90 คมู ือเภสัชกรชมุ ชนในการดูแลอาการเจ็บปว ยเล็กนอยในรานยา
การตดิ เช้อื ยาที่ใชและแบบแผน ผลไมพ งึ ประสงค ขอพึงระวงั
ใหยา
กรณที อ งเสยี จากการติดเช้ือปรสติ
Giardia Albendazole Metronidazole
lambia ผูใหญ 400 มก. - คลืน่ ไส อาเจียน ปวดเกรง็ ทอง 12%
วนั ละครั้ง 5-10 วนั - ผ่ืนแพ การรบั รูร สชาตอิ าหารเปลยี่ นไป
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น - Disulfiram like reaction เมอื่ กินยา
Metronidazole รวมกบั แอลกอฮอล
ผใู หญ 400 มก.วั Ornidazole
นละ 2 ครง้ั 7 วัน - คลื่นไส อาเจยี น แตเกิดนอ ยกวา metro-
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น nidazole
Ornidazole Tinidazole
ผใู หญ 1.5 ก. คร้ังเดียว - คล่ืนไส การรบั รูรสชาตอิ าหารเปลยี่ นไป
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น 3%
Tinidazole
ผใู หญ 2 ก. คร้ังเดียว
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น
Entamoeba Metronidazole Metronidazole ผปู วยที่ไมไ ดรับการ
histolytica ผูใหญ 750 มก. - คลน่ื ไส อาเจยี น ปวดเกรง็ ทอ ง 12% รักษาหรือรกั ษาไม
วนั ละ 3 คร้งั 10 วัน - ผื่นแพ การรบั รรู สชาตอิ าหารเปลย่ี นไป หาย
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น Disulfiram like reaction เมอื่ กินยารว ม ขาด เชอื้ อาจลกุ ลาม
กับแอลกอฮอล ไปทาํ ใหเ กิดเปน ฝท ี่
Ornidazole Ornidazole ตับได
ผใู หญ 1.5 ก. - คลนื่ ไส อาเจยี น แตเกดิ นอ ยกวา
วันละ ครั้ง 3 วนั metronidazole
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น Tinidazole
- คลื่นไส การรบั รูร สชาติอาหารเปลีย่ นไป
Tinidazole 3%
ผใู หญ 2 ก.
วันละครงั้ วัน
เดก็ ลดขนาดลงตามสว น
การบรบิ าลเภสชั กรรมสำหรับอาการปวดทอ ง ทองเสยี ทองผูกในรา นยา 91
การบรบิ าลเภสัชกรรมสาํ หรับอาการทอ งผกู ในรา นยา
ทอ งผกู เปน ความผดิ ปกตขิ องการถา ยอจุ จาระทปี่ ระเมนิ จากจํานวนครงั้ ของการถา ยอจุ จาระ
และความยากงา ยของขบั เอาอจุ จาระออกมา จํานวนครงั้ ของการถา ยทนี่ บั วา ผดิ ปกตโิ ดยทว่ั ไปมกั จะ
ยึดกันท่ีตัวเลขนอยกวา 3 ครั้งตอสัปดาห แตอยางไรก็ตามเรื่องจาํ นวนครั้งของการถายเปนตัววัดท่ี
ขึ้นกับจาํ นวนครั้งของการถายอุจจาระปกติและความพึงพอใจของแตละบุคคลดวย บางคนจะถาย
อุจจาระมากกวาวันละครั้ง หากไมไ ดถายอจุ จาระทุกวันจะเกิดความรสู ึกอดึ อัดและกังวล แตบ างคน
ถายอุจจาระเพียงสัปดาหละ 3-4 คร้ัง สาํ หรับเร่ืองความยาก-งายของการขับเอาอุจจาระออกมา
จะประเมนิ วามปี ญหาถา ยยาก หากผปู ว ยตอ งเบง เวลาขับถาย หรืออุจจาระมีลักษณะแขง็ หรือเกาะ
กนั แนน เปน กอ น หรอื ผปู ว ยตอ งใชเ วลาขบั ถา ยนานกวา ปกติ หรอื มคี วามรสู กึ วา ถา ยอจุ จาระไดไ มส ดุ
หรือผูปว ยตอ งใชว ธิ กี ารบางอยางเพ่อื ชว ยนาํ เอาอจุ จาระออกมาจากลาํ ไสใ หญแ ละไสต รง
ทองผูกเปนอาการหนง่ึ ท่เี ภสัชกรมีโอกาสพบเจอไดบ อย ๆ โดยทอ งผกู อาจเปนอาการเพยี ง
คร้ังคราวทไ่ี มม ีความผดิ ปกติรายแรงใด หรอื ทอ งผูกอาจเปน อาการแสดงของโรคทรี่ ายแรงก็ได หาก
แบงประเภทของทองผูกตามตนเหตุ จะแบงไดเปน 2 ประเภท ไดแก ทองผูกปฐมภูมิ (primary
constipation) คอื ทอ งผกู โดยไมม หี รอื ไมพ บตน เหตวุ า มาจากตน เหตอุ นื่ และ ทอ งผกู ทตุ ยิ ภมู ิ (sec-
ondary constipation) คอื ทอ งผูกทีเ่ กิดเนอื่ งจากมตี นเหตอุ นื่ ซึ่งตน เหตอุ าจจะเปน โรคของระบบ
ตอมไรท อ ความผิดปกตขิ องระบบประสาท ความผดิ ปกตขิ องระบบเมแทบอลิซมึ ความผดิ ปกติของ
จติ ใจ การใชย าบางอยา ง ฯลฯ (ดูตารางท่ี 35)
ตารางท่ี 35 โรคหรอื ความผดิ ปกตทิ ีจ่ ะสงผลใหเกิดอาการทอ งผกู ได
ชนิดของโรคหรือความผิดปกติ ตัวอยาง โรค หรอื ความผิดปกติ
มีการอุดก้นั - มะเร็งลาํ ไสใหญ (colon cancer)
(Mechanical obstruction) - มีกอนเนื้อไปกดทับลําไส (Compression from malignant lesion)
- มตี ่งิ เน้อื ในลําไส (diverticulum)
- มถี ุงนา้ํ ในลาํ ไส (rectocele) ขนาดใหญ
- ความผดิ ปกติหลังผา ตดั ชอ งทอ ง เชน เกิดการตีบของชองทางเดนิ
(surgical stenosis)
- ภาวะลาํ ไสพ อง (megacolon)
ความผดิ ปกตขิ องระบบทเ่ี กยี่ วกบั - โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
เมแทบอลิซึม - ภาวะธยั รอยดฮ อรโ มนต่าํ (Hypothyroidism)
(Metabolic conditions) - ภาวะพาราธัยรอยดฮอรโ มนสูง (Hyperparathyroidism)
- ภาวะแคลเซียมในเลอื ดสงู (Hypercalcemia)
- ภาวะโพแทสเซียมในเลือดตํ่า (Hypokalemia)
- ภาวะแมกนเี ซยี มในเลอื ดตาํ่ (Hypomagnesemia)
92 คูมือเภสัชกรชุมชนในการดูแลอาการเจ็บปวยเลก็ นอยในรา นยา
ชนดิ ของโรคหรือความผิดปกติ ตวั อยาง โรค หรือ ความผดิ ปกติ
- เลือดเปนพษิ จากสารตกคา งสะสม (uremia)
- พษิ จากโลหะหนกั (Heavy metal toxicity)
- ภาวะตัง้ ครรภ (Pregnancy)
โรคของระบบกลามเน้อื - โรคแอมีลอยด (Amyloidosis)
(Myopathies) - โรคหนงั แขง็ (Scleroderma)
- โรคกลา มเน้อื เจริญผิดเพยี้ น (Myotonic dystrophy)
- โรคกลา มเน้อื และผิวหนงั อักเสบ (Dermatomyositis)
- ลาํ ไสอุดตนั เท็จเรอื้ รัง (Chronic intestinal pseudo-obstruction)
โรคของระบบประสาท - โรคพารก ินสัน (Parkinson’s disease)
(Neuropathies) - การบาดเจ็บท่ีไขสันหลังหรือมีกอนเน้ือกดทับไขสันหลัง (Spinal cord
injury or tumor)
- โรคของหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease)
- โรคปลอกประสาทเสอื่ มแข็ง (Multiple sclerosis)
- อมั พาตครง่ึ ลา ง (paraplegia)
- โรคกระดกู สันหลังโหว (Spina bifida)
- โรคซมึ เศรา (Depression)
- โรคท่เี ปน ความเสื่อมของขอ (Degenerative joint disease)
- ประสาทอัตโนมตั อิ กั เสบ (Autonomic neuropathy)
- โรคทแ่ี สดงความบกพรองทางสตปิ ญญา (Cognitive impairment)
- การไมเคล่ือนไหว การเคล่อื นไหวนอ ย (Immobility)
- โรคหัวใจ (Cardiac disease)
ความผดิ ปกตขิ องรทู วารหนัก - บรเิ วณรูทวารหนักมแี ผลรอยแยก (Anal fissures)
(Anorectal disorders) - รูทวารหนกั ตีบ (Anal strictures)
แนวทางการซักประวตั แิ ละประเมนิ ผูปวยเบื้องตน
การซกั ประวตั หิ าขอ มลู จากผปู ว ยทมี่ ารบั บรกิ ารดว ยปญ หาทอ งผกู ควรใหค รอบคลมุ ถงึ เรอื่ ง
ตอ ไปนี้
- อาการสําคญั ผปู ว ยทอ งผกู ทมี่ าทรี่ า นยามกั จะมาดว ยอาการสาํ คญั ตอ ไปน้ี ถา ยอจุ จาระ
ยาก อจุ จาระแข็ง ตองเบง เวลาถายอุจจาระ อยากถา ยแตถ ายไมออก รูสกึ เหมือนมอี ะไรมาอุดกนั้ ให
อุจจาระไมอ อก หากไมใ ชย าระบายกจ็ ะไมถ า ยเอง
- ความถ-ี่ บอยของการถา ยอุจจาระ โดยท่ัวไปมักจะใชต ัวเลขการถา ยนอยกวา 3 คร้งั ตอ
สปั ดาหเ ปน เกณฑใ นการระบวุ า ทอ งผกู แตเ นอื่ งจากแตล ะคนมคี วามถขี่ องการขบั ถา ยอจุ จาระไมเ ทา
กนั และไมจ ําเปนวา ทุกคนจะตองถายอจุ จาระทกุ วนั
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรบั อาการปวดทอ ง ทองเสยี ทอ งผกู ในรา นยา 93
- อาการ-อาการแสดงรว ม อาการรว มอนื่ ๆ ทพ่ี บไดบ อ ยในผปู ว ยทอ งผกู ไดแ ก อดื แนน ทอ ง
ไมสบายทอ ง คลนื่ ไส รบั ประทานอาหารไดไมม ากกท็ อ งอืด เวลาถายอจุ จาระแลวก็ยงั เหมอื นถายไม
สดุ ซึ่งเปนอาการแสดงของผปู ว ยทอ งผูกทั่วไป แตห ากผูป วยมีอาการหรืออาการแสดงรว มบางอยา ง
เชน ไข ทอ งผกู สลบั ทอ งเสยี อาเจียน เบือ่ อาหาร-น้าํ หนักลด มเี ลอื ดออกมากบั อุจจาระโดยเฉพาะ
เลอื ดทมี่ สี คี ลาํ้ เหลา นเ้ี ปน อาการรว มทค่ี วรนกึ ถงึ โรคอน่ื ซง่ึ สมควรสง ตอ ผปู ว ยไปรบั การตรวจวนิ จิ ฉยั
ท่ีแนน อน
- ระยะเวลาต้ังแตมีอาการ การสอบถามเรื่องเวลา จะใชในการประเมินวาเปนทองผูก
เฉียบพลนั หรือทองผกู เรื้องรงั โดยระยะเวลาทีจ่ ัดวาเปนทองผูกเร้อื รังคอื มีอาการนาน 3 เดอื นขน้ึ ไป
ทัง้ นี้หากพบผปู ว ยทีท่ องผกู เรือ้ รงั ควรจะพจิ ารณาหาขอ มูลเพิม่ เตมิ ดวยวา ผปู วยเปนทอ งผูกทุตยิ ภมู ิ
หรอื ไม รวมทัง้ อาจตองพิจารณาสง ตอ แพทยตามเหมาะสม
- ลกั ษณะและสขี องเนอื้ อจุ จาระ เภสชั กรควรสอบถามถงึ ลกั ษณะของอจุ จาระวา มลี กั ษณะ
เปนอยา งไร เชน แขง็ เปนกอ นเล็ก ๆ แข็งเปนทอนเหมอื นไสกรอก แขง็ เปนทอนเหมือนไสกรอกและ
ผวิ แตก รปู รางเปนทอ นเนือ้ นุม เนือ้ นุม แตอ อกมาไมเ ปน ทอ น เนือ้ หลวม ๆ ฟู ๆ ไมเ ปนกอ น หรือมี
ลกั ษณะเหลว รวมทง้ั เภสชั กรควรสอบถามถงึ ลกั ษณะบางอยา งซง่ึ บง บอกถงึ ความผดิ ปกตขิ องอจุ จาระ
และการขับถาย เชน การมเี ลอื ดปนออกมากบั อจุ จาระ การมอี จุ จาระลักษณะเปนมนั การมมี กู ปน
ออกมากับอจุ จาระ อจุ จาระมสี ีซดี ผิดปกติ หรอื มีสีดาํ หรอื มสี คี ล้ําผดิ ปกติ เปนตน แตท ั้งนกี้ ารถา ย
ดาํ อาจมสี าเหตจุ ากอาหารทร่ี บั ประทานเขา ไปกไ็ ด เชน สดี าํ จากกาแฟทด่ี มื่ สดี าํ จากเหลก็ บํารงุ เลอื ด
หรอื จากผงถานดูดซับรกั ษาทองเสยี เปนตน
- พฤตกิ รรมในการขบั ถา ย เชน ควรสอบถามเรอื่ งการเบง อจุ จาระ การตอ งใชเ วลานง่ั ถา ย
นานกวาปกติ การตองใชน้ิวชวยควักอุจจาระออกมา หรือตองใชยาสวนทวารหนัก การไดขอมูล
เหลาน้ีจะใชทัง้ เพอ่ื ประเมนิ ผปู ว ยและเพื่อใหคาํ แนะนาํ ผปู ว ย
- พฤติกรรมการบริโภคและการออกกาํ ลังกาย การรับประทานอาหารที่ไมคอยมีกากใย
จะทาํ ใหเหลือเศษอาหารที่จะมาเปนเนื้ออุจจาระไดนอย การดื่มนํา้ นอยจะทาํ ใหเนื้ออุจจาระแข็ง
การเคล่ือนไหวออกกําลังกายนอยจะทําใหลาํ ไสบีบตัวนอย แมปจจัยเหลานี้จะไมใชตนเหตุโดยตรง
ของทองผูก แตก็เปนปจจัยสงเสริมอาการทองผูกใหแยลง การไดขอมูลเหลานี้จากผูปวยจะทาํ ให
เภสชั กรสามารถแนะนําผปู วยรายนนั้ ๆ ใหต รงกบั ขอเท็จจริงมากยง่ิ ขนึ้
- โรคประจาํ ตัวและยาท่ีใชอยูเปนประจาํ การซักประวัติผูปวยทองผูกควรจะตองนึกโยง
ไปถึงโรคหรือความผิดปกติท่ีจะทาํ ใหผูปวยทองผูกไดดวย โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีทองผูกเร้ือรัง
การไดข อ มลู ทส่ี มั พนั ธก บั อาการทอ งผกู เหลา นจ้ี ะทําใหเ ภสชั กรสามารถแกป ญ หาหรอื บรรเทาอาการ
ทอ งผกู ของผูป ว ยไดด ยี งิ่ ขึน้
- ขอ มลู อน่ื ๆ ทอี่ าจเปน มลู เหตขุ องการทอ งผกู ผปู ว ยบางรายตอ งเดนิ ทางทาํ ใหไ มส ะดวก
ในการเขาหองสขุ า หรือไปในสถานท่ผี ดิ แปลกไปจากเดิมทาํ ใหถายไมออก ผูปวยบางรายอาจมคี วาม
94 คูมอื เภสัชกรชุมชนในการดูแลอาการเจ็บปว ยเลก็ นอ ยในรา นยา
กังวลใจ มีความเครียดท่ีเปนตนเหตุใหลําไสบีบตัวนอยกวาปกติ สตรีมีครรภจะมีมดลูกท่ีโตจนไป
เบียดลาํ ไสทาํ ใหการเคลื่อนไหวของลาํ ไสนอยลง การผาตัดบริเวณชองทองก็อาจเปนตนเหตุของ
ทองผูกไดเชนกัน ผูปวยบางรายมีสาเหตุทองผูกจากอาหาร-เคร่ืองดื่ม เชน รับประทานฝร่ังดิบ
มากเกนิ ไป ดื่มนํ้าชามากเกินไป เปน ตน
เกณฑการพจิ ารณาสง ตอผปู วยพบแพทย
- ซักประวัติแลวมีขอสงสัยวาทองผูกน้ันเปนทองผูกทุติยภูมิ และผูปวยยังไมไดรับการ
วินิจฉัยที่แนนอน หรือถูกวินิจฉัยแลวแตยังไมไดรับการรักษาโรคหรือความผิดปกติที่
เปนตนเหตขุ องทอ งผูกนน้ั
- ผปู วยอายมุ ากกวา 50 ป ทม่ี ปี ระวตั ิครอบครวั เปน มะเรง็ ลําไสใหญ
- มคี วามผิดปกตขิ องเนอื้ อจุ จาระ เชน มลี กั ษณะมันผิดปกติ มเี ลอื ดปนออกมา มีมกู ปน
ออกมา
- มีประวัตทิ อ งผกู สลับทอ งเสยี มาเปน ระยะเวลาหนงึ่ แลว
- ทองผูกแลวเกิดอาเจียนเฉยี บพลนั
- ทองผกู เรอื้ รังรว มกับเบ่ืออาหาร นํ้าหนักลด
- ทองผูกรว มกบั มีเปลอื กตาซีดที่สงสัยโลหติ จางจากการขาดธาตุเหลก็
หลมุ พรางทคี่ วรระวัง
- การพดู คยุ ซกั ถามเรื่องการขับถาย อาจกอความกระอกั กระอวนใจในการตอบของผปู วยได
โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในกรณที ผี่ ปู ว ยยงั ไมไ วว างใจผซู กั ประวตั ิ และ/หรอื การซกั ประวตั ใิ น
ทซ่ี ึ่งมีผูคนอยูร อบกาย ซึ่งจะทาํ ใหไ ดป ระวัติและขอมลู ที่ไมเ ปน จริง
- มผี ปู ว ยทอ งผกู จํานวนไมน อ ยทที่ อ งผกู จากการกนิ สมนุ ไพร ดงั นน้ั เภสชั กรไมค วรละเลย
เรอื่ งการถามขอมลู การใชสมุนไพรดวย
การบริบาลเภสชั กรรมสำหรบั อาการปวดทอ ง ทอ งเสีย ทอ งผกู ในรานยา 95
การบรบิ าลโดยใชยาสําหรับอาการทอ งผกู
ตารางที่ 36 ยาระบายในกลมุ ตาง ๆ
ช่อื ยา เวลาทเ่ี ร่มิ ขนาด - วธิ ใี ช ผลไมพึงประสงค
ออกฤทธิ์
กากใยและยาเพิม่ กาก (Fibre and bulk-forming agent)
Ispaghula husk 3-7 วนั 5-10 กรัม ละลายน้าํ 1 แกว - อืดแนนทอ ง
ด่ืมหลังอาหารเยน็
Methylcellulose 3-7 วัน 5-10 กรมั ละลายน้ํา 1 แกว - อืดแนนทอง แตเกิดนอย
ดืม่ หลังอาหารเยน็ กวา Ispaghula husk
ยาทท่ี ําใหอ จุ จาระนมุ ลง (Stool softener)
Sodium docusate 12-72 ชว่ั โมง 100-400 มก./วนั แบง ใหว นั ละ 2-4 - ปวดเกร็งทอง
ครง้ั
Lactulose 24-48 ช่ัวโมง 15-30 มล.วนั ละ 1-2 ครง้ั - ทอ งอืด
Sorbitol 24-48 ชั่วโมง 15-30 มล.วันละ 1-2 คร้งั - ทอ งอดื
Macrogol 4000 1 ช่วั โมง 10-20 กรมั ละลายนํา้ 1 แกว - ตงึ แนนทอ ง
(PEG 4000) ด่ืมหลังอาหารเย็น
Milk of magnesia 8-12 ชวั่ โมง 30-60 มล.กอ นนอน - ทอ งเสยี
- รบกวนการดดู ซมึ ของยาอน่ื
หากใหพรอมกบั ยาอ่นื
- ทาํ ใหเสียสมดุลของอิเล็ก
โทรไลต โดยเฉพาะผูปวย
โรคไต
Lubiprostone 1 วัน 24 mcg วนั ละ 2 ครง้ั เชา-เยน็ - คลืน่ ไส อาเจยี น เบื่ออาหาร
Linaclotide 1 วนั 145 mcg วันละ 1 คร้งั กอนอาหาร - ทอ งเสีย 15-20%
เชา - ปวดทอ ง ทองอดื 4-7%
ยาที่กระตุน การบีบตวั ลาํ ไส (Stimulant)
Bisacodyl 6-12 ชวั่ โมง 10-20 มก. กอ นนอน - ปวดเกรง็ ทอ ง ทอ งเสยี
Sennoside 6-12 ชวั่ โมง 15-60 มก. กอนนอน - ปวดเกรง็ ทอ ง ทองเสีย
Prucalopride ใชเวลาเปน 2 มก. วนั ละ 1 คร้งั - ปวดศีรษะ 22%
สปั ดาห เวลาใดก็ได - คลนื่ ไส ปวดทอง
กวา จะออกฤทธิ์ - 12-17%
เตม็ ที่ - ปวดทอ ง ทอ งอดื 5%
96 คมู อื เภสัชกรชุมชนในการดแู ลอาการเจบ็ ปวยเล็กนอ ยในรานยา
ช่อื ยา เวลาท่ีเริ่มออก ขนาด - วิธใี ช ผลไมพึงประสงค
ฤทธ์ิ
ยาที่ออกฤทธิห์ ลอลน่ื (Lubricant)
Mineral oil 6-8 ชว่ั โมง 15-30 มล.กอ นนอน - ปวดเกร็งทอง ทอ งเสีย
(Liquid paraffin)
ยาสวนทวารหนกั (Enema)
Sodium chloride 5-15 นาที สวนทวารหนกั เมอื่ ตองการใหถาย - เกิดแผลเย่อื บุรูทวารหนกั
enema
ยาเหนบ็ ทวารหนกั (Rectal suppository)
Glycerine 5-15 นาที เหนบ็ ทวารหนัก 1 แทง เม่อื ตอ งการ - เกดิ แผลเยื่อบรุ ทู วารหนกั
suppository ใหถาย
Bisacodyl 5-15 นาที 10 มก.เหนบ็ ทวารหนกั - เกิดแผลเยอ่ื บรุ ทู วารหนัก
suppository เมอื่ ตองการใหถาย
บรรณานกุ รม
1. กองศิลป แวงสนั เทียะ Acute Abdominal pain available at http://webbor.knc.ac.th/
downloads/3to5june57/sima5.pdf คน เมอื่ 15 มถิ ุนายน 2565
2. วิวรรธน อัครวิเชียร. การบริบาลผูปวยเจ็บปวยเล็กนอยที่พบบอยในรานยาและหลักฐานเชิง
ประจกั ษ. โรงพมิ พขอนแกน พมิ พพัฒนา ขอนแกน 2557 หนา 171-238.
3. วิวรรธน อคั รวเิ ชยี ร. รา นยาและการบริบาลผูปว ยทมี่ ารบั บริการในรา นยา ใน การบรบิ าลผูปวย
เจ็บปวยเล็กนอยที่พบบอยในรานยาและหลักฐานเชิงประจักษ. โรงพิมพขอนแกนพิมพพัฒนา
ขอนแกน 2557 หนา 13-43.
4. Escudero G, Troche JMR. Approach to the adult patient with chronic diarrhea: a
literature review. Rev Gastroenterol Mex (Engl Ed) 2021; 29; S375 doi: 10.1016/j.
rgmx.2021.02.002
5. Gyawali CP, Fass R. Management of Gastroesophageal Reflux Disease. Gastroen-
terology 2018; 154 (2): 302-318. doi: 10.1053/j.gastro.2017.07.049
6. Heinz F Hammer HF. Management of Chronic Diarrhea in Primary Care: The Gas-
troenterologists’ Advice. Dig Dis. 2021;39(6):615-621. doi: 10.1159/000515219.
7. Jani B, Marsicano E. Constipation: Evaluation and Management. Mo Med. 2018;
115(3): 236-240.
การบรบิ าลเภสัชกรรมสำหรับอาการปวดทอ ง ทองเสยี ทอ งผกู ในรานยา 97
8. Kavitt RT, Lipowska AM, Anyane-Yeboa A, Gralnek IM. Diagnosis and Treatment
of Peptic Ulcer Disease. Am J Med. 2019; 132 (4): 447-456. doi: 10.1016/j.am-
jmed.2018.12.009.
9. Maret-Ouda J, Markar SR, Lagergren J. Gastroesophageal Reflux Disease: A Review.
JAMA. 2020; 324 (24): 2536-2547. doi: 10.1001/jama.2020.21360.
10. Shian B, Larson ST. Abdominal Wall Pain: Clinical Evaluation, Differential Diagnosis,
and Treatment. Am Fam Physician. 2018; 98 (7): 429-436.
11. Siciliano V, Nista EC, Rosà T, Brigida M, Franceschi F. Clinical Management of
Infectious Diarrhea. Rev Recent Clin Trials. 2020;15(4):298-308. doi: 10.2174/1574
887115666200628144128
12. Vaghef-Davari F, Ahmadi-Amoli H, Sharifi A, Teymouri F, Paprouschi N. Approach
to Acute Abdominal Pain: Practical Algorithms. Adv J Emerg Med. 2019; 4 (2) :e29.
doi: 10.22114/ajem.v0i0.272.
การบริบาลเภสัชกรรม
สำหรบั การตดิ เชือ้ ระบบทางเดนิ ปสสาวะในรา นยา
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรับการติดเชอ้ื ระบบทางเดนิ ปส สาวะในรานยา 101
การบริบาลเภสัชกรรม
สาํ หรบั การตดิ เช้อื ระบบทางเดนิ ปส สาวะในรานยา
เภสัชกรพีระพงศ เหลอื งองิ คะสตุ
การติดเช้อื ระบบทางเดินปส สาวะ (urinary tract infections; UTIs) คอื ภาวะที่มอี าการ
ของการอกั เสบ (inflammation) ของทางเดนิ ปสสาวะรว มกับการตรวจพบวามแี บคทีเรยี อยา งมีนยั
สาํ คัญ (significant bacteriuria)
คําจาํ กดั ความ
Significant bacteriuria หมายถงึ การพบปรมิ าณเชอ้ื แบคทีเรยี มากกวาหรอื เทา กับ 105
cfu/ml หรอื พบเชอ้ื ตง้ั แต 102-104cfu/ml รว มกบั มอี าการและอาการแสดงทช่ี ดั เจน หรอื พบปรมิ าณ
เชอ้ื ดงั กลาวในเพศชาย โดยสาเหตุของ UTIs ทพี่ บปรมิ าณเชื้อนอ ย ไดแก ปสสาวะทเ่ี จอื จางจากการ
ที่ผปู ว ยดืม่ น้ํามาก หรือเปน เชอ้ื ทีเ่ จรญิ เติบโตชา เชน Staphylocooccus saprophyticus หรอื เคย
ไดร ับการรกั ษาดว ยยาปฏชิ วี นะหรือยาขบั ปส สาวะมากอ น
การมีแบคทเี รยี ในปส สาวะ คอื การพบวา มเี ชอ้ื แบคทีเรียอยูใ นปสสาวะ (ซง่ึ ปกติไมค วรจะ
ตรวจพบได) และตองบงบอกไดวาเปนแบคทีเรียจากระบบทางเดินปสสาวะและไมไดปนเปอนจาก
ผวิ หนงั ชอ งคลอด หรอื หนงั หมุ ปลายอวยั วะเพศ อตั ราการปนเปอ นของปส สาวะขน้ึ อยกู บั เทคนคิ การ
เก็บปส สาวะ โดยอตั ราการปนเปอนจะลดลงจากการเจาะดูดบรเิ วณหนาทอ งดานลา ง (suprapubic
aspiration) การสวนปส สาวะ การปส สาวะเอง ตามลําดบั การมแี บคทเี รยี ในปส สาวะจะทาํ ใหป รากฏ
อาการหรือไมปรากฏอาการก็ได จะเห็นไดจากเม่ือมีการสํารวจประชากร (screening survey)
สามารถใชคาํ วา การมแี บคทีเรยี ในปส สาวะแบบไมป รากฏอาการ (asymptomatic bacteriuria)
กระเพาะปส สาวะอกั เสบ (cystitis) คอื การอกั เสบของกระเพาะปส สาวะ ซง่ึ แสดงออกมา
ดว ยกลุมอาการทป่ี ระกอบดว ยปสสาวะขัดท่เี กดิ ขนึ้ ทันทีทันใด (dysuria) ปส สาวะบอย (frequent
urination) ปวดปสสาวะที่ตองรีบไปปสสาวะทันที (urgent urination) และปวดบริเวณทองนอย
(suprapubic pain)
กรวยไตอักเสบ (pyelonephritis) คือ การติดเชื้อท่ีเกิดขึ้นที่กรวยไตขางเดียวหรือทั้ง
สองขาง มักมีกลุมอาการไข หนาวส่ัน และปวดบริเวณเอว ซึ่งอาจพบรวมกับการมีแบคทีเรียหรือมี
หนองในปส สาวะ
การติดเชอื้ แบบเปน ๆ หาย ๆ (recurrent infections) หมายถึง การเกิดอาการของ
UTIs มากกวา 3 ครงั้ ใน 1 ป แบง เปน สองกลมุ คอื แบบตดิ เชอื้ ใหม (reinfection) และการคงอยขู อง
แบคทเี รยี (bacterial persistence)
102 คมู อื เภสชั กรชมุ ชนในการดูแลอาการเจ็บปวยเล็กนอ ยในรา นยา
การติดเชื้อใหม (reinfection) เปนการติดเชื้อแบบเปน ๆ หาย ๆ ดวยเชื้อแบคทีเรียท่ี
แตกตางจากเชื้อเดิมภายนอกระบบทางเดินปสสาวะ การติดเชื้อในแตละครั้งเปนเหตุการณใหม
หลังจากรกั ษาหายขาดจากการติดเชอ้ื คร้งั กอนแลว
การคงอยูของแบคทีเรยี (bacterial persistence) เปน การตดิ เช้อื แบบเปน ๆ หาย ๆ
จากเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกันภายในระบบทางเดินปสสาวะ ทางประเทศแถบยุโรปมักใชคาํ วาการ
กาํ เริบหรอื การกลบั เปนซาํ้ (relapse) โดยมากเปน ซ้าํ ภายใน 2 สัปดาหห ลงั รกั ษาครบ
ระบาดวิทยา
การตดิ เชอื้ ทางเดนิ ปส สาวะมกั พบบอ ยในเพศหญงิ มากกวา เพศชาย ยกเวน ในชว งทารกอายุ
2-3 เดอื นแรกทีจ่ ะพบอบุ ัตกิ ารณใ นเพศชายไดบ อ ยกวา และในชว งอายุ 18-40 ป พบการติดเช้ือทาง
เดนิ ปส สาวะไดบ อ ยในเพศหญงิ เมอ่ื อายมุ ากกวา 40 ป เพศชายจะมโี อกาสพบ UTIs มากขนึ้ เนอื่ งจาก
มีปจจยั เส่ียงเกยี่ วกบั ตอมลกู หมากโตและนิ่วในทางเดนิ ปส สาวะ
ปจ จัยเสย่ี ง
1. การกลั้นปสสาวะ ทําใหมีปสสาวะเหลือคางในกระเพาะปสสาวะ เกิดการสะสมของ
แบคทเี รยี ซง่ึ นาํ ไปสกู ารติดเชือ้ ไดง าย ดังนนั้ เมอื่ ปวดปส สาวะ ไมค วรกลนั้ ปสสาวะ หรอื
ถา มเี หตุสดุ วสิ ัย เชน การจราจรตดิ ขดั อาจจะใชถงุ สําหรบั ปส สาวะ และควรวางแผน
การเดินทางไกล โดยการปสสาวะกอนออกเดินทาง
2. การดูแลสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศท่ีไมถูกตอง โดยเฉพาะผูหญิง ที่ชองคลอดและ
รทู วารหนกั อยใู กลเ คยี งกบั รเู ปด ของทอ ปส สาวะ ดงั นนั้ จงึ ควรทาํ ความสะอาดใหถ กู ตอ ง
โดยการเช็ดทําความสะอาดจากหนาไปหลัง เพ่ือปองกันเชื้อแบคทีเรียจากอวัยวะขาง
เคียงปนเปอนบริเวณรูเปดทอปสสาวะ ซ่ึงจะนาํ ไปสูการติดเชื้อ และเกิดกระเพาะ
ปสสาวะอกั เสบได
3. ผูป วยทมี่ ีโรคประจาํ ตวั เชน เบาหวาน ผูป วยท่ีรบั ประทานยากดภมู คิ ุมกัน หากควบคุม
โรคไดไมดี จะมีโอกาสติดเชื้อไดงาย จึงควรควบคุมโรคประจําตัวใหดี โดยปฏิบัติตาม
คาํ แนะนําของแพทย
4. การตง้ั ครรภ พบวา ผปู ว ยจาํ นวนหนง่ึ ทไี่ มเ คยเปน กระเพาะปส สาวะอกั เสบมากอ น เปน
โรคกระเพาะปส สาวะอักเสบระหวา งตัง้ ครรภ เนอื่ งจากภาวะภูมคิ มุ กนั ท่ีต่าํ ลงระหวา ง
การตั้งครรภ ดงั นนั้ หญิงตง้ั ครรภท กุ คนควรไดรบั การตรวจปส สาวะเปน ระยะระหวา ง
การตงั้ ครรภ และไดร บั การรกั ษาทเ่ี หมาะสม เพอ่ื ปอ งกนั ภาวะแทรกซอ นตอ มารดาและ
บุตรในครรภ
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรบั การติดเช้ือระบบทางเดินปสสาวะในรา นยา 103
5. ผูสูงอายุ เพราะมีสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศไมดีนัก โดยเฉพาะผูที่ขาดคนดูแล
นอกจากนน้ั ผูส ูงอายุมักไมคอ ยไดเ คลื่อนไหวรา งกาย นงั่ ๆ นอน ๆ เปน เวลานาน และ
ด่มื นํ้านอย ปสสาวะจึงแชคา งอยูน าน ทําใหเ ช้อื โรคเจรญิ เตบิ โตไดดี
6. ผทู ีด่ ืม่ น้ํานอ ย มีผลใหไ มค อ ยไดปส สาวะ ปส สาวะจึงแชค า งอยูนาน ทําใหเ ชื้อโรคเจรญิ
เตบิ โตไดดี
7. การสวนลางชองคลอดดวยนํา้ ยาทําความสะอาด ทาํ ใหเกิดการทําลายแบคทีเรียตัวดี
ทีท่ ําหนา ท่ีปอ งกนั โรค จงึ เกิดการติดเช้ือไดงายขนึ้
เช้ือกอ โรค
ในผูป ว ยท่ไี มม คี วามผดิ ปกติของทางเดนิ ปสสาวะ (Uncomplicated UTIs) มกั เกดิ จากเช้ือ
เพยี งชนดิ เดยี ว โดยเฉพาะ E.coli สว นผปู ว ยทใี่ สส ายสวนปส สาวะหรอื มกี ายวภิ าคผดิ ปกติ (compli-
cated case) มกั เกิดจากเชือ้ หลายชนิด เชน Enterococci, Pseudomonas, Enterobacter spp,
Staphylococcus โดยเฉพาะ Proteus รว มกบั E. coli จากการศกึ ษาพบวา เชอ้ื แกรมบวกทําใหเ กดิ
UTIs ไดรอยละ 10-15 โดยมักพบใน acute uncomplicated cystitis เชน Staphylococcus
saprophyticus และในสตรีวยั เจริญพนั ธุ UTIs อาจเกิดจากเช้อื Chlamydia trachomatis, Her-
pes simplex virus และ Neisseria gonorrhea สวน Group B Streptococcus พบไดบอยข้ึนใน
สตรีตัง้ ครรภแ ละเบาหวาน โดยเชอ้ื กอโรคทพ่ี บบอย 3 ชนิดแรก ไดแก E.coli, S. saprophyticus
และ Klebsiella spp. โดยพบ รอยละ 80, 11.5 และ 5.3 ตามลําดับ ซ่งึ เชอ้ื ดงั กลา วจะแพรก ระจาย
และเกาะตดิ อยบู นโครงสรา งของทางเดนิ ปส สาวะและสง ผลทาํ ใหเ กดิ การอกั เสบโดยแบง ตามตําแหนง
การตดิ เชือ้ จะแบง ได ดงั น้ี
1. การติดเชื้อทางเดนิ ปสสาวะสวนลาง (lower UTIs) ไดแ ก ทอปส สาวะอักเสบ (urethri-
tis) กระเพาะปสสาวะอกั เสบ (cystitis)
2. การติดเชอื้ ทางเดินปสสาวะสว นบน (upper UTIs) ไดแก กรวยไตและไตอกั เสบ (pye-
lonephritis) ฝใ นไต (renal abscess)
104 คมู อื เภสัชกรชุมชนในการดูแลอาการเจบ็ ปวยเล็กนอยในรานยา
ภาพที่ 5 การติดเช้อื ระบบทางเดินปส สาวะแบงตามตาํ แหนง การตดิ เชอ้ื
นอกจากนีย้ ังอาจแบงออกตามสภาพผปู ว ยได ดงั น้ี
- Uncomplicated UTIs เปนการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปสสาวะท่ีผูปวยไมมีความผิด
ปกตทิ างโครงสรา งหรอื ระบบประสาทท่มี าควบคุมการทํางานของระบบทางเดินปสสาวะ โดยไมไดม ี
การขดั ขวางการไหลของปสสาวะหรอื กลไกของการขบั ปสสาวะ
- Complicated UTIs เปน การตดิ เชอ้ื ทร่ี ะบบทางเดนิ ปส สาวะทผี่ ปู ว ยมคี วามผดิ ปกตทิ าง
โครงสราง เชน การเกิดหินปูนอุดตัน (stone) การใสสายสวน ภาวะตอมลูกหมากโตและการที่
โครงสรา งเกดิ การอดุ ตนั หรอื มคี วามผดิ ปกตขิ องระบบประสาททม่ี าควบคมุ การทาํ งานของระบบทาง
เดินปสสาวะ ซึ่งอาจจะทาํ ใหการไหลของปสสาวะหรือการขับถายปสสาวะผิดปกติได นอกจากนี้
complicated UTIs ยงั หมายถงึ UTIs ในผปู วยท่มี โี รคอื่น เชน urinary obstruction, diabetes
mellitus, sickle cell anemia, polycystic kidney disease, immunocompromised host
เปนตน และตรวจสอบ underlying factors ทเี่ ขา ไดก ับ complicated UTIs ไดต ามตารางท่ี 37
ซงึ่ หากเขาขา ยวา ติดเชื้อทางเดินปส สาวะชนิด complicated UTIs กค็ วรสงตอ ไปพบแพทย
การบรบิ าลเภสชั กรรมสำหรบั การติดเชอื้ ระบบทางเดนิ ปสสาวะในรานยา 105
ตารางท่ี 37 Underlying factors ที่เกี่ยวของกับ complicated urinary tract infections*
- Anatomical or functional abnormality of urinary tract system
- Renal insufficiency
- Presence of foreign body
- Transplantation
- Comorbid illness
- Antimicrobial-resistance organism(s)
- Recent antibiotic use**
- Elderly
- Male
- Recurrent urinary tract infection
- Pregnancy
- Recent urologic procedure or manipulation of the genitourinary tract system
- Symptoms > 14 days
- Immunocompromised host
**Within 3 months of the UTIs, regardless of which antibiotic the patient received and for what
reason
ทม่ี า : Diagnosis and management of simple and complicated urinary tract infection. CanJ Urol 2012
Oct;19 Suppl 1:42-8.
พยาธสิ รรี วทิ ยา
การตดิ เชอื้ ระบบทางเดนิ ปส สาวะสว นใหญเ กดิ จากเชอ้ื แบคทเี รยี ทเี่ ปน เชอ้ื ประจาํ ถนิ่ (normal
flora) ซง่ึ เชอ้ื สามารถผา นไปยังทอ ทางเดนิ ปสสาวะไดโ ดย 3 ทาง ไดแ ก ผานทางทอปสสาวะไปยงั
กระเพาะปส สาวะ (ascending pathway) ผา นทางกระแสเลือดไปยงั ไต (hematogenous path-
way) และ ผา นทางระบบนํา้ เหลอื งไปยงั ไต (lymphatic pathway) ปจ จยั สาํ คญั ทที่ าํ ใหเ ชอ้ื สามารถ
กอ โรคได คอื การทม่ี ี fimbriae ซง่ึ มสี ว นประกอบทสี่ าํ คญั คอื polysaccharide ซง่ึ เกดิ จากการทเ่ี ชอื้
สามารถ colonization ท่ที อของทางเดนิ ปสสาวะสงผลใหสามารถเกาะติดบนเซลลเ ยอื่ บผุ ิวทางเดนิ
ปส สาวะได ซ่งึ จะเปนตวั กระตนุ ให PMN infiltration และเกดิ การอกั เสบในที่สุด การติดเชอ้ื มกั เกิด
จากเชื้อเพียงชนิดเดียว ซึ่งตางจากกรณีที่เปนไตและกรวยไตอักเสบที่การติดเช้ือมักเกิดจากเช้ือ
มากกวา 1 ชนิด
เช้อื ท่ีเปน สาเหตุของโรค ดงั ในตารางท่ี 38 สรุปได ตอไปน้ี
1. Uncomplicated infection เชอ้ื ทเ่ี ปน สาเหตคุ อื gram-negative bacilli โดยเฉพาะ
เชอ้ื E. coli ซง่ึ พบวาเปนสาเหตขุ อง community acquired infections ไดม ากถึงรอ ยละ 80-90
106 คมู อื เภสชั กรชุมชนในการดแู ลอาการเจบ็ ปว ยเล็กนอ ยในรา นยา
รองลงมาคอื S. saprophyticus, K. pneumoniae, Proteus spp., P. Aeruginosa and Ente-
rococcus spp.
2. Complicated infection มักพบวา E. coli เปนเช้อื ที่พบบอ ยท่สี ดุ (รอ ยละ 50) และ
เปนการติดเชอ้ื จากโรงพยาบาล ไดแ ก K. pneumoniae, P. aeruginosa, Proteus spp., Entero-
bacter spp. Candida spp.
ตารางที่ 38 เช้ือแบคทีเรียที่พบในแตละชนิดของโรคติดเชอ้ื ระบบทางเดินปส สาวะ
Type Common Uropathogens
Uncomplicated UTI E. coli
S. saprophyticus
Enterococcus spp.
K. pneumoniae
P. mirabilis
Complicated UTI Similar to uncomplicated UTIs
Antibiotic-resistant E. coli
P. aeruginosa
Acinetobacter baumannii
Enterococcus spp.
Staphylococcus spp.
CA-UTI P. mirabilis
Morganella morganii
Providencia stuartii
C. urealyticum
Candida spp.
Recurrent UTI P. mirabilis
K. pneumoniae
Enterobacter spp.
Antibiotic-resistant E. coli
Enterococcus spp.
Staphylococcus spp.
CA-UTI = catheter-associated urinary tract infection; UTI = urinary tract infection
ทม่ี า : Helen SL, Jennifer L. Urinary tract infection. American College of Clinical Pharmacy (ACCP).
PSAP 2018 Book1: 9.
การบริบาลเภสชั กรรมสำหรับการติดเชื้อระบบทางเดินปสสาวะในรา นยา 107
การสอบถามและรวบรวมขอมูลลักษณะทางคลินิกของผูปวยจะชวยใหสามารถประเมิน
ไดว า มกี ารตดิ เชอื้ ทางเดนิ ปส สาวะสว นลา งหรอื สว นบนเพอื่ ใหส ามารถจดั การไดอ ยา งถกู ตอ ง ซง่ึ หาก
สงสยั วา ตดิ เชอื้ ทางเดนิ ปส สาวะสว นบนควรรบี สง ตอ ไปพบแพทยโ ดยดว น อาการทแ่ี ตกตา งกนั มี ดงั นี้
1. Lower UTIs ไดแก ปสสาวะแสบขดั ปสสาวะบอยกะปด กะปรอย โดยเฉพาะตอนกลางคนื
กลั้นปสสาวะไมอยู ปวดหนวงบรเิ วณหวั หนา วและกดเจ็บ มักไมม ไี ข
2. Upper UTIs ไดแก ไขส งู หนาวสน่ั เหง่ือออก ปวดหลงั เอวหรือสขี าง ขา งใดขางหนึ่ง
ตามแตบ ริเวณท่ีมกี ารติดเชือ้ ปวดศีรษะ คล่ืนไส อาเจยี น ปส สาวะมสี ีน้าํ ลา งเนอื้
ภาพที่ 6 เปรยี บเทียบกลมุ อาการของกระเพาะปส สาวะอักเสบกบั กรวยไตอักเสบ
ท่มี า : ประสทิ ธิ์ อพุ าพรรณ เอกสารการอบรมระยะส้นั ประจําป 2559 ของสมาคมโรคตดิ เชื้อแหง ประเทศไทย
108 คูมอื เภสัชกรชุมชนในการดูแลอาการเจบ็ ปวยเล็กนอ ยในรานยา
แผนภมู ทิ ่ี 5 แนวทางการใหบ ริการผปู ว ย Acute Uncomplicated Cystitis ในรา นยา
ผใู หญม ีอาการปสสาวะขัด บอย
กลน้ั ปส สาวะไมอ ยู ปวดหนวงทอ งนอ ย ไมมีไข
มีความผดิ ปกตขิ องโครงสรา งและการทาํ งาน
ในระบบทางเดนิ ปส สาวะ มี Underlying factor
ตามตารางท่ี 37 หรอื ไม ?
Complicated UTIs ใช ไมใ ช
Acute Uncomplicated UTIs
สงตอ พบแพทย
*URINE CULTURE ใช *Recurrent UTIs
*SUSCEPTIBILITY TEST *เคยไดรบั Fluoroquinolones หรอื
Cotrimoxazole (TMP/SMX)
ไมใ ช
ทาํ การรักษาตามตารางที่ 45
อาการดขี ึ้นและตดิ ตามการใชย า
มีอาการกลับมาเปน อกี อาการหายสนิท
จะเหน็ วา โรคตดิ เชอื้ ระบบทางเดนิ ปส สาวะมรี ายละเอยี ดและซบั ซอ นคอ นขา งมาก ในการให
บริการในรานยาจึงตองทําความเขาใจแผนภูมิการใหบริการตามแผนภูมิท่ี 5 ดังน้ี เมื่อผูปวยมาดวย
อาการปสสาวะขดั ปสสาวะบอ ย กลั้นปส สาวะไมคอ ยอยู ปสสาวะบอย ไมมีไข ซึ่งเขา ขา ยการติดเชื้อ
ระบบทางเดินปสสาวะ ใหสอบถามวามีความผิดปกติของโครงสรางและการทํางานในระบบทางเดิน
ปส สาวะหรอื ไม โดยพจิ ารณาจาก underlying factors ตามตารางที่ 37 หากมี กจ็ ดั เปน Compli-
cated UTIs ซึง่ จาํ เปนตองทาํ urine culture และบางรายตอ งทํา susceptibility test แนะนาํ สง
การบริบาลเภสชั กรรมสำหรับการติดเชอ้ื ระบบทางเดินปสสาวะในรา นยา 109
ตอพบแพทยเพื่อทําการรักษาที่เหมาะสมตอไป กรณีไมมี underlying factors ก็จัดเปน acute
uncomplicated cystitis ในขน้ั ตอนนใ้ี หตรวจสอบวาเปน recurrent UTIs หรือไม โดยเฉพาะใน
รายทเ่ี คยไดร บั ยากลุม Fluoroquinolones หรือ Cotrimoxazole (TMP/SMX) มากอ น เนือ่ งจาก
อาจมีปญหาการดื้อยากลุมน้ีได หากใช ใหสงตอพบแพทย เนื่องจากตองทาํ urine culture และ
susceptibility test เหมอื น complicated UTIs สว นในรายทไ่ี มไ ดเ ปน recurrent UTIs ใหส อบถาม
เพ่ิมเติมเกี่ยวกับความเส่ียงตอการดื้อยากลุม Fluoroquinolones หรือ Cotrimoxazole (TMP/
SMX) ไดแก ประวัติการใชยานี้ในรอบเดือนท่ีผานมา เคยใชยากลุมน้ีในโรคอื่น ๆ มากอนหรือไม
ใชยากลุมน้ีจนครบ course การรักษาหรือไม กรณีท่ีไมมีก็ใหทําการรักษาโดยเลือกใชยาไดตาม
ตารางที่ 45 เมอ่ื ใหก ารรกั ษาและตดิ ตามการใชย าจนครบแลว ใหต ดิ ตามวา หายสนทิ ไหม ถา มอี าการ
กลบั มาเปนอีกภายใน 2 สปั ดาห เปน การตดิ เชอื้ แบบเปน ๆ หาย ๆ ชนดิ การคงอยขู องแบคทีเรีย
(bacterial persistence) หรอื การติดเชื้อกลบั มา (relapse) ทีจ่ ดั เปน recurrent UTIs ก็ใหท ําการ
สง ตอ พบแพทยเ พ่ือรกั ษาตอไป
การบรบิ าลเภสัชกรรมสาํ หรบั Acute Uncomplicated Cystitis ในรา นยา
การรกั ษา Acute uncomplicated cystitis จะรักษาโดยการใชยาปฏชิ วี นะ เนอ่ื งจากยา
ปฏิชีวนะมีมากมายหลายชนิดจึงมีปจจัยสําคญั ในการเลอื กยาในการรกั ษา ซึ่งขึน้ อยกู ับ
1. การติดเช้ือน้ันเปนแบบซับซอ นหรอื ไมซ บั ซอ น
2. ฤทธ์ิการครอบคลมุ ของยาตอ เชือ้ แบคทเี รยี
3. ประวัติการแพยา
4. ผลขางเคียงทเี่ ปนไปได
5. การมพี ษิ ตอ ไตและตับ
6. คา ใชจ า ย
จากขอ แนะนําของ Infectious Disease Society of America (IDSA) ยาทแ่ี นะนําใหใ ช
เปน อนั ดบั แรกคอื Cotrimoxazole (TMP/SMX) โดยใหเ ปน ระยะเวลา 3 วนั หรอื Fluoroquinolone
(norfloxacin, ciprofloxacin หรือ levofloxacin) สาํ หรับ Nitrofurantoin ควรใหนาน 7 วัน
โดยจะมีฤทธิค์ รอบคลมุ เช้ือแบคทีเรียแกรมลบท่ไี มใ ช E. coli ไดไ มด เี ทา Fluoroquinolone หรอื
trimethoprim-sulfamethoxazole และไมไ ดม ผี ลตอ เชอ้ื Proteus mirabilis และ pseudomonas
species หา มใชยานีใ้ นผูปว ยทีม่ ี renal insufficiency (creatinine clearance นอยกวา 40 มล./
นาที) การใหยา single dose คอื Fosfomycin มีประสทิ ธิภาพใกลเ คียงกับ Fluoroquinolone แต
จะไมส ามารถครอบคลมุ เชอื้ Pseudomonas aeruginosa, S. saprophyticus และ Acinobacter
Spp. ได หลงั ไดรบั การรักษา โดยทัว่ ไปรอยละ 54 อาการจะดีข้ึนภายใน 6 ชวั่ โมงและเพ่ิมข้นึ เปน
รอยละ 87 และ 97 ใน 24 และ 48 ชวั่ โมงตามลาํ ดบั
110 คูมอื เภสชั กรชมุ ชนในการดแู ลอาการเจ็บปวยเลก็ นอยในรานยา
ตารางที่ 39 ยาที่ใชร กั ษาและ Efficacy Rates สาํ หรบั Acute Uncomplicated Cystitis ตาม
IDSA Guideline
Mean percentage (range)
Drug (dosage) Estimated Estimated Common
clinical microbiological side effect
efficacy
efficacy
Nitrofurantoin monohydrate/mi- 93 88 Nausea, headache
crocrystal (100 mg twice daily 5-7 (84-95) (86-92)
days)
Trimethoprim-sulfamethoxazole 93 94 Rash, urticaria, nausea,
(160/800 mg twice daily for 3 days) (90-100) (91-100) vomiting, hematologic
Fosfomycin trometamol 91 80 Diarrhea, nausea,
(3 g single-dose sachet) (78-83) headache
Pivmecillinam (400 mg twice daily 73 79 Nausea, vomiting,
for 3-7 days) (55-82) (74-84) diarrhea
Fluoroquinolones (dose varies by 90 91 Nausea/vomiting,
agent; 3-7 days) (85-98) (81-98) diarrhea, headache,
drowsiness, insomnia
β-lactam (dose varies by agent; 3-5 89 82 Diarrhea, nausea,
days regimen) (79-98) (74-98) vomiting, rash, urticaria
ทมี่ า : Uncomplicated cystitis and pyelonephritis in woman : A 2010 update by the infectious
Diseases Society of America and the European Society for Microbiology and Infectious Diseases.
Clin Infect Dis. 2011 Mar 1;52(5). P113
อยา งไรกต็ าม ถึงแมข อแนะนาํ ของ Infectious Disease Society of America (IDSA) จะ
มปี ระโยชนในการเลอื กใชยารกั ษา กระเพาะปส สาวะอกั เสบเฉยี บพลันชนดิ ไมซบั ซอ น แตเ นือ่ งจาก
การดอ้ื ยาในประเทศไทย มคี วามแตกตา งจากในสหรฐั อเมรกิ าและ guideline มมี าตงั้ แตป ค.ศ. 2011
จงึ ตอ งนํามาตรฐานการรกั ษา (guidelines) จากแหลง ขอ มลู อา งองิ อนื่ ๆ มาพจิ ารณารว มเพอ่ื สรปุ ยา
ท่ีเหมาะสมในการรักษา uncomplicated UTIs ในรานยาของประเทศไทย
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรับการตดิ เชื้อระบบทางเดินปสสาวะในรานยา 111
ตารางท่ี 40 การรกั ษาดว ยยาในโรค Uncomplicated Cystitis ตาม EAU (2020)
Antimicrobial Daily dose Duration of Comments
therapy
First-line women
Fosfomycin trometamol 3 g SD 1 day Recommended only in women with
Nitrofurantoin macrocrystal 50-100 mg four 5 days uncomplicated cystitis.
times a day
Nitrofurantoin monohydrate/macro- 100 mg b.i.d. 5 days
crystal
Nitrofurantoin macrocrystal prolonged 100 mg b.i.d. 5 days
release
Pivmecillinam 400 mg t.i.d. 3-5 days
Alternatives
Cephalosporins (e.g. cefadroxil) 500 mg b.i.d. 3 days Or comparable
If the local resistance pattern for E. coli is < 20%
Trimethoprim 200 mg b.i.d. 5 days Not in the first trimenon of pregnancy
Trimethoprim-sulphamethoxazole 160/800 mg b.i.d. 3 days Not in the first trimenon of pregnancy
Treatment in men
Trimethoprim-sulphamethoxazole 160/800 mg 7 days Restricted to men, flouroquinolones
b.i.d. can also be prescribed in accordance
with local susceptibility testing.
SD= single dose; b.i.d.= twice daily; t.i.d= three times daily
ที่มา : Bonkat G, Bartoletti R, Bruyere F, Cai T, Geerlings SE, Schubert KS, Wagenlehner F. Europe-
an Association of Urology (EAU) Guidelines on Urological infection (2020). Eur Urol, 2020.p15.
European Association of Urology (EAU) Guidelines on Urological Infection เปน
แหลง ขอ มลู ทน่ี ํามาพจิ ารณารว ม ดงั ตารางท่ี 40 แนะนําเลอื กใชย าตอ ไปนเ้ี ปน ตวั แรก คอื Fosfomy-
cin, Nitrofurantoin และยา Pivmecillinam (ไมมจี าํ หนายในไทย) เชนเดียวกบั IDSA สวนยาทาง
เลอื กแนะนาํ เปน ยากลมุ Cephalosporins สําหรบั ยาในกลุม fluoroquinolone น้นั ไมไ ดแนะนํา
นอกจากนนั้ ยงั แนะนําใหใ ช Co-trimoxazole (TMP/SMX) ระยะเวลา 3-7 วนั เปน ยาตวั แรกสําหรบั
การรักษา acute uncomplicated cystitis ในกรณีพนื้ ที่ท่มี รี ายงานเชื้อ E. coli ดื้อตอ TMP/SMX
นอยกวารอยละ 20
เม่ือมาพิจารณามาตรฐานการรักษา clinical for uncomplicated UTIs (2017) ตาม
ตารางที่ 41 เปน มาตรฐานการรกั ษาของประเทศเกาหลใี ต ทจ่ี ดั ทําขน้ึ โดย The Committee of The
112 คมู อื เภสัชกรชมุ ชนในการดูแลอาการเจบ็ ปวยเลก็ นอ ยในรานยา
Korean Association of Urogenital Infection and Inflammation ท้ังนี้ดวยเหตุทเ่ี ปนประเทศ
ในแถบเอเชียที่มีลักษณะทางคลินิก ระบาดวิทยา และความไวของเชื้อท่ีมีตอยา (susceptibility)
นา จะใกลเ คียงกับไทย และอกี หนง่ึ มาตรฐานการรักษาท่เี สนอโดย American College of Clinical
Pharmacy (ACCP) ในป ค.ศ. 2018 ตามตารางที่ 42 จะเหน็ วา ทง้ั สองมาตรฐานการรกั ษา uncom-
plicated UTIs คลายคลึงกับ IDSA แตแตกตา งในรายละเอยี ด
ตารางท่ี 41 การรกั ษาดวยยาปฏชิ วี นะในโรค Acute Uncomplicated Cystitis
Antibiotic Daily dose (oral) Duration of
therapy (d)
Fosfomycin trometamol 3 g qd 1
Pivmecillinam 400 mg tid 3
Nitrofurantoin macrocrystal 100 mg bid 5-7
β-lactams 250/125 mg tid 7
Amoxicillin-clavulanic acid 500/125 mg bid 7
Cefaclor 250 mg tid 5-7
Cefdinir 100 mg tid 5-7
Cefcapene pivoxil 100 mg tid 5-7
Cefpodoxime proxetil 100 mg bid
Fluoroquinolones 500 mg bid
Ciprofloxacin 3
500 mg SR bid
Tosufloxacin 150 mg bid 3
Qd : once a day, tid : three times a day, bid: twice a day, SR : sustained-release.
ทมี่ า : Ki Ho Kim, et al. Clinical Guideline for Uncomplicates UTIs. Urogenit Tract Infect Vol. 12, No.
2, August 2017 :57.
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรับการติดเชือ้ ระบบทางเดนิ ปส สาวะในรานยา 113
ตารางท่ี 42 ยาปฏิชีวนะทีแ่ นะนาํ ใหใชใ น UTI ชนิดตาง ๆ
Antibiotics Dose Therapy Comment
Duration
Wildly used, but
Acute Uncomplicated Cystitis limited data
If local FQ
Recommended Agents resistance is >
10%, give Ceftriax-
Nitrofurantoin monohydrate/microcrystal 100 mg PO BID 5 days one 4 g IV once or
Trimethoprim/sulphamethoxazole 160/800 mg PO BID 3 days a dose of an
Trimethoprim 100 mg PO BID 3 days aminoglycoside
Fosfomycin 3 g PO once Once pending culture
results
Alternative Agents Give ceftriaxone 4
g IV once or
Amoxicillin/clavulanate 500/125 mg PO q8hr 5-7 days aminoglycoside
Cefpodoxime proxetil 100 mg PO BID 5-7 days pending culture
Cefdinir 300 mg PO BID 5-7 days results
Cephalexin 500 mg PO BID 5-7 days
Ciprofloxacin 250 mg PO BID 3 days
Levofloxacin 250-500 mg PO daily 3 days
Acute Uncomplicated Pyelonephritis
Recommended Antibiotics for Outpatient Management
Ciprofloxacin 500 mg PO BID 7 days
Ciprofloxacin 1 g ER PO daily 7 days
Levofloxacin 750mg PO daily 5 days
Alternatives or Definitive Therapy after susceptibility is confirmed
Trimethoprim/sulphamethoxazole 160/800 mg PO BID 14 days
Cefpodoxime proxetil 200 mg PO BID 10-14 days
Amoxicillin/clavulanate 500 mg PO TID 10-14 days
114 คมู อื เภสชั กรชุมชนในการดูแลอาการเจบ็ ปวยเลก็ นอยในรา นยา
Antibiotics Dose Therapy Comment
Duration
Inpatient management or in those unable to take oral medications
Ciprofloxacin 400 mg IV q12hr 7 days May add amino-
Levofloxacin 500 mg IV q24hr 7 days glycoside pending
Ceftriaxone 1 g IV q24hr 14 days culture result.
Cefepime 1-2 g IV q12hr Complete the
Piperacillin/tazobactam 3.375 g IV q6hr course with PO
antibiotics after
afebrile for 48 hr.
Acute Complicates Cystitis or CA-UTI without upper tract symptoms
Recommended Empiric Therapy
Ciprofloxacin 500 mg PO BID 5-7 days Empiric therapy
Ciprofloxacin 1 g ER PO daily 5-7 days on the basis of
Levofloxacin 750 mg PO daily 5-7 days local antibiotic
Ampicillin/sulbactam 1.5-3 g IV q6hr resistance
Ceftriaxone 1 g IV q24hr patterns; then
streamline on the
basis of cultures
and treat for 5-7
days
ทีม่ า : Helen SL, Jennifer L. Urinary tract infection. American College of Clinical Pharmacy (ACCP).
PSAP 2018 Book1: 9.
จากมาตรฐานการรกั ษาทงั้ สตี่ ามทก่ี ลา วมาแลว จะเหน็ วา มขี นาดยาทแี่ นะนําและระยะเวลา
ในการใชยาแตกตา งกนั ดงั แสดงในตารางท่ี 43
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรับการติดเชอ้ื ระบบทางเดินปสสาวะในรา นยา 115
ตารางท่ี 43 เปรยี บเทียบขนาดยาและระยะเวลาใชย าท่แี นะนาํ ในแตล ะมาตรฐานการรกั ษา
ขนาดยาและระยะเวลาใชยาท่แี นะนาํ ในแตล ะมาตรฐานการรักษา
ชือ่ ยาแนะนําตาม IDSA (2011) EUA (2020) Clinical for ACCP (2018)
Guideline 50-100 mg Uncomplicated
100 mg q.i.d. 5 days
Nitrofurantoin b.i.d. 3-5 days 3 g Single dose UTIs (2017)
macrocrystal 3 g Single dose
Fosfomycin 160/180 mg 100 mg 100 mg
500/125 mg b.i.d. 3 days b.i.d. 3-5 days b.i.d. 3-5 days
Amoxicillin- b.i.d. 3 days
clavulanic acid 3 g Single dose 3 g Single dose
250 mg
Cefaclor t.i.d. 5 days 250/125 mg 500/125 mg
Cefdinir 100 mg t.i.d. 7 days b.i.d. 3-5 days
Cefpodoxime b.i.d. 3-5 days 500/125 mg
proxetil 100 mg t.i.d. 7 days
Ciprofloxacin b.i.d. 3-5 days
Levofloxacin 250 mg 250 mg
Cotrimoxazole b.i.d. 3 days t.i.d. 5 days
(TMP/SMX)
160/180 mg 100 mg
b.i.d. 3 days b.i.d. 3-5 days
100 mg
b.i.d. 3-5 days
250 mg 250 mg
b.i.d. 3 days b.i.d. 3 days
250-500 mg
b.i.d. 3 days
160/180 mg
b.i.d. 3 days
อยางไรก็ตาม ขอมูลจากศนู ยเฝาระวังเช้ือดอ้ื ยาแหง ประเทศไทย (National Antimicrobial
Resistance Surveillance Center of Thailand ; NARST) ในป พ.ศ. 2562-2563 หรือป ค.ศ.
2019-2020 ระบุอัตราการดื้อยาของเชื้อ E. coli จากปสสาวะผูปวยนอกของโรงพยาบาลใน
ประเทศไทยได ตามตารางที่ 44
116 คูม อื เภสชั กรชมุ ชนในการดแู ลอาการเจ็บปวยเล็กนอ ยในรา นยา
ตารางที่ 44 อตั ราการดอ้ื ยาของเชอื้ E. coli ท่แี ยกไดจ ากปสสาวะผปู ว ยนอก (Urine-outpa-
tient) ในประเทศไทยป พ.ศ. 2562-2563
ยาปฏิชวี นะ พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563
รอ ยละการด้ือยา รอยละความไว รอ ยละการด้ือยา รอยละความไว
Beta-lactam
Ampicillin 86.3 13.7 84.1 15.9
Amoxicillin/clavulanic acid 32.9 67.1 30.6 69.4
Ceftazidime 29.9 70.1 29.7 70.3
Ceftriaxone 40.3 59.7 39.8 60.2
Fluoroquinolones
Ciprofloxacin 69.9 30.1 66.6 33.4
Levofloxacin 63.6 36.4 63.6 36.4
Other
Co-trimoxazole 57.8 42.2 56.7 43.3
Nitrofurantoin 2.8 97.2 2.7 97.3
Fosfomycin 1.2 98.8 1.2 98.8
Tetracycline 70.3 29.7 69.1 30.9
ท่ีมา : ดัดแปลงจาก National Antimicrobial Resistance Surveillance Center, Thailand (NARST)
พ.ศ. 2562-2563
จากตารางจะเหน็ วา เชื้อ E.coli จากกลุมผูปวยนอกด้อื ตอ ยา Ampicillin, Tetracycline,
Ciprofloxacin, Levofloxacin, และ Cotrimoxazole สงู ถงึ รอยละ 84.1-86.3, 69.1-70.3, 66.6-
66.9, 63.6 และ 56.7-57.8 ตามลาํ ดบั ซ่ึงอตั ราการดื้อยาท่ีพบนี้สงู เกนิ กวา รอ ยละ 50 ดงั นน้ั จงึ ไม
ควรเลือกใชย าเหลาน้ี ในการรักษาโรคติดเชอ้ื acute uncomplicated cystitisในรานยา นอกจาก
นย้ี งั มีรายงานอัตราการด้ือยาของเชอ้ื E.coli ที่มตี อยาตา ง ๆ ที่ NARST ของไทยไดร วบรวมจากโรง
พยาบาล 56 แหงในไทย ดังแสดงใน ภาพท่ี 7 จะเห็นวา มีอัตราการดื้อยาตอ Ampicillin และ
Ciprofloxacin เพิม่ มากข้ึนตลอด 20 ปทผ่ี านมา ทง้ั นก้ี ารด้ือยากเ็ กินกวารอ ยละ 50 ในขณะที่อตั รา
การด้อื ยาตอ Nitrofurantoin และ Fosfomycin อยใู นระดบั ต่าํ และไมคอยเปล่ยี นแปลงตลอด 20 ป
โดยสรุปจากมาตรฐานการรักษา acute uncomplicated cystitis ท้ัง 4 มาตรฐาน และ
ประกอบกบั ขอ มูลจากศนู ยเฝา ระวังเชื้อดอ้ื ยาแหงประเทศไทย (National Antimicrobial Resist-
ance Surveillance Center of Thailand ; NARST) ตามทก่ี ลาวมา จะเห็นวา Nitrofurantoin
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรบั การตดิ เชอื้ ระบบทางเดินปส สาวะในรานยา 117
และ Fosfomycin มอี ัตราการดื้อยาของเชอื้ ตา่ํ มากจึงเหมาะท่ีจะใชเ ปน ยาอนั ดบั แรก อยา งไรก็ตาม
ยาทั้งสองมีใชไมแพรหลายและราคาคอนขางสูง ยาอีกกลุมแนะนาํ ใหใชในรานยาคือ ยาในกลุม
beta-lactam antibiotics ไดแก Amoxicillin/clavulanic acid, 2nd และ 3rd generation
Cephalosporins ดว ยขอมูลการดอ้ื ยาจาก NARST เปนขอมูลจากโรงพยาบาล ซ่ึงอาจจะไมสัมพนั ธ
กบั เช้อื ที่พบในชุมชน และขอ มลู การด้อื ยา quinolones ในชมุ ชนเองก็ยงั ไมม ีรายงาน ดงั น้ัน ยากลมุ
นี้ยังสามารถใชไดในรานยา แตควรเนนที่การใชยาปฏิชีวนะอยางสมเหตุผล เพ่ือชะลอความรุนแรง
ของปญ หาเชอื้ ดอ้ื ยา โดยแนะนาํ ใหใ ชเ พยี ง Norfloxacin และ Ofloxacin เทา นน้ั ตามมาตรฐานการ
รกั ษาขางตนที่รวบรวมมาเปน ยาท่ีแนะนาํ ใหใชรักษาในผูป ว ย acute uncomplicated cystitis ใน
รา นยาตามตารางที่ 45
ภาพท่ี 7 แสดงอตั ราการด้ือยาปฏิชวี นะของเชื้อ E. coli ในแตล ะป
ตั้งแตป ค.ศ. 2000 ถงึ ค.ศ. 2020 ในโรงพยาบาล 56 แหง ในไทย
ที่มา : ศนู ยเ ฝา ระวงั เชือ้ ด้ือยาแหง ประเทศไทย (National Antimicrobial Resistance Surveillance Center of
Thailand : NARST)
118 คูมือเภสัชกรชมุ ชนในการดูแลอาการเจบ็ ปว ยเลก็ นอ ยในรานยา
ตารางท่ี 45 ขนาดยาและระยะเวลาที่ใชในการรกั ษา Acute UTI ทีแ่ นะนําในรา นยา
ชอื่ ยา ขนาดยาและระยะเวลาในการใชย า
Nitrofurantoin macrocrystal 100 mg b.i.d. 3-5 days
Fosfomycin 3 mg single dose
Amoxicillin-clavulanic acid
Cefaclor 500/125 mg b.i.d. 5-7 days
Cefdinir 250 mg t.i.d. 5-7 days
Cefpodoxime proxetil 100 mg t.i.d. 5-7 days
Norfloxacin 100 mg b.i.d. 5-7 days
Ofloxacin 400 mg b.i.d. 3-5 days
200 mg b.i.d. 3-5 days
หลมุ พรางทคี่ วรระวงั
- ในกรณีท่ีผูปวยเพศหญิงมีอาการปสสาวะบอย แสบขัด ปวดหนวงหัวหนาว รวมกับ
ตกขาวเปน ลกั ษณะมกู ปนหนอง ใหน กึ ถงึ โรคหนองในแท (Gonorrhoea) ทเ่ี กดิ จากการตดิ เชอื้ Neis-
seria gonorrhoeae หรือ โรคหนองในเทยี ม (Non-Gonococcal Urethritis) หรือ NSU ทเ่ี ปน การ
อกั เสบของทอ ปสสาวะท่เี กดิ จากเชื้อโรคอืน่ ๆ ที่ไมใชหนองในแท กไ็ ด
- ในบางรายปส สาวะไมออกหรอื ออกกะปริดกะปรอย คือ ปส สาวะไหล ๆ หยุด ๆ และมี
เมด็ ลกั ษณะคลา ยกรวดทรายปนออกมากับปส สาวะ จะเปนโรคนิ่วในกระเพาะปส สาวะได
ตารางที่ 46 ขอมูลยาตาง ๆ ท่ีมีใชใ นการรักษา Acute Uncomplicated Cystitis
Drugs ประสทิ ธิภาพ ขอมลู ยาท่ีใชร กั ษา Acute Uncomplicated Cystitis ขนาดยาท่ใี ช
ความปลอดภยั และอาการไมพ ึงประสงค
Nitrofurantoin - ประสิทธภิ าพ การใชย า 3-5 วนั 88-93% - Common S/E : nausea, headache 100 mg b.i.d. for 5-7
- Absorption 40%, Excretion Urine 40% - Pregnancy category : B days
(unchanged drug) - Lactation : enters breast milk (not recommend)
Co-trimoxazole - ประสทิ ธภิ าพ การใชย า 3 วนั 93-94% กรณไี มด อื้ ยา - Common S/E : rash, urticaria,nausea, vomiting, he- 160/800 mg b.i.d.
- Absorption rapid, Excretion Urine as metab- matologic for 3 days
olites and unchanged drug - Pregnancy category : D
- Lactation : enters breast milk (not recommend) การบรบิ าลเภสชั กรรมสำหรบั การติดเชือ้ ระบบทางเดินปสสาวะในรานยา 119
Fosfomycin - ประสทิ ธภิ าพ การใชยา single-dose 80-91% - Common S/E : Diarrhea, nausea ,headache 3 g single-dose sachet
- Bioavailability 37 %, Excretion 37% - Pregnancy category : B
- Lactation : enters breast milk
(unchanged drug)
Fluoroquinolones - ประสทิ ธิภาพ การใชย า 3 วัน 90-91% - Common S/E : Nausea/vomiting, diarrhea, head- - Ciprofloxacin
(Ofloxacin, - Norfloxacin : Absorption 40%, Excretion ache, drowsiness, insomnia 250 mg b.i.d. 3 day
norfloxacin, and Urine 5-8% (unchanged drug) - Pregnancy category : C
ciprofloxacin) - Ofloxacin : Bioavailability 98%, Excretion - Lactation : unknow (not recommend)
(unchanged drug) - Ciprofloxacin inhibitor CYP 1A2 - Levofloxacin
- Ciprofloxacin : Absorption 50-80 %, Excretion 250-500 mg O.D. 3 day
Urine 30-50 % (unchanged drug)
- Levofloxacin : Bioavailability 99 %, Excretion
Urine 87 % (unchanged drug)
Drugs ประสทิ ธิภาพ ขอมูลยาที่ใชร ักษา Acute Uncomplicated Cystitis ขนาดยาทใ่ี ช 120 คมู อื เภสชั กรชมุ ชนในการดแู ลอาการเจ็บปว ยเลก็ นอ ยในรานยา
ความปลอดภัยและอาการไมพึงประสงค
Beta-lactams - ประสทิ ธิภาพ การใชย า 3-7 วนั 82-89% Cephalosporins - Cefaclor
2ndand3rd gener- - Cefixime : Absorption 40-50 %, Excretion - Common S/E : Diarrhea, nausea, vomiting, rash 200-500 mg b.i.d.
ation cephalo- Urine 50 % (unchanged drug) urticaria 5-7 days
sporins and - Cefaclor : Absorption 40-50 %, Excretion - Pregnancy category : B - Cefdinir
amoxicil- Urine 80 % (unchanged drug) - Lactation : enters breast milk (use caution) 100 mg t.i.d. 5-7 days
lin-clavulanate - Amoxicillin-clavulanate - Cefpodoxime prexetil
- Amoxicillin : Well absorption, Excretion Urine 100 mg b.i.d. 5-7 days
60% (unchanged drug)
Amoxicillin-clavulanate - Amoxicillin-clavulanate
- Clavulanate : Excretion Urine 30-40 % (un- - Common S/E : Diarrhea, nausea, vomiting, rash, 500/125 mg t.i.d.
changed drug) urticaria 5-7 days
- Pregnancy category : B
- Lactation : enters breast milk (use caution)
การบรบิ าลเภสัชกรรมสำหรบั การตดิ เชอื้ ระบบทางเดินปส สาวะในรานยา 121
คําแนะนาํ เม่ือเปนโรคกระเพาะปสสาวะอักเสบ
ผูป ว ยควรปฏิบตั ิดงั น้ี
- ควรดม่ื นํา้ สะอาดใหม าก ๆ ประมาณวนั ละ 3-4 ลติ ร เมอื่ ไมม โี รคทต่ี อ งจาํ กดั นาํ้ ดม่ื (เชน
โรคหัวใจลมเหลว) ซึ่งการด่ืมนํา้ จะชวยขับเช้ือโรคออกและลดอาการปวดแสบปวดรอ น
เวลาปส สาวะได
- ควรถา ยปส สาวะทกุ ครงั้ ท่ีรสู ึกปวด ไมก ล้ันปสสาวะ
- หลกี เลย่ี งอาหารทรี่ ะคายเคอื งตอ กระเพาะปส สาวะ เชน กาแฟ แอลกอฮอล นํ้าอดั ลม นา้ํ
ผลไมใสน้าํ ตาล
- พยายามเคลอ่ื นไหวรางกายเสมอ ไมค วรน่งั อยูกบั ท่ีเปนเวลานาน ๆ
- การทําความสะอาดบริเวณอวยั วะเพศหรือภายหลังการขับถา ย (ในผหู ญงิ ) ตอ งทําจาก
ดานหนาไปดานหลังเสมอ เพื่อปองกันเชื้อโรคปนเปอนผานเขาทอปสสาวะเขามาใน
กระเพาะปสสาวะไดมากขึ้น
- ในผหู ญงิ ไมค วรใชว ธิ คี มุ กําเนดิ ดว ยการใชย าฆา อสจุ หิ รอื การใชฝ าครอบปากมดลกู เพราะ
เปน สาเหตุทก่ี อใหเกิดการระคายเคืองและการบาดเจ็บตอ เนื้อเยือ่ ปากทอปส สาวะและ
ปากชองคลอด สง ผลใหอ าการติดเช้ือไมดขี ึน้ อาจตดิ เชอื้ เพ่มิ ขน้ึ ได
- หลกี เล่ยี งการอาบนํา้ ในอา ง เพราะอาจเพ่ิมโอกาสในการตดิ เชื้อไดง ายขึ้น
- ใชยาตามท่ไี ดร ะบใุ นฉลากยาใหค รบถว นและกลบั มาพบตามนัดทุกคร้งั
- หากมอี าการผิดปกตไิ ปจากเดิม (เชน ปสสาวะเปน เลอื ด มีอาการไข หนองไหล ตกขาว
ถายเปนเลอื ด หรอื กระหายนาํ้ บอยรว มดว ย) หรอื อาการตาง ๆ เลวรายลง/อาการยังไม
ดขี น้ึ หลงั จากใชย า
การปอ งกันโรคกระเพาะปสสาวะอักเสบ
โรคกระเพาะปสสาวะอักเสบปองกันไดเฉพาะบางสาเหตุเทาน้ัน แตอาจลดความเส่ียงของ
โรคไดดวยการปรับพฤติกรรมการขบั ถา ยและรกั ษาความสะอาดของรางกายตามคําแนะนํา ดังนี้
- หลกี เลย่ี งการใชผ ลติ ภณั ฑท มี่ สี ว นผสมของสารเคมบี รเิ วณอวยั วะเพศ เชน สบู แปง หรอื
ผลิตภัณฑอาบนํ้าท่ีมีสวนผสมของน้ําหอม แตควรเลือกใชผลิตภัณฑสูตรออนโยน
ปราศจากนาํ้ หอม
- อยากลั้นปส สาวะเปน เวลานานโดยไมจ ําเปน ควรฝกถา ยปสสาวะทุกคร้ังที่รสู กึ ปวดจน
เปนนิสัย เวลาท่ีตองเดินทางไกลก็ตองฝกใหเคยชินที่จะเขาหองนา้ํ นอกบาน ถากลัวไม
สะอาดกใ็ หช าํ ระลา งทโ่ี ถสว มใหส ะอาดเสยี กอ น หรอื เวลาเขา นอนตอนอยใู นบา น ถา ไม
สะดวกจะลกุ เขา หอ งนํ้ากค็ วรเตรยี มกระโถนไวข า งเตยี ง เพราะการกลน้ั ปส สาวะจะทาํ ให
122 คูมือเภสัชกรชมุ ชนในการดูแลอาการเจ็บปวยเลก็ นอ ยในรานยา
เชอ้ื โรคอยใู นกระเพาะปส สาวะไดน านจนสามารถแบง ตวั เจรญิ แพรพ นั ธุ ประกอบกบั ใน
ภาวะที่กระเพาะปสสาวะมีความยืดตัว ความสามารถในการขจัดเชื้อโรคของเยื่อบุผิว
กระเพาะปส สาวะลดนอ ยลง จงึ ทําใหเ กดิ อาการอกั เสบของกระเพาะปส สาวะไดง า ยขนึ้
- ทําความสะอาดบรเิ วณอวยั วะเพศและทวารหนักทกุ วนั
- ปสสาวะหลังการมีเพศสัมพันธ โดยอาจดื่มนาํ้ เยอะ ๆ จะชวยเรงความรูสึกใหอยาก
ปส สาวะได เพื่อชวยกาํ จดั เชอ้ื แบคทีเรยี ตา ง ๆ
- การเชด็ ทําความสะอาดทวารหนกั โดยเฉพาะผหู ญงิ ควรเชด็ จากดา นหนา ไปยงั ดา นหลงั
เพือ่ ปอ งกนั เชอ้ื แพรกระจายจากทวารหนกั ไปยงั อวยั วะเพศไดง าย
- อาบน้ําแบบฝกบวั แทนการแชน ้ําในอางเปน ประจํา เพราะอาจเพม่ิ ความเสย่ี งใหเ ช้อื เขา
สรู า งกายไดง าย
- สวมใสช ดุ ช้ันในที่มเี นอ้ื ผาระบายอากาศไดด ี ไมก กั เกบ็ ความอับชนื้
- ในผูหญิงไมควรใชวิธีคุมกําเนิดดวยการใชนํ้ายาฆาอสุจิหรือการใชฝาครอบปากมดลูก
เพราะจะเปนการเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในชองคลอด ปากทอปสสาวะ และกระเพาะ
ปส สาวะ
- อาการขดั เบาหลังการรวมเพศ (โรคกระเพาะปส สาวะจากฮันนมี ูน) อาจปอ งกนั ไดโ ดย
การดืม่ นา้ํ 1 แกวกอนการรวมเพศ ใสครมี หลอลนื่ ทช่ี อ งคลอด และปส สาวะทันทหี ลงั
การรว มเพศเสรจ็
บรรณานกุ รม
1. ประสิทธิ์ อุพาพรรณ. เอกสารการอบรมระยะส้ันประจาํ ป 2559 ของสมาคมโรคติดเชื้อแหง
ประเทศไทย.
2. Bonkat G, Bartoletti R, Bruyere F, Cai T, Geerlings SE, Schubert KS, Wagenlehner
F. European Association of Urology (EAU) Guidelines on Urological infection (2020).
Eur Urol, 2020.p15.
3. Bryar C Reynolds K. Hospital acquired bacteremic urinary tract infection epidemi-
ology and outcome.J Urol1984;132:494-8.
4. Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, et al. editors. Pharmacotherapy a pathophysiologic
approach. 8th ed. New York: McGraw-Hill; 2011.
5. Gaynes R1, Edwards JR.Overview of nosocomial infections caused by gram-nega-
tive bacilli. Clin Infect Dis. 2005 Sep 15;41(6):848-54.
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรบั การติดเชอื้ ระบบทางเดนิ ปสสาวะในรา นยา 123
6. Gupta K, Hooton TM, Naber KG, Wullt B, Colgan R, Miller RG, et al. International
Clinical Practice Guidelines for the Treatment of Acute Uncomplicated Cystitis
and Pyelonephritis in Women: A 2010 Update by the Infectious Diseases Society
of America and the European Society for Microbiology and Infectious Diseases.
Clin Infect Dis 2011; 52: 103-20.
7. Helen SL, Jennifer L. Urinary tract infection. American College of Clinical Pharma-
cy (ACCP). PSAP 2018 Book1: 9.
8. Mazzulli T. Diagnosis and management of simple and complicated urinary tract
infection. CanJ Urol 2012 Oct;19 Suppl 1:42-8.
9. Nicolle LE. Uncomplicated urinary tract infection in adults including uncomplicat-
ed pyelonephritis. Urol Clin North Am 2008 Feb;35(1):1-12.
10. WarrenJ, Abrutyne E, Hebel J, Johnson J, Schalffer J, Stamm W. Guidelines for
antimicrobial treatment of uncomplicated acute bacterial cystitis and acute py-
elonephritis in women. Clin Infect Dis 1999; 29: 745-58.
การบริบาลเภสัชกรรม
สำหรับอาการตกขาวในรา นยา
การบริบาลเภสชั กรรมสำหรบั อาการตกขาวในรานยา 127
การบริบาลเภสชั กรรม
สําหรบั อาการตกขาวในรานยา
เภสชั กรพีระพงศ เหลืององิ คะสุต
ตกขาว หรอื ระดขู าว เปน ปญ หาทพี่ บบอ ยในสตรี โดยทวั่ ไปหมายถงึ ภาวะทม่ี ขี องเหลวออก
มาทางชอ งคลอด อาจกอ ความราํ คาญ รสู กึ เหนอะหนะ และอาจมอี าการผดิ ปกตติ า ง ๆ เชน คนั ชอ งคลอด
ระคายเคอื ง แสบขดั เวลาปส สาวะ เจบ็ เวลามเี พศสมั พนั ธ มเี ลอื ดออกทางชอ งคลอด (ปรมิ าณไมม าก)
อาจมีกลิ่นเหม็นรว มดวย หรอื หมายถงึ ส่งิ ทถ่ี กู ขบั ออกมาทางชอ งคลอดซงึ่ ไมใชเ ลอื ด อาจมีสีอะไร
กไ็ ด ไมจ าํ เปน ตอ งเปน สขี าว แตเ ดมิ จะเรยี กวา leukorrhea โดยมรี ากศพั ทม าจากภาษากรกี leuko-
แปลวา ขาว และ rheo- แปลวา ไหล รวมกนั แปลวา ของเหลวสขี าวที่ไหลออกมา อยา งไรก็ตาม
ปจจบุ นั จะใชค ําวา vaginal discharge แทน
อาการตกขาวเปนอาการท่ีนําผูปวยมารานยาไดบอย อยางไรก็ตาม ตกขาวมีทั้งที่ปกติและ
ผดิ ปกติ ตกขาวปกตมิ ลี กั ษณะคลายแปง เปย ก ไมม ีกล่นิ สวนตกขาวท่ีผิดปกตอิ าจมลี ักษณะตา งกนั
ไปตามสาเหตุ สวนใหญเกิดจากการตดิ เชื้อ ฉะนน้ั เมอ่ื มตี กขาวตอ งพจิ ารณากอนวา เปนตกขาวปกติ
หรือผิดปกติ ดังนัน้ จะแบงตกขาวออกเปน 2 กลมุ ใหญ คือ
1. ตกขาวปกติ (Physiologic vaginal discharge)
2. ตกขาวผดิ ปกติ (Pathologic vaginal discharge)
ตกขาวปกติ
ตามกายภาพแลว ผนังดา นในชองคลอดบดุ ว ยเซลลช นิดเยอื่ เมือก เซลลนจี้ ะสรา งน้ําเมอื กซึง่
มีลักษณะคลายแปงละลายน้าํ ปกติไมมีกลิ่น หรืออาจมีกล่ินคาวเล็กนอย น้ําเมือกนี้ชวยหลอลื่น
ชอ งคลอด ชว ยขบั สงิ่ แปลกปลอม ฆา เชอื้ โรค และปรบั สภาพความเปน กรดดา งในชอ งคลอดใหส มดลุ
ในแตล ะรอบประจาํ เดอื นมกี ารเปลยี่ นแปลงของระดบั ฮอรโ มนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในรา งกาย
ซง่ึ สง ผลตอ สภาพและปรมิ าณของนํ้าเมอื กในชอ งคลอด ในชว งกลางของรอบเดอื น (ราววนั ท่ี 14 ของ
รอบเดอื น) เปน ชว งใกลเ วลาไขต ก น้าํ เมอื กในชอ งคลอดจะเหลวใส และมปี รมิ าณมาก สว นชว งอน่ื นํ้า
เมอื กจะขน ขาวขนุ คลา ยแปง เปย ก อยา งไรกด็ ี ปรมิ าณน้าํ เมอื กในชอ งคลอดมากหรอื นอ ยขนึ้ กบั แตล ะ
คน บางคนไมร สู กึ วา มนี า้ํ เมอื กออกมาจากชอ งคลอด (ตกขาว) บางคนอาจรสู กึ วา มตี กขาวในชว งกลาง
รอบเดือน หรือรูสึกวาทําไมตกขาวใส ๆ จึงเปล่ียนเปนขนข้ึน เลยเขาใจวาเกิดความผิดปกติ ทั้งท่ี
แทจริงแลวเปนปกติ สิ่งท่ีพึงสังเกตคือ ตกขาวแบบปกติมักไมมีอาการผิดปกติอ่ืน ๆ รวมดวย เชน
แสบหรอื คนั ชอ งคลอด และมกั หายไดเ องโดยไมต อ งใหก ารรกั ษาใด ๆ ผหู ญงิ ทกุ คนมตี กขาวเปน เรอ่ื ง
ปกติ ชว งเด็กอาจมีเพียงเล็กนอ ย เม่อื ถึงชวงเร่ิมมีประจําเดอื น ตกขาวจะมากข้ึนและมีปริมาณทพี่ อ
128 คูม ือเภสชั กรชุมชนในการดแู ลอาการเจบ็ ปว ยเลก็ นอ ยในรา นยา
เหมาะจนถงึ วัยสงู อายุ จากนนั้ ปรมิ าณจะลดลงจนแทบไมมี บางชวงอาจมีตกขาวมากกวา ปกติ เชน
ขณะต้ังครรภ เวลาที่มีการกระตุนทางเพศ หลังจากมีกิจกรรมทางเพศ หรือเมื่อใชยาคุมกาํ เนิดบาง
ชนิด เปน ตน
อยา งไรกต็ ามในชอ งคลอดปกตจิ ะมเี ชอ้ื แบคทเี รยี อาศยั อยทู งั้ aerobes และ anaerobes มี
ความหนาแนน 108-109 Colony ตอ 1 มลิ ลลิ ติ รของสารนํา้ ในชอ งคลอด โดยความหนาแนน นไ้ี มค งท่ี
เปลี่ยนแปลงตามรอบประจําเดือน เช้ือที่พบมากที่สุด คือ Lactobacillus acidophilus
ซง่ึ เปน เชอื้ แบคทเี รยี แกรมบวกรปู ทรงแทง ชนดิ aerobic ทส่ี รา ง hydrogen peroxide พบได 62-82
% ของสตรปี กติ มบี ทบาทสาํ คญั เกยี่ วกบั ระบบนเิ วศวทิ ยาภายในชอ งคลอด ฮอรโ มนเอสโตรเจนเปน
ตัวกระตุน ใหเซลล เยอื่ บชุ องคลอดสะสมไกลโคเจนเพมิ่ ขึ้น แลวยอ ยสลายเปน monosaccharides
ซง่ึ ภายหลงั ถกู เปลยี่ นเปน กรดแลคตกิ (lactic acid) โดย Lactobacilli เปน ตวั การสําคญั ทาํ ใหส ภาพ
แวดลอ มภายในชอ งคลอดเปน กรด และมคี า pH ปกตนิ อ ยกวา 4.5 (3.8-4.2) มผี ลทําใหแ บคทเี รยี กอ
โรคและปรสติ อืน่ ถกู ยบั ย้งั ไมสามารถเจริญเตบิ โตได
ตกขาวผิดปกติ
ตกขาวผิดปกตแิ บง ออกเปน 3 กลุมใหญ ๆ ตามสาเหตุท่กี อ ใหเ กิดการอกั เสบของชองคลอดคือ
1. Atrophic vaginitis ซึ่งเกิดจากการลดลงของระดับฮอรโมนเอสโตรเจนท่ีมีผลทาํ ให
ผิวหนังบริเวณชองคลอดบางลง แหง และเกิดการอักเสบไดงาย มักพบในสตรีวัยหมดประจาํ เดือน
(post-menopausal stage) และชวงภายหลงั คลอดบุตร (post-partum stage)
2. Irritant vaginitis เปน อาการตกขาวทเ่ี กดิ จากการแพห รอื สมั ผสั กบั สารกอ การระคาย
เคือง เชน สารเคมใี นผลติ ภณั ฑสวนลา งชอ งคลอดหรอื สบเู หลว หรอื ผา อนามยั ชนดิ สอดชอ งคลอด
3. Infectious vaginitis ซ่ึงแบงยอยได 3 กลุมดังนี้
3.1. Bacterial vaginosis (BV) พบไดประมาณ 50 %
3.2. Vulvovaginal Candidiasis (VVC) พบไดป ระมาณ 25 %
3.3. Trichomonas vaginitis (TV) พบไดป ระมาณ 25 %
Bacterial Vaginosis (BV)
Bacterial vaginosis (BV) เปน กลมุ อาการทเี่ กดิ ขน้ึ เนอ่ื งจากมกี ารเพมิ่ จํานวนของแบคทเี รยี
ชนดิ ที่สามารถเจริญเติบโตไดใ นสภาพแวดลอ มที่ไมมีอากาศคอื พวก anaerobe ในชอ งคลอดอยา ง
มากมายไปแทนทแี่ บคทเี รยี สายพนั ธุ Lactobacillus acidophilus ทเี่ ปน normal flora (เหตทุ ใี่ ช
คําวา vaginosis แทน vaginitis เพราะวา จากการตรวจทางพยาธวิ ิทยาของชิน้ เนอ้ื จากชอ งคลอด
ไมพบวามีการอักเสบเกิดข้ึน) สาเหตุท่ีแทจริงของการเปลี่ยนแปลงน้ียังไมทราบชัดเจน เช่ือวาอาจ
การบริบาลเภสชั กรรมสำหรบั อาการตกขาวในรานยา 129
เกยี่ วขอ งกบั การมสี ภาวะความเปน กรดภายในชอ งคลอดถกู ทําลายจนเกดิ เปน ภาวะความเปน ดา งขน้ึ
ภายในชองคลอด (alkalinization) จากการมีเพศสัมพันธ หรือสวนลางชองคลอด ปจจุบันเชื่อวา
อาการของ BV นั้นเกิดจากเชอื้ แบคทเี รยี ชนิด Anaerobe หลาย ๆ ชนิดไดแก Gardnerella vagi-
nalis, Mycoplasma hominis, Prevotella species, Porphyromonas species หรือ Bacte-
roides species
อาการและอาการแสดง
อาการที่พบบอ ยท่ีสุด คือ จะมตี กขาวทห่ี ลง่ั ออกมาเปน ตกขาวสีขาวเทา (grayish-white
discharge) มกี ลน่ิ อบั (musty) และกล่นิ คาวปลา (fishy) หลงั การมเี พศสัมพนั ธ หรือในบางรายอาจ
มตี กขาวเปน ฟอง (frothy) มกั มกี ลนิ่ รนุ แรงภายหลงั การมเี พศสมั พนั ธ ซง่ึ เกดิ จากการทําปฏกิ ริ ยิ ากบั
semen ซึง่ มีฤทธ์เิ ปน ดา ง แลวปลดปลอ ย aromatic amines ออกมา อาจมอี าการคันหรอื vul-
va irritation บา งแตพบไดนอ ย สาํ หรบั ผูทเี่ ปน โรคชองคลอดอกั เสบจากเชื้อแบคทเี รยี หากปลอ ยไว
หรอื ไมร บี ทาํ การรักษาอาจกอ ใหเ กิดผลเสียในระยะยาว เนอื่ งจากเชื้อจะเขา ไปทาํ ลายอวยั วะตาง ๆ
ที่อยภู ายในระบบสืบพันธุ (reproductive system) และทาํ ใหประสทิ ธิภาพในการการทาํ งานของ
ระบบภมู คิ มุ กนั (immune system) ของของผปู ว ยต่ําลงเรอ่ื ย ๆ เสย่ี งตอ ภาวะอกั เสบในองุ เชงิ กราน
(Pelvic Inflammatory Disease/PID) เสี่ยงตอ การติดเชื้อของรอยเยบ็ หลังผาตดั มดลกู (postop-
erative cuff infection) เสี่ยงตอการเกิดความผิดปกติของเซลล (abnormal cytology) หาก
ต้ังครรภก็จะเส่ียงตอ ภาวะถุงน้าํ คราํ่ แตกกอนการเจ็บครรภ (preterm premature rupture of
membranes/ preterm PROM), เจ็บครรภค ลอดกอ นกําหนด (preterm labor) และ ภาวะถงุ นํา้
คร่าํ อักเสบ (chorioamnionitis) เปน ตน
Vulvovaginal candidiasis (VVC)
โรคชอ งคลอดอักเสบจากเชื้อรา (Vulvovaginal candidiasis) คอื การตดิ เช้อื บรเิ วณชอง
คลอด ทส่ี ง ผลใหเกิดอาการระคายเคือง (irritation) หรอื อาการคนั (itchy) อยา งรนุ แรง มีสาเหตุ
หลกั ๆ เกดิ จากการตดิ เชอ้ื รา 3 ชนดิ ไดแ ก Candida albican, Candida glabrata และ Candida
tropicalis ตามลําดับ โดยปกติแลวเชื้อ Candida จดั เปนเชือ้ ประจาํ ถ่ินประมาณรอยละ 25 ทอี่ าศัย
อยใู นในชองปาก, ลําไส (rectum) และบริเวณผิวเยื่อเมอื ก (mucosal surface) ของชองคลอด โดย
ปรมิ าณมากท่ีสุดจะพบในชอ งปาก แตเ มอื่ ชอ งคลอดขาดสมดลุ ทาํ ให Lactobacillus ซึง่ เปนเช้อื
ประจาํ ถนิ่ ลดปรมิ าณลง เชอ้ื รา Candida จะเกดิ เปน เชอื้ ฉกฉวยโอกาส (opportunistic pathogen)
และเจรญิ เตบิ โตขน้ึ แทนทอี่ ยา งรวดเรว็ ปจ จยั เสย่ี งทท่ี าํ ใหเ กดิ การเพมิ่ ปรมิ าณของเชอื้ ราในชอ งคลอด
ไดแ ก
130 คมู ือเภสัชกรชมุ ชนในการดูแลอาการเจ็บปวยเล็กนอยในรา นยา
- การใชยาปฏิชีวนะ (antibiotics) ในการฆาเช้ือแบคทีเรียเปนระยะเวลานาน ซ่ึงทําให
Lactobacillus ในชองคลอดถูกฆา ไปดวย สงผลใหมีปริมาณลดลง
- การใชยาคุมกาํ เนิด (birth control pills) การตั้งครรภ (pregnancy) และการรับ
ฮอรโ มนจากภายนอก ทาํ ใหร ะดบั ฮอรโ มนเอสโตเจน (Estrogen) สงู ขน้ึ และไมค งท่ี ซงึ่ มสี ว นเกยี่ วขอ ง
ทาํ ใหช อ งคลอดขาดความสมดุล
- โรคเบาหวาน (Diabetes) โรคเอดส (Acquired Immune Deficiency Syndrome/
AIDS) และการใชยาประเภทสเตียรอยด (Steroids) เปนสาเหตุทาํ ใหระบบภูมิคุมกันในรางกาย
บกพรอง และไมส ามารถยับยั้งหรอื ควบคมุ ปริมาณของเช้อื ได
- ปจจยั อน่ื ๆ เชน การใสช ุดชัน้ ในทร่ี ัดแนน ทาํ ใหร ะบายอากาศไดไ มด แี ละเกิดความอบั
ช้นื ซ่ึงเปนสภาวะท่ีเช้อื ราช่นื ชอบและเจริญเตบิ โตไดด ี
โรคชอ งคลอดอกั เสบจากเชือ้ รา แบง ออกเปน 2 ประเภท ไดแ ก
1. แบบไมซบั ซอน (uncomplicated VVC) คอื เกิดขึ้นเปนคร้งั คราว ไมบ อ ย ไมรนุ แรง
มสี าเหตจุ ากเชื้อ Canida albicans และเกดิ ในผูท มี่ ภี ูมคิ ุมกันปกติ
2. แบบซบั ซอ น (Complicated VVC) คือ เกิดซํ้าบอ ย ๆ (ประมาณ 4 คร้งั ในรอบหน่งึ
ป) มีอาการรุนแรง เชน อวยั วะเกดิ การบวมแดงเปนบรเิ วณกวาง เกดิ การถลอกและผวิ หนังแตกเปน
รอย โดยมสี าเหตจุ ากเชอื้ Non-albicans และสวนมากจะพบในผทู มี่ ภี ูมคิ ุม กนั บกพรอ ง ขอมลู สรุป
ตามตารางท่ี 47
ตารางที่ 47 Classification of vulvovaginal candidiasis (VVC)
Uncomplicated VVC Complicated VVC
- Sporadic or infrequent vulvovaginal - Recurrent vulvovaginal candidiasis OR
candidiasis OR - Severe vulvovaginal candidiasis OR
- Mild-to-moderate vulvovaginal candidiasis OR - Non-albicans candidiasis OR
- Likely to be C. albicans OR
- Non-immunocompromised women - Women with uncontrolled diabetes,
debilitation, or immunosuppression
ทม่ี า : ขอ มลู จาก Center of disease control and prevention. Sexually Transmitted Diseases Treatment
guidelines. 2010. MMWR; 59 (RR-12): 56-61.
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรบั อาการตกขาวในรา นยา 131
อาการและอาการแสดง
สําหรบั อาการทสี่ งั เกตไดช ดั เจน คอื อาการคนั (pruritus) อาจมอี าการแสบรอ นในชอ งคลอด
(vulvar burning), ปสสาวะแสบขัด (dysuria) หรือเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ (dyspareunia) และ
ลักษณะ ตกขาวมีต้งั แตเหลว (watery) จนถงึ เหนียวขน สขี าวหรือขาวเหลอื ง เน้อื หยาบ (floccula-
tion) มกั ไมม กี ลน่ิ ตกขาวคลา ยนมเสยี (curd) จบั กนั เปนกอน (clump) มีปริมาณมากกอนชวงมี
ประจําเดอื น ประมาณหนึ่งสัปดาห และลดลงหลังประจาํ เดอื นมาแลว สําหรบั คนู อนเพศชาย (male
partner) อาจเกิดอาการอักเสบบริเวณสวนปลายของอวัยวะเพศ (balanitis) หรือรูสึกแสบรอนที่
อวัยวะเพศ (penis) หลังการมีเพศสัมพนั ธ ซึ่งอาการจะเกิดข้นึ ชั่วขณะแลว หายไป
Trichomonas vaginitis (TV)
เกดิ จากเชื้อปรสติ ช่ือ Trichomonas vaginalis เปน anaerobe flagellated protozoa
การตดิ เชอื้ ปรสิต Trichomonas vaginalis ติดตอโดยการมเี พศสมั พันธก ับผทู ี่มเี ช้ือนี้อยู
อาการและอาการแสดง
ตกขาวมักมีสเี หลอื งปนเขียว เปน ฟอง และมีกลนิ่ เหมน็ เปรีย้ ว มีฟอง รูส กึ คนั แดงและแสบ
ภายในชอ งคลอดหรอื บรเิ วณชอ งคลอด รสู กึ เจบ็ ปวดขณะมเี พศสมั พนั ธ รสู กึ ระคายเคอื งขณะปส สาวะ
แนวทางการซักประวัตแิ ละประเมินรา งกายเบอ้ื งตน สาํ หรับอาการตกขาว
จากอาการตกขาวในเรอ่ื งตกขาวทกี่ ลา วมาทําใหส รปุ การสอบถามอาการและเกบ็ ขอ มลู เพอ่ื
ใชประกอบการดแู ลผปู วยทม่ี อี าการตกขาวไดต ามแผนภูมิท่ี 6
แผนภูมิที่ 6 แนวทางการซักถามอาการตกขาวและการใหบ รกิ ารในรานยา 132 คมู อื เภสชั กรชมุ ชนในการดแู ลอาการเจ็บปว ยเลก็ นอ ยในรานยา
ผูปว ยมีอาการตกขาวที่ผดิ ปกติ หรือระคายเคอื งชอง
ผปู ว ยเพ่ิงสมั ผัสหรือใชสารเคมี เชน ไม มภี าวะหมดประจาํ เดือน ใช ผปู วยมภี าวะของการลดลงของฮอรโ มนเอ สงตอ พบแพทย
ผลติ ภณั ฑสวนลา ง สบูเหลว (Post Menopause) หรืออยชู ว งหลงั คลอด สโตรเจนทาํ ใหผ วิ ชอ งคลอดแหง บางและ
หรอื ผา อนามยั แบบสอด (Post-Pratum ไม อกั เสบ (Atrophic vaginitis)
ใช ผปู ว ยมีอาการตกขาวทผี่ ดิ ไม เพ่ิงมีเพศสัมพันธ มีอาการคนั มากและตกขาวสขี าว ใช Vulvovaginal Candidiasis
ปกติ หรือระคายเคือง หรือไม ไม เหนียวขนเปนกลมุ กอนคลายแปง ใช (VVC)
ชอ งคลอด ใช
ใช เปย กหรือตะกอนนม Trichomonas Vaginitis
Bacterial Vaginosis (BV)
มีอาการบวมแดงบรเิ วณรอบ ใช มอี าการคันและตกขาวสเี หลือง
ๆ รูทวารหรือไม? ไม ปนเขียว มปี รมิ าณมาก มีฟอง
ใช สง ตอพบแพทย มกี ลิ่นเหม็นเปร้ยี ว
ผปู ว ยอาจมีอาการของ มอี าการไมคันและตกขาวสีเทา
Perianal Streptococci ขาว มปี รมิ าณมาก มีกลิ่นอบั
Dermatitis ซึ่งมกั พบแผลรอย เหม็นคลายกล่ินคาวปลา (fishv)
แยกทขี่ อบทวารหนักรวมดว ย
ตกขาวมีกลิน่ เหมน็ และ ไม ใช การรกั ษา : ใหค ําแนะนําหลีกเลี่ยงการใชสารเคมเี หลา น้ัน
ปริมาณมากกวาปกตแิ ละมี ผปู ว ยมีอาการของ Irritant หรอื Allergic เปล่ียนมาใชนา้ํ เปลา เพื่อทําสะอาดแทน
เลือดออกมาดว ย Vaginitis จากการแพหรือระคายเคอื งจากสารเคมี
การบรบิ าลเภสชั กรรมสำหรับอาการตกขาวในรานยา 133
เภสัชกรรานยาตองสอบถามและเก็บขอมูลการตกขาวใหละเอียดเพื่อแยกโรคตาง ๆ แลว
สง ตอ ผปู ว ยไปพบแพทยใ นกรณเี ขา ขา ยทตี่ อ งตรวจวนิ จิ ฉยั เพม่ิ เตมิ และใหก ารรกั ษาตอ ไป ในสว นทมี่ ี
อาการไมร นุ แรงหรอื ไมซ ับซอ นกใ็ หก ารรกั ษาไดตามรายละเอียดตอ ไปน้ี
การบรบิ าลโดยใชย าสําหรบั ตกขาวชนิด Bacterial Vaginosis (BV)
1. ยารับประทาน
- Metronidazole ถอื เปน drug of choice เพราะยามฤี ทธต์ิ อ แบคทเี รยี ชนดิ anaerobe
แตไมม ีฤทธิต์ อ Lactobacilli ขนาดที่แนะนาํ คอื 400-500 มก. รบั ประทานวนั ละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน
ไดผลประมาณ 82% สวนขนาดยาทเ่ี ปนทางเลือก คอื รบั ประทาน 2 กรมั คร้ังเดียว ไดผลประมาณ
62 % แมจ ะไดผ ลการรกั ษานอ ยกวา แตก ส็ ะดวกในการบรหิ ารยา ผปู ว ยควรไดร บั คาํ แนะนาํ ใหง ดการ
ด่มื แอลกอฮอลใ นระหวางรกั ษาและหลงั รักษาเปน เวลา 24 ชั่วโมง เพราะ metronidazole ยับย้งั
ethanol metabolism อาจทาํ ใหม อี าการ disulfiram like reaction ได อาการขา งเคยี งอน่ื ๆ ไดแ ก
คลน่ื ไส อาเจียน metallic taste ปวดศรี ษะ ปส สาวะมีสเี ขม
ยาอีกตัวในกลุมไนโตรอิมิดาโซล (nitroimidazoles) คือ Tinidazole เลือกใชรักษาไดใน
ขนาดยาดงั น้ี
- Tinidazole 1 กรัม รับประทานวันละครั้ง นาน 5 วัน
- Tinidazole 2 กรมั รับประทานครงั้ เดยี ว
สว นในรายทีแ่ พย า metronidazole หรอื ด้อื ยากใ็ หเลือกใชยาตอ ไปนีแ้ ทน ไดแก
- Clindamycin รบั ประทาน 300 มก. วนั ละ 2 ครง้ั นาน 7 วัน มีประสทิ ธิภาพใกลเคียง
กับ metronidazole
- Amoxicillin 500 มก. + clavulanic acid รับประทานวันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน
ขอ เสยี คือ มีผลตอ lactobacilli ดว ย
2. Topical therapy
ปจ จบุ นั เปน ที่นยิ มเพิม่ ข้นึ เพราะ BV เปน superficial mucosal infection
การรกั ษาเฉพาะทจี่ งึ ไดผ ลเทา ๆ กบั การรบั ประทาน และมขี อ ดกี วา ทไี่ มม ผี ลขา งเคยี ง อยา งไร
กต็ ามมผี ูปวยไมน อ ยทีไ่ มส ะดวกในการใชย าสอดทางชอ งคลอด
- Metronidazole 500 มก. สอดทางชองคลอดวนั ละครั้ง นาน 7 วัน
- Metronidazole gel, 0.75 % ครัง้ ละ 5 กรัม ทาชองคลอดวันละ 2 ครงั้ นาน 5 วนั
- Clindamycin cream, 2 % ครง้ั ละ 5 กรมั ทาชอ งคลอดวันละคร้ัง กอนนอนนาน 7 วัน
134 คูม อื เภสชั กรชุมชนในการดแู ลอาการเจบ็ ปวยเล็กนอ ยในรานยา
การบริบาลโดยใชยาสําหรบั ตกขาวชนิด Vulvovaginal Candidiasis (VVC)
1. ยารับประทาน
- Itraconazole รับประทานครัง้ ละ 200 มก. วนั ละ 2 ครั้ง นาน 1 วนั หรอื 400 มก.
คร้ังเดยี ว
- Fluconazole รบั ประทาน 150 มก. ครงั้ เดยี ว
2. ยาสอดชอ งคลอด
นยิ มใชย ากลุม Azole เนือ่ งจากไดผลดกี วา Nystatin โดยทั่วไปหลงั สอดยา 2-3 วนั อาการ
จะดีขน้ึ
- Clotrimazole มปี ระสทิ ธิภาพ 85-90 %
ขนาด 100 มก. สอดทางชอ งคลอดวันละครง้ั นาน 7 วนั หรือสอดครั้งละ 2 เม็ด นาน 3 วนั
ขนาด 500 มก. สอดทางชองคลอดคร้ังเดียว มรี ายงานวา ไดผ ลดใี กลเ คยี งกัน แตสะดวกใน
การบรหิ ารยา จึงแนะนําใหใชใ นปจจุบัน
- Nystatin 100,000 U สอดทางชอ งคลอดวนั ละคร้งั นาน 14 วนั ประสทิ ธภิ าพ 75-80 %
3. ยาทา
อาจใชทางชองคลอดหรือใชทาภายนอกรวมกับยาสอดในรายที่มีการอักเสบของปากชอง
คลอดรว มดว ย
- Clotrimazole 1 % cream ใชทางชองคลอด นาน 7-14 วนั
- Miconazole 2 % cream ใชทางชอ งคลอด นาน 7 วนั
ในกรณี VVC ชนดิ แบบซบั ซอ น (Complicated) คอื เกดิ ซาํ้ บอ ย ๆ แนะนาํ ใหส ง ตอ พบแพทย
ในกรณสี ตรีตัง้ ครรภ แนะนําใหใชยาสอดชองคลอดกลุม Azole แบบทกุ วันนาน 7 วันจะ
ปลอดภยั กวายารบั ประทาน สว นคูนอนไมจ ําเปนตองรักษาเนื่องจากไมไดปองกนั การเกดิ ซา้ํ ยกเวน
ในรายคนู อนท่ีมอี าการของ balanitis หรือ penile dermatitis ควรรักษาดวยยาทาเฉพาะที่
การบรบิ าลโดยใชย าสาํ หรบั ตกขาวชนิด Trichomonas Vaginitis (TV)
- Metronidazole เปน drug of choice ใหไ ด 2 แบบ ประสทิ ธิผลพอ ๆ กันประมาณ 85 %
รบั ประทานครงั้ เดยี ว 2 กรมั หรอื แบง ใหค รงั้ ละ 1 กรมั ในตอนเชา และตอนเยน็ เพอ่ื ลดอาการ
คลืน่ ไส อาเจียนลง ประสทิ ธภิ าพ 82-88 % (หากรักษาท้ังฝา ยหญงิ และฝา ยชายพบวาประสทิ ธภิ าพ
เพ่ิมขึน้ ไดมากกวา 95 %)
รบั ประทาน 500 มก. วนั ละ 2 คร้ัง (บางคนให 250 มก. วันละ 3 ครั้ง) นาน 7 วนั
ในรายทดี่ อ้ื ยาเมอ่ื ใหท งั้ 2 วธิ ขี า งตน อาจเพมิ่ ขนาดยาโดยใหร บั ประทาน 2 กรมั วนั ละครง้ั นาน 3-5
วัน ในรายที่แพยา metronidazole อาจใช topical clotrimazole ซงึ่ เปน imidazole deriv-
ative แทนโดยสอดทางชอ งคลอดนาน 6 วัน ประสทิ ธภิ าพ 48-66 %
การบริบาลเภสัชกรรมสำหรบั อาการตกขาวในรานยา 135
กรณขี อง TV น้ตี องรักษา sexual partner ดว ย เพราะถาไมรักษาโอกาส reinfection เพ่มิ
ข้นึ 1.5 เทา ท้ังน้ใี นผชู ายสวนใหญไมมีอาการหรอื อาจมอี าการของ urethritis ได
- Tinidazole รบั ประทาน 2 กรมั ครงั้ เดยี ว มปี ระสทิ ธภิ าพใกลเ คยี งกบั metronidazole
ทง้ั นไ้ี ดส รปุ เปรยี บเทยี บเชอื้ ทเ่ี ปน สาเหตุ อาการทพี่ บ และยาทแ่ี นะนําใหใ ช โดยใชข อ มลู
จากเกณฑมาตรฐานของ European (IUSTI/WHO) International Union against sexually
transmitted infections (IUSTI) World Health Organization (WHO) guideline on the man-
agement of vaginal discharge (2018) ไวในตามตารางท่ี 48 และขอ มูลยาทใี่ ชไดต ามตารางที่ 49
สรปุ การรกั ษาโรคตกขาวผดิ ปกตทิ มี่ กี ารตดิ เชอื้ ในรา นยา เภสชั กรตอ งสอบถามเกบ็ ขอ มลู
แลวทําการคนหาปญหาตามแผนภูมิท่ี 6 เมื่อไดขอสรุปวาโรคใดตองสงตอก็สงตอพบแพทย
เพ่อื รับการรกั ษาทเ่ี หมาะสมตอ ไป สว นโรคตกขาวทรี่ กั ษาไดก็ใหทําการรักษาตามตารางที่ 48 และ
ใหก ารบริบาลโดยใชย าตามตารางที่ 49 ท้งั น้ีมเี ปา หมายในการรักษาดงั น้ี
- ผปู ว ยหายจากโรค ไมม ตี กขาว
- กําจัดเชอ้ื ทเี่ ปน สาเหตุ
- ปอ งกันการกลับมาเปน ซํ้า
- ปอ งกันหรอื ติดตามการเกดิ อาการไมพึงประสงคจากยา
หลุมพรางที่ควรระวงั
ขอ มลู จากการซกั ประวตั อิ าจมคี วามละเอยี ดหรอื ความถกู ตอ งไมไ ดม าก เนอื่ งจากขอ มลู ทไี่ ด
มาจากการบอกเลา ของผปู วยเทาน้นั ในบางกรณอี าจเกดิ ความสบั สนในเรอ่ื งสีตกขาว ผปู วยอาจเอา
สตี กขาวทต่ี ดิ กางเกงในมา บอกไมใ ชส ตี กขาวทไี่ หลออกมา ดงั นนั้ การซกั ประวตั ติ อ งทําความเขา ใจให
ตรงกนั
ในหลาย ๆ กรณอี าจเจอตกขาวหลายเชอื้ รว มกนั ก็ได ดังน้ันการซกั ประวตั ิตอ งใหตระหนกั
ไวด วย กรณสี งสัยอาจตอ งสง ตอ เพ่อื ตรวจภายในเพม่ิ เติม
ในกรณีที่ผูปวยมีอาการตกขาวเปนลักษณะมูกปนหนอง อาการปสสาวะบอย แสบขัด
ปวดหนวงหัวหนาวเหมือนการติดเชื้อทางเดินปสสาวะสวนลางรวมดวยก็อาจจะเปนโรคหนองในแท
(Gonorrhoea) เกดิ จากการตดิ เชอื้ Neisseria gonorrhoeae หรอื โรคหนองในเทยี ม (Non-Gono-
coccal Urethritis) หรอื NSU เปน การอกั เสบของทอ ปส สาวะทเ่ี กดิ จากเชอ้ื โรคอน่ื ๆ ทไี่ มใ ชห นองใน
แท กไ็ ด
136 คูม ือเภสัชกรชมุ ชนในการดูแลอาการเจบ็ ปว ยเลก็ นอ ยในรานยา
คําแนะนาํ สาํ หรับผูปว ยตกขาว
การดูแลตนเองเมอื่ เปน ตกขาวท่ีผดิ ปกติ
- ใชย าตามทีไ่ ดร บั ใหค รบและกลบั มาพบตามนดั ทกุ ครงั้
- รกั ษาความสะอาดบริเวณอวัยวะสบื พนั ธุภายนอกใหแหง สะอาดอยเู สมอ โดยเฉพาะใน
เรอื่ งของความอบั ชื้น
- งดการมีเพศสัมพันธจนกวาจะรักษาหาย ถาจาํ เปนควรใหฝายชายสวมถุงยางอนามัย
ดวยทุกครั้ง
- ไมด ม่ื แอลกอฮอลใ นขณะรบั การรกั ษา เพราะอาจมผี ลกบั ยาทร่ี กั ษาทําใหไ มส บาย ปวด
เมื่อยตัว หนา แดง หรือใจสัน่
- ตกขาวผดิ ปกตทิ เี่ กดิ จากการตดิ เชอื้ ถงึ แมจ ะไดร บั การรกั ษาจนหายดแี ลว แตถ า กลบั ไป
รบั เชอื้ อกี กจ็ ะมโี อกาสเปน ซํ้าไดอ กี หากมตี กขาวผดิ ปกตใิ หร บี กลบั มาปรกึ ษาใหเ รว็ ทส่ี ดุ
- ในรายที่มีโรคประจาํ ตัวท่ีเสี่ยงตอการติดเช้ือก็ตองรักษาหรือควบคุมโรคใหดี เชน
โรคเบาหวาน
- หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณชอ งคลอดที่มีอาการคนั
- หลกี เล่ียงการสวมกางเกงและกางเกงช้ันในทค่ี บั เกนิ ไป
วธิ ปี องกันตกขาว
เราสามารถปอ งกนั การเกดิ ตกขาวทผ่ี ดิ ปกตไิ ดด ว ยการลดปจ จยั เสยี่ งและลดโอกาสเสยี่ งจาก
การติดเช้อื ดงั น้ี
- รักษาความสะอาดของชองคลอดและอวัยวะเพศใหสะอาดอยูเสมอ โดยเลือกใชสบู
ออนโยนตอ จุดซอนเรน
- ลา งชอ งคลอดดว ยนาํ้ และสบอู อ น ๆ ทไ่ี มท าํ ใหเ กดิ การอกั เสบหรอื ระคายเคอื ง (หลงั จาก
ลางทาํ ความสะอาดเรียบรอยแลว ในการทําความสะอาดอวัยวะเพศควรเช็ดจากดาน
หนาไปดานหลัง ไมเช็ดจากหลังมาหนาเพ่ือปองกันการติดเชื้อจากทวารหนักมาท่ี
ชอ งคลอด)
- เพื่อปองกันการสะสมของเช้ือโรคในหองนํา้ ควรทําความสะอาดหองนาํ้ อยูเสมอ และ
ทําความสะอาดโถสุขภณั ฑกอนการใชงานเพื่อปอ งกนั การติดเช้อื
- ไมป ลอ ยใหบ รเิ วณชอ งคลอดอบั ชน้ื หรอื ชนื้ แฉะ เพราะสภาพเหลา นจ้ี ะทาํ ใหเ ชอื้ ราเจรญิ
เติบโตไดดี ดังน้ัน เม่ือรูสึกรอนหรือเหนอะหนะบริเวณปากชองคลอด ควรทําความ
สะอาดแลวเช็ดใหแ หง
- หลกี เลย่ี งการสวนลา งชอ งคลอด การใชย าดบั กลิ่น หรือการใชน ํ้ายาอนามยั ลา งเฉพาะ
ทโ่ี ดยไมจ ําเปน เพยี งแตท าํ ความสะอาดภายนอกดว ยน้ําสะอาดอยา งเดยี วและซบั ใหแ หง
การบรบิ าลเภสัชกรรมสำหรับอาการตกขาวในรานยา 137
กเ็ พียงพอแลว เพือ่ ชว ยรกั ษาความสมดุลของแบคทีเรยี ในชอ งคลอด
- สวมใสกางเกงชั้นในท่ีสะอาด ทาํ จากผาท่ีระบายอากาศไดดี ไมหนา คับ อึดอัด หรือ
ทําใหอ บั ชน้ื ไดง า ย (สว นในเดก็ ผหู ญงิ ทใ่ี สก างเกงชน้ั ในใยสงั เคราะห บางครง้ั อาจไมร จู กั
รกั ษาความสะอาดและปลอ ยใหอ บหรอื อบั ชน้ื กอ็ าจทาํ ใหม นี าํ้ เมอื กจากชอ งคลอดออก
มาเปอ นกางเกงในได ซงึ่ จะไมม กี ลนิ่ และไมค นั ใหร กั ษาความสะอาดดว ยการใชน ้ําสะอาด
ชะลางและเปลย่ี นมาใชก างเกงในผา ฝายแทน)
- หลีกเล่ยี งการใชผ าอนามยั แผน บางติดตอ กันทกุ วนั เพราะอาจจะทําใหเ กดิ ความอับช้นื
และเปนแหลงสะสมของเช้อื โรคได
- หลีกเลี่ยงการมีคูนอนหลายคน และควรใหฝายชายสวมถุงยางอนามัยดวยทุกครั้ง
เพือ่ ความปลอดภยั จากการติดเชอื้ ทางเพศสัมพันธ
- หากเคยมอี าการตกขาวผดิ ปกตจิ ากการตดิ เชอื้ ทางเพศสมั พนั ธ ควรใหค นู อนเขา รบั การ
รกั ษาการตดิ เชอื้ ดงั กลา วดว ยเพอ่ื ปอ งกนั การตดิ เชอื้ ซ้าํ ภายหลงั จากทรี่ กั ษาจนหายดแี ลว
- หลกี เลีย่ งการใชยาปฏิชวี นะโดยไมจ ําเปน
- หลีกเล่ยี งการใชผา อนามยั ท่ีมีสวนผสมของนา้ํ หอม เพอ่ื ปองกันอาการระคายเคือง
- ควบคุมและรกั ษาโรคทอ่ี าจเปนสาเหตุ เชน โรคเบาหวาน
ตารางที่ 48 เปรยี บเทยี บตกขาวผิดปกติท่ีเกิดจากเชื้อทั้งสามชนดิ และยาทแี่ นะนาํ
เชือ้ ท่เี ปน สาเหตุ อาการ ยาท่แี นะนํา
การติดเช้ือแบคทเี รยี ในชองคลอด (Bacterial Vaginosis)
Anaerobe bacteria : ตกขาวสขี าวเหลอื ง อาจมอี าการคนั เลก็ นอ ย - Metronidazole 400-500 มก.
Prevotella spp. มกี ล่นิ คาว กนิ วนั ละ 2 ครง้ั หลงั อาหาร นาน 7 วนั
Mobiluncus spp. อาจเกิดอาการปสสาวะแสบขดั - Clindamycin 300 มก. กนิ วนั ละ 2
Mycoplasma hominis อาจเจบ็ ชอ งคลอดเมื่อมีเพศสมั พนั ธ ครัง้ หลงั อาหาร นาน 7 วนั
Gardnerella vaginalis หมายเหตุ : ไมแนะนาํ ใหการรกั ษาคูนอน - Metronidazole 500 มก. สอดทาง
*Strength of recommendation : ชอ งคลอดวนั ละคร้ัง นาน 7 วนั
Grade2, Quality of evidence : Grade B *Strength of recommendation :
Grade1, Quality of evidence:
Grade A
สตรตี ัง้ ครรภ : Clindamycin
* Strength of recommendation:
Grade2, Quality of evidence:
Grade C
138 คมู อื เภสัชกรชมุ ชนในการดแู ลอาการเจ็บปว ยเล็กนอ ยในรานยา
เชอื้ ท่ีเปน สาเหตุ อาการ ยาทแี่ นะนํา
การติดเช้อื ราในชองคลอด (Vulvovaginal Candidiasis)
Candida spp. ตกขาวมีขาวลักษณะเหนียวขน คลายแปง กรณี Uncomplicated VVC:
(airborne gram เปย กหรอื ตะกอนนม(Curd) มอี าการคนั อาจ - Itraconazole รบั ประทาน 400 มก.
positive fungus) มีอาการแสบรอนในชองคลอด, ปสสาวะ ครั้งเดยี ว
มี 3 ชนิดคอื แสบขัด หรือเจบ็ เวลามเี พศสัมพนั ธ - Fluconazole รบั ประทาน 150 มก.
Candida albicans หมายเหตุ: ไมแนะนําใหการรักษาคูนอน ครง้ั เดียว
80-95 % ยกเวนมีอาการ - Clotrimazole ขนาด 500 มก. สอด
Cand ida grabata *Strength of recommendation : ทางชองคลอดคร้งั เดยี ว
Candida tropicalis Grade1, Quality of evidence : Grade B * Strength of recommendation :
Grade1, Quality of evidence:
Grade A
สตรตี ง้ั ครรภ: Topical azole prepara-
tions
* Strength of recommendation :
Grade1, Quality of evidence :
Grade B
การตดิ เชอื้ พยาธใิ นชองคลอด (Vaginal Trichomoniasis)
Trichomonas vaginalis ตกขาวสเี หลอื งปนเขยี ว อาจพบลกั ษณะเปน - Metronidazole รับประทานครั้ง
ฟอง มีกล่นิ เหมน็ มีอาการปวดหลงั ปสสาวะ เดยี ว 2 กรมั หรอื แบง ใหค รง้ั ละ 1 กรมั
หรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ คันบริเวณ ในตอนเชาและตอนเย็น
อวัยวะเพศ เยื่อบชุ อ งคลอดอักเสบแดง อาจ - Tinidazole รับประทาน 2 กรัม
พบจุดเลือดออกท่ีปากมดลูกเรียก Straw- ครัง้ เดียว
berry cervix * Strength of recommendation:
หมายเหตุ: แนะนําใหการรักษาคูนอนไป Grade1, Quality of evidence :
พรอ มกัน Grade A
*Strength of recommendation : Grade1, สตรตี ้ังครรภ: Metronidazole
Quality of evidence: Grade A * Strength of recommendation :
Grade1, Quality of evidence:
Grade A
การบรบิ าลเภสชั กรรมสำหรับอาการตกขาวในรา นยา 139
ตารางที่ 49 ขอ มลู ยาทใี่ ชใ นการรกั ษาตกขาวผดิ ปกตจิ ากเชอ้ื ทงั้ สามกลมุ (Bacterial vaginosis,
Vulvovaginal Candidiasis และ Trichomonas vaginitis)
ชื่อยา ขอ บง ใช ประสิทธภิ าพ อาการไมพ งึ ประสงค ความปลอดภยั
Metronidazole Anaerobe Oral ดดู ซึมได
Trichomonas 80% ADR: Metallic taste, Pregnancy
Tinidazole vaginalis, ประสทิ ธิภาพทาง · Gastrointestinal: Nausea (~12%), Category : B
Giardia คลินิก: BV anorexia, abdominal cramping, Lactation :
duodenalis 400-500 มก. วนั constipation, diarrhea, furry tongue, Excreted in
ละ 2 ครั้ง นาน glossitis, proctitis, stomatitis, unusual/ human milk; not
7 วนั ไดผ ล 82% metallic taste, vomiting recommended
BV 2 กรัมคร้งั · Cardiovascular: Flattening of the
เดียว ไดผ ล 62% T-wave, flushing
TV 2 กรมั ครัง้ · Central nervous system : Ataxia,
เดยี ว ไดผ ล confusion, dizziness, headache,
82-88% insomnia, seizure
· Dermatologic : Erythematous rash,
urticaria
· Endocrine & metabolic : Disulfiram-
like reaction, dysmenorrhea, libido
decreased
Anaerobe ดูดซมึ ไดเกอื บ ADR: Metallic taste Pregnancy
(BV) 100% · Central nervous system: Fatigue/ Category : C
Trichomonas ประสทิ ธภิ าพทาง malaise (1% to 2%), dizziness (1%), Lactation :
vaginalis (TV), คลนิ ิก: BV headache (1%) Discontinue
Giardia และTV ใกลเ คียง · Endocrine & metabolic : Menorrha- nursing while
duodenalis กบั metronida- gia (>2%) taking drug & for
zole · Gastrointestinal : Metallic/bitter taste 3 d after last
(4% to 6%), nausea (3% to 5%), an- dose
orexia (2% to 3%), appetite de-
creased (>2%), flatulence (>2%),
dyspepsia/cramps/epigastric discom-
fort (1% to 2%), vomiting (1% to 2%),
constipation (1%)
· Genitourinary : Candida vaginitis
(5%), pelvic pain (>2%), urine abnor-
mality (>2%), vulvovaginal discom-
fort (>2%)
· Neuromuscular & skeletal: Weakness
(1% to 2%)
· Renal : Urinary tract infection (>2%)
· Respiratory : Upper respiratory tract
infection (>2%)