ตอนน้ีเรามองวา่ เรามาถึงครงึ่ ทางแลว้ ครง่ึ ทางสจู่ ดุ หมาย ผลกระทบ และนีก่ ค็ อื สถิติยอดขายและผลก�ำไร 14 ปขี องเรา ตรงนยี้ ุบลงไปนดิ
เหลอื ศนู ย์ รอยเทา้ เหลอื ศนู ย์ เราตงั้ เปา้ วา่ จะทำ� ใหถ้ งึ ศนู ยภ์ ายใน พ.ศ. นะครับ ระหว่าง พ.ศ. 2544-2546 ตรงท่ียุบน่ียอดขายของเราช่วง
2563 นน่ั คอื เปา้ หมายสงู สดุ ยอดเขาความยงั่ ยนื เราเรยี กพนั ธกจิ นวี้ า่ 3 ปนี นั้ ตกลงไปรอ้ ยละ 17 แตต่ อนนน้ั ตลาดหดลงรอ้ ยละ 36 เทา่ กบั วา่
ปฏิบัตกิ ารศูนย์ (Mission Zero) เราได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มข้ึน เราอาจจะรอดพ้นช่วงเศรษฐกิจถดถอย
ทนี ผี้ มอยากพดู ถงึ มติ ทิ อ่ี าจจะสำ� คญั ทส่ี ดุ คอื เราพบวา่ ปฏบิ ตั กิ ารศนู ยน์ ี้ ตอนนนั้ มาไมไ่ ด้ ถ้าหากว่าไมม่ ีขอ้ ได้เปรียบจากความย่งั ยนื
ดมี ากๆ เลยสำ� หรบั ธรุ กจิ เรา มนั เปน็ โมเดลธรุ กจิ ทด่ี กี วา่ เดมิ เปน็ วธิ เี พม่ิ ถ้าหากธุรกิจทุกแห่งท�ำตามแผนของอินเทอร์เฟซ มันจะก�ำจัดปัญหา
ก�ำไรท่ดี ีกว่าเดิม ทงั้ หมดของเราไดห้ รอื ไม่ ผมไมค่ ดิ วา่ ได้ ผมยงั รสู้ กึ ไมส่ บายใจกบั สมการ
ตอ่ ไปนเี้ ปน็ เหตผุ ลทางธรุ กจิ ของความยงั่ ยนื ครบั จากประสบการณจ์ รงิ เออร์ลชิ ทีแ่ ก้ใหม่ I เทา่ กับ P คูณ A หารดว้ ย T2 เจ้า A (Affluence)
ของผม พบวา่ ตน้ ทนุ เราลดลง ไมไ่ ดเ้ พมิ่ ขนึ้ เราประหยดั เงนิ ไดป้ ระมาณ ในนคี้ อื A ตวั ใหญค่ รบั มนั เสนอวา่ ความมงั่ คง่ั คอื เปา้ หมายในตวั มนั เอง
400 ลา้ นเหรยี ญสหรฐั ฯ ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยระหวา่ งการพยายามลดของเสยี แต่ถ้าหากเราปรับสมการเออร์ลิชอีกหน่อยล่ะ สมมติว่าเราทำ� ให้ A
จนเหลอื ศนู ย์ ซง่ึ เปน็ ชะงอ่ นแรกของภเู ขาความยง่ั ยนื เงนิ จ�ำนวนนจี้ า่ ย กลายเปน็ a ตวั เล็ก เพ่ือเสนอว่ามนั เป็นเพียงวิถีทางสูเ่ ปา้ หมาย และ
คา่ ใชจ้ า่ ยท่ีเราใช้ปฏริ ูปอนิ เทอรเ์ ฟซได้ทง้ั หมด เปา้ หมายนนั้ กค็ อื ความสุข มีความสขุ มากขึ้นด้วยขา้ วของทีน่ อ้ ยลง
และมนั กก็ ำ� จดั มายาคตดิ ว้ ย ทบ่ี อกวา่ เราตอ้ งเลอื กระหวา่ งสง่ิ แวดลอ้ ม คณุ รคู้ รบั วา่ ถา้ ทำ� อยา่ งนน้ั มนั กจ็ ะเปลย่ี นอารยธรรม และเปลย่ี นระบบ
กบั เศรษฐกจิ ผลติ ภณั ฑข์ องเราดที ส่ี ดุ เทา่ ทเี่ คยเปน็ มา ไดร้ บั แรงบนั ดาลใจ เศรษฐศาสตรท์ ง้ั หมดของเรา บางทถี า้ ไมเ่ ปลย่ี นเพอ่ื มนษุ ย์ กอ็ าจเปลยี่ น
จากการออกแบบเพอ่ื ความยงั่ ยนื อนั เปน็ บอ่ เกดิ นวตั กรรมทเี่ ราไมค่ าดคดิ เพอ่ื เผา่ พนั ธใ์ุ นอนาคต เผา่ พนั ธท์ุ ยี่ งั่ ยนื ทจี่ ะใชช้ วี ติ อยบู่ นโลกทม่ี จี �ำกดั
พนักงานของเราร่วมแรงร่วมใจกันรอบๆ เป้าหมายสูงส่งกว่าเดิมข้อนี้ ใช้ชีวิตอย่างมีศีลธรรม อย่างมีความสุข และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ
ไม่มีอะไรสู้เป้าแบบน้ีได้หรอกครับในการดึงดูดคนท่ีเก่งท่ีสุด สร้าง อยู่อยา่ งสมดุลกบั ธรรมชาติ และระบบธรรมชาตทิ ้งั หมดของเรา อยู่ไป
แรงบนั ดาลใจใหพ้ วกเขามารว่ มงานกนั และไมตรจี ติ ทเี่ ราไดร้ บั จากตลาดนี้ อกี หลายพันช่ัวคนหรือหมื่นช่วั คน นั่นคืออยู่ไปตราบนานเทา่ นาน แต่
กน็ า่ ทง่ึ มาก จะโฆษณาขนาดไหน ไมว่ า่ แคมเปญโฆษณาจะฉลาดแคไ่ หน โลกธรรมชาตจิ ะต้องรอให้มนษุ ยเ์ ราสญู พนั ธุ์ก่อนหรอื เปล่า บางทอี าจ
ไม่ว่าจะแพงแค่ไหน ก็ไม่มีทางผลิตหรือสร้างไมตรีจิตมหาศาลท่ีเรา เปน็ อย่างน้นั แต่ผมไม่คดิ เช่นนนั้
ไดร้ บั ตน้ ทนุ ผลติ ภณั ฑ์ พนกั งาน ตลาด มอี ะไรอกี ละ่ ครบั นค่ี อื โมเดล ท่ีอินเทอร์เฟซ เราพยายามจริงๆ ครับท่ีจะน�ำบริษัทต้นแบบ บริษัท
ธรุ กจิ ที่ดีกวา่ เก่า อตุ สาหกรรมทยี่ งั่ ยนื มรี อยเทา้ เทา่ กบั ศนู ย์ ท�ำใหม้ นั เกดิ ขนึ้ จรงิ ภายใน
พ.ศ.2563เรามองเหน็ เสน้ ทางของเราแลว้ ครบั มองเหน็ ชดั ไปถงึ ยอดเขา
300 ลูกนัน้ ตอนนี้ความทา้ ทายอยูใ่ นการลงมอื ทำ� อยา่ งที่เอมอรี ลอวินส์
สฤณีอาชวานันทกลุ 301
(Amory Lovins) เพ่ือนและท่ีปรึกษาของผมพูดวา่ “ถา้ อะไรมอี ยจู่ รงิ ขา้ พบเจ้าเช้าองั คารทผี่ า่ นพน้
มันก็ตอ้ งเปน็ ไปได้จรงิ ” ถา้ เราท�ำได้จรงิ ๆ มนั ก็ย่อมเป็นไปได้ ถ้าเรา มิตรผู้ดลจิตใจใฝป่ ัญหา
บริษัทท่ีใช้ปิโตรเลียมมหาศาลท�ำได้ ใครคนอ่ืนก็ท�ำได้ และถ้าใคร พาให้เราพบกนั ผ่านปัญญา
คนอ่นื ท�ำได้ ก็แปลว่าทกุ คนตอ้ งท�ำได้ ให้ข้าเห็นวนั ของเจา้ -จึงเขา้ ใจ
ฮอวเ์ คนชว่ ยเตมิ เตม็ ธรุ กจิ และอตุ สาหกรรม นำ� มนษุ ยชาตถิ อยหา่ งมา เม่ือพบเจ้าข้าคร่ันคร้าม เปลีย่ นความคิด
จากปากเหว เพราะการทโ่ี ลกชวี มณฑลเสอ่ื มโทรมลงเรอื่ ยๆ อยา่ งไรก้ าร ทีละนิดไดต้ ระหนักปนสงสัย
ควบคมุ ทำ� ให้คนทเ่ี รารักมากตกอยูใ่ นความเส่ยี ง ความเส่ียงท่ีเรารับ ว่าบางทสี ง่ิ ท่ีขา้ ทำ� ลงไป
ไม่ได้ครับ คนคนน้ันคือใคร ไมใ่ ช่คณุ ไม่ใชผ่ ม ผมขอแนะน�ำให้คณุ อาจทำ� ให้เจา้ เสย่ี งภัยพ้นวัยเยาว์
รจู้ กั กบั คนทตี่ กอยใู่ นความเสย่ี งทส่ี ดุ ผมเองไดพ้ บกบั เขาตอนทเ่ี ราเรมิ่ เดก็ น้อยของวนั พรงุ่ ลูกชาย-หญิง
ปนี เขาความยง่ั ยนื ไมน่ าน พบกนั ในเชา้ วนั องั คารวนั หนงึ่ เดอื นมนี าคม ขา้ เกรงกรงิ่ วา่ เพิง่ ตรองประโยชน์เจ้า
พ.ศ. 2539 ผมกำ� ลงั คยุ กบั คน ซง่ึ กเ็ ปน็ สงิ่ ทผ่ี มทำ� ทกุ โอกาสทตี่ อนนน้ั มี ทั้งท่ีร้-ู ที่เคยทำ� เพียงทำ� เนา
พยายามชกั นำ� ผู้คนมาท�ำเร่อื งนี้ จะเลกิ ดูลาดเลาเรม่ิ เอาจริง
สว่ นใหญผ่ มไมร่ หู้ รอกวา่ เขา้ ถงึ เขาหรอื เปลา่ แตป่ ระมาณ 5 วนั หลงั จาก คดิ ต้นทุนของสิ่งทข่ี า้ ปล้น
นนั้ เม่อื ผมกลับถงึ แอตแลนตาแล้ว ผมก็ไดร้ บั อีเมลจากเกล็น ทอมัส ทีท่ กุ คนถลุงสนิ้ สรรพสงิ่
(Glen Thomas) พนกั งานของผมคนหนงึ่ ทอี่ ยใู่ นทป่ี ระชมุ แคลฟิ อรเ์ นยี ไม่ลมื วา่ วนั หนึง่ เจา้ จะชงิ
เขาสง่ บทกวมี าใหผ้ มชน้ิ หนงึ่ แตง่ เองหลงั เชา้ วนั องั คารทเี่ ราคยุ กนั ตอนท่ี เกดิ มาพักพง่ึ พงิ โลกเดียวกนั
ผมอา่ นบทกวชี ิ้นน้นั ผมรูส้ กึ อม่ิ เอมใจทีส่ ุดครงั้ หนงึ่ ในชวี ิต เพราะมัน ตงั้ แตน่ นั้ เปน็ ตน้ มา ทกุ วนั ของชวี ติ ผม “เดก็ ของวนั พรงุ่ ” กไ็ ดพ้ ดู กบั ผม
บอกผมวา่ ใหต้ ายเถอะมคี นหนงึ่ คนทเ่ี ขา้ ใจเกลน็ แตง่ วา่ อยา่ งนค้ี รบั และ ส่ือสารท่ีเรียบง่ายแต่ลึกซ้ึงสารเดียว ที่ผมอยากแบ่งปันให้กับทุกคน
น่กี ็คือคนทพี่ บกบั ความเส่ยี งสงู สุด ขอเชิญพบกบั “เด็กแห่งวันพรุ่ง” ในท่นี ี้ พวกเราทกุ คน แตล่ ะคนเปน็ สว่ นหน่งึ ของสายใยชวี ิต สายธาร
แหง่ มนษุ ยชาติ แตส่ ายใยของชวี ติ ในความหมายทใ่ี หญก่ วา่ ดว้ ย และเรา
เจา้ คอื ผู้ไร้หนา้ และไร้นาม กต็ อ้ งตดั สนิ ใจระหวา่ งทใี่ ชช้ วี ติ อนั แสนสน้ั เปน็ ผมู้ าเยอื นโลกสฟี า้ และ
ไร้โมงยามปราศที่ทางทวี่ างแผน เขยี ว โลกอนั สวยงามและมชี วี ติ วา่ เราจะทำ� รา้ ยมนั หรอื จะชว่ ยเหลอื มนั
เปน็ เดก็ ของวันพรุ่งในดินแดน นีเ่ ป็นเร่ืองท่คี ุณต้องตดั สนิ ใจ
ทวา่ -แม้นเจา้ ยงั ไม่เกดิ มา ขอบคณุ ครับ
302 สฤณีอาชวานนั ทกลุ 303
10 สู่ทศวรรษท่ี 2 ของศตวรรษที่ 21 ประเด็นที่ว่า การอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม
ควรทำ� “แคไ่ หน” และ “อยา่ งไร” ถงึ จะ “ไดผ้ ล” ยงั คงเปน็ ทถี่ กเถยี งกนั อยา่ ง
มูลคา่ ของการอนรุ ักษ์ : ตอ่ เนอ่ื ง เนอื่ งจากการอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มไมไ่ ดม้ วี ธิ เี ดยี ว ผดู้ �ำเนนิ นโยบาย
กองทุนอนุรักษ์กบั ธนาคารตน้ ไม้ นกั เศรษฐศาสตร์ นกั วทิ ยาศาสตร์ และนกั สง่ิ แวดลอ้ ม ยงั เหน็ ไมต่ รงกนั วา่
หนา้ ตาของ “การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ” ในระดบั ทอ้ งถน่ิ ควรเปน็ อยา่ งไร ถงึ แมว้ า่
ทกุ คนจะท่องค�ำค�ำนแ้ี ล้วก็ตาม
ประเด็นท่ีส�ำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ประเด็น ...
หนง่ึ แต่ยงั ไม่ค่อยมใี ครถกคอื จะสรา้ งแรงจูงใจให้ จะสร้างแรงจูงใจให้
คนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจริงๆ ได้อย่างไร ท่ีสำ� คัญ คนอนุรักษ์สิ่งแวด-
กเ็ พราะคำ� ถามนช้ี ช้ี วนใหเ้ ราเหน็ ความสำ� คญั ของ ลอ้ มจรงิ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร
“วธิ ี” และ “วถิ ”ี ซ่งึ จำ� เป็นต่อการสร้างการเปลย่ี น ที่ ส�ำ คั ญ ก็ เ พ ร า ะ
แปลงท่แี ทจ้ ริง มปี ระสิทธิภาพและยงั่ ยนื ค�ำถามนี้ชี้ชวนให้
เรื่องราวของกองทุนอนุรักษ์ในสหรัฐอเมริกา กับ เราเห็นความส�ำคัญ
ธนาคารต้นไม้ในประเทศไทย ฉายไฟให้เห็น ของ “วิธี” และ “วถิ ”ี
แรงจูงใจ และกลไกสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ ซง่ึ จำ� เปน็ ตอ่ การสรา้ ง
รวมทั้งบทบาทของกฎหมายและเคร่ืองมือทาง การเปลย่ี นแปลทแี่ ท้
การเงนิ ได้อย่างนา่ สนใจมากทเี ดยี ว จริง มีประสิทธิภาพ
และย่งั ยนื
...
สฤณีอาชวานันทกุล 305
กองทนุ อนรุ กั ษ์ (The Conservation Fund - http://www.conservation กองทุนอนุรักษ์ท�ำตัวเป็นคนกลางในความสัมพันธ์ท่ีร้าวฉานระหว่าง
fund.org/) คอื องคก์ รไมแ่ สวงก�ำไรด้านการอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดลอ้ มทีป่ ระสบ เจา้ ของสทิ ธทิ เ่ี ปน็ คอู่ รกิ นั ...ไม้ 7 ลา้ นเอเคอรท์ ม่ี มี ลู คา่ รวมกนั 4,000
ความส�ำเร็จสงู สุดในสหรฐั อเมริกา และไดร้ ับการยกย่องระดับโลก ตั้งแต่ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถูกท้ิงร้างและซื้อขายได้ ...แต่การซื้อขายง่ายๆ
ก่อตั้งใน พ.ศ. 2528 จนถงึ ปัจจบุ นั กองทุนอนุรกั ษไ์ ด้อนรุ ักษท์ ่ดี นิ ไปแลว้ มักเกิดไม่ได้ เพราะใยแมงมุมสิทธิในที่ดิน ต้นไม้ และแร่ธาตุใต้ดิน
กวา่ 17.5 ลา้ นไร่ ในทง้ั 50 มลรฐั ของสหรฐั อเมรกิ า แปลงทดี่ นิ รกรา้ ง พน้ื ที่ ท่ีทับซ้อนกันอยู่
ชมุ่ นำ้� และพนื้ ทซ่ี งึ่ ระบบนเิ วศออ่ นไหวเปน็ เขตสงวน หรอื ปา่ ชมุ ชนทช่ี าวบา้ น เจ้าของสิทธิเหล่าน้ีคือบริษัทจ�ำนวนมากท่ีแทบไม่เคยตกลงอะไรกัน
ช่วยกนั พทิ กั ษแ์ ละหาเล้ยี งชพี อย่างย่ังยืน ได้เลย ส่ิงที่ท�ำให้เรื่องน้ีตึงเครียดข้ึนอีกคือแรงกดดันจากข้าราชการ
นักส่งิ แวดล้อมนามแพทริก นนู ัน (Patrick Noonan) อดีตผอู้ �ำนวยการ และนกั เคลอื่ นไหวดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ทเ่ี รยี กรอ้ งใหร้ ฐั กนั พน้ื ทท่ี ย่ี งั ไมไ่ ด้
NGO สงิ่ แวดลอ้ มชอ่ื The Nature Conservancy น�ำ “เงนิ ใหเ้ ปลา่ สำ� หรบั รบั การพัฒนาให้เปน็ พน้ื ท่ีอนุรักษม์ ากขึ้น
อจั ฉรยิ ะ (Genius Grant)” ทเ่ี ขาไดร้ บั จากมลู นธิ แิ มก็ อาเทอร์ ไปกอ่ ตง้ั กองทนุ กวา่ จะมาถงึ วนั นี้ เรากค็ วรจะคนุ้ เคยกบั ภาวะตดิ ขดั ชนดิ นแี้ ลว้ เมอื่ ใดท่ี
ไม่แสวงกำ� ไรเล็กๆ แห่งใหม่ เพอื่ หาทางออกทีช่ าญฉลาดใหก้ ับปัญหาเกา่ การตกลงระหวา่ งเอกชนลม้ เหลว กองทนุ อนรุ กั ษก์ จ็ ะยนื่ มอื เขา้ มา ผไู้ ด้
จะสรา้ งสมดลุ ระหวา่ งเปา้ หมายทางเศรษฐกจิ กบั เปา้ หมายทางสง่ิ แวดลอ้ ม ประโยชนเ์ มอ่ื ไมน่ านมานจ้ี ากกจิ กรรมการกศุ ลทส่ี รา้ งตลาดนค้ี อื บรษิ ทั
ได้อย่างไร กองทุนอนุรักษ์ของนูนันฟอร์มทีมผู้เช่ียวชาญจากหลากหลาย ชื่อ อินเตอร์เนชันแนลเปเปอร์ เจ้าของป่าไม้ขนาด 75,000 เอเคอร์
สาขา ต้ังแต่วิทยาศาสตร์ ธรุ กิจพฒั นาอสงั หาริมทรัพย์ การเงนิ กฎหมาย ในมลรฐั เทนเนสซที ตี่ ดิ อยใู่ น “ปา่ ดงดบิ ลกึ เปน็ ฟตุ ของโฉนด สทิ ธซิ อื้ คนื
และการลงทนุ แทนทจี่ ะทำ� โครงการอนรุ กั ษด์ ว้ ยตวั เองลว้ นๆ กองทนุ อนรุ กั ษ์ และกระดาษทางกฎหมายอนื่ ๆ” ฟังดคู นุ้ ๆ ไหม
เลอื กจบั มือเป็นพันธมติ รกบั ชมุ ชน หนว่ ยงานราชการ บรษิ ทั ป่าไม้ บรษิ ทั อนิ เตอรเ์ นชนั แนลเปเปอรเ์ ปน็ เจา้ ของทดี่ นิ และสทิ ธทิ ำ� ปา่ ไม้ สว่ นบรษิ ทั
เหมอื งแร่ ฯลฯ เพอ่ื หาวธิ กี า้ วขา้ มความขดั แยง้ และ “ประสานประโยชน”์ ให้ เทนเนสซี ไมนงิ คอมปานี มสี ทิ ธิในถ่านหนิ น้ำ� มนั และก๊าซธรรมชาติ
ทุกฝา่ ยได้ประโยชน์จากการอนุรักษ์สงิ่ แวดลอ้ ม ใตด้ นิ ทงั้ สองฝา่ ยตกลงกนั ไมไ่ ดว้ า่ จะเดนิ ตอ่ อยา่ งไรในทางทไ่ี มแ่ ทรก
ในหนังสือ Gridlock Economy (ฉบับภาษาไทยใช้ชื่อ เศรษฐกิจติดขัด แซงซ่ึงกันและกัน
ส�ำนวนแปลของผู้เขียน จัดพิมพ์โดยสำ� นักพิมพ์มติชน) นักเศรษฐศาสตร์ ถ้ามีเวลานานพอและเงนิ มหาศาล สองบรษิ ทั นอ้ี าจสามารถคลีค่ ลาย
ไมเคิล เฮลเลอร์ (Michael Heller) อธิบายความส�ำเร็จของกองทุน ความโกลาหลทางกฎหมายและฟน้ื ฟทู ดี่ นิ ใหก้ ลบั มาใชก้ ารไดใ้ หม่ หรอื
อนุรกั ษ์วา่ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลกับแนวร่วมนักสิ่งแวดล้อมของพวกเขาก็อาจท�ำให้
บรษิ ทั ลม้ ละลาย แทนทจ่ี ะรอคอยอยา่ งไรส้ าระหรอื เลอื กทางออกแบบ
306
สฤณีอาชวานนั ทกลุ 307
ได้-ไม่ได้ (คือถา้ ไม่ไดท้ กุ อยา่ งก็จะไมไ่ ดอ้ ะไรเลย-ผู้แปล) จดั การธรุ กจิ เพอื่ ใหพ้ วกเขามนั่ ใจวา่ จะสามารถตอ่ ยอดภมู ปิ ญั ญาพน้ื บา้ น
กองทนุ อนรุ กั ษข์ องนนู นั คดิ โครงสรา้ งทที่ กุ ฝา่ ยไดเ้ กอื บทกุ สงิ่ ทพ่ี วกเขา มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องฐานะความ
ตอ้ งการ กองทนุ เองกไ็ ดร้ บั คา่ ธรรมเนยี มคมุ้ คา่ ใชจ้ า่ ย นเ่ี ปน็ วธิ กี า้ วขา้ ม เปน็ อย่ขู องตนและครอบครวั
ภาวะติดขัดท่ีสง่างามมาก กองทุน “ท�ำงานเคลียร์เอกสารเป็นภูเขา กองทุนอนุรักษ์ประสบความส�ำเร็จอย่างสูง ท้ังด้านการอนุรักษ์และด้าน
เลากาเพ่ือตัดแบ่งสิทธิให้เป็นช้ันๆ ที่เข้าใจง่ายและขายได้ ...กองทุน ความยั่งยืนขององค์กร ปัจจุบันมีพนักงาน 140 คน เป็นองค์กรด้าน
ยงั ลบลา้ งสทิ ธพิ ฒั นาในทดี่ นิ ผนื น้ี และกำ� หนดวา่ ทดี่ นิ สว่ นใหญจ่ ะตอ้ ง สิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สุดในประเทศ มีต้นทุน
เปดิ ใหค้ นนอกเขา้ ไปใชเ้ พอื่ สนั ทนาการ และกำ� หนดวา่ พนื้ ทชี่ มุ่ นำ�้ และ การหาทุนต่�ำท่ีสุดในสหรัฐอเมริกา เน่ืองจากมีแหล่งรายได้ท่ีหลากหลาย
สัตว์ปา่ จะตอ้ งได้รบั การคุ้มครอง” กวา่ NGO ทวั่ ไป สามารถจดั สรรเงนิ ทุนกว่าร้อยละ 96 ใหก้ ับการด�ำเนิน
ลอวเ์ รนซ์ เอ. เซลเซอร์ (Lawrence A. Selzer) ผบู้ รหิ ารกองทนุ อนรุ กั ษ์ โครงการอนรุ กั ษ์ Charity Navigator (http://www.charitynavigator.
กลา่ ววา่ “โครงการนที้ ำ� ใหเ้ รามโี มเดลใหมเ่ อย่ี มสำ� หรบั การอนรุ กั ษป์ า่ org/) และ American Institute of Philanthropy 2 องค์กรอิสระที่
ในสหรฐั อเมรกิ า” แถมยงั เปน็ โมเดลทน่ี า่ ดงึ ดดู สำ� หรบั บรษิ ทั ปา่ ไมแ้ ละ จดั อนั ดับ NGO และองค์กรการกุศล ให้คะแนนกองทุนอนุรกั ษ์ “4 ดาว”
ถา่ นหนิ ดว้ ยประเดน็ ทสี่ ำ� คญั ทส่ี ดุ คอื การแกภ้ าวะตดิ ขดั สามารถทำ� กำ� ไร และ “A+” ตามล�ำดับ ส่วนนิตยสารฟอร์บส์ก็ยกให้กองทุนอนุรักษ์เป็น
และบรรลุเป้าหมายเชิงนิเวศไปพร้อมกัน วิธีแก้ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ 1 ใน 10 องค์กรไม่แสวงก�ำไรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จากการประเมิน
เขา้ มาแทนทเี่ กมกรรมสทิ ธิต์ ดิ ขดั ที่มีแตผ่ ูแ้ พ้ องคก์ รกว่า 200 แห่งท่วั ประเทศ
เมื่อหันมาดูประเทศไทย กลไกการอนุรักษ์ใหม่ๆ ท่ีมีนวัตกรรมและน่า
โมเดลธุรกิจของกองทุนอนุรักษ์สร้างมูลค่าที่ชัดเจนส�ำหรับทุกฝ่าย การ สนับสนุนคือ โครงการ “ธนาคารต้นไม้” (http://www.treebankthai.
“ผา่ ตดั ”สทิ ธใิ นการใชท้ ด่ี นิ และปา่ ไม้ทง้ั บนดนิ และใตด้ นิ ทท่ี บั ซอ้ นยงุ่ เหยงิ กนั com/) องค์กรภาคประชาชน ถอื ก�ำเนิดขน้ึ ใน พ.ศ. 2548 หลังจากท่ีสภา
ออกเปน็ ชน้ิ ๆ ทเี่ ขา้ ใจงา่ ยนนั้ ทำ� ใหบ้ รษิ ทั ปา่ ไม้ บรษิ ทั เหมอื งแร่ และบรษิ ทั ผู้น�ำชุมชนแห่งชาติได้น�ำเสนอโครงการปลูกต้นไม้ใช้หน้ีต่อส�ำนักนายก
ขดุ เจาะนำ้� มนั สามารถเขา้ ไปทำ� ธรุ กจิ ได้ แลกกบั การใหค้ ำ� มนั่ สญั ญาวา่ จะ รัฐมนตรี เป็นกลไกหน่ึงในการแก้ปัญหาความยากจนและหนี้สิน ต่อมา
ไมบ่ กุ รกุ พนื้ ทสี่ งวน ซง่ึ กองทนุ อนรุ กั ษป์ กั ปา้ ยวา่ ควรพทิ กั ษ์ กองทนุ อนรุ กั ษเ์ อง ไดเ้ ปล่ยี นชื่อโครงการจาก “โครงการปลกู ตน้ ไม้ใชห้ น”้ี มาเปน็ “โครงการ
กเ็ กบ็ คา่ ธรรมเนยี มจากภาคธรุ กจิ และภาครฐั ในฐานะทป่ี รกึ ษาผู้ “ปลดลอ็ ก” ธนาคารตน้ ไม”้ เมื่อปลาย พ.ศ. 2549
มูลค่าท่ีฝังอยู่ในปัญหากรรมสิทธ์ิติดขัด ในขณะเดียวกันกองทุนก็ท�ำงาน
อยา่ งใกลช้ ดิ รว่ มกบั ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ทใ่ี ชช้ วี ติ กบั ธรรมชาติ อาทิ ชาวอนิ เดยี นแดง สฤณีอาชวานนั ทกุล 309
พ้ืนเมือง เช่น ช่วยปล่อยเงินกู้ดอกเบ้ียต�่ำ และช่วยสอนทักษะด้านการ
308
... ธนาคารตน้ ไมเ้ กดิ จากแนวคดิ ทว่ี า่ ตน้ ไมม้ มี ลู คา่ ธนาคารตน้ ไมจ้ ะประสบความส�ำเรจ็ สมดงั ความมงุ่ หวงั ไดห้ รอื ไม่ จงึ ไมข่ น้ึ
ต ร า บใ ด ที่ รั ฐ บ า ล มากมายมากกว่าเป็นไม้เศรษฐกิจ มูลค่าทาง อยู่กับพลังของภาคประชาชนเท่าไรนัก เพราะประชาชนได้มองเห็นมูลค่า
ไม่รับรองว่าต้นไม้ สง่ิ แวดลอ้ มของตน้ ไมน้ า่ จะสามารถทำ� ใหผ้ ปู้ ลกู นำ� ของตน้ ไม้ และผนกึ กำ� ลงั กนั แลว้ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง หากแตข่ นึ้ อยกู่ บั คำ� ถามวา่
เ ป ็ น ท รั พ ย ์ ที่ มี ค ่ า ตน้ ไมไ้ ปสะสม ออม หรอื ฝากไวก้ บั สถาบนั การเงนิ ภาครฐั จะมองเหน็ “มลู คา่ ” ของตน้ ไมแ้ บบทปี่ ระชาชนเจา้ ของตน้ ไมม้ องเหน็
ธนาคารต้นไม้ก็ไม่ แทนการออมด้วยเงิน รวมถึงใช้เป็นหลักทรัพย์ หรอื ไม่ และภาคธรุ กจิ ซง่ึ ตอนนยี้ งั แหก่ นั ท�ำโครงการปลกู ปา่ แสดง “CSR”
อาจบรรลเุ ปา้ ประสงค์ คำ้� ประกนั เงนิ กไู้ ด้ เปน็ วธิ สี รา้ งแรงจงู ใจใหค้ นอยาก หรือความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมกันอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะธนาคาร
ใหญไ่ ด้ ปลูกต้นไม้ในที่ดินของตัวเอง เพราะมองเห็นว่า พาณิชย์ต่างๆ จะสนใจมาจับมือร่วมกับธนาคารต้นไม้หรือไม่ เพ่ือน�ำ
ต้นไมม้ มี ูลคา่ ขณะยงั มชี วี ิต ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจและการเงินมาช่วย
... จวบจนวันนี้ธนาคารต้นไม้ได้ขยายเครือข่ายออก ผลักดันให้โครงการน้ีมีสถานะทางกฎหมาย และรับรองมูลค่าของต้นไม้
ไปทั่วประเทศ มีธนาคารสาขากว่า 3,000 แห่ง ในการใชห้ นไี้ ดจ้ รงิ โดยอาจหาวธิ รี วบรวมและเชอื่ มโยงเขา้ กบั โครงการตา่ งๆ
ทวั่ ประเทศสำ� นกั งานใหญต่ ง้ั อยทู่ ี่ต.หนองบอนแดง ที่มีกลไกตีมูลค่าของต้นไม้ออกมาเป็นมูลค่าทางการเงิน อาทิ โครงการ
อ.บ้านบึง จ.ชลบรุ ี สมาชกิ กว่า 3 แสนคน มตี น้ ไม้ REDD+ ขององค์การสหประชาชาติ และกลไกซื้อขายในตลาดคาร์บอน
รวมกันกว่า 10 ล้านต้น แต่ถึงแม้จะมีผู้ร่วม เครดติ
อดุ มการณม์ ากขน้ึ เรอื่ ยๆ และขยายสาขาไดอ้ ยา่ ง ความสำ� เรจ็ ของการอนุรักษส์ ง่ิ แวดล้อมในศตวรรษท่ี 21 ไม่อาจขน้ึ อย่กู ับ
ต่อเน่ือง เป้าหมายใหญ่ของธนาคารต้นไม้คือ ฝา่ ยหนง่ึ ฝา่ ยใดโดยล�ำพัง แต่ตอ้ งอาศัยความร่วมมอื จากทกุ ฝ่าย ไมว่ ่าจะ
การใช้ต้นไม้ช่วยปลดภาระหนี้สินของประชาชน เปน็ รฐั เอกชน NGO และประชาชน โดยหากลไกที่ใหท้ ุกฝ่ายไดป้ ระโยชน์
และใช้แทนหลักทรัพย์ในการท�ำธุรกรรมต่างๆ จากการอนรุ กั ษ์ รวมทงั้ ตอ้ งผลกั ดนั กฎหมายและกฎระเบยี บทเ่ี พม่ิ อ�ำนาจ
ก็ยังอยู่ในข้ันตอนการผลักดันให้ภาครัฐยอมรับ ให้กับประชาชน คุ้มครองกลไกของภาคประชาชนท่คี ิดคน้ กนั ขึ้นเอง ไม่วา่
ให้มีสถานะในทางกฎหมาย ตราบใดที่รัฐบาล จะเปน็ ภูมิปัญญาชาวบา้ น หรือนวตั กรรมท่มี มี ลู ค่าเชิงพาณิชยก์ ็ตาม
ไมร่ บั รองวา่ ตน้ ไมเ้ ปน็ ทรพั ยท์ ม่ี คี า่ ธนาคารตน้ ไม้ ดังท่ีกองทุนอนุรักษ์ของแพทริก นูนัน ได้แสดงให้เห็นอย่างสง่างาม และ
กไ็ ม่อาจบรรลุเปา้ ประสงค์ใหญไ่ ด้ ธนาคารต้นไม้ของไทยก็จะท�ำให้เห็นได้ ถ้าเพียงแต่ฝ่ายอื่นในสังคมจะ
เริ่มเปล่ียนวิธีคิด มองเห็นคุณค่าของการท�ำงาน “ร่วมกัน” มากกว่าการ
310 ทำ� อะไรๆ แบบ “ขา้ มาคนเดียว”
สฤณีอาชวานนั ทกลุ 311
11 ตง้ั แตก่ อ่ นศตวรรษที่ 21 จะเปดิ ฉากไมน่ าน วกิ ฤตสิ งิ่ แวดลอ้ มและทรพั ยากร
ธรรมชาตนิ านาชนดิ ไดพ้ สิ จู นใ์ หเ้ หน็ จนสน้ิ สงสยั แลว้ เวน้ แตใ่ นสายตาคนที่
ความส�ำคัญของการประเมินมูลค่า ยงั แกลง้ มองไมเ่ หน็ วา่ วถิ ที นุ นยิ มแบบอตุ สาหกรรมทเ่ี ปน็ กระแสหลกั ในโลก
“ความย่ังยนื ” ตั้งแตส่ ิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ัน อนั ตรายเกินกวา่ จะปล่อยให้ด�ำเนนิ
ต่อไปในแบบเดิมได้อีก เพราะเป็นวิถีท่ีโหมกระพือมหกรรมบริโภคนิยม
และถลงุ ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ปใช้ โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ สงั คมและ
สงิ่ แวดลอ้ ม
ค�ำถามที่ส�ำคัญท่ีสุดในยุคนี้จึงไม่ใช่ “เราจะหาวิธีเยียวยาอย่างไรโดยใช้
วิถีทางเดิม” เพราะผลกระทบน้ันรุนแรงจนเยียวยาอย่างเดียวไม่พอแล้ว
คำ� ถามทสี่ ำ� คญั ทส่ี ดุ คอื “รปู แบบองคป์ ระกอบและวถิ ี‘การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ’
ที่เป็น ‘อุตสาหกรรมยุคหลังอุตสาหกรรม (Post-Industrial Industry)
นน้ั เปน็ เช่นใด’” ต่างหาก
คำ� ตอบของคำ� ถามขอ้ นเ้ี รม่ิ ปรากฏเปน็ รปู ธรรมใหเ้ ราเหน็ อยา่ งชา้ ๆ แตท่ วา่
ชัดเจนขึ้นเร่ือยๆ ในงานของนักธุรกิจหัวก้าวหน้า นักธุรกิจเพ่ือสังคม นัก
สง่ิ แวดล้อมท่เี ขา้ ใจโลกธรุ กิจ และผูเ้ ชย่ี วชาญหลากหลายแขนง ทเ่ี ข้าใจวา่
“การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ” นน้ั หาใชแ่ ฟชน่ั ฉาบฉวยทจี่ ะเลอื นหายไปทนั ทที ม่ี ี
คำ� ใหมก่ ว่ามาแทนท่ี
สฤณีอาชวานันทกลุ 313
ผเู้ ช่ียวชาญคนหนง่ึ ท่กี �ำลัง “ถอดรหัส” การพฒั นาอย่างยงั่ ยนื อยา่ งเข้มขน้ ลดอตั ราการเกดิ ตำ� หนลิ งอยา่ งฮวบฮาบHydeToolsประเมนิ วา่ ยอดขาย
และนา่ ตดิ ตามอยา่ งยง่ิ คอื ครสิ คอรป์ ส์ (Chris Corps) จากแคนาดา อดตี ทเี่ พม่ิ ขน้ึ จากประสทิ ธภิ าพทสี่ งู ขน้ึ นม้ี มี ลู คา่ ถงึ 250,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ
ประธานกรรมการสถาบนั ผสู้ ำ� รวจรงั วดั (Royal Institution of Chartered ตอ่ ปี เทา่ กบั วา่ ระบบไฟใหมร่ าคา 98,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ นนั้ คมุ้ คา่ มาก
Surveyors : RICS) สถาบนั วิชาชพี ทีม่ สี มาชกิ นกั ประเมนิ มูลคา่ สนิ ทรัพย์ เพราะช่วยท้ังลดรายจ่ายและเพ่ิมรายได้
มากทส่ี ดุ ในโลก กว่า 120,000 คน จาก 146 ประเทศทวั่ โลก
คอรป์ สน์ ำ� ทมี ผบู้ กุ เบกิ วธิ กี ารประเมนิ มลู คา่ ของ “ความยง่ั ยนื ” ในโครงการ • ผลก�ำไรท่ีเพ่ิมขึ้นจากผลิตภาพของพนักงานท่ีสูงข้ึน ยกตัวอย่างเช่น
พฒั นาอสงั หารมิ ทรพั ยแ์ ละสาธารณปู โภคทสี่ รา้ งตามหลกั การพฒั นาอยา่ ง สำ� นกั งานไปรษณยี ใ์ นเมอื งรโี น มลรฐั เนวาดาของสหรฐั อเมรกิ า กลาย
ยั่งยืน (คือเป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม) ออกมาเป็นตัวเงิน เขาเป็น เปน็ สาขาไปรษณยี ท์ มี่ ผี ลติ ภาพสงู ทส่ี ดุ และมอี ตั ราความผดิ พลาดตำ่�
ผเู้ ชย่ี วชาญคนแรกๆ ทส่ี งั เกตเหน็ วา่ อาคารและโครงการทก่ี อ่ สรา้ งตามหลกั ที่สดุ ในซีกตะวันตกของประเทศ หลงั จากท่ตี ัดสนิ ใจลงทุน 300,000
ความยงั่ ยนื นน้ั ไมเ่ พยี งแตช่ ว่ ยประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยใหก้ บั เจา้ ของ (เชน่ ประหยดั เหรยี ญสหรฐั ฯอพั เกรดระบบพลงั งานและระบบไฟฟา้ ในตวั อาคารใหมห่ มด
คา่ ใชจ้ า่ ยพลงั งานจากการใชพ้ ลงั งานทดแทน และแบบอาคารทใ่ี ชพ้ ลงั งาน ผู้จัดการไปรษณีย์สาขาน้ันพบว่า การท่ีพนักงานได้ท�ำงานในพื้นที่ที่
อย่างมีประสิทธิภาพ หรือประหยัดต้นทุนก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายด้านการ สวา่ งกวา่ เดมิ และเงยี บกวา่ เดมิ มสี ว่ นชว่ ยใหพ้ วกเขาทำ� งานไดด้ ขี น้ึ และ
บำ� รงุ รกั ษาจากการใชว้ สั ดกุ อ่ สรา้ งนอ้ ยกวา่ ปกต)ิ แตห่ ลายกรณยี งั สามารถ เสรจ็ เร็วกวา่ เดิม ไปรษณยี ์ประเมินวา่ ประหยัดค่าใชจ้ า่ ยด้านพลงั งาน
สรา้ ง “มลู ค่าเพม่ิ ” ใหก้ บั เจา้ ของหรอื ผู้อย่อู าศัยได้ดว้ ย ยกตัวอย่างเชน่ และการบ�ำรุงรักษาได้ 50,000 เหรียญสหรัฐฯ ตอ่ ปี แต่ผลิตภาพของ
• คา่ รกั ษาพยาบาล (โรคภมู แิ พ้ ฯลฯ) ทผ่ี อู้ ยอู่ าศยั ในอาคารประหยดั ได้ พนกั งานทเี่ พม่ิ ขนึ้ นนั้ มมี ลู คา่ ถงึ 400,000-500,000เหรยี ญสหรฐั ฯตอ่ ปี
เทา่ กับว่าการลงทนุ ครง้ั นีค้ มุ้ ทนุ ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี
หลงั จากทเี่ จา้ ของโครงการลงทนุ ตดิ ตงั้ ระบบฟอกอากาศและเครอ่ื งทำ�
ความช้นื รายงานช้ินเอกของคอร์ปส์เรื่อง Green Value ...
• ยอดขายสนิ คา้ ของบรษิ ทั ผอู้ ยอู่ าศยั ทเี่ พมิ่ ขนึ้ จากประสทิ ธภิ าพทส่ี งู ขนึ้ (มลู คา่ สเี ขยี ว) ตพี มิ พใ์ น พ.ศ. 2548 ซง่ึ เปน็ ผลจาก “อาคารสีเขียวแพง
ตัวอยา่ งทโ่ี ดดเด่นเชน่ บริษทั Hyde Tools ผผู้ ลิตใบมดี อตุ สาหกรรม การศกึ ษาโครงการ18แหง่ ในสหรฐั อเมรกิ าองั กฤษ กว่าอาคารปกติ”
ในสหรัฐอเมรกิ า ตัดสินใจใช้เงิน 98,000 เหรียญสหรัฐฯ เพ่ืออพั เกรด และแคนาดา ทก่ี อ่ สรา้ งตามหลกั ความยงั่ ยนื เปน็ น้ันไม่เป็นความจริง
ระบบไฟในอาคารสำ� นกั งานใหญ่ เปลยี่ นจากหลอดนอี อนเปน็ หลอดไฟ รายงานวจิ ยั ฉบับแรกท่ยี ืนยนั ว่า ความยง่ั ยืนนนั้ มี เพราะมัน “ถูกกว่า”
แสงจนั ทรก์ ับหลอดเมทัลฮาไลด์ นอกจากบริษัทจะประหยัดค่าไฟได้ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ และมลู คา่ นนั้ หลายกรณกี เ็ ปน็ ถ้ารวมมูลค่าของ
48,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ ตอ่ ปแี ลว้ ระบบไฟใหมย่ งั ชว่ ยใหค้ นงานมองเหน็ สง่ิ ทปี่ ระเมนิ เปน็ ตวั เงนิ ได้ รายงาน Green Value ประโยชน์ตา่ งๆ จาก
อนภุ าคทเี่ คยเปน็ ตน้ เหตขุ องต�ำหนใิ นใบมดี ของบรษิ ทั ท�ำใหส้ ามารถ หกั ลา้ งมายาคติที่สืบทอดมาอยา่ งยาวนาน 2 ขอ้ คุ ณ ส ม บั ติ ที่ เ ส ริ ม
ด้วยกนั ข้อแรก ความเชื่อท่ีว่า “อาคารสีเขยี วแพง สรา้ งความยง่ั ยนื เขา้
314 กว่าอาคารปกติ” นัน้ ไม่เป็นความจริง เพราะมนั ไปในการประเมิน
...
สฤณีอาชวานนั ทกลุ 315
“ถกู กวา่ ” ถา้ รวมมลู คา่ ของประโยชนต์ า่ งๆ จากคณุ สมบตั ทิ เี่ สรมิ สรา้ งความ คอรป์ สบ์ อกวา่ ถงึ เวลาแลว้ ทที่ กุ คนทเ่ี ชอื่ มน่ั ในการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื /โครงการ
ยงั่ ยนื เขา้ ไปในการประเมนิ (อยา่ งเชน่ ผลติ ภาพของพนกั งานทเี่ พมิ่ ขน้ึ หรอื สเี ขยี ว จะเลกิ พดู ถงึ “ตน้ ทนุ ” หรอื “คา่ ใชจ้ า่ ย” ทล่ี กู คา้ “ประหยดั ได”้ หนั มา
คา่ รกั ษาพยาบาลที่ประหยัดไดใ้ นตวั อยา่ งขา้ งตน้ ) เน้น “มูลค่าเพิม่ ” ของความย่งั ยนื เขาสรุปว่ามลู ค่าของโครงการสีเขียวนัน้
ข้อ 2 ความเชื่อท่ีว่ามูลค่าตลาดของโครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่สัมพันธ์ แบง่ ไดเ้ ป็น 11 ประเภท ได้แก่
อะไรเลยกับความเป็นมิตรกบั สิง่ แวดล้อมนน้ั ไมเ่ ปน็ ความจรงิ ย่ิงโครงการ 1. ต้นทนุ การดแู ลรักษา/บริหารจัดการทต่ี ่ำ� กว่าปกติ
“เขยี ว” เทา่ ไร มลู คา่ ตลาดของโครงการกย็ ง่ิ สงู ขน้ึ เปน็ เงาตามตวั ขณะทผ่ี เู้ ชา่ 2. ค่าใช้จ่ายดา้ นพลงั งานและทรัพยากรอ่ืนทป่ี ระหยดั ได้
ผบู้ รโิ ภค นกั พฒั นาอสงั หารมิ ทรพั ย์ และผเู้ ชย่ี วชาญ “มองเหน็ ” มลู คา่ ของ 3. แรงจูงใจจากภาครัฐ เชน่ เงนิ ให้เปลา่ สิทธิประโยชนท์ างภาษี ฯลฯ
ความยั่งยืนและตคี า่ มันได้ช�ำนาญขึ้นเรื่อยๆ 4. ดงึ ดดู ผอู้ ยอู่ าศยั ไดเ้ รว็ กวา่ ปกติ (เจา้ ของอาคารมรี ายไดค้ า่ เชา่ เรว็ ขน้ึ )
ประเดน็ ทค่ี อรป์ สย์ ำ�้ แลว้ ยำ้� อกี ในงานของเขาคอื มลู คา่ ของอาคารทยี่ งั่ ยนื นน้ั 5. คิดคา่ เชา่ ได้แพงกว่าปกต/ิ ขายได้ราคาดีกว่าปกติ
ไมไ่ ดม้ แี ตค่ า่ ใชจ้ า่ ยทปี่ ระหยดั ไดด้ งั ทคี่ นสว่ นใหญเ่ ชอื่ แตย่ งั มมี ลู คา่ เชงิ บวก 6. อตั ราการย้ายออกหรือหอ้ งว่างต�่ำกวา่ ปกติ
มากมายทม่ี กั จะมมี ลู คา่ สงู กวา่ คา่ ใชจ้ า่ ยทปี่ ระหยดั ได้ (แปลวา่ เปน็ โครงการ 7. ลดตน้ ทุนในการตกแตง่ ภายนอก
ท่ี “น่าลงทนุ ” กวา่ ที่เจ้าของโครงการคิด) 8. ลดต้นทุนในการสบั เปลย่ี นผ้เู ชา่ ภายใน (เช่น ยา้ ยจากช้ัน 2 ไปอยู่
การประเมินและรวมมูลค่าเชิงบวกของความย่ังยืนเข้าไปในการประเมิน
โครงการเปน็ เรื่องส�ำคญั ย่งิ เพราะมนั อาจหมายถึงความแตกต่างระหวา่ ง ช้นั 5)
การตัดสินใจว่าจะท�ำโครงการหรือไม่ท�ำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้บริหารของ 9. ผลติ ภาพของผู้อยอู่ าศัยท่สี ูงขน้ึ
Hyde Tools มองไม่เห็นมลู ค่าเพม่ิ จากประสิทธภิ าพทสี่ งู ขนึ้ มองเหน็ แต่ 10. กระบวนการมีส่วนร่วมของสาธารณะท่ีรวดเร็วและดีกว่าเดิม (เช่น
คา่ ใชจ้ า่ ยพลงั งานทป่ี ระหยดั ได้ และวางนโยบายไวว้ า่ การลงทนุ ใดๆ กต็ าม
จะท�ำกต็ ่อเมอื่ คมุ้ ทุนภายใน 1 ปี กอ็ าจสรุปวา่ การลงทนุ 98,000 เหรยี ญ คนในชมุ ชนใกล้เคียงไมป่ ระท้วง)
สหรัฐฯ เพื่อเปลี่ยนสำ� นักงานใหญ่ให้ย่ังยืนนั้น “ไม่คุ้ม” เพราะค่าใช้จ่าย 11. ความเสีย่ งทีน่ ้อยกวา่ ปกติ และนา่ ดึงดูดเวลาน�ำไปขาย
พลงั งาน 48,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ ตอ่ ปที ปี่ ระหยดั ไดน้ น้ั ตอ้ งใชเ้ วลามากกวา่ คอร์ปส์เช่ือว่าการประเมินมูลค่าความยั่งยืน หรือท่ีเขาเรียกว่า “Green
2 ปี (98,000 / 48,000) ถึงจะคุ้มทนุ ซึง่ เกินกำ� หนด 1 ปีทรี่ ะบใุ นนโยบาย Valuation” นนั้ เปน็ เครอ่ื งมอื ทท่ี รงพลงั ทสี่ ดุ ในการเปลยี่ นผา่ นไปสสู่ งั คม
แต่ถ้าผบู้ ริหารเล็งเห็นว่าการอพั เกรดน่าจะชว่ ยปรบั ปรุงประสิทธิภาพ และ เศรษฐกจิ โฉมใหม่ ตราบใดทกี่ ารกอ่ สรา้ งยงั ใชเ้ งนิ และตราบใดทน่ี กั ลงทนุ
ประเมนิ มลู คา่ เพมิ่ จากเรอ่ื งนไ้ี ดท้ ี่ 250,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ กจ็ ะอนมุ ตั ใิ หท้ ำ� และผู้ถือหุ้นยังอาศัยการประเมินผลตอบแทนทางการเงินเป็นหลักในการ
โครงการทนั ที เพราะโครงการนจี้ ะถงึ จดุ คมุ้ ทนุ ภายใน 98,000 / (48,000 + ตัดสินใจ แนวทางของเขาก็สมควรได้รับการลงมือต่อยอด และขยายผล
250,000) = 0.33 หรอื ประมาณ 4 เดือนเท่านนั้ เอง ในวงกวา้ งทสี่ ุดเทา่ ที่จะเปน็ ไปได้
316 สฤณีอาชวานันทกลุ 317
12
การคดิ ลดกับความไมแ่ น่นอน
ทกุ วนั นเี้ ราไดย้ นิ หนาหขู น้ึ เรอ่ื ยๆ วา่ การเปลย่ี นผา่ นไปสยู่ คุ แหง่ ความยงั่ ยนื
จะตอ้ งอาศัย 1. นวตั กรรมใหมๆ่ ท่ใี ส่ใจสิง่ แวดล้อม 2. การย้ายออกจาก
เศรษฐกิจเน้นวตั ถุไปส่เู ศรษฐกจิ เนน้ ขอ้ มลู และบริการมากขน้ึ เพื่อลดการ
ตกั ตวงธรรมชาติและปรมิ าณขยะ ตลอดจน 3. การเปล่ยี นพฤตกิ รรมของ
ผบู้ รโิ ภค เพราะตอ่ ใหผ้ ผู้ ลติ ผลติ สนิ คา้ ทเ่ี ปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ มมากกวา่ เดมิ
ออกมามากเพียงใด ถ้าผู้บริโภคไม่เลิกบ้าบริโภค สุดท้ายผลกระทบต่อ
ธรรมชาตกิ ็อาจไมด่ ีขน้ึ
ตัวอย่างง่ายๆ คือ ซื้อหลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงานมา แต่เปิดไฟสว่างโร่
ท้ังบ้านนานกว่าเดิม เพราะคิดว่าหลอดช่วยเราประหยัดไฟแล้ว สุดท้าย
กลายเปน็ วา่ ใชไ้ ฟฟ้าเปลอื งกว่าเดิม
ข้ันตอนส�ำคัญท่ีจ�ำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบเศรษฐกิจที่ย่ังยืน
คือการคำ� นึงถงึ หลักการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื โดยเฉพาะ “หลกั ความรอบคอบ”
(ไมด่ ำ� เนนิ กจิ กรรม ถา้ มคี วามเสย่ี งวา่ จะสง่ ผลเสยี ตอ่ มนษุ ยแ์ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ถึงแม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์แน่ชัดทางวิทยาศาสตร์) ในการตัดสินใจว่า ควร
กอ่ สรา้ งโครงการทมี่ ผี ลกระทบอยา่ งมหนั ตต์ อ่ สงิ่ แวดลอ้ มหรอื ไม่ และถา้ ควร
จะมีวิธีบรรเทาหรอื ก�ำจดั ผลกระทบอย่างไร
สฤณีอาชวานนั ทกลุ 319
เครื่องมือหลักท่ีนักเศรษฐศาสตร์และท่ีปรึกษาทางการเงินใช้กันมานาน 1,000 บาทปลายปหี นา้ กจ็ ะมคี า่ เทา่ กบั เพยี ง 1000 / (1 + 20%) = 833 บาท
หลายสบิ ปี ในการวเิ คราะหว์ า่ โครงการตา่ งๆ “คมุ้ คา่ ” ทจี่ ะลงทนุ ทำ� หรอื ไม่ ในวนั น้ี (คือถ้าเราเอาเงนิ 833 บาทวนั นไ้ี ปเลน่ หนุ้ ปหี น้าเราจะได้ 1,000
คอื วธิ ที เ่ี รยี กวา่ การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บตน้ ทนุ กบั ประโยชน์ (Cost-benefit บาท) แตถ่ า้ วธิ ลี งทนุ ปกตขิ องเราคอื การฝากธนาคาร ไดด้ อกเบยี้ รอ้ ยละ 2
Analysis) ซ่ึงค�ำนวณเปรียบเทียบต้นทุนของการด�ำเนินโครงการ กับ เงิน 1,000 บาทปลายปีหน้าก็จะมีค่าเท่ากบั 1000 / (1 + 2%) = 980 บาท
ประโยชนจ์ ากโครงการทคี่ าดวา่ จะเกดิ ในอนาคต โดยมากใชก้ รอบระยะเวลา การคดิ ลดใชก้ บั ตน้ ทนุ หรอื ผลกระทบทเ่ี กดิ ในอนาคตไดเ้ ชน่ กนั เชน่ ความ
20-30 ปี (คอื “อายขุ ยั ” ของโครงการ กอ่ นทม่ี นั จะเสอื่ มสภาพสนิ้ ประโยชน)์ เสียหายมูลค่า 1,000 บาทท่ีคาดว่าจะเกิดปลายปีหน้า มีมูลค่าปัจจุบัน
การค�ำนึงถึงความยั่งยืนท�ำให้วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนกับประโยชน์ เทา่ กับ 833 บาท ถ้าใชอ้ ตั ราคดิ ลดร้อยละ 20
มีอุปสรรคกีดขวางความยั่งยืน 3 ประการทันที ได้แก่ 1. การ “คิดลด พูดง่ายๆ คือ ย่ิงอัตราคิดลดสูง และ/หรือต้นทุนหรือประโยชน์ยิ่งเกิดไกล
(Discount)” ผลของการตัดสินใจในวันนี้ที่เกิดขึ้นในอนาคต 2. ความ ออกไปในอนาคต มันยิง่ มีมูลคา่ ปจั จบุ นั ตำ่�
ไม่ชัดเจนวา่ จะรับมอื กบั ความไม่แน่นอนอย่างไร และ 3. การไม่ไดบ้ ันทกึ วิธีวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนกับประโยชน์ท�ำนองนี้ขัดแย้งกับหลักความ
บริการของธรรมชาตเิ ปน็ “ตน้ ทนุ ” ในการด�ำเนินโครงการอยา่ งเพียงพอ ยง่ั ยนื โดยตรงเนอื่ งจากการ“คดิ ลด”เทา่ กบั วา่ เราให้“นำ้� หนกั ”กบั คนรนุ่ หลงั
ในบรรดาอุปสรรคทง้ั 3 ขอ้ การ “คิดลด (Discount)” อาจเปน็ อปุ สรรคที่ น้อยกว่าคนรุ่นเรา เช่น ถ้าหากโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมสร้างประโยชน์
ใหญท่ สี่ ดุ ของการวเิ คราะหเ์ พอ่ื ความยงั่ ยนื เนอ่ื งจากมนั อาจขดั แยง้ กบั หลกั 1 บาท ต่อเงินลงทุน 20 สตางค์ ในอกี 40 ปีข้างหน้า และสมมติว่ามลู คา่
ความยง่ั ยืนตงั้ แต่ฐานคดิ เลยทีเดียว ปจั จุบันของประโยชน์ 1 บาทน้นั คือ 10 สตางค์ กเ็ ทา่ กับวา่ เราให้น�้ำหนกั
ในการวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บตน้ ทนุ กบั ประโยชนท์ ใี่ ชก้ นั ทว่ั ไป เราจะ “คดิ ลด” คนทจี่ ะเกิดมาในอีก 40 ปขี ้างหนา้ เพยี งร้อยละ 10 (1 / 10) ของคนร่นุ เรา
ผลตอบแทนหรอื ประโยชนท์ เ่ี กดิ ขนึ้ ในอนาคต เพอ่ื คำ� นวณหามลู คา่ ปจั จบุ นั ทง้ั ท่เี รากำ� ลงั กอ่ ภาระให้กับคนรนุ่ หลัง และประโยชนท์ ่ีเกดิ ขนึ้ ในอกี 40 ปี
เน่ืองจากเงินหรือประโยชน์ท่ีเกิดในอนาคตย่อมมีค่าในมุมมองของเรา ขา้ งหนา้ อาจมมี ลู คา่ มหาศาลสำ� หรบั คนรนุ่ นน้ั แมจ้ ะมมี ลู คา่ นอ้ ยมากสำ� หรบั
นอ้ ยกวา่ เงินหรอื ประโยชนใ์ นปจั จบุ นั เชน่ เงนิ 1,000 บาท ท่จี ะไดป้ ลาย คนร่นุ เราก็ตาม
ปหี นา้ ย่อมมีค่านอ้ ยกว่าเงิน 1,000 บาทในกระเปา๋ เราวนั น้ี ตวั อยา่ งงา่ ยๆ เชน่ การปลกู ปา่ ซง่ึ ตอ้ งใชเ้ วลานานหลายปกี วา่ จะอดุ มสมบรู ณ์
เพ่ือหาวา่ เงิน 1,000 บาท มี “มูลคา่ ปัจจบุ นั (Present Value)” เท่าไร แตค่ งไมม่ ใี ครอยากพดู วา่ เราไมค่ วรปลกู ปา่ เพราะมนั มมี ลู คา่ ปจั จบุ นั นอ้ ย
เราจะใช้ “อตั ราคดิ ลด (Discount Rate)” หารมนั กลับมา ซึ่งอัตราตัวน้ี มากสำ� หรบั คนปลูก
จะเปน็ เทา่ ไรกข็ นึ้ อยกู่ บั ผลตอบแทนทเี่ ราทำ� ได้ ยกตวั อยา่ งเชน่ ถา้ วธิ ลี งทนุ
ปกติของเราคือเลน่ หนุ้ และไดก้ ำ� ไรเฉลย่ี รอ้ ยละ 20 จากการเลน่ หนุ้ เงิน สฤณีอาชวานันทกุล 321
320
การหา “อตั ราคดิ ลดทางสังคม (Social Discount Rate)” มาใชใ้ นการ ปญั หาเรอ่ื งอตั ราคดิ ลดนนั้ เปน็ “ปญั หาโลกแตก” ...
วิเคราะห์โครงการท่ีมีประโยชน์ทางสังคม เป็นหัวข้อท่ีนักวิทยาศาสตร์ ในแง่ที่สุดท้ายมันไม่ใช่ประเด็นทางวิทยาศาสตร์ อตั ราคดิ ลดที่“เหมาะ
นักเศรษฐศาสตร์ และนักอ่ืนๆ ถกเถียงกันอย่างร้อนแรงตลอดมาโดย แต่เป็นประเด็นทางศีลธรรม ไม่มีใครสามารถ สม” จึงข้ึนอยู่กับ
ไร้ซึ่งข้อสรุป เพราะถึงที่สุดแล้วมันเป็นการตัดสินใจทางศีลธรรม ไม่ใช่ “พสิ จู น”์ ไดว้ า่ อตั ราคดิ ลดท่ี “ถกู ตอ้ ง” ควรเทา่ กบั วิ จ า ร ณ ญ า ณ แ ล ะ
เศรษฐศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ นักคิดหลายคนเสนอว่าการให้น�้ำหนัก เทา่ ไรในแตล่ ะกรณีเนอ่ื งจากเรากำ� ลงั พดู ถงึ อนาคต ทศั นคตขิ องผปู้ ระเมนิ
คนรุ่นหลังไม่เท่ากับคนรุ่นปัจจุบันนั้น “ไม่มีวันมีเหตุมีผลทางศีลธรรม” ท่ีไม่แน่นอน ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรข้ึน ว่าจะอนุรักษ์นิยม
แตอ่ กี หลายคนกแ็ ยง้ วา่ การใหน้ ำ้� หนกั คนทกุ รนุ่ เทา่ กนั ไมม่ เี หตมุ ผี ลยงิ่ กวา่ ประโยชน์หรือความเสียหายที่จะเกิดข้ึนจริงๆ ใน เพยี งใด จะใช้ “หลกั
เพราะในความเปน็ จรงิ คนทกุ รนุ่ ยอ่ มเลอื กปจั จบุ นั มากกวา่ อนาคต และคน อนาคตเทา่ กบั เทา่ ไร ดงั นนั้ อตั ราคดิ ลดท่ี “เหมาะ ความรอบคอบ (Pre-
รนุ่ หลงั ยอ่ มรวยกวา่ และมศี กั ยภาพในการคิดคน้ นวัตกรรมและแก้ปญั หา สม” จึงข้ึนอยู่กับวิจารณญาณและทัศนคติของ cautionary Prin-
มากกวา่ คนรนุ่ เรา ผปู้ ระเมนิ ว่าจะอนุรกั ษ์นิยมเพยี งใด จะใช้ “หลกั ciple) ของหลกั การ
การถกเถียงเรื่องวิธีรับมือกับปัญหาส่ิงแวดล้อมบ่อยคร้ังคือการถกเถียงว่า ความรอบคอบ (Precautionary Principle)” ของ พัฒนาที่ย่ังยืนอย่าง
เราควรใช้อัตราคิดลดเท่าไร เพราะอะไร กรณีที่โด่งดังมากคร้ังหน่ึงคือ หลักการพฒั นาทย่ี ั่งยนื อยา่ งเคร่งครดั หรอื ไม่ เคร่งครดั หรอื ไม่
ขอ้ ถกเถียงเกย่ี วกับ “รายงานสเตริ ์น (Stern Review)” รายงานชนิ้ ส�ำคัญ ประเด็นการคิดลดส�ำคัญอย่างย่ิงต่อการด�ำเนิน
ว่าดว้ ยภาวะโลกร้อน พ.ศ. 2549 คณะผจู้ ัดท�ำรายงานฉบับนี้ใหเ้ หตผุ ลวา่ โครงการ นโยบาย และมาตรการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ...
เหตุผลเดียวทีเ่ ราควรคิดลดอนาคตคอื คนรนุ่ หลังมคี วามเสีย่ งทจี่ ะไมเ่ กิด หรือมีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม การคิดลดแบบ
มาดว้ ยซำ�้ ถา้ หากเกดิ หายนะจากโลกรอ้ นถงึ ขนาดทมี่ นษุ ยส์ ญู พนั ธ์ุ ฉะนนั้ มาตรฐานโดยไม่ค�ำนึงถึงความย่ังยืนอาจให้
ในเมอื่ ความเปน็ ไปไดข้ องหายนะระดบั นยี้ งั ตำ�่ มาก กห็ มายความวา่ อตั รา ข้อสรุปว่า นโยบายท่ีท�ำให้คนบริโภคได้มากข้ึน
คดิ ลดควรจะใกลเ้ คยี งเลขศนู ย์ โดยนยั เทา่ กบั วา่ รายงานสเตริ น์ ใหน้ ำ�้ หนกั ในระยะสั้น แต่ท�ำลายสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
กบั คนทกุ รนุ่ ใกลเ้ คยี งกนั และใชอ้ ตั ราคดิ ลดรอ้ ยละ 0.01 ตอ่ ปี (เทา่ กบั ความ จนคนรุ่นหลังเดือดร้อนนั้นเป็น “นโยบายที่ดี”
เป็นไปได้ที่มนษุ ย์จะสูญพันธ)์ุ เพราะมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (ประโยชน์หักต้นทุน)
ในขณะเดยี วกนั ผไู้ มเ่ หน็ ดว้ ยกบั รายงานสเตริ น์ บางคน อาทิ วลิ เลยี ม นอรด์ - เปน็ บวก และดงั นนั้ จงึ สมควรทำ� เพยี งเพราะความ
เฮาส์ (William Nordhaus) นักวิทยาศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพ เสียหายต่อสิ่งแวดล้อมท่ีจะเกิดในอนาคตนั้นอยู่
ภูมิอากาศช่อื ดงั ใช้อตั ราคดิ ลดรอ้ ยละ 3 ค่อยๆ ลดลงจนเหลอื รอ้ ยละ 1 หา่ งไกลเสียจนมันมมี ลู ค่าปจั จบุ นั น้อยมาก นอ้ ย
สำ� หรบั 300 ปขี า้ งหนา้ เขาพบวา่ มาตรการทจ่ี ำ� เปน็ อยา่ งเชน่ ภาษคี ารบ์ อนนน้ั กวา่ ประโยชนจ์ ากการบรโิ ภคในระยะสน้ั หลายเทา่
แมจ้ ะยงั จำ� เปน็ อยู่ มันก็จ�ำเป็นต้องเกบ็ ในระดบั ตำ�่ กวา่ ขอ้ เสนอในรายงาน
สเติรน์ มาก สฤณีอาชวานันทกุล 323
322
แนน่ อนวา่ ยงิ่ ใชอ้ ตั ราคดิ ลดสงู ชอ่ งวา่ งระหวา่ งประโยชนก์ บั ตน้ ทนุ จะยง่ิ หา่ ง เม่ือค�ำนวณเปรียบเทียบกับต้นทุนการก่อสร้างแล้วปรากฏว่าสูงกว่า แต่
นโยบายนั้นย่ิง “น่าทำ� ” กว่าเดิม ไม่ค�ำนวณความเสียหายจากการสูญเสียผืนป่าท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ไป
การถกเถียงอภิปรายเรื่องอัตราคิดลด โดยเฉพาะการถามหาเหตุผลว่า ซ่ึงถ้าค�ำนวณและน�ำเข้าไปรวมในการวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนกับ
ผวู้ เิ คราะหเ์ ลอื กใชต้ วั เลขตวั ใดเพราะอะไร จงึ เปน็ หวั ใจทข่ี าดไมไ่ ดข้ องการ ประโยชนจ์ รงิ ๆ อาจมมี ลู คา่ สงู กวา่ ประโยชนจ์ นทำ� ใหโ้ ครงการ “ไดไ้ มค่ มุ้ เสยี ”
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ความเหมาะสม และความมเี หตมุ ผี ลของโครงการ ก็เป็นได้
นโยบาย และมาตรการต่างๆ อยา่ งไรกต็ าม อปุ สรรคขอ้ นกี้ ก็ ำ� ลงั ไดร้ บั การบรรเทาขนึ้ เรอื่ ยๆ อยา่ งไมห่ ยดุ
อปุ สรรคประการที่ 2 ของการใชว้ ธิ วี เิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บตน้ ทนุ กบั ประโยชน์ ยงั้ ในงานของนกั เศรษฐศาสตรส์ ง่ิ แวดลอ้ ม นกั บญั ชี และบรษิ ทั ขนาดใหญ่
กับเร่ืองความยั่งยืนคือ ความไม่ชัดเจนว่าจะรับมือกับความไม่แน่นอน จำ� นวนไมน่ อ้ ย ทม่ี องเหน็ แลว้ วา่ ธรรมชาตสิ ำ� คญั อยา่ งไรในการดำ� เนนิ ธรุ กจิ
ในอนาคตอยา่ งไร หลายคนใชว้ ธิ เี พม่ิ อตั ราคดิ ลดเพอื่ ใส่ “ความเสย่ี ง” เขา้ ไป และก�ำลังบุกเบิกวิธีใหม่ๆ ในการบันทึกและรายงาน “บัญชีกำ� ไรขาดทุน
แต่ผู้เช่ียวชาญเร่ืองการวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนกับประโยชน์ส่วนใหญ่ ดา้ นส่ิงแวดล้อม” ของบริษทั
ไมเ่ หน็ ดว้ ย โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ ถา้ ทำ� อยา่ งนน้ั จะทำ� ใหเ้ ราสบั สนระหวา่ งทศั นคติ
ต่อเวลา กับทศั นคติตอ่ ความเส่ยี ง สฤณีอาชวานนั ทกุล 325
จนถงึ ปจั จุบนั เรากย็ ังไมม่ ีทางเลอื กดๆี ทไ่ี ด้รบั การยอมรับอย่างแพร่หลาย
ว่า จะสะท้อนความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการวิเคราะห์อย่างไร
นกั วเิ คราะหห์ ลายคนลงเอยดว้ ยการใชว้ ธิ สี รา้ งแบบจ�ำลองหลายกรณขี นึ้ มา
รวมถึงกรณีทเ่ี ลวร้ายทส่ี ุด (Worst Case Scenario) และเสนอมาตรการ
บรรเทาหรอื จดั การกับความเสย่ี งที่จะเกดิ กรณีน้นั ๆ ไปทลี ะข้อ
อปุ สรรคประการที่ 3 ในการใชว้ ธิ ีวเิ คราะหเ์ ปรียบเทยี บตน้ ทนุ กับประโยชน์
เม่ือมองจากกรอบความยั่งยืนคือ การที่เรายังไม่บันทึกผลกระทบต่อ
ส่ิงแวดล้อมจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์เป็น “ต้นทุน” ในการดำ� เนิน
โครงการหรือนโยบายอย่างเพียงพอ ท�ำให้การตัดสินใจไม่สมบูรณ์หรือ
อาจผดิ พลาดอยา่ งมหันต์ ยกตวั อยา่ งเช่น ตดั สินใจถางปา่ เพอ่ื สรา้ งเขอื่ น
ขนาดใหญ่ เพราะประโยชน์จากการมีแหล่งน�้ำส�ำหรับการท�ำการเกษตร
324
13
บัญชสี ิ่งแวดล้อมของบริษัทพูมา
การเปล่ียนผ่านไปสู่ระบอบเศรษฐกิจท่ียั่งยืนในวงกว้าง จะต้องอาศัยการ
เปลยี่ นแปลงตง้ั แตว่ ธิ คี ดิ วธิ ที ำ� และวธิ ตี ดิ ตามผล และในเมอื่ ภาคธรุ กจิ ตอ้ ง
เป็นผู้น�ำการเปล่ียนแปลงเน่ืองจากส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศมากที่สุด
เครอ่ื งมอื หนง่ึ ทข่ี าดไมไ่ ดค้ อื การวเิ คราะหผ์ ลกระทบของธรุ กจิ ตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม
อันนับเป็นก้าวแรกๆ ของการแก้ไขปัญหาและเปล่ียนแปลงกระบวนการ
ท�ำธุรกจิ อยา่ งจรงิ จัง เพราะ “อะไรทวี่ ัดไม่ได้ย่อมจัดการไมไ่ ด้” ในคตพิ จน์
การบริหารจดั การ
ต้ังแต่ขบวนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสมัยใหม่ ...
ถอื กำ� เนดิ ราวทศวรรษ 1960 ศาสตร์ “การจดั การ “ อ ะ ไ ร ท่ี วั ด ไ ม ่ ไ ด ้
สง่ิ แวดลอ้ ม (Environmental Management)” ยอ่ มจัดการไม่ได”้
ก็ได้รับความนิยมมากข้ึนอย่างต่อเน่ืองในโลก
ธุรกิจ แต่ผู้วจิ ารณห์ ลายคนมองว่าศาสตร์น้มี งุ่ หา ...
วิธี “จัดการ” กบั สงิ่ แวดลอ้ มเพอ่ื สร้างกำ� ไรสูงสุด
มากกวา่ จะ “จดั การ” กบั กระบวนการผลติ ภายใน
บริษัทเองให้เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมมากท่ีสุด
ดังน้ันบริษัทท่ีได้ช่ือว่ามีการจัดการส่ิงแวดล้อม
“ดี” จึงอาจไม่ใช่บริษัทท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม
ทสี่ ุดก็ได้
สฤณีอาชวานันทกลุ 327
... เมื่อโลกเริ่มคุ้นเคยกับแนวคิด “ความย่งั ยืน” ใน ตวั เลข 145 ลา้ นยโู รนี้ แบง่ เปน็ ผลกระทบจากการ ...
ปลาย พ.ศ. 2554 ศตวรรษที่ 21 นกั ธุรกจิ นักบญั ชี และนกั เศรษฐ- ปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกและการใช้น้ำ� 94 ลา้ นยโู ร ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวด-
บริษัทพูมา ผู้ผลิต ศาสตร์จำ� นวนมาก เริม่ มองเหน็ วา่ ผลกระทบของ ทีเ่ หลอื อีก 51 ลา้ นยูโร คอื มูลคา่ ผลกระทบจาก ลอ้ มสงู สดุ มกั จะเกดิ
อปุ กรณก์ ฬี ารายใหญ่ ธุรกิจต่อระบบนิเวศเป็นเรื่องท่ีซับซ้อน มีหลาย การใชท้ ีด่ นิ ผลกระทบจากมลพษิ ทางอากาศและ จากกิจกรรมที่อยู่
ของโลกจากเยอรมนี ปจั จยั หลายวงจรสะทอ้ นกลบั (Feedback Loops) ของเสียตลอดหว่ งโซ่อปุ ทาน ใกลช้ ดิ กบั ระบบนเิ วศ
กลายเปน็ บรษิ ทั ขา้ ม และมักจะต้องใช้เวลานานกว่าจะสังเกตเห็นหรือ ขอ้ คน้ พบทนี่ า่ สนใจคอื ในจ�ำนวนนมี้ เี พยี ง 8 ลา้ น และตกั ตวงทรพั ยากร
ชาตแิ หง่ แรกของโลก บันทึกข้อมูลได้ ด้วยเหตุนี้การวัดผลกระทบต่อ ยโู รเท่านนั้ ท่ีเกดิ จากกิจกรรมธุรกิจหลกั ของพมู า ธรรมชาตมิ ากทีส่ ดุ
ทจี่ ดั ทำ� “บญั ชีกำ� ไร สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งครอบคลมุ และละเอยี ดถถ่ี ว้ นจงึ เช่น ส�ำนักงาน โกดังสินค้า ร้านค้าปลีก และ
ข า ด ทุ น ด ้ า น สิ่ ง เปน็ เรอ่ื งยากทต่ี อ้ งใชเ้ วลาและใหเ้ วลา และส�ำหรบั โลจสิ ตกิ ส์ แตผ่ ลกระทบสว่ นใหญค่ อื 137 ลา้ นยโู ร ...
แวดลอ้ ม (Environ- บริษัทขนาดใหญ่ท่ีมีคู่ค้า (Supplier) มากมาย หรือร้อยละ 94 ของทั้งหมด เกิดจากกิจกรรม
mental Profit and หลายพันแห่ง การวัดและประเมินขนาดของผล ในห่วงโซ่อุปทานของพูมา ให้เจาะจงกว่าน้ันคือ
Loss) ”อย่างเป็น กระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี กดิ ขน้ึ ตลอดหว่ งโซอ่ ปุ ทาน ผลกระทบกว่าครึ่งหนึง่ (รอ้ ยละ 57 หรือ 83 ลา้ น
ระบบเป็นคร้ังแรก (Supply Chain) ไมใ่ ช่เฉพาะแตต่ ัวบริษทั เอง ก็ ยโู ร) เกย่ี วขอ้ งกบั การผลติ วตั ถดุ บิ (หนงั ฝา้ ย ยาง
บัญชีนี้รายงานว่า เป็นเรือ่ งใหญท่ นี่ ่าทา้ ทายอย่างยงิ่ ฯลฯ) ใน “ชนั้ ท่ี 4 (Tier 4)” ของหว่ งโซอ่ ปุ ทาน นน่ั คอื
ใน พ.ศ. 2553 กล่มุ เดอื นพฤศจกิ ายน ปลาย พ.ศ. 2554 บริษัทพมู า ระดับคู่ค้าของคู่ค้าของคู่ค้าของคู่ค้าของพูมาอีกที
บริษัทพูมาตลอดทั้ง ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬารายใหญ่ของโลกจากเยอรมนี ซ่ึงเป็นช้ันที่พูมาเองไม่มีข้อมูลว่าสถานท่ีผลิต
ห่วงโซ่อุปทานสร้าง กลายเป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกของโลกที่จัดท�ำ (โรงงาน หรอื ไรเ่ พาะปลกู ) ตงั้ อยทู่ ใ่ี ด จงึ ตอ้ งอาศยั
ผ ล ก ร ะ ท บ เ ชิ ง ล บ “บัญชีก�ำไรขาดทุนด้านส่ิงแวดล้อม (Environ- ขอ้ มูลจากคู่ค้าชนั้ ที่ 2 และ 3 เป็นหลัก
(สุทธิ) ต่อระบบ mental Profit and Loss)” อยา่ งเป็นระบบเปน็ ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
นิเวศคิดเป็นมูลค่า คร้งั แรก บญั ชีนร้ี ายงานวา่ ใน พ.ศ. 2553 กลมุ่ ของการท�ำธุรกิจส่วนใหญ่ นั่นคือผลกระทบต่อ
145 ลา้ นยโู ร บรษิ ทั พมู าตลอดทงั้ หว่ งโซอ่ ปุ ทานสรา้ งผลกระทบ สงิ่ แวดลอ้ มสงู สดุ มกั จะเกดิ จากกจิ กรรมทอี่ ยใู่ กลช้ ดิ
เชิงลบ (สุทธิ) ต่อระบบนิเวศคิดเป็นมูลค่า 145 กับระบบนิเวศ และตักตวงทรัพยากรธรรมชาติ
... ลา้ นยโู ร (อ่านรายละเอียดได้จาก http://about. มากท่ีสุด
puma.com/puma-completes-first-environ
mental-profit-and-loss-account-which-
values-impacts-at-e-145-million/)
328 สฤณีอาชวานนั ทกุล 329
ในตวั อยา่ งของพมู า ลองจนิ ตนาการดวู า่ การผลติ หวงโซอปุ ทาน (Supply Chain) ของพมู า
รองเทา้ 1 คู่ มผี มู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง 5 บรษิ ทั คอื บรษิ ทั
ท่ีออกแบบรองเท้าและควบคุมกระบวนการผลิต (ใชน ยิ ามของบรษิ ทั แตตวั อยา งผลติ ภัณฑส มมต)ิ
ทั้งหมด (พูมา) บริษัทรับจ้างผลิตรองเท้า (คู่ค้า
ช้นั ที่ 1 หรือ Tier 1 ของพูมา โดยมากเปน็ บริษทั ตวั อยาง : บรษิ ทั ผลติ รองเทา ผลติ พน้ื รองเทา แปรรูปยางพารา ปลูกไรย างพารา
ผู้รับจ้างผลติ ) บริษัทรบั จา้ งเย็บพน้ื รองเท้า (คูค่ ้า เปน ยางแผน
Tier 2 โดยมากเปน็ บรษิ ทั ผลติ ชนิ้ สว่ นหรอื รบั งาน
... (Outsource) มาจากชนั้ ท่ี 1 อีกท)ี บรษิ ัทแปรรปู ทม่ี าของผลกระทบดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มของพมู าสามารถแจกแจงเปน็ ตารางได้
คคู่ า้ ทอี่ ยไู่ กลจากพมู า ยางพาราเปน็ ยางแผน่ สำ� หรบั ทำ� พน้ื รองเทา้ (คคู่ า้ ดงั ต่อไปนี้
ท่ีสุด คือคู่ค้าชนั้ ท่ี 4 Tier 3 โดยมากเปน็ ผู้แปรรปู วตั ถดุ ิบ) และบริษัท
หรือ Tier 4 ผู้ผลิต เจ้าของไร่ยางพารา (คู่ค้า Tier 4 โดยมากเป็น การใช้ ก๊าซ การใช้ มลพิษ ของเสีย รวม
วัตถุดิบคือยางพารา ผผู้ ลติ วัตถุดบิ ) น�้ำ เรอื นกระจก ท่ดี ิน ทางอากาศ
นั้น มีแนวโน้มท่ี เม่ือมองดูห่วงโซ่อุปทานของรองเท้าทั้งระบบแล้ว
กระบวนการทำ� ธรุ กจิ กจ็ ะเขา้ ใจไดไ้ มย่ ากวา่ คคู่ า้ ทอี่ ยไู่ กลจากพมู าทสี่ ดุ ล้านยโู ร ลา้ นยโู ร ล้านยูโร ล้านยูโร ล้านยโู ร ล้านยโู ร % ทงั้ หมด
จะส่งผลกระทบต่อ คือคู่ค้าชั้นท่ี 4 หรือ Tier 4 ผู้ผลิตวัตถุดิบคือ
สงิ่ แวดลอ้ มมากทสี่ ดุ ยางพารานั้น มีแนวโน้มที่กระบวนการท�ำธุรกิจ 33% 32% 26% 7% 2% 100%
เพราะต้องเร่ิมจาก จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากท่ีสุด เพราะ
การหาทดี่ ินมาทำ� ไร่ ต้องเร่ิมจากการหาท่ีดินมาท�ำไร่ยางพารา (อาจ รวม 47 47 37 11 3 145 100%
ยางพารา (อาจถางปา่ ถางป่าสมบูรณ์มาท�ำก็ได้) ยังไม่นับว่าคู่ค้าท่ี
สมบรู ณ์มาทำ� ก็ได้) ตักตวงทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง และสร้าง ธุรกจิ ของพมู า <1 7 <1 1 <1 8 6%
ผลกระทบต่อระบบนิเวศรุนแรงที่สุดนั้นอาจอยู่
... ในประเทศโลกที่ 3 ซ่ึงกฎหมายและการบังคบั ใช้ ช้ันท่ี 1 1 9 <1 1 2 13 9%
ยังไม่เข้มงวดเพยี งพอท่ีจะจ�ำกดั ความเสยี หายได้
ช้นั ที่ 2 4 7 <1 2 1 14 10%
ช้ันที่ 3 17 7 <1 3 <1 27 19%
ช้ันที่ 4 25 17 37 4 <1 83 57%
แออาหฟรรบัิกา 4 8 1 1 <1 14 10&
อแลเมะรใกิตา้ เหนือ 2 10 20 3 <1 35 24%
เอเชียแปซฟิ กิ 41 29 16 7 3 96 66%
รองเทา้ 25 28 34 7 2 96 66%
เสื้อผา้ 18 14 3 3 1 39 27%
อปุ กรณ์ 4 5 <1 1 <1 10 7%
330 สฤณีอาชวานนั ทกุล 331
บัญชีส่ิงแวดล้อมของพูมาและระเบียบวิธีท่ีใช้น้ัน ได้รับการสนับสนุนจาก ขอ้ มลู ในส่วนคคู่ ้าช้นั ต่างๆ ของพูมามาจากการถามคู่คา้ ช้ันท่ี 1 (Tier 1)
ไพรซ์ วอเตอรเ์ ฮาสค์ เู ปอรส์ บรษิ ทั บญั ชชี อ่ื ดงั ทศี่ กึ ษาเรอื่ งนอ้ี ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง และ 60 รายโดยตรง กจิ การของทง้ั 60 รายนี้ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 90 ของผลกระทบตอ่
บริษทั ทรูคอสต์ (Trucost) ผนู้ �ำด้านการประเมินผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม สง่ิ แวดลอ้ มทง้ั หมดของหว่ งโซอ่ ปุ ทานของพมู า ผลกระทบของคคู่ า้ รายอน่ื ๆ
โดยใช้ส่วนผสมของเทคนิคทางเศรษฐศาสตร์ นิเวศวิทยา และอาศัยงาน ประเมินจากโมเดลปัจจัย-ผลผลิต (Input-Output) ทางเศรษฐมิติของ
วิจยั ในสาขาเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมจำ� นวนมาก ทรูคอสต์โมเดล (แบบจ�ำลอง) ค�ำนวณผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมตลอด
ระเบียบวิธีท่ีใช้ประเมินน้ันน่าสนใจไม่น้อย ข้อมูลผลกระทบทางตรงของ ห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้ข้อมูลความเก่ียวโยงทางเศรษฐกิจระหว่างธุรกิจ
บรษิ ทั มาจากระบบจดั การสงิ่ แวดลอ้ มของพมู าเอง รวบรวมขอ้ มลู จากบรษิ ทั สาขาต่างๆ และ “รอยเทา้ สง่ิ แวดลอ้ ม” ตอ่ ผลผลิต 1 หน่วย ซ่งึ ทรูคอสต์
ในเครอื ทง้ั หมดทพี่ มู าถอื หนุ้ เกนิ รอ้ ยละ 50 และมพี นกั งานมากกวา่ 10 คน ประมวลมาจากแหลง่ ขอ้ มูลหลายแหลง่ อาทิ ฐานขอ้ มูลการปลอ่ ยสารพิษ
ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของพูมาบันทึกการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของสหรฐั อเมรกิ า บญั ชสี งิ่ แวดลอ้ มขององั กฤษ ขอ้ มลู การปลอ่ ยมลพษิ ของ
จากอาคารและพาหนะ ไฟฟ้าและไอน�ำ้ รวมถงึ โลจิสตกิ สแ์ ละการโดยสาร ญ่ปี ุ่น ฯลฯ
ทางอากาศ นอกจากนรี้ ะบบยงั บนั ทกึ ปรมิ าณนำ�้ ทใี่ ช้ และการผลติ ของเสยี ขอ้ มลู สดุ ทา้ ยทพี่ มู ารายงานนนั้ เปน็ สว่ นผสมระหวา่ งขอ้ มลู ทร่ี วบรวมโดยตรง
ท้งั ที่เปน็ พิษและไม่เป็นพษิ กบั ขอ้ มลู ทคี่ ำ� นวณในแบบจำ� ลองทางเศรษฐมติ ิ พมู ารายงานวา่ รอ้ ยละ 30
พมู าประเมนิ มลู คา่ กา๊ ซเรอื นกระจกออกมาเปน็ ตวั เงนิ โดยใชผ้ ลการค�ำนวณ ของขอ้ มลู กา๊ ซเรอื นกระจก รอ้ ยละ 15 ของขอ้ มลู มลพษิ ทางอากาศ รอ้ ยละ 6
“ตน้ ทนุ ทางสงั คมของคารบ์ อน” ของนกั เศรษฐศาสตร์ รชิ ารด์ ทอล (Richard ของข้อมูลปริมาณน้�ำ และร้อยละ 56 ของข้อมูลของเสีย มาจากข้อมูลท่ี
Tol) ในรายงาน พ.ศ. 2552 ของเขาเร่ือง “ผลทางเศรษฐกิจของการ รวบรวมโดยตรง ท่เี หลือคอื ผลจากแบบจ�ำลอง
เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยใช้อัตราคิดลด (Discount Rate) ถงึ แมก้ ารจดั ทำ� บญั ชสี งิ่ แวดลอ้ มจะมขี อ้ จำ� กดั และขอ้ มลู ทรี่ วบรวมทางตรง
เทา่ กบั รอ้ ยละ 0 แปลวา่ อนรุ กั ษน์ ยิ มพอสมควร (อา่ นเหตผุ ลและขอ้ ถกเถยี งได้ ไม่ได้มากมาย บัญชีส่ิงแวดล้อมของพูมาก็นับเป็นก้าวส�ำคัญ เน่ืองจาก
ในคอลมั นต์ อนกอ่ นหนา้ น้ี - http://www.greenworld.or.th/columnist/ ทำ� ใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจนเปน็ ครงั้ แรกวา่ กจิ กรรมในหว่ งโซอ่ ปุ ทานทง้ั หมดของ
ecosaveworld/1968) มูลค่าน้�ำประยุกต์ใช้โมเดลการค�ำนวณ “ค่า พูมาท่ีส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากท่ีสุดคืออะไร ซ่ึงเมื่อรู้แล้วบริษัทก็
เสยี โอกาสของนำ�้ ” ในงานวจิ ยั ทางเศรษฐศาสตร์ ซงึ่ ตงั้ อยบู่ นความสมั พนั ธ์ จะไดไ้ ปลดผลกระทบอยา่ งตรงจุด
ระหว่างมูลค่ากับความหายาก (Scarcity) ของน�้ำในแต่ละพื้นที่ มูลค่า
ของเสยี ขน้ึ อยกู่ บั วธิ จี ดั การกบั ของเสยี ซง่ึ มวี ธิ คี ำ� นวณแตกตา่ งกนั เชน่ ทไี่ หน สฤณีอาชวานันทกุล 333
ใชว้ ธิ ขี นขยะไปทงิ้ กองขยะ กจ็ ะตอ้ งคดิ มลู คา่ เงนิ ทต่ี อ้ งใชเ้ พอ่ื เยยี วยาความ
เสยี หายจากการรัว่ ไหลลงสู่แหล่งน้ำ� ใตด้ นิ ท้งั น้ขี น้ึ อยกู่ บั คณุ ภาพของการ
จัดการของเสยี ในแต่ละพืน้ ที่
332
ยกตวั อยา่ งเชน่ พมู าพบวา่ การใชห้ นงั วตั ถดุ บิ หลกั นอกจากนี้บริษัทแม่ของพูมาคือ PPR Group ก็ ...
ในการผลิตรองเท้า ซ่ึงเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ ประกาศวา่ จะใชว้ ธิ จี ดั ทำ� บญั ชสี งิ่ แวดลอ้ มของพมู า บทเรียนหน้าแรกที่
บรษิ ทั นนั้ สง่ ผลถงึ 34 ลา้ นเหรยี ญยโู ร หรอื รอ้ ยละ กับบริษัทผู้ผลิตสินค้ากีฬาและไลฟ์สไตล์ทุกย่ีห้อ บรษิ ทั ขนาดใหญข่ อง
23 ของผลกระทบทัง้ หมด ส่วนปัจจัยท่สี ง่ ผลมาก ในเครอื ภายใน พ.ศ. 2558 ซงึ่ หมายรวมถงึ แบรนด์ ไทยน่าจะเก็บไปคิด
ทสี่ ดุ ตอ่ มลพษิ ทางอากาศซงึ่ รวมกนั มมี ลู คา่ 4ลา้ น ดงั อยา่ ง กชุ ช,ี อฟี แซงเลอรองต,์ บอตเตกา เวเนตา, จากกรณนี มี้ ใิ ชว่ ธิ ที ำ�
เหรยี ญยโู ร และเกิดในคู่คา้ ชั้นที่ 4 มากท่ีสุด คือ อเลก็ ซานเดอร์ แมก็ ควีน และโคบรา กอล์ฟ บัญชี แต่เป็นวิธีคิด
ก๊าซแอมโมเนียท่ีปล่อยจากการใช้มูลสัตว์และ บญั ชสี งิ่ แวดลอ้ มของพมู านบั เปน็ กา้ วใหญท่ นี่ า่ ยนิ ดี ท่ีว่า จะเป็น “ธุรกิจ
ปุ๋ยคอกในการท�ำการเกษตร ส่วนในแง่ของเสีย อยา่ งยิ่งบนเส้นทางสู่ “ธุรกจิ ที่ยัง่ ยนื ” แตบ่ ทเรียน ท่ีรับผิดชอบ” หรือ
ซ่ึงส่งผล 2 ล้านเหรียญยูโร ของเสียมากกว่า หน้าแรกท่ีบริษัทขนาดใหญ่ของไทยน่าจะเก็บไป “ธุรกิจท่ียั่งยืน” ได้
ครง่ึ หนง่ึ เกดิ ในระดบั คคู่ า้ ชนั้ ท่ี 1 ซง่ึ ทงิ้ ขยะรวมกนั คิดจากกรณีนี้มิใช่วิธีท�ำบัญชี แต่เป็นวิธีคิดที่ว่า จรงิ กต็ อ้ งเลกิ ตกี รอบ
กวา่ 21,000 ตันตอ่ ปี จะเป็น “ธรุ กจิ ทีร่ ับผดิ ชอบ” หรอื “ธรุ กจิ ที่ยัง่ ยนื ” ค�ำว่า “ผู้น�ำธุรกิจ”
หลงั จากทพี่ บวา่ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มสว่ นใหญ่ ไดจ้ รงิ กต็ ้องเลกิ ตกี รอบคำ� วา่ “ผนู้ ำ� ธุรกิจ” อย่าง อยา่ งคบั แคบ นน่ั คอื
เกดิ ในหว่ งโซอ่ ปุ ทาน พมู ากไ็ ดพ้ ยายามท�ำตวั เปน็ คบั แคบนนั่ คอื มองแตก่ ารกระทำ� โดยตรงของตวั เอง มองแต่การกระท�ำ
“ผู้น�ำธุรกิจ” ในความหมายที่แท้จริง คือน�ำข้อ ไมส่ นใจคคู่ า้ ในหว่ งโซอ่ ปุ ทานซงึ่ ตนมอี ำ� นาจตอ่ รอง โดยตรงของตัวเอง
ค้นพบจากบัญชีสิ่งแวดล้อมนี้ไปด�ำเนินโครงการ ลน้ เหลอื และอทิ ธพิ ลลน้ หลามทจ่ี ะชกั นำ� ใหเ้ ปลยี่ น ไม่สนใจคู่ค้าในห่วง
ตา่ งๆ มากมายกับคูค่ า้ ช้ันที่ 1 ซึ่งตวั เองมอี ำ� นาจ ความคิด โซ่อุปทาน ซ่ึงตนมี
ต่อรองสูงสุด ขณะเดียวกันก็ผลักดันเรียกร้อง อ�ำนาจต่อรองล้น
การสนับสนนุ จากรัฐบาล องคก์ รดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม เหลือ และอิทธิพล
นักวิทยาศาสตร์ และบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ เพื่อ ล้นหลามที่จะชักน�ำ
ผลักดันการเปล่ียนกระบวนทัศน์ไปสู่วิถีท่ีย่ังยืน ให้เปล่ียนความคิด
กว่าเดิม ซึ่งบริษัทมองว่าจ�ำเป็นต่อการลดผล
กระทบต่อส่ิงแวดล้อมของคู่ค้าระยะไกล คือชั้น ...
ที่ 2-4
สฤณีอาชวานนั ทกลุ 335
334
14 ผเู้ ขยี นพดู ถงึ “วธิ วี เิ คราะหท์ ยี่ ง่ั ยนื ” ตดิ ตอ่ กนั มาแลว้ 3 ตอน ตง้ั แตห่ ลกั การ
ข้อถกเถียง ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในระดับบริษัทจนถึงระดับประเทศ
ความสำ� คญั ของ “เร่อื งราว หลายทา่ นคงสงสยั วา่ แลว้ เราจะผลกั ดันให้วธิ วี ิเคราะห์แบบนี้เขา้ ไปอยใู่ น
(Narrative)” และปัจจัยแหง่ วงั วน กระแสส�ำนกึ ของผู้ด�ำเนนิ นโยบาย และคนส่วนใหญ่ในสงั คมได้อย่างไร
องค์ประกอบหนึ่งท่ีขาดไม่ได้ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่วิถีท่ียั่งยืนคือ การ
เปลี่ยนแปลง “คา่ นยิ ม” ของคนในสังคม เพราะภาครฐั ต้องรบั ผิดชอบต่อ
ประชาชนในฐานะพลเมอื งผู้มสี ิทธิออกเสียงเลอื กตงั้ สว่ นภาคธรุ กิจก็ต้อง
รบั ผิดชอบตอ่ ประชาชนในฐานะผู้บริโภค
ในเม่อื “คา่ นยิ ม” ซงึ่ เป็น “ปญั ญาสาธารณ์ (Conventional Wisdom)”
ในสงั คม ตงั้ อยบู่ น “ความเชอ่ื ” และ “โลกทศั น”์ ของคนสว่ นใหญ่ มากกวา่
“ข้อเท็จจริง” เชิงประจักษ์ (ซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายปัญหาก็ยากที่จะ
ท�ำให้คนประจักษ์ว่าเร่งด่วนคับขันเพียงใด) และในเม่ือความเชื่อและ
โลกทศั นป์ ระกอบสรา้ ง “เรอ่ื งราว (Narrative)” ขนึ้ มา สงิ่ ทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งเกดิ
ก่อนท่ี “วิธีวิเคราะหท์ ยี่ ่งั ยืน” จะพน้ พรมแดนกระแสรอง กลายเปน็ กระแส
หลักในสงั คมได้ คอื การค่อยๆ เปล่ียน “เรอ่ื งราว” ให้สอดคลอ้ งใกล้เคยี ง
กับ “ความจริง” ของโลก โดยเฉพาะความจริงในอนาคตทีย่ ังไม่เกดิ แต่มี
แนวโน้มวา่ จะเกิดในอนาคตอนั ใกล้
สฤณีอาชวานันทกุล 337
ตัวอย่าง “เรื่องราว” ใหม่ท่ีเราจำ� เป็นจะต้องสร้าง และผลักดันให้อยู่ใน พ่งุ ชนขีดจำ� กดั ของระบบนเิ วศโลก
กระแสส�ำนึกของคนส่วนใหญ่ในสังคมให้ได้ สะท้อนในบทความ “2013 โลกของเราก�ำลังวิ่งสู่ขีดจ�ำกัดของดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างรวดเร็ว ทั้งด้าน
จะน�ำโลกใหม่ท่ียั่งยืนกว่าเดิมมาหรือเปล่า” (http://www.guardian. สภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
co.uk/sustainable-business/2013-new-sustainable-world) โดย ความเปน็ กรดของทะเล นำ้� จดื ขาดแคลน ฯลฯ ระบบเศรษฐกจิ ทงั้ โลกยงั วงิ่ ไป
พาวัน สขุ เทพ (Pavan Sukdhev) หวั หน้าโครงการ The Economics of ผิดทศิ วงิ่ ไปสูค่ วามรอ่ ยหรอของทรัพยากร ความเหล่อื มลำ�้ ทางสังคม และ
Ecosystems and Biodiversity (TEEB - http://www.teebweb.org/) ความยากจนรุนแรงเร้ือรัง ส่ิงท่ีเราต้องการคือการเปล่ียนแปลงระดับ
ของโครงการส่ิงแวดล้อมแหง่ สหประชาชาติ (UNEP) ดงั ท่ีผเู้ ขียนจะแปลมา ความเร็วแสง นำ� โดยผูน้ ำ� ท่ีกล้าหาญ แตต่ อนนี้เรามีแตก่ ารเปลยี่ นแปลงท่ี
เผยแพรใ่ นตอนนี้ เร็วเท่ากับการเปลีย่ นแปลงธรรมดา คอ่ ยๆ คบื ด้วยการน�ำอยา่ งไม่เต็มใจ
ของรัฐบาลท่รี ะมัดระวงั
...โลกได้จบส้ินลงแล้ว โลกท่ีเรารู้จักได้จบสิ้นลงเม่ือหมดยุคสมัย การสบั ขาหลอกแบบน้ีซ้ำ� เตมิ หายนภัยทางธรรมชาติ เพราะรัฐจะลงมือท�ำ
ในปฏิทินมายา ในวนั เหมายันแหง่ พ.ศ. 2555 น้อยเกินไปและช้าเกินไป กว่า พ.ศ. 2555 จะสน้ิ สุด เรากเ็ หน็ ภัยธรรมชาติ
โลกเกา่ ทต่ี ายไปใน พ.ศ. 2555 นนั้ มสี ภาพภมู อิ ากาศคงที่ โภคภณั ฑ์ ไปแลว้ หลายคร้ัง เราจะเหน็ หายนะอกี หลายครงั้ เมอ่ื ระบบนิเวศโลกท�ำใน
ราคาถูก รัฐจัดการกับการเปล่ียนแปลงได้ ผลผลิตและการบริโภค สิ่งทที่ ุกระบบในสภาพสมดลุ พยายามท�ำ น่ันคอื รกั ษาสมดุลเอาไว้ใหน้ าน
เตบิ โตในอตั ราสงู และบรษิ ทั ตา่ งๆ ขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ และรบั ใชส้ งั คม ท่ีสุดจนกว่าจะท�ำไม่ได้ จนถึงตอนน้ันสิ่งท่ีเราเรียกว่า “ความยืดหยุ่น
ที่ความศรทั ธาอยา่ งตาบอดในตลาดเสรแี ผ่ซ่านไปทุกขมุ ขน (Resilience)” ของระบบนเิ วศจะถกู แทนทดี่ ว้ ยภาวะ “ขดี จำ� กดั (Threshold)”
โลกใหมซ่ ง่ึ ถอื กำ� เนดิ ในพ.ศ.2556นนั้ จะถกู นยิ ามดว้ ยความไรเ้ สถยี รภาพ ถกู กา้ วขา้ ม ขดี จำ� กดั ของดาวเคราะหถ์ กู ทะลทุ ะลวง สถานการณน์ จ้ี ะชกั นำ�
ของสภาพภมู อิ ากาศ ราคาโภคภณั ฑแ์ ละอาหารพงุ่ สงู เสยี ดฟา้ รฐั บาล ระบบนเิ วศใหเ้ ข้าสจู่ ุดสมดลุ ใหม่ ซ่งึ อาจไม่ดีเลยกบั ชีวติ มนษุ ย์ ชวี ิตสังคม
ทไี่ รพ้ ลงั ถกู ลดทอนเหลอื บทบาทเพยี งคนดขู า้ งสนามในประเทศตวั เอง หรอื ระบบเศรษฐกจิ
ภาวะเศรษฐกิจท่ีซบเซาต่อเน่ือง และบริษัทต่างๆ จะถูกไล่ล่าก่นด่า
เหมือนอาชญากรข้างถนน หรือไม่ก็จะได้รับการสรรเสริญเยินยอว่า สฤณีอาชวานนั ทกลุ 339
เป็นผู้น�ำการเปลี่ยนแปลงที่ดี ภาวะอนาธิปไตยของผู้ถูกกระท�ำซ่ึง
อนิ เทอรเ์ นต็ ทำ� ใหเ้ กดิ จะผลกั ประเทศทง้ั ประเทศหลายแหง่ เขา้ สภู่ าวะ
ปน่ั ปว่ น และเผชญิ กบั วกิ ฤตซิ ำ�้ ซากเหมอื นนงั่ รถไฟเหาะตลี งั กา ตอ่ ไปน้ี
เป็นเหตผุ ลท่ผี มคดิ แบบน้ี
338
ผูอ้ อ่ นแอจะเดือดรอ้ นท่ีสุด ความโกรธแคน้ ของสาธารณชนตอ่ ความโลภฟงุ้ เฟอ้ ของสถาบนั วาณชิ ธนกจิ
ความปน่ั ปว่ นจากสภาพภมู อิ ากาศปรวนแปรจะท�ำใหร้ าคาสนิ คา้ โภคภณั ฑ์ ทง้ั หลายยงั ไมส่ รา่ งซาลงเลย ถงึ แมว้ า่ วกิ ฤตกิ ารเงนิ โลกจะผา่ นไป 4 ปแี ลว้
ผนั ผวนกวา่ เดมิ จากการเพาะปลกู ลม้ เหลวและผลขาดทนุ จากการเกษตร “ผลกระทบภายนอกทบี่ รษิ ทั กอ่ (Corporate Externalities)” ไมใ่ ชค่ ำ� ศพั ท์
โลกนี้มีการลงทุนมากเกินไปในการเกษตรแบบอุตสาหกรรมเข้มข้น การ หายากทห่ี ลบซ่อนอยู่ในมมุ มดื ทา้ ยต�ำราเศรษฐศาสตร์อกี ต่อไป แตก่ ลาย
ลงทุนน้อยเกินไปในการเพิ่มผลผลิต และความยืดหยุ่นของเกษตรกรราย เปน็ ค�ำท่ีพบไดท้ วั่ ไปในหน้าสอื่
ย่อย แปลว่าคนจนจะเดือดร้อนที่สุดจากความปั่นป่วนของอุปทาน และ บรษิ ทั ตา่ งๆ ทฉ่ี วยโอกาสทำ� กำ� ไรเปน็ นสิ ยั จากความออ่ นแอของธรรมาภบิ าล
ความผนั ผวนของราคา ระดับชาติและระดับโลก และทรัพยากรธรรมชาติราคาถูกจะพบว่า “มื้อ
ภาวะผูน้ ำ� ทีก่ ลา้ หาญ กลางวันฟรี” ของพวกเขาใกล้จะจบส้ินลงแล้ว ส่วนใหญ่เพราะรัฐบาล
ในภาวะสุญญากาศของผู้น�ำทางการเมือง คนอ่ืนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้น�ำ “พวกพอ้ ง” ของแนวรว่ มนายทนุ พวกพอ้ งของพวกเขากำ� ลงั จนกรอบ ลม้ ละลาย
ดา้ นความยงั่ ยนื แทน อยา่ งเชน่ บรษิ ทั ตา่ งๆ ซง่ึ วนั นม้ี สี ดั สว่ นสงู สดุ ในระบอบ หรอื ไมก่ ไ็ มอ่ าจอา้ งคณุ งามความดขี องกำ� ไรบรรษทั ไดอ้ กี ตอ่ ไป เมอื่ เผชญิ หนา้
เศรษฐกจิ ผลผลติ มวลรวมประชาชาติ และงาน บางบรษิ ทั ไดแ้ สดงภาวะผนู้ ำ� กบั ขอ้ มลู หลกั ฐานทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละการเคลอ่ื นไหวของพลเมอื ง ตงั้ แต่
ให้เห็นแล้วใน พ.ศ. 2555 เช่น การวัดและเปิดเผยผลกระทบภายนอก ปรากฏการณป์ ระทว้ ง “ใบไม้ผลใิ นอาหรับ” ไปจนถึงความโกรธแคน้ ทาง
ที่ตวั เองก่อ (พูมา - อ่านไดใ้ นบทความ “บญั ชสี ง่ิ แวดลอ้ มของบรษิ ัทพมู า” ศีลธรรมของชาวองั กฤษเรอ่ื งบรษิ ทั หนีภาษี ซงึ่ สง่ ผลให้รฐั บาลเกบ็ ภาษีได้
http://www.greenworld.or.th/columnist/ecosaveworld/2012) หลายลา้ นทนั ทจี ากสตารบ์ คั ส์ กลา่ วโดยสรปุ คอื อนาธปิ ไตยของผถู้ กู กระทำ� ที่
หรือขยายขอบฟ้าในมุมมองของนักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมตวั กนั ผา่ นอนิ เทอรเ์ นต็ ไดก้ ลายเปน็ พาหนะแหง่ การเปลย่ี นแปลงทไ่ี ดผ้ ล
ดว้ ยการหยดุ ทำ� รายงานรายไตรมาส (ยนู ลิ เี วอร)์ หลายบรษิ ทั จะเจรญิ รอย หลายปมี าแลว้ อรนุ ธาตี รอย ผเู้ ขยี นนยิ ายเรอ่ื ง The God Of Small Things
ตามผบู้ ุกเบิกเหล่าน้ีใน พ.ศ. 2556 กลา่ ววา่ “โลกอกี ใบไมเ่ พยี งแตเ่ ปน็ ไปได้ แตเ่ ธอกำ� ลงั มาแลว้ ในวนั อนั สงบเงยี บ
จดุ จบของทนุ นิยมพวกพ้อง ฉันได้ยินเสียงหายใจของเธอ”
ในขณะเดียวกัน คนที่ยังยึดถือโมเดลเก่าของบริษัท หมกมุ่นกับผลก�ำไร วันเหมายนั แหง่ พ.ศ. 2555 เปน็ วันอนั สงบเงียบ ขั้วแม่เหลก็ โลกไมไ่ ด้วิง่
พน่ ผลกระทบภายนอกไมห่ ยดุ ยงั้ ตดั ขาดอยา่ งสน้ิ เชงิ กบั เปา้ หมายทางสงั คม สลับข้าง เครื่องบินไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า ไม่มีใครยิงระเบิดนิวเคลียร์
ใดๆ จะพบวา่ พวกเขาจะเอาตวั รอดไดย้ ากกวา่ เดมิ ความอดทนของประชาชน อกุ กาบาตยักษ์ไม่ได้โหมง่ โลก
ตอ่ การถกู เอารดั เอาเปรยี บโดยเสรภี าพของทนุ นยิ มตลาดเสรกี ำ� ลงั จะขาดผงึ แตถ่ า้ คณุ ตงั้ ใจเงย่ี หฟู งั เสยี งทแี่ ผว่ เบา คณุ จะไดย้ นิ เธอ โลกใหมไ่ ดถ้ อื กำ� เนดิ
ขึน้ แล้ว
340
สฤณีอาชวานันทกุล 341
5 ปจั จยั แหง่ วังวน 1. ความตกตำ่� ของสอื่ มวลชนไทย
คำ� ถามท่ีนา่ สนใจส�ำหรบั เมอื งไทยคอื เหตุใดสงั คมไทยโดยรวมถึงยงั มอง ถา้ วดั จาก“คณุ ภาพ”ของขา่ วและ“ประเดน็ ”ทเี่ ลอื กมานำ� เสนอใหป้ ระชาชน
ไมเ่ หน็ “โลกใหม”่ ทก่ี ำ� ลงั เกดิ ขน้ึ ในระดบั สากลและจำ� เปน็ จะตอ้ งเกดิ ทำ� ไม รบั รู้ ชดั เจนวา่ สอื่ มวลชนไทยกำ� ลงั ตกตำ�่ ลงเรอ่ื ยๆ สวนทางกบั ความกา้ วหนา้
วธิ ีคดิ แบบเกา่ ๆ ของโลกเกา่ ยงั ครอบงำ� ความคิดในสงั คมไทย คนทัว่ ไปยงั ทางเทคโนโลยที สี่ อื่ หลายคา่ ยชอบเอามาใชแ้ บบผวิ เผนิ เปน็ “กมิ มกิ ” เลก็ ๆ
ไม่เข้าใจว่า “ธรุ กิจท่ียงั่ ยืน” หมายความว่าอะไร และท�ำไมคนไทยที่เข้าใจ น้อยๆ ให้น�ำไปอวดอ้างว่าสื่อค่ายนั้นทันสมัยทันโลก หากแต่มิได้เพิ่ม
ความหมายของ “ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม” หรือ “CSR” ยังมี คุณค่าให้กับเนอ้ื หาแตอ่ ยา่ งใด
น้อยมาก เหตุใดนักธุรกิจใหญ่หลายคน รวมถึงกรรมการผู้จัดการตลาด มหิ นำ� ซำ�้ วธิ ใี ชเ้ ทคโนโลยใี หมๆ่ ของสอื่ ไทย บอ่ ยครงั้ กลบั ท�ำใหค้ ณุ ภาพขา่ ว
หลกั ทรพั ยแ์ หง่ ประเทศไทย ถงึ ยงั เชอื่ ผดิ ๆ วา่ ธรุ กจิ ทรี่ บั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและ ด้อยลง อาทิ การท�ำอนิ โฟกราฟิกโดยท่ี “อา่ น” ข้อมูลไม่เป็น โดยเฉพาะ
สงิ่ แวดลอ้ มอาจไดผ้ ลตอบแทน “เพมิ่ ” แทนทจี่ ะมองวา่ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตัวเลข หรือการน�ำข้อความ 140 ตัวอักษรจากทวิตเตอร์มาเขียนข้ึนเป็น
สังคมและสิ่งแวดลอ้ มควรเปน็ “ฐาน” ของการท�ำก�ำไรที่ชอบธรรม “ขา่ ว” ทง้ั ทห่ี ลายเรอ่ื งในทวติ เตอรเ์ ปน็ แคก่ ารบน่ กระปอดกระแปดทวั่ ๆ ไป
พดู งา่ ยๆ คอื ทำ� ไมเมอื งไทยถงึ ไดย้ งั ไมม่ ี “ววิ าทะ” ทต่ี รงประเดน็ เรอื่ งธรุ กจิ นอกจากจะใช้เทคโนโลยีผิดทาง ความตกต่�ำอีกประการของส่ือซึ่งส่งผล
ทรี่ ับผิดชอบ/ธรุ กิจท่ียงั่ ยนื ยงั ไม่ต้องพดู ถึง “ค่านยิ ม” ใหม่ บน “เร่อื งราว” โดยตรงตอ่ คณุ ภาพ ขา่ ว และการไมม่ วี าทกรรม “การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ” ทถ่ี กู
ใหม่ๆ ทสี่ อดคล้องกับสภาพความจริงมากกว่าเร่ืองราวเก่าๆ ทศิ ทางในไทย และตอกตรงึ วาทกรรม “การพัฒนาเศรษฐกิจตอ้ งมากอ่ น”
ผู้เขียนคดิ วา่ คำ� ตอบคือสว่ นผสมระหวา่ ง 5 ปจั จยั ตอ่ ไปนี้ แบบล้าหลงั เอาไว้ คือการถูกวาระการตลาดของสปอนเซอรโ์ ฆษณา ทั้งรฐั
1. ความตกต่ำ� ของส่ือมวลชนไทย และเอกชน ครอบง�ำวาระของกองบรรณาธิการ
2. ความตกต่�ำและผลประโยชนท์ บั ซ้อนของวงวชิ าการไทย ผเู้ ขยี นคดิ วา่ ถงึ วนั นคี้ งไมม่ ใี ครปฏเิ สธวา่ “กำ� แพง” ทคี่ วรมรี ะหวา่ งฝา่ ยขาย
3. การเนน้ แต่ “ภาพใหญ”่ ของสถาบนั ทท่ี ำ� งานดา้ นการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื กบั กองบรรณาธิการนัน้ ได้พังทลายลงหมดส้ินแลว้ ในสื่อกระแสหลักแทบ
4. นสิ ยั ชอบ“หนคี วามเสย่ี ง”มากกวา่ “จดั การความเสยี่ ง”ของภาคธรุ กจิ ทกุ คา่ ย ตอนนี้นกั ข่าวในกองบรรณาธกิ ารลง “ข่าวแจก” จากองค์กรต่างๆ
ทงั้ ดนุ้ เปน็ กจิ วตั รประจำ� วนั บบี บงั คบั ใหค้ นอา่ นใชป้ ฏภิ าณไหวพรบิ เดาเอาเอง
ไทย และนสิ ยั ชอบพงึ่ พารฐั ใหจ้ ดั การปญั หาให้ มากกวา่ จะทำ� งานกบั ว่าขา่ วแตล่ ะชน้ิ เปน็ ขา่ วจริงหรอื ขา่ วแจก
ผู้มสี ่วนได้เสียโดยตรง
5. ปัญหาคอร์รัปชันเร้ือรังในภาคการเมือง ซึ่งท�ำให้รัฐบาลสายตาส้ัน สฤณีอาชวานันทกุล 343
ขนึ้ เรอื่ ยๆ อย่างน่ากงั วล
ลองมาไลเ่ รยี งทีละขอ้
342
“ขา่ วแจก” ในตวั มนั เองจะไมเ่ ปน็ ปญั หาถา้ สอื่ ไทย
ลงข้อความก�ำกับว่านี่คอื พ้นื ท่โี ฆษณาหรือ “แอด
เวอรท์ อเรยี ล” ตามมาตรฐานสากล และไมป่ ลอ่ ย
ให้สปอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการทำ� งานของนักข่าว
แตข่ า่ วแจกของไทยตอนนน้ี อกจากไมบ่ อกวา่ เปน็
ขา่ วแจกแลว้ ยงั ไมท่ ำ� ขา่ วใดๆ ทส่ี ะทอ้ นปญั หาการ
ด�ำเนินกิจการของสปอนเซอร์ จะด้วยความกลัว
จะเสียค่าโฆษณา มอื ไม่ถึง หรือถูกเจ้าของสือ่ สั่ง
ไม่ใหท้ �ำก็แล้วแต่
ในเมอื่ สอ่ื ไมน่ ำ� เสนอปญั หาซงึ่ สะทอ้ นความไมย่ งั่ ยนื ของวถิ ธี รุ กจิ โดยทรี่ ฐั
กแ็ กลง้ ทำ� ไมร่ ไู้ มช่ ้ี หลายปญั หาจงึ ดำ� เนนิ ตอ่ ไปโดยทค่ี นสว่ นใหญไ่ มร่ เู้ รอ่ื ง
ตั้งแต่ป่าต้นน�้ำภาคเหนือถูกถางเตียนไปปลูกข้าวโพดป้อนอุตสาหกรรม
อาหารสตั ว์ อวนลากทำ� ลายระบบนเิ วศในทะเลเพอื่ สนองอตุ สาหกรรมปลาปน่
การไมเ่ คยบญั ญตั ใิ หส้ ารเคมอี นั ตรายหลายชนดิ ผดิ กฎหมาย อาทิ แรใ่ ยหนิ
และสารพษิ ในยากำ� จดั ศตั รพู ชื ปญั หาการปลอ่ ยมลพษิ ในทะเลและลกั ลอบ
ทง้ิ ขยะ ปญั หาอาหารหวานเกนิ ขนาดและการโฆษณาวา่ “ออรแ์ กนกิ ” ทง้ั ทมี่ ี
สว่ นประกอบออร์แกนกิ จริงๆ ไม่ถึงร้อยละ 2
344 สฤณีอาชวานันทกลุ 345
2. ความตกต่�ำและผลประโยชนท์ บั ซ้อนของวงวิชาการไทย และ สถาบนั บางแหง่ ไมท่ ำ� งานวจิ ยั ทศ่ี กึ ษาปญั หา เนอื่ งจากมผี ลประโยชนท์ บั ซอ้ น
3. การเนน้ แต่ “ภาพใหญ่” ของสถาบันทีท่ �ำงานดา้ นการพัฒนาท่ีย่ังยนื อาทิ รบั จา้ งบรษิ ทั เอกชนทำ� แคมเปญ CSR ยงิ่ เปน็ ทปี่ รกึ ษามาก โลกทศั น์
ปัญหาต่างๆ ทีเ่ กยี่ วกับความยัง่ ยนื ไม่มวี ่ีแวววา่ จะสร่างซา ธุรกิจต่างๆ ที่มี ยงิ่ แคบ มองโลกจากมมุ มอง (ทม่ี กั จะแคบพอกนั ) ของลกู คา้ มากกวา่ มมุ มอง
สว่ นกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาเหลา่ นก้ี ย็ งั ไมม่ วี แี่ ววจะเปลย่ี นวถิ ธี รุ กจิ สว่ นหนงึ่ เพราะ ของผ้มู สี ่วนไดเ้ สยี ที่ประสบปัญหาจากการด�ำเนินธุรกจิ
สื่อตกต่�ำดังกล่าวข้างต้น แต่อีกส่วนก็ต้องโทษวงการวิชาการเองด้วย ที่ ยงั ไมน่ บั ปญั หาอนื่ ๆ ทร่ี มุ เรา้ วงการวชิ าการไทย ตงั้ แตก่ ารแกง่ แยง่ ผลประโยชน์
โดยรวมยงั ผลติ งานวจิ ยั ที่ “ตรงประเดน็ ” เพอื่ เกบ็ “ขอ้ มลู ” สรา้ ง “ความร”ู้ ในมหาวทิ ยาลยั นกั วชิ าการบดิ เบอื นขอ้ มลู เพอื่ เอาใจนกั การเมอื งหรอื มวลชน
เก่ียวกบั ความย่งั ยืนนอ้ ยเกินควรมาก ทตี่ ัวเองเชียร์ ฯลฯ
ยกตวั อยา่ งงา่ ยๆ คอื ผา่ นไปแลว้ กวา่ 5 ปี นบั จากวนั ทศี่ าลปกครองประกาศ 4. นสิ ยั ชอบ “หนีความเสยี่ ง” มากกว่า “จดั การความเสย่ี ง”
ให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเปน็ เขตควบคุมมลพิษ แต่ยงั ไม่มีใครรู้ว่า ของภาคธรุ กจิ ไทย และนิสยั ชอบพึ่งพารัฐให้จดั การปัญหาให้
ตกลงโรงงานทเี่ ปน็ “ตวั การ” กอ่ มลพษิ และความเสยี หายแกช่ าวบา้ นมาก มากกวา่ จะท�ำงานกับผูม้ สี ่วนไดเ้ สยี โดยตรง
ทสี่ ดุ ในนคิ มแหง่ นแี้ ละนคิ มใกลเ้ คยี ง ซง่ึ มโี รงงานรวมกนั หลายรอ้ ยแหง่ คอื แมว้ า่ บางบรษิ ทั ก�ำลังเรม่ิ พยายามเปลี่ยนวิถธี ุรกจิ แล้ว และฝา่ ย CSR ของ
โรงงานของบริษทั อะไรบา้ ง หลายบรษิ ทั กต็ ง้ั ใจจรงิ ในการชว่ ยเหลอื สงั คม ภาคธรุ กจิ ไทยโดยรวมโดยเฉพาะ
อันที่จริงประเทศไทยมีสถาบันวิจัยและมูลนิธิจ�ำนวนไม่น้อยท่ีพยายาม บรษิ ทั ทส่ี รา้ งปญั หามากทสี่ ดุ ยงั ตดิ นสิ ยั “หนคี วามเสย่ี ง” (คอื โยนความเสยี่ ง
ผลกั ดนั การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื แตส่ ถาบนั หลายแหง่ เนน้ การศกึ ษา “ภาพใหญ”่ ของตวั เองใหค้ นอน่ื แบกรบั ตงั้ แตค่ คู่ า้ ลกู คา้ ฯลฯ) แทนทจี่ ะ “จดั การความ
อยา่ งนโยบายรฐั ในเวทเี จรจาเรอ่ื งภาวะโลกรอ้ น นโยบายเศรษฐกจิ เขยี วท่ี เสี่ยง” และยังตดิ นิสยั พ่ึงพารัฐให้จดั การ “แกป้ ญั หา” ให้กับตวั เอง
ควรเปน็ ฯลฯ มากกว่าจะศึกษาวิถีธุรกิจทย่ี ัง่ ยนื ซึ่งเป็นภาพทีย่ อ่ ยลงมาแต่ นอกจากนี้ในเม่ือความไม่รับผิดชอบของธุรกิจยังไม่อยู่ในสื่อและงานวิจัย
อาจขบั เคลอ่ื นไดเ้ รว็ กวา่ ถา้ แจกแจง “เหตผุ ลทางธรุ กจิ ” ได้ นน่ั คอื ประโยชน์ โดยรวม และฝ่าย CSR ยังเป็นฝา่ ยที่เป็นเอกเทศจากฝ่ายผลติ ภณั ฑ์และ
ทางธุรกิจจากการเปล่ียนวิถีธุรกิจ ตั้งแต่การประหยัดต้นทุนจากการเพ่ิม ฝา่ ยขายในบรษิ ทั สว่ นใหญ่ เพราะถกู มองเปน็ สว่ นหนงึ่ ของการประชาสมั พนั ธ์
ประสทิ ธภิ าพเชงิ นเิ วศ การเพมิ่ รายไดด้ ว้ ยการบกุ ตลาดใหมท่ ยี่ ง่ั ยนื กวา่ เกา่ ไมม่ คี วามเชอ่ื มโยงใดๆ กบั การดำ� เนนิ ธรุ กจิ หลกั กย็ ากทจี่ ะใหห้ ลายบรษิ ทั
อาทิ พลงั งานหมุนเวียน ไมโครไฟแนนซ์ อาหารออรแ์ กนิก (ที่แท้จรงิ ) ฯลฯ มองเหน็ หรอื ยอมรบั วา่ ตนมสี ว่ นสรา้ งปญั หา ตราบใดทไ่ี มย่ อมรบั กเ็ ปลย่ี น
แปลงไมไ่ ด้
346
สฤณีอาชวานันทกุล 347
5. ปัญหาคอร์รัปชนั เรอ้ื รงั ในภาคการเมือง จะตอกตรึงวาทกรรมหรือเกื้อหนุนการเปลี่ยนแปลง เปรียบเทียบกรณี BP กับ CP
ซง่ึ ทำ� ใหร้ ฐั บาลสายตาสน้ั ขนึ้ เรอื่ ยๆ อยา่ งนา่ กงั วล
สฤณี อาชวานนั ทกลุ เมษายน พ.ศ. 2556 นำ้� มันรั่วในอ่าวเม็กซโิ ก
ข้อน้ีผู้เขียนคงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก ในเมื่อ เผยแพรค่ ร้ังแรกในคอลมั น์ Info “Graphic” Fun แท่น Deepwater Horizon
สงิ่ แวดลอ้ มไมม่ ปี ากพดู ตอ้ งใหม้ นษุ ยพ์ ดู แทน และ บนเว็บไซต์ ไทยพับลิกา้ http://thaipublica.org/
ในเมื่อความเสียหายจากการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน พ.ศ. 2553
บางครงั้ ตอ้ งใชเ้ วลานานนบั ทศวรรษกวา่ จะปรากฏ
แต่รัฐบาลชดุ หน่งึ ๆ อยใู่ นตำ� แหน่งเพยี งไมก่ ป่ี ี จงึ กุ้ง CP เลี้ยงด้วยปลาป่น ซึ่งมาจาก “ปลาเป็ด” ท่ีได้จากอวนลาก (ผิดกฎหมายยุโรป)
ไม่น่าแปลกใจที่การท�ำลายสิ่งแวดล้อมจะรุนแรง พ.ศ. 2556
ในประเทศท่คี อร์รัปชันแพรห่ ลายและซมึ ลกึ
ตัวอย่างผลพวงท่ีเกิดขึ้นจากปัจจัยท้ัง 5 ข้อนี้
ประกอบกนั คอื กรณบี รษิ ทั CP ถกู สอ่ื องั กฤษ “แฉ”
ใน พ.ศ. 2556 วา่ ซอ้ื วัตถดุ ิบจากอวนลาก ผู้เขยี น
ลองเปรยี บเทยี บกรณนี ก้ี บั กรณแี ทน่ ขดุ เจาะนำ้� มนั
ของบรษิ ทั BP รั่วใน พ.ศ. 2553 ซงึ่ เปน็ เรื่องการ
ทำ� ลายระบบนเิ วศในทะเลเหมือนกัน
348 สฤณีอาชวานนั ทกุล 349
ปญั หาความตกต�ำ่ ของส่อื ไทย ปัญหาความตกตำ่� และผลประโยชน์
ปัญหาการมองแต่ “ภาพใหญ่” ทับซอ้ นของวงวชิ าการไทย
ปญั หาคอรร์ ัปชัน
นิสัยชอบให้รัฐจัดการปัญหาให้ของธรุ กิจไทย
ประเด็น BP CP
เหตกุ ารณ์ แทน่ ขดุ เจาะน้�ำมนั Deepwater Horizon ของบริษัท BP ระเบิด หนงั สอื พมิ พ์ Sunday Times ในองั กฤษลงขา่ ว “Our taste for prawns is killing the sea”
ในอ่าวเม็กซิโก เดือนเมษายน พ.ศ. 2553 (http://www.thesundaytimes.co.uk/sto/public/article1220635.ece) และเนอื้ หา
รายการ Hugh’s Fish ทางโทรทศั น์ช่อง Channel 4 ในเดือนกุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2556
ความส�ำคัญ เหตนุ ำ้� มนั รว่ั ในทะเลทร่ี นุ แรงทส่ี ดุ ในประวตั ศิ าสตรส์ หรฐั อเมรกิ า กลา่ วหาวา่ กงุ้ ของบรษิ ทั CP ทข่ี ายในซเู ปอรม์ ารเ์ กตเจา้ ใหญใ่ นองั กฤษ ถกู เลยี้ งดว้ ยปลาปน่
ซงึ่ ทำ� จาก “ปลาเปด็ ” (ปลาทไี่ มม่ มี ลู คา่ ทางเศรษฐกจิ รวมทง้ั ลกู ปลา) ทต่ี ดิ มากบั อวนลาก
สง่ิ ที่สอ่ื ทำ� สอ่ื มวลชนทว่ั โลกเสนอขา่ วเหตกุ ารณน์ เ้ี ปน็ ขา่ วใหญ่ ใหพ้ นื้ ทเี่ ฉลยี่ ปลาเป็ดท่ีขายให้กับโรงงานปลาป่นมาจากเรือประมงท่ีใช้อวนลาก กวาดต้อนสัตว์และ
ส่งิ ท่ีรัฐทำ� รอ้ ยละ 22 ของพื้นทข่ี า่ วท้ังหมด ต่อเนือ่ งนานกว่า 100 วนั หลงั พชื ใตท้ อ้ งทะเลมากอ่ น คอ่ ยมาคดั แยกทหี ลงั เปน็ เครอื่ งมอื ท�ำลายระบบนเิ วศทางทะเลท่ี
เกดิ เหตุ รุนแรงที่สุด (และปัจจบุ นั ผดิ กฎหมายยุโรป)
สง่ิ ที่บรษิ ัททำ� • ประธานาธบิ ดโี อบามาแตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน รายงาน มสี ื่อไทยรายใดรายงานข่าว มีเพยี ง Bangkok Post ซึ่งลงข่าวการออกมาแก้ต่างให้ CP
สงั คมรู้ตัวการและ เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์ (http://www.oilspillcommission.gov/) ของ นวิ ฒั น์ สุธีมีชยั กุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ต้นเหตุหรอื ไม่ • ตน้ พ.ศ.2555สภาคองเกรสผา่ นกฎหมาย2ฉบบั :RESTOREAct
กอ่ ตง้ั กองทนุ ฟน้ื ฟอู า่ วเมก็ ซโิ กและPipelineSafety,Regulatory เพยี งหนงึ่ วนั หลงั จากการนำ� เสนอขา่ วของ Sunday Times ในองั กฤษ นายนวิ ฒั น์ สธุ มี ชี ยั กลุ
Centainty and Job Creation Act เพมิ่ บทลงโทษทางแพง่ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาปฏิเสธรายงานของสอ่ื องั กฤษ บอกว่าปลา
กรณลี ะเมดิ กฎระเบยี บดา้ นความปลอดภยั และบญั ญตั ใิ หต้ ดิ ตงั้ ท่ีใช้ท�ำอาหารกุ้งน้ันไม่ใช่ลูกปลา มีแต่ปลาที่มีขนาดเล็กและ “ของเสีย” อาทิ หัวปลา
วาลว์ ปิดอัตโนมัติในท่อน้ำ� มนั ใหม่ๆ ก้างปลา เปน็ ต้น
• แตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบสวนภายใน เผยแพรผ่ ลการศกึ ษาตอ่
สาธารณะในเดอื นกันยายน พ.ศ. 2553 (6 เดอื นหลังเกิดเหตุ) ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทวิตเตอร์ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเพียงแต่ลิงก์ไปยังข่าวการแก้
• ณ ตน้ ปี พ.ศ. 2556 จ่ายคา่ ปรับและคา่ ชดเชยตอ่ รัฐและเอกชน ต่างของนายนิวัฒน์ในหนงั สือพิมพ์ Bangkok Post
ทไี่ ดร้ บั ผลกระทบ รวมคา่ ฟน้ื ฟรู ะบบนเิ วศในอา่ วเมก็ ซโิ กไปแลว้
ราว 11,000 ล้านเหรียญสหรฐั ฯ คาดวา่ จะตอ้ งจา่ ยอีก 7,800 ไม่รู้ทัง้ สองเร่ือง
ลา้ นเหรยี ญสหรัฐฯ
รแู้ ล้วว่าเกดิ จากความผดิ ของมนุษย์ 5 เร่ือง และความผดิ พลาด
ทางเทคนคิ 1 เร่อื ง
350 สฤณีอาชวานนั ทกลุ 351
ผเู้ ขยี นคดิ วา่ ปจั จยั ทงั้ 5 ขอ้ นร้ี วมกนั สง่ ผลใหป้ ญั หาทเี่ กดิ จากธรุ กจิ ไมย่ ง่ั ยนื
ดำ� เนนิ ตอ่ ไป และทำ� ใหส้ งั คมไทยขาดแคลนขอ้ มลู จำ� นวนมหาศาลทจ่ี ำ� เปน็
ต่อการแผว้ ถางวถิ ีวเิ คราะหท์ ี่ยั่งยนื
ตราบใดทเี่ ราไมห่ าวธิ แี กไ้ ขปจั จยั เหลา่ นตี้ รงๆ กค็ งอกี นานกวา่ สงั คมเศรษฐกจิ
ไทยจะเปลย่ี นผ่านไปสวู่ ถิ ธี ุรกจิ ทย่ี ัง่ ยนื
352 สฤณีอาชวานนั ทกุล 353
เกยี่ วกับผู้เขยี น ปัจจุบันสฤณีมีความสุขกับการติดตามและถ่ายทอดพัฒนาการใหม่ๆ ณ
พรมแดนความรทู้ างเศรษฐศาสตร์ ธรุ กจิ และการเปลยี่ นแปลงทางสงั คม
สฤณี อาชวานันทกลุ นกั เขยี น นักแปล และนักวชิ าการอสิ ระดา้ นการเงนิ ในฐานะกรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัทป่าสาละ จ�ำกัด
จบการศกึ ษาปรญิ ญาตรดี า้ นเศรษฐศาสตร์ จากมหาวทิ ยาลยั ฮารว์ ารด์ และ (http://www.salforest.com/) ซ่งึ เธอเปน็ ผรู้ ว่ มกอ่ ตงั้ ใน พ.ศ. 2556
ปรญิ ญาโทดา้ นบรหิ ารธรุ กจิ จากมหาวทิ ยาลยั นวิ ยอรก์ มปี ระสบการณท์ ำ� งาน ตดิ ตามสฤณไี ดท้ บ่ี ลอ็ ก “คนชายขอบ” http://www.fringer.org/ เฟซบกุ๊
ในภาคการเงินกว่า 8 ปี ในฐานะวาณชิ ธนกรทธี่ นาคารดอยช์ สาขาฮ่องกง http://www.facebook.com/SarineeA ทวติ เตอร์ @Fringer รวมถึง
พนักงานสินเชื่อที่ธนาคารไทยพาณิชย์ วาณิชธนกรและรองผู้อ�ำนวยการ คอลมั นต์ า่ งๆ ในสอ่ื สงิ่ พมิ พ์ อาทิ “รทู้ นั ตลาดทนุ ” ในหนงั สอื พมิ พก์ รงุ เทพ
ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรท่ีบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ ต�ำแหน่งสุดท้ายเป็น ธุรกิจ “stardust” ในนิตยสาร IMAGE และ “การเงินเอื้อสังคม” ใน
กรรมการบรหิ ารของบริษัทฮันเตอรส์ แอด็ ไวซอรี่ จ�ำกัด ก่อนท่จี ะตดั สินใจ หนังสือพิมพก์ รุงเทพธุรกจิ และเวบ็ ไซต์ไทยพับลิกา้
ออกมาทมุ่ เทเวลาใหก้ ับงานเขียนและงานวจิ ยั อย่างเตม็ ตวั
นกั ทอ่ งเวบ็ ไซตช์ าวไทยสว่ นใหญร่ จู้ กั สฤณใี นชอื่ “คนชายขอบ” หรอื “Fringer” สฤณีอาชวานนั ทกุล 355
จากบล็อก http://www.fringer.org ซึ่งการเขียนบล็อกได้น�ำไปสู่การ
เป็นคอลัมนิสต์ประจ�ำโอเพ่นออนไลน์ (http://www.onopen.com)
และคอลมั นอ์ น่ื ๆ ในสอื่ สง่ิ พมิ พห์ ลายฉบบั ณ ตน้ ปี พ.ศ. 2556 เธอมผี ลงาน
รวมเล่มทั้งงานเขียนและงานแปลรวมกันกว่า 50 เล่ม ส่วนใหญ่สะท้อน
ความสนใจอย่างต่อเนื่องในธุรกิจเพ่ือสังคมและการเงินเพ่ือสังคม อาทิ
“พลังของคนหวั รั้น” (แปลจาก The Power of Unreasonable People
โดย John Elkington และ Pamela Hartigan) “ล่องคลนื่ โลกาภวิ ตั น”์
และ “ทนุ นิยมมชี ีวิต ธุรกจิ มีหัวใจ” นอกจากนี้เธอยังเปน็ หน่งึ ในกรรมการ
ผู้ก่อตั้งเครือข่ายพลเมืองเน็ต ผู้ร่วมก่อต้ังเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์
ประเทศไทย ผกู้ อ่ ตง้ั และบรรณาธกิ ารบรหิ ารสำ� นกั พมิ พช์ ายขอบ ผรู้ ว่ มกอ่ ตงั้
ส�ำนักพิมพ์โอเพ่นเวิลด์ และผู้ร่วมก่อต้ังส�ำนักข่าวออนไลน์ ไทยพับลิก้า
(http://www.thaipublica.org/)
354
เก่ียวกบั ป่าสาละ สฤณีอาชวานันทกุล 357
ป่าสาละเป็นบริษัท “ปลูกธุรกิจท่ียั่งยืน” แห่งแรกในประเทศไทย ก่อต้ัง
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2556 เพ่ือจุดประกายและด�ำเนินวาทกรรม
สาธารณะเกย่ี วกบั ธรุ กจิ ทยี่ งั่ ยนื ผา่ นการจดั สมั มนา อบรม ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั ิ
การ สื่อสิ่งพมิ พ์และสือ่ ออนไลน์ รวมทั้งผลิตงานวิจยั สาธารณะในประเดน็
ความย่ังยืนในประเทศไทย และออกแบบระบบวัดผลตอบแทนทางสังคม
และผลลัพธท์ างสังคมให้กบั ธรุ กิจ ธรุ กจิ เพื่อสงั คม และผสู้ นใจทั่วไป
ตดิ ตามงานของปา่ สาละไดจ้ ากเวบ็ ไซต์ www.salforest.com และเฟซบกุ๊
www.facebook.com/SalForestCo
356