The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รู้แล้วเปลี่ยน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by summerwar5u, 2022-12-28 09:58:23

รู้แล้วเปลี่ยน

รู้แล้วเปลี่ยน

เศรษฐกิจสีเขียวในโลกทัศน์ของ OECD สามารถสร้างช่องทางใหม่ๆ ใน ประเทศพฒั นาแล้วตอ้ งหาวธิ ลี ดรอยเทา้ นิเวศ โดยไม่ลดิ รอนคณุ ภาพชวี ติ
การเติบโต 5 ช่องทาง ได้แก่ ของประชากร ส่วนประเทศก�ำลังพัฒนาต้องหาวิธีเพิ่มคุณภาพชีวิตของ
1. ผลติ ภาพ : จากประสทิ ธภิ าพในการใชท้ นุ ธรรมชาติ ลดของเสียและ ประชากรโดยไม่เจรญิ รอยตามแนวทางของประเทศพฒั นาแลว้

การใช้พลงั งาน ภาพที่ 1 : “ความท้าทายคู่ขนาน” ของเศรษฐกจิ สีเขียว
2. นวัตกรรม : สร้างโอกาสใหมๆ่ ในการแก้ปัญหา และจ�ำเปน็ ต่อการ
สูเศรษฐกจิ สเี ขยี ว : ความทา ทายคูแฝด
ไมต่ อ้ งตกอยใู่ นภาวะไดอ้ ยา่ งเสยี อยา่ ง ระหวา่ งการบรโิ ภคกบั การดแู ล
ส่งิ แวดลอ้ มและลงทนุ ในทนุ ธรรมชาติ ประเทศในแอฟริกา เสน “การพัฒนา 12
3. ตลาดใหม่ : เทคโนโลยีสเี ขียว สนิ ค้าและบริการสีเขยี ว ประเทศในเอเชยี มนุษยระดับสงู ”
4. ความมนั่ ใจ : นโยบายรฐั ทมี่ เี สถยี รภาพและคาดเดาไดว้ า่ จะแกป้ ญั หา ประเทศในยโุ รป 10
ส่ิงแวดล้อมอย่างไร จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน (ความ ประเทศในอเมรกิ าใตและทะเลคาริบเบยี น ของ UNDP
ชดั เจน โปรง่ ใส และตอ่ เน่อื งของนโยบายรัฐด้านสิ่งแวดลอ้ มจึงส�ำคญั ประเทศในอเมรกิ าเหนอื 8
อยา่ งยง่ิ ) ประเทศในโอเชียเนยี รอยเทานเิ วศโลก
5. เสถยี รภาพ : เศรษฐกิจสเี ขียวจะสร้างสมดุลระดับมหภาคทด่ี กี วา่ เดิม
ราคาทรัพยากรผันผวนน้อยลง และรัฐมีรายได้ใหม่ๆ จากมาตรการ 6 (เฮกเตอรต อหัว)
ทางการคลงั (เช่น ภาษีมลพิษ ภาษคี าร์บอน)
เบนเข็มจาก OECD มาดูด้านส่ิงแวดล้อมชวั่ คราว ขีดความสามารถทางชีวภาพเฉลี่ยตอหวั ของโลก พ.ศ. 2504 4
รายงานของแผนงานสหประชาชาตเิ พ่ือพฒั นาสง่ิ แวดล้อม (UNEP) สรุปว่า
ความทา้ ทายหลกั ของเศรษฐกจิ สเี ขยี วคอื จะพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของมนษุ ย์ ขีดความสามารถทางชีวภาพ
ควบคไู่ ปกบั การดแู ลรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งไร ในทางทไี่ มใ่ ชท้ รพั ยากรเกนิ เฉลยี่ ตอหัวของโลก พ.ศ. 2549
ขดี ความสามารถทางชวี ภาพ (Biocapacity) ของโลก 2
พฒั นามนษุ ย
200 ระดับสูงไดภายใน
ขดี จำกดั ของโลก
0.2 0.4 0.5 0.8 1.0
ดัชนีพัฒนามนษุ ยของสหประชาชาติ

ที่มา : The Ecological Wealth of Nations : Earth’s Biocapacity as New Framework
for International Cooperation. Global Footprint Network (2553) หน้า 13;
ขอ้ มูลดชั นีพฒั นามนุษย์จาก Human Development Report 2552. UNDP (2552).

ประเดน็ อยทู่ ว่ี า่ ถา้ เราเหน็ พอ้ งตอ้ งกนั วา่ “การพฒั นา” เทา่ กบั “การปรบั ปรงุ
คุณภาพชวี ติ ” และ “การดูแลสงิ่ แวดลอ้ ม” การพฒั นานน้ั จ�ำเป็นจะตอ้ งมี
“การเตบิ โตทางเศรษฐกิจ” ด้วยหรือไม่

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 201


แนวคดิ “การเตบิ โตสเี ขยี ว” ของ OECD ตง้ั อยบู่ นสมมตฐิ านวา่ ถงึ อยา่ งไร ภาพท่ี 2 : เศรษฐกจิ ตอ้ ง “สมดลุ ” หรือ “อยู่ใน” สงั คมและส่งิ แวดล้อม
เศรษฐกิจก็ต้องเติบโต (อาจมองว่าถ้าไม่โต แนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว”
อาจไมม่ ีใครซอื้ ) ขณะท่ีนักรณรงค์ “การพฒั นาทย่ี ัง่ ยืน” มองวา่ เศรษฐกจิ ความไดเ ปรยี บ เตบิ โตอยา ง
ไม่ไดม้ ากอ่ น สงั คมและส่งิ แวดล้อมตา่ งหากทีต่ อ้ งมากอ่ น การฟน้ื ฟูดูแล ในการ มกี ำไร
สง่ิ แวดลอ้ มและสรา้ งความยตุ ธิ รรมทางสงั คมนนั้ เปน็ สงิ่ ทถ่ี งึ อยา่ งไรกต็ อ้ ง แขง ขนั
ทำ� ไมว่ ่าเศรษฐกิจโดยรวมจะตอ้ งโตช้าลง ย่�ำอยู่กับที่ หรอื แม้แต่ถดถอย
ระยะหนึ่งก่อน กระบวนการ สรา งธรุ กจิ นกั ลงทนุ ไดร บั
ถา้ เศรษฐกจิ เปน็ รถยนต์ แนวคดิ “การเตบิ โตสเี ขยี ว” มองวา่ ถงึ อยา่ งไรรถยนต์ มปี ระสทิ ธภิ าพ ทย่ี ง่ั ยนื ผลตอบแทน
กต็ อ้ งแลน่ ไปขา้ งหนา้ เพยี งแตเ่ ราตอ้ งคอ่ ยๆ ปรบั จนู เครอ่ื งยนต์ ใสเ่ กยี รใ์ หม่
ใหม้ ันปลอ่ ยไอเสียนอ้ ยลง ในขณะทแ่ี นวคดิ “การพฒั นาท่ยี ัง่ ยืน” มองวา่ โมเดล พนั ธมติ ร
ท�ำแบบน้ันสุ่มเส่ียงว่าจะไม่ทันการณ์ก่อนเกิดหายนะใหญ่ เราต้องต้ังใจ ธรุ กจิ ความคดิ ทางธรุ กจิ
ยกเคร่อื งทงั้ คัน จะตอ้ งถึงขนาดเขา้ เกียร์ถอยหลงั ชัว่ คราวกต็ ้องท�ำ
ในแง่หน่งึ เอกสาร Zero Draft และรายงานเศรษฐกิจสเี ขยี วจ�ำนวนมาก สรา งสรรค เปน
ล้วนบ่งช้ีทิศทางที่น่ายินดีว่า วิวาทะว่าด้วยการพัฒนาท่ียั่งยืน สุดท้ายก็ และนวตั กรรม นายจา งทด่ี ี
สามารถคบื คลานออกจากการปะทะทางความคดิ สมยั ปลายศตวรรษที่ 20
ระหวา่ งการมองวา่ การดแู ลสงิ่ แวดลอ้ มเปน็ “เรอื่ งหรหู รา” ทไี่ มจ่ ำ� เปน็ สำ� หรบั สขุ ภาพ หมพนุลงเั วงยีานน ฟน ฟู
ประเทศกำ� ลงั พฒั นา กบั การมองวา่ มนั เปน็ “เรอ่ื งจำ� เปน็ ” ทต่ี อ้ งทำ� ไมว่ า่ การ และความ ทรพั ยากร
พฒั นาของประเทศจะอยใู่ นระดบั ใด หลงั จากทปี่ ญั หาสง่ิ แวดลอ้ มจำ� นวนมาก อยดู มี สี ขุ
เผยใหเ้ หน็ ความเชอ่ื มโยงทแี่ ยกออกจากกนั ไมไ่ ด้ ระหวา่ งเศรษฐกจิ สงั คม ความเปน ชมุ ชนและ
และสง่ิ แวดล้อม ทอ งถน่ิ
แต่อย่างไรก็ตาม การถกเถียงเร่ืองหน้าตาของ “เศรษฐกิจสีเขียว” ยังคง
ดำ� เนนิ ตอ่ ไป โดยตงั้ อยบู่ นความแตกตา่ งของมมุ มองวา่ เราควรให้ “นำ�้ หนกั ” สว นตวั การศกึ ษาและ การออกแบบ โลจสิ ตกิ ส
กบั อะไรมากกวา่ กนั ระหวา่ งการพฒั นาสงั คมและอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม (“การ และ การพฒั นา อาคาร และการขนสง
พัฒนาท่ยี ่ังยนื ”) กับการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ (“การเติบโตสเี ขยี ว”) ความเทา เทยี ม

202 จรยิ ธรรมและ สรา งสงั คม บรรเทา ความ ใชช วี ติ ในขอบเขต เลกิ ทง้ิ ขยะ
ธรรมาภบิ าล ทเ่ี ปน ธรรม ความยากจน หลากหลาย สง่ิ แวดลอ ม
ทางชวี ภาพ

ความปลอดภยั สทิ ธิ การปลอ ย
และมน่ั คง มนษุ ยชน มลพษิ
และกา ซ การจดั การ

เรอื นกระจก ของเสยี

เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดลอ ม

สฤณีอาชวานันทกลุ 203


ไมว่ า่ “เศรษฐกจิ สเี ขยี ว” ควรมหี นา้ ตาอยา่ งไร ประเดน็ ทน่ี กั สง่ิ แวดลอ้ มและ “จากอู่ส่อู ู่” ในระบบมนษุ ย์
นกั เศรษฐศาสตรจ์ ำ� นวนไมน่ อ้ ยเหน็ ตรงกนั มากขน้ึ เรอ่ื ยๆ คอื เศรษฐกจิ สเี ขยี ว ผลติ /ประกอบ
ในอุดมคติควรเลียนแบบธรรมชาติ เปน็ ระบบปดิ “จากอู่สู่อู่ (Cradle to วัสดุ
Cradle)” ทไี่ ร้ของเสีย (Zero Waste) และใช้คาร์บอนสมดุล (Carbon
Neutral) แทนทร่ี ะบบ “จากอู่สสู่ ุสาน (Cradle to Grave)” ของระบบ ผลิตภณั ฑ
ทนุ นยิ มอตุ สาหกรรม ซงึ่ ดำ� เนนิ สบื มานบั ตงั้ แตส่ งครามโลกครงั้ ท่ี 2 สน้ิ สดุ ลง
เนอ่ื งจากระบบจากอสู่ สู่ สุ านเปน็ ระบบทไี่ มย่ งั่ ยนื กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ บริโภค
สงิ่ แวดลอ้ มทงั้ ตน้ ทาง (การตกั ตวงทรพั ยากรธรรมชาต)ิ และปลายทาง (ขยะ
และการปล่อยของเสยี ) เศรษฐกิจสีเขยี วกบั ความเหลอื่ มล�้ำ
ภาพท่ี 3 : ระบบ “จากอสู่ ู่อ่”ู ในธรรมชาตแิ ละเศรษฐกจิ ประเดน็ ทน่ี า่ สนใจเกยี่ วกบั เศรษฐกจิ สเี ขยี วคอื ความเชอื่ มโยงระหวา่ งเศรษฐกจิ
สเี ขยี วกบั การแกป้ ญั หาความเหลอื่ มลำ้� และความยากจน จดุ เชอ่ื มทส่ี �ำคญั
“จากอ่สู ู่อ่”ู ในระบบนเิ วศ คือข้อเท็จจรงิ ที่ว่า คนจนท่ัวโลกพ่งึ พาบรกิ ารระบบนิเวศมากกว่าผู้มฐี านะ
พชื รายงานของ The Economics of Ecosystems and Biodiversity (TEEB)
ใน พ.ศ. 2553 ชว้ี า่ ถา้ ดเู ฉพาะองคป์ ระกอบของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ
สารอาหาร สตั ว (Gross Domestic Product : GDP) จะพบวา่ มลู คา่ ตลาดของภาคเศรษฐกจิ
ในดิน ทคี่ นจนยงั ชพี อยมู่ ากทสี่ ดุ (“GDP ของคนจน”) อนั ไดแ้ ก่ เกษตรกรรม ปา่ ไม้
ผยู อยสลาย และการประมง ทง้ั หมดคดิ เปน็ สดั สว่ นคอ่ นขา้ งตำ�่ ของ GDP ทง้ั ประเทศ แต่
มลู คา่ ของนเิ วศบรกิ ารมสี ดั สว่ นสงู มากใน GDP ของคนจน ขอ้ เทจ็ จรงิ นบี้ ง่ ชวี้ า่
“จากอ่สู ู่อู”่ ในระบบมนุษย์ คนจนจะเดอื ดรอ้ นจากความเสอื่ มโทรมของสงิ่ แวดลอ้ ม (นเิ วศบรกิ ารถดถอย)
ผลิต/ประกอบ มากกวา่ คนรวย ดงั นนั้ หากปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มเลวรา้ ยลง ปญั หาความยากจน
กจ็ ะรนุ แรงกวา่ เดมิ ซำ�้ เตมิ ความเหลอื่ มลำ�้ ในสงั คมใหถ้ า่ งกวา้ งกว่าเดมิ
204
สฤณีอาชวานันทกลุ 205


ภาพท่ี 4 : “GDP ของคนจน” ประเมนิ จากการพง่ึ พาระบบนิเวศ ภาพท่ี5:ความทา้ ทายของเศรษฐกจิ สเี ขยี วในกรอบ“วธิ วี นิ จิ ฉยั การเตบิ โต”

ประเมนิ ระดบั การพึ่งพาบรกิ ารของระบบนเิ วศใน “GDP คนจน” กจิ กรรม นวัตกรรม และการลงทนุ
“สเี ขยี ว” สรางผลตอบแทนต่ำ

สดั สวนรายไดใ นภาคการเกษตรปา ไม อินโดนีเซยี อินเดีย บราซลิ ผลตอบแทนทาง คนไมสามารถ
และประมง (“GDP คนจน”) ตอ GDP 6% เศรษฐกจิ ตำ่ ใชประโยชนเ ตม็ ท่ี
ทัง้ ประเทศ 11% 17%
สดั สว นนเิ วศบริการใน “GDP คนจน” 89% 83% 94%

25% 53% 47% 11% แรงเฉ่ือย ผลตอบแทนทางสังคมต่ำ ความลมเหลวของรัฐ ความลมเหลวของตลาด
75% 89% สาธารณปู โภคไมเ พยี งพอ ผลกระทบภายนอก
ผลตอบแทน กรรมสิทธไิ์ มสมบูรณ
จำนวนประชากรยากจนในชนบท 99 ลานคน 352 ลา นคน 20 ลา นคน จาก R & D ตำ่ ทุนมนุษยต ำ่ เงินอดุ หนุนบิดเบือน ของขอมูลและแรงจงู ใจถกู หั่น
ใน“GDP คนจน” ทุนทางสงั คมต่ำ เอื้อประโยชนร ายเดิม ผลกระทบภายนอกเชิงลบ
นิเวศบรกิ าร ผลกระทบ และคณุ ภาพของสถาบันตา งๆ ตำ่ นโยบายคาดเดาไมได (Negative Externalities)
ของเครือขาย
อุปสรรคกดี กัน และการกำกบั
คแู ขงรายใหม ดูแลไมแนนอน
คานิยมและ
นิสัยเดมิ ๆ

ทม่ี า : IEEP for National Policy, บทที่ 3 (หนา้ 3) ทีม่ า : QECD ปรบั ปรุงจาก Hausman, Velasco and Rodrik (2551), Growth Diagnostic
ใน J.Stiglitz and N.Serra (eds), The Washington Consensus Reconsidered

ความท้าทายเชิงปฏบิ ตั ขิ อง “การเตบิ โตสเี ขยี ว” ความทา้ ทายประการสำ� คญั ของการเตบิ โตสเี ขยี วในมมุ มองของ OECD คอื
นอกจากการเปลีย่ นผา่ นไปส่กู ารเติบโตสเี ขียวจะเต็มไปด้วยความทา้ ทาย ผลตอบแทนจากกิจกรรม การลงทุนต่างๆ ที่เป็นสีเขียวยังต่�ำอยู่ หรือยัง
ต้ังแต่ระดับมุมมองหรือแนวคิด การปฏิบัติจริงให้เกิดผลก็มีความท้าทาย ไม่สูงพอท่ีจะจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง เมื่อมองย่อยลงมา
มากมายไมแ่ พก้ ัน รายงานของ OECD น�ำแนวคิด “วธิ วี นิ จิ ฉัยการเติบโต พบว่าปัญหาน้ีมี 2 ชนิดหลัก คือ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต�่ำ และคน
(Growth Diagnostic)” ของดานี โรดรกิ (Dani Rodrik) นกั เศรษฐศาสตร์ ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการเติบโตสีเขียวได้อย่างเต็มที่ กรณีหลังนี้
การเมอื งผทู้ รงอทิ ธพิ ล มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นบรบิ ทของเศรษฐกจิ สเี ขยี วดงั ตอ่ ไปนี้ หมายความว่าการลงทุนสีเขียวอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่ผลตอบแทนน้ัน
ตกมาถงึ มอื ประชาชนน้อยเกนิ ควร

206 สฤณีอาชวานันทกลุ 207


ภาวะผลตอบแทนต�่ำมี 2 สาเหตุหลักด้วยกัน สาเหตุแรกใช้ค�ำว่า “แรง ในขณะเดยี วกนั การทตี่ ลาดไมค่ ำ� นงึ ถงึ ตน้ ทนุ ทแ่ี ทจ้ รงิ กเ็ กดิ จากความลม้ เหลว
เฉือ่ ย” ในท่นี ีห้ มายถึงภาวะทเี่ ศรษฐกจิ เดิม อุตสาหกรรมเดิมๆ มกั ไมช่ อบ ของรัฐเช่นกนั คอื รัฐยังไมม่ ีกลไกใดๆ ท่จี ะเข้ามาแกป้ ญั หาความลม้ เหลว
ปรับตัวเปล่ียนแปลง และการไม่ปรับตัวก็มีสาเหตุย่อยหลายสาเหตุ อาทิ ของตลาด เชน่ ยงั ไมใ่ ชภ้ าษสี งิ่ แวดลอ้ ม และถอนเงนิ อดุ หนนุ อตุ สาหกรรม
ค่านิยมและความคุ้นเคยเดิมๆ นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็ถือ สกปรก นำ� รายรบั ไปอดุ หนนุ อตุ สาหกรรมสะอาด เพอ่ื ปรบั เปลย่ี นแรงจงู ใจ
กำ� เนิดข้นึ มารองรบั ธรุ กิจดงั้ เดมิ ยกตัวอย่างเช่น สาธารณปู โภคทงั้ หมดที่ ในระบบเศรษฐกจิ ให้สอดคลอ้ งกบั ต้นทนุ ท่ีแทจ้ ริงมากขึน้
แวดล้อมการผลิตน้�ำมันท�ำให้อุตสาหกรรมน้�ำมันได้เปรียบ และส่งผลให้ นอกจากความลม้ เหลวของรฐั จะเกดิ จากการบดิ เบอื นเงนิ อดุ หนนุ ไปในทางท่ี
ผลตอบแทนของการใชพ้ ลงั งานหมนุ เวยี นสูงกวา่ โดยเปรียบเทียบ เกิดเป็น สนับสนุนการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน OECD ยังมองว่าความล้มเหลวของรัฐ
แรงเฉือ่ ยทีส่ ำ� คญั มาก บางสว่ นเกดิ จากความไมแ่ นน่ อนของการกำ� กบั ดแู ล และทศิ ทางนโยบายท่ี
สาเหตุประการที่ 2 ของการที่ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจของการลงทุน คาดเดาไมไ่ ด้ สง่ ผลใหน้ กั ลงทนุ ไมก่ ลา้ ลงทนุ ในเศรษฐกจิ สเี ขยี วเทา่ ทค่ี วร
สีเขียวยังอยู่ในระดับต�่ำ คือการท่ีผลตอบแทนด้านสังคมของการลงทุน OECD เสนอว่ารัฐควรใช้เครื่องมือเชิงนโยบายหลายประเภทในการรับมือ
สีเขียวก็ยังอยู่ในระดับต�่ำ อันเป็นผลจากการมีสาธารณูปโภคไม่เพียงพอ กับความท้าทายดังกล่าวข้างต้น อาทิ การใช้ระบบภาษีส่ิงแวดล้อม การ
ทนุ มนษุ ยต์ ำ่� หรอื คุณภาพของสถาบนั ตา่ งๆ ตกตำ่� สถาบันต่างๆ ในทน่ี ี้ ทบทวนเงินอุดหนุนในธุรกิจที่ไม่ยั่งยืน การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา
รวมถงึ กลไกทางกฎหมาย และกลไกของระบบราชการ ทงั้ หมดนเ้ี ปน็ สาเหตุ ธุรกิจสีเขียว การลดการผูกขาดโดยรัฐ และการปฏิรูประบบก�ำกับดูแล
หรือเปน็ สว่ นหนึง่ ของปญั หาที่ท�ำใหเ้ กดิ ภาวะผลตอบแทนด้านสังคมต�่ำ นอกจากนย้ี งั ตอ้ งพฒั นาชดุ ตวั ชวี้ ดั ทช่ี ดั เจน และเพมิ่ เขา้ ไปในตวั ชว้ี ดั ผลงาน
สำ� หรบั ประเดน็ ทคี่ นยงั ไมส่ ามารถใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ตม็ ทจี่ ากการลงทนุ สเี ขยี ว (Key Performance Indicators : KPI) ของผดู้ ำ� เนนิ นโยบาย เพอื่ ตดิ ตาม
มี 2 สาเหตหุ ลกั ไดแ้ ก่ ความลม้ เหลวของตลาด และความลม้ เหลวของรฐั ความคืบหน้าของเศรษฐกิจสีเขียวอย่างชัดเจน ชุดตัวช้ีวัดดังกล่าวจะต้อง
ซึง่ หลายกรณีมคี วามเชอ่ื มโยงกนั ยกตัวอยา่ งเช่น ปัญหาการเปลีย่ นแปลง สะทอ้ นผลติ ภาพในการใชท้ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละระบบนเิ วศ และสะทอ้ น
สภาพภมู อิ ากาศสว่ นหนงึ่ เกดิ จากความลม้ เหลวของตลาดทผ่ี ผู้ ลติ ไมร่ บั ผดิ ชอบ ระดบั ความอดุ มสมบรู ณข์ องทนุ ธรรมชาตทิ ง้ั ทมี่ วี นั หมดและทไี่ มม่ วี นั หมด
ตน้ ทนุ ทแี่ ทจ้ รงิ ของธรุ กจิ โดยเฉพาะผลกระทบภายนอกเชงิ ลบ (Negative นอกจากนั้นยังต้องเชื่อมโยงประเด็นส่ิงแวดล้อมเข้ากับคุณภาพชีวิตของ
Externalities) อาทิ มลพษิ และกา๊ ซเรอื นกระจกเกนิ ขนาด อกี ทง้ั ผบู้ รโิ ภค ประชาชน เช่น ความเสย่ี งดา้ นสิ่งแวดลอ้ มทก่ี ระทบตอ่ สุขภาพ
และนักลงทุนก็ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอในการตัดสินใจ (ไม่รู้ว่าบริษัทใด OECD เสนอวา่ ประเดน็ ทพ่ี งึ ระวงั ในการใชเ้ ครอื่ งมอื เชงิ นโยบายคอื จะตอ้ ง
“เขียวจรงิ ”) มกี ารประเมนิ ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของทางเลอื กตา่ งๆ อยา่ งรอบคอบ โดยเฉพาะ
มาตรการเชงิ บงั คบั ซง่ึ อาจมตี น้ ทนุ สงู จนไมค่ มุ้ คา่ หรอื กอ่ ใหเ้ กดิ โทษมากกวา่
208 ประโยชน์ ยกตวั อยา่ งเชน่ การเกบ็ ภาษกี า๊ ซออกไซดข์ องไนโตรเจน (NOx)

สฤณีอาชวานนั ทกุล 209


ในสวีเดน เป็นมาตรการที่ดีกว่าการบังคับใช้มาตรฐานด้านเทคโนโลยี สฤณีอาชวานันทกลุ 211
เนอื่ งจากภาคเอกชนตอ้ งคดิ รวมภาษสี งิ่ แวดลอ้ มตวั นเ้ี ขา้ เปน็ ตน้ ทนุ ในการ
ประกอบธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีอิสรภาพในการคิดค้น และจัดหา
เทคโนโลยใี หมๆ่ มาใชล้ ดตน้ ทนุ วธิ นี จี้ งึ ดกี วา่ กรณที รี่ ฐั บงั คบั ใชเ้ ทคโนโลยี
สเี ขยี วตวั ใดตวั หนง่ึ เปน็ การเฉพาะ ซงึ่ อาจไรป้ ระสทิ ธภิ าพในบน้ั ปลาย และ
ลดแรงจงู ใจของเอกชนทจี่ ะลงทนุ วจิ ัยและพฒั นา
กลา่ วโดยสรปุ แนวคดิ “การเตบิ โตสเี ขยี ว” เนน้ หนกั ไปทกี่ ารสรา้ งการเตบิ โต
ทางเศรษฐกิจ แต่ยอมรับว่าเราอยู่ในยุคท่ีต้องดูแลส่ิงแวดล้อมและสังคม
ไปพร้อมกันด้วย แนวคิดนี้ให้ความส�ำคัญกับนวัตกรรมและกลไกตลาด
เป็นหลัก แต่ก็เสนอให้รัฐมีบทบาทมากข้ึน เพื่อแก้ปัญหาความล้มเหลว
ของตลาด เพื่อปรับเปลี่ยนแรงจูงใจของภาคเอกชนและประชาชนให้มุ่งสู่
เศรษฐกจิ สเี ขยี ว ขณะทแี่ นวคดิ “การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ” เนน้ หนกั ไปทก่ี ารดแู ล
สง่ิ แวดลอ้ มและสงั คม มองวา่ การแกป้ ญั หาสงิ่ แวดลอ้ มเปน็ หวั ใจส�ำคญั ของ
การแก้ปัญหาความยากจน และการสร้างความยุติธรรมทางสังคม ดังนน้ั
การรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจึงเป็นประเด็นรอง แนวคิดน้ี
ให้ความส�ำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส
ในกระบวนการตดั สนิ ใจเชงิ นโยบาย
สดุ ทา้ ยแนวคิด “เศรษฐกจิ สเี ขยี ว” ท่อี งคก์ ารสหประชาชาติมงุ่ ผลกั ดัน จะ
ได้รับอิทธิพลจากโลกทัศน์แบบใดมากกว่ากัน ระหว่างค่าย “การเติบโต
สีเขียว” แบบ OECD กับค่าย “การพัฒนาทย่ี ง่ั ยนื ” อกี ไม่นานภาพคงจะ
ชัดขึ้น เมอ่ื การประชุม Rio+20 เปิดมา่ นในเดือนมถิ นุ ายน พ.ศ. 2555

210


08

เม่อื มังกรเปลี่ยนสี

ตน้ พ.ศ. 2555 ชดั เจนแลว้ วา่ อกี ไมน่ านจนี จะขนึ้ แทน่ เปน็ เศรษฐกจิ ทใ่ี หญ่
ท่ีสุดในโลก เหมือนกับท่ีสหรัฐอเมริกาเคยขึ้นแท่นแทนอังกฤษหลังจบ
สงครามโลกครัง้ ท่ี 2 กวา่ คอ่ นศตวรรษก่อนหนา้
แต่สง่ิ ท่ีต่างไปคอื สหรฐั อเมริกาผงาดแซงอังกฤษด้วยแบบแผนการพัฒนา
ไม่ต่างกัน คือเติบโตจากทุนอุตสาหกรรม และความเส่ือมโทรมของ
สิ่งแวดลอ้ มกย็ ังไมเ่ ลวรา้ ยเทา่ กบั ในวนั น้ี
มหาอำ� นาจใหมแ่ หง่ ศตวรรษที่ 21 ซงึ่ มปี ระชากรมากกวา่ สหรฐั อเมรกิ าและ
อังกฤษรวมกัน 3 เท่า ก�ำลังค้นพบว่าไม่อาจเจริญรอยตามแบบแผนการ
พัฒนาของโลกตะวันตกได้อีกต่อไป เนื่องจากกำ� ลังร่อแร่อยู่บนปากเหว
แห่งหายนะระบบนเิ วศ
ปจั จบุ นั จนี ปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกมากทสี่ ดุ ในโลก รายงานของธนาคารโลก
ระบุว่า ในจ�ำนวน 20 เมืองที่มีมลพิษแย่ท่ีสุดในโลก 16 เมืองอยู่ในจีน
ชาวจนี ทั้งประเทศกว่า 560 ล้านคนอาศัยอย่ใู นเมอื ง แต่มเี พยี งรอ้ ยละ 1
ทหี่ ายใจอากาศระดบั “ปลอดภยั ” ตามมาตรฐานของสหภาพยโุ รป คณุ ภาพ
อากาศหลายเมืองแย่กว่าลอสแอนเจลิสในสหรัฐอเมริกา (เมืองท่ีอากาศ
เลวร้ายมาก) 2-3 เท่า ทุกปชี าวจนี กว่าครึ่งล้านคนล้มตายจากมลพษิ ทาง
อากาศ

สฤณีอาชวานันทกุล 213


มเี พยี งการสบู บหุ รีเ่ ทา่ นั้นท่ีท�ำให้คนจีนตายมากกวา่ น้ี ปญั หามลพษิ วา่ แยแ่ ลว้ แตท่ อี่ นั ตรายไมแ่ พก้ นั คอื ปญั หาการขาดแคลนนำ้�
คณุ ภาพนำ�้ ในจนี กำ� ลงั ยำ่� แยไ่ มแ่ พก้ นั กระทรวงสง่ิ แวดลอ้ มจนี เผยใน พ.ศ. การแผข่ ยายของพนื้ ทที่ ะเลทรายอยา่ งรวดเรว็ กลนื กนิ พนื้ ทข่ี นาดเทา่ จงั หวดั
2553 ว่าแม่น�้ำร้อยละ 40 ในประเทศเน่าเหม็นจนอุปโภคบริโภคไม่ได้ นครราชสมี าทกุ 5 ปี การสญู เสยี หนา้ ดนิ และฝนกรด ซง่ึ กระทบกวา่ 1 ใน 3
2 ใน 3 ของแม่นำ้� และทะเลสาบมมี ลพิษเกินขีดอนั ตราย (คนที่อาศัยอยู่ ของทด่ี ินเพอ่ื การเพาะปลกู
ชายฝั่งแม่น�้ำป่วยเป็นมะเร็งมากกว่าบริเวณอ่ืนๆ หลายเท่า) แม่น้�ำแยงซี
ไรซ้ ่ึงสงิ่ มีชวี ิตใดๆ ยาวติดกันหลายตารางกิโลเมตร และชาวจนี กว่า 340 มลพษิ และสิง่ แวดลอ มเส่อื มโทรมรุนแรงในจีน
ล้านคนเขา้ ไม่ถงึ น�ำ้ ดมื่ สะอาด
TBAARSIIMN GOBI DESERT BEIJING
ทวิ ทศั นห์ ลายแหง่ หมองหมน่ ราวกบั หลดุ ออกมาจากภาพยนตรห์ ลงั สงคราม
โลก (Post-apocalypse) ชาวเมอื งอุตสาหกรรมหลายเมืองแทบไม่เคย SHANGHAI
มองเห็นดวงอาทติ ย์ เด็กๆ ลม้ ป่วยและตายจากพิษตะกวั่ เปน็ กิจวตั ร และ
ชายฝั่งก็เต็มไปด้วยขี้ปลาวาฬ (ปรากฏการณ์น�้ำทะเลเปล่ียนสีจากการ ภาวะขาดแคลนนำ้ กลายเปน ทะเลทราย ฝนกรด มลพษิ ทางอากาศ
ขยายตัวของแพลงตอน) จนทะเลหลายบริเวณไม่อาจรองรับชีวิตใดๆ อีก คนกวา 600 ลานคน ในอตั ราปจจบุ นั สว นใหญเกดิ จาก หลายเมอื งในจนี
ตอ่ ไป ใชชวี ิตในพน้ื ท่ี ทะเลทรายทาง การเผาถา นหนิ แยท ส่ี ุดในโลก
ขาดแคลนนำ้ ตอนเหนือของจีน ฝนกรดกอ ความ
214 จะฝงกลบบรเิ วณ เสียหายใหก บั อาคาร มลพิษเทากับ
ใหญเทา กับจงั หวดั และผลผลิตทาง ลอสแอนเจลสิ (แอลเอ)
นครราชสมี าทกุ 5 ป การเกษตรในพ้นื ที่ 2 เทาของแอลเอ
รอ ยละ 30 ของประเทศ 3 เทา ของแอลเอ

ทม่ี า : http://www.flickr.com/photos/woonder/4469272570/sizes/l/in/photostream/

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 215


ชดั เจนวา่ จนี กำ� ลงั สำ� ลกั ความสำ� เรจ็ ของตวั เอง ยง่ิ เศรษฐกจิ เตบิ โตเรว็ เพยี งใด โชคดีที่เมืองส่วนใหญ่ในจีนยังไม่แออัดยัดทะนานไปด้วยรถยนต์ จีนยัง
ประชาชนยงิ่ เดอื ดรอ้ นเพยี งนน้ั จากแบบแผนการพฒั นาทเ่ี นน้ อตุ สาหกรรม เป็นประเทศท่ีคนส่วนใหญ่ข่ีจักรยาน เดินถนน โดยสารรถเมล์และรถไฟ
หนักและการขยายตัวของเมือง ท้ังสองอย่างนี้ต้องใช้พลังงานปริมาณ นอกจากจะสนับสนุนรถเมล์ท่ีเดินด้วยพลังงานไฟฟ้า รัฐบาลยังสนับสนุน
มหาศาล ซ่ึงท่ผี า่ นมาไดจ้ ากถ่านหิน แหลง่ พลงั งานสกปรกทจี่ ีนมอี ยู่อย่าง อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าย่ีห้อ BYD
เหลอื เฟือที่สดุ (http://www.byd.com/) ของจีนเองไดเ้ ปดิ ใหป้ ระชาชนซอ้ื และกำ� ลงั วาง
ปัญหาส่ิงแวดล้อมหลายด้านของจีน ซ่ึงวิกฤติขึ้นทุกขณะน้ัน ไม่เพียงแต่ ระบบชารจ์ แบตเตอรท่ี ว่ั ประเทศ
คกุ คามความเจรญิ ทางเศรษฐกจิ ในอนาคต (ธนาคารโลกประเมนิ วา่ “ราคา” ดา้ นอาคาร รฐั บาลจนี ประกาศใชม้ าตรฐาน “อาคารสเี ขยี ว” เรยี กวา่ “ระบบ
ของวกิ ฤติสิง่ แวดลอ้ มในจนี คือรอ้ ยละ 6 ของ GDP ต่อป)ี แตย่ งั บัน่ ทอน สามดาว” ซงึ่ เทยี บเคยี งไดค้ อ่ นขา้ งดกี บั มาตรฐานอาคารสเี ขยี วในประเทศ
เสถยี รภาพทางการเมอื งในประเทศ เนอื่ งจากประชาชนไมย่ อมทนทกุ ขท์ รมาน พฒั นาแลว้ นอกจากนอี้ ตุ สาหกรรมปรบั ปรงุ อาคาร (Retrofit) และมาตรการ
อย่างไม่มีปากเสียงอีกต่อไป งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยหนานไกระบุว่า สนบั สนนุ ตา่ งๆของรฐั กก็ ำ� ลงั เตบิ โตโดยมจี ดุ หมายทก่ี ารปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพ
ชาวบ้านลุกฮอื ขนึ้ ประท้วงเกือบ 90,000 คร้งั ใน พ.ศ. 2552 ในจ�ำนวนนี้ การใช้พลังงานของอาคารด้งั เดมิ
หลายพนั ครง้ั ประทว้ งเรอ่ื งสง่ิ แวดลอ้ ม และตวั เลขนกี้ น็ บั เฉพาะการประทว้ ง รัฐบาลจีนใช้ไม้ออ่ นและไมแ้ ข็งอย่างจริงจงั กบั อตุ สาหกรรมสกปรก นัน่ คอื
ท่มี ผี ู้ชมุ นมุ มากกวา่ 100 คน อตุ สาหกรรมทอี่ พั เกรดใหเ้ ขยี วกวา่ เดมิ จะไดร้ บั เงนิ อดุ หนนุ สว่ นอตุ สาหกรรม
ทั้งหมดนี้แปลว่า “เศรษฐกิจสีเขียว” ไม่ใช่อุดมคติส�ำหรับจีน หากเป็น ทไ่ี ม่ท�ำจะต้องเสยี คา่ ปรับ
“ความจำ� เปน็ เรง่ ดว่ น” ทจ่ี ะตอ้ งทำ� ใหไ้ ดก้ อ่ นทวี่ กิ ฤตสิ งิ่ แวดลอ้ มจะนำ� ไปสู่ ในภาพใหญ่ รฐั บาลจนี กำ� ลงั ทมุ่ ลงทนุ มากกวา่ 100,000 ลา้ นเหรยี ญสหรฐั ฯ
หายนะทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไปกบั การสรา้ งระบบจา่ ยไฟฟา้ ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ และเชอื่ มตอ่ เมอื งตา่ งๆ ดว้ ย
ในเมื่อวิกฤติส่ิงแวดล้อมของจีนมีรากมาจากการใช้ถ่านหินเป็นพลังงาน รถไฟความเร็วสูง ซ่ึงปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าอุตสาหกรรมการบิน
และการขยายตวั ของเมอื ง หนา้ ตาของ “เศรษฐกจิ สเี ขยี ว” แบบจนี จงึ ตอ้ งมี อีกทั้งยังลงทุนพฒั นา “เมอื งสีเขียว” ใหมถ่ อดดา้ ม อาทิ โครงการพัฒนา
“เมอื งสเี ขียว” กับ “พลังงานสะอาด” เป็นองค์ประกอบส�ำคญั เมืองเทียนจิน (http://en.wikipedia.org/wiki/Sino-Singapore_
Tianjin_Eco-city) รว่ มกบั รฐั บาลสงิ คโปร์ ใหเ้ ปน็ เมอื งสเี ขยี วภายในกลาง
216 ทศวรรษ 2020

สฤณีอาชวานันทกลุ 217


ดา้ นพลังงานสะอาด จีนลงทุนดา้ นน้ีอยา่ งตอ่ เน่ือง ใน พ.ศ. 2552 ขน้ึ แทน่ อาทติ ยข์ นาด 2,000 เมกะวตั ตใ์ นทะเลทรายมองโกเลยี ซงึ่ เมอื่ การกอ่ สรา้ ง
เปน็ ผนู้ ำ� โลก แซงหนา้ สหรฐั อเมรกิ าซงึ่ มาอนั ดบั 2 ในปเี ดยี วกนั นนั้ สถาบนั แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2562 จะเป็นฟารม์ โซลารเ์ ซลล์ทีใ่ หญท่ ่ีสุดในโลก
Worldwatch รายงานว่า จีนมีศักยภาพผลิตพลังงานลมเป็นอันดับ 4 อย่างไรก็ดี มีผู้ประเมินว่าการลงทุนในพลังงานสะอาด แม้จะโตเร็วมาก
ของโลก และก�ำลงั ลงทุนเพ่ิมใหไ้ ด้อีก 100 กกิ ะวตั ตภ์ ายใน พ.ศ. 2563 แต่ก็ยังไม่เร็วพอ ในอัตราปัจจุบัน จีนจะยังใช้พลังงานกว่า 2 ใน 3 จาก
ทง้ั นเ้ี นอ่ื งจากพลงั งานลมคมุ้ คา่ กบั การลงทนุ มาก วารสาร Science รายงาน ถา่ นหนิ ใน พ.ศ. 2563 ถงึ แมว้ า่ รฐั บาลจะบงั คบั ใหอ้ ตุ สาหกรรมปดิ โรงงาน
ผลการวจิ ยั ของมหาวทิ ยาลยั ฮารว์ ารด์ และซงิ หวั วา่ ดว้ ยเมด็ เงนิ ลงทนุ ไมถ่ งึ ไฟฟา้ ถา่ นหนิ โรงเกา่ 1 โรง ตอ่ ทกุ 1 โรงใหมท่ ส่ี รา้ งกต็ าม ผสู้ งั เกตการณ์
1,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ ตอ่ ประชากร 1 คน จนี สามารถรองรบั ความตอ้ งการ จ�ำนวนมากก็มองว่า รัฐบาลจีนจะต้องลงทุนในพลังงานสะอาดมากกว่าน้ี
พลงั งานของทง้ั ประเทศด้วยพลังงานลมอยา่ งเดียวภายใน พ.ศ. 2573 และเลกิ ก่อสรา้ งโรงไฟฟ้าถา่ นหินอย่างจรงิ จัง ถา้ จะลดก๊าซเรือนกระจกลง
นอกจากจะลงทนุ มหาศาลในพลงั งานลม จนี ยงั ลงทนุ มหาศาลในพลงั งาน ใหไ้ ดอ้ ย่างมีนยั ส�ำคัญ
แสงอาทิตย์ ปัจจุบันเป็นผู้น�ำโลกด้านการผลิตโซลาร์เซลล์ 1 ใน 4 ของ ชัดเจนแล้วว่ามังกรก�ำลังเปลี่ยนสีจากแดงเป็นเขียว ค�ำถามเพียง 2 ข้อที่
โซลาร์เซลล์ทั่วโลกผลิตในจีน นอกจากจะส่งออกโซลาร์เซลล์แล้ว จีนยัง อาจยงั ไมม่ ใี ครกลา้ ตอบคอื มงั กรจะเปลยี่ นเปน็ สเี ขยี วโดยไมอ่ าศยั ระบอบ
ลงทุนในโครงการในประเทศอย่างต่อเน่ือง รวมท้ังโครงการพลังงานแสง ประชาธปิ ไตยไดน้ านเพียงใด และจะเปล่ียนได้ทนั ท่วงทีก่อนหล่นลงสเู่ หว
แห่งหายนะระบบนิเวศไดห้ รือไม่
218
สฤณีอาชวานนั ทกุล 219


09 ไม่ว่า “เศรษฐกิจสีเขียว” จะเกิดข้ึนในวงกว้างได้หรือไม่ หน้าตาของมัน
ในแต่ละประเทศย่อมไม่เหมือนกัน เพราะความท้าทายท่ีแต่ละประเทศ
พญาคชสารกับเศรษฐกจิ เผชิญหนา้ นน้ั แตกต่างกัน หรือต่อใหค้ วามท้าทายเหมือนกนั ระดบั ความ
คาร์บอนต�่ำ รนุ แรงและรากส�ำคัญของปญั หาก็มกั จะแตกต่างกันมาก
ยกตัวอย่างเช่น ต้นเหตุใหญ่ที่สุดที่ท�ำให้กรุงเทพฯ ร้อนขึ้น ไม่ใช่ภาวะ
โลกรอ้ น แตเ่ ปน็ การตดั ตน้ ไมใ้ นเมอื งจนกรงุ เทพฯ กลายเปน็ เมอื งใหญท่ ม่ี ี
ตน้ ไม้นอ้ ยที่สุดในเอเชีย และน้อยกวา่ สิงคโปร์ถงึ 5 เท่า
การแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ จึงต้องแก้ให้ตรงจุด คือปลูกต้นไม้ อนุรักษ์
ต้นไม้ใหญ่ในเมือง ควบคุมการก่อสร้างตึกใหม่ และปรับปรุงมาตรฐาน
ตกึ เก่าอย่างจรงิ จงั
ขณะทวี่ กิ ฤตสิ ง่ิ แวดลอ้ มในจนี กำ� ลงั เปน็ ชนวนเรง่ การเปลย่ี นผา่ นสเู่ ศรษฐกจิ
สีเขียว ชนวนเร่งสู่เป้าหมายเดียวกันของอินเดียก็คือ การเติบโตอย่าง
พลงุ่ พลา่ นไรร้ ะเบยี บของเมอื งและประชากร โดยเฉพาะในยคุ ทอ่ี นิ เดยี ปลอ่ ย
คารบ์ อนร้อยละ 5 ของโลก และเศรษฐกจิ ยงั เติบโตอย่างร้อนแรง

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 221


ตัวอยา่ งเช่น ปจั จุบนั มหานครมมุ ไบ เมืองใหญอ่ นั ดบั 4 ของโลก ท่ีอยขู่ อง แมก็ คนิ ซยี ช์ ว้ี า่ การเตบิ โตของเมอื งอนิ เดยี เปน็ ปญั หามากกวา่ จนี มาก เพราะ
ชาวอินเดียกว่า 12 ล้านคน ก�ำจัดขยะได้เพียงร้อยละ 30-40 ของขยะ เมืองจีนส่วนใหญ่เติบโตอย่างมีแผนผังและแบบแผน ภายใต้การควบคุม
ทงั้ หมดในเมอื ง รถตดิ วนิ าศสนั ตะโรเฉลย่ี 5 ชวั่ โมงตอ่ วนั พน้ื ทส่ี ลมั ในเมอื ง ของรัฐตามแผนยุทธศาสตร์ท่ีวางอย่างรัดกุม ขณะท่ีเมืองอินเดียเติบโต
แผข่ ยายอยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ ดว้ ยอตั ราการเพมิ่ ขนึ้ ของประชากรปจั จบุ นั อนิ เดยี อยา่ งรวดเรว็ ไรร้ ะเบยี บโดยธรรมชาติ ทำ� ใหข้ าดแคลนสาธารณปู โภคพนื้ ฐาน
จะมเี มืองใหญ่ที่มปี ระชากรมากกว่า 1 ล้านคน เพ่มิ อกี 26 เมอื งภายใน ทจ่ี ำ� เป็นตอ่ การดำ� รงชวี ิต
พ.ศ. 2573 นอกเหนอื จากเมอื งใหญ่ 42 เมอื งท่มี อี ย่เู ดมิ ตัวเลขประชากร การรองรบั คนเมืองมหาศาลใน พ.ศ. 2573 หมายความว่า
ท่ีอาศัยอยูใ่ นเมอื งจะกระโดดจาก 340 ล้านคนใน พ.ศ. 2551 เป็น 590 • รฐั บาลจะต้องเพ่ิมแหล่งนำ้� สะอาดกว่า 3.5 เท่าจากระดับปัจจุบนั
ลา้ นคนภายใน พ.ศ. 2573 • เพม่ิ การบ�ำบดั น�้ำเสีย 2 เทา่
ความจำ� เปน็ ทอี่ นิ เดยี จะตอ้ งจดั การกบั ปญั หาทอี่ ยอู่ าศยั และบรกิ ารสขุ ภาพ • กำ� จัดขยะไดม้ ากกวา่ เดมิ 6 เทา่
ในเมือง ยงั ไมต่ ้องพูดถึงการปรับปรงุ การออกแบบเมอื ง ธรรมาภิบาล และ • เพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารของรถไฟใต้ดิน และรถโดยสาร
การจัดการคาร์บอน เป็นความเสี่ยงไม่เฉพาะกับเศรษฐกิจและสังคมของ
อนิ เดยี อยา่ งเดยี ว แตย่ งั เปน็ ความเสยี่ งตอ่ เสถยี รภาพของเศรษฐกจิ โลกดว้ ย ประจำ� ทาง 20 เท่า
เพราะประชากรอนิ เดยี ใน พ.ศ. 2573 มแี นวโน้มว่าจะแซงหน้าประชากร • เพ่มิ ท่อี ยู่อาศัยสำ� หรบั ผูม้ รี ายไดน้ อ้ ย 10 เทา่
จีน ท�ำให้อนิ เดียขน้ึ แทน่ ประเทศท่ีมปี ระชากรมากทส่ี ุดในโลก • ปรับปรุงชีวติ ความเปน็ อยู่ของชาวสลมั ซงึ่ มสี ัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของ
รายงาน พ.ศ. 2553 ชอื่ “การต่ืนตวั ของชาวเมืองอินเดยี (India’s Urban
Awakening)” โดยสถาบันแม็กคินซีย์ (http://www.mckinsey.com/ คนเมอื งทั้งหมดในอินเดีย
Insights/MGI/Research/Urbanization/Urban_awakening_in_ ถงึ แมป้ ญั หาจะดหู นกั หนาสาหสั แมก็ คนิ ซยี ก์ ป็ ระเมนิ วา่ อนิ เดยี มเี วลาและ
India) วิเคราะหค์ วามท้าทายของเมืองใหญใ่ นอินเดยี และน�ำเสนอวาระ ทรพั ยากร(รวมถงึ บรษิ ทั ขา้ มชาติสถาบนั การเงนิ และองคก์ รดา้ นมนษุ ยธรรม
การแกป้ ญั หา ทย่ี ินดีจะจับมอื เปน็ พันธมิตรกบั รฐั บาล) เพียงพอ โดยจะสามารถเพ่มิ การ
แม้รายงานฉบับน้ีจะตั้งต้นจากปัญหาและวิธีแก้ปัญหา มากกว่าข้อเสนอ ลงทนุ ในเมอื งจากรอ้ ยละ 0.5 ของ GDP เปน็ รอ้ ยละ 2 ได้ เนอ่ื งจากเศรษฐกจิ
ให้อินเดียเปล่ียนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว บทสรุปของรายงานก็ส่ือนัยถึง ยังแขง็ แกรง่ ปจั จบุ นั รฐั บาลอนิ เดยี ใชเ้ งนิ ลงทนุ ในเมอื งตอ่ หวั ประชากรเพยี ง
ความจำ� เป็นของเศรษฐกจิ สเี ขยี ว ร้อยละ 14 ของระดบั ที่จีนใช้ และรอ้ ยละ 4 ของระดับที่องั กฤษใช้
รายงานของแม็กคินซีย์เสนอ 5 กลยุทธ์หลักทีอ่ ินเดยี ควรใช้เพ่ือแก้ปัญหา
222 ไดแ้ ก่ 1. แปลงทดี่ นิ เปน็ ทนุ เพอื่ หนนุ การใชท้ ดี่ นิ อยา่ งมปี ระโยชน์ 2. ขน้ึ ภาษี
ท่ีดินและภาษีการใช้ที่ดิน 3. วางระบบการให้เงินอุดหนุนตามสูตรจาก
รฐั บาลกลางและรฐั บาลแควน้ 4. ใชร้ ปู แบบทเี่ หมาะสมในการทำ� งานรว่ มกนั

สฤณีอาชวานนั ทกุล 223


ระหวา่ งรฐั กบั เอกชน (เชน่ การเปน็ พนั ธมติ ร : Public-Private Partnership) ใน พ.ศ. 2553 รฐั บาลอนิ เดยี แตง่ ตงั้ คณะกรรมการทป่ี รกึ ษาขนึ้ มาท�ำแผน
และ 5. จดั ตง้ั กองทนุ พัฒนาเมือง เพอื่ ใชเ้ งนิ จากแหลง่ รายได้ต่างๆ อย่าง การเตบิ โตคารบ์ อนตำ�่ สำ� หรบั อนิ เดยี สมาชกิ ของคณะกรรมการชดุ นมี้ าจาก
มีประสิทธภิ าพ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาค
นอกจากประเด็นเรื่องการหาเงินและใช้เงิน แม็กคินซีย์ยังเสนอว่าอินเดีย ประชาชน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คณะกรรมการนี้ออกรายงานระหว่าง
ต้องคำ� นงึ ถงึ มิตอิ น่ื ๆ อกี 4 มติ ิ นอกเหนอื จากการเงนิ ได้แก่ 1. จดุ ท่ีควร กาลมาใน พ.ศ. 2554 ลา่ ชา้ กวา่ ก�ำหนด 8 เดอื น กถ็ กู วพิ ากษว์ จิ ารณอ์ ยา่ ง
สรา้ งเมอื งใหม่ 2. ธรรมาภบิ าลของเมือง (ปัจจบุ นั อินเดียเปน็ ประเทศกลมุ่ กวา้ งขวางวา่ ไม่มีอะไรใหม่ เปน็ แค่ “ธุรกจิ เดมิ ๆ (Business as Usual)”
G20 เพยี งประเทศเดยี วทไี่ มม่ ฝี า่ ยบรหิ ารเมอื งอยา่ งเปน็ กจิ จะลกั ษณะ หนา้ ที่ เท่านนั้
การบรหิ ารเมอื งเปน็ ของรฐั บาลระดบั แควน้ ซงึ่ มกั จะอยหู่ า่ งไกล ความส�ำเรจ็ เน่ืองจากรายงานฉบับนี้เพียงแต่ยืนยันว่าอินเดียน่าจะสามารถบรรลุเป้า
ของโมเดลนายกเทศมนตรแี ตง่ ตง้ั ของเมอื งกลั กตั ตาอาจใชเ้ ปน็ โมเดลระดบั ทปี่ ระกาศในทปี่ ระชมุ โลกรอ้ นทโี่ คเปนเฮเกน พ.ศ. 2552 วา่ จะลดความเขม้
ชาตไิ ด)้ 3. นโยบายรายสาขา รวมถงึ การพฒั นาเศรษฐกจิ ความยงั่ ยนื และ ของคารบ์ อน (Carbon Intensity) ลงใหไ้ ดร้ อ้ ยละ 20-25 ภายใน พ.ศ. 2563
การจดั การทอี่ ยอู่ าศยั และ4.การออกแบบผงั เมอื งอยา่ งสมำ�่ เสมอเชน่ วางผงั ซง่ึ เป้านี้ต้งั แต่ตอนประกาศกถ็ ูกวพิ ากษ์วิจารณว์ า่ ต�่ำกว่าเปา้ ที่จนี ประกาศ
20 ปีที่ก�ำหนดโซนนิงชดั เจน สร้างบรกิ ารสาธารณะ โดยใชก้ ระบวนการท่ี ถงึ 2 เทา่ นกั วจิ ยั หลายคนมองวา่ เปน็ เปา้ ทอ่ี นิ เดยี ท�ำไดง้ า่ ย โดยไมต่ อ้ งใช้
ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างโปร่งใส (รายงานของแม็กคินซีย์ยกสิงคโปร์ นโยบายบงั คับให้ทกุ ภาคสว่ นลดการปลอ่ ยคารบ์ อนอยา่ งจริงจัง
ลอนดอน และนวิ ยอร์กเปน็ เมอื งต้นแบบในแงน่ ้)ี รายงานระหว่างกาลระบุว่า ถ่านหินจะยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของ
แม้จะมีข้อมูลและข้อเสนอท่ีชัดเจน รายงานของแม็กคินซีย์ก็ไม่ได้พูดถึง อินเดียใน พ.ศ. 2563 ซึ่งหมายความวา่ จะต้องใช้เพ่มิ อีก 2.5 เทา่ ในเมื่อ
เศรษฐกจิ สเี ขยี วในแงก่ ลยทุ ธท์ จี่ ำ� เปน็ ตอ่ การปรบั ปรงุ เมอื งอนิ เดยี ยกตวั อยา่ ง ความตอ้ งการพลงั งานพงุ่ สงู ตอ่ เนอื่ งตามการเตบิ โตของเศรษฐกจิ โดยไมใ่ ห้
เชน่ รายงานนไ้ี มไ่ ดแ้ จกแจงสว่ นผสมของพลงั งานทจ่ี ะตอบสนองตอ่ ความ ความส�ำคัญกับพลังงานหมุนเวียน ส่วนในด้านการขนส่ง คณะกรรมการ
ต้องการของเมืองใหญ่โตเร็วนบั ร้อยแหง่ (ปจั จุบันพ้นื ท่กี วา่ ร้อยละ 40 ของ ก็แสดงความตระหนักว่ารัฐจะต้องบูรณาการนโยบายด้านขนส่งและท่ีอยู่
อนิ เดยี ไมม่ ไี ฟฟา้ ใช)้ เพอื่ บรรเทาความเสยี่ งจากความผนั ผวนของอปุ ทาน อาศยั ในเมอื งเขา้ ดว้ ยกนั แตก่ ลบั ไมพ่ ดู ถงึ มาตรการทจี่ ะลดจำ� นวนรถยนต์
และราคาพลงั งานโลก และไมไ่ ดอ้ ธบิ ายวา่ รฐั บาลจะรองรบั รถยนตส์ ว่ นบคุ คล บนทอ้ งถนนลง และไม่ไดเ้ สนอใหร้ ฐั เปลย่ี นกระบวนทศั นใ์ นการออกแบบ
ปรมิ าณมหาศาลท่เี พิ่มข้นึ อย่างรวดเร็ว และมลพษิ ท่ีตามมาไดอ้ ย่างไร นโยบายใหม่ จากปัจจุบันที่ให้ความส�ำคัญกับรถยนต์ ผู้ใช้รถโดยสาร
สาธารณะ คนขจี่ ักรยาน รถลาก และคนเดนิ ถนนเป็นพลเมอื งชนั้ สอง
224
สฤณีอาชวานันทกลุ 225


ตวั อยา่ งเหลา่ นส้ี ะทอ้ นวา่ ผกู้ ำ� หนดนโยบายดจู ะยงั เอาระดบั การเตบิ โตทาง นอกจากคนอนิ เดียโดยรวมยังประหยดั ข้อเท็จจริงที่ว่าอินเดียเปน็ ตลาดที่
เศรษฐกจิ ทีร่ ้อนแรงเป็นตวั ต้งั ตีความ “เศรษฐกิจสีเขยี ว” ในกรอบแคบว่า ใหญ่มากด้วยประชากรหลายร้อยล้านคน ก็แปลว่าบริษัทอินเดียที่อยาก
หมายถงึ การทำ� ตามพนั ธะของอนิ เดยี ทจ่ี ะลดความเขม้ ของคารบ์ อน แทนที่ เปน็ ผนู้ ำ� ธรุ กจิ ในประเทศจะตอ้ งหาทางผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารทค่ี นสว่ นใหญ่
จะมองเห็นวา่ เศรษฐกจิ สเี ขียวตามแนวทาง “การพัฒนาทีย่ ่ังยืน” นัน้ แยก มกี ำ� ลงั ซอ้ื ในประเทศที่สาธารณูปโภคพ้ืนฐานและทรัพยากรยังขาดแคลน
ไม่ออกจากความยตุ ธิ รรมทางสงั คม ซึ่งต้องใชก้ ารปรับเปลีย่ นทิศทางการ ค่อนข้างมาก และราคาพลังงานดั้งเดิมที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง
พฒั นาประเทศแบบ 180 องศา หรอื อย่างนอ้ ยก็ตอ้ งมากกวา่ ที่ทำ� อยมู่ าก นำ้� มันกถ็ ีบตัวสูงขึน้ มาก
อยา่ งไรก็ตาม ถึงแมอ้ นิ เดยี จะเผชญิ กบั ความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะ น่ันหมายถึงการคิดค้นนวัตกรรมอย่างไม่หยุดย้ัง ตั้งแต่เทคโนโลยีเพ่ิม
จากการเตบิ โตอย่างไรก้ ารวางแผนของเมอื ง และถงึ แม้วา่ รัฐดูจะยงั “ดีแต่ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน กระบวนการผลิตแบบใหม่ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล
ปาก” ในเรอื่ งเศรษฐกจิ สเี ขยี ว หลายสง่ิ ทกี่ ำ� ลงั เกดิ ขนึ้ ในอนิ เดยี กส็ อ่ เคา้ วา่ การออกแบบอปุ กรณก์ ารแพทยท์ ใ่ี ชแ้ บตเตอรแ่ี บบใหมท่ ไี่ มใ่ ชล่ เิ ทยี ม (ชว่ ย
เศรษฐกจิ สีเขียวใช่วา่ จะอย่ไู กลเกินเอื้อม ลดต้นทุนและมลพิษ) การเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือเข้ากับโทรทัศน์เพ่ือให้
เพียงแต่หัวหอกน�ำขบวนขับเคล่ือนสู่เศรษฐกิจสีเขียวในอินเดียอาจเป็น ชาวอนิ เดยี ในชนบทเขา้ ถงึ อนิ เทอร์เน็ต และนวัตกรรมอ่นื ๆ อีกมากมายที่
ภาคเอกชน และการท�ำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนกับภาคประชาชน ทำ� ให้อินเดียเป็นประเทศแห่งการใชท้ รัพยากรอย่างคุ้มค่า
และระหวา่ งเอกชนกบั รฐั ไมใ่ ชก่ ารสง่ั การของรฐั บาลกลางอยา่ งกรณขี องจนี ถึงแม้จะไม่มีวันเป็นเศรษฐกิจสีเขียวไฮเทคต้นแบบของโลกเหมือนกลุ่ม
ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันอินเดียเป็นสวรรค์ของการรีไซเคิล การผลิตแทบ ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เศรษฐกิจสีเขียวแบบบ้านๆ ที่ตรงกับความ
ทกุ ชนดิ ไมม่ กี ารทง้ิ ขวา้ ง บรษิ ทั ตา่ งพยายามลดบรรจภุ ณั ฑล์ งใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ ต้องการของพญาคชสารช่ืออินเดีย ก็กำ� ลังก่อตัวอย่างน่าสนใจ ไม่ว่ารัฐ
เพ่ือประหยัดต้นทนุ ใชว้ สั ดรุ ไี ซเคลิ และวัสดใุ ชแ้ ล้วทุกคร้ังท่ีทำ� ได้ จะทำ� อะไรหรือไมก่ ต็ าม
เมอ่ื มองจากมมุ กวา้ ง ความประหยดั มธั ยสั ถย์ งั เปน็ สว่ นสำ� คญั ของวฒั นธรรม
อนิ เดยี ประเทศทค่ี วามยากจนบบี บงั คบั ใหค้ นประหยดั และคนจนมจี ำ� นวน สฤณีอาชวานันทกลุ 227
ลน้ หลามเกนิ ศกั ยภาพการรองรบั ของเมอื ง ผมู้ ฐี านะดกี วา่ ถกู ยำ�้ เตอื นใหเ้ หน็
ความเหลอ่ื มลำ�้ อยทู่ กุ เมอื่ ในชวี ติ ประจำ� วนั ตงั้ แต่ “หมบู่ า้ นกลอ่ ง” รมิ ทางเทา้
ที่แบ่งชั้นวรรณะกันอย่างน่าเศร้า ด้วยชนิดกระดาษของกล่องที่อาศัยหลับ
นอน จนถึงเมืองสลัมที่แผ่ขยายราวกับจะโอบล้อมบรรดาโรงแรมห้าดาว
เข้ามาทกุ เมือ่

226


ภาคที่ 3 :
โลกใหม่ วถิ ีใหม่

Those who manage their way
into a crisis are not necessarily
the right people to manage their

way out of a crisis.
- Albert Einstein -


01 ปัจจุบันโลกเรามีชุดความคิดและเคร่ืองมือใหม่ๆ จากเศรษฐศาสตร์และ
วงการทเี่ กยี่ วขอ้ งจำ� นวนมากขนึ้ เรอ่ื ยๆ ทก่ี ำ� ลงั ถกู พฒั นาเพอื่ มาชว่ ยประเมนิ
ดัชนโี ลกมสี ุข ป้องกนั และแก้ปัญหาดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มและสังคม สองมติ ิท่เี กี่ยวพันอย่าง
(Happy Planet Index) แนบแนน่ กบั เศรษฐกจิ แตท่ ผี่ า่ นมานกั เศรษฐศาสตรก์ ระแสหลกั ยงั ไมม่ องมติ ิ
ตา่ งๆ อยา่ งเปน็ “องคร์ วม” แตม่ องอยา่ ง “แยกสว่ น” ออกจากกนั และมองวา่
มติ ทิ างเศรษฐกจิ ตอ้ งมากอ่ น เชน่ บอกวา่ ทกุ ประเทศควรมงุ่ พฒั นาเศรษฐกจิ
ให้ร่งุ เรืองกอ่ น มิติสง่ิ แวดลอ้ มเอาไวร้ วยแล้วค่อยมาแก้ไขภายหลงั ก็ได้
ในเมื่อวิธีคิดแบบ “แยกส่วน” ของเศรษฐศาสตร์กระแสหลักนับวันยิ่งได้
รับการพิสูจน์ และตอกย้�ำมากขึ้นเร่ือยๆ ว่าท้ังไม่เป็นความจริง ทั้งท�ำให้
สถานการณ์ในอนาคตแย่ลงแทนท่ีจะดีกว่าเดิม จึงไม่น่าแปลกใจท่ีเราจะ
เห็นนักเศรษฐศาสตร์จ�ำนวนมากข้ึนเรื่อยๆ ที่มุ่งพัฒนาชุดความคิดและ
เครอ่ื งมอื ใหมๆ่ เพอื่ ผลกั ดนั ใหผ้ มู้ อี ทิ ธพิ ลในสงั คม ทง้ั ในภาครฐั ภาคเอกชน
และภาคประชาชน เปลย่ี นวธิ คี ดิ เปน็ แบบ “องคร์ วม” มากขน้ึ คอื ค�ำนงึ ถงึ มติ ิ
เศรษฐกจิ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ มไปพรอ้ มๆ กนั ในโครงการพฒั นาทกุ ระดบั
เพราะการพัฒนาใดๆ ก็ตามในศตวรรษนี้และศตวรรษต่อๆ ไป จะต้อง
สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ “การพฒั นาท่ีย่ังยืน” เทา่ นัน้ มนุษย์ถงึ จะอยู่รว่ มกับ
ธรรมชาตไิ ด้อยา่ งเป็นสุข

สฤณีอาชวานันทกุล 231


สถาบันวิจัยอิสระแห่งหนึ่งท่ีผู้เขียนชอบมากคือ ควาLiมfพึeงSพaอtiใsจfใaนcชีtiิวoตnคา่ ของ HPI คอื ผลลัพธ์ของสมการดงั ต่อไปน้ี :
New Economics Foundation (http://www. ควาLiมf ืยeนEยxาpวeขcอtงaอnาcุยy
neweconomics.org/) ไดพ้ ฒั นาดชั นที างเลอื ก องคป์ ระกอบในดัชนี HPI 3 ตวั ไดแ้ ก่
ชดุ หนงึ่ ทส่ี ะทอ้ นแนวคดิ การพฒั นาแบบ “องคร์ วม” รอยEเcทาolนิoเวgiศcal Footprint1) “ความพึงพอใจในชีวิต” เป็นตัวเลขแทนความเห็นท่ีเป็นอัตวิสัย
ได้อย่างดีเยี่ยมและใช้ประโยชน์ได้จริง ดัชนีชุดนี้
... ชอื่ Happy Planet Index (HPI) หรืออาจแปล (Subjective) จากการตอบค�ำถาม “ตอนนี้คุณรู้สึกพอใจกับชีวิต
ประเทศที่มี HPI สงู เป็นไทยวา่ “ดชั นีโลกมีสขุ ” มกี ารตีพิมพ์ผลการ มากนอ้ ยเพยี งใด” โดยใหผ้ ตู้ อบประเมนิ ความพอใจของตวั เองออกมา
อาจไม่ใช่ประเทศที่ ประเมนิ ครงั้ แรกออกมาใน พ.ศ. 2549 เปน็ ตวั เลข จาก 0 (ไมพ่ อใจเลย) ถงึ 10 (พอใจมาก) ขอ้ มลู ดา้ นความ
ประชากร“มคี วามสขุ HPI เปน็ ดชั นชี ดุ แรกในโลกทนี่ �ำดชั นวี ดั ผลกระทบ พึงพอใจในชีวิตท่ีใช้ในการค�ำนวณ HPI ส่วนหน่ึงมาจากรายงาน
ทส่ี ดุ ”แตเ่ ปน็ ประเทศ ทางสงิ่ แวดลอ้ มมาสงั เคราะหเ์ ขา้ กบั ดชั นวี ดั ความ World Values Survey (http://www.worldvaluessurvey.org/)
ทสี่ ามารถมอบชวี ติ ที่ อยดู่ มี สี ขุ ของประชากร เพอ่ื คำ� นวณ “ประสทิ ธภิ าพ ซ่ึงจัดท�ำโดยเครือขา่ ยนกั สังคมวทิ ยาทวั่ โลก
ยนื ยาวและมคี วามสขุ เชงิ นเิ วศ (Ecological Efficiency)” ของแตล่ ะ 2) ความยนื ยาวของอายุ (Life Expectancy) เปน็ ตวั เลขอตั วสิ ยั (Objec-
ใหก้ บั ประชากรไดโ้ ดย ประเทศในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อส่งมอบ tive) หมายถงึ อายขุ ัยทป่ี ระชากรโดยเฉลย่ี นา่ จะใชช้ ีวิตไดถ้ ึง ค�ำนวณ
ไมก่ อ่ ความตงึ เครยี ด ชวี ติ ที่ “นา่ พงึ พอใจ” และ “ยนื ยาว” ใหก้ บั ประชากร จากอัตราการตายของประชากรในช่วงอายุต่างๆ เป็นตัวเลขเดียวกัน
ตอ่ ระบบนเิ วศ หรอื ใช้ ในประเทศ กับท่ีใช้ในดัชนี Human Development Index ของ UNDP
ทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศทม่ี ี HPI สงู อาจไม่ใชป่ ระเทศท่ปี ระชากร
อยา่ งสิ้นเปลอื ง “มคี วามสุขทส่ี ดุ ” แตเ่ ปน็ ประเทศท่ีสามารถมอบ สฤณีอาชวานนั ทกุล 233
ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขให้กับประชากรได้
... โดยไม่ก่อความตึงเครียดต่อระบบนิเวศ หรือใช้
ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างสิน้ เปลือง

232


3) รอยเทา้ นเิ วศ (Ecological Footprint) หมายถงึ ระดบั ผลกระทบตอ่ ฟา ้นำเงิน 5.5-6.7 6.7 > 72 > <1
ธรรมชาติ (ทั้งทรพั ยากรธรรมชาติทใ่ี ช้ และผลกระทบต่อระบบนิเวศ) (ปานกลาง) (พอใจ) ( ูสง) ดวง
ทมี่ นษุ ยก์ ระท�ำเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของตวั เอง เปรยี บเสมอื น
“รอยเท้า” ที่มนุษย์ประทับลงบนธรรมชาติ มูลค่าของรอยเท้านิเวศ > 60-75 1-2 ดวง
มคี า่ เทา่ กบั พน้ื ทบ่ี นบกและในทะเลทต่ี อ้ งใชใ้ นการฟน้ื ฟู (Regenerate) ( คาเฉลี่ย)
ทรพั ยากรธรรมชาตขิ นึ้ มาใหม่ เพอื่ รองรบั ปรมิ าณการบรโิ ภคของมนษุ ย์
ดูดซับของเสีย และท�ำให้ของเสียเหล่าน้ันไม่เป็นพิษภัย (Render ดำ เทา < 5.5 < 60 ( ่ตำ) > 5 ดวง > 2 ดวง
Harmless) (ไมพอใจ)

(1-10)

ใน พ.ศ. 2550 World Wildlife Fund (WWF) Happy Planet Index ใน พ.ศ. 2549 ความพึงพอใจ
สรุปข้อมูลรอยเท้านิเวศจากทุกประเทศในโลกว่า ใน ีช ิวต
ประชากรทว่ั โลกบรโิ ภคเกนิ กวา่ ศกั ยภาพของโลก อา ุย ัขย (ป)
ไปเกอื บร้อยละ 50 ตวั เลขนี้หมายความวา่ ถา้ คน รอยเ ทานิเวศ
ทว่ั โลกไมป่ รบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมการบรโิ ภค เราจะ
ต้องใช้โลกถึง 1.50 ใบ เพื่อรองรบั ความต้องการ (จำนวนโลกท่ีตองใช)
ของมนุษย์ กล่าวอีกนัยหน่ึงคือ มนุษย์จ�ำเป็นจะ
... ต้องควบคุมอัตราการเติบโตของประชากร ลด ความหมายของแ ตละ ีส
ป ร ะ ช า ก ร ท่ั วโ ล ก ระดบั การบรโิ ภค เลกิ ใชท้ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ ง ดี ั้ทงสามดาน
บ ริ โ ภ ค เ กิ น ก ว ่ า สนิ้ เปลอื ง และปรับเปล่ียนพฤติกรรมให้เป็นมิตร ดี 2 และ 1 ปานกลาง
ศักยภาพของโลก กบั สงิ่ แวดลอ้ มมากขน้ึ กอ่ นทจี่ ะไมม่ โี ลกใหม้ นษุ ย์ ดี 1 และ 2 ปานกลาง
ไปเกือบร้อยละ 50 อาศัยอยู่ 3 ปานกลาง
ตวั เลขนหี้ มายความ ผลการค�ำนวณดชั นี HPI ของ New Economics ดานใดดานหน่ึงแย
ว่า ถ้าคนทั่วโลกไม่ Foundation ใน พ.ศ. 2549 ของ 178 ประเทศ 2 แ ย ห ืรอมีรอยเทา ินเวศระดับ ีสดำ
ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม ทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ไม่มีประเทศใดที่ได้ระดับ ่ีทมา : Happy Planet Index, New Economics Foundation, 2549.
การบรโิ ภคเราจะตอ้ ง “ดี” (สเี ขียว) ในดัชนีทั้งสามตวั ทปี่ ระกอบกันเป็น
ใช้โลกถึง 1.50 ใบ HPI ตามหลักเกณฑข์ องคณะผู้จดั ท�ำดังต่อไปนี้
เ พ่ื อ ร อ ง รั บ ค ว า ม
ต้องการของมนุษย์

...

234 สฤณีอาชวานันทกลุ 235


ผลลพั ธท์ ี่น่าสนใจคือ ประเทศทม่ี ดี ัชนี HPI สงู ท่ีสดุ ในโลก 20 อันดบั แรก ภฏู าน และฟลิ ปิ ปนิ ส์ ภฏู านเปน็ ประเทศเดยี วทม่ี ดี ชั นอี งคป์ ระกอบระดบั “ด”ี
สว่ นใหญเ่ ปน็ ประเทศทม่ี ลี กั ษณะเปน็ หมเู่ กาะมี“รายไดป้ านกลาง”ตามนยิ าม (สีเขยี ว) ถงึ 2 ใน 3 ตวั คอื ดัชนคี วามพงึ พอใจในชีวติ และรอยเท้านเิ วศ
ของธนาคารโลกและอยใู่ นทวปี อเมรกิ ากลางทะเลคารบิ เบยี นและอเมรกิ าใต้ ผลการคำ� นวณของประเทศทีม่ ี HPI สงู สดุ 20 อนั ดับแรก สรุปออกมาเป็น
ในบรรดาประเทศเอเชีย 3 ประเทศที่ติด 20 อันดับแรก คือ เวียดนาม ตารางต่อไปนี้

ประเทศท่ีมี Rank Country Life Sat. Life Exp. Eco. Footprint HPI
Happy Planet 1 Vanuatu 7.4 68.6 1.1 68.2
Index สูงสดุ 2 Colombia 7.2 72.4 1.3 67.2
20 อันดับแรก 3 Costa Rica 7.5 78.2 2.1 66.0
4 Dominica 7.3 75.6 1.8 64.6
5 Panama 7.2 74.8 1.8 63.5
6 Cuba 6.3 77.3 1.4 61.9
7 Honduras 7.2 67.8 1.4 61.8
8 Guatemala 7.0 67.3 1.2 61.7
9 El Salvador 6.6 70.9 1.2 61.7
10 Saint Vincent & Grenadines 7.2 71.1 1.7 61.4
11 Saint Lucia 7.0 72.4 1.6 61.3
12 Vietnam 6.1 70.5 0.8 61.2
13 Bhutan 7.6 62.9 1.3 61.1
14 Samoa (Western) 6.9 70.2 1.4 61.0
15 Sri Lanka 6.1 74.0 1.1 60.3
16 Antigua and Barbuda 7.4 73.9 2.3 59.2
17 Philippines 6.4 70.4 1.2 59.2
18 Nicaragua 6.3 69.7 1.1 59.1
19 Kyrgyzstan 6.6 66.8 1.1 59.0
20 Solomon Islands 6.9 62.3 1.0 58.9

ทม่ี า : Happy Planet Index, New Economics Foundation, 2549.

236 สฤณีอาชวานันทกุล 237


เมื่อน�ำ HPI มาพล็อตเปรียบเทยี บกับรายได้ตอ่ หวั ของประชากร จะเห็นว่า ขอ้ มลู ดงั กลา่ วจาก HPI สะทอ้ นใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจนวา่ ลำ� พงั ความเจรญิ ทาง
รายได้ต่อหัวท่ีเพ่ิมขึ้นไม่ได้แปลว่า HPI จะสูงข้ึนตามไปด้วย ดังแสดงใน เศรษฐกิจ ท่ีมักจะส่งผลให้ประชากรโดยเฉล่ียมีสุขภาพดีและอายุยืนน้ัน
แผนภาพตอ่ ไปน้ี ไมอ่ าจรบั ประกนั ไดว้ า่ ประชากรในประเทศนนั้ จะมคี วามสขุ กวา่ ในประเทศ
ทม่ี รี ายไดต้ ำ่� กวา่ และซำ�้ รา้ ยความเจรญิ นนั้ กม็ กั จะตอ้ งแลกมาดว้ ยตน้ ทนุ
HPI vs รายไดต อหวั (ขนาดของวงกลมแสดงขนาดของประชากร) ธรรมชาตทิ สี่ งู มาก (และความเสอื่ มโทรมของสง่ิ แวดลอ้ มกเ็ ปน็ สาเหตหุ นง่ึ ที่
ทำ� ใหค้ นรสู้ กึ ไมม่ คี วามสขุ ) ยกตวั อยา่ งเชน่ ประชากรของสหรฐั อเมรกิ าและ
70.0 ทวปี ยโุ รปตะวนั ตกมอี ายยุ นื ยาว และมคี วามพงึ พอใจในชวี ติ คอ่ นขา้ งดกี จ็ รงิ
แตต่ ้องแลกมาด้วย “ตน้ ทนุ ” ที่สูงมากในแงข่ องรอยเท้านิเวศ
60.0 ในโลกที่คนส่วนใหญ่ยังคิดแบบ “แยกส่วน” ดัชนี HPI เป็นเคร่ืองมืออัน
ทรงพลงั ทส่ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ ความผดิ พลาดของวถิ กี ารพฒั นาแบบ “แยกสว่ น”
50.0 18 8 19 15 ทย่ี งั ครอบงำ� วธิ คี ดิ ของผนู้ ำ� สว่ นใหญใ่ นโลก และกระตนุ้ ใหค้ นมองเหน็ ความ
40.0 16 เช่อื มโยงทแ่ี ยกออกจากกันไมไ่ ด้ ระหว่างมิตเิ ศรษฐกิจ (สะทอ้ นในตัวเลข
9 17 ความยนื ยาวของอายุใน HPI) มติ สิ ังคม (สะทอ้ นในตวั เลขความพึงพอใจ
30.0 5 21 6 18 20 13 ชีวติ ) และมิตสิ ่งิ แวดล้อม (สะท้อนในตัวเลขรอยเทา้ นเิ วศ)
22 7 11 12
3 10 ปจั จบุ นั คณะผจู้ ดั ทำ� ดชั นี HPI นำ� โดยนกิ มารก์ ส์ (Nic Marks) กำ� ลงั พฒั นา
20.0 2 วิธีวัดและค�ำนวณดัชนีตัวน้ีอย่างต่อเน่ือง และเดินสายบรรยายไปทั่วโลก
23 4 เพอ่ื เกลยี้ กลอ่ มใหผ้ กู้ ำ� หนดนโยบายนำ� ดชั นตี วั นไ้ี ปใชแ้ ทนท่ี หรอื อยา่ งนอ้ ย
1 ก็ควบคไู่ ปกับดชั นีแบบ “แยกสว่ น” ที่มกั จะมองเหน็ แตม่ ิตเิ ศรษฐกิจ (เชน่
10.0 GDP) ในการกำ� หนดนโยบายพัฒนาในรอบหลายสบิ ปที ผี่ ่านมา

0.0 20,000 25,000 30,000 35,000 40,000 สฤณีอาชวานนั ทกลุ 239
0 5,000 10,000 15,000
13. Western Europe
1. Middle Africa 14. South Europe
2. East Africa 15. Central America
3. West Africa 16. South America
4. Southern Africa 17. South Asia
5. Africa Island 18. South-East Asia
6. Middle East & North Africa 19. China
7. Gulf States 20. Wealthy East Asia
8. Caribbean 21. Central Asia
9. West Pacific 22. New EU Member
10. North America 23. Transition Countries (Others)
11. Australia & NZ
12. Scandinavia

ทม่ี า : Happy Planet Index, New Economics Foundation, 2549.

238


02 พลันทพี่ นั ธกรณตี ามพธิ ีสารเกียวโตหมดอายุลงใน พ.ศ. 2555 ประชาคม
โลกกเ็ รมิ่ เจรจากตกิ าโลกฉบบั ใหมท่ จ่ี �ำเปน็ ตอ่ การรบั มอื กบั ภาวะโลกรอ้ น
หน้นี เิ วศ อย่างจริงจงั และมปี ระสทิ ธิผล
(Ecological Debt) ประเดน็ หลกั บนโตะ๊ เจรจาหนไี มพ่ น้ เรอื่ งของตวั เลขวา่ ประเทศตา่ งๆ จะตอ้ ง
ลดอตั ราการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกลงเทา่ ไร ตวั เลขตงั้ ตน้ ในการเจรจาตง้ั อยู่
บนขอ้ เสนอของ IPCC ทวี่ า่ มนษุ ยต์ อ้ งรกั ษาระดบั อณุ หภมู ทิ สี่ งู ขน้ึ ไมใ่ หเ้ กนิ
2 องศาเซลเซียส และต้องควบคุมปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ
ไม่ให้เกิน 450 สว่ นในล้านสว่ น มฉิ ะนัน้ ภาวะโลกร้อนอาจกอ่ ผลกระทบ
รนุ แรงเกนิ เยยี วยา IPCC เสนอวา่ ประเทศทพี่ ฒั นาแลว้ ควรลดการปลอ่ ยกา๊ ซ
ลงร้อยละ 25-40 จากระดบั ที่ปลอ่ ยใน พ.ศ. 2533 ให้ได้ใน พ.ศ. 2563
และในขณะเดยี วกนั ประเทศกำ� ลงั พฒั นากค็ วรลดการปลอ่ ยกา๊ ซลงรอ้ ยละ
15-30
ในเมื่อภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาระดับโลกที่การแก้ไขจะต้องอาศัยความ
ยินยอมพรอ้ มใจจากทกุ ประเทศ และในเมือ่ แตล่ ะประเทศปลอ่ ยคารบ์ อน
ไมเ่ ทา่ กนั ตง้ั แตใ่ นอดตี กาลนานโพน้ คำ� วา่ “Climate Justice (ความเปน็
ธรรมในการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ)” กน็ า่ จะเปน็ ทรี่ จู้ กั มากขน้ึ เรอื่ ยๆ
รวมทั้งค�ำที่มีความหมายครอบคลมุ กวา้ งกว่าคอื “หน้นี เิ วศ (Ecological
Debt)”

สฤณีอาชวานันทกลุ 241


แนวคิดเรื่องหน้ีนิเวศเข้าใจไม่ยาก ถ้าเรายอมรับว่าคนทุกคนมีส่วนใน ...การจับจองใช้ท่ีดินและแหล่งน�้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในการเพาะปลูกพืช
ชนั้ บรรยากาศและทรพั ยากรธรรมชาตคิ นละเทา่ ๆ กนั ดงั นนั้ ในเมอ่ื ประเทศ เศรษฐกจิ เพอ่ื การสง่ ออก ทำ� ใหค้ ณุ ภาพดนิ ในหลายพนื้ ทเ่ี สอื่ มโทรม คกุ คาม
รำ่� รวยก�ำลงั ถลงุ “งบดุลธรรมชาติ” มากกว่าประเทศยากจน เช่น ตวั เลข อธปิ ไตยด้านอาหารและวัฒนธรรมของชมุ ชนท้องถ่ินและในระดบั ประเทศ
ขององคก์ ารสหประชาชาตริ ะบวุ า่ ประเทศพฒั นาแลว้ มปี ระชากรรอ้ ยละ 20
ของโลก แต่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติร้อยละ 80 ของปริมาณทั้งหมดท่ีโลก ...การที่ประเทศร�่ำรวยท�ำให้ชั้นบรรยากาศปนเปื้อนเกินสัดส่วนประชากร
ใช้ทกุ ปี ก็เท่ากับวา่ ประเทศรำ่� รวยกอ่ “หนน้ี ิเวศ” เพ่อื บริโภคเกนิ สัดสว่ น ด้วยการปล่อยก๊าซอันตราย อันเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนและ
ท่ีชอบธรรมของตัวเอง ชนั้ โอโซนเบาบาง และฉกฉวยศกั ยภาพในการดดู ซบั คารบ์ อนของทะเลและ
ในสายตาประชาชนในประเทศส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา ป่าไมไ้ ปใชเ้ อ้ือประโยชนต์ วั เองโดยไมช่ อบธรรม
“หนี้นิเวศ” มิได้เป็นเพียงแนวคิดลอยๆ หากเป็นรูปธรรมท่ีฝากรอยแผล
ทง้ั บนแผน่ ดนิ และจติ ใจ นบั ตง้ั แตย่ คุ ลา่ อาณานคิ มของประเทศมหาอ�ำนาจ …การผลิตอาวุธเคมีและอาวุธนิวเคลียร์ สารพิษ ...
เป็นตน้ มา ในหลากหลายรปู แบบและวธิ กี าร ไม่วา่ จะเปน็ และสารตกค้างอันตรายถูกท้ิงให้เป็นภาระของ ประเทศท่ีถูกรัฐบาล
...การตักตวงทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ปิโตรเลียม แร่ธาตุ ป่าไม้ และ ประเทศโลกท่ีสาม และบริษัทข้ามชาติ
ประมง อยา่ งไรค้ วามรบั ผดิ ชอบและไมบ่ นั ยะบนั ยงั จนคกุ คามความอยรู่ อด ประเทศที่ถูกรัฐบาลและบริษัทข้ามชาติจากยุโรป จากยโุ รปและอเมรกิ า
ของประชาชนเจ้าของประเทศ และอเมรกิ าตกั ตวงทรพั ยากรธรรมชาตไิ ปใชน้ าน ตั ก ต ว ง ท รั พ ย า ก ร
...เงอ่ื นไขการคา้ ทไี่ มเ่ ปน็ ธรรมในแงร่ ะบบนเิ วศ เนอ่ื งจากสนิ คา้ ทผ่ี ลติ จาก นับศตวรรษประกาศว่า ประชาชนในเขตซีกโลก ธรรมชาติไปใช้นาน
การตกั ตวงทรพั ยากรธรรมชาติถกู บรษิ ทั ข้ามชาตสิ ง่ ออกไปขาย ในราคาที่ เหนอื เหล่านั้นมีคณุ ภาพชีวติ ที่ดมี าก เพยี งเพราะ นบั ศตวรรษประกาศ
ไมร่ วมคา่ เสยี หายทางสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี กดิ ขน้ึ ในกระบวนการตกั ตวง เปน็ “ลกู หนน้ี เิ วศ” ของประเทศก�ำลงั พฒั นาในซกี ว่า ประชาชนในเขต
หรอื ผลติ สนิ คา้ ดังกลา่ ว โลกใต้ ทรพั ยากรธรรมชาติ เงินตรา และแรงงาน ซกี โลกเหนอื เหลา่ นนั้
...การฉวยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านท่ีเก่ียวข้องกับเมล็ดพันธุ์พืช สมุนไพร (ไมว่ า่ จะในรปู การคา้ ทาส หรอื แรงงานทไ่ี ดค้ า่ แรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี
และองค์ความรู้พ้ืนบ้าน เป็นพ้ืนฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและ ต�่ำเตี้ยติดดิน) ล้วนไหลออกจากประเทศเหล่าน้ี มาก เพยี งเพราะเปน็
อุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ เสร็จแล้วก็บังคับให้ประชาชนในประเทศ ไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว และความเสียหายทาง “ลูกหนี้นิเวศ” ของ
เจ้าของภูมปิ ญั ญาจา่ ยค่าใชส้ ทิ ธิทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาเหล่าน้นั สังคมและสิ่งแวดล้อมก็ไม่เคยถูกนับรวมเป็น ประเทศกำ� ลงั พฒั นา
ตน้ ทนุ ในการผลติ สนิ คา้ ทสี่ ง่ ออกไปขายใหป้ ระเทศ ในซกี โลกใต้
242 ร�่ำรวยซ้ือได้ในราคาถูก
...

สฤณีอาชวานันทกลุ 243


ในเมอื่ “หนนี้ เิ วศ” มคี วามหมายครอบคลมุ ถงึ ความอยตุ ธิ รรม และการเอารดั ถงึ แมว้ า่ “หนนี้ เิ วศ” จะเปน็ ค�ำทส่ี มุ่ เสยี่ งตอ่ การใชแ้ บบ “เหมารวม” เกนิ ไป
เอาเปรยี บตา่ งๆ ทป่ี ระเทศเจา้ หน้นี เิ วศต้องตกเป็นเหย่ือในอดตี เปา้ หมาย คือโยนสิง่ ต่างๆ ท่ีไมพ่ ึงประสงค์ลงไปในนนั้ ถงึ แม้ว่าบางอยา่ งจะไม่เก่ยี ว
สงู สดุ ของขบวนการเคลอ่ื นไหวทชี่ ปู ระเดน็ นี้ จงึ ไปไกลกวา่ การเรยี กรอ้ งความ อะไรเลยกบั ประเดน็ สงิ่ แวดลอ้ ม (เชน่ นกั เคลอื่ นไหวบางคนทม่ี อง “การคา้
เปน็ ธรรมบนโตะ๊ เจรจาเรอื่ งภาวะโลกรอ้ น เปา้ หมายดงั กลา่ วดจู ะมอี ยดู่ ว้ ยกนั เสร”ี วา่ เป็นส่งิ เลวร้าย กบ็ อกวา่ มันเป็นส่วนหนึง่ ของหน้ีนเิ วศด้วย ทั้งๆ ที่
3 ประการใหญ่ ไดแ้ ก่ 1. ยบั ยง้ั วถิ กี ารพฒั นาแบบอตุ สาหกรรมทก่ี ำ� ลงั ทำ� ลาย ปญั หาอยทู่ กี่ ระบวนการทำ� ธรุ กจิ มากกวา่ เงอื่ นไขการคา้ โลก) กป็ ฏเิ สธไมไ่ ด้
ธรรมชาติ2.หยดุ การไหลเวยี นทไ่ี มเ่ ปน็ ธรรมของพลงั งานทรพั ยากรธรรมชาติ วา่ แบบแผนการพฒั นาทผี่ า่ นมาไมเ่ ปน็ ธรรมกบั หลายประเทศในโลกกำ� ลงั
และการเงนิ จากประเทศกำ� ลงั พฒั นาในเขตซกี โลกใตไ้ ปยงั ประเทศพฒั นา พฒั นา และประเทศ “เจ้าหน้นี เิ วศ” ก็มสี ทิ ธโิ ดยชอบธรรมที่จะเรียกร้องให้
แลว้ ในเขตซกี โลกเหนอื และ3.สอ่ื ความไมเ่ ปน็ ธรรมของภาวะ“ลกู หนก้ี ารเงนิ ” ประเทศลกู หนี้ชดใชค้ วามเสยี หาย ประเดน็ ท่ีวา่ “ใคร” จะเป็นผู้ชดใช้ (ถา้
ของประเทศ “เจ้าหนน้ี เิ วศ” เงินกหู้ ลายกรณเี ป็นเงนิ ทผี่ นู้ �ำเผด็จการกู้จาก บรษิ ทั ขา้ มชาตทิ ก่ี อ่ ความเสยี หายลม้ ละลายไปแลว้ รฐั บาลของประเทศนนั้
โลกตะวนั ตกมาเออื้ ประโยชนใ์ หก้ บั ตวั เองและพวกพอ้ ง ไมไ่ ดน้ ำ� เงนิ ไปลงทนุ ควรชดใชแ้ ทนหรอื ประชาชนจะวา่ อยา่ งไร) และชดใช้ “เทา่ ไร” นน้ั คงเปน็ ท่ี
เพอื่ พฒั นาประเทศใหม้ รี ายไดม้ าใชห้ นี้ เมอื่ ผนู้ ำ� เผดจ็ การทกี่ อ่ หนเ้ี หลา่ นนั้ ถกเถยี งกนั อกี นาน และผเู้ ขยี นคดิ วา่ ประเดน็ นกี้ เ็ ปน็ “ไพ”่ ทใ่ี ชใ้ นการเจรจา
พน้ จากอำ� นาจ ภาระหนเ้ี หลา่ นนั้ กย็ งั อยู่ กลายเปน็ ภาระทป่ี ระชาชนตอ้ งแบก ต่อรอง มากกวา่ ท่ีจะพฒั นาไปเปน็ สตู รทีต่ ีมูลค่า “หนนี้ ิเวศ” ออกมาเป็น
รบั อยา่ งไมย่ ตุ ธิ รรม เพราะไมเ่ คยอยากไดผ้ นู้ �ำเผดจ็ การมาบรหิ ารประเทศ ตัวเงนิ
ตัง้ แตแ่ รก อยา่ งไรก็ตาม ระหวา่ งท่คี นท้งั โลกกำ� ลังติดตามการเจรจากติกาโลก เราก็
ความตื่นตัวของประชาคมโลกอาจเป็นเร่ืองใหม่ แต่อันที่จริงแนวคิดเรื่อง ควรตระหนักถึงความส�ำคัญของ “หนี้นิเวศ” ดังที่ปรากฏในวาทะ อีโว
“หนนี้ ิเวศ” นน้ั มีมานานไม่น้อยกวา่ 3 ศตวรรษ นกั เขียน นกั คิด และนกั โมราเลส (Evo Morales) ประธานาธบิ ดโี บลเิ วยี ตอ่ ทปี่ ระชมุ คณะทำ� งาน
วจิ ารณห์ ลายคนวพิ ากษว์ ธิ กี ารลา่ เมอื งขน้ึ ของมหาอ�ำนาจยโุ รปอยา่ งรนุ แรง เรอื่ งการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศขององคก์ ารสหประชาชาติ เมอ่ื เดอื น
ตอ่ มาในทศวรรษ 1960 จอรจ์ บอรก์ สตรอม (Georg Borgstrom) ท�ำวจิ ยั เมษายน พ.ศ. 2552
และชใี้ หเ้ หน็ อยา่ งชดั เจนวา่ สหราชอาณาจกั รใช้ “ทดี่ นิ เงา (Ghost Areas)” “ประเทศกำ� ลงั พฒั นาไมไ่ ดเ้ รยี กรอ้ งเงนิ ใหเ้ ปลา่ เพอ่ื แกป้ ญั หาทเ่ี ราไมไ่ ดก้ อ่
นอกเขตแดนของตนเองจ�ำนวนมหาศาลเพอ่ื เลยี้ งปากทอ้ งชาวองั กฤษ และ สง่ิ ทเี่ ราเรยี กรอ้ งคอื ยอดหนเ้ี ตม็ จำ� นวนทปี่ ระเทศพฒั นาแลว้ เปน็ ลกู หนเี้ รา
ทดี่ นิ เงาทัว่ โลกกก็ นิ เนอ้ื ที่มากกว่าที่ดนิ เพาะปลกู ในสหราชอาณาจกั รเอง ด้วยการคุกคามระบบสภาพภูมิอากาศโลก บริโภคทรัพยากรส่วนรวมที่
มนุษย์ทุกคนเป็นเจ้าของอย่างเท่าเทียมมากเกินไป และธ�ำรงวิถีชีวิตที่
244 คุกคามชีวิตและความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่บนโลกซ่ึงเป็นคนจน หนี้
ดังกล่าวจะต้องได้รับการชดใช้ ด้วยการปลดปล่อยพ้ืนท่ีด้านส่ิงแวดล้อม
ให้ประเทศกำ� ลงั พฒั นาไดร้ ับอสิ รภาพ

สฤณีอาชวานนั ทกุล 245


ไมม่ หี นทางแกไ้ ขการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศใดๆ ทจ่ี ะมปี ระสทิ ธผิ ล สฤณีอาชวานนั ทกลุ 247
ถ้ามนั ไมม่ ีความเทา่ เทยี ม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
พฒั นาแลว้ ลงอย่างฮวบฮาบ จ�ำเป็นอย่างยง่ิ ตอ่ การท�ำให้สภาพภมู ิอากาศ
โลกเขา้ สเู่ สถยี รภาพ การถา่ ยโอนเทคโนโลยแี ละทรพั ยากรทางการเงนิ ไปสู่
ประเทศก�ำลังพัฒนาก็จ�ำเป็นเช่นกัน ถ้าเราอยากให้ประเทศเหล่าน้ีลด
อตั ราการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก และในขณะเดยี วกนั กส็ ามารถใชส้ ทิ ธขิ อง
พวกเขาในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม วิธีแก้ใดๆ ก็ตามท่ีไม่กระจาย
ศักยภาพของโลกในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกอย่างเท่าเทียมกันไปยัง
ประเทศต่างๆ รวมท้ังกระจายต้นทุนในการบรรเทาปัญหาและปรับตัว จะ
ไม่มวี นั ประสบความส�ำเรจ็ ”

246


03 คำ� ว่า “คาร์บอนออฟเซต็ ” คงท�ำใหน้ ักสงิ่ แวดล้อมหลายคนนว่ิ หน้า เพราะ
ประสบการณท์ ผ่ี า่ นมาของตลาดคารบ์ อนเครดติ ทข่ี ายออฟเซต็ คอื ยอมให้
ออฟเซต็ ความหลากหลาย องค์กร “ซือ้ ” สทิ ธิในการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกของคนอืน่ เพอ่ื ชดเชยการ
ทางชวี ภาพ (Biodiversity Offset) ปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกของตวั เองนนั้ ยงั มปี ญั หาในทางปฏบิ ตั มิ ากมายแทบ
ทกุ แหง่ ไมว่ า่ จะเปน็ การปลอมโครงการลดคารบ์ อนหรอื ยอ้ มแมวขาย หรอื
การทอ่ี อฟเซต็ กลายเปน็ แรงจงู ใจใหผ้ ปู้ ลอ่ ยมลพษิ ขนาดใหญซ่ อื้ สทิ ธใิ นการ
ปลอ่ ยมลพิษต่อไปเร่ือยๆ แทนทจ่ี ะหาทางลดมลพษิ อยา่ งย่งั ยนื
ปญั หาหลกั 2 ประการนี้ ประกอบกบั ปญั หาอนื่ ๆ เชน่ การตง้ั เพดานการปลอ่ ย
คารบ์ อนไวส้ งู เกนิ ไป และความเสย่ี งทน่ี กั เกง็ กำ� ไรจะ “ปน่ั ” ราคาในตลาดนี้
ไมต่ า่ งจากในตลาดการเงนิ ท�ำใหห้ ลายคนไมเ่ ชอ่ื วา่ ตลาดคารบ์ อนจะเปน็
ทางออกทย่ี ง่ั ยนื ในการแกไ้ ขภาวะสภาพภมู อิ ากาศเปลยี่ นแปลง เพราะดจู ะ
ไมช่ ว่ ยใหโ้ ลกทงั้ ใบลดคารบ์ อนสทุ ธไิ ดส้ ำ� เรจ็ ถงึ แมว้ า่ จะเตบิ โตขน้ึ เรอื่ ยๆ จนมี
มูลค่าตลาดรวมกว่า 128,000 ลา้ นเหรยี ญสหรัฐฯ แล้ว ณ สิน้ พ.ศ. 2551
สมกบั คำ� พงั เพยของฝรง่ั ทก่ี ลา่ วถงึ เรอื่ งรา้ ยๆ วา่ “ปศี าจอยใู่ นรายละเอยี ด”
(ถ้าเปน็ เร่อื งดๆี กจ็ ะกล่าววา่ “พระเจ้าอยูใ่ นรายละเอยี ด” สรุปคือไม่ว่าจะ
ออกมาดหี รอื รา้ ย ทกุ เรอ่ื งกล็ ว้ นขนึ้ อยกู่ บั รายละเอยี ดในภาคปฏบิ ตั ทิ ง้ั นน้ั )
แต่ไม่ว่าตลาดคาร์บอนจะยังมีปัญหามากเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่า
ออฟเซต็ จะไมม่ วี นั ใชก้ ารกบั อะไรไดเ้ ลย เพราะในหลกั การพนื้ ฐานมนั กไ็ มม่ ี

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 249


อะไรเสยี หาย เพยี งแตเ่ ราตอ้ งหาวธิ สี รา้ งความนา่ เชอ่ื ถอื และกำ� หนดหลกั เกณฑ์ ทไี่ หนกล็ ดไดเ้ หมอื นกนั แตก่ าร “แลก” เสอื หมิ ะบนภเู ขาแหง่ หนงึ่ กบั สตั ว์
และวธิ คี วบคมุ คณุ ภาพทกุ ขน้ั ตอน เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ จะบรรลเุ ปา้ หมายทาง หายากอกี ชนดิ หนง่ึ ในป่าข้ามทวีปน้ันซบั ซอ้ นกว่ากนั มาก
สงั คมหรอื สง่ิ แวดลอ้ มที่ตัง้ ไว้ตอนแรก
หนึ่งในโครงการออฟเซ็ตที่น่าสนใจที่สุดนอกตลาดคาร์บอนคือ โครงการ ทมี BBOP หาคำ� ตอบด้วยการลงมอื ท�ำโครงการน�ำรอ่ ง 6 แหง่ ท่ัวโลก ใน
ออฟเซต็ ธรุ กจิ และความหลากหลายทางชวี ภาพ(BusinessandBiodiversity อุตสาหกรรมหนักท่ีส่งผลกระทบสูง 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ น้�ำมัน ก๊าซ
Offsets Program : BBOP - เวบ็ ไซต์ http://bbop.forest-trends.org/) ธรรมชาติ และเหมืองแร่ ในประเทศกานา แอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ และ
BBOP เปน็ ความรว่ มมอื กนั ระหวา่ งองคก์ รอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม นกั วทิ ยาศาสตร์ สหรฐั อเมรกิ า นำ� ผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ากโครงการนำ� รอ่ งเหลา่ นน้ั มาประมวล และ
องคก์ รโลกบาล สถาบนั การเงนิ และบรษิ ัทข้ามชาตริ วมกันกว่า 40 แหง่ สังเคราะห์เปน็ คมู่ ือใหท้ ุกคนดาวน์โหลดได้จากเวบ็ ไซตข์ องโครงการ
น�ำโดยองคก์ รอนุรักษช์ ั้นน�ำ 3 แหง่ คอื Forest Trends, Conservation
International และ Wildlife Conservation Society มเี ป้าหมายที่จะ BBOP วัดความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการ ...
ใชอ้ อฟเซต็ ชนดิ ใหมเ่ ปน็ เครอื่ งมอื ในการลดรอยเทา้ ฝากโลกของมนษุ ย์ และ ประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ คี ำ� นวณ “เฮกตารถ์ นิ่ กำ� เนดิ (Habitat การใช้ออฟเซ็ตเป็น
ฟน้ื ฟคู วามหลากหลายทางชวี ภาพในทางทคี่ มุ้ คา่ การลงทนุ และไดผ้ ลกวา่ Hectare)” ซึ่งพัฒนาขึ้นในรัฐวิกตอเรียของ เคร่ืองมือช่วยลดผล
แนวทางอนุรักษ์แบบดัง้ เดิม ออสเตรเลีย วธิ นี ี้ “ถ่วงนำ้� หนัก” พืน้ ที่ 1 เฮกตาร์ กระทบกเ็ ปน็ แนวคดิ
ความสำ� คญั ของความหลากหลายทางชวี ภาพเปน็ ทร่ี กู้ นั ในวงการวทิ ยาศาสตร์ (10,000 ตารางเมตร) ดว้ ยคะแนนท่คี ำ� นวณจาก ทน่ี า่ สนใจแตค่ ำ� ถาม
มานานแลว้ แตภ่ าคธรุ กจิ เพง่ิ ตระหนกั เมอ่ื ไมน่ านมานเี้ องวา่ การทพ่ี นั ธส์ุ ตั ว์ คณุ ภาพและปรมิ าณของพนั ธพ์ุ ชื และสตั วพ์ นื้ เมอื ง คอื เราจะทำ� ไดอ้ ยา่ งไร
และพืชกว่าร้อยละ 20-30 จะสูญพันธุ์ภายในศตวรรษนี้เป็นความเสี่ยง ประกอบกับลักษณะทางภูมิทัศน์และฟังก์ชันใน เพราะความหลาก
ร้ายแรงทางธุรกิจดว้ ย อตุ สาหกรรมเกษตรและเภสัชกรรมต้องอาศัยความ ระบบนิเวศ ดงั นนั้ พื้นท่ี 1 เฮกตาร์ จงึ อาจมพี ื้นท่ี หลายทางชีวภาพไม่
หลากหลายของพนั ธพ์ุ ชื ในการผลติ อาหารและยารกั ษาโรค ระบบนเิ วศทมี่ ี ไม่ถึง 1 เฮกตาร์ถ่ินก�ำเนิด เนื่องจากขาดความ เหมอื นคารบ์ อนทจี่ ะ
ความหลากหลายมคี วามยดื หยนุ่ มากกวา่ ระบบทมี่ คี วามหลากหลายนอ้ ยกวา่ หลากหลายทางชวี ภาพ (เชน่ ถกู วชั พชื รกุ ราน หรอื ล ด ที่ ไ ห น ก็ ล ด ไ ด ้
ในการฟน้ื ฟตู วั เองหลงั เกดิ ภยั ธรรมชาติ อยา่ งเชน่ ไฟปา่ นำ�้ ทว่ ม และภยั แลง้ ตน้ ไมใ้ หญถ่ กู โคน่ จนไมเ่ หลอื ) พอทจี่ ะเรยี กไดว้ า่ เหมือนกัน แต่การ
ในเมื่อความหลากหลายทางชีวภาพมีความส�ำคัญ การใช้ออฟเซ็ตเป็น มี “สขุ ภาพแข็งแรง” ในแงช่ ีววทิ ยา “แลก” เสือหิมะบน
เครอื่ งมอื ชว่ ยลดผลกระทบกเ็ ปน็ แนวคดิ ทนี่ า่ สนใจ แตค่ �ำถามคอื เราจะท�ำ ผู้เช่ียวชาญในท้องถ่ินท่ีอยากเข้าร่วมโครงการ ภเู ขาแหง่ หนงึ่ กบั สตั ว์
ไดอ้ ย่างไร เพราะความหลากหลายทางชวี ภาพไม่เหมือนคาร์บอนที่จะลด ออฟเซต็ ของ BBOP จะตอ้ งเรมิ่ จากการเลอื ก “พนื้ ที่ หายากอีกชนิดหนึ่ง
มาตรฐาน(BenchmarkSite)”ทธี่ รรมชาตคิ อ่ นขา้ ง ในป่าข้ามทวีปนั้น
250 บรสิ ทุ ธก์ิ อ่ น เสรจ็ แลว้ กเ็ ลอื กคณุ สมบตั ิ 20 ประการ ซบั ซ้อนกว่ากนั มาก
ทส่ี ะทอ้ นสขุ ภาพของระบบนเิ วศดงั กลา่ วเชน่ พนั ธไ์ุ ม้
...

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 251


พน้ื เมอื งทเ่ี ตบิ โตไดเ้ ฉพาะแตใ่ นปา่ ทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ พนั ธแ์ุ มลงทอ่ี ยไู่ ดเ้ ฉพาะ BBOP ตงั้ เปา้ วา่ โครงการออฟเซต็ ไมเ่ พยี งแตจ่ ะชว่ ยลดผลกระทบในแงล่ บ
ในดนิ ท่อี ดุ มสมบรู ณ์ ฯลฯ พน้ื ทม่ี าตรฐานนี้จะใชเ้ ปน็ “มาตรวดั ” ทจี่ ะใช้ จากการพฒั นาอตุ สาหกรรมเทา่ นน้ั แตจ่ ะชว่ ยสรา้ ง “ประโยชนส์ ทุ ธ”ิ ในแง่
เปรยี บเทียบกบั พน้ื ทโ่ี ครงการ (เชน่ พ้ืนท่ที ี่จะสร้างเหมอื ง) ความแตกต่าง ของการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม ในแง่น้ีโครงการได้
ของพนื้ ทโ่ี ครงการหลงั กอ่ สรา้ งและกอ่ นกอ่ สรา้ ง เมอ่ื เทยี บกบั พนื้ ทมี่ าตรฐาน คดิ ค้นและเผยแพรห่ ลกั การ 10 ขอ้ ทป่ี ระกาศวา่ จะยึดเป็นสรณะ หลกั การ
น้จี ะเปน็ เครื่องวดั ปรมิ าณความหลากหลายทางชีวภาพท่ีสญู หายไป 3 ขอ้ แรกเรียงตามล�ำดบั ความส�ำคญั ไดแ้ ก่ 1. ไม่มีความสญู เสยี สทุ ธิ (No
ความหลากหลายทางชวี ภาพ “สว่ นเพม่ิ ” ในพืน้ ทท่ี ี่จะใช้เป็นออฟเซ็ตก็จะ Net Loss) ออฟเซต็ ความหลากหลายทางชวี ภาพจะตอ้ งไมก่ อ่ ความเสยี หาย
ใช้วิธีเดียวกนั โดยอาศัยการประเมนิ วา่ กิจกรรม อยา่ งเชน่ การปลูกพันธ์ุ สทุ ธิ และทางทดี่ กี น็ า่ จะชว่ ยเพมิ่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ (Net Gain)
ไม้พ้ืนเมืองและก�ำจัดวัชพืช จะเพ่ิมคะแนนเฮกตาร์ถิ่นก�ำเนิดได้มากน้อย ดว้ ย 2. ไดผ้ ลอนรุ กั ษส์ ว่ นเพมิ่ (Additional Conservation Outcomes)
เพยี งใด เปา้ หมายอยทู่ กี่ ารแสดงใหเ้ หน็ วา่ ผลกระทบเชงิ ลบของโครงการตอ่ ออฟเซต็ นค้ี วรอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มไดม้ ากกวา่ ถา้ ไมใ่ ชอ้ อฟเซต็ การออกแบบ
ความหลากหลายทางชีวภาพด้ังเดมิ ในพื้นท่ีโครงการน้ัน ได้รบั การชดเชย และลงมือท�ำออฟเซ็ตควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมท่ีจะส่งผลเสียต่อความหลาก
(ออฟเซ็ต) มากน้อยเพียงใดในพ้นื ทอี่ อฟเซต็ หลายทางชีวภาพในพน้ื ท่อี ื่น 3. ยดึ มั่นในล�ำดบั ชนั้ ของการบรรเทาปญั หา
ประเดน็ ทวี่ า่ พน้ื ทอี่ อฟเซต็ ควรอยใู่ นบรเิ วณเดยี วกนั กบั พนื้ ทโ่ี ครงการหรอื ไม่ (Adherence to Mitigation Hierarchy) ออฟเซต็ นต้ี อ้ งเปน็ ความพยายาม
เป็นประเด็นน่าสนใจท่ี BBOP ก�ำลังศึกษาอย่างต่อเน่ือง แต่หลักการท่ี ทจี่ ะชดเชยผลกระทบสว่ นทย่ี งั ไมไ่ ดร้ บั การบรรเทา หลงั จากทโี่ ครงการดำ� เนนิ
BBOP พบวา่ คอ่ นขา้ งไดผ้ ลคอื เนน้ การอนรุ กั ษค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพ มาตรการป้องกนั และบรรเทาปัญหาอย่างสุดความสามารถแลว้
ในบรเิ วณเดยี วกนั (In Kind) กอ่ น โดยเฉพาะถา้ พน้ื ทโี่ ครงการนน้ั มพี ชื และ หลักการข้อ 3 น้ันส�ำคัญมาก เพราะเป็นความพยายามของ BBOP ในการ
สัตว์หายากซ่งึ ไม่มที ่ีอ่ืนแล้วในโลก สว่ นทางเลอื กคือการใชท้ อ่ี น่ื เปน็ พ้นื ท่ี ปอ้ งกนั ไมใ่ หบ้ รษิ ทั ซอ้ื ออฟเซต็ เพอื่ ลบลา้ งหนา้ ทใี่ นการหามาตรการปอ้ งกนั
ออฟเซต็ (Out of Kind) นนั้ ควรจะใชก้ ต็ อ่ เมอ่ื ประเทศนนั้ มโี ครงการเรง่ ดว่ น และบรรเทาผลกระทบตง้ั แตต่ น้ ไมอ่ ยา่ งนนั้ บรษิ ทั กอ็ าจมกั งา่ ยไมต่ า่ งจาก
ที่ส�ำคัญกว่าการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โครงการ บรษิ ทั มกั งา่ ยทงั้ หลายในตลาดคารบ์ อนเครดติ เชน่ ถางปา่ เขตรอ้ นเหมอื นเดมิ
ยกตวั อยา่ งเชน่ หนงึ่ ในโครงการนำ� รอ่ งของ BBOP คอื การออฟเซต็ โครงการ เพราะคอยซ้อื ออฟเซ็ตมาลบลา้ งความผดิ ไปไดเ้ รอื่ ยๆ
พฒั นาอสงั หารมิ ทรพั ยบ์ นเกาะเบนบรดิ จ์ ในมลรฐั วอชงิ ตนั ของสหรฐั อเมรกิ า ปจั จบุ นั โครงการBBOPอยรู่ ะหวา่ งการดำ� เนนิ เฟส2ซง่ึ จะสน้ิ สดุ ในพ.ศ.2554
ทีมงานเลือกการฟื้นฟูถิ่นท่ีอยู่ของปลาแซลมอนในอ่าวพูเจต์เป็นพ้ืนที่ ผดู้ ำ� เนนิ โครงการนหี้ วงั วา่ จะสามารถขยายโครงการและทำ� งานรว่ มกบั รฐั บาล
ออฟเซ็ต แทนท่ีจะเลือกพ้ืนที่ติดโครงการ เน่ืองจากถ่ินปลาแซลมอนถูก ของประเทศตา่ งๆ และเมอื่ มขี อ้ มลู จากโครงการตา่ งๆ ถงึ จดุ หนงึ่ พวกเขากจ็ ะ
คกุ คามอยา่ งรนุ แรง และการฟน้ื ฟแู หลง่ ประมงนกี้ เ็ ปน็ นโยบายทร่ี ฐั วอชงิ ตนั สามารถสร้างมาตรฐานสากลไดใ้ นอนาคต
ให้ความสำ� คัญเป็นอันดับต้นๆ
สฤณีอาชวานนั ทกุล 253
252


04 ในยุคท่ีทั่วโลกตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศเปล่ียนแปลง

คน + ทนุ + ป่า :
วิวาทะว่าดว้ ย REDD+ ในเนปาล

ทรพั ยากรธรรมชาตริ อ่ ยหรอ ระบบนเิ วศเสอื่ มโทรม เมอื งไทยเรากม็ กี ระแส
“รกั ษโ์ ลก” ทดี่ งึ งบประชาสมั พนั ธไ์ ดไ้ มน่ อ้ ยหนา้ ชาตใิ ดในโลก โดยเฉพาะ
“โครงการ CSR” ของบริษัทน้อยใหญ่ที่เดินหน้าปลูกป่าชายเลน สร้าง
ฝายต้นนำ้� ปลกู ต้นกล้าถวายพอ่ ฯลฯ กันอยา่ งคกึ คัก

ถึงแม้ว่าผู้ด�ำเนินโครงการเหล่านี้หลายคนจะมี ...
เจตนาดี และต้ังใจท่ีจะช่วยแก้ปัญหาส่ิงแวดล้อม
ปัญหาขยะล้นเมือง
นน้ั ตอ้ งแกร้ ากสาเหตุ
จรงิ กป็ ฏเิ สธไมไ่ ดว้ า่ โครงการประเภทนจ้ี ำ� นวนมาก ด ้ ว ย ก า ร ป รั บ ป รุ ง
ยงั มีลักษณะฉาบฉวย การไดถ้ า่ ยรูปลงสื่อถือเป็น ประสิทธิภาพในการ
มาตรวดั “ความสำ� เรจ็ ”แลว้ ไมส่ นใจจะกลบั ไปดวู า่ ผลิตให้ดีกว่าเดิม
ตน้ ไมท้ ปี่ ลกู ไปนนั้ มนั โตไดห้ รอื เปลา่ ผเู้ ขยี นไดย้ นิ หลายเท่า (งานวิจัย
มาวา่ ปลกู แสนตน้ ตายหมดแสนตน้ กม็ ี บางบรษิ ทั หลายชิ้นประเมินว่า
มกั งา่ ยถงึ ขนาดถอนตน้ ไมท้ บ่ี รษิ ทั อนื่ เคยมาปลกู สินค้าข้ันสุดท้ายท่ี
แล้วปลกู ซ้�ำ เพราะข้ีเกยี จหาท่ีปลกู ใหม่ ถึงมือผู้บริโภคน้ัน
กระแสการปลกู ปา่ สรา้ งฝายมสี ว่ นคลา้ ยกบั กระแส ประกอบดว้ ยวตั ถดุ บิ
และทรัพยากรเพียง
ร้อยละ 1-2 ของ
ปริมาณทั้งหมดที่ใช้
ใช้ถุงผ้าลดโลกร้อน ตรงท่ีมันอาจช่วยท�ำให้คน ไปในการผลิตมัน
บางคนหนั มาใสใ่ จสง่ิ แวดลอ้ มบา้ ง แทนทจี่ ะคดิ ถงึ ออกมา) รวมท้ังหา
แต่ตัวเอง แต่ถ้ามองในภาพรวม ล�ำพังกิจกรรม วธิ เี ปลย่ี นพฤตกิ รรม
เหลา่ นไ้ี มอ่ าจแกป้ ญั หาได้ เพราะปญั หาการตดั ไม้ ผู้คนให้เลิกบริโภค
แบบทง้ิ ขว้าง

...

สฤณีอาชวานันทกลุ 255


... ทำ� ลายปา่ ยงั คงดำ� เนนิ ไปอยา่ งตอ่ เนอื่ ง อยา่ งรวดเรว็ โชคดีในโชคร้ายของปัญหานี้คือ มันเกี่ยวพันกับ ...
ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า กว่าต้นไม้ที่คนปลูก ส่วนปัญหาขยะล้นเมืองนั้น ภาวะโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โครงการ REDD+
การตัดไม้ท�ำลาย ต้องแก้รากสาเหตุด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ ปญั หาเรง่ ดว่ นระดบั โลกทท่ี กุ ประเทศกำ� ลงั หาทาง ซ่ึงต่อยอดจาก Re-
ปา่ และถางปา่ ทำ� การ ในการผลติ ใหด้ กี วา่ เดมิ หลายเทา่ (งานวจิ ยั หลาย รบั มอื ปจั จบุ นั เรารแู้ ลว้ วา่ การตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ และ ducing Emissions
เกษตรนนั้ เปน็ ตวั การ ชน้ิ ประเมนิ วา่ สนิ คา้ ขน้ั สดุ ทา้ ยทถี่ งึ มอื ผบู้ รโิ ภคนน้ั ถางป่าทำ� การเกษตรน้ัน เป็นตัวการท่ีปล่อยก๊าซ from Deforesta-
ที่ปล่อยก๊าซเรือน ประกอบด้วยวัตถุดิบและทรัพยากรเพียงร้อยละ เรือนกระจกถึงร้อยละ 20 ของปริมาณก๊าซเรือน tion and Forest
กระจกถึงร้อยละ 20 1-2 ของปริมาณท้ังหมดที่ใช้ไปในการผลิตมัน กระจกทม่ี นษุ ยป์ ลอ่ ยขน้ึ สชู่ นั้ บรรยากาศทกุ ปี เปน็ Degradation
ของปรมิ าณกา๊ ซเรอื น ออกมา) รวมทงั้ หาวธิ เี ปลย่ี นพฤตกิ รรมผคู้ นใหเ้ ลกิ อันดับ 2 รองจากอุตสาหกรรมพลังงานเท่าน้ัน (REDD - http://
กระจกทมี่ นษุ ยป์ ลอ่ ย บรโิ ภคแบบทิ้งขวา้ ง ดังนั้นถ้าเราอยากควบคุมผลกระทบจากภาวะ www.un-redd.
ข้ึนสู่ชั้นบรรยากาศ ปญั หาของการทำ� ลายปา่ ในไทยเรอ้ื รงั มานาน จาก สภาพภมู อิ ากาศเปลยี่ นแปลงใหเ้ ขา้ สู่เสถยี รภาพ org/) ขององค์การ
ทุกปี เป็นอันดับ 2 พฤตกิ รรม “ใตโ้ ตะ๊ ” ระหวา่ งนายทนุ ไรย้ างอายกบั เราก็จะต้องหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สหประชาชาติ เป็น
รองจากอตุ สาหกรรม ข้าราชการ ก�ำลังท่ีไม่เพียงพอและค่าตอบแทน จากการตดั ไมท้ �ำลายปา่ ใหไ้ ด้ โ ค ร ง ก า ร ท่ี ตี ค ่ า
พลงั งานเทา่ นนั้ ดงั นนั้ อันน้อยนิดของเจ้าหน้าท่ีป่าไม้ รวมถงึ การถางปา่ ในเมื่อการตัดไม้ท�ำลายป่าเป็นตัวการหนึ่งที่ก่อ คารบ์ อนทกี่ กั เกบ็ ใน
ถ้าเราอยากควบคุม ท�ำการเกษตร และข้อพิพาทเกี่ยวกับความเป็น ภาวะโลกร้อน NGO ส่ิงแวดล้อมและองค์กร ปา่ ออกมาเปน็ มลู คา่
ผลกระทบจากภาวะ เจ้าของ 2 ปัญหาที่ระบบราชการไทยดูจะท�ำ โลกบาลหลายแห่งจึงพยายามหาวิธีแก้ปัญหา ทางการเงนิ และนำ�
ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ เป็นแต่จ้องจับผิดชาวบ้านแบบทื่อๆ ตามตัวบท อย่างย่ังยืน ในบรรดาความพยายามท้ังหลาย เงินนั้นไปมอบให้
เปลี่ยนแปลงให้เข้า กฎหมาย แทนท่จี ะคมุ้ ครองสทิ ธขิ องชาวบา้ นและ โครงการ REDD+ ซึ่งต่อยอดจาก Reducing กับชุมชนต่างๆ ใน
สู่เสถียรภาพ เราก็ หาทางสรา้ งแรงจงู ใจใหเ้ ขาอยกู่ บั ปา่ ไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื Emissions from Deforestation and Forest ประเทศกำ� ลงั พฒั นา
จะต้องหาทางลด “แรงจงู ใจ” ทจ่ี ำ� เปน็ จะตอ้ งสรา้ งไมไ่ ดม้ แี ต่ “สำ� นกึ Degradation (REDD - http://www.un-redd. เพอ่ื สรา้ งแรงจงู ใจให้
การปล่อยก๊าซเรือน อนุรักษ์” หรือคุณค่านามธรรมอื่นใดท�ำนองนี้ org/) ขององค์การสหประชาชาติ เป็นโครงการ ชาวบ้านอนุรักษ์ป่า
กระจกจากการตดั ไม้ เท่านั้น แต่ยังต้องมีแรงจูงใจที่กินได้ด้วย น่ันคือ ท่ีตีค่าคาร์บอนที่กักเก็บในป่าออกมาเป็นมูลค่า และสร้างแรงจูงใจ
ท�ำลายป่าใหไ้ ด้ ตัวเงิน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการไม่ท�ำลายป่า ทางการเงิน และน�ำเงินนั้นไปมอบให้กับชุมชน ใหบ้ รษิ ทั ในอตุ สาห-
บางกรณที �ำใหช้ าวบา้ นขาดรายไดท้ ันที จะให้เขา ต่างๆ ในประเทศกำ� ลังพฒั นา เพ่อื สร้างแรงจูงใจ กรรมป่าไม้บริหาร
... กนิ อุดมการณต์ า่ งข้าวกก็ ระไรอยู่ ใหช้ าวบา้ นอนรุ กั ษป์ า่ และสรา้ งแรงจงู ใจใหบ้ รษิ ทั จดั การปา่ อยา่ งยงั่ ยนื
ในอตุ สาหกรรมปา่ ไมบ้ รหิ ารจดั การปา่ อยา่ งยงั่ ยนื องคก์ ารสหประชาชาติ
องค์การสหประชาชาติประเมินว่าเงินในโครงการ ประเมินว่าเงินใน
โครงการ REDD+
อาจมีมูลค่าสูงถึง
30,000 ลา้ นเหรยี ญ
สหรัฐฯ ตอ่ ปี

...

256 สฤณีอาชวานันทกุล 257


REDD+ อาจมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านเหรียญ อปุ สรรคสำ� คญั ของ REDD+ ในเนปาลคลา้ ยกบั ทเ่ี กดิ ในประเทศอน่ื นนั่ คอื
สหรฐั ฯ ต่อปี ภาคประชาสังคมกับภาครัฐยังหา “จุดร่วม” กันไม่เจอ ถึงแม้ว่าโดยรวม
ใน พ.ศ. 2552 เนปาลกลายเป็น 1 ใน 5 ประเทศ ผู้เช่ียวชาญในเนปาลจาก 2 ภาคส่วนนี้จะเห็นพ้องต้องกันในหลักการว่า
สมาชกิ นอ้ งใหมท่ เี่ ขา้ รว่ มโครงการ REDD+ โดยมี “ประเทศรำ�่ รวยผกู้ อ่ มลพษิ ” ควรจา่ ยเงนิ อดุ หนนุ สำ� หรบั ทงั้ คารบ์ อนทกี่ กั เกบ็
เพื่อนร่วมรุ่นคอื อาร์เจนตินา กัมพูชา เอกวาดอร์ ในปา่ ไม้เนปาล ทัง้ “ค่าใชจ้ า่ ยในการบรหิ ารจัดการและฟน้ื ฟูป่าไม”้ ของ
และศรีลังกา สมาชิกของ REDD+ ก่อนหน้าน้ี ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ แตผ่ มู้ อี �ำนาจภาครฐั กบั ตวั แทนภาคประชาสงั คมเหน็ ตา่ งกนั
ประกอบด้วย โบลิเวีย ปานามา ปาปัวนิวกินี ตรงวิธีการท่ีจะท�ำเร่ืองนี้ NGO เสนอว่ารัฐบาลควรขยายพ้ืนท่ีป่าชุมชน
ปารากวัย แซมเบีย สาธารณรัฐประชาธิปไตย และโอนสิทธิในท่ีดินให้กับชาวบ้านอย่างสมบูรณ์ (เนปาลเป็นประเทศ
คองโก อินโดนีเซีย แทนซาเนีย และเวียดนาม แรกๆ ทใ่ี ชแ้ นวคดิ ปา่ ชมุ ชน แตป่ จั จบุ นั ทด่ี นิ รวมทงั้ ใตด้ นิ กย็ งั เปน็ กรรมสทิ ธ์ิ
4 ประเทศสุดท้ายในรายชื่อนี้เป็นประเทศน�ำร่อง ของรฐั อย)ู่ รวมทง้ั “สทิ ธใิ นคารบ์ อน” ทกี่ กั เกบ็ ในปา่ ดว้ ย แตร่ ฐั บาลเนปาล
ของโครงการ REDD+ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการ ไมเ่ หน็ ด้วยกับขอ้ เสนอนี้ เพราะมองวา่ ป่าไม้เปน็ “สมบัติของชาต”ิ ทช่ี าว
ด�ำเนินโครงการระดับชาติในภาคปฏิบัติ เนปาลท้ังประเทศควรได้รับประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะแต่ชาวบ้านท่ีอยู่กับป่า
ปัจจุบันเนปาลยังมีสถานะเป็น “สมาชิกสังเกต เท่านั้น
การณ”์ ของโครงการ REDD+ แตอ่ ยรู่ ะหวา่ งเตรยี ม ประเด็นท่ีว่าผลประโยชน์จากโครงการควรตกอยู่กับใครบ้าง ใครจะเป็น
พร้อมท่ีจะเป็นสมาชิกเต็มตัว จัดเวทีให้ผู้มีส่วน ผู้บริหารจัดการกระบวนการต่างๆ ของ REDD+ และจะแบ่งสันปันส่วน
ไดเ้ สยี ฝา่ ยตา่ งๆ ไดม้ สี ว่ นรว่ มตามขอ้ กำ� หนดของ ค่าใช้จ่ายกันอย่างไร ล้วนเป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่มีข้อสรุปในเนปาล ส่ิงที่
โครงการ ผู้เขียนคิดว่าวิวาทะเก่ียวกับเร่ืองนี้ใน ภาคประชาสงั คมเปน็ หว่ งมากทส่ี ดุ คอื พวกเขาจะมสี ว่ นรว่ มในการออกแบบ
เนปาลน่าสนใจ และน่าจะเป็นบทเรียนให้กับ และปฏบิ ตั ิตามแผน REDD+ ในประเทศได้อย่างไร และจะมีกลไกใดบ้าง
ประเทศก�ำลังพัฒนาประเทศอื่นได้เป็นอย่างดี ที่รับประกันว่าประโยชน์จากโครงการนี้จะตกถึงมือชุมชนท้องถิ่นและชาว
เพราะ REDD+ ก็เหมือนกับโครงการพัฒนา พ้ืนเมืองจริงๆ เช่น ปัจจุบันในจังหวัดเตราย (Terai) ของเนปาลท่ีก�ำลัง
โครงการอื่นที่ “พระเจ้า (หรือมารร้าย) อยู่ใน น�ำร่อง REDD+ มีพื้นท่ีเพียงร้อยละ 2 ที่ส่งมอบให้ชุมชนบริหารจัดการ
รายละเอียด” ไม่ว่าหลักการบนกระดาษจะดูดี และบางหมู่บ้านก็ถูกกีดกันออกจาก “กลุ่มผู้ใช้ป่าชุมชน” (Community
เพียงใด การน�ำมันมาปฏิบัติให้เกิดผลจริงน้ัน Forest User Groups ย่อว่า CFG กลุ่มท่ีจะได้รับการช่วยเหลือจาก
เปน็ เรอื่ งทีย่ ากกว่ากนั มาก REDD+ ในมติ ิปา่ ชมุ ชนจะตอ้ งนิยามตัวเองว่าเปน็ CFG)

258 สฤณีอาชวานนั ทกลุ 259


ประเดน็ ทว่ี า่ “ใคร” จะไดร้ บั ประโยชนจ์ ากโครงการ หนั มาดดู า้ นประสทิ ธผิ ล ผลการวดั คารบ์ อนในปา่ ...
นี้เป็นประเด็นใหญ่ เพราะด้วยข้อจ�ำกัดด้าน ชมุ ชนทเี่ ปน็ โครงการนำ� รอ่ งไดพ้ สิ จู นใ์ หเ้ หน็ แลว้ วา่ ผลการวัดคาร์บอน
ทรพั ยากรคงเปน็ ไปไมไ่ ดท้ ี่ REDD+ หรือโครงการ ป่าชุมชนที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนนั้น ในป่าชุมชนท่ีเป็น
ใดก็ตามจะสนับสนุนครอบคลุมทั้งประเทศ การ สามารถกักเก็บคาร์บอนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และ โครงการน�ำร่องได้
ที่รัฐบาลเนปาลเลือกจังหวัดเตรายเป็นพ้ืนที่ ชุมชนสามารถดูแลป่าและวัดคาร์บอนตาม พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
นำ� รอ่ ง ซง่ึ เปน็ จงั หวดั ทม่ี อี ตั ราการตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ มาตรฐาน IPCC (เพอื่ นำ� ไปขนึ้ เปน็ เงนิ อดุ หนนุ จาก ปา่ ชมุ ชนทไี่ ดร้ บั การ
และปา่ เสอ่ื มโทรมสงู มาก ท�ำใหห้ ลายคนเปน็ หว่ ง REDD+) เองได้ เม่ือผ่านการอบรมท่ีเหมาะสม บริหารจัดการอย่าง
ว่าสุดท้ายแล้วผลประโยชน์จากโครงการจะไปตก และเงนิ อดุ หนนุ ทไี่ ดร้ บั กส็ รา้ งแรงจงู ใจใหพ้ วกเขา ย่ังยืนนั้นสามารถ
แต่เฉพาะในพ้ืนที่แบบนี้ แทนที่จะให้รางวัลกับ อนุรักษ์ป่าต่อไป ดังน้ันอุปสรรคของการด�ำเนิน กกั เกบ็ คารบ์ อนเพมิ่
ชุมชนท้องถ่ินท่ีสามารถฟื้นฟู บริหาร และหากิน โครงการ REDD+ ในเนปาล จงึ ไมใ่ ช่ความเสี่ยง ข้ึนอย่างมาก และ
กับป่าได้อย่างยั่งยืนมาแล้วหลายปี ยังไม่นับ ด้านประสิทธิผล หากเป็นประเด็นที่ว่ารัฐบาล ชุมชนสามารถดูแล
ปัญหาข้อพิพาทเก่ียวกับความเป็นเจ้าของท่ีดิน ควรปรับปรุงกฎหมายป่าชุมชน และการบังคับใช้ ป่าและวัดคาร์บอน
ที่เรอ้ื รงั มานาน และความไม่ชัดเจนของกฎหมาย กฎหมายใหเ้ ขม้ แขง็ กวา่ เดมิ เพอ่ื ใหช้ าวบา้ นมน่ั ใจ ตามมาตรฐาน IPCC
ในเรอื่ งนี้ ทำ� ใหช้ าวบา้ นไมอ่ ยากลงแรงฟน้ื ฟู เพราะ ไดว้ า่ แรงทเี่ ขาลงไปนนั้ จะไมถ่ กู คนหวั ใสนอกพนื้ ที่ (เพอ่ื นำ� ไปขนึ้ เปน็ เงนิ
มองว่าเขาอาจสูญเสียที่ดินไปเม่ือฟื้นฟูได้แล้ว ควา้ ไปขายเปน็ คารบ์ อนเครดติ นอกจากนร้ี ฐั บาล อดุ หนนุ จากREDD+)
นอกจากน้ี CFG บางกลุ่มก็ก�ำลังประสบปัญหา ก็จะต้องถกเถียงกับผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ จนได้ เองได้ เมื่อผ่านการ
ท่ีชนช้ันน�ำหัวใสบางคนเอาป่าชุมชนที่เคยเสื่อม ขอ้ สรปุ วา่ ประโยชนจ์ ากสทิ ธใิ นคารบ์ อนทก่ี กั เกบ็ อบรมท่ีเหมาะสม
โทรม แต่ CFG ฟื้นฟูข้ึนมาใหม่ ไปแอบอ้างว่า ได้ และหนา้ ทใ่ี นการดแู ลปา่ นนั้ ควรแบง่ สนั ปนั สว่ น และเงินอุดหนุนท่ี
เป็นพื้นที่ป่าส่วนตัว ปัจจุบันมีคดีพิพาทท�ำนองน้ี กันอย่างไร เพราะรัฐบาลก็พูดถูกที่ว่าป่าไม้เป็น ไ ด ้ รั บ ก็ ส ร ้ า ง แ ร ง
14 คดี ท่ีค้างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมของ “สมบัติของชาติ” แต่ในขณะเดียวกันถ้าชาวบ้าน จู งใ จใ ห ้ พ ว ก เ ข า
เนปาล บางคดีไปถงึ ชัน้ ศาลฎกี า ไม่ได้รับประโยชน์เพียงพอ พวกเขาก็ย่อมจะขาด อนุรักษ์ปา่ ตอ่ ไป
แรงจงู ใจที่จะอยกู่ ับปา่ อยา่ งยง่ั ยนื ต่อไป
260 ...

สฤณีอาชวานนั ทกุล 261


05 ปัญหาสิ่งแวดล้อมรุนแรงท่ีเกิดจากน�้ำมือมนุษย์ท�ำให้เป็นท่ีแน่ชัดแล้วว่า
ระบบทนุ นยิ มจะแพภ้ ยั ตวั เอง และฉดุ ดงึ อารยธรรมมนษุ ยเ์ ขา้ สจู่ ดุ ทจี่ ะแรน้ แคน้
ความจำ� เปน็ และความทา้ ทายของ เกนิ เยยี วยา ภายในเวลาไมก่ ชี่ วั่ คนขา้ งหนา้ ถา้ หากยงั ไมป่ รบั กระบวนทศั น์
การทอ่ งเทีย่ วเชิงอนรุ ักษ์ และวถิ ปี ฏบิ ตั อิ อกจากวถิ กี ารผลติ แบบอตุ สาหกรรม และวถิ กี ารบรโิ ภคแบบ
มหกรรมบรโิ ภคนยิ ม เขา้ สวู่ ถิ ี “ทนุ นยิ มธรรมชาต”ิ ประกอบกบั การ “บรโิ ภค
อยา่ งมจี รยิ ธรรม” ทส่ี อดคลอ้ งกบั แนวคดิ “การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ” สถานเดยี ว
เทา่ นนั้
ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มระดบั โลกหลายปญั หาทที่ วคี วามรนุ แรงขนึ้ ตามศกั ยภาพ
ของมนษุ ย์ ในการตกั ตวงทรพั ยากรธรรมชาตใิ นยคุ โลกาภวิ ตั น์ เปน็ บทพสิ จู น์
วา่ ทรพั ยากรหลายชนดิ ทนี่ กั เศรษฐศาสตรเ์ คยคดิ วา่ ไมม่ วี นั หมดนน้ั แทท้ จี่ รงิ
แล้วมวี นั หมด โดยเฉพาะอากาศทมี่ คี ณุ ภาพและปลาที่มนษุ ย์บรโิ ภค
เน่ืองจากความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนเิ วศน้ัน เมือ่ เส่ือมโทรม
หรอื ลม่ สลายลงถงึ จดุ หนง่ึ กไ็ มม่ วี นั ฟน้ื ฟขู นึ้ มาไดอ้ กี หรอื ฟน้ื ฟไู ดด้ ว้ ยตน้ ทนุ
ทส่ี งู มหาศาลทท่ี ง้ั ประเทศไมม่ กี ำ� ลงั จา่ ย ธจุ กจิ ทอ่ งเทยี่ วทมี่ คี วามอดุ มสมบรู ณ์
เปน็ “จดุ ขาย” จงึ จำ� เปน็ จะตอ้ งใชแ้ นวคดิ “การทอ่ งเทยี่ วเชงิ อนรุ กั ษ”์ อยา่ ง
ไม่มีทางเลอื กนบั จากนีเ้ ป็นต้นไป
พูดงา่ ยๆ คอื ถา้ ไมอ่ นุรกั ษไ์ ว้ อกี หน่อยก็จะไม่เหลอื ธรรมชาติอะไรให้ดู ถ้า
ผู้ประกอบการท่องเท่ียวยังอยากหารายได้จากแหล่งเดิม ก็จะต้องเนรมิต

สฤณีอาชวานันทกุล 263


ธรรมชาตเิ ทยี มหรอื จดั อเี วนตอ์ ะไรสกั อยา่ งขน้ึ มาดงึ ดดู คน แตก่ ารทำ� ของเทยี ม อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะคนในพ้ืนท่ีย่อมมี ...
และจดั อเี วนตน์ อกจากจะมตี น้ ทนุ สงู แลว้ ยงั ไมย่ งั่ ยนื ในแงธ่ รุ กจิ เพราะใครๆ แรงจูงใจมากกว่านายทุนนอกพ้ืนท่ีอยู่แล้วท่ีจะ “ ก า ร พั ฒ น า จ า ก
ก็ท�ำเลยี นแบบไดถ้ า้ มีเงนิ พอ ไมม่ คี วามไดเ้ ปรยี บใดๆ ในการแข่งขัน อนุรักษ์ท้องถ่ิน และถ้าพวกเขามีก�ำไรจากการ ฐานราก” ที่คนใน
ระบบนเิ วศทอี่ ดุ มสมบรู ณจ์ งึ สง่ มอบทง้ั ประโยชนท์ างสงิ่ แวดลอ้ ม สงั คม (คน ท่องเท่ียวในฐานะผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ใช่ ชุมชนมีส่วนร่วมใน
แถวนน้ั มสี ขุ ภาพด)ี และเศรษฐกจิ (เปน็ เอกลกั ษณส์ รา้ งความไดเ้ ปรยี บเชงิ ค่าจ้างในฐานะพนักงานของนายทุนต่างถ่ิน ก็จะ การก�ำหนดทิศทาง
ธรุ กจิ ) การรกั ษาระบบนเิ วศใหอ้ ดุ มสมบรู ณแ์ ปลวา่ จะตอ้ งทำ� การทอ่ งเทย่ี ว สามารถนำ� กำ� ไรนนั้ มาอนรุ กั ษแ์ หลง่ ทอ่ งเทย่ี วและ ก า ร พั ฒ น า แ ห ล ่ ง
เชงิ อนุรักษ์ ซึง่ ถา้ จะให้ยั่งยืนจรงิ ก็ตอ้ งท�ำ 3 อย่างนใี้ หไ้ ด้ ขยายกจิ การได้ ท่องเท่ียว และได้
1. ลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั การหรอื เยยี วยาผลกระทบเชงิ ลบทางสงิ่ แวดลอ้ ม กรณีศึกษาตัวอย่างการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ประโยชน์อย่าง
2 กรณี จากไทยและบราซลิ บง่ ชกี้ ญุ แจส�ำคญั และ เต็มเม็ดเต็มหน่วย
และสังคม เพอื่ เพ่ิมผลก�ำไรในปจั จบุ ัน ความทา้ ทายของการท่องเท่ยี วแนวน้ใี นปจั จุบัน เ พ ร า ะ ค นใ น พื้ น ที่
2. อนรุ กั ษ์ “สินทรัพย”์ ที่จำ� เป็นต่อการทอ่ งเท่ยี ว เชน่ ป่าเขาลำ� เนาไพร ในประเทศไทยความนยิ มของการลอ่ งเรอื ชมหงิ่ หอ้ ย ย่อมมีแรงจูงใจมาก
ในจงั หวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเปน็ ผลพวงจากความ กวา่ นายทนุ นอกพน้ื ที่
เพอื่ รับประกันผลก�ำไรในอนาคต ส�ำเร็จของการร้ือฟื้นตลาดน�้ำอัมพวา ส่งผลให้ อยู่แล้วท่ีจะอนุรักษ์
3. เพ่ิมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว เพื่อเปิดตลาดใหม่ จ�ำนวนเรือยนต์ที่น�ำนักท่องเท่ียวล่องชมหิ่งห้อย ท้องถน่ิ และถ้าพวก
ตลอดชายฝั่งแหลมลมทวนของแม่น�้ำแม่กลอง เขามีก�ำไรจากการ
ทสี่ อดคลอ้ งกบั การพฒั นาอยา่ งย่ังยืน เชน่ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ วัฒนธรรม เพ่มิ จาก 3 ลำ� เปน็ 170 เทย่ี วต่อคืนในวันหยดุ ท่องเท่ียวในฐานะ
(ขายแพ็กเกจโฮมสเตย์ท้องถ่ินผสมทัวร์วัดพ้ืนบ้าน) การท่องเที่ยวเชิง สุดสปั ดาห์ ภายในเวลาเพียง 5 ปี หลงั จากทเ่ี ร่ิม ผู้ประกอบการราย
เกษตร ฯลฯ เพ่อื สร้างผลก�ำไรใหม่ แคมเปญหงิ่ หอ้ ยอมั พวาใน พ.ศ. 2548 ผปู้ ระกอบ ย่อย ไม่ใช่ค่าจ้าง
เนอ่ื งจากปัญหา “การท่องเท่ียวเกนิ ขนาด” ทผี่ ่านมาแทบทกุ แหง่ เกดิ จาก การบางรายน�ำเรือยนต์ไปปรับเคร่ืองยนต์ให้แรง ในฐานะพนกั งานของ
ผูป้ ระกอบการนอกพืน้ ท่เี ข้าไปแสวงหาก�ำไรโดยไม่ค�ำนงึ ถงึ “ต้นทนุ ท่มี อง กวา่ เดิม เพ่อื ใหร้ องรับนกั ทอ่ งเท่ยี วไดห้ ลายเที่ยว นายทุนต่างถ่ิน กจ็ ะ
ไมเ่ หน็ ” ทต่ี วั เองไมส่ นใจ เพราะไมใ่ ชค่ นในพน้ื ท่ี และไมต่ อ้ งรบั ภาระเนอ่ื งจาก มากขน้ึ เรือยนต์เหลา่ น้กี ่อให้เกดิ คล่ืนขนาดใหญ่ สามารถน�ำก�ำไรน้ัน
ความอ่อนแอของกฎหมายและกลไกก�ำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้าน ที่กัดเซาะชายฝั่ง ท�ำให้ตลิ่งพังทลายลงมา เป็น ม า อ นุ รั ก ษ ์ แ ห ล ่ ง
ส่ิงแวดลอ้ มหรือการเบยี ดเบียนคนในพื้นท่ี (เช่น สบู น้ำ� ไปใหโ้ รงแรมใช้จน สาเหตใุ หต้ น้ ไมท้ ขี่ นึ้ อยรู่ มิ นำ้� รวมถงึ ตน้ ลำ� พทู อี่ ยู่ ท่องเท่ียวและขยาย
เกษตรกรในละแวกมไี มพ่ อใช)้ โมเดลการทอ่ งเทยี่ วเชงิ อนรุ กั ษท์ พ่ี สิ จู นใ์ หเ้ หน็ ของหง่ิ หอ้ ยลม้ ตายไปจ�ำนวนมาก เมอ่ื ไมม่ ที เ่ี กาะ กจิ การได้
วา่ ยงั่ ยนื กวา่ เดมิ จงึ มกั จะใชแ้ นวคดิ “การพฒั นาจากฐานราก” ทคี่ นในชมุ ชน หิ่งห้อยจึงลดน้อยลง ยังไม่นับปัญหารีสอร์ตใน
มสี ว่ นรว่ มในการกำ� หนดทศิ ทางการพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว และไดป้ ระโยชน์ บรเิ วณอัมพวาที่ผุดขึ้นมาถงึ 600 แหง่ ...

264 สฤณีอาชวานันทกุล 265


ปญั หาตลงิ่ พงั มลภาวะทางเสยี งจากเรอื ยนต์ ตน้ ลำ� พแู ละหงิ่ หอ้ ยทล่ี ดนอ้ ยลง เมอ่ื คดิ ไดด้ งั นน้ั ชาวคนั โต แวรเ์ ดกเ็ รยี กประชมุ สภาหมบู่ า้ น พวกเขาประกาศ
ทำ� ใหช้ าวบา้ นในชมุ ชนบา้ นลมทวน อำ� เภอเมอื งสมทุ รสงคราม รอ้ งเรยี นไป กฎโซนน่ิงและก่อสรา้ ง กอ่ ต้งั สภาต่างๆ ระดบั หมบู่ ้านเพอื่ ระดมสมองและ
ยงั หนว่ ยงานรฐั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง กระทงั่ ไปถงึ รฐั สภาใน พ.ศ. 2550 แตห่ ลงั จากท่ี วางแผนการพฒั นาของชมุ ชน สภาเหลา่ นมี้ ตี ง้ั แตส่ ภาการประมง สภาสขุ ภาพ
หน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ งมาประชมุ กันตามธรรมเนียม เรอื่ งกเ็ งียบหายไปตาม ท่ีดูแลสุขภาพของคนในชุมชน สภาที่ดินท่ีบังคับใช้กฎโซนน่ิงและก่อสร้าง
ธรรมเนยี มเหมอื นกนั เมอ่ื รฐั ชว่ ยอะไรไมไ่ ด้ บา้ นลมทวนจงึ ตดั สนิ ใจทำ� การ และตดั สนิ กรณพี พิ าทเกยี่ วกบั ทด่ี นิ และสภาการทอ่ งเทย่ี วทบ่ี รหิ ารจดั การ
ทอ่ งเทย่ี วเอง กอ่ ตงั้ ศนู ยก์ ารทอ่ งเทยี่ วเชงิ อนรุ กั ษบ์ า้ นลมทวน ท�ำโฮมสเตย์ โครงการทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน พวกเขาสรา้ งบา้ นพกั สำ� หรบั นกั ทอ่ งเทย่ี วทร่ี องรบั
จัดทัวร์ชมห่ิงห้อยอัมพวาด้วยเรือพายให้กับผู้มาเยือน พร้อมกับให้ความรู้ คนได้ 45 คน สร้างร้านอาหารส�ำหรับนักท่องเท่ียว ฝึกอบรมกันเองให้
เรอื่ งการทอ่ งเทยี่ วในชมุ ชน ดว้ ยความหวงั ทจ่ี ะลดผลกระทบของการทอ่ งเทยี่ ว ชาวบ้านเป็นไกด์ท้องถ่ิน เผยแพร่เอกสารและโฆษณาเก่ียวกับประเพณี
ตอ่ ทรพั ยากรในพนื้ ท่ีและผคู้ น นอกจากนชี้ มุ ชนบา้ นลมทวนก็มกี ารจัดเรอื ท้องถิ่นท่ีจัดเป็นประจ�ำทุกปี จัดทัวร์ในเรือประมง (เรียกว่า “จังกาด้า”)
เวรยาม คอยตรวจดแู นวทนุ่ ทป่ี กั กนั้ ไมใ่ หเ้ รอื ยนตเ์ ขา้ ไปใกลต้ น้ ลำ� พู หลงั จาก ให้กับนักท่องเที่ยว และจัดการแข่งเรือจังกาด้าทุกปี กิจกรรมท่องเที่ยว
ทเ่ี คยถกู เรอื ยนตว์ งิ่ ถอนไมท้ ป่ี กั รมิ ตลง่ิ ขนึ้ มาจนหมด แตก่ ย็ งั ประสบปญั หา ท้ังหมดตั้งอยู่บนเป้าหมายของชาวบ้านที่ร่วมกันก�ำหนดว่า การท่องเที่ยว
อยู่เนืองๆ เพราะพวกเขาไม่อาจควบคุมการสัญจรไปมาในคลองซ่ึงเป็นท่ี จะเปน็ อาชพี เสรมิ และวธิ อี นรุ กั ษท์ รพั ยากรในชมุ ชนเทา่ นน้ั ไมใ่ ชอ่ าชพี หลกั
สาธารณะได้ และภาครฐั ก็ยงั ไม่มวี สิ ยั ทัศนใ์ นเรื่องนี้ คอื ประมง ดว้ ยเหตนุ บ้ี างครง้ั นกั ทอ่ งเทย่ี วอาจไมม่ เี รอื จงั กาดา้ ใหใ้ ช้ เพราะ
ขา้ มไปอีกซีกโลกหนึ่ง เปรอนิ ญา โด คันโต แวร์เด (Prainha do Canto ชาวบา้ นเอาเรอื ออกไปหาปลา
Verde - http://www.prainhadocantoverde.org/) เปน็ หมบู่ า้ นชายฝง่ั การทอ่ งเทยี่ วชมุ ชนของคนั โต แวรเ์ ดคอ่ ยๆ กา้ วหนา้ อยา่ งมน่ั คง นกั ทอ่ งเทย่ี ว
ทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนอื ในบราซลิ มีประชากรประมาณ 1,200 คน เพม่ิ จาก 500 คนใน พ.ศ. 2543 เปน็ 800 คนในเวลา 3 ปี และชาวบา้ นกไ็ ด้
หมบู่ า้ นนค้ี ลา้ ยกบั ชมุ ชนบา้ นลมทวนตรงทไี่ มเ่ คยสนใจธรุ กจิ ทอ่ งเทย่ี วมากอ่ น รับประโยชน์จากธุรกิจเสริมน้ีอย่างท่ัวถึงในฐานะไกด์ เจ้าของร้านอาหาร
พวกเขาเป็นชาวประมงท่ีถูกสถานการณ์บังคับให้ลุกข้ึนมาหาทางจัดการ แมค่ รวั ชาวประมงสมาชกิ สหกรณ์ฯลฯปจั จบุ นั ถงึ จดุ ทชี่ าวบา้ นมนั่ ใจในโมเดล
ทอ่ งเทย่ี วเพอื่ อนรุ กั ษท์ รพั ยากรในทอ้ งถนิ่ กรณนี พ้ี วกเขาถกู นายทนุ รายหนงึ่ ของพวกเขาพอที่จะไปถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชนอ่ืนในบริเวณใกล้เคียง
กว้านซ้ือท่ีดินชายฝั่งอย่างผิดกฎหมาย ชาวบ้านรวมตัวกันฟ้องศาลด้วย คอื ปอนตา กรอสซา (Ponta Grossa) และทาทาจบู า (Tatajuba)
ความชว่ ยเหลอื ของหวั หนา้ บาทหลวงและศนู ยส์ ทิ ธมิ นษุ ยชน หลงั จากทต่ี อ่ สู้ การตัดสินใจของชาวคันโต แวร์เดที่จะท�ำธุรกิจท่องเท่ียว ประเภทของ
มานานกว่า 10 ปี ระหว่างทางตอ้ งเผชญิ กับค�ำขูต่ ่างๆ นานา และนักเลง นักท่องเท่ียวท่ีพวกเขาอยากต้อนรับ และกิจกรรมท่ีจะท�ำ ล้วนเป็นการ
ตา่ งถน่ิ ทถ่ี กู นายทนุ จา้ งมาทำ� รา้ ยรา่ งกาย ในทสี่ ดุ ชาวบา้ นกช็ นะคดี ไดท้ ด่ี นิ ตดั สนิ ใจทชี่ มุ ชนตกลงรว่ มกนั ผา่ นกระบวนการถกเถยี งและตดั สนิ ใจอยา่ ง
กลบั คนื มาใน พ.ศ. 2536 น่ันคอื จดุ ที่ชาวบา้ นตัดสนิ ใจว่าพวกเขาจะต้อง เป็นประชาธิปไตย ซ่ึงเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ย่ังยืนทุกหนแห่งที่ประสบ
รวมตวั กนั อยา่ งเปน็ ระบบ และจดั การทอ่ งเทยี่ วเองใหด้ ี เพอ่ื ปอ้ งกนั การรกุ ราน ความสำ� เรจ็
อกี ในอนาคต
สฤณีอาชวานันทกลุ 267
266


06 ไม่ว่าจะมีนักเศรษฐศาสตร์ก่ีคนที่ยังทะนงตนว่า ...
ศาสตรข์ องตวั เองนน้ั สำ� คญั กวา่ ใครเพอ่ื น ขอ้ เทจ็ จรงิ กโู้ ลกทไี่ ดผ้ ลจำ� เปน็
เม่อื นักออกแบบเกมช่วยกู้โลก : ทปี่ ฏเิ สธไมไ่ ดอ้ กี ตอ่ ไปคอื ลำ� พงั เศรษฐศาสตรแ์ ละ จ ะ ต ้ อ ง อ า ศั ย ก า ร
สดุ ยอดเกมคอมพิวเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์ไม่อาจกอบกู้โลกได้ เน่ืองจาก เปลี่ยนพฤติกรรม
เก่ยี วกบั ส่งิ แวดลอ้ ม การกู้โลกที่ได้ผลจ�ำเป็นจะต้องอาศัยการเปลี่ยน ของผู้คนในวงกว้าง
พฤติกรรมของผู้คนในวงกว้าง และการเปล่ียน แ ล ะ ก า ร เ ป ลี่ ย น
พฤตกิ รรมก็จำ� ต้องอาศัยหลายกลวธิ ผี สมกัน พฤติกรรมก็จ�ำต้อง
ผู้เขียนเคยพูดถึงการใช้กฎกติกา (เช่น ภาษี อาศัยหลายกลวิธี
คาร์บอน) และการ “สะกิด” แบบเศรษฐศาสตร์ ผสมกัน
พฤตกิ รรมไปแล้ว วนั นี้อยากพดู ถึงเกม กลวิธใี น
ดวงใจของเด็กและผู้ใหญ่หัวใจเด็กทกุ คน ...

เกมคอมพวิ เตอรแ์ ละเกมกระดาน (บอรด์ เกม) สามารถเปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรม
ของผู้คนได้ หรืออย่างน้อยก็ให้ความรู้ซึ่งเป็นก้าวแรกสู่การเปล่ียนแปลง
ถา้ หากผอู้ อกแบบเกมสามารถสรา้ งสมดลุ ระหวา่ ง “สาร” เกยี่ วกบั สง่ิ แวดลอ้ ม
ทต่ี อ้ งการจะสอื่ กบั “ความสนกุ ” ของเกม ซง่ึ สำ� คญั พอๆ กนั เพราะถา้ เกม
มสี าระแตไ่ มส่ นกุ คนเลน่ กจ็ ะเบอื่ อยา่ งรวดเรว็ แตถ่ า้ เกมสนกุ แตข่ าดสาระ
คนเล่นก็จะได้แต่ความบันเทิงอย่างเดียว ไม่ได้รู้อะไรมากข้ึนเกี่ยวกับ
ส่งิ แวดลอ้ มแม้แตน่ ้อย

สฤณีอาชวานันทกลุ 269


ตอนนผ้ี เู้ ขยี นอยากแนะนำ� “ซเี รยี สเกม” 3 เกม ทคี่ ดิ วา่ ทง้ั สนกุ และ “ไดผ้ ล” ท�ำให้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักส่ิงแวดล้อมและชาวพื้นเมือง ดังน้ัน
ในแง่ของการสอนแบบเนียนๆ ให้คนเล่นเขา้ ใจประเดน็ สิง่ แวดลอ้ มและวธิ ี ก่อนที่บริษัทของเราจะท�ำก�ำไรในต่างแดนได้ รัฐบาลของเราจะต้องช่วย
แกป้ ญั หาสิ่งแวดลอ้ ม แกป้ ัญหาให้ เช่น สง่ ทหารไปโจมตี แต่น่ันหมายความว่าเราต้องมีอ�ำนาจ
(หมายเหตุ : เรอื่ งของเกม Oiligarchy กบั Stop Disasters ผเู้ ขยี นสรปุ จาก ควบคุมรัฐบาล ผ่านการบริจาคเงินใหก้ บั พรรคการเมอื ง
คอลมั น์ “Serious Game” ซ่ึงเคยเขียนให้กบั นติ ยสารฟิ้ว (http://fuse.
in.th/) ใน พ.ศ. 2552) ถา้ เราเลน่ Oiligarchy ไดด้ ี ในทส่ี ดุ เรากจ็ ะเจรญิ ...
1. Oiligarchy รอยตามประวัตศิ าสตร์จรงิ หลงั จดุ Peak Oil คือ Oiligarchy จงใจให้
อปุ ทานนำ้� มนั เรม่ิ หดตวั สวนทางกบั อปุ สงค์ ถา้ เรา เราสวมบท “ผู้ร้าย”
Oiligarchy - เกมออนไลน์ที่ http://www.molleindustria.org/en/ ยังมุ่งกอบโกยด้วยการท�ำให้ทุกคนเสพติดน�้ำมัน เพื่อช้ีให้เห็นปัญหา
oiligarchy มงุ่ สรา้ งความเขา้ ใจในแนวคดิ เรอื่ ง “Peak Oil” (จดุ ผลติ นำ�้ มนั (วดั ดว้ ยดชั นี “Oil Addiction” ในเกม ยง่ิ สงู เรายง่ิ ข อ ง อุ ต ส า ห ก ร ร ม
สงู สดุ ) และชใี้ หเ้ หน็ ความสมั พนั ธอ์ นั แนบแนน่ ระหวา่ งธรุ กจิ พลงั งาน สงคราม ขายนำ�้ มนั ไดเ้ ยอะ) เรากจ็ ะจบเกมแบบทโ่ี ลกทงั้ ใบ น�้ำมัน และอธิบาย
กบั การเมืองระหว่างประเทศ ลม่ สลาย แตถ่ า้ หากเรายอมลดอำ� นาจการผกู ขาด เร่ืองยากๆ อย่าง
ในเกมน้ีเราเล่นเป็นซีอีโอของบริษัทน้�ำมันยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และคลายการครอบง�ำรัฐ (ซึ่งก็จะหมายถึงกำ� ไรท่ี อุตสาหกรรมน้�ำมัน
เล่นทีละตา 1 ตาเทา่ กับ 1 ปี ในปเี ปิดเกมคือ พ.ศ. 2489 บรษิ ทั ของเรา ลดลง) เกมกจ็ ะจบแบบแฮปปเ้ี อนดง้ิ สำ� หรบั ทกุ คน ผ่านเกมที่เล่นสนุก
มแี คท่ ด่ี นิ ผนื เลก็ ๆ ในมลรฐั เทกซสั ขดุ นำ�้ มนั ขายไดไ้ มน่ านทรพั ยากรใตท้ ด่ี นิ บนโลก เพราะขา้ มพน้ เศรษฐกจิ แบบพงึ่ พานำ�้ มนั ได้ กราฟิกการ์ตูนแสบ
ของเราจะหมด เราตอ้ งออกไปส�ำรวจและขดุ เจาะนำ้� มนั ในตา่ งแดน ซงึ่ จะ แต่แย่สำ� หรับเราในฐานะบรษิ ทั น้ำ� มัน ซึ่งน่นั ก็คือ สนั ต์ ทา้ ทาย และมี
สารหลกั ทผี่ สู้ รา้ งเกมนต้ี อ้ งการจะสอื่ ดว้ ยโมเดลธรุ กจิ ตอนจบถึง 4 แบบ
270 ยคุ อตุ สาหกรรมของบรษิ ทั นำ�้ มนั ยง่ิ บรษิ ทั ประสบ
ความส�ำเร็จเพียงใด ผู้คนและโลกยิ่งเดือดร้อน ...
เพยี งนั้น
ทมี ผสู้ รา้ ง Oiligarchy จงใจใหเ้ ราสวมบท “ผรู้ า้ ย”
เพื่อชี้ให้เห็นปัญหาของอุตสาหกรรมน�้ำมัน และ
อธิบายเร่ืองยากๆ อย่างอุตสาหกรรมน�้ำมันผ่าน
เกมท่ีเล่นสนุก กราฟิกการ์ตูนแสบสันต์ ท้าทาย
และมีตอนจบถึง 4 แบบ

สฤณีอาชวานนั ทกุล 271


2. Stop Disasters เกมน้ีเล่นง่ายมาก เร่ิมจากเลอื กฉากทอี่ ยากเล่น ...
(มี 5 ตวั เลอื กตามประเภทของภยั ธรรมชาติ ไดแ้ ก่ Stop Disasters
Stop Disasters - เกมออนไลนท์ ี่ http://www.stopdisastersgame.org/ สนึ ามิ เฮอรร์ เิ คน อทุ กภยั แผน่ ดนิ ไหว และไฟปา่ ) ซีเรียสเกมยุคใหม่
สอนวธิ วี างแผนรบั มอื กบั ภยั ธรรมชาตอิ ยา่ งสนกุ สนานและไดส้ าระ ใครทเี่ คย เสร็จแล้วเราก็ท�ำตัวเป็นผู้ว่าฯ ของจังหวัดที่ก�ำลัง ท่ีช่วย “ลับ” ทักษะ
เลน่ เกมซมิ เู ลชนั สรา้ งเมอื งแบบ SimCity มากอ่ น จะเลน่ Stop Disasters จะประสบภยั ธรรมชาติ หนา้ ทข่ี องเราคอื พยายาม ด้านการวิเคราะห์
เปน็ ภายในไม่กน่ี าที ก�ำจัดหรือลดขีดความเสียหายให้ต�่ำที่สุดเท่าที่จะ และแก้ปัญหาแบบ
ทำ� ได้ ดว้ ยการใชเ้ งนิ ทำ� โครงการตา่ งๆ เพอ่ื รบั มอื กบั บูรณาการท่ีจ�ำเป็น
272 ภยั ธรรมชาตทิ ่ีกำ� ลงั จะเจอ เชน่ ในฉากภยั สึนามิ ในศตวรรษที่ 21
เราสามารถใช้เงินสอนประชาชนเร่ืองวิธีหนีภัย
สรา้ งระบบระบายนำ้� ปลกู ปา่ ชายเลน ตดิ ตง้ั เครอื่ ง ...
ตรวจวดั แผน่ ดินไหวในทะเล ฯลฯ

นอกจากจะต้องป้องกันหรือบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เรายัง
ต้องตอบสนองความตอ้ งการพ้ืนฐานของชาวเมอื งดว้ ย เชน่ สรา้ งโรงเรยี น
โรงพยาบาล โรงแรม และบ้านเรือน ซงึ่ เราตอ้ งคดิ ให้ดวี ่าจะสรา้ งด้วยวัสดุ
อะไร (ไม้ คอนกรตี อฐิ ฯลฯ) เพราะแต่ละชนิดย่อมมคี วามทนทานต่อภยั
ธรรมชาตแิ ตล่ ะประเภทไมเ่ ทา่ กนั เกมนมี้ รี ะดบั ความยาก 3 ระดบั ใหเ้ ลอื ก
แต่ละระดบั เพมิ่ ขนาดของเมอื งทีเ่ ราตอ้ งปกปอ้ ง

Stop Disasters เปน็ เกมสนกุ ทส่ี อนอะไรๆ มากมายเกยี่ วกบั ภยั ธรรมชาติ
และวิธีบรรเทาทุกข์ท่ีพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าใช้ได้ผลในโลกจริง โดยเฉพาะ
มาตรการง่ายๆ เชน่ การซอ้ มหนภี ัย ให้การศึกษากับประชาชน พทิ ักษแ์ นว
คมุ้ กนั ตามธรรมชาตอิ ยา่ งปา่ ชายเลนและแนวปะการงั ซง่ึ ใชเ้ งนิ คอ่ นขา้ งนอ้ ย
แต่มีประสิทธิผลค่อนข้างดี ข้อมลู ตา่ งๆ ทใี่ ชใ้ นเกมไวใ้ จได้วา่ ถูกต้องและ
ครบถ้วน เพราะมาจากสหประชาชาติ นับเปน็ ตวั อย่างอันดีของซีเรียสเกม
ยุคใหม่ทช่ี ่วย “ลบั ” ทกั ษะดา้ นการวิเคราะห์ และแก้ปัญหาแบบบูรณาการ
ที่จำ� เป็นในศตวรรษที่ 21

สฤณีอาชวานันทกลุ 273


3. Fate of the World FateoftheWorldใหเ้ วลาเรา200ปีและแตล่ ะปกี เ็ ตม็ ไปดว้ ยการตดั สนิ ใจ
ยากๆ ท่ีต้องเลือกระหว่างตัวเลือกมากมาย เช่น ห้ามตัดไม้ท�ำลายป่า
เม่ือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทวีความรุนแรง เกมท่ีน�ำเสนอหนทาง ในอเมซอน บงั คบั ใหร้ ะบบขนสง่ มวลชนของยโุ รปทงั้ ทวปี ใชไ้ ฟฟา้ แทนนำ้� มนั
กโู้ ลกกย็ งิ่ ทวคี วามหลากหลายขนึ้ เรอ่ื ยๆ ในจำ� นวนนี้ Fate of the World บังคับใช้นโยบาย “มีลูกคนเดียว” ของจีนไปท่ัวทั้งทวีปเอเชีย เพ่ือชะลอ
(http://www.fateoftheworld.net ราคา 9.99 เหรยี ญสหรฐั ฯ ส�ำหรับ การเตบิ โตของประชากร แมแ้ ตท่ างเลอื กทใี่ ชเ้ ทคโนโลยที ที่ นั สมยั ทสี่ ดุ อาทิ
เคร่อื ง PC) เปน็ เกมที่ครอบคลมุ และสนุกที่สุดเท่าทผี่ ้เู ขยี นรู้จกั การขดุ เจาะ Methane Clathrates (กา๊ ซธรรมชาตใิ นนำ�้ แขง็ ขว้ั โลก) หรอื
เกมนเี้ ปน็ ความรว่ มมอื ระหวา่ งบรษิ ทั ออกแบบเกมชอ่ื Red Redemption วิศวกรรมดัดแปลงภูมิประเทศสุดข้ัว (Geo-Engineering) ก็ต้องใช้เงิน
กับ TckTckTck แนวร่วมระดับโลกของ NGO และองค์กรอิสระช้ันน�ำท่ี มหาศาลและใชว่ า่ จะปลอดภยั ไรค้ วามเสย่ี ง ยง่ิ เลน่ เราจะยงิ่ เขา้ ใจขอ้ ดขี อ้ เสยี
แคมเปญเกย่ี วกบั ภาวะสภาพภมู อิ ากาศเปลย่ี นแปลง เราเลน่ เปน็ ผอู้ ำ� นวยการ ของทางเลอื กต่างๆ และมองเห็นวา่ แทบไม่มที างเลอื กท่ี “ง่าย” เลยในการ
Global Environment Organization (GEO) องคก์ รส่ิงแวดลอ้ มระดับ รับมอื กบั วิกฤตใิ นครงั้ นี้
โลกในจินตนาการ หน้าที่ของเราคือหาทางหลีกเล่ียงหายนะ ฟื้นฟูระบบ
นเิ วศใหเ้ ขา้ สสู่ มดลุ ในขณะเดยี วกนั กต็ อ้ งตอบสนองความตอ้ งการอาหาร ความถูกต้องเท่ียงตรงของวิทยาศาสตร์ในเกมน้ี ...
พลังงาน และพืน้ ทอี่ ย่อู าศัยของประชากรโลกที่เพม่ิ สงู ขนึ้ ทกุ ขณะ นับว่าหายห่วง เพราะมีทีมนักวิทยาศาสตร์ร่วม ยิ่ ง เ ล ่ น เ ร า จ ะ ยิ่ ง
ออกแบบ และใชโ้ มเดลคอมพวิ เตอรจ์ ำ� ลองสภาพ เข้าใจข้อดีข้อเสีย
274 ภูมิอากาศอยา่ งสมจริง การท่ไี มม่ ดี นตรปี ระกอบ ของทางเลือกต่างๆ
และแอ็กชันบนจออาจท�ำให้ดูน่าเบ่ือในระยะแรก และมองเห็นว่าแทบ
แตเ่ มอ่ื เลน่ ไปสกั พกั คนเลน่ นา่ จะรสู้ กึ สนกุ ขน้ึ เมอื่ ไมม่ ที างเลอื กที่“งา่ ย”
ไดเ้ ห็นวิกฤตแิ ผข่ ยายไปท่วั โลก เลยในการรับมือกับ
เหนอื สง่ิ อนื่ ใด การไดม้ องเหน็ ผลกระทบของสภาพ วิกฤตใิ นครง้ั น้ี
ภูมิอากาศเปล่ียนแปลงตลอดระยะเวลา 200 ปี
น่าจะกระตุ้นให้เราได้ฉุกคิด เข้าถึง และเข้าใจ ...
ได้ดีกว่าการอ่านงานวจิ ัยของนกั วทิ ยาศาสตร์

สฤณีอาชวานันทกุล 275


07 ผเู้ ขยี นเกรน่ิ มาหลายตอนแลว้ วา่ ขณะนม้ี นษุ ยเ์ รากำ� ลงั อยใู่ นยคุ เปลยี่ นผา่ น
ครง้ั สำ� คญั จากระบบเศรษฐกจิ แบบอตุ สาหกรรมทล่ี า้ หลงั และคกุ คามความ
การ “สะกิด (Nudge)” อยรู่ อด ไปสรู่ ะบบเศรษฐกจิ คารบ์ อนตำ�่ ทนุ นยิ มธรรมชาติ ทนุ นยิ มทม่ี หี วั ใจ
เพื่อชวี ติ และโลก ทนุ นยิ มสรา้ งสรรค์ ทนุ นยิ มยง่ั ยนื ซงึ่ ไมว่ า่ ใครจะตงั้ ชอื่ วา่ อะไรกต็ าม แกน่ แท้
ของมนั ล้วนไมต่ า่ งกัน นน่ั คอื การใหค้ วามส�ำคญั กบั “ทนุ ธรรมชาติ” และ
“ทนุ มนษุ ย”์ วา่ เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทจี่ ะตอ้ งหมนั่ ฟน้ื ฟู ดแู ลและเสรมิ สรา้ งอยา่ ง
สม่ำ� เสมอ ถ้าอยากใหธ้ รุ กจิ อยู่ได้ในสงั คม
การเปล่ียนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจโฉมใหม่น่าจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี
และตอ้ งอาศัยการเปลยี่ นแปลงตลอดทั้งห่วงโซอ่ ุปทาน (Supply Chain)
และห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจทุกประเภท คือต้ังแต่การ
ตกั ตวงทรพั ยากรตน้ ทาง กระบวนการผลติ กลางทาง ไปจนถงึ พฤตกิ รรมของ
ผบู้ รโิ ภคปลายทาง
กระบวนการผลติ แบบใหมท่ ใ่ี สใ่ จสง่ิ แวดลอ้ มหลายโมเดลเปน็ ทรี่ จู้ กั คอ่ นขา้ ง
ดแี ลว้ แตว่ วิ าทะเรอื่ งการเปลยี่ นพฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภคสว่ นใหญย่ งั จำ� กดั วง
อยเู่ พียง 2 แนวทาง คือการรณรงค์ให้คน “ลด-ละ-เลิก” การบริโภคแบบ
ทง้ิ ขวา้ งหรอื ไมก่ ใ็ ช้“ไมแ้ ขง็ ”อยา่ งเชน่ กฎหมายมาบงั คบั ใหเ้ ปลย่ี นพฤตกิ รรม
เชน่ การทร่ี ัฐบาลจีนสั่งแบนถุงพลาสตกิ จากร้านคา้ ตง้ั แต่ พ.ศ. 2551 (ซง่ึ
ช่วยใหจ้ นี ประหยัดถงุ พลาสติกได้ถงึ 40 พันล้านใบ เทยี บเทา่ น้�ำมนั 1.6
ลา้ นตัน ภายในปแี รกหลังจากทีก่ ฎหมายฉบับนมี้ ผี ลบังคับใช)้

สฤณีอาชวานันทกลุ 277


แนวทางใหม่ท่ีคนไทยยังไม่ค่อยได้ยิน แต่ก�ำลังมาแรงในต่างประเทศคือ ข้อค้นพบจากเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกำ� ลังถูกน�ำไปประยุกต์ใช้มากมาย
“ไม้อ่อน” ที่ “แข็ง” กว่าการรณรงค์ แต่ก็ออ่ นกว่าการบงั คบั ดว้ ยกฎหมาย หลายกรณี ทง้ั ในภาคธรุ กจิ และภาคประชาสงั คม ตวั อยา่ งหนงึ่ ทน่ี า่ สนใจคอื
นน่ั คอื การ “สะกดิ (Nudge)” ใหผ้ บู้ รโิ ภคเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมไปในทาง โครงการใหมช่ อื่ จมิ แพก็ (Gym-Pact)ในบอสตนั รเิ รม่ิ โดยบณั ฑติ ปรญิ ญาตรี
ทีด่ ีข้นึ โดยที่ผ้บู รโิ ภคไมร่ ู้ตัววา่ ถกู สะกดิ จบใหม่ 2 คน คอื จางหยฝี่ ัน (Yifan Zhang) และจอฟฟ์ โอเบอร์โฮเฟอร์
(Geoff Oberhofer) ใน พ.ศ. 2553 พวกเขาสังเกตว่าปญั หาหน่ึงทท่ี �ำให้
วิธีสะกิดท่ีได้ผลต้องอาศัยการค้นพบล่าสุดจากเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม คนไมค่ อ่ ยไปออกกำ� ลงั กายคอื คา่ สมาชกิ ของฟติ เนสตา่ งๆ เปน็ “ตน้ ทนุ จม
สาขาน้องใหม่ของวิชาเศรษฐศาสตร์ท่ีก�ำลังมาแรงท่ีสุด ริชาร์ด เทเลอร์ (Sunk Cost)” ซึง่ ต้องจ่ายตัง้ แตต่ น้ ปี ดังนั้นหลายคนจึงไม่คอ่ ยร้สู ึกอยาก
(Richard Thaler) นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมช้ันนำ� ของโลก กับแคสส์ ไปอยา่ งสมำ�่ เสมอ เพราะไมว่ า่ จะไปบอ่ ยหรอื ไมไ่ ปเลย กไ็ ดเ้ สยี เงนิ ไปแลว้
ซนั สทนี (Cass Sunstein) นกั กฎหมายคนสำ� คญั ในทมี งานของประธานาธบิ ดี นานๆ ถึงจะไปสักทหี นง่ึ เมื่อรสู้ ึกว่า “เสยี ดายเงนิ ”
บารัก โอบามา (Barack Obama) ร่วมกันสรุปข้อค้นพบสำ� คัญๆ ของ จิมแพก็ แก้ปญั หานด้ี ้วยการใช้ระบบ “ค่าธรรมเนยี มจงู ใจ (Motivational
นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเกี่ยวกับธรรมชาติมนุษย์ ไว้ในหนังสือชื่อ Fee)” ลกู คา้ ตอ้ งจา่ ยเพมิ่ ถา้ พวกเขาไมเ่ ขา้ มาออกกำ� ลงั กายตามสญั ญาท่ี
Nudge (สะกดิ - เว็บไซต์ http://nudges.org/) ตกลงกับโครงการตั้งแต่ต้น ด้วยความเชื่อว่าถ้าคนต้องควักเงินเพิ่ม (ถูก
ลงโทษ) ถ้าไม่มาออกก�ำลังกาย พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจมากข้ึนท่ีจะต้ังใจ
... ยกตวั อยา่ งเชน่ นกั เศรษฐศาสตรพ์ ฤตกิ รรมพบวา่ มาออกก�ำลงั กายอยา่ งสมำ่� เสมอ
“ไมอ้ อ่ น”ที่“แขง็ ”กวา่ คนเรามกั จะเปรยี บเทยี บตวั เองกบั คนใกลต้ วั และ หย่ีฝันกับโอเบอร์โฮเฟอร์ “ปิ๊ง” ไอเดียนี้จากตอนเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์
การรณรงค์ แตก่ อ็ อ่ น “แข่ง” โดยไมร่ ู้ตัว ดังน้นั ถา้ บิลค่าไฟฟา้ ไม่แสดง พฤตกิ รรมท่ฮี าร์วารด์ สอนโดย ศ.เซนดิล มุลไลนาทาน (Sendhil Mul-
กว่าการบังคับด้วย แตป่ รมิ าณไฟฟา้ ทเ่ี ราใช้ แตแ่ สดงใหด้ ดู ว้ ยวา่ เราใช้ lainathan) ผู้เช่ียวชาญแถวหน้าในวงการ มุลไลนาทานสอนว่า คนเรา
กฎหมาย นน่ั คอื การ มากหรือน้อยเม่ือเทียบกับเพื่อนบ้าน เราก็จะมี ถูกกระตุ้นโดยผลพวงเฉพาะหน้า มากกว่าความเป็นไปได้ในอนาคต
“สะกิด (Nudge)” แรงจงู ใจทจ่ี ะประหยดั ไฟมากกวา่ เดิม หรือถ้าใคร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหมอฟันบอกว่าฟันเรามีช่องต้องอุด แต่ตอนน้ีเรายัง
ให้ผู้บริโภคเปลี่ยน บอกเราวา่ ควรตดั สนิ ใจเขา้ รบั การผา่ ตดั เพราะ “มี ไม่รู้สึกปวด เราก็มักจะผัดวันประกันพรุ่งไปก่อน (เพราะไม่มีใครชอบไป
แปลงพฤติกรรมไป โอกาสตายรอ้ ยละ 10” เราก็น่าจะปฏเิ สธ แตถ่ า้ อดุ ฟนั ) รอไปเรอื่ ยๆ จนกวา่ จะรสู้ กึ ปวดฟนั ขนึ้ มาจรงิ ๆ ถงึ นดั หมอ “สนั ดาน”
ในทางที่ดีข้ึน โดยท่ี บอกวา่ “มโี อกาสรอดรอ้ ยละ 90” เราจะตอบตกลง ท่ีว่านี้ท�ำให้ผู้ก่อตั้งจิมแพ็กเช่ือว่า ถ้าคนต้องจ่ายเงินทันทีท่ีไม่มาออก
ผู้บริโภคไม่รู้ตัวว่า ทั้งท่ี 2 ประโยคนี้มีความหมายเดียวกนั ตัวอย่าง ก�ำลังกาย พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจที่จะท�ำตามสัญญา วิธีน้ีน่าจะจูงใจคน
ถกู สะกดิ เหล่าน้ีล้วนชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจของเราขึ้นอยู่ ได้ดกี ว่าระบบสมาชกิ ฟติ เนสแบบเดิมท่ใี ห้คนจา่ ยเหมาตง้ั แตต่ ้น
กบั “กรอบ”หรอื “วธิ ตี งั้ โจทย”์ ทเี่ ราเผชญิ ดงั นน้ั เรา
... จงึ สามารถออกแบบกรอบการตดั สนิ ใจ (Decision สฤณีอาชวานนั ทกลุ 279
Framing) ใน “สถาปตั ยกรรมทางเลอื ก (Choice
278 Architecture)” เพอื่ “สะกดิ ” ให้คนตดั สินใจใน
ทศิ ทางที่เราตอ้ งการ


จมิ แพก็ ไดเ้ รม่ิ โครงการนำ� รอ่ งในบอสตนั ไปแลว้ เมอื่ ตน้ พ.ศ. 2554 ดว้ ยการ ผลลัพธ์ของการทดลองที่เรียบง่ายนี้คือ คนที่มาชอปปิงในซูเปอร์มาร์เกต
ไปเจรจาขอส่วนลดสำ� หรับกลุ่มจากบริษัทฟิตเนส 2 แห่ง จ่ายค่าสมาชิก แหง่ นน้ั ซอ้ื ผกั และผลไมม้ ากกวา่ เดมิ 2เทา่ สงู กวา่ ผลลพั ธข์ องโครงการรณรงค์
ฟติ เนสแทนสมาชกิ ของจมิ แพก็ สว่ นสมาชกิ ของจมิ แพก็ กต็ อ้ งสญั ญาวา่ จะ เร่ืองคุณค่าทางโภชนาการกว่า 10 เทา่ เหตผุ ลงา่ ยๆ ก็คอื เพราะการแปะ
ไปออกกำ� ลงั กายไมต่ ำ่� กวา่ 4ครง้ั ตอ่ สปั ดาห์แลกกบั การไมต่ อ้ งเสยี คา่ สมาชกิ ปา้ ยนี้สร้าง “คา่ นยิ มใหม่” ขน้ึ มา คนท่เี ห็นปา้ ยน้ีรสู้ กึ (โดยท่อี าจไมร่ ู้ตวั )
ฟิตเนส ถ้าท�ำไม่ไดจ้ ะต้องจ่ายค่าปรบั 25 เหรยี ญสหรฐั ฯ ถา้ ลาออกจาก ว่าพวกเขาถูกคาดหวังให้ซ้ือผักและผลไม้มากข้ึน พวกเขาก็เลยทำ� อย่าง
โครงการโดยสมัครใจด้วยเหตุผลอ่ืน นอกเหนือจากป่วยหรอื บาดเจ็บ ต้อง นน้ั จรงิ ๆ
จ่ายค่าปรับ 75 เหรียญสหรัฐฯ แหล่งรายได้ในโมเดลธุรกิจของจิมแพ็ก เม่ือค�ำนึงถึงความเร่งด่วนของการปรับตัวเพื่อรับมือและชะลอภาวะสภาพ
นอกเหนอื จากคา่ ปรบั คอื คา่ ธรรมเนยี มจากการบอกตอ่ โครงการ (Referral ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม
Fees) และสญั ญาสว่ นแบ่งรายได้กบั บริษัทฟิตเนสทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการ เสนอวา่ การหาวธิ ี “สะกิด” ใหค้ นเปลย่ี นพฤตกิ รรมนา่ จะนำ� ไปสูก่ ารสร้าง
เนอ่ื งจากความรบั ผดิ ของสมาชกิ จมิ แพก็ เปน็ หวั ใจของโครงการ และหยฝี่ นั บรรทัดฐานหรอื ค่านยิ มใหม่ของสังคมได้ ถ้าทำ� ส�ำเรจ็ ในวงกว้าง และวธิ นี ี้
กับโอเบอร์โฮเฟอร์ก็ไม่อาจไว้ใจให้สมาชิกบอกเองว่าไปออกก�ำลังกาย กน็ า่ จะมคี วามเปน็ ไปไดม้ ากกวา่ การเรยี กรอ้ ง (แกมออ้ นวอน) ใหค้ นเปลยี่ น
วันไหนบ้าง เพราะพวกเขาอาจโกหกก็ได้ จึงใช้วิธีแจกเครื่องบันทึกรหัส พฤตกิ รรมดว้ ยตวั เอง เพราะเศรษฐศาสตรพ์ ฤตกิ รรมไดพ้ สิ จู นแ์ ลว้ วา่ คนเรา
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Token) ไว้ท่ีโต๊ะประชาสัมพันธ์ในฟิตเนสแต่ละแห่ง ไมไ่ ดร้ จู้ กั ตวั เองดเี ทา่ กบั ทเี่ ราเชอื่ และลำ� พงั การตอบแบบสอบถามวา่ “เชอ่ื วา่
เคร่ืองนี้จะมีรหัสที่เปลี่ยนทุกๆ 60 วินาที สมาชิกจิมแพ็กจะต้องส่งรหัสนี้ ภาวะโลกรอ้ นเกดิ จรงิ ” และ “ตงั้ ใจจะเปลยี่ นตวั เอง” นนั้ ไมไ่ ดห้ มายความวา่
ผา่ นการสง่ ขอ้ ความทางโทรศพั ทม์ อื ถอื ระหวา่ งเดนิ เขา้ และออกจากฟติ เนส คนตอบแบบสอบถามจะกลับไปต้ังใจเปล่ียนวิถีชีวิตจริงๆ (ถึงโลกจะร้อน
ข้นึ อยา่ งไร ฉันก็ยังไม่เหน็ จะเดือดรอ้ น ฉะนน้ั จะเปลยี่ นตัวเองไปทำ� ไม ให้
อกี ตัวอย่างหน่งึ ของการ “สะกิด” ท่ใี ช้ คนอน่ื ท�ำกอ่ นดกี ว่า)
ข้อค้นพบของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม วธิ สี ะกดิ ทเ่ี รยี บงา่ ยแตไ่ ดผ้ ลมตี วั อยา่ งอกี มากมาย ประเดน็ หนง่ึ ทน่ี า่ สนใจ
อย่างได้ผลคือ การทดลองในซูเปอร์ คอื เราไมม่ ที างคน้ พบพฤตกิ รรมแบบนใี้ นการทำ� งานวจิ ยั ตลาด สมั ภาษณ์
มาร์เกตแห่งหน่ึง โดยทีมนักวิจัยจาก นกั ชอป หรอื แบบสอบถาม เพราะมนั เปน็ พฤตกิ รรมทอี่ อกมาจากจติ ใตส้ ำ� นกึ
มหาวิทยาลัยมลรัฐเม็กซิโก พวกเขา หรอื “สนั ดานของสมอง” ทคี่ นทว่ั ไปไมร่ ตู้ วั แตน่ กั เศรษฐศาสตรพ์ ฤตกิ รรม
แปะเทปกาวพาดกลางรถเข็นชอปปิง รแู้ ลว้ และกำ� ลงั ปา่ วรอ้ งใหน้ กั ธรุ กจิ นกั เศรษฐศาสตรก์ ระแสหลกั นกั สง่ิ แวดลอ้ ม
และแปะป้ายท่ีมีข้อความว่า “กรุณา และผดู้ ำ� เนนิ นโยบายหนั มาสนใจ จะไดน้ ำ� ไปออกแบบวธิ ี “สะกดิ ” ทสี่ ามารถ
ใส่ผักและผลไม้หน้าป้ายน้ี ใส่ของช�ำ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและโลกไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม โดยที่คนไม่รู้สึกว่า
ประเภทอื่นไวข้ ้างหลงั ปา้ ย” ถูกบงั คับหรอื ตอ้ งฝนื ใจท�ำ

280 สฤณีอาชวานันทกลุ 281


08 ดธู รรมชาตบิ นบกมานาน วนั นเี้ ปลย่ี นบรรยากาศมาดธู รรมชาตใิ นทะเลบา้ ง
โดยเฉพาะ 2 ประเด็นที่แสดง “จดุ ตดั ” ระหว่างเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ การ
ทะเล ธุรกิจ อนรุ กั ษ์ และวทิ ยาศาสตรไ์ ดเ้ ปน็ อยา่ งดี และมปี ระเดน็ นา่ คดิ มากมาย นน่ั คอื
และอนาคตของมนุษยชาติ แนวคดิ ทจี่ ะ “ใสป่ ยุ๋ ” ใหก้ บั ทะเลเพอ่ื แกป้ ญั หาโลกรอ้ น และปญั หา “ประมง
เกนิ ขนาด” ในหลายน่านนำ้� ทั่วโลก
(ผู้เขียนสรุปประเด็นนี้มาจากการบรรยายของคุณคาร์ลี เคนเคล (Carly
Kenkel) นักศึกษาปริญญาเอกด้านชวี วิทยาทะเล)
การ “ใสป่ ุย๋ ” ให้ทะเล (Ocean Fertilization)
ไฟโตแพลงก์ตอน (Phytoplankton) คอื พชื เซลล์เดยี วในนำ้� ซ่งึ ท�ำหนา้ ท่ี
เหมอื นกบั ตน้ ไมบ้ นบกคอื “หายใจเขา้ ” เอากา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซดไ์ ปแปลง
เปน็ ออกซเิ จน “หายใจออก” มาให้เรา ไฟโตแพลงก์ตอนเป็นรากฐานของ
ระบบนเิ วศในทะเล เปรยี บเสมอื นกับตน้ หญา้ บนบก
ต้นไม้ต้องอาศัยวิตามินและแร่ธาตุอ่ืนๆ ในการด�ำรงชีวิตฉันใด ไฟโต
แพลงกต์ อนกไ็ มต่ า่ งกนั แรธ่ าตสุ ำ� คญั ทจ่ี ำ� เปน็ สำ� หรบั การเจรญิ เตบิ โตของ
ไฟโตแพลงกต์ อน ไดแ้ ก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และธาตเุ หลก็

สฤณีอาชวานันทกุล 283


ในทะเลมีไนโตรเจนและฟอสฟอรัสกระจายอยู่ตามธรรมชาติ แต่ไม่ได้ การวจิ ยั ต่อมาพสิ ูจน์วา่ สมมติฐานของมาร์ตนิ นน้ั ถกู ต้อง
กระจายอยา่ งสม่ำ� เสมอไปทวั่ ทอ้ งทะเล เพราะนำ�้ ในทะเลเคล่ือนไหวอยา่ ง จรงิ ๆ แลว้ ทะเลได้รับธาตเุ หลก็ “ตามธรรมชาติ” อยแู่ ล้ว เช่น จากพายุฝนุ่
สลบั ซบั ซอ้ น และกระแสนำ้� ใตท้ ะเลกไ็ มจ่ ำ� เปน็ จะตอ้ งเคลอ่ื นไหวในทศิ ทาง ที่พัดจากทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก แต่
เดียวกันกับกระแสคลืน่ (บนผวิ น้ำ� ) เสมอไป การไหลเวยี นทไ่ี มค่ งทขี่ องกระแสนำ้� ใตท้ ะเลทำ� ใหธ้ าตเุ หลก็ ไมแ่ พรก่ ระจาย
ไปอยา่ งสมำ่� เสมอ
... สิ่งท่ีนักวิทยาศาสตร์ค้นพบคือ ไนโตรเจนกับ ปัจจุบันปัญหาโลกร้อนได้รับความสนใจมาก เพราะมีหลักฐานแน่นอนว่า
ถ้าเราใส่ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรสั กระจกุ ตวั อยมู่ ากบรเิ วณแถบขว้ั โลกใต้ เกดิ ขึ้นจริง เช่น อณุ หภูมโิ ลกสงู ขึน้ ประมาณ 0.5 องศาเซลเซยี ส ระหวา่ ง
ลงไปในทะเลใน ซง่ึ กแ็ ปลวา่ นา่ จะมไี ฟโตแพลงกต์ อนจำ� นวนมหาศาล พ.ศ. 2503-2549 ตวั เลข 0.5 อาจดูไมเ่ ยอะ แตม่ ีนัยมากมาย เพราะแคน่ ี้
ป ริ ม า ณ ท่ี ม า ก พ อ อยแู่ ถบเดยี วกนั ดว้ ยเพราะไฟโตแพลงกต์ อนวา่ ยนำ�้ กท็ ำ� ใหน้ ำ�้ แขง็ ขวั้ โลกละลาย และทำ� ความเดอื ดรอ้ นใหก้ บั สตั วน์ ำ้� หลายชนดิ
มันจะท�ำให้ไฟโต ไม่ได้ ต้องลอยอยู่เฉยๆ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ท่มี วี งจรชวี ติ แขวนอยกู่ บั อุณหภมู นิ ำ้� ทะเลทคี่ งท่ี
แพลงก์ตอนขยาย ไม่พบไฟโตแพลงกต์ อนมากเท่ากบั ทค่ี วรจะเปน็ (จริงๆ แล้วมีก๊าซเรือนกระจกอ่ืนๆ ท่ีท�ำความเสียหายมากกว่าคาร์บอน
พันธุ์อย่างรวดเร็ว เรอ่ื งนก้ี ลายเปน็ หวั ขอ้ วจิ ยั “ฮติ ” ในสาขาชวี วทิ ยา ไดออกไซด์ เชน่ มีเทน แต่คาร์บอนไดออกไซดเ์ ป็นก๊าซเรือนกระจกที่คน
และกว้างขวาง จน ทะเล นักชีววิทยานามจอห์น มาร์ติน (John กลา่ วถึงมากท่สี ดุ )
สามารถดดู คารบ์ อน Martin) ตั้งสมมติฐานตอนต้นทศวรรษ 1990 การเตบิ โตของ “ตลาดคารบ์ อนออฟเซต็ ” ซงึ่ เปน็ ความพยายามทจี่ ะนำ� กลไก
ไดออกไซดอ์ อกจาก ก่อนที่เขาจะโด่งดังว่า ไฟโตแพลงก์ตอนน่าจะ ตลาดเสรมี าชว่ ยแกป้ ญั หาโลกรอ้ น สง่ ผลใหม้ นี กั ธรุ กจิ จ�ำนวนมากขนึ้ เรอื่ ยๆ
ชนั้ บรรยากาศ กำ� จดั ต้องการธาตุเหล็กในการเจริญเติบโตด้วย ไม่ใช่ สนใจท่ีจะลงทุนในธุรกจิ “ใสป่ ๋ยุ ” ให้ทะเล คอื เทธาตเุ หล็กลงไปมากๆ
ปัญหาโลกร้อนให้ ไนโตรเจนกบั ฟอสฟอรสั เทา่ นนั้ เขากลา่ วประโยค เพราะถา้ นกั ธรุ กจิ หวั ใสสามารถ “ใสป่ ยุ๋ ” ใหท้ ะเลได้ กอ็ าจกระตนุ้ การเตบิ โต
หมดไป ท�ำให้โลก ดงั วา่ “Give me a half a tanker of iron, and ของไฟโตแพลงกต์ อนอยา่ งมหาศาล ชว่ ยลดคารบ์ อนไดออกไซดไ์ ดม้ หาศาล
เข้าสู่ยุคน�้ำแข็งรอบ I will you the next Ice Age” ซงึ่ หมายความวา่ แลว้ กน็ ำ� ส่วนลดน้ันไปขายท�ำกำ� ไรในตลาดคารบ์ อนออฟเซต็ ได้
ใหมแ่ ทน ถ้าเราใส่ธาตุเหล็กลงไปในทะเลในปริมาณท่ี ตอนนมี้ บี รษิ ทั หลายบรษิ ทั แลว้ ทเ่ี รมิ่ ธรุ กจิ ใสธ่ าตเุ หลก็ ใหท้ ะเล เชน่ Planktos,
มากพอ มันจะท�ำให้ไฟโตแพลงก์ตอนขยายพันธุ์ Climos, Ocean Nourishment Corp.
... อยา่ งรวดเรว็ และกวา้ งขวาง จนสามารถดดู คารบ์ อน
ไดออกไซด์ออกจากช้ันบรรยากาศ ก�ำจัดปัญหา สฤณีอาชวานันทกลุ 285
โลกร้อนให้หมดไป ท�ำให้โลกเข้าสู่ยุคน้�ำแข็ง
รอบใหมแ่ ทน

284


... Planktos เป็นบริษัทใส่ปุ๋ยให้ทะเลที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนที้ ะเลกเ็ ปน็ ระบบนเิ วศทส่ี ลบั ซบั ซอ้ นการทท่ี ะเลจะชว่ ยกำ� จดั คารบ์ อน
ปัญหาของแนวคิด ในโลก แผนล่าสุดของบริษัทคือ จะทมุ่ ธาตุเหลก็ ไดออกไซดจ์ ากชน้ั บรรยากาศไดจ้ รงิ มนั หมายความวา่ คารบ์ อนไดออกไซด์
“ใสป่ ยุ๋ ให้ทะเล” คือ 100 ตัน ลงในทะเลทางตะวันตกของหมู่เกาะ จะตอ้ งถกู ดดู ซบั ดว้ ยไฟโตแพลงกต์ อนจนหมด แลว้ ไฟโตแพลงกต์ อนนนั้ ก็
มี ก า ร ท ด ล อ ง วิ จั ย กาลาปากอส นักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกาและ ตอ้ งจมลงไปถงึ พนื่้ ทะเลแตใ่ นความเปน็ จรงิ ไฟโตแพลงกต์ อนอาจจะตายกอ่ น
เรื่องนีเ้ พียง 10 ครั้ง อกี หลายฝา่ ยไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั แผนน้ี แตท่ ำ� อะไรไมไ่ ด้ พอซากมนั เปอ่ื ยเนา่ คารบ์ อนไดออกไซดก์ จ็ ะถกู คายออกสชู่ นั้ บรรยากาศใหม่
เทา่ นนั้ ในรอบ 15 ปี เพราะ Planktos ใช้เรือสัญชาติรัสเซีย (ไม่ใช่ นอกจากนไี้ ฟโตแพลงกต์ อนเปน็ อาหารของสตั วช์ นดิ อนื่ และไฟโตแพลงกต์ อน
เศษที่ผ่านมา ยังไม่ อเมรกิ นั ) และปัจจุบนั ยงั ไม่มีกฎหมายใดควบคมุ บางชนดิ กย็ งั เปน็ อนั ตราย เชน่ มสี ารพษิ (Toxin) ทท่ี ำ� ลายระบบประสาทหรอื
เพียงพอที่จะท�ำให้ การใชเ้ ขตนา่ นนำ�้ ทะเลทไ่ี มม่ ชี าตใิ ดชาตหิ นงึ่ เปน็ เลอื ดในมนษุ ย์ เราไมส่ ามารถแยกแยะระหวา่ งไฟโตแพลงกต์ อนทม่ี พี ษิ กบั
เราเชอ่ื ไดว้ า่ ไอเดยี น้ี เจา้ ของ (International Waters) ท่ีไมม่ พี ิษได้ การใส่ปุ๋ยใหท้ ะเลยังเปน็ เร่ืองใหมม่ ากๆ
จะสามารถกระตุ้น Ocean Nourishment Corp. สัญชาติ คำ� ถามชวนคดิ คือ แนวคิดการใสป่ ุ๋ยใหท้ ะเลจะมีผลกระทบต่อเราอยา่ งไร
การเตบิ โตของไฟโต ออสเตรเลีย เป็นอกี บริษัทหนึง่ ทีข่ ายบริการใสป่ ุย๋ ในระยะยาว เราตอ้ งใชข้ อ้ มูลขนาดไหนถงึ จะเชือ่ ได้วา่ มนั “ดี” หรือ “ไม่ดี”
แพลงกต์ อนถงึ ขนาด ใหท้ ะเล ในเดอื นตลุ าคม พ.ศ. 2550 พยายามไป ท่ีจะท�ำ บริษัทที่เสนอบริการแบบนีจ้ ะถกู ก�ำกบั ดูแลอยา่ งไร เราจะควบคุม
ทส่ี ามารถลดคารบ์ อน ท�ำการทดลองในทะเลฟิลิปปินส์ แต่ถูกรัฐบาล การใชน้ ่านน้ำ� นานาชาติได้อย่างไร
ไดออกไซด์ลงได้ ฟลิ ปิ ปินส์ระงบั ไว้กอ่ น คงอกี สกั พักกวา่ เราจะเรมิ่ มีค�ำตอบ
อย่างมหาศาลจริงๆ ปัญหาของแนวคิด “ใส่ปุ๋ยให้ทะเล” คือ มีการ ปัญหาการประมงเกินขนาด (Overfishing)
ทดลองวิจัยเรื่องนี้เพียง 10 คร้ังเท่านั้น ในรอบ การประมงยากกว่าการท�ำการเกษตรหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคบนบก
... 15 ปีเศษท่ีผ่านมา ยังไม่เพียงพอที่จะท�ำให้เรา เพราะทะเลเปน็ “ระบบเปดิ ” ทมี่ พี ลวตั สงู มาก พน้ื ทก่ี วา่ รอ้ ยละ 70 ในโลก
เช่ือได้ว่าไอเดียน้ีจะสามารถกระตุ้นการเติบโต คือทะเล ซึง่ มคี วามลกึ สูงสดุ ถึง 4 กิโลเมตร
ของไฟโตแพลงก์ตอนถึงขนาดท่ีสามารถลด
คาร์บอนไดออกไซด์ลงไดอ้ ยา่ งมหาศาลจรงิ ๆ สฤณีอาชวานันทกุล 287

286


... คำ� ถามคอื การทเี่ ทคโนโลยแี ละจำ� นวนเรอื ประมง กรณีศกึ ษาปัญหาปลาหมดทะเลทล่ี ือลัน่ มากกรณหี นง่ึ คอื Grand Banks
“การประมงเกนิ ขนาด ทม่ี ากขนึ้ ชว่ ยใหเ้ ราจบั ปลาไดม้ ากขนึ้ เรอื่ ยๆ ในชว่ ง นอกชายฝั่งแคนาดา เคยเป็นแหล่งปลาค็อดที่ชุกชุม ตั้งแต่ถูกค้นพบใน
(Overfishing)” คอื 50 ปที ผ่ี า่ นมา หมายความวา่ ทะเลมปี ลามากกวา่ ศตวรรษท่ี 17 ต่อมาใน พ.ศ. 2494 เรม่ิ มี “เรอื ประมงโรงงาน” เขา้ ไปท�ำ
การจบั ปลาจนถงึ ระดบั ทเ่ี ราเคยคดิ หรอื เปลา่ ประมง เรือโรงงาน (Factory Ship) หมายถงึ เรอื ขนาดใหญ่ท่ีมที งั้ ห้องเยน็
ที่เหลือปลาในทะเล สมัยก่อนเราเคยคิดว่าจ�ำนวนปลาไม่มีขีดจ�ำกัด และเครอ่ื งจกั รแปรรปู อาหารในเรอื สามารถแปลงปลาทจี่ บั ไดเ้ ปน็ ผลติ ภณั ฑ์
ไม่มากพอที่จะผสม แต่ตอนนี้มีตัวอย่างมากมายท่ีแสดงให้เห็นแล้ว อาหารพรอ้ มขาย ไมต่ อ้ งกลบั เขา้ ฝง่ั กอ่ น ท�ำใหจ้ บั ปลาได้ 24 ชวั่ โมง ทกุ วนั
พันธุ์ส�ำหรับฤดูจับ ว่าเราคดิ ผดิ ไม่มวี นั หยดุ
ปลาฤดหู น้า นำ� ไปสู่ ปลาแตล่ ะตวั แตล่ ะชนดิ เกดิ มา “ไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ” พอถึงทศวรรษ 1970 กม็ เี รือโรงงานกวา่ 700 ล�ำ จบั ปลาค็อดใน Grand
จำ� นวนประชากรปลา ปลาตัวเล็กใช้แรงงานนิดเดียว โตถึงวยั ผสมพันธ์ุ Banks มกี ารใชโ้ ซนารแ์ ละเรดารช์ ว่ ยในการหาตำ� แหนง่ ของปลาอยา่ งแมน่ ยำ�
ทลี่ ดลงเรอ่ื ยๆจนหมด ได้ภายในเวลาอันสั้น ในขณะที่ปลาตัวใหญ่ใช้ ทำ� ใหจ้ ับไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ เรว็ ขึน้ และทีละมากขนึ้
พลังงานมากกว่า ใช้เวลาในการเติบโตจนถึงวัย สถติ ปิ ลาค็อดสูงสดุ ทีจ่ บั ไดใ้ น Grand Banks คอื พ.ศ. 2511 หลงั จากนั้น
... ผสมพนั ธุน์ านกว่าปลาตัวเลก็ ปริมาณปลาทจี่ บั ไดก้ ล็ ดลงเรอ่ื ยๆ ใน พ.ศ. 2531 นักวิทยาศาสตร์พบว่า
อกี เหตผุ ลหนง่ึ ทท่ี ำ� ใหก้ ารจบั ปลาในทะเลตา่ งจาก ปริมาณปลาลดลงอย่างน่าตกใจ เสนอรัฐบาลแคนาดาให้ตัดโควตาการ
การเกษตรบนบกคือ “ของแถม” ที่ติดข้ึนมากับ จบั ปลาลงรอ้ ยละ 50 แตร่ ฐั บาลยอมตัดเพยี งร้อยละ 10 เทา่ น้นั
อวนหรือแห ที่ชาวประมงไม่ได้ต้ังใจจะจับ เช่น ต่อมาผลการสำ� รวจใน พ.ศ. 2535 พบว่า ประชากรปลาค็อดเหลือเพียง
เต่าทะเล ปลาอ่ืนๆ ฯลฯ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า ร้อยละ 1.1 ของระดับประชากรใน พ.ศ. 2503 หลงั จากทผ่ี ลการศกึ ษาน้ี
Bycatch) ปรากฏ ในทสี่ ดุ รฐั บาลกย็ อมปดิ Grand Banks ไมใ่ หท้ �ำการประมง แตถ่ งึ
ความหมายของ “การประมงเกินขนาด (Over ตอนนน้ั กส็ ายไปแลว้ แหลง่ ประมงลม่ สลาย ระบบนเิ วศเปลย่ี นแปลงพงั ทลาย
fishing)” คอื การจบั ปลาจนถึงระดับทเี่ หลอื ปลา จนถงึ จุดท่นี ักวิทยาศาสตรม์ องว่าไม่มีวนั ฟื้นตัวได้อกี เลย
ในทะเลไมม่ ากพอทจ่ี ะผสมพนั ธส์ุ ำ� หรบั ฤดจู บั ปลา
ฤดหู นา้ นำ� ไปสจู่ ำ� นวนประชากรปลาทล่ี ดลงเรอ่ื ยๆ สฤณีอาชวานันทกุล 289
จนหมด

288


ยอ้ นกลบั มาปจั จบุ นั ปญั หาประมงเกนิ ขนาดกำ� ลงั ทวคี วามรนุ แรง โดยเฉพาะ ศ.แดเนยี ล พอลลี (Daniel Pauly) นกั วทิ ยาศาสตรป์ ระจ�ำศนู ยป์ ระมงของ
เรือประมงใหญ่จากจีน ยุโรป และรัสเซีย ซ่ึงก�ำลังแย่งกันจับปลาในเขต มหาวทิ ยาลยั บริตชิ โคลมั เบยี กล่าวอยา่ งขันขน่ื วา่ ถ้าโลกไมร่ ว่ มมือกนั ท�ำ
นา่ นนำ�้ ของประเทศแอฟรกิ าทางตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของทวปี ประเทศเหลา่ น้ี เรอ่ื งนี้ “สงิ่ เดยี วทเี่ ปน็ อาหารทะเลทจี่ ะเหลอื อยใู่ หเ้ รารบั ประทานนา่ จะเปน็
ยากจน จึงยอมให้สัมปทานประมงตอ่ ประเทศเหลา่ น้ีแลกกบั เงินสด (ซ่ึงก็ ‘สตูว์แพลงก์ตอน’”
ไมค่ ่อยตกถึงมอื ประชาชน เพราะแอฟริกามีปญั หาคอร์รัปชนั สงู มาก) ย้อนกลบั มาดูไทย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 กรมประมงชงเรอ่ื งให้
ชาวประมงชาวแอฟรกิ าไมม่ ที างสเู้ รอื ประมงใหญจ่ ากตา่ งชาตไิ ด้ หลายคน คณะรัฐมนตรนี ริ โทษกรรมเรืออวนลากผิดกฎหมายกวา่ 2,000 ล�ำ
จงึ กลายเป็นแรงงานอพยพ หรือไม่กเ็ ปล่ียนวิถเี ปน็ โจรสลดั ถา้ หน่วยงานราชการและรฐั บาลยังไร้วสิ ัยทศั นเ์ ชน่ นีต้ ่อไปเร่ือยๆ ไมแ่ น่วา่
ประมงไทยกำ� ลงั ประสบปญั หาปรมิ าณปลาทจ่ี บั ไดล้ ดลงเหมอื นกนั ตอนน้ี คนไทยอาจได้กนิ “สตวู แ์ พลงกต์ อน” แทนปลาก่อนชนชาตอิ ่นื ก็เป็นได้
ตอ้ งออกทะเลไปไกลถงึ มหาสมทุ รอนิ เดยี แลว้ เกดิ ปญั หาประมงเกนิ ขนาด
กับสตั ว์น้�ำเคม็ หลายชนิด เชน่ กุง้ หมึก ปลาทู ปลาซารด์ ีน ฯลฯ สฤณีอาชวานนั ทกุล 291
บางคนมองว่าการทำ� ฟาร์มปลาทะเลจะแก้ปัญหาได้ แต่ในความเป็นจริง
มันท�ำได้ยากมาก เพราะต้องคอยหาปลาเล็กปลาน้อยมาให้ปลาใหญ่กิน
อาจสร้างปญั หามากกว่าแก้ นอกจากนน้ั ทะเลยงั เป็น “ระบบเปดิ ” ทย่ี าก
แกก่ ารควบคมุ มปี จั จยั มากมายทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ อายขุ ยั และปรมิ าณปลา
ไมน่ ับขอ้ เท็จจรงิ ท่วี า่ ปลาใหญๆ่ ตอ้ งวา่ ยนำ้� เป็นระยะทางไกลในทะเลเปิด
ไมส่ ามารถอยู่ในพืน้ ทเี่ ลก็ ๆ ของฟารม์ ทะเลได้
ปจั จบุ นั นกั วทิ ยาศาสตรเ์ กอื บ 1,500 คน จาก 69 ประเทศ ลงนามเรยี กรอ้ ง
ให้ปกป้องระบบนิเวศทางทะเลจากเรืออวนลาก (Bottom Trawling)
หนึ่งในเครื่องมือจับปลาที่ท�ำลายล้างระบบนิเวศทางทะเลมากท่ีสุด โดย
ประกาศวา่ ถา้ ไม่มกี ารท�ำอะไรอย่างเร่งด่วน แหล่งประมงทัง้ หมดของโลก
ในปัจจุบันอาจจะลม่ สลายภายใน พ.ศ. 2591

290


09 ปัจจบุ ันค�ำวา่ “ความยง่ั ยนื ” ฮติ ติดปากคนทกุ วงการ แตด่ จู ะยังมีนอ้ ยคนท่ี
เขา้ ใจวา่ ความยง่ั ยนื หมายถงึ อะไร และเรยี กรอ้ งการเปลย่ี นแปลงขนาดไหน
ไว้อาลยั เรย์ แอนเดอร์สัน จากคนเราทุกระดับ ต้ังแต่รฐั บาลกลางลงมาถึงคนธรรมดาสามัญ
ผบู้ กุ เบิก “ธุรกจิ ท่ยี ง่ั ยืน” ในห้วงยามที่บริษัทจ�ำนวนมากโหนกระแส “สีเขียว” ท่ีคนในสังคมต่ืนตัว
มากขึ้นเร่ือยๆ แต่ยังโหนกระแสในทางท่ีฉวยโอกาสท�ำการตลาดและ
ประชาสัมพันธ์ฉาบฉวย ไม่เคยเปล่ียนวิถีการด�ำเนินธุรกิจให้มุ่งสู่ความ
ยั่งยืนอย่างจริงจัง ไม่เคยแม้แต่จะเปิดเผยข้อมูลผลกระทบด้านสังคมและ
สิ่งแวดลอ้ มของธุรกิจตวั เอง...
...และในห้วงยามที่ผู้เขียนระลึกถึงวาทะอมตะของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
(Albert Einstein) ทวี่ ่า “เราไมอ่ าจแก้ปัญหาได้ดว้ ยวิธีคดิ เดียวกันกับวธิ ี
ที่เราใชต้ อนทส่ี ร้างปัญหาเหล่านนั้ ข้ึนมา (We can’t solve problems
by using the same kind of thinking we used when we created
them)”
ผู้เขียนขอใช้พื้นที่ตรงนี้ไว้อาลัยแด่เรย์ แอนเดอร์สัน (Ray Anderson)
ผกู้ อ่ ตง้ั บรษิ ทั อนิ เทอรเ์ ฟซ (Interface) บรษิ ทั พรมยกั ษใ์ หญร่ ะดบั โลก “โจร
กลับใจ” (ในภาษาของเขาเอง) ผู้ตัดสนิ ใจเปล่ียนเสน้ ทางของอินเทอร์เฟซ
ทั้งบรษิ ทั เข้าสู่หนทางแหง่ ความย่ังยนื

สฤณีอาชวานนั ทกลุ 293


... “ใน พ.ศ. 2537 ขณะทีผ่ มอายุ 60 ปี และบรษิ ทั เช่ือไหมครับว่าผมมาเสนอวิธีแก้ปัญหา ปัญหาท่ีสำ� คัญมากข้อหน่ึง
ระหวา่ งทเ่ี พมิ่ ผลกำ� ไร ของผมมีอายุ 22 ปี ผมขับเคลื่อนอินเทอร์เฟซ ในปัญหาท่ีใหญ่กว่า แน่นอนว่าต้องรวมเร่ืองสภาพภูมิอากาศ วิธีแก้
ผมอยากให้อินเทอร์ เขา้ สหู่ นทางใหม่ ทางซงึ่ ถกู ออกแบบใหล้ ดรอยเทา้ ทผี่ มมาเสนอนนั้ พงุ่ เปา้ ไปทต่ี วั การทใี่ หญท่ ส่ี ดุ ในการปฏบิ ตั ติ อ่ โลกเรา
เฟซบรษิ ทั ทใี่ ชน้ ำ้� มนั ทางสิ่งแวดล้อมของเรา ระหว่างที่เพ่ิมผลก�ำไร อย่างเลวร้ายมหาศาลด้วยน้�ำมือมนุษย์ ซึ่งท�ำให้โลกชีวมณฑลเส่ือม
มหาศาลเสียจนคุณ ผมอยากใหอ้ นิ เทอรเ์ ฟซ บรษิ ทั ทใี่ ชน้ ำ�้ มนั มหาศาล โทรม ตัวการที่ว่านั้นคือธุรกิจและอุตสาหกรรมครับ ซ่ึงก็บังเอิญเป็น
มองได้ว่าเป็นส่วน เสียจนคุณมองได้ว่าเป็นส่วนขยายของอุตสาห- โลกท่ีผมใช้ชีวิต 52 ปีท่ีผ่านมา ต้ังแต่จบปริญญาจากจอร์เจียเทค
ขยายของอุตสาห- กรรมปิโตรเลียม อยากให้เราเป็นกิจการแรกใน ใน พ.ศ. 2499 ในฐานะวิศวกรอุตสาหการทอ่ี ยากเป็นผ้ปู ระกอบการ
ก ร ร ม ป ิ โ ต ร เ ลี ย ม ประวัติศาสตร์ท่ีย่ังยืนอย่างแท้จริง ล้มเลิกปล่อง แลว้ ก็ประสบความส�ำเรจ็
อยากให้เราเป็น ควนั ปดิ ทอ่ ปลอ่ ยของเสยี ไมท่ ำ� ความเสยี หายใดๆ หลงั จากทผี่ มกอ่ ตงั้ บรษิ ทั อนิ เทอรเ์ ฟซขนึ้ มาจากศนู ย์ ใน พ.ศ. 2516 ซงึ่
กจิ การแรกในประวตั -ิ ต่อส่ิงแวดล้อม และไม่ตักตวงอะไรก็ตามที่โลก กค็ อื 36 ปที แ่ี ลว้ เพอ่ื ผลติ พรมในสหรฐั อเมรกิ าสำ� หรบั ตลาดธรุ กจิ และ
ศาสตร์ท่ีย่ังยืนอย่าง ฟื้นฟูเองโดยง่ายไม่ได้ ...เป้าหมายน้ีเป็นความ สถาบนั ผมนำ� บรษิ ทั นผ้ี า่ นชว่ งตงั้ ไขแ่ ละเอาตวั รอด ทำ� ใหม้ นั รงุ่ เรอื งและ
แทจ้ รงิ ลม้ เลกิ ปลอ่ ง ทา้ ทายอันยิง่ ใหญม่ ากครบั ” เปน็ ผนู้ ำ� ระดบั โลก ผมไดอ้ า่ นหนงั สอื ของพอล ฮอวเ์ คน (Paul Hawken)
ควัน ปิดท่อปล่อย แอนเดอร์สันลาจากโลกนี้ไปในวันที่ 8 สิงหาคม ชอ่ื นเิ วศวทิ ยาของการพาณชิ ย์ (Ecology of Commerce) ในฤดรู อ้ น
ของเสีย ไมท่ ำ� ความ พ.ศ. 2554 แตส่ งิ่ ทเ่ี ขาทง้ิ ไวเ้ บอ้ื งหลงั คอื วสิ ยั ทศั น์ พ.ศ. 2537
เสียหายใดๆ ต่อ อันยิ่งใหญ่และชัดเจนเกี่ยวกับ “ธุรกิจที่ย่ังยืน” ในหนงั สอื ของเขา พอล ฮอวเ์ คนบอกวา่ ธรุ กจิ กบั อตุ สาหกรรมคอื ตวั การ
ส่ิงแวดล้อม และไม่ และบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งก�ำลังเดินอย่างสง่างาม หมายเลขหน่ึงที่ท�ำให้โลกชีวมณฑลเส่ือมโทรม และสอง เขาบอกว่า
ตักตวงอะไรก็ตาม บนเสน้ ทางทห่ี ลายคนเคยปรามาสวา่ เปน็ ไปไมไ่ ด้ มนั เปน็ สถาบนั เดยี วทใ่ี หญพ่ อ แพรห่ ลายมากพอ และมอี ทิ ธพิ ลมากพอ
ท่ีโลกฟื้นฟูเองโดย บรษิ ทั ทที่ ำ� ธรุ กจิ อยา่ งเปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม และ ที่จะนำ� มนุษยชาติออกจากปญั หานจ้ี ริงๆ
งา่ ยไมไ่ ด้...เปา้ หมาย เพิ่มผลก�ำไรไปด้วยในคราวเดียวกนั ระหวา่ งทางเขากป็ รกั ปรำ� ผมวา่ เปน็ โจรปลน้ โลกธรรมชาติผมเลยไปทา้ ทาย
น้ีเป็นความท้าทาย ผู้เขียนคิดว่าไม่มีคำ� ไว้อาลัยแด่เรย์ แอนเดอร์สัน คนในอนิ เทอรเ์ ฟซ บรษิ ทั ของผม ใหน้ ำ� บรษิ ทั ของเราและโลกอตุ สาหกรรม
อันยง่ิ ใหญม่ ากครบั ค�ำใดดีไปกว่าการถอดเทปบทบรรยายของเขา ทั้งใบไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งเรานิยามว่า หมายถึงการดำ� เนินธุรกิจที่ใช้
ในงาน TEDTalk พ.ศ. 2552 ซงึ่ อธิบายจุดเปล่ยี น ปโิ ตรเลียมมหาศาลของเรา ในทางทต่ี ักตวงจากธรรมชาติเฉพาะสง่ิ ท่ี
... ของชวี ติ และวถิ ยี งั่ ยนื แบบอนิ เทอรเ์ ฟซอยา่ งชดั เจน ธรรมชาตฟิ น้ื ฟเู องไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เราจะไมใ่ ชน้ ำ�้ มนั อกี แมแ้ ตห่ ยดเดยี ว
และจับใจ และไม่ท�ำรา้ ยโลกชวี มณฑล ไมต่ กั ตวงอะไรเลย ไมท่ �ำร้ายโลก

294 สฤณีอาชวานันทกลุ 295


ผมบอกแคว่ า่ “ถา้ หากฮอวเ์ คนพดู ถกู และธรุ กจิ กบั อตุ สาหกรรมจะตอ้ งนำ� ขนึ้ มา และถงึ แมว้ า่ สมการนจี้ ะเปน็ อตั วสิ ยั คอ่ นขา้ งมาก คอื คณุ อาจนบั
จรงิ ๆ แลว้ ใครจะนำ� ธรุ กจิ กบั อตุ สาหกรรมละ่ ถา้ ไมม่ คี นเรมิ่ กอ่ นกจ็ ะไมม่ ี จำ� นวนคนได้ บางทอี าจนบั ความมง่ั คงั่ ได้ แตเ่ ทคโนโลยนี นั้ ท�ำลายลา้ ง
ใครทำ� ” เป็นสัจพจนเ์ ลยครับ แลว้ ท�ำไมเราไม่นำ� ละ่ หลายทางจนค�ำนวณไมไ่ ด้ ดังน้ันสมการน้ีจึงเปน็ แคแ่ นวคดิ แตม่ นั ก็
ผมตอ้ งขอบคณุ เพอื่ นรว่ มงานทอ่ี นิ เทอรเ์ ฟซ ทท่ี ำ� ใหผ้ มกลายเปน็ โจรที่ ใช้ได้ เพราะชว่ ยให้เราเขา้ ใจปัญหา
ผ่านการบ�ำบดั ผมเคยบอกกับนกั เขยี นนิตยสารฟอร์จนู วา่ วนั หน่ึงคน ทนี ใ้ี น พ.ศ. 2537 ทอ่ี นิ เทอรเ์ ฟซ เราเรมิ่ ออกเดนิ ทางเพอื่ สรา้ งตวั อยา่ ง
อยา่ งผมจะตอ้ งตดิ คกุ ประโยคนนั้ กลายเปน็ พาดหวั บทความในฟอรจ์ นู เพ่ือปฏิรูปวิธีท่ีเราผลิตพรม ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปิโตรเลียมและพลังงาน
พวกเขาอธิบายวา่ ผมเปน็ CEO ที่เขยี วท่ีสุดของสหรฐั อเมรกิ า จากโจร มหาศาลในวัตถุดิบ และเพ่ือปฏิรูปเทคโนโลยีของเรา ให้มันสร้างผล
เปน็ โจรทผ่ี า่ นการบำ� บดั เปน็ CEO ทเี่ ขยี วทส่ี ดุ ของสหรฐั อเมรกิ าใน 5 ปี กระทบต่อสิ่งแวดลอ้ มน้อยลง ไม่ใช่มากขนึ้
ผมคดิ วา่ นน่ั คอื คำ� วจิ ารณ์ CEO อเมรกิ นั พ.ศ. 2542 ทเี่ ศรา้ พอดู ตอ่ มา สมการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของพอลกับแอนน์ เออร์ลิช คือ I
ในหนงั สารคดแี คนาดาเรอื่ ง เดอะ คอรป์ อเรชนั ผกู้ ำ� กบั ถามวา่ “ตดิ คกุ ” (Impact/ผลกระทบ) = P (People/คน) คณู A (Affluence/ความ
ของผมหมายถงึ อะไร ผมอธบิ ายวา่ การขโมยนน้ั เปน็ อาชญากรรม และ มัง่ ค่งั ) คูณ T (Technology/เทคโนโลย)ี ประชากร ความมง่ั คงั่ และ
การขโมยโลกอนาคตของเด็กๆ วนั หนง่ึ กจ็ ะเป็นอาชญากรรม เทคโนโลยี
แตผ่ มตระหนักวา่ ถา้ มันจะเปน็ จริงได้ ก่อนทกี่ ารขโมยอนาคตของลกู ผมอยากใหอ้ นิ เทอรเ์ ฟซเขยี นสมการนใี้ หม่ ใหม้ นั กลายเปน็ I (impact /
หลานเราจะเปน็ อาชญากรรมได้ คนก็จะตอ้ งเห็นกอ่ นว่ามีทางเลือกท่ี ผลกระทบ) = P (People/คน) คณู A (Affluence/ความม่ังค่งั ) แล้ว
สาธติ ใหเ้ หน็ ไดช้ ดั เจน ทางเลอื กออกจากระบบอตุ สาหกรรมแบบโกย- หารด้วย T (Technology/เทคโนโลย)ี
ท�ำ-ทิ้ง ซงึ่ ครอบงำ� อารยธรรมของเราอย่างราบคาบ ระบบน้คี อื ตัวการ ใครทเ่ี กง่ เลขคงเหน็ ทนั ทนี ะครบั วา่ ถา้ เทคโนโลยเี ปน็ ตวั คณู มนั จะเพม่ิ
ใหญท่ ขี่ โมยอนาคตลูกหลานของเรา ด้วยการตกั ตวงผนื ดนิ แปลงมัน ผลกระทบ ซ่ึงแย่ แต่ถ้าเทคโนโลยีเป็นตัวหาร มันจะชว่ ยลดผลกระทบ
เปน็ ผลติ ภัณฑท์ ไ่ี มน่ านกก็ ลายเป็นขยะ ในกองขยะหรือเตาเผาขยะ ผมจึงถามวา่ “อะไรกนั ท่จี ะย้าย T, เทคโนโลยี จากตัวบน ซงึ่ เราเรยี ก
พูดงา่ ยๆ คอื มนั ตกั ตวงผนื ดนิ และแปลงมนั เปน็ มลพิษ มันวา่ T1 ซึ่งเป็นตวั เพิม่ ผลกระทบ ไปเปน็ ตวั หาร ซึ่งเราเรียกมนั วา่ T2
ในคำ� พดู ของพอลกบั แอนน์ เอช. เออรล์ ชิ (Anne H. Ehrlich) ในสมการ ซง่ึ จะลดผลกระทบ”
ผลกระทบดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มทคี่ นรจู้ กั ดี ผลกระทบ -- ผลเชงิ ลบ -- เกดิ จาก
ประชากร ความมงั่ คงั่ และเทคโนโลยี พดู อกี อยา่ งคอื ผลกระทบเกดิ จาก สฤณีอาชวานันทกลุ 297
คน ส่ิงทีพ่ วกเขาบรโิ ภคเมอื่ มคี วามม่งั คั่ง และวิธที ี่เราผลิตสงิ่ เหล่านั้น

296


ผมคดิ ถงึ ลกั ษณะสำ� คญั ๆ ของการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรมยคุ แรก นนั่ คอื T1 นำ�้ มนั ถงั ทถี่ กู ทสี่ ดุ และมน่ั คงทสี่ ดุ ในโลก คอื ถงั ทเ่ี ราไมต่ อ้ งใชเ้ พราะมี
ทเ่ี ราใชใ้ นอนิ เทอรเ์ ฟซ มนั มลี กั ษณะดงั ตอ่ ไปนค้ี รบั ตกั ตวง - กอบโกย ประสิทธิภาพดีมาก เราลดปรมิ าณการใชน้ ำ�้ ลงไดร้ อ้ ยละ 75 ในธรุ กจิ
วตั ถดุ บิ จากโลกธรรมชาติ เสน้ ตรง - โกย ทำ� ทงิ้ ใชพ้ ลงั งานจากเชอื้ เพลงิ พรมแผน่ ทว่ั โลกของเรา ลดไดร้ อ้ ยละ 40 ในธรุ กจิ พรมทอของเรา ทเ่ี รา
ฟอสซิล ส้ินเปลอื ง - กดขีค่ นและเนน้ ผลิตภาพของแรงงาน ผลติ พรม ซอ้ื กจิ การมาใน พ.ศ. 2536 ลดไดใ้ นรฐั แคลฟิ อรเ์ นยี นเี่ ลยครบั ในเมอื ง
ตอ่ ชว่ั โมงแรงงานใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ เมอ่ื คดิ ตลอดแลว้ ผมกต็ ระหนกั วา่ เรา แห่งอตุ สาหกรรม ซ่ึงน้ำ� มีคา่ เหลือคณานับ
ตอ้ งเปลย่ี นลกั ษณะเหลา่ น้ี เพอ่ื ยา้ ยเทคโนโลยจี ากตวั คณู ไปเปน็ ตวั หาร วสั ดทุ นี่ ำ� กลบั มาใชใ้ หมไ่ ดม้ สี ดั สว่ นรอ้ ยละ 25 และเพมิ่ ขนึ้ อยา่ งรวดเรว็
ในการปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรมครง้ั ใหม่ เราตอ้ งแทนทกี่ ารตกั ตวงดว้ ยการ เราใชพ้ ลงั งานหมุนเวยี นร้อยละ 27 ของพลังงานทงั้ หมด ตั้งเป้าจะไป
ทดแทน วงกลมแทนท่ีเสน้ ตรง พลังงานหมุนเวยี น แสงอาทติ ย์ แทนท่ี ใหถ้ งึ ร้อยละ 100 เราได้กู้คืนพรมใช้แลว้ กวา่ 148 ลา้ นปอนด์ นนั่ คอื
พลงั งานฟอสซลิ ปลอดของเสยี แทนทสี่ นิ้ เปลอื ง และออ่ นโยนแทนทก่ี ดข่ี เท่ากับ 74,000 ตัน เก็บมาจากกองขยะ ปิดวงจรไหลเวียนของวัสดุ
ผลติ ภาพทรพั ยากรแทนทผ่ี ลติ ภาพแรงงาน ผมใหเ้ หตผุ ลวา่ ถา้ หากเรา ให้เป็นวงกลม ผ่านการใช้โลจิสติกส์มุมกลับ (Reverse Logistics)
เปลี่ยนเชิงปฏิรูปท้ังหมดน้ีได้ ก�ำจัด T1 ไปเลย เราก็จะสามารถลด และเทคโนโลยรี ไี ซเคลิ หลงั การบรโิ ภค ซง่ึ ตอนทเี่ ราเรมิ่ เมอ่ื 14 ปกี อ่ น
ผลกระทบของเราลงเหลือศูนย์ รวมทั้งผลกระทบของเราต่อสภาพ ยังไม่มีเลย
ภมู ิอากาศดว้ ย น่นั กลายเป็นแผนของอินเทอรเ์ ฟซใน พ.ศ. 2538 และ เทคโนโลยีวงกลมใหม่ๆ เหล่านี้ มีส่วนอย่างมากในการท�ำให้เรา
ก็เปน็ แผนของเราตลอดมา สามารถผลิตและขายพรมที่ปลอ่ ยคาร์บอนสุทธิเท่ากับศนู ย์ 85 ล้าน
เราได้วัดความคืบหน้าของเราอย่างเคร่งครัด ผมก็เลยบอกคุณได้ว่า ตารางหลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 นั่นแปลว่าเราไม่ได้ก่อผลกระทบต่อ
ในช่วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เราลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ีปล่อย สภาพภมู อิ ากาศโลกเลย เวลาทีเ่ ราผลติ พรม ตลอดทั้งห่วงโซอ่ ปุ ทาน
ลดปรมิ าณรวมลงไดร้ อ้ ยละ 82 ในชว่ งเวลาเดยี วกนั นนั้ ยอดขายของเรา ของเรา ตั้งแต่เหมืองและแท่นหลุมผลิต ไปจนถึงการกู้คืน ณ จุดจบ
เพิ่มขึ้น 2 ใน 3 และกำ� ไรสทุ ธเิ พิ่มขึน้ 2 เทา่ ดังนั้นการลดก๊าซเรือน วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ กระบวนการท้ังหมดนี้มีผู้ตรวจสอบอิสระรับรอง
กระจกลงร้อยละ 82 จึงเท่ากับลดความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจก เราเรียกมันว่า คูล คาร์เพ็ต ซ่ึงมันก็สร้างความแตกต่างอันทรงพลัง
ลงได้ถึงร้อยละ 90 เทียบกับยอดขาย น่ีคือระดับท่ีโลกธุรกิจท้ังใบจะ ให้กับเราในตลาด ช่วยเพิ่มยอดขายและผลกำ� ไร เม่ือ 3 ปีก่อน เรา
ตอ้ งลดใหไ้ ดภ้ ายใน พ.ศ. 2593 เพอื่ หลกี เลยี่ งหายนะรนุ แรงทางสภาพ ออกผลติ ภัณฑ์พรมแผน่ สำ� หรับบ้าน ภายใตย้ ่หี อ้ Flor ต้งั ใจสะกดผดิ
ภมู อิ ากาศ น่ีคือสิง่ ท่ีนักวิทยาศาสตร์ก�ำลังบอกเรา วา่ F-L-O-R (แทนที่ Floor ซง่ึ แปลวา่ พนื้ -ผแู้ ปล) วนั นค้ี ณุ เขา้ ไปดไู ดค้ รบั
ในขณะเดียวกนั อินเทอรเ์ ฟซใช้พลงั งานฟอสซิลน้อยลงรอ้ ยละ 60 ต่อ ทเี่ วบ็ ไซต์ Flor.com แลว้ เราจะสง่ คลู คารเ์ พต็ ถงึ ประตบู า้ นคณุ ภายใน
การผลิต 1 หน่วย เน่ืองมาจากประสิทธิภาพของพลังงานหมุนเวียน 5 วัน มนั ใช้ไดด้ ี แล้วกด็ ูดดี ้วยครับ

298 สฤณีอาชวานนั ทกลุ 299


Click to View FlipBook Version