The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sabaitip-mai-in, 2022-08-17 00:12:39

รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก

รามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทก

ทายซใิ ครเอ่ย?

มหาเทพผู้เป็ นใหญใ่ นจักรวาล
บิดาของพระพฆิ เนศ
พาหนะมนี ามว่า อศุ ุภราช หรอื โคเผือก

“พระอิศวร”

ทายซใิ ครเอ่ย?

อกี พระนามคือ “พระวษิ ณ”ุ
พระองคค์ อื ผู้สรา้ งโลก
มพี ญาครฑุ เป็ นพาหนะ

“พระนารายณ์”

ทายซิใครเอ่ย?

โอรสของทา้ วทศรถและนางเกาสุรยิ า
มพี ระอนชุ า ๓ พระองค์ คือ พระลักษณ์
พระพรต และพระสัตรตุ
รา่ งอวตารปางที่ ๗ ของพระนารายณ์

“พระราม”

ทายซิใครเอ่ย?

โอรสของทา้ วลสั เตียนกบั นางรัชฎา
หลานของทา้ วมาลีวราช เดนิ ช่ือ นนทก

กายเป็ นสีทองตอนลงสวนเกีย้ วนางสีดา

ผ้มู ี ๑๐ เศียร ๒๐ กร กายเป็ นสีเขียว

“ทศกัณฐ์”

ทายซใิ ครเอย่ ?

ผู้ทีค่ นื ชพี ไดเ้ ม่ือลมพัด
เป็ นลิงเผอื กกายสีขาว
หาวเป็ นดาวเป็ นเดือน

“หนมุ าน”

ฉันชอบพระรามทีส่ ดุ แตฉ่ นั ชอบทศกัณฐ์มากกวา่
ในเร่อื งรามเกยี รตเิ์ ลย มตี ั้ง ๑๐ เศียร ๒๐ กร เชียวนะ

ว่าแต.่ ..ทาไมทศกัณฐ์
ถงึ มตี ัง้ ๑๐ เศียร ๒๐ กรนะ

รามเกยี รติ์
ตอน

นารายณ์ปราบนนทก

ครซู ี

กจิ กรรมทบทวนเนื้อหาท้ายบทเรียน

รามเกียรติ์ เป็นวรรณคดีสำคัญเร่ืองหนึ่งของไทย โดยมีต้นเค้ำจำกวรรณคดีอินเดีย
คือ มหำกำพย์รำมำยณะ ที่ฤๅษีวำลมีกิ ชำวอินเดียแต่งขึ้นเป็นภำษำสันสกฤต เมื่อ
ประมำณ 2,400 ปีเศษ เชื่อว่ำน่ำจะเป็นท่ีรู้จักในหมู่ชำวไทยมำตั้งแต่สมัยโบรำณ
จำกอิทธิพลของลัทธิพรำหมณ์ฮินดูสำหรับเร่ืองรำมเกียรติ์ ของไทยน้ัน มีมำต้ังแต่สมัย
อยธุ ยำ ในสมัยกรงุ ธนบรุ ี สมเดจ็ พระเจำ้ กรงุ ธนบรุ ี ได้ทรงพระรำชนิพนธ์สำหรับให้ละคร
หลวงเล่น ปัจจุบันมีอยู่ไม่ครบ ต่อมำในสมัยรัตนโกสินทร์รัชกำลท่ี 1 ได้ทรงพระรำช
นพิ นธ์ข้ึนเพ่ือรวบรวมเรอื่ งรำมเกียรต์ิ ซง่ึ มมี ำแตเ่ ดิมใหค้ รบถว้ น สมบรู ณต์ ั้งแต่ต้นจนจบ

พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเร่ืองรามเกียรติ์ เพื่อให้
ละครหลวงเลน่ โดยไดท้ รงเลอื กมาเป็นตอน ๆ ในสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั ทรงพระ
ราชนิพนธ์บทละครเร่ืองรามเกียรติ์ โดยใช้ฉบับของอินเดีย (รามายณะ) มาพระราชนิพนธ์ ใช้ชื่อว่า
“บอ่ เกดิ รามเกียรต”ิ์

ต้นเค้าของเร่ืองรามเกียรติ์น่าจะมาจากเร่ืองรามยณะ ของอินเดีย ซ่ึงเป็นนิทานที่แพร่หลายอยู่
ท่วั ไปในภูมิภาคเอเชียใต้ ต่อมาอารยธรรมอนิ เดียได้แพรห่ ลายเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
พ่อค้าชาวอินเดียได้นาอารยธรรมและศาสนาเข้ามาเผยแพร่ด้วย ทาให้เร่ืองรามยณะแพร่หลายไปท่ัว
ภูมิภาค กลายเป็นนิทานท่ีรู้จักกันเป็นอย่างดี และได้ปรับเปลี่ยนเน้ือหาใหส้ อดคล้องกับวัฒนธรรมของ
ประเทศน้ันจนกลายเป็นวรรณคดีประจาชาติไป ดังปรากฏในหลาย ๆ ชาติ เช่น ลาว พม่า เขมร
มาเลเซีย อินโดนเี ซยี ลว้ นมีวรรณคดเี ร่ืองรามเกยี รต์ิเป็นวรรณคดปี ระจาชาติทงั้ สนิ้

ความสาคญั ของวรรณคดี

ความเปน็ มาของบทละครเรื่อง รามเกียรติ์

๑ ๒ ๓

มหากาพยร์ ามายณะของ วรรณคดขี องชาติถกู เผา พระเจา้ ตากสินมหาราชทรงกอบกู้
อนิ เดยี เผยแพรเ่ ขา้ มาในสยาม ทาลายในเหตกุ ารณ์เสีย เอกราชและทรงพระราชนิพนธ์
กรงุ ศรีอยธุ ยาครั้งท่ี ๒
รามเกยี รต์ิ ๔ ตอน

ราม + เกยี รติ หมำยถึง เกียรติของพระรำม

ต ำ ม ค ติ ฮิ น ดู มี ค ว ำ ม เ ชื่ อ ว่ ำ
พระรำม คือ พระนำรำยณอ์ วตำรลง
มำยงั โลกมนษุ ยเ์ พอ่ื ปรำบยุคเขญ็

รำมเกียรติ์ มำจำก วรรณคดีอินเดีย เร่ือง รำมำยณะ
ซึ่งเป็นวรรณคดีสำคัญและมีมำนำนกว่ำ ๒,๐๐๐ ปี ถือว่ำ
เป็นเรื่อง มหำภำรตะที่ย่งิ ใหญ่และมีชื่อเสียง ส่วนไทยได้นำ
วรรณคดี เรอ่ื ง รำมเกียรต์ิ มำแสดงเปน็ หนังใหญ่ โขน ละคร
นอกจำกนี้ ยงั นำมำวำดเปน็ ภำพจิตรกรรมฝำผนัง

เม่ือ พ.ศ. 2310 ในเหตุกำรณ์เสียกรุงศรีอยุธยำคร้ังท่ี 2 วรรณคดี
ของชำติถูกเผำทำลำยเป็นจำนวนมำก ครั้นสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช
ทรงกอบกู้เอกรำชและต้ังกรุงธนบุรีเป็นรำชธำนี พระองค์ทรงฟ้ืนฟู
วรรณคดีของชำติ โดยทรงพระรำชนิพนธ์รำมเกียรติ์ในตอน พระมงกุฎ
ประลองสร ตอน หนุมำนเก้ียวนำงวำริน ตอน ท้ำวมำลีวรำชว่ำควำม และ
ตอน ทศกัณฐ์ต้งั พธิ ที รำยกรด

เพอ่ื ควำมบันเทิง สำหรับเล่นละครใน และปลุกใจให้ประชำชน
กล้ำหำญ โดยทรงใช้บทละครสอนค่ำนิยมและศีลธรรมแก่
ประชำชน

เนอ้ื เรอ่ื งรามเกยี รต์ิ แบง่ ออกเปน็ 3 ตอน คือ

ตอนท่ี 1 ตอนกำเนิดตัวละครต่ำง ๆ กล่ำวถึงพวกอสูรทำควำมเดือดร้อนแก่มนุษย์
พระนำรำยณ์จงึ อวตำรลงมำเกดิ

ตอนที่ 2 เป็นตอนเกิดสงครำม เร่ิมจำกพระรำมได้ออกผนวชและเดินป่ำ พร้อมด้วยนำงสีดำ
และพระลักษณ์ ทศกัณฐ์ใช้อบุ ำยลักนำงสีดำไปไว้ในกรุงลงกำ พระรำมออกตำมหำนำงสีดำ ได้วำนร
เปน็ บริวำร ใจควำมสำคัญอยู่ทก่ี ำรรบระหวำ่ งพระรำมกบั ทศกณั ฐ์

ตอนท่ี 3 ตอนพระรำมกลบั เข้ำครองเมือง บริวำรทศกัณฐ์ทย่ี ังรอดชีวิตอยู่ออกอุบำยให้พระรำม
เข้ำใจนำงสีดำผิดว่ำนำงมีใจปฏิพัทธ์ต่อทศกัณฐ์ พระรำมจึงส่ังให้พระลักษณ์นำนำงสีดำไปประหำร
แต่พระลักษณ์ปล่อยนำงไป นำงสีดำจึงต้องออกจำกเมืองและไปอยู่กับฤๅษีและกำเนิดพระโอรส เม่ือ
พระรำมรูค้ วำมจริง จงึ ไปรับนำงกลับเขำ้ ในเมอื งและได้ทำพธิ รี ำชำภิเษกเสวยรำชย์ในกรงุ ศรอี ยธุ ยำ

บทละครเร่ือง รำมเกียรต์ิ ตอน นำรำยณ์ปรำบนนทก
ผู้แต่งคือ พระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลก แต่งเป็น
กลอนบทละคร ซ่ึงมีลักษณะบังคับคลำ้ ยกับกลอนสุภำพหรือ
กลอนแปด

พระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลกมหำรำช มีพระนำมเดิมว่ำ
ด้วง พระชนกคือหลวงพินิจอักษร กับพระชนนีคือ ดำวเรือง ทรงขึ้นครองรำชย์
หลงั จำกสมเด็จพระเจำ้ กรงุ ธนบรุ ีเสดจ็ สวรรคต เป็นปฐมกษัตริย์แห่งรำชวงศ์จักรี
ตลอดรัชกำลพระองค์ทรงทำสงครำมทั้งกับพม่ำและปรำบหัวเมืองต่ำง ๆ ทรง
สร้ำงระเบยี บกำรปกครองฟ้นื ฟพู ระพุทธศำสนำ ศิลปะศำสตร์ และอักษรศำสตร์
รวบรวมชำระกฎหมำยตรำสำมดวงจนสมบูรณ์ และพระองค์ยังเป็นกวีโดยทรง
พระรำชนพิ นธว์ รรณคดีไวห้ ลำยเร่ือง

พระบรมสำทสิ ลักษณ์ พระบำทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ำจฬุ ำโลกมหำรำช

ตวั อยา่ ง งานพระราชนพิ นธ์

1. บทละครเรอ่ื งรามเกียรติ์
2. บทละครเรอื่ งอณุ รุท
3. บทละครเรื่องอเิ หนา

กจิ กรรมทบทวนเนื้อหาท้ายบทเรียน



เกื้อเกิดเพ่ือสมภารบพิตร กระวิวิธหลายหลาก รู้มลาก
หลายฉันท์ นิพนั ธ์โคลงคากลอน ภูธรดาริดารัส จัดจองทานอง
ทานุก ไตรดายคุ นิทาน ตานานเรอ่ื งรามเกยี รติ์ เบยี นบรปักษ์
ยักษพนิ าศ ดว้ ยพระราชาโวหาร

ขอ้ มูลจาก : หอสมดุ วชิรญาณ

จบดว้ ยโคลงกระทู้ 1 บท เพอ่ื บอกวตั ถปุ ระสงคใ์ นการแต่งและตอ่ ด้วยโคลงสสี่ ภุ าพ
1 บท เปน็ การบอกระยะเวลาเมอื่ เร่ิมพระราชนพิ นธ์

จบ เรื่องราเมศลา้ ง อสรุ พงษ์
บ พติ รธรรมกิ ทรง แตง่ ไว้
ริ รา่ พรา่ ประสงค์ สมโพช พระนา
บรู ณ์ บาเรอรมยใ์ ห้ อา่ นร้องราเกษม ฯ

กำรใช้คำข้ึนตน้

“เมือ่ นน้ั ” : ใช้สำหรับขึ้นต้นเม่ือกลำ่ วถงึ ผู้มยี ศศักดิ์ เช่น เทวดำ กษัตรยิ ์

“บัดนั้น” : ใชส้ ำหรบั ขึน้ ตน้ เมอ่ื กล่ำวถงึ ผ้นู อ้ ย หรอื ผใู้ ต้บังคบั บญั ชำ
เชน่ เสนำ อำมำตย์ ทหำร สำมญั ชน

“มำจะกล่ำวบทไป” : ใช้สำหรบั ขน้ึ ตน้ เรื่อง หรือกลำ่ วถึงเร่อื งทีแ่ ทรกเขำ้ มำ

ในการแต่งโดยทั่วไปก็เหมือนกับการแต่งกลอนสุภาพแต่ละวรรคมี
คาได้ตั้งแต่ 6-9 คา การนับกลอนบทละครจะนับเป็นคากลอนคือ
2 วรรคเท่ากับ 1 คากลอน การจะใช้คามากน้อยขึ้นอยู่กับทานองร้อง
เปน็ สาคัญ

กจิ กรรมทบทวนเนื้อหาท้ายบทเรียน





มำจะกล่ำวบทไป ถึงนนทกนำ้ ใจกลำ้ หำญ
ตั้งแต่พระสยมภวู ญำณ ประทำนให้ลำ้ งเท้ำเทวำ
อยู่บนั ไดไกรลำสเป็นนิจ สุรำฤทธ์ติ บหัวแลว้ ลบู หน้ำ
บำ้ งให้ตักน้ำลำ้ งบำทำ บ้ำงถอนเสน้ เกศำวนุ่ ไป
จนผมโกร๋นโลน้ เกลย้ี งถงึ เพียงหู ดเู งำในน้ำแลว้ รอ้ งไห้
ฮึดฮดั ขดั แค้นแน่นใจ ตำแดงด่งั แสงไฟฟ้ำ
เปน็ ชำยดดู มู๋ ำหมิน่ ชำย มิตำยก็จะไดเ้ ห็นหน้ำ
คิดแล้วก็รีบเดินมำ เฝำ้ พระอิศรำธบิ ดี

ครั้นถึงจ่งึ ประณตบทบงสุ์ ทลู องค์พระอิศวรเรอื งศรี
วำ่ พระองคเ์ ปน็ หลกั ธำตรี ยอ่ มเมตตำปรำนที ่ัวพักตร์
ผู้ใดทำชอบตอ่ เบ้ืองบำท กป็ ระสำทท้งั พรแลยศศกั ด์ิ
ตัวข้ำกม็ ชี อบนัก ล้ำงเท้ำสรุ ำรักษถ์ ึงโกฏิปี
พระองคผ์ ้ทู รงศกั ดำเดช ไมโ่ ปรดเกศแกข่ ้ำบทศรี
กรรมเวรสิง่ ใดดงั่ นี้ ทลู พลำงโศกีรำพัน

เมื่อนัน้ พระอศิ วรบรมรงั สรรค์
เหน็ นนทกโศกำจำบัลย์ พระทรงธรรมใ์ หค้ ิดเมตตำ
จง่ึ มเี ทวรำชบรรหำร เอ็งตอ้ งกำรสิง่ ไรจงเร่งวำ่
ตวั กูจะใหด้ ง่ั จนิ ดำ อยำ่ แสนโศกำอำลยั ฯ

บัดนัน้ นนทกผมู้ อี ัชฌำสัย
นอ้ มเศียรบงั คมแลว้ ทูลไป จะขอพรเจ้ำไตรโลกำ
ให้นิ้วข้ำเปน็ เพชรฤทธี จะชี้ใครจงม้วยสังขำร์
จะได้รองเบ้ืองบำทำ ไปกวำ่ จะสนิ้ ชีวี

เมือ่ นัน้ พระสยมภูวญำณเรอื งศรี
ได้ฟงั นนทกพำที ภมู นี ่งิ นกึ ตรึกไป
อ้ำยนี่มชี อบมำช้ำนำน จำจะประทำนพรให้
คิดแลว้ ก็ประสทิ ธิพ์ รชยั จงได้สำเร็จมโนรถ

บดั น้ัน นนทกผู้ใจสำหส
รบั พรพระศลุ มี ียศ บงั คมแลว้ บทจรไป
ขัดสมำธินั่งยิ้มริมอ่ำงใหญ่
คร้ันถึงบนั ไดไกรลำส ด้วยใจกำเรบิ อหงั กำร์
คอยหมเู่ ทวำสุรำลยั

เมื่อนั้น เทวำสรุ ำฤทธทิ์ ุกทิศำ
สุบรรณคนธรรพว์ ิทยำ ต่ำงมำเฝ้ำองค์พระศุลี
คนธรรพ์เทวรำชฤๅษี
คร้ันถึงซง่ึ เชิงไกรลำส เขำ้ ไปยงั ทอี่ ฒั จนั ทร์
กช็ วนกนั ยำ่ งเยือ้ งจรลี เมอ่ื จะไปก็จบหัวส่นั
สรวลสนั ต์เยำะเย้ยเฮฮำ
นนทกกล็ ้ำงเทำ้ ให้
สัพยอกหยอกเล่นเหมือนทกุ วัน

บัดนนั้ นนทกน้ำใจแกล้วกล้ำ
กริ้วโกรธร้องประกำศตวำดมำ อนจิ จำขม่ เหงเล่นทกุ วัน
จนหวั ไมม่ ผี มติด สดุ คดิ ทีเ่ รำจะอดกลั้น
วันน้ีจะได้เหน็ กัน ขบฟันแล้วชี้นิว้ ไป

ตอ้ งสุบรรณเทวำนำคี ดง่ั พษิ อสนุ ีไม่ทนได้
ลม้ ฟำดกลำดเกล่ือนลงทันใด บรรลัยไมท่ นั พรบิ ตำ

เม่ือนั้น หสั นยั นเ์ จำ้ ตรยั ตรึงศำ
เห็นนนทกน้ันทำฤทธำ ช้ีหมเู่ ทวำวำยปรำณ
ตกใจตะลึงรำพงึ คิด ใครประสิทธิใ์ ห้มนั สงั หำร
คิดแลว้ ขน้ึ เฝ้ำพระทรงญำณ ยังพิมำนทิพรตั นร์ จู ี

ครน้ั ถงึ จึง่ ประณตบทบงส์ุ ทูลองคพ์ ระอศิ วรเรอื งศรี
วำ่ นนทกมนั ทำฤทธี ชห้ี มเู่ ทวำบรรลยั
อันซง่ึ น้วิ เพชรของมัน พระทรงธรรมป์ ระทำนฤๅไฉน
จ่งึ ทำอำจองทะนงใจ ไมเ่ กรงใตเ้ บือ้ งบำทำ

เมือ่ นนั้ พระอศิ วรบรมนำถำ
ไดฟ้ ังองคอ์ มรนิ ทรำ จึ่งมีบัญชำตอบไป
อำ้ ยน่ที ำชอบมำชำ้ นำน เรำจ่ึงประทำนพรให้
มนั กลับทรยศกระบถใจ ทำกำรหยำบใหญ่ถงึ เพยี งน้ี

ตรัสแล้วจึ่งมีบญั ชำ ดูรำพระนำรำยณ์เรืองศรี
ตวั เจำ้ ผู้มีฤทธี เปน็ ท่พี ึง่ แกห่ มเู่ ทวญั
จงช่วยระงับดบั เข็ญ ให้เยน็ ท่ัวพภิ พสรวงสวรรค์
เชิญไปสังหำรอ้ำยอำธรรม์ ใหม้ นั ส้นิ ชีพชวี ำ

เมอ่ื น้ัน องคพ์ ระนำรำยณ์นำถำ
รับสัง่ ถวำยบงั คมลำ ออกมำแปลงกำยดว้ ยฤทธี
อ้อนแอน้ อรชรเฉลมิ ศรี
เปน็ โฉมนำงเทพอปั สร ไปอย่ทู นี่ นทกจะเดนิ มำ
กรำยกรย่ำงเย้ืองจรลี นนทกผู้ใจแกลว้ กล้ำ
สำรำญกำยำแลว้ เทยี่ วไป
บดั น้นั
สิ้นเวลำเฝำ้ เจำ้ โลกำ

เหลือบเหน็ สตรีวไิ ลลกั ษณ์ พศิ พักตรผ์ อ่ งเพยี งแขไข
งำมโอษฐง์ ำมแก้มงำมจไุ ร งำมนัยนเ์ นตรงำมกร
งำมถนั งำมกรรณงำมขนง งำมองค์ย่งิ เทพอัปสร
งำมจริตกิริยำงำมงอน งำมเอวงำมออ่ นทั้งกำยำ
ถึงโฉมองค์อคั รลกั ษมี พระสุรสั วดเี สนห่ ำ
สน้ิ ทั้งไตรภพจบโลกำ จะเอำมำเปรยี บไมเ่ ทยี บทัน
ดไู หนก็เพลินจำเรญิ รัก ในองค์เยำวลกั ษณ์สำวสวรรค์
ยิ่งพศิ ยง่ิ คดิ ผูกพัน กเ็ ดนิ กระชั้นเข้ำไป ฯ”

โฉมเอยโฉมเฉลำ เสำวภำคย์แนง่ นอ้ ยพิสมยั
เจ้ำมำแตส่ วรรค์ช้นั ใด นำมกรช่อื ไรนะเทวี
ประสงคส์ ่ิงใดจะใครรู้ ทำไมมำอยู่ท่นี ่ี
ข้ำเหน็ เป็นน่ำปรำนี มำรศรจี งแจง้ กจิ จำ

เมือ่ นัน้ นำงนำรำยณเ์ ยำวลกั ษณ์เสน่หำ
ได้ฟังยิ่งทำมำรยำ ชำเลอื งนยั นำแลว้ ตอบไป
ทำไมมำลว่ งไถ่ถำม ลวนลำมบกุ รุกเขำ้ มำใกล้
ท่ำนนี้ไม่มคี วำมเกรงใจ เรำเปน็ ขำ้ ใชเ้ จ้ำโลกำ
พนักงำนฟ้อนรำระบำบัน ชอ่ื สุวรรณอัปสรเสน่หำ
มีทกุ ขจ์ ึง่ เที่ยวลงมำ หวงั วำ่ จะให้คลำยรอ้ น

สุดเอยสดุ สวำท โฉมประหลำดล้ำเทพอปั สร
ทง้ั วำจำจริตกง็ ำมงอน ควรเปน็ นำงฟอ้ นวไิ ลลกั ษณ์
อนั ซ่งึ ธรุ ะของเจำ้ หนักเบำจงแจ้งใหป้ ระจักษณ์
ถำ้ วำสนำเรำเคยบำรงุ รกั ก็จะเปน็ ภักษผ์ ลสบื ไป
ตวั พี่มิไดล้ วนลำม จะถือควำมส่งิ น้ีนไ่ี ม่ได้
สำวสวรรค์ขวัญฟ้ำยำใจ พ่ไี ร้คจู่ ะพึง่ แต่ไมตรี

เม่อื น้ัน นำงเทพนมิ ติ โฉมศรี
ค้อนแล้วจง่ึ ตอบวำที วำ่ นไี้ พเรำะเปน็ พ้นไป
อนั ซ่งึ จะฝำกไมตรีขำ้ ขอ้ น้ันอยำ่ ว่ำหำรูไ้ ม่
เรำเป็นนำงรำระบำใน จะมีมติ รท่ใี จผกู พนั
ใครมำรำเกลงเพลงฟอ้ น จ่ึงจะผ่อนดว้ ยควำมเกษมสนั ต์
รำได้ก็มำรำตำมกนั น่ันแหละจะสมดงั่ จนิ ดำ

บัดนั้น นนทกผู้ใจแกลว้ กล้ำ
ไม่รู้วำ่ นำรำยณแ์ ปลงมำ กโ็ สมนสั ำพนั ทวี
ยม้ิ แลว้ จงึ่ กลำ่ วสุนทร ดูกอ่ นนำงฟำ้ เฉลมิ ศรี
เจำ้ จกั ปรำรมภไ์ ปไยมี พ่ีเป็นคนเก่ำพอเข้ำใจ
เชญิ เจ้ำรำเถิดนะนำงฟำ้ ให้สน้ิ ท่ำท่ีนำงจำได้
ตวั พี่จะรำตำมไป มใิ หผ้ ดิ เพลงนำงเทวี
พระนำรำยณ์ทรงสวสั ดริ์ ศั มี
เมื่อน้นั ทำทีเย้ืองกรำยให้ยวนยิน
เหน็ นนทกหลงกลกย็ นิ ดี

เทพนมปฐมพรหมสห่ี น้ำ สอดสรอ้ ยมำลำเฉิดฉนิ
ท้งั กวำงเดนิ ดงหงสบ์ นิ กินรนิ เลียบถ้ำอำไพ
อีกช้ำนำงนอนภมรเคลำ้ ทง้ั แขกเต้ำผำลำเพยี งไหล่
เมขลำโยนแก้วแววไว มยุเรศฟ้อนในอมั พร
ลมพดั ยอดตองพรหมนิมติ ทง้ั พสิ มยั เรยี งหมอน
ยำ้ ยทำ่ มัจฉำชมสำคร พระสีก่ รขว้ำงจกั รฤทธริ งค์
ฝ่ำยวำ่ นนทกกร็ ำตำม ด้วยควำมพิสมัยใหลหลง
ถงึ ทำ่ นำคำม้วนหำงวง ชี้ตรงถกู เพลำทนั ใด

ท่าเทพนม ท่าปฐม


Click to View FlipBook Version