41
ได 2 ลักษณะ คือ ปรับปรงุ แกไ ข (Adaptive) ดื้อรัน้ (Non-Adaptive) หรือ ใชกลวธิ านในการปองกนั
ตนเอง (Defense Mechanism) ซึ่งเปนการหาวธิ กี ารปรับตวั จากความไมส บายใจที่ผดิ หวงั ลมเหลว
ครอนแบช (1963) กลาววา ปฏิกิริยาตอความผิดหวัง เปนปฏิกิรยิ าที่เกิดขึ้น เมื่อสิ่งท่ี
เกิดขึ้นไมสามารถตอบสนองตามความตองการ จึงตองกลับไปแปลความหมายใหม เพื่อเลือกหา
วธิ ที ่ีจะตอบสนองความตองการได แตถาเห็นวาเปาประสงคน ั้นมันเกนิ ความสามารถ ก็ตองยอมละเลกิ
ความตองการน้นั เสีย
สชุ าดา มะโนทยั (2559)ปฏกิ ิรยิ าตอความผิดหวัง (Reaction to Thwarting) คือ ในกรณี
ที่ไมส ามารถตอบสนองความตองการได มนษุ ยก อ็ าจจะยอนกลบั ไปแปลความหมายของสถานการณ
และเลือกวิธกี ารใหม
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชงานดานปฏิกิริยาตอ
ความผิดหวัง คือ ความรูสึกที่เกิดข้ึนเมื่อสิ่งทีก่ ระทำลงไปไมบรรลุเปาหมายตามที่ตองการจึงตอง
กลับมาไตรตรองเพื่อเลือกหาวิธีใหม ๆ มาตอบสนองความตองการ หรืออาจจะเลิกความตองการ
ไปเพราะเห็นวาเปนสิ่งที่เกินความสามารถ เปนการกระทำที่ไมสามารถตอบสนองความตองการ
ได ซ่งึ เปน การหาวธิ ีการปรบั ตัวจากความไมส บายใจทผ่ี ิดหวังลมเหลว
งานวิจยั ทเ่ี ก่ียวขอ ง
ธัญญามาส ทองมูลเลก็ และ ปรีชา วิจิตธรรมรส (2560) ศึกษา ปจจัยทีม่ ีผลตอการยอมรับ
การใชงานเครอื ขา ยสังคมออนไลนในสงั คมไทย การวจิ ัยน้มี ีวัตถปุ ระสงคเพอื่ ศกึ ษาลักษณะการยอมรบั
และการใชงานเครือขายสังคมออนไลนในสังคมไทยและเพื่อศึกษาปจจัยที่มีผลตอการยอมรับ
และการใชง านเครอื ขายสังคมออนไลนใ นสังคมไทยดวยระเบียบวิธีวจิ ัยเชงิ ปรมิ าณ โดยทำการศึกษา
จากขอมูลทุติยภูมิที่เก็บดวยแบบสอบถามจากโครงการสำรวจการมีการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารในครัวเรือนพ.ศ. 2558 ที่ดำเนินการเก็บขอมูลโดยสำนักงานสถิติแหงชาติ
ที่ใชวิธีการสุมตัวอยางแบบ Stratified Two Stage Sampling แลวคัดเลือกเฉพาะบุคคลที่มีอายุ
ตั้งแต 15 ปขึ้นไปที่อาศยั อยูในประเทศไทยและมีการใหขอมูลวามีการใชอินเทอรเน็ตเพื่อกจิ กรรม
การใชงาน Social Network (Facebook, Twitter, Hi5, GooglePlus) ไดขนาดตัวอยางทั้งสิ้น
38,018 คน และใชการวิเคราะหดวยสถิติพรรณนา (Descriptive statistics) และการวิเคราะห
การถดถอยโลจิสติกแบบสองกลุม (Binary logistics regression) ผลการศึกษาพบวา ลักษณะการ
ยอมรับและการใชงานเครือขายสังคมออนไลนในสังคมไทย มีการยอมรับ และการใชงานเครือขา ย
สังคมออนไลนคิดเปนรอยละ 92.1 โดยปจจัยตาง ๆ ที่มีผลตอ การยอมรบั และการใชงานเครือขาย
สังคมออนไลนในสังคมไทยอยางมีนัยสำคญั ที่ระดับ 0.05 ไดแก ปจ จัยดานประชากรประกอบดวย
42
อายุ สถานภาพสมรส ระดบั การศึกษา ภาคปจจยั ดา นความสามารถในการใชเ ทคโนโลยปี ระกอบดวย
การเคยใชคอมพิวเตอรตั้งโตะ การเคยใช Tablet การเคยใชบริการประเภท data internet ผาน
โทรศพั ทมอื ถอื และปจจัยดานพฤตกิ รรมการใชเครือขายสงั คมออนไลนป ระกอบดวย ความถใี่ นการใช
อินเทอรเน็ตระยะเวลา การใชอินเทอรเน็ตตอวันชว งเวลาที่เขาใชอินเทอรเน็ตการใชอินเทอรเน็ตที่
บานที่พักอาศัยการใชอินเทอรเน็ตตามสถานที่ตาง ๆ ผานโทรศัพทมอื ถือคอมพิวเตอรพกพา เชน
Notebook Table การใชคอมพิวเตอรตั้งโตะเขาถึงอินเทอรเน็ต และการใชโทรศัพทมือถือแบบ
Smartphone เขาถึงอินเทอรเ น็ต ซึ่งลวนเปนปจจัยที่ทำใหเราไดเรียนรูและเขาใจพฤติกรรมของ
บุคคล ในระดับตาง ๆ ในการที่จะพัฒนาและนำพาสังคมเขาสูยุคดิจิทัลที่มีการสื่อสารไรพรมแดน
และเพือ่ ตอบรบั นโยบาย Thailand 4.0 โดยเริ่มจากการใชงานเครือขายสังคมออนไลนท ี่กำลังไดรบั
ความนยิ มจากทุกเพศวัยของสังคมในปจ จบุ นั ดวย
ศุภิสรา คุณรัตน (2561) ไดศึกษาเกี่ยวกับ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการยอมรับเทคโนโลยี
ทางการเงินแอพพลิเคชั่น Mobile Banking ของผูใชบริการในกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งน้ี
มีวตั ถปุ ระสงคเพอื่ ศกึ ษาปจจยั สวนบุคคล พฤติกรรมการใชแอพพลเิ คชั่น และคุณภาพการใหบริการ
อิเล็กทรอนิกสที่มีอิทธิพลตอการยอมรับเทคโนโลยีทางการเงิน แอพพลิเคชั่นโมบายแบงกก้ิง
ของผใู ชบริการในกรงุ เทพมหานคร กลมุ ตวั อยา งทใี่ ชศ กึ ษาคือ ผูใชบริการแอพพลิชั่นโมบายแบงก็ท้ิง
ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน โดยใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูล
สถิติแบงเปน 2 ประเภท คือ สถิตเิ ชิงพรรณนา ไดแก คาความถี่ คารอยละ คาเฉลี่ย และคาสวน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงวิเคราะหอนุมาน ไดแก Independent Sample t-test ,One-way
Analysis of Variance, Multiple Regression Analysis ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผล
การศึกษา พบวา ผูตอบแบบสอบถามโดยสวนใหญเปนเพศหญิงมอี ายุระหวาง 26-35 ป การศึกษา
ระดับปรญิ ญาตรี อาชพี พนงั านรฐั วิสาหกิจ/ขาราชการ รายไดเฉล่ยี 15,000 - 30,000 บาทตอเดือน
การทดสอบสมมติฐานปจจยั ท่มี ผี ลตอ การยอมรบั เทคโนโลยีทางการเงินแอพพลเิ คช่นั โมบายแบงกกงิ้
ของผูใชบริการในกรุงทพมหานคร ไดแก อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และความถี่ ในการใชบริการ
สวนคุณภาพการบริการอิเล็กทรอนิกส ดานความสามารถของระบบมีอิทธิพล ตอการยอมรับ
เทคโนโลยที างการเงนิ แอพพลเิ คชั่นโมบายแบงกกงิ้ ของผใู ชบริการในกรงุ เทพมหานคร มากที่สุด (β =
0.361) ผลการวิเคราะหพฤตกิ รรมการใชบริการแอพพลเิ คชัน่ Mobile Banking พบวากลุมตัวอยา ง
สวนใหญใชแอพพลิเคชั่น Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย มีการใชบริการแอพพลิเคชั่น
Mobile Banking ที่ที่ทำงาน เพื่อการโอนเงินระหวางบัญชีมีความถี่ในการใชบริการแอพพลิเคช่ัน
Mobile Banking 3–4 ครั้งตอ สัปดาหและรูจกั บริการแอพพลเิ คชัน่ Mobile Banking จากพนกั งาน
ธนาคารแนะนำ
43
เฉลิมศักดิ์ บุญประเสริฐ และกัลยาใจรักษ (2558) ไดศึกษาเกี่ยวกับ ปจจัยที่มีอิทธิพล
ตอการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่นไลนของผูสูงอายุ ปจจุบันเมื่อเครือขายสังคมออนไลน
เขามาเปลี่ยนแปลงชีวิตความเปนอยูของคนในสังคมซึง่ รวมถึงผูสูงอายุที่ใช บริการอินเทอรเน็ต
เพื่อการติดตอสื่อสารผานแอพพลิเคชั่นไลนอยางแพรหลาย จึงเปนที่นาสนใจวาเพราะเหตุใด
แอพพลิเคชั่นไลนจึงกลายเปนระบบที่ผูสูงอายุนิยมใชงานกันเปนจำนวนมาก การวิจัยครั้งน้ี
มีวัตถุประสงค เพื่อศึกษาถึงพฤตกิ รรมการใช แอพพลิเคช่ันไลนของผูสูงอายุ และปจจัยท่ีมีอทิ ธิพล
ตอการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่นไลนของผูสูงอายุ กลุมตัวอยางใน การศกึ ษาครั้งนีค้ ือ ผูสูงอายุ
ทมี่ ีอายตุ ้งั แต 60 ปข นึ้ ไป ซ่ึงอาศัยอยใู นเขตอำเภอเมอื ง จงั หวัดเชียงใหม จำนวน 394 คน งานวิจัยน้ี
ใชระเบียบวิธวี ิจัยเชิงปริมาณ โดยใชแ บบสอบถาม (Questionnaire) เปนเคร่อื งมอื ในการเก็บรวบรวม
ขอมูล สถิติที่ ใชในการวิเคราะหขอมูลใชสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics Analysis)
คาความถี่ (Frequency) คารอยละ (Percentage) และการวิเคราะหการถดถอยพหุคูณ (Multiple
Regression Analysis) ผลการวิจัยพบวา ปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่นไลน
ของผสู ูงอายุ คอื 1) ปจจัยการรบั รูถงึ ประโยชนของแอพพลิเคชนั่ ไลน 2) ปจ จยั ความสะดวกสบาย
ในการใชง าน ของแอพพลเิ คชั่นไลน และ3) ปจ จยั ความบนั เทิงในการใชงานของแอพพลเิ คชั่นไลน
จากการทบทวนวรรณกรรมทีเ่ กี่ยวของกบั พฤตกิ รรมการใชงานและการยอมรบั เทคโนโลยี
พบวา พฤตกิ รรมการใชง านและการยอมรับเทคโนโลยี ดงั แสดงในกรอบแนวคดิ ดงั ตารางตอไปน้ี
ปจจยั พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี การยอมรับการใชเทคโนโลยี (MyMo
สารสนเทศ by GSB ของ ธนาคารออมสนิ )
-ดานเปาหมาย -ดานการรับรถู ึงประโยชน
-ดา นความพรอม -ดา นการรับรวู างา ยตอการใชงาน
-ดานสถานการณ
-ดา นการแปลความหมาย
-ดา นการตอบสนอง
-ดานผลลัพธท ่ตี ามมา
-ดา นปฏกิ ิรยิ าตอความผิดหวงั
แตง
ภาพท่ี 2-3 แสดงกรอบแนวคดิ ปจ จัยพฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่สง ผลตอการยอมรับการใชเ ทคโนโลยี
44
2.4 แนวคิดและทฤษฎีเก่ยี วกบั ทศั นคตติ อการใชง านเทคโนโลยี
ในการทบทวนวรรณกรรมแนวคิดและทฤษฎที เ่ี กีย่ วของกบั ทัศนคตกิ ารใชงานเทคโนโลยี
ผูวิจัยไดนำเสนอเนื้อหา ซึ่งประกอบดวย (1) ความหมายของทัศนคิการใชงานเทคโนโลยี
(2) ทฤษฎีเกีย่ วกับทัศนคติการใชง านเทคโนโลยี (3) องคประกอบของทัศนคตกิ ารใชงานเทคโนโลยี
และ(4) งานวจิ ัยทเี่ กีย่ วของกับทศั นคติการใชง านเทคโนโลยี ซง่ึ มีรายละเอยี ด ดงั นี้
2.4.1 ความหมายของทศั นคติตอ การใชงานเทคโนโลยี
ผูวิจัยไดทำการศึกษาเอกสาร หนังสือ บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวขอ งกับ
ทัศนคติตอการใชงานเทคโนโลยี พบวา มีนักวิชาการ นักวิจัย หนวยงาน ไดใหความหมายของคำวา
ทัศนคติตอ การใชงานเทคโนโลยีไวด งั น้ี
ทัศนคติเปนความรูสึกนึกคิดที่ขึ้นจากการเรียนรูไมใชเปนสิ่งที่ตดิ ตัวมาตั้งแต
กำเนดิ แตเ ปนสิ่งที่บุคคลจะไดร บั จากประสบการณซึ่งอาจจะเปนประสบการณต รงหรอื ประสบการณ
ทางออมกไ็ ดส ำหรับความหมายของทัศนคติไดมีนกั วิชาการหลายทานไดใหค วามหมายคลา ย ๆ กันไว
ดงั นี้
สรอยตระกูล (ตวิ ยานนท) อรรถมานะ (2553) ไดใหความหมายไวว า ทัศนคติตอ
การใชงาน หมายถึง เปนผลการผสมผสานของความรูสึกนึกคิด ความเชื่อ ความคิดเห็น ความรู
และความรูสึก ของบุคคลที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ของคนใดคนหนึ่ง สถานการณใดสถานการณหนึ่ง
ซึ่งออกมาในรปู การณป ระเมินคา ซึง่ อาจเปนไปในทาง ยอมรบั หรอื ปฏเิ สธกไ็ ดแ ละความรสู กึ เหลานี้มี
แนวโนม ที่จะกอใหเกดิ พฤติกรรมใดพฤติกรรมหน่งึ ขน้ึ
นิภา รัพยูร (2554) ไดใหความหมายไววา ทัศนคติตอการใชงาน หมายถึง
ความรูสึก ความนกึ คดิ ความเชื่อ ของบคุ คลท่ีมีตอ สง่ิ ใดสงิ่ หนึง่ ซึ่งปรากฏออกมาในรูปแบบพฤตกิ รรม
โดยโนมเอียงไปในทางบวกหรอื ลบกไ็ ด
กิบสัน (Gibson, 2000) ไดใหความหมายไววา ทัศนคติตอการใชงาน คือ
ตัวตัดสิน พฤติกรรมเปนความรูสึกเชิง บวกหรือลบ เปนสภาวะจิตใจในการพรอมที่จะสง ผลกระทบ
ตอการตอบสนองของบคุ คลน้นั ๆ ตอบคุ คลอื่น ๆ ตอ วตั ถหุ รือตอสถานการณโดยท่ที ศั นคตินี้สามารถ
เรียนรูห รอื จัดการไดโดยใชประสบการณ
เชอรเมอฮอรน (Schermerhorn, 2000) ใหความหมายไววา ทัศนคติตอ
การใชงาน คือ การวางแนวความคิด ความรูสึกใหตอบสนองในเชิงบวกหรือเชิงลบตอคน
หรือตอสิ่งของในสภาวะแวดลอมของบุคคลนัน้ ๆ และทัศนคติสามารถที่จะรูหรือตีความไดจาก
สิง่ ทค่ี นพูดออกมาอยางไมเ ปน ทางการหรือเปน ทางการจากพฤติกรรมของบุคคลเหลาน้นั
45
นิวสตอรม และเดวิส (Newstrom & Devis, 2002) ใหความหมายของทัศนคติ
ไววา ทัศนคติคือ ความรูสึกหรือความเชื่อ ซึ่งสวนใหญใชตัดสินวา พนักงานรับรูสภาวะแวดลอม
ของพวกเขาอยางไรและผูกพันกับการกระทำของพวกเขา หรือมีแนวโนมของการกระทำอยา งไร
และสุดทา ยมีพฤติกรรมอยางไร
ฮอรนบี (Hornby, 2001) ใหความหมายของทศั นคติไววา ทัศนคติ คือ วิถีทาง
ท่ีคุณคดิ หรือรสู กึ ตอส่งิ ใดสงิ่ หน่ึงหรือคนใดคนหนึ่งและวิถีทางท่ีคณุ ประพฤติตอใครหรือคนใดคนหนง่ึ
ซึ่งแสดงใหเหน็ วา คณุ คดิ หรอื รสู ึกอยา งไร
จากทีก่ ลา วมาขา งตน สรปุ ไดว า ทศั นคตติ อการใชง าน คอื แนวโนมทางความคิด
ความรูสึก ความคิดเห็น ความเชื่อ และพฤติกรรมของคนที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตอบสนองในเชิงบวก
หรอื เชิงลบ หรือตอส่ิงของในสภาวะแวดลอ มของบุคคลนนั้ ๆ
2.4.2 ทฤษฎเี กยี่ วกบั ทศั นคติตอการใชงาน
การศึกษาทัศนคติตอการใชงานเทคโนโลยี ผูวิจัยศึกษาถึงทฤษฎี ที่คาดวาจะ
เกี่ยวของกับการทศั นคตกิ ารใชงานเทคโนโลยี สรุปเปน แนวคิด เกี่ยวกับทฤษฎีพืน้ ฐานที่จะนำมาใช
ศึกษาการยอมรบั การใชเ ทคโนโลยี ทส่ี ำคญั ไดด ังน้ี
ทฤษฎีเกี่ยวกับความรู ทัศนคติ และการปฏิบัติ (KAP Theory) เปนทฤษฎี
ที่ใหความสำคัญกับ 3 ปจจัย คือ ความรู (Knowledge) ทัศนคติ (Attitude) และการปฏิบัติ
(Practice) หากบุคคลใดมคี วามรเู กี่ยวกบั ผลติ ภัณฑอ ยางใดอยางหนง่ึ แลว กจ็ ะเกดิ เปนทัศนคติไมวา
จะทางลบหรือทางบวก ซึ่งจะนำไปสูการปฏิบัติได โดย Nancy E. Schwartz (อางถึงใน
อรวรรณปลนั ธโ อวาท, 2542) กลา ววา การเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมของคน มคี วามสัมพันธกนั ระหวาง
ความรทู ศั นคติ และการปฏบิ ัติ โดยแบงเปน 4 รูปแบบ ดงั นี้
1. ความรูและทศั นคติสมั พันธก นั ซึ่งกอ ใหเกดิ การปฏิบตั ิตามมา
2. ทัศนคติคอื ตัวกลางที่ทำใหเกิดการเรียนรูและการปฏิบัติ ดังนัน้ ความรูมี
ความสัมพนั ธก บั ทศั นคตแิ ละมผี ลตอการปฏบิ ตั ิ
3. ความรูและทัศนคติ ทำใหเกิดการปฏิบัติได โดยที่ความรูและทศั นคติไมได
สัมพันธ
4. ความรูมผี ลตอ การปฏิบตั ทิ ั้งทางตรงและทางออ ม
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2540) ยังมีนักวิชาการอีกหลายทานไดใหความหมาย
ของคําวา “ทัศนคติ” ไวเชน ทัศนคติ (Attitude) เปนความรูสึก และความคิดโดยรวมของบุคคล
ซึ่งอาจเปนทางบวก หรือทางลบ เชน ความชอบ ความมีอคติขอคิดเห็น ความกลัวความเชื่อ
46
อยางม่ันคง ที่มีตอเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยทัศนคติจะแสดงออกมาทางความคิดเห็น (Opinion) ดังนัน้
จึงถือไดว า ความคิดเหน็ ของบุคคลเปน สญั ลักษณแ สดงถึงทศั นคติของบุคคลนัน่ เอง
Thurstone & Chave (1966) ทัศนคติ คือ ความรูสึก และความคิดเห็นที่บุคคล
มีตอสิ่งของ บุคคล สถานการณสถาบัน และขอเสนอใด ๆ ในทางที่จะยอมรับ หรือปฏิเสธ ซึ่งมีผล
ทำใหบ ุคคลพรอ มทจี่ ะแสดงปฏกิ ิรยิ า ตอบสนองดานพฤติกรรมอยางเดียวกนั ตลอด
Mun (1971) ทัศนคติ เปนความเช่อื และความรสู กึ ทท่ี นทาน และไดรบั การจดั ระเบยี บ
ซึ่งมักเปนตัวผลักดันใหเรากระทำไปในทิศทางนั้น ๆ ทัศนคติจึงมีองคประกอบทั้งดานความคิด
อารมณแ ละการกระทำ
ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ (2531) ทัศนคติเปนความเชื่อความรูสึกของบุคคลที่มีตอ
บคุ คล ส่ิงของการกระทำ สภาพการณ และอน่ื ๆ รวมท้งั ทา ทีที่แสดงออกทีบ่ งถงึ สภาพจติ ใจที่มีตอสงิ่
ใดสง่ิ หนึ่ง หรอื หลายส่งิ ทีม่ ผี ลใหเ กดิ การกระทบหรือแสดงออกเกดิ เปน พฤติกรรมทัศนคติเปนตัวการ
สำคัญอันหนึ่งทีเ่ ปนเครื่อง กำหนดพฤติกรรมของมนุษยซึ่งสวนใหญจ ะแสดงออกมาในลกั ษณะของ
ความรูสกึ
การกอ ตวั ของทัศนคติ
ทัศนคตเิ ปนเรอื่ งท่เี กีย่ วของกับบคุ คลใดบุคคลหนึง่ ซงึ่ เกดิ ภายในตวั บุคคล ไดรับอิทธิพลมา
จากปจจัย ดังน้ี
1. ประสบการณโดยตรงของบุคคล (Personal Experience) จะทำใหเกิดการเรียนรูซ่ึง
พัฒนาเปนทัศนคติตอ สิ่งตาง ๆ นอกจากน้นั ยังมีปจ จัยอื่น ๆ อนั เกิดจากตวั บคุ คลน้นั เองท่ีมอี ทิ ธิพลตอ
การประเมนิ วัตถุทางการตลาดโดยตรงทีส่ ำคัญ 3 ประการ คอื
1.1 ความตองการ (Needs) เนอ่ื งจากความตองการของบคุ คลนัน้ จะเปล่ียนแปลงแปรผัน
ไปตามกาลเวลา จึงทำใหทัศนคติของคนเปลี่ยนแปลงไปตามดวย วัตถุอยางเดียวกันจะไดรับการ
ประเมนิ ตา งกันในแตล ะชว งของชวี ติ
1.2 แนวความคิดเกี่ยวกับตนเอง (Self-concept) หมายถึงผลรวมของความคิดและ
ความรูสึกทั้งหมดท่ีบุคคลมองตัวเองวามีลกั ษณะอยางไร เคยเปนอยางไร และคาดหวังวาจะใหเปน
อยางไรในอนาคต และเม่อื บุคคลมีแนวความคดิ เก่ียวกบั ตนเองอยางไรแลว ก็จะมผี ลสะทอ นใหบคุ คล
แสดงพฤตกิ รรมไปตามนนั้ ดว ย
1.3 บุคลิกภาพ (Personality) บุคลิกภาพของบุคคลเปน ปจจัยสำคัญอีกอยางหนึ่งคกู ับ
แนวความคิดแหงตน ที่มีอิทธิพลตอการประเมนิ วัตถุ บุคคลมีบุคลกิ ภาพเฉพาะตัว กาวราว เฉื่อยชา
เกบ็ ตวั หรอื เปด เผย ส่งิ ดังกลาวเหลาน้มี ีอิทธิพลตอ การกอ ตวั เปนทศั นคตขิ องบคุ คลน้นั ทงั้ ส้นิ
47
2. การเขา รว มเปนสมาชิกของกลุมตาง ๆ (Group Associations) จะทำใหไ ดรับอทิ ธพิ ลจาก
สมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุมนั้น โดยเฉพาะดานทัศนคติที่เรามตี อผลิตภณั ฑจริยธรรม สันติภาพ และ
สถานการณแ วดลอมอ่นื ๆ กลมุ ตคี ุณคา หรอื มคี วามคิดอยา งไร ก็จะจงู ใจใหบุคคลมที ศั นคติคลอยตาม
ไปกลมุ ไปดวย กลุม ดงั กลาวไดแ ก ครอบครวั กลมุ เพื่อน รวมทง้ั กลมุ วัฒนธรรมตาง ๆ ที่ถา ยทอดกัน
มา ซึ่งเปนปจจัยสำคัญท่มี ีตอ ผลกระทบตอพฒั นาการทางดานทศั นคติของบุคคลโดยตรง
3. ปจจยั อิทธิพลอ่นื ๆ (Influential Others) การกอ ตวั ของทศั นคติของบุคคลภายนอกเกิด
จากแหลง ท่มี าหลายทางดงั กลา วมาแลว ทศั นคติของบคุ คลหรือทศั นคติของผูบ รโิ ภค ยงั สามารถกอ ตวั
ขึ้นหรืออาจเกิดการเปลี่ยนแปลงไดจากการที่ผูบริโภคไดเขาไปติดตอสัมผัสกับบุคคลที่มีอิทธิพล
ทต่ี นเองยอมรบั
2.4.3 องคป ระกอบของทศั นคติ
ผูวจิ ัยไดทำการรวบรวมองคป ระกอบของทศั นคติการใชง านเทคโนโลยีจากผูวิจัย
ท้ังในและตางประเทศเพื่อทำการสรปุ วาองคประกอบใดท่มี ีความเหมาะสมและสอดคลอ งกบั งานวิจัย
ฉบบั น้ี ไดแ สดงขอมูลตอไปนี้
ฉัตรยาพร เสมอใจ (2556) ไดกลาววา องคป ระกอบของทัศนคติซ่ึงนักจิตวทิ ยา
ไดสรา งข้นึ เพอ่ื ศกึ ษาสว นประกอบของทัศนคตทิ ่ีจะอธิบาย พฤตกิ รรม ไดแ กองคป ระกอบของทัศนคติ
3 ประการ (Tri Component Attitude Model) ดังนี้
1. สวนของความเขาใจ (Cognitive Component, Thinking) สวนประกอบซ่ึง
แสดงถึงความรู ความคิดหรือความเขาใจหรือเปน ความรูและการรับรูจากความเชื่อ หากมีความรู
หรือความคิดวา ส่งิ ใดดกี จ็ ะมี ทัศนคติท่ดี ตี อ สง่ิ นนั้ ไปดว ยเชน กนั
2. สวนของความรูสึก (Affective Component, Feelings) สวนประกอบซ่ึง
แสดงถึงอารมณ หรือความรูสึกของบุคคลที่มีตอสง่ิ ใดสิ่งหนึ่งซึ่งเปนตัวเราความคิดอีกทางหนึง่ หาก
บุคคลมีความรูสึกดานบวกตอ สิง่ ใดยอมแสดงถึงความชอบสิง่ น้ันหรือหากบุคคลมีความรูสึกดานลบ
ตอส่ิงใดแสดงวาไมชอบส่งิ นนั้
3. สวนของพฤติกรรม (Behavioral Component, Doing) สวนประกอบซึ่งเปน
ผลมาจากความรู ความเขาใจและความรูสกึ เกี่ยวของกับการกระทำหรือปฏิบัติในดานดีหรือไมดี
เมื่อไดร บั สิ่งเราแสดงถงึ ความ นา จะเปนหรือแนวโนมท่ีจะแสดงพฤติกรรมดวยวิธีใดวธิ ีหน่ึงทมี่ ที ัศนคติ
ท่ดี ีตอสิ่งหนึ่ง
นภิ า รัพยูร (2554) สรปุ องคป ระกอบที่สำคญั ของทศั นคติได ดังน้ี
1. องคประกอบดานความคิด (Cognition Component) เปนองคประกอบเกี่ยวกับ
ความรู หรือความเชื่อถือของบุคคลที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากบุคคลมีความรูหรือเชื่อวาสิ่งใดดี
48
ก็มักจะมีทัศนคติที่ดีตอสิ่งนั้น ในทางตรงกันขามหากมีความรูมากอนวาสิ่งใดไมดีก็จะมีทัศนคติ
ไปในทางตรงกนั ขา ม คอื มีทัศนคติไมด ีตอ สิง่ นัน้
2. องคประกอบดานความรูสึก (Feeling Component) เปนองคประกอบทาง
ดานความรูสึกของบุคคลซึ่งมีอารมณเกี่ยวของอยูดวย นั่นคือหากบุคคลนั้นมีความรูสึกรัก
หรือชอบพอในบุคคลใดหรือสิ่งใดก็จะ ชวยใหเกิดทัศนคติที่ดีตอบุคคลนั้นหรือสิ่งนั้นไปดวย
แตหากมีความรูสึกเกลียดหรือโกรธบุคคลใดสิ่งใดก็จะทำ ใหมที ัศนคติตอบุคคลหรือสิ่งของนั้นไป
ในทางตรงกันขาม
3. องคประกอบดานการกระทำ (Action Tendency Component) องคประกอบ
เกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคล คือ ความโนมเอียงที่บุคคลแสดงพฤตกิ รรมตอบโตอยางใดอยางหนง่ึ
ออกมา พฤติกรรมที่เขาแสดงออกมานั้น เกิดจากความรูและความรูสึกที่เขามีอยูเกี่ยวกับวัตถุ
เหตุการณหรือบคุ คลนั้น ๆ เอง
Assael (1995) ไดเสนอแนวคิดวาองคประกอบของทัศนคติประกอบดวย
3 องคประกอบ
1. องคประกอบทางความคิด หรือการรับรูเปนความเชื่อ ความรูหรือความเขาใจ
เกี่ยวกับสิง่ ใด เชน ตราสนิ คา ซง่ึ ความเชือ่ ในวตั ถุเดยี วกนั อาจจะแตกตา งกันไดใ นแตละบคุ คล
2. องคประกอบดานความรูสึก คือ ความรูสึกโดยรวมในเรื่องของความชอบ
และอารมณทีม่ ตี อวัตถุนนั้ ๆ เชน อาจเกิดจากผลของการประเมนิ ในคุณสมบัตหิ ลาย ๆ คุณสมบตั ิของ
สนิ คากไ็ ดเรื่อง ของความรสู กึ นน้ั ข้นึ อยูกบั บุคคลและสถานการณด ว ย
3. องคประกอบดานพฤติกรรม คือ แนวโนมในการกระทำหรือการแสดงออก
ความโนม เอียง ที่จะซอ้ื ผลติ ภัณฑ
Schiffman และ Kanuk (2000) ไดใ หความหมายของทศั นคติวา เปน ความโนมเอียง
ที่เกิดจากการเรียนรูทำใหมีพฤติกรรมลักษณะที่ชอบหรือไมช อบที่มีตอสิ่งหนึ่ง และไดกำหนด
องคป ระกอบทัศนคติไว 3 สว น ดังนี้
1. สวนของความเขาใจ (Cognitive Component) คือ ความรู (Knowledge)
การรบั รู (Perception) ความเชอื่ (Beliefs) อาจแตกตา งกันไปในแตล ะบุคคล ซ่งึ ในสว นของความเร็ว
และการรับรูจะไดรับจากประสบการณและขอมูลที่เกี่ยวของกับหลายแหลงขอมูล และความรูนี้
จะมผี ลกระทบตอความเชอ่ื (Beliefs)
2. สวนของความรูสึก (Affective Component) จะสะทอนอารมณ (Emotion)
หรือความรูสึก (Feeling) ของผูบริโภคทีม่ ีตอความคิดหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เชน ในเรื่องความชอบ
และอารมณที่มตี อสิง่ นั้น ๆ
49
3. สวนของพฤติกรรม (Conative Component หรือ Behavior หรือ Doing)
จะสะทอนถึงแนวโนมจะมีพฤติกรรมของผูบริโภค หรือแนวโนมการกระทำที่แสดงออก
หรือความโนมเอียงที่จะซื้อสินคาจากทัศนะที่เกี่ยวกับองคประกอบของทัศนคติ สรุปไดวา
ทศั นคตินัน้ มีองคประกอบตา ง ๆ ทจี่ ะสง ผลใหเกิดพฤติกรรมการซ้ืออยา งตอ เน่ืองนั้น ผูบ รโิ ภคจะตอง
มีความรูความเขาใจมกี ารรับรูแ ละมคี วามเชื่อท่ีเกีย่ วของกับสินคา ซึง่ จะทำใหเกิดความชอบตามมา
และจะมีแนวโนมที่เปนไปไดในการที่ จะตัดสินใจซื้อสินคานั้น ๆ โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยในคร้งั นี้
ตองการศกึ ษาทศั นคติในการบรโิ ภคอาหารชีวจติ
พรทิพย บุญนพิ ทั ธ (2531) สามารถแยกองคป ระกอบของ ทศั นคตไิ ด 3 ประการ คือ
1. องคประกอบดานความรู (The Cognitive Component) คอื สว นทีเ่ ปนความเชื่อ
ของบุคคลที่เกี่ยวกับสิ่งตาง ๆ ทั่วไปทั้งท่ีชอบ และไมชอบ หากบุคคลมีความรูหรือคิดวาสิ่งใดดี
มกั จะมีทัศนคตทิ ด่ี ีตอ สงิ่ น้นั แตหากมคี วามรมู ากอ นวา ส่ิงใดไมดกี ็จะมที ศั นคตทิ ไี่ มดตี อสงิ่ นน้ั
2. องคประกอบดานความรูสึก (The Affective Component) คือ สวนที่เก่ียวของ
กับอารมณที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งตาง ๆ ซึ่งมีผลแตกตางกันไปตามบุคลิกภาพของคนนั้น เปนลักษณะ
ทีเ่ ปน คานยิ มของแตล ะบคุ คล
3. องคประกอบดานพฤติกรรม (The Behavioral Component) คือ การแสดงออก
ของบุคคลตอสง่ิ หนงึ่ หรือบคุ คลหน่ึง ซึ่งเปน ผลมาจากองคป ระกอบดานความรคู วามคิด และความรสู กึ
จะเหน็ ไดว าการที่บคุ คลมีทัศนคตติ อ สง่ิ หนึง่ ส่ิงใดตา งกนั กเ็ นื่องมาจากบคุ คลมีความเขาใจมีความรสู ึก
หรือมีแนวความคิดแตกตางกนั น้นั เอง
จากผลการรวบรวมปจจัยที่เกี่ยวของกับองคประกอบของทัศนคติตอการใชงานทาง
ผูวิจัยไดจัดทำตารางเปรียบเทียบองคประกอบแตละดา นของผูวิจัยแตละทาน เพื่อทำการศึกษา
วา องคป ระกอบใดเหมาะสม และสอดคลอ งกับการยอมรบั การใชเ ทคโนโลยี ของผูท่ใี ชบ รกิ าร MyMo
by GSB ของ ธนาคารออมสินดังขอมลู แสดงตอไปน้ี
ตารางที่ 2-3 แสดงการเปรียบเทยี บองคป ระกอบของทศั นคตติ อการใชง านของผวู จิ ยั แตล ะทาน
ผูว จิ ัย ความรู ความรูสกึ พฤตกิ รรม
ฉตั รยาพร เสมอใจ (2556)
นภิ า รัพยรู (2554)
Assael (1995)
Schiffman และ Kanuk (2000)
พรทิพย บุญนพิ ัทธ (2531)
50
จากตารางที่ 2-3 ผูวิจัยไดทำการสรุปองคประกอบของทัศนคติตอการใชงาน พบวา
องคประกอบที่มีผูนำมาศึกษามากที่สุด คือ ความรู ความรูสึก พฤติกรรม ตามลำดับ สำหรับ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดนำองคประกอบดังกลาวมาปรับใชใหเหมาะสมกับการยอมรับใช
เทคโนโลยีของผูใชบริการ MyMo by GSB ของ ธนาคารออมสินประกอบไปดวย 3 ดานสำคัญ
คือ ความรู ความรูสึก พฤตกิ รรม โดยทัง้ 3 องคประกอบนี้มีความถ่สี งู สดุ จากการทบทวนวรรณกรรม
ทผ่ี า นมา และสอดคลอ งกบั บริบทของงานวจิ ยั ฉบับน้ี รวมถึงเปน องคประกอบท่ีเขา ใจไดงาย ชัดเจน
ครอบคลุมลกั ษณะการการยอมรบั ใชเทคโนโลยขี องผใู ชบริการ MyMo by GSB ของ ธนาคารออมสนิ
ผูวิจัยไดศึกษา เอกสาร หนังสือ บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับองคประกอบ
ของพฤติกรรมตอการใชงานทั้ง 3 ดานที่กลาวมาขางตน คือ ความรู ความรูสึก พฤติกรรม
ซง่ึ มีนกั วชิ าการ นกั วจิ ยั ไดเ สนอแนวคดิ และความหมายของแตละองคประกอบ ไวดงั นี้
1. ทัศนคตติ อ การใชงานดานความรู
ทิตยา สุวรรณชัฎ (2547) ไดใหความหมาย ทัศนคติตอการใชงานดานความรู หมายถึง
การเรียนรูของบุคคลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับวัตถุสิ่งของบุคคลเหตุการณก ลาวคือการที่บุคคล
สามารถนำเอาคุณคาทางสังคมที่ไดรับจากการอบรมสั่งสอนและถายทอดมาใชในการวิเคราะห
พจิ ารณาประกอบเหตุผลของการทีต่ นจะประเมิน หากรูใ นทางทด่ี กี ็จะมีทัศนคติท่ดี หี ากไมรเู ลยก็ไมมี
ทัศนคตขิ อ แตกตา งระหวา งสวนนี้กับความรสู กึ คอื การพิจารณาของบุคคลในสวนนจ้ี ะมลี ักษณะปลอด
จากอารมณแ ตจะเปน เรื่องของเหตุผลอนั สบื เนอื่ งมาจากความเช่อื ของบุคคล
ประภาเพญ็ สุวรรณ (2550) ไดใหค วามหมายทัศนคตติ อการใชง านดานความรู หมายถึง
เปนพฤติกรรมขั้นตนซึ่งบุคคลเพียงแตจำได อาจจะอยูในรูปแบบของการนึก การมองเห็น ไดยิน
หรือสามารถจดจำได
สรอยตระกูล อรรถมานะ (2542) ไดใหความหมายทัศนคติตอการใชงานดานความรู
หมายถึง ความคิดความเขาใจนี้จะเปนการแสดงออกซึ่งความรูหรือความเชื่อซึ่งเปนผลมาจาก
การเรยี นรูใ นประสบการณต า ง ๆ จากสภาพแวดลอมอันเปนเรือ่ งของปญ ญาในระดับทสี่ งู ขึ้น
Schermerhorn (2000) ไดใหค วามหมาย ทัศนคตติ อการใชงานดา นความรู คอื ทัศนคติ
ทจ่ี ะสะทอนใหเหน็ ถึงความเชอื่ ความคิดเห็น ความรู และขอมลู ท่บี ุคคลคนหนง่ึ ซึ่งความเช่ือจะแสดง
ใหเ ห็นถึงความคิดของคนหรือสง่ิ ของ และขอสรปุ ที่บคุ คลไดมีตอบุคคลหรือสงิ่ ของนั้น ๆ
Zimbardo and Ebbesen (1970) ไดใหความหมาย ทศั นคติตอการใชงานดานความรู
คือ ทัศนคติของบุคคลที่มีตอสิ่งใดสิ่งหน่ึงนั้น จะตองประกอบดวยความรูหรือความเชื่อที่บุคคล
มีเกี่ยวกับเปา หมายของทัศนคติที่อาจเปน วัตถุบคุ คล หรือเหตุการณเปนอันดับแรกและเปนความรู
ที่มีทิศทาง ประกอบดวยคือ ทางที่วาสิ่งน้ันดีเลว มีคุณหรือมีโทษมากนอยเพียงใดเปนความรู
หรอื ความเชอื่ ที่ใชประเมินคาสิ่งนั้นได
51
Gibson (2543) ไดใหความหมาย ทัศนคติตอการใชงานดานความรู คือ ความเขาใจ
ของทัศนคติ ประกอบดวย การรับรูของบุคคล ความคิดเห็น และความเชื่อของบุคคล หมายถึง
กระบวนการคดิ ซึ่งเนน ไปท่ีการใชเหตุผล และตรรกะ องคประกอบที่สำคญั ของความรู ความเขาใจ
คอื ความเชื่อในการประเมนิ ผลหรือความเชือ่ ที่ถูกประเมนิ ผลไวแลวโดยตัวเองประเมนิ ซ่ึงความเชื่อ
เหลาน้ีจะแสดงออกมาจากความประทับใจในการชอบหรือไมชอบ ซ่ึงบุคคลเหลาน้ันรูสึกตอสิ่งของ
หรือบคุ คลใดบคุ คลหน่งึ
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับทัศนคติทัศนคติตอการใชงานดานความรู
สามารถสรุปไดวา ทัศนคติตอการใชงานดานความรู หมายถึง การเรียนรูในเรื่องใดเรื่องหน่ึง
เพือ่ นำเอาคณุ คาท่ไี ดจ ากการเรียนรมู าใชป ระโยชนค วามเช่ือวาความรูท่ีไดร บั มักเกิดจากประสบการณ
การใชง านการถา ยทอดจากพนักงานของธนาคารไปสูผ ูใชงาน
2. ทศั นคตติ อ การใชงานดา นความรสู กึ
พรทิพย บุญนิพัทธ (2531) ไดใหความหมาย ทัศนคติตอการใชงานดานความรูสึก
หมายถึง สวนที่เกี่ยวของกบั อารมณที่เกี่ยวเนื่องกับสิง่ ตาง ๆ ซึ่งมีผลแตกตางกันไปตามบุคลกิ ภาพ
ของคนนั้น เปน ลกั ษณะทเี่ ปนคานยิ มของแตล ะบคุ คล
ทติ ยา สุวรรณชฎั (2547) ไดใหค วามหมาย ทศั นคตติ อการใชง านดา นความรสู ึก หมายถงึ
ลกั ษณะทางอารมณท ่สี อดคลองกับความคดิ เชน บรรดาความรูสึกทีช่ อบ ไมชอบ พอใจหรอื ไมพอใจ
เห็นดวยหรือไมเหน็ ดวยคดิ วา เหมาะสมหรือไมเ หมาะสมซึ่งเปนเรอื่ งของอารมณข องบคุ คล
สรอยตระกูล อรรถมานะ (2542) ไดใหความหมายทัศนคตติ อการใชงานดานความรูสกึ
หมายถงึ ความรูสกึ นี้จะเปน สภาพทางอารมณ ประกอบกับการประเมินในสง่ิ นน้ั ๆ อนั เปน ผลจากการ
เรียนรูในอดีตดังนั้น จึงเปนการแสดงออกซึ่งความรูสึกอันเปนการยอมรับ เชน ชอบ ถูกใจสนุก
หรือปฏิเสธตอ สิง่ น้ัน อาทิเกลียดโกรธก็ไดความรูสึกนี้อาจทำใหบ ุคคลเกิดความยึดมัน่ และอาจแสดง
ปฏกิ ิรยิ าตอบโตหากมสี ง่ิ ท่ขี ัดกบั ความรสู กึ ดงั กลา ว
Schermerhorn (2000) ไดใ หความหมาย ทัศนคติตอ การใชงานดานความรสู ึก หมายถึง
ความรูสึกเฉพาะอยาง ซึ่งเกี่ยวของกับผลกระทบสว นบุคคล ซึ่งไดจากสิ่งเราหรือสิ่งที่เกิดกอนทำให
เกิดทัศนคตนิ ั้น ๆ
Johns (1996) ไดใ หค วามหมาย ทัศนคติตอการใชง านดา นความรสู ึก หมายถึง ความรสู กึ
ทมี่ ีตอ สิง่ ตา ง ๆ การชอบหรือไมชอบตอบคุ คล ส่ิงของ หรือเหตกุ ารณตาง ๆ เชน ความรสู กึ พอใจหรือ
52
ความไมพอใจ การชอบหรือไมช อบดนตรีหรอื อาหารบางชนิด เปนตน องคประกอบน้ี จึงเปน สภาพ
ทางอารมณควบคไู ปกับการประเมินของแตล ะบคุ คล
จากการศกึ ษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับทัศนคติตอการใชงานดา นความรูส ึก สรุปไดวา
ทัศนคติตอการใชงานดา นความรูสึก หมายถึง ความรูสึกที่แสดงออกมา ความรูสึกชอบ ความถูกใจ
ความสนุก การเห็นดวย ความเหมาะสม และความพึงพอใจ ที่มีตอการใชงานสิ่งตาง ๆ ความรูสึก
ของแตล ะคนแตกตา งกันออกไปตามอารมณข องแตละบคุ คล
3. ทศั นคตติ อ การใชงานดานพฤตกิ รรม
ทศั นคติตอ พฤติกรรม คอื การประเมินของบุคคลท่ีมีตอ ภาพรวมของพฤติกรรม รวมไปถึง
ผลที่ตามมาของพฤติกรรม ซึ่งมีท้ังดานบวกและดานลบ คือ ถาผลการประเมินตอผลที่ตามมา
ของพฤติกรรมที่บุคคลไดกระทำเปนทางดานบวกบคุ คลจะมที ัศนคติที่ดีตอ พฤติกรรม ในทางตรงกัน
ขามถาผลการประเมินตอผลที่ตามมาของพฤติกรรมที่บุคคลไดกระทำเปนทางดานลบบุคคล
จะมีทัศนคตทิ ไี่ มด ตี อพฤตกิ รรมน้ัน
สุรพงษ โสธนะเสถียร (2533) ไดใหความหมาย ทัศนคติตอการใชงานดานพฤตกิ รรม
หมายถึง การแสดงออกของบุคคลโดยมีพื้นฐานมาจากความรูและทัศนคติของบุคคล การที่บุคคล
มีพฤติกรรมที่แตกตางกัน เนื่องมาจากการมีความรูและทัศนคติที่แตกตางกัน คามแตกตางกัน
ในการแปลความสารที่ตนเองไดรบั จึงกอใหเกิดประสบการณสั่งสมที่แตกตางกัน อันมีผลกระทบ
ตอ พฤติกรรมของบุคคล
ทิตยา สวุ รรณชัฎ (2547) ไดใ หค วามหมาย ทศั นคติตอ การใชงานดา นพฤติกรรม หมายถึง
ความพรอ มทีจ่ ะทำหรือมีแนวโนมที่จะมพี ฤตกิ รรม อันเปนผลตอ เนือ่ งมาจากความคดิ และความรูส ึก
ซง่ึ ออกมาในรูปของการยอมรบั หรอื ปฏเิ สธ
Schiffman and Kanuk (1994) ไดใหค วามหมาย ทัศนคติตอการใชง านดานพฤติกรรม
หมายถงึ ซงึ่ เปน ผลมาจากความรู ความเขา ใจและความรูสกึ เกย่ี วของกบั การกระทำ หรอื การปฏิบัติ
ในดานดีหรือไมดี เมื่อไดรับสิ่งเรา แสดงถึงความนาจะเปนหรือแนวโนมที่จะเกิด พฤติกรรม
ที่มขี องผใู ชบริการดวยวิธใี ดวิธหี นง่ึ ท่มี ีทศั นคติตอส่งิ หนง่ึ
Johns (1996) ไดใหความหมาย ทัศนคติตอการใชงานดานพฤติกรรม หมายถึง
เปนทัศนคติของบุคคลที่ตั้งใจกระทำตอบุคคลอื่น หรือวัตถุสิ่งของดวยวิธีใดวิธีหนึ่ง เชน
การแสดงความเปนมติ ร การใหค วามอบอุน เพิกเฉยหรอื กา วรา ว เปน ปรปกษหรอื เออื้ อาทร เปนตน
53
แนวโนมของพฤติกรรมเปนผลมาจากความคิดความเชื่อความรูสึกที่มีตอสิ่งเรานั้นตัวอยาง เชน
ถาบุคคลมที ัศนคติทีด่ ีตอระบอบประชาธปิ ไตย แนวโนมพฤติกรรมผูนัน้ ก็จะรับฟงเคารพสิทธิท์ ่ผี ูอืน่
ชอบการมีสวนรวมแสวงหาความรวมมือ แตในทางตรงกันขามหากเปนผูที่มที ัศนคติไมดีก็จะแสดง
พฤติกรรมตอ ตานถอยหนีหรอื หลกี เลีย่ งตอ เหตกุ ารณเ หลา น้นั
Schermerhorn (2000) ไดใ หความหมาย ทัศนคติตอ การใชง านดา นพฤตกิ รรม หมายถงึ
ความตั้งใจที่จะประพฤติในทางใดทางหนึ่ง โดยมีรากฐานมาจากความรูสึกเฉพาะเจาะจงของบุคคล
หรอื ทศั นคติของบคุ คล
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกีย่ วกับทัศนคติตอการใชง านดานพฤตกิ รรม สรุปไดวา
ทัศนคติตอ การใชง านดานพฤตกิ รรม หมายถึง เมอื่ ผูใชบ รกิ ารเกดิ ทัศนคติท่ดี ีตอการใชง าน ผใู ชบ รกิ าร
ก็จะแสดงพฤติกรรมที่ดีออกมา รวมถึงความพรอมในการใชงานของแอพพลิเคชั่น การใหความ
ชวยเหลอื พนักงานของธนาคาร การใหค วามรว มมอื กบั บคุ คลอนื่ ๆ ในการใชงาน และทางผูเกยี่ วของ
กบั ธนาคารจะพฒั นาแอพพลเิ คชั่นอยางตอเนอื่ ง เพีอ่ ใหก ารใชง านอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
งานวิจัยทเี่ ก่ยี วขอ ง
จิรวัฒน วงศธงชัย และกาญจนา สุคัณธ สิริกุล (2557) ศึกษา ปจจัยดานการรับรูท่มี ีผลตอ
การยอมรับเทคโนโลยีบารโ คดสองมิติ ของผูใชงานกลุมเจเนอเรชั่นวาย งานวิจยั ชิ้นน้ีมวี ตั ถปุ ระสงค
ในการศกึ ษาปจ จยั ดานการรบั รแู ละการยอมรับเทคโนโลยีบารโคดสองมิติ อกี ท้ังการหาความสัมพันธ
และผลกระทบท่ีปจจัยดานการรับรูมีตอการยอมรับเทคโนโลยบี ารโ คดสองมิติ และการเปรียบเทียบ
ปจจัยดานประชากรศาสตร ไดแก เพศ อาชีพ รายได ที่แตกตางสงผลตอการรับรู และการยอมรับ
เทคโนโลยีของผใู ชง านกลุม เจเนอเรชั่นวาย โดยเก็บขอมลู ดว ยแบบสอบถามกับกลุม ตวั อยา ง 400 คน
โดยการแบงช้นั ภูมติ ามภาค 4 ภาค ไดแก ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ภาคกลาง และภาคใต
ภาคละ 100 คน ผลการวจิ ัย พบวา ปจจยั การรบั รมู ผี ลตอ การยอมรบั เทคโนโลยีบารโคดสองมิติของ
ผูใชงานกลุมเจเนอเรชั่นวาย เรียงจากมากไปหานอย ไดแก ดานความสอดคลองกับคุณคา ความ
ตองการและประสบการณในอดีต ดานความงายในการใชง าน ดานความมีประโยชน และดานความ
สนุกในการใชงาน ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ผูใชงานกลุมเจเนอเรชั่นวาย
ที่มีปจจยั ดานประชากรศาสตร ไดแก อาชีพ และรายได แตกตางกนั มกี ารรับรูในเทคโนโลยบี ารโคด
สองมิติแตกตางกัน อีกทั้งผูใชงานกลุมเจเนอเรชั่นวายที่มีปจจัยดานประชากรศาสตร ไดแก
อาชพี และรายได แตกตา งกันมกี ารยอมรบั เทคโนโลยบี ารโ คดสองมติ ิแตกตางกันนอกจากนั้น พบวา
ปจจัยดานการรับรู ดานความยากงายในการใชงาน ความมีประโยชน ความสอดคลองกับคุณคา
54
ความตองการ และประสบการณในอดีต และความสนุกในการใชงาน สงผลตอการยอมรับ
ในเทคโนโลยีบารโคด สองมติ ิ
ชำนาญ เงินดี และ หทัยชนก วนิศรกุล (2562) ศึกษาปจจัยที่สงผลตอการยอมรับระบบ
การชำระเงินดว ย QR Code รา นมนตนมสด สาขาเชยี งใหม มวี ัตถุประสงคเพื่อศกึ ษาปจจัยทีส่ ง ผลตอ
การยอมรับระบบการชำระเงินดวย QR Code รานมนตนมสด สาขาเชียงใหม วิธีดำเนินการวิจัย
เปนการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บรวบรวมขอมูลดวยแบบสอบถามจากลูกคาท่ีซื้อสินคาและบริการ
รา นมนตนมสด สาขาเชียงใหม จำนวน 500 ตัวอยา ง ผลการวิจัยพบวา ปจ จยั ทสี่ งผลตอการยอมรับ
ระบบการชำระเงินดวยQR Code รานมนตนมสด สาขาเชียงใหม ประกอบดวย การรับรูความงา ย
ของการใชงานระบบ การรับรูประโยชนในการใชงานระบบ ความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา
และทัศนคติที่มีตอการใชงานระบบ QR Code รวมทั้งตัวแปรภายนอก ไดแก เพศ อายุ
ระดบั การศึกษา อาชีพ รายไดเฉลีย่ และการรูจกั ระบบ QR Code
ธัญญลักษณ พลวัน, สุพรรษา กุลแกว และ ณัฐสิทธิ์ เกิดศรี (2557) ศึกษา การศึกษา
พฤติกรรมการใชเทคโนโลยี และปจจยั ทีม่ ผี ลตอ การยอมรบั เทคโนโลยี QR Code ของกลมุ ประชากร
ในเขตกรุงเทพมหานคร วิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใชเทคโนโลยี
และปจจัยที่มีผลตอการยอมรับเทคโนโลยี QR Code ของผูบริโภค โดยการเก็บขอมูล
จากกลุมตัวอยางประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 ตัวอยาง จากชองทางออนไลน
(Web Survey) และเก็บแบบสอบถาม (Questionnaire) จากผลการวิเคราะหท างสถติ ิ พบวา ผลการ
วิเคราะหทางสถิติยังระบุถึงกลุมประชากรเปาหมายที่จะใชเทคโนโลยี QR Code คือชวงอายุของ
วยั รุนและวยั ทำงาน ทมี่ ีรายไดอยรู ะหวาง 10,000-20,000 บาท ดงั นัน้ องคก รหรือผเู กย่ี วขอ งควรจะ
มุงเนนสง เสรมิ ทางดานการตลาดและประชาสมั พันธสนิ คาใหกับผูบริโภคกลุมนี้ใหม ากขึ้น เนื่องจาก
ผบู รโิ ภคกลมุ น้ี ใช QR Code ในการเลอื กซอื้ สินคา หรือบริการมากทส่ี ดุ ในเรอื่ งของปจ จัยและผลตอ
การยอมรับเทคโนโลยี QR Code ผูบริโภคใหความสำคัญในดานการรับรูถึงความงายในการใชงาน
และสิง่ อำนวยความสะดวกในการใชงาน ดงั น้ัน องคกรหรอื ผูเก่ยี วขอ งควรมงุ เนน พฒั นาทงั้ สองดา นนี้
เปนหลกั นอกจากนี้ ความคดิ เห็นของผบู ริโภคทม่ี ีตอ ปจ จัยท่ีใชในการตัดสินใจเลอื กใช QR Code มี
ดงั น้ี ปจ จยั ดา นการรับรถู ึงประโยชนท ่ีไดรบั รับรูความงายในการใชง าน ทัศนคติที่มีตอการใชงาน
ความตั้งใจในการใชงาน อิทธิพลทางสังคม ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี และความสนใจเทคโนโลยี
ใหม ๆ ดังนั้น องคกรที่ตองการผลักดันใหลูกคาใช QR Code ในการเขาถึงผลิตภัณฑ
และบริการมากขึ้นควรพิจารณากลยุทธทางการตลาดใหมีการประชาสัมพันธเกี่ยวกับประโยชน
ที่จะไดรับในเรื่องความสะดวกสบายใน การใชงาน ความปลอดภัย และวิธีการใชงานใหผูบริโภค
ไดทราบถึงนวัตกรรมดาน QR Code ใหมากขึ้น ซึ่งจะชวยใหผูบริโภคเห็นถึงความจำเปน
55
และความสะดวกในการใชงาน QR Code ซึ่งจะสงผลถึงการยอมรับนวัตกรรม และนำไปใช
ในชีวติ ประจำวนั เพมิ่ มากข้นึ
จักรพงษ ลีลาธนาคีรี (2559) ไดศ ึกษาเก่ียวกับ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการยอมรับการทำ
ธุรกรรมทางการเงินบนสมารทโฟน ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล การคนควาอิสระครั้งนี้
มีวัตถปุ ระสงคเพื่อศึกษาความสัมพนั ธข องปจจัยทีม่ อี ทิ ธิพลตอ การยอมรบั การทำธรุ กรรมทางการเงิน
บนสมารทโฟน ในเขตกรุงเทพมหานกร และปริมณฑล ประชากรและกลุมตัวอยาง
คือ ผูที่เคยทำธุรกรรมทางการเงินบนสมารทโฟนในเขต กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
จำนวน 40 คน แนวคิดที่ใชในการศึกษาคือ ทฤษฎีการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
และทฤษฎีการกระทำตามหลักเหตุและผล โดยประยุกตใชกับแบบสอบถามเพื่อเปนเครื่องมือ
ในการเก็บขอมูล สถิติที่ใชในการวิเคราะห คือ ความถี่ รอยละ คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการหาคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธการถดถอยพหุคุณ การวิเคราะหความแตกตางคาเฉล่ีย
ดวยการทดสอบ Independent Samples t-test และการวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียว
(One-way-ANOVA) และการวิเคราะหหาคาความสมั พนั ธระหวางตัวแปรของเพียรสัน (Pearson’s
Correlation Coefficient) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลจากการศกึ ษาพบวาผูตอบแบบสอม
ถามสวนใหญเ ปนเพศชาย ชว งอายุ 26- 35 ป ระดบั การศกึ ษาปรญิ ญาตรี อาชีพพนกั งานบริษัท
รายไดเ ฉล่ยี 20,001 - 30,000 บาท พบวา ปจ จัยดานการรบั รถู ึงความใชง านงายสง ผลตอปจจัย
การรับรูถึงประโยชนที่ไดรับมาก ปจจัยดานการรับรูถงึ ความใชงานงา ยสงผลตอ ปจ จัย
ดา นทัศนคตทิ ีม่ ีตอ การทำธุรกรรมมาก ปจ จยั ดานทศั นคติท่ีมตี อการทำธรุ กรรมสง ผลตอความ
ต้ังใจการใชง านมาก และสง ผลตอ การยอมรับการทำธุรกรรมทางการเงนิ บนสมารท โฟน
คุณิตา เทพวงค (2557) ไดศึกษาเกี่ยวกับ ปจจัยที่สงผลตอการตัดสินใจใชแอพพลิเคช่ัน
Bualuang mBanking ของลูกคาธนาคารกรงุ เทพ ในเขตจังหวดั ชลบรุ ี การศกึ ษาฉบับนี้มวี ัตถปุ ระสงค
เพ่ือการศกึ ษาปจ จยั ทสี่ ง ผลตอ การตดั สนิ ใจใชแ อพพลเิ คชน่ั Bualuang mBanking ของลกู คา ธนาคาร
กรุงเทพ ในเขตจังหวัดชลบุรี โดยมีตัวแปรตน ไดแก สวนประสมทางการตลาด การยอมรับทาง
ดานเทคโนโลยี และทศั นคติตัวแปรตามคือ การตัดสินใจ ใชแอพพลิเคช่ัน ตัวอยางที่ใชในการศกึ ษา
มาจากลูกคา ธนาคารกรุงเทพ ในเขตจังหวดั ชลบุรีโดยวธิ กี ารสมุ ตวั อยางเปน 2 ขน้ั ตอน คอื ข้ันทีห่ นงึ่
ใชโดยวิธีการสุมตัวอยางแบบงาย (Simple Random Sampling) เพื่อเลือก 10 สาขา จากสาขา
ทั้งหมด 45 สาขา ขั้นที่สอง ใชการสุมตัวอยางแบบจัดสัดสวน (Quota Sampling) โดยกำหนด
สัดสวนของกลุมตัวอยางสาขาละ 40 คน จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใชในการศึกษา คือ
แบบสอบถามที่กลุมตัวอยางไดกรอกแบบสอบถามดวยตนเอง มีคาความเชื่อถือได 0.964
และมีการตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหาจากผูทรงคณุ วุฒิสถิติที่ใชใน การวิเคราะหข อมูล คือ
สถิติเชิงพรรณนา ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ เชิงอางอิง
56
ท่ใี ชใ นการวิเคราะห คือ การวิเคราะหสมการถดถอยเชงิ พหุ ผลการศึกษาพบวา ผูต อบแบบสอบถาม
สว นใหญเปน เพศชาย มีอายุในชวง 21–30 ป มสี ถานภาพโสด การศึกษาอยใู นระดับปริญญา
ตรีประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน/ รับจาง และมีรายไดเฉลี่ยตอเดือนในชวง 10,001–
20,000 บาท เหตุผลที่ใชบริการแอพพลิเคชั่น Bualuang mBanking เนื่องจากเห็นวาเปนการ
ประหยัดเวลาและคา ใชจายในการเดินทางมาธนาคาร จากการทดสอบสมมติฐาน พบวา สวนประสม
ทางการตลาด การยอมรับทางดานเทคโนโลยี และทัศนคติมีอิทธิพลตอการตดั สนิ ใจใชแอพพลิเคชัน่
Bualuang mBanking ของลูกคา ธนาคารกรุงเทพ ในเขตจังหวัดชลบุรีอยา งมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดบั 0.05
จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของกับทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีและการยอมรับ
เทคโนโลยี พบวา ทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีและการยอมรบั เทคโนโลยี ดังแสดงในกรอบแนวคิดดงั
ตารางตอไปนี้
ปจ จัยทัศนคตกิ ารใชง านเทคโนโลยี การยอมรบั การใชเทคโนโลยี (MyMo
สารสนเทศ by GSB ของ ธนาคารออมสนิ )
- ดา นความรู -ดานการรบั รูถงึ ประโยชน
- ดานความรสู กึ -ดา นการรบั รวู า งา ยตอ การใชงาน
- ดานพฤติกรรม
ภาพที่ 2-4 แสดงกรอบแนวคิดปจ จัยทศั นคติการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ท่สี งผลตอ การยอมรบั การใชเ ทคโนโลยี
57
กรอบแนวคิด
ปจจยั พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี การยอมรับการใชเทคโนโลยี (MyMo
สารสนเทศ by GSB ของ ธนาคารออมสนิ )
- ดานเปา หมาย - ดา นการรับรถู ึงประโยชน
- ดา นความพรอ ม - ดา นการรับรูว า งายตอ การใชง าน
- ดา นสถานการณ
- ดา นการแปลความหมาย
- ดา นการตอบสนอง
- ดา นผลลัพธท ตี่ ามมา
ปจ จยั ทัศนคตกิ ารใชงานเทคโนโลยี
สารสนเทศ
- ดา นความรู
- ดานความรูสึก
- ดานพฤติกรรม
ภาพท่ี 2-5 แสดงกรอบแนวคดิ ปจ จัยท่ีสง ผลตอการยอมรบั การใช MyMo by GSB
ของธนาคารออมสนิ สาขาสามชุก จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
บทท่ี 3
วิธดี ำเนินการวจิ ยั
งานวจิ ัย เรอื่ ง ปจ จยั ทส่ี งผลตอการยอมรบั การใช MyMo ของ ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จังหวดั สุพรรณบุรี เปน การศึกษาโดยใชการวิจัยเชิงปรมิ าณ (Quantitative Research Method) ได
แบง วิธีการดำเนนิ การวจิ ยั ออกเปน 6 ขัน้ ตอน ดังแสดงรายละเอียดตอ ไปน้ี
3.1 ประชากรและกลุมตวั อยาง
3.2 เคร่ืองมือท่ใี ชในการเกบ็ รวบรวมขอ มูล
3.3 การตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมอื
3.4 การเกบ็ รวบรวมขอมลู
3.5 การวิเคราะหแ ละประมวลผล
3.6 การทดสอบขอ ตกลงการวิเคราะหค วามถดถอยแบบพหุคูณ
3.1 ประชากรและกลมุ ตวั อยาง
3.1.1 ประชากรทใ่ี ชในงานวิจัย (Population)
ประชากรสำหรับงานวิจัยนี้ คือ ผูที่ใชบริการธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จงั หวัดสุพรรณบุรี และใชแอฟพลเิ คช่ัน Mymo ซง่ึ ไมท ราบจำนวนทแ่ี นนอน
3.1.2 กลุม ตัวอยา งท่ีใชในงานวิจยั (Sample)
การกำหนดขนาดกลุมตัวอยางสำหรับงานวิจัยนี้ ผูวิจัยไดกำหนดขนาดกลุม
ตวั อยา งกรณไี มท ราบจำนวนของประชากรท่ีแนนอน ดังนั้นขนาดตัวอยา งสามารถคาํ นวณไดจากสูตร
ไมท ราบขนาดตัวอยางของ W.G. Cochran โดยกำหนดระดับคาความเช่ือมัน่ รอยละ 95 และระดับคา
ความคลาดเคลื่อนรอยละ 5 (กัลยา วาณิชยบัญชา, 2549, หนา 74) ซึ่งสูตรในการคํานวณที่ใชใน
การศึกษาคร้งั นี้ คอื
สูตร n = ( )
เมอ่ื n แทน ขนาดตัวอยาง
P แทน สัดสว นของประชากรท่ีผวู ิจัยกำลังสุม 0.50
59
Z แทน ระดบั ความเชือ่ มั่นที่ผูวจิ ัยกำหนดไว Z มีคาเทากบั 1.96 ที่ระดับ
ความเชอื่ มนั่ รอยละ 95 (ระดับ 0.05)
E แทน คาความผดิ พลาดสูงสดุ ท่เี กดิ ขึน้ = 0.05
สูตร n = . ( . )( . )
(. )
= 384.16
ใชขนาดตวั อยา งอยางนอย 384 คน จึงจะสามารถประมาณคารอยละ โดยมีความผิดพลาด
ไมเกินรอยละ 5 ที่ระดับความเชื่อมั่นรอยละ 95 เพื่อความสะดวกในการประเมินผล
และการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยจึงใชขนาดกลุมตัวอยางทั้งหมด 400 ตัวอยาง ซึ่งถือไดวาผานเกณฑ
ตามที่ เง่ือนไขกำหนด คอื ไมน อ ยกวา 384 ตวั อยาง
3.2 เครื่องมอื ทใ่ี ชใ นการเกบ็ รวบรวมขอ มูล
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลสำหรับการวิจัยในครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม
(Questionnaires) ทีม่ ีข้นั ตอนในการดำเนนิ การสรา งแบบสอบถาม ดังตอไปน้ี
3.2.1 การสรา งเครอ่ื งมือ
ผวู จิ ยั สรา งแบบสอบถาม (Questionnaires) โดยข้ันตอนการสรางแบบสอบถาม
ดงั นี้
1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของทั้งในและตางประเทศ
ที่เกี่ยวของกับตัวแปรที่ตองการศึกษา โดยใหสอดคลอ งกับประเด็นเนื้อหาและขอบเขตการวิจัย
เพ่ือเปนแนวทางในการสรางแบบสอบถาม (Questionnaires)
2. กำหนดลักษณะของประเภทขอคำถาม มาตรวัดของแตละตัวแปร
เกณฑในการใหคะแนน และแปลความหมายของคะแนน
3. สรางขอคำถามที่เหมาะสมกับบริบทของการนำไปใช โดยสรางขอคำถาม
ใหสอดคลอ งกบั นิยามศพั ทเ ฉพาะแลวพัฒนาเปนแบบสอบถาม
4. นำแบบสอบถามท่ีสรา งขน้ึ ไปตรวจสอบคณุ ภาพของเครื่องมอื
5. นำแบบสอบถามที่ผานการตรวจสอบเครื่องมือแลว เพื่อใหกลุมตัวอยาง
สามารถอานและเขาใจขอคำถามไดอ ยา ง เพอื่ ตรวจสอบความถูกตองอีกครง้ั
6. นำแบบสอบถามที่ผานการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แลวนำไปเก็บ
ขอมูลจากกลมุ ตัวอยา งสำหรับงานวิจยั นี้
60
3.2.2 ลกั ษณะเครือ่ งมือท่ีใชในการวจิ ยั
การวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือในการในการเก็บขอมูล
ตวั อยา ง ซง่ึ คำถามประกอบดว ย 5 สว น ดงั ตอ ไปนี้
สวนที่ 1 แบบสอบถามขอ มูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม เปนแบบสอบถาม
ท่ผี ูวิจัยสรา งขน้ึ เอง เพื่อสำรวจขอ มลู พน้ื ฐานของผูต อบแบบสอบถาม ซ่ึงมลี ักษณะเปน แบบสอบถาม
ปลายปด แบบคำตอบหลายตัวเลือก (Multiple Choices Question) จำนวนคำถามทั้งสิ้น 6 ขอ
ประกอบดว ยเพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดบั การศึกษา อาชพี และระดบั รายไดตอ เดือน
สวนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่สงผลตอการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จังหวัดสุพรรณบุรี ผูวิจยั สรา งข้ึนเพือ่ สำรวจความคิดเหน็ ของผูตอบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถาม
มีลักษณะเปนแบบมาตราสวนประเมินคา (Rating Scale) จำแนกออกเปน 5 ระดับ คือ มากที่สุด
มาก ปานกลาง นอย และนอยที่สุด ขอคำถามทุกขอเปนขอคำถามเชิงบวก แบงแบบสอบถาม
ออกเปน 7 ดา น คอื ดานเปา หมาย จำนวนคำถามท้งั สิน้ 3 ขอ ดา นความพรอม จำนวนคำถามทั้งส้ิน
4 ขอ ดานสถานการณ จำนวนคำถามทั้งสิ้น 3 ขอ ดานการแปลความหมาย จำนวนคำถามทั้งสิ้น
3 ขอ ดานการตอบสนอง จำนวนคำถามทงั้ ส้ิน 3 ขอ ดา นผลลัพธท่ีตามมา จำนวนคำถามทัง้ ส้ิน 4 ขอ
และดา นปฏิกริ ยิ าตอ ความผดิ หวัง จำนวนคำถามทงั้ ส้ิน 3 ขอ
สวนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่สงผลตอการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จังหวัดสุพรรณบุรี ผูวิจัยสรางขึ้นเพื่อสำรวจความคดิ เหน็ ของผูต อบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถาม
มีลักษณะเปนแบบมาตราสวนประเมินคา (Rating Scale) จำแนกออกเปน 5 ระดับ คือ มากที่สุด
มาก ปานกลาง นอย และนอยที่สุด ขอคำถามทุกขอเปนขอคำถามเชิงบวก แบงแบบสอบถาม
ออกเปน 3 ดาน คือ ดานความรู จำนวนคำถามทั้งสิ้น 3 ขอ ดานความรูสึก จำนวนคำถามทั้งส้ิน
3 ขอ และดานพฤตกิ รรม จำนวนคำถามท้งั ส้ิน 4 ขอ
สวนที่ 4 แบบสอบถามเกี่ยวกับการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น MyMo
ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ผูวิจัยสรางขึ้นเพื่อสำรวจความคิดเห็น
ของผตู อบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามมีลกั ษณะเปน แบบมาตราสวนประเมนิ คา (Rating Scale)
จำแนกออกเปน 5 ระดบั คือ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอย และนอยที่สุด ขอคำถามทุกขอเปนขอ
คำถามเชงิ บวก แบง แบบสอบถามออกเปน 2 ดาน คือ ดา นการรับรูถึงประโยชนจำนวนคำถามทั้งสิ้น
5 ขอ และดานการรบั รูวางา ยตอการใชงาน จำนวนคำถามท้งั สน้ิ 4 ขอ
61
สวนที่ 5 ความคิดเห็นและขอเสนอแนะของผูที่ใชบริการธนาคารออมสิน
สาขาสามชกุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ในประเด็นท่ีเกี่ยวของโดยเปน คำถามปลายเปด ใหผ ูต อบสามารถตอบ
ไดอยา งอิสระ
3.2.3 เกณฑก ารใหค ะแนนและแปลความหมายของคะแนน
เกณฑการใหค ะแนนของขอ คำถามในสว นที่ 2, 3 และ 4 ซ่ึงแตล ะขอ คำถาม
มีคำตอบ ใหเลือก 5 ระดบั โดยกำหนดเกณฑก ารใหคะแนนในแตละระดบั ดงั น้ี
มากทส่ี ดุ 5 คะแนน
มาก 4 คะแนน
ปานกลาง 3 คะแนน
นอย 2 คะแนน
นอ ยที่สุด 1 คะแนน
สำหรบั การกำหนดเกณฑการใหคะแนนคาในการแปลผล ผวู ิจัยใชว ธิ ีคิดจากการ
หาคาพิสัยตามแนวคิดของ ธานินทรศิลป จารุ, 2557 ผลการใหคะแนนที่ไดนำมาวิเคราะหคาเฉล่ยี
และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานพรอมกำหนด เกณฑการแปลความหมายของคะแนนตามเกณฑ
ซ่งึ สามารถแบง เกณฑค ะแนนไดด งั นี้
คาคะแนน 4.50 – 5.00 หมายความวา ระดบั มากทส่ี ุด
คา คะแนน 3.50 – 4.49 หมายความวา ระดับมาก
คาคะแนน 2.50 – 3.49 หมายความวา ระดับปานกลาง
คาคะแนน 1.51 – 2.49 หมายความวา ระดบั นอ ย
คา คะแนน 1.00 – 1.49 หมายความวา ระดบั นอยท่สี ุด
3.3 การตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื
เพื่อใหเครื่องมือหรือแบบสอบถามที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลในการวิจัยครั้งน้ี
มคี ุณภาพ จงึ ไดด ำเนนิ การตรวจสอบคุณภาพของเครอ่ื งมือ ดว ยการตรวจสอบคณุ ภาพความเท่ยี งตรง
และคณุ ภาพความเช่อื มน่ั โดยมีวิธีการดำเนนิ การ ดังน้ี
3.3.1 ตรวจสอบความเทย่ี งตรง (Validity)
การตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ผูวิจัยไดมี
ก า ร ต ร วจ ส อ บ โ ด ย ก าร น ำ แ บ บ ส อ บ ถ าม ท ี ่ ส ร า ง ข ึ ้ น เ ส น อ ต อ อ า จ า ร ย ท ี ่ป ร ึ ก ษ า ว ิ ท ย า น ิ พ น ธ
เพื่อตรวจสอบความถูกตองความตรงตามเนื้อหา ความเหมาะสมทางดานภาษา จากนั้น
นำไปใหผูทรงคุณวุฒเิ พื่อใหคำแนะนำและทำการตรวจสอบความสมบูรณ การครอบคลมุ เนื้อหา
ของการวจิ ัยและภาษาที่ใช จากน้นั นำไปใหผ ทู รงคณุ วฒุ ิ จำนวน 3 ทา น ไดแก
62
ดร.ปฐมพงค กกุ แกว อาจารยป ระจำคณะบรหิ ารธุรกจิ แลเทคโนโลยี
สารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล
สุวรรณภูมิ ศูนยส ุพรรณบุรี
อาจารยธนภัทร ขาววเิ ศษ อาจารยป ระจำคณะบรหิ ารธุรกจิ และเทคโนโลยี
สารสนเทศ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล
สวุ รรณภูมิ ศูนยสพุ รรณบุรี
อาจารยโสรยา สุภาผล อาจารยป ระจำคณะบริหารธรุ กิจและเทคโนโลยี
สารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล
สุวรรณภมู ิ ศูนยส พุ รรณบุรี
ผูวิจัยนำขอแนะนำดังกลาวไปปรับปรุงแกไขแบบสอบถามใหส มบูรณยิ่งขึ้น
โดยดูจากคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามและวัตถุประสงค (Item – Objective
Congruence Index : IOC) โดยคา ตวั เลขความสอดคลองควรจะมากกวา 0.50 (กัลยา วานิชยบญั ชา
, 2551) ทั้งนี้ เพื่อประเมินหาขอคำถามวาสอดคลองกับสิ่งท่ีตองการศึกษาหรือไม โดยใชเกณฑ
ประเมินความสอดคลอง กำหนดคาตวั เลข ดังน้ี
คา +1 หมายถงึ แนใ จวา ขอ คาถามตรงตามเนือ้ หาทตี่ องการศึกษา
คา 0 หมายถงึ ไมแนใจวา ขอ คาถามตรงตามเนอ้ื หาทต่ี อ งการศกึ ษา
คา –1 หมายถึง แนใจวา ขอคาถามไมตรงตามเน้ือหาทตี่ องการศึกษา
จากผลการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญแตละทาน นำมาคำนวณหาคาดัชนี
ความสอดคลอง IOC (Item – Objective Congruence Index) ตามสูตรของ Rovinelli and
Hambleton (1997) ดังนี้
สตู รการคานวณหา IOC = ∑
∑ = ผลรวมของคะแนนกบั จำนวนผเู ช่ยี วชาญในแตล ะระดับความสอดคลอ ง
N = จำนวนผเู ชีย่ วชาญท้งั หมด
สรุปผลการหาคาดัชนีความสอดคลอง IOC (Item – Objective Congruence
Index) มขี อ กาหนดมาตรฐาน 2 คา ดังน้ี
1. ถาคา IOC ที่คำนวณไดมากกวาหรอื เทากับ 0.50 แสดงวา ขอคำถามนัน้ ตรง
ตามเน้อื หาทตี่ องการทำการศกึ ษา
2. ถา คา IOC ทค่ี ำนวณไดต ำ่ กวา 0.50 แสดงวา ขอ คำถามน้ันไมต รงตามเนื้อหา
ทตี่ อ งการทำการศกึ ษา
63
จากผลการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยการตรวจสอบคาความเที่ยงตรง
ของแบบสอบถามในแตละขอคำถาม พบวา ทุกขอคำถามมีคาความสอดคลองมากกวา 0.50
สามารถนำไปใชในการเกบ็ ขอ มลู ไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพตอไป
3.3.2 ตรวจสอบความเช่ือมน่ั (Reliability)
นำแบบสอบถามที่ผานการตรวจจากผูเชี่ยวชาญมาปรับปรุงแกไขโดยอาจารย
ท่ีปรกึ ษาอกี ครงั้ กอ นที่จะนำแบบสอบถามไปทดสอบและตรวจสอบคณุ ภาพ ดวยการนำแบบสอบถาม
ไปทำการทดลอง (Try – Out) กับผูท ี่ใชบริการธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
จำนวน 100 คน ที่มีลักษณะเดียวกับกลุมตัวอยางของงานวิจัยนี้ แตกลุมตัวอยางชุดน้ี
ไมใชเปนกลุมตัวอยางสำหรับงานวจิ ัย แลวหาคาความเชื่อมั่น (Realizability) ของแบบสอบถาม
โดยใชว ิธีหาคา สัมประสทิ ธแิ์ อลฟาครอนบรชั (Cronbach’s Alpha Coefficient) เพ่อื แสดงใหเหน็ วา
เครื่องมือนั้นสามารถใหผลการวัดคงที่แนนอน ไมวาจะวัดกี่ครั้งเครื่องมือวิจัยที่มีความเชือ่ มั่นสูง
จะสามารถใหผ ลการวดั ไดอ ยางคงเสน คงวา(Consistency) นนั่ คอื เม่ือนำเครอื่ งมอื น้นั ไปเก็บรวบรวม
ขอมูลกับกลุมตัวอยา งกี่ครั้งก็ตาม ผลที่ไดจะเทาเดิมหรือใกลเคียงกับคาเดิม คาความเชื่อมั่น
จะมีคาสัมประสิทธิ์แอลฟา ระหวาง 0 – 1 ถาคาใกล 1 แสดงวา แบบสอบถามมีความเชื่อมั่นสูง
และถาคาใกล 0 แสดงวา แบบสอบถามมีความเชื่อมั่นต่ำโดยคา ความเชื่อมั่นของคำถามแตละดาน
ควรจะมคี า ไมนอยกวา 0.70 (กลั ยา วานชิ ยบญั ชา, 2551)
64
ตารางที่ 3-1 แสดงการทดสอบคาความเชื่อมั่นของตัวแปร ดวยวิธีหาคาสัมประสิทธิ์อัลฟา
ของครอนบรัช (Cronbach’s Alpha Coefficient)
ปจจยั Cronbach’s Alpha
1.พฤตกิ รรมการใชง าน
1.1 ดานเปาหมาย 0.812
1.2 ดานความพรอม 0.825
1.3 ดานสถานการณ 0.783
1.4 ดา นการแปลความหมาย 0.794
1.5 ดานการตอบสนอง 0.911
1.6 ดา นผลลัพธท่ีตามมา 0.772
1.7 ดา นปฏิกริ ิยาตอ ความผิดหวงั 0.837
2. ทศั นคติที่มีตอการใช
2.1 ดานความรู 0.773
2.2 ดานความรสู กึ 0.722
2.3 ดา นพฤตกิ รรม 0.750
3. การยอมรบั การใช
3.1 ดา นการรบั รถู งึ ประโยชน 0.884
3.2 ดา นการรับรวู า งา ยตอการใชง าน 0.819
รวมั้งฉบบั 0.908
จากตารางที่ 3-1 การทดสอบความเชื่อมั่นของตัวแปร พบวา คาสัมประสิทธิ์อัลฟา
ของครอนบรชั (Cronbach’s Alpha Coefficient) มคี าอยูระหวา ง 0.722- 0.884 ทกุ ตวั แปร จงึ สรปุ
ไดว าแบบสอบถามมีความนาเช่ือถอื และสามารถนำไปใชใ นการเก็บขอมูลสำหรบั การศึกษาตอไป
65
3.4 การเกบ็ รวบรวมขอมูล
การเก็บรวบรวมขอมูลสำหรับงานวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดทำการรวบรวมขอมูล
จากแหลง ตาง ๆ ดงั แสดงรายละเอยี ด ดงั ตอ ไปนี้
3.4.1 ขอ มูลประเภทปฐมภูมิ (Primary Data)
ผูวิจัยใชแบบสอบถามเก็บขอมูลจากกลุมตัวอยาง คือ ผูที่ใชบริการ
ธนาคารออมสิน สาขาสามชกุ จงั หวดั สพุ รรณบุรี ตามรายละเอียดขน้ั ตอน ดังตอ ไปน้ี
1. ผูวจิ ยั ดำเนินการจดั เตรยี มแบบสอบถามทีไ่ ดผานการตรวจสอบความเที่ยงตรง
ความเชือ่ ม่นั พรอมตรวจสอบความถกู ตอ งเรยี บรอ ย จำนวน 400 ชดุ
2. ผูวิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูลที่ผานการตอบคำถามแลวทั้งหมด
และดำเนินการตรวจสอบความถูกตองและความสมบูรณของขอ มูลในแบบสอบถาม ไดแ บบสอบถาม
ท่มี คี วามสมบรู ณจ ำนวน 366 ชุด คิดเปน รอยละ 91.50
3. ผูวิจัยดำเนินการนำแบบสอบถามที่มีความสมบรู ณมาทำการบันทึกขอมูล
ลงรหัส เพอื่ ทำการวเิ คราะหแ ละประมวลผลขอ มูลดวยโปรแกรมสำเรจ็ รูปทางสถิติ
3.4.2 ขอ มลู ประเภททตุ ิยภมู ิ (Secondary Data)
ผูวจิ ยั ดำเนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู ทงั้ ที่เปน เอกสาร สถติ ิ ตวั เลข จากหนวยงาน
ของรัฐและหนวยงานที่เกี่ยวของกับงานวิจัยครั้งนี้ รวมไปถึงจากหนังสือ ตาราเรียน สื่อสิ่งพิมพ
อินเทอรเนต็ วารสาร บทความวิชาการ และรายงานการวจิ ยั ตา ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง
3.5 การวิเคราะหและประมวลผล
ผูวิจยั นำแบบสอบถามทจ่ี ดั เกบ็ ขอมลู อยา งถกู ตอ งครบถวน จำนวน 30 ชดุ มาวิเคราะห
ประมวลผล โดยใชโปรแกรมสำเร็จรูป เพือ่ มาวเิ คราะหค าทางสถิติ ดงั ตอไปน้ี
3.5.1 การวเิ คราะหเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)
ประกอบไปดวย คาความถี่ (Frequency) คารอยละ (Percentage) คาเฉล่ีย
(Mean) และสวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยมีรายละเอียด ดังตอไปนี้
1. ขอมูลลกั ษณะทางประชากรศาสตรของกลุมตัวอยาง อธิบายดวยคาความถ่ี
(Frequency) และคารอ ยละ (Percentage)
2. ขอมูลระดับความคิดเห็นของพฤติกรรมการใชงาน ทัศนคติที่มีตอการใช
การยอมรับการใชอธิบายดวยคาเฉลี่ย (Mean) และคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard
Deviation)
66
3.5.2 การวเิ คราะหเชงิ อนมุ าน (Inferential Statistics)
การวิเคราะหความสัมพันธหลายตัวแปร (Multivariate Relationship)
ซึ่งเปนวิธีการทางสถิติ ที่อธิบายความสัมพันธของตัวแปรอิสระที่มีความสัมพันธกบั ตัวแปรตาม
โดยใชสถิติ Multiple Regression Analysis หรือการถดถอยพหแุ บบ Enter เพื่อทดสอบสมมติฐาน
ในการวิเคราะห เพื่อหาตวั แปรอสิ ระมีความสมั พันธก ับตวั แปรตาม หรอื เปน การพยากรณตัวแปรตาม
หน่ึงตัวสงผลมาจากตัวแปรอิสระตัง้ แตสองตัวข้ึนไป
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะหข อ มูล
การวจิ ัยคร้งั น้ีมงุ ศกึ ษา เรอ่ื ง ปจ จยั ที่สง ผลตอการยอมรับการใชแ อพพลเิ คชัน่ MyMo โดยมี
วัตถปุ ระสงค เพ่ือศึกษาปจจัยพฤตกิ รรม การใชง านเทคโนโลยสี ารสนเทศทส่ี ง ผลตอการยอมรับการ
ใช MyMo เพือ่ ศึกษาปจจัยทัศนคติที่มีตอการใชเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลตอการยอมรับการใช
MyMo โดยผูวิจัยไดแบงการวิเคราะหขอมูลออกเปน 2 สวน ไดแก สวนที่ 1 คือ ผลการวิเคราะห
ขอมูล โดยใชส ถิตเิ ชงิ พรรณนา (Descriptive Statistics) และสว นที่ 2 คอื ผลการวิเคราะหขอ มลู โดย
ใชสถิตเิ ชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ทั้งนี้ผูว ิจยั ไดกำหนดสัญลกั ษณและอักษรยอ ตาง ๆ ที่ใช
ในการวเิ คราะหขอ มลู ดังตอ ไปน้ี
สัญลกั ษณท ีใ่ ชในการวเิ คราะหขอ มลู
̅ แทน คา เฉล่ยี
SD แทน คาเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
df แทน ชัน้ ของความเปน อสิ ระ (Degree of Freedom)
n แทน จำนวนของกลมุ ตวั อยา ง
t แทน คาสถติ ิท่ใี ชท ดสอบใน t-distribution
F แทน คา สถติ ทิ ใี่ ชทดสอบใน F-distribution
p แทน ความนาจะเปนของกลุม ตัวอยา งทใ่ี ชทดสอบสมมตฐิ าน
SS แทน ผลบวกกำลงั สองของคะแนน
MS แทน คา คะแนนเฉลีย่ ของผลบวกกำลงั สองของคะแนน
R แทน คา สัมประสทิ ธิส์ หสมั พันธ
R Square แทน คา สัมประสทิ ธิ์การทำนาย
β แทน คา สัมประสทิ ธ์ิถดถอยการถดถอยพหคุ ูณของตวั แปรพยากรณใ น
รปู คะแนนมาตรฐาน
B แทน คาสมั ประสทิ ธ์ถิ ดถอยการถดถอยพหคุ ณู ของตวั แปรพยากรณใ น
รูปแบบคะแนนดิบ
SE แทน คา ความคาดเคลื่อนมาตรฐานของสมั ประสทิ ธ์ิถดถอย
การนำเสนอผลการวเิ คราะหข อมลู
68
การนำเสนอผลการวิเคราะหขอมลู
ในการนำเสนอผลการวิเคราะหขอมูลการแปรผลการวิเคราะหขอมูลการวจิ ัยครั้งนี้ ผูวิจัย
ไดว เิ คราะหและนำเสนอรปู แบบของตารางประกอบการอธิบาย โดยแบง เปน 5 สวน ดังน้ี
สวนที่ 1 ผลการวเิ คราะหขอมูลท่วั ไปของผูตอบแบบสอบถาม
สว นท่ี 2 ผลการวิเคราะหพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศทส่ี ง ผลตอการยอมรับ
การใชแ อพพลิเคช่ัน MyMo ของธนาคารออมสนิ สาขาสามชุก จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
สวนที่ 3 ผลการวเิ คราะหทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศทีส่ งผลตอการยอมรับ
การใชแอพพลเิ คชัน่ MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จงั หวดั สพุ รรณบุรี
สวนที่ 4 ผลการวิเคราะหการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารออมสิน
สาขาสามชุก จงั หวัดสุพรรณบรุ ี
สวนที่ 5 ผลการวิเคราะหการยอมรับการใชแอพพลเิ คชั่น MyMo ของธนาคารออมสิน
สาขาสามชกุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี
ผลการวเิ คราะหข อมลู
สวนที่ 1 การวเิ คราะหขอ มลู ทั่วไปของผูต อบแบบสอบถาม
ตารางที่ 4-1 แสดงคาจำนวนและรอ ยละขอมลู ทัว่ ไปของผตู อบแบบสอบถามกลุมตวั อยาง
แตง จำนวน รอยละ
ขอ มลู สว นบคุ คล 236 64.50
เพศ 130 35.50
366 100.00
-หญงิ
-ชาย 104 28.40
92 25.10
รวม 65 17.80
อายุ 61 16.70
27 7.40
-31-35 ป 17 4.60
-41 ปข ้นึ ไป 366 100.00
-26-30 ป
-21-25 ป
-36-40 ป
-ต่ำกวา 20 ป
รวม
69
ตารางที่ 4-1 แสดงคา จำนวนและรอยละขอ มลู ทวั่ ไปของผูต อบแบบสอบถามกลุมตวั อยา ง (ตอ )
แตง จำนวน รอ ยละ
ขอ มลู สว นบุคคล
สถานภาพ
-สมรส 183 50.00
-โสด 153 41.80
-หยาราง 19 5.20
-หมาย 11 3.00
รวม 366 100.00
ระดับการศึกษา
-ม.6/ปวช./ปวส. 163 44.50
-ตำ่ กวา ม.3 102 27.90
-ปริญญาตรี 76 20.80
-สูงกวาปรญิ ญาตรี 25 6.80
รวม 366 100.00
อาชพี
-ธุรกิจสวนตวั /คาขาย 99 27.00
-รบั จา งท่ัวไป 88 24.00
-เกษตรกร 54 14.80
-พนกั งานเอกชน 45 12.30
-นักเรียน/นกั ศกึ ษา 43 11.70
-รบั ราชการ/เจาหนาทข่ี องรฐั 36 9.80
-อื่น 1 0.30
รวม 366 100.00
รายไดตอเดอื น
-10,001-15,000 บาท 149 40.70
-ตำ่ กวา 10,000 บาท 78 21.30
-15,001-20,000 บาท 64 17.50
-20,001-25,000 บาท 47 12.80
-20,001 บาทขน้ึ ไป 28 7.70
รวม 366 100.00
แตง
70
จากตารางที่ 4-1 พบวา ผลการวิเคราะหขอมูลสวนบุคคลของผูตอบแบบสอบถามกลุม
ตัวอยาง ในการศกึ ษาทงั้ หมด 366 ตวั อยา ง โดยสามารถจำแนกขอ มูลสว นบคุ คล ดงั นี้
1. เพศ ผตู อบแบบสอบถามในคร้ังน้ี สว นใหญเปน เพศหญิงจำนวน 236 คน คิดอัตราสวน
เปนรอยละ 64.50 และเพศชายจำนวน 130 คน คน คดิ อัตราสว นเปน รอยละ 35.50
2. อายุ ผตู อบแบบสอบถามในคร้งั นี้ มอี ายุ 31-35 ปมากที่สดุ จำนวน 104 คน คดิ เปนอตั ราสว น
รอยละ 28.40 รองลงมามอี ายุ 41 ปขึ้นไป จำนวน 92 คน คิดเปน อตั ราสวนรอ ยละ 25.10 รองลงมา มีอายุ
26-30 ป จำนวน 65 คน คิดเปนอัตราสว นรอ ยละ 17.80 รองลงมามีอายุ 21-25 ป จำนวน 61 คน คิดเปน
อัตราสวนรอ ยละ 16.70 รองลงมามีอายุ 36-40 ป จำนวน 27 คน คดิ เปนอตั ราสว นรอ ยละ 25.10 และนอ ย
ที่สุดมีอายุต่ำกวา 20 ป จำนวน 17 คน คิดเปน อตั ราสว นรอยละ 4.60
3. สถานภาพ ผูตอบแบบสอบถามในครั้งนี้ สวนใหญมีสถานภาพสมรส จำนวน 183 คน
คิดเปนรอยละ 50.00 รองลงมามีสถานภาพโสด จำนวน 153 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 41.80
รองลงมามีสถานภาพหยาราง จำนวน 19 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 5.20 และนอยที่สุด
มสี ถานภาพหมา ย จำนวน 11 คน คดิ เปน อัตราสว นรอยละ 3.00
4. ระดับการศึกษา ผูตอบแบบสอบถามในครั้งนี้ มีการศึกษาอยูในระดับ ม.6/ปวช./ปวส.
มากที่สุดจำนวน 163 คน คดิ เปนรอ ยละ 44.50 รองลงมามีการศึกษาระดับต่ำกวา มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 จำนวน
102 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 27.90 รองลงมามีการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 76 คน คิดเปน
อตั ราสวน รอยละ 20.8 และนอ ยทสี่ ุดมีการศกึ ษาระดับสงู กวา ปริญญาตรี จำนวน 25 คน คดิ เปน อัตราสวน
รอ ยละ 6.80
5. อาชีพ ผูตอบแบบสอบถาม มีอาชีพธุรกิจสวนตัว/คาขาย มากที่สุด จำนวน 99 คน
คดิ เปนอตั ราสวนรอยละ 27.00 รองลงมามีอาชีพรบั จางทว่ั ไป จำนวน 88 คน คดิ เปนอัตราสวนรอย
ละ 24.00 รองลงมามีอาชพี เกษรกร จำนวน 54 คน คดิ เปนอตั ราสวนรอยละ 14.80 รองลงมามอี าชพี
พนักงานเอกชน จำนวน 45 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 12.30 รองลงมามีนักเรียน/นักศึกษา
จำนวน 43 คน คิดเปน อตั ราสวนรอ ยละ 11.70 รองลงมามอี าชพี รบั ราชการ/เจา หนา ทข่ี องรฐั จำนวน
36 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 9.80 และนอยทีส่ ดุ มอี าชีพอื่น ๆ จำนวน 1 คน คิดเปนอัตราสวน
รอยละ 0.30
6. รายไดตอเดือน ผูตอบแบบสอบถามในครั้งมีรายได 10,000 - 15,000 บาท มากที่สุด
จำนวน 149 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 40.70 รองลงมามีรายไดต่ำกวา 10,000 บาท จำนวน 78 คน
คิดเปนอตั ราสวน รอ ยละ 21.30 รองลงมามีรายได 15,001-20,000 บาท จำนวน 64 คน คิดเปน อัตราสวน
รอยละ 17.50 รองลงมามีรายได 20,001-25,000 บาท จำนวน 47 คน คิดเปนอัตราสวนรอยละ 12.80
และนอ ยทส่ี ดุ มรี ายได 25,001 บาทขน้ึ ไป จำนวน 28 คน คดิ เปน อัตราสวนรอ ยละ 7.7
71
สวนที่ 2 ผลการวิเคราะหปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผล
ตอ การยอมรับการใชแ อพพลิเคช่ัน MyMo
ในการศึกษาพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลตอการยอมรับการใช
แอพพลิเคชั่น MyMo ของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ใชคาเฉลี่ยและสวน
เบยี่ งเบนมาตรฐานมีผลการศกึ ษา ดงั นี้
ตารางที่ 4-2 แสดงคา เฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
ในภาพรวม
ปจ จยั พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี S.D. แปลผล ลำดบั
ดานสถานการณ 4.43 0.47 มาก 1
ดานผลลัพธท ต่ี ามมา 4.38 0.41 มาก 2
ดานปฏิกริ ยิ าตอความผดิ หวัง 4.37 0.47 มาก 3
ดานความพรอ ม 4.35 0.39 มาก 4
ดา นการแปลความหมาย 4.34 0.34 มาก 5
ดานการตอบสนอง 4.33 0.42 มาก 6
ดา นเปาหมาย 4.31 0.40 มาก 7
เฉล่ีย 4.36 0.25 มาก
จากตารางที่ 4-2 พบวา ปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ในภาพรวม โดยรวม
อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.36, S.D. = 0.25) เมื่อพิจารณาเปนรายดาน โดยดานสถานการณ
มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.43, S.D. = 0.47) เปนอันดับที่หนึ่ง ดานผลลัพธที่ตามมา
มีความคดิ เห็น อยูในระดบั มาก ( ̅ = 4.38, S.D. = 0.41) เปนอันดับท่สี อง ปฏกิ ิริยาตอความผิดหวัง
มีความคิดเห็น อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.37, S.D. = 0.47) เปนอันดับที่สาม ดานความพรอม
มีความคิดเห็น อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.35, S.D. = 0.39) เปนอันดับที่สี่ ดานการแปลความหมาย
มีความคิดเห็น อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.34, S.D. = 0.34) เปนอันดับที่หา ดานการตอบสนอง
มีความคิดเห็น อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.33, S.D. = 0.42) เปนอันดับที่หก และอันดับสุดทาย
ดา นเปาหมาย มีความคดิ เหน็ อยใู นระดับมาก ( ̅ = 4.31, S.D. = 0.40) ตามลำดับ
72
ตารางที่ 4-3 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
ดา นเปา หมาย
ดานเปา หมาย ̅ S.D. แปลผล ลำดบั
1. ทานมีความคาดหวังในการใชงาน 4.32 0.53 มาก 1
แอพพลเิ คช่ัน MyMo ไวลวงหนา
2. ทา นมักเปรียบเทียบความพึงพอใจการใช 4.31 0.58 มาก 2
งานกับความคาดหวงั ทกุ คร้งั ทีใ่ ชงาน
3. ทานสามารถใชงานแอพพลเิ คชน่ั ไดต ามที่ 4.30 0.66 มาก 3
ทา นคาดหวังเสมอ
เฉลย่ี 4.31 0.40 มาก
จากตารางที่ 4-3 พบวา ปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ดานเปาหมาย โดยรวม
อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.31, S.D. = 0.40) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา ทานมีความคาดหวัง
ในการใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo ไวลวงหนามีความคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.32,
S.D. = 0.53) เปนอันดับที่หนึ่ง ทานมักเปรียบเทียบความพึงพอใจการใชงานกับความคาดหวัง
ทกุ คร้ังทีใ่ ชง านมคี วามคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.31, S.D. = 0.58) เปน อนั ดับท่สี อง และอนั ดับ
สุดทาย ทานสามารถใชงานแอพพลิเคชั่นไดตามที่ทานคาดหวังเสมอ ( ̅ = 4.30, S.D. = 0.66)
ตามลำดบั
73
ตารางท่ี 4-4 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
ดานความพรอ ม
ดา นความพรอม ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
1. ทา นมสี ภาพรางกาย เชน สายตา
ประสาทสัมผสั ตาง ๆ ทพ่ี รอ มตอ การใชง าน 4.51 0.56 มากท่ีสดุ 1
แอพพลเิ คชั่น MyMo
2. ทานไมกลวั ที่จะใชง านแอพพลเิ คช่ัน 4.33 0.56 มาก 2
MyMo
3. ทา นพรอมหากการใชงานแอพพลเิ คชนั่ 4.30 0.59 มาก 3
MyMo มกี ารเปลย่ี นแปลง
4. ทา นเคยมีประสบการณในการใช
แอพพลเิ คชั่นอ่ืน ๆ มากอนทำใหท า นอยากใช 4.25 0.58 มาก 4
แอพพลเิ คชน่ั MyMo
เฉลีย่ 4.35 0.39 มาก
จากตารางที่ 4-4 พบวา ปจ จัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ดา นความพรอม โดยรวม
อยใู นระดบั มากที่สุด ( ̅ = 4.35, S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา ทานมสี ภาพรางกาย
เชน สายตาประสาทสัมผัสตาง ๆ ที่พรอมตอการใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo มีความคิดเห็น
อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.51, S.D. = 0.56) เปนอันดับที่หนึ่ง ทานไมกลัวที่จะใชงานแอพพลิเคชั่น
MyMo มีความคิดเห็นอยูในระดบั มาก ( ̅ = 4.33, S.D. = 0.56) เปนอันดับที่สอง ทานพรอมหาก
การใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo มีการเปลี่ยนแปลง มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.30,
S.D. = 0.59) เปนอันดับที่สาม และอันดบั สุดทาย ทานเคยมีประสบการณในการใชแอพพลิเคชั่น
อ่นื ๆ มากอ น ทำใหท านอยากใชแ อพพลิเคช่นั MyMo ( ̅ = 4.25, S.D. = 0.58) ตามลำดับ
74
ตารางที่ 4-5 แสดงคา เฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
ดานสถานการณ
ดานสถานการณ ̅ S.D. แปลผล ลำดบั
1. แอพพลเิ คชัน่ MyMo สามารถตอบสนอง
ความตอ งการในการทำธุรกรรมทางการเงนิ ได 4.48 0.60 มาก 1
ทกุ สถานการณ
2. ทา นใชแ อพพลิเคชน่ั MyMo เพราะเปน 4.43 0.58 มาก 2
แอพพลเิ คช่ันทส่ี ะดวกตอการใชง าน
3. ทานสามารถใช แอพพลิเคชนั่ MyMo ได 4.38 0.64 มาก 3
ทกุ เวลาท่ีทานตองการ
เฉลย่ี 4.43 0.47 มาก
จากตารางที่ 4-5 พบวา ปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ดานสถานการณ โดยรวม
อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.43, S.D. = 0.47) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา แอพพลิเคชั่น MyMo
สามารถตอบสนองความตองการในการทำธุรกรรมทางการเงินไดทุกสถานการณ มีความคิดเห็น
อยูในระดบั มาก ( ̅ = 4.48, S.D. = 0.60) เปนอนั ดับท่ีหนึ่ง ทานใชแ อพพลเิ คช่นั MyMo เพราะเปน
แอพพลิเคชั่นที่สะดวกตอการใชงาน มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.43, S.D. = 0.58)
เปนอันดับท่ีสอง และอันดบั สุดทาย ทานสามารถใชแอพพลิเคชั่น MyMo ไดทุกเวลาท่ีทานตองการ
( ̅ = 4.38, S.D. = 0.64) ตามลำดบั
75
ตารางที่ 4-6 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
ดา นการแปลความหมาย
ดานการแปลความหมาย ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
1. ทา นไดทำความเขา ใจและใชประสบการณ
การใชแอพพลเิ คชน่ั เพือ่ ลดความเสีย่ ง/ความ 4.50 0.60 มาก 1
ผิดพลาดจากการใชงานบนแอพพลเิ คชั่น
2. ทา นใชประสบการณจ ากการใช
แอพพลเิ คชนั่ อื่นกอ นการตดั สินใจใชง าน 4.34 0.55 มาก 2
แอพพลเิ คชน่ั MyMo
3. ทานมกั ทำความเขาใจวิธีการใช 4.18 0.45 มาก 3
แอพพลเิ คชั่น MyMo กอ นการตัดสินใจใชงาน
เฉลยี่ 4.34 0.34 มาก
จากตารางที่ 4-6 พบวา ปจจัยพฤตกิ รรมการใชงานเทคโนโลยี ดานการแปลความหมาย
โดยรวมอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.34, S.D. = 0.34) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา ทานไดทำ
ความเขาใจ และใชประสบการณการใชแอพพลิเคชั่นเพื่อลดความเสี่ยง/ความผิดพลาด
จากการใชงานบนแอพพลิเคชั่น มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.50, S.D. = 0.60)
เปนอันดับที่หนึ่ง ทานใชประสบการณ จากการใชแอพพลิเคชั่นอื่นกอนการตัดสินใจใชงาน
แอพพลิเคชั่น MyMo มีความคิดเห็นอยูในระดับมา ( ̅ = 4.34, S.D. = 0.55) เปนอันดับที่สอง
และอันดับสุดทาย ทานมักทำความเขาใจวิธีการใชแอพพลิเคชั่น MyMo กอนการตัดสินใจใชงาน
( ̅ = 4.18, S.D. = 0.45) ตามลำดับ
76
ตารางที่ 4-7 แสดงคา เฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดา นการตอบสนอง
ดา นการตอบสนอง ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
1. แอพพลเิ คช่ัน MyMo สามารถตอบสนอง
ความตองการตอการใชงานของทานไดเปน 4.40 0.56 มาก 1
อยา งดี
2. ทานตัดสนิ ใจใชงานแอพพลเิ คช่ัน MyMo
เพื่อตอบสนองการใชง าน ในการ 4.32 0.56 มาก 2
ประหยดั เวลาของทาน
3. ทา นมักตดั สนิ ใจใชแอพพลเิ คชั่น MyMo
โดยผานการแปลความหมายจากขอ คำถาม 4.31 0.60 มาก 3
กอนหนาน้ี
เฉล่ยี 4.34 0.42 มาก
จากตารางท่ี 4-7 พบวา ปจ จยั พฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ดา นการตอบสนอง โดยรวม
อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.34, S.D. = 0.42) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา แอพพลิเคชั่น MyMo
สามารถตอบสนองความตองการตอ การใชง านของทานไดเ ปนอยา งดี มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก
( ̅ = 4.40, S.D. = 0.56) เปนอันดบั ทีห่ น่ึง ทานตดั สินใจใชง านแอพพลเิ คชัน่ MyMo เพอ่ื ตอบสนอง
การใชงานในการประหยัดเวลาของทาน มีความคิดเห็นอยูในระดับมา ( ̅ = 4.32, S.D. = 0.56)
เปนอันดับที่สอง และอันดับสุดทาย ทานมักตัดสินใจใชแอพพลิเคชั่น MyMo โดยผานการแปล
ความหมายจากขอคำถามกอ นหนาน้ี ( ̅ = 4.31, S.D. = 0.60) ตามลำดบั
77
ตารางที่ 4-8 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดานผลลัพธท ีต่ ามมา
ดา นผลลพั ธท ีต่ ามมา ̅ S.D. แปลผล ลำดบั
1. ทา นสามารถใชง านแอพพลเิ คช่ัน MyMo 4.45 0.61 มาก 1
บรรลุวตั ถุประสงคท่ตี ั้งใจไว
2. ทา นมกั เปรียบเทยี บผลการใชง าน
แอพพลเิ คชั่น MyMo กบั ความคาดหวงั หรอื 4.44 0.59 มาก 2
มาตรฐานทที่ านกำหนด
3. ทานสามารถใชงานแอพพลเิ คชัน่ MyMo 4.33 0.59 มาก 3
ภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด
4. ทา นพึงพอใจตอการใชงานแอพพลเิ คชั่น 4.32 0.60 มาก 4
MyMo
เฉล่ีย 4.38 0.41 มาก
จากตารางที่ 4-8 พบวา ปจจัยพฤตกิ รรมการใชง านเทคโนโลยี ดานผลลพั ธท ่ตี ามมา โดยรวม
อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.38, S.D. = 0.41) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา ทานสามารถ
ใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo บรรลุวัตถุประสงคที่ตั้งใจไว มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก
( ̅ = 4.45, S.D. = 0.61) เปนอันดับทีห่ นึ่ง ทานมกั เปรียบเทยี บผลการใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo
กับความคาดหวังหรือมาตรฐานที่ทานกำหนด มีความคิดเห็นอยูในระดับมาก ( ̅ = 4.44,
S.D. = 0.59) เปนอันดับสอง ทานสามารถใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo ภายในระยะเวลาที่กำหนด
มีความคิดเห็นอยูในระดับมากที่สุด ( ̅ = 4.33, S.D. = 0.59) เปนอันดับท่ีสาม และอันดับสดุ ทา ย
ทานพงึ พอใจตอ การใชง านแอพพลเิ คชนั่ MyMo ( ̅ = 4.32, S.D. = 0.60) ตามลำดบั
78
ตารางที่ 4-9 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดา นปฏกิ ริ ิยาตอความผดิ หวงั
ดา นปฏิกิรยิ าตอ ความผดิ หวงั ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
1. เมือ่ ทานไมส ามารถใชแ อพพลิเคชน่ั MyMo 4.44 0.65 มาก 1
ไดต ามความตอ งการทา นมักจะลองหาวธิ กี ารใหม
แกป ญ หา 4.41 0.64 มาก 2
2. เมื่อทา นไมส ามารถใชแอพพลเิ คชั่น MyMo 4.28 0.58 มาก 3
ไดต ามความตอ งการทานมกั จะพจิ ารณาหา 4.38 0.47 มาก
สาเหตขุ องปญ หาทเ่ี กดิ ข้นี
3. เมอื่ ทา นไมส ามารถใชแอพพลเิ คชน่ั MyMo
จะมักไมเ ลิกลม ความพยายามในการใชง าน
เฉลย่ี
จากตารางท่ี 4-9 พบวา ปจ จัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี ดา นปฏกิ ริ ิยาตอ ความผิดหวัง
โดยรวม อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.38, S.D. = 0.47) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา เมื่อทานไม
สามารถใชแอพพลิเคชั่น MyMo ไดตามความตองการทานมักจะลองหาวิธีการใหมแกปญหา
มีความคิดเห็น อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.44, S.D. = 0.65) เปนอันดับที่หนึ่ง เมื่อทานไมสามารถใช
แอพพลิเคชั่น MyMo ไดตามความตองการทานมักจะพิจารณาหาสาเหตุของปญหาที่เกิดขึ้น
มีความคิดเห็น อยูในระดับมาก ( ̅ = 4.41, S.D. = 0.64) เปนอันดับที่สอง และอันดับสุดทาย
เมื่อทา นไมสามารถใชแอพพลิเคชั่น MyMo จะมักไมเลิกลมความพยายามในการใชง าน ( ̅ = 4.28,
S.D. = 0.58) ตามลำดบั
79
สวนที่ 3 ผลการวิเคราะหปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลตอการ
ยอมรับการใชแ อพพลเิ คช่นั MyMo
การศึกษาปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลตอการยอมรับการใช
แอพพลเิ คชน่ั MyMo ใชคาเฉลี่ยและสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน มีรายละเอียด ดงั น้ี
ตารางที่ 4-10 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี
ในภาพรวม
ปจจัยทศั นคตกิ ารใชง านเทคโนโลยี ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
ดานพฤตกิ รรม 4.48 0.43 มาก 1
ดา นความรูสึก 4.40 0.45 มาก 2
ดานความรู 4.38 0.42 มาก 3
มาก
เฉลีย่ 4.42 0.34
จากตารางที่ 4-10 พบวา ปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ในภาพรวม
มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมา ( ̅ = 4.42, S.D. = 0.34) เมื่อพิจารณาเปนรายดาน
โดยเรียงลำดับจากคาเฉล่ียมากไปหานอย พบวา ดานท่ีมคี า สูงสุด คอื ดา นพฤติกรรม มีความคิดเห็น
อยูในระดับเห็นดวยมา ( ̅ = 4.48, S.D. = 0.43) รองลงมา ดานความรูสึก มีความคิดเห็น
อยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.40, S.D. = 0.45) และดานที่มีคาเฉลี่ยนอยที่สุด ดานความรู
มคี วามคิดเห็นอยใู นระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.38, S.D. = 0.42) ตามลำดบั
80
ตารางท่ี 4-11 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี
ดานความรู
ดา นความรู ̅ S.D. แปลผล ลำดบั
1. ทานคิดวา พนกั งานของธนาคารฯ จะ 4.45 0.61 มาก 1
สามารถใหค วามรูใ นการใชงานแอพพลเิ คช่นั 4.38 0.63 มาก 2
MyMo แกท า นได 4.32 0.56 มาก 3
2. ทานคิดวา อยากจะมคี วามรเู กีย่ วกับ 4.38 0.42 มาก
แอพพลเิ คช่นั เพิ่มขน้ึ หรอื ไม
3. ทานคดิ วา ประสบการณจากการใชงาน
แอพพลเิ คช่นั อ่นื ๆ มากอ นเปน พื้นฐานท่ีดใี นการ
ใชแอพพลิเคชน่ั MyMo
เฉลย่ี
จากตารางที่ 4-11 พบวา ปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี ดานความรู มีความคิดเหน็
อยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.38, S.D. = 0.42) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ โดยเรียงลำดับ
จากคาเฉล่ียมากไปหานอย พบวา ขอที่มคี าสูงสุด คือ ทา นคิดวาพนักงานของธนาคารฯ จะสามารถ
ใหความรูในการใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo แกทานได มีความคิดเห็น อยูในระดับเห็นดวยมาก
( ̅ = 4.45, S.D. = 0.61) รองลงมา ทา นคดิ วา อยากจะมีความรูเก่ียวกบั แอพพลเิ คชั่นเพิ่มข้ึนหรือไม
มีความคิดเห็น อยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.38, S.D. = 0.63) และขอที่มีคาเฉลี่ยนอยทีส่ ุด
ทานคิดวาประสบการณจากการใชงานแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ มากอนเปนพื้นฐานที่ดีในการใช
แอพพลเิ คช่ัน MyMo มคี วามคดิ เหน็ อยูในระดับเห็นดว ยมาก ( ̅ = 4.32, S.D. = 0.56) ตามลำดบั
81
ตารางท่ี 4-12 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี
ดา นความรสู กึ
ดา นความรสู กึ ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
มาก 1
1. ทานรูสึกพงึ พอใจตอ การใชง าน 4.47 0.60 มาก 2
แอพพลเิ คชนั่ MyMo มาก 3
มาก
2. ทา นชอบใชงานแอพพลเิ คช่ัน MyMo 4.32 0.58
3. ทานรสู กึ วาแอพพลเิ คช่นั MyMo มีความ 4.41 0.58
เหมาะสมในการใชงาน
เฉล่ยี 4.40 0.45
จากตารางที่ 4-12 พบวา ปจ จยั ทศั นคติการใชง านเทคโนโลยี ดานความรูสึก มีความคิดเห็น
อยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.40, S.D. = 0.45) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ โดยเรียงลำดับจาก
คาเฉลีย่ มากไปหานอย พบวา ขอที่มีคาสูงสุด คือ ทานรูสึกพึงพอใจตอการใชงานแอพพลิเคช่ัน
MyMo มคี วามคดิ เหน็ อยูในระดับเห็นดวยมาก ( = 4.47, S.D. = 0.60) รองลงมา ทานชอบใชงาน
แอพพลเิ คชัน่ MyMo มีความคดิ เหน็ อยูในระดบั เห็นดว ยมาก ( ̅ = 4.32, S.D. = 0.58) และขอที่มี
คาเฉลย่ี นอยท่ีสุด ทานรสู ึกวาแอพพลเิ คชั่น MyMo มคี วามเหมาะสมในการใชง าน มคี วามคิดเห็นอยู
ในระดบั เหน็ ดวยมาก ( ̅ = 4.41, S.D. = 0.58) ตามลำดบั
82
ตารางที่ 4-13 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจยั ทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี
ดานพฤติกรรม
ดา นพฤตกิ รรม ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
1. ทานยินดีใหขอเสนอแนะกับทางธนาคารฯ 4.58 0.58 มากท่ีสดุ 1
เพือ่ พัฒนาแอพพลเิ คชั่น MyMo
2. ทา นคิดวา พนักงานของธนาคารฯ จะสามารถ 4.50 0.59 มาก 2
ชวยเหลือทานไดเมื่อเกิดปญหาการใชงาน
แอพพลิเคชนั่ MyMo 4.44 0.56 มาก 3
3. ทา นมีความพรอมในการใชงานแอพพลิเคชั่น 4.42 0.59 มาก 4
MyMo 4.48 0.43 มาก
4. ทา นรสู กึ ดีตอการใชแอพพลเิ คชน่ั MyMo
เฉล่ยี
จากตารางที่ 4-13 พบวา ปจ จัยทศั นคตกิ ารใชง านเทคโนโลยี ดานพฤตกิ รรม มคี วามคดิ เห็น
อยูในระดับเห็นดวยมากที่สุด ( ̅ = 4.48, S.D. = 0.43) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ โดยเรียงลำดับ
จากคาเฉลี่ยมากไปหานอย พบวา ขอที่มีคาสูงสุด คือ ทา นยินดีใหขอเสนอแนะกับทางธนาคารฯ
เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่น MyMo มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมากที่สุด ( ̅ = 4.58,
S.D. = 0.56) รองลงมา คือ ทานคิดวาพนักงานของธนาคารฯ จะสามารถชวยเหลือทานไดเมื่อเกดิ
ปญหาการใชงานแอพพลิเคชั่น MyMo มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.50, S.D. =
0.59) รองลงมา คือ ทา นมีความพรอมในการใชง านแอพพลิเคชน่ั MyMo มีความคิดเห็นอยูในระดับ
เห็น ดวยมาก ( ̅ = 4.44, S.D. = 0.56) และขอที่มีคาเฉลี่ยนอยที่สุด ทานรูสึกดีตอการใช
แอพพลิเคชั่น MyMo มีความคดิ เหน็ อยูในระดับเห็นดว ยมาก ( ̅ = 4.42, S.D. = 0.59) ตามลำดับ
83
สวนท่ี 4 ผลการวเิ คราะหการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารออมสนิ
สาขาสามชกุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
ผลการวิเคราะหการยอมรับการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารออมสิน สาขาสามชุก
จังหวดั สุพรรณบรุ ีใชคา เฉลยี่ และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน มีรายละเอียด ดังนี้
ตารางท่ี 4-14 แสดงคา เฉลีย่ และสว นเบีย่ งเบนมาตรฐานการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น MyMo
ในภาพรวม
ปจ จยั การยอมรับการใชแ อพพลิเคชนั่ MyMo ̅ S.D. แปลผล ลำดับ
ดา นการรบั รูถ งึ ความงายในการใชงาน 4.53 0.40 มากท่ีสดุ 1
ดา นการรบั รถู งึ ประโยชน 4.40 0.36 2
มาก
เฉลยี่ 4.47 0.34 มาก
จากตารางที่ 4-14 พบวา ปจจัยการยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น MyMo ในภาพรวม
มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมากที่สุด ( ̅ = 4.47, S.D. = 0.34 ) เมื่อพิจารณาเปนรายดาน
โดยเรียงลำดับจากคาเฉลี่ยมากไปหานอย พบวา ดานที่มีคาสูงสุด คือ ดานการรับรูถึงความงาย
ในการใชงาน มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมากทีส่ ุด ( ̅ = 4.53, S.D. = 0.40) และดานที่มี
คาเฉลี่ยนอยที่สุด ดานการรับรูถงึ ประโยชน มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.40,
S.D. = 0.36) ตามลำดับ
84
ตารางที่ 4-15 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยการยอมรับการใชเทคโนโลยี
ดา นการรับรถู งึ ประโยชน
ดานการรบั รูถึงประโยชน ̅ S.D. แปลผล ลำดบั
1. ทา นคดิ วาแอพพลเิ คชน่ั MyMo มี 4.47 0.58 มาก 1
เสถยี รภาพเปน ที่นา พึงพอใจ
2. ทานคดิ วาแอพพลเิ คช่นั MyMo เปน 4.46 0.64 มาก 2
ทางเลอื กทดี่ ใี นการทำธรุ กรรมทางการเงนิ
3. ทานคิดวาแอพพลิเคชั่น MyMo มี
ประโยชนตอการทำธุรกรรมทางการเงนิ ของ 4.44 0.60 มาก 3
ทานมาก
4. ทานคดิ วา แอพพลเิ คชนั่ MyMo เพม่ิ ความ 4.41 0.60 มาก 4
รวดเร็วในการทำธรุ กรรมทางการเงิน
5. ทา นคดิ วา แอพพลิเคชนั่ MyMo มี 4.24 0.51 มาก 5
ประสิทธภิ าพในการใชง านได
เฉล่ยี 4.40 0.36 มาก
จากตารางที่ 4-15 พบวา ปจจัยการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการรับรู
ถึงประโยชน มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.40, S.D. = 0.36) เมื่อพิจารณา
เปนรายขอ โดยเรียงลำดับจากคาเฉลี่ยมากไปหานอย พบวา ขอที่มีคาสูงสุด คือ ทานคิดวา
แอพพลิเคชั่น MyMo มีเสถียรภาพเปนที่นาพึงพอใจ มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก
( ̅ = 4.47, S.D. = 0.58) รองลงมา ทานคิดวาแอพพลิเคชั่น MyMo เปนทางเลือกที่ดีในการทำ
ธุรกรรมทางการเงิน มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.46, S.D. = 0.64) รองลงมา
ทานคิดวาแอพพลิเคชั่น MyMo มีประโยชนตอการทำธุรกรรมทางการเงินของทานมาก
มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดว ยมาก ( ̅ = 4.44, S.D. = 0.60) รองลงมา ทานคดิ วาแอพพลิเคชั่น
MyMo เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงิน มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก
( ̅ = 4.41, S.D. = 0.60) และขอที่มีคาเฉลี่ยนอยที่สุด ทานคิดวาแอพพลิเคชั่น MyMo
มีประสิทธิภาพในการใชงานได มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมาก ( ̅ = 4.24, S.D. = 0.51)
ตามลำดับ
85
ตารางที่ 4-16 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานปจจัยการยอมรับการใชเทคโนโลยี
ดานการรบั รถู งึ ความงายในการใชงาน
ดา นการรบั รูถงึ ความงา ยในการใชง าน ̅ S.D. แปลผล ลำดบั
1. ทา นคดิ วา แอพพลเิ คช่นั MyMo เปน 4.60 0.56 มากท่สี ุด 1
แอพพลเิ คชนั่ ทไ่ี มต อ งใชค วามพยายามมากใน
การใชง าน 4.55 0.55 มากที่สุด 2
2. ทา นคิดวาแอพพลิเคช่นั MyMo มีการใชงาน 4.54 0.57 มากท่สี ุด 3
ไมซบั ซอ นจนเกนิ ไป 4.44 0.56 4
3. ทานคิดวา แอพพลเิ คช่ัน MyMo เปน 4.53 0.40 มาก
แอพพลเิ คชั่นที่ใชง านงา ย มากที่สดุ
4. ทา นคิดวา ลักษณะของแอพพลิเคช่ัน MyMo
สามารถจดจำไดง า ย
เฉลีย่
จากตารางที่ 4-16 พบวา ปจจัยการยอมรับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการรับรู
ถึงความงายในการใชงาน มีความคิดเห็นอยูในระดับเห็นดวยมากที่สุด ( ̅ = 4.53, S.D. = 0.40)
เมื่อพิจารณาเปนรายขอ โดยเรียงลำดับจากคาเฉลี่ยมากไปหานอย พบวา ขอที่มีคาสูงสุด คือ
ทานคิดวาแอพพลิเคชั่น MyMo เปนแอพพลิเคชั่นที่ไมตองใชความพยายามมากในการใชงาน
มีความคิดเห็น อยูในระดับเห็นดวยมากท่ีสุด ( ̅ = 4.60, S.D. = 0.56) รองลงมา คือ ทานคิดวา
แอพพลเิ คชั่น MyMo มีการใชงานไมซับซอ นจนเกนิ ไป มีความคิดเหน็ อยูใ นระดับเห็นดวยมากที่สุด
( ̅ = 4.55, S.D. = 0.55) รองลงมา คือ ทานคิดวาแอพพลิเคชั่น MyMo เปนแอพพลิเคช่ันท่ีใชง าน
งาย มีความคิดเห็น อยูในระดับเห็นดวยมากท่ีสุด ( ̅ = 4.54, S.D. = 0.57) และขอที่มีคาเฉลยี่
นอยที่สดุ ทานคิดวาลักษณะของแอพพลิเคชั่น MyMo สามารถจดจำไดงาย มีความคดิ เห็นอยูใน
ระดับเห็นดว ยมาก ( ̅ = 4.44, S.D. = 0.56) ตามลำดบั
86
สวนที่ 5 ผลการวิเคราะหปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศและปจจัย
ทศั นคตทิ ีม่ ตี อ การยอมรับการใชแอพพลเิ คช่นั MyMo
การวิเคราะหปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผลการยอมรับการใช
MyMo ใชการวิเคราะหสมการถดถอยเชิงพหุคูณเสนตรง (Multiple Regression Analysis) โดยมี
เงือ่ นไขดงั ตอ ไปนี้
1. คาเฉลี่ยของความคาดเคล่ือน มีคาเทากบั 0 โดยวิธีการกาลังสองนอยท่ีสุด จะมีคาเฉลี่ย
เทากบั 0 เสมอ
2. การตรวจสอบจากปญหา Multicollinearity กลาวคือ ตวั แปรอิสระทั้งหมดจะตองไมมี
ความสมั พันธก ันเอง โดยใชสถติ ิตรวจสอบความสมั พันธระหวา งตวั แปรอิสระหลาย ๆ ตวั ดว ย คาสถิติ
Collinearity Statistics ผลท่ไี ดมี 2 คา คอื คา Tolerance อยูระหวาง 0.62 – 0.86 ซึ่งมีคา มากกวา
0.10 และคา Variance Inflation Factor (VIF) อยูระหวาง 1.16 – 1.62 ซ่ึงมีคา นอยกวา 10 แสดง
วาไมมีปญหา Multicollinearity หรือไมเ กิดสหสมั พนั ธก นั เอง ระหวา งตวั แปรอิสระ ดงั ตารางท่ี 4-17
3. การตรวจสอบความเปนอิสระของความคลาดเคลื่อน โดยคาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
ระหวางตัวแปรอิสระมีคาระหวาง 0.15 - 0.47 (r นอยกวา 0.80) (กัลยา วานิชยบัญชา, 2550)
ดังตารางท่ี 4-18
ตารางท่ี 4-17 แสดงคา Tolerance และ VIF ของตัวแปรอสิ ระ
ตัวแปร Tolerance VIF
1. ดานเปา หมาย 0.65 1.55
2. ดานความพรอ ม 0.75 1.34
3. ดา นสถานการณ 0.79 1.26
4. ดานการแปลความหมาย 0.73 1.38
5. ดานการตอบสนอง 0.81 1.24
6. ดา นผลลัพธทีต่ ามมา 0.79 1.26
7. ดานปฏิกริ ิยาตอความผิดหวงั 0.82 1.22
8. ดานความรู 0.66 1.51
9. ดา นความรสู กึ 0.70 1.43
10. ดานพฤติกรรม 0.66 1.51
87
ตารางที่ 4-18 แสดงสัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวางตัวแปรปจจัยพฤติกรรมการใชงาน
ประกอบดวย ดานเปาหมายดานความพรอม ดานสถานการณ ดานการแปล
ความหมาย ดานการตอบสนองดานผลลัพธที่ตามมา และดานปฏิกิริยา
ตอความผิดหวัง และปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยี ประกอบดวย
ดานความรู ดา นความรูสึก ดา นพฤตกิ รรม
ตัวแปร ดานเปาหมาย
ดานความพ รอม
ดานสถานการ ณ
ดานการแปลความหมาย
ดานการตอบสนอง
ดานผลลัพธที่ตามมา
ดานปฏิกิ ิรยา ตอความ
ิผดหวัง
ดานความ ูร
ดานความ ูรสึก
ดานพฤติกรรม
4.31 4.35 4.43 4.34 4.34 4.38 4.38 4.38 4.40 4.48
S.D. 0.40 0.39 0.47 0.34 0.42 0.41 0.47 0.42 0.45 0.43
ดา นเปา หมาย 1 0.42** 0.36** 0.33** 0.25** 0.21** 0.27** 0.34** 0.34** 0.37**
ดา นความพรอ ม - 1 0.24** 0.27** 0.23** 0.19** 0.20** 0.26** 0.32** 0.27**
ดานสถานการณ - - 1 0.15** 0.11* 0.22** 0.14** 0.21** 0.21** 0.35*
ดา นการแปล -- - 1 0.23** 0.32** 0.20** 0.36** 0.24** .035**
ความหมาย
ดานการตอบสนอง - - - - 1 0.27** 0.32** 0.23** 0.22** 0.19**
ดา นผลลพั ธท่ีตามมา - - - - - 1 0.29** 0.13* 0.17** 0.24**
ดา นปฏกิ ิรยิ าตอ - - - - - - 1 0.13* 0.19** 0.17**
ความผดิ หวัง
ดานความรู - - - - - - - 1 0.46** 0.41**
ดา นความรูสึก - - - - - - - - 1 0.36**
ดานพฤตกิ รรม - - - - - - - - - 1
**ระดบั นยั สำคัญ p <0.01, *ระดบั นยั สำคญั p <0.05
88
ตารางที่ 4-19 แสดงผลการวิเคราะหปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผล
ตอ การยอมรบั การใชแอพพลเิ คช่ัน MyMo
การยอมรับการใชแ อพพลิเคชน่ั
ปจจัยพฤติกรรมการใชง าน MyMo t Sig.
คา คงที่ (a) B SE β
1.42 0.28 - 5.10 0.00
ดานเปาหมาย 0.15 0.05 0.17 3.15 0.00**
ดานความพรอ ม 0.13 0.04 0.14 2.83 0.01*
ดานสถานการณ 0.12 0.04 0.17 3.47 0.00**
ดา นการแปลความหมาย 0.18 0.05 0.17 3.46 0.00**
ดา นการตอบสนอง 0.06 0.04 0.08 1.62 0.11
ดา นผลลพั ธท่ีตามมา 0.08 0.04 0.10 1.90 0.06
ดา นปฏกิ ิริยาตอความผดิ หวงั -0.01 0.04 0.01 -0.18 0.86
Adjust R Square = 0.26 R Square = 0.27 R = 0.52 Durbin–Watson = 1.62
*มนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ี่ 0.05 **มนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ่ี 0.01
จากตารางที่ 4-19 พบวา ตัวแปรอิสระ คือ ปจจัยพฤติกรรมการใชงานเทคโนโลยี
สารสนเทศ 4 ดาน ไดแก ดานเปาหมาย ดานความพรอม ดานสถานการณ และดานการแปล
ความหมาย สงผลตอตวั แปรตาม คือ การยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น MyMo โดยที่ตัวแปรอิสระ
รวมกันพยากรณตัวแปรตามไดรอยละ 26.00 โดยพิจารณาจากคา Adjust R Square เทากับ 0.26
อยางมรี ะดับนัยสำคญั ทางสถิติ 0.05 จึงยอมรับสมมตฐิ านท่ี 1
89
ตารางที่ 4-20 แสดงผลการวิเคราะหปจจัยทัศนคติการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่สงผล
ตอการยอมรับการใชแ อพพลิเคชนั่ MyMo
การยอมรบั การใชแ อพพลเิ คชน่ั
ปจจัยทัศนคตกิ ารใชงาน MyMo t Sig.
คาคงที่ (a) B SE β
2.27 0.20 - 11.17 0.00
ดา นความรู 0.13 0.04 0.17 3.08 0.00**
ดา นความรสู กึ 0.13 0.04 0.17 3.21 0.00**
ดานพฤติกรรม 0.24 0.04 0.30 5.90 0.00**
Adjust R Square = 0.24 R Square = 0.25 R = 0.4 Durbin–Watson = 1.60
**มีนยั สำคญั ทางสถติ ิที่ 0.01
จากตารางที่ 4-20 พบวา ตวั แปรอสิ ระ คอื ปจ จัยทศั นคติการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศท่ี
3 ดาน ไดแ ก ดานความรู ดา นความรสู กึ และดา นพฤตกิ รรม สงผลตอ ตวั แปรตาม คอื การยอมรับการ
ใชแอพพลิเคชั่น MyMo โดยที่ตัวแปรอิสระรวมกันพยากรณตัวแปรตามไดรอยละ 24.00 โดย
พิจารณาจากคา Adjust R Square เทากับ 0.24 อยางมีระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 จึงยอมรับ
สมมตฐิ านท่ี 2
90
สรปุ ผลการทดสอบสมมตฐิ าน
ตารางที่ 4-21 แสดงผลการทดสองสมมติฐานปจจัยที่สงผลตอการยอมรับการใชแอพพลิเคช่ัน
MyMo ของธนาคารออมสนิ สาขาสามชกุ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
สมมตฐิ านที่ 1 สมมติฐานการวิจัย ผลการทดสอบสมมติฐาน
สมมติฐานท่ี 2 ปจจยั พฤติกรรมการใชงาน ยอมรบั สมมตฐิ าน
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยางนอ ย
1 ตวั แปรท่สี ามารถพยากรณ ยอมรบั สมมติฐาน
การยอมรบั การใชแอพพลเิ คชน่ั
MyMo
ปจ จัยทศั นคตทิ ี่มตี อการใช
เทคโนโลยีสารสนเทศอยา งนอ ย
1 ตวั แปรทสี่ ามารถพยากรณ
การยอมรับการใชแอพพลิเคชั่น
MyMo
จากการประมวลขอมูลการวิเคราะห และการแสดงผลของการวิจัย สามารถนำไปสรุปผล
อภิปรายผล และขอเสนอแนะที่จะเปนประโยชนตอการพัฒนาและปรับปรุงปจจัยที่สงผล
ตอการยอมรับการใชแอพพลเิ คชนั่ MyMo ดงั จะนำเสนอ ตอ ไปในบทท่ี 5