๔๘
บันทกึ ควำมเหน็ ของผ้ตู รวจแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ มคี วามคิดเห็น ดงั นี้
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ เนื่องจาก...........................................
ลงชอ่ื ..........................................
( นางไพรจติ ร บ้านเหลา่ )
หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรียน
เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด สมรรถนะหลกั คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และการเรยี นรูใ้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ลงชื่อ..........................................
( นางสาวสภุ ัสตรา ฝา่ ยสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนำ้ สถำนศึกษำ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้ เนือ่ งจาก.......................................
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรียน
๔๙
บันทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
......................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................. ..................................
...................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... ......................................
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
.............................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ ม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน/แนวความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปัญหำ/อุปสรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข และผลกำรแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงชอ่ื .....................................................ผู้สอน
( นางพชิ ชานันท์ แสนแกว้ )
๕๐
ควำมเรียงเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงกบั กำรดำรงชีวิต
ปัจจุบนั การดารงชีวติ ของคนไทยเปล่ียนแปลงไป มีการแข่งขันกนั อยู่ตลอดเวลา ทาให้ทุกคนต้อง
ปรับเปล่ียนตนเองใหเ้ ข้ากับยุคสมัยเพ่ือความอยูร่ อดในสังคม ส่งผลให้การดาเนนิ ชวี ิตของผูค้ นสว่ นใหญ่ต้องสวน
ทางกบั แนวคดิ ดา้ น เศรษฐกจิ พอเพยี ง และสิง่ ดๆี ท่ีสืบทอดกนั มาตั้งแตส่ มยั บรรพบุรุษ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ ปรชั ญาทเ่ี นน้ ความพอดี บางคนเรียกวา่ ปรัชญาเศรษฐกิจแบบมัชฌิมา คือ ยึดทางสาย
กลาง ทัง้ นี้ ถา้ ทกุ คนตระหนักถงึ ความสาคัญของแนวคิดดงั กล่าว และนอ้ มรับนาไปปฏิบัตติ ามปรชั ญาท่ี
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ได้มพี ระราชดารัสไว้ สงั คมไทยกจ็ ะมีความเข้มแขง็ อย่างยัง่ ยืน ส่งผลให้
ประชาชนมคี ณุ ภาพชีวิตท่ดี ี มีอาชีพเพียงพอท่จี ะพึ่งพาตนเองและสามารถยกระดับคุณภาพความเปน็ อยู่ได้ โดย
กำรดำเนินชวี ิตในแบบเรียบงำ่ ย ภำยใตก้ ระแสโลกำภิวฒั น์ ตลอดจน ควำมเปลี่ยนแปลงต่ำงๆ ท่ี
เกดิ ขึน้ ปจั จุบนั องค์กำรสหประชำชำตไิ ด้กล่ำวกับประเทศต่ำง ๆ วำ่ ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพยี ง เป็น
ตวั อยา่ งที่ควรปฏิบตั ิตาม เพราะเปน็ แนวทางในการดาเนินชวี ติ ทีม่ ีควำมพอเพยี ง ซ่ึงหมำยถงึ ควำม
พอประมำณ ควำมมเี หตผุ ลและควำมจำเปน็ ท่ตี อ้ งมีระบบภูมิคมุ้ กันท่ดี ีต่อผลกระทบต่ำง ๆ ท่ีเกิดจำกกำร
เปล่ยี นแปลงท้ังภำยในและภำยนอก โดยอำศยั ควำมรอบรู้ รอบคอบและควำมระมดั ระวงั ในกำรนำวิชำกำร
ตำ่ งๆ มำใชเ้ พื่อวำงแผนและดำเนนิ กำร นอกจากนี้ ตอ้ งเสริมสร้างพ้ืนฐานทางดา้ นจิตใจของคนในชาติ
โดยเฉพาะเจ้าหน้าทร่ี ัฐ นกั ทฤษฎีและนักธุรกจิ ในทุกระดับให้มีจติ สานึกในคณุ ธรรม ความซื่อสัตยส์ จุ รติ และ
ความรอบรูใ้ นการดาเนนิ ชีวิตเพื่อให้เกิดความสมดุลและเตรียมพร้อมกับการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ทีจ่ ะเกดิ ขึน้
ดังนัน้ คนไทยทุกคนจึงควรตระหนักและหนั มาดาเนินชวี ิตโดยยึดหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง ซ่งึ เปน็ ปรัชญา
ทพ่ี ระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวทรงมพี ระราชดารสั ชแี้ นะแนวทางการดาเนนิ ชีวติ แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดย
ตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ต้งั แต่ก่อนวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกจิ และเมื่อภายหลังไดท้ รงเน้นย้าแนวทางการแก้ไข
เพ่ือให้รอดพน้ และสามารถดารงอยไู่ ด้อย่างมน่ั คงและยงั่ ยืนภายใต้กระแสโลกาภวิ ฒั น์ ตลอดจนความ
เปลีย่ นแปลงตา่ ง ๆ ของโลก
ที่มา http://www.thaihealth.or.th/
๕๑
ควำมเรียงเรอ่ื ง โชคดีท่มี ีภำษำไทย
“ ... เรามีโชคดที ่มี ภี าษาเปน็ ของตนเองแตโ่ บราณกาล จึงสมควรอย่างย่งิ ท่ีจะรักษาไว้ ปญั หาเฉพาะใน
ด้านรกั ษาภาษานี้ก็มหี ลายประการ อยา่ งหนึง่ ต้องรกั ษาให้บรสิ ทุ ธิใ์ นทางออกเสียง คือใหอ้ อกเสียงให้ถูกต้อง
ชดั เจน อีกอยา่ งหนึ่งต้องรกั ษาให้บริสทุ ธใิ์ นวธิ ีใช้ หมายความวา่ วิธีใชค้ ามาประกอบเปน็ ประโยค นับเปน็ ปัญหาท่ี
สาคญั ปัญหาท่ีสาม คอื ความรา่ รวยในคาของภาษาไทย ซ่งึ พวกเรานกึ ว่าไมร่ ่ารวยพอ จึงต้องมีการบญั ญตั ิศัพท์
ใหมม่ าใช้ ... " พระราชดารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวฯ ในคราวเสด็จพระราชดาเนนิ เป็นองค์ประธาน
การประชุมคณะกรรมการชุมนุมภาษาไทย ในการประชมุ ทางวิชาการ ของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย วนั ที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๐๕
ภาษาไทยเป็นภาษาท่ีได้รบั การยกย่องวา่ เปน็ ภาษาทมี่ ีความไพเราะภาษาหนึง่ ในโลก เปน็ ภาษาที่เกดิ
จากอจั ฉรยิ ภาพของบรรพบรุ ษุ ไทยที่ไดส้ ่ังสมและถ่ายทอดมาเป็นเวลาหลายร้อยปนี ับต้งั แตพ่ ่อขุนรามคาแหง
มหาราชทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึน้ จวบจบปจั จุบัน แม้พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวฯ พระองคท์ รงตระหนักถึง
ปัญหาในการใช้ภาษาไทย จนกลายเปน็ ต้นกาเนิดของ "วันภาษาไทยแห่งชาติ"
เพอื่ เป็นการสร้างแรงกระตนุ้ ให้คนไทยภมู ิใจในเอกลักษณท์ ่ีแสดงถงึ ความเปน็ ชาติไทย แสดงถึงความ
เปน็ ชนชาติท่มี ีภาษาเป็นของตนเอง ในขณะท่หี ลายประเทศในโลกน้นั ไม่มีภาษาซึ่งแสดงความเปน็ เอกลักษณ์ของ
ชาติ
ภาษาไทย มชี ื่อเรียกอกี อยา่ งว่า เปน็ ภาษาดนตรี เน่อื งจากเป็นภาษาทม่ี ีครบทง้ั เสยี งพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ เปน็ ภาษาท่ีสามารถใช้บนั ทึกเสยี งท่เี ปล่งออกมาได้เกือบจะครบถว้ น เช่น ภาษาจนี จะไม่สามารถ
บันทกึ เสียง "ด" ได้
นอกจากนี้ภาษาไทยยงั เปน็ ภาษาท่ีมีจงั หวะจะโคน มีสัมผัสคลอ้ งจองท่ีไพเราะเสนาะหูเมื่อเปรียบเทียบ
กบั ภาษาอืน่ สะท้อนถึงอปุ นสิ ัยของคนไทยทเี่ ปน็ คนเรยี บง่ายแตง่ ดงาม อย่กู บั ธรรมชาตแิ ละเสพสนุ ทรียะจากสิง่
รอบตัวได้ จะมรี ปู แบบฉนั ทลักษณ์ที่เป็นแบบแผน มีการใช้กลบท เล่นเสยี ง เลน่ คา และรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่ง
ล้วนแล้วแต่กลน่ั กรองมากจากธรรมชาติทั้งส้นิ ไมว่ ่าจะเปน็ กลบทบวั บานขยายกลีบ กลบทงูกินหาง กลบท
สะบัดสะบงิ้ ซงึ่ หาภาษาอน่ื ใดในโลกท่ีจะทาได้เช่นน้ีไม่มีอีกแลว้
ภาษาไทยเปน็ ภาษาทีแ่ สดงถึงความมีสัมมาคารวะ เพราะว่ามีระดับของภาษา เชน่ ภาษาทางการ ภาษาก่งึ
ทางการ ภาษาปาก ซ่งึ ต้องใช้ให้ถกู กาลเทศะ ยกตัวอยา่ งเช่น คาว่า กนิ ของพระใช้ ฉัน ของคนธรรมดาใช้
รบั ประทาน ของพระมหากษัตริย์ใช้ เสวย
แตใ่ นปจั จบุ ันเราจะเห็นว่า ภาษาไทยถกู นามาใชอ้ ย่างผดิ ๆ เกิดการสรา้ งคาแบบใหม่ มีการตัดคาและไม่
มกี าลเทศะในการใช้คา แม้วา่ ธรรมชาติของภาษาจะบอกว่า "ภาษาทีม่ ีชวี ิตนนั้ ต้องมีการเปล่ียนแปลง" แต่ทว่า
หากภาษาไทยเปล่ยี นแปลงไปเชน่ นี้ เกรงวา่ เอกลกั ษณ์ของชาตคิ งจะเสยี หายและสญู หายไปในทสี่ ุด เพราะเหตุนี้
เราจึงควรรว่ มกนั อนรุ ักษภ์ าษาไทย เพราะ "เราโชคดีท่ีมภี าษาไทย" ดงั ท่ไี ด้กลา่ วมาแลว้ ข้างต้น
ทศพรรษ พชร
ท่มี า http://roikamhom.blogspot.com
๕๒
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี ๔
หน่วยกำรเรียนที่ ๑ กำรอำ่ นออกเสยี ง (นวนิยำย) เวลำ ๑ ชวั่ โมง
กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
รหสั วชิ ำ ท๓๒๑๐๒ รำยวิชำ ภำษำไทยพ้ืนฐำน จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ ๕ ภำคเรยี นท่ี ๒
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐาน ท๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชวี ติ และมนี สิ ัยรักการอ่าน
ตัวชีว้ ัด
ม.๔-๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และ บทร้อยกรองได้อยา่ งถูกต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรื่อง
ทอี่ า่ น
สำระสำคญั
การอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ ประเภทตา่ งๆ ได้อย่างถูกต้อง ไพเราะและเหมาะสมกบั เร่ืองท่อี า่ น ต้องมี
ความรเู้ กีย่ วกบั หลักการอา่ น
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
ควำมรู้ (K)
๑. หลกั การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วประเภทนวนิยาย
ทกั ษะ/กระบวนกำร (P)
๑. อา่ นออกเสยี งร้อยแกว้
สมรรถนะหลัก
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ดำ้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่อื สัตย์สจุ ริต
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมั่นในการทางาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
แนวควำมคิดเพ่อื กำรเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑
๑. สาระวิชาหลกั (Core Subjects)
๒. ทกั ษะด้านการเรยี นรแู้ ละนวตั กรรม
๓. ทกั ษะด้านสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี
๔. ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
๕๓
สำระกำรเรยี นรู้
การอ่านออกเสยี ง ประกอบด้วย
- บทร้อยแก้วประเภทตา่ งๆ
กระบวนกำรจดั กำรเรยี นรู้ (ข้ันตอน/กระบวนกำร)
ขัน้ นำเขำ้ ส่บู ทเรียน
๑. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ การอา่ นข้อความน้ีควรสอดแทรกอารมณใ์ ดในการอ่าน “เคา้
ไม่เคยอ้าง ท่ีไม่ไปเพราะไม่อยากไปเข้าใจไหม เอ๊ะ! พดู ก่คี ร้ังแล้วน่ี ทาไมหวั ทึบจัง” (อารมณโ์ กรธ) และการอ่าน
โดยสอดแทรกอารมณ์ควรใช้กบั งานเขียนประเภทใดมากท่ีสุด (AR)
๒. ครสู นทนากับนักเรยี นเกีย่ วกบั นวนยิ าย แลว้ ถามนักเรยี นว่า นวนิยายท่ีนกั เรยี นชอบมีลักษณะ
อย่างไร จากนนั้ ครูบอกข้อดีของการอา่ นนวนยิ ายและอธบิ ายวา่ นวนยิ ายเปน็ สือ่ สงิ่ พิมพ์ประเภทหน่งึ (AR)
ขน้ั สอน
๑. ครูใหน้ กั เรียนฟังเสยี งการอา่ นนวนิยายจากซีดีท่คี รูเปดิ ใหฟ้ ัง หรือครูคดั เลือกข้อความทนี่ ่าสนใจมา
อา่ นใหน้ กั เรยี นฟงั (AR)
๒. นกั เรยี นฟังและสังเกตว่า การอา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ ประเภทนวนิยาย โดยสอดแทรกอารมณ์ตาม
เนื้อหาของเร่ืองท่ีอา่ นน้ันทาอยา่ งไร (AR)
๓. ครใู หน้ ักเรยี นอาสามสมัครออกมาอา่ นข้อความหรือบทสนทนาทแ่ี สดงอารมณต์ ่าง ๆ เช่น บทเศรา้
โศก โกรธ ตนื่ เตน้ ดใี จ เสียใจ แปลกใจ เพ่ือใหเ้ พื่อนวจิ ารณ์การอา่ นของอาสาสมัครแต่ละคน (VAR)
๔. ครูเปดิ แถบบนั ทึกเสียงการอ่านแสดงอารมณต์ า่ ง ๆ เป็นตัวอย่างให้นักเรยี นฟงั แล้วสนทนาถงึ
วิธกี ารใชน้ า้ เสียงแสดงอารมณ์ตา่ ง ๆ ทถี่ ูกต้อง (VAR)
๕. นักเรียนรับใบงานบทอ่านรอ้ ยแกว้ นวนิยายเรื่อง สีแ่ ผ่นดนิ เพื่อฟงั ตัวอยา่ งการอ่านจากนักเรียนซึ่ง
ครูมอบหมายให้ฝกึ อ่านเรื่องข้ามสที นั ดร มาล่วงหนา้ (VAR)
๖. นกั เรียนทีค่ รนู ัดหมายออกมาอ่านบทอ่านใหเ้ พือ่ นฟังหนา้ ช้นั เรยี นและครชู แี้ นะข้อสังเกตเพิ่มเติม
(VAR)
๗. นกั เรียนจบั ค่อู ่านตามแบบในใบงานบทอ่านร้อยแก้วนวนิยายเร่ือง ส่แี ผน่ ดิน โดยแต่ละคู่ผลดั กนั อ่าน
และวจิ ารณก์ ารอา่ นของค่สู ัญญา เพอื่ พฒั นาการอา่ นใหด้ ีข้ึน (AR)
๘. นักเรียนจับคู่ฝกึ ทกั ษะการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วใหช้ านาญในใบงานบทอ่านร้อยแกว้ นวนิยาย
เรื่อง ส่ีแผน่ ดนิ โดยแตล่ ะคูผ่ ลัดกนั อา่ นและวจิ ารณ์การอา่ นของคสู่ ญั ญา เพื่อพฒั นาการอ่านให้ดีขนึ้ (VARK)
๙. นกั เรยี นจบั คู่อ่านใบงานบทอา่ นร้อยแกว้ นวนิยายเร่อื ง ส่ีแผน่ ดนิ ใหค้ รฟู งั ตามแบบประเมินการอ่าน
ออกเสยี งบทร้อยแกว้ (VARK)
๑๐. ครชู ้แี นะข้อบกพร่องในการอา่ นของนกั เรยี นเพ่ือนาไปปรับปรงุ และพฒั นาการอ่านต่อไป (VAR)
ขน้ั สรุป
๑. นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปหลักการอ่านออกเสียงนวนิยาย (VARK)
สือ่ (วสั ดุ-อุปกรณ์-สิ่งพิมพ)์ / นวตั กรรม / ICT
๑. ซดี ีเสยี งนวนยิ าย
๒. ใบงานบทอ่านรอ้ ยแก้วนวนยิ ายเร่อื ง สี่แผ่นดนิ
แหลง่ กำรเรยี นรู้
-
บรู ณำกำร -
๕๔
กำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรู้ เคร่ืองมือวดั และประเมนิ ผล เกณฑก์ ำรวดั
วิธกี ำรวัดผลและกำรประเมินผล ระดับคุณภาพ ๓ ผ่าน
แบบประเมินการอา่ นออก เกณฑ์
ดำ้ นควำมรู้ (K) ประเมนิ การอา่ นออกเสียงนวนยิ าย เสยี งนวนิยาย
แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
ด้ำนทักษะ/ สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ทางานกลมุ่ เกณฑ์
กระบวนกำร (P) แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึง ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
ประสงค์ เกณฑ์
ดำ้ นคณุ ธรรม สังเกตความมีความ ใฝ่เรียนรู้
จรยิ ธรรม และ
คำ่ นยิ ม (A)
กำรประเมินผล
ประเด็นกำรประเมนิ ระดับคณุ ภำพ
๔ ๓ ๒๑
ด้ำนควำมรู้ การอา่ น อ่านออกเสียงถกู ต้อง อา่ นออกเสยี งถูกต้อง อ่านออกเสยี งถกู ตอ้ ง อ่านออกเสยี งถูกตอ้ ง
(K) ออกเสียง
รอ้ ยแกว้ ตามอักขรวิธี เสยี งดงั ตามอักขรวธิ ี เสียงดงั ตามอักขรวธิ ี เสียงดงั ตามอักขรวิธี เสยี งดัง
ด้ำนทักษะ/ สงั เกต ชัดเจน เว้นวรรคตอน ชัดเจน เวน้ วรรคตอน ชดั เจนเว้นวรรคตอน ชัดเจน แต่ยังตอ้ ง
กระบวนกำร พฤติกรรม
เหมาะสม น้าเสยี ง เหมาะสม น้าเสียง เหมาะสม แตน่ า้ เสยี ง ปรับปรุงเรือ่ งการเวน้
(P) การทางาน
กลุม่ น่าฟังและเหมาะสม น่าฟงั แต่บางช่วง ราบเรียบไม่นา่ สนใจ วรรคตอน
ดำ้ นคณุ ธรรม ใฝ่เรยี นรู้ กับเรอื่ งที่อ่าน ลลี าการ ต้องปรบั ปรงุ ให้
จรยิ ธรรม
และค่ำนิยม อา่ นเปน็ ธรรมชาติ สอดคลอ้ งกับเน้ือหา
(A)
มีวินัย มีนา้ ใจ มีวินัย มีนา้ ใจ มวี ินยั มนี ้าใจ มวี ินยั มนี ้าใจ
กจิ กรรมเสนอแนะ
- เอื้อเฟื้อเผ่อื แผ่ เออ้ื เฟื้อเผ่อื แผ่ เอ้ือเฟื้อเผ่อื แผ่ เอ้ือเฟ้ือเผือ่ แผ่
เสียสละตรงต่อเวลา เสยี สละตรงต่อเวลา เสียสละตรงตอ่ เวลา เสียสละตรงต่อเวลา
สามารถแสดงความ สามารถแสดงความ สามารถแสดงความ สามารถแสดงความ
คิดเหน็ ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ คิดเหน็ ในเรือ่ งต่าง ๆ คดิ เหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ คดิ เหน็ ในเรอื่ งตา่ ง ๆ
และรบั ฟังความ และรับฟงั ความ และรับฟังความ และรบั ฟงั ความ
คดิ เหน็ ของผอู้ ่นื อยา่ ง คดิ เหน็ ของผ้อู ่นื คดิ เหน็ ของผูอ้ ่ืน คดิ เหน็ ของผูอ้ ื่นน้อย
สม่าเสมอ บ่อยครง้ั บางครั้ง คร้งั
แสวงหาข้อมูลจาก แสวงหาขอ้ มลู จาก แสวงหาข้อมูลจาก แสวงหาขอ้ มลู จาก
แหลง่ การเรียนรู้ แหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ แหล่งการเรียนรู้ แหลง่ การเรยี นรู้
ต่างๆ มกี ารจดบันทึก มีการจดบนั ทึก ต่างๆ มีการจดบันทึก ตา่ งๆ มีการจด
ความรู้อยา่ งเป็น ความร้อู ยา่ งเปน็ ความร้อู ยา่ งเปน็ บนั ทกึ ความรู้อย่าง
ระบบ สรปุ ความรไู้ ด้ ระบบ สรปุ ความรูไ้ ด้ ระบบ สรปุ ความรู้ได้ เป็นระบบ สรุป
อย่างมเี หตผุ ลอย่าง อยา่ งมเี หตุผล อยา่ งมีเหตผุ ล ความรูไ้ ด้อยา่ งมี
สมา่ เสมอ บ่อยครั้ง บางครง้ั เหตผุ ลนอ้ ยครงั้
ลงชือ่ .....................................................ผ้เู ขียนแผนการจัดการเรียนรู้
................/.................../................
๕๕
บันทกึ ควำมเหน็ ของผ้ตู รวจแผนกำรจัดกำรเรียนรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้แล้ว มคี วามคิดเห็น ดังน้ี
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ เนอ่ื งจาก...........................................
ลงชอื่ ..........................................
( นางไพรจิตร บา้ นเหล่า )
หวั หนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรยี น
เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เน่ืองจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ดั สมรรถนะหลัก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการเรยี นรูใ้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ลงชอ่ื ..........................................
( นางสาวสภุ ัสตรา ฝ่ายสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนำ้ สถำนศึกษำ ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้ เน่ืองจาก.......................................
เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรยี น
๕๖
บนั ทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
..................................................................................................................................... ..........................
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน/แนวความคิดเพื่อการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปญั หำ/อุปสรรค และขอ้ คน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ขอ้ เสนอแนะแนวทำงแก้ไข และผลกำรแก้ไข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงชอ่ื .....................................................ผสู้ อน
( นางพชิ ชานนั ท์ แสนแก้ว )
๕๗
แผนกำรจดั กำรเรยี นรทู้ ี่ ๕
หนว่ ยกำรเรียนท่ี ๑ กำรอำ่ น ตคี วำม แปลควำม ขยำยควำม เวลำ ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
รหสั วิชำ ท๓๒๑๐๒ รำยวิชำ ภำษำไทยพื้นฐำน จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ี่ ๕ ภำคเรียนท่ี ๒
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐาน ท๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการ
ดาเนินชีวติ และมนี สิ ยั รักการอา่ น
ตวั ช้วี ดั
ม.๔-๖/๒ ตคี วาม แปลความ และขยายความเร่ืองที่อา่ น
สำระสำคญั
การอ่านเร่ืองตา่ งๆ น้ัน ต้องมีการตีความ แปลความ ขยายความ และตอบคาถามจากเรื่องที่อา่ น
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
ควำมรู้ (K)
๑. หลกั การอา่ นตีความ แปลความ ขยายความ
ทกั ษะ/กระบวนกำร (P)
๑. อา่ นออกเสยี งร้อยแกว้
สมรรถนะหลกั
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ด้ำนคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
แนวควำมคดิ เพ่ือกำรเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
๑. สาระวชิ าหลกั (Core Subjects)
๒. ทกั ษะดา้ นการเรยี นรู้และนวตั กรรม
๓. ทักษะดา้ นสารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยี
๔. ทักษะดา้ นชีวติ และอาชีพ
๕๘
สำระกำรเรยี นรู้
- การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เชน่ ขา่ วสารจากสอื่ สง่ิ พิมพ์ สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้
ต่างๆ ในชมุ ชน บทความ นทิ าน เรอ่ื งส้นั นวนิยาย วรรณกรรมพน้ื บ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี
บนั เทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คาบรรยาย คาสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง
บทอาเศียรวาท คาขวัญ
กระบวนกำรจดั กำรเรียนรู้ (ขัน้ ตอน/กระบวนกำร)
ขนั้ นำเขำ้ สู่บทเรยี น
๑. ครนู าบตั รภาพสัญลกั ษณ์ มาแสดงใหน้ กั เรยี นดูที่หน้าช้นั เรยี น แล้วใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ทายความหมาย
ของสญั ลักษณ์ (VR)
๒. ครูถามนักเรียนวา่ ทราบได้อย่างไรว่า สัญลกั ษณ์ท่ีเหน็ ในภาพหมายถงึ อะไร และสือ่ ความวา่ อยา่ งไร
นกั เรยี นสามารถตอบได้อย่างหลากหลาย (VR)
๓. ครูอธิบายใหน้ ักเรยี นเข้าใจวา่ การท่ีจะเขา้ ใจงานต่างๆ ได้น้นั ส่วนหนง่ึ ต้องอาศัยความรแู้ ละ
ประสบการณเ์ ดมิ ของนักเรียนประกอบ แล้วใหน้ ักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ ข้อ ๑-๓ (VAR)
- นักเรยี นประสบปญั หาในการอ่านงานเขียนหรือไม่ อยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดย
ให้อยูใ่ นดุลยพินิจของครูผ้สู อน)
- ในชวี ติ ประจาวันนกั เรียนคิดวา่ การอา่ นตีความ แปลความ และขยายความมีความจาเป็นหรอื ไม่
อยา่ งไร (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
- นักเรยี นคดิ ว่า การอ่านวินจิ สารมีลกั ษณะ อย่างไร (การอ่านวินจิ สาร เปน็ การอ่านทีพ่ ิจารณาถงึ คณุ คา่
ของงานเขยี น ร้จู ักวิเคราะห์พิจารณางานเขียนครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งควรมีทกั ษะ ของการอา่ นตีความ แปลความ
และขยายความ เพอื่ ช่วยให้การอา่ นครั้งนั้นๆ มีประสิทธิภาพ)
ขัน้ สอน
๑. ครูแบง่ นักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถคอื เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปาน
กลางค่อนขา้ งอ่อน และออ่ น แล้วให้แต่ละกลมุ่ แบ่งหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ ศึกษา
ข้อมูลเก่ยี วกบั การอ่านในชวี ติ ประจาวัน จากใบความรเู้ รอื่ งการอา่ นตีความ แปลความ และขยายความ ใน
หัวข้อตอ่ ไปนี้ (VRK)
๑) การอ่านตีความ
๒) การอ่านแปลความ
๓) การอ่านขยายความ
๒. ครใู ห้ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มสรุปความรู้เร่อื ง การอ่านแปลความ การอา่ นตคี วาม และการอ่าน
เพ่อื ขยายความทหี่ น้าช้ันเรียน (AR)
๓. ครตู รวจสอบความถูกต้อง จากนัน้ ครูสรปุ ความรใู้ หน้ ักเรยี นฟังเพ่ิมเตมิ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสามารถนา
ความรูข้ องการอ่าน แต่ละประเภทไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน (AR)
๔. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ ข้อ ๑-๒ (AR)
- นักเรียนคิดวา่ การอ่านงานแตล่ ะประเภทต้องใชท้ กั ษะการอ่านท้ังสามประเภท หรือไม่
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)
- การอ่านงานเขยี นแต่ละประเภทควรมี วธิ ีการ อา่ นเหมือนหรือต่างกันอยา่ งไรบา้ ง
(งานเขยี นแต่ละประเภทมวี ธิ กี ารอ่านทั้งเหมือนและตา่ งกัน ขึน้ อยู่กับประเดน็ ทผ่ี ้เู ขยี นต้องการนาเสนอ
และการอา่ นให้เขา้ ใจได้ลึกซง้ึ ส่วนหนง่ึ ขนึ้ อยูก่ บั ประสบการณ์และความรเู้ ดิมท่ีมีอยปู่ ระกอบ)
๕. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานเรื่อง การอ่านตคี วาม แปลความ และขยายความ (R)
๕๙
๖. ครสู ุ่มเลขที่นักเรยี น ๓-๔ คน นาเสนอการเขยี นตคี วาม แปลความ และขยายความจากเรอ่ื งหนา้ ช้ันเรียน
(ARK)
๗. ครตู รวจสอบความถูกต้อง ชดั เจนในการเขยี นของนักเรียน (A)
๘. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด (AR)
- การอ่านงานเขียนโดยใช้ทกั ษะการอา่ น เพยี งอยา่ งเดียวเพียงพอกบั การอา่ นงานเขยี นเรื่องนัน้ หรือไม่
เพราะเหตุใด (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครผู ้สู อน)
ข้นั สรุป
๑. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปหลักการอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ (AR)
สือ่ (วัสดุ-อปุ กรณ์-สิ่งพิมพ์) / นวตั กรรม / ICT
๑. ใบความรู้ เรือ่ ง การอ่านตีความ แปลความ และขยายความ
๒. ใบงาน เรอ่ื ง การอา่ นตคี วาม แปลความ และขยายความ
๓. บตั รภาพ สญั ลกั ษณ์
แหลง่ กำรเรียนรู้
-
บูรณำกำร
-
กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ เคร่ืองมือวัดและประเมินผล เกณฑก์ ำรวัด
วธิ ีกำรวดั ผลและกำรประเมินผล
ใบงาน เรอื่ ง การอา่ นตคี วาม ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
ดำ้ นควำมรู้ (K) ตรวจใบงาน แปลความ และขยายความ เกณฑ์
ด้ำนทักษะ/ สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
กระบวนกำร (P) ทางานกลมุ่ เกณฑ์
ดำ้ นคุณธรรม สังเกตความมีความมุ่งมั่นในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึง ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
จรยิ ธรรม และ ทางาน ประสงค์ เกณฑ์
ค่ำนยิ ม (A)
กำรประเมนิ ผล
ประเด็นกำรประเมนิ ระดบั คณุ ภำพ
๔ ๓ ๒๑
ดำ้ นควำมรู้ การอา่ น แปลความเรื่องทอ่ี ่าน แปลความเร่ืองท่อี ่าน แปลความเรื่องที่อ่าน แปลความเร่อื งท่ี
(K) แปลความ ได้ถูกต้อง ตีความได้ ไดถ้ ูกตอ้ ง ตีความได้ ได้ถูกตอ้ ง ตีความ อา่ นได้ถกู ต้อง
ตคี วาม และ ละเอียดชัดเจนทุก ละเอยี ดชัดเจนทุก ถกู ต้องมเี หตผุ ล ตีความ และขยาย
ขยายความ ประเดน็ มีเหตุผล ประเด็น มเี หตผุ ล ประกอบสนั้ ๆ ขยาย ความไดแ้ ตต่ อ้ งมผี ู้
ประกอบน่าเชือ่ ถือ ประกอบนา่ เชือ่ ถอื ความจากเร่ืองที่อา่ น แนะนา
ขยายความจากเร่ือง ขยายความจากเรอื่ ง ไดเ้ ล็กน้อย
ได้กว้างไกลและ ไดเ้ ชื่อมโยงกบั ชีวิตจรงิ
เช่อื มโยงกับชวี ติ จริง
๖๐
ประเดน็ กำรประเมนิ ระดบั คณุ ภำพ
ดำ้ นทักษะ/ พฤติกรรม ๔ ๓ ๒ ๑
กระบวนกำร การทางาน
แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เห็น แสดงความคิดเห็น แสดงความคดิ เห็น
(P) กลมุ่ ยอมรับฟังคนอนื่ ยอมรบั ฟังคนอืน่ ยอมรับฟงั คนอ่ืน ยอมรับฟงั คนอนื่
ทางานตามท่ไี ดร้ บั ทางานตามท่ีได้รบั ทางานตามท่ไี ด้รบั ทางานตามที่ได้รับ
ด้ำนคุณธรรม มุง่ มั่นใน มอบหมายมนี ้าใจ มอบหมายมีนา้ ใจ มอบหมายมีน้าใจ มอบหมายมีน้าใจ
จรยิ ธรรม การทางาน มสี ่วนร่วมในการ มีส่วนรว่ มในการ มีสว่ นร่วมในการ มสี ว่ นรว่ มในการ
และค่ำนยิ ม ปรบั ปรงุ ผลงานกลุม่ ปรับปรุงผลงานกลุ่ม ปรับปรุงผลงานกลุ่ม ปรบั ปรุงผลงานกลุ่ม
(A) อยา่ งสมา่ เสมอ บอ่ ยครัง้ บางครั้ง นอ้ ยครงั้
เอาใจใส่ต่อการ เอาใจใส่ต่อการ เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใสต่ ่อการ
ปฏิบัตหิ นา้ ทที่ ีไ่ ดร้ ับ ปฏบิ ตั ิหน้าทีท่ ีไ่ ด้รับ ปฏิบัตหิ นา้ ทท่ี ไี่ ด้รบั ปฏิบตั ิหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมายตงั้ ใจและ มอบหมายตง้ั ใจและ มอบหมายตงั้ ใจและ มอบหมายตั้งใจและ
รับผดิ ชอบในการ รบั ผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ รบั ผิดชอบในการ
ทางานให้สาเรจ็ ทางานให้สาเร็จ ทางานใหส้ าเรจ็ ทางานใหส้ าเร็จ
ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรุงและ ปรับปรุงและ
พฒั นาการทางาน พฒั นาการทางาน พัฒนาการทางาน พฒั นาการทางาน
อยา่ งรอบคอบทุม่ เท อย่างรอบคอบทมุ่ เท อยา่ งรอบคอบทุม่ เท อยา่ งรอบคอบทมุ่ เท
ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ทางาน อดทน ไม่ทอ้
ตอ่ ปัญหาและ ต่อปัญหาและ ต่อปัญหาและ ตอ่ ปญั หาและ
อปุ สรรคพยายาม อุปสรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม อุปสรรคพยายาม
แก้ปญั หาและ แก้ปญั หาและ แกป้ ญั หาและ แก้ปญั หาและ
อปุ สรรคในการ อปุ สรรคในการ อปุ สรรคในการ อปุ สรรคในการ
ทางานให้สาเร็จช่นื ทางานใหส้ าเร็จชนื่ ทางานให้สาเร็จช่นื ทางานใหส้ าเรจ็ ชนื่
ชมผลงาน ชมผลงาน ชมผลงาน ชมผลงาน
ความสาเรจ็ ดว้ ย ความสาเรจ็ ดว้ ย ความสาเรจ็ ดว้ ย ความสาเรจ็ ด้วย
ความภาคภูมิใจอยา่ ง ความภาคภูมิใจ ความภาคภมู ิใจ ความภาคภมู ใิ จน้อย
สมา่ เสมอ บ่อยคร้ัง บางครั้ง คร้ัง
กจิ กรรมเสนอแนะ
-
ลงช่อื .....................................................ผูเ้ ขยี นแผนการจัดการเรยี นรู้
................/.................../................
๖๑
บันทึกควำมเห็นของผู้ตรวจแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ มคี วามคิดเห็น ดงั นี้
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ เนื่องจาก...........................................
ลงชอ่ื ..........................................
( นางไพรจติ ร บ้านเหลา่ )
หวั หน้ากลมุ่ บริหารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรียน
เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เน่อื งจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด สมรรถนะหลกั คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และการเรยี นรูใ้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ ที่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ลงชื่อ..........................................
( นางสาวสภุ ัสตรา ฝา่ ยสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ำสถำนศกึ ษำ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้ เนอ่ื งจาก.......................................
เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ด้จริง ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรียน
๖๒
บันทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
....................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. ..................................
.................................................................................................................................................... ...........
....................................................................................................................... ........................................
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................................................ ...
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ ม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน/แนวความคิดเพ่ือการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปัญหำ/อุปสรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข และผลกำรแก้ไข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงชื่อ .....................................................ผ้สู อน
( นางพชิ ชานันท์ แสนแกว้ )
๖๓
แผนกำรจดั กำรเรียนรูท้ ่ี ๖
หน่วยกำรเรยี นท่ี ๑ กำรอ่ำน (กำรอ่ำนตคี วำม แปลควำม ขยำยควำม) เวลำ ๑ ชั่วโมง
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
รหัสวิชำ ท๓๒๑๐๒ รำยวิชำ ภำษำไทยพื้นฐำน จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี ๕ ภำคเรียนท่ี ๒
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐาน ท๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวิต และมนี ิสัยรกั การอา่ น
ตวั ชวี้ ัด
ม.๔-๖/๒ ตีความ แปลความ และขยายความเร่ืองที่อ่าน
สำระสำคญั
การอ่านเรื่องต่างๆ นน้ั ต้องมีการตคี วาม แปลความ ขยายความ และตอบคาถามจากเร่ืองที่อา่ น
จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K)
๑. บทอาเศยี รวาท
ทักษะ/กระบวนกำร (P)
๑. อา่ นตคี วาม แปลความ ขยายความ
สมรรถนะหลกั
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดำ้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
แนวควำมคดิ เพอื่ กำรเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี ๒๑
๑. สาระวิชาหลัก (Core Subjects)
๒. ทกั ษะดา้ นการเรียนรแู้ ละนวตั กรรม
๓. ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
๔. ทักษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ
๖๔
สำระกำรเรียนรู้
- การอ่านจับใจความจากส่ือตา่ งๆ เชน่ ขา่ วสารจากสอื่ ส่ิงพิมพ์ ส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ และแหล่งเรียนรู้
ตา่ งๆ ในชมุ ชน บทความ นิทาน เร่ืองสน้ั นวนยิ าย วรรณกรรมพนื้ บา้ น วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี
บนั เทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คาบรรยาย คาสอน บทร้อยกรองร่วมสมยั บทเพลง
บทอาเศียรวาท คาขวญั
กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ (ขั้นตอน/กระบวนกำร)
ข้นั นำเข้ำสู่บทเรยี น
๑. ครูผู้สอนต้งั คาถามกบั นกั เรียนว่า “บทอาเศียรวาทคืออะไร” เพือ่ วัดความรู้เบื้องต้นของนักเรียน
แลว้ ครจู ึงสรุปคาตอบทถี่ ูกตอ้ งเพอ่ื ให้นกั เรียนเขา้ ใจตรงกนั (AR)
ขน้ั สอน
๑. ครูผสู้ อนโดยนาเสนอตวั อย่างบทอาเศียรวาทและใจความสาคัญจากบทอาเศยี รวาท เพอื่ ให้นักเรียน
เขา้ ใจอย่างชดั เจน (VAR)
๒. ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๕ คน อา่ นบทอาเศยี รวาทท่คี รูเตรยี ม ทาใบงานเรือ่ ง การอ่านตีความ
แปลความ และขยายความ บทอาเศยี รวาท โดยจับใจความสาคญั คน้ หาความหมายของคาศัพท์และสานวนที่
ปรากฏในบทอาเศยี รวาทโดยใช้พจนานุกรม พรอ้ มทั้งตีความ เพอ่ื เตรยี มตวั นาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน (VAR)
๓. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอบทอาเศียรวาทและเนอ้ื หาที่ไดจ้ ากการวิเคราะห์ แล้วให้นักเรียนและ
ครรู ว่ มกันประเมินว่าการนาเสนอเปน็ อยา่ งไร เนอ้ื หาทีว่ เิ คราะหส์ อดคลอ้ งกบั บทอาเศียรวาทหรือไม่ แลว้ ตง้ั
คาถาม ๑-๒ คาถาม โดยให้กลุ่มท่นี าเสนอเปน็ ผู้ตอบ ครผู ูส้ อนชว่ ยแก้ไขในจุดที่ยังไม่ถกู ต้อง (VARK)
๔. ให้นักเรียนรว่ มกันเสวนาแลกเปลย่ี นความคิดเห็นในหัวขอ้ “คุณคา่ ของบทอาเศยี รวาท” แลว้ ให้
นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ผลการเสวนา (VAR)
ขั้นสรปุ
๑. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปหลักการอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ (VA)
สอ่ื (วัสดุ-อปุ กรณ์-สิง่ พมิ พ์) / นวตั กรรม / ICT
๑. ใบงาน การอ่านตีความ แปลความและขยายความ บทอาเศียรวาท
แหล่งกำรเรยี นรู้
-
บรู ณำกำร
-
กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้
วิธกี ำรวดั ผลและกำรประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมนิ ผล เกณฑก์ ำรวดั
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน การอา่ นตคี วาม แปล ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
ความและขยายความ บท เกณฑ์
อาเศียรวาท
ดำ้ นทักษะ/ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
กระบวนกำร (P) ทางานกลุม่ เกณฑ์
ดำ้ นคณุ ธรรม สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึง ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
จริยธรรม และ มุ่งม่ันในการทางาน ประสงค์ เกณฑ์
คำ่ นยิ ม (A)
๖๕
กำรประเมินผล
ประเด็นกำรประเมนิ ระดบั คุณภำพ
๔ ๓ ๒๑
ดำ้ นควำมรู้ การอ่าน แปลความเรอื่ งท่อี ่าน แปลความเร่ืองทอี่ ่าน แปลความเรือ่ งทีอ่ ่าน แปลความเร่ืองที่
(K) แปลความ ได้ถูกตอ้ ง ตคี วามได้ ไดถ้ ูกต้อง ตีความได้ ไดถ้ ูกตอ้ ง ตคี วาม อา่ นได้ถกู ต้อง
ตีความ และ ละเอียดชัดเจนทุก ละเอยี ดชดั เจนทุก ถกู ต้องมเี หตผุ ล ตีความ และขยาย
ขยายความ ประเด็น มีเหตุผล ประเด็น มีเหตุผล ประกอบส้ัน ๆ ขยาย ความได้แตต่ ้องมีผู้
ประกอบนา่ เช่ือถอื ประกอบนา่ เชอ่ื ถือ ความจากเร่ืองที่อ่าน แนะนา
ขยายความจากเรื่อง ขยายความจากเร่ือง ได้เลก็ น้อย
ไดก้ ว้างไกลและ ไดเ้ ชอ่ื มโยงกบั ชวี ิตจริง
เชื่อมโยงกบั ชวี ติ จริง
ดำ้ นทักษะ/ พฤติกรรม แสดงความคดิ เห็น แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคิดเหน็ แสดงความคิดเห็น
กระบวนกำร การทางาน ยอมรับฟงั คนอ่ืน ยอมรบั ฟงั คนอ่ืน ยอมรับฟังคนอืน่ ยอมรับฟังคนอ่นื
(P) กล่มุ ทางานตามทไี่ ดร้ บั ทางานตามที่ได้รับ ทางานตามทีไ่ ดร้ ับ ทางานตามทไี่ ดร้ บั
มอบหมายมนี า้ ใจ มอบหมายมนี ้าใจ มอบหมายมนี า้ ใจ มอบหมายมนี ้าใจ
มสี ว่ นร่วมในการ มสี ่วนร่วมในการ มสี ว่ นรว่ มในการ มสี ่วนร่วมในการ
ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม ปรับปรุงผลงานกลุม่ ปรับปรงุ ผลงานกลมุ่ ปรบั ปรงุ ผลงานกลมุ่
อย่างสมา่ เสมอ บอ่ ยครั้ง บางครงั้ นอ้ ยคร้งั
ด้ำนคณุ ธรรม มุ่งม่นั ใน เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใส่ต่อการ เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใส่ต่อการ
จรยิ ธรรม การทางาน ปฏิบัติหน้าที่ทไ่ี ดร้ ับ ปฏิบัติหนา้ ท่ที ่ไี ดร้ บั ปฏบิ ัตหิ น้าทที่ ีไ่ ดร้ ับ ปฏิบัตหิ น้าที่ท่ีไดร้ บั
และคำ่ นิยม มอบหมายตั้งใจและ มอบหมายต้ังใจและ มอบหมายตง้ั ใจและ มอบหมายต้งั ใจและ
(A) รับผิดชอบในการ รบั ผิดชอบในการ รบั ผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ
ทางานใหส้ าเร็จ ทางานให้สาเรจ็ ทางานใหส้ าเร็จ ทางานใหส้ าเรจ็
ปรับปรุงและ ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรุงและ
พัฒนาการทางาน พัฒนาการทางาน พัฒนาการทางาน พฒั นาการทางาน
อย่างรอบคอบท่มุ เท อยา่ งรอบคอบทุ่มเท อย่างรอบคอบทมุ่ เท อยา่ งรอบคอบทุม่ เท
ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ท้อ
ตอ่ ปัญหาและ ตอ่ ปัญหาและ ต่อปัญหาและ ตอ่ ปญั หาและ
อุปสรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม
แก้ปัญหาและ แก้ปญั หาและ แก้ปญั หาและ แก้ปญั หาและ
อปุ สรรคในการ อปุ สรรคในการ อปุ สรรคในการ อุปสรรคในการ
ทางานใหส้ าเรจ็ ชนื่ ทางานใหส้ าเร็จช่นื ทางานใหส้ าเร็จชนื่ ทางานให้สาเร็จชนื่
ชมผลงาน ชมผลงาน ชมผลงาน ชมผลงาน
ความสาเรจ็ ดว้ ย ความสาเร็จดว้ ย ความสาเร็จด้วย ความสาเร็จดว้ ย
ความภาคภูมใิ จอย่าง ความภาคภูมิใจ ความภาคภมู ใิ จ ความภาคภูมใิ จน้อย
สม่าเสมอ บ่อยครั้ง บางครง้ั คร้งั
กจิ กรรมเสนอแนะ ๖๖
- ลงช่ือ.....................................................ผเู้ ขยี นแผนการจดั การเรียนรู้
................/.................../................
๖๗
บันทกึ ควำมเหน็ ของผ้ตู รวจแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ มคี วามคิดเห็น ดงั นี้
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ เนื่องจาก...........................................
ลงชอ่ื ..........................................
( นางไพรจิตร บา้ นเหล่า )
หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรียน
เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด สมรรถนะหลกั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และการเรยี นรูใ้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ลงชื่อ..........................................
( นางสาวสภุ สั ตรา ฝา่ ยสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนำ้ สถำนศึกษำ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้ เนือ่ งจาก.......................................
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรยี น
๖๘
บันทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
..................................................................................................................................... ..........................
ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ ม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน/แนวความคดิ เพื่อการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปญั หำ/อุปสรรค และขอ้ ค้นพบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ขอ้ เสนอแนะแนวทำงแกไ้ ข และผลกำรแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงชอ่ื .....................................................ผสู้ อน
( นางพิชชานันท์ แสนแก้ว )
๖๙
ใบงำน เรอ่ื ง กำรอำ่ นตีควำม แปลควำมและขยำยควำม บทอำเศียรวำท ได_้ _________คะแนน
คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน
ใหน้ ักเรยี นจบั ใจควำมสำคัญ ตีควำม และต้ังช่ือของบทอำเศียรวำทให้เหมำะสม
ปวงข้าเทดิ ทศนขั ประณตนฤบดนิ ทร์
เอกองค์ธานินทร์ ไผท
ปกเกล้าคมุ้ ศิรมานผสานพลวไกร
นกิ รกสานติ์ใส มนัส
ไทยทั่วแคว้นสุขเยน็ ธเปน็ วรกษตั รยิ ์
ฉัตรแก้วอภริ ัฐ วริ ุฬห์
ห้าสิบล่วงวิสฤตบพิตรบรุ ณหนนุ
รักราษฎร์และการุณ ประจักษ์
นบบวั บาทนฤบาลวิศาลภทรศักดิ์
ด้วยชพี มโนภักด์ิ นริ นั ดร์
ชอื่ บทอำเศยี รวำท___________________________________________________________________
ตีควำมด้ำน
เนื้อหำ____________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________
ตีควำมด้ำนน้ำเสยี ง___________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________________
เฉลยใบงำน เร่อื ง กำรอ่ำนตีควำม แปลควำมและขยำยควำม บทอำเศียรวำท ๗๐
ได_้ _________คะแนน
คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน
ใหน้ กั เรยี นจบั ใจควำมสำคัญ ตคี วำม และตั้งชื่อของบทอำเศยี รวำทใหเ้ หมำะสม
ปวงข้าเทิดทศนขั ประณตนฤบดินทร์
เอกองค์ธานินทร์ ไผท
ปกเกลา้ คุ้มศิรมานผสานพลวไกร
นกิ รกสานตใ์ิ ส มนัส
ไทยทวั่ แคว้นสุขเยน็ ธเปน็ วรกษัตรยิ ์
ฉตั รแกว้ อภิรัฐ วิรฬุ ห์
ห้าสบิ ลว่ งวสิ ฤตบพติ รบรุ ณหนุน
รกั ราษฎร์และการณุ ประจักษ์
นบบวั บาทนฤบาลวศิ าลภทรศักดิ์
ด้วยชีพมโนภกั ด์ิ นิรันดร์
ช่อื บทอำเศยี รวำท
มหามงคมครองราชยส์ มบัติ ๕๐ ปี
ตีควำมด้ำนเนอ้ื หำ
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัวทรงครองราชย์มายาวนาน ๕๐ ปี ประเทศไทยอยู่เยน็ เป็นสขุ เพราะ
พระองค์ ประชาชนทุกคนร่วมถวายพระพรและปฏิภาณว่าจะจงรักภกั ดีตลอดไป
ตีควำมด้ำนน้ำเสยี ง
ตลอดเวลากว่าห้าทศวรรษแหง่ การครองราชยท์ ผ่ี ่านมาพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ทรงเป็นศนู ย์รวม
จิตใจของปวงชนทั้งชาติ พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในดา้ นต่าง ๆ อนั เป็นประโยชนแ์ ก่ชาวไทย
ตลอดพระชนมายขุ องพระองค์
แผนกำรจดั กำรเรียนรูท้ ่ี ๗ ๗๑
หนว่ ยกำรเรยี นที่ ๑ กำรอำ่ น (กำรเขยี นกรอบแนวคิด) เวลำ ๑ ชว่ั โมง
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้
รหสั วิชำ ท๓๒๑๐๒ รำยวิชำ ภำษำไทยพื้นฐำน
จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ภำษำไทย
ชัน้ มัธยมศกึ ษำปีที่ ๕ ภำคเรียนท่ี ๒
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ท๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตัดสินใจแกป้ ัญหาในการ
ดาเนนิ ชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตัวชีว้ ัด
ม.๔-๖/๗ อา่ นเรอ่ื งต่างๆ เขียนกรอบแนวคิด ผังความคดิ บนั ทึก ยอ่ ความ และรายงาน
สำระสำคญั
การอ่านจับใจความจากสือ่ ต่างๆ นน้ั จะต้องรูว้ ธิ แี ละเขียนกรอบแนวคดิ หรือผงั ความคดิ จากเร่ืองท่ีอ่าน
จุดประสงค์กำรเรยี นรู้
ควำมรู้ (K)
๑. การเขียนกรอบแนวคดิ จากเรอ่ื งทอี่ า่ น
ทกั ษะ/กระบวนกำร (P)
๑. การเขียนกรอบแนวคิด
สมรรถนะหลกั
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดำ้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
แนวควำมคิดเพื่อกำรเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑
๑. สาระวิชาหลกั (Core Subjects)
๒. ทกั ษะด้านการเรยี นรู้และนวัตกรรม
๓. ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
๔. ทักษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ
๗๒
สำระกำรเรียนรู้
- การอ่านจับใจความจากส่อื ต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสือ่ สิ่งพิมพ์ สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรยี นรู้
ต่างๆ ในชุมชน บทความ นทิ าน เรอื่ งส้นั นวนยิ าย วรรณกรรมพน้ื บ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี
บนั เทงิ คดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คาบรรยาย คาสอน บทร้อยกรองรว่ มสมัย บทเพลง
บทอาเศยี รวาท คาขวญั
กระบวนกำรจดั กำรเรียนรู้ (ขั้นตอน/กระบวนกำร)
ข้นั นำเข้ำสู่บทเรยี น
๑. ครใู ห้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ ว่าการเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่าน มปี ระโยชนต์ ่อนักเรยี น
อยา่ งไร (AR)
ขน้ั สอน
๑. ครูแบง่ นักเรียนเป็นกลุม่ กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ กาหนดหมายเลขประจาตวั ให้
สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเป็นหมายเลข ๑-๔ ตามลาดบั แล้วใหน้ ักเรยี นแต่ละหมายเลขศกึ ษาความรเู้ ร่ือง การ
เขียนกรอบแนวคดิ จากการอา่ น จากหนงั สอื เรยี น หนงั สือค้นควา้ เพมิ่ เติม หอ้ งสมุด และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
ตามประเด็นที่กาหนดให้ ดงั นี้ (ARK)
- หมายเลข ๑ ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง ความหมายและความสาคญั ของการเขียนกรอบแนวคิด
- หมายเลข ๒ ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง องค์ประกอบของการคดิ
- หมายเลข ๓ ศกึ ษาความร้เู รื่อง กระบวนการเขยี นกรอบแนวคดิ จากการอ่าน
- หมายเลข ๔ ศกึ ษาความรู้เรื่อง ตวั อยา่ งการสงั เคราะห์ความรู้จากการอา่ นโดยใชก้ รอบแนวคิด
๒. นักเรยี นแต่ละหมายเลขนาความร้ทู ่ีไดจ้ ากการศึกษามาอธบิ ายใหเ้ พ่ือนในกลุ่มฟัง เรียงตามลาดบั
หมายเลข ๑-๔ ผลดั กนั อธิบายจนทุกคนมีความรคู้ วามเขา้ ใจชัดเจน (ARK)
๓. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ช่วยกนั สรุปเร่ืองการเขียนกรอบแนวคิดลงในใบงานเร่อื ง เล่าเรอื่ งเปน็ ภาพ
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของใบงานเร่อื ง เล่าเรือ่ งเป็นภาพ หากมขี ้อบกพร่องใหช้ ว่ ยกนั
แก้ไขเตมิ เต็มให้สมบูรณ์ (VARK)
๔. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในใบงาน เร่อื ง เลา่ เรอื่ งเป็นภาพหน้าชนั้ เรียน โดยครแู ละ
เพ่ือนนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและให้ข้อเสนอแนะ (VARK)
ขน้ั สรปุ
๑. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปหลกั การเขียนกรอบแนวคิด (VAR)
สอ่ื (วัสดุ-อุปกรณ์-สงิ่ พมิ พ)์ / นวตั กรรม / ICT
๑. หนังสือเรยี นหลกั ภาษาไทย
๒. ใบงานเรื่อง เล่าเรอื่ งเป็นภาพ
แหลง่ กำรเรียนรู้
-
บรู ณำกำร
-
๗๓
กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ เครื่องมือวัดและประเมนิ ผล เกณฑ์กำรวดั
วธิ ีกำรวัดผลและกำรประเมินผล
ใบงานเร่ือง เล่าเร่ืองให้เป็นภาพ ระดบั คุณภาพ ๓ ผ่าน
ดำ้ นควำมรู้ (K) ตรวจใบงาน
เกณฑ์
ดำ้ นทกั ษะ/ ประเมนิ การสงั เคราะหค์ วามรู้
กระบวนกำร (P) แบบประเมนิ การสงั เคราะห์ ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
ด้ำนคณุ ธรรม สงั เกตความมุ่งมนั่ ในการทางาน ความรู้ เกณฑ์
จรยิ ธรรม และ
ค่ำนิยม (A) แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึง ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
ประสงค์ เกณฑ์
กำรประเมนิ ผล
ประเดน็ กำรประเมนิ ระดับคณุ ภำพ
๔ ๓ ๒๑
ดำ้ นควำมรู้ การเขียน บอกหลักเขยี นกรอบ บอกหลักเขียนกรอบ บอกหลักเขียนกรอบ บอกหลักเขยี นกรอบ
(K) กรอบ แนวคดิ ได้ถกู ต้อง แนวคดิ ได้ถูกต้อง แนวคิดได้ถูกต้อง แนวคิด ได้ถูกต้อง แต่
แนวคิด ชัดเจนเรียงลาดบั ตาม ชดั เจนเรียงลาดับตาม ชดั เจน แต่ไม่ ไมช่ ัดเจน และไม่
เรียงลาดบั สาระสาคัญของเรื่อง สาระสาคญั ของเร่ือง เรยี งลาดับตามสาระ เรียงลาดบั ตาม
ตาม เป็นสว่ นใหญ่ สาคัญของเร่ือง สาระสาคัญของเรื่อง
สาระสาคัญ
ของเร่ือง
ด้ำนทกั ษะ/ การเขียน เขยี นสงั เคราะห์ เขยี นสงั เคราะห์ เขยี นสังเคราะห์ เขียนสงั เคราะห์
กระบวนกำร สังเคราะห์ ความรู้ ตามประเด็น ความรู้ ตามประเด็น ความรู้ ตามประเด็น ความรู้ ตามประเด็น
(P) ความรูต้ าม จากเรอื่ งทศี่ ึกษาได้ จากเร่อื งที่ศึกษาได้ จากเรอื่ งทศี่ ึกษาได้ จากเร่ืองทศ่ี ึกษาไม่
ประเดน็ ถกู ต้อง ถกู ต้อง เปน็ ส่วนใหญ่ ถูกต้อง เป็นสว่ นน้อย ถกู ต้อง
จากเร่ืองที่
ศึกษา
ดำ้ นคุณธรรม มุ่งมนั่ ในการ เอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั ิ เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใส่ต่อการ เอาใจใสต่ ่อการ
จริยธรรม ทางาน หน้าท่ีที่ได้รับ ปฏบิ ตั หิ น้าทที่ ีไ่ ด้รบั ปฏิบัติหนา้ ที่ท่ีไดร้ บั ปฏิบัติหน้าที่ที่ไดร้ บั
และคำ่ นยิ ม มอบหมายต้ังใจและ มอบหมายตั้งใจและ มอบหมายต้ังใจและ มอบหมายต้งั ใจและ
(A) รับผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ รับผดิ ชอบในการ รับผิดชอบในการ
ทางานให้สาเร็จ ทางานให้สาเร็จ ทางานใหส้ าเรจ็ ทางานให้สาเรจ็
ปรบั ปรงุ และพฒั นา ปรับปรุงและพฒั นา ปรบั ปรุงและพัฒนา ปรบั ปรุงและพฒั นา
การทางานอยา่ ง การทางานอย่าง การทางานอย่าง การทางานอย่าง
รอบคอบทมุ่ เท ทางาน รอบคอบทุ่มเท รอบคอบทมุ่ เท รอบคอบทุม่ เท
อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปัญหา ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ทอ้
และอุปสรรคพยายาม ต่อปญั หาและ ตอ่ ปญั หาและ ตอ่ ปัญหาและ
แก้ปัญหาและอปุ สรรค อุปสรรคพยายาม อุปสรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม
ในการทางานใหส้ าเรจ็ แกป้ ัญหาและ แกป้ ัญหาและ แกป้ ัญหาและ
ช่ืนชมผลงาน อปุ สรรคในการ อุปสรรคในการ อุปสรรคในการ
๗๔
ประเดน็ กำรประเมนิ ระดับคณุ ภำพ
๔๓ ๒ ๑
ความสาเร็จด้วยความ ทางานให้สาเร็จชน่ื ทางานให้สาเรจ็ ช่ืน ทางานใหส้ าเรจ็ ช่นื
ชมผลงาน ชมผลงาน
ภาคภมู ิใจอยา่ ง ชมผลงาน ความสาเรจ็ ดว้ ย ความสาเร็จด้วย
ความภาคภมู ใิ จ ความภาคภมู ิใจน้อย
สม่าเสมอ ความสาเรจ็ ด้วย บางคร้งั คร้ัง
ความภาคภูมิใจ
บอ่ ยครั้ง
กิจกรรมเสนอแนะ
-
ลงช่ือ.....................................................ผูเ้ ขียนแผนการจดั การเรียนรู้
................/.................../................
๗๕
บันทกึ ควำมเหน็ ของผ้ตู รวจแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ มีความคิดเห็น ดงั นี้
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ เนื่องจาก...........................................
ลงชอ่ื ..........................................
( นางไพรจิตร บ้านเหลา่ )
หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรียน
เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ดั สมรรถนะหลกั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และการเรยี นรูใ้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ลงชื่อ..........................................
( นางสาวสภุ สั ตรา ฝา่ ยสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนำ้ สถำนศึกษำ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้ เนือ่ งจาก.......................................
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรยี น
๗๖
บันทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
....................................................................................... ........................................................................
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................... ................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน/แนวความคดิ เพ่ือการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปญั หำ/อุปสรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ข้อเสนอแนะแนวทำงแกไ้ ข และผลกำรแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงช่ือ .....................................................ผสู้ อน
( นางพิชชานันท์ แสนแกว้ )
๗๗
ใบงำน เรอื่ ง เลำ่ เรอื่ งเป็นภำพ
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นเขยี นสรปุ หลักการเขยี นกรอบแนวคิดจากข้อมลู ท่ีนักเรียนคน้ ควา้
๗๘
ใบงาน เรือ่ ง เล่าเรอื่ งเป็ นภาพ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นสรุปหลกั การเขยี นกรอบแนวคดิ จากขอ้ มลู ทน่ี กั เรยี นคน้ ควา้
(ตวั อย่ำง)
จบั หัวข้อหรือประเด็นรอง อา่ นเนอ้ื เรอื่ งให้ละเอยี ด คดิ หาหัวเรือ่ งทค่ี รอบคลมุ
เพ่อื มองหาประเด็นท่ี ความสาคญั ของเน้อื เรือ่ งทัง้ หมด
สาคัญต่างๆ ของเรอ่ื ง
พยายามใหร้ ายละเอียด แนวทางการเขียนกรอบ จัดแยกเนอ้ื หาสาระให้เปน็
เพม่ิ เตมิ ขยายต่อไปใน แนวคิด หมวดหมู่
แต่ละหวั ขอ้ รอง
ผังความคิด ผังมโนภาพ ทาใหเ้ ห็นความสาคญั ระหวา่ ง ช่วยฝกึ ทักษะ
ทกุ สว่ นของความคดิ รวบยอด กระบวนการ
รูปแบบการเขยี นกรอบ หลักและความคดิ รวบยอดรอง คิดแลการ
แนวคดิ
ลงไป จดจา
แผนภมู เิ วนน์ ผงั กา้ งปลา การเขียน ความสาคญั ของการ
กรอบ เขียนกรอบแนวคิด
แนวคิด
ผงั ใยแมงมมุ ชว่ ยในการสรุป ช่วยพฒั นา
เน้อื หาจาก ความคดิ แบบมี
ตารา วจิ ารณญาณ
รกั ษาความสะอาด มารยาทในการเขยี น ไมค่ ดั ลอกบทความหรอื
เรียบร้อย เขยี นด้วย กรอบแนวคิด เนื้อหาตอนใด
ลายมือท่ีอ่านง่าย
ตอนหน่งึ มาโดยเจา้ ของ
เร่อื งไม่อนญุ าต
ไม่เขยี นเพือ่ ม่งุ เน้น ไม่เขียนโดยใช้อารมณ์ ตอ้ งบอกแหลง่ ทมี่ า
ทาลายผู้อ่นื ต่อตนเอง ส่วนตัวเป็นบรรทดั ฐาน ของข้อมูลเดิมเสมอ
และผ้อู ่นื
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ ๘ ๗๙
หน่วยกำรเรียนท่ี ๑ กำรอำ่ น (กำรเขียนกรอบแนวคดิ ) เวลำ ๑ ช่วั โมง
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
รหสั วิชำ ท๓๒๑๐๒ รำยวชิ ำ ภำษำไทยพ้ืนฐำน จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ี่ ๕ ภำคเรยี นที่ ๒
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ท๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวิต และมีนสิ ยั รักการอ่าน
ตวั ชี้วดั
ม.๔-๖/๗ อ่านเรือ่ งต่างๆ เขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคิด บันทกึ ย่อความ และรายงาน
สำระสำคญั
การอ่านจับใจความจากสือ่ ต่างๆ น้ัน จะต้องรวู้ ิธแี ละเขียนกรอบแนวคิดหรือผงั ความคดิ จากเร่อื งที่อ่าน
จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K)
๑. การเขยี นกรอบแนวคิดจากเร่ืองทีอ่ า่ น
ทกั ษะ/กระบวนกำร (P)
๑. การเขยี นกรอบแนวคิด
สมรรถนะหลัก
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดำ้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ย์สุจริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมัน่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ
แนวควำมคดิ เพื่อกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
๑. สาระวิชาหลัก (Core Subjects)
๒. ทกั ษะด้านการเรยี นรูแ้ ละนวตั กรรม
๓. ทักษะดา้ นสารสนเทศ สอ่ื และเทคโนโลยี
๔. ทักษะด้านชวี ติ และอาชีพ
๘๐
สำระกำรเรยี นรู้
- การอา่ นจบั ใจความจากสื่อตา่ งๆ เชน่ ข่าวสารจากส่ือสง่ิ พิมพ์ สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และแหลง่ เรียนรู้
ตา่ งๆ ในชุมชน บทความ นิทาน เรือ่ งส้ัน นวนิยาย วรรณกรรมพน้ื บา้ น วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี
บนั เทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คาบรรยาย คาสอน บทร้อยกรองร่วมสมยั บทเพลง
บทอาเศียรวาท คาขวญั
กระบวนกำรจดั กำรเรยี นรู้ (ข้นั ตอน/กระบวนกำร)
ข้ันนำเข้ำสูบ่ ทเรยี น
๑. ครสู นทนากบั นักเรยี นเพ่ือทบทวนกระบวนการเขียนกรอบแนวคิดจากการอา่ น (AR)
ขั้นสอน
๑. ครแู บ่งนักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละกนั ตามความสามารถ ตามกลุ่มเดิมเม่ือชั่วโมงท่แี ล้ว
๒. นักเรยี นรว่ มกันอ่านคาบรรยายเรอื่ ง สน้ิ ปา่ กส็ นิ้ ใจ ของพระ เตชปญฺโญ ภกิ ขุ (R)
๓. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทาใบงานเรอ่ื ง ส้นิ ปา่ กส็ นิ้ ใจ ทากจิ กรรมตามขน้ั ตอน ดงั น้ี (AR)
๑) อา่ นบรรยายเรอ่ื ง สน้ิ ป่าก็ส้นิ ใจ อยา่ งครา่ ว ๆ ๑ รอบ
๒) ช่วยกันตัง้ คาถามจากเรื่องทีอ่ า่ น แลว้ บันทึกคาถามเหลา่ น้นั ไว้
๓) ร่วมกนั อ่านบรรยายทเ่ี ร่อื ง ส้นิ ปา่ ก็สน้ิ ใจ อีกครัง้ อยา่ งละเอยี ด เพื่อตอบคาถามดังกลา่ ว
๔) ในขณะที่อ่านหากพบคาศัพท์ท่ีไม่เข้าใจความหมายให้บันทึกไวแ้ ล้วคน้ หาความหมายจาก
พจนานกุ รม หรือให้ครชู ่วยแนะนา
๕) จับใจความสาคญั แต่ละประเดน็ แลว้ บนั ทกึ ไว้ นาใจความทง้ั หมดมาเชอ่ื มโยงสมั พนั ธ์กนั
๖) บันทึกสาระสาคัญท่ีไดเ้ ป็นแผนภาพความคิด
๗) สรปุ ความรูท้ ไ่ี ด้จากการอา่ น พร้อมทัง้ เสนอแนวทางการแก้ไข
๔. ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอร่วมกันหนา้ ชนั้ เรียน โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้ (VARK)
- ใจความสาคญั ของเร่ือง ส้ินป่าก็ส้ินใจ
- แผนภาพความคิด
- บทสรุปความร้ทู ีไ่ ด้
- แนวทางการแก้ไข
๕. ครูและนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง (A)
ขัน้ สรปุ
๑. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปหลักการเขยี นกรอบแนวคิด (AR)
ส่อื (วสั ดุ-อปุ กรณ์-สงิ่ พมิ พ์) / นวัตกรรม / ICT
๑. หนังสอื เรียนหลกั ภาษาไทย
๒. ใบงานเรือ่ ง เล่าเร่ืองเปน็ ภาพ
แหลง่ กำรเรยี นรู้
-
บูรณำกำร
-
๘๑
กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ เคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผล เกณฑก์ ำรวดั
วธิ ีกำรวดั ผลและกำรประเมินผล
ใบงานเรอ่ื ง เลา่ เร่ืองให้เปน็ ภาพ ระดบั คุณภาพ ๓ ผา่ น
ดำ้ นควำมรู้ (K) ตรวจใบงาน
เกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/ ประเมนิ การสังเคราะหค์ วามรู้
กระบวนกำร (P) แบบประเมินการสังเคราะห์ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
ด้ำนคณุ ธรรม สงั เกตความม่งุ มั่นในการทางาน ความรู้ เกณฑ์
จรยิ ธรรม และ
ค่ำนยิ ม (A) แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึง ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
ประสงค์ เกณฑ์
กำรประเมินผล
ประเดน็ กำรประเมิน ระดบั คณุ ภำพ
๔๓ ๒ ๑
เขยี นกรอบแนวคดิ ได้ เขียนกรอบแนวคิด
ด้ำนควำมรู้ การเขียน เขียนกรอบแนวคดิ ได้ เขียนกรอบแนวคิด ถกู ต้องชัดเจน แตไ่ ม่ ไดถ้ ูกต้อง แตไ่ ม่
เรยี งลาดับตามสาระ ชัดเจน และไม่
(K) กรอบ ถกู ต้องชัดเจน ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน สาคัญของเร่อื ง เรยี งลาดบั ตาม
สาระสาคัญของเร่ือง
แนวคิด เรียงลาดับตาม เรียงลาดบั ตาม เขยี นสังเคราะห์
ความรู้ ตามประเด็น เขยี นสงั เคราะห์
เรียงลาดับ สาระสาคญั ของเร่ือง สาระสาคัญของเรื่อง จากเร่ืองท่ีอา่ นได้ ความรู้ ตามประเด็น
ถกู ต้อง จากเรือ่ งทอี่ า่ นไม่
ตาม เป็นสว่ นใหญ่ เป็นส่วนน้อย ถูกต้อง
สาระสาคัญ เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใสต่ ่อการ
ปฏิบตั ิหนา้ ทท่ี ่ีไดร้ บั ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ี่ไดร้ บั
ของเร่ือง มอบหมายตง้ั ใจและ มอบหมายตง้ั ใจและ
รับผดิ ชอบในการ รบั ผดิ ชอบในการ
ด้ำนทกั ษะ/ การเขยี น เขยี นสงั เคราะห์ เขยี นสังเคราะห์ ทางานให้สาเร็จ ทางานให้สาเรจ็
ปรบั ปรงุ และพัฒนา ปรับปรงุ และพฒั นา
กระบวนกำร สงั เคราะห์ ความรู้ ตามประเดน็ ความรู้ ตามประเด็น การทางานอย่าง การทางานอย่าง
รอบคอบทมุ่ เท รอบคอบทุม่ เท
(P) ความรู้ตาม จากเรอ่ื งท่อี า่ นได้ จากเรือ่ งที่อา่ นได้ ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ท้อ
ตอ่ ปญั หาและ ต่อปญั หาและ
ประเดน็ ถกู ต้อง ถกู ต้อง เปน็ ส่วนใหญ่ อุปสรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม
แกป้ ญั หาและ แกป้ ัญหาและ
จากเร่ืองท่ี อุปสรรคในการ อุปสรรคในการ
อ่าน
ดำ้ นคณุ ธรรม ม่งุ มัน่ ในการ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติ เอาใจใส่ต่อการ
จรยิ ธรรม ทางาน หนา้ ท่ที ่ไี ดร้ บั ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีท่ ีไ่ ดร้ บั
และค่ำนิยม มอบหมายตัง้ ใจและ มอบหมายตัง้ ใจและ
(A) รับผิดชอบในการ รบั ผิดชอบในการ
ทางานให้สาเร็จ ทางานใหส้ าเรจ็
ปรบั ปรุงและพฒั นา ปรบั ปรุงและพฒั นา
การทางานอย่าง การทางานอยา่ ง
รอบคอบทุม่ เท ทางาน รอบคอบทมุ่ เท
อดทน ไม่ท้อตอ่ ปัญหา ทางาน อดทน ไม่ท้อ
และอุปสรรคพยายาม ต่อปัญหาและ
แก้ปัญหาและอปุ สรรค อปุ สรรคพยายาม
ในการทางานให้สาเรจ็ แกป้ ญั หาและ
ช่ืนชมผลงาน อุปสรรคในการ
๘๒
ประเดน็ กำรประเมนิ ระดบั คณุ ภำพ
กิจกรรมเสนอแนะ ๔๓ ๒ ๑
- ความสาเรจ็ ดว้ ยความ ทางานให้สาเร็จชนื่ ทางานให้สาเรจ็ ช่ืน ทางานใหส้ าเรจ็ ช่นื
ชมผลงาน ชมผลงาน
ภาคภมู ใิ จอยา่ ง ชมผลงาน ความสาเรจ็ ดว้ ย ความสาเร็จด้วย
ความภาคภมู ใิ จ ความภาคภมู ิใจน้อย
สม่าเสมอ ความสาเรจ็ ด้วย บางคร้งั คร้ัง
ความภาคภูมิใจ
บอ่ ยครั้ง
ลงช่ือ.....................................................ผูเ้ ขียนแผนการจดั การเรียนรู้
................/.................../................
๘๓
บันทกึ ควำมเหน็ ของผ้ตู รวจแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ มคี วามคิดเห็น ดงั นี้
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ เนื่องจาก...........................................
ลงชอ่ื ..........................................
( นางไพรจิตร บ้านเหล่า )
หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรียน
เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด สมรรถนะหลกั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการเรียนร้ใู น
ศตวรรษที่ ๒๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ลงชื่อ..........................................
( นางสาวสภุ สั ตรา ฝ่ายสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรียน
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนำ้ สถำนศึกษำ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้ เนอ่ื งจาก.......................................
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพันธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรยี น
๘๔
บนั ทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
.................................................................................................................................. .............................
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
..................................................................................................................................... ..........................
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น/แนวความคิดเพ่ือการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปัญหำ/อุปสรรค และขอ้ ค้นพบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ข้อเสนอแนะแนวทำงแกไ้ ข และผลกำรแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงช่ือ .....................................................ผูส้ อน
( นางพิชชานันท์ แสนแก้ว )
๘๕
ใบงำนเรือ่ ง สร้ำงกรอบแนวคิดจำกขอ้ มลู
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นกรอบแนวคดิ จากเร่อื งสน้ิ ปา่ กส็ ้นิ ใจ
สน้ิ ปำ่ ก็สิน้ ใจ
“ทุกสิง่ ย่อมเกิดมาจากเหตุ” ซงึ่ นค่ี ือหลักสาคัญของธรรมชาติ การทีส่ ิง่ ใดจะเกิดข้นึ มาและดารงอย่ไู ด้โดยปกติ
สุขน้นั จะตอ้ งอาศยั เหตปุ ัจจยั มาช่วยสรา้ งและสนับสนุนให้เกดิ ขนึ้ ถา้ ขาดเหตปุ ัจจัยส่ิงที่เกดิ ขึ้นมาน้นั ย่อมที่จะ
ดารงอยู่ไมไ่ ด้ หรือถา้ เหตปุ ัจจัยไม่สมบรู ณ์ สิ่งนน้ั ย่อมดารงอยดู่ ว้ ยความยากลาบากหรือมีทกุ ขม์ ากน้อยไปตาม
ความไม่สมบูรณน์ ้ัน
โลกเมือ่ ครงั้ ยังไม่มสี งิ่ ท่ีมชี ีวิตก็ว่างเปลา่ เมอ่ื มนี ้าเกิดขึ้นมาจงึ เปน็ เหตใุ หเ้ ร่มิ เกิดสิง่ มีชวี ติ ชนิดต่างๆขน้ึ มา และ
เมอ่ื มีพืชเกดิ ข้ึนมาเปน็ ป่าไม้ไปทวั่ โลก จงึ เกิดมสี ตั ว์ปา่ นานาชนิดและมนุษย์ขน้ึ มา คืออาศยั ป่าไม้เปน็ เหตปุ ัจจัย
ทาให้เกดิ มนุษย์ข้ึนมา
ป่าไม้เปน็ ระบบนเิ วศนท์ บี่ อบบางทีต่ อ้ งมคี วามสมดลุ ของสภาพแวดล้อมท่ถี กู ต้องตามระบบของมนั มนั จงึ จะ
ดารงสภาพป่าไมท้ ่ีอดุ มสมบูรณเ์ อาไว้ได้ คือต้องมตี ้นไมห้ ลากชนิด ตอ้ งมีพนื้ ท่ีกวา้ งมาก และตอ้ งมสี ัตว์ป่ามาก
ชนิดเพยี งพอ โดยตน้ ไม้ทมี่ ากน้ันก็จะชว่ ยใหเ้ กดิ ความอุดมสมบรู ณแ์ ละความชมุ่ ชื้นมากจนมีฝนตกชกุ ตามฤดกู าล
อยา่ งเพียงพอ ส่วนการมสี ัตว์ป่านั้นจะชว่ ยใหเ้ กิดการแพร่พันธ์ุของพชื ชนิดต่างๆไปท่วั พ้นื ที่ของปา่ ซงึ่ สัตว์ปา่ นนั้
กจ็ ะมีการควบคุมกันเองอยู่แล้วในตวั เพื่อไม่ให้มสี ัตวช์ นิดใดชนดิ หนึ่งมากเกินควรอนั จะทาให้ปา่ เกิดความเสีย
สมดลุ
มนษุ ยเ์ ปน็ สง่ิ ท่ีมีชีวติ ท่ีต้องอาศัยอากาศบริสทุ ธหิ์ ายใจ ต้องดื่มนา้ บริสทุ ธ์ิ ตอ้ งกนิ อาหารบรสิ ทุ ธิ์ ต้องอยใู่ น
อณุ หภูมิท่ีพอเหมาะ ต้องมีเสื้อผา้ ทีอ่ ยู่อาศัย และยารกั ษาโรคเป็นพ้นื ฐานในการดารงชีวิต ทเ่ี รยี กว่าปจั จัย ๔ ซง่ึ
ปจั จยั ๔ น้ียอ่ มหาไดง้ า่ ยจากป่าไมท้ ั้งสนิ้
ปา่ ไมจ้ ะสร้างออกซิเจนใหเ้ ราหายใจ ป่าไม้จะชว่ ยให้มฝี นตกและมนี ้าบริสทุ ธใิ์ ห้เราดม่ื ป่าไม้จะชว่ ยใหด้ นิ อดุ ม
สมบูรณ์จนเพาะปลกู พชื มาเป็นอาหารใหเ้ รากนิ ป่าไม้จะชว่ ยปรับอณุ หภมู ใิ ห้พอเหมาะแก่การท่เี ราจะมชี ีวติ อยู่
ปา่ ไมจ้ ะมีพชื ทีเ่ อามาทาเป็นเส้ือผา้ ให้เราสวมใส่ ปา่ ไม้จะมีพืชทใ่ี หเ้ ราเอามาสร้างเป็นบ้านใหอ้ าศัย และปา่ ไม้จะมี
พืชท่ีเอามาทาเป็นยารกั ษาโรคเมื่อเราเกดิ เจ็บไข้ขน้ึ ดว้ ย เรยี กได้ว่าปา่ ไม้คือตน้ กาเนิดของชวี ิตเราทุกคนและเป็นผู้
เล้ยี งดเู ราทกุ คนให้เป็นสุข เปรยี บเหมอื นกับผู้ท่มี ีพระคณุ อยา่ งย่ิงของเราทุกคน
แต่มนษุ ยน์ ั้นกลบั เป็นสัตว์ทเ่ี นรคุณตอ่ ผู้มพี ระคุณ ดว้ ยการทาลายป่าไมท้ ้ังโดยตรงและโดยอ้อม ซึง่ การทาลาย
ป่าโดยตรงก็คือการเข้าไปตดั เอาไม้ในปา่ ออกมาขายสร้างบ้านเรอื นใหญ่โตสวยหรเู กินความจาเปน็ อย่างมากมาย
และยงั เอามาทาเป็นเฟอรน์ เิ จอรห์ รือสงิ่ ของประดับตกแตง่ ท่ีเกนิ ความจาเป็นอยา่ งมากมายอีกดว้ ย และแม้การ
เผาปา่ การทารา้ ยสตั วป์ า่ และบกุ รุกพืน้ ที่ป่าก็เปน็ การทาลายปา่ โดยตรงดว้ ย ส่วนการทาลายปา่ โดยออ้ มกค็ ือ
การกระทาทีส่ ง่ เสริมใหเ้ กดิ การทาลายปา่ โดยตรงน่นั เอง ซ่ึงการกระทาที่ชว่ ยส่งเสรมิ ให้เกิดการทาลายป่าน้ันกม็ ี
มากมายแต่สรุปอยู่ทก่ี ารกนิ การใช้อยา่ งฟุ่มเฟือยของมนุษยเ์ ราทเี่ รียกวา่ เป็นความเจรญิ ทางวตั ถนุ นั่ เอง
ความเจริญทางวัตถนุ ้ันจะทาให้เกดิ การนาเอาทรัพยากรจากป่าคือตน้ ไม้ใหญ่ๆมาใช้สอยอยา่ งมากมาย และยัง
ทาใหเ้ กดิ การทาลายพ้ืนทป่ี า่ เพื่อนาเอาพนื้ ทป่ี า่ มาปลูกสร้างบ้านเรอื นหรอื เพื่อเพาะปลูกพชื ทไ่ี ม่ไดม้ ีคณุ ค่าแกก่ าร
นาเอามากนิ เป็นอาหารเลย หรอื เพื่อเอาพ้นื ที่ปา่ มาปลูกพืชเพือ่ ใชเ้ ล้ียงสัตว์ให้มนุษยก์ ินเน้ือหรอื ด่ืมนมของมันอีก
ด้วย ยิง่ มนุษยม์ คี วามเจริญทางวัตถุมากเทา่ ใด มนุษยก์ ็จะกิน จะใช้ กันแตใ่ นสง่ิ ท่หี รหู ราฟ่มุ เฟอื ยท่เี กนิ ความ
จาเปน็ กนั มากย่งิ ขึน้ และมันก็จะทาให้เกิดการทาลายป่าไม้ของโลกให้พนิ าศย่อยยบั ลงมากย่งิ ขึน้ ตามไปด้วยเสมอ
ถา้ มนุษยจ์ ะกิน จะใชป้ จั จยั ๔ อยา่ งพอเหมาะพอควร ไม่มากมายจนเกนิ ไป ป่าไม้และสัตว์ป่าของโลกกย็ ่อมท่ี
จะไม่ถกู ทาลายลงอย่างมากมายจนเสียสมดุล มนษุ ยก์ ็ยังคงทจ่ี ะดารงชวี ติ อยู่ได้อยา่ งปกติสุขไม่เดือดร้อน เพราะ
ยงั มีป่าไม้มากเพยี งพอที่จะยงั รักษาสมดุลของธรรมชาตทิ ่ีพอเหมาะแก่การดารงชีวิตของมนษุ ยเ์ อาไว้ได้
๘๖
แต่การที่มนษุ ย์เนรคุณต่อป่าไมด้ ้วยการกิน การใชก้ นั มากมายเกินความจาเปน็ จนสนับสนุนให้เกิดการทาลาย
ปา่ ไม้ของโลกกนั อย่างมโหฬารจนป่าไมข้ องโลกถูกทาลายลงอย่างมากมายและกระทบกับระบบนเิ วศของมันจน
ทาใหป้ ่าเสยี สมดุล แลว้ ผลทีต่ ามมาก็คอื ทาให้พื้นทีป่ า่ ลดลง แล้วความชมุ่ ชนื้ ก็ลดลง จงึ ทาให้ฝนไม่ตกต้องตาม
ฤดกู าล เกดิ ภาวะฝนแล้งนานๆ เมอ่ื ฝนตกกเ็ กิดนา้ ท่วม จึงส่งผลใหต้ น้ ไม้ตายมากขน้ึ และเกดิ พ้นื ท่ีทะเลทราย
มากขน้ึ
ฝนทีต่ กต้องตามฤดกู าลจะชว่ ยให้มนุษยเ์ พาะปลูกพืชที่ใชเ้ ป็นอาหารใหม้ เี พยี งพอ แตถ่ ้าเกิดฝนแลง้ ขึน้ มา
นานๆพชื กย็ ่อมทจี่ ะเพาะปลูกไมไ่ ด้ กจ็ ะสง่ ผลให้มนุษยเ์ กิดความอดอยากขาดแคลนขนึ้ มาได้ อีกทัง้ การที่ไม่มปี ่า
ไม้กจ็ ะส่งผลทาให้อากาศบริสุทธ์ลิ ดน้อยลง และอุณหภูมิของโลกสูงขนึ้ ซง่ึ นหี่ มายถงึ ความเดอื ดร้อนของมนุษย์
และถา้ ยงั คงเป็นเช่นนตี้ ่อไปนานๆ ภัยพิบัติย่อมเกดิ ข้ึนแก่มวลมนุษย์อยา่ งแนน่ อน ท้ังจากความอดอยากขาด
แคลน ทัง้ จากโรคระบาดตา่ งๆ และจากสงคราม
ในปจั จบุ นั สมครามเพ่ือแยง่ ชงิ ทรัพยากรของประเทศอ่ืนกาลงั รนุ แรง ซึ่งสงครามน้ีก็มีท้ังสงครามเศรษฐกจิ
และสงครามการใช้กาลงั อาวุธ ประเทศทม่ี ีอานาจมเี ทคโนโลยีสงู ก็ใช้เศรษฐกิจ การเมืองและเทคโนโลยีเพื่อ
กอบโกยเอาทรัพยากรของประเทศอน่ื มาเป็นของประเทศตนเอง ถ้าประเทศใดไมย่ ินยอมหรอื ขัดขวางกห็ าทางใช้
กาลังอาวุธเขา้ บังคบั ควบคุม สว่ นประเทศที่เสยี เปรียบกจ็ ะใช้สงครามแบบกองโจร คือซุ่มทารา้ ยหรอื ก่อความไม่
สงบขนึ้ มาต่อต้าน จนเกิดความเดอื ดร้อนวนุ่ วายไปทั่วโลกอยา่ งเช่นในปัจจุบนั และถา้ ยังเปน็ เช่นนต้ี ่อไป ไม่ช้า
โลกคงถงึ กาลวิบตั ิเป็นแน่
สรุปได้ว่า ปา่ ไม้คือผใู้ ห้กาเนดิ และมีพระคุณอยา่ งยงิ่ แก่มนุษย์ ถา้ ปา่ ยงั คงอดุ มสมบรู ณ์ มนุษยก์ ็จะมีชวี ติ ทส่ี งบ
สขุ แตถ่ า้ มนุษย์ทาลายป่า ก็เท่ากบั ทาร้ายตัวเอง ซง่ึ เรยี กว่าเปน็ ผู้เนรคุณต่อปา่ ซึ่งจดั เป็นความเลวทรามตา่ ชา้
ทส่ี ดุ ของมนษุ ย์ แลว้ มนุษยก์ ็จะต้องได้รับผลอันเลวร้ายเปน็ ส่ิงตอบแทนอย่างไม่มีทางหลีกเล่ยี ง ถา้ มนุษยย์ ังไม่
กลับตัวกลับใจมารักษาปา่ รักษาธรรมชาติ ดว้ ยการชว่ ยกนั กนิ และใช้อยา่ งประหยัดเพ่ือไมใ่ หเ้ กิดการทาลายปา่
ไมท้ ง้ั โดยตรงและโดยอ้อม มนษุ ยก์ ย็ อ่ มทจ่ี ะพบกบั ความวิบัติอย่างไม่มีทางหลีกเลีย่ งในไม่ชา้ .
เตชปญโฺ ญ ภิกขุ
อาศรมพทุ ธบุตร เกาะสีชัง ชลบรุ ี
(ศกึ ษารายละเอยี ดเพ่ิมเติมได้จาก www.whatami.net)
๘๗
๘๘
เฉลยใบงานเรือ่ ง สรา้ งกรอบแนวคิดจากขอ้ มูล
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นกรอบแนวคดิ จากเรอ่ื งสน้ิ ป่ากส็ น้ิ ใจ
๘๙
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี ๙
หน่วยกำรเรยี นท่ี ๒ กำรเขยี น (กำรกรอกแบบรำยกำร) เวลำ ๑ ชวั่ โมง
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
รหัสวชิ ำ ท๓๒๑๐๒ รำยวิชำ ภำษำไทยพื้นฐำน จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ ๕ ภำคเรยี นท่ี ๒
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเร่อื งราวใน
รปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวช้วี ดั
ม.๔-๖/๑ เขยี นสื่อสารในรปู แบบตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใชภ้ าษาเรยี บเรยี งถูกต้อง
มีข้อมูล และสาระสาคญั ชดั เจน
สำระสำคัญ
การกรอกแบบรายการต่างๆ เปน็ การเขยี นส่ือสารรปู แบบหน่งึ ตอ้ งเขียนใหต้ รงตามวตั ถุประสงค์ โดย
ใช้ภาษาเรยี บเรยี งถูกตอ้ ง มีข้อมูลและสาระสาคญั ชดั เจน
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K)
๑. การกรอกแบบรายการ
ทักษะ/กระบวนกำร (P)
๑. การเขียน
สมรรถนะหลกั
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดำ้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ
แนวควำมคดิ เพอ่ื กำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
๑. สาระวชิ าหลกั (Core Subjects)
๒. ทักษะดา้ นการเรยี นร้แู ละนวัตกรรม
๓. ทักษะด้านสารสนเทศ สือ่ และเทคโนโลยี
๔. ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชีพ
๙๐
สำระกำรเรียนรู้
- การเขยี นส่อื สารในรปู แบบต่างๆ เช่น
- การกรอกแบบรายการต่างๆ
กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ (ข้นั ตอน/กระบวนกำร)
ขั้นนำเขำ้ สู่บทเรียน
๑. ครูสนทนากบั นักเรียนเก่ยี วกับการกรอกแบบฟอรม์ ตา่ งๆ ตามทน่ี กั เรียนมีประสบการณ์ (AR)
๒. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายถงึ ความสาคัญ และความจาเปน็ ในการกรอกแบบรายการต่างๆ (AR)
๓. นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียนเรอื่ ง การกรอกแบบรายการ (AR)
๔. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (AR)
- นักเรยี นคดิ วา่ ในชวี ิตประจาวันของบคุ คลทั่วไป ต้องใชค้ วามรเู้ ร่อื ง การกรอกแบบรายการตา่ งๆหรือไม่
อยา่ งไร (พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ ิจของครูผูส้ อน)
ข้นั สอน
๑. ครูแบ่งนกั เรียนเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ ๔ คน คละกนั ตามความสามารถ คือ เกง่ ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง
ปานกลาง คอ่ นข้างออ่ นและออ่ น (K)
๒. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันศึกษาใบความรู้ เร่ือง การกรอกแบบรายการ (R)
๓. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่มรว่ มกันอภิปรายและสรปุ ความรู้เรื่อง การกรอกแบบรายการ จนเกดิ ความเขา้ ใจ
แลว้ บนั ทึกลงในสมุดของแตล่ ะคน (AR)
๔. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด (AR)
- การกรอกแบบรายการแตล่ ะประเภทมจี ดุ มุ่งหมายเฉพาะหรือไม่ อยา่ งไร (พจิ ารณาตามคาตอบของ
นักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
๕. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละคนฝึกกรอกแบบคาร้องขอตรวจคดั และรบั รองสาเนารายการเกี่ยวกับบตั รประจาตัว
ประชาชน ตามหลกั การกรอกแบบรายการ (R)
ขัน้ สรุป
๑. ครสู ่มุ นักเรียน ๒ คน ออกมาสรุปความรู้เรื่อง การกรอกแบบรายการ หนา้ ชัน้ เรยี น (AR)
สอ่ื (วัสดุ-อุปกรณ์-สงิ่ พิมพ)์ / นวัตกรรม / ICT
๑. ใบความรเู้ ร่ือง การกรอกแบบรายการ
๒. แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง การกรอกแบบรายการ
แหลง่ กำรเรยี นรู้
-
บูรณำกำร
-
กำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรู้
วธิ ีกำรวัดผลและกำรประเมินผล เครอื่ งมือวดั และประเมินผล เกณฑ์กำรวดั
ด้ำนควำมรู้ (K) ทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรียน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ดำ้ นทกั ษะ/ สังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
กระบวนกำร (P) ทางานกลุ่ม เกณฑ์
ด้ำนคุณธรรม สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึง ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
จริยธรรม และ มุ่งม่ันในการทางาน ประสงค์ เกณฑ์
ค่ำนยิ ม (A)
๙๑
กำรประเมนิ ผล
ประเดน็ กำรประเมิน ระดบั คณุ ภำพ
๔ ๓ ๒๑
ดำ้ นควำมรู้ ทดสอบก่อน ทาแบบทดสอบถูกตอ้ ง ทาแบบทดสอบถูกต้อง ทาแบบทดสอบถูกต้อง ทาแบบทดสอบ
(K) เรยี นเร่อื ง ระหวา่ ง ๘ – ๑๐ ระหวา่ ง ๖ – ๗ ระหว่า ๔ – ๕ คะแนน ถกู ต้องระหวา่ ง ๑ –
การกรอก คะแนน คะแนน ๓ คะแนน
แบบฟอรม์
ด้ำนทกั ษะ/ พฤติกรรม แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เห็น แสดงความคดิ เห็น แสดงความคิดเห็น
กระบวนกำร การทางาน ยอมรบั ฟงั คนอื่น ยอมรับฟังคนอื่น ยอมรบั ฟงั คนอน่ื ยอมรับฟังคนอน่ื
(P) กล่มุ ทางานตามที่ได้รับ ทางานตามทีไ่ ดร้ บั ทางานตามที่ไดร้ ับ ทางานตามทไี่ ด้รบั
มอบหมายมนี ้าใจ มอบหมายมนี า้ ใจ มอบหมายมีน้าใจ มอบหมายมนี า้ ใจ
มีสว่ นรว่ มในการ มสี ่วนรว่ มในการ มีสว่ นรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ
ปรับปรุงผลงานกลมุ่ ปรับปรงุ ผลงานกลุ่ม ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม ปรับปรุงผลงานกลุ่ม
อยา่ งสม่าเสมอ บอ่ ยครั้ง บางคร้งั นอ้ ยครั้ง
ดำ้ นคณุ ธรรม ม่งุ มน่ั ใน เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใสต่ ่อการ เอาใจใส่ต่อการ เอาใจใสต่ ่อการ
จริยธรรม การทางาน ปฏบิ ัติหนา้ ทท่ี ่ีได้รบั ปฏิบตั หิ นา้ ทที่ ไ่ี ดร้ บั ปฏิบตั หิ น้าที่ทไ่ี ด้รับ ปฏบิ ัติหนา้ ทท่ี ีไ่ ดร้ บั
และค่ำนิยม มอบหมายตง้ั ใจและ มอบหมายตงั้ ใจและ มอบหมายตง้ั ใจและ มอบหมายตงั้ ใจและ
(A) รบั ผดิ ชอบในการ รับผิดชอบในการ รบั ผดิ ชอบในการ รบั ผิดชอบในการ
ทางานใหส้ าเร็จ ทางานให้สาเร็จ ทางานให้สาเร็จ ทางานใหส้ าเร็จ
ปรบั ปรงุ และ ปรบั ปรงุ และ ปรับปรุงและ ปรับปรุงและ
พัฒนาการทางาน พฒั นาการทางาน พัฒนาการทางาน พัฒนาการทางาน
อยา่ งรอบคอบทมุ่ เท อย่างรอบคอบทมุ่ เท อย่างรอบคอบท่มุ เท อย่างรอบคอบทมุ่ เท
ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ทอ้ ทางาน อดทน ไม่ท้อ ทางาน อดทน ไม่ท้อ
ต่อปญั หาและ ตอ่ ปญั หาและ ต่อปัญหาและ ตอ่ ปัญหาและ
อปุ สรรคพยายาม อปุ สรรคพยายาม อุปสรรคพยายาม อุปสรรคพยายาม
แกป้ ัญหาและ แก้ปัญหาและ แก้ปญั หาและ แก้ปญั หาและ
อุปสรรคในการ อปุ สรรคในการ อุปสรรคในการ อปุ สรรคในการ
ทางานให้สาเรจ็ ช่นื ทางานให้สาเร็จชืน่ ทางานใหส้ าเร็จชื่น ทางานใหส้ าเรจ็ ชน่ื
ชมผลงาน ชมผลงาน ชมผลงาน ชมผลงาน
ความสาเรจ็ ด้วย ความสาเรจ็ ด้วย ความสาเร็จดว้ ย ความสาเร็จด้วย
ความภาคภมู ิใจอย่าง ความภาคภูมใิ จ ความภาคภมู ิใจ ความภาคภมู ใิ จน้อย
สมา่ เสมอ บ่อยครงั้ บางครง้ั คร้งั
กิจกรรมเสนอแนะ
-
ลงชื่อ.....................................................ผเู้ ขียนแผนการจดั การเรยี นรู้
................/.................../................
๙๒
บันทกึ ควำมเหน็ ของผ้ตู รวจแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ มคี วามคิดเห็น ดงั นี้
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ เนื่องจาก...........................................
ลงชอ่ื ..........................................
( นางไพรจิตร บ้านเหลา่ )
หวั หน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยกำรโรงเรียน
เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง เนื่องจาก...........................................
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด สมรรถนะหลกั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และการเรยี นรูใ้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ลงชื่อ..........................................
( นางสาวสภุ สั ตรา ฝา่ ยสงค์ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนำ้ สถำนศึกษำ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้ เนื่องจาก.......................................
เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง ลงชอ่ื ..........................................
( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
ผู้อานวยการโรงเรยี น
๙๓
บันทึกหลังสอน
๑. ผลกำรสอน/ผลกำรเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
.................................................................................. .............................................................................
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
.......................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม (A)
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน/แนวความคดิ เพื่อการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
............................................................................................................................. ..................................
........................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ..................................
๒. ปัญหำ/อุปสรรค และขอ้ ค้นพบ
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๓. ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข และผลกำรแก้ไข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ลงชือ่ .....................................................ผสู้ อน
( นางพิชชานันท์ แสนแกว้ )
๙๔
ทมี่ า http://www.trueplookpanya.com
๙๕
แบบทดก่อนเรียนสอบ เรื่อง กำรกรอกแบบรำยกำร ๘
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
๑. ข้อใดกลา่ วถงึ แบบรายการได้ถูกตอ้ ง ๕. แบบกรอกรายการท่ีเป็นแบบประเมนิ ผล ควรมลี ักษณะ
ก. แบบสาหรับกรอกรายละเอียดของหน่วยงานของรัฐ เช่นใด
เพอื่ ผลตอบแทน ก. ควรมรี ูปแบบมาตรฐานและชดั เจน
ข. แบบสาหรบั กรอกข้อความของหนว่ ยงานเอกชน ข. ควรมคี าถามครอบคลุมทุกประเดน็
เพอื่ ใชส้ าหรับการคา้ ขาย ค. ควรเป็นระเบยี บและมีจุดประสงคช์ ดั เจน
ค. แบบสาหรบั กรอกขอ้ ความที่หนว่ ยงานทัง้ ของรัฐ ง. ควรมีรปู แบบและเนือ้ หาแตกตา่ งไปตามวตั ถปุ ระสงค์
และเอกชนจัดทาขน้ึ เพอ่ื ประโยชนใ์ นหน่วยงาน
ง. แบบสาหรบั กรอกรายละเอียดทีห่ นว่ ยงานทัง้ ของรฐั ๖. ถา้ นักเรียนส่งไปรษณียแ์ ละต้องการหลักฐานเพือ่ เกบ็ ไว้
และเอกชนจัดทาขน้ึ เพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมลู เบ้ืองต้น เป็นหลกั ฐานวา่ ไปรษณยี น์ ้นั ถงึ ผรู้ บั หรือไม่ นกั เรียนตอ้ งมี
แบบฟอรม์ ใด
๒. ลักษณะแบบกรอกรายการทีใ่ ชเ้ ปน็ หลกั ฐาน มลี กั ษณะ ก. แบบตอบรับ
อยา่ งไร ข. ใบฝากธนาณตั ิ
ก. มรี ปู แบบคงท่แี ละมมี าตรฐาน ค. แบบฟอรม์ ลงทะเบยี น
ข. มีรูปแบบเปล่ยี นไปตามวัตถุประสงค์ ง. ใบฝากไปรษณยี ด์ ว่ นพเิ ศษ
ค. มีรูปแบบคงท่แี ตม่ รี ายละเอยี ดแตกตา่ งกัน
ง. มีรูปแบบเปลย่ี นไปตามท่หี น่วยงานกาหนด ๗. การกรอกแบบรายการใดทคี่ วรมกี ารตรวจทานขอ้ ความ
ให้รอบคอบ เพราะหากมขี ้อผิดพลาดอาจเกิดความ
๓. แบบกรอกรายการใดต่างจากพวก เสยี หายตามมาภายหลงั
ก. ใบสมคั รงาน ก. การทาสัญญา
ข. ใบรับฝากเงินธนาคาร ข. การทาบัตรสมาชกิ
ค. แบบตอบรับพัสดไุ ปรษณยี ์ ค. การทาแบบสอบถาม
ง. แบบสอบถามความคิดเห็น ง. การกรอกใบลงทะเบยี น
๔. แบบกรอกรายการใดทม่ี ลี กั ษณะคล้ายกันมากทส่ี ุด ๘. ข้อใดกล่าวถงึ วิธีการกรอกรายการทีเ่ ป็นแบบประเมินผล
ก. ใบตอบรับสินคา้ -ใบสมัครงาน ไม่ถูกต้อง
ข. ใบรบั ฝากเงนิ ธนาคาร-ใบถอนเงนิ ธนาคาร ก. ควรกรอกขอ้ มลู ทีเ่ ป็นจริงกบั บริการทีไ่ ดร้ ับ
ค. แบบกรอกรายการยืมระหวา่ งหอ้ งสมุด-แบบสญั ญา ข. ควรกรอกขอ้ มูลทต่ี รงกบั ความพึงพอใจในสินคา้
ซ้อื ขาย ค. ควรกรอกเฉพาะข้อความที่ตรงกบั ความตอ้ งการ
ง. แบบสอบถามความพึงพอใจสินค้า-แบบกรอก ของตนเองเทา่ น้นั
รายการ ง. ควรกรอกข้อความใหค้ รบถว้ นและเป็นจริง เพือ่ จะ
ยมื คนื ห้องสมดุ นาข้อมลู ไปใช้ประโยชนต์ ่อไป
๙. ขอ้ ใดเป็นวิธกี ารกรอกที่มีการเขยี นจานวนเงินไม่ถกู ตอ้ ง ๑๐. ขอ้ ใดไม่ใช่หลักการกรอกแบบรายการทีถ่ ูกต้อง
ก. ควรตรวจทานจานวนเงนิ ให้ถกู ตอ้ ง ก. ควรเขยี นข้อมลู เทา่ ทเี่ ขียนได้ แมไ้ ม่เขา้ ใจกต็ าม
ข. ควรกรอกตวั เลขใหช้ ัดเจนและอ่านง่าย ข. เขยี นใหไ้ ดใ้ จความกระชบั และพอดีกบั ช่องวา่ งท่ี
ค. ควรเขียนตัวเลขใหเ้ กนิ กบั จานวนท่กี าหนดไว้ กาหนดให้
ง. ควรเขยี นตัวอกั ษรกากบั เพ่อื ป้องกันความผดิ พลาด ค. เขยี นขอ้ ความดว้ ยตนเอง ตัวสะกดการันต์ใหถ้ ูกตอ้ ง
และอ่านงา่ ย
เฉลยแบบทดสอบ ง. อา่ นเอกสารให้ถีถ่ ว้ นและทาความเข้าใจวา่ ต้องกรอก
๑. ค ๒. ก ๓. ง ๔. ข ๕. ง รายละเอยี ดใด
๖. ก ๗. ก ๘. ค ๙. ค ๑๐. ก
๙๖
แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ ๑๐
หนว่ ยกำรเรียนท่ี ๒ กำรเขยี น (กำรกรอกแบบรำยกำร) เวลำ ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
รหัสวชิ ำ ท๓๒๑๐๒ รำยวิชำ ภำษำไทย ๔
จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
ภำษำไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ี่ ๕ ภำคเรียนที่ ๒
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรือ่ งราวใน
รปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมีประสิทธภิ าพ
ตัวชี้วดั
ม.๔-๖/๑ เขียนส่อื สารในรปู แบบตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรยี บเรียงถูกต้อง
มีข้อมูล และสาระสาคญั ชัดเจน
สำระสำคญั
การกรอกแบบรายการตา่ งๆ เปน็ การเขยี นส่อื สารรปู แบบหน่ึง ตอ้ งเขยี นใหต้ รงตามวัตถุประสงค์ โดย
ใชภ้ าษาเรียบเรียงถกู ต้อง มีข้อมลู และสาระสาคัญชัดเจน
จุดประสงค์กำรเรยี นรู้
ควำมรู้ (K)
๑. การกรอกแบบรายการ
ทกั ษะ/กระบวนกำร (P)
๑. การเขียน
สมรรถนะหลกั
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ดำ้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซ่อื สัตยส์ ุจริต
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อย่อู ย่างพอเพียง
๖. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
แนวควำมคดิ เพอื่ กำรเรียนร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑
๑. สาระวิชาหลกั (Core Subjects)
๒. ทักษะดา้ นการเรียนรแู้ ละนวัตกรรม
๓. ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
๙๗
๔. ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
สำระกำรเรียนรู้
- การเขยี นสอ่ื สารในรปู แบบต่างๆ เชน่
- การกรอกแบบรายการต่างๆ
กระบวนกำรจัดกำรเรยี นรู้ (ขัน้ ตอน/กระบวนกำร)
ขน้ั นำเข้ำสู่บทเรียน
๑. ครูนาตัวอย่างแบบกรอกรายการประเภทตา่ งๆ นักเรียนศึกษาดเู ปน็ ตัวอยา่ ง (VR)
๒. ใหน้ ักเรียนนาแบบรายการทหี่ ลากหลายมาศึกษารปู แบบ และสนทนาแลกเปลีย่ นความคิดวา่ แบบกรอก
รายการเหลา่ นี้เจ้าหนา้ ทจี่ ะนาไปจัดการข้อมูลอยา่ งไร แลว้ จะเก็บไว้หรอื ไม่ (VAR)
ข้นั สอน
๑. ครูและนักเรียนช่วยกนั อภิปรายเกยี่ วกบั คุณคุณธรรมสาคญั ที่ตอ้ งการใช้เกิดในการกรอกแบบรายการ
เชน่ ความซ่ือตรง ความรบั ผิดชอบ (AR)
๒. ครูกาหนดใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนออกแบบใบสมัครขอรบั ทนุ การศกึ ษา (R)
๓. นักเรียนจบั ค่กู ันตรวจสอบความถกู ต้อง เรยี บร้อย ของผลงาน ใบสมคั รขอรับทุนการศึกษา (VR)
๔. ครูจับสลากชอ่ื นกั เรียนออกมานาเสนอใบสมัครขอรับทุนการศึกษาท่ีนักเรยี นกรอกหน้าชนั้ เรยี น (VRK)
๕. ครปู ระเมินผลการนาเสนอผลงานใบสมคั รขอรบั ทนุ การศึกษาของนักเรียน จากน้ันคัดเลอื กผลงานท่ีดี
ทส่ี ุด ๓ ผลงาน ตดิ บนปา้ ยนิเทศหน้าชน้ั เรยี น เพ่ือเป็นตัวอย่างในการทางานของนกั เรียนคนอน่ื ๆ (V)
ข้นั สรุป
๑. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายถึงความสาคัญของการกรอกแบบรายการท่ีพบเห็นในชีวิตประจาวนั (AR)
๒. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี นเรื่อง การกรอกแบบรายการ
ส่อื (วสั ดุ-อุปกรณ์-ส่งิ พิมพ)์ / นวัตกรรม / ICT
๑. ตวั อยา่ งการกรอกแบบรายการประเภทตา่ ง ๆ
๒. ใบสมัครขอรบั ทุนการศกึ ษา
๓. แบบทดสอบหลงั เรียนเรื่อง การกรอกแบบรายการ
แหล่งกำรเรียนรู้
-
บรู ณำกำร
-
กำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรู้
วธิ กี ำรวัดผลและกำรประเมินผล เครือ่ งมอื วัดและประเมินผล เกณฑ์กำรวัด
ด้ำนควำมรู้ (K) ทดสอบหลงั เรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/ การกรอกแบบรายการ แบบ ระดบั คุณภาพ ๓ ผา่ น
กระบวนกำร (P) เกณฑ์
ด้ำนคณุ ธรรม สงั เกตความม่งุ มั่นในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึง ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
จริยธรรม และ ประสงค์ เกณฑ์
คำ่ นิยม (A)