อาชีพกรีดยางเป็นอาชีพของชาวจังหวัด
นราธิวาสและอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ด้วยสภาพดิน
ภูมิอากาศท่ีเหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นยาง ชาว
บา้ นส่วนใหญ่ในหม่บู ้านมีอาชพี กรีดยาง ครอบครัวของ
ฉันก็เช่นเดยี วกนั
จ�ำความได้ว่า พ่อซ้ือต้นกล้ายางมาจากตลาด
ปลูกไว้ในสวนเป็นแนวเรียงอย่างมีระเบียบ พ่อดูแล
เอาใจใส่ต้นยางทุกต้นอย่างกับว่าเป็นลูกรักของพ่อ
พ่อมักจะปรึกษาหารือกับน้าด�ำ (เพ่ือนของพ่อ) ซ่ึงต่าง
ศาสนากัน นา้ ด�ำเป็นชาวไทยพุทธ สว่ นพ่อเป็นชาวไทย
มุสลิม แต่ก็เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน ถึงแม้ว่า
เหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะท�ำให้คนไทย
พทุ ธและคนไทยมสุ ลมิ หมางใจกนั บา้ ง นา้ ดำ� กย็ งั เหน็ พอ่
เปน็ เพอ่ื น ยงั ชว่ ยเหลอื กนั เพราะนา้ ดำ� มคี วามเชยี่ วชาญ
การเพาะปลกู
บดั นี้ ตน้ กลา้ ของพอ่ เตบิ ใหญอ่ ยา่ งแขง็ กลา้ โดด
เดน่ ในสวน ชวนมอง และสามารถเล้ียงชพี ครอบครวั เรา
ได้ พ่อตอ้ งต่ืนมาแต่เช้ามืด แตง่ ตัวมอซอ ขาด ๆ พอ่ ใส่
รองเท้าบูท โพกผ้าบนหัว เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
และท่ีขาดไม่ได้คือไฟฉายไว้ส่องต้นยางให้เห็นชัดเจน
พหุวฒั นธรรมบ้านฉัน 51
ฉนั ไมอ่ ายหรอกนะทพ่ี ่อมีอาชพี กรดี ยาง ชุดท�ำงานของ
พอ่ ไมส่ งา่ ไมโ่ กห้ รู แตฉ่ นั กภ็ มู ใิ จ เพราะเปน็ อาชพี ทส่ี จุ รติ
ฉนั รถู้ งึ ความเหนอ่ื ยยากลำ� บากของพอ่ กวา่ จะได้
สักบาท
ฉนั เคยถามพอ่ ว่า “ท�ำไมต้องกรีดยาง หาอาชีพ
อ่นื ดกี ว่าไหม”
พ่อตอบวา่ “อาชพี กรดี ยางเป็นสว่ นหนงึ่ ในชวี ิต
พ่อไปแล้ว สืบทอดรุ่นสู่รุ่น ค่าตอบแทนอาจไม่ได้มาก
แตพ่ ่อกม็ ีความสขุ และภูมใิ จ”
ฉนั อยากบอกพอ่ วา่ ฉนั รกั พอ่ ทส่ี ดุ พอ่ เปน็ ผชู้ าย
ทอ่ี บอ่นุ พอ่ ท�ำงานอยา่ งหนกั เพื่อใหล้ ูกสขุ สบาย พ่อไม่
เคยบ่น ไม่เคยท้อ แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใด รัก
ของพ่อคือรกั แทแ้ ละรกั โดยไมม่ เี งื่อนไข ฉันอยากให้พอ่
มีความสุขเหมือนที่พ่อให้ความสุขแก่ฉัน พ่อคือแรง
บันดาลใจในยามที่ฉันท้อแท้ ฉันสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี
เป็นด่ังทพี่ ่อหวงั
สว่ นนา้ ดำ� ฉนั รสู้ กึ ดมี ากทนี่ า้ ดำ� มาเยยี่ มบา้ นเรา
บ่อย ๆ น้าด�ำเปรียบเสมือนญาติคนหน่ึงของครอบครัว
เรา มอี ะไรดี ๆ กน็ กึ ถงึ นา้ ดำ� เสมอ เชน่ เมอื่ แมท่ ำ� กบั ขา้ ว
อรอ่ ย ๆ กจ็ ะชวนน้าดำ� มาท่บี ้าน นา้ ด�ำเองก็เช่นกัน มกั
มีผลไมห้ รอื ขนมมาฝากท่บี า้ นเปน็ ประจ�ำ
ฉนั อยากใหเ้ รารกั กนั อยา่ งนตี้ ลอดไป
52 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
เดือนแห่งความอดทน
เด็กหญิงอุมมลิ อรั ฟะห์ วาจิ
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนราชประสงค์
อ�ำเภอเจาะไอรอ้ ง จังหวัดนราธิวาส
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั 53
54 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
การถอื ศลี อดตามความหมายของศาสนาอสิ ลาม
คอื การงดเว้นการกินอาหาร การดม่ื น�้ำ และอ่ืน ๆ ต้ังแต่
ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตก ฉันก็คนหน่ึงท่ีเป็น
เด็กมสุ ลิมทจ่ี ะตอ้ งถือศีลอดทุกปี แมเ้ ดอื นน้นั เปน็ เดอื น
ทฉ่ี นั ตอ้ งไปโรงเรียนกต็ าม
ที่โรงเรียนตอนฉันอยู่ชั้น ป.๔ มีการเข้าค่าย
ศิลปะ โดยมีนักเรียนโรงเรียนอื่นมาร่วมด้วย มีทั้ง
ไทยพทุ ธและไทยมสุ ลมิ เพอ่ื นไทยพทุ ธบางคนกก็ นิ ขนม
ตอ่ หนา้ ฉนั แตฉ่ นั กไ็ มไ่ ดโ้ กรธเขานะ แตม่ เี พอ่ื นไทยพทุ ธ
คนหนงึ่ ยอมอดอาหารเหมือนฉัน
พอสักพักฉันเห็นเพื่อนก�ำลังจะเป็นลม ฉันได้
บอกกบั เพอ่ื นว่า
“เธอ ๆ ไปกินอาหารได้แล้ว”
เพื่อนตอบกลับมาว่า “ไม่เป็นไร ฉันจะอดทน
เหมอื นเธอ”
ฉนั รูส้ ึกสงสารเพื่อนมาก…
หลังกลับจากโรงเรียน ฉันก็ได้ชวนเพื่อนไปซื้อ
กับข้าวท่ีตลาด พอซื้อเสร็จ ฉันรีบกลับบ้านเพื่อเตรียม
พหุวฒั นธรรมบ้านฉนั 55
กบั ขา้ วท่ีจะเปิดบวช ระหว่างกินอาหารอยนู่ น้ั ฉันนกึ ถงึ
เพอ่ื นคนนั้นตลอดเวลา
ฉนั รสู้ กึ ภมู ใิ จในตวั เธอมาก และไมค่ ดิ เลยวา่ เธอ
จะท�ำได้
การท่ีคนเรามีนิสัยเอาใจเขามาใส่ใจเราแบบน้ี
จะทำ� ใหเ้ ราสามารถดำ� รงชวี ติ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
56 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
แต่ละศาสนาต่างก็มีความดี
เด็กหญงิ ชลธิชา หิ้นสกลุ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ โรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก
อ�ำเภอสไุ หงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน 57
58 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
กรง๊ิ ...เสยี งนาฬกิ าปลกุ ดงั ขน้ึ ฉนั เออ้ื มมอื ไปปดิ
พร้อมลุกข้ึนจากท่ีนอนด้วยความสดช่ืน ฉันเดินไป
อาบน�้ำ แต่งตัว รับประทานอาหารเช้า แปรงฟัน และ
สะพายกระเป๋าพร้อมไปโรงเรยี น
คณุ พอ่ ของฉนั สตารท์ รถและไปสง่ ฉนั ทโี่ รงเรยี น
ระหว่างทางมีหญิงวัยกลางคนก�ำลังใส่บาตรในตอนเช้า
กบั ครอบครวั ของเธออยา่ งมคี วามสุข ฉนั เหน็ ภาพแบบน้ี
กม็ คี วามสขุ เหมือนกนั
เอ๊ียด...เสยี งคุณพอ่ หยดุ รถมาจอดหน้ารา้ นขาย
ขา้ วยำ� แสนอรอ่ ย แถมยงั เปน็ เจา้ โปรดของฉนั ดว้ ย อยาก
ให้เพือ่ น ๆ ไดม้ าลองกินดู
“ง่ัม งั่ม งั่ม” เสียงของฉันก�ำลังกินข้าวย�ำกับ
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉัน 59
น้�ำบูดูแสนอร่อย พอกินข้าวเสร็จ คุณพ่อก็ไปส่งฉันถึง
โรงเรยี น เย้!
วนั นท้ี โี่ รงเรยี นมกี จิ กรรมทจ่ี ดั ขน้ึ มาพรอ้ มกนั คอื
กิจกรรมการกวนอาซูรอและกิจกรรมวันสารทเดือนสิบ
ในช่ัวโมงศาสนาคุณครูสอนเร่ืองวันสารทเดือนสิบ
และแนะน�ำขนมท่ีใช้ในวันสารทคือ ขนมลา ขนมพอง
ขนมไขป่ ลา ฯลฯ แล้วคุณครูก็พาไปดวู ธิ กี ารท�ำ “ขา้ วตม้
ใบกะพ้อ”
หมดชวั่ โมง คณุ ครกู ป็ ลอ่ ยพวกเราไปดวู ธิ กี ารทำ�
“อาซรู อ” โดยมปี ราชญช์ าวบา้ นมาสอนทำ� อาซรู อ มคี รู
60 พหุวฒั นธรรมบ้านฉัน
ผปู้ กครอง และนกั เรยี นมาชว่ ยกนั กวนอาซรู อ จนถงึ ตอน
บา่ ย ๆ กวา่ จะเสร็จ
วันต่อมา คุณครูได้น�ำอาซูรอท่ีกวนเม่ือวาน
มาให้กิน ฉันได้ชิมแล้วรสชาติอร่อยมาก ๆ ฉันกินแล้ว
กนิ อกี เพราะตดิ ใจในรสชาตขิ องอาซูรอ
ถึงฉันจะนับถือศาสนาพุทธ แต่ฉันก็ภูมิใจใน
ศาสนาอืน่ ๆ เหมือนกนั แมจ้ ะเปน็ คนละศาสนา แตเ่ รา
กไ็ มค่ วรไปกลา่ วหาหรอื ทำ� ใหศ้ าสนาของเขาเสยี หาย
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน 61
มงธัตยารอนะมนดเศขตับยีึก้นนษา
62 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน
ดอกไม้หลากสี
เดก็ หญงิ อณิศรา มาหามุ
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ โรงเรยี นแสงธรรมวิทยา
อำ� เภอสุไหงโก-ลก จงั หวดั นราธิวาส
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน 63
64 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
“ดอกไม้หลากสีในแจกัน” ช่ือหนังสือปกสี
เหลืองนวลขนาดกะทัดรัดเล่มหนึ่ง ซ่ึงฉันไปเห็นเข้าใน
หอ้ งสมดุ ของโรงเรยี น คดิ จะเปดิ อา่ นเนอื้ หาขา้ งในใหห้ าย
สงสัยว่า ผู้เขียนส่ือถึงอะไร เพราะชื่อเรื่องน่าสนใจ
มาก ๆ แตก่ จ็ ำ� เปน็ ตอ้ งยกเลิกความคดิ นน้ั เพราะ...
“กร๊ิงงงง...หมดเวลาเรียนคาบท่ี ๑๐ ถึงเวลา
เลกิ เรียนแล้วค่ะ”
ฉนั เลยตอ้ งเกบ็ ความสงสัยไว้แต่เพียงเทา่ น้นั
ฉันอาศัยอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ ที่มีช่ือว่า บ้าน
ปอเนาะรายอบาลี อำ� เภอสไุ หงปาดี จงั หวดั นราธวิ าส เปน็
ชุมชนท่ีอยู่ในชนบท แต่สามารถท�ำให้ฉันมีความสุขได้
ในทุกช่วงเวลา เช่นเดียวกับตอนนี้ ซึ่งเขา้ สชู่ ว่ งเดอื นท่ีมี
แต่ฝนตกชกุ ชุม น่ันกค็ ือเดือนธนั วาคม
เดือนที่มีแต่สายฝนและความเหน็บหนาว ด้วย
สภาพอากาศที่เป็นเช่นน้ี ท�ำให้น้�ำที่อยู่ในคลองท้าย
หมู่บ้านเต็มจนล้นข้ึนมาบนถนนได้อย่างง่ายดาย และ
แน่นอนปลาก็ตอ้ งมาพรอ้ มกับน�้ำ
ในช่วงนี้คนในหมู่บ้านจึงไม่ค่อยอยู่บ้านในช่วง
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน 65
กลางวันสักเท่าไหร่ เพราะกรีดยางไม่ได้จึงต้องหาปลา
ขายเปน็ รายได้ในแตล่ ะวนั และท่ีว่ามาทั้งหมดน้ัน คงไม่
พน้ พอ่ ของฉนั เองดว้ ยทชี่ อบจบั ปลาเปน็ ชวี ติ จติ ใจ เพยี ง
แต่พอ่ ไมไ่ ด้จับมาขาย
ฉนั กลบั ถงึ บา้ นในเวลาเกอื บ ๆ หา้ โมงเยน็ จงึ ให้
สลามเพ่ือรอพ่อมาเปดิ ประตู
“อสั ลามอุ ะลยั กมุ ” (ขอใหค้ วามสขุ จงมแี ดท่ า่ น)
พดู ดัง ๆ พรอ้ มเคาะประตไู ปด้วย แตส่ ่งิ ทไี่ ดม้ า
กลับเป็นความเงียบเช่นสองสามวันที่ผ่านมา ให้ฉันเดา
พอ่ คงจบั ปลาอยู่ท่คี ลองท้ายหม่บู ้านแน่ ๆ ฉันจึงตอ้ งรอ
เข้าบา้ นพรอ้ มแมท่ ี่ยังไม่กลบั มาจากทีท่ ำ� งาน
เวลาผา่ นไปไมน่ านนกั
“อ้าว! ท�ำไมยังไม่เขา้ บ้านล่ะ” เสียงแม่ทีม่ ักจะ
ดงั และมากอ่ นตวั เสมอทักฉนั ท่ีมีอารมณ์เบ่ือโลกอยู่หนา้
ประตู เพราะยังไม่ได้เขา้ บ้าน
“พ่อไม่อยู่ ไปจับปลาแหละมง้ั ” ฉนั ตอบไปดว้ ย
นำ�้ เสยี งตดิ เหน่อื ย
“ไป ๆ เข้าบ้านไปอาบน้�ำ ไปละหมาดให้
เรียบร้อยพอ่ กลบั มาจะได้กนิ ขา้ วพรอ้ มกัน” แม่บอก
ฉันเดินเข้าไปในบ้านเพื่อท�ำธุระของตัวเองให้
เสร็จสรรพ และไมล่ มื ทจี่ ะหงุ ขา้ วรอไว้ดว้ ย
เวลาผ่านไป พ่อกลับมาพร้อมกับปลาหลายต่อ
หลายตวั ทไ่ี ดจ้ ากการทอดแห พอ่ เอาปลาทจ่ี บั มาไดข้ งั ไว้
66 พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉัน
ในกะละมัง
ดว้ ยความสงสยั วา่ ปลาทเ่ี ยอะขนาดนจี้ ะกนิ ยงั ไง
ใหห้ มด เพราะปกตพิ อ่ ไมใ่ ชค่ นจบั ปลามาเพอ่ื ขายอยแู่ ลว้
ฉันจงึ ถามพอ่ ว่า
“พ่อ ปลาเยอะขนาดนจ้ี ะกนิ กันหมดหรอื ทจี่ บั
มาได้เมื่อสองสามวันก่อนยังหมักเกลือหมักขม้ินแช่ใน
ตเู้ ยน็ อยเู่ ลย”
แต่คนที่ตอบกลับเป็นแม่ “เออใช่ เด๋ียวมันจะ
เสียซะก่อน ง้นั เอาอยา่ งนี้ พรงุ่ น้ีแม่จะเอาปลาสดไปให้
ป้าแอ๊ดที่ท�ำงานใหท้ �ำกับข้าวกินกันตอนกลางวนั ”
แมข่ องฉนั ทำ� งานท่ที ว่ี า่ การอำ� เภอสุคิรนิ เพ่อื น
ร่วมงานส่วนใหญ่ท้ังปลัดอ�ำเภอและนายอ�ำเภอ รวมถึง
ป้าแอ๊ดเป็นคนไทยพุทธ ป้าแอ๊ดเป็น อส.หญิงที่ท�ำงาน
อยดู่ ว้ ยกนั รบั ผดิ ชอบงาน Border Pass (หนังสอื ผ่าน
แดน) แม่มักจะเล่าบ่อย ๆ ว่า แกเป็นคนที่ท�ำกับข้าว
อรอ่ ยมาก
คนไทยพุทธท่ีสุคิรินจะปลูกผลไม้กันเป็น
ส่วนใหญ่ ด้วยสภาพของพ้ืนดินและอากาศท่ีเหมาะสม
คนท่นี ่นั กจ็ ะมีผลผลิตใหก้ ินกันตลอดท้ังปี
หัวหน้างานของแม่ช่ือว่า “ปลัดพิมพ์” ก็ปลูก
ผลไม้ เพราะถ่ินฐานเดิมอยู่ท่ีสุคิริน เม่ือช่วงทุเรียนท่ี
ผ่านมา ปลัดพิมพ์ยังให้เอารถกระบะไปบรรทุกทุเรียน
กลับมากินท่ีบ้าน ปลัดพิมพ์เป็นคนใจดีมาก ๆ น่ารัก
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน 67
มาก ๆ เช่นกัน
แต่ด้วยพ้ืนที่รอบ ๆ ของสุคิรินเต็มไปด้วย
ขุนเขา การหาปลาช่อน ปลาดุกมากินคงเป็นไปได้ยาก
นอกเสียจากต้องซ้ือ น่ีเป็นสิ่งที่แม่คิดว่า ควรน�ำปลาไป
แบง่ ปนั หรอื เปล่านะ
ที่ผ่านมาในช่วงปิดเทอม ฉันเคยติดรถไปที่
ท�ำงานกับแม่ แม่ท�ำงานในห้องทะเบียน ในบางวันถ้ามี
โอกาส แม่กับเพ่ือนร่วมงานจะรวมตัวกินข้าวกลางวัน
ด้วยกนั ท้งั คนไทยมุสลิมและคนไทยพทุ ธ
“ทำ� กบั ขา้ วไปกนิ กนั แบบนนั้ จะไดห้ รอื ” ฉนั เกดิ
ความสงสัย (เพราะแม่เคยบอกว่าเด็กขี้สงสัยเป็นเด็ก
ฉลาด ฮฮิ )ิ เลยถามแม่ไป
“เอ้า! ท�ำไมจะไม่ได้ล่ะ น่ีก็เหมือนกับการแบ่ง
ปันเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นแหละ เรากก็ นิ ของเรา เขากก็ ินของ
เขา ปกติก็กินกันแบบนี้ ตอนประถมต้นแกก็เรียนกับ
เดก็ ไทยพุทธนี่ ตอนกนิ ข้าวเขาใหแ้ ยกโตะ๊ กนั รไึ ง”
68 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั
จะว่าไปมันก็จรงิ คิดแล้วกข็ ำ� ตัวเอง ตั้งค�ำถาม
อะไรแปลก ๆ
“แล้วที่ท�ำงานแม่น่ะ ป้าแอ๊ดเป็นคนไทยพุทธ
เขามีแยกหม้อแยกกระทะท�ำกับข้าวส�ำหรับคนมุสลิม
อยู่แล้ว แค่นี้ก็หายกังวล จะแบ่งจะปันกันแค่นี้ แกน่ะ
คดิ มาก” แม่พดู เสรมิ
สมั ผัสได้เลยวา่ ปา้ ๆ นา้ ๆ ที่น่นั เขาน่ารกั ใจดี
และใสใ่ จกันมากจริง ๆ
บทสนทนาจบลงทีว่ า่ พรงุ่ นี้แม่จะเอาปลาที่พอ่
หามาไดไ้ ปใหป้ า้ แอด๊ เพอื่ ทำ� กบั ขา้ วกนิ กบั เพอื่ นรว่ มงาน
พ่อกจ็ ะเอาปลาไปแบง่ ให้ลงุ ๆ อา ๆ ข้างบ้าน สว่ นปลา
ทเี่ หลอื พอ่ จะทำ� ปลาส้มไว้กนิ กบั ข้าวร้อน ๆ
ถัดจากนั้นไม่ก่ีวัน ฉันไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะ
เปน็ วนั หยดุ สดุ สปั ดาหข์ องโรงเรยี น (วนั ศกุ ร)์ แมก่ ลบั มา
จากท่ีท�ำงานพร้อมด้วยสะตอที่อยู่ในตะกร้าหน้ารถซึ่ง
เป็นภาพที่ชนิ ตา แตค่ รั้งนี้เยอะเปน็ พเิ ศษ ฉันจงึ ตะโกน
จากในบ้านถามแม่ที่ยังอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์หน้าบ้าน
วา่ “แม่ซือ้ มาเยอะขนาดน้ี ซือ้ มาถมที่หรอื ”
“ไม่ได้ซ้ือมา คนท่ีสุคิรินเขาเอามาให้ บอก
ขอบคณุ ทเ่ี อาปลาไปทำ� กบั ข้าวใหเ้ ขากินกนั ”
เห็นไหมละ่ คนท่ีนัน่ เขาดีจรงิ ๆ ไม่ใชแ่ ค่คร้งั น้ี
คร้ังเดียว ปกติแล้ววันท�ำงานของแม่ก็ยังมีทุเรียนเอย
เงาะเอย สะตอเอย ติดสอยห้อยรถกลับบ้านมาตลอด
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน 69
จนบางครั้งก็กินไม่หมด ต้องเอาไปแจกเพื่อนบ้านอีกที
หนง่ึ หรอื อยา่ งสะตอพอ่ กน็ ำ� มาดองแลว้ แจกเพอ่ื นทร่ี า้ น
นำ�้ ชา
หลังจากนี้ หนังสือที่ฉันเห็นในห้องสมุด คงไม่
ต้องไปอ่านแล้วล่ะ เพราะเมื่อฉันได้มาพบกับเรื่องราว
เหล่านี้ จึงไดเ้ ข้าใจอย่างถ่องแท้วา่
“ในแจกนั จำ� เปน็ ตอ้ งมดี อกไมห้ ลากสมี าประดบั
เพือ่ เป็นการเติมเตม็ ซึ่งกันและกัน”
70 พหวุ ัฒนธรรมบ้านฉนั
ท่ีเก่าใหม่เสมอ
เดก็ หญิงนูรก์ ัสมี มะแซ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ โรงเรยี นแสงธรรมวทิ ยา
อ�ำเภอสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉนั 71
72 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
ทุกคนเคยผ่านการเรียนชั้นประถมศึกษามาใช่
ไหมละ่ แนน่ อนวา่ กอ่ นทจี่ ะขนึ้ ชน้ั มธั ยมฯ กต็ อ้ งผา่ นชน้ั
ประถมฯ กอ่ น แลว้ โรงเรยี นประถมฯ ของทกุ คนนา่ เรยี น
ไหม ตอนทฉ่ี ันเรยี นชน้ั ประถมฯ ฉนั รสู้ กึ ว่าโรงเรยี นของ
ฉนั นา่ เรยี นมากเลยนะ อยากรลู้ ะ่ สวิ า่ นา่ เรยี นขนาดไหน
เดยี๋ วฉนั จะเล่าใหฟ้ ัง…
โรงเรยี นของฉนั คือ โรงเรียนเทศบาล ๔ (บ้าน
ทรายทอง) อ�ำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
มนี ักเรียนประมาณ ๘๕๐ คน มที ง้ั ท่ีนับถือศาสนาพุทธ
และศาสนาอิสลาม ถงึ จะนบั ถือต่างศาสนา แตเ่ ราก็เปน็
เพอ่ื นกนั
ในตอนแปดโมงเชา้ กจ็ ะเขา้ แถว มกี ารสวดมนต์
ของนักเรียนไทยพุทธ และการขอดุอาอ์ (ขอพร) ของ
นกั เรยี นไทยมสุ ลมิ ในบางวนั เพอื่ นของฉนั ทเี่ ปน็ ไทยพทุ ธ
คนหนงึ่ เมอื่ ถงึ เวลาทน่ี กั เรยี นไทยมสุ ลมิ อา่ นดอุ าอ์ เขาก็
พยายามอา่ นด้วยแมว้ ่าจะอ่านไม่เป็นกต็ าม และในบาง
ครงั้ กเ็ ปน็ ฉนั เองทยี่ กมอื ขน้ึ ประนมในตอนทนี่ กั เรยี นไทย
พทุ ธกำ� ลงั สวดมนต์ ดว้ ยความทที่ ำ� กนั ทกุ วนั จงึ ทำ� ใหพ้ วก
พหุวัฒนธรรมบ้านฉัน 73
เราลืมตัวไปบ้าง และเพื่อน ๆ ก็จะช่วยเตือนเวลาท่ีเรา
เผลอท�ำแบบนน้ั ไป
เม่ือเข้าแถวเสร็จแล้ว เราก็จะแยกย้ายกันเข้า
ห้องเรียนตามปกติ ในห้องของฉันมีเพื่อนต่างศาสนา
หลายคน เราอยใู่ นห้องเดยี วกนั อยา่ งรักและสามคั คี
ในทกุ ๆ ปี โรงเรยี นจะจัดพิธีไหวค้ รู โดยในชว่ ง
เชา้ จะมกี ารแยกยา้ ยตามศาสนาของตวั เองเพอื่ ไปปฏบิ ตั ิ
พธิ กี รรมทางศาสนา และในชว่ งบา่ ยมกี ารทำ� กจิ กรรมรว่ ม
กนั ในหอ้ งประชมุ ใหญ่ ในชว่ งนแ้ี หละทฉี่ นั ชอบมากทส่ี ดุ
เพราะทุกคนตา่ งรว่ มใจกันทำ� กิจกรรมอย่างเต็มที่
74 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
ในโรงเรียนของฉันมีแม่ค้าท่ีเป็นชาวไทยพุทธ
ฉันเรียกแม่ค้าคนน้ีว่า “ป้าเอียด” แกเป็นคนหน้าดุ
เสยี งดุ แตเ่ วลาใจดกี จ็ ะใจดมี าก เวลาดกุ ด็ มุ ากเหมอื นกนั
ตอนประถมฯ ปลาย ฉันได้เป็นนักกีฬาของ
โรงเรียนไปแข่งวอลเลย์บอลที่ตา่ งจงั หวัด ในทีมของฉัน
มโี คช้ เปน็ คนไทยพทุ ธ และนกั กฬี าบางคนกเ็ ปน็ ไทยพทุ ธ
เหมอื นกนั ในตอนทจ่ี ะไปนนั้ ฉนั กงั วลอยมู่ ากในเรอื่ งของ
อาหารการกินว่า ฉันจะกินอย่างไรและไม่ควรกินอะไร
บ้าง แตพ่ อไดไ้ ปเท่านนั้ แหละ ความกงั วลกห็ ายไปและมี
ความสขุ เข้ามาแทนที่ เพราะเรอื่ งอาหารการกนิ โค้ชจะ
หาของกินที่ฉันและเพ่ือนสามารถกินได้ท้ังหมด ไม่มี
อาหารที่มุสลิมกินไม่ได้ และไม่มีอาหารท่ีคนไทยพุทธ
กินไมไ่ ดเ้ ชน่ กนั
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉัน 75
ในสงั คมทฉี่ นั ประสบพบเจอตอนเรยี นชนั้ ประถม
ศึกษาน้นั ท�ำใหร้ ้วู ่าไมว่ ่าจะเปน็ คนท่ไี หน นับถอื ศาสนา
อะไร เรากส็ ามารถอยรู่ ว่ มกนั ได้ โดยไมเ่ อารดั เอาเปรยี บ
กัน ไม่ดหู มน่ิ ไม่ดูถกู ศาสนาอื่น แคน่ กี้ ็สามารถท�ำใหเ้ รา
อยดู่ ว้ ยกนั อยา่ งมีความสขุ ได้
76 พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉัน
ครอบครัวเดียวกัน
เด็กหญิงนรู ไอนีอาซกี ีน มะเซง็
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรยี นแสงธรรมวทิ ยา
อ�ำเภอสไุ หงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉนั 77
78 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
เมือ่ หกปที แี่ ลว้ ขณะท่ีฉนั อายเุ ก้าขวบ ฉนั ชอบ
ไปเล่นที่บ้านน้าไก่อยู่เสมอ จนครอบครัวเราท้ังสองเป็น
เหมอื นครอบครวั เดยี วกนั ครอบครวั ทไ่ี มใ่ ชญ่ าตทิ างสาย
เลือด แตเ่ ปน็ ความผกู พันกันมากกว่า
วนั เดก็ ฉนั และแมจ่ ะออกไปรว่ มงานวนั เดก็ ตาม
สถานท่ีท่ีจัดงาน มีผู้คนมากมายแต่งกายสีสันสวยงาม
ราวกับลูกกวาด ฉันเองใส่ชุดกูรงสีชมพูกลีบบัวซึ่งเป็น
ชดุ รายอตวั เกง่ ของฉนั
ฉนั กลบั บา้ นพรอ้ มกบั ของขวญั มากมาย ระหวา่ ง
ทางนา้ ไกไ่ ดโ้ ทรศพั ทห์ าแมบ่ อกวา่ ใหแ้ วะไปทบ่ี า้ นหนอ่ ย
เพราะนา้ ไกจ่ ดั งานเล้ยี งเล็ก ๆ นอ้ ย ๆ สำ� หรับเดก็ ๆ เม่ือ
ฉันได้ยินว่ามีงานเล้ียง หัวใจก็พองโต อยากให้แม่เร่ง
เคร่อื งเพือ่ ไปถงึ ไว ๆ ‘มีเรอ่ื งสนกุ แล้วส’ิ ฉันนกึ ในใจ
เมอ่ื ถงึ บา้ นนา้ ไก่ ซงึ่ เปน็ ชมุ ชนทอี่ ยอู่ าศยั ของคน
ไทยเชอื้ สายจนี ตง้ั อยใู่ นซอยหนา้ ธนาคารออมสนิ อำ� เภอ
สุไหงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส สง่ิ แรกทฉี่ ันเห็นคอื น้าไก่
ประดับประดาตกแต่งบ้านด้วยลูกโป่งและสายรุ้ง มี
อาหารและเคร่ืองด่ืมมากมายวางอยู่บนโต๊ะ เช่น เยลลี่
พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั 79
คุกก้ี ช็อกโกแลต และไมโล มีเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอย่าง
สนุกสนาน ฉันเองก็ไม่พลาดที่จะไปเล่นด้วย ลูก ๆ
ของนา้ ไกใ่ สช่ ดุ กเี่ พา้ สแี ดงตดั กบั ลายดอกสเี หลอื ง เพราะ
พวกเขาเป็นคนไทยเช้ือสายจีน ชุดก่ีเพ้าจึงเป็นชุดเก่ง
ของพวกเขา
นา้ ไกเ่ รียกเดก็ ๆ มากนิ ขนม น้าไกบ่ อกวา่
“ขนมท่ีเตรียมไว้สามารถกินได้ เพราะน้าไก่
เข้าใจว่าชาวมุสลิมต้องกินอาหารที่ฮาลาล น้าไก่จึง
เตรียมอาหารท่ซี อื้ มาจากแม่ค้ามุสลมิ ”
และในมื้อน้ัน เรากก็ ินกันอยา่ งเอร็ดอร่อย
จนถึงขณะน้ี ทุกครั้งท่ีฉันคิดถึงเหตุการณ์หรือ
ความทรงจ�ำในวัยเด็ก ฉันจะแอบย้มิ อยูใ่ นใจเสมอ
เวลาผ่านไป แต่ความผูกพันระหว่างสอง
ครอบครัวก็ยังเหมือนเดิม เรายังไปมาหาสู่เฉกเช่นเดิม
เพราะความแตกต่างทางศาสนาไม่ใช่อุปสรรคของความ
รักและความผูกพนั ที่เรยี กว่า “ครอบครวั เดียวกัน”
80 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั
ความทรงจำณ เขื่อนท่าพระยาสาย
เดก็ หญงิ ซลุ ฟาร์ เดน่ ชวี า
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ โรงเรียนเวยี งสวุ รรณวทิ ยาคม
อำ� เภอแวง้ จงั หวัดนราธิวาส
พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั 81
82 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
เขื่อนท่าพระยาสาย สถานที่ท่องเท่ียวเชิง
วัฒนธรรมของอำ� เภอเมือง จังหวดั นราธวิ าส เป็นจุดพกั
ผ่อนหย่อนใจในยามเย็น และฝั่งตรงข้ามจะเห็นเขา
ตันหยงไดอ้ ยา่ งชัดเจน แกง๊ ป.๕/๒ โรงเรยี นเทศบาล ๑
(ถนนภผู าภกั ด)ี เปน็ โรงเรยี นทต่ี ง้ั อยหู่ นา้ เขอ่ื นทา่ พระยา
สาย จะพลาดการสร้างวีรกรรมเก็บความทรงจ�ำไปได้
อยา่ งไร
“เฮย้ ! พวกแก เลกิ เรยี นแลว้ ไปเจอกนั ทเี่ ดมิ นะ”
ประโยคนี้ได้ยินเกือบทุกวันหลังเลิกเรียน
ในแก๊งของพวกเราจะมีเพ่ือนผู้ชายที่นับถือศาสนาพุทธ
อยสู่ องคน น่นั คอื ฟลุ้คและวฒุ ิ
ท้ังสองชอบชวนพวกเราส่ีคนซึ่งเป็นเด็กผู้หญิง
มุสลิมไปที่หน้าเข่ือนท่าพระยาสาย เกือบทุกเย็นหลัง
เลิกเรียน เพ่ือปลดปล่อยส่ิงท่ีอยู่ในใจ ท้ังความทุกข์
ความสขุ ความตน่ื เตน้ และความรู้สึกตา่ ง ๆ ท่ีเราทกุ คน
ได้เผชิญมา บ้างก็ตะโกนเสียงดังไปยังอีกฝั่ง ตะโกนใส่
อารมณ์จนลูกคอจะแตก บ้างก็มานั่งเล่าปัญหาแล้ว
ปรึกษากันว่าจะท�ำอย่างไรต่อไป บ้างก็เล่นกระโดดยาง
พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั 83
หมากเก็บ ใบ้ค�ำ และเกมอ่นื ๆ ที่สรรหามาเลน่ กัน
ฟลุ้คกับวุฒินับถือศาสนาพุทธ แต่พวกเขา
สามารถพูดภาษามลายูได้ กลับกัน...ฉันที่เป็นมุสลิม
ตั้งแต่เกิด ยังพูดหรือฟังภาษามลายูไม่ออกสักค�ำเลยน่ี
น่าอายเสยี จริง
ฉนั นงั่ ครนุ่ คดิ อยา่ งหนกั วา่ ทำ� ไมฉนั ถงึ พดู ภาษา
มลายไู ม่ไดอ้ ยา่ งพวกเขาสองคน ทำ� ไมล่ะ
ฉันจงึ ตัดสนิ ใจขอให้เพือ่ น ๆ ผหู้ ญงิ ที่เปน็ มสุ ลมิ
ด้วยกนั ช่วยสอนภาษามลายู
“น่ี ๆ พวกแกชว่ ยสอนเราพูดมลายไู ดไ้ หม”
เพื่อน ๆ ทั้งหมดต่างเงียบไปสักพักหนึ่ง แล้ว
ตอบวา่
“พวกเราสอนได้ แต่แปลเป็นภาษาไทยไม่ค่อย
ไดน้ ะ” พดู จบพวกเธอกเ็ ดินจากไป
หลังจากที่เพ่ือนกลุ่มนั้นเดินจากไป ฉันเองก็
หงอยไมเ่ ปน็ ท่าเลยละ่ เฮอ้ ! แถมเอามาคดิ มากอกี
พอถงึ ตอนเย็น ตอนทแ่ี ก๊งพวกเรานดั ไปเจอกนั
ท่ีหน้าเขื่อน เมอ่ื มาถึงครบทุกคนแล้ว ฉันจงึ วง่ิ ไปท่ีเนิน
บาทวถิ ี แลว้ ตะโกนอยา่ งสุดเสียง...
“ฉนั อยากพูดมลายเู ป็นเหมือนคนอนื่ ๆ บา้ ง”
เพ่ือน ๆ ต่างพากันงงว่าฉนั เป็นอะไร ทุกคนวิง่
ตรงมาท่ีฉัน แล้วถามค�ำถามมากมายเก่ียวกับเรื่องที่ฉัน
ตะโกนออกไป
84 พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั
ฉนั จงึ อธบิ ายความในใจใหเ้ พอื่ นฟงั วา่ ทบ่ี า้ นของ
ฉันจะเน้นพูดภาษาไทยมากกว่าภาษามลายู เพราะยาย
ของฉันนับถือศาสนาพุทธ เดิมทียายเป็นคนสระบุรี จึง
แทบไม่รู้เร่ืองภาษามลายูเลย ส่วนพ่อของฉันเป็นคน
อำ� เภอแวง้ จงั หวดั นราธิวาส พดู มลายูได้ แต่ไม่คอ่ ยพดู
กันในครอบครัว แถมตอน ป.๓ ฉันเคยโดนรุ่นพ่ี ป.๖
ล้อปมด้อยของฉันด้วยภาษามลายูท่ีฉันฟังไม่ออกสักค�ำ
และยังล้อเลียนการพดู ของฉนั อกี
เพ่อื น ๆ ต่างพากนั ปลอบใจฉนั ทันใดนน้ั ฟล้คุ
ไดก้ ล่าวเสยี งดงั ขนึ้ มาวา่
“เอาง้ี เราจะช่วยสอนแกเอง”
หลงั จากนนั้ เพอื่ น ๆ อกี สคี่ นกส็ อนฉนั โดยบอก
ค�ำศพั ทภ์ าษามลายู แล้วบอกค�ำแปล ไอเ้ ราก็กลวั จะลมื
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน 85
จึงจดตามท่ีเพื่อนบอกทุกค�ำ แต่เพ่ือนจะเน้นสอนค�ำ
หยาบเสยี มากกว่า เฮอ้ !
ฟลคุ้ กบั วฒุ พิ ดู ภาษามลายไู ด้ เพราะละแวกบา้ น
ของพวกเขาเปน็ ชมุ ชนมุสลมิ ทง้ั สองจึงไดว้ ิชาพูดมลายู
จากคนในชุมชน ฟลุค้ ยงั บอกอีกว่า บางทีชาวมุสลิมกิน
เล้ียงท่ีบ้าน พวกเขาจะน�ำกับข้าวมาฝากครอบครัวของ
ฟลุค้ เสมอ
เหน็ ไหม มคี ำ� สอนของศาสนาใดบา้ งทบี่ อกใหเ้ รา
ขเ้ี หนียว
อย่าขี้เหนียวความรู้ ยามที่บางคนแทบไม่มี
ความรู้
อยา่ ขเี้ หนยี วทรพั ยากรอาหาร ในขณะทบี่ างคน
ขาดแคลนอาหาร
การอยู่ร่วมกันในชุมชน ไม่ได้มีข้อแบ่งแยกว่า
เราต้องแยกตัวออกจากเพอ่ื นตา่ งศาสนา แตท่ ุกคนควร
อยดู่ ว้ ยกนั แบง่ ปนั กนั และกนั ชว่ ยเหลอื กนั เพราะแตล่ ะ
ค�ำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ ได้บอกไว้อยา่ งชดั เจนว่า เรา
คือพี่น้องร่วมโลก แม้การนับถือศาสนาและการท�ำ
พธิ กี รรมตา่ ง ๆ จะไมเ่ หมอื นกนั แตห่ วั ใจของพวกเรารวม
เป็นหนงึ่ เดียวกนั
86 พหุวัฒนธรรมบา้ นฉัน
ลูกจ้างคนจีน
เดก็ หญิงฮานฟี บอื ราเฮง
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ โรงเรยี นเวียงสุวรรณวทิ ยาคม
อ�ำเภอแว้ง จงั หวดั นราธวิ าส
พหุวฒั นธรรมบา้ นฉัน 87
88 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
หมู่บ้านของฉันช่ือว่าบ้านบาลา อยู่ติดกับป่า
ฮาลา-บาลา ต�ำบลโละจูด อำ� เภอแวง้ จังหวัดนราธวิ าส
บ้านของฉันเปิดเป็นร้านขายของช�ำ ขายน้�ำชา
และ“จากเู ว” ซ่ึงเป็นขนมทแ่ี มท่ ำ� เอง
ขนมจากเู วมสี ว่ นผสมคอื แปง้ สาลี เนย นมข้น
นำ้� ตาล โซดา ยสี ต์ เกลือ และนำ้� แม่จะลงมือนวดแป้ง
ตอนสท่ี มุ่ โดยนำ� สว่ นผสมทง้ั หมดมานวดใหเ้ ขา้ กนั จนได้
เนอ้ื ละเอยี ดสามารถปน้ั เปน็ กอ้ นได้ แลว้ ทง้ิ คา้ งคนื ไว้ พอ
ตีส่ีแม่ก็จะต่ืนมาปั้นแป้งเป็นก้อน ๆ แล้วต้ังทิ้งไว้สักพัก
พอถึงเวลาทอด แมก่ จ็ ะดงึ กอ้ นแป้งให้ยาว ๆ แล้วทอด
ในน�้ำมันร้อน ๆ พอสุกเรียบร้อยก็จะกินกับนมข้นหรือ
น้�ำตาล บางคนก็กินกับน�้ำชากาแฟ และยังสามารถกิน
กับแกงกะหรี่ได้ด้วย
ร้านน้ีย่าของฉันเปิดมาตั้งแต่ตอนท่ีท่านยัง
แข็งแรง ตอนเช้า ๆ จะมคี นท่ีกลบั จากมัสยดิ และคนท่ี
ก�ำลังจะไปท�ำงานหรือกรีดยางบนเขา มาน่ังจิบน้�ำชาท่ี
บ้านฉัน
มีเถ้าแก่คนหน่ึงซึ่งเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน
พหุวัฒนธรรมบ้านฉัน 89
มสี วนยางเยอะแยะแถวบา้ นฉนั ยา่ ของฉนั เคยเปน็ ลกู จา้ ง
เขามาก่อน จนตอนนี้ลูกจ้างของเถ้าแก่เต็มไปด้วยลูก
หลานของย่า และหนงึ่ ในนน้ั ก็คือพอ่ ของฉนั ด้วย
พ่อของฉันท�ำงานรับจ้างอีกอย่างคือ ท�ำงานท่ี
สถานวี จิ ัยสตั ว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา
พอถงึ วนั ตรษุ จนี เถา้ แกก่ จ็ ะใหป้ ระทดั แกเ่ ดก็ ๆ
และน้อง ๆ ของฉัน ทุกคนต่างดีใจ เพราะปกติแล้ว
ถ้าเด็ก ๆ ขอของพวกน้ี พ่อแม่จะไม่ค่อยซื้อให้ แต่ว่า
เถา้ แกใ่ หฟ้ รแี ละเยอะอีกดว้ ย
ที่บ้านของเถ้าแก่ขายของช�ำ เวลาที่บ้านฉัน
ของหมดหรือขนมหมดกจ็ ะไปซ้อื ทีบ่ า้ นเถา้ แก่
ช่วงฤดูผลไม้ ครอบครัวฉันก็จะไปรับจ้างเก็บ
ผลไม้ในสวนของเถ้าแก่ด้วย เก็บแล้วเราจะน�ำไปขาย
จากน้นั ก็นำ� เงนิ ไปใหเ้ ถ้าแก่
เถ้าแก่บอกว่า “จะกินก็กินได้เลยนะ ไม่ต้อง
เกรงใจ”
90 พหุวัฒนธรรมบา้ นฉนั
พวกเรากย็ นิ ดี แต่สว่ นใหญแ่ ล้วก็จะเอาไปขาย
พ่อกับปู่ของฉันชอบปลูกทุเรียน เวลาทุเรียน
หล่นจากต้นก็จะแบ่งเอาไปให้เถ้าแก่ เพราะทุเรียนของ
เถ้าแกไ่ ม่ค่อยออกผล
ก่อนถึงวันฮารีรายอหนึ่งวัน ย่าและแม่ของฉัน
ไดท้ �ำตูปะ เพอ่ื ทีจ่ ะต้อนรับแขกในวันรงุ่ ขนึ้
พอถึงวันฮารีรายอ ครอบครัวของฉันก็ไป
ละหมาดรายอ ไปกโุ บร์ (สสุ าน) เพือ่ อ่านอัลกุรอานให้
กับคนในครอบครวั ทเี่ สียชวี ติ แล้ว
พอท�ำกิจกรรมช่วงเช้าเสร็จ ย่าก็บอกพ่อของ
ฉันวา่
“ลูกเอาตูปะไปให้เถ้าแก่สิจะ๊ ”
“ก่ีลูกครบั เมาะ” (เมาะกค็ อื ยา่ )
“กลี่ กู ๆ ก็ใสไ่ ปเถอะ” ยา่ ตอบ
พ่อกับฉันน�ำตูปะไปให้เถ้าแก่ที่ร้าน พอไปถึงก็
เหน็ เถ้าแกน่ ่ังขายของอยทู่ ่ีโตะ๊ ของเขา
พหวุ ัฒนธรรมบ้านฉัน 91
เถ้าแกถ่ ามวา่ “อะไรนิ”
พ่อฉันกต็ อบว่า “ตูปะไงเถา้ แก่ รายอไงวันนี้”
เถา้ แกบ่ อกวา่ “ออ๋ ๆ ตรมี อกาเซะ”
จากน้นั พ่อกบั ฉันกก็ ลับบา้ น เพือ่ เตรียมต้อนรบั
แขกทจ่ี ะมาบ้าน
ฉนั ดใี จทไ่ี ดเ้ กดิ ในสงั คมแบบนแี้ ละในบา้ นหลงั นี้
ได้รู้ถึงความมีน�้ำใจต่อกัน ไม่ว่าเทศกาลของศาสนาไหน
เช้ือสายใดก็จะแบ่งสุขซึ่งกันและกัน แบ่งสิ่งของซึ่งกัน
และกนั ฉนั ภมู ิใจทส่ี ุดค่ะ
92 พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉนั
น้ำตกมิตรภาพ
เด็กหญงิ นรู อาซกี ีน ราแดง
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ โรงเรยี นเวียงสุวรรณวทิ ยาคม
อำ� เภอแว้ง จงั หวดั นราธิวาส
พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั 93
94 พหุวัฒนธรรมบ้านฉนั
ฉันเปน็ คนปัตตาน ี บ้านเกดิ ของฉันอยูท่ ี่อำ� เภอ
ยะรัง จังหวัดปตั ตานี วันที่ ๒๖ มถิ ุนายน ๒๕๖๒ เปน็ วัน
ท่ฉี นั กับแม่ยา้ ยบ้านมาอย่ทู อ่ี �ำเภอแวง้ จงั หวดั นราธวิ าส
เมื่อจัดของเข้าบ้านเสร็จ แม่ก็บอกกับฉันว่า
“พรงุ่ นี้เราไปโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคมกันนะ”
“ค่ะ” ฉนั ตอบดว้ ยความดีใจทม่ี ีทเี่ รียนใหม่
ย�่ำรุ่ง ฉันและแม่ก็ตื่นข้ึนมาละหมาดซุบฮี ซึ่ง
เป็นหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม หลังจากละหมาด
เสร็จ แม่ก็เรียกฉันให้ไปหุงข้าวและท�ำกับข้าว
หลังจากนั้นฉันก็รีบอาบน้�ำ แต่งตัวด้วยชุดนักเรียน
ของสถาบันใหม่ ตอนนนั้ ฉันตนื่ เต้นมาก ๆ เลยล่ะ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย
เราก็เดินทางไปโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม เพื่อย่ืน
ใบยา้ ยให้กบั อาจารย์ฝา่ ยวิชาการ ซึง่ แมข่ องฉันได้ตดิ ต่อ
และสมคั รล่วงหนา้ ไวแ้ ลว้
กา้ วแรกทฉ่ี นั ยา่ งเขา้ รวั้ โรงเรยี นใหม ่ ความรสู้ กึ
ตอนนั้นคือต่ืนเต้นและแอบกังวลนิด ๆ ความรู้สึกที่ต่ืน
เต้นน้ีคงเป็นเพราะฉันได้เรียนสถาบันใหม่ ได้เจอคน
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั 95
มากมาย ไดป้ ระสบการณใ์ หม่ ๆ สว่ นความรสู้ กึ กงั วลนนั้
ฉันเป็นมาตัง้ แต่เดก็ ๆ แล้วละ่ เคยบอกตัวเองใหป้ ล่อย
วางความร้สู ึกน ้ี แต่มันทำ� ไม่ได้ น่าโมโหจรงิ ๆ ฉนั กงั วล
ว่าจะไม่มีเพื่อนมาเล่นกับฉัน และไม่มีเพ่ือนให้ปรึกษา
เหมอื นท่ีโรงเรยี นเกา่
หลังจากย่ืนใบยา้ ยเสร็จเรียบรอ้ ย แมก่ ็เดินทาง
กลบั บา้ น สว่ นฉนั กม็ เี พอื่ นคนไทยพทุ ธและเพอื่ นคนไทย
มสุ ลมิ มาตอ้ นรบั ดว้ ยสหี นา้ และรอยยมิ้ ทแ่ี สดงออกมาวา่
“ยนิ ดีตอ้ นรบั เพอ่ื นใหม่”
พวกเขาพาฉันไปท่ีหอ้ ง ม. ๓/๕ เม่อื ก้าวขาไป
ในห้องก้าวแรก ส่ิงท่ีฉันเห็นก็คือเพ่ือนทุกคนในห้องนั่ง
ทโ่ี ตะ๊ อยา่ งเรยี บรอ้ ยและสง่ ยมิ้ ใหฉ้ นั หลงั จากฉนั แนะนำ�
ตัวเอง เพ่ือนคนไทยพุทธได้พาฉันไปท่ีโต๊ะและถาม
ฉันว่า
“เธอมาจากท่ีไหนหรอื ” (พูดด้วยภาษาเจ๊ะเห)
ฉันองึ้ อา้ ปาก ไมเ่ ข้าใจทีเ่ ธอพูด เพอื่ นคนไทย
พุทธก็หัวเราะและถามฉันใหม่ด้วยภาษาไทยกลาง
ฉันตอบวา่ มาจากปตั ตานี
“โห! มาไกลจงั เลย”
ฉนั หวั เราะและย้มิ แบบอาย ๆ
ในขณะท่ฉี นั และเพ่ือน ๆ ก�ำลังคยุ กัน อาจารย์
กเ็ ขา้ มาสงั่ งานในวชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมอื งวา่ ใหน้ กั เรยี นทกุ คน
ไปบำ� เพญ็ ประโยชนแ์ ลว้ ถา่ ยรูปสง่ มาให้อาจารย์
96 พหุวัฒนธรรมบ้านฉัน
มีนักเรียนชายคนหนึ่งเสนอว่า “พรุ่งน้ีพวกเรา
ไปเกบ็ ขยะท่ีน�ำ้ ตกสิรินธรกนั ไหม”
ทุกคนในห้องเห็นด้วย ส่วนฉันก็ตอบตกลง
แบบงง ๆ เพราะไม่เคยไป แต่กร็ ูส้ กึ ตนื่ เต้นท่ีจะไดไ้ ปท�ำ
กิจกรรมกบั เพื่อนใหมเ่ ปน็ ครั้งแรก
หลงั จากนัน้ กน็ ดั กันวา่ พรงุ่ น้หี ลงั ละหมาดซุบฮี
เสร็จ พวกเราท้ัง ๓๕ คนจะไปพบกันท่ีหน้าส�ำนักงาน
เทศบาลต�ำบลบูเก๊ะตา อ�ำเภอแว้ง แล้วจะขับรถ
จกั รยานยนตไ์ ปพรอ้ มกนั โดยจะแวะชมทะเลหมอกกอ่ น
เช้ามืด นูรไอนีก็ขับรถจักรยานยนต์มารับฉัน
ทบ่ี ้าน
พวกเราทง้ั หมดออกเดินทางท่ามกลางความมืด
และอากาศทห่ี นาวมาก มองทางไม่ค่อยเห็น ตอ้ งใชแ้ สง
ไฟหนา้ รถจักรยานยนต์สอ่ งทาง ระหว่างทางฉนั หนั มอง
รอบ ๆ ตัว เห็นป่าทเี่ ต็มไปด้วยต้นไม้และภูเขาทีส่ งู มาก
ภาพน้นั เลอื นรางอยใู่ นความมืด
เมอ่ื ไปถงึ จดุ ชมววิ ทะเลหมอก กวา่ จะขน้ึ ไปไดก้ ็
ล�ำบากพอสมควร เพราะทางเป็นเนินสูง เราจะขับรถ
จักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงก็ไม่ได้ เพราะกลัวจะล้ม
แล้วเกิดอันตราย ฉันและเพ่ือน ๆ จึงคิดวิธีใหม่ โดย
การลงจากรถแลว้ ชว่ ยกนั เขน็ รถขน้ึ ไป ดว้ ยความพยายาม
ของพวกเราทีจ่ ะต้องชมทะเลหมอกให้ได้ จงึ ชว่ ยกันเขน็
รถไปจนถึงทห่ี มาย
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั 97
ความรู้สึกฉันที่เห็นทะเลหมอกคร้ังแรกน้ัน
ต่ืนเต้นมาก ทะเลหมอกสวยมาก สวยเหมือนก้อนเมฆ
ที่รวมตัวกันแล้วสายลมพัดจนสลายตัวออกจากกัน
เห็นต้นไม้สีเขียวขจี ได้ยินเสียงของน้�ำตกที่อยู่ข้างล่าง
เห็นเทอื กเขาสันกาลาคีรที ีส่ งู สลับกนั เปน็ ทอด ๆ
ฉันน่ังชมทะเลหมอกจนพระอาทิตยข์ ึ้น ได้เหน็
รอยยม้ิ ของเพอ่ื นรว่ มหอ้ ง ฉนั มคี วามสขุ มากทไ่ี ดช้ มทะเล
หมอกคร้ังแรกกับเพ่ือนใหม่ พวกเรารวมตัวกันถ่ายรูป
เพอ่ื เก็บไวเ้ ปน็ ความทรงจำ� ตลอดไป
เมอื่ ดวงอาทติ ยข์ น้ึ ฉนั และเพอ่ื น ๆ กล็ งจากเขา
ไปบ้านฮุสนาซ่ึงเป็นเพ่ือนร่วมห้องของเรา บ้านของเธอ
ขายขา้ วแกง พวกเราลอ้ มวงนง่ั กนิ ขา้ วเชา้ ดว้ ยกนั พลาง
พูดคยุ เรอ่ื งทจ่ี ะไปเกบ็ ขยะทน่ี �้ำตก
เม่ือกินข้าวเสร็จ พวกเราก็ขับรถจักรยานยนต์
มงุ่ หนา้ สนู่ ำ้� ตกสริ นิ ธรทต่ี ง้ั อยใู่ นเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ ฮา
ลา-บาลา ต�ำบลโละจูด อ�ำเภอแว้ง น�้ำตกสวยมาก
ฉันได้ยินเสียงของน�้ำท่ีไหล ฟังแล้วท�ำให้จิตใจสงบ
98 พหวุ ัฒนธรรมบ้านฉนั
เหมาะแก่การผ่อน
คลายมาก
ทันทที ีไ่ ปถึง
ทุกคนต่างร่วมมือ
สามัคคีกันเก็บขยะ
จนสะอาด ขยะทเ่ี กบ็
ได้มีทั้งขวดน�้ำ ไม้
เสยี บลูกชิ้น เปลอื กถุงขนมกรบุ กรอบ
พวกเราใช้เวลาเก็บขยะประมาณหน่ึงช่ัวโมง
ต้งั แต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.
หลงั จากเกบ็ ขยะดว้ ยความเหนด็ เหนอ่ื ย มเี หงอื่
เตม็ ตวั ฉนั และเพอื่ น ๆ กพ็ ากนั กระโดดลงเลน่ นำ�้ ทกุ คน
เล่นน้�ำอย่างสนุกสนาน มีรอยย้ิม และเสียงหัวเราะจาก
การแกล้งเพ่อื น ฉนั ดูแลว้ กอ็ ดย้ิมตามไมไ่ ด้
หลังจากเล่นน�้ำเสร็จ พวกเราก็แยกย้ายกัน
กลับบา้ น นรู ไอนีไดม้ าส่งฉันที่บา้ นดว้ ย
เมื่อถึงบ้าน ฉันก็นึกถึงการบ้านที่ยุสราบอกไว้
กอ่ นกลบั ว่า
“ซกี นี วนั นี้เธอต้องทำ� เรียงความวชิ าภาษาไทย
ดว้ ยนะ”
ฉันก็เลยคิดว่าจะน�ำเรื่องราวของวันนี้มาเขียน
เป็นเรียงความ เพราะการเดินทางของวันนี้ได้สลาย
ความกลัวความกังวลท่ีฉันคิดมาตลอดก่อนจะย้ายมา
พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั 99
โรงเรียนแหง่ นี้
การเดินทางที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ
และความสุขของฉันกับเพ่ือนใหม่ท่ีมีทั้งเพื่อนไทยพุทธ
และเพอื่ นไทยมสุ ลมิ ฉนั ไดเ้ รยี นรภู้ าษาเจะ๊ เหจากเพอ่ื น
ตา่ งศาสนาดว้ ย และทสี่ ำ� คญั พวกเราไดบ้ ำ� เพญ็ ประโยชน์
ร่วมกันด้วยการเกบ็ ขยะ ซ่งึ ท�ำให้ฉันร้สู ึกประทบั ใจมาก
ฉันจะตั้งชื่อเรียงความเร่ืองน้ีว่า “เทือกเขา
มติ รภาพ”
100 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั