท์ เ่ี ราตอ้ งหาคำ� ตอบ
ก็มีเพียง 2 ข้อเท่านั้น คือเราจะเพ่ิมประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจได้
อยา่ งไร และจะ “บงั คบั ” “กระตนุ้ ” หรอื “สะกดิ ” ใหค้ นบรโิ ภคแบบทง้ิ ขวา้ ง
นอ้ ยลงได้อย่างไร

สฤณีอาชวานันทกลุ 131

... ค�ำตอบท่ีดูชัดเจนที่สุดในสายตาคนส่วนใหญ่ที่มี รไี ซเคลิ ขยะกช็ ว่ ยโลกไดน้ นั้ เปน็ มายาคตทิ อ่ี นั ตราย
แนวคิด 3R และ หัวใจสีเขียวคือ การบังคับหรือรณรงค์ให้ธุรกิจทำ� เพราะรากปัญหาอยู่ที่โมเดลการผลิตในปัจจุบัน
กระแสการหวนกลบั ตามหลกั “3R” คือ Reduce (ลด) Reuse (นำ� ซ่ึงผู้เขียนท้ังสองขนานนามว่า โมเดล “Cradle
ไปอยู่กับธรรมชาติ กลบั มาใชใ้ หม)่ และ Recycle (รไี ซเคลิ ) และการ to Grave (จากอ่สู สู่ ุสาน)” ที่ใชก้ นั มาตง้ั แต่ยุค
นนั้ นอกจากจะ “ไม่ บงั คบั หรอื รณรงคใ์ หผ้ บู้ รโิ ภค “ลด-ละ-เลกิ ” และ ปฏิวัติอุตสาหกรรม ซ่ึงหมายถึงเส้นตรงจากการ
จ�ำเป็น” แล้ว ยัง กลบั ไปใชช้ วี ติ “พอเพยี ง”แบบไมก่ า้ วหนา้ คอื พง่ึ พา ตกั ตวงทรพั ยากรธรรมชาติ (Cradle) ไปสกู่ องขยะ
“ทำ� รา้ ยโลก”มากขนึ้ ธรรมชาติเดิมให้มากที่สุด พ่ึงพาเครื่องอ�ำนวย กองโต (Grave)
โดยไม่ต้ังใจอีกดว้ ย ความสะดวกสมัยใหมใ่ ห้น้อยทีส่ ุด
เพราะคำ� ตอบเหลา่ นด้ี ชู ดั เจน เราจงึ มกั จะไมส่ ะกดิ ใจ แม็กดอโนกับบรอนการ์ตบอกว่า กระบวนการ
... วา่ มนั “ดพี อ” สำ� หรบั การฟน้ื ฟแู ละดแู ลสง่ิ แวดลอ้ ม รไี ซเคลิ ในปจั จบุ นั ทจี่ รงิ ตอ้ งเรยี กวา่ “ดาวนไ์ ซเคลิ ”
แล้วหรือยัง ส่งผลข้างเคียงอะไรที่เราไม่ตั้งใจ (Downcycle) มากกวา่ เพราะผอู้ อกแบบสนิ คา้
หรอื ไม่ สว่ นใหญไ่ มไ่ ดอ้ อกแบบใหส้ ามารถนำ� มนั กลบั มา ...
สถาปนิก วิลเลียม แม็กดอโน (William Mc- ผลติ ใหมใ่ หไ้ ดข้ องเหมอื นเดมิ รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ตต์ าม โมเดลการผลติ แบบ
Donaugh) และนักเคมี ไมเคิล บรอนการ์ต อุดมคติของการรีไซเคิลได้ วัสดุที่ใช้ผลิตหรือ “จากอสู่ ู่สสุ าน” นัน้
(MichaelBraungart)คหู่ ผู รู้ ว่ มกนั คดิ คน้ กระบวน ประกอบเปน็ สนิ คา้ ตา่ งๆ นนั้ ยง่ิ ใชย้ ง่ิ มคี ณุ ภาพตำ่� ไมใ่ สใ่ จ “วงจรชวี ติ ”
ทัศน์ “Cradle to Cradle (จากอสู่ ูอ่ ู่)” พยายาม ย่งิ น�ำไปรไี ซเคิลย่งิ กลายเปน็ สารพิษ มิหนำ� ซ้ำ� ยงั ของวสั ดุ คอื ไมส่ นใจ
ปา่ วประกาศมานานกวา่ 2 ทศวรรษแลว้ วา่ แนวคดิ ส้ินเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่ายในการผลิตมาก ว่ามันจะกลายเป็น
3R และกระแสการหวนกลบั ไปอยกู่ บั ธรรมชาตนิ น้ั กวา่ การผลติ จากวัสดุใหม่ อะไรเม่ือผู้บริโภค
นอกจากจะ “ไม่จ�ำเป็น” แล้ว ยัง “ท�ำร้ายโลก” ท้ังน้ีเพราะโมเดลการผลิตแบบ “จากอู่สู่สุสาน” เลกิ ใชแ้ ลว้ โมเดลนี้
มากข้ึนโดยไมต่ ้ังใจอกี ด้วย นน้ั ไมใ่ สใ่ จ “วงจรชวี ติ ” ของวสั ดุ คอื ไมส่ นใจวา่ มนั ใช้พลังงานและสาร
พวกเขาเสนอในหนงั สอื เรอ่ื ง Cradle to Cradle วา่ จะกลายเปน็ อะไรเมอ่ื ผบู้ รโิ ภคเลกิ ใชแ้ ลว้ โมเดลน้ี เคมีอย่างสิ้นเปลือง
อารยธรรมมนษุ ยจ์ ะตอ้ งคดิ ใหมถ่ อดดา้ มเกยี่ วกบั ใช้พลังงานและสารเคมีอย่างสิ้นเปลืองเพื่อให้ได้ เพื่อให้ได้สินค้าที่ใช้
วธิ ที เ่ี ราใชช้ วี ติ ท�ำงาน เดนิ ทาง ออกแบบ กอ่ สรา้ ง สินค้าที่ใช้ได้เพียงคร้ังเดียว มีอายุการใช้งานสั้น ได้เพียงคร้ังเดียว มี
และบรโิ ภค ความคดิ ทว่ี า่ ถา้ ทกุ คนขบั รถไฮบรดิ กบั และเมอ่ื ถกู ทง้ิ แลว้ กก็ ลายเปน็ ขยะทย่ี อ่ ยสลายไมไ่ ด้ อายุการใช้งานสั้น
ย่อยสลายยาก หรือไปป้อนการดาวน์ไซเคิล ซ่ึง และเมื่อถูกท้ิงแล้วก็
ไมว่ า่ จะกรณใี ดกล็ ว้ นแตท่ ำ� ใหม้ ลภาวะสมุ่ เสยี่ งวา่ กลายเป็นขยะที่ย่อย
จะรุนแรงมากกว่าเดิม สลายไมไ่ ด้

...

132 สฤณีอาชวานนั ทกุล 133

... นอกจากนแ้ี ทนทจี่ ะแกป้ ญั หาทร่ี ากสาเหตุ นกั สง่ิ - แม็กดอโนกบั บรอนการ์ตมองวา่ “ความเสียสละ” ความสุขสบายท�ำนองนี้
เ ร า ค ว ร ส ่ ง เ ส ริ ม แวดล้อมหลายคนมักจะรณรงค์อีก 1R ซ่ึงนักคิด “ไมจ่ ำ� เปน็ ” เลยแมแ้ ตน่ อ้ ย ถา้ เพยี งแตน่ กั ออกแบบเลกิ ใชว้ ธิ คี ดิ แบบ “จากอู่
แนวคดิ “ประสทิ ธผิ ล ทง้ั สองเรยี กวา่ Regulate คอื การออกกฎเกณฑห์ รอื สสู่ สุ าน” หนั มาออกแบบสนิ คา้ ทม่ี วี งจรชวี ติ แบบ C2C เหมอื นกบั ระบบนเิ วศ
เชิงนิเวศเศรษฐกิจ มาตรการกดี กนั ตา่ งๆ เพอื่ ชว่ ยอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม ในธรรมชาติ ซงึ่ ไมม่ อี ะไรเปน็ ขยะทไ่ี รค้ า่ เลย พวกเขายกตวั อยา่ งในหนงั สอื
(Eco-effective- ซง่ึ แมจ้ ะมเี จตนาดี ผลลพั ธข์ องมนั มกั เดนิ สวนทาง เรอ่ื ง Cradle to Cradle ว่า
ness) ตามแนวทาง กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ไม่ส่งเสริมการใช้
“จากอู่สู่อู่” (ย่อว่า นวัตกรรมใหม่ๆ และมีแนวโน้มที่จะท�ำให้สินค้า “ลองนึกถึงต้นเชอร์รีดูสิครับ ดอกเชอร์รีนับ
C2C) แทน เพราะ ทผี่ ลติ ออกมาตอบสนองการใชง้ านไดไ้ ม่เต็มท่ี พนั ดอกสรา้ งผลไม้ใหน้ ก มนษุ ย์ และสัตวอ์ ่นื
เปน็ แนวคดิ กา้ วหนา้ นกั คดิ ทงั้ สองสรปุ วา่ แนวทางทงั้ 4R ในปจั จบุ นั นน้ั บรโิ ภค เพยี งเพอื่ สรา้ งโอกาสทเ่ี มลด็ 1 เมลด็
ทม่ี งุ่ “สรา้ งผลกระทบ สรา้ งปญั หามากกวา่ แก้ และแนวคดิ “ประสทิ ธภิ าพ จะตกลงสู่พ้ืนดินและงอกออกมาเป็นต้นใหม่
ทางบวกต่อสิ่งแวด- เชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency)” ที่บริษัท ใครบา้ งจะมองพนื้ ดนิ ทเี่ กลอื่ นไปดว้ ยกลบี ดอก
ลอ้ ม” ไมใ่ ชแ่ คล่ ดผล จำ� นวนมากขน้ึ เรอื่ ยๆกำ� ลงั ใหค้ วามสำ� คญั นนั้ กเ็ นน้ เชอรร์ แี ละบ่นว่าธรรมชาติช่างไร้ประสิทธิภาพ
กระทบทางลบเพียง การ “ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม” มาก และสนิ้ เปลอื งอะไรเชน่ น!้ี ตน้ เชอรร์ ผี ลติ ดอกไม้
อยา่ งเดยี ว เกินไป แม็กดอโนกับบรอนการ์ตบอกว่าเราควร และผลไม้เหลือเฟือโดยไม่ท�ำให้สิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมแนวคิด “ประสิทธิผลเชิงนิเวศเศรษฐกิจ รอ่ ยหรอ เมอ่ื ดอกไมแ้ ละผลไมต้ กลงสดู่ นิ มนั
... (Eco-effectiveness)” ตามแนวทาง “จากอสู่ อู่ ”ู่ ก็ย่อยสลายกลายเป็นสารอาหารที่หล่อเล้ียง
(ยอ่ วา่ C2C) แทน เพราะเปน็ แนวคดิ กา้ วหนา้ ทมี่ งุ่ สิ่งมีชีวิตขนาดจ๋ิว แมลง พืช สัตว์ และดิน
“สรา้ งผลกระทบทางบวกตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม” ไมใ่ ชแ่ ค่ ถงึ แมว้ า่ ตน้ เชอรร์ จี ะผลติ “ผลติ ภณั ฑ”์ ออกมา
ลดผลกระทบทางลบเพียงอย่างเดียว มากกวา่ ทมี่ นั ตอ้ งใชส้ ำ� หรบั รบั ประกนั ความสำ� เรจ็
ของตัวเองในระบบนิเวศ ความเหลือเฟือนี้ก็
134 วิวัฒนาการ (ผา่ น “การวิจัยและพฒั นา” ใน
ธรรมชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งนบั ลา้ นปี ถา้ จะใชภ้ าษา
ธุรกิจ) มาตอบสนองเป้าหมายท่ีรุ่มรวยและ
หลากหลายในธรรมชาติ ต้นเชอรร์ หี ล่อเลี้ยง
แทบทกุ อยา่ งทอ่ี ยู่รอบตวั มนั โลกมนุษย์จะมี
หน้าตาอย่างไรถ้าเราออกแบบทุกส่ิงให้เป็น
เหมือนกบั ตน้ เชอรร์ ”ี

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 135

“จากอสู่ ู่อ่”ู ในระบบนเิ วศ แนวคิด “จากอู่สู่อู่” แปลว่ามนุษย์ควรใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลาย
พชื กลายเปน็ ปยุ๋ ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณแ์ ละปลอดภยั หรอื ไมก่ อ็ อกแบบวสั ดสุ งั เคราะห์
ที่รีไซเคิลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือท่ีนักคิดทั้งสองเรียกว่า “สารอาหารทาง
สารอาหาร สตั ว เทคนิค (Technical Nutrient)” เชน่ โพลเิ มอร์ ซ่ึงถงึ แม้จะไม่ยอ่ ยสลาย
ในดิน ในธรรมชาติ (และดังนน้ั นักสิ่งแวดลอ้ มหลายคนจึงไม่ชอบมัน) กส็ ามารถ
ผยู อยสลาย น�ำกลับมาใชผ้ ลิตสนิ ค้าท่มี สี ภาพใหมเ่ อ่ียมได้ นอกจากน้แี นวคดิ “จากอู่
สอู่ ”ู่ ยงั คำ� นงึ ถงึ ความรบั ผดิ ชอบในการใชพ้ ลงั งาน (นกั คดิ ทงั้ สองเสนอใหใ้ ช้
“จากอสู่ ู่อู”่ ในระบบมนุษย์ พลงั งานทดแทนใหไ้ ดม้ ากทสี่ ดุ โดยเฉพาะพลงั งานแสงอาทติ ย)์ และความ
ผลติ /ประกอบ รับผิดชอบต่อสังคม (จัดการน้�ำให้มีคุณภาพดี ส่งเสริมความหลากหลาย
ของธรรมชาติและสังคมมนุษย์ เน้นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่เคารพใน
วัสดุ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ )
ผลิตภณั ฑ นา่ เสยี ดายทกี่ ารลงมอื ทำ� ตามวสิ ยั ทศั น์ C2C ของนกั คดิ ทง้ั สองยงั ไมค่ บื หนา้
เทา่ ทคี่ วร ถงึ แมว้ า่ ตวั แมก็ ดอโนเองจะโดง่ ดงั มากในฐานะสถาปนกิ ผอู้ อกแบบ
บริโภค อาคารทเี่ ปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ มทมี่ ชี อ่ื เสยี งหลายแหง่ อาทิ โรงงานรถยนต์
ของฟอร์ดท่ีมี “หลังคาเขียว” และส�ำนักงานใหญ่ของกูเกิลที่ติดต้ังแผง
136 พลงั งานแสงอาทติ ยใ์ นลานจอดรถ ลา่ สดุ เขากำ� ลงั ออกแบบ “ฐานทพั ยง่ั ยนื ”
(Sustainability Base - http://www.nasa.gov/externalflash/
sustainability-base/index.html) ใหก้ บั นาซา่ เมอ่ื สรา้ งเสรจ็ แมก็ ดอโน
เชอ่ื วา่ อาคารแห่งนี้จะเป็นอาคารท่ี “ฉลาด” ทส่ี ุดในสหรัฐอเมรกิ า มนั จะ
เดนิ ดว้ ยพลงั งานแสงอาทติ ยแ์ ละพลงั งานความรอ้ นใตผ้ วิ โลก จะ “หายใจ”
ด้วยการเปิดและปิดหน้าต่างอัตโนมัติตามความต้องการใช้อุณหภูมิและ
ออกซเิ จน และจะเปน็ อาคารทผ่ี ลติ พลงั งานสทุ ธิ (คอื สรา้ งพลงั งานมากกวา่
ใช้ไป)

สฤณีอาชวานันทกลุ 137

... ในอดีตวิธีหลักที่แม็กดอโนกับบรอนการ์ตใช้ใน อย่างไรก็ดี ใน พ.ศ. 2553 ปัญหาและขอ้ ครหาต่างๆ มีท่าทีว่าจะคลีค่ ลาย
พวกเขาเชอ่ื มนั่ วา่ C2C การรณรงคแ์ นวคดิ C2C คอื การทำ� งานผา่ นบรษิ ทั ไปในทศิ ทางทดี่ ีขนึ้ เมือ่ MBDC ตดั สนิ ใจโอนระบบตรารบั รอง C2C ไป
เปน็ “ทางเลอื กใหม”่ McDonough Braungart Design Chemistry ให้กับ Cradle to Cradle Products Innovation Institute (C2CPII -
ของวิถีการพัฒนา (MBDC - เว็บไซต์ http://www.mbdc.com/) ที่ เว็บไซต์ http://www.c2ccertified.org/) องค์กรไม่แสวงก�ำไรใน
วิถีท่ีไม่ต้องเสียสละ พวกเขาก่อต้ังข้ึนมา เป็นผู้ออกแบบและประทับ แคลฟิ อรเ์ นยี องคก์ รนจ้ี ะทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ผตู้ รวจสอบและออกตรารบั รอง C2C
อตั ราการเตบิ โตทาง “ตรารับรอง” ให้กับอาคารและสินค้าต่างๆ ว่า พัฒนาฐานข้อมูลเปิดท่ีให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างเสรี โดยฐานข้อมูลน้ี
เศรษฐกิจหรือความ ผ่านมาตรฐาน C2C จรงิ แตบ่ ริษทั และระบบตรา จะบนั ทกึ และตดิ ตามขอ้ มลู ทางเคมขี องผลติ ภณั ฑต์ า่ งๆ และเปดิ เผยรายชอ่ื
สะดวกสบายแบบ รับรองของพวกเขาถูกครหาว่าค้าก�ำไรเกินควร ของสารเคมี วัสดุ และกระบวนการผลิต “ท่ีปลอดภัยและเป็นประโยชน์”
สมยั ใหม่เพอ่ื ใหม้ นษุ ย์ นอกจากนย้ี งั กอ่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผดิ ยกตวั อยา่ ง ตอ่ มนษุ ยแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ ม นอกจากนอี้ งคก์ รอสิ ระดงั กลา่ วจะแกไ้ ขปรบั ปรงุ
อยู่ร่วมกับธรรมชาติ เช่น ตรารับรองข้ันพ้ืนฐานของ C2C คือระดับ หลกั เกณฑแ์ ละนยิ ามของตรารบั รอง C2C เพอ่ื ขจดั ความเขา้ ใจผดิ ดงั กลา่ ว
อย่างเปน็ สขุ “Basic” และ “Silver” แท้ท่ีจริงไม่ได้รับรองว่า ข้างต้น ท้ังหมดน้ีเพ่ือแยกบทบาทท่ีควรเป็นอิสระและพัฒนาเพื่อสังคม
ผลติ ภณั ฑน์ น้ั ๆ เป็น C2C อยา่ งแท้จริง เพียงแต่ ออกมาจาก MBDC บริษัทแสวงกำ� ไรของแม็กดอโนกับบรอนการ์ตที่เน้น
... รับรองว่าบริษัทผู้ผลิตได้เปิดเผยข้อมูลอย่างครบ การให้ค�ำปรึกษาดา้ น C2C แก่บริษัทต่างๆ
ถ้วนต่อ MBDC เก่ียวกับวงจรชีวิตของวัสดุและ ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 100 แห่ง ที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนกระบวนการ
สารเคมีท้ังหมดที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และ ออกแบบและผลิตสนิ ค้าใหเ้ ปน็ C2C และมผี ลติ ภณั ฑป์ ระมาณ 300 ชนิด
ตกลงกบั MBDC วา่ จะปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑน์ น้ั ๆ ให้ ท่ีไดร้ บั ตรารับรอง C2C แม็กดอโนกับบรอนการต์ คาดหวังวา่ ทงั้ C2CPII
เปน็ C2C อยา่ งสมบรู ณแ์ บบ (คอื ไดร้ ะดบั “Gold” ในฐานะองคก์ รไมแ่ สวงก�ำไร และ MBDC ในฐานะบริษทั ทีป่ รกึ ษาสีเขียว
และ “Platinum”) ในท่ีสุด จะชว่ ยผลกั ดนั แนวคดิ C2C ของพวกเขาใหห้ ยง่ั รากลกึ และไดร้ บั การยอมรบั
นอกจากจะถูกครหาว่าคิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มากขนึ้ จากทงั้ ภาคธรุ กจิ และ NGO ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม เพราะพวกเขาเชอื่ มน่ั
ในการตรวจสอบและออกตรารับรองแล้ว MBDC วา่ C2C เปน็ “ทางเลอื กใหม”่ ของวถิ กี ารพฒั นา วถิ ที ไี่ มต่ อ้ งเสยี สละอตั รา
ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามี “ผลประโยชน์ทับซ้อน” การเตบิ โตทางเศรษฐกจิ หรอื ความสะดวกสบายแบบสมยั ใหม่ เพอื่ ใหม้ นษุ ย์
ท่บี ั่นทอนความนา่ เชอ่ื ถือของ C2C ในฐานะตรา อยู่ร่วมกบั ธรรมชาตอิ ยา่ งเปน็ สขุ
รับรอง “สีเขียว” กล่าวคือ MBDC รับเงินทั้งใน
ฐานะผอู้ อกตรารบั รอง และคา่ ทป่ี รกึ ษาในการชว่ ย สฤณีอาชวานันทกุล 139
บริษัทผู้ผลิตให้ได้รับตรารับรองดังกล่าว ท้ังท่ี
สองฝา่ ยนไี้ มค่ วรเป็นองคก์ รเดียวกนั

138

03 กฎตายตัวข้อหน่ึงในโลกธุรกิจท่ีเป็นจริงสำ� หรับหลายสิ่งนอกโลกธุรกิจคือ
เราไม่สามารถจดั การกับอะไรกต็ ามทว่ี ดั ไม่ได้
สู่เศรษฐกิจชีวมณฑล
(Biosphere Economy)

ยกตวั อยา่ งเรอ่ื งสว่ นตวั งา่ ยๆ เชน่ ถา้ หากแพทยแ์ นะนำ� วา่ เราควรลดนำ�้ หนกั
ใหถ้ งึ 50 กิโลกรัม เพราะเป็นระดบั ที่ปลอดภยั เมื่อค�ำนงึ ถึงโรคประจ�ำตัว
มากมายทีเ่ รามี ถ้าเราไม่มที างรู้ว่าตอนนเ้ี ราหนักเท่าไร เราก็ย่อมไมอ่ าจ
ทำ� ตามค�ำแนะน�ำของแพทยไ์ ด้

ในเมอ่ื กลไกตลาดเปน็ สว่ นสำ� คญั ในชวี ติ ประจำ� วนั ...
และในเมอ่ื ตลาดเดนิ ดว้ ยตวั เลข ไมว่ า่ จะเปน็ ราคา กฎตายตวั ขอ้ หนงึ่ ใน
กำ� ไรอตั ราการเตบิ โตฯลฯความทา้ ทายทใ่ี หญท่ ส่ี ดุ โลกธุรกิจท่ีเป็นจริง
และผเู้ ขยี นคดิ วา่ นา่ ตนื่ เตน้ ทสี่ ดุ ของเศรษฐศาสตร์ สำ� หรบั หลายสง่ิ นอก
และการเงนิ ในศตวรรษท่ี 21 กค็ อื การปฏริ ปู ระบบ โลกธุรกิจคอื เราไม่
เศรษฐกจิ ให้ “มลู คา่ ” ของมันสามารถสอดคล้อง สามารถจัดการกับ
และสะทอ้ น “คณุ คา่ ” ตา่ งๆ ทสี่ ำ� คญั ตอ่ การใชช้ วี ติ อะไรกต็ ามทวี่ ดั ไมไ่ ด้
ของเรานอกเหนือจากเงินตรา รวมทั้งคุณูปการ
มากมายท่ีธรรมชาติมอบให้ แต่มนุษย์ไม่ค่อยได้ ...
ตระหนัก ไม่ว่าจะเป็นอากาศท่ีบริสุทธ์ิ แหล่งน้�ำ
ท่ีสะอาด ป่าไม้ท่ีเขียวชอุ่ม และเพ่ือนร่วมโลกที่
หลากหลาย

สฤณีอาชวานันทกลุ 141

... จอหน์ เอลกงิ ตนั (JohnElkington)และอเลฮนั โดร ยกตวั อยา่ งเชน่ พาวนั สขุ เดฟ (Pavan Sukhdev) อดตี ผจู้ ดั การฝา่ ยตลาด
ก า ร ป ฏิ รู ป ร ะ บ บ ลิตอฟสกี (Alejandro Litovsky) จากกองทุน การเงนิ ของธนาคารดอยช์หวั หนา้ โครงการTheEconomicsofEcosystems
เศรษฐกจิ ให้ “มลู คา่ ” เพื่อสังคมช้นั น�ำชอื่ Volans อธิบายแนวคดิ เรอ่ื ง and Biodiversity (เศรษฐศาสตรข์ องระบบนเิ วศและความหลากหลายทาง
ของมนั สามารถสอด “เศรษฐกิจชีวมณฑล” ท่ีพวกเขาบอกว่าก�ำลัง ชีวภาพ ยอ่ ว่า TEEB) ของโครงการสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ องคก์ ารสหประชาชาติ
คล้องและสะท้อน จะปฏิวัติเศรษฐกิจใหม่ให้ยั่งยืนกว่าเดิม ไว้ใน (United Nations Environment Program : UNEP) งานของสขุ เดฟและ
“คุณค่า” ต่างๆ ท่ี บทความชอื่ “The Emergence of a Biosphere นกั เศรษฐศาสตรจ์ ำ� นวนมากขนึ้ เรอ่ื ยๆ คอื การสรา้ งสง่ิ ทเ่ี ราเรยี กวา่ เศรษฐกจิ
สำ� คญั ตอ่ การใชช้ วี ติ Economy” (http://www.worldchanging. ชีวมณฑล (Biosphere Economy) ซึ่งนา่ จะสง่ ผลกระทบอย่างกว้างไกล
ของเรานอกเหนือ com/archives/011331.html) อยา่ งรวบรดั และ ลึกซึ้งไม่แพ้การปฏิวัติอุตสาหกรรม เว้นแต่ว่าคราวน้ีระบบเศรษฐกิจจะ
จากเงินตรา รวมทั้ง นา่ สนใจดงั ต่อไปน้ี ทำ� งานอยา่ งสอดคล้องภายในระบบชวี มณฑล แทนที่จะตอ่ ต้านมันดังเช่น
คณุ ปู การมากมายที่ เกอื บ 200 ปที ี่แล้ว ทอมสั นวิ โคเมน (Thomas ในอดีต
ธรรมชาตมิ อบให้ Newcomen) สร้างเครื่องจักรไอน�้ำที่ประสบ มลู คา่ ทางการเงนิ ทเี่ ปน็ เดมิ พนั นนั้ สงู เกนิ จนิ ตนาการ ผลการวเิ คราะหข์ อง
ความส�ำเร็จเชิงพาณิชย์เคร่ืองแรกของโลก เพื่อ TEEB สรุปว่าการเส่ือมสภาพของระบบนิเวศ และความหลากหลายทาง
... สบู นำ�้ ออกมาจากเหมอื งถา่ นหนิ ความสำ� เรจ็ ของ ชีวภาพทั่วโลกจากการตัดไม้ท�ำลายป่าเพียงอย่างเดียวนั้น ท�ำลายทุน
นวิ โคเมนเทา่ กบั มอบกญุ แจสคู่ ลงั เชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ ธรรมชาติทีม่ ีมูลคา่ ถงึ 1.9-4.5 ล้านล้านเหรียญสหรฐั ฯ ต่อปี และในเมอ่ื
ใต้โลกให้กับมนุษยชาติ และเชื้อเพลิงน้ีก็ช่วย ทกุ วกิ ฤตมิ โี อกาส ตวั เลขนก้ี แ็ ปลวา่ มโี อกาสทางธรุ กจิ มหาศาล ถา้ กระบวน
จุดประกายการปฏิวัติอุตสาหกรรม ต้ังแต่จุดน้ัน ทัศนก์ ระแสหลักในปจั จุบนั เปลี่ยนแปลงไป
เป็นต้นมา โลกธรรมชาติก็ได้ถอยร่นตลอดมา วทิ ยาศาสตรร์ ะบบนเิ วศผลติ ผลการคน้ พบอนั นา่ ทงึ่ ไมห่ ยดุ นงิ่ ยกตวั อยา่ ง
ถกู ประเมนิ มลู คา่ ตำ่� เกนิ จรงิ โดยนกั เศรษฐศาสตร์ เช่น วนั นีเ้ ราเขา้ ใจแลว้ วา่ ปา่ ไม้ในเขตรอ้ นมีบทบาทเป็น “ปั๊มนำ�้ จืด” ของ
นกั บัญชี วิศวกร และนกั การเมือง อยา่ งไรกต็ าม ธรรมชาติ ป่าอเมซอนสร้างและปั๊มน้�ำสะอาดกว่า 8 ล้านล้านตันขึ้นสู่
การปฏวิ ัติครั้งใหม่ก�ำลงั ด�ำเนินไปแล้ว มนั ถูกจุด ชน้ั บรรยากาศตอ่ ปี นำ้� เหลา่ นร้ี ะเหยไปเปน็ แถบไอนำ�้ ในอากาศทเ่ี ชอื่ มโยง
ประกายดว้ ยขอ้ จำ� กดั ดา้ นทรพั ยากรเหมอื นกนั แต่ ปา่ เขตรอ้ นทวั่ โลกเขา้ ด้วยกัน ดังน้นั ถา้ เราตัดไม้ในปา่ อเมซอนจนหมดไป
ครั้งน้ีผู้น�ำการเปล่ียนแปลงคือนักเศรษฐศาสตร์ ฝนกจ็ ะหยดุ ตกไมเ่ พยี งแตใ่ นเขตเกษตรกรรมมลู คา่ นบั ลา้ นลา้ นเหรยี ญสหรฐั ฯ
และนกั บญั ชกี ลมุ่ เลก็ ๆ ทเ่ี ปย่ี มนวตั กรรม พวกเขา ของทวีปอเมริกาใต้เทา่ นนั้ แตย่ ังไกลถงึ ประเทศจีน
ทำ� งานเคยี งขา้ งนกั กจิ กรรม วศิ วกร นกั วทิ ยาศาสตร์
ผนู้ �ำธุรกิจ และนกั การเมอื ง สฤณีอาชวานันทกลุ 143

142

ไม่ว่าเราจะชอบใจหรือไม่ ไม่ว่าเราจะวางแผนเผื่อมันหรือไม่ เราก็กำ� ลัง ก�ำกับน้�ำจืด พืชผล การกระจายเกสร กากใยอาหาร และการสึกกร่อน
ก้าวเข้าสู่ยุคของเศรษฐกิจชีวมณฑล อนาคตท่ีธุรกิจและการเมืองคำ� นึงถึง ‘บริการ’ เหล่าน้ีสอดคล้องกับปัจจัยการผลิตอื่นๆ ในแบบแผนธุรกิจและ
ทุนธรรมชาติมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถมช่องว่างระหว่างสินทรัพย์ท่ีมนุษย์ กระบวนการผลติ เรากำ� ลงั จะไดเ้ หน็ การโยกยา้ ยทใ่ี หญห่ ลวง จากการรบั มอื
สร้างกับโครงสร้างพ้ืนฐานในระบบนิเวศของธรรมชาติ โครงสร้างที่รองรับ กบั ประเดน็ สง่ิ แวดลอ้ มในฐานะความเสยี่ งทตี่ อ้ งบรหิ าร ไปเปน็ การพฒั นา
เศรษฐกจิ และสงั คมของเรา นกั คดิ ดา้ นเศรษฐกจิ ชวี มณฑลสามารถประเมนิ โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยการตระหนักว่าบริษัทพ่ึงพาอาศัยระบบนิเวศ
มลู คา่ บรกิ ารของระบบนเิ วศทเ่ี ปน็ “นามธรรม” อยา่ งเชน่ นำ้� ดนิ และอากาศ อยา่ งไรบา้ ง”
บรสิ ทุ ธไิ์ ดร้ ะดบั หนง่ึ แลว้ ตอนนพ้ี วกเขากำ� ลงั เรมิ่ ระบปุ ระเดน็ ทเี่ ปน็ รปู ธรรม เรอื่ งทน่ี า่ เศรา้ คอื มนษุ ยชาตมิ กั จะเรยี นรบู้ ทเรยี นทธ่ี รรมชาตสิ ง่ ใหอ้ ยา่ งเชอ่ื งชา้
ส�ำหรับธุรกิจ ซึ่งก็หมายความว่าเศรษฐกิจชีวมณฑลก�ำลังเคล่ือนย้าย ดงั ทเ่ี ราเหน็ จากประวตั ศิ าสตรว์ า่ อารยธรรมทง้ั มวลลว้ นลม่ สลาย แตก่ ไ็ มไ่ ด้
จุดสนใจจากการประเมิน “ผลกระทบภายนอก” ของธุรกิจ เช่น มลพิษ แปลวา่ เราจะหลกี เลย่ี งการลม่ สลายไมไ่ ดถ้ า้ เราตน่ื ขน้ึ ทนั เวลา ยกตวั อยา่ ง
การตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ และทรพั ยากรรอ่ ยหรอ มาเปน็ การรอื้ สรา้ งกลไก และ เชน่ ใน พ.ศ. 2541 นำ้� ทว่ มครง้ั ใหญใ่ นลมุ่ แมน่ ้ำ� แยงซกี ่อความเสยี หายถงึ
วธิ กี ารประเมินมูลคา่ ของธรุ กิจและตลาดต้งั แต่รากฐานเลยทเี ดยี ว 136,000 ล้านหยวน (20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และกระทบกับผู้คน
ขณะท่ีนกั วทิ ยาศาสตร์เขา้ ใจมากขน้ึ เรอื่ ยๆ ว่าระบบนิเวศและความหลาก กว่า 250 ล้านคน สวิสรี (Swiss Re) บริษัทประกันภัยท่ีออกกรมธรรม์
หลายทางชวี ภาพมมี ลู คา่ เพยี งใด (มลู คา่ ทกี่ อ่ นหนา้ นก้ี ารประเมนิ ทางธรุ กจิ คุ้มครองหายนะน้ีบางส่วน ค้นพบร่วมกับสภาวิทยาศาสตร์จีนว่า น�้ำท่วม
มองไมเ่ หน็ หรอื ละเลย) นกั เศรษฐศาสตรก์ บั นกั บญั ชกี ใ็ หค้ วามสนใจมากขนึ้ ในคร้ังนเ้ี กีย่ วพนั กับการสญู เสียปา่ ไม้ทางตอนเหนอื ของลมุ่ น้ำ�
กับการตี “ราคา” ของบริการหลักท่ีระบบนิเวศส่งมอบให้กับมนุษย์ เช่น ผลลัพธ์โดยตรงที่เกิดข้ึนจากการค้นพบนี้คือ รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนที่
กลไกปอ้ งกนั นำ้� ทว่ มและควบคมุ ฝน ซงึ่ เปน็ กา้ วแรกสกู่ ารสรา้ งกลไกทท่ี ำ� ให้ จะแปลงเนื้อท่ีเพาะปลูกบริเวณมหาศาลให้กลับไปเป็นป่าไม้และทุ่งหญ้า
จา่ ยเงนิ “ซ้อื ” บริการเหล่านไี้ ด้ และพัฒนาธรุ กจิ ท่จี ะผลักดนั รูปแบบใหม่ๆ สั่งแบนอุตสาหกรรมล้าหลังบางอุตสาหกรรม และวางแผนท่ีจะลงทุนใน
ของมลู คา่ ตลาด ทนุ ธรรมชาติ (อยา่ งเชน่ ปา่ ไม)้ เปน็ เงนิ กวา่ 680,000 ลา้ นหยวน (100,000
ผลประโยชนท์ างธรุ กจิ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั บรกิ ารของระบบนเิ วศนน้ั แนน่ อนวา่ จะ ล้านเหรยี ญสหรัฐฯ) เพื่อให้ธรรมชาตชิ ่วยดูแลการไหลเวียนของน�ำ้ ส�ำหรบั
ดงึ ดดู ความสนใจของผนู้ �ำธรุ กจิ ไดม้ ากกวา่ การขอรอ้ ง หรอื ขอความเหน็ ใจ การผลติ ไฟฟ้าพลังน้ำ� การชลประทาน และการป้องกันน้ำ� ท่วม
ให้พวกเขาพิทักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มิกเคล คาลเลโซ (Mikkel
Kallesoe) ผอู้ ำ� นวยการฝา่ ยระบบนเิ วศของสภาธรุ กจิ เพอ่ื การพฒั นาอยา่ ง สฤณีอาชวานนั ทกลุ 145
ย่ังยนื (World Business Council for Sustainable Development :
WBCSD) กล่าวว่า “แนวคิดเร่ืองบริการของระบบนิเวศน้ัน เป็นรูปธรรม
ส�ำหรับธุรกิจมากกว่าความหลากหลายทางชีวภาพ เรากำ� ลังพูดถึงกลไก

144

ผู้น�ำธุรกิจส่วนใหญ่และนักการเมืองจ�ำนวนมาก บรษิ ทั ทก่ี ำ� ลงั แนะนำ� วธิ ปี ระเมนิ มลู คา่ สง่ิ แวดลอ้ ม ...
ยังตาบอดต่อความท้าทายอันใหญ่หลวงเหล่านี้ เขา้ สโู่ ลกธรุ กจิ กระแสหลกั จะออกรายงานทสี่ รปุ วา่ บริษัทจดทะเบียน
พวกเขายงั มองวา่ มนั เปน็ เรอื่ งของภาครฐั ทจ่ี ะตอ้ ง บรษิ ทั จดทะเบียนท่ีใหญท่ ี่สดุ ในโลก 3,000 แห่ง ท่ีใหญ่ที่สุดในโลก
จดั การ แตผ่ นู้ ำ� ธรุ กจิ จำ� นวนมากขนึ้ เรอื่ ยๆ เรม่ิ รสู้ กึ มีหนี้นิเวศรวมกัน 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ 3,000 แห่ง มีหนี้
แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว�่ำแผ่นดิน ใน พ.ศ. 2551 และโดยเฉลี่ยคิดเปน็ สัดสว่ นกวา่ นเิ วศรวมกนั 2.2ลา้ น
ก�ำลังคืบคลานเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ต้น พ.ศ. รอ้ ยละ 30 ของก�ำไรสทุ ธขิ องบรษิ ทั เหลา่ นร้ี วมกนั ลา้ นเหรยี ญสหรฐั ฯใน
2553 CEO ของบรษิ ทั ขา้ มชาตชิ น้ั น�ำ 29 แห่งที่ เม่ือใดก็ตามท่ีสถาบันการเงินและตลาดการเงิน พ.ศ. 2551 และโดย
อยใู่ น WBCSD รวมทง้ั บรษิ ทั อลั โค โบองิ้ ซนิ เจนตา ซึมซับและรับมือข้อมูลแบบนี้ ทุกส่ิงจะเปล่ียนไป เฉลย่ี คดิ เปน็ สดั สว่ น
โซนี ออี อน พรอ็ กเตอรแ์ อนดแ์ กมเบลิ ดคุ อเี นอรย์ ี กวา่ รอ้ ยละ 30 ของ
โตโยต้า อินโฟซิส และโฟล์กสวาเกน ตีพิมพ์ ก�ำไรสุทธิของบริษัท
รายงาน“Vision2050”(ดาวนโ์ หลดไดจ้ ากhttp:// เหลา่ นีร้ วมกนั
www.wbcsd.org/web/vision2050.htm)
ซงึ่ พยากรณว์ า่ ตลาดจะสามารถตงั้ ราคาทสี่ ะทอ้ น ...
ต้นทุนทางนิเวศของการด�ำเนินธุรกิจได้อย่าง
เทย่ี งตรงภายใน พ.ศ. 2593 สฤณีอาชวานันทกุล 147
ไม่ว่าคุณจะนึกถึงบริษัท สาขาธุรกิจ เมือง หรือ
เศรษฐกิจระดับภูมิภาค แน่นอนว่าเศรษฐกิจชีว-
มณฑลจะมที ง้ั ผชู้ นะและผแู้ พ้ สวสิ รรี เู้ รอื่ งนดี้ ี CEO
ของบรษิ ทั ทกุ แหง่ ทลี่ งนามในรายงาน WBCSD กร็ ู้
ค�ำถามส�ำคัญคือ คุณจะมองเห็นความแตกต่าง
ทันเวลาพอทจี่ ะลงมอื ท�ำได้อย่างไร
วธิ หี นง่ึ ทที่ ำ� ไดค้ อื ดวู า่ เศรษฐกจิ อตุ สาหกรรม หรอื
บรษิ ทั เป็น “หนี้นเิ วศ” มากนอ้ ยเพียงใด (คือถลุง
ระบบนิเวศไปมากกว่าท่ีตัวเองช่วยฟื้นฟูแค่ไหน)
ก่อนส้ินปีน้ี (พ.ศ. 2553) ทรูคอสต์ (Trucost)

146

04 ทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ปดิ ฉากไปแลว้ แตน่ า่ เสยี ดายทหี่ ลายสงั คม
รวมทงั้ ไทยยงั ตดิ หลม่ ความเชอื่ เดมิ ๆ ทว่ี า่ เราตอ้ ง “เลอื ก” ระหวา่ งการพฒั นา
“ความม่ังค่งั ครอบคลุม เศรษฐกจิ กบั การอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม ขณะทนี่ กั เศรษฐศาสตร์ นกั สง่ิ แวดลอ้ ม
(Inclusive Wealth)” และอกี หลายตอ่ หลายนกั จำ� นวนมากขนึ้ เรอื่ ยๆ กำ� ลงั จบั มอื กนั ทำ� งานหนกั
ในการระบุบนั ทกึ และคำ� นวณขอ้ มลู ตา่ งๆทนี่ า่ จะสะทอ้ นระดบั ความกา้ วหนา้
หรือล้าหลังของการพัฒนาท่ียั่งยืน และรู้ว่าข้อมูลเหล่าน้ีย่ิงน�ำมาประมวล
เป็นดัชนีได้ยิ่งดี จะได้ง่ายต่อการส่ือสารและสามารถเปรียบเทียบกับดัชนี
ทีค่ ับแคบกวา่ แต่มอี ทิ ธพิ ลสงู กวา่ อยา่ งเชน่ ผลผลิตมวลรวมในประเทศ
(GDP)
ตน้ เดอื นธนั วาคม พ.ศ. 2555 การศกึ ษาเรอื่ งดชั นกี ารพฒั นาทยี่ งั่ ยนื กา้ วหนา้
ไปอีกขั้น เม่ือโครงการมิติมนุษย์นานาชาติ มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ
(United Nations University’s International Human Dimensions
Programme : UNU-IHDP) ร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมขององค์การ
สหประชาชาติ (United Nations Environment Programme : UNEP)
และองคก์ รภาคอี น่ื ๆ รว่ มกนั ออกรายงานราย 2 ปเี รอื่ ง “Inclusive Wealth
Report (ความมง่ั คงั่ ครอบคลมุ : IWR)” ฉบบั แรก (อา่ นไดท้ ่ี http://www.
ihdp.unu.edu/article/read/iwr)
ผเู้ ขยี นรายงานฉบบั นเี้ สนอวา่ วธิ ปี ระเมนิ ความยง่ั ยนื วธิ หี นงึ่ คอื การขยายกรอบ
แนวคดิ เร่อื ง “ความมงั่ คง่ั ” ใหค้ รอบคลมุ การใช้และสะสมทนุ ทกุ ประเภท

สฤณีอาชวานันทกุล 149

ตั้งแต่ทุนธรรมชาติ (ป่า ท่ีดิน ประมง แร่ธาตุ เชื้อเพลิง ฯลฯ) สินค้าทุน โครงการประเมิน “ความม่ังค่ังครอบคลุม” หรือ ...
(เครอ่ื งจกั ร ถนนหนทาง อาคาร ฯลฯ) ทนุ มนษุ ย์ (การศกึ ษา ทกั ษะ ความรู้ IWR ไมใ่ ชโ่ ครงการเดยี วในโลกทกี่ ำ� ลงั พฒั นาดชั นี ความมง่ั คงั่ ทกุ ประเทศ
สขุ ภาพ) และทนุ ทางสงั คม (สถาบนั ต่างๆ ในสังคม ตัง้ แตค่ วามศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ ความย่ังยืน แต่โครงการน้ีโดดเด่นตรงที่น�ำโดย มิได้ข้ึนอยู่กับทุนที่
ของกฎหมาย คา่ นยิ ม วฒั นธรรม ไปจนถงึ ความไวว้ างใจซงึ่ กนั และกนั ไมอ่ ยู่ องค์กรระหว่างประเทศซึ่งมีอิทธิพลค่อนข้างมาก เปน็ ตวั เงนิ เพยี งอยา่ ง
ในรายงานฉบบั นเ้ี นอ่ื งจากยงั ไมม่ ขี อ้ มลู ) โดยตง้ั อยบู่ นขอ้ เทจ็ จรงิ ทวี่ า่ ความ อย่างองค์การสหประชาชาติ เป้าหมายของงานนี้ เดยี วและการจะรกั ษา
มัง่ คั่งทกุ ประเทศมไิ ด้ขึน้ อยู่กบั ทุนที่เปน็ ตวั เงนิ เพยี งอยา่ งเดยี ว และการจะ จงึ อยทู่ ก่ี ารสอื่ สารให้“ผดู้ ำ� เนนิ นโยบาย”ระดบั ชาติ หรือเพิ่มความม่ังคั่ง
รกั ษาหรอื เพมิ่ ความมง่ั คงั่ แปลวา่ เราตอ้ งเขา้ ใจลกั ษณะของ “ความเชอ่ื มโยง” ของประเทศต่างๆ เข้าใจในความจ�ำเป็นที่จะต้อง แปลวา่ เราตอ้ งเขา้ ใจ
ระหวา่ งองคป์ ระกอบเหลา่ นก้ี บั การพฒั นาเศรษฐกจิ และความอยดู่ มี สี ขุ ของ เปล่ียนกระบวนทัศน์การพัฒนา อย่างน้อยต้อง ลักษณะของ “ความ
มนุษย์ (ดูภาพประกอบ) บอกไดว้ า่ แตล่ ะประเทศกำ� ลงั เดนิ “ถกู ทาง”หรอื ไม่ เช่ือมโยง” ระหว่าง
และน�ำเสนอข้อมูลที่จ�ำเป็นต่อการพัฒนาท่ีย่ังยืน องค์ประกอบเหล่านี้
ฐานการผลติ กับความอยดู ีมสี ุขของมนุษย ใช้ในการเลอื ก ตดิ ตาม และประเมินผลนโยบาย กบั การพฒั นาเศรษฐ-
ระดับชาตไิ ด้ กจิ และความอยดู่ มี สี ขุ
กระบวนการของระบบโลก ผเู้ ขยี นรายงาน IWR พ.ศ. 2555 คำ� นวณมลู คา่ ของมนุษย์
ระบบนเิ วศ และนเิ วศบรกิ าร สินค้าทุน ทุนมนุษย์ และทุนธรรมชาติใน 20
ประเทศทั่วโลก ซ่ึงมีประชากรรวมกันร้อยละ 58 ...
ของประชากรโลก และสรา้ งรายไดร้ อ้ ยละ 72 ของ
ทนุ ธรรมชาติ ความอยูดมี ีสุขของมนษุ ย GDP ทงั้ โลก นำ� “ดชั นคี วามมง่ั คงั่ ครอบคลมุ ” ทไ่ี ด้
(ปจ เจกและชุมชน) มา “ปรบั ” ด้วยปัจจัย 3 ประการ ทส่ี ง่ ผลตอ่ ฐาน
การผลิต ได้แก่ 1) ความเสยี หายจากการปลอ่ ย
ทนุ มนษุ ย ทุนรูปแบบตางๆ กระบวนการผลติ ของเสยี การบรโิ ภค คารบ์ อน (ใช้งานวจิ ยั ของ Arrow, 2555 คอื นำ�
ทนุ ทางสงั คม ทดแทนกนั ในระบบเศรษฐกจิ สนิ คา และบรกิ าร (เชิงบวกและเชงิ ลบ) ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปี มาคูณ
ไดอยา งจำกัด คา นยิ มในสงั คม ดว้ ย “ตน้ ทนุ ทางสงั คม” จำ� นวน 50 เหรยี ญสหรฐั ฯ
การลงทนุ และนโยบายทไ่ี มหยุดนิง่ ตอ่ ตนั ) 2) กำ� ไรจากราคานำ้� มัน (ประเทศทรี่ วย
สินคาทุน น้�ำมันสามารถน�ำความม่ังค่ังที่เพ่ิมข้ึนจากการที่
(Manufactured) ราคานำ�้ มนั ปรบั ตวั สงู ขน้ึ ไปสรา้ งทนุ ชนดิ ตา่ งๆ ได)้
และ 3) ผลิตภาพการผลิตรวม (Total Factor
ทม่ี า : รายงาน Inclusive Wealth Report, 2555

150 สฤณีอาชวานนั ทกุล 151

Productivity เป็นตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์ที่วัด ความ ั่มง ั่คงครอบค ุลมตอหัว ิสน คา ุทน 100 200 300 400 500 *คาเงิน USD พ.ศ. 2543 **คาเฉล่ียตอป
ความเปลยี่ นแปลงในผลผลติ รวม ซง่ึ อธบิ ายไมไ่ ด้ (พันเห ีรยญสห ัรฐฯ พ.ศ. 2551)
ดว้ ยอตั ราการเตบิ โตของปจั จยั การผลติ จงึ มกั จะใช้ ธรรมชาติ
เปน็ ตวั แปรแทนคา่ ความกา้ วหนา้ ดา้ นเทคโนโลย)ี
... ในเมอื่ ทนุ ธรรมชาตเิ ปน็ จดุ เนน้ สำ� คญั ของรายงาน “งบ ุดล” ความ ั่มง ่ัคง ุทนม ุนษย
ประเทศท่ีมีมูลค่า ฉบับแรก คณะผู้วิจัยจึงเลือกประเทศท่ีธรรมชาติ
ความมง่ั คง่ั ครอบคลมุ มีบทบาทส�ำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ 0
(Inclusive Wealth) ประเทศรวยนำ้� มนั อยา่ งเวเนซเุ อลา ไนจเี รยี นอรเ์ วย์
ต่อหัวประชากรสูง ซาอดุ อี าระเบยี เอกวาดอร์ ประเทศรวยแรธ่ าตอุ ยา่ ง ี่ญปุน
ทีส่ ุดใน พ.ศ. 2551 ชิลี และประเทศรวยป่าอย่างบราซิล นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา
คอื ประเทศญปี่ นุ่ ซง่ึ มี ยงั รวมประเทศใหญจ่ ากทกุ ทวปี เนอื่ งจากประเทศ
ความมง่ั คง่ั ครอบคลมุ ย่ิงใหญ่คนยิ่งมาก ย่ิงสร้างแรงกดดันต่อระบบ แคนาดา
ต่อหัวสูงกว่าสหรัฐ นิเวศ นอ รเว ย
อเมรกิ า และสงู กวา่ ผลการวิเคราะหใ์ นรายงาน IWR ฉบบั แรก พ.ศ. ออสเตรเลีย
จนี ถงึ 2.8 เทา่ หลกั ๆ 2555 ชวี้ า่ ประเทศทมี่ มี ลู คา่ ความมงั่ คงั่ ครอบคลมุ เยอรม ีน
มาจากการท่ีญ่ีปุ่น (Inclusive Wealth) ต่อหัวประชากรสูงทส่ี ดุ ใน สหราชอาณา ัจกร
มีทุนมนุษย์ต่อหัว พ.ศ. 2551 คือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความมั่งคั่ง ฝรั่งเศส
ประชากรมากท่ีสุด ครอบคลมุ ตอ่ หวั สงู กว่าสหรฐั อเมรกิ า และสงู กวา่ ซา ุอ ีดอาระเบีย
ทุนมนุษย์คิดเป็น จนี ถงึ 2.8เทา่ หลกั ๆมาจากการทญี่ ปี่ นุ่ มที นุ มนษุ ย์ เวเนซุเอลา
สัดส่วนทุนท่ีสูงท่ีสุด ตอ่ หวั ประชากรมากทสี่ ดุ ทนุ มนษุ ยค์ ดิ เปน็ สดั สว่ น
ในแทบทกุ ประเทศ ทุนท่ีสูงท่ีสุดในแทบทุกประเทศ (ภาพประกอบ ความม่ังคั่งครอบค ุลม ลาน ลาน ัอตราการ สหรัฐอเมริกา 117.8 0.7 55.1 0.9 20.0 2.1 เยอรมนี 19.5 1.8 สหราชอาณาจักร 13.4 0.9 ฝร่ังเศส 13.0 1.4 แคนาดา 11.1 0.4 บรา ิซล 7.4 0.9 ิอนเ ีดย 6.2 0.9 ออสเตรเ ีลย 6.1 0.1
จากบทความ “The Real Wealth of Nations” (Inclusive Wealth) เห ีรยญสห ัรฐฯ เ ิตบโต
... ในวารสาร The Economist - http://www.
economist.com/node/21557732) 2551* 2533-2551**

ประเทศ ญ่ีปุน ีจน ที่มา : UN

152 สฤณีอาชวานันทกุล 153

นอกจากจะค�ำนวณมูลค่าของความม่ังค่ังครอบคลุมออกมาเป็นตัวเลข “ข้อคน้ พบ” หลักๆ มีทงั้ หมด 9 ข้อด้วยกันดงั ต่อไปนี้
รายงานฉบบั นยี้ งั นำ� เสนอ “อตั ราการเตบิ โต” ของดชั นคี วามมง่ั คงั่ ครอบคลมุ 1. ประเทศ 14 จาก 20 ประเทศ (หรอื รอ้ ยละ 70) ทศี่ กึ ษาในรายงานฉบบั น้ี
(Inclusive Wealth Index : IWI) เฉล่ียต่อหัวประชากรต่อปี ใชข้ อ้ มลู
ของ พ.ศ. 2533-2551 เรยี งตามอนั ดบั จากประเทศทมี่ อี ตั ราการเตบิ โตของ มีอัตราการเติบโตของ “ดัชนีความมั่งคั่งครอบคลุม (Inclusive
IWI สงู สุด (จนี ) ไปยงั ประเทศทมี่ อี ัตราการเติบโตของ IWI ตดิ ลบสูงสุด Wealth Index : IWI)” เป็นบวก สะท้อนวา่ นา่ จะยงั อยบู่ นเส้นทางที่
(ไนจีเรยี ) แยกตามชนิดของทนุ ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี้ ยง่ั ยืน ส่วนอีก 6 ประเทศทีม่ อี ตั ราการเตบิ โตของ IWI ติดลบ ไดแ้ ก่
โคลมั เบยี ไนจเี รยี รสั เซยี ซาอดุ อี าระเบยี แอฟรกิ าใต้ และเวเนซเุ อลา
อตั ราการเตบิ โตของดัชนคี วามมั่งคั่งครอบคลมุ (Inclusive Wealth Index) ในบรรดา 14 ประเทศท่ี IWI เติบโตเปน็ บวกนั้น มีจีนประเทศเดียวที่
เฉลี่ยตอหัวตอ ป แยกตามชนดิ ของทุน ดชั นเี ตบิ โตเฉล่ยี สูงกว่าร้อยละ 2 ต่อหวั ต่อปี ตลอดระยะเวลา 19 ปี
(พ.ศ. 2533-2551) อกี 3 ประเทศ คอื ชลิ ี ฝรง่ั เศส กบั เยอรมนี เตบิ โต
2.5 เฉลย่ี เกนิ รอ้ ยละ 1 ตอ่ หวั ตอ่ ปี แตไ่ มถ่ งึ รอ้ ยละ 2 อกี 10 ประเทศทเี่ หลอื
เติบโตเฉลีย่ ระหว่างร้อยละ 0.1 ถึง 1 ตอ่ หวั ตอ่ ปี ซงึ่ แปลว่าสมุ่ เสีย่ ง
ดชั นีความมัง่ คงั่ ครอบคลมุ ทจ่ี ะยา้ ยเขา้ สเู่ สน้ ทางทไ่ี มย่ ง่ั ยนื (คอื ดชั นคี วามมง่ั คงั่ ครอบคลมุ ตดิ ลบ)
2 ทุนธรรมชาติ โดยเฉพาะเคนยา ซ่งึ IWI เฉลย่ี เติบโตเพยี งรอ้ ยละ 0.06 ตอ่ หวั ต่อปี
ทุนมนุษย 2. อตั ราการเตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ ของประชากร(หมายถงึ “รวดเรว็ ”เทยี บกบั
1.5 สินคาทนุ อตั ราการเตบิ โตของ IWI) สง่ ผลให้ 5 ประเทศอยบู่ นเสน้ ทางทไ่ี มย่ งั่ ยนื
ได้แก่ โคลัมเบีย ไนจเี รีย ซาอุดอี าระเบีย แอฟรกิ าใต้ และเวเนซเุ อลา
1 รัสเซียเป็นข้อยกเว้นในแง่เป็นประเทศเดียวที่ IWI ติดลบก่อนน�ำ
แรงกดดนั ดา้ นประชากรมาคำ� นวณดว้ ย ขอ้ คน้ พบนชี้ วี้ า่ อตั ราการเตบิ โต
0.5 ของประชากรทต่ี ดิ ลบสามารถ “พลกิ ” ให้ IWI ตอ่ หวั จากตดิ ลบกลบั มา
เป็นบวก (เตบิ โต) ได้ (ถา้ คนน้อยลง ความมั่งคั่งตอ่ หวั ก็เพิ่มขน้ึ )
0
สฤณีอาชวานนั ทกุล 155
-0.5

-1

-1.5

ีจน
เยอรม ีน
ฝ ่ัรงเศส

ชิ ีล
ิอนเดีย
ญี่ ุปน
บราซิล
สหราชอาณา ัจกร
สหรัฐอเม ิรกา
นอ รเวย
เอกวาดอ ร
แคนาดา
ออสเตรเลีย
เคนยา
แอฟริกาใต
โคลัมเบีย
เวเน ุซเอลา
สห ัพนธ ัรฐรัสเ ีซย
ซาอุดีอาระเบีย
ไน ีจเรีย

ท่ีมา : รายงาน Inclusive Wealth Report, 2555

154

3. ในบรรดา 20 ประเทศทศ่ี กึ ษา มญี ปี่ นุ่ เพยี งประเทศเดยี วทที่ นุ ธรรมชาติ 6. นวตั กรรมทางเทคโนโลยี (สะทอ้ นจากการเปลย่ี นแปลงของผลติ ภาพ
เพิ่มข้ึน โดยเพ่ิมจากการเพม่ิ พน้ื ท่ีปา่ อีก 19 ประเทศ ทุนธรรมชาติ การผลิตรวม) และ/หรอื ก�ำไรจากราคาน้ำ� มนั ชว่ ยชดเชยการรอ่ ยหรอ
รอ่ ยหรอลงตลอดระยะเวลาทผี่ า่ นมา อยา่ งไรกด็ ี ทนุ ธรรมชาตทิ ล่ี ดลง ของทนุ ธรรมชาติ และความเสยี หายจากภาวะโลกรอ้ น ยา้ ยบางประเทศ
ไม่สง่ ผลใหอ้ ตั ราการเตบิ โตของ IWI ลดลงใน 12 ประเทศ (พดู ง่ายๆ จากแดนการพัฒนาท่ีไม่ย่ังยืน (IWI เติบโตติดลบ) เข้าสู่เส้นทางท่ี
คือ ฐานทุนธรรมชาติถึงแม้จะลดลงก็ยังเพียงพอต่อการสร้างความ ยั่งยืน (IWI เติบโตเป็นบวก) ประเทศเหล่านี้ได้แก่ ไนจีเรีย รัสเซีย
ม่งั ค่ัง) แตส่ ำ� หรับอีก 6 ประเทศท่ี IWI เตบิ โตติดลบ (ดูรายชื่อในขอ้ ซาอดุ อี าระเบยี และเวเนซเุ อลา แปลวา่ ความมงั่ คง่ั ของประเทศเหลา่ นี้
คน้ พบขอ้ 1. ขา้ งตน้ ) การลดลงของทนุ ธรรมชาตมิ สี ว่ นทำ� ใหด้ ชั นดี งั กลา่ ว ออ่ นไหวต่อความผันผวนของราคาน้ำ� มันมาก
ตดิ ลบ สาเหตหุ ลกั ทที่ นุ ธรรมชาตขิ องประเทศสว่ นใหญใ่ น 6 ประเทศน้ี
ร่อยหรอคอื การถลงุ ใชเ้ ชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกรณี 7. เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีการพัฒนาที่ใช้กันแพร่หลายอีก 2 ตัว คือ
ของแอฟริกาใต้ GDP ตอ่ หวั และดชั นพี ฒั นามนษุ ย์ (Human Development Index :
HDI) ปรากฏวา่ มี 5 ประเทศ (ร้อยละ 25 ทศ่ี กึ ษา) ที่ GDP ตอ่ หวั และ
4. ทนุ มนษุ ย์ (การศกึ ษา ทกั ษะ สขุ ภาพ ความร)ู้ เพมิ่ ขนึ้ ตลอดระยะเวลา HDI มีแนวโน้มเป็นบวก แต่ IWI เติบโตติดลบ ได้แก่ โคลัมเบีย
ที่ผ่านมาในทุกประเทศ และเป็นหัวใจส�ำคัญท่ีชดเชยการลดลงของ ไนจเี รยี รสั เซยี ซาอดุ อี าระเบยี และเวเนซเุ อลา สะทอ้ นความแตกตา่ ง
ทุนธรรมชาติในประเทศสว่ นใหญ่ เชน่ บราซลิ สามารถเพม่ิ ทุนมนษุ ย์ อยา่ งชดั เจนวา่ GDP ตอ่ หวั วดั เฉพาะรายไดป้ จั จบุ นั และการไหลเวยี น
ถงึ รอ้ ยละ 1.2 ต่อหวั ตอ่ ปี สงู กวา่ อัตราการเตบิ โตของ IWI ซง่ึ อย่ทู ่ี ของการผลติ รายปี ขณะที่ IWI เนน้ การเปลย่ี นแปลงของทนุ สะสมผา่ น
รอ้ ยละ 0.4 ตอ่ หวั ตอ่ ปี แตก่ น็ บั วา่ มี “ตน้ ทนุ ” ของการเตบิ โตคอ่ นขา้ ง กาลเวลา สว่ น HDI ก็ไมไ่ ด้วดั ทนุ ธรรมชาติ
สูง ทุนธรรมชาติร่อยหรอลงเฉล่ียร้อยละ 0.7 ต่อปี โดยท่ีสินค้าทุน
เพม่ิ ข้นึ น้อยมาก 8. ปจั จยั หลกั ทอี่ ธบิ ายความแตกตา่ งของ IWI แตล่ ะประเทศคอื การลดลง
ของทนุ ธรรมชาติ ประเทศทคี่ ่าอตั ราการเติบโตเฉลีย่ ของ GDP ต่อหัว
5. มสี ัญญาณทีช่ ัดเจนวา่ ทนุ รปู แบบตา่ งๆ (สนิ คา้ ทุน ทุนมนุษย์ และทนุ แตกตา่ งจาก IWI เฉลี่ยตอ่ หัวมากท่สี ุด ได้แก่ ออสเตรเลยี (ตา่ งกัน
ธรรมชาติ) ส่งผลแลกไดแ้ ลกเสยี กันตลอดระยะเวลา 19 ปี ในหลาย ร้อยละ 95) บราซลิ จนี อินเดีย และแคนาดา (ต่างกันรอ้ ยละ 75)
ประเทศ ทุนมนุษย์เพม่ิ สูงขึน้ ไดจ้ ากการถลุงทุนธรรมชาติ ดงั สะท้อน ประเทศทก่ี ารเตบิ โตของ IWI ตอ่ หวั สงู กวา่ การเตบิ โตของ GDP ตอ่ หวั
ในขอ้ คน้ พบท่ี 4. ขา้ งตน้ คำ� ถามทส่ี ำ� คญั คอื การ “แปลง” ทนุ แบบหนง่ึ คอื เยอรมนีกบั ฝรัง่ เศส
ไปสู่อกี แบบหน่ึงของแต่ละประเทศมี “ประสทิ ธภิ าพ” เพยี งใด กรณที ่ี
ชดั เจนวา่ ไรป้ ระสทิ ธภิ าพคอื ไนจเี รยี ซงึ่ ถลงุ ทนุ ธรรมชาติ (โดยเฉพาะ สฤณีอาชวานันทกุล 157
เชื้อเพลิงฟอสซิล) อย่างมโหฬาร แต่แทบไม่สามารถสร้างทุนมนุษย์
หรอื สินคา้ ทุนไดเ้ ลย

156

9. ขอ้ คน้ พบทนี่ ำ� เสนอในรายงานฉบบั นอ้ี าศยั ขอ้ มลู เพยี งบางสว่ นเทา่ นนั้ เซอรพ์ ารท์ า ดาสกปุ ตา (Sir Partha Dasgupta) ...
ส�ำหรับทุนชนิดต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ยังไม่รวมทุนทาง จากมหาวทิ ยาลยั เคมบรดิ จ์ ผนู้ ำ� คณะนกั วจิ ยั ทจี่ ดั การแปะปา้ ย “ราคา”
สงั คม (ส่วนหน่ึงเพราะยังไมม่ ี “ค่าแทน (Proxy)” ทดี่ ีพอ และยังไม่มี ทำ� รายงาน Inclusive Wealth ฉบับแรก แสดง ให้กับทุนธรรมชาติ
ข้อมูลท่ีใช้เปรียบเทียบระหว่างประเทศได้) และทุนธรรมชาติก็ยัง ความหวงั วา่ ผลการคำ� นวณทเ่ี ขายอมรบั วา่ ยงั หยาบ ในตัวมันเองไม่ใช่
ไม่รวมมูลคา่ ของนิเวศบรกิ ารอกี หลายด้าน ทวี่ ดั ยากและไม่มี “ราคา เกินไป (เหมือนกับท่ีตัวเลข GDP หยาบเกินไป ส่ิงท่ีเลวร้าย เพราะ
ตลาด” ให้ใช้ เชน่ น�้ำสะอาด อากาศบริสทุ ธิ์ และการผสมเกสรของ เม่ือ 70 ปีก่อน) จะกระตุ้นให้นักเศรษฐศาสตร์ ความมง่ั คง่ั ครอบคลมุ
แมลง จำ� นวนมากขนึ้ หนั มาสนใจการประเมนิ มลู คา่ ของ ชว้ี า่ เราจะตอ้ งบรหิ าร
ส่ิงท่ีดูเหมือนจะวัดไม่ได้ อย่างเช่น นิเวศบริการ จดั การทนุ ทกุ ประเภท
ข้อจ�ำกดั และขอ้ บกพรอ่ งทคี่ ณะผวู้ จิ ยั ชใี้ ห้เห็นชวี้ ่า เราสามารถปรบั ปรงุ ผล ดา้ นต่างๆ โดยเฉพาะทนุ ธรรมชาติ
การประเมินความม่ังค่ังครอบคลุมให้ถูกต้อง และครอบคลุมกว่าเดิมได้ หมดสมยั แลว้ ทจี่ ะมองโลกแบบ“ตอ้ งเลอื ก”ระหวา่ ง ซึ่งทดแทนยากท่ีสุด
อกี มากในอนาคต ถา้ หากเราเนน้ การบนั ทกึ และตดิ ตามขอ้ มลู เกยี่ วกบั ทนุ การพฒั นากบั การอนรุ กั ษ์ สง่ิ เดยี วทเ่ี ราตอ้ งเลอื ก อย่างรอบคอบและ
ชนดิ ตา่ งๆ และผลของมนั ต่อความอย่ดู ีมสี ุขอยา่ งต่อเนือ่ ง คอื การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื สถานเดยี วเทา่ นนั้ แตห่ นา้ ตา ระมดั ระวัง
การแปะป้าย “ราคา” ให้กับทุนธรรมชาติในตัวมันเองไม่ใช่สิ่งท่ีเลวร้าย และรูปธรรมของมันในชุมชนแต่ละระดับคืออะไร
เพราะความม่ังคั่งครอบคลุมชี้ว่าเราจะต้องบริหารจัดการทุนทุกประเภท ค�ำตอบก็จะต้องอาศัยการท�ำงานหนักด้านข้อมูล ...
โดยเฉพาะทนุ ธรรมชาตซิ งึ่ ทดแทนยากท่ีสุด อย่างรอบคอบและระมัดระวงั ดงั ทค่ี ณะผวู้ จิ ยั “ความมง่ั คง่ั ครอบคลมุ ” ฉบบั แรก
ด้วยความตระหนักวา่ ยิง่ ทนุ ธรรมชาตริ ่อยหรอลงเพียงใด “ราคา” ของมนั ของโลกชใี้ ห้เห็น
ยิ่งสูงเพียงนั้น ยิ่งต้องสร้างมูลค่าทุนมนุษย์และสินค้าทุนมาชดเชย ถ้ายัง การศึกษาข้อมูลท�ำนองนี้คือก้าวแรกที่จ�ำเป็นต่อ
อยากใหค้ วามม่งั คัง่ ครอบคลมุ ของประเทศเตบิ โต แตใ่ นขณะเดยี วกัน ถ้า การปดิ ฉากยคุ แหง่ มายาคติ อคติ และความเขา้ ใจ
ทุนธรรมชาติร่อยหรอลงเร่ือยๆ ถึงจุดหนึ่งเราก็จะไม่สามารถสร้างความ ผิดท้ังหลาย เปิดฉากยุคแห่งการพัฒนาท่ียั่งยืน
ม่งั คั่งอกี ตอ่ ไป อยา่ งแท้จรงิ

158 สฤณีอาชวานนั ทกุล 159

05 วนั ที่ 12 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2553 ผเู้ ขยี นไดม้ โี อกาสไปฟงั บลิ คลนิ ตนั อดตี
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Embracing Our
โอกาสทางเศรษฐกิจในภาวะ Common Humanity (โอบรับความเป็นมนุษย์ที่เรามีร่วมกัน)” ที่ตึก
สภาพภูมอิ ากาศเปลี่ยนแปลง : สนั ตไิ มตรี ทำ� เนยี บรฐั บาล จงึ อยากเกบ็ ความมาฝากผอู้ า่ น “เศรษฐศาสตร์
ขอ้ คดิ จากบิล คลนิ ตนั กโู้ ลก” ทุกทา่ น เพราะประเดน็ หลักของเขาคือ การรบั มอื กบั ภาวะสภาพ
ภูมอิ ากาศเปล่ยี นแปลงจะดตี ่อเศรษฐกิจไดอ้ ยา่ งไร
คลินตันโปรยยาหอมก่อนว่า ประเทศไทยเป็นพันธมิตรท่ีเก่าแก่ที่สุดของ
สหรัฐอเมรกิ าในทวีปเอเชยี มีความสมั พนั ธ์มายาวนานตัง้ แต่ พ.ศ. 2339
ปจั จบุ นั กรงุ เทพฯ กอ็ ยใู่ นกลมุ่ C40 (http://www.c40cities.org/) เมอื งใหญ่
40 แหง่ ของโลกทปี่ ระกาศวา่ จะรบั มอื กบั ภาวะสภาพภมู อิ ากาศเปลย่ี นแปลง
อย่างจริงจัง C40 เป็นโครงการหลักของ Clinton Climate Initiative
ภายใตม้ ูลนิธิคลินตัน (http://www.clintonfoundation.org/)
คลนิ ตนั ยำ้� วา่ วทิ ยาศาสตรภ์ าวะสภาพภมู อิ ากาศเปลยี่ นแปลงเปน็ เรอ่ื งจรงิ
นา่ เสียดายท่ีใน พ.ศ. 2552 โลกไมอ่ าจบรรลขุ อ้ ตกลงใหม่ที่จะมาทดแทน
พิธสี ารเกยี วโตซ่ึงจะส้ินสุดใน พ.ศ. 2555

สฤณีอาชวานันทกลุ 161

ถงึ แมว้ า่ การเจรจาระดบั โลกจะลม้ เหลว ระดบั ทยี่ อ่ ยกวา่ นนั้ กม็ คี วามคบื หนา้ คลนิ ตนั บอกวา่ วกิ ฤตกิ ารเงนิ สง่ ผลกระทบตอ่ 4 ประเทศนไ้ี มเ่ ทา่ กนั เดนมารก์
ทนี่ า่ ยนิ ดมี ากมาย คลนิ ตนั ยกตวั อยา่ งวา่ ในทศวรรษ 1990-2000 เยอรมนี แทบไมไ่ ดร้ บั ผลกระทบใดๆ แตอ่ กี 3 ประเทศทเ่ี หลอื ประสบความเดอื ดรอ้ น
แซงหนา้ สหรฐั อเมรกิ าและญป่ี นุ่ ในการใชพ้ ลงั งานแสงอาทติ ย์ แมว้ า่ เยอรมนี อย่างรุนแรง แต่ก่อนที่จะถึงจุดน้ัน ทั้ง 4 ประเทศล้วนมีอัตราการเติบโต
ทั้งประเทศจะมีแสงแดดน้อยพอๆ กับกรงุ ลอนดอนก็ตาม ของ GDP สงู กวา่ สหรฐั อเมรกิ า และมคี วามเหลอ่ื มลำ้� ทางรายไดต้ ำ�่ กวา่ สหรฐั
ตอ่ มาในทศวรรษ 2000-2010 จนี ทมุ่ เงนิ ลงทนุ เปน็ 2 เทา่ ของสหรฐั อเมรกิ า อเมรกิ าดว้ ย
ในพลงั งานแสงอาทิตย์และลม ระบบเศรษฐกจิ และสังคมของ 4 ประเทศนแี้ ตกต่างกันมากมาย สงิ่ เดยี วที่
ปญั หาใหญป่ ญั หาหนงึ่ ทท่ี ำ� ใหค้ นเปลยี่ นใจยากคอื ถงึ แมจ้ ะเชอื่ แลว้ วา่ ภาวะ พวกเขามเี หมอื นกนั คอื เปน็ ประเทศทจ่ี รงิ จงั ทส่ี ดุ ในการเปลย่ี นวถิ กี ารผลติ
สภาพภมู อิ ากาศเปลยี่ นแปลงเกดิ ขนึ้ จรงิ คนสว่ นใหญก่ ย็ งั ปกั ใจเชอ่ื วา่ การ และบรโิ ภคพลงั งานอยา่ งเปน็ ระบบ พยายามลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก
รบั มือกับปญั หาน้จี ะนำ� ไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจ ให้ได้ตามเป้าท่ปี ระกาศ
ด้วยเหตุน้ีเปา้ หมายหลกั ของโครงการ Clinton Climate Initiative คอื คลนิ ตนั บอกวา่ เขาตระหนกั ดวี า่ ประเทศแตล่ ะประเทศและเมอื งแตล่ ะเมอื ง
การหาวถิ ผี ลติ และบรโิ ภคพลงั งานใหมๆ่ ทค่ี มุ้ คา่ ทางเศรษฐกจิ เขาบอกวา่ ตา่ งมศี กั ยภาพ และความทา้ ทายเฉพาะตวั ในการรบั มอื กบั ปญั หานี้ แตเ่ ขา
ถา้ เราทำ� อยา่ งนน้ั ได้ กจ็ ะทำ� ใหเ้ ศรษฐกจิ เตบิ โตมากกวา่ สงิ่ อนื่ ๆ ทเ่ี ราทำ� ได้ ก็เชือ่ วา่ มีวธิ ที ่คี ุ้มคา่ ทางเศรษฐกจิ หลายวิธีท่ีปรับใช้ไดก้ บั ทุกพน้ื ที่
ทั้งหมด สร้างความสามัคคีในโลกท่ีแตกแยก และสร้างโอกาสให้กับผู้มี เขายกตัวอย่างการปรับปรุงสภาพอาคารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้
รายไดน้ ้อย พลังงาน (เรียกว่า Retrofit ซ่ึงจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดย
พธิ ีสารเกียวโตมี 147 ประเทศร่วมลงนาม ในจำ� นวนนป้ี ระเทศพัฒนาแล้ว ปรยิ าย เนอ่ื งจากพลงั งานสว่ นใหญท่ ใี่ ชใ้ นอาคารมาจากนำ�้ มนั ตวั การหลกั
44 ประเทศ ประกาศเปา้ ทจ่ี ะลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกลงภายใน พ.ศ. ของภาวะโลกรอ้ น) วา่ เปน็ วธิ หี นง่ึ ทไี่ ดผ้ ลดแี ละมคี วามคมุ้ คา่ ทางเศรษฐกจิ
2555 แต่ ณ เดอื นกนั ยายน พ.ศ. 2551 กอ่ นทวี่ กิ ฤตกิ ารเงนิ จะปะทุ มเี พยี ง เมอ่ื ไมน่ านมานี้ อาคารเอม็ ไพรส์ เตตในกรงุ นวิ ยอรก์ อาคารอนั โดง่ ดงั ทส่ี รา้ ง
เยอรมนี เดนมารก์ สวเี ดน และองั กฤษ ทมี่ แี นวโนม้ วา่ จะลดกา๊ ซเรอื นกระจก ใน พ.ศ. 2474 ขณะทีส่ หรฐั อเมรกิ าประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยรนุ แรง
ลงได้ตามเป้า ไดเ้ รม่ิ ทำ� โครงการปรบั ปรงุ สภาพอาคารขนานใหญ่ เมอื่ เสรจ็ แลว้ จะสามารถ
ลดการใชพ้ ลงั งานลงรอ้ ยละ 40 สรา้ งงานไดห้ ลายรอ้ ยต�ำแหนง่ มผี ลเทา่ กบั
162 เอารถหลายพนั คนั ออกจากถนน เพราะเปน็ อาคารทใี่ หญม่ าก ทสี่ ำ� คญั คอื
ลำ� พงั คา่ ใชจ้ า่ ยพลงั งานทป่ี ระหยดั ได้ จะมากพอทจี่ ะคนื เงนิ ลงทนุ ทง้ั หมดท่ี
ใชไ้ ปในการปรบั ปรงุ สภาพอาคาร ประโยชนท์ ไ่ี ดห้ ลงั จากนน้ั จะเพม่ิ ผลกำ� ไร
และกระแสเงนิ สดโดยตรงให้กบั เอม็ ไพรส์ เตต

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 163

เมอ่ื เสรจ็ สนิ้ โครงการ เอม็ ไพรส์ เตตกจ็ ะเปน็ อาคารทเ่ี กา่ แกท่ ส่ี ดุ ทผ่ี า่ นการ ถ้าทำ� โครงการพลงั งานลม และ 7,000 ตำ� แหน่ง ...
Retrofit และจะไดม้ าตรฐานอาคารสเี ขยี วชน้ั นำ� คอื LEED (เวบ็ ไซตโ์ ครงการ ถ้าท�ำโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้ การกอ่ สรา้ งโรงไฟฟา้
http://www.esbsustainability.com/) พลงั งานของอาคาร นิวเคลียร์ยังสร้าง
บรษิ ทั จนี 2 แหง่ ประกาศวา่ จะสรา้ งโรงงานผลติ หลอดไฟ LED ในสหรฐั อเมรกิ า ตวั เลขเหลา่ นเ้ี ปน็ ตวั เลขของสหรฐั อเมรกิ า แตไ่ มว่ า่ งานได้เพียง 900
สร้างงานกว่า 4,500 ต�ำแหนง่ เพอ่ื นของคลนิ ตันคนหนึง่ เพง่ิ ซื้อบริษทั ผลติ ตัวเลขของประเทศอ่ืนจะเป็นอย่างไร อัตราส่วน ต�ำแหน่ง ต่อเงินทุก
รถยนตไ์ ฟฟา้ 2 แหง่ ในจนี และเกาะแหง่ หนงึ่ ในเดนมารก์ กส็ ามารถลดการ การสร้างงานโดยเปรียบเทียบก็จะคงเดิม น่ันคือ 1 พันล้านเหรียญ
ปล่อยคาร์บอนสทุ ธิลงเปน็ ศูนย์ (Carbon Neutral) ได้อยา่ งสมบรู ณแ์ ล้ว 1 (นิวเคลยี ร์) ตอ่ 2.1 (แสงอาทติ ย)์ ต่อ 3.6 (ลม) สหรฐั ฯทลี่ งไปขณะที่
(ชอ่ื เกาะ Samso อ่านรายละเอยี ดได้ท่ี http://greenupgrader.com/ และต่อ 7.8 (ปรับปรุงสภาพอาคาร) คลินตัน เงินจ�ำนวนเดียวกัน
3798/samso-the-100-sustainable-carbon-neutral-island/) ประเมนิ วา่ ลำ� พงั การปรบั สภาพอาคารเพยี งอยา่ งเดยี ว จะสร้างงานได้ถึง
ตัวอย่างเหล่าน้ีช้ีให้เห็นว่าการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปล่ียนแปลง จะทำ� ใหส้ หรฐั อเมรกิ าลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก 1,900 ตำ� แหนง่ ถ้า
ไม่จ�ำเป็นจะตอ้ งแปลว่าเศรษฐกิจจะถดถอยหรือชะงักงันแต่อย่างใด ไดถ้ ึงร้อยละ 50 ของเป้าหมายเลยทเี ดยี ว ทำ� โครงการพลงั งาน
คลินตันพูดถึงทางเลือกในการผลิตพลังงานในช่วงท้าย เขาบอกว่าโดย ด้านเชอื้ เพลงิ ชีวภาพ คลนิ ตนั บอกว่า อ้อยบราซิล แสงอาทิตย์ 3,300
ส่วนตัวเขาไม่ได้ต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ ในรัฐท่ีเขาเคยเป็นผู้ว่าการรัฐ เป็นพืชที่น�ำมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพได้อย่างมี ต�ำแหน่ง ถ้าท�ำ
คอื อารแ์ คนซอ มีโรงไฟฟา้ พลงั นิวเคลยี ร์ทด่ี �ำเนินกจิ การตอ่ เนือ่ งยาวนาน ประสิทธิภาพที่สุด โดยสามารถผลิตเชื้อเพลิง โครงการพลงั งานลม
ทสี่ ดุ ในประเทศ คอื ตง้ั แต่ พ.ศ. 2507 และทผ่ี า่ นมากม็ ปี ญั หาการดำ� เนนิ งาน 9 แกลลอน ต่อน้�ำมัน 1 แกลลอน ที่ต้องใช้ใน และ 7,000 ตำ� แหนง่
ขัดขอ้ งจนต้องหยดุ เครอ่ื งชว่ั คราวเพียงคร้ังเดยี ว กระบวนการผลิต เขาเตือนว่าเชื้อเพลิงชีวภาพ ถ ้ า ท�ำโ ค ร ง ก า ร
แต่คลินตันก็เตือนว่าเราต้องช่ังน้�ำหนักความเสี่ยง และเปรียบเทียบกับ มีท้ังข้อดีและข้อเสีย เราควรเลือกแต่วิธีที่ได้ ปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพ
ทางเลอื กอน่ื จนถงึ ปจั จบุ นั ยงั ไมม่ ใี ครหาวธิ จี ดั การกบั กากเชอื้ เพลงิ นวิ เคลยี ร์ “พลงั งานสทุ ธ”ิ เปน็ บวกเทา่ นน้ั คลนิ ตนั ยกตวั อยา่ ง ในการใช้พลังงาน
ในทางทน่ี า่ พอใจได้ สว่ นการกอ่ สรา้ งโรงไฟฟา้ นวิ เคลยี รก์ ต็ อ้ งใชเ้ งนิ ลงทนุ วา่ สหรฐั อเมรกิ าใชข้ า้ วโพดมาผลติ เชอื้ เพลงิ ชวี ภาพ ของอาคาร
มหาศาล และมีแนวโนม้ ทจ่ี ะบานปลาย (Cost Overrun) นอกจากน้ีการ มากเกนิ ไป เพราะกระบวนการแปลงถกู มาก แตไ่ ด้
ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังสร้างงานได้เพียง 900 ต�ำแหน่ง ต่อเงิน เชอื้ เพลงิ เพยี ง 2.3 แกลลอน ตอ่ นำ้� มนั 1 แกลลอน ...
ทกุ 1 พนั ลา้ นเหรยี ญสหรฐั ฯ ทลี่ งไป ขณะทเ่ี งนิ จำ� นวนเดยี วกนั จะสรา้ งงาน และเนอ่ื งจากดอ้ ยสมรรถนะกวา่ นำ้� มนั รอ้ ยละ 30
ไดถ้ งึ 1,900 ต�ำแหนง่ ถา้ ท�ำโครงการพลงั งานแสงอาทติ ย์ 3,300 ต�ำแหนง่ เท่ากบั ว่าอัตราสว่ นทแี่ ท้จรงิ คือ 2.3 - (30%) = 2
ตอ่ 1 เทา่ นน้ั นอกจากนเี้ รากต็ อ้ งระวงั วา่ พน้ื ทป่ี ลกู
164 พชื เชอื้ เพลงิ จะไมแ่ ยง่ พน้ื ทเี่ พาะปลกู อาหาร เพราะ

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 165

ไมอ่ ยา่ งนน้ั มนั จะทำ� ใหร้ าคาอาหารเพมิ่ ขน้ึ และไมถ่ างปา่ มาทำ� ไรพ่ ชื เชอ้ื เพลงิ สฤณีอาชวานนั ทกลุ 167
เพราะการถางปา่ ปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกมหาศาล ทำ� ใหก้ จิ กรรมนอี้ าจกลาย
เปน็ “เพิ่ม” คารบ์ อนสุทธิ แทนทีจ่ ะเปน็ ลด
คลนิ ตนั สรปุ วา่ เราตอ้ งประเมนิ ทางเลอื กตา่ งๆ ในการลดกา๊ ซเรอื นกระจก
อย่างรอบด้าน เพราะหลายวิธีช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อม
กับแก้ปัญหา เช่น ถ้าสหรัฐอเมริกาลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับ
เดยี วกนั กบั เยอรมนี จะสรา้ งงานได้ถึง 1.2 ลา้ นต�ำแหน่ง นอกจากนเ้ี ขาก็
เชอื่ วา่ “บรษิ ทั นำ้� มนั ” ทกุ แหง่ ควรมองวา่ ตวั เองเปน็ “บรษิ ทั พลงั งาน” ไดแ้ ลว้
เพื่อจะไดม้ ีส่วนรว่ มอย่างสรา้ งสรรค์
คลินตันทิ้งท้ายว่า การปฏิเสธภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไม่ใช่
ทางเลอื ก การไมท่ ำ� อะไรเลยกไ็ มใ่ ชท่ างเลอื ก ถา้ เรารบั มอื กบั ปญั หานอ้ี ยา่ ง
ถูกวธิ ี มนั ก็จะเปน็ หนทางท่ดี ที สี่ ุดสกู่ ารเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ
น่าเสียดายท่ีช่วงถาม-ตอบ 15 นาทีสุดท้ายของรายการไม่เปิดโอกาสให้
ผู้ฟังซักถาม มีแต่ผู้บริหาร ปตท.ที่เรียกตัวเองผิดว่า “ผู้ด�ำเนินรายการ”
ถามค�ำถามของตวั เองท่ีสอดแทรกโฆษณาผลติ ภัณฑ์ ปตท.อย่างไมเ่ นยี น
เทา่ ไรนกั ผ้เู ขียนจึงไมม่ โี อกาสจับไมคถ์ ามบิล คลินตันว่า เขาคิดอยา่ งไร
กบั แนวโนม้ ของประเทศทศ่ี าลสง่ั ปรบั ชาวบา้ นจนลม่ จมไปแลว้ กวา่ 30 คน
ในข้อหาท�ำให้โลกร้อน พ้ืนที่ท่ีปลูกไบโอดีเซลหลายแห่งยังแย่งพื้นที่ปลูก
พชื อาหาร หรอื ไมก่ ต็ ดั ไมท้ ำ� ลายปา่ อกี ทงั้ รฐั ยงั ไมเ่ คยคำ� นงึ ถงึ “ตน้ ทนุ ของ
การจดั การกากเช้ือเพลิงนิวเคลียร์” และยงั ไม่มอง “การเพม่ิ ประสิทธิภาพ
ในการใช้พลังงาน” ว่าเป็นทางเลือกท่ีส�ำคัญในการวางแผนพลังงานของ
ประเทศ

166

06 หลงั จากทคี่ วามเรง่ ดว่ นของวกิ ฤตสิ งิ่ แวดลอ้ มหลายดา้ น ทำ� ใหป้ ฏเิ สธไมไ่ ด้
อกี ตอ่ ไปวา่ มนษุ ยจ์ ะตอ้ ง “ยกเครอื่ ง” วถิ กี ารผลติ และบรโิ ภคครง้ั ใหญ่ และ
“คาร์บอนสมดลุ ” : หลังจากที่เทคโนโลยีสีเขียวยุคปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคุ้มค่าแก่
จากอดุ มคติส่วู ถิ ีปฏิบัติ การลงทนุ ในระยะยาว คำ� วา่ “คารบ์ อนตำ�่ (Low Carbon)” กเ็ รม่ิ ปรากฏใน
สนุ ทรพจนข์ องผนู้ ำ� ทางการเมอื ง หรอื คำ� ประกาศนโยบายของรฐั บาลทว่ั โลก
รวมทง้ั ประเทศไทยดว้ ย แตป่ ระเดน็ ทว่ี า่ ใครจะทำ� จรงิ หรอื ไม่ ถา้ ทำ� จรงิ จะทำ�
ไดด้ ีเพียงใด ยงั เป็นค�ำถามทรี่ อการพสิ ูจน์
นักส่ิงแวดล้อมและนักเศรษฐศาสตร์จ�ำนวนไม่น้อย รวมทั้งอีกหลายคน
ทห่ี ว่ งใยโลกใบทจ่ี ะมอบใหก้ บั คนรนุ่ หลงั เรยี กรอ้ งวา่ เราไมค่ วรตง้ั เปา้ หมาย
วา่ จะเปน็ เศรษฐกจิ คารบ์ อนตำ�่ เทา่ นนั้ แตค่ วรตง้ั เปา้ เปน็ เศรษฐกจิ คารบ์ อน
สมดลุ ไปเลย เพอ่ื ความปลอดภยั และความยงั่ ยืนขั้นสูงสดุ
“คารบ์ อนสมดลุ ” เปน็ แนวคดิ ทเ่ี รยี บงา่ ย แตม่ รี ายละเอยี ดทซ่ี บั ซอ้ น เมอื งท่ี
เปน็ คารบ์ อนสมดลุ หมายความวา่ เปน็ เมอื งทไ่ี มใ่ ชเ้ ชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ เลย และ
ไมผ่ ลติ ของเสยี ใดๆ ทน่ี ำ� กลบั มาใชใ้ หมห่ รอื กำ� จดั ไมไ่ ด้ รฐั บาลหลายประเทศ
ออกมาประกาศว่าจะสร้างเมืองใหม่ท่ีเป็นคาร์บอนสมดุล ตั้งแต่ประเทศ
เศรษฐใี หมอ่ ยา่ งจนี และสหรฐั อาหรบั เอมเิ รตส์ (แผนการสรา้ งเมอื งตงถาน
และมาสดารด์ จู ะกำ� ลงั แขง่ กนั วา่ ใครจะเปน็ เมอื งสเี ขยี วทสี่ รา้ งเสรจ็ กอ่ น และ
เขยี วจรงิ กวา่ กนั ) ไปจนถงึ โครงการขนาดเลก็ กวา่ ในคอสตารกิ า นอรเ์ วย์ และ
แมก้ ระทงั่ ลิเบีย แต่สิง่ ทอี่ าจท้าทายมากกวา่ การสรา้ งเมอื งคาร์บอนสมดลุ
ใหมเ่ อยี่ ม คือการ “แปลง” เมอื งเกา่ ใหเ้ ป็นเมืองคารบ์ อนสมดลุ

สฤณีอาชวานนั ทกุล 169

ในบรรดาเมอื งทงั้ หมดทว่ั โลกทคี่ รนุ่ คดิ วธิ แี ปลงตวั เองใหเ้ ปน็ คารบ์ อนสมดลุ 1. วธิ ีลดการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจกท่ีถกู ท่สี ุดมอี ะไรบา้ ง
ซแี อตเทลิ ในมลรฐั วอชงิ ตนั ของสหรฐั อเมรกิ าเปน็ ผบู้ กุ เบกิ ในเรอ่ื งน้ี ทง้ั ผนู้ ำ�
และประชาชนในเมอื งสว่ นใหญเ่ ชอ่ื วา่ ซแี อตเทิลสามารถเปน็ เมอื งคารบ์ อน คา ใชจ ายของวธิ ีลดการปลอ ยกา ซเรอื นกระจกเหนอื ระดบั “ถา ธุรกจิ ยงั ไมเ ปล่ียน”
สมดลุ แหง่ แรกในทวปี อเมรกิ าเหนอื ไดภ้ ายใน พ.ศ. 2573 ซง่ึ แนน่ อนวา่ ถา้ (Business-as-usual) ใน พ.ศ. 2573
ท�ำได้จริง ซีแอตเทิลก็จะกลายเป็นผู้น�ำโลกด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นวตั กรรมการออกแบบเมืองและเศรษฐกจิ สเี ขียวก�ำลังกอ่ ตวั ขึน้ ตดิ ตงั้ ระบบกกั เก็บคารบอน (CCS) ใหก ับโรงไฟฟากา ซธรรมชาติเดิม
กอ่ นทจี่ ะถกกนั ไดใ้ นรายละเอยี ดวา่ เปา้ หมายการเปน็ เมอื ง “คารบ์ อนสมดลุ ” ตดิ ตงั้ ระบบกกั เกบ็ คารบอน (CCS) ใหก ับโรงไฟฟา ถา นหินเดิม
นนั้ แปลว่าแตล่ ะฝ่ายจะตอ้ งท�ำอะไรบา้ ง จ�ำเปน็ ทเี่ ราตอ้ งเขา้ ใจโครงสร้าง อปุ กรณอ ิเล็กทรอนิกสในครวั เรอื น
ขอ้ มลู และแนวทางการลดกา๊ ซเรอื นกระจก ซง่ึ เปน็ พน้ื ฐานของเมอื งคารบ์ อน คาใชจา ยในการลดการ อาคารเหลก็ ใหมๆ มีระบบ CCS
สมดุลเสียก่อน ในแง่นี้ พีต อีริกสัน (Pete Erickson) ผู้เชี่ยวชาญจาก ปลอยกา ซเรอื นกระจก เครื่องใชไ ฟฟา ในครวั เรือน โรงไฟฟา ถา นหนิ ใหมมรี ะบบ CCS
สถาบันสง่ิ แวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute - โรงไฟฟาท่ีใชช ีวมวลและถานหนิ รวมกัน (Co-firing)
http://sei-international.org/) อธิบายแกน่ ของเร่อื งน้ีด้วยสไลด์ 4 แผ่น ยโู รตอตัน แกจรัดะกบแากบเรปรควละธิวบีย่ไีาบนถมเฉรรตถอนรยนวยี นนมเตกยดทนั็นินกุคแแควลลานั ะะมเสรประาอน บรนรพาใถยิษพนไอตฮลบากบงัากปงครนาาิดลา ศนกูงฟลปนไมาบฟใกโูทนำอดี่ทลดินงัุงีเพกหซรเสถลลาญ่ือไรังราฮผงนุมเาบลใโลนหทรฟติ้ียดินมรนตงชมิวสลำ่ฟนเัตคดูป(ิดวLลกาเoเยีสาสwรรียื่อเบปมPชลeโาทย่ีnรนรจeมไทtrดี่ดaท ินtนัiมoทาnีท)เแำซกสกลางำลอรลแ (เาเงักCสลทพกษงSนติลาอPตรสงัยา)รผงทแาลตินบติ ยบลสมเูงขมขน
อยา่ งรวบรดั ชดั เจน ในงานสมั มนา Carbon Neutrality Unconference คารบ อนไดออกไซด รีไซเคิลของเสีย การเกพอมิ่ สปรรา ะงสอิทาธคิภาารใพหใมน
ทจี่ ัดข้ึนในซแี อตเทิล เดือนเมษายน พ.ศ. 2553 และอีรกิ เดอ ปลาซ (Eric เทยี บเทา (tCO2e)
de Place) ผู้ร่วมน�ำเสนอน�ำมาเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์ในบทความชื่อ 5 10 10 ฟนฟ2คู 0ุณภาพดินดวยวธิ 2ีธ5รรมชาติ 30 35 38
“หนทางสู่คาร์บอนสมดุล” บนเว็บไซต์ Grist (http://www.grist.org/ 60 ลดการลถดากงแากลราตว รเัดพผจไลดัามปังกทงาาาำไรนลปทคาทุงวยหำาปญเมปาานรไอปพนเื้นปใทนต่กีทพ าุงภิ รหพเญกษา ตเลรย้ี งสตั ว ศกาักรยปภลาอ พยใกนากซาเรรลือดนกระจก
article/2010-04-12-the-way-to-carbon-neutrality/) 50 ตเทนั ียคบาเรทบ า อ(นtCไดOอ2อeก)ไตซอดป 
40 ไโบรโงอไดฟเี ฟซลาพรุนลแงั นรก้ำขนาดเลก็
170 30 ปรับปกรุงาปรจรัดะสกทิารธนิภาาขพาใวนอตุ สาหกรรมอน่ื
20 ใชเถาผลลอติ ยไแฟทฟนา ปดนูว ยเมกด็าซชีวมวลจากหลมุ ขยะ
10 แกปรระบั จบปดั บรกฉงุ านปรวรสนะาสกรทิันอธาคภิหวาาาพรมใขรนออพนงืน้รใะนทบอเ่ี บพาเาคคะารปรอ่ื ลเงชูกยงิ นพตาณ ิชย
0 เปลยี่ นหลอดไฟฟา เปน LED ในบานเรอื น
-10
-20
-30
-40
-50
-60
-70
-80
-90
-100

ท่ีมา: McKinsey & Company, “Pathways to a Low-Carbon Economy”,
http://www.mckinsey.com/clientservice/ccsi/pathways_low_carbon_economy.asp

แผนภาพนจี้ ากสถาบนั แมก็ คนิ ซยี แ์ สดงใหเ้ หน็ ตน้ ทนุ ของกลยทุ ธต์ า่ งๆ ในการ
ลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก (Carbon Abatement) ณ ระดบั เทคโนโลยี
ปจั จบุ นั แทง่ ทต่ี กอยใู่ ตแ้ กนแนวนอนคอื กลยทุ ธท์ คี่ มุ้ ทนุ ไดด้ ว้ ยตวั เอง (เชน่
ประสทิ ธภิ าพในการใชพ้ ลงั งาน เพราะคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นพลงั งานทปี่ ระหยดั ไดใ้ น
อนาคตจะทำ� ใหค้ มุ้ เงนิ ลงทนุ ) สว่ นแทง่ ทอี่ ยเู่ หนอื แกนแนวนอนแสดงกลยทุ ธ์
ทต่ี อ้ งใชเ้ งนิ ลงทนุ สทุ ธิ (เชน่ การเกบ็ กกั คารบ์ อน (Carbon Sequestration)
จากโรงงานพลงั ถา่ นหนิ ) ความกวา้ งของทางแตล่ ะแทง่ สะทอ้ นปรมิ าณกา๊ ซ
เรือนกระจกทีล่ ดได้

สฤณีอาชวานนั ทกุล 171

2. การลดก๊าซเรอื นกระจกจะช่วยเราไดข้ นาดไหน 3. ใครควรรบั ผิดชอบ

ปรมิ าณการปลอ ยกา ซเรอื นกระจก ปรมิ าณการ งบการปลอ ยกาซเรือนกระจกคงเหลือ 2553-2593
ปลอ ยกา ซ ปริมาณการปลอยกาซที่ผา นมา 2533-2552
กกิ ะตันคารบอนไดออกไซดเ ทยี บเทา (GtCO2e) ตอ ป เรอื นกระจก
(GtCO )
70 70 “(Bถuาธsiรุ nกeจิ sยsัง-ไaมsเ-ปuลsยี่uนa”l) จนี
250

60 -14 ประสทิ ธภิ าพ ตัวชว้ี ดั เชงิ 200
ในการใชพลงั งาน
150 สหรฐั อินเดีย
ผลติ พลงั งานจากแหลง เทคนคิ 100 อเมรกิ า
50 -12 คารบอนตำ่ เทา นัน้ (<จ6ุด0เ/นtCน Oขอ2งe สหภาพ
50 เยอรมนี ยโุ รป
40 -12 จดั การกับคารบ อนภาค รายงาน) 0 อินโด มลั ดฟี
พ้นื ดนิ (ปา ไม, เกษตร) นเี ซยี
การวดั เชงิ เทคนคิ 60-100 ยูโร
30 -5 ตอตัน CO เทียบเทา บราซลิ ญป่ี นุ รสั เซยี เมก็ ซิโก
เบฟอารโก ซนิ า
20 23 -4 การเปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรม*

10 -50

0 -100
2548 2553 2558 2563 2568 2573
ทม่ี า : สภาทปี่ รึกษาเยอรมนดี ้านการเปลีย่ นแปลงระดบั โลก, “Solving the Climate Dilemma:
*ศกั ยภาพของกาซเรอื นกระจกท่ีคาดวา จะลดไดจากการเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมในรายงานนี้ The Budget Approach”, http://www.wbgu.de/wbgu_sn2009_en.pdf
คำนวณหลังจากที่ใช “คานงดั ” เชงิ เทคนคิ ท้งั หมดแลว
ศักยภาพจะสงู กวาน้ถี า หากประเมนิ วาเกดิ กอนใชค านงัดเชงิ เทคนคิ

ที่มา : McKinsey & Company, “Pathways to a Low-Carbon Economy”, แผนภาพนคี้ ำ� นวณจากประชากรปจั จบุ นั ของแตล่ ะประเทศ และสถติ กิ ารปลอ่ ย
http://www.mckinsey.com/clientservice/ccsi/pathways_low_carbon_economy.asp กา๊ ซเรอื นกระจกในอดตี จวบจนปจั จบุ นั แสดงใหเ้ หน็ “งบประมาณคารบ์ อน”
ของแตล่ ะประเทศ ถา้ เราจะจดั สรร “สทิ ธ”ิ ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จากแมก็ คนิ ซยี เ์ ชน่ กนั ใชแ้ ผนภมู แิ บบ “ลมิ่ ” เพอื่ แสดงใหเ้ หน็ วา่ เราจะลดกา๊ ซ ในอนาคตอย่างเท่าเทียมกัน แท่งสีอ่อนแสดงปริมาณท่ีแต่ละประเทศ
เรือนกระจกได้ขนาดไหน จากกลยทุ ธก์ ารลดในแตล่ ะประเภทหลกั “บรโิ ภค” (นน่ั คอื เคยปล่อยไปแลว้ ในอดตี ) และแทง่ สเี ข้มแสดงใหเ้ หน็ วา่
ยงั เหลอื งบประมาณอกี เทา่ ใด สหรฐั อเมรกิ ามงี บคารบ์ อนตดิ ลบแลว้ ดงั แสดง
ด้วยแท่งสเี ขม้ ทีอ่ ยู่ต�ำ่ กวา่ แกนแนวนอน แปลว่าถา้ มีการจัดสรรทรัพยากร
คารบ์ อนให้กบั ทุกประเทศอย่างเท่าเทยี ม สหรัฐอเมรกิ าจะต้องไปไกลกวา่
คารบ์ อนสมดลุ แตต่ อ้ งลดคาร์บอนสุทธลิ งใหไ้ ด้

172 สฤณีอาชวานันทกลุ 173

4. “คารบ์ อนสมดลุ ” แปลวา่ อะไรสำ� หรบั สหรฐั อเมรกิ า ถา้ ยอมรบั ผดิ ชอบ อยา่ งไรกด็ ี เหน็ ชัดว่าองคป์ ระกอบสำ� คญั ของการลดดังกลา่ วคอื กลยุทธ์ท่ี
มากกว่าเดมิ ลงทุนในประเทศอ่ืน (พื้นท่ี “Mitigation Funded in Other Countries”
ลายหมากรกุ ในภาพ) ซงึ่ กส็ นบั สนนุ แนวคดิ “ความยตุ ธิ รรมดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม”
ปรมิ าณ 160 ทว่ี า่ ประเทศรำ่� รวยหลายแหง่ ควรใหเ้ งนิ อดุ หนนุ ประเทศก�ำลงั พฒั นาในการ
การปลอ ย CO2 ลดคารบ์ อน เพราะตวั เองไดผ้ ลาญตน้ ทนุ คารบ์ อนในอดตี ไปหมดแลว้ และ
ถ้าประเทศอ่ืนลดคารบ์ อน ตัวเองกพ็ ลอยได้รับประโยชนด์ ้วย
ตอป (ตนั ) บทเรียนจากซแี อตเทลิ
2000 ซแี อตเทลิ เมอื งใหญ่ติดชายฝ่งั ทะเลมลรัฐวอชิงตันของสหรฐั อเมริกา เป็น
เมอื งแรกๆ ในโลกทป่ี ระกาศนโยบายวา่ จะเปน็ “คารบ์ อนสมดลุ ” ใหไ้ ด้ คอื
1500 120 กักเก็บ ทดแทน หรือซื้อเครดิตคาร์บอนเพ่ือชดเชยปริมาณคาร์บอนที่
ปลอ่ ยขนึ้ สูช่ ัน้ บรรยากาศ ท�ำใหป้ รมิ าณคาร์บอนทีเ่ มืองท้งั เมอื งปลอ่ ยสุทธิ
“ถา ธรุ กจิ ยงั ไมเปลีย่ น” : ประเมนิ โดย IEA 80 มีคา่ เทา่ กับศนู ย์
1000 ลดแบบ “ไมเ สียดาย” 40 หลงั จากทป่ี ระกาศเปา้ หมายวา่ จะเปน็ คารบ์ อนสมดลุ ใหไ้ ดภ้ ายใน พ.ศ. 2573
0 เทศบาลกรงุ ซแี อตเทลิ และทกุ ภาคสว่ นกเ็ รม่ิ อภปิ รายเรอ่ื งนกี้ นั อยา่ งจรงิ จงั
กรณอี างองิ 2573 ชาวซแี อตเทลิ หลายคนเชอ่ื วา่ เมอื งของพวกเขาจะบรรลเุ ปา้ หมายนไี้ ดอ้ ยา่ ง
ลดผลกระทบในประเทศ -40 รทอ่ีปยลลอะยขใอนงปพร.มิศา. ณ25C3O3 2 ไม่ยากเย็น เพราะซีแอตเทิลใช้พลังงานสะอาด (โดยเฉพาะน้�ำและลม)
500 ปรมิ าณท่ปี ลอยในประเทศ เป็นหลักมาช้านาน มีนโยบายส่งเสริมให้คนเดินทางด้วยการเดินและ
จา ยเงนิ ลดผลกระทบในประเทศอ่นื จักรยาน อีกท้ังยังเป็นฐานท่ีม่ันของสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และ
การจดั สรรโควตา GDR* บริษทั ท่ีปรึกษาดา้ นการพฒั นาอย่างยงั่ ยืนเปน็ อันดับตน้ ๆ ของโลก
0 คาร์บอนสมดุลเหมือนกับเร่ืองอ่ืนแทบทุกเรื่อง ตรงท่ีฟังดูดีและเข้าใจง่าย
2533 2538 2543 2548 2553 2558 2563 2568 แตม่ รี ายละเอยี ดทซ่ี บั ซอ้ นและยงุ่ ยากมากมายถา้ จะท�ำใหเ้ กดิ จรงิ อปุ สรรค
และความท้าทายที่ซีแอตเทิลต้องเผชิญน้ันอาจมีค�ำถามมากกว่าค�ำตอบ
-500 ในระยะแรก แตล่ ำ� พงั การครนุ่ คดิ กบั คำ� ถามกเ็ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คม รวมทง้ั

*GDR ยอมาจาก Greenhouse Development Right หรือ “สทิ ธิการพฒั นาใตภาวะกาซเรือนกระจก” สฤณีอาชวานันทกุล 175
เปนชุดขอ เสนอวา ประเทศทม่ี ีรายไดตอ หวั ประชากรมากกวา 7,500 เหรยี ญสหรัฐฯ ควรจายคารับภาระโลกรอน
ใหก ับประเทศทยี่ ากจนกวาไดน ำไปใชในการพัฒนาประเทศ สามารถปรับตวั ตอ ภาวะโลกรอน
ไดโ ดยไมลิดรอนการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทีม่ า : Greenhouse Development Rights Book, ฉบบั พมิ พค์ รั้งท่ี 2, http://gdrights.org/

แผนภาพนแี้ สดงรายละเอยี ดของความรบั ผดิ ชอบของสหรฐั อเมรกิ าภายใต้
สมมติฐานว่ามีการจัดสรรทรัพยากรคาร์บอนอย่างเท่าเทียม เส้นสีแดงที่
สะทอ้ น “ภาระทย่ี ตุ ิธรรม” ของสหรัฐอเมรกิ าปักหวั ลงตำ่� กวา่ ศูนย์ (เลยจุด
คาร์บอนสมดลุ ไปเป็นคาร์บอนติดลบ) ประมาณ พ.ศ. 2568 และตำ�่ ลงไป
เรื่อยๆ

174

คนในเมืองอ่ืนท่ียังไม่คิดถึงเรื่องน้ี เพราะค�ำถามท่ีตรงประเด็นแต่ยังไม่มี ดว้ ยเหตนุ น้ี ยิ าม“คารบ์ อนสมดลุ ”สำ� หรบั เมอื งทม่ี ฐี านะดอี ยา่ งซแี อตเทลิ
ค�ำตอบ ย่อมมปี ระโยชนก์ ว่าค�ำตอบท่ถี กู ต้องของค�ำถามท่ไี มต่ รงประเด็น จึงตอ้ งมอี งคป์ ระกอบ 2 ส่วน สว่ นแรกค�ำนวณคาร์บอนที่เมอื งปล่อย
ค�ำถามพื้นฐาน 3 ข้อหลัก ที่ชาวซีแอตเทิลต้องร่วมกันตอบบนเส้นทางสู่ จรงิ และสว่ นท่ี 2 คำ� นวณ “สว่ นแบง่ ทยี่ ตุ ธิ รรม” จากปรมิ าณการปลอ่ ย
การเปน็ เมอื งคารบ์ อนสมดลุ และประเดน็ คำ� ตอบทห่ี ลายฝา่ ยนำ� เสนอในงาน คารบ์ อนทวั่ โลกทซ่ี แี อตเทลิ จะชว่ ยลดในฐานะเมอื งรำ�่ รวย การคำ� นวณ
สมั มนา Seattle Unconference ทีจ่ ัดขน้ึ เปน็ ครั้งแรกในเดือนเมษายน ปรมิ าณคารบ์ อนทตี่ อ้ งลดในสว่ นหลงั นนั้ สามารถคำ� นวณไดจ้ ากปรมิ าณ
พ.ศ. 2553 กอ่ นทจ่ี ะไปถึงประเดน็ “แลว้ จะท�ำอยา่ งไร” ไดแ้ ก่ คาร์บอนท่ีสหรัฐอเมริกาท้ังประเทศจะต้องลด เพราะปัจจุบันเรื่องนี้มี
1. การเปน็ คารบ์ อนสมดลุ เกยี่ วโยงอยา่ งไรกบั เพดานการปลอ่ ยคารบ์ อน กรอบคดิ และแนวทางคอ่ นขา้ งชดั เจนแลว้ ภายใตช้ อื่ “การแบง่ ปนั ภาระ
(Burden Sharing)” หรอื “การจดั สรรงบประมาณคารบ์ อน (Carbon
ระดบั โลก ทน่ี กั วทิ ยาศาสตรเ์ ตอื นวา่ จะตอ้ งไมเ่ กนิ 350 สว่ นในลา้ นสว่ น Budgeting)” ซง่ึ สำ� หรบั ประเทศอยา่ งสหรัฐอเมริกาท่ปี ล่อยคารบ์ อน
คาร์บอนไดออกไซด์ (เพ่ือหยุดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 2 มหาศาลในอดตี การแบกรบั ภาระทยี่ ตุ ธิ รรมหมายความวา่ สหรฐั อเมรกิ า
องศาเซลเซียส เมอ่ื เทียบกบั ก่อนเขา้ สยู่ ุคปฏวิ ัตอิ ตุ สาหกรรม) จะต้องลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิ จนมีสถานะคาร์บอนสุทธิติดลบ
ในสหรฐั อเมรกิ าเพยี งประเทศเดยี ว รฐั บาลทอ้ งถนิ่ มากกวา่ 1,000 เมอื ง (CarbonNegative)ไมใ่ ชไ่ ปถงึ คารบ์ อนสมดลุ เทา่ นน้ั (อา่ นรายละเอยี ด
ไดป้ ระกาศเปา้ หมายการลดการปลอ่ ยคารบ์ อน รวมทง้ั ซแี อตเทลิ ดว้ ย ได้จากเว็บไซต์ Greenhouse Development Rights - http://
ซีแอตเทิลและเมืองอ่ืนๆ ส่วนใหญ่ประกาศเป้าหมายในกรอบ “80 gdrights.org/)
ภายใน 50” (80 by 50) ที่นักวิทยาศาสตร์สนับสนุน คือตั้งเป้าที่
จะลดคาร์บอนลงใหไ้ ด้รอ้ ยละ 80 จากระดับทป่ี ลอ่ ยใน พ.ศ. 2533 2. เปา้ หมายคารบ์ อนสมดลุ แปลวา่ เมอื งจะตอ้ งหยดุ ปลอ่ ยคารบ์ อนไปเลย
ภายใน พ.ศ. 2593 อย่างไรก็ตาม กรอบ “80 ภายใน 50” ท่ี หรอื เปลา่ หรอื ควรสามารถใชอ้ อฟเซต็ (ซอื้ คารบ์ อนเครดติ ) เพอ่ื บรรลุ
นักวิทยาศาสตร์พูดถึงน้ันหมายถึงเป้าหมายที่โลกทั้งใบจะต้องท�ำ เป้านไี้ ดด้ ้วย
ใหไ้ ด้ ไมใ่ ชเ่ ปา้ หมายระดบั ทอ้ งถนิ่ นนั่ แปลวา่ ถา้ จะท�ำเรอ่ื งนใี้ หส้ ำ� เรจ็
ประเทศร�่ำรวยทุกแห่งจะต้องลดคาร์บอนให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ถึงแม้ว่าซีแอตเทิล ซ่ึงเป็นผู้น�ำด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนา
ภายใน พ.ศ. 2593 และนอกจากนั้นก็จะต้องช่วยออกเงินสนับสนุน อยา่ งยงั่ ยนื อยแู่ ลว้ จะสามารถลดการปลอ่ ยคารบ์ อนจากระดบั ปจั จบุ นั
ใหป้ ระเทศยากจนลดคาร์บอนได้ตามเปา้ หมายด้วย ลงได้อย่างฮวบฮาบ การคาดหวังใหเ้ มอื งท้ังเมืองหยดุ ปล่อยคารบ์ อน
โดยสน้ิ เชงิ กเ็ ปน็ เรอ่ื งทเ่ี ปน็ ไปไมไ่ ดใ้ นทางปฏบิ ตั ิ หรอื ไมถ่ า้ จะท�ำจรงิ
176 กต็ ้องใชเ้ งนิ ลงทุนมหาศาล ส้ไู ปออกเงินสนับสนุนใหเ้ มืองอน่ื ลดการ
ปลอ่ ยคารบ์ อนจะคมุ้ คา่ เงนิ มากกวา่ และถา้ คำ� นงึ วา่ ซแี อตเทลิ ควรมสี ว่ น
แบกรบั “สว่ นแบง่ ทยี่ ตุ ธิ รรม”ของสหรฐั อเมรกิ าทงั้ ประเทศกห็ มายความวา่
ซแี อตเทลิ ควรไปซอื้ ออฟเซต็ ในประเทศก�ำลงั พฒั นา ไมใ่ ชอ่ อฟเซต็ ใน
เมอื งอ่นื ที่รำ่� รวยพอๆ กนั

สฤณีอาชวานันทกุล 177

คำ� ถามขอ้ ตอ่ มาคอื แลว้ ซแี อตเทลิ ควรขดี เสน้ แบง่ ตรงไหน ระหวา่ งการ วธิ คี ำ� นวณคารบ์ อนจากฐานการบรโิ ภคนน้ั ยงุ่ ยากซบั ซอ้ นกวา่ คำ� นวณ
ลดการปล่อยคาร์บอนของตัวเอง กับการซื้อออฟเซ็ตในประเทศอื่น จากฐานการผลติ มาก เพราะมนั หมายความวา่ ชาวซแี อตเทลิ จะตอ้ งหา
ในเม่อื ซแี อตเทิลประกาศไปแล้วว่าจะลดคาร์บอนใหไ้ ด้ “80 ภายใน วธิ วี ดั และรายงานปรมิ าณคารบ์ อนทป่ี ลอ่ ยในกระบวนการผลติ สง่ิ ตา่ งๆ
50” กแ็ ปลวา่ ควรจะลดเองใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายน้ี แลว้ สว่ นทเ่ี หลอื คอ่ ยใช้ ทพี่ วกเขาเปน็ ผบู้ รโิ ภคปลายทาง ไมว่ า่ จะเปน็ อาหาร เสอื้ ผา้ เครอื่ งใช้
วธิ ซี อื้ ออฟเซต็ ในประเทศกำ� ลงั พฒั นา ผเู้ ชย่ี วชาญชาวซแี อตเทลิ บางคน อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ และเม่ือรู้ข้อมูลเหล่าน้ีแล้ว ชาวเมืองซีแอตเทิล
เสนอวา่ ซแี อตเทลิ ควรคำ� นงึ ถงึ มลู คา่ ของการลงทนุ ดา้ นนวตั กรรมสเี ขยี ว จะได้เปล่ียนพฤติกรรมบริโภคในทางที่สอดคล้องกับเป้าหมาย เช่น
เพ่ือรักษาความเป็นผ้นู ำ� ในดา้ นน้ดี ว้ ย เลอื กซอ้ื แตอ่ าหารและโทรศพั ทม์ อื ถอื ทปี่ ลอ่ ยคารบ์ อนตำ่� ในกระบวน
การผลติ พูดอีกนยั หนึ่งคอื ผู้บรโิ ภคจะต้องมี “ความฉลาดเชงิ นเิ วศ
3. ควรค�ำนึงเฉพาะปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยในเขตเมือง หรือคาร์บอน (Ecological Intelligence)” ในภาษาของนักจิตวิทยา แดเนียล
ทง้ั หมดท่ีเมอื งซแี อตเทิลและชาวซีแอตเทลิ มสี ว่ นรับผดิ ชอบ ไม่วา่ จะ โกลแมน (Daniel Goleman) ผ้เู ขียนหนังสอื ชอื่ เดยี วกนั ปจั จุบนั มี
อยทู่ ่ีใดในโลก โครงการหลายโครงการทช่ี ว่ ยหนนุ เสรมิ ความพยายามของซแี อตเทลิ
ในด้านนี้ เช่น Carbon Disclosure Project (https://www.
ภาษาทางเทคนคิ ของคำ� ถามขอ้ นคี้ อื เราควรคำ� นวณปรมิ าณคารบ์ อน cdproject.net/) ซ่ึงรณรงค์ให้ภาคธุรกิจเปิดเผยร่องรอยคาร์บอน
จากฐานการผลิต (Production-based) หรือฐานการบริโภค และ Good Guide (http://www.goodguide.com/) ฐานข้อมลู
(Consumption-based) วิธีคิดท้ังสองวิธีต่างมีประโยชน์ในการท�ำ ผลกระทบด้านสุขภาพ ส่ิงแวดลอ้ ม และสงั คมของสินคา้ ตา่ งๆ ทใี่ หญ่
บญั ชคี ารบ์ อน แตเ่ มอื งทตี่ งั้ เปา้ หมายวา่ จะเปน็ คารบ์ อนสมดลุ ควรคดิ ที่สุดในโลก
หาทางใช้วิธีหลังมากกว่า เพราะวิธีแรกอาจบิดเบือนแรงจูงใจของคน
ในทางที่ส่งผลเสีย ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่ามีโรงงานซีเมนต์ในเขต ประเด็นส�ำคัญท่ีจะต้องจับตามองในอนาคตคือ ชาวซีแอตเทิลจะ
เมอื งซแี อตเทลิ แหง่ หนง่ึ ทปี่ ลอ่ ยคารบ์ อนสงู มาก ถา้ เทศบาลประกาศวา่ หมกมุ่นอยู่กับการวัดร่องรอยคาร์บอนของทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขา
จะลดคารบ์ อนเฉพาะทปี่ ลอ่ ยในเขตเมอื ง เจา้ ของโรงงานกเ็ พยี งแตต่ อ้ ง บริโภค จนมองข้ามการคดิ ค้นนวตั กรรมใหมๆ่ และหนทางงา่ ยๆ ที่จะ
ยา้ ยโรงงานไปยงั เมอื งอน่ื (ถา้ คำ� นวณแลว้ วา่ ตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการ เปล่ียนพฤตกิ รรมเพื่อโลกทีด่ กี ว่าเดิมหรอื เปลา่
ย้ายน้อยกว่าเงินลงทุนที่ต้องเสียไปในการดัดแปลงเครื่องจักรให้ลด
คาร์บอนให้ได้ตามเป้าของเทศบาล) นั่นหมายความว่า ซีแอตเทิล สฤณีอาชวานนั ทกลุ 179
อาจบรรลเุ ปา้ หมายของตวั เอง แตส่ รา้ งปญั หาใหก้ บั เมอื งอนื่ ซง่ึ กแ็ ปลวา่
เปา้ หมายสงู สดุ คอื การลดการปลอ่ ยคารบ์ อนระดบั โลก (ตอ้ งมองระดบั
โลก เพราะภาวะสภาพภูมิอากาศเปล่ียนแปลงเป็นปัญหาระดับโลก
ไมไ่ ด้คืบหนา้ ไปไหนเลย)

178

นอกจากค�ำถามหลักข้างต้น ประเด็นการเป็นเมืองคาร์บอนสมดุลยังมี สฤณีอาชวานนั ทกุล 181
คำ� ถามใหข้ บคดิ อกี มากมาย เชน่ ใครควรเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบคารบ์ อนทป่ี ลอ่ ย
จากฐานทัพทหาร สนามบินและท่าเรือท่ีขนส่งสินค้าและผู้โดยสารไป
รอบโลก การนับคาร์บอนเพื่อมาค�ำนวณเป็นเป้าหมายน้ันควรมีจุดส้ินสุด
ตรงไหน เฉพาะโรงงานทผี่ ลติ รถยนตท์ คี่ นซแี อตเทลิ ใช้ หรอื ตอ้ งรวมคารบ์ อน
ที่เหมืองถ่านหินปล่อยด้วย ควรรวมผลกระทบจากการตัดไม้ท�ำลายป่า
ทคี่ วามตอ้ งการไบโอดเี ซลเปน็ ตวั กระตนุ้ หรอื ไม่ (ตน้ ไมช้ ว่ ยดดู ซบั คารบ์ อน
การตดั ไมจ้ งึ สง่ ผลใหค้ ารบ์ อนขน้ึ สชู่ น้ั บรรยากาศมากขน้ึ ) เทศบาลซแี อตเทลิ
จะมวี ธิ ใี ดทจ่ี ะผลกั ดนั ใหร้ ฐั บาลมลรฐั หรอื รฐั บาลกลางดำ� เนนิ นโยบายระดบั
รฐั และประเทศในทางทไี่ มส่ วนทางกบั สงิ่ ทซี่ แี อตเทลิ กำ� ลงั ทำ� เทศบาลจะทำ�
อยา่ งไรใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ มาตรการทง้ั หมดนจ้ี ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ คนจนในเมอื ง
หรอื อย่างน้อยก็ไม่ท�ำใหพ้ วกเขาเดอื ดรอ้ นยงิ่ กวา่ เดมิ
ท้ังหมดน้ีเป็นปัญหาซับซ้อนท่ีต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกพอสมควร และ
หลายเรอ่ื งกไ็ มม่ คี ำ� ตอบตายตวั ตอ้ งดเู ปน็ กรณๆี ไป แตส่ งิ่ หนง่ึ ทแ่ี นน่ อนคอื
ชาวซีแอตเทิลมุ่งม่ันและกระตือรือร้นท่ีจะออกเดินบนเส้นทางสู่เป้าหมาย
คาร์บอนสมดุล และความพยายามของพวกเขาก็จะเรมิ่ ปรากฏใหเ้ หน็ เปน็
รปู ธรรมทช่ี ัดเจนในอนาคตอนั ใกล้

180

07 ใน พ.ศ. 2535 การประชมุ Earth Summit จดั โดยองค์การสหประชาชาติ
ชว่ ยจดุ ประกายคำ� วา่ “การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื (Sustainable Development)”
แนวคดิ และความเคลื่อนไหวเรื่อง ให้แพร่หลายไปทว่ั โลก และสรา้ งความหวังวา่ ประเทศตา่ งๆ จะชกั จูงระบบ
“เศรษฐกจิ สเี ขยี ว” เศรษฐกจิ ออกจากวิถีการพฒั นาเดิมๆ ท่ไี ม่ยง่ั ยืน เข้าส่รู ะบอบการพัฒนา
ทย่ี ั่งยนื ไดท้ ันเวลา ก่อนทป่ี ญั หาสงิ่ แวดล้อมจะถงึ จุดท่ีวกิ ฤติเกนิ เยยี วยา
ทวา่ ตอ่ มาไมน่ าน ค�ำคำ� นกี้ ็ถูกกระแสโลกาภิวตั นด์ ้านการคา้ และการเงิน
ที่มาแรงกวา่ บดบังจนตกเวทีโลก
20 ปตี อ่ มา คำ� วา่ “ภาวะโลกรอ้ น (Global Warming)” และ “การเปลย่ี น
แปลงสภาพภมู อิ ากาศ (Climate Change)” ฮติ ตดิ ปากคนอยา่ งแพรห่ ลาย
ขณะทีโ่ ลกถกู ซ้ำ� เติมด้วยวกิ ฤติระลอกแล้วระลอกเล่า ตั้งแตภ่ ยั ธรรมชาติ
ขนาดใหญ่ วิกฤติพลังงาน วกิ ฤติอาหาร และวิกฤตริ ะบบการเงิน ปัญหา
เหล่าน้ีกดดันให้ภาคประชาชน ภาคเอกชน และรัฐบาล ท้ังระดับท้องถิ่น
และรฐั บาลกลางหลายประเทศตื่นตัวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ปญั หาเหลา่ นน้ี อกจากจะตอกยำ�้ ความไมย่ งั่ ยนื ของระบอบเศรษฐกจิ ทเี่ ปน็ อยู่
และความเชอื่ มโยงระหวา่ งสงิ่ แวดลอ้ มกบั เศรษฐกจิ และสงั คม ยงั สะทอ้ นวา่
วิธีแก้ปัญหาส่วนหน่ึงต้องอาศัยความร่วมมือระดับโลก ให้ประเทศต่างๆ
ตกลงเปลยี่ นเสน้ ทางการพฒั นาไปในทศิ ทางทสี่ อดคลอ้ งกนั ถงึ แมห้ นา้ ตา
จะแตกต่างกันไปตามบรบิ ททอ้ งถ่นิ

สฤณีอาชวานนั ทกุล 183

แต่จนถึงปัจจุบันประชาคมโลกก็ยังไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ชัดเจน ก�ำจัดความยากจนข้นแค้นทุกรูปแบบ เพ่ือสร้างสังคมที่ยุติธรรมและ
เกย่ี วกบั “วถิ ”ี การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื และพธิ สี ารเกยี วโตซงึ่ เปน็ ขอ้ ตกลงหนงึ่ เดยี ว ไร้ซ่ึงการแบ่งแยก เพ่ือความมั่นคงและการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีจะ
เกย่ี วกบั ภาวะโลกรอ้ น กก็ ำ� ลงั จะหมดอายลุ งใน พ.ศ. 2555 โดยปราศจาก เปน็ ประโยชนต์ อ่ ทกุ ฝา่ ย เราจะทำ� ทกุ วถิ ที างในการเรง่ ดำ� เนนิ การ เพอื่
ความแน่นอนว่าจะมอี ะไรมาแทนท่ี ใหไ้ ดม้ าซงึ่ เป้าหมายการพฒั นาทต่ี กลงกันในระดับนานาชาติ รวมถึง
ในภาวะเช่นน้ี ผู้น�ำประเทศต่างๆ จะมารวมตัวกันท่ีกรุงริโอเดอจาเนโร เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development
อกี คร้ังในเดอื นมิถุนายน พ.ศ. 2555 ในการประชมุ “Rio+20” องคก์ าร Goals) ใน พ.ศ. 2558 ท้งั หมดเพอ่ื เพิ่มความแขง็ แกร่งใหก้ บั ขอบขา่ ย
สหประชาชาติคาดหวังว่าจะเป็นการประชุมคร้ังประวัติศาสตร์ ท่ีมีผู้น�ำ ทางสถาบนั และองคก์ รตา่ งๆ เพอ่ื การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื และการบรู ณาการ
ระดบั ประเทศเดินทางมารว่ มประชุมมากทีส่ ดุ ทีส่ มบูรณก์ วา่ เดิมระหวา่ งเศรษฐกิจ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม”
เปา้ หมายใหญข่ อง Rio+20 คอื การร่วมกนั ก�ำหนดหน้าตาของ “อนาคตท่ี 2. การท�ำสัญญาขอ้ ตกลงรว่ มทางการเมืองใหม่
เราตอ้ งการ (The Future We Want)” ทา่ มกลางความวิตกกังวลของ ยนื ยนั ทจี่ ะดำ� เนนิ การตอ่ ภายใตเ้ ปา้ ประสงคแ์ ละขอ้ ตกลงตามกฎบตั ร
ผสู้ ังเกตการณ์หลายฝา่ ยว่า แนวคิด “เศรษฐกิจสเี ขียว” ท่ถี ูกหยบิ ยกข้ึนมา สหประชาชาติ และตามแผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21) ซ่ึงเป็น
เปน็ “ประเดน็ ชโู รง” ของการประชมุ ครง้ั น้ี จะฉดุ ประเทศตา่ งๆ ออกจากวธิ ี แผนแม่บทของประชาคมโลกในการพัฒนาท่ีย่ังยืน ท้ังด้านเศรษฐกิจ
การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนเข้าสู่รูปธรรมของการพัฒนาท่ียั่งยืนได้จริงหรือไม่ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม และแผนจากการประชมุ สดุ ยอดโลกวา่ ดว้ ยการ
หรอื จะเปน็ แคก่ ารเหยาะสเี ขยี วลงไปในวถิ กี ารพฒั นาทไี่ มย่ ง่ั ยนื อกี เลก็ นอ้ ย พฒั นาทยี่ งั่ ยนื (World Summit on Sustainable Development :
เทา่ น้นั WSSD) ทีโ่ จฮันเนสเบิรก์ ประเมินพัฒนาการและการน�ำผลที่ได้จาก
การประชุมสูงสุดว่าดว้ ยการพฒั นาทีย่ ง่ั ยนื มาปฏิบตั ิใหเ้ กดิ ผล รวมท้ัง
สาระสำ� คญั ของเอกสารเบื้องต้น (Zero Draft) จดั การกบั ปญั หาใหมๆ่ ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ไมว่ า่ จะเปน็ เรอื่ งของการบรู ณาการ
สำ� หรบั การประชุม Rio+20 การด�ำเนินงาน และความเชือ่ มโยงกัน
1. บทนำ� “แม้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา นับจากการประชุม Earth Summit ใน
“ในการประชุมที่รโิ อเดอจาเนโร ทีจ่ ะมาถงึ ในวนั ที่ 20-22 มถิ ุนายน พ.ศ. 2535 ความเปลย่ี นแปลงตา่ งๆ ในแงบ่ วกเกดิ ขน้ึ มากมาย ซงึ่ เปน็
พ.ศ. 2555 น้ี สมาชิกสหประชาชาตติ กลงทำ� งานร่วมกนั เพื่ออนาคต ผลมาจากเทคโนโลยสี ารสนเทศทถ่ี กู พฒั นา อยา่ งไรกต็ าม ปญั หาใหญ่
ทมี่ น่ั คงและยงั่ ยนื ของประชาคมโลก โดยยนื ยนั ความตงั้ ใจในการปลด อีกมากก็ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งวิกฤติการเงิน ราคาพลังงานผันผวน
ปล่อยมนุษยชาติจากความหิวกระหายและความขาดแคลน โดยการ และราคาอาหาร ไมว่ า่ จะเปน็ ความไมม่ นั่ คงทางอาหาร การเปลย่ี นแปลง
ของสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
184
สฤณีอาชวานันทกลุ 185

ลว้ นสง่ ผลเสยี ตอ่ การพฒั นาการโดยรวม ทงั้ หมดเปน็ ปญั หาใหมท่ กี่ ำ� ลงั เปิดโอกาสและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนทุกคนในทุกประเทศ
เกิดขึ้น ท�ำให้เราต้องรีบจัดการกับปัญหาท่ีเคยมีมาเก่าก่อนอย่างเร่ง อยา่ งเหมาะสม ไมว่ า่ แตล่ ะประเทศนนั้ จะมรี ะดบั ขน้ั ของการพฒั นาหรอื
ด่วนข้ึน เพราะคนอีกกว่า 1.4 พนั ลา้ นคน ยังคงใชช้ ีวิตอยา่ งอดอยาก โครงสรา้ งเศรษฐกิจแบบใดกต็ าม ซึง่ สำ� หรับประเทศทพี่ ัฒนาแลว้ การ
ถงึ ขดี สดุ และ 1 ใน 6 ของประชากรทงั้ หมดบนโลก ยงั คงประสบปญั หา ขจัดความยากจนและรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจน้ัน จ�ำเป็นต้อง
เร่ืองการขาดสารอาหารและโรคระบาด การพัฒนาท่ีไม่ย่ังยืนมีแต่จะ อาศยั การปรับเปลีย่ นทางโครงสร้าง”
เพิม่ สภาวะตงึ เครียดแกแ่ หลง่ ทรัพยากรธรรมชาติของโลกซึง่ มีจำ� กดั ” “ประเด็นที่ส�ำคัญส�ำหรับทุกประเทศในการสร้างระบบเศรษฐกิจ
หลักพื้นฐานที่ส�ำคัญต่อการพัฒนาที่ย่ังยืนคือ การมีส่วนร่วมของ สเี ขยี วคอื วธิ กี ารของแตล่ ะประเทศนนั้ จะตอ้ งไมเ่ ปน็ การสรา้ งอปุ สรรค
สาธารณชนในวงกวา้ งในการตดั สนิ ใจ โดยตอ้ งอาศยั กลมุ่ หลกั ทสี่ �ำคญั ใหม่ๆ ทางการค้า หรือสร้างข้อก�ำหนดเง่ือนไขใหม่ในการช่วยเหลือ
นอกจากภาครัฐ อันได้แก่ ผู้หญิง เด็กและเยาวชน กลุ่มคนพ้ืนเมือง และดา้ นการเงนิ และไมเ่ พม่ิ ชอ่ งวา่ งทางเทคโนโลยี หรอื ทำ� ใหป้ ระเทศ
องค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานท้องถ่ิน สหภาพแรงงานและการค้า ก�ำลังพัฒนาต้องพึ่งพาอาศัยประเทศพัฒนาแล้วด้านเทคโนโลยี
กลมุ่ ธรุ กจิ และอตุ สาหกรรม หนว่ ยงานทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มากไปกวา่ เดมิ ”
และเกษตรกร เพื่อให้คนทุกกลุ่มได้ร่วมออกความเห็นโดยใช้ความรู้ “การสรา้ งนโยบายผสมผสานทเี่ หมาะสมกบั ความตอ้ งการ และความ
เฉพาะทางของตนในการสร้างนโยบายระดับท้องถนิ่ และระดบั ชาติ ยินยอมของแต่ละประเทศเป็นส่ิงจ�ำเป็น ทางเลือกในนโยบายเหล่านี้
3. เศรษฐกจิ สเี ขียวในบริบทของการพฒั นาที่ย่งั ยนื และการขจดั ความ ได้แก่ การก�ำกับดูแลเศรษฐกิจและการคลัง การลงทุนในโครงสร้าง
ยากจน พื้นฐานสเี ขียว แรงจงู ใจทางการเงนิ การปฏริ ปู เงินชว่ ยเหลือ ระบบการ
ยดึ นโยบาย “เศรษฐกิจสีเขยี ว” ในฐานะ “วิธปี ฏบิ ัติ” ใหไ้ ดม้ าซ่ึง “การ จดั ซอื้ จดั จา้ งภาครฐั ทย่ี ง่ั ยนื การเปดิ เผยขอ้ มลู และการใหค้ วามรว่ มมอื
พฒั นาทยี่ งั่ ยนื ” ดงั นน้ั เศรษฐกจิ สเี ขยี วจงึ ควรใหค้ วามส�ำคญั เปน็ อนั ดบั โดยสมคั รใจ”
ตน้ ๆ กบั ประเดน็ เรอื่ งการขจดั ความยากจน ความมน่ั คงดา้ นอาหาร การ ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสีเขียว สิ่งที่จ�ำเป็นคือการลงทุนใหม่ๆ
บริหารจัดการนำ้� การเข้าถึงบรกิ ารดา้ นพลังงานทที่ นั สมัย การจดั การ การสรา้ งทกั ษะใหมๆ่ และการพฒั นาเทคโนโลยใี หมๆ่ ในการนสี้ มาชกิ
มหาสมทุ รและเตรยี มความพรอ้ มในการรบั มอื กบั ภยั พบิ ตั ิ รวมถงึ บรกิ าร ผเู้ ขา้ รว่ มจงึ ยนิ ยอมทจ่ี ะมอบแหลง่ เงนิ ทนุ ใหแ้ กป่ ระเทศกำ� ลงั พฒั นา และ
สาธารณสุข และการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเครื่องมือ
“หลักเศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่ชุดกฎตายตัว แต่เป็นกรอบการตัดสินใจ ทางการเงิน ลดเงินช่วยเหลือท่ีสร้างผลเสียต่อสภาพแวดล้อม และ
โดยมีจุดศูนย์กลางพ้ืนฐานอยู่ท่ีประชาชน และผลลัพธ์ต้องเป็นการ ไม่สอดคลอ้ งกบั แนวทางการพฒั นาท่ียง่ั ยืน สนบั สนุนการวิจยั ร่วมกัน
ระหว่างประเทศเกี่ยวกับเทคโนโลยีสีเขียวท่ีเก่ียวข้องกับประเทศกำ� ลัง
186
สฤณีอาชวานันทกลุ 187

พัฒนา เพ่ือให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ในราคาที่เหมาะสม และ 2. นำ�้
สนับสนุนองค์กรทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ของประเทศ เนน้ ความสำ� คญั ของการมนี ำ�้ ดม่ื ทส่ี ะอาดและปลอดภยั เพอ่ื สขุ อนามยั
ก�ำลังพัฒนา เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรท้องถิ่นได้พัฒนา ในฐานะหนงึ่ ในสทิ ธมิ นษุ ยชนทจี่ ำ� เปน็ สำ� หรบั การมชี วี ติ ทด่ี ี จำ� เปน็ ตอ้ ง
เทคโนโลยสี ีเขียวแบบทอ้ งถ่นิ วางเปา้ หมายใหก้ บั การจดั การนำ�้ เสยี รวมไปถงึ การลดปรมิ าณนำ�้ เสยี
เลขาธิการองค์การสหประชาชาติจะจัดท�ำรายงานส�ำหรับสมัชชาใหญ่ จากครวั เรือน โรงงานอุตสาหกรรมและแหลง่ กสกิ รรม และสนบั สนุน
แหง่ สหประชาชาติ ครั้งที่ 67 ในเดอื นกันยายน พ.ศ. 2555 โดยจะจัด ใหม้ กี ารบำ� บดั น�ำ้ เสยี โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในเขตชานเมือง
ท�ำตัวช้ีวัดและมาตรวัดการประเมินกลไกปฏิบัติทั้งหมด ต้ังแต่กลไก 3. พลังงาน
ถา่ ยโอนเทคโนโลยี การแบง่ ปนั กลวธิ แี ละความรู้ และการเพมิ่ ขดี ความ จะรเิ รม่ิ สรา้ งแหลง่ พลงั งานทย่ี ง่ั ยนื สำ� หรบั ทกุ คน โดยมเี ปา้ หมายในการ
สามารถ ภายใน พ.ศ. 2558 น�ำเสนอการเข้าถึงบริการพลังงานพ้ืนฐานในระดับข้ันต�่ำ ส�ำหรับท้ัง
เปา้ ประสงค์ทสี่ ำ� คัญของการประชุม Rio+20 ผู้ผลิตและผู้บริโภค ใน พ.ศ. 2573 ดังน้ันจึงต้องขอให้มีการจัดหา
คือการกำ� หนดเป้าหมายที่เหมาะสมในด้านต่างๆ ดงั นี้ ทรัพยากรทางการเงินที่เพียงพอ และมีคุณภาพสำ� หรับประเทศก�ำลัง
1. ความมั่นคงทางอาหาร พฒั นา เพอ่ื ทำ� ใหก้ ารใชแ้ หลง่ พลงั งานเป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและ
เรยี กรอ้ งใหท้ กุ ประเทศหนั มาใหค้ วามสำ� คญั กบั ปรมิ าณการผลติ อาหาร กว้างขวางขนึ้ และแต่ละประเทศควรหันมาพฒั นานวตั กรรมคารบ์ อน
ทยี่ ง่ั ยนื โดยเพม่ิ การลงทนุ ใหก้ บั ผลติ ภณั ฑอ์ าหารทอ้ งถนิ่ ขยายตลาด ตำ่� มากขน้ึ
อาหารท่ีได้จากการเกษตร และลดของเสียในห่วงโซ่อุปทาน โดยให้ 4. เมือง
ความสนใจเป็นพเิ ศษกับผู้หญงิ เกษตรกรรายยอ่ ย เยาวชน เกษตรกร สง่ เสรมิ แนวทางบรู ณาการและแบบองคร์ วม เพอื่ การวางแผนและการ
พน้ื เมอื ง สรา้ งความมน่ั ใจในโภชนาการทเ่ี หมาะสม ผา่ นกระบวนการ สรา้ งเมอื งอยา่ งยงั่ ยนื ดว้ ยการใหก้ ารสนบั สนนุ แกฝ่ า่ ยปกครองทอ้ งถนิ่
คา้ ขายทโี่ ปรง่ ใสและเปดิ กวา้ งมากขน้ึ พรอ้ มแนวทางทจี่ ะนำ� ไปสคู่ วาม เครอื ขา่ ยการสอ่ื สารและคมนาคมที่มีประสิทธภิ าพ ระบบการส่งมอบ
มเี สถยี รภาพมากขน้ึ ของราคาอาหารและตลาดในประเทศ นอกจากน้ี บรกิ ารทดี่ ีข้นึ อากาศและคุณภาพน�้ำที่ดีขนึ้ ลดปรมิ าณของเสยี ขยาย
ยังสนับสนุนการริเริ่มในทุกๆ ระดับท่ีเก่ียวกับการพัฒนาการเข้าถึง การเฝ้าระวงั ภยั ธรรมชาติ และตอบสนองความเปลี่ยนแปลงในสภาพ
ข้อมูล เพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญผ่านบริการ อากาศท่แี ปรปรวน
การศึกษาและการใช้เทคโนโลยี
สฤณีอาชวานันทกลุ 189
188

5. งานสเี ขียวและการให้ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วม 7. ภัยธรรมชาติ
การพฒั นาขดี ความสามารถของมนษุ ยเ์ ปน็ สง่ิ จำ� เปน็ ในการเจรญิ เตบิ โต แนวทางการลดความเส่ียงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จะยังคงความ
ทางเศรษฐกจิ ท่มี ฐี านกวา้ ง อนั จะชว่ ยสรา้ งชมุ ชนทแ่ี ข็งแกร่งและยั่งยืน สำ� คญั ในบรบิ ทของการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื และถกู รวมอยใู่ นวาระการพฒั นา
และพฒั นาสภาพแวดลอ้ ม คนงานจงึ ตอ้ งมที กั ษะและไดร้ บั การคมุ้ ครอง หลัง พ.ศ. 2558 แต่ประเทศสมาชิกต้องเร่งประสานงานระดับชาติ
ทจ่ี ำ� เปน็ เพอื่ ทพ่ี วกเขาจะไดม้ สี ว่ นรว่ มและไดป้ ระโยชนจ์ ากระบบเศรษฐกจิ ภูมิภาค และระดับสากล เพ่ือพัฒนาการพยากรณ์อากาศและระบบ
สเี ขยี ว ซงึ่ มศี กั ยภาพในการสรา้ งตำ� แหนง่ งานดๆี อกี มาก โดยเฉพาะกบั การเตอื นภยั ล่วงหนา้ ใหด้ ขี ้นึ
เยาวชน ดังน้ันภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจึงควรสนับสนุนการสร้าง 8. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
งานสเี ขยี ว เชน่ การลงทุนในงานสาธารณะเพอื่ การฟื้นฟแู ละขยายทุน ประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ ยงั คงมชี อ่ งโหวเ่ รอ่ื งการจดั การกบั การเปลย่ี นแปลง
ธรรมชาติ มีปฏบิ ัติการจดั การนำ้� และทดี่ ิน การเพาะปลกู ในครวั เรอื น สภาพภูมิอากาศ และก�ำลงั เผชญิ ผลเชิงลบมากขนึ้ เร่อื ยๆ อนั จะบอ่ น
การเพาะปลกู ตามระบบนเิ วศ การจดั การผนื ปา่ การใชค้ วามหลากหลาย ท�ำลายความม่ันคงทางอาหาร และความพยายามในการขจัดความ
ทางชวี ภาพดว้ ยเหตผุ ลทางเศรษฐกิจ ฯลฯ จ�ำเปน็ ตอ้ งขยายการลงทนุ ยากจน อีกทัง้ คกุ คามการดำ� รงอยขู่ องประเทศหมเู่ กาะเลก็ ๆ ที่ประชุม
ในโครงสร้างพื้นฐาน เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาที่ย่ังยืนและให้ความรู้ Rio+20 จะส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันจัดการกับปัญหาท่ี
เกย่ี วกบั งานสเี ขยี ว รวมทงั้ เพมิ่ ความคมุ้ ครองทางสงั คมแกส่ มาชกิ ทกุ คน เชือ่ มโยงกนั ระหว่างน้ำ� พลงั งาน อาหาร และการเปล่ียนแปลงสภาพ
ในสงั คม รวมถงึ แรงงานนอกระบบดว้ ย ภูมิอากาศ
6. มหาสมุทรและทะเล 9. ปา่ และความหลากหลายทางชวี ภาพ
ให้ความส�ำคัญกับการรักษาและจัดการแหล่งมหาสมุทรและทะเล สนับสนุนการชะลอและยับย้ังการทำ� ลายผืนป่า และส่งเสริมให้มีการ
อันเป็นส่วนส�ำคัญในการรักษาระบบนิเวศของโลก และร่วมดูแล จดั การผนื ปา่ ในแงข่ องการรกั ษาและฟน้ื ฟู ปฏบิ ตั กิ ารเรง่ ดว่ นนเ้ี รยี กวา่
แนวปะการงั ไปจนถงึ หมเู่ กาะและรฐั ชายฝง่ั ทะเล สนบั สนนุ การรว่ มมอื “Non-Legally Binding Instrument on All Types of Forests
กันตามแนวทางของ Coral Triangle Initiative (CTI) และ The (NLBI)”ผา่ นพธิ สี ารนาโงยาซง่ึ จะถกู นำ� มาใชใ้ นการประชมุ ภาคอี นสุ ญั ญา
International Coral Reef Initiative (ICRI) ส�ำหรับประเทศก�ำลัง วา่ ดว้ ยความหลากหลายทางชวี ภาพ ครง้ั ที่ 10 ทง้ั ยงั ตอ้ งกระตนุ้ ใหเ้ กดิ
พฒั นาท่เี ป็นเกาะขนาดเลก็ (SIDS) ยงั คงจัดเป็นกรณีทต่ี อ้ งได้รับการ การลงทนุ ในทนุ ธรรมชาติ ผา่ นเครอ่ื งมอื กระตนุ้ และนโยบายทเ่ี หมาะสม
ดแู ลเปน็ พเิ ศษ เนอื่ งจากไดร้ บั ผลกระทบสงู มาก ไมว่ า่ จะเปน็ ผลกระทบ
จากการเปล่ยี นแปลงสภาพภมู ิอากาศและภยั ธรรมชาติ สฤณีอาชวานันทกลุ 191

190

10. ความเส่อื มโทรมของดิน และการกลายเปน็ ทะเลทราย 12. สารเคมแี ละของเสีย
เน่อื งจากผืนดินเปน็ ปจั จัยสำ� คัญในการสรา้ งความเจริญเตบิ โต ความ โครงการกลยทุ ธก์ ารจดั การสารเคมรี ะดบั ประเทศ (SAICM) ตอ้ งรเิ รม่ิ
ม่ันคงทางอาหาร และการขจัดความยากจน การท่ีพ้ืนที่เพาะปลูกใน หาวิธีการจัดการกับสารเคมีและของเสียตลอดวงจรชีวิตของมัน ให้มี
แอฟรกิ ากลายเปน็ ทะเลทรายนน้ั เปน็ ปญั หารา้ ยแรงสำ� หรบั การพฒั นา ประสทิ ธภิ าพมากขนึ้ ในระดบั สากล การใหท้ นุ สำ� รองทย่ี ง่ั ยนื และเพยี งพอ
ท่ีย่ังยืนในพ้ืนท่ีแถบนั้น ดังน้ันประชาคมโลกจึงต้องมีส่วนร่วมมากขึ้น นน้ั สำ� คญั ตอ่ การชว่ ยพฒั นาประเทศทม่ี กี ารจดั การสารเคมแี ละของเสยี
ในการด�ำเนินงานตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพ่ือรับมือกับการ ท่ีปลอดภัย ดังนั้นการปฏิบัติงานภายใต้อนุสัญญาที่เก่ียวข้อง ได้แก่
กลายเป็นทะเลทราย (United Nations Convention to Combat Basel Convention, Rotterdam Convention และ Stockholm
Desertification : UNCCD) และสนับสนุนการร่วมมือกันและการ Convention จงึ ควรประสานงานกนั มากขนึ้ เพอื่ จดั การกบั มลพษิ อนิ ทรยี ์
รเิ รมิ่ โครงการพทิ กั ษร์ กั ษาทรพั ยากรดนิ เชน่ โครงการแนวรว่ มดนิ โลก และมีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยมุ่งเป้าไปท่ี
(Global Soil Partnership : GSP) ตลอดจนสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การศกึ ษา การเพมิ่ ศกั ยภาพและเทคโนโลยขี องการจดั การของเสยี ในสง่ิ แวดลอ้ ม
ทางวิทยาศาสตร์ ท่ีพุ่งเป้าไปท่ีการทำ� ให้คนตระหนักถึงประโยชน์ทาง รวมทัง้ ปญั หาของเสยี อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และพลาสติกในแหลง่ นำ�้
เศรษฐกิจจากนโยบายจดั การท่ีดินอยา่ งยง่ั ยนื 13. การผลติ และการบรโิ ภคที่ยั่งยนื
11. ภเู ขา จดั ทำ� แผนงานระยะ 10 ปี วา่ ดว้ ยการบรโิ ภคและการผลติ ทย่ี งั่ ยนื ใน
ภเู ขามคี วามเสยี่ งสงู ทจ่ี ะประสบปญั หาจากการเปลย่ี นแปลงของสภาพ ฐานะที่เป็นส่วนหนึง่ ของขอ้ ตกลงระดับโลกเกี่ยวกับการพัฒนาทย่ี ่งั ยนื
ภมู อิ ากาศ อกี ทง้ั ยงั เปน็ ทพ่ี ำ� นกั พกั พงิ ของชนเผา่ ทอ้ งถนิ่ จำ� นวนมากทใ่ี ช้ 14. การศึกษา
ทรพั ยากรอยา่ งพอเพยี ง แต่ถูกมองขา้ ม และยังมปี ญั หาความยากจน ทกุ คนตอ้ งสามารถเขา้ ถงึ การศกึ ษาทม่ี คี ณุ ภาพ ซงึ่ จะทำ� ไดโ้ ดยการเพม่ิ
และเส่ยี งต่อภัยธรรมชาติและภาวะขาดแคลนอาหาร ดงั นัน้ เราจึงต้อง การเตรยี มความพรอ้ มของครู และใหม้ หาวทิ ยาลยั ตา่ งๆ เปน็ แบบอยา่ ง
ทำ� การสำ� รวจกลไกระดบั โลก ระดบั ภมู ภิ าค ระดบั ชาติ และระดบั ทอ้ งถน่ิ ในการปฏิบัติ รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมการแลกเปล่ียนด้านการ
ใหม้ ากขน้ึ เพอื่ เปน็ การชดเชยและตอบแทนชมุ ชนทอ่ี าศยั ในภเู ขา สำ� หรบั ศึกษาระดับสากล อาทิ ให้ทนุ การศึกษาในระดบั นานาชาติ เพื่อแพร่
สง่ิ ท่พี วกเขาทำ� มาตลอดเพือ่ ปกปอ้ งระบบนเิ วศ แนวทางการพัฒนาท่ียั่งยืนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยให้นักเรียนรู้จัก
คณุ คา่ หลกั การสำ� คญั และแนวทางทหี่ ลากหลาย อนั จำ� เปน็ ตอ่ วถิ กี าร
192 พฒั นาน้ี

สฤณีอาชวานนั ทกุล 193

15. ความเทา่ เทยี มทางเพศ วิธีด�ำเนินงาน
ความไมเ่ สมอภาคในสงั คมและเศรษฐกจิ ทม่ี อี ยมู่ ายาวนานนนั้ สง่ ผลตอ่ 1. การเงนิ
ผหู้ ญงิ และเดก็ ซงึ่ เปน็ คนกลมุ่ หลกั ในบรรดาคนจนทงั้ หมดในโลก ดงั นนั้ เรยี กรอ้ งใหป้ ฏบิ ตั ติ ามภาระขอ้ ตกลงใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นการพฒั นา
เราตอ้ งทำ� ให้ผหู้ ญงิ มสี ว่ นร่วมอยา่ งเตม็ ท่กี ับเศรษฐกจิ เสริมศักยภาพ ทง้ั หมด รวมถงึ ขอ้ ตกลงจากประเทศพฒั นาแลว้ เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย
ของผหู้ ญงิ ในฐานะผขู้ บั เคลอื่ นการพฒั นาทยี่ งั่ ยนื เราตอ้ งใหค้ วามสำ� คญั ที่จะให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาต่อกลุ่มประเทศก�ำลังพัฒนา
กบั ความเทา่ เทยี มทางเพศในทกุ มติ ขิ องสงั คม อนั รวมไปถงึ การศกึ ษา ร้อยละ 0.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ภายใน พ.ศ. 2558
การจา้ งงาน การเปน็ เจา้ ของทรพั ยากร การเขา้ ถงึ กระบวนการยตุ ธิ รรม- เชน่ เดยี วกบั เปา้ หมายเงนิ ชว่ ยเหลอื รอ้ ยละ 0.15-0.20 ของผลติ ภณั ฑ์
การเมอื ง การมีส่วนรว่ มในการตัดสนิ ใจระดับองค์กร ฯลฯ มวลรวมประชาชาตสิ ำ� หรบั กลมุ่ ประเทศดอ้ ยพฒั นา อกี ทง้ั ยงั ตอ้ งมกี าร
16. การเร่งและการวัดความคืบหน้า จดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั จดั สรรทรพั ยากรใหส้ อดคลอ้ งกบั ลำ� ดบั ความสำ� คญั
เปา้ ประสงค์ กลมุ่ เปา้ หมาย และหลกั การประเมนิ มคี วามสำ� คญั อยา่ งยง่ิ และความต้องการของประเทศก�ำลังพัฒนา และเพิ่มความช่วยเหลือ
ตอ่ การวดั และการเรง่ ความคบื หนา้ ในกระบวนการน�ำไปสกู่ ารพฒั นา เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจวา่ ประเทศเหลา่ นน้ั จะสามารถเขา้ ถงึ แหลง่ เงนิ ทนุ ไดอ้ ยา่ ง
ท่ียั่งยืน ดังน้ันจึงต้องมีการออกกฎหรือแนวทางในการประเมินผล เพยี งพอและม่ันคง
ท่ีสะท้อนให้เห็นการจัดการกับประเด็นเสาหลักทั้งสาม (เศรษฐกิจ 2. วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม) ไดอ้ ยา่ งสมดลุ และสอดคลอ้ งกบั หลกั การของ ยืนยันตามข้อตกลงเก่ียวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีระบุไว้ใน
Agenda 21 ทง้ั ยงั มคี วามเปน็ สากลและสามารถนำ� ไปประยกุ ตไ์ ดก้ บั ปฏญิ ญารโิ อวา่ ดว้ ยสงิ่ แวดลอ้ มและการพฒั นา (Rio Declaration on
ทกุ ประเทศ แตย่ งั เปดิ กวา้ งสำ� หรบั ความแตกตา่ งในแนวทางแกป้ ญั หา Environment and Development), Agenda 21 และผลทไ่ี ดจ้ าก
ในแต่ละประเทศ โดยคาดการณ์ว่าเป้าประสงค์เหล่านี้จะบรรลุผลได้ การประชมุ ส�ำคญั อนื่ ๆ ของสหประชาชาติ
ภายใน พ.ศ. 2573 นอกจากน้ียังต้องพัฒนาการจัดท�ำตัวชี้วัดทาง
เศรษฐกิจ ทร่ี วมมิตทิ างเศรษฐกิจ สังคม และส่งิ แวดล้อม ในลักษณะ สฤณีอาชวานันทกุล 195
ทส่ี มดลุ และขอใหเ้ ลขาธกิ ารเปน็ ผรู้ เิ รม่ิ ขนั้ ตอนทง้ั หมดจากการปรกึ ษา
หารือกบั สมาชิกสหประชาชาติ และองคก์ รอื่นๆ ทเี่ กีย่ วขอ้ ง

194

3. การสร้างศกั ยภาพ การทเี่ อกสารขอ้ ตกลงเบอื้ งตน้ “ออกตวั ” วา่ เปน็ เพยี ง “กรอบการตดั สนิ ใจ”
ต้องให้การสนับสนุนโครงสร้าง และกลไกระดับภูมิภาคและระดับ มใิ ช่ “ชดุ กฎกตกิ าตายตวั ” นนั้ สะทอ้ นถงึ การประนปี ระนอมระหวา่ งประเทศ
อนภุ มู ภิ าคในการพฒั นาประเทศ และสง่ เสรมิ การทำ� งานของทง้ั 2 กลมุ่ ตา่ งๆ ทมี่ องตา่ งกนั อยา่ งชดั เจน ประเทศกำ� ลงั พฒั นาหลายประเทศทพ่ี งึ่ พา
โดยมีเปา้ หมายเพอ่ื ทำ� ใหค้ วามรว่ มมือกัน และการแลกเปลีย่ นขอ้ มูล การส่งออกเป็นห่วงว่า เศรษฐกิจสีเขียวจะถูกประเทศพัฒนาแล้วใช้เป็น
ไปจนถึงการสร้างศักยภาพ และการแลกเปล่ียนประสบการณ์เป็นไป ขอ้ อา้ งการกดี กนั ทางการคา้ หรอื ไม่ สว่ นประเทศพฒั นาแลว้ กย็ งั ไมย่ อมให้
อยา่ งง่ายดายขึน้ ตามแผนกลยุทธบ์ าหลี ค�ำม่ันสัญญาใดๆ ที่มีผลผูกพัน โดยเฉพาะมาตรการ “ลด” ขนาดของ
4. การคา้ การผลติ และการบรโิ ภคทไ่ี มย่ ง่ั ยนื อนั เปน็ หวั ใจสำ� คญั ของการเปลย่ี นผา่ น
สมาชิกของ WTO ต้องเพม่ิ ความพยายามมากขน้ึ เป็น 2 เท่า ในการ ไปสกู่ ารพัฒนาท่ยี ัง่ ยนื
สร้างระบบการค้าท่ีเป็นสากล เปิดเผย เป็นพหุภาคีที่ยุติธรรม ตาม ยกตวั อย่างเชน่ เอกสารระบเุ พียงกวา้ งๆ วา่ ประเทศสมาชิกจะต้องหาทาง
ข้อตกลงชว่ ยเหลอื ประเทศด้อยพัฒนา พ.ศ. 2548 ที่ฮอ่ งกง สถาบนั “จดั การกบั ปญั หาทเี่ ชอื่ มโยงกนั ระหวา่ งนำ้� พลงั งาน อาหาร และการเปลยี่ น
เศรษฐกจิ และการเงนิ ระดบั สากลจำ� เปน็ ตอ้ งทำ� งานรว่ มกนั อยา่ งเรง่ ดว่ น แปลงสภาพภมู อิ ากาศ” โดยมไิ ดร้ ะบมุ าตรการทช่ี ดั เจน สว่ นในดา้ นพลงั งาน
เพ่ือให้ม่ันใจได้ว่าประเทศท่ีก�ำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่มีการ ก็ระบหุ ลวมๆ วา่ “จะริเริม่ สร้างแหลง่ พลงั งานทย่ี ั่งยนื ส�ำหรบั ทุกคน โดยมี
พฒั นาน้อยที่สุด จะได้ประโยชนจ์ ากระบบการคา้ พหภุ าคี เป้าหมายในการน�ำเสนอการเข้าถึงบริการพลังงานพ้ืนฐานในระดับข้ันต�่ำ
ขอ้ ตกลงโลกเรอื่ ง “เศรษฐกจิ สเี ขยี ว” : ฤาแค่ “ราคาคุย” สำ� หรบั ทง้ั ผผู้ ลติ และผบู้ รโิ ภคใน พ.ศ. 2573 ...และแตล่ ะประเทศควรหนั มา
แมจ้ ะถกู คาดหวงั วา่ ใหใ้ ชเ้ ปน็ “พมิ พเ์ ขยี ว” ของ “เศรษฐกจิ สเี ขยี ว” ได้ เอกสาร พฒั นานวตั กรรมคารบ์ อนตำ�่ มากขนึ้ ” ทงั้ ทป่ี จั จบุ นั มขี อ้ มลู หลกั ฐานเพยี งพอ
ขอ้ ตกลงเบือ้ งตน้ (Zero Draft) ของการประชมุ Rio+20 ดังท่ีสรุปความ ท่ีจะชี้ชัดลงไปว่า ไม่มีทางที่เศรษฐกิจสีเขียวจะเกิดได้อย่างยั่งยืนและเป็น
ขา้ งตน้ นนั้ กย็ งั มคี วามไมช่ ดั เจนแทบทกุ ประเดน็ ความชดั เจนมเี พยี งประเดน็ ระบบ ถ้าหากไม่ปฏิรูประบบพลังงานทั้งหมด เช่น แผนลดก๊าซคาร์บอน
เดยี วคอื เปา้ หมายเงนิ ชว่ ยเหลอื ทป่ี ระเทศพฒั นาแลว้ จะมอบใหแ้ กป่ ระเทศ ไดออกไซดภ์ ายใน พ.ศ. 2593 ในรายงาน “มมุ มองเทคโนโลยีพลังงาน
กำ� ลงั พัฒนาและประเทศดอ้ ยพฒั นา (Energy Technology Perspectives)” ของส�ำนักงานพลังงานสากล
(International Energy Agency) พ.ศ. 2553 เสนอว่าร้อยละ 38
196 ของการลดสามารถท�ำได้ โดยเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการใชไ้ ฟฟา้ และเชอื้ เพลงิ
ของผู้ใช้ปลายทาง ร้อยละ 15 มาจากการเปลี่ยนชนิดเช้ือเพลิงของผู้ใช้
ปลายทาง และร้อยละ 17 จากการใชพ้ ลังงานหมนุ เวยี น

สฤณีอาชวานันทกุล 197

กกิ ะตนั คารบอนไดออกไซดเ ทียบเทา (GtCO2e) ตอป การกกั เกบ็ คารบอน (Carbon ชดุ รายงานTowardsGreenGrowth(http://www.oecd.org/document/
60 ปริมาณทป่ี ลอ ยในกรณีฐาน 57 Gt Capture and Storage : CCS) 10/0,3746,en_2649_37465_47983690_1_1_1_37465,00.html)
50 รอยละ 19 ขององคก์ ารเพอื่ ความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ และการพฒั นา (OECD) ตพี มิ พ์
เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ใหร้ ายละเอยี ดบางประการทนี่ า่ สนใจ โดยให้
40 พลังงานหมนุ เวยี นรอยละ 17 นิยาม “การเติบโตสเี ขยี ว (Green Growth)” ไว้วา่
พลังงานนิวเคลยี รรอ ยละ 6 “‘การเติบโตสีเขียว’ หมายถึงการกระตุ้นการเติบโตและการพัฒนาทาง
30 ประสิทธภิ าพในการผลติ พลงั งานและ เศรษฐกจิ ขณะสรา้ งหลกั ประกนั วา่ ทนุ ธรรมชาตจิ ะสามารถสง่ มอบทรพั ยากร
เปลี่ยนเชือ้ เพลิงรอ ยละ 5 และบรกิ ารดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ซง่ึ ความอยดู่ มี สี ขุ ของเราตอ้ งพง่ึ พา การทำ� เชน่ น้ี
เปลยี่ นเช้อื เพลิงของผใู ชพ ลงั งานรอ ยละ 15 จ�ำต้องจุดชนวนการลงทุนและนวัตกรรมที่จะรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
และสรา้ งโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ”
เปลยี่ นเชอื้ เพลิงของผูใ ชพ ลังงานและ จะเหน็ วา่ OECD เนน้ คำ� วา่ “การเตบิ โต (Growth)” และเมอ่ื เนน้ การเตบิ โต
20 ประสทิ ธิภาพในการผลติ ไฟฟารอยละ 38 จงึ ตอ้ งเนน้ เรอ่ื ง “นวตั กรรม” ในธรุ กจิ สเี ขยี วเปน็ พเิ ศษ เนอื่ งจากถา้ ไมเ่ นน้
นวตั กรรม เศรษฐกจิ อาจเติบโตไมไ่ ด้ เพราะ “การลงทนุ ” ในทนุ ธรรมชาติ
ปริมาณที่ปลอยในกรณี BLUE MAP 14 Gt ยอ่ มมตี น้ ทนุ ถา้ ไมม่ นี วตั กรรมเรากต็ อ้ ง “ลด” กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ลงเพอ่ื
10 ดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม พดู อกี อยา่ งหนงึ่ คอื ถา้ ไมม่ นี วตั กรรม เรากต็ อ้ งยอมแลกได้
แลกเสีย คือเสียสละการบริโภคหรือความสะดวกสบายบางอย่างในชีวิต
กรณี 450 ppm ใน WEO 2552 บทวิเคราะห ETP 2553 ยกตัวอย่างเช่น ถ้าไม่มีนวัตกรรมแบตเตอรี่หรือเช้ือเพลิงสะอาดท่ีดีพอ
02553 2558 2563 2568 2573 2578 2583 2588 2593 2598 2603 2608 2613 มาทดแทนนำ้� มนั คนกต็ อ้ งยอมใช้รถยนต์น้อยลงเพ่ือลดปัญหามลพษิ
OECD มองวา่ รฐั มบี ทบาททข่ี าดไมไ่ ดใ้ นการเปลย่ี นผา่ นไปสเู่ ศรษฐกจิ สเี ขยี ว
ที่มา : IEA (2553), Energy Technology Perspectives 2553. เน่ืองจากเศรษฐกิจสีเขียวต้องมีการลงทุนในทุนธรรมชาติ และการลงทุน
ดา้ นนจี้ ำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั การแทรกแซงเชงิ นโยบายของรฐั เนอื่ งจากแรงจงู ใจ
ฉะนน้ั วธิ ี “รเิ รมิ่ สรา้ งแหลง่ พลงั งานทยี่ งั่ ยนื ” วธิ หี นงึ่ ทท่ี กุ ประเทศโดยเฉพาะ ของตลาดออ่ นแอหรอื ไมม่ เี ลย เชน่ ตลาดยงั “ไมใ่ หร้ าคา” ทถ่ี กู ตอ้ งกบั มลู คา่
ประเทศพัฒนาแล้วควรท�ำอย่างเร่งด่วน คือการทยอยก�ำจัดมาตรการ ทง้ั หมดของการอนุรกั ษ์ป่าตน้ น้ำ� และพื้นท่ชี มุ่ น้ำ�
อุดหนุนการใช้เช้ือเพลิงฟอสซิลท่ีสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและ
ซ�้ำเติมภาวะโลกร้อน น�ำเงินอุดหนุนท่ีประหยัดได้มาอุดหนุนพลังงาน สฤณีอาชวานันทกุล 199
หมุนเวียนแทน
แตเ่ อกสาร Zero Draft มิไดพ้ ดู ถึงแนวทางดงั กล่าวแต่อยา่ งใด

198


Click to View FlipBook Version