เวลาสั้น ๆ แต่ร้อยล้านความทรงจำ
เดก็ หญิงนูรฮดี ายะห์ อูมา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ โรงเรยี นอตั ตรั กยี ะห์อสิ ลามียะห์
อ�ำเภอเมอื งนราธิวาส จังหวดั นราธิวาส
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉนั 101
102 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
ความทรงจ�ำที่แสนส้ัน แต่ยังคงจ�ำและคิดถึง
ยังคงอยากรูว้ า่ ณ ตอนนเ้ี ธอเป็นอยา่ งไร
เวลาสน้ั ๆ ทฉี่ นั กลา่ วไวก้ ค็ อื ชว่ งเวลาทโ่ี รงเรยี น
ปิดเทอมใหญ่ในเดือนเมษายน เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉัน
และครอบครวั ไดเ้ ดนิ ทางไปบา้ นของคณุ ลงุ ซง่ึ เปน็ มสุ ลมิ
ท่ีไปอยู่ในหมู่บ้านไทยพุทธในจังหวัดระยอง เพราะต้อง
ไปทำ� งานในบริษทั แห่งหน่ึงทนี่ น่ั
ในหมู่บ้านนนั้ มแี ต่คนไทยพทุ ธ มแี ตส่ ตั ว์เลยี้ งท่ี
จับต้องไม่ได้ ห่างไกลจากเสียงอาซาน (อาซานคือการ
ประกาศเชิญชวนละหมาดเมอื่ ถึงเวลาละหมาด) ค�ำถาม
แรกทีผ่ ดุ ขึ้นมาในหวั ก็คอื ฉันจะอยูไ่ ด้ไหม ตัง้ สามเดือน
เลยนะ ฉันจะสามารถเป็นเพื่อนกับคนที่น่ีได้หรือเปล่า
ฉันจะอยไู่ ดอ้ ยา่ งไรในเมือ่ เราต่างกันมาก
แต่แล้วในเวลาที่อากาศแจ่มใส ร่มเย็น สดชื่น
และสบาย ฉนั ไดเ้ ดนิ ออกมาจากรว้ั บา้ น เพอ่ื ไปสดู อากาศ
บริสุทธิ์ในสวนสาธารณะหลังหมู่บ้าน ในระหว่างทางที่
ก�ำลังเดินก็ได้เจอกับคนต่างศาสนาคนหนึ่ง เธอเป็นคน
ไทยพุทธ เป็นเด็กผู้หญิงผมยาว ผิวไม่ขาวและไม่ด�ำ
พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั 103
แต่ดูรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์ เธอน่าจะอายุเท่ากับฉันคือ
ประมาณสิบสองปี การพูดการจาของเธอช่างไพเราะ
เสนาะหู
เธอเดนิ เขา้ มาทักวา่ “ก�ำลังจะไปไหนหรอื ”
แปลกไหมคะ คนทีไ่ ม่เคยรจู้ กั กนั มากอ่ น คนที่
ไมเ่ คยแมแ้ ตจ่ ะเหน็ หนา้ กนั มากอ่ น กลบั มาทกั ดว้ ยคำ� พดู
แบบนี้
เมอ่ื ไดเ้ ดินไปดว้ ยกัน คุยกนั ไปเรือ่ ย ๆ ท�ำให้ฉนั
รู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น แตฉ่ นั กย็ ังไม่วายถามเธอด้วย
ความสงสยั วา่
“เราสามารถเป็นเพือ่ นกันไดห้ รอื เปล่า”
เธอตอบว่า “ทำ� ไมจะไม่ได้ละ่ มนษุ ย์ทุกคนที่
เกิดมาบนโลกใบนี้ ย่อมตอ้ งการเพอ่ื นกนั ท้ังน้นั อยทู่ วี่ ่า
เราจะเปิดใจรับเพ่อื นทีน่ ับถือศาสนาอื่นไดห้ รือเปล่า”
เธอหนั มายม้ิ ใหฉ้ ัน และพดู ต่อไปว่า
“แม้เราจะต่างกันที่
ศาสนา แตฉ่ ันเชอ่ื วา่ เรามีอย่าง
หนึ่งท่ีเหมือนกันคือความรัก
ฉนั พรอ้ มทจี่ ะใหค้ วามรกั แกเ่ ธอ
เหมอื นทีใ่ หแ้ กท่ ุกคน”
ค�ำตอบของเธอท�ำให้
ฉันรู้สึกว่าจะไม่โดดเดี่ยวอีก
ต่อไป ฉันดีใจมาก ๆ ท่ีเธอบอก
104 พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉัน
แบบน้นั ถา้ ฉันได้เป็นเพื่อนกบั เธอ ฉันจะต้องมีความสุข
และไดร้ บั ขอ้ คดิ ดี ๆ แน่นอน
เมื่อเดินไปจนถึงสวนสาธารณะหลังหมู่บ้าน
ภาพแรกท่ีเห็นคือมีผู้คนต่างศาสนามาอยู่ร่วมกัน มา
ออกก�ำลงั กายดว้ ยกัน เปน็ ภาพทฉ่ี นั เหน็ แลว้ หุบย้มิ ไม่ได้
จริง ๆ เป็นเหมือนส่ิงมหัศจรรย์อย่างหน่ึงท่ีผู้คนนับถือ
ศาสนาต่างกัน แต่อยู่ร่วมกันได้ แถมพวกเขามีการพูด
คยุ ถงึ สารทกุ ขส์ กุ ดบิ ของกนั และกนั ยมิ้ กนั ไป หวั เราะกนั
ไปชวนใหฉ้ นั รสู้ กึ ไดว้ า่ ถงึ ตา่ งศาสนาแตก่ ม็ หี วั ใจเดยี วกนั
เป็นหว่ งกันและผูกพันกัน
เหมือนคนท่ีอยูข่ ้าง ๆ ฉนั ณ ตอนน้ี เธอเป็น
เพียงเด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนง่ึ ซ่งึ ไม่ได้มีเวทมนตร์
อะไร แต่เธอเป็นค�ำตอบของค�ำถามที่ขึ้นต้นด้วยค�ำว่า
“ท�ำไม” ของฉนั ทงั้ หมด
ในเช้าวนั ต่อมา ฉันตน่ื ขึ้นมาละหมาดซุบฮี (ละ-
หมาดซุบฮีคือ การละหมาดใน
เวลาย�่ำรุ่ง) และได้มองผ่านทาง
หน้าต่างบานเล็ก ๆ ในห้องนอน
ภาพท่ีเห็นคือ คนไทยพุทธหลาย
ครอบครัวพร้อมใจกันมาท�ำบุญ
ตักบาตร ฉันจึงเกิดค�ำถามว่า
ท�ำไมตอ้ งตักบาตร
เม่ือไดเ้ จอกับเธอ ค�ำถาม
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉนั 105
แรกของฉนั ก็คือ “ท�ำไมตอ้ งตกั บาตร”
เธอมองมาทางฉนั แลว้ ตอบวา่ “การตกั บาตรคอื
การท�ำบุญอย่างหนึ่งของชาวพุทธ และเป็นประเพณีท่ี
สืบทอดกันมาต้ังแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธเช่ือว่า
บญุ ตา่ ง ๆ ทเ่ี ราทำ� สามารถอทุ ศิ ใหแ้ กญ่ าตพิ นี่ อ้ งทลี่ ว่ งลบั
ไปแลว้ ไดด้ ้วย”
ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ฉันอาศัยอยู่ท่ีน่ัน
เธอและฉันมกั มกี จิ กรรมแลกเปลีย่ นกันอยูบ่ อ่ ยคร้งั
วนั หน่งึ เธอชวนฉนั ไปดูประเพณวี ันสงกรานต์
เธอบอกกับฉันวา่ “มาเถอะ ไม่เล่น แต่มาดกู ไ็ ด้
ฉนั รูด้ ีวา่ ศาสนาอิสลามหา้ มไมใ่ หเ้ ข้าร่วม”
เม่ือฉันได้เห็นภาพของการเล่นน�้ำสงกรานต์
ท�ำให้ฉันนึกถึงการเล่นน้�ำสงกรานต์ที่ถนน ณ นคร ใน
อำ� เภอเมืองนราธวิ าสบา้ นฉัน มผี คู้ นมากมายหลายเช้ือ-
ชาติมารวมตัวเล่นน�้ำสงกรานต์ด้วยกัน เป็นภาพที่เห็น
แลว้ ท�ำให้ยมิ้ ได้ และร้สู กึ สนกุ ไปกบั พวกเขาท้งั ๆ ทีไ่ มไ่ ด้
เล่น แตแ่ คน่ ี้ก็มคี วามสขุ มาก ๆ แล้ว
นอกจากนี้ เรายงั คยุ กนั ถงึ เรอ่ื งอาหารของคนใต้
กับคนอีสาน เธอบอกวา่ อาหารใตอ้ ร่อยมาก โดยเฉพาะ
ผัดสะตอกงุ้
ทกุ คร้ังท่ีเราพูดถงึ เรอื่ งการทำ� อาหาร ฉนั มักจะ
นึกถึงตลาดบางนาคที่นราธิวาส เป็นตลาดหน่ึงอยู่ใน
ต�ำบลที่ฉันเกิด ตลาดนี้มีการแบ่งโซนการขายอย่าง
106 พหุวฒั นธรรมบ้านฉัน
ชัดเจนระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม แต่คนไทยพุทธ
ก็สามารถมาซื้อฝั่งมุสลิมได้ และท่ีส�ำคัญแม้ว่าในตลาด
จะมีการแบ่งโซน แต่แม่ค้าทุกคนก็มีความสัมพันธ์กันดี
และอยดู่ ้วยกนั อย่างปรองดอง
เพ่ือนคนน้ี...ท�ำให้ฉันรู้สึกถึงความต่างท่ีไม่
แตกแยก รู้ซ้ึงถึงศาสนาที่แตกต่างกันแต่ก็มีบางอย่างที่
เหมอื นกัน
ทุกครั้งท่ีพูดถึงเพ่ือนคนน้ี น้�ำตาก็จะไหลออก
มาอยา่ งอตั โนมตั ิ ดว้ ยความทฉี่ นั คดิ ถงึ และอยากเจอกบั
เธออีกครัง้ อยากคุย อยากเล่น อยากจะถามเหมือนเดิม
แต่……….
เม่ือฉันเดินทางกลับมานราธิวาสเพียงหนึ่ง
สปั ดาห์ ฉนั ไดท้ ราบขา่ ววา่ เธอประสบอบุ ตั เิ หตทุ ไ่ี มค่ าด
คิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น ในขณะที่เธอก�ำลังเดินทางกลับ
บา้ นเกดิ ทจ่ี งั หวดั สกลนคร
เธอจะรู้ไหมวา่ ฉนั คิดถึงเธอแคไ่ หน ถา้ ขอพรได้
ฉนั ก็อยากจะใหเ้ ธอกลบั มา แต่มันคงเปน็ ไปไมไ่ ด้
ขอบคุณนะ...เพื่อนรกั
เธอท�ำให้ฉันได้เข้าใจถึงความต่างที่ชัดเจน
ทุก ๆ ครง้ั ทีค่ ำ� ถามผดุ ขึ้นมาในหัวของฉนั ฉันจะถามเธอ
ตรง ๆ ตลอด และเธอกพ็ รอ้ มตอบตลอด ตอบในแบบท่ี
ทำ� ให้ฉันเข้าใจได้ง่าย ๆ และหายสงสัย
ถงึ แมก้ ารรจู้ กั กบั เธอในครง้ั นนั้ จะเปน็ เวลาสน้ั ๆ
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน 107
แต่เธอก็ท�ำให้ฉันได้เรียนรู้เก่ียวกับความต่างของศาสนา
แม้เราจะนับถือคนละศาสนากัน แต่ก็ไม่ใช่ก�ำแพงท่ีจะ
แบ่งแยกเราจากกัน เช่นเดียวกับพหุวัฒนธรรมบ้านฉัน
ท่ีแม้จะมีความหลากหลายทางวิถีชีวิต ศาสนา และ
วฒั นธรรมประเพณี แตเ่ รากส็ ามารถอยู่ร่วมกันไดอ้ ยา่ ง
มีความสุข เคารพในกันและกัน
จ�ำได้ไหม เธอเคยบอกฉันว่า ถึงแม้เราจะต่าง
ศาสนา ตา่ งความเชอ่ื แตเ่ ราก็อยรู่ ่วมกันได้ เพราะ...
“...เรามีอย่างหนึ่งท่ีเหมือนกันคือความรัก ฉัน
พรอ้ มที่จะให้ความรกั แกเ่ ธอเหมือนทใ่ี ห้แกท่ กุ คน”
108 พหุวัฒนธรรมบา้ นฉนั
รอมฎอนแสนสุข
เดก็ หญิงกอนีตะฮ์ มายิ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ โรงเรยี นอตั ตรั กยี ะห์อสิ ลามียะห์
อำ� เภอเมืองนราธวิ าส จงั หวดั นราธวิ าส
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั 109
110 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
แต่ละศาสนาจะมีหลักปฏิบัติท่ีแตกต่างกัน
ในศาสนาอิสลามจะมีหลักปฏิบัติหน่ึงท่ีส�ำคัญคือ การ
ปอซอในเดือนรอมฎอน
การปอซอคอื การถอื ศลี อดหรอื การบวช โดยชาว
มุสลิมทุกคนจะต้องอดอาหาร อดเครื่องด่ืม ต้ังแต่เวลา
เช้ามืดก่อนได้ยินเสียงอาซานซุบฮีจนถึงตอนเย็นที่ได้ยิน
เสยี งอาซานละหมาดมฆั รบิ ยกเวน้ เดก็ ๆ สตรที มี่ ปี ระจำ�
เดือน และสตรหี ลังคลอดไม่ตอ้ งปอซอ
รอมฎอนคือเดือนท่ีประเสริฐที่สุดส�ำหรับชาว
มุสลิม เดือนนี้มุสลิมทุกคนจะต้องปอซอเป็นเวลาหนึ่ง
เดือน และในตอนกลางคนื ของเดือนนจ้ี ะมกี ารละหมาด
ตะรอเวียะห์
ในตอนตสี ามของเดอื นรอมฎอนวนั แรก คณุ แม่
จะตื่นมาท�ำอาหาร (ซาโฮร) ส�ำหรับการปอซอของพวก
เรา พอถงึ ตสี ค่ี ณุ แมจ่ ะมาปลกุ ฉันและพ่นี ้องของฉนั เพ่ือ
พหุวัฒนธรรมบ้านฉัน 111
ไปรบั ประทานอาหาร พอรงุ่ เชา้ คณุ พอ่ ของฉนั กจ็ ะเตรยี ม
ตวั ไปเชือดววั เพ่อื ท�ำการค้าขาย
พ่อของฉันท�ำอาชีพค้าขายเน้ือวัวในเดือน
รอมฎอน โดยมีคุณแมค่ อยเปน็ ผชู้ ว่ ย
โรงเรียนของฉัน (อัตตัรกียะห์อิสลามียะห์) จะ
หยุดทุก ๆ วนั ศกุ ร์ ฉนั จงึ กลับบา้ นตอนเย็นวันพฤหสั บดี
ของทุก ๆ สัปดาห์ (บ้านฉันอยู่ท่ีต�ำบลดุซงญอ อ�ำเภอ
จะแนะ จังหวัดนราธิวาส) และไปชว่ ยคณุ พอ่ คณุ แมข่ าย
เนอ้ื ววั ในวนั ศุกร์
บรรยากาศตอนเชา้ เมอ่ื คณุ พอ่ ของฉนั ไปตงั้ รา้ น
เพื่อขายเนื้อวัว ยังไม่ทันต้ังร้านเสร็จก็จะมีผู้คนท้ังชาว
ไทยมสุ ลมิ และชาวไทยพทุ ธมารอซ้ือ
ถึงเวลากลางวันคุณพ่อต้องไปละหมาดญุมอัต
(ละหมาดวนั ศกุ ร์ เปน็ การละหมาดทบ่ี งั คบั ตอ่ ผชู้ ายมสุ ลมิ
ทุกคนที่บรรลุนิติภาวะ โดยจะเร่ิมละหมาดต้ังแต่อ่าน
คตุ บะห์ (ธรรมกถา) และละหมาดเสรจ็ เวลาบา่ ยโมงคร่งึ
โดยประมาณ)
คุณพ่อจึงสั่งให้ฉันและคุณแม่ดูแลร้านต่อ ใน
ช่วงน้ีจะมีคนไทยพุทธท่ีมาขายไม้บางส่วนเดินทางกลับ
บา้ น (ที่ขายไมอ้ ยดู่ า้ นหลงั ร้านขายเนื้อของพอ่ ประมาณ
๑๐๐ เมตร) และมบี างส่วนทีแ่ วะซือ้ เนือ้ วัวหรือแวะพกั
ผอ่ นก่อนจะกลบั บา้ น
หลังจากคุณพ่อละหมาดญุมอัตเสร็จประมาณ
112 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั
บ่ายสองโมงก็จะมาขายตอ่ ระหวา่ งทค่ี ุณพ่อคณุ แม่และ
ฉันก�ำลังขายเนื้ออยู่ก็จะมีคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิม
มานั่งพบปะกนั
ในบางวันที่ร้านของคุณพ่อมีน้�ำมะพร้าวอ่อน
คณุ พ่อก็จะใหค้ นไทยพุทธนำ� ไปดม่ื บา้ ง และในบางวนั ที่
มพี ที่ หารมาเดนิ ส�ำรวจหมบู่ ้านแถวน้ัน พี่ทหารกจ็ ะแวะ
ซอ้ื เน้อื หรือไม่กแ็ วะพดู คุยกับคณุ พ่อของฉนั ทำ� ใหฉ้ ันได้
พูดคุยกบั พ่ีทหารชาวไทยพทุ ธดว้ ยเช่นกนั
พอฉันไดเ้ หน็ บรรยากาศแบบนแ้ี ล้วก็มคี วามสุข
และมพี ลังทีจ่ ะช่วยคณุ พอ่ คุณแมท่ �ำงานต่อไป
ในหนงึ่ เดอื นไมใ่ ชว่ า่ จะขายเนอ้ื ววั ไดห้ มดทกุ วนั
เน้ือวัวท่ีเหลือจากการขายในบางวัน คุณพ่อก็จะให้คุณ
แมท่ ำ� อาหาร เชน่ ซปุ ไปใหค้ นทมี่ าละหมาดตะรอเวยี ะห์
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั 113
ในเวลากลางคืนได้รับประทานในเวลาพักระหว่าง
ละหมาด (ละหมาดตะรอเวียะห์คือ การละหมาดยาม
ค่�ำคืนในเดือนรอมฎอนด้วยมีศรัทธาต่อพระเจ้า และมี
ความบริสุทธิ์ใจเพ่ือที่จะได้รับการอภัยโทษจากบาปที่
ผา่ นมา)
ซึ่งน่ีก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งในเดือนรอมฎอน
ท่ีท�ำให้ฉันมีความสุข โดยเฉพาะการได้เห็นคนท่ีมา
ละหมาดตะรอเวียะห์ได้กินอาหารฝีมือแม่อย่างมีความ
สขุ
สำ� หรบั ฉนั คนเราจะมคี วามสขุ ได้ ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ ง
มองไปไกล ๆ แคม่ องสง่ิ ดี ๆ รอบตวั กท็ ำ� ใหม้ คี วามสขุ แลว้
114 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉัน
พื้นท่ีสีแดง (ที่แอบแฝงด้วยสิ่งดี ๆ)
นางสาวมสุ ตานฟี า มะซง
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ โรงเรียนรม่ เกลา้
อ�ำเภอยง่ี อ จงั หวัดนราธิวาส
พหุวฒั นธรรมบ้านฉนั 115
116 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
เมอ่ื พดู ถงึ สามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ หลายคน
อาจจะมองว่าเปน็ พ้นื ทีต่ อ้ งห้าม เป็นพน้ื ทีอ่ ันตราย หรอื
เปน็ พนื้ ทที่ ่ขี ีดเส้นสีแดงเอาไว้ เน่อื งจากการกอ่ ความไม่
สงบ การพลัดพรากชีวติ ของผบู้ รสิ ุทธิ์ แต่จะมสี กั กค่ี นที่
สามารถมองทะลุสิ่งร้าย ๆ และอันตรายเหล่าน้ัน จน
สามารถรบั ร้ถู งึ ความสวยงามและสง่ิ ดี ๆ ของพ้นื ทแ่ี ห่งนี้
ไดอ้ ย่างลกึ ซง้ึ ทสี่ ดุ
สามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ พื้นที่สุดปลายดา้ ม
ขวานของไทยนี้มีความสวยงามทางธรรมชาติ มีศิลป-
วัฒนธรรมท่ีหลากหลาย มีผู้คนใช้ชีวิตตามแนวทางของ
แต่ละศาสนา แต่ละความเชื่อ และมีการอย่อู าศยั รว่ มกนั
ในความแตกตา่ งนน้ั ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ซงึ่ ถอื วา่ เปน็ พน้ื ที่
ทน่ี า่ ค้นหาและน่าสนใจอยา่ งยิง่
ฉันคือเยาวชนคนหน่ึงท่ีเกิดและเติบโตมาใน
เขตพ้ืนท่ีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือ “จังหวัด
นราธวิ าส” จงั หวดั ทเี่ ตม็ ไปดว้ ยผคู้ นมากมายหลายเชอื้ ชาติ
ศาสนา ความเช่ือ หลากหลายวิถีชีวิต หลากหลาย
ประเพณีและวัฒนธรรม เช่น การรวมตัวกันของชาว
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั 117
มุสลิมที่มัสยิดในวันรายอ วันอีด เพื่อพบปะพูดคุยและ
เฉลิมฉลองหลังจากเดือนบวช การเข้าสุหนัต การกวน
อาซูรอ และอีกหลากหลายประเพณี ในแตล่ ะครง้ั ทีช่ าว
มุสลิมจัดงานต่าง ๆ ไม่ได้มีแค่ชาวไทยมุสลิมกลุ่มเดียว
หรอกนะที่เข้าร่วม แต่จะมีท้ังชาวไทยพุทธ ชาวไทย
เชื้อสายจีนมาร่วมด้วย ซึ่งต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าท่ีเป็น
เอกลักษณอ์ ยา่ งผา้ บาตกิ ผ้าทอ ผ้าไทย ท่ตี ัดทำ� เป็นชดุ
ที่สวยงาม เป็นช่วงเวลาท่ีทุกคนต่างมีความสุขในความ
หลากหลาย
ฉนั เกดิ มาและอาศยั อยทู่ ี่หมูบ่ า้ นบระเอง็ ต�ำบล
มะรือโบตก อ�ำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทีน่ มี่ ที ั้งคน
ไทยเช้ือสายจีน ไทยพุทธ ไทยมุสลิม อาศัยอยู่ร่วมกัน
อย่างสงบสุข มีการช่วยเหลือกันในยามทุกข์ มีการ
เอ้ือเฟอ้ื เผื่อแผต่ ่อกนั ไมเ่ อาเปรียบกัน พูดรวม ๆ คืออยู่
ร่วมกันได้อย่างมคี วามสุขมาก ๆ
เมื่อภาคเรียนท่ี ๑ ท่ีผ่านมา ถ้ามีเวลาว่างใน
วนั เสาร-์ อาทติ ย์ ฉนั จะตามนา้ สาวไปทท่ี ำ� งาน นา้ ของฉนั
ทำ� งานอยู่ทค่ี ลินิกแหง่ หนึ่งในอ�ำเภอระแงะ ทุกครงั้ ท่ีมา
118 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉัน
ทนี่ ี่ ฉันเห็นภาพท่อี ยตู่ รงหนา้ ภาพท่ี
คนไข้ต่างศาสนาก�ำลังถามถึงความ
เจ็บไข้ได้ป่วยของกันและกันว่าเป็น
อะไร ทำ� ไมถงึ มาหาหมอ แมจ้ ะไมเ่ คย
รูจ้ กั กนั ก็ตาม เป็นสงิ่ ที่มองแลว้ สัมผัส
ได้ถึงความห่วงใยที่มีต่อกัน จนท�ำให้
ฉันรสู้ ึกอุ่นใจ
พอตอนเที่ยง ฉันก็จะออกไปซ้ือข้าวท่ีร้านของ
ปา้ ชาวไทยพทุ ธคนหนงึ่ แตเ่ ปน็ ฝมี อื ของชาวไทยมสุ ลมิ ท่ี
ปา้ เขาจา้ งมา แสดงวา่ ปา้ ใหเ้ กยี รตแิ ละเคารพการนบั ถอื
ศาสนาของผู้อื่น เช่นเดียวกับเจ้าของคลินิกท่ีน้าฉัน
ท�ำงานด้วย เพราะแพทยเ์ ปน็ คนไทยเชื้อสายจีน แตเ่ ขา
ก็รับคนไทยมุสลิมเข้าท�ำงานด้วย และในช่วงเทศกาล
ต่าง ๆ ก็จะมีการเอาขนมของเทศกาลน้ัน ๆ มาฝากกัน
ฉันภูมิใจเหลือเกินที่ได้เกิดมาในสังคมท่ีมีความ
หลากหลายและมนี ำ้� ใจต่อกันเชน่ น้ี
ในช่วงปดิ เทอมทผ่ี า่ นมา ฉันได้มีโอกาสไปเท่ียว
บา้ นของนา้ ซึง่ อยูท่ อี่ �ำเภอเบตง จังหวดั ยะลา ในวนั แรก
ท่ีเดินทางไป ฉันไม่รู้หรอกนะว่าท่ีนั่นจะน่าอยู่หรือไม่
แต่เม่ือได้อยู่แล้ว ฉันสามารถรับรู้ถึงความเป็นอยู่ใน
ความหลากหลายของผคู้ นทม่ี นี ำ�้ ใจตอ่ กนั มคี วามเออื้ เฟอ้ื
เผอ่ื แผ่ต่อกัน ถึงจะมีความเชือ่ ทแี่ ตกต่างกันก็ตาม
ช่างมีความสขุ เหลอื เกิน
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉัน 119
คนื หนง่ึ ฉนั ไดไ้ ปนงั่ ดม่ื ชาในรา้ นทอี่ ยใู่ กลก้ บั บา้ น
ของน้า ฉันเห็นคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิมที่มาดื่ม
น�้ำชาก�ำลังน่ังคุยกันอย่างมีความสุข มีเสียงหัวเราะท่ี
น่าประทับใจมาก จนฉันต้องย้ิมตามอย่างสุขใจท่ีได้เห็น
ภาพนี้
ฉันอดท่ีจะถามน้าไม่ได้ว่า “เขาคุยกันแบบน้ี
ทุกวันเลยหรอื คะ”
นา้ ตอบว่า “ใช่”
น้ายังบอกอีกว่า คนที่นี่อยู่กันอย่างสงบสุข
เพราะไมม่ ีใครล่วงเกินสิทธข์ิ องใคร
เมอื่ ฟงั นา้ พดู แลว้ ฉนั รสู้ กึ วา่ ความแตกตา่ งไมไ่ ด้
ทำ� ใหผ้ คู้ นตอ้ งแตกแยก แตม่ นั คอื สที มี่ าแตง่ แตม้ จนกลาย
เป็นลวดลายท่ีสวยงาม
สามจงั หวดั ชายแดนภาคใตไ้ มไ่ ดน้ า่ กลวั เสมอไป
อย่างน้อยก็ยังมีเร่ืองราวดี ๆ ท่ีทุกคนสร้างขึ้นมาให้คน
อ่ืนไดร้ วู้ า่ เรามคี วามสขุ ที่ไดเ้ กิดมาในพืน้ ที่แห่งนี้
เมอื่ มคี วามสขุ กย็ อ่ มมคี วามทกุ ข์ มคี นรกั กย็ อ่ ม
มีคนเกลียด เพราะฉะน้ันเมื่อมีความแตกต่างก็ย่อมมี
ความเหมือนอยู่เช่นกัน แต่อยู่ท่ีว่าเราจะสามารถมอง
เข้าไปในความแตกต่างนั้น จนรับรู้ถึงความเหมือนท่ี
แอบแฝงอยไู่ ดม้ ากนอ้ ยเพียงใด
120 พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน
ชุมชนของฉัน
นางสาวอาวาตี แวมามะ
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนรม่ เกล้า
อำ� เภอย่ีงอ จังหวัดนราธวิ าส
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉนั 121
122 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
ฉันเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านกือดือปัน ต�ำบล
ละหาร อำ� เภอยี่งอ จงั หวดั นราธวิ าส ในต�ำบลของฉนั มี
คนนับถือศาสนาอสิ ลามมากกวา่ ศาสนาพุทธ
ทุก ๆ ปี ต�ำบลของฉันจะมีการจัดกีฬาภายใน
ต�ำบล และในปีนี้ก็มีการจัดเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เป็น
กีฬาที่มีผู้เข้าร่วมต้ังแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น จนถึงวัย
ผู้ใหญ่ ไม่ได้มีเฉพาะชาวไทยมุสลิมเท่าน้ัน แต่ยังมีชาว
ไทยพทุ ธดว้ ย
ฉันหันไปมองรอบ ๆ งาน เห็นผู้คนเยอะมาก
มีซุ้มขายของมากมาย ซมุ้ ขายขนม เคร่อื งดื่ม ซุม้ เลน่ เกม
แล้วยังมีการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ อย่างวอลเลย์บอล
ฟตุ บอล กฬี าพน้ื บา้ นอยา่ งชกั เยอ่ และกฬี าอน่ื ๆ มากมาย
ให้พวกเราไดส้ นุกสนานกัน
ตอนเที่ยง ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปกินอาหาร
และปฏบิ ตั ิศาสนกจิ ฉันกเ็ ปน็ หนึง่ ในนัน้
ช่วงบ่าย เราก็มาร่วมกิจกรรมกนั ตอ่ ฉันไดเ้ หน็
ชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมเล่นกีฬาด้วยกันโดยมี
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ถึงแม้ว่าการแต่งกายจะไม่
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั 123
เหมอื นกนั แตก่ ็เปน็ เสนห่ ์อย่างหนง่ึ ทำ� ให้น่ามอง
จบเกมแล้ว เกมเล่า แต่ทุกคนก็ยังไม่เหนื่อย
ยังจะมแี รงทจ่ี ะเลน่ กีฬาและเชยี ร์กนั ต่อไปได้
จนถึงตอนเย็น ผู้คนจึงค่อย ๆ ทยอยกันกลับ
บา้ น
นอกจากเล่นกีฬาแล้ว ในตอนกลางคืนก็จะมี
งานบนั เทิง มีการเล่นดนตรีเพอื่ ให้ทกุ คนไดร้ น่ื รมย์กัน
ฉันได้เห็นบรรยากาศท่ีชาวไทยพุทธและชาว
ไทยมสุ ลมิ อยดู่ ว้ ยกนั โดยไมเ่ กย่ี งเรอ่ื งศาสนา และสามารถ
รวมตวั เปน็ หน่งึ เดียวกนั ได้
124 พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน
แปลกหน้าแต่ไม่แปลกใจ
นางสาวรอดิยะฮ์ อามะ
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ โรงเรียนตันหยงมัส
อำ� เภอระแงะ จงั หวัดนราธิวาส
พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉัน 125
126 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
แสงแดดส่องมาทางหน้าต่างส่ีเหลี่ยม พร้อม
ลมเยน็ ๆ พดั เขา้ มาทางขวาของห้อง ม. ๓/๓ โรงเรยี น
ตันหยงมัส เสียงตะโกนโหวกเหวกมาจากทางขวามือ
ของฉัน คือเสยี งอะไรกนั นะ
ฉันลุกข้ึนจากเก้าอ้ี และเดินไปหากลุ่มนั้นด้วย
ความสงสยั
“พวกเธอคยุ เรื่องอะไรกนั หรือ” ฉนั ถาม
“พวกเราก�ำลังนัดจะไปดูหนังกัน วันเสาร์น้ีที่
ยะลา ไปดว้ ยกันไหม”
ฉันเงียบและเลือกจะไม่ตอบค�ำถามเพื่อน แล้ว
เดินกลับไปท่ีโต๊ะ
ฉนั หนั ไปถามเพ่ือนท่นี ง่ั ขา้ ง ๆ วา่
“เธอจะไปไหม”
เพ่ือนของฉันตอบตกลง ฉันจึงตัดสินใจจะไป
เทีย่ วกับกลมุ่ เพอ่ื น
เมอ่ื ถงึ วนั พฤหสั บดซี ง่ึ เปน็ วนั ทช่ี มุ ชนตนั หยงมสั
เปิดตลาดถนนคนเดิน โดยเปิดบริการต้ังแต่ ๑๕.๐๐ –
๒๑.๐๐ น. หลงั ออกจากโรงเรยี น ฉนั ขบั รถมอเตอรไ์ ซค์
พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั 127
แวะตลาดถนนคนเดิน เพ่ือหาซ้ือเส้ือผ้าที่จะใส่ไปดู
ภาพยนตร์ ณ จงั หวัดยะลา
พอเขา้ ตลาดกเ็ จอรา้ นขายไอตมิ ผดั อาหารชนดิ
น้ีลักษณะเน้ือสีคล้ายไมโล แต่ไอติมผัดจะพิเศษกว่า
ไอติมอนื่ ๆ เพราะเวลากินจะมไี อนำ้� ออกจากปาก เวลา
พน่ ไอน้ำ� ออกมากค็ ล้าย ๆ มงั กรพ่นไฟ ฉนั ยืนมองวธิ ที �ำ
ไอติมผัดอย่างเพลิดเพลินจนรู้สึกหิว น�้ำลายเกือบไหล
จึงจ�ำเป็นต้องควักเงินจากกระเป๋าสตางค์ย่ีสิบห้าบาท
ยน่ื ให้แมค่ า้
หลังจากนั้น ฉันก็มุ่งไปยังร้านขายเสื้อผ้าร้าน
หนึ่งเพื่อซื้อเสื้อเชิ้ตสีขาว เป็นร้านที่ไม่ค่อยมีผู้คน
เพราะฉันจะสามารถเลือกเส้ือผ้าได้อย่างเต็มที่ และ
จ่ายค่าสินค้าได้เร็วขึ้น ปกติถ้าร้านใดมีคนจ�ำนวนมาก
จะตอ้ งเขา้ แถวในการจา่ ยคา่ สนิ ค้า ซงึ่ อาจท�ำให้ฉนั กลบั
ถงึ บา้ นช้า
เมื่อหาซื้อเส้ือ
ได้ตามต้องการแล้ว
ฉันก็รีบเดินออกจาก
รา้ น แตห่ ลังจากเดนิ ไป
ได้เพียงไม่ก่ีก้าว ฉันก็
เห็นผู้ชายวัยกลางคน
ใส่กะปิเยาะห์บนหัว
(หมวกท่ีผู้ชายนับถือ
128 พหุวฒั นธรรมบ้านฉนั
ศาสนาอสิ ลามสวมใสต่ อนละหมาดและในชวี ติ ประจำ� วนั )
ก�ำลังเข็นวีลแชร์ของเด็กชายคนหน่ึงซึ่งถือกระดาษแผ่น
หนึง่ เขยี นว่า
“ผมจ�ำเป็นจะต้องใชเ้ งนิ จำ� นวนหนึง่ เพื่อการ
ผา่ ตดั ”
ท�ำให้ฉันนึกถึงตัวเองทันที เพราะฉันเป็นคนไม่
รู้จักพอ พระเจ้าให้แค่นี้ แต่ฉันอยากได้มากกว่าน้ัน
ในขณะที่บางคนต้องการเพียงให้พ้นจากความป่วยไข้
ไมไ่ ดอ้ ยากไดอ้ ะไรมากมายเลย
ในขณะทฉ่ี นั กำ� ลงั คดิ อยู่ จู่ ๆ กม็ หี ญงิ สาวผมยาว
ผวิ ขาวดง่ั ไขม่ กุ ยนื่ กลอ่ งขา้ วหมกและแกว้ นำ�้ หวานใหแ้ ก่
เด็กชายคนน้นั ส่อื ไดว้ า่ เดก็ ชายก�ำลังไดร้ ับความสขุ จาก
นางฟ้า ฉนั จึงเดินออกจากสถานการณ์ทนั ที เพราะกลวั
ถูกมองว่ายุ่งเร่ืองของคนอื่น แต่มันเป็นสิ่งที่ดีอย่างหน่ึง
คือ “ผู้คนในตันหยงมสั ไมเ่ คยแลง้ น้�ำใจ”
ยิ่งใกล้วันเสาร์ ฉันกลับ
รู้สึกว่าไม่อยากจะไปเที่ยวแล้ว
เพราะไม่รู้จะไปท�ำไม จนถึงคืน
วนั ศกุ ร์ เปน็ คนื ทฉ่ี นั ตอ้ งตดั สนิ ใจ
แล้วว่าจะไปหรือไม่ไป ในท่ีสุด
ฉันก็เปิดประตูตู้เสื้อผ้าและน�ำ
กระปุกออมสินออกมาทุบ ปรากฏ
ว่ามีเงินพอที่จะไปชมภาพยนตร์
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉัน 129
ฉันจงึ รีบรีดเสื้อผา้ เตรียมออกเดินทางในวนั รงุ่ ข้นึ
“อัลลอฮุอักบัร อลั ลอฮุอักบรั …”
เสียงอาซานจากมัสยิดของก�ำปงกาลิซาดังข้ึน
ท�ำให้ฉนั สะดุง้ ขึ้นมาทันที
เมอื่ คนื ฉนั ตน่ื เตน้ กบั การเดนิ ทางมาก นงั่ ครนุ่ คดิ
นน่ั โนน่ นี่ คดิ แมก้ ระทง่ั วา่ พอจะมที วี่ า่ งบนรถไฟไหม แต่
แล้วตอนฉันหลับ ความฝันก็ตอบฉันว่า ฉันต้องยืน
ท่ามกลางผู้คนมากมาย และท่ีส�ำคัญฉันต้องดมกลิ่น
รกั แรด้ ้วย เพราะตวั เองอย่ทู า่ มกลางคนท่ตี ัวสงู ๆ
ตน่ื เชา้ ฉนั ไมไ่ ดค้ ดิ อะไรมากกบั ความฝนั รบี เอา
น้�ำละหมาด ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวจนเรียบร้อย และมุ่ง
หนา้ สสู่ ถานรี ถไฟตนั หยงมสั ดว้ ยรถมอเตอรไ์ ซคค์ วามเรว็
พอสมควร เมอื่ ถงึ จดุ หมายกพ็ บเพอ่ื น ๆ ทนี่ ดั กนั ไว้ และ
เห็นผู้คนมากมายก�ำลังรอขึ้นรถไฟ ฉันโชคดีที่ถึงสถานี
ประมาณสองนาทกี อ่ นท่รี ถไฟจะมาถงึ
เมื่อรถเข้าจอดเทียบชานชาลาเรียบร้อยแล้ว
ฉันและเพื่อน ๆ จึงรีบข้ึนไปยังขบวนรถเพ่ือหาที่นั่ง
แต่แลว้ ความฝนั ของฉันก็เป็นจรงิ ท่ีนัง่ ไมว่ า่ ง เตม็ ไปดว้ ย
ผู้คน ฉนั รีบมองหาคนตัวสงู วา่ ฉันจะต้องรับกรรมอยา่ งที่
ความฝันบอกไว้หรือเปล่า ได้ยินเสียงเพ่ือนเรียกและ
บอกว่าโบก้ีถัดไปมีท่ีน่ังว่างเยอะ ฉันจึงไม่รอช้ารีบเดิน
ตามเพอื่ น ๆ ไปทนั ที และไดน้ ่งั ตรงขา้ มกับผู้ชายสูงอายุ
คนหนึ่งซ่ึงนั่งอยู่คนเดยี ว ฉนั จงึ ชวนเพอื่ นมานง่ั ด้วยกัน
130 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉนั
ฉันทักทายลุง ฉันเรียกผู้ชายคนน้ันว่า “ลุง”
ตลอดส่ีสิบห้านาทีโดยประมาณจากสถานีตันหยงมัสถึง
สถานียะลา ฉันพูดคุยกับลุงตลอดทาง ลุงเป็นคนต่าง
ศาสนาที่ใจดีมากคนหน่ึง เมื่อฉันถามอะไรลุงก็จะตอบ
ดว้ ยความเตม็ ใจ เสยี งตลกขบขนั พาใหก้ ารเดนิ ทางครง้ั น้ี
มีความสุขมาก ๆ
มีช่วงหน่ึงของการสนทนา ลุงได้บอกฉันและ
เพอื่ น ๆ ว่า ตง้ั แต่เด็ก ๆ ลุงตอ้ งเจอกบั ค�ำดถู กู มากมาย
เจอปญั หา อปุ สรรค หลายครง้ั ทล่ี งุ ทอ้ แท้ แตเ่ มอื่ มองไป
ยงั ผอู้ น่ื กเ็ หน็ วา่ มอี กี หลายคนทปี่ ระสบปญั หาเหมอื นกนั
กับเรา แต่เขาก็สามารถต่อสู้กับปัญหานั้นได้ เราก็เป็น
คนเช่นเดียวกับเขา ท�ำไมเราถงึ ทำ� ไม่ได้ละ่
ฉันคุยไปคุยมากับลุงอย่างเพลิดเพลินจนถึงจุด
หมายปลายทาง ทำ� ใหฉ้ นั กบั ลงุ ตอ้ งจากกนั ไป โดยทเ่ี รา
ตา่ งเปน็ คนแปลกหน้าตอ่ กัน แต่เราก็พดู คยุ กนั ได้อยา่ งมี
ความสุข ท�ำให้ฉันได้รับประสบการณ์ใหม่ท่ีมีเงิน
สกั เทา่ ไรก็หาซอ้ื ไมไ่ ด้
ในชีวิตประจ�ำวัน คนเราย่อมพบกับส่ิงต่าง ๆ
มากมาย และไม่สามารถกำ� หนดชะตาชีวติ ของตนเองวา่
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉนั 131
จะเลอื กเกดิ อยา่ งไร เหตกุ ารณท์ ไ่ี ดพ้ บเดก็ ผชู้ ายในตลาด
ทำ� ใหฉ้ นั รจู้ กั การเพยี งพอในตวั เอง และขอบคณุ พระเจา้
ที่ท�ำให้ฉันได้พบกับคนแปลกหน้าบนรถไฟ ท�ำให้บาง
ความคดิ เปลย่ี นไปในทางทดี่ ี และมกี ำ� ลงั ใจในการใชช้ วี ติ
132 พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉนั
แตกต่างแต่ไม่แตกแยก
เดก็ หญงิ เอวลนิ พลประเสรฐิ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๑ โรงเรียนตันหยงมัส
อำ� เภอระแงะ จังหวดั นราธิวาส
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉัน 133
134 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
แสงแดดยามเช้าส่องเล็ดลอดผ่านทางริม
หน้าต่าง ท�ำให้ฉันต้องลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แล้วรีบตรงไป
อาบน�้ำ เพือ่ จะไปโรงเรียนใหท้ ัน
ปกตฉิ นั ไมก่ นิ ขา้ วเชา้ ทบ่ี า้ น เพราะวา่ ฉนั เปน็ คน
ทตี่ น่ื สายจนบางครง้ั เกอื บไปโรงเรยี นไมท่ นั และคงไมพ่ น้
เสยี งบน่ จากพอ่
เม่ือถึงโรงเรียน ฉันก็รีบไปซ้ือข้าวกินเพื่อเติม
พลังก่อนเป็นอันดับแรก เพราะอาหารเช้าเป็นส่ิงส�ำคัญ
ส�ำหรับฉนั มาก
ฉนั ไมค่ อ่ ยมเี พอ่ื นมากนกั เพราะไมค่ อ่ ยสงุ สงิ กบั
ใคร แต่ถึงอยา่ งไร ฉันก็มีเพ่อื นสนทิ อย่างมาน เราสนทิ
กันมากจนเรียกว่าเพื่อนรักก็ว่าได้ เราสองคนนับถือ
ศาสนาต่างกนั แต่นิสัยคล้ายคลงึ กนั ชอบอะไรเหมือน ๆ
กัน เวลามีปัญหาเราก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะ
เป็นปญั หาเล็กหรอื ปญั หาใหญ่
เวลาทบี่ า้ นฉนั จดั งานตามประเพณี มานกม็ าชว่ ย
จัดของ ช่วยท�ำขนมโดยไมล่ งั เล ฉนั ก็ไมล่ ืมทจี่ ะขอบคุณ
พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั 135
และแบง่ ปนั ขนมแกม่ านดว้ ย ถา้ มโี อกาสฉนั กจ็ ะชว่ ยมาน
อย่างเต็มท่ีเหมือนกัน ในวันรายอฉันจะไปช่วยมานท�ำ
ขนมตูปะ ฉันชอบกินตูปะมาก ๆ และมานก็แบ่งให้ฉัน
ด้วย ฉันดีใจอย่างสุดซ้ึง เพราะอยากน�ำไปให้คนใน
ครอบครวั กินดว้ ย
หลังจากเลิกเรียนฉันก็กลับมากวาดบ้านเพราะ
มันเปน็ หนา้ ท่ขี องฉัน ไม่สิ! พ่อสง่ั ให้ทำ� มากกวา่
ครอบครวั ฉนั มสี คี่ นคอื พอ่ แม่ นอ้ งชาย และฉนั
พ่อเป็นคนอุบลราชธานี ส่วนแม่เป็นคนพัทลุง แต่ฉัน
กลับพดู ภาษาใต้กับภาษาอสี านไมไ่ ด้ ทง้ั ๆ ท่ีพอ่ และแม่
พดู ได้ ซงึ่ ฉนั เองกแ็ ปลกใจเหมอื นกัน
พ่อเปรียบเหมือนเสาหลักของบ้าน พ่อท�ำงาน
อยู่คนเดียว โดยท�ำงานรบั จา้ งในรา้ นของเถ้าแก่ แม้เงนิ
เดือนอาจจะไม่มากนักและงานอาจจะเหนื่อยหน่อย
แต่พอ่ ก็ไม่เคยทอ้ แถมเถ้าแก่กใ็ จดกี ับพ่อมากด้วย
136 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉัน
เถ้าแก่เป็นคนจีนแต่พูดภาษาไทยได้ชัดมาก ๆ
จนฉันอ้ึงไปเลยทีเดียว เม่ือถึงวันตรุษจีน เถ้าแก่ก็จะให้
อนิ ทผลมั กบั ขนมเขง่ แกพ่ อ่ เสมอ และในวนั ปใี หมเ่ ถา้ แก่
ก็จะให้จับสลากของขวัญ ซึ่งปีนี้พ่อของฉันจับได้หม้อ
หุงขา้ วด้วย
บ้านฉันอยู่ในสวนเล็ก ๆ แต่ไม่ใช่สวนของ
ครอบครวั ฉนั หรอกนะ เปน็ สวนของคนอน่ื เจา้ ของสวน
ใจดมี าก ถงึ ขนั้ ใหเ้ อาผลไมใ้ นสวนมากนิ ได้ แตเ่ รากไ็ มใ่ ช่
เอาแต่กนิ หรอกนะ เราช่วยกนั ดแู ลสวนใหเ้ ขาด้วย
ฉันไม่ค่อยออกจากบ้าน เว้นแต่นัดไปท�ำงาน
กับเพอ่ื นหรอื ไปทำ� กิจกรรมทโี่ รงเรยี น นจ่ี งึ เปน็ เหตุผลท่ี
ฉนั ไม่ค่อยมเี พอ่ื นสักเทา่ ไร
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉนั 137
ปีที่ผ่านมาในเดือนตุลาคม ฉันได้ไปเข้าค่ายที่
จงั หวัดสงขลา เป็นคา่ ยพัฒนาเยาวชนต้นแบบเติมความ
หวงั สสู่ งั คม (ชมุ ชนฮาราปนั ) เปน็ คา่ ยทฉ่ี นั ปลาบปลมื้ มาก
มีนกั เรยี นจากโรงเรียนต่าง ๆ ไม่คุน้ หนา้ คุน้ ตามาเข้าค่ายนี้
ไม่กี่นาทีฉันก็รู้จักทุกคนหมดแล้ว การเข้าค่ายคร้ังนั้น
ท�ำให้ฉันมีเพ่ือนมากมาย ฉันดีใจมากจนบอกไม่ถูก
เลยละ่
ส่ิงท่ีฉันบอกมาทั้งหมดน้ีเป็นส่ิงที่ฉันปลาบปลื้ม
ใจ นกึ ถงึ ทไี รกย็ มิ้ ขนึ้ มาทนั ที แมว้ า่ เราจะมคี วามแตกตา่ ง
ทางด้านเช้ือชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่พวกเราก็
สามารถอยู่ดว้ ยกันอยา่ งมีความสุข
138 พหวุ ัฒนธรรมบ้านฉนั
ท�ำเนียบผ้เู ข้ารว่ มคา่ ยเยาวชน
สานฝันนกั เขยี น “พหวุ ฒั นธรรมบา้ นฉัน”
ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓
รุ่นท่ี ๑ ระดับประถมศกึ ษา
ระหวา่ งวันที่ ๘ - ๑๐ มกราคม ๒๕๖๓
ณ โรงแรมตันหยง อำ� เภอเมืองนราธวิ าส
จังหวดั นราธวิ าส
พหุวฒั นธรรมบ้านฉัน 139
๑. โรงเรยี นเทศบาล ๔ (บา้ นทรายทอง) อ�ำเภอสุไหงโก-ลก
จงั หวัดนราธวิ าส
(๑) นายมฮ�ำมดั ไซเอก เจะ๊ ยา ครูผู้ควบคุม
(๒) เด็กหญิงธญั ลกั ษณ์ ละสุวรรณ นกั เรยี น
(๓) เด็กหญงิ ณัฐฑติ า หนูแกว้ นักเรียน
(๔) เดก็ หญิงนูรอาซีฟา สะมะแอ นักเรียน
(๕) เดก็ หญงิ อามาดยี า อาแว นักเรียน
(๖) เดก็ ชายแวอมั รี เจะ๊ แวสนงุ นักเรยี น
๒. โรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก อำ� เภอสไุ หงโก-ลก ครผู ู้ควบคุม
จงั หวัดนราธวิ าส นกั เรยี น
นกั เรียน
(๑) นางสาวศิริวรรณ มาลยารมย ์ นักเรียน
(๒) เด็กชายอภินนั ท์ พรหมมานพ นักเรียน
(๓) เด็กหญิงชลธชิ า หนิ้ สกลุ
(๔) เด็กชายนัสรูลดีน มะแซ
(๕) เด็กหญงิ นัซนนี เจะ๊ อาลี
140 พหุวฒั นธรรมบ้านฉัน
๓. โรงเรียนแหลมทองวทิ ยา อำ� เภอระแงะ จังหวดั นราธวิ าส
(๑) นายพสิ ิทธิ์ ขวญั ดี ครูผคู้ วบคมุ
(๒) เด็กชายฟดี าอยี ์ สาและ นักเรยี น
(๓) เดก็ หญิงอฟั ซา อีซอมซู อ นกั เรยี น
(๔) เด็กหญิงอัฟณตี า ยะโก๊ะ นกั เรยี น
(๕) เดก็ หญงิ นิอามาลีนา สาและ นักเรียน
(๖) เดก็ หญิงสไู ฮบะห์ ดอเลาะ นักเรียน
(๗) เดก็ ชายนฟิ ัดลัน ตเี ยา๊ ะ นักเรียน
๔. โรงเรียนบา้ นเขาแกว้ อ�ำเภอระแงะ จงั หวดั นราธวิ าส
(๑) นางสาวอนสุ รา อัสมะแอ ครูผคู้ วบคมุ
(๒) เด็กหญิงฮัยฟะ อับดลุ รอมัน นกั เรียน
(๓) เดก็ หญิงนิกสั มา กูเดง็ นักเรยี น
(๔) เดก็ หญงิ นูรฟาเดียร์ หะยีมูซอ นักเรียน
(๕) เด็กหญงิ นรู ฟาเดยี สะร ี นักเรียน
พหวุ ัฒนธรรมบ้านฉัน 141
๕. โรงเรียนบา้ นแปะ๊ บุญ อ�ำเภอบาเจาะ จงั หวดั นราธวิ าส
(๑) นางสาวรสุ มานงิ เจะลอ ครผู ูค้ วบคมุ
(๒) เด็กหญิงฟลู มยี ์ สามะสา นกั เรยี น
(๓) เด็กหญิงนูรอามนี ี มาหะมะ นกั เรยี น
(๔) เดก็ หญงิ อัลวาณีย์ วาน ิ นักเรยี น
(๕) เด็กหญงิ วาลาดัยณี ยเี ฮง็ นักเรียน
๖. โรงเรยี นราชประสงค์ อ�ำเภอเจาะไอร้อง จงั หวัดนราธวิ าส
(๑) นางฟาศลิ า มะมงิ สตาปอเยาะ ครูผคู้ วบคุม
(๒) เดก็ หญงิ อมุ มลิ อรั ฟะห์ วาจ ิ นักเรียน
(๓) เดก็ หญิงแวอาตกี ะห์ เจ๊ะมิ นักเรียน
(๔) เดก็ หญงิ อสั มี อีแต นกั เรียน
(๕) เดก็ หญงิ แวรอบีอะห์ แวดือราแม นักเรยี น
142 พหุวฒั นธรรมบา้ นฉัน
๗. โรงเรยี นราษฎร์วทิ ยา อ�ำเภอเมืองนราธิวาส จงั หวดั นราธิวาส
(๑) นางสาวจริ าณี ลันจา ครผู คู้ วบคุม
(๒) เด็กหญิงฟาเดยี ร์ สาและ นักเรียน
(๓) เดก็ หญิงอนศิ รา แวมูดอ นักเรยี น
(๔) เดก็ หญิงนูรไอนี สะมะแอ นักเรียน
(๕) เด็กหญงิ อายูณีย์ อาแว นักเรยี น
(๖) เด็กหญิงฟริ ดาว สอื น ิ นักเรียน
(๗) เดก็ หญงิ นูรอาซกี มี เจ๊ะโวะ นักเรยี น
๘. โรงเรยี นเทศบาล ๓ (บา้ นยะกัง) อำ� เภอเมอื งนราธวิ าส
จงั หวัดนราธิวาส
(๑) นางสุพดิ า มูสิกิ้ม ครผู คู้ วบคมุ
(๒) เดก็ หญงิ สุนีดา มาสแกว้ นกั เรยี น
(๓) เด็กหญงิ อสั มาร์วาตี ดดี ิ นกั เรยี น
(๔) เด็กชายมฮู มั หมดั ฟาฮนั สาแม นกั เรียน
(๕) เดก็ มูฮมั หมัดอสิ กนั ดา มามะ นกั เรียน
พหุวัฒนธรรมบา้ นฉนั 143
144 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน 145
146 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน 147
148 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั
พหวุ ัฒนธรรมบา้ นฉัน 149
150 พหวุ ฒั นธรรมบ้านฉนั