รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณ
เรอ่ื ง
ปจ จยั ทสี่ ง ผลตอการยอมรบั การใชแอปพลเิ คชนั่ Mymo
ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.ลดั ดาวลั ย สำราญ
นางสาวอชั รินทร ศรสี ุข
คณะบรหิ ารธรุ กจิ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
รายงานวิจัยฉบบั นไ้ี ดรับทนุ อุดหนุนจาก
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
งบประมาณกองทุนสง เสริมงานวิจัย ประจำปง บประมาณ ๒๕๖๔
รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณ
เรอ่ื ง
ปจ จยั ทสี่ ง ผลตอการยอมรบั การใชแอปพลเิ คชนั่ Mymo
ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.ลดั ดาวลั ย สำราญ
นางสาวอชั รินทร ศรสี ุข
คณะบรหิ ารธรุ กจิ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
รายงานวิจัยฉบบั นไ้ี ดรับทนุ อุดหนุนจาก
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
งบประมาณกองทุนสง เสริมงานวิจัย ประจำปง บประมาณ ๒๕๖๔
กิตตกิ รรมประกาศ
งานวจิ ยั เรอื่ ง “ปจจัยทีส่ งผลตอ การยอมรับการใชแอปพลิเคชั่น Mymo” ไดรับทุนสนันสนุ
นจาก งบประมาณกองทุนสงเสริมงานวิจัย ประจำปง บประมาณ ๒๕๖๔ คณะผูวิจัยขอขอบพระคณุ
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ โดยสถาบันวจิ ัยและพัฒนา และคณะบริหารธุรกิจและ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ทีพ่ จิ ารณาใหโ อกาสใหค ณะผวู จัยไดม โี อกาสทำวจิ ยั ในครั้งนี้
นอกจากนั้น คณะผูวิจัยขอขอบคุณ ผูจัดการ และเจาหนาที่ของธนาคารออมสิน
สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่อำนวยความสะดวก และขอขอบคุณลูกคา ธนาคารออมสนิ ผใู ชงาน
แอพพลเิ คช่นั Mymo ทุกทา น ทส่ี ละเวลาใหค วามรวมมอื ในการตอบแบบสอบถาม จนทำใหการเก็บ
ขอมลู วิจัยในครัง้ นี้ ใหส ำเร็จลลุ ว งไดดวยดี
ผูชว ยศาสตราจารย ดร. ลัดดาวลั ย สำราญ
นางสาวอชั รนิ ทร ศรสี ุข
สงิ หาคม 2564
ข
บทคดั ยอ
งานวิจัยฉบับนีม้ ีวตั ถปุ ระสงคเพื่อศกึ ษาพฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ทัศนคติ
ตอการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และการยอมรับการใช MyMo ของธนาคารออมสิน ในเขตอำเภอ
สามชกุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี และเพอ่ื ศึกษาปจ จัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศและปจจัย
ทศั นคตติ อการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศทสี่ งผลตอการยอมรับการใช MyMo ของธนาคารออมสิน ใน
เขตอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี กลุมตัวอยา ง คือ ลูกคาท่ีใชบ ริการแอพพลิเคชัน่ MyMo ของ
ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 366 คน คิดเปนรอยละ 91.5 ของกลุม
ตัวอยาง โดยการสุมแบบบังเอิญ ใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือในการรวบรวมขอมูล สถิติที่ใช
วิเคราะหขอมลู ไดแก ความถี่ รอ ยละ คาเฉล่ยี สว นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และสถติ ิที่ใชในการทดสอบ
สมมติฐาน คือ การวเิ คราะหการถดถอยเชิงพหุคณู ผลการวิจยั พบวา ผูตอบแบบสอบถามพฤติกรรม
การใชง านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ทัศนคตติ อการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และการยอมรับใชเ ทคโนโลยี
สารสนเทศ โดยภาพรวมอยูในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา พฤติกรรมการใชงาน
เทคโนโลยีสารสนเทศ ไดแก ดานเปาหมาย ดานความพรอม ดานสถานการณ และดานการแปล
ความหมาย สงผลทางบวกตอการยอมรับแอพพลิเคชั่นการใช MyMo และทัศนคติที่มีตอการใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ไดแ ก ดา นความรู ดานความรสู ึก ดานพฤติกรรม สงผลทางบวกตอการยอมรับ
แอพพลเิ คช่ันการใช MyMo
คำสำคัญ: พฤติกรรมการใชง านเทคโนโลยี; ทศั นคติตอ การใชเทคโนโลยี; การยอมรบั ใชเทคโนโลยี
Abstract
The purposes of the research were to the study the factors affecting the
adoption of MyMo application of Government Savings Bank, Sam Chuk Branch in
Suphanburi province. The sample was 366 customers of the bank who use the MyMo
service of the Government Savings Bank, Sam Chuk Branch, Suphanburi Province. They
were selected by accidental randomization technique. A questionnaire was used as a
tool to collect data. The statistics used to analyze the data were frequency,
percentage, mean and standard deviation, and the multiple regression analysis. The
research results were found that the respondents had a level of opinion on the
technology usage behavior factors, factors of attitude towards technology use, and
adoption of technology. The overall opinion was at a high level. The results of the
hypothesis testing revealed that the information technology usage behavior factors,
namely: goals, situations. and the interpretation affected the acceptance of the MyMo
application. The predictive power was 26 percents, statistically significant at 0.05. The
attitude towards the use of information technology factors, including knowledge,
affection, and behavior affected the application of MyMo, with 24 percentage of
predictive power at a statistical significant level of 0.05
Keywords: Technology usage behavior factors; Attitude factor towards technology
use; Adoption of technology
สารบญั ง
กติ ติกรรมประกาศ หนา
บทคดั ยอ ก
สารบญั ข
สารบญั ตาราง ง
สารบญั ภาพ ฉ
บทที่ 1 บทนำ ซ
ความเปนมาและความสำคัญของปญหา 1
วัตถุประสงคการวจิ ยั 7
ประโยชนทีค่ าดวา จะไดร บั 7
สมมตฐิ านการวจิ ัย 8
ขอบเขตการวิจัย 8
นิยามศพั ท 9
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยั ท่ีเก่ยี วขอ ง
ขอมูลทั่วไปของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จงั หวัดสพุ รรณบุรี 12
แนวคดิ และทฤษฎเี กี่ยวกับการยอมรบั เทคโนโลยี 17
แนวคิดและทฤษฎีเกีย่ วกบั พฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี 26
แนวคิดและทฤษฎเี กี่ยวกับทัศนคติตอการใชงานเทคโนโลยี 44
กรอบแนวคดิ 57
บทท่ี 3 วิธดี ำเนนิ การวิจัย
ประชากรและกลุมตวั อยาง 58
เครอ่ื งมอื ท่ีใชในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู 59
การตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมอื 61
การเกบ็ รวบรวมขอ มลู 65
การวเิ คราะหแ ละประมวลผล 65
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหขอ มูล
ผลการวเิ คราะหขอมลู ทัว่ ไปของผูตอบแบบสอบถาม 67
ผลการวเิ คราะหป จ จัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ 71
สารบัญ (ตอ) หนา
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหขอมลู (ตอ ) 79
ผลการวเิ คราะหท ัศนคตกิ ารใชง านเทคโนโลยีสารสนเทศ 83
ผลการวเิ คราะหการยอมรบั การใชแอพพลเิ คชนั่ MyMo 79
ผลการวเิ คราะหการยอมรบั การใชแอพพลิเคช่ัน MyMo ของธนาคารออมสนิ 86
ผลการวิเคราะหปจจยั พฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศและ
ปจจัยทศั นคตทิ ม่ี ีตอ การยอมรับการใชแ อพพลิเคช่ัน MyMo 90
สรปุ ผลการทดสอบสมมตฐิ าน
91
บทท่ี 5 อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ 93
อภปิ รายผลการวจิ ัย 93
ขอเสนอแนะวธิ นี ำผลงานวจิ ัยไปใชประโยชน 94
ขอเสนอแนะในการวิจัยครั้งตอ ไป 103
104
บรรณานกุ รม 109
ภาคผนวก
แบบสอบถาม
ประวตั ผิ จู ัดทำ
ฉ
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี หนา
1-1 แสดงปรมิ าณการทำธรุ กรรมการชำระเงินผา น Online Banking 3
1-2 แสดงมลู คารายการ Online Banking 4
2-1 แสดงการเปรียบเทยี บองคประกอบของการยอมรบั การใชง านของผวู ิจัยแตล ะทาน 22
2-2 แสดงการเปรียบเทยี บองคป ระกอบของพฤติกรรมตอ การใชง านของผวู จิ ยั แตละทา น 34
2-3 แสดงการเปรียบเทยี บองคประกอบของทศั นคติตอ การใชง านของผูวิจยั แตล ะทาน 49
3-1 แสดงการทดสอบคาความเช่ือมั่นของตวั แปร ดวยวิธีหาคาสมั ประสทิ ธ์ิอลั ฟา 64
ของครอนบรชั (Cronbach’s Alpha Coefficient)
4-1 แสดงคา จำนวนและรอ ยละขอมูลทวั่ ไปของผูตอบแบบสอบถามกลุมตัวอยาง 68
4-2 แสดงคา เฉลย่ี และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจ จยั พฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี 71
4-3 แสดงคา เฉลย่ี และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐานปจ จยั พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี 72
ดา นเปาหมาย
4-4 แสดงคาเฉล่ียและสว นเบ่ียงเบนมาตรฐานปจ จยั พฤติกรรมการใชง านเทคโนโลยี 73
ดา นความพรอม
4-5 แสดงคา เฉลย่ี และสว นเบีย่ งเบนมาตรฐานปจ จัยพฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี 74
ดา นสถานการณ
4-6 แสดงคาเฉล่ยี และสว นเบย่ี งเบนมาตรฐานปจจยั พฤติกรรมการใชง านเทคโนโลยี 75
ดา นการแปลความหมาย
4-7 แสดงคา เฉลี่ยและสวนเบยี่ งเบนมาตรฐานปจจยั พฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยี 76
ดานการตอบสนอง
4-8 แสดงคาเฉลีย่ และสว นเบยี่ งเบนมาตรฐานปจ จยั พฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี 77
ดา นผลลัพธท ี่ตามมา
4-9 แสดงคา เฉล่ยี และสวนเบ่ยี งเบนมาตรฐานปจ จยั พฤติกรรมการใชง านเทคโนโลยี 78
ดา นปฏกิ ริ ยิ าตอ ความผดิ หวงั
4-10 แสดงคาเฉลีย่ และสว นเบยี่ งเบนมาตรฐานปจ จัยทศั นคติการใชง านเทคโนโลยี 79
4-11 แสดงคา เฉลี่ยและสว นเบ่ยี งเบนมาตรฐานปจ จัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี 80
ดา นความรู
4-12 แสดงคา เฉลี่ยและสว นเบ่ยี งเบนมาตรฐานปจจัยทศั นคติการใชง านเทคโนโลยี 81
ดา นความรสู ึก
สารบญั ตาราง (ตอ )
ตารางท่ี หนา
4-13 แสดงคา เฉลย่ี และสวนเบยี่ งเบนมาตรฐานปจ จัยทัศนคติการใชง านเทคโนโลยี 82
ดา นพฤติกรรม
4-14 แสดงคาเฉลย่ี และสวนเบย่ี งเบนมาตรฐานการยอมรบั การใชเทคโนโลยี 83
4-15 แสดงคาเฉล่ียและสวนเบีย่ งเบนมาตรฐานปจจัยการยอมรับการใชเทคโนโลยี 84
ดา นการรับรูถึงประโยชน
4-16 แสดงคา เฉลยี่ และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยการยอมรบั การใชเทคโนโลยี 85
ดา นการรับรถู ึงความงา ยในการใช
4-17 แสดงคา Tolerance และ VIF ของตวั แปรอสิ ระ 86
4-18 แสดงสมั ประสทิ ธิ์สหสมั พันธร ะหวางตวั แปรปจ จยั พฤติกรรมการใชงาน 87
และปจจัยทัศนคตกิ ารใชงานเทคโนโลยี
4-19 แสดงผลการวิเคราะหป จ จยั พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีทส่ี ง ผลตอ การยอมรับ 88
การใชแ อพพลิเคช่ัน MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวดั สพุ รรณบรุ ี
4-20 แสดงผลการวเิ คราะหปจ จยั ทศั นคตกิ ารใชงานเทคโนโลยีทสี่ งผลตอ การยอมรบั 89
การใชแ อพพลิเคชนั่ MyMo ของธนาคารออมสนิ สาขาสามชุก จงั หวัดสพุ รรณบุรี
4-21 แสดงผลการทดสองสมมตฐิ านปจ จยั ทสี่ ง ผลตอ การยอมรบั การใชแ อพพลิเคชั่น MyMo 90
ของธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ จังหวดั สุพรรณบุรี
สารบัญภาพ ซ
ภาพที่ หนา
1-1 แสดงจำนวนบัญชลี ูกคาท่ีใชบ รกิ าร Online Banking 2
1-2 แสดงปริมาณการทำธุรกรรมการชำระเงนิ ผา น Online Banking 3
1-3 แสดงมลู คา รายการ Online Banking 4
2-1 แสดงแบบจำลองความสมั พนั ธระหวา งปจจยั ตามทฤษฎี TRA 18
2-2 แสดงทฤษฎพี ฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior หรือ TPB) 31
2-3 แสดงกรอบแนวคิดปจจยั พฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยีสารสนเทศทส่ี ง ผลตอ 43
การยอมรบั การใชเ ทคโนโลยี 56
2-4 แสดงกรอบแนวคดิ ปจ จยั ทัศนคติการใชง านเทคโนโลยีสารสนเทศทีส่ งผลตอ
57
การยอมรับการใชเ ทคโนโลยี
2-5 แสดงกรอบแนวคิดปจ จยั ท่สี งผลตอ การยอมรบั การใช MyMo by GSB
ของธนาคารออมสนิ สาขาสามชกุ จังหวดั สุพรรณบุรี
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน มาและความสำคญั ของปญหา
ในปจจุบันระบบการทำธุรกรรมทางการเงินของประเทศไทยไดเขาสูยุคดิจิทัล ซึ่งถือวามี
ความสำคัญอยา งย่งิ ตอการดำเนินชวี ติ ของคนสว นใหญ ที่ตองการทำธรุ กรรมการเงนิ ดวยความสะดวก
และรวดเร็ว ทำใหผ ใู หบ รกิ ารอยา งสถาบันการเงนิ ไดมีการนำเทคโนโลยีสมยั ใหมมาใชในการชำระเงิน
ซ่ึงจากเดิมทต่ี องใชบริการหนา เคาเตอรธนาคารหรอื ตู ATM ท้ังนก้ี ารเปลย่ี นแปลงทางดานเทคโนโลยี
ไดเขามามีบทบาทตอการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำใหเกิดชองทางในการใหบริการทางการเงิน
มากมาย เชน การทำธุรกรรมการเงินผานเครือขายอินเทอรเน็ต การทำธุรกรรมผานทาง
โทรศัพทมือถือ หรือแท็บเล็ต โดยการใชแอพพลิเคชั่น ทำใหผูใชบริการสามารถที่จะโอนเงิน
หรือชำระคา บริการตาง ๆ ผานทางโทรศัพทม อื ถือ หรือแท็บเลต็ ไดต ลอดเวลา สงผลใหผใู ชบริการตอ ง
มีการปรบั ตัวในการทำธรุ กรรมการเงนิ เพิม่ ขนึ้ อกี ทั้งการใหบรกิ ารทางดา นการเงิน โดยผา นเทคโนโลยี
สอดคลอ งกับนโยบายของภาครัฐทางดานเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ที่ตองการขบั เคลือ่ น
เศรษฐกิจของประเทศใหมีประสิทธิภาพและยังชวยเพิ่มผลงานดวยการใชเวลาในการดำเนนิ งาน
ที่นอยลง โดยมีวัตถุประสงคสำคัญเพื่อสรางขีดความสามารถในการแขงขันกับตางประเทศได
จึงไดม ุงเนนใหมีการนำเทคโนโลยีเขามาใชในกิจกรรม รวมถึงกระบวนการทางเศรษฐกิจและสังคม
ของทกุ ภาคสว น
ในปปจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทตอการดำเนินชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
บทบาทของเทคโนโลยีไมไดจำกัดอยูที่ระดับของธุรกิจเทานั้นแตไดแผขยายเขามามีบทบาท
ตอการดำเนินชีวิตประจำวันของบุคคลทั่วไป ดังจะเหน็ ไดจากการเกิดของมือถือระบบปฏิบัติการ
Android หรือ IOS ตาง ๆ ที่มีการเชื่อมตอจากเครือขายอินเตอรเนต็ เพื่อการติดตอ สื่อสารที่เพิม่ ขึน้
อยา งรวดเร็ว มปี ระสิทธิภาพ ดวยเหตผุ ลดงั ตอ ไปนี้
1. โทรศัพทมือถือประเภท Smart phone มีการพัฒนาใหรองรับการใหบริการ
Mobile Internet เพมิ่ มากข้ึน
2. แนวโนมราคาของอุปกรณที่รองรับการใชงานอินเตอรเน็ตความเร็วสูงที่ปรับตัวลดลง
และหลากหลายมากย่งิ ข้ึน
3. Widget/Gadget รูปแบบใหม ๆ ที่ทยอยออกมาสรางกระแสความตื่นตัวในการใชงาน
Application ใหม ๆ กระตุนใหเ กดิ ความตอ งการใชง านอินเตอรเนต็ ความเร็วสงู
ลานบาท 2
4. ความนิยมในการใชงาน Social network เชน Facebook Twister Line Application
ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพใหประสบการณการใชงานแบบ Real-Time และเทคโนโลยี
virtualization เชน เกมออนไลนประเภท 3D หรือ Social Network Game จำเปนตองใชงานบน
อินเตอรเ นต็ ความเรว็ สงู โดยไมตอ งเสยี คา โทรศัพทแ บบเดมิ ๆ และสามารถส่อื สารรายกลุมหรอื รายตวั
ไดอ ยา งสะดวกรวดเรว็
นอกเหนือจากน้ี ความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมตาง ๆ ผา นมอื ถือและเครือ่ งมอื ตา ง ๆ
ผานทางอินเตอรเน็ตไดรับความนิยมและเช่ือถอื จากผูใชงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งดูไดจ ากการเพ่มิ ข้นึ
ของจำนวนธุรกรรมทางการเงินที่ผานระบบอินเตอรเน็ตหรือมือถือโดยตรงมีอยูเปนจำนวนมาก
และเพิ่มขึน้ อยา งไมหยดุ ย้ัง ไมวาจะเปน รับชำระคา สินคา หรือบริการ โดยโอนเงินเขาบญั ชธี นาคาร
หลังจากตกลงซื้อสินคาหรือบริการการตัดคาใชจายโดยตรงจากบัญชีบัตรเดบิต บัตรเครดิต แมแต
การนำเงนิ เขากระเปาเงินอิเล็กทรอนิกสกอนที่จะทำรายการหักชำระคาสินคาหรือบริการตอไป
ซง่ึ ธรุ กรรมที่เกิดขนึ้ ดงั กลาวลว นแลว แตเกย่ี วของกับบริการของธนาคารพาณชิ ย
ทั้งนี้ จากรายงานขอมูลการใชบริการธุรกรรมทางธนาคารผานสื่อออนไลนของธนาคาร
แหงประเทศไทยพบวา ยอดการใชบรกิ ารธุรกรรมทางธนาคารพาณิชยผ านสอื่ ออนไลนไดเพ่ิมขึ้นอยาง
รวดเรว็ และตอเนื่องตามรายละเอียดตอไปนี้
80
60
40
20
0
2558 2559 2560 2561 2562
Internet Banking Mobile Banking
ภาพที่ 1-1 แสดงจำนวนบัญชลี ูกคาที่ใชบ ริการ Online Banking
ท่ีมา : ธนาคารแหงประเทศไทย, (2563)
3
จากภาพที่ 1-1 แสดงใหเห็นวา การใชบริการธุรกรรมทางธนาคารผานทางออนไลน ของ
บรรดาธนาคารแหง ประเทศไทยพบวาตลอดระยะเวลาต้งั แตป 2558 - 2562 แสดงใหเ ปน ถงึ ชอง
ทางการใชบริการออนไลนผานทาง Internet Banking และ ผานทาง Mobile Banking ของ
ลกู คาทเี่ ปดบัญชมี าเพือ่ ใชบ รกิ ารทางออนไลนมปี รมิ าณเพม่ิ ขึ้นในทุก ๆ ป โดยแสดงดังภาพท่ี 1-1
2,000,000
1,500,000
1,000,000
500,000
0
ัพนรายการ
Q1/2558
Q2/2558
Q3/2558
Q4/2558
Q1/2559
Q2/2559
Q3/2559
Q4/2559
Q1/2560
Q2/2560
Q3/2560
Q4/2560
Q1/2561
Q2/2561
Q3/2561
Q4/2561
Q1/2562
Q2/2562
Q3/2562
Q4/2562
รวมการทาํ ธุรกรรม E-Banking
Internet Banking Mobile Banking
ภาพท่ี 1-2 แสดงปริมาณการทำธุรกรรมการชำระเงินผาน Online Banking
ท่ีมา : ธนาคารแหงประเทศไทย, (2563)
ไตรมาส คา รธน าค าร รวมการทำธรุ กรรม
E-Banking
Internet Mobile
Banking Banking
Q1 43,367 48,374 91,741
2558 Q2 44,709 57,476 102,185
Q3 47,517 69,824 117,341
Q4 50,644 88,249 138,893
Q1 34,373 119,021 153,394
2559 Q2 32,889 141,840 174,729
Q3 40,382 179,102 219,484
Q4 44,282 210,040 254,322
Q1 48,986 236,720 285,706
2560 Q2 52,803 278,766 331,569
Q3 56,632 352,885 409,517
Q4 48,670 440,094 488,764
2561 Q1 48,159 530,403 578,562
4
Q2 63,878 635,795 699,673
849,428
Q3 79,592 769,836 996,476
1,098,160
Q4 93,142 903,334 1,225,598
1,475,883
Q1 109,339 988,821 1,694,797
2562 Q2 127,449 1,098,149
Q3 147,399 1,328,484
Q4 185,142 1,509,655
ตารางที่ 1-1 แสดงปรมิ าณการทำธุรกรรมการชำระเงนิ ผาน Online Banking
ที่มา : ธนาคารแหงประเทศไทย, (2563)
15,000
10,000
5,000
0
Q1/2558
Q2/2558
Q3/2585
Q4/2585
Q1/2559
Q2/2559
Q3/2559
Q4/2559
Q1/2560
Q2/2560
Q3/2560
Q4/2560
Q1/2561
Q2/2561
Q3/2561
Q4/2561
Q1/2562
Q2/2562
Q3/2562
Q4/2562
Internet Banking Mobile Banking รวมการทาํ ธรุ กรรม E-Banking
ภาพท่ี 1-3 แสดงมลู คา รายการ Online Banking
ท่ีมา : ธนาคารแหง ประเทศไทย, (2563)
5
ไตรมาส ธน าค าร รวมการทำธรุ กรรม
E-Banking
Internet Mobile
Banking Banking
Q1 5,275 545 5,820
2558 Q2 5,633 624 6,257
Q3 6,490 725 7,215
Q4 6,232 907 7,139
Q1 5,371 1,158 6,529
2559 Q2 5,631 1,336 6,967
Q3 6,304 1,577 7,881
Q4 6,104 1,778 7,882
Q1 4,941 1,938 6,879
2560 Q2 4,915 2,122 7,037
Q3 5,104 2,503 7,607
Q4 5,379 2,976 8,355
Q1 5,451 3,573 9,024
2561 Q2 5,679 4,064 9,743
Q3 6,047 4,634 10,681
Q4 6,353 5,230 11,583
Q1 6,002 5,488 11,490
2562 Q2 6,615 5,669 12,284
Q3 6,685 6,372 13,057
Q4 6,976 6,879 13,855
ตารางท่ี 1-2 แสดงมูลคารายการ Online Banking
ที่มา : ธนาคารแหง ประเทศไทย, (2563)
จากภาพท่ี 1-2 และ 1-3 แสดงใหเห็นวา จำนวนการทำธุรกรรมในการชำระเงนิ ผา นบรกิ าร
ธนาคารผาน Mobile Banking ที่เติบโตจาก 2.8 รอยลานรายการในป พ.ศ. 2561 เปน 5.7 รอ ยลาน
รายการในป พ.ศ. 2562 ขอมูลจากธนาคารแหงประเทศไทย พบวา ในป พ.ศ.2562 การทำธรุ กรรม
การชำระเงินผานบริการธนาคารผาน Mobile Banking มจี ำนวนบัญชีผูใชกวา 1 ลานบัญชมี ูลคา
กวา 7 แสนลานบาทตอมาในป พ.ศ. 2562 การทำธุรกรรมการชำระเงินผานบริการธนาคาร
ผาน Mobile Banking มีจำนวนบัญชีผูใชกันกวา 6 ลานบัญชี มูลคากวา 1 พันลานบาท (ธนาคาร
แหงประเทศไทย, www.bot.or.th 23 ตุลาคม 2563) ชวงภายใน 1 ป มีอัตราการเติบโตของบัญชี
6
ถงึ 6 เทา เห็นไดว า คนไทยมกี ารเปลี่ยนพฤตกิ รรมมาทำธรุ กรรมผาน Mobile Banking และแท็บเล็ต
มากขนึ้
จากเหตผุ ลตา ง ๆ ที่กลาวมาทำใหปจ จบุ นั หลาย ๆ สถาบนั การเงนิ เพ่มิ บรกิ ารตา ง ๆ ผา นทาง
โลก Cyber เพื่ออำนวยความสะดวกใหกับลูกคาเขาไปใชบริการผานเครือขายออนไลน
เชน การใหบ รกิ ารอนิ เตอรเนต็ แบงกก ้ิง (Internet Banking) และโมบายแบงกก้งิ (Mobile Banking)
เปน ตน ซ่ึงลกั ษณะการใหบริการในประเทศไทย มี 2 ลักษณะ คอื
1. เพ่อื การประชาสัมพันธข อมลู ขาวสาร
2. เพอื่ การทำธรุ กรรมทางการเงนิ กับธนาคารโดยไมตอ งเสยี เวลาไปทีธ่ นาคาร
การทำธุรกรรมทางการเงินผานโทรศัพทเคล่ือนที่ ในปจจุบันไดรับความนิยมเปนอยา งมาก
เพราะสะดวกและรวดเร็ว ทางธนาคารออมสินก็ไดมีชองทางการทำธุรกรรมทางการเงินผาน
โทรศัพทม อื ถือ ในช่ือวา "MyMo" เพิ่งเปดตัวไปเมื่อวนั ท่ี พฤษภาคม 28 เปน ระบบ Mobile Banking
ทใี่ หล ูกคาสามารถทำธุรกรรมทางการเงินไดต ลอด 24 ชั่วโมงผา น FIWI หรือ 3G 4G ซ่ึงถูกออกแบบ
มาใหใชงานงาย และมีฟงกชั่นครอบคลุมการทำธุรกรรมการเงินที่หลากหลาย ดวยระบบ
ความปลอดภัยทม่ี ีประสทิ ธิภาพ สามารถใชง านไดครอบคคุมเหมือนมาทำธรุ กรรมทางการเงินท่ีสาขา
ดว ยตนเอง สำหรับมายโมของธนาคารออมสนิ มฟี ง กช ่ันการทำงานท่ีอำนวยความสะดวกทงั้ เช็ดยอด
โอนเงิน จายบลิ จายคางวด เหมอื นมีธนาคารเคลอ่ื นท่ตี ามตดิ ไปดวยทกุ แหง โดยกลมุ ทน่ี ยิ มใชบ รกิ าร
คาดวา สวนใหญน าจะอยใู นกลุมวยั ทำงาน ดวยความสะดวกสบายจากบรกิ ารทางธรุ กรรมทางการเงิน
ผานโทรศัพทมอื ถือที่เขาถึงไดเพื่อคอยตอบโจทยคนรุนใหม และผูท่ีอาจไมม ีเวลามากนักในการใช
บรกิ ารผา นสาขาของธนาคารโดยฟง กช ัน่ การใชง านทผี่ ูใชง านไดเ ลอื กใชน ั้นสามารถท่จี ะตอบโจทยก าร
ใชงานของผูใชไ ดอยางเตม็ ท่ี และมปี ระสทิ ธภิ าพเพยี งพอ
ธนาคารออมสิน เปนอีกหนึ่งธนาคารที่ไดพัฒนา และไดเปดใหบริการธนาคารทาง
อินเตอรเ น็ต ใน 2 รูปแบบ คอื
1. บริการ Inter Banking (ออมสิน Internet Banking) ซึ่งเปนบริการที่ลูกคาสามารถทำ
ธุรกรรมทางการเงินไดดวยตนเองโดยธนาคารไมมีการคิดคาธรรมเนียมการสมัครใชบริการ
และคาธรรมเนยี มรายเดอื นแตอยางใดยกเวนการทำธุรกรรมทางการเงินซ่งึ เปนไปตามประกาศอัตรา
คาธรรมเนียมของธนาคาร
2. MyMo เปนบริการ Mobile Banking ของธนาคารออมสิน ที่ใหบริการทางการเงนิ ครบ
วงจรทั้งเช็ค โอน เติม จาย และมีบริการพิเศษ แจงเตือนความเคลื่อนไหวของบัญชี โดยธนาคาร
มีการคิดคาธรรมเนยี มบริการ Message alert (บริการแจงเตือนความเคลื่อนไหวของบัญชีทั้งบัญชี
เงินฝาก สลากสนิ เชื่อ ซงึ่ ธนาคารมกี ารคิดคา ธรรมเนียมเดือนละ 10 บาท สำหรับทุกบัญชีของลูกคา
7
ทำใหลูกคา ทราบความเคลอ่ื นไหวของบญั ชีไดท กุ ท่ี ทุกเวลา รวมถึงการแจง เตอื นเมื่อลูกคาถูกรางวัล
สลากออมสิน ตางจากธนาคารพาณิชยแหงอื่น ซึ่งคิดคาธรรมเนียมการแจงเตือนตอเดือน
บัญชลี ะ 10-20 บาท
จากขอมูลขางตนแสดงใหเห็นวาธนาคารออมสิน มุง พัฒนาเทคโนโลยี Mobile Banking
มาใชใ นการทำธุรกรรมทางการเงินโดยใชร ูปแบบ One Stop Service เปน การใหบริการแบบจดุ เดยี ว
เบด็ เสรจ็ การนำงานท่ใี หบ รกิ ารท้ังหมดทเ่ี ก่ยี วขอ งมารวมใหบ ริการอยใู นสถานที่เดยี วกนั ในลักษณะ
ที่สงตอ งานระหวางกนั ทันทีหรอื เสร็จในจดุ ใหบรกิ ารเดยี ว เพ่ือใหการใหบรกิ ารมคี วามรวดเร็วข้ึนบน
โทรศพั ทมอื ถือ ซึง่ เปน การเพ่มิ ชอ งทางบริการใหมใ หกบั ลกู คา และชว ยใหเพม่ิ (Customer Loyalty)
ความจงรักภักดีของลูกคารวมทั้งยังเปนการสราง (Brand Awareness) ทำใหผูใชบริการสามารถ
จำชือ่ ตราย่ีหอของสินคา และบรกิ ารของธนาคารไดอีกทางหนง่ึ ทางธนาคารผใู หบ รกิ ารจงึ มีความตอ ง
ท่ีจะรักษาฐานผใู ชบ รกิ ารรายเกา และขยายฐานผใู ชบ รกิ ารรายใหมเ พมิ่ เขา มา
ดังน้ัน ผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาถึง ปจจัยทีม่ ีผลตอการยอมรบั แอพพลิเคช่ัน MyMo
ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งขอมูลที่ไดรับจะเปนประโยชนอยางย่ิง
ตอ ธนาคารผใู หบรกิ าร ในการนำผลการวิจัยไปใชพ ฒั นา และปรับปรุงคณุ ภาพของบรกิ าร เพื่อใหผูใช
นั้นเกิดความรูสึกที่แตกตางตอภาพลักษณของธนาคารออมสินที่เปนอยูเดิม ทั้งนี้เพื่อเปนการสราง
ความไดเปรียบทางการแขงขันของธนาคาร และสอดคลองกับความตองการและความพึงพอใจ
ของผูใชบ รกิ ารใหมากทส่ี ุด
วตั ถปุ ระสงคการวจิ ัย
1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
ระดับทัศนคตทิ ่มี ีตอการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ
2) เพ่อื ศึกษาระดบั การยอมรบั การใช MyMo
3) เพื่อศึกษาปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศทีส่ งผลตอ การยอมรับการใช
MyMo
4) เพื่อศึกษาปจจัยทัศนคติที่มีตอการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศที่สงผลตอ การยอมรับการใช
MyMo
ประโยชนท คี่ าดวา จะไดร บั
1. เพื่อทราบพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และระดับทัศนคตทิ ี่มีตอการใช
เทคโนโลยีสารสนเทศ และการยอมรับการใช MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
8
2. เพื่อทราบปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลตอการยอมรับ
การใช MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ จงั หวัดสุพรรณบุรี
3. เพื่อทราบปจจัยทัศนคติที่มีตอการใชเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลตอการยอมรับ
การใช MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
4. เพื่อนำผลลัพธไปพัฒนาและปรับปรุงการแอพพลิเคชั่น MyMo ใหมีความเหมาะสม
ตอการใชง าน
5. เพื่อสรา งภาพลักษณของธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ จังหวดั สุพรรณบรุ ี
สมมติฐานการวจิ ัย
1. ปจ จยั พฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งนอ ย 1 ตวั แปร ทีส่ ามารถพยากรณ
การยอมรับแอพพลิเคชั่นการยอมรับการใช MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จงั หวัดสพุ รรณบุรี
2. ปจ จยั ทศั นคตทิ ม่ี ตี อ การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา งนอ ย 1 ตวั แปร ทีส่ ามารถพยากรณ
การยอมรับแอพพลิเคชั่นการยอมรับการใช MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จังหวดั สพุ รรณบุรี
ขอบเขตการวจิ ยั
ขอบเขตดานเน้อื หา
การศึกษาครั้งนี้มุงศึกษาการยอมรับการใช MyMo by GSB ของธนาคารออมสิน
สาขาสามชุก จงั หวัดสุพรรณบุรตี ัวแปรอสิ ระมี 2 ตัว ไดแ ก
1. ปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ แบง ออกเปน
1.1 ดานเปาหมาย
1.2 ดา นความพรอ ม
1.3 ดา นสถานการณ
1.4 ดา นการแปลความหมาย
1.5 ดานการตอบสนอง
1.6 ดา นผลลัพธทีต่ ามมา
1.7 ดานปฏกิ ริ ิยาตอความผดิ หวงั
2. ปจจยั ทัศนคติท่มี ตี อการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ แบงออกเปน
2.1 ดานความรู
2.2 ดานความรูสกึ
2.3 ดานพฤติกรรม
9
ตวั แปรตาม ไดแก
การยอมรบั ใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ แบงออกเปน
1. ดานการรบั รูถงึ ประโยชน
2. ดานการรับรวู างายตอการใชงาน
ขอบเขตดา นประชากร
ประชากรที่ใชในการศึกษาวิจัยครั้งน้ี คือ ผูที่ใชบริการธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จงั หวดั สพุ รรณบุรี และใชแอฟพลิเคชนั่ Mymo ซง่ึ ไมทราบจำนวนทแี่ นนอน
ขอบเขตดานเวลา
ระยะเวลา : การวิจัยครัง้ นี้ผวู ิจยั ใชเวลาในการดำเนินการวิจัย 1 ป ตัง้ แต 1 ตุลาคม 2563-
30 กนั ยายน 2564
ขอบเขตดานพ้ืนท่ี
ธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ อำเภอสามชุก จังหวดั สุพรรณบุรี
นิยามศพั ท
1. พฤติกรรมคือการกระทำหรือปฏิกริ ิยาทีแ่ สดงออกของบุคคลอยางมีจดุ มุง หมายโดยผาน
กระบวนการรับรูการคิดการตัดสินใจแลว แสดงพฤติกรรมนั้นออกมาแตกตางกัน ขึ้นอยูกับ
สภาพการณบุคคล เวลา สถานที่ที่เปลี่ยนไป ทั้งที่สังเกตเห็นไดชัดและสังเกตเห็นไดยาก
สำหรับการวิจัยครั้งนี้พฤติกรรมหมายถึงการ กระทำหรือการปฏิบัติตนของนักศึกษาที่มีพฤติกรรม
การใชส อ่ื สังคมออนไลน
2. ดานเปาหมาย คือ ระดับของพฤติกรรมการใชงานที่คาดหวัง ซึ่งเปนเปาหมาย
เปนหลักสำหรับเปรียบเทียบในการวัดความกาวหนาสามารถใชงานตามเปาหมายที่คาดหวังไว
และเมือ่ ใชง านแอพพลเิ คชั่นแลวสามารถเหน็ ทิศทางวา จะเปนในทศิ ทางใด
3. ดานความพรอม หมายถึง การมีประสบการณที่มากพอที่จะกอใหเกิดการเรียนรู
และความพรอมทางดานรางกาย จิตใจ และสติปญญาเพือ่ เตรียมรับสิ่งใหม ๆ เขามา เพื่อใหบรรลุ
วัตถุประสงค ที่บุคคลนั้นตองการรวมถึงสภาพความสามารถ ความรู ความเขาใจ การเตรียมใจ
ทีจ่ ะพรอ มรบั สิง่ ตา ง ๆ เขามา
4. ดานสถานการณ คือ พฤติกรรมที่แสดงออกมาตามสถานการณตาง ๆ ของแตละบุคคล
พฤตกิ รรมท่แี สดงออกมาน้นั จะแตกตา งกนั ขน้ึ อยกู บั การควบคมุ อารมณ และทัศนคตขิ องแตละบคุ คล
และสถานการณท ีบ่ คุ คลนั้นเจอ เมอ่ื ผใู ชงานเจอสถานการณที่สะดวก หรอื งายตอการใชง าน ก็จะให
ความสำคัญนั้นมาก เปนพฤติกรรมที่เกิดในเหตุการณที่เปดโอกาสใหเลือกทำกิจกรรมเพื่อสนอง
10
ความตองการ สำหรับการประกอบพฤติกรรมเปนการแสดงพฤติกรรมเมื่อมีโอกาสหรือเหตุการณ
ท่เี ออ้ื อำนวยการทำกิจกรรมเพ่อื ตอบสนองความตองการ
5. การแปลความหมาย คือ การตดั สนิ ใจในการเลอื กท่จี ะทำสง่ิ น้ัน โดยผา นกระบวนการทำ
ความเขาใจตอ สิ่งนั้น ผานประสบการณที่เคยเกิดขึ้น และเชื่อมโยงส่ิงตาง ๆ เขาดวยกัน เพื่อชว ยใน
การพิจารณาคดิ วิเคราะหห าวิธที ่ีเกิดความเส่ียงนอ ยท่ีสุดให แลวจงึ แสดงพฤตกิ รรมออกมา
6. ดานการตอบสนอง คือ พฤติกรรมที่ในการตัดสินใจเลือกแนวทางเพื่อตอบสนอง
ความตองการที่เกดิ ขึ้นจากการแปลความหมายที่ เปนขั้นตอนกอนหนาการตัดสินใจกระทำกิจกรรม
ตามท่ตี นไดต ดั สนิ ใจเลอื กสรรแลว เพือ่ ใหบ รรลุเปา หมายทต่ี องการ
7. ดา นผลลพั ธท ่ีตามมา หมายถึง การวดั ผลการใชง านจากการประเมินมาตรฐานที่กำหนดไว
ตามวัตถุประสงค ซึ่งเปนคุณคาของการใชงานในดานตาง ๆ ทั้งผลงานและคุณคา ของการใชงาน
ภายในระยะเวลาทกี่ ำหนด
8. ทัศนคติตอการใชงาน คือ แนวโนมทางความคิด ความรูสึก ความคิดเห็น ความเช่ือ
และพฤติกรรมของคนทีม่ ตี อสิ่งใดสิง่ หนึ่ง ตอบสนองในเชิงบวกหรือเชิงลบ หรือตอสิ่งของในสภาวะ
แวดลอมของบุคคลนั้น ๆ
9. ดานความรู สามารถสรุปไดวา ทัศนคติตอการใชงานดานความรู หมายถึง การเรียนรู
ในเรอื่ งใดเร่ืองหนึ่ง เพอ่ื นำเอาคุณคา ท่ีไดจ ากการเรียนรูมาใชประโยชนค วามเชอ่ื วา ความรูท่ีไดรับมัก
เกดิ จากประสบการณก ารใชงาน การถายทอดจากพนักงานของธนาคารไปสผู ใู ชง าน
10. ดา นความรสู กึ หมายถงึ ความรูสกึ ทแ่ี สดงออกมา ความรูส ึกชอบ ความถูกใจ ความสนุก
การเห็นดวย ความเหมาะสม และความพึงพอใจ ที่มีตอ การใชง านส่ิงตาง ๆ ความรูสึกของแตล ะคน
แตกตางกันออกไปตามอารมณข องแตล ะบุคคล
11. ดานพฤติกรรม หมายถึง เมื่อผูใชบริการเกิดทัศนคติที่ดีตอการใชงาน ผูใชบริการ
ก็จะแสดงพฤติกรรมที่ดีออกมา รวมถึงความพรอมในการใชงานของแอพพลิเคชั่น การใหความ
ชวยเหลือพนกั งานของธนาคาร การใหความรว มมือกับบุคคลอน่ื ๆ ในการใชง าน และทางผูเกีย่ วของ
กับธนาคารจะพัฒนาแอพพลิเคชน่ั อยางตอเนอ่ื ง เพี่อใหการใชง านอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
12. การยอมรับเทคโนโลยี หมายถึง การที่บุคคลใด ๆ ก็ตาม ที่มีสวนเกี่ยวของกับ
การใชเทคโนโลยีในการปฏิบัตงิ านหรือใชในชีวิตประจำวนั ตอ งสามารถใชเทคโนโลยไี ดอ ยา งถูกตอ ง
และใหเกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ และพรอมที่เรยี นรเู กยี่ วกบั เทคโนโลยีทท่ี นั สมยั อยูเสมอ
13. ดานการรบั รูถ ึงประโยชน หมายถึง ความเชอื่ ของบุคคลตอ การใชเทคโนโลยีวา เทคโนโลยี
จะสามารถเพิ่มประสทิ ธภิ าพในการทำงานได รวมทั้งยังสามารถเพ่ิมความรวดเร็วตอการทำธรุ กรรม
ทางการเงิน พรอ มยงั เปนชอ งทางท่มี ีประโยชนใ นการใชง าน มชี องทางในการทำธุรกรรมทางการเงิน
มากมาย การรับรูความมีประโยชนของแอพพลิเคชั่นและการรับรูความมีเสถียรภาพของระบบ
11
มีอิทธิพลทางบวกตอความพึงพอใจของผูใชงาน ทำใหเกิดแรงจูงใจที่จะใชงานแอพพลิเคช่ัน
และผูใ ชจ ะเปดใจยอมรบั ในส่งิ ท่ีเปนประโยชนตอตนเอง
14. ดานการรับรูถึงความงาย หมายถึง การยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรูถึงความงาย
หมายถึงการรับรูความงายในการเขาถึงแอพพลิเคชั่นเชื่อแอพพลิเคชั่นที่ใชจะตองมีความงาย
ในการใชงาน สามารถใชง านไดโดยไมตอ งใชความพยายาม แอพพลเิ คช่นั จะตองมีลกั ษณะท่ีสามารถ
จดจำไดงา ยไมม คี วามซบั ซอ น
บทที่ 2
แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยท่เี ก่ยี วขอ ง
การศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วของในหัวขอเรือ่ ง ปจจัยท่ีสง ผลตอการยอมรับการใช
MyMo by GSB ของธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ จงั หวดั สุพรรณบุรี ครัง้ น้ี ไดร วบรวมเนือ้ หาทฤษฎี
และรายงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ียวของจาก ตำรา เอกสาร วารสาร รายงานการวิจยั และวทิ ยานพิ นธทเ่ี ก่ียวของ
ทง้ั นเี้ พอ่ื สามารถกำหนดกรอบแนวคดิ ท่จี ะใชในการศกึ ษาไดครอบคลุม และชัดเจน ซึง่ ประกอบดวย
สาระสำคัญหัวขอ ดงั ตอ ไปนี้
2.1 ขอ มูลทว่ั ไปของธนาคารออมสนิ สาขาสามชุก จังหวัดสพุ รรณบุรี
2.2 แนวคิดและทฤษฎเี กย่ี วกับการยอมรับเทคโนโลยี
2.3 แนวคดิ และทฤษฎเี กย่ี วกับพฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี
2.4 แนวคดิ และทฤษฎีเกยี่ วกบั ทัศนคติตอการใชงานเทคโนโลยี
2.5 กรอบแนวคิด
ซ่งึ มีรายละเอยี ด ดังน้ี
2.1 ขอ มูลท่วั ไปของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวัดสพุ รรณบุรี
2.1.1 คำขวญั (Slogan)
เติมเต็มสรางคุณคาสังคมไทย คิดใหมกาวไกล ใฝสรางสรรค มุงมั่นสานตอ
เหนือขีดจำกัด
2.1.2 วิสยั ทศั น (Vision)
เปนผูนำในการสงเสริมการออม เสริมสรางความสุขและความมั่นคงของ
ประชาชน เพ่ือการพัฒนาประเทศอยางยง่ั ยนื ดวยเทคโนโลยีดจิ ิทลั
2.1.3 พันธกิจ (Obligation)
ก. สง เสรมิ การออมและสรา งวินัยทางการเงิน
ข. สนบั สนุนการลงทุนและการพฒั นาประเทศ
ค. สงเสริมและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและวสิ ากิจขนาดกลาง และเพิ่มขีด
ความสามารถในการแขง ขัน
ง. เปนธนาคารเพือ่ สงั คม และคำนงึ ถึงสง่ิ แวดลอ ม
จ. ใหบริการทางการเงินครบวงจรที่ล้ำสมัย ดวยเทคโนโลยีดิจิทัลและเหนือ
ความหวงั ภายใตค วามเสย่ี งท่ียอมรบั ได
13
ฉ. บรหิ ารจัดการแบบมอื อาชีพและมีธรรมาภิบาล
2.1.4 สถานทตี่ งั้ ธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
ที่อยู : 890 หมู 2 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จงั หวดั สพุ รรณบุรี 72130
2.1.5 นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
คณะกรรมการมีเจตนารมณที่จะสง เสริมใหธนาคารเปนองคกรท่ีมีประสทิ ธิภาพ
ในการดำเนินธุรกจิ การกำกับดูแลกิจการท่ีดีและการบริหารจัดการที่ดีเลิศ โดยมุงเนนการสราง
ประโยชนใหแกผ ูมสี วนไดส วนเสีย โดยรวมมีความสจุ ริตโปรงใสตรวจสอบไดในการดำเนินธุรกิจการ
ดำเนินงานที่มีคุณภาพประสิทธิภาพและเปดโอกาสใหผูมีสวนเกี่ยวของมีบทบาทในการมีสวนรวม
เสนอความคดิ เหน็ รว มตัดสินใจ รว มมอื กนั ในการดำเนินการเพอื่ ใหก ารดำเนนิ งานดา นการกำกับดูแล
กจิ การทด่ี ี มีการพฒั นาอยางตอเน่ือง สอดคลอ งกบั หลักการกำกับดแู ล กิจการตามหลักปฏิบัติสากล
ตลอดเวลา จึงไดกำหนดเปนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อใหคณะกรรมการผูบริหาร
และพนกั งานยึดถือเปนแนวทางในการปฏิบัติงาน
ก. คณะกรรมการ ผูบริหาร พนังาน ทุกคนมุงมั่นที่ะนำเอาหลักสำคัญในการ
กำกับดูแลกิจการท่ีดีตามมาตรฐานสากล ท้ัง 7 ประการ คือ Accountability, Responsibility,
Equitable Treatment, Transparency, Value Creation, Ethics และ Participation มาใชในการ
ดำเนินงานโครงสรางการบริหารที่มีความสัมพันธกันระหวางคณะกรรมการกับผูบริหารอยาง
เปน รปู ธรรม
ข. คณะกรรมการจะปฏิบัติหนาที่ดวยความทุมเทและรับผิดชอบ มีความเปน
อสิ ระ และมีการจัดแบงบทบาทหนา ทร่ี ะหวา งประธานกรรมการ และผอู ำนวยการ ออกจากกันอยาง
ชัดเจน
ค. คณะกรรมการมบี ทบาทสำคญั ในการกำหนดวสิ ัยทัศน กลยุทธ นโยบายและ
แผนงานที่สำคัญของธนาคาร โดยจะตอ งพจิ ารณาถึงปจจัยเสียงและวางแนวทางการบรหิ ารจัดการ
ทมี่ ีความเหมาะสมรวมท้ังตอ งดำเนินการเพื่อใหม ั่นใจวาระบบบัญชี รายงานทางการเงนิ และการสอบ
บญั ชีมีความนาเชื่อถอื
ง. คณะกรรมการและผูบริหารจะตอ งเปนผนู ำในเรื่องจริยธรรม เปนตัวอยางใน
การปฏบิ ัติงานตามแนวทางการกำกับดแู ลกจิ การที่ดีของธนาคาร และสอดสองดแู ลในเรอื่ งการจดั การ
แกไขปญหาความขดั แยง ทางผลประโยชน และรายการทเ่ี กี่ยวโยงกัน
จ. คณะกรรมการอาจแตงตั้งคณะกรรมการเฉพาะเร่ืองขึ้นตามความเหมาะสม
เพ่อื ชว ยพจิ ารณากลัน่ กรองงานที่มีความสำคญั อยา งรอบคอบ
14
ฉ. คณะกรรมการตอ งจดั ใหมกี ารประเมนิ ผลตนเองรายป เพอ่ื ใชเ ปนกรอบในการ
ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิหนาท่ีของคณะกรรมการ
ช. คณะกรรมการเปนผูพิจารณากำหนดจรรยาบรรณของธนาคาร เพื่อให
คณะกรรมการผูบริหาร และพนักงานทุกคนใชเปนแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ ควบคูไปกับ
ขอ บังคบั และระเบยี บของธนาคาร
ซ. มกี ารเปด เผยขอ มูลสารสนเทศของธนาคาร ทัง้ ในเรื่องทางการเงินและทีไ่ มใช
เรื่องทางการเงินอยางเพียงพอ เชื่อถือได และทันเวลา เพื่อใหผูมีสวนไดสวนเสียของธนาคาร
ไดร ับสารสนเทศอยางเทา เทียมกัน รวมทั้งมีหนว ยงานรับผิดชอบเผยแพรข อ มลู ขาวสารของธนาคาร
ใหก ันลกู คา และประชาชนท่ัวไป
ฌ. มีระบบการคัดสรบุคลากรที่จะเขามารับผิดชอบในตำแหนงบริหารที่สำคญั
ทกุ ระดับอยา งเหมาะสม และมกี ระบวนการสรรหาท่ีโปรงใสเปน ธรรม
ญ. กำกบั ดูแลใหมีการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติดานการตอตานคอรรัปชน่ั
ทชี่ ดั เจน และส่ือสารในทุกระดบั ของธนาคารและตอ บคุ คลภายนอก เพ่อื ใหเ กิดการนำไปปฏบิ ัติไดจ รงิ
และใหค วามสำคญั กับการตอ ตานการทจุ ริตคอรร ปั ชน่ั ทกุ รูปแบบ
ความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการท่ดี ี
1. เสรมิ สรา งระบบบรหิ ารจัดการทด่ี ี โปรงใส และมมี าตรฐานชดั เจนเปน สากล ซง่ึ จะชวยให
ธนาคารมีศกั ยภาพในการแขงขัน ปอ งกนั และขจดั ความขัดแยงทางผลประโยชนที่อาจเกิดข้นึ
2. สรางความเชือ่ ม่ันใหแกผูมีสวนไดสวนเสีย โดยสนับสนุนใหมกี ารสื่อสารระหวางธนาคาร
กับผมู สี ว นไดสว นเสีย
3. เปน เครอ่ื งมือการวดั ผลการดำเนินงานใหม ีประสทิ ธภิ าพยิง่ ขน้ึ
4. สรางกรอบความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และผูบริหารตอผูม สี วนไดสว นเสียทุกฝาย
รวมท้ังเปนการสรางพนั ธะผูกพันเพื่อใหฝายจดั การใชอ ำนาจกายในขอบเขตทก่ี ำหนด
หลักปฏิบัติเกย่ี วกับการกำกบั ดแู ลกิจการทด่ี ี
หลักปฏิบตั ิเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณในการ
ดำเนินธุรกิจของธนาคาร บุคลากรของธนาคารทุกคนตองศึกษาหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคารโดยละเอียดถี่ถวน และยึดถือปฏิบัติตามอยาง
เครงครัด รวมทั้งจะตอ งปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ และใหความสำคัญกับการ
ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่เขาไปลงทุน ตลอดจนการปฏิบัติที่สอดคลองกับขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวัฒนธรรมอนั ดงี ามของทอ งถิน่ นัน้ ๆ
บคุ ลากรของธนาคารจะตองรว มกนั สอดสองดแู ลการปฏบิ ัติตามหลกั การกำกบั ดแู ลกิจการทดี่ ี
15
ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร รวมทั้งเปดโอกาสใหบุคลากร
ทุกคนรองเรียน เมื่อพบพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม หรือขัดตอจริยธรรมและจรรยาบรรณของธนาคาร
หรือเมอื่ มขี อ สงสยั สามารถสอบถามไดท ่ีฝา ยกำกบั ดูแลกิจการท่ีดี
บทสรปุ ผูบริหาร
ธนาคารออมสินกำหนดแนวทางการดำเนนิ งานของแผนวิสาหกิจป 2562–2566 เปนไปตาม
กรอบทิศทางการดําเนินงาน (Statement of Direction : SOD) ที่กระทรวงการคลังกำหนด
โดยกำหนดวสิ ัยทัศน“เปนผูนำในการสงเสริมการออม ดวยเทคโนโลยีดิจทิ ลั เพอ่ื การพัฒนาประเทศ
อยางย่ังยืน เสรมิ สรางความสุข และอนาคตทีม่ ัน่ คงของประชาชน” ภายใตพนั ธกจิ 5 ดา น ไดแ ก
1. สงเสริมการออมและสรางวนิ ัยทางการเงนิ
2. สนับสนนุ การลงทนุ และการพฒั นาประเทศ
3. สงเสริมและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจขนาดกลางขนาดยอมใหมีศกั ยภาพ
อยางยั่งยืน
4. ใหบริการทางการเงินครบวงจรที่ล้ำสมัยและเหนือความคาดหวังภายใตความเสี่ยง
ท่ยี อมรับได
5. เปนธนาคารเพือ่ สังคมท่ีมธี รรมาภิบาล
เพื่อใหการดำเนินงานของธนาคารบรรลุตามวิสัยทัศน พันธกิจและกรอบทิศทาง
การดำเนินงาน จึงกำหนดยุทธศาสตรการดำเนินงานตามแนวทางของ Balanced Scorecard
ในมุมมอง 5 ดา น และหลกั การบรหิ ารจัดการคณุ ภาพขององคกรตามแนวทาง SEPA โดยมุงสูการเปน
“GSB NEW Century : Digi-Thai Banking – Digital for all Thais” โดยเนินการใหบริการในยุค
ดิจิทัล โดยการพัฒนาหรือรวมกับพันธมิตร ในการใชประโยชนจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มาพฒั นา
ผลิตภัณฑ บริการ และชองทางการใหบริการ เพื่อสงมอบผลิตภัณฑและบริหารใหลูกคาไดอยาง
รวดเร็วปลอดภัย ล้ำสมัยใชงาย และตอบสนองตอวถิ ีชีวิตของคนไทยทุกคน พรอมกับการใหความรู
ทางการเงิน สรางความเขาใจในผลิตภัณฑและบริการดิจิทัล เพื่อใหลูกคามีความพรอม
ในการใชบ รกิ ารธนาคารจึงไดกำหนดยุทธศาสตรการดำเนนิ งาน ดงั น้ี
ยุทธศาสตรที่ 1 : การสรางความมั่นคงทางการเงินและขีดความสามารถในการแขงขัน
(Traditional Banking)
ยุทธศาสตรท ่ี 2 : การพฒั นาสคู วามยง่ั ยืน (Social Banking)
ยทุ ธศาสตรท ี่ 3 : การพัฒนาและยกระดับสูการเปน Digital Bank (Digital Banking)
ยุทธศาสตรท ่ี 4 : การเพ่มิ ศักยภาพโครงสรา งพืน้ ฐาน (Fundamental Capabilities)
สรุปแผนปฏบิ ัติการจำแนกตามยุทธศาสตร
16
ยุทธศาสตรที่ 1 : การสรางความมั่นคงทางการเงินและขีดความสามารถในการแขงขัน
(Traditional Banking)
มงุ เนนการเปนธนาคารท่มี ีการบรหิ ารจดั การองคก รทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ท้ังในดา นการใหบรกิ าร
และการบริหารจดั การองคกร โดยปรบั รปู แบบการใหบริการของสาขา ปรบั ปรงุ กระบวนการใหบ รกิ าร
ทีม่ กี ารนำเทคโนโลยมี าใช โดยรวมมือกบั หนว ยงานพันธมิตรเพือ่ ลดตนทุนและเพิม่ ขีดความสามารถ
ในการแขงขัน พรอมทั้งบริหารคุณภาพสินทรัพยในเชิงปองกัน รวมถึงบริหารสัดสวนธุรกิจ
ใหมผี ลตอบแทนและความเสีย่ งทเ่ี หมาะสม เพอื่ สรางความม่ันคงทางการเงินใหกบั องคกร
ยุทธศาสตรท่ี 2 : การพฒั นาสูความยั่งยนื (Social Banking)
มุงเนนการเปนธนาคารเพื่อสังคม ที่มีการดำเนินธุรกิจอยางมีธรรมาภิบาล คำนึงถึง
ความสมดลุ ทั้งดานเศรษฐกจิ สังคม และส่งิ แวดลอม โดยยกระดบั การสงเสรมิ การออม การสรางวินัย
ทางการเงินใหแก กลุมเด็ก เยาวชน ประชาชนและผูสูงวัย พรอมทั้งสนับสนุนและสรางโอกาส
ในการเขาถึงแหลงเงินทุน ใหแกเศรษฐกิจฐานรากและผูประกอบการใหม (Start-Up) เพื่อพัฒนา
ใหมีความเขมแข็ง และเชื่อมโยงกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีการบริหารจัดการภารกจิ
ดา นสังคมและนโยบายรฐั อยางมปี ระสิทธิภาพและควบคมุ ความเสี่ยงได
ยุทธศาสตรท่ี 3 : การพฒั นาและยกระดบั สูการเปน Digital Bank (Digital Banking)
มุงเนนการยกระดับองคกรสู Digital Banking ที่สอดรับกับพฤติกรรมผูบริโภค
ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนําเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) มาใชในการพัฒนารวมกับพันธมิตร
เพื่อพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ บริการชองทางการใหบริการ โดยสราง Business Model
บน Digital Platform ที่มีการเชื่อมโยงผลิตภัณฑและบริการตาง ๆ เขาดวยกัน รวมทั้งปรับปรุง
การบริหารจัดการภายในองคก ร ทั้งดานโครงสรางองคกรกระบวนการ ระเบียบคำสั่ง และพัฒนา
ทักษะและพฤตกิ รรมของบุคลากร เพ่อื สรา งวฒั นธรรมองคก รสูการเปน Digital Banking
ยุทธศาสตรท่ี 4 : การเพิ่มศักยภาพโครงสรางพ้ืนฐาน (Fundamental Capabilities)
มุงเนนการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการองคกร
เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล เพื่อใหธนาคารมีการบริหารจัดการ
ท่มี ีประสทิ ธิภาพทดั เทียมกบั มาตรฐานสากลเพ่ิมขีดความสามารถในการแขงขัน ทง้ั ในดานเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดานบุคลากร ดานการบริหารขอมูล และพรอมยกระดับและบูรณาการ การกำกับดูแล
การบรหิ ารความเส่ียง และการตรวจสอบภายใน (GRC) อยางเปนมาตรฐาน เพื่อสรางความเชือ่ มน่ั
และความเชอื่ ถือใหกบั ผูมีสวนไดส วนเสยี (Stakeholders)
งบประมาณประจำป 2562 ทั้งสน้ิ 42,326 ลานบาท ประกอบดวย งบประมาณของแผนงาน
ที่จัดทำเพื่อสนับสนุนการบรรลุเปาหมายตามยุทธศาสตรการดําเนินงานทั้ง 4 ยุทธศาสตร
17
จำนวน 14,150 ลานบาท งบประมาณงานประจำสำหรับการดำเนินงานตามภารกิจพื้นฐาน
จำนวน 27,756 ลานบาท และงบประมาณสำรองจายระหวา งป จำนวน 420 ลานบาท
2.2 แนวคิดและทฤษฎเี ก่ียวกบั การยอมรับเทคโนโลยี
ในการทบทวนวรรณกรรมแนวคดิ และทฤษฎที ่เี กย่ี วของกับการยอมรบั เทคโนโลยี ผวู ิจยั
ไดนำเสนอเน้อื หา ซ่งึ ประกอบดวย (1) ความหมายของการยอมรับเทคโนโลยี (2) ทฤษฎีเก่ยี วกับการ
ยอมรับเทคโนโลยี (3) องคประกอบของการยอมรับเทคโนโลยี และ (4) งานวิจัยที่เกี่ยวของการ
ยอมรบั เทคโนโลยี ซงึ่ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี
2.2.1 ความหมายของการยอมรับเทคโนโลยี
เอกลักษณ ธนเจริญพิศาล (2554) ไดใหคํานิยามของการยอมรับเทคโนโลยี
วา เปน การนําเทคโนโลยีน้ันมาใชใหเปน ไปไดโดยสงิ่ ที่ตามมา คือ กอใหเกดิ การลงทนุ กับการยอมรับ
สิงหะ ฉวีสุข และสุนันทา วงศจตุรภัทร (2555) ไดใหคํานิยามของการยอมรบั
เทคโนโลยีวา เปนองคป ระกอบท่ที ำใหบ คุ คลเกดิ ความเปลีย่ นแปลงดานตาง ๆ ที่เก่ียวกับเทคโนโลยใี น
3 ดาน คือ (1) พฤติกรรม (2) ทัศนคตทิ ี่มีตอ เทคโนโลยีและ (3) การใชงานเทคโนโลยีทง่ี า ยขึ้น
ศศิพร เหมือนศรีชัย (2555) ไดใหคํานิยามของการยอมรับเทคโนโลยีวาเปน
ปจจยั สำคัญในการใชงานและอยรู วมกบั เทคโนโลยีจากการทีไ่ ดใ ชเทคโนโลยีทำใหเกิดประสบการณ
ความรทู กั ษะ และความตองการใชงานเทคโนโลยี
ขวัญตา กีระวิศาสกิจ (2542) กลาววา การยอมรับเทคโนโลยี หมายถึง
การตัดสินใจใชเทคโนโลยีทั้งที่เปนรปู ธรรมและนามธรรม โดยระยะเวลาในการตัดสนิ ใจยอมรับ
นั้นไมมกี ำหนดแนน อนตายตัว ขึ้นอยกู ับคณุ ลกั ษณะของเทคโนโลยีน้นั ๆ
ถวิล ธาราโภชน (2526) ไดใหความหมายของการยอมรับเทคโนโลยี หมายถงึ
ความตั้งใจแสดงพฤติกรรมของ บุคคลหนึ่งเปนการแสดงออกตามทัศนคติของบุคคลนั้น
หรือตามความเชอื่ ทีบ่ ุคคลน้นั มตี อสิง่ หนง่ึ และการแสดงออกดงั กลาวมี ความสัมพนั ธก บั องคประกอบ
ดา นการกระทำ
Hart, Nwibere and Inyang (2015) ไดใหความหมายของการยอมรับเทคโนโลยี
หมายถึง การยอมรับเทคโนโลยี (Theory of Acceptance Model: TAM) เปนแบบจำลองทป่ี ระยกุ ต
มาจากทฤษฎีการกระทำดวยเหตุผล (Theory of Reasoned Action: TRA) เปนทฤษฎีทางสังคม
วทิ ยาทถ่ี ูกนำไปใชศึกษาอยางแพรหลาย โดยภายใตภาวะปกติบุคคลจะคิดใครครวญถงึ ผลท่ีจะไดรับ
18
จากการกระทำของตนกอนเสมอจึงจะตัดสินใจกระทำพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง และกอน
การกระทำพฤติกรรมหนึ่งบุคคลจะมีเจตนา เกิดขึน้ กอ นการกระทำ ซึ่งเรียกเจตนาน้ีวา ความตั้งใจ
แสดงพฤติกรรม (Behavioral Intention) โดย พฤติกรรมทางสังคมของบุคคลสวนใหญอยูภายใต
การควบคุมของความตง้ั ใจดังกลาว
จากความหมายขางตน สรุปไดว า การยอมรับเทคโนโลยี หมายถึง การที่บุคคลใด ๆ ก็ตาม
ที่มีสวนเกี่ยวของกับการใชเทคโนโลยีในการปฏิบัติงานหรือใชในชีวิตประจำวันตองสามารถ
ใชเทคโนโลยีไดอยางถูกตองและใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และพรอมที่เรียนรูเกี่ยวกับเทคโนโลยี
ท่ีทันสมัยอยูเสมอ
2.2.2 ทฤษฎีเกยี่ วกบั การยอมรับเทคโนโลยี
การศึกษาปจจัยทีส่ งผลตอการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูวิจัยศึกษา
ถึงทฤษฎีที่คาดวาจะเกี่ยวของกับการยอมรับเทคโนโลยี สรุปเปน แนวคิด เกี่ยวกับทฤษฎีพื้นฐาน
ท่ีจะนำมาใชศ กึ ษาพฤตกิ รรมการยอมรบั การใชเทคโนโลยี ท่ีสำคญั ไดด ังน้ี
ทฤษฎีการกระทำตามหลักเหตุและผล (The Theory of Reasoned Action
หรือ TRA) นำเสนอโดย Fishbein and Ajzen (1980) เปนหนึ่งทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคม (Social
Psychology) ถูกนำมาใชเปนพื้นฐานสำหรับการศึกษาพฤติกรรมมนุษยมากที่สุด ตามทฤษฎี
ไดอ ธบิ าย ความสมั พันธระหวา งความเชอ่ื และทัศนคตทิ ่ีมตี อ พฤตกิ รรมวา การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรม
มนุษย เปน ผลจากการเปลี่ยนแปลงความเช่อื และบคุ คลจะแสดงพฤตกิ รรมเพราะคิดวา เปน สิ่งสมควร
กระทำ เนือ่ งจากบคุ คลจะพิจารณาเหตผุ ลกอนการกระทำ เสมอจากหลักการ TRA แมวา การแสดง
พฤติกรรมของแตละบุคคล เกิดจากการตัดสินใจของบุคคล แตปจจัยที่เปนตัวกำหนดการแสดง
พฤติกรรมโดยตรง คือ ความตั้งใจแสดงพฤติกรรม (Behavioral Intention) ซึ่งความตั้งใจ
แสดงพฤติกรรม จะไดรับแรงขับเคลื่อนจากปจจัย 2 ประการ ไดแก ทัศนคติที่มีตอพฤติกรรม
(Attitudes towards the Behavior) และบรรทัดฐานของบุคคลที่อยูโดยรอบการแสดงพฤติกรรม
(Subjective Norm) ความสมั พนั ธระหวางปจ จัยตามทฤษฎี TRA ขางตน ดังภาพท่ี 2-1
ทศั นคตติ ่อพฤตกิ รรม เจตนาแสดงพฤติกรรม พฤตกิ รรม
การคลอ้ ยตามกล่มุ อา้ งอิง
ภาพท่ี 2-1 แบบจำลองความสมั พนั ธร ะหวางปจ จยั ตามทฤษฎี TRA
19
ลักษณะของการยอมรับเทคโนโลยี
ภานุพงศ เสกทวีลาภ (2557) ไดอธิบายเกี่ยวกับการยอมรับเทคโนโลยวี าเปน
ขั้นตอน (Process) ที่เกดิ ขึ้นทางจติ ใจภายในบุคคลเริม่ จากไดยินในเรื่องวิทยาการน้ัน ๆ จนยอมรับ
นำไปใชในที่สุด ซึ่งกระบวนนี้มีลักษณะคลายกับกระบวนการเรียนรูและการตัดสินใจ (Decision
Making) โดยได แบง กระบวนการยอมรบั ออกเปน 5 ขั้นตอนคือ
1. ขั้นรับรหู รือต่ืนตน (Awareness Stage) เปนข้ันเร่มิ แรกทน่ี ําไปสูการยอมรับ
หรอื ปฏเิ สธ สิ่งใหมหรอื วธิ กี ารใหมข ั้นน้เี ปน ขน้ั ทไ่ี ดร ับรูเก่ียวกับสงิ่ ใหม ๆ (นวัตกรรม) ที่เกี่ยวของกับ
การประกอบอาชีพหรือกิจกรรมของเขาแตยังไดรับขาวสารไมครบถวนซึ่งการรับรูสวนใหญ
เปน การรบั รูโดยบงั เอญิ จะทำใหเ กดิ ความอยากรูและแกป ญหาทต่ี นเองมอี ยู
2. ขั้นสนใจ (Interest Stage) เริ่มใหความสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับวิทยาการ
ใหม ๆ เปนพฤติกรรมที่มีลักษณะตั้งใจและในขั้นนี้ไดรับความรูเกี่ยวกับวิธีการใหมมากข้ึน
และใชว ธิ ีการคดิ มากกวาข้ันแรกบคุ ลิกภาพและคานิยมมผี ลตอการติดตามขาวสารหรือรายละเอียด
ของส่งิ ใหม หรือวทิ ยาการใหมด ว ย
3. ขั้นประเมินคา (Evaluation Stage) เริ่มคิดไตรตรองหาวิธีลองใชวิธีการ
ใหม ๆ โดยมีการเปรียบเทียบระหวางขอดีและขอเสียหากวามีขอดีมากกวาจะตัดสินใจใชโดยทั่วไป
มักจะคิดวา วธิ ีการนี้ เปนวิธที ่ีเสี่ยงไมทราบถึงผลลัพธต ามมาจึงตอ งมีแรงผลักดัน (Reinforcement)
เพอ่ื ใหเ กิดความแนใจ โดยอาจมคี ำแนะนำเพ่ือใชป ระกอบในการตดั สินใจ
4. ขั้นทดลอง (Trial Stage) เปนขั้นตอนที่เริ่มทดลองกับคนสวนนอย
เพื่อตรวจสอบผลลัพธ ดูกอนโดยทดลองใชวิธีการใหม ๆ ใหเขากับสถานการณของตนในขั้นนี้
จะสรรหาหาขา วสารทีม่ คี วามเฉพาะเก่ียวกับวิทยาการใหมหรอื นวัตกรรมนน้ั
5. ข้นั ตอนการยอมรับ (Adoption Stage) เปนขั้นทป่ี ฏบิ ตั นิ าํ ไปใชจริงซึ่งบุคคล
ยอมรับวิทยาการใหม ๆ วาเปนประโยชนใ นส่ิงน้นั แลว
Rogers (1983) กลา ววา การยอมรับเทคโนโลยีเปน ผลมาจาก เหตุการณท ี่เกิดขึ้น
อยางตอเนือ่ งเปนกระบวนการดงั น้ี
1. ขั้นตระหนักหรือขั้นตื่นตัว (Awareness Stage) เปนขั้นที่บุคคลรูวามี
เทคโนโลยีใหม เกิดข้นึ แตยังขาดความรูเกยี่ วกบั เทคโนโลยีนัน้
2. ข้นั สนใจ (Interest Stage) บคุ คลเร่ิมมีความสนใจในเทคโนโลยแี ละพยายาม
แสวงหาขอมลู หรอื ความรูเ พม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั เทคโนโลยีนนั้
20
3. ขั้นประเมินผล (Evaluation Stage) บุคคลจะประเมินผลในสมองของตน
โดยลองคดิ วา ถา การยอมรบั เทคโนโลยีนั้นมาใชแ ลวจะเหมาะสมกบั เหตุการณใ นปจ จบุ ันหรืออนาคต
หรอื ไมจะสงผล คมุ คา กับการเส่ยี งหรอื ไม
4. ขั้นทดลอง (Trial Stage) บุคคลจะนําเทคโนโลยีมาลองใชหรือลองปฏิบัติ
ในวงจำกดั กอน เพอ่ื ทดลองวาเทคโนโลยนี ้ันมปี ระโยชนส ามารถเขา กบั สถานการณไ ดหรอื ไม
5. ข้ันยอมรบั (Adoption Stage) บุคคลยอมรับเทคโนโลยโี ดยนำเทคโนโลยีน้ัน
มาใชอ ยา งเต็มที่สมำ่ เสมอ
2.2.3 องคประกอบของการยอมรับเทคโนโลยี
ผูวิจัยไดทำการรวบรวมองคประกอบของการยอมรบั เทคโนโลยีจากผูวิจัยท้งั ใน
และตางประเทศเพอื่ ทำการสรุปวา องคประกอบใดทีม่ คี วามเหมาะสมและสอดคลองกบั งานวจิ ยั ฉบบั น้ี
ไดแสดงขอมูลตอไปน้ี
Fred (1989) ไดกลาววา องคประกอบของการยอมรับเทคโนโลยี มีดังนี้
1. การรบั รูถึงประโยชน (Perceived Usefulness) หมายถึง ระดับของผูใชง าน
ที่เชอ่ื วา เทคโนโลยีทีน่ ำมาใชจะชว ยเพิม่ ประสทิ ธิภาพในงานของตน ซง่ึ คณะผวู จิ ัยสวนใหญใหสรุปวา
การรับรถู ึงประโยชนม อี ทิ ธพิ ลอยา งมากตอ การยอมรับเทคโนโลยผี ูใชงาน
2. การรับรูถึงความงายในการใชงาน (Perceived Ease of Use) หมายถึง
ระดับซึง่ ผูใชง าน เช่อื วา เทคโนโลยีท่ใี ชจะตองมคี วามงายในการใชง าน สามารถใชง านไดโดยไมตองใช
ความพยายาม ซึ่งการรับรูถึงความงายในการใชงานมีอิทธิพลตอทัศนคติที่มีตอการใชงาน
และมีการศึกษาจำนวนมาก พบวา การรบั รถู ึงความงา ยในการใชง านมีอิทธพิ ลตอ การรับรถู งึ ประโยชน
และยังมีงานวิจัยบางชิ้น พบวา การรับรูถึงความงายในการใชงานมีอิทธิพลโดยตรงตอการใชงาน
ของผใู ชอกี ดว ย
Ooi & Tan (2016) ไดก ลา ววา องคป ระกอบของการยอมรบั เทคโนโลยี มีทั้งสิ้น
3 ปจจัย ไดแก การรับรูประโยชนจากการใชงาน (Perceived Usefulness) การรับรูความงาย
ในการใชงาน (Perceived Ease of Use) การรับรูความไววางใจ (Perceived Trust) โดยมี
วตั ถุประสงคเพ่อื อธิบายพฤติกรรมความตั้งใจใชเทคโนโลยแี ละปจ จยั ทท่ี ำใหเกดิ การยอมรับการใชง าน
เทคโนโลยี
Newstrom (1985) ไดทำการแบงองคประกอบของการยอมรับเทคโนโลยี
ออกเปน 2 ดาน ดงั้ น้ี คอื 1) การรับรถู ึงประโยชนท ี่ไดรับ (Perceived Usefulness) และ2) การรับรู
ถึงความงายในการใชงาน (Perceived Ease of Use)
21
Davis (1989) ไดก ลา ววา ปจ จัยท่ีสง ผลตอการยอมรบั เทคโนโลยหี รือนวัตกรรม
ของผูใช ไดแก การรับรูความงายในการใชง าน (Perceived Ease of Use) และการรับรูประโยชน
จากการใชง าน (Perceived Usefulness) ซึง่ เปนปจ จยั พนื้ ฐานของการยอมรบั เทคโนโลยี
Ajzen (1991) ไดนําทฤษฎีของ Technology Acceptance Model (TAM)
ประยกุ ตกบั การพยากรณพ ฤตกิ รรมและความความเขาใจของมนุษยซ งึ่ มีรายละเอียด ดงั นี้
Perceived Usefulness หมายถึง การรับรูถึงประโยชนที่เกดิ จากการใช
ซึ่งเปนตัวกําหนดการรับรูในแตละบุคคล กลาวคือ แตละคนจะรับรูไดวาเทคโนโลยีจะมีสวนชวย
ในการพฒั นา หรอื ศกั ยภาพผลงานของตัวเองไดอยา งไรบาง
Perceived Ease of Use หมายถึง การรบั รคู วามงายในการใชง านซงึ่ เปน
ตวั กาํ หนดการรบั รู ในปริมาณหรอื ความสำเรจ็ ทจี่ ะไดรับวา ตรงกับทต่ี อ งการหรือไม
Attitude toward Use หมายถึง ทัศนคติที่มีตอการใช วาแตละบุคคล
มีความสนใจท่ีจะใชระบบเทคโนโลยีหรอื ยอมรับการใชง าน
Aggelidis and Chatzoglou (2016) ไดทำการแบงองคป ระกอบของการยอมรบั
เทคโนโลยีออกเปน 2 ดา น ดั้งนี้ คอื 1) การรบั รูถ งึ ประโยชน และ2) การรับรคู วามงายในการใชงาน
เนื่องจากการรับรูประโยชน และการรับรูความงายในการใชงานมีความสัมพันธกับพฤติกรรม
การยอมรับคอมพิวเตอร และมีความเชื่อมโยงกับทัศนคติตอการใชคอมพิวเตอรและการใชง าน
คอมพวิ เตอร และทศั นคตทิ ี่มีตอ การใชง านเทคโนโลยีของบุคคลใดบุคคลหน่ึงมอี ิทธิพลตอความต้ังใจ
ใชเทคโนโลยี
จากผลการรวบรวมปจจยั ทเี่ กยี่ วขอ งกบั องคประกอบของการยอมรบั เทคโนโลยที างผูวิจัยได
จัดทำตารางเปรียบเทียบองคประกอบแตละดานของผูวิจัยแตละทาน เพื่อทำการศึกษาวา
องคประกอบใดเหมาะสม และสอดคลองกบั ทศั นคติตอการใชง าน ดงั ขอ มูลแสดงตอไปน้ี
22
ตารางท่ี 2-1 แสดงการเปรยี บเทียบองคป ระกอบของการยอมรบั การใชง านของผวู จิ ยั แตละทา น
แตง การรับรู การรบั รูค วาม ทศั นคตทิ มี่ ี การรับรู
ถงึ ประโยชน งา ยในการใช ตอ การใช ความ
ผวู ิจยั ไวว างใจ
งาน -
Fred (1989) - -
Ooi & Tan (2016) -
Newstrom (1985) -
Davis (1989) -
Ajzen (1991) -
Aggelidis and Chatzoglou - -
(2016)
-
จากตารางที่ 2-1 ผูวิจัยไดทำการสรุปองคประกอบของการยอมรับเทคโนโลยี พบวา
องคประกอบที่มีผูนำมาศึกษามากที่สุด คือ การรบั รูประโยชนที่ไดรับ และการรับรูถึงความงาย
ในการใชงาน สำหรับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดนำองคประกอบดังกลาวมาปรับใชใหเหมาะสม
กับการยอมรับเทคโนโลยี ประกอบไปดวย 2 ดานสำคัญ คือ การรับรูถึงประโยชนที่ไดรับ
(Perceived Usefulness) และการรับรถู งึ ความงา ยในการใชงาน (Perceived Ease of Use) โดยทงั้
2 องคประกอบนี้ มีความถี่สูงสุดจากการทบทวนวรรณกรรมที่ผานมา และสอดคลองกับบริบท
ของงานวิจยั ฉบับน้ี รวมถงึ เปนองคประกอบทเี่ ขา ใจงา ย ชัดเจน ครอบครมุ ตอการยอมรับเทคโนโลยี
ผูว ิจยั ไดศ กึ ษา เอกสาร หนังสอื บทความและวิจยั ท่ีเก่ยี วของกบั องคป ระกอบของการยอมรบั
เทคโนโลยีทั้ง 2 ดานที่กลาวมาขางตน คือ การรบั รูถึงประโยชนที่ไดรับ (Perceived Usefulness)
และการรับรูถ ึงความงา ยในการใชงาน (Perceived Ease of Use) ซึ่งมีนักวิชาการ นักวิจัยไดเสนอ
แนวคิดและความหมายของแตละองคป ระกอบ ไวด งั นี้
1. การยอมรับเทคโนโลยดี า นการรบั รถู ึงประโยชน
การรับรูถึงประโยชนที่ไดรับมีความสำคัญตอการยอมรับ หากบุคคลรับรูถงึ ประโยชนที่
ไดร บั จากการใชเทคโนโลยีจะกอใหเ กดิ การยอมรบั เทคโนโลยี มผี ูใ หค วามหมายและนำเสนอแนวคิดไว
ดังตอไปน้ี
23
Davis (1989) ไดใหความหมาย การยอมรับเทคโนโลยดี า นการรับรถู งึ ประโยชน หมายถึง
ระดบั ความเชื่อของบุคคลท่ีมโี อกาสเปนผูใชงานระบบเทคโนโลยี วาเทคโนโลยีดงั กลาวมีประโยชน
แกต นและมีแนวโนมชว ยเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการทำงานของตนได
Fred (1989) ไดก ลา ววา การยอมรับเทคโนโลยดี า นการรบั รูถึงประโยชน หมายถึง ระดบั
ของผูใชง านที่เช่ือวา เทคโนโลยีที่นำมาใชจะชวยเพ่ิมประสิทธิภาพในงานของตน ซึ่งคณะผูวิจัยสวน
ใหญใ หส รปุ วา การรับรูถงึ ประโยชนมอี ิทธิพลอยางมากตอ การยอมรับเทคโนโลยผี ูใชง าน
Agarwal and Prasad (1999) ไดใหความหมาย การยอมรับเทคโนโลยีดานการรบั รู
ถึงประโยชน หมายถึง การที่บุคคลมีความเชื่อวาการใชงาน เทคโนโลยีสารสนเทศจะเพิ่มขีด
ความสามารถและประสิทธภิ าพในการทำงานใหม ากขึน้ การที่บุคคล เชื่อวาเทคโนโลยีท่ีนำมาใชน้ัน
สามารถสรา งประโยชนแ ละเสนอทางเลือกที่ดสี ำหรับการปฏิบัตงิ าน น้นั ๆ รวมท้งั หากใชเ ทคโนโลยี
ใหมน ้จี ะทำใหไ ดง านทมี่ คี ุณภาพดขี ้นึ หรอื ทำใหง านเสรจ็ ไดร วดเร็วข้ึน
Venkatesh and Davis (2000) ไดใหความหมายการยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรู
ถึงประโยชน หมายถึง ความเชื่อวาประโยชนในการใชระบบของเทคโนโลยีจะสามารถเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพในการดำเนนิ การตาง ๆ สงผลตอการยอมรับการใชง านเทคโนโลยี
Sadi and Noordin (2011) ไดใหความหมายการยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรู
ถึงประโยชน หมายถึง การรับรูเทคโนโลยีที่นำมาใชนั้นกอใหเกิดประโยชนและเชื่อวาเทคโนโลยี
จะเพมิ่ สมรรถภาพ และประสิทธิภาพในดานการทำงานไดมากขึน้
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรู
ถึงประโยชน สรุปไดดังนี้ การยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรูถึงประโยชน หมายถึง ความเช่ือ
ของบุคคลตอ การใชเทคโนโลยีวาเทคโนโลยจี ะสามารถเพิม่ ประสิทธิภาพในการทำงานได รวมทั้งยัง
สามารถเพ่ิมความรวดเร็วตอการทำธุรกรรมทางการเงิน พรอมยังเปนชองทางที่มีประโยชน
ในการใชงาน มีชองทางในการทำธุรกรรมทางการเงินมากมาย การรับรูความมีประโยชน
ของแอพพลิเคชั่นและการรับรูความมีเสถียรภาพของระบบมีอิทธิพลทางบวกตอความพึงพอใจ
ของผูใชงาน ทำใหเกิดแรงจูงใจที่จะใชงานแอพพลิเคชั่น และผูใชจะเปดใจยอมรับ
ในส่งิ ท่ีเปนประโยชนต อ ตนเอง
2. การยอมรบั เทคโนโลยีดานการรับรูถึงความงายในการใชงาน
การยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรูถึงความงายในการใชงาน สงผลตอการยอมรับ
เทคโนโลยีโดยการรับรูวา เทคโนโลยีมีการใชงานที่งายโดยไมตองอาศัยความรู ความสามารถ
24
ในการใชงานมากทำผูใชง านเกดิ การยอมรบั และอยากจะใชงานเทคโนโลยนี ้ันตอไป มีผูใหค วามหมาย
และนำเสนอแนวคิดไวด งั ตอไปน้ี
ณัฐชยา รักประกอบกิจ (2558) ไดใหความหมาย การยอมรับเทคโนโลยีดานการรบั รู
ถึงความงายในการใชงาน หมายถึง การรับรูความงายในการเขาถึงเว็บไซต และการรับรูรูปแบบ
เว็บไซตที่งายตอการใชงาน และการรับรูถึงความชำนาญในการใชงานเว็บไซต รวมไปถึงการรับรู
ความงา ยในการใชง านระบบโดยรวม
Fred (1989) ไดกลาววา การยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรูถงึ ความงายในการใชงาน
หมายถึง ระดบั ซ่งึ ผใู ชง าน เช่อื วาเทคโนโลยีท่ใี ชจะตองมคี วามงา ยในการใชง านสามารถใชงานไดโดย
ไมตองใชความพยายาม ซ่ึงการรบั รูถึงความงายในการใชงานมอี ิทธิพลตอทัศนคติที่มีตอ การใชงาน
และมีการศึกษาจำนวนมาก พบวา การรบั รถู งึ ความงา ยในการใชง านมอี ิทธพิ ลตอการรบั รูถ งึ ประโยชน
และยงั มงี านวิจัยบางช้นิ พบวา การรบั รูถ งึ ความงายในการใชงานมีอทิ ธพิ ลโดยตรงตอ การใชงานของ
ผูใชอ กี ดว ย
Davis (1989) ไดกลาววา การยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรูถึงความงายในการใชงาน
หมายถึง ระดับความเชื่อคาดหวังของผูที่จะใชระบบสารสนเทศวาระบบ ฯ ดังกลาวเปนระบบ
ทีส่ ามารถเรยี นรูไดง าย ไมต อ งใชความพยายามอยา งมากในการเรียนรูที่จะใชร ะบบหรือในการเขาใจ
ระบบ โดยเดวิสไดนิยามการรับรูความงายตามคำจำกัดความของคำวา “งาย” และ “ปราศจาก
ความยากหรอื ความพยายาม”
Junadi (2015) ไดใหความหมายการยอมรับเทคโนโลยีดานการรับรูถึงความงาย
ในการใชงาน หมายถึง ตัวแปรหลักที่ผูใชคาดหวังตอเทคโนโลยีที่เปนเปาหมายที่จะใชวาตอง
มีความงายและมีความเปนอิสระจากความมานะพยายาม เทคโนโลยีที่ใชงานงายและสะดวก
ไมซ ับซอ นมีความเปน ไปไดมากที่จะไดร บั การยอมรบั จากผูใ ช การรับรูความงา ยในการใชงานมอี ิทธพิ ล
ทางตรงตอพฤติกรรมการยอมรับ หรือความตั้งใจทีจ่ ะใชและมอี ทิ ธิพลทางออมตอ การใชโดยสงผาน
พฤตกิ รรมการยอมรับ และยังพบวาการรับรคู วามงา ยในการใชง านมอี ิทธพิ ลตอการรับรูประโยชนดวย
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎเี กีย่ วกับการยอมรับเทคโนโลยีดานการรบั รูถึงความงาย
ในการใชงาน หมายถึง การรับรูความงายในการเขาถงึ แอพพลิเคช่ัน เชื่อแอพพลิเคช่ันที่ใชจะตอ งมี
ความงายในการใชงาน สามารถใชงานไดโดยไมต องใชความพยายาม แอพพลเิ คช่ันจะตองมีลกั ษณะ
ที่สามารถจดจำไดง ายไมม ีความซบั ซอน
25
งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วของ
ธนภรณ แสงโชติ และอญั ณิฐา ดิษฐานนท (2019) ไดศึกษา เรื่อง การยอมรับเทคโนโลยี
MyMo Mobile Banking บริบท ธนาคารออมสิน พบวา การวิจัยในครั้งน้ีมวี ัตถุประสงคเพื่อศึกษา
อง คประ กอบการยอมรับเทคโนโลยี MyMo Mobile Banking บร ิบท ธนาคาร ออมสิน
และเพื่อเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการกระตุนใหผูใชบริการยอมรับการใชเทคโนโลยี
MyMo Mobile Banking กระบวนการวิจัยประกอบดวย 6 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต (1) ศึกษางานวิจัย
ที่เกี่ยวของ (2) พัฒนากรอบแนวคิด และโมเดลงานวิจัย (3) พัฒนาเครื่องมือในการเก็บขอมูล
(4) เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชแ บบสอบถาม (5) การวิเคราะหขอมลู โดยใชเทคนิคการวิเคราะหปจจัย
เชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) และ(6) สรุปผลการวิจัย กลุมตัวอยางในการ
ศึกษาวิจัยในครั้งนี้ คือ ผูใชเทคโนโลยีทางการเงิน ในการทำธุรกรรมทางการเงินผานโทรศัพทม ือถือ
โดยใชแอพพลิเคช่ัน MyMo ในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะทำการเก็บกลุมตัวอยางจากผูใชง าน
แอพพลิเคช่ัน MyMo ในธนาคารออมสนิ ไดแก ธนาคารออมสินเขตอบุ ลราชธานี 1 และธนาคารออม
สินเขตอบุ ลราชธานี 2 รวมท้ังหมด 23 สาขา โดยใชหลกั การประมาณคาพารามเิ ตอรดวยวิธีไลคลิฮูด
สูงสุด (Maximum Likelihood) ของ (Lindeman, Merenda and Gold, 1980) มาประยุกตใช
ซ่งึ ตัวแปรสงั เกตไดในงานวจิ ัยน้มี จี ำนวน 13 ตัวแปร ผูวจิ ัยจงึ ทำการแจกแบบสอบถามจำนวนท้ังสิ้น
495 ชุด โดยใชวิธีการสุมตัวอยางแบบหลายชั้น (multi-stage sampling) แบบสอบถาม
ที่มีความสมบูรณกลับมาจำนวน 410 ชุด คิดเปนรอยละ 83 ของแบบสอบถามทั้งหมด ซึ่งมีจำนวน
มากกวา จำนวนของกลุมตัวอยางข้นั ต่ำ
ผลการวิจัยพบวา องคประกอบของการยอมรับเทคโนโลยี MyMo Mobile Banking บริบท
ธนาคารออมสิน ประกอบดว ย 4 มิติ 5 องคป ระกอบ ไดแก (1) คณุ ภาพของระบบ (System Quality)
ถูกรวมเปน องคประกอบเดียว คอื มาตรฐานของการรักษาความลับ (Standard of Confidentiality)
(2) คุณภาพของขอมูล (Information Quality) ถูกรวมเปนองคป ระกอบเดียว คือ ขอมูลถูกตอง
และเขาใจงาย (Accuracy and Understandability) (3) คุณภาพของการใหบริการ (Service
Quality) ประกอบดวย 2 องคประกอบ ไดแก การตอบสนองตอลูกคา (Responsiveness)
และความเชื่อถือไววางใจ (Reliability) และ(4) คุณลักษณะของแอพพลิเคช่ันมายโม (MyMo
Characteristics) ถูกรวมเปนองคประกอบเดียว คือ ความสามารถของแอพพลิเคช่ัน (Ability of
Application) ผลการวิจัยนี้สามารถนําไปประยุกตใชในการดำเนินธุรกิจของธนาคารออมสินได
เพื่อเปนแนวทางในการวางแผนกลยุทธทางตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ สามารถตอบสนอง
ความตองการของผูใชบริการเทคโนโลยีทางการเงินไดมากท่ีสุด และเพิ่มขีดความสามารถในการ
แขง ขันไดอยา งย่ังยนื
26
ศริ ชญาน การะเวก (2557) ไดศึกษา เรอ่ื ง แบบจําลองความสมั พนั ธเชงิ สาเหตขุ องปจจัยท่ีมี
อทิ ธิพลตอการยอมรับการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ในมหาวทิ ยาลยั เอกชนไทย พบวา การวจิ ัยคร้งั นมี้ ี
วัตถปุ ระสงคเพื่อศกึ ษาความสัมพันธเชงิ สาเหตขุ องปจ จัยที่มีอิทธพิ ลตอการยอมรบั การใชเทคโนโลยี
สารสนเทศในมหาวิทยาลัยเอกชนไทย และเพ่ือวิเคราะหอ งคป ระกอบของแบบจำลองความสัมพันธ
เชิงสาเหตุของปจจยั ทีม่ อี ิทธิพลตอการยอมรบั การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศในมหาวิทยาลัยเอกชนไทย
ที่ผูวิจัยสรางขึ้นกับขอมูลเชิงประจักษ กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย เปนผูบริหาร คณาจารย
และบุคลากรที่เกี่ยวของกับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศในมหาวิทยาลัยเอกชนไทยมีขนาด
กลุมตัวอยาง 400 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลเปนแบบสอบถามเกี่ยวกับปจจัยที่มี
อทิ ธพิ ลตอการยอมรบั การใชเทคโนโลยีสารสนเทศในมหาวทิ ยาลยั เอกชนไทย
ผลการวจิ ยั พบวา 1) นำ้ หนักองคประกอบของทุกปจ จยั เมือ่ ทำการวิเคราะหโ ดยใช Factor
analysis นั้นพบวาองคประกอบที่มีระดับความเชื่อเชื่อมั่นเฉลี่ยประมาณ 0.70 ขึ้นไป มีทั้งหมด
11 องคประกอบ ไดแกความสามารถในการใช ความกังวลใจในการใช การรับรูเกี่ยวกับประโยชน
การรบั รูเกีย่ วกับความสะดวก ความปลอดภัยของนวตั กรรม ประสิทธิภาพของนวตั กรรม การเขา ถงึ
เทคโนโลยีสารสนเทศการถายทอดความรู การไดรับความรู การตัดสินใจ และการใชงาน
2) ปจ จัยที่สงผลทางบวกสงู สดุ ตอการยอมรับการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ คอื ความสามารถในการใช
ประสิทธิภาพของนวัตกรรม และการถา ยทอดความรู สวนปจจัยทีส่ งผลนอยที่สุดตอการยอมรับ
การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ คอื ความกังวลใจในการใช และ3) รปู แบบจำลองความสมั พนั ธโครงสรา ง
เชงิ สาเหตุขององคประกอบท่มี ีอทิ ธติ อ การยอมรบั การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศในมหาวิทยาลัยเอกชน
ไทยสอดคลอ งกับขอมูลเชิงประจักษ จากการสอบถามความคิดเห็นของกลุมตัวอยางอยูในเกณฑด ี
ประกอบดวย พฤติกรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ทัศนคติที่มีตอเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณุ ลกั ษณะของนวตั กรรมปจ จัยเง่อื นไขสนบั สนุน และการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.3 แนวคดิ และทฤษฎีเก่ยี วกบั พฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี
ในการทบทวนวรรณกรรมแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวของกับพฤติกรรมการใชงาน
เทคโนโลยี ผูวิจัยไดนำเสนอเนื้อหา ซึ่งประกอบดวย (1) ความหมายของพฤติกรรมการใชงาน
เทคโนโลยี (2) ทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี (3) องคประกอบของพฤติกรรม
การใชงานเทคโนโลยีและ (4) งานวิจัยที่เกี่ยวของพฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยี ซึ่งมีรายละเอียด
ดังน้ี
27
2.3.1 ความหมายของพฤติกกรมการใชงานเทคโนโลยี
ผูวิจัยไดทำการศึกษาเอกสาร หนังสือ บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับ
พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี พบวา มีนักวิชาการ นักวิจัย หนวยงาน ไดใหความหมายของคำวา
พฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยีไวดังน้ี
พฤติกรรมเปนคำที่มนุษยใชโดยทั่วไปในสังคมหากแตในทางวิชาการจะให
ความหมาย ของคำนี้เหมือนกับการใชในสังคมหรือไม ผูเขียนไดน ำเสนอตัวอยางการใหความหมาย
ของคำวา “พฤติกรรม”อาทิ
เลฟตัน และแบรนนอน (Lefton & Brannon, 2008) โดยสรปุ วา พฤตกิ รรม คือ
การแสดงออกภายนอก เชน การเคลื่อนไหว การมีปฏิสัมพันธทางสังคม (การสนทนา) และการ
ตอบสนองทางอารมณหรอื การแสดงออกทางอารมณ (การหวั เราะ หรือรองไห) นอกจากนี้ ยงั รวมถึง
การทำงานของระบบตาง ๆ ภายในรางกาย เชน การเตนของหัวใจ หรือการทำงานของสมอง
ซ่ึงสามารถใชเครือ่ งมอื ตรวจสอบได
คิง (King, 2011) โดยใหความหมายของพฤตกิ รรม หมายถงึ การกระทำทุกอยาง
ของบคุ คลท่สี ามารถสังเกตไดโ ดยตรง เชน การจูบ การรองไห การขบั รถไปเรียน
เนวิด (Nevid, 2013) ไดอธิบายวา พฤติกรรม คือ การกระทำของบุคคลซงึ่
จะครอบคลุมเฉพาะส่งิ ท่ีแสดงออก เชน การพูด การนั่ง การยิ้ม หรือการเคลอ่ื นไหว เปนตน
ธนัญญา ธีระอกนิษฐ (2555) กลาววา พฤติกรรม หมายถึง อาการที่แสดงออก
ของมนุษย ปฏิกิริยาโตตอบตอสิ่งเราที่อยูรอบตัว โดยจากการสังเกตหรือการใชเครื่องมือชวยวัด
พฤตกิ รรม ซง่ึ สงผลตอกระบวนการทางรา งกาย
ศรีวรรณ จันทรวงศ (2551) ใหความหมายวา พฤติกรรม หมายถึง อาการ
ทแี่ สดงออก ของมนุษย ปฏิกริ ิยาโตตอบตอสงิ่ เราที่อยูร อบตวั โดยจากการสงั เกตหรือการใชเครอื่ งมอื
ชวยวัดพฤติกรรมซึ่งสงผลตอ กระบวนการทางรางกาย โดยทั่วไปจะแบงพฤติกรรมออกจาก
กระบวนการทางจิต แตเพื่อใหมีความครอบคลุม เนื้อหารายวิชาที่ประกอบดวยพฤติกรรม
และกระบวนการทางจิต และสอดคลองกับการจัดประเภทของพฤติกรรม พฤติกรรมในนิยาม
ของเอกสารเลมนี้จึง หมายถึง พฤติกรรมและกระบวนการทางจิต โดยสามารถขยายความไดวา
การกระทำของบคุ คลหรือปฏกิ ิรยิ าภายในรางกายทีผ่ อู ่นื สามารถสงั เกตไดผานประสาทสมั ผสั หรือใช
เครื่องมือทางวิทยาศาสตร และประสบการณสวนบุคคลที่เปนกระบวนการภายในจิตใจที่สามารถ
สังเกต ไดทางออ มผา นการกระทำหรือการแสดงออกซง่ึ จากความหมายจงึ ทำใหสามารถแบงชนดิ ของ
พฤติกรรมได
28
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ไดใหความหมายของพฤติกรรม หมายถึง
การกระทำหรอื อาการทีแ่ สดงออกทางกลามเนื้อ ความคิด และความรูสกึ เพ่ือตอบสนองสง่ิ เรา
พฤตกิ รรม คอื กิริยาอาการตาง ๆ ที่แสดงมนุษยห รอื ปฏิกิรยิ าท่เี กดิ ขึ้นเจอกับสงิ่ เราสามารถ
จำแนกพฤติกรรมเปน 2 ลกั ษณะ ไดแ ก
1. พฤตกิ รรมท่ีไมส ามารถควบคมุ ไดห รือเรียกปฏิกริ ยิ าสะทอ น เชน อาการสะดุงเมอื่
ถกู เข็มแทงอาการกระพริบตา เม่อื มสี งิ่ มากระทบรบกวนกับสายตา เปน ตน
2. พฤติกรรมที่สามารถควบคุมและจดั ระเบียบไดเมือ่ มีสิ่งเรามากระทบความคิด
หรืออารมณจะเปนสิ่งที่ตัดสินวา ควรจะปลอยกิริยาอาการใดออกไป การกระทำตามความคิดเปน
พฤติกรรมทำดวยสมองแตถาอารมณควบคุมเรียกวา เปนการทำตามอารมณหรือปลอยตามใจ
นักจิตวิทยาสวนใหญเชื่อวาอารมณมีอทิ ธิพลมากกวาสติปญญา โดยมนุษยทกุ คนแลว ยังมีความโลภ
ความโกรธความหลง ทำใหสวนใหญของพฤติกรรมแลวอยู บนพื้นฐานของอารมณและความรูสึก
รูปแบบพฤติกรรมของมนษุ ยแบง ไดเปน 2 ประเภท ไดแ ก
1. 1 พฤต ิ ก ร ร ม ภา ยน อ กห รื อพ ฤต ิก ร รม เป ด เผ ย ( Overt Behavior)
เปนพฤติกรรมที่บุคคล แสดงออกมา ทำใหผูอื่นสามารถมองเห็นและสังเกตได เชน การเดิน
การหัวเราะการพูด การยมิ้
1.2 พฤติกรรมภายในหรือพฤติกรรมปกปด (Covert Behavior) เปนพฤติกรรม
ที่บุคคลแสดงแลวแตผูอื่นไมสามารถมองเห็นหรือสังเกตไดโดยตรงจะทราบไดเมื่อบุคคลนั้น
จะเปนผูบอก หรอื แสดงบางอยา งเพอ่ื ใหค นอ่นื รบั รไู ด เชน ความคดิ อารมณการรับรู
จิราภรณ ตั้งกติ ตภิ าภรณ (2556) จำแนกพฤติกรรมออกเปนพฤตกิ รรมภายนอก
(Overt Behavior) และพฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) ดงั มรี ายละเอียดตอ ไปน้ี
พฤติกรรมภายนอก คือ การกระทำหรือปฏิกิริยาทางรางกาย ที่ทั้งเจาตัวและบุคคลอื่น
สามารถ สังเกตผานอวัยวะรับสมั ผัส ประสาทสมั ผัส (ตา หู จมูก ล้นิ หรือ ผิวหนัง) หรือใชเครื่องมือ
ทางวทิ ยาศาสตร ชวยสังเกตซ่ึงมคี วามหมายสอดคลองกับคำวา “พฤติกรรม” ของนยิ าม ณ ปจจุบัน
ทั้งนี้ สามารถแบงพฤติกรรม ภายนอกออกเปน 2 ประเภท คือ พฤติกรรมภายนอกชนิดโมลาร
(Molar Behavior) เปนพฤตกิ รรมท่สี ามารถ สงั เกตไดโดยใชอ วยั วะรบั สมั ผสั ไมต อ งใชเคร่ืองมือชวย
เชน การเดิน การวิ่ง การจาม และพฤติกรรมภายนอก ชนิดโมเลกุล (Molecular Behavior)
เปนพฤติกรรมที่สามารถสังเกตไดหรือวัดไดดวยเครื่องมือทางการแพทย หรือเครื่องมือ
ทางวิทยาศาสตร เชน การทำงานของตอมตาง ๆ ในรางกายการทำงานของอวัยวะภายใน
หรอื การทำงานของระบบประสาท
29
พฤติกรรมภายใน คือ กระบวนการท่ีเกิดขึ้นในตัวบุคคลจะโดยรูสึกตัวหรือไมรสู ึกตัวก็ตาม
เปนกระบวนการทไ่ี มสามารถสงั เกตไดแ ละไมสามารถใชเครือ่ งมอื วัดไดโดยตรงหากเจาของพฤตกิ รรม
ไมบอก (บอก กลาว เขียน หรือแสดงทาทาง) ไดแก ความคิดอารมณความรูส ึก ความจำการรับรู
ความฝน รวมถึง การรับสัมผัสตาง ๆ เชน การไดยิน การไดกลิ่นความรูสึกทางผิวหนัง เปนตน
ทั้งนี้ พฤตกิ รรมภายในจำเปน ตอ ง อนุมานหรือคาดเดาผานพฤตกิ รรมภายนอก โดยพฤติกรรมภายใน
มีความหมายสอดคลองกับคำวา “กระบวนการทางจติ /จิตลักษณะ”ทั้งนี้ พฤติกรรมภายในสามารถ
แบงออกเปน 2 ประเภท คือ พฤติกรรม ภายในที่เกิดขึ้นโดยรูสึกตัว (Conscious process)
เปนพฤตกิ รรมท่ีเจาของพฤติกรรมรูสกึ ตัววากำลงั เกิด พฤติกรรมนัน้ ๆ หากไมบอก ไมแสดงอาการ
หรอื ทาทางใด ๆ ก็ไมม ีผใู ดรบั รูไดว า เกดิ พฤตกิ รรมน้นั ๆ ยกตัวอยา งเชน อารมณค วามรสู ึก ความคิด
ความฝน จินตนาการ และพฤติกรรมภายในที่เกิดขึ้นโดยไมรูสึกตัว (Unconscious process)
เปนพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยที่เจาของพฤติกรรมไมรูสึกตัว หากแตมีผลตอพฤติกรรมภายนอก
ยกตัวอยาง เชน แรงจูงใจ ความคาดหวัง ความวิตกกังวล 7 สรุป พฤติกรรมคือการกระทำ
หรือปฏกิ ิริยาทแี่ สดงออก
นกั จิตวทิ ยาแบง พฤตกิ รรมมนษุ ย (สภุ ทั ทา ปณฑะแพทย, 2542) เปน 5 ประเภท ไดแก
1. พฤติกรรมทีป่ รากฏดวยการสังเกต พฤติกรรมภายนอก (Overt) คือ พฤติกรรมท่ีปรากฏ
เห็นไดอยา งชัดเจน และพฤติกรรมภายใน (Covert) คอื พฤติกรรมท่ีไมปรากฏใหส ามารถสังเกตเห็น
ไดอยางชดั เจน
2. แบงจากแหลงที่เกิดพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายในรางกายเมื่อบุคคลมีวุฒิภาวะ
เปนพฤติกรรมความพรอ มที่เกดิ ขนึ้ โดยมีธรรมชาตเิ ปน ตัวกำหนด เน่ืองจากประสบการณซ่ึงกอ ใหเ กิด
การเรยี นรขู ้นึ โดยมีส่ิงแวดลอ มเปนตัวกระตุน เปนพฤตกิ รรมที่เกดิ ขึน้
3. ภาวะทางจิตของบุคคล พฤติกรรมที่กระทำโดยรูตัว (Conscious) เปนพฤติกรรม
ที่อยูในระดับจิตสำนึก และพฤตกิ รรมที่กระทำโดยไมรูตัว (Unconscious) เปนพฤติกรรมที่อยูใน
ระดับจิตไรส ำนกึ หรือจิตใตส ำนึก หรือเรยี กอกี อยา งวา พฤตกิ รรมท่ขี าดสตสิ มั ปชัญญะ
4. แหลงพฤติกรรมการแสดงออกของอินทรียพฤติกรรมทางกายภาพ (Physiological
Activities) เปนพฤติกรรมที่แสดงออกโดยใชอวัยวะของรางกายอย างเปนรูปธรรม
เชน การเคลื่อนไหวรางกายดว ยแขนหรือขาการปรบั เปลี่ยนอิรยิ าบถของรางกายการพยักหนาการ
โคลงตวั
5. การทำงานของระบบประสาท พฤติกรรมที่ควบคุมได (Voluntary) เปนพฤติกรรม
ที่อยูในความควบคุม และการสั่งการดวยสมองจึงสามารถแสดงพฤติกรรมไดตามที่ตองการ
และพฤติกรรมท่ีควบคมุ ไมได (Involuntary) เปน พฤติกรรมการทำงานของระบบรางกายทเี่ ปน ไปโดย
อัตโนมตั ิ เชน กิริยา สะทอ น สัญชาตญาณ และการทำงานของระบบอวยวั ะภายใน เปนตน
30
สรปุ พฤตกิ รรมคือการกระทำหรอื ปฏิกริ ยิ าที่แสดงออกของบุคคลอยา งมีจุดมุงหมายโดยผาน
กระบวนการรับรูการคิดการตัดสินใจแลว แสดงพฤติกรรมนั้นออกมาแตกตางกัน ขึ้นอยูกับ
สภาพการณบุคคล เวลา สถานทท่ี ีเ่ ปลีย่ นไป ทั้งทสี่ ังเกตเห็นไดชัดและสังเกตเห็นไดยาก สำหรับการ
วิจยั คร้ังนพ้ี ฤติกรรมหมายถงึ การ กระทำหรอื การปฏิบตั ิตนของนักศึกษาท่ีมพี ฤตกิ รรมการใชส อ่ื สงั คม
ออนไลน
2.3.2 ทฤษฎที ีเ่ ก่ยี วขอ งกบั พฤติกรรมการใชง านเทคโนโลยี
การศึกษาพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ผูวิจัยศึกษาถึงทฤษฎี ที่คาดวาจะ
เกี่ยวของกับพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี สรุปเปนแนวคิด เกี่ยวกับทฤษฎีพื้นฐานที่จะนำ
มาใชศ กึ ษาการยอมรบั การใชเทคโนโลยี ทส่ี ำคัญไดด ังน้ี
ทฤษฎีพฤตกิ รรมตามแผน (Theory of Planned Behavior หรอื TPB)
ทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคม (Social Psychology) พัฒนามาจากทฤษฎี TRA
โดย Ajzen ไดเพิ่มปจจัยการรับรูถ ึงการควบคุมพฤติกรรมของตนเองในการแสดงพฤติกรรมใด ๆ
(Perceived Behavioral Control) เพื่อลดขอจำกัดของทฤษฎี TRA และสามารถนำมาปรับใช
เพื่อศึกษาความตั้งใจ และพฤติกรรมในบรบิ ทที่หลากหลาย รวมถึงสามารถชวยสรา งความเขาใจ
ในการยอมรับการใชเ ทคโนโลยีของแตละบุคคลได หลักการของ TPB จะศึกษาพฤติกรรมของแตละ
บุคคลท่ีไดรับแรงขับ เคลื่อนจากความตั้งใจแสดงพฤติกรรม โดยปจจัยที่มีอิทธิพลตอความตั้งใจ
แสดงพฤติกรรมนั้นประกอบดวยปจจัยหลัก 3 ประการ ไดแกทัศนคติที่มีตอพฤติกรรม บรรทัดฐาน
ของบุคคลที่อยูโดยรอบการแสดงพฤติกรรม และการรับรูถึงการควบคุมพฤติกรรมของตนเอง
ในการแสดงพฤติกรรมใด ๆ ความสัมพันธระหวางปจจัยตามทฤษฎี TPB ขางตน แสดงในรูป
ของแบบจำลอง (สิงหะ ฉวีสขุ และสุนันทา วงศจตุรภัทร, 2016) ดงั ภาพที่ 2-2
ภาพท่ี 2-2 แสดงทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior หรอื TPB)
31
จากภาพที่ 2-2 แสดงถึงความสัมพันธระหวางความตั้งใจ หรือพฤติกรรมไดรับอิทธิพล
จากทัศนคติที่มตี อพฤตกิ รรม บรรทัดฐานของบุคคลที่อยูโ ดยรอบการแสดงพฤติกรรม และการรับรู
ถงึ การควบคมุ พฤตกิ รรมของตนเองในการแสดงพฤตกิ รรมใด ๆ ทีม่ ีอทิ ธพิ ลโดยตรงตอพฤติกรรมดวย
ซึ่งการรับรูถ ึงการควบคุมพฤติกรรมของตนเองในการแสดงพฤติกรรมใด ๆ คือการรับรูถึงความยาก
หรืองา ยในการแสดงพฤติกรรม ถาบุคคลรับรวู ามีความสามารถทจี่ ะแสดงพฤตกิ รรม ในสภาพการณ
นัน้ ไดและสามารถควบคุมใหเ กดิ ผลลพั ธตามตองการไดบุคคลจะมีแนวโนมทีจ่ ะแสดงพฤตกิ รรมนั้น
2.3.3 องคประกอบของพฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยี
ผูวิจัยไดทำการรวบรวมองคประกอบของพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
จากผูวิจัยทั้งในและตางประเทศเพ่อื ทำการสรุปวาองคประกอบใดที่มคี วามเหมาะสมและสอดคลอง
กับงานวจิ ยั ฉบับน้ี ไดแสดงขอมลู ตอไปนี้
สุชาดา มะโนทัย (2559) ไดแบงพฤติกรรมมนษยุมีองคประกอบ 7 ประการ
ไดแก
1. ความมุงหมาย (Goal) เปนความตองการท่ีทำใหเ กิดกิจกรรมเพื่อสนองตอบ
ความตองการที่เกิดขึ้น ความตองการบางอยางสามารถตอบสนองไดทันที แตบางอยางตองใช
เวลานานจึงบรรลุความตองการได
2. ความพรอม (Readiness) คือ ระดับวุฒิภาวะหรือความสามารถที่จำเปน
ในการทำกจิ กรรมเพ่ือสนองความตอ งการ
3. สถานการณ (Situation) เปนเหตุการณที่เปดโอกาสใหเลือกทำกิจกรรม
เพอื่ สนองความตอ งการ
4. การแปลความหมาย (Interpretation) กอ นทีจ่ ะทำกิจกรรมหนึ่งลงไป มนุษย
จะพจิ ารณาสถานการณกอ นแลวจึงตัดสินใจเลอื กวิธกี ารทีเ่ กิดความพึงพอใจมากที่สุดเพื่อตอบสนอง
ความตองการ
5. การตอบสนอง (Response) เปนการกระทำกิจกรรมเพื่อสนองตอบ
ความตองการ โดยวธิ ีการทไ่ี ดเลือกแลว ในขน้ั แปลความหมาย
6. ผลที่ไดรบั หรือผลที่ตามมา (Consequence) เมื่อทำกิจกรรมแลวยอ มไดรับ
ผลการกระทำ ผลที่ไดร ับอาจเปนไปตามทคี่ าดคิดหรอื อาจตรงขา มก็ได
7. ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง (Reaction to Thwarting) ในกรณีที่ไมสามารถ
ตอบสนองความตองการได มนุษยก็อาจจะยอ นกลับไปแปลความหมายของสถานการณและเลือก
วธิ กี ารใหม
32
ครอนบาค (Cronbach, 1963) ไดอธิบายวาพฤติกรรมของบุคคลจะเกดิ ข้นึ จาก
องคป ระกอบ 7 ประการ ดงั นี้
1. ความมงุ หมาย (Goal) เปน ความตอ งการหรือวตั ถปุ ระสงคท ่ที ำใหเกดิ กจิ กรรม
คนเรามี พฤติกรรมเกิดข้ึนก็เพราะตองการตอบสนองความตองการของตนเอง หรือตองการทำตาม
วัตถุประสงคที่ตนไดตั้งไว คนเรามกั มีความตองการหลาย ๆ อยางในเวลาเดียวกัน และมกั จะเลือก
สนองตอบความตอ งการทร่ี ีบดวนกอ นความตองการอื่น ๆ
2. ความพรอม (Readiness) ระดับวุฒิภาวะ หรือความสามารถที่จำเปน
ในการประกอบ พฤติกรรมเพื่อสนองตอบความตองการ คนเราจะมีความพรอมในแตละดาน
ที่ไมเหมือนกัน ดังนั้น พฤติกรรมของทุกคนจึงไมจำเปนตองเหมือนกัน และไมสามารถจะประกอบ
พฤตกิ รรมไดทกุ รูปแบบ
3. สถานการณ (Situation) คนเรามักจะประกอบพฤติกรรมที่ตนเองตองการ
เมอ่ื มีโอกาสหรอื สถานการณนัน้ ๆ เหมาะสมสำหรบั การประกอบพฤตกิ รรม
4. การแปลความหมาย (Interpretation) แมจะมีโอกาสในการประกอบ
พฤติกรรมแลว คนเรากม็ กั จะประเมนิ สถานการณ หรือคิดพิจารณากอ นทจี่ ะทำพฤตกิ รรมนัน้ ๆ ลงไป
เพื่อใหพฤติกรรมนั้นมีความเสี่ยงนอยที่สุด และสามารถที่จะตอบสนองความตองการ
ของเขาไดม ากท่สี ุด
5. การตอบสนอง (Respond) หลังจากไดแปลความหมาย หรือไดประเมิน
สถานการณแ ลว พฤติกรรมก็จะถกู กระทำตามวิธีการทีไ่ ดเ ลือกในขั้นตองของการแปลความหมาย
6. ผลที่ไดรับ (Consequence) เมื่อประกอบพฤติกรรมไปแลวผลท่ีไดจากการ
กระทำนัน้ ๆ อาจจะตรงกับความตองการ หรอื อาจะไมตรงกบั ความตอ งการทตี่ นเองไดคาดหวังไว
7. ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง (Reaction to Threat) เมื่อคนเราไมสามารถ
ตอบสนองความตองการของตนเองไดกจ็ ะประสบกบั ความผิดหวัง ซึ่งเม่อื เกดิ ความผดิ หวงั แลวคน ๆ
น้นั ก็อาจจะกลบั ไปแปลความหมายใหม เพื่อทีจ่ ะหาวธิ ที จี่ ะสนองความตอ งการของตนเองใหม
ชิษณุพงศ โคตรบัณฑติ (2556) ไดกลาววา พฤติกรรม เปนผลของการเลอื ก
ปฏิกิริยาที่เหมาะสมที่สุดมาตองสนองสิ่งเราในสถานการณตาง ๆ เชน ในการสรางบานใหมยอม
ตอ งมเี ปาหมายวาจะใหไดบ านท่มี ีรปู รา งลักษณะอยางไร เจาของบา นจะตอ งเลอื กการตอบสนองอยู
ตลอดเวลา เชน แบบแปลน วัสดุกอสราง นายชางผูมีฝมือ ทำเล คนตัดสินใจรวมกัน เปนตน
พฤตกิ รรมของมนษุ ยม อี งคป ระกอบ 7 ประการ คือ
1. เปาหมายหรอื ความมุงหมาย คอื วัตถุประสงค หรอื ความตอ งการซงึ่ กอ ใหเ กดิ
พฤตกิ รรม เชน ความตอ งการมหี นา มตี าในสงั คม
33
2. ความพรอมหมายถึง ระดับวุฒิภาวะและความสามารถท่ีจำเปนในการทำ
กิจกรรม เพอ่ื สนองความตอ งการ
3. สถานการณ หมายถึง ลูทางหรือโอกาสใหเลือกทำกิจกรรมเพื่อสนอง
ความตองการ
4. การแปลความหมาย เปนการพิจารณาลูทาง หรือสถานการณเพื่อเลือกหา
วธิ ีที่คดิ วา จะสนองความตอ งการเปน ท่พี อใจมากทส่ี ดุ
5. การตอบสนอง คือ การดำเนินทำกจิ กรรมตามท่ตี ดั สนิ ใจเลอื กสรรแลว
6. ผลลพั ธท ี่ตามมา คอื ผลท่ีเกดิ ข้นึ การกระทำกจิ กรรมนัน้ ซึ่งอาจไดผลตรงขาม
ทค่ี าดไว หรือตรงขามกบั ทคี่ าดหวังไวก ไ็ ด
7. ปฏิกิริยาตอความผิดหวังเปนปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นไมสามารถ
ตอบสนองตามความตองการ จึงตองกลับไปแปลความหมายใหม เพื่อเลือกหาวิธีที่จะตอบสนอง
ความตองการได ถาเห็นวาเปาประสงคนั้นมันเกินความสามารถ ก็ตองยอมละเลิกความตองการ
นัน้ เสีย
รัตนชัย ดาบุตร (2558) ไดแบงองคป ระกอบของพฤติกรรมออกเปน 7 ประการ
ดังนี้
1. เปาหมาย หมายถึง พฤติกรรมนักทองเที่ยวทุก ๆ พฤติกรรม จะตองมี
เปา หมายในการกระทำ เชน นกั ทองเทีย่ วกลุม อนุรักษตอ งการ เกียรตยิ ศโดยการแสดงใหผูอื่นเห็นวา
ตนเดินทางทองเที่ยวโดยที่สภาพแวดลอ มในสถานทีต่ นเดินทางยงั คงสภาพความสมบูรณของระบบ
นเิ วศนด งั เดิม
2. ความพรอ ม หมายถึง ความมีวุฒิภาวะ และความสามารถในการทำกจิ กรรม
เพือ่ ตอบสนองตอความตองการ เชน นกั ทองเท่ียวกลมุ ที่รักความผจญภยั นยิ มไตเขา ปนหนาผาตองมี
ความพรอมท้งั สภาพรา งกายและจิตใจแลวสามารถจะทำกิจกรรมท่ตี นชอบได
3. สถานการณ หมายถึง เหตุการณหรือโอกาสที่เอื้ออำนวยใหเลือกกระทำ
กิจกรรม เพื่อตอบสนองความตอ งการ เชน การทองเที่ยวตามหมูเกาะ ควรกระทำในยามคลื่นลม
สงบ ไมค วรทำในขณะท่ีมีพายฝุ นฟาคะนอง
4. การแปลความหมาย หมายถึง วิธีการคิดแบบตาง ๆ เพื่อตอบสนอง
ตอความตองการที่พอใจมากที่สุดในสถานการณหนึ่ง ๆ เชน เวลาสิบสองนาิกาเปนเวลาที่
นกั ทองเท่ยี วควรเปนเวลาทน่ี ักทอ งเทยี่ วควรหยุดพักรบั ประทานอาหารกลางวัน
5. การตอบสนอง คือ การตัดสินใจกระทำกิจกรรมตามที่ตนไดตัดสินใจ
เลอื กสรร เพ่อื ใหบ รรลุเปาหมายท่ีตอ งการ เชน นักทองเที่ยวไดตดั สินใจท่ีจะเดนิ ทางทองเท่ียวในชวง
34
วันหยุดเพื่อพกั ผอน ดังนั้นนักทองเที่ยวจะตองวางแผนการเดินทาง และจัดการดำเนินการลว งหนา
ในการกระทำกจิ กรรมเพอื่ ใหบ รรลุเปาหมายท่ีกำหนดไว ต้งั แตกิจกรรมการกำหนดสถานที่ทองเท่ียว
กิจกรรมการเดนิ ทางกิจกรรมการจองทพี่ กั เพอื่ ตอบสนองความตอ งการของตนเอง
6. ผลลัพธที่ตามมา คือ ผลจากการกระทำหน่ึง ๆ อาจไดผลตามที่คาดหมายไว
หรืออาจตรงกันขามกับความคาดหวงั ที่ตั้งใจไว เชน นักทองเที่ยวไดมีกำหนดการเดินทางไวเพือ่ มา
พกั ผอนวันหยุดในประเทศไทย แตปรากฏวา ในเวลานน้ั เกิดการชมุ นุมทีส่ นามบนิ และทำใหส นามบิน
ตองปดทำการ เครื่องบินไมส ามารถลงจอดได มีผลลัพธทำใหนักทองเที่ยวไมส ามารถบรรลุผลตามท่ี
คาดหมายไวได
7. ปฏิกริ ิยาตอความผดิ หวัง คือ ความรูสึกทเี่ กดิ ขึน้ เมอื่ ส่งิ ทก่ี ระทำลงไปไมบ รรลุ
เปา หมายตามท่ตี องการ จงึ ตองกลบั มาแปลความหมาย ไตรตรอง เพ่อื เลอื กหาวิธีใหม ๆ มาตอบสนอง
ความตองการ หรืออาจจะเลิกความตองการไป เพราะเห็นวาเปนสิ่งที่เกินความสามารถ
เชน การกอวินาศกรรมในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดียในเดือนพฤศจิกายน ป 2008 นักทองเที่ยว
ที่ตั้งใจจะเดนิ ทางไปเมืองดังกลา ว จะตองเกิดความผิดหวงั เพราะเกิดความกังวลดานความปลอดภยั
และอาจลมเลกิ ความต้ังใจในการเดินทาง หรืออาจเปลีย่ นเสน ทางไปเมอื งอน่ื ทปี่ ลอดภัยกวา
จากผลการรวบรวมปจ จัยทเี่ กยี่ วขอ งกบั องคป ระกอบของพฤติกรรมตอ การใชงานทางผูวิจัย
ไดจัดทำตารางเปรียบเทียบองคประกอบแตละดานของผูวิจัยแตละทาน เพื่อทำการศึกษาวา
องคประกอบใดเหมาะสมและสอดคลองกบั การยอมรับการใชเทคโนโลยี ของผูทใี่ ชบริการ MyMo by
GSB ของ ธนาคารออมสิน ดังขอ มูลแสดงตอไปน้ี
ตารางที่ 2-2 แสดงการเปรยี บเทยี บองคป ระกอบของพฤตกิ รรมตอ การใชง านของผูวจิ ัยแตล ะทาน
แตง เปา ความ สถาน การแปล การ ผลลัพธ ปฏกิ ิรยิ า
หมาย พรอม การณ ความหมาย ตอบ ที่ตามมา ตอ ความ
ผวู ิจัย สนอง ผิดหวัง
สุชาดา มะโนทัย
ครอนบาค
(Cronbach, 1963)
ชิษณุพงศ โคตร
บณั ฑิต (2556)
รัตนชัย ดาบุตร
(2558)
35
จากตารางที่ 2-2 ผูวิจัยไดทำการสรุปองคประกอบของพฤติกรรมตอการใชงาน พบวา
องคประกอบที่มผี นู ำมาศกึ ษามากทส่ี ดุ คอื เปา หมาย ความพรอม สถานการณ การแปลความหมาย
การตอบสนอง ผลลัพธที่ตามมา ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง ตามลำดับ สำหรับการศึกษาวิจัยครั้งน้ี
ผูวิจัยไดนำองคประกอบดังกลา วมาปรบั ใชใหเหมาะสมกับการยอมรับใชเทคโนโลยีของผูใชบรกิ าร
MyMo by GSB ของธนาคารออมสินประกอบไปดวย 7 ดานสำคัญ คือ เปาหมาย ความพรอม
สถานการณ การแปลความหมาย การตอบสนอง ผลลัพธที่ตามมา ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง
โดยท้ัง 7 องคป ระกอบนมี้ คี วามถีส่ ูงสุดจากการทบทวนวรรณกรรมท่ผี านมา และสอดคลองกบั บรบิ ท
ของงานวิจยั ฉบับน้ี รวมถึงเปน องคป ระกอบที่เขาใจไดง า ย ชดั เจนครอบคลุมลกั ษณะการการยอมรับ
ใชเ ทคโนโลยขี องผใู ชบ ริการ MyMo by GSB ของธนาคารออมสนิ
ผูวิจัยไดศึกษา เอกสาร หนังสือ บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับองคประกอบ
ของพฤติกรรมตอการใชงานทั้ง 7 ดานที่กลาวมาขางตน คือ เปาหมาย ความพรอม สถานการณ
การแปลความหมาย การตอบสนอง ผลลัพธที่ตามมา ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง ซึ่งมีนักวิชาการ
นกั วจิ ยั ไดเสนอแนวคิดและความหมายของแตล ะองคป ระกอบ ไวด ังน้ี
1. พฤติกรรมตอการใชง านดานเปาหมาย
Aldag & Kazuhara (2001) นยิ ามคำวา พฤติกรรมตอการใชงานดานเปาหมาย หมายถึง
ผลตอนสดุ ทา ยหลังทีต่ องการ จากการทุม เทพลังบางอยา งไป
Rouillard (1993) กลา ววา พฤตกิ รรมตอ การใชง านดา นเปาหมาย คอื ความสำเรจ็ ทีต่ ัง้ ใจ
Wallace & Masters (2002) อธิบายวา พฤตกิ รรมตอ การใชง านดานเปา หมาย เปนความ
ฝนที่มีเสนตาย คือฝนวาตองการไดตองการเปนอะไร หรือทำอะไรแลว จึงกำหนดวันสำเร็จไวดวย
เชน อา นหนังสือสามกกจบภายใน 7 วัน
Brecht (1996) กลาววา พฤติกรรมตอการใชงานดานเปาหมาย มีความหมายวา
เต็มไปดวยเปาประสงคประสงค เพิ่มพนู คุณภาพชวี ิต ชวยใหคนไดรับความสำเร็จในชวี ิต ชวยใหคน
อยากทำสงิ่ ทีด่ ใี นชีวติ เปน ความทาทาย เปน แผนเปน ข้ัน เปน ตอนท่ีจะนำไปสเู ปา หมายอน่ื ๆ
Hilger & Hans (1994) นิยามพฤติกรรมตอการใชงานดานเปาหมาย ไววา แผนการ
ปฏิบัติเปนถอยแถลง หรือขอความที่แสดงความปรารถนา ที่เติมเต็มความจำเปนที่สำคัญ โดยการ
ทำงานตาง ๆ ใหสำเรจ็ ท่ีเรยี กวางานตามเปา หมาย
36
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับ พฤติกรรมตอการใชงานดานเปาหมาย คือ
ระดบั ของพฤติกรรมการใชงานที่คาดหวัง ซึ่งเปนเปาหมายเปนหลักสำหรับเปรยี บเทียบในการวดั
ความกา วหนา สามารถใชง านตามเปาหมายทค่ี าดหวังไว และเมือ่ ใชงานแอพพลิเคชัน่ แลว สามารถเห็น
ทศิ ทางวาจะเปน ในทิศทางใด
2. พฤตกิ รรมตอ การใชงานดา นความพรอม
ทฤษฎีความพรอมของเฮอรเซยและ บรันชารด (Hersey & Blanchard) ซึ่งมี
องคประกอบ หลักอยู 2 ดาน คือ ดานความสามารถ (Ability) ประกอบดวย ความรู ความเขาใจ
ทักษะ และประสบการณ สวนอีกดาน คือ ความเต็มใจ (Willingness) ประกอบดวย การใหคำมัน่
สญั ญา หรือความผูกพัน แรงจงู ใจในการทำงาน และความมั่นคง
เบญจมาศ วัชโรภาส (2545) ไดใหความหมายวา ความพรอม หมายถึง ความสมบูรณ
ทั้งรางกายและจิตใจ มีความพรอมที่จะตอบสนองตอสิ่งหนึง่ สิ่งใดทางดาน รางกาย ไดแก วุฒิภาวะ
(Maturity) ซึ่งหมายถึง การเจริญเติบโตอยางเต็มที่ของอวัยวะของรางกาย ทางดานจิตใจ
ไดแ ก ความพอใจทจี่ ะตอบสนองตอ สง่ิ เรา หรือพอใจท่จี ะกระทำสง่ิ ตาง ๆ
เตือนใจ เศรษฐสักโก (2548) ไดใหความหมายวา ความพรอม หมายถึง สภาพแหง
ความเจรญิ งอกงามและการพัฒนาการอยา งสูงสุดของบุคคลทงั้ กาย สมอง อารมณแ ละสงั คม
นฤตพงษ ไชยวงศ (2550) ไดแบงองคประกอบความพรอมไว 4 ดาน คือ ดานรางกาย
ดานสตปิ ญญา ดา นอารมณและสงั คม และดานจิตวิทยาและสงิ่ แวดลอ ม
บรรจบ จันทรเจริญ (2556) ไดใหความหมายวา ความพรอม หมายถึง สภาวะ
หรือลักษณะของบุคคลที่กระทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง โดยมีสภาพการเตรียมการ ความถนัด
ความพอใจ หรือความกระตอื รอื รน เพือ่ ตอบสนองตอ กิจกรรมนัน้ ๆ ใหบ รรลผุ ลสำเรจ็ ซงึ่ เกิดจากวุฒิ
ภาวะประสบการณและอารมณ
พรรณี ชูทัยเจนจิต (2548) กลาววา ความพรอม หมายถึง เปนสภาวะที่สมบูรณของ
บุคคลทีจ่ ะเรียนรูสิ่งใดสิ่งหน่ึงอยา งบังเกดิ ผล
สุวรรณี รอดบำเรอ (2556) ไดใหความหมายวา ความพรอม เปนสภาพที่เตรียมการ
ในการปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ ใหสามารถสำเร็จลุลวงไปไดอยางมีประสิทธิภาพ อันเปนผล
จากการเตรียมการไวอ ยางพรอมมลู สำหรับกิจกรรมนัน้ ๆ
37
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเก่ียวกับพฤตกิ รรมการใชงานดานความพรอ ม หมายถึง
การมีประสบการณที่มากพอที่จะกอใหเกิดการเรียนรูและความพรอมทางดานรางกาย จิตใจ
และสติปญญาเพื่อเตรียมรับสิ่งใหม ๆ เขามา เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคที่บุคคลนั้นตองการรวมถึง
สภาพความสามารถ ความรู ความเขา ใจ การเตรียมใจท่จี ะพรอ มรบั ส่ิงตา ง ๆ เขา มา
3. พฤติกรรมตอการใชงานดา นสถานการณ
สุรพงษ โสธนะเสียร (2550) กลาววา พฤติกรรมดานสถานการณ คือ การกระทำใด ๆ
ของคนเรา สวนใหญท ี่แสดงออกมาในสถานการณต า ง ๆ เปน การแสดงออกของบุคคล โดยมีพนื้ ฐาน
มาจากความรแู ละทัศนคติ การที่บุคคลมพี ฤตกิ รรมทีแ่ ตกตางกนั เพราะมคี วามรูและทัศนคตทิ แี่ ตกตา ง
เกิดขึ้นจากความแตกตางของการเปดรับสื่อ และความแตกตางการแปลความสารที่ตนเองไดรับ
จึงกอใหเกดิ ประสบการณส่งั สมท่แี ตกตางกนั อันมีผลกระทบตอพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกของบุคคล
อรวรรณ ปล ันธนโ อวาท (2549) กลาววา”การกระทำ หรอื พฤติกรรมใด ๆ ของคน สว น
ใหญ ตามปกติมักเกิดจากสถานการณของบคุ คลนนั้ สถาการณจ ึงเปนเสมอื นเครื่องควบคมุ การ
กระทำของบุคคล พฤติกรรมสว นใหญข องคนถูกควบคุมดวยสถานการณของเขา
สุชาดา มะโนทยั (2559) ) กลา ววา พฤตกิ รรมดานสถานการณ คอื เปนเหตกุ ารณท่ีเปด
โอกาสใหเลือกทำกิจกรรมเพือ่ สนองความตอ งการ
ครอนบาค (Cronbach, 1963) กลาววา พฤติกรรมดานสถานการณ คือ คนเรามักจะ
ประกอบพฤติกรรมที่ตนเองตองการ เมื่อมีโอกาสหรือสถานการณนั้น ๆ เหมาะสมสำหรับ
การประกอบพฤตกิ รรม
ชิษณุพงศ โคตรบัณฑิต (2556) กลาววา พฤติกรรมดานสถานการณ คือ ลูทาง
หรอื โอกาสใหเลอื กทำกิจกรรมเพอ่ื สนองความตอ งการ
ปราโมชน รอดจำรัส (2557) กลาววา พฤติกรรมการใชงานดานสถานการณ คือ
การแสดงพฤติกรรมเมื่อมีโอกาสหรือเหตุการณที่เอื้ออำนวยการทำกิจกรรมเพื่อตอบสนอง
ความตอ งการ
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับ พฤติกรรมการใชงานดานสถานการณ
คือ พฤติกรรมที่แสดงออกมาตามสถานการณตาง ๆ ของแตละบุคคล พฤติกรรมที่แสดงออกมานัน้
จะแตกตางกนั ข้นึ อยกู ับการควบคุมอารมณแ ละทศั นคติของแตล ะบคุ คล และสถานการณทบ่ี ุคคลเจอ
เมื่อผูใชงานเจอสถานการณที่สะดวก หรืองายตอการใชงาน ก็จะใหความสำคัญนั้นมาก
38
เปนพฤติกรรมที่เกิดในเหตุการณที่เปดโอกาสใหเลือกทำกิจกรรมเพื่อสนองความตองการ
สำหรับการประกอบพฤติกรรมเปนการแสดงพฤติกรรมเมื่อมีโอกาสหรือเหตุการณที่เอื้ออำนวย
การทำกิจกรรมเพอื่ ตอบสนองความตองการ
4. พฤตกิ รรมตอการใชงานดา นการแปลความหมาย
สรุ พล พะยอมแยม (2545) ไดกลา ววา การแปลความหมาย หรือกระบวนการท่ีจะทำให
เกิดพฤติกรรม คือ เมือ่ บคุ คลกระทำสง่ิ หนึ่งส่งิ ใดขึน้ มา การกระทำน้นั จะเปน ไปอยางมีลำดับขั้นตอน
เปนกระบวนการมากอนทง้ั สิน้ กระบวนการเกิดพฤติกรรมแตละครั้งงนั้น อาจแยกเปน กระบวนการ
ยอย ไดอ กี อยางนอ ย 3 กระบวนการ ไดแก การรับรู การคดิ และเขา ใจ การแสดงออก
สิทธิโชค วรานุสันติกุล (2548 ) ไดกลาววา การแปลความหมาย (Interpretation)
เปนขัน้ ตอนสุดทายในกระบวนการรับรู โดยบุคคลจะอาศัยคุณสมบัติที่มีอยูในตัว เชน ทัศนคติ
ประสบการณ ความตอ งการ คานิยม เพ่อื ชวยในการพิจารณาส่งิ เราภายนอกผสมผสานสิ่งเรา เดียวกัน
ท่เี สนอตอ บคุ คลตาง ๆ บุคคลเหลา น้นั จะแปลความหมายตา งกนั
สุธรรม รัตนโชติ (2553) ไดก ลาววา การแปลความหมาย หมายถงึ กระบวนการที่บุคคล
ทำความเขาใจวาสิ่งเราที่รับเขามาคือ อะไรในการแปลความหมายนัน้ บุคคลจะอาศยั ขอมูลความรู
และประสบการณที่เก็บสะสมไวใน อดีตที่เกี่ยวที่เก่ียวของในหนวยเก็บความทรงจำ มาใชเพื่อแปล
ความหมายออกมาวา ส่งิ ทร่ี ับรูเ ขามา
วิภาพร มาพบสขุ (2540) ไดก ลา ววา การแปลความหมาย คอื การแปลออกมาเปนความรู
ความเขาใจโดยอาศัยความรูเดิมและประสบการณเดิม ความจำ เจตคติความตองการ ปทัสถาน
บคุ ลิกภาพ เชาวนปญ ญา ทำใหเกดิ การตอบสนองอยางใดอยางหน่ึงการรับรู (Perception)
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเก่ียวกับพฤติกรรมการใชงานดานการแปลความหมาย
คือ การตัดสินใจในการเลือกที่จะทำสิ่งนั้น โดยผานกระบวนการทำความเขาใจตอสิ่งน้ัน
ผานประสบการณที่เคยเกิดขึ้น และเชื่อมโยงสิ่งตาง ๆ เขาดวยกัน เพื่อชวยในการพิจารณาคิด
วิเคราะหห าวธิ ีที่เกิดความเส่ยี งนอ ยทสี่ ดุ ให แลว จึงแสดงพฤติกรรมออกมา
5. พฤตกิ รรมตอการใชงานดา นการตอบสนอง
Belch and Belch (1990) ไดก ลา ววา การตอบสนอง (Response Process) คอื ขน้ั ตอน
ที่ผูรับสารเปลี่ยนแปลงไปสูพฤติกรรมอยางใดอยางหนึ่งหลังจากรับขาวสารแลว เชน พฤติกรรม
การซื้อ ซึ่งพฤตกิ รรมการซือ้ สินคาและบรกิ ารนั้นไมใชก ระบวนการตอบสนองทจี่ ะสามารถเกิดขึ้นได
39
ในทันที หากแตเปนผลมาจากกระบวนการตัดสินใจซื้อของผูบ ริโภค ซึ่งนักสอื่ สารการตลาดจะตองใช
ความพยายามในการหากลยุทธ และกลวิธีสำหรับการทำการตลาดเพื่อใหพฤติกรรมของผูบริโภค
เคล่ือนไปสูร ะดบั ที่สูงข้นึ จนทายทสี่ ุด ถึงข้ันการตดั สินใจซือ้
ธีรสรณ (2551) ไดอธิบายถึง การตอบสนอง (Response) หรือ การปอนกลับ
(Feedback) วาเปนปฏิกิริยาของผูรับสารหลังจากไดรับสารที่ผูสงสารสงไป ซึ่งการปอนกลับนี้
ถือเปนการสื่อสารกลับไปยังผูสงสาร เพื่อใหการสื่อสารดำการเนินไปอยางครบวงจร และชวยให
ผสู ง สารสามารถทราบไดวาผรู ับสารถอดรหัสสารนัน้ ๆ อยางไร
สุชาดา มะโนทัย (2559) ไดกลา ววา การตอบสนอง (Response Process) คือ เปนการ
กระทำกิจกรรมเพ่ือสนองตอบความตอ งการ โดยวธิ กี ารทไ่ี ดเ ลือกแลว ในขนั้ แปลความหมาย
ครอนบาค (Cronbach, 1963) ไดกลาววา การตอบสนอง (Response Process)
คอื หลงั จากไดแ ปลความหมาย หรือไดป ระเมนิ สถานการณแ ลว พฤตกิ รรมกจ็ ะถูกกระทำตามวิธีการ
ท่ีไดเลอื กในขน้ั ตองของการแปลความหมาย
ชิษณุพงศ โคตรบัณฑิต (2556) ไดกลาววา การตอบสนอง (Response Process)
คือ การดำเนินทำกจิ กรรมตามทต่ี ดั สนิ ใจเลือกสรรแลว
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชงานดานการตอบสนอง
คือ พฤติกรรมที่ในการตัดสินใจเลือกแนวทางเพื่อตอบสนองความตองการที่เกิดขึ้นจาก
การแปลความหมายที่เปนข้นั ตอนกอ นหนา การตัดสนิ ใจกระทำกจิ กรรมตามทต่ี นไดตดั สินใจเลือกสรร
เพื่อใหบ รรลเุ ปาหมายที่ตอ งการ
6. พฤตกิ รรมตอการใชง านดา นผลลัพธท่ตี ามมา
ชูศักดิ์ เที่ยงตรง (2528) ผลลัพธที่ตามมา หมายถึง คุณคาของการใชง านในดานตา ง ๆ
ท้งั ผลงานและคณุ คาของการใชง าน
จำเนยี ร จวงตระกูล (2531) กลาววา ผลลพั ธทต่ี ามมา หมายถึง ผลงานท่ขี องการใชงาน
ในชวงระยะเวลาหนึง่ ท้งั ในแงคุณภาพ ปริมาณ และแบบอยา งของการใชงานทแี่ สดง ออกมาวาเปน
อยางไร
40
อลงกรณ มสี ทุ ธา และ สมธิ มชั ฌกุ ร (2542) กลาววา ผลลัพธทตี่ ามมา หมายถึง ผลท่ีได
จากการประเมินคาของการใชงงานในดานตาง ๆ ทั้งผลงานและคุณลักษณะอื่น ๆ ที่มีคุณคา
ตอ การใชงานภายในระยะเวลาท่กี ำหนด
กัลยาณี สนธิสุวรรณ (2542) กลาววา ผลลัพธที่ตามมา หมายถึง ระดับของผลงาน
ตามที่ไดร ับมอบหมายใหเปนไปตามวัตถปุ ระสงคแ ละมาตรฐานการใชง านไดก ำหนดไว
พิจิตรา ใชเอกปญญา (2551) ใหความหมายไววา ผลลัพธที่ตามมา หมายถึง ผลลัพธ
ท่เี กดิ จากการทำงานซึ่งแสดงใหเหน็ ถึงศักยภาพ ประสทิ ธิภาพของการใชง าน เพ่อื บรรลวุ ัตถุประสงค
และเปา หมาย
วัชระ เลิศพงษวรพนั ธ (2553) กลาววา ผลลัพธทีต่ ามมา หมายถึง พฤติกรรมของบุคคล
ทไี่ ดร บั การประเมนิ คาจากความรูความสามารถในการใชง านเพ่อื ใหบ รรลเุ ปาหมาย
Yoder and Staudohar (1982) ไดใหค วามหมายของ ผลลพั ธท ่ตี ามมา หมายถึง ผลของ
พฤติกรรมหรือการประเมนิ พฤตกิ รรม ผลที่ไดอาจจะอยูในรปู ของเชิงคุณภาพ
Bovee et al. (1993) กลาววา ผลลพั ธท ี่ตามมา หมายถงึ ระดับของความสำเร็จของแต
ละการใชง านท่ีจะสามารถบรรลเุ ปา หมาย ดวยความมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธิผล
Beach (1970) กลาววา ผลลพั ธทต่ี ามมา หมายถงึ ผลการใชง านของบคุ คลท่แี สดงใหเ หน็
ถึงความมีศักยภาพ ความรู ความสามารถของเราจากการทำงาน
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชงานดานผลลัพธที่ตามมา
หมายถึง การวดั ผลการใชงานจากการประเมินมาตรฐานท่ีกำหนดไวตาม วัตถปุ ระสงค ซ่ึงเปนคุณคา
ของการใชง านในดานตาง ๆ ทง้ั ผลงานและคุณคาของการใชง าน ภายในระยะเวลาทีก่ ำหนด
7. พฤตกิ รรมตอ การใชง านดา นปฏกิ ริ ิยาตอความผิดหวัง
รัตนชัย ดาบุตร (2556) ไดกลาววา ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง คือ ความรูสึกที่เกิดขึ้น
เมื่อสิ่งที่กระทำลงไปไมบรรลุเปาหมายตามที่ตองการจึงตองกลับมาแปลความหมายไตรตรอง
เพื่อเลือกหาวิธีใหม ๆ มาตอบสนองความตองการ หรืออาจจะเลิกความตองการไปเพราะเห็นวา
เปนสงิ่ ท่ีเกินความสามารถ
กัลยาณี สนธิสุวรรณ (2542) กลา ววา ปฏิกริ ยิ าตอ ความผดิ หวัง คอื ถาการกระทำไดผล
บรรลเุ ปา หมายพฤติกรรมนัน้ ก็ส้ินสดุ ลง แตถาเกดิ ความผดิ หวังลมเหลวอาจเกิดปฏิกิรยิ าแสดงออกมา