The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20104-2102 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ooonononza2539, 2021-04-02 03:45:12

20104-2102 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

20104-2102 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

251

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วชิ า ..... 20104 - 2102...... วิชา ...................... อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร.............................
สัปดาหท์ ่ี ........13...... ชือ่ หน่วย เทอรม์ ิสเตอร์ และวาริสเตอร์
ชือ่ เรอื่ ง........................................เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์.......…….………..............จานวน...4...ชั่วโมง

1. สาระสาคญั

เทอร์มสิ เตอร์ คือ ตวั ตา้ นทานชนดิ หน่งึ ที่มคี ่าความต้านทานเปล่ยี นไปตามอุณหภมู ิ คา่ ความต้านทาน
จะเปลีย่ นไปมากหรือนอ้ ยจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิรอบ ๆ คา่ ความต้านทานของเทอรม์ ิสเตอร์
จะเปลีย่ นแปลงแบบไม่เชิงเส้น กับอณุ หภูมิเทอร์มสิ เตอร์แบ่งเป็น 2 ชนดิ คือ เทอรม์ สิ เตอร์ชนิดสมั ประสิทธ์ิ
อุณหภมู เิ ป็นลบ เทอรม์ ิสเตอรช์ นิดสัมประสทิ ธอิ์ ุณหภมู เิ ป็นบวก

วารสิ เตอร์ (Varistor) หรอื นิยมเรียกช่ือย่อ VDR (Voltage Dependence Resistor) คอื ตวั ต้านทาน
ท่แี ปรคา่ ตามคา่ แรงดัน วารสิ เตอร์จดั เปน็ ตัวตา้ นทานท่ไี ม่เป็นเชิงเส้น การใชง้ านจะใช้สาหรบั ปอ้ งกนั แรงดนั
เกิน ลกั ษณะการทางานจะคล้ายกับ ซเี นอร์ไดโอดสองตวั ตอ่ หลังชนกัน

2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้

1.แสดงความรเู้ ก่ียวกับ เทอร์มสิ เตอร์ และวารสิ เตอร์

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1.เพือ่ ให้มคี วามรเู้ กีย่ วกบั การอธบิ ายโครงสร้างและสญั ลักษณ์ของทอร์มิสเตอร์ได้ (ดา้ นความร)ู้
2.เพอ่ื ให้มีทกั ษะในการสังเกตวารสิ เตอร์ได้ (ดา้ นทักษะ)
3.เพอ่ื ให้มเี จตคติทีด่ ีในการจาแนกชนดิ ของเทอร์มสิ เตอรไ์ ด้ (ด้านจิตพิสัย)
4.เพ่ือนาเทอร์มิสเตอรแ์ ละวารสิ เตอร์ไปประยุกต์ใช้งานในต่างๆ ได้ (ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม/

บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง)

3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1.อธิบายโครงสรา้ งและสัญลักษณ์ของทอร์มสิ เตอร์ได้ (ด้านความร้)ู
2.สังเกตวาริสเตอร์ได้ (ดา้ นทักษะ)
3.จาแนกชนิดของเทอร์มิสเตอรไ์ ด้ (ดา้ นจิตพิสยั )
4.นาเทอรม์ ิสเตอรแ์ ละวารสิ เตอร์ไปประยกุ ต์ใช้งานในตา่ งๆ ได้ (ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณา

การเศรษฐกิจพอเพยี ง)

252

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ด้านความรู้
4.1 โครงสร้างและสัญลกั ษณ์ของเทอรม์ ิสเตอร์
4.2 ชนิดของเทอร์มสิ เตอร์
4.3 วารสิ เตอร์ (Varistor)

4.2 ด้านทักษะหรือปฏิบตั ิ
1. การทดลองที่ 13 เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์
2. แบบทดสอบบทที่ 13

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นาเทอรม์ ิสเตอร์และวารสิ เตอร์ไปประยกุ ต์ใชง้ านในตา่ งๆ ได้

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ข้นั ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผเู้ รียน

ขนั้ เตรียม(จานวน 30 นาที) ข้นั เตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาที)
1.ผู้สอนให้ผเู้ รียนออกมาอธบิ ายโครงสร้างและ 1.ผเู้ รยี นออกมาอธิบายโครงสรา้ งและสัญลกั ษณ์ของ
สัญลักษณข์ องทอร์มิสเตอร์ตามความเขา้ ใจของตน ทอร์มสิ เตอรต์ ามความเข้าใจของตนอง
อง 2.ผู้เรยี นทาความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียน
2.ผสู้ อนแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 13 ของหนว่ ยท่ี 13 เรื่อง เทอรม์ สิ เตอร์ และวาริ
เร่อื ง เทอร์มิสเตอร์ และวารสิ เตอร์ สเตอร์
3.ผ้สู อนใหผ้ เู้ รยี นสังเกตวาริสเตอร์โดยให้ผู้เรยี น 3.ผเู้ รยี นสงั เกตวาริสเตอรโ์ ดยใหผ้ เู้ รยี นระดม
ระดมความคดิ รว่ มกนั และนาเสนอหนา้ ชั้นเรียน ความคิดรว่ มกนั และนาเสนอหนา้ ชั้นเรียน
ขนั้ การสอน (จานวน 180 นาท)ี ข้นั การสอน (จานวน 180 นาท)ี
1.ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นเปิดหนงั สือ วชิ า อปุ กรณ์ 1.ผู้เรียนเปิดหนงั สือ วิชา อุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์
อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร เรอื่ ง เทอร์มิสเตอร์ และ และวงจร เร่อื ง เทอรม์ ิสเตอร์ และวาริสเตอร์
วารสิ เตอร์ หน่วยท่ี 13 หนา้ ที่ 158-162 หน่วยท่ี 13 หน้าท่ี 158-162 พร้อมจดบนั ทึก
2.ผ้สู อนให้ผู้เรยี นจาแนกชนดิ ของเทอรม์ ิสเตอร์ เน้ือหาท่ีสาคัญ
3.ผู้สอนให้ผ้เู รยี นทาการทดลองท่ี 13 เทอร์ 2.ผเู้ รยี นจาแนกชนิดของเทอรม์ ิสเตอร์
มสิ เตอร์ และวารสิ เตอร์ หนา้ 163-166 3.ผ้เู รียนทาการทดลองท่ี 13 เทอร์มสิ เตอร์ และ
4.ผู้สอนให้ผ้เู รียนสืบค้นขอ้ มูลจากอนิ เทอรเ์ น็ต วารสิ เตอร์ หนา้ 163-166
4.ผ้เู รยี นสืบค้นข้อมลู จากอนิ เทอรเ์ น็ต

253

ขนั้ สรปุ (จานวน 30 นาท)ี ขัน้ สรุป(จานวน 30 นาท)ี
1.ผูส้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเนื้อหาท่ีได้เรยี นให้มี 1.ผเู้ รียนรว่ มกนั สรุปเนอ้ื หาที่ไดเ้ รยี นใหม้ ีความ
ความเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน เขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
2.ผูส้ อนให้ผ้เู รยี นทาแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 13 หนา้ ท่ี 2.ผ้เู รยี นแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 13 หนา้ ที่ 167-168
167-168 3.ผู้เรียนศึกษาเพิม่ เติมนอกห้องเรียน ด้วย
3.ผสู้ อนให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ด้วย PowerPoint ที่จดั ทาข้ึน

PowerPoint ทีจ่ ัดทาขึน้

รวมเวลาเรียนท้ังหมด 240 นาที
หรือ 4 ช่ัวโมงเรียน

6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือส่ิงพิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรียนวชิ าอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจรของนายชิงชยั ศรีสุรัตน์
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 13 เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์
3) แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 13 เทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์
4) เอกสารการเรียนรูห้ น่วยท่ี 13 เทอร์มสิ เตอร์ และวาริสเตอร์
5) แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 13 เทอร์มิสเตอร์ และวารสิ เตอร์
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย

6.2 สื่อโสตทัศน์
1) เคร่ืองฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหนว่ ยที่ 13 เทอรม์ ิสเตอร์ และวาริสเตอร์

6.3 สอื่ ของจรงิ
1) เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์

7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. ศนู ย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. ห้องปฏบิ ตั ิการเขยี นแบบเครือ่ งกลด้วยคอมพิวเตอร์

254

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวิทยบริการ วิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน

8. งานท่มี อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ตอบคาถามก่อนเรยี น เป็นการนาเข้าสู่บทเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรียน

8.3 หลังเรียน
1. ทาแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทาแบบฝึกหัดหลังเรยี น
3. ทาใบกิจกรรมท่ี 13

9. ผลงาน/ชิน้ งาน ท่เี กดิ จากการเรียนร้ขู องผู้เรยี น

การทดลองท่ี 12 เทอรม์ สิ เตอร์ และวารสิ เตอร์ แบบทดสอบบทที่ 13

10. เอกสารอ้างองิ

1. หนงั สอื เรยี นวิชาอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรของนายชิงชัย ศรีสรุ ัตน์

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวิชาอ่นื

1. บูรณาการกับวิชาชีวิตและวัฒนธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขยี นและการฝึกปฏิบัติตนทาง
สงั คมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝร่ ู้

2. บรู ณาการกบั วิชาหลกั เศรษฐศาสตร์ ด้านการเลือกใช้ทรพั ยากรอย่างประหยัด

12. หลักการประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดบั ความรคู้ วามเขา้ ใจของผูเ้ รยี นก่อนเร่ิมการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรียนของผ้เู รียนโดยการถาม-ตอบคาถามในระหว่างที่เรยี น

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกับเปรียบเทียบแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝกึ หดั หลังเรยี นเพอ่ื ประเมลิ ระดบั ความเขา้ ใจของผเู้ รียน
3. ตรวจใบกิจกรรม

255

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 การประเมนิ ผลความรคู้ วามเข้าใจของผเู้ รียนกอ่ นเรยี น
1. วธิ ีการประเมนิ : ให้ทาแบบทดสอบก่อนเรียน และถามคาถามเพ่ือประเมินระดับความรขู้ องผเู้ รยี น
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : ใช้อา้ งองิ เป็นตัวเปรียบเทยี บกับผลการทดสอบหลงั เรียน
4. เกณฑ์การผา่ น : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไม่น้อยกว่าครง่ึ หน่ึงของจานวนข้อของแบบ

ทดสอบทง้ั หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 การประเมนิ ผลความรูค้ วามเข้าใจของผเู้ รยี นหลงั เรียน
1. วธิ กี ารประเมนิ : ให้ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้เปรยี บเทยี บกบั ผลการทดสอบกอ่ นเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นกั เรียนสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ การทาแบบทดสอบก่อนเรยี น

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น

สปั ดาหท์ ่ี .....13.....ช่ือหนว่ ยการสอน เทอร์มิสเตอร์ และวารสิ เตอร์
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผูเ้ รยี นก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
คาส่ัง จงเลอื กคาตอบให้ถูกต้องท่สี ุดเพียงคาตอบเดียว

1. เทอร์มิสเตอร์มีหลักการทางานอย่างไร
ก. ค่าความต้นทานเปล่ยี นตามเวลา
ข. คา่ ความต้นทานเปล่ียนตามแรงดนั
ค. คา่ ความต้นทานเปล่ยี นตามอณุ หภมู ิ
ง. คา่ ความตน้ ทานเปลย่ี นตามแสง

2. เทอรม์ ิสเตอร์ มอี ักษรย่อคือข้อใด
ก. TR
ข. TH
ค. TO
ง. RS

256

3. ระดับแรงดันช่วงท่ีวารสิ เตอร์ที่ทาจากไททาเนียมออกไซด์
ก. ประมาณ 2 V
ข. ประมาณ 2.3 V
ง. ประมาณ 2.7 V
ค. ประมาณ 2.5 V

4. เทอร์มิสเตอรท์ นี่ ิยมใช้กนั มีอยู่ที่แบบ
ก. 1 แบบ
ข. 2 แบบ
ค. 3 แบบ
ง. 4 แบบ

5. NTC. หมายความว่าอยา่ งไร
ก. เทอร์มิสเตอร์ทีม่ ีค่าอณุ หภูมิเปน็ บวก
ข. เทอรม์ สิ เตอรท์ ม่ี ีค่าอุณหภมู เิ ป็นลบ
ค. เทอร์มสิ ตอรท์ ่มี ีคอ่ ุณหภมู ิปล่ยี นแปลงตลอดเวลา
ง. ไม่มีข้อถูก

6. วาริสเตอร์มีหลักการทางานอย่างไร
ก. คา่ ความตา้ นทานเปลย่ี นตามเวลา
ข. คา่ ความต้นทานเปลย่ี นตามอณุ หภูมิ
ค. ค่าความตน้ ทานเปลีย่ นตามแสง
ง. คา่ ความต้านทานเปลย่ี นตามแรงดัน

7. ค่าความตน้ ทานของเทอร์มิสเตอร์มีค่าโดยประมาณอยู่ท่ีเท่าไหร่
ก, 1Ω - 10kΩ
ข. 1Ω - 100 kΩ
ค. 100Ω - 1 MΩ
ง. 100Ω - 10 MΩ

8. วารสิ เตอร์ที่ทาจกสังกะสีออกไซด์ จะนาไปใชง้ านประเภทใด
ก. การขจัดสัญญาณรบกวนท่ีเป็นพลั ซ์กาลงั งานสูง
ข. วงจรรักษาระดบั แรงดัน
ค. ปอ้ งกันอุปกรณ์ทม่ี ีแรงดันต่า
ง. การใชง้ านตอ่ เนื่อง

257

9. การทางานของวารสิ เตอร์เหมอื นอปุ กรณใ์ นข้อใด
ก. ไดแอกและไทรแอก ตอ่ อนุกรมกนั
ข. ไดแอก 2 ตัว ตอ่ อนุกรมกัน
ค. ซเี นอร์ไดโอด 2 ตัว ต่อหลังชนกนั
ง. เอสซีอาร์ 2 ตวั ต่อขนานกัน

10. การใชว้ ารสิ เตอร์ต้องคานงึ ถึงส่ิงใดบ้าง
ก. คา่ กระแสวาริสเตอรส์ ูงสดุ
ข. คา่ แรงดันสงู สดุ
ค. ด่กาลังงานที่กระจายในตัววาริสเตอร์
ง. ถกู ทุกข้อ

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

สปั ดาหท์ ่ี .....13.....ช่อื หนว่ ยการสอน เทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์
วัตถุประสงค์ เพอ่ื การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผเู้ รียนก่อนเรียน
ข้อคาถาม
คาสั่ง จงเลอื กคาตอบให้ถูกต้องทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดยี ว

1. เทอร์มิสเตอร์มหี ลักการทางานอยา่ งไร
ก. ค่าความต้นทานเปลี่ยนตามเวลา
ข. คา่ ความต้นทานเปลยี่ นตามแรงดัน
ค. ค่าความตน้ ทานเปลี่ยนตามอุณหภูมิ
ง. ค่าความต้นทานเปลยี่ นตามแสง

2. เทอรม์ สิ เตอร์ มอี ักษรย่อคือข้อใด
ก. TR
ข. TH
ค. TO
ง. RS

3. ระดับแรงดนั ช่วงที่วาริสเตอร์ทท่ี าจากไททาเนยี มออกไซด์
ก. ประมาณ 2 V
ข. ประมาณ 2.3 V
ง. ประมาณ 2.7 V
ค. ประมาณ 2.5 V

258

4. เทอร์มิสเตอร์ทน่ี ิยมใช้กันมีอยูท่ ี่แบบ
ก. 1 แบบ
ข. 2 แบบ
ค. 3 แบบ
ง. 4 แบบ

5. NTC. หมายความวา่ อยา่ งไร
ก. เทอร์มสิ เตอรท์ ี่มีค่าอณุ หภูมิเป็นบวก
ข. เทอรม์ สิ เตอรท์ ่ีมีค่าอุณหภูมิเป็นลบ
ค. เทอรม์ สิ ตอรท์ ่ีมีค่อุณหภูมิปล่ียนแปลงตลอดเวลา
ง. ไมม่ ขี ้อถูก

6. วาริสเตอร์มหี ลักการทางานอยา่ งไร
ก. ค่าความตา้ นทานเปลยี่ นตามเวลา
ข. คา่ ความตน้ ทานเปลยี่ นตามอณุ หภมู ิ
ค. ค่าความต้นทานเปลยี่ นตามแสง
ง. คา่ ความต้านทานเปลีย่ นตามแรงดัน

7. ค่าความตน้ ทานของเทอร์มสิ เตอร์มคี ่าโดยประมาณอยู่ทีเ่ ท่าไหร่
ก, 1Ω - 10kΩ
ข. 1Ω - 100 kΩ
ค. 100Ω - 1 MΩ
ง. 100Ω - 10 MΩ

8. วาริสเตอร์ที่ทาจกสงั กะสีออกไซด์ จะนาไปใชง้ านประเภทใด
ก. การขจัดสัญญาณรบกวนท่ีเปน็ พลั ซ์กาลงั งานสูง
ข. วงจรรักษาระดบั แรงดนั
ค. ปอ้ งกนั อปุ กรณ์ท่ีมีแรงดนั ต่า
ง. การใช้งานต่อเนื่อง
9. การทางานของวารสิ เตอร์เหมอื นอุปกรณ์ในขอ้ ใด
ก. ไดแอกและไทรแอก ต่ออนุกรมกนั
ข. ไดแอก 2 ตวั ต่ออนุกรมกัน
ค. ซเี นอรไ์ ดโอด 2 ตัว ตอ่ หลงั ชนกัน
ง. เอสซอี าร์ 2 ตัว ตอ่ ขนานกัน

259

10. การใช้วารสิ เตอร์ตอ้ งคานงึ ถึงสิ่งใดบา้ ง
ก. คา่ กระแสวาริสเตอรส์ งู สดุ
ข. ค่าแรงดันสงู สดุ
ค. ด่กาลงั งานที่กระจายในตวั วารสิ เตอร์
ง. ถูกทุกข้อ

16. ใบความรู้ที่ ...13.....

สัปดาหท์ ี่ .....13.....ชอื่ หน่วยการสอน เทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์
วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ การประเมนิ ผลความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรยี น

16.1โครงสรา้ งและสญั ลกั ษณ์ของเทอรม์ ิสเตอร์
เทอรม์ สิ เตอร์ หมายถึง ความรอ้ น ดงั นั้น เทอรม์ สิ เตอร์จงึ เรียกอีกอยา่ งหน่งึ ว่า “ตัวต้านทานความ
ร้อน” เปน็ อุปกรณส์ ารก่งึ ตัวนาท่ที ามาจากโลหะออกไซด์

16.2ชนิดของเทอร์มสิ เตอร์
1. NTC (Negative Temperature Coefficient) เป็นเทอร์มิสเตอร์แบบที่ค่าความต้านทานจะ
ลดลงเมอ่ื อณุ หภูมิสูงขึ้น
2. PTC (Positive Temperature Coefficient) เป็นเทอร์มิสเตอร์แบบที่ค่าความต้านทานจะเพิ่มข้ึนเม่ือ
อุณหภูมิสูงข้นึ

16.3 วาริสเตอร์ (Varistor)

วาริสเตอร์ (Varistor) หรือนิยมเรียกชื่อย่อ VDR (Voltage Dependence Resistor) คือ ตัว
ต้านทานท่ีแปรค่าตามค่าแรงดัน วาริสเตอร์จัดเป็นตัวต้านทานท่ีไม่เป็นเชิงเส้นโครงสรา้ งภายในลติ มาจากสาร
กึ่งตัวนา ซิลิกอนคาร์ไบด์ (Sic) , สังกะสีออกไซด์ (Zno2) หรือไททาเนียมออกไซด์ (Tio2) โดยบดสารเหล่านี้
ใหเ้ ป็นเซรามกิ

ลักษณะเด่นของตัวต้านทานที่แปรค่าตามแรงดันน้ีคือ คุณสมบัติระหว่างความต้านทานต่อแรงดันน้ัน
จะสมมาตรกนั และไม่ข้ึนกับขว้ั ของ แรงดนั ด้วย ดังรปู ท่ี 13.4 ถงึ แมว้ า่ ในความเปน็ จริงแล้วหน้าสัมผัสเด่ยี วใดๆ
ของสารท่ีใช้ทาตัวต้านทานจะยอมให้กระแสไหลผ่านได้ทางเดียวก็ตาม แต่การกระจายอย่างไม่เป็นระเบียบ
ของหน้าสัมผัสจานวนมากซึ่งต่ออนุกรมและขนาน กันมีผลทาให้เกิดการเรียงกระแสในทิศทางตรงกันข้ามมี
จานวนเท่าๆ กัน ดังน้ันตัวต้านทานชนิดนี้จึงสามารถนาไปใช้งานท่ีเกี่ยวกับไฟกระแสสลับ ซ่ึงไดโอดท่ีนิยม
นามาใช้ป้องกันไมส่ ามารถใช้งานได้ การทางานของวาริสเตอร์น้ันสามารถทาความเข้าใจได้ง่ายโดยพิจารณาว่า

260

เป็นซีเนอร์ไดโอดสองตัวต่อหลังชนกัน เม่ือค่าแรงดันท่ีป้อนให้วาริสเตอร์ต่ากว่าค่าที่กาหนดไว้ กระแสจะไหล
ได้น้อย เน่ืองจากค่าความต้านทานทีส่ ูง เม่อื แรงดนั เพิ่มขึ้นคา่ ความตา้ นทานจะลดลงและกระแสจะเพ่ิมข้ึนเป็น
ลักษณะ คลืน่ เอกซโ์ พเนนเชียล (Exponential) ดงั รูปท่ี 13.4

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคา่ แรงดัน (V) และกระแส (I) ของวาริสเตอรส์ ามารถอธิบายได้ดว้ ยสมการ

เมือ่ V คือ ค่าของแรงดันไฟฟ้า มหี นว่ ยเป็นโวลต์ (V)

I คอื คา่ กระแสไฟฟา้ มีหน่วยเปน็ แอมแปร์ (A)

C และ เปน็ ค่าคงทข่ี องสารทใ่ี ช้ทาตวั ต้านทาน

ในทางปฏบิ ัตคิ ่าของ C อย่ใู นช่วง 14 จนถึง 3000 การเลอื กใชช้ นิดของวารสิ เตอรใ์ หเ้ หมาะสมกับ
งานน้ัน ไมจ่ าเปน็ ท่เี ราต้องรูค้ ณุ สมบัตขิ องมนั อยา่ งแทจ้ รงิ เพียงแตร่ ขู้ ้อมูลบางอย่างเช่น

1. ระดับแรงดันช่วงที่วาริสเตอร์เร่ิมทางาน ซึ่งความแหลมของช่วงแรงดันนี้เป็นคุณสมบัติที่ข้ึนอยู่กับ
สารท่ีใช้ทา ยกตัวอย่างเช่น วาริสเตอร์ท่ีทาจากสังกะสีออกไซด์ จะมีช่วงแรงดันท่ีแหลมกว่าชนิดที่ทาจาก
ซิลิกอนคาร์ไบด์ ส่วนวาริสเตอร์ที่ทาจากไททาเนียมออกไซด์จะมีช่วงแรงดันค่อนข้างต่า ประมาณ 2.7 โวลต์
แรงดันช่วงท่ีวารสิ เตอรเ์ ริม่ ทางานน้ีจะถูกกาหนดมา สาหรบั ค่ากระแสท่เี หมาะสมซ่งึ ข้นึ อย่กู บั ค่าของวารสิ เตอร์

2. ค่าคงท่นี ม้ี ีค่าน้อยมากสาหรบั วาริสเตอร์ที่ทาจากสงั กะสีออกไซด์ ซึ่งหมายความว่า ถึงแมว้ ่าจะเพ่ิม
ค่าแรงดันเป็นจานวนนอ้ ยแต่จะกอ่ ให้เกดิ การเพม่ิ ขน้ึ ของกระแสอยา่ งมากมาย

3. การใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความสาคัญเม่ือใช้วาริสเตอร์ในวงจรรักษาระดับแรงดันหรือวงจรที่มี
อตั ราการส่งพัลส์อยา่ งเรว็ มาก

การประยกุ ตใ์ ช้งาน

วาริสเตอรน์ ั้น ถูกนาไปใช้ในการกาจัดสญั ญาณรบกวนทเ่ี ป็นพลั สก์ าลงั งานสงู โดยเฉพาะ เชน่ จากแสง
สว่าง หรือ อ่ืนๆ ทเี่ กิดขึ้นในวงจรทม่ี ตี ัวเหนย่ี วนาถกู เปดิ วงจร. การตดั ตอ่ น้ี อาจจะเปน็ ผลจากสวิตซ์ ฟวิ ส์ หรือ
จากสารก่ึงตวั นาถ้าสารกงึ่ ตวั นา นีเ้ ปน็ ไทริสเตอร์ เราอาจจะคดิ วา่ ไม่มปี ัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากอปุ กรณ์นีจ้ ะเปิด
วงจรเฉพาะจุดที่แรงดันของแหล่งจ่ายไฟเท่ากับ ศูนย์ ดังน้ัน จึงไม่น่าที่จะมีแรงดันเหนี่ยวนาเกิดข้ึน ซ่ึงความ
จริงแล้ว การตัดต่อ จะเกิดขึ้นในขณะเดียวกับที่กระแสลดลงต่ากว่า ค่ายึด ( holding value ) ซ่ึงเป็น
คา่ กระแสที่จาเปน็ สาหรับรกั ษาให้ไทริสเตอรย์ ังคงนากระแสอยู่ คา่ กระแสยึดมคี ่าไม่เทา่ กบั ศนู ย์ จึงทาให้เกิด
แรงเคล่ือนไฟฟ้าเหนี่ยวนา จานวนเล็กน้อยข้ึน. ในหลายๆ กรณี พลังงานสนามแม่เหล็กซึ่งเท่ากับ 1 / 2 L(I
กาลัง2) จะถกู กระจายผ่านไดโอด และ สว่ นของความต้านทานทีเ่ กดิ จากการเหนย่ี วนาด้วยตัวเอง โดยที่ I เป็น
ค่ากระแสใน ขณะตัดวงจร เนอ่ื งจากคา่ ความเหน่ยี วนาดว้ ยตัวเองสว่ นใหญ่ แล้วจะเปน็ การควบคุมทาง ด้านไฟ

261

กระแสในขณะตดั วงจร และ L เป็นคา่ ความเหนีย่ วนาท้ังหมดของวงจร เนื่องจากค่าความเหนีย่ วนาดว้ ยตัวเอง
ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการควบคุมทางด้านไฟกระ แสสลับ จึงทาให้ไม่สามารใช้ไดโอดได้. ดังน้ัน วาริสเตอร์จึง
เป็นหนทางเดียว ท่จี ะแก้ปญั หานไ้ี ด้

สงิ่ ที่ควรคานึงถงึ ในการเลอื กใช้วารสิ เตอร์สาหรบั งานเฉพาะ คือ

1. แรงดันท่ีเป็นยอด ซึ่งอุปกรณ์ท่ีถูกป้องกันสามารถทนได้โดยไม่เกิดความเสียหายนั้น จะต้องเลือกวาริ

สเตอร์ ทีม่ คี ่าแรงดัน เริม่ ทางานตา่ กวา่ แรงดันท่ีเปน็ ยอดนี้

2. ค่าแรงดันสูงสุด ( VP) ท่ีตกคร่อมวาริสเตอร์ภายใต้เงื่อนไขปกติ ( ในงานเกี่ยวกับไฟกระแสสลับ ค่า

VP = 1.414 Vrms ) เปน็ กฏทีต่ ้องจาไว้วา่ กระแสที่ไหลผ่านวารสิ เตอร์ทรี่ ะดบั แรงดันขนาดน้ี จะต้อง

ต่ากว่า 1 mA

3. ค่ากระแสทรานซิสเตอรส์ ูงสดุ

4. คา่ กาลังงานทก่ี ระจายตวั ในวาริสเตอร์ ระหวา่ งมสี ญั ญาณรบกวนเกิดข้ึน เมือ่ ตวั วาริสเตอร์

ตอ่ คร่อมตวั เหนีย่ วนาอยู่ คา่ กาลังงานน้จี ะต้องน้อยกวา่ 1 / 2 L(Iกาลัง2)

5. การกระจายกาลังงานเฉลี่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าตราส่งพัลส์มีค่าสูง หรือ ถ้าแรงดันเร่ิมทางานไม่สงู

เกนิ กวา่ คา่ แรงดนั ปฏบิ ัติงานในภาวะปกติ

262

17. ใบงาน
17 ใบกจิ กรรมท่ี ....13....

สัปดาห์ท่ี .....13....ช่ือหนว่ ยการสอน เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์
จดุ ประสงค์ เพ่ือ

1. วิเคราะห์และตีความหมาย
11. ตัง้ คาถาม
12. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
13. การประยุกต์ความรสู้ ่งู านอาชีพ

สมรรถนะการปฏิบัตงิ านอาชพี
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับเทอรม์ สิ เตอร์ และวารสิ เตอร์

สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคลอ้ ง
จากการเรยี น เรอ่ื ง เทอร์มสิ เตอร์ และวาริสเตอร์ ทาใหผ้ ู้เรยี นมีความรู้เพมิ่ เกีย่ วกบั เทอร์

มสิ เตอร์ คอื ตัวต้านทานชนดิ หนึ่งท่ีมคี า่ ความต้านทานเปลี่ยนไปตามอุณหภมู ิ ค่าความตา้ นทาน
จะเปลี่ยนไปมากหรือนอ้ ยจะขึน้ อยกู่ บั การเปลี่ยนแปลงของอณุ หภูมิรอบ ๆ ค่าความต้านทานของ
เทอรม์ ิสเตอรจ์ ะเปล่ียนแปลงแบบไมเ่ ชิงเสน้ กบั อณุ หภมู เิ ทอรม์ สิ เตอรแ์ บ่งเปน็ 2 ชนิดคือ เทอร์
มสิ เตอรช์ นิดสัมประสทิ ธ์อิ ุณหภูมเิ ปน็ ลบ เทอรม์ ิสเตอรช์ นิดสัมประสิทธิ์อุณหภมู ิเปน็ บวก วาริ
สเตอร์ (Varistor) หรือนยิ มเรียกชอื่ ย่อ VDR (Voltage Dependence Resistor) คือ ตัวต้านทาน
ทแ่ี ปรคา่ ตามคา่ แรงดัน วารสิ เตอรจ์ ดั เปน็ ตวั ต้านทานท่ไี ม่เปน็ เชิงเส้น การใช้งานจะใชส้ าหรบั
ป้องกนั แรงดนั เกิน ลักษณะการทางานจะคลา้ ยกับ ซีเนอร์ไดโอดสองตวั ต่อหลงั ชนกัน

263

18. แบบประเมินผล
รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธบิ ายโครงสรา้ งและสัญลกั ษณข์ องทอร์มิสเตอร์ได้

1.วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ

2.เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารให้คะแนน : บรรยายลกั ษณะวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์ได้ จะ

ได้ 2 คะแนน

จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ข้อท่ี 2 สงั เกตวารสิ เตอร์ได้

1.วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ

2.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน : สรุปการทางานของวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์ได้ จะ

ได้ 3 คะแนน

จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 จาแนกชนดิ ของเทอร์มิสเตอรไ์ ด้

1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2.เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : สังเกตไดโอดบรดิ จ์แบบตา่ งๆได้ จะได้ 2 คะแนน

จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 4 นาเทอร์มิสเตอรแ์ ละวาริสเตอรไ์ ปประยุกต์ใชง้ านในตา่ งๆ

ได้

1.วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ

2.เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารให้คะแนน : ฝกึ คานวณหาแรงดนั สงู สุดด้านกลับได้ จะได้ 3 คะแนน

264

19. แบบฝึกหดั

1.จงอธิบายโครงสร้างและสัญลักษณ์ของทอร์มสิ เตอร์
2.วาริสเตอร์ คอื
3.เทอร์มสิ เตอร์ มกี ีช่ นิดอะไรบ้าง

265

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรแู้ บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏิบัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคลอ้ งกับวัตถุประสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ และด้านจิตพิสยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ สอ่ื นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ก่อนเขา้

สอน

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธีการนาเข้าสบู่ ทเรยี นที่นา่ สนใจ

5. มกี จิ กรรมที่หลากหลาย เพื่อชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กจิ กรรมทสี่ ่งเสริมให้ผเู้ รยี นคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรียนมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จัดกิจกรรมที่เนน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เห็นอย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ทเี่ ช่อื มโยงกบั ชีวิตจรงิ โดยนาภมู ิปญั ญา/บูรณาการเข้ามา

มีสว่ นรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสริมแรงเม่อื นักเรียนปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใสด่ ูแลผู้เรียน อย่างท่วั ถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กาหนด

ดา้ นส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใช้ส่อื ทีเ่ หมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น

17. ใช้สือ่ แหลง่ การเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ น็ต เป็นต้น

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อยา่ งท่ัวถึง

266

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกาหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผู้ปกครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรยี มการสอน

ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ด้านสอ่ื นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอื่น ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นายชูชาติ มง่ิ คา )
ตาแหน่ง ครชู านาญการ

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 267
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

268

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั วชิ า ..... 20104 - 2102...... วชิ า ...................... อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร.............................
สัปดาหท์ ่ี ........14...... ชอ่ื หน่วย ไดแอก
ช่ือเรอ่ื ง......................................................ไดแอก......................……….………..............จานวน...4...ชวั่ โมง

1. สาระสาคัญ

ไดแอก (DIAC) หรอื “DIODE-AC” เป็นอปุ กรณ์จดุ ชนวนไทรแอก ลกั ษณะโครงสรา้ งจะเปน็ สาร
P-N 3 ชัน้ รอยต่อเหมือนกันกบั ทรานซิสเตอร์ ไดแอกทาหนา้ ทป่ี อ้ งกันการกระโชกของแรงดนั ไฟสลบั ทีอ่ าจ
ทาให้ไทรแอกชารดุ เสยี หาย และทาหน้าที่ควบคุมเฟสกาหนดเวลาเร่ิมทางานของไทรแอก เมื่อนาท้งั หมดมา
ประกอบเปน็ วงจร สามารถทาใหว้ งจรทางานหรอื หยดุ ทางานได้ตามการควบคมุ ของไดแอก

2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้

1.แสดงความรู้เกย่ี วกับ ไดแอก

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
1.เพอ่ื ให้มีความร้เู กี่ยวกบั การบรรยายโครงสร้าง และสัญลกั ษณ์ของไดแอก (ดา้ นความร)ู้
2.เพื่อให้มีทักษะในการวัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์ (ด้านทักษะ)
3.เพ่ือให้มีเจตคติท่ดี ีในการตดิ ตามการทางานของไดแอก (ดา้ นจิตพิสยั )
4.เพือ่ วดั และทดสอบไดแอกด้วยโอหม์ มิเตอร์ได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม (ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม)

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1.บรรยายโครงสรา้ ง และสญั ลักษณ์ของไดแอกได้ (ดา้ นความร)ู้
2.วัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มิเตอรไ์ ด้ (ด้านทักษะ)
3.ตดิ ตามการทางานของไดแอกได้ (ด้านจติ พิสัย)
4.วัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมิเตอร์ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)

4. เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
4.1 โครงสรา้ งและสญั ลักษณ์ของไดแอก
4.2 การทางานของไดแอก
4.3 การวดั และทดสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มิเตอร์

269

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏิบตั ิ
1. การทดลองท่ี 14 ไดแอก
2. แบบทดสอบบทที่ 14

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. วดั และทดสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอรไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรยี นรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผู้เรยี น

ขนั้ เตรยี ม(จานวน 30 นาที) ขน้ั เตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี

1.ผู้สอนใหผ้ ู้เรียนอา่ นสาระสาคญั หน่วยที่ 14 1.ผู้เรยี นอ่านสาระสาคญั หน่วยท่ี 14 เรื่อง ได

เรอื่ ง ไดแอก (Diac) หนา้ 169 แอก (Diac) หนา้ 169

2.ผู้สอนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนของหนว่ ยที่ 14 2.ผเู้ รยี นทาความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงค์การเรยี น

เรอ่ื ง ไดแอก (Diac) ของหน่วยเรยี นท่ี 14 เร่อื ง ไดแอก (Diac)

3.ผ้สู อนให้ผู้เรียนบรรยายโครงสร้าง และสญั ลักษณ์ 3.ผู้เรยี นบรรยายโครงสร้าง และสญั ลกั ษณข์ องได

ของไดแอก แอก

ขนั้ การสอน (จานวน 180 นาท)ี ขน้ั การสอน (จานวน 180 นาที)

1.ผู้สอนแนะนาใหผ้ เู้ รยี นเปดิ PowerPoint และให้ 1.ผเู้ รียนศกึ ษาจาก PowerPoint และให้ผู้เรียน

ผูเ้ รียนเปดิ เอกสารประกอบการสอนวิชา อุปกรณ์ เปิดเอกสารประกอบการสอนวชิ า อุปกรณ์

อิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ละวงจร 14 เร่ือง ไดแอก (Diac) อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจรหน่วยที่ 14 เรอ่ื ง ไดแอก

และใหผ้ เู้ รยี นศึกษารายละเอียดดว้ ยตนเอง (Diac) (Zener diode) โดยเลือกจดบนั ทึกเนื้อหา

2.ผู้สอนเปดิ โอกาส ใหผ้ ้เู รียนถามปัญหา และข้อ ทสี่ าคัญ

สงสยั จากเนือ้ หา โดยครเู ปน็ ผู้ตอบปัญหาท่ีเกิดขน้ึ 2.ผู้เรียนซักถามขอ้ สงสัยที่เกิดข้นึ และผู้เรยี นร่วมมือ

ระหว่างการเรยี นการสอน พรอ้ มวัดและทดสอบได กับผู้สอน พร้อมวัดและทดสอบไดแอกด้วยโอห์ม

แอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ มิเตอร์

3.ผสู้ อนให้ผ้เู รียนทาการทดลองที่ 14 เรื่อง ได 3.ผ้เู รยี นทาการทดลองท่ี 14 เรอ่ื ง ไดแอก

แอก (Diac) หน้า 173-175 (Diac) หน้า 173-175

4.ผสู้ อนให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ 4.ผู้เรียนสืบค้นขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็

ข้ันสรปุ (จานวน 30 นาท)ี ข้นั สรุป(จานวน 30 นาท)ี

1.ผู้สอนและผู้เรยี นรว่ มกนั สรุปเนือ้ หาที่ได้เรียนให้มี 1.ผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ เน้อื หาที่ไดเ้ รยี นให้มีความ

ความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกัน เขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน

270

2.ผสู้ อนใหผ้ ้เู รียนทาแบบทดสอบบทที่ 14 หนา้ ท่ี 2.ผเู้ รียนทาแบบทดสอบบทที่ 14 หน้าที่ 176-
176-177 177
3.ผสู้ อนให้ผ้เู รยี นศกึ ษาเพิ่มเติมนอกห้องเรยี น ด้วย 3.ผู้เรียนศึกษาเพม่ิ เติมนอกห้องเรียน ด้วย
PowerPoint ท่ีจดั ทาข้ึน
PowerPoint ทีจ่ ัดทาข้นึ

รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 240 นาที
หรือ 4 ชั่วโมงเรียน

6. สื่อการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

6.1 สื่อสงิ่ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรยี นวิชาอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรของนายชงิ ชยั ศรสี รุ ัตน์
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 14 ไดแอก
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 14 ไดแอก
4) เอกสารการเรยี นร้หู น่วยท่ี 14 ไดแอก
5) แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 14 ไดแอก
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น และแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วย

6.2 สือ่ โสตทศั น์
1) เครือ่ งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหน่วยท่ี 14 ไดแอก

6.3 ส่ือของจรงิ
1) เทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์

7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ
2. ศนู ย์ Internet สมเด็จพระเทพฯ
3. หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเขียนแบบเคร่อื งกลดว้ ยคอมพวิ เตอร์

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวิทยบริการ วทิ ยาลัยเทคนิคสว่างแดนดนิ

271

8. งานที่มอบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. ตอบคาถามก่อนเรยี น เป็นการนาเขา้ สู่บทเรียน

8.2 ขณะเรียน
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรยี น

8.3 หลงั เรยี น
1. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
2. ทาแบบฝึกหัดหลังเรียน
3. ทาใบกิจกรรมที่ 14

9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ทเี่ กดิ จากการเรยี นรู้ของผูเ้ รียน

การทดลองที่ 14 ไดแอก แบบทดสอบบทที่ 14

10. เอกสารอา้ งอิง

1. หนงั สอื เรยี นวชิ าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจรของนายชิงชัย ศรีสรุ ัตน์

11. การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กบั รายวิชาอน่ื

1. บูรณาการกบั วชิ าชีวติ และวัฒนธรรมไทย ดา้ นการพูด การอา่ น การเขียนและการฝกึ ปฏบิ ัตติ นทาง
สงั คมด้านการเตรียมความพร้อม ความรบั ผดิ ชอบ ความสนใจใฝ่รู้

2. บรู ณาการกับวชิ าหลักเศรษฐศาสตร์ ด้านการเลือกใช้ทรพั ยากรอย่างประหยัด

12. หลักการประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดบั ความรู้ความเขา้ ใจของผู้เรียนก่อนเริ่มการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรียนของผเู้ รยี นโดยการถาม-ตอบคาถามในระหวา่ งทเ่ี รยี น

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี นพรอ้ มกับเปรยี บเทยี บแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝกึ หัดหลงั เรยี นเพ่ือประเมิลระดับความเขา้ ใจของผเู้ รยี น
3. ตรวจใบกจิ กรรม

272

13. รายละเอียดการประเมินผลการเรียน

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรยี น
1. วธิ กี ารประเมนิ : ให้ทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และถามคาถามเพื่อประเมินระดับความรูข้ องผเู้ รยี น
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้อา้ งอิงเปน็ ตวั เปรียบเทยี บกับผลการทดสอบหลงั เรียน
4. เกณฑ์การผา่ น : นักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไม่น้อยกว่าคร่งึ หนึ่งของจานวนข้อของแบบ

ทดสอบทั้งหมด
จุดประสงคข์ ้อท่ี 2 การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผูเ้ รยี นหลงั เรียน
1. วิธีการประเมนิ : ใหท้ าแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบหลังเรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชเ้ ปรยี บเทยี บกับผลการทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์การผา่ น : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่าการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

สปั ดาหท์ ี่ .....14.....ชือ่ หน่วยการสอน ไดแอก
วตั ถุประสงค์ เพ่อื การประเมินผลความร้คู วามเข้าใจของผู้เรยี นกอ่ นเรยี น
ข้อคาถาม
คาสง่ั จงเลอื กคาตอบใหถ้ ูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดยี ว

1. โครงสร้างของไดแอคมลี กั ษณะคล้ายกับอปุ กรณช์ นิดใด
ก. ไดโอด
ข. ทรานซสิ เตอร์
ค. ไทรแอก
ง. เอสซอี าร์

2. ไดแอคมคี ณุ สมบตั ิทาหน้าทีค่ ล้ายอะไร
ก. สวิตช์ปดิ เปิด 2 ทาง
ข. สวิตชป์ ดิ เปดิ 1 ทาง
ค. เปน็ ตัวจากดั กระแส
ง. ถูกทัง้ ก.และ ข.

273

3. จากการทดลองคา่ แรงคนั ทท่ี าให้กระแสไหลไดอ้ ยูใ่ นช่วงใด
ก. 8-10V.
ข. 10-20 V.
ค. 20 -28 V.
ง. 29-30 V.

4. ใดแอกเหมาะท่ีจะนาไปเป็นตัวกระตนุ้ กระแสให้กับอุปกรณ์ใด
ก. เฟต
ข. ยูเจที
ค. เอสซีอาร์
ง. ไทรแอก

5. ถ้าใหก้ ระแสไหลผ่านไดแอคมากเกินไปจะเกดิ อะไรขน้ึ
ก. แรงดันจะเพม่ิ มากข้นึ
ค. ไดแอกจะทางานได้ดีข้ึน
ข. ไดแอกจะพงั
ง. แรงดนั ตกคร่อมไดแอกจะเท่าเดมิ

6. ในขณะทไี ดแอกนากระแสแรงคนั ตกคร่อมจะเปน็ อย่างไร
ก. เพมิ่ ข้ึนเล็กนอ้ ย
ค. ไมเ่ ปลี่ยนแปลง
ข. ลดลงเลก็ น้อย
ง. ไดแอกจะพัง

7. GT -32 แถบสแี ดง มคี ่าแรงดนั อย่ใู นชว่ งใด
ก. VBo= 27 -37 V.
ข. VBo =30-40 V.
ค. VBo =38-48 V.
ง. VBo =56-70 V.

8. ถ้าป้อนไฟบวก (+) เขา้ A, และลบ (-) เขา้ A, ไดแอกจะอย่ใู นสภาวะใด
ก. ไบอสั ตรง
ข. ไบอัสกลบั
ค. สภาวะพงั ทะลาย
ง. ไดแอกนากระแส

274

9. การตรวจสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมิเตอรเ์ ปน็ การตรวจสอบหาอะไร
ก. ตรวจหาขาของไดแอก
ข. ตรวจหาแรงดันพัง
ค. ตรวจเชค็ สภาพว่าไดแอกน้ันดีหรอื เสยี
ง. ตรวจว่าช็อตหรอื ไม่

10. ตรวจสอบไดแอกทส่ี มบูรณ์ต้องทาอยา่ งไร
ก. ป้อนแรงดันไบอสั ตรงใหก้ ับไดแอก
ข. ป้อนแรงผนั ไบอสั กลบั ให้กับไดแอก
ค. ใช้มิเตอร์วดั ในขณะทไ่ี มม่ ไี บอสั ใหก้ ับไดแอก
ง. ถูกทุกขอ้

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

สัปดาหท์ ี่ .....14.....ชอ่ื หน่วยการสอน ไดแอก
วัตถุประสงค์ เพอ่ื การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผ้เู รยี นกอ่ นเรยี น
ขอ้ คาถาม
คาสงั่ จงเลอื กคาตอบใหถ้ ูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว

1. โครงสร้างของไดแอคมลี กั ษณะคล้ายกบั อปุ กรณ์ชนดิ ใด
ก. ไดโอด
ข. ทรานซิสเตอร์
ค. ไทรแอก
ง. เอสซอี าร์

2. ไดแอคมีคณุ สมบัติทาหน้าทค่ี ลา้ ยอะไร
ก. สวิตช์ปดิ เปิด 2 ทาง
ข. สวิตชป์ ดิ เปดิ 1 ทาง
ค. เป็นตัวจากัดกระแส
ง. ถูกทั้ง ก.และ ข.

3. จากการทดลองค่าแรงคันท่ีทาให้กระแสไหลได้อยใู่ นช่วงใด
ก. 8-10V.
ข. 10-20 V.
ค. 20 -28 V.
ง. 29-30 V.

275

4. ใดแอกเหมาะที่จะนาไปเป็นตวั กระตุ้นกระแสให้กับอุปกรณใ์ ด
ก. เฟต
ข. ยเู จที
ค. เอสซอี าร์
ง. ไทรแอก

5. ถา้ ให้กระแสไหลผา่ นไดแอคมากเกินไปจะเกดิ อะไรข้นึ
ก. แรงดันจะเพิม่ มากขึ้น
ค. ไดแอกจะทางานได้ดีข้นึ
ข. ไดแอกจะพัง
ง. แรงดันตกคร่อมไดแอกจะเทา่ เดมิ

6. ในขณะทไี ดแอกนากระแสแรงคนั ตกคร่อมจะเป็นอยา่ งไร
ก. เพมิ่ ข้ึนเล็กน้อย
ค. ไมเ่ ปลี่ยนแปลง
ข. ลดลงเล็กนอ้ ย
ง. ไดแอกจะพัง

7. GT -32 แถบสแี ดง มีค่าแรงดนั อยใู่ นชว่ งใด
ก. VBo= 27 -37 V.
ข. VBo =30-40 V.
ค. VBo =38-48 V.
ง. VBo =56-70 V.

8. ถา้ ป้อนไฟบวก (+) เข้า A, และลบ (-) เขา้ A, ไดแอกจะอยู่ในสภาวะใด
ก. ไบอสั ตรง
ข. ไบอสั กลบั
ค. สภาวะพังทะลาย
ง. ไดแอกนากระแส

9. การตรวจสอบไดแอกด้วยโอหม์ มเิ ตอร์เปน็ การตรวจสอบหาอะไร
ก. ตรวจหาขาของไดแอก
ข. ตรวจหาแรงดนั พัง
ค. ตรวจเชค็ สภาพว่าไดแอกนั้นดีหรอื เสยี
ง. ตรวจว่าชอ็ ตหรือไม่

276

10. ตรวจสอบไดแอกท่สี มบูรณ์ต้องทาอยา่ งไร
ก. ป้อนแรงดนั ไบอัสตรงให้กับไดแอก
ข. ป้อนแรงผนั ไบอสั กลับให้กับไดแอก
ค. ใชม้ เิ ตอรว์ ดั ในขณะที่ไมม่ ไี บอัสใหก้ ับไดแอก
ง. ถูกทกุ ขอ้

16. ใบความรู้ที่ ...14.....

สปั ดาหท์ ่ี .....14.....ชื่อหน่วยการสอน ไดแอก
วตั ถุประสงค์ เพือ่ การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผเู้ รยี นก่อนเรียน
14.1 โครงสร้างและสญั ลักษณข์ องไดแอก

ไดแอก ( DIAC ) หรอื ไดโอด-เอซี เป็นอปุ กรณ์จดุ ชนวนไทรแอก ที่ถูกออกแบบใหส้ ามารถ
นากระแสได้ 2 ทางทแ่ี รงดันค่าหนง่ึ ลกั ษณะโครงสรา้ งจะเป็นสาร P-N-P 3 ชัน้ 2 รอยตอ่ เหมือนกับ
ทรานซสี เตอร์ แสดงดงั รปู ที่ 1 แต่แตกต่างจากทรานซีสเตอร์ตรงทคี่ วามเข้มของการโด๊ป ( Dope ) สาร จึงทา
ใหร้ อยต่อทั้งสองของไดแอกเหมือนกนั จงึ ทาใหม้ ีคณุ สมบัติเปน็ สวิตซ์ได้ 2 ทาง และค่าแรงดันเร่มิ ตน้ ที่จะทาให้
ไดแอกนากระแสได้นนั้ จะอย่ใู นช่วง 29-30 โวลต์
14.2 การทางานของไดแอก

การทางานของไดแอกนน้ั จะอาศัยชว่ งแรงดันพังทลาย ( Break Over Voltage ) เป็นส่วนของ
การทางาน เมอื่ ป้อนแรงดันบวก ( + ) เขา้ ท่ขี า A1 ละแรงดนั ลบ (-) เขา้ ทข่ี า A2 รอยต่อN และ P ตรงบริเวณ
A1 จะอยใู่ นลกั ษณะไบอสั กลับ จึงไมม่ ีกระแสไหลจาก A1 ไปยัง A2 ได้ เมื่อเพิม่ แรงดันไบอัสดงั กลา่ วสูงข้ึน
เรอ่ื ยๆ จนถึงคา่ แรงดนั คา่ หน่ึงจะทาให้กระแสสามารถไหลทะลผุ ่านรอยต่อ N-P มาได้ ส่วนรอยต่อตรง A2
น้ัน อย่ใู นสภาวะไบอสั ตรงอยู่แล้ว ดังน้นั กระแสที่ไหลผ่านไดแอกนจ้ี ึงเสมือนกับเปน็ กระแสทเี่ กดิ จากการ
พงั ทลาย ของไดโอดและถา้ หากไม่มีการจากดั กระแสแลว้ แอกกส็ ามารถพงั ไดเ้ ชน่ กนั ถ้าเราสลับขว้ั ศกั ย์แรงดัน
A1 และ A2 การทางานของไดแอกก็จะเป็นเช่นเดยี วกบั กรณีดังกล่าวทผ่ี า่ นมา เขียนเปน็ กราฟแสดง
ความสัมพนั ธข์ องแรงดนั ตกคร่อมตวั ไดแอก และกระแสทไี่ หลผ่านไดแอกได้ ดังรปู ท่ี 14.2
จากกราฟ เม่อื ไดแอกนากระแสแรงดันตกคร่อมตวั ไดแอกจะลดค่าลงอกี เลก็ น้อย โดยปกตจิ ะลดลงจากคา่
แรงดนั พงั ประมาณ 5 โวลต์
จากลักษณะสมบัติของไดแอก จึงเหน็ ได้ว่าไดแอกเหมาะสมทจ่ี ะนาไปใชเ้ ป็นตวั ป้อนกระแสจุดชนวนให้กับ
อุปกรณ์ไทรแอก เพราะนากระแสได้ 2 ดา้ น
ตัวอยา่ ง คา่ แรงดนั ของไดแอกเบอร์ตา่ งๆ

GT – 32 แถบสีแดง VBO = 27-37 V
GT – 35 แถบสีส้ม VBO = 30-40 V
GT – 40 แถบสีเหลอื ง VBO = 38-48 V
GT – 50 แถบสีเขยี ว VBO = 56-70 V

277

14.3 การวดั และทดสอบไดแอกด้วยโอห์มมิเตอร์
การวัดหาขาของไดแอก พิจารณาไดจ้ ากโครงสรา้ งและสญั ลกั ษณข์ องไดแอก ดังรูปท่ี 14.3

ตัง้ โอหม์ มเิ ตอรท์ ี่ยา่ นวดั R x 10
กรณที ่ี 1 เอาสายมิเตอรศ์ ักยไ์ ฟบวกจบั ทีข่ า A1 สายมิเตอรศ์ ักยไ์ ฟลบจบั ท่ีขา A2 เข็มจะชี้ที่

ตาแหนง่
กรณที ี่ 2 ทาการกลับข้ัว ผลทไี่ ด้จะเป็น แสดงว่าไดแอกมีสภาพดี

17. ใบงาน
17 ใบกจิ กรรมท่ี ....14....

สปั ดาหท์ ี่ .....14....ชื่อหนว่ ยการสอน ไดแอก
จุดประสงค์ เพื่อ

1. วิเคราะหแ์ ละตีความหมาย
2 ตง้ั คาถาม
3 อภิปรายแสดงความคิดเห็นระดมสมอง
4 การประยุกตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ
1. แสดงความรู้เก่ียวกับไดแอก

สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคลอ้ ง
จากการเรียน เรอ่ื ง วัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์ ทาให้ผ้เู รียนมีความรเู้ พม่ิ

เก่ียวกับไดแอก (DIAC) หรอื “DIODE-AC” เปน็ อุปกรณ์จดุ ชนวนไทรแอก ลักษณะโครงสรา้ ง
จะเปน็ สาร P-N 3 ช้นั รอยต่อเหมือนกนั กบั ทรานซิสเตอร์ ไดแอกทาหน้าท่ีป้องกนั การ
กระโชกของแรงดนั ไฟสลบั ทอี่ าจทาให้ไทรแอกชารดุ เสียหาย และทาหน้าที่ควบคุมเฟส
กาหนดเวลาเร่ิมทางานของไทรแอก เมอ่ื นาทง้ั หมดมาประกอบเป็นวงจร สามารถทาให้วงจร
ทางานหรอื หยุดทางานได้ตามการควบคุมของไดแอก

278

18. แบบประเมนิ ผล
รายละเอียดการประเมินผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 1 บรรยายโครงสร้าง และสัญลกั ษณข์ องไดแอกได้

1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การใหค้ ะแนน : บรรยายโครงสรา้ ง และสัญลกั ษณ์ของไดแอกได้ จะได้ 2

คะแนน

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 วัดและทดสอบไดแอกด้วยโอหม์ มเิ ตอร์ได้

1.วิธีการประเมนิ : ทดสอบ

2.เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารให้คะแนน : วัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มิเตอร์ได้ จะได้ 3 คะแนน

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 ตดิ ตามการทางานของไดแอกได้

1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารให้คะแนน : ตดิ ตามการทางานของไดแอกได้ จะได้ 2 คะแนน

จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 วัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ได้อยา่ งถูกตอ้ ง

เหมาะสม

1.วิธีการประเมนิ : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑ์การให้คะแนน : วดั และทดสอบไดแอกด้วยโอหม์ มิเตอรไ์ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง

เหมาะสม จะได้ 3 คะแนน

279

19. แบบฝึกหัด

1.จงบรรยายโครงสร้าง และสญั ลักษณ์ของไดแอก
2.วดั และทดสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ มีเทคนคิ อย่างไร
3.การทางานของไดแอก คือ

280

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรแู้ บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏิบัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคลอ้ งกับวัตถุประสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ และด้านจิตพิสยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ สอ่ื นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ก่อนเขา้

สอน

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธีการนาเข้าสบู่ ทเรยี นที่นา่ สนใจ

5. มกี จิ กรรมที่หลากหลาย เพื่อชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กจิ กรรมทสี่ ่งเสริมให้ผเู้ รยี นคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรียนมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จัดกิจกรรมที่เนน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เห็นอย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ทเี่ ช่อื มโยงกบั ชีวิตจรงิ โดยนาภมู ิปญั ญา/บูรณาการเข้ามา

มีสว่ นรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสริมแรงเม่อื นักเรียนปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใสด่ ูแลผู้เรียน อย่างท่วั ถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กาหนด

ดา้ นส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใช้ส่อื ทีเ่ หมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น

17. ใช้สือ่ แหลง่ การเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ น็ต เป็นต้น

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อยา่ งท่ัวถึง

281

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกาหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผู้ปกครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรยี มการสอน

ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ด้านสอ่ื นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอื่น ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นายชูชาติ มง่ิ คา )
ตาแหน่ง ครชู านาญการ

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 282
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

283

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสวิชา ..... 20104 - 2102...... วชิ า ...................... อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ละวงจร.............................
สัปดาหท์ ่ี ........15...... ช่ือหน่วย ไทรแอก
ช่อื เรอ่ื ง......................................................ไทรแอก......................……….………..............จานวน...4...ชวั่ โมง

1. สาระสาคญั

ไทรแอก เป็นอุปกรณส์ ารกงึ่ ตวั นาประเภทไทรสิ เตอร์ ถูกพัฒนาขนึ้ มาให้ใช้งานได้กบั ไฟสลับเพ่ือ
แก้ไขข้อบกพรอ่ งของ เอสซีอาร์ ไทรแอกนากระแสไดส้ องทิศทาง โดยทาหนา้ ทีเ่ ปน็ สวติ ซ์ มคี ณุ สมบัติที่
ดีกว่าสวิตซธ์ รรมดาหลายประการ คอื ทางานไดเ้ ร็ว ควบคมุ การทางานงา่ ย ไม่มหี นา้ สัมผัสจึงไมเ่ กิด
ประกายไฟ โครงสรา้ งไทรแอกเหมอื นการรวมเอสซอี ารส์ องตัวไว้ดว้ ยกนั การทางานของไทรแอกต้องเลือก
สภาวะการทางานของไทรแอก โดยเลือกใชส้ ภาวะกระแสแอโหนดกบั กระแสเกตเสรมิ กัน ทาให้ไทรแอก
นากระแสทาได้คลา้ ยกนั กับเอสซอี าร์

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1.แสดงความรเู้ กีย่ วกับ ไทรแอก

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1.เพอื่ ให้มีความร้เู ก่ยี วกบั การเขียนโครงสรา้ งสญั ลกั ษณ์ของไทรแอก(ด้านความรู้)
2.เพอ่ื ให้มีทักษะในการจุดชนวนใหไ้ ทรแอกทางานทง้ั 4 ควอนแดรนท์ (ด้านทักษะ)
3.เพือ่ ให้มที ักษะในการตรวจสอบและหาขาไทรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ (ด้านทกั ษะ)
4.เพอื่ ให้มเี จตคติทด่ี ีในการจดั ลาดบั คณุ สมบตั ิของไทรแอก (ดา้ นจติ พสิ ัย)
5.เพอื่ ตรวจสอบและหาขาไทรแอกดว้ ยโอห์มมิเตอร์ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ตามหลักการ (ดา้ น

คณุ ธรรม จริยธรรม)
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

1.เขียนโครงสร้างสญั ลักษณข์ องไทรแอกได(้ ดา้ นความร้)ู
2.จดุ ชนวนให้ไทรแอกทางานทงั้ 4 ควอนแดรนท์ได้ (ด้านทักษะ)
3.ตรวจสอบและหาขาไทรแอกด้วยโอหม์ มิเตอรไ์ ด้ (ด้านทักษะ)
4.จดั ลาดับคุณสมบัติของไทรแอกได้ (ดา้ นจติ พิสัย)
5.ตรวจสอบและหาขาไทรแอกดว้ ยโอห์มมิเตอรไ์ ด้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ตามหลักการ (ด้าน
คณุ ธรรม จริยธรรม)

284

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้
4.1 โครงสรา้ งและสญั ลักษณ์ของไทรแอก
4.2 คุณสมบตั ขิ องไทรแอก
4.3 วิธกี ารตรวจสอบและการหาขาของไทรแอกด้วยโอห์มมิเตอร์

4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองที่ 15 ไทรแอก
2. แบบทดสอบบทที่ 15

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. ตรวจสอบและหาขาไทรแอกด้วยโอห์มมิเตอร์ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม ตามหลักการ

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ขัน้ ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผเู้ รยี น

ข้ันเตรียม(จานวน 30 นาที) ขนั้ เตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี

1.ผูส้ อนแจ้งวตั ถปุ ระสงค์ของการเรยี น หน่วยที่ 15 1.ผู้เรยี นทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับวตั ถุประสงค์ของ

เร่อื ง ไทรแอก (Triac) การเรยี น หน่วยท่ี 15 เรอ่ื ง ไทรแอก (Triac)

2.ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนอธิบายการควบคุมแรงดนั ใหค้ งที่ 2.ผู้เรยี นรว่ มมอื กบั ผู้สอนการควบคุมแรงดนั ให้คงท่ี

ด้วยซเี นอรไ์ ดโอด ดว้ ยซีเนอรไ์ ดโอด

ขนั้ การสอน (จานวน 180 นาท)ี ขนั้ การสอน (จานวน 180 นาท)ี

1.ผสู้ อนเปิด PowerPoint และให้ผเู้ รยี นเปิด 1.ผเู้ รียนศึกษาวิธกี ารใช้ PowerPoint กับเอกสาร

เอกสารประกอบการสอนวิชา อุปกรณ์ ประกอบการสอน อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร

อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร หนว่ ยท่ี 15 เรอ่ื ง ไทร หน่วยท่ี 15 เร่อื ง ไทรแอก (Triac) หนา้ ที่ 179-

แอก (Triac) หน้าที่ 179-183 พรอ้ มอธบิ าย 183 พร้อมอธบิ ายเนื้อหาทลี ะส่วนโดยเลือกจด

เนือ้ หาทีละส่วน บนั ทึกเนื้อหาที่สาคัญ

2.ผู้สอนอธิบายความรู้เพ่มิ เติมนอกเหนือจากเอกสาร 2.ผู้เรยี นฟังอธิบายความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจาก

ประกอบการสอนวิชา อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์และ เอกสารประกอบการสอนวิชา อปุ กรณ์

วงจร และให้ผู้เรียนจดุ ชนวนใหไ้ ทรแอกทางาน อเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ละวงจร และใหผ้ ูเ้ รยี นจดุ ชนวนให้

ทง้ั 4 ควอนแดรนท์ ไทรแอกทางานท้ัง 4 ควอนแดรนท์

3.ผสู้ อนเปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นซักถามขอ้ สงสยั ที่เกดิ ข้นึ 3.ผ้เู รียนซกั ถามขอ้ สงสัยทีเ่ กิดขน้ึ

ระหวา่ งการเรยี นการสอน และตอบขอ้ ซักถาม 4.ผู้เรียนทาการทดลองที่ 15 ไทรแอก

4.ผสู้ อนให้ผเู้ รียนทาการทดลองที่ 15 ไทรแอก (Triac)หน้า 184-187

(Triac)หนา้ 184-187 5.ผเู้ รยี นสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

285

5.ผู้สอนใหผ้ ู้เรียนสืบคน้ ข้อมลู จากอนิ เทอรเ์ น็ต ขน้ั สรุป(จานวน 30 นาท)ี
ข้นั สรปุ (จานวน 30 นาที) 1.ผูเ้ รียนรว่ มกันสรปุ เนอื้ หาท่ีไดเ้ รยี นใหม้ ีความ
1.ผสู้ อนและผู้เรียนร่วมกนั สรุปเน้อื หาที่ได้เรยี นให้มี เขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั
ความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกนั 2.ผู้เรียนทาแบบทดสอบบทท่ี 15 หนา้ ที่ 188-
2.ผสู้ อนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบบทที่ 15 หนา้ ท่ี 189
188-189 3.ผู้เรยี นศกึ ษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรยี น ด้วย
3.ผสู้ อนให้ผู้เรยี นศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ดว้ ย PowerPoint ท่ีจัดทาขึ้น
PowerPoint ท่ีจัดทาข้ึน

รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด 240 นาที
หรือ 4 ช่ัวโมงเรียน

6. สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่อื สงิ่ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรียนวิชาอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจรของนายชงิ ชยั ศรสี รุ ตั น์
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 15 ไทรแอก
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 15 ไทรแอก
4) เอกสารการเรียนรู้หน่วยที่ 15 ไทรแอก
5) แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 15 ไทรแอก
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วย

6.2 ส่อื โสตทศั น์
1) เครือ่ งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหน่วยที่ 15 ไทรแอก

6.3 สอ่ื ของจรงิ
1) เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์

7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ

286

2. ศูนย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. หอ้ งปฏิบตั กิ ารเขียนแบบเครอ่ื งกลด้วยคอมพวิ เตอร์
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวิทยบรกิ าร วทิ ยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดนิ

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 กอ่ นเรยี น
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. ตอบคาถามก่อนเรียน เปน็ การนาเข้าสู่บทเรยี น

8.2 ขณะเรียน
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรยี น

8.3 หลงั เรียน
1. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
2. ทาแบบฝกึ หดั หลงั เรียน
3. ทาใบกิจกรรมท่ี 15

9. ผลงาน/ชิน้ งาน ที่เกดิ จากการเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี น

การทดลองที่ 15 ไทรแอก แบบทดสอบบทที่ 15

10. เอกสารอา้ งอิง

1. หนงั สอื เรียนวชิ าอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรของนายชงิ ชยั ศรีสุรัตน์

11. การบรู ณาการ/ความสมั พันธ์กบั รายวิชาอ่ืน

1. บรู ณาการกบั วชิ าชีวติ และวัฒนธรรมไทย ด้านการพดู การอ่าน การเขียนและการฝึกปฏบิ ตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรบั ผดิ ชอบ ความสนใจใฝ่รู้

2. บรู ณาการกับวิชาหลกั เศรษฐศาสตร์ ด้านการเลือกใชท้ รพั ยากรอย่างประหยดั

12. หลักการประเมินผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจสอบระดับความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรยี นก่อนเริ่มการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรยี นของผเู้ รยี นโดยการถาม-ตอบคาถามในระหวา่ งทเ่ี รียน

287

12.3 หลังเรยี น
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นพร้อมกบั เปรยี บเทยี บแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝึกหัดหลังเรียนเพ่อื ประเมลิ ระดบั ความเขา้ ใจของผเู้ รยี น
3. ตรวจใบกจิ กรรม

13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น

จุดประสงคข์ ้อที่ 1 การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนกอ่ นเรียน
1. วิธกี ารประเมนิ : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรยี น และถามคาถามเพ่ือประเมนิ ระดบั ความรขู้ องผเู้ รยี น
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชอ้ ้างอิงเปน็ ตวั เปรียบเทยี บกับผลการทดสอบหลังเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นกั เรียนสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ ครึง่ หนึ่งของจานวนข้อของแบบ

ทดสอบทง้ั หมด
จุดประสงคข์ ้อที่ 2 การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรยี นหลงั เรยี น
1. วธิ ีการประเมิน : ให้ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใชเ้ ปรยี บเทยี บกบั ผลการทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ การทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

สปั ดาหท์ ี่ .....15.....ชื่อหนว่ ยการสอน ไทรแอก
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผ้เู รียนก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
คาส่ัง จงเลอื กคาตอบให้ถูกต้องท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดยี ว

1. TRIAC ยอ่ มาจากคาว่าอะไร
ก. DIODE
ข. TRIAC-DC
ค. TRIODE - AC
ง. DIODE-AC

288

2. ไทรแอกทางานเป็นสวิตช์จะดกี ว่าสวติ ซ์แบบกลไกในขอ้ ใด
ก. ทางานไดร้ วดเร็ว
ข. ไมม่ ีการสัมผัสกันของหนา้ สัมผัส
ค. ไม่มีประกายไฟ
ง. ถูกทุกขอ้

3: คณุ สมบัตขิ องไทรแอกคล้ายกับอุปกรณช์ นดิ ใด
ก. ไดโอด
ข. เอสซีอาร์
ค. ทรานซสิ เตอร์
ง. ไดแอก

4. ไทรแอกจะยอมใหก้ ระแสไหลไดก้ ่ีทาง
ก. 1 ทาง
ข. 2 ทาง
ค. 3 ทาง
ง. 4 ทาง

5. การให้ไบอสั ไทรแอกนากระแสข้อใดกลา่ วไมถ่ ูกต้อง
ก. จา่ ยไฟบวกให้กบั A2 'จา่ ยไฟลบให้ A1และจา่ ยไฟลบให้ G
ข. จา่ ยไฟลบให้กบั A2 จา่ ยไฟบวกให้ A1และจ่ายไฟถบให้ G
ค. จ่ายไฟบวกให้กับ A2 จา่ ยไฟลบให้ A1และจ่ายไฟบวกให้ G
ง. จา่ ยไฟลบใหก้ บั A2 จ่ายไฟลบให้ A1 และจ่ายไฟบวกให้ G

6. เหตใุ ดการทดสอบกระแสโฮลคิ้งจึงต้องใชโ้ อห์มมเิ ตอร์สเกล R x 1
ก. การจุดชนวนต้องใชแ้ รงดนั ต่า
ข. การจุดชนวนตอ้ งใช้แรงดันสูง
ค. เพื่อให้กระแสจากมิเตอร์มากกว่ากระแสโฮลดงิ้
ง. เพื่อให้กระแสจากมิเตอร์น้อยกวา่ กระแสโฮลดิง้

7. ทราบได้อย่างไรวา่ ไทรแอกถกู จดุ ชนวนแลว้
ก. คา่ ความต้านทานระหวา่ งขา A1 – A2 ลดลง
ข. คา่ ความตา้ นทานระหวา่ งขา A1 – A2 สูงขน้ึ
ค. คา่ ความต้านทานระหวา่ งขา G - A, สูงขนึ้
ง. คา่ ความตา้ นทานระหวา่ งขา A1 - K ลดลง

289

8. เมือ่ ไทรแอกนากระแสแล้วจะทาให้หยดุ นากระแสข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ตดั แหลง่ จ่ายไฟท่จี ่ายให้ขา A2 และขาA1 ออกชัว่ ขณะ
ข. ชอ็ ตขา A2 และขา A1 ช่ัวขณะ
ค. ลดกระแสไหลข้าขา A2 และขา A1 ตา่ กวา่ กระแสโฮลด้ิง
ง. ชอ็ ตขาG ลงกราวด์

9. ไทรแอกนากระแสได้กส่ี ภาวะ
ก. 1 สภาวะ
ข. 2 สภาวะ
ค. 3 สภาวะ
ง. 4 สภาวะ

10. การใชม้ ิเตอรว์ ดั ไทรแอกเพ่ือต้องการทราบอะไร
ก. วัดสภาพวา่ ดหี รอื เสีย
ข. วดั หาขาของไทรแอก
ค. วดั หากระแสรวั่ ไหล
ง. ถกู ทกุ ขอ้

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

สปั ดาหท์ ่ี .....15.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน ไทรแอก
วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื การประเมนิ ผลความร้คู วามเข้าใจของผู้เรยี นก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
คาสงั่ จงเลอื กคาตอบใหถ้ ูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคาตอบเดียว

1. TRIAC ยอ่ มาจากคาว่าอะไร
ก. DIODE
ข. TRIAC-DC
ค. TRIODE - AC
ง. DIODE-AC

2. ไทรแอกทางานเปน็ สวติ ช์จะดกี ว่าสวติ ซแ์ บบกลไกในขอ้ ใด
ก. ทางานได้รวดเรว็
ข. ไมม่ กี ารสัมผัสกันของหนา้ สมั ผัส
ค. ไมม่ ีประกายไฟ
ง. ถกู ทุกข้อ

290

3: คณุ สมบตั ิของไทรแอกคล้ายกับอุปกรณ์ชนิดใด
ก. ไดโอด
ข. เอสซีอาร์
ค. ทรานซสิ เตอร์
ง. ไดแอก

4. ไทรแอกจะยอมใหก้ ระแสไหลได้กี่ทาง
ก. 1 ทาง
ข. 2 ทาง
ค. 3 ทาง
ง. 4 ทาง

5. การใหไ้ บอัสไทรแอกนากระแสขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้อง
ก. จ่ายไฟบวกใหก้ ับ A2 'จ่ายไฟลบให้ A1และจ่ายไฟลบให้ G
ข. จา่ ยไฟลบให้กบั A2 จ่ายไฟบวกให้ A1และจา่ ยไฟถบให้ G
ค. จา่ ยไฟบวกให้กบั A2 จ่ายไฟลบให้ A1และจ่ายไฟบวกให้ G
ง. จา่ ยไฟลบใหก้ บั A2 จ่ายไฟลบให้ A1 และจา่ ยไฟบวกให้ G

6. เหตใุ ดการทดสอบกระแสโฮลค้ิงจึงตอ้ งใช้โอห์มมเิ ตอร์สเกล R x 1
ก. การจุดชนวนต้องใช้แรงดนั ตา่
ข. การจดุ ชนวนต้องใชแ้ รงดนั สูง
ค. เพือ่ ให้กระแสจากมิเตอร์มากกวา่ กระแสโฮลด้ิง
ง. เพ่อื ให้กระแสจากมเิ ตอร์น้อยกวา่ กระแสโฮลดิ้ง

7. ทราบได้อยา่ งไรว่าไทรแอกถกู จดุ ชนวนแล้ว
ก. คา่ ความตา้ นทานระหวา่ งขา A1 – A2 ลดลง
ข. คา่ ความตา้ นทานระหวา่ งขา A1 – A2 สูงขึน้
ค. คา่ ความตา้ นทานระหว่างขา G - A, สูงขน้ึ
ง. คา่ ความตา้ นทานระหวา่ งขา A1 - K ลดลง

8. เมื่อไทรแอกนากระแสแลว้ จะทาให้หยุดนากระแสข้อใดไม่ถกู ตอ้ ง
ก. ตัดแหล่งจา่ ยไฟท่ีจ่ายให้ขา A2 และขาA1 ออกชั่วขณะ
ข. ชอ็ ตขา A2 และขา A1 ช่ัวขณะ
ค. ลดกระแสไหลข้าขา A2 และขา A1 ตา่ กวา่ กระแสโฮลด้ิง
ง. ช็อตขาG ลงกราวด์

291

9. ไทรแอกนากระแสได้กีส่ ภาวะ
ก. 1 สภาวะ
ข. 2 สภาวะ
ค. 3 สภาวะ
ง. 4 สภาวะ

10. การใช้มิเตอร์วดั ไทรแอกเพอ่ื ตอ้ งการทราบอะไร
ก. วดั สภาพว่าดหี รือเสยี
ข. วดั หาขาของไทรแอก
ค. วดั หากระแสรวั่ ไหล
ง. ถูกทกุ ข้อ

16. ใบความรู้ที่ ...15.....

สปั ดาหท์ ี่ .....15.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน ไทรแอก
วัตถุประสงค์ เพื่อ การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผูเ้ รียนก่อนเรียน

16.1 โครงสรา้ งและสัญลกั ษณ์ของไทรแอก

ไทรแอกเป็นอุปกรณ์สารก่ึงตัวนาท่ีมีขั้วต่อ 3 ขั้ว มีช่ือเรียกว่า A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1)
และ G (เกต) ไทรแอก (Triac) จะเป็นอุปกรณ์ท่ีทาหน้าท่ีคล้ายๆ กับสวิตช์ไฟฟ้าสาหรับกระแสสลับ แต่มีข้อ
ดีกว่าสวิตช์ธรรมดา คือการเปิด – ปิดวงจรของไทรแอกเร็วกว่าสวิตช์ธรรมดาหลายเท่า จึงทาให้สามารถ
ควบคมุ กาลงั งานได้

16.2 คณุ สมบตั ขิ องไทรแอก

คุณสมบัติของไทรแอกนั้นมีคุณสมบัติคล้ายกับเอสซีอาร์ตรงท่ีเมื่อนากระแสแล้วก็จะนากระแส
ตลอดไปเช่นกัน แต่ไทรแอกน้ันมีข้อแตกต่างตรงท่ีสามารถนากระแสได้ 2 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการไหลของ
กระแสจาก A1 มายัง A2 หรือกระแสไหลจากไหลจาก A2 มายัง A1 ดังนั้นจึงนิยมใช้ไทรแอกในงานควบคุม
กาลงั ไฟฟ้าทีต่ อ้ งการใชง้ านทงั้ ไซเกิลบวกและลบ (ไฟสลบั )

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาในเร่อื งของการนากระแสนัน้ เราจึงสามารถแบ่งการทางานของไทรแอก
ออกเปน็ 4 แบบหรอื 4 ควอทเดรนท์ ( Quadrant ) ดังรูปที่ 15.2

จากกราฟแสดงลกั ษณะสมบัติของไทรแอก จะแสดงความสัมพนั ธ์ของกระแสที่ไหลระหว่าง A2- A1 และ
แรงดันที่ตกคร่อมทั้งบวกและลบ ในขณะให้แรงดันคร่อม A2- A1 มีค่าเป็นบวกเทียบกับ A1 และถ้ายังไม่มี

292

การจุดชนวน ( Trigger ) แล้ว จะมีค่าแรงดันระหว่าง A2- A1 ค่าๆหนึ่งท่ีทาให้มันนากระแสเองได้ แรงดันน้ี
คือแรงดันพัง เหมือนกับ SCR แต่ถ้าให้แรงดัน A2- A1 นี้มีค่าน้อยกว่าแรงดันพังทลาย แล้วการทาการ
จุดชนวน ท่ีขาเกต ( G ) ซึ่งกระแสเกตจะมีค่าเป็นบวกหรือลบก็ได้ ไทรแอกจะนากระแสทันที กราฟ
ความสัมพันธ์และข้อจากัดต่างๆ จะเหมือนกับ SCR ในทานองเดียวกันถ้าให้แรงดันที่ A1 มีค่าเป็นบวกเมื่อ
เทียบกับ A2 ส่วนของกราฟคือแกน X ทางด้านลบจะมีลักษณะคล้ายกันกับด้านบวก ถ้าเพ่ิมแรงดันมากขึ้น
จนถึงค่าแรงดันพังทลายก็จะทาให้ไทรแอกนากระแสเองได้ และถ้าหากว่าไม่มีการจากัดกระแสในตัวไทรแอก
แลว้ ไทรแอกจะเกิดการเสียหายได้

ในขณะท่ีไทรแอกนากระแส ถ้าลดคา่ กระแสแอโนดลงจนถงึ ค่ากระแสตา่ สุดที่ยังคงทาให้ไทรแอก
นากระแสได้ ค่ากระแสต่าสดุ น้ี เรยี กวา่ “โฮลด้ิง” ( IH :Holding Current ) กจ็ ะทาใหไ้ ทรแอกหยดุ นากระแส

เน่ืองจากไทรแอก สามารถนากระแสไฟฟ้าได้ท้ังสองทาง จึงเหมาะกับการนาไปใช้กับไฟสลับมากกวา่
เอสซีอาร์ และสาหรับกระแสไฟสลับ (เป็นคล่ืนรูปไซน์ )จะมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งช่วงกระแสตัดกับเส้นศูนย์ของ
กราฟ ) ทกี่ ระแสตกต่ากว่ากระแสโฮลด้ิง ดังนนั้ จึงทาให้ไทรแอกหยุดนากระแสเองและจะรอการจุดชนวนใหม่
อีกคร้ัง และถ้าหากคร่ึงลบของสัญญาณไฟสลับเข้ามาก็จะนากระแสทางด้านลบอีกเช่นเคย และจะหยุด
นากระแสเมอ่ื คา่ กระแสลดลงต่ากว่ากระแสโฮลดิง้ เช่นเคย

16.3 วิธีการตรวจสอบและการหาขาของไทรแอกดว้ ยโอห์มมิเตอร์

ใหพ้ จิ ารณาจากโครงสร้างพรอ้ มกบั ตารางค่าความต้านทานประกอบและปฏบิ ตั ิดังน้ี

1. ทาการสมมุตขิ าของไทรแอก เปน็ ขา A, B และ C หรือขาท่ี 1, 2 และ 3 ดังรูปที่ 15.4

2. นาสายวัดของโอห์มมิเตอร์ทาการวดั ทีข่ าของไทรแอกเปน็ คู่ๆ ดงั ตารางท่ี 15.1

ผลจากตารางแสดงค่าความต้านทาน พอสรปุ ไดด้ งั นี้

1. การวัดไทรแอกทั้งหมด 6 ครั้ง จานวน 3 คู่ เราสามารถอ่านค่าความต้านทานได้ 2 คร้ังหรือ
ท่ีเรยี กวา่ “ วัด 6 ครงั้ เข็มขึ้น 2 คร้ัง ”

2. ขั้วขาท่ไี ม่มีสว่ นเก่ียวข้องกับค่าความต้านทานท้ัง 2 ครั้ง ดงั กล่าวจะเปน็ ขาแอโนด 2 หรอื ขา
A2

3. คู่ขาท่ี 2 ในการวัดน้ันจะมีค่าความต้านทานท่ีใกล้เคียงกันหรือเท่าเทียมกัน เราไม่สามารถ
บอกได้วา่ ขาใดเป็นขา A1 หรอื ขา G ดงั นน้ั เราจึงตอ้ งทาการตรวจสอบในลาดบั ขั้นตอ่ ไป

4. ให้สมมุตวิ า่ ขาใดขาหนงึ่ เปน็ ขาเกต (G) แล้วทาการจดุ ชนวนโดยใชไ้ ฟจากขาแอโนด 2 (A2) เขม็
มิเตอร์จะชี้ที่ค่าความต้านทานประมาณ 15 โอห์ม ต่อจากน้ันให้สลับขาที่เหลือเป็นขาเกต แล้วทาการ

293

จุดชนวนโดยใช้ไฟจากขาแอโนด 2 เข็มมิเตอร์จะช้ีท่ีค่าความต้านทานประมาณ 20 โอห์ม จากการวัดจะ
สงั เกตได้ว่าเมอื่ ทาการจดุ ชนวนที่ขาเกตได้คา่ ความต้านทานต่ากวา่ การจดุ ชนวนที่ขาแอโนด 1 (A1)

17. ใบงาน
17 ใบกจิ กรรมที่ ....15....

สปั ดาหท์ ่ี .....15....ช่อื หนว่ ยการสอน ไทรแอก
จดุ ประสงค์ เพ่ือ

1. วเิ คราะหแ์ ละตีความหมาย
2 ต้ังคาถาม
3 อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
4 การประยุกต์ความรู้สงู่ านอาชีพ

สมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชีพ
1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกับไทรแอก

สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคลอ้ ง
จากการเรยี นเรอ่ื ง ไทรแอก (Triac) ทาใหผ้ ู้เรยี นมีความร้เู พิ่มเกย่ี วกับไทรแอก เป็น

อปุ กรณส์ ารกึง่ ตวั นาประเภทไทริสเตอร์ ถูกพัฒนาขึน้ มาใหใ้ ชง้ านไดก้ บั ไฟสลับเพ่ือแกไ้ ข
ข้อบกพรอ่ งของ เอสซอี าร์ ไทรแอกนากระแสได้สองทิศทาง โดยทาหนา้ ที่เป็นสวติ ซ์ มี
คณุ สมบัติที่ดกี วา่ สวิตซ์ธรรมดาหลายประการ คือ ทางานไดเ้ ร็ว ควบคุมการทางานง่าย ไม่มี
หนา้ สัมผสั จึงไมเ่ กดิ ประกายไฟ โครงสรา้ งไทรแอกเหมือนการรวมเอสซอี าร์สองตัวไวด้ ้วยกัน การ
ทางานของไทรแอกตอ้ งเลือกสภาวะการทางานของไทรแอก โดยเลือกใช้สภาวะกระแสแอโหนด
กบั กระแสเกตเสริมกัน ทาใหไ้ ทรแอกนากระแสทาได้คล้ายกนั กับเอสซอี าร์

294

18. แบบประเมินผล
รายละเอยี ดการประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 เขยี นโครงสรา้ งสัญลักษณ์ของไทรแอกได้

1.วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เขียนโครงสร้างสญั ลักษณข์ องไทรแอกได้ จะได้ 2

คะแนน

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 จุดชนวนใหไ้ ทรแอกทางานทัง้ 4 ควอนแดรนทไ์ ด้

1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ

2.เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จุดชนวนให้ไทรแอกทางานท้ัง 4 ควอนแดรนท์ได้ จะได้ 2

คะแนน

จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 3 ตรวจสอบและหาขาไทรแอกด้วยโอหม์ มเิ ตอร์ได้

1.วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑก์ ารให้คะแนน : ตรวจสอบและหาขาไทรแอกดว้ ยโอหม์ มเิ ตอรไ์ ด้ จะได้ 2

คะแนน

จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 4 ประพฤตติ ามหลักการควบคุมแรงดนั ใหค้ งทีด่ ้วยซเี นอร์

ไดโอดได้

1.วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ

2.เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑ์การให้คะแนน : ประพฤตติ ามหลกั การควบคมุ แรงดันใหค้ งท่ดี ว้ ยซเี นอรไ์ ดโอด

ได้ จะได้ 2 คะแนน

295

จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 5 ตรวจสอบและหาขาไทรแอกด้วยโอห์มมิเตอรไ์ ด้อยา่ ง

ถูกตอ้ งเหมาะสม ตามหลกั การ

1.วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ

2.เครอ่ื งมือ : แบบทดสอบ

3.เกณฑ์การใหค้ ะแนน : ตรวจสอบและหาขาไทรแอกดว้ ยโอห์มมิเตอรไ์ ด้อย่างถกู ตอ้ ง

เหมาะสม ตามหลักการ จะได้ 2 คะแนน

19. แบบฝึกหดั

1.จงเขียนโครงสร้างสญั ลกั ษณ์ของไทรแอก
2.จุดชนวนใหไ้ ทรแอกทางานท้ัง 4 ควอนแดรนท์ มวี ธิ ีการจุดอย่างไร
3.ตรวจสอบและหาขาไทรแอกดว้ ยโอหม์ มิเตอรไ์ ด้อยา่ งไร
4.ไทรแอกมีคณุ สมบัติอยา่ งไร

296

20. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนร้แู บบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจติ พิสัย

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรกู้ ่อนเข้า

สอน

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวธิ ีการนาเข้าสบู่ ทเรียนที่น่าสนใจ

5. มีกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย เพ่ือช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนค้นควา้ เพื่อหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จัดกิจกรรมทีเ่ นน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระต้นุ ให้ผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จัดกิจกรรมการเรียนรูท้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจรงิ โดยนาภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามา

มสี ่วนรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเมื่อนักเรียนปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น

14. เอาใจใสด่ ูแลผเู้ รียน อยา่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด

ด้านสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอ่ื ท่ีเหมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรียน

17. ใช้สอ่ื แหลง่ การเรียนรอู้ ยา่ งหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่างทวั่ ถึง

297

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกาหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผู้ปกครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรยี มการสอน

ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ด้านสอ่ื นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอื่น ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นายชูชาติ มง่ิ คา )
ตาแหน่ง ครชู านาญการ

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 298
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

299

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหัสวชิ า ..... 20104 - 2102...... วิชา ...................... อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์และวงจร.............................
สปั ดาหท์ ี่ ........16...... ชื่อหน่วย ยูเจที
ชอ่ื เร่ือง......................................................ยูเจท.ี .....................……….………..............จานวน...4...ช่ัวโมง

1. สาระสาคัญ

ยเู จที (UJT) ยอ่ มาจาก “ยูนจิ ังช่ัน ทรานซิสเตอร์” (UNIJUNCTION TRANSISTOR) เป็นอปุ กรณ์สาร
ก่งึ ตวั นาทีม่ ีโครงสร้างเป็นสารกึง่ ตวั นาชนดิ เอน็ (N) แท่งหน่ึงแล้วทาการต่อขั้วเขา้ ที่ปลายของสารก่งึ ตัวนาน้นั
จากน้นั นาแทง่ สารกง่ึ ตวั นาชนิดพี (P) มาต่อใหเ้ กิดรอยต่อทบ่ี ริเวณตรงกลางแทง่ สารก่งึ ตวั นาชนดิ เอน็ (N)
คอ่ นไปทางบนเล็กน้อย ตรงรอยต่อสารกง่ึ ตวั นาชนดิ เอ็น (N) และสารก่งึ ตัวนาชนิดพี (P) จะเสมือนกับเปน็
ไดโอดตัวหนง่ึ และตอ่ ขาออกจากปลายทัง้ สาม โดยขาทีต่ อ่ ออกจากสารกึง่ ตวั นาชนิด P จะเปน็ ขาอมิ ิตเตอร์
(E) สว่ นขาทต่ี ่อออกจากแทง่ สารกึ่งตวั นาชนิด N ท่ใี กล้กับสารกึ่งตัวนาชนดิ P เรียกวา่ ขาเบส2 (B2) และขาท่ี
เหลือคือ ขาเบส1 (B1) การใชง้ านจะเปน็ ตัวกาเนดิ สัญญาณไปกระตนุ้ เอสซีอารห์ รือไทรแอค

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1.แสดงความรเู้ ก่ยี วกับ ยเู จที

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1.เพือ่ ให้มคี วามรู้เกยี่ วกบั การอธิบายโครงสร้างและสญั ลักษณข์ องยูเจที (ด้านความร)ู้
2.เพื่อให้มีความรเู้ กย่ี วกับการสรุปความวงจรกาเนดิ สัญญาณ Relaxation โดยใช้ยเู จที (ด้าน

ความร้)ู
3.เพอ่ื ให้มที ักษะในการวดั และทดสอบหาขายูเจทีโดยใชโ้ อห์มมเิ ตอร์ (ด้านทกั ษะ)
4.เพื่อให้มที กั ษะในการตรวจสอบยเู จทโี ดยใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์ (ดา้ นทักษะ)
5.เพื่อให้มเี จตคติท่ดี ใี นการช้ียอมรบั คุณสมบัติของยูเจที (ด้านจติ พสิ ยั )
6.เพื่อวดั ทดสอบ ตรวจสอบ หาขายเู จทีโดยใชโ้ อหม์ มิเตอร์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (ดา้ น

คุณธรรม จรยิ ธรรม)

3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายโครงสรา้ งและสญั ลักษณ์ของยูเจทีได้ (ดา้ นความร)ู้
2. สรปุ ความวงจรกาเนดิ สัญญาณ Relaxation โดยใชย้ เู จทีได้ (ดา้ นความรู้)
3. วัดและทดสอบหาขายูเจทโี ดยใช้โอห์มมิเตอรไ์ ด้ (ด้านทักษะ)

300

4. ตรวจสอบยเู จทโี ดยใช้โอหม์ มเิ ตอร์ได้ (ด้านทกั ษะ)
5. ชยี้ อมรบั คณุ สมบตั ิของยูเจทไี ด้ (ดา้ นจติ พสิ ยั )
6. วัด ทดสอบ ตรวจสอบ หาขายูเจทโี ดยใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม (ด้านคุณธรรม
จรยิ ธรรม)

4. เนอื้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
4.1 โครงสรา้ งและสัญลกั ษณ์ของยูเจที
4.2 ลักษณะสมบัตขิ องยเู จที
4.3 วงจรกาเนดิ สัญญาณ Relaxation โดยใชย้ ูเจที
4.4 การวัดและทดสอบหาขายเู จที โดยใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏบิ ัติ
1. การทดลองท่ี 16 ยเู จที
2. แบบทดสอบบทที่ 16

4.3 ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. วัด ทดสอบ ตรวจสอบ หาขายูเจทีโดยใช้โอหม์ มเิ ตอร์ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ข้ันตอนการเรยี นหรือกจิ กรรมของผ้เู รียน

ขน้ั เตรยี ม(จานวน 30 นาที) ขั้นเตรยี ม (ใช้เวลา 30 นาที)

1.ผ้สู อนอธิบายอธิบายโครงสร้างและสญั ลกั ษณ์ของ 1.ผู้เรยี นฟังผู้สอนอธบิ ายอธบิ ายโครงสรา้ งและ

ยูเจที ใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจ สัญลกั ษณข์ องยูเจที ใหผ้ ู้เรยี นเข้าใจใหเ้ ข้าใจ

2.ผสู้ อนแจ้งวตั ถปุ ระสงคข์ องการเรยี น หน่วยท่ี 16 2.ผูเ้ รียนทาความเข้าใจเกีย่ วกับวัตถปุ ระสงค์ของ

เรือ่ ง ยเู จที (UJT) หนา้ 191 การเรยี น หนว่ ยท่ี 16 เรอื่ ง ยูเจที (UJT) หน้า

3.ผู้สอนให้ผู้เรียนสรปุ ความวงจรกาเนดิ สัญญาณ 191

Relaxation โดยใช้ยเู จที 3.ผูเ้ รยี นสรปุ ความวงจรกาเนิดสัญญาณ

Relaxation โดยใชย้ ูเจที

ข้นั การสอน (จานวน 180 นาที) ข้ันการสอน (จานวน 180 นาที)

1.ผู้สอนให้ผเู้ รยี นเปดิ เอกสารประกอบการสอนวิชา 1.ผเู้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา

อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร หน่วยที่ 16 เร่อื ง อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร หนว่ ยที่ 16

ยเู จที (UJT) หน้าที่ 192-196 พรอ้ มอธบิ าย เรื่อง ยูเจที (UJT) หน้าที่ 192-196 พร้อม

เนอ้ื หาทีละส่วน อธบิ ายเนอ้ื หาทีละสว่ น


Click to View FlipBook Version