The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร ปีที่ 38 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - เมษายน 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by raemju, 2022-02-09 23:18:11

ปีที่ 38 ฉบับที่ 1 (Vol.38 No.2)

วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร ปีที่ 38 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - เมษายน 2564

Keywords: journal,maejo

วารสารวจิ ัยและส่งเสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 95-107

ท่ีได้ศึกษาปัจจัยที่กาหนดการยอมรับเทคโนโลยีทาง การช้ีวดั การรบั รเู้ ชิงอตั วสิ ัยของเกษตรกร
การเกษตรแบบใหม่ของเกษตรกรรายย่อยในประเทศ จากการทบทวนวรรณกรรมเชิงประจักษ์ พบว่า
กาลงั พฒั นา พบว่าการรบั รู้ถงึ ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี
นั้นสง่ ผลตอ่ การยอมรับเทคโนโลยีของเกษตรกร กา รรั บ รู ้ ของ เกษ ต รกรต ่ อคุ ณ ล ั กษ ณ ะ ของ เท คโนโลยี
นับเป็นปัจจยั ที่สาคญั ทีม่ ีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีใหม่
2) ชว่ ยลดตน้ ทุนการผลิต สาหรบั เทคโนโลยีทาง ของเกษตรกร (Ghimire et al, 2015) การกาหนดปัจจยั
การเกษตรที่ส่งผลต่อการลดต้นทุนการผลิต คือ การนา การรับรู้ที่ผ่านมาถูกกาหนดจากคุณลักษณะเทคโนโลยี
เทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในขั้นตอนการผลิต อาทิ วิธีการ โดยตรงที่มีผลกระทบต่อเกษตรกร ด้านการเพิ่มปริมาณ
ลดอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ การใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีที่ และคุณภาพการผลิต ช่วยลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการ
ถูกต้องเหมาะสม เช่น เทคโนโลยีปั๊มน้า Axial-Flow- พัฒนาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการรับรู้ประโยชน์
Pump (AFP) ป๊มั น้าสาหรับดดู น้ามาใชท้ างการเกษตร ให้ ต่อตัวเกษตรกรโดยทางตรงและทางอ้อม ผู้วิจัย มี
เกิดประสิทธิภาพในการดูดน้าที่ดีกว่าแบบเดิม ทาให้ ความเห็นว่าการกาหนดตัวแปรการรับรู้ประโยชน์เพียง
ป ร ะ ห ย ั ด ก า ร ใ ช ้ พ ล ั ง ง า น แ ล ะ ค ่ า ใ ช ้ จ ่ า ย ใ น ก า ร ผ ลิ ต อย่างเดียวยังไม่อาจสามารถบรรยายถึงพฤติกรรมการ
(Mottaleb, 2018) นอกจากนี้เทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการ ยอมรับเทคโนโลยไี ดอ้ ย่างแทจ้ รงิ จึงได้กาหนดตัวแปรการ
ประหยัดเวลาและแรงงาน (Bonabana-Wabbi, 2002) รับรู้ความง่ายในการใช้เทคโนโลยีผนวกเข้าในตัวแบบการ
ยอมรับเทคโนโลยี (TAM) เพื่อให้สะท้อนผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
3) พัฒนาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การยอมรับ และชดั เจนยิ่งขนึ้
เทคโนโลยขี องเกษตรกรนอกจากให้ผลทางตรงต่อการเพิ่ม
ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตและช่วยลดต้นทุนการ ปัจจัยด้านการรับรู้ในงานวิจัยนี้ อยู่บนแนวคิด
ผลิตแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น พื้นฐานของแบบจาลองการยอมรับเทคโนโลยี (TAM) ของ
กา รศึ กษ า ป ัจ จ ัย ที ่ มี ผ ลต่ อการย อม รับ การปฏิ บั ติทาง Davis (1989) TAM เป็นตัวแบบท่ีมักถูกนามาใช้เพ่ือ
การเกษตรที่ยั่งยืน พบว่าปัจจัยทางด้านลักษณะของ ศกึ ษาเก่ียวกับการยอมรบั เทคโนโลยแี ละความพึงพอใจใน
สิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพน้าใต้ดิน ส่งผลต่อการยอมรับ การใช้เทคโนโลยีต่างๆ ของผู้ใช้ ซึ่งเห็นได้จากงานตีพิมพ์
การท าการเกษตรแบบยั่งยืนของเกษตรกรอย่างมี ระดับนานาชาติจานวนมากที่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการ
นัยส าคัญ (D'souza et al, 1993) กล่าวคือ การรับรู้ ยอมรับเทคโนโลยีของผู้ใช้บนพื้นฐานของแบบจาลอง
คุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปนเปื้อนของน้า TAM เช่น ในการใช้ TAM เพื่อวิเคราะห์การยอมรับ
ใต้ดินทีม่ อี ยู่ในฟาร์มมีแนวโน้มทีจ่ ะเพิม่ โอกาสทีเ่ กษตรกร เทคโนโลยีด้านการเกษตร ได้แก่ การศึกษาการยอมรับ
จะใช้วิธีการผลิตแบบยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาการปนเปื้อน การใช้ยาสมุนไพรของผู้บริโภค (Jokar et al, 2017)
ดังกล่าว หากการผลิตเป็นแหล่งที่มาของการปนเปื้อนใน ก า ร ศ ึ ก ษ า ก า ร ใ ช ้ เ ท ค โ น โ ล ย ี อ า ก า ศ ย า น ไ ร ้ ค น ขั บ
แหลง่ น้าที่ใช้ในครวั เรือน การพัฒนาเทคโนโลยีท่ีปรับปรุง (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) ในการกาจัดวัชพืช
คุณภาพสิ่งแวดล้อมหรืออย่างน้อยคือลดความเสียหายที่ ของเกษตรกรในมณฑลจี๋หลิน (Jilin) สาธารณรัฐ
เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่จะส่งผลให้การยอมรับ ประชาชนจนี ซึ่งทาใหล้ ดการใชส้ ารเคมีในการกาจัดวัชพืช
เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น (Adesina and Zinnah, 1993; ลงได้ (Zheng et al., 2019) การศึกษาของ Tu et al.
Mignouna et al, 2011) และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง (2018) ที่ได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการ
พฤติกรรมของเกษตรกรและผู้บริโภคไปสู่การผลิตและ ต ั ด ส ิ น ใ จ ใ ช ้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ผ ล ิ ต ข ้ า ว แ บ บ เ ป ็ น ม ิ ต ร ต่ อ
การบรโิ ภคทเี่ ปน็ มติ รตอ่ สขุ ภาพและส่งิ แวดล้อม สิ่งแวดล้อมในบริเวณลุ่มน้าโขงของเวียดนาม เป็นต้น

98

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 95-107

สาหรับการศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีทางด้านอื่นๆ ท่ีมี ดังกล่าว Davis (1989) ได้ออกแบบ TAM ออกเป็น 2
หลากหลายโดยเฉพาะการยอมรับเทคโนโลยีด้านข้อมูล ป ั จ จ ั ย ห ล ั ก ท ี ่ ส ่ ง ผ ล ต ่ อ ท ั ศ น ค ต ิ ก า ร ใ ช ้ เ ท ค โ น โ ล ยี
ข่าวสาร อาทิ การศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีห้องสมุด คอมพิวเตอร์ ได้แก่ การรับรู้ประโยชน์ของเทคโนโลยี
แบบดิจิทัลในประเทศกาลังพัฒนา (Park et al., 2009) (Perceived Usefulness: PU) และการรับรู้ความง่ายใน
เช่นเดียวกัน Aubert et al. (2012) ศึกษาเกี่ยวกับ การใช้งานเทคโนโลยี (Perceived Ease of Use: PEOU)
บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อการยอมรับ ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้จะมีผลต่อเนื่องไปยังทัศนคติท่ีนาไปสู่
เทคโนโลยีการเกษตรแม่นยา (Precision agriculture) พฤติกรรมการใช้ ผลของการรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้
และการศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีทางการรักษา ความง่ายในการใช้งาน คือ การที่ผู้บริโภคสามารถทา
ระยะไกลของบุคลากรทางการแพทย์ (Hu et al., 1999) ความเข้าใจในขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีได้ง่าย และ
ซึ่งต่างก็ได้ผลลัพธ์ไปในทางเดียวกันว่า TAM สามารถ สามารถปฏิบัติออกมาได้อย่างถูกต้อง อันจะนาไปสู่
อธิบายถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ในการยอมรับเทคโนโลยี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นจากการนา
ใหม่ได้ ภายใต้แนวคิดของตัวแบบการยอมรับเทคโนโลยี เทคโนโลยีมาใช้ในการแกป้ ัญหา โดยแสดงใน Figure 1

Perceived Actual
Usefulness
External Factors Behavioral
Perceived
Ease of Use

Figure 1 Representing the impact of perception on behavior changing

หลังจากนั้นยังมีการศึกษาต่อเนื่องจากตัวแบบ ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Roger (1962); Ajzen (1991); Davis
TAM ของ Davis (1989) ได้แก่ งานที่สาคัญของ Venkatesh (1989); Davis, et al. (1989); Venkatesh, et al. (2002)
et al. (2003) ที่ได้ศึกษาตัวแบบของการตัดสินใจยอมรบั และ Venkatesh et al. (2003)
การใช้เทคโนโลยีโดยพัฒนาจากแบบจาลองการตัดสินใจ
ยอมรับการใช้เทคโนโลยีหลักๆ ในวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง สมมตฐิ านของการวจิ ยั
8 รูปแบบ เพื่อให้ได้ตัวแบบรวบยอด (Unified Theory Ho: การรับรู้เก่ียวกับประโยชน์และความง่ายใน
of Acceptance and Use of Technology: UTAUT)
ซึ่งตัวแบบที่ได้สามารถอธิบายกลุ่มตัวอย่างได้โดยมีค่า R2 การใช้เทคโนโลยีไม่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสกัด
ที่ปรับค่าแล้วเท่ากับ 0.69 ในส่วนรายละเอียดของตัวแบบ สมนุ ไพรเพอื่ การเลย้ี งไก่เนอ้ื
ต่างๆ ซึ่งมีตัวแปรที่ใช้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อการ
ตัดสินใจยอมรับเทคโนโลยีใหม่ที่แตกต่างกัน สามารถ Ha: การรับรู้เกี่ยวกับประโยชน์และความง่ายใน
การใช้เทคโนโลยีส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสกัด
สมุนไพรเพ่ือการเลีย้ งไกเ่ นอ้ื

99

วารสารวิจัยและส่งเสริมวชิ าการเกษตร 38(1): 95-107

วธิ ีดาเนินการวิจยั การวเิ คราะห์ข้อมลู
การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
การศึกษาการยอมรบั เทคโนโลยีสารสกัดสมุนไพร
ของฟาร์มเลี้ยงไก่ ครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสารวจ (Survey การวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาด้วย ค่าร้อยละ
research) ซ่ึงผ้วู ิจยั มีวิธีการศึกษาดงั น้ี ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อวิเคราะห์
ลักษณะของฟาร์มในภาพรวมที่ใช้ในการศึกษา และสถิติ
ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง เชิงปริมาณด้วยตัวแบบวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน
ประชากรทใี่ ช้ในการศึกษาวิจยั ในครัง้ น้ี คอื ฟาร์ม ในการหาอิทธิพลของการยอมรับเทคโนโลยีเชิงอัตวิสัย
ในการใช้สารสกดั สมุนไพรของฟาร์มเลี้ยงไก่โดยมีขั้นตอน
เลี้ยงไก่เนอ้ื เพื่อการสง่ ออกขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ในเขต ดังนี้
อุตสาหกรรมเกษตรจังหวัดลพบุรี (954 ฟาร์ม) สระบุรี
(213 ฟาร์ม) และกาญจนบุรี (737 ฟาร์ม) รวมทั้งสิ้น 1,904 1) การสร้างข้อมูลจาเพาะของตัวแบบ (Model
ฟาร์ม ทาการสุ่มแบบตามสะดวก (Convenience sampling) specification) คือ การสร้างโครงร่างความสัมพันธ์ของ
ด้วยการนาส่งจดหมายขอความอนุเคราะห์ข้อมูล โดย แบบจาลองในแต่ละองค์ประกอบ และในแต่ละ
กาหนดขนาดตัวอย่างเท่ากับ 100 ตัวอย่าง จากจังหวัด องคป์ ระกอบถกู บรรยายด้วยตัวแปรใดบา้ ง
ลพบุรี 50 ตัวอย่าง (แบ่งเป็น 7 ฟาร์มเล็ก 32 ฟาร์มกลาง
11 ฟาร์มใหญ่) สระบุรี 14 ตัวอย่าง (แบ่งเป็น 3 ฟาร์มเล็ก 2) การระบุความเป็นไปได้เพียงค่าเดียว (Model
8 ฟาร์มกลาง 3 ฟาร์มใหญ่) และกาญจนบุรี 36 ตัวอย่าง identification) คือ ค่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการประมาณ
(แบ่งเป็นฟาร์ม 5 ฟาร์มเล็ก 23 ฟาร์มกลาง 8 ฟาร์มใหญ่) เป็นค่าเดียวหรือไม่ เพื่อใช้ในการทดสอบวา่ ค่าพารามิเตอร์
ตามลาดับ ที่ทราบค่ามากกว่าค่าพารามเิ ตอร์ท่ีไม่ทราบคา่ หรือไม่

เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการศึกษา 3) การประมาณค่าพารามิเตอร์จากตัวแบบ
ผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาจาก (Parameter estimation) คือ การวิเคราะห์ข้อมูลดิบที่ได้
จากการเก็บรวบรวมมาใช้ในการประมาณค่า สาหรับ
การทบทวนวรรณกรรม โดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน การศึกษาในครั้งนี้ได้ใช้วิธีภาวะความน่าจะเป็นสูงสุด
คือ ข้อมูลลักษณะทั่วไปของฟาร์มเลี้ยง ได้แก่ ลักษณะ (Maximum likelihood estimation) ในการประมาณ
ของฟาร์มเลี้ยง กาลังการผลิต กระบวนการจัดจาหน่าย ค่าพารามิเตอร์
แหล่งจัดจาหน่าย จานวนรอบการขาย ประสบการณ์ใน
การเล้ยี งไก่ และโอกาสในการเข้าอบรมเชิงวชิ าการ โดยมี 4) การทดสอบความสอดคล้อง (Goodness of fit
ลักษณะเป็นข้อคาถามปลายปิด (Close-ended question) model) คอื การทดสอบความตรงของตัวแบบทไี่ ดจ้ ากการ
และข้อคาถามปลายเปิด (Open-ended question) ประกอบ ประมาณค่าประกอบไปด้วยค่าสถิติสาคัญได้แก่ Chi-
กับข้อมูลเชิงอัตวิสัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี squared, Relative Chi-squared, RMSEA, และ SRMR
แบ่งเป็นการรับรู้ประโยชน์ของเทคโนโลยี และการรับรู้
ความง่ายในการใช้เทคโนโลยี มีลักษณะเป็นมาตราส่วน 5) การปรับดัชนีความสอดคล้อง (Model
ประมาณค่า 10 ระดับ (Rating scale) โดยกาหนดให้ 1 หมายถึง adjustment) คือ การสร้างเส้นความแปรปรวนร่วม
ไม่เหน็ ดว้ ยมากท่สี ดุ และ 10 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยมากทสี่ ดุ ระหว่างตัวแปรสังเกต ในกรณีที่แบบจาลองไม่สอดคล้อง
กับข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อทาการประมาณค่าพารามิเตอร์
ใหม่จนกระทั่งตัวแบบมีความสอดคล้องกับข้อมูล

100

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 95-107

6) ก า ร ท ด ส อ บ ค่ า ค ว า ม เ ที่ ย ง ( Model ผลการวจิ ัย
interpretation) คือ การทดสอบค่าพารามิเตอร์ที่ได้จาก
การประมาณว่าสามารถทานายผลเชิงประจักษ์ได้อย่าง จากการสารวจข้อมูลทั้งหมด 100 ตัวอย่าง ได้
แม่นยาหรือไม่ โดยใช้การวิเคราะห์ค่าความเที่ยงของ ข้อมูลที่สามารถสะท้อนลักษณะของฟาร์มเลี้ยงไก่ใน
ตัวชี้วัดแฝง (Construct reliability: Pc) ที่ได้จากการ ภาพรวม โดยส่วนใหญ่ที่ยอมรับเทคโนโลยีสารสกัด
คานวณต้องมีค่ามากกว่า 0.6 และค่าเฉลี่ยของความ สมุนไพรอยู่ในกลุ่มฟาร์มขนาดกลางและขนาดใหญ่
แปรปรวนที่ถูกสกัด (Average variance exacted: Pv) ซึ่งจาหน่ายผลผลิตผ่านบริษัทตัวแทนส่งออก และมี
ทีไ่ ด้จากการคานวณต้องมีคา่ มากกว่า 0.5 ประสบการณใ์ นการเลี้ยงไก่เนื้อท่ีมากกวา่ ตลอดจนมีการ
เข้าร่วมการอบรมทางวิชาการในการผลิตสัตว์อย่างน้อย
7) การอธิบายผลการวิเคราะห์ข้อมูล (Model ปีละ 1 ครั้ง ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยในรอบการผลิตอยู่
interpretation) คือ การนาค่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการ ในช่วงที่ไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้
ประมาณมาใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์เชิงประจักษ์ ทรัพยากรในการผลิต อาทิ จานวนแรงงาน ปริมาณไก่
ทเ่ี กิดข้นึ ทเ่ี ล้ียงและจานวนโรงเรอื นที่แตกต่างกัน (Table 2)

Table 2 Representing descriptive statistic on farm characteristics

Variables Small (n=15) Farm size Large (n=22)
Medium (n=63)
Herbs Adoption 3 (20) 17 (77.27)
Adopted (%) 12 (80) 32 (50.79) 5 (22.73)
Non-adopted (%) 31 (49.21)
5 (33.33) 1 (4.55)
Sale 10 (66.67) 3 (4.76) 21 (95.45)
Own sale (%) 8.87 (5.28) 60 (95.24) 10.18 (4.16)
Via agency (%) 1.93 (0.70) 10.73 (6.09) 9 (3.84)
4.40 (0.81) 2.92 (1.48) 4.45 (0.49)
Experience: Year (S.D.) 0.33 (0.49) 4.32 (0.62) 1.09 (0.87)
Total labor: Person (S.D.) 7,755 (2,656) 0.79 (2.02) 250,593 (133,906)
Yield/Year: Time (S.D.) 1.27 (0.59) 28,660 (18,294) 10.45 (4.12)
Seminar/Year: Time (S.D.) 2.29 (1.87)
Chicken: Unit (S.D.)
Chicken house: Unit (S.D.)

Source: Author calculation

101

วารสารวิจัยและสง่ เสริมวิชาการเกษตร 38(1): 95-107

ส ่ ว น ผ ล ก า ร ศ ึ ก ษ า อ ิ ท ธ ิ พ ล ข อ ง ก า ร ย อ ม รั บ วิเคราะห์ผลครั้งแรกไม่มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิง
เทคโนโลยีเชิงอัตวิสัย ในการใช้สารสกัดสมุนไพรเพื่อการ ประจักษ์ ผู้วิจัยจึงได้ปรับดัชนีความกลมกลืนของตัวแบบ
เลี้ยงไก่เนื้อ ด้วยตัวแบบการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง เพื่อให้สะท้อนถึงอัตวิสัยที่แท้จริงของกลุ่มตัวอย่าง โดย
ยืนยนั ผลการศกึ ษาปรากฏว่าตัวแบบที่ถูกสร้างขึ้นในการ ผลลัพธ์ของดัชนีชว้ี ดั ความกลมกลนื แสดงดงั Table 3

Table 3 Representing the model standard criteria

Model standard criteria Before adjusted After adjusted
Stats Outcome Stats Outcome
Chi-squared Prob > 0.05 167.055 48.917
Degree of Freedom
Probability Less than 2 43 Failed 36 Passed
Relative Chi-squared Less than 0.05 0.000 0.074
RMSEA Less than 0.06 3.885 Failed 1.359 Passed
SRMR 0.170 Failed 0.046 Passed
0.063 Failed 0.060 Passed
Source: Author calculation

การปรับค่าความกลมกลืนของตัวแบบข้างต้น ความสัมพันธ์นี้มีค่าความเที่ยงของตัวชี้วัดแฝง
ชี้ใหเ้ ห็นว่าขอ้ มูลเชิงประจักษ์กบั ค่าพารามิเตอรท์ ี่ได้จากการ (Construct reliability: Pc) เท่ากับ 0.960 ค่าเฉลี่ยของ
ประมาณมีความแนบสนิทกันโดยสมบูรณ์ ซึ่งสังเกตได้จาก ความแปรปรวนที่ถูกสกัด (Average variance exacted:
ค่าไคสแควร์ที่ไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ ประกอบกับค่าสถิติ Pv) เท่ากับ 0.670 ที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยาในการ
อื่นๆ อาทิ ค่าไคสแควร์สัมพัทธ์ (Relative Chi-squared) ทานายของตวั แบบที่ถูกสรา้ งขึน้
ที่มีค่าไม่เกิน 2 ค่ารากที่สองของความคลาดเคลื่อน
โดยประมาณ (Root Mean Square Error of Approximation) สาหรับมิติการรับรู้ประโยชน์ของเทคโนโลยี (PU)
และค่ารากที่สองของคะแนนมาตรฐานเฉลี่ยกาลังสอง ท่ีถูกสร้างข้ึนจากตัวช้ีวดั ท้งั หมด 6 ตัว โดยกาหนดให้ตัวชี้วัด
(Standardized Root Mean Squared Residual) ท่ีมีค่าไม่ “สารสกัดสมนุ ไพรมผี ลต่อการเพ่ิมผลิตภาพการผลติ (PU1)”
เกิน 0.05 และ 0.06 ตามลาดับ โดยทุกค่าสถิติเป็นไปตาม เป็นตัวปรับความแปรปรวนภายในมิติศึกษา พบว่าค่า
มาตรฐานการพจิ ารณาความเหมาะสมทุกประการ น้าหนักองค์ประกอบมาตรฐาน (Standardized loading)
อยู่ระหว่าง 0.564–0.922 มีค่าความเที่ยง (R2) อยู่ระหว่าง
ภายใต้โครงสร้างความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นจาก 0.318–0.850 โดยตัวชี้วัดที่มีอิทธิพลสูงสุด คือ “สารสกัด
ตัวช้วี ัดท้งั หมด 11 ตัว พบคา่ นา้ หนักองค์ประกอบมาตรฐาน สมุนไพรมีประสิทธิผลเทียบเท่ายาปฏิชีวนะ (PU3)”
(Standardized loading) อยู่ระหว่าง 0.564-0.922 มีค่า รองลงมา คือ “สารสกัดสมุนไพรไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง
ความเที่ยง (R2) อยู่ระหว่าง 0.318-0.850 โดยตัวชี้วัดทุกตัว (PU5)” และ “สารสกัดสมุนไพรสามารถแสดงประสิทธิภาพ
มีนัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดับ 0.01 แสดงให้เห็นว่าทุกตัวแปร ได้ชัดเจน (PU4)” ตามลาดับ ซึ่งมิติการรับรู้ประโยชน์ของ
มีน้าหนักองค์ประกอบที่น่าเชื่อถือและสามารถอธิบายถึง เทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นนี้มีค่าความเที่ยงของตัวชี้วัดแฝง
บริบทศึกษาได้อย่างมีความหมาย โดยโครงสร้าง (Construct reliability: Pc) เท่ากับ 0.910 ค่าเฉลี่ยของ

102

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 95-107

ความแปรปรวนที่ถูกสกัด (Average variance exacted: Pv) สามารถเขา้ ถึงและหาซ้ือไดง้ ่าย (PEOU1)” ตามลาดบั ซง่ึ มิติ
เท่ากับ 0.640 การรับรู้ประโยชน์ของเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นนี้มีค่าความ
เที่ยงของตัวแปรแฝง (Construct Reliability: Pc) เท่ากับ
ขณะเดียวกันมิติการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน 0.920 ค่าเฉลี่ยของความแปรปรวนที่ถูกสกัด (Average
เทคโนโลยี (PEOU) ถูกสร้างขึ้นจากตัวชี้วัดทั้งหมด 5 ตัว Variance Exacted: Pv) เท่ากับ 0.670
โดยกาหนดให้ตัวชี้วัด “สารสกัดสมุนไพรสามารถเข้าถึงและ
หาซื้อได้ง่าย (PEOU1)” เป็นตัวปรับความแปรปรวนภายใน นอกจากนี้ผลการตรวจสอบสมมติฐานของตัวแบบ
มิติศึกษา พบว่าค่าน้าหนักองค์ประกอบมาตรฐาน ที่ถูกสร้างขึ้นแสดงให้เห็นว่าการรับรู้ประโยชน์ของ
(Standardized loading) อยู่ระหว่าง 0.741-0.893 มีค่า เทคโนโลยี (PU) และมิติการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน
ความเที่ยง (R2) อยู่ระหว่าง 0.550-0.798 โดยตัวชี้วัดที่มี เทคโนโลยี (PEOU) ส่งผลเชิงบวกต่อการยอมรับเทคโนโลยี
อิทธิพลสูงสุด คือ “สารสกัดสมุนไพรมีต้นทุนที่ถูกว่ายา ของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยมีค่าน้าหนักมาตรฐานเท่ากับ 0.820
ปฏิชีวนะ (PEOU3)” รองลงมา คือ “สารสกัดสมุนไพรมี และมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (Table 4 and
ความง่ายในการใช้งาน (PEOU4)” และ “สารสกัดสมุนไพร Figure 2)

Table 4 Representing confirmatory factor analysis output

CFA : Acceptance model Standardized Z S.E. R2 Pc Pv
loading

Perceived Usefulness (PU)

Increasing productivity (PU1) 0.800 - - 0.640 0.910 0.640

Prevention of diseases (PU2) 0.696 7.650 0.108 0.485

Effectiveness equivalent to antibiotic (PU3) 0.922 10.990 0.089 0.850

Increasing efficiency = (PU4) 0.852 7.970 0.108 0.727

Non-chemical residue (PU5) 0.906 10.640 0.088 0.820

Demonstrate the result in short time (PU6) 0.564 5.940 0.118 0.318

Perceived Ease of Use (PEOU)

Easy to find (PEOU1) 0.846 - - 0.716 0.920 0.670

Easy to learn (PEOU2) 0.825 14.600 0.068 0.680

Cost less than antibiotic (PEOU3) 0.893 11.230 0.091 0.798

Easy to use (PEOU4) 0.885 9.570 0.114 0.784

Non-affect the production contract (PEOU5) 0.741 8.540 0.118 0.550

Overall 0.994 0.960 0.670

Model hypothesis Standardized Z S.E. Rejected - null

loading hypothesis

“PU ↔ PEOU” 0.820 5.22 0.684

Source: Author calculation

103

วารสารวิจยั และส่งเสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 95-107

Figure 2 Representing confirmatory factor analysis structure

วิจารณผ์ ลการวิจัย สามารถใช้ได้อยา่ งเต็มประสทิ ธิภาพ แตถ่ ้าเทคโนโลยีใหม่
ที่นามาใช้นั้นทาให้ประสิทธิผลของการผลิตเพิ่มขึ้นและ
จ า ก ผ ล ก า ร ศ ึ ก ษ า ข ้ า ง ต ้ น เ ห ็ น ไ ด ้ ช ั ด เ จ น ว่ า ฟาร์มมีศกั ยภาพการผลิตท่ีดขี ึ้น ฟาร์มก็จาเป็นต้องเรยี นรู้
ภายใต้โครงสร้างความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้น การรับรู้ และใช้เทคโนโลยนี ้ันโดยไม่คานึงถึงความยากลาบาก
ประโยชน์และการรับรู้ความง่ายในการใช้งานของ
เทคโนโลยีมีผลต่อการยอมรับการใช้สารสกัดสมุนไพร สรุปผลการวิจัย
อย่างมีนัยส าคัญ สะท้อนให้เห็นว่าในการยอมรับ
เทคโนโลยีใหม่ของฟาร์มมักมีการคาดหวังผลที่ดีขึ้นทั้งใน ก า ร ศ ึ ก ษ า ก า ร ย อ ม ร ั บ เ ท ค โ น โ ล ย ี ส า ร ส กั ด
ด้านปริมาณและผลิตภาพการผลิต ต้นทุนการผลิต สมุนไพรเพื่อการเลี้ยงไก่เนื้อ พบว่าตัวแบบวิเคราะห์
ตลอดจนผลกระทบทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เม่ือ องค์ประกอบเชิงยืนยันที่ถูกสร้างขึ้นตามแนวคิดของ
เปรียบเทียบกับเทคโนโลยีเดิมที่ใช้อยู่ โดยตัวบ่งชี้ “สาร Davis (1989) บ่งชี้ได้ว่ามิติการรับรู้ประโยชน์ของ
สกัดสมุนไพรมีประสิทธิผลเทียบเท่ายาปฏิชีวนะ” และ “สาร เทคโนโลยี และมิติการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน
สกัดสมุนไพรมีต้นทุนที่ถูกว่ายาปฏิชีวนะ” แสดงอิทธิผล เทคโนโลยี มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสกัด
เชิงอัตวิสัยสูงสุดจากมิติศึกษา สอดคล้องกับงานของ สมุนไพรในการเลี้ยงไก่เนื้ออย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ
Mwangi and Kariuki (2015) และ Jokar et al. (2017) ที่ระดับ 0.01 โดยตัวชี้วัดสารสกดั สมุนไพรใหป้ ระสิทธิผล
ที่พบว่าฟาร์มที่ใช้ในการศึกษามีแนวโน้มที่จะยอมรับ เทียบเท่ายาปฏิชีวนะแสดงอิทธิพลสูงสุดในมิติการรับรู้
เทคโนโลยีใหม่มากขึ้นเมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงผลิต ประโยชน์ของเทคโนโลยี และตัวชี้วัดว่าสารสกัดสมุนไพร
ภาพการผลิตไปในทางที่ดียิ่งขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม มีต้นทุนที่ถูกว่ายาปฏิชีวนะแสดงอิทธิพลสูงสุดในมิติของ
ซึ่ง Davis (1989) ได้อภิปรายประเด็นการยอมรับ การรับรู้ความง่ายในการใช้งานเทคโนโลยี ทั้งนี้ตัวแบบ
เทคโนโลยีเพิ่มเติมว่า แม้การนาเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อศึกษามีค่าความเที่ยงและความตรง
บ า ง ค ร ั ้ง จะเป็ นสิ ่ง ท่ี ย าก ในก าร ท าค วาม เข ้าใ จและ ไม่ ท่ีเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการพิจารณาทกุ ประการ

104

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 95-107

ข้อเสนอแนะ เอกสารอา้ งอิง
จากผลการวิเคราะห์ทางเศรษฐมิติข้างต้นผู้วิจัย
Adesina, A.A. and M.M. Zinnah. 1993.
ขอเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริม Technology characteristics, farmers'
การเกษตร กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น ควรให้ความสาคัญ perceptions and adoption decisions:
ในการสง่ เสริมองค์ความรู้ทางด้านสารสกัดสมุนไพรและการ a tobit model application in Sierra
นาไปใช้อย่างถูกต้องแก่อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อ หรือ Leone. Agricultural Economics
เปิดโครงการอบรมให้แก่ฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อที่มีความสนใจ 9(4): 297-311.
ได้เข้าใจวิธีการใช้สารสกัดสมุนไพรที่ถูกต้อง และสามารถ
น าสารสกัดสมุนไพรไปทดลองใช้ เพื่อเพิ่มการรับรู้ Adesina, A.A., and J. Baidu-Forson. 1995.
คุณประโยชน์ของเทคโนโลยีและนาไปปรับปรุงโปรแกรม Farmers' perceptions and adoption
การเลี้ยงไก่เนื้อในอนาคต ตลอดจนลดการตกค้างของ of new agricultural technology:
สารเคมีและสร้างมาตรฐานที่ดีในการส่งออก และใน evidence from analysis in Burkina
การศึกษาครั้งตอ่ ไปควรเพิ่มการศึกษาเชิงลกึ ถึงจุดอ่อนของ Faso and Guinea, West Africa.
การเกษตรแบบพันธะสัญญาว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลง Agricultural Economics 13(1): 1-9.
ของสถานการณ์ท่ีกะทันหัน (เช่น ทางด้านความต้องการ
ของผู้บริโภค มาตรการสาธารณสุข และเทคโนโลยี) Ajzen, I. 1991. The theory of planned
จะส่งผลตอ่ การปรบั ตัวในอตุ สาหกรรมไก่เน้ืออย่างไร behavior. Organizational Behavior
and Human Decision Processes
กิตตกิ รรมประกาศ 50(2): 179-211.

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี Aubert, B.A., A. Schroeder and J. Grimaudo.
เนื่องจากผู้วิจัยได้รับการช่วยเหลือจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะ 2012. IT as enabler of sustainable
เป็น ผู้ดาเนินการประสานงาน ผู้ตอบแบบสอบถามทุก farming: an empirical analysis of
ท่าน และความร่วมมือระหว่างองค์กร หากผลใดพึงจะก่อ farmers' adoption decision of
ประโยชน์และความดีงามทั้งปวงผู้วิจัยขอมอบแด่บิดา precision agriculture technology.
มารดา คณาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ไม่ได้ Decision Support Systems
กล่าวถึง อนึ่งหากมีข้อบกพร่องด้วยประการใดทั้งปวง 54(1): 510-520.
ผู้วิจัยขอนอ้ มรับไว้ดว้ ยความยินดยี ิ่ง
Bonabana-Wabbi, J. 2002. Assessing Factors
Affecting Adoption of Agricultural
Technologies: The Case of Integrated
Pest Management (IPM) in Kumi
District, Eastern Uganda. Doctoral
Dissertation. Virginia Tech. 13 p.

105

วารสารวจิ ยั และส่งเสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 95-107

Davis, F.D. 1989. Perceived usefulness, Mignouna, D., V. Manyong, J. Rusike,
perceived ease of use, and user K. Mutabazi and E. Senkondo. 2011.
acceptance of information Determinants of adopting imazapyr-
technology. MIS Quarterly resistant maize technologies and its
13(3): 319-340. impact on household income in
Western Kenya. AgBioForum
Davis, F.D., R.P. Bagozzi and P.R. Warshaw. 14(3): 158-163.
1989. User acceptance of computer
technology: a comparison of two Ministry of Commerce. 2019. Export value in
theoretical models. Management
Science 35(8): 982-1003. agricultural section. [Online].

D'souza, G., D. Cyphers and T. Phipps. 1993. Available http://www.ops3. moc.go.th/
Factors affecting the adoption of
sustainable agricultural practices. export/recode_export_rank/report.asp
Agricultural and Resource
Economics Review 22(2): 159-165. (2 February 2020).
Mottaleb, K.A. 2018. Perception and
Ghimire, R., H. Wen-chi and R.B. Shrestha.
2015. Factors affecting adoption of adoption of a new agricultural
improved rice varieties among rural technology: evidence from a
farm households in Central Nepal. developing country. Technology
Rice Science 22(1): 35-43. in Society 55: 126-135.
Mwangi, M. and S. Kariuki. 2015. Factors
Hu, P.J., P.Y.K. Chau, O.R.L. Sheng and determining adoption of new
K.Y. Tam. 1999. Examining the agricultural technology by
technology acceptance model using smallholder farmers in developing
physician acceptance of telemedicine countries. Journal of Economics
Technology. Journal of Management and Sustainable Development
Information Systems 16(2): 91-112. 6(5): 208-216.
Park, N., R. Roman, S. Lee and J.E. Chung.
Jokar, N.K., S.A. Noorhosseini, M.S. Allahyari 2009. User acceptance of a digital
and C.A. Damalas. 2017. Consumers' library system in developing
acceptance of medicinal herbs: countries: an application of the
an application of the technology technology acceptance model.
acceptance model (TAM). Journal International Journal of Information
of Ethnopharmacology 207: 203-210. Management 29(3): 196-209.
Roger, E.M. 1962. Diffusion of Innovations.
New.York: Free Press. 576 p.

106

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 95-107

Thajel, F. and A.H. Ulaiwi. 2017. Effect of Venkatesh, V., M.G Morris, G.B. Davis, and
AROMAX® on performance, local and F.D. Davis. 2003. User Acceptance of
humoral immunity against vaccination Information Technology: toward a
of Newcastal disease in the low unified view. MIS Quarterly
management level in broiler chicken. 27(3): 425-478.
J. Entomol. Zool. Stud.
5(5): 1986-1990. Zheng, S., Z. Wang and J. Wachenheim
Cheryl. 2019. Technology adoption
Tu, V.H., N.D. Can, Y. Takahashi, S.W. Kopp among farmers in Jilin province, China:
and M. Yabe. 2018. Modelling the the case of aerial pesticide application.
factors affecting the adoption of China Agricultural Economic Review
eco-friendly rice production in the 11(1): 206-216.
Vietnamese Mekong Delta. Cogent
Food & Agriculture 4(1): 1432538.

Venkatesh, V., C. Speier and M.G. Morris.
2002. User acceptance enablers
in individual decision making about
technology: toward an integrated
model. Decision Sciences
33(2): 297-316.

107

วารสารวจิ ยั และสง่ เสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 108-125

ความเปน็ ผูป้ ระกอบการ การจัดการความรู้ กลยทุ ธ์การตลาด ความสามารถทางนวัตกรรม
และผลการดาเนินงานของธรุ กจิ เกษตรอินทรยี ์ในประเทศไทย

Entrepreneurial Orientation, Knowledge Management, Marketing Strategies,
Innovativeness and Thai Organic Farming Business Performance Outcomes

กิตธวชั บญุ ทวี1* ปิยกนฏิ ฐ์ โชตวิ นิช1 และเอกสิทธิ์ อ่อนสอาด2
Kittawat Boonthawee1*, Piyakanit Chotivanich1 and Ekasit Onsa-ard2

1สาขาวิชาการจดั การ คณะบริหารธุรกจิ และการจัดการ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี อบุ ลราชธานี 34000
2สาขาวชิ าอตุ สาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี อบุ ลราชธานี 34190
1Department of Management, Faculty of Business Administration and Management,
Ubon Ratchatani Rajabhat University, Ubon Ratchatani, Thailand 34000
2Department of Agro-Industry, Faculty of Agriculture, Ubon Ratchatani University
Ubon Ratchatani, Thailand 34190
*Corresponding author: [email protected]

Abstract Received: March 16, 2020
Revised: September 10, 2020
Accepted: September 29, 2020

The research objectives were: 1) to study a degree of entrepreneurial orientation, knowledge
management, marketing strategies, innovativeness and organic farming business performance in
Thailand; 2) to explore the causal relations of the factors of entrepreneurial orientation, knowledge
management, marketing strategies and innovativeness that influenced Thai organic farming business
and 3) to test the factors that were effective in Thai organic farming business. The variables studied
included entrepreneurial orientation, knowledge management, marketing strategies, innovativeness,
and performance outcomes. A mixed research method was employed in the present work. In the
quantitative research, a research instrument was a questionnaire used to collect data from 610
entrepreneurs engaged in the organic agricultural business. In a qualitative research, research
instruments were an in-depth interview and a semi-structural interview. Key informants were 12
individuals involved in the organic agricultural business. Statistics used in data analysis were means,
standard deviation and AMOS-based model analysis. The research findings were as follows. As regards
the quantitative data, it was found that entrepreneurial orientations, knowledge management, marketing
strategies, innovativeness and performance outcomes were overall at a high level. A model analysis
showed its conformity with empirical data according to the set assumption with the value of

 2=1,552.152, df=1,479,  2/df=1.049, p-value=0.091, GFI=0.924, CFI=0.996, RMR=0.025, RMSEA=0.009.

The results of testing the causal relations of the factors that affected the performance of Thai organic

108

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

farming business showed the following findings: 1) entrepreneurial orientation had a direct influence
on knowledge management; 2) entrepreneurial orientation had a direct influence on innovativeness;
3) knowledge management had a direct influence on marketing strategies; 4) marketing strategies had
a direct influence on innovativeness; 5) marketing strategies had a direct influence on performance; 6)
innovativeness had a direct influence on performance, and 7) knowledge management had a direct
influence on the performance of marketing strategies. A qualitative study found that the organic
farming business could be successful in a sustainable manner based on the cooperation from the
following: 1) Participation was needed. The state agencies had to support the coordination between
the business sectors and farmer groups. Support was essential to research, active working, creativity
and dissemination of knowledge, and innovative business; 2) Entrepreneurship included a shared
vision in the organic farming business, sense of ownership of those concerned, new ideas, creative
processes, new technological procedures to yield more effective services and 3) Profitability prioritized
the data management on economy, good quality life and environmental conservation. Information
system on finance was to be employed to operate the business and to analyse liquidity in a
performance. Entrepreneurs could utilize a model in the study to develop the organic farming
business in commensurate with a business location to make Thai organic farming more sustainable.

Keywords: entrepreneurial orientation, knowledge management, marketing strategies,
innovativeness, performance, organic farming business

บทคดั ยอ่ และผลการดาเนินงาน ผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน
การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการ
การวิจัยในคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลจากผูป้ ระกอบการธรุ กิจเกษตรอินทรีย์
ระดับความเป็นผู้ประกอบการ การจัดการความรู้ กลยุทธ์ จานวน 610 ราย การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์
การตลาด ความสามารถทางนวัตกรรม และผลการ เชิงลึก ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ
ดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย 2) ผูท้ ่มี ีส่วนเกย่ี วขอ้ งกับธุรกิจเกษตรอินทรยี ์ จานวน 12 คน
ศึ ก ษ าค วาม สั ม พั น ธ์เชิ งส าเห ตุ ปั จ จั ย ค วา ม เป็ น สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบน
ผู้ประกอบการ การจัดการความรู้ กลยุทธ์การตลาด และ มาตรฐาน และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างด้วย
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง น วั ต ก ร ร ม ท่ี มี อิ ท ธิ พ ล ต่ อ ผ ล ก า ร โปรแกรม AMOS ผลการวิจัยพบว่า ข้อมูลเชิงปริมาณ
ดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย และ ระดับความเปน็ ผปู้ ระกอบการ การจัดการความรู้ กลยุทธ์
3) เพื่อทดสอบความกลมกลืนของปัจจัยท่ีมีประสิทธิผล การตลาด ความสามารถทางนวัตกรรม และผลการ
ต่อผลการดาเนนิ งานของธุรกจิ เกษตรอินทรียใ์ นประเทศไทย ดาเนนิ งาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการวเิ คราะห์
ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ ความเป็นผู้ประกอบการ การจัดการ โ ม เด ล มี ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ข้ อ มู ล เชิ ง ป ร ะ จั ก ษ์ ต า ม
ความรู้ กลยุทธ์การตลาด ความสามารถทางนวัตกรรม
สมมติฐานที่ได้กาหนดไว้ โดยมีค่า  2=1,552.152,

109

วารสารวิจัยและสง่ เสรมิ วิชาการเกษตร 38(1): 108-125

df=1,479,  2/df=1.049, p-value=0.091, GFI=0.924, คาสาคญั : ความเป็นผู้ประกอบการ การจดั การความรู้
กลยทุ ธท์ างการตลาด ความสามารถทาง
CFI=0.996, RMR=0.025, RMSEA=0.009 ผลการทดสอบ นวตั กรรม ผลการดาเนินงาน ธรุ กิจเกษตร
ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยท่ีส่งผลต่อผลการ อนิ ทรยี ์
ดา เนิ น ง า น ข อ งธุรกิ จ เก ษ ต รอิ น ท รีย์ ใน ป ระ เท ศ ไท ยมี
อิทธิพลของเส้นทาง คือ 1) ความเป็นผู้ประกอบการมี คานา
อิทธิพลทางตรงต่อการจัดการความรู้ 2) ความเป็น
ผู้ประกอบการมีอิทธิพลทางตรงต่อความสามารถทาง สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของโลกมีความผันผวน
นวัตกรรม 3) การจัดการความรู้มีอิทธิพลทางตรงต่อ มากข้ึน ประเทศไทยมีการพ่ึงพาและเชื่อมโยงทาง
กลยุทธ์การตลาด 4) กลยุทธ์ทางการตลาดมีอิทธิพล เศรษฐกิจกับประเทศต่างๆ ท่ัวโลก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้า
ทางตรงต่อความสามารถทางนวัตกรรม 5) กลยุทธ์ ท่ีสาคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
การตลาดมีอิทธิพลทางตรงต่อผลการดาเนินงาน 6) เป็นต้น เมื่อเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปย่อมส่งผล
ความสามารถทางนวัตกรรมมีอิทธิพลทางตรงต่อผลการ กระทบตอ่ การส่งออกและนาเข้าสินคา้ และบริการ รวมถึง
ดาเนินงาน และ 7) การจัดการความรู้มีอิทธิพลทางอ้อม เศรษฐกิจในภาพรวมของไทยด้วย ดังนั้นประเทศไทย
ต่อผลการดาเนินงานผ่านกลยุทธ์การตลาด ผลการศึกษา ในฐานะผูส้ ่งออกสนิ ค้าเกษตรและอาหารท่ีสาคัญของโลก
เชิงคุณ ภาพ พบว่าธุรกิจเกษตรอินทรีย์จะประสบ จาเป็นต้องให้ความสาคัญในการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือ
ผลสาเร็จด้านการดาเนินงานและสามารถดาเนินธุรกิจได้ ต่อการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก
อย่างย่ังยนื ต้องอาศยั การรว่ มมือกันท้งั 3 ส่วน คอื 1) การ รวมทั้งการวางแผนและหาแนวทางป้องกันไม่ให้การ
ทางานแบบมีส่วนร่วมมีหน่วยงานจากภาครัฐมาช่วย เปล่ียนแปลงดังกล่าวสง่ ผลกระทบรุนแรงต่อการผลิตและ
สนับสนุนการทางานร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจหรือกลุ่ม การตลาดสินค้าเกษตร รวมถึงรายได้ของเกษตรกร การ
เกษตรกรและหน่วยงานราชการมีการส่งเสริมด้านการ พัฒนาภาคการเกษตร และเพ่ือเพิ่มศักยภาพของธรุ กิจเกษตร
วิจัย การทางานเชิงรุก การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ อินทรีย์ของไทยให้มีความได้เปรียบทางด้านการแข่งขัน
แล ะ นวัตกรรมธุรกิ จเกษตรอิ นทรีย์ 2) ความเป็ น (Ministry of Agriculture and Co-operatives, 2017)
ผู้ประกอบการ มีการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของธุรกิจเกษตร แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทย
อินทรีย์ การทาให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็น ต้ังแต่ฉบับท่ี 1 ถึงฉบับที่ 12 ได้มีการพัฒนามาอย่าง
เจา้ ของธุรกิจ มีแนวความคดิ แปลกใหม่ มีกระบวนการคิด ต่อเนื่องภายใต้เงื่อนไข สถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงไปใน
ที่สร้างสรรค์และกระบวนการทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ทาให้ ลักษณะต่างๆ ท้ังภายในและภายนอกประเทศ จาก
เกิดผลิตภณั ฑ์และบริการ 3) ความสามารถในการทากาไร แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 11 พ.ศ.
ใหค้ วามสาคัญกับการจัดการมูลค่าทางเศรษฐกจิ คณุ ภาพ 2555-2559 ท่ีได้กาหนดยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งภาค
ชีวิตท่ีดีและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เสริมกัน มีระบบ การเกษตร ความม่ันคงของอาหารและพลังงานเป็น
สารสนเทศด้านการเงินในการดาเนินธุรกิจเพื่อให้ใช้ ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ สืบเนื่อง
วิเคราะห์สภาพคล่องในการดาเนินงาน ดังนั้น ผู้ประกอบการ มาจนถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12
สามารถนารูปแบบไปพัฒนาธุรกิจเกษตรอินทรีย์ได้ตาม (พ.ศ. 2560-2564) รวมถึงการจัดทากรอบยุทธศาสตร์
ความเหมาะสมกับลักษณะพ้ืนที่ของธุรกิจเพ่ือสนับสนุน การจัดการด้านอาหารของประเทศไทย (พ.ศ. 2555-2559)
ธุรกจิ เกษตรอินทรียใ์ นประเทศไทยได้อย่างยงั่ ยืน

110

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

ซึ่งมุ่งหวังให้ใช้เป็นแผนแม่บทในการสร้างความเข้มแข็ง สถานการณ์เกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ในปี
ให้กับการจัดการด้านอาหารในประเทศไทยอย่างเป็น พ.ศ. 2558 มีพื้นที่การผลิต 284,918.45 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก
รูปธรรมในมิติต่างๆ ได้แก่ ความมั่นคงด้านอาหาร 235,523.35 ไร่ ในปี พ.ศ. 2557 หรือเพิ่มร้อยละ 20.97
คุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และอาหารศึกษา เพ่ือให้ โดยเฉพาะพ้ืนท่ีของการปลูกขา้ ว และผัก/ผลไมผ้ สมผสาน
ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านอาหารอย่างยั่งยืนและ อินทรีย์ มีอัตราเพ่ิมโดยเฉล่ียร้อยละ 27.99 และ 187.31
บริหารจัดการทรัพยากรเพ่ือการผลิตอาหารอย่างมี ตามลาดับ (Ministry of Agriculture and Co-operatives,
ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ โ ด ย ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ทุ ก ภ า ค ส่ ว น 2017) การตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปี พ.ศ. 2557
(Ministry of Agriculture and Co-operatives, 2017) พบว่ามูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์รวม 2,311.55 ล้านบาท
เพ่ิมขึ้นจาก 1,914.80 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2556 หรือ
นอกจากนี้เกษตรอินทรีย์เป็นแนวทางการผลิตท่ี เพิ่มข้ึนร้อยละ 20.72 โดยแบ่งเป็นตลาดส่งออกมีมูลค่า
ให้ความสาคญั กับคุณภาพ และความปลอดภัยอาหารของ 1,817.10 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 77.94 และตลาดใน
ผู้ท่ีเก่ียวข้องทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค รวมทั้งการอนุรักษ์ ประเทศมีมูลค่า 514.45 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.06
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซ่ึง สินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยส่วนใหญ่ ได้แก่ ข้าว
สอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบัน การจัดทายุทธศาสตร์ รองลงมา คือ พืชไร่ (ขา้ วโพดหวาน มันสาปะหลัง ถัว่ ลสิ ง
การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติท่ีมีความสอดคล้องกับ อ้อย ถั่วเหลือง) ผลไม้ (มะม่วง ชมพู่ทับทิมจันท์ เงาะ
กรอบทศิ ทางการพฒั นาทส่ี าคญั อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 มังคุด ลองกอง) ชา กาแฟ และผัก (หน่ อไม้ฝร่ัง
ปี ในการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อ ผักหวานบ้าน ผักสลัด ผักกุยช่ายขาว หอมตะไคร้ ผักชี
ส่ิงแวดล้อมและการสร้างความสามารถในการแข่งขัน คะน้า แตงกวา กระเจี๊ยบเขียว กะหล่าปลี) ตลาดส่งออก
เป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainable Development สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สาคัญของไทย ได้แก่ ยุโรป
Goals: SDGs) เรื่อง ยุติความหิวโหย บรรลุความม่ันคง สหรฐั อเมริกา และเอเชยี (Ministry of Commerce, 2015)
ทางอาหารและยกระดับ โภชนาการและส่งเสริม
เกษตรกรรมที่ย่ังยืนขององค์การสหประชาชาติ รวมถึง นอกจากน้ี ผลการดาเนินงานขององค์การทั้ง
ยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ระยะ 20 ปี เก่ียวกับการ ผู้ ผ ลิ ต แ ล ะ บ ริก ารมี ค วาม เข้ ม แ ข็ งก็ จ ะส่ งผ ล ต่ อ
สร้างความเข้มแขง็ ให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร และ ความสามารถในการแข่งขัน ความเป็นผู้ประกอบการจึง
การบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและส่ิงแวดล้อม เป็นเคร่ืองมือสาคัญสาหรับใช้ในการเพ่ิมประสิทธิภาพ
อย่างสมดุลและยั่งยืน ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตร ให้ กั บ อ งค์ ก า ร (Wickham, 2006) ซึ่ ง ผู้ บ ริ ห า ร มี
อินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ในกระบวนการ คุณ ลักษ ณ ะมีค วาม เป็ น ผู้ป ระกอบ การส่ งผลต่ อ
ขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ ได้มีการจัดต้ังกลไก ประสิทธิภาพของการทางาน มีการนาสิ่งใหม่ๆ มา
การขับเคล่ือนทั้งระดับชาติและระดับจังหวัด โดยต้อง ปฏิบัติงาน มีการดาเนินงานเชิงรุก ความกล้าเสี่ยง ความ
อาศัยความร่วมมือจากทกุ ภาคส่วนท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน มุ่งมั่นในการแข่งขัน มีความสัมพันธ์ต่อผลการดาเนินงาน
ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา เกษตรกร และผู้บริโภค โดยรวมขององค์การ (Muhammad and Rosli, 2014)
เพื่อมงุ่ สู่เป้าหมายการเพิ่มพื้นท่ีและจานวนเกษตรกรที่ทา นอกจากนี้การจัดการความรู้ ด้านการแสวงหาความรู้
เกษ ตรอินท รีย์ เพ่ิ มสัดส่วนตลาดเกษ ตรอินทรีย์ การสร้างความรู้ การจัดเก็บความรู้ การแบ่งปันความรู้
ภายในประเทศ รวมทั้งยกระดับกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถี จะสอดคล้องกับการบริหารทุนมนุษย์ ซึ่งทุนมนุษย์เป็น
พ้ืนบ้าน นาไปสูก่ ารพัฒนาเกษตรอนิ ทรยี ์ของประเทศไทย สนิ ทรัพยท์ ป่ี ระกอบด้วย คน ทกั ษะ ความรู้ ประสบการณ์
(The Commission of the National Organic Agricultural และมีเทคนิคและความสามารถทางปัญญาในจัดการ
Development, 2017) ความร้เู พื่อเพ่ิมนวัตกรรมในองคก์ าร องค์การท่ีมีพนักงาน

111

วารสารวจิ ัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร 38(1): 108-125

ท่ีมีความอยากรู้หรือองค์การมีการสนับสนุนให้พนักงาน เกษตรอนิ ทรียใ์ นประเทศไทย 2) ความสมั พันธ์เชงิ สาเหตุ
เกิดการเรียนรู้จะทาให้องค์การประสบความสาเร็จด้าน ปัจจัยความเปน็ ผู้ประกอบการ การจัดการความรู้ กลยุทธ์
การดาเนินงาน (Dana et al., 2015) และองค์การให้ การตลาด และความสามารถทางนวัตกรรม ที่มีอิทธิพล
ความสาคัญกับกลยุทธ์ทางการตลาดสามารถตอบสนอง ต่อการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอนิ ทรยี ์ในประเทศไทย
ความต้องการของลูกค้าท่ีเป็นตลาดเป้าหมาย มีการวาง และ 3) พัฒนาสมการโครงสร้างของผลการดาเนินงาน
กลยุทธ์ด้านต่างๆ เช่น กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยท่ีมีประสิทธิผล
ผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ด้านราคา กลยุทธ์ช่องทางการกระจาย เพ่ือหาแนวทางที่มีประสิทธิผลที่จะเป็นประโยชน์ต่อ
สินค้า กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด เพื่อสร้างความ ทกุ ฝา่ ยท่ีเก่ียวขอ้ งในการสร้างความเจริญกา้ วหนา้ ต่อไป
ได้เปรียบทางการแข่งขัน (Kotler and Keller, 2016)
ในขณะที่การเปล่ียนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วงจร วิธีดาเนนิ การวจิ ยั
ชีวิตผลิตภัณฑ์ท่ีส้ันลง ความต้องการของผู้บริโภคที่มีการ
เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วจึงทาให้ความสามารถทาง การศึกษาใช้วิธีการวิจัยแบบผสม (Mix method
นวตั กรรมมีความสาคัญกับองค์การเป็นอย่างมาก จะช่วย research) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยท้ังการวิจัยเชิงปริมาณ
อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก ใน ก า ร เรี ย น รู้ จ า ก ก า ร รั บ ข้ อ มู ล (Quantitative research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ
ทั้งภายในและภายนอก ส่งผลต่อประสิทธิภาพการ (Qualitative research) ในการดาเนินการเพื่อให้ได้
ดาเนินงานขององค์การท่ีดีข้ึน และความสามารถทาง ความรู้และข้อค้นพบที่สามารถตอบวัตถุประสงค์ของการ
นวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม วิจยั
กระบวนการ และนวัตกรรมการตลาด เป็นปัจจัยสาคัญ ประชากร
ต่อความสาเร็จของผลการดาเนินงาน ได้แก่ ส่วนแบ่ง
ทางการตลาด การเติบโตของยอดขาย ความสามารถ ประชากร ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรอินทรีย์
ในการทากาไร ท่ีเป็นตัวช้ีวัดทางเศรษฐกิจท่ีสาคัญ ใน ป ระเท ศไท ย 13,298 ราย (Organic Agriculture
(Mohammed and Abu, 2012) ทฤษฎีฐานทรัพยากร Certification Thailand, 2019)
นักวิชาการได้จัดประเภทฐานทรัพยากรได้ 6 ประเภท กลมุ่ ตัวอย่าง
ดงั น้ี ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรทางกายภาพ ทรัพยากร
ทางการตลาด ทรัพยากรองค์การ ทรัพยากรทาง ก า ร วิ จั ย เชิ ง ป ริ ม า ณ ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง คื อ
เทคโนโลยี และทรัพยากรทางการเงิน (Barney, 1991) ผปู้ ระกอบการธรุ กิจเกษตรอินทรยี ใ์ นประเทศไทย จานวน
องค์การมีการนามาใช้ในบริบทการดาเนินงานเพื่อวัด 610 ราย สาหรับการวิจัยน้ีมีพารามิเตอร์ที่ต้องการ
ประสิทธภิ าพขององคก์ ารและการบรหิ ารเชงิ กลยทุ ธ์ ประมาณค่าจานวน 61 พารามิเตอร์ ผู้วิจัยกาหนดขนาด
ตวั อย่าง 10 เท่าจากแบบจาลองสมการโครงสร้าง ซึง่ หาก
จ า ก ที่ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว น้ั น ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ก า ร คานวณตามคาแนะนาของ Hair et al. (2006) ผู้วิจัยต้อง
ดาเนินงานในธุรกิจเกษตรอินทรียใ์ นประเทศไทยที่จะเป็น ใช้ขนาดตัวอย่างอย่างน้อย 610 ราย โดยการเลือก
การสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการภาคการเกษตรให้มี ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง แ บ บ ก า ร สุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง แ บ บ แ บ่ ง ช้ั น ภู มิ
ความได้เปรียบประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียนและในระดับ ประกอบด้วยผู้ประกอบการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สากล ทาให้เกดิ การเตบิ โตไดอ้ ย่างกา้ วกระโดดของธุรกิจน้ี จานวน 438 ราย ภาคเหนือ 60 ราย ภาคกลาง 54 ราย
ดังน้ัน ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษาระดับความเป็น ภาคใต้ 33 ราย ภาคตะวันออก 18 ราย และภาคตะวันตก
ผู้ประกอบการ การจัดการความรู้ กลยุทธ์การตลาด 7 ราย ตามลาดับ และการวิจัยเชิงคุณ ภาพ ใช้การ
ความสามารถทางนวตั กรรม และการดาเนนิ งานของธุรกิจ สัมภาษณ์เชิงลึก ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ใช้วิธีการ
เลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive simple) ผู้ให้

112

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

ข้อมูลหลักจานวนทั้งหมด 12 คน ได้แก่ ผู้ประกอบการ การตรวจสอบคณุ ภาพของเครื่องมือ
หรือตัวแทนผู้ประกอบการท่ีเป็นผู้บริหารระดับสูงของ การทดสอบหาค่าความเช่ือม่ัน นาแบบสอบถาม
องค์การธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ซ่ึงได้รับรองจากสานักงาน
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ในขอบข่ายและระบบ ไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง 60 ชุด โดยการใช้วิธีการวัด
มาตรฐาน 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1) มาตรฐานเกษตรอินทรยี ์ ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง ภ า ย ใน ด ้ว ย ก า ร ห า ค ่า ส ัม ป ร ะ ส ิท ธิ ์
ข้ันต่าของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM แอลฟาของครอนบาค (Cronbach alpha coefficient)
Basic Standards) 2) มาตรฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์ โดยคัดเลือกข้อคาถามที่มีค่าความเชื่อมั่นต้ังแต่ 0.70 ข้ึนไป
ของสหภาพยุโรป (ACT-EU) 3) มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และภาพรวมของแบบสอบถามท้ังฉบับท่ีมีค่าตั้งแต่ 0.70
ของแคนาดา (COR (US-Canada)) จานวน 4 คน หน่วยงาน ขึ้ น ไ ป ถื อ ว่ า ข้ อ ค า ถ า ม มี ค ว า ม เช่ื อ ถื อ ไ ด้ ค่ อ น ข้ า ง สู ง
ภาครัฐ คือ ผู้บริหารระดับสูงหรือตัวแทนผู้บริหาร (Koowaran, 2008) ซ่งึ จากการทดสอบได้คา่ ความเช่อื ม่ัน
ระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐท่ีดาเนินการเกี่ยวข้องกับ สัมประสิทธิ์แอลฟาของมาตรวัดรวมเท่ากับ 0.934 ซ่ึงถือว่า
การเกษตรอินทรีย์ จานวน 4 คน และนักวิชาการด้าน เช่ือถือได้ และการพิทักษ์สิทธิของกลุ่มตัวอย่าง วิจัยน้ีได้
บริหารธุรกิจเกษตรหรือเกษตรศาสตร์ที่มีตาแหน่งทาง ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยใน
วิชาการและผลงานวิจัยดา้ นการเกษตรหรือเกษตรอินทรยี ์ มนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เลขท่ี HE612036
จานวน 4 คน แล้วจึงนาแบบสอบถามไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู ตอ่ ไป
เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการรวบรวมข้อมลู การประมวลผลและการวเิ คราะห์ขอ้ มลู

การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) โดยการใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ
โดยการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์
แบบสอบถาม (Questionnaire) ผู้ประกอบการของธุรกิจ องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์สมการ
เกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย และการวิจัยเชิงคุณภาพ โครงสร้าง (Structure Equation Model: SEM) โดย
โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) สัมภาษณ์ การใช้เทคนิคการวิเคราะห์เส้นทาง (Path analysis)
ผู้มีส่วนเก่ียวข้องกับธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย วิเคราะห์ด้วยโปรแกรม IBM SPSS Amos 26 version
โด ย ใช้ แ บ บ สั ม ภ า ษ ณ์ แ บ บ กึ่ ง โค ร ง ส ร้ า ง ด้ ว ย ค า ถ า ม study เพ่ือพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างเชิงสาเหตุของ
ปลายเปดิ -ปลายปิด การดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย
ซึ่งมีรูปแบบโมเดลเส้นทางของตัวแปร (Figure 1)

Figure 1 A path analysis model illustrating relationships between variables
113

วารสารวิจัยและสง่ เสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 108-125

ตวั แบบสมการมาตรวัดตัวแปรแฝงภายนอกและ พอเหมาะพอดีของตัวแบบเชิงประจักษ์กับตัวแบบทาง
ภายในทั้ง 5 ตัว ได้แก่ 1) ความเป็นผู้ประกอบการ ทฤษฎี ค่า P-value ต้องมีนัยสาคัญทางสถิติ (Significant:
(Entrepreneurial orientation) ตั ว แ ป ร สั ง เก ต ไ ด้ Sig.) คือ มีค่ามากกว่า 0.05 ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วว่าตัว
คือ ความกล้าเสี่ยง (RT) การดาเนินงานเชิงรุก (PR) แบบเชิงประจักษ์กับตัวแบบทางทฤษฎี มีความสอดคล้อง
ความมุ่งม่ันในการแข่งขัน (CA) 2) การจัดการความรู้ กนั พอดี ซ่ึงจะตอ้ งตรวจสอบค่าสถิติ ได้แก่ Chi-squares,
(Knowledge management) ตัวแปรสังเกตได้ คือ การ 2/ df, CFI, GFI, AGFI, RMSEA, CFI แ ล ะ NFI ซ่ึ ง
แสวงหาความรู้ (KMA) การสร้างความรู้ (KMC) การ สามารถสรุปเกณฑ์ท่ีใช้ในการตรวจสอบความสอดคล้อง
จัดเก็บความรู้ (KMS) การแบ่งปันความรู้ (KMH) 3) ของตัวแบบกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ได้ดังนี้ (Bollen,
กลยุทธ์การตลาด (Marketing strategies) ตวั แปรสังเกต 1989)
ได้ คือ กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับผลิตภัณฑ์ (VPS)
กลยทุ ธ์ด้านราคา (PS) กลยุทธ์ช่องทางการกระจายสนิ ค้า 1) ค่าสถิติไค-สแควร์ (Chi-squares: 2) ค่า p
(DCS) กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด (PRS) 4) ความสามารถ มคี ่ามากกว่า 0.05 (p>0.05) และค่า p ย่งิ มากยง่ิ ดี แสดง
ทางนวัตกรรม (Innovativeness) ตัวแปรสังเกตได้ คือ ว่าโมเดลมีความเหมาะสม (Goodness of fit) และ
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (PI) นวัตกรรมกระบวนการ (PRI) สอดคล้องกลมกลืนกับข้อมลู เชงิ ประจักษ์
น วัต ก รรม ก ารต ล าด (MI) 5) ผ ล ก ารด าเนิ น งาน
(Performance) ตั วแป รผล คื อ ด้ าน ส่วน แบ่ งท าง 2) ค่าไค-สแควร์สัมพันธ์ (2/df) ค่า CMIN/df
การตลาด (MS) ด้านการเติบโตของยอดขาย (SG) ด้าน ต้องน้อยกว่า 3 (<3) และถ้าค่า CMIN/df ย่ิงมีค่าใกล้ 0
ความสามารถในการทากาไร (PF) ซ่ึงได้มาจากการ มากเท่าไร แสดงว่าโมเดลนั้นยิ่งมีความกลมกลืน
ทบทวนวรรณกรรมและผลงานที่เกี่ยวข้องและผวู้ ิจยั ได้ต้ัง สอดคลอ้ งกบั ข้อมูลเชงิ ประจักษ์มากขน้ึ เทา่ นั้น
สมมุตฐิ านการวิจยั ไว้ 7 ขอ้ คือ 1) ความเป็นผู้ประกอบการ
มี อิ ท ธิ พ ล ต่ อ ก า ร จั ด ก า ร ค ว า ม รู้ ธุ ร กิ จ เก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ 3) ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องกลมกลืน
ในประเทศไทย 2) ความเป็นผู้ประกอบการมีอิทธิพลต่อ (Goodness of Fit Index: GFI) ค่าดัชนี GFI ต้องมากกว่า
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง น วั ต ก ร ร ม ธุ ร กิ จ เก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ 0.90 (>0.90) และถ้าค่า GFI ย่ิงมีค่าใกล้ 1 มากเท่าไร
ในประเทศไทย 3) การจัดการความรู้มีอิทธิพลต่อกลยุทธ์ แสดงว่าโมเดลนั้นย่ิงมีความกลมกลืนสอดคล้องกับข้อมูล
ทางการตลาดธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย 4) เชงิ ประจักษม์ ากข้นึ เทา่ น้นั
กลยุทธ์ทางการตลาดมีอิทธิพลต่อความสามารถทาง
นวัตกรรมธุรกจิ เกษตรอินทรียใ์ นประเทศไทย 5) กลยุทธ์ 4) ค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้องกลมกลืน
ทางการตลาดมีอิทธิพลต่อผลการดาเนินงานธุรกิจเกษตร ที่ปรับแก้แล้ว (Adjusted Goodness of Fit Index: AGFI)
อินทรีย์ในประเทศไทย 6) ความสามารถทางนวัตกรรม ค่าดัชนี AGFI ต้องมากกว่า 0.90 (>0.90) และถ้าค่า
มี อิ ท ธิ พ ล ต่ อ ผ ล ก า ร ด า เนิ น ง า น ธุ ร กิ จ เก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ AGFI ยิ่งมีค่าใกล้ 1 มากเท่าไร แสดงว่าโมเดลนั้นย่ิงมี
ในประเทศไทย และ 7) การจัดการความรู้มีอิทธิพลต่อ ความกลมกลืนสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์มากข้ึน
ผลการดาเนนิ งานธุรกิจเกษตรอนิ ทรีย์ในประเทศไทย เทา่ นั้น

ผลการวิเคราะห์ให้เป็นตัวแบบโครงสร้างของ 5) ค่าดัชนีรากของค่าเฉลี่ยกาลังสองของการ
การวิจัย ซ่ึงจะแสดงอิทธิพลระหว่างตัวแปร โดยการ ประมาณค่าความคลาดเคล่ือน (Root Mean Square
ประเมินความสอดคล้องของตัวแบบ (Evaluation the Error of Approximation: RMSEA) ค่ า ดั ช นี RMSEA
data-model fit) ค่าสถิติที่ใช้ในการตรวจสอบความ ตอ้ งมีค่าต่ากว่า 0.08 (<0.08) ถ้าคา่ ดชั นี RMSEA ยงิ่ มีค่า
ใกล้ 0 มากเท่าไร แสดงว่าโมเดลนั้นยิ่งมีค่าคลาดเคล่ือน
น้อย โมเดลจึงมีความกลมกลืนสอดคล้องกับข้อมูลเชิง
ประจกั ษ์มากยง่ิ ขึ้น

114

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

6) ค่าดัชนีวัดความสอดคล้องกลมกลืนเชิง สว่ นที่ 2 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลระดับการจัดการความรู้
สัม พั ท ธ์ (Comparative Fit Index: CFI) ค่า CFI อยู่ ค ว า ม เป็ น ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ก ล ยุ ท ธ์ ก า ร ต ล า ด
ระหวา่ ง 0-1 และหาค่า CFI มีค่าดัชนีมากกว่า 0.90 (>0.90) ความสามารถทางนวตั กรรม และผลการดาเนินงานของ
เปน็ ระดับท่โี มเดลควรถูกยอมรบั ธุรกจิ เกษตรอินทรียใ์ นประเทศไทย

7) ดัชนีความสอดคล้องสัมพันธ์ (Relation Fit ผลการวิเคราะห์ข้อมูลระดับคะแนน พบว่า
Index: NFI) มีค่า 0-1 ยิ่งมีค่าใกล้ 1 จะบอกถึงความ ระดับคะแนนด้านกลยุทธ์ทางการตลาดมีระดับคะแนนสูง
สอดคล้องของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ว่ามีความ ที่สุด ( X =4.02 ; S.D.=0.64) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
สอดคล้องมากขึน้ พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงตามลาดับ
ค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย ดังน้ี การจัดการความรู้
ผลการวิจัยและวจิ ารณ์ ( X =3.94; S.D.=0.63) ความสามารถทางนวัตกรรม
( X =3.90; S.D.=0.60) ผล การดาเนิ น งาน ( X =3.88;
ผวู้ ิจัยได้แบง่ ผลการศึกษาออกเป็น 5 สว่ น ดังน้ี S.D.=0.65) และความ เป็ น ผู้ ป ระกอบ การ ( X =3.84;
ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะหค์ า่ สถิตพิ น้ื ฐาน S.D.=0.67) ตามลาดับ

ข้อมูลส่วนบุคคลของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ใน ส่วนท่ี 3 ผลการทดสอบไกเซอร์–เมเยอร์-ออลคิน
ประเทศไทยพบว่า ส่วนใหญ่ประกอบกิจการข้าว จานวน (Kaiser–Meyer–Olkin: KMO) และวิเคราะห์ความ
263 คน คิดเป็นร้อยละ 43.10 รองลงมา ได้แก่ ประกอบ กลมกลืนของโมเดลการวัดปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการ
กิจการผักและผลไม้ จานวน 113 คน คิดเป็นร้อยละ ดาเนนิ งานของธุรกิจเกษตรอินทรยี ใ์ นประเทศไทย
18.50 ประกอบกิจการสมุนไพร จานวน 88 คน คิดเป็น
ร้อยละ 14.40 ธัญพืช จานวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ จาก Table 1 สรุปผลการวิเคราะห์ค่าไกเซอร์–
11.60 ปุ๋ย จานวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 6.60 และชา/ เมเยอร์-ออลคิน (KMO) ระหว่าง 0.838-0.923 ซ่ึงถือว่า
กาแฟ จานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 5.70 ตามลาดับ ข้อมูลมีความเหมาะสมในการวิเคราะห์องค์ประกอบ
และลักษณะของธุรกิจที่ทาอยู่ในปัจจุบัน พบว่าส่วนใหญ่ (Hair et al., 2006) และค่าเฉล่ียความแปรปรวนของ
ผลิตเพื่อขายทั้งในและนอกประเทศจานวน 410 คน คิด ตวั แปรแฝงที่อธิบายไดด้ ว้ ยตวั แปรสังเกต โดยคา่ เฉลี่ยของ
เป็นร้อยละ 67.30 รองลงมา ได้แก่ ผลิตเพ่ือส่งออก ความแปรปรวนที่สกัดได้ (AVE) ควรมากกว่า 0.50 และ
ทั้งหมด จานวน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 12.10 ผลิตเพื่อ ค่าความเชื่อมั่นรวมของตัวแปรแฝง (CR) ควรมีค่า
ขายในประเทศท้ังหมด จานวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ มากกว่า 0.70 (Bollen, 1989) ผลการวิเคราะห์ค่าเฉล่ีย
11.30 ไม่ได้ผลิตแต่ทาธุรกิจส่งออก จานวน 57 คน คิด ของความแปรปรวนที่สกัดได้ (AVE) ระหว่าง 0.503-0.584
เป็นรอ้ ยละ 9.30 ตามลาดบั และค่าความเชื่อม่ันรวมของตัวแปรแฝง (CR) ระหว่าง
0.712-0.925 เป็นไปตามเกณฑ์ข้อตกลงเบ้ืองต้นของการ
วิเคราะห์สมการโครงสรา้ ง

115

วารสารวจิ ยั และส่งเสริมวิชาการเกษตร 38(1): 108-125

Table 1 The test results based on Kaiser–Meyer–Olkin (KMO) and an analysis of a congruence of
the model to measure the factors that influenced the performance of Thai organic farming business

Second Latent Factor KMO Cronbach’s Alpha AVE CR
Latent Variable Loading (>0.05) 0.897 (>0.5) (>0.7)
0.677 0.905 0.510 0.885
KM KMA 0.840 0.583 0.878
KMS 0.903 0.923 0.961 0.584 0.925
EO KMH 0.840 0.882 0.852 0.517 0.899
MS RT 0.928 0.509 0.925
CA 0.806 0.904 0.881 0.504 0.712
IN VPS 0.986 0.838 0.840 0.521 0.867
PE PS 0.825 0.510 0.886
PRS 0.739 0.503 0.894
PI 0.721 0.530 0.903
MI 0.737 0.524 0.869
SG 0.858 0.540 0.854
PF

ส่วนที่ 4 แบบจาลองสมการโครงสร้างปัจจยั ท่ีมีอทิ ธิพล เส้นทาง และมีเส้นทางท่ีมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ
ต่ อ ผ ล ก า ร ด า เนิ น ง า น ข อ ง ธุ ร กิ จ เก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ ใ น 0.05 (p<0.05) มีอยู่ 1 เส้นทาง ดังนั้นสามารถนา
ประเทศไทย โดยมรี ายละเอียดดงั น้ี ค่าสัมประสิทธ์ิเส้นทางของแต่ละสมการโครงสร้างมา
เขียนเส้นทางรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุท่ีผ่านการ
1. ค่าสัมประสิทธ์ิเส้นทางความสัมพันธ์ที่มี ปรับให้เป็นแบบแบบจาลองสมการโครงสร้างเพ่ือให้ได้
อิทธิพลต่อรูปแบบท่ีผ่านการปรับแล้วน้ัน มีเส้นทางท่ีมี รูปแบบที่มคี วามสมั พนั ธท์ ี่ดที ส่ี ดุ (Figure 2)
นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 (p<0.001) มีอยู่ 5

116

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

 2=1,552.152, df=1,479,  2/df=1.049, P-value=0.091, GFI=0.924, CFI=0.996

AGFI=0.903, NFI=0.924, RMR=0.025, RMSEA=0.009

Figure 2 Adjusted causal analysis model

2. การตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล เท่ากับ 0.996 ดัชนีความสอดคล้องสัมพันธ์ (NFI) มีค่า
(Evaluation the data-model fit) พบว่าโมเดลตัวแบบ เท่ากับ 0.924 ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) มีค่า
เชิงประจักษ์กับตัวแบบทางทฤษฎี (โมเดลต้นแบบ) เทา่ กบั 0.924 ถือว่าผ่านเกณฑ์ทกี่ าหนด คา่ ดชั นีวัดระดับ
มีความสอดคล้องกัน ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินโมเดล ความกลมกลืนท่ีปรับแก้แล้ว (AGFI) มีค่าเท่ากับ 0.903
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าโมเดลสมการโครงสร้างหลัง และเม่ือพิจารณาค่าความสอดคล้องจากค่าดัชนีรากของ
การปรับสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ แสดงวา่ ยอมรับ ค่าเฉลี่ยกาลังสองของการประมาณค่าความคลาดเคลื่อน
สมมติฐานหลักท่ีว่าโมเดลตามทฤษฎีสอดคล้องกลมกลืน (RMSEA) มีค่าเท่ากับ 0.009 ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่กาหนด
กับข้อมูลเชิงประจักษ์ ทั้งนี้พิจารณาจาก ค่าไค-สแควร์ (Bollen, 1989)

(  2) มีค่าเท่ากับ 1,552.152 องศาอิสระ (df) มีคา่ เทา่ กับ 3. ผลการวิเคราะห์ค่าอิทธิพลระหว่างตัวแปร
สาเหตุ (Antecedent) และตัวแปรผล (Consequence)
1,479 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p–value) มีค่าเท่ากับ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตร
อินทรียใ์ นประเทศไทย
.091 ค่าไค-สแควร์สัมพันธ์ (  2/df) มีค่าเท่ากับ 1.049

ค่าดัชนีวดั ความสอดคลอ้ งกลมกลนื เชิงสมั พทั ธ์ (CFI) มคี ่า

117

วารสารวิจยั และส่งเสริมวิชาการเกษตร 38(1): 108-125

Table 2 The analysis results of the influence of antecedents and consequence concerning
the factors that influenced the performance of Thai organic farming business

Antecedent Consequence STDYX EST SE CR P R2
KM PE -0.063 -0.068 0.380 -0.784 0.074 0.464
MS 0.450 0.623 0.134 4.638 ***
IN IN 0.331 0.359 0.151 2.373 0.018* 0.345
EO 0.069 0.067 0.020 3.316 ***
MS KM 0.568 0.724 0.070 10.332 *** 0.610
EO MS 0.781 0.759 0.050 13.123 *** 0.079
KM 0.281 0.220 0.041 5.367 ***

*Significant level of 0.05, **Significant level of 0.01, ***Significant level of 0.001

จ า ก Table 2 ส รุ ป ผ ล ก า ร ท ด ส อ บ ค่ า ที่ระดับ 0.001 3) ปัจจัยด้านความเป็นผู้ประกอบการ
สั ม ป ระ สิ ท ธ์ิ เส้ น ท า ง ข อ ง ตั ว แ ป รต่ อ ส า เห ตุ ที่ ส่ ง ผ ล ต่ อ (EO) มีค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางต่อปัจจัยด้านการจัดการ
ผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย ความรู้ (KM) เท่ากับ 0.781 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ
พบว่า 1) ปัจจัยด้านกลยุทธ์การตลาด (MS) มีค่า ท่ีระดับ 0.001 4) ปัจจัยด้านการจัดการความรู้ (KM) มี
สัมประสทิ ธเ์ิ ส้นทางต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตร ค่าสัมประสิทธ์ิเส้นทางต่อปัจจัยด้านกลยุทธ์การตลาด
อินทรีย์ในประเทศไทย (PE) เท่ากับ 0.450 อย่างมี (MS) เท่ากับ 0.281 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ
นัยสาคัญ ทางสถิติ ท่ีระดับ 0.001 และปัจจัยด้าน 0.001 และ 5) เม่ือพิจารณาค่าสัมประสิทธ์ิการพยากรณ์
ความสามารถทางนวัตกรรม (IN) มคี า่ สมั ประสิทธ์ิเสน้ ทาง พบว่ามีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ระหว่าง 0.079-0.610
ต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศ โดยปัจจัยด้านการจัดการความรู้ (KM) มีค่าสัมประสิทธิ์
ไทย (PE) เท่ากับ 0.331 อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ การพยากรณ์มากท่ีสุด มีค่าเท่ากับ 0.610 รองลงมา ได้แก่
0.05 ขณะท่ีปัจจัยด้านการจัดการความรู้ (KM) ค่า ผลการดาเนินงาน (PE) ด้านความสามารถทางนวัตกรรม
สัมประสิทธิ์เส้นทางไม่มีนัยสาคัญทางสถิติต่อผลการ (IN) และด้านกลยุทธ์การตลาด (MS) มีค่าเท่ากับ 0.464,
ดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย (PE) 0.345 และ 0.079 ตามลาดับ และปัจจัยแฝงแต่ละตัว
2) ปัจจัยด้านความเป็นผู้ประกอบการ (EO) มีค่า สามารถพยากรณ์รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของ
สัมประสิทธิ์เส้นทางต่อปัจจัยด้านความสามารถทาง ปจั จัยทมี่ ีผลตอ่ ผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรยี ์
นวัตกรรม (IN) เท่ากับ 0.069 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ในประเทศไทยไดร้ อ้ ยละ 46.4
ที่ระดับ 0.001 และปัจจัยด้านกลยุทธ์การตลาด (MS) มี
ค่าสัมประสิทธ์ิเส้นทางต่อปัจจัยด้านความสามารถทาง 4. ผลการคานวณ อิทธิพลทางตรง (Direct
นวัตกรรม (IN) เท่ากับ 0.568 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ effect) อิทธิพลทางอ้อม (Indirect effect) และผลรวม
ของอทิ ธพิ ล (Total effect) (Table 3)

118

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

Table 3 Analysis of direct effect, indirect effect and total effect of variables

Effects from Direct Effect (DE) Indirect Effect (IE) Total Effect (TE)
0.781*** –
EO to KM 0.069*** 0.781
EO to IN -0.063 0.125** 0.194
KM to PE 0.450*** 0.175** 0.112
MS to PE 0.311* 0.176* 0.626
IN to PE 0.281*** 0.311
KM to MS 0.568*** – 0.281
MS to IN – – 0.568
EO to PE – 0.108
0.108*

*Significant level of 0.05, **Significant level of 0.01, ***Significant level of 0.001

จาก Table 3 ความเป็นผู้ประกอบการ (EO) มี ของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยน้ัน ตัวแปรท่ีมี
อิทธิพลทางตรงต่อการจดั การความรู้ (KM) ขนาดอิทธิพล อิทธิพลรวมมากท่ีสุด คือ ความเป็นผู้ประกอบการ (EO)
เท่ากับ 0.781 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.001 มีค่าเท่ากับ 0.781 ซึ่งสะท้อนว่า ผลการดาเนินงานของ
ความเป็นผู้ประกอบการ (EO) มีอิทธิพลทางตรงต่อ ธรุ กิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยน้ันข้ึนอย่กู ับความเป็น
ความสามารถทางนวัตกรรม (IN) ขนาดอิทธิพลเท่ากับ ผู้ประกอบการท้ังด้านความมุ่งมั่นในการแข่งขัน เช่น
0.069 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.001 การจัดการ มีความใส่ใจต่อการบริการท่สี ร้างความประทับใจตอ่ ลูกค้า
ความรู้ (KM) มีอิทธิพลทางตรงต่อผลการดาเนินงานของ เสมอ ต้องให้ผลผลิตมีคุณภาพด้วยการเอาใจใส่ใน
ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย (PE) ขนาดอิทธิพล รายละเอียดเพ่ืออยู่เหนือคู่แข่งขัน มีกระบวนการผลิต
เทา่ กบั 0.063 กลยุทธ์การตลาด (MS) อทิ ธพิ ลทางตรงต่อ ท่ีทันสมัย โดยการนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้มีคุณภาพ
ผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรยี ์ในประเทศไทย เหนือคู่แข่งขัน มีความมุ่งม่ันในการดาเนินธุรกิจตาม
(PE) ขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.450 อย่างมีนัยสาคัญทาง แนวคิดท่ีตนเองมีเมื่อมีโอกาสท่ีเหมาะสม และด้านความ
สถิติที่ระดับ 0.001 ความสามารถทางนวัตกรรม (IN) มี กล้าเส่ียง เช่น พร้อมที่จะเส่ียงในการดาเนินธุรกิจถ้าเห็น
อิทธิพลทางตรงต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตร ว่ามีโอกาสทาให้ได้รับผลตอบแทนคุ้มค่ามีความพร้อม
อินทรีย์ในประเทศไทย (PE) ขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.311 ท่ีจะเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ท่ีอาจมีผลกระทบกับ
อย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดับ 0.05 การจดั การความรู้ ความสาเร็จหรือความล้มเหลวทางธุรกิจ มีการวางแผน
(KM) มีอิทธิพลทางตรงต่อกลยุทธ์การตลาด (MS) ขนาด และไม่ประมาทกับการดาเนินการและสามารถยอมรับ
อิทธิพลเท่ากับ 0.281 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ ความเส่ียงต่อความไม่ประสบผลสาเร็จได้ สอดคล้องกับ
0.001 และกลยุทธ์การตลาด (MS) มีอิทธิพลทางตรงต่อ งานวิจัยของ Madhoushi et al. (2011) เน้นบทบาท
ความสามารถทางนวัตกรรม (IN) ขนาดอิทธิพลเท่ากับ ของการบริหารจัดการความรู้กับความสัมพันธ์ของการ
0.568 อ ย่ างมี นั ย ส าคั ญ ท างส ถิ ติ ท่ี ระดั บ 0 .0 01 เป็นผู้ประกอบการและประสิทธิภาพของนวัตกรรมกลุ่ม
ผลการวิจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผลการดาเนินงาน วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศอิหร่าน ซ่ึง

119

วารสารวิจัยและส่งเสรมิ วิชาการเกษตร 38(1): 108-125

ผู้ประกอบการมอี ิทธพิ ลเชิงบวกต่อการจัดการความรแู้ ละ Rowley and M arco (2006) ได้ศึกษาผลิตภัณ ฑ์
ความสามารถทางนวัตกรรมโดยอ้อมผ่านการจัดการ เคร่ืองสาอางเกษตรอินทรีย์ พบว่าผู้ประกอบการให้
ค วาม รู้ ก ารจั ด ก ารค วาม รู้มี อิ ท ธิพ ล เชิ งบ วก ต่ อ ความสาคัญกับการออกแบบใบรับรองมาตรฐานคุณภาพ
ความสามารถทางนวัตกรรม ดังน้ัน การจัดการความรู้ทา สินค้า นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์และตราสินค้า ซึ่งปัจจัย
ห น้ าท่ี เป็ น ส่ื อก ล างระ ห ว่างผู้ ป ระ ก อบ ก ารแล ะ เห ล่ าน้ี ส่ งผ ล ต่ อก ารต อ บ รับ ข องผู้ ซื้ อท่ี ดี ขึ้น แ ล ะ มี กา ร
ความสามารถทางนวัตกรรมท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของ กลับมาซื้อซ้า และศึกษาการจัดส่งผลิตภัณฑ์อินทรีย์
องค์การ ในสถานการณ์และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง พ บ ว่ า ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ะ ให้ ค ว า ม ส า คั ญ กั บ ก า ร จั ด ส่ ง
จะช่วยในการพัฒนาความสามารถและนวัตกรรมใหม่ๆ ท่ีรวดเร็วเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ซ้ือและมีกลยุทธ์
ทชี่ ว่ ยให้บรรลผุ ลการดาเนนิ งานท่ีดียิ่งข้ึน ในการร่วมงานจัดแสดงสนิ ค้าตา่ งๆ

Preda (2013) ศึกษาผลกระทบของความเป็น Henchion et al. (2002) ผู้ซื้อสินค้าเกษตร
ผู้ประกอบการในประเทศโรมาเนียที่ใช้ความสามารถทาง อนิ ทรยี ์ผักและผลไมส้ ดในประเทศไอร์แลนด์มีความสนใจ
นวัตกรรมขององค์การ พบว่าความเป็นผู้ประกอบการมี และระบบการจัดส่งสินค้าแบบกล่อง (Box system)
อิทธิพลเชิงบวกต่อความสามารถทางนวัตกรรม ซึ่งแสดง จัดส่งโดยตรงจากสวน โดยผู้ซ้ือจะทาการโทรสั่งสินค้า
ให้ เห็ น ว่ า ค ว าม เป็ น ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก ารช่ วย พั ฒ น า หลังจากนั้นทางสวนจะทาการเก็บเก่ียว จัดเก็บลงบรรจุ
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง อ ง ค์ ก า ร ใ ห้ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ เพื่ อ ภณั ฑ์ และสง่ สนิ คา้ ใหก้ บั ผูซ้ อ้ื ทนั ที ซงึ่ วิธีการน้บี รรจภุ ัณฑ์
ตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จะมลี ักษณะกนั กระแทกและสามารถควบคมุ ความช้ืนได้ดี
N dubisi and Agarw al (2014 ) ศึกษ าเก่ียวกับ ซง่ึ ส่งผลต่อคุณภาพของสนิ ค้า ส่วน Biank et al. (2015)
ความสามารถทางนวัตกรรมและความเป็นผ้ปู ระกอบการ ศกึ ษาสว่ นประสมทางการตลาด ได้แก่ สถานที่ ผลิตภัณฑ์
ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทางานของบริษัทเทคโนโลยี ราคา และการส่งเสริมการตลาด ของบริษัทผลิตรองเท้า
สารสนเทศขนาดเล็ก พบว่าทั้งสองปัจจัยมีความสัมพันธ์ หนังส่งออกในประเทศอินเดีย จานวน 174 บริษัท พบว่า
เชิงบวกส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพในการทางาน ผปู้ ระกอบการมีการวางแผนการตลาดและการดาเนินการ
แ ล ะ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง น วั ต ก ร ร ม ท า ให้ ค ว า ม เป็ น ปรับปรุงทักษะการบริหารจัดการในการประกอบธุรกิจ
ผู้ประกอบการสามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้มีประสิทธิภาพการทางานท่ีดีขึ้นและผลการ
ส่วน Joanna (2015) พบว่าความสัมพันธ์ความเป็น ดาเนินงานเป็นไปตามกลยทุ ธท์ ีว่ างแผนไว้
ผู้ประกอบการของหน่วยงานดูแลที่อยู่อาศัยในโปแลนด์
มี ค วา ม สั ม พั น ธ์เชิ งบ ว ก กั บ ความสามารถทางนวัตกรรม การทดสอบสมมุติฐานที่ 1 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์
สอดคล้องกับ Thomas et al. (2004) ศึกษาความเป็น เส้นทางเท่ากับ 0.781*** ดังนั้นผลการวิจัยเป็นไปตาม
ผู้ประกอบการของนักการตลาดของบริษัทอุตสาหกรรม สมมติฐานท่ีตั้งไว้ สมมติฐานท่ี 2 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์
มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถทางนวัตกรรม เส้นทางเท่ากับ 0.069*** ดังนั้นผลการวิจัยเป็นไปตาม
และผลการดาเนินงานของธุรกิจ ส่วน Rhee et al. (2010) สมมติฐานท่ีต้ังไว้ สมมติฐานที่ 3 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์
ศึกษากลุ่มวิสากิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ เส้นทางเท่ากับ 0.281*** ดังนั้นผลการวิจัยเป็นไปตาม
เกาหลีใต้โดยได้ใช้ความกล้าเสี่ยง การดาเนินงานเชิงรุก สมมติฐานท่ีต้ังไว้ สมมติฐานที่ 4 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์
ในการอธบิ ายถึงความเป็นผู้ประกอบการ พบวา่ ความเป็น เส้นทางเท่ากับ 0.568*** ดังนั้นผลการวิจัยเป็นไปตาม
ผู้ ป ร ะ ก อ บ มี อิ ท ธิ พ ล เชิ ง บ ว ก ต่ อ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า ง สมมติฐานที่ต้ังไว้ สมมติฐานที่ 5 โดยมีค่าสัมประสิทธ์ิ
นวัตกรรม และตัวแปรที่มีอิทธิพลรองลงมา คือ กลยุทธ์ เส้นทางเท่ากับ 0.450*** ดังน้ันผลการวิจัยเป็นไปตาม
การตลาด มีค่าเท่ากับ 0.568 สอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ สมมติฐานที่ตั้งไว้ สมมติฐานที่ 6 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์
เส้นทางเท่ากับ 0.311* ดังน้ันผลการวิจัยเป็นไปตาม

120

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

สมมตฐิ านท่ีตั้งไว้ และสมมติฐานที่ 7 โดยมคี ่าสัมประสทิ ธ์ิ สนับสนุนบุคลากรและเกษตรกรให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน
เสน้ ทางเท่ากบั -0.063 ดังนั้นจงึ ปฏเิ สธสมมติฐานที่ตัง้ ไว้ ในสงั คม

ส่วนที่ 5 ผลการสัมภาษณ์และการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลการวิจัย
เชิงคุณภาพ
ข้อมูลส่วนบุคคลของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ใน
การดาเนินการธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศ ประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่ประกอบกิจการข้าว จานวน
ไทยน้ันจะประสบผลสาเร็จได้ต้องอาศัยการรวมมือ 3 263 คน คิดเป็นร้อยละ 43.10 รองลงมา ได้แก่ ประกอบ
ส่วน คือ 1) การทางานแบบมีส่วนร่วม จะต้องสอดคล้อง กิจการผักและผลไม้ จานวน 113 คน คิดเป็นร้อยละ
กับความต้องการของเกษตรกรแต่ละประเภท สามารถ 18.50 ประกอบกิจการสมุนไพร จานวน 88 คน คิดเป็น
นาไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยคานึงถึงทรัพยากรและ ร้อยละ 14.40 ธัญพืช จานวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ
สภาพแวดล้อมที่มีอยู่ และหน่วยงานจากภาครัฐจะต้อง 11.60 ปุ๋ย จานวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 6.60 และชา/
ช่วยสนับสนุนการทางานร่วมกัน เพื่อให้สามารถเข้าถึง กาแฟ จานวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 5.70 ตามลาดับ
กลุ่มเกษตรกรได้อย่างท่ัวถึงทุกพื้นท่ี มีการส่งเสริมด้าน และลักษณะของธุรกิจท่ีทาอยู่ในปัจจุบัน พบว่าส่วนใหญ่
การวิจัย การทางานเชิงรุก การสร้างและเผยแพร่องค์ ผลิตเพื่อขายท้ังในและนอกประเทศจานวน 410 คน
ความรู้และนวัตกรรมธุรกิจเกษตรอินทรีย์ สอดคล้องกับ คิดเป็นร้อยละ 67.30 รองลงมา ได้แก่ ผลิตเพ่ือส่งออก
ผลงานวิจัยของ Pratan (2005) ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ ทั้งหมด จานวน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 12.10 ผลิตเพื่อ
ตัดสินใจผลิตข้าวอินทรีย์ คือ ปัจจัยด้านการส่งเสริมและ ขายในประเทศท้ังหมด จานวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ
บริการ ได้แก่ การฝึกอบรม ได้รับการตรวจรับรองแปลง 11.30 ไม่ได้ผลิตแต่ทาธุรกิจส่งออก จานวน 57 คน
2) ความเป็นผู้ประกอบการ มีการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของ คิดเป็นร้อยละ 9.30 ตามลาดับ ข้อมูลระดับความเป็น
ธรุ กิจเกษตรอินทรีย์ การทาให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ผู้ประกอบการ การจัดการความรู้ กลยุทธ์การตลาด
หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ มีแนวความคิดแปลกใหม่ มี ความสามารถทางนวัตกรรม และผลการดาเนินงานของ
ก ร ะ บ ว น ก า ร คิ ด ท่ี ส ร้ า ง ส ร ร ค์ แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ใน
เทคโนโลยีใหม่ๆ ทาให้เกิดผลิตภัณ ฑ์ และบริการ ระดับมากทุกด้าน
นอกจากน้ี ควรมีการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และร่วม
ถ่ายทอดองค์ความรู้และความเข้าใจเร่ืองเกษตรอินทรีย์ ผลการวิเคราะห์โมเดลมีความสอดคล้องกับ
แก่เกษตรกรเพือ่ เพ่ิมประสิทธิภาพการผลติ เกษตรอินทรีย์ ข้อมูลเชิงประจักษ์ตามสมมติฐานที่ได้กาหนดไว้ โดยมี
อีกด้วย สอดคล้องกับผลงานวิจัยของ Kungwon (2019) ค่ า  2=1,552.152, df=1,479,  2/ df=1.049, p-value=0.091,
การจัดทาคู่มือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการผลิตและจัด GFI=0.924, CFI=0.996, RMR=0.025, RMSEA=0.009
จาหน่ายข้าวอินทรีย์ การจัดอบรมเพ่ิมเติมความรู้ให้ และการทดสอบความสัมพนั ธเ์ ชิงสาเหตขุ องปจั จัยทส่ี ่งผล
แก่เกษ ตรกรผู้ผลิต ข้าวอิน ท รีย์อย่างต่ อเน่ื อง 3) ต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ในประเทศ
ความสามารถในการทากาไร ท่สี ่งผลใหผ้ ลการดาเนินงาน ไทยมีอิทธิพลของเส้นทาง คือ 1) ความเป็นผ้ปู ระกอบการ
ข อ งธุ ร กิ จ เก ษ ต ร อิ น ท รี ย์ จ ะ ป ร ะ ส บ ผ ล ส า เร็ จ มีอิทธิพลทางตรงต่อการจัดการความรู้ 2) ความเป็น
นอกเหนือจากการมีกาไรที่เป็นยอดเงินหรือมูลค่าทาง ผู้ประกอบการมีอิทธิพลทางตรงต่อความสามารถทาง
เศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล้ ว อ ง ค์ ก า ร ธุ ร กิ จ จ ะ ต้ อ ง ดู แ ล แ ล ะ ส ร้ า ง นวัตกรรม 3) การจัดการความรู้มีอิทธิพลทางตรงต่อ
ประโยชน์ทั้งต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมด้วย จึงเกิด กลยุทธ์การตลาด 4) กลยุทธ์ทางการตลาดมีอิทธิพล
กิจ ก รรม ก า รส ร้างส รรค์ ชุ ม ช น แ ล ะ ส่ิ งแ ว ด ล้ อม ที่ ดี เพื่ อ ทางตรงต่อความสามารถทางนวัตกรรม 5) กลยุทธ์

121

วารสารวิจยั และส่งเสรมิ วิชาการเกษตร 38(1): 108-125

การตลาดมีอิทธิพลทางตรงต่อผลการดาเนินงาน 6) ข้อเสนอแนะ
ความสามารถทางนวัตกรรมมีอิทธิพลทางตรงต่อผลการ ผู้ป ระกอบการธุรกิจเกษตรอินท รีย์ได้ให้
ดาเนินงาน และ 7) การจัดการความรู้มีอิทธิพลทางอ้อม
ตอ่ ผลการดาเนินงานผ่านกลยุทธ์การตลาด ตามแบบจาลอง ความ สาคัญ กับ ค วาม เป็ น ผู้ป ระก อบ การ ดังนั้ น
สมการโครงสร้างข้อค้นพบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการ ผูป้ ระกอบการควรจะใหค้ วามสาคัญกบั ความมุ่งมัน่ ในการ
ดาเนินงานของธุรกจิ เกษตรอินทรียใ์ นประเทศไทย คือ 1) แข่งขัน และค วาม กล้าเสี่ ยงม าก เป็ น พิ เศษ ท้ั งน้ี
ความเป็นผู้ประกอบการต้องมีความมุ่งมั่นในการแข่งขัน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ด้านโครงการส่งเสริมด้าน
และมีความกลา้ เสี่ยง 2) การจดั การความรตู้ ้องมีกระบวนการ การเกษตรอินทรีย์ที่หน่วยงานภาค รัฐร่วมมือกับ
ดา้ นการแสวงหาความรู้ ด้านการแบ่งปันความรู้ และด้าน ภาคเอกชนจัดข้ึนควรมีการประชุมประชาสัมพันธ์และ
การจัดเก็บความรู้ 3) กลยุทธ์การตลาดต้องใช้กลยุทธ์ ช้ีให้เห็นประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ และเจ้าหน้าที่ของ
ด้านราคา กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับผลิตภัณฑ์ รัฐควรติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และควรมีการ
และกลยุทธ์ด้านการส่งเสริมการตลาด 4) ความสามารถ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนด้านต่างๆ เช่น ปัจจัยการ
ทางนวัตกรรมให้ความสาคัญกับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และ ผลิต การอบรม ถ่ายทอดนวัตกรรมด้านการเกษตรให้แก่
นวัตกรรมด้านการตลาด เพื่อให้ผลประกอบการที่ดีขึ้น เกษตรกร เป็นตน้ นอกจากนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
และมกี ารนามาใชเ้ พือ่ ความอยรู่ อดขององค์การ ควรมีส่วนร่วมในการรณรงค์ เน้นย้า มีการให้ความรู้
แกก่ ลมุ่ เกษตรกร ประชาชน รวมถึงผู้บรโิ ภคในเรือ่ งความ
ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้เช่ียวชาญท้ัง 12 ปลอดภัยและประโยชน์การผลิตและบริโภคกลุ่มสินค้า
ท่าน ทาให้พบข้อมูลเชิงประจักษ์จากการค้นพบผล เกษตรอินทรียอ์ ย่างต่อเน่ือง เพอ่ื สร้างแรงจูงใจในการผลติ
การศึกษาท่ีสาคัญนอกเหนือไปจากกรอบแนวคิดในการ และซื้อสินค้าเกษตรอินทรยี ์เพ่ิมมากยิ่งข้ึน
วิจัย สามารถสรุปได้ดังน้ี 1) การทางานแบบมีส่วนร่วม
มหี น่วยงานจากภาครัฐมาช่วยสนับสนนุ การทางานรว่ มกนั ผลการศึกษาไดข้ อ้ ค้นพบท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ ภาค
ระหว่างภาคธุรกิจหรือกลุ่มเกษตรกรและหน่วยงาน ธรุ กิจในหลายประเด็น ได้แก่ ด้านการจัดการความรู้ การ
ราชการ มีการส่งเสริมดา้ นการวจิ ัย การทางานเชิงรุก การ ดาเนินการจัดเก็บความรู้อย่างเป็นระบบในรูปแบบที่
สร้างและเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมธุรกิจเกษตร หลากหลาย มีระบบสารสนเทศท่ีทันสมัยสามารถจัดเก็บ
อินทรีย์ 2) ความเปน็ ผูป้ ระกอบการ มีการสร้างวสิ ัยทัศน์ ข้อมูลได้ง่าย ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ มีการจัดทาและ
ร่วมของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ การทาให้พนักงานรู้สึกเป็น ปรับปรงุ คูม่ ือการปฏิบัติงานและข้นั ตอนการดาเนนิ งาน มี
ส่วนหนึ่งหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ มีแนวความคิดแปลกใหม่ การถ่ายทอดความรู้ เทคนิคใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาให้กับ
มี ก ระ บ ว น ก า รคิ ด ที่ ส ร้ า ง ส ร รค์ แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง พนักงานในองค์การ ด้านกลยุทธ์การตลาด องค์การธุรกิจ
เทคโนโลยีใหม่ๆ ทาให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการ 3) จ ะ ต้ อ ง มี ก า ร น า ก ล ยุ ท ธ์ ก า ร ส ร้ า ง มู ล ค่ า เพ่ิ ม ใ ห้ กั บ
ความสามารถในการทากาไร ให้ความสาคัญกับการ ผลิตภัณฑ์ เช่น การมีใบรับรองมาตรฐานคุณภาพสินค้า
จัดการมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตท่ีดีและอนุรักษ์ การใชบ้ รรจภุ ณั ฑแ์ ละตราสนิ คา้ การระบุแหลง่ ผลติ สินค้า
ส่ิงแวดล้อมที่เสริมกัน มีระบบสารสนเทศด้านการเงินใน การสร้างความแตกต่างของสินค้า การตั้งราคาใช้คุณค่า
การดาเนินธุรกิจเพ่ือให้ใช้วิเคราะห์สภาพคล่องในการ ผลิตภัณฑ์เป็นฐาน การตั้งราคาเหมาะสมกับคุณภาพของ
ดาเนินงาน ดังนั้น ผู้ประกอบการสามารถนารูปแบบไป สินค้าบรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า มีการจัดจาหน่ายผ่านสื่อ
พัฒนาธุรกิจเกษตรอินทรีย์ได้ตามความเหมาะสมกับ ออนไลน์ เช่น ตลาดชุมชน อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ ตลาด
ลักษณะพ้ืนที่ของธุรกิจเพ่ือสนับสนุนธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ออนไลน์ และมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อสังคม
ในประเทศไทยได้อยา่ งย่งั ยืน ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เฟสบคุ๊ เป็นต้น ดา้ นความสามารถ
ทางนวัตกรรม องค์การธุรกิจจะต้องมีการนานวัตกรรม

122

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

ผลิตภัณฑม์ าปรบั ใช้ โดยการมีผลิตภณั ฑ์หรือบริการใหม่ๆ Bianka, R.C., A.S. Asif and A. Raj. 2015. Study on
เพื่อสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า มีการนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มา the impact of marketing mix on export
ใช้ในกระบวนการผลิต มีการพัฒนาหรือปรับปรุงสินค้า performance–vis-à-vis the leather
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า และกระตุ้นให้บุคลากรแสดง footwear exporting SMEs of india.
ความคิดเห็นหรือทดลองอย่างสร้างสรรค์เพื่อทาให้ Global Journal of Enterprise
แผนการตลาดประสบผลสาเร็จ Information System 7(3): 28-37.

แม้ว่าข้อค้นพบจะก่อให้เกิดประโยชน์หลาย Bollen, K.A. 1989. Structural Equation with
ประการ แต่ในงานวิจัยนี้ยังมีข้อจากัดเกิดขึ้นเช่นเดียวกับ Latent Variables. New York: John Wiley
วิจัยอื่น เช่น ปัจจัยที่นามาศึกษามีจากัดเพียงตัวแปร and Sons. 269 p.
ท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งอาจจะมีตัวแปรอ่ืนๆ ที่เก่ียวข้องและ
น่าสนใจต่อผลการดาเนินงานของธุรกิจเกษตรอินทรีย์ Dana, I.S., C. Elin and C.W. Wahyu. 2015.
อาทิ นวตั กรรมเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านการจัดการ การ Identifying knowledge management
มุง่ เน้นการเรียนรู้ วัฒนธรรมองคก์ าร การจัดการคุณภาพ process of Indonesian government
และงานวิจัยในอนาคตการศึกษารูปแบบการจัดการ human capital management using
คุณ ภาพ ของธุรกิจเกษ ตรอินทรีย์ในประเทศไท ย analytical hierarchy process and pearson
เปรียบเทียบกับประเทศท่ีมีความก้าวหน้าทางด้านธุรกิจ correlation analysis. Procedia
เกษตรอินทรีย์ Computer Science 72: 233-243.

กิตติกรรมประกาศ Hair, J.F., W.C Black, B.J. Babin and R.E. Anderson.
2006. Multivariate Data Analysis.
ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 6thed. New Jersey: Prentice Hall. 816 p.
ท่ีสนับสนุนทุนในการทาวิจัย รวมท้ังผู้ประกอบการและ
บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกษตรอินทรีย์ท่ีสละเวลา Henchion, M., P. O’Reilly and C. Cowan. 2002.
อันมีค่าท่ีให้ข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถาม สัมภาษณ์ Organic food in Ireland: a supply chain
เกิดการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยเป็น perspective. Irish journal of
อย่างยิ่ง และทาใหก้ ารวิจยั น้ีสาเร็จดว้ ยดี Management 23: 23-31.

เอกสารอ้างองิ Joanna, E. 2015. Innovativeness of residential
care services in Poland in the context
Barney, J.B. 1991. The resource-based view of strategic orientation. Procedia-social
of strategy: origins, implication, and and Behavioral Sciences 213: 746-752.
prospects. Journal of Management
17: 123-182. Koowaran, N. 2008. A Holistic Research.
Bangkok: Chulalongkorn University.
153 p. [in Thai]

Kotler, P. and K.L. Keller. 2016. Marketing
Management. 15thed. New Jersey:
Prentice-Hall. 714 p.

123

วารสารวจิ ยั และส่งเสริมวชิ าการเกษตร 38(1): 108-125

Kungwon, S. 2019. A structural equation model Ndubisi, N.O. and J. Agarwal. 2014. Quality
of factors affecting decisions making for performance of SMEs in a developing
organic rice production Chiang Mai. economy: direct and indirect effects of
Journal of Agricultural Research service innovation and entrepreneurial
and Extension 36(3): 34-43. [in Thai] Orientation. Journal of Business and
Industrials Marketing 29(6): 52-55.
Madhoushi, M., A. Sadati, H. Delavari,
M. Mehdivand and R. Mihandost. 2011. Organic Agriculture Certification Thailand. 2019.
Entrepreneurial orientation and The name list of organic farming
innovation performance: the mediating entrepreneurs. [Online]. Available
role of knowledge management. Asian http://actorganic-cert.or.th/th/download-
Journal of Business Management th/total-list/?fbclid=IwAR2RMWEu_311
3(4): 310-316. CBxeEu0oDEY2e5r-2caeB2imXd-
YFdYhUva4lruVL6Oj5fE.
Ministry of Agriculture and Co-operatives. 2017. (9 October 2019). [in Thai]
Strategic Framework of Food Security.
Ministry of Agriculture and Co- Pratan, J. 2005. Factors Affecting Decision
operatives (B.E. 2017 -2021). Making in Organic Rice Production
Bangkok: Ministry of Agriculture of Framers in Ubon Ratchathani
and Co-operatives. 118 p. [in Thai] Province. Master Thesis. Khon Kaen
University. 109 p. (in Thai)
Ministry of Commerce. 2015. Strategies of the
ministry of commerce for trading Preda, G. 2013. The influence of entrepreneurial
organic agricultural products. Orientation and market based
[Online]. Available http://www.moc. organizational learning on the firm’s
go.th/ (9 October 2019). [in Thai] strategic innovation capability.
Management and Marketing.
Mohamad, N.Y. and H.A.B. Abu. 2012. 8(4): 607-622.
Knowledge management and growth
performance in construction companies: Rhee, J., T. Park and D.H. Lee. 2010. Driver of
a framework. Procedia-social and innovativeness and performance for
Behavioral Sciences 62: 128-134. innovative SMEs in South Korea:
mediation of learning orientation.
Muhammad, S.B. and M. Rosli. 2014. Linking Technovation 30(1): 65-75.
transformational leadership and
corporate entrepreneurship to Rowley, J. and S. Marco. 2006. Organic: an SME
performance in the public higher marketing case study. The Marketing
education institutions in Malaysia. Review 6: 253-236.
Advances in Management and
Applied Economics 4(3): 109-122.

124

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 108-125

The Commission of the National Organic Thomas, G.M.H, F.H. Robert and A.K. Gary. 2004.
Agricultural Development. 2017. Innovativeness: its antecedents and
Strategies for the National Organic impact on business performance.
Farming Development B.E. 2020-2024. Industrial Marketing Management
Bangkok: Office of the Agricultural 33: 429-438
Economy, Ministry of Agriculture and
Co-operatives. 86 p. [in Thai] Wickham, P.A. 2006. Strategic Entreprenurship.
4thed. New Jersey: Prentice-Hill. 648 p.

125

วารสารวจิ ยั และส่งเสริมวชิ าการเกษตร 38(1): 126-134

การพัฒนาสมรรถนะเกษตรกรสูก่ ารเป็นผนู้ าเกษตรกรรุ่นใหม่
The Farmer Competency Development Towards New Generation of Farmers

วิทเอก สว่างจติ ร
Witaeak Sawangjit

สาขาวิชาการวจิ ยั และประเมินผลการศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ลาปาง 52100
Research and Evaluation Education, Faculty of Education, Lampang Rajabhat University, Lampang, Thailand 52100

*Corresponding author: [email protected]

Abstract Received: April 01, 2020
Revised: October 14, 2020
Accepted: Junuary 27, 2021

The objectives of this research were 1) develop learning competencies to lead young farmers
and 2) self-assess themselves to lead young farmers after taking training in the Young Farmers Leadership
Program. This research was to develop; the total number of samples consisted of representatives from
the training unit, who were experts and professional from 7 Agricultural and Technology Colleges, 3
administrators’ staff from the Agricultural Land Reform Office, 66 trainees of the project in accordance
with the Leadership Development Program for the new generation of farmers in the Agricultural Land
Reform Office. The results showed that the level of compliance with the leadership skills of the new
generation of farmers consisted of living and living in groups and communities, basic agricultural
knowledge, learning for agricultural career development, production management and supply chain,
analysis of agricultural career options and market and network management. From the lessons learned
from the group discussion, it was concluded that the participants had sufficient capacity to enter the
agricultural land of the Agricultural Land Reform Office by relying on themselves in accordance with the
specified competency framework.

Keywords: competency, the competency development, new generation of farmer

บทคัดยอ่ เป็นคณาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 7 แห่ง
ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้บริหารจากสานักงานการ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อพัฒนา ปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก) จานวน 3 ท่าน รวม
สมรรถนะและจัดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผู้นา 10 ท่าน และผู้เขา้ ร่วมการอบรมในโครงการตามหลักสูตร
เกษตรกรรุ่นใหม่ และ 2) เพื่อประเมินระดับการปฏิบัติ การพัฒนาผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ รุ่นที่ 14 ของ ส.ป.ก.
ของตนเองส่กู ารเป็นผ้นู าเกษตรกรรุน่ ใหม่ ดาเนินการวิจัย จานวน 66 คน โดยออกแบบเคร่อื งมือการประเมินตนเอง
และพัฒนากลุม่ ตวั อย่าง คือ ผู้แทนจากหน่วยฝึกอบรมซงึ่ สู่สมรรถนะการเป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ วิเคราะห์ข้อมูล

126

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 126-134

โดยวิธีการจัดลาดับความสาคัญของข้อมูล การ และการตลาด โดยมีความสามารถในการบริหารจัดการ
สังเคราะหข์ ้อมูล และสถติ เิ ชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยการผลิต แรงงานและทุน ฯลฯ มีความสามารถใน
ผู้เข้าร่วมการอบรมในโครงการมีระดับการปฏิบัติตาม การเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดเพื่อให้ขายผลผลิตได้
สมรรถนะการเป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ ประกอบด้วย 1) และมีการจัดการของเหลอื จากผลผลิตทม่ี ีประสิทธิภาพ 4)
การดารงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในกลุ่มและชุมชน 2) มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของ
ความรู้พื้นฐานทางการเกษตร 3) การเรียนรู้เพื่อการ ผู้บริโภค โดยมีการผลิตที่ได้มาตรฐาน 5) มีความ
พัฒนาอาชีพเกษตร 4) การจัดการการผลิตและผลิตผล รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีกระบวนการ
ตลอดห่วงโซ่ 5) การวิเคราะห์ทางเลือกอาชีพเกษตร 6) ผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม
การบริหารจัดการตลาดและเครือข่าย และจากการ (Green economy) มีกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนและสังคม
สนทนากลุ่มและการวิจัยมีข้อสรุปว่า ผู้เข้ารับการอบรม อย่างต่อเน่ือง 6) มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร โดย
มีสมรรถนะการเป็นผนู้ าเกษตรกรรุ่นใหม่ สามารถลงพ้ืนท่ี มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพการเกษตร รักและหวง
เกษตรของ ส.ป.ก. และสามารถดาเนินการดา้ นการเกษตรได้ แหนพนื้ ท่แี ละอาชีพทางการเกษตร ไวใ้ ห้รนุ่ ตอ่ ไป รวมถึงมี
ความสุขและพึงพอใจในการประกอบอาชีพการเกษตร
คาสาคัญ: สมรรถนะ การพฒั นาสมรรถนะ ( Smart Farmer and Smart Officer Policy Steering
เกษตรกรรนุ่ ใหม่ Committee, Ministry of Agriculture and Cooperatives,
2013)
คานา
บันทึกความร่วมมือโครงการสร้างและพัฒนา
คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย Smart เกษตรกรรุ่นใหม่ โดยความร่วมมือของสานักงานการ
farmer และ Smart officer กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สานักงานกองทุน
(2556) กาหนดแนวทางการพัฒนา "เกษตรกรไทยเป็น สนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสานักงานคณะกรรมการ
Smart Farmers โดยมี Smart Officers เป็นเพื่อนคู่คิด” การอาชีวศึกษา (สอศ.) มีเป้าหมายเพื่อ 1) พัฒนาระบบ
เพอ่ื พัฒนาเกษตรกรทัว่ ประเทศให้เปน็ "Smart Farmer” การศึกษาเกษตรและการเตรียมกาลังคนรุ่นใหม่เข้าสู่
โดยกาหนดคุณสมบัติหลัก 2 ข้อ ได้แก่ 1) มีรายได้ไม่ต่า อาชีพเกษตรกรรมโดยบูรณาการการทางานระหว่าง
กว่า 180,000 บาท/ครัวเรือน/ปี และมีคุณสมบัติพื้นฐาน หนว่ ยงาน 2) สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางในการผลิตคนเข้า
6 ข้อ ประกอบด้วย 1) มีความรู้ในเรื่องที่ทาอยู่ โดย สู่อาชีพเกษตรกรรมและยกระดับอาชีพของชุมชนเดิมได้
สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือให้ ( Agricultural Land Reform Office, n.d.) โ ด ย ไ ด้
คาแนะนาปรึกษาให้กบั ผอู้ นื่ ได้ และสามารถเป็นเกษตรกร ดาเนินการพัฒนาหลักสูตรผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ ตั้งแต่
ต้นแบบหรอื จุดเรียนรู้ให้กับผู้อื่น 2) มีข้อมูลประกอบการ ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคคล
ตัดสินใจโดยสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล ทั้งจากเจ้าหน้าที่ ทั่วไปที่ไม่มีที่ดินทากินเป็นของตนเอง และมีความ
และผ่านทางระบบสารสนเทศและการสื่อสารอื่นๆ มีการ ประสงค์จะปรับเปลี่ยนอาชีพเดิมเพื่อเข้าสู่อาชีพ
บันทึกข้อมูลและใช้ข้อมูลมาประกอบ การวิเคราะห์แผน เกษตรกรรม มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะเพ่ือ
บริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของ สร้างความพร้อมด้านการวางแผนอาชีพของตนเองก่อน
ตลาด และมีการนาข้อมูลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและ เข้าสู่ที่ดินรองรบั รายแปลง และสามารถสร้างทางเลือกใน
พัฒนาอาชีพของตนเองได้ 3) มีการบริหารจัดการผลผลติ การประกอบอาชีพได้ โดยมีสถาบันการศึกษา ได้แก่
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และสถาบันอุดมศึกษา

127

วารสารวจิ ยั และสง่ เสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 126-134

ทเี่ ขา้ ร่วมโครงการ รวมระยะเวลา 6 เดือน และผูเ้ ข้ารับการ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย วิทยาลัยเกษตร
อบรมจะต้องเขา้ สู่การปฏิบัติในพ้ืนที่จรงิ ของ ส.ป.ก. อีก 6 เดือน และเทคโนโลยีสิงห์บุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
กอ่ นการไดร้ ับการประเมินให้สามารถใช้พื้นทท่ี ากนิ ได้ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร นครราชสีมา วิทยาลัยเกษตรและ
เทคโนโลยีร้อยเอ็ด และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
จากนโยบายการพัฒนาเกษตรกรไทยให้เป็น อดุ รธานี
Smart Farmer ที่ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเกษตรกร การเก็บรวบรวมขอ้ มูลและเครอ่ื งมือท่ใี ช้
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้วิจัยจึงได้นามาเป็น
เป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะของหลักสูตรผู้นา 1. การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview)
เกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ และการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus group discussion)
โดยกระบวนการมีส่วนร่วมจากสถาบันการศึกษาที่ร่วม ในการระดมความเห็นคิดเพื่อกาหนดสมรรถนะของผู้นา
โครงการ ในการกาหนดสมรรถนะของผู้นาเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ โดยผู้แทนจากหน่วยฝึกอบรมซึ่งเป็น
รุ่นใหม่ และใช้เป็นแนวทางในการออกแบบการจัดการ คณาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 7 แห่ง
เรียนรู้ และเตรียมการประเมินผลการปฏิบัติของตนเองของ ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้บริหารจาก ส.ป.ก.จานวน 3 ท่าน
ผู้เข้ารับการอบรมดังกล่าว การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ รวมทั้งหมด 10 ท่าน โดยใชแ้ บบบันทกึ สมรรถนะของผนู้ า
คือ 1) เพื่อพัฒนาสมรรถนะและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกษตรกรรุ่นใหม่ จากการระดมความเห็นต่อสมรรถนะ
การพัฒนาผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ และ 2) เพื่อประเมิน ของผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ เมื่อได้ข้อสรุปของสมรรถนะ
ระดับการปฏิบัตขิ องตนเองสู่การเปน็ ผ้นู าเกษตรกรร่นุ ใหม่ แล้วทาการสรุปร่วมกันและนาไปใช้ในการออกแบบการ
จัดการเรียนรขู้ องแตล่ ะสถาบนั ฝึกอบรม
วธิ ดี าเนินการวิจยั
2. สังเกตการณ์ระหว่างการฝกึ อบรม โดยใชแ้ บบ
การวิจัยในครั้งนี้มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา บันทึกการสังเกตระหว่างการฝึกอบรม รวมทั้งการ
(Research and development) ด้วยการร่วมกนั กาหนด สัมภาษณ์ และการจัดประชุมกลุม่ ยอ่ ยในการตดิ ตามเสริม
สมรรถนะของผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ และดาเนินการ ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการเป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ และ
พัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้ โดยหน่วยสถาบนั ฝึกอบรมของ การแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับสถาบันฝึกอบรม ครูผู้
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และประเมินผลระดับการ ฝกึ อบรม และผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรม
ปฏิบัติของตนเองสู่สมรรถนะของการเป็นผู้นาเกษตรกร
รุน่ ใหม่ 3. บันทึกแบบประเมินตนเองสู่สมรรถนะการ
กลมุ่ เป้าหมายและสถานทดี่ าเนนิ การ เป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ เน้นการวิเคราะห์และประเมิน
ตนเองตามข้อคาถามแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating
กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ scale) 5 ระดับ ทสี่ อดคล้องกับสมรรถนะทก่ี าหนดไว้ โดย
ผู้เข้าร่วมการอบรมในโครงการตามหลักสูตรการพัฒนา ขอ้ คาถามทีผ่ ่านการประเมิน IOC จากผู้เชยี่ วชาญ 3 ท่าน
ผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ รุ่นที่ 14 ของสานักงานการปฏิรูป จานวน 31 ข้อ และหาค่า Reliability test โดยใช้ ค่า
ที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม (ส.ป.ก.) จานวน 66 คน โดย Alpha coefficient ตามวิธี Cronbach (Streiner and
ดาเนินการเข้ารับการฝึกอบรมในสถาบันอบรม 7 แห่ง Norman, 1995) ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98 และนามาเก็บ
ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาแพงเพชร รวบรวมข้อมูลกับผู้เข้ารับการอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่
ภายหลงั การฝกึ อบรม 6 เดอื น

128

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 126-134

วิธกี ารวิเคราะหข์ ้อมลู จานวน 4 คน (ร้อยละ 6.06) โดยอาศัยอยู่ภาคเหนือ
ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แบ่งการวิเคราะห์ข้อมูล จานวน 6 คน (ร้อยละ 9.09) จากจังหวัดกาแพงเพชร
เชียงราย เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ และแพร่ ภาคกลาง ภาค
ออกเปน็ 2 สว่ น ไดแ้ ก่ ตะวันตก และภาคตะวันออก จานวน 33 คน (ร้อยละ
1. การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา 50.00) จากกรุงเทพฯ จังหวัดกาญจบุรี จันทบุรี ชลบุรี
ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี
(Content analysis) จากการระดมความคิดเห็นในการ ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สระบุรี และ
กาหนดสมรรถนะของผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ จากการจัด สุพรรณบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จานวน 18 คน
ประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) และการวิเคราะห์ข้อมูล (ร้อยละ 27.27) จากจังหวัดขอนแก่น นครพนม
จากเอกสารท่ีเกยี่ วข้อง นครราชสมี า บุรีรมั ย์ เลย อุดรธานี และอบุ ลราชธานี และ
ภาคใต้ จานวน 9 คน (ร้อยละ 13.63) จากจังหวัดชุมพร
2. การวิเคราะห์การประเมินตนเองสู่สมรรถนะ นครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา สงขลา และสุราษฎร์ธานี
การเปน็ ผ้นู าเกษตรกรรนุ่ ใหม่ โดยใชส้ ถิตเิ ชงิ พรรณนาเพื่อ
อธิบายข้อมูล ระดับการปฏิบัติของตนเอง โดยกาหนด 2. การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้สู่การเป็น
เกณฑ์การให้คะแนนแบบมาตราส่วนประมาณค่าแบบ ผนู้ าเกษตรกรร่นุ ใหม่
ลิเคิร์ท (Likert, 1932) จานวน 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก
ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด จากนั้นนาคะแนนที่ได้มา จากการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus group
หาค่าเฉลี่ย โดยมีเกณฑ์เป็นสมรรถนะของตนเองระดับ discussion) ระดมความเห็นสมรรถนะการเป็นผู้น า
มากที่สุด มีค่าเท่ากับ 3.50-4.00 สมรรถนะของตนเอง เกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการฝึกอบรม
ระดับมาก มีค่าเท่ากับ 2.50-3.49 สมรรถนะของตนเอง ตามหลักสูตรการพัฒนาผู้น าเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้
ระดับปานกลาง มีค่าเท่ากับ 1.50-2.49 สมรรถนะของ แลกเปลี่ยนเป้าหมายของหลักสูตร รวมทั้งวิเคราะห์
ตนเองระดับน้อย มีค่าเท่ากับ 0.50-1.49 และสมรรถนะ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สนใจในอาชีพเกษตรกรรม ทั้งน้ี
ของตนเองระดบั นอ้ ยท่สี ดุ มีค่าเท่ากบั 0-0.49 จากการระดมความคิด จึงได้สรุปเป็นสมรรถนะการเป็น
ผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยร่วมกันวิเคราะห์ถึงความรู้
ผลการวจิ ยั พื้นฐานในการเป็นเกษตรกร จะต้องมีความรู้พื้นฐานทาง
การเกษตรเป็นสาคัญ และต้องบริหารจัดการผลผลิตให้
การประเมินตนเองสู่สมรรถนะการเป็นผู้นา สามารถเชื่อมโยงการตลาดได้ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติ
เกษตรกรรนุ่ ใหม่ มีผลการศกึ ษา ดงั น้ี พน้ื ฐานของ Smart farmer คอื เกษตรกรตอ้ งมคี วามรู้ใน
เรือ่ งทที่ าอยู่ และการบรหิ ารจัดการผลผลิตและการตลาด
1. ข้อมูลทั่วไปของผู้เขา้ รบั การอบรม ผู้เข้ารบั ให้เกิดรายได้ไม่น้อยกว่า 180,000 บาทต่อปี ซึ่งหากมี
การอบรมผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ รุ่นที่ 14 จานวน 66 คน ความรู้พื้นฐานแล้วจะส่งผลต่อคุณสมบัติพื้นฐานของ
ประกอบด้วยเพศชายและเพศหญิง ในสัดส่วนท่ีใกลเ้ คียงกัน Smart farmer ต่อไป
คือ เพศชาย จานวน 34 คน (ร้อยละ 51.50) เพศหญิง
จานวน 32 คน (ร้อยละ 48.50) จบการศึกษาระดับ โดยความรู้พื้นฐานของเกษตรกรสู่การเป็น
มัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) Smart Farmer จานวน 6 สมรรถนะ ประกอบด้วย 1)
จานวน 20 คน (ร้อยละ 30.30) จบการศึกษาระดับ ความรู้พืน้ ฐานทางการเกษตร 2) การจัดการการผลิตและ
ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชนั้ สงู (ปวส.) จานวน 7 คน (รอ้ ยละ ผลิตผลตลอดห่วงโซ่ 3) การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ
10.60) จบระดับระดับปริญญาตรี จ านวน 35 คน เกษตร 4) การวิเคราะห์ทางเลือกอาชีพเกษตร 5) การ
(ร้อยละ 53.03) และจบการศกึ ษาระดบั สงู กว่าปริญญาตรี

129

วารสารวจิ ัยและสง่ เสรมิ วิชาการเกษตร 38(1): 126-134

ดารงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในกลุ่มและชุมชน และ 6) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมพิจารณาเลือกหน่วยฝึกท่ี
การบริหารจัดการตลาดและเครือขา่ ย โดยหน่วย/สถาบัน ตนเองสนใจ ประกอบดว้ ย วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยี
ฝึกอบรมทั้ง 7 แห่ง ได้นาสมรรถนะการเป็นผู้นาเกษตรกร กาแพงเพชร จานวน 4 คน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
รุ่นใหม่ทั้ง 6 ประเด็น ไปออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่ง เชียงราย จานวน 13 คน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
ภาพรวมมุ่งเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตามบริบท สิงห์บุรี จานวน 10 คน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
ของแต่ละวิทยาลัยฯ และออกแบบการจัดการเรียนรู้ตาม ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จานวน 15 คน วิทยาลัยเกษตร
สมรรถนะที่กาหนด โดยได้มีข้อสรุปร่วมกันว่าในช่วง 2 และเทคโนโลยีนครราชสีมา จานวน 15 คน วิทยาลัย
เดือนแรกจะเป็นการสร้างและพัฒนาการเรียนรู้ และ เกษตรและเทคโนโลยีรอ้ ยเอ็ด จานวน 3 คน และวทิ ยาลยั
จัดทาแผนอาชีพการเกษตร ซึ่งบูรณาการสมรรถนะทั้ง 6 ข้อ เกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี จานวน 6 คน
และ 4 เดือนหลังจากการฝึกอบรมแล้ว จะเป็นการปฏิบตั ิ
จริงในแปลงฝึกตามที่หน่วยฝึกจัดเตรียมไว้ และมีการนิเทศ
ติดตามเป็นระยะ

Table 1 The competency of self-evaluation towards farmers new generation

Competency of self evaluation ̅ S.D. Description
Basic knowledge of agriculture 3.72 0.69 Very High
Production and product management throughout the chain 3.41 0.73 High
Learning for professional development of agriculture 3.68 0.78 Very High
Analysis of the agricultural expert 3.40 0.75 High
The existence and coexistence among communities 3.90 0.80 Very High
Management in marketing and network development 3.23 0.91 High
3.54 0.81 Very High
Average

3. ผลการประเมินตนเองสู่สมรรถนะการเป็น ลาดับ 2) ความรพู้ ื้นฐานทางการเกษตร โดยมรี ายด้านที่มี
ผู้นาเกษตรกรรนุ่ ใหม่ หลังจากที่ผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมเข้า ค่าเฉลี่ยที่การรับรู้ตนเองสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่
ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ 6 เดือนแล้ว จึงได้จัดประชุมสรปุ ที่ชัดเจนมาก คือ ระดับสูงที่สุด ประกอบด้วยความรู้และ
และถอดบทเรียนการเรียนรู้ ความเข้าใจในการเห็นคุณค่าต่อประโยชน์ของภาค
การเกษตร รองลงมา คือ ความรู้ ความเข้าใจและ
จาก Table 1 ผลการประเมินตนเองที่แสดงถึง การศึกษาสถานการณ์การเกษตรปัจจุบัน ลาดับ 3) การ
ระดับการปฏิบัติตามสมรรถนะการเป็นผู้นาเกษตรกรรุ่น เรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพเกษตร ลาดับ 4) การจัดการ
ใหม่ พบว่ามีค่าเฉลี่ยในภาพรวมในระดับมากทีส่ ุด (3.54) ผลิตและผลิตผลตลอดห่วงโซ่ ลาดับ 5) การวิเคราะห์
โดยแบ่งเป็นประเด็นการปฏิบัติของตนเองของผู้นา ทางเลือกอาชีพเกษตร และลาดับ 6) การบริหารจัดการ
เกษตรกรร่นุ ใหม่เรียงตามลาดบั จากมากไปนอ้ ย คือ ลาดบั ตลาดและเครือข่าย
1) การดารงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในกลุ่มและชุมชน

130

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 126-134

วจิ ารณ์ผลการวจิ ัย ความรู้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในขณะที่ Akasing
et al. (1996; 2007) กลับสะท้อนผลการวิจัยในมุมที่ต่าง
การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้สู่การเปน็ ผู้นาเกษตรกร ออกไป คือ เกษตรกรให้ความสาคัญกับหลักเกณฑ์ด้าน
รนุ่ ใหม่ เศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ รองลงมา คือ การตลาด และ
ราคาและต้นทุนการผลิต ส่วนเรื่องสังคมเกษตรกรให้
สมรรถนะการเรียนรู้ ส ู่การเป ็นผู้น าเกษตรกร ความสาคัญเรื่องการมีความรู้ การบริโภคในครัวเรือน
รุ่นใหม่ เรียงตามลาดับค่าเฉลี่ยผลการประเมินตนเอง ความสัมพันธ์ทางสังคม การส่งเสริมของหน่วยงานที่
ที่แสดงถึงระดับการปฏิบัติตามสมรรถนะการเป็นผู้นา เกี่ยวข้อง เป็นต้น ในด้านการบริหารจัดการตลาดและ
เกษตรกรรุ่นใหม่ จากมากไปหาน้อย ประกอบด้วย 1) เครือข่ายสอดรับกับของ Drucker (1999) ที่ระบุว่า
การดารงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในกลุ่มและชุมชน 2) องค์กรอาจไม่ใหญ่นักแต่สามารถสร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้
ความรู้พื้นฐานทางการเกษตร 3) การเรียนรู้เพื่อการ ผ่านเครือข่ายการเป็นพันธมิตร และการจัดการลูกค้า
พัฒนาอาชีพเกษตร 4) การจัดการการผลิตและผลิตผล สัมพันธ์ การมีพันธมิตรเป็นหัวใจสาคัญของการจัดการ
ตลอดห่วงโซ่ 5) การวิเคราะหท์ างเลอื กอาชีพเกษตร และ ในอนาคต ตอนนี้จาเป็นต้องคิดถึงการจัดองค์กรแบบ
6) การบริหารจัดการตลาดและเครือข่าย ซง่ึ การดารงชีวิต เป็นหุ้นส่วนไม่ใช่คิดเป็นเจ้านาย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม
และการอยู่ร่วมกันในกลุ่มและชุมชน ถือเป็นเป้าหมาย สมรรถนะการเรียนรู้สู่การเป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ หาก
หนึ่งของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนความรู้พื้นฐาน จะให้เกิดผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ทางการเกษตร และการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ จะต้องเสริมเรื่องคุณธรรม เช่น การตระหนักถึงคุณภาพ
การเกษตร เป็นเงื่อนไขความรู้ ของปรัชญาของเศรษฐกจิ สินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค ความรับผิดชอบ
พอเพยี ง (Sufficiency Economy Steering Committee ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะสอดคล้องกับคุณสมบัติ
Office of the National Economic and Social พนื้ ฐานในการพัฒนาเกษตรกรเปน็ Smart farmer ด้วย
Development Board, 2006) สะท้อนให้เห็นว่าการ
พัฒนาสมรรถนะและจัดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนา การประเมินระดับการปฏิบัติของตนเองสู่การเป็นผู้นา
ผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ จะนาไปสู่เป้าหมายของปรัชญา เกษตรกรรุ่นใหม่
เศรษฐกิจพอเพียง ทั้งความรู้พื้นฐานทางการเกษตร
และการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตร ส่วนการจัดการ ในการประเมนิ ระดับการปฏิบตั ิของตนเองสู่การ
การผลิตและผลิตผลตลอดห่วงโซ่ เป็นไปตามหลัก เป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่พบว่าทั้ง 6 องค์ประกอบ
การศกึ ษาของ Michiel et al. (2006) และสอดคลอ้ งกบั ส่วนใหญ่มาจากฐานเงื่อนไขความรู้ของปรัชญาเศรษฐกิจ
เงื่อนไขความรู้ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วย พอเพียง โดยความรู้เป็นฐานของความเข้าใจในการ
สะท้อนถึงความสาคัญของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้อง ขับเคลื่อนคุณภาพชวี ิตผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ เพราะการมี
พิจารณาการจัดการการผลิตและผลิตผล โดยต้องศึกษา ความรู้ มีความคิดเห็นที่ถูกต้องทั้งด้านการอยู่ร่วมกัน
อย่างครบถ้วนรอบด้านและตลอดห่วงโซ่ ด้านการ ในสังคมและชุมชน การเชื่อมโยงกลไกตลาดด้วยห่วงโซ่
วเิ คราะหท์ างเลอื กอาชีพเกษตร ของ Divisionof Technology คุณค่า การใช้ฐานความรู้ประกอบการตัดสินใจในแต่ละ
Policy for Agriculture and Sustainable Agriculture ทางเลือกของอาชีพเกษตรกร และการเชื่อมโยงการสร้าง
(2014) และ Akasing et al. (1996; 2007) เป็นการเน้น เครือข่าย ล้วนอาศัยความรอบรู้ ประกอบการตัดสินใจ
ข้อมูลหรือความรู้ประกอบการตัดสินใจเลอื กทางเลือกท่มี ี และยังสอดคล้องกับลักษณะพึงประสงค์ของเกษตรกร
คุณค่าต่อผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งยังจัดอยู่ในเงื่อนไข รุ่นใหม่ ได้แก่ 1) เปลี่ยนวิธีคิดจากการผลิตที่พึ่งพิงฐาน

131

วารสารวิจัยและส่งเสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 126-134

ทรัพยากรเป็นหลัก (Resources based) มาเป็นการผลติ สรุปผลการวิจัย
ที่ใช้ความรู้ในการบริหารจัดการเป็นหลัก (Knowledge
based) 2) สามารถบริหารจัดการอาชีพของตนเองได้ 1. การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้สู่การเป็น
ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูกใน ผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ จากการระดมความเห็นสามารถ
ระดับไร่นาจนถึงการจัดการผลผลิตสู่ตลาด 3) สามารถใช้ สรปุ สมรรถนะการเป็นผ้นู าเกษตรกรรุ่นใหม่ ประกอบด้วย
ข้อมูลและข่าวสารต่างๆ มาประมวลและสร้างทางเลือก 1) ความรู้พื้นฐานทางการเกษตร 2) การจัดการการผลิต
ในการวางแผนอาชีพของตนเองได้ตามสถานการณ์ตลาด และผลิตผลตลอดห่วงโซ่ 3) การเรียนรู้เพื่อการพัฒนา
ที่ผกผัน และ 4) สร้างความเข้มแข็งในระดับไร่นาของ อาชีพเกษตร 4) การวิเคราะห์ทางเลือกอาชีพเกษตร 5)
ตนเอง และขยายผลไปกล่มุ หรือชุมชนได้ตามหลกั ปรัชญา การดารงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในกลุ่มและชุมชน และ
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (Sufficiency Economy Steering 6) การบริหารจัดการตลาดและเครือข่าย ซึ่งใช้เป็น
Committee Office of the National Economic and แนวทางและเป้าหมายของการจดั กจิ กรรมการพัฒนาผู้นา
Social Development Board, 2006; Siamrathonline, 2018) เกษตรกรรุ่นใหม่ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และจัด กาแพงเพชร สิงห์บุรี ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร นครราชสีมา
ประชุมกลุ่มระหว่างการฝึกอบรม พบว่าสมรรถนะการ ร้อยเอ็ด และอุดรธานี รวมทั้งนาไปใช้ในการจัดการเรียน
เป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ สะท้อนจากการร่วมกิจกรรม การสอนในสถานศกึ ษาต่อไป
ของหน่วย/สถาบันฝึกอบรม ทั้ง 7 แห่ง มีกระบวนการที่
แตกต่างกันตามศักยภาพ บรบิ ทและผ้รู บั ผดิ ชอบโครงการ 2. ผลการประเมินตนเองในการรับรู้ตนเองสู่
ส่งผลให้สมรรถนะที่กาหนดไว้ทั้ง 6 ข้อ มีระดับความ สมรรถนะการเปน็ ผูน้ าเกษตรกรรนุ่ ใหม่ โดยมคี ะแนนการ
แตกต่างกันด้วย นอกจากนี้ศักยภาพในการเรียนรู้และ ปฏิบตั ิตนเองทแ่ี สดงถึงสมรรถนะทัง้ 6 ด้าน พบว่ามีระดับ
ความรู้พื้นฐานของผู้เข้าร่วมการอบรมแต่ละคนมีพื้นฐาน การปฏิบัติของตนเองสู่การเป็นผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่
และภูมิหลังที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อระดับการเรียนรู้และ ในระดับมากที่สุด และจากการสนทนากลุ่ม ได้ข้อสรุปว่า
การรบั รไู้ ม่เทา่ กนั รวมทง้ั กจิ กรรมท้งั 6 เดอื น เป็นการอยู่ ผู้เข้ารับการอบรมสามารถลงพื้นที่เกษตรตามเกณฑ์ของ
กินนอนร่วมกัน ทาให้บางคนไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ส.ป.ก. ได้
ตลอด 6 เดือน จึงต้องขอลาออกไประหว่างการอบรม
นอกจากการได้รับความรู้และยังได้ปฏิบัติจริง ใน ข้อเสนอแนะ
กระบวนการผลิตและการตลาด มีอาจารย์ให้คาแนะนา ข้อเสนอแนะในการประยกุ ตใ์ ช้
และเป็นกาลังใจ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
การช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่ม และการแนะนาจาก จากการพัฒนาสมรรถนะและจัดกิจกรรมการ
เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. จากบทเรียนและประสบการณ์ในการ เรียนรู้การพัฒนาผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ พบว่าสมรรถนะ
อบรมทาให้สามารถเป็นเกษตรกรได้ด้วยความรู้ และ การเปน็ ผนู้ าเกษตรกรรุน่ ใหม่ ทง้ั 6 สมรรถนะ ล้วนเกี่ยวโยง
ทกั ษะการเปน็ เกษตรกรรุ่นใหมต่ ามสมรรถนะที่กาหนด และสะท้อนถึงการพัฒนาสมรรถนะ และการจัดกิจกรรม
จะต้องเน้นความรอบรู้ อันเป็นเงื่อนไขปรัชญาของ

132

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 126-134

เศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้นในกระบวนการพัฒนาสมรรถนะ เอกสารอ้างอิง
และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผู้นาเกษตรกร
รุ่นใหม่ จาเป็นต้องเน้นฐานข้อมูลและการบริหารความรู้ Agricultural Land Reform Office. n.d.
ในการพฒั นา นาไปสูก่ ารดารงชวี ติ และการอยรู่ ว่ มกนั ในกลุ่ม Cooperation for New Generation
และชุมชนอย่างเข้มแข็ง อันเป็นเป้าหมายหนึ่งของการ Agricultural. pp 66-67. In Young Farmers
พฒั นาคณุ ภาพชีวติ เกษตรกรอยา่ งยั่งยืน with Sustainable Agricultural
Management. Bangkok: Agricultural
ข้อเสนอแนะ Land Reform Office. [in Thai].
1 การถอดบทเรียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
Akasing, M., P. Saiphothong and C. Chaiyuphup.
ของแต่ละหน่วย/สถาบันฝึกอบรมที่มีความแตกต่างกัน 1996. Selection of Suitable Areas
ซ่งึ จะสง่ ผลตอ่ การรบั ร้ตู นเองสู่การเปน็ เกษตรกรรนุ่ ใหม่ for Fish Farming in Rice Fields by using
the Geographic Information System
2 จากการพัฒนาสมรรถนะและจัดกิจกรรม pp. 174-185. In Report of the 11th
การเรียนรู้การพัฒนาผู้นาเกษตรกรรุ่นใหม่ มีประเด็น Seminar on Farming Systems:
ที่น่าสนใจและระดับการประเมินตนเองสู่การเป็นเกษตรกร Agricultural Systems for Farmers,
รุ่นใหม่ระดับมาก คือ การจัดการตลาดและเครือข่าย ซ่ึง Environment and Sustainability.
เป็นประเด็นสาคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความเป็นผู้นา Bangkok: Department of Agriculture.
เกษตรกรรุ่นใหม่ในเชิงการตลาด ว่าฉันคือใคร แตกต่าง [in Thai]
จากคนอื่นๆ อย่างไร รวมถึงการพัฒนาจุดแข็งสู่จุดขาย
เพื่อสร้างอัตลักษณ์ตนและหนุนเสริมด้วยการสร้างเครือข่าย Akasing, M., B. Akasing, K. Ngamsomsuk and
ดังนั้นในการวิจัยครั้งต่อไปควรศึกษาและพัฒนาจัดการ K. Thongngam. 2007. Application of
ตลาดและเครือข่ายในการพัฒนาสมรรถนะและจัด Hierarchical Analysis Process (AHP) in
กจิ กรรมการเรยี นรกู้ ารพัฒนาผูน้ าเกษตรกรรนุ่ ใหม่ Deciding to Choose Organic Vegetables
for farmers. pp. 55-65. In Annual
กติ ติกรรมประกาศ Academic Conference of the
Agricultural Productivity Research
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน Center, September 7-8, 2007.
งบประมาณจากกล่มุ พัฒนาเกษตรกรรนุ่ ใหม่ สานกั พัฒนา Chiang Mai: Chiang Mai University. [in Thai]
และถ่ายทอดเทคโนโลยี สานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือ
เกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และให้ผู้วิจัยในฐานะที่ปรึกษา Division of Technology Policy for Agriculture and
สานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้เข้าร่วมและ Sustainable Agriculture. 2014. 123
เก็บข้อมูลตลอดกระบวนการดาเนินงาน รวมทั้งหน่วย alternative farming professionals.
งานต้นสังกัด ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลาปาง และ [Online]. Available https://esc.doae.go.th/
สานักงานกองทนุ สนับสนนุ การวจิ ัย (สกว.) ที่สนับสนุนให้ wp-content/ uploads/2018/08/123job.pdf
ผวู้ จิ ัยไดด้ าเนินการวจิ ยั ในคร้งั นี้ (3 March 2020). [in Thai]

133

วารสารวิจัยและส่งเสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 126-134

Drucker, P.F. 1999. Management Challenges Smart Farmer and Smart Officer Policy Steering
for the 21st Century. New York: Committee, Ministry of Agriculture and
Harper Business. 207 p. Cooperatives. 2013. Policy guide for
smart farmer and smart officer
Likert, R.A. 1932. Technique for the policies, part 1. [Online]. Available
measurement of attitudes. http://www.farmdev.doae.go.th/data/far
Arch Psychological 25(140): 1-55. mers-group/Smart%20farmer.pdf
(8 March 2020). [in Thai]
Michiel R. P. Leenders, J. Fraser, A.E. Flynn and
H.E. Fearon. 2006. Purchasing and Streiner, D.L. and G.R. Norman. 1995. Health
Supply Management with 50 Supply Measurement Scales: A Practical
Chain Cases. 13thed. Singapore: Guide to Their Development and Use.
McGraw-Hill. 564 p. 2nded. Oxford: Oxford University Press.
418 p.
Siamrathonline. 2018. Scoop/Agricultural
Land Reform Office: Open course. Sufficiency Economy Steering Committee Office
"Developing a new generation of of the National Economic and Social
farmers" to enhance the Thai Development Board. 2006. What is
agricultural sector strength. [Online] Sufficiency Economy?. Bangkok:
Available https://siamrath.co.th Sufficiency Economy Group, Office of
/n/46044 (8 March 2020). [in Thai] the National Economic and Social
Development Board. 35 p. [in Thai].

134

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 135-143

การยอมรบั การสง่ เสรมิ ปลกู พชื ผักในระบบการเพาะปลกู ท่ีดี
ของเกษตรกรชนเผา่ กะเหรยี่ งในพืน้ ทศี่ ูนย์พัฒนาโครงการหลวงวดั จนั ทร์ จงั หวดั เชยี งใหม่
Adoption of Vegetable Growing Promotion Adhering to Good Agricultural
Practice by Karen Ethnic Group in the Area of Watchan Royal Project

Development Center, Chiang Mai

พฒุ ิสรรค์ เครือคา*, พหล ศักดกิ์ ะทศั น์ นภารศั ม์ เวชสิทธน์ิ ริ ภยั และปภพ จ้ีรตั น์
Phutthisun Kruekum*, Phahol Sakkatat, Napharat Vetchasitniraphai and Papob Jeerat

สาขาการพฒั นาสง่ เสรมิ และนเิ ทศศาสตรเ์ กษตร คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ เชยี งใหม่ 50290
Department of Agricultural Development, Extension, and Communications, Faculty of Agricultural Production

Maejo University, Chiang Mai, Thailand 50290
*Corresponding author: [email protected]

Abstract Received: August 27, 2019
Revised: October 29, 2019
Accepted: November 18, 2019

This study was conducted to investigate: 1) adoption of the promotion of vegetable growing adhering
to good agricultural practice of farmer; 2) factors effecting the adoption of the promotion of vegetable
growing adhering to good agricultural practice of farmer and 3) problems encountered and suggestions
on vegetable growing adhering to the good agricultural practice. The sample group in this study
consisted of 144 Karen farmers in the area of Watchan Royal Project Development Center, Chiang Mai.
A questionnaire was used for data collection and analyzed by using descriptive statistics and regression
analysis. Result of the study revealed that the respondents had a high level of the adoption of vegetable
growing promotion adhering to good cultivation practice. Factors having a positive effect on the
adoption included training on good agricultural standards and contacting agricultural extension worker.
Problem encountered in the difficult to understand language used. This was particularly on the data
filing and the monitoring. Besides, some respondents did not follow requirements of the supervision
agency. Therefore, the respondents suggested that the following should be done: 1) improvement of the
manual based on easy and appropriate language; 2) using pictures and correct example to enumerate
explanation; 3) a training project focusing on farmer participation and 4) data filing and monitoring must
be in accordance with requirements of various concerned agencies.

Keywords: adoption of technology, Karen ethnic group, good agricultural practice, Watchan Royal
Project Development Center

135

วารสารวจิ ยั และส่งเสรมิ วชิ าการเกษตร 38(1): 135-143

บทคดั ยอ่ และการสอบทวนย้อนกลับให้เป็นไปตามข้อกาหนดของ
หน่วยงานตา่ งๆ ท่ีเขา้ มาสง่ เสรมิ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการ
ยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี คาสาคญั : การยอมรับเทคโนโลยี ชนเผ่ากะเหรี่ยง
ของเกษตรกร 2) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับการ ระบบการเพาะปลกู ที่ดี ศนู ยพ์ ัฒนาโครงการ
ส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี ของ หลวงวดั จนั ทร์
เกษตรกร และ 3) ศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการ
ส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี ของ คานา
เกษตรกร โดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ เกษตรกร
ชนเผ่ากะเหรี่ยงในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ผ ั ก ถ ื อเป ็ น หนึ ่ง ใ น พื ชเศ ร ษฐ กิ จ ส าค ัญ ที่งาน
จังหวัดเชียงใหม่ จานวน 144 คน เก็บรวบรวมข้อมูล พัฒนาและส่งเสริมการปลูกพืชผักและสมุนไพร มูลนิธิ
โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ โครงการหลวง ได้ดาเนินการวิจัยและพัฒนามาอย่าง
เชิงพรรณนาเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน ต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีใน
มาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมาน คือ การวิเคราะห์ สภาพภูมิประเทศบนพื้นที่สูง ซึ่งปัจจุบันมีการส่งเสริมให้
ถดถอยเชิงพหุ ผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรชนเผ่า เกษตรกรที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงและอยู่ในเขตพื้นที่ความ
กะเหรีย่ งมีการยอมรับการสง่ เสรมิ ปลกู พืชผกั ในระบบการ รับผิดชอบของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงได้ทาการปลูก
เพาะปลูกที่ดีอยู่ในระดับมาก โดยปัจจัยที่มีผลต่อการ พืชผักเพื่อเป็นอาชีพได้ครอบคลุมถึง 37 ศูนย์ทั่วพื้นที่
ยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี ภาคเหนอื โดยตามรายงานของฝา่ ยพัฒนา มลู นธิ โิ ครงการ
อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติในทางบวก ได้แก่ การเข้าร่วม หลวง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 พบว่าผักในกลุ่มสง่ เสริม
ฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรที่ดี และการติดต่อกับ มีปริมาณการผลิตถึง 17,214.36 ตัน คิดเป็นมูลค่า
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สาหรับปัญหาเกี่ยวกับการ 424,761,569.47 บาท อีกทั้งมูลนิธิโครงการหลวงยังได้มี
ยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี ระบบประกันคุณภาพผลผลิตโดยมีการส่งเสริมให้แก่
ของเกษตรกร คือ เอกสารหรือคู่มือเกี่ยวกับมาตรฐาน เกษตรกรได้ดาเนินการผลิตผักภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดี
เกษตรที่ดีมีคาศัพท์และการใช้ภาษาที่เข้าใจยาก (GAP: Good Agricultural Practice) ของกรมวิชาการ
โดยเฉพาะในส่วนขั้นตอนการบันทึกข้อมูลและการ เกษตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 37 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง
ตามสอบ เกษตรกรบางส่วนยังเกิดความสับสนและมีการ แ ล ะ ม ี พ ื ้ น ท่ี ไ ด ้ ร ั บ ก า ร ร ั บ ร อ ง ม า ต ร ฐ า น ก า ร ผ ล ิ ต จ า ก
ปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามข้อกาหนดของหน่วยงานที่ควบคุม กรมวิชาการเกษตรเปน็ จานวน 8,753.54 ไร่ (Royal Project
ดังนั้นเกษตรกรจึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการพัฒนาการ Foundation, 2017) เพื่อให้ได้ผลผลิตท่ีปลอดภัยและมี
จดั ทาคูม่ ือหรือสือ่ ท่ใี ช้สง่ เสรมิ การปลูกพชื ผักในระบบการ คุณภาพท่ีเหมาะสมต่อการบรโิ ภค และคานึงถึงความเปน็
เพาะปลูกที่ดีที่ใช้ภาษาที่เหมาะสมและเข้าใจได้ง่าย ซึ่งมี มิตรต่อสภาพแวดล้อม ตลอดจนสุขภาพความปลอดภัย
การเน้นการนาเสนอข้อมูลโดยการใช้รูปภาพมาประกอบ และสวัสดิภาพของเกษตรกรในฐานะผู้ดาเนินการผลิต
และมกี ารแสดงตัวอย่างการปฏิบตั ิทถ่ี ูกต้องตามมาตรฐาน ( Highland Research and Development Institute
ในทุกขั้นตอน อีกทง้ั ควรมโี ครงการอบรมที่มุ่งให้เกษตรกร (Public Organization), 2016)
มีส่วนร่วมในการฝึกปฏิบัติในส่วนของการบันทึกข้อมูล

136

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 135-143

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์มีประชากร วธิ ีดาเนนิ การวจิ ัย
ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงหรือปากาเกอะญอ โดยมี
พื้นที่อาศัยครอบคลุมถึง 13 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 14 การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ เพ่ือ
หมู่บ้าน ในเขตตาบลบ้านจันทร์ และตาบลแจ่มหลวง ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ กับการยอมรับ
อาเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่วนมาก การส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีของ
ประชาชนมีพื้นฐานการประกอบอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร เกษตรกรในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์
ที่มีการเพาะปลูกพืชผักเป็นหลัก โดยมีจานวนเกษตรกร จังหวัดเชียงใหม่ ดาเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.
ผู้ปลูกผักถึง 482 คน จากเกษตรกรทั้งหมด 613 คน หรือคิด 2560 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 โดยมีการดาเนินการ
เปน็ ร้อยละ 78.63 ของเกษตรกรท้ังหมดในพ้ืนที่ อีกท้ังยัง วิจัย ดงั นี้
ได้รับการส่งเสริมให้มีการผลิตพืชผักภายใต้มาตรฐาน ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
เกษตรที่ดี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 มีเกษตรกร
ได้รบั การรับรองมาตรฐานทง้ั หมด 443 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ เกษตรกรชนเผ่า
91.91 ของเกษตรกรที่ปลูกผักทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กะเหรี่ยงผู้ปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี ในพื้นท่ี
จากรายงานด้านคุณภาพผลผลิตผักพบว่า ผักที่ผลิตใน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่
พื้นที่สง่ เสริมของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ยังมี ในชว่ งปกี ารผลิต พ.ศ. 2559/60 จานวน 225 คน จากนนั้
คุณภาพที่อยู่ในเกรด 1 และ 2 เพียงร้อยละ 60-80 เท่านั้น ทาการกาหนดขนาดตัวอย่างโดยใชส้ ตู ร Yamane (1973)
ซึ่งส่วนใหญ่ผลผลิตผักที่ได้จากศูนย์พฒั นาโครงการหลวง ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และยอมให้เกิด
ต่างๆ มีคุณภาพของผลผลิตผัก เกรด 1 และ 2 มากกว่า ความคลาดเคลื่อนที่ระดับ 0.05 ได้จานวนเกษตรกร
ร้อยละ 80 (Royal Project Foundation, 2017) ตวั อยา่ งจานวน 144 คน
การเก็บรวบรวมข้อมูลการวจิ ัย
จากปัญหาการผลิตผักภายใต้มาตรฐานเกษตร
ที่ดี ซึ่งยังมีคุณภาพอยู่ในเกรด 1 และ 2 น้อยกว่าร้อยละ ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นข้อมูลประเภท
80 น้นั จงึ มีความจาเปน็ อยา่ งยิง่ ทีต่ ้องมีการศึกษาลักษณะ ปฐมภูมิ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรชนเผ่า
พื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจ และสังคมของเกษตรกร กะเหรี่ยงที่ผลิตผักในปีการเพาะปลูก พ.ศ. 2559/60
ชนเผ่ากะเหรี่ยงที่ปลูกผักภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดีว่ามี จานวน 144 คน โดยใชแ้ บบสอบถามเป็นเครื่องมอื และมี
ลักษณะเป็นอย่างไร มีการยอมรับการส่งเสริมปลกู พืชผัก รายละเอียดของการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1) ลักษณะ
ในระบบการเพาะปลูกที่ดีอยู่ในระดับไหน มีปัจจัยใดบ้าง พื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกร 2)
ที่มีผลต่อการยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการ การยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลกู
เพาะปลูกที่ดี และเกษตรกรมีปัญหาและข้อเสนอแนะต่อ ที่ดีของเกษตรกร และ 3) ปัญหาและขอ้ เสนอแนะตอ่ การ
การส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีอย่างไรบ้าง ยอมรับการส่งเสริมการปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลกู
เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานและช่องทางในการส่งเสริมการผลิต ที่ดีของเกษตรกร
ผักของเกษตรกรชนเผ่ากะเกรี่ยงให้ไดค้ ุณภาพตามเป้าหมาย การวเิ คราะหข์ ้อมูล
ตลอดจนเพื่อเป็นการอนุรักษ์และสร้างความยั่งยืนให้
แก่สภาพแวดล้อมของพื้นที่ส่งเสริมศูนย์พัฒนาโครงการ ในการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถแบ่งออกเป็น 3
หลวงวัดจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกาเนิดของแม่น้าแม่แจ่ม ส่วน คือ 1) ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะพื้นฐานส่วนบุคคล
ตลอดจนเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค เศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกร และการยอมรับการ
และเกษตรกรผูผ้ ลิตไดใ้ นระยะตอ่ ไป ส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีของ
เกษตรกร ใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ เพื่อหาค่า
ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Arithmetic mean)

137

วารสารวจิ ัยและส่งเสริมวชิ าการเกษตร 38(1): 135-143

และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) 2) ครัวเรือนเฉลี่ย 2 คน มีรายได้จากภาคการเกษตรเฉลี่ย
การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับการส่งเสริมการ 118,240.30 บาทตอ่ ปี มพี ้นื ท่ที าการเกษตรเฉลย่ี 6.84 ไร่
ปลกู พชื ผักในระบบการเพาะปลกู ทด่ี ขี องเกษตรกร โดยใช้ มีประสบการณ์ปลูกพืชในระบบเกษตรที่ดีเฉลี่ย 14 ปี
สถิติการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุแบบคัดเลือกเข้า (Enter ส่วนใหญ่เกษตรกรไม่ได้ดารงตาแหน่งทางสังคม มีการ
multiple regression analysis) และในส่วนที่ 3) เป็น ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี
การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา และข้อเสนอแนะต่อ มีการเข้าร่วมฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรที่ดี เฉลี่ย
การยอมรับการส่งเสริมการปลูกพืชผักในระบบการ 2 ครั้งต่อปี ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเพาะปลกู พืช
เพาะปลูกที่ดีของเกษตรกรด้วยวิธีการจัดกลุ่มประเภท ในระบบเกษตรที่ดเี ฉลีย่ 2 ครัง้ ตอ่ เดอื น
และการพรรณนา ซึ่งข้อมูลในส่วนที่ 1 และ 2 วิเคราะห์
โดยใช้โปรแกรมสถิติส าเร็จรูปเพื่อการวิจัยทาง การยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการ
สงั คมศาสตร์ในชว่ ยบันทึก แปลผล และวิเคราะห์ข้อมูล เพาะปลูกทด่ี ขี องเกษตรกรชนเผ่ากะเหรี่ยง

ผลการวจิ ัยและวิจารณ์ ผลการศึกษาการยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผัก
ในระบบการเพาะปลูกที่ดีของเกษตรกรชนเผ่ากะเหรี่ยง
ข้อมูลพื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจ และสังคมของ ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัด
เกษตรกร เชียงใหม่ พบว่ามีค่าเฉลี่ยการยอมรับการส่งเสริมปลูก
พืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีรวมทุกด้านเท่ากับ 3.80
เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 47 ปี ซึ่งอยู่ในระดับมาก โดยมีรายละเอียดในแต่ละด้าน
สาเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จานวนแรงงานใน ดังแสดงใน Table 1

Table 1 Adoption of the promotion of vegetable growing practice under a good agricultural practice

of farmer

(n=144)

Adoption of the promotion of vegetable growing practice ̅ S.D. Description

under a good agricultural practice of farmer

Water source 3.74 0.803 High

Planting area 3.82 0.638 High

Pesticides 3.86 0.568 High

Pre-harvest quality management 3.77 0.567 High

138

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 135-143

Table 1 (Continued)

Adoption of the promotion of vegetable growing practice ̅ S.D. Description
under a good agricultural practice of farmer
3.82 0.564 High
Harvesting and post-harvest management 3.77 0.596 High
Holding, moving produce in planting plot, and storage 3.79 0.606 High
Personal hygiene 3.79 0.587 High
Record keeping and traceability 3.80 0.457 High

Total

4.21-5.00 = Highest; 3.41-4.20 = High; 2.61 -3.40 = Moderate; 1.81-2.60 = Low 1.00 -1.80 = Lowest

ปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ การยอมรับการสง่ เสริมปลกู พืชผกั (Multicollinearity) อันเป็นการละเมิดเงื่อนไขของการ
ในระบบการเพาะปลูกทด่ี ีของเกษตรกรชนเผา่ กะเหรี่ยง วเิ คราะหถ์ ดถอยพหุคูณ (Prasitratsin, 2003)

ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับการ ผลการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการ
ส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีของ ยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดี
เกษตรกรชนเผา่ กะเหรย่ี งใชก้ ารวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ ของเกษตรกรชนเผ่ากะเหรี่ยงพบว่า ตัวแปรอิสระทั้ง 11
แบบคัดเลือกเข้า (Enter multiple regression analysis) ตัวแปร สามารถอธิบายความผันแปรของตัวแปรตามได้
เพ่ือหาว่าตัวแปรอิสระใดมีผลต่อตัวแปรตาม คือ การยอมรับ ร้อยละ 40.20 (R2=0.402) และมีตัวแปรอิสระที่มีผลต่อ
การส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีอย่างมี การยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลกู
นัยสาคัญทางสถิติ และมีความสัมพันธ์กันในทิศทางใดกับ ทีด่ ขี องเกษตรกรชนเผ่ากะเหรยี่ งอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติ
ตัวแปรตาม (เชิงบวกหรอื เชิงลบ) (Phengsawat, 2010) ซง่ึ อยู่ 2 ตัวแปร คือ การเข้าร่วมฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐาน
การศึกษาในครั้งนี้ใช้ตัวแปรอิสระจานวน 11 ตัวแปร ได้แก่ เกษตรที่ดี และการตดิ ต่อกับเจ้าหนา้ ที่สง่ เสริมการเกษตร
เพศ อายุ ระดับการศึกษา จานวนแรงงานในครัวเรือน ซ่ึงมีความสัมพนั ธ์ในทางบวก (Table2)
รายได้จากภาคการเกษตร พื้นที่ทาการเกษตร
ประสบการณ์ปลูกพืชผักในระบบเกษตรที่ดี การดารง จากผลการศึกษาสามารถอธิบายได้ว่า เม่ือ
ตาแหน่งทางสังคม การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริม เกษตรกรมีการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรที่ดี
การเกษตร การเขา้ ร่วมฝกึ อบรมเกี่ยวกบั มาตรฐานเกษตร เพิ่มขึ้น มีผลทาให้เกิดการยอมรับการส่งเสริมการปลูก
ที่ดี การรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืช พืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้
ในระบบเกษตรทดี่ ี เป็นเพราะการฝึกอบรมสามารถทาให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริม
การเกษตรหรือนกั วิชาการเกษตรได้เชื่อมโยงเน้ือหาที่เป็น
เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระแต่ ภาคทฤษฎีร่วมกับการสร้างทักษะจากการสาธิตและการ
ละคู่ โดยใช้การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Saipatthana and ฝึกปฏิบัติจริงให้แก่เกษตรกรไดโ้ ดยตรง และการฝึกอบรม
Piyapimonsit, 2004) พบว่าไม่มีตัวแปรอิสระคู่ใดที่มี ยังสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ที่เป็นวิทยากรสามารถเน้น
ความสัมพันธ์กันสูงกว่า 0.80 ที่จะก่อให้เกิดปัญหา เนอ้ื หาแบบเฉพาะดา้ น ตามการซกั ถามของเกษตรกรหรือ
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระด้วยกันเอง ผู้เข้าร่วมอบรมได้ ตลอดจนการฝึกอบรมในปัจจุบันได้มี

139

วารสารวจิ ัยและสง่ เสรมิ วิชาการเกษตร 38(1): 135-143

การพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้มาจากคนใน และมีโอกาสแลกเปลย่ี นเรียนรู้วิธกี ารปฏบิ ัตทิ ถ่ี ูกต้อง หรอื
ท้องทีเ่ พอ่ื แกไ้ ขปญั หาด้านการใชภ้ าษาในการสือ่ สาร และ สอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นในการปลูกผักภายใต้มาตรฐาน
มีการนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการนาเสนอ เกษตรที่ดีกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้มากกว่า
เนื้อหาได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ช่องทางแบบอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันการส่งเสริมการผลิตพืช
และเสียงที่คมชัด ช่วยกระตุ้นให้เกษตรกรมีความเข้าใจ ภายใต้ระบบเกษตรที่ดีนั้นถือเป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่
ในเน้อื หาจากการส่งเสริมมากยิ่งข้ึน โดยจากผลการศึกษา ส่งเสริมการเกษตรที่ประจาอยู่ในศูนย์พัฒนาโครงการ
ดงั กลา่ วได้สอดคล้องกบั ผลการศึกษาของ Footan et al. หลวงตา่ งๆ ท่วั พน้ื ที่สูงภาคเหนือมาโดยตลอด ทัง้ นี้เพ่ือให้
(2017) ที่พบว่าการได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการปลูก ได้ผลิตที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยผู้ที่บริโภคและ
ผักปลอดภัยมีความสัมพันธ์กับการยอมรับเกษตรดีที่ เกษตรกรในฐานะผู้ผลิต รวมถึงเป็นการสร้างความยั่งยืน
เหมาะสมในการปลูกผักปลอดภัยของเกษตรกรในศูนย์ ให้แกท่ รพั ยากรธรรมชาตบิ นพน้ื ท่สี งู ในอีกทางหนงึ่ ดังน้ัน
พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนอื จงั หวดั เชียงใหม่ อย่างมี การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของเกษตรกร
นัยสาคัญทางสถิติ และยังสอดคล้องกับการศึกษาของ ชนเผ่ากะเหรี่ยงในพื้นท่ีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัด
Mingsakul (2016) ที่พบว่าการได้รับการฝึกอบรมมี จันทร์ในแต่ละครั้ง จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นการสอบถาม
ความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามแนวเกษตรดีที่เหมาะสม หรือการขอรับองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกผักใน
ของเกษตรผู้ปลูกผัก ในอาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ระบบเกษตรที่ดี ทั้งในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติ อันเป็น
อยา่ งมนี ยั สาคัญทางสถิติ ที่มาของการทาให้เกิดการยอมรับการส่งเสริมการปลูก
พืชผักในระบบการเพาะปลูกที่ดีสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ
ในส่วนของตัวแปรการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ การศึกษาของ Janthong and Sakkatat (2016) ทพี่ บว่า
ส่งเสริมการเกษตร พบว่าเมื่อเกษตรกรมีการติดต่อกับ การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนมีความสัมพันธ์
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเพิ่มขึ้นมีผลทาให้มีแนวโน้ม กับการยอมรับการผลิตมะม่วงตามหลักเกษตรที่ดีและ
การยอมรับการส่งเสริมการปลูกพืชผักในระบบการ เหมาะสมของเกษตรกรในอาเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง
เพาะปลกู ทด่ี สี ูงขน้ึ ตามไปด้วย ซ่ึงเป็นเพราะการติดต่อกับ อยา่ งมีนยั สาคัญทางสถติ ิ
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรนั้นถือเปน็ ช่องทางการตดิ ต่อ
ที่เกษตรกรสามารถส่อื สารไดโ้ ดยตรงกบั เจา้ หนา้ ท่ีส่งเสริม

140

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 135-143

Table 2 Factors effecting the adoption of the promotion of vegetable growing practice under a
good agricultural practice of farmer

Independent variables Dependent variable

Adoption of the promotion of vegetable growing

practice under a good agricultural practice

B t Sig.

Sex -0.057 -0.666 0.506

Age 0.002 0.486 0.628

Education level -0.146 -1.511 0.133

Household workforce 0.002 0.041 0.968

Agricultural income -7.580E-8 -0.248 0.805

Agricultural area 0.003 0.275 0.784

Experience growing vegetables in GAP systems -0.002 -0.318 0.751

Social position -0.038 -0.276 0.783

Contact with agricultural extension officers 0.089 2.466 0.015*

Training on GAP systems 0.064 2.100 0.038*

Receiving information about planting in GAP systems 0.010 0.423 0.673

R2 = 0.402 (40.20%) F = 2.247 Sig. of F = 0.016

* Statistically significant level at 0.05; ** Statistically significant level at 0.01

ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการส่งเสริมปลูกพืชผัก และเอกชนที่มีส่วนสาคัญในการส่งเสริมการผลิตทาง
ในระบบการเพาะปลูกทีด่ ขี องเกษตรกร การเกษตรตามมาตรฐานเกษตรที่ดี ดังนี้ 1) ควรมีการ
พัฒนาการคู่มือหรือสื่อที่ใช้ส่งเสริมการปลูกพืชผัก
ผลการศึกษาปัญหาในการยอมรับการส่งเสริม ในระบบการเพาะปลูกที่ดีท่ีโดยใช้ภาษาที่เหมาะสมและ
ปลูกพืชผกั ในระบบการเพาะปลูกที่ดีของเกษตรกรชนเผ่า เข้าใจได้ง่าย 2) ควรเน้นการนาเสนอข้อมูลโดยการใช้
กะเหรี่ยง คือ เอกสารหรือคู่มือเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตร รูปภาพมาประกอบและมีการแสดงตัวอย่างการปฏิบัติ
ท่ดี จี ากหน่วยงานท่ีเข้ามาสง่ เสริมมีการใช้ภาษาหรือคาศัพท์ ที่ถูกต้องตามมาตรฐานในทุกขั้นตอน และ 3) ควรมี
ที่เข้าใจได้ยาก ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรมักเกิดความสับสน โครงการอบรมทมี่ ่งุ ใหเ้ กษตรกรมีส่วนรว่ มในการฝึกปฏิบัติ
และมีการปฏิบัติทีไ่ มเ่ ป็นไปตามข้อกาหนดของหน่วยงาน ในส่วนของการบันทึกข้อมูลและการสอบทวนย้อนกลับ
ที่ควบคุม ในขั้นตอนการบันทึกข้อมูลและการตามสอบ ให้เปน็ ไปตามขอ้ กาหนดของหนว่ ยงานต่างๆ
โดยเกษตรกรได้มีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐ

141

วารสารวิจัยและสง่ เสริมวิชาการเกษตร 38(1): 135-143

สรปุ ผลการวจิ ัย อีกทั้งควรมีโครงการอบรมที่มีการสาธิตและเปิดโอกาสให้
เกษตรกรได้มีส่วนรว่ มในการฝึกปฏิบัติ โดยเฉพาะในสว่ น
จากการศึกษาพบว่า เกษตรกรชนเผ่ากะเหรี่ยง ของการบนั ทกึ ขอ้ มูลและการตามสอบ
ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ มีการยอมรับ
การส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบเกษตรที่ดีรวมทุกด้านอยู่ ข้อเสนอแนะ
ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.80 โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยการ 1. จากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการที่เกษตรกร
ยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบเกษตรที่ดี ของ
เกษตรกรสูงที่สุด คือ ด้านการใช้วัตถุอันตรายทาง ชนเผ่ากะเหรี่ยงมีการเข้าร่วมฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐาน
การเกษตร อย่างไรก็ตามถึงแม้การยอมรับการส่งเสริม เกษตรที่ดีเพ่ิมมากขึน้ จะทาให้เกดิ การยอมรับการส่งเสริม
ปลูกพืชผักในระบบเกษตรที่ดีในทุกด้านจะมีค่าคะแนน การปลูกพชื ผกั ในระบบการเพาะปลกู ทด่ี ีเพิ่มสงู ข้ึนตามไป
เฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน แต่ยังพบว่าด้านการจัดการ ด้วย ด้วยเหตุนี้จึงมีข้อเสนอแนะให้ศูนย์พัฒนาโครงการ
แหล่งน้า ด้านการจดั การคุณภาพในกระบวนการผลิตกอ่ น หลวงวัดจนั ทร์ ควรมีการจัดทาโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับ
การเก็บเกี่ยว และด้านการพักผลผลิต การขนย้ายผลผลิต มาตรฐานเกษตรที่ดีให้บ่อยครั้งมากย่ิงขึ้น โดยเน้นการใช้
ในแปลงปลูก และการเก็บรักษา ยังมีค่าเฉลี่ยของการ การอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ ารท่ีมที งั้ การสาธติ และการฝึกปฏิบัติ
ยอมรับน้อยเมื่อเทยี บกับดา้ นอ่ืนๆ สาหรบั ปจั จยั ที่มีผลต่อ ร่วมกับเกษตรกรที่เข้าอบรมในขั้นตอนต่างๆ ตาม
การยอมรับการส่งเสริมปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลกู มาตรฐานเกษตรที่ดี โดยเฉพาะด้านการบันทึกข้อมูลและ
ที่ดีอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติในทางบวก ได้แก่ การเข้า การตามสอบ การจัดการแหล่งน้า การจัดการคุณภาพ
ร่วมอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรที่ดี และการติดต่อกบั ในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว การพักผลผลิต
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร โดยปัญหาสาคัญของ การขนย้ายผลผลิตในแปลงปลกู และการเกบ็ รกั ษา
เกษตรกรต่อการยอมรับการส่งเสริมการปลูกพืชผัก
ในระบบการเพาะปลูกท่ดี ี คือ การไม่เขา้ ใจเกยี่ วกบั เน้ือหา 2. มูลนิธิโครงการหลวง และศูนย์พัฒนา
ของมาตรฐานเกษตรที่ดีในบางข้ันตอน เนื่องจากมีการใช้ โครงการหลวงวัดจันทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ภา ษ า หรื อค า ศั พ ท์ ท ี ่ เฉพ าะ หรื อเป ็ นศั พ ท ์ เท คนิ คทาง โดยตรงในการส่งเสริมการผลิตพืชในระบบการเพาะปลกู
วิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักพบในด้านการบันทึกข้อมูล ที่ดี ควรมีการพัฒนาคู่มือหรือเอกสารเพื่อให้ความรู้
และการตามสอบ โดยเกษตรกรมักเกิดความสับสนและ เก่ียวกับมาตรฐานเกษตรดที ่ี ให้มกี ารใช้คาศพั ทห์ รือภาษา
มีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามข้อกาหนดของหน่วยงาน เข้าใจง่าย ตลอดจนมีการใช้รูปภาพที่แสดงการปฏิบัติ
ที่ควบคมุ ในขั้นตอนตามมาตรฐานเกษตรที่ดี เช่น ภาพการสวมชุด
ป้องกันสารเคมีอย่างถูกวิธี ภาพสารเคมีต้องห้าม และภาพ
จากปัญหาที่เกิดขึ้นเกษตรกรได้ให้ข้อเสนอแนะ ขั้นตอนการบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ในการตามสอบ เป็นต้น
ต่อหน่วยงานที่จะเข้ามาส่งเสริมการผลิตพืชผักตาม เพือ่ ใชป้ ระกอบการนาเสนอในส่วนท่ีเป็นการบรรยายแบบ
มาตรฐานเกษตรที่ดีว่า ควรมีการพัฒนาจัดทาการคู่มือ ตัวอักษร จะช่วยให้เกษตรกรมีการรับรู้อย่างรวดเร็วและ
หรือสื่อที่ใช้ส่งเสรมิ การปลูกพืชผักในระบบการเพาะปลูก เข้าใจไดง้ า่ ยมากยิ่งขึ้น
ที่ดีที่ใชภ้ าษาที่เหมาะสมและเข้าใจไดง้ า่ ย โดยมุ่งเน้นให้มี
นาเสนอข้อมูลโดยการใช้รูปภาพมาประกอบและมีการ 3. เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมการผลิตผัก ของศูนย์
แสดงตัวอย่างการปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานในแต่ละด้าน พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ควรมีการจัดทาโครงการ
ติดตามและประเมินเมินผลการปฏิบัติตามมาตรฐาน
เกษตรที่ดีในพื้นที่ปลูกผักของเกษตรกรหลังจากมีการ

142

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 135-143

อบรมหรือส่งเสริมองค์ความรู้ ตลอดจนควรมีการสารวจ Janthong, N. and P. Sakkatat. 2016. Good
ปัญหาจากการนาไปปฏิบัติจริงของเกษตรกร และมีการ agricultural practices adoption of
นามาทบทวนหรือสรุป เพื่อใช้ในการวางแผนการส่งเสรมิ mango’s farmer at Samko district,
ในครงั้ ตอ่ ไปให้มปี ระสิทธภิ าพมากข้นึ Angthong province. Journal of
Agriculture 32(1): 19-27. [in Thai]
กิตตกิ รรมประกาศ
Mingsakul, S. 2016. Knowledge and practice
ผวู้ ิจัยขอขอบคุณคณาจารย์ และบคุ ลากรสาขาวิชา in accordance with Good Agricultiral
การพัฒนาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะผลิต Practice (GAP) of farmers producing
กรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ทุกท่าน ที่ได้ให้ vegetables in Maerim district, Chiangmai
คาปรึกษา คาแนะนาในการศึกษาวิจัย และการติดต่อ province. Academic Journal Uttaradit
ประสานงานในการดาเนินงานวิจัยมาโดยตลอด ตลอดจน Rajabhat University 11(2): 323-334.
ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจาศูนย์พัฒนา [in Thai]
โครงการหลวงวัดจันทร์ ทใ่ี ห้ความกรุณาช่วยเหลือคณะผ้วู ิจัย
ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และที่สาคัญที่สุดขอขอบคุณ Phengsawat, W. 2010. Applied Statistics for
เกษตรกรผู้ปลูกผักชนเผ่ากะเหรี่ยงในพื้นที่ส่งเสริ มของ Social Research. Bangkok: Suwiriyasan.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้ 410 p. [in Thai]
สละเวลาอันมีค่าในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการ
ศกึ ษาวจิ ยั จนสาเร็จลลุ ว่ งด้วยดี Prasitratsin, S. 2003. Social Research
Methodology. Bangkok: National
เอกสารอ้างองิ Institute of Development Administration.
489 p. [in Thai]
Footan, C., S. Sreshthaputra, W. Intrauccomporn
and T. Pankasemsuk. 2017. Factors Royal Project Foundation. 2017. Royal Project
affecting farmers’ adoption in good Foundation Development Report
agricultural practices for safe vegetable in the Fiscal Year 2016. Chiang Mai:
production in Mae Tha Nuea Royal Department of Development, Royal
Project Development Center, Chiang Mai Project Foundation. 489 p. [in Thai]
province. Journal of Agriculture
33(3): 397-404. [in Thai] Saipatthana, U. and C. Piyapimonsit. 2004.
Collinearity. Parichart Journal
Highland Research and Development Institute 17(1): 55-62. [in Thai]
(Public Organization). 2016. Good
agricultural Practice. [Online]. Available Yamane, T. 1973. Statistics: An Introductory
https://hkm.hrdi.or.th/media/detail/205/5 Analysis. 3rd. New York: Harper and
(19 May 2019). [in Thai] Row Publication. 1130 p.

143

วารสารวจิ ัยและสง่ เสริมวิชาการเกษตร 38(1): 144-154

ความต้องการวธิ ีการส่งเสริมการทาสวนปาล์มนา้ มนั ของเกษตรกร
ผู้ปลูกปาลม์ นา้ มันรายยอ่ ยในจงั หวัดสตูล

Smallholder Oil Palm Growing Farmers’ Needs in Extension Methods
of Oil Palm Farming in Satun Province

ปรุ วิชญ์ พิทยาภินันท์1* และพลากร สตั ย์ซือ่ 2
Purawich Phitthayaphinant1* and Palakorn Satsue2

1คณะเทคโนโลยีและการพฒั นาชุมชน มหาวิทยาลัยทกั ษณิ พทั ลุง 93210
2สาขาวชิ าเศรษฐศาสตรเ์ กษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ สงขลา 90112
1Faculty of Technology and Community Development, Thaksin University, Phatthalung, Thailand 93210
2Department of Agricultural Economics, Faculty of Economics, Prince of Songkla University, Songkhla, Thailand 90112

*Corresponding author: [email protected]

Abstract Received: February 03, 2020
Revised: April 29, 2020
Accepted: August 06, 2020

Human capital is essential to successful management of oil palm production, marketing,
including handle some problems in oil palm farming. Therefore, this survey research aimed to find out
the smallholder oil palm growing farmers’ needs in extension methods of oil palm farming in Satun
province. The primary data were collected using structured interviews, non-participant observations,
natural conversations, and in-depth interviews from 387 smallholder farmers, using the mixed method
sampling technique. The data were analyzed using descriptive statistics and manifest content analysis.
The empirical results showed that the smallholder oil palm growing farmers need a high level in
extension methods of oil palm farming, i.e., educating by role model farmer (group method), visiting
the farms (individual method), practicing (group method), lecturing (group method), and handing out
necessary handbook and document (mass method). The results will be useful for related government
agencies in order to formulate appropriate agricultural extension methods.

Keywords: agricultural extension, oil palm, oil palm growing farmer

144

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 144-154

บทคดั ยอ่ Extension Office, 2019) ผลการส ารวจเบื้องต้น
(Reconnaissance survey) จากการสนทนากลุ่มกับ
ทุนมนุษย์มีส่วนสาคัญในการจัดการการผลิต เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยในจังหวัดสตูลพบว่า
การตลาด และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทาสวนปาล์ม เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยมีข้อเสียเปรียบใน
นา้ มัน การวจิ ัยเชิงสารวจครั้งน้จี ึงมีวัตถุประสงคเ์ พ่อื ศึกษา ด้านการผลิตและการตลาด อันเป็นผลมาจากเงือ่ นไขและ
ความต้องการวิธีการส่งเสริมการทาสวนปาล์มน้ามันของ ข้อจากัดของทรัพยากร ทุนทางวฒั นธรรม โอกาสของการ
เกษตรกรผู้ปลู กปาล์ มน ้าม ัน ราย ย่ อย ในจ ัง หวั ด ส ตู ล รับรแู้ ละการเข้าถึงข้อมลู ขา่ วสารและเทคโนโลยี รวมไปถงึ
รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง การ โครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคมที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม
สังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม การสนทนาตามธรรมชาติ และ น้ามันรายย่อยเผชิญอยู่ ดังนี้ 1) เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม
การสัมภาษณ์เชิงลึกกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามัน น้ามันรายย่อยมีต้นทุนการผลิตปาล์มน้ามันค่อนข้างสูง
รายย่อยจานวน 387 ราย ซึง่ ใชก้ ารสมุ่ ตวั อยา่ งแบบผสานวิธี โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมี ซึ่งมีการใช้เป็นปริมาณมากในการ
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ใช้สถติ ิเชงิ พรรณนา และการวิเคราะห์ ผลิตปาลม์ นา้ มัน และราคาป๋ยุ เคมีมกี ารผนั แปรตามปัจจัย
เนื้อหาที่ปรากฏ ผลการวิจัยพบว่า วิธีการส่งเสริมการทา ภายนอก ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยควบคุม
สวนปาล์มน้ามันท่ีเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อย ไม่ได้ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ามัน อีกทั้งตลาด
ต้องการในระดับมาก ได้แก่ การสอนโดยเกษตรกรต้นแบบ ปุ๋ยเคมีจัดเป็นตลาดผู้ขายน้อยราย ทาให้เกษตรกรผู้ปลูก
(วธิ กี ารแบบกล่มุ ) การเย่ียมเยยี นสวนปาลม์ นา้ มนั (วธิ ีการ ปาล์มน้ามนั รายย่อยมีอานาจในการต่อรองราคากับผู้ขาย
แบบรายบุคคล) การฝึกปฏิบัติ (วิธีการแบบกลุ่ม) การ ต่า และหากต้นทุนการผลติ รายการนี้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง
บรรยาย (วิธีการแบบกลุ่ม) และการแจกคู่มือ/เอกสาร กวา่ การปรบั ขึ้นของราคาผลผลิตปาล์มน้ามันท่ีขายได้แล้ว
(วิธีการแบบมวลชน) ผลการวิจัยที่ได้จะเป็นประโยชนต์ อ่ จะส่งผลให้ผลตอบแทนที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามัน
หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสาหรับนาไปใช้ประกอบการ รายย่อยควรได้รับสูญหายไปหรือต่ากว่าที่ควรจะเป็น
กาหนดวิธีการส่งเสรมิ การเกษตรท่ีเหมาะสมตอ่ ไป 2) เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยใช้ปัจจัยการผลิต
บางชนิดไมเ่ หมาะสม ไดแ้ ก่ (2.1) การใชพ้ ันธป์ุ าล์มน้ามัน
คาสาคัญ: การส่งเสรมิ การเกษตร ปาลม์ นา้ มนั ที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่ปลูก ซ่ึง
เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มนา้ มนั Khotsombat (2008) ได้รายงานว่า การใช้พันธุ์ปาล์ม
น ้า มันที่ไม่เหมาะสมจะ ท าให้ผ ลผลิตป าล์มน ้ามันที่
คานา เก็บเกี่ยวได้และน้ามันปาล์มดิบที่โรงงานสกัดได้ลดลง
รอ้ ยละ 15–50 และ 35–55 ตามลาดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการ
จังหวัดสตูลเป็นแหล่งปลูกปาล์มน้ามันดั้งเดิม ใช้พันธุ์ปาล์มน้ามันที่มีคุณภาพดี (2.2) การจัดสรรที่ดิน
ของภาคใต้ และมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับปาล์มน้ามัน เพื่อทาการเกษตรที่ไม่เหมาะสม ทั้งในส่วนขนาดและ
มาอย่างยาวนาน (Eksomtramage, 2011) โดยมีพื้นท่ใี ห้ คุณภาพของทีด่ ิน สว่ นหนึ่งมสี าเหตมุ าจากการทีเ่ กษตรกร
ผลผลิตปาล์มน้ามันมากเป็น 1 ใน 10 อันดับของภาคใต้ ผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยมีที่ดินอยู่จากัด และการ
และของประเทศ แต่จังหวัดสตูลมีผลผลิตปาล์มน้ามันตอ่ ตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกปาล์มน้ามันไปปลูกพืช
พื้นที่ให้ผลผลิตน้อยกว่า 3 ตันต่อไร่ ซึ่งต่ากว่าค่าเฉลี่ย เศรษฐกิจชนิดอื่นที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิสูงกว่า
ทั้งของภาคใต้และของประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เช่น ยางพารา ทาให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อย
(พ.ศ. 2552–2561) (Satun Provincial Agricultural มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาผลผลิต

145

วารสารวิจัยและส่งเสริมวชิ าการเกษตร 38(1): 144-154

ปาล์มน้ามัน และไม่สามารถได้รับประโยชน์จากการ เกษตรกรผู้ปลู กปาล์ มน ้าม ันราย ย่ อย ในจ ัง หวั ด ส ตู ล
ประหยัดต่อขนาด ทั้งในด้านการลงทุน การจัดการการ ผลการวิจัยที่ได้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน
ผลิต และการซื้อปัจจัยการผลิต (2.3) การใส่ปุ๋ยในอัตรา ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สานักงานเกษตรอาเภอใน
ที่ต่า ทาให้ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ามันที่ผลิตได้ต่ากว่า จงั หวัดสตูล สานกั งานเกษตรจงั หวดั สตูล สามารถนาไปใช้
ศักยภาพสูงสุดที่สามารถผลิตได้ และคุณภาพผลผลิต เป็นแนวทางในการกาหนดวิธีการส่งเสริมการทาสวน
ปาล์มน้ามันไม่มีความสม่าเสมอ และ 3) เกษตรกรผู้ปลูก ปาล์มนา้ มันท่เี หมาะสมในพน้ื ท่ีวจิ ยั และพนื้ ท่ีอนื่ ที่มีบริบท
ปาล์มน้ามันรายย่อยขายผลผลิตปาล์มน้ามันในลักษณะ สภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันหรือคล้ายคลึงกัน ตลอดจน
ต่างคนต่างขาย ทาให้ผลผลิตปาล์มน้ามันที่ขายได้ในแต่ หน่วยงานอื่นๆ ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
ละครั้งมีปริมาณน้อย อีกทั้งเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามัน ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว สามารถนาไปประยุกต์ในการ
รายย่อยยังมีอานาจในการต่อรองราคาต่าและโอกาส ปฏิบัติงานกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยตาม
ในการเข้าถึงตลาดน้อย ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ามันและ บริบทที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังใช้เป็นฐานข้อมูลสาหรับ
ผลตอบแทนสุทธิที่เกษตรผู้ปลูกปาล์มน้ามันควรจะได้รับ นักส่งเสริมการเกษตร นักวิจัย และผู้ที่สนใจนาไปใช้
ลดลง ประกอบการทาวจิ ัยในอนาคต

จากภาพปรากฏดังกล่าว หากการดาเนินงาน วิธีดาเนนิ การวิจยั
ด้านการส่งเสริมการเกษตรของหน่วยงานภาครัฐ
ที่เกี่ยวข้องไม่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงสารวจแบบ
ผ้ปู ลูกปาล์มนา้ มันรายย่อย จะทาใหเ้ กษตรกรผ้ปู ลูกปาล์ม ภาคตัดขวางในจังหวัดสตูล กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกร
น้ามันรายย่อยมีรายได้จากการขายผลผลิตปาล์มน้ามัน ผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยใน 6 อาเภอของจังหวัดสตูล
ต่ากว่าท่ีควรจะเปน็ และไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวติ ที่มีผลผลิตปาล์มน้ามันต่อพื้นที่ให้ผลผลิตต่ากว่าค่าเฉล่ีย
ของตนเองและครัวเรือนให้ดีขึ้นได้ การวิจัยครั้งนี้จึงมี ของทั้งภาคใต้และของประเทศ ได้แก่ มะนัง (117 ราย)
คาถามการวิจัยว่า เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อย ละงู (108 ราย) ควนกาหลง (51 ราย) ทุ่งหว้า (50 ราย)
มีความต้องการการส ่ง เสริมการท าสวนปาล ์มน ้า มัน ควนโดน (32 ราย) และท่าแพ (29 ราย) รวม 387 ราย
ด้านใดบ้าง ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ (1 ครัวเรือนต่อตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามัน
เกษตรกรให้มีความมั่นคงตามพันธกิจในแผนพัฒนา รายย่อย 1 ราย) ซึ่งกาหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้
การเกษตรช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตารางของ Krejcie and Morgan (1970)
ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564) (Ministry of Agriculture
and Cooperatives, 2016) ตลอดจนการสร้างความ การสุม่ ตวั อย่างใชว้ ธิ กี ารแบบผสานวธิ ี (Prasith–
แข็งแกร่งให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อย rathsin, 2007) โดยเริ่มจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น
ภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ได้ ตามจานวนอาเภอที่ได้เลือกไว้ โดยกาหนดขนาดของกลุ่ม
เล็งเห็นว่า องค์ประกอบที่สาคัญในการขับเคลื่อนให้การ ตัวอยา่ งในแต่ละอาเภอตามสดั สว่ นของครัวเรือนเกษตรกร
ทาสวนปาล์มน้ามันขนาดเล็กประสบความสาเร็จได้ คือ ผู้ปลูกปาล์มน้ามันในอาเภอนั้น ในแต่ละอาเภอใช้การสุ่ม
เกษตรกรผปู้ ลูกปาลม์ นา้ มัน ตัวอย่างแบบง่ายโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หลังจากน้ัน
ไดใ้ ช้การเลือกแบบเจาะจง โดยมเี กณฑใ์ นการเลอื ก คือ 1)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความ เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยที่มีสวนปาล์ม
ต ้ อง กา ร ว ิ ธีการส่ งเสริ ม กา รท าส วนปา ล์ม น ้า มั นของ

146

Journal of Agri. Research & Extension 38(1): 144-154

น้ามันขนาดเล็ก หรือมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ามันรวมกัน มาอธิบายเสริมข้อมูลเชิงปริมาณ การวิเคราะห์และ
ไมเ่ กิน 50 ไร่ และ 2) ประสบปัญหาด้านการผลติ และดา้ น นาเสนอข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา รวมถึงการวิเคราะห์
การตลาดปาล์มนา้ มัน หรือปญั หาใดปญั หาหนง่ึ เนื้อหาที่ปรากฏ ทั้งน้ีวิธีการส่งเสริมการทาสวนปาล์ม
น้ามันจาแนกเป็น 3 แบบ ได้แก่ วิธีการแบบรายบุคคล
การรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง วิธีการแบบกลุ่ม และวิธีการแบบมวลชนตามแนวคิดของ
ที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านปาล์มน้ามันและ Chitanan (1997) การประเมินระดบั ความต้องการวธิ ีการ
การทดลองใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง ส่งเสริมการทาสวนปาลม์ น้ามันของเกษตรกรผู้ปลกู ปาลม์
ในแต่ละข้อคาถามมากกว่า 0.60 แสดงว่าอยู่ในระดับดี น้ามันรายย่อยมีเกณฑ์การให้คะแนน คือ 3 แทนต้องการ
(Kispredarborisuthi, 2006) นอกจากนี้ได้ใช้การสังเกต ในระดับมาก; 2 แทนต้องการในระดับปานกลาง; 1 แทน
แบบไม่มีส่วนร่วม การสนทนาตามธรรมชาติ และการ ตอ้ งการในระดบั นอ้ ย และ 0 แทนไม่ต้องการ โดยมีเกณฑ์
สัมภาษณ์เชิงลึก เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อมลู เชงิ คุณภาพเกี่ยวกบั ความ การประเมนิ คะแนนเฉล่ียดงั แสดงใน Table 1
คิดเห็นที่มีต่อว ิธี การส่ง เส ริม การท าสวนปาล์มน ้ า มั น

Table 1 Interpretation of average of smallholder oil palm growing farmers’ needs in extension methods
of oil palm farming

Class interval Need level
2.01–3.00 High
1.01–2.00
0.00–1.00 Moderate
Low

ผลการวจิ ยั และวิจารณ์ เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามันรายย่อยส่วนใหญ่
ไม่ได้สืบทอดอาชพี การทาสวนปาล์มน้ามนั จากบรรพบรุ ษุ
ผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามัน โดยมีประสบการณ์การทาสวนปาล์มน้ามันค่อนข้างสูง
รายย่อยมีอายุค่อนข้างสูงและกาลังเข้าสู่วัยสูงอายุ เฉลี่ย เฉลี่ย 15.65 ปี และมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ามันเฉลี่ย 11.16 ไร่
54.50 ปี จบการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงสูงกว่า ลักษณะพื้นที่ปลูกปาล์มน้ามันโดยส่วนใหญ่เปน็ ที่ราบ ใน
ปริญญาตรี ครัวเรือนส่วนหนึ่งมีการประกอบอาชีพเสริม การทาสวนปาลม์ นา้ มนั ใช้แรงงานครวั เรือนเปน็ หลัก ไมว่ า่
เพอื่ เพม่ิ รายได้ เช่น ทาสวนยางพารา รบั จ้าง ค้าขาย ปศุสัตว์ จะเป็นแรงงานคูส่ ามี–ภรรยา แรงงานบุตรหลาน แรงงาน
ครัวเรือนมีขนาดเล็ก มีจานวนสมาชิกในครัวเรือน ญาติพี่น้อง และแรงงานผู้สูงอายุ สาหรับครัวเรือนที่มี
เฉลี่ย 4.12 คน มีรายได้ของครัวเรือนค่อนข้างต่า เฉลี่ย แรงงานไม่เพียงพอจะจ้างแรงงานจากภายนอก ซึ่งมีท้ัง
184,888.14 บาทต่อปี และมีรายจ่ายของครัวเรือนเฉล่ีย แรงงานจา้ งเครอื ญาติ แรงงานจา้ งในหมู่บ้าน แรงงานจ้าง
128,374.25 บาทต่อปี เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ามัน ต่างอาเภอ/ต่างจังหวัดในภาคใต้ และแรงงานจ้างต่าง
รายย่อยส่วนหนึ่งมีหนี้สิน อันเนื่องมาจากนาไปใช้จ่ายใน ภมู ภิ าค อย่างไรก็ตามมีเกษตรกรผปู้ ลูกปาล์มน้ามันรายย่อย
กิจกรรมการผลิตปาล์มและกิจกรรมทางการเกษตรอื่นๆ ได้กลา่ วไวว้ ่า “...อยากจะจ้างแรงงานเหมอื นกัน เพราะแก่
รวมถึงจัดหา/ซื้อสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ โดยกู้เงิน แล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยแข็งแรง ปวดเมื่อยตามร่างกาย
จากสถาบันทางการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและ เดี๋ยวเป็นนู่นเป็นนี่ แต่พอนึกถึงเงินที่ใช้จ้างแล้ว ทาเอง
สหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กองทุนหม่บู า้ น สหกรณ์ ดีกว่า จ้างไมไ่ หว…”

147


Click to View FlipBook Version