The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดกรมธรรม์ 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ohochutikarn, 2022-10-03 04:08:27

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดกรมธรรม์ 2565

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดกรมธรรม์ 2565

๙๗

ชั้น ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน

ป.4 1. พดู หรอื เขียนโต้ตอบในการส่ือสาร ⬧ บทสนทนาท่ใี ช้ในการทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคุณ

ระหวา่ งบุคคล ขอโทษ

⬧ ประโยค ข้อความที่ใชแ้ นะนำตนเอง เพือ่ น และ

บุคคลใกล้ตวั สำนวนการ ตอบรับ

ตัวอยา่ ง

我是…… wǒshì…… 、这是我的…… zhèshìwǒde……

那是我的…… nàshìwǒde……

他是…… tāshì……

谢谢xièxiè 、不用谢búyòngxiè

不客气búkèqì、对不起duìbuqǐ

2. ใช้คำส่ัง คำขอร้อง และคำขอ 没关系méiguānxi
อนญุ าตง่ายๆ
⬧ คำส่ัง คำขอร้อง คำขออนุญาตท่ีใชใ้ นห้องเรยี น
ตวั อยา่ ง

请进qǐngjìn 、 请坐qǐngzuò

注意听zhùyìtīng

注意看zhùyìkàn、我可以进来吗?wǒkěyǐjìnláima?

3. พูดหรือเขยี นแสดงความต้องการ 我可以去……吗?wǒkěyǐqù…ma?
ของตนเอง และขอความช่วยเหลอื
ในสถานการณ์ต่างๆ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใชแ้ สดงความต้องการ
และขอความช่วยเหลือในสถานการณต์ า่ งๆ
ตวั อย่าง

我要…… wǒyào……

4. พูดหรือเขียนเพื่อขอและใหข้ ้อมูล 请帮我…… qǐngbāngwǒ……
เกีย่ วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครวั และ
สิ่งใกลต้ ัว ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้ขอและให้ข้อมลู
เกย่ี วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และสิง่ ใกล้ตัว
ตัวอย่าง

你住在哪儿?nǐzhùzàinǎr?

我住在……wǒzhùzài…

你家有几口人?nǐjiāyǒujǐkǒurén?

我家有……口人。wǒjiāyǒu……kǒurén.

我在……学校上学。wǒzài……xuéxiàoshàngxué.

我和同学一起去……wǒhétóngxuéyìqǐqù……

5. พดู แสดงความรู้สึกของตนเอง ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้บอกความร้สู ึกของ

เกย่ี วกบั เร่อื งใกลต้ ัว และกิจกรรมต่างๆ ตนเอง เช่น ดใี จ เสียใจ ชอบ ไมช่ อบ รัก ไม่รกั

ตามแบบที่ฟัง ตัวอยา่ ง

觉得juéde、喜欢xǐhuan、爱ài、高兴gāoxìng

伤心shāngxīn、我很高兴。wǒhěngāoxìng.

我很伤心。wǒhěnshāngxīn.、我爱唱歌。wǒàichànggē.

我觉得中文不难。wǒ jué de zhōngwén bù nán.

๙๘

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั ชั้นปี สาระการเรยี นรูภ้ าษาจีน

ป.5 1. พูดหรือเขยี นโต้ตอบในการสื่อสาร ⬧ บทสนทนาทีใ่ ชใ้ นการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ

ระหวา่ งบุคคล ขอโทษ

⬧ ประโยค ขอ้ ความ หรอื ภาษาทใ่ี ช้แนะนำตนเอง

เพือ่ น และบคุ คลใกล้ตัว สำนวนการตอบรับ

ตัวอย่าง

老师好!lǎoshīhǎo! 、我叫…… wǒjiào……

他是我的…… tāshìwǒde……

那是他的…… nàshìtāde……

您贵姓?nínguìxìng? 、这是…… zhèshì……

谢谢xièxie 、不用谢búyòngxiè

不客气búkèqì、对不起duìbuqǐ

没关系méiguānxi、没什么méishénme

2. ใช้คำส่ัง คำขอร้อง คำขออนุญาต และ ⬧ คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนญุ าต และคำแนะนำง่ายๆ

คำแนะนำง่ายๆ ตัวอย่าง

请打开窗qǐngdǎkāichuāng

请站起来qǐngzhànqǐlái

(请)给我看看(qǐng) gěiwǒkànkan

老师,我们可以去……吗?

lǎoshī , wǒmenkěyǐqù...ma?

这样做zhèyàngzuò

3. พดู หรือเขยี นแสดงความต้องการ 你应该…… nǐyīnggāi……
ขอความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธ
ในสถานการณ์ต่างๆ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้บอกความตอ้ งการ
ขอความชว่ ยเหลอื การตอบรับและปฏเิ สธใน
สถานการณต์ ่างๆ
ตัวอย่าง

A: 借一下你的铅笔, 可以吗?

jiè yí xià nǐ de qiān bǐ , kěyǐ ma?

B:可以kěyǐ。

对不起,…… duìbuqǐ ……

A: 请问, 洗手间在哪儿?

qǐngwèn,xǐshǒujiānzàinǎr?

B: 在左边/对不起,不知道。

4. พูดหรอื เขียนเพื่อขอและใหข้ ้อมลู zàizuǒbian/duìbuqǐ,bùzhīdào.
เกยี่ วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครวั และ
เรื่องใกลต้ ัว ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ีใชข้ อและใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับ
ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกล้ตัว
ตัวอยา่ ง

你从哪里来?nǐcóngnǎlilái?

我从……来。wǒcóng……lái.

๙๙

ชั้น ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจีน

5. พูดหรือเขยี นแสดงความรู้สกึ ของ 你的电话号码是多少?nǐdediànhuàhàomǎshìduōshǎo?
ตนเองเกีย่ วกับเร่ืองใกล้ตัว และ
กจิ กรรมตา่ งๆ พร้อมใหเ้ หตผุ ลส้นั ๆ 02 - ……(การอา่ นหมายเลข เลข 1 อา่ นวา่ yāo)
ประกอบ
你在哪儿出生?nǐ zài nǎ’r chū shēng?
ป.6 1. พูดหรอื เขยี นโตต้ อบในการสอื่ สาร
ระหว่างบุคคล 我在……出生。wǒzài……chūshēng.

2. ใชค้ ำสงั่ คำขอร้อง คำขออนุญาต 你的生日是几月几号?nǐdeshēngrìshìjǐyuèjǐhào?
และคำแนะนำ
我的生日是……。wǒdeshēngrìshì……

⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใชแ้ สดงความรู้สึก
และการใหเ้ หตุผล เช่น ชอบ ไมช่ อบ ดใี จ เสียใจ
มีความสุข เศร้า หวิ รสชาติ
ตวั อย่าง

觉得juéde 、喜欢xǐhuan、爱ài

高兴gāoxìng、伤心shāngxīn

快乐kuàilè 、开心kāixīn、好吃hǎochī

好喝hǎohē、我喜欢wǒxǐhuan

不喜欢唱歌bùxǐhuanchànggē

爸爸回来了, 我很高兴。

bàbahuíláile ,wǒhěngāoxìng.

我考不好,很伤心。

wǒkǎobùhǎo ,hěnshāngxīn.

今天是我的生日,我觉得很快乐、开心。

jīntiānshìwǒdeshēngrì,wǒjuédehěnkuàilè ,kāixīn.

我饿了,要去吃饭。Wǒ’èle ,yàoqùchīfàn.

这个苹果很好吃。zhègepíngguǒhěnhǎochī.

⬧ บทสนทนาทีใ่ ช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคณุ
ขอโทษ
⬧ ประโยค ขอ้ ความท่ใี ช้แนะนำตนเอง เพอ่ื น และ
บุคคลใกลต้ วั และสำนวนการตอบรับ
ตวั อย่าง

大家好! dàjiāhǎo! 、明天见! míngtiānjiàn!

我是…… wǒshì……、那是我…… nàshìwǒ……

认识你rènshinǐ 、我很高兴。wǒhěngāoxìng.

我也是。wǒyěshì.、好的hǎode

我也去。wǒyěqù.

⬧ คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต และคำแนะนำ
ตวั อย่าง

不要…… búyào…、请坐好qǐngzuòhǎo

老师,我们可以去……吗?

lǎoshī,wǒmenkěyǐqù……ma?

๑๐๐

ชั้น ตัวช้ีวัดชนั้ ปี สาระการเรยี นรู้ภาษาจนี

3. พูดหรือเขียนแสดงความต้องการ 你要认真…… nǐyàorènzhēn……
ขอความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธ
ในสถานการณต์ ่างๆ 你应该…… nǐyīnggāi……

4. พูดหรอื เขยี นเพ่ือขอและใหข้ อ้ มลู ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใชบ้ อกความตอ้ งการ
เกย่ี วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และ การขอความช่วยเหลอื การตอบรบั และปฏิเสธใน
เรอื่ งใกล้ตวั สถานการณต์ ่างๆ
ตวั อยา่ ง
5. พดู หรือเขยี นแสดงความรู้สกึ ของ
ตนเองเกยี่ วกับเรอื่ งใกลต้ วั กิจกรรม 不bù、没méi、
ตา่ งๆ พร้อมใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
我要一张纸wǒyàoyìzhāngzhǐ

A: 请帮我们……扫地……。

qǐngbāngwǒmen……sǎodì……

B: 可以,不可以kěyǐ ,bùkěyǐ / 我没空。wǒméikòng.

⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ีใช้ขอและให้ข้อมูล
เกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่อื งใกล้ตัว
ตวั อย่าง

同学们好!tóngxuémenhǎo!

我是……人。wǒshì……rén.

我住在……。wǒzhùzài……

我在……学校读书 / 学习 /上学。

wǒzài…xuéxiàodúshū / xuéxí / shàngxué.

这是我的……。zhèshìwǒde……

我的爱好是……。wǒdeàihàoshì……

我读/上……年级。Wǒdú / shàng…… niánjí.

我在学习……(中文/ 英文)。

wǒzàixuéxí…(zhōngwén / yīngwén).

我想当…… (医生)、 (老师) 、(军人)。

wǒxiǎngdāng…… (yīshēng), (lǎoshī) ,(jūnrén).

⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้แสดงความรู้สกึ และ
การให้เหตุผลประกอบ เชน่ ชอบ ไม่ชอบ ดใี จ เสียใจ มี
ความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด
ดี ไมด่ ี
ตัวอยา่ ง

觉得juéde、喜欢xǐhuan、爱ài

高兴gāoxìng、伤心shāngxīn

难过nánguò、快乐kuàilè、开心kāixīn

甜tián 、酸suān、咸xián 、辣là

淡dàn、苦kǔ 、香xiāng、好看hǎokàn

不好看bùhǎokàn、可爱kě’ài

不可爱bùkě’ài、美丽měilì

๑๐๑

ชั้น ตวั ชวี้ ัดช้ันปี สาระการเรยี นรู้ภาษาจีน

美丽měilì、漂亮piàoliang
不漂亮búpiàoliang
我考了第一名,我非常高兴。
wǒkǎoledìyīmíng, wǒfēichánggāoxìng.
妈妈带我去玩,我很快乐。
māmādàiwǒqùwán, wǒhěnkuàilè.
我饿了,我们去吃饭吧。
wǒ'èle, wǒmenqùchīfànba.
茉莉花很香。mòlìhuāhěnxiāng.

๑๐๒

สาระที่ 1: ภาษาเพื่อการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.3นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพดู

และการเขยี น

ช้นั ตวั ชี้วัดชัน้ ปี สาระการเรยี นรู้ภาษาจีน

ป.1 1. พูดใหข้ ้อมลู ⬧ คำ กลุ่มคำ และประโยคท่ีใช้ในการพูดให้ขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตวั เชน่ บอก
เกย่ี วกับตนเอง ช่อื อายุ
และเร่ืองใกล้ตัว สง่ิ ตา่ งๆ ตัวเลข สี ขนาด เวลา ตำแหน่งของสงิ่ ของ
ตวั อยา่ ง

上shàng 、下xià 、 左zuǒ 、右yòu 、前qián

后hòu 、大dà 、 小xiǎo、上面shàngmian

下面xiàmian、 左边zuǒbian 、右边yòubian

早上zǎoshang 、晚上wǎnshang、年nián 、月yuè 日rì、红色hóngsè 、 蓝色lánsè 、 黄色huángsè

白色báisè 、黑色hēisè 、我的家wǒdejiā

我叫……。wǒjiào……、我……岁。wǒ……suì.

现在八点。xiànzàibādiǎn.

2. เขียนอักษร ⬧ ลำดับขีดอกั ษรจีน

จีน คำง่ายๆ 笔画bǐhuà 、笔顺bǐshùn

ป.2 1. พูดให้ข้อมลู ⬧ คำ กลมุ่ คำ และประโยคท่ีใชใ้ นการพูดให้ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง บคุ คลใกล้ตัว และเร่ืองใกล้

เกี่ยวกับตนเอง ตัว เช่น บอกชือ่ อายุ รูปรา่ ง ส่ิงตา่ งๆ ตวั เลข สี ขนาด เวลา ตำแหนง่ ของสิง่ ของ

และเร่อื ง ใกลต้ วั ตวั อยา่ ง

上shàng 、下xià 、左zuǒ、右yòu 、 前qián

后hòu、前边qiánbian 、 后边hòubian

……里lǐ 、……边biān 、 高gāo 、 矮ǎi 、大dà

小xiǎo、早上zǎoshang、 中午zhōngwǔ

晚上wǎnshang、红色hóngsè 、黄色huángsè

粉红色fěnhóngsè 、 绿色lǜsè 橙色chéngsè

蓝色lánsè 、紫色zǐsè、 我很高wǒhěngāo 、矮ǎi

今天……月……号,星期……

jīntiān……yuè……hào,xīngqī……

熊猫真可爱。xióngmāozhēnkěài.

2. เขยี นอกั ษร 妈妈在厨房。māmazàichúfáng.
จนี คำศัพท์
งา่ ยๆ ⬧ ลำดบั ขีดอกั ษรจนี

笔画bǐhuà

笔顺bǐshùn

๑๐๓

ชนั้ ตวั ชี้วดั ช้นั ปี สาระการเรยี นร้ภู าษาจนี

ป.3 1. พดู ให้ข้อมูล ⬧ คำ กลุ่มคำ และประโยคท่ีใชใ้ นการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง บุคคลใกลต้ วั และเรื่องใกล้
เกีย่ วกบั ตนเอง ตัว เช่น บอกชือ่ อายุ รูปรา่ ง สิ่งต่างๆ ตวั เลข สี ขนาด เวลา ตำแหน่งของสิง่ ของ
และเรื่องใกล้ตวั ตวั อยา่ ง

上shàng 、下xià 、左zuǒ、右yòu 、 前qián

后hòu 、里lǐ 、外wài 、 ……面miàn

……边biān、高gāo 、 矮ǎi 、 大dà 、小xiǎo

早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ

下午xiàwǔ、晚上wǎnshang、红色hóngsè

黄色huángsè 、粉红色fěnhóngsè

绿色lǜsè 、橙色chéngsè 、蓝色lánsè 紫色zǐsè

白色báisè 、黑色hēisè、我不胖。wǒbúpàng.

他很胖。tāhěnpàng.

我家有……口人,有……。

wǒjiāyǒu…… kǒurén,yǒu……

我七点去学校。wǒqīdiǎnqùxuéxiào.

饺子很好吃。jiǎozihěnhàochī.

2. เขยี นให้ 蓝蓝的天,白白的云。lánlándetiānbáibáideyún.
ข้อมลู เกีย่ วกับ
ตนเองงา่ ยๆ ⬧ คำ กลุ่มคำ และประโยคสัน้ ๆ ท่ีใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับตนเอง
ตัวอย่าง

我姓…… ,叫……。wǒxìng...jiào...

今年……岁。jīnnián...suì.

上……年级。shàng...niánjí.

我家有……口人,有……。wǒjiāyǒu……kǒurén, yǒu……

我住在……。wǒzhùzài……

3. จัดหมวดหมู่ ⬧ คำ กลมุ่ คำท่ีมีความหมายเก่ยี วกบั บคุ คล สัตว์ สงิ่ ของและอืน่ ๆ ตามที่ได้เรยี นมา

คำตามประเภท

ของบุคคล สัตว์

และส่ิงของ

ตามที่ฟงั หรือ

อ่าน

ป.4 1. พูดหรอื เขียน ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้ในการพดู และเขียนข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง และเรื่องใกลต้ ัว

ให้ข้อมลู เชน่ ชื่อ อายุ รปู รา่ ง สี ขนาด รปู ทรง สิง่ ตา่ งๆ ตัวเลข วัน เดือน ปี ฤดกู าล ตำแหนง่ ของ

เกี่ยวกับตนเอง สิ่งของ

และเรื่องใกล้ตวั ⬧ เคร่ืองหมายวรรคตอน

ตวั อย่าง

圆yuán、方fāng、角jiǎo、长cháng、短duǎn

夏季xiàjì、 雨季yǔjì、凉季liángjì 、春chūn

夏xià、秋qiū、冬dōng

๑๐๔

ชั้น ตวั ช้ีวดั ชนั้ ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจีน

早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ

下午xiàwǔ、晚上wǎnshang

逗号(,) dòuhào 、问号(?)wènhào

句号(。) jùhào 、顿号(、)dùnhào

我家有一张圆桌。Wǒjiāyǒuyìzhāngyuánzhuō.

方桌在左边。fāngzhuōzàizuǒbian .

我的童子军三角巾在书包里。wǒdetóngzǐjūnsānjiǎojīnzàishūbāolǐ.

2. พูดหรือวาด ⬧ คำ กล่มุ คำท่มี ีความหมายสัมพนั ธก์ ับสิ่งต่างๆ ใกลต้ ัว

ภาพแสดง ตัวอยา่ ง

ความสมั พนั ธ์ของ 在……上/下zài……shàng / xià

ส่งิ ตา่ งๆ ใกล้ตัวท่ี 在……旁边zài……pángbiān

ฟังหรืออา่ น 我的书在桌子上。wǒdeshūzàizhuōzǐshàng.

3. พูดแสดง 他坐在我的旁边。tāzuòzàiwǒdepángbiān.
ความคิดเหน็
ง่ายๆ เกยี่ วกับ ⬧ ประโยคทใี่ ช้พดู แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เร่ือง
เรอื่ งใกล้ตวั ใกล้ตวั
ตวั อยา่ ง

姐姐很漂亮。jiějiěhěnpiàoliang.

他很帅。tāhěnshuài.

ป.5 1. พดู หรือเขียน ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ีใชใ้ นการพูดและเขียนข้อมลู เก่ยี วกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว

ใหข้ ้อมลู เช่น ขอ้ มูลสว่ นบุคคล ส่ิงตา่ งๆ กจิ กรรม ตัวเลข ลำดับท่ี วัน เดือน ปี สี ฤดกู าล เวลา สภาพ

เก่ียวกับตนเอง ดนิ ฟา้ อากาศ อารมณ์ ความรู้สกึ ขนาด รปู ร่าง ตำแหน่งของสง่ิ ของ

และเรอ่ื งใกลต้ วั ⬧ เคร่ืองหมายวรรคตอน

ตัวอยา่ ง

圆yuán、方fāng、角jiǎo 、长cháng、短duǎn

夏季xiàjì、 雨季yǔjì、凉季liángjì、春chūn

夏xià、秋qiū、冬dōng

早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ

下午xiàwǔ、晚上wǎnshang、时间shíjiān

逗号(,) dòuhào 、问号(?)wènhào

句号 (。) jùhào 、顿号(、)dùnhào

感叹号(!)gǎntànhào、冒号(:)màohào

泰国一年有三季:夏季、雨季、冬季。

tàiguó yì nián yǒu sānjì:xiàjì、 yǔjì、dōngjì.

๑๐๕

ชัน้ ตวั ชีว้ ัดชน้ั ปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจนี

2. เขยี นภาพ ⬧ คำ กล่มุ คำ ประโยคทแ่ี สดงขอ้ มูลของเรื่องต่างๆ ที่มีความหมายสมั พันธ์กบั ภาพ แผนผัง
แผนผัง และ และตาราง
ตาราง แสดง ตวั อยา่ ง
ข้อมลู ตา่ งๆ
ตามที่ฟงั หรือ 在……里边zài…lǐbian、在……后边zài…hòubian
อ่าน
这是学校的地图,图书馆在教室的后边。

Zhè shì xué xiào de dìtú ,tú shū guǎn zài jiào shì de hòu bian.

这是我的卧室,电视在桌子上。

Zhè shì wǒ de wò shì,diàn shì zài zhuō zǐ shàng.

3. พูดแสดง ⬧ ประโยคที่ใช้พดู แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรม หรือเร่อื งใกล้ตัว

ความคดิ เห็น ตวั อย่าง

เก่ียวกบั กจิ กรรม 我喜欢打球。wǒxǐhuandǎqiú.

หรอื เรือ่ งใกลต้ ัว

ป.6 1. พูดหรือเขียน ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ีใช้ในการพูดและเขียนข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วัตรประจำวัน

ให้ขอ้ มูล เพ่ือน ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว เช่น ข้อมลู ส่วนบุคคล ตัวเลข

เกย่ี วกับตนเอง ลำดบั ที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา กจิ กรรม สี ขนาด รปู ทรง ตำแหนง่ ของสิ่งของ ทิศทาง

เพอ่ื น และ งา่ ยๆ สภาพดนิ ฟา้ อากาศ อารมณ์ ความรู้สึก

สิ่งแวดลอ้ มใกล้ ⬧ เครอื่ งหมายวรรคตอน

ตัว ตวั อยา่ ง

圆yuán、方fāng、角jiǎo 、 长cháng、短duǎn

夏季xiàjì 雨季yǔjì、凉季liángjì 、春chūn、夏xià

秋qiū、冬dōng、东dōng、南nán、西xī、北běi

早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ

下午xiàwǔ、晚上wǎnshang、时间shíjiān

逗号(,) dòuhào 、 问号(?)wènhào

句号(。) jùhào 、 顿号(、)dùnhào

感叹号(!)gǎntànhào 、冒号(:)màohào

引号(“…”) yǐnhào

中国一年有四季:春季、夏季、秋季、冬季。

zhōngguóyìniányǒusìjì:chūnjì、xiàjì、 qiūjì、dōngjì.

2. เขียนภาพ 普吉在泰国的南部。pǔjízàitàiguódenánbù.
แผนผงั และ
ตาราง แสดง ⬧ คำ กลุ่มคำ ประโยคที่แสดงขอ้ มูลของเรื่องต่างๆ ทีม่ ีความหมายสัมพันธ์กบั ภาพ แผนผงั
ข้อมลู ตา่ งๆ ที่ และตาราง
ฟังหรืออา่ น ตัวอย่าง

这是我的课程表,上午有两节汉语课,一节泰语课,下午有两节英语课,一节体育课。

๑๐๖

ชั้น ตวั ช้ีวัดชั้นปี สาระการเรยี นร้ภู าษาจนี

3. พดู หรอื เขยี น Zhè shì wǒde kè chéng biǎo,shàngwǔ yǒu liǎng jié hànyǔ kè, yì jié tàiyǔ kè,xiàwǔ yǒu liǎng jié yīngyǔ kè,yì jié
แสดงความ
คิดเหน็ เก่ยี วกบั tǐyù kè.
เร่อื งใกล้ตัว
这是我们班的值日表。

Zhè shì wǒmen bān de zhí rì biǎo.

⬧ ประโยคทใี่ ช้พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั
เรอ่ื งใกล้ตวั
ตัวอยา่ ง

我觉得汉语不难。wǒjuédehànyǔbùnán.

๑๐๗

สาระท่ี 2: ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้

อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ

ชัน้ ตัวชี้วัดชัน้ ปี สาระการเรยี นร้ภู าษาจนี

ป.1 1. พูดและแสดงออกตามวฒั นธรรม ⬧ การทกั ทายอย่างสุภาพ
ของจนี ตัวอย่าง
您好nínhǎo!、老师好!lǎoshīhǎo!(พรอ้ มคำนบั ) !

你好!nǐhǎo !、同学们好!tóngxuémenhǎo!

2. บอกช่อื และคำศพั ท์เก่ียวกับ 孙丽,你好!Sūnlì, nǐhǎo!
เทศกาลสำคัญของจนี
⬧ ชอ่ื และคำศัพท์เกีย่ วกบั เทศกาลสำคญั ของจีน
3. รู้จกั หรือเขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษา ตัวอย่าง
และวฒั นธรรมของจีนท่เี หมาะสมกบั วนั ตรษุ จนี 春节chūnjié
วยั วันไหว้พระจันทร์ 中秋节zhōngqiūjié

⬧ กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจีน เช่น
การเล่นเกม游戏yóuxì
การร้องเพลง唱歌chànggē
การแสดงท่าทางประกอบเพลง 跳舞tiàowǔ

制作熊猫面具zhì zuò xióngmāo miàn jù

七巧板qī qiǎo bǎn

中国和泰国的传统服饰zhōngguó hé tàiguó de chuántǒng fúshì

ป.2 1. พูดและแสดงออกตามวฒั นธรรม - ⬧ การทักทาย การแนะนำตนเอง อยา่ งสภุ าพ
ของจีน ตวั อยา่ ง

您好!nínhǎo!、老师好!lǎoshīhǎo!(พร้อมคำนับ) !

你好!nǐhǎo !、同学们好!tóngxuémenhǎo!

孙丽,你好!sūn, lìnǐhǎo!、我姓……。wǒxìng……

我叫……。wǒjiào……、我……岁。wǒ……suì

2. บอกชือ่ และคำศพั ท์เก่ียวกับ 我上……(二年级)。wǒshàng…… (èrniánjí).
เทศกาลสำคญั ของจนี
⬧ ชือ่ และคำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคญั ของจีน
3. เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาและ ตัวอยา่ ง
วัฒนธรรมของจนี ทเ่ี หมาะสมกับวยั วนั ตรษุ จนี 春节chūnjié
วันเช็งเมง้ 清明节qīngmíngjié
วนั ไหว้พระจนั ทร์ 中秋节zhōngqiūjié
วันชาติ 国庆节guóqìngjié

⬧ กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจนี เช่น
การเล่นเกม游戏yóuxì 、การร้องเพลง唱歌chànggē
การแสดงทา่ ทางประกอบเพลง 跳舞tiàowǔ
การออกกำลังกาย体操tǐcāo

๑๐๘

ชั้น ตวั ชี้วดั ชน้ั ปี สาระการเรยี นร้ภู าษาจีน

做中国和泰国的日历zuò zhōngguó hé tàiguó de rìlì

做中国、泰国城市的海报

zuò zhōngguó tàiguó chéng shì de hǎi bào

ป.3 1. พูดและแสดงออกตามวัฒนธรรม ⬧ การทักทาย การแนะนำตนเอง การตอบรับหรือ
ของจีน - ปฏเิ สธอยา่ งสุภาพ
ตัวอย่าง

老师好!lǎoshīhǎo!、同学们好!tóngxuémenhǎo!

我姓……,叫……。wǒxìng……,jiào……

今年……岁。jīnnián……suì.、

上……年级。shàng……niánjí.

我家有……口人。wǒjiāyǒu.……kǒurén.

我喜欢……。wǒxǐhuan……、是shì、对duì 好hǎo

可以kěyǐ 、要yào 、不是búshì 、 不对búduì

不好bùhǎo 、 不可以bùkěyǐ 、不要búyào

A: 你要喝水吗? nǐyàohēshuǐma?

2. บอกช่ือ คำศพั ท์ และความสำคญั B: 不要,谢谢! búyào,xièxie!
อย่างสั้นๆเก่ียวกับเทศกาลและวนั
สำคัญ ⬧ ชือ่ และคำศัพท์เกีย่ วกับเทศกาล วนั สำคัญ ของจนี
ของจนี ตวั อย่าง
วนั ตรุษจนี 春节chūnjié (เป็นวนั ขึน้ ปใี หมข่ องจนี )
วันเช็งเมง้ 清明节qīngmíngjié (เป็นวนั ไหว้บรรพบุรุษท่ี
สสุ าน)
วนั แรงงาน 劳动节láodòngjié
เทศกาลวนั แห่งกวหี รอื เทศกาลบะจา่ ง

3. เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและ 端午节duānwǔjié
วฒั นธรรมของจนี ท่เี หมาะสมกบั วัย
วันไหว้พระจนั ทร์ 中秋节zhōngqiūjié
วันชาติ 国庆节guóqìngjié

⬧ กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจนี เชน่
การเล่นเกม游戏yóuxì
การร้องเพลง唱歌chànggē
การแสดงท่าทางประกอบเพลง 跳舞tiàowǔ
การออกกำลังกาย体操tǐcāo

做国旗小纸帽zuò guóqí xiǎo zhǐmào

夹乒乓球比赛jiā pīngpāng qiú bǐsài

ป 4. 1. พดู และแสดงออกอย่างสภุ าพ ตาม 学习包饺子xuéxí bāo jiǎozi
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของจีน
⬧ การทกั ทายอยา่ งสภุ าพ
⬧ มารยาทสังคมและวฒั นธรรมของจนี เช่น การคำนับ
ในการทักทาย การย้ิมตอบรบั การยืนอยา่ งสำรวมเพ่ือ
แสดงความเคารพและใหเ้ กียรติ

๑๐๙

ชนั้ ตวั ชี้วัดชน้ั ปี สาระการเรยี นรูภ้ าษาจนี

ตัวอยา่ ง

你好!nǐhǎo!、 您好!nínhǎo!

老师好!lǎoshīhǎo!(พร้อมคำนบั )

同学们好!tóngxuémenhǎo!

2. ตอบคำถามเก่ียวกับเทศกาล วัน 孙丽,你好!sūnlì, nǐhǎo!
สำคัญ
งานฉลองของจนี ⬧ คำศพั ท์ และข้อมูลเก่ียวกบั เทศกาล วนั สำคญั
งานฉลองของจนี
ตวั อยา่ ง

节日jiérì、春节chūnjié 、清明qīngmíng

3. เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและ 端午duānwǔ 、中秋节zhōngqiūjié
วัฒนธรรมของจนี ทีเ่ หมาะสมกบั วัย
⬧ กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจีน เช่น
การเลน่ เกม การรอ้ งเพลง การตดั กระดาษ
ตวั อยา่ ง

剪纸jiǎnzhǐ 、 儿歌érgē、放fàng

做风筝zuòfēngzhēng 、猜谜语cāimíyǔ

跳舞tiàowǔ 、体操tǐcāo

ป.5 1. ใชถ้ อ้ ยคำ น้ำเสียง และกริ ิยาท่าทาง ⬧ ถอ้ ยคำ นำ้ เสียง และกิรยิ าท่าทาง ตามมารยาทสังคม

อย่างสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ และวัฒนธรรมของจนี

วฒั นธรรมของจนี ตัวอย่าง

请…… qǐng……

2. ตอบคำถาม หรอื บอกความสำคัญ 请问,您贵姓?qǐngwèn, nínguìxìng?
ของเทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และ
ชวี ิตความเป็นอยู่ของจีน ⬧ ขอ้ มลู และความสำคญั ของเทศกาล วันสำคัญ
งานฉลอง และชีวติ ความเป็นอยู่ของจีน
ตัวอย่าง

节日jiérì、春节chūnjié

清明qīngmíng 、 端午duānwǔ

中秋节zhōngqiūjié、儿童节értóngjié

元旦yuándàn、 母亲节mǔqīnjié

3. เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและ 父亲节fùqīnjié 、 圣诞节shèngdànjié
วัฒนธรรมของจนี ทเี่ หมาะสมกบั วยั
⬧ กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจนี เชน่
การเล่นเกม การร้องเพลง การตดั กระดาษ ศิลปะการ
ป้องกนั ตัว
ตวั อยา่ ง

剪纸jiǎnzhǐ 、儿歌érgē、放fàng

做风筝zuòfēngzhēng 、猜谜语cāimíyǔ

跳舞tiàowǔ 、体操tǐcāo

书法shūfǎ 、 象棋xiàngqí

๑๑๐

ชนั้ ตัวชว้ี ัดชน้ั ปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี

ป.6 1. ใช้ถอ้ ยคำ น้ำเสยี ง และกิริยาท่าทาง ⬧ ถ้อยคำ นำ้ เสียง และกิรยิ าท่าทาง ตามมารยาทสงั คม

อย่างสภุ าพ ตามมารยาทสังคมและ และวฒั นธรรมของจีน เช่น การส่งและรบั ของด้วยมือทั้ง

วฒั นธรรมของจีน สองข้าง ถา้ จำเป็นต้องใชม้ ือเดียว ให้ใชม้ ือขวา

2. บอกข้อมูล และความสำคัญของ ⬧ ขอ้ มูล และความสำคญั ของเทศกาล วนั สำคัญ

เทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง ชวี ิตความ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยขู่ องจนี

เป็นอยู่ของจีน ตวั อย่าง

节日jiérì、春节chūnjié 、 清明qīngmíng

端午duānwǔ 、中秋节zhōngqiūjié

儿童节értóngjié、元旦yuándàn、母亲节mǔqīnjié

3. เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและ 父亲节fùqīnjié 、圣诞节shèngdànjié
วัฒนธรรมของจีน ตามความสนใจ
⬧ กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจีน เช่น การ
เล่นเกม การร้องเพลง การตัดกระดาษ ศลิ ปะการ
ปอ้ งกันตัว และการเขยี นพู่กันจนี
ตวั อยา่ ง

剪纸jiǎnzhǐ 、儿歌érgē、放fàng

做风筝zuòfēngzhēng、 猜谜语cāimíyǔ

跳舞tiàowǔ、 体操tǐcāo、书法shūfǎ

画画儿huàhuàr 、 象棋xiàngqí

๑๑๑

สาระที่ 2: ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม

ชน้ั ตัวชว้ี ัดช้ันปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี

ป.1 1. ระบตุ วั อักษรจนี สทั อักษรพินอิน ⬧ ความแตกตา่ งระหวา่ งตัวอักษรจีน สัทอักษรพินอนิ

(拼音pīnyīn) และตัวอักษรไทย (拼音pīnyīn)กบั ตวั อกั ษรไทย

ตวั อยา่ ง

我 – wǒ – ฉนั

2. บอกความเหมอื นหรือความแตกต่าง ⬧ วฒั นธรรมการทักทายของจีนและของไทย เชน่

ดา้ นวัฒนธรรมการทกั ทายของจีนและ จีน-กลา่ วคำทักทายพร้อมโคง้ คำนบั

ของไทย ไทย-กลา่ วคำว่าสวสั ดีพร้อมยกมือไหว้

ป.2 1. ระบุตัวอักษรจีน คำ และความหมาย ⬧ ตัวอกั ษรจีน คำ และความหมาย

สทั อักษรพินอิน(拼音pīnyīn)และ ⬧ สทั อักษรพนิ อนิ และการออกเสียง

ออกเสียงได้ถูกต้อง ตวั อยา่ ง

书 – shū – หนงั สือ ( sh+ū+วรรณยุกตเ์ สียง1 )

2. บอกความเหมอื นหรือความแตกต่าง ⬧ วฒั นธรรมการแต่งกาย เช่น ชดุ ประจำชาติ

ดา้ นวัฒนธรรมของจีนและของไทย เช่น - ⬧ การรบั ประทานอาหารของจีนและของไทย เช่น
การแต่งกาย การรบั ประทานอาหาร จีน-รับประทานอาหารด้วยตะเกยี บและช้อน

ไทย-รบั ประทานอาหารด้วยชอ้ นและส้อม

ป.3 1. ระบุตัวอักษรจนี คำ กลมุ่ คำ และ ⬧ ตวั อักษรจีน คำ กลุ่มคำและความหมาย

ความหมายสัทอักษรพินอิน(拼音 ⬧ สทั อกั ษรพินอนิ และการออกเสยี ง

pīnyīn)และออกเสยี งได้ถูกต้อง ตวั อยา่ ง

我爸爸- wǒbàba -พ่อของฉัน

2. บอกความเหมือนหรือความแตกตา่ ง ⬧ วฒั นธรรมการแตง่ กาย เช่น ชดุ ประจำชาติ

ดา้ นวัฒนธรรมของจีนและของไทย เชน่ ⬧ การรบั ประทานอาหารของจนี และของไทย เชน่

การแต่งกาย การรับประทานอาหาร จีน-รับประทานอาหารดว้ ยตะเกยี บและช้อน

ไทย-รบั ประทานอาหารดว้ ยชอ้ นและส้อม

ป.4 1. บอกความเหมือน หรือความแตกตา่ ง ⬧ ความเหมอื น และความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร

ของเสียงตัวอกั ษร คำ กล่มุ คำ ประโยค คำ กลมุ่ คำ และประโยคและข้อความ ของภาษาจนี กบั

และข้อความของภาษาจนี กบั ภาษาไทย ภาษาไทย เชน่

- เสียงในภาษาจีน: เสยี งพยัญชนะ/ เสยี งสระ/ เสยี ง

วรรณยกุ ต์

- ตัวอักษรจนี : ลำดบั ขดี

- คำ: การประสมคำ

- ประโยค: โครงสร้างประโยคความเดยี ว

2. บอกความเหมือนหรือความแตกตา่ ง ⬧ ความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล

ระหวา่ งเทศกาล และงานฉลอง ตาม และงานฉลองตามวัฒนธรรมของจนี กับวฒั นธรรม

วฒั นธรรมของจีนกับวัฒนธรรมของไทย ของไทย

๑๑๒

ชน้ั ตัวชี้วดั ชน้ั ปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน

ตวั อย่าง

元旦yuándàn(新年xīnnián)、母亲节mǔqīnjié

父亲节fùqīnjié

ป.5 1. บอกความเหมอื น หรือความแตกตา่ ง ⬧ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออก

ระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ เสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ ของภาษาจีนกบั ภาษาไทย

ตา่ งๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน ⬧ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตาม

และการลำดับคำ ตามโครงสร้าง โครงสรา้ งประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย เช่น

ประโยคของภาษาจนี และภาษาไทย - เสียงในภาษาจนี : เสียงพยญั ชนะ/ เสียงสระ/ เสียง

วรรณยกุ ต์

- ตวั อกั ษรจีน: ลำดับขีด

- คำ: การประสมคำ

- ประโยค: โครงสรา้ งประโยคความเดียว

- เครือ่ งหมายวรรคตอน

2. บอกความเหมือน หรือความแตกตา่ ง ⬧ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล

ระหวา่ งเทศกาล และงานฉลอง ตาม และงานฉลอง ตามวัฒนธรรมของจนี กบั วัฒนธรรม

วฒั นธรรมของจีนกับวฒั นธรรมของไทย ของไทย

ตัวอยา่ ง

春节chūnjié 、泼水节pōshuǐjié(宋干节sònggànjié)

教师节jiàoshījié 、儿童节értóngjié

ป.6 1. บอกความเหมอื น หรือความแตกต่าง ⬧ ความเหมอื นและความแตกตา่ ง ระหว่างการออก

ระหวา่ งการออกเสียง ประโยคชนดิ เสียงประโยคชนิดตา่ งๆ

ต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และ ⬧ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดบั คำตาม

การลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยค โครงสรา้ งประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย เช่น

ของภาษาจนี และภาษาไทย - เสยี งในภาษาจนี : เสยี งพยัญชนะ/ เสียงสระ/ เสียง

วรรณยกุ ต์

- ตวั อกั ษรจีน: ลำดับขดี

- คำ: การประสมคำ

- วลี: โครงสร้างวลี

- ประโยค: โครงสร้างประโยคความเดยี ว

- เครือ่ งหมายวรรคตอน

2. บอกความเหมือนหรือความแตกตา่ ง ⬧ ความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล

ระหว่างเทศกาล งานฉลอง และ งานฉลอง และประเพณี ตามวัฒนธรรมของจีนกับ

ประเพณี ตามวัฒนธรรมของจนี กับ วัฒนธรรมของไทย

วัฒนธรรม ตัวอยา่ ง

ของไทย 元旦yuándàn(新年xīnnián)、春节chūnjié

泼水节pōshuǐjié(宋干节sònggànjié)

母亲节mǔqīnjié 、父亲节fùqīnjié

教师节jiàoshījié 、儿童节értóngjié

๑๑๓

สาระที่ 3: ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรูก้ บั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ่นื และเปน็
พืน้ ฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน

ช้นั ตวั ชีว้ ัดชัน้ ปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน

ป.1 1. บอกคำศพั ทท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกับกลมุ่ สาระ ⬧ คำศัพท์ทีเ่ ก่ยี วข้องกับกล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่

การเรียนรอู้ น่ื เชน่ ตวั เลข ผัก ผลไม้ สตั ว์

ป.2 1. บอกคำศัพท์ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับกลุ่มสาระ ⬧ คำศัพท์ท่เี กีย่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่

การเรยี นร้อู นื่ เช่น ตวั เลข ผกั ผลไม้ สัตว์ สง่ิ ของ สถานทีใ่ กลต้ ัว

ป.3 1. บอกคำศพั ทท์ ี่เก่ยี วขอ้ งกับกลุม่ สาระ ⬧ คำศพั ท์ทเ่ี กี่ยวข้องกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อื่น

การเรียนรอู้ นื่ เชน่ ตวั เลข ผกั ผลไม้ สตั ว์ สงิ่ ของ สถานทท่ี ่องเทย่ี ว

ป.4 1. ค้นควา้ รวบรวมคำศัพท์ท่เี ก่ียวข้อง ⬧ คำศพั ท์ท่เี ก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น

กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่น และ ⬧ แหล่งขอ้ มลู ต่างๆ

นำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขียน ⬧ วิธกี ารนำเสนอ

⬧ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ได้แก่

- 数学shùxué

- 自然科学zìránkēxué

- 社会科学shèhuìkēxué(地理dìlǐ、历史lìshǐ、宗教与文化

zōngjiàoyǔwénhuà)

- 泰语tàiyǔ

- 外语wàiyǔ(英语yīngyǔ 、汉语hànyǔ)

- 卫生与体育wèishēngyǔtǐyù

- 艺术yìshù(手工艺shǒugōngyì、绘画huìhuà、音乐yīnyuè

舞蹈wǔdǎo)

- 职业与技科zhíyèyǔkējì

ป.5 1. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ⬧ คำศัพท์ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่น

กับกลุม่ สาระการเรยี นรู้อ่นื และ ⬧ แหลง่ ข้อมลู ต่างๆ

นำเสนอด้วยการพูดหรอื เขียน ⬧ วิธกี ารนำเสนอ

⬧ กล่มุ สาระการเรียนรู้ ได้แก่

- 数学shùxué

- 自然科学zìránkēxué

- 社会科学shèhuìkēxué(地理dìlǐ、历史lìshǐ

宗教与文化zōngjiàoyǔwénhuà)

- 泰语tàiyǔ

- 外语wàiyǔ(英语yīngyǔ、汉语hànyǔ)

- 卫生与体育wèishēngyǔtǐyù

- 艺术yìshù(手工艺shǒugōngyì、绘画huìhuà、音乐yīnyuè

舞蹈wǔdǎo)

- 职业与科技zhíyèyǔkējì

๑๑๔

ชั้น ตัวชว้ี ัดช้นั ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจีน

ป.6 1. คน้ คว้า รวบรวมคำศัพท์ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ⬧ คำศัพท์ท่เี กีย่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื
กับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อนื่ จากแหล่ง ⬧ แหลง่ การเรียนรตู้ ่างๆ
เรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพูดหรือ ⬧ วธิ ีการนำเสนอ
เขียน ⬧ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ไดแ้ ก่
- 数学shùxué

- 自然科学zìránkēxué

- 社会科学shèhuìkēxué(地理dìlǐ、历史lìshǐ

宗教与文化zōngjiàoyǔwénhuà)

- 泰语tàiyǔ

- 外语wàiyǔ(英语yīngyǔ、汉语hànyǔ)

- 卫生与体育wèishēngyǔtǐyù

- 艺术yìshù(手工艺shǒugōngyì、绘画huìhuà

音乐yīnyuè、舞蹈wǔdǎo)

- 职业与科技zhíyèyǔkējì

๑๑๕

สาระท่ี 4: ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม

ชน้ั ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี
ป.1 1. ฟงั หรือพดู ในสถานการณ์ง่ายๆ
⬧ คำ กลุม่ คำ ประโยค และบทสนทนาในสถานการณ์
ท่ีเกิดขึน้ ในห้องเรยี น งา่ ยๆ ทเ่ี กิดขนึ้ ในห้องเรียน
⬧ นำคำ กลุ่มคำ ประโยค และบทสนทนาทไ่ี ด้เรียนรู้มา
ป.2 1. ฟังหรอื พูดในสถานการณง์ ่ายๆ ประยุกต์ใช้ในสถานการณจ์ ริงหรอื สถานการณจ์ ำลอง
ที่เกดิ ข้นึ ในห้องเรียน ตัวอย่าง

ป.3 1. ฟงั หรอื พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ 学生:老师,您好!xuéshēng:lǎoshī,nínhǎo!
เกดิ ขึ้นในห้องเรยี น
老师: 你好!lǎoshī:nǐhǎo!
ป.4 1. ฟงั และพูด หรืออ่านประโยค หรอื
บทสนทนาในสถานการณ์ทเ่ี กิดขึน้ ใน A:请进。qǐngjìn.
หอ้ งเรียนและสถานศึกษา
B :谢谢。xièxie.

⬧ คำ กลมุ่ คำ ประโยค และบทสนทนาในสถานการณ์
งา่ ยๆ ที่เกิดข้นึ ในห้องเรยี น
⬧ นำคำ กลมุ่ คำ ประโยค และบทสนทนาทีไ่ ดเ้ รยี นรู้มา
ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จรงิ หรือสถานการณจ์ ำลอง
ตัวอยา่ ง

A:你去哪儿?nǐqùnǎr? B:我去学校。wǒqùxuéxiào

⬧ คำ กลมุ่ คำ ประโยค และบทสนทนาในสถานการณ์
งา่ ยๆ ท่ีเกิดขนึ้ ในห้องเรยี น
⬧ นำคำ กลุ่มคำ ประโยค และบทสนทนาที่ได้เรียนรู้มา
ประยกุ ต์ใช้ในสถานการณจ์ ริงหรอื สถานการณ์จำลอง
ตวั อยา่ ง

A:今天星期几? jīntiānxīngqījǐ?

B:今天星期一。jīntiānxīngqīyī.

⬧ ประโยค หรอื บทสนทนาในสถานการณ์ท่ีเกดิ ขึ้นใน
หอ้ งเรียนและสถานศึกษา
⬧ นำคำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาท่ีได้เรียนรู้มา
ประยุกต์ใชต้ ามสถานการณ์จริง
ตัวอย่าง

看黑板kànhēibǎn 、看地图kàndìtú

再说一遍zàishuōyībiàn 、

读后请画画儿dúhòuqǐnghuàhuàr

放在里面fàngzàilǐmiàn 、不要去búyàoqù

请排队qǐngpáiduì、

你应该天天练习nǐyīnggāitiāntiānliànxí

你要用心听nǐyàoyòngxīntīng

上课不可以吃东西shàngkèbùkěyǐchīdōngxi

๑๑๖

ชน้ั ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน

ป.5 1. ฟงั พดู และอา่ นหรือเขยี นประโยค ⬧ ประโยค หรอื บทสนทนาในสถานการณ์ท่ีเกิดข้นึ

หรอื บทสนทนา ในสถานการณท์ ี่เกดิ ขึน้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา

ในหอ้ งเรยี นและสถานศึกษา ⬧ นำคำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาท่ไี ด้เรียนรู้

มาประยุกตใ์ ชต้ ามสถานการณจ์ ริง

ตวั อยา่ ง

要说话先举手yàoshuōhuàxiānjǔshǒu

请放下去qǐngfàngxiàqù 、请回答qǐnghuídá

注意听zhùyìtīng、请排队qǐngpáiduì

请帮我qǐngbāngwǒ 、请等一下qǐngděngyíxià

慢慢说mànmànshuō 、不要吵闹búyàochǎonào

你应该多看多写nǐyīnggāiduōkànduōxiě

ป.6 1. ใช้ภาษาจนี สอื่ สารในสถานการณ์ 要说话先举手yàoshuōhuàxiānjǔshǒu
ต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรยี นและ
สถานศึกษา ⬧ ประโยค หรอื บทสนทนาในสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ ใน
หอ้ งเรยี นและสถานศึกษา
⬧ นำคำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาทไี่ ดเ้ รยี นรู้มา
ประยกุ ต์ใช้ตามสถานการณ์จรงิ
ตัวอย่าง

请排队qǐngpáiduì 、 分组fēnzǔ 、准备zhǔnbèi

开始kāishǐ 、请站起来qǐngzhànqǐlái

再做一次zàizuòyícì、请帮助他qǐngbāngzhùtā

请再画qǐngzàihuà、注意听zhùyìtīng

要回答先举手yàohuídáxiānjǔshǒu

先听后说xiāntīnghòushuō

๑๑๗

สาระท่ี 4: ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครอ่ื งมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ

และการแลกเปล่ยี นเรยี นรกู้ ับสงั คมโลก

ชั้น ตัวชี้วัดชน้ั ปี สาระการเรียนรูภ้ าษาจนี

ป.1 1. ใชภ้ าษาจีนเพอ่ื รวบรวมคำศพั ท์ที่ ⬧ การใช้ภาษาจนี ในการรวบรวมคำศัพทท์ เ่ี กี่ยวข้องกบั

เกี่ยวข้องกบั สง่ิ ใกลต้ วั สง่ิ ใกล้ตัว จากส่อื ต่างๆ เช่น สมดุ ภาพ บตั รคำ

小画册xiǎohuàcè 、 卡片kǎpiàn

ป.2 1. ใชภ้ าษาจีนเพื่อรวบรวมคำศพั ท์ที่ ⬧ การใชภ้ าษาจนี ในการรวบรวมคำศัพทท์ เ่ี กีย่ วขอ้ งกบั

เก่ยี วขอ้ งกับส่ิงใกล้ตวั สง่ิ ใกล้ตัว จากส่ือตา่ งๆ เชน่ สมุดภาพ บตั รคำ

小画册xiǎohuàcè、 卡片kǎpiàn

ป.3 1. ใชภ้ าษาจนี เพอื่ รวบรวมคำศพั ท์ที่ ⬧ การใช้ภาษาจีนในการรวบรวมคำศัพทท์ เี่ กีย่ วข้องกับ

เกย่ี วขอ้ งกบั ส่งิ ใกล้ตัว สิ่งใกลต้ วั จากส่ือตา่ งๆ เชน่ สมดุ ภาพ บัตรคำ

小画册xiǎohuàcè 、卡片kǎpiàn

ป.4 1. ใชภ้ าษาจนี ในการรวบรวมคำศัพทท์ ี่ ⬧ การใชภ้ าษาจีนในการรวบรวมคำศัพทท์ ี่เกยี่ วข้องกบั

เกยี่ วข้องกบั สิ่งใกลต้ วั สง่ิ ใกลต้ ัว จากสอื่ ตา่ งๆ

ตวั อย่าง

人物rénwù 、 食物shíwù 、动物dòngwù

职业zhíyè 、报纸bàozhǐ

日常用品rìchángyòngpǐn 、时间shíjiān、地点dìdiǎn

ป.5 1. ใช้ภาษาจีนในการสืบค้น และ 网络wǎngluò
รวบรวมคำศพั ท์ท่เี กี่ยวข้องกับสิง่ ใกล้
ตวั ⬧ การใช้ภาษาจนี ในการสืบค้น และรวบรวมคำศัพท์
ที่เกี่ยวข้องกับสิง่ ใกล้ตวั จากสื่อตา่ งๆ
ตวั อย่าง

人物rénwù 、 食物shíwù 、动物 dòngwù

职业zhíyè 、报纸bàozhǐ

日常用品rìchángyòngpǐn 、时间shíjiān

地点dìdiǎn

ป.6 1. ใชภ้ าษาจีนในการสบื คน้ และ 网络wǎngluò
รวบรวมข้อมลู ตา่ งๆ
⬧ การใช้ภาษาจนี ในการสบื ค้น และรวบรวมคำศัพท์
ทเี่ ก่ียวข้องกับส่งิ ใกล้ตวั จากส่อื ตา่ งๆ
ตวั อยา่ ง

人物rénwù 、 食物shíwù

动物dòngwù

职业zhíyè、 报纸bàozhǐ

日常用品rìchángyòngpǐn

时间shíjiān

地点dìdiǎn

网络wǎngluò

๑๑๘

องค์ประกอบท่ี 4

กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความ
เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มี
ระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่
รว่ มกับผ้อู ืน่ อยา่ งมคี วามสุข

กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น แบง่ เปน็ ๓ ลกั ษณะ ดงั นี้
๑. กิจกรรมแนะแนว

เปน็ กิจกรรมที่ส่งเสรมิ และพัฒนาผเู้ รียนให้รู้จักตนเอง รรู้ ักษ์สิง่ แวดล้อม สามารถคิดตดั สินใจ
คดิ แก้ปญั หา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง
ในการมสี ว่ นรว่ มพฒั นาผู้เรยี น โดยมแี นวการจัดกจิ กรรมแนะแนว ดงั น้ี

๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผเู้ รยี นมากขน้ึ โดยใชก้ ระบวนการทาง
จติ วิทยา การจดั บรกิ ารสนเทศ โดยจดั ให้มเี อกสารเพ่ือใช้สำรวจข้อมลู เก่ียวกบั ตวั ผเู้ รยี น ด้วยการสังเกต
การสัมภาษณ์ การใชแ้ บบสอบถาม การเขียนประวตั ิ การพบผปู้ กครองก่อนและระหว่างเรยี น การเย่ียม
บา้ นนกั เรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรียนในเรือ่ งสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบยี นสะสม สมุด
รายงานประจำตวั นกั เรียน และบตั รสุขภาพ

๒. จัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพ่ือรจู้ กั และเข้าใจ
ตนเอง มีทักษะในการตัดสินใจ การปรับตวั และการวางแผนเพือ่ เลือกศึกษาต่อ เลือกอาชีพ

๓. จัดบรกิ ารให้คำปรกึ ษาแก่ผูเ้ รยี นเป็นรายบคุ คล และรายกลุ่ม ในดา้ นการศึกษา
อาชีพ และสว่ นตวั โดยมผี ้ใู ห้คำปรกึ ษาที่มีคุณวฒุ ิ และมีความเช่ียวชาญในเรือ่ งการให้คำปรกึ ษา ตลอดจน
มีหอ้ งให้คำปรึกษาที่เหมาะสม

๓.๑ ชว่ ยเหลือผเู้ รยี นท่ีประสบปัญหาดา้ นการเงิน โดยการให้ทุนการศึกษา
๓.๒ ติดตามเกบ็ ข้อมูลของนักเรียนท่ีสำเรจ็ การศึกษา

๒. กิจกรรมนักเรียน
เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี ความรั บผิดชอบ

การทำงานร่วมกัน การรู้จักแกป้ ัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตผุ ล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ือ
อาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้
ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุง
การทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน
บริบทของสถานศึกษาและท้องถ่ิน กจิ กรรมนกั เรียนประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ-ยุวกาชาด และกิจกรรม
รักการอา่ น มีแนวการจดั กจิ กรรม ดงั นี้

๑๑๙

๒.๑ กิจกรรมลกู เสอื - ยุวกาชาด ผูเ้ รยี นในระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ผู้เรยี นได้
ฝึกอบรมวชิ าลูกเสอื – เนตรนารี เพอื่ สง่ เสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์
เปน็ ประมุข สง่ เสรมิ ความสามัคคี มวี ินัย และบำเพญ็ ประโยชนต์ ่อสงั คม โดยดำเนินการจัดกิจกรรมตาม
ข้อกำหนดของคณะกรรมการลกู เสอื แห่งชาติ โดยมแี นวการจดั กจิ กรรม ดงั น้ี

กจิ กรรมลูกเสือ – ยวุ กาชาด ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๓
เปิดประชมุ กอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสือ และจัดกจิ กรรมใหศ้ ึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบตั ิกจิ กรรม ปิดประชุมกอง โดยให้
ผเู้ รยี นศกึ ษาและฝกึ ปฏิบตั ิในเร่ือง
๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเร่อื งเมาคลี ประวตั ิการเรม่ิ กจิ การลกู เสือสำรอง การทำความ
เคารพเปน็ หมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มือซา้ ย ระเบยี บแถวเบ้อื งต้น
คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง
๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ ๒ และ ๓ อนามยั ความสามารถเชงิ ทกั ษะ การสำรวจ การค้นหา
ธรรมชาติ ความปลอดภยั บริการ ธง และประเทศต่าง ๆ การฝมี ือ กจิ กรรมกลางแจง้ การบนั เทงิ การผกู
เงอื่ น คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสอื สำรอง
โดยใชก้ ระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ
กระบวนการคิดรเิ ริม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสอื กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
เพ่อื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสือ สามารถปฏิบตั ิตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสอื สำรอง มนี ิสยั ในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพ่งึ ตนเอง ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็น
อกเห็นใจผู้อ่ืน บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รจู้ ักทำการฝีมอื พฒั นากาย จติ ใจ และศลี ธรรม ท้ังน้ีโดย
ไมเ่ ก่ียวข้องกบั ลทั ธกิ ารเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

กิจกรรมลกู เสือ – ยุวกาชาด ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ - ๖

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมให้ศึกษา วเิ คราะห์
วางแผน ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม ปดิ ประชุมกอง โดยให้
ผเู้ รียนศึกษาและฝกึ ปฏิบตั ใิ นเรอ่ื ง

๑. ลูกเสอื ตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสอื คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือสามญั กิจกรรม
กลางแจ้ง ระเบยี บแถว

๒. ลูกเสอื โท การร้จู กั ดแู ลตนเอง การชว่ ยเหลือผอู้ น่ื การเดนิ ทางไปยังสถานทตี่ ่าง ๆ
ทักษะในทางวชิ าลูกเสอื งานอดเิ รกและเรื่องทีน่ ่าสนใจ คำปฏญิ าณ และกฎของลูกเสือ ระเบยี บแถว

๓. ลกู เสือเอก การพ่ึงตนเอง การบรกิ าร การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว
โดยใชก้ ระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการกลุม่ กระบวนการจัดการ
กระบวนการคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏบิ ัติทางลกู เสอื กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปัญญาท้องถ่ินไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลกู เสือ สามารถปฏิบตั ิตามคำปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน์
ของลูกเสือสามญั มีนสิ ัยในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟัง และพงึ่ ตนเอง ซ่ือสตั ย์ สุจรติ มีระเบียบวินัย และเหน็
อกเหน็ ใจผู้อนื่ บำเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ รู้จกั ทำการฝีมือ พฒั นากาย จติ ใจ และศลี ธรรม ทั้งนี้โดย
ไม่เกย่ี วข้องกบั ลัทธิการเมอื งใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม นำไปใช้ในชีวติ ประจำวันได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

๑๒๐

๒. กิจกรรมรักการอา่ น เนื่องจากโรงเรยี นเป็นโรงเรียนแกนนำโรงเรียนส่งเสริมนิสัยรกั การ
อา่ น ระดับเขตพื้นที่ จึงต้องจัดกจิ กรรมส่งเสริมใหน้ ักเรยี นมีนิสัยรกั การอา่ นอย่างต่อเนือ่ ง โดยใหค้ รปู ระจำ
ช้ันหรอื ครผู สู้ อนภาษาไทยเป็นครูที่ปรึกษา กำหนดการจัดกจิ กรรมใหน้ ักเรยี นศึกษาค้นคว้าสปั ดาห์ละ ๑
ชว่ั โมง โดยกำหนดให้นักเรียนเลอื กอา่ นหนังสอื อ่านประกอบ และสาระการเรียนรู้เกย่ี วกับทอ้ งถน่ิ โดย
สามารถศึกษาจากหอ้ งสมุด แหลง่ เรียนรู้ทง้ั ในและนอกโรงเรียน

๓. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
เปน็ กจิ กรรมที่ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นบำเพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม ชมุ ชน และท้องถ่ินตาม

ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถงึ ความรับผดิ ชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจติ
สาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ ง ๆ กิจกรรมสร้างสรรคส์ งั คม โรงเรียนได้กำหนดใหก้ จิ กรรมเพื่อ
สังคมและสาธารณประโยชนเ์ ป็นสว่ นหนึง่ ท่จี ดั อยูใ่ นกจิ กรรมลูกเสือ – ยุวกาชาด

๑๒๑

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี ๑ - ๖

รูจ้ ักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติท่ีดี
ต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสขุ รู้จกั ตนเองในทกุ ด้าน รู้ความถนดั ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รแู้ ละเข้าใจโลกของ
งานอาชีพอย่างหลากหลาย มีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพสุจรติ รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการ
ประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพ่ือประกอบอาชีพตามท่ี
ตนเองมคี วามถนัดและสนใจ มคี ณุ ลักษณะพ้ืนฐานทจ่ี ำเป็นในการประกอบอาชีพและพฒั นางานให้ประสบ
ความสำเร็จเพือ่ สรา้ งฐานะทางเศรษฐกิจใหก้ ับตนเอง ครอบครวั ชุมชนและประเทศชาติ

พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้เป็นคนดีมี
ความรู้และทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู้ มีทักษะการคิด แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็น ทำเป็น มี
คณุ ธรรม จริยธรรม เอ้อื อาทรและสมานฉันท์ เพ่ือดำรงชวี ิตอย่รู วมกันอย่างสงบสุขตามวิถีชีวติ เศรษฐกิจ
พอเพยี ง

เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน เกิดการ
เรียนรู้สามารถวางแผนการเรียนรู้ อาชีพ รวมทั้งการดำเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรู้
สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข พึ่งตนเองได้มีทักษะในการเลือก
แนวทางการศึกษา การงานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตทดี่ ีและจติ สำนกึ ในการทำประโยชนต์ ่อ
ครอบครัว สงั คมและประเทศชาติตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
๑. เพ่อื ให้ผู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ รู้จกั เข้าใจ รัก และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่นื
๒. เพอื่ ให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้ สามารถวางแผนการเรยี น การศึกษาต่อ อาชพี รวมท้งั การ
ดำเนนิ ชีวิต และมีทกั ษะทางสังคม
๓. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ สามารถปรบั ตวั ได้อยา่ งเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อ่นื ได้
อย่างเหมาะสม
๔. สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๔ ผลการเรียนรู้

๑๒๒

กจิ กรรมนกั เรียน คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที ๑ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
(เตรยี มลูกเสือสำรองและลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑)
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณและกฎ
ของลูกเสือสำรอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองท่ีมีความเป็น
เอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สรปุ ผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเรื่องต่อไปน้ี

๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว เบื้องต้น
คำปฏญิ าณ กฎและคติพจน์ของลกู เสือสำรอง

๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหา
ธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง
การบันเทงิ การผูกเงอื่ น คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือสำรอง

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏิบัติตามคำ
ปฏญิ าณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน รู้จักบำเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ
และฝึกฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความ
ม่นั คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนิสยั ในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพ่งึ พาตนเองได้
๒. มีความซ่ือสตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน
๓. บำเพญ็ ตนเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทำการฝมี ือและฝึกฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ และ ความม่นั คง
๖. อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและลดภาวะโลกรอ้ น
๗. สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

๑๒๓

กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปีที ๒ กิจกรรมนกั เรียน (ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒)
เวลา ๓๐ ชวั่ โมง/ปี

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์และ
กฎของลูกเสือสำรอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองท่ีมีความ
เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและ
ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปิดประชมุ กองในเร่ืองต่อไปนี้

ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์
ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้
วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิ
ปัญญาท้องถิน่ อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติส่งิ แวดล้อมลดภาวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลกู เสือสำรองดาวดวงท่ี ๒ สามารถปฏิบัตติ ามคำปฏิญาณ
กฎและคตพิ จน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟังและพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและ
ฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดล้อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนสิ ัยในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟังและพึ่งตนเองได้
2. มคี วามซื่อสัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู น่ื
3. บำเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ทำการฝมี ือและฝึกฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ และความมัน่ คงของชาติ
6. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

๑๒๔

กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
ชนั้ ประถมศึกษาปีที ๓ กิจกรรมนกั เรียน (ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๓)
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คตพิ จน์และ
กฎของลูกเสือสำรอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองท่ีมีความ
เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและ
ปฏบิ ตั ิกิจกรรม ปดิ ประชุมกองในเรอ่ื งต่อไปน้ี

ลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์
ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้
วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิ
ปัญญาทอ้ งถ่ิน อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตสิ ิง่ แวดล้อมลดภาวะโลกร้อน

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ
กฎและคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝน
ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟงั และพง่ึ ตนเองได้
๒. มีความซื่อสัตย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอกเห็นใจผ้อู ื่น
๓. บำเพญ็ ตนเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
๔. ทำการฝีมือและฝึกฝนทำกจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ และความมัน่ คงของชาติ
๖. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

๑๒๕

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี ๔ กิจกรรมนกั เรยี น (ลูกเสอื สามัญ (ลูกเสือตร)ี )
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติ
พจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มี
ความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราช
ประวตั ิสังเขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสอื ไทยและ
ลูกเสือโลก การทำความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถวท่ามือ
เปล่า ท่ามอื ไมพ้ ลวง การใชส้ ัญญามือและนกหวดี การตั้งแถวและการเรยี นแถว

เพอื่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มี
ระเบียบวนิ ัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝึกฝน
การทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี
วัฒนธรรมและความมั่นคง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
1. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟังและพึ่งตนเองได้
2. มีความซ่ือสตั ยส์ จุ รติ มีระเบียบ วินัยและเหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื
3. บำเพญ็ ตนเพื่อส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝมี ือและฝึกฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ
5. รักษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน และความมัน่ คงของชาติ
6. อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

๑๒๖

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี ๕ กจิ กรรมนักเรียน ( กิจกรรมลกู เสือสามัญ (ลกู เสือโท) )
เวลา ๓๐ ช่วั โมง/ปี

เปิดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติ
พจน์และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความ
เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทาง
ไปยงั สถานทต่ี า่ ง ๆ ทำงานอดิเรก และเร่อื งท่ีสนใจ

เพ่ือให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัตติ ามคำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝมี ือและฝกึ ฝน
การทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี
วัฒนธรรมและความมัน่ คง ประโยชน์และสามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟงั และพึ่งตนเองได้
2. มีความซื่อสตั ย์สุจรติ มีระเบียบ วนิ ัยและเห็นอกเหน็ ใจผอู้ ่ืน
3. บำเพ็ญตนเพือ่ ส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ และความมั่นคงของชาติ
6. อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

๑๒๗

กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี ๖ กจิ กรรมนักเรียน ( กิจกรรมลูกเสือสามญั (ลกู เสือเอก) )
เวลา ๓๐ ชว่ั โมง/ปี

เปิดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และ
กฎของลูกเสือสามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพ่ึงตนเอง การผจญภัย การใช้สัญลักษณ์
สมาชิกลูกเสือสามัญ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ
วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝกึ ฝน
การทำกิจกรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีต
ประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
1. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจำ เชือ่ ฟงั และพ่ึงตนเองได้
2. มีความซื่อสตั ย์สุจริต มีระเบียบ วินยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น
3. บำเพ็ญตนเพ่ือส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ และความมัน่ คงของชาติ
6. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยุกต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

๑๒๘

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

ช้นั ประถมศกึ ษาปีที ๑ - ๖ เวลา ๑๐ ชัว่ โมง/ปี

ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการทำงานที่สอดคล้องกับ
ชีวิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สำรวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผน
อย่างเป็นระบบ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็น
ประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้ำใจ เอ้ืออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความ
รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร
จติ อาสา เพ่อื แสดงความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมตามแนวทางวถิ ชี ีวิตเศรษฐกจิ พอเพียง

เพ่ือให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสร้างสรรค์ตามความถนัดและความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้
อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ มีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงได้

ผลการเรยี นรู้
1. บำเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชนต์ ่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอ์ ย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัด
และความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
3. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ
4. ปฏบิ ัติกจิ การเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกดิ คุณธรรม จริยธรรมตามคณุ ลกั ษณะ
อันพึงประสงค์
5. สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

๑๒๙

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมนักเรยี น (กิจกรรมชุมนุม)

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี

ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ
ด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ท้ังด้านวิชาการ และพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและ
สงั คมตามศักยภาพอย่างรอบด้าน เพอื่ ความเป็นมนุษยท์ ่ีสมบูรณ์ มีความสามารถในการส่ือสาร มีทักษะ
การคิด แก้ปญั หา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พฒั นาทักษะในการทำงานและการอยู่ร่วมกับผอู้ ื่นใน
สังคมได้อย่างมีความสุข รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง
มุ่งมั่นในการทำงานรักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนา
ความรู้ ความสามารถดา้ นการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กิดประสบการณท์ ั้งทักษะทางวิชาการ ทักษะ
อาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น
ทำได้ ทำงานร่วมกับผู้อ่ืนได้ตามวิถีประชาธิปไตย และประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้
อยา่ งเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. ปฏบิ ัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
2. มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะหใ์ ห้เกดิ ประสบการณ์ ทัง้ ทาง
วิชาการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ
3. ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
4. มงุ่ ม่นั ในการทำงานและทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ไดต้ ามวิถีประชาธปิ ไตย
5. ประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

๑๓๐

คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนมุ

กจิ กรรมชุมนุมศลิ ป์ดนตรีสร้างสรรค์ ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖

หลักการและเหตผุ ล
รู้จักช่ือ และบอกลักษณะของเส้นต่าง ๆ ซึ่งมาประกอบเป็นเป็นภาพต่างๆและดนตรี ท่ีใช้ใน

ชีวิตประจำวันได้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้

เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทำงานอย่างมีระบบ
เพื่ อ ให้ ส ม า ชิ ก เป็ น ผู้ มี ร ะ เบี ย บ วิ นั ย เพ่ื อ ให้ ส ม า ชิ ก มี ค ว า ม เข้ า ใจ แ ล ะ เล่ื อ ม ใส ก า ร ป ก ค ร อ ง ร ะ บ อ บ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อก ารปฏิบัติหน้าท่ีและ
สทิ ธิภายในขอบเขตของกฎหมายเพ่ือให้สมาชิกมีความสงบซาบซ้ึงในคุณคา่ ดำรงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์
วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยเพ่ือให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการ
ส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบำเพ็ญ
ประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความม่ันคงของชาติเพ่ือให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้
สมาชกิ พัฒนาตนเองตามวัตถปุ ระสงค์ของการจัดการศกึ ษา สามารถนำความรไู้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์โดยใช้
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชีวิตประจำวันได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. มีความรู้ ความสามารถดา้ นศลิ ปะดนตรี การคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะหใ์ หเ้ กิดประสบการณ์
ทง้ั ทางวชิ าการและ วิชาชีพตามศักยภาพ
๓. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวม
๔. มุ่งมั่นในการทำงานและทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื ไดต้ ามวถิ ปี ระชาธิปไตย
๕. ประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอ้ ย่างเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

๑๓๑

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมชุมนุม

กิจกรรมชุมนมุ เศรษฐกิจพอเพยี ง ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖

หลักการและเหตผุ ล
ฝึกทักษะนักเรียนเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน 3 หลักการ คือ ความพอประมาณ

ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และ 2 เงื่อนไข คือ คุณธรรมและความรู้ โดยนักเรียนฝึก
เรียนเกษตรพอเพียง ไดแ้ ก่ การปลูกสวนหม่อน การเลย้ี งไก่พนื้ เมือง การเลย้ี งปลาดุกในบอ่ ซีเมนต์ การ
ทำปุ๋ยหมักชีวภาพและการปลูกพืชผักสวนครัว เพ่ือสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั และ
สง่ เสริมอาชพี ในอนาคต

ผลการเรียนรูท้ คี่ าดหวัง
๑. เพื่อฝึกทกั ษะการเรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง ได้แก่ การเพาะเห็ดนางฟ้า การเล้ยี งไก้พน้ื เมือง
การเล้ียงปลาดกุ ในบ่อซเี มนต์ และการปลูกพชื ผกั สวนครัว
๒. เพื่อฝึกนสิ ัยรักการทำงาน อย่อู ย่างพอเพยี ง ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. เพอ่ื ส่งเสริมและปลกู ฝงั วธิ กี ารคิดในการปฏิบตั ิตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรียนรู้

๑๓๒

กจิ กรรมชุมนุมรักการอ่าน คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมชุมนุม
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖

หลกั การและเหตผุ ล
อ่านและเข้าใจความหมายของคำ ประโยค ข้อความและจัดทำแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดทำ

พจนานุกรมฉบับจิ๋ว ศึกษา ค้นคว้าเก่ียวกับ ข่าว บทความจากสิ่งตีพิมพ์ประเภทต่างๆ และประดิษฐ์ท่ีค่ัน
หนงั สอื ประเภทต่างๆ

เพ่ือให้มีความร้คู วามเข้าใจและเห็นคุณคา่ เกี่ยวกับการจัดทำแบบฝึกเป็นรูปเลม่ จัดทำพจนานกุ รม
ฉบบั จ๋ิว และประดษิ ฐท์ คี่ นั่ หนงั สอื ประเภทต่างๆ สามารถนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้

เพ่ือให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทำงานอย่างมีระบบ
เพ่ือให้สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพ่ือให้สมาชิกมีความเข้าใจและเล่ือมใสการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อ การปฏิบัติหน้าที่และ
สทิ ธิภายในขอบเขตของกฎหมายเพื่อให้สมาชกิ มีความสงบซาบซ้ึงในคณุ คา่ ดำรงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์
วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยเพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่ อให้สมาชิกได้รับการ
ส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพ่ือให้สมาชิกรู้จักบำเพ็ญ
ประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความมั่นคงของชาติเพ่ือให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้
สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถปุ ระสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชีวิตประจำวันได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
๑ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
๒ มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ใหเ้ กดิ ประสบการณ์ ท้ังทางวิชาการ
และวิชาชีพตามศักยภาพ
๒ ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม
๔ ม่งุ ม่ันในการทำงานและทำงานร่วมกับผู้อ่นื ได้ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย
๕ ประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๓๓

องค์ประกอบท่ี 5

เกณฑ์การจบการศึกษา

โรงเรียนวดั กรมธรรม์ กำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาของโรงเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.๒๕๖๓) โดยกำหนดเกณฑ์การจบ
ระดับประถมศึกษาดังนี้

เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผเู้ รียนเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน ๕,๐๔๐ ช่วั โมงและรายวิชาเพ่มิ เติม/กิจกรรมเพิม่ เตมิ

จำนวน ๔๘๐ ชวั่ โมง
(๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมนิ รายวิชาพืน้ ฐานระดับ ๑ ขึ้นไปทุกรายวิชา
(๓) ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนผ่านเกณฑ์การประเมินในระดบั

“ผา่ น” ขน้ึ ไป
(๔) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในระดบั

“ผา่ น” ขึน้ ไป
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนและมผี ลการประเมนิ “ผ่าน” ทกุ กิจกรรม

การจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคญั ในการนำหลักสตู รสกู่ ารปฏบิ ัติ หลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน เปน็ หลักสตู รที่มมี าตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงคข์ องผู้เรียน เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ ีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผสู้ อนพยายามคัดสรร กระบวนการ
เรยี นรู้ จดั การเรยี นรโู้ ดยช่วยให้ผูเ้ รียนเรยี นรู้ผ่านสาระที่กำหนดไวใ้ นหลักสตู ร ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
รวมทัง้ ปลกู ฝังเสริมสรา้ งคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียน
บรรลตุ ามเป้าหมาย

๑. หลักการจัดการเรยี นรู้
การจดั การเรียนร้เู พื่อใหผ้ ู้เรยี นมคี วามร้คู วามสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคญั
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามท่ีกำหนดไวใ้ นหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน โดยยดึ หลักว่า
ผเู้ รยี นมีความสำคัญทส่ี ุด เชอื่ วา่ ทกุ คนมีความสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้ ยึดประโยชนท์ เ่ี กดิ กับ
ผู้เรยี น กระบวนการจัดการเรียนรตู้ อ้ งส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเตม็ ตามศักยภาพ
คำนงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหว่างบุคคลและพฒั นาการทางสมองเนน้ ให้ความสำคญั ทงั้ ความรู้ และคณุ ธรรม

๑๓๔

๒. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ผู้เรยี นจะต้องอาศัยกระบวนการเรยี นรู้ทหี่ ลากหลาย
เป็นเคร่ืองมือท่จี ะนำพาตนเองไปสเู่ ป้าหมายของหลักสตู ร กระบวนการเรียนรู้ทจ่ี ำเป็นสำหรับผเู้ รยี น อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม
กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณจ์ ริง กระบวนการปฏบิ ตั ิ
ลงมอื ทำจรงิ กระบวนการจดั การ กระบวนการวจิ ยั กระบวนการเรยี นร้กู ารเรียนร้ขู องตนเอง
กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสัย
กระบวนการเหล่าน้ีเปน็ แนวทางในการจัดการเรยี นร้ทู ่ผี ูเ้ รยี นควรได้รับการฝึกฝน พฒั นา เพราะจะ
สามารถชว่ ยให้ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรไู้ ดด้ ี บรรลุเปา้ หมายของหลกั สตู ร ดงั นั้น ผูส้ อน จงึ จำเปน็ ต้องศกึ ษา
ทำความเข้าใจในกระบวนการเรยี นร้ตู ่าง ๆ เพ่ือให้สามารถเลือกใชใ้ นการจัดกระบวนการเรยี นรไู้ ด้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ

๓. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ผสู้ อนต้องศกึ ษาหลักสูตรสถานศกึ ษาใหเ้ ข้าใจถงึ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด สมรรถนะสำคัญ
ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรยี นรู้ที่เหมาะสมกบั ผเู้ รยี น แลว้ จึงพจิ ารณา
ออกแบบการจัดการเรียนรโู้ ดยเลือกใช้วธิ สี อนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ
ประเมนิ ผล เพื่อใหผ้ ้เู รยี นได้พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลตุ ามเปา้ หมายท่ีกำหนด
๔. บทบาทของผูส้ อนและผู้เรยี น
การจัดการเรยี นรูเ้ พ่ือให้ผู้เรยี นมคี ุณภาพตามเป้าหมายของหลกั สตู ร ท้ังผสู้ อนและผเู้ รยี นควรมี
บทบาท ดังน้ี
๔.๑ บทบาทของผู้สอน

๑) ศึกษาวเิ คราะห์ผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คล แลว้ นำข้อมลู มาใช้ในการวางแผนการจัดการเรยี นรู้
ที่ทา้ ทายความสามารถของผู้เรยี น

๒) กำหนดเปา้ หมายท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกับผู้เรียน ดา้ นความรู้และทักษะกระบวนการ ท่ี
เปน็ ความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสมั พนั ธ์ รวมทง้ั คุณลักษณะอันพึงประสงค์

๓) ออกแบบการเรยี นรู้และจัดการเรียนรู้ทีต่ อบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลและ
พัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรยี นไปสูเ่ ปา้ หมาย

๔) จัดบรรยากาศทเี่ อ้ือตอ่ การเรียนรู้ และดูแลชว่ ยเหลือผเู้ รียนใหเ้ กิดการเรียนรู้
๕) จัดเตรยี มและเลือกใช้สือ่ ใหเ้ หมาะสมกบั กจิ กรรม นำภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยที ี่
เหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
๖) ประเมินความก้าวหน้าของผเู้ รยี นด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ
ของวิชา
และระดับพฒั นาการของผูเ้ รียน
๗) วเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ มาใช้ในการซ่อมเสริมและพฒั นาผู้เรียน รวมทง้ั ปรบั ปรุงการ
จดั การเรยี นการสอนของตนเอง

๑๓๕

๔.๒ บทบาทของผ้เู รยี น
๑) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรยี นรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตัง้ คำถาม คิด

หาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปญั หาด้วยวธิ กี ารตา่ งๆ
๓) ลงมือปฏิบตั ิจรงิ สรุปสิ่งท่ไี ดเ้ รียนรดู้ ้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นสถานการณ์

ต่างๆ
๔) มปี ฏิสมั พนั ธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู
๕) ประเมินและพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอย่างต่อเน่ือง

สอื่ การเรียนรู้
สอ่ื การเรียนรเู้ ป็นเคร่อื งมอื สง่ เสรมิ สนับสนุนการจัดการกระบวนการเรยี นรู้ ให้ผู้เรยี นเขา้ ถงึ

ความรู้ ทักษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ สอ่ื การ
เรียนรูม้ ีหลากหลายประเภท ท้ังสอื่ ธรรมชาติ สื่อส่ิงพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือขา่ ย การเรยี นร้ตู ่างๆ ทมี่ ี
ในท้องถน่ิ การเลือกใช้ส่อื ควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกบั ระดับพัฒนาการ และลลี าการเรยี นรู้ท่ี
หลากหลายของผเู้ รียน

การจดั หาสื่อการเรยี นรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจดั ทำและพฒั นาขึ้นเอง หรอื ปรบั ปรุงเลอื กใช้
อย่างมีคุณภาพจากสื่อตา่ งๆ ที่มอี ยรู่ อบตวั เพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรทู้ สี่ ามารถส่งเสริมและ
สอ่ื สารให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจดั ใหม้ ีอยา่ งพอเพยี ง เพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรยี น เกิดการ
เรยี นรูอ้ ย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพน้ื ท่กี ารศึกษา หน่วยงานท่เี ก่ียวข้องและผู้มีหนา้ ทจ่ี ัดการศึกษาขน้ั
พื้นฐาน ควรดำเนินการดังน้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สอื่ การเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครือข่าย
การเรยี นรทู้ ่ีมปี ระสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่ือการศึกษาคน้ ควา้ และการแลกเปลย่ี น
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ท้องถน่ิ ชุมชน สงั คมโลก

๒. จัดทำและจดั หาส่ือการเรยี นรสู้ ำหรบั การศึกษาคน้ ควา้ ของผู้เรียน เสริมความรู้ใหผ้ ูส้ อน
รวมทง้ั จดั หาสิง่ ทีม่ ีอย่ใู นท้องถน่ิ มาประยุกต์ใช้เปน็ ส่ือการเรยี นรู้

๓. เลอื กและใช้สอ่ื การเรยี นรู้ทมี่ คี ุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ ง กบั
วธิ ีการเรยี นรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผู้เรยี น

๔. ประเมนิ คุณภาพของสือ่ การเรยี นร้ทู ีเ่ ลอื กใช้อย่างเป็นระบบ
๕. ศึกษาค้นควา้ วิจยั เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
๖. จัดใหม้ ีการกำกับ ตดิ ตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธภิ าพเก่ียวกบั ส่ือและการใช้สือ่
การเรียนรเู้ ป็นระยะๆ และสม่ำเสมอ
ในการจดั ทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรทู้ ใ่ี ช้ในสถานศึกษา ควรคำนงึ ถงึ
หลกั การสำคญั ของสอ่ื การเรียนรู้ เชน่ ความสอดคลอ้ งกบั หลักสูตร วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ การออกแบบ
กจิ กรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผ้เู รียน เนือ้ หามีความถูกตอ้ งและทนั สมัย ไม่กระทบความ
มน่ั คงของชาติ ไม่ขัดต่อศลี ธรรม มกี ารใช้ภาษาทถี่ ูกต้อง รูปแบบการนำเสนอทเ่ี ข้าใจง่าย และน่าสนใจ

๑๓๖

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผเู้ รียนต้องอย่บู นหลกั การพื้นฐานสองประการ คือ การ

ประเมนิ เพ่อื พัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรยี น ในการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้
ประสบผลสำเรจ็ นั้น ผู้เรียนจะต้องไดร้ บั การพัฒนาและประเมนิ ตามตวั ช้วี ัดเพ่ือใหบ้ รรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผเู้ รียนซง่ึ เป็นเปา้ หมายหลกั ในการวัด
และประเมินผลการเรียนร้ใู นทกุ ระดับไม่วา่ จะเปน็ ระดบั ชั้นเรยี น ระดบั สถานศึกษา ระดบั เขตพื้นที่
การศึกษา และระดับชาติ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เปน็ กระบวนการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียนโดยใช้
ผลการประเมินเปน็ ข้อมูลและสารสนเทศทแ่ี สดงพัฒนาการ ความก้าวหนา้ และความสำเร็จทางการเรยี น
ของผเู้ รียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นเกิด การพัฒนาและเรียนรอู้ ย่างเตม็
ตามศกั ยภาพ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดบั ได้แก่ ระดบั ชนั้ เรยี น ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอยี ด ดังน้ี

๑. การประเมินระดบั ช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมนิ ผลทอี่ ยูใ่ นกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผสู้ อนดำเนนิ การเป็นปกตแิ ละสมำ่ เสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนคิ การประเมนิ อย่าง
หลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบา้ น การประเมินโครงงาน การประเมนิ ชิ้นงาน/
ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเปน็ ผู้ประเมินเองหรือเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียน
ประเมินตนเอง เพ่อื นประเมินเพอ่ื น ผ้ปู กครองรว่ มประเมนิ ในกรณีที่ไมผ่ ่านตัวชว้ี ดั ให้มีการสอนซอ่ มเสรมิ

การประเมินระดบั ชั้นเรยี นเป็นการตรวจสอบวา่ ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการ
เรียนรู้ อนั เปน็ ผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพยี งใด มีส่ิงท่จี ะต้องได้รบั
การพัฒนาปรบั ปรุงและส่งเสริมในดา้ นใด นอกจากนี้ยังเปน็ ขอ้ มลู ให้ผู้สอนใชป้ รับปรงุ การเรยี นการสอน
ของตนด้วย ทงั้ น้โี ดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ัด

๒. การประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษา เป็นการประเมนิ ทส่ี ถานศกึ ษาดำเนินการเพ่ือตดั สนิ ผล การ
เรียนของผ้เู รียนเปน็ รายปี/รายภาค ผลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน คุณลกั ษณะ อนั พงึ
ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น นอกจากนีเ้ พื่อใหไ้ ด้ข้อมูลเกยี่ วกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา
วา่ สง่ ผลตอ่ การเรยี นรู้ของผูเ้ รียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผ้เู รยี นมจี ุดพฒั นาในดา้ นใด รวมทั้งสามารถนำผล
การเรียนของผู้เรยี นในสถานศึกษาเปรียบเทยี บกับเกณฑร์ ะดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะ
เปน็ ขอ้ มลู และสารสนเทศเพ่ือการปรบั ปรงุ นโยบาย หลกั สูตร โครงการ หรอื วิธกี ารจัดการเรยี นการสอน
ตลอดจนเพ่ือการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกนั คุณภาพ
การศกึ ษาและการรายงานผลการจัดการศกึ ษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ผูป้ กครองและชมุ ชน

๓. การประเมินระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา เป็นการประเมินคณุ ภาพผูเ้ รยี นในระดบั เขตพื้นที่
การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรยี นร้ตู ามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมลู พื้นฐานใน
การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนนิ การโดย
ประเมินคุณภาพผลสมั ฤทธข์ิ องผู้เรียนดว้ ยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทำและดำเนนิ การโดยเขตพนื้ ที่การศึกษา
หรือด้วยความรว่ มมือกบั หนว่ ยงานต้นสงั กดั ในการดำเนนิ การจัดสอบ นอกจากนยี้ ังไดจ้ ากการตรวจสอบ
ทบทวนขอ้ มลู จากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา

๑๓๗

๔. การประเมินระดบั ชาติ เปน็ การประเมนิ คณุ ภาพผู้เรียนในระดบั ชาติตามมาตรฐานการ
เรียนร้ตู ามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน สถานศึกษาต้องจัดใหผ้ ้เู รยี นทุกคนทีเ่ รียน ในชัน้
ประถมศึกษาปที ่ี ๓ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เข้ารบั การประเมนิ ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการ
เทียบเคยี งคณุ ภาพการศึกษาในระดบั ต่าง ๆ เพ่อื นำไปใชใ้ นการวางแผนยกระดบั คุณภาพการจัดการศกึ ษา
ตลอดจนเปน็ ข้อมลู สนับสนนุ การตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ

ขอ้ มลู การประเมินในระดบั ตา่ งๆ ข้างตน้ เปน็ ประโยชน์ตอ่ สถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ถือเปน็ ภาระความรับผดิ ชอบของสถานศกึ ษาทจ่ี ะต้องจัดระบบดูแลชว่ ยเหลือ
ปรับปรงุ แก้ไข ส่งเสรมิ สนับสนุนเพอ่ื ให้ผ้เู รยี นได้พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหวา่ ง
บุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรยี นทวั่ ไป กลุ่มผ้เู รียนที่มีความสามารถ
พิเศษ กลมุ่ ผู้เรยี นทม่ี ผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนต่ำ กลมุ่ ผเู้ รยี นทมี่ ีปัญหาดา้ นวินัยและพฤติกรรม กลุม่ ผเู้ รยี น
ท่ีปฏเิ สธโรงเรียน กล่มุ ผู้เรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางรา่ งกายและสตปิ ัญญา เป็น
ต้น ขอ้ มลู จากการประเมนิ จึงเป็นหวั ใจของสถานศึกษาในการดำเนนิ การช่วยเหลอื ผเู้ รยี นไดท้ ันท่วงที ปดิ
โอกาสใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับการพฒั นาและประสบความสำเรจ็ ในการเรยี น

สถานศึกษาในฐานะผรู้ บั ผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบยี บวา่ ด้วยการวดั และ
ประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาใหส้ อดคลอ้ งและเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบตั ิท่เี ป็น
ขอ้ กำหนดของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน เพ่ือให้บคุ ลากรท่ีเกี่ยวข้องทุกฝา่ ยถือปฏิบตั ิรว่ มกัน

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน
การตัดสนิ ผลการเรยี น

ในการตัดสินผลการเรียนของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนน้นั ผ้สู อนตอ้ งคำนงึ ถึงการพฒั นานกั เรียนแตล่ ะคน
เปน็ หลกั และต้องเกบ็ ขอ้ มูลของนกั เรยี นทุกดา้ นอย่างสม่ำเสมอและตอ่ เนื่องในแตล่ ะภาคเรียน มเี กณฑ์
ดงั นี้

(๑) ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลาเรียนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทั้งหมด
(๒) ผเู้ รียนต้องไดร้ บั การประเมนิ ทกุ ตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐
ของจำนวนตวั ช้ีวดั
(๓) ผู้เรียนตอ้ งได้รับการตัดสินผลการเรียนทกุ รายวชิ า
(๔) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากำหนดใน
การอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน

๑๓๘

การใหร้ ะดับผลการเรยี น
๑๓.๑ การตดั สนิ ผลการเรยี นรายวิชาของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ให้ใชร้ ะบบตัวเลข แสดง

ระดับการเรยี นในแตล่ ะกลุ่มสาระ ดงั นี้

ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ช่วงคะแนนร้อยละ
๔ ผลการเรยี นดีเย่ยี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ - ๗๙
๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ผลการเรยี นคอ่ นขา้ งดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรียนนา่ พอใจ ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙
๑ ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ข้ันตำ่ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรยี นตำ่ กว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙

๑๓.๒ การประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไมผ่ า่ น ถ้ากรณีทผี่ า่ น
กำหนดเกณฑ์การตัดสนิ เป็นดีเย่ียม ดี และผา่ น

ดีเยย่ี ม หมายถงึ มผี ลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นทม่ี ี
คณุ ภาพดีเลิศอยู่เสมอ

ดี หมายถงึ มีผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นท่ีมี
คณุ ภาพเป็นทีย่ อมรบั

ผา่ น หมายถึง มีผลงานท่แี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ทม่ี ี
คุณภาพเป็นที่ยอมรบั แต่ยงั มขี อ้ บกพร่องบางประการ

ไม่ผา่ น หมายถงึ ไมม่ ีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน
หรอื ถา้ มผี ลงาน ผลงานน้ันยังมีข้อบกพร่องที่ต้องไดร้ บั การปรับปรงุ แก้ไขหลายประการ

๑๓.๓ การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รวมทุกคุณลกั ษณะเพ่ือการเลื่อนชนั้ และ
จบการศกึ ษา เป็นผ่านและไมผ่ า่ น ในการผ่าน กำหนดเกณฑ์การตัดสินเปน็ ดีเย่ยี ม ดี และผา่ น และ
ความหมายของแตล่ ะระดบั ดังน้ี

ดีเยยี่ ม หมายถึง ผู้เรียนปฏบิ ตั ิตนตามคุณลกั ษณะจนเปน็ นสิ ยั และนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับดีเยี่ยม จำนวน ๕-๘
คุณลักษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมนิ ต่ำกว่าระดับดี

ดี หมายถงึ ผเู้ รยี นมคี ุณลักษณะในการปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของ
สังคมโดยพิจารณาจาก

๑๓๙

๑) ได้ผลการประเมนิ ระดับดีเยีย่ มจำนวน ๑-๔ คุณลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลักษณะใดไดผ้ ล
การประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ดี หรอื

๒) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี เยี่ยมจำนวน ๔ คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดไดผ้ ล
การประเมินตำ่ กวา่ ระดบั ผา่ นหรือ

๓) ไดผ้ ลการประเมินระดับดี จำนวน ๕-๘ คณุ ลักษณะ และไมม่ ีคุณลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมินต่ำกวา่ ระดับผ่าน

ผา่ น หมายถงึ ผูเ้ รยี นรับรแู้ ละปฏิบตั ิตามกฎเกณฑแ์ ละเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดย
พจิ ารณาจาก

๑) ไดผ้ ลการประเมินระดับผ่าน จำนวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล
การประเมินตำ่ กว่าระดบั ผา่ น หรือ

๒) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จำนวน ๔ คณุ ลักษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ตำ่ กวา่ ระดบั ผา่ น

ไม่ผา่ น หมายถงึ ผู้เรียนรบั รู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขทสี่ ถานศึกษา
กำหนดโดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับไมผ่ ่านตั้งแต่ ๑ คณุ ลักษณะ

๑๓.๔ การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน จะตอ้ งพิจารณาทงั้ เวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรมการ
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและผลงานของผ้เู รียนตามเกณฑ์ท่ีโรงเรยี นกำหนดและให้ผลการประเมนิ เปน็ ผ่าน และไม่
ผ่านใหใ้ ชต้ วั อักษรแสดงผลการประเมนิ ดงั นี้

“ผ” หมายถึง ผู้เรยี นมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ปฏิบตั ิ
กจิ กรรมและมผี ลงานเปน็ ทป่ี ระจักษ์

“มผ” หมายถงึ ผเู้ รียนมเี วลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและมผี ลงาน
ไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากำหนด

ในกรณที ีผ่ เู้ รียนได้ “มผ” ครผู ดู้ ูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรยี นทำกจิ กรรมในส่วนที่
ผูเ้ รียนไมไ่ ด้เข้ารว่ มหรอื ไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลย่ี นผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทง้ั น้ี
ตอ้ งดำเนินการใหเ้ สรจ็ สิ้นภายในปกี ารศึกษานั้น ยกเวน้ มีเหตสุ ุดวสิ ัยห้อยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของผบู้ รหิ าร
สถานศกึ ษาหรอื ผูท้ ี่ได้รบั มอบหมาย

การเลอื่ นช้นั
เม่ือส้นิ ปกี ารศึกษา ผูเ้ รยี นจะได้รับการเลื่อนชน้ั เมือ่ มีคุณสมบตั ิตามเกณฑ์ดังตอ่ ไปนี้
(๑) ผู้เรียนต้องมเี วลาเรียนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด
(๒) ผู้เรยี นต้องไดร้ บั การประเมินทุกตวั ชีว้ ดั และผา่ นเกณฑ์ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ

จำนวนตวั ชว้ี ัด
(๓) ผเู้ รียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรยี นทกุ รายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ

“ ๑ ” จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์ตามท่สี ถานศึกษากำหนด
(๔) นกั เรยี นต้องได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมิน การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละ

เขยี น ในระดบั “ ผา่ น ” ขึน้ ไป มีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ในระดับ“ ผ่าน ” ขนึ้ ไป
และมผี ลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นานกั เรียน ในระดบั “ ผ่าน ”

๑๔๐

ทั้งนี้ ถา้ ผู้เรยี นมขี ้อบกพรอ่ งเพียงเล็กน้อย และพจิ ารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอน
ซ่อมเสรมิ ไดใ้ ห้อยู่ในดลุ ยพินิจของสถานศึกษาที่จะผอ่ นผนั ให้เลอื่ นชน้ั ได้

อน่ึง ในกรณีท่ผี เู้ รียนมีหลักฐานการเรียนรู้ที่แสดงว่ามคี วามสามารถดเี ลิศ สถานศึกษาอาจให้
โอกาสผเู้ รียนเลอ่ื นช้ันกลางปีการศึกษา โดยสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยฝ่ายวชิ าการ
ของสถานศกึ ษาและผแู้ ทนของเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาหรือต้นสังกดั ประเมนิ ผเู้ รียนและตรวจสอบคุณสมบัติให้
ครบถว้ นตามเงื่อนไขทง้ั ๓ ประการต่อไปน้ี

๑. มผี ลการเรียนในปีการศกึ ษาท่ีผ่านมาและมผี ลการเรียนระหว่างปที ่กี ำลงั ศึกษาอย่ใู น
เกณฑ์ดีเยย่ี ม

๒. มีวฒุ ิภาวะเหมาะสมท่ีจะเรยี นในชนั้ ท่ีสงู ขึน้
๓. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทกุ รายวิชาของช้ันปีทเี่ รยี นปัจจุบนั และ
ความรคู้ วามสามารถทุกรายวชิ าในภาคเรียนแรกของชน้ั ปีท่ีจะเลื่อนข้นึ
การอนุมัตใิ ห้เลื่อนช้ันกลางปีการศึกษาไปเรียนชนั้ สูงขึ้นได้ ๑ ระดบั ชน้ั น้ี ต้องได้รับการ
ยนิ ยอมจากผเู้ รียนและผปู้ กครองและตอ้ งดำเนินการใหเ้ สร็จสิ้นกอ่ นเปดิ ภาคเรียนท่ี ๒ ของปีการศึกษา
นัน้ สำหรับในกรณที ่ีพบว่ามีผู้เรียนกลุม่ พิเศษประเภทตา่ งๆ มปี ญั หาในการเรียนรู้ใหส้ ถานศกึ ษา
ดำเนนิ งานร่วมกับสำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาเฉพาะความพกิ ารหาแนวทางการแก้ไขและพฒั นา

การสอนซ่อมเสรมิ
การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง กรณที ีผ่ ้เู รียนมีความรู้ ทักษะ

กระบวนการ หรือคุณลกั ษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกำหนด จะตอ้ งจดั สอนซ่อมเสริมเพ่ือพฒั นาการ
เรยี นร้ขู องผู้เรียนเต็มตามศกั ยภาพ การสอนซ่อมเสริมเป็นการสอนเพื่อแกไ้ ขข้อบกพร่องกรณที ี่ผเู้ รยี นมี
ความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลกั ษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด
สถานศกึ ษาตอ้ งจดั สอนซ่อมเสรมิ เป็นกรณีพเิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอนตามปกตเิ พื่อพัฒนาใหผ้ เู้ รยี น
สามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัดทีก่ ำหนดไว้เปน็ การใหโ้ อกาสแก่ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรูแ้ ละพัฒนา
โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ทู หี่ ลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล

การเปลี่ยนผลการเรยี น
การเปลี่ยนผลการเรยี น“๐”

สถานศกึ ษาจดั ให้มีการสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั ท่ีผู้เรยี นสอบไมผ่ า่ น
ก่อนแล้วจึงสอบแกต้ ัวได้ไม่เกิน ๒ ครงั้ ถา้ ผเู้ รียนไมด่ ำเนินการสอบแกต้ ัวตามระยะเวลาทส่ี ถานศึกษา
กำหนดใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาท่จี ะพิจารณาขยายเวลาออกไปอกี ๑ ภาคเรียน สำหรบั ภาค
เรยี นท่ี ๒ ต้องดำเนนิ การใหเ้ สร็จสิน้ ภายในปกี ารศึกษาน้ัน

ถา้ สอบแก้ตวั ๒ ครงั้ แลว้ ยงั ได้ระดบั ผลการเรียน “๐” อีก ให้สถานศึกษาแตง่ ตง้ั
คณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกบั การเปล่ยี นผลการเรียนของผูเ้ รียนโดยปฏิบตั ดิ งั น้ี

๑) ถา้ เปน็ รายวิชาพืน้ ฐานให้เรยี นซ้ำรายวิชานนั้
๒) ถ้าเป็นรายวชิ าเพม่ิ เติมให้เรียนซ้ำหรือเปล่ยี นรายวิชาเรยี นใหม่ ทง้ั นใ้ี หอ้ ยูใ่ นดุลย
พนิ จิ ของสถานศึกษา ในกรณีท่เี ปลยี่ นรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตใุ นระเบียนแสดงผลการเรยี นวา่ เรยี น
แทนรายวิชาใด

๑๔๑

การเปลี่ยนผลการเรยี น“ร”
การเปล่ยี นผลการเรยี น“ร” ให้ดำเนินการดงั นี้ ใหผ้ ู้เรียนดำเนนิ การแก้ไข “ร” ตาม

สาเหตุ เม่อื ผ้เู รียนแก้ไขปญั หาเสรจ็ แล้วให้ไดร้ ะดับผลการเรยี นตามปกติ (ต้ังแต่ ๐-๔) ถา้ ผู้เรียนไม่
ดำเนินการแกไ้ ข “ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบแตม่ ีผลการประเมินระหว่างภาคเรยี นและปลายภาคใหผ้ สู้ อน
นำข้อมูลท่ีมีอยู่ตัดสินผลการเรยี นยกเว้นมีเหตสุ ดุ วิสยั ให้อยู่ในดลุ ยพนิ ิจของสถานศกึ ษาที่จะขยายเวลาการ
แก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียนสำหรับภาคเรียนที่ ๒ ตอ้ งดำเนินการให้เสร็จส้ินภายในปี
การศกึ ษาน้นั เมื่อพน้ กำหนดนแ้ี ล้วให้เรียนซ้ำ หากผลการเรยี นเปน็ “๐” ให้ดำเนนิ การแก้ไขตาม
หลกั เกณฑก์ ารเปล่ยี นผลการเรียน “มส”

การเปลีย่ นผลการเรียน“มส” มี ๒ กรณี ดงั นี้
๑) กรณีผเู้ รียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถงึ ร้อยละ ๘๐
แต่มเี วลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรยี นในรายวิชาน้ัน ให้จดั ใหเ้ รยี นเพม่ิ เติมโดยใชช้ ัว่ โมง
สอนซอ่ มเสริมหรือใชเ้ วลาวา่ ง หรือใชว้ นั หยดุ หรอื มอบหมายงานให้ทำจนมีเวลาเรียนครบตามทก่ี ำหนดไว้
สำหรับรายวิชาน้ันแลว้ จึงให้วดั ผลปลายภาคเป็นกรณีพิเศษ
ผลการแก้ “มส” ใหไ้ ด้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “๑” การแก้
“มส” กรณนี ้ีให้กระทำให้เสร็จส้นิ ภายในปกี ารศกึ ษานั้น ถ้าผเู้ รยี น ไม่มาดำเนนิ การ
แก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นใ้ี ห้เรยี นซำ้ ยกเว้นมีเหตุสดุ วสิ ัย ใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของสถานศกึ ษา
ท่จี ะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกนิ ๑ ภาคเรียน แต่เมอื่ พน้ กำหนดน้ีแล้ว ให้ปฏบิ ตั ิดังน้ี
(๑) ถา้ เป็นรายวชิ าพน้ื ฐานให้เรยี นซำ้ รายวชิ านั้น
(๒) ถา้ เป็นรายวิชาเพมิ่ เตมิ ใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของสถานศึกษา ให้เรยี นซ้ำหรอื
เปล่ียนรายวชิ าเรียนใหม่
๒) กรณผี เู้ รียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมเี วลาเรยี นน้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลา
เรยี นทงั้ หมดใหส้ ถานศึกษาดำเนนิ การดงั นี้
(๑) ถ้าเป็นรายวิชาพ้ืนฐานให้เรียนซำ้ รายวชิ านน้ั
(๒) ถ้าเปน็ รายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดลุ ยพนิ ิจของสถานศึกษา ให้เรยี นซ้ำหรอื
เปล่ียนรายวชิ าเรยี นใหม่ ในกรณที เี่ ปลี่ยนรายวิชาเรียนใหมใ่ หห้ มายเหตุในระเบยี นแสดงผลการเรียนวา่
เรียนแทนรายวชิ าใด
การเรยี นซ้ำรายวชิ า ผู้เรียนท่ไี ดร้ ับการสอนซอ่ มเสรมิ และสอบแก้ตวั ๒ ครง้ั แลว้ ไม่ผา่ น
เกณฑ์การประเมินให้เรยี นซ้ำรายวชิ าน้นั ท้งั น้ีให้อย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของสถานศึกษาในการจัดให้เรยี นซำ้ ในชว่ ง
ใดชว่ งหน่งึ ทสี่ ถานศึกษาเหน็ ว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วนั หยดุ ชว่ั โมงวา่ งหลงั เลิกเรยี น ภาคฤดูร้อน
เปน็ ต้น
ในกรณีภาคเรียนท่ี ๒ หากผ้เู รยี นยังมผี ลการเรยี น “๐” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้
เสร็จสิ้นกอ่ นเปิดเรียนปกี ารศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปดิ การเรยี นการสอนในภาคฤดูรอ้ นเพื่อแกไ้ ขผล
การเรียนของผเู้ รยี นได้
การเปลีย่ นผล“มผ”
กรณที ่ผี ู้เรียนไดผ้ ล “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสรมิ ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมในสว่ นทผ่ี ู้เรยี น
ไมไ่ ด้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แลว้ จงึ เปล่ียนผลจาก “มผ”เป็น “ผ” ได้ ท้ังน้ีดำเนนิ การใหเ้ สร็จ
ส้ินภายในภาคเรียนนน้ั ๆ ยกเวน้ มีเหตุสดุ วสิ ัยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาทจ่ี ะพิจารณาขยายเวลา
ออกไปอกี ไม่เกิน ๑ ภาคเรยี น สำหรบั ภาคเรียนที่ ๒ ตอ้ งดำเนนิ การใหเ้ สร็จส้ินภายในปกี ารศึกษาน้นั

๑๔๒

การเรียนซ้ำช้ัน
ผู้เรียนที่ไมผ่ ่านรายวชิ าจำนวนมากและมีแนวโน้มวา่ จะเปน็ ปญั หาตอ่ การเรียนในระดับชั้นท่ี

สูงขึ้นสถานศึกษา ต้องตัง้ คณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รยี นซ้ำชั้นได้ ทั้งนีใ้ หค้ ำนึงถงึ วุฒิภาวะและความรู้
ความสามารถของผเู้ รียนเปน็ สำคัญ

ผู้เรยี นทไ่ี ม่มีคุณสมบัตติ ามเกณฑก์ ารเลื่อนชั้น สถานศกึ ษาควรให้เรยี นซ้ำชัน้ ทงั้ นี้
สถานศึกษาอาจใชด้ ลุ ยพินิจให้เล่อื นชัน้ ได้ หากพจิ ารณาว่าผเู้ รยี นมีคุณสมบตั ิขอ้ ใดข้อหน่งึ ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑) มีเวลาเรยี นไมถ่ ึงร้อยละ ๘๐ อนั เนือ่ งจากสาเหตจุ ำเป็นหรือเหตุสดุ วสิ ยั แต่มี
คณุ สมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้นในขอ้ อ่นื ๆ ครบถ้วน

๒) ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ ผ่านมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้วี ัดไมถ่ ึงเกณฑต์ ามท่ี
สถานศึกษากำหนดในแต่ละรายวิชา แตเ่ ห็นวา่ สามารถสอนซ่อมเสรมิ ไดใ้ นปีการศึกษาน้ัน และมี
คณุ สมบตั ติ ามเกณฑ์การเลื่อนชน้ั ในข้ออ่ืน ๆ ครบถ้วน

๓) ผเู้ รียนมีผลการประเมินรายวชิ าในกลุ่มสาระภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์
สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมอยใู่ นระดบั ผา่ น

กอ่ นทจี่ ะใหผ้ ู้เรียนเรยี นซำ้ ชน้ั สถานศึกษาต้องแจ้งใหผ้ ้ปู กครองและผู้เรยี นทราบเหตผุ ลของ
การเรยี นซ้ำชั้น

เอกสารหลักฐานการศึกษา
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญทบี่ ันทึกผลการเรยี น ขอ้ มลู และสารสนเทศที่

เกยี่ วข้องกับพฒั นาการของผเู้ รียนในด้านตา่ ง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้
๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

๑.๑ ระเบยี นแสดงผลการเรยี น เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรยี นของ
ผ้เู รยี นตามรายวิชา ผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น สถานศึกษาจะต้องบันทกึ ข้อมลู และ
ออกเอกสารนี้ให้ผเู้ รียนเป็นรายบุคคล เมือ่ ผเู้ รียนจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา

๑.๓ แบบรายงานผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษา เป็นเอกสารอนมุ ัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่อื
และข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา
๒. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทส่ี ถานศกึ ษากำหนด

เป็นเอกสารทีส่ ถานศึกษาจดั ทำขึ้นเพ่อื บันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ เกีย่ วกบั
ผู้เรยี น เชน่ แบบรายงานประจำตัวนักเรยี น แบบบนั ทกึ ผลการเรยี นประจำรายวิชา ระเบียนสะสม
ใบรบั รองผลการเรียน และ เอกสารอนื่ ๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ของการนำเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรยี น

สถานศึกษาสามารถเทยี บโอนผลการเรยี นของผูเ้ รียนในกรณตี ่างๆไดแ้ ก่ การย้ายสถานศึกษา
การเปลยี่ นรปู แบบการศกึ ษา การย้ายหลักสตู ร การออกกลางคันและขอกลับเขา้ รับการศึกษาต่อ
การศึกษาจากตา่ งประเทศและขอเขา้ ศกึ ษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยงั สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ
ประสบการณจ์ ากแหลง่ การเรียนรูอ้ ืน่ ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบนั การฝึกอบรมอาชีพ
การจดั การศกึ ษาโดยครอบครัว

๑๔๓

การเทียบโอนผลการเรยี นควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรยี นแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ท่ี
สถานศกึ ษารบั ผ้ขู อเทียบโอนเปน็ ผูเ้ รยี น ท้ังนี้ ผู้เรียนท่ไี ดร้ บั การเทยี บโอนผลการเรยี นต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างนอ้ ย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาทีร่ บั ผเู้ รยี นจาก
การเทยี บโอนควรกำหนดรายวชิ า/จำนวนหนว่ ยกติ ทจ่ี ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการได้ ดังน้ี
๑. พิจารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอน่ื ๆ ทใ่ี หข้ อ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถ
ของผู้เรยี น
๒. พจิ ารณาจากความรู้ ความสามารถของผเู้ รียนโดยการทดสอบด้วยวธิ ีการต่างๆ ทั้งภาค
ความร้แู ละภาคปฏบิ ัติ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง
การเทียบโอนผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ

การบริหารจัดการหลักสูตร
ในระบบการศึกษาท่ีมกี ารกระจายอำนาจให้ท้องถ่นิ และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนา

หลักสตู รน้ัน หนว่ ยงานต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องในแต่ละระดบั ต้ังแต่ระดบั ชาติ ระดบั ท้องถิ่น จนถงึ ระดับ
สถานศกึ ษา มบี ทบาทหน้าท่ี และความรับผดิ ชอบในการพัฒนา สนบั สนุน สง่ เสรมิ การใชแ้ ละพัฒนา
หลกั สตู รให้เป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ เพือ่ ให้การดำเนนิ การจดั ทำหลักสตู รสถานศึกษาและการจัดการ
เรยี นการสอนของสถานศกึ ษามปี ระสทิ ธิภาพสูงสดุ อันจะส่งผลให้การพฒั นาคุณภาพผู้เรียนบรรลตุ าม
มาตรฐานการเรียนรทู้ ่ีกำหนดไว้ในระดบั ชาติคณุ ภาพของของผเู้ รยี นท่ีสำคัญ และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์

ระดบั ท้องถ่ิน ไดแ้ ก่ สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา หน่วยงานต้นสงั กดั อ่ืน ๆ เปน็ หน่วยงานทม่ี ี
บทบาทในการขบั เคลือ่ นคุณภาพการจดั การศึกษา เป็นตัวกลางทจ่ี ะเชอ่ื มโยงหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา
ขนั้ พน้ื ฐานท่ีกำหนดในระดบั ชาตใิ หส้ อดคล้องกับสภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน เพ่ือนำไปสู่การจดั ทำ
หลักสูตรของสถานศึกษา ส่งเสรมิ การใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ใหป้ ระสบความสำเรจ็
โดยมภี ารกจิ สำคัญ คือ กำหนดเปา้ หมายและจดุ เน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น ในระดับทอ้ งถิ่นโดย
พจิ ารณาให้สอดคล้องกับส่ิงที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรยี นรทู้ ้องถ่นิ ประเมิน
คณุ ภาพการศึกษาในระดบั ทอ้ งถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรดว้ ยการวจิ ยั และพัฒนา การ
พฒั นาบคุ ลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมนิ ผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรยี น

สถานศกึ ษามหี นา้ ทส่ี ำคัญในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้
หลักสูตร การเพ่ิมพนู คุณภาพการใช้หลกั สูตรดว้ ยการวิจยั และพัฒนา การปรับปรงุ และพัฒนาหลกั สูตร
จดั ทำระเบียบการวดั และประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตอ้ งพจิ ารณาให้สอดคล้อง กบั
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน และรายละเอียดท่ีเขตพื้นท่ีการศึกษา หรอื หนว่ ยงาน สังกัดอ่นื ๆ
ในระดับท้องถนิ่ ไดจ้ ดั ทำเพ่ิมเตมิ รวมท้ัง สถานศึกษาสามารถเพิม่ เตมิ ในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพปญั หาใน
ชมุ ชนและสงั คม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และความต้องการของผูเ้ รียน โดยทุกภาคสว่ นเขา้ มามีสว่ นร่วมในการ
พฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา

๑๔๔

คำสั่งโรงเรียนวดั กรมธรรม์
ที่ 11 / 2565

เรือ่ ง แต่งต้ังคณะกรรมการปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสตู รโรงเรียนวัดกรมธรรม์
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช 2565)
-----------------------------------

เพ่ือให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้ าอย่างรวดเร็ว ในปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดกรมธรรม์
ต้องดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการ
ปรบั ปรุงหลกั สูตรสถานศกึ ษาให้สอดคลอ้ งกบั นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

อาศัยอำนาจตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2546 และมาตรา 27(1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551 และพ.ศ. 2553 จึงแต่งต้ังครูและบุคลากร
ทางการศึกษาทำหน้าท่ีปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนวัดกรมธรรม์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช 2565) ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. นางฐรนิ ดา โตเขยี ว ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั กรมธรรม์ ประธานกรรมการ
2. นายจเร ดอนอย่ไู พร
3. นายสำราญ ดวงตา ประธานกรรมการสถานศกึ ษาฯ ทปี่ รกึ ษา
4. นางนัฎฐา ทองเถาว์
5. นางจิราภรณ์ รกั ผกาวงศ์ ขา้ ราชการบำนาญ ผู้ทรงคณุ วุฒิ
6. นางชตุ กิ าญจน์ แสงสาย
7. นางเบญจมาศ ศิลปศร หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ

8. น.ส.ศิรนิ ญา คำสอน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ

9. นางจิราภรณ์ รกั ผกาวงศ์ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ
10.นางชตุ กิ าญจน์ แสงสาย
11.นายนราวชิ ญ์ พงษ์สิงห์ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา

12.นางสุดคนึง แสงพรม ศาสนาและวัฒนธรรม กรรมการ
13.นางปณสิ า ลีสี
14.นางสาวประภาพร บญุ ธรรม หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษา
15.นางภทั ราภรณ์ ตาดทพิ ย์
และพลศึกษา กรรมการ

หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี กรรมการ

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้

ภาษาต่างประเทศ กรรมการ

หวั หน้างานกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน กรรมการ

หัวหนา้ ครูผสู้ อนระดับปฐมวัย กรรมการ

ครูผู้สอนระดับปฐมวยั กรรมการ

ครูผูส้ อนระดบั ปฐมวยั กรรมการ

๑๔๕

16.นางสาวอศั วยา เอี่ยมสาย ครอู ัตราจ้าง กรรมการ
กรรมการ
17.นางสาวปาหนัน จันริสิ ครูอัตราจ้าง กรรมการ
กรรมการ
18.นางสาวชนกนนั ท์ จันทรอ์ ร่าม ครูอตั ราจ้าง กรรมการ
กรรมการ
19.นายกฤษณะ สำราญอยู่ ครูอัตราจ้าง กรรมการและ
เลขานกุ าร
20.นายประสงค์ ธาราศรี นักการภารโรง

21.นางดวงกมล ธาราศรี เจ้าหนา้ ทธ่ี รุ การ

22.นางสุดคนึง แสงพรม หัวหน้ากลมุ่ งานบริหารวชิ าการ

มหี น้าท่ี
1. วางแผนการดำเนินงานวิชาการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและ

แนวทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ
หลกั สตู รการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน สภาพเศรษฐกิจ สงั คม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถ่นิ

2. จดั ทำคูม่ ือการบริหารหลักสตู รและงานวชิ าการของสถานศึกษา นเิ ทศ กำกบั ตดิ ตาม
3. ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
และการแนะแนวให้สอดคล้องและเปน็ ไปตามมาตรฐานหลักสตู รการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
4. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการ
เรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดำเนินการ
ของหลักสูตร
5. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพ่ือให้การใช้หลักสูตร
เปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและมคี ณุ ภาพ
6. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ท่ีเก่ียวข้อง
และนำขอ้ มลู ปอ้ นกลบั จากฝ่ายตา่ ง ๆ มาพจิ ารณาเพ่ือการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา
7. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจยั เก่ียวกับการพฒั นาหลกั สูตรและกระบวนการเรยี นรู้
8. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนรายบุคคล ระดับช้ัน ระดับช่วงชั้น และระดับกลุ่มสาระการ
เรียนรูใ้ นแต่ละปกี ารศกึ ษา เพ่อื ปรับปรงุ และพฒั นาการดำเนนิ งานดา้ นต่าง ๆ ของสถานศกึ ษา
9. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูและการบริหารหลักสูตรระดับ
สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้วใช้ผลการประเมินเพ่ือวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูแล ะ
การบริหารหลกั สูตรปีการศึกษาตอ่ ไป
10. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา
คุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับ
เหนือสถานศกึ ษา สาธารณชนและผู้เกีย่ วข้อง
11. ให้ดำเนนิ การประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย ภาคเรียนละ 2 คร้งั
ท้ังนี้ ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุ
ตามวัตถุประสงคท์ ่ตี ้งั ไว้ ตั้งแต่บดั น้เี ปน็ ต้นไป

สงั่ ณ วันที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565

( นางฐรนิ ดา โตเขียว )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนวัดกรมธรรม์

๑๔๖


Click to View FlipBook Version