The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดกรมธรรม์ 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ohochutikarn, 2022-10-03 04:08:27

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดกรมธรรม์ 2565

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดกรมธรรม์ 2565





ประกาศโรงเรยี นวดั กรมธรรม์
เรอื่ ง ให้ใช้หลกั สูตรโรงเรยี นวดั กรมธรรม์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

(ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช 2565)
………………………………….

ตามท่ีโรงเรยี นวัดกรมธรรม์ สังกดั สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1
ไดด้ ำเนินการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดกรมธรรม์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๓)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเอกสารประกอบหลกั สูตรข้ึน
เพื่อกำหนดใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี นวัดกรมธรรม์

โดยโรงเรียนวัดกรมธรรม์ ได้จัดทำและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน
คือ กำหนดมาตรฐานการเรียนรูเ้ ป็นเปา้ หมายในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อใหผ้ ้เู รียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน
การเรียนรูท้ ่ีกำหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน มุ่งพัฒนาผ้เู รียนทุกคนให้มีความสมดลุ
ทงั้ ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ยดึ มน่ั ในการ
ปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน
รวมทง้ั เจตคติ ที่จำเปน็ ต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และการศกึ ษาตลอดชีวติ โดยม่งุ เน้นผเู้ รียน
เปน็ สำคัญบนพืน้ ฐานความเช่ือวา่ ทุกคนสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ

ท้ังนี้ หลักสูตรโรงเรียนวัดกรมธรรม์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา
ข้ันพื้นฐาน เม่ือวันท่ี 2 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5 จึงประกาศให้ใชห้ ลักสตู รโรงเรยี นตั้งแต่บัดนี้
เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

( นายจเร ดอนอยู่ไพร ) ( นางฐรินดา โตเขียว )
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กรมธรรม์

โรงเรยี นวัดกรมธรรม์

คำนำ

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำส่ัง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้
เปลย่ี นแปลงมาตรฐาน การเรียนรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบบั
ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมคี ำส่งั ใหโ้ รงเรียนดำเนนิ การใช้หลกั สูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ใน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ และ ๔ ต้งั แตป่ ีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เปน็ หลักสูตรแกนกลางของประเทศ
โดยกำหนดจดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเปา้ หมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน
มีพฒั นาการเต็มตามศักยภาพ มคี ุณภาพและมีทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ เพอื่ ให้สอดคล้องกบั
นโยบายและเปา้ หมายของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน

โรงเรยี นวัดกรมธรรม์ จงึ ไดท้ ำการปรับปรุงหลักสูตรของสถานศึกษาโรงเรียนวดั กรมธรรม์
(ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖5) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ในกลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุม่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา
ศาสนา และวัฒนธรรม เพ่ือนำไปใช้ประโยชน์และเปน็ กรอบในการวางแผนและพฒั นาหลกั สตู ร
ของสถานศึกษาและจดั การเรียนการสอน โดยมเี ป้าหมายในการพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน ใหม้ กี ระบวน
การนำหลักสตู รไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวสิ ยั ทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การ
วัดประเมินผล ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรยี นสามารถกำหนด
ทิศทางในการจัดทำหลักสูตรการเรยี นการสอนในแต่ละระดบั ตามความพร้อมและจดุ เน้น โดยมีกรอบ
แกนกลางเป็นแนวทาง ทชี่ ดั เจนเพือ่ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วามพรอ้ มในการกา้ วสู่สงั คม
คณุ ภาพ มีความรู้ อยา่ งแท้จริงและมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชวี้ ัดทกี่ ำหนดไว้ในเอกสารเล่มนี้ ช่วยทำให้หนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ ง
ในทุกระดบั เห็นผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะ
สามารถช่วยให้หน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องในระดับท้องถน่ิ และสถานศึกษาร่วมกนั พัฒนาหลักสูตรไดอ้ ย่างม่นั ใจ
ทำให้ การจดั ทำหลักสตู รในระดบั สถานศกึ ษามคี ุณภาพและมีความเปน็ เอกภาพย่ิงขน้ึ อีกทง้ั ยงั ชว่ ยให้เกิด
ความชัดเจนเร่อื งการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศกึ ษา
ดังนั้น ในการพฒั นาหลักสูตรในทกุ ระดบั ตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพ
ตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั ทก่ี ำหนดไว้ในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน รวมทงั้ เป็น
กรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทกุ รูปแบบ และครอบคลุมผู้เรยี นทุกกลุ่มเป้าหมายในระดบั การศึกษา
ขั้นพืน้ ฐาน

การจดั หลกั สูตรการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทีค่ าดหวังได้ ทุกฝ่าย
ท่ีเก่ยี วข้องท้ังระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคล ต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงาน
อย่างเป็นระบบและต่อเน่ืองในการวางแผน ดำเนนิ การ ส่งเสรมิ สนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ
แกไ้ ข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปส่คู ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ทีก่ ำหนดไว้

งานวชิ าการโรงเรยี นวดั กรมธรรม์
1 พฤษภาคม 2565

สารบัญ หนา้

เร่อื ง 1
ประกาศการใช้หลกั สตู รของโรงเรยี นวดั กรมธรรม์ 1
คำนำ 3
สารบญั 3
องคป์ ระกอบท่ี 1 3
สว่ นนำ 4
วิสยั ทศั น์ 3
หลักการ 5
จุดมุ่งหมาย 6
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น 11
องคป์ ระกอบที่ 2 25
โครงสร้างหลกั สูตร 25
โครงสร้างเวลาเรยี น 103
มาตราฐานการเรยี นรู้ 103
องคป์ ระกอบที่ 3 118
คำอธบิ ายรายวิชา 118
องค์ประกอบที่ 4
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น 119
องค์ประกอบท่ี 5
เกณฑ์การจบการศกึ ษา
ภาคผนวก
คำสั่งแต่งตง้ั คณะกรรมการการจัดทำหลักสูตร

องค์ประกอบท่ี 1
สว่ นนำ

ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลกั สูตรการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔

ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและ
กรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถ
ในการแข่งขันในเวทีระดับโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๔) พร้อมกันน้ีได้ปรับกระบวนการพัฒนา
หลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ
ที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถิ่นและ
สถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร เพ่ือให้สอดคล้องกับสภาพ และ
ความต้องการของท้องถิ่น (สำนกั นายกรฐั มนตร,ี ๒๕๔๒)

จากการวิจัย และตดิ ตามประเมนิ ผลการใชห้ ลักสูตรในชว่ งระยะ ๖ ปีทผ่ี ่านมา (สำนกั วชิ าการและ
มาตรฐานการศึกษา, ๒๕๔๖ ก., ๒๕๔๖ ข., ๒๕๔๘ ก., ๒๕๔๘ ข.; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,
๒๕๔๗; สำนักผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล, ๒๕๔๘; สวุ ิมล ว่องวาณิช และ นงลักษณ์ วิรัชชัย,
๒๕๔๗; Nutravong, ๒๐๐๒; Kittisunthorn, ๒๐๐๓) พบว่า หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๔๔ มีจุดดีหลายประการ เช่น ช่วยส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษา ทำให้ท้องถิ่นและ
สถานศึกษามสี ่วนรว่ มและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลกั สูตรให้สอดคลอ้ ง กับความตอ้ งการของท้องถิ่น
และมีแนวคิดและหลักการในการส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผล
ก า ร ศึ ก ษ า ดั ง ก ล่ า ว ยั ง ไ ด้ ส ะ ท้ อ น ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ป ร ะ เ ด็ น ที่ เ ป็ น ปั ญ ห า แ ล ะ ค ว า ม
ไม่ชัดเจนของหลักสูตรหลายประการท้ังในส่วนของเอกสารหลักสูตร กระบวนการนำหลักสูตร
สู่การปฏิบัติ และผลผลิตที่เกิดจากการใช้หลักสูตร ได้แก่ ปัญหาความสับสนของผู้ปฏิบัติในระดับ
สถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่กำหนดสาระและผลการเรียนรู้
ท่ีคาดหวังไว้มาก ทำให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น การวัดและประเมินผลไม่สะท้อนมาตรฐาน ส่งผลต่อ
ปัญหาการจัดทำเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบโอนผลการเรียน รวมทั้งปัญหาคุณภาพ
ของผูเ้ รียนในดา้ นความรู้ ทักษะ ความสามารถและคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคอ์ ันยังไม่เปน็ ทนี่ ่าพอใจ

นอกจากนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ( พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๔)
ได้ช้ีให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในสังคมไทยให้ มีคุณธรรม
และมีความรอบรอู้ ย่างเท่าทัน ให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถ
ก้าวทันการเปล่ียนแปลงเพ่ือนำไปสู่สังคมฐานความรู้ได้อย่างมั่นคง แนวการพัฒนาคนดังกล่าวมุ่งเตรียม
เด็กและเยาวชนให้มีพ้ืนฐานจิตใจท่ีดีงาม มจี ิตสาธารณะ พร้อมทั้งมีสมรรถนะ ทักษะและความรู้พน้ื ฐานท่ี
จำเป็นในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแบบย่ังยืน (สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ, ๒๕๔๙) ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนา
เยาวชนของชาติเข้าสู่โลกยุคศตวรรษท่ี ๒๑ โดยมุ่งส่งเสริมผู้เรียนมีคุณธรรม รักความเป็นไทย ให้มีทักษะ



การคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ มีทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกับ
ผอู้ ื่นในสังคมโลกไดอ้ ย่างสนั ติ (กระทรวงศกึ ษาธิการ, ๒๕๕๑)

จากข้อค้นพบในการศึกษาวิจัยและติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๔๔ ที่ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ เก่ียวกับ
แนวทางการพัฒนาคนในสงั คมไทย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการใน การพัฒนาเยาวชนสู่ศตวรรษท่ี
๒๑ จึงเกิดการทบทวนหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เพ่ือนำไปสู่ การพัฒนา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่ีมีความเหมาะสม ชัดเจน ท้ังเป้าหมาย
ของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติในระดับเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาและสถานศึกษา โดยได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพ่ือใช้เป็นทิศทางในการจัดทำ
หลกั สูตร การเรียนการสอนในแต่ละระดบั นอกจากนน้ั ไดก้ ำหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี นข้ันตำ่ ของแตล่ ะกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปีไว้ในหลักสูตรแกนกลาง และเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเพิ่มเติมเวลาเรียนได้
ตามความพร้อมและจุดเน้น อีกท้ังไดป้ รับกระบวนการวัดและประเมินผลผู้เรียน เกณฑ์ การจบการศึกษา
แต่ละระดับ และเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และมี
ความชดั เจนตอ่ การนำไปปฏบิ ตั ิ

เอกสารหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ น้ี จัดทำขึ้นสำหรบั ท้องถิ่นและ
สถานศึกษาได้นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียน
การสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้ และ
ทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลง และแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเอง
อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานที่
เก่ียวข้องในทุกระดับเห็นผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึง
จะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่าง
มั่นใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตรในระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงข้ึน อีกทั้งยังช่วย
ให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่าง
สถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้อง
สะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัดทีก่ ำหนดไว้ในหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา
ข้นั พน้ื ฐาน รวมทงั้ เป็นกรอบทศิ ทางในการจดั การศึกษาทุกรปู แบบ และครอบคลุมผ้เู รยี น
ทกุ กลุ่มเป้าหมายในระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่าย
ทีเ่ กย่ี วข้องท้งั ระดับชาติ ชมุ ชน ครอบครวั และบคุ คลต้องร่วมรบั ผดิ ชอบ โดยรว่ มกันทำงานอย่างเป็นระบบ
และต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนา
เยาวชนของชาติไปสูค่ ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูท้ ก่ี ำหนดไว้



วสิ ยั ทศั น์
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดกรมธรรม์ มุง่ พัฒนาผูเ้ รียนทุกคนให้เปน็ มนุษย์ทม่ี ีความสมดุล ท้ัง

ดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม รกั ท้องถน่ิ มีจติ สำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก
ยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข มีความรู้และทักษะ
พื้นฐาน รวมท้ังเจตคติท่ีจำเป็นตอ่ การศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวิต โดยมุง่ เนน้
ผูเ้ รียนเป็นสำคญั บนพื้นฐานความเช่อื วา่ ทกุ คนสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ

หลกั การ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดกรมธรรม์ มหี ลกั การทีส่ ำคัญ ดังนี้
๑. เปน็ หลักสตู รการศึกษาเพ่ือความเปน็ เอกภาพของชาติ มีจดุ หมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เปน็ เปา้ หมายสำหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพืน้ ฐาน
ของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล
๒. เปน็ หลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ทปี่ ระชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และ
มคี ุณภาพ
๓. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สงั คมมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา ให้
สอดคล้องกบั สภาพและความต้องการของท้องถ่นิ
๔. เป็นหลกั สตู รการศึกษาทีม่ ีโครงสรา้ งยืดหยุน่ ทั้งดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรียนรู้
๕. เป็นหลกั สูตรการศึกษาท่ีเนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ
๖. เป็นหลกั สตู รการศกึ ษาสำหรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศยั ครอบคลมุ
ทุกกลุม่ เป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

จุดหมาย

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดกรมธรรม์ มงุ่ พัฒนาผู้เรียนให้เปน็ คนดี มีปัญญา มคี วามสขุ
มีศกั ยภาพในการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชพี จงึ กำหนดเปน็ จุดหมายเพ่ือให้เกดิ กับผู้เรียน เมอ่ื จบ
การศึกษาระดบั ประถมศึกษา ดังน้ี

๑. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มทพ่ี ึงประสงค์ เหน็ คุณคา่ ของตนเอง มีวนิ ยั และปฏบิ ตั ิตน
ตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือ ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี และมที ักษะชวี ิต
๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ที่ดี มสี ขุ นสิ ยั และรักการออกกำลงั กาย
๔. มีความรกั ชาติ มจี ิตสำนกึ ในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ยึดมนั่ ในวิถีชวี ิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข
๕. มีจิตสำนกึ ในการอนุรักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดล้อม
๖. มีจิตสาธารณะที่มงุ่ ทำประโยชน์และสร้างส่งิ ที่ดีงามในสงั คม และอยรู่ ่วมกันในสังคมอยา่ งมีความสขุ



สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

โรงเรยี นวัดกรมธรรม์ ม่งุ พฒั นานักเรยี นให้มีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังน้ี

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร เปน็ ความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวัฒนธรรมในการใช้
ภาษาถา่ ยทอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ ความรสู้ ึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลีย่ นขอ้ มูลข่าวสาร
และประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้งั การเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและ
ลดปญั หาความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ การเลือกรับหรือไม่รบั ข้อมูลข่าวสารด้วยหลกั เหตผุ ลและความถกู ต้อง
ตลอดจนการเลือกใช้วธิ ีการสื่อสาร ที่มปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ีมตี ่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพ่ือนำไปสกู่ ารสรา้ งองค์ความรหู้ รือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ
ท่เี ผชิญไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอ้ มลู สารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรมู้ าใช้ใน
การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา และมีการตดั สินใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทเ่ี กดิ ขึน้ ตอ่
ตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดำเนนิ ชวี ติ ประจำวัน การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนอ่ื ง การทำงาน และการอยู่รว่ มกนั
ในสังคมดว้ ยการสร้างเสรมิ ความสมั พันธ์อนั ดีระหว่างบคุ คล การจดั การปญั หาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อยา่ ง
เหมาะสม การปรบั ตัวให้ทนั กับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการร้จู กั หลีกเลีย่ ง
พฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านตา่ ง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรยี นรู้ การสื่อสาร การ
ทำงาน การแกป้ ัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

โรงเรยี นวัดกรมธรรม์ มงุ่ พฒั นานกั เรยี นให้มีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคส์ ำคญั 8 ประการ ดงั นี้

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต ๗. รักความเป็นไทย
๓. มีวินัย ๘. มจี ิตสาธารณะ
๔. ใฝ่เรียนรู้



องค์ประกอบท่ี 2
โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา

ระดับการศึกษา

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดกรมธรรม์ใชส้ ำหรับจดั การศกึ ษาในระดบั ประถมศึกษา
ปที ่ี ๑-๖ การศกึ ษาระดบั น้ีเป็นชว่ งแรกของการศึกษาภาคบังคับ มงุ่ เนน้ ทักษะพื้นฐานดา้ นการอ่าน
การเขียน การคิดคำนวณทักษะการคดิ พ้ืนฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรยี นรู้ทางสงั คม และพื้นฐาน
ความเปน็ มนษุ ย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบรู ณ์และสมดุลทง้ั ในดา้ นร่างกาย สตปิ ัญญา อารมณ์
สังคม และวัฒนธรรม โดยเน้นจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ

การจัดเวลาเรียน

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดกรมธรรม์ ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนสำหรบั กลุม่ สาระ
การเรยี นรู้ ๘ กลุม่ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นตามความพร้อมและจุดเนน้ โดยปรบั ให้เหมาะสมตามบริบท
ของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรยี นระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ – ๖ ดังนี้

จัดเวลาเรียนเปน็ รายปี ปีละ เกนิ ๑,0๐๐ ช่ัวโมง โดยมเี วลาเรยี นวันละ ไมเ่ กนิ ๕ ชว่ั โมง
โดยกำหนดใหผ้ ้เู รยี นเรยี นวิชาพน้ื ฐาน ๘80 ช่วั โมง/ปี วชิ าเพิม่ เติม 80 ชว่ั โมง/ปี กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
๑๒๐ ชั่วโมง/ปี รวมเวลาเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรเกนิ ๑,๐80 ชวั่ โมง/ปี

การจัดกจิ กรรมเสรมิ หลักสูตร เพ่ือให้ผเู้ รียนมีสมรรถนะและคุณลักษณะที่พงึ ประสงคต์ ามจดุ เน้น
ของโรงเรียนสอดคลอ้ งกบั ความต้องการของท้องถ่ิน โรงเรยี นจงึ ไดจ้ ดั กิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร ๒๐๐
ชั่วโมง/ปี โดยใหผ้ ้เู รียนเรียนกิจกรรมเสริมหลักสูตรประมาณวันละ ๑ ชัว่ โมง โดยมกี จิ กรรมดังนี้

๑. กิจกรรมพฒั นาทักษะการอา่ น เขยี น คำนวณคดิ วเิ คราะห์ และการสอ่ื สาร
๒. กิจกรรมพฒั นาดา้ นนาฏศิลป์ ดนตรี กีฬา
๓. กจิ กรรมพัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรม



โครงสร้างเวลาเรยี น

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดกรมธรรม์ กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรยี น ดังนี้

กล่มุ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น (ช่ัวโมง/ป)ี
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

• กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 200 200 200 200 200 200
ภาษาไทย

คณิตศาสตร์ 200 200 200 200 200 200

วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120 120 120 120 120 120

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ประวตั ศิ าสตร์
- ศาสนาศลี ธรรมจริยธรรม

- หนา้ ท่พี ลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชีวิต
- เศรษฐศาสตร์
- ภมู ิศาสตร์
- ต้านทจุ รติ

๖. สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๗. ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๘. การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๙. ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 160 160 160 160 160 160

รวมเวลาเรียนพ้นื ฐาน 880 880 880 880 880 880

• สาระการเรยี นรูเ้ พม่ิ เตมิ 40 40 40 40 40 40
ภาษาจนี 40 40 40 40 40 40
ภาษาไทย

• กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมแนะแนว

ลกู เสือยุว/บำเพ็ญประโยชน์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ชุมนมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน 120

รวมเวลาเรียนตามโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศึกษา 1080 1080



โครงสรา้ งหลกั สูตรช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑

รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น (ช่ัวโมง/ปี) หน่วยกติ

รายวิชาพน้ื ฐาน 200 5
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย 200 5
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80 2
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๘๐ ๒
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๑
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๑
พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๔๐ ๑
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี 160 4
ต ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
40 1
รายวชิ าเพ่ิมเติม 40 1
ต ๑๑๑๐๒ ภาษาจนี
ท 11102 ภาษาไทย ๔๐ ๑
๔๐ ๑
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว
ลูกเสือยุว/บำเพ็ญประโยชน์ ๑๒๐
ชุมนมุ 1080
รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
รวมเวลาเรียนตามโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา

หมายเหตุ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์จดั กิจกรรมรวมกับกจิ กรรมลูกเสือ-ยวุ กาชาด



โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒

รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง/ปี) หน่วยกติ

รายวชิ าพน้ื ฐาน 200 5
ท ๑2๑๐๑ ภาษาไทย 200 5
ค ๑2๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80 2
ว ๑2๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๘๐ ๒
ส ๑2๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๑
ส ๑2๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๑
พ ๑2๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๑
ศ ๑2๑๐๑ ศิลปะ ๔๐ ๑
ง ๑2๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี 160 4
ต ๑2๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
40 1
รายวชิ าเพ่ิมเติม 40 1
ต ๑2๑๐๒ ภาษาจนี
ท 12102 ภาษาไทย ๔๐ ๑
๔๐ ๑
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว
ลูกเสือยุว/บำเพ็ญประโยชน์ ๑๒๐
ชุมนมุ 1080
รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
รวมเวลาเรียนตามโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา

หมายเหตุ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์จัดกิจกรรมรวมกบั กจิ กรรมลูกเสอื -ยวุ กาชาด



โครงสรา้ งหลกั สูตรช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น (ช่ัวโมง/ปี) หน่วยกติ

รายวิชาพน้ื ฐาน 200 5
ท ๑3๑๐๑ ภาษาไทย 200 5
ค ๑3๑๐๑ คณิตศาสตร์ 80 2
ว ๑3๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๘๐ ๒
ส ๑3๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๑
ส ๑3๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๑
พ ๑3๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
ศ ๑3๑๐๑ ศิลปะ ๔๐ ๑
ง ๑3๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี 160 4
ต ๑3๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
40 1
รายวชิ าเพ่ิมเติม 40 1
ต ๑3๑๐๒ ภาษาจีน
ท 13102 ภาษาไทย ๔๐ ๑
๔๐ ๑
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว
ลูกเสือยุว/บำเพ็ญประโยชน์ ๑๒๐
ชุมนมุ 1080
รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
รวมเวลาเรียนตามโครงสรา้ งหลักสูตรสถานศกึ ษา

หมายเหตุ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์จดั กิจกรรมรวมกับกิจกรรมลูกเสอื -ยวุ กาชาด

๑๐

โครงสร้างหลกั สตู รชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง/ หน่วยกติ
ปี)
รายวชิ าพืน้ ฐาน 5
ท ๑4๑๐๑ ภาษาไทย 200 5
ค ๑4๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 200 2
ว ๑4๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 80 ๒
ส ๑4๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐ ๑
ส ๑4๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๑
พ ๑4๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
ศ ๑4๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐ ๑
ง ๑4๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๔๐ 4
ต ๑4๑๐๑ ภาษาอังกฤษ 160
1
รายวชิ าเพิ่มเติม 40 1
ต ๑4๑๐๒ ภาษาจีน 40
ท 14102 ภาษาไทย ๑
๔๐ ๑
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๔๐ ๑
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
ลูกเสอื ยุว/บำเพ็ญประโยชน์
ชมุ นุม ๑๒๐
รวมเวลาเรียนกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 1080
รวมเวลาเรยี นตามโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา

หมายเหตุ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ์ ดั กจิ กรรมรวมกบั กิจกรรมลูกเสือ-ยวุ กาชาด

๑๑

โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง/ หน่วยกติ
ปี)
รายวชิ าพืน้ ฐาน 5
ท ๑5๑๐๑ ภาษาไทย 200 5
ค ๑5๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 200 2
ว ๑5๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 80 ๒
ส ๑5๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐ ๑
ส ๑5๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๑
พ ๑5๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
ศ ๑5๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐ ๑
ง ๑5๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๔๐ 4
ต ๑5๑๐๑ ภาษาอังกฤษ 160
1
รายวชิ าเพิ่มเติม 40 1
ต ๑5๑๐๒ ภาษาจีน 40
ท 15102 ภาษาไทย ๑
๔๐ ๑
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๔๐ ๑
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
ลูกเสอื ยุว/บำเพ็ญประโยชน์
ชมุ นุม ๑๒๐
รวมเวลาเรียนกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 1080
รวมเวลาเรยี นตามโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา

หมายเหตุ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ์ ดั กจิ กรรมรวมกบั กิจกรรมลูกเสือ-ยวุ กาชาด

๑๒

โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖

รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรยี น (ชั่วโมง/ หน่วยกติ
ปี)
รายวชิ าพืน้ ฐาน 5
ท ๑6๑๐๑ ภาษาไทย 200 5
ค ๑6๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 200 2
ว ๑6๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 80 ๒
ส ๑6๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐ ๑
ส ๑6๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๑
พ ๑6๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
ศ ๑6๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐ ๑
ง ๑6๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๔๐ 4
ต ๑6๑๐๑ ภาษาอังกฤษ 160
1
รายวชิ าเพิ่มเติม 40 1
ต ๑6๑๐๒ ภาษาจีน 40
ท 16102 ภาษาไทย ๑
๔๐ ๑
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๔๐ ๑
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
ลูกเสอื ยุว/บำเพ็ญประโยชน์
ชมุ นุม ๑๒๐
รวมเวลาเรียนกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น 1080
รวมเวลาเรยี นตามโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา

หมายเหตุ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ์ ดั กิจกรรมรวมกบั กจิ กรรมลูกเสือ-ยวุ กาชาด

๑๓

มาตรฐานการเรียนรู้
การพัฒนาผเู้ รยี นให้เกดิ ความสมดลุ ต้องคำนึงถงึ หลักพัฒนาการทางสมองและพหปุ ัญญา

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน จงึ กำหนดใหผ้ ้เู รียนเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดงั นี้
๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์
๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา
๖. ศิลปะ
๗. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
๘. ภาษาตา่ งประเทศ

ในแตล่ ะกลุ่มสาระการเรยี นรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เปน็ เป้าหมายสำคัญของการพัฒนา
คณุ ภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนร้รู ะบสุ ิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏบิ ัตไิ ด้ มคี ุณธรรมจริยธรรม และคา่ นิยม
ท่พี งึ ประสงค์เมอื่ จบการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรู้ยงั เปน็ กลไกสำคัญ
ในการขบั เคลื่อนพัฒนาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรจู้ ะสะท้อนให้ทราบวา่ ต้องการอะไร
จะสอนอย่างไร และประเมนิ อย่างไร รวมท้ังเปน็ เคร่ืองมือในการตรวจสอบเพ่ือการประกันคุณภาพ
การศึกษาโดยใชร้ ะบบการประเมินคุณภาพภายในและการประเมนิ คุณภาพภายนอก ซ่งึ รวมถึง
การทดสอบระดบั เขตพนื้ ทกี่ ารศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพ
ดงั กล่าวเปน็ ส่ิงสำคญั ท่ชี ว่ ยสะท้อนภาพการจัดการศกึ ษาว่าสามารถพฒั นาผเู้ รียนใหม้ คี ุณภาพตามที่
มาตรฐานการเรียนรู้กำหนดเพยี งใด
ตวั ชี้วดั

ตวั ชี้วดั ระบุส่ิงท่ีนักเรยี นพึงรู้และปฏิบตั ิได้ รวมท้ังคุณลักษณะของผู้เรียนในแตล่ ะระดบั ชัน้
ซงึ่ สะท้อนถงึ มาตรฐานการเรยี นรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้
ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จดั การเรียนการสอน และเปน็ เกณฑ์สำคัญสำหรบั การวัด
ประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน

ตัวช้วี ัดชั้นปี เปน็ เป้าหมายในการพฒั นาผู้เรยี นแต่ละช้นั ปีในระดับการศึกษาช้ันประถมศึกษา
ปีท่ี ๑ - ๖ หลักสตู รได้มีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้วี ัด เพ่ือความเข้าใจและให้
สื่อสารตรงกัน ดังน้ี
ว ๑.๑ ป. ๑/๒

ป.๑/๒ ตวั ชวี้ ัดชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ขอ้ ที่ ๒
๑.๑ สาระท่ี ๑ มาตรฐานข้อท่ี ๑
ว กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

๑๔

สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย องคค์ วามรู้ ทกั ษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ ซึ่งกำหนดให้ผเู้ รียนทุกคนในระดบั การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานจำเปน็ ตอ้ งเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น ๘
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดังนี้

ภาษาไทย : ความรู้ ทกั ษะ คณติ ศาสตร์ : การนำความรู้ทักษะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี :
และวัฒนธรรมการใชภ้ าษา และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปใช้ การนำความรู้และกระบวนการทาง
เพ่อื การส่อื สาร ความชื่นชม ใน การแก้ปัญหา การดำเนินชีวติ วิทยาศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา
การเหน็ คณุ ค่าภมู ิปัญญาไทย และศึกษาต่อ การมีเหตมุ ผี ล มเี จตคติ
และภูมิใจในภาษาประจำชาติ ทด่ี ีตอ่ คณติ ศาสตร์ พัฒนาการคิด คน้ คว้าหาความรู้ และแก้ปัญหา
อยา่ งเป็นระบบและสรา้ งสรรค์ อย่างเป็นระบบ การคดิ อย่างเปน็
เหตุเปน็ ผล คดิ วเิ คราะห์
คิดสร้างสรรค์ และจติ
วิทยาศาสตร์

ภาษาตา่ งประเทศ : องค์ความรู้ ทกั ษะสำคัญ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม :
ความรูท้ ักษะ เจตคติ และ และคณุ ลกั ษณะ การอยู่รว่ มกนั ในสังคมไทยและสังคม
วัฒนธรรม การใช้ โลกอยา่ งสนั ติสุข การเปน็ พลเมอื งดี
ภาษาตา่ งประเทศในการสื่อสาร ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ศรทั ธาในหลักธรรมของศาสนา
การแสวงหาความรู้ ขน้ั พนื้ ฐาน การเห็นคณุ คา่ ของทรัพยากรและ
และการประกอบอาชีพ ส่ิงแวดลอ้ ม ความรักชาติ
และภูมิใจในความเปน็ ไทย

การงานอาชีพ : ความรู้ ศิลปะ : ความรู้และทักษะใน สขุ ศึกษาและพลศึกษา :
ทักษะ และเจตคติ การคดิ รเิ ร่มิ จนิ ตนาการ ความรู้ ทักษะและเจตคติในการ
ในการทำงาน การจดั การ สรา้ งสรรคง์ านศิลปะ สรา้ งเสริมสุขภาพพลานามยั ของ
การดำรงชีวิต การประกอบ สุนทรยี ภาพและการเหน็ ตนเองและผอู้ ่นื การป้องกนั และ
อาชีพ คุณค่าทางศิลปะ ปฏบิ ัตติ ่อส่งิ ต่าง ๆ ที่มผี ลต่อ
สุขภาพอย่างถกู วิธีและทกั ษะใน
การดำเนนิ ชีวติ

๑๕

ความสมั พนั ธข์ องการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดกรมธรรม์

วิสัยทัศน์
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั กรมธรรม์ มุ่งพฒั นาผูเ้ รยี นทกุ คนให้เปน็ มนษุ ย์ที่มีความสมดุล
ทัง้ ดา้ นร่างกาย ความรู้ คณุ ธรรม รักท้องถน่ิ มจี ติ สำนกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยดึ มนั่ ในการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข มีความรู้และทกั ษะพน้ื ฐาน รวมทง้ั
เจตคติที่จำเปน็ ตอ่ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมงุ่ เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
บนพน้ื ฐานความเชือ่ วา่ ทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ

จดุ หมาย
๑. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มทพี่ งึ ประสงค์ เหน็ คุณคา่ ของตนเอง มวี ินัยและปฏิบตั ิตนตาม
หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถอื ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๒. มีความรูอ้ ันเปน็ สากลและมคี วามสามารถในการสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี
และมที ักษะชวี ิต
๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ทีด่ ี มีสุขนิสยั และรักการออกกำลังกาย
๔. มคี วามรักชาติ มีจติ สำนึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวถิ ีชีวิตและ
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
๕. มจี ติ สำนึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย การอนรุ กั ษ์และพัฒนาสง่ิ แวดล้อม
มีจติ สาธารณะทม่ี ่งุ ทำประโยชนแ์ ละสรา้ งสง่ิ ท่ีดงี ามในสงั คม และอยู่ร่วมกนั ในสังคมอยา่ งมคี วามสุข

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๓. ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๒. ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๓. มวี นิ ัย
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง
๖. ม่งุ มั่นในการทำงาน
๗. รักความเปน็ ไทย

๘. มจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชวี้ ัด กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ๑.กิจกรรมแนะแนว
ประวัตศิ าสตร์ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ศลิ ปะ ๒.กิจกรรมนกั เรียน
การงานอาชีพ ภาษาตา่ งประเทศ ๓. กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ
ภาษาต่างประเทศ (สาระเพ่มิ เตมิ )
สาธารณประโยชน์

คุณภาพของผ้เู รียนระดบั ประถมศึกษา

๑๖

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรใู้ น ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
จำนวน ๖๗ มาตรฐาน ดังนี้

ภาษาไทย
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพ่อื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หา

ในการดำเนนิ ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี น เขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราว

ในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้า
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด
ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคุณคา่ และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จรงิ

๑๗

คณติ ศาสตร์
สาระท่ี ๑ จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนจากการดำเนินการของจำนวน

ผลท่ีเกิดขน้ึ การดำเนินการ สมบัตเิ กย่ี วกบั จำนวนไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจถึงและวิเคราะห์รูปแบบความสมั พนั ธ์ ฟงั กช์ ้นั ลำดับและอนุกรมและ

นำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชน้ ิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธ์ หรือช่วยแก้ปญั หา

ที่กำหนด
สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพื้นฐานเกีย่ วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิง่ ทตี่ อ้ งการวดั

และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ิของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์

ระหว่างรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ ระหวา่ งรูปเรขาคณิตและทฤษฏบี ท
ทางเรขาคณติ และนำไปใช้

สาระท่ี ๓ สถติ ิและความน่าจะเปน็
มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้ทางสถิตใิ นการแกป้ ัญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา้ ใจหลกั การนับเบื้องตน้ ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้

๑๘

วทิ ยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสิ่งไมม่ ีชีวติ กับ

สิ่งมีชวี ิต และความสมั พนั ธร์ ะหว่างสง่ิ มีชวี ิตและสิ่งมีชวี ติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ
การถา่ ยทอดพลงั งาน การเปล่ียนแปลงนเิ วศ ความหมายของประชากร
ปัญหาและผลกระทบทีมีตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม แนวทางในการ
อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ การแก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อมรวมทัง้ นำความรู้ไป
ใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของส่งิ มีชีวิต หนว่ ยพน้ื ฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเขา้ และ
ออกจากเซลล์ ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบต่าง ๆ ของ
สตั วแ์ ละมนุษยท์ ี่ทำงานสัมพันธก์ ัน รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
สารพนั ธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธกุ รรมทม่ี ีผลต่อส่ิงมชี ีวติ
ความหลากหลายทางชวี ภาพ และววิ ฒั นาการของส่งิ มชี วี ติ รวมทง้ั นำความรู้ไป
ใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบัติ

ของสสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหนยี่ วระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติ
ของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และ
การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชวี ติ ประจำวนั ผลของแรงท่กี ระทำต่อวตั ถุ
ลักษณะการเคล่อื นที่แบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน
ปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ิตประจำวัน ธรรมชาติ
ของคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ีเกีย่ วข้องกับเสียง แสง และคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภาพ
กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ิยะ รวมทงั้ ปฏสิ ัมพนั ธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะท่ี
สง่ ผลต่อสิง่ มชี ีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก รวมทงั้ ผลต่อสิง่ มชี วี ติ และสง่ิ แวดล้อม

๑๙

สาระที่ ๔ การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง ๔.๑ เขา้ ใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเคร่ืองใช้

หรือวธิ ีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ เลอื กใช้
เทคโนโลยีในทางสรา้ งสรรคต์ ่อชีวติ สงั คม ส่ิงแวดล้อม และมีสว่ นร่วมใน
การจัดการเทคโนโลยีที่ยง่ั ยืน
มาตรฐาน ง ๔.๒ วทิ ยาการคำนวณ
เข้าใจ เห็นคณุ คา่ และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสบื ค้นข้อมลู
การเรียนรู้ การส่ือสาร การแกป้ ญั หา การทำงาน และอาชีพอย่างมีประสิทธภิ าพ
ประสิทธผิ ล และมคี ุณธรรม

๒๐

สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม

มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื

ศาสนาท่ตี นนับถือและศาสนาอ่นื มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยดึ มน่ั และปฏิบัตติ าม

หลักธรรม เพอื่ อยู่ร่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข

มาตรฐาน ส ๑.๒ เขา้ ใจ ตระหนักและปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนทดี่ ี และธำรงรกั ษา

พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถอื

สาระที่ ๒ หนา้ ทพี่ ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสังคม

มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบตั ติ นตามหน้าทีข่ องการเปน็ พลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ีดงี าม และ

ธำรงรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวติ อยูร่ ว่ มกันในสังคมไทย และ

สังคมโลกอย่างสันติสุข

มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จุบัน ยดึ มน่ั ศรทั ธา และธำรง

รกั ษาไวซ้ ึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็

ประมุข

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน ส ๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภค การใช้

ทรพั ยากรท่ีมีอยู่จำกัดไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและคุ้มค่า รวมทง้ั เขา้ ใจหลักการ

ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอ่ื การดำรงชีวิตอย่างมดี ลุ ยภาพ

มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ และ

ความจำเปน็ ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก

สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้

วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณต์ า่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ

มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจั จุบัน ในด้านความสัมพันธแ์ ละ

การเปลีย่ นแปลงของเหตุการณอ์ ยา่ งต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ

วเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กดิ ขึน้

มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย มคี วามรกั

ความภมู ใิ จและธำรงความเป็นไทย

สาระที่ ๕ ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผล ต่อกัน

และกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแี่ ละเคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ ในการค้นหา
วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมลู ตามกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิ
สารสนเทศอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสมั พันธร์ ะหว่างมนษุ ย์กบั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพที่กอ่ ให้เกิด
การสรา้ งสรรค์วิถกี ารดำเนินชีวิต มีจติ สำนึกในการจัดการทรพั ย์กรทางธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ้ ม เพื่อการพฒั นาที่ยั่งยนื

๒๑

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
สาระท่ี ๑ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์

มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์

สาระท่ี ๒ ชีวติ และครอบครวั

มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมที ักษะในการดำเนิน

ชีวติ

สาระท่ี ๓ การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลน่ เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา

มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลังกาย การเลน่ เกม และการเลน่ กีฬา ปฏบิ ัติเป็นประจำอยา่ ง

สมำ่ เสมอ มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณใน

การแขง่ ขนั และชนื่ ชมในสนุ ทรียภาพของการกีฬา

สาระที่ ๔ การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค

มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคา่ และมีทกั ษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกัน

โรคและการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ

สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกนั และหลีกเลยี่ งปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อบุ ัตเิ หตุ การใช้

ยาสารเสพตดิ และความรุนแรง

๒๒

ศิลปะ สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ตามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
สาระท่ี ๑ ทัศนศิลป์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คณุ ค่างานทัศนศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคิดตอ่ งานศิลปะ
มาตรฐาน ศ ๑.๑ อยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่า
มาตรฐาน ศ ๑.๒ งานทศั นศลิ ป์ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ภูมิปัญญาไทยและ
สากล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณค่า
ดนตรี ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคดิ ต่อดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และประยุกต์
มาตรฐาน ศ ๒.๒ ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
สาระที่ ๓ นาฏศิลป์ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณคา่ ของ
มาตรฐาน ศ ๓.๑ ดนตรที เี่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล

มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คณุ คา่ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้
ในชวี ิตประจำวนั
เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของ
นาฏศิลปท์ เ่ี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาท้องถ่ิน ภมู ิปัญญาไทยและสากล

๒๓

การงานอาชพี
สาระที่ ๑ การดำรงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ

การจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะ
การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนึก
ในการใชพ้ ลังงาน ทรัพยากร และส่งิ แวดลอ้ ม เพ่ือการดำรงชวี ติ และครอบครวั

สาระท่ี ๒ การอาชีพ
มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจ มีทักษะที่จำเปน็ มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ

ใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ี่ดีตอ่ อาชพี

๒๔

ภาษาต่างประเทศ
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็

อยา่ งมีเหตผุ ล

มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรูส้ ึก

มาตรฐาน ต ๑.๓ และความคิดเหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งตา่ งๆ
โดยการพูดและการเขียน

สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้

อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ

มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของ
ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

สาระท่ี ๓ ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ่นื

มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเปน็

พืน้ ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน

สาระท่ี ๔ ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชุมชนและโลก

มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม

มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เคร่อื งมือพ้ืนฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ

และการแลกเปล่ียนเรียนรูก้ บั สังคมโลก

๒๕

องค์ประกอบท่ี 3
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
คำอธบิ ายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑
รหัสวิชา ท ๑๑๑๐๑ เวลา 200 ช่วั โมง

อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง และข้อความที่ประกอบด้วยคำ
พื้นฐาน คือคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คำ รวมท้ังคำท่ีใช้เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
ประกอบด้วย คำที่มีรูปวรรณยุกต์ และไม่มีรูปวรรณยุกต์ คำท่ีมีตัวสะกดตรงตามมาตราและไม่ตรงตาม
มาตรา คำท่มี ีพยญั ชนะควบกลำ้ คำท่ีมีอักษรนำ อ่านจบั ใจความจากสื่อต่าง ๆ และอ่านวรรณกรรมร้อย
แก้วและร้อยกรองสำหรับเด็กเช่น นิทาน เรื่องสั้นงา่ ย ๆ ปริศนาคำทาย บทอาขยาน บทรอ้ ยกรอง บท
ร้องเล่น บทเพลง วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น อ่านหนังสือตามความสนใจ และเหมาะสมกับวัย อ่ าน
เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆท่ีพบเห็นในชีวิตประจำวัน เคร่ืองหมายแสดงความปลอดภัยและแสดง
อันตราย คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามแบบอักษรไทย เขียนสื่อสารคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำ
พ้ืนฐานในบทเรียน คำคล้องจอง ประโยคง่าย ๆ ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานท่ีและบุคคล ฟัง
และปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำง่าย ๆ จับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สกึ จากเร่ืองที่ฟงั และดู
ทั้งท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง เช่นเร่ืองเล่าและสารคดีสำหรับเด็ก นิทาน การ์ตูน เร่ืองขบขัน พูด
สื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่นแนะนำตนเอง ขอความช่วยเหลือ กล่าวคำขอบคุณ กล่าวคำขอโทษ บอก
และเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ตแ์ ละเลขไทย สะกดคำแจกลูก และอ่านเป็นคำ การผันคำ แต่งประโยค
และตอ่ คำคล้องจองง่าย ๆ

โดยใช้ทักษะการอ่านออกเสียง อ่านจับใจความ การเขียน การฟัง การดู การพูด ตอบ
คำถาม แสดงความคิดเห็นสรุปขอ้ คดิ จากเรอื่ งทอี่ า่ นฟังและดูการทอ่ งจำบทอาขยานทกี่ ำหนดและสนใจ

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง นำความรู้และ
ข้อคิดท่ีได้จากการเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการอ่าน เขียน ฟัง ดู และพูด ใฝ่
เรียนรู้มีนิสัยรักการอ่าน รักความเป็นไทย มีความภาคภู มิใจในภาษาถ่ินในชุมชน หมู่บ้าน
ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและนิทาน ตำนานพ้ืนบ้าน

ตวั ชวี้ ัด รวม ๒๒ ตัวชว้ี ัด
มฐ.ท ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕ , ป.๑/๖ , ป.๑/๗ , ป.๑/๘
มฐ.ท ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
มฐ.ท ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
มฐ.ท ๔.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
มฐ.ท ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒

๒๖

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒
รหสั วิชา ท ๑๒๑๐๑ เวลา 200 ชั่วโมง

บอกความหมายของคำ คำคล้องจองข้อความและบทร้อยกรองง่าย ๆ บอกสาระสำคญั ของ
เรื่องท่ีฟังและดู บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์และเลขไทย วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง
สำหรับเด็กเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ข้อความ บทร้อยกรอง อ่านจับ
ใจความจากสื่อต่าง ๆ ตั้งคำถามและตอบคำถามจากเร่ืองท่ีอ่าน ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดจาก
เรื่อง แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่าน อ่านหนังสือตามความสนใจ อ่าน
ข้อเขียนเชิงอภิปรายและปฏิบัติตามคำสั่ง อ่านสะกดคำแจกลูกคำที่ตรงและไม่ตรงมาตราตัวสะกด ผัน
อักษรสูง กลางต่ำ คำท่ีมีตัวการันต์ คำควบกล้ำ อักษรนำ คำตรงข้าม คำรร คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม
บรรทัด ครง่ึ บรรทัด เขียนเรื่องสั้นตามประสบการณ์ ตามจินตนาการ ฟังและปฏบิ ัติตามคำแนะนำ จับ
ใจความและพูดแสดงความคิดเห็นความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟัง, ดู ทั้งท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง พูด
สอ่ื สารในชวี ิตประจำวัน แต่งประโยค คำคล้องจอง ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถน่ิ

โดยใช้ทักษะการอ่านออกเสียง อ่านจับใจความ การเขียน การฟัง การดู การพูด ตอบ
คำถาม แสดงความคิดเห็น สรุปข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน ฟัง และดู การท่องจำบทอาขยานที่กำหนด และ
สนใจ

เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง นำความรู้และ
ข้อคิดที่ได้จากการเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการอ่าน เขียนฟังดูและพูด ใฝ่
เรียนรู้มีนิสัยรักการอ่าน รักความเป็นไทย มีความภ าคภูมิใจใน ภ าษาถิ่นในชุมชน หมู่บ้าน
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและนิทาน ตำนานพืน้ บ้าน

ตวั ชวี้ ดั รวม ๒๗ ตัวชี้วดั
มฐ.ท ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗ , ป.๒/๘
มฐ.ท ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
มฐ.ท ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗
มฐ.ท ๔.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕
มฐ.ท ๕.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓

๒๗

คำอธิบายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓
รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑ เวลา 200 ชว่ั โมง

อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลอ้ งจอง ขอ้ ความและบทร้อยกรองงา่ ย ๆ คำท่ี
มีตัวการันต์ คำที่มี รร คำที่มีพยัญชนะและสระไม่ออกเสียง คำพ้อง คำพิเศษอ่ืน ๆ เช่น คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ
วรรณยุกต์ อ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ เช่น นทิ านหรือเร่ืองเก่ียวกับท้องถ่ิน เรื่องส้ันๆ บทเพลงและ
บทร้อยกรอง บทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันในท้องถิ่นและ
ชุมชน อ่านหนังสือตามความสนใจและเหมาะสมกับวัย อ่านข้อเขียนเชิงอภิปรายและปฏิบัติตามคำสั่ง
หรือข้อแนะนำ อ่านข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่และแผนภูมิ คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามแบบ
อักษรไทย เขียนบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ เขียนบันทึกประจำวัน เขียน
จดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการจากคำ ภาพ และหัวข้อท่ีกำหนดให้ ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับ
เวลา สถานท่ีและบุคคล จับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดูท้ังที่เป็น
ความรแู้ ละความบันเทิง พูดส่ือสารในชวี ิตประจำวัน สะกดคำแจกลูก และอ่านเป็นคำ มาตราตัวสะกด
ท่ีตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่ำ คำท่ีมีพยัญชนะควบ
กล้ำ คำท่ีมีอักษรนำ คำท่ีประวิสรรชนีย์ และคำท่ีไม่ประวิสรรชนีย์คำท่ีมี ฤ ฤๅ คำที่ใช้บัน บรร คำท่ีใช้ รร
คำท่มี ีตัวการันต์ ความหมายของคำ ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค การใช้พจนานกุ รม แต่งประโยคเพ่ือ
การส่ือสาร แต่งคำคล้องจองและคำขวัญ ศึกษาวรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพื้นบ้าน บทอาขยานและ
บทรอ้ ยกรองทม่ี ีคุณคา่

โดยใช้ทักษะการอ่านออกเสียง อ่านในใจ อ่านจับใจความ การเขียน การฟัง การดู การ
พูด ตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น สรุปข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน ฟัง และดู การท่องจำบทอาขยานท่ี
กำหนด และสนใจ

เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษาไทยในการส่ือสาร การ
เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง นำความรู้และข้อคิดท่ีได้จากการเรียนร้ไู ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีมารยาท
ในการอ่าน เขียน ฟัง ดู และพูด ใฝ่เรียนรู้มีนิสัยรักการอ่าน เห็นคุณค่าของภาษาไทย ช่ืนชมวัฒนธรรม
ท้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ รั ก ค ว า ม เป็ น ไท ย มี ค ว า ม ภ า ค ภู มิ ใจ ใน ภ า ษ า ถิ่ น ใน ชุ ม ช น ห มู่ บ้ า น
ภมู ิปญั ญาทางภาษาและนทิ าน ตำนานพนื้ บา้ น
ตวั ช้ีวัด รวม ๓๑ ตัวชี้วดั

มฐ.ท ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ , ป.๓/๙

มฐ.ท ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖

มฐ.ท ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖

มฐ.ท ๔.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖

มฐ.ท ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔

๒๘

คำอธิบายรายวิชา

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔
รหัสวชิ า ท ๑๔๑๐๑ เวลา 200 ชว่ั โมง

บอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง บอกความหมายของประโยคและสำนวนจาก
เรื่องท่ีอา่ น คำในบรบิ ทต่าง ๆ ระบชุ นดิ และหน้าท่ีของคำในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมาย
ของคำ บอกความหมายของสำนวน วรรณคดแี ละวรรณกรรม นทิ านพื้นบา้ น ตำนานบึงตะเค็ง นิทานคติ
ธรรม เพลงพ้นื บ้าน บทอาขยาน อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ อา่ นจับ
ใจความจากสื่อตา่ ง ๆ อ่านหนังสอื ตามความสนใจ คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขยี น
ส่ือสาร การทำแผนภาพโครงเรอ่ื ง แผนภาพความคิด เขียนย่อความจากสื่อต่าง ๆ เขยี นจดหมายถึงเพือ่ น
บดิ ามารดา เขยี นบันทกึ และรายงาน เขียนเรอื่ งตามจินตนาการ จำแนกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จาก
เรื่องท่ีฟงั และดใู นชวี ิตประจำวัน จับใจความ พดู แสดงความรู้ ความคิดในเรื่องท่ฟี ังและดูจากสือ่ ต่าง ๆ
แต่งประโยค แต่งบทรอ้ ยกรอง และคำขวัญ ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน

โดยใชท้ ักษะการอา่ นออกเสียง อา่ นในใจ อ่านจบั ใจความ การเขียน การฟงั การดู การพดู
ตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น สรุปข้อคิดจากเรื่องทีอ่ ่าน ฟงั และดู การท่องจำบทอาขยานทีก่ ำหนด
และสนใจ

เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นเกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร การเรยี นร้ไู ด้
อยา่ งถูกต้อง นำความรแู้ ละข้อคิดที่ได้จากการเรยี นรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการ
อ่าน เขยี น ฟัง ดู และพูด ใฝ่เรียนรมู้ นี ิสัยรักการอา่ น เหน็ คณุ คา่ ของภาษาไทย ช่นื ชมวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่
และ รักความเปน็ ไทย เกิดความภาคภมู ใจในภมู ิปัญญาทางภาษาและภาษาถ่นิ ในชมุ ชน อำเภอและ
จังหวดั

ตัวชวี้ ดั รวม ๓๓ ตวั ชวี้ ดั

มฐ.ท ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘

มฐ.ท ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘

มฐ.ท ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๕/๖

มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗

มฐ.ท ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔

๒๙

คำอธบิ ายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕
รหัสวิชา ท ๑๕๑๐๑ เวลา 200 ชั่วโมง

บอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง คำที่มีพยญั ชนะควบกลำ้ อักษรนำ ตวั
การนั ต์ คำทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ อักษรย่อ เครื่องหมายวรรคตอน ข้อความท่มี คี วามหมายโดยนัย
การทำแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขียน ชนิดและหน้าที่ของคำ ประโยคและ
สว่ นประกอบของประโยค ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น คำราชาศัพท์ คำทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศ
กาพย์ยานี๑๑ สำนวนทเี่ ป็นคำพงั เพยและสภุ าษิต วรรณคดแี ละวรรณกรรม

โดยใช้ทักษะการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง การอา่ นจับใจความจากสือ่ ตา่ ง ๆ การ
อา่ นงานเชิงอธิบาย คำสั่งข้อแนะนำและปฏิบตั ิตาม การอ่านหนังสอื ตามความสนใจ การคดั ลายมอื
เขยี นสอื่ สาร เขียนยอ่ ความจากสอ่ื ตา่ ง ๆ เขยี นจดหมายถึงผูป้ กครองและญาติ เขยี นแสดงความรสู้ ึกและ
ความคิดเหน็ กรอกแบบรายการ เขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการ จบั ใจความและพูดแสดงความรู้ ความคดิ ใน
เรื่องท่ีฟังและดจู ากส่ือต่าง ๆ วิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถือจากเรื่องท่ีฟงั และดใู นชีวติ ประจำวนั การรายงาน
ทอ่ งบทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง

เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนมมี ารยาทในการอ่าน เขียน ฟังดแู ละพดู มนี ิสยั รักการอ่าน มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน
การทำงาน และรกั ความเป็นไทย เกิดความภาคภมู ใจในภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและภาษาถนิ่ ในชมุ ชน อำเภอ
และจงั หวดั

ตวั ชว้ี ัด รวม ๓๓ ตวั ชี้วัด
มฐ.ท ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗ , ป.๕/๘
มฐ.ท ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗ , ป.๕/๘ , ป.๕/๙
มฐ.ท ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕
มฐ.ท ๔.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
มฐ.ท ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔

๓๐

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ เวลา 200 ชั่วโมง

บอกความหมายของบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง คำท่ีมีพยญั ชนะควบกลำ้ อักษรนำ ตัว
การนั ต์ คำท่มี าจากภาษาต่างประเทศ อกั ษรย่อ เครื่องหมายวรรคตอน วัน เดือน ปี แบบไทย โวหาร
ตา่ ง ๆ สำนวนเปรียบเทียบ ชนดิ และหน้าที่ของคำ คำราชาศพั ท์ ระดบั ภาษา ภาษาถิ่น กล่มุ คำหรือวลี
ประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซ้อน กลอนสภุ าพ สำนวนท่ีเป็นคำพังเพยและสุภาษิต วรรณคดีและ
วรรณกรรม นิทานพืน้ บา้ น นิทานคณุ ธรรม นิทานคติธรรม เพลงพ้นื บ้าน

โดยใช้ทักษะการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ บทร้อยกรอง ทำนองเสนาะ การอ่านจับใจความจาก
สื่อต่าง ๆ การอา่ นเร็ว การอ่านงานเขยี นเชิงอธิบาย คำส่ังข้อแนะนำและปฏิบัติตาม อ่านข้อมลู จาก
แผนผัง แผนทีล่ ะกราฟ อ่านหนังสอื ตามความสนใจ คัดลายมอื เขยี นสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
เขียนเรยี งความ เขียนย่อความ เขียนจดหมายสว่ นตัว การกรอกแบบรายการ เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ
พดู แสดงความร้คู วามเขา้ ใจในจดุ ประสงค์ของเร่ืองที่ฟังและดจู ากสอื่ ตา่ ง ๆวิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถอื จาก
การฟังและดสู ื่อโฆษณา การรายงานการพดู โน้มน้าวในสถานการณ์ต่าง ๆ ทอ่ งบทอาขยานและบทร้อย
กรองตามที่กำหนดและตามความสนใจ

เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นเกดิ นสิ ัย ใฝ่การเรยี นรู้ รกั การอา่ นมมี ารยาทในการอ่าน เขียน ฟังดแู ละพูดมี
ระเบียบวินยั มคี วามรับผิดชอบ และรกั ความเป็นไทย เกิดความภาคภมู ใจในภูมิปัญญาทางภาษาและ
ภาษาถน่ิ ในชุมชน อำเภอและจังหวดั

ตวั ชว้ี ดั รวม ๓๔ ตวั ช้วี ัด

มฐ.ท ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙

มฐ.ท ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙

มฐ.ท ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖

มฐ.ท ๔.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖

มฐ.ท ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔

๓๑

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

รหัสวิชา ค ๑๑๑๐๑ เวลา 200 ช่วั โมง

วเิ คราะห์และหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาและโจทย์ปัญหาระคนของจำนวนนบั ไมเ่ กิน

หน่ึงร้อย และ ศนู ย์ บอกความยาว นำ้ หนกั ปริมาตรและความจุ โดยใช้หน่วยทีไ่ มใ่ ชห่ น่วยมาตรฐาน

บอก ช่วงเวลา จำนวนวัน และชอื่ วนั ในสัปดาห์ แกป้ ัญหาเก่ยี วกับการวดั ความยาว การช่ังการตวงและ

เงนิ จำแนกรูปสามเหลย่ี ม รูปส่ีเหลยี่ ม รูปวงกลม รูปวงรี บอกกจำนวนและความสมั พันธ์ในรปู แบบของ

จำนวนทเี่ พิ่มขึน้ ทีละ ๑ ทลี ะ ๒ และลดลงทีละ ๑ ความสัมพันธใ์ นแบบรปู ที่มรี ปู ร่าง ขนาด หรือสีท่ี

สัมพนั ธ์กันอย่างใดอย่างหนง่ึ และเกบ็ รวบรวมข้อมูล การจำแนก การจดั ประเภท นำเสนอข้อมลู เกย่ี วกับ

สาระการเรยี นรทู้ ้องถน่ิ

เขยี นและอ่านตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ และตวั เลขไทยแสดงปริมาณสิ่งของหรือจำนวนนบั ท่ี

ไมเ่ กนิ หนงึ่ ร้อย และ ศูนย์ เปรียบเทยี บและเรียงลำดับจำนวนนับ ไม่เกินหา้ จำนวน การบวกลบ และ

การใชเ้ ครอ่ื งหมาย + - บวกลบระคนของจำนวนนับไมเ่ กิน หน่งึ ร้อย และ ศูนย์ ในรปู การกระจายและ

ไมก่ ระจาย การใช้เครื่องหมาย =  > < ใช้วธิ กี ารท่หี ลากหลายในการแกป้ ญั หา ความรทู้ กั ษะ

กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ตา่ งๆ ท่เี ก่ียวกบั สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ

การแสดงเหตุผลอ้างอิงความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจรงิ การแสดงเหตุผล ให้เหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ

และสรุปผลไดอ้ ย่างเหมาะสม ใช้ภาษาสญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร ส่ือความหมายและ

การนำเสนอ เช่อื มโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณติ ศาสตร์และเช่อื มโยงกับศาสตร์อ่ืน

ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ซ่อื สตั ย์สุจริต

มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน

ตวั ชวี้ ดั รวม ๑๐ ตัวช้ีวดั

สาระท่ี ๑ จำนวนและพืชคณิต

มฐ ค ๑.๑ ๕ ตัวช้วี ดั

มฐ ค ๑.๒ ๑ ตวั ช้ีวัด

สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ

มฐ ค ๒.๑ ๒ ตวั ช้ีวดั

มฐ ค ๒.๒ ๑ ตวั ชีว้ ัด

สาระที่ ๓ สถติ ิและความนา่ จะเป็น

มฐ ค ๓.๑ ๑ ตัวชี้วดั

๓๒

คำอธิบายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๒
รหสั วชิ า ค ๑๒๑๐๑ เวลา 200 ช่วั โมง

วเิ คราะห์และหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา การสรา้ งโจทย์ปัญหาและโจทย์ปัญหาระคนของ
จำนวนนบั ที่ไม่เกนิ หนึง่ พันและศนู ย์ การสรา้ งโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หาร บอกความยาวเป็นเมตร
เซนตเิ มตร บอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัม ขดี ปริมาตรการตวงความจุเปน็ ลิตร ชนดิ และค่าของเงินเหรยี ญและ
ธนบัตร และเปรยี บเทยี บความยาว น้ำหนัก ปรมิ าตร ความจุ ค่าของเงนิ ในหนว่ ยเดียวกัน บอกเวลา
หนา้ ปัดนาฬกิ าช่วง ๕ นาที วัน เดอื น ปี จากปฏทิ นิ การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกีย่ วกบั การวัด ความยาว การชัง่
การตวงและเงนิ ชนิดของรูปเรขาคณิตสองมิติ สามเหล่ยี ม สีเ่ หลย่ี ม รปู วงกลม วงรี บอกจำนวนและ
ความสัมพนั ธ์ในแบบรูปของจำนวนทีเ่ พ่มิ ขึ้นทลี ะ ๕ ทีละ ๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ และลดลง ทลี ะ ๒ ทลี ะ ๑๐
ทีละ ๑๐๐ ความสัมพันธ์ในแบบรปู ท่มี ีรปู รา่ ง ขนาด หรือ สี ที่สมั พันธก์ ันอย่างใด อย่างหน่งึ และเกบ็
รวบรวมข้อมลู การจำแนก การจดั ประเภท นำเสนอขอ้ มลู เกี่ยวกบั สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น

เขียนและอ่านตวั เลขฮนิ ดูอารบิก ตวั เลขไทยและตวั หนงั สอื แสดงปรมิ าณสิ่งของหรือจำนวนนับที่
ไม่เกนิ หนึ่งพันและศนู ย์ การนบั เพ่ิมทลี ะ ๕ ทีละ ๑ และทีละ ๑๐๐ เปรียบเทียบเรยี งลำดบั จำนวนนบั
ไมเ่ กินหนึ่งพนั และศูนย์ คา่ ของเลขโดดแต่ละหลักและการใช้ ๐ เพ่ือยึดตำแหน่งของหลกั การเขยี นเลข
ในรูปกระจาย การเปรยี บเทียบจำนวนและการใช้เคร่ืองหมาย =  > < เรยี งลำดับจำนวนไม่เกนิ หา้
จำนวน การบวก ลบ คณู หาร และ บวก ลบ คณู หาร ระคนของจำนวนนบั ไมเ่ กนิ หนง่ึ พนั และ ศูนย์

ความหมายของการคูณและการใช้เคร่อื งหมาย × การคูณจำนวนหนึง่ หลักกับจำนวนไม่เกนิ สองหลกั
ความหมายของการหาร การใช้เคร่ืองหมาย ÷ การหารที่มีหน่ึงหลัก การจำแนกระหวา่ งรูปส่ีเหล่ยี มมุม

ฉาก กับทรงสเ่ี หลี่ยมมุมฉากและรูปวงกลมกบั ทรงกลม เขียนรูปเรขาคณติ สองมิติ สามเหลีย่ ม ส่เี หล่ยี ม
รูปวงกลมวงรี ใชว้ ธิ ีการที่หลากหลายในการแก้ปัญหา ความร้ทู ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการ
แก้ปัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆ ที่เกีย่ วกับสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การแสดงเหตุผลอ้างองิ ความรู้ ข้อมลู
ข้อเทจ็ จรงิ ให้เหตผุ ลประกอบการตดั สนิ ใจ และสรุปผลได้อยา่ งเหมาะสมใช้ภาษาสัญลักษณ์ทาง
คณติ ศาสตร์ในการสื่อสาร สือ่ ความหมายและการนำเสนอ เช่อื มโยงความรตู้ า่ ง ๆ ทางคณติ ศาสตร์และ
เช่ือมโยงกับศาสตรอ์ นื่ ตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ มีความคดิ สร้างสรรค์ ซือ่ สตั ยส์ ุจริตมี
วนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน

ตัวช้ีวดั รวม ๑๗ ตัวช้ีวัด สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ
มฐ ค ๒.๑ ๖ ตวั ช้ีวัด
สาระท่ี ๑ จำนวนและพืชคณติ มฐ ค ๒.๒ ๑ ตวั ชวี้ ดั

มฐ ค ๑.๑ ๘ ตวั ชว้ี ัด สาระท่ี ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็
มฐ ค ๓.๑ ๑ ตัวช้ีวดั
มฐ ค ๑.๒ ๑ ตวั ชว้ี ัด

๓๓

คำอธิบายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓
รหัสวชิ า ค ๑๓๑๐๑ เวลา 200 ชว่ั โมง

วเิ คราะห์และหาคำตอบของโจทย์ปัญหา และโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หาร ระคนของ
จำนวนนบั ที่ไมเ่ กนิ หนง่ึ แสนและศูนย์ บอกความยาว เปน็ เมตร เซนตเิ มตรและมิลลิเมตร น้ำหนักกโิ ลกรัม กรมั
และขดี ปรมิ าณความจุเปน็ ลติ ร มิลลลิ ิตร เลือกเครือ่ งวดั ที่เหมาะสมและเปรียบเทยี บความยาว นำ้ หนัก การ
ตวง การบอกเวลาบนหนา้ ปดั นาฬกิ า ชว่ ง ๕ นาที บอกความสัมพันธ์ของหน่วยการวดั ความยาวนำ้ หนกั เวลา
เงนิ บอกชนิดของรูปเรขาคณติ สองมติ ิ เป็นสว่ นประกอบของส่งิ ของที่มีลักษณะเป็นรูปเรขาคณิตสามมติ ิ รปู
วงกลม วงรี สามเหล่ยี ม ส่เี หลี่ยม หา้ เหลี่ยม หกเหลีย่ ม แปดเหลีย่ ม รปู เรขาคณติ สองมิตทิ มี่ แี กนสมมาตร
บอกรปู เรขาคณติ ต่าง ๆ ท่ีอย่รู อบตวั ความสัมพนั ธ์ในแบบรูปท่ีมีรูปร่าง ขนาด หรอื สี ท่ีสมั พนั ธก์ นั สองลักษณะ
รวบรวมจำแนกขอ้ มูลเก่ียวกับตนเองและสง่ิ แวดล้อมใกลต้ วั และเก็บรวบรวมข้อมลู การจำแนก การจัดประเภท
นำเสนอข้อมลู เก่ียวกบั สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

เขยี นและอา่ นตวั เลขฮินดูอารบคิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงปริมาณสง่ิ ของ หรือจำนวนนับท่ี
ไม่เกินหนึง่ แสนและศูนย์ การนบั เพ่มิ ทีละ ๓ , ๔ , ๒๕ และ ๕๐ การนับลดทลี ะ ๓ , ๔ , ๕ , ๒๕ ๕๐ และ
รูปแบบซำ้ เปรียบเทียบเรียงลำดบั จำนวนนบั เลขโดดในแตล่ ะหลกั และการใช้ ๐ เพอ่ื ยดึ ตำแหน่งของหลัก การ
เขยี นตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย การใช้เครอื่ งหมาย = > < เรียงลำดบั จำนวนไม่เกินห้าจำนวน
การบวก ลบ คูณ หาร และ บวก ลบ คูณ หารระคน ของจำนวนนบั ไมเ่ กินหนงึ่ แสนและ ศนู ย์ การคูณจำนวน
หนงึ่ หลกั กบั จำนวนไมเ่ กินส่หี ลกั การคูณจำนวนสองหลักกับสองหลกั การหารตวั ตัง้ ไม่เกินสีห่ ลัก และตัวหารมี
หน่ึงหลกั การอ่านเขยี นเวลาโดยใชจ้ ุด อา่ นและเขยี นจำนวนเงินโดยใชจ้ ดุ การแกป้ ญั หาโจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั การ
วัดความยาว การชงั่ การตวง เงินและเวลา อา่ นเขยี นบนั ทึกรายรับรายจา่ ย บนั ทึกกจิ กรรมหรอื เหตุการณ์ทีร่ ะบุ
เวลา เขียนช่อื จุด เส้นตรง รงั สี ส่วนของเส้นตรง รังสี ส่วนของเสน้ ตรงมุมและเขียนสญั ลักษณ์ เขียนรปู เรขาคณติ
สองมติ ิท่กี ำหนดในรปู แบบต่าง ๆ อา่ นแผนภมู ิรปู ภาพ แผนภมู แิ ทง่ และตารางอย่างง่าย ใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลาย
ในการแกป้ ัญหาในสถานการณต์ า่ งๆ ท่เี ก่ียวกับสาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น การแสดงเหตุผลอ้างองิ ความรู้ ข้อมูล
ขอ้ เท็จจริง ความรทู้ ักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นการแก้ปัญหา ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและ
สรปุ ผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษาสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการส่ือสาร สือ่ ความหมายและการนำเสนอ
เช่อื มโยงความร้ตู า่ ง ๆ ทางคณติ ศาสตร์ และเชื่อมโยงกับศาสตร์อน่ื

ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ ซอื่ สตั ย์
สจุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน

ตวั ชว้ี ัด รวม ๒๘ ตัวช้ีวัด สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณิต
มฐ ค ๒.๑ ๑๓ ตัวชว้ี ดั
สาระท่ี ๑ จำนวนและพืชคณติ มฐ ค ๒.๒ ๑ ตัวชวี้ ดั

มฐ ค ๑.๑ ๑๑ ตวั ชี้วัด สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความน่าจะเป็น
มฐ ค ๓.๑ ๒ ตัวช้ีวัด
มฐ ค ๑.๒ ๑ ตวั ช้ีวัด

๓๔

คำอธิบายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔

รหัสวิชา ค ๑๔๑๐๑ เวลา 200 ชวั่ โมง

ศึกษาการบวกจำนวน ช่อื หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก เศษสว่ น ทศนยิ ม ความยาว พน้ื ท่ี

การช่ัง การตวง เงนิ เวลา มมุ เส้นขนาน แบบรูปและความสมั พนั ธ์ รูปวงกลม รูปสเี่ หลี่ยมมุมฉากและ

รูปทีม่ ีแกนสมมาตร การใช้ ๐ เพ่อื ยดึ ตำแหนง่ ของหลกั การเขียนรูปกระจาย การเปรียบเทยี บจำนวนนบั

เศษส่วนท่ีมีตัวสว่ นเทา่ กัน ทศนิยมหนึ่งตำแหนง่ และจำนวนเงนิ การเรียงจำนวนนับเศษส่วนที่มีตวั สว่ น

เท่ากัน และทศนิยมหนงึ่ ตำแหน่ง การบวกการลบจำนวน ทมี่ หี ลายหลักและเศษสว่ นส่วนทีม่ ีส่วนเทา่ กนั การ

คณู จำนวนทม่ี ีหนึ่งหลกั กบั จำนวนทม่ี ากกว่าสีห่ ลัก การคณู จำนวนที่มากกวา่ หนึ่งหลักกับจำนวนทมี่ ากกวา่ สอง

หลัก การหารท่ีมตี ัวหารไม่เกินสามหลกั การบวก ลบ คูณ หารระคน การเฉลีย่ การแก้ไขปัญหาโจทย์

จำนวนนบั ความยาว พน้ื ท่ี การชัง่ การตวง เงนิ และเวลา การเลือกเครื่องวดั และหนว่ ยการวัดความยาว

การชงั่ และการตวง การคาดคะเนความยาว นำ้ หนกั และปริมาตร หรือความจุ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ย

การวดั ความยาว การช่ัง และการตวง การหาพ้นื ทจี่ ากการนบั ตาราง และการประมาณจากการนบั ตาราง

การหาพ้นื ท่ขี องสีเ่ หลย่ี มมมุ ฉากการเขยี นจำนวนเงินโดยใช้จดุ และการอ่าน การแลกเงิน บนั ทกึ รายรับ-รายจา่ ย

การเขียนบอกเวลาโดยใช้จดุ และการอา่ น การอ่านและบนั ทึกกิจกรรมหรือเหจุการณต์ ่างๆทร่ี ะบเุ วลา

ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเวลา สว่ นประกอบของมุม การเขยี นชอื่ และสญั ญาลักษณแ์ ทนมุม การประดิษฐ์ลวดลาย

โดยใชร้ ปู เรขาคณติ และวเิ คราะห์ข้อมูล เกบ็ รวบรวม จำแนก จดั ประเภท นำเสนอข้อมูลเกย่ี วกบั สาระท้องถนิ่

การใชว้ ิธกี ารทห่ี ลากหลายแกป้ ญั หา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์และ

เทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ทเี่ ก่ยี วกับสาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ แสดงเหตผุ ลอ้างอิงความรู้

ข้อมูล ข้อเทจ็ จริง หรือสร้างแผนภาพจากข้อมลู ให้เหตุผลประกอบการตัดสนิ ใจและสรปุ ผลได้อยา่ งเหมาะสม ใช้

ภาษาและสัญญาลักษณท์ างคณติ ศาสตร์ในการสอื่ สารการส่อื ความหมายและการนำเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ งและ

เหมาะสม เชื่อมโยงความรตู้ า่ งๆ ในคณติ ศาสตร์ และเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อน่ื ๆ มีความคิดริเร่ิม

สร้างสรรค์

เหน็ คณุ คา่ และมเี จตคตทิ ่ดี ตี ่อคณิตศาสตรส์ ามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ รอบคอบ

มีความรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณและเชื่อมัน่ ในตนเอง

ตวั ช้วี ัด รวม ๒๒ ตัวชี้วัด

สาระท่ี ๑ จำนวนและพืชคณติ

มฐ ค ๑.๑ ๑๖ ตวั ชวี้ ัด

สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ

มฐ ค ๒.๑ ๓ ตวั ช้ีวดั

มฐ ค ๒.๒ ๒ ตวั ชว้ี ดั

สาระท่ี ๓ สถิตแิ ละความน่าจะเป็น

มฐ ค ๓.๑ ๑ ตวั ชีว้ ดั

๓๕

คำอธบิ ายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕

รหัสวชิ า ค ๑๕๑๐๑ เวลา 200 ชั่วโมง

ศกึ ษา ฝึกทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝกึ การแกป้ ัญหาจำนวนนบั ท่ีมากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ การบอกจำนวน
การอ่าน การเขยี นตวั เลขจำนวน ช่อื หลัก ค่าตัวเลขในแตล่ ะหลกั การเขียนในรปู กระจาย การเปรยี บเทยี บจำนวน
การใช้เครื่องหมายแสดงการเปรียบเทยี บการเรยี งลำดับจำนวน การบวก การลบ การคณู การหารและโจทยป์ ัญหา
การบวก การลบ จำนวนทีม่ หี ลายหลัก การคูณจำนวน ที่มีหนึง่ หลัก การคูณจำนวนทมี่ ากกว่าสองหลกั กบั จำนวนท่ี
มากกวา่ สองหลกั การหารที่ตวั หารไมเ่ กินสามหลกั การบวก ลบ คณู หารระคน โจทยป์ ัญหา เศษสว่ น และการบวก
การลบ การคณู เศษสว่ น ความหมาย การอ่านและการเขียน เศษส่วน การบวก การลบ การคณู เศษส่วน
เศษส่วนทเี่ ทา่ กนั การเปรียบเทยี บเศษสว่ น การเครอ่ื งหมายแสดงการเปรยี บเทยี บ การบวก ลบ คณู ระคน โจทย์
ปญั หาทศนิยม และการบวก การลบ การคูณและการหารทศนิยม ความหมาย การอ่านและการเขยี น การบวก การ
ลบ การคูณ การหารทศนิยมสองตำแหนง่ การเขียนทศนยิ มสองตำแหนง่ ในรปู กระจาย หลกั และค่าประจำหลักของ
ทศนิยมสองตำแหน่ง การเปรยี บเทยี บทศนยิ ม การเขียนทศนิยม ในรูปเศษส่วน การบวก ลบ คณู ทศนยิ มระคน
โจทย์ปัญหา ร้อยละ ความหมาย การเขยี นร้อยละ ในรูปเศษสว่ น การเขียนรอ้ ยละ ในรูปทศนิยมการประมาณคา่
ความหมาย คา่ ประมาณใกลเ้ คยี งจำนวนเตม็ สบิ คา่ ประมาณใกลเ้ คยี ง จำนวนเตม็ รอ้ ย ค่าประมาณใกล้เคยี งจำนวน
เตม็ พันสมบตั ขิ องจำนวนนบั และศนู ย์ สมบตั ิการเปลย่ี นกล่มุ สมบตั ิการสลบั ที่ สมบตั ิการแจกแจง ศูนยก์ บั การบวก
ศูนย์กบั การคูณ ศนู ย์กบั การหาร การวดั ความยาว วัดความยาว (กโิ ลเมตร เซนตเิ มตร เมตร มิลลเิ มตร วา ) การ
เลอื กใช้เครื่องมือวัดและหนว่ ยการวดั การคะเนความยาว ความสัมพันธร์ ะหว่างหน่วยวัดความยาว มาตราสว่ น โจทย์
ปญั หาและสถานการณ์ การหาพ้ืนที่ การหาพื้นที่ของรูปสเี่ หลี่ยม การหาพ้นื ที่ที่ของรูปสามเหลี่ยมการช่ัง การชั่ง
(เมตรกิ ตนั กิโลกรมั ขีด) การเลือกเครื่องมือชั่งและหนว่ ยการช่ัง ความสัมพันธ์ระหวา่ งหน่วยการชงั่ การตวง การตวง
(ลูกบาศกเ์ มตร -ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ลติ ร มลิ ลลิ ิตร ถงั ) การเลอื กเครื่องมือตวงและหน่วยการตวง การคะเนความจุ
หรอื ปริมาตร รูปเรขาคณติ และสมบัตบิ างประการของรูปเรขาคณิต การนกึ ภาพ รปู เรขาคณิตสามมิติ มุม จุดยอด
มุม ฐานของสามเหล่ยี ม แขนของมุม การวดั ขนาดของมมุ การสร้างมุม สมบัติรูปสเ่ี หล่ยี มต่างๆ สมบตั ริ ปู สามเหลี่ยม
ตา่ ง ๆ วงกลมและสมบัตขิ องวงกลม การประดษิ ฐล์ วดหลาย โดยใชร้ ปู เรขาคณิตแบบรูปและความสัมพันธ์ แบบ
รปู ของจำนวนนบั ท่เี พ่มิ ขน้ึ ทลี ะเทา่ ๆ กนั แบบรูปของจำนวนนับทลี่ ดลงทีละเทา่ ๆ กนั แบบรูปของรูปเรขาคณิต
และรูปอ่นื ๆ สถติ ิและความน่าจะเปน็ เบอ้ื งตน้ การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ แผนภูมิแทง่ แผนภูมติ าราง การรวบรวม
ขอ้ มูล การเขียนแผนภมู ิรูปภาพ แผนภูมแิ ท่ง เหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ข้ึนอยา่ งแน่นอน อาจเกดิ ข้นึ หรือไม่
เกดิ ข้ึน ไม่เกิดขน้ึ อยา่ งแนน่ อน และวิเคราะห์ขอ้ มูล เกบ็ รวบรวม จำแนก จัดประเภท นำเสนอขอ้ มลู เกี่ยวกบั สาระ
ทอ้ งถน่ิ โดยใช้ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ ใหเ้ หตุผล
ประกอบการตัดสนิ ใจ เชือ่ มโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณติ ศาสตร์ เชอ่ื มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมคี วามคิด
รเิ ริม่ สร้างสรรค์ เพอ่ื พฒั นาทกั ษะกระบวนการ ในการคดิ คำนวณ การแกป้ ญั หาในสถานการณ์ตา่ งๆ ท่ีเกีย่ วกบั สาระ
การเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ แสดงเหตุผลอ้างอิงความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรอื สรา้ งแผนภาพจากข้อมลู การให้เหตผุ ล การส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละนำประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคดิ ทักษะกระบวนการทไี่ ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรสู้ ่ิง
ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์
เหน็ คณุ คา่ ของการนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ และมเี จตคติทดี่ ีต่อวิชา
คณติ ศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณภาพ และคา่ นิยมท่เี หมาะสม
ตัวชี้วัด รวม ๑๙ ตัวช้ีวัด สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต

สาระท่ี ๑ จำนวนและพืชคณติ มฐ ค ๒.๑ ๔ ตัวชี้วดั

มฐ ค ๑.๑ ๙ ตวั ชี้วัด มฐ ค ๒.๒ ๔ ตวั ช้ีวัด

มฐ ค ๑.๒ - ตัวชวี้ ัด สาระท่ี ๓ สถติ แิ ละความน่าจะเปน็

มฐ ค ๓.๑ ๒ ตัวช้วี ดั

๓๖

คำอธิบายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
รหัสวิชา ค ๑๖๑๐๑ เวลา 200 ชวั่ โมง

ศกึ ษา ฝึกทกั ษะการคิดคำนวณ และฝึกการแกป้ ัญหาจำนวนนับทีม่ ากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ การบอกจำนวน
การอา่ น การเขยี นตวั เลขจำนวน ชือ่ หลัก ค่าตวั เลขในแต่ละหลัก การเขียนในรูปกระจาย การเปรียบเทยี บจำนวน
การใช้เครอื่ งหมายแสดงการเปรยี บเทยี บการเรยี งลำดับจำนวน การบวก การลบ การคูณ การหารและโจทยป์ ัญหา
การบวก การลบ จำนวนทมี่ หี ลายหลัก การคณู จำนวน ท่ีมีหน่ึงหลัก การคณู จำนวนทมี่ ากกว่าสองหลกั กับจำนวนที่
มากกว่าสองหลกั การหารที่ตวั หารไมเ่ กนิ สามหลัก การบวก ลบ คณู หารระคน โจทยป์ ัญหา เศษส่วน และการบวก
การลบ การคูณ เศษส่วน ความหมาย การอ่านและการเขยี น เศษสว่ น การบวก การลบ การคูณเศษสว่ น
เศษส่วนทเี่ ทา่ กนั การเปรียบเทยี บเศษสว่ น การเครือ่ งหมายแสดงการเปรียบเทยี บ การบวก ลบ คูณระคน โจทย์
ปญั หาทศนยิ ม และการบวก การลบ การคูณและการหารทศนยิ ม ความหมาย การอ่านและการเขยี น การบวก การ
ลบ การคูณ การหารทศนิยมสองตำแหนง่ การเขียนทศนยิ มสองตำแหน่ง ในรูปกระจาย หลกั และคา่ ประจำหลกั ของ
ทศนิยมสองตำแหน่ง การเปรยี บเทียบทศนยิ ม การเขียนทศนยิ ม ในรปู เศษสว่ น การบวก ลบ คณู ทศนยิ มระคน
โจทยป์ ญั หา ร้อยละ ความหมาย การเขียนรอ้ ยละ ในรปู เศษส่วน การเขียนรอ้ ยละ ในรปู ทศนิยมการประมาณคา่
ความหมาย ค่าประมาณใกล้เคยี งจำนวนเต็มสบิ คา่ ประมาณใกลเ้ คยี ง จำนวนเตม็ ร้อย ค่าประมาณใกลเ้ คยี งจำนวน
เตม็ พันสมบตั ิของจำนวนนบั และศูนย์ สมบัตกิ ารเปลยี่ นกลุม่ สมบัติการสลบั ท่ี สมบตั กิ ารแจกแจง ศูนย์กับการบวก
ศนู ยก์ บั การคณู ศนู ย์กับการหาร การวดั ความยาว วดั ความยาว (กโิ ลเมตร เซนติเมตร เมตร มิลลิเมตร วา ) การ
เลอื กใชเ้ คร่ืองมือวัดและหนว่ ยการวัด การคะเนความยาว ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยวดั ความยาว มาตราส่วน โจทย์
ปญั หาและสถานการณ์ การหาพ้ืนท่ี การหาพ้ืนที่ของรูปส่ีเหลี่ยม การหาพื้นทที่ ่ีของรปู สามเหลย่ี มการช่ัง การชงั่
(เมตริกตนั กิโลกรัม ขดี ) การเลอื กเคร่อื งมือชั่งและหน่วยการชัง่ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งหน่วยการช่งั การตวง การตวง
(ลกู บาศก์เมตร-ลกู บาศก์เซนติเมตร ลติ ร มลิ ลิลิตร ถงั ) การเลอื กเครื่องมือตวงและหน่วยการตวง การคะเนความจุ
หรือปริมาตร รปู เรขาคณติ และสมบัตบิ างประการของรปู เรขาคณิต การนกึ ภาพ รูปเรขาคณติ สามมิติ มมุ จดุ ยอด
มุม ฐานของสามเหล่ียม แขนของมมุ การวดั ขนาดของมมุ การสร้างมุม สมบัตริ ูปสีเ่ หลี่ยมต่างๆ สมบตั ริ ปู สามเหลย่ี ม
ต่าง ๆ วงกลมและสมบตั ิของวงกลม การประดษิ ฐ์ลวดหลาย โดยใชร้ ปู เรขาคณิตแบบรูปและความสมั พนั ธ์ แบบ
รปู ของจำนวนนบั ทเ่ี พิม่ ขนึ้ ทีละเทา่ ๆ กัน แบบรปู ของจำนวนนบั ทล่ี ดลงทีละเทา่ ๆ กนั แบบรูปของรูปเรขาคณิต
และรูปอนื่ ๆ สถติ แิ ละความนา่ จะเป็นเบื้องตน้ การอ่านแผนภมู ิรูปภาพ แผนภูมแิ ทง่ แผนภมู ติ าราง การรวบรวม
ข้อมลู การเขียนแผนภมู ริ ูปภาพ แผนภูมิแทง่ เหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดข้ึนอย่างแน่นอน อาจเกดิ ข้นึ หรอื ไมเ่ กิดขน้ึ ไม่เกดิ ขน้ึ
อย่างแนน่ อน และวิเคราะห์ข้อมลู เกบ็ รวบรวม จำแนก จดั ประเภท นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสาระท้องถิ่น

โดยใช้ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ให้
เหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ เช่ือมโยงความรูต้ า่ ง ๆ ในคณิตศาสตร์ เช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อนื่ ๆ และมี
ความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ เพอื่ พัฒนาทักษะกระบวนการ ในการคิด คำนวณ การแก้ปัญหาในสถานการณต์ ่างๆ ท่ี
เกยี่ วกับสาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่ แสดงเหตผุ ลอ้างอิงความรู้ ขอ้ มลู ข้อเท็จจรงิ หรือสร้างแผนภาพจากข้อมลู การให้
เหตุผล การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์และนำประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการทไี่ ดไ้ ปใช้ใน
การเรยี นรูส้ ง่ิ ต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ เห็นคณุ ค่าของการนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจำวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์ และมเี จตคตทิ ด่ี ีต่อวชิ าคณติ ศาสตร์ มีจริยธรรม คุณภาพ และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

ตวั ชวี้ ัด รวม ๒๑ ตัวช้ีวดั สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณิต
มฐ ค ๒.๑ ๓ ตัวช้ีวัด
สาระที่ ๑ จำนวนและพืชคณติ มฐ ค ๒.๒ ๔ ตวั ชี้วัด

มฐ ค ๑.๑ ๑๒ ตวั ชวี้ ดั สาระท่ี ๓ สถิติและความนา่ จะเป็น
มฐ ค ๓.๑ ๑ ตัวชวี้ ดั
มฐ ค ๑.๒ ๑ ตวั ชี้วัด

๓๗

คำอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คำอธบิ ายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑

รหัสวิชา ว ๑๑๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

สังเกต ศึกษา วิเคราะห์ ลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ และไม่มีชวี ิต เปรียบเทยี บความแตกตา่ งระหว่าง

สงิ่ มชี ีวติ กับสิง่ ไม่มชี ีวิต ปญั หาระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชวี ภาพในชุมชน หมู่บา้ น

องค์ประกอบและสมบตั ิทางกายภาพของดิน ลักษณะและหน้าทขี่ องโครงสร้างภายนอกของพชื และสัตว์

จำแนกพชื และสตั ว์โดยใช้ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ ลักษณะและหน้าท่ีและความสำคัญของอวยั วะ

ภายนอกของมนุษย์ การดแู ลรกั ษาสุขภาพ ระบุลกั ษณะท่ีปรากฏหรอื สมบัติของวสั ดุท่ีใช้ทำของเลน่ ของ

ใช้ จำแนกวัสดทุ ีใ่ ชท้ ำของเล่นของใช้ ระบุเกณฑ์ทใี่ ช้จำแนก ความหมายและผลของแรงดงึ แรงผลัก

ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ ดวงดาว และการใชก้ ารจดั การทรัพยากรธรรมชาติสงิ่ แวดล้อมในชมุ ชน หมบู่ า้ น

ตลอดจนเขตห้ามล่าสัตว์

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การต้งั คำถาม วางแผนการสังเกต การสำรวจตรวจสอบ

สืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึกและอธิบาย นำเสนอด้วยวาจา เขียนภาพหรอื ข้อความ

เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ทักษะ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารสง่ิ ที่เรียนรู้ มคี วามสามารถในการ

ตดั สินใจ

นำความร้ไู ปเชื่อมโยงในชวี ิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม ค่านยิ มทเี่ หมาะสม

เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจ การใชเ้ ครื่องมือเคร่ืองใช้ ในการทำงานในชวี ิตประจำวันได้อย่าง

ปลอดภยั และรู้จกั ใช้เทคโนโลยที เ่ี หมาะสมในด้านการสื่อสาร

ตัวชวี้ ดั รวม ๑๕ ตวั ช้ีวดั

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มฐ. ว ๑.๑ ๒ ตัวชี้วดั

มฐ. ว ๑.๒ ๒ ตัวชวี้ ดั

มฐ. ว ๑.๓ - -

สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ

มฐ. ว ๒.๑ ๒ ตัวช้วี ัด

มฐ. ว ๒.๒ - ตัวชว้ี ดั

มฐ. ว ๒.๓ ๑ ตวั ชว้ี ัด

สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มฐ. ว ๓.๑ ๒ ตัวชวี้ ัด

มฐ. ว ๓.๒ ๑ ตัวชี้วัด

สาระท่ี ๓ เทคโนโลยี

มฐ. ว ๔.๑ - ตัวชว้ี ดั

มฐ. ว ๔.๒ ๕ ตัวชี้วัด

๓๘

คำอธิบายรายวิชา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๒
เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว ๑๒๑๐๑

สังเกต ศกึ ษา วเิ คราะหล์ กั ษณะของสงิ่ มีชวี ิต การเจรญิ เติบโต การดำรงชวี ิตของ พืช สัตว์
มนษุ ย์ การตอบสนองต่อส่ิงแสง อณุ หภมู ิ การสัมผัส ประโยชนท์ ่มี ีตอ่ มนษุ ย์ในเร่อื งปัจจัยส่ี ดิน
ประเภทของดิน ปญั หาระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชวี ภาพในชุมชน หมบู่ า้ น สมบตั ทิ างกายภาพ
เกณฑ์การจำแนก ประโยชน์ ชนดิ สมบัติ การเลือกใชว้ ัสดทุ นี่ ำมาทำของเล่น แรงท่ีเกิดจากแม่เหล็ก
แรงไฟฟา้ ทีเ่ กิดจากการถวู ตั ถุบางชนดิ การเปลยี่ นพลังงานไฟฟา้ เป็นพลังงานอ่ืน ดวงอาทิตย์
ความสำคญั ของดวงอาทิตย์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ สืบค้นข้อมลู การสืบเสาะหาความรู้ ตง้ั คำถาม เปรียบเทยี บ การแสดงความคดิ เหน็
อธบิ าย อภปิ ราย และการใช้การจัดการทรัพยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มในชุมชน หมบู่ ้าน ตลอดจนเขต
หา้ มล่าสตั ว์

การนำเสนอ เพื่อให้เกิดความรู้ ทักษะ ความเข้าใจสามารถ ส่ือสารสิง่ ทีเ่ รียนรู้ มคี วามสามารถใน
การตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปเชอ่ื มโยงใช้ ในชีวติ ประจำวนั มีคณุ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์

ตัวชี้วัด รวม ๑๖ ตัวชีว้ ัด -
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มฐ. ว ๑.๑ - ตัวชี้วดั
มฐ. ว ๑.๒ ๓ ตวั ชว้ี ดั
มฐ. ว ๑.๓ ๑ ตวั ชว้ี ัด

สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มฐ. ว ๒.๑ ๔ ตวั ชว้ี ดั
มฐ. ว ๒.๒ - ตัวช้วี ดั
มฐ. ว ๒.๓ ๒ ตัวชี้วัด

สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มฐ. ว ๓.๑ - ตวั ชว้ี ัด
มฐ. ว ๓.๒ ๒ ตวั ชว้ี ัด

สาระที่ ๓ เทคโนโลยี
มฐ. ว ๔.๑ - ตวั ชี้วดั
มฐ. ว ๔.๒ ๔ ตัวช้ีวัด

๓๙

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
รหสั วชิ า ว ๑๓๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

สังเกต ศกึ ษา วิเคราะหล์ กั ษณะของสงิ่ มีชวี ติ ลักษณะทค่ี ล้ายคลงึ กนั ของพอ่ แม่กับลูก
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม ส่ิงมีชวี ติ ท่ีสญู พันธไ์ ปแลว้ การปรับตัวใหเ้ ขา้ กับส่ิงแวดลอ้ มท่ี
เปลีย่ นแปลง และการดำรงพันธ์ุมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมในทอ้ งถนิ่ ความสมั พนั ธ์ของสง่ิ มีชวี ิตกบั
สง่ิ แวดล้อม สมบตั ิทางกายภาพของนำ้ จากแหล่งน้ำในท้องถนิ่ คณุ ภาพของนำ้ จากสี กลิ่น ความโปร่งใส
ของนำ้ ท่ีมคี วามจำเปน็ ต่อส่ิงมีชวี ติ และการใชน้ ำ้ อยา่ งประหยัด สว่ นประกอบของอากาศ และ
ความสำคัญต่อการดำรงชีวติ การเคลื่อนที่ของอากาศ ท่ีมีผลจากความแตกตา่ งของอุณหภูมิ
ทรพั ยากรธรรมชาติ การใชท้ รพั ยากรธรรมชาติในท้องถนิ่ อยา่ งประหยดั ปญั หาสง่ิ แวดล้อมในท้องถิน่ จาก
การใชท้ รัพยากร ชนดิ สมบัติ และประโยชน์ของวสั ดแุ ต่ละชนิดเป็นส่วนประกอบของของเล่น ของใช้
ผลการเปลีย่ นแปลงทีเ่ กิดขึ้นกับวัสดเุ ม่อื ถูกแรงกระทำ เม่ือบีบ บิด ทบุ ดัด ดงึ ทำใหร้ อ้ นข้ึนหรือเยน็
ลง ประโยชน์และโทษจากการเปลย่ี นแปลงของวัตถุ ผลของการออกแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุ การตกของ
วตั ถุสูพ่ ื้นโลก แรงท่โี ลกดงึ ดูดวัตถุ แหลง่ พลังงานธรรมชาติทใ่ี ช้ผลติ ไฟฟ้า ความสำคญั ของพลงั งาน
ไฟฟา้ วธิ ีการใชไ้ ฟฟ้าอย่างประหยดั และปลอดภัย การข้นึ ตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ การเกดิ
กลางวัน กลางคนื การกำหนดทิศ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตร์ การวางแผน การสำรวจ ตรวจสอบ
สืบค้นขอ้ มูล การสืบเสาะหาความรู้ ตงั้ คำถาม เปรียบเทยี บ การแสดงความคดิ เหน็ อธบิ าย
อภิปราย การนำเสนอ

เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ทักษะ ความเขา้ ใจสามารถ สื่อสารสง่ิ ท่ีเรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้
ชีวิตประจำวัน โดยนำความคิดของตนเอง ของกลมุ่ และคาดการณส์ ิง่ ท่ีพบจาการสำรวจ ตรวจสอบบันทึก
ขอ้ มลู และอธิบายผลการสำรวจ ตรวจสอบ นำเสนอผลงาน จดั แสดงผลงาน เขียนแสดงกระบวนการและ
ผลของงานให้ผู้อ่ืนเข้าใจ

ตวั ชวี้ ัด รวม ๒๕ ตวั ชีว้ ดั สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มฐ. ว ๓.๑ ๓ ตวั ชี้วัด
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มฐ. ว ๓.๒ ๔ ตัวช้ีวดั

มฐ. ว ๑.๑ - ตัวชี้วัด สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มฐ. ว ๔.๑ - ตวั ช้ีวัด
มฐ. ว ๑.๒ ๔ ตัวช้ีวดั มฐ. ว ๔.๒ ๕ ตัวชี้วดั

มฐ. ว ๑.๓ - ตัวช้ีวัด

สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ

มฐ. ว ๒.๑ ๒ ตัวช้ีวัด

มฐ. ว ๒.๒ ๔ ตัวชว้ี ดั

มฐ. ว ๒.๓ ๓ ตวั ช้วี ัด

๔๐

คำอธบิ ายรายวิชา ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว ๑๔๑๐๑

ศึกษาวเิ คราะห์หน้าทข่ี องทอ่ ลำเลยี งและปากใบของพืช น้ำ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
แสง และคลอโรฟิลล์ เปน็ ปัจจัยทีจ่ ำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช การสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื การ
ตอบสนองของพืชต่อแสง เสียง และการสัมผสั พฤตกิ รรมของสตั ว์ที่ตอบสนองต่อแสง อณุ หภูมิ การ
สมั ผัสและนำความรู้ไปใช้ การเคล่อื นท่ีของแสงจากแหล่งกำเนดิ การสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกับวตั ถุ
การจำแนกวตั ถตุ ามลักษณะการมองเห็นจากแหล่งกำเนิดแสง การหกั เหของแสง
การเปล่ียนแปลงพลงั งานแสงเปน็ พลังงานไฟฟ้า สว่ นประกอบของแสงขาว การเกดิ ดนิ สมบัตขิ องดิน
การสร้างแบบจำลองระบบสุริยะ และสว่ นประกอบของระบบสรุ ยิ ะ และศึกษาปัญหาระบบนเิ วศ
ความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชน อำเภอ จงั หวดั

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย

เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู้ มีความสามารถ
ในการตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม คา่ นิยมท่ี
เหมาะสม การใชแ้ ละจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิน่

เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ การจัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ มที ักษะในการใช้เครื่องมือ
เคร่อื งใช้ ในการทำงาน สามารถปฏบิ ัตงิ านตามขั้นตอน และใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม สามารถทำงาน
ร่วมกบั ผ้อู ่นื ไดอ้ ย่างมีความสุข ด้วยความรบั ผดิ ชอบ ใชพ้ ลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด เห็น
คุณค่าของการทำงานและมีนิสยั รกั การทำงาน

ตัวช้วี ัด รวม ๒๑ ตวั ช้วี ัด สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มฐ. ว ๑.๑ - ตัวช้ีวัด มฐ. ว ๓.๑ ๓ ตวั ช้ีวัด
มฐ. ว ๑.๒ ๑ ตวั ชี้วัด - - ตัวชี้วัด
มฐ. ว ๑.๓ ๔ ตวั ช้ีวัด มฐ. ว ๓.๒

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มฐ. ว ๒.๑ ๔ ตัวชี้วัด
มฐ. ว ๒.๒ ๓ ตวั ช้ีวดั มฐ. ว ๔.๑ - ตัวชี้วัด
มฐ. ว ๒.๓ ๑ ตัวชี้วัด ตวั ช้ีวัด
มฐ. ว ๔.๒ ๕

๔๑

คำอธบิ ายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
รหสั วิชา ว ๑๕๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

ศึกษา วเิ คราะห์ สว่ นประกอบของดอก โครงสร้างทเ่ี กยี่ วกบั การสบื พันธ์ุ การ
ขยายพันธุ์พชื วัฏจักรชีวิตของพืชดอก การสืบพนั ธุแ์ ละการขยายพันธุ์ของสัตว์ เปรียบเทียบและระบุ
ลักษณะของตนเองกบั คนในครอบครวั การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุ์กรรมของสง่ิ มีชีวติ จำแนกพืชดอก
และพชื ไม่มีดอก พชื ใบเลยี้ งเด่ยี วและใบเลยี้ งคู่ จำแนกสัตว์โดยใช้ลกั ษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ สมบตั ิของ
วัสดุ การนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ การหาแรงลัพธ์ของแรงสองแรงทีก่ ระทำต่อวัสดุ ความดันอากาศ ความดัง
ของของเหลว แรงพยงุ ของของเหลว การลอยตัวและการจมของวัตถุ แรงเสยี ดทาน การเกิดเสยี งและการ
เคล่อื นที่ของเสียง การเกิดเสยี งสงู เสียงต่ำ เสียงคอ่ ย อันตรายท่ีเกดิ ข้นึ จากเสียง การเกิด เมฆ หมอก
น้ำค้าง ฝน ลูกเหบ็ การเกดิ วัฏจกั รน้ำ ออกแบบและสร้างเคร่ืองมืออย่างง่ายในการวดั อุณหภมู คิ วามชน้ื
ความกดอากาศ การเกิดลม การเกดิ ทิศ การขึ้นตกของดวงดาว โดยใชแ้ ผนท่ีดาว และศกึ ษาปญั หาระบบ
นิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชน อำเภอ จงั หวดั

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การ
สบื คน้ ขอ้ มูล และการอภปิ ราย

เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถใน
การตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม และ
การใช้และจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมในท้องถ่ิน

ตัวชว้ี ดั รวม ๓๒ ตวั ชว้ี ดั สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มฐ. ว ๑.๑ ๔ ตัวชี้วดั มฐ. ว ๓.๑ ๒ ตวั ชวี้ ัด
มฐ. ว ๑.๒ - ตัวชี้วัด
มฐ. ว ๑.๓ ๒ ตัวช้ีวัด มฐ. ว ๓.๒ ๕ - ตัวช้ีวดั ตวั ชี้วดั

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มฐ. ว ๒.๑ ๔ ตัวช้ีวัด
มฐ. ว ๒.๒ ๕ ตวั ช้ีวัด มฐ. ว ๔.๑ - ตัวช้วี ดั
มฐ. ว ๒.๓ ๕ ตวั ช้ีวัด ตัวชวี้ ัด
มฐ. ว ๔.๒ ๕

๔๒

คำอธิบายรายวิชา

กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
รหัสวชิ า ว ๑๖๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง

ศึกษาปัญหาระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชวี ภาพในชุมชน อำเภอ จังหวัด โดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบการสบื คน้ ข้อมลู และการ
อภปิ ราย

เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารสิ่งท่ีเรียน มคี วามสามารถใน
การศึกษา วิเคราะห์ การเจริญเติบโตของมนุษย์ การทำงานที่สัมพนั ธ์กบั ของระบบย่อยอาหารระบบ
หายใจระบบหมนุ เวยี นของเลือด สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ความสัมพันธข์ องกลุ่มส่งิ มีชีวติ แหลง่ ท่ีอยู่
ต่างๆ ความสัมพนั ธข์ องสง่ิ มชี ีวิตกับส่ิงมีชวี ติ ในรปู ของโซ่อาหาร และสายใยอาหารความสมั พันธ์ระหวา่ ง
การดำรง ชีวติ ของสภาพแวดล้อม แหลง่ ทรัพยากรธรรมชาติ การเพ่ิมข้ึนของประชากร มีผลตอ่ ทรัพยากร
การเปลย่ี นแปลงสิ่งแวดลอ้ มโดยธรรมชาตแิ ละมนุษย์ การดูแลรกั ษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
การมสี ่วนรว่ มในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติสมบัติของของแขง็ ของเหลว และแกส๊ การจำแนกสาร การ
แยกสาร การจำแนกประเภทของสาร การเลือกใช้สาร สมบตั ิของสารและการเปลย่ี นสถานะ การเกิดสาร
ใหม่ การเปลี่ยนแปลงของสารท่ีเกดิ ผลตอ่ สิง่ มีชวี ติ การตอ่ วงจรไฟฟา้ ทั้งแบบอนุกรมและแบบขนาน การ
เกดิ สนามแม่เหล็ก จำแนกประเภทของหิน การเปล่ียนแปลงของหนิ ธรณีพบิ ัติท่ีมผี ลตอ่ มนุษย์และ
สภาพแวดล้อม สรา้ งแบบจำลองและอธิบายการเกิดฤดู ข้างขึ้นข้างแรม สรุ ิยุปราคา จันทรปุ ราคา
ความก้าวหนา้ และประโยชน์ของเทคโนโลยอี วกาศ และตัดสินนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั
มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม และการใชแ้ ละจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อมในท้องถิ่น

ตัวช้ีวัด รวม ๒๘ ตวั ชี้วดั สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มฐ. ว ๑.๑ - ตวั ช้ีวัด มฐ. ว ๓.๑ ๒ ตวั ชว้ี ัด
มฐ. ว ๑.๒ ๓ ตัวชี้วดั
มฐ. ว ๑.๓ - ตวั ช้ีวัด มฐ. ว ๓.๒ ๙ - ตัวชี้วัดตวั ช้ีวัด

สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มฐ. ว ๒.๑ ๑ ตัวชี้วัด
มฐ. ว ๒.๒ ๑ ตัวชวี้ ัด มฐ. ว ๔.๑ - ตวั ชีว้ ดั
มฐ. ว ๒.๓ ๘ ตัวช้ีวัด ตัวช้วี ัด
มฐ. ว ๔.๒ ๔

๔๓

อธิบายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑
รหัสวชิ า ส ๑๑๑๐๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

ศึกษา รวบรวมข้อมลู อภิปราย สรปุ นำเสนอเกี่ยวกบั ความหมาย ความสำคญั ประวตั ิ
เหตกุ ารณแ์ ละการดำรงชีวติ ของตนเองและครอบครัว บุคคลสำคัญและภูมปิ ญั ญาของครอบครวั ส่ิงท่แี สดง
ถงึ ความเป็นมาของชาตไิ ทย หลกั ธรรม พทุ ธประวตั หิ รือประวัติศาสดาอน่ื ท่ีตนนับถือ ประวตั ิ
พระมหากษัตริย์ไทย การปฏบิ ตั ิตนตามบทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ หน้าทข่ี องตนเองและ ผอู้ ่นื ตามข้อตกลง
กตกิ า กฎ ระเบียบ การอย่รู ่วมกนั บนบรรทัดฐานและวฒั นธรรมไทย การคุ้มครองเดก็ ตามหลักสิทธิ
มนษุ ยชนด้านรา่ ยกายและจิตใจ เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพ หนา้ ทแ่ี ละองคป์ ระกอบเชิงภมู ศิ าสตร์และ
สรรพส่ิงของบ้าน โดยใชเ้ คร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตร์ รู้คุณคา่ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อมทางสังคม
คำนึงถงึ ความสัมพนั ธ์ระหว่างมนุษย์ธรรมชาติและวฒั นธรรม การมสี ว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์ผู้ผลติ ผู้บรโิ ภค
การแลกเปลี่ยนสนิ คา้ การกระจายรายได้ การบรหิ ารจัดการ รายรับ รายจา่ ยของตนเอง การออม การ
ฝาก การทำงานที่ก่อให้เกิดรายได้และไม่กอ่ ให้เกิดรายได้ ตามหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียงอย่างฉลาด
คมุ้ ค่า มีดุลยภาพ

เพอื่ ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ รู้จักตนเอง เอกลกั ษณ์และคำขวัญประจำอำเภอ ประวตั ิ
โบราณสถาน โบราณวตั ถุ สถานท่สี ำคญั ของชุมชน ประเทศชาติ ปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดี ในฐานะสมาชิก
ของครอบครัวห้องเรยี น โรงเรียน ตามวถิ ีชวี ิตประชาธิปไตย และการอยู่ร่วมกันอย่างสนั ติสุข

ตัวช้วี ดั มฐ.ส ๒.๒ ป.๑/๑-๓
มฐ.ส ๒.๑ ป.๑/๑-๒ มฐ.ส ๓.๒ ป.๑/๑
มฐ.ส ๓.๑ ป.๑/๑-๓ มฐ.ส ๔.๒ ป.๑/๑-๓
มฐ.ส ๔.๑ ป.๑/๑-๕ มฐ.ส ๕.๑ ๔ ตัวชี้วดั
มฐ.ส ๑.๑ ป.๑/๑-๔ มฐ.ส ๕.๒ ๓ ตัวช้ีวดั
มฐ.ส ๑.๒ ป.๑/๑-๓

รวม ๓๒ ตัวช้ีวดั

๔๔

คำอธิบายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๒
รหสั วชิ า ส ๑๒๑๐๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศกึ ษา รวบรวมข้อมูล อภิปราย สรุป นำเสนอเกีย่ วกบั ความหมาย ความสำคญั ประวัติ
เหตกุ ารณ์ และปฏบิ ัติตนตามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ และหน้าทใ่ี นชวี ติ ประจำวัน เคารพในสทิ ธิ
เสรภี าพของตนเองและผู้อน่ื ความสัมพันธข์ องตนเองและสมาชิกในครอบครัว หลกั ธรรมคำสอน
ความสำคัญของคมั ภีร์ การเข้าร่วมกิจกรรมและพธิ กี รรมที่เก่ยี วกับวนั สำคญั ทางศาสนา ทรัพยากรทนี่ ำมา
ผลติ สินค้าและบริการ ท่ีมาของรายได้และรายจ่าย การใชจ้ า่ ยทีเ่ หมาะสมกบั รายได้และการออม การ
แลกเปล่ยี นสนิ คา้ และบรกิ าร ความสมั พันธ์ระหวา่ งผู้ซื้อและผขู้ าย เวลาท่ีแสดงเหตุการณใ์ นอดีต ปจั จุบนั
และอนาคต การเปล่ยี นแปลงในวถิ ีชวี ิตในชมุ ชนจากอดีตถึงปจั จบุ ัน วัฒนธรรมประเพณี และภูมิปญั ญา
ไทย ตำแหนง่ และลกั ษณะทางกายภาพ ความสัมพนั ธข์ องปรากฏการณร์ ะหวา่ งโลก ดวงอาทิตย์ และดวง
จันทร์ คณุ ค่าของสิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาติและทางสังคม ความสมั พนั ธ์ของฤดูกาลกบั การดำเนินชวี ติ

เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั ครอบครวั โรงเรียน เอกลักษณ์และคำขวญั ประจำ
อำเภอ ประวัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ สถานทสี่ ำคัญของชมุ ชน ในเชงิ ภูมิศาสตร์ และตระหนกั ในคณุ ค่า
ของทรัพยากรธรรมชาตแิ ละนำมาใช้ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด

ตวั ชว้ี ดั มฐ.ส ๒.๑ ป.๒/๑-๔
มฐ.ส ๑.๑ ป.๒/๑,๒,๔,๕,๖,๗ มฐ.ส ๓.๑ ป.๒/๑-๔
มฐ.ส ๒.๒ ป.๒/๑-๒ มฐ.ส ๔.๑ ป.๒/๑-๓
มฐ.ส ๓.๒ ป.๒/๑-๒
มฐ.ส ๔.๒ ป.๒/๑-๔
มฐ.ส ๕.๑ ๔ ตวั ชวี้ ัด
มฐ.ส ๕.๒ ๔ ตัวชี้วัด

รวม ๓๑ ตัวชี้วัด

๔๕

คำอธิบายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
รหสั วชิ า ส ๑๓๑๐๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

ศกึ ษา คน้ ควา้ รวบรวมข้อมลู อธบิ าย สรุป เปรียบเทยี บนำเสนอและปฏิบตั ิเกี่ยวกบั ประวตั ิ
พทุ ธศาสนา ศาสดา หลักธรรม คมั ภรี ์พระไตรปิฎก ความสำคญั สนวัตถุ ศาสนสถาน ศาสนบคุ คลวนั สำคัญ
ทางศาสนาที่ตนนบั ถือ การเป็นศาสนิกชนท่ีดี ยดึ ประเพณแี ละวัฒนธรรม การเป็นพลเมอื งท่ีดปี ฏิบตั ิ
หนา้ ทส่ี มาชกิ ทด่ี ีของชมุ ชน การปฏบิ ตั ิตนตามวิถปี ระชาธิปไตย ขอ้ ตกลง กติกา ในครอบครวั และชมุ ชน
การใช้สินค้าและบรกิ าร การผลิตและบริโภคสินค้า อิทธิพลการตั้งถ่ินฐาน พัฒนาการของชมุ ชน ลกั ษณะ
ขนบธรรมเนียบประเพณแี ละวฒั นธรรม พระราชประวตั ิ พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตรยิ ์ไทย
วรี กรรมบรรพบรุ ุษไทย การใช้แผนที่ แผนผังและภาพถ่าย ลกั ษณะกายภาพ ลักษณะทางสังคม การ
เปล่ียนแปลงสภาพแวดล้อม มลพษิ ความแตกตา่ งลักษณะเมอื งและชนบท

เพ่อื ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั เอกลักษณ์และคำขวญั ประจำอำเภอ ประวัตโิ บราณสถาน
โบราณวัตถุ สถานทส่ี ำคญั ของชุมชน บคุ คลสำคญั ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณี โบราณสถาน โบราณวัตถุ
ภาษาท้องถ่นิ พชื ในทอ้ งถ่นิ และการตั้งถิน่ ฐานในชมุ ชนตัง้ แตอ่ ดตี ถึงปัจจบุ ัน
การดำรงชวี ติ เกิดความภมู ิใจในความเป็นไทย และรู้จักอนุรักษ์มรดกไทย

ตัวชว้ี ดั มฐ.ส ๑.๒ ป.๓/๑-๓
มฐ.ส ๑.๑ ป.๓/๑-๗ มฐ.ส ๒.๒ ป.๓/๑,๒,๔
มฐ.ส ๒.๑ ป.๓/๑-๔ มฐ.ส ๓.๒ ป.๓/๑-๓
มฐ.ส ๓.๑ ป.๓/๑-๓ มฐ.ส ๔.๒ ป.๓/๑-๕
มฐ.ส ๔.๑ ป.๓/๑-๓
มฐ.ส ๕.๑ ๒ ตวั ชว้ี ัด
มฐ.ส ๕.๒ ๖ ตวั ชวี้ ดั

รวม ๓๙ ตัวชี้วัด

๔๖

คำอธิบายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔

รหสั วิชา ส ๑๔๑๐๑ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

ศึกษา คน้ คว้า สังเกต รวบรวมข้อมลู เกยี่ วกับศาสนาทต่ี นนบั ถอื ด้านประวตั ศิ าสดาของศาสนา
ความสำคญั ของศาสนาในฐานะเปน็ ศูนย์รวมจิตใจของศาสนิกชน ชาดก ( ศาสนาพทุ ธ )วนั สำคัญทางศาสนา
หลักธรรมของศาสนา ศพั ทท์ างศาสนา ศาสนพธิ ี บุคคลตัวอยา่ งทางศาสนา หนา้ ท่ี มารยาทของศาสนิกชน
รัฐธรรมนญู และกฎหมายที่เก่ยี วขอ้ งในชีวิตประจำวัน ความหมายของเงนิ สินเชอื่ ธนาคาร สถาบนั การเงิน
ประเภทของภาษี หนา้ ท่ีของเงนิ ความสำคญั ของธนาคารและสถาบนั การเงนิ หลกั การและประเภทของสนิ เชือ่
การบริหารจดั การทรพั ยากรในจงั หวัด ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ ด้านการผลติ การบรโิ ภค การบรกิ าร การใช้
เทคโนโลยี เพ่อื การแข่งขนั ในการผลติ และการบรกิ าร การตลาด การพ่ึงพา การแขง่ ขัน การประสานประโยชน์
ทางเศรษฐกิจในระดบั จังหวดั ระบบและหลกั การเศรษฐกิจพอเพียง สหกรณโ์ รงเรียน ปีพ.ศ. และค.ศ. การตั้งถนิ่
ฐานและการสร้างอาณาจักรไทยพัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย ประวัติและผลงาน ตลอดจนปัจจยั พนื้ ฐานที่มีตอ่
การสร้างสรรคว์ ัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาในทอ้ งถ่นิ มิติสมั พนั ธเ์ ชิงทำเลทตี่ ้งั สง่ิ แวดลอ้ ม ลกั ษณะเฉพาะ
ความสัมพันธ์ความแตกต่างของแผนผัง แผนท่ี เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์และสารสนเทศทางภมู ศิ าสตร์ การตงั้ และ
การยา้ ยถน่ิ ฐานของประชากรในอำเภอ รวมท้ังประวตั คิ วามเปน็ มา เหตกุ ารณส์ ำคัญท่ีมีผลต่อวถิ ชี ีวิตของคนใน
จังหวดั ปจั จัยที่มผี ลตอ่ การสร้างสรรคว์ ฒั นธรรม และภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน สาเหตุและผลของความแตกตา่ งและ
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิง่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติกับสง่ิ แวดล้อมทางสงั คม และวัฒนธรรมของอำเภอตน
วเิ คราะห์ อภิปราย จำแนกจัดกลุ่มเปรยี บเทียบ สงั เคราะห์ ประเมินคา่ สรปุ และนำเสนอ
หลักธรรมของศาสนา ประโยชนข์ องการบริหารจิตและเจริญปญั ญา การทำความดีและแนวปฏิบัติของบุคคล
สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าทใี่ นวิถชี วี ิตประชาธปิ ไตย ของตนเองและผ้อู ื่น การบริหารทรพั ยากร
ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ การใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือการแข่งขนั ในการผลิตและการบริการ การประสานประโยชน์
ทางเศรษฐกจิ ในระดับจังหวัด ตวั อยา่ งท่ีแสดงความสัมพนั ธ์ของเวลาในอดตี ปจั จบุ ัน และอนาคต เปน็ พ.ศ. และ
ค.ศ. เหตุการณ์สำคัญที่มตี อ่ การเปล่ยี นแปลงและความเจรญิ รงุ่ เรอื งในสมยั สุโขทัย ประวตั ิและผลงานตลอดจน
ปัจจยั พน้ื ฐานทม่ี ีต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรม และภมู ิปญั ญาท้องถิ่น ข้อมลู และเหตุการณ์สำคัญเกีย่ วกบั จังหวัด
ผลงานของภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ปจั จัยพ้ืนฐานทีม่ ีอิทธิพลตอ่ การสรา้ งสรรค์ ภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ ลกั ษณะเฉพาะ
ความสำคัญ ความแตกตา่ งของสิง่ แวดล้อมทางกายภาพ สาเหตแุ ละผลกระทบต่อการเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดล้อม
ฝึกปฏบิ ัติ ตามมารยาท หนา้ ที่ของศาสนกิ ชน ศาสนพิธี รว่ มกจิ กรรมวนั สำคญั ทางศาสนา ใช้แผนทแี่ ละ
เคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์ ปฏิบัตติ นเป็นพลเมอื งดีตามสถานภาพ บทบาท หนา้ ท่ี สทิ ธิ เสรภี าพ บคุ คลทีเ่ ป็นแบบอยา่ งใน
การดำรงชวี ติ หลักธรรมทางศาสนา บรรทดั ฐานความหลากหลายของประเพณี วัฒนธรรมไทย และวถิ ีประชาธปิ ไตย
การมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมสหกรณ์ กิจกรรมการเมืองการปกครองตามกระบวนการประชาธปิ ไตย การแกป้ ัญหาและส่งเสริม
คุณภาพสง่ิ แวดล้อม การศึกษาคน้ ควา้ ข้อมลู ข่าวสารดา้ นส่งิ แวดลอ้ มจากแหล่งความรู้ การอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ
สงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาตแิ ละสงั คม ปฏบิ ตั ติ นจนเปน็ นสิ ยั อย่างชื่นชมและเห็นคณุ คา่ เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความ
เขา้ ใจ ศาสนาทตี่ นนบั ถือด้านประวตั ศิ าสดา หลักธรรมของศาสนา สภาพและความสำคัญของการอนุรักษ์การพัฒนา
ท้องถิ่น สง่ิ แวดลอ้ ม ประเพณี วฒั นธรรม และภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ มเี จตคติท่ถี กู ต้อง เกีย่ วกับการเปน็ พลเมอื งดี การเมือง
การปกครอง และวิถีประชาธปิ ไตย กฎหมายในชีวติ ประจำวนั และอยู่ร่วมกบั ผ้อู ่ืนอย่างสนั ตสิ ุข การพฒั นาเศรษฐกิจ
ปจั จยั ท่ีเปน็ แรงจูงใจในการใชท้ รัพยากรในจังหวดั อย่างประหยัด คมุ้ คา่ มีทกั ษะกระบวนการ คน้ ควา้ หาความรู้ การ
บวนการคิดวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
ตวั ช้ีวัด รวม ๓๕ ตัวช้วี ัด
มฐ.ส ๑.๑ ป.๔/๑,๒,๔,๕,๗,๘ มฐ.ส ๑.๒ ป.๔/๑,๓ มฐ.ส ๒.๑ ป.๔/๑-๕
มฐ.ส ๒.๒ ป.๔/๑-๓ มฐ.ส ๓.๑ ป.๔/๑-๓ มฐ.ส ๓.๒ ป.๔/๑-๒
มฐ.ส ๔.๑ ป.๔/๑-๓ มฐ.ส ๔.๒ ป.๔/๑-๓
มฐ.ส ๕.๑ ๓ ตัวชีว้ ดั

มฐ.ส ๕.๒ ๓ ตัวชี้วดั


Click to View FlipBook Version